Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
teaw-sirinapa
1,492 views
บทที่ 17
Read more
0
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Downloaded 15 times
1
/ 24
2
/ 24
3
/ 24
4
/ 24
5
/ 24
6
/ 24
7
/ 24
8
/ 24
9
/ 24
10
/ 24
11
/ 24
12
/ 24
13
/ 24
14
/ 24
15
/ 24
16
/ 24
17
/ 24
18
/ 24
19
/ 24
20
/ 24
21
/ 24
22
/ 24
23
/ 24
24
/ 24
More Related Content
PDF
บทที่ 16
by
teaw-sirinapa
PDF
บทที่ 15
by
teaw-sirinapa
PDF
บทที่ 11
by
teaw-sirinapa
PDF
ข้อมูลโคร..[1]
by
สุภาวดี พร้อมพงษา
PDF
มุมมองผู้บริหาร
by
Mr-Dusit Kreachai
PDF
Loadแนวข้อสอบ เจ้าพนักงานและฝึกวิชาชีพ (ผู้ช่วยแม่บ้าน) กรมพินิจและคุ้มครองเ...
by
nawaporn khamseanwong
PDF
2555 Thailand e-Government Report
by
Boonlert Aroonpiboon
PDF
ICT 2020
by
Boonlert Aroonpiboon
บทที่ 16
by
teaw-sirinapa
บทที่ 15
by
teaw-sirinapa
บทที่ 11
by
teaw-sirinapa
ข้อมูลโคร..[1]
by
สุภาวดี พร้อมพงษา
มุมมองผู้บริหาร
by
Mr-Dusit Kreachai
Loadแนวข้อสอบ เจ้าพนักงานและฝึกวิชาชีพ (ผู้ช่วยแม่บ้าน) กรมพินิจและคุ้มครองเ...
by
nawaporn khamseanwong
2555 Thailand e-Government Report
by
Boonlert Aroonpiboon
ICT 2020
by
Boonlert Aroonpiboon
Viewers also liked
PDF
บทที่ 6
by
teaw-sirinapa
PDF
บทที่ 8
by
teaw-sirinapa
PPT
นันทนาการ
by
chonchai55
PDF
บทที่ 9
by
teaw-sirinapa
PDF
บทที่ 4
by
teaw-sirinapa
PDF
บทที่ 2
by
teaw-sirinapa
PDF
บทที่ 13
by
teaw-sirinapa
PDF
บทที่ 7
by
teaw-sirinapa
PDF
ประเภทของนันทนาการ
by
nok_bb
PDF
บทที่ 3
by
teaw-sirinapa
PDF
บทที่ 5
by
teaw-sirinapa
PDF
ประวัติศาสตร์นันทนาการ
by
teaw-sirinapa
PPTX
การนันทนาการ
by
Chamchang
DOCX
ใบความรู้ การจัดนันทนาการ
by
teaw-sirinapa
PDF
บทที่ 12
by
teaw-sirinapa
PDF
บทที่ 10
by
teaw-sirinapa
PDF
บทที่ 14
by
teaw-sirinapa
บทที่ 6
by
teaw-sirinapa
บทที่ 8
by
teaw-sirinapa
นันทนาการ
by
chonchai55
บทที่ 9
by
teaw-sirinapa
บทที่ 4
by
teaw-sirinapa
บทที่ 2
by
teaw-sirinapa
บทที่ 13
by
teaw-sirinapa
บทที่ 7
by
teaw-sirinapa
ประเภทของนันทนาการ
by
nok_bb
บทที่ 3
by
teaw-sirinapa
บทที่ 5
by
teaw-sirinapa
ประวัติศาสตร์นันทนาการ
by
teaw-sirinapa
การนันทนาการ
by
Chamchang
ใบความรู้ การจัดนันทนาการ
by
teaw-sirinapa
บทที่ 12
by
teaw-sirinapa
บทที่ 10
by
teaw-sirinapa
บทที่ 14
by
teaw-sirinapa
Similar to บทที่ 17
PDF
คู่มือการทำงานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย
by
Influencer TH
PDF
Youth project documents
by
worachak11
PDF
มุมมองพี่เลี้ยง
by
Mr-Dusit Kreachai
PDF
พรบ.สภาเด็กและเยาวชน
by
atchariya kerdnongsang
PDF
บทบาทหน้าที่กรรมการสงเคราะห์และเครือข่าย
by
สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดชัยภูมิ
PDF
หนังสืออนุสรณ์ การฝึกอบรมมเยาวชนสัมพันธ์ รุ่นที่ 377
by
YWSP
PDF
Prevention of Children from drowning
by
csip.org > slide ความปลอดภัยในเด็ก
PDF
ศูนย์เรียนรู้ฯ สมเด็จพิทยาคม
by
สุรจักษ์ ชีวิตคือการเรียนรู้
PDF
เอกสารประกอบการพิจารณา
by
Pinmanas Kotcha
PDF
ข้อมูลโคร..[1]
by
สุภาวดี พร้อมพงษา
PDF
โครงการเพื่อขับเคลื่อนงานเด็กและเยาวชนแบบบูรณาการระดับจังอุบลราชธานี
by
Mr-Dusit Kreachai
PDF
6.ส่วนที่ 2
by
Junior Bush
PDF
ยางนา ฉบับที่ 69
by
Mr-Dusit Kreachai
PDF
ยางนา ฉบับที่ 67
by
Mr-Dusit Kreachai
PDF
21 Nov.2014 childlife
by
joansr9
PDF
TSMT Journal16 (วารสาร สควค. ฉบับที่ 16)
by
SAKANAN ANANTASOOK
PDF
Art book
by
Suppanat Uthaisri
PDF
สิทธิมนุษยชน
by
ThawankoRn Yenglam
PDF
6กลุ่มกิจการนักเรียน57
by
somdetpittayakom school
DOCX
โครงการช่วยเหลือเจือปัน
by
Pawitporn Piromruk
คู่มือการทำงานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย
by
Influencer TH
Youth project documents
by
worachak11
มุมมองพี่เลี้ยง
by
Mr-Dusit Kreachai
พรบ.สภาเด็กและเยาวชน
by
atchariya kerdnongsang
บทบาทหน้าที่กรรมการสงเคราะห์และเครือข่าย
by
สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดชัยภูมิ
หนังสืออนุสรณ์ การฝึกอบรมมเยาวชนสัมพันธ์ รุ่นที่ 377
by
YWSP
Prevention of Children from drowning
by
csip.org > slide ความปลอดภัยในเด็ก
ศูนย์เรียนรู้ฯ สมเด็จพิทยาคม
by
สุรจักษ์ ชีวิตคือการเรียนรู้
เอกสารประกอบการพิจารณา
by
Pinmanas Kotcha
ข้อมูลโคร..[1]
by
สุภาวดี พร้อมพงษา
โครงการเพื่อขับเคลื่อนงานเด็กและเยาวชนแบบบูรณาการระดับจังอุบลราชธานี
by
Mr-Dusit Kreachai
6.ส่วนที่ 2
by
Junior Bush
ยางนา ฉบับที่ 69
by
Mr-Dusit Kreachai
ยางนา ฉบับที่ 67
by
Mr-Dusit Kreachai
21 Nov.2014 childlife
by
joansr9
TSMT Journal16 (วารสาร สควค. ฉบับที่ 16)
by
SAKANAN ANANTASOOK
Art book
by
Suppanat Uthaisri
สิทธิมนุษยชน
by
ThawankoRn Yenglam
6กลุ่มกิจการนักเรียน57
by
somdetpittayakom school
โครงการช่วยเหลือเจือปัน
by
Pawitporn Piromruk
More from teaw-sirinapa
PDF
ขั้นตอนการจัดกิจกรรมนันทนาการ
by
teaw-sirinapa
PDF
บทที่ 1
by
teaw-sirinapa
PDF
สังคมคุณภาพชีวิตและนันทนาการ
by
teaw-sirinapa
PDF
นันทนาการ
by
teaw-sirinapa
DOCX
ประมวลรายวิชา นันทนาการ
by
teaw-sirinapa
PDF
รายงานการประชุมครั้งที่ 1
by
teaw-sirinapa
PPTX
การจัดและบริหารนันทนาการ
by
teaw-sirinapa
DOC
ปฏิบัติการที่ 8 power pointครั้งที่ 1
by
teaw-sirinapa
DOCX
1 สังคมคุณภาพชีวิตและนันทนาการ
by
teaw-sirinapa
PDF
ปฏิบัติการที่ 13 dreamweaver ครั้ง 2
by
teaw-sirinapa
DOC
ปฏิบัติการที่ 9 power pointครั้งที่ 2
by
teaw-sirinapa
PDF
ปฏิบัติการที่ 12 dreamweaver ครั้ง 1
by
teaw-sirinapa
DOCX
ปฏิบัติการที่ 10 __ตกแต่งภาพด้วยโปรแกรม_photoshop_ครั้งที่_1
by
teaw-sirinapa
ขั้นตอนการจัดกิจกรรมนันทนาการ
by
teaw-sirinapa
บทที่ 1
by
teaw-sirinapa
สังคมคุณภาพชีวิตและนันทนาการ
by
teaw-sirinapa
นันทนาการ
by
teaw-sirinapa
ประมวลรายวิชา นันทนาการ
by
teaw-sirinapa
รายงานการประชุมครั้งที่ 1
by
teaw-sirinapa
การจัดและบริหารนันทนาการ
by
teaw-sirinapa
ปฏิบัติการที่ 8 power pointครั้งที่ 1
by
teaw-sirinapa
1 สังคมคุณภาพชีวิตและนันทนาการ
by
teaw-sirinapa
ปฏิบัติการที่ 13 dreamweaver ครั้ง 2
by
teaw-sirinapa
ปฏิบัติการที่ 9 power pointครั้งที่ 2
by
teaw-sirinapa
ปฏิบัติการที่ 12 dreamweaver ครั้ง 1
by
teaw-sirinapa
ปฏิบัติการที่ 10 __ตกแต่งภาพด้วยโปรแกรม_photoshop_ครั้งที่_1
by
teaw-sirinapa
บทที่ 17
1.
