การขยายพันธุพืชคืออะไร
             ์
       การขยายพันธุ์พืชหมายถึง การเพิมปริ มาณต้นพืชจากต้น
                                     ่
แม่เพียงต้นเดียว ให้มีจานวนมากขึ้น โดยต้นพืชที่เกิดขึ้นใหม่
ยังคงมีคุณสมบัติ คุณลักษณะเหมือนต้นเดิม
     การขยายพันธุ์พืชแบ่งออกเป็ น2ลักษณะคือ
การขยายพันธุ์โดยใช้เพศ และการขยายพันธุ์โดยไม่ใช้เพศ
การขยายพันธุโดยใช้เพศ คืออะไร
                     ์
      คือการนาเมล็ดของพืชไปเพาะหรื อปลูกเพื่อให้เกิดเป็ น
พืชต้นใหม่ หรื อที่เรี ยกว่าการเพาะเมล็ดนันเอง
                                          ่
 1. การเพาะเมล็ด
      การเพาะเมล็ด (Seed) หมายถึง การนาเมล็ดพันธุ์พืชที่
ผ่านการคัดคุณภาพมาแล้ว นามาปลูกไว้ในพื้นที่จากัดที่เตรี ยม
ไว้โดยเฉพาะ เช่น กระบะเฉพาะ แปลงเพาะ หรื อภาชนะต่าง ๆ
มีการดูแลรักษาเอาใจใส่ เป็ นพิเศษ จนกระทังเมล็ดงอกเป็ นต้น
                                         ่
กล้า เหมาะกับพืชพวกข้าว ผักต่างๆยกเว้นผักกาดหัว
วัตถุประสงค์ของการเพาะเมล็ด

1. เพื่อประหยัดหรื อไม่ให้เปลืองเมล็ดพันธุ์
2. เมล็ดพันธุ์พืชบางชนิดมีขนาดเล็กเกินไป ไม่ทนทานต่อโรค
   แมลง และสิ่ งแวดล้อม ต้องดูแลเป็ นพิเศษ
3. ได้จานวนต้นพืชในปริ มาณตามที่ตองการ
                                 ้
4. ได้ตนพืชที่มีอายุและการเจริ ญเติบโตเท่าๆ กัน
       ้
วิธีการเพาะเมล็ดในกระบะเพาะ
        1. ถ้าหากภาชนะเพาะมีช่องหรื อรู
 ขนาดใหญ่อาจจะทาให้ดินเพาะรั่วไหล
 ออกมา ควรใช้วสดุปิดทับ เช่น ใช้เศษ-
                 ั
 กระถางแตกเศษอิฐหักอุดรู ถ้าเป็ นภาชนะที่
 เป็ นกระบะพลาสติกหรื อลังไม้ ควรใช้
 กระดาษหนังสื อพิมพ์ปิดทับกระบะ
        2. นาดินเพาะใส่ ลงในภาชนะให้เกือบเต็ม เกลี่ยผิวดินให้
                                           ่
เรี ยบสม่าเสมอในระดับเดียวกัน ให้ดินเพาะอยูต่ากว่าขอบภาชนะ
ประมาณ 1-2 นิ้ว การเกลี่ยดินให้เรี ยบ
ดินที่ใช้เพาะควรเป็ นดินที่ร่วนซุย
โปร่ ง มีน้ าหนักเบา ระบายน้ าได้ดี มีแร่
ธาตุอาหารพืชบ้างพอสมควร โดยทัวไป     ่
อาจจะใช้ดินร่ วนธรรมดาก็ได้ หรื อ
อาจจะใช้ดินที่มีส่วนผสมของวัสดุต่าง ๆ
ในอัตราส่ วนที่กาหนด เช่น
ทรายหยาบ : ขุยมะพร้าวในอัตรา 1:1
ทรายหยาบ : ถ่านแกลบในอัตรา 1:1
หรื อ ดิน : ปุ๋ ยคอกเก่า : ทรายในอัตรา
2:1:2 ก็ได้
3. นาเมล็ดพันธุ์พืชที่ตองการ
                             ้
ปลูก หว่านหรื อโรยลงบนผิวหน้าดิน
ให้กระจายกัน อย่างทัวถึง โรยทับด้วย
                    ่
ดินเพาะเพียงบาง ๆ พอกลบเมล็ด

