บทที่ 9 สิทธิมนุษยชน
1 ความหมายและความสําคัญของสิทธิมนุษยชน
สิทธิมนุษยชน หมายถึง ศักดิ์ศรีความเปนมนุษย สิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาคของบุคคลที่ไดรับรอง
หรือคุมครองตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย หรือตามกฎหมายไทย หรือตามสนธิสัญญาที่ประเทศ
ไทยมีพันธกรณีที่จะตองปฏิบัติตาม
หลักการที่สําคัญสุดก็คือ มนุษยทุกคนมีศักดิ์ศรีของความเปนมนุษย สิทธิมนุษยชนจึงเปนสิ่งที่รัฐธรรมนูญ
มุงที่จะใหความคุมครองแกบุคคลทุกคน
2.แนวคิดและหลักการสิทธิมนุษยชน
-สิทธิมนุษยชน(Human Rights) เกิดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เพราะผลของสงครามนํามาซึ่งความ
โหดราย
-สหประชาชาติรับรองปฏิญญาสากล วาดวยสิทธิมนุษยชนถูกสรางขึ้นบนพื้นฐานของกฎเกณฑที่ละเมิด
ไมได ไดแก สิทธิในชีวิต สิทธิในการเปนมนุษยโดยสมบูรณ สิทธิในการแสดงออกทางความคิด สิทธิใน
การรวมกลุมสังคมกับคนอื่นดวยวิถีสันติ ปลอดจากการทรมาน และการกระทําที่ลดความเปนมนุษย
-หลักการสําคัญของสิทธิมนุษยชน คือ ความเสมอภาค สิทธิ เสรีภาพ ของไทย กฎหมายที่รับรองสิทธิ
มนุษยชนที่สําคัญ คือ รัฐธรรมนูญ
3. บทบาทขององคกรระหวางประเทศในเวทีโลกที่มีผลตอประเทศไทย
• มีการจัดตั้งองคการสหประชาชาติ (UN) ในวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2488 หลังสงครามโลกครั้งที่สอง
เพื่อคุมครองและสงเสริมเสรีภาพ ดํารงไวซึ่งสันติภาพและความมั่นคงระหวางประเทศ
• องคการสหประชาชาติไดมีการประชุมใหญและลงมติรับรอง กฎบัตรสหประชาชาติ
ซึ่งรับรองสิทธิของบุคคล ทําใหตอมา สมัชชาใหญสหประชาชาติลงมติรับรองและประกาศ
ปฎิญญาสากลวาดวยสิทธิมนุษยชน ในวันที่ 10 ธันวาคม 2491
ซึ่งเปนหลักการสําคัญในการคุมครองสิทธิมนุษยชน (ถือวา วันที่ 10
ธันวาคมของทุกปเปนวันสิทธิมนุษยชนแหงสหประชาชาติ)
• สํานักงานใหญองคการสหประชาชาติอยูที่นครนิวยอรก สหรัฐอเมริกา มีสมาชิก 192 ประเทศ
• องคการสหประชาชาติประกอบดวยองคกรหลัก 6 องคกร คือ
1) สมัชชาแหงสหประชาชาติ กําหนดแนวทางการปฎิบัติงานขององคกร
พิจาราเกี่ยวกับสันติภาพและความมั่นคงระหวางประเทศ ทุกประเทศใน UN เปนสมาชิก
2) คณะมนตรีความมั่นคง สอบสวนกรณีพิพาทระหวางประเทศ
ทําหนาที่รวมกับสมัชชาฯเลือกตั้งผูพิพากษาศาลยุติธรรมระหวางประเทศ มีสมาชิกถาวร 5
ประเทศ(จีน ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร รัสเซีย อเมริกา) และไมถาวร 10 ประเทศ
3) คณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคม ใหคําแนะนําในดานตางๆ มีสมาชิก 54 ประเทศ
ทุกปจะเลือกตั้งประเทศที่พนตําแหนงปละ 18 ประเทศ
4) คณะมนตรีภาวะทรัสตี พิจารณารายงานของระเทศที่ปกครองดินแดน
ดูแลดินแดนที่ยังไมไดเอกราชใหไดเอกราช
5) ศาสยุติธรรมระหวางประเทศ มีผูพิพากษา 15 คน
คณะมนตรีความมั่นคงและสมัชชาฯเปนคนเลือก
พิจารณาขอขัดแยงทางกฎหมายที่แตละประเทศเสนอตอศาล
ใหคําแนะนําตัวบทกฎมายตามคํารองขอจากองคกรในUN
แตรียมรางอนุสัญญาและสนธิสัญญาที่กําหนดแนวทางปฏิบัติระหวางชาติ
6) สํานักงานเลขาธิกรแหงสหประชาชาติ
เลขาธิการสหประชาชาติเปนหัวหนาฝายบริหารของสหประชาชาติ
ประสานงานกับหนวยงนของUN ปฎิบัติหนาที่ที่ไดรับมอบหมาย
จัดทํารายงานประจําปเกี่ยวกับสหประชาชาติเหนอตอสมัชชาฯ
ปฎิญญาสากลวาดวยสิทธิมนุษยชน
• ไทยไดรวมลงมติในวันที่ 10 ธันวาคม 2491ในฐานะสมาชิกองคการสหประชาชาติ
ก็ตองเคารพตอหลักการและนําหลักการที่บัญญัติไวในปฎิญญาสากลมาเปนแนวทางสงเสริมและคุ
