More Related Content
PDF
ใบงานส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ PDF
ผลกระทบของเทคโนโลยีต่อสังคม และ มนุษย์ PDF
แต่งตั้งคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาภายใน-ประจำปีการศึกษา-2561 PDF
โครงงานคอมพิวเตอร์ เรื่อง เครื่องดื่มสมุนไพรธรรมชาติ PDF
PDF
PPT
PDF
What's hot
PDF
โครงงานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง PDF
ถอดบทเรียนเศรษฐกิจพอเพียง PDF
PPTX
PDF
รายงานโครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง เชื้อเห็ดราเอคโตไมคอร์ไรซากับการเจริญเติบโตขอ... PDF
PPTX
PDF
ใบความรู้เรื่อง โครงงานคอมพิวเตอร์ PDF
โครงงานประเภทพัฒนาเครื่องมือ 5 PDF
PDF
แบบเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์ PDF
57 กำหนดการเชิงเส้น ตอนที่2_การหาค่าสุดขีด PPTX
PDF
DOCX
PDF
การเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว PDF
ใบงาน เครื่องมือภูมิศาสตร์ PDF
52 ตรีโกณมิติ สื่อปฏิสัมพันธ์เรื่องมุมบนวงกลมหนึ่งหน่วย PDF
ใบความรู้ เรื่อง ส่วนประกอบของโปรแกรม Microsoft excel 2007 PDF
Similar to ทรัพยากรมนุษย์และการออกแบบงาน
PDF
บทที่ 10 ทรัพยากรมนุษย์และการออกแบบงาน PDF
PPT
PDF
บทที่4 Recruitment and Selection PDF
PPTX
PPT
PPTX
Organization and Management: การจัดบุคคลเข้าทำงาน PPTX
PDF
2003 การจัดการทรัพยากรในองค์การ PDF
บทที่4 Recruitment_Selection PDF
PDF
HR and Organization Innovation@RU PDF
PDF
การบริหารการผลิตบทที่3.pdf PDF
มุมมองใหม่ของฝ่ายทรัพยากรบุคคล Rethinking HR PPT
Chapter 10: Managing Human Resources PPT
HR Case Analysis : Index livingmall PPT
804501 ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) PPT
804501HRMม.ราชภัฏกำแพงเพชร More from tumetr
DOCX
ขั้นตอนการสร้าง Facebook page PPTX
ตั้งรับ ขับเคลื่อนธุรกิจและผลักดันคนไอทีไทยสู่-Aec-2015 PPTX
PPTX
PPT
The system-analysis-and-design PPT
การพัฒนาและติดตั้งระบบ(System implementation) PPT
PPT
ส่วนจัดการสื่อประสานผู้ใช้(User interface-management) PPT
PPT
An approach-to-planning-software-projects PPT
PPT
PPTX
กลยุทธ์การเลือกทำเลที่ตั้งสถานประกอบการ PPT
กลยุทธ์การวางผังสถานประกอบการ PDF
หน่วยที่ 5.3.2 การสุขาภิบาลอาหาร PDF
หน่วยที่ 5.3.1 สารปนเปื้อนในอาหาร PDF
หน่วยที่ 5.2 ผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ PPT
PPT
โครงสร้างข้อมูลแบบลิงค์ลิสต์ (linklist) PPT
การวิเคราะห์อัลกอริทึม(algorithm analysis) ทรัพยากรมนุษย์และการออกแบบงาน
- 1.
- 2.
- 3.
- 4.