บทที่ 17 สำนักงำนคณะกรรมกำรส่งเสริมและประสำนงำนเยำวชนแห่งชำติ (ส.ย.ช.) ประวัติพัฒนำกำร
และกำรเคลื่อนไหว กี่ส่งเสริมเยาวชนเป็นนโยบายของประเทศไทยมาทุกยุคทุกสมัย ทั้งนี้เพราะเยาวชนเป็น ทรัพยากรธรรมชาติที่สาคัญยิ่งในอนาคตในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์หรือกาลังคน ในปี 2506 รัฐบาล ของ พณฯ ท่านจอลพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ มีมติให้จัดตั้งศูนย์รวมการศึกษาวิจัยปัญหาเยาวชน ซึ่งเป็นที่มา ของ ส.ย.ช. ในขณะนั้น รวมอยู่ในสภาวิจัยแห่งชาติ ในปี 2509 ได้มีการจัดเป็นหน่วยราชการ เรียกว่า สานักงานเยาวชนแห่งชาติ เป็นหน่วยงานอิสระสังกัดสานักนายกรัฐมนตรี ปี 2511 คณะรัฐมนตรีของจอม พลถนอม กิตติขจร ได้ให้ตั้ง คณะกรรมการร่างแผนการส่งเสริมเยาวชนแห่งชาติ ในปี 2514 หลังการปฏิบัติคณะกรรมการส่งเสริมเยาวชนแห่งชาติ ได้สลายตัวตามคาสั่งรัฐบาล และในปี 2516 คณะรัฐมนตรีมีมติในหลักการยกฐานะการแบ่งส่วนของราชการ จัดตั้งสานักงานเยาวชน แห่งชาติขึ้นเป็นหน่วยงานระดับกรม สังกัดสานักนายกรัฐมนตรี โดยมี นายเดโช สวนานนท์ เป็นเลขาธิการ เยาวชนแห่งชาติ ได้แบ่งหน่วยงานออกเป็น 4 กอง 1. สานักงานเลขานุการกรม 2. กองประสานเยาวชน 3. กองส่งเสริมและพัฒนาเยาวชน 4. กองฝึกอบรม และได้ประกาศนโยบายเยาวชนแห่งชาติ ฉบับที่ 1 ปี 2517 ส.ย.ช. ได้โอนจากสังกัดสานักนายกรัฐมนตรีไป ขึ้นกับกระทรวงศึกษาธิการ เปลี่ยนชื่อเป็น สานักงานส่งเสริมเยาวชน ปี 2520 ได้มีประกาศนโยบาย เยาวชนแห่งชาติ ฉบับที่ 2 ในปีต่อมา 2521 รัฐบาล พณฯ พลเอกเกรียงศักดิ์ ชนะนันท์ ตั้งสานักงาน ส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ อีกครั้งหนึ่ง พ.ศ. 2522 มีการประกาศนโยบายเยาวชนแห่งชาติ และได้ใช้มาจนถึงปัจจุบัน สาหรับสถานที่ทาการได้มีการโยกย้ายจากสานักนายกรัฐมนตรีไปกระทรวงศึกษาธิการ ที่กรมพล ศึกษาและตึก ป.ป.ป. และที่ตั้งเป็นสถานที่ทาการ สานักงานเยาวชนแห่งชาติ ถนนพิษณุโลก ตรงข้ามกับ ทาเนียบรัฐบาล จนกระทั้งปี 2528 ที่ได้ทาการถาวรของสานักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงาน แห่งชาติ เลขที่ 618/1 ถนนนิคม มักกะสัน เขตพญาไท กทม. 10400 โดยมี ดร. สายสุรี จุติกูล เป็น เลขาธิการคณะกรรมการ ส.ย.ช. ตั้งแต่ปี 2516 เป็นต้นมา กล่าวโดยสรุปในช่วง 25 ปี แห่งการจัดตั้งองค์กรการส่งเสริมเยาวชน อันเป็นโยบายของที่จะมุ่งมั่น พัฒนา และส่งเสริมเยาวชน ก็ต้องใช้ความพยายาม ที่จะกาหนดนโยบายแผนพัฒนา ตลอดจนปฏิบัติการ และองค์กรรองรับ แม้กระทั่งที่ทาการของ ส.ย.ช. ก็ต้องมีการโยกย้าย จาก สภาวิจัย สานักนายกรัฐมนตรี
2.
เป็นกระทรวงศึกษาธิการ และกลับมาสังกัดสานักนายกรัฐมนตรี จนได้ที่ทาการที่บริเวณนิคมมักกะสัน พญาไท. งานส่งเสริมเยาวชน
เป็นงานระดับชาติที่ต้องการความร่วมมือทุกฝ่ายจากองค์กรของรัฐบาล เอกชน อาสาสมัคร ซึ่งมีความจะเป็นที่จะต้องมีการร่วมมือ ประสานงานกันอย่างจริงจัง และการใช้แหล่ง งาน หรือ ปรัชญาทางนันทนาการจะช่วยให้เยาวชนได้สร้างเสริมประสบการณ์ และคุณภาพชีวิตในทวงที่ ตามวัตถุประสงค์ หน้าที่และความรับผิดชอบของสานักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ สานักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ มีอานาจหน้าที่ตามที่เขียนไว้ ในมาตรา 12 ของพระราชบัญญัติส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. 2521 รวม 11 ประการ คือ 1. ปฏิบัติงานธุรการของคณะกรรมการ 2. ปฏิบัติตามมติของคณะกรรมการหรือตามที่คณะกรรมการมอบหมาย 3. รวบรวม ศึกษา และวิจัยข้อมูลเกี่ยวกับเยาวชน เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริม ตลอดจนการป้ องกัน และแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับเยาวชน 4. จัดทาโครงการและแผนงานส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนในร่างกาย จิตใจ และสติปัญญาทางด้าน การฝึกอบรมวิชาชีพแขนงต่างๆ 5. จัดทาโครงการและแผนงานป้ องกันและแก้ไขปัญหาเยาวชนในด้านต่างๆ 6. ริเริ่มและเร่งรัดให้มีการส่งเสริมกิจกรรมของเยาวชนที่จะเป็นประโยชน์ในการกีฬา เศรษฐกิจ การเมือง และสังคมของประเทศ 7. จัดให้มีการฝึกอบรมผู้ซึ่งจะทางานด้านเยาวชน ตลอดจนส่งเสริมและร่วมมือกับเอกชนเพื่อการ ดาเนินการฝึกอบรมบุคคลดังกล่าว 8. ให้การสนับสนุนกิจการของเยาวชนตามโครงการที่เอกชนเสนอ 9. ร่วมมือและประสานงานกับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชนในการดาเนินการตามกฎหมาย เกี่ยวกับเยาวชน 10. ทาหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการประสานงาน เผยแพร่ และประชาสัมพันธ์งาน 11. ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานตามนโยบาย แผนงาน และโครงการเยาวชนแห่งชาติ และ รายงานให้คณะกรรมการทราบ
3.
ผลการดาเนินการของสานักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. 2530
– 2531 สานักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ ได้ดาเนินงานด้านการส่งเริม และประสานงานเยาวชน ที่สาคัญๆดังต่อไปนี้คือ 1. งานวิชากร 1.1 จัดสัมมนาระดับชาติและระดับภูมิภาคว่าด้วยการป้ องกันการทารุณและทอดทิ้งเด็ก โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ ผลการศึกษาระหว่างประเทศ และเพื่อสนับสนุนให้มี การกาหนดนโยบายและแสวงหามาตรการที่เหมาะสม และสามารถใช้ได้ในการคุ้มครอง ป้ องกัน และแก้ไข ปัญหาการทารุณและทอดทิ้งเด็กโดยเฉพาะเด็กที่ใช้แรงงานและเด็กที่โดนทอดทิ้งในระดับภาคเอเซีย โดนมี ผู้เข้าร่วมสัมมนาจานวน 118 คน จากประเทศต่างๆในเอเชีย 1.2 จัดการประชุมปฏิบัติการเจ้าหน้าที่เทศบาลในการจัดทาแผนพัฒนาเด็ก และเยาวชนในการประชุม ปฏิบัติการครั้งนี้ทาให้มีการดาเนินการจัดกิจกรรมพัฒนาเด็กและเยาวชนที่ไม่อยู่ในระบบให้ได้เรียนมาก ยิ่งขึ้น โดยมีการบรรจุแผนงาน / โครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนไว้ในแผนพัฒนาเทศบาลให้สอดคล้อง ตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2530 – 2534 จัดประชุม 2 รุ่น มีผู้เข้าร่วมการประชุมครั้งละ 60 คน 1.3 โครงการวิจัย - โครงการวิจัยที่ได้ดาเนินการเสร็จสิ้นแล้ว มี 2 เรื่อง คือ 1.3.1 การศึกษาเกี่ยวกับกระบวนการวางแผนประจาปีเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนในหน่วยงานระดับ ปฏิบัติ 1.3.2 การศึกษาลักษณะและรูปแบบการติดตามงานและการประเมินผลงานของโครงการหลักด้านการ พัฒนาเด็กและเยาวชน ผลงานวิจัยทั้งสองเรื่องดังกล่าว ได้ใช้เป็นแนวทางการกาหนดนโยบายและมาตรการการส่งเสริมพัฒนาเด็ก และเยาวชน พร้อมทั้งได้ขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่รับผิดชอบในการดาเนินงานการแก้ไขปัญหาที่พบ จากการวิจัยด้วยแล้ว - โครงการวิจัยที่กาลังดาเนินการอยู่มี 5 เรื่อง คือ 1.3.3 เรื่องความคิดเห็นของเด็กและเยาวชนต่อภาพยนตร์การ์ตูนทางโทรทัศน์ 1.3.4 เรื่องอิทธิพลของความรุนแรงในโทรทัศน์ต่อเยาวชนไทย 1.3.5 วิเคราะห์และประสานงานงบประมานสาหรับโครงการหลักเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชน 1.3.6 วิเคราะห์ดาเนินการงานขององค์กรการเอกชนที่พัฒนาเด็กและเยาวชน 1.3.7 สารวจและศึกษาประสานงานด้านเด็กและเยาวชนระดับพื้นที่ เพื่อการดาเนินงานเป็นไปอย่าง ประสานสอดคล้องสามารถแก้ปัญหาและสนองความต้องการของชุมชนได้ 2. งานด้านการประสานงาน
4.
ดาเนินการร่วมมือประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องและองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชน ภาคเอกชน รัฐบาลและหน่วยงานของต่างประเทศ ตลอกจนองค์กรการระหว่างประเทศ
ตามแผนงาน โครงการต่างๆ ดังต่อไปนี้ ทางด้านภายในประเทศ 1. โครงการวันเยาวชนแห่งชาติ ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนในจังหวัดต่างๆ เพื่อเชิญชวนให้เข้าร่วมจัดกิจกรรมเนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ เพื่อเป็นการรณรงค์ให้ทุกส่วนของสังคมได้ ตระหนักถึงความสาคัญของเยาวชนที่มีส่วนในการพัฒนาประเทศ และให้โอกาสเยาวชนได้บาเพ็ญ ประโยชน์ต่อสังคม 2. จัดสัมมนาเรื่องเยาวชนไทยกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อเสริมสร้างความรู้และแนวทางปฏิบัติ เพื่อการพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตแก่เยาวชนไทย มีเยาวชนจากทั่วประเทศเข้าร่วมสัมมนาจานวน 215 คน 3. จัดการประชุมสัมมนาเรื่อง บทบาทของธุรกิจอุตสาหกรรมในการพัฒนาเยาวชน เพื่อเป็นการ ประสานงานองค์การเอกชน รัฐวิสาหกิจ และภาคธุรกิจอุตสาหกรรมเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชน มีผู้เข้าร่วม สัมมนา 181 คน 4. โครงการเยาวชนเพื่อเยาวชน เป็นการส่งเสริมให้เยาวชนที่มีฐานะดีรู้จักเสียสละเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ เยาวชนที่ด้อยโอกาสกว่า 5. จัดทารายการสารคดีเพื่อเด็กและเยาวชนทางสถานีโทรทัศน์ 6. โครงการมูลนิธิกองทุนเยาวชนพัฒนาเพื่อสนับสนุนเงินทุนในการประกอบอาชีพของเยาวชน ทางด้านต่างประเทศ ติดต่อประสานงานและดาเนินการโครงการต่างๆ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น ทัศนคติ และประสบการณ์การ ทางานพัฒนาเยาวชนในหมู่ผู้บริการงานเยาวชนระหว่างประเทศต่างๆ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนความรู้ ศิลปวัฒนธรรมและประสบการณ์ในหมู่เยาวชนระหว่างประเทศ ตามโครงการดังต่อไปนี้ 1. โครงการเรือนเยาวชนเอเชียอาคเนย์ เป็นโครงการตามความตกลงของรัฐบาลในประเทศสมาชิก อาเซียนและญี่ปุ่น โดนคัดเลือกเยาวชนไทย อายุ 18 – 30 ปี จานวน 35 คน เข้าร่วมโครงการเป็นเวลา 50 วัน 2. โครงการมิตรภาพสาหรับศตวรรษที่ 21 คัดเลือกเยาวชนไทยจากกลุ่มอาชีพต่างๆ อายุ 18 – 30 ปี จานวน 150 คน ไปเยือนประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลา 1 เดือน 3. โครงการหมู่บ้านฤดูร้อนเด็กนานาชาติ จัดส่งคณะเยาวชนไทย อายุ 11 ปี เข้าร่วมเข้าค่ายฤดูร้อน ณ ประเทศสวีเดน ฟินแลนด์ และฟิลิปปินส์ 4. โครงการค่ายเยาวชนนานาชาติ ณ ประเทศเกาหลี 5. จัดส่งผู้แทนเด็กไทยเข้าร่วมงานฉลองสาหรับเด็ก ณ ประเทศตุรกี
5.