       4. ปิ ดทับผิวหน้าดินด้วยฟาง
 แห้งหรื อกระดาษหนังสื อพิมพ์ (เพื่อ
 รักษาความชื้นภายในดินเพาะให้
 สม่าเสมอไม่ให้ระเหยเร็ วเกินไป
 และยังช่วยให้เมล็ดงอกได้เร็ วขึ้น)
การขยายพันธุพืชแบบไม่อาศัยเพศ
                  ์
       หมายถึงการนาส่ วนต่างๆของพืช ไปทาให้เกิดราก เกิดยอด
แล้วเจริ ญเติบโตเป็ นพืชต้นใหม่สามารถให้ผลผลิตต่อไปได้
       การขยายพันธุ์พืชโยไม่ใช้เพศทาได้หลายวิธี เช่น
 การตัดชา การตอนกิ่ง การทาบกิ่ง การติดตา การต่อกิ่ง และ
 การเพาะเลี้ยงเนื้อเยือ เป็ นต้น
                      ่
การขยายพันธุพืชโดยการปักชา
                   ์
         การปักชา คือ การตัดส่ วนหนึ่งส่ วนใดของพืช เช่น ใบ กิ่ง
ก้าน ลาต้น หรื อราก ออกจากต้นเดิมไปเก็บไว้ในที่ที่มีสภาพ
สิ่ งแวดล้อมเหมาะสม ส่ วนต่างๆ ของพืชดังกล่าวจะออกรากและ
แตกยอดเจริ ญเติบโตเป็ นต้นพืชต้นใหม่ต่อไป
     ขั้นตอนการปักชา
        1) ตัดกิ่งให้มีความยาวประมาณ
                    ่ ั
6 – 10 นิ้ว (ขึ้นอยูกบชนิดของพืช) ตัดให้
เป็ นแผลทามุมเฉี ยง 450 – 600 ด้านล่างของ
กิ่งต่ากว่าข้อเล็กน้อย
2) การปักชากิง นาส่ วนของโคนกิ่งปั กลงไปในวัตถุปักชา
                        ่
  ให้ลึกประมาณ ของความยาวของกิ่ง โดยให้รอยแผลตัดด้าน
  ปลายของกิ่งเป็ นแนวตั้งตรงเพื่อ
  ป้ องกันไม่ให้น้ าขังบริ เวณรอยแผล
  ซึ่ งจะช่วยลดการเน่าของกิ่งได้ การปั กกิ่ง
  ควรจัดระยะให้ห่างกันพอประมาณอย่า
  ให้ชิด หรื อแน่นเกินไป จะทาให้กิ่งเน่าได้
 การดูแลรักษา
         ในระยะแรกๆ ที่กิ่งยังไม่ออกรากจาเป็ นต้องรักษาความชื้น
ในบริ เวณที่ปักชาให้สูงมากๆ เพื่อลดการสู ญเสี ยน้ าจากการคายน้ า
ของใบให้มากที่สุด โดยการรดน้ าอย่างสม่าเสมอวันละ 2 - 3 ครั้ง
การตอนกิ่ง
       คือ การทาให้ก่ิงหรื อต้นพืชเกิดรากขณะติดอยูกบต้นแม่ จะ
                                                  ่ ั
   ทาให้ได้ตนพืชใหม่ ที่มีลกษณะทางสายพันธุ์ เหมือนกับต้นแม่
               ้             ั
   ทุกประการ โดยมีข้ นตอนการปฏิบติ ดังนี้
                       ั               ั
ข้ อดีของการตอนกิง  ่
        1. คงสภาพลักษณะพันธุ์เดิมทุกประการ
        2. การตอนจะแตกรากในปริ มาณมากกว่าการปั กชา
        3. เมื่อนาไปปลูกอัตราการรอดตายมากกว่าการปั กชา
        4. ทรงพุมเตี้ย สะดวกต่อการเก็บเกี่ยว และการดูแลรักษา
                 ่
        5. ขนาดของกิ่งตอนใหญ่กว่ากิ่งปั กชา ให้ผลผลิตที่เร็ วกว่า
ข้ อเสี ยของการตอนกิง ่
 1. ไม่มีระบบรากแก้ว จึงทาให้กิ่งตอนโค่นล้มได้ง่าย
 2. กิ่งตอนมีขนาดใหญ่ การเคลื่อนย้ายไปปลูกทาได้ลาบาก
 3. จานวนกิ่งพันธุ์ที่ได้ต่อต้นน้อยกว่าการปั กชา
                            ุ่
 4. การตอนกิ่งมีวธีการที่ยงยากกว่าการปั กชา
                   ิ
 5. ต้องใช้แรงงานมากและการดูแลมากยิงขึ้น ่
   เครื่องมือและอุปกรณ์ ในการตอนกิง ่
      1) มีดตอนกิง มีดตอนกิ่งจะต้องมี
                  ่
 ขนาดพอเหมาะเพื่อความสะดวกในการปฏิบติงาน ที่นิยมใช้กน
                                         ั             ั
 มากได้แก่ มีดขยายพันธุ์พืช มีพบ และ คัทเตอร์ เป็ นต้น
                               ั
2) วัสดุทใช้ ในการตอนหรือวัตถุห้ ุมกิง
               ี่                        ่
เพื่อให้กิ่งตอนได้รับความชื้นที่สูงพอเหมาะ
สม่าเสมอตลอดจนป้ องกันแสงสว่าง วัสดุที่
ใช้ในการหุ มกิ่งตอนจะต้องมีคุณสมบัติ อุม
             ้                             ้
ความชื้นได้ดี สะอาด ไม่เป็ นพิษแก่พืช เช่น
ดินร่ วน กาบมะพร้าว ขุยมะพร้าว
3) ฮอร์ โมนหรือสารเคมีทช่วยกระตุ้นการออกรากของกิง กิ่ง
                       ี่                       ่
พืชบางชนิดออกรากได้ยากและใช้เวลานาน การใช้ฮอร์โมน
หรื อสารเคมีบางชนิดทาบริ เวณเหนือรอยแผลหรื อรอยควัน
                                                  ่
จะช่วยกระตุนให้กิ่งออกรากได้เร็ วขึ้น
            ้
ขั้นตอนในการตอนกิง       ่
 1) การเลือกกิงตอน ควรเลือกกิ่งที่มีอายุไม่
                ่
มากหรื อไม่แก่จนเกินไป เพราะจะทาให้ออ
กรากได้เร็ วขึ้น ซึ่ งสังเกตได้โดยกิ่งจะมีสีเขียว
ปนน้ าตาล
2) การทาแผลหรือการควันกิง      ่ ่
      การควันกิ่ง เป็ นวิธีที่นิยมปฏิบติ
            ่                         ั
มากที่สุดและเหมาะสมกับพืชทุกชนิด
โดยเฉพาะพืชที่ออกรากได้ยาก การ
ควันกิ่งแล้วลอกเปลือกออก เป็ นการ
    ่
ตัดท่อลาเลียงอาหารของพืช
3) การใช้ฮอร์โมนหรื อสารเร่ งการออกรากทากิ่ง
ตอน เพื่อกระตุนให้กิ่งออกรากได้เร็ วและมากขึ้น
              ้
ควรจะต้องใช้ฮอร์โมนหรื อสารเร่ งรากทารอบๆ
เหนือบริ เวณรอยควันด้านบนและหลังจาก
                   ่
ฮอร์โมนที่ทาแห้งดีแล้ว จึงค่อยหุ มกิ่งตอน
                                 ้
 4) นาตุมตอน (ขุยมะพร้าวที่แช่น้ า แล้ว
         ้
 บีบหมาด ๆ อัดลงในถุงพลาสติก ผูกปาก
 ถุงให้แน่น) มาผ่าตามความยาวแล้ว
 นาไปหุ มบนรอยแผลของกิ่งตอน มัดด้วย
           ้
 เชือกทั้งบนและล่างรอยแผล
5.) วิธีการหุ มกิ่ง นาตุมตอนไปหุม
                ้          ้         ้
บริ เวณรอยควันโดยเฉพาะให้เหนือบริ เวณ
                  ่
รอยควันด้านบน พยายามดันกิ่งตอนให้เข้า
         ่
      ่
ไปอยูกลางถุงให้มากที่สุด ดึงชาย
                    ่ ้
ถุงพลาสติกที่ผาให้ซอนทับกัน มัดให้
แน่นด้วยเชือกฟาง
 4.) เมื่อกิ่งตอนมีรากงอกแทงผ่าน
 วัสดุ และเริ่ มแก่เป็ นสี เหลือง สี
 น้ าตาล ปลายรากมีสีขาว และมี
 จานวนมากพอจึงตัดกิ่งตอนได้ .
การทาบกิง
                            ่
     คือ การทาบกิง คือ การนาต้นพืชสองต้น ซึ่ง
                     ่
มีระบบรากและส่ วนยอดมาเชื่อมให้เป็ นต้นเดียว
โดยมีเซลล์เนื้อเยือเป็ นตัวเชื่อมประสาน
                  ่
ประโยชน์ ของการทาบกิง  ่
     1. ช่วยเปลี่ยนพันธุ์ท่ีมีลกษณะไม่ดีให้เป็ นพันธุ์ที่ดี
                               ั
     2. ได้พนธุ์พืชที่มีคุณภาพดีไปปลูก
              ั
            ั
     3. ใช้กบพืชที่ขยายพันธุ์โดยวิธีอื่นๆ ไม่ได้ผล
     4. สามารถได้ตนตอที่มีระบบรากแข็งแรง หาอาหารเก่ง
                    ้
         และทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดี
ขั้นตอนการทาบกิ่ง
1. การเตรี ยมต้ นตอ
        1.1 เลือกต้นตออายุประมาณ
1ปี ตัดให้สูงจากโคนประมาณ6นิ้ว
แล้วเฉื อนต้นตอเป็ นปากฉลามยาว
ประมาณ 2 นิ้ว

