More Related Content
PDF
หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ม.2 ภาคเรียนที่ 1 PDF
PDF
รามเกียรติ์ ตอนนารายณ์ปราบนนทก พร้อมแบบฝึกหัด PDF
PDF
PDF
ใบความรู้ องค์ประกอบของพยางค์และคำ PDF
PPTX
การเมืองการปกครองสมัยกรุงศรีอยุธยา What's hot
PDF
DOC
PDF
PDF
PDF
หนังสือแจ้งการประชุมฯสมัยสามัญ ๕๔ PDF
PDF
บทเรียนสำเร็จรูป ประวัติศาสตร์สมัยสุโขทัย PDF
แผนการจัดการเรียนรู้ หน้าที่พลเมือง ม.1 PPTX
ปรัชญาทั่วไป ตอน ปรัชญาอินเดีย PDF
การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน PPTX
PDF
PDF
PDF
การอ่านแปลความ ตีความและขยายความ DOC
1.แผนการเรียนรู้ยาเสพติดม.1 PPTX
PDF
PDF
คำกล่าวอวยพรวันคล้ายวันเกิด PPTX
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับศาสนา PDF
Similar to เกณฑ์การตัดสินจริยธรรมกับการก่อการ
PDF
จริยศาสตร์ประเมินบทที่444 3-ปี PPT
PDF
PDF
PDF
แนวคิดของลัทธิขงจื๊อกับระบอบประชาธิปไตย PDF
PPT
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
DOC
PDF
PDF
PDF
PPT
PPT
PDF
PPT
เกณฑ์การตัดสินจริยธรรมกับการก่อการ
- 1.
- 2.
รายชื่อกลุ่ม 6
จุลพงส์ เรืองภิรมย์1540803655
บรรเจิด เอี่ยมโอภาส 1540803762
กาณ์การุณ โอดสมบัติ 1540804109
ศรัณย์วัฒน์ โพธ์ทอง 1540901954
ศรัณญ์ มอญพูด 1540902200
ปรเมศวร์ อุบลหอม 1540902192
ฉัตรกมล ศิริพรสวรรค์ 1550318081
อรนุช โสดากูล 1550512535
- 3.
- 5.
สุขนิยม (Hedonism)
• ความสุขสบายเป็นจุดหมายสูงสุดของชีวิต
•เราเกิดมาพร้อมกับประสาทสัมผัสที่มีศักยภาพในการรับความสุข จึงควรแสวงหาความสุข ธรรมชาติของเรา
มีความโน้มเอียงไปหาความสุข เราจึงไม่ควรฝืนธรรมชาติส่วนนี้
• เป้ าหมายสุดท้ายของทุกอย่าง คือ ความสุข
- เบนธัม (J. Bentham) “ ความเจ็บปวดและความสุขสบายคือเจ้านายที่คอยบงการพฤติกรรมทุกอย่าง
ของมนุษย์ ”
- เอพิคิวรัส (Epicurus) “ มนุษย์เราเกิดชาติเดียว ตายชาติเดียว ไมีมีโลกหน้า ในขณะยังมีชีวิต จึงควร
แสวงหาความสุขให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้”
การก่อการร้าย จึงไม่เป็นความผิด เพราะการก่อการร้ายคือการทาเพื่อประโยชน์ของคนกลุ่มหนึ่ง เพื่อ
ประโยชน์ของคนกลุ่มนั้นไม่ว่าจะเป็น เงินทอง ของมีค่าอื่นๆ เพื่อต้องการที่จะตอบสนองความต้องการของ
ตัวเองซึ่งก็คือความสุข
- 6.
