Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
EN
Uploaded by
peter dontoom
5,373 views
แผนจัดการเรียนรู้ 1-6
แผนจัดการเรียนรู้ 1-6
Education
◦
Read more
0
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Downloaded 15 times
1
/ 194
2
/ 194
3
/ 194
4
/ 194
5
/ 194
6
/ 194
7
/ 194
8
/ 194
9
/ 194
10
/ 194
11
/ 194
12
/ 194
Most read
13
/ 194
14
/ 194
15
/ 194
16
/ 194
17
/ 194
18
/ 194
19
/ 194
20
/ 194
21
/ 194
22
/ 194
23
/ 194
24
/ 194
25
/ 194
26
/ 194
27
/ 194
28
/ 194
29
/ 194
30
/ 194
31
/ 194
32
/ 194
33
/ 194
34
/ 194
Most read
35
/ 194
Most read
36
/ 194
37
/ 194
38
/ 194
39
/ 194
40
/ 194
41
/ 194
42
/ 194
43
/ 194
44
/ 194
45
/ 194
46
/ 194
47
/ 194
48
/ 194
49
/ 194
50
/ 194
51
/ 194
52
/ 194
53
/ 194
54
/ 194
55
/ 194
56
/ 194
57
/ 194
58
/ 194
59
/ 194
60
/ 194
61
/ 194
62
/ 194
63
/ 194
64
/ 194
65
/ 194
66
/ 194
67
/ 194
68
/ 194
69
/ 194
70
/ 194
71
/ 194
72
/ 194
73
/ 194
74
/ 194
75
/ 194
76
/ 194
77
/ 194
78
/ 194
79
/ 194
80
/ 194
81
/ 194
82
/ 194
83
/ 194
84
/ 194
85
/ 194
86
/ 194
87
/ 194
88
/ 194
89
/ 194
90
/ 194
91
/ 194
92
/ 194
93
/ 194
94
/ 194
95
/ 194
96
/ 194
97
/ 194
98
/ 194
99
/ 194
100
/ 194
101
/ 194
102
/ 194
103
/ 194
104
/ 194
105
/ 194
106
/ 194
107
/ 194
108
/ 194
109
/ 194
110
/ 194
111
/ 194
112
/ 194
113
/ 194
114
/ 194
115
/ 194
116
/ 194
117
/ 194
118
/ 194
119
/ 194
120
/ 194
121
/ 194
122
/ 194
123
/ 194
124
/ 194
125
/ 194
126
/ 194
127
/ 194
128
/ 194
129
/ 194
130
/ 194
131
/ 194
132
/ 194
133
/ 194
134
/ 194
135
/ 194
136
/ 194
137
/ 194
138
/ 194
139
/ 194
140
/ 194
141
/ 194
142
/ 194
143
/ 194
144
/ 194
145
/ 194
146
/ 194
147
/ 194
148
/ 194
149
/ 194
150
/ 194
151
/ 194
152
/ 194
153
/ 194
154
/ 194
155
/ 194
156
/ 194
157
/ 194
158
/ 194
159
/ 194
160
/ 194
161
/ 194
162
/ 194
163
/ 194
164
/ 194
165
/ 194
166
/ 194
167
/ 194
168
/ 194
169
/ 194
170
/ 194
171
/ 194
172
/ 194
173
/ 194
174
/ 194
175
/ 194
176
/ 194
177
/ 194
178
/ 194
179
/ 194
180
/ 194
181
/ 194
182
/ 194
183
/ 194
184
/ 194
185
/ 194
186
/ 194
187
/ 194
188
/ 194
189
/ 194
190
/ 194
191
/ 194
192
/ 194
193
/ 194
194
/ 194
More Related Content
PDF
ทัศนธาตุ
by
Nattapon
PDF
คำศัพท์ทางทัศนศิลป์สำหรับใช้บรรยายผลงานทางทัศนศิลป์
by
พัน พัน
DOC
ใบงาน หน่วยที่ 1
by
sasi SAsi
PDF
ศิลปศึกษา ม.ต้น ทช.21003
by
Thidarat Termphon
PDF
แบบทดสอบ ทัศนศิลป์ ม.6
by
teerachon
PDF
แบบทดสอบ ทัศนศิลป์ ม.3
by
teerachon
PDF
ทัศนธาตุสร้างสรรค์
by
กุ้ง ณัฐรดา
PDF
ศิลปะ ม.ต้น กศน.
by
peter dontoom
ทัศนธาตุ
by
Nattapon
คำศัพท์ทางทัศนศิลป์สำหรับใช้บรรยายผลงานทางทัศนศิลป์
by
พัน พัน
ใบงาน หน่วยที่ 1
by
sasi SAsi
ศิลปศึกษา ม.ต้น ทช.21003
by
Thidarat Termphon
แบบทดสอบ ทัศนศิลป์ ม.6
by
teerachon
แบบทดสอบ ทัศนศิลป์ ม.3
by
teerachon
ทัศนธาตุสร้างสรรค์
by
กุ้ง ณัฐรดา
ศิลปะ ม.ต้น กศน.
by
peter dontoom
What's hot
PDF
ข้อสอบ O net ศิลปะ ม.6 ชุด 2
by
rojanasak tipnek
DOCX
ข้อสอบศิลปะ
by
Phichak Penpattanakul
PDF
เฉลยแบบทดสอบวิชาทัศนศิลป์ A net (กศน.)
by
peter dontoom
PDF
กาพย์ยานี
by
khorntee
PDF
เอกสารประกอบการเรียน วิชานาฏศิลป์ เรื่อง เทคนิคการจัดการแสดง
by
Panomporn Chinchana
PDF
ปลายภาค ม.2
by
peter dontoom
PDF
เอกสารประกอบการเรียน วิชานาฏศิลป์ หลักการชมการแสดงนาฏศิลป์และละคร ม.4
by
Panomporn Chinchana
DOCX
วิทย์ ป.1
by
สิ่งดีๆ เริ่มที่ใจ
PDF
แบบฝึกทักษะ 4.pdf new
by
วรินทราพร ธรรมประชา
PDF
เอกสารประกอบการเรียน วิชานาฏศิลป์ นาฏศิลป์พื้นเมือง ม.2
by
Panomporn Chinchana
PDF
ปลายภาค ม1
by
peter dontoom
PDF
5. ข้อสอบ o net - ศิลปะ (มัธยมปลาย) 0
by
Nattarika Wonkumdang
PDF
แบบประเมินผลโครงการผู้บำเพ็ญประโยชน์
by
panomkon
PDF
นาฏยศัพท์ และภาษาท่า ม.3 ปี 2557
by
Panomporn Chinchana
PDF
แบบทดสอบปลายภาควิทัศนศิลป์ ศ 31101ชั้น4
by
peter dontoom
PPTX
ตัวอย่าง PPT นำเสนอประเมินการพัฒนางาน ว.PA (15 นา.pptx
by
Jessie SK
PDF
เฉลยปลายภาค ม42557
by
peter dontoom
PDF
เอกสารประกอบการเรียน วิชานาฏศิลป์ เรื่อง การสร้างสรรค์ผลงานการแสดง และการป...
by
Panomporn Chinchana
PDF
ห้องสีขาว 1.1
by
peter dontoom
PDF
แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยการเรียนรู้ที่7.pdf
by
ssuserb40cf91
ข้อสอบ O net ศิลปะ ม.6 ชุด 2
by
rojanasak tipnek
ข้อสอบศิลปะ
by
Phichak Penpattanakul
เฉลยแบบทดสอบวิชาทัศนศิลป์ A net (กศน.)
by
peter dontoom
กาพย์ยานี
by
khorntee
เอกสารประกอบการเรียน วิชานาฏศิลป์ เรื่อง เทคนิคการจัดการแสดง
by
Panomporn Chinchana
ปลายภาค ม.2
by
peter dontoom
เอกสารประกอบการเรียน วิชานาฏศิลป์ หลักการชมการแสดงนาฏศิลป์และละคร ม.4
by
Panomporn Chinchana
วิทย์ ป.1
by
สิ่งดีๆ เริ่มที่ใจ
แบบฝึกทักษะ 4.pdf new
by
วรินทราพร ธรรมประชา
เอกสารประกอบการเรียน วิชานาฏศิลป์ นาฏศิลป์พื้นเมือง ม.2
by
Panomporn Chinchana
ปลายภาค ม1
by
peter dontoom
5. ข้อสอบ o net - ศิลปะ (มัธยมปลาย) 0
by
Nattarika Wonkumdang
แบบประเมินผลโครงการผู้บำเพ็ญประโยชน์
by
panomkon
นาฏยศัพท์ และภาษาท่า ม.3 ปี 2557
by
Panomporn Chinchana
แบบทดสอบปลายภาควิทัศนศิลป์ ศ 31101ชั้น4
by
peter dontoom
ตัวอย่าง PPT นำเสนอประเมินการพัฒนางาน ว.PA (15 นา.pptx
by
Jessie SK
เฉลยปลายภาค ม42557
by
peter dontoom
เอกสารประกอบการเรียน วิชานาฏศิลป์ เรื่อง การสร้างสรรค์ผลงานการแสดง และการป...
by
Panomporn Chinchana
ห้องสีขาว 1.1
by
peter dontoom
แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยการเรียนรู้ที่7.pdf
by
ssuserb40cf91
Similar to แผนจัดการเรียนรู้ 1-6
PDF
Plan01
by
peter dontoom
PDF
Plan02
by
peter dontoom
PDF
Supervision in the classroom
by
peter dontoom
PDF
Supervision in the classroom
by
peter dontoom
PDF
Plan 04 (2)
by
peter dontoom
PDF
Plan 003
by
peter dontoom
PDF
Supervision Report 65.pdf
by
peter dontoom
PDF
แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยการเรียนรู้ที่7(1).pdf
by
ssuserb40cf91
PDF
supervision 65.pdf
by
peter dontoom
PDF
Instruction Supervision 66.pdf
by
peter dontoom
PDF
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ศิลปะ ศ ๒๑๑๐๑ของพี่ทัศ
by
Yatphirun Phuangsuwan
PDF
Ar 7-705-6327-1131-doc
by
ณภาส์ วัชร
PDF
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ศิลปะ ศ ๒๑๑๐๑ของพี่ทัศ2
by
Yatphirun Phuangsuwan
PDF
School curriculum usage report
by
peter dontoom
PDF
Work you selt2
by
peter dontoom
PDF
Work you selt
by
peter dontoom
PDF
Work you selt
by
peter dontoom
PDF
Work you selt3
by
peter dontoom
PDF
Post selt2
by
peter dontoom
PDF
port peter64.pdf
by
peter dontoom
Plan01
by
peter dontoom
Plan02
by
peter dontoom
Supervision in the classroom
by
peter dontoom
Supervision in the classroom
by
peter dontoom
Plan 04 (2)
by
peter dontoom
Plan 003
by
peter dontoom
Supervision Report 65.pdf
by
peter dontoom
แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยการเรียนรู้ที่7(1).pdf
by
ssuserb40cf91
supervision 65.pdf
by
peter dontoom
Instruction Supervision 66.pdf
by
peter dontoom
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ศิลปะ ศ ๒๑๑๐๑ของพี่ทัศ
by
Yatphirun Phuangsuwan
Ar 7-705-6327-1131-doc
by
ณภาส์ วัชร
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ศิลปะ ศ ๒๑๑๐๑ของพี่ทัศ2
by
Yatphirun Phuangsuwan
School curriculum usage report
by
peter dontoom
Work you selt2
by
peter dontoom
Work you selt
by
peter dontoom
Work you selt
by
peter dontoom
Work you selt3
by
peter dontoom
Post selt2
by
peter dontoom
port peter64.pdf
by
peter dontoom
More from peter dontoom
PDF
research 653.pdf
by
peter dontoom
PDF
ปพ.5-2565-2-ศ32102นาฏศิลป์ 5.3.pdf
by
peter dontoom
PDF
ปพ.5-2565-2-ศ32102นาฏศิลป์ 5.2.pdf
by
peter dontoom
PDF
ปพ.5-2565-2-ศ32102นาฏศิลป์ 5.1.pdf
by
peter dontoom
PDF
ปพ.5-2565-2-ศ31102ทัศนศิลป์ 4.3.pdf
by
peter dontoom
PDF
ปพ.5-2565-2-ศ31102ทัศนศิลป์ 4.2.pdf
by
peter dontoom
PDF
ปพ.5-2565-2-ศ31102ทัศนศิลป์ 4.1.pdf
by
peter dontoom
PDF
ปพ.5-2565-2-ศ23103นาฏศิลป์ 3.2.pdf
by
peter dontoom
PDF
ปพ.5-2565-2-ศ23103นาฏศิลป์ 3.1.pdf
by
peter dontoom
PDF
ปพ.5-2565-2-ศ23101ทัศนศิลป์ 3.2.pdf
by
peter dontoom
PDF
ปพ.5-2565-2-ศ23101ทัศนศิลป์ 3.1.pdf
by
peter dontoom
PDF
ปพ.5-2565-2-ศ21101ทัศนศิลป์ 1.2.pdf
by
peter dontoom
PDF
ปพ.5-2565-2-ศ21101ทัศนศิลป์ 1.1.pdf
by
peter dontoom
PDF
portfolio 66.2.pdf
by
peter dontoom
PDF
research 65.pdf
by
peter dontoom
PDF
portfolio 2022.pdf
by
peter dontoom
PDF
4.3.pdf
by
peter dontoom
PDF
4.2.pdf
by
peter dontoom
PDF
3.4.pdf
by
peter dontoom
PDF
3.3.pdf
by
peter dontoom
research 653.pdf
by
peter dontoom
ปพ.5-2565-2-ศ32102นาฏศิลป์ 5.3.pdf
by
peter dontoom
ปพ.5-2565-2-ศ32102นาฏศิลป์ 5.2.pdf
by
peter dontoom
ปพ.5-2565-2-ศ32102นาฏศิลป์ 5.1.pdf
by
peter dontoom
ปพ.5-2565-2-ศ31102ทัศนศิลป์ 4.3.pdf
by
peter dontoom
ปพ.5-2565-2-ศ31102ทัศนศิลป์ 4.2.pdf
by
peter dontoom
ปพ.5-2565-2-ศ31102ทัศนศิลป์ 4.1.pdf
by
peter dontoom
ปพ.5-2565-2-ศ23103นาฏศิลป์ 3.2.pdf
by
peter dontoom
ปพ.5-2565-2-ศ23103นาฏศิลป์ 3.1.pdf
by
peter dontoom
ปพ.5-2565-2-ศ23101ทัศนศิลป์ 3.2.pdf
by
peter dontoom
ปพ.5-2565-2-ศ23101ทัศนศิลป์ 3.1.pdf
by
peter dontoom
ปพ.5-2565-2-ศ21101ทัศนศิลป์ 1.2.pdf
by
peter dontoom
ปพ.5-2565-2-ศ21101ทัศนศิลป์ 1.1.pdf
by
peter dontoom
portfolio 66.2.pdf
by
peter dontoom
research 65.pdf
by
peter dontoom
portfolio 2022.pdf
by
peter dontoom
4.3.pdf
by
peter dontoom
4.2.pdf
by
peter dontoom
3.4.pdf
by
peter dontoom
3.3.pdf
by
peter dontoom
แผนจัดการเรียนรู้ 1-6
1.
๑ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ วิชา ทัศนศิลป์
๑ ศ ๒๑๑๐๑ โรงเรียนมัธยมวัดดอนตูม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการเรียนการสอนศิลปะ เวลา ๖ ชั่วโมง ๑. เป้าหมายการเรียนรู้ งานศิลปะของนักเรียนที่สร้างสรรค์ขึ้นทุกชิ้น ควรจัดแสดงผลงานให้ผู้อื่นได้ชื่นชมและวิพากษ์ วิจารณ์ เพื่อเป็นแหล่งการเรียนรู้ศิลปะในโรงเรียน เป็นตัวอย่างให้นักเรียนทั่วไปนาไปเป็นแนวทาง ในการปรับปรุงและสร้างสรรค์ผลงาน อีกทั้งเป็นการส่งเสริมให้กาลังใจแก่ผู้เป็นเจ้าของผลงาน กระตุ้นให้คิดสร้างสรรค์ผลงานชิ้นต่อไป ๒. สาระสาคัญ การจัดแสดงผลงานศิลปะของนักเรียน มีความสาคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ ในกระบวนการทางานที่จะสื่อถึงความรู้ ความเข้าใจของผู้ที่ชื่นชมในผลงานทางศิลปะ รวมทั้ง ขั้นตอนการวิเคราะห์ วิจารณ์ผลงาน เพื่อสร้างองค์ความรู้ เพิ่มพูนประสบการณ์ตรงและประสบการณ์ ทางอ้อมให้กับตนเอง รวมทั้งแนวคิดในการเรียนรู้การสอนวิชาทัศนศิลป์ที่จะนาไปใช้ในการพัฒนา คุณภาพชีวิตของนักเรียนให้เกิดสติปัญญา และการสร้างสรรค์ สามารถนาไปใช้ในชีวิตประจาวัน ให้อยู่ในสังคมอย่างเป็นสุข ๓. มาตรฐานและตัวชี้วัด มาตรฐาน ศ ๑.๑ : สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ ชื่นชมและประยุกต์ใช้ ในชีวิตประจาวัน ตัวชี้วัด : สิ่งที่นักเรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ ๑. บรรยายความแตกต่างและความคล้ายคลึงกันของงานทัศนศิลป์และสิ่งแวดล้อม โดยใช้ ความรู้เรื่องทัศนธาตุ ๖. ประเมินงานทัศนศิลป์ และบรรยายถึงวิธีการปรับปรุงงานของตนเองและผู้อื่น โดยใช้เกณฑ์ ที่กาหนดให้ ๔. สาระการเรียนรู้ ๑. การจัดแสดงผลงานศิลปะ ๒. การวิจารณ์งานศิลปะ ๓. แนวคิดในการเรียนการสอนวิชาทัศนศิลป์ ๕. จุดประสงค์การเรียนรู้
2.
