จิตวิทยาการแนะแนว
และการให้คาปรึกษา
จัดทาโดย
นิสิตหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู รุ่นที่ 2
ปีการศึกษา 2/2558 ห้องที่ 5 รุ่นที่ 2
อาจารย์ที่ปรึกษา รศ.มัณฑรา ธรรมบุศย์
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
การแนะแนว หมายถึง กระบวนการทางการศึกษาที่ช่วยให้ บุคคลรู้จัก และ
เข้าใจตนเองและสิ่งแวดล้อม สามารถนาตนเองได้แก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง และพัฒนา
ตนเองได้ตามศักยภาพ ปฏิบัติตนให้เป็นสมาชิกที่ดีของสังคม
การแนะแนวไม่ใช่การแนะนา อาจกล่าวได้ว่าการแนะแนวเป็นการช่วยเหลือ
ให้เขาสามารถช่วยตนเองได้
ความหมายของการแนะแนว
การที่วิชาการแนะแนวหรือปัจจุบันนี้นิยมเรียกว่า จิตวิทยาการแนะแนวเข้ามามีบทบาท
ในการศึกษามากขึ้นเนื่องจากเยาวชนเป็นผู้ที่มีความสาคัญต่อประเทศชาติ เพราะจะเป็นผู้ใหญ่ใน
อนาคต ซึ่งจะต้องรับผิดชอบประเทศชาติต่อไป จึงสมควรได้รับการส่งเสริมพัฒนาทุกๆด้าน ไม่
ว่าจะเป็นทางด้านร่างกายสติปัญญา อารมณ์สังคมและจิตใจ เพื่อช่วยให้เยาวชนเหล่านั้นสามารถ
ปรับตัวอยู่ในสักคมที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอยู่ตลอดเวลาได้อย่างมีความสุข และเป็น
บุคคลที่มีคุณสมบัติเป็นที่พึงประสงค์ของประเทศชาติ
ความสาคัญของการแนะแนว
ความมุ่งหมายของการแนะแนวสามารถจาแนกออกได้เป็น 2 ประเภทคือ
1.ความมุ่งหมายทั่วไป
2.ความมุ่งหมายเฉพาะ
ความมุ่งหมายของการแนะแนว
ความมุ่งหมายทั่วไป หมายถึง ความมุ่งหมายของการแนะแนวโดยส่านรวมนั่นคือ การแนะแนวไม่ว่า
จะจัด ณ สถานที่ใดก็ตามย่อมจะมีความมุ่งหมายทั่วไปเหมือนกัน หรืออาจจะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าหน้าที่ของการ
แนะแนวก็ได้ซึ่งมี 3 ประการด้วยกัน
1.เพื่อป้องกันปัญหา ( Prevention ) นั้นคือการแนะแนวมุ่งป้องกันไม่ให้นักเรียนเกิดปัญหาหรือความ
ยุ่งยากในการดาเนินชีวิตของตนเพราะปัญหาและความยุ่งยากต่างๆ นั้น สามารถป้องกันได้และการปล่อยให้
นักเรียนเกินปัญหาขึ้นมาแล้วค่อยตามแก่ไขช่วยเหลือภายหลังนั้นทาได้ยากและต้องใช้เวลานาน ในบางกรณี
อาจจะแก้ไขไม่ได้อีกด้วย
2.เพื่อแก้ไขปัญหา ( Curation ) นั้นคือ การแนะแนวมุ่งจะให้ความช่วยเหลือนักเรียนในการแก้ไข
ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับตน เพราะถ้าปล่อยให้นักเรียนประสบปัญหาโดยไม่ให้ความช่วยเหลือแล้ว นักเรียน
ย่อมจะไม่สามารถดารงตนอยู่ในสังคมอย่างปรกติสุขได้ และในบางครั้งอาจจะมีการปรับตัวที่ผิดๆ ทาให้เกิด
ปัญหาเพิ่มมากยิ่งขึ้น
ความมุ่งหมายของการแนะแนว (ต่อ)
3.เพื่อส่งเสริมพัฒนา ( Development ) นั่นคือการแนะแนวมุ่งจะให้การส่งเสริมนักเรียน
ทุกคนให้เกิดความเจริญงอกงามมีพัฒนาการในด้านต่างๆ อย่างสมบูรณ์ เพื่อให้นักเรียนแต่ละคน
