คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
A
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
B
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
ISBN : 978-616-11-5269-7
ที่ปรึกษา
นายแพทย์ทวีศิลป์  วิษณุโยธิน อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและ
การแพทย์ทางเลือก
นายแพทย์ขวัญชัย  วิศิษฐานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทย
และการแพทย์ทางเลือก
บรรณาธิการ
นายสมศักดิ์  กรีชัย ผู้อ�ำนวยการสถาบันการแพทย์แผนไทย
นางมาลา  สร้อยส�ำโรง รองผู้อ�ำนวยการสถาบันการแพทย์แผนไทย
นางสาวธริตา  จันทร์หอม นักวิชาการสาธารณสุขช�ำนาญการ
สถาบันการแพทย์แผนไทย
นายจตุพร  สุกิตติวงศ์ แพทย์แผนไทยปฏิบัติการ
สถาบันการแพทย์แผนไทย
จัดท�ำโดย : กลุ่มงานพัฒนามาตรฐานบริการการแพทย์แผนไทย
สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
กระทรวงสาธารณสุข
พิมพ์			 มิถุนายน 2567
จ�ำนวนพิมพ์ 1,200 เล่ม
พิมพ์ที่ บริษัท สามเจริญพาณิชย์ (กรุงเทพ) จ�ำกัด
0 2885 4932-4
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
C
ค�ำน�ำ
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้ส่งเสริมให้การแพทย์แผนไทย
และการแพทย์ทางเลือก เข้ามามีบทบาทในการดูแลรักษาสุขภาพของประชาชน
โดยสนับสนุนและจัดให้มีบริการการแพทย์แผนไทยในระบบบริการสุขภาพตามแผนพัฒนา
ระบบบริการสุขภาพ (Service Plan) สาขาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน
ที่ครอบคลุมทุกมิติทั้งการรักษา รวมทั้งมีการพัฒนามาตรฐานสถานบริการให้มีคุณภาพ
และมีมาตรฐานควบคู่กันไปอย่างต่อเนื่องเพื่อให้บริการการแพทย์แผนไทยในสถานบริการ
สาธารณสุขของรัฐมีประสิทธิภาพ มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับและยกระดับพัฒนาศักยภาพ
การบริการการแพทย์แผนไทยให้มีคุณภาพมาตรฐานที่สูงขึ้น ทัดเทียมมาตรฐานสากล
และสร้างความเชื่อมั่นต่อสหวิชาชีพโดยได้ร่วมมือกับสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล
(สรพ.) จัดท�ำเกณฑ์การพัฒนาและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย (TTM-HA
Scoring Guideline) เพื่อให้สถานพยาบาลใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพงาน
การแพทย์แผนไทย และส�ำหรับให้สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.) ใช้เป็น
แนวทางในการประเมินและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก หวังเป็นอย่างยิ่งว่า คู่มือแนวทาง
การประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional
Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline เล่มนี้ จะเป็นประโยชน์แก่
สถานพยาบาลให้เกิดการพัฒนาศักยภาพการบริการการแพทย์แผนไทย จนเกิดการยอมรับ
ในทุกภาคส่วนและช่วยยกระดับงานการแพทย์แผนไทยให้เป็นมาตรฐานที่ทัดเทียมกับ
ระดับสากลต่อไป
				 (นายทวีศิลป์  วิษณุโยธิน)
             อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
D
สารบัญ
ค�ำน�ำ	 ก
o แนวทางการประเมินระดับการปฏิบัติงาน 1
ตามมาตรฐาน (Scoring Guideline)
o แนวทางการใช้ TTM-HA Scoring Guideline 3
ส�ำหรับหน่วยงานการแพทย์แผนไทย
o สรุปผลคะแนนตาม Scoring 5
o ค�ำอธิบายเกณฑ์การประเมินระดับการปฏิบัติงาน 11
ตามมาตรฐาน (Scoring Guideline)
o รายละเอียดมาตรฐาน 20
o ตัวอย่างแบบบันทึกเวชระเบียน 43
o บรรณานุกรม 44
o ภาคผนวก 46
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
1
ค�ำชี้แจงประกอบการใช้ TTM HA Scoring
แนวคิด
TTM HA Scoring เป็นเครื่องมือส�ำหรับการประเมิน maturity ของ
การพัฒนาหน่วยงานการแพทย์แผนไทย ซึ่งจัดท�ำขึ้นบนพื้นฐานแนวคิดที่
ปรับเปลี่ยนไป ดังนี้
1) การเยี่ยมส�ำรวจคือการทบทวนโดยมิตรจากภายนอก (external
peer review) เพื่อรับรู้ maturity ของการพัฒนาและกระตุ้นให้เกิด
การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
2) ผู้เยี่ยมส�ำรวจด้านการแพทย์แผนไทยมีหน้าที่ในการ
a. รับรู้บริบทและผลงานการพัฒนาของหน่วยงานการแพทย์แผนไทย
b. สร้างกระบวนการเรียนรู้จากผลงานของหน่วยงานการแพทย์แผนไทย
c. ร่วมกับโรงพยาบาลในการจัดท�ำประเด็นในแผนการพัฒนา
(Issues for Improvement-IFI) ที่เหมาะสมและสมบูรณ์
3) หน่วยงานการแพทย์แผนไทยมีหน้าที่ในการ
a. ใช้TTMHAScoring  ในการประเมินตนเองและจัดท�ำร่างประเด็น
ในแผนการพัฒนาเพื่อยกระดับ maturity
b. พาผู้เยี่ยมส�ำรวจตามรอยระบบหน่วยงานการแพทย์แผนไทย
แนวทางการประเมิน
ระดับการปฏิบัติงานตามมาตรฐาน
(scoring guideline)
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
2
4) การผ่านการรับรองจะมีระดับต่างๆ ซึ่งรับรู้กันเป็นการภายใน และ
มีผลต่อความเข้มข้นของการติดตาม ดังนี้
a. ระดับต้องพัฒนา เมื่อ mode ของ score อยู่ระหว่าง 2.0 – 2.5
b. ระดับ พอใช้ เมื่อ mode ของ score อยู่ระหว่าง 2.5 - 3.0
c. ระดับดี เมื่อ mode ของ score อยู่ระหว่าง 3.0 - 3.5
d. ระดับดีมาก เมื่อ mode ของ score อยู่ระหว่าง 3.5 - 4.0
e. ระดับดีเยี่ยม เมื่อ mode ของ score มากกว่า 4.0
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
3
1) ศึกษาเป้าหมายและแนวทางปฏิบัติส�ำหรับมาตรฐานแต่ละประเด็น
จากสาระส�ำคัญเกณฑ์มาตรฐานการพัฒนาและรับรองคุณภาพงานการแพทย์
แผนไทย
2) ทีมงานที่รับผิดชอบหรือเกี่ยวข้องกับมาตรฐานเรื่องนั้น ร่วมกัน
ประเมิน maturity ของการพัฒนาตาม Scoring Guideline หากมีความเห็น
ที่แตกต่างกัน ให้ระบุจุดแข็งและโอกาสพัฒนาในมุมมองของแต่ละคนออกมา
ให้มากที่สุด น�ำโอกาสพัฒนาไปด�ำเนินการแล้วจึงกลับมาร่วมกันประเมินใหม่
3) เมื่อมีความเห็นร่วมกันเกี่ยวกับระดับ maturity ที่ท�ำได้ ให้จัดท�ำ
แผนการพัฒนา (IFI) เพื่อยกระดับ maturity สู่ score 3 หรือ 4 หรือ 5
แล้วแต่กรณี
4) จัดเตรียมเอกสารส�ำหรับการ verify การปฏิบัติหรือผลการประเมิน
ต่างๆ ไว้ที่หน่วยงานการแพทย์แผนไทยอย่างเป็นหมวดหมู่
แนวทางการก�ำหนดระดับคะแนน
1) พิจารณาตามระดับ maturity ของการพัฒนา
a. คะแนน 1 เป็นช่วงเริ่มต้นการพัฒนา อาจจะมีลักษณะตั้งรับ
เน้นที่การวิเคราะห์ การตั้งทีม การจัดหาทรัพยากร การก�ำหนด
แนวทาง (มีการก�ำหนดข้อตกลง แนวทาง มาตรฐาน)
b. คะแนน2เป็นช่วงของการวางระบบงานและเริ่มน�ำไปสู่การปฏิบัติ
(มีการน�ำข้อตกลง แนวทาง มาตรฐานไปปฏิบัติ และมีการค้นหา
ความเสี่ยง)
แนวทางการใช้
TTM HA Scoring Guideline
ส�ำหรับหน่วยงานการแพทย์แผนไทย
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
4
c. คะแนน 3 เป็นช่วงของการปฏิบัติตามแนวทางที่ออกแบบไว้
จนเห็น early result ถือว่าเป็นระดับที่คาดหวังโดยเฉลี่ย
เป็นระดับที่หวังผล (effective) (มีผลลัพธ์ที่ดีจากการปฏิบัติ
และมีการจัดการความเสี่ยง)
d. คะแนน4เป็นช่วงของการมีความโดดเด่นในกระบวนการบางอย่าง
ซึ่งอาจจะเป็นนวัตกรรมการเชื่อมโยง หรือวิธีการที่ได้ผลดีต่างๆ
ตัวอย่างที่แนะน�ำไว้เป็นเพียงแนวทางซึ่งไม่จ�ำเป็นต้องท�ำได้
ครบถ้วนและอาจจะมีเรื่องอื่นๆที่จ�ำเป็นต้องใช้ดุลยพินิจประกอบ
(มีการพัฒนา เกิดนวัตกรรม มีการเชื่อมโยงกับหน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้อง)
e. คะแนน 5 เป็นระดับที่แสดงถึงกระบวนการประเมินและปรับปรุง
อย่างเป็นระบบ (systematic evaluation & improvement)
ส่งผลให้มีผลลัพธ์ที่เป็นเลิศเป็นผู้น�ำในด้านนั้นๆ(ผลลัพธ์โดดเด่น
เป็นแบบอย่าง)
2) พิจารณาตามระดับความยากง่ายในการด�ำเนินการ
a. อาจจะน�ำข้อก�ำหนดในมาตรฐานแต่ละประเด็นมาพิจารณาว่า
ประเด็นใดที่ท�ำได้ง่ายที่สุดและยากขึ้นเป็นล�ำดับขั้น  โดยพยายาม
ให้สอดคล้องกับแนวทางในข้อ 1)
b. อาจจะพิจารณาระดับความยากง่ายตามศักยภาพของหน่วยงาน
การแพทย์แผนไทย
3) พิจารณาตามล�ำดับขั้นตอนที่หน่วยงานการแพทย์แผนไทย
ต้องด�ำเนินการก่อนหลัง
a. อาจพิจารณาว่าในความเป็นจริง มี sequence ของการด�ำเนินการ
วางระบบงานอย่างไรบ้าง เช่น เริ่มจากการวิเคราะห์ข้อมูล
การออกแบบระบบ การฝึกอบรม การน�ำสู่การปฏิบัติ เป็นต้น
4) พยายามให้มีการพิจารณาในภาพรวม ให้มีรายละเอียดเท่าที่จ�ำเป็น
ไม่ต้องคัดลอกมาจากมาตรฐานทั้งหมด
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
5
ข้อที่
1
1. ทีมผู้ให้บริการประเมินผู้ป่วย/ผู้รับผลงาน
เพื่อค้นหาและเฝ้าระวังความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น
ระหว่างการดูแล และน�ำข้อมูลจากการประเมิน
มาวางแผนการดูแลรักษา รวมทั้งการส่งต่อผู้ป่วย/
ผู้รับผลงานได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
1.1 การประเมินผู้ป่วย/ผู้รับบริการ, การคัดกรอง
ผู้บริการแรกรับ
1.2 การน�ำข้อมูลจากการประเมินมาวางแผน
การรักษาและการส่งต่อ
สรุปผลคะแนนตาม
Scoring
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
6
ข้อที่
2
2. องค์กรมีกลไกก�ำกับดูแลมาตรฐานและ
ความปลอดภัยของการดูแลด้วยการแพทย์แผนไทย
โดยบุคคลที่เหมาะสม
2.1 กลไกในการก�ำกับดูแลมาตรฐานและความ
ปลอดภัย
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
7
ข้อที่
3
3. ทีมผู้ให้บริการ ให้บริการแพทย์แผนไทย
โดยการประเมิน ซักประวัติ ตรวจร่างกาย วินิจฉัยโรค
วางแผนการส่งเสริมการป้องกันการรักษาการฟื้นฟู
สภาพและการให้ค�ำแนะน�ำผู้ป่วย/ผู้รับผลงาน
โดยหลักธรรมานามัย เวชศาสตร์เชิงประจักษ์ และ
องค์ความรู้อื่นที่เกี่ยวข้องมาประยุกต์ใช้
3.1 การน�ำกระบวนการไปสู่การปฏิบัติ
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
8
ข้อที่
4
4. ทีมผู้ให้บริการติดตามและบันทึกข้อมูลผู้ป่วย/
ผู้รับผลงานให้มีความครบถ้วน และเฝ้าระวังการเตรียม
ความพร้อมเพื่อแก้ไขภาวะฉุกเฉินและมีการจ�ำหน่าย
ผู้ป่วย/ผู้รับผลงานตามเกณฑ์ที่เหมาะสม
4.1 การติดตามและบันทึกข้อมูลผู้ป่วย/ผู้รับผลงาน
         4.1.1 ออกแบบการบันทึกข้อมูลทาง
การแพทย์แผนไทย
         4.1.2 ความสมบูรณ์ของการบันทึก
เวชระเบียนของการบริการแพทย์แผนไทย
4.2 การเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมเพื่อแก้ไข
ภาวะฉุกเฉินการใช้ประโยชน์จากข้อมูลในเวชระเบียน
4.2.1 การเตรียมความพร้อมเพื่อแก้ไข
ภาวะฉุกเฉิน
4.2.2 วางแผนการจ�ำหน่าย
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
9
ข้อที่
5
5. องค์กรมีกลไกในการก�ำกับดูแลการท�ำหัตถการ
การใช้เครื่องมือ และยาจากสมุนไพรตามศาสตร์
การแพทย์แผนไทยให้ถูกต้อง มีความปลอดภัย
เหมาะสมกับผู้ป่วย/ผู้รับผลงานเฉพาะราย
5.1 กลไกการก�ำกับดูแลการท�ำหัตถการและ
การใช้เครื่องมือ
         5.1.1 การก�ำกับหัตถการ
         5.2.2 การใช้เครื่องมือ
5.2 กลไกการก�ำกับดูแลการใช้ยาสมุนไพร
         5.2.1 ยาส�ำเร็จรูป
         5.2.2 ยาปรุงเฉพาะราย
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
10
ข้อที่
6
6. องค์กรสื่อสารและสร้างสัมพันธภาพที่ดีต่อผู้ป่วย/
ผู้รับผลงานและสหสาขาวิชาชีพเพื่อการดูแลผู้ป่วย
ต่อเนื่อง และเป็นองค์รวม
6.1 การสื่อสาร Inform Consent และการสร้าง
สัมพันธภาพกับผู้ป่วยและญาติผู้ป่วย
6.2 การสื่อสารและการสร้างสัมพันธภาพระหว่าง
สหสาขาวิชาชีพ
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
11
กระบวนการดูแลผู้ป่วยตามกรรมวิธีการแพทย์แผนไทย
(TTM Care Processes)
กระบวนการดูแลผู้ป่วยที่ต้องด�ำเนินการให้ผู้ป่วยเพื่อให้การให้บริการและ
ดูแลผู้ป่วยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพโดยยึดถือประโยชน์ของผู้ป่วยเป็นส�ำคัญ
ดังนี้
		 การเข้าถึงและเข้ารับบริการ (Accesses and Entry)
สถานพยาบาลที่มีการจัดบริการการแพทย์แผนไทยต้องสร้าง
ความมั่นใจว่าผู้รับบริการสามารถเข้าถึงบริการที่จ�ำเป็นได้สะดวกกระบวนการรับ
ผู้ป่วยเหมาะกับปัญหาสุขภาพหรือความต้องการของผู้ป่วย ทันเวลา
มีการประสานงานที่ดีภายใต้ระบบและสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมและมีประสิทธิผลดังนี้
1) ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการการแพทย์แผนไทยที่เหมาะสมกับ
ปัญหา ความต้องการด้านสุขภาพของตนเอง โดยต้องพยายาม
			ลดอุปสรรคต่อการเข้าถึงบริการการแพทย์แผนไทยในด้านกายภาพ
			ภาษา วัฒนธรรมและอุปสรรคอื่น ตลอดจนสถานพยาบาล
สามารถตอบสนองต่อผู้รับบริการอย่างเหมาะสมตามประเภท
บริการ ระยะเวลารอคอยเพื่อเข้ารับบริการการแพทย์แผนไทย
เป็นที่ยอมรับของประชาชนผู้รับบริการด้วยวิธีการสื่อสารที่เหมาะสม
2) ผู้ป่วยวิกฤตฉุกเฉินเร่งด่วน ที่จ�ำเป็นต้องได้รับการประเมิน ดูแล
รักษาและปรึกษาส่งต่อเป็นอันดับแรก
ค�ำอธิบายเกณฑ์การประเมิน
ระดับการปฏิบัติงานตามมาตรฐาน
(scoring guideline)
1
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
12
3) มีการประเมินความสามารถในการรับผู้ป่วยไว้ดูแลตามเกณฑ์
ที่ก�ำหนดไว้ ถ้าไม่สามารถให้บริการแก่ผู้ป่วยได้ สถานพยาบาล
จะให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นอย่างเหมาะสมอธิบายเหตุผล
ที่ไม่สามารถรับผู้ป่วยไว้และช่วยเหลือผู้ป่วยในการหาหน่วยงานอื่น
หรือหน่วยงานภายนอกที่เหมาะสมกว่า
4) การรับผู้ป่วยไว้ดูแล มีการให้ข้อมูลที่เหมาะสมเกี่ยวกับสภาพ
การเจ็บป่วย การดูแลที่จะได้รับผลลัพธ์และค่าใช้จ่ายที่คาดว่า
จะเกิดขึ้นแก่ผู้ป่วยและครอบครัวอย่างชัดเจนและเข้าใจง่าย
มีกระบวนการขอความยินยอมจากผู้ป่วยหรือครอบครัว ก่อนที่จะ
ให้บริการหรือกระท�ำหัตถการส�ำคัญ เช่น ความยินยอมให้ท�ำ
หัตถการทับหม้อเกลือและอยู่ไฟแก่หญิงหลังคลอด เป็นต้น และ
สร้างความมั่นใจว่าผู้ป่วยและครอบครัวจะได้รับข้อมูลที่จ�ำเป็น
อย่างเพียงพอด้วยความเข้าใจและมีเวลาที่จะพิจารณาก่อนตัดสินใจ
ในการรับบริการ
5) จัดให้มีแผนผังแสดงขั้นตอนกระบวนการรับบริการการแพทย์
แผนไทย ที่ชัดเจนเข้าใจง่าย และมีการสื่อสารให้ผู้รับบริการได้รับรู้
		 การคัดกรองผู้ป่วย (Screening)
สถานพยาบาลควรมีการคัดกรองโรค กลุ่มอาการ ภาวะแทรกซ้อน
และความเสี่ยงของผู้ป่วยที่รุนแรง เพื่อประเมินว่าจะให้การรักษาด้วยการแพทย์
แผนไทย หรือปรึกษาส่งต่อแพทย์แผนปัจจุบัน ดังนี้
1) มีการใช้วิธีการประเมินที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย โดยอาศัย
แนวทางปฏิบัติทางการแพทย์แผนไทยที่เหมาะสมกับผู้ป่วยและ
ทรัพยากรของสถานพยาบาลเพื่อชี้น�ำการประเมินผู้ป่วย
2) มีการประเมินสัญญาณชีพ (Vital Signs)
3) มีเกณฑ์การไม่รับรักษาผู้ป่วย (Exclusion Criteria) ที่มีความ
รุนแรง ความฉุกเฉินเร่งด่วนเกินกว่าขอบเขตที่สามารถดูแลรักษาได้
			ซึ่งจ�ำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยการแพทย์แผนปัจจุบันเท่านั้น
2
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
13
รวมถึงระบบการประสานงานเชื่อมโยงส่งต่อผู้ป่วยดังกล่าวได้อย่าง
ถูกต้อง เหมาะสม และทันเวลา
4) มีเกณฑ์การรับรักษาผู้ป่วย (Inclusion Criteria) ในขอบเขต
ที่สามารถให้การดูแลรักษาได้รวมถึงมีระบบการปรึกษาส่งต่อกับ
แพทย์แผนปัจจุบัน หากมีความผิดปกติเกิดขึ้นในระหว่างขั้นตอน
ดูแลรักษาผู้ป่วย
		 การประเมินผู้ป่วย การซักประวัติและการตรวจร่างกาย
		 ด้านการแพทย์แผนไทย (Assessment)
แพทย์แผนไทยต้องให้ผู้ป่วยทุกรายได้รับการวิเคราะห์ธาตุเจ้าเรือน
ประเมินสมุฏฐานมูลเหตุการเกิดโรคความต้องการและปัญหาสุขภาพการตรวจ
ร่างกายด้านการแพทย์แผนไทยอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และเหมาะสม ได้แก่
1) การประเมินแรกรับผู้ป่วยแต่ละรายประกอบด้วยธาตุเจ้าเรือนหลัก
ของผู้ป่วย ธาตุสมุฏฐาน อุตุสมุฏฐาน อายุสมุฏฐาน กาลสมุฏฐาน
ประเทศสมุฏฐาน
2) มีการประเมินมูลเหตุแห่งการเกิดโรค 8 ประการตามหลักการ
การแพทย์แผนไทยประกอบด้วย อาหาร อิริยาบถ การกระทบ
			ความร้อนและเย็นการอดนอนอดข้าวการกลั้นอุจจาระกลั้นปัสสาวะ
การท�ำงานเกินก�ำลัง ความโศกเศร้าเสียใจ และการมีโทสะมาก
เพื่อให้ทราบว่าสิ่งใดเป็นปัจจัยหลักหรือปัจจัยส่งเสริมที่ท�ำให้เกิด
ความเจ็บป่วย
3) มีการประเมินประวัติสุขภาพแบบองค์รวม รวมถึงปัจจัยด้านอื่น
เช่น วัฒนธรรมเศรษฐกิจ เป็นต้น และการรับรู้ความต้องการ
ของตนโดยผู้ป่วย
4) มีการประเมินปัญหาและความต้องการด้านสุขภาพของผู้ป่วย
อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และเหมาะสม และมีการระบุปัญหาและ
ความต้องการที่เร่งด่วนและส�ำคัญ
5) มีการตรวจร่างกายด้านการแพทย์แผนไทยอย่างถูกต้อง ครบถ้วน
และเหมาะสม
3
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
14
6) มีการบันทึกผลการประเมินในเวชระเบียนผู้ป่วย ระบบข้อมูล
สารสนเทศ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน เพื่อน�ำไปสู่การวินิจฉัยและ
วางแผนการดูแลรักษาได้อย่างเหมาะสม และพร้อมที่จะให้
ผู้เกี่ยวข้องในการดูแลได้ใช้ประโยชน์จากการประเมินนั้น
7) ผู้ป่วยทุกรายได้รับการประเมินซ�้ำตามช่วงเวลาที่เหมาะสม
เพื่อประเมินการตอบสนองต่อการดูแลรักษา
8) มีการอธิบายผลการประเมินให้แก่ผู้ป่วยและครอบครัวด้วย
ภาษาที่ชัดเจนและเข้าใจง่าย
		 การวินิจฉัยและกลไกการเกิดโรคตามทฤษฎีการแพทย์
		 แผนไทย (Diagnosis)
แพทย์แผนไทยต้องสร้างความมั่นใจว่าผู้ป่วยจะได้รับการวินิจฉัยโรค
ที่ถูกต้องโดยมีข้อมูลเพียงพอ เพื่ออธิบายสาเหตุและลักษณะของโรคที่ผู้ป่วย
เข้ารับบริการ ตลอดจนมีการทบทวนความเหมาะสมของการวินิจฉัยโรค
และความสอดคล้องของการวินิจฉัยโรคกับสหวิชาชีพอย่างสม�่ำเสมอ ดังนี้
1) น�ำผลการประเมินผู้ป่วย การซักประวัติและการตรวจร่างกาย
ด้านการแพทย์แผนไทย มาใช้ในการพิจารณาประมวลผล
จ�ำแนกโรค โดยใช้หลักการวินิจฉัยด้านการแพทย์แผนไทย เช่น
การวินิจฉัยโรคตามตรีธาตุสมุฏฐาน วินิจฉัยโรคตามธาตุ 42
ประการ วินิจฉัยโรคตามเบญจอินทรีย์ วินิจฉัยโรคตามหมอสมมุติ
ในพระคัมภีร์ เป็นต้น รวมทั้งบันทึกการเปลี่ยนแปลงการวินิจฉัย
โรคเมื่อมีข้อมูลเพิ่มเติม
2) มีการทบทวนความเหมาะสมของการวินิจฉัยโรคและ
ความสอดคล้องของการวินิจฉัยโรคของสหวิชาชีพและ
มีการวางแผนการรักษาร่วมกันกับสหวิชาชีพอย่างสม�่ำเสมอ
ส�ำหรับสถานพยาบาลที่ด�ำเนินงานร่วมกับสหวิชาชีพ
4
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
15
		 การวางแผนกระบวนการดูแลรักษา (Care planning)
แพทย์แผนไทยต้องมีการวางแผนกระบวนการดูแลรักษาได้อย่าง
เหมาะสมสอดคล้องกับการวินิจฉัยและแก้ไขปัญหาตามทฤษฎีการแพทย์แผนไทย
รวมถึงหากมีสหวิชาชีพในสถานพยาบาลต้องประสานกันและมีเป้าหมายที่ชัดเจน
เพื่อตอบสนองปัญหาหรือความต้องการด้านสุขภาพของผู้ป่วย
1) การวางแผนกระบวนการดูแลรักษาผู้ป่วยเป็นไปอย่างเชื่อมโยง
มีการสื่อสารประสานงานกันระหว่างแพทย์แผนไทยวิชาชีพแผนก
และหน่วยงานต่างๆ
2) แผนการดูแลรักษาผู้ป่วยสอดคล้องกับการวินิจฉัย สามารถแก้ไข
ปัญหาและตอบสนองความต้องการของผู้ป่วยที่ได้จากการประเมิน
อย่างเป็นองค์รวม
3) มีการน�ำหลักฐานวิชาการทางการแพทย์แผนไทยหรือแนวทาง
เวชปฏิบัติที่เหมาะสมรวมถึงภูมิปัญญาพื้นบ้านที่ได้รับการยอมรับ
มาใช้เป็นแนวทางในการวางแผนกระบวนการดูแลรักษา
4) ผู้ป่วยและครอบครัว มีโอกาสตัดสินใจเลือกวิธีการรักษาหลังจาก
ได้รับข้อมูลที่เพียงพอและร่วมในการวางแผนกระบวนการดูแล
รักษา
5) แผนการดูแลผู้ป่วยครอบคลุมบริการการแพทย์แผนไทยที่จะให้
และเป้าหมายที่ชัดเจนที่ต้องการบรรลุ
6) มีการสื่อสารหรือประสานงานระหว่างสมาชิกขององค์กรหรือ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีการน�ำแผนการดูแลผู้ป่วยไปสู่
การปฏิบัติที่ได้ผลในเวลาที่เหมาะสม โดยสมาชิกขององค์กร
และหน่วยงานมีความเข้าใจบทบาทของผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ
7) มีการทบทวนและปรับแผนกระบวนการดูแลรักษาผู้ป่วย
เมื่อมีข้อบ่งชี้จากสภาวะหรืออาการของผู้ป่วยที่เปลี่ยนแปลงไป
5
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
16
		 การส่งเสริม การป้องกัน การฟื้นฟู ด้วยวิธีทางการแพทย์
		 แผนไทย (TTM Promotion Prevention and
		 Rehabilitation)
แพทย์แผนไทยจ�ำเป็นต้องมีการวางแผนการส่งเสริมสุขภาพ
การป้องกันโรค และการฟื้นฟูสภาพ ตามศาสตร์การแพทย์แผนไทยและ
เหมาะสม ดังนี้
1) มีการวางแผนการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคและการฟื้นฟู
สภาพ สอดคล้องกับกระบวนการ การวางแผนดูแลรักษา
ตามศาสตร์การแพทย์แผนไทยและเหมาะสมตามมาตรฐานวิชาชีพ
2) มีการให้ข้อมูลแก่ผู้ป่วยและครอบครัวเพื่อสร้างความมั่นใจว่า
วิธีการส่งเสริมสุขภาพการป้องกันโรคและการฟื้นฟูสภาพมีความ
ปลอดภัย และเหมาะสมกับปัญหาหรือความต้องการของผู้ป่วย
		 การให้ค�ำแนะน�ำและการเสริมพลังทางการแพทย์แผนไทย
		 (TTM Health education and Empowerment)
แพทย์แผนไทยต้องให้ข้อมูลแก่ผู้รับบริการเกี่ยวกับการปรับสมดุลของ
ธาตุในร่างกายสภาวะสุขภาพแก่ผู้ป่วยและครอบครัวและกิจกรรมที่วางแผนไว้
เพื่อเสริมพลังผู้ป่วยและครอบครัวให้มีความสามารถและรับผิดชอบในการดูแล
สุขภาพของตนเอง รวมทั้งเชื่อมโยงการสร้างเสริมสุขภาพเข้าในทุกขั้นตอนของ
การดูแล ดังนี้
1) มีการประเมินผู้ป่วยเพื่อวางแผนและก�ำหนดกิจกรรมการเรียนรู้
การประเมินครอบคลุมปัญหาหรือความต้องการของผู้ป่วย
ขีดความสามารถ ภาวะทางด้านอารมณ์ จิตใจความพร้อมในการ
เรียนรู้และดูแลตนเอง
2) มีการก�ำหนดกระบวนการดูแลตนเองที่เหมาะสมด้วยศาสตร์
การแพทย์แผนไทยร่วมกันกับผู้ป่วยและครอบครัว
3) การให้ข้อมูล ความรู้ ค�ำแนะน�ำทางการแพทย์แผนไทยโดยเน้น
เกี่ยวกับการปรับสมดุลของธาตุทั้ง 4 ในร่างกายเป็นหลัก สภาวะ
สุขภาพแก่ผู้ป่วย ครอบครัว และท�ำกิจกรรมที่วางแผนไว้ เพื่อเสริมพลัง
6
7
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
17
			ผู้ป่วย ครอบครัวให้มีความสามารถและรับผิดชอบในการดูแล
สุขภาพของตนเอง รวมทั้งเชื่อมโยงการสร้างเสริมสุขภาพด้วย
ศาสตร์การแพทย์แผนไทยเข้าในทุกขั้นตอนของการดูแล
ให้สอดคล้องกับปัญหาหรือความต้องการของผู้ป่วย
4) มีการประเมินและปรับปรุงกระบวนการจัดการเรียนรู้และการเสริมพลัง
			ผู้ป่วย ครอบครัว
		 การประเมินผลกระบวนการดูแล (Evaluation)
แพทย์แผนไทยมีการประเมินผลกระบวนการดูแลรักษาผู้ป่วยทุกราย
ที่เข้ารับบริการ ดังนี้
1) แสดงให้เห็นถึงอาการของโรค ภาวะแทรกซ้อน ผลลัพธ์การดูแล
รักษาที่ดีขึ้น ความพึงพอใจโดยใช้ตัวชี้วัดส�ำคัญของโรค และ
กระบวนการทางการแพทย์แผนไทย มีการน�ำเสนอผลลัพธ์
การดูแลรักษาผู้ป่วยด้วยการแพทย์แผนไทย
2) มีการน�ำเสนอผลลัพธ์การดูแลรักษาผู้ป่วยด้วยการแพทย์แผนไทย
ภายในองค์กรและภายนอกองค์กรตามเหมาะสม เพื่อให้เกิด
การยอมรับ เชื่อมั่น ศรัทธา และตระหนักถึงคุณค่าความส�ำคัญ
ของงานการแพทย์แผนไทย
		 การจ�ำหน่ายและสิ้นสุดกระบวนการดูแล (Discharge)
แพทย์แผนไทยต้องมีการวางแผนจ�ำหน่ายผู้ป่วยเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถ
ดูแลตนเอง และครอบครัวได้วิธีการดูแลอย่างเหมาะสมกับสภาพปัญหาและ
ความต้องการ หลังจากจ�ำหน่ายจากหน่วยบริการที่ขอรับการรักษา ดังนี้
1) ก�ำหนดแนวทางข้อบ่งชี้และโรคที่เป็น กลุ่มเป้าหมายส�ำคัญ และ
มีการวางแผนจ�ำหน่ายส�ำหรับผู้ป่วยแต่ละราย ตั้งแต่เริ่มแรกที่
เป็นไปได้ โดยร่วมกันกับสหวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้ป่วยและ
ครอบครัวมีส่วนร่วมในการวางแผนจ�ำหน่าย
8
9
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
18
2) มีการประเมินและระบุปัญหาความต้องการของผู้ป่วยที่จะเกิดขึ้น
หลังจ�ำหน่าย และประเมินผลเป็นระยะในช่วงที่ผู้ป่วยได้รับการ
ดูแลอยู่ในโรงพยาบาล
3) มีการปฏิบัติตามแผนจ�ำหน่ายในลักษณะที่เชื่อมโยงกับ
แผนการดูแลระหว่างอยู่ในโรงพยาบาลตามหลักการให้ค�ำแนะน�ำ
และการเสริมพลังทางการแพทย์แผนไทย เพื่อให้ผู้ป่วยและ
ครอบครัวมีศักยภาพและความมั่นใจในการจัดการดูแลสุขภาพ
ของตนเอง
4) มีการประเมินผลและปรับปรุงกระบวนการวางแผนจ�ำหน่าย
โดยใช้ข้อมูลจากการติดตามผู้ป่วยและข้อมูลสะท้อนกลับ
จากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
การติดตามผลและการดูแลต่อเนื่อง (Continuity of care)
แพทย์แผนไทยควรสร้างความร่วมมือและประสานงานเพื่อให้มีการ
ติดตามดูแลผู้ป่วยต่อเนื่องที่ให้ผลดีตอบสนองต่อปัญหาและความต้องการของผู้ป่วย
1) มีระบบนัดหมายผู้ป่วยกลับมารับการรักษาต่อเนื่องเมื่อมีข้อบ่งชี้
