More Related Content
PDF
PPTX
หน่วยที่ 2 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์ 2 PPTX
powerpointอุปกรณ์เครือข่ายคอมพิวเตอร์ PDF
บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ PPTX
หน่วยที่ 1 พื้นฐานระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ PDF
บทที่ 4 ระบบเครือข่ายและอินเตอร์เน็ต PDF
องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ PDF
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต (Internet Fundamental) What's hot
PDF
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ Internet PDF
ความรู้คอมพิวเตอร์พื้นฐาน (Computing Fundamental) PDF
PPTX
PDF
หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์ PPTX
PPTX
หน่วยที่ 1 พื้นฐานการสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย PDF
หน่วยที่ 8 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์ PDF
Week 3 องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ PDF
PDF
เทคนิคการสร้างสื่อการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล (Learning Media Technique in Digita... PDF
การออกแบบเรซูเม่และแฟ้มสะสมผลงานในยุคดิจิทัล (Resume and Portfolio Design in ... PPTX
การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย PPTX
หน่วยที่ 3 การใช้งานอินเทอร์เน็ต PDF
อินโฟกราฟิกในยุคการศึกษา 4.0 (Infographic in Education 4.0) PDF
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 พื้นฐานการสร้างเว็บไซต์ PDF
หน่วย2 ความน่าเชื่อถือของข้อมูล PDF
PPTX
PDF
บทที่ 6 การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย Viewers also liked
PDF
Buying Design Better : Sandra Dartnell PDF
PDF
PDF
PDF
การใช้โปรแกรม InDesign เบื้องต้น PDF
การใช้งานเบื้องต้น Adobe photoshop cs5 PDF
Tool box เครื่องมือใน photoshop cs5 PDF
รู้จักโปรแกรม Adobe Photoshop CS6 Similar to การสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์
PPTX
การสื่อสารและเครือข่ายคอมพิวเตอร์ PPTX
การสื่อสารและเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ODP
การสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูล PPTX
PPTX
การสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์ PPT
DOCX
เครือข่ายคอมพิวเตอร์และการสื่อสารข้อมูล PDF
PDF
PDF
PDF
PPSX
PPT
Data communication and network PPT
Data communication and network PDF
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
ความรู้พื้นฐานของระบบการสื่อสารข้อมูล More from Krusine soyo
PDF
ความหมายและขั้นตอนการทำงานของคอมพิวเตอร์ PDF
PDF
PDF
PDF
ใบงาน เรื่อง อุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบคอมพิวเตอร์ PDF
PDF
PDF
การสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์
- 1.
- 2.
- 3.
องค์ประกอบของการสื่อสารข้อมูล
1. ผู้ส่งข้อมูล (Sender)หมายถึง อุปกรณ์ที่ทาหน้าที่ส่งข้อมูลไปยัง
จุดหมายที่ต้องการ
2. ผู้รับข้อมูล (Receiver) หมายถึง อุปกรณ์ที่ทาหน้าที่รับข้อมูลที่ถูกส่ง
มาจากผู้ส่งข้อมูล
3. ข้อมูล (Data) หมายถึง สิ่งที่ผู้ส่งต้องการส่งไปยังผู้รับอาจจะอยู่ใน
รูปแบบของข้อความ เสียง ภาพเคลื่อนไหว และอื่นๆ
4. สื่อนาข้อมูล (Medium) หมายถึง สิ่งที่ทาหน้าที่เป็นตัวกลางในการขน
ถ่ายข้อมูลจากผู้ส่งไปยังผู้รับ เช่น สายเคเบิล สายใยแก้วนาแสง คลื่นวิทยุ
คลื่นไมโครเวฟ เป็นต้น
- 4.
- 5.