จะได้รับการส่งเสริมและแสดงความสามารถในด้านต่างๆ ของตนออกมาอย่างเต็มที่ โดยไม่มีสิ่ง
ใดมาเป็นอุปสรรคขัดขวางความเจริญก้าวหน้าและพัฒนาการของนักเรียน
ความมุ่งหมายเฉพาะ หมายถึง ความมุ่งหมายของการแนะแนวที่สถานศึกษาซึ่งจัดให้มี
การบริการแนะแนวเป็นผู้กาหนดขึ้นมา เพื่อให้สอดคล้องกับปรัชญา เป้าหมายหลักสูตร และ
สภาพสังคมของสถานศึกษานั้นๆ แต่อย่างไรก็ตามความมุ่งหมายเฉพาะของการแนะแนวสาหลับ
สถานศึกษาแต่ละแห่งจะคล้ายคลึงกันไม่แตกต่างกันมากนัก
ความมุ่งหมายของการแนะแนว (ต่อ)
การแบ่งประเภทของการแนะแนวนั้น สามารถแบ่งได้มากมายตามลักษณะปัญหาของ
นักเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือ แต่ก็พอจะสรุปแบ่งกันแนะแนวออกเป็นประเภท
ใหญ่ๆ ได้3 ประเภท คือ
1.การแนะแนวการศึกษา
2.การแนะแนวอาชีพ
3.การแนะแนวด้านส่วนตัวและสังคม
ประเภทของการแนะแนว
การแนะแนวการศึกษา ( Educational Guidance )หมายถึง กระบวนการให้ความ
ช่วยเหลือนักเรียนในเรื่องที่เกี่ยวกับการศึกษาโดยเฉพาะ เช่น แนวทางการศึกษาต่อ การเลือก
โปรแกรมการเรียน การลงทะเบียน หลักสูตร การเรียนการสอน การวัดผลประเมินผลของ
โรงเรียน การค้นคว้าเขียนรายงาน การอ่านหนังสือ การเตรียมตัวสอบ การสร้างสมาธิในการเรียน
การเข้าร่วมกิจกรรมเสริมหลักสูตร
การให้บริการแนวแนวการศึกษา จะช่วยให้นักเรียนรู้จักเลือกและปรับตัวได้อย่าง
เหมาะสมในเรื่องการศึกษาเล่าเรียนของตน ทั้งยังช่วยให้นักเรียนสามารถวางแผนการศึกษาต่อ
ของตนได้อย่างเหมาะสมอีกด้วย
การแนะแนวการศึกษา
1.เพื่อช่วยให้นักเรียนได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักสูตรการเรียนการสอนการวักผลประเมินผล
ตลอดจนระเบียบกฎเกณฑ์ต่างๆ ของโรงเรียนเพื่อที่นักเรียนจะได้ปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้อง
2.เพื่อช่วยให้นักเรียนได้รูจักและเข้าใจตนเองอย่างถ่องแท้ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนสามารถตัดสินใจเลือก
แผนการเรียนได้อย่างถูกต้องตรงกับความเข้าใจ ความต้องการ ความถนัดและความสามารถของตน
3.เพื่อช่วยให้นักเรียนได้รับข้อสนเทศทางการศึกษาต่อในด้านต่างๆ คุณสมบัติของผู้ที่จะเข้าศึกษา
วิธีการเข้าการศึกษา จานวนที่รับ ค่าใช้จ่ายในการศึกษาเล่าเรียนและระยะเวลาที่ใช้ในการศึกษา เป็นต้น
4.เพื่อช่วยให้นักเรียนสามารถตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมเสริมหลักสูตรที่ทางโรงเรียนจักขึ้นได้อย่าง
เหมาะสม ซึ่งจะช่วยให้ความสามารถพิเศษของนักเรียนปรากฏเด่นชัดและได้รับการส่งเสริมพัฒนาอย่างเต็มที่
5.เฟื่อช่วยให้นักเรียนได้ประสบความสาเร็จในการศึกษาตามแผนการเรียนของตน
จุดมุ่งหมายของการแนะแนวการศึกษา
การแนะแนวอาชีพ ( Vocational Guidance )หมายถึงกระบวนการให้ความช่วยเหลือ
นักเรียนเกี่ยวกับการวางแผนและการตัดสินใจเลือกอาชีพ เพื่อช่วยให้นักเรียนได้คนพบอาชีพที่
