ลักษณะของเด็กฝ่ายวิญญาณกับผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณ ต่างกันอย่างไร ? คำเทศนาประจำวันอาทิตย์ที่  7  สิงหาคม  2554 โดย ศาสนาจารย์สมหมาย แสงสว่างสัจกุล
ลักษณะของเด็กฝ่ายวิญญาณกับผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณต่างกันอย่างไร ? เด็กฝ่ายวิญญาณ ผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณ 1.  ความเชื่อยังไม่ค่อยมั่นคง หวั่นไหวตามสถานการณ์ 1.  มีความเชื่อที่มั่นคง ไว้วางใจพระเจ้าทุกสถานการณ์ [ เพื่อเราจะไม่เป็นเด็กอีกต่อไป ถูกซัดไปซัดมาและหันไปเหมาด้วยลมปากแห่งคำสอนทุกอย่าง และด้วยเล่ห์กลของมนุษย์ตามอุบายฉลาด อันเป็นการล่อลวง  ( เอเฟซัส  4:14)]
ลักษณะของเด็กฝ่ายวิญญาณกับผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณต่างกันอย่างไร ? เด็กฝ่ายวิญญาณ ผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณ 2.   ไม่ค่อยรู้หลักคำสอนของพระคัมภีร์ หรือรู้ก็รู้ไม่ถูกต้อง [ ถึงแม้ว่าขณะนี้ท่านทั้งหลายควรจะเป็นครูได้แล้ว แต่ท่านก็ต้องให้คนอื่นสอนท่านอีก ในเรื่องหลักธรรมเบื้องต้นแห่งพระวจนะของพระเจ้า ท่านทั้งหลายต้องกินน้ำนมไม่ใช่อาหารแข็ง เพราะว่าทุกคนที่ยังกินน้ำนมนั้น ยังไม่เข้าใจในเรื่องความชอบธรรม เพราะเขายังเป็นผู้เยาว์  ( ฮีบรู  5:12-13)] 2.   รู้หลักคำสอนของพระคัมภีร์มาก และรู้อย่างถูกต้องด้วย ทำให้มีแนวความเชื่อและทัศนคติ ตามหลักพระคัมภีร์ [ อาหารแข็งเป็นอาหารสำหรับผู้ใหญ่ สำหรับผู้ที่ได้รับการฝึกหัดอบรมให้สามารถรู้จักผิดชอบชั่วดีแล้ว เหตุฉะนั้นขอให้เราผ่านหลักธรรมเบื้องต้นแห่งคริสตศาสนา ไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่ ไม่วางรากฐานซ้ำอีก คือเรื่องการกลับใจจากการประพฤติที่นำไปสู่ความตาย เรื่องความเชื่อในพระเจ้า และคำสอนว่าด้วยพิธีล้างชำระ และพิธีวางมือ และการเป็นขึ้นมาจากตาย และการพิพากษาลงโทษเป็นนิตย์นั้น ถ้าพระเจ้าจะทรงอนุญาต เราก็จะได้ก้าวหน้าไปอย่างนั้น  ( ฮีบรู  5:14,6:1-3)]
ลักษณะของเด็กฝ่ายวิญญาณกับผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณต่างกันอย่างไร ? เด็กฝ่ายวิญญาณ ผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณ 3.   ยังไม่ได้ให้พระคริสต์เป็นที่หนึ่งในชีวิต [ พระองค์จึงตรัสแก่คนทั้งหลายว่า “ถ้าผู้ใดใคร่ตามเรามา ให้ผู้นั้นเอาชนะตัวเอง และรับกางเขนของตนแบกทุกวัน และตามเรามา”  ( ลูกา  9:23)] [ ผู้ใดได้สละบ้านหรือพี่น้องชายหญิงหรือบิดามารดา หรือลูกหรือไร่นาเพราะเห็นแก่นามของเรา ผู้นั้นจะได้ผลร้อยเท่าและและจะได้ชีวิตนิรันดร์ด้วย  ( มัทธิว  19:29)] 3.   ให้พระคริสต์เป็นที่หนึ่งในชีวิต มีชีวิตอยู่เพื่อทำให้น้ำพระทัยของพระเจ้าสำเร็จในชีวิตเขา [ เพราะว่าสำหรับข้าพเจ้านั้น การมีชีวิตอยู่ก็เพื่อพระคริสต์ และการตายก็ได้กำไร  ( ฟีลิปปี  1:21)] [ แต่ข้าพเจ้ามิได้ถือว่า ชีวิตของข้าพเจ้าเป็นสิ่งมีค่าและประเสริฐสำหรับตัวข้าพเจ้า แต่ในชีวิตของข้าพเจ้าขอทำหน้าที่ให้สำเร็จก็แล้วกัน และทำการปรนนิบัติที่ได้รับมอบหมายจากพระเยซูเจ้า คือที่จะเป็นพยานถึงข่าวประเสริฐ ซึ่งสำแดงพระคุณของพระเจ้านั้น  ( กิจการ  20:24)]
