ความรู้เรื่องอัคคีภัย
สิ่งที่ควรรู้ ไฟ  เป็นพลังงานชนิดหนึ่ง  ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ต่อมนุษย์อย่างมหาศาล  แต่ ไฟ  อาจก่อให้เกิดภัยอย่างมหันต์ได้  หากขาดความรู้ความระมัดระวังและการควบคุม 1.  อันตรายจากไฟไหม้ 2.  การป้องกันและระงับอัคคีภัย 3.  ขั้นตอนทั้ง  4  เมื่อมีไฟไหม้ 4.  หลัก  5  เพื่อป้องกันภัย 5.  บัญญัติ  10  ประการในอาคารสูง
1.  อันตรายจากไฟไหม้จะมีควันและมืด ไม่สามารถมองเห็นอะไรได้ ความมืดนั้นอาจเนื่องจาก -  อยู่ภายในอาคารไฟไหม้กระแสไฟจะถูกตัด -  หมอกควันหนาแน่น -  เป็นเวลากลางคืน
1.  อันตรายจากไฟไหม้ วิธีการแก้ไข -  ติดตั้งอุปกรณ์ไฟส่องสว่าง  ( Emergency Light )  -  เตรียมไฟฉายที่มีกำลังส่องสว่างสู ง -  ฝึกซ้อมหนีไฟเมื่อไม่มีแสงสว่าง
2.  อันตรายจากไฟไหม้จะมีแก๊สพิษและควันไฟ ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บในเหตุเพลิงไหม้ประมาณ ร้อยละ  90   เป็นผล  มาจากควันไฟ  ซึ่งมีทั้งก๊าซพิษและทำให้ขาดออกซิเจนที่ใช้หายใจ
2.  อันตรายจากไฟไหม้จะมีแก๊สพิษและควันไฟ วิธีการแก้ไข -  จัดเตรียมหน้ากากป้องกันควันพิษเพื่อหนีไฟ -  ใช้ถุงพลาสติกใส ตักอากาศคลุมศีรษะฝ่าควันไฟ -  คลานต่ำ อากาศพอหายใจอยู่ใกล้พื้น  1  ฟุต -  ควรหนีออกจากที่เกิดเหตุให้เร็วที่สุด ไปยังจุดรวมพล -  ไม่ควรย้อนกลับเข้าไปในที่เกิดเหตุอีก
การป้องกันและระงับอัคคีภัย เมื่อรู้อันตรายจากไฟไหม้แล้ว การป้องกันไม่ให้เกิดจะเป็นหนทางแรก ที่ประชาชนทุกคนควรเลือกปฏิบัติ ซึ่งการป้องกันนั้นมีหลักอยู่ว่า 1.  กำจัดสาเหตุ 2.  คุมเขตลุกลาม 3.  ลดความสูญเสีย
-  ความประมาท ในการใช้เชื้อเพลิงการใช้ความร้อน การใช้ไฟฟ้า -  อุบัติเหตุ ทั้งโดยธรรมชาติ และเกิดจากมนุษย์เป็นผู้กระทำ -  การติดต่อลุกลาม การนำ การพา การแผ่รังสีความร้อน ลูกไฟ -  การสันดาปลุกไหม้ขึ้นเอง  หรือการทำปฏิกิริยาทางเคมีของสาร -  การวางเพลิง ทั้งทางตรงและทางอ้อม   1.  กำจัดสาเหตุ
ให้รีบระงับ ยับยั้งไฟ ด้วยการทำความเข้าใจในตัวเลข  “  3-4-6  ”  เดินชิดขวารักษาชีวิตหลักการ -  เลข  3  คือ องค์ประกอบของไฟ  3  อย่าง -  เลข  4   คือ ประเภทของไฟ  ABCD -  เลข  6  คือ เครื่องดับเพลิงแบบมือถือ  6  ชนิด 2.  คุมเขตลุกลาม
ความหมายของไฟ  ( DEFINTION  OF  RIRE ) ไฟ เป็นพลังงานชนิดหนึ่งซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ต่อมนุษย์อย่างมหาศาล  เพราะไฟเป็นต้นกำเนิดของพลังงานต่าง ๆ  ที่มนุษย์นำไปใช้ในชีวิต ประจำวัน แต่ไฟ ก็อาจก่อให้เกิดภัยอย่างมหันต์ได้  หากขาดความรู้ ขาดความระมัดระวัง ในการใช้งาน  และการควบคุมดูแลแหล่งกำเนิดไฟ
เลข  3  คือ องค์ประกอบของไฟ  ( FIRE  TETRAHDRGN ) 1  เชื้อเพลิง  ( REDUCING AGENT ) 2  อากาศ  ( OXIDIZING AGENT ) 3  ความร้อน   ( TEMPERATURE  OR  HEAT )
ทฤษฎีการเกิดเพลิงไหม้ ไฟจะเกิดขึ้นได้ต้องประกอบด้วย   องค์ประกอบ  3  อย่าง คือ ออกซิเจน  21 %
ทฤษฎีการเกิดเพลิงไหม้ ไฟจะเกิดขึ้นได้ต้องประกอบด้วย   องค์ประกอบ  3  อย่าง คือ เชื้อเพลิง มี  3  ชนิด  -  เชื้อเพลิงแข็ง เช่น ถ่านหิน โปตัสเซียม -  เชื้อเพลิงเหลว เช่น น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล  -  เชื้อเพลิงก๊าซ เช่น ก๊าซธรรมชาติ  ( NGV  ,  LPG ) ออกซิเจน  21 %
ทฤษฎีการเกิดเพลิงไหม้ ไฟจะเกิดขึ้นได้ต้องประกอบด้วย   องค์ประกอบ  3  อย่าง คือ ความร้อน  ต้องสูงพอที่จะยกระดับอุณหภูมิของเชื้อเพลิง  ให้ถึงจุดติดไฟหรือจุดชวาลของเชื้อเพลิง ออกซิเจน  21 %
ทฤษฎีการเกิดเพลิงไหม้ ไฟจะเกิดขึ้นได้ต้องประกอบด้วย   องค์ประกอบ  3  อย่าง คือ อากาศ  ( OXIDIZING  AGENT ) -  ในบรรยากาศจะมีออกซิเจนในอัตราร้อยละ  21   ที่ตัวช่วยให้เกิดการเผาไหม้หรือการสันดาปเกิดขึ้น -  ถ้าออกซิเจนต่ำว่าร้อยละ  16   แล้วไฟจะไหม้ช้าลงหรือ ดับมอดในที่สุด ออกซิเจน  21 %
ทฤษฎีการเกิดเพลิงไหม้ ไฟจะเกิดขึ้นได้ต้องประกอบด้วย   องค์ประกอบ  3  อย่าง คือ ปฏิกิริยาลูกโซ่ ออกซิเจน  21 % เป็นขบวนการที่เกิดการที่สารที่เป็นเชื้อเพลิงได้รับปริมาณความร้อนจนเกิดรีดิ้วซิ่งเอเจ่นกับออกซิเจนในอากาศที่ได้รับความร้อน จนเกิดออกซิไดซ์ซิ่งเอเจ่น โดยเกิดการแลกเปลี่ยนอีเลคตรอน และเติมออกซิเจนเกิดการจุดประกายไฟอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดขบวนการเผาไหม้อย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นแล้วจะเกิดอย่างต่อเนื่องไปอย่างรวดเร็วเป็นลูกโซ่คายพลังความร้อนออกมาอย่างมากมาย