เหมาะสมกับความสามารถ ความถนัด ความสนใจ และสภาพร่างกายของตน
การให้บริการแนะแนวอาชีพ จะช่วยให้นักเรียนได้ค้นพบและตัดสินใจเลือกอาชีพได้
อย่างถูกต้องซึ่งจะเป็นผลให้นักเรียนมีความพึงพอใจในงานของตน และมีชีวิตการทางานที่มี
ประสิทธิภาพ เป็นการช่วยให้ทรัพยากรมนุษย์ได้รับการส่งเสริมพัฒนาให้เกิดประโยชน์แก่สังคม
และประเทศชาติอย่างแท้จริง
การแนะแนวอาชีพ
1. เพื่อช่วยให้นักเรียนได้มองเห็นความสาคัญของอาชีพ
2. เพื่อช่วยให้นักเรียนได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอาชีพต่างๆ ที่มีอยู่ในท้องถิ่น และ
ในโลกกว้าง
3. เพื่อช่วยให้นักเรียนได้ตระหนักถึงอิทธิพลของสิ่งต่างๆ เช่น ความถนัด ความสนใจ
บุคลิกภาพระดับสติปัญญา สภาพร่างกาย ที่มีความสาคัญต่อการตัดสินใจเลือกอาชีพ
4. เพื่อให้ข้อสนเทศแก่นักเรียนเกี่ยวกับอาชีพที่นักเรียนสนใจ ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนได้มี
ความเข้าใจในอาชีพนั้นๆ ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น
5. เพื่อช่วยให้นักเรียนรู้จักวิธีการแสวงหางาน วิธีการสมัครงานวิธีการปรับตัวให้เข้ากับ
งานและวิธีการปฏิบัติตนให้มีความเจริญก้าวหน้าในการทางาน
6. เพื่อช่วยให้นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่ออาชีพที่สุจริตทุกอาชีพ
จุดมุ่งหมายของการแนะแนวอาชีพ
การแนะแนวด้านส่วนตัวและสังคม ( Personal and Social Guidance )
หมายถึง กระบวนการให้ความช่วยเหลือนักเรียน ในเรื่องที่นอกเหลือจากด้าน
การศึกษาและอาชีพ เป็นการช่วยให้นักเรียนเกิดความเข้าใจตนเองและ
สภาพแวดล้อม ทาให้สามารถมีชีวิตและปรับตัวอยู่ในสังคมได้อย่างมี
ความสุข
การแนะแนวด้านส่วนตัวและสังคม
1. เพื่อช่วยให้นักเรียนเป็นผู้ที่มีคุณลักษณะและบุคลิกภาพที่เหมาะสมเป็นที่ชื่นชมแก่ผู้พบเห็น
2. เพื่อช่วยให้นักเรียนรู้จักตนเอง ยอมรับความจริงเกี่ยวกับตนเอง และรู้จักปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่อง
ของตนให้มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น
3. เพื่อช่วยให้นักเรียนได้มีความเข้าใจผู้อื่น ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนมีความสามารถในการปรับตัวเข้ากับ
ผู้อื่นได้เป็นอย่างดี ทาให้มีชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข
4. เพื่อช่วยให้นักเรียนรู้จักรักษาสุขภาพกายและสุขภาพจิตของตนเองให้ดีอยู่เสมอเพื่อจะได้ไม่เป็นปัญหา
หรืออุปสรรคต่อการดาเนินชีวิตของตน
5. เพื่อช่วยให้นักเรียนเป็นผู้มีเจตคติ ค่านิยมและจริยธรรมที่ถูกต้อง ไม่ประพฤติปฏิบัติตนไปในทางที่
เสื่อมเสีย
6. เพื่อช่วยให้นักเรียนรู้จักใช้เวลาว่างและใช่จ่ายเงินให้เกิดประโยชน์แก่ตนอย่างแท้จริง
จุดมุ่งหมายของการแนะแนวด้านส่วนตัวและสังคม
กระบวนการแนะแนวและช่วยเหลือนักเรียน