สายการบิน Southwest Airlinesถือได้ว่าเป็นสายการบินที่
ประสบความสาเร็จในการทาธุรกิจ จัดเป็นเป็นสายการบินขนาดเล็ก ที่ต้อง
เผชิญกับสายการบินคู่แข่งรายใหญ่หลายราย กลยุทธ์สาคัญในการทาให้
สายการบินต้นทุนต่าอย่าง Southwest ประสบความสาเร็จนี้ ได้แก่
การจัดการด้านทรัพยากรมนุษย์ คือ การปลูกฝังวัฒนธรรมให้กับ
พนักงานในการเอาใจใส่ดูแลผู้โดยสารอย่างดีที่สุด ไม่ใช่เป็นแค่การทางาน
ตามหน้าที่เท่านั้น
Southwest มีความพิถีพิถันเป็นอย่างมากในการคัดเลือก และ
ฝึกอบรมพนักงานมากกว่าสายการบินอื่นๆ นอกจากนี้พนักงานในบริษัทยัง
ได้รับเงินเดือนมากกว่าอัตราเงินเดือนเฉลี่ยของอุตสาหกรรมการบินและ
พนักงานอีกจานวนมากยังได้รับสิทธิการถือหุ้นของบริษัทอีกด้วย
4
- 5.
- 6.
6
ในยุคของการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว และสภาวะทีมีการแข่งขัน
(Competitiveness) อย่างรุนแรงในสังคมโลกปัจจุบัน ทาให้องค์กรต่าง ๆ
ต้องหันกลับมาทบทวนตนเอง และให้ความสาคัญกับการพฒันา
ทรัพยากรบุคคล (Human Resource Development) มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ
การมุ่งเน้นที่จะสร้างทุนมนุษย์ (Human Capital Building) และการ
จัดการความรู้ (Knowledge Management) เพื่อสร้างความได้เปรียบใน
การเป็นผู้นาในการปรับตัว ให้ทันกับกระแสการเปลี่ยนแปลงดังคากล่าว
ทีว่า องค์กรที่อยู่รอดได้ คือองค์กรที่สามารถปรับตัวตามกระแสการ
เปลี่ยนแปลงได้ แต่องค์กรทีจะประสบความสาเร็จได้ จะต้องสามารถ
คาดคะเนความเปลี่ยนแปลงล่วงหน้าและปรับตัว ได้ก่อน และการที่จะ
เป็นองค์กรแห่งความเป็นเลิศ ได้ตลอดกาลนั้นองค์กรจะต้องสามารถ
ตอบสนองการเปลี่ยน แปลง การคาดคะเนการเปลี่ยนแปลง และ
สามารถกาหนดแนวโน้ม การเปลี่ยนแปลงได้ ตลอดจนมีความสามารถ
ในการเป็นผู้นา ในการเปลี่ยนแปลงได้ในที่สุด
- 7.
7
การพัฒนาทรัพยากรบุคคล (Human Resource
Development)เป็นกระบวนการเรียนรู้ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ
สมรรถนะ และทัศนคติ ของบุคลากรในองค์กรให้มีพฤติกรรมการ
ทางานที่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร อันจะส่งผลให้เกิด
ความก้าวหน้าในตนเองและองค์กร ดังนั้นการพัฒนาทรัพยากร
บุคคล จึงมีความหมายครอบคลุมไปถึงการพัฒนารายบุคคล
(Individual Development ) การพัฒนาอาชีพ (Career
Development) และการพัฒนาองค์กร (Organization Development)
การพฒั นาคุณภาพชีวิตในการทางาน (Work – Life Balance) การ
ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดจนการมีระบบประกันคุณภาพการ
ฝึกอบรม
- 8.
- 9.
- 10.
10
การวางแผนทรัพยากรมนุษย์ (Human ResourcePlanning:
HRP) หมายถึง กระบวนการคาดการณ์ความต้องการใช้ทรัพยากร
มนุษย์ขององค์การไว้ล่วงหน้า ว่าต้องการบุคคลที่มีคุณสมบัติ
อย่างไร ระดับใด จานวนเท่าใด เมื่อใด ด้วยวิธีการใด ต้องพัฒนา
บุคคลให้มีความรู้ความสามารถอย่างไร และจะควบคุมจานวน
ทรัพยากรมนุษย์ในองค์การให้มีความเหมาะสมสอดคล้องกับการ
ดาเนินงานขององค์การได้อย่างไร ตลอดจนการกาหนดนโยบายและ
ระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ เพื่อจะใช้ทรัพยากรบุคคลที่มีอยู่ให้เกิด
ประโยชน์สูงสุด
การวางแผนด้านแรงงาน
- 11.