คือ จุดที่ปริมาณความร้อนเพียงพอให้เชื้อเพลิงเหลวหรือแข็งใดๆ คายไอหรือกลายเป็นไอ เข้าผสมกับอากาศอย่างได้สัดส่วนก็จะลุกไหม้วาบขึ้นชั่วขณะแล้วก็จะดับไป เพราะอัตราส่วนการระเหยของสารเชื้อเพลิงจากของแข็งหรือของเหลวน้อยเกินกว่าที่จะทำให้เกิดเปลวไฟอย่างต่อเนื่อง เชื้อเพลิง  จุดวาบไฟ เบนซิน  -  45  องศาฟาเรนไฮท์ น้ำมันก๊าด  100  องศาฟาเรนไฮท์ น้ำมันหมู  395  องศาฟาเรนไฮท์ กระดาษ  250-300  องศาฟาเรนไฮท์ ไม้  350-400  องศาฟาเรนไฮท์ จุดวาบไฟ  Flash Point
จุดลุกติดไฟ  Fire Point คือ จุดที่มีปริมาณความร้อนเพียงพอให้เชื้อเพลิงเหลวหรือแข็งใดๆ คายไอหรือกลายเป็นไอ เข้าผสมกับอากาศอย่างได้สัดส่วน และเกิดการลุกไหม้ขึ้นเมื่อมีเปลวไฟหรือประกายไฟที่เหมาะสม และเกิดการเผาไหม้อย่างต่อเนื่อง โดยปกติแล้วจุดติดไฟของสารเชื้อเพลิงจะสูงกว่าจุดวาบไฟมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของเชื้อเพลิงชนิดนั้นๆ
อัตราส่วนผสมในการติดไฟ Flammable  Range เจือจางเกินไป Too LEAN to burn ไอเชื้อเพลิง + ออกซิเจน Concentration ส่วนผสมติดไฟ Combustible เข้มข้นเกินไป Too RICH to burn 0% 100% LEL   จุดติดไฟต่ำสุด UEL  จุดติดไฟสูงสุด เข้มข้นเกินไป
เข้มข้นเกินไป Too RICH to burn ข้อเปรียบเทียบ ก๊าช  NGV ก๊าช  LPG น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล สถานะ เป็นก๊าช เป็นก๊าชและเก็บในรูปของเหลวที่ความดัน  7  บาร์ เป็นของเหลว เป็นของเหลว น้ำหนัก เบากว่าอากาศไม่มีการสะสมเมื่อเกิดการรั่วไหล หนักกว่าอากาศจึงเกิดการสะสมซึ่งเป็นอันตราย หนักกว่าอากาศ หนักกว่าอากาศ ขีดจำกัดการติดไฟ  ( Flammability limit,% โดยปริมาตร ) 5-15 % 2.0-9.5% 1.4-7.6% 0.6-7.5% อุณหภูมิติดไฟ  ( lgnition Temperature ) 650 o C 481 o C 275 o C 250 o C
การเกิดเหตุลุกไหม้พรึบ  ( BACKDRAFT ) ไฟที่ลุกไหม้ในห้องอย่างต่อเนื่องอย่างรุนแรงมาแล้วและในห้องนั้นขาดอากาศหรือมีการลุกไหม้คุกรุ่นภายในห้องที่ปิดสนิทความร้อนจะสูงจัดถึง  1 , 300 F  ไอสารเชื้อเพลิงต่าง ๆ สะสมไว้มากมายแต่องค์ประกอบสำคัญคือออกซิเจนมีน้อยกว่า  15 %  เมื่อมีออกซิเจนไหลเข้าไปการลุกไหม้ก็จะเกิดอย่างรุนแรง
การลุกไหม้อย่างฉับพลัน  ( FLASHOVER ) เป็นช่วงที่ต่อเนื่องจากระยะของไฟที่เผาไหม้อย่างต่อเนื่องในช่วงประมาณนาทีที่  6-7  การลุกไหม้อย่างฉับพลันปรากฏขึ้นเมื่อเปลวไปที่เกิดขึ้นเกิดการลุกไหม้อย่างรวดเร็วตามบริเวณพื้นผิวของห้องหรือพื้นห้อง
ระยะเวลาการเกิดเพลิง 2 .  ระยะปานกลาง ตั้งแต่  4  นาที ถึง  8  นาที  อุณภูมิประมาณ  600  C 0 1.  ระยะเริ่มต้น  ตั้งแต่  0  นาที ถึง  4  นาที  อุณภูมิประมาณ  400  C 0 3.  ระยะรุนแรง ตั้งแต่  8  นาทีเป็นต้นไป  อุณภูมิเกิน  600  C 0
การดับเพลิง 1.  การกำจัดออกซิเจนหรือ การอับอากาศ – คลุมดับ โดยการปิดกั้นออกซิเจนไม่ให้ไปรวมตัวกับไอของเชื้อเพลิง 2.  การขจัดเชื้อเพลิงหรือ การตัดการหนุนเนื่องของเชื้อเพลิง ทำได้โดยการแยกเชื้อเพลิงออกไปจากบริเวณที่เกิดเหตุ   3.  การลดอุณหภูมิ ความร้อนหรือ การหล่อเย็น   โดยทำให้อุณหภูมิของเชื้อเพลิงต่ำลงกว่าจุดวาบไฟ
การติดต่อลุกลามของไฟ -  การนำความร้อน  ( CONDUCTION )  -  การพาความร้อน  ( CONVECTION ) -  การแผ่รังสีความร้อน  ( RADIATION ) -  ลูกไฟกระเด็น หรือลอยไปตก
การติดต่อลุกลามของไฟ การนำความร้อน  ( CONDUCTION )   การที่ความร้อนเคลื่อนที่ไปตามโมเลกุลของโละหะที่เป็นตัวนำความร้อน  เช่น ทองแดง อะลูมิเนียม ทองเหลือง เงิน เหล็ก และอื่น ๆ อันเป็นสื่อหรือสะพานไฟทำให้ความร้อนเคลื่อนที่ไป ลุกไหม้วัสดุที่เป็นเชื้อเพลิงที่ทาบทับอยู่
การติดต่อลุกลามของไฟ การพาความร้อน  ( CONVECTION ) คือ การเคลื่อนที่ของความร้อนไปกับมวลอากาศที่อยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ ซึ่งการเคลื่อนที่ของความร้อน  จะไปตามแนวทิศทางลมขึ้นด้านบน เช่น การลอยตัวขึ้นเป็นดอกเห็ดขึ้นเพดานหรือขึ้นไปตามช่องบันได
การติดต่อลุกลามของไฟ การแผ่รังสีความร้อน  ( RADIATION ) การที่ความร้อนจะลอยตัวไปกับก๊าซไนโตรเจนที่เป็นส่วนผสมของอากาศร้อน ๆ และความร้อนที่ สะสมเวลานานๆ จะขยายวงกว้าง  วัตถุที่เป็นเชื้อเพลิงอยู่ใกล้ก็เกิดการสะสมความร้อนไว้ในตัวทำให้วัตถุคายไอออกมาผสมกับอากาศจนถึงการจุดติดเกิดขึ้นและลุกไหม้ได้
การติดต่อลุกลามของไฟ ลูกไฟกระเด็น หรือลอยไปตก คือเกิดจากขอบเขตความร้ายแรงของการเกิดเพลิงไหม้ และอำนาจจากการระเบิด  ซึ่งมักจะปรากฏว่าลูกไฟจะลอยไปตกคลังสินค้าลูกไฟลอยไปตกสถานีเติมน้ำมัน หรือคลังน้ำมันไฟไหม้ป่าลูกไฟจะลอยไปติดทำให้เกิดการลุกไหม้เป็นวงกว้าง
การจำแนกประเภทไฟ การจำแนกประเภทไฟตามมาตรฐาน  NFPA เพลิงที่เกิดจากวัตถุแข็งไหม้โดยทั่วไป  เช่น พวกถ่านไม้ ผ้าฝ้ายหรือพวกใยสังเคราะห์ กระดาษยาง และพลาสติกบางชนิด เชื้อเพลิงพวกนี้มีลักษณะและปฏิกิริยาในการเผาไหม้ที่จะคายไอออกมาตามผิวหน้า โดยที่เนื้อแท้ของเชื้อเพลิงยังไม่แปรสภาพเป็นของเหลว A