มครองสิทธิมนุษยชนในไทย ไดแก
1) เอาหลักในปฎิญญาสากลมาบัญญัติรับรองในรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย
2) จัดตั้งองคกรเพื่อสงเสริมและคุมครองสิทธิมนุษยชนระดับชาติ
ตามหลักการที่องคการสหประชาชาติกําหนดไว
3) เขาเปนภาคีขอตกลงระหวางประเทศวาดวยสิทธิมนุษยชนที่สหประชาชาติไดจัดทําขึ้น
ซึ่งไทยเขาเปนภาคีมาแลว 7 ฉบับ
4.สาระสําคัญของปฏิญญาสากลวาดวยสิทธิมนุษยชน
-ปฏิญญาสากลวาดวยสิทธิมนุษยชน(Universal Declaration of Human Rights : UDHR) เปนการประกาศ
เจตนารมณในความรวมมือระหวางประเทศในการวางกรอบเบื้องเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน เปนฉบับแรกของ
โลก
-มีเนื้อหา30 ขอ แบงได 4 สวน
1หลักการสําคัญของมนุษยชน (ขอ1-2)
2 สิทธิของพลเมืองและสิทธิทางการเมือง(ขอ3-21)
3 สิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม(ขอ22-27)
4 หนาที่ของบุคคล สังคม และรัฐ(ขอ28-30)
1 หลักการสําคัญของมนุษยชน
1. มนุษยทั้งหลายมีอิสรเสรี เทาเทียมกัน
2.บุคคลชอบที่จะมีสิทธิตามปฏิญญานี้ โดยไมแบงแยก เชน สีผิว เชื้อชาติ เพศ ภาษา
2 สิทธิของพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
3.บุคคลมีสิทธิในการดํารงชีวิต
4.บุคคลจะถูกบังคับใหเปนทาส หรือภาวะจํายอมไมได
5.บุคคลจะถูกทรมาน หรือลงทัณฑ หยามเกียรติไมได
6.ทุกๆคนมีสิทธิไดรับการยอมรับเปนคนในกฎหมาย
7.ทุกคนเสมอภาคกันในกฎหมาย
8.บุคคลมีสิทธิไดรับการเยียวยาโดยศาลแหงชาติซึ่งมีอํานาจเนื่องจากการละเมิดตอสิทธิขั้นมูลฐาน
9.บุคคลจะถูกกักขัง หรือเนรเทศโดยพลการไมได
10.บุคคลชอบที่จะเทาเทียมกันอยางบริบูรณ
11.(1) บุคคลที่ถูกกลาวหาทางอาญา มีสิทธิไดรับการสันนิษฐานไวกอนวาบริสุทธิ์ จนกวาจะมีการ
พิสูจน
(2) บุคคลจะถูกถือวามีความผิดทางอาญาซึ่งในขณะที่มีการกระทํานั้นไมไดระบุวาเปนความผิดทาง
อาญา ไมได และลงโทษหนักกวาโทษที่ใชในความผิดทางอาญานั้นไมได
12.ทุกคนมีสิทธิไดรับการคุมครองตามกฎหมายหากกถูกสอดแทรกโดยพลการในกิจสวนตัว
13.(1)บุคคลมีสิทธิในการเคลื่อนยายในขอบเขตดินแดนของแตละรัฐ
(2)บุคคลมีสิทธิออกจากประเทศและกลับสูบานเกิดเมืองนอน
14.(1)บุคคลมีสิทธิแสวงหาและพักพิงในประเทศอื่นเพื่อลี้ภัยจากการถูกกดขี่
(2)สิทธินี้กลาวอางไมไดในการฟองคดี
15.(1)บุคคลมีสิทธิในการถือสัญชาติ
(2)ไมสามารถถอนสัญชาติโดยพลการได
16.(1)ชายหญิงที่เจริญวัยบริบูรณแลวมีสิทธิที่จะสมรสกันโดยไมมีขอจํากัดใดๆ
(2)การสมรสจะทําไดตองเต็มใจของทั้งคู
(3)ครอบครัวเปนพื้นฐานทางสังคม
17.(1)มีสิทธิเปนเจาของทรัพยสิน
(2)ยึดทรัพยสินโดยพลการไมได
18.มีเสรีภาพทางความคิด มโนธรรม และศาสนา
19.มีสิธิในการแสดงออก
20.(1)มีสิทธิเสรีภาพในการชุมนุม
(2)บังคับบุคคลใหเปนสมาชิกของสมาคมไมได
21.(1)บุคคลมีสิทธิเขารวมรัฐบาลของตน
(2)มีสิทธิเขาถึงบริการสาธารณะ
(3)เจตจํานงของประชาชน จะเปนฐานอํานาจของรัฐบาล
3 สิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
22.บุคคลมีสิทธิในความมั่นคงของสังคม ไดรับผลทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
23.(1)มีสิทธิเลือกงานไดอยางเสรี
(2)มีสิทธิไดรับคาตอบแทนเทากัน
(3)บุคคลทํางานมีสิทธิไดรายไดที่ยุติธรรม
(4)มีสิทธิเขารวมกอตั้ง และเขารวมสหภาพแรงงาน
24.มีสิทธิในการพักผอนและเวลาวาง
25.(1)มีสิทธิในการครองชีพที่เพียงพอสําหรับสุขภาพ
(2)มารดาและบุตรชอบที่จะไดรับการดูแลและความชวยเหลือเปนพิเศษ