11
จุดประสงค์ของการวางแผนทรัพยากรมนุษย์
1. เพื่อการคาดคะเน กาลังแรงงานให้เหมาะสมกับงานและ
ระยะเวลาโดยคานึงถึง ความรู้ ทักษะ และความสามารถตาม
ตาแหน่งงานนั้นๆ
2. เพื่อเป็นแนวทางในการกาหนดแผนกลยุทธ์ ในแต่ละด้านของ
องค์กร เช่นด้านการตลาด ด้านการผลิต และด้านอื่นๆ
3. เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในองค์กรมีความเข้าใจในกรอบและแผนอัตรา
กาลังคน สาหรับเตรียมหามาตรการรองรับ และแก้ไขปัญหา
เกี่ยวกับ กาลังแรงงานในอนาคต
4. เพื่อธารงไว้ในเรื่องจานวนและคุณภาพ ของทรัพยากรบุคคล ที่
ต้องการ
5. เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับสภาพของทรัพยากรบุคคล
ในหน่วยงานต่างๆ ภายในองค์การ ซึ่งจะเชื่อมโยง ไปถึงการไกล่
เกลี่ยกาลังคนระหว่างหน่วยงานในอนาคต
การวางแผนด้านแรงงาน
- 12.
12
• Labor markets
•Technology
• Legislation
• Competition
• Economy
• Demand forecast
• Internal labor supply
• External labor supply
• Job analysis
HRM environmental
scanning
Human resources
planning
Organizational strategic
planning
Planning
• Employee recruitment
• Employee selection
• Outplacement
• Training and development
• Performance appraisal
• Reward systems
• Labor relations
Human resources
activities
Programming
• Productivity
• Quality
• Innovation
• Satisfaction
• Turnover
• Absenteeism
• Health
Results
Evaluation
การวางแผนด้านแรงงาน
- 13.
- 14.
- 15.
15
10 ขั้นตอนสรรหาผู้สมัครงานอย่างเป็นระบบ
1. จัดทาJob Description
2. กาหนดทีมผู้สัมภาษณ์
3. เตรียมการสัมภาษณ์
4. ดาเนินการสัมภาษณ์งานอย่างมืออาชีพ
5. อธิบายรายละเอียดงานให้ชัดเจน
6. สื่อสารอย่างมืออาชีพ
7. คัดเลือกผู้สมัครงาน
8. รับเข้าทางาน
9. ทาสัญญาให้ชัดเจน
10. เริ่มทดลองงาน
การวางแผนด้านแรงงาน
- 16.
การวางแผนด้านแรงงาน
การวางแผนด้านแรงงาน คือ การตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายแรงงาน
ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงในการจ้างงาน (Employment stability)
และการจัดตารางการทางาน (Work schedules)
นโยบายความมั่นคงในการจ้างงาน ประกอบด้วย 2 นโยบาย ได้แก่
1. การจัดจานวนแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการแรงงาน
ต้นทุนแรงงานโดยตรงจะถูกพิจารณาร่วมกับต้นทุนการผลิตสินค้าและ
อาจมีต้นทุนอื่นๆ อีกด้วย ซึ่งนโยบายแบบนี้เปรียบทรัพยากรมนุษย์
ว่าเป็นต้นทุนแปรผัน
2. การรักษาจานวนแรงงานให้คงที่ เพื่อให้เกิดต้นทุนต่าสุด ซึ่ง
นโยบายแบบนี้เปรียบทรัพยากรมนุษย์ว่าเป็นต้นทุนคงที่
16
- 17.
