More Related Content
PPTX
Fall Risk and Assessment (4th ed) PDF
PDF
PDF
PPT
PDF
การพยาบาลผู้ป่วย CAD IHD & VHD edition 131059 DOCX
Pārbaudes darbs par Aspazijas un Raiņa daiļradi PPTX
What's hot
PDF
โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (Acute myocardial infarction, AMI หรือ Acute c... PPTX
การบันทึกข้อมูลการให้บริการงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค Hdc epi 2019 PDF
Risk matrix VS Risk profile PDF
Update management in wound care 16 oct 13 PPT
PPTX
PDF
PPT
PDF
หลักการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย PDF
Trauma treatment skills for nurse PPT
สาธารณภัยกับศูนย์ประสานงาน PDF
การพยาบาลผู้ป่วยโรคผิวหนัง PDF
PPTX
เกณฑ์การตัดสินจริยธรรมกับการก่อการ PDF
PPT
PPTX
PDF
PPTX
ตอบคำถามจาก Soap note กรณีศึกษา Hypertension non compliance. PDF
Viewers also liked
PDF
PPT
PPTX
การปฐมพยาบาลเบื้องต้น วิชา camping PDF
หลักพยาธิบ.6การหายของแผลpptx PPTX
PPT
PDF
ชีววิทยาเรื่องระบบภูมิคุ้มกัน Immune system PDF
PDF
PPT
PDF
การดูแลผู้บาดเจ็บที่ทรวงอก PPTX
PPT
Wound Healing & Wound Care PDF
เอกสารแนะนำการเขียนบรรณานุกรม PPTX
What to Upload to SlideShare PDF
Getting Started With SlideShare Similar to การพิสูจน์บาดแผล New.
PPT
PPT
PPT
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น PPT
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น PPT
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น123 PDF
PPTX
PPT
การปฐมพยาบาลเบื้องต้นตามหลักการที่ถูกต้อง PPT
การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ความสำคัญและการดูและ การพิสูจน์บาดแผล New.
- 1.
- 2.
ามหมายของบาดแผล
บาดแผล ( WOUND)หมายถึง การที่ผิวหนัง
ของร่างกายส่วนในส่วนหนึ่งได้รับอันตราย การกระ
ทำาให้บาดเจ็บ อาจเกิดการคั่งของเลือดหรือผิวหนังแยก
ออกจากกัน ซึ่งเกิดจากได้รับแรงกระแทก ดังนั้น
บาดแผลจึงมีความสำาคัญเพราะเป็นผลจากการรับการก
ระทบ กระแทก ในทางกฎหมายบาดแผลอาจเป็นหลัก
ฐานที่แสดงว่ามีการทำาร้ายกัน แสดงถึงเจตนาของผู้
- 3.
- 4.
- 5.
- 6.
- 7.
- 8.
ามรุนแรงบาดแผล (ต่อ)
งของพื้นผิวที่กระทบ
ผิวของการกระทบกว้าง การบาดเจ็บจะยิ่งลดลงเช่นถ้าใช้ไม้แผ่นท
ท่ากันไม้ที่มีพื้นที่ของการกระทบ มากกว่าจะทำาให้การบาดเจ็บน้อย
กว่าที่ตีด้วยแรงเท่ากัน
4. สภาพแวดล้อมอื่นๆ การขับขี่ยานพาหนะในขณะที่
อากาศขมุกขมัว ถนนลื่น ย่อมมีโอกาสประสบอุบัติเหตุมากกว่า
การขับขี่ยานพาหนะในสภาพอากาศปกติ
6.ระยะเวลาที่กระทบกับร่างกาย
ของแข็งชนิดเดียวกัน กระแทกด้วยแรงที่เท่ากัน ถ้า
การกระทบใช้เวลามากกว่า ความรุนแรงจะน้อยกว่า เช่น การ
ใช้ไม้แบบเดียวกันตีที่ร่างกายด้วยแรงเท่ากัน ถ้าร่างกาย
เคลื่อนที่ไปในทางเดียวกับการตี ช่วงเวลาที่ไม้กับร่างกายจะ
ได้สัมผัสกันย่อมนานกว่า เมื่อเทียบกับร่างกายที่เคลื่อนที่สวน
- 9.
- 10.
- 11.
