บทที่ 13
อุทยานแห่งชาติและวนอุทยานแห่งชาติ
อุทยานแห่งชาติ ( NATIONAL MRK ) และวนอุทยานแห่งชาติ ( NATIONAL FOREST )เป็น
แหล่งนันทนาการธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สร้างเสริมประสบการณ์และจัดบริการทางด้านนันทนาการเพื่อ
บุคคลและชุมชนที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรของรัฐ ได้แก่ กรมป่าไม้ แระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ประวัติพัฒนาการ
ป่าไม้ สัตว์ป่า ที่ดิน ทิวทัศน์สวยงามตามธรรมชาติ เป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกยุคทุกสมัยใฝ่ฝันที่จะอยู่
ใกล้ชิด ทั้งเพื่อการยังชีพ เพื่ออยู่อาศัย เพื่อการพักผ่อนหย่อยใจ และเพื่อการศึกษาค้นคว้า อุทยานป่า ได้
ถูกบันทักไว้ในประวัติศาสตร์ ตั้งแต่สมัยอารยธรรมเก่าก่อน เช่น ในประเทศจีน พระจักรพรรค์ได้ออก
ประพาสอุทยานป่า ล่าสัตว์ และจากหลักฐานประวัติศาสตร์ เช่นกัน ในสมัยอารยธรรมของอียิปย์และ
อินเดีย ยุคโรมัน ผู้นาของประเทศได้มีการใช้ป่าไม้เพื่อการล่าสัตว์ เพื่อสร้างบรรยากาศนันทนาการส่วน
พระองค์
อุทยานแห่งชาติที่ได้มีการจัดการอย่างเป็นระบบ ( SYSTEMATIC ) ดังเช่นปัจจุบันนี้ได้ก่อตั้งขึ้น
ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2413 ( ค.ศ. 1870 ) หรือประมาณ 120 ปีมานี้โดยคณะสารวจของสหรัฐอเมริกาได้ทา
การสารวจแผ่นดินในเขตเยลโล สโตน ซึ่งเป็นอาณานิคมของบริเวณชายแดน 3 รัฐ ได้แก่ ไอด้าโอ และไวโอ
นิ่ง เห็นว่ามี สิ่งของหายากตามธรรมชาติมากมายเช่น น้าพุร้อน โคลนร้อน ทุ่งหญ้า ภูผาหินที่สวยงาม พันธุ์
สัตว์ป่านานาพันธุ์ เช่น หมี ควาย ควายป่าไบซัน กวาง นก เสือ สิงห์โต เป็นต้น และโดยเฉพาะทิวทัศน์นี้
ก่อให้เกิดจินตนาภาพที่ดีแก่มวลมนุษย์ น่าจะได้มีการสงวนรักษาเพื่อให้อนุชนและประชาชนได้มีโอกาส
สัมผัสแหล่งนันทนาการธรรมชาตินี้คณะผู้สารวจจึงได้มอบดินแดนหรือสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ( PARK
) ให้แก่รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ในศาส์นคอมโต้ได้ใช้คาว่า “ อุทยานแห่งชาติเยลโลสโตน ” ( YELLOW
STONE NATIONAL PARK ) ในที่สุด ปีค.ศ. 1872 รัฐบาลกลางสหรัฐได้ใช้กฎหมายคุ้มครองอุทยานนี้
เรียกว่ากฎหมายอุทยานแห่งชาติ ดังนั้นศัพท์คาว่า “ อุทยานแห่งชาติ ” จึงได้ถูกบัญญัติอย่างเป็น
ทางการและใช้กันมาจนปัจจุบันจากสหรัฐอเมริกา อุทยานแห่งชาติ ก็ได้แพร่หลายไปทั่วประเทศ เพื่อสงวน
รักษา ธรรมชาติ ทิวทัศน์ที่สวยงาม หายาก สัตว์ป่าและพรรณไม้ต้นไม้ที่หายาก เช่น อุทยานแห่งชาติโยเช
มิติ ( YCSEMITE NATIONAL PARK ) มีความงดงามธรรมชาติเป็นเยี่ยมในรัฐแคลิฟอร์เนีย อุทยาน
แห่งชาติแกรนแคนยอน ( GRAND CANYON NATIONAL PARK ) ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่
ธรรมชาติสร้างรูปปั้นที่มีลักษณะเหมือนกันเป็นหมื่นแสนรูป ที่เกิดจากกระแสน้า กระแสลมใหญ่โตมหึมา
อุทยานแห่งชาติ ซีควอนน่า ( SEQUIUA NATIONAL RARK ) ที่ยังมีต้นไม้ที่ยังมีชีวิต ปัจจุบันอายุ 2500 –
3500 ปีอยู่เป็นกลุ่ม ถือว่าเป็นสิ่งหายาก และมหัศจรรย์ยิ่งในรัฐแคลิฟอร์เนีย ไปร์แคนยอนที่เหมือนกับที่อยู่
ของเทวดานางฟ้ าเป็นหินสีสด แดง เหลือง ส้ม มากมาย
กระแสลมเซาะเป็นภาพที่สวยงามตระการตาในรัฐบูห่า อุทยานแห่งชาติไดโนเสาร์(DINOSOAR PARK) ซึ่ง
พบซากโครงกระดูกไดโนเสาร์ในบริเวณภูเขาหลายสิบตัวในรัฐโคโลราโต จุดที่มีการประกาศอุทยาน
แห่งชาติของสหรัฐประมาณ 200 แห่ง นอกจากนี้ก็มีปาร์กที่เล็กลงมาอีกมากมายและประเทศต่างๆ ทั่วโลก
ต่างก็นาเอาความคิดอุทยานแห่งชาติไปดาเนินการ ในปัจจุบันมีอุทยานแห่งชาติทั่วโลกประมาณ 1,500
แห่ง และมุ่งพัฒนาอุทยานแห่งชาติเพื่อประโยชน์นันทนาการ อนุรักษณ์ธรรมชาติ และศึกษาวิจัยธรรมชาติ
อุทยานแห่งชาติในประเทศไทยอยู่ในความดูแลของกรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรกรและสหกรณ์ มี
การพัฒนาการตั้งแต่ปีพ.ศ. 3486 เมื่อกรมป่าไม้ได้จาดาเนินการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติขึ้นครั้งแรกที่ ภู
กระดึง จังหวัดเลย แต่อย่างไรก็ตามการดาเนินงานหยุดชงักลง เนื่องจากขาดการสนับสนุนในด้านการเงิน
เจ้าหน้าที่ และการจัดการ ต่อมาจอมพลสฤษดิ์ ธนรัชต์ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสนใจในเรื่องป่าไม้
และคุ้มครอง และสงวนรักษาทรัพยากรณ์ธรรมชาติ ได้นาเสนอต่อคณะรัฐมนตรีโดยเสนอให้กระทรวง
เกษตรและสหกรณ์ ดาเนินการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ ในปีพ.ศ.2502 และได้ดาเนินการประกาศเป็น
กฎหมายว่า “พระราชบัญญัติ” อุทยานแห่งชาติในปีพ.ศ.2504 โดยกาหนดโครงการพัฒนาป่าไม้ที่มี
ทิวทัศน์สวยงาม ธรรมชาติที่หายาก และสถานที่เหมาะแก่การจัดเป็นอุทยานแห่งชาติตามระบบสากล โดย
ในปีพ.ศ.2504 ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติจานวน 14 แห่ง ได้ที่
เขาใหญ่ ในพื้นที่นครนายก นครราชสีมา สระบุรี และปราจีนบุรี
ภูกระดึง ในพืนที่จังหวัดเลย
ท่งแสลงหลวง ในพื้นที่ จังหวัดพิษณุโลก และเพชรบูรณ์
เขาสลอบ(เอราวัณ) ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี
ดอยสุเทพ ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่
ดอยอินทนนท์ ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่
ดอยขุนตาล ในพื้นที่จังหวัดลาปาง และลาพูน
น้าหนาว ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์
ลานสาง ในพื้นที่จังหวัดตาก
เขาสระบาป ในพื้นที่จังหวัดจันทบุร๊
เขาคิชกูฏ อยู่ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี
เขาภูพาน อยู่ในพื้นที่จังหวัดสกลนคร
เขาสามร้อยยอด อยู่ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
เขาหลวง อยู่ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชและสุราษฎร์ธรนี
จนถึงปัจจุบัน(2531) ประเทศไทยมีอุทยานแห่งชาติจานวน 56 แห่ง รวมพืนที่ทั้งหมด18.09ล้านไร่ หรือ
5.64 ของพื้นที่ทั้งหมด และในปี 2534 ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ตั้งเป้ าหมายจะประกาศอุทยาน
แห่งชาติของประเทศไทยเป็น 110 แห่ง
ความหมาย
อุทยานแห่งชาติ หมายถึง พื้นที่ดินขนาดใหญ่ซึ้งมีระบบนีเวศน์ภายในพื้นที่ที่ไม่ถูกเปลี่ยนแปลง
ด้วยการกระทาของมนุษย์และพื้นดินนั้นมีคุณสมบัติเด่นเป็นพิเศษ ในด้านธรรมชาติ การศึกษาหรือ
วิทยาศาสตร์ ใช้ประโยชน์เพื่อการท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน พื้นที่ประกอบด้วย พืชและสัตว์
นานาชนิด มีทัศนียภาพของพื้นที่ ความสาคัญทางธรณีวิทยาและเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์และพืช
องค์การของรัฐจะต้องดูแลและควบคุมมิให้มนุษย์เปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ธรรมชาติ ดังกล่าวจะต้อง
ดาเนินการสนับสนุนให้ระบบนิเวศน์ในบริเวณพื้นที่เป็นไปโดยแรงผลักดันของธรรมชาติอย่างแท้จริง
ประชาชนทาอยู่รับบริการมีสิทธิได้รับอณุญาตเยี่ยมชมเพื่อสนับสนุนให้เกิดความซาบซึ้ง ความคิด
สร้างสรรค์ทางการศึกษา วัฒนธรรมและเพื่อนันทนาการ
วัตถุประสงค์
อุทยานแห่งชาติมีวัตถุประสงค์เพื่อ
เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ
เป็นสถานที่เพื่อศึกษาค้นคว้าวิจัย วัตว์ ป่า และพรรณไม้ ตลอดจนทรัพยากรณ์ธรรมชาติอื่นๆที่มี
คุณสมบัติและลักษณะเด่นหายาก
เพื่อช่วยรักษาและอนุรักษณ์ ต้นน้าลาธาร ภูเขา เกาะ แก่ง สัตว์ป่า และพันธุ์ไม้ และทรัพยากรณ์ที่
หายาก
เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจของราษฎรในท้องถิ่น
จากการสารวจของกรมป่าไม้ (2531) รายงานว่า ประเทศไทยมีอุทยานแห่งชาติจานวน 56 แห่ง เป็นพื้นที่
รวม 18.09 ล้านไร่ หรือ 5.64 ของพื้นที่ทั้งหมดของประเทศไทย และมีอุทยานแห่งชาติ 33 แห่ง พื้นที่
223,661 ไร่ และจากการสารวจการใช้บริการของประชาชน เพื่อนันทนาการและศึกษาอุทยานและอุทยาน
มีจานวน 5 ล้านคนในปี 2526 ซึ่งเป็นตัวเลขที่แสดงให้เห็นว่า ประชาชนไทย และชาวต่างประเทศให้ความ
นิยมและหันมาใช้บริการอุทยานแห่งชาติเป็นจานวนมาก ในขณะเดียวกัน กรมป่าไม้ก็กาลังขยายอุทยาน
แห่งชาติ เพื่อเตรียมต้อนรับผู้ใช้บริการ โดยตั้งเป้ าหมายว่าจะขยายอุทยานแห่งชาติของประเทศไทย จาก
56 แห่ง เป็น 110 แห่งในปี 2534 ซึ่งหากว่าในปี 2530 จะมีผู้ใช้บริการเพื่อนันทนาการจานวนไม่น้อยกว่าปี
ละ 10 ล้านคน
อุทยานแห่งชาติของประเทศไทยได้รับเลือกเป็นมรดกของกลุ่มประเทศอาเซียน ดังนี้เพราะว่า
ลักษณะเด่นที่สวยงามเป็นพิเศษ เหมาะแก่การสงวนรักษาเพื่อประชากรของโลกจะได้เยี่ยมชม และศึกษา
ได้แก่
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งเป็นผู้แทนเขตป่าทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
อุทยานแห่งชาติ ตะรุเตา เป็นผู้แทนเขตป่าทางภาคใต้
ในการประชุมพัฒนาหัวหน้าอุทยานแห่งชาติปี 2547 ได้กาหนดความเป็นมาตรฐานของอุทยานแห่งชาติ
