สถานการณ์ปัญหา
ครูสมศรีเป็นครูสอนวิชาสังคมศึกษา เป็นผู้มีความรู้และมีความเชี่ยวชาญในด้าน
นี้เป็นอย่างดี โดยวิธีการสอนนักเรียนในแต่ละครั้ง ครูสมศรีมักจะสอนหรือบรรยายให้
นักเรียนจาและสื่อการสอนที่นามาใช้ในประกอบการสอนก็เป็นในลักษณะที่เน้นการ
ถ่ายทอดความรู้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเรียน, การสอนบนกระดาน หรือแม้กระทั่งวิดีโอที่
นามาเปิดให้นักเรียนได้เรียน โดยครูสมศรีมีความเชื่อที่ว่า การสอนที่ดีและมีประสิทธิภาพ
นั้น คือสามารถทาให้นักเรียนสามารถจาเนื้อหา เรื่องราวในบทเรียนให้ได้มากที่สุด ส่วน
นักเรียนของครูสมศรีก็เป็นประเภทที่ว่ารอรับเอาความรู้จากครูแต่เพียงอย่างเดียว ดาเนิน
กิจกรรมการเรียนตามที่ครูกาหนดทั้งหมด เรียนไปได้ไม่นานก็เบื่อ ไม่กระตือรือร้นที่จะหา
ความรู้จากที่อื่นเพิ่มเติม ครูให้ทาแค่ไหนก็ทาแค่นั้นพอ ซึ่งจากวิธีการสอนของครูสมศรี
และลักษณะของนักเรียนที่กล่าวมาทั้งหมด ได้ส่งผลให้เกิดปัญหาขึ้นคือ เมื่อเรียนผ่านมา
ได้ไม่นานก็ทาให้ลืมเนื้อหาที่เคยเรียนมา ไม่สามารถคิดได้ด้วยตนเองและไม่สามารถที่จะ
นามาใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจาวันได้
ภารกิจที่ 1
วิเคราะห์แนวคิดวิธีการจัดการเรียนการสอน และการใช้
สื่อการสอนของครูสมศรี ตลอดจนวิธีการเรียนรู้ของนักเรียน ว่า
สอดคล้องกับยุคปฏิรูปการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญหรือไม่
พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบ
วิธีการจัดการเรียนการสอนและการใช้สื่อการสอนของครู
สมศรี ตลอดจนวิธีการเรียนรู้ของนักเรียนของครูสมศรี
“ ไม่สอดคล้อง ”
กับยุคปฏิรูปการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ
ผู้เรียนเป็น
สาคัญ
ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง
เรียนรู้ตรงกับความ
ต้องการ ความสนใจ
และความถนัด
มีโอกาสใช้
กระบวนการคิด
เรียนรู้จากสภาพจริง
และประสบการณ์ตรง
ได้ใช้สื่อต่าง ๆ
เพื่อการเรียนรู้
ได้แลกเปลี่ยน
เรียนรู้ร่วมกับ
ผู้อื่น มีโอกาสแสดงออก
อย่างอิสระ
เรียนรู้อย่างมีความสุข
กระบวนทัศน์
ครูสมศรี กระบวนทัศน์ใหม่
ครูเป็นผู้ถ่ายทอด
นักเรียน
ครู
สื่อเทคโนโลยี
ภูมิปัญญา
ท้องถิ่น
แหล่งการ
เรียนรู้
ภารกิจที่ 2
วิเคราะห์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษามาสู่ยุค
ปฏิรูปการเรียนรู้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงทางด้านใดบ้าง พร้อมทั้ง
อธิบายเหตุผลสนับสนุน
การเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าทางการศึกษา
“เน้นทักษะการจดจา”
แนวคิดใหม่
“ให้คิดเป็น แก้ปัญหาเป็น และ
สามารถศึกษาด้วยตนเองได้”
พระราชบัญญัติการศึกษา
แห่งชาติพุทธศักราช 2542
แนวคิดดั้งเดิม
การเปลี่ยนแปลงผู้เรียน
Driscoll (1994) กล่าวว่า “ อาจจะไม่ใช่เวลาที่จะคิดว่าผู้เรียนเป็น
ภาชนะที่ว่างเปล่า ที่รอรับการเติมให้เต็ม แต่น่าจะคิดว่าผู้เรียนเป็น
สิ่งมีชีวิตที่มีความตื่นตัว กระฉับกระเฉง และค้นหาความหมาย ”
การเปลี่ยนแปลงมาสู่การเรียนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
Bruner (1983) กล่าวว่า “ผู้เรียนต้องยกระดับการ
เรียนที่เพิ่มจาก “การจดจา” ข้อเท็จจริงไปสู่การเริ่มต้นที่จะคิด
อย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์”
การเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ใหม่
จากครูถ่ายทอด
ผู้เรียน • สื่อ
• ครู
• แหล่งการเรียนรู้
• ภูมิปัญญาท้องถิ่น
• เทคโนโลยี
การเปลี่ยนแปลงบทบาท
บทบาทเดิม บทบาทที่เปลี่ยนแปลง
ครู
• เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน
เนื้อหาและเป็นแหล่งสาหรับคาตอบ
• เป็นผู้ควบคุมการเรียนการสอนและส่งเนื้อหา
ความรู้ไปยังผู้เรียนโดยตรง
• เป็นผู้ส่งเสริม เอื้ออานวย ร่วมแก้ปัญหา โค้ช ชี้
นาความรู้ และผู้ร่วมเรียนรู้โดยตรง
• เป็นผู้จัดเตรียมหรือให้สิ่งที่ตอบสนองต่อการ
เรียนรู้ของผู้เรียนอย่างหลากหลาย
ผู้เรียน
• เป็นผู้รอรับสารสนเทศจากครูอย่างเฉื่อยชา
• เป็นกิจกรรมการเรียนรู้รายบุคคล
• เป็นผู้คัดลอกหรือจดจาความรู้
• เป็นผู้ร่วมเรียนรู้อย่างตื่นตัวในกระบวนการเรียนรู้
• เป็นการร่วมมือกันเรียนรู้กับผู้เรียนอื่นๆ
• เป็นผู้สร้างและแลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกับเพื่อน
ชั้นแบบผู้เชี่ยวชาญ
ภารกิจที่ 3
ปรับวิธีการสอนและวิธีการใช้สื่อการสอนของครูสมศรี ให้
เหมาะสมกับยุคปฏิรูปการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ
ผู้สอนควรจะศึกษาเทคนิค วิธีการเทคโนโลยีต่างๆ ที่จะ
นามาใช้เพื่อช่วยให้ผู้เรียนได้รับความรู้ใหม่
ควรปรับเปลี่ยนมาสู่การใช้เทคนิควิธีการที่จะช่วยผู้เรียน
รับข้อเท็จจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ การใช้เทคนิคช่วยการ
จา เช่น Mnemonics เป็นต้น
ผู้เรียนควรได้รับ “ ทักษะการคิดในระดับสูง (Higher-Order
Thinking Skills) ” ได้แก่ การคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ตลอดจนการ
แก้ปัญหา และการถ่ายโยงความรู้ โดยเน้น การใช้วิธีการต่างๆ อาทิ
สถานการณ์จาลอง การค้นพบ การแก้ปัญหา และการเรียนแบบ
ร่วมมือ
รายชื่อผู้จัดทา
นายธวัช ปะธิเก 553050078-4
น.ส.พชรธรษ์ จาปีพรหม 553050086-5
นายวิวัฒน์ งามเสน่ห์ 553050100-7

Problem based learning (16 มิ.ย. 56)