ส 23106
ประวัตศาสตร์ 6
ิ

ชันมัธยมศึกษาปี ที่ 3
้

ภาคเรี ยนที่ 2 ปี การศึกษา 2556

นายรัฐศักดิ์ มณีเนตร
คาอธิบายรายวิชา
ศึกษา วิเคราะห์ สรุป
พัฒนาการของไทยสมัยรัตนโกสินทร์ ด้านต่างๆ
ที่สงผลต่อความมันคงและความเจริญรุ่งเรื อง
่
่
รวมทังภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยและ
้
การรับวัฒนธรรมตะวันตก รวมทังอิทธิพลของชาติ
้
ตะวันตกที่มีตอพัฒนาการด้ านต่างๆของไทย
่
บทบาทของไทยในสมัยประชาธิปไตย
คาอธิบายรายวิชา (ต่ อ)
และเห็นคุณค่าในความเป็ นไทย
รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์ สุจริต มีวินย
ั
ใฝ่ เรี ยนรู้ มุ่งมันในการทางาน
่
อยูพอเพียงและจิตสาธารณะ
่
เนือหาที่เรี ยน
้
พัฒนาการของไทยสมัยรัตนโกสินทร์


การสถาปนากรุ งรั ตนโกสินทร์



พัฒนาการด้ านต่ างๆ
- การเมืองการปกครอง
- สังคม
- เศรษฐกิจ
- ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
แบ่งเป็ น 3 ช่วงสมัย
รัชกาลที่ 1 – 3

=

ยุคของการฟื้นฟู

รัชกาลที่ 4 – 6

=

ยุคของการปรับปรุง

รัชกาลที่ 7

=

ยุคของการเปลียนแปลง
่
เนือหาที่เรี ยน
้
ภูมปัญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยรัตนโกสินทร์
ิ


ภูมปัญญา
ิ
(ความหมาย / การนาไปใช้ / การอนุรักษ์ )



วัฒนธรรมไทย
(ขนบธรรมเนียม / วรรณกรรม / ทัศนศิลป / ดนตรี )
์
วิธีการเรี ยนการสอน
1. บรรยาย และร่วมแสดงความคิดเห็น
2. ดูสื่อวีดิทศน์ (ภาพยนตร์ /สารคดี/เพลง)
ั
3. กิจกรรมกลุม
่
4. รายงานผลการค้ นคว้ า

5. ยกตัวอย่างข้ อสอบเก่าๆ
สัดส่ วนคะแนน
1.

คะแนนเก็บ
- แบบฝึ กหัด
- การมีสวนร่วมในชันเรี ยน
่
้
- รายงานกลุม
่
- ทดสอบย่อย

60 คะแนน

2.

การประเมินความรู้ทางวิชาการ
(กลางภาค+ปลายภาค)

40 คะแนน
เกณฑ์ การประเมินผล
80 ขึนไป
้

4

75
70
65
60
55
50

3.5
3
2.5
2
1.5
1

-

79
74
69
64
59
54

ต่ากว่ า 50

0 (ตก)
เกณฑ์ การเช็คชื่อเข้ าห้ องเรี ยน
ไม่ ตังใจเรี ยน
้

=

มาสาย 1 ครั ง
้

มาสาย 2 ครั ง
้

=

ขาดเรี ยน 1 ครั ง
้

ขาดเรี ยน 4 ครั งขึนไป = หมดสิทธิ์สอบ (มส)
้ ้
... ถ้ าสมมตินกเรี ยนย้ อนเวลาไปสมัยต้ นรั ตนโกสินทร์
ั
แล้ วช่วงนันกาลังเกิดสงคราม
้
เพื่อหนีศกสงครามที่จะเกิดขึ ้นไปที่ใดที่หนึง
ึ
่
1. สถานที่นันคือที่ไหน
้
2. ให้ เลือกเพื่อนร่ วมทางไปด้ วย 3 คนจะเลือกชวนใครไปบ้ าง
คนที่ 1 .........................
คนที่ 2 .........................
คนที่ 3 .........................
3. ที่ท่ นักเรียนเลือกพักอาศัยเป็ นเช่ นไร
ี
ให้ วาดสิ่งนีท่ กาหนดให้ ดังนี ้
้ ี
1. บ้ าน
3. ก้ อนเมฆ
5. พระอาทิตย์

