Chemistry. 7-1
ขอสอบ A-NET 15 วิชาวิทยาศาสตร (เคมี) ปการศึกษา 2550
ตอนที่ 2 เคมี จํานวน 40 ขอ (ขอ 1-40) ขอละ 2.5 คะแนน
กําหนด
เลขอะตอม
H = 1 B = 5 C = 6 O = 8 F = 9 P = 15
S = 16 Cl = 17 As = 33 I = 53 Xe = 54
มวลอะตอม
H = 1 He = 4 C = 12 N = 14 O = 16 F = 19
Na = 23 S = 32 Cl = 35.5 Br = 80
c = m/s103 8
×
h = J.s1063.6 34−
×
R = 1-1
K.atm.L.mol08.0 −
1. ขอใดเปนปฏิกิริยารีดอกซ
1. OHKCl2OCrKHCl2CrOK2 272242 ++→+
2. 242224 )CN(SOK2)CN(CuKCN4CuSO2 ++→+
3. 42532l453 BaSOCl]Br)NH(Co[BaClSO]Br)NH(Co[ +→+
4. OH4])CN(Fe[NaZnONa2NaOH8])CN(Fe[Zn 2642262 ++→+
2. อิเล็กตรอนที่สถานะพื้นของอะตอมไฮโดรเจน 1 โมล ถูกกระตุนดวยพลังงาน 1230 kJ อิเล็กตรอนที่สถานะ
กระตุนนี้จะคายพลังงานที่มีความยาวคลื่นสั้นที่สุดกี่เมตร
1. 8
1074.9 −
× 2. 11
1074.9 −
×
3. 28
1062.1 −
× 4. 31
1062.1 −
×
Chemistry. 7-2
3. พิจารณาธาตุสมมติตอไปนี้
ธาตุ สมบัติ
A
B
C
D
อยูหมูเดียวกับธาตุที่มีเลขอะตอมเทากับ 19 และอยูคาบเดียวกับธาตุที่มีเลขอะตอมเทากับ 13
มีเลขอะตอมเทากับ 14
เมื่อสารประกอบกับโลหะ เลขออกซิเดชันที่เปนไปไดคือ -1/2, -1, -2 แตในสารประกอบ
สวนใหญพบวามีเลขออกซิเดชันเปน -2
มีคาอิเล็กโทรเนกาติวิตีมากที่สุดในคาบ 3
จากขอมูลขางตน ขอใดถูก
1. สารประกอบระหวางธาตุ B และธาตุ D จะมีสูตรเคมีเปน 2BD
2. สารประกอบระหวางธาตุ B และธาตุ C จะละลายไดในน้ําใหสารละลายที่เปนกรด
3. ปฏิกิริยาระหวางธาตุ C และธาตุ D จะไดสารประกอบที่นําไฟฟาไดเมื่อหลอมเหลว
4. ปฏิกิริยาระหวางธาตุ A กับน้ํา จะไดสารประกอบไฮดรอกไซดและกาซไฮโดรเจน
4. พิจารณาอะตอมและไอออนตอไปนี้ : DCBA 44
2
1615
2
25
−+
อะตอมหรือไอออนใดมีจํานวนอิเล็กตรอนเดี่ยวมากที่สุด
1. +2
A 2. B
3. −2
C 4. D
5. ฉลากที่ติดขวดใสสารประกอบไอออนิก 4 ชนิดหลุดออก เมื่อนักเรียนคนหนึ่งทําการทดลองโดยละลาย
สารประกอบทั้ง 4 ในน้ํา แลวผลมสารละลายแตละชนิดเขาดวยกันพบวาไดผลการทดลองดังตาราง
ผลการทดลองเมื่อผลสมกับสารละลายสารละลาย
ก ข ค ง
ก
ข
ค
ง
-
ตะกอนขาว
สารละลายใส
ตะกอนขาว
ตะกอนขาว
-
ตะกอนเหลือง
สารละลายใส
สารละลายใส
ตะกอนเหลือง
-
สารละลายใส
ตะกอนขาว
สารละลายใส
สารละลายใส
-
Chemistry. 7-3
จากผลการทดลอง สารประกอบไอออนิกทั้ง 4 ชนิดควรเปนขอใด
สาร ก สาร ข สาร ค สาร ง
1.
2.
3.
4
3NaCO
23 )NO(Ca
32CONa
32CONa
23 )NO(Pb
KI
23 )NO(Pb
23 )NO(Ca
KI
23 )NO(Pb
23 )NO(Ca
KI
23 )NO(Ca
3NaCO
KI 23 )NO(Pb
23 )NO(Pb
6. ถาสารประกอบโคเวเลนตที่มีสูตร 5AB และมีรูปรางโมเลกุลเปนพีระมิดคูฐานสามเหลี่ยม ขอใดตอไปนี้ถูก
1. โมเลกุลเปนไปตามกฎออกเตต
2. แรงยึดเหนี่ยวระหวางโมเลกุลเปนแรงลอนดอน
3. A เปนธาตุที่อยูหมูเดียวกับธาตุที่มีเลขอะตอมเทากับ 34
4. B เปนธาตุที่อยูหมูเดียวกับธาตุที่รับหรือใหอิเล็กตรอนยากที่สุดในตารางธาตุ
7. กําหนดพลังงานพันธะเฉลี่ย (ในหนวย kJ / mol) เปนดังนี้
C-C = 348 C=C = 614
C-H = 413 H-Cl = 431
C-Cl = 327
พิจารณาปฏิกิริยาตอไปนี้
Cl
CHCHCHHClCHCHCH 3323 →+=
ปฏิกิริยานี้คายพลังงานหรือดูดพลังงานกี่กิโลจูล
1. ดูดพลังงาน 284 2. คายพลังงาน 284
3. ดูดพลังงาน 43 4. คายพลังงาน 43
8. กําหนดให A B C D E F G และ H เปนธาตุในตารางธาตุดังนี้
A B C D
E ธาตุแทรนซิชัน F
G H
Chemistry. 7-4
การเปรียบเทียบขอใดถูก
1. ขนาดอะตอม A > E > B
2. คาอิเล็กโทรเนกาติวิตีของ D > C > F
3. คาพลังงานไอออไนเซชันลําดับที่ 1 ของ B > C > D
4. คาสัมพรรคภาพอิเล็กตรอน (คาพลังงานที่คายออกมา) ของ G > D > H
9. โมเลกุลคูใดเปนโมเลกุลโคเวเลนตที่มีรูปรางโมเลกุลลักษณะเดียวกัน แตสภาพขั้วของโมเลกุลตางกัน
1. 22 SOและCO 2. 33 BClและAsI
3. 34 CHClและXeF 4. 34 POClและCCl
10. กําหนดให
ก. พลังงานการเกิด 2CaCl และ 2CaBr มีคาดังนี้
)s(CaCl)g(Cl)s(Ca 22 →+ kJ/mol800-Hf =Δ
)s(CaBr)g(Br)s(Ca 22 →+ kJ/mol650-Hf =Δ
ข. คาสัมพรรคภาพอิเล็กตรอน (EA) ของ Cl และ Br และคาพลังงานการแตกตัว (D) ของแกส 2Cl
