1
ชื่อเรื่อง : การศึกษาการจัดการเรียนการสอนโดยวิธีการสอนแบบสร้างสรรค์เป็น
ฐาน (Creativity Based Learning: CBL) ในรายวิชา การศึกษาเอกสารและ
หลักฐานทางประวัติศาสตร์ สาขาวิชาสังคมศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัย
ราชภัฏสกลนคร
ชื่อเรื่อง : A study of instructional organizing of Creativity Based
Learning: CBL in Ex post Facto Studies subject, Social studies
program, Faculty of Education, Sakon Nakhon Rajabhat University
ชื่อผู้วิจัย : นายอนรรฆ สมพงษ์ และนางสาวลดาวัลย์ มะลิไทย
สาขาวิชา สังคมศึกษา คณะครุศาสตร์
บทคัดย่อ
การวิจัยวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพ ปัญหา และความพึงพอใจต่อการจัดการเรียน
การสอนโดยวิธีการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity Based Learning: CBL) ในรายวิชา
การศึกษาเอกสารและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ สาขาวิชาสังคมศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัย
ราชภัฏสกลนคร กลุ่มตัวอย่างคือ นักศึกษาสาขาวิชาสังคมศึกษาชั้นปีที่ 4 จานวน 51 คน เครื่องมือที่ใช้
ในการวิจัยคือ แบบสอบถาม ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้
นักศึกษาส่วนใหญ่มีโทรศัพท์สมาร์ทโฟน และใช้อินเตอร์เน็ตเป็นประจา ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าวมี
ความจาเป็นต่อการเรียนการสอนโดยวิธีการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity Based Learning:
CBL)
ปัญหาที่พบมากที่สุดต่อการจัดการเรียนการสอน คือ ปัญหาด้านสถานที่จัดกิจกรรม โดยเฉพาะ
บรรยากาศในห้องเรียนที่ไม่เอื้ออานวยต่อการจัดกิจกรรม
ความพึงพอใจโดยรวมของนักศึกษาต่อวิธีการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity Based
Learning: CBL) อยู่ในระดับพึงพอใจมาก
2
Abstract
The purposes of the research were to study the state and problems of instructional
organizing of Creativity Based Learning: CBL in Ex post Facto Studies subject, Social studies
program, Faculty of Education, Sakon Nakhon Rajabhat University. The sample groups are
51 students. The research tools was questionnaire. The research results were as follows:
Most students have a smart phone. And they are using the Internet regularly. With
such devices which are essential for learning by the creative base (Creativity Based
Learning: CBL).
The most common problems of teaching method is location. The atmosphere in
the classroom is not conducive to the event.
The overall satisfaction of this teaching methods (Creativity Based Learning: CBL)
is very satisfied.
3
กิตติกรรมประกาศ
การวิจัยครั้งนี้สาเร็จลงได้จากความร่วมมือของผู้วิจัยทั้งสองคน ผู้วิจัยขอขอบคุณสถาบันวิจัยและ
พัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ที่ได้สนับสนุนทุนในการวิจัยครั้งนี้ ขอขอบคุณความเมตตาของคุณ
วิลัยที่ช่วยเหลือผู้วิจัยในการแปลบทคัดย่อภาษาอังกฤษ และขอขอบคุณคุณพลอยไพลินที่คอยให้กาลังใจ
กับผู้วิจัยเสมอมาไม่เปลี่ยนแปลง และสุดท้ายนี้ผู้วิจัยขอขอบคุณนักศึกษาสาวิชาสังคมศึกษา ชั้นปีที่ 4 ทุก
คนที่ตั้งใจเรียน และร่วมกันทากิจกรรมต่างๆให้สาเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
4
ความเป็นมาและความสาคัญของปัญหาในการวิจัย
ในอดีตการสอนในรูปแบบเดิม เป็นการสอนที่ครูเป็นศูนย์กลาง (Teacher-centered) เน้นการ
ท่องจา ซึ่งทาให้ผู้เรียนได้รับความรู้ แต่ขาดทักษะในด้านต่างๆ การสอนในรูปแบบดังกล่าวไม่สามารถ
พัฒนาทักษะที่สาคัญต่อผู้เรียน โดยเฉพาะในการเอาไปใช้ในชีวิตแห่งศตวรรษที่ 21 ได้ การสอนแบบครู
เป็นศูนย์กลางนี้ฝังรากลึกในสังคมไทยมาอย่างยาวนาน ดังที่ ทิศนา แขมมณี (2559 : 113) กล่าวว่า การ
จัดการเรียนการสอนในลักษณะที่ครูเป็นศูนย์กลางนั้น ยึดครองอานาจในการเรียนของผู้เรียนมานาน การ
เรียนการสอนในลักษณะดังกล่าวยังคงมีอยู่ในประเทศไทย
วิชาประวัติศาสตร์ เป็นวิชาหนึ่งที่ผู้สอนมักใช้การสอนที่ครูเป็นศูนย์กลาง ผู้สอนเป็นผู้ถ่ายทอด
เพียงฝ่ายเดียว โดยใช้วิธีการบรรยาย (Lecture) เป็นหลัก เน้นให้ผู้เรียนท่องจา อีกทั้งยังเป็นวิชาที่มี
เนื้อหามาก จึงเป็นสาเหตุที่ทาให้ผู้เรียนเกิดความเบื่อหน่ายในการเรียน ดังที่ ทิศนา แขมมณี (2559 :
329) กล่าวว่า การบรรยายเป็นวิธีสอนที่ต้องอาศัยความสามารถของผู้บรรยาย ถ้าผู้บรรยายไม่มีศิลปะใน
การบรรยายที่ดึงดูดใจผู้เรียน ผู้เรียนอาจขาดความสนใจได้
ด้วยเหตุดังกล่าวนักการศึกษาจึงคิดค้น และสร้างรูปแบบการสอนใหม่ (new learning model)
ออกมาหลายรูปแบบ เพื่อใช้แทนการสอนแบบเดิม ซึ่งการศึกษาแบบบอกเล่า และการสอบแบบท่องจา
นอกจากจะไม่ช่วย ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์แล้ว ยังเป็นการทาลายมันอีกด้วย (วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์
25. : 2558)
นอกจากนี้ การสอนรูปแบบใหม่ๆ ยังช่วยให้ผู้เรียนใช้ทักษะต่างๆ โดยเฉพาะความคิดสร้างสรรค์
ได้อย่างเต็มที่ ดังนี้ Watanabe, Y. (1999) ระบุว่า เราต้องอนุญาตให้การมีส่วนร่วมเชิงลึกในกระบวนการ
เรียนรู้ผ่านนักเรียนละครูอย่างเข้มแข็ง การมีส่วนร่วมที่เปิดโอกาสให้เกิดการสร้างสรรค์อย่างไม่มีข้อจากัด
การวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยเลือกวิธีการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity Based Learning:
CBL) เนื่องจากเป็นการสอนรูปแบบใหม่สาหรับศตวรรษที่ 21 ซึ่งมีความหลากหลายไม่ยึดติดกับวิธีใดวิธี
หนึ่ง และเน้นให้ผู้เรียนมีทักษะมากกว่ามีแค่ความรู้แบบเดิม ได้แก่ ทักษะการเรียนรู้ (Learning Skills)
ทักษะการคิด (Thinking Skills) ทักษะการทางาน (Working Skills) และ ทักษะชีวิต (Life Skills)
การสอนแบบ CBL ผู้สอนจะเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นผู้บรรยายเนื้อหาต่าง ๆ อย่างละเอียด
มาเป็นผู้อานวยการให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้แปลงจากผู้สอน (Lecturer) มาเป็น ผู้อานวยความสะดวก
(Facilitator) (วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์. 33:2558)
ทั้งนี้เพื่อตอบจุดเน้นของสภามหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรและนักศึกษา โดยใช้
หลักการจัดการความรู้ และเสริมสร้างทักษะกรอบความคิดและชุดทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 (New
Mindset and Skillset in 21st Century) ผู้วิจัยเห็นว่าการวิจัยนี้สอดรับกับจุดเน้นของมหาวิทยาลัย
5
และจะเป็นประโยชน์ต่อตัวผู้สอนและผู้เรียนในรายวิชาการศึกษาเอกสารและหลักฐานทางประวัติศาสตร์
คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร อีกด้วย
วัตถุประสงค์การวิจัย
1. เพื่อศึกษาสภาพและปัญหาการจัดการเรียนการสอนโดยวิธีการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน
(Creativity Based Learning: CBL) ในรายวิชา การศึกษาเอกสารและหลักฐานทางประวัติศาสตร์
สาขาวิชาสังคมศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
2. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาต่อการเรียนการสอน โดยวิธีการสอนแบบสร้างสรรค์
เป็นฐาน (Creativity Based Learning: CBL) ในรายวิชา การศึกษาเอกสารและหลักฐานทาง
ประวัติศาสตร์ สาขาวิชาสังคมศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
กรอบแนวคิด ทฤษฎีที่ใช้ในการวิจัย
การสอนโดยวิธีการสอนแบบ
สร้างสรรค์เป็นฐาน
(Creativity Based Learning: CBL)
ความพึงพอใจของนักศึกษาต่อการ
เรียนการสอน โดยวิธีการสอนแบบ
สร้างสรรค์เป็นฐาน
(Creativity Based Learning: CBL)
สภาพและปัญหาการเรียนการสอน
โดยวิธีการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน
(Creativity Based Learning: CBL)
6
กลุ่มเป้าหมายที่ทาการวิจัย
นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาสังคมศึกษา คณะครุศาสตร์ จานวน 51 คน
