การออกแบบการสอน
   ระดับครู ผช่วย
             ู้
ห้องเรี ยนที่ 1
1. ให้ท่านวิเคราะห์วธีการจัดการเรี ยนรู ้ของครู
                       ิ
                 ่
 แต่ละคนว่าอยูในกระบวนทัศน์การออกแบบ
  การสอนใดและมีพ้ืนฐานมาจากทฤษฎีการ
     เรี ยนรู ้ใดบ้าง พร้อมอธิบายเหตุผล
ครู บุญมี

                                      ่
วิธีการจัดการเรี ยนรู้ของครู บุญมี อยูในกระบวนทัศน์การ
ออกแบบการสอนที่เน้นครู เป็ นสาคัญ มีพ้ืนฐานมาจากทฤษฎี
พฤติกรรมนิยม โดยสังเกตจาก “สื่ อที่ครู ใช้ประจาคือ บทเรี ยน
โปรแกรมและชุดการสอน” ผูเ้ รี ยนจะเป็ นผูรอรับความรู้ เพียง
                                                ้
อย่างเดียว ครู จะเป็ นผูบริ หารจัดการผูเ้ รี ยน การให้ทาแบบฝึ กหัด
                        ้
ซ้ าๆ
ครู บุญช่วย

       ออกแบบการสอนตามแนวคอนตรัคติวิสต์
 มีรากฐานมาจาก 2 กลุ่มคือ
        1) Cognitive Constructivism
        2) Social Constructivism
พื้นฐานแนวคิดนี้มาจากแนวคิดของเพียเจต์
พื้นฐานแนวคิดนี้มาจากแนวคิดของ Vygotsky
เหตุผล
       1. ครู กระตุนให้นกเรี ยน "สร้าง“ ความรู้ดวยตนเองโดยผ่าน
                   ้      ั                          ้
ทางประสบการณ์เดิม
       2. การจัดเตรี ยมสิ่ งแวดล้อมที่ทาให้ผเู้ รี ยนได้สารวจ ค้นหา
และลงมือแก้ปัญหาด้วยตนเอง
       3. นักเรี ยนสร้างความรู ้ดวยตนเองโดยที่ครู จะมีหน้าที่ช่วย
                                 ้
ชี้แนะ
ครู บุญชู

   กระบวนทัศน์การออกแบบการสอนของครู บุญชู
เน้นวิธีการท่องจา แต่มีการใช้เทคนิคอย่างการแต่งเพลง , การใช้
คาคล้องจอง , การใช้แผนภูมิรูปภาพและมีการใช้การออกเสี ยง
ภาษาอังกฤษที่เหมือนกับภาษาไทย
พร้อมทั้งมีรูปภาพประกอบซึ่งช่วยให้เด็กสามารถนาสิ่ งที่เป็ น
ประสบการณ์เดิมมาเชื่อมโยงกับความรู้ใหม่ได้
การออกแบบการสอนของครู บุญชู มีพ้ืนฐาน
มาจากทฤษฎีการเรี ยนรู้กลุ่มพุทธิปัญญานิยม
ซึ่งจะเน้นการถ่ายทอดเนื้อหาที่ให้ผเู้ รี ยนเรี ยนรู ้
อย่างมีความหมายโดยการจัดระเบียบหมวดหมู่
ของสารสนเทศ เพื่อให้สมองสามารถบันทึก
ได้ง่ายและเรี ยกออกมาใช้ได้อย่างไม่ลืม พร้อมทั้งสามารถถ่าย
โยงความรู้ทกษะเดิมไปสู่ปัญหาใหม่ได้
             ั
2. วิธีการเรี ยนรู ้ของครู แต่ละคนมีขอดีและ
                                     ้
               ข้อเด่นอย่างไร
ครู บุญมี