2. รัวบ้ าน
้
4. ภูเขา
6. ต้ นไม้ (วาดเพียงต้ นเดียว)

โดยทัง 6 สิ่งนี ้ ต้ องอยู่ในภาพเดียวกันและเป็ นเรื่องราว
้
ที่สัมพันธ์ กัน จัดองค์ ประกอบให้ สวยงามตามใจชอบ
เพื่อนร่ วมทาง
คือ คนสามคนที่มีอิทธิพลกับคุณต่างกัน
คนแรกที่นึกถึง
คือ คนที่คณรู้สกอบอุนปลอดภัยเมื่อมีเขา อาจเป็ นคนรัก เพื่อนแท้ พ่อแม่ หรื อ
ุ ึ
่
ใครก็ตามที่ทาให้ คณรู้สกมันคง
ุ ึ ่

คนที่สองที่นึกถึง
คือคนที่สนิทสนม ประมาณเพื่อนสนิทหรื อบัดดี ้ ชอบไปไหนด้ วยกัน ช่วยเหลือ
กัน ปรึกษา พึงพาอาศัยกันและกัน
่
คนที่สามที่นึกถึง
คือคนที่คณรู้สกผูกพัน ห่วงใย และต้ องดูแลเขา มากกว่าเขาดูแลคุณ
ุ ึ
บ้ าน

คือ

สัญลักษณ์ที่แทนความเป็ นตัวของนักเรี ยน
ไม่ขึ ้นอยูกบขนาด จะวาดใหญ่หรื อเล็กก็ได้
่ ั

บ้ านมีหน้ าต่ างหลายบาน
แสดงว่าเป็ นคนมีมนุษยสัมพันธ์ สนุกสนาน ร่าเริ ง มีเพื่อนเยอะ
ประตูบ้านมีลูกบิดประตู
เป็ นคนช่างพูด ช่างเจรจา

บ้ านมีปล่ องไฟ
แสดงว่าชอบทาอาหาร

วาดทางเข้ าบ้ านไว้ ด้วย
เป็ นคนชอบทาอะไรถูกต้ องตามระเบียบ ไม่ชอบ ฝ่ าฝื น
รัวบ้ าน
้
คือ ความรอบคอบของนักเรี ยน
วาดรัวไว้ รอบตัวบ้ านและมีประตูปิดเรียบร้ อย
้
แสดงว่าเป็ นคนรอบคอบ ทาอะไรจะคิดหน้ าคิดหลัง
วาดรัวเพียงแค่ หน้ าบ้ าน เปิ ดประตูไว้
้
แสดงว่าเป็ นคนไม่รอบคอบ วูวาม ใจร้ อน
่
และทาอะไรตามใจตนเอง
ภูเขา
คือ

สัญลักษณ์ของความหนักแน่น อดทน จริ งจัง

วาดภูเขาเป็ นทิวยาว สูงใหญ่ เมื่อเปรี ยบเทียบกับขนาดของบ้ าน
หรื อกินเนือที่ในกระดาษมาก
้
แสดงว่าเป็ นคนหนักแน่นมันคง ทาอะไรจริงจัง
่
เป็ นทิวยาว สูงไม่ มากนัก
แสดงว่าไม่คอยมีความอดทน ทาตัวขึ ้นอยูกบสภาพแวดล้ อมเป็ นส่วนใหญ่
่
่ ั
วาดภูเขาเพียงลูกสองลูก ค่ อนข้ างสูง
เป็ นคนหนักแน่นจริ งจัง แต่ไม่คอยมีความอดทน
่
ต้ นไม้

คือ ทังพ่อและแม่
้
ถ้ าไม่ได้ อยูกบพ่อแม่ก็หมายถึงผู้ที่อปการะเลี ้ยงดู
่ ั
ุ

วาดต้ นไม้ ใกล้ บ้านมาก
แสดงว่ายึดท่านเป็ นร่มโพธิ์ร่มไทร เป็ นที่พงทางใจ
ึ่
วาดต้ นไม้ ตดตัวบ้ านให้ ก่ งก้ านคลุมหลังคาบ้ าน
ิ
ิ
แสดงว่าเป็ นคนรักพ่อแม่มาก หากมีเรื่ องเดือดร้ อนอะไรก็นกถึงท่าน
ึ
เป็ นคนแรก