26.(1)บุคคลมีสิทธิในการศึกษา
(2)การศึกษามุงไปทางการพัฒนาบุคลิกภาพของมนุษยอยางเต็มที่
(3)ผูปกครองมีสิทธิกอนผูอื่นที่จะเลือกชนิดของการศึกษา
27.(1)มีสิทธิเขารวมการใชชีวิตดานวัฒนธรรมในประชาคมอยางเสรี
(2)มีสิทธิไดรับการคุมครองประโยชนดานศีลธรรม
4 หนาที่ของบุคคล สังคม และรัฐ
28.บุคคลชอบที่จะไดรับผลประโยชนจากระเบียบสังคมและระหวางประเทศ
29.(1)บุคคลที่มีหนาตอประชาชนเปนที่เดียวซึ่งบุคลิกภาพจะพัฒนาไดอยางเสรี
(2)การใชสิทธิเสรีภาพตองอยูภายใตกฎหมาย
(3)สิทธิเสรีภาพจะใชขัดกับความมุงประสงคและหลักการของสหประชาชาติไมได
30.ขอความปฏิญญานี้ ไมเปดชองที่จะแปลความไดวาใหบุคคลใดๆที่จะประกอบกิกรรมหรือทําลาย
สิทธิเสรีภาพใดๆบบรดาที่ไดระบุไวในบทบัญญัติฉบับนี้
5. บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน
• ใหความคุมครอสิทธิ เสรีภาพ และสิทธิมนุษยชนในดานตางๆ
• จัดตั้งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ คณะกรรมการเปนองคกรอื่นตามรัฐธรรมนูญ ประธาน
1 คน และกรรมการ6คน กษัตริยทรงแตงตั้ง วาระ 6 ป ดํารงตําแหนงไดวาระเดียว
• คณะกรรมการสิทธิมนุษยชาติ มีอํานาจหนาที่ดังนี้
1) ตรวจสอบและรายงานการกระทําที่เปนการละเมิดสิทธิมนุษยชน
หรือไมเปนไปตามพันธกรณีระหวางประเทศที่มีไทยเปนภาคี เสนอมาตรการแกไข
2) เสนอเรื่องความเห็นตอศาลรัฐธรรมนูญ
กรณีที่เห็นชอบตามที่มีผูรองเรียนบทบัญญัติแหงกฎหมายใดกระทบตอสิทธิมนุษยชนและ
มีปญหาเกี่ยวกับควมชอบดวยรัฐธรรมนูญ
3) เสนอเรื่องพรอมดวยความเห็นตอศาลปกครอง กรณีที่เห็นชอบตามที่มีผูรองเรียนวากฎ
คําสั่ง หรือการกระทําใดๆในทางปกครองกระทบตอสิทธิมนุษยชน
และมีปญหาเกี่ยวกับความชอบดวยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย
4) ฟองคดีตอศาลยุติธรรมแทนผูเสียหายเมื่อไดรับการองขอจากผูเสียหายและเปนกรณีที่เห็น
สมควร
5) เสนอนโยบายและขอเสนอในการปรับปรุงกฎหมายและกฎตอรัฐสภา หรือ ครม.
6) สงเสริมการศึกษา การวิจัย และการเผยแพรความรูดานสิทธิมนุษยชน
7) สงเสริมความรวมมือและการประสานงานระหวางหนวยงานตางๆดานสิทธิมนุษยชน
8) ทํารายงานประจําปเพื่อประเมินสถานการณสิมธิมนุษยชนในประเทศและเสนอตอรัฐสภา
9) อํานาจหนาที่อื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ
• คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ
มีอํานาจเรียกเอกสารหรือหลักฐานตางๆจากบุคใดหรือมาใหถอยคํา
และอํานาจอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ
• รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 เพิ่มอํานาจใหคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ
เพื่อใหสามารถยื่นคําฟองตอศาลไดโดยตรง
กรณีที่มีผูรองวามีกฎหมายที่ขัดตอรัฐธรรมนูญและสิทธิมนุษยชน
หรือมีการกระทําที่ขัดตอสิทธิมนุษยชนและกฤหมายรัฐธรรมนูญ
จะสามารถดําเนินคดีในศาลแทนประชาชนที่ไดรับความเสียหายได
6. ปญหาสิทธิมนุษยชนในประเทศและแนวทางการแกปญหา
สถานการณการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย
ดานเด็ก เยาวชนและครอบครัว
การเปลี่ยนแปลงดานเศรษฐกิจและสังคมที่ผานมาสงผลใหสถาบันครอบครัวไทยออนแอลงทั้งในแงของ
ศักยภาพบุคคลและการสรางภูมิตานทานใหแกเด็ก มีการทํารายเด็กโดยบุคคลในครอบครัวเกิดปญหาตางๆ
เชนปญหายาเสพติด การลวงละเมิดทางเพศ การใชแรงงานเด็ก
ดานการปรับปรุงกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม
การคุมครองผูตองหาตองคํานึงถึงคุณคาและศักดิ์ศรีความเปนมนุษยใหมากขึ้นแตในทางปฏิบัติเปนไปได
ยากเนื่องจากการพิจารณาคดียังลาชา การปฏิบัติตอผูอยูในเรือนจํา กระบวนการสอบสวนและประกันตัว
นอกจากนี้ ยังมีกฎหมายจํานวนมากที่ยังไมรับรองสิทธิของประชาชนและชุมชน โดยเฉพาะการจัดการ
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม
ดานนโยบายทางสังคม
รัฐธรรมนูญไดคุมครองไมใหมีการเลือกปฏิบัติตอกลุมที่แตกตางกันไมวาดานใด กําหนดใหมีมาตรการ
สงเสริมความเสมอภาค คุมครองไมใหมีการใชความรุนแรงในครอบครัว คุมครองผูใชแรงงานแตก็ยังมีการ
ละเมิดสิทธิมนุษยชนอยูมาก
ดานทรัพยากรธรรมชาติและสิทธิมนุษยชน
ปญหาการขาดแคลนทรัพยากรในระดับโลกกําลังทวีความรุนแรงมากขึ้นในขณะที่คุณคาเชิงพาณิชยและ
อุตสาหกรรมของทรัพยากรชีวภาพและความหลากหลายของประเทศไทยกลับเพิ่มขึ้น มีภัยคุกคามจาก
ตางชาติ แหลงตนน้ําถูกทําลาย
แนวทางการแกปญหาและการพัฒนา
ประเทศไทยควรมีการพิจารณาเพื่อเขาเปนภาคีในอนุสัญญาตางๆเพิ่มเติมรวม
รัฐควรมีแนวทางดังนี้
*สงเสริมและพัฒนาสถาบันครอบครัวใหมีความเขมแข็ง
*ปรับปรุงและพัฒนากฏหมาย ใหสอดคลองกับแนวนโยบายพื้นฐานแหงรัฐและเจตนารมณของรัญฐ
ธรรมนูญ
*กําหนดใหมีมาตรการสงเสริมความเสมอภาค
*มีการรับรองสิทธิมนุษยชนในดานภูมิปญญาทองถิ่นและมีสวนรวมในการดูแลรักษา
กลไกของรัฐเปนเครื่องมือที่สําคัญในการบังคับใชกฏหมาย มีบทบาทอยางมากในการคุมครองสิทธิ
มนุษยชน
รัฐธรรมนูญ 2550 ไดรับรองสิทธิ เสรีภาพ และสิทธิมนุษยชนใหแกประชาชนทุกคนอยางเทาเทียมกัน การ
ละเมิดสิทธิมนุษยชนกอใหเกิดความไมสงบขึ้นในสังคม
หนวยงานของรัฐที่ใหความคุมครองสิทธิมนุษยชนตามรัฐธรรมนูญ2550ไดแกคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
แหงชาติ ผูตรวจการแผนดิน ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ฝายนิติบัญญัติ ฝายบริหารและฝาย
ตุลาการ
การดําเนินการ
1.การรองเรียนตอคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ
2.การดําเนินคดีอาญาการฟองคดีที่มีโทษทางอาญาตอศาลยุติธรรมเปนกรณีที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนจาก
บุคคลในสังคมสามารถดําเนินการได2วิธี
*การที่ผูเสียหายไปรองทุกข(แจงความ)กับเจาหนาที่ตํารวจ(พนักงานสอบสวน)โดยทางผูเสียหายไมตอง
ดําเนินคดีฟองรองตอศาลเอง
*การที่ผูเสียหายดําเนินคดีฟองรองตอศาลเอง ตองหาทนายและหลักฐานเอง
3.การดําเนินคดีทางแพง ฟองคดีเพื่อเรียกรองคาเสียหายจากผูกระทําผิดตอศาลยุติธรรม ตองหาทนายความ
มาเองเพื่อใหมีการดําเนินคดีทางแพง เรียกรองคาเสียหายจากผูกระทําผิด
4.การดําเนินคดีปกครอง กรณีเจาหนาที่ของรัฐกระทําการไมชอบดวยกฏหมายหรือละเลยตอการปฎิบัติ
หนาที่ทําใหประชาชนไดรับความเสียหาย
5.การดําเนินการอื่นๆ
*รองเรียนตอผูตรวจการแผนดิน ในกรณีที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน
*การเขารับคําปรึกษาจากสํานักงานคุมครองสิทธิและชวยเหลือทางกฏหมายแกประชาชนของสํานักอัยการ
สูงสุดและสภาทนายความ ทั่วประเทศ
*การรองขอใหศาลรัฐธรรมนูญวิวนิจฉัยวากฏหมายใดขัดกับรัฐธรรมนูญ
*การรองเรียนไปยังหนวยงานและผูประกอบการที่เกี่ยวของ
นอกจากนี้ยังมีองกกรภาคเอกชน NGO ที่ดําเนินการเพื่อปกปองคุมครองสิทธิ เสรีภาพ และสิทธิมนุษยชน
โดยไมแสวงหากําไร เชน กลุมประสานงานศาสนาเพื่อสังคม มูลนิธิดวงประทีป มูลนิธิเด็ก และกลุมเพื่อน
หญิง
อางอิง : หนังสือหนาที่พลเมือง ม.4

ใบงาน ม.2

  • 1.
