โครงงานคอมพิวเตอร์
เรื่ อง สมุนไพรแห้งยุง
(mosquito-repellent with herb)
จัดทาโดย
น.ส.พิมพ์ บูรณะพิมพ์ เลขที่ 20 ม.6/4
น.ส.นันทิยา คาแสน เลขที่ 34 ม.6/4
อาจารย์ ที่ปรึกษาโครงงาน
ครู เขื่อนทอง มูลวรรณ
โรงเรี ยนยุพราชวิทยาลัย เชียงใหม่
ที่มาและความสาคัญของโครงงาน
ปั จจุ บนนี้ ค่าครองชี พในสังคมไทยเพิ่มสู งขึ้ น ทั้งด้านการอุปโภค
ั
บริ โภคและการคมนาคม ดังนั้นคนส่ วนใหญ่ จึงหันมาใส่ ใจกับสิ นค้าและ
ผลิ ต ภัณ ฑ์ม ากขึ้ น โดยต้อ งเป็ นผลิ ต ภัณ ฑ์ที่ ร าคาประหยัด และคุ ณ ภาพดี
สมุนไพรเป็ นทางเลือกหนึ่ งของวัตถุดิบที่นาไปผลิตเป็ นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ไม่
ว่าจะเป็ นอาหาร ยา และสิ นค้าอื่นๆ ดังนั้นสิ นค้าที่ผลิตจากสมุนไพรจึงได้รับ
ความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะยา
สมุนไพรไทยเป็ นสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมและมีสรรพคุณในการไล่
แมลงอีกทั้งยังสามารถหาได้ง่าย การทาสมุนไพรไล่แมลงเองจึ งไม่ใช่ เรื่ อง
ยาก ทั้งในปั จจุบนโรคไข้เลือดออกยังเป็ นโรคที่อนตรายและแพร่ ระบาดมาก
ั
ั
การทายาไล่ยงจากสมุนไพรใกล้ตวและกรรมวิธีการทาที่ไม่ยงยากจึงเป็ นอีก
ุ
ั
ุ่
ทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจเป็ นอย่างมาก
วัตถุประสงค์
-ส่ งเสริ ม สนับสนุนให้มีการใช้สมุนไพรไทยมากขึ้น
-ประหยัดค่าใช้จ่ายในการดาเนิ นชีวิต
-ป้ องกันยุงด้วยสรรพคุณของสมุนไพรไทย

ขอบเขตโครงงาน
ผลิ ตภัณฑ์ส มุ นไพรแห้งไล่ ยุง จะใช้ไ ด้ผลดี ในสถานที่ ที่ มี
อากาศถ่ายเท ปลอดโปร่ งและขนาดของผลิตภัณฑ์มีขนาดปานกลางไม่
ใหญ่จนเกิน เพื่อให้สะดวกเมื่อต้องการนาไปใส่ ในที่ที่เราต้องการ
หลักการและทฤษฎี
- มะกรู ด ชื่อวิทยาศาสตร์ Citrus hystri
ลักษณะ มะกรู ดเป็ นไม้ยนต้นขนาดเล็ก ใบ
ื
หนาและมีรอยคอดตรงกลาง ดอกสี ขาว ผิว
ของผลมะกรู ดขรุ ขระเป็ นปุ่ มปมทั้งลูก น้ าใน
ลูกมีรส เปรี้ ยว มีหนามแหลมยาวตามลาต้น
และกิ่ง
- ส่ วนที่ใช้ ผล
- วิธีใช้ นาผิวของผลมะกรู ดสดมาหันเป็ นชิ้น
่
เล็ก ๆ แล้วนามาโขลกผสมกับน้ าโดยใช้
อัตราส่ วน 1 ต่อ 1 แล้วกรองเอาแต่ส่วนที่
