More Related Content
PDF
PDF
เอกสารประกอบการบรรยาย การฝึกไฮโดรไฮโดรโปนิกส์ โดย อ.เสถียร ณ วันที่ 19-20 ก.พ... PDF
PPTX
หน่วยที่ 5 ปัจจัยและสภาพแวดล้อมที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช PDF
เทคโนโลยีชีวภาพที่ใช้ในการขยายพันธุ์พืช PDF
รูปเล่มโครงงานสำรวจป่าไม้ในตำบลคำนาดี PPTX
PDF
การปลูกพืชไร้ดินจากสถาบันวิทยาศาสตร์ What's hot
PDF
สารบริสุทธิ์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2566 PDF
วิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วย2_สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม.pdf PDF
ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ PDF
กล้องจุลทรรศน์ (Microscope) PPTX
บทที่ 1 ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม PDF
PPTX
PDF
บทที่ 12 การสังเคราะห์แสง PDF
การสืบพันธุ์ของพืชดอกโครงสร้างดอก PDF
Mindmap การลำเลียงสารผ่านเข้าออกเซลล์ PDF
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่องความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่องสถานะของสาร รายการครูมืออาชีพ ตอนครูหัดบิน ครูกอบว... PDF
PDF
5.ชุดที่ 2 โครงสร้างของเซลล์ DOCX
แบบทดสอบ บทที่ 4 ระบบนิเวศ Viewers also liked
PPT
หน่วยที่3การขยายพันธุ์พืช PDF
PDF
โครงงานการประดิษฐ์กระถางจากขวดพลาสติก PDF
ใบความรู้เรื่องงานประดิษฐ์ PDF
แบบทดสอบ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม.1 PPT
บทที่ 4 การขยายพันธุ์พืชผักสวนครัว PDF
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 : เทคโนโลยีเพื่อการทำงานอาชีพ PDF
โครงการสอนงานประดิษฐ์จากไม้ไผ่ PDF
ใบความรู้เรื่อง การถนอมอาหาร PDF
โครงการสอนงานประดิษฐ์จากไม้ไผ่2 PDF
ใบความรู้เรื่อง การเลือกซื้ออาหาร PDF
PDF
ใบความรู้ที่ 1กระบวนการทำงาน PPTX
Plant propagation nxeitxh PDF
PPTX
PDF
PDF
Similar to การขยายพันธุ์พืช
PDF
การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศของพืช PDF
รูปแบบข้อสอบวิทยาศาสตร์ ป.5 PDF
DOC
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 PPT
หน่วยที่3การขยายพันธุ์พืช DOCX
PDF
PPTX
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 การเพาะปลูกพืช PDF
การทำเกษตรอินทรีย์ [โหมดความเข้ากันได้] PDF
PDF
DOC
PDF
PDF
PDF
DOC
PDF
PDF
PPT
เทคนิคการปักชำหม้อข้าวหม้อแกงลิง PDF
การขยายพันธุ์พืช
- 2.
การขยายพันธุพืชคืออะไร
์
การขยายพันธุ์พืชหมายถึง การเพิมปริ มาณต้นพืชจากต้น
่
แม่เพียงต้นเดียว ให้มีจานวนมากขึ้น โดยต้นพืชที่เกิดขึ้นใหม่
ยังคงมีคุณสมบัติ คุณลักษณะเหมือนต้นเดิม
การขยายพันธุ์พืชแบ่งออกเป็ น2ลักษณะคือ
การขยายพันธุ์โดยใช้เพศ และการขยายพันธุ์โดยไม่ใช้เพศ
- 3.
การขยายพันธุโดยใช้เพศ คืออะไร
์
คือการนาเมล็ดของพืชไปเพาะหรื อปลูกเพื่อให้เกิดเป็ น
พืชต้นใหม่ หรื อที่เรี ยกว่าการเพาะเมล็ดนันเอง
่
1. การเพาะเมล็ด
การเพาะเมล็ด (Seed) หมายถึง การนาเมล็ดพันธุ์พืชที่
ผ่านการคัดคุณภาพมาแล้ว นามาปลูกไว้ในพื้นที่จากัดที่เตรี ยม
ไว้โดยเฉพาะ เช่น กระบะเฉพาะ แปลงเพาะ หรื อภาชนะต่าง ๆ
มีการดูแลรักษาเอาใจใส่ เป็ นพิเศษ จนกระทังเมล็ดงอกเป็ นต้น
่
กล้า เหมาะกับพืชพวกข้าว ผักต่างๆยกเว้นผักกาดหัว
- 4.
- 5.