ลักษณะของเด็กฝ่ายวิญญาณกับผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณต่างกันอย่างไร ? เด็กฝ่ายวิญญาณ ผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณ 4.   ยังมีลักษณะนิสัยเนื้อหนัง หรือนิสัยตัวเก่าอยู่มาก [ พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าไม่อาจจะพูดกับท่าน เหมือนพูดกับผู้ที่อยู่ฝ่ายวิญญาณแล้วได้ แต่ต้องพูดกับท่านเหมือนคนที่อยู่ฝ่ายเนื้อหนัง เหมือนกับท่านเป็นทารกในพระคริสต์ ข้าพเจ้าเลี้ยงท่านด้วยน้ำนม มิใช่ด้วยอาหารแข็ง เพราะว่าเมื่อก่อนนั้นท่านยังไม่สามารถรับ และถึงแม้เดี๋ยวนี้ท่านก็ยังไม่สามารถ ด้วยว่าท่านยังอยู่ฝ่ายเนื้อหนัง เพราะว่าเมื่อยังมีอิจฉากัน และขัดเคืองใจกัน ท่านไม่ได้อยู่ฝ่ายเนื้อหนังหรือ และไม่ได้ประพฤติตามมนุษย์สามัญดอกหรือ  ( 1 โครินธ์  3:1-3)] 4.   มีลักษณะนิสัยแบบคริสเตียนมาก และมีนิสัยเนื้อหนังน้อย หรือ แทบไม่มีเลย
ลักษณะของเด็กฝ่ายวิญญาณกับผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณต่างกันอย่างไร ? เด็กฝ่ายวิญญาณ ผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณ 5.   ไม่พยายามนำวิญญาณ และไม่เลี้ยงดูจิตวิญญาณผู้อื่น 5.   พยายามนำวิญญาณ และเลี้ยงดูจิตวิญญาณผู้อื่น [ จงมอบคำสอนเหล่านั้น ซึ่งท่านได้ยินจากข้าพเจ้าต่อหน้าพยานหลายคน ไว้กับคนที่ซื่อสัตย์ ที่สามารถสอนคนอื่นได้ด้วย  (2 ทิโมธี  2:2)]
วิธีที่จะช่วยให้ตัวเองเติบโต เป็นผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณ
วิธีที่จะช่วยให้ตัวเองเติบโตเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณ ต้องมีการร่วมมือกันทั้งสองฝ่าย คือ “ตัวเรา” กับ “พระเจ้า” [ ข้าพเจ้าปลูก อปอลโลรดน้ำ แต่พระเจ้าทรงทำให้เติบโต  (1 โครินธ์  3:6)] 1.  ยอมจำนนต่อพระเจ้าอย่างสิ้นเชิง อธิษฐานต่อพระเจ้าอย่างจริงใจ สารภาพบาป เปลี่ยนแปลงตัวเอง และขอกำลังจากพระเจ้า 2.  ติดสนิทกับพระเจ้าตลอดเวลา หมั่นศึกษาพระคัมภีร์ อธิษฐานส่วนตัวทุกวัน ร่วมนมัสการสม่ำเสมอ 3.  ผูกพันชีวิตกับคริสตจักร ร่วมนมัสการ และมีสามัคคีธรรมกับพี่น้องคริสเตียนอย่างใกล้ชิดอยู่เสมอ 4.  มีประสบการณ์ส่วนตัวกับพระเจ้า สังเกตการทำงานของพระเจ้าในชีวิตเรา รวมทั้งในชีวิตพี่น้องคริสเตียนคนอื่นด้วย 5.  รับใช้พระเจ้า นำผู้อื่นมาถึงพระคริสต์ เลี้ยงดูจิตวิญญาณผู้อื่น
“ ถ้าผู้ใดใคร่ตามเรามา ให้ผู้นั้นเอาชนะตัวเอง และรับกางเขนของตนแบกทุกวัน และตามเรามา”  ( ลูกา  9:23)] “ และผู้ใด ที่ไม่รับเอากางเขนของตนตามเราไป ผู้นั้นก็ไม่มีค่าควรกับเรา”  ( มัทธิว   10:38)]

ลักษณะของผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณ.Ppt

  • 1.