ข้อดี
- ส่ วนเนื้อหาที่สาคัญครู จะเน้นย้าให้นกเรี ยนจดบันทึกและท่อง
                                       ั
ซ้ าหลายครั้ง
- การท่องคาศัพท์วนละ 5 คา หรื อคัดลายมือเป็ นเรื่ องที่เหมาะสม
                    ั
กับรายวิชา
- การสอบเมื่อจบบทเพื่อวัดและประเมินผล
ครู บุญช่วย
ข้ อดี
- ผูเ้ รี ยนแลกเปลี่ยนความรู ้แนวคิดและขยายมุมมองระหว่างกันได้
ตลอดเวลา
- คุณลักษณะของสื่ อต่างๆ จะส่ งเสริ มซึ่งกันและกัน เพื่อช่วยให้
ผูเ้ รี ยนเกิดการเรี ยนรู ้อย่างมีระสิ ทธิ ภาพ
- เน้นการสร้างความรู้ดวยตนเอง ด้วยการลงมือกระทาหรื อปฏิบติที่
                              ้                                 ั
ผ่านกระบวนการคิด
                                               ่
- อาศัยประสบการณ์เดิม หรื อความรู้เดิมที่มีอยูแล้วเชื่อมโยงกับ
ประสบการณ์ใหม่หรื อความรู ้ใหม่ เพื่อขยายโครงสร้างทางปั ญญา
ครู บุญชู
ข้อดี
 มีการใช้เทคนิคช่วยในการท่องจา ซึ่งทาให้เด็กสามารถจดจา
คาศัพท์ได้ง่ายขึ้น
ข้อเด่น
   มีการใช้เทคนิคการแต่งเพลง,ใช้คาคล้องจอง, ใช้แผนภูมิรูปภาพ
 ข้ อเด่ น
และใช้การออกเสี ยงภาษาอังกฤษที่เองจอง, ใช้ แภาษาไทยภาพและงมี
   มีการใช้ เทคนิคการแต่ งเพลง,ใช้ คาคล้ หมือนกับ ผนภูมิรูป รวมทั้
รูใช้ การออกเสียงภาษาอัทกฤษทีเ่ หมือนกับภาษาไทยาศัพท์ไงด้ง่ายขึ้นและ
   ปภาพประกอบ ซึ่ง งาให้เด็กสามารถจดจาค รวมทั้ มีรูปภาพ
สามารถเรี ยกออกมาใช้ได้อย่างไม่ลืม พร้อมทั้งสามารถถ่ายโยง
 ประกอบ ซึ่งทาให้ เด็กสามารถจดจา
ความรูท์้ทด้ ง่ายขึนและสามารถเรียกออกมาใช้ ได้ อย่างไม่ ลม พร้ อมทั้ง
 คาศัพ ไกษะเดิ้ มไปสู่ ปัญหาใหม่ได้
            ั                                            ื
สามารถถ่ ายโยงความรู้ทกษะเดิมไปสู่ ปัญหาใหม่ ได้
                      ั
3. วิธีการจัดการเรี ยนรู ้ของใครที่สอดคล้อง
กับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
             มากที่สุด เพราะเหตุใด
วิธีการจัดการเรี ยนรู้ของครู บุญช่ วยที่สอดคล้องกับ
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มากที่สุด
            - ผูเ้ รี ยนแลกเปลี่ยนความรู้แนวคิดและขยายมุมมองระหว่าง
กันได้ตลอดเวลา
            - คุณลักษณะของสื่ อต่างๆ จะส่ งเสริ มซึ่งกันและกัน เพื่อช่วย
ให้ผเู้ รี ยนเกิดการเรี ยนรู้อย่างมีระสิ ทธิภาพ
            - เน้นการสร้างความรู้ดวยตนเอง ด้วยการลงมือกระทาหรื อ
                                     ้
        ั ่
ปฏิบติที่ผานกระบวนการคิด
                                                            ่
            - อาศัยประสบการณ์เดิม หรื อความรู ้เดิมที่มีอยูแล้วเชื่อมโยง
กับประสบการณ์ใหม่หรื อความรู ้ใหม่ เพื่อขยายโครงสร้างทางปั ญญา
ซึ่ งตรงกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.
๒๕๔๒ หมวดที่ 4 ทีว่าด้ วยแนวทางการศึกษา
                  ่
           กล่าวถึงแนวการจัดการเรี ยนการสอน ที่จะต้อง "ถือว่า
ผูเ้ รี ยนมีความสาคัญที่สุด" สาระของการเรี ยนจะต้องเน้นเรื่ อง
อะไรบ้างในแต่ละระดับ และกระบวนการเรี ยนรู้ควรดาเนินการ
อย่างไร วิธีการประเมินผลควรทาอย่างไร หลักสูตรแกนกลาง
ของการศึกษาขั้นพื้นฐานกับหลักสูตรท้องถิ่น ประสาน
สอดคล้องกันอย่างไร ได้กล่าวไว้ในหมวดนี้
ห้องเรี ยนที่ 2
1. ให้ท่านวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นว่าน่าจะมี
          สาเหตุมาจากอะไรบ้าง
จากนักเรียน

         อาจเกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายกับวิธีการสอนของครู หรื อ
เบื่อกับเนื้อหาที่ยากและเนื้อหาที่เยอะ คิดว่าวิชาคณิ ตศาสตร์มน
                                                             ั
ยาก มีแต่ตวเลขและสูตรมากมาย
             ั
       ่
ไม่รู้วามันสาคัญอย่างไรและจะเอาไปใช้ในชีวตประจาวันได้
                                                ิ
อย่างไร
จากคุณครู

        คุณครู อาจใช้ภาษาที่ไม่สามารถทาให้นกเรี ยนเข้าใจได้หรื อ
                                                  ั
        ิ                    ั                            ็
อาจใช้วธีการสอนที่ทาให้นกเรี ยนรู้สึกเบื่อหน่ายและครู กไม่ได้
บอกถึงความสาคัญอย่างแท้จริ งของเนื้อหาแต่ละบทรวมทั้งไม่ได้
หาตัวอย่างโจทย์ที่เกี่ยวข้องกับสิ่ งต่างๆ รอบตัวในชีวตประจาวัน
                                                      ิ
มาให้เด็กได้ทาบ่อยนัก จนนักเรี ยนไม่อยากจะเรี ยนวิชานี้อีกจึงเกิด
          ่
คาพูดที่วา “ เรี ยนก็ยาก สูตรก็เยอะ ไม่รู้จะเรี ยนไปทาไม ไม่เห็นได้
นาไปใช้เลย ”
2. วิเคราะห์หาทฤษฎีการเรี ยนรู ้
และการออกแบบการสอนที่สามารถแก้ปัญหา
ได้
การออกแบบการสอนตามแนวคอนตรัคติวิสต์

        พื้นฐานแนวคิดนี้มาจากแนวคิดของเพียเจต์ โดยมีหลัก
พื้นฐานว่ามนุษย์เราต้อง "สร้าง" (Construct) ความรู้ดวยตนเอง
                                                        ้
โดยผ่านทางประสบการณ์ ประสบการณ์จะกระตุนให้ผเู ้ รี ยนสร้าง
                                                   ้
โครงสร้างทางปัญญา หรื อเรี ยกว่า สกีมา(Schemas)
        บทบาทของครู ผสอนในห้องเรี ยน คือ การจัดเตรี ยม
                              ู้
สิ่ งแวดล้อมที่ให้ผเู ้ รี ยนได้สารวจ ค้นหา ตามธรรมชาติ
        ห้องเรี ยนควรเติมสิ่ งที่น่าสนใจ
หลักสาคัญในการออกแบบสิ่ งแวดล้อมทางการเรี ยนรู้ตามแนว
                  คอนตรัคติวิสต์

                               สถานการณ์
                                 ปัญหา


          ร่ วมมือกัน
                                                  แหล่งเรี ยนรู ้
          แก้ปัญหา
                              องค์ประกอบ


                                              ฐาน
                    การโค้ช
                                           ช่วยเหลือ
3. ออกแบบการจัดการเรี ยนรู ้ที่สามารถ
       แก้ปัญหาดังกล่าวได้
ครู ควรนาเอาสถานการณ์ในชีวิตประจาวันเข้าไปประยุกต์
โดยประยุกต์ใช้ท้ งในบทเรี ยนและแบบฝึ กหัด
                 ั
       ครู ผสอนควรหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่ องที่จะสอนและ
            ู้
ศึกษาให้ละเอียดก่อนไปสอน
       การออกแบบการจัดการเรี ยนรู้ควรสร้างสื่ อการเรี ยนรู้ที่
น่าสนใจ ที่สามารถกระตุนให้ผเู้ รี ยนสนใจในบทเรี ยน ที่ผเู ้ รี ยน
                       ้
สามารถมีความคิดเชื่อมโยง และนาความรู้ไปประยุกต์ใช้ใน
ชีวิตประจาวันได้
คณะผูจดทา
                  ้ั
น.ส.เบญญาภา น่วมอินทร์ 543050307-4
  น.ส.รัชฎา แก้ววงตา 543050360-0
  น.ส.อัยลดา ศรี ชนะ 543050374-9
          นักศึกษาชั้นปี ที่ 2
     สาขาวิชาคณิ ตศาสตรศึกษา
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