รวมทั้งมีระบบช่วยเหลือและให้ค�ำปรึกษาตามความเหมาะสม
2) แพทย์แผนไทยควรสร้างความร่วมมือและประสานงานกับ
หน่วยบริการสุขภาพ ชุมชน และองค์กรที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิด
		ความต่อเนื่องในการติดตามดูแลผู้ป่วยและบูรณาการกิจกรรมสร้างเสริม
			สุขภาพด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยเข้าในกระบวนการดูแล
รักษาผู้ป่วย
3) มีการสื่อสารข้อมูลของผู้ป่วยให้แก่หน่วยบริการที่เกี่ยวข้องใน
การดูแลต่อเนื่อง โดยค�ำนึงถึงการรักษาความลับของข้อมูล หรือ
สิทธิของผู้ป่วย
4) มีการติดตามผลการดูแลต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจว่าความต้องการ
ของผู้ป่วยได้รับการตอบสนองและน�ำผลการติดตามมาใช้ปรับปรุง
วางแผนบริการการแพทย์แผนไทยในอนาคต
10
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
19
โดยในทุกกระบวนการดูแลผู้ป่วยตามกรรมวิธีการแพทย์แผนไทยนั้น
จ�ำเป็นต้องมีระบบการรายงานและเวชระเบียนเพื่อเป็นข้อมูลส�ำคัญในการให้
การดูแลรักษาและติดตามผลการจัดกระบวนการดูแลผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่อง
ในทุกมิติ และเป็นข้อมูลส�ำคัญทางกฎหมายกรณีคนไข้คดีหรือมีการฟ้องร้อง
ทั้งทางแพ่งและอาญาดังนั้นจึงต้องมีมาตรการการจัดเก็บอย่างเหมาะสมที่รักษา
ความลับได้ ตลอดจนมีการจัดเก็บที่ปลอดภัย ได้รับการป้องกันจากการสูญหาย
ความเสียหายทางกายภาพและการแก้ไขดัดแปลง เข้าถึงหรือใช้โดยผู้ไม่มีอ�ำนาจ
หน้าที่ เพื่อให้เป็นไปตามหลักการพิทักษ์สิทธิของผู้ป่วยต่อไป
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
20
1 แนวทางเวชปฏิบัติการแพทย์แผนไทยในสถานบริการสาธารณสุขของรัฐเช่นแนวทางเวชปฏิบัติการ
แพทย์แผนไทยของระบบกล้ามเนื้อและโครงสร้าง,แนวทางเวชปฏิบัติการแพทย์แผนไทยระบบผิวหนัง,
แนวทางเวชปฏิบัติการแพทย์แผนไทยระบบทางเดินหายใจ และแนวทางเวชปฏิบัติการแพทย์แผนไทย
ด้วยหัตถเวชกรรมแผนไทย
2 การแพทย์แผนไทย หมายความว่า กระบวนการทางการแพทย์เกี่ยวกับการตรวจ วินิจฉัย บ�ำบัด
รักษา หรือป้องกันโรค หรือการส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพของมนุษย์ การผดุงครรภ์ การนวดไทย
และให้หมายความรวมถึง การเตรียมการผลิตยาแผนไทย และการประดิษฐ์อุปกรณ์และเครื่องมือ
ทางการแพทย์ ทั้งนี้ โดยอาศัยความรู้หรือต�ำราที่ได้ถ่ายทอดและพัฒนาสืบต่อกันมา (พระราชบัญญัติ
วิชาชีพการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2556)
รายละเอียดมาตรฐาน
ทีมผู้ให้บริการประเมินผู้ป่วย/ผู้รับผลงานเพื่อค้นหาและเฝ้าระวัง
ความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นระหว่างการดูแล และน�ำข้อมูลจาก
การประเมินมาวางแผนการดูแลรักษารวมทั้งการส่งต่อผู้ป่วย/ผู้รับผลงาน
ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
- การประเมินผู้รับบริการ1 เพื่อค้นหาและเฝ้าระวังความเสี่ยงที่อาจ
เกิดขึ้นระหว่างการดูแลด้วยการแพทย์แผนไทย2
o ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการการแพทย์แผนไทยที่เหมาะสม
กับปัญหา ความต้องการด้านสุขภาพของตนเอง สถานพยาบาล
สามารถตอบสนองต่อผู้รับบริการอย่างเหมาะสมตามประเภท
บริการ ระยะเวลารอคอยเพื่อเข้ารับบริการการแพทย์แผนไทย
เป็นที่ยอมรับของประชาชนผู้รับบริการ
o ผู้ป่วยวิกฤตฉุกเฉินเร่งด่วนจ�ำเป็นต้องได้รับการประเมินดูแลรักษา
และปรึกษาส่งต่อเป็นอันดับแรก
1
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
21
o มีการประเมินความสามารถในการรับผู้ป่วยไว้ดูแลตามเกณฑ์
ที่ก�ำหนดไว้ ถ้าไม่สามารถให้บริการแก่ผู้ป่วยได้ สถานพยาบาล
จะให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นอย่างเหมาะสมอธิบายเหตุผล
ที่ไม่สามารถรับผู้ป่วยไว้ และช่วยเหลือผู้ป่วยในการหาหน่วยงาน
อื่นหรือหน่วยงานภายนอกที่เหมาะสมกว่า
o มีการคัดกรองโรค กลุ่มอาการ ภาวะแทรกซ้อน และความเสี่ยง
ของผู้ป่วยที่รุนแรง เพื่อประเมินว่าจะให้การรักษาด้วยการแพทย์
แผนไทย หรือปรึกษาส่งต่อแพทย์แผนปัจจุบัน
- การน�ำข้อมูลจากการประเมินมาวางแผนการดูแลรักษารวมทั้ง
การส่งต่อ:
o เกณฑ์การไม่รับรักษาผู้ป่วย(ExclusionCriteria)ที่มีความรุนแรง
ความฉุกเฉินเร่งด่วนเกินกว่า ขอบเขตที่สามารถดูแลรักษาได้
ซึ่งจ�ำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยการแพทย์แผนปัจจุบันเท่านั้น
o เกณฑ์การรับรักษาผู้ป่วย (Inclusion Criteria) ในขอบเขต
ที่สามารถให้การดูแลรักษาได้ด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย
- การน�ำข้อมูลจากการประเมินมาวางแผนการส่งต่อ:
o ผู้รับบริการที่มีความรุนแรง ความฉุกเฉินเร่งด่วนเกินกว่าขอบเขต
ที่สามารถดูแลรักษาได้ซึ่งจ�ำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยการแพทย์
แผนปัจจุบันเท่านั้น มีการประสานงานเชื่อมโยงส่งต่อผู้ป่วย
ดังกล่าวได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และทันเวลา
o มีระบบการปรึกษาส่งต่อกับแพทย์แผนปัจจุบัน หากผลการรักษา
ไม่เป็นไปตามแผนการรักษาที่วางไว้หรือมีความผิดปกติเกิดขึ้น
ในระหว่างขั้นตอนดูแลรักษาผู้ป่วย
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
22
- การคัดกรองผู้ป่วย(Screening)เพื่อประเมินภาวะสุขภาพโดยจ�ำแนก
ประเภทปัญหาสุขภาพตามความเร่งด่วนและรุนแรง เพื่อวางแผน
การดูแลรักษาตามศักยภาพ ในเวลาที่เหมาะสม
o การระบุตัวบุคคล (Patient identification)
o การจ�ำแนกประเภท (Classification)
1) ฉุกเฉิน (Emergency)
2) เร่งด่วน (Urgency)
3) ปกติทั่วไป (General)
o การให้ข้อมูล (Information)
- การคัดกรองผู้ป่วยติดเชื้อกระบวนการ IC การป้องกันและควบคุม
การระบาด
o การคัดกรองผู้ป่วยติดเชื้อ มีการคัดกรองผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อ
การแพร่ระบาด เช่น COVID-19 โดยมีแนวทางการให้บริการ
การแพทย์แผนไทย เพื่อป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อที่เหมาะสม
มีการปฏิบัติตามแนวทางอย่างครบถ้วนมีการทบทวนการคัดกรอง
ให้ครอบคลุมผู้รับบริการ ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ที่เหมาะสม
มีการพัฒนาระบบ เช่น การนัดหมายและรับคิวบริการเพื่อลด
ความแออัด มีการบันทึกข้อมูลติดต่อกรณีติดตามสอบสวนโรค
เป็นต้น
o ระบบการควบคุมและป้องกันการติดเชื้อ การออกแบบระบบ
มีการก�ำหนดวัตถุประสงค์ กลยุทธ์ และมาตรการที่เหมาะสม
โดยเฉพาะการติดเชื้อที่มีความส�ำคัญทางระบาดวิทยา โรคติดต่อ
ที่มีโอกาสติดต่อในระหว่างกระบวนการทางการแพทย์แผนไทย
เช่น ระบบทางเดินหายใจ ผ่านการนวด อบสมุนไพร ระบบผิวหนัง
ผ่านการนวด ประคบ เป็นต้น ครอบคลุมพื้นที่ที่ให้บริการผู้ป่วย
บุคลากร ฯลฯ เชื่อมประสานกับระบบงานพัฒนาคุณภาพ และ
ความปลอดภัยขององค์กรโดยรวม การจัดการและทรัพยากร
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
23
มีบุคลากรหรือคณะกรรมการดูแลระบบ ก�ำกับมาตรการ
การด�ำเนินการตามนโยบาย บุคลากรได้รับการอบรมความรู้
มีทรัพยากรที่เหมาะสมและเพียงพอ ให้ข้อมูลและเสริมพลัง
แก่ครอบครัว/ชุมชน ในการลดความเสี่ยงการติดเชื้อและการแพร่
กระจายเชื้อ
o ปฏิบัติการป้องกันการติดเชื้อ มีการระบุความเสี่ยงจากการติดเชื้อ
และโรคติดต่อในหัตถการและกระบวนการทางการแพทย์แผนไทย
มีการท�ำความสะอาด จัดการสิ่งปนเปื้อนเชื้อ ควบคุมสิ่งแวดล้อม
เพื่อลดความเสี่ยงแพร่กระจาย ระบุพื้นที่ที่ต้องใส่ใจในการป้องกัน
และควบคุมการติดเชื้อ เช่น การถ่ายเทอากาศ ระยะห่างระหว่าง
บุคคลมีนโยบายและวิธีปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อมีการก�ำกับ
ดูแลอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องให้มีความสะอาด และปลอดภัย
o การเฝ้าระวังติดตามก�ำกับและควบคุมการระบาดมีการด�ำเนินการ
เฝ้าระวังการติดเชื้อและโรคติดต่อมีโอกาสติดต่อในระหว่าง
กระบวนการทางการแพทย์แผนไทยติดตามและก�ำกับความเสี่ยง
ต่อการติดเชื้อและแพร่ระบาด น�ำข้อมูลจากการเฝ้าระวังมาท�ำ
การวิเคราะห์การเพิ่ม ที่ผิดปกติ หรือการระบาดของเชื้อ เมื่อมี
การระบาด ทีมรับผิดชอบมีทรัพยากร และอ�ำนาจในการสืบค้น
อย่างเหมาะสม รอบด้านและทันเวลา
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
24
3 บุคลากร มาตรฐานโรงพยาบาลส่งเสริมและสนับสนุนการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน
(รพ.สส.พท.) มาตรฐานด้านบุคลากรที่ปฏิบัติงานในหน่วยบริการการแพทย์แผนไทย ประกอบด้วย
หัวหน้างานการแพทย์แผนไทย ผู้ที่ท�ำหน้าที่ซักประวัติตรวจร่างกาย วินิจฉัยโรคและสั่งการรักษา
ผู้ให้บริการการแพทย์แผนไทย และผู้ได้รับใบประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประเภทเวชกรรมไทย
หรือผู้ได้รับใบประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์
4 ประกอบวิชาชีพโดยผู้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพประเภทเวชกรรมไทย (พท.ว.), เภสัชกรรมไทย
(พท.ภ.), ผดุงครรภ์ไทย (พท.ผ.), นวดไทย (พท.น.), หมอพื้นบ้าน และการแพทย์พื้นบ้านไทย
ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2556
5 ประกอบวิชาชีพโดยผู้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ (พท.ป.)
ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2556
6 ผู้ช่วยแพทย์แผนไทยที่ได้รับประกาศนียบัตรหลักสูตรผู้ช่วยแพทย์แผนไทย 330/372 ชั่วโมง
หรือประเภทการนวดไทย 800 ชั่วโมง จากสถาบันการศึกษา หรือสถานพยาบาลการแพทย์แผนไทย
หรือหน่วยงานที่ผ่านการรับรองหลักสูตรจากคณะกรรมการวิชาชีพ
องค์กรมีกลไกก�ำกับดูแลมาตรฐานและความปลอดภัยของการดูแลด้วย
การแพทย์แผนไทย โดยบุคคลที่เหมาะสม3
- กลไกในการควบคุมก�ำกับดูแลมาตรฐานและความปลอดภัย
ตามมาตรฐานวิชาชีพการแพทย์แผนไทย :
o บุคลากร:
1) ประกอบด้วยผู้ประกอบวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทย4หรือ
สาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์5 และผู้ช่วยแพทย์แผนไทย6
2
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
25
2) ก�ำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบแก่บุคลากรตามมาตรฐาน
วิชาชีพ7 และตามระดับความสามารถที่เหมาะสม
- การน�ำกระบวนการไปสู่การปฏิบัติ:
o การใช้แนวทางปฏิบัติทางเวชกรรมไทยบนพื้นฐานวิชาการ
องค์ความรู้การแพทย์แผนไทย เวชศาสตร์เชิงประจักษ์ และ
องค์ความรู้อื่นที่เกี่ยวข้อง
o การทบทวนความเหมาะสมขององค์ความรู้อย่างสม�่ำเสมอ
ทีมผู้ให้บริการ ให้บริการแพทย์แผนไทยโดยการประเมิน ซักประวัติ
ตรวจร่างกาย วินิจฉัยโรค วางแผนการส่งเสริม การป้องกัน การรักษา
การฟื้นฟูสภาพ และการให้ค�ำแนะน�ำผู้ป่วย/ผู้รับผลงาน โดยน�ำหลัก
ธรรมานามัย เวชศาสตร์เชิงประจักษ์ และองค์ความรู้อื่นที่เกี่ยวข้อง
มาประยุกต์ใช้
- การออกแบบการให้บริการ:
o การประเมิน ซักประวัติ ตรวจร่างกาย วินิจฉัยโรค วางแผน
การส่งเสริม การป้องกัน การรักษา การฟื้นฟูสภาพและการให้
ค�ำแนะน�ำผู้รับบริการ
o การดูแลผู้ป่วยตามแผนการรักษาอย่างเหมาะสม มีผลการดูแล
รักษาตามมาตรฐานวิชาชีพการแพทย์แผนไทย
o การดูแลผู้ป่วยเป็นไปอย่างปลอดภัยจากอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ
หรือความเสี่ยงที่เกิดจากกระบวนการดูแลรักษาด้วยกระบวนการ
ทางการแพทย์แผนไทย
7 ประกาศสภาการแพทย์แผนไทย เรื่อง เกณฑ์มาตรฐานและกรรมวิธีการแพทย์แผนไทยผู้ประกอบ
วิชาชีพการแพทย์แผนไทยฯ พ.ศ. 2563
3
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
26
ทีมผู้ให้บริการติดตามและบันทึกข้อมูลผู้ป่วย/ผู้รับผลงานให้มีความ
ครบถ้วน และเฝ้าระวัง การเตรียมความพร้อมเพื่อแก้ไขภาวะฉุกเฉิน
และมีการจ�ำหน่ายผู้ป่วย/ผู้รับผลงานตามเกณฑ์ที่เหมาะสม
- การติดตามและบันทึกข้อมูลผู้ป่วย/ผู้รับผลงาน
o การออกแบบและความสมบูรณ์ของการบันทึกข้อมูลที่จ�ำเป็น
ในกระบวนการดูแลรักษาของผู้รับบริการในเวชระเบียน หรือ
เอกสารอื่นใด ที่พร้อมจะให้ผู้เกี่ยวข้องในการดูแลรักษาได้ใช้
ประโยชน์
1) บันทึกข้อมูลที่ครบถ้วน สืบค้นได้ง่าย สามารถตรวจสอบ
ความถูกต้อง และมีการรักษาความลับอย่างเหมาะสม
2) การลงบันทึกกระบวนการดูแลรักษา
3) การบันทึกเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการดูแลรักษา
4) ระบบการสื่อสารข้อมูลที่มีประสิทธิผล กับผู้ที่เกี่ยวข้อง
5) การทบทวนความเหมาะสมของข้อมูลและการน�ำมาใช้ใน
การบันทึกเวชระเบียนอย่างสม�่ำเสมอ
o ความสมบูรณ์ของการบันทึกเวชระเบียนของการบริการแพทย์แผนไทย
- การเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมเพื่อแก้ไขภาวะฉุกเฉิน การใช้
ประโยชน์จากข้อมูลในเวชระเบียน
o การเตรียมความพร้อมเพื่อแก้ไขภาวะฉุกเฉิน
1) การใช้ข้อมูลในเวชระเบียนเพื่อวางแผนการดูแลโดยค�ำนึงถึง
ความปลอดภัยและลดความเสี่ยงในกระบวนการดูแลรักษา
2) การใช้ข้อมูลในเวชระเบียนเพื่อประเมินความเสี่ยงของการใช้ยา
และในการเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์เมื่อได้รับยาสมุนไพร
ร่วมด้วย
4
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
27
3) การใช้ข้อมูลในเวชระเบียนเพื่อประเมินความเสี่ยงในการ
ท�ำหัตถการ
4) การใช้ข้อมูลในเวชระเบียนเพื่อวิเคราะห์แนวโน้มของภาวะ
แทรกซ้อนหรือเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ เฝ้าระวังการเปลี่ยน
แปลงของการเจ็บป่วย และปรับเปลี่ยนแผนการรักษา
อย่างเหมาะสม
o การวางแผนการจ�ำหน่ายผู้รับบริการ
1) การประเมินและปรับปรุงการวางแผนจ�ำหน่ายโดยใช้ข้อมูล
จากเวชระเบียน
2) การใช้ข้อมูลในเวชระเบียนเพื่อสื่อสารกับสหวิชาชีพในการ
วางแผนจ�ำหน่ายผู้รับบริการ
องค์กรมีกลไกในการก�ำกับดูแลการท�ำหัตถการ การใช้เครื่องมือ และ
ยาจากสมุนไพรตามศาสตร์การแพทย์แผนไทยให้ถูกต้อง มีความปลอดภัย
เหมาะสมกับผู้ป่วย/ผู้รับผลงานเฉพาะราย
- กลไกการก�ำกับดูแลการท�ำหัตถการ
o การท�ำหัตถการและการใช้เครื่องมือเป็นไปตามแนวทางปฏิบัติ
เวชกรรมไทย บนพื้นฐานวิชาการ องค์ความรู้การแพทย์แผนไทย
เวชศาสตร์เชิงประจักษ์ และองค์ความรู้อื่นที่เกี่ยวข้อง
o การท�ำหัตถการและการใช้เครื่องมือกระท�ำโดยผู้ที่มีทักษะและ
ความช�ำนาญ มีการค�ำนึงถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจาก
		การท�ำหัตถการและการใช้เครื่องมือและได้วางแนวทางในการป้องกัน
และแก้ไข
5
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
28
o การท�ำหัตถการและการใช้เครื่องมือที่มีความเสี่ยง จะต้องท�ำใน
สถานที่ที่เหมาะสม มีความพร้อมทั้งด้านเครื่องมือและผู้ช่วย
ที่จ�ำเป็น และมีการติดตามผลหลังจากการท�ำหัตถการและการใช้
เครื่องมือ
o มีการก�ำหนดหัตถการที่มีความเสี่ยงสูงเป็นหัตถการส�ำคัญ8
- กลไกการก�ำกับดูแลการใช้เครื่องมือ
o เครื่องมือที่ใช้มีการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐาน บ�ำรุงรักษา
และสอบเทียบเครื่องมือวัด (Calibration) อย่างสม�่ำเสมอ
- กลไกการก�ำกับดูแลการใช้ยาจากสมุนไพร
o ยาส�ำเร็จรูป
8 หัตถการหรือบริการที่มีความเสี่ยงสูงที่อาจเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ เช่น การได้รับบาดเจ็บ
จากความร้อน การแพ้สมุนไพร ฯลฯ รวมไปถึงหัตถการทั่วไปแต่มีข้อควรระวังในผู้ป่วยเฉพาะราย
เช่น การเปิดประตูลมในผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูง หรือมีความเสี่ยง ลิ่มเลือด หรือรับยา Warfarin,
การดัดข้อต่อต่างๆ ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีโรคทางกระดูก เป็นต้น ตามคู่มือแนวทางเวชปฏิบัติ (กรมพัฒนา
การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก, 2559) หรือตามแนวทางเวชปฏิบัติที่โรงพยาบาลอ้างอิง
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
29
1) มีการจัดท�ำบัญชียาแผนไทยโรงพยาบาลและมีแนวทางปฏิบัติ
ที่เหมาะสมในการใช้ยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ
2) มีระบบการจัดการยาที่เหมาะสม เช่น กระบวนการจัดหา
ยาที่จ�ำเป็นจัดเก็บรักษาการจ่ายยาฉลากที่ชัดเจนการทบทวน
ความถูกต้อง เป็นต้น
o ยาเฉพาะราย
1) การใช้ตัวยาและเครื่องยาสมุนไพรที่ได้มาตรฐาน มีคุณภาพ
			 และปลอดภัย(วัตถุดิบ/ตัวยาการแปรรูปการเก็บรักษาต�ำรับยา
				กระบวนการผลิต การจัดจ่ายยา การทวนสอบความถูกต้อง)
			 โดยมีกระบวนการคัดเลือกตรวจสอบควบคุมคุณภาพที่เหมาะสม
2) มีระบบการจัดการยาสมุนไพรที่เหมาะสม เช่น กระบวนการ
				ในการคัดเลือกวัตถุดิบ การคัดเลือกตัวยา การแปรรูป การเตรียม
				ยาให้พร้อมใช้9 การจัดเก็บรักษา ชั่งตวงยา การปรุงยาที่ถูกต้อง
ตามวิธีการอย่างเหมาะสมและปลอดภัย การทบทวน
ความถูกต้อง เป็นต้น
o การใช้ยาสมุนไพรเป็นไปตามแนวทางปฏิบัติเวชกรรมไทย บนพื้นฐาน
			วิชาการ องค์ความรู้การแพทย์แผนไทย เวชศาสตร์เชิงประจักษ์
และองค์ความรู้อื่นที่เกี่ยวข้อง
9 การเตรียมยาให้พร้อมใช้ คือ การแปรรูปตัวยาเพื่อให้ได้เครื่องยาที่มีคุณภาพ มีความพร้อมใช้
มีความปลอดภัย และเครื่องยาออกฤทธิ์ในทิศทางที่ต้องการ เครื่องยาบางอย่างอาจมีวิธีการเตรียม
ที่นอกเหนือจากการอบแห้ง ฝานเป็นชื้น หรือบด เช่น การสตุ การประสะ การฆ่าฤทธิ์ เป็นต้น
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
30
o การใช้ยาสมุนไพรมีความเหมาะสมและค�ำนึงถึงความปลอดภัย
จากการใช้ยาเป็นส�ำคัญโดยค�ำนึงถึงอันตรกริยาระหว่างยาสมุนไพร
กับยาแผนปัจจุบันที่ผู้ป่วยได้รับ และโรคประจ�ำตัวหรือภาวะ
ความเสี่ยงผู้ป่วย
องค์กรสื่อสารและสร้างสัมพันธภาพที่ดีต่อผู้ป่วย/ผู้รับผลงาน และ
สหสาขาวิชาชีพ เพื่อการดูแลผู้ป่วยต่อเนื่อง และเป็นองค์รวม
- การสื่อสาร Inform Consent และการสร้างสัมพันธภาพกับผู้ป่วย
และญาติผู้ป่วย
o การให้ข้อมูลและ Informed consent: การให้ข้อมูลที่จ�ำเป็น
กับผู้รับบริการและครอบครัวถึงกระบวนการรักษาแผนการรักษา
และความเสี่ยง
1) การขอความยินยอมจากผู้ป่วยหรือครอบครัว ก่อนที่จะให้
บริการหรือกระท�ำหัตถการส�ำคัญ เช่น ความยินยอมให้
ท�ำหัตถการทับหม้อเกลือและอยู่ไฟแก่หญิงหลังคลอดเป็นต้น
2) ถ้าไม่สามารถให้บริการแก่ผู้ป่วยได้อธิบายเหตุผลที่ไม่สามารถ
รับผู้ป่วยไว้ และช่วยเหลือผู้ป่วยในการหาหน่วยงานอื่น หรือ
หน่วยงานภายนอกที่เหมาะสมกว่า
o การให้ผู้รับบริการและครอบครัวมีโอกาสตัดสินใจเลือกวิธี
การรักษาและมีส่วนร่วมในการวางแผนการดูแลรักษา
1) การให้ข้อมูลที่เหมาะสมเกี่ยวกับสภาพการเจ็บป่วย การดูแล
ที่จะได้รับผลลัพธ์และค่าใช้จ่ายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นแก่ผู้ป่วย
และครอบครัวอย่างชัดเจนและเข้าใจง่าย และสร้างความมั่นใจ
ว่าผู้ป่วยและครอบครัวจะได้รับข้อมูลที่จ�ำเป็นอย่างเพียงพอ
ด้วยความเข้าใจและมีเวลาที่จะพิจารณาก่อนตัดสินใจใน
การรับบริการ
6
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
31
o การสื่อสารที่เข้าใจง่าย ตรงประเด็น ด้วยท่าทีที่สุภาพ
1) จัดให้มีแผนผังแสดงขั้นตอนกระบวนการรับบริการการแพทย์
แผนไทย ที่ชัดเจนเข้าใจง่าย และมีการสื่อสารให้ผู้รับบริการ
ได้รับรู้
o การจัดให้มีระบบการสื่อสารส�ำหรับผู้รับบริการที่มีความเฉพาะ
ด้านภาษา เพื่อลดอุปสรรคต่อการเข้าถึงบริการในด้านภาษา เช่น
ผู้ใช้ภาษาท้องถิ่น ชาวต่างชาติ ฯลฯ
- การสื่อสารและสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง และสหสาขา
วิชาชีพ
o การสื่อสารเพื่อวางแผนกระบวนการดูแลรักษา การส่งต่อ และ
การจ�ำหน่าย กับสหวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง
o การประเมินค้นหาเฝ้าระวังความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นระหว่าง
การรักษาร่วมกันกับสหวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง
o การสื่อสารเพื่อวางแผนในการติดตามผลการรักษาและการติดตาม
ผู้รับบริการหลังการจ�ำหน่ายกับสหวิชาชีพ เพื่อการดูแลต่อเนื่อง
ทั้งในองค์กรและในชุมชน
o การประสานงานความร่วมมือและขอค�ำปรึกษาระหว่างหน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาทั้งภายในและภายนอกองค์กร
o การสื่อสารองค์ความรู้การแพทย์แผนไทยที่ถูกต้องทางด้านวิชาการ
การดูแลผู้ป่วยด้วยทฤษฎีการแพทย์แผนไทย แก่บุคลากร
ทางการแพทย์อื่นเพื่อให้เกิดความเข้าใจในกระบวนการรักษาด้วย
ศาสตร์การแพทย์แผนไทย และเพื่อการประชาสัมพันธ์ความรู้
แก่ประชาชน
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
32
0.5
1.0
1.5
2.0
2.5
3.0
3.5
4.0
4.5
5.0
0.5
1.0
1.5
2.0
2.5
3.0
3.5
4.0
4.5
5.0
1.
ที
ม
ผู
้
ใ
ห้
บ
ริ
ก
ารประเมิ
น
ผู
้
ป
่
ว
ย/ผู
้
ร
ั
บ
ผลงานเพื
่
อ
ค้
น
หาและเฝ้
า
ระวั
ง
ความเสี
่
ย
งที
่
อ
าจจะเกิ
ด
ขึ
้
น
ระหว่
า
งการดู
แ
ล
และน�
า
ข้
อ
มู
ล
จากการประเมิ
น
มาวางแผนการดู
แ
ลรั
ก
ษารวมทั
้
ง
การส่
ง
ต่
อ
ผู
้
ป
่
ว
ย/ผู
้
ร
ั
บ
ผลงานได้
อ
ย่
า
งถู
ก
ต้
อ
งเหมาะสม
10
แนวทางเวชปฏิ
บ
ั
ต
ิ
ก
ารแพทย์
แ
ผนไทยในสถานบริ
ก
ารสาธารณสุ
ข
ของรั
ฐ
เช่
น
แนวทางเวชปฏิ
บ
ั
ต
ิ
ก
ารแพทย์
แ
ผนไทยของระบบกล้
า
มเนื
้
อ
และโครงสร้
า
ง,
แนวทางเวชปฏิ
บ
ั
ต
ิ
ก
ารแพทย์
แผนไทยระบบผิ
ว
หนั
ง
,
แนวทางเวชปฏิ
บ
ั
ต
ิ
ก
ารแพทย์
แ
ผนไทยระบบทางเดิ
น
หายใจ
และแนวทางเวชปฏิ
บ
ั
ต
ิ
ก
ารแพทย์
แ
ผนไทยด้
ว
ยหั
ต
ถเวชกรรมแผนไทย
11
พิ
จ
ารณาจากบริ
บ
ท
และระดั
บ
โรงพยาบาล
ได้
แ
ก่
โรงพยาบาลศู
น
ย์
โรงพยาบาลทั
่
ว
ไป
โรงพยาบาลชุ
ม
ชน
และโรงพยาบาลส่
ง
เสริ
ม
สุ
ข
ภาพต�
า
บล
(กรมการแพทย์
แ
ผนไทยและการแพทย์
ทางเลื
อ
ก,
แนวทางการจั
ด
บริ
ก
ารการแพทย์
แ
ผนไทยและการแพทย์
ท
างเลื
อ
กแบบครบวงจร
ในโรงพยาบาลศู
น
ย์
โรงพยาบาลทั
่
ว
ไป
และโรงพยาบาลชุ
ม
ชน,
2559)
(กรมพั
ฒ
นาการแพทย์
แผนไทยและการแพทย์
ท
างเลื
อ
ก
ส’
,
คู
่
ม
ื
อ
การจั
ด
ระดั
บ
บริ
ก
ารการแพทย์
แ
ผนไทย
ในสถานบริ
ก
ารสาธารณสุ
ข
ของรั
ฐ
,
2557)
(กรมการแพทย์
แ
ผนไทยและการแพทย์
ท
างเลื
อ
ก,
คู
่
ม
ื
อ
แนวทาง
การคั
ด
กรอง
การให้
บ
ริ
ก
ารการแพทย์
แ
ผนไทยคู
่
ข
นาน
แผนกผู
้
ป
่
ว
ยนอกในโรงพยาบาลรั
ฐ
,
2562)
ข้
อ
ที
่
1
1.1
การประเมิ
น
ผู
้
ป
่
ว
ย
/ผู
้
ร
ั
บ
บริ
ก
าร
10
,
การคั
ด
กรองผู
้
บ
ริ
ก
าร
แรกรั
บ
11
มี
แ
นวทางการประเมิ
น
เพื
่
อ
คั
ด
กรองผู
้
ป
่
ว
ยตาม
ความรุ
น
แรงเพื
่
อ
วางแผนและ
ส่
ง
ต่
อ
การรั
ก
ษาตามเกณฑ์
การรั
บ
รั
ก
ษาและไม่
ร
ั
บ
รั
ก
ษา
ผู
้
ป
่
ว
ย
ผู
้
ป
่
ว
ยได้
ร
ั
บ
การประเมิ
น
ตามแนวทาง,
มี
ก
ารคั
ด
แยก
ผู
้
ป
่
ว
ย
(Triage),
การประเมิ
น
วิ
ก
ฤตฉุ
ก
เฉิ
น
เร่
ง
ด่
ว
น
(Emergency
Criteria)
ผู
้
ป
่
ว
ยได้
ร
ั
บ
การคั
ด
แยก
ประเมิ
น
วิ
ก
ฤติ
ฉ
ุ
ก
เฉิ
น
เร่
ง
ด่
ว
น
และประสานงานส่
ง
ต่
อ
อย่
า
งเหมาะสม
ทั
น
เวลา
ตามเกณฑ์
ท
ี
่
ก
�
า
หนด
มี
ก
ารวิ
เ
คราะห์
ท
บทวน
กระบวนการคั
ด
แยกผู
้
ป
่
ว
ย
เพื
่
อ
ลดระยะเวลา
ความซ�
้
า
ซ้
อ
น
น�
า
ข้
อ
มู
ล
มาปรั
บ
ปรุ
ง
กระบวนการให้
ม
ี
ป
ระสิ
ท
ธิ
ภ
าพ
ยิ
่
ง
ขึ
้
น
มี
ก
ระบวนการที
่
โ
ดดเด่
น
เป็
น
แบบอย่
า
งที
่
ด
ี
ใ
น
การบ่
ง
ชี
้
ผ
ู
้
ป
่
ว
ย
การคั
ด
แยก
ผู
้
ป
่
ว
ย
การประเมิ
น
วิ
ก
ฤติ
ฉุ
ก
เฉิ
น
เร่
ง
ด่
ว
น
1.2
การน�
า
ข้
อ
มู
ล
จาก
การประเมิ
น
มาวางแผน
การรั
ก
ษาและการส่
ง
ต่
อ
มี
ก
ารก�
า
หนดแนวทาง
การวางแผนการรั
ก
ษา
และ
แนวทางการประสานงาน
ส่
ง
ต่
อ
หน่
ว
ยงานอื
่
น
กรณี
เ
กิ
น
ศั
ก
ยภาพหรื
อ
มี
ค
วามผิ
ด
ปรกติ
ต
ามเกณฑ์
ก
ารคั
ด
แยก
ผู
้
ป
่
ว
ย
มี
ก
ารวางแผนการรั
ก
ษา
และการประสานงานส่
ง
ต่
อ
ผู
้
ป
่
ว
ยหน่
ว
ยงานอื
่
น
ตามเกณฑ์
ท
ี
่
ก
�
า
หนด
การวางแผนการรั
ก
ษา
ตอบสนองปั
ญ
หา
และ
ความต้
อ
งการของผู
้
ป
่
ว
ย
อย่
า
งครบถ้
ว
น
การส่
ง
ต่
อ
ผู
้
ป
่
ว
ย
เหมาะสม
ทั
น
เวลา
มี
ป
ระสิ
ท
ธิ
ภ
าพ
มี
ก
ารทบทวนการวางแผน
การรั
ก
ษา
มี
ก
ารประเมิ
น
ซ�
้
า
และปรั
บ
แผนการรั
ก
ษาตาม
ความเหมาะสม
และน�
า
ข้
อ
มู
ล
จากการทบทวนการประสาน
งานส่
ง
ต่
อ
ผู
้
ป
่
ว
ยมาวิ
เ
คราะห์
เพื
่
อ
เพิ
่
ม
ประสิ
ท
ธิ
ภ
าพยิ
่
ง
ขึ
้
น
มี
ก
ระบวนการที
่
โ
ดดเด่
น
เป็
น
แบบอย่
า
งที
่
ด
ี
ใ
นการ
น�
า
ข้
อ
มู
ล
จากการประเมิ
น
มาวาแผนการรั
ก
ษา
และ
พั
ฒ
นาระบบการส่
ง
ต่
อ
ผู
้
ป
่
ว
ยที
่
ม
ี
ป
ระสิ
ท
ธิ
ภ
าพ
อย่
า
งสม�
่
า
เสมอ
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
33
0.5
1.0
1.5
2.0
2.5
3.0
3.5
4.0
4.5
5.0
2.