การจัดตารางการทางาน นอกจากการจัดตารางแบบปกติ คือ
สัปดาห์ละ5 วัน และในแต่ละวันทางาน 8 ชั่วโมง ยังมีรูปแบบอื่นๆ อีก ดังนี้
1. จัดตารางการทางานสัปดาห์การทางานแบบยืดหยุ่น
เป็นการจัดตารางการทางานที่แตกต่างจากตารางการทางานปกติ
เช่น ทางาน 4 วัน วันละ 10 ชั่วโมง บริษัทที่นาไปใช้ ได้แก่
Duke Power Co., AT&T และ General Motors
2. จัดตารางการทางานแบบชั่วโมงการทางานระยะสั้น (Part-time)
พนักงานจะทางานน้อยกว่ามาตรฐานตารางการทางานปกติ เช่น
ทางานไม่ครบ 5 วัน หรือทางานไม่เกิน 32 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
นิยมใช้ในอุตสาหกรรมบริการ เช่น ธนาคาร ร้านอาหาร เป็นต้น
การวางแผนด้านแรงงาน
17
- 18.
- 19.
- 20.
การทางานเฉพาะด้าน Adam Smithนักเศรษฐศาสตร์ในศตวรรษที่ 18
ได้แนะแนวคิด การแบ่งประเภทการทางานที่เรียกว่าการทางานเฉพาะด้าน
เพื่อลดต้นทุนด้วยวิธีต่างๆดังนี้
1. พัฒนาความชานาญในการทางานของพนักงาน และความ
รวดเร็วในการเรียนรู้งาน
2. ลดเวลาสูญเสีย เนื่องจากพนักงานไม่ต้องมีการเปลี่ยนแปลง
การทางาน
3. พัฒนาด้านการใช้เครื่องมือเฉพาะ เพื่อลดการลงทุนด้าน
เครื่องมือและอุปกรณ์
การออกแบบงาน
20
- 21.
การขยายงาน แนวคิดของการขยายงาน มีวิธีการดังนี้
1.การขยายขอบเขตงาน (Job enlargement) คือ การจัด
ภาระงานที่มีทักษะการทางานเหมือนหรือคล้ายๆกันไว้ด้วยกัน
2. การหมุนเวียนหน้าที่งาน (Job rotation) เป็นรูปแบบหนึ่ง
ของการขยายขอบเขตงาน โดยขยายจากงานเฉพาะด้านไปสู่งาน
ด้านอื่นๆ
3. การเพิ่มความสาคัญของงาน (Job enrichment) คือ การ
เพิ่มความรับผิดชอบในการทางานให้พนักงาน รวมถึงการ
วางแผนและควบคุมงานให้สาเร็จลุล่วง
4. การมอบอานาจให้พนักงาน (Employee empowerment)
ต่อยอดมาจากการเพิ่มความสาคัญของงาน โดยเพิ่มความ
รับผิดชอบและอานาจในการตัดสินใจให้กับพนักงาน
การออกแบบงาน
21
- 22.
- 23.
อดีตประธานกลุ่มโรงแรม Ritz-Carton ได้เคยกล่าว
แนะนาตนเองกับพนักงานว่า“ผมชื่อ Horst Schulze ผมเป็น
ประธานของบริษัทนี้ ตาแหน่งของพวกคุณที่มีความสาคัญมาก
เท่ากับผม” จึงเป็นสาเหตุทาให้อัตราการลาออกจากงานของ
พนักงานในบริษัทน้อยกว่าโรงแรมอื่นๆ
Schulze ได้บริหารธุรกิจของโรงแรมมาเกือบ 20 ปี ด้วย
ปรัชญาในการให้บริการลูกค้าด้วยมาตรฐานระดับทองคา คือ
“ต้องให้การดูแลลูกค้าให้มีความสะดวกสบายอย่างจริงใจ” “หน้าที่
ของเรา คือการสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า เพื่อให้พวกเขา
กลับมาพักในโรงแรมอีกครั้ง” และมีการมอบอานาจให้กับ
พนักงานในการดูแลลูกค้า รวมไปถึงการรับฟังข้อคิดเห็นและ
คาแนะนาจากพนักงานทุกคน
23
- 24.
คุณลักษณะของงานหลัก
Hackman และ Oldhamได้เสนอคุณลักษณะของการ
ออกแบบงานไว้ 5 ข้อ ดังต่อไปนี้
1. การมีทักษะที่หลากหลาย
2. เอกลักษณ์ของ
3. ความสาคัญของงาน
4. ความเป็นอิสระ
5. ข้อมูลย้อนกลับ
การออกแบบงาน
24
- 25.