รหายของบาดแผล
แผลอักเสบ (Inflammation) จะเริ่มขึ้นทันทีเมื่อเกิดบาดแผล
–3 วัน แผลจะอุ่นกว่าบริเวณข้างเคียง เนื่องจากมีเลือดมาเลี้ยงบริเว
ผนังหลอดเลือดฝอยจะขยายตัวเพื่อให้เม็ดเลือดขาวออกมากำาจัดเช
2.ระยะแผลเหนี่ยงรั้ง (Wound contraction)
ระยะนี้จะมีการสร้างเนื้อเยื่อเกี่ยวพันขึ้นที่บริเวณแผล เพื่อ
เชื่อม/ยึดเนื้อเยื่อที่แยกออกจากกันขณะเกิดบาดแผล ให้เข้า
มาชิดละสมานกันทีละเล็กทีละน้อย ตั้งแต่ก้นแผลถึงปากแผล
- 12.
หายของบาดแผล (ต่อ)
ยะแผลปิด(Proliferation ofepithelial cells) เป็นระยะที่เซลล์ผ
งตัวเพิ่มปริมาณ มาปกคลุมปากแผล ปิดเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่สร้างขึ้นม
(Scar)
4.ระยะแผลปรับตัว(Remodeling orscar
maturation) เมื่อแผลหายปิดสนิทจะพบว่า แผลเป็น(scar)
จะมองเห็นได้ชัด และยังฉีกขาดง่าย ร่างกายจึงต้องมีการ
ปรับสีผิวหนัง ขนาดและปริมาณของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันให้ใกล้
เคียงกับเนื้อเยื่อข้างเคียง ซึ่งอาจใช้เวลาหลายเดือน การปรับ
ตัวของบาดแผลอาจทำาให้แผลเป็น(scar) แข็งแรงกว่า
- 13.
- 14.
- 15.
ดแผลจากของไม่มีคม ( BLUNTINJURIES) เป็นบาดแผลที่เก
ring) แรงบดทับ(Crushing) หรือแรงบิด(Sheering) ของไม่มีคมเม
Tissue) ทำาให้เกิดบาดแผลแตกต่างกับบาดแผลจากของมีคม
กของแข็งไม่มีคมแบ่งออกเป็น 4 ชนิดคือ
ผลถลอก (ABRASIONS)
ผลชำ้าเขียวหรือฟกชำ้า (CONTUSIONS orBRUISE)
ผลฉีกขาด(LACERATIONS)
ผลกระดูกหัก (FRACTURES OF SKELETON SYSTEM)
1.บาดแผลจากของไม่มีคม
( BLUNT INJURIES)
- 16.
- 17.
- 18.
- 19.
- 20.
- 21.
- 22.
- 23.
- 24.
- 25.
- 26.
- 27.
- 28.
- 29.
แรงที่ใช้ในการแทงใช้แรงมากหรือ
น้อย สังเกตได้จาก
1.สภาพของมีด
- ปลายแหลมมากหรือทู่
- ความคมของคมมีด
- ความบางของคมมีด
- มีดสองคมหรือคมเดียว
- ความบางของสันมีด
2. ความต้านทานของอวัยวะที่มีดผ่าน
3. ความลึกของแผล
4. ความหนาแน่นของเสื้อผ้าและสิ่งที่
ขวางใบมีดอยู่
บาดแผลถูกแทง(stab
wounds)(ต่อ)
- 30.
- 31.
เป็นแผลที่เกิดจากของแข็งมีคม เช่น
มีดเศษกระจก เศษโลหะ หรือ แม้กระทั่ง
กระดาษ เกิดขึ้นจากการเอาด้านคมของ
วัตถุนั้นปาดไปบนผิวหนังทำาให้เกิดแผล
ขึ้น “แผลจะมีความยาวเป็นแนว
ตรงมากกว่าความลึก”ส่วนมากแผล
ชนิดนี้ไม่ทำาให้ถึงตายยกเว้นเชือด
บริเวณคอ หรือข้อมือกรณีฆ่าตัวตาย แต่
ถ้าเป็นการฆาตกรรมแผลจะเชือดที่ ลำา
คอเท่านั้น
ลถูกเชือดหรือปาด/ตัด(incised wound)
ความยาวหรือความลึกของแผลไม่ช่วยในการ
ประเมินลักษณะอาวุธ เช่น แผลถูกเชือด ยาว 3 นิ้วลึกครึ่ง
นิ้ว อาวุธอาจจะเป็น มีดที่ยาว 6นิ้ว หรือ2นิ้ว หรือเป็นมี
โกน หรือเป็นเศษกระจกที่คม หรือสิ่งมีคมใดใดก็ได้
- 32.