        1.2 เฉื อนปลายต้นตอ
ให้เป็ นรู ปลิ่ม
2. การเตรี ยมกิงพันธ์ ุดี
                ่

      2.1 เลือกกิ่งพันธุ์ดีที่สมบูรณ์
      แข็งแรง



       2.2 เฉื อนกิ่งพันธุ์ดีให้เข้าเนื้อ
ไม้ เฉี ยงขึ้นยาวประมาณ 2 นิ้ว ตัด
ส่ วนเปลือกที่เฉื อนไว้ให้เหลือลิ้นที่
ปลายเล็กน้อย
3. การประกบกิงพันธ์ ุดเี ข้ ากับต้ นตอ
                ่
       3.1 สอดปลายกิ่งต้นตอที่เฉื อนเตรี ยมไว้ให้เนื้อเยือเจริ ญตรง
                                                         ่
กับกิ่งพันธุ์ดี
       3.2 พันด้วยแผ่นพลาสติกให้แน่น
       3.3 ใช้เชือกผูกปากถุงตรึ งกับโคนกิ่งพันธุ์ให้แน่น
4. ประมาณ 6 - 7 สัปดาห์ แผลจะติดกัน
ดี รากตุมต้นตอจะงอกแทงผ่านวัสดุ
         ้
และเริ่ มมีสีน้ าตาล ปลายรากมีสีขาว
และมีจานวนมากพอ จึงจะตัดได้



5. นาลงถุงเพาะชา พร้อมปักหลัก
ค้ ายันต้น เพื่อป้ องกันต้นล้ม
การติด
                    ตา ื
    การติดตา คือการขยายพันธุ์พชที่นาแผ่นตาเพียงตาเดียวจาก
กิ่งพันธุ์ดี ไปติดกับต้นตอในพืชประเภทเดียวกัน เพื่อให้ตานั้น
เจริ ญเติบโตเป็ นยอดอ่อน และกิ่งพันธุ์ดีต่อไป
     ซึ่ งวิธีการนี้ มีลกษณะคล้ายกับวิธีการต่อกิ่ง แต่มีขอดีกว่า
                        ั                                ้
คือ ทาได้ง่ายกว่า ได้ตนพันธุ์ดีมากกว่า และมีความเสี่ ยงต่า
                          ้
                   อุปกรณ์ติดตา