ของไทยโดยแบ่งออกเป็น 4 ขั้นได้แก่
หมายถึง อุทยานแห่งชาติที่มีความสาคัญ ระดับนานาชาติ เป็นที่รู้จักกันดีในวงการนานาชาติ เช่น
เขาใหญ่ และตะรุเตา
หมายถึง อุทยานแห่งชาติที่มีความสาคัญระดับชาติและเป็นที่รู้จักมีชื่อเสียงในระดับประเทศไทย
เช่น อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ทุ่งแสลงหลวง น้าหนาว ดอยขุนตาล เอราวัล เป็นต้น
หมายถึง อุทยานแห่งชาติที่มีความสาคัยระดับภาคในท้องถิ่นเป็นที่รู้จักของประชาชนในภาคนั้นๆ
เช่น เขาสามร้อยยอด น้าตกพลิ้ว ทับลาน แม่ปิง ดอยสุเทพ ศรีสัชนาลัย เป็นต้น
หมายถึง อุทยานแห่งชาติที่มีความหมายระดับท้องถิ่น แพร่หลายและรู้จักกันในจังหวัด ทั้งรวมถึง
วนอุทยานต่างๆ ในท้องถิ่นด้วย เช่น เขาชะเมา ภูเรือ คลองลาน แหลมสน เขื่อนศรีนครินทร์ หาดเจ้าไหม
แก่งละนะ เขาสามหลั่น อ่าวพังงา เป็นต้น
หลักเกณฑ์ในการเลือกบริเวณที่ดินเพื่อจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ
หลักเกณฑ์ต่างๆ ที่ถือปฏิบัติกันมาแต่ต้นเป็นแนวเดียวกันกับที่สากลใช้ปฏิบัติสรุปได้ดังนี้คือ
บริเวณใดที่จะถือว่ามีคุณค่าควรแก่การครอบครองรักษาไว้เป็นอุทยานแห่งชาติ ควรจะมีคุณลักษณะดังนี้
มีทิวท้ศน์ตามธรรมชาติที่สวยงามและเด่นเป็นพิเศษ มีส่วนประกอบของภูมิประเทศที่แปลกและหา
ยากมี
ธรรมชาติหรือโบราณวัตถุที่มีความสาคัญทางธรณีวิทยาและทางประวัติศาสตร์เป็นพิเศษ
2. มีพันธุ์ไม้ ( FLORA ) และพันธุ์สัตว์ ( FAUNA ) ที่สาคัญที่หายาก
3. สามารถให้ประชาชนพักผ่อนหย่อนใจ สัมผัสกับธรรมชาติอันบริสุทธิ์ เกิดความรื่นรมย์ในสิ่งที่
มีความเป็นป่าวิเวก ที่หาไม่ได้ในเมืองที่เต็มไปด้วยผู้คน และแวดล้อมไปด้วยสิ่งประดิษฐ์แสงสี ที่ไม่เป็น
ธรรมชาติ
4. ควรมีพื้นที่กว้างขวาง พอที่จะเพื่อปลูกพันธ์ไม้และพันธุ์สัตว์มีชีวิตอยู่ได้เองตามธรรมชาติ
พื้นที่มีขนาดกว้างอย่างน้อย 10 ตารางกิโลเมตรหรือ 62,500 ไร่ เพื่อรักษาสถานะภาพทางนิเวศน์
5. ไม่ว่าบริเวณนั้นจะมีขนาดใดก็ตามเนื้อที่ส่วนนั้นควรที่จะมีลักษณะเหมาะสมกับการใช้เป็น
แหล่งให้ประชากร เป็นที่เหมาะที่จะให้ความสะดวก และบริการที่จาเป็นแก่ปรพชาชนผู้ไปเที่ยวได้
6. บริเวณนั้นจะต้องคงคุณค่าและประโยชน์ต่างๆ ดังกล่าวมาข้างต้น ทั้งในปัจจุบันและอนาคต
เพื่อให้สมกับงบประมาณของประเทศที่จานามาใช้จ่าย มาใช้ในการพัฒนา เพื่ออานวยประโยชน์ให้แก่
ประชาชนในปัจจุบัน และใช้จ่ายเพื่อการคุ้มครองรักษาให้เป็นมรดกที่มีค่าคงอยู่ต่อไป ให้ชุมชนรุ่นหลังได้มี
โอกาสรับประโยชน์เช่นเดียวกันในอนาคต สาหรับประเทศไทย เมื่อพิจารณาการบุกรุกทาลาย
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เป็นป่าเขาในปัจจุบันแล้ว เป็นที่น่าวิตกมากกว่าเนื้อที่มีลักษณะ
เข้าหลักเกณฑ์อุทยานแห่งชาติจะหมดไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเพื่อที่ให้ประเทศเรามีอุทยานแห่งชาติที่มี
คุณภาพดี และสามารถจัดสนองความต้องการของประชาชนให้ทั่วถึงกัน โดยการกระจายอุทยานแห่งชาติ
ไปตามภาคต่างๆ อย่าเพียงพอแล้ว รัฐบาลก็ควรจะถือเป็นภาระเร่งด่วนและเป็นนโยบายที่สาคัญ ทาการ
วางแผนระยะไกลรีบดาเนินการสารวจหาบริเวณเนื้อที่ที่มีลักษณะเข้าหลักเกณฑ์ ดาเนินการสงวนบริเวณ
เหล่านี้ไว้ในรูปของอุทยานแห่งชาติโดยเร็วยิ่งกว่าที่เป็นอยู่โดยการเตรียมการที่มีสายตาไกล เพื่อรับ
สถานการณ์ในอนาคต หากไม่รีบดาเนินการสงวนไว้แต่เนินๆ บริเวณที่มีลักษณะทางธรรมชาติที่ดีเด่นก็จะ
สูญไป เพราะการบุกลุกทาลายล้างของเอกชนที่เห็นแก่ความร่ารวยส่วนตัว ทาให้เรามีความจาเป็นต้อง
ยอมรับเอาบริเวณที่มีคุณภาพและคุณค่าทางธรรมชาติต่ากว่ามาตรฐานมาเป็นอุทยานแห่งชาติ เพราะ
ความต้องการของประชาชนในด้านนี้จะเพิ่มสูงขึ้นทวีคูณในอนาคตเป็นเงาตามตัวโดยการเพิ่มจานวน
ประชากรของชาติ
ปัจจุบันความเห็นที่ว่า พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติเป็นกฎหมายที่คุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติ
ได้ดีที่สุดควรอาศัยกฎหมายฉบับนี้ในการที่จะคุ้มครองและรักษาเนื้อที่ป่าอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรป่า
ไม้ อันมีค่าที่ยังถูกรบกวนมารักษาไว้ให้คงอยู่ในรูปของอุทยานแห่งชาติให้มากที่สุด เพื่อให้ทรัพยากรป่าไม้
ของประเทศได้รอดพ้นจากการทาลายล้างของเอกชนที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว นับได้ว่าเป็นความเห็นที่จะ
ใช้กุศโลบายที่เหมาะสมต่อสถานการณ์ของป่าไม้ของประเทศดังที่เป็นอยู่ในเวลานี้เพราะอาจเป็นวิธีเดียว
ที่จะกู้ทรัพยากรป่าไม้ของชาติให้คงอยู่ต่อไป แต่อุทยานแห่งชาติที่ได้รับมาในรูปนี้จาเป็นต้องแยกประเภท
ออกไปเพื่อใช้การจัดการได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์เดิมที่ตั้งไว้
ประโยชน์ของอุทยานแห่งชาติ
ตามวัตถุประสงค์ข้อที่สองของอุทยานแห่งชาติที่ว่า เพื่อดาเนินการให้ทรัพยากรธรรมชาติที่
คุ้มครองรักษาในรูปของอุทยานแห่งชาติ ได้อานวยประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมแก่รัฐและประชาชน
สืบไปนั้น จาเป็นต้องรู้จักและเข้าใจให้แน่ชัดเสียก่อนว่า อุทยานแห่งชาติมีประโยชน์อะไรบ้าง และจะใช้
ประโยชน์นั้นอย่างไร ใครเป็นคนดาเนินการเพื่ออานวยประโยชน์บางอย่างให้เกิดขึ้น และใครเป็นผู้ป้ องกัน
รักษาให้อุทยานแห่งชาติยังคงอยู่เป็นมรดกสืบทอดไปชั่วลูกหลาน รวมทั้งมีนโยบายอย่างไรที่จะทาให้การ
ดาเนินการเพื่ออานวยประโยชน์ และเพื่อช่วยกันรักษาให้ได้ผลตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้โดยสมบูรณ์
อุทยานแห่งชาติเป็นประโยชน์ต่อรัฐและประชาชน ก็ต่อเมื่อรัฐและประชาชนใช้ประโยชน์จาก
อุทยานแห่งชาติในทางที่ถูก อุทยานแห่งชาติถือได้ว่า เป็นทรัพยากรชนิดหนึ่ง แต่เป็นทรัพยากรที่ให้ผลิตผล
ต่างกับทรัพยากรอย่างอื่น เช่น ป่าไม้ อาจให้ผลเป็นไม้ แหล่งแร่ก็ให้ผลเป็นแร่ แต่อุทยานแห่งชาติให้ผล
ในทางจิตใจซึ่งได้ใช้ประโยชน์อุทยานแห่งชาติที่สาคัญย่อมเป็นไปในรูปของการพักผ่อนหย่อนใจ (
RECREATION ) มีทิวทัศน์ยังมีผลในทางที่จะจูงใจ ( INSPIRE ) ให้ประชาชนที่ไปเที่ยวเกิดความรู้สึกนึก
คิดในทางสร้างสรรค์และดีงาม ซึ่งมีผลส่งให้วัฒนธรรมทางจิตใจของประชาชนในชาติสูงส่งตามไปด้วย
เพื่อให้เห็นกระจ่างชัด เราสามารถที่จะแบ่งประโยชน์ของอุทยานแห่งชาติได้เป็น ข้อๆ ดังนี้
1. เป็นแหล่งสันทนาการหรือสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน ที่ให้ผลดีต่อสุขภาพทั้งทาง
จิตใจและร่างกาย
2. อุทยานแห่งชาติเป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ( OUTDOOR MUSEVME ) ที่กว้างใหญ่
ไพศาล จะเอาวัตถุ
ธรรมชาติที่สาคัญต่างๆ ไว้มากมายเพื่อรักษาไว้เป็นสมบัติอันล้าค่าของชาติตลอดไป
3. เป็นสนามสาหรับศึกษา ค้นคว้า ทดลอง และเป็นที่แสวงหาความรู้ทางธรรมชาติวิทยาทุกสาขา
ของนักเรียน นิสิต
นักศึกษา ตลอดจนประชาชนทั่วไป
4. เป็นเขตสงวนพันธ์ไม้และพันธ์สัตว์ ( PLANTS AND WILDLIFS ) ได้ดีที่สุด
5. เป็นการป้ องกันรักษาต้นน้าลาธารได้ดีที่สุด ในกรณีที่อุทยานแห่งชาตินั้นมีลักษณะเป็นป่าเขา
และเป็นแหล่งต้น
น้าลาธาร
6. เพื่อรักษาไว้ซึ่งโบราณวัตถุและสถานที่ที่มีความสาคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติ ให้คงอยู่เป็น
สิ่งเตือนใจของคน
ทั้งปัจจุบันและอนาคต ในกรณีที่อุทยานแห่งชาตินั้นมีความสาคัญในทางประวัติศาสตร์ด้วย
7. เพื่อประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน และความมั่นคงปลอดภัยของชาติใน
อนาคต ประโยชน์ใน
ข้อสุดท้ายเป็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นทางอ้อม แต่มีความสาคัญอยู่มากจึงจาเป็นต้องชี้ให้เห็น
ความสาคัญนี้พอประมาณ
ในด้านเศรษฐกิจ อุทยานแห่งชาติให้ประโยชน์ก็เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว
จากทุกมุมโลก นักท่องเที่ยวเหล่านี้ย่อมนาเงินตราต่างประเทศเข้ามาสู่ประเทศไทยเป็นจานวนมหาศาล ทา
ให้ฐานะเศรษฐกิจของชาติดีขึ้น สาหรับนักท่องเที่ยวที่ประชาชนคนไทยก็มีส่วนทาให้เกิดกระแสเงิน
หมุนเวียนและกระจายรายได้เข้าสู่ชนบทก่อให้เกิดธุรกิจบริการแก่นักท่องเที่ยวหลายอย่าง ทาให้ประชาชน
มีรายได้เพิ่มขึ้น
ในด้านสังคม ย่อมเป็นที่ยอมรับกันว่า ประชาชนแต่ละคนเป็นส่วนประกอบของสังคม ถ้า
ส่วนประกอบสังคมขึ้นอยู่ในสภาพดีก็ทาให้สังคมโดยส่วนรวมดีตามไปด้วย อุทยานแห่งชาติจึงเปรียบ
เหมือนแหล่งพักฟื้นสุขภาพทางร่างกายและจิตใจ ที่เสื่อมโทรมภายใต้ความกดดันของปัญหาเศรษฐกิจและ
สิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษ ให้กลับคืนสู่สภาพที่สมบูรณ์ดังเดิม
ในด้านความมั่นคงและปลอดภัยของชาติ อุทยานแห่งชาติเปรียบเสมือนคลังมหาสมบัติที่มีค่า
มหาศาล มีทัพยากรป่าไม้และแร่ธาตุ ในยามวิกฤตเมื่อชาติต้องการจะใช้ทัพยากรเหล่านี้เพื่อความอยู่รอด
ก็สามารถนามาใช้ได้ แต่ยามปกติเช่นนี้ฐานะของประเทศยังไม่ยากจนเกินไปจนถึงกับต้องนาเอา