อสุขนิยม (Non-Hedonism)
• ความสุขสบายไม่ใช่เป็นจุดหมายสูงสุดของชีวิต
•มนุษย์แตกต่างจากสัตว์ จุดหมายของชีวิตจึงไม่ใช่ความสุขสบายเหมือนสัตว์ แต่เป็นความสงบสุขทางจิตใจ
ที่สัตว์ไม่สามารถมีได้ดั่งเรา
• เราประกอบด้วยร่างกายและจิตวิญญาณ แต่จิตวิญญาณเป็นส่วนสาคัญของมนุษย์
- โซคราตีส “ชีวิตที่ดีคือชีวิตที่ใช้ปัญญาไตร่ตรองการกระทา และความเชื่อต่างๆ ทั้งของตนเองและสังคม”
- ลัทธิสโตอิค “คุณค่าของชีวิตอยู่ที่ความสงบสุขอันเกิดจากการหลุดพ้นจากอานาจครอบงาของวัตถุ”
- ลัทธิซินนิค “ถือว่าการปราศจากกิเลสมีค่าสูงสุดในตัวเอง”
การก่อการร้าย จึงเป็นความผิด เพราะการก่อการร้ายคือการสร้างความเดือดร้อนและเป็นการกระทาที่
เกี่ยวกับข้อห้ามและกฏหมายของสังคมซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่พึงปราถนา ซึ่งการก่อการร้ายนั้นคือการโหยหาความสุข
เพื่อตัวเอง ไม่ว่าจะ เงินทอง ของมีค่าอื่นๆ โดยไม่คิดถึงส่วนรวม ซึ่งเป็นความสุขที่ทุกคนพึงจะมี แต่ไม่ได้ใช้
ปัญญาในการคิด และเป็นความสุขทางประสาทสัมผัสไม่ใช่ความสุขสงบจากจิตใจ
- 7.
มนุษย์นิยม (Humanism)
• มองกว้างมองไกล ไม่จากัดคุณค่ามนุษย์ไว้ที่กฎเกณฑ์ใดกฎเกณฑ์หนึ่ง มนุษย์มีความซับซ้อนเกินกว่าจะใช้
เกณฑ์เพียงหนึ่งเดียวอธิบายได้
• มนุษย์คือผลผลิตจากวิวัฒนาการอันยาวนาน เราจึงควรตอบสนองทั้งด้านร่างกายและจิตวิญญาณ ทุก
อย่างมีคุณค่าสาหรับชีวิตมนุษย์
การก่อการร้าย จึงไม่เป็นความผิด เพราะการก่อการร้ายคือการมองไกล มองกว้างของคนกลุ่มหนึ่งว่า
อนาคตควรไม่เป็นดั่งปัจจุบัน และต้องถูกปรับเปลี่ยนกฏเกณฑ์ต่างๆ และสิ่งต่างๆให้ตอบสนองความต้องการ
ของคนกลุ่มนั้นๆ
- 8.
อัตถิภาวนิยม (Existentialism)
• สาระที่แท้จริงของมนุษย์อยู่ที่เสรีภาพมนุษย์ควรใช้เสรีภาพเลือกเป็นอย่างที่ตนเองต้องการ
• อัตถิภาวนิยม 2 กลุ่มย่อย
• 1. แบบอเทวะ ไม่เชื่อพระเจ้า
• 2. แบบเทวะ เชื่อพระเจ้า
- ชอง ปอง ซาร์ตร์ (Jean Paul Sartre) “มนุษย์มีเสรีภาพเสมอ ในทุกเวลา และทุกสถานการณ์ ไม่มี
แม้แต่วินาทีเดียวที่เราไร้เสรีภาพ”
การก่อการร้าย จึงไม่เป็นความผิด เพราะมนุษย์มีเสรีภาพของการใช้ชีวิตและเลือกที่จะเป็นอะไรก็ได้จะทา
อะไรก็ได้ และคนที่กลุ่มคนที่คิดจะก่อการร้ายนี้ต้องยอมรับผลของการกระทาที่จะตามมาได้
- 9.
- 10.