กระบวนการแนะแนวและช่วยเหลือนักเรียน (ต่อ)
การที่ทางโรงเรียนมีความจาเป็นที่ต้องจัดให้มีบริการแนะแนวขึ้นในโรงเรียน ก็
เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่นักเรียนในการปรับตัว เนื่องจากสภาพสังคมในปัจจุบันมีการ
เปลี่ยนแปลงอย่างมากมายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น
ได้แก่
1.การเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ
2.การเปลี่ยนแปลงด้านงานอาชีพ
3.การเปลี่ยนแปลงด้านจานวนประชากร
4.การเปลี่ยนแปลงด้านศีลธรรมและวัฒนธรรม
5.ความเปลี่ยนแปลงด้านปรัชญาการศึกษาและหลักสูตร
สาเหตุที่ทาให้จาเป็นต้องมีการแนะแนว
บริการแนะแนวที่ถือปฏิบัติกันอยู่ในเวลานี้ ได้อาศัยทัศนะหรือแนวคิดดังต่อไปนี้เป็น
รากฐานคือ
1.บุคคลแต่ละคนที่เกิดมาย่อมมีความแตกต่างกันทั้งในทางร่างกาย สังคม อารมณ์ ความรู้
เชาว์ความถนัดตามธรรมชาติ เจตนคติ ความสนใจ ความสามารถ
2.มนุษย์เป็นทรัพยาการที่มีค่าสูงยิ่ง
3.บุคคลจะมีความสุขก็ในเมื่อแต่ละบุคลได้รับการศึกษาจนสุดขีดแห่งสติปัญญาและ
ความสามารถของเขา มีแผนการดาเนินชีวิตที่ถูกหลักวิชา สามารถแก้ปัญหาต่างๆ
4.บุคคลทุกคนย่อมต้องการความช่วยเหลือ
5.บุคคลแต่ละคนย่อมมีศักดิ์ศรีและศักยภาพประจาตัว
ปรัชญาของการแนะแนว
1 การแนะแนวเป็นงานส่วนหนึ่งของงานจัดการศึกษา
2 การแนะแนวจัดขึ้นเพื่อบุคคลแต่ละคน
3 การแนะแนวเป็นกระบวนการที่ต้องมีอยู่ตลอดชีวิตของคนเรา บิดา มารดา ญาติพี่น้อง
มิตรสหายของเรา ครู พระสงฆ์ตลอดจนผู้ชานาญการในสาขาวิชาชีพต่างๆ
4 การแนะแนว เน้นความสาคัญในเรื่องการเข้าใจตนเอง (Self-understanding) การ
ตัดสินใจด้วยตนเอง (Self-determination) และการปรับตนของตนเอง (Self-adjustment)
5 การแนะแนะควรจะเน้นในเรื่องการป้องกันการปรับตัวไม่เข้าหรือการปรับปรุงตัว
คลาด (Prevention of maladjustment) ยิ่งกว่าการแก้ไขหรือการรักษา
หลักสาคัญๆ ของการแนะแนวที่ควรยึดถือใน
การดาเนินงานมีดังนี้
6 ผู้ที่ทาหน้าที่แนะแนวจะต้องผู้ที่มีความสามารถในการรวบรวมข้อมูลและแปล
ความหมายของข้อมูลต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง
7 การแนะแนวเป็นกระบวนการรวม (Unified process) ซึ่งในการพิจารณาทั้งคนหรือ
ทั้งตัว (as a whole) ดังนั้นจึงควรพิจารณากันถึงการแนะแนวชีวิต (Life guidance)
8 ในการดาเนินการแนะแนวนั้น ถ้าจะให้ได้ผลดีประสิทธิภาพจะต้องได้ผู้บริหารที่ดีมี
ความสามารถในการเป็นผู้นา
9 ครูทุกๆ คนในโรงเรียนจะต้องมีบทบาทหรือมีหน้าที่บางประการในโครงการแนะแนว
ของโรงเรียน การแนะแนวมิใช่บริการให้ความช่วยเหลือของบุคคลผู้ทาหน้าที่แนะแนว
โดยเฉพาะเพียงคนหนึ่งหรือสองคนเท่านั้น
หลักสาคัญๆ ของการแนะแนวที่ควรยึดถือใน
การดาเนินงานมีดังนี้ (ต่อ)
10 การแนะแนวจะได้ผลดีก็ต่อเมื่อได้บุคลาการแนะแนวที่มีคุณสมบัติดี