ทรัพยากรธรรมชาติเหล่านี้ออกมาใช้ เพียงเพื่อผลทางเศรษฐกิจระยะสั้น เพราะความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
นั้น ย่อมหมายถึงความสูญเสียความเป็นธรรมชาติดั่งเดิมตลอดไป
ความมั่นคงและความปลอดภัยของชาติย่อมมีความสาคัญเหนือสิ่งอื่นใดในชาติ ตัวอย่างที่มีใน
ปัจจุบันได้แก่ การสร้างสถานีเรดาร์ในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ แต่การ
ติดตั้งอุปกรณ์ทางการทหารเช่นนี้หากว่าไม่มีความจาเป็นจริงๆ แล้วก็ไม่ควรที่จะมีขึ้นในเขตอุทยาน
แห่งชาติ เพราะจะเป็นสิ่งที่ไปทาให้เกิดการเสื่อมเสียแก่สภาพธรรมชาติ ซึ่งเป็นการขัดกับวัตถุประสงค์ของ
อุทยานแห่งชาติ แต่เมื่อไม่สามารถหาภูมิประเทศที่เหมาะสมแห่งอื่นได้อีกแล้ว ก็อาจยินยอมให้มีการติดตั้ง
สิ่งเหล่านี้ขึ้นในเขตอุทยานแห่งชาติได้ โดยพยายามให้มีการเปลี่ยนแปลงสภาพธรรมชาติแวดล้อมให้น้อย
ที่สุด และไม่ควรให้กีดขวางปิดบังทิวทัศน์ที่เป็นลักษณะเด่นภายในอุทยานแห่งชาติ
การแบ่งเขต ( ZONE ) ในเขตอุทยานแห่งชาติ
เพื่อให้การจัดการและบริหารงานของอุทยานแห่งชาติเป็นไปด้วยความมีประสิทธิภาพ เพื่อบริการ
สร้างเสริมประสบการณ์นันทนาการแก่บุคคล และชุมชน การแบ่งเขตในอุทยานแห่งชาติที่นิยมมีดังนี้
1. เขตสงวนพิเศษ ( SPECIAL PRESERVATION ZONE ) เป็นเขตที่สงวนพิเศษเพื่อการอนุรักษ์
จุดเด่นที่สาคัญและหายากเพื่อประโยชน์ต่อประชาชนได้ศึกษาหรือใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ในบริเวณ
โซนนี้จะมีการเข้มงวดในเรื่องการดูแลรักษามากกว่าโซนอื่นๆ
2. เขตป่าเปลี่ยว ( WILDERNESS ZONE ) เป็นเขตที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ เพื่อการอนุรักษ์ป่าเปลี่ยว
ธรรมชาติ จะเป็นเขตให้เข้าไปใช้สอยหรือศึกษาธรรมชาติได้ อาจจะมีสิ่งอานวยความสะดวกที่จาเป็น
บริเวณนี้ไม่มีเส้นทางรถยนต์ผ่าน
3. เขตสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ ( NATIONAL ENVIRONMENT ZONE ) เป็นเขตที่จัดขึ้นเพื่อบริการ
ประชาชนสาหรับสร้างเสริมประสบการณ์กลางแจ้ง ( OUTDOOR EDUCATION ) ทางเดินธรรมชาติ
ศึกษาน้าตก ต้นน้าลาธาร หรือ ศึกษา ที่อยู่ของสัตว์ป่า ต้นไม้ป่า บริเวณนี้จะมีอุปกรณ์อานวยความสะดวก
เท่าที่จาเป็น จะไม่มีทางรถยนต์ผ่าน
4. เขตนันทนาการกลางแจ้ง ( OUTDOOR RECREATION ZONE ) เขตนี้เป็นพื้นที่จัดเพื่อบริการ
ประสบการณ์นันทนาการต่างๆ เช่น ทัศนียภาพเพื่อความงดงามของธรรมชาติ เพื่อการศึกษา เพื่อการ
สัมผัส ธรรมชาติ ป่าเขา สัตว์ป่า ต้นน้าลาธาร เป็นต้น บริเวณนี้อนุญาตให้มีทางรถยนต์ผ่านได้
5. เขตบริการของอุทยาน ( PARK SERVICE ZONE ) เป็นเขตที่บริการประชาชนที่เข้ามาใน
บริเวณอุทยานแห่งชาติ จะเป็นศูนย์บริการที่พักอาศัย ที่ตั้งค่ายพักแรม ที่ปิกนิก ศูนย์บริการเชื้อเพลิง
อาหารและ สิ่งจาเป็นอื่นๆ มีร้านขายของที่ระลึก และสิ่งก่อสร้างอื่นๆ
6. เขตประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ( HISTORIC & OULTURAL ZONE ) ซึ่งเป็นเขตที่ใช้อนุรักษ์
เพื่อการประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมบริเวณนั้นๆ
7. เขตที่พักอาศัยของเจ้าหน้าที่อุทยานและอุปกรณ์ ( MRK RESILENCE AND MAINTENANCE
ZONE ) สาหรับให้เจ้าหน้าที่และผู้รับผิดชอบได้อยู่อาศัยและซ่อมแวมพัฒนาอุทยานแห่งชาติ เขตนี้ควรอยู่
ในจุดที่ไม่ใช่จุดเด่นของอุทยาน หรือบังสายตาของนักท่องเที่ยว
จุดให้บริการเพื่อประสบการณ์นันทนาการของอุทยานแห่งชาติ
ทางอุทยานแห่งชาติถือเป็นนโยบายให้บริการแก่ประชาชนที่มาพักผ่อนหย่อนใจในอุทยาน
แห่งชาติดังนี้
1. ให้นักท่องเที่ยวได้ทรายถึงความมุ่งหมายของการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติให้ทราบถึงวิธีการใช้
ประโยชน์การศึกษาหาความรู้ และความเพลิดเพลินอย่างถูกต้อง โดยไม่ทาความเสียหายแก่สิ่งแวดล้อม
2. ให้มีวิทยากรบรรยายพร้อมกับฉายภาพยนตร์ หรือสไลด์ ตามค่ายพักแรม และจุดที่เห็นสมควร
บรรยาย จะช่วยให้นักท่องเที่ยวมีความรู้และมีความประทับใจมากขึ้น เพื่อนักท่องเที่ยวเข้าใจนโยบายและ
ทราบถึงการบริการของอุทยานแห่งชาติที่ดีแล้ว เราก็จะทราบคุณค่าของอุทยานแห่งชาติดีขึ้น และจะเข้าใจ
ว่าคุณค่า มรดกของชาติ จากนั้นเขาก็จะใช้ประโยชน์ด้วยความระมัดระวัง และสนับสนุนโครงการของ
อุทยานแห่งชาติ
3. อุทยานจะต้องทาทางศึกษาธรรมชาติ ( NATURE TRIAL ) และมีรายละเอียดเกี่ยวกับพันธุ์ไม้
สัตว์ป่าทั้งสองข้างทาง และถ้าเห็นสมควรก็ควรทานิทรรศการข้างทางด้วย ( WAY SIDE EXHIBITS )
4. การบรรยายและเผลแพร่ จะต้องอาศัยอุปกรณ์ต่างๆ เช่น เอกสาร รูปภาพ สิ่งก่อสร้าง และ
จะต้องขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่และบุคลากรภายนอกด้วย
5. จัดตั้งพิพิธภัณฑ์เป็นอาคารสาหรับจัดตั้งนิทรรศการเกี่ยวกับธรรมชาติ และประวัติศาสตร์
6. ตั้งศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ( VISITER CENTER ) เพื่อให้คาแนะนา ให้ความรู้และบรรลุ
จุดประสงค์ในการจัดการด้านอื่นๆ ภาพในในศูนย์จะต้องมีหน่วยงานประชาสัมพันธ์ มีเอกสารแจก
นิทรรศการและอุปกรณ์ตามโสตทัศนศึกษา
7. ให้จัดสร้างโรงหนังกลางแจ้ง ( OUTDOOR THEATER ) และมีการบรรยายตอนกลางคืน ซึ่งจะ
ให้ความรู้และความบันเทิง
8. อุทยานแห่งชาติ ควรจะร่วมมือกับโรงเรียน สถาบัน ผู้พิมพ์ นักเขียน และหน่วยงานอื่นๆ เพื่อ
เผยแพร่ความรู้อันจะช่วยกระตุ้นให้ประชาชนเกิดความรู้สึกหวงแหนธรรมชาติ และช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม
9. ให้นักท่องเที่ยวมีโอกาสไปชมสัตว์ป่า โดยอุทยานจะสร้างหอดูสัตว์ให้แต่จะต้องไม่เป็นการ
รบกวนสัตว์ด้วย
10. ในอุทยานแห่งชาตินั้น สามารถมีกิจกรรมกลางแจ้งได้หลายอย่างเช่น การเดินออกกาลังปี น
เขา ปั่นจักรยาน ขี่ม้า ชมวิว กีฬาทางน้า ศึกษาธรรมชาติ ถ่ายรูป ออกแคมป์ ปิกนิก เป็นต้น และกิจกรรม
ต่างๆเช่นนี้จะต้องไม่ทาให้เสียหายแก่ธรรมชาติ และจะต้องไม่รบกวน และขัดแย้งซึ่งกันและกัน
11. ความงามของธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติ จะบันดาลใจให้ศิลปินทั้งหลายเกิดความคิดในทาง
สร้างสรรค์ ฉะนั้นจึงเห็นสมควรจัดที่พักและจัดการสอนให้กับผู้ที่สนใจในด้านศิลปกรรมด้วย
รายชื่ออุทยานแห่งชาติ จานวน 56 แห่ง
ลาดับที่ ชื่อ จังหวัด เนื้อที่ ( ไร่ ) ประกาศในราชกิจจานุเบกษา (วัน เดือน ปี)
1 เขาใหญ่ นครนายก 1,355,468.75 18 ก.ย. 2505
สระบุรี -71.79
นครราชสีมา
ปราจีนบุรี
2 ภูกระดึง เลย 217,581.25 23 พ.ย. 2505
-5.0 25 ต.ค. 2521
3 ทุ่งแสลงหลวง พิษณุโลก 801,000 29 ม.ค. 2506
เพชรบูรณ์ 789,000 13 ธ.ค. 2515
789,000 27 พ.ค. 2518
4 เขาสามร้อยยอดประจวบคีรีขันธ์ 38,300 28 มิ.ย. 2509
23,000 1 เม.ย. 2525
ลาดับที่ ชื่อ จังหวัด เนื้อที่ ( ไร่ ) ประกาศในราชกิจจานุเบกษา (วัน เดือน ปี)
5 น้าหนาว เพชรบูรณ์ 603,750 4 พ.ค. 2515
ชัยภูมิ 603,750 26 ก.ย. 2525
6 ดอยอินทนนท์ เชียงใหม่ 168,750 2 ต.ค. 2515
/ 301,500 13 มิ.ย. 2521
7 ภูพาน กาฬสินธ์ 418,125 13 พ.ย. 2515
สกลนคร 418,125 6 มิ.ย. 2518
8 ตะรุเตา สตูล 931,250 19 เม.ย. 2517
9 เขาหลวง นครศรีธรรมราช 356,250 18 ธ.ค. 2517
10 ดอยขุนตาล ลาบาง,ลาพูน 159,556.25 5 มี.ค. 2518
11 น้าตกพลิ้ว จันทบุรี 84,062.5 2 พ.ค. 2518
12 เอราวัณ กาญจนบุรี 343,750 19 มิ.ย. 2518
13 เขาฉะเมา จันทบุรี,ระยอง 52,300 31 ธ.ค. 2518
เขาวง
14 เขาคิชณกูฏ จันทบุรี 36,687 4 พ.ค. 2520
15 ลานสาง ตาก 65,000 14 พ.ค. 2522
16 ภูเรือ เลย 75,525 26 ก.ค. 2522
17 เฉลิมรัตนโกสินทร์ กาญจนบุรี 36,875 12 ก.พ. 2523
18 รามคาแหง สุโขทัย 213,125 27 ต.ค. 2523
19 ไทรโยค กาญจนบุรี 312,500 27 ต.ค. 2523
20 ทะเลบัน สตูล 63,550 27 ต.ค. 2523
21 หมู่เกาะอ่างทอง สุราษฏร์ธานี 63,750 12 พ.ย. 2520
22 เขาสก สุราษฏร์ธานี 403,450 22 ธ.ค. 2523
23 คาดโตน ชัยภูมิ 135,737.5 31 ธ.ค. 2523
24 ดอยสุเทพ – ปุย เชียงใหม่ 100,662.5 14 เม.ย. 2524
/ 62,500 26 ก.ย. 2525
25 อ่าวพังงา พังงา 250,00 29 เม.ย. 2524
ลาดับที่ ชื่อ จังหวัด เนื้อที่ ( ไร่ ) ประกาศในราชกิจจานุเบกษา (วัน เดือน ปี)
26 ศรีสัชนาลัย สุโขทัย 133,250 5 พ.ค. 2524
27 เขาสามหลั่น สระบุรี 27,856.25 2 มิ.ย. 2524
28 แก่งกระจาน เพชรบุรี 1,548,750 12 มิ.ย. 2524
ประจวบคีรีขันธ์ 273,125 27 ธ.ค. 2527
29 หมู่เกาะสุรินทร์ พังงา 84,375 9 ก.ค. 2524
30 เขาพนมเบญจา กระบี่ 31,325 9 ก.ค. 2524
31 หาดในยาง ภูเก็ต 56,250 13 ก.ค. 2524
32 แม่ปิง ตาก,ลาพูน,เชียงใหม่ 626,875 13 ก.ค. 2524
33 แก่งคะนะ อุบลราชธานี 50,00013 ก.ค. 2524
34 เขาแหลมหญ้า ระยอง 81,875 1 ต.ค. 2524
35 เวียงโกศัย แพร่,ลาปาง 256,2509 ต.ค. 2524
36 หาดเจ้าไหม ตรัง 144,300 14 ต.ค. 2524
37 น้าตกแม่สุรินทร์ แม่ฮ่องสอน 247,875 29 ต.ค. 2524
38 เขื่อนศรีนครินทร์ กาญจนบุรี 957,500 23 ธ.ค. 2524
39 ทับลาย ปราจีนบุรี,นครราชสีมา 1,400,000 23 ธ.ค. 2524