    ลักษณะของเด็กฝ่ายวิญญาณกับผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณ ต่างกันอย่างไร ?คำเทศนาประจำวันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม 2554 โดย ศาสนาจารย์สมหมาย แสงสว่างสัจกุล
  • 2.
    ลักษณะของเด็กฝ่ายวิญญาณกับผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณต่างกันอย่างไร ? เด็กฝ่ายวิญญาณผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณ 1. ความเชื่อยังไม่ค่อยมั่นคง หวั่นไหวตามสถานการณ์ 1. มีความเชื่อที่มั่นคง ไว้วางใจพระเจ้าทุกสถานการณ์ [ เพื่อเราจะไม่เป็นเด็กอีกต่อไป ถูกซัดไปซัดมาและหันไปเหมาด้วยลมปากแห่งคำสอนทุกอย่าง และด้วยเล่ห์กลของมนุษย์ตามอุบายฉลาด อันเป็นการล่อลวง ( เอเฟซัส 4:14)]
  • 3.
    ลักษณะของเด็กฝ่ายวิญญาณกับผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณต่างกันอย่างไร ? เด็กฝ่ายวิญญาณผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณ 2. ไม่ค่อยรู้หลักคำสอนของพระคัมภีร์ หรือรู้ก็รู้ไม่ถูกต้อง [ ถึงแม้ว่าขณะนี้ท่านทั้งหลายควรจะเป็นครูได้แล้ว แต่ท่านก็ต้องให้คนอื่นสอนท่านอีก ในเรื่องหลักธรรมเบื้องต้นแห่งพระวจนะของพระเจ้า ท่านทั้งหลายต้องกินน้ำนมไม่ใช่อาหารแข็ง เพราะว่าทุกคนที่ยังกินน้ำนมนั้น ยังไม่เข้าใจในเรื่องความชอบธรรม เพราะเขายังเป็นผู้เยาว์ ( ฮีบรู 5:12-13)] 2. รู้หลักคำสอนของพระคัมภีร์มาก และรู้อย่างถูกต้องด้วย ทำให้มีแนวความเชื่อและทัศนคติ ตามหลักพระคัมภีร์ [ อาหารแข็งเป็นอาหารสำหรับผู้ใหญ่ สำหรับผู้ที่ได้รับการฝึกหัดอบรมให้สามารถรู้จักผิดชอบชั่วดีแล้ว เหตุฉะนั้นขอให้เราผ่านหลักธรรมเบื้องต้นแห่งคริสตศาสนา ไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่ ไม่วางรากฐานซ้ำอีก คือเรื่องการกลับใจจากการประพฤติที่นำไปสู่ความตาย เรื่องความเชื่อในพระเจ้า และคำสอนว่าด้วยพิธีล้างชำระ และพิธีวางมือ และการเป็นขึ้นมาจากตาย และการพิพากษาลงโทษเป็นนิตย์นั้น ถ้าพระเจ้าจะทรงอนุญาต เราก็จะได้ก้าวหน้าไปอย่างนั้น ( ฮีบรู 5:14,6:1-3)]
  • 4.
    ลักษณะของเด็กฝ่ายวิญญาณกับผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณต่างกันอย่างไร ? เด็กฝ่ายวิญญาณผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณ 3. ยังไม่ได้ให้พระคริสต์เป็นที่หนึ่งในชีวิต [ พระองค์จึงตรัสแก่คนทั้งหลายว่า “ถ้าผู้ใดใคร่ตามเรามา ให้ผู้นั้นเอาชนะตัวเอง และรับกางเขนของตนแบกทุกวัน และตามเรามา” ( ลูกา 9:23)] [ ผู้ใดได้สละบ้านหรือพี่น้องชายหญิงหรือบิดามารดา หรือลูกหรือไร่นาเพราะเห็นแก่นามของเรา ผู้นั้นจะได้ผลร้อยเท่าและและจะได้ชีวิตนิรันดร์ด้วย ( มัทธิว 19:29)] 3. ให้พระคริสต์เป็นที่หนึ่งในชีวิต มีชีวิตอยู่เพื่อทำให้น้ำพระทัยของพระเจ้าสำเร็จในชีวิตเขา [ เพราะว่าสำหรับข้าพเจ้านั้น การมีชีวิตอยู่ก็เพื่อพระคริสต์ และการตายก็ได้กำไร ( ฟีลิปปี 1:21)] [ แต่ข้าพเจ้ามิได้ถือว่า ชีวิตของข้าพเจ้าเป็นสิ่งมีค่าและประเสริฐสำหรับตัวข้าพเจ้า แต่ในชีวิตของข้าพเจ้าขอทำหน้าที่ให้สำเร็จก็แล้วกัน และทำการปรนนิบัติที่ได้รับมอบหมายจากพระเยซูเจ้า คือที่จะเป็นพยานถึงข่าวประเสริฐ ซึ่งสำแดงพระคุณของพระเจ้านั้น ( กิจการ 20:24)]
  • 5.