ถ้ าวาดให้ ห่าง
แสดงว่าไม่ชอบพึงพาพ่อแม่ ชอบตัดสินใจอะไรด้ วยตนเอง
่
ั
ก้ อนเมฆ คือ สองอย่างนี ้มีความสัมพันธ์กน
แสดงถึงลักษณะนิสยใจคอ
ั
พระอาทิตย์
พระอาทิตย์ ดวงโตมาก
มีความร่าเริ งแจ่มใส มีมนุษย์สมพันธ์และเปิ ดเผย
ั

วาดพระอาทิตย์ โดยไม่ มีก้อนเมฆมาบดบัง
เป็ นคนเปิ ดเผยและไม่ชอบมีความลับกับผู้อื่น
วาดโดยมีก้อนเมฆมาบดบังส่ วนหนึ่ง
มีความลับลมคมในและไม่ชอบคุยเรื่ องส่วนตัวกับใคร
การสถาปนา

กรุ งรัตนโกสินทร์
เป็ นราชธานี
รัชกาลที่

โปรดให้ ย้ายราชธานีจากกรุงธนบุรี
ไปยังที่แห่งใหม่ซงอยูคนละฝั่ งของแม่น ้าเจ้ าพระยา
ึ่ ่
เมื่อพ.ศ.2325 ต่อมาได้ พระราชทานนามว่า

กรุ งรั ตนโกสินทร์ หรื อ กรุ งเทพฯ ในปั จจุบัน
ความหมายของกรุ งเทพ

ยุคกรุ งศรี อยุธยา
กรุ งเทพมหานคร
บวรทวารวดีศรี อยุธยามหาดิลก
นพรัตนราชธานี บุรีรมย์

ยุคกรุ งธนบุรี
ยังคงเรี ยกราชธานีวา
่
" กรุ งเทพมหานคร“ ตามมา
ยุครั ตนโกสินทร์
เมื่อรัชกาลที่ 1
ได้ สถาปนาเมืองหลวงใหม่ จึงได้ เปลี่ยนนามจาก
"อยุธยา" เป็ น "กรุ งรัตนโกสินทร์ อินอโยธยา"
ในการก่ อสร้ างพระราชวังโปรดเกล้ าฯ
ให้ พระยาธรรมาธิบดี กับพระยาวิจตรนาวีเป็ นแม่ กองคุมการก่ อสร้ าง
ิ

ตังพิธียกเสาหลักเมือง
้
เมื่อวันอาทิตย์ 21 เมษายน 2325
ย่ารุ่ งแล้ ว 54 นาที
ได้ ทรงแก้ เป็ น
กรุ งเทพมหานคร บวรรั ตนโกสินทร์ มหินทราอยุธยา

รัชกาลที่ 3
บวร

>>

อมร

มหินทอยุธยา

>>

มหินทรายุธยา

สินท์

>>

สินทร์

เติมสร้ อยนามต่ อ

รั ชกาลที่ 4
กรุ งเทพมหานคร

=

มหานครอันกว้ างใหญ่ดจเทพนคร
ุ

อมรรั ตนโกสินทร์

=

เป็ นที่สถิตของพระแก้ วมรกต

มหินทรายุธยา

=

เป็ นมหานครที่ไม่มีใครรบชนะได้

มหาดิลกภพ

=

มีความงามอันมันคงและเจริญยิ่ง
่

นพรั ตน์ ราชธานีบุรีรมย์

=

เป็ นเมืองหลวงที่บริบรณ์ดว้ ยแก้ วเก้ าประการ
ู

อุดมราชนิเวศน์ มหาสถาน =

อมรพิมานอวตารสถิต

=

มีพระราชนิเวศใหญ่โตมากมาย

เป็ นวิมานเทพที่ประทับของพระราชาผู้อวตารลงมา

สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์ = ซึงท้ าวสักกะเทวราชพระราชทานให้
่

พระวิษณุกรรมลงมาเนรมิตไว้
รวมจังหวัดธนบุรีเข้ าไว้ ด้วยกันกับ
กรุงเทพฯ แล้ วเปลี่ยนชื่อเป็ น

กรุ งเทพมหานคร
(14 ธันวาคม พ.ศ. 2515)
จอมพลถนอม กิตติขจร
ชื่อทางการของกรุงเทพมหานครเมื่อถอดเป็ นอักษรโรมัน

Krung Thep Maha Nakhon
แต่คนทัวไปนิยมทับศัพท์ตามชื่อที่ผ้ พดภาษาอังกฤษ
่
ู ู
เรี ยกเมืองนี ้ว่า