11 โครงการแนะแนวจะให้ผลดีก็ต่อเมื่อได้จัดให้มีบริการต่างๆ ที่สาคัญและ
จาเป็นไว้ในโครงการ
12 ในการดาเนินงานแนะแนวนั้น ควรมีการประเมินผลงานของโครงการแนะ
แนวเป็นระยะๆ เพื่อดูว่าโครงการแนะแนวของโรงเรียนที่ได้ดาเนินการไปแล้วให้ผล
แก่พฤติกรรมของนักเรียนได้อย่างไรบ้าง มีข้อบกพร่องที่สมควรแกไขปรับปรุงให้ดี
ขึ้นอย่างไร
หลักสาคัญๆ ของการแนะแนวที่ควรยึดถือใน
การดาเนินงานมีดังนี้ (ต่อ)
1.ช่วยให้นักเรียนได้รู้จักและเข้าใจตนเองอย่างถ่องแท้ทาให้สามารถปรับตัวอยู่ในสังคม
ได้เป็นอย่างดี รู้จักเลือกและตัดสินใจได้อย่างฉลาดและเหมาะสมสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ตน
ประสบได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถวางแผนการชีวิตในอนาคตของตนเองและสามารถนา
ตนเองไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ทั้งยังช่วยให้นักเรียนได้รับการส่งเสริมพัฒนาให้เกิดความเจริญงอก
งามทุกด้านอย่างมีบูรณาการ
2.ช่วยให้คณะครูได้รู้จักนักเรียนของตนแต่ละคนอย่างลึกซึ้ง ทาให้ยอมรับนักเรียนใน
ฐานะเป็นเอกัตบุคคล เข้าใจว่านักเรียนแต่ละคนมีความแตกต่างในด้านต่างๆ เช่น สติปัญญา
สภาพร่างกาย ความถนัด ความสนใจ ค่านิยม ทาให้ทางโรงเรียนสามารถจัดการเรียนการสอน
และจิตกรรมต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม และสอดคล้องกับความต้องการของนักเรียน และช่วยให้
ปัญหาของโรงเรียนที่เกิดจากนักเรียนลดน้อยลงไปอีกด้วย
ประโยชน์ของการจัดบริการแนะแนวในโรงเรียน
3.ช่วยให้บิดามารดาและผู้ปกครองของนักเรียนรู้จักและเข้าใจเด็กของตนดีขึ้น
ยอมรับสภาพความเป็นจริงเกี่ยวกับบุตรหลานของตนในฐานะที่เป็นบุคคลคนหนึ่งซึ่ง
แตกต่างจากบุคคลอื่นๆ และให้ความร่วมมือแก่ทางโรงเรียนในการส่งเสริมพัฒนาบุตร
หลานของตน
4.ช่วยให้สังคมและประเทศชาติได้รับประชากรที่มีคุณภาพ ไม่เป็นผู้ที่
ก่อให้เกิดปัญหาสังคมและช่วยเพิ่มพูนเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากเด็กได้เรียนและ
ได้ประกอบอาชีพที่สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัด และความสนใจของตน
ประโยชน์ของการจัดบริการแนะแนวในโรงเรียน (ต่อ)
กระบวนการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้มาขอคาปรึกษา เพื่อให้เขาได้ใช้
ความสามารถที่เขามีอยู่จัดการกับปัญหาของเขาได้ สามารถตัดสินใจแก้ปัญหาได้
กระบวนการให้คาปรึกษาจะเกี่ยวข้องกับสิ่งสาคัญ 3 ประการ
1. ผู้ให้คาปรึกษา (Counselor)
2. ผู้มาขอรับคาปรึกษา (Counselee)
3. ปฏิสัมพันธ์ระหว่าง Counselor และ Counselee
การให้คาปรึกษา (Counseling)
กระบวนการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบปัญหา โดยอาศัย
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ให้คาปรึกษาและผู้รับการปรึกษา ใช้เทคนิคการ