๒ K (Knowledge) ความรู้ความเข้าใจ P (Practice) การฝึกปฏิบัติ A
(Attitude) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. อธิบายขั้นตอนการจัดแสดง ผลงานศิลปะได้ ๒. อธิบายขั้นตอน/กระบวนการ วิจารณ์งานศิลปะได้ ๓. อธิบายแนวคิดในการเรียน การสอนวิชาทัศนศิลป์ได้ ๑. จัดแสดงผลงานศิลปะ โดย ฝึกปฏิบัติการจัดห้องแสดง ออกแบบการแสดงผลงาน จัดทาสูจิบัตร โฆษณา ประชาสัมพันธ์ และ ประเมินผล การจัดงาน ๒. ฝึกการวิจารณ์งานศิลปะ ๓. แสดงแนวคิดเกี่ยวกับ วัตถุประสงค์ในการเรียน วิชาทัศนศิลป์ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๒. ซื่อสัตย์สุจริต ๓. มีวินัย ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๖. มุ่งมั่นในการทางาน ๗. รักความเป็นไทย ๘. มีจิตสาธารณะ ๖. การวัดและประเมินผล ๑. เครื่องมือวัดและประเมินผล ๑) ใบงาน ๒) แบบประเมินพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ๓) แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ๔) แบบสังเกตสมรรถนะของนักเรียน ๕) แบบสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๒. วิธีวัดผล ๑) ตรวจใบงาน ๒) สังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ๓) สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ๔) สังเกตสมรรถนะของนักเรียน ๕) สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓. เกณฑ์การวัดและประเมินผล ๑) การประเมินจากแบบตรวจใบงาน ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน เรื่องความรู้ความเข้าใจ การนาไปใช้ ทักษะ และจิตพิสัย ทุกช่องเกินร้อยละ ๕๐
3.
๓ ๒) การประเมินผลจากการสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน
คือ เกินร้อยละ ๕๐ ๓) การประเมินผลการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล เกณฑ์ผ่านการประเมิน ต้องไม่มีช่องปรับปรุง ๔) การประเมินผลการสังเกตสมรรถนะของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับการประเมินตาม สภาพจริง ๕) การประเมินผลการสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับ การประเมินตามสภาพจริง ๗. หลักฐาน/ผลงาน ๑. ผลการทาใบงาน ๒. ผลการวิจารณ์งานศิลปะ ๓. ผลการแสดงผลงานศิลปะ ๘. กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑) ครูให้นักเรียนดูภาพการจัดแสดงผลงานศิลปะ ที่แสดงถึงบรรยากาศสิ่งแวดล้อม การจัด แผนผัง ฯลฯ ที่แสดงตามหอศิลป์ หรือสถาบันศิลปะต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนได้เห็น การจัดแสดงในรูปแบบต่างๆ ๒) ครูสนทนากับนักเรียนเพื่อเชื่อมโยงความรู้เกี่ยวกับการจัดแสดงผลงานศิลปะ ขั้นสอน ๓) ครูอธิบายให้นักเรียนทราบว่า งานศิลปะของนักเรียนทุกชิ้นที่ทาเสร็จ และครูวิจารณ์ ประเมินผลแล้ว ควรนาออกแสดงให้ผู้อื่นได้ชื่นชมและวิพากษ์วิจารณ์ เป็นตัวอย่าง ให้นักเรียนทั่วไปใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงและสร้างสรรค์ผลงาน ๔) แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๕-๖ คน ร่วมกันศึกษาค้นคว้า เรื่องการแสดงผลงานศิลปะ ๕) แต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลการศึกษา การจัดแสดงผลงานศิลปะ โดยครูช่วยเสริมเพิ่มเติม ให้สมบูรณ์ ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๖) ครูและนักเรียนร่วมกันบรรยายสรุป เรื่อง การจัดแสดงผลงานศิลปะโดยให้นักเรียนเตรียม ผลงานศิลปะเพื่อจัดแสดงในห้องศูนย์ศิลปะของโรงเรียน ชั่วโมงที่ ๒-๓ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๗) ครูนาภาพผลงานของนักเรียนที่ใส่กรอบเรียบร้อย พร้อมที่จะนาแสดงให้นักเรียนดู ขั้นสอน
4.
๔ ๘) ครูอธิบายให้นักเรียนทราบว่า ผลงานของนักเรียนทุกชิ้น
ควรใส่กรอบให้มีลักษณะคล้ายกัน มีขนาดเท่ากันและจัดเป็นหมวดหมู่ เพื่อสะดวกในการจัดแสดงและการจัดเก็บ ๙) แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๕-๖ คน ร่วมกันศึกษาและสร้างสรรค์การทากรอบภาพ อย่างง่าย เพื่อใช้ในการแสดงผลงาน ๑๐) นักเรียนลงมือปฏิบัติงานทากรอบภาพ โดยมีครูคอยให้ความรู้เสริมในส่วนที่นักเรียน ไม่เข้าใจ ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๑๑) นักเรียนและครูร่วมกันสรุปการสร้างสรรค์กรอบภาพ พร้อมจัดลาดับเข้าเป็นหมวดหมู่ เพื่อเตรียมจัดแสดงผลงานในห้องเรียน หรือศูนย์ศิลปะของโรงเรียน ชั่วโมงที่ ๔-๕ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑๒) ครูนาภาพผลงานของนักเรียนหรือของศิลปินให้นักเรียนดู ขั้นสอน ๑๓) ครูอธิบายขั้นตอน กระบวนการวิจารณ์งานศิลปะที่พบเห็นตามหอศิลป์ หรือศูนย์แสดง ภาพเขียน เพื่อเป็นแนวทางในการวิจารณ์ ๑๔) แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๕-๖ คน ร่วมกันศึกษาค้นคว้า เรื่องการวิจารณ์งานศิลปะ โดยให้เลือกภาพผลงานศิลปะของนักเรียนหรือของศิลปินที่ชื่นชอบ กลุ่มละ ๑ ภาพ ๑๕) แต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลการวิจารณ์งานศิลปะ โดยครูคอยอธิบายเสริมถึงขั้นตอน กระบวนการวิจารณ์ ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๑๖) นักเรียนและครูร่วมกันบรรยายสรุปเรื่องการวิจารณ์งานศิลปะ และให้แต่ละกลุ่มจัดทา รายงานข้อมูลให้ครบถ้วนสมบูรณ์ ชั่วโมงที่ ๖ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑๗) ครูนาภาพการตกแต่งบ้าน การแต่งกายหรือการจัดสวนและบริเวณให้นักเรียนดู ขั้นสอน ๑๘) ครูอธิบายแนวคิดในการเรียนการสอนวิชาทัศนศิลป์ ที่สามารถนาไปประยุกต์ใช้ ในชีวิตประจาวันของนักเรียน ๑๙) ให้นักเรียนศึกษาแนวคิดในการเรียนการสอนวิชาทัศนศิลป์ สุ่มนักเรียนออกมานาเสนอ หน้าชั้นเรียน โดยมีครูคอยช่วยเสริมความรู้
5.
๕ ๒๐) ให้นักเรียนทาใบงานที่ ๑.๑
กิจกรรมเรื่อง ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการเรียนการสอนศิลปะ โดยแบ่งเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๕ คน ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๒๑) นักเรียนแต่ละกลุ่ม ออกมานาเสนอผลการทากิจกรรม เรื่องความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการเรียน การสอนศิลปะ โดยครูช่วยสรุปความรู้ให้สมบูรณ์ ๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ทัศนศิลป์ ๑ ของสานักพิมพ์เอมพันธ์ ๒. หนังสือการจัดสวน บริเวณ และหนังสือนิตยสารทางศิลปะ ๑๐. การบูรณาการ บูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ได้แก่ ทักษะการเขียนรายงาน ทักษะการนาเสนอรายงาน บันทึกหลังการสอน ๑. ผลการสอน ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ๒. ปัญหา/อุปสรรค ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ๓. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ลงชื่อ...............................................ครูผู้สอน (...............................................) วันที่.......เดือน..........................พ.ศ. ............ ๔. ข้อเสนอแนะรองผู้อานวยการฝ่ายวิชาการ ลงชื่อ...................................... ( นางสาวโสภา ขาเจริญ )
6.
๖ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒ วิชา ทัศนศิลป์
๑ ศ ๒๑๑๐๑ โรงเรียนมัธยมวัดดอนตูม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ ความรู้พื้นฐานงานศิลป์ เวลา ๑๐ ชั่วโมง ๑. เป้าหมายการเรียนรู้ ความหมาย ขอบข่ายและประโยชน์ของงานทัศนศิลป์ รวมทั้งศิลปะที่แสดงถึงตัวแทนเด็ก การนาเอาทัศนธาตุ และการจัดองค์ประกอบศิลป์มาสร้างเป็นงานศิลปะ สิ่งเหล่านี้เป็นความรู้พื้นฐาน ทางศิลปะที่ผู้เรียนทุกคนต้องศึกษาและนามาสร้างสรรค์ในผลงานศิลปะ ๒. สาระสาคัญ ศิลปะ คือ ผลแห่งพลังความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ที่แสดงออกในรูปลักษณ์ต่างกันให้ปรากฏ ซึ่งสุนทรียภาพ ความประทับใจ ผลงานศิลปะของเด็กจะแสดงออกถึงความรู้สึกนึกคิดและบุคลิกภาพ ของเด็กนักเรียน เนื้อหาที่สร้างสรรค์มีการนาเอาทัศนธาตุ และหลักการจัดองค์ประกอบศิลป์ เช่น หลักในการสร้างสรรค์งานด้านทัศนศิลป์ ๓. มาตรฐานและตัวชี้วัด มาตรฐาน ศ ๑.๑ : สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ ชื่นชมและประยุกต์ใช้ ในชีวิตประจาวัน ตัวชี้วัด : สิ่งที่นักเรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ ๒. ระบุและบรรยายหลักการออกแบบงานทัศนศิลป์ โดยเน้นความเป็นเอกภาพ ความกลมกลืน และความสมดุล ๓. วาดภาพทัศนียภาพแสดงให้เห็นระยะไกลใกล้ เป็น ๓ มิติ ๔. รวบรวมงานปั้นหรือสื่อผสมมาสร้างเป็นเรื่องราว ๓ มิติ โดยเน้นความเป็นเอกภาพ ความกลมกลืน และการสื่อถึงเรื่องราวของงาน ๕. ออกแบบรูปภาพ สัญลักษณ์ หรือกราฟิกอื่นๆ ในการนาเสนอความคิดและข้อมูล ๔. สาระการเรียนรู้ ๑. พื้นฐานงานศิลป์ ๒. ความหมายและขอบข่ายของงานทัศนศิลป์ ๓. ประโยชน์ของงานทัศนศิลป์ ๔. ศิลปะคือตัวแทนเด็ก ๕. ทัศนธาตุ ๖. การจัดองค์ประกอบศิลป์ ๕. จุดประสงค์การเรียนรู้
7.
๗ K (Knowledge) ความรู้ความเข้าใจ P (Practice) การฝึกปฏิบัติ A
(Attitude) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. อธิบายความรู้พื้นฐาน งานศิลป์ได้ ๒. อธิบายความหมายและ ขอบข่ายของงานทัศนศิลป์ ได้ ๓. บอกประโยชน์ของงาน ทัศนศิลป์ได้ ๔. อธิบายความหมายศิลปะ คือตัวแทนเด็กได้ ๕. อธิบายความหมายของ ทัศนธาตุได้ ๖. อธิบายหลักการจัด องค์ประกอบศิลป์ได้ ๑. เก็บรวบรวมภาพศิลปะจาก หนังสือและนิตยสารต่างๆ จัดทาเป็นสมุดภาพและตกแต่ง ให้สวยงาม ๒. แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๓- ๕ คน ออกแบบจัดสวนจาลอง โดย ศึกษาวิธีจัดสวนจากนิตยสาร หรือสถานที่จริงในท้องถิ่น แล้ว จาลองให้มีขนาดเล็กลง จัดเป็น สวนในพื้นที่ ๑ ตารางฟุต โดยนา ความรู้จากทัศนธาตุและหลักการ จัดองค์ประกอบศิลป์มาใช้ ๓. แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๕ คน ทาโครงสร้างแขวนแบบ สมดุล ซ้าย-ขวา (โมบาย) โดยใช้ ลวดเป็นแขนสมดุล แขวนงาน ศิลปะขนาดเล็กที่ปลายทั้ง ๒ ข้าง ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๒. ซื่อสัตย์สุจริต ๓. มีวินัย ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๖. มุ่งมั่นในการทางาน ๗. รักความเป็นไทย ๘. มีจิตสาธารณะ ๖. การวัดและประเมินผล ๑. เครื่องมือวัดและประเมินผล ๑) ใบงาน ๒) แบบประเมินพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ๓) แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ๔) แบบสังเกตสมรรถนะของนักเรียน ๕) แบบสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๒. วิธีวัดผล ๑) ตรวจใบงาน ๒) สังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม
8.
๘ ๓) สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ๔) สังเกตสมรรถนะของนักเรียน ๕)
สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓. เกณฑ์การวัดและประเมินผล ๑) การประเมินจากแบบตรวจใบงาน ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน เรื่องความรู้ความเข้าใจ การนาไปใช้ ทักษะ และจิตพิสัย ทุกช่องเกินร้อยละ ๕๐ ๒) การประเมินผลจากการสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน คือ เกินร้อยละ ๕๐ ๓) การประเมินผลการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล เกณฑ์ผ่านการประเมิน ต้องไม่มีช่องปรับปรุง ๔) การประเมินผลการสังเกตสมรรถนะของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับการประเมินตาม สภาพจริง ๕) การประเมินผลการสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับ การประเมินตามสภาพจริง ๗. หลักฐาน/ผลงาน ๑. ผลการทาใบงาน ๒. ผลงานที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ ๘. กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑-๒ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑) ครูให้นักเรียนสังเกตธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัว และตอบว่าสังเกตเห็นอะไรบ้าง เพื่อนาเชื่อมโยงความรู้เกี่ยวกับความหมายของศิลปะ ขั้นสอน ๒) ครูนารูปภาพเกี่ยวกับงานวิจิตรศิลป์และประยุกต์ศิลป์ให้นักเรียนดู พร้อมให้นักเรียนแสดง ความคิดเห็นเปรียบเทียบถึงความแตกต่าง ๓) แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๕-๖ คน ร่วมกันศึกษาค้นคว้าหัวข้อดังนี้ - พื้นฐานงานศิลป์ - ความหมายและขอบข่ายของงานศิลป์ - ประโยชน์ของงานทัศนศิลป์ - ศิลปะคือตัวแทนเด็ก ๔) แต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลการศึกษาทั้ง ๔ หัวข้อ โดยครูคอยอธิบายเสริมให้สมบูรณ์
9.
๙ ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๕) ครูและนักเรียนร่วมกันบรรยายสรุป และให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนรายงานสรุปความรู้ ที่ได้รับ
และนัดหมายให้นักเรียนเก็บรวบรวมภาพเกี่ยวกับงานศิลปะจากหนังสือและนิตยสาร ต่างๆ มาทากิจกรรมในชั่วโมงต่อไป ชั่วโมงที่ ๓-๔ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๖) ครูนาตัวอย่างภาพงานจิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม และภาพพิมพ์ จากหนังสือ นิตยสารต่างๆ ให้นักเรียนดู ขั้นสอน ๗) ครูอธิบายถึงรูปแบบข้อมูลภาพของงานทัศนศิลป์ เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นถึงความแตกต่าง ๘) แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๕ คน ทาใบงานที่ ๒.๑ กิจกรรม เรื่อง สะสมข้อมูลทัศนศิลป์ ๙) แต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลงาน โดยอธิบายรายละเอียดของภาพที่นามาสะสมว่า นามาจาก นิตยสารฉบับใด ใครเป็นผู้สร้างงาน หรือเป็นเจ้าของผลงาน ทาด้วยวัสดุใดและมีแนวคิด อย่างไรในการสร้างงาน ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๑๐) ครูและนักเรียนร่วมกันบรรยายสรุป โดยครูคอยให้ความรู้เสริมในส่วนที่นักเรียนไม่เข้าใจ หรือสรุปไม่ตรงกับจุดประสงค์การเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๕-๖ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑๑) ครูนาตัวอย่างภาพผลงานทัศนธาตุที่แสดงลักษณะจุด เส้น รูปทรง รูปร่าง พื้นผิว มิติ สี และ แสงเงา ช่องไฟและจังหวะให้นักเรียนดูเพื่อเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่าง ขั้นสอน ๑๒) ครูอธิบายถึงลักษณะรูปแบบการสร้างสรรค์ด้วยทัศนธาตุแบบต่างๆ แล้วสุ่มให้นักเรียน ออกมาวาดภาพทัศนธาตุลักษณะต่างๆ ที่ใช้ในงานทัศนศิลป์ เพื่อจาแนกให้นักเรียนเห็น ความแตกต่างของทัศนธาตุ ๑๓) แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๕-๖ คน ร่วมกันศึกษาค้นคว้าความหมายของทัศนธาตุ ในหัวข้อดังนี้ - จุด (point) - เส้น (line) - รูปและพื้น (shape-background) - รูปทรงและบริเวณว่าง (form-space) - ลักษณะพื้นผิว (texture) - มิติ (dimension) - สีแสงเงา - ช่องไฟและจังหวะ ๑๔) แต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลการศึกษา ค้นคว้า โดยครูคอยอธิบายเสริมถึงการใช้ทัศนธาตุ สร้างสรรค์ผลงานทัศนศิลป์
10.