6. ประสานงานการต้อนรับคณะผู้บริหารงานเยาวชนบรูไน และประธานสมาพันธ์เยาวชนแห่งชาติจีน 7.
จัดส่งคณะผู้บริหารงานเยาวชนไทยไปเยือนสหภาพโซเวียตเพื่อศึกษาดูงานด้านเยาวชน 8. ประสานงานการจัดแสดงนาฏศิลป์ เยาวชนเกาหลีเหนือ และการแสดงคอนเสิร์ทของเยาวชนและ นักร้องประสานเสียงเยาวชนจากเมืองชิบะ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อนาเงินรายได้ส่วนหนึ่งสมทบทุนมูลนิธิ กองทุนเยาวชนพัฒนา 3. งานด้านการส่งเสริมและพัฒนาเยาวชน ได้จัดทาแผนงานและกิจกรรมด้านต่างๆ เพื่อพัฒนาเยาวชนทางด้านร่างกายและจิตใจ เช่น ส่งสริมให้ เยาวชนได้มีโอกาสเล่นกีฬาและนันทนาการ การปลูกฝังและส่งเสริมทัศนคติให้เยาวชนเห็นคุณค่า วัฒนธรรมที่ดีงามของประเทศ ตลอดจนการส่งเสริมให้เยาวชนมีการรวมกลุ่มกันจัดกิจกรรมบาเพ็ญ ประโยชน์ เพื่อพัฒนาชุมชน สังคม และประเทศ ซึ่งโครงการต่างๆ ที่ดาเนินการเสร็จสิ้นแล้ว มีดังต่อไปนี้ 1. โครงการประกวดสุนทรพจน์เยาวชน มีเยาวชนสนใจสมัครเข้าร่วมประกวดทั้งสิ้น 65 คน 2. โครงการสัมมนาเรื่องพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ มีวัตถุประสงค์เพื่อทาความเข้าใจสภาพปัญหาที่ เกิดขึ้น กระตุ้นให้ประชาชนและบุคคลที่เกี่ยวข้องให้ตระหนักถึงข้อเท็จจริงและผลกระทบการแพร่ระบาด ของพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ ตลอดจนเพื่อหาข้อเสนอแนะและทางออกที่ถูกต้องของปัญหานี้ 3. โครงการจัดตั้งวงดุริยางค์เยาวชนไทย มีการฝึกซ้อม 40 ครั้ง และจัดการแสดงคอนเสิร์ทวงดุริยางค์ เยาวชนไทย ในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2530 ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มาหาวิทยาลัย 4. โครงการมหกรรมการร้องเพลงประสานเสียงเด็กและเยาวชน ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2531 การประชุม ปฏิบัติการวิธีการร้องเพลง และจัดคอนเสิร์ต 3 ครั้ง จานวนนักร้อง 750 คน 5. โครงการประกวดดนตรีไทย “ประลองเพลงประเลงมโหรี” ระดับมัธยมศึกษา ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2530 มี เยาวชนสนใจสมัครเข้าร่วมประกวดทั้งสิ้น 54 คน 6. โครงการสรรหาเยาวชนดีเด่นด้านการบาเพ็ญประโยชน์ จังหวัดละ 1 คนทั่วประเทศ 7. โครงการมหกรรมแสดงผลิตภัณฑ์ของเยาวชน เนื่องมนวันเยาวชนแห่งชาติปี 2530 8. โครงการจัดกิจกรรมของกลุ่มโรงเรียนนานาชาติ เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิพระชน พรรษา 5 รอบ งานนิติการ 4.1 ยกร่างแก้ไขปรับปรุง พ.ร.บ. ว่าด้วยการค้าหญิงและเด็ก พ.ศ. 2471 เสนอคณะอนุกรรมการ พิจารณากฎหมายเยาวชนซึ่งเป็นผลให้มีการหยิบยกปัญหาเรื่องการหญิง และ เด็กขึ้นมาพิจารณาอย่าง จริงจัง
6.
4.2 ดาเนินการปรับปรุงหนังสือรวมกฎหมาย กฎกระทรวง
ระเบียบ ข้องบังคับที่เกี่ยวกับเด็กและ เยาวชน ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น 4.3 ดาเนินการเกี่ยวกับกรณีหนังสือการ์ตูนที่ไม่เหมาะสมสาหรับเด็ก โดยมีหนังสือขอความร่วมมือจาก เจ้าของหนังสือการ์ตูนดังกล่าว ให้ยุติการพิมพ์เผยแพร่ และได้รับหนังสือตอบรับให้ความร่วมมือมาแล้ว สรุปทิศทางและจุดเน้นของแผนพัฒนาเด็กและเยาวชน ในระยะแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 6 พ.ศ. 2530 – 2534 ในการจัดทาแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในระยะพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 6 พ.ศ. 2530 – 2534 นี้นอกจากจะได้ยึดถือแนวทางของนโยบายของรัฐบาล นโยบายและแผนพัฒนาเด็ก และเยาวชนระยะยาว 20 ปีแล้ว ยังได้พิจารณาถึงแนวทางของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 6 พ.ศ. 2530 – 2534 ประกอบกับการที่ได้นาผลการดาเนินงานพัฒนาเด็กและเยาวชนที่ผ่านมาใน ระยะแผนพัฒนา ฉบับที่ 5 มาเป็นแนวทางในการพิจารณาจักทาแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในระยะ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 6 พ.ศ. 2530 – 2534 ซึ่งมีทิศทางและจุดเน้นสรุปได้ ดังนี้ 1. ดาเนินการต่อเนื่องจากแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในแผนพัฒนา ฉบับที่ 5 ในด้าน โภชนาการ ด้านสุขภาพกายสุขภาพจิต ด้านสติปัญญาและความสามารถพื้นฐาน ด้านการเตรียมให้มี อาชีพและด้านสังคม วัฒนธรรม จริยธรรม และการปกครอง 2. จุดเน้นตามกลุ่มอายุ 2.1 เด็กอายุ 0 – 5 ปี เน้น (1) การพัฒนาทุกด้าน ทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและสติปัญญา (2) การลดอัตราทุพโภชนาการ (3) การส่งเสริมการพัฒนาทางสังคมและสติปัญญา โดยวิธีการอบรมเลี้ยงดูใน รูปแบบต่างๆ 2.2 เด็กอายุ 6 – 14 ปี เน้น (1) คุณภาพการศึกษาในระดับประถมศึกษาและส่งเสริมเด็กที่มีสติปัญญาเลิศและมี ความสามารถพิเศษให้ได้รับการศึกษาและการฝึกอบรมที่เหมาะสม (2) เด็กที่ยังมิได้รับการศึกษาภาคบังคับให้ครบถ้วน อันเนื่องมาจากลาออกกลางคัน ให้ได้มีโอกาสเรียนจบชั้นประถมศึกษา (3) เด็กที่จบระดับประถมศึกษาแล้วไม่ได้ศึกษาต่อ ควรได้รับการสนับสนุนให้ศึกษา ต่อให้มากที่สุดในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (4) แรงงานเด็กทุกคนจะต้องได้รับการดูแลคุ้มครอง โดนเฉพาะการคุ้มครองดูแลมิให้ เด็กถูกข่มเหง และเอารัดเอาเปรียบมั้งทางกายและจิตใจ
7.
(5) การป้ องกันและให้บริการพัฒนาในรูปแบบต่างๆ
แก่เด็กเพื่อมิให้เด็กถูกทอดทิ้ง เร่ร่อนจรจัด หรือกาพร้า 2.3 เยาวชนอายุ 15 – 25 ปี เน้น (1) แก้ไขปัญหาการไม่มีงานทาและการทางานต่าระดับของเยาวชนที่ไม่อยู่ในระบบ โรงเรียน โดยให้ได้รับการฝึกอาชีพระยะสั้นนอกระบบโรงเรียน ให้ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน หรือมุ่งประกอบอาชีพส่วนตัว (2) ให้เยาวชนมีความจริงจัง พิถีพิถันต่อการเรียนมีค่านิยมและทัศนคติที่ดีต่อการ ประกอบอาชีพที่สุจริต ความมีระเบียบวินัยและความรับผิดชอบในด้านการทางาน 3. จุดเน้นตามพื้นที่ 3.1 ในเขตเมือง เน้นในเขตเทศบาลและชุมชนแออัดให้เยาวชนอายุ 15 – 25 ปี ใช้เวลาว่างทากิจกรรมที่เป็นประโยชน์ 3.2 ในเขตชนบท เน้นให้เด็กอายุ 0 – 14 ปี ได้รับการพัฒนาทุกด้าน ทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสติปัญญา 4. เน้นการพัฒนา 4.1 การพัฒนา (1) ให้ความสาคัญเพิ่มขึ้นในเรื่องบทบาทของครอบครัว (2) เน้นบทบาทภาคเอกชนให้เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น 4.2 การประสานงาน ให้ความสาคัญของการประสานงาน คือ ภาครัฐ ได้แก่ สานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ และสานักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ สาหรับภาคเอกชน คือ สภาองค์กรการพัฒนาเด็กและเยาวชน โดยใช้แผนเป็นเครื่องมือ การดาเนินในปัจจุบันของ ส.ย.ช ในปัจจุบัน สานักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ ได้ดาเนินงานด้านการ ส่งเสริมและประสานงานเยาวชนที่สาคัญๆ ดังต่อไปนี้คือ 1. งานด้านวิชากร สานักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติได้ร่าง นโยบายเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. 2522 กาหนดแผนพัฒนาเด็กและเยาวชน เพื่อบรรจุไว้ในแผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2525 – 2529) และฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2530 – 2534) เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้ทาการศึกษา วิเคราะห์วิจัยสภาพปัญหาเด็กและเยาวชน แล้วประมวลเสนอคณะกรรมการ ส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ เพื่อมีมติเห็นชอบและเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา ดาเนินการต่อไป ทั้งนี้โดยการดาเนินการในรูปของคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นโดย คณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ
8.