Bangkok

บางกอก
(ชื่อเดิมของกรุ งเทพมหานคร )
ที่มาของชื่อเมืองบางกอก
ข้ อสันนิษฐานแรก
บริ เวณนี ้เป็ นป่ ามะกอก จึงเรี ยกว่า บางกอก
บาง = หมู่บ้าน

กอก = มะกอก
ที่มาของชื่อเมืองบางกอก
ข้ อสันนิษฐานที่สอง
จดหมายเหตุรายวันของบาทหลวง เดอ ชวาสี
(เชอวาลิเอร์ เดอ โชมองต์ : Chevalier de Chaumont)
แปลและเรี ยบเรี ยงโดยหลวงสันธานวิยาสิทธิ์(กาจาย พลางกูร)

บางกอก = จังหวัดธนบุรี
บาง = บึง

กอก :
นา(กลายเป็ นแข็ง) หรื อนากลับเป็ น
้
้
ดินหรื อที่ล่ ุมเป็ นที่ดอน

จากข้ อสันนิษฐานนี ้อาจเป็ นไปได้ วา
่
บางกอกจากเดิมที่เป็ นที่ล่ ุมได้ มีการสะสมตะกอนมาอย่ างยาวนาน
จนกลายเป็ นที่ดอนขึนมาก็เป็ นได้
้
ที่มาของชื่อเมืองบางกอก
ข้ อสันนิษฐานที่สาม
หนังสือ“เล่าเรื่ องบางกอก” โดย ส.พลายน้ อย(เล่ม 1)
มาจากคาว่า

Benkok (ภาษามลายู)
คดโค้ ง หรือ งอ
แม่น ้าในบางกอกสมัยก่อนคดโค้ งอ้ อมมาก
ที่มาของชื่อเมืองบางกอก
ข้ อสันนิษฐานที่ส่ ี
หนังสือ“เล่ าเรื่องบางกอก” โดย ส.พลายน้ อย(เล่ ม 1)
มีการออกชื่อปรากฏอยูใน
่
“จดหมายของท้ าวเทพสตรีท่ มีไปถึงกัปตันไลน์ หรือพระยาราชกัปตัน”
ี

Bangkok

ฝรั่งแต่โบราณเขียนเป็ น

Bangkoh
บางเกาะ
เกร็ดน่ าร้ ู
การสถาปนา

กรุ งรัตนโกสินทร์
เป็ นราชธานี
ขุนนาง
ข้ าราชการ

พระสงฆ์
อัญเชิญขึนครองราชย์ (6 เม.ย. 2325)
้

แก้ ไขวิกฤตการณ์ในกรุงธนบุรี
ตอนแรก
จนสงบ ประทับอยูในพระราชวังเดิมก่อนชัวคราว
่
่
สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ พ.ศ. 2325
การเสด็จขึ ้นครองราชย์ครังนัน
้ ้
เรี ยกว่า

รัชกาลที่ 1

ปราบดาภิเษก

เมื่อทรงสร้ างพระบรมมหาราชวัง
1. รวบรวมรูปแบบการพระราชพิธี
2. สร้ างเครื่ องราชกกุธภัณฑ์
3. พระมหาเศวตฉัตร
4. เครื่ องราชูปโภค
5. พระแสงอัษฎาวุธ
เมือปราบดาภิเษกใหม่ ๆ ยังมิได้พระราชทานชื่อ ต่อเมือจัดการบ้านเมือง
่
่
กรุงธนบุรทเี่ กิดความวุนวายจนสงบราบคาบลงแล้ว รัชกาลที่ ๑ ก็เสด็จขึนเสวย
ี
่
้
ราชสมบัตเป็ นปฐมบรมราชจักรีวงศ์ ซึงขณะนันยังประทับอยูฝงตะวันตก
ิ
่
้
่ ั่
พระราชนิพนธ์สามกรุงของ น.ม.ส. พรรณนาไว้วา
่

แจร่มจรัสภาคพืน
้
เริมรัชกาลพระพุทธ
่
ยุ่งเหยิงดุจเพลิงจุด
ปลังประเคราะห์เหมาะหม้า
่