วิธีการเพาะเมล็ดในกระบะเพาะ
1. ถ้าหากภาชนะเพาะมีช่องหรื อรู
ขนาดใหญ่อาจจะทาให้ดินเพาะรั่วไหล
ออกมา ควรใช้วสดุปิดทับ เช่น ใช้เศษ-
ั
กระถางแตกเศษอิฐหักอุดรู ถ้าเป็ นภาชนะที่
เป็ นกระบะพลาสติกหรื อลังไม้ ควรใช้
กระดาษหนังสื อพิมพ์ปิดทับกระบะ
2. นาดินเพาะใส่ ลงในภาชนะให้เกือบเต็ม เกลี่ยผิวดินให้
่
เรี ยบสม่าเสมอในระดับเดียวกัน ให้ดินเพาะอยูต่ากว่าขอบภาชนะ
ประมาณ 1-2 นิ้ว การเกลี่ยดินให้เรี ยบ
- 6.
ดินที่ใช้เพาะควรเป็ นดินที่ร่วนซุย
โปร่ งมีน้ าหนักเบา ระบายน้ าได้ดี มีแร่
ธาตุอาหารพืชบ้างพอสมควร โดยทัวไป ่
อาจจะใช้ดินร่ วนธรรมดาก็ได้ หรื อ
อาจจะใช้ดินที่มีส่วนผสมของวัสดุต่าง ๆ
ในอัตราส่ วนที่กาหนด เช่น
ทรายหยาบ : ขุยมะพร้าวในอัตรา 1:1
ทรายหยาบ : ถ่านแกลบในอัตรา 1:1
หรื อ ดิน : ปุ๋ ยคอกเก่า : ทรายในอัตรา
2:1:2 ก็ได้
- 7.
3. นาเมล็ดพันธุ์พืชที่ตองการ
้
ปลูก หว่านหรื อโรยลงบนผิวหน้าดิน
ให้กระจายกัน อย่างทัวถึง โรยทับด้วย
่
ดินเพาะเพียงบาง ๆ พอกลบเมล็ด
4. ปิ ดทับผิวหน้าดินด้วยฟาง
แห้งหรื อกระดาษหนังสื อพิมพ์ (เพื่อ
รักษาความชื้นภายในดินเพาะให้
สม่าเสมอไม่ให้ระเหยเร็ วเกินไป
และยังช่วยให้เมล็ดงอกได้เร็ วขึ้น)
- 8.
การขยายพันธุพืชแบบไม่อาศัยเพศ
์
หมายถึงการนาส่ วนต่างๆของพืช ไปทาให้เกิดราก เกิดยอด
แล้วเจริ ญเติบโตเป็ นพืชต้นใหม่สามารถให้ผลผลิตต่อไปได้
การขยายพันธุ์พืชโยไม่ใช้เพศทาได้หลายวิธี เช่น
การตัดชา การตอนกิ่ง การทาบกิ่ง การติดตา การต่อกิ่ง และ
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยือ เป็ นต้น
่
- 9.
การขยายพันธุพืชโดยการปักชา
์
การปักชา คือ การตัดส่ วนหนึ่งส่ วนใดของพืช เช่น ใบ กิ่ง
ก้าน ลาต้น หรื อราก ออกจากต้นเดิมไปเก็บไว้ในที่ที่มีสภาพ
สิ่ งแวดล้อมเหมาะสม ส่ วนต่างๆ ของพืชดังกล่าวจะออกรากและ
แตกยอดเจริ ญเติบโตเป็ นต้นพืชต้นใหม่ต่อไป
ขั้นตอนการปักชา
1) ตัดกิ่งให้มีความยาวประมาณ
่ ั
6 – 10 นิ้ว (ขึ้นอยูกบชนิดของพืช) ตัดให้
เป็ นแผลทามุมเฉี ยง 450 – 600 ด้านล่างของ
กิ่งต่ากว่าข้อเล็กน้อย
- 10.
2) การปักชากิง นาส่วนของโคนกิ่งปั กลงไปในวัตถุปักชา
่
ให้ลึกประมาณ ของความยาวของกิ่ง โดยให้รอยแผลตัดด้าน
ปลายของกิ่งเป็ นแนวตั้งตรงเพื่อ
ป้ องกันไม่ให้น้ าขังบริ เวณรอยแผล
ซึ่ งจะช่วยลดการเน่าของกิ่งได้ การปั กกิ่ง
ควรจัดระยะให้ห่างกันพอประมาณอย่า
ให้ชิด หรื อแน่นเกินไป จะทาให้กิ่งเน่าได้
การดูแลรักษา
ในระยะแรกๆ ที่กิ่งยังไม่ออกรากจาเป็ นต้องรักษาความชื้น
ในบริ เวณที่ปักชาให้สูงมากๆ เพื่อลดการสู ญเสี ยน้ าจากการคายน้ า
ของใบให้มากที่สุด โดยการรดน้ าอย่างสม่าเสมอวันละ 2 - 3 ครั้ง
- 11.