องค์
ก
รมี
ก
ลไกก�
า
กั
บ
ดู
แ
ลมาตรฐานและความปลอดภั
ย
ของการดู
แ
ลด้
ว
ยการแพทย์
แ
ผนไทย
โดยบุ
ค
คลที
่
เ
หมาะสม
12
ข้
อ
ที
่
2
2.1
กลไกในการก�
า
กั
บ
ดู
แ
ลมาตรฐานและ
ความปลอดภั
ย
มี
แ
นวทางการก�
า
หนด
ความรั
บ
ผิ
ด
ชอบในการดู
แ
ล
ผู
้
ป
่
ว
ยตามคุ
ณ
สมบั
ต
ิ
,
มี
ก
าร
ก�
า
หนดแนวทางปฏิ
บ
ั
ต
ิ
ท
าง
เวชกรรมไทยในเบื
้
อ
งต้
น
โดย
ใช้
อ
งค์
ค
วามรู
้
ก
ารแพทย์
แ
ผนไทย
เวชศาสตร์
เ
ชิ
ง
ประจั
ก
ษ์
และ
องค์
ค
วามรู
้
อ
ื
่
น
ที
่
เ
กี
่
ย
วข้
อ
ง
ก�
า
หนดความรั
บ
ผิ
ด
ชอบ
ในการดู
แ
ลผู
้
ป
่
ว
ยให้
ผ
ู
้
ม
ี
คุ
ณ
สมบั
ต
ิ
เ
หมาะสม,
มี
ก
ารด�
า
เนิ
น
การและแนวทาง
ปฏิ
บ
ั
ต
ิ
ท
างเวชกรรมไทย
ชั
ด
เจนในบางกลุ
่
ม
ประชากร
ส�
า
คั
ญ
ทางคลิ
น
ิ
ก
ของหน่
ว
ย
บริ
ก
าร
และมี
ก
ารมอบหมาย
บทบาทหน้
า
ที
่
ใ
นการดู
แ
ล
ให้
แ
ก่
บ
ุ
ค
คลหรื
อ
คณะบุ
ค
คล
ที
่
เ
หมาะสมตามบริ
บ
ท
โรงพยาบาล
บุ
ค
ลากรทางการแพทย์
แผนไทยปฏิ
บ
ั
ต
ิ
ง
านตาม
ความรั
บ
ผิ
ด
ชอบตามคุ
ณ
สมบั
ต
ิ
อย่
า
งเหมาะสม,
มี
ก
ารด�
า
เนิ
น
การและแนวทางปฏิ
บ
ั
ต
ิ
ท
าง
เวชกรรมไทยที
่
ช
ั
ด
เจนในการ
ดู
แ
ลทุ
ก
กลุ
่
ม
ประชากรส�
า
คั
ญ
ทางคลิ
น
ิ
ก
ของหน่
ว
ยบริ
ก
าร
และมี
ก
ลไกในการควบคุ
ม
คุ
ณ
ภาพการดู
แ
ลผู
้
ป
่
ว
ย
13
มี
ก
ารทบทวนและปรั
บ
ปรุ
ง
กระบวนการดู
แ
ลผู
้
ป
่
ว
ยตาม
องค์
ค
วามรู
้
แ
พทย์
แ
ผนไทย
อย่
า
งสม�
่
า
เสมอ,
มี
ก
ารประสาน
งานที
่
ด
ี
ใ
นการดู
แ
ลผู
้
ป
่
ว
ยตาม
บทบาทความรั
บ
ผิ
ด
ชอบ,
มี
ก
ารทบทวนการให้
บ
ริ
ก
าร
และการดู
แ
ลผู
้
ป
่
ว
ยและ
ปรั
บ
ปรุ
ง
พั
ฒ
นา,
มี
ก
ารพั
ฒ
นา
ความรู
้
ทั
ก
ษะบุ
ค
ลากรอย่
า
ง
สม�
่
า
เสมอ
มี
ก
ารประเมิ
น
และปรั
บ
ปรุ
ง
กระบวนการดู
แ
ลผู
้
ป
่
ว
ย
อย่
า
งเป็
น
ระบบ
เกิ
ด
การ
เรี
ย
นรู
้
ต
่
อ
เนื
่
อ
ง,
มี
ง
านวิ
จ
ั
ย
เชิ
ง
นวั
ต
กรรม
ส่
ง
ผลให้
หน่
ว
ยงานเป็
น
ผู
้
น
�
า
ด้
า
นนี
้
,
บุ
ค
ลากรมี
ท
ั
ก
ษะ,
ประสบการณ์
,
ความช�
า
นาญเป็
น
ที
่
ประจั
ก
ษ์
12
บุ
ค
ลากร
มาตรฐานโรงพยาบาลส่
ง
เสริ
ม
และสนั
บ
สนุ
น
การแพทย์
แ
ผนไทยและการแพทย์
ผ
สมผสาน
(รพ.สส.พท.)
มาตรฐานด้
า
นบุ
ค
ลากรที
่
ป
ฏิ
บ
ั
ต
ิ
ง
านในหน่
ว
ยบริ
ก
ารการแพทย์
แ
ผนไทย
ประกอบด้
ว
ย
หั
ว
หน้
า
งานการแพทย์
แ
ผนไทย
ผู
้
ท
ี
่
ท
�
า
หน้
า
ที
่
ซ
ั
ก
ประวั
ต
ิ
ตรวจร่
า
งกาย
วิ
น
ิ
จ
ฉั
ย
โรคและสั
่
ง
การรั
ก
ษา
ผู
้
ใ
ห้
บ
ริ
ก
ารการแพทย์
แ
ผนไทย
และผู
้
ไ
ด้
ร
ั
บ
ใบประกอบวิ
ช
าชี
พ
การแพทย์
แผนไทยประเภทเวชกรรมไทย
หรื
อ
ผู
้
ไ
ด้
ร
ั
บ
ใบประกอบวิ
ช
าชี
พ
การแพทย์
แ
ผนไทยประยุ
ก
ต์
13
การดู
แ
ลผู
้
ป
่
ว
ยตามแนวทางเวชปฏิ
บ
ั
ต
ิ
ด
้
า
นการแพทย์
แ
ผนไทยระบบกล้
า
มเนื
้
อ
และโครงสร้
า
ง,
ระบบผิ
ว
หนั
ง
,
ระบบทางเดิ
น
หายใจ,
ระบบทางเดิ
น
อาหาร,
ระบบไหลเวี
ย
นโลหิ
ต
,
ระบบ
ประสาท,
ระบบอวั
ย
วะสื
บ
พั
น
ธ์
,
ระบบทางเดิ
น
ปั
ส
สาวะ
(สถาบั
น
การแพทย์
แ
ผนไทย,
แนวทางเวชปฏิ
บ
ั
ต
ิ
ก
ารแพทย์
แ
ผนไทยในสถานบริ
ก
ารสาธารณสุ
ข
ของรั
ฐ
,
2550),
หรื
อ
โรคอื
่
น
ๆ
เช่
น
ลมอั
ม
พฤกษ์
อั
ม
พาต,
ความดั
น
โลหิ
ต
สู
ง
,
เรื
้
อ
นกวาง
เรื
้
อ
นมู
ล
นก
(สะเก็
ด
เงิ
น
),
ยกนั
ง
พิ
ก
าร
(ตั
บ
แข็
ง
),
กษั
ย
ลิ
้
น
กระบื
อ
(มะเร็
ง
ตั
บ
),
ปั
ป
ผาสั
ง
พิ
ก
าร
(ถุ
ง
ลมโป่
ง
พอง),
ภู
ม
ิ
แ
พ้
ท
างเดิ
น
หายใจ
ส่
ว
นต้
น
,
เบาหวานชนิ
ด
ที
่
2
(กรมพั
ฒ
นาการแพทย์
แ
ผนไทยและการแพทย์
ท
างเลื
อ
ก
ส’,
แนวทางเวชปฏิ
บ
ั
ต
ิ
การดู
แ
ลผู
้
ป
่
ว
ยด้
า
นการแพทย์
แ
ผนไทยส�
า
หรั
บ
โรงพยาบาลน�
า
ร่
อ
ง,
2559)
ข้
อ
เข่
า
เสื
่
อ
ม,
ไมเกรน
(สถาบั
น
การแพทย์
แ
ผนไทย,
คู
่
ม
ื
อ
แนวทางเวชปฏิ
บ
ั
ต
ิ
ก
ารแพทย์
แ
ผนไทยและการแพทย์
ท
างเลื
อ
ก,
2559)
หรื
อ
แนวทางเวชปฏิ
บ
ั
ต
ิ
อ
ื
่
น
ๆ
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
34
3.
ที
ม
ผู
้
ใ
ห้
บ
ริ
ก
าร
ให้
บ
ริ
ก
ารแพทย์
แ
ผนไทยโดยการประเมิ
น
ซั
ก
ประวั
ต
ิ
ตรวจร่
า
งกาย
วิ
น
ิ
จ
ฉั
ย
โรค
วางแผนการส่
ง
เสริ
ม
การป้
อ
งกั
น
การรั
ก
ษา
การฟื
้
น
ฟู
ส
ภาพและการให้
ค
�
า
แนะน�
า
ผู
้
ป
่
ว
ย/
ผู
้
ร
ั
บ
ผลงานโดยหลั
ก
ธรรมานามั
ย
14
เวชศาสตร์
เ
ชิ
ง
ประจั
ก
ษ์
และองค์
ค
วามรู
้
อ
ื
่
น
ที
่
เ
กี
่
ย
วข้
อ
งมาประยุ
ก
ต์
ใ
ช้
0.5
1.0
1.5
2.0
2.5
3.0
3.5
4.0
4.5
5.0
ข้
อ
ที
่
3
3.1
การน�
า
กระบวนการ
ไปสู
่
ก
ารปฏิ
บ
ั
ต
ิ
มี
ก
ารรวบรวมองค์
ค
วามรู
้
หรื
อ
เอกสารวิ
ช
าการ
ที
่
ส
อดคล้
อ
งกั
บ
ความต้
อ
งการ
ของหน่
ว
ยงาน,
ก�
า
หนด
แนวทางและเกณฑ์
ก
าร
ปฏิ
บ
ั
ต
ิ
ใ
นแต่
ล
ะกระบวนการ
มี
ก
ารปฏิ
บ
ั
ต
ิ
ต
ามแนวทาง
และเกณฑ์
ก
�
า
หนดโดย
เฉพาะประเด็
น
ส�
า
คั
ญ
หรื
อ
มี
ค
วามเสี
่
ย
ง,
ค้
น
หาความ
เสี
่
ย
งที
่
เ
กิ
ด
ขึ
้
น
ในแต่
ล
ะ
กระบวนการ,
เริ
่
ม
มี
ก
ารน�
า
หลั
ก
ธรรมานามั
ย
เวชศาสตร์
เชิ
ง
ประจั
ก
ษ์
และองค์
ค
วามรู
้
อื
่
น
ที
่
เ
กี
่
ย
วข้
อ
งมาประยุ
ก
ต์
ใ
ช้
มี
ก
ารทบทวนองค์
ค
วามรู
้
อ
ย่
า
ง
สม�
่
า
เสมอ,
ปฏิ
บ
ั
ต
ิ
ต
ามแนวทาง
และเกณฑ์
ก
�
า
หนดครอบคลุ
ม
ทุ
ก
กระบวนการ,
ค้
น
หาความเสี
่
ย
ง
ที
่
เ
กิ
ด
ขึ
้
น
และมี
ก
ารด�
า
เนิ
น
การ
ควบคุ
ม
ป้
อ
งกั
น
,
มี
ก
ารน�
า
หลั
ก
ธรรมานามั
ย
เวชศาสตร์
เ
ชิ
ง
ประจั
ก
ษ์
และองค์
ค
วามรู
้
อ
ื
่
น
ที
่
เ
กี
่
ย
วข้
อ
งมาปฏิ
บ
ั
ต
ิ
อ
ย่
า
ง
ชั
ด
เจน,
มี
ก
ารทบทวนการน�
า
หลั
ก
ธรรมานามั
ย
เวชศาสตร์
เ
ชิ
ง
ประจั
ก
ษ์
และองค์
ค
วามรู
้
อ
ื
่
น
ที
่
เ
กี
่
ย
วข้
อ
งมาปฏิ
บ
ั
ต
ิ
อ
ย่
า
ง
สม�
่
า
เสมอ
และพั
ฒ
นาต่
อ
ยอด
โดยสร้
า
งงานวิ
จ
ั
ย
จากงาน
ประจ�
า
,
ทบทวนแนวทางปฏิ
บ
ั
ต
ิ
และเกณฑ์
ก
ารปฏิ
บ
ั
ต
ิ
อ
ย่
า
ง
สม�
่
า
เสมอ
มี
ก
ระบวนการปฏิ
บ
ั
ต
ิ
ท
ี
่
ด
ี
เป็
น
แบบอย่
า
งการให้
บริ
ก
ารการแพทย์
แผนไทย
14
ประกอบด้
ว
ยค�
า
ว่
า
“ธรรมะ”
หมายถึ
ง
ธรรมชาติ
และ
“อนามั
ย
”
หมายถึ
ง
การมี
ส
ุ
ข
ภาพที
่
ด
ี
จึ
ง
มี
ค
วามหมายว่
า
การสร้
า
งเสริ
ม
สุ
ข
ภาพที
่
ด
ี
ด
้
ว
ยวิ
ถ
ี
ท
างธรรมชาติ
โดยประกอบด้
ว
ย
3
ส่
ว
น
คื
อ
กายานามั
ย
(ส่
ง
เสริ
ม
สุ
ข
ภาพทางกายด้
ว
ยการออกก�
า
ลั
ง
กายด้
ว
ยวิ
ธ
ี
ต
่
า
งๆ
โดยเหมาะแก่
ว
ั
ย
และสภาพร่
า
งกายของบุ
ค
คล)
จิ
ต
ตานามั
ย
(ส่
ง
เสริ
ม
สุ
ข
ภาพทางใจด้
ว
ยการปฏิ
บ
ั
ต
ิ
ส
มาธิ
และวิ
ป
ั
ส
สนาตามหลั
ก
พุ
ท
ธธรรม
หรื
อ
ตามหลั
ก
ศาสนาที
่
น
ั
บ
ถื
อ
อยู
่
)
และชี
ว
ิ
ต
านามั
ย
(ด�
า
เนิ
น
ชี
ว
ิ
ต
โดยยึ
ด
หลั
ก
อนามั
ย
มี
พ
ฤติ
ก
รรมในการด�
า
รงชี
ว
ิ
ต
ประจ�
า
วั
น
ที
่
ด
ี
เพื
่
อ
ส่
ง
เสริ
ม
คุ
ณ
ภาพชี
ว
ิ
ต
และครอบครั
ว
ควบคุ
ม
พฤติ
ก
รรมที
่
เ
สี
่
ย
งต่
อ
การเสี
ย
ดุ
ล
ยภาพของชี
ว
ิ
ต
)
(มหาวิ
ท
ยาลั
ย
มหิ
ด
ล,
2563)
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
35
0.5
1.0
1.5
2.0
2.5
3.0
3.5
4.0
4.5
5.0
15
มาตรฐานของการบั
น
ทึ
ก
ในเวชระเบี
ย
นของการแพทย์
แ
ผนไทยยึ
ด
ตามการตรวจประเมิ
น
คุ
ณ
ภาพการบั
น
ทึ
ก
เวชระเบี
ย
น
และมี
อ
งค์
ป
ระกอบดั
ง
นี
้
เช่
น
ประวั
ต
ิ
ก
ารเจ็
บ
ป่
ว
ย,
การวิ
น
ิ
จ
ฉั
ย
ทางการแพทย์
แ
ผนปั
จ
จุ
บ
ั
น
(ถ้
า
มี
)
,
การวิ
น
ิ
จ
ฉั
ย
ทางการแพทย์
แ
ผนไทย,
การรั
ก
ษา,
การติ
ด
ตามผลการรั
ก
ษา
เป็
น
ต้
น
(ขอนแก่
น
,
2567)
โดยแพทย์
แ
ผนไทยเป็
น
ผู
้
ต
รวจสอบ
และใช้
ร
ู
ป
แบบ
การประเมิ
น
ความสมบู
ร
ณ์
เ
วชระเบี
ย
นตามที
่
ห
น่
ว
ยงานก�
า
กั
บ
หรื
อ
สภาวิ
ช
าชี
พ
ก�
า
หนด
หรื
อ
อื
่
น
ๆ
ตามที
่
โ
รงพยาบาลอ้
า
งอิ
ง
ข้
อ
ที
่
4
4.1
การติ
ด
ตามและบั
น
ทึ
ก
ข้
อ
มู
ล
ผู
้
ป
่
ว
ย/ผู
้
ร
ั
บ
ผลงาน
4.1.1
ออกแบบ
การบั
น
ทึ
ก
ข้
อ
มู
ล
ทาง
การแพทย์
แ
ผนไทย
4.1.2
ความสมบู
ร
ณ์
ของการบั
น
ทึ
ก
เวชระเบี
ย
น
ของการบริ
ก
ารแพทย์
แผนไทย
-
การออกแบบเวชระเบี
ย
น
มี
ก
ารบั
น
ทึ
ก
ข้
อ
มู
ล
ที
่
ส
�
า
คั
ญ
ทางการแพทย์
แ
ผนไทย
-
เวชระเบี
ย
นมี
ค
วามสมบู
ร
ณ์
น้
อ
ยกว่
า
40%
และมี
ก
ารทบทวน
เวชระเบี
ย
นอย่
า
งน้
อ
ย
ปี
ล
ะครั
้
ง
-
การออกแบบเวชระเบี
ย
น
มี
ก
ารบั
น
ทึ
ก
ข้
อ
มู
ล
ที
่
ส
�
า
คั
ญ
ทางการแพทย์
แ
ผนไทย
สื
บ
ค้
น
ได้
ง
่
า
ย
สามารถตรวจ
สอบความถู
ก
ต้
อ
ง
และ
มี
ก
ารรั
ก
ษาความลั
บ
อย่
า
ง
เหมาะสม
-
เวชระเบี
ย
นมี
ค
วาม
สมบู
ร
ณ์
40-49%
และ
มี
ก
ารทบทวนความสมบู
ร
ณ์
ของการบั
น
ทึ
ก
เวชระเบี
ย
น
อย่
า
งน้
อ
ย
3
ฉบั
บ
ต่
อ
เดื
อ
น
ส�
า
หรั
บ
แพทย์
แ
ผนไทย
แต่
ล
ะคน
-
การออกแบบเวชระเบี
ย
น
มี
ค
วามครบถ้
ว
นสมบู
ร
ณ์
เอื
้
อ
ต่
อ
การบั
น
ทึ
ก
ร่
ว
มกั
น
แยกพื
้
น
ที
่
เ
ป็
น
สั
ด
ส่
ว
น,
มี
ก
ารบั
น
ทึ
ก
การวิ
น
ิ
จ
ฉั
ย
โรค
และการเปลี
่
ย
นแปลง
การวิ
น
ิ
จ
ฉั
ย
โรคตามเกณฑ์
ที
่
ก
�
า
หนด
-
เวชระเบี
ย
นมี
ค
วามสมบู
ร
ณ์
50-79%
-
มี
ก
ารทบทวน
ความสมบู
ร
ณ์
ถู
ก
ต้
อ
ง
ความเหมาะสมของ
ข้
อ
มู
ล
และการน�
า
มาใช้
ใ
น
การบั
น
ทึ
ก
เวชระเบี
ย
นมี
ข
้
อ
มู
ล
เพี
ย
งพอส�
า
หรั
บ
การสื
่
อ
สาร
และการดู
แ
ลต่
อ
เนื
่
อ
ง
-
เวชระเบี
ย
นเวชระเบี
ย
น
มี
ค
วามสมบู
ร
ณ์
ไ
ม่
น
้
อ
ยกว่
า
80%
-
มี
ก
ระบวนการที
่
โ
ดดเด่
น
เช่
น
การปรั
บ
ปรุ
ง
คุ
ณ
ภาพ
ของการบั
น
ทึ
ก
จากการ
รั
บ
ฟั
ง
เสี
ย
งสะท้
อ
นของ
ที
ม
ต่
า
งวิ
ช
าชี
พ
-
มี
ก
ารบั
น
ทึ
ก
เหตุ
ผ
ลของ
การตั
ด
สิ
น
ใจ,
เวชระเบี
ย
นมี
ข
้
อ
มู
ล
เพี
ย
ง
พอส�
า
หรั
บ
การเรี
ย
นรู
้
การวิ
จ
ั
ย
การประเมิ
น
คุ
ณ
ภาพและการใช้
เ
ป็
น
4.
ที
ม
ผู
้
ใ
ห้
บ
ริ
ก
ารติ
ด
ตามและบั
น
ทึ
ก
ข้
อ
มู
ล
ผู
้
ป
่
ว
ย/ผู
้
ร
ั
บ
ผลงานให้
ม
ี
ค
วามครบถ้
ว
น
และเฝ้
า
ระวั
ง
การเตรี
ย
มความพร้
อ
มเพื
่
อ
แก้
ไ
ขภาวะฉุ
ก
เฉิ
น
และมี
ก
ารจ�
า
หน่
า
ยผู
้
ป
่
ว
ย/ผู
้
ร
ั
บ
ผลงาน
ตามเกณฑ์
ท
ี
่
เ
หมาะสม
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
36
0.5
1.0
1.5
2.0
2.5
3.0
3.5
4.0
4.5
5.0
ข้
อ
ที
่
4
4.2
การเฝ้
า
ระวั
ง
และ
เตรี
ย
มความพร้
อ
มเพื
่
อ
แก้
ไ
ขภาวะฉุ
ก
เฉิ
น
การใช้
ป
ระโยชน์
จ
ากข้
อ
มู
ล
ในเวชระเบี
ย
น
4.2.1
การเตรี
ย
ม
ความพร้
อ
มเพื
่
อ
แก้
ไ
ข
ภาวะฉุ
ก
เฉิ
น
4.2.2
วางแผนการ
จ�
า
หน่
า
ยผู
้
ร
ั
บ
บริ
ก
าร
-
มี
แ
ผนในการจั
ด
การ
ภาวะฉุ
ก
เฉิ
น
-
การวางแผนจ�
า
หน่
า
ยเน้
น
การให้
ส
ุ
ข
ศึ
ก
ษาทั
่
ว
ๆ
ไปตาม
แบบแผนที
่
ก
�
า
หนดไว้
-
มี
ก
ารจั
ด
การและด�
า
เนิ
น
การแก้
ไ
ขภาวะฉุ
ก
เฉิ
น
ที
่
อ
าจ
เกิ
ด
ขึ
้
น
ในระหว่
า
งการดู
แ
ล
รั
ก
ษาด้
ว
ยการแพทย์
แผนไทยได้
-
การจ�
า
หน่
า
ยท�
า
ได้
ด
ี
ใ
น
กลุ
่
ม
ที
่
ม
ี
ก
ารจั
ด
ท�
า
แนวทาง
ไว้
แ
ล้
ว
,
มี
ก
ารให้
ค
�
า
แนะน�
า
ทางการแพทย์
แ
ผนไทย
ที
่
ส
อดคล้
อ
งปั
ญ
หา
และ
ความต้
อ
งการผู
้
ป
่
ว
ย
-
มี
ก
ารใช้
ข
้
อ
มู
ล
ในเวชระเบี
ย
น
เพื
่
อ
การวางแผนการดู
แ
ลโดย
ค�
า
นึ
ง
ถึ
ง
ความเสี
่
ย
งที
่
อ
าจเกิ
ด
,
มี
ก
ารฝึ
ก
ซ้
อ
มและจั
ด
การแก้
ไ
ข
ภาวะฉุ
ก
เฉิ
น
อย่
า
งเหมาะสม,
มี
ร
ะบบการประสานงาน
ส่
ง
ต่
อ
ผู
้
ป
่
ว
ยได้
อ
ย่
า
งถู
ก
ต้
อ
ง
เหมาะสม
ทั
น
เวลา
-
มี
ก
ารระบุ
ป
ั
ญ
หา/ความ
ต้
อ
งการที
่
จ
ะเกิ
ด
ขึ
้
น
หลั
ง
จ�
า
หน่
า
ยอย่
า
งชั
ด
เจน
มี
ก
ารเตรี
ย
มความพร้
อ
ม
เพื
่
อ
ให้
ผ
ู
้
ป
่
ว
ยและครอบครั
ว
สามารถจั
ด
การกั
บ
ปั
ญ
หา/
ความต้
อ
งการดั
ง
กล่
า
ว
มี
ก
ารฝึ
ก
ซ้
อ
มและปรั
บ
ปรุ
ง
แผนการแก้
ไ
ขภาวะฉุ
ก
เฉิ
น
-
มี
ก
ารทบทวนและพั
ฒ
นา
แนวทางในการจั
ด
การแก้
ไ
ข
ภาวะฉุ
ก
เฉิ
น
ที
่
เ
หมาะสม
เป็
น
ระบบ
และมี
ก
ารปรั
บ
ปรุ
ง
สม�
่
า
เสมอ
มี
ก
ารสื
่
อ
สาร
ประสานงานระหว่
า
งหน่
ว
ยงาน
ที
่
ร
ั
บ
ผิ
ด
ชอบอย่
า
งชั
ด
เจน
-
การวางแผนจ�
า
หน่
า
ย
ครอบคลุ
ม
ผู
้
ป
่
ว
ยทุ
ก
รายที
่
ม
ี
ข้
อ
บ่
ง
ชี
้
และสอดคล้
อ
งกั
บ
ปั
ญ
หาของผู
้
ป
่
ว
ย,
สหวิ
ช
าชี
พ
ที
่
เ
กี
่
ย
วข้
อ
ง
ผู
้
ป
่
ว
ย/ครอบครั
ว
มี
ส
่
ว
นร่
ว
มในการวางแผน
จ�
า
หน่
า
ย,
มี
ก
ารประเมิ
น
และ
ปรั
บ
ปรุ
ง
การวางแผนจ�
า
หน่
า
ย
-
มี
ก
ระบวนการที
่
เ
ป็
น
แบบ
อย่
า
งที
่
ด
ี
ใ
นการจั
ด
การ
แก้
ไ
ขภาวะฉุ
ก
เฉิ
น
อย่
า
ง
เหมาะสม
ชั
ด
เจน
-
มี
ก
ารประเมิ
น
และ
ปรั
บ
ปรุ
ง
กระบวนการ
วางแผนจ�
า
หน่
า
ยอย่
า
งเป็
น
ระบบ
ส่
ง
ผลให้
ผ
ู
้
ป
่
ว
ยได้
ร
ั
บ
การดู
แ
ลและช่
ว
ยตนเองได้
รวมถึ
ง
การประสานให้
ชุ
ม
ชนมี
ส
่
ว
นร่
ว
มดู
แ
ลผู
้
ป
่
ว
ย
ที
่
ด
้
อ
ยโอกาสหรื
อ
ขาด
ผู
้
ด
ู
แ
ล
4.
ที
ม
ผู
้
ใ
ห้
บ
ริ
ก
ารติ
ด
ตามและบั
น
ทึ
ก
ข้
อ
มู
ล
ผู
้
ป
่
ว
ย/ผู
้
ร
ั
บ
ผลงานให้
ม
ี
ค
วามครบถ้
ว
น
และเฝ้
า
ระวั
ง
การเตรี
ย
มความพร้
อ
มเพื
่
อ
แก้
ไ
ขภาวะฉุ
ก
เฉิ
น
และมี
ก
ารจ�
า
หน่
า
ยผู
้
ป
่
ว
ย/ผู
้
ร
ั
บ
ผลงาน
ตามเกณฑ์
ท
ี
่
เ
หมาะสม
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
37
0.5
1.0
1.5
2.0
2.5
3.0
3.5
4.0
4.5
5.0
ข้
อ
ที
่
5
5.1
กลไกการก�
า
กั
บ
ดู
แ
ล
การท�
า
หั
ต
ถการ
และ
การใช้
เ
ครื
่
อ
งมื
อ
5.1.1
การก�
า
กั
บ
หั
ต
ถการ
-
มี
ก
ารระบุ
ก
ลุ
่
ม
ผู
้
ป
่
ว
ย/
บริ
ก
ารที
่
ม
ี
ค
วามเสี
่
ย
งสู
ง
และ
จั
ด
ท�
า
แนวทางการดู
แ
ล
-
ผู
้
ร
ั
บ
บริ
ก
ารได้
ร
ั
บ
การ
ประเมิ
น
และวางแผนเพื
่
อ
ให้
บริ
ก
ารหั
ต
ถการโดยเฉพาะ
กลุ
่
ม
ผู
้
ป
่
ว
ย/บริ
ก
ารที
่
ม
ี
ค
วาม
เสี
่
ย
งสู
ง
และได้
ร
ั
บ
ข้
อ
มู
ล
เกี
่
ย
วกั
บ
การท�
า
หั
ต
ถการ
-
หั
ต
ถการที
่
ม
ี
ค
วามเสี
่
ย
งสู
ง
ด�
า
เนิ
น
การตามแนวทางการ
ดู
แ
ล
ในสถานที
่
ท
ี
่
เ
หมาะสม,
ประเมิ
น
ความปลอดภั
ย
ของ
ผู
้
ป
่
ว
ยระหว่
า
งการท�
า
หั
ต
ถการ
-
มี
ก
ารประเมิ
น
และปรั
บ
ปรุ
ง
การท�
า
หั
ต
ถการที
่
ม
ี
ค
วามเสี
่
ย
ง
สู
ง
อย่
า
งเป็
น
ระบบ,
ผู
้
ร
ั
บ
บริ
ก
าร
ได้
ร
ั
บ
ข้
อ
มู
ล
การท�
า
หั
ต
ถการ
และมี
ส
่
ว
นร่
ว
มในการตั
ด
สิ
น
ใจ
เลื
อ
กวิ
ธ
ี
,
มี
น
วั
ต
กรรม
ในการ
พั
ฒ
นาแนวทางการท�
า
หั
ต
ถการ
-
เป็
น
แบบอย่
า
งที
่
ด
ี
ใ
นการ
ก�
า
กั
บ
ดู
แ
ลหั
ต
ถการที
่
ม
ี
ความเสี
่
ย
งสู
ง
,
มี
ก
ารพั
ฒ
นา
ที
่
โ
ดดเด่
น
เช่
น
การบู
ร
ณาการการท�
า
หั
ต
ถการระหว่
า
งแพทย์
แผนไทยและแพทย
แผนปั
จ
จุ
บ
ั
น
โดยมี
ผ
ลลั
พ
ธ์
ที
่
ด
ี
ปลอดภั
ย
,
มี
ท
ี
ม
ผู
้
เ
ชี
่
ย
วชาญมาช่
ว
ยที
ม
ผู
้
ใ
ห้
บ
ริ
ก
ารเมื
่
อ
ผู
้
ป
่
ว
ย
มี
อ
าการทรุ
ด
ลงหรื
อ
เปลี
่
ย
นแปลงเข้
า
สู
่
ภ
าวะ
วิ
ก
ฤติ
5.