ภูพศทธ์
ิุ
ยอดฟ้า
พลันขจัด
ใหม่เลียงเวียงอมรฯ
้
ราชาภิเษก

พระราชพิธีที่แสดงความสมบูรณ์แห่งพระมหากษัตริย์
ตามที่กาหนดในโบราณราชประเพณี
พิธีที่จดขึ ้นเพื่อรับรองฐานะความเป็ นประมุขของรัฐอย่างเป็ นทางการ
ั
พระมหากษัตริย์พระองค์ใดที่ยงมิได้ ทรงประกอบ
ั

ทรงพระนามว่ า :
พระราชพิธีบรมราชาภิเษก จะไม่ใช้ คาว่า บดี
พระบาทสมเด็จบรมราชาธิราชรามาธิ

(สมัยรัชกาลทีพระบาท
่ 3 ถวายพระนามว่าาหน้ าคาว่า จสมเด็จทธยอดฟาจุฬาโลก)
้่ ั
น พระบาทสมเด็ พระพุพระเจ้ าอยูหว
อินทราภิเษก

เป็ นพระเจ้ าแผ่นดินโดยการเสี่ยงทาย เช่น ราชรถไปเกย

โภคาภิเษก

ผู้มีทรัพย์สินมังคัง รู้ราชธรรมขึ ้นเป็ นกษัตริย์
่ ่

อุภเษก
ิ

1. สมเด็จพระบิดามารดาเอาชาติตระกูลเสมอกัน มามงคลวิวาหะ
2. กษัตริย์อนมาแต่ตางประเทศมาราชาภิเษกด้ วยพระญาติพระวงศ์
ั
่

อเนกนิกรสโมสรภิเษก
คือ ขุนนางปรึกษาหารื อว่าผู้ใดสมควรจะรับราชสมบัติต่อจากพระองค์
เช่น สมัยรัชกาลที่ 3
ทวิธาภิเษก
คือ
งานเฉลิมปี รัชกาลที่พระเจ้ าแผ่นดินเสวยราชสมบัติได้ 2 เท่าของพระ
เจ้ าแผ่นดินองค์ก่อนที่ครองราชย์สมบัติมาแล้ ว

รัชมังคลาภิเษก
ในวาระที่พระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยูหวองค์ปัจจุบน ได้ ดารงสิริราชสมบัติมายาว
่ ั
ั
นานยิ่งกว่าพระมหากษัตริย์ทกพระองค์ในอดีต เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2531
ุ
อยุธยา
=
สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ 40 ปี ( พ.ศ. 1991-2031)
รัตนโกสินทร์
=
รัชกาลที่ 5
42 ปี (พ.ศ. 2411-2453)
รัชดาภิเษก

ทาเมื่อเสวยราชย์ได้ 25 ปี

สุวรรณาภิเษก ทาเมื่อเสวยราชย์ได้ 50 ปี
***พระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี
วชิราภิเษก

ทาเมื่อเสวยราชย์ได้ 75 ปี
การขนานพระนาม
...เมื่อวันพฤหัสบดี เดือน ๘ ขึ ้น ๔ ค่า ตรงกับวันที่ ๑๓
มิถนายน พุทธศักราช ๒๓๒๕ สมเด็จพระสังฆราช ครังนัน
ุ
้ ้
คือ สมเด็จพระสังฆราช (สี) และพระราชาคณะผู้ใหญ่ประชุม
พร้ อมกันได้ คิดขนานพระนามถวายจารึก ลงในพระราช
สุพรรณบัฏเวลานันเลยว่า
้
(จุลลดา ภักดีภมินทร์ )
ู
พระบาทสมเด็จพระบรมราชาธิราชรามาธิบดีศรี สนธรบรมมหาจักรพรรดิ์
ิ
ราชธิบดินทร์ ธรณินทราธิราช รัตนากาศภาสกรวงศ์ องค์ปรมาธิเบศร ตรี ภวเนตรวรนายก
ู
ดิลกรัตนราชชาติอาชวศัย สมุทยตโนมนต์ สกลจักวาฬาธิเบนทร์ สุริเยนทราธิบดินทร์
ั
หริหรินทราธาดาธิบดี ศรี วิบลยคุณอักนิษฐ์ ฤทธิราเมศวรมหันต์ บรมธรรมิกราชาธิราช
ุ
เดโชทัย พรหมเทพาดิเทพนฤบดินทร์ ภูมินทรบรมาธิเบศร์ โลกเชษฐวิสทธิ รัตนมงกุฏ
ุ
ประเทศคตามหาพุทธางกร บรมบพิตร พระพุทธเจ้ าอยูหว ณ กรุ งเทพมหานคร
่ ั
บวรทวาราวดี ศรี อยุธยา มหาดิลกภพนพรัตน ราชธานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศ
มหาสถาน
ตังใจจะอุปถัมภก
้
ป้องกันขอบขัณฑสีมา