และ 2Br มีคาดังตาราง
Cl Br
EA = -350 kJ/mol EA = -300 kJ/mol
D ของ 2Cl (g) = 250 kJ/mol D ของ 2Br (g) = 200 kJ/mol
ถาพลังงานแลตทิซของ kJ/molYและXCaBrและCaCl 22 = ตามลําดับ การเปรียบเทียบคาตัวเลข
(ไมคิดเครื่องหมาย) พลังงานแลตทิซขอใดถูก
1. X > Y 2. Y > X
3. X = 1.4 Y 4. เปรียบเทียบไมได เพราะขอมูลไมเพียงพอ
11. พิจารณาจุดเดือด จุดหลอมเหลวของไนโตรเจน ออกซิเจน และคารบอนไดออกไซด
จุดเดือน Co
จุดหลอมเหลว Co
2N -196 -210
2O -183 -218
2CO -57 -79
Chemistry. 7-5
ขอสรุปขอใดถูก
1. แรงยึดเหนี่ยวระหวางโมเลกุลของแกส 222 COON <<
2. แรงยึดเหนี่ยวระหวางโมเลกุลของ 2CO เปนแรงดึงดูดระหวางขั้ว
3. ที่อุณหภูมิ 100 K ความดัน 1 atm ไนโตรเจนและออกซิเจนมีสถานะเปนของเหลว
4. ในภาชนะปดที่บรรจุแกสผสม 222 COและON อยางละ 1 mol ที่อุณหภูมิ 25 Co
ความดันยอยที่
เกิดจากแกส 2CO มีคามากที่สุด
12. กําหนดใหสารกัมมันตรังสี A มีเลขอะตอม 94 เลขมวล 245 เกิดปฏิกิริยานิวเคลียรไดสาร X โดยมี
ขั้นตอนดังนี้
α+→BA nCB 1
0+→
α+→DC β+→ XD
สาร X ที่เกิดขึ้นควรมีเลขอะตอมและเลขมวลเทาไร
เลขอะตอม เลขมวล
1. 89 236
2. 90 234
3. 91 236
4. 92 234
13. ขอใดถูกสําหรับสารประกอบเชิงซอน
1. อะตอมกลางตองเปนธาตุกัมมันตรังสี
2. อะตอมที่ลอมรอบอะตอมกลางตองเปนไอออนลบ
3. พันธะระหวางอะตอมกลางกับไอออนที่ลอมรอบเปนพันธะไอออนิก
4. เลขออกซิเดชันที่ตางกันของอะตอมกลางเปนปจจัยที่ทําใหเกิดสารประกอบที่มีสีตางกัน
14. พิจารณาขอความตอไปนี้
ก. เพชรเปนแรรัตนชาติที่มีความแข็งที่สุดและนําไฟฟาไดดีกวาทองแดง
ข. สารประกอบหลักของแกวคริสตัลคือ 2ZrO จึงทําใหมีลักษณะแวววาวคลายเพชร
ค. การยางแรทองแดง สังกะสี และพลวงจะไดแกส 2SO ซึ่งสามารถกําจัดโดย 2)OH(Ca
ง. ทับทิมมีอะลูมิเนียมออกไซดเปนสารหลักและมีสารประกอบของโลหะแทรนซิชันเปนสารมลทิน
ขอใดถูก
1. ก และ ข 2. ข และ ค
3. ค และ ง 4. ก และ ง
Chemistry. 7-6
15. สารละลาย 3NH ที่ตองการหาความเขมขน ปริมาตร 25.0 3
cm เมื่อทําปฏิกิริยากับสารละลาย HCl
เขมขน 0.1 mol/ 3
dm ที่มากเกินพอ ปริมาตร 40.0 3
cm พบวาปริมาณ HCl ที่เหลือทําปฏิกิริยาพอดีกับ
สารละลาย NaOH เขมขน 0.05 mol/ 3
dm ปริมาตร 20.0 3
cm ความเขมขนของสารละลาย 3NH มีคากี่
โมลตอลูกบาศกเดซิเมตร
1. 0.08 2. 0.12
3. 0.26 4. 0.35
16. พิจารณาสิ่งตอไปนี้
ก. หินงอก หินยอย ข. เลือดปู เลือดปลาหมึก
ค. ปุย โปรตีน ง. แกว เครื่องบด
ธาตุที่เปนองคประกอบสําคัญของสิ่งที่พิจารณาขางตน ขอใดถูก
ก ข ค ง
1. Na Fe P Zn
2. Ca Cu N Si
3. Na Cu K Fe
4. Ca Fe S Cr
17. เมื่อนําสารละลาย HCl ที่มี pH = 4 ปริมาตร 400 3
cm ผสมกับสารละลาย 3HNO ที่มี pH = 2 ปริมาตร
100 3
cm สารละลายผสมที่ไดมีคา pH เทาใด (กําหนด log 2 = 0.301 และ log 3 = 0.477)
1. 2.3 2. 2.7
3. 3.0 4. 3.3
18. แกส CO 0.05 โมล ทําปฏิกิริยากับแกส 2Cl 0.06 โมล ในภาชนะขนาด 500 3
cm หลังจากเกิดปฏิกิริยา
ดังสมการ พบวาที่ภาวะสมดุลมี CO 2Cl เกิดขึ้น 3.96 กรัม
)g(COCl)g(Cl)g(CO 22+
คาคงที่สมดุลของปฏิกิริยาเปนเทาใด
1. 6.7 2. 13.3
3. 100 4. 200
Chemistry. 7-7
19. จากปฏิกิริยา X(g) + Y(g) Z(g)
เมื่อนําความเขมขนของสารแตละชนิดในชวงเวลาตาง ๆ มาเขียนกราฟไดผลดังนี้
จากกราฟ ที่เวลา 2t ระบบจะถูกรบกวนดวยปจจัยขอใด
1. การเพิ่มอุณหภูมิ 2. การเพิ่มความดัน
3. การเพิ่มความเขมขนของ X(g) 4. การลดความเขมขนของ Z(g)
20. จากปฏิกิริยารีดอกซตอไปนี้
224424334372 BrhOHgAlPOfCrPOe)(POCadAlBrcPObHOaCaCr ++++→++
ถา a = 3 ในสมการที่ดุลแลว h มีคาเทาใด
1. 3 2. 5
3. 7 4. 9
21. กําหนดอินดิเคเตอรชนิดตาง ๆ ใหดังนี้
อินดิเคเตอร การเปลี่ยนสี ชวง pH
เมทิลออเรนจ
เมทิลเรด
ลิตมัส
โบรโมไทมอลบลู
ฟนอลเรด
แดง – เหลือง
แดง – เหลือง
แดง – น้ําเงิน
เหลือง – น้ําเงิน
เหลือง - แดง
3.1 – 4.4
4.4 - 6.2
5.0 - 8.0
6.0 – 7.6
6.8 – 8.4
เมื่อนําสารละลาย X มาเติมอินดิเคเตอรชนิดตาง ๆ ใหผลดังนี้
อินดิเคเตอร สีของสารละลาย