เป็ นน้ ามาใช้
- ไพลเหลือง ชื่อวิทยาศาสตร์ Zingiber
cassumunar
- ลักษณะ ไพลเหลืองเป็ นพืชหัว หัวเป็ น
แง่งโตติดกันเป็ นพืด ใบเล็กยาว ปลาย
แหลม
- ส่ วนทีใช้ หัว
่
- วิธีใช้ นาหัวไพลเหลืองสดมาโขลกผสม
กับน้ าในอัตราส่ วน 1 ต่อ 1 แล้วกรองเอา
แต่ ส่ วนที่เป็ นน้ ามาทาผิวหนัง แต่มีขอเสี ย
้
คือทาให้ผวหนังติดสี เหลืองล้างออกยาก
ิ
- สะระแหน่ ชื่อวิทยาศาสตร์ Mentha arversis
- ลักษณะ สะระแหน่เป็ นพืชเลี้อยตามพื้นดิน ลาต้นสี แดงเข้ม ใบกลม
ขนาด หัวแม่มือ ใบค่อนข้างหนา ริ มใบหยักโดยรอบและมีกลิ่นหอม
- ส่ วนทีใช้ ใบ
่
- วิธีใช้ ขยี้ใบสะระแหน่สดทาถูที่ผวหนังโดยตรง
ิ
- กระเทียม ชื่อวิทยาศาสตร์ Allium sativum
- ลักษณะ กระเทียมเป็ นพืชหัว ประกอบด้วยกลีบเล็กๆ เกาะกัน โดยมีเยือ
่
บางๆ สี ขาวหุมหัวไว้เป็ นชั้นๆ ใบยาว แข็งและหนา ดอกเป็ นช่อ เล็กๆ สี
้
่
ขาวรวมกันเป็ นกระจุกอยูที่ปลายก้านดอก
- ส่ วนที่ใช้ หัว
- วิธีใช้ นาหัวกระเทียมสดมาโขลกผสมกับน้ าในอัตราส่ วน 1 ต่อ 1 แล้ว
กรองเอาแต่ส่วนที่เป็ นน้ ามาทาผิวหนัง หรื อจะใช้หวกระเทียมสด ทาถูที่
ั
ผิวหนังโดยตรงก็ได้
- กะเพรา ชื่อวิทยาศาสตร์ Ocimum
sanotum
- ลักษณะ กะเพราเป็ นไม้พมเตี้ย ลาต้นและใบมีขน
ุ่
ปกคลุม ปลายใบแหลม ที่ นิยมปลูกตามบ้านมี 2
ชนิด คือ กะเพราขาว ใบสี เขียว และ กะเพราแดง
ใบมีสีออกแดงเลือดหมู
- ส่ วนทีใช้ ใบ
่
- วิธีใช้ ขยี้ใบสดหลายๆ ใบวางไว้ใกล้ตว กลิ่น
ั
น้ ามันกะเพราที่ระเหยออก มาจากใบจะช่วยไล่ยง
ุ
ไม่ให้เข้ามาใกล้ หรื อจะขยี้ใบสดแล้วทาถูที่
ผิวหนังโดยตรงก็ได้ แต่กลิ่นน้ ามันกะเพรานี้ ระเหย
หมดไปค่อน ข้างเร็ วจึงควรหมันเปลี่ยนบ่อยครั้ง
่
- ว่ านนา ชื่อวิทยาศาสตร์ Acorus calamus
้
่
ลักษณะ ว่านน้ าเป็ นพืชที่ข้ ึนอยูตามริ มหนองน้ าหรื อบริ เวณที่ช้ืน
แฉะ เหง้า เป็ นเส้นกลมหนา สี ขาวออกม่วง เจริ ญงอกงามตามยาว
ขนานกับ ผิวดิน รากเล็กเป็ นฝอย ใบแตกจากเหง้า ลักษณะเป็ น
เส้นตรง ปลายใบแหลม ผิวใบเรี ยบ เห็นเส้นกลางใบชัดเจน ช่อ
ดอกทรง กระบอกสี เหลืองออกเขียว
- ส่ วนที่ใช้ เหง้า
- วิธีใช้ หันเหง้าสดเป็ นชิ้นเล็ก ๆ แล้วนามาโขลกผสมกับน้ าใน
่