การจำแนกประเภทไฟตามมาตรฐาน  NFPA เพลิงเพลิงที่เกิดจากสารเชื้อเพลิงที่เป็นของเหลวและก๊าซ เป็นการเผาไหม้ที่เกิดจากเชื้อเพลิงพวกสารไฮโดรคาร์บอนทุกชนิด เช่น ก๊าซธรรมชาติ น้ำมันต่าง ลักษณะการลุกไหม้จะเป็นลักษณะที่เป็นก๊าซหรือของเหลวที่ขับไอออกมา ถ้าเป็นลักษณะแข็งตัวอยู่ก็จะหลอมเหลวและขับไอออกมา  อุณภูมิของสารประเภทนี้จะติดไฟได้ก็เมื่ออุณภูมิสูงกว่าจุดวาบไฟขึ้นไป B
การจำแนกประเภทไฟตามมาตรฐาน  NFPA เพลิงที่เกิดจากอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีกระแสไฟฟ้าไหลอยู่ เป็นการเผาไหม้ที่เกิดจากกระแสไฟฟ้า ที่เกิดการอาร์ค การใช้ไฟเกินกำลัง เมื่อเกิดการลุกไหม้ยังมีกระแสไฟฟ้าอยู่ แผงสวิทซ์ไฟฟ้า เครื่องแปรกระแสไฟฟ้าฯลฯลักษณะของการลุกไหม้จะเกิดความร้อนจากการอาร์คการ สปาร์ค หรือเกิดความร้อนจนโลหะที่เป็นตัวนำหลุดกระเด็นออกมาทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศเกิดการลุกไหม้เป็นลูกไฟขึ้น C
การจำแนกประเภทไฟตามมาตรฐาน  NFPA เพลิงที่เกิดจากโลหะติดไฟและสารเคมี เป็นการเผาไหม้ที่เกิดจากพวกโลหะที่ลุกไหม้และให้ความร้อนสูง พวกวัตถุระเบิด พวกที่ทำปฏิกิริยากับน้ำ เช่น แมกนีเซียม โซเดียม อลูมิเนียม โปตัสเซียมไนเตรท แอมโมเนียมไนเตรท เป็นต้น ลักษณะการลุกไหม้ของไฟประเภทนี้ให้ความร้อนสูงมากทำให้เกิดการติดต่อลุกลามอย่างรวดเร็ว บางครั้งเกิดการระเบิดขึ้น D
3.   ลดความสูญเสีย ด้วยการสำรวจตรวจตรา จัดทำเครื่องมือ  และฝึกปรือผู้ใช้ 3.1  สำรวจตรวจตรา 3.1.1  อุปกรณ์เตือนภัย 3.1.2  อุปกรณ์ไฟฟ้าส่องสว่างฉุกเฉิน 3.1.3  อุปกรณ์ดับเพลิงอัตโนมัติ
3.1.4  อุปกรณ์ดับเพลิงประจำอาคาร 3.1.5  ป้ายเตือน เพื่อความปลอดภัยต่าง ๆ  3.1.6  ป้ายบอกทางหนีไฟและอุปกรณ์ช่วยชีวิตฉุกเฉิน 3.   ลดความสูญเสีย ด้วยการสำรวจตรวจตรา จัดทำเครื่องมือ  และฝึกปรือผู้ใช้
3.2  จัดหาเครื่องมือ เมื่อสำรวจแล้วว่ายังขาดสิ่งใดควรจัดซื้อจัดหาตามความเหมาะสม 1.  อุปกรณ์แจ้งเหตุเพลิงไหม้ 2.  เครื่องดับเพลิงเคมีชนิดต่าง ๆ 3.  อุปกรณ์ฉุกเฉินที่ใช้หนีไฟ 4  อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลในการดับเพลิงและหนีไฟ 5.  จัดทำแผนไว้ก่อนเกิดเหตุ ฝึกซ้อมเป็นประจำสม่ำเสมอ
ลดความสูญเสีย 3.3  ฝึกปรือผู้ใช้ เมื่อมีอุปกรณ์แล้วควรฝึกอบรมให้บุคลากรมีความรู้โดยเน้นว่า  “ อย่าเพียงแต่ชมสาธิตแล้วคิดว่ารู้ คนจะรู้จริงต้องฝึก ”  และจะต้องทำแผนฉุกเฉินและทำการฝึกซ้อมตามแผนนั้น ๆ อย่างน้อย ปีละ  1   ครั้ง
ขั้นตอนทั้ง  4  เมื่อมีไฟไหม้ 1.  พบเหตุ  เมื่อพบเหตุเพลิงไหม้ให้แจ้งเหตุ 2.  แจ้งเหตุ  ให้แจ้งเพื่อนที่อยู่ใกล้แจ้งเหตุเพลิงไหม้ 3.  ระงับเหตุ  ด้วยเครื่องดับเพลิงแบบมือถือก่อนถ้าสามารถดับได้ 4.  หนีเหตุ  ให้รีบหนีทางช่องทางหนีไฟ  รักษาชีวิต  ตั้งจิตมั่นคง  หนีลงเสมอ  เจอควันคลานต่ำ  ย้ำไม่ใช้ลิฟต์ ชีวิตปลอดภัย
อุปกรณ์ดับเพลิงประจำอาคาร
หัวประปาน้ำดับเพลิง
หัวรับน้ำดับเพลิง  ( นอกอาคาร )
ตู้ดับเพลิง ชนิด  FIRE HOSE REEL
ตู้ดับเพลิง ชนิด  FIRE HOSE
ตู้ดับเพลิงแบบเก็บม้วนและหัวจ่ายน้ำดับเพลิง
เครื่องดับเพลิงปั่นไฟฟ้าสำรอง
เครื่องดับเพลิงภายในอาคาร
 
อุปกรณ์จับความร้อน
อุปกรณ์จับควัน
หัวจ่ายน้ำอัตโนมัติ
ไฟฉุกเฉิน
ไฟฉายความสว่างสูง
เครื่องดับเพลิง
แผนผัง
อุปกรณ์แจ้งเหตุ
อุปกรณ์กดแจ้ง
1. เครื่องดับเพลิงชนิดน้ำสะสมความดัน 2. เครื่องดับเพลิงชนิดกรดโซดา 3. เครื่องดับเพลิงชนิดโฟมเคมี 4. เครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้ง เครื่องดับเพลิงขั้นต้น  6  ชนิด ศูนย์ฝึกอบรมและเผยแพร่ งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลนครเชียงใหม่
 
เครื่องดับเพลิงชนิดน้ำสะสมความดัน คุณสมบัติ .-  ใช้ดับเพลิงประเภท  A ขนาดบรรจุ .- 2.5  แกลลอน  (10  ลิตร ) ตัวถังทำด้วย .- สเตนเลสขัดเงาไม่เป็นสนิม มีเกจ์วัดบอกแรงดัน  (  ประมาณ 100psi) ฉีดได้นาน .-  30  วินาที ฉีดได้ไกล .-  8-10  เมตร ข้อควรระวัง .-  เป็นสื่อไฟฟ้า ศูนย์ฝึกอบรมและเผยแพร่วิชาการ งานป้องกันฯ นครเชียงใหม่
เครื่องดับเพลิงชนิดกรดโซดา คุณสมบัติ .-  ใช้ดับเพลิงประเภท  A ขนาดบรรจุ .- 2.5  แกลลอน ตัวถังทำด้วย .-  เหล็ก ฉีดได้นาน .-  30  วินาที ฉีดได้ไกล .-  6 - 8  เมตร ข้อควรระวัง .-  เป็นสื่อไฟฟ้า ปัจจุบัน .  เลิกใช้แล้ว ศูนย์ฝึกอบรมและเผยแพร่วิชาการ งานป้องกันฯ นครเชียงใหม่
เครื่องดับเพลิงชนิดโฟมเคมี  คุณสมบัติ .-  ใช้ดับเพลิงประเภท  A  และ  B ในถังบรรจุน้ำยา  2  อย่างคือ โซเดียมไบคาร์บอนเนท และอลูมินั่มซันเพท ขนาดบรรจุ .- 2.5  แกลลอน  (10  ลิตร ) ตัวถังทำด้วย .-  เหล็ก ฉีดได้นาน .-  30  วินาที ฉีดได้ไกล .-  6 - 8  เมตร ข้อควรระวัง .-  เป็นสื่อไฟฟ้า  ศูนย์ฝึกอบรมและเผยแพร่วิชาการ งานป้องกันฯ นครเชียงใหม่