เมทิลออเรนจ
เมทิลเรด
ลิตมัส
โบรโมไทมอลบลู
ฟนอลเรด
เหลือง
สม
แดง
เหลือง
เหลือง
Chemistry. 7-8
สารละลาย X มี pH อยูในชวงใด
1. 4.4 – 6.2 2. 4.4 - 5.0
3. 5.0 - 6.0 4. 6.8 – 7.6
22. จากคา o
E ของปฏิกิริยาของเซลลตอไปนี้ เมื่อ A B C และ D เปนธาตุสมมติและ H เปนธาตุไฮโดรเจน
เซลลที่ ปฏิกิริยาของเซลล o
E (V)
1 +++
+→+ 322
D2CD2C -0.91
2 ++
+→+ 22
BCBC -0.48
3 ++
+→+ 32
A2B3A2B3 2.82
4 2
3
H3A2H6A2 +→+ ++
2.48
เซลลกัลวานิกที่มีแผนภาพเซลล o
Eมี/Pt/DD//A/A 233 +++
ของเซลลกี่โวลต
1. 1.57 2. 1.91
3. 3.25 4. 3.73
23. กําหนดคา o
E ของครึ่งเซลลที่ 25 Co
ดังนี้
Cue2Cu2
→+ −+
V34.0E +=o
−−
+→+ OH2He2OH2 22 V83.0E −=o
OH2e4H4O 22 →++ −+
V23.1E +=o
−−−
→+ 2
4
2
82 SO2e2OS V01.2E +=o
1. ได Cu ที่แอโนด และ 2O ที่แคโทด 2. ได Cu ที่แคโทด และ 2O ที่แอโนด
3. ได Cu ที่แคโทด และ 2H ที่แอโนด 4. ได Cu ที่แอโนด และ 2H ที่แคโทด
24. สารประกอบ hexachlorophene หนึ่งโมเลกุล มี Cl จํานวน 6 อะตอมและมีรอยละโดยมวลของ Cl
เทากับ a สารประกอบ hexachlorophene มีมวลโมเลกุลเทาใด
1.
a
10065.35 ××
2.
a
10061002.65.35 23
××××
3.
100
a65.35 ××
4.
100
a61002.65.35 23
××××
Chemistry. 7-9
25. จากปฏิกิริยาตอไปนี้
24 4ClCH + 4HClCCl4 +
เมื่อปฏิกิริยาเกิดอยางสมบูรณ ขอความใดตอไปนี้ผิด
1. 2Cl 1 โมล ทําปฏิกิริยากับ 4CH 20.0 กรัม ได HCl 36.5 กรัม
2. 4CH 1 โมเลกุล ทําปฏิกิริยากับ 2Cl 8 โมเลกุล ได HCl 4 โมเลกุล
3. 2Cl 142.0 กรัม ทําปฏิกิริยากับ 4CH 16.0 กรัม ได 4CCl 154.0 กรัม
4. 4CH 1 โมล ทําปฏิกิริยากับ 2Cl 142.0 กรัม ได 4CCl จํานวน 0.5 โมล
26. แกสไนโตรเจนและแกสฟลูออโรคารบอน ปริมาตรเทากัน ภายใตความดันและอุณหภูมิเดียวกันพบวามีมวล
เทากับ 1.12 กรัม และ 4.48 กรัม ตามลําดับ แกสฟลูออโรคารบอนมีสูตรอยางไร
1. 4CF 2. 42FC
3. 62FC 3. 43FC
27. นําสาร A หนัก 1.500 กรัม กับสาร B ละลายในเบนซีน ปริมาตร 100 3
cm ไดสารละลายที่มีจุดเยือก
แข็ง เทากับ 5.021 Co
สาร B ที่ใชหนักกี่กรัม
กําหนดให
ความหนาแนนของเบนซีน = 0.900 g / 3
cm
จุดเยือกแข็งของเบนซีน = 5.533 Co
คา fK ของเบนซีน = 5.12 Co
/ m
มวลโมเลกุล A = 300
มวลโมเลกุล B = 250
1. 1.00 2. 1.25
3. 2.00 4. 2.50
28. สารละลาย NaBr ความเขมขนรอยละ a โดยมวล มีความหนาแนนเทากับ b g / 3
cm เมื่อนําสารละลายนี้
ปริมาตร 50.0 3
cm เจือจางเปน 250.0 3
cm สารละลายที่ไดมีความเขมขนเทาใด
1. M
103
ba×
2. m
103
ba×
3. M
103
ba2 ××
3. m
103
ba2 ××
Chemistry. 7-10
อุณหภูมิ
( )Co
C
E
29. แกสผสมซึ่งประกอบดวย 2H หนัก 4 กรัม และ He หนัก x กรัม บรรจุอยูในภาชนะขนาด 5 3
dm ที่
อุณหภูมิ 27 Co
มีความดันรวมเทากับ 24 atm x มีคาเทาใด
1. 8 2. 10
3. 12 4. 14
30. ทดลองตมของเหลว A แบบ (ก) และ (ข) โดยที่การทดลอง (ก) เปนการตมแบบเปดฝา สวนแบบ (ข)
เปนแบบปดฝา ดังรูป
ขอความใดตอไปนี้ถูก
1. จุดเดือดของของเหลว A จากการทดลอง (ก) สูงกวาการทดลอง (ข)
2. จุดเดือดปกติของของเหลว A ในการทดลอง (ก) เทากับการทดลอง (ข)
3. เมื่อใหความรอนเทากัน ของเหลว A ในการทดลอง (ก) จะเดือดกอนการทดลอง (ข)
4. ขณะที่ของเหลว A เดือด ความดันไอของของเหลว A จากการทดลอง (ก) มีคาสูงกวาการทดลอง (ข)
31. เมื่อใหความรอนดวยอัตราคงที่กับสารบริสุทธิ์ G ที่เปนของแข็งจํานวน 1 โมล พบการเปลี่ยนแปลง
อุณหภูมิของสาร G ดังกราฟ
F
b D
a B
A
เวลา (วินาที)
Chemistry. 7-11
ขอความใดถูก
1. จุดหลอมเหลวของสาร G มีคาเทากับ b Co
2. จากจุด E ถึงจุด F สาร G จะอยูในสถานะที่เปนแกส
3. จากจุด A ถึงจุด B โมเลกุลของสาร G มีพลังงานจลนเฉลี่ยคงที่
3. จากจุด B ถึงจุด C เปนความรอนแฝงของการกลายเปนไอของสาร G
32. จากปฏิกิริยาที่สมดุลตอไปนี้
ก. (g)O)s(S 2+ )g(SO2
ข. (g)O3)s(S2 2+ )g(SO2 3
ค. (g)O)s(SO2 22 + )g(SO2 3
ถาปฏิกิริยา ก. และ ข. มีคาคงที่สมดุลเทากับ a และ b ตามลําดับ คาคงที่สมดุลของปฏิกิริยา ค. มีคา
เทาใด
1.