๑๐ ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๑๕) ครูและนักเรียนร่วมกันบรรยายสรุปเรื่องของทัศนธาตุสร้างสรรค์ในงานทัศนศิลป์ ชั่วโมงที่ ๗-๘ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑๖)
ครูทบทวนเรื่องทัศนธาตุที่ได้เรียนรู้ไปแล้ว นักเรียนตอบคาถามและแสดงความคิดเห็น ขั้นสอน ๑๗) แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๕ คน ทาใบงานที่ ๒.๒ กิจกรรม เรื่องจัดสวนจาลอง โดยศึกษาวิธีจัดสวนจากนิตยสาร หรือสถานที่จริงในท้องถิ่นแล้วจาลองให้มีขนาดเล็กลง จัดเป็นสวนในพื้นที่ ๑ ตารางฟุต โดยนาความรู้จากทัศนธาตุมาสร้างสรรค์ ๑๘) แต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลงานการสร้างสรรค์ โดยครูคอยอธิบายเสริมถึงการใช้ทัศนธาตุ มาจัดสวนจาลอง ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๑๙) ครูและนักเรียนร่วมกันบรรยายสรุป และเขียนรายงานการสร้างสรรค์ ชั่วโมงที่ ๙-๑๐ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๒๐) ครูนาตัวอย่างผลงานการจัดองค์ประกอบศิลป์ ให้นักเรียนดูเพื่อเปรียบเทียบให้เห็น ความแตกต่าง ขั้นสอน ๒๑) ครูอธิบายถึงลักษณะการสร้างสรรค์งานด้วยหลักการจัดองค์ประกอบศิลป์ แล้วสุ่ม สอบถามนักเรียนให้อธิบายเพิ่มเติมให้เพื่อนๆ ฟัง ๒๒) แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๕-๖ คน ร่วมกันศึกษา ค้นคว้า หลักการจัดองค์ประกอบศิลป์ ในหัวข้อดังนี้ - ความมีเอกภาพ (unity) - ความประสานกลมกลืน (harmony) - ความขัดแย้ง (contrast) - ความสมดุล (balance) - การจัดจังหวะและลีลา - สัดส่วน (proportion) - การเน้นหรือย้าจุดเด่น ๒๓) แต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลการศึกษาค้นคว้า โดยครูคอยอธิบายเสริมให้สมบูรณ์ ๒๔) แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๕ คน ทาใบงานที่ ๒.๓ กิจกรรมเรื่อง สมดุล ซ้าย-ขวา เท่ากัน โดยทาโครงสร้างแขวน (โมบาย) ใช้ลวดเป็นแขนสมดุล ห้อยงานศิลปะขนาดเล็ก ที่ปลายทั้ง ๒ ข้าง โดยนาความรู้เรื่องการจัดองค์ประกอบศิลป์มาสร้างสรรค์ ๒๕) แต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลการสร้างสรรค์ ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๒๖) ครูและนักเรียนร่วมกันบรรยายสรุป และเขียนรายงานการสร้างสรรค์ ๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ทัศนศิลป์ ๑ ของสานักพิมพ์เอมพันธ์
11.
๑๑ ๒. หนังสือการจัดสวน บริเวณ
และหนังสือนิตยสารทางศิลปะ ๑๐. การบูรณาการ บูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ได้แก่ ทักษะการเขียนรายงาน ทักษะการนาเสนอรายงาน บันทึกหลังการสอน ๑. ผลการสอน ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ๒. ปัญหา/อุปสรรค ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ๓. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ลงชื่อ...............................................ครูผู้สอน (...............................................) วันที่.......เดือน..........................พ.ศ. ............ ๔. ข้อเสนอแนะรองผู้อานวยการฝ่ายวิชาการ ………………………………………………………………………………………………………….………. …………………………………………………………………………………………………….……………. ………………………………………………………………………………………………………….………. ………………………………………………………………………………………………………..…………. ……………………………………………………………………………………………………..……………. ลงชื่อ............................................................... ( ......................................... )
12.
๑๒ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓ วิชา ทัศนศิลป์
๑ ศ ๒๑๑๐๑ โรงเรียนมัธยมวัดดอนตูม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ เทคนิคการสร้างสรรค์ผลงานทัศนศิลป์ เวลา ๑๐ ชั่วโมง ๑. เป้าหมายการเรียนรู้ เทคนิคการสร้างสรรค์ผลงานทัศนศิลป์มีหลายรูปแบบ เทคนิคพื้นฐานที่เหมาะสมกับนักเรียน คือ เทคนิคการวาดเส้น การเขียนภาพสีเทียน สีดินสอ การเขียนภาพสีน้า การเขียนภาพลายไทย การปั้น หล่อ และแกะสลัก รวมทั้งศิลปะการพิมพ์ เทคนิคเหล่านี้เป็นพื้นฐานของการเรียนรู้ที่จะนาไปสู่การ สร้างสรรค์ในระดับสูงต่อไป ๒. สาระสาคัญ กระบวนการในการสร้างสรรค์ผลงานทัศนศิลป์ การวาดเส้นเป็นเทคนิคพื้นฐานเริ่มต้นของการ ฝึกฝนก่อนจะเข้าสู่การเขียนภาพด้วยสีดินสอ สีเทียนและสีน้าตามลาดับ การเขียนลายไทย เป็นศิลปะ ประจาชาติไทยที่มีความอ่อนช้อยสวยงาม ต้องศึกษาเพราะเป็นการอนุรักษ์สืบทอดศิลปวัฒนธรรม ของคนไทย ส่วนการปั้น หล่อ และแกะสลัก รวมทั้งศิลปะการพิมพ์ เป็นการสร้างสรรค์งาน ในลักษณะมีมิติ และนาไปใช้ในการตกแต่งงานต่างๆ ของโรงเรียน ๓. มาตรฐานและตัวชี้วัด มาตรฐาน ศ ๑.๑ : สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ ชื่นชมและประยุกต์ใช้ ในชีวิตประจาวัน ตัวชี้วัด : สิ่งที่นักเรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ ๑. บรรยายความแตกต่างและความคล้ายคลึงกันของงานทัศนศิลป์และสิ่งแวดล้อม โดยใช้ ความรู้เรื่องทัศนธาตุ ๒. ระบุและบรรยายหลักการออกแบบงานทัศนศิลป์ โดยเน้นความเป็นเอกภาพ ความกลมกลืน และความสมดุล ๓. วาดภาพทัศนียภาพแสดงให้เห็นระยะไกลใกล้ เป็น ๓ มิติ ๔. รวบรวมงานปั้นหรือสื่อผสมมาสร้างเป็นเรื่องราว ๓ มิติ โดยเน้นความเป็นเอกภาพ ความกลมกลืน และการสื่อถึงเรื่องราวของงาน ๕. ออกแบบรูปภาพ สัญลักษณ์ หรือกราฟิกอื่นๆ ในการนาเสนอความคิดและข้อมูล ๔. สาระการเรียนรู้ ๑. การวาดเส้น ๒. การเขียนภาพสีเทียนและสีดินสอ ๓. การเขียนภาพสีน้า ๔. ลายไทย ๕. การปั้น หล่อ และแกะสลัก ๖. ศิลปะการพิมพ์ ๕. จุดประสงค์การเรียนรู้
13.
๑๓ K (Knowledge) ความรู้ความเข้าใจ P (Practice) การฝึกปฏิบัติ A
(Attitude) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. อธิบายเทคนิควิธีการวาด เส้นได้ ๒. อธิบายเทคนิควิธีการเขียน ภาพสีเทียนและสีดินสอได้ ๓. อธิบายเทคนิควิธีการเขียน ภาพสีน้าได้ ๔. อธิบายเทคนิควิธีการเขียน ภาพลายไทยได้ ๕. อธิบายเทคนิควิธีการปั้น หล่อ และแกะสลักได้ ๖. อธิบายเทคนิควิธีการพิมพ์ ได้ ๑. สร้างสรรค์งานการ์ตูนที่ฉัน ชอบโดยใช้เทคนิควิธีการ วาดเส้น ๒. สร้างสรรค์งานเรื่อง “ตัวฉัน” โดยใช้เทคนิควิธีการวาดสี ดินสอและเรื่อง “ครอบครัว ฉัน” โดยใช้เทคนิควิธีการ ด้วยสีเทียน ๓. สร้างสรรค์การ์ดอวยพร โดยใช้เทคนิควิธีการ ด้วยสีน้า ๔. สร้างสรรค์กล่องของขวัญ นิยมไทยโดยใช้เทคนิค วิธีการด้วยสีน้า ๕. สร้างสรรค์สวนสัตว์ของเรา โดยใช้เทคนิค วิธีการปั้น ด้วยดินน้ามัน ๖. สร้างสรรค์โคมไฟลอยฟ้า โดยใช้เทคนิควิธีการศิลปะ การพิมพ์ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๒. ซื่อสัตย์สุจริต ๓. มีวินัย ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๖. มุ่งมั่นในการทางาน ๗. รักความเป็นไทย ๘. มีจิตสาธารณะ ๖. การวัดและประเมินผล ๑. เครื่องมือวัดและประเมินผล ๑) ใบงาน ๒) แบบประเมินพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ๓) แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ๔) แบบสังเกตสมรรถนะของนักเรียน ๕) แบบสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๒. วิธีวัดผล ๑) ตรวจใบงาน ๒) สังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม
14.
๑๔ ๓) สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ๔) สังเกตสมรรถนะของนักเรียน ๕)
สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓. เกณฑ์การวัดและประเมินผล ๑) การประเมินจากแบบตรวจใบงาน ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน เรื่องความรู้ความเข้าใจ การนาไปใช้ ทักษะ และจิตพิสัย ทุกช่องเกินร้อยละ ๕๐ ๒) การประเมินผลจากการสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน คือ เกินร้อยละ ๕๐ ๓) การประเมินผลการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล เกณฑ์ผ่านการประเมิน ต้องไม่มีช่องปรับปรุง ๔) การประเมินผลการสังเกตสมรรถนะของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับการประเมินตาม สภาพจริง ๕) การประเมินผลการสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับ การประเมินตามสภาพจริง ๗. หลักฐาน/ผลงาน ๑. ผลการทาใบงาน ๒. ผลการสร้างสรรค์ผลงาน ๘. กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑-๒ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑) ครูนาภาพตัวอย่างผลงานการสร้างสรรค์ด้วยการวาดเส้นให้นักเรียนดู ขั้นสอน ๒) ครูอธิบายเทคนิคขั้นตอนการสร้างสรรค์ผลงานด้วยการวาดเส้น ๓) ให้นักเรียนศึกษาค้นคว้า เทคนิคการวาดเส้น และทาใบงานที่ ๓.๑ กิจกรรม เรื่อง การ์ตูนที่ ฉันชอบ โดยให้นักเรียนเขียนภาพการ์ตูนที่นักเรียนชอบ อาจจะลอกจากหนังสือการ์ตูนต่างๆ หรือคิดขึ้นมาเอง โดยลงสีเส้นให้ชัดเจน แล้วระบายสีให้สวยงาม ภาพการ์ตูนอาจเป็นภาพคน สัตว์ หรือสิ่งของก็ได้ ให้เขียนท่าทางลักษณะต่างๆ ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๔) ครูสุ่มนักเรียนมานาเสนอผลการทากิจกรรม เรื่อง การ์ตูนที่ฉันชอบ โดยครูช่วยสรุปและ ประเมินผลการสร้างสรรค์ ชั่วโมงที่ ๓
15.
๑๕ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๕) ครูนาภาพตัวอย่างผลงานการสร้างสรรค์ด้วยการเขียนภาพสีเทียนและสีดินสอให้นักเรียนดู ขั้นสอน ๖) ครูอธิบายเทคนิคขั้นตอนการสร้างสรรค์ผลงานด้วยสีเทียนและสีดินสอ ๗)
ให้นักเรียนศึกษาค้นคว้า เทคนิคการเขียนภาพสีเทียนและสีดินสอ ๘) แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๕ คน ทาใบงานที่ ๓.๒ กิจกรรม เรื่อง “ตัวฉัน” ด้วยสี ดินสอ ๙) นักเรียนแต่ละคนเขียนภาพด้วยสีเทียน เรื่อง “ครอบครัวของฉัน” ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๑๐) นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลการทากิจกรรม เรื่อง “ตัวฉัน” โดยครูช่วยสรุปและ ประเมินผลการทากิจกรรม ชั่วโมงที่ ๔ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑๑) ครูนาภาพตัวอย่างผลงานการสร้างสรรค์ด้วยการเขียนภาพสีน้าให้นักเรียนดู ขั้นสอน ๑๒) ครูอธิบายเทคนิคขั้นตอนการสร้างสรรค์การเขียนภาพด้วยสีน้า ๑๓) ให้นักเรียนศึกษาค้นคว้า เทคนิคการเขียนภาพสีน้า ๑๔) นักเรียนทาใบงานที่ ๓.๓ กิจกรรม เรื่อง “การ์ดสวยด้วยมือเรา” โดยทาการ์ดอวยพร หรือ ส.ค.ส. ถึงเพื่อนในโอกาสต่างๆ โดยเขียนรูปด้วยเทคนิคสีน้า เขียนคาอวยพรและบรรจุซอง ส่งทางไปรษณีย์ถึงเพื่อนในห้องเดียวกัน ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๑๕) ครูสุ่มนักเรียนออกมานาเสนอผลการทากิจกรรม เรื่อง “การ์ดสวยด้วยมือเรา” โดยครูช่วย สรุปและประเมินผลการสร้างสรรค์ ชั่วโมงที่ ๕-๖ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑๖) ครูนาภาพตัวอย่างผลงานการสร้างสรรค์ด้วยการเขียนลายไทยให้นักเรียนดู ขั้นสอน ๑๗) ครูอธิบายเทคนิคขั้นตอนการสร้างสรรค์ด้วยการเขียนลายไทย ๑๘) ให้นักเรียนศึกษาค้นคว้า เทคนิคการเขียนลายไทยแบบต่างๆ ๑๙) ให้นักเรียนทาใบงานที่ ๓.๔ กิจกรรม เรื่อง “กล่องของขวัญนิยมไทย” โดยให้เขียนลาย กนก กระจัง หรือ ประจายาม ระบายสีให้สวยงามแล้วนาไปปะติดเป็นลายประดับกล่อง กระดาษแข็งที่มีความจุประมาณ ๕๐๐-๘๐๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร
16.
๑๖ ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๒๐) ครูสุ่มนักเรียนออกมานาเสนอผลการทากิจกรรม เรื่อง
“กล่องของขวัญนิยมไทย” โดยครู ช่วยสรุปและประเมินผลการสร้างสรรค์ ชั่วโมงที่ ๗-๘ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๒๑) ครูนาผลงานสร้างสรรค์ด้วยการปั้น หล่อ และแกะสลักให้นักเรียนดู ขั้นสอน ๒๒) ครูอธิบายเทคนิคขั้นตอนการสร้างสรรค์ด้วยการปั้น หล่อ และแกะสลัก ๒๓) ให้นักเรียนศึกษาค้นคว้า เรื่องการปั้น หล่อ และแกะสลัก ๒๔) ให้นักเรียนทาใบงานที่ ๓.๕ กิจกรรม เรื่อง “สวนสัตว์ของเรา” โดยให้ศึกษาเกี่ยวกับชีวิต ความเป็นอยู่ของสัตว์ที่นักเรียนสนใจแล้วปั้นรูปสัตว์ให้เหมือนจริง เขียนชื่อ อธิบายชีวิต ความเป็นอยู่ของสัตว์ชนิดนั้น แล้วนาสัตว์ที่ปั้นร่วมกันจัดเป็นสวนสัตว์ในห้องเรียน ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๒๕) ครูสุ่มนักเรียนออกมานาเสนอผลการทากิจกรรม เรื่อง “สวนสัตว์ของเรา” โดยครูช่วยสรุป และประเมินผลการสร้างสรรค์งาน ชั่วโมงที่ ๙-๑๐ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๒๖) ครูนาผลงานการสร้างสรรค์ด้วยศิลปะการพิมพ์ ให้นักเรียนดู ขั้นสอน ๒๗) ครูอธิบายเทคนิคขั้นตอนการสร้างสรรค์ด้วยศิลปะการพิมพ์ ๒๘) ให้นักเรียนศึกษาค้นคว้า เรื่องศิลปะการพิมพ์ ๒๙) ให้นักเรียนทาใบงานที่ ๓.๖ กิจกรรม เรื่อง “โคมไฟลอยฟ้า” โดยให้ศึกษาประดิษฐ์ งานพิมพ์บนกระดาษชนิดบาง เช่น กระดาษแก้วสีต่างๆ กระดาษลอกลาย หรือกระดาษ ทาว่าว จากนั้นนากระดาษที่ได้จากงานพิมพ์มาทาเป็นโคมลอยฟ้ารูปทรงต่างๆ ตามความต้องการ ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๓๐) ครูสุ่มนักเรียนออกมานาเสนอผลการทากิจกรรม เรื่อง “โคมไฟลอยฟ้า” โดยครูสรุปและ ประเมินผลการสร้างสรรค์งาน ๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ทัศนศิลป์ ๑ ของสานักพิมพ์เอมพันธ์ ๒. หนังสือการ์ตูนที่นักเรียนชื่นชอบ ๑๐. การบูรณาการ บูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ได้แก่ ทักษะการเขียนรายงาน ทักษะการนาเสนอ รายงาน การสร้างสรรค์เขียนคาอวยพร ส.ค.ส. การ์ดอวยพร บูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาและศิลปศึกษา ได้แก่ การสร้างสรรค์เขียนภาพ ด้วยสีเทียน เรื่อง ครอบครัวของฉัน
17.
๑๗ บูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ได้แก่ การสร้างสรรค์งานปั้น
แกะสลัก เรื่อง สวนสัตว์ของเรา โดยอธิบายชีวิตความเป็นอยู่ของสัตว์ชนิดต่างๆ บันทึกหลังการสอน ๑. ผลการสอน ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ๒. ปัญหา/อุปสรรค ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ๓. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ลงชื่อ...............................................ครูผู้สอน (...............................................) วันที่.......เดือน..........................พ.ศ. ............ ๔. ข้อเสนอแนะรองผู้อานวยการฝ่ายวิชาการ ………………………………………………………………………………………………………….………. …………………………………………………………………………………………………….……………. ………………………………………………………………………………………………………….………. ………………………………………………………………………………………………………..…………. ……………………………………………………………………………………………………..……………. ลงชื่อ............................................................... ( ........................................... )
18.