เกิดจากของแข็งมีคมที่หนัก เช่น ขวานอีโต้ มีดสับหมู
ฯลฯ จึงมักจะมีแผลที่กระดูก
แผลจะมีลักษณะผสมของแผลเชือดกับแผลฉีกขาดจาก
ของแข็งไม่มีคม คือขอบแผลไม่ค่อยเรียบ
อาจจะมีชำ้าหรือถลอกที่ขอบแผล แต่ไม่มี เนื้อเยื่อเชื่อม
โยง(Tissue Bride) และไม่มีโพรงแผล
ลถูกฟันหรือสับ(chop wounds)
- 33.
- 34.
- 35.
ระยะยิงของบาดแผลกระสุนปืน(Range of fire)แบ่งเป็น
3 ระยะ ดังนี้
1.บาดแผลกระสุนปืนระยะประชิด(Contact gunshot
wound)บาดแผลจะมีลักษณะเป็นรู ระยะที่ปลายลำากล้องปืนประชิด
ติดกับผิวหนังสิ่งที่ออกมาจากลำากล้องทั้งหมดเช่นแก๊ส เขม่าและ
ดินปืนที่ยังไม่ถูกเผาไหม้ทั้งหมดจะเข้าไปอยู่ในบาดแผล น่าจะ
เป็นการฆ่าตัวตายหรือผู้อื่นทำาให้ตาย
2.บาดแผลกระสุนปืนระยะใกล้(Close range gunshot
wound)ระยะระหว่างผิวหนังและปลายกระบอกปืนระหว่าง18-
24นิ้ว ลักษณะของบาดแผลจะตรวจพบเขม่าปืนและรอยสักดินปืน
สามารถแยกเขม่าปืนออกจากรอยสักดินปืนได้จากการเช็ดล้าง
เขม่าปืนจะล้างออกได้
น่าจะเป็นอุบัติเหตุหรือผู้อื่นทำาให้ตาย
3.บาดแผลกระสุนปืนระยะไกล(Distant gunshot wound)
ปากกระบอกปืนอยู่ห่างจากผิวหนังตั้งแต่24นิ้วขึ้นไป รอบๆบาดแผล
3.บาดแผลกระสุนปืนและวัตถุ
ระเบิด(ต่อ)
- 36.
ความรุนแรงในการเกิดแผลขึ้นอยู่กับ นำ้าหนัก และความเร็ว
ของหัวกระสุนปืนตามหลักกลศาสตร์
การตรวจบาดแผลกระสุนปืนต้องให้ทราบถึง
1.ทิศทางของกระสุนปืนในร่างกาย
2.ระยะของการยิง
การจะทราบทิศทางหรือระยะทางได้ ต้องทราบเสียก่อน
ว่าแผลใดเป็นแผลทางเข้า
แผลใดเป็นแผลทางออกของหัวกระสุนปืน
วิถีกระสุน
1.บาดแผลทางเข้ากระสุนปืน (entrance, entry wound)
ลักษณะที่สำาคัญของการเป็นแผลทางเข้าของกระสุนปืน
1. เป็นแผลรูค่อนข้างกลม
2. เป็นแผลที่มีขอบถลอก(abraded rim)
3. อาจพบคราบดำาของเขม่า(soot)หรือรอยจุดดำาของ
ดินปืน(tattooing)รอบบาดแผล
3.บาดแผลกระสุนปืนและวัตถุ
ระเบิด(ต่อ)
- 37.
- 38.
- 39.
- 40.
- 41.
- 42.
- 43.
ลถูกกระแสไฟฟ้าผ่าน (Electrical Burn)
บาดแผลกระแสไฟฟ้าเข้าหรือ
บริเวณจุดสัมผัส (Contact
Point)
มีลักษณะเหมือนบาดแผล
ถูกไฟไหม้ทั่วๆไป แต่จะมีรอย
ลึกของบาดแผลที่ผิวหนังเด่น
ชัดและอาจมีบาดแผลไฟไหม้
ร่วมด้วย ซึ่งเกิดจากการไหม้
ของเสื้อผ้า บริเวณกระแสไฟ
ผ่านกระแสไฟฟ้าออก จะเห็นเป็นเพียงรอบชำ้าแดงๆ ไม่มีรอยไห
ถูกฟ้าผ่า (Lightning Injury)
- 44.
- 45.
- 46.
ผลตออุบัติเหตุจราจร ประกอบด้วยผู้ขับขี่ยานพาหนะ สภาพถนนแล
ป็นสาเหตุสำาคัญ ที่ทำาให้เกิดอุบัติเหตุจราจร
ดแผลของผู้บาดเจ็บในอุบัติเหตุจราจร จะสามารถบอกได้ว่าผู้นั้นเป
อคนเดินถนน และอาจบอกได้ว่าอุบัติเหตุนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร
อฮอล์ต่อร่างกาย
นใหญ่เข้าสู่ร่างกายโดยการดื่มกิน ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายทางเยื่อบุผิว
ลจากการอุบัติเหตุการจราจร
- 47.