   มีดติดตา                              แถบพลาสติก
ประเภทของการติดตา

       การติดตาแบ่งออกเป็ น 4 ประเภทคือ
1. การติดตาแบบตัวที ( T budding)
                                                ั
       การติดตาแบบตัวที (T) เป็ นวิธีที่นิยมใช้กบพวกไม้ดอก
ได้แก่ กุหลาบ และไม้ผลบางชนิด เช่น ส้ม พุทรา
2. การติดตาแบบเพลต (Plate budding)
                                            ั
      การติดตาแบบเพลตใช้ขยายพันธุ์กบพืชที่มีเปลือกหนาและ
                     ั ั
เหนียว หรื อวิธีน้ ีมกใช้กบพืชที่มีน้ ายางมาก เช่น ยางพารา มะม่วง
ขนุน หรื อพืชที่เกิดการเชื่อมต่อช้ากว่าปกติ เช่นมะขาม
3. การติดตาแบบแพตช์ (Patch budding)
      การติดตาแบบแพตช์ คือ วิธีการติดตาที่ทาการแกะเปลือกต้น
ตอออกเป็ นรู ปสี่ เหลี่ยมผืนผ้า แล้วใช้เปลือกตาของกิ่งพันธุ์ดีที่มี
ขนาดเท่ากันมาประกบแทนที่เปลือกของต้นตอ
                                      ั
      การติดตาแบบวิธีน้ ีมกจะใช้กบพืชที่เปลือกหนา เช่นมะม่วง
                             ั
ยางพารา เป็ นต้น

4. การติดตาแบบชิป (Chip budding)
      การติดตาแบบวิธีน้ ีมกทากับพันธุ์ไม้ที่ลอกเปลือกออกได้
                          ั
ยาก และใช้ได้ผลดี กับไม้ผลบางชนิด เช่น องุ่น เงาะ เป็ นต้น
ขั้นตอนการติดตาแบบตัวทีมดงนี้
                        ี ั
1. การเตรียมต้ นตอ
         วิธีการกรี ดต้นตอควรกรี ดตามความ
ยาวของ ต้นตอก่อน แล้วจึงกรี ดตามขวาง
เป็ นรู ปตัวที (T) พร้อมกับพลิกใบมีด
เล็กน้อยเพื่อเผยอเปลือกออกจากเนื้อไม้
2. การเตรียมแผ่ นตา
       แผ่นตา คือ ส่ วนของแผ่นเปลือกซึ่ งมีตาพันธุ์ดี
เพียง 1 ตา การเฉื อนควรเฉื อนแผ่นตาจากปลายแผ่นตา
ไปหาโคนแผ่นตาให้มีความยาว 3-4 เซนติเมตร
3. การประกบแผ่ นตา
                    ่
   ให้สอดแผ่นตาอยูใต้เปลือกของต้นตอ
โดยให้ตาอยูตรงกึ่งกลางของรอยแผล
           ่
 4. การพันแผ่ นตา
       วัสดุที่ใช้ คือ แผ่นพลาสติกใส การ
 พันจะต้องพันจากล่างขึ้นบนให้กระชับ
 ติดกับต้นตอ คือพันไม่ให้แน่นหรื อหลวม
 เกิดไป จนกว่าเนื้อเยือเจริ ญของตาพันธุ์
                       ่
 กับตอจะเชื่อมติดกันดี แล้วค่อยแกะแผ่น
 พลาสติกออก
การต่อกิ่ง Grafting
     การต่อกิ่ง คือการนากิ่งพันธุ์ดีไปต่อ
บนต้นตอของพืชอีกต้นหนึ่ง เพื่อให้เกิด
เป็ นยอดและกิ่งพันธุ์ดีต่อไป

 ขั้นตอนการต่อกิ่ง
   1. ก่อนต่อกิ่งต้องตัดแต่งกิ่งต้น
 ตอให้โปร่ งเพื่อความสะดวกในการ
 ทางาน
2. การตัดกิ่งพันธุ์ดี
 ตัดกิ่งพันธุ์ดีที่สมบุรณ์ให้มีตาติดไปด้วย 3-4 ตา
 3. การเตรี ยมต้นตอ
      กรี ดเปลือกต้นตอให้ขนานกันตามแนวยาวของกิ่ง ให้ยาว
 ประมาณ2-3นิ้วแล้วใช้มีกรี ดตัดด้านบน




  การกรี ดต้นตอ         ตัดขวางรอยกรี ด ลอกเปลือกออก
การเตรี ยมกิ่งพันธุ์ดี
1. เฉื อนกิ่งพันธุ์ดีให้เป็ นรู ปลิ่ม




  เฉื อนด้านหน้า               เฉื อนด้านหลัง      รอยเฉื อนด้านหลัง
การประกบกิ่งพันธุ์ดี
       นากิ่งพันธุ์ดีประกบลงบนแผลของต้นตอ โดยให้เปลือกชิด
ด้านใดด้านหนึ่ง แล้วพันด้วยพลาสติกให้แน่น โดยควรพันจาก
ด้านล่างขึ้นด้านบน เพื่อป้ องกันน้ าซึ มเข้า