องค์
ก
รมี
ก
ลไกในการก�
า
กั
บ
ดู
แ
ลการท�
า
หั
ต
ถการ
การใช้
เ
ครื
่
อ
งมื
อ
และยาจากสมุ
น
ไพรตามศาสตร์
ก
ารแพทย์
แ
ผนไทยให้
ถ
ู
ก
ต้
อ
ง
มี
ค
วามปลอดภั
ย
เหมาะสมกั
บ
ผู
้
ป
่
ว
ย/ผู
้
ร
ั
บ
ผลงาน
เฉพาะราย
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
38
0.5
1.0
1.5
2.0
2.5
3.0
3.5
4.0
4.5
5.0
ข้
อ
ที
่
5
5.1.2
การใช้
เครื
่
อ
งมื
อ
16
-
มี
เ
ครื
่
อ
งมื
อ
พื
้
น
ฐานและ
แนวทางปฏิ
บ
ั
ต
ิ
ส
�
า
หรั
บ
การท�
า
หั
ต
ถการแต่
ล
ะประเภท
-
เครื
่
อ
งมื
อ
ที
่
ใ
ช้
ไ
ด้
ม
าตรฐาน
ได้
ร
ั
บ
การสอบเที
ย
บ
มี
แ
ผนการตรวจสอบ
การบ�
า
รุ
ง
รั
ก
ษา
สอบเที
ย
บ
เครื
่
อ
งมื
อ
รวมถึ
ง
แผน
การบริ
ห
ารจั
ด
การ
เช่
น
การคั
ด
เลื
อ
ดจั
ด
หา
บั
ญ
ชี
รายการ
การทดสอบ
ให้
ค
วามรู
้
ผ
ู
้
ใ
ช้
ง
าน
รวมถึ
ง
แนวปฏิ
บ
ั
ต
ิ
ฉ
ุ
ก
เฉิ
น
เมื
่
อ
เครื
่
อ
งมื
อ
ไม่
ส
ามารถ
ใช้
ง
านได้
-
มี
ค
วามพร้
อ
มด้
า
นเครื
่
อ
งมื
อ
และผู
้
ช
่
ว
ย,
มี
ก
ารฝึ
ก
อบรม
เพื
่
อ
น�
า
แนวทางไปปฏิ
บ
ั
ต
ิ
,
เครื
่
อ
งมื
อ
ที
่
ใ
ช้
ส
ะอาด
ได้
ม
าตรฐาน
เพี
ย
งพอ
พร้
อ
มใช้
ง
าน
-
มี
ก
ารประเมิ
น
และปรั
บ
ปรุ
ง
เครื
่
อ
งมื
อ
ที
่
พ
ร้
อ
มใช้
ง
าน
-
มี
ค
ู
่
ม
ื
อ
การใช้
เ
ครื
่
อ
งมื
อ
ที
่
เ
ป็
น
แบบอย่
า
ง
และ
ได้
ม
าตรฐาน
5.
องค์
ก
รมี
ก
ลไกในการก�
า
กั
บ
ดู
แ
ลการท�
า
หั
ต
ถการ
การใช้
เ
ครื
่
อ
งมื
อ
และยาจากสมุ
น
ไพรตามศาสตร์
ก
ารแพทย์
แ
ผนไทยให้
ถ
ู
ก
ต้
อ
ง
มี
ค
วามปลอดภั
ย
เหมาะสมกั
บ
ผู
้
ป
่
ว
ย/ผู
้
ร
ั
บ
ผลงาน
เฉพาะราย
16
เครื
่
อ
งมื
อ
พื
้
น
ฐานในการให้
บ
ริ
ก
ารการแพทย์
แ
ผนไทย
เช่
น
เครื
่
อ
ง
ชั
่
ง
ตวง
วั
ด
,
เครื
่
อ
งมื
อ
วิ
ท
ยาศาสตร์
ใ
นการตรวจผู
้
ป
่
ว
ย
เช่
น
ปรอทวั
ด
ไข้
เครื
่
อ
งวั
ด
ความดั
น
โลหิ
ต
เป็
น
ต้
น
และเครื
่
อ
งมื
อ
เฉพาะทางกรณี
ม
ี
ก
ารให้
บ
ริ
ก
ารที
่
เ
ฉพาะ
เช่
น
บ่
ง
ต้
อ
ด้
ว
ยหนามหวาย
เผายา
หรื
อ
อื
่
น
ๆ
ตามมาตรฐานวิ
ช
าชี
พ
โดยอ้
า
งอิ
ง
เกณฑ์
ม
าตรฐานและกรรมวิ
ธ
ี
ก
ารแพทย์
แ
ผนไทย
ผู
้
ป
ระกอบวิ
ช
าชี
พ
การแพทย์
แ
ผนไทย
(สภาการแพทย์
แ
ผนไทย,
2563)
หรื
อ
เกณฑ์
อ
ื
่
น
ๆ
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
39
ข้
อ
ที
่
5
5.2
กลไกการก�
า
กั
บ
ดู
แ
ล
การใช้
ย
าสมุ
น
ไพร
5.2.1
ยาส�
า
เร็
จ
รู
ป
18
-
มี
แ
นวทางการควบคุ
ม
คุ
ณ
ภาพวั
ต
ถุ
ด
ิ
บ
และ
ยาแผนไทย,
การจั
ด
ท�
า
บั
ญ
ชี
ยาแผนไทยโรงพยาบาล
-
มี
ก
ารควบคุ
ม
คุ
ณ
ภาพ
วั
ต
ถุ
ด
ิ
บ
และยาแผนไทย
ตามแนวทาง
(08.1)
มี
ก
าร
ระบุ
แ
หล่
ง
ที
่
ม
าวั
ต
ถุ
ด
ิ
บ
,
การจ่
า
ยยาแผนไทยเป็
น
ไป
ตามบั
ญ
ชี
ย
าแผนไทยใน
โรงพยาบาลและองค์
ค
วามรู
้
,
มี
น
โยบายการป้
อ
งกั
น
ความคลาดเคลื
่
อ
น
ในการ
ใช้
ย
าแผนไทยใน
กระบวนการต่
า
งๆ
เช่
น
การจ่
า
ยยา
ทบทวนค�
า
สั
่
ง
ใช้
ย
า
เป็
น
ต้
น
19
-
มี
ก
ารควบคุ
ม
คุ
ณ
ภาพวั
ต
ถุ
ด
ิ
บ
และยาแผนไทยครบถ้
ว
น,
ปฏิ
บ
ั
ต
ิ
ต
ามแนวทางการก�
า
กั
บ
ดู
แ
ลและสิ
่
ง
แวดล้
อ
มสนั
บ
สนุ
น
ครบถ้
ว
น
มี
ก
ารระบุ
ย
า
หรื
อ
วั
ต
ถุ
ด
ิ
บ
ที
่
ม
ี
ค
วามเสี
่
ย
ง
หรื
อ
ต้
อ
งระมั
ด
ระวั
ง
สู
ง
มี
ม
าตรการ
การป้
อ
งกั
น
เหตุ
ก
ารณ์
ไ
ม่
พ
ึ
ง
ประสงค์
อั
น
ตรกริ
ย
าระหว่
า
ง
ยาแผนไทยกั
บ
ยาแผน
ปั
จ
จุ
บ
ั
น
-
มี
ก
ารประเมิ
น
และปรั
บ
ปรุ
ง
กระบวนการ
ควบคุ
ม
คุ
ณ
ภาพ
วั
ต
ถุ
ด
ิ
บ
และยาแผนไทย,
การก�
า
กั
บ
ดู
แ
ลและสิ
่
ง
แวดล้
อ
ม
สนั
บ
สนุ
น
-
มี
น
วั
ต
กรรมที
่
โ
ดดเด่
น
เป็
น
แบบอย่
า
งที
่
ด
ี
ใ
นการ
การก�
า
กั
บ
ดู
แ
ล
กระบวนการควบคุ
ม
คุ
ณ
ภาพวั
ต
ถุ
ด
ิ
บ
และ
ยาแผนไทย
5.
องค์
ก
รมี
ก
ลไกในการก�
า
กั
บ
ดู
แ
ลการท�
า
หั
ต
ถการ
การใช้
เ
ครื
่
อ
งมื
อ
และยาจากสมุ
น
ไพรตามศาสตร์
ก
ารแพทย์
แ
ผนไทยให้
ถ
ู
ก
ต้
อ
ง
มี
ค
วามปลอดภั
ย
เหมาะสมกั
บ
ผู
้
ป
่
ว
ย/ผู
้
ร
ั
บ
ผลงาน
เฉพาะราย
17
ยาสมุ
น
ไพร
ภายใต้
ร
ะบบของเรื
่
อ
งนี
้
ม
ี
ท
ั
้
ง
ยาสมุ
น
ไพรส�
า
เร็
จ
รู
ป
ยาสมุ
น
ไพรปรุ
ง
เฉพาะราย
การผลิ
ต
ยาสมุ
น
ไพร
จะพิ
จ
ารณา
ยาสมุ
น
ไพรปรุ
ง
เฉพาะราย
safety
เป็
น
ส�
า
คั
ญ
ประเด็
น
ที
่
ค
วรดู
เช่
น
เรื
่
อ
งอั
น
ตรกิ
ร
ิ
ย
าระหว่
า
งยาแผนไทยกั
บ
ยาแผนปั
จ
จุ
บ
ั
น
เป็
น
สิ
่
ง
ที
่
ส
�
า
คั
ญ
กั
บ
เรื
่
อ
งของความปลอดภั
ย
ในการใช้
ย
า
18
การพิ
จ
ารณาคั
ด
เลื
อ
กยาแผนไทย
1)
ได้
จ
ากผู
้
ผ
ลิ
ต
ที
่
ผ
่
า
นมาตรฐานการผลิ
ต
ยาแผนไทยที
่
ก
ฎหมายก�
า
หนด
2)
มี
แ
นวทางการตรวจสอบคุ
ณ
ภาพยาแผนไทยและมี
ค
ู
่
ม
ื
อ
การด�
า
เนิ
น
งานก�
า
กั
บ
3)
มี
แ
นวทางการสุ
่
ม
ตรวจคุ
ณ
ภาพยาแผนไทยประจ�
า
ปี
ต
ามความเหมาะสม
19
มี
ก
ารตรวจสอบความถู
ก
ต้
อ
งของยาสมุ
น
ไพรที
่
ม
ี
ก
ารจ่
า
ยให้
ผ
ู
้
ป
่
ว
ยว่
า
ถู
ก
ต้
อ
งตามใบสั
่
ง
ยา
สอดคล้
อ
งกั
บ
ข้
อ
มู
ล
การรั
ก
ษา
และมี
ค
วามเสี
่
ย
งต่
อ
ประวั
ต
ิ
ก
ารแพ้
ย
า
หรื
อ
อั
น
ตรกริ
ย
าระหว่
า
งยา
ที
่
ผ
ู
้
ป
่
ว
ยใช้
ป
ระจ�
า
หรื
อ
ไม่
เป็
น
ต้
น
0.5
1.0
1.5
2.0
2.5
3.0
3.5
4.0
4.5
5.0
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
40
0.5
1.0
1.5
2.0
2.5
3.0
3.5
4.0
4.5
5.0
ข้
อ
ที
่
5
5.2.2
ยาปรุ
ง
เฉพาะราย
20
-
มี
แ
นวทางการทบทวน
การจ่
า
ยยา,
การเก็
บ
รั
ก
ษายา
-
มี
แ
นวทางการปรุ
ง
ยา
สมุ
น
ไพรเฉพาะรายที
่
เ
ป็
น
ไป
ตามองค์
ค
วามรู
้
-
มี
ก
ารก�
า
กั
บ
การใช้
ย
า
แผนไทยในทุ
ก
กระบวนการ,
การปรุ
ง
ยาส�
า
หรั
บ
ผู
้
ป
่
ว
ย
เฉพาะรายมี
ก
ารควบคุ
ม
คุ
ณ
ภาพวั
ต
ถุ
ด
ิ
บ
-
การก�
า
กั
บ
การใช้
ย
าแผนไทย,
การปรุ
ง
ยาส�
า
หรั
บ
ผู
้
ป
่
ว
ย
เฉพาะราย
-
การก�
า
กั
บ
ดู
แ
ล
และ
สิ
่
ง
แวดล้
อ
มสนั
บ
สนุ
น
,
การก�
า
กั
บ
การใช้
ย
า
แผนไทย,
การปรุ
ง
ยา
ส�
า
หรั
บ
ผู
้
ป
่
ว
ยเฉพาะราย
5.
องค์
ก
รมี
ก
ลไกในการก�
า
กั
บ
ดู
แ
ลการท�
า
หั
ต
ถการ
การใช้
เ
ครื
่
อ
งมื
อ
และยาจากสมุ
น
ไพรตามศาสตร์
ก
ารแพทย์
แ
ผนไทยให้
ถ
ู
ก
ต้
อ
ง
มี
ค
วามปลอดภั
ย
เหมาะสมกั
บ
ผู
้
ป
่
ว
ย/ผู
้
ร
ั
บ
ผลงาน
เฉพาะราย
20
ยาปรุ
ง
เฉพาะราย
โดยอ้
า
งอิ
ง
มาตรฐานยาปรุ
ง
เฉพาะราย
21
เช่
น
การให้
ค
วามรู
้
ค�
า
แนะน�
า
และการติ
ด
ตามการปรุ
ง
รั
บ
ประทานยาที
่
ถ
ู
ก
ต้
อ
ง
และมี
แ
นวทางการประเมิ
น
การใช้
ย
า
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
41
0.5
1.0
1.5
2.0
2.5
3.0
3.5
4.0
4.5
5.0
ข้
อ
ที
่
6
6.1
การสื
่
อ
สาร
Inform
Consent
และการสร้
า
ง
สั
ม
พั
น
ธภาพกั
บ
ผู
้
ป
่
ว
ย
และญาติ
ผ
ู
้
ป
่
ว
ย
23
มี
ก
ารสื
่
อ
สารข้
อ
มู
ล
สภาวะสุ
ข
ภาพ
และการรั
ก
ษา
ตามแนวทางการแพทย์
แผนไทย
การสื
่
อ
สารข้
อ
มู
ล
ทาง
การแพทย์
แ
ผนไทย
ท�
า
ได้
ด
ี
ในกลุ
่
ม
ประชากรส�
า
คั
ญ
ทางคลิ
น
ิ
ก
,
ผู
้
ป
่
ว
ยและ
ครอบครั
ว
ได้
ร
ั
บ
ข้
อ
มู
ล
ที
่
ส
�
า
คั
ญ
และจ�
า
เป็
น
ต่
อ
สุ
ข
ภาพผู
้
ป
่
ว
ย
อย่
า
งเพี
ย
งพอ,
ขอความยิ
น
ยอมการรั
ก
ษา
ก่
อ
นให้
บ
ริ
ก
ารหรื
อ
กระท�
า
หั
ต
ถการส�
า
คั
ญ
22
การสื
่
อ
สารข้
อ
มู
ล
ทางการ
แพทย์
แ
ผนไทย
ท�
า
ได้
ด
ี
ครอบคลุ
ม
ทุ
ก
กลุ
่
ม
ประชากร,
ผู
้
ป
่
ว
ยและญาติ
ไ
ด้
ร
ั
บ
ข้
อ
มู
ล
ที
่
ส
�
า
คั
ญ
และจ�
า
เป็
น
ต่
อ
สุ
ข
ภาพ
และการดู
แ
ลตนเองตาม
แนวทางการแพทย์
แ
ผนไทย,
มี
ก
ารประเมิ
น
ปั
ญ
หา/ความ
ต้
อ
งการของผู
้
ป
่
ว
ยเพื
่
อ
วางแผนกิ
จ
กรรมการเรี
ย
นรู
้
,
ขอความยิ
น
ยอมการรั
ก
ษา
ก่
อ
นให้
บ
ริ
ก
าร
หรื
อ
กระท�
า
หั
ต
ถการส�
า
คั
ญ
มี
ก
ารประเมิ
น
ผู
้
ป
่
ว
ยเพื
่
อ
วางแผนและก�
า
หนดกิ
จ
กรรม
การเรี
ย
นรู
้
,
ผู
้
ป
่
ว
ย/ครอบครั
ว
มี
ส
่
ว
นร่
ว
มในการก�
า
หนด
แผนการดู
แ
ลตนเอง,มี
ก
ารใช้
นวั
ต
กรรมในการจั
ด
กิ
จ
กรรม
เสริ
ม
ทั
ก
ษะ,
มี
ก
ารประเมิ
น
และ
ปรั
บ
ปรุ
ง
การให้
ข
้
อ
มู
ล
และ
การเสริ
ม
พลั
ง
อย่
า
งต่
อ
เนื
่
อ
ง
มี
ก
ระบวนการที
่
เ
ป็
น
แบบ
อย่
า
งที
่
ด
ี
ใ
นการให้
ข
้
อ
มู
ล
และเสริ
ม
พลั
ง
,
มี
ก
าร
พั
ฒ
นาการสื
่
อ
สารข้
อ
มู
ล
ให้
เ
ป็
น
ระบบอย่
า
งดี
เ
ยี
่
ย
ม,
ผู
้
ป
่
ว
ยให้
ค
วามยิ
น
ยอมด้
ว
ย
ความเข้
า
ใจ,
มี
ก
ารสร้
า
ง
สั
ม
พั
น
ธภาพอย่
า
งดี
เ
ยี
่
ย
ม
ต่
อ
ผู
้
ป
่
ว
ย
6.
องค์
ก
รสื
่
อ
สารและสร้
า
งสั
ม
พั
น
ธภาพที
่
ด
ี
ต
่
อ
ผู
้
ป
่
ว
ย/ผู
้
ร
ั
บ
ผลงาน
และสหสาขาวิ
ช
าชี
พ
เพื
่
อ
การดู
แ
ลผู
้
ป
่
ว
ยต่
อ
เนื
่
อ
ง
และเป็
น
องค์
ร
วม
22
หั
ต
ถการหรื
อ
บริ
ก
ารที
่
ม
ี
ค
วามเสี
่
ย
งสู
ง
ที
่
อ
าจเกิ
ด
เหตุ
ก
ารณ์
ไ
ม่
พ
ึ
ง
ประสงค์
เช่
น
การได้
ร
ั
บ
บาดเจ็
บ
จากความร้
อ
น
การแพ้
ส
มุ
น
ไพร
ฯลฯ
รวมไปถึ
ง
หั
ต
ถการทั
่
ว
ไปแต่
ม
ี
ข
้
อ
ควรระวั
ง
ในผู
้
ป
่
ว
ย
เฉพาะราย
เช่
น
การเปิ
ด
ประตู
ล
มในผู
้
ป
่
ว
ยที
่
ม
ี
ค
วามดั
น
โลหิ
ต
สู
ง
หรื
อ
มี
ค
วามเสี
่
ย
งลิ
่
ม
เลื
อ
ด
หรื
อ
รั
บ
ยา
Warfarin,
การดั
ด
ข้
อ
ต่
อ
ต่
า
งๆ
ในกลุ
่
ม
ผู
้
ป
่
ว
ยที
่
ม
ี
โ
รคทางกระดู
ก
เป็
น
ต้
น
ตามคู
่
ม
ื
อ
แนวทาง
เวชปฏิ
บ
ั
ต
ิ
(กรมพั
ฒ
นาการแพทย์
แ
ผนไทยและการแพทย์
ท
างเลื
อ
ก,
2559)
หรื
อ
ตามแนวทางเวชปฏิ
บ
ั
ต
ิ
ท
ี
่
โ
รงพยาบาลอ้
า
งอิ
ง
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
42
0.5
1.0
1.5
2.0
2.5
3.0
3.5
4.0
4.5
5.0
ข้
อ
ที
่
6
6.2
การสื
่
อ
สาร
และ
การสร้
า
งสั
ม
พั
น
ธภาพ
ระหว่
า
งสหสาขาวิ
ช
าชี
พ
23
มี
แ
ผนการสื
่
อ
สารองค์
ค
วามรู
้
การแพทย์
แ
ผนไทยที
่
ถ
ู
ก
ต้
อ
ง
ให้
แ
ก่
ส
หวิ
ช
าชี
พ
เพื
่
อ
ให้
เ
กิ
ด
ความเข้
า
ใจในกระบวนการ
รั
ก
ษาด้
ว
ยการแพทย์
แ
ผนไทย
มี
แ
ผนการสื
่
อ
สารและ
การประสานงานความ
ร่
ว
มมื
อ
ในการดู
แ
ลผู
้
ป
่
ว
ย
ระหว่
า
งสหวิ
ช
าชี
พ
มี
ก
ารประเมิ
น
ว่
า
สหวิ
ช
าชี
พ
เข้
า
ใจในแพทย์
แ
ผนไทย
และ
ประสานงานความร่
ว
มมื
อ
ในการดู
แ
ลผู
้
ป
่
ว
ยระหว่
า
ง
สหวิ
ช
าชี
พ
ตามความรั
บ
ผิ
ด
ชอบ
อย่
า
งเหมาะสม,
มี
ก
ารสื
่
อ
สาร
องค์
ค
วามรู
้
ก
ารแพทย์
แ
ผนไทย
ให้
แ
ก่
ส
หวิ
ช
าชี
พ
เพื
่
อ
การดู
แ
ล
ผู
้
ป
่
ว
ย
และประชาสั
ม
พั
น
ธ์
ความรู
้
มี
แ
ผนในการสร้
า
งความร่
ว
มมื
อ
และประสานงานกั
บ
หน่
ว
ยงาน
ต่
า
งๆ
เพื
่
อ
ความต่
อ
เนื
่
อ
ง
ในการติ
ด
ตามดู
แ
ลผู
้
ป
่
ว
ย
และ
บู
ร
ณาการการแพทย์
แ
ผนไทย
เข้
า
ในกระบวนการดู
แ
ลผู
้
ป
่
ว
ย,
มี
ก
ารประเมิ
น
และปรั
บ
ปรุ
ง
กระบวนการดู
แ
ลต่
อ
เนื
่
อ
ง
มี
แ
ผนการประเมิ
น
และ
ปรั
บ
ปรุ
ง
การสื
่
อ
สารอย่
า
ง
เป็
น
ระบบ,
เกิ
ด
การเรี
ย
นรู
้
ต่
อ
เนื
่
อ
ง,
มี
ง
านวิ
จ
ั
ย
เชิ
ง
นวั
ต
กรรม
ด้
า
นการสื
่
อ
สาร
ส่
ง
ผลให้
ห
น่
ว
ยงานเป็
น
ผู
้
น
�
า
ด้
า
นนี
้
6.
องค์
ก
รสื
่
อ
สารและสร้
า
งสั
ม
พั
น
ธภาพที
่
ด
ี
ต
่
อ
ผู
้
ป
่
ว
ย/ผู
้
ร
ั
บ
ผลงาน
และสหสาขาวิ
ช
าชี
พ
เพื
่
อ
การดู
แ
ลผู
้
ป
่
ว
ยต่
อ
เนื
่
อ
ง
และเป็
น
องค์
ร
วม
23
ด้
ว
ยความซั
บ
ซ้
อ
นในปั
จ
จั
ย
ก�
า
หนดสุ
ข
ภาพของผู
้
ป
่
ว
ย
ทั
้
ง
ในระดั
บ
บุ
ค
คล
ครอบครั
ว
ชุ
ม
ชน
และสั
ง
คม
จึ
ง
ต้
อ
งอาศั
ย
การบู
ร
ณาการบทบาทและความเชี
่
ย
วชาญของแต่
ล
ะวิ
ช
าชี
พ
ในการดู
แ
ล
ผู
้
ป
่
ว
ย
เพื
่
อ
เป็
น
การสร้
า
งโอกาสในการดู
แ
ลที
่
ค
รอบคลุ
ม
บริ
บ
ทผู
้
ป
่
ว
ย
(มู
ล
นิ
ธ
ิ
ส
ถาบั
น
วิ
จ
ั
ย
และพั
ฒ
นาระบบสุ
ข
ภาพชุ
ม
ชน,
2564)
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
43
1. การบันทึกเวชระเบียน/OPD card/Family folder
แบบบันทึกข้อมูลผู้รับบริการด้านการแพทย์แผนไทย
ชื่อ-สกุล........................................................ อายุ ........... ปี เพศ     ชาย     หญิง TTM No. ………………
วัน/เดือน/ปี(เกิด)...........................ธาตุเจ้าเรือน.........วันเดือนปีที่มาพบแพทย์....................เวลา..............น.
อาการส�ำคัญ...............................................................................................................................................
อาการเจ็บป่วยปัจจุบัน...............................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
โรค/อาการบ่งชื้ที่ควรระวัง(โรคประจ�ำตัว)………………………………………………………………………………………
ประวัติการผ่าตัด.........................................................ประวัติการแพ้ยา/อาหาร........................................
การตรวจร่างกายอุณหภูมิ......องศาเซลเซียสชีพจร.......ครั้ง/นาทีหายใจ.....ครั้ง/นาทีความดันโลหิต.........
มม.ปรอท  น�้ำหนัก..............กก. ส่วนสูง..............ซม.
1. ................ปัญหาที่พบ.................................................................................
2. ................ปัญหาที่พบ.................................................................................
3. ................ปัญหาที่พบ.................................................................................
การตรวจเฉพาะที่............................................................................................
สมฏฐานธาตุพิการ...........................................................................................
การวินิจฉัยทางการแพทย์แผนไทย..................................................................
แผนปัจจุบัน....................................................................มาตรวัดความเจ็บปวด
    จ่ายยาจากสมุนไพร (ระบุชื่อ ปริมาณ ขนาดที่ใช้) หัตถการ    นวด    ประคบ    อบสมุนไพร    อื่นๆ
.....................................................................สรุปผลการรักษา/แนวทางการรักษาต่อเนื่อง
..................................................................... หายปกติ    อาการดีขึ้นเป็นที่น่าพอใจ    ดีขึ้นเล็กน้อย
..................................................................... หายปกติ     นัดรักษาต่อเนื่อง..............................................
..................................................................... หายปกติ ส่งรักษาต่อแผนปัจจุบัน...............................
ค�ำแนะน�ำ
...................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
ลงนามแพทย์แผนไทยผู้ตรวจรักษา........................................เลขที่ใบประกอบโรคศิลปะ..........................
ตัวอย่างแบบบันทึกเวชระเบียน
ตัวอยางแบบบันทึกเวชระเบียน
1. การบันทึกเวชระเบียน/OPD card/Family folder
แบบบันทึกขอมูลผูรับบริการดานการแพทยแผนไทย
ชื่อ-สกุล........................................................................... อายุ ........................... ป เพศ ชาย  หญิง TTM No. ………….…………
วัน/เดือน/ป (เกิด).......................................ธาตุเจาเรือน................................วันเดือนปที่มาพบแพทย.........................เวลา..........................น.
อาการสำคัญ...................................................................................................................................................................................................................
อาการเจ็บปวยปจจุบัน................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................
โรค/อาการบงชื้ที่ควรระวัง (โรคประจำตัว)…………………………………………………………………………………………………………………………...
ประวัติการผาตัด..............................................................................................ประวัติการแพยา/อาหาร.................................................................
การตรวจรางกาย อุณหภูมิ...................องศาเซลเซียส ชีพจร............ครั้ง/นาที หายใจ...........ครั้ง/นาที ความดันโลหิต…………............
มม.ปรอท น้ำหนัก..............กก. สวนสูง..............ซม.
1. ................ปญหาที่พบ........................................................................................
2. ................ปญหาที่พบ........................................................................................
3. ................ปญหาที่พบ........................................................................................
การตรวจเฉพาะที่...................................................................................................
สมฏฐานธาตุพิการ................................................................................................
การวินิจฉัยทางการแพทยแผนไทย...................................................................
แผนปจจุบัน....................................................................มาตรวัดความเจ็บปวด
 จายยาจากสมุนไพร(ระบุชื่อ ปริมาณ ขนาดที่ใช) หัตถการ  นวด ประคบ  อบสมุนไพร  อื่นๆ
.....................................................................................................สรุปผลการรักษา/แนวทางการรักษาตอเนื่อง
......................................................................................................หายปกติ  อาการดีขึ้นเปนที่นาพอใจ  ดีขึ้นเล็กนอย
......................................................................................................หายปกติ นัดรักษาตอเนื่อง..............................................
...................................................................................................... หายปกติ สงรักษาตอแผนปจจุบัน..........................................
คำแนะนำ
............................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................................
ลงนาม แพทยแผนไทยผูตรวจรักษา..............................................................................เลขที่ใบประกอบโรคศิลปะ.............................................
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
44
กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก.(2559).คู่มือแนวทาง
เวชปฏิบัติการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกในคลินิกบริการการแพทย์
แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกแบบครบวงจร.
กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สถาบันการแพทย์แผนไทย.
(2550).แนวทางเวชปฏิบัติการแพทย์แผนไทยในสถานบริการสาธารณสุขของรัฐ.
กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สถาบันการแพทย์แผนไทย.
(2559).คู่มือแนวทางเวชปฏิบัติการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก.
คณะท�ำงานแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก ระดับเขต 7 ขอนแก่น.(2567).
คู่มือแนวทางการด�ำเนินงานบริการการแพทย์แผนไทยระดับเขต 7 ขอนแก่น.
เข้าถึงได้จาก คู่มือแนวทางการด�ำเนินงานบริการแพทย์แผนไทย ระดับ เขต 7
ขอนแก่น: https://www.uckkpho.com/uc/ttm/3946/
ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัย
มหิดล.(2563).การด�ำรงชีวิตด้วยหลักธรรมานามัย. เข้าถึงได้จาก https://
www.gj.mahidol.ac.th/main/ttm/health-nature/
สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก.(2559).
แนวทางการจัดบริการการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกแบบ
ครบวงจร ในโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลชุมชน.
บริษัทสามเจริญพาณิชย์(กรุงเทพ)จ�ำกัด.
สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก.(2562).
คู่มือแนวทางการคัดกรองการให้บริการการแพทย์แผนไทยคู่ขนานแผนกผู้ป่วย
นอกในโรงพยาบาลรัฐ. โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก.
(2557).คู่มือการจัดระดับบริการการแพทย์แผนไทยในสถานบริการสาธารณสุข
ของรัฐ.
บรรณานุกรม
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
45
สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก.
(2559).แนวทางเวชปฏิบัติ การดูแลผู้ป่วยด้านการแพทย์แผนไทย ส�ำหรับ
โรงพยาบาลน�ำร่อง.
สภาการแพทย์แผนไทย.(2563).เกณฑ์มาตรฐานและกรรมวิธีการแพทย์แผนไทย
ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพการแพทย์
แผนไทย พ.ศ.2556.
ส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพร่วมกับมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนา
ระบบสุขภาพชุมชน.(2564).สถานการณ์บทบาททีมสหวิชาชีพในระบบสุขภาพ
ปฐมภูมิ.