อัตราส่ วน 1 ต่อ 1 กรองเอาแต่ส่วนที่เป็ นน้ ามาใช้ทาผิวหนัง
- แมงลัก ชื่อวิทยาศาสตร์ Ocimum citratum
- ลักษณะ แมงลักเป็ นพืชล้มลุก สูงประมาณ 60-70 เซนติเมตร ดอก
่
สี ขาว เป็ นช่ออยูปลายกิ่ง
- ส่ วนทีใช้ ใบ
่
- วิธีใช้ ขยี้ใบสดทาถูที่ผวหนัง
ิ
- ตะไคร้ หอม ชื่อวิทยาศาสตร์
Cymbopogon nardus
- ลักษณะ ตะไคร้หอมขึ้นเป็ นกอ ลักษณะ
คล้ายตะไคร้บานแต่ใบยาวกว่าและ ลาต้นมี
้
สี แดง ดอกเป็ นพวงช่อฝอย
- ส่ วนทีใช้ ต้นและใบ
่
- วิธีใช้ นาต้นและใบสดมาโขลกผสมกับน้ า
ใช้อตราส่ วน 1 ต่อ 1 แล้ว กรองเอาแต่ส่วน
ั
ที่เป็ นน้ ามาใช้ทาผิวหนัง หรื อนาต้นสด 45 ต้นมา ทุบแล้ววางไว้ใกล้ตว กลิ่นน้ ามัน
ั
ตะไคร้หอมที่ระเหยออกมาจะช่วย ไล่ยง
ุ
ไม่ให้เข้ามาใกล้
- ต้ นยูคาลิปตัส ชื่อวิทยาศาสตร์ Eucalyptus citriodara
- ลักษณะ ยูคาลิปตัสเป็ นไม้ยนต้นสู ง ใบยาวรี ค่อนข้างหนา
ื
- ส่ วนที่ใช้ ใบ
- วิธีใช้ ขยี้ใบสดทาถูที่ผวหนัง
ิ
- ต้ นไม้ กนยุง (มอสซี่ บัสเตอร์ )
ั
การพัฒนาโดยวิธีการทางพันธุ์วิศวกรรม ระหว่างพันธุ์ไม้ 2 ตระกูล
ั
คือ อาฟริ กน เจอราเนี ยม (African Geranium) และตะไคร้หอม
(Citronella) จึงมีลกษณะคล้ายต้นเจอราเนี ยม แต่จะมีกลิ่นหอมอ่อนๆของ
ั
ั
ต้นตะไคร้ หอม ต้นไม้กนยุงนี้ จึงสามารถไล่ยุงได้เช่ นกัน แต่ประสิ ทธิ ภาพจะ
่ ั
ั
่
ขึ้นอยูกบขนาดของต้นไม้และพื้นที่ที่ใช้งาน ในต้นไม้กนยุงจะมีสารอยูสองชนิ ด
คื อ สารที่ มี คุ ณสมบัติเ ป็ นสารดึ งดู ดยุง (attractant)
และสารไล่ ยุง
(repellent) ต้นไม้ที่ยงเล็กจะมีสารดึงดูดยุงมากกว่าสารไล่ยง เมื่อโตขึ้นสาร
ั
ุ
ไล่ยงสามารถแสดงคุณสมบัติได้เต็มที่
ุ
- ลักษณะ เป็ นไม้ พ่ ม ใบแตกออกจากทั้งตายอดและตา
ุ
ข้าง ขอบใบหยัก
- ส่ วนที่ใช้ ใช้ท้ งต้น โดยจะปลูกเป็ นไม้ประดับ ใน
ั
ขณะเดียวกันก็จะช่วยไล่ยง ไม่ให้เข้ามาใกล้
ุ
ั
- วิธีใช้ วางกระถางที่ปลูกต้นไม้กนยุงไว้ในห้อง
็ ้
สามารถไล่ยงได้ตลอด 24 ชัวโมง แต่ตนไม้กตองการ
ุ
้
่
แสงแดดเพื่อการสังเคราะห์แสง จึง ควรนาต้นไม้ไป
รับแสงแดดอย่างน้อยวันละ 4 ชัวโมงและรดน้ าให้ ชุ่ม
่
ในเวลาเช้า หากแสงแดดไม่จด ควรให้น้ าพอสมควร
ั
เพื่อ ป้ องกันมิให้รากเน่า