2. งานด้านการส่งเสริมและพัฒนาเยาวชน สานักงานคณะกรรมการส่งเสริมและ ประสานงานเยาวชนแห่งชาติ
ไดจัดทาแผนงานและกิจกรรมด้านต่างๆเพื่อพัฒนาทางด้านร่างกายและ จิตใจ การปลูกฝังและส่งเสริมทัศนคติให้เยาวชนเห็นคุณค่าของวัฒนธรรมที่ดีงามของประเทศ ตลอดจน ส่งเสริมให้เยาวชนมีการจับกลุ่มกันจัดกิจกรรมบาเพ็ญประโยชน์เพื่อพัฒนาชุมชน สังคมและประเทศชาติ 3. งานด้านการประสานงาน สานักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชน แห่งชาติ ได้มีโครงการแผนงานที่ต้องดาเนินการ่วมมือประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง และ องค์การพัฒนาเด็กและเยาวชนภาคเอกชน รัฐบาลและหน่วยงานของต่างประเทศ ตลอดจนองค์การ ระหว่างประเทศ ทางด้านภายในประเทศ ริเริ่มเสนอให้รัฐบาลประกาศให้มีวันเยาวชนแห่งชาติเป็นประจาทุกปี และดาเนิน กิจกรรมประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ เนื่องในปีเยาวชนสากล 2528 โดยรับผิดชอบดาเนินงานในส่วน ของประเทศไทย ตลอดจนสนับสนุนให้มีการจัดตั้งสภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชน เพื่อเป็นศูนย์กลาง การประสานงานและการปฏิบัติงานขององค์การพัฒนาเด็กและเยาวชนต่างๆของภาคเอกชน ทางด้านต่างประเทศ สานักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติได้มีการติดต่อ ประสานงานขอความช่วยเหลือจากต่างประเทศในด้านต่างๆ เช่น ด้านวิชาการ ด้านเงินทุนสนับสนุนการ ดาเนินการ นอกจากนี้ยังได้มีโครงการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น ทัศนคติ และประสบการณ์การทางานพัฒนา เยาวชนในหมู่ผู้บริหารงานเยาวชนระหว่างประเทศต่างๆ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนความรู้ศิลปวัฒนธรรม และประสบการณ์ในหมู่เยาวชนระหว่างประเทศต่างๆ เช่น โครงการเรือเยาวชนฯ โครงการมิตรภาพ เป็นต้น 4. งานด้านคณะอนุกรมการส่วนภูมิภาค เนื่องจากงานพัฒนาเด็กและเยาวชนได้ขยาย ขอบเขตการประสานงานไปสู่ส่วนภูมิภาค สานักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชน แห่งชาติจึงได้เสนอให้แต่งตั้งคณะอนุกรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนจังหวัด จานวน 72 จังหวัด และในกรุงเทพมหานคร รวมตลอดถึงคณะอนุกรรมการส่งเสริมและประสานงานการพัฒนาเด็กและ เยาวชนในอาเภอทั่วประเทศ จานวน 714 อาเภอ และอีก 24 เขตในกรุงเทพมหานคร เพื่อดาเนินการ พัฒนาเด็กและเยาวชนในพื้นที่ส่วนภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ศูนย์เยาวชน เยาวชนเป็นทรัพยากรของมนุษย์ที่มีจานวนมากของประชากรโลก ดังนั้นรัฐบาลของแต่ละประเทศ ในโลกต่างก็คานึงและเห็นความสาคัญในการที่จะพัฒนาเยาวชนให้เป็นประชากรที่มีคุณภาพและ ประสิทธิภาพ สาหรับประเทศไทย นโยบายเยาวชนแห่งชาติปี พ.ศ. 2522 ก็เล็งเห็นความสาคัญของ เยาวชน เพราะเยาวชนเป็นทั้งทรัพยากรและพลังที่มีความสาคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ของประเทศ และเป็นผู้สืบทอดทางวัฒนธรรมประจาชาติ เยาวชนของประเทศไทยเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ จานวน 2 ใน 3 ของประชากรทั่วประเทศ หรือประมาณ 33 ล้านคน รัฐบาลทุกสมัยได้กาหนดแผนพัฒนา
9.
เศรษฐกิจและสังคม ตั้งแต่ ฉบับที่
4 (พ.ศ. 2520 – 2524) ได้สรุปสาระสาคัญในการส่งเสริม และพัฒนา เยาวชนไว้ดังนี้ ความหมาย “เยาวชน” “เยาวชน” หมายถึง บุคคลที่มีอายุไม่เกิน 25 ปี ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและประสานงาน เยาวชนแห่งชาติ ปี 2521 ในพระราชบัญญัติจัดตั้งเด็กและเยาวชน ปี พ.ศ. 2494 กาหนดอายุเยาวชน คือ บุคคลอายุเกิน กว่า 14 ปีบริบูรณ์ แต่ยังไม่ถึง 18 ปีบริบูรณ์ ในระดับนานาชาติ เช่น โครงการเรือเยาวชนแห่งเอเชียอาคเนย์ ได้กาหนดอายุเยาวชน ตั้งแต่ 18 ปี จนถึงอายุไม่เกิน 30 ปีบริบูรณ์ เช่นเดียวกับองค์การเยาวชนนานาชาติอื่นๆ มักจะกาหนดอายุเยาวชนไม่ต่า กว่า 14 ปี และไม่เกิน 30 ปี เช่น องค์การบ้านพักเยาวชน (Young Hostel) เป็นต้น ดังนั้นการกาหนดช่างอายุของเยาวชนจึงมีความแตกต่างกันไปทางด้านการศึกษา และจิตวิทยา การพัฒนาจะถือความเจริญเติบโตและพัฒนาของบุคคลากรเป็นเกณฑ์ ทางกฎหมายจะถือความสามารถ ในการทานิติกรรมเป็นเกณฑ์ ส่วนทางองค์การเยาวชนต่างๆ จะถือความพร้อมทั้งทางด้านสิทธิมนุษยชนใน ด้านการพูด การแสดงออก การปรับตัวเข้ากับกลุ่มสังคมเป็นเกณฑ์ เพื่อพัฒนาบุคลิกภาพ และความประพฤติของเยาวชนให้เป็นพลเมืองดี โดยมีการจัดให้มีการ ฝึกอบรมเยาวชนให้มีความรู้และความสามารถในการทางานกับเยาวชนและประสานงานกับผู้นากลุ่ม เยาวชนอื่นๆ ตลอดจนสนับสนุนให้มีการทากิจกรรมร่วมกันในลักษณะที่เป็นการบาเพ็ญตนให้เป็น ประโยชน์ต่อส่วนรวมอีกทั้งการฝึกอบรมเยาวชนให้มีความรู้ด้านเกษตรกรรม และรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็น ประโยชน์แก่ตนเองด้วย พัฒนาบุคลิกและความประพฤติของเยาวชนให้มีความสามัคคีในหมู่คณะ ร่วมกัน ทาประโยชน์ต่อสังคมและรักษาระเบียบประเพณีของไทย ส่งเสริมการพัฒนาเอกลักษณ์ไทย มีความเป็น ประชาธิปไตยและสามารถปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้ ตามนโยบายเยาวชนแห่งชาติปี 2522 กาหนดเป้ าหมายการพัฒนาเยาวชนไว้ดังนี้ 1. ปลูกฝังให้เยาวชนตระหนักในความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ยึดมั่นในการปกครอง ระบอบประชาธิปไตย อันมีพรมหากษัตริย์เป็นประมุข และมีความสานึก นิยมภาคภูมิในความเป็นไทย ร่วมกัน ตลอดจนรักษาและส่งเสริมวัฒนธรรมอันแป็นเอกลักษณ์ประจาชาติ 2. เร่งเร้าความปรารถนาอันบริสุทธิ์ใจของเยาวชน ในอันที่จะมีส่วนร่วมรับผิดชอบในการ พัฒนาสังคมให้บังเกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และลดความขัดแย้งใน กลุ่มเยาวชนเพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยความสมานฉันท์ เคารพในความคิดเห็น กับไม่ละเมิด ในเกียรติ และศักดิ์ศรีของผู้อื่น แก้ไขปัญหาด้วยสติปัญญาอย่างสันติ โดยยึดหลักทางสายกลาง และการ ประสานประโยชน์
10.
3. ส่งเสริมสุขภาพพลานามัยทั้งทางกาย จิตใจ
และปัญญา เพื่อให้พร้อมที่จะพัฒนา ความสามารถทัศนคติ พฤติกรรม ค่านิยม และคุณธรรมของเยาวชนให้เป็นพลเมืองดี มีคุณภาพ 4. ปลูกฝังให้เยาวชนมีบุคลิกภาพดี มีจิตใจเข้มแข็ง มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ยึดมั่นใน ระเบียบและความสามัคคี มีน้าใจนักกีฬา อดทน เสียสละ เกื้อกูลซึ่งกันและกัน รู้จักการทางานร่วมกัน ขยันหมั่นเพียร ประหยัด สานึกในสิทธิหน้าที่ และความรับผิดชอบที่มีต่อสังคม มีความเคารพและปฏิบัติ ตามกฎหมาย 5. ส่งเสริมการดาเนินชีวิตประจาวันของเยาวชนให้อยู่ในศีลธรรม จริยธรรม ตารมหลัก ศาสนาที่ตนนับถือ มีความสุจริต ยุติธรรม ประพฤติตนตามควรแก่วัย เพื่อเป็นรากฐานแห่งความร่มเย็นเป็น สุขในสังคม 6. กระตุ้นให้เยาวชนเป็นผู้ใฝ่หาความรู้อยู่เสมอ ส่งเสริมการฝึกอบรมวิชาชีพโดยเฉพาะอย่าง ยิ่งทางด้านการเกษตรกรรม และอุตสาหกรรมในครัวเรือน รู้จักการใช้และสงวนทรัพยากรธรรมชาติรู้จัก จัดระบบเศรษฐกิจของตน และประกอบสัมมาอาชีพตามสภาพของท้องถิ่น 7. สนับสนุนให้เยาวชนรู้จักคุ้มครองป้ องกันตนเองจากอบายมุข และสิ่งแวดล้อมที่ไม่ เหมาะสมต่อชีวิต และเป็นภัยต่อสังคม พร้อมที่จะเผชิญปัญหาสังคม ตลอดจนการเสริมสร้างบรรยากาศ สิ่งแวดล้อมและสถานพักผ่อนหย่อนใจอันเหมาะสม เป็นการลดปัญหาความตึงเครียดทางจิตใจ ตลอดจน ส่งเสริมให้มีการวิจัยเพื่อแก้ปัญหาเยาวชนด้านต่างๆ 8. ให้การสงเคราะห์ บาบัดรักษา และคุ้มครองแก่เยาวชนที่ทุพพลภาพ ไร้หวัง เสมือนไร้ ความสามารถ พิการ กาพร้า ไร้ที่พึ่ง และติดยาเสพติด ให้สามารถเป็นที่พึ่งของตนเองได้ และเป็นพลเมือง ดี ให้การอบรมสงเคราะห์ และเกื้อกูลในสิ่งที่จาเป็นต่อการดารงชีวิตแก่เยาวชนที่ขาดแคลนการคุ้มครอง การใช้แรงงานเด็ก และเยาวสตรีให้บังเกิดอย่างจริงจัง 9. ส่งเสริมมิตรภาพ และความเข้าใจอันดีระหว่างเยาวชนในประเทศกับต่างประเทศตาม นโยบายแห่งรัฐ เพื่อความมั่นคง และก้าวหน้าของภูมิภาค ตลอดจนสร้างสันติสุขของโลก ประเภทของศูนย์เยาวชน ศูนย์เยาวชนสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ 1. ศูนย์เยาวชนของกรุงเทพมหานคร 2. ศูนย์เยาวชนของกรมประชาสงเคราะห์ 3. ศูนย์เยาวชนเอกชน 4. ศูนย์เยาวชนชนบท ศูนย์เยาวชนของกรุงเทพมหานคร
11.
