Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
ครูต๋อง ฉึก ฉึก
6,197 views
ยุคกลาง
Read more
3
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Downloaded 67 times
1
/ 6
2
/ 6
Most read
3
/ 6
4
/ 6
5
/ 6
6
/ 6
Most read
More Related Content
PPTX
อิทธิพลของคริสต์ศาสนาในยุโรปสมัยกลาง ม.6.1
by
Omm Suwannavisut
PDF
โครงงานวิชาคอมพิวเตอร์ เรื่อง แอปพลิเคชั่นตัดคะแนนนักเรียน
by
yudohappyday
PPTX
ประวัติศาสตร์สากล ยุโรปสมัยกลาง
by
Premo Int
PDF
15การเปลี่ยนแปลงการปกครอง2475
by
JulPcc CR
PDF
สารคดีท่องเที่ยว แอ่วเหนือเมื่อหน้าหนาว
by
waraporny
PPTX
เหตุการณ์สำคัญในยุโรปสมัยกลาง
by
Sherry Srwchrp
PDF
พัฒนาการยุโรปสมัยกลาง
by
Pannaray Kaewmarueang
PDF
ความสัมพันธ์กับต่างประเทศในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
by
Nattha Namm
อิทธิพลของคริสต์ศาสนาในยุโรปสมัยกลาง ม.6.1
by
Omm Suwannavisut
โครงงานวิชาคอมพิวเตอร์ เรื่อง แอปพลิเคชั่นตัดคะแนนนักเรียน
by
yudohappyday
ประวัติศาสตร์สากล ยุโรปสมัยกลาง
by
Premo Int
15การเปลี่ยนแปลงการปกครอง2475
by
JulPcc CR
สารคดีท่องเที่ยว แอ่วเหนือเมื่อหน้าหนาว
by
waraporny
เหตุการณ์สำคัญในยุโรปสมัยกลาง
by
Sherry Srwchrp
พัฒนาการยุโรปสมัยกลาง
by
Pannaray Kaewmarueang
ความสัมพันธ์กับต่างประเทศในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
by
Nattha Namm
What's hot
PDF
รวมบทคัดย่อโครงงานวิทย์
by
Jiraporn
PDF
เรื่องปัญหายาเสพติด
by
พัน พัน
PDF
รัฐโบราณ
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
PDF
หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ม.2 ภาคเรียนที่ 1
by
เพ็ญลักษณ์ สุวรรณาโชติ
PDF
ภาษาถิ่นและภาษาต่างประเทศ
by
KSPNKK
PPT
ประวัติศาสตร์ไทยสมัยธนบุรี
by
ครูพัฒวิทย์ ครูพัฒวิทย์
PDF
ประวัติศาสตร์สุโขทัย
by
chatsawat265
PDF
pretest - postest
by
ปวีณา วรรัมย์
PPTX
คำถามพร้อมตอบ อิเหนา-ตอน-ศึกกะหมังกุหนิง
by
Wan Wan
PDF
ความสัมพันธ์กับอาณาจักรต่างๆในสมัยสุโขทัย อยุธยา
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
PDF
เศรษฐกิจในสมัยสุโขทัย อยุธยา และธนบุรี
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
PDF
4.4 อารยธรรมสมัยกลาง
by
Jitjaree Lertwilaiwittaya
PPT
วิธีการทางประวัติศาสตร์ ม.3
by
sudchaleom
PDF
คัมภีร์ฉันทศาสตร์
by
Khwanruthai Kongpol
PDF
การสำรวจทางทะเล
by
ครูต๋อง ฉึก ฉึก
PDF
หัวข้อที่ ๕ ประวัติศาสตร์ไทยก่อนสมัยสุโขทัย
by
chakaew4524
PPT
วิธีการทางประวัติศาสตร์ ม.1
by
วรรณา ไชยศรี
PDF
เอเชียไมเนอร์
by
Pannaray Kaewmarueang
PPT
บทที่ 2 วิวัฒนาการของการบริหารราชการไทย
by
Saiiew
PPTX
ผลกระทบของการขยายอิทธิพลของประเทศในยุโรปที่มีต่อทวีปแอฟริกา
by
friend209
รวมบทคัดย่อโครงงานวิทย์
by
Jiraporn
เรื่องปัญหายาเสพติด
by
พัน พัน
รัฐโบราณ
