การบริหารงานในภาวะวิกฤต
ภาวะวิกฤต หมายถึง สถานการณ์ที่เข้าสู่ภาวะที่จาเป็นต้องเข้า
จัดการเพื่อหลีกเลี่ยงหรือแก้ไขความเสียหายที่เกิดขึ้น หรือวิกฤตทางด้าน
ความปลอดภัยสิ่งแวดล้อมหรือสุขภาพซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่ได้มี
การวางแผนล่วงหน้า ที่ก่อให้เกิดภาวะคุกคามโดยไม่ว่าจะเป็นความจริงหรือ
ทาให้รับรู้ว่าเกิดความไม่ปลอดภัยในด้านต่างๆ มีผลต่อภาพลักษณ์หรือความ
เชื่อถือในองค์กรหรือก่อให้เกิดการฟ้องร้องทางกฎหมาย ก่อให้เกิดความ
เสียหายต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและภาพลักษณ์ เหตุการณ์ที่สามารถ
ก่อให้เกิดภาวะวิกฤตนั้นมีมากมาย เช่นเรื่องความปลอดภัย สุขภาพ
สิ่งแวดล้อม การฟ้องร้อง การทาผิดกฎหมาย เรื่องภาพลักษณ์สินค้าหรือ
องค์กร กิจกรรมของกลุ่มอนุรักษ์ต่างๆ ปัญหาเกี่ยวกับพนักงาน และปัญหา
อื่นๆ ที่มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน เป็นต้น
การบริหารงานในภาวะวิกฤต
หลักการการเตรียมความพร้อมในภาวะวิกฤตตามพระราช
กฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖
คือการที่ส่วนราชการสามารถนาบทเรียนสถานการณ์ความรุนแรงสาคัญที่
ผ่านมามาปรับกระบวนการทางานใหม่ โดยเฉพาะในเรื่องการบริการ
ประชาชน เพื่อให้มั่นใจว่าภารกิจหลักของราชการ หรืองานบริการประชาชน
ที่สาคัญสามารถดาเนินงาน หรือให้บริการได้อย่างต่อเนื่องไม่สะดุดหยุดลง
แม้ว่าจะประสบกับวิกฤตการณ์หรือภัยพิบัติต่างๆ โดยยึด แนวทางการ
ดาเนินการเตรียมความพร้อมต่อสภาวะวิกฤต ๔ ขั้นตอน คือ
๑) การสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับส่วนราชการ
๒) การเตรียมความพร้อมของส่วนราชการในการจัดทาแผน
รองรับการดาเนินภารกิจการให้บริการประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง( Business
Continuity Plan)
๓) การซักซ้อมแผนและนาไปปฏิบัติได้จริง
๔) การส่งเสริมให้มีการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน ในสภาวะวิกฤต
การบริหารจัดการองค์การในสภาวะวิกฤต/เหตุการณ์ฉุกเฉิน/
สถานการณ์ภัยพิบัติ โดยทั่วไปจะแบ่งวัฎจักรการบริหารจัดการออกเป็น ๔
ขั้นตอน คือ
๑) การป้องกันและลดผลกระทบ
๒) การเตรียมพร้อมรับภัย
๓) การจัดการในภาวะฉุกเฉิน
๔) การจัดการหลังเกิดภัย
โดยแนวคิดการบริหารความต่อเนื่องของหน่วยงานภาครัฐ คือ
การควบคุมดูแลและป้องกันทรัพยากรที่สาคัญต่อการดาเนินงานหรือ
ให้บริการ เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดสาหรับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้เสียซึ่ง
ภายในช่วงระยะเวลาแรกจะเป็นช่วงของการตอบสนองต่ออุบัติการณ์
(Incident/Emergency Management) และในกรณีที่เหตุการณ์และความ
เสียหายขยายตัวไปในวงกว้างการตอบสนองอาจจาเป็นต้องยกระดับเป็นการ
บริหารจัดการวิกฤต (Crisis Management) ภายหลังจากนั้นจะเป็นช่วงของ
การทาให้เกิดความต่อเนื่องของกระบวนการทาง บริหาร (Continuity
Management) เพื่อให้หน่วยงานสามารถกลับมาดาเนินงานได้ ดังนั้น
หน่วยงานต้องจัดทาแผนความต่อเนื่อง (Business Continuity Plan-BCP)
เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
๑.เพื่อใช้เป็นแนวทางในการบริหารความต่อเนื่องของการ
ปฏิบัติงานในสภาวะวิกฤต
๒.เพื่อให้หน่วยงานมีการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าในการ
รับมือกับสภาวะวิกฤต หรือเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น
๓.เพื่อลดผลกระทบจากการหยุดชะงักในการดาเนินงาน
เช่น ผลกระทบด้านเศรษฐกิจการเงิน การให้บริการสังคม ชุมชน และ
สิ่งแวดล้อม ตลอดจนชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เป็นต้น
๔.เพื่อบรรเทาความเสียหายให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้
นางสาวสุภัสสรณ์ ทวีวิไลศิริกุล
วันที่ 22 เดือน เมษายน พ.ศ.๒๕๕6

การบริหารงานในภาวะวิกฤต....Chacha

  • 1.