กรุงเทพมหานครเป็นองค์การบริหารที่สาคัญของรัฐที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับงาน สวัสดิการสังคมแก่ประชากรของชาวกรุงเทพมหานคร เนื่องจากประชากรของกรุงเทพมหานครมีถึง 60
% ของประชากรทั้งหมด หรือประมาณ 3.2 ล้านจาก 5.7 ล้านคน ซึ่งทาง กทม. ได้เริ่มกาเนินการจัดตั้งศูนย์ เยาวชนตั้งแต่ปี 2503 จนกระทั่งถึงปัจจุบันมีศูนย์เยาวชนที่อยู่ในความควบคุมรับผิดชอบถึง 22 ศูนย์ เยาวชน ศูนย์เยาวชน หมายถึง สถานที่สร้างเสริมประสบการณ์นันทนาการให้เยาวชน หรือสถานบันที่จัด ให้เยาวชนท้องถิ่นได้มีโอกาสพบปะสังสรรค์ใช้เวลาว่างหลังการศึกษาเล่าเรียนหรือประกอบกิจกรรมใดๆ แล้วได้พักผ่อนหย่อนใจให้เป็นประโยชน์ในทางที่ดี เพื่อความสามัคคี มิตรสัมพันธ์ เล่นกีฬา หาความรู้ ทา ประโยชน์ร่วมกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เป็นการจัดกิจกรรมให้ได้ใช้ชีวิตไปในทางที่ดีงาม ก่อประโยชน์ ส่วนตนและประเทศชาติ วัตถุประสงค์หลัก วัตถุประสงค์ของศูนย์เยาวชนของกรุงเทพมหานคร ได้กาหนด 5 ประการ คือ 1. เพื่อให้เยาวชนได้เข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการต่างๆ เช่น กีฬา และพลศึกษา เกมส์ นาฏศิลป์ ห้องสมุด ศิลปหัตถกรรม เป็นต้น อันเป็นการ เพิ่มพูนทักษะและความรู้ 2. เพื่อให้เยาวชนได้รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์แก่ตนเองและครอบครัว 3. ปลูกฝังค่านิยมของระบอบประชาธิปไตย เช่น การเป็นผู้นาที่ดี มีระเบียบวินัย รู้แพ้รู้ชนะ และช่วยส่งเสริมการแสดงออกในด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา 4. เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรู้จักการพักผ่อนหย่อนใจ โดยเลือกกิจกรรมนันทนาการที่ตรงความ สนใจ และความต้องการ 5. เพื่อพัฒนาบุคลิกภาพลักษณะนิสัยให้มีความประพฤติไปในทางที่พึงปรารถนา และ ปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้ กิจกรรมนันทนาการของศูนย์เยาวชน แบ่งออกเป็น 6 ประเภทใหญ่ ได้แก่ 1. กิจกรรมพลศึกษา ซึ่งศูนย์เยาวชนได้จัดกิจกรรมทางพลศึกษาไว้ 15 ชนิด ดังนี้ 1. ฟุตบอล 2. บาสเกตบอล 3. วอลเล่ย์บอล 4. แบดมินตัน 5. แชร์บอล 6. ตะกร้อ 7. ว่ายน้า 8. ยิมนาสติก
12.
9. ยูโด 10. มวยไทย
– สากล 11. กระบี่กระบอง 12. หมากรุก 13. หมากฮอส 14. แคร่อม 15. เทเบิลเทนนิส นอกจากนี้มีกิจกรรมพลศึกษาและเกมส์ที่บางศูนย์เยาวชนจัดขึ้น 1. เกมส์เบ็ดเตล็ด 2. โดมิโน 3. ห่วงยาง 4. กระโดดเชือก 5. ต่อภาพ 6. กิจกรรมเข้าจังหวะ 7. กรีฑา 8. แสคบเบิ้ล 2. กิจกรรมนาฏศิลป์ และดนตรี กิจกรรมประเภทนี้ได้แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ดนตรี ไทย ดนตรีสากล และนาฏศิลป์ 3. กิจกรรมศิลปศึกษา และหัตถศึกษา กิจกรรมประเภทนี้ช่วยส่งเสริมการพัฒนาการของ เยาวชนในเรื่องของศิลปะและหัตถกรรม แบ่งออกเป็น 6 ชนิดคือ 1. ประดิษฐ์เศษวัสดุ 2. ประดิษฐ์ดอกไม้ 3. วาดเขียน 4. ปั้น 5. แกะสลัก 6. ของชาร่วย 4. กิจกรรมมหกรรมศาสตร์ แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ 1. โภชนาการ 2. ตัดเย็บเสื้อผ้า 5. กิจกรรมห้องสมุด ซึ่งได้แบ่งกิจกรรมนี้ออกเป็น 7 ชนิด ได้แก่
13.
1. บริการอ่านโดยเสรี 2. จัดนิทรรศการ 3.
เล่านิทาน และแนะนาหนังสือ 4. การแสดงหุ่น 5. การจัดอภิปลาย ตอบปัญหา ปาฐกถา 6. ฉายภาพยนตร์ 7. บริการให้ยืมหนังสือออกนอกห้องสมุด 6. กิจกรรมนันทนาการพิเศษ ได้แบ่งออกเป็น 6 ชนิด ได้แก่ 1. ทัศนศึกษา 2. การจัดงานรื่นเริง 3. การจัดค่ายพักแรม 4. การแข่งขันกีฬาระหว่างศูนย์ 5. บริการชุมชน 6. การเผยแพร่ทางสื่อมวลชน การบริหารงานของศูนย์เยาวชน ประกอบด้วย 1. คณะกรรมการวิสามัญประจาสภากรุงเทพมหานคร ด้านสังคมสงเคราะห์ และสันทนาการ คณะกรรมการชุดนี้แต่งตั้งโดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีหน้าที่ให้คาปรึกษาหารือและส่งเสริมวิชาการ ติดตามผลการดาเนินงาน ตลอดจนกิจการต่างๆที่เป็นการส่งเสริมศูนย์เยาวชนให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น คณะกรรมการชุดนี้ประกอบด้วย สมาชิกสภากรุงเทพมหานครและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับเยาวชนร่วม เป็นกรรมการ 2. คณะกรรมการส่งเสริมศูนย์เยาวชน คณะกรรมการนี้แต่งตั้งโดย ผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร โดยหัวหน้าศูนย์เยาวชนเป็นผู้พิจารณาเลือกประชาชนในท้องที่ที่ศูนย์เยาวชนตั้งอยู่ เป็น ผู้ที่มีศรัทธาในงานของเยาวชน จานวนคณะกรรมการแต่ละศูนย์ฯ อย่างน้อย 7 คน อย่างมากไม่เกิน 15 คน ประกอบด้วย ประธาน รองประธาน เลขานุการ เหรัญญิก หรือตาแหน่งอื่นๆอีกตามความเหมาะสม แล้ว เสนอชื่อมายังกรุงเทพมหานครเพื่อแต่งตั้ง คณะกรรมการส่งเสริมศูนย์เยาวชนต้องอยู่ในตาแหน่งคราวละ 2 ปี มีหน้าที่ให้คาแนะนา เป็นที่ปรึกษา ช่วยแก้ไขอุปสรรคข้อขัดข้องในการปฏิบัติงานจัดหาเงินสมทบ หรือ รับบริจาคจากประชาชน เพื่อสมทบเป็นค่าใช้จ่าย ในการดาเนินงานศูนย์เยาวชน ตลอดจนช่วยจัดหา อาสาสมัครช่วยงานศูนย์เยาวชน
14.
3. งานศูนย์เยาวชน และสนามเด็กเล่น
กองสันทนาการ สานักสวัสดิการสังคม เป็นผู้รับผิดชอบในด้านการบริหารงาน รับนโยบาย เป้ าหมาย และวิธีดาเนินงานจากคณะกรรมการวิสามัญ สภาฯ มาปฏิบัติ และควบคุมการดาเนินงานของเจ้าหน้าที่ด้านต่างๆ ของศูนย์เยาวชน 4. ผู้ตรวจการสันทนาการ แต่งตั้งจากผู้มีความรู้ด้านสันทนาการ มีหน้าที่ตรวจและแนะนา การดาเนินงานของศูนย์เยาวชน และเสนอรายงานการแก้ไขอุปสรรคต่างๆของศูนย์เยาวชนต่อกองสันทนา การ สานักสวัสดิการ 5. ผู้ตรวจการประจาศูนย์ เนื่องจากศูนย์เยาวชนบางแห่ง สถานที่ทาการอาศัยอยู่ในโรงเรียน หรืออาศัยสถานที่ของหน่วยงานราชการอื่น เพื่อสะดวกในการใช้อุปกรณ์ต่างๆและเพื่อความร่วมมืออันดี 6. เจ้าหน้าที่ศูนย์เยาวชน จาแนกเป็นประเภท ดังนี้คือ 6.1 เจ้าหน้าที่ศูนย์เยาวชนประเภทประจา ได้แก่ เจ้าหน้าที่ที่เป็นข้าราชการสังกัดงาน ศูนย์เยาวชน และสนามเด็กเล่น กองสันทนาการ สานักสวัสดิการสังคม กรุงเทพมหานคร ซึ่ง คัดเลือกบรรจุจากผู้สาเร็จจาก มหาวิทยาลัย วิทยาลัย หรือวิทยาลัยอาชีวศึกษา นาฏศิลป์ ศิลปะ – หัตถศึกษา อาหารและโภชนาการ ฯลฯ 6.2 เจ้าหน้าที่ หรือผู้นาประเภทอาสาสมัคร เป็นผู้นาที่ได้มาจากการขอความร่วมมือ จากประชาชน นิสิต นักศึกษา จากมหาวิทยาลัย และวิทยาลัยต่างๆ ซึ่งมีความรู้ ความสามารถ ใน กิจกรรมเกี่ยวกับการบันเทิง พลศึกษา นาฏศิลป์ ฯลฯ อัตรากาลังเจ้าหน้าที่ของศูนย์เยาวชน ศูนย์เยาวชนซึ่งมีอัตรากาลังเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานอย่างครบถ้วน จะประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ และ ผู้นากิจกรรมต่างๆ คือ 1. หัวหน้าศูนย์ 2. นักสังคมสงเคราะห์ 3. ผู้นากิจกรรมด้านนาฏศิลป์ 4. ผู้นากิจกรรมด้านศิลปศึกษา 5. ผู้นาด้านหัตถศึกษา และโภชนาการ 6. ผู้นากิจกรรมด้านพลศึกษา 7. ภารโรง ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานครในปัจจุบัน ปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีศูนย์เยาวชนที่อยู่ในความดูแล และรับผิดชอบของ กองสันทนาการ สานักสวัสดิการสังคม กรุงเทพมหานคร จานวน 23 ศูนย์ เรียงลาดับปีที่จัดตั้ง ดังนี้ 1. ศูนย์เยาวชนลุมพินี (พ.ศ. 2503)
15.
2. ศูนย์เยาวชนสวนอ้อย (พ.ศ.
2503) 3. ศูนย์เยาวชนเทเวศร์ (จัดตั้งแทนศูนย์พักผ่อนหย่อนใจ อาเภอพระนคร ซึ่งตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2503) 4. ศูนย์เยาวชนเวฬราชิน (พ.ศ. 2504) 5. ศูนย์เยาวชนวัดหัวลาโพง (เดิมคือ ศูนย์พักผ่อนหย่อนใจ อาเภอบางรัก ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2505) 6. ศูนย์เยาวชนวัดธาตุทอง (เดิมคือ ศูนย์พักผ่อนหย่อนใจ อาเภอพระโขนง ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2505) 7. ศูนย์เยาวชนปทุมวัน (เดิมคือ ศูนย์พักผ่อนหย่อนใจ อาเภอปทุมวัน ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2505) 8. ศูนย์เยาวชนวิชูทิศ (เดิมคือ ศูนย์พักผ่อนหย่อนใจ อาเภอดุสิต ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2505) 9. ศูนย์เยาวชนโรตารี่ธนบุรี (พ.ศ. 2505) 10. ศูนย์เยาวชนอัมพวา (พ.ศ. 2505) 11. ศูนย์เยาวชนสุวรรณาราม (พ.ศ. 2505) 12. ศูนย์เยาวชนวัดดอกไม้ (พ.ศ. 2507) 13. ศูนย์เยาวชนวัดปทุมคงคา (พ.ศ. 2509) 14. ศูนย์เยาวชนบ่อนไก่ (พ.ศ. 2512) 15. ศูนย์เยาวชนเตชะวณิช (พ.ศ. 2512) 16. ศูนย์เยาวชนวัดโสมนัส (พ.ศ. 2512) 17. ศูนย์เยาวชนบางเขน (พ.ศ. 2520) 18. ศูนย์เยาวชนวัดฉัตรแก้วจงกลนี (พ.ศ. 2521) 19. ศูนย์เยาวชนสรรพวุธทหารเรือบางนา (พ.ศ. 2521) 20. ศูนย์เยาวชนราษฏร์บูรณะ (พ.ศ. 2521) 21. ศูนย์เยาวชนวัดมหาธาตุ (พ.ศ. 2522) 22. ศูนย์เยาวชนวัดม่วง (พ.ศ. 2522) 23. ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย – ญี่ปุ่น) อนึ่ง สานักสวัสดิการสังคมกรุงเทพมหานครได้วางแผนการดาเนินงานศูนย์เยาวชนเป็นปี โดยยุบศูนย์ เยาวชนที่ไม่เหมาะสม และไม่คุ้มค่ากับงบประมาณค่าใช่จ่าย เมื่อเปรียบเทียบกับประโยชน์จะพึงได้รับ และได้จัดร่างศูนย์เยาวชนขึ้นมาใหม่ เท่ากับจานวนศูนย์ฯที่ยุบไป ยอกจากนี้ยังโอนศูนย์เยาวชนในเขต สุขาภิบาลมาดาเนินการ และดาเนินการปรับปรุงการปฏิบัติงานด้านศูนย์เยาวชนให้มีมาตรฐาน เช่น ด้าน สถานที่ ด้านบุคลากร ด้านงบประมาณ เป็นที่หวังว่าในอนาคตศูนย์เยาวชนจะมีความทันสมัย มีอาคาร ใหม่ และมีจานวนเพิ่มมากขึ้น สามารถให้บริการเยาวชนได้อย่างเพียงพอ และสามารถใช้สอยประโยชน์
16.