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ม.2 ภาคเรียนที่ 1
by
เพ็ญลักษณ์ สุวรรณาโชติ
ภาษาถิ่นและภาษาต่างประเทศ
by
KSPNKK
ประวัติศาสตร์ไทยสมัยธนบุรี
by
ครูพัฒวิทย์ ครูพัฒวิทย์
ประวัติศาสตร์สุโขทัย
by
chatsawat265
pretest - postest
by
ปวีณา วรรัมย์
คำถามพร้อมตอบ อิเหนา-ตอน-ศึกกะหมังกุหนิง
by
Wan Wan
ความสัมพันธ์กับอาณาจักรต่างๆในสมัยสุโขทัย อยุธยา
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
เศรษฐกิจในสมัยสุโขทัย อยุธยา และธนบุรี
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
4.4 อารยธรรมสมัยกลาง
by
Jitjaree Lertwilaiwittaya
วิธีการทางประวัติศาสตร์ ม.3
by
sudchaleom
คัมภีร์ฉันทศาสตร์
by
Khwanruthai Kongpol
การสำรวจทางทะเล
by
ครูต๋อง ฉึก ฉึก
หัวข้อที่ ๕ ประวัติศาสตร์ไทยก่อนสมัยสุโขทัย
by
chakaew4524
วิธีการทางประวัติศาสตร์ ม.1
by
วรรณา ไชยศรี
เอเชียไมเนอร์
by
Pannaray Kaewmarueang
บทที่ 2 วิวัฒนาการของการบริหารราชการไทย
by
Saiiew
ผลกระทบของการขยายอิทธิพลของประเทศในยุโรปที่มีต่อทวีปแอฟริกา
by
friend209
Similar to ยุคกลาง
PPTX
เหตุการณ์สำคัญในยุโรปสมัยกลาง
by
Sherry Srwchrp
PPTX
อิทธิพลของคริสต์ศาสนาในยุโรปสมัยกลาง
by
Omm Suwannavisut
PPTX
เหตุการณ์สำคัญในยุโรปสมัยกลาง
by
Sherry Srwchrp
PPTX
สงครามครูเสด
by
ppompuy pantham
PPTX
ประวัติศาสตร์ยุโรปกลาง ตอน เหตุการณ์สำคัญในสมัยยุโรปกลาง และอารยธรรมสมัยกลาง
by
Rose Mary
PDF
ปฏิรูปศาสนา
by
Pannaray Kaewmarueang
PDF
ปฏิรูปศาสนา
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
PPTX
การปฏิรูปศาสนา
by
supppad
PPTX
การเมือง เศรษฐกิจ สังคมและเหตุการณ์สำคัญในยุโรปสมัยกลาง
by
SomO777
PPTX
เหตุการณ์สำคัญในสมัยยุโรปกลาง
by
gain_ant
PDF
5.3 5.5 ปฏิรูปศาสนา-ปฏิวัติอุตสาหกรรม(new)
by
Jitjaree Lertwilaiwittaya
PPTX
การปฏิรูปศาสนา
by
Jeeji Supadda Phokaew
PDF
ประวัติศาสตร์ยุโรป ยุคกลาง เสนอ คุณครูเตือนใจ ไชยศิลป์
by
rawi05022544
PDF
4.1 4.2 อิทธิพล-การเมือง เศรษฐกิจ
by
Jitjaree Lertwilaiwittaya
PPTX
การปฏิรูปศาสนา
by
supppad
PPTX
เหตุการณ์สำคัญและอารยธรรมสมัยยุโรปกลาง
by
gain_ant
PPTX
อาณาจักรโรมันตะวันตกล่มสลาย
by
Natdanai2543
PDF
4.3 เหตุการณ์สมัยยุโรปกลาง
by
Jitjaree Lertwilaiwittaya
PDF
Humanities integration_1
by
NooPloyy Khanittha
PDF
1 january ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
by
PoNn Busu
เหตุการณ์สำคัญในยุโรปสมัยกลาง
by
Sherry Srwchrp
อิทธิพลของคริสต์ศาสนาในยุโรปสมัยกลาง
by
Omm Suwannavisut
เหตุการณ์สำคัญในยุโรปสมัยกลาง
by
Sherry Srwchrp
สงครามครูเสด
by
ppompuy pantham
ประวัติศาสตร์ยุโรปกลาง ตอน เหตุการณ์สำคัญในสมัยยุโรปกลาง และอารยธรรมสมัยกลาง
by
Rose Mary
ปฏิรูปศาสนา
by
Pannaray Kaewmarueang
ปฏิรูปศาสนา
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