- 26.
- 27.
การออกแบบงาน มีข้อจากัดต่างๆเกิดขึ้น ได้แก่
1.ใช้เงินทุนจานวนมาก
2. ความแตกต่างระหว่างบุคคล
3. อัตราค่าจ้างแรงงานที่สูงขึ้น
4. จัดกลุ่มแรงงานให้มีขนาดเล็กลง
5. อัตราการเกิดอุบัติเหตุสูงขึ้น
6. เทคโนโลยีที่นามาใช้อาจไม่สามารถนามาปรับให้เข้า
กับการขยายงานได้
การออกแบบงาน
27
- 28.
- 29.
• ระบบแรงจูงใจ (Incentivesystem) คือ ระบบการให้รางวัล
กับพนักงานทั้งบุคคลหรือทีมที่มีผลงานในการเพิ่มผลิตภาพ
ให้แก่บริษัท
• ระบบการให้เงินรางวัลตามพื้นฐานความรู้ (Knowledge-
based pay systems) ระบบนี้แบ่งสัดส่วนของเงินรางวัลให้
พนักงานตามความรู้หรือทักษะการทางานที่นามาแสดงออก
ในทีมมี 3 รูปแบบ
ทักษะตามแนวนอน (Horizontal skills) ที่พนักงาน
สามารถทางานได้หลากหลาย
ทักษะตามแนวตั้ง (Vertical skills) เกี่ยวข้องกับการ
วางแผนและการควบคุมงาน
ทักษะตามแนวลึก (Depth of skills) สะท้อนในเรื่องของ
คุณภาพและผลิตภาพ
การออกแบบงาน
29
- 30.
Frederick W. Taylorศึกษาเรื่องการคัดเลือกสรรหาบุคลากร
วิธีการทางาน มาตราฐานแรงงาน และสิ่งจูงใจในการทางาน ทาให้
เกิดการพัฒนาความรู้ด้านขีดความสามารถและข้อจากัดของ
พนักงานซึ่งมีความสาคัญสาหรับการออกแบบการทางาน
หลักการยศาสตร์ คือ การศึกษาการทางานในด้านปัจจัย
ต่างๆที่เกี่ยวกับมนุษย์เพื่อปรับปรุงการทางานของมนุษย์ให้ดีขึ้น
ผู้ปฏิบัติการส่งปัจจัยนาเข้า เข้าสู่เครื่องจักร (Operator
input to machines) ประเมินการตอบสนองของผู้ปฏิบัติการที่
มีต่ออุปกรณ์มือจับหรือปุ่มกดของเครื่องจักร ต้องมั่นใจว่าผู้
ปฏิบัติการมีร่างกายแข็งแรง มีความยืดหยุ่นในการทางาน มี
สภาพการรับรู้และมีสภาพจิตใจที่สามารถควบคุมได้
การออกแบบงาน
30
- 31.
ข้อมูลย้อนกลับสู่ผู้ปฏิบัติการ (Feedbackto operators)
เป็นข้อมูลย้อนกลับจากการปฏิบัติงานที่ตรวจสอบโดยการ
มองเห็น การฟังเสียง และความรู้สึก ในสิ่งที่อาจผิดปกติ เพื่อ
ไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้นในภายหลัง
สภาพแวดล้อมในการทางาน (The work environment)
มีผลต่อการปฏิบัติงาน ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตการ
ทางานของพนักงาน ปัจจัยที่สามารถควบคุมได้เช่น แสง
สว่าง เสียงอุณหภูมิ และความชื้น
การออกแบบงาน
31
- 32.