การออกแบบการสอนระดับครูผู้ช่วย

  • 1.
    การออกแบบการสอน ระดับครู ผช่วย ู้
  • 2.
  • 3.
    1. ให้ท่านวิเคราะห์วธีการจัดการเรี ยนรู้ของครู ิ ่ แต่ละคนว่าอยูในกระบวนทัศน์การออกแบบ การสอนใดและมีพ้ืนฐานมาจากทฤษฎีการ เรี ยนรู ้ใดบ้าง พร้อมอธิบายเหตุผล
  • 4.
    ครู บุญมี ่ วิธีการจัดการเรี ยนรู้ของครู บุญมี อยูในกระบวนทัศน์การ ออกแบบการสอนที่เน้นครู เป็ นสาคัญ มีพ้ืนฐานมาจากทฤษฎี พฤติกรรมนิยม โดยสังเกตจาก “สื่ อที่ครู ใช้ประจาคือ บทเรี ยน โปรแกรมและชุดการสอน” ผูเ้ รี ยนจะเป็ นผูรอรับความรู้ เพียง ้ อย่างเดียว ครู จะเป็ นผูบริ หารจัดการผูเ้ รี ยน การให้ทาแบบฝึ กหัด ้ ซ้ าๆ
  • 5.
    ครู บุญช่วย ออกแบบการสอนตามแนวคอนตรัคติวิสต์ มีรากฐานมาจาก 2 กลุ่มคือ 1) Cognitive Constructivism 2) Social Constructivism
  • 6.
  • 7.
  • 8.
    เหตุผล 1. ครู กระตุนให้นกเรี ยน "สร้าง“ ความรู้ดวยตนเองโดยผ่าน ้ ั ้ ทางประสบการณ์เดิม 2. การจัดเตรี ยมสิ่ งแวดล้อมที่ทาให้ผเู้ รี ยนได้สารวจ ค้นหา และลงมือแก้ปัญหาด้วยตนเอง 3. นักเรี ยนสร้างความรู ้ดวยตนเองโดยที่ครู จะมีหน้าที่ช่วย ้ ชี้แนะ
  • 9.
    ครู บุญชู กระบวนทัศน์การออกแบบการสอนของครู บุญชู เน้นวิธีการท่องจา แต่มีการใช้เทคนิคอย่างการแต่งเพลง , การใช้ คาคล้องจอง , การใช้แผนภูมิรูปภาพและมีการใช้การออกเสี ยง ภาษาอังกฤษที่เหมือนกับภาษาไทย พร้อมทั้งมีรูปภาพประกอบซึ่งช่วยให้เด็กสามารถนาสิ่ งที่เป็ น ประสบการณ์เดิมมาเชื่อมโยงกับความรู้ใหม่ได้
  • 10.
    การออกแบบการสอนของครู บุญชู มีพ้ืนฐาน มาจากทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพุทธิปัญญานิยม ซึ่งจะเน้นการถ่ายทอดเนื้อหาที่ให้ผเู้ รี ยนเรี ยนรู ้ อย่างมีความหมายโดยการจัดระเบียบหมวดหมู่ ของสารสนเทศ เพื่อให้สมองสามารถบันทึก ได้ง่ายและเรี ยกออกมาใช้ได้อย่างไม่ลืม พร้อมทั้งสามารถถ่าย โยงความรู้ทกษะเดิมไปสู่ปัญหาใหม่ได้ ั
  • 11.
    2. วิธีการเรี ยนรู้ของครู แต่ละคนมีขอดีและ ้ ข้อเด่นอย่างไร
  • 12.
    ครู บุญมี ข้อดี - ส่วนเนื้อหาที่สาคัญครู จะเน้นย้าให้นกเรี ยนจดบันทึกและท่อง ั ซ้ าหลายครั้ง - การท่องคาศัพท์วนละ 5 คา หรื อคัดลายมือเป็ นเรื่ องที่เหมาะสม ั กับรายวิชา - การสอบเมื่อจบบทเพื่อวัดและประเมินผล
  • 13.