    บทที่ 9 สิทธิมนุษยชน 1ความหมายและความสําคัญของสิทธิมนุษยชน สิทธิมนุษยชน หมายถึง ศักดิ์ศรีความเปนมนุษย สิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาคของบุคคลที่ไดรับรอง หรือคุมครองตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย หรือตามกฎหมายไทย หรือตามสนธิสัญญาที่ประเทศ ไทยมีพันธกรณีที่จะตองปฏิบัติตาม หลักการที่สําคัญสุดก็คือ มนุษยทุกคนมีศักดิ์ศรีของความเปนมนุษย สิทธิมนุษยชนจึงเปนสิ่งที่รัฐธรรมนูญ มุงที่จะใหความคุมครองแกบุคคลทุกคน 2.แนวคิดและหลักการสิทธิมนุษยชน -สิทธิมนุษยชน(Human Rights) เกิดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เพราะผลของสงครามนํามาซึ่งความ โหดราย -สหประชาชาติรับรองปฏิญญาสากล วาดวยสิทธิมนุษยชนถูกสรางขึ้นบนพื้นฐานของกฎเกณฑที่ละเมิด ไมได ไดแก สิทธิในชีวิต สิทธิในการเปนมนุษยโดยสมบูรณ สิทธิในการแสดงออกทางความคิด สิทธิใน การรวมกลุมสังคมกับคนอื่นดวยวิถีสันติ ปลอดจากการทรมาน และการกระทําที่ลดความเปนมนุษย -หลักการสําคัญของสิทธิมนุษยชน คือ ความเสมอภาค สิทธิ เสรีภาพ ของไทย กฎหมายที่รับรองสิทธิ มนุษยชนที่สําคัญ คือ รัฐธรรมนูญ 3. บทบาทขององคกรระหวางประเทศในเวทีโลกที่มีผลตอประเทศไทย • มีการจัดตั้งองคการสหประชาชาติ (UN) ในวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2488 หลังสงครามโลกครั้งที่สอง เพื่อคุมครองและสงเสริมเสรีภาพ ดํารงไวซึ่งสันติภาพและความมั่นคงระหวางประเทศ • องคการสหประชาชาติไดมีการประชุมใหญและลงมติรับรอง กฎบัตรสหประชาชาติ ซึ่งรับรองสิทธิของบุคคล ทําใหตอมา สมัชชาใหญสหประชาชาติลงมติรับรองและประกาศ ปฎิญญาสากลวาดวยสิทธิมนุษยชน ในวันที่ 10 ธันวาคม 2491 ซึ่งเปนหลักการสําคัญในการคุมครองสิทธิมนุษยชน (ถือวา วันที่ 10 ธันวาคมของทุกปเปนวันสิทธิมนุษยชนแหงสหประชาชาติ) • สํานักงานใหญองคการสหประชาชาติอยูที่นครนิวยอรก สหรัฐอเมริกา มีสมาชิก 192 ประเทศ • องคการสหประชาชาติประกอบดวยองคกรหลัก 6 องคกร คือ
  • 2.
    1) สมัชชาแหงสหประชาชาติ กําหนดแนวทางการปฎิบัติงานขององคกร พิจาราเกี่ยวกับสันติภาพและความมั่นคงระหวางประเทศทุกประเทศใน UN เปนสมาชิก 2) คณะมนตรีความมั่นคง สอบสวนกรณีพิพาทระหวางประเทศ ทําหนาที่รวมกับสมัชชาฯเลือกตั้งผูพิพากษาศาลยุติธรรมระหวางประเทศ มีสมาชิกถาวร 5 ประเทศ(จีน ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร รัสเซีย อเมริกา) และไมถาวร 10 ประเทศ 3) คณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคม ใหคําแนะนําในดานตางๆ มีสมาชิก 54 ประเทศ ทุกปจะเลือกตั้งประเทศที่พนตําแหนงปละ 18 ประเทศ 4) คณะมนตรีภาวะทรัสตี พิจารณารายงานของระเทศที่ปกครองดินแดน ดูแลดินแดนที่ยังไมไดเอกราชใหไดเอกราช 5) ศาสยุติธรรมระหวางประเทศ มีผูพิพากษา 15 คน คณะมนตรีความมั่นคงและสมัชชาฯเปนคนเลือก พิจารณาขอขัดแยงทางกฎหมายที่แตละประเทศเสนอตอศาล ใหคําแนะนําตัวบทกฎมายตามคํารองขอจากองคกรในUN แตรียมรางอนุสัญญาและสนธิสัญญาที่กําหนดแนวทางปฏิบัติระหวางชาติ 6) สํานักงานเลขาธิกรแหงสหประชาชาติ เลขาธิการสหประชาชาติเปนหัวหนาฝายบริหารของสหประชาชาติ ประสานงานกับหนวยงนของUN ปฎิบัติหนาที่ที่ไดรับมอบหมาย จัดทํารายงานประจําปเกี่ยวกับสหประชาชาติเหนอตอสมัชชาฯ ปฎิญญาสากลวาดวยสิทธิมนุษยชน • ไทยไดรวมลงมติในวันที่ 10 ธันวาคม 2491ในฐานะสมาชิกองคการสหประชาชาติ ก็ตองเคารพตอหลักการและนําหลักการที่บัญญัติไวในปฎิญญาสากลมาเปนแนวทางสงเสริมและคุ มครองสิทธิมนุษยชนในไทย ไดแก 1) เอาหลักในปฎิญญาสากลมาบัญญัติรับรองในรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย 2) จัดตั้งองคกรเพื่อสงเสริมและคุมครองสิทธิมนุษยชนระดับชาติ ตามหลักการที่องคการสหประชาชาติกําหนดไว 3) เขาเปนภาคีขอตกลงระหวางประเทศวาดวยสิทธิมนุษยชนที่สหประชาชาติไดจัดทําขึ้น ซึ่งไทยเขาเปนภาคีมาแลว 7 ฉบับ 4.สาระสําคัญของปฏิญญาสากลวาดวยสิทธิมนุษยชน -ปฏิญญาสากลวาดวยสิทธิมนุษยชน(Universal Declaration of Human Rights : UDHR) เปนการประกาศ
  • 3.