การประกบรอยแผล           การพันด้วยแถบพลาสติก
ยอดที่เกิดใหม่จากการต่อกิ่ง

การขยายพันธุ์พืช

  • 2.
    การขยายพันธุพืชคืออะไร ์ การขยายพันธุ์พืชหมายถึง การเพิมปริ มาณต้นพืชจากต้น ่ แม่เพียงต้นเดียว ให้มีจานวนมากขึ้น โดยต้นพืชที่เกิดขึ้นใหม่ ยังคงมีคุณสมบัติ คุณลักษณะเหมือนต้นเดิม การขยายพันธุ์พืชแบ่งออกเป็ น2ลักษณะคือ การขยายพันธุ์โดยใช้เพศ และการขยายพันธุ์โดยไม่ใช้เพศ
  • 3.
    การขยายพันธุโดยใช้เพศ คืออะไร ์ คือการนาเมล็ดของพืชไปเพาะหรื อปลูกเพื่อให้เกิดเป็ น พืชต้นใหม่ หรื อที่เรี ยกว่าการเพาะเมล็ดนันเอง ่ 1. การเพาะเมล็ด การเพาะเมล็ด (Seed) หมายถึง การนาเมล็ดพันธุ์พืชที่ ผ่านการคัดคุณภาพมาแล้ว นามาปลูกไว้ในพื้นที่จากัดที่เตรี ยม ไว้โดยเฉพาะ เช่น กระบะเฉพาะ แปลงเพาะ หรื อภาชนะต่าง ๆ มีการดูแลรักษาเอาใจใส่ เป็ นพิเศษ จนกระทังเมล็ดงอกเป็ นต้น ่ กล้า เหมาะกับพืชพวกข้าว ผักต่างๆยกเว้นผักกาดหัว
  • 4.
    วัตถุประสงค์ของการเพาะเมล็ด 1. เพื่อประหยัดหรื อไม่ให้เปลืองเมล็ดพันธุ์ 2.เมล็ดพันธุ์พืชบางชนิดมีขนาดเล็กเกินไป ไม่ทนทานต่อโรค แมลง และสิ่ งแวดล้อม ต้องดูแลเป็ นพิเศษ 3. ได้จานวนต้นพืชในปริ มาณตามที่ตองการ ้ 4. ได้ตนพืชที่มีอายุและการเจริ ญเติบโตเท่าๆ กัน ้
  • 5.
    วิธีการเพาะเมล็ดในกระบะเพาะ 1. ถ้าหากภาชนะเพาะมีช่องหรื อรู ขนาดใหญ่อาจจะทาให้ดินเพาะรั่วไหล ออกมา ควรใช้วสดุปิดทับ เช่น ใช้เศษ- ั กระถางแตกเศษอิฐหักอุดรู ถ้าเป็ นภาชนะที่ เป็ นกระบะพลาสติกหรื อลังไม้ ควรใช้ กระดาษหนังสื อพิมพ์ปิดทับกระบะ 2. นาดินเพาะใส่ ลงในภาชนะให้เกือบเต็ม เกลี่ยผิวดินให้ ่ เรี ยบสม่าเสมอในระดับเดียวกัน ให้ดินเพาะอยูต่ากว่าขอบภาชนะ ประมาณ 1-2 นิ้ว การเกลี่ยดินให้เรี ยบ
  • 6.
    ดินที่ใช้เพาะควรเป็ นดินที่ร่วนซุย โปร่ งมีน้ าหนักเบา ระบายน้ าได้ดี มีแร่ ธาตุอาหารพืชบ้างพอสมควร โดยทัวไป ่ อาจจะใช้ดินร่ วนธรรมดาก็ได้ หรื อ อาจจะใช้ดินที่มีส่วนผสมของวัสดุต่าง ๆ ในอัตราส่ วนที่กาหนด เช่น ทรายหยาบ : ขุยมะพร้าวในอัตรา 1:1 ทรายหยาบ : ถ่านแกลบในอัตรา 1:1 หรื อ ดิน : ปุ๋ ยคอกเก่า : ทรายในอัตรา 2:1:2 ก็ได้
  • 7.
    3. นาเมล็ดพันธุ์พืชที่ตองการ ้ ปลูก หว่านหรื อโรยลงบนผิวหน้าดิน ให้กระจายกัน อย่างทัวถึง โรยทับด้วย ่ ดินเพาะเพียงบาง ๆ พอกลบเมล็ด 4. ปิ ดทับผิวหน้าดินด้วยฟาง แห้งหรื อกระดาษหนังสื อพิมพ์ (เพื่อ รักษาความชื้นภายในดินเพาะให้ สม่าเสมอไม่ให้ระเหยเร็ วเกินไป และยังช่วยให้เมล็ดงอกได้เร็ วขึ้น)
  • 8.
    การขยายพันธุพืชแบบไม่อาศัยเพศ ์ หมายถึงการนาส่ วนต่างๆของพืช ไปทาให้เกิดราก เกิดยอด แล้วเจริ ญเติบโตเป็ นพืชต้นใหม่สามารถให้ผลผลิตต่อไปได้ การขยายพันธุ์พืชโยไม่ใช้เพศทาได้หลายวิธี เช่น การตัดชา การตอนกิ่ง การทาบกิ่ง การติดตา การต่อกิ่ง และ การเพาะเลี้ยงเนื้อเยือ เป็ นต้น ่
  • 9.