    ครู บุญช่วย ข้ อดี -ผูเ้ รี ยนแลกเปลี่ยนความรู ้แนวคิดและขยายมุมมองระหว่างกันได้ ตลอดเวลา - คุณลักษณะของสื่ อต่างๆ จะส่ งเสริ มซึ่งกันและกัน เพื่อช่วยให้ ผูเ้ รี ยนเกิดการเรี ยนรู ้อย่างมีระสิ ทธิ ภาพ - เน้นการสร้างความรู้ดวยตนเอง ด้วยการลงมือกระทาหรื อปฏิบติที่ ้ ั ผ่านกระบวนการคิด ่ - อาศัยประสบการณ์เดิม หรื อความรู้เดิมที่มีอยูแล้วเชื่อมโยงกับ ประสบการณ์ใหม่หรื อความรู ้ใหม่ เพื่อขยายโครงสร้างทางปั ญญา
  • 14.
    ครู บุญชู ข้อดี มีการใช้เทคนิคช่วยในการท่องจาซึ่งทาให้เด็กสามารถจดจา คาศัพท์ได้ง่ายขึ้น ข้อเด่น มีการใช้เทคนิคการแต่งเพลง,ใช้คาคล้องจอง, ใช้แผนภูมิรูปภาพ ข้ อเด่ น และใช้การออกเสี ยงภาษาอังกฤษที่เองจอง, ใช้ แภาษาไทยภาพและงมี มีการใช้ เทคนิคการแต่ งเพลง,ใช้ คาคล้ หมือนกับ ผนภูมิรูป รวมทั้ รูใช้ การออกเสียงภาษาอัทกฤษทีเ่ หมือนกับภาษาไทยาศัพท์ไงด้ง่ายขึ้นและ ปภาพประกอบ ซึ่ง งาให้เด็กสามารถจดจาค รวมทั้ มีรูปภาพ สามารถเรี ยกออกมาใช้ได้อย่างไม่ลืม พร้อมทั้งสามารถถ่ายโยง ประกอบ ซึ่งทาให้ เด็กสามารถจดจา ความรูท์้ทด้ ง่ายขึนและสามารถเรียกออกมาใช้ ได้ อย่างไม่ ลม พร้ อมทั้ง คาศัพ ไกษะเดิ้ มไปสู่ ปัญหาใหม่ได้ ั ื สามารถถ่ ายโยงความรู้ทกษะเดิมไปสู่ ปัญหาใหม่ ได้ ั
  • 15.
    3. วิธีการจัดการเรี ยนรู้ของใครที่สอดคล้อง กับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มากที่สุด เพราะเหตุใด
  • 16.
    วิธีการจัดการเรี ยนรู้ของครู บุญช่วยที่สอดคล้องกับ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มากที่สุด - ผูเ้ รี ยนแลกเปลี่ยนความรู้แนวคิดและขยายมุมมองระหว่าง กันได้ตลอดเวลา - คุณลักษณะของสื่ อต่างๆ จะส่ งเสริ มซึ่งกันและกัน เพื่อช่วย ให้ผเู้ รี ยนเกิดการเรี ยนรู้อย่างมีระสิ ทธิภาพ - เน้นการสร้างความรู้ดวยตนเอง ด้วยการลงมือกระทาหรื อ ้ ั ่ ปฏิบติที่ผานกระบวนการคิด ่ - อาศัยประสบการณ์เดิม หรื อความรู ้เดิมที่มีอยูแล้วเชื่อมโยง กับประสบการณ์ใหม่หรื อความรู ้ใหม่ เพื่อขยายโครงสร้างทางปั ญญา
  • 17.
    ซึ่ งตรงกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒หมวดที่ 4 ทีว่าด้ วยแนวทางการศึกษา ่ กล่าวถึงแนวการจัดการเรี ยนการสอน ที่จะต้อง "ถือว่า ผูเ้ รี ยนมีความสาคัญที่สุด" สาระของการเรี ยนจะต้องเน้นเรื่ อง อะไรบ้างในแต่ละระดับ และกระบวนการเรี ยนรู้ควรดาเนินการ อย่างไร วิธีการประเมินผลควรทาอย่างไร หลักสูตรแกนกลาง ของการศึกษาขั้นพื้นฐานกับหลักสูตรท้องถิ่น ประสาน สอดคล้องกันอย่างไร ได้กล่าวไว้ในหมวดนี้
  • 18.
  • 19.
  • 20.