๑๘ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔ วิชา ทัศนศิลป์
๑ ศ ๒๑๑๐๑ โรงเรียนมัธยมวัดดอนตูม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ ทัศนศิลป์กับภูมิปัญญาไทยและสากล เวลา ๘ ชั่วโมง ๑. เป้าหมายการเรียนรู้ งานทัศนศิลป์กับมนุษย์เป็นสิ่งที่มีความผูกพันกันมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงปัจจุบัน ศิลปินของไทยนาศิลปะมาพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านจิตใจ อารมณ์ สังคม เศรษฐกิจ การศึกษา รวมทั้ง เรื่องราวประวัติศาสตร์ศิลปะตะวันตก ซึ่งมีวิวัฒนาการและพัฒนาไปสู่การสร้างสรรค์งานศิลปะที่ แสดงออกในรูปแบบต่างๆ ของลัทธิทางศิลปะ ๒. สาระสาคัญ เส้นทางการสร้างสรรค์งานศิลปะไทยตั้งแต่สมัยบ้านเชียง ทวารวดี ลพบุรี และศรีวิชัย มีลักษณะ ที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ และการสร้างสรรค์งานของศิลปินไทยในอดีต จนถึงปัจจุบัน ที่เราคนไทยควรชื่นชม รวมทั้งเส้นทางการสร้างสรรค์งานศิลปะตะวันตก ตั้งแต่ สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงการสร้างงานของลัทธิศิลปะสมัยใหม่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของ ชาวโลกที่เราควรอนุรักษ์และสืบทอดตลอดไป ๓. มาตรฐานและตัวชี้วัด มาตรฐาน ศ ๑.๑ : สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ ชื่นชมและประยุกต์ใช้ ในชีวิตประจาวัน มาตรฐาน ศ ๑.๒ : เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างทัศนศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่า งานทัศนศิลป์ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและสากล ตัวชี้วัด : สิ่งที่นักเรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ (ศ ๑.๑) ๑. บรรยายความแตกต่างและความคล้ายคลึงกันของงานทัศนศิลป์และสิ่งแวดล้อม โดยใช้ความรู้เรื่องทัศนธาตุ (ศ ๑.๒) ๑. ระบุและบรรยายเกี่ยวกับลักษณะรูปแบบงานทัศนศิลป์ของชาติและของท้องถิ่น ตนเองจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ๒. ระบุและเปรียบเทียบงานทัศนศิลป์ของภาคต่างๆ ในประเทศไทย ๓. เปรียบเทียบความแตกต่างของจุดประสงค์ในการสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ของ วัฒนธรรมไทยและสากล ๔. สาระการเรียนรู้ ๑. ประวัติศาสตร์ศิลป์ไทย ๒. ศิลปินไทย ๓. ประวัติศาสตร์ศิลป์ตะวันตก ๔. ลัทธิทางศิลปะ ๕. จุดประสงค์การเรียนรู้ K (Knowledge) P (Practice) A (Attitude)
19.
๑๙ ความรู้ความเข้าใจ การฝึกปฏิบัติ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑.
อธิบายประวัติศาสตร์ศิลป์ ไทยได้ ๒. อธิบายประวัติและผลงาน ของศิลปินไทยได้ ๓. อธิบายประวัติศาสตร์ศิลป์ ตะวันตกได้ ๔. อธิบายลัทธิทางศิลปะได้ ๑. สร้างสรรค์งานศิลปะเรื่อง “กระถางบ้านเชียง” ๒. สร้างสรรค์งานศิลปะเรื่อง “ขอเลียนแบบด้วยคน” ๓. สร้างสรรค์งานศิลปะเรื่อง “โคมไฟโรมัน กรีก อียิปต์” ๔. สร้างสรรค์งานศิลปะเรื่อง “เลียนแบบลัทธิดาดา” ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๒. ซื่อสัตย์สุจริต ๓. มีวินัย ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๖. มุ่งมั่นในการทางาน ๗. รักความเป็นไทย ๘. มีจิตสาธารณะ ๖. การวัดและประเมินผล ๑. เครื่องมือวัดและประเมินผล ๑) ใบงาน ๒) แบบประเมินพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ๓) แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ๔) แบบสังเกตสมรรถนะของนักเรียน ๕) แบบสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๒. วิธีวัดผล ๑) ตรวจใบงาน ๒) สังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ๓) สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ๔) สังเกตสมรรถนะของนักเรียน ๕) สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓. เกณฑ์การวัดและประเมินผล ๑) การประเมินจากแบบตรวจใบงาน ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน เรื่องความรู้ความเข้าใจ การนาไปใช้ ทักษะ และจิตพิสัย ทุกช่องเกินร้อยละ ๕๐ ๒) การประเมินผลจากการสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน คือ เกินร้อยละ ๕๐ ๓) การประเมินผลการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล เกณฑ์ผ่านการประเมิน ต้องไม่มีช่องปรับปรุง ๔) การประเมินผลการสังเกตสมรรถนะของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับการประเมินตาม สภาพจริง
20.
๒๐ ๕) การประเมินผลการสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับ การประเมินตามสภาพจริง ๗.
หลักฐาน/ผลงาน ๑. ผลการทาใบงาน ๒. ผลการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ๘. กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑-๒ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑) ครูนาภาพศิลปะสมัยประวัติศาสตร์ของไทยให้นักเรียนดู ขั้นสอน ๒) ครูอธิบายการสร้างงานศิลปะและวิวัฒนาการของศิลปะในสมัยต่างๆ ของไทย ๓) แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๕-๖ คน ร่วมกันศึกษาค้นคว้า ประวัติศาสตร์ศิลปะไทย ในหัวข้อดังนี้ - ศิลปะสมัยบ้านเชียง - ศิลปะสมัยทวารวดี - ศิลปะสมัยลพบุรี - ศิลปะสมัยศรีวิชัย ๔) แต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลการศึกษา โดยครูคอยอธิบายเสริมความรู้ ๕) ให้นักเรียนทาใบงานที่ ๔.๑ กิจกรรมเรื่อง กระถางบ้านเชียง โดยให้นักเรียนเขียนลายบน กระถางปลูกต้นไม้หรือภาชนะดินเผาสีอิฐ เป็นลวดลายศิลปะบ้านเชียงหรือออกแบบลวดลาย ใหม่ให้ศิลปะบ้านเชียง เน้นความเหมือนด้วยสีและลวดลาย แล้วใช้สีโปสเตอร์เขียนลายและ เคลือบด้วยแลกเกอร์เพื่อกันน้า ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๖) นักเรียนออกมานาเสนอผลการทากิจกรรม เรื่อง กระถางบ้านเชียง โดยครูช่วยสรุปความรู้ และประเมินผลการทากิจกรรม ชั่วโมงที่ ๓-๔ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๗) ครูนาตัวอย่างภาพผลงานการสร้างสรรค์ของศิลปินไทยให้นักเรียนดู ขั้นสอน ๘) ครูอธิบายรูปแบบผลงานการสร้างสรรค์ของศิลปินไทย เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นถึงความ แตกต่าง ๙) ให้นักเรียนศึกษาค้นคว้า รูปแบบการสร้างสรรค์ของศิลปิน ขรัวอินโข่ง เขียน ยิ้มศิริ ถวัลย์ ดัชนี และทาใบงานที่ ๔.๒ กิจกรรม เรื่อง “ขอเลียนแบบด้วยคน” โดยให้นักเรียนสร้าง ประติมากรรมด้วยไม้ ปูน หรือดิน ตามแนวทางของเขียน ยิ้มศิริ
21.
๒๑ ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๑๐) สุ่มนักเรียนออกมานาเสนอผลงานการสร้างสรรค์กิจกรรม “ขอเลียนแบบด้วยคน”
โดยครู และนักเรียนร่วมกันสรุปและประเมินผลการสร้างสรรค์ ชั่วโมงที่ ๕-๖ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑๑) ครูนาภาพศิลปะสมัยประวัติศาสตร์ตะวันตกให้นักเรียนดู ขั้นสอน ๑๒) ครูอธิบายการสร้างงานศิลปะและวิวัฒนาการของศิลปะในตะวันตกเพื่อเปรียบเทียบให้เห็น ความแตกต่าง ๑๓) แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๕-๖ คน ร่วมกันศึกษาค้นคว้า ประวัติศาสตร์ศิลปะตะวันตก ในหัวข้อดังนี้ - ศิลปะอียิปต์ - ศิลปะกรีก - ศิลปะโรมัน ๑๔) แต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลการศึกษาค้นคว้า โดยครูคอยอธิบายเสริมความรู้ ๑๕) ให้นักเรียนทาใบงานที่ ๔.๓ กิจกรรม เรื่อง “โคมไฟโรมัน กรีก อียิปต์” โดยให้นักเรียน เขียนรูปตามลักษณะของศิลปะโรมัน กรีก อียิปต์ บนกระดาษบางๆ เช่น กระดาษแก้ว กระดาษลอกลาย กระดาษทาว่าว แล้วนากระดาษไปประดิษฐ์โคมไฟ ใช้ลวดเป็นโครง ภายใน ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๑๖) สุ่มนักเรียนออกมานาเสนองานการสร้างสรรค์กิจกรรม เรื่อง “โคมไฟโรมัน กรีก อียิปต์” โดยครูและนักเรียนร่วมกันสรุปและประเมินผลการสร้างสรรค์ ชั่วโมงที่ ๗-๘ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑๗) ครูนาภาพศิลปะการสร้างสรรค์ของศิลปินในลัทธิทางศิลปะต่างๆ ให้นักเรียนดู ขั้นสอน ๑๘) ครูอธิบายรูปแบบผลงานการสร้างสรรค์ของศิลปินในลัทธิทางศิลปะต่างๆ เพื่อเปรียบเทียบ ให้เห็นถึงความแตกต่าง ๑๙) แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๕-๖ คน ร่วมกันศึกษาค้นคว้า ลัทธิทางศิลปะในหัวข้อดังนี้ - ลัทธิเรียลิสม์ (realism) หรือสัจนิยม - ลัทธิดาดา (dadalism) - ลัทธิเซอร์เรียลิสม์ (surrealism) ๒๐) แต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลการศึกษาค้นคว้า โดยครูคอยอธิบายเสริมความรู้
22.
๒๒ ๒๑) ให้นักเรียนทาใบงานที่ ๔.๔
กิจกรรม เรื่อง “เลียนแบบลัทธิดาดา” โดยให้นักเรียนศึกษา ภาพของลัทธิดาดา แล้วเขียนรูปตามแบบลัทธิ ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๒๒) สุ่มนักเรียนออกมานาเสนอผลงานการสร้างสรรค์ กิจกรรม เรื่อง “เลียนแบบบลัทธิดาดา” โดยครูและนักเรียนร่วมกันสรุปและประเมินผลการสร้างสรรค์ ๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ทัศนศิลป์ ๑ ของสานักพิมพ์เอมพันธ์ ๒. หอศิลป์ ห้องสมุดโรงเรียน ๑๐. การบูรณาการ บูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ได้แก่ ทักษะการเขียนรายงาน ทักษะการนาเสนอรายงาน บันทึกหลังการสอน ๑. ผลการสอน ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ๒. ปัญหา/อุปสรรค ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ๓. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ลงชื่อ...............................................ครูผู้สอน (...............................................) วันที่.......เดือน..........................พ.ศ. ............ ๔. ข้อเสนอแนะรองผู้อานวยการฝ่ายวิชาการ ………………………………………………………………………………………………………….………. …………………………………………………………………………………………………….……………. ลงชื่อ......................................... ( .............................. )
23.
๒๓ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕ วิชา ทัศนศิลป์
๑ ศ ๒๑๑๐๑ โรงเรียนมัธยมวัดดอนตูม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๕ การบูรณาการงานทัศนศิลป์ เวลา ๔ ชั่วโมง ๑. เป้าหมายการเรียนรู้ การศึกษาศิลปวัฒนธรรมในท้องถิ่นนั้น เพื่อเรียนรู้ประวัติความเป็นมาของท้องถิ่น สารวจสิ่งที่มี ค่าควรอนุรักษ์ และบันทึกเรื่องราวด้วยตัวอักษรและรูปภาพ นักเรียนควรค้นหาจุดเด่นของท้องถิ่นที่ เหมือนและแตกต่างจากท้องถิ่นอื่นๆ เพื่อช่วยกันรักษาและเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมอันดีงามนั้น ให้ผู้อื่นได้รับรู้ เป็นการสร้างคุณค่าให้ท้องถิ่นและส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ๒. สาระสาคัญ การบูรณาการสร้างสรรค์ เป็นการเชื่อมโยงหรือหลอมรวมสิ่งต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์กัน และ นามาสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการทางศิลปะ ก่อให้เกิดประโยชน์และคุณค่าทางความงาม ความคิด และประโยชน์ใช้สอย การบูรณาการศิลปะกับวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น สามารถเลือกกิจกรรม และแหล่งเรียนรู้ได้ตามความเหมาะสมและเป็นอิสระ โดยมีวิธีการจัดกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น การจัดทาโครงงานทัศนศิลป์ เป็นต้น ๓. มาตรฐานและตัวชี้วัด มาตรฐาน ศ ๑.๑ : สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ ชื่นชมและประยุกต์ใช้ ในชีวิตประจาวัน มาตรฐาน ศ ๑.๒ : เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างทัศนศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่า งานทัศนศิลป์ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและสากล ตัวชี้วัด : สิ่งที่นักเรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ (ศ ๑.๑) ๑. บรรยายความแตกต่างและความคล้ายคลึงกันของงานทัศนศิลป์และสิ่งแวดล้อม โดยใช้ความรู้เรื่องทัศนธาตุ (ศ ๑.๒) ๑. ระบุและบรรยายเกี่ยวกับลักษณะรูปแบบงานทัศนศิลป์ของชาติและของท้องถิ่น ตนเองจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ๒. ระบุและเปรียบเทียบงานทัศนศิลป์ของภาคต่างๆ ในประเทศไทย ๓. เปรียบเทียบความแตกต่างของจุดประสงค์ในการสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ของ วัฒนธรรมไทยและสากล ๔. สาระการเรียนรู้ ๑. ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ๒. โครงงานทัศนศิลป์ ๕. จุดประสงค์การเรียนรู้ K (Knowledge) P (Practice) A (Attitude)
24.
๒๔ ความรู้ความเข้าใจ การฝึกปฏิบัติ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑.
อธิบายศิลปวัฒนธรรม ท้องถิ่นได้ ๒. อธิบายขั้นตอนการทา โครงงานทัศนศิลป์ได้ ๑. สร้างสรรค์งานศิลปะเรื่อง “ศิลปวัฒนธรรมบ้านเรา” ๒. สร้างสรรค์โครงงาน ทัศนศิลป์ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๒. ซื่อสัตย์สุจริต ๓. มีวินัย ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๖. มุ่งมั่นในการทางาน ๗. รักความเป็นไทย ๘. มีจิตสาธารณะ ๖. การวัดและประเมินผล ๑. เครื่องมือวัดและประเมินผล ๑) ใบงาน ๒) แบบประเมินพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ๓) แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ๔) แบบสังเกตสมรรถนะของนักเรียน ๕) แบบสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๒. วิธีวัดผล ๑) ตรวจใบงาน ๒) สังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ๓) สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ๔) สังเกตสมรรถนะของนักเรียน ๕) สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓. เกณฑ์การวัดและประเมินผล ๑) การประเมินจากแบบตรวจใบงาน ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน เรื่องความรู้ความเข้าใจ การนาไปใช้ ทักษะ และจิตพิสัย ทุกช่องเกินร้อยละ ๕๐ ๒) การประเมินผลจากการสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน คือ เกินร้อยละ ๕๐ ๓) การประเมินผลการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล เกณฑ์ผ่านการประเมิน ต้องไม่มีช่องปรับปรุง ๔) การประเมินผลการสังเกตสมรรถนะของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับการประเมินตาม สภาพจริง
25.
๒๕ ๕) การประเมินผลการสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับ การประเมินตามสภาพจริง ๗.
หลักฐาน/ผลงาน ๑. ผลการทาใบงาน ๒. ผลการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ๘. กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑-๒ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑) ครูนาภาพศิลปกรรมที่แสดงภูมิปัญญาท้องถิ่นรูปแบบต่างๆ ให้นักเรียนดู ขั้นสอน ๒) ครูอธิบายแหล่งที่ควรศึกษาด้านศิลปกรรมของวัฒนธรรมท้องถิ่น ๓) ให้นักเรียนร่วมกันศึกษาค้นคว้าศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นในหัวข้อดังนี้ - วัด - พระราชวัง - บ้านเรือนที่อยู่อาศัยและเครื่องใช้ - พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น - อุทยานโบราณสถานและมรดกโลก - วิทยากรในท้องถิ่น ๔) สุ่มนักเรียนออกมานาเสนอผลการศึกษา โดยครูคอยอธิบายเสริมความรู้ ๕) ให้นักเรียนทาใบงานที่ ๕.๑ กิจกรรม เรื่อง “ศิลปวัฒนธรรมบ้านเรา” โดยให้นักเรียนค้นหา ศิลปวัฒนธรรมในท้องถิ่น แล้วเขียนเป็นเรื่องราวที่น่าอ่าน พร้อมวาดภาพประกอบ ให้สวยงาม อาจทาเป็นหนังสือเล่มเล็กหรือรายงานประกอบภาพ ภาพบางภาพที่ไม่สามารถ วาดได้ ให้ใช้วิธีถ่ายภาพแล้วนามาทาหนังสือประกอบคาบรรยาย ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๖) สุ่มนักเรียนออกมานาเสนอผลการทากิจกรรม เรื่อง “ศิลปวัฒนธรรมบ้านเรา” โดยครูและ นักเรียนช่วยสรุปความรู้และประเมินผลการทากิจกรรม ชั่วโมงที่ ๓-๔ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๗) ครูนาตัวอย่างผลงานการทาโครงงานทัศนศิลป์ให้นักเรียนดู ขั้นสอน ๘) ครูอธิบายการเขียนโครงงานทัศนศิลป์ และให้นักเรียนศึกษาค้นคว้า การเขียนโครงงาน ทัศนศิลป์ พร้อมสุ่มนักเรียนออกมานาเสนอผลการศึกษา โดยครูคอยอธิบายเสริมความรู้ ๙) ให้นักเรียนทาใบงานที่ ๕.๒ กิจกรรม เรื่อง “โครงงานทัศนศิลป์” โดยให้นักเรียนเขียน รายงานเสนอโครงงานทัศนศิลป์ที่ตนสนใจ ขั้นสรุปและการประยุกต์
26.
๒๖ ๑๐) สุ่มนักเรียนออกมานาเสนอผลการทากิจกรรม เรื่อง
“โครงงานทัศนศิลป์” โดยครูและ นักเรียนช่วยสรุปความรู้และประเมินผลการทากิจกรรม ๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ทัศนศิลป์ ๑ ของสานักพิมพ์เอมพันธ์ ๒. หอศิลป์ ห้องสมุดโรงเรียน ๑๐. การบูรณาการ บูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ได้แก่ ทักษะการเขียนรายงาน ทักษะการนาเสนอรายงาน บันทึกหลังการสอน ๑. ผลการสอน ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ๒. ปัญหา/อุปสรรค ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ๓. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ลงชื่อ...............................................ครูผู้สอน (...............................................) วันที่.......เดือน..........................พ.ศ. ............ ๔. ข้อเสนอแนะรองผู้อานวยการฝ่ายวิชาการ ………………………………………………………………………………………………………….………. …………………………………………………………………………………………………….……………. ลงชื่อ.............................................................. ( .................................... )
27.