เครื่องดับเพลิงโฟมเคมี Chemical Foam -  โปรตีนโฟม  3-6  % -  โ ฟ มต้านอแลกอฮอล์  ARC -  โฟมสังเคราะห์  FFFFP -  โฟมสังเคราะห์  AFFF
โฟมชนิดธรรมดา   (Regular foam) -  โปรตีนโฟม   Fluoroprotein foam concentrate -  โฟมสังเคราะห์   Synthetic foam concentrate -  AFFF  (Aqueous Film Forming Foam agent) -  FFFFP  (Film Forming Fluoroprotein Foam)   บางที่เรียก   FFFP โฟมชนิดที่ทนต่อแอลกอฮอล์   (Alcohol resistant foam ) -  AFFF  +  ARC  (Aqueous Film Forming Foam agent – Alcohol      Resistant Concentrate) -  FFFFP  (Film Forming Fluoroprotein Foam – Alcohol Resistant    Concentrate) โฟมเคมีชนิดต่าง ๆ
คุณสมบัติ .-  ใช้ดับเพลิงประเภท  A,B,C ขนาดบรรจุ .- 5 - 20  ปอนด์ ตัวถังทำด้วย .-  เหล็ก มีเกจ์วัดบอกความดัน ฉีดได้นาน .-  6 - 20  วินาที ฉีดได้ไกล . 8 - 10  ม .  ( ระยะหวังผล  3-4  เมตร ) ข้อควรระวัง .-  สกปรก เป็นอันตรายต่ออาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ ควรติดตั้งในที่ร่ม สูงจากพื้นไม่เกิน  1.50  เมตร ศูนย์ฝึกอบรมและเผยแพร่วิชาการ งานป้องกันฯ นครเชียงใหม่ เครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้งแบบสะสมแรงดัน
ชนิดของผงเคมีแห้ง Na 2 CO3  -  โซเดียมไบคาร์บอเนต  K2CO3 -  โปตัสเซี่ยมไบคาร์บอเนต KCIO2 -  โปตัสเซียมคลอไรด์ Na H CO3 -  โมโนโซเดียมคาร์บอเนต NH4 H PO3 -  แอมโมเนียฟอสเฟต
เครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมีชนิดของผงเคมีแห้ง Dry Powder Or Dry Chemical .   Na   2CO 3  โซเดียมไบคาร์บอเนต   K   2CO 3   โปตัสเซี่ยมไบคาร์บอเนต K   ClO 2   โปตัสเซี่ยมคลอไรด์ Na H   CO 3  โมโนโซเดียมคาร์บอเนต NH 4  H   PO 3  แอมโมเนียฟอสเฟต
คุณสมบัติ .-  ใช้ดับเพลิงประเภท  B,C ขนาดบรรจุ .- 5 -15  ปอนด์ ตัวถังทำด้วย .-  เหล็กหล่อไร้ตะเข็บทนแรงดันได้สูง ฉีดได้นาน .- 10-25  วินาที  ( เป็นเกล็ดน้ำแข็งคล้ายหิมะ ) ฉีดได้ไกล .-  2 -3  เมตร (  ระยะหวังผล  1  เมตร  ) ประสิทธิภาพในการดับเป็นตัวลดอุณหภูมิ  ไม่สกปรก ข้อควรระวัง ไม่ควรติดตั้งสูง และในที่ร้อนจัด  เหมาะสำหรับติดตั้งในห้องครัว ห้องช่าง ห้องทดลอง เป็นต้น ศูนย์ฝึกอบรมและเผยแพร่วิชาการ งานป้องกันฯ นครเชียงใหม่
คุณสมบัติ .-  ใช้ดับเพลิงประเภท  A,B,C ขนาดบรรจุ .- 5 -20  ปอนด์ ตัวถังทำด้วย .-  เหล็ก มีเกจ์วัดบอกความดัน ฉีดได้นาน .-  10-18  วินาที  (  ฉีดได้หลายครั้ง ) ฉีดได้ไกล .-  5 - 8  เมตร (  ระยะหวังผล  3  เมตร  ) ประสิทธิภาพในการดับไฟสูง  ไม่เป็นสื่อไฟฟ้า ไม่สกปรก ข้อควรระวัง ระบบหายใจสูดดมแก๊สพิษ และ สารพิษ  เหมาะสำหรับติดตั้งในห้องคอมพิวเตอร์ ห้องช่าง ห้องควบคุมไฟฟ้า ศูนย์ฝึกอบรมและเผยแพร่วิชาการ งานป้องกันฯ นครเชียงใหม่
 
 
 
วิธีใช้เครื่องดับเพลิงชนิดมือถือ 1.  ดึง  สลักนิรภัยออก 2.  ปลดสายฉีดออก 3. กดหรือบีบคัน บังคับ 4. ฉีดไปที่ฐานของเพลิง
การดับไฟตามพื้น Spill Fire   เทคนิคการดับไฟในสถานการณ์ต่างๆ
การดับไฟที่มีสิ่งกีดขวาง Obstacles Fire เทคนิคการดับไฟในสถานการณ์ต่างๆ
การดับไฟแอ่งที่มีความลึก Fire in Depth เทคนิคการดับไฟในสถานการณ์ต่างๆ
การดับไฟแอ่งที่มีความลึก และมีสิ่งกีดขวาง Obstacles Depth เทคนิคการดับไฟในสถานการณ์ต่างๆ
การดับไฟ  3  มิติ Three Dimensional Fire เทคนิคการดับไฟในสถานการณ์ต่างๆ
การดับไฟรั่วไหลจาก ด้านบนลงสู่ด้านล่าง Gravity Fire เทคนิคการดับไฟในสถานการณ์ต่างๆ
การดับไฟที่มีแรงดัน Pressure Fire 1 เทคนิคการดับไฟในสถานการณ์ต่างๆ
วิธีตรวจสอบเครื่องดับเพลิงชนิดสะสมแรงดัน 1.  ตรวจเกจ์วัดความดันเครื่องดับเพลิง 2.  สายฉีดมีแมลงเข้ามาทำรังหรือไม่ 3.  ผงเคมีจับตัวเป็นก้อนแข็งตัวหรือไม่ 4.  เปลี่ยนผงเคมีครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ 5.  น้ำหนักลดลงหรือไม่  (BCF,CO2) 6.  ติดตั้งในที่เห็นชัดเจน ในที่ร่ม  7.  สูงจากพื้นถึงบนสุดไม่เกิน  1.50  เมตร เกจ์วัดความดัน ศูนย์ฝึกอบรมและเผยแพร่วิชาการ งานป้องกันฯ นครเชียงใหม่
มาตรวัดแรงดัน ใช้ได้ ใช้ไม่ได้
ข้อควรระวังในการใช้เครื่องดับเพลิง ก่อนนำเครื่องดับเพลิงไปใช้ ต้องมั่นใจว่าเครื่องดับเพลิงใช้ได้ และตรงประเภทของไฟ ควรฉีดเมื่อเห็นแสงไฟเท่านั้น ระวังอันตรายจากแก๊สพิษ  ควันไฟ  และการขาดอากาศหายใจ ไม่ควรเข้าดับไฟคนเดียว ไม่มั่นใจ อย่าเสี่ยง ศูนย์ฝึกอบรมและเผยแพร่วิชาการ งานป้องกันฯ นครเชียงใหม่
วิธีฉีดเครื่องดับเพลิงมือถือ
ศูนย์ฝึกอบรมและเผยแพร่วิชาการ งานป้องกันฯ นครเชียงใหม่ วิธีฉีดเครื่องดับเพลิงมือถือ
วิธีฉีดเครื่องดับเพลิงมือถือ
ศูนย์ฝึกอบรมและเผยแพร่วิชาการ งานป้องกันฯ นครเชียงใหม่ วิธีฉีดเครื่องดับเพลิงมือถือ
วิธีฉีดเครื่องดับเพลิงมือถือ
วิธีฉีดเครื่องดับเพลิงมือถือ
 

ดับเพลิง

  • 1.