    เจตนารมณในความรวมมือระหวางประเทศในการวางกรอบเบื้องเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน เปนฉบับแรกของ โลก -มีเนื้อหา30 ขอแบงได 4 สวน 1หลักการสําคัญของมนุษยชน (ขอ1-2) 2 สิทธิของพลเมืองและสิทธิทางการเมือง(ขอ3-21) 3 สิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม(ขอ22-27) 4 หนาที่ของบุคคล สังคม และรัฐ(ขอ28-30) 1 หลักการสําคัญของมนุษยชน 1. มนุษยทั้งหลายมีอิสรเสรี เทาเทียมกัน 2.บุคคลชอบที่จะมีสิทธิตามปฏิญญานี้ โดยไมแบงแยก เชน สีผิว เชื้อชาติ เพศ ภาษา 2 สิทธิของพลเมืองและสิทธิทางการเมือง 3.บุคคลมีสิทธิในการดํารงชีวิต 4.บุคคลจะถูกบังคับใหเปนทาส หรือภาวะจํายอมไมได 5.บุคคลจะถูกทรมาน หรือลงทัณฑ หยามเกียรติไมได 6.ทุกๆคนมีสิทธิไดรับการยอมรับเปนคนในกฎหมาย 7.ทุกคนเสมอภาคกันในกฎหมาย 8.บุคคลมีสิทธิไดรับการเยียวยาโดยศาลแหงชาติซึ่งมีอํานาจเนื่องจากการละเมิดตอสิทธิขั้นมูลฐาน 9.บุคคลจะถูกกักขัง หรือเนรเทศโดยพลการไมได 10.บุคคลชอบที่จะเทาเทียมกันอยางบริบูรณ 11.(1) บุคคลที่ถูกกลาวหาทางอาญา มีสิทธิไดรับการสันนิษฐานไวกอนวาบริสุทธิ์ จนกวาจะมีการ พิสูจน (2) บุคคลจะถูกถือวามีความผิดทางอาญาซึ่งในขณะที่มีการกระทํานั้นไมไดระบุวาเปนความผิดทาง อาญา ไมได และลงโทษหนักกวาโทษที่ใชในความผิดทางอาญานั้นไมได 12.ทุกคนมีสิทธิไดรับการคุมครองตามกฎหมายหากกถูกสอดแทรกโดยพลการในกิจสวนตัว 13.(1)บุคคลมีสิทธิในการเคลื่อนยายในขอบเขตดินแดนของแตละรัฐ
  • 4.
    (2)บุคคลมีสิทธิออกจากประเทศและกลับสูบานเกิดเมืองนอน 14.(1)บุคคลมีสิทธิแสวงหาและพักพิงในประเทศอื่นเพื่อลี้ภัยจากการถูกกดขี่ (2)สิทธินี้กลาวอางไมไดในการฟองคดี 15.(1)บุคคลมีสิทธิในการถือสัญชาติ (2)ไมสามารถถอนสัญชาติโดยพลการได 16.(1)ชายหญิงที่เจริญวัยบริบูรณแลวมีสิทธิที่จะสมรสกันโดยไมมีขอจํากัดใดๆ (2)การสมรสจะทําไดตองเต็มใจของทั้งคู (3)ครอบครัวเปนพื้นฐานทางสังคม 17.(1)มีสิทธิเปนเจาของทรัพยสิน (2)ยึดทรัพยสินโดยพลการไมได 18.มีเสรีภาพทางความคิด มโนธรรม และศาสนา 19.มีสิธิในการแสดงออก 20.(1)มีสิทธิเสรีภาพในการชุมนุม (2)บังคับบุคคลใหเปนสมาชิกของสมาคมไมได 21.(1)บุคคลมีสิทธิเขารวมรัฐบาลของตน (2)มีสิทธิเขาถึงบริการสาธารณะ (3)เจตจํานงของประชาชนจะเปนฐานอํานาจของรัฐบาล 3 สิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม 22.บุคคลมีสิทธิในความมั่นคงของสังคม ไดรับผลทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม 23.(1)มีสิทธิเลือกงานไดอยางเสรี (2)มีสิทธิไดรับคาตอบแทนเทากัน (3)บุคคลทํางานมีสิทธิไดรายไดที่ยุติธรรม (4)มีสิทธิเขารวมกอตั้ง และเขารวมสหภาพแรงงาน 24.มีสิทธิในการพักผอนและเวลาวาง 25.(1)มีสิทธิในการครองชีพที่เพียงพอสําหรับสุขภาพ (2)มารดาและบุตรชอบที่จะไดรับการดูแลและความชวยเหลือเปนพิเศษ 26.(1)บุคคลมีสิทธิในการศึกษา (2)การศึกษามุงไปทางการพัฒนาบุคลิกภาพของมนุษยอยางเต็มที่
  • 5.