แบบอเนกประสงค์ ให้ประชาชนนิยมส่งบุตรหลานเข้ามาใช้บริการศูนย์เยาวชน และขยายงานออกไปให้ ประชาชนได้มามีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมต่างๆ
เกี่ยวกับสังคมในชุมชน ปัญหาสภาพและความสนใจของสมาชิกศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร ศุภรัตน์ สุขสมนิล (2524) ได้ทาการศึกษาสภาพและความสนใจของสมาชิกต่อกิจกรรมของศูนย์ เยาวชนกรุงเทพมหานคร โดยใช้กลุ่มประชากร ได้แก่ หัวหน้าศูนย์เยาวชน 20 คน และสมาชิกศูนย์เยาวชน จานวน 1373 คน โดยใช้เครื่องมือแบบสอบถามและสัมภาษณ์ใช้สถิติหาค่าร้อยละจากผลการวิจัยพบว่า 1. ศูนย์เยาวชน ส่วยใหญ่มีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมตรงกับงาน แต่ขาด อัตรากาลังเจ้าหน้าที่ของศูนย์เยาวชนซึ่งมีมาเพียงพอ ปัญหาและอุปสรรคในการดาเนินงานของศูนย์ เยาวชน ได้แก่ งบประมาณ อุปกรณ์ สนามฝึกซ้อม สวัสดิการน้าดื่มน้าใช้ ไฟฟ้ า และกาลังคน 2. สมาชิกของศูนย์เยาวชน มีความแตกต่างกันมากในเรื่อง อายุ ระดับการศึกษา และความ สนใจในกิจกรรมกีฬาแต่ละประเภท ทาให้การดาเนินการจัดสนองความต้องการของเยาวชนไม่ได้ครบทุก กลุ่ม 3. ความคิดเห็นของหัวหน้าศูนย์เยาวชนและสมาชิกศูนย์เยาวชน มีความแตกต่างกันในเรื่อง การประชาสัมพันธ์งานศูนย์เยาวชน ซึ่งสมควรจะได้มีการแก้ไขปรับปรุงในเรื่องงานประชาสัมพันธ์ 4. กิจกรรมพลศึกที่สมาชิกเพศชายและหญิงสนใจมากที่สุดได้แก่ 1. กีฬาว่ายน้า 2. แบตมิน ตัน กิจกรรมที่ให้ความสนใจน้อยที่สุด ได้แก่ 1. ตะกร้อ 2. แคร่อม 5. กิจกรรมนันทนาการที่สมาชิกทั้งเพศชาย หญิง ให้ความสนใจน้อยที่สุดได้แก่ การบริการ อ่านโดยเสรี การแสดงความคิดเห็น การจัดอภิปราย ปาฐกถา ตอบปัญหา บริการชุมชน ซึ่งอาจมาสาเหตุ มาจากขาดผู้นาที่มีความสามารถเฉพาะ ทาให้กิจกรรมไม่ดึงดูดความสนใจ ขาดการปลูกฝังและค่านิยม การศึกษา 6. กิจกรรมดนตรีและนาฏศิลป์ สมาชิกเพศชายสนใจดนตรีมากที่สุด ในขณะที่เพศหญิง สนใจนาฏศิลป์ มากที่สุด 7. กิจกรรมคหกรรมศาสตร์ สมาชิกเพศชายสนใจ โภชนาการ เพศหญิงสนใจ ตัดเย็บเสื้อผ้า 8. กิจกรรมห้องสมุด สมาชิกเพศชาย หญิง สนใจมากที่สุดได้แก่ การฉายภาพยนตร์ และการ จัดนิทรรศการ 9. กิจกรรมนันทนาการพิเศษ สมาชิกเพศชาย หญิง สนใจมากที่สุดได้แก่ การจัดงานรื่นเริง
17.
ศูนย์เยาวชนชนบท ประวัติและความเป็นมา ตามแผนพัฒนาประเทศ ของประเทศที่เจริญแล้วหรือประเทศที่กาลังพัฒนา เป็นที่ยอมรับกันว่า เยาวชนคือ
ทรัพยากรและพลังที่มีความสาคัญยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ สมควรที่ จะได้รับการส่งเสริมและพัฒนาให้กว้างขวางเป็นพิเศษควบคู่ไปกับการส่งเสริมและพัฒนาทรัพยากรด้าน อื่นๆ ในปี 2531 ประเทศไทยมีประชากรประมาณ 52 ล้านคน ในจานวนนี้ผู้ที่มีอายุอยู่ในเกณฑ์เยาวชน ประมาณ 34 ล้านคน และเราพบว่ามีเยาวชนที่มีอายุอยู่ในวัยซึ่งสมควรจะอยู่ในโรงเรียน (11 – 15) ถึง 15 ล้านคน ในจานวน 15 ล้านคนนี้เป็นเยาวชนนอกโรงเรียน ประมาณ 10 ล้านคนอยู่ในชนบท รัฐบาลได้ มองเห็นปัญหาของเยาวชนซึ่งมีเพิ่มขึ้นทุกปีโดยเฉพาะ เยาวชนชนบทนอกโรงเรียนที่อาศัยอยู่ตามหมู่บ้าน นอกเมือง และตามท้องถิ่นทุรกันดานห่างไกล และเห็นว่าปัญหาเยาวชนชนบทนอกโรงเรียน เป็นปัญหาที่ ต้องรีบแก้ไข จึงเห็นสมควรที่จะดาเนินการประสานและอุดหนุนส่งเสริมให้มีการพัฒนาเยาวชนชนบท เหล่านี้ให้มีความรู้ ความเฉลียวฉลาดในการประกอบอาชีพและเป็นพลเมืองที่ดีในระบอบประชาธิปไตย ตลอดจนให้มีคุณลักษณะตามเป้ าหมายที่กาหนดไว้ในนโยบายเยาวชนแห่งชาติต่อไป สานักงานคณะกรรมการส่งเสริมเยาวชนแห่งชาติ ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการส่งเสริมและพัฒนา เยาวชนโดยตรงได้ ตระหนักถึงปัญหานี้และเพื่อให้การดาเนินงานส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนในระดับ ท้องถิ่นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถขยายงานได้กว้างขวางขึ้น จึงได้มีการวางแผนพัฒนาเยาวชน ชนบทขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการดาเนินการส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนชนบทต่อไป วัตถุประสงค์ 1. เพื่อใช้เป็นหลักในการดาเนินการให้มีการส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนชนบทอย่างมี ประสิทธิภาพ 2. เพื่อให้มีการประสานงานกันด้วยดีทั้งทางรัฐบาลและเยาวชนในส่วนท้องถิ่นในกิจกรรม ของเยาวชน 3. เพื่อให้มีการประสานงานกันด้วยดีระหว่างส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นในกิจกรรมเยาวชน 4. เพื่อให้มีการสนับสนุนและอุดหนุนในกิจกรรมเยาวชนอย่างทั่วถึงในท้องถิ่น 5. เพื่อให้มีผู้ทางานเยาวชนในระดับตาบลครบตาบล 6. เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนในทุกตาบล เพื่อใช้พลังกลุ่มในการพัฒนาประเทศทั้งทางด้าน เศรษฐกิจและสังคม 7. เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนชนบทให้มีคุณลักษณะตามเป้ าหมายที่กาหนดไว้ใน นโยบายเยาวชนแห่งชาติ การดาเนินงาน
18.
สานักเยาวชนแห่งชาติ ได้ดาเนินโครงการฝึกอบรมเยาวชนชนบทมาตั้งแต่ปี 2514
โดยอบรม เยาวชนชนบทที่มีลักษณะผู้นาจากแต่ละท้องถิ่น ให้สามารถนาคุณลักษณะผู้นามาใช้ในตัวออกมาใช้ให้ เป็นประโยชน์ในการสร้างสวรรค์ แก่ชุมชนและประเทศชาติ และให้ความรู้ความชานาญและประสบการณ์ เพียงพอที่จะนาไปทางานริเริ่มโครงการ และก่อตั้งกลุ่มเยาวชนแห่งชาติ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้ ดาเนินการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมขึ้นตามภูมิภาคต่างๆ ครบ 4 ภาค ในปี 2516 สานักงานเยาวชนแห่งชาติจะ อาศัยโครงการฝึกอบรมเยาวชนนี้ฝึกอบรมเยาวชนชนบทที่มีลักษณะผู้นา ออกไปเป็นผู้ทางานเยาวชนใน ระดับตาบลให้ครบทุกตาบลทั่วประเทศ รวม 5000 ตาบล ภายในระยะเวลา 10 ปี โครงการฝึกอบรมผู้ทางานเยาวชนระดับตาบล คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในหลักการ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 ให้สานักงานส่งเสริมเยาวชนรีบ ดาเนินการเร่งรัดปรับปรุงหลักสูตร ย่นระยะเวลาการฝึกอบรมผู้ทางานเยาวชนระดับตาบล จากหลักสูตรที่ กาลังดาเนินการอยู่ ซึ่งใช้ระยะเวลาการฝึกอบรม 4 ปี 8 เดือน ให้เหลือ 2 ปี โดยมีหลักการดังนี้คือ 1. สานักงานส่งเสริมเยาวชนร่วมกับทางจังหวัดทาการคัดเลือกเยาวชนที่มีภูมิลาเนาอยู่ใน ชนบท โดยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดของสภาตาบล คณะกรรมการผู้นาท้องถิ่น และกลุ่มเยาวชนเข้ามารับ การฝึกอบรม ณ ศูนย์ฝึกอบรมเยาวชนภาคกลาง จังหวัดลพบุรี ศูนย์ฝึกอบรมเยาวชนภาคใต้ จังหวัดสตูล ศูนย์ฝึกอบรมเยาวชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น ศูนย์ฝึกอบรมภาคเหนือ จังหวัดลาปาง ปี ละ 1 รุ่นๆละ 200 คนต่อศูนย์ หลักสูตรการฝึกอบรม 6 เดือน 2. ระหว่างฝึกอบรมในศูนย์ เยาวชนจะได้รับเบี้ยเลี้ยง สาหรับการฝึกอบรมภาคปฏิบัติงาน หรือการฝึกอบรมนอกศูนย์ นอกจากนี้เยาวชนที่ได้รับการฝึกอบรมยังมีสิทธิได้รับค่ายานพาหนะเดินทางไป กลับระหว่างภูมิลาเนา และสถานที่ฝึกงานอีกด้วย 3. เพื่อฝึกความมีระเบียบวินัย ส่งเสริมความสามัคคีระหว่างหมู่เยาวชนด้วยกันเอง จึง กาหนดให้เยาวชนผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีสิทธิได้รับเครื่องแบบชุดทางาน คนละ 1 ชุด 4. การฝึกอบรม ใช้วิทยากรจากสานักงานส่งเสริมเยาวชน เป็นผู้ฝึกอบรมประจาและวิทยากร จากส่วนราชการ 5. เพื่อให้เยาวชนมีความรู้ ทักษะ และประสบการณ์อย่างกว้างขวางจะจัดให้เยาวชนทุกรุ่นมี โอกาสทัศนศึกษา สถานที่สาคัญของกรุงเทพมหานคร และจังหวัดใกล้เคียงรุ่นละ 1 ครั้ง 6. เมื่อเยาวชนได้รับการฝึกอบรมครบกาหนดหลักสูตรแล้ว สานักงานส่งเสริมเยาวชนจะได้ ส่งตัวกับภูมิลาเนาเดิม และแต่งตั้งให้เป็นผู้ทางานเยาวชนระดับตาบล คุณสมบัติของเยาวชนผู้เข้ารับการฝึกอบรม เยาวชนผู้ที่จะเข้ารับการฝึกอบรม จะต้องมีพื้นฐานความรู้สอบไล่ได้ชั้นประถมปีที่ 7 มีอายุระหว่าง 18 – 25 ปี เป็นสมาชิกกลุ่มเยาวชนหรือศูนย์เยาวชนชนบท และเป็นที่บุคคลคณะกรรมการหมู่บ้าน
19.