ประโยชน์ที่ได้รับจากการวิจัยในการนาไปใช้ในการแก้ปัญหา/พัฒนาการจัดการเรียน
การสอน
1. ทาให้ทราบถึงสภาพและปัญหาการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นพื้นฐาน (Creativity Based
Learning: CBL)
2. ทาให้ทราบถึงความพึงพอใจของผู้เรียนต่อการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นพื้นฐาน (Creativity
Based Learning: CBL)
3. เป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอนโดยวิธีการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity
Based Learning: CBL) ในรายวิชาอื่นๆ
นิยามศัพท์เฉพาะ
การสอนแบบสร้างสรรค์เป็นพื้นฐาน (Creativity Based Learning: CBL) หมายถึง การสอน
ที่หลากหลายไม่ยึดติดกับวิธีใดวิธีหนึ่ง และเน้นผู้เรียนให้มีทักษะมากกว่ามีแค่ความรู้แบบเดิม อันได้แก่
ทักษะการเรียนรู้ (Learning Skills) ทักษะการคิด (Thinking Skills) ทักษะการทางาน (Working Skills)
และ ทักษะชีวิต (Life Skills)
เกมส์โปเกมอน โก (Pokémon GO) หมายถึง เกมพกพาแนว Role-playing game (RPG)
หรือเรียกว่าเกมส์ประเภทหนึ่งที่ผู้เล่นสมมุติรับบทเป็นตัวละครหนึ่งในเกม โดยใช้เทคโนโลยีความเป็นจริง
หรือ AR (Augmented Reality) เล่นบนสมาร์ตโฟน (Smartphone) พัฒนาโดยบริษัทไนแอนติก
(Niantic) บนระบบปฏิบัติการไอโอเอส (IOS) และแอนดรอยด์ (Android) Luke (2015) โปเกมอน โก
เปิดตัวเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ.2559 ที่ประเทศ ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, สหรัฐอเมริกา
และทยอยเปิดตัวไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยได้เปิดตัวให้ดาวน์โหลดครั้งแรกเมื่อวันที่
6 สิงหาคม พ.ศ.2559
แนวคิดทฤษฏี
การวิจัยครั้งนี้ใช้แนวคิดจากการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน Creativity-based Learning
Model เป็นหลักในการศึกษา โดยวิริยะ ฤาชัยพาณิชย์ (2558) กล่าวว่า การสอนรูแบบนี้ เป็นรูปแบบการ
สอนที่พัฒนาต่อยอดมากจาก การสอนแบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-based Learning :PBL) ซึ่งเป็น
หนึ่งในแนวทางการสอนแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เป็นการสอนที่ทาให้ผู้เรียนตื่นตัวอยากรู้อยากเรียน
7
(Active Learning) แทนที่การสอนบรรยาย (Lecture Method) แบบเดิม การเรียนการสอนทาโดยใช้
กระบวนการ และบรรยากาศ ดังนี้
กระบวนการ
1. สร้างแรงบันดาลใจ กระตุ้นความอยากรู้ (Inspiration)
2. เปิดโอกาสให้ค้นหา รวบรวมข้อมูล แยกแยะและนามาสร้างเป็นความรู้ (Self-Study)
3. การสอนมักจะทาเมื่อมีคาถาม เป็นการสอนแบบรายคนหรือรายกลุ่มมากกว่าการสอนรวม
4. ให้ผู้เรียนได้มีโอกาสหาทางแก้ปัญหา ด้วยตนเอง (Individual Problem Solving)
5. ใช้เกมส์ให้มีส่วนในการเรียนรู้ในห้องเรียน (Game-based Learning)
6. แบ่งกลุ่มทาโครงงาน (Team Project)
7. ให้นาเสนอผลงาน ด้วยวิธีการต่าง ๆ (Creative Presentation)
8. ใช้การวัดผลที่เป็นการวัดผลด้านต่าง ๆ ออกมา ตามเป้าหมายที่ได้ออกแบบไว้ (Informal
Assessments and Multidimensional Assessment Tools)
บรรยากาศ
1. ครูควรเหลือเวลาให้เด็กค้นคว้ามากๆ คุยมาก ๆ นาเสนอมาก ๆ ใช้เวลาในการสอนให้น้อยลง
และมักจะเดินสอนตามกลุ่มมากกว่าสอนรวม
2. หลีกเลี่ยงการอธิบายอย่างละเอียด แต่จะพยายามให้เด็กค้นหาคาตอบเอง ครูมักจะตอบ
คาถามด้วยคาถามเพื่อให้เด็กสนใจต่อในการสอนแบบเดิม
3. ผู้เรียนมักกลัวผิด เพราะผู้สอนมักจะมีคาตอบที่ถูกเอาไว้แล้ว
4. ครูควรหลีกเลี่ยงการตัดสินแบบเด็ดขาด เช่น ถูกต้อง ผิด แต่จะใช้วิธีถามว่าแน่ใจหรือ ทาไม
คิดอย่างนั้นหรือเพื่อน ๆ คิดเห็นอย่างไรในเรื่องนี้
5. บรรยากาศของ CBL ที่สาคัญมาก ๆ คือ การสนับสนุนให้คิด
6. ใช้เรื่องที่เด็กสนใจเป็นเนื้อหานา และการค้นคว้า และเนื้อหาวิชาความรู้ตามตาราเป็นตัวตาม
ช่วงเวลาเรียนควรยาวกว่า 90 นาที และอาจเรียนหลายวิชาพร้อม ๆ กัน
7. ขึ้นกับปัญหาที่ตั้งเกี่ยวโยงกับวิชาใดบ้าง ครูอาจสอนพร้อม ๆ กันทั้ง 2-3 วิชาในห้องเรียน
เดียวกัน CBL จะเน้นให้เด็กสนใจพัฒนาการตนเองในด้านต่าง ๆ จึงไม่จาเป็นต้องวัดผลครั้งเดียว
8. ควรมีการวัดผลและรายงานผลให้เด็กรู้และพัฒนาตนเอง ในแต่ละด้าน CBL จะได้ผลดีจาก
ความสมัครใจ ความสนใจของเด็ก และความร่วมมือมากกว่าการบังคับให้รู้ ดังนั้นการตัดคะแนนและ
ลงโทษ เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
9. ครูจะเป็นผู้รับฟังเรื่องราวที่เด็กคิด นาเสนอ และเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กับเด็ก ครูอาจมีการติติง
และแสดงความคิดเห็นในจังหวะที่เหมาะสม และสิ่งที่จาเป็นมาก ๆ คือการให้กาลังใจ
8
วิธีดาเนินการวิจัย
1. การศึกษาค้นคว้าข้อมูล
การวิจัยครั้งนี้เป็นเพื่อศึกษาสภาพ และปัญหาการจัดการเรียนการสอนโดยวิธีการสอนแบบ
สร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity Based Learning: CBL) ในรายวิชา การศึกษาเอกสารและหลักฐานทาง
ประวัติศาสตร์ สาขาวิชาสังคมศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร โดยเก็บรวบรวมข้อมูล
จาก แบบสอบถาม ผู้วิจัยศึกษาค้นคว้าจากหนังสือ เอกสาร ตารา บทความและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับ
วิธีการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity Based Learning: CBL)
2. กลุ่มตัวอย่าง
กลุ่มตัวอย่างคือนักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาสังคมศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ
สกลนคร ที่เรียนวิชา การศึกษาเอกสารและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559
จานวน 51 คน
3. การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมีประกอบด้วย แบบสอบถาม 1 ชุด ซึ่งผู้วิจัยกาหนดกรอบคาถามจาก
การสังเคราะห์และประมวลข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity Based
Learning: CBL) จากนั้นนามาสร้างแบบสอบถาม 1 ชุด ดังนี้
แบบสอบถาม แบ่งเป็น 3 ตอน ได้แก่
ตอนที่ 1 ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพทั่วไปของนักศึกษาผู้ตอบแบบสอบถามเป็นแบบตรวจสอบรายการ
(Check-list)
ตอนที่ 2 ข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาการจัดการเรียนการสอนโดยวิธีการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน
(Creativity Based Learning: CBL) ซึ่งมีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประเมินค่า (Rating Scale)
แบ่งเป็น 5 ระดับ โดยยึดหลักของลิเคิร์ต (Likert : อ้างถึงในประคอง กรรณสูต, 2535) โดยแบ่งเป็น
ปัญหาการด้านเตรียมความพร้อมของครู ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ด้านสื่อที่ใช้ในการทา
กิจกรรม และด้านสถานที่จัดกิจกรรม คะแนนแต่ละระดับมี ดังนี้
5 หมายถึง มากที่สุด
4 หมายถึง มาก
3 หมายถึง น้อย
2 หมายถึง น้อยที่สุด
1 หมายถึง ไม่มีปัญหา
9
ตอนที่ 3 ข้อมูลเกี่ยวกับความพึงพอใจของนักศึกษาต่อการเรียนการสอน โดยวิธีการสอนแบบ
สร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity Based Learning: CBL) ซึ่งมีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประเมินค่า
(Rating Scale) แบ่งเป็น 5 ระดับ โดยยึดหลักของลิเคิร์ต (Likert : อ้างถึงในประคอง กรรณสูต, 2535)
คะแนนแต่ละระดับมี ดังนี้
5 หมายถึง มากที่สุด
4 หมายถึง มาก
3 หมายถึง ปานกลาง
2 หมายถึง น้อย
1 หมายถึง น้อยที่สุด
4. การวิเคราะห์ข้อมูลและการนาเสนอข้อมูล
ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลจาก แบบสอบถาม มีขั้นตอน ดังนี้
ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปผู้ตอบแบบสอบถาม นามาวิเคราะห์โดยการแจกแจงความถี่ และหาค่าร้อย
ละ แล้วนาเสนอเป็นตารางประกอบความเรียง
ตอนที่ 2 ข้อมูลเกี่ยวกับปัญหา นามาวิเคราะห์โดยใช้ค่าเฉลี่ย (mean) และส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐาน (standard deviation) แล้วนาค่าเฉลี่ยที่ได้แปลความหมาย นาเสนอในรูปของตารางประกอบ