การปฏิรูปศาสนา
by
supppad
การเมือง เศรษฐกิจ สังคมและเหตุการณ์สำคัญในยุโรปสมัยกลาง
by
SomO777
เหตุการณ์สำคัญในสมัยยุโรปกลาง
by
gain_ant
5.3 5.5 ปฏิรูปศาสนา-ปฏิวัติอุตสาหกรรม(new)
by
Jitjaree Lertwilaiwittaya
การปฏิรูปศาสนา
by
Jeeji Supadda Phokaew
ประวัติศาสตร์ยุโรป ยุคกลาง เสนอ คุณครูเตือนใจ ไชยศิลป์
by
rawi05022544
4.1 4.2 อิทธิพล-การเมือง เศรษฐกิจ
by
Jitjaree Lertwilaiwittaya
การปฏิรูปศาสนา
by
supppad
เหตุการณ์สำคัญและอารยธรรมสมัยยุโรปกลาง
by
gain_ant
อาณาจักรโรมันตะวันตกล่มสลาย
by
Natdanai2543
4.3 เหตุการณ์สมัยยุโรปกลาง
by
Jitjaree Lertwilaiwittaya
Humanities integration_1
by
NooPloyy Khanittha
1 january ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
by
PoNn Busu
More from ครูต๋อง ฉึก ฉึก
DOC
หลักสูตรสังคมศึกษา
by
ครูต๋อง ฉึก ฉึก
PDF
ข้อสอบ O-NET สังคมศึกษา ม.6 ปี 54
by
ครูต๋อง ฉึก ฉึก
DOCX
ประวัติศาสตร์ ม.5
by
ครูต๋อง ฉึก ฉึก
PDF
Greek roman
by
ครูต๋อง ฉึก ฉึก
DOC
อารยธรรมอินเดีย
by
ครูต๋อง ฉึก ฉึก
DOCX
คำอธิบายรายวิชา ส.32102
by
ครูต๋อง ฉึก ฉึก
PDF
Mesopotamia
by
ครูต๋อง ฉึก ฉึก
DOCX
กราฟผลการเรียนวิชาประวติศาสตร์
by
ครูต๋อง ฉึก ฉึก
DOCX
คำอธิบายรายวิชา ส.31101
by
ครูต๋อง ฉึก ฉึก
DOC
อารยธรรมอินเดีย
by
ครูต๋อง ฉึก ฉึก
PDF
Egypt
by
ครูต๋อง ฉึก ฉึก
DOC
Indus1
by
ครูต๋อง ฉึก ฉึก
DOC
อารยธรรมอินเดีย
by
ครูต๋อง ฉึก ฉึก
DOCX
กลางภาค ม.5
by
ครูต๋อง ฉึก ฉึก
DOCX
รายชื่อนักเรียนแข่งขันทักษะวิชาการ กลุ่มสาระสังคมศึกษา
by
ครูต๋อง ฉึก ฉึก
PPTX
นำเสนอการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชั้นเรียน
by
ครูต๋อง ฉึก ฉึก
DOCX
กลางภาค ม.6
by
ครูต๋อง ฉึก ฉึก
DOCX
คำอธิบายรายวิชา ส.32101
by
ครูต๋อง ฉึก ฉึก
DOCX
คำอธิบายรายวิชา ส.32101
by
ครูต๋อง ฉึก ฉึก
DOC
หลักสูตรสังคมศึกษา
by
ครูต๋อง ฉึก ฉึก
หลักสูตรสังคมศึกษา
by
ครูต๋อง ฉึก ฉึก
ข้อสอบ O-NET สังคมศึกษา ม.6 ปี 54
by
ครูต๋อง ฉึก ฉึก
ประวัติศาสตร์ ม.5
by
ครูต๋อง ฉึก ฉึก
Greek roman
by
ครูต๋อง ฉึก ฉึก
อารยธรรมอินเดีย
by
ครูต๋อง ฉึก ฉึก
คำอธิบายรายวิชา ส.32102
by
ครูต๋อง ฉึก ฉึก
Mesopotamia
by
ครูต๋อง ฉึก ฉึก
กราฟผลการเรียนวิชาประวติศาสตร์
by
ครูต๋อง ฉึก ฉึก
คำอธิบายรายวิชา ส.31101
by
ครูต๋อง ฉึก ฉึก
อารยธรรมอินเดีย
by
ครูต๋อง ฉึก ฉึก
Egypt
by
ครูต๋อง ฉึก ฉึก
Indus1
by
ครูต๋อง ฉึก ฉึก
อารยธรรมอินเดีย
by
ครูต๋อง ฉึก ฉึก
กลางภาค ม.5
by
ครูต๋อง ฉึก ฉึก
รายชื่อนักเรียนแข่งขันทักษะวิชาการ กลุ่มสาระสังคมศึกษา
by
ครูต๋อง ฉึก ฉึก
นำเสนอการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชั้นเรียน
by
ครูต๋อง ฉึก ฉึก
กลางภาค ม.6
by
ครูต๋อง ฉึก ฉึก
คำอธิบายรายวิชา ส.32101
by
ครูต๋อง ฉึก ฉึก
คำอธิบายรายวิชา ส.32101
by
ครูต๋อง ฉึก ฉึก
หลักสูตรสังคมศึกษา
by
ครูต๋อง ฉึก ฉึก
ยุคกลาง
1.