  • 2.
    สิ่งที่ควรรู้ ไฟ เป็นพลังงานชนิดหนึ่ง ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ต่อมนุษย์อย่างมหาศาล แต่ ไฟ อาจก่อให้เกิดภัยอย่างมหันต์ได้ หากขาดความรู้ความระมัดระวังและการควบคุม 1. อันตรายจากไฟไหม้ 2. การป้องกันและระงับอัคคีภัย 3. ขั้นตอนทั้ง 4 เมื่อมีไฟไหม้ 4. หลัก 5 เพื่อป้องกันภัย 5. บัญญัติ 10 ประการในอาคารสูง
  • 3.
    1. อันตรายจากไฟไหม้จะมีควันและมืดไม่สามารถมองเห็นอะไรได้ ความมืดนั้นอาจเนื่องจาก - อยู่ภายในอาคารไฟไหม้กระแสไฟจะถูกตัด - หมอกควันหนาแน่น - เป็นเวลากลางคืน
  • 4.
    1. อันตรายจากไฟไหม้วิธีการแก้ไข - ติดตั้งอุปกรณ์ไฟส่องสว่าง ( Emergency Light ) - เตรียมไฟฉายที่มีกำลังส่องสว่างสู ง - ฝึกซ้อมหนีไฟเมื่อไม่มีแสงสว่าง
  • 5.
    2. อันตรายจากไฟไหม้จะมีแก๊สพิษและควันไฟผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บในเหตุเพลิงไหม้ประมาณ ร้อยละ 90 เป็นผล มาจากควันไฟ ซึ่งมีทั้งก๊าซพิษและทำให้ขาดออกซิเจนที่ใช้หายใจ
  • 6.
    2. อันตรายจากไฟไหม้จะมีแก๊สพิษและควันไฟวิธีการแก้ไข - จัดเตรียมหน้ากากป้องกันควันพิษเพื่อหนีไฟ - ใช้ถุงพลาสติกใส ตักอากาศคลุมศีรษะฝ่าควันไฟ - คลานต่ำ อากาศพอหายใจอยู่ใกล้พื้น 1 ฟุต - ควรหนีออกจากที่เกิดเหตุให้เร็วที่สุด ไปยังจุดรวมพล - ไม่ควรย้อนกลับเข้าไปในที่เกิดเหตุอีก
  • 7.
    การป้องกันและระงับอัคคีภัย เมื่อรู้อันตรายจากไฟไหม้แล้ว การป้องกันไม่ให้เกิดจะเป็นหนทางแรกที่ประชาชนทุกคนควรเลือกปฏิบัติ ซึ่งการป้องกันนั้นมีหลักอยู่ว่า 1. กำจัดสาเหตุ 2. คุมเขตลุกลาม 3. ลดความสูญเสีย
  • 8.
    - ความประมาทในการใช้เชื้อเพลิงการใช้ความร้อน การใช้ไฟฟ้า - อุบัติเหตุ ทั้งโดยธรรมชาติ และเกิดจากมนุษย์เป็นผู้กระทำ - การติดต่อลุกลาม การนำ การพา การแผ่รังสีความร้อน ลูกไฟ - การสันดาปลุกไหม้ขึ้นเอง หรือการทำปฏิกิริยาทางเคมีของสาร - การวางเพลิง ทั้งทางตรงและทางอ้อม 1. กำจัดสาเหตุ
  • 9.
    ให้รีบระงับ ยับยั้งไฟ ด้วยการทำความเข้าใจในตัวเลข “ 3-4-6 ” เดินชิดขวารักษาชีวิตหลักการ - เลข 3 คือ องค์ประกอบของไฟ 3 อย่าง - เลข 4 คือ ประเภทของไฟ ABCD - เลข 6 คือ เครื่องดับเพลิงแบบมือถือ 6 ชนิด 2. คุมเขตลุกลาม
  • 10.
    ความหมายของไฟ (DEFINTION OF RIRE ) ไฟ เป็นพลังงานชนิดหนึ่งซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ต่อมนุษย์อย่างมหาศาล เพราะไฟเป็นต้นกำเนิดของพลังงานต่าง ๆ ที่มนุษย์นำไปใช้ในชีวิต ประจำวัน แต่ไฟ ก็อาจก่อให้เกิดภัยอย่างมหันต์ได้ หากขาดความรู้ ขาดความระมัดระวัง ในการใช้งาน และการควบคุมดูแลแหล่งกำเนิดไฟ
  • 11.
    เลข 3 คือ องค์ประกอบของไฟ ( FIRE TETRAHDRGN ) 1 เชื้อเพลิง ( REDUCING AGENT ) 2 อากาศ ( OXIDIZING AGENT ) 3 ความร้อน ( TEMPERATURE OR HEAT )
  • 12.
  • 13.
    ทฤษฎีการเกิดเพลิงไหม้ ไฟจะเกิดขึ้นได้ต้องประกอบด้วย องค์ประกอบ 3 อย่าง คือ เชื้อเพลิง มี 3 ชนิด - เชื้อเพลิงแข็ง เช่น ถ่านหิน โปตัสเซียม - เชื้อเพลิงเหลว เช่น น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล - เชื้อเพลิงก๊าซ เช่น ก๊าซธรรมชาติ ( NGV , LPG ) ออกซิเจน 21 %
  • 14.
    ทฤษฎีการเกิดเพลิงไหม้ ไฟจะเกิดขึ้นได้ต้องประกอบด้วย องค์ประกอบ 3 อย่าง คือ ความร้อน ต้องสูงพอที่จะยกระดับอุณหภูมิของเชื้อเพลิง ให้ถึงจุดติดไฟหรือจุดชวาลของเชื้อเพลิง ออกซิเจน 21 %
  • 15.
    ทฤษฎีการเกิดเพลิงไหม้ ไฟจะเกิดขึ้นได้ต้องประกอบด้วย องค์ประกอบ 3 อย่าง คือ อากาศ ( OXIDIZING AGENT ) - ในบรรยากาศจะมีออกซิเจนในอัตราร้อยละ 21 ที่ตัวช่วยให้เกิดการเผาไหม้หรือการสันดาปเกิดขึ้น - ถ้าออกซิเจนต่ำว่าร้อยละ 16 แล้วไฟจะไหม้ช้าลงหรือ ดับมอดในที่สุด ออกซิเจน 21 %
  • 16.
    ทฤษฎีการเกิดเพลิงไหม้ ไฟจะเกิดขึ้นได้ต้องประกอบด้วย องค์ประกอบ 3 อย่าง คือ ปฏิกิริยาลูกโซ่ ออกซิเจน 21 % เป็นขบวนการที่เกิดการที่สารที่เป็นเชื้อเพลิงได้รับปริมาณความร้อนจนเกิดรีดิ้วซิ่งเอเจ่นกับออกซิเจนในอากาศที่ได้รับความร้อน จนเกิดออกซิไดซ์ซิ่งเอเจ่น โดยเกิดการแลกเปลี่ยนอีเลคตรอน และเติมออกซิเจนเกิดการจุดประกายไฟอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดขบวนการเผาไหม้อย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นแล้วจะเกิดอย่างต่อเนื่องไปอย่างรวดเร็วเป็นลูกโซ่คายพลังความร้อนออกมาอย่างมากมาย
  • 17.