ความเรียง โดยแปลความหมายของค่าเฉลี่ยดังต่อไปนี้
ค่าเฉลี่ย 4.50 - 5.00 หมายถึง ปัญหามากที่สุด
ค่าเฉลี่ย 3.50 - 4.49 หมายถึง ปัญหามาก
ค่าเฉลี่ย 2.50 - 3.49 หมายถึง ปัญหาน้อย
ค่าเฉลี่ย 1.50 - 2.49 หมายถึง ปัญหาน้อยที่สุด
ค่าเฉลี่ย 1.00 - 1.49 หมายถึง ไม่มีปัญหา
ตอนที่ 3 ข้อมูลเกี่ยวกับความพึงพอใจ นามาวิเคราะห์โดยใช้ค่าเฉลี่ย (mean) และส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐาน (standard deviation) แล้วนาค่าเฉลี่ยที่ได้แปลความหมาย นาเสนอในรูปของตารางประกอบ
ความเรียง โดยแปลความหมายของค่าเฉลี่ยดังต่อไปนี้
ค่าเฉลี่ย 4.50 - 5.00 หมายถึง พึงพอใจมากที่สุด
ค่าเฉลี่ย 3.50 - 4.49 หมายถึง พึงพอใจมาก
ค่าเฉลี่ย 2.50 - 3.49 หมายถึง พึงพอใจปานกลาง
ค่าเฉลี่ย 1.50 - 2.49 หมายถึง พึงพอใจน้อย
ค่าเฉลี่ย 1.00 - 1.49 หมายถึง พึงพอใจน้อยที่สุด
10
5. การดาเนินการทดลองและการเก็บรวบรวมข้อมูล
ผู้วิจัยแบ่งกิจกรรมการเรียนการสอนเป็น 3 กิจกรรมหลัก ใช้เวลาทั้งสิ้น 1 ภาคการศึกษา ดังนี้
1. World History Timelines ใช้เวลา 4 คาบเรียน
เป็นกิจกรรมกลุ่มที่ให้นักศึกษาแต่ละกลุ่มเรียงภาพลาดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน
ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
2. History Vocabulary ใช้เวลา 4 คาบเรียน
เป็นกิจกรรมกลุ่มที่ผู้สอนนาคาศัพท์ภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์มาให้
นักศึกษาเลือก โดยให้แต่ละกลุ่มปรึกษากันแล้วจึงเลือกคาศัพท์มากลุ่มละ 2 คา จากนั้น
นาคาศัพท์ 2 คามาเชื่อมโยงเข้ากับวิชาประวัติศาสตร์ โดยเขียนลงในกระดาษปรู๊ฟ
(Newsprint) แล้วออกมานาเสนอหน้าชั้นเรียน
3. One of Modern tool to studies in the History,Pokemon Go ใช้เวลา 12 คาบ
เรียน
เป็นกิจกรรมกลุ่มที่นักศึกษาต้องใช้เกมส์ โปเกม่อน โก (Pokemon Go) ในการค้นหา
สถานที่สาคัญทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดสกลนครและจังหวัดใกล้เคียง เก็บรวบรวม
ข้อมูลโดยศึกษาจากเอกสาร สัมภาษณ์บุคคลที่เกี่ยวข้อง และค้นคว้าจากอินเตอร์เน็ต
จากนั้นจึงนาข้อมูลมาวิเคราะห์ สรุปผล และออกมานาเสนอหน้าชั้นเรียน
11
ผลการวิจัย
1. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
ตอนที่ 1 สภาพทั่วไปของนักศึกษาผู้ตอบแบบสอบถาม สรุปได้ดังนี้
ตารางที่ 1 แสดงสภาพทั่วไปของนักศึกษาผู้ตอบแบบสอบถาม
สภาพทั่วไปของนักศึกษา
นักศึกษา
(N=45)
จานวน (คน) ร้อยละ
เพศ
- หญิง
- ชาย
31
14
68.9
31.1
มี Smart Phone ใช้
- มี
- ไม่มี
41
4
91.1
8.9
มี Computer ใช้
- มี
- ไม่มี
41
4
91.1
8.9
การใช้อินเตอร์เน็ต
- ทุกวัน
- 2-3 วันครั้ง
- อาทิตย์ละครั้ง
43
2
-
95.6
4.4
-
จากตารางที่ 1 ผลการวิเคราะห์สภาพทั่วไปของนักศึกษาผู้ตอบแบบสอบถามพบว่า นักศึกษา
ทั้งหมด 51 คน มีผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด 45 คน คิดเป็นร้อยละ 88.24 โดยส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง
จานวน 31 คน คิดเป็นร้อยละ 68.9 และเพศชาย จานวน 14 คน คิดเป็นร้อยละ 31.1 นักศึกษาส่วนใหญ่
มี โทรศัพท์สมาร์ทโฟนใช้ จานวน 41 คน คิดเป็นร้อยละ 91.1 ส่วนใหญ่มีคอมพิวเตอร์ใช้ จานวน 41 คน
คิดเป็นร้อยละ 91.1 และส่วนใหญ่ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นประจาทุกวัน จานวน 43 คน คิดเป็นร้อยละ 95.6
12
ตอนที่ 2 ปัญหาการจัดการเรียนการสอนโดยวิธีการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity Based
Learning: CBL) ในรายวิชา การศึกษาเอกสารและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ สาขาวิชาสังคมศึกษา
คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร สรุปได้ดังนี้
ตารางที่ 2 ด้านการเตรียมความพร้อมของครู
ปัญหาด้านการเตรียมความพร้อมของครู xˉ S.D. ความหมาย
1. ผู้สอนไม่มีความพร้อมในการทากิจกรรม 2.62 .912 น้อย
2. ผู้สอนไม่กระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ 2.53 .842 น้อย
3. ผู้สอนไม่เข้าใจในเนื้อหา 2.24 .957 น้อยที่สุด
4. ผู้สอนไม่เอาใจใส่ต่อการจัดกิจกรรม 2.09 .925 น้อยที่สุด
5. ผู้สอนมีการกาหนดเกณฑ์ให้คะแนนไม่เป็นธรรม 2.40 1.176 น้อยที่สุด
รวมเฉลี่ย 2.38 น้อยที่สุด
จากตารางที่ ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาในด้านการเตรียมความพร้อมของครู พบว่า
ส่วนใหญ่นักศึกษามีปัญหาน้อยที่สุด ยกเว้น ข้อ 1 ผู้สอนไม่มีความพร้อมในการทากิจกรรม และ ข้อ 2
ผู้สอนไม่กระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ พบว่า นักศึกษามีปัญหาน้อย
ตารางที่ 3 ด้านกิจกรรมการเรียนการสอน
ปัญหาด้านกิจกรรมการเรียนการสอน xˉ S.D. ความหมาย
1. เนื้อหากิจกรรมมีมากเกินไป ทาให้น่าเบื่อ 2.53 .912 น้อย
2. เนื้อหากิจกรรมยังไม่ชัดเจน 2.71 .842 น้อย
3. เนื้อหากิจกรรมเข้าใจยาก 2.44 .957 น้อยที่สุด
4. เนื้อหากิจกรรมไม่สามารถนาไปใช้ประโยชน์ได้ 2.38 .925 น้อยที่สุด
5. เนื้อหากิจกรรมไม่ทันสมัย 2.98 1.176 น้อย
6. กิจกรรมไม่สอดคล้องกับความต้องการและความสนใจ 2.56 .869 น้อย
7. กิจกรรมทีทาไม่น่าสนใจ 2.36 1.100 น้อยที่สุด
8. กิจกรรมไม่ทาให้เกิดการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ 2.11 .893 น้อยที่สุด
9. กิจกรรมไม่เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง 2.18 1.051 น้อยที่สุด
10.กิจกรรมไม่ทาให้เกิดกระบวนการคิดวิเคราะห์ 2.44 .941 น้อย
11. นักศึกษาไม่มีมีส่วนร่วมในการทากิจกรรม 2.96 1.056 น้อย
12..กิจกรรมไม่ส่งเสริมให้มีการติดต่อสื่อสารและทางานร่วมกับผู้อื่น 2.16 .933 น้อยที่สุด
13. การประเมินผลกิจกรรมไม่ชัดเจน 2.53 .885 น้อย
เฉลี่ย 2.33 น้อยที่สุด
13
จากตารางที่ 3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลในด้านปัญหาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน พบว่า
นักศึกษามีปัญหาน้อย และ น้อยที่สุด
ตารางที่ 4 ด้านสื่อที่ใช้ในการทากิจกรรม
ปัญหาด้านสื่อที่ใช้ในการทากิจกรรม xˉ S.D. ความหมาย
1. สื่อและอุปกรณ์มีไม่เพียงพอต่อความต้องการ 2.73 .986 น้อย
2. สื่อที่ใช้ไม่ทันสมัย 2.36 .865 น้อยที่สุด
3. สื่อที่ใช้ไม่น่าสนใจ 2.40 .837 น้อยที่สุด
4. สื่อที่ใช้ไม่สอดคล้องกับการทากิจกรรม 2.31 .874 น้อยที่สุด
5. สื่อที่ใช้ไม่เหมาะสมกับการทากิจกรรม 2.24 .957 น้อยที่สุด
รวมเฉลี่ย 2.44 น้อยที่สุด
จากตารางที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลปัญหาด้านสื่อที่ใช้ในการทากิจกรรม พบว่าเกือบทุกข้อ นักศึกษามี
ปัญหาน้อยที่สุด ยกเว้นข้อที่ 1 สื่อและอุปกรณ์มีไม่เพียงพอต่อความต้องการ มีปัญหาน้อย
ตารางที่ 5 ด้านสถานที่จัดกิจกรรม
ปัญหาด้านสถานที่จัดกิจกรรม xˉ S.D. ความหมาย
1. สถานที่คับแคบ ไม่เพียงพอต่อการจัดกิจกรรม 3.58 1.076 มาก
2. บรรยากาศไม่เอื้ออานวยต่อการจัดกิจกรรม 4.09 .973 มาก
3. อุปกรณ์ในห้องชารุดเสียหายส่งผลต่อการจัดกิจกรรม 3.33 1.187 น้อย
รวมเฉลี่ย 3.67 มาก
จากตารางที่ 5 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลปัญหาในด้านสถานที่จัดกิจกรรม พบว่า นักศึกษาส่วนใหญ่
ประสบปัญหามาก โดยปัญหาที่พบมากที่สุดคือ ข้อที่ 2 บรรยากาศไม่เอื้ออานวยต่อการจัดกิจกรรม
รองลงมาคือ ข้อที่ 1 สถานที่คับแคบ ไม่เพียงพอต่อการจัดกิจกรรม ส่วนข้อที่ 3 อุปกรณ์ในห้องชารุด
เสียหายส่งผลต่อการจัดกิจกรรม มีปัญหาน้อย
14
ตอนที่ 3 ความพึงพอใจของนักศึกษาต่อการเรียนการสอน โดยวิธีการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน
(Creativity Based Learning: CBL) ในรายวิชา การศึกษาเอกสารและหลักฐานทางประวัติศาสตร์
สาขาวิชาสังคมศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร สรุปได้ดังนี้
ตารางที่ 6 ความพึงพอใจของนักศึกษาต่อการเรียนการสอน
ความพึงพอใจ xˉ S.D. ความหมาย
1. History Vocabulary 3.69 .633 พอใจมาก
2. World History Timelines 3.91 .633 พอใจมาก