บทที่ 3
ยุคกลาง ( คริสตวรรษที่ 5 - 15) ประวัติศาสตรยุคกลางมักถูกเรียกวา "ยุคมืด" เนื่องจากอารยธรรมของโรมที่คอยหลอเลี้ยง โลกยุโรปไดถูกทําลายลงพรอมกับจักรวรรดิโรมมันตะวันตกจากการรุกรานของกลุมอนารยชนเผา ตาง ๆ โดยเฉพาะอยางยิ่ง อนารยชนเผาเยอรมัน ขณะเดียวกันยุโรปในชวงเวลานั้นยังตกอยูภายใต การครอบงําทางความคิด ความเชื่อจากศาสนาอยางเดนชัด อยางไรก็ตาม เมื่อมองในมุมกลับ ยุค กลางก็อาจเปนยุคหนึ่งซึ่งเปนโซเปราะที่เชื่อมโยงโลกสมัยใหมเขากับโลกโบราณดวยเชนกัน ดังนั้นในบทนี้จะพิจารณาถึงพัฒนาการทางประวัติศาสตร คริสตศาสนา ระบบการเมือง การปกครอง สภาพสังคม ซึ่งกอใหเกิดภาพของยุคกลาง และความเปลี่ยนแปลงตาง ๆ ชวงปลาย ยุคกลางที่เปนแรงขับเคลื่อนใหเกิดยุคสมัยใหมขึ้นในยุโรป 1. พัฒนาการทางประวัติศาสตร อาจกลาวไดวาพัฒนาการทางประวัติศาสตรของยุคกลางเริ่มตนตั้งแตเกิดการรุกรานของอ นารยชนเยอรมัน 3 กลุม คือ วิสิกอธ ออสโตกอธ และแฟรงค อนารยชนเยอรมัน เผ าวิ สิ ก อธ หรื อ เรี ย กอีก อยา งหนึ่งว า กอธตะวั น ตก ได เ ริ่มรุ ก ราน จักรวรรดิโรมันตะวันตกนับตั้งแตชวงศตวรรษที่ 4 - 5 จนกระทั่งสามารถยึดครองโรมันตะวันตกได ในป ค.ศ. 476 การรุกรานของอนารยชนกลุมนี้ไดกอใหเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นในกรุงโรมอยาง เดนชัด ผูนําของวิสิกอธ คือ โอโดเซอรไดปลดจักรพรรดิโรมันตะวันตกออกจากตําแหนงและตั้ง ตัวเปนผูปกครองโรม ขณะเดียวกันยังสงเครื่องราชกกุธภันฑของจักรพรรดิโรมันตะวันตกสงคืน ใหกับจักรพรรดิโรมันตะวันออก ซึ่งถือเปนสัญลักษณวาไดประกาศใหกรุงโรมเปนอิสระจาก อํานาจของโรมันตะวันออกอยางแทจริง ตอมากลับมีอนารยชนเยอรมันเผาออสโตรกอธหรือกอธตะวันออก สามารถขยายอํานาจ เขาครอบครองโรม โดยผูนําของออสโตรกอธ คือ ธีโอโดริคไดปลดโอโดเซอรออกจากตําแหนง จักรพรรดิ และเริ่มขยายอํานาจออกไปครอบงําทั้งตอนกลางและตอนใตของอิตาลี อยางไรก็ตาม ในป ค.ศ. 552 จัสติเนียน(หรือบางแหงเรียกจุสติเนียน) จักรพรรดิของโรมัน ตะวันออกไดยกกองทัพเขาปราบปรามและสามารถยึดโรมกลับคืนไปอยูภาพใตอาณัติอีกครั้ง แต ทายสุดโรมันตะวันตกก็ถูกอนารยชนเผาแฟรงคเขารุกราน และกลายเปนจุดเปลี่ยนใหยุโรปเริ่มกาว เขาสูยุคกลางอยางแทจริง แมวากลุมอนารยชนแฟรงคจะสามารถขจัดอํานาจของจั กรพรรดิโรมันตะวันออกจาก แหลมอิตาลี แตกระนั้นก็มิไดครอบครองแหลมอิตาลี แตกลับยอมรับศาสนาคริสต (จะกลาวถึง
2.