กลุ่มโซฟิสต์ Sophism
• (นาโดยProtagoras) ความจริงเป็นอัตนัย ไม่ใช่ปรนัย ดังนั้น มนุษย์แต่ละคนจึงเป็นมาตรการวัดทุก
อย่าง ( Man is the measure of all things ) ความดี-ความชั่วเป็นเรื่องสมมติ สิ่งใดดีก็ดี
เฉพาะคนนั้น ไม่จาเป็นต้องดีแก่ทุกคน สิ่งที่ดี คือ สิ่งที่ฉันชอบ
การก่อการร้าย จึงไม่เป็นความผิด เพราะมนุษย์แต่ละคน สามารถคิดว่าสิงใดดี สิ่งใดไม่ดี ต่อตัวเองได้ และ
การที่จะก่อการร้าย ก็อาจจะเป็นทั้ง สิ่งที่ดี ในความคิดของพวกเขาก็ได้
- 11.
กลุ่มสัมพัทธนิยมทางวัฒนธรรม
• ใช้จารีต ประเพณีและวัฒนธรรมของสังคมเป็นเกณฑ์ตัดสินคุณค่าจริยธรรม
• กฎจริยธรรมในแต่ละสังคมเกิดจากอารมณ์ (ไม่ใช่เหตุผล) คือ เมื่อเริ่มแรกเกิดความสะเทือนใจก่อน แล้วยึดถือกัน
มาเรื่อยๆ จนกลายเป็นจารีตประเพณีของสังคมนั้นๆ
วิจารณ์ (โต้แย้ง) สัมพัทธนิยม
• ถ้าเกณฑ์ตัดสินจริยธรรมขึ้นอยู่กับแต่ละสังคม การโต้แย้งเรื่องจริยธรรมก็จะเป็นไปไม่ได้ คือ เราจะไม่สามารถบอก
ได้ว่าอะไรถูก อะไรผิด ซึ่งนั่นจะเป็นความวุ่นวายมาก
• ถ้าการกระทาที่ถูกคือการทาตามจารีตประเพณีของสังคม การเปลี่ยนแปลงหรือความคิดริเริ่มใหม่ๆ ก็จะผิดเสมอ
(เพราะไม่คล้อยตามความเชื่อเดิมในสังคม) ซึ่งนั่นจะเป็นเรื่องเสียหาย เพราะสังคมจะย่าอยู่กับที่ ไม่มีการพัฒนา
อะไรใหม่ๆ ขึ้นมาเลย
• การมีสาเหตุหรือความจาเป็นที่ต้องกระทาความชั่วร้ายไม่สามารถนามาเป็นข้ออ้างเพื่อจะเปลี่ยนแปลงค่าทาง
จริยธรรมได้ (การขโมยเป็นเรื่องที่ผิดเสมอ แม้จะมาจากสาเหตุหรือความจาเป็นใดๆ ก็ตาม)
• การที่แต่ละสังคมมีความเชื่อแตกต่างกันไม่ได้หมายความว่าทุกความเชื่อจะถูกไปเสียทั้งหมด ความจริงไม่ได้ขึ้นอยู่
กับความเชื่อของคน แต่มันจริงในตัวมันเอง แม้ว่าคนแต่ละสังคมจะเชื่อแตกต่างกันอย่างไรก็ตาม (โลกยังกลมเสมอ
ไม่ว่าเราจะเชื่ออย่างไรก็ตาม)
- 12.
ลัทธิสัมบูรณ์นิยม (Absolutism)
• มีเกณฑ์จริยธรรมที่แน่นอนตายตัว
•ค่าทางจริยะเป็นคุณสมบัติที่มีอยู่ภายในการกระทา (สิ่งนี้ดี เพราะมันดี)
• สิ่งที่ดี กับ สิ่งที่เราคิดว่าดี ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
• สิ่งที่ดีจริงจะคงความดีตลอดไปทุกยุคสมัย
กลุ่มสัมบูรณ์นิยมที่โดดเด่น
1. จิตนิยม
2. ปัญญานิยม
3. มโนธรรมสัมบูรณ์
4. หน้าที่นิยม (ของคานท์)
- 13.