40 ต้นกระบากใหญ่ ตาก 93,125 23 ธ.ค. 2524
41 ปางสีดา ปราจีนบุรี 527,500 22 ก.ค. 2525
42 เขาปู่ – เขาย่า ตรัง,พัทลุง,นครศรีธรรมราช 433,750 27 พ.ย. 2525
43 หมู่เกาะสิมิรัน พังงา 406,250 31 ธ.ค. 2525
44 คลองลาน กาแพงเพชร 187,500 25 ธ.ค. 2525
45 หมู่เกาะช้าง ตราด 406,250 31 ธ.ค. 2525
46 แหลมสน ระนอง,พังงา 196,875 19 ส.ค. 2526
47 หาดนพรัตน์ กระบี่ 243,725 6 ส.ค. 2526
ลาดับที่ ชื่อ จังหวัด เนื้อที่ ( ไร่ ) ประกาศ
ในราชกิจจานุเบกษา (วัน เดือน ปี)
48 ภูหินร่องกล้า พิษณุโลก,เลย 191,875 26 ก.ค. 2527
49 หมู่เกาเภตรา ตรัง,สตูล 308,987.5 31 ธ.ค. 2527
50 ภูเก้า-ภูพานคา อุดรธานี,ขอนแก่น 201,250 20 ก.ย. 2528
51 แม่ยม แพร่,ลาปาง 284,219 1 มี.ค. 2529
52 เขาลาปี (หาดท้ายเมือง) พังงา 45,000 14 เม.ย. 2529
53 ภูจอง-นายอง อุบลราชธานี 428,750 1 มิ.ย. 2530
54 แม่วงค์ กาแพงเพชร,นครสวรรค์ 558,750 14 ก.ย. 2530
55 น้าตกชาติตระการ พิษณุโลก339,3752 พ.ย. 2530
56 ศรีพังงา พังงา 153,800 16 มิ.ย. 2531
อุทยานแห่งชาติ ( NATIONAL FOREST ) หมายถึง พื้นที่ขนาดเล็ก จัดตั้งมาเพื่อจุดประสงค์สาหรับการ
พักผ่อนหย่อนใจ
มีความเด่นในระดับท้องถิ่น จุดเด่นของอุทยานแห่งชาติ คือ ธรรมชาติที่สวยงาม เช่น น้าตก เหว ห้วยน้า
หน้าผา ถ้า หาดทราย หรือแหลม ในปัจจุบัน (2531) ประเทศไทยมีวนอุทยาน 33 แห่ง เป็นวนอุทยานสังกัด
ป่าไม้เขตจานวน 23 แห่ง คิดเป็นพื้นที่ 125,036 ไร่ และสังกัดสานักงานป่าไม้จังหวัดต่างๆ มี 10 แห่ง พื้นที่
108,625 ไร่ รวมทั้งสิ้น 223,661 ไร่ ดังตาราง
วนอุทยานสังกัดสานักงานป่าไม้เขต
ชื่อ ที่ตั้ง เนื้อที่(ไร่) ดาเนินการ สังกัด
1. วนอุทยานบ่อน้าร้อนฝาง ต.ม่อนฝิ่น อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ 19,400 13 พ.ย. 12 เขต
เชียงใหม่
2. วนอุทยานโป่งเดือด ต.ป่าแป๋ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ 10,000 1 ก.ค. 26 เขตเชียงใหม่
3. วนอุทยานวังแก้ว ต.หุ่งฮั้ว อ.วังเหนือ จ.ลาปาง 5,625 1 ก.ค. 21 เขตลาปาง
4. วนอุทยานถ้าผาไท ต.บ้านหวด อ.งาว จ.ลาปาง 2,325 2521 เขตลาปาง
5. วนอุทยานลอบหลวง ต.หางดง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ 40,625 16 มี.ค. 09 เขตเชียงใหม่
6. วนอุทยานต้นสักใหญ่ ต.น้าปาดอ.น้าปาด จ.อุตรดิตถ์ 1,250 1 ต.ค. 12เขตพิษณุโลก
ชื่อ ที่ตั้ง เนื้อที่( ไร่ ) ดาเนินการ
สังกัด
7.วนอุทยานหม่อนพระยาแช่ต.พิชัย อ.เมือง จ.ลาปาง 1,200 1 ต.ค. 12 เขตลาปาง8.
วนอุทยานน้าตกขุนกรณ์ ต.แม่กรณ์ อ.เมือง จ.เชียงราย 1,00023 ม.ค.23 เขตเชียงราย
9.วนอุทยานน้าตกโป่งพระบาท ต.บ้านคู่ อ.เมือง จ.เชียงราย 3,375 21 ม.ค. 23 เขตเชียงราย
10.วนอุทยานแพน้านางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย5,000 1 ต.ค. 29 เขตเชียงราย
11.วนอุทยานน้าตกกระเปาะ ต.สลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร6 1 ต.ค. 01 เขตสุราษฎร์ฯ
12.วนอุทยานน้าตกธารโต ต.ถ้าทะลุ อ.ธารโต จ.ยะลา 1,000 1 ต.ค. 03 เขตปัตตานี
13.วนอุทยานน้าตกทรายขาว ต.ทรายขาว อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี 1,875 1 ต.ค. 27 เขตปัตตานี
14.วนอุทยานน้าตกโผงโผง ต.ปากลอ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี 1,550 1 ต.ค. 27 เขตปัตตานี
15.วนอุทยานน้าตกชีโป ต.เฉลิม อ.ระแงะ จ.นราธิวาส 625 1 ต.ค. 19 เขตปัตตานี
16.วนอุทยานน้าตกปราสาทต.พิเทน กิ่งอ.ทุ่งยางแดง บางผมหอมจ.ปัตตานี 2,5001 ต.ค. 27 เขตปัตตานี
17.วนอุทยานนางมโนราห์ ต.ปริง อ.เมือง จ.พังงา 180 15 ก.ย. 23 เขตนครศรีฯ
18.วนอุทยานน้าตกรามัญ ต.กระโรม อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา 125 24 ต.ค. 26 เขตนครศรีฯ
19.วนอุทยานถ้าผาพวง ต.ผานกเต้า อ.ชุมแพ จ.ของแก่น 3,125 1 ต.ค. 17 เขตของแก่น
20.วนอุทยานนายูง-น้าโสม ต.นายูง อ.น้าโสม จ.อุดรธานี 13,112 1 ต.ค. 19 เขตอุดรธานี
21.วนอุทยานเขากระโด ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ 8,000 1 ต.ค. 19 เขตนครราชสีมา
22.วนอุทยานพระแท่นดงรัง ต.พระแท่น อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี 34428 ม.ค. 25เขตบ้านโปร่ง
วนอุทยานสังกัดกองอุทยานแห่งชาติ
ชื่อ ที่ตั้ง เนื้อที่( ไร่ )
ดาเนินการ
1.วนอุทยานถ้าน้าลอด ต.ปางมะผ่า อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน 6,250 2523
2.วนอุทยานน้าตกผาเสื่อ ต.หมอกจาแป อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน2,500 16 ม.ค. 23
3.วนอุทยานน้าตกปูแกง ต.แม่เย็น อ.พาน จ.เชียงราย 10,000 21 ม.ค. 23
4.วนอุทยานน้าตกจาปาทอง ต.แม่ต๋อม อ.เมือง จ.พะเยา 1,200 16 ม.ค. 23
ชื่อ ที่ตั้ง เนื้อที่( ไร่ )
ดาเนินการ
7.วนอุทยานผาเกล็ดนาค ต.แม่ต๋อม อ.เมือง จ.พะเยา 1,000 11 มิ.ย. 23
8.วนอุทยานน้าตกภูซาง ต.ภูซาง อ.เชียงคา จ.พะเยา 1,200 11 มิ.ย. 23
9.วนอุทยานห้วยแม่ตระไคร้ ต.ท่าเหนือ อ.สันกาแพง จ.เชียงใหม่ 147,565 6 ธ.ค. 25
10.วนอุทยานถ้าแม่อุสุ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก 19,375 15 พ.ย. 25
11.วนอุทยานน้าตกห้วยยาง ต.ห้วยยาง อ.ทันสะแก จ.ประจวบฯ 5,900 1 ต.ค. 15
12.วนอุทยานปราณบุรี อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ 1,984 30 ก.ย. 25
13.วนอุทยานน้าตกหงาว ต.หงาว อ.เมือง จ.ระยอง 1,831 12 ก.ย. 03
14.วนอุทยานน้าตกโยง ต.ถ้าใหญ่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช 10,000 6 ก.พ. 10
15.วนอุทยานน้าตกโตนไทร ต.เทพกษัตริย์ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต 600 1 ต.ค. 03
16.วนอุทยานน้าตกบริพัตร ต.ท่าชะม่วง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา 10,937 ต.ค. 05
17.วนอุทยานโกสัมพี ต.หัวขวาง อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม 125 1 ต.ค. 19
18.วนอุทยานภูหมู ต.นิคมคาสร้อย จ.นครพนม 2,500 13 ก.พ. 23
19.วนอุทยานน้าตกเจ็ดสาวน้อย ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา 500 21 พ.ค. 23
20.วนอุทยานชีหลง ต.ท่าขอมยาง อ.กันทรชัย จ.มหาสารคาม199 24 เม.ย. 23
21.วนอุทยานเขาแหลมสิงห์ ต.บางกระไชย อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี 9,500 25 ต.ค. 26
วนอุทยานสังกัดสานักงานป่าไม้จังหวัด
ชื่อ ที่ตั้ง เนื้อที่( ไร่ ) ดาเนินการ
สังกัด
1.วนอุทยานถ้าปลา ต.ห้วยผา อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน 315 1 ก.ค. 21 สปจ.แม่ฮ่องสอน
2.วนอุทยานถ้าผาตูบ ต.ผาสิงห์ อ.เมือง จ.น่าน 582 1 ต.ค.21 สปจ.น่าน
3.วนอุทยานภูพระต.ท่าคันโท อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ64,900 1 ต.ค. 26 สปจ.ขอนแก่น
4.วนอุทยานบาหลวง ต.กระนวน จ.ขอนแก่น 1,200 1 ต.ค. 27 สปจ.ขอนแก่น
5.วนอุทยานสนมสวาย ต.นาบัว อ.เมือง จ.สุรินทร์18,1431 ต.ค. 27 สปจ.สุรินทร์
6.วนอุทยานป่าสนหนองคูต.ทับทัน อ.สังขะ จ.สุรินทร์ 6,250 29 ก.ค. 25 สปจ.สุรินทร์
7.วนอุทยานแพะเมืองผี ต.น้าชา อ.เมือง จ.แพร่ 500 2 มี.ค. 24 สปจ.แพร่
8.วนอุทยานนพม่วง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี 1,725 26 ธ.ค. 27 สปจ.สุพรรณบุรี
9. วนอุทยานน้าตกแพง ต.เกาะพงัน อ.เกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี 15,000 1 ต.ค. 20 สปจ.สุราษฎร์ธานี
10. วนอุทยานน้าตกหน้าเมือง ต.เกาะสมุย อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี 10 1 ต.ค. 20 สปจ.สุราษฎร์ธานี
รวมอุทยานสังกัดป่าไม้เขต 23 แห่ง เป็นเนื้อที่ประมาณ 125,036 ไร่ หรือ 200.06 ตารางกิโลเมตร
รวมอุทยานในสังกัดป่าไม้ในจังหวัดต่างๆมี 10 แห่ง เป็นเนื้อที่ 108,625 ไร่ หรือ 173.80 ตารางกิโลเมตร
หนังสืออ้างอิง
กรมป่าไม้(2527),การสัมมนาหัวหน้าอุทยานแห่งชาติครั้งที่ 1 ณ กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เกษม จันทร์แก้ว (2527),”สิ่งแวดล้อม” เอกสารประกอบการสัมมนาครั้งที่ 1
ชุมพล งามผ่องใส (2527) ,”ระบบนิเวทที่เกี่ยวข้องกับการจัดการอุทยานแห่งชาติ” เอกสารประกอบการ
สัมมนาครั้งที่ 1
เทียม กมกฤส (2518), “อุทยานแห่งชาติในประเทศไทย” เอกสารเผยแพร่ของกรมป่าไม้
นิวัต เรืองพาณิช (2528), โลกกับการอนุรักษ์ กทม. : โอเดียนสโตร์
บุญเรือง สายศร (2527), ข้อคิดดเห็นบางประการเกี่ยวกับการจัดการนโยบายการจัดการอุทยานแห่งชาติ
เอกสารประกอบการสัมมนาครั้งที่ 1
พิชา พิธนขจรวุฒิ (2527), “อุทยานแห่งชาติเรื่องชีวิตที่ดีกว่าจริงหรือ?” เอกสารประกอบการสัมมนาครั้งที่
1
สมบัติ กาดูจนกิจ (2520) การสัมมนาชั้นนา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อานาจ เจริญศิล (2528) โลกกับการอนุรักษ์. กทม. : โอเดียนสโตร์
เสรี เวชบุญกร (2531) “อุทยานแห่งชาติ” โครงการป้ องกันป่าไม้แห่งชาติ 2528-2531 หน้า 62-76

บทที่ 13

  • 1.