ยอยกพระพุทธศาสนา
รักษาประชาชนและมนตรี

(พระราชนิพนธ์นิราศท่าดินแดง)
(พ.ณ. ประมวลมารค, สิบสองกวี, สานักพิมพ์แพร่พิทยา, 2510, หน้ า 103)
...ทุกวันนี้ตงพระทัยแต่ทจะทานุ บารุงพระพุทธศาสนา
ั้
่ี

่
ั้ ่
้
ไพร่ฟ้าประชากรให้อยูเย็นเป็ นสุข ให้ตงอยูในคติธรรมทัง 4
ดารงจิตจตุรส บาเพ็ญศีลทาน จะได้สคติภม ิ มนุษยสมบัติ
ั
ุ ู
สวรรคสมบัติ นิพพานสมบัตเป็ นประโยชน์แก่ตน...
ิ

(กฎหมายตราสามดวง, กรมศิลปากร, 2521, หน้า 769)
ความไม่ เหมาะสมเป็ นราชธานีของกรุ งธนบุรี
(ฝั่ งตะวันตกของแม่ นาเจ้ าพระยา)
้

1

ความคับแคบของเขตพระราชวัง

วัดอรุณราชวราราม

วัดโมฬีโลกธาราม
2 สภาพภมประเทศ
ู ิ
อาจถูกน ้าและคลื่นกัดเซาะตลิงพังง่าย
่
เกิดก.ทับถม

2 1

4 3 ถูกกัดเซาะ
เกิดก.ทับถม

6

5
3

ทาเลที่ตังทางยุทธศาสตร์
้

กรุงธนบุรีมีปอมปราการไว้ ปองกันข้ าศึกทังสองฝั่ งแม่น ้า โดยมีแม่น ้าเจ้ าพระยาไหล
้
้
้
ผ่านเปรี ยบเสมือนเป็ นเมืองอกแตก
สาเหตุการย้ ายราชธานี
จากกรุงธนบุรีมาตังที่กรุงรัตนโกสินทร์
้
ฝั่ งตะวันออกเป็ นพืนที่ใหม่
้
สันนิษฐานว่าชุมชนใหญ่ ในขณะนันคงจะมีแต่ชาวจีนที่รวมกลุมกันอยู่จง
้
่
ึ
สามารถขยายออกไปได้ อย่างกว้ างขวาง และขยายเมืองได้ เรื่ อยๆ
สาเหตุการย้ ายราชธานี
จากกรุงธนบุรีมาตังที่กรุงรัตนโกสินทร์
้
ทางฝั่ งกรุงเทพฯเป็ นที่ชยภูมิเหมาะสม
ั
เป็ นหัวแหลมถ้ าสร้ างเมืองแต่เพียงฟากเดียว
จะได้ แม่ นาใหญ่ เป็ นคูเมืองทัง้
้

ด้ านตะวันตกและด้ านใต้
เพียงแต่ขดคลองเป็ นคูเมืองแต่
ุ

ด้ านเหนือและด้ านตะวันออกเท่านัน
้
ถึงแม้ วาข้ าศึกจะเข้ ามาโจมตีก็พอต่อสู้ได้
่
สาเหตุการย้ ายราชธานี
จากกรุงธนบุรีมาตังที่กรุงรัตนโกสินทร์
้
ทางฝั่ งตะวันออกนี ้ พื ้นที่นอกคูเมือง
เดิมเป็ นพื ้นที่ลมที่เกิดจากการตื ้นเขิน
ุ่
ของทะเล ข้ าศึกจะยกทัพมาทางนี ้คง

ทาได้ ยาก ฉะนันการปองกันพระนคร
้
้
จะได้ มงปองกันเพียง ฝั่ งตะวันตกแต่
ุ่ ้
เพียงด้ านเดียว
โอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี รัฐบาลสมัยพลเอกเปรม ติณสูลานนท์
จึงมีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2525 ให้ เรี ยกชื่อคลองให้ ถกต้ องตาม
ู