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
46
ภาคผนวก
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
47
ค�ำสั่งกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
ที่ ๒๑๗๗ /๒๕๖๖
เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการและคณะท�ำงานพัฒนาคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย (TTM HA)
โดยเป็นการสมควรแต่งตั้งคณะกรรมการและคณะท�ำงานพัฒนาคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
(TTMHA)เพื่อรองรับการด�ำเนินงานโครงการพัฒนาและรับรองคุณภาพงานบริการการแพทย์แผนไทย
(TTM HA) ของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกให้เป็นปัจจุบัน เพื่อยกระดับพัฒนา
ศักยภาพงานบริการการแพทย์แผนไทยให้มีคุณภาพมาตรฐานที่สูงขึ้นทัดเทียมกับมาตรฐานสากล
และสร้างความเชื่อมั่นต่อสหวิชาชีพ
อาศัยอ�ำนาจตามความในมาตรา ๓๒ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
พ.ศ. ๒๕๓๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก จึงได้ออก
ค�ำสั่ง ดังนี้
ข้อ ๑ แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย (TTM HA) โดยมี
องค์ประกอบ หน้าที่และอ�ำนาจ ดังนี้
๑.๑ องค์ประกอบ
๑) นายสมชัย  นิจพานิช ที่ปรึกษา
ผู้ทรงคุณวุฒิด้านคุณภาพบริการ  
๒) นายอนุวัฒน์  ศุภชุติกุล ที่ปรึกษา
ผู้ทรงคุณวุฒิสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล
๓) รองศาสตราจารย์ยุวเรศมคฐ์ สิทธิชาญบัญชา       ที่ปรึกษา
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล  
๔) อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก       ประธาน
๕) ผู้อ�ำนวยการสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล   รองประธาน
๖) รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก  รองประธานร่วม
ที่ได้รับมอบหมาย
๗) นายกสภาการแพทย์แผนไทย หรือผู้แทน กรรมการ
๘) เลขาธิการส�ำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือผู้แทน      กรรมการ
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
48
๙) หัวหน้าสถานการแพทย์แผนไทยประยุกต์ กรรมการ
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล หรือผู้แทน
๑๐) หัวหน้ากลุ่มภารกิจปฏิบัติการประเมินและรับรอง      กรรมการ
สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล หรือผู้แทน
๑๑) หัวหน้ากลุ่มภารกิจพัฒนาองค์กรและนวัตกรรม      กรรมการ
สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล หรือผู้แทน
๑๒) นายพิเชฐ บัญญัติ กรรมการ
					 เลขาธิการสมาคมเวชกรรมไทย
๑๓) นายจักราวุธ  เผือกคง กรรมการ
นายแพทย์เชี่ยวชาญ
โรงพยาบาลพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
๑๔) นายกิตติ  โล่สุวรรณรักษ์ กรรมการ
นายแพทย์เชี่ยวชาญ
ผู้อ�ำนวยการโรงพยาบาลคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์
๑๕) ผู้อ�ำนวยการโรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ กรรมการ
ผสมผสาน
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก หรือผู้แทน
๑๖) นางวรวรรณ  กอปรกิจงาม กรรมการ
นายแพทย์ช�ำนาญการพิเศษ
โรงพยาบาลโนนนารายณ์ จังหวัดสุรินทร์
๑๗) นายธันวา  บัวมหะกุล กรรมการ
นายแพทย์ช�ำนาญการ
โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน
           กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
๑๘) ผู้อ�ำนวยการสถาบันการแพทย์แผนไทย      กรรมการ
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก      และเลขานุการ
๑๙) นางอัจฉรา  เชียงทอง กรรมการ
นักวิชาการสาธารณสุขช�ำนาญการพิเศษ   และผู้ช่วยเลขานุการ
สถาบันการแพทย์แผนไทย
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
49
๒๐) นางมาลา  สร้อยส�ำโรง กรรมการ
แพทย์แผนไทยช�ำนาญการพิเศษ และผู้ช่วยเลขานุการ
สถาบันการแพทย์แผนไทย
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
๒๑) หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมบริการการแพทย์แผนไทย         ผู้ช่วยเลขานุการ
สถาบันการแพทย์แผนไทย
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
๒๒) หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนามาตรฐานบริการ ผู้ช่วยเลขานุการ
การแพทย์แผนไทย สถาบันการแพทย์แผนไทย
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
๒๓) นางปทุมมาศ  สิริกวิน ผู้ช่วยเลขานุการ
เภสัชกรช�ำนาญการ  
สถาบันการแพทย์แผนไทย
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
๒๔) นายจตุพร  สุกิตติวงศ์ ผู้ช่วยเลขานุการ
แพทย์แผนไทยปฏิบัติการ  
สถาบันการแพทย์แผนไทย
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
๑.๒ หน้าที่และอ�ำนาจ
๑) ก�ำหนดทิศทาง นโยบาย และยุทธศาสตร์การรับรองคุณภาพงานการแพทย์
แผนไทย               
๒) ให้ความเห็นค�ำแนะน�ำแก่คณะท�ำงานพัฒนาคุณภาพมาตรฐานงานการแพทย์
แผนไทย
๓) ประสานความร่วมมือด้านการพัฒนาคุณภาพงานการแพทย์แผนไทยทั้งภายใน
ภายนอกกระทรวง และระหว่างประเทศ
๔) ให้แนวทางการสร้างผู้เยี่ยมส�ำรวจด้านการแพทย์แผนไทย(SurveyorofTTMHA)
๕) ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
มอบหมาย
ข้อ ๒ แต่งตั้งคณะท�ำงานพัฒนาคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย (TTM HA) โดยมี
องค์ประกอบหน้าที่และอ�ำนาจ ดังนี้
๒.๑ องค์ประกอบ
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
50
๑) นางชุติวรรณ  วิวัฒนาสิทธิพงศ์ ที่ปรึกษา
นายแพทย์เชี่ยวชาญ
โรงพยาบาลมะเร็งอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี
๒) รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก       ประธาน
ที่ได้รับมอบหมาย
๓) ผู้อ�ำนวยการสถาบันการแพทย์แผนไทย รองประธาน
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก หรือผู้แทน
๔) ผู้อ�ำนวยการสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล คณะท�ำงาน
         หรือผู้แทน
๕) หัวหน้ากลุ่มภารกิจปฏิบัติการประเมินและรับรอง คณะท�ำงาน
สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล หรือผู้แทน
๖) หัวหน้ากลุ่มภารกิจพัฒนาองค์กรและนวัตกรรม คณะท�ำงาน
สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล หรือผู้แทน
๗) นายจักราวุธ  เผือกคง คณะท�ำงาน
นายแพทย์เชี่ยวชาญ
โรงพยาบาลพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
๘) นายกิตติ  โล่สุวรรณรักษ์ คณะท�ำงาน
นายแพทย์เชี่ยวชาญ
ผู้อ�ำนวยการโรงพยาบาลคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์
๙) นางวรวรรณ  กอปรกิจงาม คณะท�ำงาน
นายแพทย์ช�ำนาญการพิเศษ
โรงพยาบาลโนนนารายณ์ จังหวัดสุรินทร์
๑๐) นางศศินี  อภิชนกิจ คณะท�ำงาน
นายแพทย์ช�ำนาญการพิเศษ
โรงพยาบาลอุดรธานี
๑๑) นางสาวสุชาดา  อโณทยานนท์ คณะท�ำงาน
นายแพทย์ช�ำนาญการพิเศษ
โรงพยาบาลชลบุรี
๑๒) นางอัจฉรา  เชียงทอง คณะท�ำงาน
นักวิชาการสาธารณสุขช�ำนาญการพิเศษ
สถาบันการแพทย์แผนไทยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
51
๑๓) นางมาลา  สร้อยส�ำโรง คณะท�ำงาน
แพทย์แผนไทยช�ำนาญการพิเศษ
สถาบันการแพทย์แผนไทยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
๑๔) นายธันวา บัวมหะกุล คณะท�ำงาน
นายแพทย์ช�ำนาญการ
โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน
๑๕) นางสาวดรุณี  รัตนวงศาเมธากุล คณะท�ำงาน
แพทย์แผนไทยประยุกต์
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
๑๖) นายธนินทร  อุดมสินานนท์   คณะท�ำงาน
เภสัชกรช�ำนาญการ  
โรงพยาบาลกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์
๑๗) นางสาวยุพิน  แก้วกอเกตุ คณะท�ำงาน
แพทย์แผนไทยช�ำนาญการ
โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี
๑๘) นางเพ็ชรมะณี  พลราชม คณะท�ำงาน
แพทย์แผนไทยช�ำนาญการ
โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร
๑๙) นางกฤติยา  บุญสุวีรดิษฐ์ คณะท�ำงาน
เภสัชกรช�ำนาญการ
โรงพยาบาลขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ
๒๐) นางสาวกิตติยา  ขันทอง คณะท�ำงาน
แพทย์แผนไทยช�ำนาญการ
โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน
๒๑) หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนามาตรฐานบริการการแพทย์แผนไทย        คณะท�ำงาน
สถาบันการแพทย์แผนไทย และเลขานุการ
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
๒๒) หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมบริการการแพทย์แผนไทย คณะท�ำงาน
สถาบันการแพทย์แผนไทย และเลขานุการร่วม
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline
52
๒๓) นางปทุมมาศ  สิริกวิน ผู้ช่วยเลขานุการ
เภสัชกรช�ำนาญการ สถาบันการแพทย์แผนไทย
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
๒๔) นางสาวปพิชญา  แนบกลาง ผู้ช่วยเลขานุการ
แพทย์แผนไทยปฏิบัติการ สถาบันการแพทย์แผนไทย
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
๒๕) นายจตุพร  สุกิตติวงศ์ ผู้ช่วยเลขานุการ
แพทย์แผนไทยปฏิบัติการ  สถาบันการแพทย์แผนไทย
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
         ๒.๒ หน้าที่และอ�ำนาจ            
๑) ศึกษา วิเคราะห์ รูปแบบการพัฒนาคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
๒) จัดท�ำคู่มือการน�ำมาตรฐานงานการแพทย์แผนไทยไปสู่การปฏิบัติ
๓) ปรับปรุงเกณฑ์มาตรฐานการพัฒนาและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย
ให้มีความเหมาะสม
๔) เยี่ยมส�ำรวจและติดตามผลการด�ำเนินงานการแพทย์แผนไทยเพื่อรองรับ
การตรวจประเมินคุณภาพมาตรฐาน
๕) ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
มอบหมาย
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกค�ำสั่งกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ที่ ๖๙๖/๒๕๖๖
ลงวันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการและคณะท�ำงานพัฒนาคุณภาพ
งานการแพทย์แผนไทย (TTM HA)
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
             สั่ง ณ วันที่  ๒๗  ตุลาคม  พ.ศ. ๒๕๖๖
                          (นายทวีศิลป์ วิษณุโยธิน)
     รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข รักษาราชการแทน
                             อธิบดีกรมการแพทย์แผนทย์
                                และการแพทย์ทางเลือก
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย.pdf
คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย.pdf

คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย.pdf

  • 3.
  • 4.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline B คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline ISBN : 978-616-11-5269-7 ที่ปรึกษา นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและ การแพทย์ทางเลือก นายแพทย์ขวัญชัย วิศิษฐานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก บรรณาธิการ นายสมศักดิ์ กรีชัย ผู้อ�ำนวยการสถาบันการแพทย์แผนไทย นางมาลา สร้อยส�ำโรง รองผู้อ�ำนวยการสถาบันการแพทย์แผนไทย นางสาวธริตา จันทร์หอม นักวิชาการสาธารณสุขช�ำนาญการ สถาบันการแพทย์แผนไทย นายจตุพร สุกิตติวงศ์ แพทย์แผนไทยปฏิบัติการ สถาบันการแพทย์แผนไทย จัดท�ำโดย : กลุ่มงานพัฒนามาตรฐานบริการการแพทย์แผนไทย สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข พิมพ์ มิถุนายน 2567 จ�ำนวนพิมพ์ 1,200 เล่ม พิมพ์ที่ บริษัท สามเจริญพาณิชย์ (กรุงเทพ) จ�ำกัด 0 2885 4932-4
  • 5.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline C ค�ำน�ำ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้ส่งเสริมให้การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก เข้ามามีบทบาทในการดูแลรักษาสุขภาพของประชาชน โดยสนับสนุนและจัดให้มีบริการการแพทย์แผนไทยในระบบบริการสุขภาพตามแผนพัฒนา ระบบบริการสุขภาพ (Service Plan) สาขาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน ที่ครอบคลุมทุกมิติทั้งการรักษา รวมทั้งมีการพัฒนามาตรฐานสถานบริการให้มีคุณภาพ และมีมาตรฐานควบคู่กันไปอย่างต่อเนื่องเพื่อให้บริการการแพทย์แผนไทยในสถานบริการ สาธารณสุขของรัฐมีประสิทธิภาพ มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับและยกระดับพัฒนาศักยภาพ การบริการการแพทย์แผนไทยให้มีคุณภาพมาตรฐานที่สูงขึ้น ทัดเทียมมาตรฐานสากล และสร้างความเชื่อมั่นต่อสหวิชาชีพโดยได้ร่วมมือกับสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.) จัดท�ำเกณฑ์การพัฒนาและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย (TTM-HA Scoring Guideline) เพื่อให้สถานพยาบาลใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพงาน การแพทย์แผนไทย และส�ำหรับให้สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.) ใช้เป็น แนวทางในการประเมินและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก หวังเป็นอย่างยิ่งว่า คู่มือแนวทาง การประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional Medicine Hospital Accreditation Scoring Guideline เล่มนี้ จะเป็นประโยชน์แก่ สถานพยาบาลให้เกิดการพัฒนาศักยภาพการบริการการแพทย์แผนไทย จนเกิดการยอมรับ ในทุกภาคส่วนและช่วยยกระดับงานการแพทย์แผนไทยให้เป็นมาตรฐานที่ทัดเทียมกับ ระดับสากลต่อไป (นายทวีศิลป์ วิษณุโยธิน) อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
  • 6.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline D สารบัญ ค�ำน�ำ ก o แนวทางการประเมินระดับการปฏิบัติงาน 1 ตามมาตรฐาน (Scoring Guideline) o แนวทางการใช้ TTM-HA Scoring Guideline 3 ส�ำหรับหน่วยงานการแพทย์แผนไทย o สรุปผลคะแนนตาม Scoring 5 o ค�ำอธิบายเกณฑ์การประเมินระดับการปฏิบัติงาน 11 ตามมาตรฐาน (Scoring Guideline) o รายละเอียดมาตรฐาน 20 o ตัวอย่างแบบบันทึกเวชระเบียน 43 o บรรณานุกรม 44 o ภาคผนวก 46
  • 7.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 1 ค�ำชี้แจงประกอบการใช้ TTM HA Scoring แนวคิด TTM HA Scoring เป็นเครื่องมือส�ำหรับการประเมิน maturity ของ การพัฒนาหน่วยงานการแพทย์แผนไทย ซึ่งจัดท�ำขึ้นบนพื้นฐานแนวคิดที่ ปรับเปลี่ยนไป ดังนี้ 1) การเยี่ยมส�ำรวจคือการทบทวนโดยมิตรจากภายนอก (external peer review) เพื่อรับรู้ maturity ของการพัฒนาและกระตุ้นให้เกิด การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง 2) ผู้เยี่ยมส�ำรวจด้านการแพทย์แผนไทยมีหน้าที่ในการ a. รับรู้บริบทและผลงานการพัฒนาของหน่วยงานการแพทย์แผนไทย b. สร้างกระบวนการเรียนรู้จากผลงานของหน่วยงานการแพทย์แผนไทย c. ร่วมกับโรงพยาบาลในการจัดท�ำประเด็นในแผนการพัฒนา (Issues for Improvement-IFI) ที่เหมาะสมและสมบูรณ์ 3) หน่วยงานการแพทย์แผนไทยมีหน้าที่ในการ a. ใช้TTMHAScoring ในการประเมินตนเองและจัดท�ำร่างประเด็น ในแผนการพัฒนาเพื่อยกระดับ maturity b. พาผู้เยี่ยมส�ำรวจตามรอยระบบหน่วยงานการแพทย์แผนไทย แนวทางการประเมิน ระดับการปฏิบัติงานตามมาตรฐาน (scoring guideline)
  • 8.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 2 4) การผ่านการรับรองจะมีระดับต่างๆ ซึ่งรับรู้กันเป็นการภายใน และ มีผลต่อความเข้มข้นของการติดตาม ดังนี้ a. ระดับต้องพัฒนา เมื่อ mode ของ score อยู่ระหว่าง 2.0 – 2.5 b. ระดับ พอใช้ เมื่อ mode ของ score อยู่ระหว่าง 2.5 - 3.0 c. ระดับดี เมื่อ mode ของ score อยู่ระหว่าง 3.0 - 3.5 d. ระดับดีมาก เมื่อ mode ของ score อยู่ระหว่าง 3.5 - 4.0 e. ระดับดีเยี่ยม เมื่อ mode ของ score มากกว่า 4.0
  • 9.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 3 1) ศึกษาเป้าหมายและแนวทางปฏิบัติส�ำหรับมาตรฐานแต่ละประเด็น จากสาระส�ำคัญเกณฑ์มาตรฐานการพัฒนาและรับรองคุณภาพงานการแพทย์ แผนไทย 2) ทีมงานที่รับผิดชอบหรือเกี่ยวข้องกับมาตรฐานเรื่องนั้น ร่วมกัน ประเมิน maturity ของการพัฒนาตาม Scoring Guideline หากมีความเห็น ที่แตกต่างกัน ให้ระบุจุดแข็งและโอกาสพัฒนาในมุมมองของแต่ละคนออกมา ให้มากที่สุด น�ำโอกาสพัฒนาไปด�ำเนินการแล้วจึงกลับมาร่วมกันประเมินใหม่ 3) เมื่อมีความเห็นร่วมกันเกี่ยวกับระดับ maturity ที่ท�ำได้ ให้จัดท�ำ แผนการพัฒนา (IFI) เพื่อยกระดับ maturity สู่ score 3 หรือ 4 หรือ 5 แล้วแต่กรณี 4) จัดเตรียมเอกสารส�ำหรับการ verify การปฏิบัติหรือผลการประเมิน ต่างๆ ไว้ที่หน่วยงานการแพทย์แผนไทยอย่างเป็นหมวดหมู่ แนวทางการก�ำหนดระดับคะแนน 1) พิจารณาตามระดับ maturity ของการพัฒนา a. คะแนน 1 เป็นช่วงเริ่มต้นการพัฒนา อาจจะมีลักษณะตั้งรับ เน้นที่การวิเคราะห์ การตั้งทีม การจัดหาทรัพยากร การก�ำหนด แนวทาง (มีการก�ำหนดข้อตกลง แนวทาง มาตรฐาน) b. คะแนน2เป็นช่วงของการวางระบบงานและเริ่มน�ำไปสู่การปฏิบัติ (มีการน�ำข้อตกลง แนวทาง มาตรฐานไปปฏิบัติ และมีการค้นหา ความเสี่ยง) แนวทางการใช้ TTM HA Scoring Guideline ส�ำหรับหน่วยงานการแพทย์แผนไทย
  • 10.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 4 c. คะแนน 3 เป็นช่วงของการปฏิบัติตามแนวทางที่ออกแบบไว้ จนเห็น early result ถือว่าเป็นระดับที่คาดหวังโดยเฉลี่ย เป็นระดับที่หวังผล (effective) (มีผลลัพธ์ที่ดีจากการปฏิบัติ และมีการจัดการความเสี่ยง) d. คะแนน4เป็นช่วงของการมีความโดดเด่นในกระบวนการบางอย่าง ซึ่งอาจจะเป็นนวัตกรรมการเชื่อมโยง หรือวิธีการที่ได้ผลดีต่างๆ ตัวอย่างที่แนะน�ำไว้เป็นเพียงแนวทางซึ่งไม่จ�ำเป็นต้องท�ำได้ ครบถ้วนและอาจจะมีเรื่องอื่นๆที่จ�ำเป็นต้องใช้ดุลยพินิจประกอบ (มีการพัฒนา เกิดนวัตกรรม มีการเชื่อมโยงกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง) e. คะแนน 5 เป็นระดับที่แสดงถึงกระบวนการประเมินและปรับปรุง อย่างเป็นระบบ (systematic evaluation & improvement) ส่งผลให้มีผลลัพธ์ที่เป็นเลิศเป็นผู้น�ำในด้านนั้นๆ(ผลลัพธ์โดดเด่น เป็นแบบอย่าง) 2) พิจารณาตามระดับความยากง่ายในการด�ำเนินการ a. อาจจะน�ำข้อก�ำหนดในมาตรฐานแต่ละประเด็นมาพิจารณาว่า ประเด็นใดที่ท�ำได้ง่ายที่สุดและยากขึ้นเป็นล�ำดับขั้น โดยพยายาม ให้สอดคล้องกับแนวทางในข้อ 1) b. อาจจะพิจารณาระดับความยากง่ายตามศักยภาพของหน่วยงาน การแพทย์แผนไทย 3) พิจารณาตามล�ำดับขั้นตอนที่หน่วยงานการแพทย์แผนไทย ต้องด�ำเนินการก่อนหลัง a. อาจพิจารณาว่าในความเป็นจริง มี sequence ของการด�ำเนินการ วางระบบงานอย่างไรบ้าง เช่น เริ่มจากการวิเคราะห์ข้อมูล การออกแบบระบบ การฝึกอบรม การน�ำสู่การปฏิบัติ เป็นต้น 4) พยายามให้มีการพิจารณาในภาพรวม ให้มีรายละเอียดเท่าที่จ�ำเป็น ไม่ต้องคัดลอกมาจากมาตรฐานทั้งหมด
  • 11.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 5 ข้อที่ 1 1. ทีมผู้ให้บริการประเมินผู้ป่วย/ผู้รับผลงาน เพื่อค้นหาและเฝ้าระวังความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น ระหว่างการดูแล และน�ำข้อมูลจากการประเมิน มาวางแผนการดูแลรักษา รวมทั้งการส่งต่อผู้ป่วย/ ผู้รับผลงานได้อย่างถูกต้องเหมาะสม 1.1 การประเมินผู้ป่วย/ผู้รับบริการ, การคัดกรอง ผู้บริการแรกรับ 1.2 การน�ำข้อมูลจากการประเมินมาวางแผน การรักษาและการส่งต่อ สรุปผลคะแนนตาม Scoring
  • 12.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 6 ข้อที่ 2 2. องค์กรมีกลไกก�ำกับดูแลมาตรฐานและ ความปลอดภัยของการดูแลด้วยการแพทย์แผนไทย โดยบุคคลที่เหมาะสม 2.1 กลไกในการก�ำกับดูแลมาตรฐานและความ ปลอดภัย
  • 13.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 7 ข้อที่ 3 3. ทีมผู้ให้บริการ ให้บริการแพทย์แผนไทย โดยการประเมิน ซักประวัติ ตรวจร่างกาย วินิจฉัยโรค วางแผนการส่งเสริมการป้องกันการรักษาการฟื้นฟู สภาพและการให้ค�ำแนะน�ำผู้ป่วย/ผู้รับผลงาน โดยหลักธรรมานามัย เวชศาสตร์เชิงประจักษ์ และ องค์ความรู้อื่นที่เกี่ยวข้องมาประยุกต์ใช้ 3.1 การน�ำกระบวนการไปสู่การปฏิบัติ
  • 14.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 8 ข้อที่ 4 4. ทีมผู้ให้บริการติดตามและบันทึกข้อมูลผู้ป่วย/ ผู้รับผลงานให้มีความครบถ้วน และเฝ้าระวังการเตรียม ความพร้อมเพื่อแก้ไขภาวะฉุกเฉินและมีการจ�ำหน่าย ผู้ป่วย/ผู้รับผลงานตามเกณฑ์ที่เหมาะสม 4.1 การติดตามและบันทึกข้อมูลผู้ป่วย/ผู้รับผลงาน 4.1.1 ออกแบบการบันทึกข้อมูลทาง การแพทย์แผนไทย 4.1.2 ความสมบูรณ์ของการบันทึก เวชระเบียนของการบริการแพทย์แผนไทย 4.2 การเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมเพื่อแก้ไข ภาวะฉุกเฉินการใช้ประโยชน์จากข้อมูลในเวชระเบียน 4.2.1 การเตรียมความพร้อมเพื่อแก้ไข ภาวะฉุกเฉิน 4.2.2 วางแผนการจ�ำหน่าย
  • 15.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 9 ข้อที่ 5 5. องค์กรมีกลไกในการก�ำกับดูแลการท�ำหัตถการ การใช้เครื่องมือ และยาจากสมุนไพรตามศาสตร์ การแพทย์แผนไทยให้ถูกต้อง มีความปลอดภัย เหมาะสมกับผู้ป่วย/ผู้รับผลงานเฉพาะราย 5.1 กลไกการก�ำกับดูแลการท�ำหัตถการและ การใช้เครื่องมือ 5.1.1 การก�ำกับหัตถการ 5.2.2 การใช้เครื่องมือ 5.2 กลไกการก�ำกับดูแลการใช้ยาสมุนไพร 5.2.1 ยาส�ำเร็จรูป 5.2.2 ยาปรุงเฉพาะราย
  • 16.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 10 ข้อที่ 6 6. องค์กรสื่อสารและสร้างสัมพันธภาพที่ดีต่อผู้ป่วย/ ผู้รับผลงานและสหสาขาวิชาชีพเพื่อการดูแลผู้ป่วย ต่อเนื่อง และเป็นองค์รวม 6.1 การสื่อสาร Inform Consent และการสร้าง สัมพันธภาพกับผู้ป่วยและญาติผู้ป่วย 6.2 การสื่อสารและการสร้างสัมพันธภาพระหว่าง สหสาขาวิชาชีพ
  • 17.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 11 กระบวนการดูแลผู้ป่วยตามกรรมวิธีการแพทย์แผนไทย (TTM Care Processes) กระบวนการดูแลผู้ป่วยที่ต้องด�ำเนินการให้ผู้ป่วยเพื่อให้การให้บริการและ ดูแลผู้ป่วยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพโดยยึดถือประโยชน์ของผู้ป่วยเป็นส�ำคัญ ดังนี้ การเข้าถึงและเข้ารับบริการ (Accesses and Entry) สถานพยาบาลที่มีการจัดบริการการแพทย์แผนไทยต้องสร้าง ความมั่นใจว่าผู้รับบริการสามารถเข้าถึงบริการที่จ�ำเป็นได้สะดวกกระบวนการรับ ผู้ป่วยเหมาะกับปัญหาสุขภาพหรือความต้องการของผู้ป่วย ทันเวลา มีการประสานงานที่ดีภายใต้ระบบและสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมและมีประสิทธิผลดังนี้ 1) ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการการแพทย์แผนไทยที่เหมาะสมกับ ปัญหา ความต้องการด้านสุขภาพของตนเอง โดยต้องพยายาม ลดอุปสรรคต่อการเข้าถึงบริการการแพทย์แผนไทยในด้านกายภาพ ภาษา วัฒนธรรมและอุปสรรคอื่น ตลอดจนสถานพยาบาล สามารถตอบสนองต่อผู้รับบริการอย่างเหมาะสมตามประเภท บริการ ระยะเวลารอคอยเพื่อเข้ารับบริการการแพทย์แผนไทย เป็นที่ยอมรับของประชาชนผู้รับบริการด้วยวิธีการสื่อสารที่เหมาะสม 2) ผู้ป่วยวิกฤตฉุกเฉินเร่งด่วน ที่จ�ำเป็นต้องได้รับการประเมิน ดูแล รักษาและปรึกษาส่งต่อเป็นอันดับแรก ค�ำอธิบายเกณฑ์การประเมิน ระดับการปฏิบัติงานตามมาตรฐาน (scoring guideline) 1
  • 18.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 12 3) มีการประเมินความสามารถในการรับผู้ป่วยไว้ดูแลตามเกณฑ์ ที่ก�ำหนดไว้ ถ้าไม่สามารถให้บริการแก่ผู้ป่วยได้ สถานพยาบาล จะให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นอย่างเหมาะสมอธิบายเหตุผล ที่ไม่สามารถรับผู้ป่วยไว้และช่วยเหลือผู้ป่วยในการหาหน่วยงานอื่น หรือหน่วยงานภายนอกที่เหมาะสมกว่า 4) การรับผู้ป่วยไว้ดูแล มีการให้ข้อมูลที่เหมาะสมเกี่ยวกับสภาพ การเจ็บป่วย การดูแลที่จะได้รับผลลัพธ์และค่าใช้จ่ายที่คาดว่า จะเกิดขึ้นแก่ผู้ป่วยและครอบครัวอย่างชัดเจนและเข้าใจง่าย มีกระบวนการขอความยินยอมจากผู้ป่วยหรือครอบครัว ก่อนที่จะ ให้บริการหรือกระท�ำหัตถการส�ำคัญ เช่น ความยินยอมให้ท�ำ หัตถการทับหม้อเกลือและอยู่ไฟแก่หญิงหลังคลอด เป็นต้น และ สร้างความมั่นใจว่าผู้ป่วยและครอบครัวจะได้รับข้อมูลที่จ�ำเป็น อย่างเพียงพอด้วยความเข้าใจและมีเวลาที่จะพิจารณาก่อนตัดสินใจ ในการรับบริการ 5) จัดให้มีแผนผังแสดงขั้นตอนกระบวนการรับบริการการแพทย์ แผนไทย ที่ชัดเจนเข้าใจง่าย และมีการสื่อสารให้ผู้รับบริการได้รับรู้ การคัดกรองผู้ป่วย (Screening) สถานพยาบาลควรมีการคัดกรองโรค กลุ่มอาการ ภาวะแทรกซ้อน และความเสี่ยงของผู้ป่วยที่รุนแรง เพื่อประเมินว่าจะให้การรักษาด้วยการแพทย์ แผนไทย หรือปรึกษาส่งต่อแพทย์แผนปัจจุบัน ดังนี้ 1) มีการใช้วิธีการประเมินที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย โดยอาศัย แนวทางปฏิบัติทางการแพทย์แผนไทยที่เหมาะสมกับผู้ป่วยและ ทรัพยากรของสถานพยาบาลเพื่อชี้น�ำการประเมินผู้ป่วย 2) มีการประเมินสัญญาณชีพ (Vital Signs) 3) มีเกณฑ์การไม่รับรักษาผู้ป่วย (Exclusion Criteria) ที่มีความ รุนแรง ความฉุกเฉินเร่งด่วนเกินกว่าขอบเขตที่สามารถดูแลรักษาได้ ซึ่งจ�ำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยการแพทย์แผนปัจจุบันเท่านั้น 2
  • 19.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 13 รวมถึงระบบการประสานงานเชื่อมโยงส่งต่อผู้ป่วยดังกล่าวได้อย่าง ถูกต้อง เหมาะสม และทันเวลา 4) มีเกณฑ์การรับรักษาผู้ป่วย (Inclusion Criteria) ในขอบเขต ที่สามารถให้การดูแลรักษาได้รวมถึงมีระบบการปรึกษาส่งต่อกับ แพทย์แผนปัจจุบัน หากมีความผิดปกติเกิดขึ้นในระหว่างขั้นตอน ดูแลรักษาผู้ป่วย การประเมินผู้ป่วย การซักประวัติและการตรวจร่างกาย ด้านการแพทย์แผนไทย (Assessment) แพทย์แผนไทยต้องให้ผู้ป่วยทุกรายได้รับการวิเคราะห์ธาตุเจ้าเรือน ประเมินสมุฏฐานมูลเหตุการเกิดโรคความต้องการและปัญหาสุขภาพการตรวจ ร่างกายด้านการแพทย์แผนไทยอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และเหมาะสม ได้แก่ 1) การประเมินแรกรับผู้ป่วยแต่ละรายประกอบด้วยธาตุเจ้าเรือนหลัก ของผู้ป่วย ธาตุสมุฏฐาน อุตุสมุฏฐาน อายุสมุฏฐาน กาลสมุฏฐาน ประเทศสมุฏฐาน 2) มีการประเมินมูลเหตุแห่งการเกิดโรค 8 ประการตามหลักการ การแพทย์แผนไทยประกอบด้วย อาหาร อิริยาบถ การกระทบ ความร้อนและเย็นการอดนอนอดข้าวการกลั้นอุจจาระกลั้นปัสสาวะ การท�ำงานเกินก�ำลัง ความโศกเศร้าเสียใจ และการมีโทสะมาก เพื่อให้ทราบว่าสิ่งใดเป็นปัจจัยหลักหรือปัจจัยส่งเสริมที่ท�ำให้เกิด ความเจ็บป่วย 3) มีการประเมินประวัติสุขภาพแบบองค์รวม รวมถึงปัจจัยด้านอื่น เช่น วัฒนธรรมเศรษฐกิจ เป็นต้น และการรับรู้ความต้องการ ของตนโดยผู้ป่วย 4) มีการประเมินปัญหาและความต้องการด้านสุขภาพของผู้ป่วย อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และเหมาะสม และมีการระบุปัญหาและ ความต้องการที่เร่งด่วนและส�ำคัญ 5) มีการตรวจร่างกายด้านการแพทย์แผนไทยอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และเหมาะสม 3
