More Related Content
PDF
PDF
PDF
DOC
โครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์ อาหารเพื่อสุขภาพ PDF
PDF
PDF
แบบโครงร่างโครงงานน้ำเหม่ง PDF
What's hot
PDF
PDF
โครงงานคอมพิวเตอร์ เรื่อง การหลับพักผ่อนช่วยสร้างเสริมสุขภาพที่ดีได้ PDF
PDF
PDF
PDF
แบบร่างโครงงานคอมพิวเตอร์ PDF
PDF
DOC
โครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์ PDF
แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์ DOC
2562 final-project (1) (1) DOCX
DOC
2562 final-project (1) (1) PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
2560 project แอพพลิเคชัน Smart CHIANGMAI Similar to 2562 final-project-31 (1)
PDF
2561 project idiopathic hypersomnia PDF
PDF
DOC
2562 final-project 01pond DOC
DOC
2562 final-project 01pond DOC
2562 final-project 01pond DOC
2562 final-project 01pond1 PDF
PDF
2562 final-project 25-608 PDF
2562 final-project 25-608 PDF
ใบงานที่ 6 โครงร่างโครงงาน PDF
PDF
PDF
PDF
DOCX
PDF
PDF
PDF
More from KUMBELL
DOC
PDF
DOCX
DOCX
PDF
2562 final-project1-18-vasaraj PDF
2562 project-15-jarukan (2) DOCX
PDF
PDF
PDF
PPTX
PDF
PDF
PDF
DOCX
PDF
2562 final-project-31 (1)
- 1.
1
แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
รหัสวิชา ง33201 ชื่อวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 5
ปีการศึกษา 2562
ชื่อโครงงาน นอนอย่างไรให้สุขภาพดี
ชื่อผู้ทาโครงงาน
ชื่อ ขวัญฤทัย คะปูคา เลขที่ 31ชั้น6 ห้อง 2
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน
ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์
ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 62
โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่
สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 34
- 2.
2
ใบงาน
การจัดทาข้อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์
ผู้จัดทา
นางสาว ขวัญฤทัย คะปูคาเลขที่31
ชื่อโครงงาน(ภาษาไทย)
นอนอย่างไรให้สุขภาพดี
ชื่อโครงงาน(ภาษาอังกฤษ)
Howtoget healthysleep?
ประเภทโครงงาน
พัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา
ชื่อผู้ทาโครงงาน
นางสาว ขวัญฤทัย คะปูคา
ชื่อที่ปรึกษา
ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์
ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1
ที่มาและความสาคัญของโครงงาน
เนื่องจากทุกคนอาจมีปัญหาที่นอนหลับมาเป็นเวลานานแต่ตื่นนอนตอนเช้าแล้วยังรู้สึกไม่สดชื่นไม่เกิ
ดการตื่นตัวในขณะที่บางครั้งนอนหลับเพียงระยะสั้นๆแล้วตื่นมารู้สึกคล่องตัวแต่การขาดการนอนหลั
บในคนปกติสามารถทาให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพกายและสุขภาพใจของคนผู้นั้นได้เช่นมีอาการมึนงง
เวียนศีรษะ ปวดศีรษะหงุดหงิดสมาธิไม่ดี การตัดสินใจแย่ลงเป็นต้น
ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยชราจะมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการนอนหลับทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ
เหมือนการเลี้ยงดูปลาถ้าให้ความเอาใจใส่น้อยให้อาหารไม่ดี
ปลาก็จะโตไม่เต็มที่หรือไม่สมบูรณ์อาจมีโรคแทรกได้
การขาดการนอนหลับในคนที่มีโรคประจาตัวอาจจะทาให้โรคหรืออาการของโรคที่มีอยู่นั้นเพิ่มมากขึ้
- 3.
- 4.