    คือ จุดที่ปริมาณความร้อนเพียงพอให้เชื้อเพลิงเหลวหรือแข็งใดๆ คายไอหรือกลายเป็นไอเข้าผสมกับอากาศอย่างได้สัดส่วนก็จะลุกไหม้วาบขึ้นชั่วขณะแล้วก็จะดับไป เพราะอัตราส่วนการระเหยของสารเชื้อเพลิงจากของแข็งหรือของเหลวน้อยเกินกว่าที่จะทำให้เกิดเปลวไฟอย่างต่อเนื่อง เชื้อเพลิง จุดวาบไฟ เบนซิน - 45 องศาฟาเรนไฮท์ น้ำมันก๊าด 100 องศาฟาเรนไฮท์ น้ำมันหมู 395 องศาฟาเรนไฮท์ กระดาษ 250-300 องศาฟาเรนไฮท์ ไม้ 350-400 องศาฟาเรนไฮท์ จุดวาบไฟ Flash Point
  • 18.
    จุดลุกติดไฟ FirePoint คือ จุดที่มีปริมาณความร้อนเพียงพอให้เชื้อเพลิงเหลวหรือแข็งใดๆ คายไอหรือกลายเป็นไอ เข้าผสมกับอากาศอย่างได้สัดส่วน และเกิดการลุกไหม้ขึ้นเมื่อมีเปลวไฟหรือประกายไฟที่เหมาะสม และเกิดการเผาไหม้อย่างต่อเนื่อง โดยปกติแล้วจุดติดไฟของสารเชื้อเพลิงจะสูงกว่าจุดวาบไฟมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของเชื้อเพลิงชนิดนั้นๆ
  • 19.
    อัตราส่วนผสมในการติดไฟ Flammable Range เจือจางเกินไป Too LEAN to burn ไอเชื้อเพลิง + ออกซิเจน Concentration ส่วนผสมติดไฟ Combustible เข้มข้นเกินไป Too RICH to burn 0% 100% LEL จุดติดไฟต่ำสุด UEL จุดติดไฟสูงสุด เข้มข้นเกินไป
  • 20.
    เข้มข้นเกินไป Too RICHto burn ข้อเปรียบเทียบ ก๊าช NGV ก๊าช LPG น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล สถานะ เป็นก๊าช เป็นก๊าชและเก็บในรูปของเหลวที่ความดัน 7 บาร์ เป็นของเหลว เป็นของเหลว น้ำหนัก เบากว่าอากาศไม่มีการสะสมเมื่อเกิดการรั่วไหล หนักกว่าอากาศจึงเกิดการสะสมซึ่งเป็นอันตราย หนักกว่าอากาศ หนักกว่าอากาศ ขีดจำกัดการติดไฟ ( Flammability limit,% โดยปริมาตร ) 5-15 % 2.0-9.5% 1.4-7.6% 0.6-7.5% อุณหภูมิติดไฟ ( lgnition Temperature ) 650 o C 481 o C 275 o C 250 o C
  • 21.
    การเกิดเหตุลุกไหม้พรึบ (BACKDRAFT ) ไฟที่ลุกไหม้ในห้องอย่างต่อเนื่องอย่างรุนแรงมาแล้วและในห้องนั้นขาดอากาศหรือมีการลุกไหม้คุกรุ่นภายในห้องที่ปิดสนิทความร้อนจะสูงจัดถึง 1 , 300 F ไอสารเชื้อเพลิงต่าง ๆ สะสมไว้มากมายแต่องค์ประกอบสำคัญคือออกซิเจนมีน้อยกว่า 15 % เมื่อมีออกซิเจนไหลเข้าไปการลุกไหม้ก็จะเกิดอย่างรุนแรง
  • 22.
    การลุกไหม้อย่างฉับพลัน (FLASHOVER ) เป็นช่วงที่ต่อเนื่องจากระยะของไฟที่เผาไหม้อย่างต่อเนื่องในช่วงประมาณนาทีที่ 6-7 การลุกไหม้อย่างฉับพลันปรากฏขึ้นเมื่อเปลวไปที่เกิดขึ้นเกิดการลุกไหม้อย่างรวดเร็วตามบริเวณพื้นผิวของห้องหรือพื้นห้อง
  • 23.
    ระยะเวลาการเกิดเพลิง 2 . ระยะปานกลาง ตั้งแต่ 4 นาที ถึง 8 นาที อุณภูมิประมาณ 600 C 0 1. ระยะเริ่มต้น ตั้งแต่ 0 นาที ถึง 4 นาที อุณภูมิประมาณ 400 C 0 3. ระยะรุนแรง ตั้งแต่ 8 นาทีเป็นต้นไป อุณภูมิเกิน 600 C 0
  • 24.
    การดับเพลิง 1. การกำจัดออกซิเจนหรือ การอับอากาศ – คลุมดับ โดยการปิดกั้นออกซิเจนไม่ให้ไปรวมตัวกับไอของเชื้อเพลิง 2. การขจัดเชื้อเพลิงหรือ การตัดการหนุนเนื่องของเชื้อเพลิง ทำได้โดยการแยกเชื้อเพลิงออกไปจากบริเวณที่เกิดเหตุ 3. การลดอุณหภูมิ ความร้อนหรือ การหล่อเย็น โดยทำให้อุณหภูมิของเชื้อเพลิงต่ำลงกว่าจุดวาบไฟ
  • 25.
    การติดต่อลุกลามของไฟ - การนำความร้อน ( CONDUCTION ) - การพาความร้อน ( CONVECTION ) - การแผ่รังสีความร้อน ( RADIATION ) - ลูกไฟกระเด็น หรือลอยไปตก
  • 26.
    การติดต่อลุกลามของไฟ การนำความร้อน ( CONDUCTION ) การที่ความร้อนเคลื่อนที่ไปตามโมเลกุลของโละหะที่เป็นตัวนำความร้อน เช่น ทองแดง อะลูมิเนียม ทองเหลือง เงิน เหล็ก และอื่น ๆ อันเป็นสื่อหรือสะพานไฟทำให้ความร้อนเคลื่อนที่ไป ลุกไหม้วัสดุที่เป็นเชื้อเพลิงที่ทาบทับอยู่
  • 27.
    การติดต่อลุกลามของไฟ การพาความร้อน ( CONVECTION ) คือ การเคลื่อนที่ของความร้อนไปกับมวลอากาศที่อยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ ซึ่งการเคลื่อนที่ของความร้อน จะไปตามแนวทิศทางลมขึ้นด้านบน เช่น การลอยตัวขึ้นเป็นดอกเห็ดขึ้นเพดานหรือขึ้นไปตามช่องบันได
  • 28.
    การติดต่อลุกลามของไฟ การแผ่รังสีความร้อน ( RADIATION ) การที่ความร้อนจะลอยตัวไปกับก๊าซไนโตรเจนที่เป็นส่วนผสมของอากาศร้อน ๆ และความร้อนที่ สะสมเวลานานๆ จะขยายวงกว้าง วัตถุที่เป็นเชื้อเพลิงอยู่ใกล้ก็เกิดการสะสมความร้อนไว้ในตัวทำให้วัตถุคายไอออกมาผสมกับอากาศจนถึงการจุดติดเกิดขึ้นและลุกไหม้ได้
  • 29.
    การติดต่อลุกลามของไฟ ลูกไฟกระเด็น หรือลอยไปตกคือเกิดจากขอบเขตความร้ายแรงของการเกิดเพลิงไหม้ และอำนาจจากการระเบิด ซึ่งมักจะปรากฏว่าลูกไฟจะลอยไปตกคลังสินค้าลูกไฟลอยไปตกสถานีเติมน้ำมัน หรือคลังน้ำมันไฟไหม้ป่าลูกไฟจะลอยไปติดทำให้เกิดการลุกไหม้เป็นวงกว้าง
  • 30.