  • 20.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 14 6) มีการบันทึกผลการประเมินในเวชระเบียนผู้ป่วย ระบบข้อมูล สารสนเทศ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน เพื่อน�ำไปสู่การวินิจฉัยและ วางแผนการดูแลรักษาได้อย่างเหมาะสม และพร้อมที่จะให้ ผู้เกี่ยวข้องในการดูแลได้ใช้ประโยชน์จากการประเมินนั้น 7) ผู้ป่วยทุกรายได้รับการประเมินซ�้ำตามช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อประเมินการตอบสนองต่อการดูแลรักษา 8) มีการอธิบายผลการประเมินให้แก่ผู้ป่วยและครอบครัวด้วย ภาษาที่ชัดเจนและเข้าใจง่าย การวินิจฉัยและกลไกการเกิดโรคตามทฤษฎีการแพทย์ แผนไทย (Diagnosis) แพทย์แผนไทยต้องสร้างความมั่นใจว่าผู้ป่วยจะได้รับการวินิจฉัยโรค ที่ถูกต้องโดยมีข้อมูลเพียงพอ เพื่ออธิบายสาเหตุและลักษณะของโรคที่ผู้ป่วย เข้ารับบริการ ตลอดจนมีการทบทวนความเหมาะสมของการวินิจฉัยโรค และความสอดคล้องของการวินิจฉัยโรคกับสหวิชาชีพอย่างสม�่ำเสมอ ดังนี้ 1) น�ำผลการประเมินผู้ป่วย การซักประวัติและการตรวจร่างกาย ด้านการแพทย์แผนไทย มาใช้ในการพิจารณาประมวลผล จ�ำแนกโรค โดยใช้หลักการวินิจฉัยด้านการแพทย์แผนไทย เช่น การวินิจฉัยโรคตามตรีธาตุสมุฏฐาน วินิจฉัยโรคตามธาตุ 42 ประการ วินิจฉัยโรคตามเบญจอินทรีย์ วินิจฉัยโรคตามหมอสมมุติ ในพระคัมภีร์ เป็นต้น รวมทั้งบันทึกการเปลี่ยนแปลงการวินิจฉัย โรคเมื่อมีข้อมูลเพิ่มเติม 2) มีการทบทวนความเหมาะสมของการวินิจฉัยโรคและ ความสอดคล้องของการวินิจฉัยโรคของสหวิชาชีพและ มีการวางแผนการรักษาร่วมกันกับสหวิชาชีพอย่างสม�่ำเสมอ ส�ำหรับสถานพยาบาลที่ด�ำเนินงานร่วมกับสหวิชาชีพ 4
  • 21.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 15 การวางแผนกระบวนการดูแลรักษา (Care planning) แพทย์แผนไทยต้องมีการวางแผนกระบวนการดูแลรักษาได้อย่าง เหมาะสมสอดคล้องกับการวินิจฉัยและแก้ไขปัญหาตามทฤษฎีการแพทย์แผนไทย รวมถึงหากมีสหวิชาชีพในสถานพยาบาลต้องประสานกันและมีเป้าหมายที่ชัดเจน เพื่อตอบสนองปัญหาหรือความต้องการด้านสุขภาพของผู้ป่วย 1) การวางแผนกระบวนการดูแลรักษาผู้ป่วยเป็นไปอย่างเชื่อมโยง มีการสื่อสารประสานงานกันระหว่างแพทย์แผนไทยวิชาชีพแผนก และหน่วยงานต่างๆ 2) แผนการดูแลรักษาผู้ป่วยสอดคล้องกับการวินิจฉัย สามารถแก้ไข ปัญหาและตอบสนองความต้องการของผู้ป่วยที่ได้จากการประเมิน อย่างเป็นองค์รวม 3) มีการน�ำหลักฐานวิชาการทางการแพทย์แผนไทยหรือแนวทาง เวชปฏิบัติที่เหมาะสมรวมถึงภูมิปัญญาพื้นบ้านที่ได้รับการยอมรับ มาใช้เป็นแนวทางในการวางแผนกระบวนการดูแลรักษา 4) ผู้ป่วยและครอบครัว มีโอกาสตัดสินใจเลือกวิธีการรักษาหลังจาก ได้รับข้อมูลที่เพียงพอและร่วมในการวางแผนกระบวนการดูแล รักษา 5) แผนการดูแลผู้ป่วยครอบคลุมบริการการแพทย์แผนไทยที่จะให้ และเป้าหมายที่ชัดเจนที่ต้องการบรรลุ 6) มีการสื่อสารหรือประสานงานระหว่างสมาชิกขององค์กรหรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีการน�ำแผนการดูแลผู้ป่วยไปสู่ การปฏิบัติที่ได้ผลในเวลาที่เหมาะสม โดยสมาชิกขององค์กร และหน่วยงานมีความเข้าใจบทบาทของผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ 7) มีการทบทวนและปรับแผนกระบวนการดูแลรักษาผู้ป่วย เมื่อมีข้อบ่งชี้จากสภาวะหรืออาการของผู้ป่วยที่เปลี่ยนแปลงไป 5
  • 22.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 16 การส่งเสริม การป้องกัน การฟื้นฟู ด้วยวิธีทางการแพทย์ แผนไทย (TTM Promotion Prevention and Rehabilitation) แพทย์แผนไทยจ�ำเป็นต้องมีการวางแผนการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และการฟื้นฟูสภาพ ตามศาสตร์การแพทย์แผนไทยและ เหมาะสม ดังนี้ 1) มีการวางแผนการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคและการฟื้นฟู สภาพ สอดคล้องกับกระบวนการ การวางแผนดูแลรักษา ตามศาสตร์การแพทย์แผนไทยและเหมาะสมตามมาตรฐานวิชาชีพ 2) มีการให้ข้อมูลแก่ผู้ป่วยและครอบครัวเพื่อสร้างความมั่นใจว่า วิธีการส่งเสริมสุขภาพการป้องกันโรคและการฟื้นฟูสภาพมีความ ปลอดภัย และเหมาะสมกับปัญหาหรือความต้องการของผู้ป่วย การให้ค�ำแนะน�ำและการเสริมพลังทางการแพทย์แผนไทย (TTM Health education and Empowerment) แพทย์แผนไทยต้องให้ข้อมูลแก่ผู้รับบริการเกี่ยวกับการปรับสมดุลของ ธาตุในร่างกายสภาวะสุขภาพแก่ผู้ป่วยและครอบครัวและกิจกรรมที่วางแผนไว้ เพื่อเสริมพลังผู้ป่วยและครอบครัวให้มีความสามารถและรับผิดชอบในการดูแล สุขภาพของตนเอง รวมทั้งเชื่อมโยงการสร้างเสริมสุขภาพเข้าในทุกขั้นตอนของ การดูแล ดังนี้ 1) มีการประเมินผู้ป่วยเพื่อวางแผนและก�ำหนดกิจกรรมการเรียนรู้ การประเมินครอบคลุมปัญหาหรือความต้องการของผู้ป่วย ขีดความสามารถ ภาวะทางด้านอารมณ์ จิตใจความพร้อมในการ เรียนรู้และดูแลตนเอง 2) มีการก�ำหนดกระบวนการดูแลตนเองที่เหมาะสมด้วยศาสตร์ การแพทย์แผนไทยร่วมกันกับผู้ป่วยและครอบครัว 3) การให้ข้อมูล ความรู้ ค�ำแนะน�ำทางการแพทย์แผนไทยโดยเน้น เกี่ยวกับการปรับสมดุลของธาตุทั้ง 4 ในร่างกายเป็นหลัก สภาวะ สุขภาพแก่ผู้ป่วย ครอบครัว และท�ำกิจกรรมที่วางแผนไว้ เพื่อเสริมพลัง 6 7
  • 23.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 17 ผู้ป่วย ครอบครัวให้มีความสามารถและรับผิดชอบในการดูแล สุขภาพของตนเอง รวมทั้งเชื่อมโยงการสร้างเสริมสุขภาพด้วย ศาสตร์การแพทย์แผนไทยเข้าในทุกขั้นตอนของการดูแล ให้สอดคล้องกับปัญหาหรือความต้องการของผู้ป่วย 4) มีการประเมินและปรับปรุงกระบวนการจัดการเรียนรู้และการเสริมพลัง ผู้ป่วย ครอบครัว การประเมินผลกระบวนการดูแล (Evaluation) แพทย์แผนไทยมีการประเมินผลกระบวนการดูแลรักษาผู้ป่วยทุกราย ที่เข้ารับบริการ ดังนี้ 1) แสดงให้เห็นถึงอาการของโรค ภาวะแทรกซ้อน ผลลัพธ์การดูแล รักษาที่ดีขึ้น ความพึงพอใจโดยใช้ตัวชี้วัดส�ำคัญของโรค และ กระบวนการทางการแพทย์แผนไทย มีการน�ำเสนอผลลัพธ์ การดูแลรักษาผู้ป่วยด้วยการแพทย์แผนไทย 2) มีการน�ำเสนอผลลัพธ์การดูแลรักษาผู้ป่วยด้วยการแพทย์แผนไทย ภายในองค์กรและภายนอกองค์กรตามเหมาะสม เพื่อให้เกิด การยอมรับ เชื่อมั่น ศรัทธา และตระหนักถึงคุณค่าความส�ำคัญ ของงานการแพทย์แผนไทย การจ�ำหน่ายและสิ้นสุดกระบวนการดูแล (Discharge) แพทย์แผนไทยต้องมีการวางแผนจ�ำหน่ายผู้ป่วยเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถ ดูแลตนเอง และครอบครัวได้วิธีการดูแลอย่างเหมาะสมกับสภาพปัญหาและ ความต้องการ หลังจากจ�ำหน่ายจากหน่วยบริการที่ขอรับการรักษา ดังนี้ 1) ก�ำหนดแนวทางข้อบ่งชี้และโรคที่เป็น กลุ่มเป้าหมายส�ำคัญ และ มีการวางแผนจ�ำหน่ายส�ำหรับผู้ป่วยแต่ละราย ตั้งแต่เริ่มแรกที่ เป็นไปได้ โดยร่วมกันกับสหวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้ป่วยและ ครอบครัวมีส่วนร่วมในการวางแผนจ�ำหน่าย 8 9
  • 24.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 18 2) มีการประเมินและระบุปัญหาความต้องการของผู้ป่วยที่จะเกิดขึ้น หลังจ�ำหน่าย และประเมินผลเป็นระยะในช่วงที่ผู้ป่วยได้รับการ ดูแลอยู่ในโรงพยาบาล 3) มีการปฏิบัติตามแผนจ�ำหน่ายในลักษณะที่เชื่อมโยงกับ แผนการดูแลระหว่างอยู่ในโรงพยาบาลตามหลักการให้ค�ำแนะน�ำ และการเสริมพลังทางการแพทย์แผนไทย เพื่อให้ผู้ป่วยและ ครอบครัวมีศักยภาพและความมั่นใจในการจัดการดูแลสุขภาพ ของตนเอง 4) มีการประเมินผลและปรับปรุงกระบวนการวางแผนจ�ำหน่าย โดยใช้ข้อมูลจากการติดตามผู้ป่วยและข้อมูลสะท้อนกลับ จากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง การติดตามผลและการดูแลต่อเนื่อง (Continuity of care) แพทย์แผนไทยควรสร้างความร่วมมือและประสานงานเพื่อให้มีการ ติดตามดูแลผู้ป่วยต่อเนื่องที่ให้ผลดีตอบสนองต่อปัญหาและความต้องการของผู้ป่วย 1) มีระบบนัดหมายผู้ป่วยกลับมารับการรักษาต่อเนื่องเมื่อมีข้อบ่งชี้ รวมทั้งมีระบบช่วยเหลือและให้ค�ำปรึกษาตามความเหมาะสม 2) แพทย์แผนไทยควรสร้างความร่วมมือและประสานงานกับ หน่วยบริการสุขภาพ ชุมชน และองค์กรที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิด ความต่อเนื่องในการติดตามดูแลผู้ป่วยและบูรณาการกิจกรรมสร้างเสริม สุขภาพด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยเข้าในกระบวนการดูแล รักษาผู้ป่วย 3) มีการสื่อสารข้อมูลของผู้ป่วยให้แก่หน่วยบริการที่เกี่ยวข้องใน การดูแลต่อเนื่อง โดยค�ำนึงถึงการรักษาความลับของข้อมูล หรือ สิทธิของผู้ป่วย 4) มีการติดตามผลการดูแลต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจว่าความต้องการ ของผู้ป่วยได้รับการตอบสนองและน�ำผลการติดตามมาใช้ปรับปรุง วางแผนบริการการแพทย์แผนไทยในอนาคต 10
  • 25.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 19 โดยในทุกกระบวนการดูแลผู้ป่วยตามกรรมวิธีการแพทย์แผนไทยนั้น จ�ำเป็นต้องมีระบบการรายงานและเวชระเบียนเพื่อเป็นข้อมูลส�ำคัญในการให้ การดูแลรักษาและติดตามผลการจัดกระบวนการดูแลผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่อง ในทุกมิติ และเป็นข้อมูลส�ำคัญทางกฎหมายกรณีคนไข้คดีหรือมีการฟ้องร้อง ทั้งทางแพ่งและอาญาดังนั้นจึงต้องมีมาตรการการจัดเก็บอย่างเหมาะสมที่รักษา ความลับได้ ตลอดจนมีการจัดเก็บที่ปลอดภัย ได้รับการป้องกันจากการสูญหาย ความเสียหายทางกายภาพและการแก้ไขดัดแปลง เข้าถึงหรือใช้โดยผู้ไม่มีอ�ำนาจ หน้าที่ เพื่อให้เป็นไปตามหลักการพิทักษ์สิทธิของผู้ป่วยต่อไป
  • 26.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 20 1 แนวทางเวชปฏิบัติการแพทย์แผนไทยในสถานบริการสาธารณสุขของรัฐเช่นแนวทางเวชปฏิบัติการ แพทย์แผนไทยของระบบกล้ามเนื้อและโครงสร้าง,แนวทางเวชปฏิบัติการแพทย์แผนไทยระบบผิวหนัง, แนวทางเวชปฏิบัติการแพทย์แผนไทยระบบทางเดินหายใจ และแนวทางเวชปฏิบัติการแพทย์แผนไทย ด้วยหัตถเวชกรรมแผนไทย 2 การแพทย์แผนไทย หมายความว่า กระบวนการทางการแพทย์เกี่ยวกับการตรวจ วินิจฉัย บ�ำบัด รักษา หรือป้องกันโรค หรือการส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพของมนุษย์ การผดุงครรภ์ การนวดไทย และให้หมายความรวมถึง การเตรียมการผลิตยาแผนไทย และการประดิษฐ์อุปกรณ์และเครื่องมือ ทางการแพทย์ ทั้งนี้ โดยอาศัยความรู้หรือต�ำราที่ได้ถ่ายทอดและพัฒนาสืบต่อกันมา (พระราชบัญญัติ วิชาชีพการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2556) รายละเอียดมาตรฐาน ทีมผู้ให้บริการประเมินผู้ป่วย/ผู้รับผลงานเพื่อค้นหาและเฝ้าระวัง ความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นระหว่างการดูแล และน�ำข้อมูลจาก การประเมินมาวางแผนการดูแลรักษารวมทั้งการส่งต่อผู้ป่วย/ผู้รับผลงาน ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม - การประเมินผู้รับบริการ1 เพื่อค้นหาและเฝ้าระวังความเสี่ยงที่อาจ เกิดขึ้นระหว่างการดูแลด้วยการแพทย์แผนไทย2 o ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการการแพทย์แผนไทยที่เหมาะสม กับปัญหา ความต้องการด้านสุขภาพของตนเอง สถานพยาบาล สามารถตอบสนองต่อผู้รับบริการอย่างเหมาะสมตามประเภท บริการ ระยะเวลารอคอยเพื่อเข้ารับบริการการแพทย์แผนไทย เป็นที่ยอมรับของประชาชนผู้รับบริการ o ผู้ป่วยวิกฤตฉุกเฉินเร่งด่วนจ�ำเป็นต้องได้รับการประเมินดูแลรักษา และปรึกษาส่งต่อเป็นอันดับแรก 1
  • 27.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 21 o มีการประเมินความสามารถในการรับผู้ป่วยไว้ดูแลตามเกณฑ์ ที่ก�ำหนดไว้ ถ้าไม่สามารถให้บริการแก่ผู้ป่วยได้ สถานพยาบาล จะให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นอย่างเหมาะสมอธิบายเหตุผล ที่ไม่สามารถรับผู้ป่วยไว้ และช่วยเหลือผู้ป่วยในการหาหน่วยงาน อื่นหรือหน่วยงานภายนอกที่เหมาะสมกว่า o มีการคัดกรองโรค กลุ่มอาการ ภาวะแทรกซ้อน และความเสี่ยง ของผู้ป่วยที่รุนแรง เพื่อประเมินว่าจะให้การรักษาด้วยการแพทย์ แผนไทย หรือปรึกษาส่งต่อแพทย์แผนปัจจุบัน - การน�ำข้อมูลจากการประเมินมาวางแผนการดูแลรักษารวมทั้ง การส่งต่อ: o เกณฑ์การไม่รับรักษาผู้ป่วย(ExclusionCriteria)ที่มีความรุนแรง ความฉุกเฉินเร่งด่วนเกินกว่า ขอบเขตที่สามารถดูแลรักษาได้ ซึ่งจ�ำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยการแพทย์แผนปัจจุบันเท่านั้น o เกณฑ์การรับรักษาผู้ป่วย (Inclusion Criteria) ในขอบเขต ที่สามารถให้การดูแลรักษาได้ด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย - การน�ำข้อมูลจากการประเมินมาวางแผนการส่งต่อ: o ผู้รับบริการที่มีความรุนแรง ความฉุกเฉินเร่งด่วนเกินกว่าขอบเขต ที่สามารถดูแลรักษาได้ซึ่งจ�ำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยการแพทย์ แผนปัจจุบันเท่านั้น มีการประสานงานเชื่อมโยงส่งต่อผู้ป่วย ดังกล่าวได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และทันเวลา o มีระบบการปรึกษาส่งต่อกับแพทย์แผนปัจจุบัน หากผลการรักษา ไม่เป็นไปตามแผนการรักษาที่วางไว้หรือมีความผิดปกติเกิดขึ้น ในระหว่างขั้นตอนดูแลรักษาผู้ป่วย
  • 28.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 22 - การคัดกรองผู้ป่วย(Screening)เพื่อประเมินภาวะสุขภาพโดยจ�ำแนก ประเภทปัญหาสุขภาพตามความเร่งด่วนและรุนแรง เพื่อวางแผน การดูแลรักษาตามศักยภาพ ในเวลาที่เหมาะสม o การระบุตัวบุคคล (Patient identification) o การจ�ำแนกประเภท (Classification) 1) ฉุกเฉิน (Emergency) 2) เร่งด่วน (Urgency) 3) ปกติทั่วไป (General) o การให้ข้อมูล (Information) - การคัดกรองผู้ป่วยติดเชื้อกระบวนการ IC การป้องกันและควบคุม การระบาด o การคัดกรองผู้ป่วยติดเชื้อ มีการคัดกรองผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อ การแพร่ระบาด เช่น COVID-19 โดยมีแนวทางการให้บริการ การแพทย์แผนไทย เพื่อป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อที่เหมาะสม มีการปฏิบัติตามแนวทางอย่างครบถ้วนมีการทบทวนการคัดกรอง ให้ครอบคลุมผู้รับบริการ ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ที่เหมาะสม มีการพัฒนาระบบ เช่น การนัดหมายและรับคิวบริการเพื่อลด ความแออัด มีการบันทึกข้อมูลติดต่อกรณีติดตามสอบสวนโรค เป็นต้น o ระบบการควบคุมและป้องกันการติดเชื้อ การออกแบบระบบ มีการก�ำหนดวัตถุประสงค์ กลยุทธ์ และมาตรการที่เหมาะสม โดยเฉพาะการติดเชื้อที่มีความส�ำคัญทางระบาดวิทยา โรคติดต่อ ที่มีโอกาสติดต่อในระหว่างกระบวนการทางการแพทย์แผนไทย เช่น ระบบทางเดินหายใจ ผ่านการนวด อบสมุนไพร ระบบผิวหนัง ผ่านการนวด ประคบ เป็นต้น ครอบคลุมพื้นที่ที่ให้บริการผู้ป่วย บุคลากร ฯลฯ เชื่อมประสานกับระบบงานพัฒนาคุณภาพ และ ความปลอดภัยขององค์กรโดยรวม การจัดการและทรัพยากร
  • 29.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 23 มีบุคลากรหรือคณะกรรมการดูแลระบบ ก�ำกับมาตรการ การด�ำเนินการตามนโยบาย บุคลากรได้รับการอบรมความรู้ มีทรัพยากรที่เหมาะสมและเพียงพอ ให้ข้อมูลและเสริมพลัง แก่ครอบครัว/ชุมชน ในการลดความเสี่ยงการติดเชื้อและการแพร่ กระจายเชื้อ o ปฏิบัติการป้องกันการติดเชื้อ มีการระบุความเสี่ยงจากการติดเชื้อ และโรคติดต่อในหัตถการและกระบวนการทางการแพทย์แผนไทย มีการท�ำความสะอาด จัดการสิ่งปนเปื้อนเชื้อ ควบคุมสิ่งแวดล้อม เพื่อลดความเสี่ยงแพร่กระจาย ระบุพื้นที่ที่ต้องใส่ใจในการป้องกัน และควบคุมการติดเชื้อ เช่น การถ่ายเทอากาศ ระยะห่างระหว่าง บุคคลมีนโยบายและวิธีปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อมีการก�ำกับ ดูแลอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องให้มีความสะอาด และปลอดภัย o การเฝ้าระวังติดตามก�ำกับและควบคุมการระบาดมีการด�ำเนินการ เฝ้าระวังการติดเชื้อและโรคติดต่อมีโอกาสติดต่อในระหว่าง กระบวนการทางการแพทย์แผนไทยติดตามและก�ำกับความเสี่ยง ต่อการติดเชื้อและแพร่ระบาด น�ำข้อมูลจากการเฝ้าระวังมาท�ำ การวิเคราะห์การเพิ่ม ที่ผิดปกติ หรือการระบาดของเชื้อ เมื่อมี การระบาด ทีมรับผิดชอบมีทรัพยากร และอ�ำนาจในการสืบค้น อย่างเหมาะสม รอบด้านและทันเวลา
  • 30.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 24 3 บุคลากร มาตรฐานโรงพยาบาลส่งเสริมและสนับสนุนการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน (รพ.สส.พท.) มาตรฐานด้านบุคลากรที่ปฏิบัติงานในหน่วยบริการการแพทย์แผนไทย ประกอบด้วย หัวหน้างานการแพทย์แผนไทย ผู้ที่ท�ำหน้าที่ซักประวัติตรวจร่างกาย วินิจฉัยโรคและสั่งการรักษา ผู้ให้บริการการแพทย์แผนไทย และผู้ได้รับใบประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประเภทเวชกรรมไทย หรือผู้ได้รับใบประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ 4 ประกอบวิชาชีพโดยผู้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพประเภทเวชกรรมไทย (พท.ว.), เภสัชกรรมไทย (พท.ภ.), ผดุงครรภ์ไทย (พท.ผ.), นวดไทย (พท.น.), หมอพื้นบ้าน และการแพทย์พื้นบ้านไทย ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2556 5 ประกอบวิชาชีพโดยผู้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ (พท.ป.) ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2556 6 ผู้ช่วยแพทย์แผนไทยที่ได้รับประกาศนียบัตรหลักสูตรผู้ช่วยแพทย์แผนไทย 330/372 ชั่วโมง หรือประเภทการนวดไทย 800 ชั่วโมง จากสถาบันการศึกษา หรือสถานพยาบาลการแพทย์แผนไทย หรือหน่วยงานที่ผ่านการรับรองหลักสูตรจากคณะกรรมการวิชาชีพ องค์กรมีกลไกก�ำกับดูแลมาตรฐานและความปลอดภัยของการดูแลด้วย การแพทย์แผนไทย โดยบุคคลที่เหมาะสม3 - กลไกในการควบคุมก�ำกับดูแลมาตรฐานและความปลอดภัย ตามมาตรฐานวิชาชีพการแพทย์แผนไทย : o บุคลากร: 1) ประกอบด้วยผู้ประกอบวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทย4หรือ สาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์5 และผู้ช่วยแพทย์แผนไทย6 2
  • 31.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 25 2) ก�ำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบแก่บุคลากรตามมาตรฐาน วิชาชีพ7 และตามระดับความสามารถที่เหมาะสม - การน�ำกระบวนการไปสู่การปฏิบัติ: o การใช้แนวทางปฏิบัติทางเวชกรรมไทยบนพื้นฐานวิชาการ องค์ความรู้การแพทย์แผนไทย เวชศาสตร์เชิงประจักษ์ และ องค์ความรู้อื่นที่เกี่ยวข้อง o การทบทวนความเหมาะสมขององค์ความรู้อย่างสม�่ำเสมอ ทีมผู้ให้บริการ ให้บริการแพทย์แผนไทยโดยการประเมิน ซักประวัติ ตรวจร่างกาย วินิจฉัยโรค วางแผนการส่งเสริม การป้องกัน การรักษา การฟื้นฟูสภาพ และการให้ค�ำแนะน�ำผู้ป่วย/ผู้รับผลงาน โดยน�ำหลัก ธรรมานามัย เวชศาสตร์เชิงประจักษ์ และองค์ความรู้อื่นที่เกี่ยวข้อง มาประยุกต์ใช้ - การออกแบบการให้บริการ: o การประเมิน ซักประวัติ ตรวจร่างกาย วินิจฉัยโรค วางแผน การส่งเสริม การป้องกัน การรักษา การฟื้นฟูสภาพและการให้ ค�ำแนะน�ำผู้รับบริการ o การดูแลผู้ป่วยตามแผนการรักษาอย่างเหมาะสม มีผลการดูแล รักษาตามมาตรฐานวิชาชีพการแพทย์แผนไทย o การดูแลผู้ป่วยเป็นไปอย่างปลอดภัยจากอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ หรือความเสี่ยงที่เกิดจากกระบวนการดูแลรักษาด้วยกระบวนการ ทางการแพทย์แผนไทย 7 ประกาศสภาการแพทย์แผนไทย เรื่อง เกณฑ์มาตรฐานและกรรมวิธีการแพทย์แผนไทยผู้ประกอบ วิชาชีพการแพทย์แผนไทยฯ พ.ศ. 2563 3
  • 32.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 26 ทีมผู้ให้บริการติดตามและบันทึกข้อมูลผู้ป่วย/ผู้รับผลงานให้มีความ ครบถ้วน และเฝ้าระวัง การเตรียมความพร้อมเพื่อแก้ไขภาวะฉุกเฉิน และมีการจ�ำหน่ายผู้ป่วย/ผู้รับผลงานตามเกณฑ์ที่เหมาะสม - การติดตามและบันทึกข้อมูลผู้ป่วย/ผู้รับผลงาน o การออกแบบและความสมบูรณ์ของการบันทึกข้อมูลที่จ�ำเป็น ในกระบวนการดูแลรักษาของผู้รับบริการในเวชระเบียน หรือ เอกสารอื่นใด ที่พร้อมจะให้ผู้เกี่ยวข้องในการดูแลรักษาได้ใช้ ประโยชน์ 1) บันทึกข้อมูลที่ครบถ้วน สืบค้นได้ง่าย สามารถตรวจสอบ ความถูกต้อง และมีการรักษาความลับอย่างเหมาะสม 2) การลงบันทึกกระบวนการดูแลรักษา 3) การบันทึกเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการดูแลรักษา 4) ระบบการสื่อสารข้อมูลที่มีประสิทธิผล กับผู้ที่เกี่ยวข้อง 5) การทบทวนความเหมาะสมของข้อมูลและการน�ำมาใช้ใน การบันทึกเวชระเบียนอย่างสม�่ำเสมอ o ความสมบูรณ์ของการบันทึกเวชระเบียนของการบริการแพทย์แผนไทย - การเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมเพื่อแก้ไขภาวะฉุกเฉิน การใช้ ประโยชน์จากข้อมูลในเวชระเบียน o การเตรียมความพร้อมเพื่อแก้ไขภาวะฉุกเฉิน 1) การใช้ข้อมูลในเวชระเบียนเพื่อวางแผนการดูแลโดยค�ำนึงถึง ความปลอดภัยและลดความเสี่ยงในกระบวนการดูแลรักษา 2) การใช้ข้อมูลในเวชระเบียนเพื่อประเมินความเสี่ยงของการใช้ยา และในการเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์เมื่อได้รับยาสมุนไพร ร่วมด้วย 4
  • 33.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 27 3) การใช้ข้อมูลในเวชระเบียนเพื่อประเมินความเสี่ยงในการ ท�ำหัตถการ 4) การใช้ข้อมูลในเวชระเบียนเพื่อวิเคราะห์แนวโน้มของภาวะ แทรกซ้อนหรือเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ เฝ้าระวังการเปลี่ยน แปลงของการเจ็บป่วย และปรับเปลี่ยนแผนการรักษา อย่างเหมาะสม o การวางแผนการจ�ำหน่ายผู้รับบริการ 1) การประเมินและปรับปรุงการวางแผนจ�ำหน่ายโดยใช้ข้อมูล จากเวชระเบียน 2) การใช้ข้อมูลในเวชระเบียนเพื่อสื่อสารกับสหวิชาชีพในการ วางแผนจ�ำหน่ายผู้รับบริการ องค์กรมีกลไกในการก�ำกับดูแลการท�ำหัตถการ การใช้เครื่องมือ และ ยาจากสมุนไพรตามศาสตร์การแพทย์แผนไทยให้ถูกต้อง มีความปลอดภัย เหมาะสมกับผู้ป่วย/ผู้รับผลงานเฉพาะราย - กลไกการก�ำกับดูแลการท�ำหัตถการ o การท�ำหัตถการและการใช้เครื่องมือเป็นไปตามแนวทางปฏิบัติ เวชกรรมไทย บนพื้นฐานวิชาการ องค์ความรู้การแพทย์แผนไทย เวชศาสตร์เชิงประจักษ์ และองค์ความรู้อื่นที่เกี่ยวข้อง o การท�ำหัตถการและการใช้เครื่องมือกระท�ำโดยผู้ที่มีทักษะและ ความช�ำนาญ มีการค�ำนึงถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจาก การท�ำหัตถการและการใช้เครื่องมือและได้วางแนวทางในการป้องกัน และแก้ไข 5
  • 34.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 28 o การท�ำหัตถการและการใช้เครื่องมือที่มีความเสี่ยง จะต้องท�ำใน สถานที่ที่เหมาะสม มีความพร้อมทั้งด้านเครื่องมือและผู้ช่วย ที่จ�ำเป็น และมีการติดตามผลหลังจากการท�ำหัตถการและการใช้ เครื่องมือ o มีการก�ำหนดหัตถการที่มีความเสี่ยงสูงเป็นหัตถการส�ำคัญ8 - กลไกการก�ำกับดูแลการใช้เครื่องมือ o เครื่องมือที่ใช้มีการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐาน บ�ำรุงรักษา และสอบเทียบเครื่องมือวัด (Calibration) อย่างสม�่ำเสมอ - กลไกการก�ำกับดูแลการใช้ยาจากสมุนไพร o ยาส�ำเร็จรูป 8 หัตถการหรือบริการที่มีความเสี่ยงสูงที่อาจเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ เช่น การได้รับบาดเจ็บ จากความร้อน การแพ้สมุนไพร ฯลฯ รวมไปถึงหัตถการทั่วไปแต่มีข้อควรระวังในผู้ป่วยเฉพาะราย เช่น การเปิดประตูลมในผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูง หรือมีความเสี่ยง ลิ่มเลือด หรือรับยา Warfarin, การดัดข้อต่อต่างๆ ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีโรคทางกระดูก เป็นต้น ตามคู่มือแนวทางเวชปฏิบัติ (กรมพัฒนา การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก, 2559) หรือตามแนวทางเวชปฏิบัติที่โรงพยาบาลอ้างอิง
  • 35.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 29 1) มีการจัดท�ำบัญชียาแผนไทยโรงพยาบาลและมีแนวทางปฏิบัติ ที่เหมาะสมในการใช้ยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ 2) มีระบบการจัดการยาที่เหมาะสม เช่น กระบวนการจัดหา ยาที่จ�ำเป็นจัดเก็บรักษาการจ่ายยาฉลากที่ชัดเจนการทบทวน ความถูกต้อง เป็นต้น o ยาเฉพาะราย 1) การใช้ตัวยาและเครื่องยาสมุนไพรที่ได้มาตรฐาน มีคุณภาพ และปลอดภัย(วัตถุดิบ/ตัวยาการแปรรูปการเก็บรักษาต�ำรับยา กระบวนการผลิต การจัดจ่ายยา การทวนสอบความถูกต้อง) โดยมีกระบวนการคัดเลือกตรวจสอบควบคุมคุณภาพที่เหมาะสม 2) มีระบบการจัดการยาสมุนไพรที่เหมาะสม เช่น กระบวนการ ในการคัดเลือกวัตถุดิบ การคัดเลือกตัวยา การแปรรูป การเตรียม ยาให้พร้อมใช้9 การจัดเก็บรักษา ชั่งตวงยา การปรุงยาที่ถูกต้อง ตามวิธีการอย่างเหมาะสมและปลอดภัย การทบทวน ความถูกต้อง เป็นต้น o การใช้ยาสมุนไพรเป็นไปตามแนวทางปฏิบัติเวชกรรมไทย บนพื้นฐาน วิชาการ องค์ความรู้การแพทย์แผนไทย เวชศาสตร์เชิงประจักษ์ และองค์ความรู้อื่นที่เกี่ยวข้อง 9 การเตรียมยาให้พร้อมใช้ คือ การแปรรูปตัวยาเพื่อให้ได้เครื่องยาที่มีคุณภาพ มีความพร้อมใช้ มีความปลอดภัย และเครื่องยาออกฤทธิ์ในทิศทางที่ต้องการ เครื่องยาบางอย่างอาจมีวิธีการเตรียม ที่นอกเหนือจากการอบแห้ง ฝานเป็นชื้น หรือบด เช่น การสตุ การประสะ การฆ่าฤทธิ์ เป็นต้น