อิทธิพลของคริสตศาสนาขางหนา) พรอมกับยกดินแดนอิตาลีใหกับพระสันตะปาปา (Pope) ปกครองแทน
ซึ่งนับเปนครั้งแรกที่ปรากฏรัฐของพระสันตะปาปาในโลกยุโรป สวนกลุมแฟรงค ไดเขาไปตั้งถิ่นฐานยังมณฑลกอธ (ประเทศฝรั่งเศส) ตั้งราชวงศเมโรวินเจียน ขึ้นปกครองมณฑล กอธและเริ่มขยายอํานาจในดินแดนกอธ โดยมีพระสันตะปาปาใหการสนับสนุนเปนการตอบแทน จนกระทั่งในชวงปลายราชวงศไดเกิดการแยงชิงอํานาจของขุนนางกรมวังกับกษัตริยราชวงศเมโร วินเจียน เปปน(Pepin) หลานของขุนนางกรมวังไดรับเลือกจากกลุมขุนนางใหขึ้นดํารงตําแหนง กษัตริยและตั้งราชวงศคาโรรินเจียนขึ้นปกครองแทน อยางไรก็ตาม แมวาเปปนจะสามารถแยงชิงอํานาจจากราชวงศเมโรวินเจียน แตกระนั้น ราชวงศกอนหนาก็มีสิทธิธรรมในการปกครองอยางมาก เนื่องจากมีพระสันตะปาปาใหการรับรอง ความชอบธรรม ดังนั้นเปปนจึงตองสรางความชอบธรรมในการปกครองของตนรวมถึงราชวงศให เหนือกวาราชวงศเมโรวินเจียนอยางไมสามารถหลีกเลี่ยงได ซึ่งเปปนไดอาศัยวิธีการเชื่อมโยงกับ สถาบันคริสตศาสนา โดยไดขับไล อนารยชนลอมบารดที่เขามารุกรานรัฐของพระสันตะปาปา ออกไปจากแหลมอิตาลี แลกเปลี่ยนกับการใหพระสันตะปาปาสรางความชอบธรรมใหกับราชวงศ ของตน ซึ่งหลังจากขับไลอนารยชนลอมบารดแลว พระสันตะปาจึงทําการเจิมน้ํามนตศักดิ์สิทธิ์ ใหกับเปปนและพระโอรส ซึ่งมีนัยแสดงใหเห็นวาราชวงศคาโรรินเจียนเปนผูปกครองที่พระผูเปน เจาเลือกโดยผานสันตะปาปา และการเจิมน้ํามนตศักดิ์สิทธิ์ไดกลายเปนสัญลักษณที่ผูปกครองตอง กระทํากอนปราบดาภิเษกเปนกษัตริยอยางสมบูรณสืบตอมาในยุคกลาง ขณะเดียวกันยังชวยเพิ่ม อํานาจทางโลกใหกับพระสันตะปาปาควบคูไปพรอมกัน ราชวงศคาโรรินเจียนไดขยายอํานาจออกไปครอบงําทวีปยุโรปอยางกวางขวางในสมัย ของจัรพรรดิชาญเลอมาล ญ ในสมัยจักรพรรดิพระองคนี้ราชวงศคาโรรินเจีย นสามารถผนวก ดิ น แดนทั้ ง หมดของยุ โ รป (ยกเว น สเปนที่ อ ยู ภ ายใต อํ า นาจของพวกมั ว ร แ ละโรมของพระ สันตะปาปา) เขาไวในจักรวรรดิ จนกระทั่งพระองคสิ้นพระชนมดินแดนของพระองคจึงถูก แบงแยกออกเปน 3 สวน ปกครองโดยพระราชนัดดา 3 พระองค ภายใตสนธิสัญญาแวงดัง คือ โลแธร ปกครองอิตาลีจนถึงลุมแมน้ําไรน ชาลญ ปกครองดินแดนฝรั่งเศส หลุยส ปกครองดินแดนเยอรมัน กระทั่งราวศตวรรษที่ 10 ไดเกิดความเปลี่ยนแปลงในยุโรปอีกครั้ง เนื่องจากสาเหตุ 2 ประการ คือ การเสื่อมอํานาจของราชวงศคาโรรินเจียน ซึ่งกอใหเกิดการแยงชิงความเปนใหญของ ขุ น นางในดิ น แดนต า ง ๆ จนกระทั่ ง ปราบดาภิ เ ษกเป น กษั ต ริ ย แ ทนราชวงศ ค าโรลิ น เจี ย นได ประกอบกับอีกดานหนึ่งดินแดนยุโรปเริ่มถูก อนารยชนนอรสแมน (ไวกิ้ง) รุกรานและสามารถยึด ครองดินแดนอังกฤษได ดินแดนในยุโรปเริ่มแตกแยกออกเปนหลายสวนภายใตกษัตริยของตน ไดแก ฝรั่งเศส อังกฤษ สเปน และจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ แตกษัตริยใหมก็ไมสามารถปกปอง
3.