พิจารณาให้เป็นผู้แทนเข้าฝึกอบรม ต้องเป็นผู้มีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง
ไม่เป็นโรคใดๆ ที่จะเป็นอุปสรรค ในการฝึกอบรม และมีความประพฤติดี ตลอดจนต้องมีภูมิลาเนาอยู่ในท้องถิ่นชนบทของจังหวัด ในภาคที่ ศูนย์ฝึกอบรมเยาวชนตั้งอยู่ ขอบเขตของการฝึกอบรม เพื่อให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์ของโครงการ สานักงานส่งเสริมเยาวชนจึงใคร่กาหนดหลักสูตรการ ฝึกอบรม 6 เดือน โดยแบ่งเป็น 3 หมวดวิชาดังนี้ ก. หมวดวิชาชีพ เป็นการเพิ่มความรู้ความสามารถด้านวิชาชีพ โดยตะหนักทางด้าน เกษตรกรรมและอื่นๆ เช่น คหกรรมศาสตร์ การช่างต่างๆ แก่เยาวชน เป็นการเสริมความรู้ ทักษะ และลักษณะผู้นาแก่เยาวชน ให้สามารถนาไปใช้ได้อย่างมีประโยชน์ในการทางาน ข. หมวดวิชาการเป็นผู้นา เป็นการเสริมสร้างความรู้ในการเป็นผู้นาผู้ประสานงานและผู้ร่วม กลุ่มที่ดีแก่เยาวชน วิชาที่กาหนดไว้ในหมวดนี้เช่น วิชามนุษย์สัมพันธ์ การประชาสัมพันธ์การพูด จิตวิทยา การรวมกลุ่ม และพัฒนากลุ่ม พลศึกษา นันทนาการ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการ ปฏิบัติงาน และดารงชีวิตของเยาวชนต่อไป ค. หมวดวิชาทั่วไป เป็นการเพิ่มพูนความรู้พิเศษให้แก่เยาวชนให้เป็นผู้ที่มีความรอบรู้ในด้าน ต่างๆ วิชาที่กาหนดไว้ในหมวดวิชานี้เช่น การพัฒนาชุมชน ประชาธิปไตย สวัสดิการ การปฐม พยาบาลเบื้องต้น และเศรษฐกิจเบื้องต้น การส่งเสริมความรู้ความสามารถด้านสุขศึกษา อันจะ สามารถนาไปใช้ให้เป็นประโยชน์ในการทางานได้ เพื่อให้การอบรมมีประสิทธิภาพได้ผลสมความมุ่งหมายของโครงการ จึงได้กาหนดหลักสูตรการฝึกอบรม ดังนี้ ก. ช่วงที่ 1 ศึกษาอบรมด้านวิชาการต่างๆรวมทั้งการฝึกอบรมภาคปฏิบัติในศูนย์ตลอด 3 เดือน ข. ช่วงที่ 2 ศึกษาอบรมด้านวิชาการภาคปฏิบัติงานในภูมิลาเนาของตน หรือในท้องถิ่นที่ที่ กาหนดให้ 1 เดือนครึ่ง ค. ช่วงที่ 3 ฝึกอบรมให้ศูนย์ภาคสรุป 1 เดือนครึ่ง สถานที่ฝึกอบรม เยาวชนแต่ละภาค ณ ศูนย์ฝึกอบรมของภาคดังนี้คือ 1. ศูนย์ฝึกอบรมเยาวชนภาคกลาง จังหวัดลพบุรี 2. ศูนย์ฝึกอบรมเยาวชนภาคใต้ จังหวัดสตูล 3. ศูนย์ฝึกอบรมเยาวชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น 4. ศูนย์ฝึกอบรมภาคเหนือ จังหวัดลาปาง 5. ฝึกงานในท้องถิ่นที่ที่กาหนดให้
20.
เยาวชนที่สาเร็จการฝึกอบรมตามหลักสูตรใน 6 เดือน
จานวน 800 คน ของแต่ละปีจะเป็นผู้ทางานเยาวชน ระดับตาบล ที่มีความรู่ความสามรถในการทางานเพื่อความเจริญของท้องถิ่นต่อไป โครงการฝึกอบรมผู้นาเยาวชนอาสา ประเทศชาติในปัจจุบันมีความจาเป็นอย่างรีบด่วนที่จะต้องปลูกฝังอุดมการณ์และปลูกความสานึก ในความรับผิดชอบต่อสังคมให้เกิดขึ้นในเยาวชนชนบท จึงมีการกาหนดให้ฝึกอบรมผู้นาเยาวชนอาสาขึ้น เป็นกลุ่มแนะนาประจาทุกตาบล โดยคัดเลือกเยาวชนที่มีลักษณะเป็นผู้นา ผู้มีปัญญาพื้นฐานพอสมควร มารับการฝึกอบรมตามหลักสูตรพิเศษ เพื่อที่จะเป็นผู้นาเยาวชนในหมู่บ้านที่เป็นผู้ที่ใจเสียสละ และสมัคร ใจทางานเพื่อส่วนรวม การดาเนินงานตามโครงการนี้ในทุกหมู่บ้านในจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ และ ภาคเหนือก่อน และจัดดาเนินการภาคกลางในโอกาสต่อไป ในปีงบประมาณ 2519 ได้ดาเนินการที่จังหวัด ต่างๆของแต่ละภาคดังนี้ 1. การฝึกอบรมผู้นาเยาวชนอาสาสมัครที่ศูนย์ฝึกอบรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัด ขอนแก่น 2 รุ่น โดยรับเยาวชนจากจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดร้อยเอ็ด รุ่นละ 200 คน 2. การฝึกอบรมเยาชรอาสาที่ศูนย์ฝึกอบรมเยาวชนภาคกลาง จังหวัดลพบุรี 1 รุ่น โดย คัดเลือกเยาวชนจังหวัดลพบุรี จานวน 200 คน 3. การฝึกอบรมผู้นาเยาวชนอาสาที่ศูนย์ฝึกอบรมเยาวชนภาคใต้ จังหวัดสตูล จานวน 1 รุ่น โดยคัดเลือกเยาวชนจังหวัดสุราษฎ์ธานี จานวน 200 คน 4. การฝึกอบรมเยาชรอาสาที่ศูนย์ฝึกอบรมเยาวชนภาคเหนือ จังหวัดลาปาง โดยคัดเลือก เยาวชนจังหวัดลาปาง จานวน 200 คน คุณสมบัติของเยาวชน 1. สาเร็จ ม.ศ. 3 แต่สาหรับท้องที่ที่การศึกษาไม่เจริญ อย่างน้อยต้องสาเร็จ ป. 4 2. ชายอายุตั้งแต่ 18 – 25 ปี หญิงอายุตั้งแต่ 16 -29 ปี 3. มีความประพฤติเรียบร้อย สุขภาพแข็งแรง มีจิตใจเสียสละ สมัครใจทางานเพื่อส่วนรวม 4. มีภูมิลาเนาอยู่ในหมู่บ้านนั้น และมีจิตใจเสื่อมใสในรัฐบาลและระบบการปกครองของ ประเทศ 5. ต้องเป็นโสด ไม่เป็นข้าราชการ กรรมการหมู่บ้าน หรือไม่มีอาชีพประจา การฝึกอบรมให้กองฝึกอบรมเป็นผู้กาหนดหลักสูตร วิธีสอน และระยะเวลาการฝึก 15 วัน มอบให้ศูนย์ ฝึกอบรมเยาวชนภาคต่างๆดาเนินการฝึกอบรมตามความเหมาะสมแก่เหตุการณ์และความต้องการของ ท้องถิ่นโดยเร่งด่วนหลักสูตร เช่น วิชาลูกเสือ ความสาคัญของเยาวชน คุณลักษณะการเป็นผู้นา เป็นต้น บ้านพักเยาวชน
21.