a
b2
2. b
a
2
+
3. 2
a
b
4.
a2
b
33. การสลายตัวของ ammonium hydrogen sulfide ( )HSNH4 เกิดขึ้นดังสมการ
)s(HSNH4 S(g)H)g(NH 23 +
ถานํา HSNH4 หนัก 10.200 กรัม บรรจุในภาชนะขนาด 4.00 3
dm ปลอยใหสลายตัวจนถึงสมดุลที่
27 Co
พบวาเกิดความดันรวมเทากับ 0.960 atm คาคงที่สมดุลของปฏิกิริยานี้ที่ 27 Co
มีคาเทาใด
1. 3
100.4 −
× 2. 3
100.8 −
×
3. 4
100.4 −
× 4. 4
100.8 −
×
Chemistry. 7-12
34. จากปฏิกิริยาที่สมดุล
A(g) B(g)
พบวาความสัมพันธระหวางพลังงานกับการดําเนินไปของปฏิกิริยาเปนไปตามรูป
B
A
การดําเนินไปของปฏิกิริยา
ขอความใดถูก
1. การเติมตัวเรงลงในปฏิกิริยาจะทําใหคาคงที่สมดุลมีคามากขึ้น
2. การเพิ่มอุณหภูมิทําใหเกิด B มากขึ้น คาคงที่สมดุลมีคามากขึ้น
3. การเพิ่มความดันมีผลทําใหปริมาณ B ลดลง สมดุลเคลื่อนไปทางสารตั้งตน
4. การเติมตัวเรงลงไปในปฏิกิริยาจะทําใหเกิด B มากขึ้น สมดุลจะเคลื่อนไปทางผลิตภัณฑ
35. เติมสารละลาย KOH เขมขน 0.15 mol / 3
dm ปริมาตร 80.00 3
cm ลงในสารละลายกรดออน HA
ปริมาตร 25.00 3
cm แลวนําสารละลายที่ไดไปไทเทรตกับสารละลาย HCl เขมขน 0.20 mol / 3
dm
พบวาที่จุดยุติใชสารละลาย HCl ปริมาตร 22.50 3
cm สารละลายกรดออน HA มีความเขมขนกี่โมลตอ
ลูกบาศกเซนติเมตร
1. 0.15 2. 0.20
3. 0.25 4. 0.30
36. นําสารละลายกรดออน HA เขมขน 0.10 mol / 3
dm ปริมาตร 25.00 3
cm มาเติมสารละลาย KOH
เขมขน 0.15 mol / 3
dm ปริมาตร 10.00 3
cm พบวาสารละลายที่ไดมี pH = 4.0 คา aK ของกรดออน
HA มีคาเทาใด
1. 5
1042.6 −
× 2. 5
1053.6 −
×
3. 5
1067.6 −
× 4. 5
1074.6 −
×
พลังงาน
Chemistry. 7-13
37. เมื่อนํา เฮกเซน เฮกซีน เฮกไซน และเบนซีน อยางละ 1 กรัม มาเผาไหมอยางสมบูรณ สารประกอบ
ไฮโดรคารบอนใดตองใชปริมาณออกซิเจนมากที่สุดและนอยที่สุดตามลําดับ
1. เฮกเซนและเบนซีน 2. เบนซีนและเฮกเซน
3. เบนซีนและเฮกซีน 4. เบนซีนและเฮกไซน
38. สารชีวโมเลกุลตอไปนี้ ขอใดไมจัดเปนพอลิเมอรแบบเสนทั้งหมด
1. แปง คอลลาเจน สําลี 2. โปรตีน เซลลูโลส ดีเอ็นเอ
3. อะไมโลส อารเอ็นเอ เพปไทด 4. อะไมเลส กรดนิวคลีอิก เด็กซตริน
39. สารประกอบไฮโดรคารบอนชนิดใดตอไปนี้ เมื่อทําปฏิกิริยากับคลอรีนในที่มีแสงแลวใหผลิตภัณฑที่มี
จํานวนไอโซเมอรที่เปนไปไดทั้งหมดมากชนิดที่สุด
32CHCH 32CHCH
1. 33 CHCH 2. 3223 CHCHCHCH
H H
3CH
3. 3223 CHCHCHCH 4. 32223 CHCHCHCHCH
3CH
40. ตารางแสดงผลการทดสอบสาร A B และ C
สาร ไบยูเร็ต เบเนดิกต ไอโอดีน
A สารละลายสีมวง สารละลายสีฟาใส สารละลายสีน้ําตาลแดง
B สารละลายสีฟาเขม เกิดตะกอนสีน้ําตาลแดง สารละลายสีน้ําตาลแดง
C สารละลายสีฟาเขม สารละลายสีเขียวขุน มีตะกอนสีน้ําตาลแดงเล็กนอย สารละลายสีน้ําเงิน
สาร A B และ C ในขอใดใหผลการทดสอบเปนไปตามตาราง
1. A: ไตรเพพไทด B: น้ําตาลทราย C: อะไมเลส
2. A: เจลาติน B: กลูโคส C: ขาวหมาก
3. A: ไขขาวดิบ B: ฟรุกโตส C: ขาวตมจนเปอยเละ
4. A: ไกลซิลไกลซีน B: มอลโตส C: ขาวที่ผานการเคี้ยวใหละเอียด

ข้อสอบ a net เคมี 2550

  • 1.