วิธีการดาเนินงาน
แนวทางการดาเนินงาน
1. เสนอหัวข้อโครงงาน
2. ศึกษาและค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับสมุนไพรที่มีสรรพคุณที่สามารถใช้
ไล่ยงได้
ุ
3. ค้นคว้าข้อมูลวิธีการทาสมุนไพรตากแห้ง
4. คัดเลือกสมุนไพรที่มีสรรพคุณตามที่ตองการ
้
5. นาเข้าสู่ กระบวนการการผลิต
6. ทดสอบคุณภาพของสมุนไพรตากแห้ง
7. แก้ไขและเพิมเติมสิ่ งที่บกพร่ องของผลิตภัณฑ์
่
8. จัดทาคู่มือการใช้ผลิตภัณฑ์
9. รายงานผลการดาเนินงาน
10. จัดทาเอกสาร
เครื่องมือและอุปกรณ์ ทใช้
ี่
1.สมุนไพรไทยชนิดต่างๆ
2.ถาดรองในการนาไปตากแห้ง
3.บรรจุภณฑ์
ั
• งบประมาณ
• ใช้ งบประมาณในการทาประมาณ 100-200 บาท
ขั้นตอนและแผนดาเนินงาน
• นาสมุนไพรที่ต้องการไปตากแห้ ง
• เมื่อสมุนไพรแห้ งนามาบรรจุในหีบห่อ พร้ อมตกแต่งสวยงาม
ผลทีคาดว่ าจะได้ รับ
่
ให้ผูบริ โภคหันมาใช้สมุนไพรแห้งไล่ยุงมากขึ้น แทนการใช้สเปรย์
้
ดับ กลิ่ น เพื่ อ ลดการใช้ส ารเคมี ใ ห้ น้ อ ยลง และให้ ผู ้บ ริ โภคได้ท ราบถึ ง
ประโยชน์ของสมุนไพรไทย

สถานทีดาเนินการ
่
ดาเนิ นการในที่ พกอาศัยของผูจดทาโครงงาน โดยนาถุงสมุนไพร
ั
้ั
แห้งไล่ยุงไปแขวนภายในบริ เวณบ้าน หรื ออาจจะนาไปแขวนในห้องทางาน
ห้องนังเล่น ห้องนอน หรื อห้องอื่น
่
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ทเี่ กียวข้ อง
่
- กลุ่มสาระคณิ ตศาสตร์ : การทาถุงให้เหมาะต่อปริ มาตรของสมุนไพรแห้ง
และระยะเวลาการระเหยของกลิ่นของสมุนไพร
- กลุ่มสาระสังคม (เศรษฐศาสตร์ ) : การคานวณค่าใช้จ่ายในการผลิต
ผลิตภัณฑ์ การขนส่ ง
- กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี : การออกแบบรู ปผลิตภัณฑ์
เครื่ องหมายการค้า บรรจุภณฑ์
ั
- กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ : การทดลองเพื่อทดสอบว่า สมุนไพรชนิ ดใดมี
ประโยชน์ในด้านการไล่ยง และมีกลิ่นที่หอมตามความต้องการของผูใช้
ุ
้
แหล่ งอ้ างอิง
http://www.sapaan.net/forum/healthcommunity/acaxaeao1aaaaeaoaadeoaein1ao
http://girlyhealthy.blogspot.com/2011/09/blo
g-post_16.html
ภาคผนวก
จบการนาเสนอ
ขอบคุณ

นำเสนอโครงงานคอม

  • 1.