ดิ น แดนของตนจากการรุ
ก รานของอนารยชนกลุ ม ใหม ดั ง นั้ น กษั ต ริ ย จึ ง ถ า ยโอนอํ า นาจการ ปกครองและการดูแลประชาชนใหกับกลุมขุนนาง ซึ่งไดกลายเปนรากฐานการปกครองแบบศักดิ นาสวามิภักดิ์ในดินแดนตาง ๆ ของยุโรปในเวลาตอมา (จะกลาวถึงขางหนา) 2. คริสตศาสนา ศาสนาคริสตเปนศาสนาหนึ่งของยุโรปที่มีการเผยแผเขาสูยุโรปนับตั้งแตสมัยโรมัน (ราว ศตวรรษที่ 2) แตในระยะแรกศาสนาคริสตยังไมไดการยอมรับจากจักรพรรดิโรมมากนัก เนื่องจาก หลักคําสอนของศาสนาเนนใหผูนับถือเคารพตอพระเจาองคเดียวเทานั้น การกราบไหวจักรพรรดิ รวมถึงเทพเจาของโรมถูกปฏิเสธในกลุมของนักบวช ดังนั้นจึงถูกจักรพรรดิโรมันปราบปรามอยาง รุนแรง แตทายสุดก็ไดรับการยอมรับจากจักรพรรดิโรมันและทรงประกาศใหศาสนาคริสตเปน ศาสนาประจําจักรวรรดิ และกลายเปนที่พึ่งพิงทางจิตใจของชาวยุโรปนับตั้งแตจักรวรรดิโรมัน ตะวั น ตกลมสลาย ทั้ งสามารถครองงํ าความคิ ด ความเชื่อและแนวทางการปฏิบัติ ของคนยุ โรป ยาวนานนับ 1,000 ป ภายใตศาสนาคริสต สันตะปาปาถือเปนผูมีอํานาจสูงสุดทางธรรม และในราวศตวรรษที่ 12 - 13 ก็สามารถมีอํานาจครอบงําทางโลกหรือรัฐไดอยางแทจริง จนชวงเวลาดังกลาวถูกขนาน นามวาเปน "ยุคแหงศรัทธา ความมี อํ า นาจของสั น ตะปาปาเกิ ด ขึ้ น โดยอาศั ย ป จ จั ย สํ า คั ญ เป น รากฐานอย า งน อ ย 2 ประการ กลาวคือ ประการแรก พระสันตะปาปาอาศัยทฤษฎี เพทริริน ของพระสันตะปาปาเลโอที่ 1 เปนฐานในการครอบงําและอางอํานาจของสถาบันเหนือรัฐและกษัตริย ตามทฤษฎีนี้ไดอธิบายวา อํานาจทั้งหมดเปนของพระเจา ซึ่งพระองคไดมอบอํานาจทั้งหมดของพระองคใหแกวัด และวัดได มอบอํานาจบางสวนใหแกรัฐในการปกครองทางโลก ดังนั้นวัด (รวมถึงพระสันตะปาปา) จึง สามารถยึดอํานาจคืนจากรัฐหรือกษัตริยได ตามนัยดังกลาวไดสรางอํานาจในการควบคุมกษัตริย ใหแกพระสันตะปาปาอยางมาก เห็นไดชัดจากการที่พระสันตะปาปาสามารถเขาไปแทรกแซงการ เลือกจักรพรรดิในจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ จนนํามาสูสภาวะไรจักรพรรดิขึ้น ประการที่สอง คือ การอางอํานาจในการบัพพาชนียกรรม ตามความเชื่อของคนในยุค กลาง จุดสูงสุดในชีวิตคือการไดรับการตัดสินครั้งสุดทายจากพระผูเปนเจา ซึ่งจะทําใหพวกเขา (ถา ทํ า ความดี )สามารถเข า สู โ ลกหน า ไปรวมเป น ส ว นหนึ่ ง กั บ พระผู เ ป น เจ า ชี วิ ต ในโลกนี้ ไ ม มี ความหมายใด ๆ นอกจากเรงสะสมความดี (บุญ) แตการที่จะเขาสูโลกหนาไดนั้นจําเปนตองมี เงื่อนไขสําคัญ คือ การเขารีตเปนชาวคริสต เทานั้น การถูกตัดออกจากศาสนาจึงเปนการลงโทษที่ รุนแรงในสายตาของผูนับถือศาสนาคริสต ดังนั้นพระสันตะปาปาจึงอาศัยความเชื่อดังกลาวเปน รากฐานในการสรางอํานาจเหนือกษัตริย หรือใหกษัตริยตองยอมรับอํานาจพระสันตะปาปาอยาง แทจริง ยกตัวอยางเชน ความขัดแยงระหวางพระเจาเฮนรี่ที่ 4 ของเยอรมันกับพระสันตะปาปาเก
4.