    Chemistry. 7-1 ขอสอบ A-NET15 วิชาวิทยาศาสตร (เคมี) ปการศึกษา 2550 ตอนที่ 2 เคมี จํานวน 40 ขอ (ขอ 1-40) ขอละ 2.5 คะแนน กําหนด เลขอะตอม H = 1 B = 5 C = 6 O = 8 F = 9 P = 15 S = 16 Cl = 17 As = 33 I = 53 Xe = 54 มวลอะตอม H = 1 He = 4 C = 12 N = 14 O = 16 F = 19 Na = 23 S = 32 Cl = 35.5 Br = 80 c = m/s103 8 × h = J.s1063.6 34− × R = 1-1 K.atm.L.mol08.0 − 1. ขอใดเปนปฏิกิริยารีดอกซ 1. OHKCl2OCrKHCl2CrOK2 272242 ++→+ 2. 242224 )CN(SOK2)CN(CuKCN4CuSO2 ++→+ 3. 42532l453 BaSOCl]Br)NH(Co[BaClSO]Br)NH(Co[ +→+ 4. OH4])CN(Fe[NaZnONa2NaOH8])CN(Fe[Zn 2642262 ++→+ 2. อิเล็กตรอนที่สถานะพื้นของอะตอมไฮโดรเจน 1 โมล ถูกกระตุนดวยพลังงาน 1230 kJ อิเล็กตรอนที่สถานะ กระตุนนี้จะคายพลังงานที่มีความยาวคลื่นสั้นที่สุดกี่เมตร 1. 8 1074.9 − × 2. 11 1074.9 − × 3. 28 1062.1 − × 4. 31 1062.1 − ×
  • 2.
    Chemistry. 7-2 3. พิจารณาธาตุสมมติตอไปนี้ ธาตุสมบัติ A B C D อยูหมูเดียวกับธาตุที่มีเลขอะตอมเทากับ 19 และอยูคาบเดียวกับธาตุที่มีเลขอะตอมเทากับ 13 มีเลขอะตอมเทากับ 14 เมื่อสารประกอบกับโลหะ เลขออกซิเดชันที่เปนไปไดคือ -1/2, -1, -2 แตในสารประกอบ สวนใหญพบวามีเลขออกซิเดชันเปน -2 มีคาอิเล็กโทรเนกาติวิตีมากที่สุดในคาบ 3 จากขอมูลขางตน ขอใดถูก 1. สารประกอบระหวางธาตุ B และธาตุ D จะมีสูตรเคมีเปน 2BD 2. สารประกอบระหวางธาตุ B และธาตุ C จะละลายไดในน้ําใหสารละลายที่เปนกรด 3. ปฏิกิริยาระหวางธาตุ C และธาตุ D จะไดสารประกอบที่นําไฟฟาไดเมื่อหลอมเหลว 4. ปฏิกิริยาระหวางธาตุ A กับน้ํา จะไดสารประกอบไฮดรอกไซดและกาซไฮโดรเจน 4. พิจารณาอะตอมและไอออนตอไปนี้ : DCBA 44 2 1615 2 25 −+ อะตอมหรือไอออนใดมีจํานวนอิเล็กตรอนเดี่ยวมากที่สุด 1. +2 A 2. B 3. −2 C 4. D 5. ฉลากที่ติดขวดใสสารประกอบไอออนิก 4 ชนิดหลุดออก เมื่อนักเรียนคนหนึ่งทําการทดลองโดยละลาย สารประกอบทั้ง 4 ในน้ํา แลวผลมสารละลายแตละชนิดเขาดวยกันพบวาไดผลการทดลองดังตาราง ผลการทดลองเมื่อผลสมกับสารละลายสารละลาย ก ข ค ง ก ข ค ง - ตะกอนขาว สารละลายใส ตะกอนขาว ตะกอนขาว - ตะกอนเหลือง สารละลายใส สารละลายใส ตะกอนเหลือง - สารละลายใส ตะกอนขาว สารละลายใส สารละลายใส -
  • 3.
    Chemistry. 7-3 จากผลการทดลอง สารประกอบไอออนิกทั้ง4 ชนิดควรเปนขอใด สาร ก สาร ข สาร ค สาร ง 1. 2. 3. 4 3NaCO 23 )NO(Ca 32CONa 32CONa 23 )NO(Pb KI 23 )NO(Pb 23 )NO(Ca KI 23 )NO(Pb 23 )NO(Ca KI 23 )NO(Ca 3NaCO KI 23 )NO(Pb 23 )NO(Pb 6. ถาสารประกอบโคเวเลนตที่มีสูตร 5AB และมีรูปรางโมเลกุลเปนพีระมิดคูฐานสามเหลี่ยม ขอใดตอไปนี้ถูก 1. โมเลกุลเปนไปตามกฎออกเตต 2. แรงยึดเหนี่ยวระหวางโมเลกุลเปนแรงลอนดอน 3. A เปนธาตุที่อยูหมูเดียวกับธาตุที่มีเลขอะตอมเทากับ 34 4. B เปนธาตุที่อยูหมูเดียวกับธาตุที่รับหรือใหอิเล็กตรอนยากที่สุดในตารางธาตุ 7. กําหนดพลังงานพันธะเฉลี่ย (ในหนวย kJ / mol) เปนดังนี้ C-C = 348 C=C = 614 C-H = 413 H-Cl = 431 C-Cl = 327 พิจารณาปฏิกิริยาตอไปนี้ Cl CHCHCHHClCHCHCH 3323 →+= ปฏิกิริยานี้คายพลังงานหรือดูดพลังงานกี่กิโลจูล 1. ดูดพลังงาน 284 2. คายพลังงาน 284 3. ดูดพลังงาน 43 4. คายพลังงาน 43 8. กําหนดให A B C D E F G และ H เปนธาตุในตารางธาตุดังนี้ A B C D E ธาตุแทรนซิชัน F G H
  • 4.