    โครงงานคอมพิวเตอร์ เรื่ อง สมุนไพรแห้งยุง (mosquito-repellentwith herb) จัดทาโดย น.ส.พิมพ์ บูรณะพิมพ์ เลขที่ 20 ม.6/4 น.ส.นันทิยา คาแสน เลขที่ 34 ม.6/4 อาจารย์ ที่ปรึกษาโครงงาน ครู เขื่อนทอง มูลวรรณ โรงเรี ยนยุพราชวิทยาลัย เชียงใหม่
  • 2.
    ที่มาและความสาคัญของโครงงาน ปั จจุ บนนี้ค่าครองชี พในสังคมไทยเพิ่มสู งขึ้ น ทั้งด้านการอุปโภค ั บริ โภคและการคมนาคม ดังนั้นคนส่ วนใหญ่ จึงหันมาใส่ ใจกับสิ นค้าและ ผลิ ต ภัณ ฑ์ม ากขึ้ น โดยต้อ งเป็ นผลิ ต ภัณ ฑ์ที่ ร าคาประหยัด และคุ ณ ภาพดี สมุนไพรเป็ นทางเลือกหนึ่ งของวัตถุดิบที่นาไปผลิตเป็ นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ไม่ ว่าจะเป็ นอาหาร ยา และสิ นค้าอื่นๆ ดังนั้นสิ นค้าที่ผลิตจากสมุนไพรจึงได้รับ ความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะยา สมุนไพรไทยเป็ นสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมและมีสรรพคุณในการไล่ แมลงอีกทั้งยังสามารถหาได้ง่าย การทาสมุนไพรไล่แมลงเองจึ งไม่ใช่ เรื่ อง ยาก ทั้งในปั จจุบนโรคไข้เลือดออกยังเป็ นโรคที่อนตรายและแพร่ ระบาดมาก ั ั การทายาไล่ยงจากสมุนไพรใกล้ตวและกรรมวิธีการทาที่ไม่ยงยากจึงเป็ นอีก ุ ั ุ่ ทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจเป็ นอย่างมาก
  • 3.
    วัตถุประสงค์ -ส่ งเสริ มสนับสนุนให้มีการใช้สมุนไพรไทยมากขึ้น -ประหยัดค่าใช้จ่ายในการดาเนิ นชีวิต -ป้ องกันยุงด้วยสรรพคุณของสมุนไพรไทย ขอบเขตโครงงาน ผลิ ตภัณฑ์ส มุ นไพรแห้งไล่ ยุง จะใช้ไ ด้ผลดี ในสถานที่ ที่ มี อากาศถ่ายเท ปลอดโปร่ งและขนาดของผลิตภัณฑ์มีขนาดปานกลางไม่ ใหญ่จนเกิน เพื่อให้สะดวกเมื่อต้องการนาไปใส่ ในที่ที่เราต้องการ
  • 4.
    หลักการและทฤษฎี - มะกรู ดชื่อวิทยาศาสตร์ Citrus hystri ลักษณะ มะกรู ดเป็ นไม้ยนต้นขนาดเล็ก ใบ ื หนาและมีรอยคอดตรงกลาง ดอกสี ขาว ผิว ของผลมะกรู ดขรุ ขระเป็ นปุ่ มปมทั้งลูก น้ าใน ลูกมีรส เปรี้ ยว มีหนามแหลมยาวตามลาต้น และกิ่ง - ส่ วนที่ใช้ ผล - วิธีใช้ นาผิวของผลมะกรู ดสดมาหันเป็ นชิ้น ่ เล็ก ๆ แล้วนามาโขลกผสมกับน้ าโดยใช้ อัตราส่ วน 1 ต่อ 1 แล้วกรองเอาแต่ส่วนที่ เป็ นน้ ามาใช้
  • 5.