  • 36.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 30 o การใช้ยาสมุนไพรมีความเหมาะสมและค�ำนึงถึงความปลอดภัย จากการใช้ยาเป็นส�ำคัญโดยค�ำนึงถึงอันตรกริยาระหว่างยาสมุนไพร กับยาแผนปัจจุบันที่ผู้ป่วยได้รับ และโรคประจ�ำตัวหรือภาวะ ความเสี่ยงผู้ป่วย องค์กรสื่อสารและสร้างสัมพันธภาพที่ดีต่อผู้ป่วย/ผู้รับผลงาน และ สหสาขาวิชาชีพ เพื่อการดูแลผู้ป่วยต่อเนื่อง และเป็นองค์รวม - การสื่อสาร Inform Consent และการสร้างสัมพันธภาพกับผู้ป่วย และญาติผู้ป่วย o การให้ข้อมูลและ Informed consent: การให้ข้อมูลที่จ�ำเป็น กับผู้รับบริการและครอบครัวถึงกระบวนการรักษาแผนการรักษา และความเสี่ยง 1) การขอความยินยอมจากผู้ป่วยหรือครอบครัว ก่อนที่จะให้ บริการหรือกระท�ำหัตถการส�ำคัญ เช่น ความยินยอมให้ ท�ำหัตถการทับหม้อเกลือและอยู่ไฟแก่หญิงหลังคลอดเป็นต้น 2) ถ้าไม่สามารถให้บริการแก่ผู้ป่วยได้อธิบายเหตุผลที่ไม่สามารถ รับผู้ป่วยไว้ และช่วยเหลือผู้ป่วยในการหาหน่วยงานอื่น หรือ หน่วยงานภายนอกที่เหมาะสมกว่า o การให้ผู้รับบริการและครอบครัวมีโอกาสตัดสินใจเลือกวิธี การรักษาและมีส่วนร่วมในการวางแผนการดูแลรักษา 1) การให้ข้อมูลที่เหมาะสมเกี่ยวกับสภาพการเจ็บป่วย การดูแล ที่จะได้รับผลลัพธ์และค่าใช้จ่ายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นแก่ผู้ป่วย และครอบครัวอย่างชัดเจนและเข้าใจง่าย และสร้างความมั่นใจ ว่าผู้ป่วยและครอบครัวจะได้รับข้อมูลที่จ�ำเป็นอย่างเพียงพอ ด้วยความเข้าใจและมีเวลาที่จะพิจารณาก่อนตัดสินใจใน การรับบริการ 6
  • 37.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 31 o การสื่อสารที่เข้าใจง่าย ตรงประเด็น ด้วยท่าทีที่สุภาพ 1) จัดให้มีแผนผังแสดงขั้นตอนกระบวนการรับบริการการแพทย์ แผนไทย ที่ชัดเจนเข้าใจง่าย และมีการสื่อสารให้ผู้รับบริการ ได้รับรู้ o การจัดให้มีระบบการสื่อสารส�ำหรับผู้รับบริการที่มีความเฉพาะ ด้านภาษา เพื่อลดอุปสรรคต่อการเข้าถึงบริการในด้านภาษา เช่น ผู้ใช้ภาษาท้องถิ่น ชาวต่างชาติ ฯลฯ - การสื่อสารและสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง และสหสาขา วิชาชีพ o การสื่อสารเพื่อวางแผนกระบวนการดูแลรักษา การส่งต่อ และ การจ�ำหน่าย กับสหวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง o การประเมินค้นหาเฝ้าระวังความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นระหว่าง การรักษาร่วมกันกับสหวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง o การสื่อสารเพื่อวางแผนในการติดตามผลการรักษาและการติดตาม ผู้รับบริการหลังการจ�ำหน่ายกับสหวิชาชีพ เพื่อการดูแลต่อเนื่อง ทั้งในองค์กรและในชุมชน o การประสานงานความร่วมมือและขอค�ำปรึกษาระหว่างหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาทั้งภายในและภายนอกองค์กร o การสื่อสารองค์ความรู้การแพทย์แผนไทยที่ถูกต้องทางด้านวิชาการ การดูแลผู้ป่วยด้วยทฤษฎีการแพทย์แผนไทย แก่บุคลากร ทางการแพทย์อื่นเพื่อให้เกิดความเข้าใจในกระบวนการรักษาด้วย ศาสตร์การแพทย์แผนไทย และเพื่อการประชาสัมพันธ์ความรู้ แก่ประชาชน
  • 38.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 32 0.5 1.0 1.5 2.0 2.5 3.0 3.5 4.0 4.5 5.0 0.5 1.0 1.5 2.0 2.5 3.0 3.5 4.0 4.5 5.0 1. ที ม ผู ้ ใ ห้ บ ริ ก ารประเมิ น ผู ้ ป ่ ว ย/ผู ้ ร ั บ ผลงานเพื ่ อ ค้ น หาและเฝ้ า ระวั ง ความเสี ่ ย งที ่ อ าจจะเกิ ด ขึ ้ น ระหว่ า งการดู แ ล และน� า ข้ อ มู ล จากการประเมิ น มาวางแผนการดู แ ลรั ก ษารวมทั ้ ง การส่ ง ต่ อ ผู ้ ป ่ ว ย/ผู ้ ร ั บ ผลงานได้ อ ย่ า งถู ก ต้ อ งเหมาะสม 10 แนวทางเวชปฏิ บ ั ต ิ ก ารแพทย์ แ ผนไทยในสถานบริ ก ารสาธารณสุ ข ของรั ฐ เช่ น แนวทางเวชปฏิ บ ั ต ิ ก ารแพทย์ แ ผนไทยของระบบกล้ า มเนื ้ อ และโครงสร้ า ง, แนวทางเวชปฏิ บ ั ต ิ ก ารแพทย์ แผนไทยระบบผิ ว หนั ง , แนวทางเวชปฏิ บ ั ต ิ ก ารแพทย์ แ ผนไทยระบบทางเดิ น หายใจ และแนวทางเวชปฏิ บ ั ต ิ ก ารแพทย์ แ ผนไทยด้ ว ยหั ต ถเวชกรรมแผนไทย 11 พิ จ ารณาจากบริ บ ท และระดั บ โรงพยาบาล ได้ แ ก่ โรงพยาบาลศู น ย์ โรงพยาบาลทั ่ ว ไป โรงพยาบาลชุ ม ชน และโรงพยาบาลส่ ง เสริ ม สุ ข ภาพต� า บล (กรมการแพทย์ แ ผนไทยและการแพทย์ ทางเลื อ ก, แนวทางการจั ด บริ ก ารการแพทย์ แ ผนไทยและการแพทย์ ท างเลื อ กแบบครบวงจร ในโรงพยาบาลศู น ย์ โรงพยาบาลทั ่ ว ไป และโรงพยาบาลชุ ม ชน, 2559) (กรมพั ฒ นาการแพทย์ แผนไทยและการแพทย์ ท างเลื อ ก ส’ , คู ่ ม ื อ การจั ด ระดั บ บริ ก ารการแพทย์ แ ผนไทย ในสถานบริ ก ารสาธารณสุ ข ของรั ฐ , 2557) (กรมการแพทย์ แ ผนไทยและการแพทย์ ท างเลื อ ก, คู ่ ม ื อ แนวทาง การคั ด กรอง การให้ บ ริ ก ารการแพทย์ แ ผนไทยคู ่ ข นาน แผนกผู ้ ป ่ ว ยนอกในโรงพยาบาลรั ฐ , 2562) ข้ อ ที ่ 1 1.1 การประเมิ น ผู ้ ป ่ ว ย /ผู ้ ร ั บ บริ ก าร 10 , การคั ด กรองผู ้ บ ริ ก าร แรกรั บ 11 มี แ นวทางการประเมิ น เพื ่ อ คั ด กรองผู ้ ป ่ ว ยตาม ความรุ น แรงเพื ่ อ วางแผนและ ส่ ง ต่ อ การรั ก ษาตามเกณฑ์ การรั บ รั ก ษาและไม่ ร ั บ รั ก ษา ผู ้ ป ่ ว ย ผู ้ ป ่ ว ยได้ ร ั บ การประเมิ น ตามแนวทาง, มี ก ารคั ด แยก ผู ้ ป ่ ว ย (Triage), การประเมิ น วิ ก ฤตฉุ ก เฉิ น เร่ ง ด่ ว น (Emergency Criteria) ผู ้ ป ่ ว ยได้ ร ั บ การคั ด แยก ประเมิ น วิ ก ฤติ ฉ ุ ก เฉิ น เร่ ง ด่ ว น และประสานงานส่ ง ต่ อ อย่ า งเหมาะสม ทั น เวลา ตามเกณฑ์ ท ี ่ ก � า หนด มี ก ารวิ เ คราะห์ ท บทวน กระบวนการคั ด แยกผู ้ ป ่ ว ย เพื ่ อ ลดระยะเวลา ความซ� ้ า ซ้ อ น น� า ข้ อ มู ล มาปรั บ ปรุ ง กระบวนการให้ ม ี ป ระสิ ท ธิ ภ าพ ยิ ่ ง ขึ ้ น มี ก ระบวนการที ่ โ ดดเด่ น เป็ น แบบอย่ า งที ่ ด ี ใ น การบ่ ง ชี ้ ผ ู ้ ป ่ ว ย การคั ด แยก ผู ้ ป ่ ว ย การประเมิ น วิ ก ฤติ ฉุ ก เฉิ น เร่ ง ด่ ว น 1.2 การน� า ข้ อ มู ล จาก การประเมิ น มาวางแผน การรั ก ษาและการส่ ง ต่ อ มี ก ารก� า หนดแนวทาง การวางแผนการรั ก ษา และ แนวทางการประสานงาน ส่ ง ต่ อ หน่ ว ยงานอื ่ น กรณี เ กิ น ศั ก ยภาพหรื อ มี ค วามผิ ด ปรกติ ต ามเกณฑ์ ก ารคั ด แยก ผู ้ ป ่ ว ย มี ก ารวางแผนการรั ก ษา และการประสานงานส่ ง ต่ อ ผู ้ ป ่ ว ยหน่ ว ยงานอื ่ น ตามเกณฑ์ ท ี ่ ก � า หนด การวางแผนการรั ก ษา ตอบสนองปั ญ หา และ ความต้ อ งการของผู ้ ป ่ ว ย อย่ า งครบถ้ ว น การส่ ง ต่ อ ผู ้ ป ่ ว ย เหมาะสม ทั น เวลา มี ป ระสิ ท ธิ ภ าพ มี ก ารทบทวนการวางแผน การรั ก ษา มี ก ารประเมิ น ซ� ้ า และปรั บ แผนการรั ก ษาตาม ความเหมาะสม และน� า ข้ อ มู ล จากการทบทวนการประสาน งานส่ ง ต่ อ ผู ้ ป ่ ว ยมาวิ เ คราะห์ เพื ่ อ เพิ ่ ม ประสิ ท ธิ ภ าพยิ ่ ง ขึ ้ น มี ก ระบวนการที ่ โ ดดเด่ น เป็ น แบบอย่ า งที ่ ด ี ใ นการ น� า ข้ อ มู ล จากการประเมิ น มาวาแผนการรั ก ษา และ พั ฒ นาระบบการส่ ง ต่ อ ผู ้ ป ่ ว ยที ่ ม ี ป ระสิ ท ธิ ภ าพ อย่ า งสม� ่ า เสมอ
  • 39.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 33 0.5 1.0 1.5 2.0 2.5 3.0 3.5 4.0 4.5 5.0 2. องค์ ก รมี ก ลไกก� า กั บ ดู แ ลมาตรฐานและความปลอดภั ย ของการดู แ ลด้ ว ยการแพทย์ แ ผนไทย โดยบุ ค คลที ่ เ หมาะสม 12 ข้ อ ที ่ 2 2.1 กลไกในการก� า กั บ ดู แ ลมาตรฐานและ ความปลอดภั ย มี แ นวทางการก� า หนด ความรั บ ผิ ด ชอบในการดู แ ล ผู ้ ป ่ ว ยตามคุ ณ สมบั ต ิ , มี ก าร ก� า หนดแนวทางปฏิ บ ั ต ิ ท าง เวชกรรมไทยในเบื ้ อ งต้ น โดย ใช้ อ งค์ ค วามรู ้ ก ารแพทย์ แ ผนไทย เวชศาสตร์ เ ชิ ง ประจั ก ษ์ และ องค์ ค วามรู ้ อ ื ่ น ที ่ เ กี ่ ย วข้ อ ง ก� า หนดความรั บ ผิ ด ชอบ ในการดู แ ลผู ้ ป ่ ว ยให้ ผ ู ้ ม ี คุ ณ สมบั ต ิ เ หมาะสม, มี ก ารด� า เนิ น การและแนวทาง ปฏิ บ ั ต ิ ท างเวชกรรมไทย ชั ด เจนในบางกลุ ่ ม ประชากร ส� า คั ญ ทางคลิ น ิ ก ของหน่ ว ย บริ ก าร และมี ก ารมอบหมาย บทบาทหน้ า ที ่ ใ นการดู แ ล ให้ แ ก่ บ ุ ค คลหรื อ คณะบุ ค คล ที ่ เ หมาะสมตามบริ บ ท โรงพยาบาล บุ ค ลากรทางการแพทย์ แผนไทยปฏิ บ ั ต ิ ง านตาม ความรั บ ผิ ด ชอบตามคุ ณ สมบั ต ิ อย่ า งเหมาะสม, มี ก ารด� า เนิ น การและแนวทางปฏิ บ ั ต ิ ท าง เวชกรรมไทยที ่ ช ั ด เจนในการ ดู แ ลทุ ก กลุ ่ ม ประชากรส� า คั ญ ทางคลิ น ิ ก ของหน่ ว ยบริ ก าร และมี ก ลไกในการควบคุ ม คุ ณ ภาพการดู แ ลผู ้ ป ่ ว ย 13 มี ก ารทบทวนและปรั บ ปรุ ง กระบวนการดู แ ลผู ้ ป ่ ว ยตาม องค์ ค วามรู ้ แ พทย์ แ ผนไทย อย่ า งสม� ่ า เสมอ, มี ก ารประสาน งานที ่ ด ี ใ นการดู แ ลผู ้ ป ่ ว ยตาม บทบาทความรั บ ผิ ด ชอบ, มี ก ารทบทวนการให้ บ ริ ก าร และการดู แ ลผู ้ ป ่ ว ยและ ปรั บ ปรุ ง พั ฒ นา, มี ก ารพั ฒ นา ความรู ้ ทั ก ษะบุ ค ลากรอย่ า ง สม� ่ า เสมอ มี ก ารประเมิ น และปรั บ ปรุ ง กระบวนการดู แ ลผู ้ ป ่ ว ย อย่ า งเป็ น ระบบ เกิ ด การ เรี ย นรู ้ ต ่ อ เนื ่ อ ง, มี ง านวิ จ ั ย เชิ ง นวั ต กรรม ส่ ง ผลให้ หน่ ว ยงานเป็ น ผู ้ น � า ด้ า นนี ้ , บุ ค ลากรมี ท ั ก ษะ, ประสบการณ์ , ความช� า นาญเป็ น ที ่ ประจั ก ษ์ 12 บุ ค ลากร มาตรฐานโรงพยาบาลส่ ง เสริ ม และสนั บ สนุ น การแพทย์ แ ผนไทยและการแพทย์ ผ สมผสาน (รพ.สส.พท.) มาตรฐานด้ า นบุ ค ลากรที ่ ป ฏิ บ ั ต ิ ง านในหน่ ว ยบริ ก ารการแพทย์ แ ผนไทย ประกอบด้ ว ย หั ว หน้ า งานการแพทย์ แ ผนไทย ผู ้ ท ี ่ ท � า หน้ า ที ่ ซ ั ก ประวั ต ิ ตรวจร่ า งกาย วิ น ิ จ ฉั ย โรคและสั ่ ง การรั ก ษา ผู ้ ใ ห้ บ ริ ก ารการแพทย์ แ ผนไทย และผู ้ ไ ด้ ร ั บ ใบประกอบวิ ช าชี พ การแพทย์ แผนไทยประเภทเวชกรรมไทย หรื อ ผู ้ ไ ด้ ร ั บ ใบประกอบวิ ช าชี พ การแพทย์ แ ผนไทยประยุ ก ต์ 13 การดู แ ลผู ้ ป ่ ว ยตามแนวทางเวชปฏิ บ ั ต ิ ด ้ า นการแพทย์ แ ผนไทยระบบกล้ า มเนื ้ อ และโครงสร้ า ง, ระบบผิ ว หนั ง , ระบบทางเดิ น หายใจ, ระบบทางเดิ น อาหาร, ระบบไหลเวี ย นโลหิ ต , ระบบ ประสาท, ระบบอวั ย วะสื บ พั น ธ์ , ระบบทางเดิ น ปั ส สาวะ (สถาบั น การแพทย์ แ ผนไทย, แนวทางเวชปฏิ บ ั ต ิ ก ารแพทย์ แ ผนไทยในสถานบริ ก ารสาธารณสุ ข ของรั ฐ , 2550), หรื อ โรคอื ่ น ๆ เช่ น ลมอั ม พฤกษ์ อั ม พาต, ความดั น โลหิ ต สู ง , เรื ้ อ นกวาง เรื ้ อ นมู ล นก (สะเก็ ด เงิ น ), ยกนั ง พิ ก าร (ตั บ แข็ ง ), กษั ย ลิ ้ น กระบื อ (มะเร็ ง ตั บ ), ปั ป ผาสั ง พิ ก าร (ถุ ง ลมโป่ ง พอง), ภู ม ิ แ พ้ ท างเดิ น หายใจ ส่ ว นต้ น , เบาหวานชนิ ด ที ่ 2 (กรมพั ฒ นาการแพทย์ แ ผนไทยและการแพทย์ ท างเลื อ ก ส’, แนวทางเวชปฏิ บ ั ต ิ การดู แ ลผู ้ ป ่ ว ยด้ า นการแพทย์ แ ผนไทยส� า หรั บ โรงพยาบาลน� า ร่ อ ง, 2559) ข้ อ เข่ า เสื ่ อ ม, ไมเกรน (สถาบั น การแพทย์ แ ผนไทย, คู ่ ม ื อ แนวทางเวชปฏิ บ ั ต ิ ก ารแพทย์ แ ผนไทยและการแพทย์ ท างเลื อ ก, 2559) หรื อ แนวทางเวชปฏิ บ ั ต ิ อ ื ่ น ๆ
  • 40.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 34 3. ที ม ผู ้ ใ ห้ บ ริ ก าร ให้ บ ริ ก ารแพทย์ แ ผนไทยโดยการประเมิ น ซั ก ประวั ต ิ ตรวจร่ า งกาย วิ น ิ จ ฉั ย โรค วางแผนการส่ ง เสริ ม การป้ อ งกั น การรั ก ษา การฟื ้ น ฟู ส ภาพและการให้ ค � า แนะน� า ผู ้ ป ่ ว ย/ ผู ้ ร ั บ ผลงานโดยหลั ก ธรรมานามั ย 14 เวชศาสตร์ เ ชิ ง ประจั ก ษ์ และองค์ ค วามรู ้ อ ื ่ น ที ่ เ กี ่ ย วข้ อ งมาประยุ ก ต์ ใ ช้ 0.5 1.0 1.5 2.0 2.5 3.0 3.5 4.0 4.5 5.0 ข้ อ ที ่ 3 3.1 การน� า กระบวนการ ไปสู ่ ก ารปฏิ บ ั ต ิ มี ก ารรวบรวมองค์ ค วามรู ้ หรื อ เอกสารวิ ช าการ ที ่ ส อดคล้ อ งกั บ ความต้ อ งการ ของหน่ ว ยงาน, ก� า หนด แนวทางและเกณฑ์ ก าร ปฏิ บ ั ต ิ ใ นแต่ ล ะกระบวนการ มี ก ารปฏิ บ ั ต ิ ต ามแนวทาง และเกณฑ์ ก � า หนดโดย เฉพาะประเด็ น ส� า คั ญ หรื อ มี ค วามเสี ่ ย ง, ค้ น หาความ เสี ่ ย งที ่ เ กิ ด ขึ ้ น ในแต่ ล ะ กระบวนการ, เริ ่ ม มี ก ารน� า หลั ก ธรรมานามั ย เวชศาสตร์ เชิ ง ประจั ก ษ์ และองค์ ค วามรู ้ อื ่ น ที ่ เ กี ่ ย วข้ อ งมาประยุ ก ต์ ใ ช้ มี ก ารทบทวนองค์ ค วามรู ้ อ ย่ า ง สม� ่ า เสมอ, ปฏิ บ ั ต ิ ต ามแนวทาง และเกณฑ์ ก � า หนดครอบคลุ ม ทุ ก กระบวนการ, ค้ น หาความเสี ่ ย ง ที ่ เ กิ ด ขึ ้ น และมี ก ารด� า เนิ น การ ควบคุ ม ป้ อ งกั น , มี ก ารน� า หลั ก ธรรมานามั ย เวชศาสตร์ เ ชิ ง ประจั ก ษ์ และองค์ ค วามรู ้ อ ื ่ น ที ่ เ กี ่ ย วข้ อ งมาปฏิ บ ั ต ิ อ ย่ า ง ชั ด เจน, มี ก ารทบทวนการน� า หลั ก ธรรมานามั ย เวชศาสตร์ เ ชิ ง ประจั ก ษ์ และองค์ ค วามรู ้ อ ื ่ น ที ่ เ กี ่ ย วข้ อ งมาปฏิ บ ั ต ิ อ ย่ า ง สม� ่ า เสมอ และพั ฒ นาต่ อ ยอด โดยสร้ า งงานวิ จ ั ย จากงาน ประจ� า , ทบทวนแนวทางปฏิ บ ั ต ิ และเกณฑ์ ก ารปฏิ บ ั ต ิ อ ย่ า ง สม� ่ า เสมอ มี ก ระบวนการปฏิ บ ั ต ิ ท ี ่ ด ี เป็ น แบบอย่ า งการให้ บริ ก ารการแพทย์ แผนไทย 14 ประกอบด้ ว ยค� า ว่ า “ธรรมะ” หมายถึ ง ธรรมชาติ และ “อนามั ย ” หมายถึ ง การมี ส ุ ข ภาพที ่ ด ี จึ ง มี ค วามหมายว่ า การสร้ า งเสริ ม สุ ข ภาพที ่ ด ี ด ้ ว ยวิ ถ ี ท างธรรมชาติ โดยประกอบด้ ว ย 3 ส่ ว น คื อ กายานามั ย (ส่ ง เสริ ม สุ ข ภาพทางกายด้ ว ยการออกก� า ลั ง กายด้ ว ยวิ ธ ี ต ่ า งๆ โดยเหมาะแก่ ว ั ย และสภาพร่ า งกายของบุ ค คล) จิ ต ตานามั ย (ส่ ง เสริ ม สุ ข ภาพทางใจด้ ว ยการปฏิ บ ั ต ิ ส มาธิ และวิ ป ั ส สนาตามหลั ก พุ ท ธธรรม หรื อ ตามหลั ก ศาสนาที ่ น ั บ ถื อ อยู ่ ) และชี ว ิ ต านามั ย (ด� า เนิ น ชี ว ิ ต โดยยึ ด หลั ก อนามั ย มี พ ฤติ ก รรมในการด� า รงชี ว ิ ต ประจ� า วั น ที ่ ด ี เพื ่ อ ส่ ง เสริ ม คุ ณ ภาพชี ว ิ ต และครอบครั ว ควบคุ ม พฤติ ก รรมที ่ เ สี ่ ย งต่ อ การเสี ย ดุ ล ยภาพของชี ว ิ ต ) (มหาวิ ท ยาลั ย มหิ ด ล, 2563)
  • 41.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 35 0.5 1.0 1.5 2.0 2.5 3.0 3.5 4.0 4.5 5.0 15 มาตรฐานของการบั น ทึ ก ในเวชระเบี ย นของการแพทย์ แ ผนไทยยึ ด ตามการตรวจประเมิ น คุ ณ ภาพการบั น ทึ ก เวชระเบี ย น และมี อ งค์ ป ระกอบดั ง นี ้ เช่ น ประวั ต ิ ก ารเจ็ บ ป่ ว ย, การวิ น ิ จ ฉั ย ทางการแพทย์ แ ผนปั จ จุ บ ั น (ถ้ า มี ) , การวิ น ิ จ ฉั ย ทางการแพทย์ แ ผนไทย, การรั ก ษา, การติ ด ตามผลการรั ก ษา เป็ น ต้ น (ขอนแก่ น , 2567) โดยแพทย์ แ ผนไทยเป็ น ผู ้ ต รวจสอบ และใช้ ร ู ป แบบ การประเมิ น ความสมบู ร ณ์ เ วชระเบี ย นตามที ่ ห น่ ว ยงานก� า กั บ หรื อ สภาวิ ช าชี พ ก� า หนด หรื อ อื ่ น ๆ ตามที ่ โ รงพยาบาลอ้ า งอิ ง ข้ อ ที ่ 4 4.1 การติ ด ตามและบั น ทึ ก ข้ อ มู ล ผู ้ ป ่ ว ย/ผู ้ ร ั บ ผลงาน 4.1.1 ออกแบบ การบั น ทึ ก ข้ อ มู ล ทาง การแพทย์ แ ผนไทย 4.1.2 ความสมบู ร ณ์ ของการบั น ทึ ก เวชระเบี ย น ของการบริ ก ารแพทย์ แผนไทย - การออกแบบเวชระเบี ย น มี ก ารบั น ทึ ก ข้ อ มู ล ที ่ ส � า คั ญ ทางการแพทย์ แ ผนไทย - เวชระเบี ย นมี ค วามสมบู ร ณ์ น้ อ ยกว่ า 40% และมี ก ารทบทวน เวชระเบี ย นอย่ า งน้ อ ย ปี ล ะครั ้ ง - การออกแบบเวชระเบี ย น มี ก ารบั น ทึ ก ข้ อ มู ล ที ่ ส � า คั ญ ทางการแพทย์ แ ผนไทย สื บ ค้ น ได้ ง ่ า ย สามารถตรวจ สอบความถู ก ต้ อ ง และ มี ก ารรั ก ษาความลั บ อย่ า ง เหมาะสม - เวชระเบี ย นมี ค วาม สมบู ร ณ์ 40-49% และ มี ก ารทบทวนความสมบู ร ณ์ ของการบั น ทึ ก เวชระเบี ย น อย่ า งน้ อ ย 3 ฉบั บ ต่ อ เดื อ น ส� า หรั บ แพทย์ แ ผนไทย แต่ ล ะคน - การออกแบบเวชระเบี ย น มี ค วามครบถ้ ว นสมบู ร ณ์ เอื ้ อ ต่ อ การบั น ทึ ก ร่ ว มกั น แยกพื ้ น ที ่ เ ป็ น สั ด ส่ ว น, มี ก ารบั น ทึ ก การวิ น ิ จ ฉั ย โรค และการเปลี ่ ย นแปลง การวิ น ิ จ ฉั ย โรคตามเกณฑ์ ที ่ ก � า หนด - เวชระเบี ย นมี ค วามสมบู ร ณ์ 50-79% - มี ก ารทบทวน ความสมบู ร ณ์ ถู ก ต้ อ ง ความเหมาะสมของ ข้ อ มู ล และการน� า มาใช้ ใ น การบั น ทึ ก เวชระเบี ย นมี ข ้ อ มู ล เพี ย งพอส� า หรั บ การสื ่ อ สาร และการดู แ ลต่ อ เนื ่ อ ง - เวชระเบี ย นเวชระเบี ย น มี ค วามสมบู ร ณ์ ไ ม่ น ้ อ ยกว่ า 80% - มี ก ระบวนการที ่ โ ดดเด่ น เช่ น การปรั บ ปรุ ง คุ ณ ภาพ ของการบั น ทึ ก จากการ รั บ ฟั ง เสี ย งสะท้ อ นของ ที ม ต่ า งวิ ช าชี พ - มี ก ารบั น ทึ ก เหตุ ผ ลของ การตั ด สิ น ใจ, เวชระเบี ย นมี ข ้ อ มู ล เพี ย ง พอส� า หรั บ การเรี ย นรู ้ การวิ จ ั ย การประเมิ น คุ ณ ภาพและการใช้ เ ป็ น 4. ที ม ผู ้ ใ ห้ บ ริ ก ารติ ด ตามและบั น ทึ ก ข้ อ มู ล ผู ้ ป ่ ว ย/ผู ้ ร ั บ ผลงานให้ ม ี ค วามครบถ้ ว น และเฝ้ า ระวั ง การเตรี ย มความพร้ อ มเพื ่ อ แก้ ไ ขภาวะฉุ ก เฉิ น และมี ก ารจ� า หน่ า ยผู ้ ป ่ ว ย/ผู ้ ร ั บ ผลงาน ตามเกณฑ์ ท ี ่ เ หมาะสม
  • 42.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 36 0.5 1.0 1.5 2.0 2.5 3.0 3.5 4.0 4.5 5.0 ข้ อ ที ่ 4 4.2 การเฝ้ า ระวั ง และ เตรี ย มความพร้ อ มเพื ่ อ แก้ ไ ขภาวะฉุ ก เฉิ น การใช้ ป ระโยชน์ จ ากข้ อ มู ล ในเวชระเบี ย น 4.2.1 การเตรี ย ม ความพร้ อ มเพื ่ อ แก้ ไ ข ภาวะฉุ ก เฉิ น 4.2.2 วางแผนการ จ� า หน่ า ยผู ้ ร ั บ บริ ก าร - มี แ ผนในการจั ด การ ภาวะฉุ ก เฉิ น - การวางแผนจ� า หน่ า ยเน้ น การให้ ส ุ ข ศึ ก ษาทั ่ ว ๆ ไปตาม แบบแผนที ่ ก � า หนดไว้ - มี ก ารจั ด การและด� า เนิ น การแก้ ไ ขภาวะฉุ ก เฉิ น ที ่ อ าจ เกิ ด ขึ ้ น ในระหว่ า งการดู แ ล รั ก ษาด้ ว ยการแพทย์ แผนไทยได้ - การจ� า หน่ า ยท� า ได้ ด ี ใ น กลุ ่ ม ที ่ ม ี ก ารจั ด ท� า แนวทาง ไว้ แ ล้ ว , มี ก ารให้ ค � า แนะน� า ทางการแพทย์ แ ผนไทย ที ่ ส อดคล้ อ งปั ญ หา และ ความต้ อ งการผู ้ ป ่ ว ย - มี ก ารใช้ ข ้ อ มู ล ในเวชระเบี ย น เพื ่ อ การวางแผนการดู แ ลโดย ค� า นึ ง ถึ ง ความเสี ่ ย งที ่ อ าจเกิ ด , มี ก ารฝึ ก ซ้ อ มและจั ด การแก้ ไ ข ภาวะฉุ ก เฉิ น อย่ า งเหมาะสม, มี ร ะบบการประสานงาน ส่ ง ต่ อ ผู ้ ป ่ ว ยได้ อ ย่ า งถู ก ต้ อ ง เหมาะสม ทั น เวลา - มี ก ารระบุ ป ั ญ หา/ความ ต้ อ งการที ่ จ ะเกิ ด ขึ ้ น หลั ง จ� า หน่ า ยอย่ า งชั ด เจน มี ก ารเตรี ย มความพร้ อ ม เพื ่ อ ให้ ผ ู ้ ป ่ ว ยและครอบครั ว สามารถจั ด การกั บ ปั ญ หา/ ความต้ อ งการดั ง กล่ า ว มี ก ารฝึ ก ซ้ อ มและปรั บ ปรุ ง แผนการแก้ ไ ขภาวะฉุ ก เฉิ น - มี ก ารทบทวนและพั ฒ นา แนวทางในการจั ด การแก้ ไ ข ภาวะฉุ ก เฉิ น ที ่ เ หมาะสม เป็ น ระบบ และมี ก ารปรั บ ปรุ ง สม� ่ า เสมอ มี ก ารสื ่ อ สาร ประสานงานระหว่ า งหน่ ว ยงาน ที ่ ร ั บ ผิ ด ชอบอย่ า งชั ด เจน - การวางแผนจ� า หน่ า ย ครอบคลุ ม ผู ้ ป ่ ว ยทุ ก รายที ่ ม ี ข้ อ บ่ ง ชี ้ และสอดคล้ อ งกั บ ปั ญ หาของผู ้ ป ่ ว ย, สหวิ ช าชี พ ที ่ เ กี ่ ย วข้ อ ง ผู ้ ป ่ ว ย/ครอบครั ว มี ส ่ ว นร่ ว มในการวางแผน จ� า หน่ า ย, มี ก ารประเมิ น และ ปรั บ ปรุ ง การวางแผนจ� า หน่ า ย - มี ก ระบวนการที ่ เ ป็ น แบบ อย่ า งที ่ ด ี ใ นการจั ด การ แก้ ไ ขภาวะฉุ ก เฉิ น อย่ า ง เหมาะสม ชั ด เจน - มี ก ารประเมิ น และ ปรั บ ปรุ ง กระบวนการ วางแผนจ� า หน่ า ยอย่ า งเป็ น ระบบ ส่ ง ผลให้ ผ ู ้ ป ่ ว ยได้ ร ั บ การดู แ ลและช่ ว ยตนเองได้ รวมถึ ง การประสานให้ ชุ ม ชนมี ส ่ ว นร่ ว มดู แ ลผู ้ ป ่ ว ย ที ่ ด ้ อ ยโอกาสหรื อ ขาด ผู ้ ด ู แ ล 4. ที ม ผู ้ ใ ห้ บ ริ ก ารติ ด ตามและบั น ทึ ก ข้ อ มู ล ผู ้ ป ่ ว ย/ผู ้ ร ั บ ผลงานให้ ม ี ค วามครบถ้ ว น และเฝ้ า ระวั ง การเตรี ย มความพร้ อ มเพื ่ อ แก้ ไ ขภาวะฉุ ก เฉิ น และมี ก ารจ� า หน่ า ยผู ้ ป ่ ว ย/ผู ้ ร ั บ ผลงาน ตามเกณฑ์ ท ี ่ เ หมาะสม
  • 43.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 37 0.5 1.0 1.5 2.0 2.5 3.0 3.5 4.0 4.5 5.0 ข้ อ ที ่ 5 5.1 กลไกการก� า กั บ ดู แ ล การท� า หั ต ถการ และ การใช้ เ ครื ่ อ งมื อ 5.1.1 การก� า กั บ หั ต ถการ - มี ก ารระบุ ก ลุ ่ ม ผู ้ ป ่ ว ย/ บริ ก ารที ่ ม ี ค วามเสี ่ ย งสู ง และ จั ด ท� า แนวทางการดู แ ล - ผู ้ ร ั บ บริ ก ารได้ ร ั บ การ ประเมิ น และวางแผนเพื ่ อ ให้ บริ ก ารหั ต ถการโดยเฉพาะ กลุ ่ ม ผู ้ ป ่ ว ย/บริ ก ารที ่ ม ี ค วาม เสี ่ ย งสู ง และได้ ร ั บ ข้ อ มู ล เกี ่ ย วกั บ การท� า หั ต ถการ - หั ต ถการที ่ ม ี ค วามเสี ่ ย งสู ง ด� า เนิ น การตามแนวทางการ ดู แ ล ในสถานที ่ ท ี ่ เ หมาะสม, ประเมิ น ความปลอดภั ย ของ ผู ้ ป ่ ว ยระหว่ า งการท� า หั ต ถการ - มี ก ารประเมิ น และปรั บ ปรุ ง การท� า หั ต ถการที ่ ม ี ค วามเสี ่ ย ง สู ง อย่ า งเป็ น ระบบ, ผู ้ ร ั บ บริ ก าร ได้ ร ั บ ข้ อ มู ล การท� า หั ต ถการ และมี ส ่ ว นร่ ว มในการตั ด สิ น ใจ เลื อ กวิ ธ ี , มี น วั ต กรรม ในการ พั ฒ นาแนวทางการท� า หั ต ถการ - เป็ น แบบอย่ า งที ่ ด ี ใ นการ ก� า กั บ ดู แ ลหั ต ถการที ่ ม ี ความเสี ่ ย งสู ง , มี ก ารพั ฒ นา ที ่ โ ดดเด่ น เช่ น การบู ร ณาการการท� า หั ต ถการระหว่ า งแพทย์ แผนไทยและแพทย แผนปั จ จุ บ ั น โดยมี ผ ลลั พ ธ์ ที ่ ด ี ปลอดภั ย , มี ท ี ม ผู ้ เ ชี ่ ย วชาญมาช่ ว ยที ม ผู ้ ใ ห้ บ ริ ก ารเมื ่ อ ผู ้ ป ่ ว ย มี อ าการทรุ ด ลงหรื อ เปลี ่ ย นแปลงเข้ า สู ่ ภ าวะ วิ ก ฤติ 5. องค์ ก รมี ก ลไกในการก� า กั บ ดู แ ลการท� า หั ต ถการ การใช้ เ ครื ่ อ งมื อ และยาจากสมุ น ไพรตามศาสตร์ ก ารแพทย์ แ ผนไทยให้ ถ ู ก ต้ อ ง มี ค วามปลอดภั ย เหมาะสมกั บ ผู ้ ป ่ ว ย/ผู ้ ร ั บ ผลงาน เฉพาะราย
  • 44.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 38 0.5 1.0 1.5 2.0 2.5 3.0 3.5 4.0 4.5 5.0 ข้ อ ที ่ 5 5.1.2 การใช้ เครื ่ อ งมื อ 16 - มี เ ครื ่ อ งมื อ พื ้ น ฐานและ แนวทางปฏิ บ ั ต ิ ส � า หรั บ การท� า หั ต ถการแต่ ล ะประเภท - เครื ่ อ งมื อ ที ่ ใ ช้ ไ ด้ ม าตรฐาน ได้ ร ั บ การสอบเที ย บ มี แ ผนการตรวจสอบ การบ� า รุ ง รั ก ษา สอบเที ย บ เครื ่ อ งมื อ รวมถึ ง แผน การบริ ห ารจั ด การ เช่ น การคั ด เลื อ ดจั ด หา บั ญ ชี รายการ การทดสอบ ให้ ค วามรู ้ ผ ู ้ ใ ช้ ง าน รวมถึ ง แนวปฏิ บ ั ต ิ ฉ ุ ก เฉิ น เมื ่ อ เครื ่ อ งมื อ ไม่ ส ามารถ ใช้ ง านได้ - มี ค วามพร้ อ มด้ า นเครื ่ อ งมื อ และผู ้ ช ่ ว ย, มี ก ารฝึ ก อบรม เพื ่ อ น� า แนวทางไปปฏิ บ ั ต ิ , เครื ่ อ งมื อ ที ่ ใ ช้ ส ะอาด ได้ ม าตรฐาน เพี ย งพอ พร้ อ มใช้ ง าน - มี ก ารประเมิ น และปรั บ ปรุ ง เครื ่ อ งมื อ ที ่ พ ร้ อ มใช้ ง าน - มี ค ู ่ ม ื อ การใช้ เ ครื ่ อ งมื อ ที ่ เ ป็ น แบบอย่ า ง และ ได้ ม าตรฐาน 5. องค์ ก รมี ก ลไกในการก� า กั บ ดู แ ลการท� า หั ต ถการ การใช้ เ ครื ่ อ งมื อ และยาจากสมุ น ไพรตามศาสตร์ ก ารแพทย์ แ ผนไทยให้ ถ ู ก ต้ อ ง มี ค วามปลอดภั ย เหมาะสมกั บ ผู ้ ป ่ ว ย/ผู ้ ร ั บ ผลงาน เฉพาะราย 16 เครื ่ อ งมื อ พื ้ น ฐานในการให้ บ ริ ก ารการแพทย์ แ ผนไทย เช่ น เครื ่ อ ง ชั ่ ง ตวง วั ด , เครื ่ อ งมื อ วิ ท ยาศาสตร์ ใ นการตรวจผู ้ ป ่ ว ย เช่ น ปรอทวั ด ไข้ เครื ่ อ งวั ด ความดั น โลหิ ต เป็ น ต้ น และเครื ่ อ งมื อ เฉพาะทางกรณี ม ี ก ารให้ บ ริ ก ารที ่ เ ฉพาะ เช่ น บ่ ง ต้ อ ด้ ว ยหนามหวาย เผายา หรื อ อื ่ น ๆ ตามมาตรฐานวิ ช าชี พ โดยอ้ า งอิ ง เกณฑ์ ม าตรฐานและกรรมวิ ธ ี ก ารแพทย์ แ ผนไทย ผู ้ ป ระกอบวิ ช าชี พ การแพทย์ แ ผนไทย (สภาการแพทย์ แ ผนไทย, 2563) หรื อ เกณฑ์ อ ื ่ น ๆ
  • 45.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 39 ข้ อ ที ่ 5 5.2 กลไกการก� า กั บ ดู แ ล การใช้ ย าสมุ น ไพร 5.2.1 ยาส� า เร็ จ รู ป 18 - มี แ นวทางการควบคุ ม คุ ณ ภาพวั ต ถุ ด ิ บ และ ยาแผนไทย, การจั ด ท� า บั ญ ชี ยาแผนไทยโรงพยาบาล - มี ก ารควบคุ ม คุ ณ ภาพ วั ต ถุ ด ิ บ และยาแผนไทย ตามแนวทาง (08.1) มี ก าร ระบุ แ หล่ ง ที ่ ม าวั ต ถุ ด ิ บ , การจ่ า ยยาแผนไทยเป็ น ไป ตามบั ญ ชี ย าแผนไทยใน โรงพยาบาลและองค์ ค วามรู ้ , มี น โยบายการป้ อ งกั น ความคลาดเคลื ่ อ น ในการ ใช้ ย าแผนไทยใน กระบวนการต่ า งๆ เช่ น การจ่ า ยยา ทบทวนค� า สั ่ ง ใช้ ย า เป็ น ต้ น 19 - มี ก ารควบคุ ม คุ ณ ภาพวั ต ถุ ด ิ บ และยาแผนไทยครบถ้ ว น, ปฏิ บ ั ต ิ ต ามแนวทางการก� า กั บ ดู แ ลและสิ ่ ง แวดล้ อ มสนั บ สนุ น ครบถ้ ว น มี ก ารระบุ ย า หรื อ วั ต ถุ ด ิ บ ที ่ ม ี ค วามเสี ่ ย ง หรื อ ต้ อ งระมั ด ระวั ง สู ง มี ม าตรการ การป้ อ งกั น เหตุ ก ารณ์ ไ ม่ พ ึ ง ประสงค์ อั น ตรกริ ย าระหว่ า ง ยาแผนไทยกั บ ยาแผน ปั จ จุ บ ั น - มี ก ารประเมิ น และปรั บ ปรุ ง กระบวนการ ควบคุ ม คุ ณ ภาพ วั ต ถุ ด ิ บ และยาแผนไทย, การก� า กั บ ดู แ ลและสิ ่ ง แวดล้ อ ม สนั บ สนุ น - มี น วั ต กรรมที ่ โ ดดเด่ น เป็ น แบบอย่ า งที ่ ด ี ใ นการ การก� า กั บ ดู แ ล กระบวนการควบคุ ม คุ ณ ภาพวั ต ถุ ด ิ บ และ ยาแผนไทย 5. องค์ ก รมี ก ลไกในการก� า กั บ ดู แ ลการท� า หั ต ถการ การใช้ เ ครื ่ อ งมื อ และยาจากสมุ น ไพรตามศาสตร์ ก ารแพทย์ แ ผนไทยให้ ถ ู ก ต้ อ ง มี ค วามปลอดภั ย เหมาะสมกั บ ผู ้ ป ่ ว ย/ผู ้ ร ั บ ผลงาน เฉพาะราย 17 ยาสมุ น ไพร ภายใต้ ร ะบบของเรื ่ อ งนี ้ ม ี ท ั ้ ง ยาสมุ น ไพรส� า เร็ จ รู ป ยาสมุ น ไพรปรุ ง เฉพาะราย การผลิ ต ยาสมุ น ไพร จะพิ จ ารณา ยาสมุ น ไพรปรุ ง เฉพาะราย safety เป็ น ส� า คั ญ ประเด็ น ที ่ ค วรดู เช่ น เรื ่ อ งอั น ตรกิ ร ิ ย าระหว่ า งยาแผนไทยกั บ ยาแผนปั จ จุ บ ั น เป็ น สิ ่ ง ที ่ ส � า คั ญ กั บ เรื ่ อ งของความปลอดภั ย ในการใช้ ย า 18 การพิ จ ารณาคั ด เลื อ กยาแผนไทย 1) ได้ จ ากผู ้ ผ ลิ ต ที ่ ผ ่ า นมาตรฐานการผลิ ต ยาแผนไทยที ่ ก ฎหมายก� า หนด 2) มี แ นวทางการตรวจสอบคุ ณ ภาพยาแผนไทยและมี ค ู ่ ม ื อ การด� า เนิ น งานก� า กั บ 3) มี แ นวทางการสุ ่ ม ตรวจคุ ณ ภาพยาแผนไทยประจ� า ปี ต ามความเหมาะสม 19 มี ก ารตรวจสอบความถู ก ต้ อ งของยาสมุ น ไพรที ่ ม ี ก ารจ่ า ยให้ ผ ู ้ ป ่ ว ยว่ า ถู ก ต้ อ งตามใบสั ่ ง ยา สอดคล้ อ งกั บ ข้ อ มู ล การรั ก ษา และมี ค วามเสี ่ ย งต่ อ ประวั ต ิ ก ารแพ้ ย า หรื อ อั น ตรกริ ย าระหว่ า งยา ที ่ ผ ู ้ ป ่ ว ยใช้ ป ระจ� า หรื อ ไม่ เป็ น ต้ น 0.5 1.0 1.5 2.0 2.5 3.0 3.5 4.0 4.5 5.0