    บทที่ 13 อุทยานแห่งชาติและวนอุทยานแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติ (NATIONAL MRK ) และวนอุทยานแห่งชาติ ( NATIONAL FOREST )เป็น แหล่งนันทนาการธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สร้างเสริมประสบการณ์และจัดบริการทางด้านนันทนาการเพื่อ บุคคลและชุมชนที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรของรัฐ ได้แก่ กรมป่าไม้ แระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประวัติพัฒนาการ ป่าไม้ สัตว์ป่า ที่ดิน ทิวทัศน์สวยงามตามธรรมชาติ เป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกยุคทุกสมัยใฝ่ฝันที่จะอยู่ ใกล้ชิด ทั้งเพื่อการยังชีพ เพื่ออยู่อาศัย เพื่อการพักผ่อนหย่อยใจ และเพื่อการศึกษาค้นคว้า อุทยานป่า ได้ ถูกบันทักไว้ในประวัติศาสตร์ ตั้งแต่สมัยอารยธรรมเก่าก่อน เช่น ในประเทศจีน พระจักรพรรค์ได้ออก ประพาสอุทยานป่า ล่าสัตว์ และจากหลักฐานประวัติศาสตร์ เช่นกัน ในสมัยอารยธรรมของอียิปย์และ อินเดีย ยุคโรมัน ผู้นาของประเทศได้มีการใช้ป่าไม้เพื่อการล่าสัตว์ เพื่อสร้างบรรยากาศนันทนาการส่วน พระองค์ อุทยานแห่งชาติที่ได้มีการจัดการอย่างเป็นระบบ ( SYSTEMATIC ) ดังเช่นปัจจุบันนี้ได้ก่อตั้งขึ้น ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2413 ( ค.ศ. 1870 ) หรือประมาณ 120 ปีมานี้โดยคณะสารวจของสหรัฐอเมริกาได้ทา การสารวจแผ่นดินในเขตเยลโล สโตน ซึ่งเป็นอาณานิคมของบริเวณชายแดน 3 รัฐ ได้แก่ ไอด้าโอ และไวโอ นิ่ง เห็นว่ามี สิ่งของหายากตามธรรมชาติมากมายเช่น น้าพุร้อน โคลนร้อน ทุ่งหญ้า ภูผาหินที่สวยงาม พันธุ์ สัตว์ป่านานาพันธุ์ เช่น หมี ควาย ควายป่าไบซัน กวาง นก เสือ สิงห์โต เป็นต้น และโดยเฉพาะทิวทัศน์นี้ ก่อให้เกิดจินตนาภาพที่ดีแก่มวลมนุษย์ น่าจะได้มีการสงวนรักษาเพื่อให้อนุชนและประชาชนได้มีโอกาส สัมผัสแหล่งนันทนาการธรรมชาตินี้คณะผู้สารวจจึงได้มอบดินแดนหรือสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ( PARK ) ให้แก่รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ในศาส์นคอมโต้ได้ใช้คาว่า “ อุทยานแห่งชาติเยลโลสโตน ” ( YELLOW STONE NATIONAL PARK ) ในที่สุด ปีค.ศ. 1872 รัฐบาลกลางสหรัฐได้ใช้กฎหมายคุ้มครองอุทยานนี้ เรียกว่ากฎหมายอุทยานแห่งชาติ ดังนั้นศัพท์คาว่า “ อุทยานแห่งชาติ ” จึงได้ถูกบัญญัติอย่างเป็น ทางการและใช้กันมาจนปัจจุบันจากสหรัฐอเมริกา อุทยานแห่งชาติ ก็ได้แพร่หลายไปทั่วประเทศ เพื่อสงวน รักษา ธรรมชาติ ทิวทัศน์ที่สวยงาม หายาก สัตว์ป่าและพรรณไม้ต้นไม้ที่หายาก เช่น อุทยานแห่งชาติโยเช มิติ ( YCSEMITE NATIONAL PARK ) มีความงดงามธรรมชาติเป็นเยี่ยมในรัฐแคลิฟอร์เนีย อุทยาน แห่งชาติแกรนแคนยอน ( GRAND CANYON NATIONAL PARK ) ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่ ธรรมชาติสร้างรูปปั้นที่มีลักษณะเหมือนกันเป็นหมื่นแสนรูป ที่เกิดจากกระแสน้า กระแสลมใหญ่โตมหึมา อุทยานแห่งชาติ ซีควอนน่า ( SEQUIUA NATIONAL RARK ) ที่ยังมีต้นไม้ที่ยังมีชีวิต ปัจจุบันอายุ 2500 – 3500 ปีอยู่เป็นกลุ่ม ถือว่าเป็นสิ่งหายาก และมหัศจรรย์ยิ่งในรัฐแคลิฟอร์เนีย ไปร์แคนยอนที่เหมือนกับที่อยู่ ของเทวดานางฟ้ าเป็นหินสีสด แดง เหลือง ส้ม มากมาย
  • 2.
    กระแสลมเซาะเป็นภาพที่สวยงามตระการตาในรัฐบูห่า อุทยานแห่งชาติไดโนเสาร์(DINOSOAR PARK)ซึ่ง พบซากโครงกระดูกไดโนเสาร์ในบริเวณภูเขาหลายสิบตัวในรัฐโคโลราโต จุดที่มีการประกาศอุทยาน แห่งชาติของสหรัฐประมาณ 200 แห่ง นอกจากนี้ก็มีปาร์กที่เล็กลงมาอีกมากมายและประเทศต่างๆ ทั่วโลก ต่างก็นาเอาความคิดอุทยานแห่งชาติไปดาเนินการ ในปัจจุบันมีอุทยานแห่งชาติทั่วโลกประมาณ 1,500 แห่ง และมุ่งพัฒนาอุทยานแห่งชาติเพื่อประโยชน์นันทนาการ อนุรักษณ์ธรรมชาติ และศึกษาวิจัยธรรมชาติ อุทยานแห่งชาติในประเทศไทยอยู่ในความดูแลของกรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรกรและสหกรณ์ มี การพัฒนาการตั้งแต่ปีพ.ศ. 3486 เมื่อกรมป่าไม้ได้จาดาเนินการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติขึ้นครั้งแรกที่ ภู กระดึง จังหวัดเลย แต่อย่างไรก็ตามการดาเนินงานหยุดชงักลง เนื่องจากขาดการสนับสนุนในด้านการเงิน เจ้าหน้าที่ และการจัดการ ต่อมาจอมพลสฤษดิ์ ธนรัชต์ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสนใจในเรื่องป่าไม้ และคุ้มครอง และสงวนรักษาทรัพยากรณ์ธรรมชาติ ได้นาเสนอต่อคณะรัฐมนตรีโดยเสนอให้กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ดาเนินการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ ในปีพ.ศ.2502 และได้ดาเนินการประกาศเป็น กฎหมายว่า “พระราชบัญญัติ” อุทยานแห่งชาติในปีพ.ศ.2504 โดยกาหนดโครงการพัฒนาป่าไม้ที่มี ทิวทัศน์สวยงาม ธรรมชาติที่หายาก และสถานที่เหมาะแก่การจัดเป็นอุทยานแห่งชาติตามระบบสากล โดย ในปีพ.ศ.2504 ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติจานวน 14 แห่ง ได้ที่ เขาใหญ่ ในพื้นที่นครนายก นครราชสีมา สระบุรี และปราจีนบุรี ภูกระดึง ในพืนที่จังหวัดเลย ท่งแสลงหลวง ในพื้นที่ จังหวัดพิษณุโลก และเพชรบูรณ์ เขาสลอบ(เอราวัณ) ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ดอยสุเทพ ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ดอยอินทนนท์ ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ดอยขุนตาล ในพื้นที่จังหวัดลาปาง และลาพูน น้าหนาว ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ลานสาง ในพื้นที่จังหวัดตาก เขาสระบาป ในพื้นที่จังหวัดจันทบุร๊ เขาคิชกูฏ อยู่ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เขาภูพาน อยู่ในพื้นที่จังหวัดสกลนคร เขาสามร้อยยอด อยู่ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เขาหลวง อยู่ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชและสุราษฎร์ธรนี จนถึงปัจจุบัน(2531) ประเทศไทยมีอุทยานแห่งชาติจานวน 56 แห่ง รวมพืนที่ทั้งหมด18.09ล้านไร่ หรือ 5.64 ของพื้นที่ทั้งหมด และในปี 2534 ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ตั้งเป้ าหมายจะประกาศอุทยาน แห่งชาติของประเทศไทยเป็น 110 แห่ง
  • 3.
    ความหมาย อุทยานแห่งชาติ หมายถึง พื้นที่ดินขนาดใหญ่ซึ้งมีระบบนีเวศน์ภายในพื้นที่ที่ไม่ถูกเปลี่ยนแปลง ด้วยการกระทาของมนุษย์และพื้นดินนั้นมีคุณสมบัติเด่นเป็นพิเศษในด้านธรรมชาติ การศึกษาหรือ วิทยาศาสตร์ ใช้ประโยชน์เพื่อการท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน พื้นที่ประกอบด้วย พืชและสัตว์ นานาชนิด มีทัศนียภาพของพื้นที่ ความสาคัญทางธรณีวิทยาและเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์และพืช องค์การของรัฐจะต้องดูแลและควบคุมมิให้มนุษย์เปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ธรรมชาติ ดังกล่าวจะต้อง ดาเนินการสนับสนุนให้ระบบนิเวศน์ในบริเวณพื้นที่เป็นไปโดยแรงผลักดันของธรรมชาติอย่างแท้จริง ประชาชนทาอยู่รับบริการมีสิทธิได้รับอณุญาตเยี่ยมชมเพื่อสนับสนุนให้เกิดความซาบซึ้ง ความคิด สร้างสรรค์ทางการศึกษา วัฒนธรรมและเพื่อนันทนาการ วัตถุประสงค์ อุทยานแห่งชาติมีวัตถุประสงค์เพื่อ เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เป็นสถานที่เพื่อศึกษาค้นคว้าวิจัย วัตว์ ป่า และพรรณไม้ ตลอดจนทรัพยากรณ์ธรรมชาติอื่นๆที่มี คุณสมบัติและลักษณะเด่นหายาก เพื่อช่วยรักษาและอนุรักษณ์ ต้นน้าลาธาร ภูเขา เกาะ แก่ง สัตว์ป่า และพันธุ์ไม้ และทรัพยากรณ์ที่ หายาก เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจของราษฎรในท้องถิ่น จากการสารวจของกรมป่าไม้ (2531) รายงานว่า ประเทศไทยมีอุทยานแห่งชาติจานวน 56 แห่ง เป็นพื้นที่ รวม 18.09 ล้านไร่ หรือ 5.64 ของพื้นที่ทั้งหมดของประเทศไทย และมีอุทยานแห่งชาติ 33 แห่ง พื้นที่ 223,661 ไร่ และจากการสารวจการใช้บริการของประชาชน เพื่อนันทนาการและศึกษาอุทยานและอุทยาน มีจานวน 5 ล้านคนในปี 2526 ซึ่งเป็นตัวเลขที่แสดงให้เห็นว่า ประชาชนไทย และชาวต่างประเทศให้ความ นิยมและหันมาใช้บริการอุทยานแห่งชาติเป็นจานวนมาก ในขณะเดียวกัน กรมป่าไม้ก็กาลังขยายอุทยาน แห่งชาติ เพื่อเตรียมต้อนรับผู้ใช้บริการ โดยตั้งเป้ าหมายว่าจะขยายอุทยานแห่งชาติของประเทศไทย จาก 56 แห่ง เป็น 110 แห่งในปี 2534 ซึ่งหากว่าในปี 2530 จะมีผู้ใช้บริการเพื่อนันทนาการจานวนไม่น้อยกว่าปี ละ 10 ล้านคน อุทยานแห่งชาติของประเทศไทยได้รับเลือกเป็นมรดกของกลุ่มประเทศอาเซียน ดังนี้เพราะว่า ลักษณะเด่นที่สวยงามเป็นพิเศษ เหมาะแก่การสงวนรักษาเพื่อประชากรของโลกจะได้เยี่ยมชม และศึกษา ได้แก่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งเป็นผู้แทนเขตป่าทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุทยานแห่งชาติ ตะรุเตา เป็นผู้แทนเขตป่าทางภาคใต้
  • 4.