    (3)ผูปกครองมีสิทธิกอนผูอื่นที่จะเลือกชนิดของการศึกษา 27.(1)มีสิทธิเขารวมการใชชีวิตดานวัฒนธรรมในประชาคมอยางเสรี (2)มีสิทธิไดรับการคุมครองประโยชนดานศีลธรรม 4 หนาที่ของบุคคล สังคมและรัฐ 28.บุคคลชอบที่จะไดรับผลประโยชนจากระเบียบสังคมและระหวางประเทศ 29.(1)บุคคลที่มีหนาตอประชาชนเปนที่เดียวซึ่งบุคลิกภาพจะพัฒนาไดอยางเสรี (2)การใชสิทธิเสรีภาพตองอยูภายใตกฎหมาย (3)สิทธิเสรีภาพจะใชขัดกับความมุงประสงคและหลักการของสหประชาชาติไมได 30.ขอความปฏิญญานี้ ไมเปดชองที่จะแปลความไดวาใหบุคคลใดๆที่จะประกอบกิกรรมหรือทําลาย สิทธิเสรีภาพใดๆบบรดาที่ไดระบุไวในบทบัญญัติฉบับนี้ 5. บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน • ใหความคุมครอสิทธิ เสรีภาพ และสิทธิมนุษยชนในดานตางๆ • จัดตั้งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ คณะกรรมการเปนองคกรอื่นตามรัฐธรรมนูญ ประธาน 1 คน และกรรมการ6คน กษัตริยทรงแตงตั้ง วาระ 6 ป ดํารงตําแหนงไดวาระเดียว • คณะกรรมการสิทธิมนุษยชาติ มีอํานาจหนาที่ดังนี้ 1) ตรวจสอบและรายงานการกระทําที่เปนการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือไมเปนไปตามพันธกรณีระหวางประเทศที่มีไทยเปนภาคี เสนอมาตรการแกไข 2) เสนอเรื่องความเห็นตอศาลรัฐธรรมนูญ กรณีที่เห็นชอบตามที่มีผูรองเรียนบทบัญญัติแหงกฎหมายใดกระทบตอสิทธิมนุษยชนและ มีปญหาเกี่ยวกับควมชอบดวยรัฐธรรมนูญ 3) เสนอเรื่องพรอมดวยความเห็นตอศาลปกครอง กรณีที่เห็นชอบตามที่มีผูรองเรียนวากฎ คําสั่ง หรือการกระทําใดๆในทางปกครองกระทบตอสิทธิมนุษยชน และมีปญหาเกี่ยวกับความชอบดวยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย 4) ฟองคดีตอศาลยุติธรรมแทนผูเสียหายเมื่อไดรับการองขอจากผูเสียหายและเปนกรณีที่เห็น สมควร 5) เสนอนโยบายและขอเสนอในการปรับปรุงกฎหมายและกฎตอรัฐสภา หรือ ครม. 6) สงเสริมการศึกษา การวิจัย และการเผยแพรความรูดานสิทธิมนุษยชน 7) สงเสริมความรวมมือและการประสานงานระหวางหนวยงานตางๆดานสิทธิมนุษยชน 8) ทํารายงานประจําปเพื่อประเมินสถานการณสิมธิมนุษยชนในประเทศและเสนอตอรัฐสภา
  • 6.
    9) อํานาจหนาที่อื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ • คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ มีอํานาจเรียกเอกสารหรือหลักฐานตางๆจากบุคใดหรือมาใหถอยคํา และอํานาจอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ •รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 เพิ่มอํานาจใหคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ เพื่อใหสามารถยื่นคําฟองตอศาลไดโดยตรง กรณีที่มีผูรองวามีกฎหมายที่ขัดตอรัฐธรรมนูญและสิทธิมนุษยชน หรือมีการกระทําที่ขัดตอสิทธิมนุษยชนและกฤหมายรัฐธรรมนูญ จะสามารถดําเนินคดีในศาลแทนประชาชนที่ไดรับความเสียหายได 6. ปญหาสิทธิมนุษยชนในประเทศและแนวทางการแกปญหา สถานการณการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ดานเด็ก เยาวชนและครอบครัว การเปลี่ยนแปลงดานเศรษฐกิจและสังคมที่ผานมาสงผลใหสถาบันครอบครัวไทยออนแอลงทั้งในแงของ ศักยภาพบุคคลและการสรางภูมิตานทานใหแกเด็ก มีการทํารายเด็กโดยบุคคลในครอบครัวเกิดปญหาตางๆ เชนปญหายาเสพติด การลวงละเมิดทางเพศ การใชแรงงานเด็ก ดานการปรับปรุงกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม การคุมครองผูตองหาตองคํานึงถึงคุณคาและศักดิ์ศรีความเปนมนุษยใหมากขึ้นแตในทางปฏิบัติเปนไปได ยากเนื่องจากการพิจารณาคดียังลาชา การปฏิบัติตอผูอยูในเรือนจํา กระบวนการสอบสวนและประกันตัว นอกจากนี้ ยังมีกฎหมายจํานวนมากที่ยังไมรับรองสิทธิของประชาชนและชุมชน โดยเฉพาะการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ดานนโยบายทางสังคม
  • 7.