หลักฐานทางประวัติศาสตร์ วา
่

คลองคูเมืองเดิม
สาเหตุการย้ ายราชธานี
จากกรุ งธนบุรีมาตังที่กรุ งรั ตนโกสินทร์
้
สามารถขยายเมืองออกไปได้ กว้ างขวาง
อุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่ การทานา
มีแม่ นาไหลผ่ าน - - > อ่ าวไทย (ติดต่ อค้ าขายสะดวก)
้
การสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๑ ได้ สอดคล้ องกับการตังทัพที่
้
เรี ยกว่า นาคนาม -

แม่น ้าโอบล้ อมภูเขา / มีเฉพาะแต่แม่น ้าก็ได้
วังหลวง = ค่ ายหลวง

วังหน้ า+วังต่ าง ๆ
(สร้ างขึ ้นพระราชทานพระประยูรญาติ
และเป็ นบาเหน็จรางวัลแก่ข้าราชสานักที่มีความชอบ)

= ค่ ายต่ าง ๆ ที่รายล้ อมค่ ายหลวง

แม้ บางแห่ งอาจไม่ ตรงกับตามตาราเสียทีเดียว แต่ กเพื่อความเหมาะสม
็
ทังนียังแสดงถึงบทบาทหน้ าที่ สาคัญในการรั กษาวังหลวงไว้ อย่ างชัดเจน
้ ้
เขาว่ ากันว่ า...
การย้ ายเมืองหลวงมากรุงเทพ
สถาปนาอานาจใหม่

สร้ างบารมีใหม่

ปองกันจุดอ่ อนต่ างๆ
้
(กลัวซารอยเดิม)
้
ขยายไม่ ได้

ฟื ้ นฟูแบบอยุธยา
กาหนดผังเมืองเลียนแบบกรุ งศรี อยุธยา
1. ส่วนที่เป็ นบริ เวณ - พระบรมมหาราชวัง, วังหน้ า
- วัดพระศรีรัตนศาสดา , ทุงพระเมรุ
่
มีอาณาบริ เวณตังแต่ริมฝั่ งแม่น ้าเจ้ าพระยามาจนถึงคูเมืองเดิม
้
กาหนดผังเมืองเลียนแบบกรุ งศรี อยุธยา
2.

บริเวณที่อยู่อาศัยภายในกาแพงเมือง

คูเมืองเดิม (ตะวันออก) - - > คูเมืองที่ขดใหม่ (คลองรอบกรุง)
ุ
เชื่อมคูเมืองเก่ากับคูเมืองใหม่ติดต่อถึงกัน
ตามแนวคลองรอบกรุงนี ้ ทรงสร้ างกาแพงเมือง ประตูเมือง และ
ปอมปราการขึ ้นโดยรอบ
้
นอกจากนี ้ยังโปรดให้ สร้ างถนนสะพาน และสถานที่อื่น ๆที่จาเป็ น
ราษฎรที่อาศัยอยูในส่วนนี ้ประกอบอาชีพค้ าขายเป็ นหลัก
่
พระเจ้ าราชวรวงษเธอ กรมหมื่นภูวไนยนฤเบนทราธิบาล ได้ ทรงเรี ยบเรี ยง
ชื่อปอมรอบพระบรมมหาราชวัง แลรอบพระนครไว้ เพื่อข้ าราชการ เมื่อกราบบังคมทูล
้
พระกรุณา จะได้ เรี ยกให้ ถกต้ องตามนี ้ ปอมรอบพระบรมมหาราชวัง คือ
ู
้
๑.
๓.
๕.
๗.
๙.
๑๑.
๑๓.
๑๕.

ปอมอินทรังสรรค์
้
ปอมเผดจดัษกร
้
ปอมสิงฃรฃันท์
้
ปอมฤทธิรุธโรมรัน
้
ปอมมณีปราการ
้
ปอมภูผาสุทศน
้
ั
ปอมโสฬศสีลา
้
ปอมพรหมประสาทสิลป
้

๒.
๔.
๖.
๘.
๑๐.
๑๒.
๑๔.
๑๖.