การตอนกิ่ง
คือ การทาให้ก่ิงหรื อต้นพืชเกิดรากขณะติดอยูกบต้นแม่ จะ
่ ั
ทาให้ได้ตนพืชใหม่ ที่มีลกษณะทางสายพันธุ์ เหมือนกับต้นแม่
้ ั
ทุกประการ โดยมีข้ นตอนการปฏิบติ ดังนี้
ั ั
ข้ อดีของการตอนกิง ่
1. คงสภาพลักษณะพันธุ์เดิมทุกประการ
2. การตอนจะแตกรากในปริ มาณมากกว่าการปั กชา
3. เมื่อนาไปปลูกอัตราการรอดตายมากกว่าการปั กชา
4. ทรงพุมเตี้ย สะดวกต่อการเก็บเกี่ยว และการดูแลรักษา
่
5. ขนาดของกิ่งตอนใหญ่กว่ากิ่งปั กชา ให้ผลผลิตที่เร็ วกว่า
- 12.
ข้ อเสี ยของการตอนกิง่
1. ไม่มีระบบรากแก้ว จึงทาให้กิ่งตอนโค่นล้มได้ง่าย
2. กิ่งตอนมีขนาดใหญ่ การเคลื่อนย้ายไปปลูกทาได้ลาบาก
3. จานวนกิ่งพันธุ์ที่ได้ต่อต้นน้อยกว่าการปั กชา
ุ่
4. การตอนกิ่งมีวธีการที่ยงยากกว่าการปั กชา
ิ
5. ต้องใช้แรงงานมากและการดูแลมากยิงขึ้น ่
เครื่องมือและอุปกรณ์ ในการตอนกิง ่
1) มีดตอนกิง มีดตอนกิ่งจะต้องมี
่
ขนาดพอเหมาะเพื่อความสะดวกในการปฏิบติงาน ที่นิยมใช้กน
ั ั
มากได้แก่ มีดขยายพันธุ์พืช มีพบ และ คัทเตอร์ เป็ นต้น
ั
- 13.
2) วัสดุทใช้ ในการตอนหรือวัตถุหุ้มกิง
ี่ ่
เพื่อให้กิ่งตอนได้รับความชื้นที่สูงพอเหมาะ
สม่าเสมอตลอดจนป้ องกันแสงสว่าง วัสดุที่
ใช้ในการหุ มกิ่งตอนจะต้องมีคุณสมบัติ อุม
้ ้
ความชื้นได้ดี สะอาด ไม่เป็ นพิษแก่พืช เช่น
ดินร่ วน กาบมะพร้าว ขุยมะพร้าว
3) ฮอร์ โมนหรือสารเคมีทช่วยกระตุ้นการออกรากของกิง กิ่ง
ี่ ่
พืชบางชนิดออกรากได้ยากและใช้เวลานาน การใช้ฮอร์โมน
หรื อสารเคมีบางชนิดทาบริ เวณเหนือรอยแผลหรื อรอยควัน
่
จะช่วยกระตุนให้กิ่งออกรากได้เร็ วขึ้น
้
- 14.
ขั้นตอนในการตอนกิง ่
1) การเลือกกิงตอน ควรเลือกกิ่งที่มีอายุไม่
่
มากหรื อไม่แก่จนเกินไป เพราะจะทาให้ออ
กรากได้เร็ วขึ้น ซึ่ งสังเกตได้โดยกิ่งจะมีสีเขียว
ปนน้ าตาล
2) การทาแผลหรือการควันกิง ่ ่
การควันกิ่ง เป็ นวิธีที่นิยมปฏิบติ
่ ั
มากที่สุดและเหมาะสมกับพืชทุกชนิด
โดยเฉพาะพืชที่ออกรากได้ยาก การ
ควันกิ่งแล้วลอกเปลือกออก เป็ นการ
่
ตัดท่อลาเลียงอาหารของพืช
- 15.