    Chemistry. 7-4 การเปรียบเทียบขอใดถูก 1. ขนาดอะตอมA > E > B 2. คาอิเล็กโทรเนกาติวิตีของ D > C > F 3. คาพลังงานไอออไนเซชันลําดับที่ 1 ของ B > C > D 4. คาสัมพรรคภาพอิเล็กตรอน (คาพลังงานที่คายออกมา) ของ G > D > H 9. โมเลกุลคูใดเปนโมเลกุลโคเวเลนตที่มีรูปรางโมเลกุลลักษณะเดียวกัน แตสภาพขั้วของโมเลกุลตางกัน 1. 22 SOและCO 2. 33 BClและAsI 3. 34 CHClและXeF 4. 34 POClและCCl 10. กําหนดให ก. พลังงานการเกิด 2CaCl และ 2CaBr มีคาดังนี้ )s(CaCl)g(Cl)s(Ca 22 →+ kJ/mol800-Hf =Δ )s(CaBr)g(Br)s(Ca 22 →+ kJ/mol650-Hf =Δ ข. คาสัมพรรคภาพอิเล็กตรอน (EA) ของ Cl และ Br และคาพลังงานการแตกตัว (D) ของแกส 2Cl และ 2Br มีคาดังตาราง Cl Br EA = -350 kJ/mol EA = -300 kJ/mol D ของ 2Cl (g) = 250 kJ/mol D ของ 2Br (g) = 200 kJ/mol ถาพลังงานแลตทิซของ kJ/molYและXCaBrและCaCl 22 = ตามลําดับ การเปรียบเทียบคาตัวเลข (ไมคิดเครื่องหมาย) พลังงานแลตทิซขอใดถูก 1. X > Y 2. Y > X 3. X = 1.4 Y 4. เปรียบเทียบไมได เพราะขอมูลไมเพียงพอ 11. พิจารณาจุดเดือด จุดหลอมเหลวของไนโตรเจน ออกซิเจน และคารบอนไดออกไซด จุดเดือน Co จุดหลอมเหลว Co 2N -196 -210 2O -183 -218 2CO -57 -79
  • 5.
    Chemistry. 7-5 ขอสรุปขอใดถูก 1. แรงยึดเหนี่ยวระหวางโมเลกุลของแกส222 COON << 2. แรงยึดเหนี่ยวระหวางโมเลกุลของ 2CO เปนแรงดึงดูดระหวางขั้ว 3. ที่อุณหภูมิ 100 K ความดัน 1 atm ไนโตรเจนและออกซิเจนมีสถานะเปนของเหลว 4. ในภาชนะปดที่บรรจุแกสผสม 222 COและON อยางละ 1 mol ที่อุณหภูมิ 25 Co ความดันยอยที่ เกิดจากแกส 2CO มีคามากที่สุด 12. กําหนดใหสารกัมมันตรังสี A มีเลขอะตอม 94 เลขมวล 245 เกิดปฏิกิริยานิวเคลียรไดสาร X โดยมี ขั้นตอนดังนี้ α+→BA nCB 1 0+→ α+→DC β+→ XD สาร X ที่เกิดขึ้นควรมีเลขอะตอมและเลขมวลเทาไร เลขอะตอม เลขมวล 1. 89 236 2. 90 234 3. 91 236 4. 92 234 13. ขอใดถูกสําหรับสารประกอบเชิงซอน 1. อะตอมกลางตองเปนธาตุกัมมันตรังสี 2. อะตอมที่ลอมรอบอะตอมกลางตองเปนไอออนลบ 3. พันธะระหวางอะตอมกลางกับไอออนที่ลอมรอบเปนพันธะไอออนิก 4. เลขออกซิเดชันที่ตางกันของอะตอมกลางเปนปจจัยที่ทําใหเกิดสารประกอบที่มีสีตางกัน 14. พิจารณาขอความตอไปนี้ ก. เพชรเปนแรรัตนชาติที่มีความแข็งที่สุดและนําไฟฟาไดดีกวาทองแดง ข. สารประกอบหลักของแกวคริสตัลคือ 2ZrO จึงทําใหมีลักษณะแวววาวคลายเพชร ค. การยางแรทองแดง สังกะสี และพลวงจะไดแกส 2SO ซึ่งสามารถกําจัดโดย 2)OH(Ca ง. ทับทิมมีอะลูมิเนียมออกไซดเปนสารหลักและมีสารประกอบของโลหะแทรนซิชันเปนสารมลทิน ขอใดถูก 1. ก และ ข 2. ข และ ค 3. ค และ ง 4. ก และ ง
  • 6.
    Chemistry. 7-6 15. สารละลาย3NH ที่ตองการหาความเขมขน ปริมาตร 25.0 3 cm เมื่อทําปฏิกิริยากับสารละลาย HCl เขมขน 0.1 mol/ 3 dm ที่มากเกินพอ ปริมาตร 40.0 3 cm พบวาปริมาณ HCl ที่เหลือทําปฏิกิริยาพอดีกับ สารละลาย NaOH เขมขน 0.05 mol/ 3 dm ปริมาตร 20.0 3 cm ความเขมขนของสารละลาย 3NH มีคากี่ โมลตอลูกบาศกเดซิเมตร 1. 0.08 2. 0.12 3. 0.26 4. 0.35 16. พิจารณาสิ่งตอไปนี้ ก. หินงอก หินยอย ข. เลือดปู เลือดปลาหมึก ค. ปุย โปรตีน ง. แกว เครื่องบด ธาตุที่เปนองคประกอบสําคัญของสิ่งที่พิจารณาขางตน ขอใดถูก ก ข ค ง 1. Na Fe P Zn 2. Ca Cu N Si 3. Na Cu K Fe 4. Ca Fe S Cr 17. เมื่อนําสารละลาย HCl ที่มี pH = 4 ปริมาตร 400 3 cm ผสมกับสารละลาย 3HNO ที่มี pH = 2 ปริมาตร 100 3 cm สารละลายผสมที่ไดมีคา pH เทาใด (กําหนด log 2 = 0.301 และ log 3 = 0.477) 1. 2.3 2. 2.7 3. 3.0 4. 3.3 18. แกส CO 0.05 โมล ทําปฏิกิริยากับแกส 2Cl 0.06 โมล ในภาชนะขนาด 500 3 cm หลังจากเกิดปฏิกิริยา ดังสมการ พบวาที่ภาวะสมดุลมี CO 2Cl เกิดขึ้น 3.96 กรัม )g(COCl)g(Cl)g(CO 22+ คาคงที่สมดุลของปฏิกิริยาเปนเทาใด 1. 6.7 2. 13.3 3. 100 4. 200
  • 7.