    การจำแนกประเภทไฟ การจำแนกประเภทไฟตามมาตรฐาน NFPA เพลิงที่เกิดจากวัตถุแข็งไหม้โดยทั่วไป เช่น พวกถ่านไม้ ผ้าฝ้ายหรือพวกใยสังเคราะห์ กระดาษยาง และพลาสติกบางชนิด เชื้อเพลิงพวกนี้มีลักษณะและปฏิกิริยาในการเผาไหม้ที่จะคายไอออกมาตามผิวหน้า โดยที่เนื้อแท้ของเชื้อเพลิงยังไม่แปรสภาพเป็นของเหลว A
  • 31.
    การจำแนกประเภทไฟตามมาตรฐาน NFPAเพลิงเพลิงที่เกิดจากสารเชื้อเพลิงที่เป็นของเหลวและก๊าซ เป็นการเผาไหม้ที่เกิดจากเชื้อเพลิงพวกสารไฮโดรคาร์บอนทุกชนิด เช่น ก๊าซธรรมชาติ น้ำมันต่าง ลักษณะการลุกไหม้จะเป็นลักษณะที่เป็นก๊าซหรือของเหลวที่ขับไอออกมา ถ้าเป็นลักษณะแข็งตัวอยู่ก็จะหลอมเหลวและขับไอออกมา อุณภูมิของสารประเภทนี้จะติดไฟได้ก็เมื่ออุณภูมิสูงกว่าจุดวาบไฟขึ้นไป B
  • 32.
    การจำแนกประเภทไฟตามมาตรฐาน NFPAเพลิงที่เกิดจากอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีกระแสไฟฟ้าไหลอยู่ เป็นการเผาไหม้ที่เกิดจากกระแสไฟฟ้า ที่เกิดการอาร์ค การใช้ไฟเกินกำลัง เมื่อเกิดการลุกไหม้ยังมีกระแสไฟฟ้าอยู่ แผงสวิทซ์ไฟฟ้า เครื่องแปรกระแสไฟฟ้าฯลฯลักษณะของการลุกไหม้จะเกิดความร้อนจากการอาร์คการ สปาร์ค หรือเกิดความร้อนจนโลหะที่เป็นตัวนำหลุดกระเด็นออกมาทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศเกิดการลุกไหม้เป็นลูกไฟขึ้น C
  • 33.
    การจำแนกประเภทไฟตามมาตรฐาน NFPAเพลิงที่เกิดจากโลหะติดไฟและสารเคมี เป็นการเผาไหม้ที่เกิดจากพวกโลหะที่ลุกไหม้และให้ความร้อนสูง พวกวัตถุระเบิด พวกที่ทำปฏิกิริยากับน้ำ เช่น แมกนีเซียม โซเดียม อลูมิเนียม โปตัสเซียมไนเตรท แอมโมเนียมไนเตรท เป็นต้น ลักษณะการลุกไหม้ของไฟประเภทนี้ให้ความร้อนสูงมากทำให้เกิดการติดต่อลุกลามอย่างรวดเร็ว บางครั้งเกิดการระเบิดขึ้น D
  • 34.
    3. ลดความสูญเสีย ด้วยการสำรวจตรวจตรา จัดทำเครื่องมือ และฝึกปรือผู้ใช้ 3.1 สำรวจตรวจตรา 3.1.1 อุปกรณ์เตือนภัย 3.1.2 อุปกรณ์ไฟฟ้าส่องสว่างฉุกเฉิน 3.1.3 อุปกรณ์ดับเพลิงอัตโนมัติ
  • 35.
    3.1.4 อุปกรณ์ดับเพลิงประจำอาคาร3.1.5 ป้ายเตือน เพื่อความปลอดภัยต่าง ๆ 3.1.6 ป้ายบอกทางหนีไฟและอุปกรณ์ช่วยชีวิตฉุกเฉิน 3. ลดความสูญเสีย ด้วยการสำรวจตรวจตรา จัดทำเครื่องมือ และฝึกปรือผู้ใช้
  • 36.
    3.2 จัดหาเครื่องมือเมื่อสำรวจแล้วว่ายังขาดสิ่งใดควรจัดซื้อจัดหาตามความเหมาะสม 1. อุปกรณ์แจ้งเหตุเพลิงไหม้ 2. เครื่องดับเพลิงเคมีชนิดต่าง ๆ 3. อุปกรณ์ฉุกเฉินที่ใช้หนีไฟ 4 อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลในการดับเพลิงและหนีไฟ 5. จัดทำแผนไว้ก่อนเกิดเหตุ ฝึกซ้อมเป็นประจำสม่ำเสมอ
  • 37.
    ลดความสูญเสีย 3.3 ฝึกปรือผู้ใช้ เมื่อมีอุปกรณ์แล้วควรฝึกอบรมให้บุคลากรมีความรู้โดยเน้นว่า “ อย่าเพียงแต่ชมสาธิตแล้วคิดว่ารู้ คนจะรู้จริงต้องฝึก ” และจะต้องทำแผนฉุกเฉินและทำการฝึกซ้อมตามแผนนั้น ๆ อย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง
  • 38.
    ขั้นตอนทั้ง 4 เมื่อมีไฟไหม้ 1. พบเหตุ เมื่อพบเหตุเพลิงไหม้ให้แจ้งเหตุ 2. แจ้งเหตุ ให้แจ้งเพื่อนที่อยู่ใกล้แจ้งเหตุเพลิงไหม้ 3. ระงับเหตุ ด้วยเครื่องดับเพลิงแบบมือถือก่อนถ้าสามารถดับได้ 4. หนีเหตุ ให้รีบหนีทางช่องทางหนีไฟ รักษาชีวิต ตั้งจิตมั่นคง หนีลงเสมอ เจอควันคลานต่ำ ย้ำไม่ใช้ลิฟต์ ชีวิตปลอดภัย
  • 39.
  • 40.
  • 41.
  • 42.
  • 43.
  • 44.
  • 45.
  • 46.
  • 47.
  • 48.
  • 49.
  • 50.
  • 51.
  • 52.
  • 53.
  • 54.
  • 55.
  • 56.
  • 57.
    1. เครื่องดับเพลิงชนิดน้ำสะสมความดัน 2.เครื่องดับเพลิงชนิดกรดโซดา 3. เครื่องดับเพลิงชนิดโฟมเคมี 4. เครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้ง เครื่องดับเพลิงขั้นต้น 6 ชนิด ศูนย์ฝึกอบรมและเผยแพร่ งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลนครเชียงใหม่
  • 58.
  • 59.
    เครื่องดับเพลิงชนิดน้ำสะสมความดัน คุณสมบัติ .- ใช้ดับเพลิงประเภท A ขนาดบรรจุ .- 2.5 แกลลอน (10 ลิตร ) ตัวถังทำด้วย .- สเตนเลสขัดเงาไม่เป็นสนิม มีเกจ์วัดบอกแรงดัน ( ประมาณ 100psi) ฉีดได้นาน .- 30 วินาที ฉีดได้ไกล .- 8-10 เมตร ข้อควรระวัง .- เป็นสื่อไฟฟ้า ศูนย์ฝึกอบรมและเผยแพร่วิชาการ งานป้องกันฯ นครเชียงใหม่
  • 60.
    เครื่องดับเพลิงชนิดกรดโซดา คุณสมบัติ .- ใช้ดับเพลิงประเภท A ขนาดบรรจุ .- 2.5 แกลลอน ตัวถังทำด้วย .- เหล็ก ฉีดได้นาน .- 30 วินาที ฉีดได้ไกล .- 6 - 8 เมตร ข้อควรระวัง .- เป็นสื่อไฟฟ้า ปัจจุบัน . เลิกใช้แล้ว ศูนย์ฝึกอบรมและเผยแพร่วิชาการ งานป้องกันฯ นครเชียงใหม่
  • 61.