3) การใช้ฮอร์โมนหรื อสารเร่งการออกรากทากิ่ง
ตอน เพื่อกระตุนให้กิ่งออกรากได้เร็ วและมากขึ้น
้
ควรจะต้องใช้ฮอร์โมนหรื อสารเร่ งรากทารอบๆ
เหนือบริ เวณรอยควันด้านบนและหลังจาก
่
ฮอร์โมนที่ทาแห้งดีแล้ว จึงค่อยหุ มกิ่งตอน
้
4) นาตุมตอน (ขุยมะพร้าวที่แช่น้ า แล้ว
้
บีบหมาด ๆ อัดลงในถุงพลาสติก ผูกปาก
ถุงให้แน่น) มาผ่าตามความยาวแล้ว
นาไปหุ มบนรอยแผลของกิ่งตอน มัดด้วย
้
เชือกทั้งบนและล่างรอยแผล
- 16.
5.) วิธีการหุ มกิ่งนาตุมตอนไปหุม
้ ้ ้
บริ เวณรอยควันโดยเฉพาะให้เหนือบริ เวณ
่
รอยควันด้านบน พยายามดันกิ่งตอนให้เข้า
่
่
ไปอยูกลางถุงให้มากที่สุด ดึงชาย
่ ้
ถุงพลาสติกที่ผาให้ซอนทับกัน มัดให้
แน่นด้วยเชือกฟาง
4.) เมื่อกิ่งตอนมีรากงอกแทงผ่าน
วัสดุ และเริ่ มแก่เป็ นสี เหลือง สี
น้ าตาล ปลายรากมีสีขาว และมี
จานวนมากพอจึงตัดกิ่งตอนได้ .
- 17.
การทาบกิง
่
คือ การทาบกิง คือ การนาต้นพืชสองต้น ซึ่ง
่
มีระบบรากและส่ วนยอดมาเชื่อมให้เป็ นต้นเดียว
โดยมีเซลล์เนื้อเยือเป็ นตัวเชื่อมประสาน
่
ประโยชน์ ของการทาบกิง ่
1. ช่วยเปลี่ยนพันธุ์ท่ีมีลกษณะไม่ดีให้เป็ นพันธุ์ที่ดี
ั
2. ได้พนธุ์พืชที่มีคุณภาพดีไปปลูก
ั
ั
3. ใช้กบพืชที่ขยายพันธุ์โดยวิธีอื่นๆ ไม่ได้ผล
4. สามารถได้ตนตอที่มีระบบรากแข็งแรง หาอาหารเก่ง
้
และทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดี
- 18.
ขั้นตอนการทาบกิ่ง
1. การเตรี ยมต้นตอ
1.1 เลือกต้นตออายุประมาณ
1ปี ตัดให้สูงจากโคนประมาณ6นิ้ว
แล้วเฉื อนต้นตอเป็ นปากฉลามยาว
ประมาณ 2 นิ้ว
1.2 เฉื อนปลายต้นตอ
ให้เป็ นรู ปลิ่ม
- 19.
2. การเตรี ยมกิงพันธ์ุดี
่
2.1 เลือกกิ่งพันธุ์ดีที่สมบูรณ์
แข็งแรง
2.2 เฉื อนกิ่งพันธุ์ดีให้เข้าเนื้อ
ไม้ เฉี ยงขึ้นยาวประมาณ 2 นิ้ว ตัด
ส่ วนเปลือกที่เฉื อนไว้ให้เหลือลิ้นที่
ปลายเล็กน้อย
- 20.
3. การประกบกิงพันธ์ ุดเีข้ ากับต้ นตอ
่
3.1 สอดปลายกิ่งต้นตอที่เฉื อนเตรี ยมไว้ให้เนื้อเยือเจริ ญตรง
่
กับกิ่งพันธุ์ดี
3.2 พันด้วยแผ่นพลาสติกให้แน่น
3.3 ใช้เชือกผูกปากถุงตรึ งกับโคนกิ่งพันธุ์ให้แน่น
- 21.
4. ประมาณ 6- 7 สัปดาห์ แผลจะติดกัน
ดี รากตุมต้นตอจะงอกแทงผ่านวัสดุ
้
และเริ่ มมีสีน้ าตาล ปลายรากมีสีขาว
และมีจานวนมากพอ จึงจะตัดได้
5. นาลงถุงเพาะชา พร้อมปักหลัก
ค้ ายันต้น เพื่อป้ องกันต้นล้ม
- 22.
การติด
ตา ื
การติดตา คือการขยายพันธุ์พชที่นาแผ่นตาเพียงตาเดียวจาก
กิ่งพันธุ์ดี ไปติดกับต้นตอในพืชประเภทเดียวกัน เพื่อให้ตานั้น
เจริ ญเติบโตเป็ นยอดอ่อน และกิ่งพันธุ์ดีต่อไป
ซึ่ งวิธีการนี้ มีลกษณะคล้ายกับวิธีการต่อกิ่ง แต่มีขอดีกว่า
ั ้
คือ ทาได้ง่ายกว่า ได้ตนพันธุ์ดีมากกว่า และมีความเสี่ ยงต่า
้
อุปกรณ์ติดตา
มีดติดตา แถบพลาสติก
- 23.