    - ไพลเหลือง ชื่อวิทยาศาสตร์Zingiber cassumunar - ลักษณะ ไพลเหลืองเป็ นพืชหัว หัวเป็ น แง่งโตติดกันเป็ นพืด ใบเล็กยาว ปลาย แหลม - ส่ วนทีใช้ หัว ่ - วิธีใช้ นาหัวไพลเหลืองสดมาโขลกผสม กับน้ าในอัตราส่ วน 1 ต่อ 1 แล้วกรองเอา แต่ ส่ วนที่เป็ นน้ ามาทาผิวหนัง แต่มีขอเสี ย ้ คือทาให้ผวหนังติดสี เหลืองล้างออกยาก ิ
  • 6.
    - สะระแหน่ ชื่อวิทยาศาสตร์Mentha arversis - ลักษณะ สะระแหน่เป็ นพืชเลี้อยตามพื้นดิน ลาต้นสี แดงเข้ม ใบกลม ขนาด หัวแม่มือ ใบค่อนข้างหนา ริ มใบหยักโดยรอบและมีกลิ่นหอม - ส่ วนทีใช้ ใบ ่ - วิธีใช้ ขยี้ใบสะระแหน่สดทาถูที่ผวหนังโดยตรง ิ - กระเทียม ชื่อวิทยาศาสตร์ Allium sativum - ลักษณะ กระเทียมเป็ นพืชหัว ประกอบด้วยกลีบเล็กๆ เกาะกัน โดยมีเยือ ่ บางๆ สี ขาวหุมหัวไว้เป็ นชั้นๆ ใบยาว แข็งและหนา ดอกเป็ นช่อ เล็กๆ สี ้ ่ ขาวรวมกันเป็ นกระจุกอยูที่ปลายก้านดอก - ส่ วนที่ใช้ หัว - วิธีใช้ นาหัวกระเทียมสดมาโขลกผสมกับน้ าในอัตราส่ วน 1 ต่อ 1 แล้ว กรองเอาแต่ส่วนที่เป็ นน้ ามาทาผิวหนัง หรื อจะใช้หวกระเทียมสด ทาถูที่ ั ผิวหนังโดยตรงก็ได้
  • 7.
    - กะเพรา ชื่อวิทยาศาสตร์Ocimum sanotum - ลักษณะ กะเพราเป็ นไม้พมเตี้ย ลาต้นและใบมีขน ุ่ ปกคลุม ปลายใบแหลม ที่ นิยมปลูกตามบ้านมี 2 ชนิด คือ กะเพราขาว ใบสี เขียว และ กะเพราแดง ใบมีสีออกแดงเลือดหมู - ส่ วนทีใช้ ใบ ่ - วิธีใช้ ขยี้ใบสดหลายๆ ใบวางไว้ใกล้ตว กลิ่น ั น้ ามันกะเพราที่ระเหยออก มาจากใบจะช่วยไล่ยง ุ ไม่ให้เข้ามาใกล้ หรื อจะขยี้ใบสดแล้วทาถูที่ ผิวหนังโดยตรงก็ได้ แต่กลิ่นน้ ามันกะเพรานี้ ระเหย หมดไปค่อน ข้างเร็ วจึงควรหมันเปลี่ยนบ่อยครั้ง ่
  • 8.