ชนิดของสัญญาณข้อมูล
1. สัญญาณแอนะล็อก (AnalogSignal) เป็นสัญญาณแบบต่อเนื่องมี
ลักษณะเป็นคลื่นไซน์ (sine wave) โดยแต่ละคลื่นจะมีความถี่และความเข้ม
ของสัญญาณที่ต่างกัน เช่น สัญญาณเสียงในการพูดคุยผ่านระบบโทรศัพท์
2. สัญญาณดิจิทัล (Digital Signal) เป็นสัญญาณแบบไม่ต่อเนื่องเป็น
สัญญาณที่ใช้แทนข้อมูลในคอมพิวเตอร์อยู่ในรูปของเลขฐานสอง คือ 0 และ 1
- 6.
- 7.
ทิศทางของการสื่อสารข้อมูล (ต่อ)
1. แบบทิศทางเดียว(Simplex) ข้อมูลจะถูกส่งไปในทางเดียวเท่านั้น เช่น
การกระจายเสียงของสถานีวิทยุ การเผยแพร่ภาพและรายการต่างๆ ของ
สถานีโทรทัศน์ เป็นต้น
2. แบบกึ่งสองทิศทาง (Half duplex) เป็นรูปแบบการสื่อสารที่ทั้งสอง
ฝ่ายสามารถส่งข้อมูลสวนทางกันได้แต่ต้องสลับกันส่ง เช่น วิทยุสื่อสารของ
ตารวจ
- 8.
- 9.
- 10.
สื่อกลางในการสื่อสารข้อมูล (ต่อ)
สายคู่บิดเกลียว (twisted-paircable : UTP,STP)
สายคู่บิดเกลียวที่พบเห็นโดยทั่วไป คือ สายโทรศัพท์ มีฉนวนหุ้มจับคู่พันเป็น
เกลียวเพื่อลดสัญญาณรบกวน ประกอบด้วยสายทองแดง 2 เส้น
สายคู่ตีเกลียว 1 คู่ จะแทนการสื่อสารได้ 1 ช่องทางสื่อสาร (Channel)
“สายคู่บิดเกลียวที่ใช้กับคอมพิวเตอร์เป็นสายทองแดง 8 เส้น 4 คู่ และ
เชื่อมต่อด้วยคอนเน็กเตอร์ RJ-45”
สายคู่บิดเกลียวแบ่งออกเป็น
2 ชนิด ได้แก่
1. สายคู่บิดเกลียวไม่หุ้มฉนวน (Unshielded Twisted Pair : UTP)
2. สายคู่บิดเกลียวแบบมีฉนวนหุ้ม (Shielded Twisted pair : STP)
- 11.
สื่อกลางในการสื่อสารข้อมูล (ต่อ)
1. สายคู่บิดเกลียวไม่หุ้มฉนวน(Unshielded Twisted Pair : UTP)
สายแบบ UTP เป็นสายที่มีราคาถูกและหาง่ายแต่ป้องกันสัญญาณรบกวนจาก
อานาจแม่เหล็กได้ไม่ดีเท่าสายแบบ STP
2. สายคู่บิดเกลียวแบบมีฉนวนหุ้ม (Shielded Twisted pair : STP)
สายแบบ STP เป็นสายแบบมีฉนวนป้องกัน (ฉนวนโลหะ) สัญญาณรบกวน
ที่มีความถี่สูงได้ ราคาจะแพงกว่าสาย UTP มาก สามารถเดินสายได้ยาวกว่า
สาย UTP
- 12.
สื่อกลางในการสื่อสารข้อมูล (ต่อ)
สายโคแอกเซียล (coaxialcable) ประกอบด้วยแกนทองแดงหุ้มด้วย
ฉนวน ภายนอกฉนวนจะถูกหุ้มด้วยโลหะอีกชั้นหนึ่งเพื่อป้องกันสนามไฟฟ้า
รบกวนจากภายนอกและสายดิน (ลักษณะเป็นฝอย) แล้วหุ้มด้วยฉนวนบางอีก
หนึ่งชั้น สายโคแอกเซียลสามารถรองรับความเร็วสูงสุดในการรับ-ส่งข้อมูลที่
10 Mbps สายนาสัญญาณแบบนี้จะใช้ Connector เฉพาะในการเชื่อมต่อกับ
เครื่องคอมพิวเตอร์ และจุดต่างๆ ภายในเครือข่าย
ปัจจุบันได้เปลี่ยนสายดินจากลวดทองแดง
เป็นลวดเงินทั้งนี้เพื่อป้องกันอาการรบกวน
ที่เกิดจากสายสัญญาณข้างเคียง
- 13.