3. One of Modern tool to studies in the History, Pokemon
Go
3.49 1.036 พอใจปาน
กลาง
รวมเฉลี่ย 3.72 พึงพอใจมาก
จากตารางที่ 6 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลความพึงพอใจของนักศึกษาต่อการเรียนการสอนโดยวิธีการ
สอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity Based Learning: CBL) พบว่า นักศึกษาพึงพอใจมาก ได้แก่
กิจกรรมที่ 2 World History Timelines รองลงมาคือ กิจกรรมที่ 1 History Vocabulary ส่วนกิจกรรม
ที่ 3 One of Modern tool to studies in the History, Pokemon Go นักศึกษามีความพึงพอใจปาน
กลาง
2. สรุปผลการวิจัย
ผลงานวิจัยแบ่งการนาเสนอแบ่งออกเป็น 3 ตอน ดังนี้
ตอนที่ 1 สภาพทั่วไปของนักศึกษาผู้ตอบแบบสอบถาม สรุปได้ดังนี้
1. นักศึกษาที่ตอบแบบสอบถามทั้งหมดมีจานวน 45 คน แบ่งเป็น เพศชาย 14 คน และเพศหญิง
31 คน
2. นักศึกษาส่วนใหญ่มีสมาร์ทโฟนใช้
3. นักศึกษาส่วนใหญ่มีคอมพิวเตอร์ใช้
4. นักศึกษาส่วนใหญ่ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นประจาทุกวัน
15
ตอนที่ 2 ปัญหาการจัดการเรียนการสอนโดยวิธีการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity Based
Learning: CBL) ในรายวิชา การศึกษาเอกสารและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ สาขาวิชาสังคมศึกษา
คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร สรุปได้ดังนี้
1. ด้านการเตรียมความพร้อมของครู
โดยภาพรวมนักศึกษามีปัญหาน้อยที่สุด
2. ด้านกิจกรรมการเรียนการสอน
โดยภาพรวมนักศึกษามีปัญหาน้อยที่สุด
3. ด้านสื่อที่ใช้ในการทากิจกรรม
โดยภาพรวมนักศึกษามีปัญหาน้อยที่สุด
4. ด้านสถานที่จัดกิจกรรม
โดยภาพรวมนักศึกษามีปัญหามาก
ตอนที่ 3 ความพึงพอใจของนักศึกษาต่อการเรียนการสอน โดยวิธีการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน
(Creativity Based Learning: CBL) ในรายวิชา การศึกษาเอกสารและหลักฐานทางประวัติศาสตร์
สาขาวิชาสังคมศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร สรุปได้ดังนี้
โดยภาพรวมนักศึกษามีความพึงพอใจมาก ต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน โดยวิธีการสอน
แบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity Based Learning: CBL)
การอภิปรายผลการวิจัย
ผลการวิจัยเรื่อง มีประเด็นสาคัญสามารถอภิปรายได้ดังนี้
1. สภาพทั่วไปของนักศึกษาและปัญหาการจัดการเรียนการสอนโดยวิธีการสอนแบบสร้างสรรค์
เป็นฐาน (Creativity Based Learning: CBL)
จากการวิจัยพบว่านักศึกษาส่วนใหญ่มีสมาร์ทโฟนใช้ และใช้อินเตอร์เน็ตเป็นประจา ผู้วิจัยมี
ความเห็นว่า ในปัจจุบันสมาร์ทโฟนและอินเตอร์เน็ทถือเป็นสิ่งสาคัญของสังคมในยุคโลกาภิวัตน์ นอกจาก
จะทาให้เกิดความสะดวกสบายและจาเป็นต่อวิถีชีวิตแล้ว ทั้งสมาร์ทโฟน และอินเตอร์เน็ท ยังสามารถ
นามาใช้เป็นเครื่องมือประกอบการเรียนการสอนได้ โดยเฉพาะการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน
(Creativity Based Learning: CBL) เช่น กิจกรรมที่ 2 World History Timelines ต้องใช้สมาร์ทโฟนที่
เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเพื่อหาข้อมูลลาดับเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ ในกิจกรรมที่ 3 One of Modern
tool to studies in the History, Pokemon Go ต้องใช้สมาร์ทโฟนในการค้นหาสถานที่สาคัญทาง
ประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ยังต้องใช้สมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ทเพื่อใช้ในการประเมินคะแนนให้กับ
เพื่อนในกลุ่มอื่นๆ เป็นต้น
16
จะเห็นได้ว่าการเรียนการสอนในปัจจุบันความรู้ไม่ได้อยู่ที่ผู้สอนเพียงอย่างเดียว อินเตอร์เน็ตถือ
เป็นสื่อชนิดหนึ่งที่เป็นแหล่งรวบรวมความรู้จากที่ต่างๆ โดยผู้เรียนสามารถเข้าถึงได้ด้วยตัวเอง ดังที่ บุญ
เรือง เนียมหอม (2540: 81-85) กล่าวว่า การใช้อินเตอร์เน็ตจะช่วยให้ผู้เรียนได้รับทราบข้อมูลที่ทันสมัย
ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง และช่วยให้การเรียนและการศึกษาค้นคว้า มีความทันสมัยและกว้าง
ขึ้น
นอกจากนี้ จากผลการวิจัยปัญหาที่พบมากที่สุดในการจัดกิจกรรม คือ ปัญหาด้านสถานที่จัด
กิจกรรม ในประเด็นนี้ผู้วิจัยมีความเห็นว่า ปัญหาด้านสถานที่จัดกิจกรรมเป็นปัญหาที่สาคัญมากต่อการจัด
กิจกรรมการเรียนการสอน เนื่องจากการสอนแบบ CBL ความพร้อมด้านสถานที่จัดกิจกรรมมีความสาคัญ
มาก ไม่ว่าจะเป็นห้องเรียน บรรยากาศภายในห้อง และอุปกรณ์ที่ใช้ภายในห้องเรียนต้องไม่ชารุดเสียหาย
เช่น คอมพิวเตอร์ โปรเจคเตอร์ และเครื่องเสียง ต้องเอื้ออานวยต่อการจัดการเรียนการสอนให้กับผู้สอน
และผู้เรียนให้มากที่สุด ดังที่ สุมน อมรวิวัฒน์ (2530 : 13) กล่าวว่า ภายในห้องเรียนต้องเป็นระเบียบ
เรียบร้อย น่าดู มีความสะอาด มีเครื่องใช้ และสิ่งอานวยความสะดวกต่างๆ ที่จะส่งเสริมให้การเรียนของ
นักเรียนสะดวกขึ้น เช่น ห้องเรียนมีขนาดเหมาะสม แสงเข้าถูกทาง และมีแสงสว่างเพียงพอ เป็นต้น
อีกทั้งการสร้างบรรยากาศการเรียนภายในห้องเรียนก็ถือว่ามีความสาคัญ ดังที่ สานักงาน
คณะกรรมการการศึกษาเอกชน (2531 :ค ) ระบุว่า บรรยากาศในชั้นเรียนเป็นส่วนหนึ่งที่ส่งเสริมให้
นักเรียนเกิดความสนใจในบทเรียนและเกิดแรงจูงใจในการเรียนรู้เพิ่มมากขึ้นผู้สอนต้องมีความเชี่ยวชาญ
และมีความตั้งใจ พร้อมที่จะถ่ายทอดความรู้และทักษะต่างๆ ให้กับผู้เรียนอย่างเต็มที่
2. ความพึงพอใจของนักศึกษาต่อการเรียนการสอน โดยวิธีการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน
(Creativity Based Learning: CBL)
ความพึงพอใจโดยรวมของวิธีการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity Based Learning:
CBL) อยู่ในระดับพึงพอใจมาก ผู้วิจัยมีความเห็นว่า เนื่องจากการจัดกิจกรรมการสอนแบบ CBL เป็นการ
สอนรูปแบบใหม่ที่นักศึกษายังไม่เคยสัมผัสมาก่อน เป็นการสอนที่เน้นการลงมือปฏิบัติจึงทาให้นักศึกษา
เกิดความสนใจ มีความตื่นตัว (Active Learning) อยากที่จะเรียนรู้ เรียนอย่างมีความสุข และสนุกสนาน
สอดคล้องกับ วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์ (2558:31) ที่ระบุว่า การสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน เป็นการจัดการ
สอนที่ทาให้ผู้เรียนตื่นตัวอยากรู้อยากเรียน (Active Learning) แทนที่การสอนบรรยาย (Lecture
Method) ทาให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะต่างๆ ทั้งทักษะในการค้นคว้าหาความรู้ ทักษะในการทางาน และ
ทักษะในการคิด แทนที่จะได้แต่เนื้อหาความรู้แบบเดิม
17
ข้อเสนอแนะ
1. ควรมีระยะเวลาในการดาเนินการจัดกิจกรรมมากกว่านี้
2. ควรนาวิธีการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นพื้นฐาน (Creativity Based Learning: CBL) ไปใช้ใน
รายวิชาอื่นๆ
18
เอกสารอ้างอิง
ภาษาไทย
คณะกรรมการการศึกษาเอกชน,สานักงาน. (2531). แนวทางการนิเทศภายในโรงเรียนเอกชน.
กรุงเทพฯ: หน่วยศึกษานิเทศก์ สานักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน.
ทิศนา แขมมณี. (2559). ศาสตร์การสอน. กรุงเทพฯ:สานักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
บุญเรือง เนียมหอม. (2540). การพัฒนาระบบการเรียนทางอินเตอร์เน็ตในระดับอุดมศึกษา.
วิทยานิพนธ์ระดับดุษฎีบัณฑิต ภาควิชาโสตทัศนศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ประคอง กรรณสูต. (2535). สถิติเพื่อการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์. กรุงเทพฯ: บรรณกิจ.
วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์. (2558). การสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน Creativity-based Learning (CBL).
วารสารนวัตกรรมการเรียนรู้ ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม–ธันวาคม 2558, 12 ธันวาคม 2559.
จาก jli.wu.ac.th/countLoadJournal.php?jID=39
สุมน อมรวิวัฒน์. (2530). การสอนโดยสร้างศรัทธาและโยนิโสมนสิการ. พิมครั้งที่ 2.
กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์.