    Chemistry. 7-7 19. จากปฏิกิริยาX(g) + Y(g) Z(g) เมื่อนําความเขมขนของสารแตละชนิดในชวงเวลาตาง ๆ มาเขียนกราฟไดผลดังนี้ จากกราฟ ที่เวลา 2t ระบบจะถูกรบกวนดวยปจจัยขอใด 1. การเพิ่มอุณหภูมิ 2. การเพิ่มความดัน 3. การเพิ่มความเขมขนของ X(g) 4. การลดความเขมขนของ Z(g) 20. จากปฏิกิริยารีดอกซตอไปนี้ 224424334372 BrhOHgAlPOfCrPOe)(POCadAlBrcPObHOaCaCr ++++→++ ถา a = 3 ในสมการที่ดุลแลว h มีคาเทาใด 1. 3 2. 5 3. 7 4. 9 21. กําหนดอินดิเคเตอรชนิดตาง ๆ ใหดังนี้ อินดิเคเตอร การเปลี่ยนสี ชวง pH เมทิลออเรนจ เมทิลเรด ลิตมัส โบรโมไทมอลบลู ฟนอลเรด แดง – เหลือง แดง – เหลือง แดง – น้ําเงิน เหลือง – น้ําเงิน เหลือง - แดง 3.1 – 4.4 4.4 - 6.2 5.0 - 8.0 6.0 – 7.6 6.8 – 8.4 เมื่อนําสารละลาย X มาเติมอินดิเคเตอรชนิดตาง ๆ ใหผลดังนี้ อินดิเคเตอร สีของสารละลาย เมทิลออเรนจ เมทิลเรด ลิตมัส โบรโมไทมอลบลู ฟนอลเรด เหลือง สม แดง เหลือง เหลือง
  • 8.
    Chemistry. 7-8 สารละลาย Xมี pH อยูในชวงใด 1. 4.4 – 6.2 2. 4.4 - 5.0 3. 5.0 - 6.0 4. 6.8 – 7.6 22. จากคา o E ของปฏิกิริยาของเซลลตอไปนี้ เมื่อ A B C และ D เปนธาตุสมมติและ H เปนธาตุไฮโดรเจน เซลลที่ ปฏิกิริยาของเซลล o E (V) 1 +++ +→+ 322 D2CD2C -0.91 2 ++ +→+ 22 BCBC -0.48 3 ++ +→+ 32 A2B3A2B3 2.82 4 2 3 H3A2H6A2 +→+ ++ 2.48 เซลลกัลวานิกที่มีแผนภาพเซลล o Eมี/Pt/DD//A/A 233 +++ ของเซลลกี่โวลต 1. 1.57 2. 1.91 3. 3.25 4. 3.73 23. กําหนดคา o E ของครึ่งเซลลที่ 25 Co ดังนี้ Cue2Cu2 →+ −+ V34.0E +=o −− +→+ OH2He2OH2 22 V83.0E −=o OH2e4H4O 22 →++ −+ V23.1E +=o −−− →+ 2 4 2 82 SO2e2OS V01.2E +=o 1. ได Cu ที่แอโนด และ 2O ที่แคโทด 2. ได Cu ที่แคโทด และ 2O ที่แอโนด 3. ได Cu ที่แคโทด และ 2H ที่แอโนด 4. ได Cu ที่แอโนด และ 2H ที่แคโทด 24. สารประกอบ hexachlorophene หนึ่งโมเลกุล มี Cl จํานวน 6 อะตอมและมีรอยละโดยมวลของ Cl เทากับ a สารประกอบ hexachlorophene มีมวลโมเลกุลเทาใด 1. a 10065.35 ×× 2. a 10061002.65.35 23 ×××× 3. 100 a65.35 ×× 4. 100 a61002.65.35 23 ××××
  • 9.
    Chemistry. 7-9 25. จากปฏิกิริยาตอไปนี้ 244ClCH + 4HClCCl4 + เมื่อปฏิกิริยาเกิดอยางสมบูรณ ขอความใดตอไปนี้ผิด 1. 2Cl 1 โมล ทําปฏิกิริยากับ 4CH 20.0 กรัม ได HCl 36.5 กรัม 2. 4CH 1 โมเลกุล ทําปฏิกิริยากับ 2Cl 8 โมเลกุล ได HCl 4 โมเลกุล 3. 2Cl 142.0 กรัม ทําปฏิกิริยากับ 4CH 16.0 กรัม ได 4CCl 154.0 กรัม 4. 4CH 1 โมล ทําปฏิกิริยากับ 2Cl 142.0 กรัม ได 4CCl จํานวน 0.5 โมล 26. แกสไนโตรเจนและแกสฟลูออโรคารบอน ปริมาตรเทากัน ภายใตความดันและอุณหภูมิเดียวกันพบวามีมวล เทากับ 1.12 กรัม และ 4.48 กรัม ตามลําดับ แกสฟลูออโรคารบอนมีสูตรอยางไร 1. 4CF 2. 42FC 3. 62FC 3. 43FC 27. นําสาร A หนัก 1.500 กรัม กับสาร B ละลายในเบนซีน ปริมาตร 100 3 cm ไดสารละลายที่มีจุดเยือก แข็ง เทากับ 5.021 Co สาร B ที่ใชหนักกี่กรัม กําหนดให ความหนาแนนของเบนซีน = 0.900 g / 3 cm จุดเยือกแข็งของเบนซีน = 5.533 Co คา fK ของเบนซีน = 5.12 Co / m มวลโมเลกุล A = 300 มวลโมเลกุล B = 250 1. 1.00 2. 1.25 3. 2.00 4. 2.50 28. สารละลาย NaBr ความเขมขนรอยละ a โดยมวล มีความหนาแนนเทากับ b g / 3 cm เมื่อนําสารละลายนี้ ปริมาตร 50.0 3 cm เจือจางเปน 250.0 3 cm สารละลายที่ไดมีความเขมขนเทาใด 1. M 103 ba× 2. m 103 ba× 3. M 103 ba2 ×× 3. m 103 ba2 ××
  • 10.
    Chemistry. 7-10 อุณหภูมิ ( )Co C E 29.แกสผสมซึ่งประกอบดวย 2H หนัก 4 กรัม และ He หนัก x กรัม บรรจุอยูในภาชนะขนาด 5 3 dm ที่ อุณหภูมิ 27 Co มีความดันรวมเทากับ 24 atm x มีคาเทาใด 1. 8 2. 10 3. 12 4. 14 30. ทดลองตมของเหลว A แบบ (ก) และ (ข) โดยที่การทดลอง (ก) เปนการตมแบบเปดฝา สวนแบบ (ข) เปนแบบปดฝา ดังรูป ขอความใดตอไปนี้ถูก 1. จุดเดือดของของเหลว A จากการทดลอง (ก) สูงกวาการทดลอง (ข) 2. จุดเดือดปกติของของเหลว A ในการทดลอง (ก) เทากับการทดลอง (ข) 3. เมื่อใหความรอนเทากัน ของเหลว A ในการทดลอง (ก) จะเดือดกอนการทดลอง (ข) 4. ขณะที่ของเหลว A เดือด ความดันไอของของเหลว A จากการทดลอง (ก) มีคาสูงกวาการทดลอง (ข) 31. เมื่อใหความรอนดวยอัตราคงที่กับสารบริสุทธิ์ G ที่เปนของแข็งจํานวน 1 โมล พบการเปลี่ยนแปลง อุณหภูมิของสาร G ดังกราฟ F b D a B A เวลา (วินาที)
  • 11.
