ใบความรู้

                             สาระภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

                     เรื่อง คาภาษาบาลีและสันสกฤตในวรรณคดีไทย
                  คำภำษำบำลีและสันสกฤตปรำกฏในวรรณคดีไทยตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนกระทั่งในสมัย
ปัจจุบันทั้งที่เป็นร้อยแก้วและร้อยกรอง คือพบตั้งแต่ในศิลำจำรึกสมัยพ่อขุนรำมคำแหงแม้จะมีไม่มำกนักแต่
ก็เป็นหลักฐำนยืนยันได้ว่ำ ในสมัยสุโขทัยนันไทยได้นำภำษำบำลีและสันสกฤตมำใช้ในภำษำไทยของเรำ
                                           ้
แล้ว และในสมัยต่อมำก็ปรำกฏว่ำนิยมใช้คำภำษำบำลีและสันสกฤตในกำรแต่งวรรณคดีมำกขึน        ้

            วิสัณติ์ กฏแก้ว (2529 : 2) ได้กล่ำวถึงเหตุที่ทำให้คำบำลีและสันสกฤตเป็นที่นิยมชมชอบ
ในกำรนำมำใช้ในทำงวรรณคดีพอจะสรุปได้ดังนี้

              1. วรรณคดีไทยเป็นวรรณกรรมที่ถือเอำเสียงไพเรำะเป็นสำคัญ โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งวรรณคดี
ประเภทร้อยกรอง นอกจำกจะถือเอำควำมไพเรำะของเสียงเป็นสำคัญแล้ว ในกำรประพันธ์วรรณกรรม
ประเภทฉันท์ จะต้องถือคำ ครุ ลหุ เป็นสำคัญอีกด้วย คำที่เป็นเสียงลหุในภำษำไทยมีน้อยมำก จึงจำเป็น
จะต้องใช้ศัพท์ภำษำบำลีและสันสกฤต เพรำะสำมำรถเลือกคำ ลหุ ครุ ได้มำกและสำมำรถดัดแปลงให้เข้ำกับ
ภำษำของเรำได้ดี

              2. คนไทยถือว่ำคำบำลีและสันสกฤตเป็นคำสูง เพรำะเป็นคำทีใช้เผยแผ่คำสอนของ
                                                                          ่
พระพุทธเจ้ำ และผู้ที่ใช้คำภำษำบำลีและสันสกฤตส่วนใหญ่อยู่ในฐำนะควรแก่กำรเคำรพบูชำทัวไป เช่น
                                                                                        ่
พระสงฆ์ พรำหมณ์ เป็นต้น ดังนั้นกำรแต่งฉันท์ที่ถือกันว่ำเป็นของสูง จึงนิยมใช้คำบำลีและสันสกฤต

            3. วรรณคดีไทยโดยมำกมักจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับจักรๆวงศ์ๆ ซึงจะต้องใช้คำรำชำศัพท์ กำรใช้
คำภำษำบำลีและสันสกฤตที่เป็นคำรำชำศัพท์จึงมีควำมจำเป็นอย่ำงยิ่งเช่น พระเนตร พระพักตร์ พระกรรณ
เป็นต้น

            4. กำรใช้คำภำษำบำลีและสันสกฤตแต่งฉันท์ เป็นเครื่องแสดงภูมิรของผู้แต่งว่ำมีควำมรู้
                                                                       ู้
ภำษำบำลีและสันสกฤตเป็นอย่ำงดี มีคนเคำรพนับถือและยกย่องว่ำเป็น “ปรำชญ์”

ใบความรู้ภาษาไทย( คำภาษาบาลีสันสกฤต)

  • 1.
    ใบความรู้ สาระภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เรื่อง คาภาษาบาลีและสันสกฤตในวรรณคดีไทย คำภำษำบำลีและสันสกฤตปรำกฏในวรรณคดีไทยตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนกระทั่งในสมัย ปัจจุบันทั้งที่เป็นร้อยแก้วและร้อยกรอง คือพบตั้งแต่ในศิลำจำรึกสมัยพ่อขุนรำมคำแหงแม้จะมีไม่มำกนักแต่ ก็เป็นหลักฐำนยืนยันได้ว่ำ ในสมัยสุโขทัยนันไทยได้นำภำษำบำลีและสันสกฤตมำใช้ในภำษำไทยของเรำ ้ แล้ว และในสมัยต่อมำก็ปรำกฏว่ำนิยมใช้คำภำษำบำลีและสันสกฤตในกำรแต่งวรรณคดีมำกขึน ้ วิสัณติ์ กฏแก้ว (2529 : 2) ได้กล่ำวถึงเหตุที่ทำให้คำบำลีและสันสกฤตเป็นที่นิยมชมชอบ ในกำรนำมำใช้ในทำงวรรณคดีพอจะสรุปได้ดังนี้ 1. วรรณคดีไทยเป็นวรรณกรรมที่ถือเอำเสียงไพเรำะเป็นสำคัญ โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งวรรณคดี ประเภทร้อยกรอง นอกจำกจะถือเอำควำมไพเรำะของเสียงเป็นสำคัญแล้ว ในกำรประพันธ์วรรณกรรม ประเภทฉันท์ จะต้องถือคำ ครุ ลหุ เป็นสำคัญอีกด้วย คำที่เป็นเสียงลหุในภำษำไทยมีน้อยมำก จึงจำเป็น จะต้องใช้ศัพท์ภำษำบำลีและสันสกฤต เพรำะสำมำรถเลือกคำ ลหุ ครุ ได้มำกและสำมำรถดัดแปลงให้เข้ำกับ ภำษำของเรำได้ดี 2. คนไทยถือว่ำคำบำลีและสันสกฤตเป็นคำสูง เพรำะเป็นคำทีใช้เผยแผ่คำสอนของ ่ พระพุทธเจ้ำ และผู้ที่ใช้คำภำษำบำลีและสันสกฤตส่วนใหญ่อยู่ในฐำนะควรแก่กำรเคำรพบูชำทัวไป เช่น ่ พระสงฆ์ พรำหมณ์ เป็นต้น ดังนั้นกำรแต่งฉันท์ที่ถือกันว่ำเป็นของสูง จึงนิยมใช้คำบำลีและสันสกฤต 3. วรรณคดีไทยโดยมำกมักจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับจักรๆวงศ์ๆ ซึงจะต้องใช้คำรำชำศัพท์ กำรใช้ คำภำษำบำลีและสันสกฤตที่เป็นคำรำชำศัพท์จึงมีควำมจำเป็นอย่ำงยิ่งเช่น พระเนตร พระพักตร์ พระกรรณ เป็นต้น 4. กำรใช้คำภำษำบำลีและสันสกฤตแต่งฉันท์ เป็นเครื่องแสดงภูมิรของผู้แต่งว่ำมีควำมรู้ ู้ ภำษำบำลีและสันสกฤตเป็นอย่ำงดี มีคนเคำรพนับถือและยกย่องว่ำเป็น “ปรำชญ์”