ภาษาอังกฤษ
Reilly, Luke. (2015). "Pokémon GO Coming to Smartphones". IGN. Ziff Davis.
december 10, 2016. From http://www.ign.com/articles/2015/09/10/pokemon-go-
coming-to-smartphones
Watanabe, Y. (1999). Second language literacy through student centered learning.
The Internet TESL Journal, 5 (2), December, 22016.
from http://iteslj.org/Articles/CaprioStudentCentered.html
19
ภาคผนวก
20
ภาคผนวก ก
โครงการสอน
21
ภาคผนวก ข
แบบสอบถาม
22
ภาคผนวก ค
ภาพการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
23

การศึกษาการจัดการเรียนการสอนแบบ CBL

  • 1.
    1 ชื่อเรื่อง : การศึกษาการจัดการเรียนการสอนโดยวิธีการสอนแบบสร้างสรรค์เป็น ฐาน(Creativity Based Learning: CBL) ในรายวิชา การศึกษาเอกสารและ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ สาขาวิชาสังคมศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัย ราชภัฏสกลนคร ชื่อเรื่อง : A study of instructional organizing of Creativity Based Learning: CBL in Ex post Facto Studies subject, Social studies program, Faculty of Education, Sakon Nakhon Rajabhat University ชื่อผู้วิจัย : นายอนรรฆ สมพงษ์ และนางสาวลดาวัลย์ มะลิไทย สาขาวิชา สังคมศึกษา คณะครุศาสตร์ บทคัดย่อ การวิจัยวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพ ปัญหา และความพึงพอใจต่อการจัดการเรียน การสอนโดยวิธีการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity Based Learning: CBL) ในรายวิชา การศึกษาเอกสารและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ สาขาวิชาสังคมศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัย ราชภัฏสกลนคร กลุ่มตัวอย่างคือ นักศึกษาสาขาวิชาสังคมศึกษาชั้นปีที่ 4 จานวน 51 คน เครื่องมือที่ใช้ ในการวิจัยคือ แบบสอบถาม ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ นักศึกษาส่วนใหญ่มีโทรศัพท์สมาร์ทโฟน และใช้อินเตอร์เน็ตเป็นประจา ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าวมี ความจาเป็นต่อการเรียนการสอนโดยวิธีการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity Based Learning: CBL) ปัญหาที่พบมากที่สุดต่อการจัดการเรียนการสอน คือ ปัญหาด้านสถานที่จัดกิจกรรม โดยเฉพาะ บรรยากาศในห้องเรียนที่ไม่เอื้ออานวยต่อการจัดกิจกรรม ความพึงพอใจโดยรวมของนักศึกษาต่อวิธีการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity Based Learning: CBL) อยู่ในระดับพึงพอใจมาก
  • 2.
    2 Abstract The purposes ofthe research were to study the state and problems of instructional organizing of Creativity Based Learning: CBL in Ex post Facto Studies subject, Social studies program, Faculty of Education, Sakon Nakhon Rajabhat University. The sample groups are 51 students. The research tools was questionnaire. The research results were as follows: Most students have a smart phone. And they are using the Internet regularly. With such devices which are essential for learning by the creative base (Creativity Based Learning: CBL). The most common problems of teaching method is location. The atmosphere in the classroom is not conducive to the event. The overall satisfaction of this teaching methods (Creativity Based Learning: CBL) is very satisfied.
  • 3.
    3 กิตติกรรมประกาศ การวิจัยครั้งนี้สาเร็จลงได้จากความร่วมมือของผู้วิจัยทั้งสองคน ผู้วิจัยขอขอบคุณสถาบันวิจัยและ พัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครที่ได้สนับสนุนทุนในการวิจัยครั้งนี้ ขอขอบคุณความเมตตาของคุณ วิลัยที่ช่วยเหลือผู้วิจัยในการแปลบทคัดย่อภาษาอังกฤษ และขอขอบคุณคุณพลอยไพลินที่คอยให้กาลังใจ กับผู้วิจัยเสมอมาไม่เปลี่ยนแปลง และสุดท้ายนี้ผู้วิจัยขอขอบคุณนักศึกษาสาวิชาสังคมศึกษา ชั้นปีที่ 4 ทุก คนที่ตั้งใจเรียน และร่วมกันทากิจกรรมต่างๆให้สาเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
  • 4.
    4 ความเป็นมาและความสาคัญของปัญหาในการวิจัย ในอดีตการสอนในรูปแบบเดิม เป็นการสอนที่ครูเป็นศูนย์กลาง (Teacher-centered)เน้นการ ท่องจา ซึ่งทาให้ผู้เรียนได้รับความรู้ แต่ขาดทักษะในด้านต่างๆ การสอนในรูปแบบดังกล่าวไม่สามารถ พัฒนาทักษะที่สาคัญต่อผู้เรียน โดยเฉพาะในการเอาไปใช้ในชีวิตแห่งศตวรรษที่ 21 ได้ การสอนแบบครู เป็นศูนย์กลางนี้ฝังรากลึกในสังคมไทยมาอย่างยาวนาน ดังที่ ทิศนา แขมมณี (2559 : 113) กล่าวว่า การ จัดการเรียนการสอนในลักษณะที่ครูเป็นศูนย์กลางนั้น ยึดครองอานาจในการเรียนของผู้เรียนมานาน การ เรียนการสอนในลักษณะดังกล่าวยังคงมีอยู่ในประเทศไทย วิชาประวัติศาสตร์ เป็นวิชาหนึ่งที่ผู้สอนมักใช้การสอนที่ครูเป็นศูนย์กลาง ผู้สอนเป็นผู้ถ่ายทอด เพียงฝ่ายเดียว โดยใช้วิธีการบรรยาย (Lecture) เป็นหลัก เน้นให้ผู้เรียนท่องจา อีกทั้งยังเป็นวิชาที่มี เนื้อหามาก จึงเป็นสาเหตุที่ทาให้ผู้เรียนเกิดความเบื่อหน่ายในการเรียน ดังที่ ทิศนา แขมมณี (2559 : 329) กล่าวว่า การบรรยายเป็นวิธีสอนที่ต้องอาศัยความสามารถของผู้บรรยาย ถ้าผู้บรรยายไม่มีศิลปะใน การบรรยายที่ดึงดูดใจผู้เรียน ผู้เรียนอาจขาดความสนใจได้ ด้วยเหตุดังกล่าวนักการศึกษาจึงคิดค้น และสร้างรูปแบบการสอนใหม่ (new learning model) ออกมาหลายรูปแบบ เพื่อใช้แทนการสอนแบบเดิม ซึ่งการศึกษาแบบบอกเล่า และการสอบแบบท่องจา นอกจากจะไม่ช่วย ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์แล้ว ยังเป็นการทาลายมันอีกด้วย (วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์ 25. : 2558) นอกจากนี้ การสอนรูปแบบใหม่ๆ ยังช่วยให้ผู้เรียนใช้ทักษะต่างๆ โดยเฉพาะความคิดสร้างสรรค์ ได้อย่างเต็มที่ ดังนี้ Watanabe, Y. (1999) ระบุว่า เราต้องอนุญาตให้การมีส่วนร่วมเชิงลึกในกระบวนการ เรียนรู้ผ่านนักเรียนละครูอย่างเข้มแข็ง การมีส่วนร่วมที่เปิดโอกาสให้เกิดการสร้างสรรค์อย่างไม่มีข้อจากัด การวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยเลือกวิธีการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity Based Learning: CBL) เนื่องจากเป็นการสอนรูปแบบใหม่สาหรับศตวรรษที่ 21 ซึ่งมีความหลากหลายไม่ยึดติดกับวิธีใดวิธี หนึ่ง และเน้นให้ผู้เรียนมีทักษะมากกว่ามีแค่ความรู้แบบเดิม ได้แก่ ทักษะการเรียนรู้ (Learning Skills) ทักษะการคิด (Thinking Skills) ทักษะการทางาน (Working Skills) และ ทักษะชีวิต (Life Skills) การสอนแบบ CBL ผู้สอนจะเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นผู้บรรยายเนื้อหาต่าง ๆ อย่างละเอียด มาเป็นผู้อานวยการให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้แปลงจากผู้สอน (Lecturer) มาเป็น ผู้อานวยความสะดวก (Facilitator) (วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์. 33:2558) ทั้งนี้เพื่อตอบจุดเน้นของสภามหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรและนักศึกษา โดยใช้ หลักการจัดการความรู้ และเสริมสร้างทักษะกรอบความคิดและชุดทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 (New Mindset and Skillset in 21st Century) ผู้วิจัยเห็นว่าการวิจัยนี้สอดรับกับจุดเน้นของมหาวิทยาลัย
  • 5.
    5 และจะเป็นประโยชน์ต่อตัวผู้สอนและผู้เรียนในรายวิชาการศึกษาเอกสารและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร อีกด้วย วัตถุประสงค์การวิจัย 1.เพื่อศึกษาสภาพและปัญหาการจัดการเรียนการสอนโดยวิธีการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity Based Learning: CBL) ในรายวิชา การศึกษาเอกสารและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ สาขาวิชาสังคมศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร 2. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาต่อการเรียนการสอน โดยวิธีการสอนแบบสร้างสรรค์ เป็นฐาน (Creativity Based Learning: CBL) ในรายวิชา การศึกษาเอกสารและหลักฐานทาง ประวัติศาสตร์ สาขาวิชาสังคมศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร กรอบแนวคิด ทฤษฎีที่ใช้ในการวิจัย การสอนโดยวิธีการสอนแบบ สร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity Based Learning: CBL) ความพึงพอใจของนักศึกษาต่อการ เรียนการสอน โดยวิธีการสอนแบบ สร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity Based Learning: CBL) สภาพและปัญหาการเรียนการสอน โดยวิธีการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity Based Learning: CBL)
  • 6.