ปอมขันเขื่อนเพชร
้
ปอมสัญจรใจวิง
้
ปอมขยันยิ่งยุทธ
้
ปอมอนันตคีรี
้
ปอมพิศาลเสมา
้
ปอมสัตตบรรพต
้
ปอมมหาสัตตะโลหะ
้
ปอมอินทประสาทศร
้

(คัดลอกอักขรวิธีตามต้ นฉบับเป็ นส่วนใหญ่)
ปอมรอบกาแพงพระนคร
้
ส่วนใหญ่ได้ รือออกไปหมดแล้ ว คงเหลือเพียง ๒ ปอม คือ
้
้
ปอมพระสุเมรุ และปอมมหากาฬ มีชื่อและที่ตง้ั ดังต่อไปนี ้
้
้
๑. ปอมพระสุเมรุ
้
๒. ปอมยุคนธร
้
๓. ปอมมหาปราบ
้
๔. ปอมมหากาฬ
้
๕. ปอมหมูทลวง
้
๖. ปอมเสือทะยาน
้
๗. ปอมมหาไชย
้
๘. ปอมจักรเพชร
้
๙. ปอมผีเสื ้อ
้
๑๐. ปอมมหาฤกษ์
้
๑๑. ปอมมหายักษ์
้
๑๒. ปอมพระจันทร์
้
๑๓. ปอมพระอาทิตย์
้
๑๔. ปอมอิสินธร
้
ปอมที่อยู่นอกกาแพงเมือง
้
สร้ างขึ ้นภายหลังเมื่อได้ ขดคลองผดุงกรุงเกษมแล้ ว บางปอม
ุ
้
อยูทาง ฝั่ งตะวันตกของแม่น ้าเจ้ าพระยา มีอยู่ ๗ ปอมด้ วยกัน คือ
่
้
๑.
๓.
๕.
๗.

ปอมปราบปั จจามิตร
้
ปอมผลาญศัตรูราบ
้
ปอมทาลายแรงปรปั กษ์
้
ปอมวิชยประสิทธิ์
้
ั

๒.
๔.
๖.

ปอมปิ ดปั จจานึก
้
ปอมปราบศัตรูพาย
้
่
ปอมหักกาลังดัสกร
้
กาหนดผังเมืองเลียนแบบกรุ งศรี อยุธยา
3.

บริเวณที่อยู่อาศัยนอกกาแพงเมือง
- บ้ านเรื อนตังอยูริมคลองรอบกรุง กระจายกันออกไป
้ ่
- คลองสาคัญที่โปรดให้ ขดขึ ้น คือ คลองมหานาค
ุ
(ราษฎร = การเกษตร + สินค้ าอุตสาหกรรมทางช่าง)
ปั จจัยที่ส่งผลต่ อความมั่นคงและความเจริญรุ่ งเรือง
1.

เป็ นศูนย์กลางเส้ นทางออกสูทะเลได้ สะดวก
่
ทาให้ ติดต่อค้ าขายกับพ่อค้ าต่างชาติได้ ง่าย
ปั จจัยที่ส่งผลต่ อความมั่นคงและความเจริญรุ่ งเรือง
2.

อิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันตกเฉียงใต้
ทาให้ มีฝนตกชุก ช่วยเอื ้อานวยต่อ การเพาะปลูก
ปั จจัยที่ส่งผลต่ อความมั่นคงและความเจริญรุ่ งเรือง
3.

การมีแม่น ้าหลายสายไหลผ่าน
เช่น แม่น ้าเจ้ าพระยา / ท่าจีน / แม่กลอง
จึงเหมาะแก่การเพาะปลูกและใช้ อปโภคบริ โภค
ุ
ปั จจัยที่ส่งผลต่ อความมั่นคงและความเจริญรุ่ งเรือง
4.

การเป็ นศูนย์กลางทางวัฒนธรรม
เนื่องจากอยูในเส้ นการค้ าระหว่างโลกตะวันตกและ ตะวันออก
่
งานชิ้นที่ 1
สร้างแผนที่โมเดลกรุงรัตนโกสินทร์
คาชี้แจง
1.
ให้นกเรียนแบ่งกลุม กลุ่มละ 4 - 5 คน
ั
่
2.

สร้างแผนทีโมเดลกรุงรัตนโกสินทร์ลงบนฟิวเจอร์บอร์ด
่
ตามขนาดทีกาหนด คือ เท่ากระดาษ A3 (29.7 x 42 เซนติเมตร)
่

3.

กาหนดส่งภายในวันศุกร์ที่ 22 พ.ย. 2556 ก่อนเวลา 16.30 น.
กาหนดสัญลักษณ์ ให้ ความหมาย
สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์-pdf

สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์-pdf