สภาพงาน ชนิดของงาน
ระดับของแสงสว่าง
(FT –C)
ชนิดของการให้แสง
สว่าง
รายละเอียดสูง ต้องการความ
แม่นยา
เย็บผ้า ตรวจสอบวัตถุที่มีสีทึบ 100 ไฟเพดานและโคมไฟที่โต๊ะ
รายละเอียดรรมดา
อ่านหนังสือ ประกอบชิ้นส่วน
งานสานักงาน
20-50 ไฟเพดาน
วัตถุค่อนข้างใหญ่
สิ่งอานวยความสะดวกด้านการ
พักผ่อนหย่อนใจ
5-10 ไฟเพดาน
วัตถุขนาดใหญ่ ร้านอาหาร บันได คลังสินค้า 2-5 ไฟเพดาน
ตารางที่ 10.1 ระดับของแสงสว่างในภาวะการทางานต่างๆ
การออกแบบงาน
32
- 33.
เสียงจากสภาพแวดล้อม เสียงจากแหล่งทั่วไป หน่วยเสียงเดซิเบล
เขตเตาหลอมไฟฟ้า
โรงพิมพ์
เครื่องบินขึ้น(200 ฟุต)
การตอกหมุดเหล็กที่เย็บ
รถไฟใต้ดิน (20 ฟุต)
120
│
100
│
90
│
80
│
70
│
60
│
50
│
40
│
30
รบกวนมาก
ต้องมีเครื่องป้องกันหูถ้าเผชิญ 8
ชั่วโมงหรือมากกว่า
รบกวน
เงียบ
เงียบมาก
ภายในรถแข่ง (50ไมล์ต่อชั่วโมง) การเจาะอัดลม (50 ฟุต)
ใกล้ทางด่วน(การจราจรทางรถยนต์)
เครื่องดูดฝุ่น (10 ฟุต)
เสียงพูดปราศัย (1ฟุต)
ธุรกิจส่วนตัว
การจราจรที่เบาบาง (100 ฟุต)
เครื่องแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ (200 ฟุต)
เขตที่พักอาศัยตอนกลางคืน
การพูดในห้องอัดเสียง
เสียงกระซิบ (5ฟุต)
ตารางที่ 10.2 ระดับของเสียงที่เกิดจากกิจกรรมต่างๆ
การออกแบบงาน
33
- 34.
การวิเคราะห์วิธีการทางาน หมายถึง วิธีการที่มีการพัฒนาและ
ปรับปรุงกระบวนการการทางานอย่างต่อเนื่องโดยมุ่งเน้นถึงผล
การปฏิบัติงาน คุณภาพ และความปลอดภัย เทคนิคของการ
วิเคราะห์วิธีการทางาน มีดังนี้
1.การใช้แผนภาพการไหล (Flow diagrams) และแผนภูมิ
กระบวนการ (Process charts) เพื่อใช้ในการวิเคราะห์
เคลื่อนย้ายของคนหรือวัสดุ
2.การใช้แผนภูมิกิจการ (Activity charts) สาหรับการ
วิเคราะห์กิจกรรมของคน และเครื่องจักร
3.การใช้แผนภูมิ Micro-motion เพื่อวิเคราะห์การ
เคลื่อนไหวของร่างกายโดยเฉพาะแขนและมือ
การออกแบบงาน
34
- 35.
แผนภาพการไหล
เป็นการวาดภาพเพื่อวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของมนุษย์ หรือ
การเคลื่อนย้ายของวัสดุ ดังรูป10.4 เป็นแผนภาพการไหลของ
โรงงาน Britain’s Paddy Hopkirk ที่จะมีการเปรียบเทียบวิธีการ
ทางานก่อนการปรับปรุงในรูป 10.4(a) แลละรูปวิธีการทางาน
หลังจากที่ได้มีการปรับปรุงวิธีการทางานแล้วในรูป 10.4(b)
แผนภูมิกระบวนการ
เป็นแผนภูมิที่ใช้สัญลักณ์แสดงรายละเอียดของงานแต่ละ
กระบวนการทางานดังในรูป 10.4(c) โดยแผนภูมิกระบวนการนี้จะ
แสดงลายระเอียดเพิ่มเติมจากแผนภาพการไหลในรูป 10.4 (b) เพื่อ
ช่วยให้ผู้วิเคราะห์มีความเข้าใจในเรื่องของการเคลื่อนไหวของคนและ
การเคลื่อนย้ายของวัสดุมากยิ่งขึ้น
การออกแบบงาน
35
- 36.
- 37.