    - ว่ านนาชื่อวิทยาศาสตร์ Acorus calamus ้ ่ ลักษณะ ว่านน้ าเป็ นพืชที่ข้ ึนอยูตามริ มหนองน้ าหรื อบริ เวณที่ช้ืน แฉะ เหง้า เป็ นเส้นกลมหนา สี ขาวออกม่วง เจริ ญงอกงามตามยาว ขนานกับ ผิวดิน รากเล็กเป็ นฝอย ใบแตกจากเหง้า ลักษณะเป็ น เส้นตรง ปลายใบแหลม ผิวใบเรี ยบ เห็นเส้นกลางใบชัดเจน ช่อ ดอกทรง กระบอกสี เหลืองออกเขียว - ส่ วนที่ใช้ เหง้า - วิธีใช้ หันเหง้าสดเป็ นชิ้นเล็ก ๆ แล้วนามาโขลกผสมกับน้ าใน ่ อัตราส่ วน 1 ต่อ 1 กรองเอาแต่ส่วนที่เป็ นน้ ามาใช้ทาผิวหนัง
  • 9.
    - แมงลัก ชื่อวิทยาศาสตร์Ocimum citratum - ลักษณะ แมงลักเป็ นพืชล้มลุก สูงประมาณ 60-70 เซนติเมตร ดอก ่ สี ขาว เป็ นช่ออยูปลายกิ่ง - ส่ วนทีใช้ ใบ ่ - วิธีใช้ ขยี้ใบสดทาถูที่ผวหนัง ิ
  • 10.
    - ตะไคร้ หอมชื่อวิทยาศาสตร์ Cymbopogon nardus - ลักษณะ ตะไคร้หอมขึ้นเป็ นกอ ลักษณะ คล้ายตะไคร้บานแต่ใบยาวกว่าและ ลาต้นมี ้ สี แดง ดอกเป็ นพวงช่อฝอย - ส่ วนทีใช้ ต้นและใบ ่ - วิธีใช้ นาต้นและใบสดมาโขลกผสมกับน้ า ใช้อตราส่ วน 1 ต่อ 1 แล้ว กรองเอาแต่ส่วน ั ที่เป็ นน้ ามาใช้ทาผิวหนัง หรื อนาต้นสด 45 ต้นมา ทุบแล้ววางไว้ใกล้ตว กลิ่นน้ ามัน ั ตะไคร้หอมที่ระเหยออกมาจะช่วย ไล่ยง ุ ไม่ให้เข้ามาใกล้
  • 11.
    - ต้ นยูคาลิปตัสชื่อวิทยาศาสตร์ Eucalyptus citriodara - ลักษณะ ยูคาลิปตัสเป็ นไม้ยนต้นสู ง ใบยาวรี ค่อนข้างหนา ื - ส่ วนที่ใช้ ใบ - วิธีใช้ ขยี้ใบสดทาถูที่ผวหนัง ิ
  • 12.
    - ต้ นไม้กนยุง (มอสซี่ บัสเตอร์ ) ั การพัฒนาโดยวิธีการทางพันธุ์วิศวกรรม ระหว่างพันธุ์ไม้ 2 ตระกูล ั คือ อาฟริ กน เจอราเนี ยม (African Geranium) และตะไคร้หอม (Citronella) จึงมีลกษณะคล้ายต้นเจอราเนี ยม แต่จะมีกลิ่นหอมอ่อนๆของ ั ั ต้นตะไคร้ หอม ต้นไม้กนยุงนี้ จึงสามารถไล่ยุงได้เช่ นกัน แต่ประสิ ทธิ ภาพจะ ่ ั ั ่ ขึ้นอยูกบขนาดของต้นไม้และพื้นที่ที่ใช้งาน ในต้นไม้กนยุงจะมีสารอยูสองชนิ ด คื อ สารที่ มี คุ ณสมบัติเ ป็ นสารดึ งดู ดยุง (attractant) และสารไล่ ยุง (repellent) ต้นไม้ที่ยงเล็กจะมีสารดึงดูดยุงมากกว่าสารไล่ยง เมื่อโตขึ้นสาร ั ุ ไล่ยงสามารถแสดงคุณสมบัติได้เต็มที่ ุ
  • 13.