    ในการประชุมพัฒนาหัวหน้าอุทยานแห่งชาติปี 2547 ได้กาหนดความเป็นมาตรฐานของอุทยานแห่งชาติ ของไทยโดยแบ่งออกเป็น4 ขั้นได้แก่ หมายถึง อุทยานแห่งชาติที่มีความสาคัญ ระดับนานาชาติ เป็นที่รู้จักกันดีในวงการนานาชาติ เช่น เขาใหญ่ และตะรุเตา หมายถึง อุทยานแห่งชาติที่มีความสาคัญระดับชาติและเป็นที่รู้จักมีชื่อเสียงในระดับประเทศไทย เช่น อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ทุ่งแสลงหลวง น้าหนาว ดอยขุนตาล เอราวัล เป็นต้น หมายถึง อุทยานแห่งชาติที่มีความสาคัยระดับภาคในท้องถิ่นเป็นที่รู้จักของประชาชนในภาคนั้นๆ เช่น เขาสามร้อยยอด น้าตกพลิ้ว ทับลาน แม่ปิง ดอยสุเทพ ศรีสัชนาลัย เป็นต้น หมายถึง อุทยานแห่งชาติที่มีความหมายระดับท้องถิ่น แพร่หลายและรู้จักกันในจังหวัด ทั้งรวมถึง วนอุทยานต่างๆ ในท้องถิ่นด้วย เช่น เขาชะเมา ภูเรือ คลองลาน แหลมสน เขื่อนศรีนครินทร์ หาดเจ้าไหม แก่งละนะ เขาสามหลั่น อ่าวพังงา เป็นต้น หลักเกณฑ์ในการเลือกบริเวณที่ดินเพื่อจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ หลักเกณฑ์ต่างๆ ที่ถือปฏิบัติกันมาแต่ต้นเป็นแนวเดียวกันกับที่สากลใช้ปฏิบัติสรุปได้ดังนี้คือ บริเวณใดที่จะถือว่ามีคุณค่าควรแก่การครอบครองรักษาไว้เป็นอุทยานแห่งชาติ ควรจะมีคุณลักษณะดังนี้ มีทิวท้ศน์ตามธรรมชาติที่สวยงามและเด่นเป็นพิเศษ มีส่วนประกอบของภูมิประเทศที่แปลกและหา ยากมี ธรรมชาติหรือโบราณวัตถุที่มีความสาคัญทางธรณีวิทยาและทางประวัติศาสตร์เป็นพิเศษ 2. มีพันธุ์ไม้ ( FLORA ) และพันธุ์สัตว์ ( FAUNA ) ที่สาคัญที่หายาก 3. สามารถให้ประชาชนพักผ่อนหย่อนใจ สัมผัสกับธรรมชาติอันบริสุทธิ์ เกิดความรื่นรมย์ในสิ่งที่ มีความเป็นป่าวิเวก ที่หาไม่ได้ในเมืองที่เต็มไปด้วยผู้คน และแวดล้อมไปด้วยสิ่งประดิษฐ์แสงสี ที่ไม่เป็น ธรรมชาติ 4. ควรมีพื้นที่กว้างขวาง พอที่จะเพื่อปลูกพันธ์ไม้และพันธุ์สัตว์มีชีวิตอยู่ได้เองตามธรรมชาติ พื้นที่มีขนาดกว้างอย่างน้อย 10 ตารางกิโลเมตรหรือ 62,500 ไร่ เพื่อรักษาสถานะภาพทางนิเวศน์ 5. ไม่ว่าบริเวณนั้นจะมีขนาดใดก็ตามเนื้อที่ส่วนนั้นควรที่จะมีลักษณะเหมาะสมกับการใช้เป็น แหล่งให้ประชากร เป็นที่เหมาะที่จะให้ความสะดวก และบริการที่จาเป็นแก่ปรพชาชนผู้ไปเที่ยวได้ 6. บริเวณนั้นจะต้องคงคุณค่าและประโยชน์ต่างๆ ดังกล่าวมาข้างต้น ทั้งในปัจจุบันและอนาคต เพื่อให้สมกับงบประมาณของประเทศที่จานามาใช้จ่าย มาใช้ในการพัฒนา เพื่ออานวยประโยชน์ให้แก่ ประชาชนในปัจจุบัน และใช้จ่ายเพื่อการคุ้มครองรักษาให้เป็นมรดกที่มีค่าคงอยู่ต่อไป ให้ชุมชนรุ่นหลังได้มี โอกาสรับประโยชน์เช่นเดียวกันในอนาคต สาหรับประเทศไทย เมื่อพิจารณาการบุกรุกทาลาย ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เป็นป่าเขาในปัจจุบันแล้ว เป็นที่น่าวิตกมากกว่าเนื้อที่มีลักษณะ เข้าหลักเกณฑ์อุทยานแห่งชาติจะหมดไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเพื่อที่ให้ประเทศเรามีอุทยานแห่งชาติที่มี
  • 5.
    คุณภาพดี และสามารถจัดสนองความต้องการของประชาชนให้ทั่วถึงกัน โดยการกระจายอุทยานแห่งชาติ ไปตามภาคต่างๆอย่าเพียงพอแล้ว รัฐบาลก็ควรจะถือเป็นภาระเร่งด่วนและเป็นนโยบายที่สาคัญ ทาการ วางแผนระยะไกลรีบดาเนินการสารวจหาบริเวณเนื้อที่ที่มีลักษณะเข้าหลักเกณฑ์ ดาเนินการสงวนบริเวณ เหล่านี้ไว้ในรูปของอุทยานแห่งชาติโดยเร็วยิ่งกว่าที่เป็นอยู่โดยการเตรียมการที่มีสายตาไกล เพื่อรับ สถานการณ์ในอนาคต หากไม่รีบดาเนินการสงวนไว้แต่เนินๆ บริเวณที่มีลักษณะทางธรรมชาติที่ดีเด่นก็จะ สูญไป เพราะการบุกลุกทาลายล้างของเอกชนที่เห็นแก่ความร่ารวยส่วนตัว ทาให้เรามีความจาเป็นต้อง ยอมรับเอาบริเวณที่มีคุณภาพและคุณค่าทางธรรมชาติต่ากว่ามาตรฐานมาเป็นอุทยานแห่งชาติ เพราะ ความต้องการของประชาชนในด้านนี้จะเพิ่มสูงขึ้นทวีคูณในอนาคตเป็นเงาตามตัวโดยการเพิ่มจานวน ประชากรของชาติ ปัจจุบันความเห็นที่ว่า พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติเป็นกฎหมายที่คุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติ ได้ดีที่สุดควรอาศัยกฎหมายฉบับนี้ในการที่จะคุ้มครองและรักษาเนื้อที่ป่าอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรป่า ไม้ อันมีค่าที่ยังถูกรบกวนมารักษาไว้ให้คงอยู่ในรูปของอุทยานแห่งชาติให้มากที่สุด เพื่อให้ทรัพยากรป่าไม้ ของประเทศได้รอดพ้นจากการทาลายล้างของเอกชนที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว นับได้ว่าเป็นความเห็นที่จะ ใช้กุศโลบายที่เหมาะสมต่อสถานการณ์ของป่าไม้ของประเทศดังที่เป็นอยู่ในเวลานี้เพราะอาจเป็นวิธีเดียว ที่จะกู้ทรัพยากรป่าไม้ของชาติให้คงอยู่ต่อไป แต่อุทยานแห่งชาติที่ได้รับมาในรูปนี้จาเป็นต้องแยกประเภท ออกไปเพื่อใช้การจัดการได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์เดิมที่ตั้งไว้ ประโยชน์ของอุทยานแห่งชาติ ตามวัตถุประสงค์ข้อที่สองของอุทยานแห่งชาติที่ว่า เพื่อดาเนินการให้ทรัพยากรธรรมชาติที่ คุ้มครองรักษาในรูปของอุทยานแห่งชาติ ได้อานวยประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมแก่รัฐและประชาชน สืบไปนั้น จาเป็นต้องรู้จักและเข้าใจให้แน่ชัดเสียก่อนว่า อุทยานแห่งชาติมีประโยชน์อะไรบ้าง และจะใช้ ประโยชน์นั้นอย่างไร ใครเป็นคนดาเนินการเพื่ออานวยประโยชน์บางอย่างให้เกิดขึ้น และใครเป็นผู้ป้ องกัน รักษาให้อุทยานแห่งชาติยังคงอยู่เป็นมรดกสืบทอดไปชั่วลูกหลาน รวมทั้งมีนโยบายอย่างไรที่จะทาให้การ ดาเนินการเพื่ออานวยประโยชน์ และเพื่อช่วยกันรักษาให้ได้ผลตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้โดยสมบูรณ์ อุทยานแห่งชาติเป็นประโยชน์ต่อรัฐและประชาชน ก็ต่อเมื่อรัฐและประชาชนใช้ประโยชน์จาก อุทยานแห่งชาติในทางที่ถูก อุทยานแห่งชาติถือได้ว่า เป็นทรัพยากรชนิดหนึ่ง แต่เป็นทรัพยากรที่ให้ผลิตผล ต่างกับทรัพยากรอย่างอื่น เช่น ป่าไม้ อาจให้ผลเป็นไม้ แหล่งแร่ก็ให้ผลเป็นแร่ แต่อุทยานแห่งชาติให้ผล ในทางจิตใจซึ่งได้ใช้ประโยชน์อุทยานแห่งชาติที่สาคัญย่อมเป็นไปในรูปของการพักผ่อนหย่อนใจ ( RECREATION ) มีทิวทัศน์ยังมีผลในทางที่จะจูงใจ ( INSPIRE ) ให้ประชาชนที่ไปเที่ยวเกิดความรู้สึกนึก คิดในทางสร้างสรรค์และดีงาม ซึ่งมีผลส่งให้วัฒนธรรมทางจิตใจของประชาชนในชาติสูงส่งตามไปด้วย เพื่อให้เห็นกระจ่างชัด เราสามารถที่จะแบ่งประโยชน์ของอุทยานแห่งชาติได้เป็น ข้อๆ ดังนี้
  • 6.
    1. เป็นแหล่งสันทนาการหรือสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน ที่ให้ผลดีต่อสุขภาพทั้งทาง จิตใจและร่างกาย 2.อุทยานแห่งชาติเป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ( OUTDOOR MUSEVME ) ที่กว้างใหญ่ ไพศาล จะเอาวัตถุ ธรรมชาติที่สาคัญต่างๆ ไว้มากมายเพื่อรักษาไว้เป็นสมบัติอันล้าค่าของชาติตลอดไป 3. เป็นสนามสาหรับศึกษา ค้นคว้า ทดลอง และเป็นที่แสวงหาความรู้ทางธรรมชาติวิทยาทุกสาขา ของนักเรียน นิสิต นักศึกษา ตลอดจนประชาชนทั่วไป 4. เป็นเขตสงวนพันธ์ไม้และพันธ์สัตว์ ( PLANTS AND WILDLIFS ) ได้ดีที่สุด 5. เป็นการป้ องกันรักษาต้นน้าลาธารได้ดีที่สุด ในกรณีที่อุทยานแห่งชาตินั้นมีลักษณะเป็นป่าเขา และเป็นแหล่งต้น น้าลาธาร 6. เพื่อรักษาไว้ซึ่งโบราณวัตถุและสถานที่ที่มีความสาคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติ ให้คงอยู่เป็น สิ่งเตือนใจของคน ทั้งปัจจุบันและอนาคต ในกรณีที่อุทยานแห่งชาตินั้นมีความสาคัญในทางประวัติศาสตร์ด้วย 7. เพื่อประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน และความมั่นคงปลอดภัยของชาติใน อนาคต ประโยชน์ใน ข้อสุดท้ายเป็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นทางอ้อม แต่มีความสาคัญอยู่มากจึงจาเป็นต้องชี้ให้เห็น ความสาคัญนี้พอประมาณ ในด้านเศรษฐกิจ อุทยานแห่งชาติให้ประโยชน์ก็เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว จากทุกมุมโลก นักท่องเที่ยวเหล่านี้ย่อมนาเงินตราต่างประเทศเข้ามาสู่ประเทศไทยเป็นจานวนมหาศาล ทา ให้ฐานะเศรษฐกิจของชาติดีขึ้น สาหรับนักท่องเที่ยวที่ประชาชนคนไทยก็มีส่วนทาให้เกิดกระแสเงิน หมุนเวียนและกระจายรายได้เข้าสู่ชนบทก่อให้เกิดธุรกิจบริการแก่นักท่องเที่ยวหลายอย่าง ทาให้ประชาชน มีรายได้เพิ่มขึ้น ในด้านสังคม ย่อมเป็นที่ยอมรับกันว่า ประชาชนแต่ละคนเป็นส่วนประกอบของสังคม ถ้า ส่วนประกอบสังคมขึ้นอยู่ในสภาพดีก็ทาให้สังคมโดยส่วนรวมดีตามไปด้วย อุทยานแห่งชาติจึงเปรียบ เหมือนแหล่งพักฟื้นสุขภาพทางร่างกายและจิตใจ ที่เสื่อมโทรมภายใต้ความกดดันของปัญหาเศรษฐกิจและ สิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษ ให้กลับคืนสู่สภาพที่สมบูรณ์ดังเดิม ในด้านความมั่นคงและปลอดภัยของชาติ อุทยานแห่งชาติเปรียบเสมือนคลังมหาสมบัติที่มีค่า มหาศาล มีทัพยากรป่าไม้และแร่ธาตุ ในยามวิกฤตเมื่อชาติต้องการจะใช้ทัพยากรเหล่านี้เพื่อความอยู่รอด ก็สามารถนามาใช้ได้ แต่ยามปกติเช่นนี้ฐานะของประเทศยังไม่ยากจนเกินไปจนถึงกับต้องนาเอา
  • 7.