สื่อสาร ทาให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ถึงสาเหตุของปัญหา ใช้ศักยภาพ
ของ ตนเองในการคิด ตัดสินใจ แก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง
ความหมายของการให้คาปรึกษา
การให้คาปรึกษาแก่นักเรียนมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยนักเรียนในเรื่องต่อไปนี้
1. สารวจตนเอง และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ และเข้าใจ
2. ลดระดับความเครียด และความไม่สบายใจที่เกิดการมีปฏิสัมพันธ์กับ
สิ่งแวดล้อม
3. พัฒนาทักษะทางด้านสังคม ทักษะการตัดสินใจ และทักษะการจัดการกับ
ปัญหาให้มี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
4. เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปในทิศทางที่พึงประสงค์ เช่น มีความรับผิดชอบ
ในหน้าที่ต่างๆ มากขึ้น มีพฤติกรรมการเรียนที่ดี และสร้างสัมพันธภาพกับผู้อื่นได้ดี
ขึ้น
วัตถุประสงค์ของการให้คาปรึกษา
การให้คาปรึกษาสามารถแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
1. การให้คาปรึกษารายบุคคล คือ การให้ความช่วยเหลือแก่นักเรียนที่มีพฤติกรรมเสี่ยง
ครั้งละ 1 คน
2. การให้คาปรึกษากลุ่ม คือการให้การช่วยเหลือแก่นักเรียนจานวนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ที่มี
พฤติกรรมเสี่ยงในเรื่องที่คล้ายคลึงกัน หรือมีความต้องการที่จะพัฒนาตนในเรื่องเดียวกัน
ประเภทของการให้คาปรึกษา
การให้คาปรึกษาแก่นักเรียนครูควรปฏิบัติดังนี้
1. ตรงต่อเวลานัดหมายทั้งเริ่มต้น และสิ้นสุดการให้คาปรึกษา
2. ให้ความสาคัญกับภาษาท่าทางของนักเรียนให้มาก
3. หลีกเลี่ยงการถามข้อมูลที่ละเอียดอ่อน หรือเจาะจงเกินไป
4. หลีกเลี่ยงการแนะนาให้นักเรียนปฏิบัติตามความเห็นของครู
5. หลีกเลี่ยงการเกิดอารมณ์ร่วมและการเห็นชอบกับพฤติกรรมของนักเรียนที่จะเป็นการ
เสริมแรงให้นักเรียนคิดและทาพฤติกรรมเหมือนเดิมทาให้นักเรียนไม่มีโอกาสเปลี่ยนแปลงไป
ในทางที่ดีขึ้น
ข้อควรคานึงในการให้คาปรึกษา
6. ไม่ควรรีบด่วนที่จะสรุปและแก้ปัญหา
7. หลังจากการให้คาปรึกษาแต่ละครั้งแล้ว ครูควรบันทึกผลการให้คาปรึกษาไว้เพื่อเป็น
ข้อมูลในการให้คาปรึกษาต่อไป
8. ต้องรักษาความลับ และประโยชน์ของนักเรียน โดยต้องระมัดระวังที่จะไม่นา
เรื่องราวของนักเรียนไปพูดในที่ต่างๆ แม้จะไม่เอ่ยชื่อก็ตาม
ข้อควรคานึงในการให้คาปรึกษา (ต่อ)
ครูผู้ที่จะทาหน้าที่ให้คาปรึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพควรมีลักษณะส่วนตัว ดังต่อไปนี้
1. รู้จัก และยอมรับตนเอง
2. อดทน ใจเย็น
3. จริงใจ และตั้งใจช่วยเหลือผู้อื่น
4. มีท่าทีที่เป็นมิตร และมองโลกในแง่ดี
5. ไวต่อความรู้สึกของผู้อื่น และช่างสังเกต
6. ใช้คาพูดได้เหมาะสม
7. เป็นผู้รับฟังที่ดี
คุณลักษณะของครูผู้ให้คาปรึกษา