    6 กลุ่มเป้าหมายที่ทาการวิจัย นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาสังคมศึกษาคณะครุศาสตร์ จานวน 51 คน ประโยชน์ที่ได้รับจากการวิจัยในการนาไปใช้ในการแก้ปัญหา/พัฒนาการจัดการเรียน การสอน 1. ทาให้ทราบถึงสภาพและปัญหาการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นพื้นฐาน (Creativity Based Learning: CBL) 2. ทาให้ทราบถึงความพึงพอใจของผู้เรียนต่อการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นพื้นฐาน (Creativity Based Learning: CBL) 3. เป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอนโดยวิธีการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity Based Learning: CBL) ในรายวิชาอื่นๆ นิยามศัพท์เฉพาะ การสอนแบบสร้างสรรค์เป็นพื้นฐาน (Creativity Based Learning: CBL) หมายถึง การสอน ที่หลากหลายไม่ยึดติดกับวิธีใดวิธีหนึ่ง และเน้นผู้เรียนให้มีทักษะมากกว่ามีแค่ความรู้แบบเดิม อันได้แก่ ทักษะการเรียนรู้ (Learning Skills) ทักษะการคิด (Thinking Skills) ทักษะการทางาน (Working Skills) และ ทักษะชีวิต (Life Skills) เกมส์โปเกมอน โก (Pokémon GO) หมายถึง เกมพกพาแนว Role-playing game (RPG) หรือเรียกว่าเกมส์ประเภทหนึ่งที่ผู้เล่นสมมุติรับบทเป็นตัวละครหนึ่งในเกม โดยใช้เทคโนโลยีความเป็นจริง หรือ AR (Augmented Reality) เล่นบนสมาร์ตโฟน (Smartphone) พัฒนาโดยบริษัทไนแอนติก (Niantic) บนระบบปฏิบัติการไอโอเอส (IOS) และแอนดรอยด์ (Android) Luke (2015) โปเกมอน โก เปิดตัวเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ.2559 ที่ประเทศ ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, สหรัฐอเมริกา และทยอยเปิดตัวไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยได้เปิดตัวให้ดาวน์โหลดครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ.2559 แนวคิดทฤษฏี การวิจัยครั้งนี้ใช้แนวคิดจากการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน Creativity-based Learning Model เป็นหลักในการศึกษา โดยวิริยะ ฤาชัยพาณิชย์ (2558) กล่าวว่า การสอนรูแบบนี้ เป็นรูปแบบการ สอนที่พัฒนาต่อยอดมากจาก การสอนแบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-based Learning :PBL) ซึ่งเป็น หนึ่งในแนวทางการสอนแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เป็นการสอนที่ทาให้ผู้เรียนตื่นตัวอยากรู้อยากเรียน
  • 7.
    7 (Active Learning) แทนที่การสอนบรรยาย(Lecture Method) แบบเดิม การเรียนการสอนทาโดยใช้ กระบวนการ และบรรยากาศ ดังนี้ กระบวนการ 1. สร้างแรงบันดาลใจ กระตุ้นความอยากรู้ (Inspiration) 2. เปิดโอกาสให้ค้นหา รวบรวมข้อมูล แยกแยะและนามาสร้างเป็นความรู้ (Self-Study) 3. การสอนมักจะทาเมื่อมีคาถาม เป็นการสอนแบบรายคนหรือรายกลุ่มมากกว่าการสอนรวม 4. ให้ผู้เรียนได้มีโอกาสหาทางแก้ปัญหา ด้วยตนเอง (Individual Problem Solving) 5. ใช้เกมส์ให้มีส่วนในการเรียนรู้ในห้องเรียน (Game-based Learning) 6. แบ่งกลุ่มทาโครงงาน (Team Project) 7. ให้นาเสนอผลงาน ด้วยวิธีการต่าง ๆ (Creative Presentation) 8. ใช้การวัดผลที่เป็นการวัดผลด้านต่าง ๆ ออกมา ตามเป้าหมายที่ได้ออกแบบไว้ (Informal Assessments and Multidimensional Assessment Tools) บรรยากาศ 1. ครูควรเหลือเวลาให้เด็กค้นคว้ามากๆ คุยมาก ๆ นาเสนอมาก ๆ ใช้เวลาในการสอนให้น้อยลง และมักจะเดินสอนตามกลุ่มมากกว่าสอนรวม 2. หลีกเลี่ยงการอธิบายอย่างละเอียด แต่จะพยายามให้เด็กค้นหาคาตอบเอง ครูมักจะตอบ คาถามด้วยคาถามเพื่อให้เด็กสนใจต่อในการสอนแบบเดิม 3. ผู้เรียนมักกลัวผิด เพราะผู้สอนมักจะมีคาตอบที่ถูกเอาไว้แล้ว 4. ครูควรหลีกเลี่ยงการตัดสินแบบเด็ดขาด เช่น ถูกต้อง ผิด แต่จะใช้วิธีถามว่าแน่ใจหรือ ทาไม คิดอย่างนั้นหรือเพื่อน ๆ คิดเห็นอย่างไรในเรื่องนี้ 5. บรรยากาศของ CBL ที่สาคัญมาก ๆ คือ การสนับสนุนให้คิด 6. ใช้เรื่องที่เด็กสนใจเป็นเนื้อหานา และการค้นคว้า และเนื้อหาวิชาความรู้ตามตาราเป็นตัวตาม ช่วงเวลาเรียนควรยาวกว่า 90 นาที และอาจเรียนหลายวิชาพร้อม ๆ กัน 7. ขึ้นกับปัญหาที่ตั้งเกี่ยวโยงกับวิชาใดบ้าง ครูอาจสอนพร้อม ๆ กันทั้ง 2-3 วิชาในห้องเรียน เดียวกัน CBL จะเน้นให้เด็กสนใจพัฒนาการตนเองในด้านต่าง ๆ จึงไม่จาเป็นต้องวัดผลครั้งเดียว 8. ควรมีการวัดผลและรายงานผลให้เด็กรู้และพัฒนาตนเอง ในแต่ละด้าน CBL จะได้ผลดีจาก ความสมัครใจ ความสนใจของเด็ก และความร่วมมือมากกว่าการบังคับให้รู้ ดังนั้นการตัดคะแนนและ ลงโทษ เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง 9. ครูจะเป็นผู้รับฟังเรื่องราวที่เด็กคิด นาเสนอ และเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กับเด็ก ครูอาจมีการติติง และแสดงความคิดเห็นในจังหวะที่เหมาะสม และสิ่งที่จาเป็นมาก ๆ คือการให้กาลังใจ
  • 8.
    8 วิธีดาเนินการวิจัย 1. การศึกษาค้นคว้าข้อมูล การวิจัยครั้งนี้เป็นเพื่อศึกษาสภาพ และปัญหาการจัดการเรียนการสอนโดยวิธีการสอนแบบ สร้างสรรค์เป็นฐาน(Creativity Based Learning: CBL) ในรายวิชา การศึกษาเอกสารและหลักฐานทาง ประวัติศาสตร์ สาขาวิชาสังคมศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร โดยเก็บรวบรวมข้อมูล จาก แบบสอบถาม ผู้วิจัยศึกษาค้นคว้าจากหนังสือ เอกสาร ตารา บทความและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับ วิธีการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity Based Learning: CBL) 2. กลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างคือนักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาสังคมศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ สกลนคร ที่เรียนวิชา การศึกษาเอกสารและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 จานวน 51 คน 3. การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมีประกอบด้วย แบบสอบถาม 1 ชุด ซึ่งผู้วิจัยกาหนดกรอบคาถามจาก การสังเคราะห์และประมวลข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity Based Learning: CBL) จากนั้นนามาสร้างแบบสอบถาม 1 ชุด ดังนี้ แบบสอบถาม แบ่งเป็น 3 ตอน ได้แก่ ตอนที่ 1 ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพทั่วไปของนักศึกษาผู้ตอบแบบสอบถามเป็นแบบตรวจสอบรายการ (Check-list) ตอนที่ 2 ข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาการจัดการเรียนการสอนโดยวิธีการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity Based Learning: CBL) ซึ่งมีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประเมินค่า (Rating Scale) แบ่งเป็น 5 ระดับ โดยยึดหลักของลิเคิร์ต (Likert : อ้างถึงในประคอง กรรณสูต, 2535) โดยแบ่งเป็น ปัญหาการด้านเตรียมความพร้อมของครู ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ด้านสื่อที่ใช้ในการทา กิจกรรม และด้านสถานที่จัดกิจกรรม คะแนนแต่ละระดับมี ดังนี้ 5 หมายถึง มากที่สุด 4 หมายถึง มาก 3 หมายถึง น้อย 2 หมายถึง น้อยที่สุด 1 หมายถึง ไม่มีปัญหา
  • 9.
    9 ตอนที่ 3 ข้อมูลเกี่ยวกับความพึงพอใจของนักศึกษาต่อการเรียนการสอนโดยวิธีการสอนแบบ สร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity Based Learning: CBL) ซึ่งมีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประเมินค่า (Rating Scale) แบ่งเป็น 5 ระดับ โดยยึดหลักของลิเคิร์ต (Likert : อ้างถึงในประคอง กรรณสูต, 2535) คะแนนแต่ละระดับมี ดังนี้ 5 หมายถึง มากที่สุด 4 หมายถึง มาก 3 หมายถึง ปานกลาง 2 หมายถึง น้อย 1 หมายถึง น้อยที่สุด 4. การวิเคราะห์ข้อมูลและการนาเสนอข้อมูล ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลจาก แบบสอบถาม มีขั้นตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปผู้ตอบแบบสอบถาม นามาวิเคราะห์โดยการแจกแจงความถี่ และหาค่าร้อย ละ แล้วนาเสนอเป็นตารางประกอบความเรียง ตอนที่ 2 ข้อมูลเกี่ยวกับปัญหา นามาวิเคราะห์โดยใช้ค่าเฉลี่ย (mean) และส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน (standard deviation) แล้วนาค่าเฉลี่ยที่ได้แปลความหมาย นาเสนอในรูปของตารางประกอบ ความเรียง โดยแปลความหมายของค่าเฉลี่ยดังต่อไปนี้ ค่าเฉลี่ย 4.50 - 5.00 หมายถึง ปัญหามากที่สุด ค่าเฉลี่ย 3.50 - 4.49 หมายถึง ปัญหามาก ค่าเฉลี่ย 2.50 - 3.49 หมายถึง ปัญหาน้อย ค่าเฉลี่ย 1.50 - 2.49 หมายถึง ปัญหาน้อยที่สุด ค่าเฉลี่ย 1.00 - 1.49 หมายถึง ไม่มีปัญหา ตอนที่ 3 ข้อมูลเกี่ยวกับความพึงพอใจ นามาวิเคราะห์โดยใช้ค่าเฉลี่ย (mean) และส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน (standard deviation) แล้วนาค่าเฉลี่ยที่ได้แปลความหมาย นาเสนอในรูปของตารางประกอบ ความเรียง โดยแปลความหมายของค่าเฉลี่ยดังต่อไปนี้ ค่าเฉลี่ย 4.50 - 5.00 หมายถึง พึงพอใจมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 3.50 - 4.49 หมายถึง พึงพอใจมาก ค่าเฉลี่ย 2.50 - 3.49 หมายถึง พึงพอใจปานกลาง ค่าเฉลี่ย 1.50 - 2.49 หมายถึง พึงพอใจน้อย ค่าเฉลี่ย 1.00 - 1.49 หมายถึง พึงพอใจน้อยที่สุด
  • 10.
    10 5. การดาเนินการทดลองและการเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยแบ่งกิจกรรมการเรียนการสอนเป็น 3กิจกรรมหลัก ใช้เวลาทั้งสิ้น 1 ภาคการศึกษา ดังนี้ 1. World History Timelines ใช้เวลา 4 คาบเรียน เป็นกิจกรรมกลุ่มที่ให้นักศึกษาแต่ละกลุ่มเรียงภาพลาดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน 2. History Vocabulary ใช้เวลา 4 คาบเรียน เป็นกิจกรรมกลุ่มที่ผู้สอนนาคาศัพท์ภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์มาให้ นักศึกษาเลือก โดยให้แต่ละกลุ่มปรึกษากันแล้วจึงเลือกคาศัพท์มากลุ่มละ 2 คา จากนั้น นาคาศัพท์ 2 คามาเชื่อมโยงเข้ากับวิชาประวัติศาสตร์ โดยเขียนลงในกระดาษปรู๊ฟ (Newsprint) แล้วออกมานาเสนอหน้าชั้นเรียน 3. One of Modern tool to studies in the History,Pokemon Go ใช้เวลา 12 คาบ เรียน เป็นกิจกรรมกลุ่มที่นักศึกษาต้องใช้เกมส์ โปเกม่อน โก (Pokemon Go) ในการค้นหา สถานที่สาคัญทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดสกลนครและจังหวัดใกล้เคียง เก็บรวบรวม ข้อมูลโดยศึกษาจากเอกสาร สัมภาษณ์บุคคลที่เกี่ยวข้อง และค้นคว้าจากอินเตอร์เน็ต จากนั้นจึงนาข้อมูลมาวิเคราะห์ สรุปผล และออกมานาเสนอหน้าชั้นเรียน
  • 11.
    11 ผลการวิจัย 1. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ตอนที่ 1สภาพทั่วไปของนักศึกษาผู้ตอบแบบสอบถาม สรุปได้ดังนี้ ตารางที่ 1 แสดงสภาพทั่วไปของนักศึกษาผู้ตอบแบบสอบถาม สภาพทั่วไปของนักศึกษา นักศึกษา (N=45) จานวน (คน) ร้อยละ เพศ - หญิง - ชาย 31 14 68.9 31.1 มี Smart Phone ใช้ - มี - ไม่มี 41 4 91.1 8.9 มี Computer ใช้ - มี - ไม่มี 41 4 91.1 8.9 การใช้อินเตอร์เน็ต - ทุกวัน - 2-3 วันครั้ง - อาทิตย์ละครั้ง 43 2 - 95.6 4.4 - จากตารางที่ 1 ผลการวิเคราะห์สภาพทั่วไปของนักศึกษาผู้ตอบแบบสอบถามพบว่า นักศึกษา ทั้งหมด 51 คน มีผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด 45 คน คิดเป็นร้อยละ 88.24 โดยส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จานวน 31 คน คิดเป็นร้อยละ 68.9 และเพศชาย จานวน 14 คน คิดเป็นร้อยละ 31.1 นักศึกษาส่วนใหญ่ มี โทรศัพท์สมาร์ทโฟนใช้ จานวน 41 คน คิดเป็นร้อยละ 91.1 ส่วนใหญ่มีคอมพิวเตอร์ใช้ จานวน 41 คน คิดเป็นร้อยละ 91.1 และส่วนใหญ่ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นประจาทุกวัน จานวน 43 คน คิดเป็นร้อยละ 95.6
  • 12.
    12 ตอนที่ 2 ปัญหาการจัดการเรียนการสอนโดยวิธีการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน(Creativity Based Learning: CBL) ในรายวิชา การศึกษาเอกสารและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ สาขาวิชาสังคมศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร สรุปได้ดังนี้ ตารางที่ 2 ด้านการเตรียมความพร้อมของครู ปัญหาด้านการเตรียมความพร้อมของครู xˉ S.D. ความหมาย 1. ผู้สอนไม่มีความพร้อมในการทากิจกรรม 2.62 .912 น้อย 2. ผู้สอนไม่กระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ 2.53 .842 น้อย 3. ผู้สอนไม่เข้าใจในเนื้อหา 2.24 .957 น้อยที่สุด 4. ผู้สอนไม่เอาใจใส่ต่อการจัดกิจกรรม 2.09 .925 น้อยที่สุด 5. ผู้สอนมีการกาหนดเกณฑ์ให้คะแนนไม่เป็นธรรม 2.40 1.176 น้อยที่สุด รวมเฉลี่ย 2.38 น้อยที่สุด จากตารางที่ ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาในด้านการเตรียมความพร้อมของครู พบว่า ส่วนใหญ่นักศึกษามีปัญหาน้อยที่สุด ยกเว้น ข้อ 1 ผู้สอนไม่มีความพร้อมในการทากิจกรรม และ ข้อ 2 ผู้สอนไม่กระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ พบว่า นักศึกษามีปัญหาน้อย ตารางที่ 3 ด้านกิจกรรมการเรียนการสอน ปัญหาด้านกิจกรรมการเรียนการสอน xˉ S.D. ความหมาย 1. เนื้อหากิจกรรมมีมากเกินไป ทาให้น่าเบื่อ 2.53 .912 น้อย 2. เนื้อหากิจกรรมยังไม่ชัดเจน 2.71 .842 น้อย 3. เนื้อหากิจกรรมเข้าใจยาก 2.44 .957 น้อยที่สุด 4. เนื้อหากิจกรรมไม่สามารถนาไปใช้ประโยชน์ได้ 2.38 .925 น้อยที่สุด 5. เนื้อหากิจกรรมไม่ทันสมัย 2.98 1.176 น้อย 6. กิจกรรมไม่สอดคล้องกับความต้องการและความสนใจ 2.56 .869 น้อย 7. กิจกรรมทีทาไม่น่าสนใจ 2.36 1.100 น้อยที่สุด 8. กิจกรรมไม่ทาให้เกิดการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ 2.11 .893 น้อยที่สุด 9. กิจกรรมไม่เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง 2.18 1.051 น้อยที่สุด 10.กิจกรรมไม่ทาให้เกิดกระบวนการคิดวิเคราะห์ 2.44 .941 น้อย 11. นักศึกษาไม่มีมีส่วนร่วมในการทากิจกรรม 2.96 1.056 น้อย 12..กิจกรรมไม่ส่งเสริมให้มีการติดต่อสื่อสารและทางานร่วมกับผู้อื่น 2.16 .933 น้อยที่สุด 13. การประเมินผลกิจกรรมไม่ชัดเจน 2.53 .885 น้อย เฉลี่ย 2.33 น้อยที่สุด
  • 13.
    13 จากตารางที่ 3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลในด้านปัญหาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนพบว่า นักศึกษามีปัญหาน้อย และ น้อยที่สุด ตารางที่ 4 ด้านสื่อที่ใช้ในการทากิจกรรม ปัญหาด้านสื่อที่ใช้ในการทากิจกรรม xˉ S.D. ความหมาย 1. สื่อและอุปกรณ์มีไม่เพียงพอต่อความต้องการ 2.73 .986 น้อย 2. สื่อที่ใช้ไม่ทันสมัย 2.36 .865 น้อยที่สุด 3. สื่อที่ใช้ไม่น่าสนใจ 2.40 .837 น้อยที่สุด 4. สื่อที่ใช้ไม่สอดคล้องกับการทากิจกรรม 2.31 .874 น้อยที่สุด 5. สื่อที่ใช้ไม่เหมาะสมกับการทากิจกรรม 2.24 .957 น้อยที่สุด รวมเฉลี่ย 2.44 น้อยที่สุด จากตารางที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลปัญหาด้านสื่อที่ใช้ในการทากิจกรรม พบว่าเกือบทุกข้อ นักศึกษามี ปัญหาน้อยที่สุด ยกเว้นข้อที่ 1 สื่อและอุปกรณ์มีไม่เพียงพอต่อความต้องการ มีปัญหาน้อย ตารางที่ 5 ด้านสถานที่จัดกิจกรรม ปัญหาด้านสถานที่จัดกิจกรรม xˉ S.D. ความหมาย 1. สถานที่คับแคบ ไม่เพียงพอต่อการจัดกิจกรรม 3.58 1.076 มาก 2. บรรยากาศไม่เอื้ออานวยต่อการจัดกิจกรรม 4.09 .973 มาก 3. อุปกรณ์ในห้องชารุดเสียหายส่งผลต่อการจัดกิจกรรม 3.33 1.187 น้อย รวมเฉลี่ย 3.67 มาก จากตารางที่ 5 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลปัญหาในด้านสถานที่จัดกิจกรรม พบว่า นักศึกษาส่วนใหญ่ ประสบปัญหามาก โดยปัญหาที่พบมากที่สุดคือ ข้อที่ 2 บรรยากาศไม่เอื้ออานวยต่อการจัดกิจกรรม รองลงมาคือ ข้อที่ 1 สถานที่คับแคบ ไม่เพียงพอต่อการจัดกิจกรรม ส่วนข้อที่ 3 อุปกรณ์ในห้องชารุด เสียหายส่งผลต่อการจัดกิจกรรม มีปัญหาน้อย
  • 14.