สื่อกลางในการสื่อสารข้อมูล (ต่อ)
สายใยแก้วนาแสง (opticalfiber cable) เป็นสายนาสัญญาณที่ใช้
รูปแบบของแสงในการรับ-ส่งข้อมูล อุปกรณ์ทั้งสองตัวมีหน้าที่แปลงสัญญาณ
แสงให้เป็นสัญญาณที่เครื่องคอมพิวเตอร์รู้จัก (ดิจิตอล) สายใยแก้วนาแสงมี
ประสิทธิภาพในการรับส่งข้อมูลที่เร็วที่สุด เมื่อเทียบกับสายนาสัญญาณชนิดอื่น
รองรับความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูลสูงถึง 565-1300 Mbps
- 14.
- 15.
สื่อกลางในการสื่อสารข้อมูล (ต่อ)
สื่อนาข้อมูลแบบไร้สาย (WirelessMedia) สามารถส่งข้อมูลได้ทุกทิศทุก
ทาง โดยมีอากาศเป็นตัวกลางในการสื่อสาร ซึ่งสื่อนาข้อมูลแบบไร้สายจะ
ประกอบด้วย คลื่นวิทยุ ไมโครเวฟ แสงอินฟราเรด การสื่อสารผ่านดาวเทียม
เป็นต้น
1. คลื่นวิทยุ เป็นสื่อกลางที่ใช้ส่งสัญญาณไปในอากาศ โดยสามารถส่งใน
ในระยะทางได้ทั้งใกล้และไกล
2. ไมโครเวฟ เป็นสื่อกลางชนิดหนึ่งที่มีความถี่สูงระดับ GHz เป็นคลื่น
เส้นตรงในระดับสายตา ต้องมีจานรับส่งตามยอดตึก/เขา
เพื่อส่งต่อสัญญาณมีความเร็วสูงสามารถติดตั้งได้ง่าย
และประหยัด สภาวะอากาศมีผลต่อสัญญาณ
** สัญญาณไมโครเวฟมีข้อจากัดในเรื่องของระยะทาง
- 16.
สื่อกลางในการสื่อสารข้อมูล (ต่อ)
3. แสงอินฟราเรดเป็นสื่อกลางที่ใช้ในการส่งข้อมูลระยะใกล้ๆ
เช่น remote control วิทยุ/ทีวี มีความถี่สั้น และช่องทาง
สื่อสารน้อย มีความเร็วประมาณ 4-16 Mbps
ทะลุผ่านวัตถุไม่ได้ ต้องวางแนวเส้นตรงไม่เกิน 1-2 เมตร
4. การสื่อสารผ่านดาวเทียม มีสถานีภาคพื้นดินทาหน้าที่ส่งสัญญาณไปยัง
ดาวเทียม และดาวเทียมก็จะทาหน้าที่เป็นสถานีทวนสัญญาณก่อนที่จะส่ง
สัญญาณข้อมูลต่อไปยังสถานีภาคพื้นดิน ที่ทาหน้าที่รับ
สัญญาณ การสื่อสารผ่านดาวเทียมจะมีระยะทางใน
การสื่อสารที่ไกลมาก นิยมใช้กับการสื่อสารระหว่าง
ประเทศ เช่น การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกจากประเทศ
เยอรมนีมายังประเทศไทย เป็นต้น
- 17.
- 18.
- 19.