รเกอรี่ที่ 7 ที่พระสันตะปาปาพยายามเขาไปแทรกแซงการแตงตั้งบิชอฟ
โดยออกประกาศหามมิให ฆราวาสแตงตั้งบิชอฟ ซึ่งจากเดิมเคยอยูภายใตการดูแลของกษัตริย จนทําใหพระเจาเฮนรี่ที่ 4 ไม พอพระทัยและประกาศปลดพระสันตะปาปาออกจากตําแหนง พระสันตะปาปาจึงตอบโตดวยการ บัพพาชนียกรรมพระเจาเฮนรี่ที่ 4 ขุนนางและชาวเยอรมันออกจากศาสนา และทําใหเกิดการลุกฮือ ของขุนนาง ประชาชนขับไลพระเจาเฮนรี่ที่ 4 ออกจากการเปนกษัตริย ทายสุดพระเจาเฮนรี่ที่ 4 จึง ตองยอมเดินทางไปขอใหพระสันตะปาปาเกรเกอรี่ที่ 7 ประทานอภัยโทษ โดยตองคุกเขาอยู ทามกลางหิมะที่กําลังตกหนักถึง 3 วัน จึงไดรับการอภัยโทษ เปนตน อยางไรก็ตาม แมวาในชวงศตวรรษที่ 12 - 13 พระสันตะปาปาจะมีอํานาจสูงสุดทั้งทาง โลกและทางธรรม แตในชวงปลายยุคกลางก็เกิดความเปลี่ยนแปลงที่สําคัญขึ้น จนเปนเหตุให สถาบันสันตะปาปาและความเชื่อทางศาสนาเสื่อมอํานาจลงในทายสุด (จะกลาวในสวนตอไป) 3. ระบบการปกครองแบบศักดินาสวามิภักดิ์ ระบบการปกครองแบบศักดินาสวามิภักดิ์หรือการปกครองระบบฟวดัล ถือเปนรูปแบบ การปกครองที่สําคัญยิ่งในชวงยุคกลาง ระบบการปกครองนี้เปนการปกครองโดยเนนการกระจาย อํานาจในการควบคุมที่ดิน โดยมีหลักใหญใจความสําคัญคือ กษัตริย (Overlord / Lord) ไดมอบ อํานาจในการดูแลที่ดินในเขตพระราชอํานาจใหแกขุนนาง (Vassal) ไปดูแลและใชประโยชน โดย บนที่ดินนั้นจะมีไพรทาส(Serf) ติดที่ดินเปนกําลังแรงงานในการผลิต ในเชิงทฤษฏีกษัตริยจะมี หนาที่ดูแลปกปองที่ดินของขุนนาง มิใหขุนนางหรือคนกลุมอื่นมาแยงชิงได สวนขุนนางจะมี หนาที่ จงรักภักดี สงภาษีอากร ใหกับกษัตริย และตองเกณฑแรงงานไพรทาสติดที่ดินใหแกกษัตริย ในยามศึกสงครามสงคราม แตในทางปฏิบัติกษัตริยแทบจะไมสามารถมีอํานาจเหนือขุนนางไดมาก นัก จึงตองอาศัยการรอบชอมเมื่อเกิดความขัดแยงอยูเสมอ ๆ ขณะเดียวกันก็ไมสามารถยึดที่ดินที่ พระราชทานใหคืนสูพระองค ในยามที่ขุนนางเริ่มเสื่อมความภักดีไดอยางแทจริง อํานาจในการ ดูแลที่ดินและกําลังคน จึงเปนของขุนนางแทบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ในสวนลางของระบบฟวดัลนั้น เรียกกันวาระบบแมเนอร (Maner) โดยจะมีคฤหาสนของ ขุนนางอยูตรงกลาง แวดลอมดวยที่ดินทํากินและหมูบานที่อยูภายใตสังกัดของขุนนางนั้น ๆ ซึ่ง โดยทั่วไปแลว แตละแมเนอรจะประกอบไปดวยหมูบาน 4 - 5 หมูบานขึ้นไป ชาวบานในหมูบาน จะเป น แรงงานติ ด ที่ ดิ น ซึ่ ง ต อ งทํ า งานรั บ ใช ขุ น นาง ทํ า การผลิ ต บนพื้ น ที่ ข องขุ น นางและเสี ย สวนเกินทางการผลิตใหแกขุนนาง นับตั้งแตเกิดจนตาย สวนขุนนางนั้นจะเปนผูใหความคุมครอง ตัดสินคดีความและจัดแบงพื้นที่การผลิตใหแกไพรทาสติดที่ดิน
5.