    ทรัพยากรธรรมชาติเหล่านี้ออกมาใช้ เพียงเพื่อผลทางเศรษฐกิจระยะสั้น เพราะความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น นั้นย่อมหมายถึงความสูญเสียความเป็นธรรมชาติดั่งเดิมตลอดไป ความมั่นคงและความปลอดภัยของชาติย่อมมีความสาคัญเหนือสิ่งอื่นใดในชาติ ตัวอย่างที่มีใน ปัจจุบันได้แก่ การสร้างสถานีเรดาร์ในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ แต่การ ติดตั้งอุปกรณ์ทางการทหารเช่นนี้หากว่าไม่มีความจาเป็นจริงๆ แล้วก็ไม่ควรที่จะมีขึ้นในเขตอุทยาน แห่งชาติ เพราะจะเป็นสิ่งที่ไปทาให้เกิดการเสื่อมเสียแก่สภาพธรรมชาติ ซึ่งเป็นการขัดกับวัตถุประสงค์ของ อุทยานแห่งชาติ แต่เมื่อไม่สามารถหาภูมิประเทศที่เหมาะสมแห่งอื่นได้อีกแล้ว ก็อาจยินยอมให้มีการติดตั้ง สิ่งเหล่านี้ขึ้นในเขตอุทยานแห่งชาติได้ โดยพยายามให้มีการเปลี่ยนแปลงสภาพธรรมชาติแวดล้อมให้น้อย ที่สุด และไม่ควรให้กีดขวางปิดบังทิวทัศน์ที่เป็นลักษณะเด่นภายในอุทยานแห่งชาติ การแบ่งเขต ( ZONE ) ในเขตอุทยานแห่งชาติ เพื่อให้การจัดการและบริหารงานของอุทยานแห่งชาติเป็นไปด้วยความมีประสิทธิภาพ เพื่อบริการ สร้างเสริมประสบการณ์นันทนาการแก่บุคคล และชุมชน การแบ่งเขตในอุทยานแห่งชาติที่นิยมมีดังนี้ 1. เขตสงวนพิเศษ ( SPECIAL PRESERVATION ZONE ) เป็นเขตที่สงวนพิเศษเพื่อการอนุรักษ์ จุดเด่นที่สาคัญและหายากเพื่อประโยชน์ต่อประชาชนได้ศึกษาหรือใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ในบริเวณ โซนนี้จะมีการเข้มงวดในเรื่องการดูแลรักษามากกว่าโซนอื่นๆ 2. เขตป่าเปลี่ยว ( WILDERNESS ZONE ) เป็นเขตที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ เพื่อการอนุรักษ์ป่าเปลี่ยว ธรรมชาติ จะเป็นเขตให้เข้าไปใช้สอยหรือศึกษาธรรมชาติได้ อาจจะมีสิ่งอานวยความสะดวกที่จาเป็น บริเวณนี้ไม่มีเส้นทางรถยนต์ผ่าน 3. เขตสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ ( NATIONAL ENVIRONMENT ZONE ) เป็นเขตที่จัดขึ้นเพื่อบริการ ประชาชนสาหรับสร้างเสริมประสบการณ์กลางแจ้ง ( OUTDOOR EDUCATION ) ทางเดินธรรมชาติ ศึกษาน้าตก ต้นน้าลาธาร หรือ ศึกษา ที่อยู่ของสัตว์ป่า ต้นไม้ป่า บริเวณนี้จะมีอุปกรณ์อานวยความสะดวก เท่าที่จาเป็น จะไม่มีทางรถยนต์ผ่าน 4. เขตนันทนาการกลางแจ้ง ( OUTDOOR RECREATION ZONE ) เขตนี้เป็นพื้นที่จัดเพื่อบริการ ประสบการณ์นันทนาการต่างๆ เช่น ทัศนียภาพเพื่อความงดงามของธรรมชาติ เพื่อการศึกษา เพื่อการ สัมผัส ธรรมชาติ ป่าเขา สัตว์ป่า ต้นน้าลาธาร เป็นต้น บริเวณนี้อนุญาตให้มีทางรถยนต์ผ่านได้ 5. เขตบริการของอุทยาน ( PARK SERVICE ZONE ) เป็นเขตที่บริการประชาชนที่เข้ามาใน บริเวณอุทยานแห่งชาติ จะเป็นศูนย์บริการที่พักอาศัย ที่ตั้งค่ายพักแรม ที่ปิกนิก ศูนย์บริการเชื้อเพลิง อาหารและ สิ่งจาเป็นอื่นๆ มีร้านขายของที่ระลึก และสิ่งก่อสร้างอื่นๆ 6. เขตประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ( HISTORIC & OULTURAL ZONE ) ซึ่งเป็นเขตที่ใช้อนุรักษ์ เพื่อการประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมบริเวณนั้นๆ
  • 8.
    7. เขตที่พักอาศัยของเจ้าหน้าที่อุทยานและอุปกรณ์ (MRK RESILENCE AND MAINTENANCE ZONE ) สาหรับให้เจ้าหน้าที่และผู้รับผิดชอบได้อยู่อาศัยและซ่อมแวมพัฒนาอุทยานแห่งชาติ เขตนี้ควรอยู่ ในจุดที่ไม่ใช่จุดเด่นของอุทยาน หรือบังสายตาของนักท่องเที่ยว จุดให้บริการเพื่อประสบการณ์นันทนาการของอุทยานแห่งชาติ ทางอุทยานแห่งชาติถือเป็นนโยบายให้บริการแก่ประชาชนที่มาพักผ่อนหย่อนใจในอุทยาน แห่งชาติดังนี้ 1. ให้นักท่องเที่ยวได้ทรายถึงความมุ่งหมายของการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติให้ทราบถึงวิธีการใช้ ประโยชน์การศึกษาหาความรู้ และความเพลิดเพลินอย่างถูกต้อง โดยไม่ทาความเสียหายแก่สิ่งแวดล้อม 2. ให้มีวิทยากรบรรยายพร้อมกับฉายภาพยนตร์ หรือสไลด์ ตามค่ายพักแรม และจุดที่เห็นสมควร บรรยาย จะช่วยให้นักท่องเที่ยวมีความรู้และมีความประทับใจมากขึ้น เพื่อนักท่องเที่ยวเข้าใจนโยบายและ ทราบถึงการบริการของอุทยานแห่งชาติที่ดีแล้ว เราก็จะทราบคุณค่าของอุทยานแห่งชาติดีขึ้น และจะเข้าใจ ว่าคุณค่า มรดกของชาติ จากนั้นเขาก็จะใช้ประโยชน์ด้วยความระมัดระวัง และสนับสนุนโครงการของ อุทยานแห่งชาติ 3. อุทยานจะต้องทาทางศึกษาธรรมชาติ ( NATURE TRIAL ) และมีรายละเอียดเกี่ยวกับพันธุ์ไม้ สัตว์ป่าทั้งสองข้างทาง และถ้าเห็นสมควรก็ควรทานิทรรศการข้างทางด้วย ( WAY SIDE EXHIBITS ) 4. การบรรยายและเผลแพร่ จะต้องอาศัยอุปกรณ์ต่างๆ เช่น เอกสาร รูปภาพ สิ่งก่อสร้าง และ จะต้องขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่และบุคลากรภายนอกด้วย 5. จัดตั้งพิพิธภัณฑ์เป็นอาคารสาหรับจัดตั้งนิทรรศการเกี่ยวกับธรรมชาติ และประวัติศาสตร์ 6. ตั้งศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ( VISITER CENTER ) เพื่อให้คาแนะนา ให้ความรู้และบรรลุ จุดประสงค์ในการจัดการด้านอื่นๆ ภาพในในศูนย์จะต้องมีหน่วยงานประชาสัมพันธ์ มีเอกสารแจก นิทรรศการและอุปกรณ์ตามโสตทัศนศึกษา 7. ให้จัดสร้างโรงหนังกลางแจ้ง ( OUTDOOR THEATER ) และมีการบรรยายตอนกลางคืน ซึ่งจะ ให้ความรู้และความบันเทิง 8. อุทยานแห่งชาติ ควรจะร่วมมือกับโรงเรียน สถาบัน ผู้พิมพ์ นักเขียน และหน่วยงานอื่นๆ เพื่อ เผยแพร่ความรู้อันจะช่วยกระตุ้นให้ประชาชนเกิดความรู้สึกหวงแหนธรรมชาติ และช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม 9. ให้นักท่องเที่ยวมีโอกาสไปชมสัตว์ป่า โดยอุทยานจะสร้างหอดูสัตว์ให้แต่จะต้องไม่เป็นการ รบกวนสัตว์ด้วย 10. ในอุทยานแห่งชาตินั้น สามารถมีกิจกรรมกลางแจ้งได้หลายอย่างเช่น การเดินออกกาลังปี น เขา ปั่นจักรยาน ขี่ม้า ชมวิว กีฬาทางน้า ศึกษาธรรมชาติ ถ่ายรูป ออกแคมป์ ปิกนิก เป็นต้น และกิจกรรม ต่างๆเช่นนี้จะต้องไม่ทาให้เสียหายแก่ธรรมชาติ และจะต้องไม่รบกวน และขัดแย้งซึ่งกันและกัน
  • 9.
    11. ความงามของธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติ จะบันดาลใจให้ศิลปินทั้งหลายเกิดความคิดในทาง สร้างสรรค์ฉะนั้นจึงเห็นสมควรจัดที่พักและจัดการสอนให้กับผู้ที่สนใจในด้านศิลปกรรมด้วย รายชื่ออุทยานแห่งชาติ จานวน 56 แห่ง ลาดับที่ ชื่อ จังหวัด เนื้อที่ ( ไร่ ) ประกาศในราชกิจจานุเบกษา (วัน เดือน ปี) 1 เขาใหญ่ นครนายก 1,355,468.75 18 ก.ย. 2505 สระบุรี -71.79 นครราชสีมา ปราจีนบุรี 2 ภูกระดึง เลย 217,581.25 23 พ.ย. 2505 -5.0 25 ต.ค. 2521 3 ทุ่งแสลงหลวง พิษณุโลก 801,000 29 ม.ค. 2506 เพชรบูรณ์ 789,000 13 ธ.ค. 2515 789,000 27 พ.ค. 2518 4 เขาสามร้อยยอดประจวบคีรีขันธ์ 38,300 28 มิ.ย. 2509 23,000 1 เม.ย. 2525 ลาดับที่ ชื่อ จังหวัด เนื้อที่ ( ไร่ ) ประกาศในราชกิจจานุเบกษา (วัน เดือน ปี) 5 น้าหนาว เพชรบูรณ์ 603,750 4 พ.ค. 2515 ชัยภูมิ 603,750 26 ก.ย. 2525 6 ดอยอินทนนท์ เชียงใหม่ 168,750 2 ต.ค. 2515 / 301,500 13 มิ.ย. 2521 7 ภูพาน กาฬสินธ์ 418,125 13 พ.ย. 2515 สกลนคร 418,125 6 มิ.ย. 2518 8 ตะรุเตา สตูล 931,250 19 เม.ย. 2517 9 เขาหลวง นครศรีธรรมราช 356,250 18 ธ.ค. 2517 10 ดอยขุนตาล ลาบาง,ลาพูน 159,556.25 5 มี.ค. 2518 11 น้าตกพลิ้ว จันทบุรี 84,062.5 2 พ.ค. 2518 12 เอราวัณ กาญจนบุรี 343,750 19 มิ.ย. 2518 13 เขาฉะเมา จันทบุรี,ระยอง 52,300 31 ธ.ค. 2518
  • 10.
    เขาวง 14 เขาคิชณกูฏ จันทบุรี36,687 4 พ.ค. 2520 15 ลานสาง ตาก 65,000 14 พ.ค. 2522 16 ภูเรือ เลย 75,525 26 ก.ค. 2522 17 เฉลิมรัตนโกสินทร์ กาญจนบุรี 36,875 12 ก.พ. 2523 18 รามคาแหง สุโขทัย 213,125 27 ต.ค. 2523 19 ไทรโยค กาญจนบุรี 312,500 27 ต.ค. 2523 20 ทะเลบัน สตูล 63,550 27 ต.ค. 2523 21 หมู่เกาะอ่างทอง สุราษฏร์ธานี 63,750 12 พ.ย. 2520 22 เขาสก สุราษฏร์ธานี 403,450 22 ธ.ค. 2523 23 คาดโตน ชัยภูมิ 135,737.5 31 ธ.ค. 2523 24 ดอยสุเทพ – ปุย เชียงใหม่ 100,662.5 14 เม.ย. 2524 / 62,500 26 ก.ย. 2525 25 อ่าวพังงา พังงา 250,00 29 เม.ย. 2524 ลาดับที่ ชื่อ จังหวัด เนื้อที่ ( ไร่ ) ประกาศในราชกิจจานุเบกษา (วัน เดือน ปี) 26 ศรีสัชนาลัย สุโขทัย 133,250 5 พ.ค. 2524 27 เขาสามหลั่น สระบุรี 27,856.25 2 มิ.ย. 2524 28 แก่งกระจาน เพชรบุรี 1,548,750 12 มิ.ย. 2524 ประจวบคีรีขันธ์ 273,125 27 ธ.ค. 2527 29 หมู่เกาะสุรินทร์ พังงา 84,375 9 ก.ค. 2524 30 เขาพนมเบญจา กระบี่ 31,325 9 ก.ค. 2524 31 หาดในยาง ภูเก็ต 56,250 13 ก.ค. 2524 32 แม่ปิง ตาก,ลาพูน,เชียงใหม่ 626,875 13 ก.ค. 2524 33 แก่งคะนะ อุบลราชธานี 50,00013 ก.ค. 2524 34 เขาแหลมหญ้า ระยอง 81,875 1 ต.ค. 2524 35 เวียงโกศัย แพร่,ลาปาง 256,2509 ต.ค. 2524 36 หาดเจ้าไหม ตรัง 144,300 14 ต.ค. 2524 37 น้าตกแม่สุรินทร์ แม่ฮ่องสอน 247,875 29 ต.ค. 2524 38 เขื่อนศรีนครินทร์ กาญจนบุรี 957,500 23 ธ.ค. 2524
  • 11.