  • 46.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 40 0.5 1.0 1.5 2.0 2.5 3.0 3.5 4.0 4.5 5.0 ข้ อ ที ่ 5 5.2.2 ยาปรุ ง เฉพาะราย 20 - มี แ นวทางการทบทวน การจ่ า ยยา, การเก็ บ รั ก ษายา - มี แ นวทางการปรุ ง ยา สมุ น ไพรเฉพาะรายที ่ เ ป็ น ไป ตามองค์ ค วามรู ้ - มี ก ารก� า กั บ การใช้ ย า แผนไทยในทุ ก กระบวนการ, การปรุ ง ยาส� า หรั บ ผู ้ ป ่ ว ย เฉพาะรายมี ก ารควบคุ ม คุ ณ ภาพวั ต ถุ ด ิ บ - การก� า กั บ การใช้ ย าแผนไทย, การปรุ ง ยาส� า หรั บ ผู ้ ป ่ ว ย เฉพาะราย - การก� า กั บ ดู แ ล และ สิ ่ ง แวดล้ อ มสนั บ สนุ น , การก� า กั บ การใช้ ย า แผนไทย, การปรุ ง ยา ส� า หรั บ ผู ้ ป ่ ว ยเฉพาะราย 5. องค์ ก รมี ก ลไกในการก� า กั บ ดู แ ลการท� า หั ต ถการ การใช้ เ ครื ่ อ งมื อ และยาจากสมุ น ไพรตามศาสตร์ ก ารแพทย์ แ ผนไทยให้ ถ ู ก ต้ อ ง มี ค วามปลอดภั ย เหมาะสมกั บ ผู ้ ป ่ ว ย/ผู ้ ร ั บ ผลงาน เฉพาะราย 20 ยาปรุ ง เฉพาะราย โดยอ้ า งอิ ง มาตรฐานยาปรุ ง เฉพาะราย 21 เช่ น การให้ ค วามรู ้ ค� า แนะน� า และการติ ด ตามการปรุ ง รั บ ประทานยาที ่ ถ ู ก ต้ อ ง และมี แ นวทางการประเมิ น การใช้ ย า
  • 47.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 41 0.5 1.0 1.5 2.0 2.5 3.0 3.5 4.0 4.5 5.0 ข้ อ ที ่ 6 6.1 การสื ่ อ สาร Inform Consent และการสร้ า ง สั ม พั น ธภาพกั บ ผู ้ ป ่ ว ย และญาติ ผ ู ้ ป ่ ว ย 23 มี ก ารสื ่ อ สารข้ อ มู ล สภาวะสุ ข ภาพ และการรั ก ษา ตามแนวทางการแพทย์ แผนไทย การสื ่ อ สารข้ อ มู ล ทาง การแพทย์ แ ผนไทย ท� า ได้ ด ี ในกลุ ่ ม ประชากรส� า คั ญ ทางคลิ น ิ ก , ผู ้ ป ่ ว ยและ ครอบครั ว ได้ ร ั บ ข้ อ มู ล ที ่ ส � า คั ญ และจ� า เป็ น ต่ อ สุ ข ภาพผู ้ ป ่ ว ย อย่ า งเพี ย งพอ, ขอความยิ น ยอมการรั ก ษา ก่ อ นให้ บ ริ ก ารหรื อ กระท� า หั ต ถการส� า คั ญ 22 การสื ่ อ สารข้ อ มู ล ทางการ แพทย์ แ ผนไทย ท� า ได้ ด ี ครอบคลุ ม ทุ ก กลุ ่ ม ประชากร, ผู ้ ป ่ ว ยและญาติ ไ ด้ ร ั บ ข้ อ มู ล ที ่ ส � า คั ญ และจ� า เป็ น ต่ อ สุ ข ภาพ และการดู แ ลตนเองตาม แนวทางการแพทย์ แ ผนไทย, มี ก ารประเมิ น ปั ญ หา/ความ ต้ อ งการของผู ้ ป ่ ว ยเพื ่ อ วางแผนกิ จ กรรมการเรี ย นรู ้ , ขอความยิ น ยอมการรั ก ษา ก่ อ นให้ บ ริ ก าร หรื อ กระท� า หั ต ถการส� า คั ญ มี ก ารประเมิ น ผู ้ ป ่ ว ยเพื ่ อ วางแผนและก� า หนดกิ จ กรรม การเรี ย นรู ้ , ผู ้ ป ่ ว ย/ครอบครั ว มี ส ่ ว นร่ ว มในการก� า หนด แผนการดู แ ลตนเอง,มี ก ารใช้ นวั ต กรรมในการจั ด กิ จ กรรม เสริ ม ทั ก ษะ, มี ก ารประเมิ น และ ปรั บ ปรุ ง การให้ ข ้ อ มู ล และ การเสริ ม พลั ง อย่ า งต่ อ เนื ่ อ ง มี ก ระบวนการที ่ เ ป็ น แบบ อย่ า งที ่ ด ี ใ นการให้ ข ้ อ มู ล และเสริ ม พลั ง , มี ก าร พั ฒ นาการสื ่ อ สารข้ อ มู ล ให้ เ ป็ น ระบบอย่ า งดี เ ยี ่ ย ม, ผู ้ ป ่ ว ยให้ ค วามยิ น ยอมด้ ว ย ความเข้ า ใจ, มี ก ารสร้ า ง สั ม พั น ธภาพอย่ า งดี เ ยี ่ ย ม ต่ อ ผู ้ ป ่ ว ย 6. องค์ ก รสื ่ อ สารและสร้ า งสั ม พั น ธภาพที ่ ด ี ต ่ อ ผู ้ ป ่ ว ย/ผู ้ ร ั บ ผลงาน และสหสาขาวิ ช าชี พ เพื ่ อ การดู แ ลผู ้ ป ่ ว ยต่ อ เนื ่ อ ง และเป็ น องค์ ร วม 22 หั ต ถการหรื อ บริ ก ารที ่ ม ี ค วามเสี ่ ย งสู ง ที ่ อ าจเกิ ด เหตุ ก ารณ์ ไ ม่ พ ึ ง ประสงค์ เช่ น การได้ ร ั บ บาดเจ็ บ จากความร้ อ น การแพ้ ส มุ น ไพร ฯลฯ รวมไปถึ ง หั ต ถการทั ่ ว ไปแต่ ม ี ข ้ อ ควรระวั ง ในผู ้ ป ่ ว ย เฉพาะราย เช่ น การเปิ ด ประตู ล มในผู ้ ป ่ ว ยที ่ ม ี ค วามดั น โลหิ ต สู ง หรื อ มี ค วามเสี ่ ย งลิ ่ ม เลื อ ด หรื อ รั บ ยา Warfarin, การดั ด ข้ อ ต่ อ ต่ า งๆ ในกลุ ่ ม ผู ้ ป ่ ว ยที ่ ม ี โ รคทางกระดู ก เป็ น ต้ น ตามคู ่ ม ื อ แนวทาง เวชปฏิ บ ั ต ิ (กรมพั ฒ นาการแพทย์ แ ผนไทยและการแพทย์ ท างเลื อ ก, 2559) หรื อ ตามแนวทางเวชปฏิ บ ั ต ิ ท ี ่ โ รงพยาบาลอ้ า งอิ ง
  • 48.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 42 0.5 1.0 1.5 2.0 2.5 3.0 3.5 4.0 4.5 5.0 ข้ อ ที ่ 6 6.2 การสื ่ อ สาร และ การสร้ า งสั ม พั น ธภาพ ระหว่ า งสหสาขาวิ ช าชี พ 23 มี แ ผนการสื ่ อ สารองค์ ค วามรู ้ การแพทย์ แ ผนไทยที ่ ถ ู ก ต้ อ ง ให้ แ ก่ ส หวิ ช าชี พ เพื ่ อ ให้ เ กิ ด ความเข้ า ใจในกระบวนการ รั ก ษาด้ ว ยการแพทย์ แ ผนไทย มี แ ผนการสื ่ อ สารและ การประสานงานความ ร่ ว มมื อ ในการดู แ ลผู ้ ป ่ ว ย ระหว่ า งสหวิ ช าชี พ มี ก ารประเมิ น ว่ า สหวิ ช าชี พ เข้ า ใจในแพทย์ แ ผนไทย และ ประสานงานความร่ ว มมื อ ในการดู แ ลผู ้ ป ่ ว ยระหว่ า ง สหวิ ช าชี พ ตามความรั บ ผิ ด ชอบ อย่ า งเหมาะสม, มี ก ารสื ่ อ สาร องค์ ค วามรู ้ ก ารแพทย์ แ ผนไทย ให้ แ ก่ ส หวิ ช าชี พ เพื ่ อ การดู แ ล ผู ้ ป ่ ว ย และประชาสั ม พั น ธ์ ความรู ้ มี แ ผนในการสร้ า งความร่ ว มมื อ และประสานงานกั บ หน่ ว ยงาน ต่ า งๆ เพื ่ อ ความต่ อ เนื ่ อ ง ในการติ ด ตามดู แ ลผู ้ ป ่ ว ย และ บู ร ณาการการแพทย์ แ ผนไทย เข้ า ในกระบวนการดู แ ลผู ้ ป ่ ว ย, มี ก ารประเมิ น และปรั บ ปรุ ง กระบวนการดู แ ลต่ อ เนื ่ อ ง มี แ ผนการประเมิ น และ ปรั บ ปรุ ง การสื ่ อ สารอย่ า ง เป็ น ระบบ, เกิ ด การเรี ย นรู ้ ต่ อ เนื ่ อ ง, มี ง านวิ จ ั ย เชิ ง นวั ต กรรม ด้ า นการสื ่ อ สาร ส่ ง ผลให้ ห น่ ว ยงานเป็ น ผู ้ น � า ด้ า นนี ้ 6. องค์ ก รสื ่ อ สารและสร้ า งสั ม พั น ธภาพที ่ ด ี ต ่ อ ผู ้ ป ่ ว ย/ผู ้ ร ั บ ผลงาน และสหสาขาวิ ช าชี พ เพื ่ อ การดู แ ลผู ้ ป ่ ว ยต่ อ เนื ่ อ ง และเป็ น องค์ ร วม 23 ด้ ว ยความซั บ ซ้ อ นในปั จ จั ย ก� า หนดสุ ข ภาพของผู ้ ป ่ ว ย ทั ้ ง ในระดั บ บุ ค คล ครอบครั ว ชุ ม ชน และสั ง คม จึ ง ต้ อ งอาศั ย การบู ร ณาการบทบาทและความเชี ่ ย วชาญของแต่ ล ะวิ ช าชี พ ในการดู แ ล ผู ้ ป ่ ว ย เพื ่ อ เป็ น การสร้ า งโอกาสในการดู แ ลที ่ ค รอบคลุ ม บริ บ ทผู ้ ป ่ ว ย (มู ล นิ ธ ิ ส ถาบั น วิ จ ั ย และพั ฒ นาระบบสุ ข ภาพชุ ม ชน, 2564)
  • 49.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 43 1. การบันทึกเวชระเบียน/OPD card/Family folder แบบบันทึกข้อมูลผู้รับบริการด้านการแพทย์แผนไทย ชื่อ-สกุล........................................................ อายุ ........... ปี เพศ ชาย หญิง TTM No. ……………… วัน/เดือน/ปี(เกิด)...........................ธาตุเจ้าเรือน.........วันเดือนปีที่มาพบแพทย์....................เวลา..............น. อาการส�ำคัญ............................................................................................................................................... อาการเจ็บป่วยปัจจุบัน............................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... โรค/อาการบ่งชื้ที่ควรระวัง(โรคประจ�ำตัว)……………………………………………………………………………………… ประวัติการผ่าตัด.........................................................ประวัติการแพ้ยา/อาหาร........................................ การตรวจร่างกายอุณหภูมิ......องศาเซลเซียสชีพจร.......ครั้ง/นาทีหายใจ.....ครั้ง/นาทีความดันโลหิต......... มม.ปรอท น�้ำหนัก..............กก. ส่วนสูง..............ซม. 1. ................ปัญหาที่พบ................................................................................. 2. ................ปัญหาที่พบ................................................................................. 3. ................ปัญหาที่พบ................................................................................. การตรวจเฉพาะที่............................................................................................ สมฏฐานธาตุพิการ........................................................................................... การวินิจฉัยทางการแพทย์แผนไทย.................................................................. แผนปัจจุบัน....................................................................มาตรวัดความเจ็บปวด จ่ายยาจากสมุนไพร (ระบุชื่อ ปริมาณ ขนาดที่ใช้) หัตถการ นวด ประคบ อบสมุนไพร อื่นๆ .....................................................................สรุปผลการรักษา/แนวทางการรักษาต่อเนื่อง ..................................................................... หายปกติ อาการดีขึ้นเป็นที่น่าพอใจ ดีขึ้นเล็กน้อย ..................................................................... หายปกติ นัดรักษาต่อเนื่อง.............................................. ..................................................................... หายปกติ ส่งรักษาต่อแผนปัจจุบัน............................... ค�ำแนะน�ำ ................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... ลงนามแพทย์แผนไทยผู้ตรวจรักษา........................................เลขที่ใบประกอบโรคศิลปะ.......................... ตัวอย่างแบบบันทึกเวชระเบียน ตัวอยางแบบบันทึกเวชระเบียน 1. การบันทึกเวชระเบียน/OPD card/Family folder แบบบันทึกขอมูลผูรับบริการดานการแพทยแผนไทย ชื่อ-สกุล........................................................................... อายุ ........................... ป เพศ ชาย  หญิง TTM No. ………….………… วัน/เดือน/ป (เกิด).......................................ธาตุเจาเรือน................................วันเดือนปที่มาพบแพทย.........................เวลา..........................น. อาการสำคัญ................................................................................................................................................................................................................... อาการเจ็บปวยปจจุบัน................................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................................................................ โรค/อาการบงชื้ที่ควรระวัง (โรคประจำตัว)…………………………………………………………………………………………………………………………... ประวัติการผาตัด..............................................................................................ประวัติการแพยา/อาหาร................................................................. การตรวจรางกาย อุณหภูมิ...................องศาเซลเซียส ชีพจร............ครั้ง/นาที หายใจ...........ครั้ง/นาที ความดันโลหิต…………............ มม.ปรอท น้ำหนัก..............กก. สวนสูง..............ซม. 1. ................ปญหาที่พบ........................................................................................ 2. ................ปญหาที่พบ........................................................................................ 3. ................ปญหาที่พบ........................................................................................ การตรวจเฉพาะที่................................................................................................... สมฏฐานธาตุพิการ................................................................................................ การวินิจฉัยทางการแพทยแผนไทย................................................................... แผนปจจุบัน....................................................................มาตรวัดความเจ็บปวด  จายยาจากสมุนไพร(ระบุชื่อ ปริมาณ ขนาดที่ใช) หัตถการ  นวด ประคบ  อบสมุนไพร  อื่นๆ .....................................................................................................สรุปผลการรักษา/แนวทางการรักษาตอเนื่อง ......................................................................................................หายปกติ  อาการดีขึ้นเปนที่นาพอใจ  ดีขึ้นเล็กนอย ......................................................................................................หายปกติ นัดรักษาตอเนื่อง.............................................. ...................................................................................................... หายปกติ สงรักษาตอแผนปจจุบัน.......................................... คำแนะนำ ............................................................................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................................................................ ลงนาม แพทยแผนไทยผูตรวจรักษา..............................................................................เลขที่ใบประกอบโรคศิลปะ.............................................
  • 50.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 44 กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก.(2559).คู่มือแนวทาง เวชปฏิบัติการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกในคลินิกบริการการแพทย์ แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกแบบครบวงจร. กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สถาบันการแพทย์แผนไทย. (2550).แนวทางเวชปฏิบัติการแพทย์แผนไทยในสถานบริการสาธารณสุขของรัฐ. กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สถาบันการแพทย์แผนไทย. (2559).คู่มือแนวทางเวชปฏิบัติการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. คณะท�ำงานแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก ระดับเขต 7 ขอนแก่น.(2567). คู่มือแนวทางการด�ำเนินงานบริการการแพทย์แผนไทยระดับเขต 7 ขอนแก่น. เข้าถึงได้จาก คู่มือแนวทางการด�ำเนินงานบริการแพทย์แผนไทย ระดับ เขต 7 ขอนแก่น: https://www.uckkpho.com/uc/ttm/3946/ ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัย มหิดล.(2563).การด�ำรงชีวิตด้วยหลักธรรมานามัย. เข้าถึงได้จาก https:// www.gj.mahidol.ac.th/main/ttm/health-nature/ สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก.(2559). แนวทางการจัดบริการการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกแบบ ครบวงจร ในโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลชุมชน. บริษัทสามเจริญพาณิชย์(กรุงเทพ)จ�ำกัด. สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก.(2562). คู่มือแนวทางการคัดกรองการให้บริการการแพทย์แผนไทยคู่ขนานแผนกผู้ป่วย นอกในโรงพยาบาลรัฐ. โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (2557).คู่มือการจัดระดับบริการการแพทย์แผนไทยในสถานบริการสาธารณสุข ของรัฐ. บรรณานุกรม
  • 51.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 45 สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (2559).แนวทางเวชปฏิบัติ การดูแลผู้ป่วยด้านการแพทย์แผนไทย ส�ำหรับ โรงพยาบาลน�ำร่อง. สภาการแพทย์แผนไทย.(2563).เกณฑ์มาตรฐานและกรรมวิธีการแพทย์แผนไทย ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพการแพทย์ แผนไทย พ.ศ.2556. ส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพร่วมกับมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนา ระบบสุขภาพชุมชน.(2564).สถานการณ์บทบาททีมสหวิชาชีพในระบบสุขภาพ ปฐมภูมิ.
  • 52.
  • 53.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 47 ค�ำสั่งกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ที่ ๒๑๗๗ /๒๕๖๖ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการและคณะท�ำงานพัฒนาคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย (TTM HA) โดยเป็นการสมควรแต่งตั้งคณะกรรมการและคณะท�ำงานพัฒนาคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย (TTMHA)เพื่อรองรับการด�ำเนินงานโครงการพัฒนาและรับรองคุณภาพงานบริการการแพทย์แผนไทย (TTM HA) ของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกให้เป็นปัจจุบัน เพื่อยกระดับพัฒนา ศักยภาพงานบริการการแพทย์แผนไทยให้มีคุณภาพมาตรฐานที่สูงขึ้นทัดเทียมกับมาตรฐานสากล และสร้างความเชื่อมั่นต่อสหวิชาชีพ อาศัยอ�ำนาจตามความในมาตรา ๓๒ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก จึงได้ออก ค�ำสั่ง ดังนี้ ข้อ ๑ แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย (TTM HA) โดยมี องค์ประกอบ หน้าที่และอ�ำนาจ ดังนี้ ๑.๑ องค์ประกอบ ๑) นายสมชัย นิจพานิช ที่ปรึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิด้านคุณภาพบริการ ๒) นายอนุวัฒน์ ศุภชุติกุล ที่ปรึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล ๓) รองศาสตราจารย์ยุวเรศมคฐ์ สิทธิชาญบัญชา ที่ปรึกษา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ๔) อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ประธาน ๕) ผู้อ�ำนวยการสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล รองประธาน ๖) รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก รองประธานร่วม ที่ได้รับมอบหมาย ๗) นายกสภาการแพทย์แผนไทย หรือผู้แทน กรรมการ ๘) เลขาธิการส�ำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือผู้แทน กรรมการ
  • 54.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 48 ๙) หัวหน้าสถานการแพทย์แผนไทยประยุกต์ กรรมการ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล หรือผู้แทน ๑๐) หัวหน้ากลุ่มภารกิจปฏิบัติการประเมินและรับรอง กรรมการ สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล หรือผู้แทน ๑๑) หัวหน้ากลุ่มภารกิจพัฒนาองค์กรและนวัตกรรม กรรมการ สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล หรือผู้แทน ๑๒) นายพิเชฐ บัญญัติ กรรมการ เลขาธิการสมาคมเวชกรรมไทย ๑๓) นายจักราวุธ เผือกคง กรรมการ นายแพทย์เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ๑๔) นายกิตติ โล่สุวรรณรักษ์ กรรมการ นายแพทย์เชี่ยวชาญ ผู้อ�ำนวยการโรงพยาบาลคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ๑๕) ผู้อ�ำนวยการโรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ กรรมการ ผสมผสาน กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก หรือผู้แทน ๑๖) นางวรวรรณ กอปรกิจงาม กรรมการ นายแพทย์ช�ำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลโนนนารายณ์ จังหวัดสุรินทร์ ๑๗) นายธันวา บัวมหะกุล กรรมการ นายแพทย์ช�ำนาญการ โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ๑๘) ผู้อ�ำนวยการสถาบันการแพทย์แผนไทย กรรมการ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และเลขานุการ ๑๙) นางอัจฉรา เชียงทอง กรรมการ นักวิชาการสาธารณสุขช�ำนาญการพิเศษ และผู้ช่วยเลขานุการ สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
  • 55.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 49 ๒๐) นางมาลา สร้อยส�ำโรง กรรมการ แพทย์แผนไทยช�ำนาญการพิเศษ และผู้ช่วยเลขานุการ สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ๒๑) หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมบริการการแพทย์แผนไทย ผู้ช่วยเลขานุการ สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ๒๒) หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนามาตรฐานบริการ ผู้ช่วยเลขานุการ การแพทย์แผนไทย สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ๒๓) นางปทุมมาศ สิริกวิน ผู้ช่วยเลขานุการ เภสัชกรช�ำนาญการ สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ๒๔) นายจตุพร สุกิตติวงศ์ ผู้ช่วยเลขานุการ แพทย์แผนไทยปฏิบัติการ สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ๑.๒ หน้าที่และอ�ำนาจ ๑) ก�ำหนดทิศทาง นโยบาย และยุทธศาสตร์การรับรองคุณภาพงานการแพทย์ แผนไทย ๒) ให้ความเห็นค�ำแนะน�ำแก่คณะท�ำงานพัฒนาคุณภาพมาตรฐานงานการแพทย์ แผนไทย ๓) ประสานความร่วมมือด้านการพัฒนาคุณภาพงานการแพทย์แผนไทยทั้งภายใน ภายนอกกระทรวง และระหว่างประเทศ ๔) ให้แนวทางการสร้างผู้เยี่ยมส�ำรวจด้านการแพทย์แผนไทย(SurveyorofTTMHA) ๕) ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก มอบหมาย ข้อ ๒ แต่งตั้งคณะท�ำงานพัฒนาคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย (TTM HA) โดยมี องค์ประกอบหน้าที่และอ�ำนาจ ดังนี้ ๒.๑ องค์ประกอบ
  • 56.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 50 ๑) นางชุติวรรณ วิวัฒนาสิทธิพงศ์ ที่ปรึกษา นายแพทย์เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลมะเร็งอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ๒) รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ประธาน ที่ได้รับมอบหมาย ๓) ผู้อ�ำนวยการสถาบันการแพทย์แผนไทย รองประธาน กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก หรือผู้แทน ๔) ผู้อ�ำนวยการสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล คณะท�ำงาน หรือผู้แทน ๕) หัวหน้ากลุ่มภารกิจปฏิบัติการประเมินและรับรอง คณะท�ำงาน สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล หรือผู้แทน ๖) หัวหน้ากลุ่มภารกิจพัฒนาองค์กรและนวัตกรรม คณะท�ำงาน สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล หรือผู้แทน ๗) นายจักราวุธ เผือกคง คณะท�ำงาน นายแพทย์เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ๘) นายกิตติ โล่สุวรรณรักษ์ คณะท�ำงาน นายแพทย์เชี่ยวชาญ ผู้อ�ำนวยการโรงพยาบาลคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ๙) นางวรวรรณ กอปรกิจงาม คณะท�ำงาน นายแพทย์ช�ำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลโนนนารายณ์ จังหวัดสุรินทร์ ๑๐) นางศศินี อภิชนกิจ คณะท�ำงาน นายแพทย์ช�ำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลอุดรธานี ๑๑) นางสาวสุชาดา อโณทยานนท์ คณะท�ำงาน นายแพทย์ช�ำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลชลบุรี ๑๒) นางอัจฉรา เชียงทอง คณะท�ำงาน นักวิชาการสาธารณสุขช�ำนาญการพิเศษ สถาบันการแพทย์แผนไทยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
  • 57.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 51 ๑๓) นางมาลา สร้อยส�ำโรง คณะท�ำงาน แพทย์แผนไทยช�ำนาญการพิเศษ สถาบันการแพทย์แผนไทยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ๑๔) นายธันวา บัวมหะกุล คณะท�ำงาน นายแพทย์ช�ำนาญการ โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน ๑๕) นางสาวดรุณี รัตนวงศาเมธากุล คณะท�ำงาน แพทย์แผนไทยประยุกต์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ๑๖) นายธนินทร อุดมสินานนท์ คณะท�ำงาน เภสัชกรช�ำนาญการ โรงพยาบาลกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ๑๗) นางสาวยุพิน แก้วกอเกตุ คณะท�ำงาน แพทย์แผนไทยช�ำนาญการ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี ๑๘) นางเพ็ชรมะณี พลราชม คณะท�ำงาน แพทย์แผนไทยช�ำนาญการ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ๑๙) นางกฤติยา บุญสุวีรดิษฐ์ คณะท�ำงาน เภสัชกรช�ำนาญการ โรงพยาบาลขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ๒๐) นางสาวกิตติยา ขันทอง คณะท�ำงาน แพทย์แผนไทยช�ำนาญการ โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน ๒๑) หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนามาตรฐานบริการการแพทย์แผนไทย คณะท�ำงาน สถาบันการแพทย์แผนไทย และเลขานุการ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ๒๒) หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมบริการการแพทย์แผนไทย คณะท�ำงาน สถาบันการแพทย์แผนไทย และเลขานุการร่วม กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
  • 58.
    คู่มือแนวทางการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย Thai Traditional MedicineHospital Accreditation Scoring Guideline 52 ๒๓) นางปทุมมาศ สิริกวิน ผู้ช่วยเลขานุการ เภสัชกรช�ำนาญการ สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ๒๔) นางสาวปพิชญา แนบกลาง ผู้ช่วยเลขานุการ แพทย์แผนไทยปฏิบัติการ สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ๒๕) นายจตุพร สุกิตติวงศ์ ผู้ช่วยเลขานุการ แพทย์แผนไทยปฏิบัติการ สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ๒.๒ หน้าที่และอ�ำนาจ ๑) ศึกษา วิเคราะห์ รูปแบบการพัฒนาคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย ๒) จัดท�ำคู่มือการน�ำมาตรฐานงานการแพทย์แผนไทยไปสู่การปฏิบัติ ๓) ปรับปรุงเกณฑ์มาตรฐานการพัฒนาและรับรองคุณภาพงานการแพทย์แผนไทย ให้มีความเหมาะสม ๔) เยี่ยมส�ำรวจและติดตามผลการด�ำเนินงานการแพทย์แผนไทยเพื่อรองรับ การตรวจประเมินคุณภาพมาตรฐาน ๕) ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก มอบหมาย ข้อ ๓ ให้ยกเลิกค�ำสั่งกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ที่ ๖๙๖/๒๕๖๖ ลงวันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการและคณะท�ำงานพัฒนาคุณภาพ งานการแพทย์แผนไทย (TTM HA) ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ ๒๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ (นายทวีศิลป์ วิษณุโยธิน) รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข รักษาราชการแทน อธิบดีกรมการแพทย์แผนทย์ และการแพทย์ทางเลือก