    การขยายพันธุพืชโดยการปักชา ์ การปักชา คือ การตัดส่ วนหนึ่งส่ วนใดของพืช เช่น ใบ กิ่ง ก้าน ลาต้น หรื อราก ออกจากต้นเดิมไปเก็บไว้ในที่ที่มีสภาพ สิ่ งแวดล้อมเหมาะสม ส่ วนต่างๆ ของพืชดังกล่าวจะออกรากและ แตกยอดเจริ ญเติบโตเป็ นต้นพืชต้นใหม่ต่อไป ขั้นตอนการปักชา 1) ตัดกิ่งให้มีความยาวประมาณ ่ ั 6 – 10 นิ้ว (ขึ้นอยูกบชนิดของพืช) ตัดให้ เป็ นแผลทามุมเฉี ยง 450 – 600 ด้านล่างของ กิ่งต่ากว่าข้อเล็กน้อย
  • 10.
    2) การปักชากิง นาส่วนของโคนกิ่งปั กลงไปในวัตถุปักชา ่ ให้ลึกประมาณ ของความยาวของกิ่ง โดยให้รอยแผลตัดด้าน ปลายของกิ่งเป็ นแนวตั้งตรงเพื่อ ป้ องกันไม่ให้น้ าขังบริ เวณรอยแผล ซึ่ งจะช่วยลดการเน่าของกิ่งได้ การปั กกิ่ง ควรจัดระยะให้ห่างกันพอประมาณอย่า ให้ชิด หรื อแน่นเกินไป จะทาให้กิ่งเน่าได้ การดูแลรักษา ในระยะแรกๆ ที่กิ่งยังไม่ออกรากจาเป็ นต้องรักษาความชื้น ในบริ เวณที่ปักชาให้สูงมากๆ เพื่อลดการสู ญเสี ยน้ าจากการคายน้ า ของใบให้มากที่สุด โดยการรดน้ าอย่างสม่าเสมอวันละ 2 - 3 ครั้ง
  • 11.
    การตอนกิ่ง คือ การทาให้ก่ิงหรื อต้นพืชเกิดรากขณะติดอยูกบต้นแม่ จะ ่ ั ทาให้ได้ตนพืชใหม่ ที่มีลกษณะทางสายพันธุ์ เหมือนกับต้นแม่ ้ ั ทุกประการ โดยมีข้ นตอนการปฏิบติ ดังนี้ ั ั ข้ อดีของการตอนกิง ่ 1. คงสภาพลักษณะพันธุ์เดิมทุกประการ 2. การตอนจะแตกรากในปริ มาณมากกว่าการปั กชา 3. เมื่อนาไปปลูกอัตราการรอดตายมากกว่าการปั กชา 4. ทรงพุมเตี้ย สะดวกต่อการเก็บเกี่ยว และการดูแลรักษา ่ 5. ขนาดของกิ่งตอนใหญ่กว่ากิ่งปั กชา ให้ผลผลิตที่เร็ วกว่า
  • 12.
    ข้ อเสี ยของการตอนกิง่ 1. ไม่มีระบบรากแก้ว จึงทาให้กิ่งตอนโค่นล้มได้ง่าย 2. กิ่งตอนมีขนาดใหญ่ การเคลื่อนย้ายไปปลูกทาได้ลาบาก 3. จานวนกิ่งพันธุ์ที่ได้ต่อต้นน้อยกว่าการปั กชา ุ่ 4. การตอนกิ่งมีวธีการที่ยงยากกว่าการปั กชา ิ 5. ต้องใช้แรงงานมากและการดูแลมากยิงขึ้น ่ เครื่องมือและอุปกรณ์ ในการตอนกิง ่ 1) มีดตอนกิง มีดตอนกิ่งจะต้องมี ่ ขนาดพอเหมาะเพื่อความสะดวกในการปฏิบติงาน ที่นิยมใช้กน ั ั มากได้แก่ มีดขยายพันธุ์พืช มีพบ และ คัทเตอร์ เป็ นต้น ั
  • 13.
    2) วัสดุทใช้ ในการตอนหรือวัตถุหุ้มกิง ี่ ่ เพื่อให้กิ่งตอนได้รับความชื้นที่สูงพอเหมาะ สม่าเสมอตลอดจนป้ องกันแสงสว่าง วัสดุที่ ใช้ในการหุ มกิ่งตอนจะต้องมีคุณสมบัติ อุม ้ ้ ความชื้นได้ดี สะอาด ไม่เป็ นพิษแก่พืช เช่น ดินร่ วน กาบมะพร้าว ขุยมะพร้าว 3) ฮอร์ โมนหรือสารเคมีทช่วยกระตุ้นการออกรากของกิง กิ่ง ี่ ่ พืชบางชนิดออกรากได้ยากและใช้เวลานาน การใช้ฮอร์โมน หรื อสารเคมีบางชนิดทาบริ เวณเหนือรอยแผลหรื อรอยควัน ่ จะช่วยกระตุนให้กิ่งออกรากได้เร็ วขึ้น ้
  • 14.