จิตนิยม
• ความจริงเป็นปรนัย มีมาตรการสากลอยู่จริงมนุษย์ทุกคนสามารถคิดตรงกันได้ ถ้าหากขจัดกิเลสและอคติ
ออกจากจิตใจได้เหมือนกัน ความดี-ความชั่วเป็นสิ่งที่มีอยู่จริง สิ่งที่ดีจะดีตลอดไป ทุกยุคสมัย ทุกสถานที่
และดีสาหรับทุกคน แม้มนุษย์จะเชื่อว่ามันดีหรือไม่ดีก็ตาม ความจริงเป็นแบบปรนัย (Objective)
[ความจริงเป็นสิ่งเที่ยงแท้ นิรันดร ดารงอยู่อย่างอิสระ ไม่ขึ้นอยู่กับความคิดของคน] ไม่ว่าในโลกนี้จะมีคน
ไปสนใจ “ความเป็นจริง” นั้นหรือไม่ ความเป็นจริงนั้นก็ยังคงดารงอยู่เหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนค่าไปตาม
ความเห็นของมนุษย์แต่อย่างใด
การก่อการร้าย จึงไม่เป็นความผิด เพราะมนุษย์แต่ละคนมีความคิดตรงกันได้ และตัดสินใจตรงกันได้ว่าสิ่งที่
เข้าเลือกกระทาเป็นสิ่งที่ดี หรือ ชั่ว จึงไม่ผิดที่คนเราสามารถคิดก่อการร้ายได้ในทุกยุคทุกสมัย
- 14.
ปัญญานิยม
• ความจริงเป็นปรนัย มีมาตรการสากลอยู่จริง
•มนุษย์ทุกคนมีปัญญาติดตัวมาตั้งแต่เกิด เราจึงสามารถใช้ปัญญาแสวงหาความจริงได้ตรงกัน
• ความรู้ที่ได้จากปัญญาและเหตุผลเป็นความรู้แท้
• เมื่อเราใช้ปัญญาอย่างบริสุทธิ์และเที่ยงตรง เราก็จะรู้เองว่าอะไรถูกอะไรผิด
การก่อการร้าย จึงเป็นความผิด เพราะมนุษย์แต่ละคนมีปัญญาและเหตุผลเหมือนกัน ทาให้สามารถแยกแยะ
ว่าการก่อการร้ายเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และผิดกฏหมาย การกระทาส่งผลต่ออนาคตที่เลวร้ายอีกด้วย
- 15.
มโนธรรมสัมบูรณ์
• มนุษย์เกิดมาพร้อมกับประสาทสัมผัสทั้ง 5(ตา หู จมูก ลิ้น กาย) และสัมผัสที่หกคือ มโนธรรม
• เราใช้ประสาทสัมผัสรับรู้เรื่องทางกายภาพ และใช้มโนธรรมรับรู้เรื่องทางนามธรรม
• มโนธรรมคือความสานึกทางศีลธรรมที่มนุษย์ทุกคนมีอยู่โดยธรรมชาติ
• การที่เรามีความเห็นแตกต่างกันทั้งๆ ที่ทุกคนต่างก็มีมโนธรรมเหมือนกันหมดนั้น เป็นเพราะว่า มโนธรรม
ของแต่ละคนได้รับการพัฒนาไม่เท่าเทียมกัน แต่เมื่อเราพัฒนามโนธรรมอย่างเต็มที่จนเกิดความสมบูรณ์ดี
จริง และไม่มีกิเลสตัณหามาเจือปน เราก็จะตัดสินจริยธรรมได้ตรงกัน
การก่อการร้าย จึงไม่เป็นความผิด เพราะมนุษย์แต่ละคนเกิดมาในแวดล้อมที่แตกต่างกันไป ทาให้สิ่งที่เข้ามา
นั้นมาจากความจริงที่ได้ เห็น ได้ยิน ได้สัมผัส ถึงได้จากสิ่งแวดล้อมนั้นๆ ทาให้การก่อร้ายสามารถเกิดขึ้นได้
ตามสภาพแวดล้อมต่างๆ เพราะจะเป็นตัวกาหนดจิตใจของมนุษย์ว่า ก่อการร้ายเพื่อสิ่งที่ดี เพื่อเสรี และอื่นๆ
ได้เสมอ
- 16.