ความหมายของบ้านพักเยาวชน บ้านพักเยาวชน (Youth Hotel)
หมายถึงสถานที่ที่องค์การอาสาสมัครได้จัดขึ้นสาหรับเป็นที่พัก ของเยาวชนร่วมกัน สาหรับการเดินทาง เพื่อการท่องเที่ยวและการศึกษาหาความรู้ เนื่องจากเยาวชนไม่ สามารถหาเงินเองได้ ต้องอาศัยบิดามารดา ทางการและผู้มีจิตเมตตากรุณาจึงได้สละในด้านเงินทองและ สถานที่เพื่อให้เยาวชนรู้จักประหยัด ควบไปกับความบันเทิงและการศึกษา บ้านพักเยาวชนส่วนมากจะจัด ขึ้นในชุมชนหรือนอกเมือง ภายในบ้านจะมีแต่อุปกรณ์การนอน การครัว ซึ่งเยาวชนผู้มาพักจะต้องช่วย ตัวเองเริ่มตั้งแต่การซักเสื้อผ้า การจัดที่นอน การปรุงอาหาร การทาความสะอาดสถานที่ วัตถุประสงค์ เพื่อให้เยาวชนช่วยตนเอง เพื่อประโยชน์ของตนเองและประเทศชาติในอนาคต นับว่าเป็นสถานที่ที่เยาวชน นิยมพักกันมาก ประวัติความเป็นมาของบ้านพักเยาวชน บ้านพักเยาวชนถือกาเนิดขึ้นในประเทศเยอรมัน เมื่อประมาณ 60 ปีมาแล้ว ภายหลังสงครามครั้งที่ 1 โดยมีครูชาวเยอรมันชื่อนาย Richard Shiraman มีความคิดเห็นว่าภัยจากสงครามเป็นสิ่งที่โหดร้ายน่า กลัว ไม่ควรจะให้เกิดขึ้นอีก ควรจะพยายามสร้างสันติภาพให้เกิดในหมู่มวลชนและจุดแรกที่เขามองคือ ควรจะสร้างขึ้นในหมู่เยาวชนเป็นอันดับแรก โดยการให้เยาวชนได้เดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ ให้พบเห็น สถานที่ที่มีความงามด้วยสถาปัตย์ศิลป์ หรือความงามของธรรมชาติ ตลอดจนความก้าวหน้าในการพัฒนา ประเทศ เพื่อจะให้เยาวชนเกิดความรู้สึกรักและไม่ปล่อยให้สงครามทาลายเสีย ต่อมาสงครามโลกครั้งที่สองได้เกิดขึ้น บ้านพักเยาวชนหยุดชะงัก และภายหลังสงครามโลกครั้งนี้ องค์การสหประชาชาติได้สนับสนุนโครงการบานพักเยาวชนในการที่จะปลูกฝังความสามัคคีธรรมระหว่าง ประเทศในหมู่เยาวชน และปลูกฝังให้เยาวชนรู้จักรักศิลปะสถาน ศิลปวัตถุ และวัฒนธรรมของโลก เพื่อส่งเสริมอุดมการณ์ครั้งนี้องค์การบ้านพักเยาวชนในประเทศต่างๆได้จัดให้มีบ้านซึ่งเยาวชนจะ เดินทางไปพักอยู่ด้วยความปลอดภัย และเสียค่าใช่จ่ายเพียงเล็กน้อย เพื่อให้ได้ศึกษาภูมิประเทศ ศิลปวัฒนธรรม และการใช้เวลาว่างในการหาความรู้โดยเดินทางเพื่อศึกษามากที่สุด และได้แพร่หลาย มาถึงประเทศไทย โครงการบ้านพักเยาวชนในประเทศไทย สมาคมสตรีอาสาสมัครแห่งประเทศไทย ได้ริเริ่มดาเนินการบ้านพักเยาวชนขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 โดย ผู้แทนองค์การบ้านเยาวชนสากลได้เดินทางมาพบ คุณหญิง ดุษฎี มาลากุล ซึ่งขณะนั้นดารงตาแหน่งนายก สมาคมสตรีอามาสมัครแห่งประเทศไทย โดยขอร้องให้ก่อตั้งองค์การนี้ขึ้นในประเทศไทย และส่งข้าราชการ ไทยไปสังเกตการประชุมที่ญี่ปุ่น และได้เสนอเรื่องไปยังกระทรวงศึกษาธิการซึ่งเกี่ยวข้องกับเยาวชน และ กระทรวงศึกษาธิการได้ตอบแสดงความเห็นชอบในอันที่จะก่อตั้งโครงการบ้านเยาวชนขึ้นในประเทศไทย คณะกรรมการผู้ริเริ่มโครงการจึงได้เชิญ นายกอง วิสุทธารมณ์ หัวหน้ากองกีฬาในขณะนั้นให้ช่วย ร่างข้อบังคับสมาคมบ้านเยาวชนแห่งประเทศไทยขึ้น และขออนุมัติให้กระทรวงศึกษาธิการ ส่วน นายกอง
22.
วิสุทธารมณ์ เดินทางไปประชุมองค์การบ้านเยาวชนแห่งเอเชีย ที่ประเทศญี่ปุ่น
ตามคาเชิญขององค์การ บ้านเยาวชนสากล เมื่อกิจการบ้านเยาวชนได้รับความสนใจจากนักเรียน นักศึกษา และประชาชนมากยิ่งขึ้น คณะกรรมการโครงการบ้านเยาวชนแห่งประเทศไทย จึงขอแยกกิจการออกจากสมาคมสตรีอาสาสมัครแห่ง ประเทศไทย และจดทะเบียนเป็นสมาคมเอกเทศ เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2503 โดยมีวัตถุประสงค์คล้ายคลึง กังองค์การบ้านเยาวชนสากล วัตถุประสงค์ของสมาคมบ้านเยาวชนแห่งประเทศไทย 1. จัดให้มีบ้านเยาวชนสาหรับ เยาวชนชาย – หญิง ใช้พักระหว่างเดินทางศึกษาภูมิประเทศ วัฒนธรรมต่างๆในประเทศไทยโดยเสียค่าที่พักเพียงเล็กน้อย 2. ส่งเสริมให้เยาวชนเดินทางชมพูมิประเทศ แหล่งทรัพยากรธรรมชาติ ให้เยาวชนรู้จักรักและ ช่วยกันรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรม และความงามของตามธรรมชาติของภูมิประเทศ 3. ร่วมมือกับองค์การบ้านพักเยาวชนในต่างประเทศส่งเสริมการแลกเลี่ยนเยาวชนให้ เดินทางระหว่างประเทศ 4. ส่งเสริมให้เยาวชนเสียสละความสุขส่วนตัว เพื่อส่วนรวม ช่วยตนเองและรักษาตนเองให้ ปลอดภัย มีความเข้าใจอันดีต่อผู้อื่น 5. ส่งเสริมให้เยาวชนเป็นผู้รู้จักสิ่งดีงาม รักความสุจริต เพื่อความเป็นพลเมืองดีของประเทศ และของโลก 6. ส่งเสริมให้เยาวชนมีพลานามัยสมบูรณ์ มีความริเริ่มของตนเอง มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นเบื้องต้น 7. ให้ความช่วยเหลือแก่เยาวชน ณ ที่ผู้ปกครองมีรายได้น้อย ให้มีการศึกษาดี และมีโอกาส รู้จักบ้านเมืองของตนเอง โดยให้ทุนเล่าเรียนและทุนเดินทางตามโอกาส การดาเนินงานของสมาคม สมาคมมีชื่อเต็มว่า “สมาคมบ้านเยาวชนแห่งประเทศไทย” เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า The thai youth hostels association เครื่องหมายของสมาคมเป็นรูปสามเหลี่ยมด้านเท่าพื้น สีเหลือง มีอักษร บ.ย.ท. สีขาวบรรจุอยู่ สานักงานของสมาคม ตั้งอยู่ที่ศาลาวันเด็ก สนามเสือป่า จังหวัดพระนคร ปัจจุบันได้ย้ายมาอยู่ บริเวณสี่เสาเทเวศร์ ถนนพิษณุโลก เยาวชนอยู่ในจังหวัดต่างๆ 9 จังหวัด คือ 1. บ้านเยาวชน อ่างศิลา จังหวัดชลบุรี 2. บ้านเยาวชนนครนายก ในบริเวณโรงเรียนสาลิกา จังหวัดนครนายก 3. บ้านเยาวชนฟากข้าวสาร ใกล้ทางแยกพระพุทธฉาย จังหวัดสระบุรี
23.
4. บ้านเยาวชนปทุมวัน ในบริเวณโรงเรียนอุดมศึกษา
พญาไท กรุงเทพมหานคร 5. บ้านเยาวชนนครปฐม สามพราย จังหวัดนครปฐม 6. บ้านเยาวชนนครสวรรค์ ในบริเวณโรงเรียนช่างสตรี จังหวัดนครสวรรค์ 7. บ้านเยาวชนเชียงใหม่ ในบริเวณการช่างสตรี จังหวัด เชียงใหม่ 8. บ้านเยาวชนไทรโยก อ.เมือง จังหวัดกาญจนบุรี การดาเนินกิจการบ้านเยาวชน เป็นงานอาสาสมัครมีการจัดตั้งคณะกรรมการอานวยการและกรรมการ ดาเนินงานขึ้นในจังหวัดที่มีบ้านเยาวชน โดยรายได้ของสมาคมได้มาจาก การบริจาคของผู้มีจิตศรัทธา ค่า บารุงจากสมาชิก ตลอดจนรายได้ทางอื่นๆ การสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม สมาชิกของสมาคมมี 2 ประเภท คือ 1. ประเภทบุคคล (Indwion) ได้แก่ ผู้มีความสนใจที่จะส่งเสริมกิจกรรมของสมาคมและ ยินยอมที่จะปฏิบัติตามข้อบังคับของสมาคม 2. ประเภทกลุ่ม (Group) ได้แก่ สมาคม สโมสร หรือองค์การที่ได้ตั้งขึ้นโดยชอบด้วย กฎหมาย รวมถึงหน่วยงานราชการ เทศบาล และสถานศึกษาด้วย สิทธิที่สมาชิกของสมาคมจะได้รับ มีหลายประการ เช่น มีสิทธิเข้าพักในบ้านเยาวชนแห่งประเทศไทย และ บ้านเยาวชนนานาชาติ และเสียค่าอาหารในราคาถูกตลอดจนมีสิทธิเข้าร่วมในกิจกรรมของสมาคม ส่วน การเดินทางไปพักบ้านเยาวชนในต่างประเทศนั้น ถ้าอายุไม่เกิน 14 ปี จะต้องเดินทางร่วมกับญาติผู้ใหญ่ ส่วนผู้อายุน้อยที่สุดต้องไม่ต่ากว่า 5 ปี กิจกรรมที่จัดสาหรับสมาชิก เพื่อให้สมาชิกเยาวชนได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ สมาคมบ้านพักเยาวชนแห่งประเทศไทยได้ จัดให้มีกิจกรรมต่างๆ คือ 1. เดินทางเพื่อศึกษาภายในประเทศ โดยพักตามบ้านพักเยาวชน 2. เดินทางเพื่อศึกษาภายนอกประเทศ 3. จัดการประกวดต่างๆเพื่อส่งเสริมศิลปะ วัฒนธรรม 4. จัดโต้วาทีอภิปราย จาหน่าย เครื่องศิลปะ การฝีมือ และการแสดง 5. จัดให้มีการบาเพ็ญประโยชน์ 6. ต้อนรับเยาวชนภายในและภายนอกประเทศ 7. จัดกิจกรรมกับองค์การเยาวชนอื่นๆ 8. จัดอบรมความรู้ภาษาอังกฤษ บ้านพักเยาวชนถือได้ว่าเป็นแหล่งนันทนาการ ที่จัดโดยองค์การอาสาสมัครเพื่อให้เยาวชนได้รับความ สนุกสนาน ความรู้ ประสบการณ์ ตลอดจนการช่วยเหลือตนเอง และการมีระเบียบวินัย เป็นกิจกรรมที่เสีย ค่าใช้จ่ายน้อยกว่าปกติ แต่สะดวก และปลอดภัย เน้นการให้บริการแก่สมาชิกเยาวชนมากกว่าผู้ใหญ่
24.
หนังสืออ้างอิง กรุงเทพมหานคร. สานักสวัสดิการสังคม. กองสันทนาการ.
งานเยาวชน และสนามเด็กเล่น รายงานประจาปี 2522 ผลการดาเนินงานของศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร. กทม. 2522 คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ, สานักงาน. แผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ ฉบับที่ 4 ธ.ค. 2520 – 2524. กทม. 2520 “นโยบายเยาวชนแห่งชาติ” ราชกิจจานุเบกษา 36 (12 มิ.ย. 2522). 2518 “พระราชบัญญัติจัดซึ่งศาลคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2494!! ราชกิจจานุเบกษา 23 (31 ธันงาคม 2506) ศุภรัตน์ สุขสมนิล และคณะ “กรรมการศึกษาสภาพและความสนใจของสมาชิกต่อกิจกรรมของศูนย์ เยาวชน” กทม. วิทยาลัยครูธนบุรี 2524. สมบัติ การญจนกิจ. สันทนาการขั้นนา. คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 2520 สานักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ เอกสารเพื่อการเผยแพร่ เกื้อ แก้วเกตุ (2531) กิจกรรมเยาวชน “เอกสารการสอนชุดวิชากิจกรรมและประสบการณ์เยาวชน” มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช นรินทร์ แจ่มจารัส (257) ผลของการเข้าร่วมกิจกรรมค่ายพักแรมที่มีต่อมโนภาพเกี่ยวกับตนเองของเด็ก ชุมชนแออัด วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร สมาคมบ้านพักเยาวชนแห่งประเทศไทย บ้านพักเยาวชน เอกสารเพื่อการเผยแพร่ เสาวนีย์ เสนานุ (252) งานอาสาสมัครและกิจกรรมเยาวชน เอกสารสาหรับเผยแพร่ สานักงาน คณะกรรมการส่งเสริมประสานงานเยาวชนแห่งชาติ
Download