๒๗ ภาคผนวก ก แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ลาดับ ที่ ชื่อ-สกุล พฤติกรรม ความ สนใจ การแสดง ความ คิดเห็น การตอบ คาถาม การรับฟัง ความ คิดเห็น ทางาน ตามที่ ได้รับ มอบหมาย รวม ๑ ๒
๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๒๐ ลงชื่อ……………………………….ผู้สังเกต (………………………….……) …………/…………/……….. เกณฑ์การให้คะแนน ระดับคุณภาพของแต่ละพฤติกรรมดังนี้ คะแนนร้อยละ๘๐- ๑๐๐ ได้เกรด ๔ คะแนนร้อยละ๗๕- ๗๙ ได้เกรด ๓.๕ คะแนนร้อยละ๗๐- ๗๔ ได้เกรด ๓ คะแนนร้อยละ๖๕- ๖๙ ได้เกรด ๒.๕ คะแนนร้อยละ๖๐- ๖๔ ได้เกรด ๒ คะแนนร้อยละ๕๕- ๕๙ ได้เกรด ๑.๕ คะแนนร้อยละ๕๐- ๕๔ ได้เกรด ๑ คะแนนร้อยละ๐-๔๙ ได้เกรด ๐ หมายเหตุ : ใช้แบบประเมินนี้ทุกแผนการจัดการเรียนรู้
28.
๒๘ ภาคผนวก ข แบบประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม กลุ่มที่………..ชั้น/แผนก………………. คาสั่ง ให้สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนตามพฤติกรรมที่กาหนด คาชี้แจง
ให้ผู้สอนประเมินและใส่เครื่องหมาย ลงในช่องที่ตรงกับพฤติกรรมของนักเรียนในแต่ละกลุ่ม ลาดับที่ หัวข้อเรื่อง พฤติกรรม ความ ร่วมมือกัน การแสดง ความคิดเห็น ความตั้งใจ ในการ ทางาน ทางานเสร็จ ตามเวลา การนาเสนอ ผลงาน รวม ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๒๐ เกณฑ์การให้คะแนน คะแนนร้อยละ ๘๐- ๑๐๐ ได้เกรด ๔ คะแนนร้อยละ ๗๕- ๗๙ ได้เกรด ๓.๕ คะแนนร้อยละ ๗๐- ๗๔ ได้เกรด ๓ คะแนนร้อยละ ๖๕- ๖๙ ได้เกรด ๒.๕ คะแนนร้อยละ ๖๐- ๖๔ ได้เกรด ๒ คะแนนร้อยละ ๕๕- ๕๙ ได้เกรด ๑.๕ คะแนนร้อยละ ๕๐- ๕๔ ได้เกรด ๑ คะแนนร้อยละ ๐-๔๙ ได้เกรด ๐ ลงชื่อ…………………………….ผู้ประเมิน (……..……………………..) ………./………../.……….
29.
๒๙ ภาคผนวก ค แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม กลุ่มเชี่ยวชาญที่…..……..ชั้น/แผนก………………. คาสั่ง ให้ประธานกลุ่มสังเกตพฤติกรรมสมาชิกในกลุ่มตามพฤติกรรมที่กาหนด คาชี้แจง
ให้ประธานกลุ่มประเมินและใส่เครื่องหมาย ลงในช่องที่ตรงกับพฤติกรรมของสมาชิกในกลุ่ม ลาดับ ที่ ชื่อ-สกุล สมาชิกกลุ่ม พฤติกรรม ความ ร่วมมือกัน การแสดง ความ คิดเห็น การรับฟัง ความ คิดเห็น ความตั้งใจ ในการ ทางาน การมีส่วน ร่วมในการ อภิปราย รวม ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๒๐ เกณฑ์การให้คะแนน คะแนนร้อยละ ๘๐- ๑๐๐ ได้เกรด ๔ คะแนนร้อยละ ๗๕- ๗๙ ได้เกรด ๓.๕ คะแนนร้อยละ ๗๐- ๗๔ ได้เกรด ๓ คะแนนร้อยละ ๖๕- ๖๙ ได้เกรด ๒.๕ คะแนนร้อยละ ๖๐- ๖๔ ได้เกรด ๒ คะแนนร้อยละ ๕๕- ๕๙ ได้เกรด ๑.๕ คะแนนร้อยละ ๕๐- ๕๔ ได้เกรด ๑ คะแนนร้อยละ ๐-๔๙ ได้เกรด ๐ ลงชื่อ…………………………….ผู้ประเมิน (……..……………………..) ………./………../.……….
30.
๓๐ ภาคผนวก ง แบบรวมคะแนนการประเมิน สมรรถนะสาคัญของนักเรียน ตลอดภาคการศึกษา ชื่อ-สกุล…………………………………………………………....รหัสประจาตัว………………………………… ระดับชั้น………………..กลุ่ม………………...แผนกวิชา…………………….…………………………………… สมรรถนะสำคัญของนักเรียน ครั้งที่ประเมิน คะแนนรวม หำรจำนวนครั้งที่ประเมิน คะแนนที่ได้ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ คะแนนที่ได้ ๑.
ความสามารถในการสื่อสาร ๒.ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ลงชื่อ……………………………….ผู้ประเมิน (………………………….……) …………/…………/……….. ภาคผนวก จ แบบสรุปผลการประเมิน สมรรถนะสาคัญของนักเรียน ตลอดภาคการศึกษา
31.
๓๑ ภาคเรียนที่…………………….ปีการศึกษา………………… รหัสวิชา………………………………………………………….. ชื่อวิชา…………………………………………………………… ชั้น…………………………………………………………..…… กลุ่ม…………………………………………..……………….…. ๑.ความสามารถในการสื่อสาร ๒.ความสามารถในการคิด ๓.ความสามารถในการ แก้ปัญหา ๔.ความสามารถในการใช้ ทักษะชีวิต ๕.ความสามารถในการใช้ เทคโนโลยี รวมคะแนน ลาดับ ที่ รหัส ประจาตัว ชื่อ-สกุล ๔ ๔
๔ ๔ ๔ ๒๐ หมายเหตุ การให้คะแนนปรับเปลี่ยนได้ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้สอนและสถานศึกษา
32.
๓๒ ภาคผนวก ฉ แบบรวมคะแนนการประเมิน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตลอดภาคการศึกษา ชื่อ-สกุล…………………………………………………………....รหัสประจาตัว………………………………… ระดับชั้น………………..กลุ่ม………………...แผนกวิชา…………………….…………………………………… คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ครั้งที่ประเมิน คะแนนรวม หำรจำนวนครั้งที่ประเมิน คะแนนที่ได้ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ คะแนนที่ได้ ๑.
รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๒. ซื่อสัตย์สุจริต ๓. มีวินัย ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๖. มุ่งมั่นในการทางาน ๗. รักความเป็นไทย ๘. มีจิตสาธารณะ ลงชื่อ……………………………….ผู้ประเมิน (………………………….……) …………/…………/……….. ภาคผนวก ช แบบสรุปผลการประเมิน
33.
๓๓ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตลอดภาคการศึกษา ภาคเรียนที่…………………….ปีการศึกษา………………… รหัสวิชา……………………………..…………………….. ชื่อวิชา…………………………………..….……………… ชั้น……………………………………….………………… กลุ่ม…………………………………………………….…. ๑.รักชาติศาสน์กษัตริย์ ๒.ซื่อสัตย์สุจริต ๓.มีวินัย ๔.ใฝ่เรียนรู้ ๕.อยู่อย่างพอเพียง ๖.มุ่งมั่นในการทางาน ๗.รักความเป็นไทย ๘.มีจิตสาธารณะ รวมคะแนน ลาดับ ที่ รหัส ประจาตัว ชื่อ-สกุล ๑
๒ ๒ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑๐ หมายเหตุ การให้คะแนนปรับเปลี่ยนได้ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้สอนและสถานศึกษา
34.
1 ๕ * แผนการเรียนรู้ที่ ๑ วิชา ทัศนศิลป์
๒ ศ ๒๒๑๐๑ โรงเรียนมัธยมวัดดอนตูม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการเรียนการสอนศิลปะ เวลา ๔ ชั่วโมง ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ ๑. เป้าหมายการเรียนรู้ แสดงความคิดเห็น วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ และประเมินงานทัศนศิลป์ของตนเองและผู้อื่น พร้อมทั้งนาผลการวิจารณ์ไป ปรับปรุงแก้ไข และพัฒนางาน ๒. สาระสาคัญ การบรรยายผลงานศิลปะของตนเองกับการวิจารณ์ผลงานศิลปะของผู้อื่นมีความสัมพันธ์กันทางด้านเนื้อหา เทคนิควิธี และมุมมองทางศิลปะ ผู้ที่ทาหน้าที่บรรยายผลงานศิลปะของตนเองกับผู้ที่วิจารณ์ผลงานศิลปะของผู้อื่น คือบุคคลคนเดียวกัน ความคิด และมุมมองทางศิลปะก็คือความคิดเดียวกัน ผลของการแสดงออกทางความคิดจึงมีคุณค่าเท่าเทียมกัน ๓. มาตรฐานและตัวชี้วัด มาตรฐาน ศ ๑.๑ สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ คุณค่างาน ทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน ตัวชี้วัด : สิ่งที่นักเรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ (๔) สร้างเกณฑ์ในการประเมินและวิจารณ์งานทัศนศิลป์ (๕) นาผลการวิจารณ์ไปปรับปรุงแก้ไขและพัฒนางาน ๔. สาระการเรียนรู้ การบรรยายผลงานศิลปะของตนเอง และวิจารณ์ผลงานศิลปะของผู้อื่น ๕. จุดประสงค์การเรียนรู้ K (Knowledge) ความรู้ ความเข้าใจ P (Practice) การฝึกปฏิบัติ A (Attitude) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. อธิบายเกณฑ์ในการประเมิน และวิจารณ์งานทัศนศิลป์ได้ ๒. นาผลการวิจารณ์ไปปรับปรุง แก้ไข และพัฒนางานได้ ๑. ฝึกการวิจารณ์ภาพเขียน ภาพถ่าย จากหนังสือ และ นิตยสารต่างๆ ๒. แสดงแนวคิดเกี่ยวกับเกณฑ์ใน การประเมินงานทัศนศิลป์ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๒. ซื่อสัตย์สุจริต ๓. มีวินัย ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๖. มุ่งมั่นในการทางาน ๗. รักความเป็นไทย ๘. มีจิตสาธารณะ ๖. การวัดและประเมินผล ๑. เครื่องมือวัดและประเมินผล ๑) ใบงานที่ ๑.๑ กิจกรรมเรื่อง “การวิจารณ์ภาพเขียน” ๒) แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ๓) แบบประเมินพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ๔) แบบสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์
35.
2 ๕) แบบสังเกตสมรรถนะสาคัญของนักเรียน ๒. วิธีวัดผล ๑)
ตรวจใบงาน ๒) สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ๓) สังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ๔) สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๕) สังเกตสมรรถนะสาคัญของนักเรียน ๓. เกณฑ์การวัดและประเมินผล ๑) การประเมินผลจากแบบตรวจใบงาน ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน เรื่องความรู้ ความเข้าใจการนาไปใช้ทักษะ และจิตพิสัย ทุกช่องเกินร้อยละ ๕๐ ๒) การประเมินผลการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล เกณฑ์ผ่านการประเมิน ต้องไม่มีช่องปรับปรุง ๓) การประเมินผลการสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน คือเกินร้อยละ ๕๐ ๔) การประเมินผลการสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับการประเมินตามสภาพจริง ๕) การประเมินผลการสังเกตสมรรถนะสาคัญของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับการประเมินตามสภาพจริง ๗. หลักฐาน/ผลงาน ๑. ผลการทาใบงาน ๒. ผลการวิจารณ์งานศิลปะ ๘. กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑-๒ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูให้นักเรียนดูภาพเขียนผลงานของศิลปิน ภาพถ่าย จากหนังสือและนิตยสารต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนได้เห็น ผลงานศิลปะในรูปแบบต่างๆ ๒. ครูสนทนากับนักเรียนเพื่อเชื่อมโยงความรู้เกี่ยวกับการประเมิน และการวิจารณ์ผลงานศิลปะ ขั้นสอน ๓. ครูอธิบายให้นักเรียนทราบว่า การบรรยายผลงานศิลปะของตนเอง และวิจารณ์ผลงานศิลปะของผู้อื่น มีขั้นตอนการ ปฏิบัติ และกระบวนการอย่างไร ๔. แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๕ คน ร่วมกันศึกษาค้นคว้าใบความรู้ เรื่องการบรรยายผลงานศิลปะของตนเอง และวิจารณ์ผลงานศิลปะของผู้อื่น ๕. แต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลการศึกษา การบรรยายผลงานศิลปะของตนเอง และวิจารณ์ผลงานศิลปะของผู้อื่นโดย ครูช่วยเสริมเพิ่มเติมให้สมบูรณ์ ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๖. ครูและนักเรียนร่วมกันบรรยายสรุป เรื่อง การบรรยายผลงานศิลปะของตนเอง และวิจารณ์ผลงานศิลปะของผู้อื่น โดยให้นักเรียนเตรียมภาพเขียนผลงานของศิลปิน ภาพถ่าย จากหนังสือและนิตยสารต่างๆ เพื่อนามาบรรยายและวิจารณ์ ชั่วโมงที่ ๓-๔ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๗. ครูนาภาพเขียนผลงานของศิลปิน ภาพถ่าย จากหนังสือและนิตยสารต่างๆ ที่นักเรียนรวบรวมมาให้นักเรียนดู
36.
3 ขั้นสอน ๘. ครูและนักเรียนร่วมกันกาหนดหัวข้อในการวิจารณ์ ตามหัวข้อ
จุดเด่นของภาพ รูปแบบของกรรมวิธีแนวเรื่อง ตาแหน่งรูปทรง สัดส่วน น้าหนักสี บรรยากาศโดยรวม หรือตามหัวข้อการวิจารณ์ ได้แก่ ขั้นข้อมูลภาพ ขั้นพรรณนา ขั้น วิเคราะห์ ขั้นตีความหมาย ขั้นประมาณค่า และขั้นนาเสนอ ๙. แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๕ คน ร่วมกันทาใบงานที่ ๑.๑ กิจกรรมเรื่อง “การวิจารณ์ภาพเขียน” ๑๐. นักเรียนแต่ละกลุ่มผลัดเปลี่ยนกันวิจารณ์ภาพ โดยนาเสนอที่หน้าชั้นเรียน และให้นักเรียนทุกคนร่วมกันแสดงความ คิดเห็น หาข้อสรุปที่ตรงกันโดยมีครูคอยให้ความรู้เสริม ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๑๑. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปงานศิลปะทุกชิ้นที่นักเรียนนามาวิจารณ์ เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจในการวิจารณ์ ผลงานศิลปะอย่างถูกต้อง ๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ทัศนศิลป์ ๒ ของสานักพิมพ์เอมพันธ์ ๒. ผลงานศิลปะ ภาพเขียน ภาพถ่าย ของศิลปิน จากหนังสือ นิตยสารต่างๆ ๑๐. การบูรณาการและการประยุกต์ บูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ได้แก่ ทักษะการเขียนรายงาน ทักษะการนาเสนอรายงาน
37.
4 บันทึกหลังการสอน ๑. ผลการสอน ………………………………………………………….………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………….…………. …………………………………………………………………………………………………….……………. …………………………………………………………………………………………………….……………. ………………………………………………………………………………………………….………………. ๒. ปัญหา/อุปสรรค …………………………………………………………………………………………………..………………. …………………………………………………………………………………………………..………………. ……………………………………………………………………………………………..……………………. …………………………………………………………………………………………….……………………. ……………………………………………………………………………………………………..……………. ๓.
ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข …………………………………………………………………………………………………….……………. ……………………………………………………………………………………………………………….…. …………………………………………………………………………………………………….……………. …………………………………………………………………………………………………..………………. ………………………………………………………………………………………………..…………………. ลงชื่อ...............................................ครูผู้สอน (..............................................) วันที่.......เดือน..........................พ.ศ. ............ ๔. ข้อเสนอแนะรองผู้อานวยการฝ่ายวิชาการ ………………………………………………………………………………………………………….………. …………………………………………………………………………………………………….……………. ………………………………………………………………………………………………………….………. ………………………………………………………………………………………………………..…………. ……………………………………………………………………………………………………..……………. ลงชื่อ............................................................... ( ........................................ )
38.