    ขั้นตอนในการตอนกิง ่ 1) การเลือกกิงตอน ควรเลือกกิ่งที่มีอายุไม่ ่ มากหรื อไม่แก่จนเกินไป เพราะจะทาให้ออ กรากได้เร็ วขึ้น ซึ่ งสังเกตได้โดยกิ่งจะมีสีเขียว ปนน้ าตาล 2) การทาแผลหรือการควันกิง ่ ่ การควันกิ่ง เป็ นวิธีที่นิยมปฏิบติ ่ ั มากที่สุดและเหมาะสมกับพืชทุกชนิด โดยเฉพาะพืชที่ออกรากได้ยาก การ ควันกิ่งแล้วลอกเปลือกออก เป็ นการ ่ ตัดท่อลาเลียงอาหารของพืช
  • 15.
    3) การใช้ฮอร์โมนหรื อสารเร่งการออกรากทากิ่ง ตอน เพื่อกระตุนให้กิ่งออกรากได้เร็ วและมากขึ้น ้ ควรจะต้องใช้ฮอร์โมนหรื อสารเร่ งรากทารอบๆ เหนือบริ เวณรอยควันด้านบนและหลังจาก ่ ฮอร์โมนที่ทาแห้งดีแล้ว จึงค่อยหุ มกิ่งตอน ้ 4) นาตุมตอน (ขุยมะพร้าวที่แช่น้ า แล้ว ้ บีบหมาด ๆ อัดลงในถุงพลาสติก ผูกปาก ถุงให้แน่น) มาผ่าตามความยาวแล้ว นาไปหุ มบนรอยแผลของกิ่งตอน มัดด้วย ้ เชือกทั้งบนและล่างรอยแผล
  • 16.
    5.) วิธีการหุ มกิ่งนาตุมตอนไปหุม ้ ้ ้ บริ เวณรอยควันโดยเฉพาะให้เหนือบริ เวณ ่ รอยควันด้านบน พยายามดันกิ่งตอนให้เข้า ่ ่ ไปอยูกลางถุงให้มากที่สุด ดึงชาย ่ ้ ถุงพลาสติกที่ผาให้ซอนทับกัน มัดให้ แน่นด้วยเชือกฟาง 4.) เมื่อกิ่งตอนมีรากงอกแทงผ่าน วัสดุ และเริ่ มแก่เป็ นสี เหลือง สี น้ าตาล ปลายรากมีสีขาว และมี จานวนมากพอจึงตัดกิ่งตอนได้ .
  • 17.
    การทาบกิง ่ คือ การทาบกิง คือ การนาต้นพืชสองต้น ซึ่ง ่ มีระบบรากและส่ วนยอดมาเชื่อมให้เป็ นต้นเดียว โดยมีเซลล์เนื้อเยือเป็ นตัวเชื่อมประสาน ่ ประโยชน์ ของการทาบกิง ่ 1. ช่วยเปลี่ยนพันธุ์ท่ีมีลกษณะไม่ดีให้เป็ นพันธุ์ที่ดี ั 2. ได้พนธุ์พืชที่มีคุณภาพดีไปปลูก ั ั 3. ใช้กบพืชที่ขยายพันธุ์โดยวิธีอื่นๆ ไม่ได้ผล 4. สามารถได้ตนตอที่มีระบบรากแข็งแรง หาอาหารเก่ง ้ และทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดี
  • 18.
    ขั้นตอนการทาบกิ่ง 1. การเตรี ยมต้นตอ 1.1 เลือกต้นตออายุประมาณ 1ปี ตัดให้สูงจากโคนประมาณ6นิ้ว แล้วเฉื อนต้นตอเป็ นปากฉลามยาว ประมาณ 2 นิ้ว 1.2 เฉื อนปลายต้นตอ ให้เป็ นรู ปลิ่ม
  • 19.
    2. การเตรี ยมกิงพันธ์ุดี ่ 2.1 เลือกกิ่งพันธุ์ดีที่สมบูรณ์ แข็งแรง 2.2 เฉื อนกิ่งพันธุ์ดีให้เข้าเนื้อ ไม้ เฉี ยงขึ้นยาวประมาณ 2 นิ้ว ตัด ส่ วนเปลือกที่เฉื อนไว้ให้เหลือลิ้นที่ ปลายเล็กน้อย
  • 20.
    3. การประกบกิงพันธ์ ุดเีข้ ากับต้ นตอ ่ 3.1 สอดปลายกิ่งต้นตอที่เฉื อนเตรี ยมไว้ให้เนื้อเยือเจริ ญตรง ่ กับกิ่งพันธุ์ดี 3.2 พันด้วยแผ่นพลาสติกให้แน่น 3.3 ใช้เชือกผูกปากถุงตรึ งกับโคนกิ่งพันธุ์ให้แน่น
  • 21.
    4. ประมาณ 6- 7 สัปดาห์ แผลจะติดกัน ดี รากตุมต้นตอจะงอกแทงผ่านวัสดุ ้ และเริ่ มมีสีน้ าตาล ปลายรากมีสีขาว และมีจานวนมากพอ จึงจะตัดได้ 5. นาลงถุงเพาะชา พร้อมปักหลัก ค้ ายันต้น เพื่อป้ องกันต้นล้ม
  • 22.
    การติด ตา ื การติดตา คือการขยายพันธุ์พชที่นาแผ่นตาเพียงตาเดียวจาก กิ่งพันธุ์ดี ไปติดกับต้นตอในพืชประเภทเดียวกัน เพื่อให้ตานั้น เจริ ญเติบโตเป็ นยอดอ่อน และกิ่งพันธุ์ดีต่อไป ซึ่ งวิธีการนี้ มีลกษณะคล้ายกับวิธีการต่อกิ่ง แต่มีขอดีกว่า ั ้ คือ ทาได้ง่ายกว่า ได้ตนพันธุ์ดีมากกว่า และมีความเสี่ ยงต่า ้ อุปกรณ์ติดตา มีดติดตา แถบพลาสติก