    14 ตอนที่ 3 ความพึงพอใจของนักศึกษาต่อการเรียนการสอนโดยวิธีการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity Based Learning: CBL) ในรายวิชา การศึกษาเอกสารและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ สาขาวิชาสังคมศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร สรุปได้ดังนี้ ตารางที่ 6 ความพึงพอใจของนักศึกษาต่อการเรียนการสอน ความพึงพอใจ xˉ S.D. ความหมาย 1. History Vocabulary 3.69 .633 พอใจมาก 2. World History Timelines 3.91 .633 พอใจมาก 3. One of Modern tool to studies in the History, Pokemon Go 3.49 1.036 พอใจปาน กลาง รวมเฉลี่ย 3.72 พึงพอใจมาก จากตารางที่ 6 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลความพึงพอใจของนักศึกษาต่อการเรียนการสอนโดยวิธีการ สอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity Based Learning: CBL) พบว่า นักศึกษาพึงพอใจมาก ได้แก่ กิจกรรมที่ 2 World History Timelines รองลงมาคือ กิจกรรมที่ 1 History Vocabulary ส่วนกิจกรรม ที่ 3 One of Modern tool to studies in the History, Pokemon Go นักศึกษามีความพึงพอใจปาน กลาง 2. สรุปผลการวิจัย ผลงานวิจัยแบ่งการนาเสนอแบ่งออกเป็น 3 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 สภาพทั่วไปของนักศึกษาผู้ตอบแบบสอบถาม สรุปได้ดังนี้ 1. นักศึกษาที่ตอบแบบสอบถามทั้งหมดมีจานวน 45 คน แบ่งเป็น เพศชาย 14 คน และเพศหญิง 31 คน 2. นักศึกษาส่วนใหญ่มีสมาร์ทโฟนใช้ 3. นักศึกษาส่วนใหญ่มีคอมพิวเตอร์ใช้ 4. นักศึกษาส่วนใหญ่ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นประจาทุกวัน
  • 15.
    15 ตอนที่ 2 ปัญหาการจัดการเรียนการสอนโดยวิธีการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน(Creativity Based Learning: CBL) ในรายวิชา การศึกษาเอกสารและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ สาขาวิชาสังคมศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร สรุปได้ดังนี้ 1. ด้านการเตรียมความพร้อมของครู โดยภาพรวมนักศึกษามีปัญหาน้อยที่สุด 2. ด้านกิจกรรมการเรียนการสอน โดยภาพรวมนักศึกษามีปัญหาน้อยที่สุด 3. ด้านสื่อที่ใช้ในการทากิจกรรม โดยภาพรวมนักศึกษามีปัญหาน้อยที่สุด 4. ด้านสถานที่จัดกิจกรรม โดยภาพรวมนักศึกษามีปัญหามาก ตอนที่ 3 ความพึงพอใจของนักศึกษาต่อการเรียนการสอน โดยวิธีการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity Based Learning: CBL) ในรายวิชา การศึกษาเอกสารและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ สาขาวิชาสังคมศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร สรุปได้ดังนี้ โดยภาพรวมนักศึกษามีความพึงพอใจมาก ต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน โดยวิธีการสอน แบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity Based Learning: CBL) การอภิปรายผลการวิจัย ผลการวิจัยเรื่อง มีประเด็นสาคัญสามารถอภิปรายได้ดังนี้ 1. สภาพทั่วไปของนักศึกษาและปัญหาการจัดการเรียนการสอนโดยวิธีการสอนแบบสร้างสรรค์ เป็นฐาน (Creativity Based Learning: CBL) จากการวิจัยพบว่านักศึกษาส่วนใหญ่มีสมาร์ทโฟนใช้ และใช้อินเตอร์เน็ตเป็นประจา ผู้วิจัยมี ความเห็นว่า ในปัจจุบันสมาร์ทโฟนและอินเตอร์เน็ทถือเป็นสิ่งสาคัญของสังคมในยุคโลกาภิวัตน์ นอกจาก จะทาให้เกิดความสะดวกสบายและจาเป็นต่อวิถีชีวิตแล้ว ทั้งสมาร์ทโฟน และอินเตอร์เน็ท ยังสามารถ นามาใช้เป็นเครื่องมือประกอบการเรียนการสอนได้ โดยเฉพาะการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity Based Learning: CBL) เช่น กิจกรรมที่ 2 World History Timelines ต้องใช้สมาร์ทโฟนที่ เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเพื่อหาข้อมูลลาดับเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ ในกิจกรรมที่ 3 One of Modern tool to studies in the History, Pokemon Go ต้องใช้สมาร์ทโฟนในการค้นหาสถานที่สาคัญทาง ประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ยังต้องใช้สมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ทเพื่อใช้ในการประเมินคะแนนให้กับ เพื่อนในกลุ่มอื่นๆ เป็นต้น
  • 16.
    16 จะเห็นได้ว่าการเรียนการสอนในปัจจุบันความรู้ไม่ได้อยู่ที่ผู้สอนเพียงอย่างเดียว อินเตอร์เน็ตถือ เป็นสื่อชนิดหนึ่งที่เป็นแหล่งรวบรวมความรู้จากที่ต่างๆ โดยผู้เรียนสามารถเข้าถึงได้ด้วยตัวเองดังที่ บุญ เรือง เนียมหอม (2540: 81-85) กล่าวว่า การใช้อินเตอร์เน็ตจะช่วยให้ผู้เรียนได้รับทราบข้อมูลที่ทันสมัย ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง และช่วยให้การเรียนและการศึกษาค้นคว้า มีความทันสมัยและกว้าง ขึ้น นอกจากนี้ จากผลการวิจัยปัญหาที่พบมากที่สุดในการจัดกิจกรรม คือ ปัญหาด้านสถานที่จัด กิจกรรม ในประเด็นนี้ผู้วิจัยมีความเห็นว่า ปัญหาด้านสถานที่จัดกิจกรรมเป็นปัญหาที่สาคัญมากต่อการจัด กิจกรรมการเรียนการสอน เนื่องจากการสอนแบบ CBL ความพร้อมด้านสถานที่จัดกิจกรรมมีความสาคัญ มาก ไม่ว่าจะเป็นห้องเรียน บรรยากาศภายในห้อง และอุปกรณ์ที่ใช้ภายในห้องเรียนต้องไม่ชารุดเสียหาย เช่น คอมพิวเตอร์ โปรเจคเตอร์ และเครื่องเสียง ต้องเอื้ออานวยต่อการจัดการเรียนการสอนให้กับผู้สอน และผู้เรียนให้มากที่สุด ดังที่ สุมน อมรวิวัฒน์ (2530 : 13) กล่าวว่า ภายในห้องเรียนต้องเป็นระเบียบ เรียบร้อย น่าดู มีความสะอาด มีเครื่องใช้ และสิ่งอานวยความสะดวกต่างๆ ที่จะส่งเสริมให้การเรียนของ นักเรียนสะดวกขึ้น เช่น ห้องเรียนมีขนาดเหมาะสม แสงเข้าถูกทาง และมีแสงสว่างเพียงพอ เป็นต้น อีกทั้งการสร้างบรรยากาศการเรียนภายในห้องเรียนก็ถือว่ามีความสาคัญ ดังที่ สานักงาน คณะกรรมการการศึกษาเอกชน (2531 :ค ) ระบุว่า บรรยากาศในชั้นเรียนเป็นส่วนหนึ่งที่ส่งเสริมให้ นักเรียนเกิดความสนใจในบทเรียนและเกิดแรงจูงใจในการเรียนรู้เพิ่มมากขึ้นผู้สอนต้องมีความเชี่ยวชาญ และมีความตั้งใจ พร้อมที่จะถ่ายทอดความรู้และทักษะต่างๆ ให้กับผู้เรียนอย่างเต็มที่ 2. ความพึงพอใจของนักศึกษาต่อการเรียนการสอน โดยวิธีการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity Based Learning: CBL) ความพึงพอใจโดยรวมของวิธีการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity Based Learning: CBL) อยู่ในระดับพึงพอใจมาก ผู้วิจัยมีความเห็นว่า เนื่องจากการจัดกิจกรรมการสอนแบบ CBL เป็นการ สอนรูปแบบใหม่ที่นักศึกษายังไม่เคยสัมผัสมาก่อน เป็นการสอนที่เน้นการลงมือปฏิบัติจึงทาให้นักศึกษา เกิดความสนใจ มีความตื่นตัว (Active Learning) อยากที่จะเรียนรู้ เรียนอย่างมีความสุข และสนุกสนาน สอดคล้องกับ วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์ (2558:31) ที่ระบุว่า การสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน เป็นการจัดการ สอนที่ทาให้ผู้เรียนตื่นตัวอยากรู้อยากเรียน (Active Learning) แทนที่การสอนบรรยาย (Lecture Method) ทาให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะต่างๆ ทั้งทักษะในการค้นคว้าหาความรู้ ทักษะในการทางาน และ ทักษะในการคิด แทนที่จะได้แต่เนื้อหาความรู้แบบเดิม
  • 17.
  • 18.
    18 เอกสารอ้างอิง ภาษาไทย คณะกรรมการการศึกษาเอกชน,สานักงาน. (2531). แนวทางการนิเทศภายในโรงเรียนเอกชน. กรุงเทพฯ:หน่วยศึกษานิเทศก์ สานักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน. ทิศนา แขมมณี. (2559). ศาสตร์การสอน. กรุงเทพฯ:สานักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บุญเรือง เนียมหอม. (2540). การพัฒนาระบบการเรียนทางอินเตอร์เน็ตในระดับอุดมศึกษา. วิทยานิพนธ์ระดับดุษฎีบัณฑิต ภาควิชาโสตทัศนศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ประคอง กรรณสูต. (2535). สถิติเพื่อการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์. กรุงเทพฯ: บรรณกิจ. วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์. (2558). การสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน Creativity-based Learning (CBL). วารสารนวัตกรรมการเรียนรู้ ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม–ธันวาคม 2558, 12 ธันวาคม 2559. จาก jli.wu.ac.th/countLoadJournal.php?jID=39 สุมน อมรวิวัฒน์. (2530). การสอนโดยสร้างศรัทธาและโยนิโสมนสิการ. พิมครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์. ภาษาอังกฤษ Reilly, Luke. (2015). "Pokémon GO Coming to Smartphones". IGN. Ziff Davis. december 10, 2016. From http://www.ign.com/articles/2015/09/10/pokemon-go- coming-to-smartphones Watanabe, Y. (1999). Second language literacy through student centered learning. The Internet TESL Journal, 5 (2), December, 22016. from http://iteslj.org/Articles/CaprioStudentCentered.html
  • 19.
  • 20.
  • 21.
  • 22.
  • 23.