4. ชุมชุนเมือง
ชุมชนเมืองถือเปนอีกพื้นที่หนึ่งที่แยกเปนอิสระจากระบบแมเนอรและมีความแตกตาง จากแมเนอรอยางมาก กลาวคือ ในชุมชนเมืองนั้นจะมีผูดูแลเปนของตนเอง โดยเปนการเลือกจาก สมาชิกในเมืองนั้น ๆ ประชาชนทุกคนที่อาศัยอยูในเมืองเปนเสรีชน และสวนใหญเปนพอคา ชางฝมือ ซึ่งมีอิสระในการดําเนินชีวิต เศรษฐกิจในชุมชนเมืองนั้นเปนเศรษฐกิจแบบเงินตรา (แม จะไมกวางขวางนัก) ขณะที่ในแมเนอรเนนเศรษฐกิจแบบยังชีพเปนสําคัญ พรอม ๆ กันนั้นเอง ชุมชนเมืองยังมีกฎที่ใหสิทธิพิเศษสําหรับคนที่เขามาอยูอาศัยใหมสามารถกลายเปนเสรีชนได ถา อาศัยอยูในเมืองตามระยะเวลาที่กําหนด (ประมาณ 1 ป 1 วัน) แมจะเปนไพรทาสติดที่ดินที่หลบหนี มาจากแมเนอรก็ตาม และกฎเกณฑดังกลาวจะกลายเปนเงื่อนไขสําคัญที่กอใหเกิดความเสื่อมขึ้น ในระบบแมเนอรอยางเปนรูปธรรม สรุปยุคกลาง อาจกล า วได ว า โลกในยุ ค กลางนั้ น เป น ยุ ค ที่ อ ยู ภ ายใต ก ลางครองงํ า ของคริ ส ตศาสนา ประชาชนเบื้องลางดํารงชีวิตอยูดวยความเชื่อและศรัทธาตอศาสนา การกระทําในปจจุบันมิได มุงหวังเพื่อผลประโยชนในโลกนี้ หากแตเปนการเรงทําบุญ ทําตามคําสั่งสอนของศาสนาเพื่อ บรรลุวัตถุประสงคในโลกหนา แมแตตัวกษัตริยหรือผูปกครองก็จําเปนตองพึ่งพาคริสตศาสนาใน การสรางความชอบธรรมทางการเมือง เห็นไดชัดจากการอาศัยทฤษฎีเทวสิทธิ์ของศาสนาเปน เครื่องมือในการอธิบายพระราชอํานาจของกษัตริยซึ่งเปนผูปกครองที่ไดรับเลือกมาจากพระผูเปน เจา ผานการเจิมน้ํามนตศักดิ์สิทธิ์โดยมีสันตะปาปาเปนตัวกลางในการเชื่อมโยงนั้น ซึ่งดานหนึ่งทํา ใหการปกครองของกษัตริยมีความมั่นคงยิ่งขึ้น แตอีกดานหนึ่งก็ทําใหพระสันตะปาปามีอํานาจ เหนือกษัตริยไดในระดับหนึ่ง พรอม ๆ กันนั้นเอง โครงสรางรูปแบบการเมืองการปกครองยังดําเนินไปบนฐานของการ กระจายอํานาจตามระบบฟวดัล คือ กษัตริยทรงมอบที่ดินใหกับขุนนางเปนผูดูแล และในที่ดินนั้น ยังประกอบไปดวยชาวนาและทาสติดที่ดินเปนกําลังสําคัญในการผลิต สวนการปกครองในระดับ เล็กดํารงอยูในลักษณะของระบบแมเนอร ซึ่งมีขุนนางเปนผูควบคุมดูแล แตละแมเนอรมีการผลิต แบบพอยังชีพ ซึ่งอาจมีการแลกเปลี่ยนสิ่งของเล็ก ๆ นอยๆที่ไมสามารถผลิตขึ้นใชเองได เชน เกลือ เปนตน ชาวนาและทาสติดที่ดินในแมเนอรทํางานหนัก คิดและเชื่อในสิ่งที่ศาสนาสอน ซึ่งทําให สังคมในยุคกลางนั้นเปลี่ยนแปลงชามาก อยางไรก็ตาม ในสังคมยุคกลางยังปรากฎใหเห็นภาพของชุมชนเมืองซึ่งอยูนอกระบบแม เนอร เมืองแตละแหงจะมีผูปกครองที่คนในเมืองเลือกเปนตัวแทนในการดูแล ประชาชนในเมือง เปนเสรีชน ประกอบเศรษฐกิจแบบการคา และมีกฎระเบียบในการใหสิทธิความเปนเสรีชนแกคน
6.
ที่เขามาอาศัยตามระยะเวลาที่เมืองกําหนด กฎระเบียบนี้เองจํากลายเปนหนึ่งในตัวกลางสําคัญที่ คอยบั่นทอนการปกครองในระบบแมเนอรในทายสุด ดังจะกลาวในสวนตอไป
Download