4
REM Sleep
เกิดขึ้นประมาณ 90นาที หลังจากที่เรานอนหลับ โดยแบ่งเป็น 3 ช่วง คือ ช่วงแรกจะใช้เวลาประมาณ 10 นาที
ช่วงที่สองจะใช้เวลานานขึ้น ช่วงที่สามจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงหรือมากกว่า โดยเมื่อร่างกายเข้าสู่โหมด REM
Sleep ชีพจรและการหายใจจะเร็วขึ้น การฝันจะเกิดในช่วงนี้
และสมองจะทางานมากขึ้นไม่น้อยไปกว่าตอนที่เรากาลังตื่น
เด็กจะใช้เวลา 50% ที่อยู่ในโหมด REM Sleep
ผู้ใหญ่ใช้เวลา 20% ที่อยู่ในโหมด REM Sleep
การนอนหลับแบบมีคุณภาพนั้นนอกจากต้องนอนให้ได้วันละ 7-8 ชั่วโมงแล้ว
เรายังต้องรู้สึกสดชื่นทุกครั้งที่ตื่นนอนด้วย เพราะถ้าเรารู้สึกง่วงนอนหลังตื่นนอน แม้ว่านอนหลายชั่วโมงแล้วก็ตาม
แปลว่าการนอนหลับนั้นขาดคุณภาพ
การวางแผนการนอนในแต่ละครั้ง
กฎนอนหลับ 90 นาทีโดยการนับย้อนกลับไป 90 นาทีเป็นจานวน5 รอบ เช่นถ้าอยากตื่นนอน 6 โมงเช้า
ก็ควรเข้านอนเวลา 22.30 น.แต่ทั้งนี้ก็สามารถยืดหยุ่นเวลาตามรอบได้ เช่น
ถ้าอยากตื่นนอนตี5 โมง ควรเข้านอนเวลา 21.30 น. /23.00 น. /00.30 น. / 02.00 น.
ถ้าอยากตื่นนอน6 โมงเช้า ควรเข้านอนเวลา21.00 น. /22.30 น. / 24.00 น./ 01.30 น.
ถ้าอยากตื่นนอน7 โมงเช้า ควรเข้านอนเวลา22.00 น. /23.30 น. / 01.00 น./ 02.30 น.
ถ้าอยากตื่นนอน8 โมงเช้า ควรเข้านอนเวลา23.00 น. /00.30 น. / 01.30 น./ 03.30 น.
แต่ทั้งนี้ก็ได้มีการคานวณเวลาการนอนหลับไว้ที่เว็บไซต์ที่ชื่อว่า https://sleepcalculator.com/ที่จะช่วยคานว
ณเวลาก่อนนอนให้ง่ายขึ้นซึ่งในเว็บไซต์จะเผื่อเวลาก่อนเข้านอน15 นาทีเพื่อให้เราได้มีเวลาเตรียมตัวก่อนเข้านอน
โรคที่เกิดจากการนอนน้อย
1.โรคหัวใจวาย โรคหัวใจและหลอดเลือด หัวใจล้มเหลว หัวใจเต้นผิดจังหวะ
เนื่องจากสารโปรตีนในตัวเราจะสะสมมากขึ้นในหัวใจเวลาร่างกายตื่นโดยธรรมชาติ
แต่ถ้าหากเราไม่นอน หรือนอนดึก สารโปรตีนเหล่านี้จะยิ่งเข้าไปเกาะที่หลอดเลือดหัวใจ
ทาให้เกิดการอุดตันได้ โดยมีการวิจัยในกลุ่มคนที่ทดลองไม่ได้นอนเป็นเวลา 88 ชั่วโมง
พบว่าจะมีความดันเลือดที่สูงมากผิดปกติ และในผู้หญิงที่อายุน้อยกว่า 60 ปี
มีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจถึง 2 เท่า
- 5.