5 แผนการเรียนรู้ที่ ๒ วิชา ทัศนศิลป์
๒ ศ ๒๒๑๐๑ โรงเรียนมัธยมวัดดอนตูม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ ความรู้พื้นฐานงานศิลป์ เวลา ๘ ชั่วโมง ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ ๑. เป้าหมายการเรียนรู้ ความรู้พื้นฐานทางศิลปะที่ผู้เรียนทุกคนต้องศึกษาเพื่อนามาสร้างสรรค์ในผลงานศิลปะ คือความรู้เรื่อง หลักการจัด องค์ประกอบศิลป์ และความรู้เรื่องทัศนธาตุ รวมทั้งเทคนิควิธีการ วัสดุอุปกรณ์ที่หลากหลายมาสร้างงานทัศนศิลป์ตาม ความคิด และความสนใจ สื่อให้ผู้อื่นรับรู้ได้ ๒. สาระสาคัญ การจัดองค์ประกอบศิลป์ หมายถึง การนาทัศนธาตุมาจัดวางให้เกิดความงามตามหลักการรับรู้ของมนุษย์ ซึ่งประกอบด้วย ความมีเอกภาพ ความประสานกลมกลืน ความขัดแย้ง ความสมดุล จังหวะและลีลา สัดส่วน และ จุดสนใจ ๓. มาตรฐานและตัวชี้วัด มาตรฐาน ศ ๑.๑ สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่างาน ทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจาวัน ตัวชี้วัด : สิ่งที่นักเรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ (๑) อภิปรายเกี่ยวกับทัศนธาตุในด้านรูปแบบและแนวคิดของงานทัศนศิลป์ที่เลือกมา ๔. สาระการเรียนรู้ ๑. การจัดองค์ประกอบศิลป์ ๒. ทัศนธาตุ๕. ๕. จุดประสงค์การเรียนรู้ K (Knowledge) ความรู้ ความเข้าใจ P (Practice) การฝึกปฏิบัติ A (Attitude) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓. อธิบายความรู้พื้นฐานงานศิลป์ได้ ๔. อธิบายหลักการจัดองค์ประกอบ ศิลป์ได้ ๕. อธิบายความหมายของ ทัศน ธาตุได้ ๑. แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๕ คน รวบรวมภาพคน สัตว์ หรือสิ่งของจาก นิตยสารต่างๆ แล้วตัดภาพออกมาเป็น ชิ้นๆ ตามใบงานที่ ๒.๑ กิจกรรมเรื่อง ความเป็นเอกภาพ โดยนาความรู้จาก หลักการจัดองค์ประกอบศิลป์มาใช้ ๒. แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๕ คน ทากิจกรรม เรื่อง สร้างศิลปะจากผัก ผลไม้ ตามใบงานที่ ๒.๒โดยนาความรู้จากทัศน ธาตุมาใช้ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๒. ซื่อสัตย์สุจริต ๓. มีวินัย ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๖. มุ่งมั่นในการทางาน ๗. รักความเป็นไทย ๘. มีจิตสาธารณะ ๖. การวัดและประเมินผล ๑. เครื่องมือวัดและประเมินผล ๖) ใบงานที่ ๒.๑, ๒.๒ ๗) แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ๘) แบบประเมินพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ๙) แบบสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์
39.
6 ๑๐) แบบสังเกตสมรรถนะสาคัญของนักเรียน ๒. วิธีวัดผล ๖)
ตรวจใบงาน ๗) สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ๘) สังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ๙) สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑๐) สังเกตสมรรถนะสาคัญของนักเรียน ๓. เกณฑ์การวัดและประเมินผล ๖) การประเมินผลจากแบบตรวจใบงาน ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน เรื่องความรู้ ความเข้าใจการนาไปใช้ ทักษะ และจิตพิสัย ทุกช่องเกินร้อยละ ๕๐ ๗) การประเมินผลการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล เกณฑ์ผ่านการประเมิน ต้องไม่มีช่องปรับปรุง ๘) การประเมินผลการสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน คือเกินร้อยละ ๕๐ ๙) การประเมินผลการสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับการประเมินตามสภาพจริง ๑๐) การประเมินผลการสังเกตสมรรถนะสาคัญของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับการประเมินตามสภาพจริง ๗. หลักฐาน/ผลงาน ๓. ผลการทาใบงานที่ ๒.๑, ๒.๒ ๔. ผลงานที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ ๘. กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑-๒ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูนาตัวอย่างผลงานการจัดองค์ประกอบศิลป์ ให้นักเรียนดูเพื่อเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างเชื่อมโยงความรู้ เกี่ยวกับหลักการจัดองค์ประกอบศิลป์ ขั้นสอน ๒. ครูอธิบายถึงลักษณะการสร้างสรรค์งานด้วยหลักการจัดองค์ประกอบศิลป์ แล้วสุ่มสอบถามนักเรียนให้อธิบาย เพิ่มเติมให้เพื่อนๆ ฟัง ๓. แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๕-๖ คน ร่วมกันศึกษาค้นคว้าหัวข้อ ดังนี้ ๑) ความมีเอกภาพ ๒) ความประสานกลมกลืน ๓) ความขัดแย้ง ๔) ความสมดุล ๕) จังหวะและลีลา ๖) สัดส่วน ๗) จุดสนใจ ๔. แต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลการศึกษาทั้ง ๗ หัวข้อ โดยครูคอยอธิบายเสริมให้สมบูรณ์ ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๕. ครูและนักเรียนร่วมกันบรรยายสรุป และให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนรายงานสรุปความรู้ที่ได้รับ และนัดหมาย ให้ นักเรียนเก็บรวบรวมภาพเกี่ยวกับภาพคน สัตว์ หรือสิ่งของ จากหนังสือและนิตยสารต่างๆ มาทากิจกรรมในชั่วโมงต่อไป
40.
7 ชั่วโมงที่ ๓-๔ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๖. ครูนาตัวอย่างภาพเกี่ยวกับภาพคน
สัตว์ หรือสิ่งของ จากหนังสือ นิตยสารต่างๆ ให้นักเรียนดู ขั้นสอน ๗. ครูอธิบายถึงรูปแบบข้อมูลภาพคน สัตว์ หรือสิ่งของ เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นถึงความแตกต่าง ๘. แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๕ คน ทาใบงานที่ ๒.๑ กิจกรรมเรื่อง ความเป็นเอกภาพ ๙. แต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลงาน โดยอธิบายขั้นตอนการสร้างสรรค์งาน และมีแนวคิดอย่างไรในการสร้างงาน ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๑๐. ครูและนักเรียนร่วมกันบรรยายสรุป โดยครูคอยให้ความรู้เสริมในส่วนที่นักเรียนไม่เข้าใจ หรือสรุปไม่ตรงกับ จุดประสงค์การเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๕-๖ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑๑. ครูนาตัวอย่างภาพผลงานทัศนธาตุที่แสดงลักษณะจุด เส้น รูปทรง รูปร่าง พื้นผิว มิติ สีและแสงเงา ช่องไฟและ จังหวะ ให้นักเรียนดูเพื่อเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่าง ขั้นสอน ๑๒. ครูอธิบายถึงลักษณะรูปแบบการสร้างสรรค์ด้วยทัศนธาตุแบบต่างๆ แล้วสุ่มให้นักเรียนออกมาวาดภาพทัศนธาตุ ลักษณะต่างๆ ที่ใช้ในงานทัศนศิลป์ เพื่อจาแนกให้นักเรียนเห็นความแตกต่างของทัศนธาตุ ๑๓. แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๕-๖ คน ร่วมกันศึกษา วิเคราะห์เรื่อง เส้นที่เกิดขึ้นด้วยการรับรู้ของสายตาและ ความสัมพันธ์ของทัศนธาตุ ๑๔. แต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลการศึกษา วิเคราะห์ โดยครูคอยอธิบายเสริมถึงการใช้ทัศนธาตุสร้างสรรค์ผลงาน ทัศนศิลป์ ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๑๕. ครูและนักเรียนร่วมกันบรรยายสรุปเรื่องของทัศนธาตุสร้างสรรค์ในงานทัศนศิลป์ ชั่วโมงที่ ๗-๘ ๑๖. แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๕ คน ทาใบงานที่ ๒.๒ กิจกรรมเรื่อง สร้างศิลปะจากผัก ผลไม้ โดยศึกษารูปทรง ของผัก ผลไม้ที่นักเรียนรู้จัก และจัดแบ่งประเภทดังนี้ ๑) รูปทรงกลม ๒) รูปทรงเป็นเส้น ๓) รูปทรงแบน ยาว ตรง ๔) รูปทรงแบน สั้น โค้ง ๕) รูปทรงขนาดเล็ก ๖) รูปทรงอื่นๆ ๑๗. แต่ละกลุ่มสร้างสรรค์งานตามขั้นตอนในใบงาน ๑๘. แต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลงานการสร้างสรรค์ โดยครูคอยอธิบายเสริมถึงการใช้ทัศนธาตุมาสร้างศิลปะจากผัก ผลไม้ ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๑๙. ครูและนักเรียนร่วมกันบรรยายสรุป และเขียนรายงานการสร้างสรรค์
41.
8 ๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน
ทัศนศิลป์ ๒ ของสานักพิมพ์เอมพันธ์ ๒. ตัวอย่างภาพเกี่ยวกับภาพคน สัตว์ หรือสิ่งของ จากหนังสือ นิตยสารต่างๆ ๑๐. การบูรณาการ บูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ได้แก่ ทักษะการเขียนรายงาน ทักษะการนาเสนอรายงาน
42.
9 บันทึกหลังการสอน ๑. ผลการสอน ………………………………………………………….………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………….…………. …………………………………………………………………………………………………….……………. …………………………………………………………………………………………………….……………. ………………………………………………………………………………………………….………………. ๒. ปัญหา/อุปสรรค …………………………………………………………………………………………………..………………. …………………………………………………………………………………………………..………………. ……………………………………………………………………………………………..……………………. …………………………………………………………………………………………….……………………. ……………………………………………………………………………………………………..……………. ๓.
ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข …………………………………………………………………………………………………….……………. ……………………………………………………………………………………………………………….…. …………………………………………………………………………………………………….……………. …………………………………………………………………………………………………..………………. ………………………………………………………………………………………………..…………………. ลงชื่อ...............................................ครูผู้สอน (..............................................) วันที่.......เดือน..........................พ.ศ. ............ ๔. ข้อเสนอแนะรองผู้อานวยการฝ่ายวิชาการ ………………………………………………………………………………………………………….………. …………………………………………………………………………………………………….……………. ………………………………………………………………………………………………………….………. ………………………………………………………………………………………………………..…………. ……………………………………………………………………………………………………..……………. ลงชื่อ............................................................... ( ......................................... )
43.
10 แผนการเรียนรู้ที่ ๓ วิชา ทัศนศิลป์
๒ ศ ๒๒๑๐๑ โรงเรียนมัธยมวัดดอนตูม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ เทคนิคการสร้างสรรค์ผลงานทัศนศิลป์ เวลา ๑๐ ชั่วโมง ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ ๑. เป้าหมายการเรียนรู้ เทคนิคการสร้างสรรค์ผลงานทัศนศิลป์มีหลายรูปแบบ เทคนิคพื้นฐานที่เหมาะสมกับนักเรียน คือ การวาดเส้น การเขียน ภาพด้วยสีออยล์พาสเทล จิตรกรรมไทย ประติมากรรมนูนต่า ประติมากรรมโครงสร้างเลียนแบบ เทคนิคเหล่านี้เป็นพื้นฐาน ของการเรียนรู้ที่จะนาไปสู่การสร้างสรรค์ในระดับสูงต่อไป ๒. สาระสาคัญ กระบวนการในการสร้างสรรค์ผลงานทัศนศิลป์ การวาดเส้นเป็นเทคนิคพื้นฐานเริ่มต้นของการฝึกฝนก่อนจะเข้าสู่การ เขียนภาพด้วยสีออยล์พาสเทล การลอกลายไทย เป็นงานจิตรกรรมไทยที่เป็นศิลปะประจาชาติไทยที่มีความอ่อนช้อย สวยงาม ต้องศึกษาเพราะเป็นการอนุรักษ์สืบทอดศิลปวัฒนธรรมของคนไทย ส่วนงานประติมากรรมนูนต่า และงาน ประติมากรรมโครงสร้างเลียนแบบ เป็นการสร้างสรรค์งานในลักษณะมีมิติ และนาไปใช้ในการตกแต่งงานต่างๆ ของโรงเรียน ๓. มาตรฐานและตัวชี้วัด มาตรฐาน ศ ๑.๑ สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่างาน ทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจาวัน ตัวชี้วัด : สิ่งที่นักเรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ (๒) บรรยายเกี่ยวกับความเหมือน และความแตกต่างของรูปแบบการใช้วัสดุ อุปกรณ์ในงานทัศนศิลป์ของศิลปิน (๓) วาดภาพด้วยเทคนิคที่หลากหลายในการสื่อความหมาย และเรื่องราวต่างๆ ๔. สาระการเรียนรู้ ๑. การวาดเส้น ๒. การเขียนภาพด้วยสีออยล์พาสเทล ๓. จิตรกรรมไทย ๔. ประติมากรรมนูนต่า ๕. ประติมากรรมโครงสร้างเลียนแบบ ๕. จุดประสงค์การเรียนรู้ K (Knowledge) ความรู้ ความเข้าใจ P (Practice) การฝึกปฏิบัติ A (Attitude) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. อธิบายเทคนิควิธีการวาดเส้นได้ ๒. อธิบายเทคนิควิธีการเขียนภาพ ด้วยสีออยล์พาสเทลได้ ๑. สร้างสรรค์งานเรื่อง “สิ่งเดียว ที่ฉันชอบ” โดย ใช้เทคนิควิธีการวาดเส้น ๒. สร้างสรรค์งานเรื่อง “โดดเด่นด้วยสีออยล์พาส ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๒. ซื่อสัตย์สุจริต ๓. มีวินัย
44.
11 ๓. อธิบายเทคนิควิธีการเขียนภาพ จิตรกรรมไทยได้ ๔. อธิบายเทคนิควิธีการสร้างงาน ประติมากรรมนูนต่าได้ ๕.
อธิบายเทคนิควิธีการสร้างงาน ประติมากรรมโครงสร้าง เลียนแบบได้ เทล” โดยใช้เทคนิควิธีการวาดสีออยล์พาสเทล ๓. สร้างสรรค์งานจิตรกรรมไทยเรื่อง “ลอกลาย ไทย” ๔. สร้างสรรค์งานประติมากรรมนูนต่าเรื่อง “สร้าง ประติมากรรมนูนต่าด้วยตนเอง” ๕. สร้างสรรค์งานประติมากรรมโครงสร้าง เลียนแบบเรื่อง “การถ่ายโยงรูปร่างด้วยวัสดุที่ หาได้ง่าย ราคาถูก” ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๖. มุ่งมั่นในการทางาน ๗. รักความเป็นไทย ๘. มีจิตสาธารณะ ๖. การวัดและประเมินผล ๑. เครื่องมือวัดและประเมินผล ๑) ใบงานที่ ๓.๑, ๓.๒, ๓.๓, ๓.๔ และ ๓.๕ ๒) แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ๓) แบบประเมินพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ๔) แบบสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๕) แบบสังเกตสมรรถนะสาคัญของนักเรียน ๒. วิธีวัดผล ๑) ตรวจใบงาน ๒) สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ๓) สังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ๔) สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๕) สังเกตสมรรถนะสาคัญของนักเรียน ๓. เกณฑ์การวัดและประเมินผล ๑) การประเมินผลจากแบบตรวจใบงาน ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน เรื่องความรู้ ความเข้าใจการนาไปใช้ ทักษะ และจิตพิสัย ทุกช่องเกินร้อยละ ๕๐ ๒) การประเมินผลการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล เกณฑ์ผ่านการประเมิน ต้องไม่มีช่องปรับปรุง ๓) การประเมินผลการสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน คือเกินร้อยละ ๕๐ ๔) การประเมินผลการสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับการประเมินตามสภาพจริง ๕) การประเมินผลการสังเกตสมรรถนะสาคัญของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับการประเมินตามสภาพจริง ๗. หลักฐาน/ผลงาน ๑. ผลการทาใบงานที่ ๓.๑, ๓.๒, ๓.๓, ๓.๔ และ ๓.๕ ๒. ผลการสร้างสรรค์ผลงาน ๘. กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑-๒ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูนาภาพตัวอย่างผลงานการสร้างสรรค์ด้วยการวาดเส้นให้นักเรียนดู ขั้นสอน ๒. ครูอธิบายเทคนิคขั้นตอนการสร้างสรรค์ผลงานด้วยการวาดเส้น ๓. ให้นักเรียนปฏิบัติงานสร้างสรรค์ เทคนิคการวาดเส้น ใบงานที่ ๓.๑ กิจกรรมเรื่อง “สิ่งเดียวที่ฉันชอบ” โดยให้ นักเรียนแต่ละคนจัดหาภาชนะหรือเครื่องใช้เพื่อนามาเป็นแบบในการเขียนภาพลายเส้น จัดวางแบบที่จะเขียนไว้ใกล้หน้าต่าง
45.
12 เพื่อให้แสงส่องเพียงด้านเดียว นักเรียนนั่งในตาแหน่งด้านข้าง เขียนเฉพาะภาพต้นแบบ
ไม่ต้องเขียนพื้นหลัง ลงน้าหนักแสงเงา บนภาพต้นแบบให้ครบเส้นเงาทั้ง ๔ ระดับ ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๔. ครูสุ่มนักเรียนมานาเสนอผลการทากิจกรรมวาดเส้น เรื่อง สิ่งเดียวที่ฉันชอบ โดยครูช่วยสรุปและประเมินผลการ สร้างสรรค์ ชั่วโมงที่ ๓-๔ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๕. ครูนาภาพตัวอย่างผลงานการสร้างสรรค์การเขียนภาพด้วยสีออยล์พาสเทล ให้นักเรียนดู ขั้นสอน ๖. ครูอธิบายเทคนิค ขั้นตอนการสร้างสรรค์ผลงานด้วยสีออยล์พาสเทล ๗. ให้นักเรียนศึกษาค้นคว้า เทคนิคการเขียนภาพด้วยสีออยล์พาสเทล ๘. ให้นักเรียนปฏิบัติงานสร้างสรรค์ เทคนิคการเขียนภาพด้วยสีออยล์พาสเทล ใบงานที่ ๓.๒ กิจกรรมเรื่อง “โดดเด่น ด้วยสีออยล์พาสเทล” โดยให้นักเรียนจับคู่กันเขียนภาพตามขั้นตอนของใบงาน ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๙. นักเรียนแต่ละคนออกมานาเสนอผลการทากิจกรรมเรื่อง “โดดเด่นด้วยสีออยล์พาสเทล” โดยครูช่วยสรุปและ ประเมินผลการทากิจกรรม ชั่วโมงที่ ๕-๖ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑๐. ครูนาภาพตัวอย่างผลงานการสร้างสรรค์งานจิตรกรรมไทยให้นักเรียนดู ขั้นสอน ๑๑. ครูอธิบายเทคนิคขั้นตอนการสร้างสรรค์งานจิตรกรรมไทย ด้วยการลอกลายไทย ๑๒. ให้นักเรียนศึกษาค้นคว้า เทคนิคการเขียนภาพจิตรกรรมไทย ๑๓. ให้นักเรียนปฏิบัติงานสร้างสรรค์ เทคนิคการเขียนภาพจิตรกรรมไทย ใบงานที่ ๓.๓ กิจกรรมเรื่อง “ลอกลาย ไทย” โดยให้นักเรียนแต่ละคนฝึกลอกลายไทย ภาพกระหนก นารี พญามาร หนุมาน ท่านางนั่ง พระรามแผลงศร กบี่ และคช ตามขั้นตอนของใบงาน ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๑๔. ครูสุ่มนักเรียนออกมานาเสนอผลการทากิจกรรมเรื่อง “ลอกลายไทย” โดยครูช่วยสรุปและประเมินผล การ สร้างสรรค์ ชั่วโมงที่ ๗-๘ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑๕. ครูนาตัวอย่างผลงานการสร้างสรรค์ประติมากรรมนูนต่าให้นักเรียนดู ขั้นสอน ๑๖. ครูอธิบายเทคนิคขั้นตอนการสร้างสรรค์ประติมากรรมนูนต่า
46.