- 38.
- 39.
- 40.
ระบบการมองเห็นภาพ (visual systems)โดยใช้สัญลักษณ์และ
แผนภูมิรูปแบบต่างๆ เป็นเครื่องมือสื่อสารที่เหมาะสม ไม่ใช่สาหรับ
พนักงานเท่านั้นแต่รวมถึงเจ้าหน้าที่สนับสนุน ผู้บริหาร ผู้มาเยือนและผู้
จัดหาวัตถุดิบ เนื่องจากข้อมูลย้อนกลับที่ได้รับสามารถนาไปใช้ปรับปรุง
พัฒนาองค์กรได้
ตัวอย่าง สถานที่ทางานด้วยระบบการมองเห็นภาพ
• การใช้บัตรคัมบัง ซึ่งเป็นแผ่นป้ายแสดงรายละเอียดของงาน
• การใช้ Andon ซึ่งเป็นไฟเตือนภัย รูป 10.7
สถานที่ทางานด้วยระบบการมองเห็นภาพ
40
- 41.
- 42.
- 43.
- 44.
- 45.
- 46.
- 47.
47
การบริหารค่าตอบแทน สวัสดิการและการผลประโยชน์
เป้ าหมายของการบริหารผลตอบแทนการทางานเป้ าหมายหลักในการจัดระบบ
การบริหารผลตอบแทนการทางาน นอกเหนือจากเพื่อธารงรักษาทรัพยากรบุคคลของบริษัทแล้ว
ยังมีเป้ าหมายหลักดังนี้
1. เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ผู้ที่มีผลการปฏิบัติงานที่ดีที่สุด ควรได้รับผลตอบแทน
สูงสุด
2. เพื่อจูงใจให้พนักงานทางานอย่างมีประสิทธิผลสูงสุด
3. เพื่อสามารถแข่งขันกับตลาดได้ คือ สามารถธารงรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพและ
สามารถคัดเลือก สรรหาผู้มีความสามารถเข้ามาเป็นพนักงานบริษัท
4. สามารถควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับผลตอบแทนการทางานให้สอดคล้อง
กับผลผลิต และผลการดาเนินธุรกิจ
5. เพื่อให้การจ่ายผลตอบแทนเป็นการจ่ายตามผลการปฏิบัติงาน (Pay per
Performance)
- 48.
- 49.
49
การบริหารแรงงานสัมพันธ์
แรงงานสัมพันธ์ หมายถึง ความสัมพันธ์ระหว่าง
นายจ้างกับลูกจ้างในสถานประกอบการ หรือในองค์การหนึ่งๆ
เป็นความสัมพันธ์ 2ฝ่าย เกิดขึ้นเมื่อมีการจ้างงานเกิดขึ้นใน
ตลาดแรงงาน ความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ส่งผล
ต่อการดาเนินงานขององค์การและเศรษฐกิจสังคมของประเทศ
โดยรวม
- 50.
50
การบริหารแรงงานสัมพันธ์
การบริหารแรงงานสัมพันธ์ หมายถึง
การที่ฝ่ ายบริหาร(นายจ้าง) พยายามสร้ าง
ความสัมพันธ์ที่ดีให้เกิดขึ้นในองค์การโดย
สร้างบรรยากาศในการทางานร่วมกันอย่าง
มีความสุขให้เกิดขึ้นในองค์การ
พยายาม ขจัดปัญหา ข้อขัดแย้งต่าง ๆ ที่
เกิดขึ้นโดยวิธีการสันติ
ใช้ระบบทวิภาคีในการบริหารจัดการ
เป้ าหมาย คือ การสร้างความสัมพันธ์ที่ดี
ของ2ฝ่าย โดยฝ่ายรัฐจะเข้ามาเกี่ยวข้องใน
ฐานะผู้ไกล่เกลี่ย ประนีประนอมเพื่อยุติ
ความขัดแย้งเท่านั้น
- 51.
- 52.
- 53.
Editor's Notes
- #34 ตารางที่ 10.2 ระดับของเสียงที่เกิดจากกิจกรรมต่างๆ