ประเภทของการติดตา
การติดตาแบ่งออกเป็ น 4 ประเภทคือ
1. การติดตาแบบตัวที ( T budding)
ั
การติดตาแบบตัวที (T) เป็ นวิธีที่นิยมใช้กบพวกไม้ดอก
ได้แก่ กุหลาบ และไม้ผลบางชนิด เช่น ส้ม พุทรา
2. การติดตาแบบเพลต (Plate budding)
ั
การติดตาแบบเพลตใช้ขยายพันธุ์กบพืชที่มีเปลือกหนาและ
ั ั
เหนียว หรื อวิธีน้ ีมกใช้กบพืชที่มีน้ ายางมาก เช่น ยางพารา มะม่วง
ขนุน หรื อพืชที่เกิดการเชื่อมต่อช้ากว่าปกติ เช่นมะขาม
- 24.
3. การติดตาแบบแพตช์ (Patchbudding)
การติดตาแบบแพตช์ คือ วิธีการติดตาที่ทาการแกะเปลือกต้น
ตอออกเป็ นรู ปสี่ เหลี่ยมผืนผ้า แล้วใช้เปลือกตาของกิ่งพันธุ์ดีที่มี
ขนาดเท่ากันมาประกบแทนที่เปลือกของต้นตอ
ั
การติดตาแบบวิธีน้ ีมกจะใช้กบพืชที่เปลือกหนา เช่นมะม่วง
ั
ยางพารา เป็ นต้น
4. การติดตาแบบชิป (Chip budding)
การติดตาแบบวิธีน้ ีมกทากับพันธุ์ไม้ที่ลอกเปลือกออกได้
ั
ยาก และใช้ได้ผลดี กับไม้ผลบางชนิด เช่น องุ่น เงาะ เป็ นต้น
- 25.
ขั้นตอนการติดตาแบบตัวทีมดงนี้
ี ั
1. การเตรียมต้ นตอ
วิธีการกรี ดต้นตอควรกรี ดตามความ
ยาวของ ต้นตอก่อน แล้วจึงกรี ดตามขวาง
เป็ นรู ปตัวที (T) พร้อมกับพลิกใบมีด
เล็กน้อยเพื่อเผยอเปลือกออกจากเนื้อไม้
2. การเตรียมแผ่ นตา
แผ่นตา คือ ส่ วนของแผ่นเปลือกซึ่ งมีตาพันธุ์ดี
เพียง 1 ตา การเฉื อนควรเฉื อนแผ่นตาจากปลายแผ่นตา
ไปหาโคนแผ่นตาให้มีความยาว 3-4 เซนติเมตร
- 26.
3. การประกบแผ่ นตา
่
ให้สอดแผ่นตาอยูใต้เปลือกของต้นตอ
โดยให้ตาอยูตรงกึ่งกลางของรอยแผล
่
4. การพันแผ่ นตา
วัสดุที่ใช้ คือ แผ่นพลาสติกใส การ
พันจะต้องพันจากล่างขึ้นบนให้กระชับ
ติดกับต้นตอ คือพันไม่ให้แน่นหรื อหลวม
เกิดไป จนกว่าเนื้อเยือเจริ ญของตาพันธุ์
่
กับตอจะเชื่อมติดกันดี แล้วค่อยแกะแผ่น
พลาสติกออก
- 27.
การต่อกิ่ง Grafting
การต่อกิ่ง คือการนากิ่งพันธุ์ดีไปต่อ
บนต้นตอของพืชอีกต้นหนึ่ง เพื่อให้เกิด
เป็ นยอดและกิ่งพันธุ์ดีต่อไป
ขั้นตอนการต่อกิ่ง
1. ก่อนต่อกิ่งต้องตัดแต่งกิ่งต้น
ตอให้โปร่ งเพื่อความสะดวกในการ
ทางาน
- 28.
- 29.
- 30.
การประกบกิ่งพันธุ์ดี
นากิ่งพันธุ์ดีประกบลงบนแผลของต้นตอ โดยให้เปลือกชิด
ด้านใดด้านหนึ่ง แล้วพันด้วยพลาสติกให้แน่น โดยควรพันจาก
ด้านล่างขึ้นด้านบน เพื่อป้ องกันน้ าซึ มเข้า
การประกบรอยแผล การพันด้วยแถบพลาสติก
- 31.