13 ๑๗. ให้นักเรียนศึกษาค้นคว้าความรู้ เรื่อง
ประติมากรรมนูนต่า ๑๘. ให้นักเรียนทาใบงานที่ ๓.๔ กิจกรรมเรื่อง “สร้างประติมากรรมนูนต่าด้วยตนเอง” โดยปั้นดินน้ามันเป็นภาพสัตว์ตัว เดียวหันด้านข้าง ตามขั้นตอนในใบงาน ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๑๙. ครูสุ่มนักเรียนออกมานาเสนอผลการทากิจกรรมเรื่อง “สร้างประติมากรรมนูนต่าด้วยตนเอง” โดยครูช่วยสรุปและ ประเมินผลการสร้างสรรค์ ชั่วโมงที่ ๙-๑๐ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๒๐. ครูนาตัวอย่างผลงานการสร้างสรรค์ประติมากรรมโครงสร้างเลียนแบบให้นักเรียนดู ขั้นสอน ๒๑. ครูอธิบายเทคนิค ขั้นตอนการสร้างสรรค์ประติมากรรมโครงสร้างเลียนแบบ ๒๒. ให้นักเรียนศึกษาค้นคว้าความรู้ เรื่อง ประติมากรรมโครงสร้างเลียนแบบ ๒๓. ให้นักเรียนทาใบงานที่ ๓.๕ กิจกรรมเรื่อง “การถ่ายโยงรูปร่างด้วยวัสดุที่หาได้ง่าย ราคาถูก” โดยให้นักเรียนจับคู่กัน สร้างผลงานทางทัศนศิลป์ ตามขั้นตอนในใบงานโดยใช้อุปกรณ์ดังนี้ ๑) ผักและผลไม้ทุกชนิดที่หาได้ ๒) ลูกตาปลอม เข็มหมุด ลูกปัด หรือเมล็ดพืช ๓) ไม้จิ้มฟัน กระดาษทิชชู หรือเศษผ้า ๔) มีดขนาดเล็ก อุปกรณ์เจาะ เช่น ตะปู ไม้แหลม ดินสอ ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๒๔. ครูสุ่มนักเรียนออกมานาเสนอผลการทากิจกรรมเรื่อง “การถ่ายโยงรูปร่างด้วยวัสดุที่หาได้ง่าย ราคาถูก” โดยครูช่วย สรุปและประเมินผลการสร้างสรรค์งาน ๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ทัศนศิลป์ ๒ ของสานักพิมพ์เอมพันธ์ ๒. สื่อรูปภาพในหนังสือ นิตยสาร การ์ตูนที่นักเรียนชื่นชอบ ๑๐. การบูรณาการ บูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ได้แก่ ทักษะการเขียนรายงาน ทักษะการนาเสนอรายงาน บูรณาการกับ กลุ่มสาระการเรีนรู้การงานและอาชีพ ได้แก่ กิจกรรมเรื่อง “การถ่ายโยงรูปร่างด้วยวัสดุที่หาได้ง่าย ราคาถูก” บูรณาการกับ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ได้แก่ การสร้างสรรค์งานกิจกรรมเรื่อง “สร้างประติมากรรมนูนต่าด้วยตนเอง” โดยปั้นดิน น้ามันเป็นภาพสัตว์ตัวเดียวหันด้านข้าง อธิบายชีวิตความเป็นอยู่ของสัตว์ชนิดต่างๆ
47.
14 บันทึกหลังการสอน ๑. ผลการสอน ………………………………………………………….………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………….…………. …………………………………………………………………………………………………….……………. …………………………………………………………………………………………………….……………. ………………………………………………………………………………………………….………………. ๒. ปัญหา/อุปสรรค …………………………………………………………………………………………………..………………. …………………………………………………………………………………………………..………………. ……………………………………………………………………………………………..……………………. …………………………………………………………………………………………….……………………. ……………………………………………………………………………………………………..……………. ๓.
ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข …………………………………………………………………………………………………….……………. ……………………………………………………………………………………………………………….…. ลงชื่อ...............................................ครูผู้สอน (..............................................) วันที่.......เดือน..........................พ.ศ. ............ ๔. ข้อเสนอแนะรองผู้อานวยการฝ่ายวิชาการ ………………………………………………………………………………………………………….………. …………………………………………………………………………………………………….……………. ………………………………………………………………………………………………………….………. ลงชื่อ............................................................... ( ............................................ )
48.
15 แผนการเรียนรู้ที่ ๔ วิชา ทัศนศิลป์
๒ ศ ๒๒๑๐๑ โรงเรียนมัธยมวัดดอนตูม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ ทัศนศิลป์กับภูมิปัญญาไทยและสากล เวลา ๑๒ ชั่วโมง ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ ๑. เป้าหมายการเรียนรู้ งานทัศนศิลป์กับมนุษย์เป็นสิ่งที่มีความผูกพันกันมาตั้งแต่สมัยประวัติศาสตร์จนถึงปัจจุบัน ศิลปินร่วมสมัยของไทยนา ศิลปะมาพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านจิตใจ อารมณ์ สังคม เศรษฐกิจ การศึกษา รวมทั้งเรื่องราวประวัติศาสตร์ศิลปะตะวันตก ซึ่ง มีวิวัฒนาการและพัฒนาไปสู่การสร้างสรรค์งานศิลปะที่แสดงออกในรูปแบบต่างๆ ของลัทธิทางศิลปะ ๒. สาระสาคัญ ประวัติศาสตร์ศิลปะของไทยมีวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงมาตั้งแต่สมัยเชียงแสน-ล้านนา สมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา ซึ่งแบ่ง ออกเป็น ๓ ยุค คือ อยุธยาตอนต้น อยุธยาตอนกลาง และอยุธยาตอนปลาย มีลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นมรดกทาง วัฒนธรรมของชาติ และการสร้างสรรค์งานของศิลปินร่วมสมัยไทยในอดีตจนถึงปัจจุบัน ที่เราคนไทยควรชื่นชม รวมทั้ง วิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ศิลปะตะวันตก ตั้งแต่ศิลปะยุคไบแซนไทน์จนถึง การสร้างงานของลัทธิศิลปะ สมัยใหม่ ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาวโลกที่เราควรอนุรักษ์และสืบทอดตลอดไป ๓. มาตรฐานและตัวชี้วัด มาตรฐาน ศ ๑.๒ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างทัศนศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่างานทัศนศิลป์ที่เป็น มรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและสากล ตัวชี้วัด : สิ่งที่นักเรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ (๑) ระบุและบรรยายเกี่ยวกับวัฒนธรรมต่างๆ ที่สะท้อนถึงงานทัศนศิลป์ในปัจจุบัน (๒) บรรยายถึงการเปลี่ยนแปลงของงานทัศนศิลป์ของไทยในแต่ละยุคสมัยโดยเน้นถึงแนวคิดและเนื้อหาของงาน ๔. สาระการเรียนรู้ ๑. ประวัติศาสตร์ศิลป์ไทย ๒. การนางานทัศนศิลป์ไปใช้ในงานโฆษณา ๓. ศิลปินร่วมสมัยของไทย ๔. ประวัติศาสตร์ศิลป์ตะวันตก ๕. ลัทธิทางศิลปะ ๕. จุดประสงค์การเรียนรู้
49.
16 K (Knowledge) ความรู้ ความเข้าใจ P
(Practice) การฝึกปฏิบัติ A (Attitude) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. อธิบายประวัติศาสตร์ศิลป์ไทย ได้ ๒. บอกหลักการนางานทัศนศิลป์ ไปใช้ในงานโฆษณาได้ ๓. อธิบายประวัติและผลงานของ ศิลปินร่วมสมัยของไทยได้ ๔. อธิบายประวัติศาสตร์ศิลป์ ตะวันตกได้ ๕. อธิบายลัทธิทางศิลปะได้ ๑. สร้างสรรค์งานโปสเตอร์ เรื่อง “ไปเที่ยวอยุธยากรุงเก่ากัน เถอะ” ๒. สร้างสรรค์งานเรื่อง “ภาพ กระจก” ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๒. ซื่อสัตย์สุจริต ๓. มีวินัย ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๖. มุ่งมั่นในการทางาน ๗. รักความเป็นไทย ๘. มีจิตสาธารณะ ๖. การวัดและประเมินผล ๑. เครื่องมือวัดและประเมินผล ๑) ใบงานที่ ๔.๑ และ ๔.๒ ๒) แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ๓) แบบประเมินพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ๔) แบบสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๕) แบบสังเกตสมรรถนะสาคัญของนักเรียน ๒. วิธีวัดผล ๑) ตรวจใบงานที่ ๔.๑ และ ๔.๒ ๒) สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ๓) สังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ๔) สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๕) สังเกตสมรรถนะสาคัญของนักเรียน ๓. เกณฑ์การวัดและประเมินผล ๑) การประเมินผลจากแบบตรวจใบงาน ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน เรื่องความรู้ ความเข้าใจการนาไปใช้ ทักษะ และจิตพิสัย ทุกช่องเกินร้อยละ ๕๐ ๒) การประเมินผลการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล เกณฑ์ผ่านการประเมิน ต้องไม่มีช่องปรับปรุง ๓) การประเมินผลการสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน คือเกินร้อยละ ๕๐ ๔) การประเมินผลการสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับการประเมิน ตามสภาพจริง ๕) ประเมินผลการสังเกตสมรรถนะสาคัญของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับการประเมินตามสภาพจริง ๗. หลักฐาน/ผลงาน ๑. ผลการทาใบงาน ๒. ผลการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ๘. กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑-๒ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน
50.
17 ๑. ครูนาภาพศิลปะสมัยประวัติศาสตร์ของไทย ให้นักเรียนดู ขั้นสอน ๒.
ครูอธิบายการสร้างงานศิลปะและวิวัฒนาการของศิลปะในสมัยต่างๆ ของไทย ๓. แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๕-๖ คน ร่วมกันศึกษาค้นคว้า ประวัติศาสตร์ศิลปะไทยในหัวข้อดังนี้ ๑) ศิลปะสมัยเชียงแสน-ล้านนา ๒) ศิลปะสมัยสุโขทัย ๓) ศิลปะสมัยอยุธยา ๔. แต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลการศึกษา โดยครูคอยอธิบายเสริมความรู้ให้สมบูรณ์ ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๕. ครูและนักเรียนร่วมกันบรรยายสรุป และให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนรายงานสรุปความรู้ที่ได้รับ ชั่วโมงที่ ๓-๔ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๖. ครูนาตัวอย่างภาพโปสเตอร์ที่ใช้ในงานโฆษณาแบบต่างๆ ให้นักเรียนดู ขั้นสอน ๗. ครูอธิบายรูปแบบการสร้างสรรค์งานโปสเตอร์ที่ใช้ในงานโฆษณาแบบต่างๆ เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นถึงความแตกต่าง ๘. ให้นักเรียนศึกษาค้นคว้า การออกแบบงานทัศนศิลป์เพื่อการโฆษณา และทาใบงานที่ ๔.๑ กิจกรรม เรื่อง “ไปเที่ยว อยุธยากรุงเก่ากันเถอะ” โดยแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๕ คน ค้นหาแหล่งท่องเที่ยวที่สาคัญของจังหวัด พระนครศรีอยุธยา จากหนังสือ เอกสาร แผ่นพับ หรือจากอินเทอร์เน็ต อย่างน้อย ๕ แห่ง ๙. นาภาพและความรู้จากแหล่งท่องเที่ยวที่สาคัญของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาจัดทาแผ่นโปสเตอร์ ตามข้อกาหนด และขั้นตอนในใบงาน ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๑๐. สุ่มนักเรียนออกมานาเสนอผลงานการสร้างสรรค์โปสเตอร์ เรื่อง “ไปเที่ยวอยุธยากรุงเก่ากันเถอะ” โดยครูและ นักเรียนร่วมกันสรุปและประเมินผลการสร้างสรรค์ ชั่วโมงที่ ๕-๖ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑๑. ครูนาตัวอย่างภาพผลงานการสร้างสรรค์ของศิลปินร่วมสมัยของไทยให้นักเรียนดู ขั้นสอน ๑๒. ครูอธิบายรูปแบบผลงานการสร้างสรรค์ของศิลปินร่วมสมัยของไทย เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นถึงความแตกต่าง ๑๓. แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๕-๖ คน ศึกษาค้นคว้ารูปแบบการสร้างสรรค์ของศิลปินร่วมสมัยของไทย ในหัวข้อ ดังนี้ ๑) ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ๒) เฉลิม นาคีรักษ์ ๓) อารี สุทธิพันธุ์ ๑๔. แต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลการศึกษา โดยครูคอยอธิบายเสริมความรู้ให้สมบูรณ์ ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๑๕. ครูและนักเรียนร่วมกันบรรยายสรุป และให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนรายงานสรุปความรู้ที่ได้รับ ชั่วโมงที่ ๗-๘ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน
51.
18 ๑๖. ครูนาภาพศิลปะสมัยประวัติศาสตร์ตะวันตกให้นักเรียนดู ขั้นสอน ๑๗. ครูอธิบายการสร้างงานศิลปะและวิวัฒนาการของศิลปะในตะวันตกเพื่อเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่าง ๑๘.
แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๕-๖ คน ร่วมกันศึกษา ค้นคว้า ประวัติศาสตร์ศิลปะตะวันตกในหัวข้อดังนี้ ๑) ศิลปะยุคไบแซนไทน์ ๒) ศิลปะยุคกอทิก ๓) ศิลปะยุคเรอเนซองซ์ หรือยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา ๑๙. แต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลการศึกษาค้นคว้า โดยครูคอยอธิบายเสริมความรู้ให้สมบูรณ์ ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๒๐. ครูและนักเรียนร่วมกันบรรยายสรุป และให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนรายงานสรุปความรู้ที่ได้รับ ชั่วโมงที่ ๙-๑๐ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๒๑. ครูนาตัวอย่างภาพกระจกแบบต่างๆ ให้นักเรียนดู ขั้นสอน ๒๒. ครูอธิบายรูปแบบการสร้างสรรค์งานภาพกระจกแบบต่างๆ เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นถึงความแตกต่าง ๒๓. แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๕ คน ทาใบงานที่ ๔.๒ กิจกรรมเรื่อง “ภาพกระจก” ตามขั้นตอนในใบงาน ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๒๔. สุ่มนักเรียนออกมานาเสนอผลงานการสร้างสรรค์ เรื่อง “ภาพกระจก” โดยครูและนักเรียนร่วมกันสรุปและ ประเมินผลการสร้างสรรค์ ชั่วโมงที่ ๑๑-๑๒ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๒๕. ครูนาภาพศิลปะการสร้างสรรค์ของศิลปินในลัทธิทางศิลปะต่างๆ ให้นักเรียนดู ขั้นสอน ๒๖. ครูอธิบายรูปแบบผลงานการสร้างสรรค์ของศิลปินในลัทธิทางศิลปะต่างๆ เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นถึง ความแตกต่าง ๒๗. แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๕-๖ คน ร่วมกันศึกษาค้นคว้าลัทธิทางศิลปะในหัวข้อดังนี้ ๑) ลัทธิประทับใจ (Impressionism) ๒) คติโฟวิสต์ (Fauvism) ๓) ลัทธิบาศกนิยม (Cubism) ๒๘. แต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลการศึกษาค้นคว้า โดยครูคอยอธิบายเสริมความรู้ให้สมบูรณ์ ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๒๙. ครูและนักเรียนร่วมกันบรรยายสรุป และให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนรายงานสรุปความรู้ที่ได้รับ ๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ทัศนศิลป์ ๒ ของสานักพิมพ์เอมพันธ์ ๒. หอศิลป์ ห้องสมุดโรงเรียน ๑๐. การบูรณาการ บูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ได้แก่ ทักษะการเขียนรายงาน ทักษะการนาเสนอรายงาน
52.
19 บันทึกหลังการสอน ๑. ผลการสอน ………………………………………………………….………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………….…………. …………………………………………………………………………………………………….……………. …………………………………………………………………………………………………….……………. ………………………………………………………………………………………………….………………. ๒. ปัญหา/อุปสรรค …………………………………………………………………………………………………..………………. …………………………………………………………………………………………………..………………. ……………………………………………………………………………………………..……………………. …………………………………………………………………………………………….……………………. ……………………………………………………………………………………………………..……………. ๓.
ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข …………………………………………………………………………………………………….……………. ……………………………………………………………………………………………………………….…. …………………………………………………………………………………………………….……………. …………………………………………………………………………………………………..………………. ………………………………………………………………………………………………..…………………. ลงชื่อ...............................................ครูผู้สอน (..............................................) วันที่.......เดือน..........................พ.ศ. ............ ๔. ข้อเสนอแนะรองผู้อานวยการฝ่ายวิชาการ ………………………………………………………………………………………………………….………. …………………………………………………………………………………………………….……………. ………………………………………………………………………………………………………….………. ………………………………………………………………………………………………………..…………. ……………………………………………………………………………………………………..……………. ลงชื่อ............................................................... ( ........................................ )
53.