  • 23.
    ประเภทของการติดตา การติดตาแบ่งออกเป็ น 4 ประเภทคือ 1. การติดตาแบบตัวที ( T budding) ั การติดตาแบบตัวที (T) เป็ นวิธีที่นิยมใช้กบพวกไม้ดอก ได้แก่ กุหลาบ และไม้ผลบางชนิด เช่น ส้ม พุทรา 2. การติดตาแบบเพลต (Plate budding) ั การติดตาแบบเพลตใช้ขยายพันธุ์กบพืชที่มีเปลือกหนาและ ั ั เหนียว หรื อวิธีน้ ีมกใช้กบพืชที่มีน้ ายางมาก เช่น ยางพารา มะม่วง ขนุน หรื อพืชที่เกิดการเชื่อมต่อช้ากว่าปกติ เช่นมะขาม
  • 24.
    3. การติดตาแบบแพตช์ (Patchbudding) การติดตาแบบแพตช์ คือ วิธีการติดตาที่ทาการแกะเปลือกต้น ตอออกเป็ นรู ปสี่ เหลี่ยมผืนผ้า แล้วใช้เปลือกตาของกิ่งพันธุ์ดีที่มี ขนาดเท่ากันมาประกบแทนที่เปลือกของต้นตอ ั การติดตาแบบวิธีน้ ีมกจะใช้กบพืชที่เปลือกหนา เช่นมะม่วง ั ยางพารา เป็ นต้น 4. การติดตาแบบชิป (Chip budding) การติดตาแบบวิธีน้ ีมกทากับพันธุ์ไม้ที่ลอกเปลือกออกได้ ั ยาก และใช้ได้ผลดี กับไม้ผลบางชนิด เช่น องุ่น เงาะ เป็ นต้น
  • 25.
    ขั้นตอนการติดตาแบบตัวทีมดงนี้ ี ั 1. การเตรียมต้ นตอ วิธีการกรี ดต้นตอควรกรี ดตามความ ยาวของ ต้นตอก่อน แล้วจึงกรี ดตามขวาง เป็ นรู ปตัวที (T) พร้อมกับพลิกใบมีด เล็กน้อยเพื่อเผยอเปลือกออกจากเนื้อไม้ 2. การเตรียมแผ่ นตา แผ่นตา คือ ส่ วนของแผ่นเปลือกซึ่ งมีตาพันธุ์ดี เพียง 1 ตา การเฉื อนควรเฉื อนแผ่นตาจากปลายแผ่นตา ไปหาโคนแผ่นตาให้มีความยาว 3-4 เซนติเมตร
  • 26.
    3. การประกบแผ่ นตา ่ ให้สอดแผ่นตาอยูใต้เปลือกของต้นตอ โดยให้ตาอยูตรงกึ่งกลางของรอยแผล ่ 4. การพันแผ่ นตา วัสดุที่ใช้ คือ แผ่นพลาสติกใส การ พันจะต้องพันจากล่างขึ้นบนให้กระชับ ติดกับต้นตอ คือพันไม่ให้แน่นหรื อหลวม เกิดไป จนกว่าเนื้อเยือเจริ ญของตาพันธุ์ ่ กับตอจะเชื่อมติดกันดี แล้วค่อยแกะแผ่น พลาสติกออก
  • 27.
    การต่อกิ่ง Grafting การต่อกิ่ง คือการนากิ่งพันธุ์ดีไปต่อ บนต้นตอของพืชอีกต้นหนึ่ง เพื่อให้เกิด เป็ นยอดและกิ่งพันธุ์ดีต่อไป ขั้นตอนการต่อกิ่ง 1. ก่อนต่อกิ่งต้องตัดแต่งกิ่งต้น ตอให้โปร่ งเพื่อความสะดวกในการ ทางาน
  • 28.
    2. การตัดกิ่งพันธุ์ดี ตัดกิ่งพันธุ์ดีที่สมบุรณ์ให้มีตาติดไปด้วย3-4 ตา 3. การเตรี ยมต้นตอ กรี ดเปลือกต้นตอให้ขนานกันตามแนวยาวของกิ่ง ให้ยาว ประมาณ2-3นิ้วแล้วใช้มีกรี ดตัดด้านบน การกรี ดต้นตอ ตัดขวางรอยกรี ด ลอกเปลือกออก
  • 29.
    การเตรี ยมกิ่งพันธุ์ดี 1. เฉือนกิ่งพันธุ์ดีให้เป็ นรู ปลิ่ม เฉื อนด้านหน้า เฉื อนด้านหลัง รอยเฉื อนด้านหลัง
  • 30.
    การประกบกิ่งพันธุ์ดี นากิ่งพันธุ์ดีประกบลงบนแผลของต้นตอ โดยให้เปลือกชิด ด้านใดด้านหนึ่ง แล้วพันด้วยพลาสติกให้แน่น โดยควรพันจาก ด้านล่างขึ้นด้านบน เพื่อป้ องกันน้ าซึ มเข้า การประกบรอยแผล การพันด้วยแถบพลาสติก
  • 31.