กอฮอล์ต่อร่างกาย
ส่วนใหญ่เข้าสู่ร่างกายโดยการดื่มกิน ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายทางเยื่อ
ร ตั้งแต่ปากถึงลำาไส้จะถูกดูซึมเข้าสู่กระแสเลือด ผ่านตับ เข้าสู่หัวใ
องร่างกาย เนื่องจากแอลกอฮอล์ละลายในนำ้า อวัยวะที่มีนำ้าเป็นส่วน
มาก ที่เห็นชัดคือสมอง ทำาให้แอลกอฮอล์ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทอ
ล์ขณะท้องว่าง ระดับแอลกอฮอล์ในเลือดจะสูงสุดในเวลา 15 นาที
ล์ ในขณะที่กระเพาะอาหารไม่ว่างระดับแอลกอฮอล์ในเลือดจะสูงสุด
ลจากการอุบัติเหตุการจราจร
กระบวนการเผาผลาญ
แอลกอฮอล์ มี 3 ระยะ
1.ระยะดูดซึม ใช้เวลา15-90นาที
2.ระยะแพร่กระจายใช้เวลา
ประมาณ 30 นาที
3.ระยะกำาจัดออก
- 48.
- 49.
บเทียบระดับแอลกอออล์ในเลือดกับโอกาสเกิดอุบัติเหตุจราจร พบว่า
ล์ในเลือด 20mg% โอกาสเกิดอุบัติเหตุ ใกล้เคียงกับคนไม่ดื่มสุร
ล์ในเลือด 50 mg% โอกาสเกิดอุบัติเหตุเพิ่มเป็น 2 เท่า เทียบกับค
ล์ในเลือด 80 mg% โอกาสเกิดอุบัติเหตุเพิ่มเป็น 3 เท่า เทียบกับค
ล์ในเลือด 100 mg% โอกาสเกิดอุบัติเหตุเพิ่มเป็น 6 เท่า เทียบกับค
ล์ในเลือด 150 mg% โอกาสเกิดอุบัติเหตุเพิ่มเป็น 40 เท่า เทียบกับ
ล์ในเลือดมากกว่า 200 mg% ไม่สามารถวัดได้ เนื่องจากควบคุมกา
ลจากการอุบัติเหตุการจราจร
ผลของ
แอลกอฮอล์ต่อ
ร่างกาย
- 50.
- 51.
- 52.
- 54.
- 55.
- 56.
Editor's Notes
- #39 บาดแผลกระสุนปืนลูกซอง
วิธีประมาณระยะยิงของบาดแผลกระสุนปืนลูกซอง
วัดเส้นผ่านศูนย์กลางของกลุ่มกระสุนหน่วยเป็นนิ้วคูณด้วย3 ระยะยิงจ
- #47 ผลของแอลกอฮอล์ต่อร่างกาย
แอลกอฮอล์ส่วนใหญ่เข้าสู่ร่างกายโดยการดื่มกิน ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายทางเยื่อบุผิวของทางเดินอาหาร
- #48 ผลของแอลกอฮอล์ต่อร่างกาย
แอลกอฮอล์ส่วนใหญ่เข้าสู่ร่างกายโดยการดื่มกิน ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายทางเยื่อบุผิวของทางเดินอาหาร
- #49 ผลของแอลกอฮอล์ต่อร่างกาย
แอลกอฮอล์ส่วนใหญ่เข้าสู่ร่างกายโดยการดื่มกิน ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายทางเยื่อบุผิวของทางเดินอาหาร
- #50 ผลของแอลกอฮอล์ต่อร่างกาย
แอลกอฮอล์ส่วนใหญ่เข้าสู่ร่างกายโดยการดื่มกิน ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายทางเยื่อบุผิวของทางเดินอาหาร
- #52 ผลของแอลกอฮอล์ต่อร่างกาย
แอลกอฮอล์ส่วนใหญ่เข้าสู่ร่างกายโดยการดื่มกิน ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายทางเยื่อบุผิวของทางเดินอาหาร
- #53 ผลของแอลกอฮอล์ต่อร่างกาย
แอลกอฮอล์ส่วนใหญ่เข้าสู่ร่างกายโดยการดื่มกิน ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายทางเยื่อบุผิวของทางเดินอาหาร
- #54 ผลของแอลกอฮอล์ต่อร่างกาย
แอลกอฮอล์ส่วนใหญ่เข้าสู่ร่างกายโดยการดื่มกิน ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายทางเยื่อบุผิวของทางเดินอาหาร