    เครื่องดับเพลิงชนิดโฟมเคมี คุณสมบัติ.- ใช้ดับเพลิงประเภท A และ B ในถังบรรจุน้ำยา 2 อย่างคือ โซเดียมไบคาร์บอนเนท และอลูมินั่มซันเพท ขนาดบรรจุ .- 2.5 แกลลอน (10 ลิตร ) ตัวถังทำด้วย .- เหล็ก ฉีดได้นาน .- 30 วินาที ฉีดได้ไกล .- 6 - 8 เมตร ข้อควรระวัง .- เป็นสื่อไฟฟ้า ศูนย์ฝึกอบรมและเผยแพร่วิชาการ งานป้องกันฯ นครเชียงใหม่
  • 62.
    เครื่องดับเพลิงโฟมเคมี Chemical Foam- โปรตีนโฟม 3-6 % - โ ฟ มต้านอแลกอฮอล์ ARC - โฟมสังเคราะห์ FFFFP - โฟมสังเคราะห์ AFFF
  • 63.
    โฟมชนิดธรรมดา (Regular foam) - โปรตีนโฟม Fluoroprotein foam concentrate - โฟมสังเคราะห์ Synthetic foam concentrate - AFFF (Aqueous Film Forming Foam agent) - FFFFP (Film Forming Fluoroprotein Foam) บางที่เรียก FFFP โฟมชนิดที่ทนต่อแอลกอฮอล์ (Alcohol resistant foam ) - AFFF + ARC (Aqueous Film Forming Foam agent – Alcohol Resistant Concentrate) - FFFFP (Film Forming Fluoroprotein Foam – Alcohol Resistant Concentrate) โฟมเคมีชนิดต่าง ๆ
  • 64.
    คุณสมบัติ .- ใช้ดับเพลิงประเภท A,B,C ขนาดบรรจุ .- 5 - 20 ปอนด์ ตัวถังทำด้วย .- เหล็ก มีเกจ์วัดบอกความดัน ฉีดได้นาน .- 6 - 20 วินาที ฉีดได้ไกล . 8 - 10 ม . ( ระยะหวังผล 3-4 เมตร ) ข้อควรระวัง .- สกปรก เป็นอันตรายต่ออาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ ควรติดตั้งในที่ร่ม สูงจากพื้นไม่เกิน 1.50 เมตร ศูนย์ฝึกอบรมและเผยแพร่วิชาการ งานป้องกันฯ นครเชียงใหม่ เครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้งแบบสะสมแรงดัน
  • 65.
    ชนิดของผงเคมีแห้ง Na 2CO3 - โซเดียมไบคาร์บอเนต K2CO3 - โปตัสเซี่ยมไบคาร์บอเนต KCIO2 - โปตัสเซียมคลอไรด์ Na H CO3 - โมโนโซเดียมคาร์บอเนต NH4 H PO3 - แอมโมเนียฟอสเฟต
  • 66.
    เครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมีชนิดของผงเคมีแห้ง Dry PowderOr Dry Chemical . Na 2CO 3 โซเดียมไบคาร์บอเนต K 2CO 3 โปตัสเซี่ยมไบคาร์บอเนต K ClO 2 โปตัสเซี่ยมคลอไรด์ Na H CO 3 โมโนโซเดียมคาร์บอเนต NH 4 H PO 3 แอมโมเนียฟอสเฟต
  • 67.
    คุณสมบัติ .- ใช้ดับเพลิงประเภท B,C ขนาดบรรจุ .- 5 -15 ปอนด์ ตัวถังทำด้วย .- เหล็กหล่อไร้ตะเข็บทนแรงดันได้สูง ฉีดได้นาน .- 10-25 วินาที ( เป็นเกล็ดน้ำแข็งคล้ายหิมะ ) ฉีดได้ไกล .- 2 -3 เมตร ( ระยะหวังผล 1 เมตร ) ประสิทธิภาพในการดับเป็นตัวลดอุณหภูมิ ไม่สกปรก ข้อควรระวัง ไม่ควรติดตั้งสูง และในที่ร้อนจัด เหมาะสำหรับติดตั้งในห้องครัว ห้องช่าง ห้องทดลอง เป็นต้น ศูนย์ฝึกอบรมและเผยแพร่วิชาการ งานป้องกันฯ นครเชียงใหม่
  • 68.
    คุณสมบัติ .- ใช้ดับเพลิงประเภท A,B,C ขนาดบรรจุ .- 5 -20 ปอนด์ ตัวถังทำด้วย .- เหล็ก มีเกจ์วัดบอกความดัน ฉีดได้นาน .- 10-18 วินาที ( ฉีดได้หลายครั้ง ) ฉีดได้ไกล .- 5 - 8 เมตร ( ระยะหวังผล 3 เมตร ) ประสิทธิภาพในการดับไฟสูง ไม่เป็นสื่อไฟฟ้า ไม่สกปรก ข้อควรระวัง ระบบหายใจสูดดมแก๊สพิษ และ สารพิษ เหมาะสำหรับติดตั้งในห้องคอมพิวเตอร์ ห้องช่าง ห้องควบคุมไฟฟ้า ศูนย์ฝึกอบรมและเผยแพร่วิชาการ งานป้องกันฯ นครเชียงใหม่
  • 69.
  • 70.
  • 71.
  • 72.
    วิธีใช้เครื่องดับเพลิงชนิดมือถือ 1. ดึง สลักนิรภัยออก 2. ปลดสายฉีดออก 3. กดหรือบีบคัน บังคับ 4. ฉีดไปที่ฐานของเพลิง
  • 73.
    การดับไฟตามพื้น Spill Fire เทคนิคการดับไฟในสถานการณ์ต่างๆ
  • 74.
    การดับไฟที่มีสิ่งกีดขวาง Obstacles Fireเทคนิคการดับไฟในสถานการณ์ต่างๆ
  • 75.
    การดับไฟแอ่งที่มีความลึก Fire inDepth เทคนิคการดับไฟในสถานการณ์ต่างๆ
  • 76.
    การดับไฟแอ่งที่มีความลึก และมีสิ่งกีดขวาง ObstaclesDepth เทคนิคการดับไฟในสถานการณ์ต่างๆ
  • 77.
    การดับไฟ 3 มิติ Three Dimensional Fire เทคนิคการดับไฟในสถานการณ์ต่างๆ
  • 78.
    การดับไฟรั่วไหลจาก ด้านบนลงสู่ด้านล่าง GravityFire เทคนิคการดับไฟในสถานการณ์ต่างๆ
  • 79.
    การดับไฟที่มีแรงดัน Pressure Fire1 เทคนิคการดับไฟในสถานการณ์ต่างๆ
  • 80.
    วิธีตรวจสอบเครื่องดับเพลิงชนิดสะสมแรงดัน 1. ตรวจเกจ์วัดความดันเครื่องดับเพลิง 2. สายฉีดมีแมลงเข้ามาทำรังหรือไม่ 3. ผงเคมีจับตัวเป็นก้อนแข็งตัวหรือไม่ 4. เปลี่ยนผงเคมีครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ 5. น้ำหนักลดลงหรือไม่ (BCF,CO2) 6. ติดตั้งในที่เห็นชัดเจน ในที่ร่ม 7. สูงจากพื้นถึงบนสุดไม่เกิน 1.50 เมตร เกจ์วัดความดัน ศูนย์ฝึกอบรมและเผยแพร่วิชาการ งานป้องกันฯ นครเชียงใหม่
  • 81.
  • 82.
    ข้อควรระวังในการใช้เครื่องดับเพลิง ก่อนนำเครื่องดับเพลิงไปใช้ ต้องมั่นใจว่าเครื่องดับเพลิงใช้ได้และตรงประเภทของไฟ ควรฉีดเมื่อเห็นแสงไฟเท่านั้น ระวังอันตรายจากแก๊สพิษ ควันไฟ และการขาดอากาศหายใจ ไม่ควรเข้าดับไฟคนเดียว ไม่มั่นใจ อย่าเสี่ยง ศูนย์ฝึกอบรมและเผยแพร่วิชาการ งานป้องกันฯ นครเชียงใหม่
  • 83.
  • 84.
  • 85.
  • 86.
  • 87.
  • 88.
  • 89.