    รัฐธรรมนูญไดคุมครองไมใหมีการเลือกปฏิบัติตอกลุมที่แตกตางกันไมวาดานใด กําหนดใหมีมาตรการ สงเสริมความเสมอภาค คุมครองไมใหมีการใชความรุนแรงในครอบครัวคุมครองผูใชแรงงานแตก็ยังมีการ ละเมิดสิทธิมนุษยชนอยูมาก ดานทรัพยากรธรรมชาติและสิทธิมนุษยชน ปญหาการขาดแคลนทรัพยากรในระดับโลกกําลังทวีความรุนแรงมากขึ้นในขณะที่คุณคาเชิงพาณิชยและ อุตสาหกรรมของทรัพยากรชีวภาพและความหลากหลายของประเทศไทยกลับเพิ่มขึ้น มีภัยคุกคามจาก ตางชาติ แหลงตนน้ําถูกทําลาย แนวทางการแกปญหาและการพัฒนา ประเทศไทยควรมีการพิจารณาเพื่อเขาเปนภาคีในอนุสัญญาตางๆเพิ่มเติมรวม รัฐควรมีแนวทางดังนี้ *สงเสริมและพัฒนาสถาบันครอบครัวใหมีความเขมแข็ง *ปรับปรุงและพัฒนากฏหมาย ใหสอดคลองกับแนวนโยบายพื้นฐานแหงรัฐและเจตนารมณของรัญฐ ธรรมนูญ *กําหนดใหมีมาตรการสงเสริมความเสมอภาค *มีการรับรองสิทธิมนุษยชนในดานภูมิปญญาทองถิ่นและมีสวนรวมในการดูแลรักษา กลไกของรัฐเปนเครื่องมือที่สําคัญในการบังคับใชกฏหมาย มีบทบาทอยางมากในการคุมครองสิทธิ มนุษยชน รัฐธรรมนูญ 2550 ไดรับรองสิทธิ เสรีภาพ และสิทธิมนุษยชนใหแกประชาชนทุกคนอยางเทาเทียมกัน การ ละเมิดสิทธิมนุษยชนกอใหเกิดความไมสงบขึ้นในสังคม หนวยงานของรัฐที่ใหความคุมครองสิทธิมนุษยชนตามรัฐธรรมนูญ2550ไดแกคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แหงชาติ ผูตรวจการแผนดิน ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ฝายนิติบัญญัติ ฝายบริหารและฝาย ตุลาการ
  • 8.
    การดําเนินการ 1.การรองเรียนตอคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ 2.การดําเนินคดีอาญาการฟองคดีที่มีโทษทางอาญาตอศาลยุติธรรมเปนกรณีที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนจาก บุคคลในสังคมสามารถดําเนินการได2วิธี *การที่ผูเสียหายไปรองทุกข(แจงความ)กับเจาหนาที่ตํารวจ(พนักงานสอบสวน)โดยทางผูเสียหายไมตอง ดําเนินคดีฟองรองตอศาลเอง *การที่ผูเสียหายดําเนินคดีฟองรองตอศาลเอง ตองหาทนายและหลักฐานเอง 3.การดําเนินคดีทางแพง ฟองคดีเพื่อเรียกรองคาเสียหายจากผูกระทําผิดตอศาลยุติธรรมตองหาทนายความ มาเองเพื่อใหมีการดําเนินคดีทางแพง เรียกรองคาเสียหายจากผูกระทําผิด 4.การดําเนินคดีปกครอง กรณีเจาหนาที่ของรัฐกระทําการไมชอบดวยกฏหมายหรือละเลยตอการปฎิบัติ หนาที่ทําใหประชาชนไดรับความเสียหาย 5.การดําเนินการอื่นๆ *รองเรียนตอผูตรวจการแผนดิน ในกรณีที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน *การเขารับคําปรึกษาจากสํานักงานคุมครองสิทธิและชวยเหลือทางกฏหมายแกประชาชนของสํานักอัยการ สูงสุดและสภาทนายความ ทั่วประเทศ *การรองขอใหศาลรัฐธรรมนูญวิวนิจฉัยวากฏหมายใดขัดกับรัฐธรรมนูญ *การรองเรียนไปยังหนวยงานและผูประกอบการที่เกี่ยวของ นอกจากนี้ยังมีองกกรภาคเอกชน NGO ที่ดําเนินการเพื่อปกปองคุมครองสิทธิ เสรีภาพ และสิทธิมนุษยชน โดยไมแสวงหากําไร เชน กลุมประสานงานศาสนาเพื่อสังคม มูลนิธิดวงประทีป มูลนิธิเด็ก และกลุมเพื่อน หญิง อางอิง : หนังสือหนาที่พลเมือง ม.4