    39 ทับลาย ปราจีนบุรี,นครราชสีมา1,400,000 23 ธ.ค. 2524 40 ต้นกระบากใหญ่ ตาก 93,125 23 ธ.ค. 2524 41 ปางสีดา ปราจีนบุรี 527,500 22 ก.ค. 2525 42 เขาปู่ – เขาย่า ตรัง,พัทลุง,นครศรีธรรมราช 433,750 27 พ.ย. 2525 43 หมู่เกาะสิมิรัน พังงา 406,250 31 ธ.ค. 2525 44 คลองลาน กาแพงเพชร 187,500 25 ธ.ค. 2525 45 หมู่เกาะช้าง ตราด 406,250 31 ธ.ค. 2525 46 แหลมสน ระนอง,พังงา 196,875 19 ส.ค. 2526 47 หาดนพรัตน์ กระบี่ 243,725 6 ส.ค. 2526 ลาดับที่ ชื่อ จังหวัด เนื้อที่ ( ไร่ ) ประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา (วัน เดือน ปี) 48 ภูหินร่องกล้า พิษณุโลก,เลย 191,875 26 ก.ค. 2527 49 หมู่เกาเภตรา ตรัง,สตูล 308,987.5 31 ธ.ค. 2527 50 ภูเก้า-ภูพานคา อุดรธานี,ขอนแก่น 201,250 20 ก.ย. 2528 51 แม่ยม แพร่,ลาปาง 284,219 1 มี.ค. 2529 52 เขาลาปี (หาดท้ายเมือง) พังงา 45,000 14 เม.ย. 2529 53 ภูจอง-นายอง อุบลราชธานี 428,750 1 มิ.ย. 2530 54 แม่วงค์ กาแพงเพชร,นครสวรรค์ 558,750 14 ก.ย. 2530 55 น้าตกชาติตระการ พิษณุโลก339,3752 พ.ย. 2530 56 ศรีพังงา พังงา 153,800 16 มิ.ย. 2531 อุทยานแห่งชาติ ( NATIONAL FOREST ) หมายถึง พื้นที่ขนาดเล็ก จัดตั้งมาเพื่อจุดประสงค์สาหรับการ พักผ่อนหย่อนใจ มีความเด่นในระดับท้องถิ่น จุดเด่นของอุทยานแห่งชาติ คือ ธรรมชาติที่สวยงาม เช่น น้าตก เหว ห้วยน้า หน้าผา ถ้า หาดทราย หรือแหลม ในปัจจุบัน (2531) ประเทศไทยมีวนอุทยาน 33 แห่ง เป็นวนอุทยานสังกัด ป่าไม้เขตจานวน 23 แห่ง คิดเป็นพื้นที่ 125,036 ไร่ และสังกัดสานักงานป่าไม้จังหวัดต่างๆ มี 10 แห่ง พื้นที่ 108,625 ไร่ รวมทั้งสิ้น 223,661 ไร่ ดังตาราง
  • 12.
    วนอุทยานสังกัดสานักงานป่าไม้เขต ชื่อ ที่ตั้ง เนื้อที่(ไร่)ดาเนินการ สังกัด 1. วนอุทยานบ่อน้าร้อนฝาง ต.ม่อนฝิ่น อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ 19,400 13 พ.ย. 12 เขต เชียงใหม่ 2. วนอุทยานโป่งเดือด ต.ป่าแป๋ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ 10,000 1 ก.ค. 26 เขตเชียงใหม่ 3. วนอุทยานวังแก้ว ต.หุ่งฮั้ว อ.วังเหนือ จ.ลาปาง 5,625 1 ก.ค. 21 เขตลาปาง 4. วนอุทยานถ้าผาไท ต.บ้านหวด อ.งาว จ.ลาปาง 2,325 2521 เขตลาปาง 5. วนอุทยานลอบหลวง ต.หางดง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ 40,625 16 มี.ค. 09 เขตเชียงใหม่ 6. วนอุทยานต้นสักใหญ่ ต.น้าปาดอ.น้าปาด จ.อุตรดิตถ์ 1,250 1 ต.ค. 12เขตพิษณุโลก ชื่อ ที่ตั้ง เนื้อที่( ไร่ ) ดาเนินการ สังกัด 7.วนอุทยานหม่อนพระยาแช่ต.พิชัย อ.เมือง จ.ลาปาง 1,200 1 ต.ค. 12 เขตลาปาง8. วนอุทยานน้าตกขุนกรณ์ ต.แม่กรณ์ อ.เมือง จ.เชียงราย 1,00023 ม.ค.23 เขตเชียงราย 9.วนอุทยานน้าตกโป่งพระบาท ต.บ้านคู่ อ.เมือง จ.เชียงราย 3,375 21 ม.ค. 23 เขตเชียงราย 10.วนอุทยานแพน้านางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย5,000 1 ต.ค. 29 เขตเชียงราย 11.วนอุทยานน้าตกกระเปาะ ต.สลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร6 1 ต.ค. 01 เขตสุราษฎร์ฯ 12.วนอุทยานน้าตกธารโต ต.ถ้าทะลุ อ.ธารโต จ.ยะลา 1,000 1 ต.ค. 03 เขตปัตตานี 13.วนอุทยานน้าตกทรายขาว ต.ทรายขาว อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี 1,875 1 ต.ค. 27 เขตปัตตานี 14.วนอุทยานน้าตกโผงโผง ต.ปากลอ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี 1,550 1 ต.ค. 27 เขตปัตตานี 15.วนอุทยานน้าตกชีโป ต.เฉลิม อ.ระแงะ จ.นราธิวาส 625 1 ต.ค. 19 เขตปัตตานี 16.วนอุทยานน้าตกปราสาทต.พิเทน กิ่งอ.ทุ่งยางแดง บางผมหอมจ.ปัตตานี 2,5001 ต.ค. 27 เขตปัตตานี 17.วนอุทยานนางมโนราห์ ต.ปริง อ.เมือง จ.พังงา 180 15 ก.ย. 23 เขตนครศรีฯ 18.วนอุทยานน้าตกรามัญ ต.กระโรม อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา 125 24 ต.ค. 26 เขตนครศรีฯ 19.วนอุทยานถ้าผาพวง ต.ผานกเต้า อ.ชุมแพ จ.ของแก่น 3,125 1 ต.ค. 17 เขตของแก่น 20.วนอุทยานนายูง-น้าโสม ต.นายูง อ.น้าโสม จ.อุดรธานี 13,112 1 ต.ค. 19 เขตอุดรธานี 21.วนอุทยานเขากระโด ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ 8,000 1 ต.ค. 19 เขตนครราชสีมา 22.วนอุทยานพระแท่นดงรัง ต.พระแท่น อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี 34428 ม.ค. 25เขตบ้านโปร่ง
  • 13.
    วนอุทยานสังกัดกองอุทยานแห่งชาติ ชื่อ ที่ตั้ง เนื้อที่(ไร่ ) ดาเนินการ 1.วนอุทยานถ้าน้าลอด ต.ปางมะผ่า อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน 6,250 2523 2.วนอุทยานน้าตกผาเสื่อ ต.หมอกจาแป อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน2,500 16 ม.ค. 23 3.วนอุทยานน้าตกปูแกง ต.แม่เย็น อ.พาน จ.เชียงราย 10,000 21 ม.ค. 23 4.วนอุทยานน้าตกจาปาทอง ต.แม่ต๋อม อ.เมือง จ.พะเยา 1,200 16 ม.ค. 23 ชื่อ ที่ตั้ง เนื้อที่( ไร่ ) ดาเนินการ 7.วนอุทยานผาเกล็ดนาค ต.แม่ต๋อม อ.เมือง จ.พะเยา 1,000 11 มิ.ย. 23 8.วนอุทยานน้าตกภูซาง ต.ภูซาง อ.เชียงคา จ.พะเยา 1,200 11 มิ.ย. 23 9.วนอุทยานห้วยแม่ตระไคร้ ต.ท่าเหนือ อ.สันกาแพง จ.เชียงใหม่ 147,565 6 ธ.ค. 25 10.วนอุทยานถ้าแม่อุสุ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก 19,375 15 พ.ย. 25 11.วนอุทยานน้าตกห้วยยาง ต.ห้วยยาง อ.ทันสะแก จ.ประจวบฯ 5,900 1 ต.ค. 15 12.วนอุทยานปราณบุรี อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ 1,984 30 ก.ย. 25 13.วนอุทยานน้าตกหงาว ต.หงาว อ.เมือง จ.ระยอง 1,831 12 ก.ย. 03 14.วนอุทยานน้าตกโยง ต.ถ้าใหญ่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช 10,000 6 ก.พ. 10 15.วนอุทยานน้าตกโตนไทร ต.เทพกษัตริย์ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต 600 1 ต.ค. 03 16.วนอุทยานน้าตกบริพัตร ต.ท่าชะม่วง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา 10,937 ต.ค. 05 17.วนอุทยานโกสัมพี ต.หัวขวาง อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม 125 1 ต.ค. 19 18.วนอุทยานภูหมู ต.นิคมคาสร้อย จ.นครพนม 2,500 13 ก.พ. 23 19.วนอุทยานน้าตกเจ็ดสาวน้อย ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา 500 21 พ.ค. 23 20.วนอุทยานชีหลง ต.ท่าขอมยาง อ.กันทรชัย จ.มหาสารคาม199 24 เม.ย. 23 21.วนอุทยานเขาแหลมสิงห์ ต.บางกระไชย อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี 9,500 25 ต.ค. 26
  • 14.
    วนอุทยานสังกัดสานักงานป่าไม้จังหวัด ชื่อ ที่ตั้ง เนื้อที่(ไร่ ) ดาเนินการ สังกัด 1.วนอุทยานถ้าปลา ต.ห้วยผา อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน 315 1 ก.ค. 21 สปจ.แม่ฮ่องสอน 2.วนอุทยานถ้าผาตูบ ต.ผาสิงห์ อ.เมือง จ.น่าน 582 1 ต.ค.21 สปจ.น่าน 3.วนอุทยานภูพระต.ท่าคันโท อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ64,900 1 ต.ค. 26 สปจ.ขอนแก่น 4.วนอุทยานบาหลวง ต.กระนวน จ.ขอนแก่น 1,200 1 ต.ค. 27 สปจ.ขอนแก่น 5.วนอุทยานสนมสวาย ต.นาบัว อ.เมือง จ.สุรินทร์18,1431 ต.ค. 27 สปจ.สุรินทร์ 6.วนอุทยานป่าสนหนองคูต.ทับทัน อ.สังขะ จ.สุรินทร์ 6,250 29 ก.ค. 25 สปจ.สุรินทร์ 7.วนอุทยานแพะเมืองผี ต.น้าชา อ.เมือง จ.แพร่ 500 2 มี.ค. 24 สปจ.แพร่ 8.วนอุทยานนพม่วง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี 1,725 26 ธ.ค. 27 สปจ.สุพรรณบุรี 9. วนอุทยานน้าตกแพง ต.เกาะพงัน อ.เกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี 15,000 1 ต.ค. 20 สปจ.สุราษฎร์ธานี 10. วนอุทยานน้าตกหน้าเมือง ต.เกาะสมุย อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี 10 1 ต.ค. 20 สปจ.สุราษฎร์ธานี รวมอุทยานสังกัดป่าไม้เขต 23 แห่ง เป็นเนื้อที่ประมาณ 125,036 ไร่ หรือ 200.06 ตารางกิโลเมตร รวมอุทยานในสังกัดป่าไม้ในจังหวัดต่างๆมี 10 แห่ง เป็นเนื้อที่ 108,625 ไร่ หรือ 173.80 ตารางกิโลเมตร
  • 15.
    หนังสืออ้างอิง กรมป่าไม้(2527),การสัมมนาหัวหน้าอุทยานแห่งชาติครั้งที่ 1 ณกรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เกษม จันทร์แก้ว (2527),”สิ่งแวดล้อม” เอกสารประกอบการสัมมนาครั้งที่ 1 ชุมพล งามผ่องใส (2527) ,”ระบบนิเวทที่เกี่ยวข้องกับการจัดการอุทยานแห่งชาติ” เอกสารประกอบการ สัมมนาครั้งที่ 1 เทียม กมกฤส (2518), “อุทยานแห่งชาติในประเทศไทย” เอกสารเผยแพร่ของกรมป่าไม้ นิวัต เรืองพาณิช (2528), โลกกับการอนุรักษ์ กทม. : โอเดียนสโตร์ บุญเรือง สายศร (2527), ข้อคิดดเห็นบางประการเกี่ยวกับการจัดการนโยบายการจัดการอุทยานแห่งชาติ เอกสารประกอบการสัมมนาครั้งที่ 1 พิชา พิธนขจรวุฒิ (2527), “อุทยานแห่งชาติเรื่องชีวิตที่ดีกว่าจริงหรือ?” เอกสารประกอบการสัมมนาครั้งที่ 1 สมบัติ กาดูจนกิจ (2520) การสัมมนาชั้นนา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อานาจ เจริญศิล (2528) โลกกับการอนุรักษ์. กทม. : โอเดียนสโตร์ เสรี เวชบุญกร (2531) “อุทยานแห่งชาติ” โครงการป้ องกันป่าไม้แห่งชาติ 2528-2531 หน้า 62-76