    Chemistry. 7-11 ขอความใดถูก 1. จุดหลอมเหลวของสารG มีคาเทากับ b Co 2. จากจุด E ถึงจุด F สาร G จะอยูในสถานะที่เปนแกส 3. จากจุด A ถึงจุด B โมเลกุลของสาร G มีพลังงานจลนเฉลี่ยคงที่ 3. จากจุด B ถึงจุด C เปนความรอนแฝงของการกลายเปนไอของสาร G 32. จากปฏิกิริยาที่สมดุลตอไปนี้ ก. (g)O)s(S 2+ )g(SO2 ข. (g)O3)s(S2 2+ )g(SO2 3 ค. (g)O)s(SO2 22 + )g(SO2 3 ถาปฏิกิริยา ก. และ ข. มีคาคงที่สมดุลเทากับ a และ b ตามลําดับ คาคงที่สมดุลของปฏิกิริยา ค. มีคา เทาใด 1. a b2 2. b a 2 + 3. 2 a b 4. a2 b 33. การสลายตัวของ ammonium hydrogen sulfide ( )HSNH4 เกิดขึ้นดังสมการ )s(HSNH4 S(g)H)g(NH 23 + ถานํา HSNH4 หนัก 10.200 กรัม บรรจุในภาชนะขนาด 4.00 3 dm ปลอยใหสลายตัวจนถึงสมดุลที่ 27 Co พบวาเกิดความดันรวมเทากับ 0.960 atm คาคงที่สมดุลของปฏิกิริยานี้ที่ 27 Co มีคาเทาใด 1. 3 100.4 − × 2. 3 100.8 − × 3. 4 100.4 − × 4. 4 100.8 − ×
  • 12.
    Chemistry. 7-12 34. จากปฏิกิริยาที่สมดุล A(g)B(g) พบวาความสัมพันธระหวางพลังงานกับการดําเนินไปของปฏิกิริยาเปนไปตามรูป B A การดําเนินไปของปฏิกิริยา ขอความใดถูก 1. การเติมตัวเรงลงในปฏิกิริยาจะทําใหคาคงที่สมดุลมีคามากขึ้น 2. การเพิ่มอุณหภูมิทําใหเกิด B มากขึ้น คาคงที่สมดุลมีคามากขึ้น 3. การเพิ่มความดันมีผลทําใหปริมาณ B ลดลง สมดุลเคลื่อนไปทางสารตั้งตน 4. การเติมตัวเรงลงไปในปฏิกิริยาจะทําใหเกิด B มากขึ้น สมดุลจะเคลื่อนไปทางผลิตภัณฑ 35. เติมสารละลาย KOH เขมขน 0.15 mol / 3 dm ปริมาตร 80.00 3 cm ลงในสารละลายกรดออน HA ปริมาตร 25.00 3 cm แลวนําสารละลายที่ไดไปไทเทรตกับสารละลาย HCl เขมขน 0.20 mol / 3 dm พบวาที่จุดยุติใชสารละลาย HCl ปริมาตร 22.50 3 cm สารละลายกรดออน HA มีความเขมขนกี่โมลตอ ลูกบาศกเซนติเมตร 1. 0.15 2. 0.20 3. 0.25 4. 0.30 36. นําสารละลายกรดออน HA เขมขน 0.10 mol / 3 dm ปริมาตร 25.00 3 cm มาเติมสารละลาย KOH เขมขน 0.15 mol / 3 dm ปริมาตร 10.00 3 cm พบวาสารละลายที่ไดมี pH = 4.0 คา aK ของกรดออน HA มีคาเทาใด 1. 5 1042.6 − × 2. 5 1053.6 − × 3. 5 1067.6 − × 4. 5 1074.6 − × พลังงาน
  • 13.
    Chemistry. 7-13 37. เมื่อนําเฮกเซน เฮกซีน เฮกไซน และเบนซีน อยางละ 1 กรัม มาเผาไหมอยางสมบูรณ สารประกอบ ไฮโดรคารบอนใดตองใชปริมาณออกซิเจนมากที่สุดและนอยที่สุดตามลําดับ 1. เฮกเซนและเบนซีน 2. เบนซีนและเฮกเซน 3. เบนซีนและเฮกซีน 4. เบนซีนและเฮกไซน 38. สารชีวโมเลกุลตอไปนี้ ขอใดไมจัดเปนพอลิเมอรแบบเสนทั้งหมด 1. แปง คอลลาเจน สําลี 2. โปรตีน เซลลูโลส ดีเอ็นเอ 3. อะไมโลส อารเอ็นเอ เพปไทด 4. อะไมเลส กรดนิวคลีอิก เด็กซตริน 39. สารประกอบไฮโดรคารบอนชนิดใดตอไปนี้ เมื่อทําปฏิกิริยากับคลอรีนในที่มีแสงแลวใหผลิตภัณฑที่มี จํานวนไอโซเมอรที่เปนไปไดทั้งหมดมากชนิดที่สุด 32CHCH 32CHCH 1. 33 CHCH 2. 3223 CHCHCHCH H H 3CH 3. 3223 CHCHCHCH 4. 32223 CHCHCHCHCH 3CH 40. ตารางแสดงผลการทดสอบสาร A B และ C สาร ไบยูเร็ต เบเนดิกต ไอโอดีน A สารละลายสีมวง สารละลายสีฟาใส สารละลายสีน้ําตาลแดง B สารละลายสีฟาเขม เกิดตะกอนสีน้ําตาลแดง สารละลายสีน้ําตาลแดง C สารละลายสีฟาเขม สารละลายสีเขียวขุน มีตะกอนสีน้ําตาลแดงเล็กนอย สารละลายสีน้ําเงิน สาร A B และ C ในขอใดใหผลการทดสอบเปนไปตามตาราง 1. A: ไตรเพพไทด B: น้ําตาลทราย C: อะไมเลส 2. A: เจลาติน B: กลูโคส C: ขาวหมาก 3. A: ไขขาวดิบ B: ฟรุกโตส C: ขาวตมจนเปอยเละ 4. A: ไกลซิลไกลซีน B: มอลโตส C: ขาวที่ผานการเคี้ยวใหละเอียด