5
2.โรคมะเร็งลาไส้
จุดเริ่มต้นของโรคนี้ คือการนอนดึกได้มีการศึกษาและวิจัยว่าในคน 1,240คน มีคนที่นอนน้อยกว่า 6
ชั่วโมง ถึง 47% จะมีอาการของมะเร็งลาไส้มากกว่าคนที่นอนหลับอย่างน้อย 7 ชั่วโมงขึ้นไป
3.โรคเบาหวาน
หากคนเป็นโรคเบาหวานพักผ่อนไม่เพียงพอจะทาให้ระดับกลูโคสในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว 23%
รวมทั้งระดับอินซูลินในเลือด ก็สูงขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 48% อีกทั้งในการวิจัยบางส่วนพบว่า
คนที่เป็นเบาหวานอยู่แล้วจะเกิดภาวะร่างกายดื้ออินซูลินจากการนอนไม่พออีกด้วย
4.โรคนอนไม่หลับเรื้อรัง
การนอนน้อย นอนดึกส่งผลทาให้เป็นโรคนอนไม่หลับเรื้อรังได้
ซึ่งจะทาให้เวลานอนต้องใช้เวลาเกินกว่า 30นาที ถึงจะสามารถหลับได้หรืออาจจะหลับๆตื่นๆทั้งคืน
จนทาให้ตื่นกลางดึก แล้วก็ไม่สามารถหลับอีกเลย และจะต้องมีอาการแบบนี้เกิน 1 เดือน
ถึงจะเรียกว่าการนอนไม่หลับแบบเรื้อรังนั่นเอง
5.โรคอ้วน
จากงานวิจัยพบว่าผู้ที่นอนน้อยกว่า 7 ชั่วโมงต่อวัน มีแนวโน้มที่น้าหนักตัวจะมากขึ้น
และเสี่ยงเป็นโรคอ้วนได้สูงกว่าผู้ที่นอนหลับ 7 ชั่วโมง เนื่องจากผู้ที่นอนน้อยจะมีสารเคมีเลปติน
(Leptin) ที่ช่วยให้รู้สึกอิ่มอยู่ในระดับต่า และมีฮอร์โมนเกรลิน (Ghrelin)
ที่กระตุ้นให้หิวอยู่ในระดับมาก
ทั้งนี้การนอนน้อยยังกระตุ้นให้รู้สึกหิวอาหารที่มีไขมันและคาร์โบไฮเดรตสูงขึ้นด้วย
6.โรคซึมเศร้า
ผู้ที่นอนน้อยหรือมีปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับนอนหลับ เกิดอาการซึมเศร้าได้ ทั้งนี้
ภาวะนอนไม่หลับซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับการนอนที่พบได้มากที่สุด
และเป็นอาการที่เกี่ยวเนื่องกับภาวะซึมเศร้าอย่างเด่นชัด
เนื่องจากภาวะนอนไม่หลับเป็นหนึ่งในอาการที่พบได้เป็นอันดับแรกของโรคซึมเศร้า
- 6.
6
การแก้ไขปัญหาการนอน
-ควรเข้านอนให้ตรงเวลาเป็นประจาทุกวัน และนอนหลับให้ได้ประมาณ 6-9ชั่วโมง
-ควรเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกาเฟอีน แอลกอฮอล์ต่างๆ
-ควรทาร่างกายและจิตใจให้ผ่อนคลาย เช่น อาบน้าอุ่นเพื่อปรับอุณหภูมิร่างกายให้เหมาะสม
อ่านหนังสือ ฟังเพลง นั่งสมาธิ ฯลฯ
-ไม่ควรออกกาลังกายหนักก่อนเข้านอนไม่กี่ชั่วโมง
-ไม่ควรนาสิ่งของที่รบกวนการพักผ่อน เช่น โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ
ที่ก่อให้เกิดแสง สี เสียง มาไว้ในห้องนอน
-หลีกเลี่ยงการดูโทรทัศน์ หรือใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก่อนเข้านอน
-ไม่ควรเข้านอนทั้งที่ยังรู้สึกกังวลหรือเครียดเกี่ยวกับเรื่องบางอย่าง
วิธีดาเนินงาน
แนวทางการดาเนินงาน
เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้
งบประมาณ
- 7.
7
ขั้นตอนและแผนดาเนินงาน
ลาดับ
ที่
ขั้นตอน สัปดาห์ที่ ผู้รับผิดชอบ
12 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17
1 คิดหัวข้อโครงงาน
2 ศึกษาและค้นคว้าข้อมูล
3 จัดทาโครงร่างงาน
4 ปฏิบัติการสร้างโครงงาน
5 ปรับปรุงทดสอบ
6 การทาเอกสารรายงาน
7 ประเมินผลงาน
8 นาเสนอโครงงาน
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
สถานที่ดาเนินการ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง
แหล่งอ้างอิง (เอกสาร หรือแหล่งข้อมูลต่าง ๆที่นามาใช้การทาโครงงาน)
https://dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=28001
https://health.mthai.com/howto/health-care/24127.html
https://tsmactive.com/REMSLEEP