    ลักษณะของเด็กฝ่ายวิญญาณกับผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณต่างกันอย่างไร ? เด็กฝ่ายวิญญาณผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณ 4. ยังมีลักษณะนิสัยเนื้อหนัง หรือนิสัยตัวเก่าอยู่มาก [ พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าไม่อาจจะพูดกับท่าน เหมือนพูดกับผู้ที่อยู่ฝ่ายวิญญาณแล้วได้ แต่ต้องพูดกับท่านเหมือนคนที่อยู่ฝ่ายเนื้อหนัง เหมือนกับท่านเป็นทารกในพระคริสต์ ข้าพเจ้าเลี้ยงท่านด้วยน้ำนม มิใช่ด้วยอาหารแข็ง เพราะว่าเมื่อก่อนนั้นท่านยังไม่สามารถรับ และถึงแม้เดี๋ยวนี้ท่านก็ยังไม่สามารถ ด้วยว่าท่านยังอยู่ฝ่ายเนื้อหนัง เพราะว่าเมื่อยังมีอิจฉากัน และขัดเคืองใจกัน ท่านไม่ได้อยู่ฝ่ายเนื้อหนังหรือ และไม่ได้ประพฤติตามมนุษย์สามัญดอกหรือ ( 1 โครินธ์ 3:1-3)] 4. มีลักษณะนิสัยแบบคริสเตียนมาก และมีนิสัยเนื้อหนังน้อย หรือ แทบไม่มีเลย
  • 6.
    ลักษณะของเด็กฝ่ายวิญญาณกับผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณต่างกันอย่างไร ? เด็กฝ่ายวิญญาณผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณ 5. ไม่พยายามนำวิญญาณ และไม่เลี้ยงดูจิตวิญญาณผู้อื่น 5. พยายามนำวิญญาณ และเลี้ยงดูจิตวิญญาณผู้อื่น [ จงมอบคำสอนเหล่านั้น ซึ่งท่านได้ยินจากข้าพเจ้าต่อหน้าพยานหลายคน ไว้กับคนที่ซื่อสัตย์ ที่สามารถสอนคนอื่นได้ด้วย (2 ทิโมธี 2:2)]
  • 7.
  • 8.
    วิธีที่จะช่วยให้ตัวเองเติบโตเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณ ต้องมีการร่วมมือกันทั้งสองฝ่าย คือ“ตัวเรา” กับ “พระเจ้า” [ ข้าพเจ้าปลูก อปอลโลรดน้ำ แต่พระเจ้าทรงทำให้เติบโต (1 โครินธ์ 3:6)] 1. ยอมจำนนต่อพระเจ้าอย่างสิ้นเชิง อธิษฐานต่อพระเจ้าอย่างจริงใจ สารภาพบาป เปลี่ยนแปลงตัวเอง และขอกำลังจากพระเจ้า 2. ติดสนิทกับพระเจ้าตลอดเวลา หมั่นศึกษาพระคัมภีร์ อธิษฐานส่วนตัวทุกวัน ร่วมนมัสการสม่ำเสมอ 3. ผูกพันชีวิตกับคริสตจักร ร่วมนมัสการ และมีสามัคคีธรรมกับพี่น้องคริสเตียนอย่างใกล้ชิดอยู่เสมอ 4. มีประสบการณ์ส่วนตัวกับพระเจ้า สังเกตการทำงานของพระเจ้าในชีวิตเรา รวมทั้งในชีวิตพี่น้องคริสเตียนคนอื่นด้วย 5. รับใช้พระเจ้า นำผู้อื่นมาถึงพระคริสต์ เลี้ยงดูจิตวิญญาณผู้อื่น
  • 9.
    “ ถ้าผู้ใดใคร่ตามเรามา ให้ผู้นั้นเอาชนะตัวเองและรับกางเขนของตนแบกทุกวัน และตามเรามา” ( ลูกา 9:23)] “ และผู้ใด ที่ไม่รับเอากางเขนของตนตามเราไป ผู้นั้นก็ไม่มีค่าควรกับเรา” ( มัทธิว 10:38)]