    การบริหารงานในภาวะวิกฤต ภาวะวิกฤต หมายถึง สถานการณ์ที่เข้าสู่ภาวะที่จาเป็นต้องเข้า จัดการเพื่อหลีกเลี่ยงหรือแก้ไขความเสียหายที่เกิดขึ้นหรือวิกฤตทางด้าน ความปลอดภัยสิ่งแวดล้อมหรือสุขภาพซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่ได้มี การวางแผนล่วงหน้า ที่ก่อให้เกิดภาวะคุกคามโดยไม่ว่าจะเป็นความจริงหรือ ทาให้รับรู้ว่าเกิดความไม่ปลอดภัยในด้านต่างๆ มีผลต่อภาพลักษณ์หรือความ เชื่อถือในองค์กรหรือก่อให้เกิดการฟ้องร้องทางกฎหมาย ก่อให้เกิดความ เสียหายต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและภาพลักษณ์ เหตุการณ์ที่สามารถ ก่อให้เกิดภาวะวิกฤตนั้นมีมากมาย เช่นเรื่องความปลอดภัย สุขภาพ สิ่งแวดล้อม การฟ้องร้อง การทาผิดกฎหมาย เรื่องภาพลักษณ์สินค้าหรือ องค์กร กิจกรรมของกลุ่มอนุรักษ์ต่างๆ ปัญหาเกี่ยวกับพนักงาน และปัญหา อื่นๆ ที่มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน เป็นต้น การบริหารงานในภาวะวิกฤต หลักการการเตรียมความพร้อมในภาวะวิกฤตตามพระราช กฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖ คือการที่ส่วนราชการสามารถนาบทเรียนสถานการณ์ความรุนแรงสาคัญที่ ผ่านมามาปรับกระบวนการทางานใหม่ โดยเฉพาะในเรื่องการบริการ ประชาชน เพื่อให้มั่นใจว่าภารกิจหลักของราชการ หรืองานบริการประชาชน ที่สาคัญสามารถดาเนินงาน หรือให้บริการได้อย่างต่อเนื่องไม่สะดุดหยุดลง แม้ว่าจะประสบกับวิกฤตการณ์หรือภัยพิบัติต่างๆ โดยยึด แนวทางการ ดาเนินการเตรียมความพร้อมต่อสภาวะวิกฤต ๔ ขั้นตอน คือ ๑) การสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับส่วนราชการ ๒) การเตรียมความพร้อมของส่วนราชการในการจัดทาแผน รองรับการดาเนินภารกิจการให้บริการประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง( Business Continuity Plan) ๓) การซักซ้อมแผนและนาไปปฏิบัติได้จริง ๔) การส่งเสริมให้มีการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน ในสภาวะวิกฤต การบริหารจัดการองค์การในสภาวะวิกฤต/เหตุการณ์ฉุกเฉิน/ สถานการณ์ภัยพิบัติ โดยทั่วไปจะแบ่งวัฎจักรการบริหารจัดการออกเป็น ๔ ขั้นตอน คือ ๑) การป้องกันและลดผลกระทบ ๒) การเตรียมพร้อมรับภัย ๓) การจัดการในภาวะฉุกเฉิน
  • 2.
    ๔) การจัดการหลังเกิดภัย โดยแนวคิดการบริหารความต่อเนื่องของหน่วยงานภาครัฐ คือ การควบคุมดูแลและป้องกันทรัพยากรที่สาคัญต่อการดาเนินงานหรือ ให้บริการเพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดสาหรับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้เสียซึ่ง ภายในช่วงระยะเวลาแรกจะเป็นช่วงของการตอบสนองต่ออุบัติการณ์ (Incident/Emergency Management) และในกรณีที่เหตุการณ์และความ เสียหายขยายตัวไปในวงกว้างการตอบสนองอาจจาเป็นต้องยกระดับเป็นการ บริหารจัดการวิกฤต (Crisis Management) ภายหลังจากนั้นจะเป็นช่วงของ การทาให้เกิดความต่อเนื่องของกระบวนการทาง บริหาร (Continuity Management) เพื่อให้หน่วยงานสามารถกลับมาดาเนินงานได้ ดังนั้น หน่วยงานต้องจัดทาแผนความต่อเนื่อง (Business Continuity Plan-BCP) เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ ๑.เพื่อใช้เป็นแนวทางในการบริหารความต่อเนื่องของการ ปฏิบัติงานในสภาวะวิกฤต ๒.เพื่อให้หน่วยงานมีการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าในการ รับมือกับสภาวะวิกฤต หรือเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น ๓.เพื่อลดผลกระทบจากการหยุดชะงักในการดาเนินงาน เช่น ผลกระทบด้านเศรษฐกิจการเงิน การให้บริการสังคม ชุมชน และ สิ่งแวดล้อม ตลอดจนชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เป็นต้น ๔.เพื่อบรรเทาความเสียหายให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ นางสาวสุภัสสรณ์ ทวีวิไลศิริกุล วันที่ 22 เดือน เมษายน พ.ศ.๒๕๕6