    - ลักษณะ เป็นไม้ พ่ ม ใบแตกออกจากทั้งตายอดและตา ุ ข้าง ขอบใบหยัก - ส่ วนที่ใช้ ใช้ท้ งต้น โดยจะปลูกเป็ นไม้ประดับ ใน ั ขณะเดียวกันก็จะช่วยไล่ยง ไม่ให้เข้ามาใกล้ ุ ั - วิธีใช้ วางกระถางที่ปลูกต้นไม้กนยุงไว้ในห้อง ็ ้ สามารถไล่ยงได้ตลอด 24 ชัวโมง แต่ตนไม้กตองการ ุ ้ ่ แสงแดดเพื่อการสังเคราะห์แสง จึง ควรนาต้นไม้ไป รับแสงแดดอย่างน้อยวันละ 4 ชัวโมงและรดน้ าให้ ชุ่ม ่ ในเวลาเช้า หากแสงแดดไม่จด ควรให้น้ าพอสมควร ั เพื่อ ป้ องกันมิให้รากเน่า
  • 14.
  • 15.
    แนวทางการดาเนินงาน 1. เสนอหัวข้อโครงงาน 2. ศึกษาและค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับสมุนไพรที่มีสรรพคุณที่สามารถใช้ ไล่ยงได้ ุ 3.ค้นคว้าข้อมูลวิธีการทาสมุนไพรตากแห้ง 4. คัดเลือกสมุนไพรที่มีสรรพคุณตามที่ตองการ ้ 5. นาเข้าสู่ กระบวนการการผลิต 6. ทดสอบคุณภาพของสมุนไพรตากแห้ง 7. แก้ไขและเพิมเติมสิ่ งที่บกพร่ องของผลิตภัณฑ์ ่ 8. จัดทาคู่มือการใช้ผลิตภัณฑ์ 9. รายงานผลการดาเนินงาน 10. จัดทาเอกสาร
  • 16.
  • 17.
    • งบประมาณ • ใช้งบประมาณในการทาประมาณ 100-200 บาท
  • 18.
  • 19.
    • นาสมุนไพรที่ต้องการไปตากแห้ ง •เมื่อสมุนไพรแห้ งนามาบรรจุในหีบห่อ พร้ อมตกแต่งสวยงาม
  • 20.
    ผลทีคาดว่ าจะได้ รับ ่ ให้ผูบริโภคหันมาใช้สมุนไพรแห้งไล่ยุงมากขึ้น แทนการใช้สเปรย์ ้ ดับ กลิ่ น เพื่ อ ลดการใช้ส ารเคมี ใ ห้ น้ อ ยลง และให้ ผู ้บ ริ โภคได้ท ราบถึ ง ประโยชน์ของสมุนไพรไทย สถานทีดาเนินการ ่ ดาเนิ นการในที่ พกอาศัยของผูจดทาโครงงาน โดยนาถุงสมุนไพร ั ้ั แห้งไล่ยุงไปแขวนภายในบริ เวณบ้าน หรื ออาจจะนาไปแขวนในห้องทางาน ห้องนังเล่น ห้องนอน หรื อห้องอื่น ่
  • 21.
    กลุ่มสาระการเรียนรู้ ทเี่ กียวข้อง ่ - กลุ่มสาระคณิ ตศาสตร์ : การทาถุงให้เหมาะต่อปริ มาตรของสมุนไพรแห้ง และระยะเวลาการระเหยของกลิ่นของสมุนไพร - กลุ่มสาระสังคม (เศรษฐศาสตร์ ) : การคานวณค่าใช้จ่ายในการผลิต ผลิตภัณฑ์ การขนส่ ง - กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี : การออกแบบรู ปผลิตภัณฑ์ เครื่ องหมายการค้า บรรจุภณฑ์ ั - กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ : การทดลองเพื่อทดสอบว่า สมุนไพรชนิ ดใดมี ประโยชน์ในด้านการไล่ยง และมีกลิ่นที่หอมตามความต้องการของผูใช้ ุ ้
  • 22.
  • 23.
  • 28.