อุปกรณ์สาหรับเชื่อมต่อระหว่างเครือข่าย (ต่อ)
ความแตกต่างของฮับ/สวิทซ์ (Hub/Switch)
-Hub เป็นเพียงตัวขยายสัญญาณข้อมูล/จัดการสัญญาณที่ส่งมาจาก
คอมพิวเตอร์และกระจายสัญญาณไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ
- หากมีการส่งสัญญาณพร้อมๆกัน ความเร็วจะลดลง
- ไม่เหมาะที่จะนามาใช้กับเครือข่ายขนาดใหญ่
>> Switch จะมีการทางานที่ซับซ้อนกว่า
>> การรับ-ส่งข้อมูลจากพอร์ทหนึ่งของอุปกรณ์ไปยังพอร์ทปลายทางที่
เชื่อมอยู่กับอีกเครื่องที่ต้องการส่งข้อมูลเท่านั้น
>> ส่งข้อมูลได้พร้อมกันในเวลาเดียวกัน
>> เป็นที่นิยมใช้งานในระบบเครือข่ายมากกว่าฮับ
- 20.
- 21.
อุปกรณ์สาหรับเชื่อมต่อระหว่างเครือข่าย (ต่อ)
- เราท์เตอร์(Router) เป็นอุปกรณ์ที่ทาหน้าที่
เชื่อมต่อเครือข่ายแต่ละประเภทเข้าด้วยกันโดยค้นหา
เส้นทางที่ดีที่สุดในการส่งผ่านข้อมูล
- โมเด็ม (Modem) เป็นอุปกรณ์ที่ทาหน้าที่แปลงสัญญาณดิจิตอลของ
คอมพิวเตอร์ให้สามารถวิ่งบนสายโทรศัพท์ (สัญญาณอนาลอก) เพื่อทาการ
ติดต่อสื่อสารได้มี 2 ชนิด คือแบบติดตั้งภายใน และแบบติดตั้งภายนอก
โมเด็มแบบติดตั้ง
ภายใน
โมเด็มแบบ
ติดตั้งภายนอก
- 22.
- 23.
อุปกรณ์สาหรับเชื่อมต่อระหว่างเครือข่าย (ต่อ)
- AccessPoint ใช้ในการเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์กับระบบเครือข่าย
แบบไร้สาย (wireless) Access Point หรือเรียกกันสั้นๆ ว่า AP (เอ-พี)
ซึ่งจะทาหน้าที่เป็นจุดกระจายและเชื่อมต่อสัญญาณไร้สาย เพื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์ไร้
สายทุกชนิด
- 24.
- 25.
- 26.
ประเภทของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (ต่อ)
ระบบเครือข่ายระยะใกล้ :LAN (Local Area Network)
เป็นการเชื่อมต่อเครือข่ายขนาดเล็กในพื้นที่ไม่ใหญ่มากนัก เช่น ภายใน
ห้อง หรือภายในตัวอาคาร
จุดประสงค์ของการเชื่อมต่อ
คือ แบ่งปันทรัพยากรที่มีอยู่อย่าง
จากัด เช่น พรินเตอร์ สแกนเนอร์
รวมทั้งข้อมูลและโปรแกรมต่างๆ
รวมถึงอานวยความสะดวก
ในการติดต่อสื่อสาร
- 27.
- 28.
- 29.
โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์
โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Network Topology)
คือการนาเอาคอมพิวเตอร์มาเชื่อมต่อกันเพื่อประโยชน์ของการสื่อสาร
รูปแบบการจัดวางคอมพิวเตอร์ การเดินสายสัญญาณคอมพิวเตอร์ในเครือข่าย
รวมถึงหลักการไหลเวียนข้อมูลในเครือข่ายสามารถทาได้หลายรูปแบบ ซึ่งแต่
ละแบบก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน การเชื่อมต่อเครือข่ายมีอยู่ด้วยกันหลาย
ลักษณะ แต่ลักษณะที่นิยมใช้นั้นมีอยู่ด้วยกัน 4 ลักษณะ ได้แก่
1. โครงสร้างเครือข่ายแบบบัส (Bus Topology)
2. โครงสร้างเครือข่ายแบบดาว (Star Topology)
3. โครงสร้างเครือข่ายแบบวงแหวน (Ring Topology)
4. โครงสร้างเครือข่ายแบบเมซ (Mesh Topology)
- 30.
โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (ต่อ)
โครงสร้างเครือข่ายแบบบัส (BusTopology)
เป็นลักษณะของการนาเครื่องคอมพิวเตอร์มาเชื่อมต่อเป็นระบบเครือข่าย
ด้วยสายเคเบิลยาวต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆ โดยมีคอนเน็กเตอร์ในการเชื่อมต่อ
โดยลักษณะของการส่งหรือรับข้อมูล จะเป็นการส่งข้อมูล ทีละเครื่องใน
ช่วงเวลาหนึ่งๆ เท่านั้น จากนั้นเครื่องปลายทางก็จะส่งสัญญาณข้อมูลกลับมา
>> ข้อดี เป็นโครงสร้างที่เชื่อมต่อง่าย ไม่ซับซ้อน ประหยัดสายสัญญาณ
>> ข้อจากัด หากมีการส่งข้อมูลจากคอมพิวเตอร์สองเครื่องพร้อมกันจะทาให้
ข้อมูลสูญหาย เนื่องจากการชน
ของข้อมูล ต้องทาการส่งข้อมูลใหม่
- 31.
โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (ต่อ)
โครงสร้างเครือข่ายแบบดาว (StarTopology)
เครือข่ายแบบดาว คือ คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจะต่อกับอุปกรณ์ที่อยู่
ตรงกลาง HUB เพียงตัวเดียว เมื่อต้องการส่งข้อมูลจะต้องส่งผ่าน HUB
ก่อนเป็นรูปแบบการต่อที่นิยมมากที่สุด
>> ข้อดี ง่ายต่อการตรวจเช็คเมื่อคอมพิวเตอร์มี
ปัญหาส่งข้อมูลไม่ได้ ลดปัญหาการชนของข้อมูล
>> ข้อจากัด HUB เป็นตัวกลาง
ของการส่งข้อมูล ถ้าเสียระบบก็ล่ม
- 32.
โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (ต่อ)
โครงสร้างเครือข่ายแบบวงแหวน (RingTopology)
เครือข่ายแบบวงแหวน คือ การต่อสายผ่านคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง
เป็นวง การส่งข้อมูลจะส่งผ่านวงแหวนโดยผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง
จนถึงเครื่องที่ร้องขอข้อมูล
>> ข้อดี เครื่องคอมพิวเตอร์ในเครือข่าย
จะมีโอกาสในการส่งข้อมูลได้เท่าเทียมกัน
ไม่มีปัญหาเรื่องการชนของข้อมูล
>> ข้อจากัด การส่งข้อมูลจะช้ากว่าทุกระบบ
เพราะต้องส่งผ่านที่ละเครื่อง
จนถึงเครื่องที่ร้องขอข้อมูล
- 33.
โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (ต่อ)
โครงสร้างเครือข่ายแบบเมซ (MeshTopology)
เป็นการเชื่อมต่อเครือข่ายที่สมบูรณ์ เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องใน
เครือข่ายเชื่อมต่อถึงกันได้ทั้งหมดด้วยสายสัญญาณ
มีความเป็นอิสระในการส่งข้อมูล
>> ข้อดี ในกรณีสายเคเบิ้ลบางสายชารุด
เครือข่ายทั้งหมดยังสมารถใช้ได้
ทาให้ระบบมีเสถียรภาพสูง
>> ข้อจากัด สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย ใช้สาย
เคเบิ้ลมากกว่าการต่อแบบอื่นๆ ยากต่อการ
ติดตั้ง เดินสาย เคลื่อนย้ายปรับเปลี่ยน และการบารุงรักษาระบบเครือข่าย