    จากนักเรียน อาจเกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายกับวิธีการสอนของครู หรื อ เบื่อกับเนื้อหาที่ยากและเนื้อหาที่เยอะ คิดว่าวิชาคณิ ตศาสตร์มน ั ยาก มีแต่ตวเลขและสูตรมากมาย ั ่ ไม่รู้วามันสาคัญอย่างไรและจะเอาไปใช้ในชีวตประจาวันได้ ิ อย่างไร
  • 21.
    จากคุณครู คุณครู อาจใช้ภาษาที่ไม่สามารถทาให้นกเรี ยนเข้าใจได้หรื อ ั ิ ั ็ อาจใช้วธีการสอนที่ทาให้นกเรี ยนรู้สึกเบื่อหน่ายและครู กไม่ได้ บอกถึงความสาคัญอย่างแท้จริ งของเนื้อหาแต่ละบทรวมทั้งไม่ได้ หาตัวอย่างโจทย์ที่เกี่ยวข้องกับสิ่ งต่างๆ รอบตัวในชีวตประจาวัน ิ มาให้เด็กได้ทาบ่อยนัก จนนักเรี ยนไม่อยากจะเรี ยนวิชานี้อีกจึงเกิด ่ คาพูดที่วา “ เรี ยนก็ยาก สูตรก็เยอะ ไม่รู้จะเรี ยนไปทาไม ไม่เห็นได้ นาไปใช้เลย ”
  • 22.
    2. วิเคราะห์หาทฤษฎีการเรี ยนรู้ และการออกแบบการสอนที่สามารถแก้ปัญหา ได้
  • 23.
    การออกแบบการสอนตามแนวคอนตรัคติวิสต์ พื้นฐานแนวคิดนี้มาจากแนวคิดของเพียเจต์ โดยมีหลัก พื้นฐานว่ามนุษย์เราต้อง "สร้าง" (Construct) ความรู้ดวยตนเอง ้ โดยผ่านทางประสบการณ์ ประสบการณ์จะกระตุนให้ผเู ้ รี ยนสร้าง ้ โครงสร้างทางปัญญา หรื อเรี ยกว่า สกีมา(Schemas) บทบาทของครู ผสอนในห้องเรี ยน คือ การจัดเตรี ยม ู้ สิ่ งแวดล้อมที่ให้ผเู ้ รี ยนได้สารวจ ค้นหา ตามธรรมชาติ ห้องเรี ยนควรเติมสิ่ งที่น่าสนใจ
  • 24.
    หลักสาคัญในการออกแบบสิ่ งแวดล้อมทางการเรี ยนรู้ตามแนว คอนตรัคติวิสต์ สถานการณ์ ปัญหา ร่ วมมือกัน แหล่งเรี ยนรู ้ แก้ปัญหา องค์ประกอบ ฐาน การโค้ช ช่วยเหลือ
  • 25.
    3. ออกแบบการจัดการเรี ยนรู้ที่สามารถ แก้ปัญหาดังกล่าวได้
  • 26.
    ครู ควรนาเอาสถานการณ์ในชีวิตประจาวันเข้าไปประยุกต์ โดยประยุกต์ใช้ท้ งในบทเรียนและแบบฝึ กหัด ั ครู ผสอนควรหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่ องที่จะสอนและ ู้ ศึกษาให้ละเอียดก่อนไปสอน การออกแบบการจัดการเรี ยนรู้ควรสร้างสื่ อการเรี ยนรู้ที่ น่าสนใจ ที่สามารถกระตุนให้ผเู้ รี ยนสนใจในบทเรี ยน ที่ผเู ้ รี ยน ้ สามารถมีความคิดเชื่อมโยง และนาความรู้ไปประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจาวันได้
  • 27.
    คณะผูจดทา ้ั น.ส.เบญญาภา น่วมอินทร์ 543050307-4 น.ส.รัชฎา แก้ววงตา 543050360-0 น.ส.อัยลดา ศรี ชนะ 543050374-9 นักศึกษาชั้นปี ที่ 2 สาขาวิชาคณิ ตศาสตรศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น