หน้าที่นิยม (จริยศาสตร์ของคานท์)
• คานึงถึงเจตนาและการกระทาแนวคิดนี้เห็นว่า การตัดสินการกระทาว่าดี ชั่ว ถูก หรือผิด นั้นต้องพิจารณา
จากเจตนาของผู้กระทา
หน้าที่กับกฎศีลธรรม
• การทาตามหน้าที่คือการทาตามเหตุผล ได้แก่การทาตามกฎโดยไม่คานึงถึงความรู้สึกใด ๆ ทั้งสิ้น กฎใน
ที่นี้หมายถึง กฎทางศีลธรรมคือกฎที่มีลักษณะเป็นคาสั่ง เช่น จงพูดคาสัตย์ จงอย่าทาลายชีวิต
การก่อการร้าย จึงเป็นความผิด เพราะมีเจตนาที่ไม่ดีและเป็นการกระทาที่ทาเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการมาเพื่อ
ความสุขของตัวเอง คือ ทรัพย์สินเงินทองและของมีค่าต่างๆ ทาลายชีวิตผู้อื่น ที่ต้องการโดยแลกกับการก่อการ
ร้าย เพื่อความสุขสบายและผลประโยชน์ต่อตัวเองและกลุ่มคนเพียงกลุ่มหนึ่งให้มีชีวิตที่ดีมีกินมีใช้และอยู่
อย่างมีความสุข ตามความต้องการของกลุ่ม
- 17.
ประโยชน์นิยม
• หลักการสาคัญของลัทธินี้: หลักมหสุข(สิ่งที่ดีคือสิ่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์สุขมากที่สุดแก่คนจานวนมาก
ที่สุด) ผิด-ถูก ไม่ได้อยู่ที่ตัวการกระทา แต่อยู่ที่ผลลัพธ์ของมัน นั่นคือ ใช้ความสุขเป็นตัวตัดสิน โดยดูที่ผล
ของการกระทา การกระทาที่ช่วยให้มนุษย์โดยส่วนมากมีความ สุขมากขึ้นถือเป็นการกระทาที่ดี แม้ว่ามัน
อาจ ต้องทาให้คนส่วนน้อยได้รับผลกระทบก็ตาม (การสร้างเขื่อน / การทดลองทางแพทย์ ฯลฯ)
- เบนธัม : เน้นความสุขในแง่ของปริมาณ
- มิลล์ : เน้นความสุขทั้งปริมาณและคุณภาพ
ดังนั้นการก่อการร้าย จึงเป็นความผิดเพราะการก่อการร้าย ทาให้กลุ่มคนจานวนมากเกิดความเดือดร้อน และ
ส่งผลในเชิงลบอีกมาย ในขณะที่กลุ่มก่อการร้ายเองก็ได้สิ่งที่ต้องการได้เงินทองของมีค่าและความสุขตาม
เป้าหมายของกลุ่ม โดยไม่สนใจกลุ่มอื่นๆที่ได้รับผลกระทบจากการก่อการร้าย
- 18.
อัตนิยม (Egoism)
• ฮอบส์(Hobbes) “โดยธรรมชาติ มนุษย์เป็นคนเห็นแก่ตัว ลึกๆ แล้ว มนุษย์ทาทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์
ของตัวเองทั้งสิ้น (ตรง/อ้อม)” การทาดีแก่คนอื่นก็คือการทาดีแก่ตนเองนั่นเอง
• คนฉลาดคือคนที่เห็นแก่ตัวอย่างรอบคอบ เพื่อที่ตนจะมีความสุขได้ตลอดไป
การก่อการร้าย จึงไม่เป็นความผิด เพราะมนุษย์แต่ละคนมีความเห็นแก่ตัว และคิดถึงผลประโยชน์ของตัวเอง
การก่อการร้ายก็เป็นอีกวิธีการซึ่งเป็นทางลัดในการสร้างความสุข ความสบายให้แก่ตัวเอง โดยอาจจะไม่สนใจ
คนรอบข้าง