ทักษะการให้คาปรึกษา คือความสามารถหรือความชานาญในการสื่อสาร ทั้งการใช้ภาษา
ท่าทางและภาษาพูด ซึ่งเป็นเครื่องมือสาคัญของผู้ให้คาปรึกษาในการช่วยเหลือบุคคลที่มีความ
ทุกข์หรือผู้รับคาปรึกษาให้
1) มีความไว้วางใจและมีทัศนคติที่ดีต่อผู้ให้คาปรึกษาและการปรึกษา
2) เข้าใจปัญหา สาเหตุของปัญหาและความต้องการของตัวเอง
3) แสวงหาและแนวทางการปรับเปลี่ยนการคิด การรู้สึกและการปฏิบัติตนเพื่อให้มีชีวิต
ที่ดีขึ้น
ทักษะการให้คาปรึกษา
ขั้นตอนการให้คาปรึกษารายบุคคล
ขั้นตอนการให้คาปรึกษารายกลุ่ม
ขั้นที่ 1 ขั้นก่อตั้งกลุ่ม ในขั้นนี้สมาชิกที่เข้ากลุ่มยังไม่กล้าเปิดเผย
ตนเอง เพราะยังไม่ไว้วางใจในกลุ่ม ผู้ให้คาปรึกษาจะต้องชี้แจงวัตถุประสงค์
ของการให้คาปรึกษา และสร้างสัมพันธภาพที่ดี ให้เกิดขึ้นในกลุ่ม และต้องให้
เวลาแก่สมาชิกกลุ่มพอสมควรอย่ารีบเร่ง
ขั้นที่ 2 ขั้นการเปลี่ยนแปลงลักษณะของสมาชิก เป็นขั้นตอนต่อจาก
ขั้นแรกกลุ่มเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการขึ้นบ้าง สมาชิกเริ่มรู้จัก
ไว้วางใจกันแต่ก็ยังมีความวิตกกังวล มีความตึงเครียดอยู่บ้าง ผู้ให้คาปรึกษา
จะต้องพยายามชี้แจงให้สมาชิกกล้า อภิปรายปัญหาตัวเอง อย่างเปิดเผย
ขั้นตอนการให้คาปรึกษารายกลุ่ม (ต่อ)
ขั้นที่ 3 ขั้นดาเนินการ ขั้นนี้สัมพันธภาพระหว่างสมาชิกในกลุ่มจะดี
ขึ้นมาก กล้าเปิดเผยตนเอง อภิปรายปัญหาตามความเป็นจริง ร่วมกัน
แก้ปัญหาของสมาชิก ทุกคนได้สารวจตัวเอง เข้าใจปัญหาและพร้อมจะ
เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตน
ขั้นที่ 4 ขั้นยุติการให้คาปรึกษา เมื่อสมาชิกเข้าใจปัญหาอย่างกระจ่าง
แจ้ง รู้จักแก้และเลือกวิธีที่เหมาะสมกับตน นาไปปฏิบัติด้วยความพอใจ ไม่มี
ข้อข้องใจตกค้าง ก็ให้ยุติการให้คาปรึกษาแบบกลุ่มได้
คณะผู้จัดทา
นางสาวภาวิณี บุญช่วย นางสาวสุจิรา ทองอินทร์ นางสาวอริษา สิงห์เส
นางสาวคุณากร แก้วรัตน์ นายภัทรธียศ ร อดเหล็ง นางสาวญาณิศา ไหลพึ่งทอง
การค้นคว้าข้อมูล
นางสาวสุจิรา ทองอินทร์
หัวข้อที่ค้นคว้าประกอบด้วย
1. การให้คาปรึกษา หลักการให้คาปรึกษา ขั้นตอนการให้คาปรึกษารายบุคคลและแบบกลุ่ม
คุณลักษณะของครูผู้ให้คาปรึกษา ทักษะการให้คาปรึกษา
นางสาวญาณิศา ไหลพึ่งทอง
หัวข้อที่ค้นคว้าประกอบด้วย
1. การแนะแนว ความหมายและความสาคัญของการบริการแนะแนวในโรงเรียน ประโยชน์
ของการแนะแนว กระบวนการแนะแนวช่วยเหลือดูแลนักเรียน
• สุรางค์ โค้วตระกูล (2545). จิตวิทยาการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 5 ) . กรุงเทพฯ:
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
• การแนะแนว (ออนไลน์) เข้าถึงได้จาก :
https://sites.google.com/a/nareerat.ac.th/ed_guide_nareerat/guide (วันที่ค้นข้อมูล : 12
เมษายน 2559)
เอกสารอ้างอิง

จิตวิทยาการแนะแนวและการให้คำปรึกษา