20 แผนการเรียนรู้ที่ ๕ วิชา ทัศนศิลป์
๒ ศ ๒๒๑๐๑ โรงเรียนมัธยมวัดดอนตูม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๕ บูรณาการงานทัศนศิลป์ เวลา ๖ ชั่วโมง ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ ๑. เป้าหมายการเรียนรู้ การศึกษาศิลปะ ประเพณี และวัฒนธรรมไทยนั้น เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของศิลปะประเพณี และ วัฒนธรรมของภาคต่างๆ ของไทย เป็นการสารวจสิ่งที่มีค่าควรอนุรักษ์ และบักทึกเป็นเรื่องราวด้วยตัวอักษรและรูปภาพ นักเรียนควรค้นหาจุดเด่นของศิลปะ ประเพณี และวัฒนธรรมที่เหมือนและแตกต่างจากภาคต่างๆ ของไทย เพื่อช่วยกันรักษา และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมอันดีงามนั้นให้ผู้อื่นได้รับรู้ เป็นการสร้างคุณค่าให้ท้องถิ่นและส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ๒. สาระสาคัญ การบูรณาการสร้างสรรค์ เป็นการเชื่อมโยงหรือหลอมรวมสิ่งต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์กัน และนามาสร้างสรรค์ด้วย กระบวนการทางศิลปะ ก่อให้เกิดประโยชน์และคุณค่าทางความงาม ความคิด และประโยชน์ใช้สอย การบูรณาการ ศิลปะ ประเพณี และวัฒนธรรมภาคต่างๆ ของไทย สามารถเลือกกิจกรรมและแหล่งเรียนรู้ได้ตามความเหมาะสมและเป็นอิสระ โดย มีวิธีการจัดกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น การจัดทาโครงงานทัศนศิลป์ เป็นต้น ๓. มาตรฐานและตัวชี้วัด มาตรฐาน ศ ๑.๒ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างทัศนศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่างานทัศนศิลป์ ที่เป็น มรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและสากล ตัวชี้วัด : สิ่งที่นักเรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ มาตรฐาน ศ ๑.๒ (๑) ระบุและบรรยายเกี่ยวกับวัฒนธรรมต่างๆ ที่สะท้อนถึงงานทัศนศิลป์ในปัจจุบัน ๔. สาระการเรียนรู้ ๑. ศิลปะ ประเพณี และวัฒนธรรมไทย ๒. โครงงานทัศนศิลปะ ๕. จุดประสงค์การเรียนรู้ K (Knowledge) ความรู้ ความเข้าใจ P (Practice) การฝึกปฏิบัติ A (Attitude) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. อธิบายศิลปะ ประเพณีและ วัฒนธรรมไทยได้ ๒. อธิบายขั้นตอนการทาโครงงาน ทัศนศิลป์ได้ ๑. สร้างสรรค์งานศิลปะเรื่อง “หาทางกลับบ้าน” ๒. สร้างสรรค์โครงงานทัศนศิลป์ เรื่อง “สร้างศิลปะจากผัก” ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๒. ซื่อสัตย์สุจริต ๓. มีวินัย ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๖. มุ่งมั่นในการทางาน ๗. รักความเป็นไทย ๘. มีจิตสาธารณะ ๖. การวัดและประเมินผล ๑. เครื่องมือวัดและประเมินผล ๑) ใบงานที่ ๕.๑ และ ๕.๒ ๒) แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ๓) แบบประเมินพฤติกรรมการทางานกลุ่ม
54.
21 ๔) แบบสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๕) แบบสังเกตสมรรถนะสาคัญของนักเรียน ๒.
วิธีวัดผล ๑) ตรวจใบงานที่ ๕.๑ และ ๕.๒ ๒) สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ๓) สังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ๔) สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๕) สังเกตสมรรถนะสาคัญของนักเรียน ๓. เกณฑ์การวัดและประเมินผล ๑) การประเมินผลจากแบบตรวจใบงาน ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน เรื่องความรู้ ความเข้าใจการนาไปใช้ ทักษะ และจิตพิสัย ทุกช่องเกินร้อยละ ๕๐ ๒) การประเมินผลการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล เกณฑ์ผ่านการประเมิน ต้องไม่มีช่องปรับปรุง ๓) การประเมินผลการสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน คือเกินร้อยละ ๕๐ ๔) การประเมินผลการสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนคะแนนขึ้นอยู่กับการประเมินตามสภาพจริง ๕) การประเมินผลการสังเกตสมรรถนะสาคัญของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับการประเมินตามสภาพจริง ๗. หลักฐาน/ผลงาน ๑. ผลการทาใบงาน ๒. ผลการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ๘. กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑-๒ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูนาภาพศิลปะ ประเพณี และวัฒนธรรมไทยรูปแบบต่างๆ ให้นักเรียนดู ขั้นสอน ๒. ครูอธิบายศิลปะ ประเพณี และวัฒนธรรมไทยรูปแบบต่างๆ ๓. ให้นักเรียนร่วมกันศึกษาค้นคว้าศิลปะ ประเพณี และวัฒนธรรมไทยรูปแบบต่างๆ ๔. สุ่มนักเรียนออกมานาเสนอผลการศึกษา โดยครูคอยอธิบายเสริมความรู้ ๕. แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๕ คน ทาใบงานที่ ๕.๑ กิจกรรมเรื่อง “หาทางกลับบ้าน” โดยให้นักเรียน ค้นหาประเพณีต่างๆ ของไทย จากเอกสาร นิตยสาร วารสาร อินเทอร์เน็ต และรวบรวมให้ได้อย่างน้อย กลุ่มละ ๗ ประเพณี ๖. ปฏิบัติงานสร้างสรรค์วางแผนทาแผ่นเกมตามขั้นตอนในใบงาน ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๗. สุ่มนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลการทากิจกรรม เรื่อง “หาทางกลับบ้าน” โดยครูและนักเรียนช่วยสรุป ความรู้ และประเมินผลการทากิจกรรม ชั่วโมงที่ ๓-๖ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๘. ครูนาตัวอย่างผลงานการทาโครงงานทัศนศิลป์ ให้นักเรียนดู ขั้นสอน ๙. ครูอธิบายการเขียนโครงงานทัศนศิลป์ และให้นักเรียนศึกษาค้นคว้าการเขียนโครงงานทัศนศิลป์ พร้อมสุ่มนักเรียน ออกมานาเสนอผลการศึกษา โดยครูคอยอธิบายเสริมความรู้ ๑๐. ให้นักเรียนทาใบงานที่ ๕.๒ กิจกรรมเรื่อง “สร้างศิลปะจากผัก” โดยให้นักเรียนเขียนรายงานเสนอโครงงานตาม ขั้นตอนในใบงาน ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๑๑. สุ่มนักเรียนออกมานาเสนอผลการทาโครงงาน เรื่อง “สร้างศิลปะจากผัก” โดยครูและนักเรียนช่วยสรุปความรู้และ ประเมินผลการทากิจกรรม
55.
22 ๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน
ทัศนศิลป์ ๒ ของสานักพิมพ์เอมพันธ์ ๒. หอศิลป์ ห้องสมุดโรงเรียน ๑๐. การบูรณาการ บูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ได้แก่ ทักษะการเขียนรายงาน ทักษะการนาเสนอรายงาน
56.
23 บันทึกหลังการสอน ๑. ผลการสอน ………………………………………………………….………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………….…………. …………………………………………………………………………………………………….……………. …………………………………………………………………………………………………….……………. ………………………………………………………………………………………………….………………. ๒. ปัญหา/อุปสรรค …………………………………………………………………………………………………..………………. …………………………………………………………………………………………………..………………. ……………………………………………………………………………………………..……………………. …………………………………………………………………………………………….……………………. ……………………………………………………………………………………………………..……………. ๓.
ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข …………………………………………………………………………………………………….……………. ……………………………………………………………………………………………………………….…. …………………………………………………………………………………………………….……………. …………………………………………………………………………………………………..………………. ………………………………………………………………………………………………..…………………. ลงชื่อ...............................................ครูผู้สอน (..............................................) วันที่.......เดือน..........................พ.ศ. ............ ๔. ข้อเสนอแนะรองผู้อานวยการฝ่ายวิชาการ ………………………………………………………………………………………………………….………. …………………………………………………………………………………………………….……………. ………………………………………………………………………………………………………….………. ………………………………………………………………………………………………………..…………. ……………………………………………………………………………………………………..……………. ลงชื่อ............................................................... ( ........................................... )
57.
24 ภาคผนวก ก แบบสรุปผลการประเมิน คุณธรรม จริยธรรม
ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ภาคเรียนที่…………………….ปีการศึกษา………………… รหัสวิชา……………………………..…………………….. ชื่อวิชา…………………………………..….……………… ชั้น……………………………………….………………… กลุ่ม…………………………………………………….…. ๑.รักชาติศาสน์กษัตริย์ ๒.ซื่อสัตย์สุจริต ๓.มีวินัย ๔.ใฝ่เรียนรู้ ๕.อยู่อย่างพอเพียง ๖.มุ่งมั่นในการทางาน ๗.รักความเป็นไทย ๘.มีจิตสาธารณะ รวมคะแนน ลาดับ ที่ รหัส ประจาตัว ชื่อ-สกุล ๑ ๒ ๒ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑๐ หมายเหตุ : การให้คะแนนปรับเปลี่ยนได้ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้สอนและสถานศึกษา
58.
๑ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ วิชา ทัศนศิลป์
๓ ศ ๒๓๑๐๑ โรงเรียนมัธยมวัดดอนตูม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ เรื่อง สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์โดยใช้ทัศนธาตุและหลักการออกแบบ เวลา ๖ ชั่วโมง ๑ เป้าหมายการเรียนรู้ ๑. อธิบายทัศนธาตุ หลักการออกแบบในสิ่งแวดล้อมและงานทัศนศิลป์ ๒. อธิบายเทคนิควิธีการของศิลปินในการสร้างงานทัศนศิลป์ ๓. อธิบายและวิเคราะห์วิธีการใช้ทัศนธาตุและหลักการออกแบบในการสร้างงานทัศนศิลป์ ๔. สร้างสรรค์ผลงานและประยุกต์ใช้ทัศนธาตุและหลักการออกแบบสร้างงานทัศนศิลป์ ๒ สาระสาคัญ การเรียนทัศนศิลป์นั้น นักเรียนต้องเรียนรู้เกี่ยวกับทัศนธาตุซึ่งเป็นการนาเอาองค์ประกอบต่างๆ ทางศิลปะมาประกอบรวมกันเป็นองค์ประกอบศิลป์ ทาให้เกิดความงามตามหลักการทางศิลปะ ซึ่งเป็น การสร้างสรรค์ผลงานทางจิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม โดยมีส่วนประกอบที่สาคัญได้แก่ จุด และเส้น ๓ มาตรฐานและตัวชี้วัด มาตรฐาน ศ ๑.๑ สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ ชื่นชมและ ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน ตัวชี้วัด: สิ่งที่นักเรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ ๑. บรรยายสิ่งแวดล้อมและงานทัศนศิลป์ที่เลือกมา โดยใช้ความรู้เรื่องทัศนธาตุและหลักการ ออกแบบ ๒. ระบุและบรรยายเทคนิค วิธีการของศิลปินในการสร้างงานทัศนศิลป์ ๓. วิเคราะห์และบรรยายวิธีการใช้ทัศนธาตุและหลักการออกแบบในการสร้างงานทัศนศิลป์ของ ตนเองให้มีคุณภาพ ๗. สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์สื่อความหมายเป็นเรื่องราว โดยประยุกต์ใช้ทัศนธาตุและหลักการ ออกแบบ ๔ สาระการเรียนรู้ ๑. ทัศนธาตุ หลักการออกแบบ และวิธีการนามาใช้สร้างงานทัศนศิลป์ กิจกรรมเรื่อง : ความสมดุลของศิลปะและธรรมชาติ ๒. ผลงาน เทคนิค วิธีการของศิลปินไทยในการสร้างงานทัศนศิลป์ กิจกรรมเรื่อง : ตามรอยเหม เวชกร
59.
๒ ๕ กิจกรรมฝึกทักษะที่ควรเพิ่มให้นักเรียน K (Knowledge) ความรู้
ความเข้าใจ P (Practice) การฝึกปฏิบัติ A (Attitude) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ วิเคราะห์และบรรยายวิธีการใช้ ทัศนธาตุหลักการออกแบบใน การสร้างงานทัศนศิลป์ รวมทั้ง ผลงาน เทคนิควิธีการของศิลปิน ไทยในการสร้างงานทัศนศิลป์ นามาประยุกต์ใช้สร้างสรรค์งาน เพื่อสื่อความหมาย ถ่ายทอด ประสบการณ์และจินตนาการได้ ๑. อธิบายทัศนธาตุ หลักการ ออกแบบในสิ่งแวดล้อม และงานทัศนศิลป์ ๒. อธิบายเทคนิควิธีการของ ศิลปินในการสร้างงาน ทัศนศิลป์ ๓. อธิบายและวิเคราะห์ วิธีการใช้ทัศนธาตุและ หลักการออกแบบในการ สร้างงานทัศนศิลป์ ๔. สร้างสรรค์ผลงานและ ประยุกต์ใช้ทัศนธาตุและ หลักการออกแบบสร้าง งานทัศนศิลป์ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๒. ซื่อสัตย์สุจริต ๓. มีวินัย ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๖. มุ่งมั่นในการทางาน ๗. รักความเป็นไทย ๘. มีจิตสาธารณะ ๖ การวัดและประเมินผล ๑. เครื่องมือวัดและประเมินผล ๑) คาถามส่งเสริมการเรียนรู้ ๒) กิจกรรมพัฒนากระบวนการคิด ๓) แบบประเมินพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ๔) แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ๕) แบบสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๒. วิธีวัดผล ๑) ตรวจคาถามส่งเสริมการเรียนรู้ ๒) ตรวจกิจกรรมพัฒนากระบวนการคิด ๓) สังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ๔) สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ๕) สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓. เกณฑ์การวัดและประเมินผล ๑) การประเมินผลจากคาถามส่งเสริมการเรียน ต้องผ่านเกณฑ์การทดสอบเกินร้อยละ ๕๐
60.
๓ ๒) การประเมินผลจากแบบตรวจกิจกรรมพัฒนากระบวนการคิด ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน เรื่องความรู้ความเข้าใจ
การนาไปใช้ทักษะ และจิตพิสัย ทุกช่องเกินร้อยละ ๕๐ ๓) การประเมินผลจากการสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน คือ เกินร้อยละ ๕๐ ๔) การประเมินผลการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล เกณฑ์ผ่านการประเมิน ต้องไม่มีช่อง ปรับปรุง ๕) การประเมินผลการสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับการ ประเมินตามสภาพจริง ๗ หลักฐาน/ผลงาน ๑) ผลการตอบคาถามส่งเสริมการเรียนรู้ ๒) ผลการทากิจกรรมพัฒนากระบวนการคิด ๘ กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑-๒ ขั้นปฐมนิเทศ/นาเข้าสู่บทเรียน ๑. นักเรียนรับฟังคาชี้แจง สับเขปวิชา ทัศนศิลป์ ๓ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ เวลาเรียนและการ ประเมินผล ซักถามปัญหา รวมทั้งแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเรียนวิชานี้ ๒. ครูชี้แจงวิธีการประเมินสมรรถนะสาคัญของนักเรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของ นักเรียนว่าจะต้องทาควบคู่กับกระบวนการทากิจกรรมกลุ่ม และครูจะดูพัฒนาการของนักเรียนไปตลอด ภาคการศึกษา ๓. ครูชี้แจงกาหนดค่าระดับคะแนน ตามเกณฑ์ดังนี้ คะแนนร้อยละ ๘๐-๑๐๐ ได้เกรด ๔ คะแนนร้อยละ ๗๕-๗๙ ได้เกรด ๓.๕ คะแนนร้อยละ ๗๐-๗๔ ได้เกรด ๓ คะแนนร้อยละ ๖๕-๖๙ ได้เกรด ๒.๕ คะแนนร้อยละ ๖๐-๖๔ ได้เกรด ๒ คะแนนร้อยละ ๕๕-๕๙ ได้เกรด ๑.๕ คะแนนร้อยละ ๕๐-๕๔ ได้เกรด ๑ คะแนนร้อยละ ๐-๔๙ ได้เกรด ๐ ๔. ครูและนักเรียนสนทนาถึงการใช้เส้นเพื่อแสดงออกทางอารมณ์ เป็นการเลียนแบบความรู้สึก ของมนุษย์ที่มีต่อมวลของวัตถุที่ปรากฏอยู่ในอากาศ เช่น เส้นตั้งหรือเส้นตรงที่ทามุม ๙๐ องศากับ พื้นดิน ย่อมแสดงความรู้สึกมั่นคงแข็งแรงมากกว่าเสาที่ตั้งเอียง การก่อสร้างบ้านเรือนนั้นถ้าต้องการให้
61.
๔ บ้านมั่นคงแข็งแรงก็ต้องปักเสาให้เป็นเส้นตั้งตรงกับพื้นดิน และในทานองเดียวกันกับสิ่งก่อสร้างอื่นๆ ถ้า ต้องการความมั่นคงแข็งแรง
ก็ต้องสร้างมวลของสิ่งก่อสร้าง ขั้นสอน ๕. ครูอธิบายและวิเคราะห์ทัศนธาตุ หลักการออกแบบ และวิธีการนามาใช้สร้างงานทัศนศิลป์ โดย ใช้รูปภาพและแผ่นใสประกอบการเรียน เพื่อสื่อความหมายให้นักเรียนเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น ๖. ครูอธิบายส่วนประกอบของทัศนธาตุที่สาคัญเพิ่มเติม ได้แก่ จุด คือ ทัศนธาตุที่เล็กที่สุด และเป็นจุดกาเนิดของทัศนธาตุต่างๆ เส้น เกิดจากการเรียงตัวของจุด มีความสาคัญที่สุดในการสร้างสรรค์งานศิลป์ เพราะเส้น เป็นตัวควบคุมพื้นที่ของรูปเพื่อก่อให้เกิดความหมาย รวมไปถึงบ่งบอกขนาด ความยาว ทิศทาง และเป็น สื่อแสดงออกทางอารมณ์ของศิลปินอีกด้วย ๗. ครูเปรียบเทียบรูปภาพของการใช้เส้นในลักษณะต่างๆ เพื่อแสดงให้นักเรียนเข้าใจ เช่น การ นาเสนอเส้นตั้งบนภาพเขียนก็เช่นเดียวกัน ให้เรากาหนดขอบภาพด้านล่างเป็นแนวพื้นดินเส้นตรงที่ลาก ตั้งฉากกับขอบภาพจะให้ความรู้สึกมั่นคง แข็งแรง โดยเน้นให้นักเรียนพิจารณาจากรูปภาพจะเห็นว่า ภาพ A มีความมั่นคงแข็งแรงมากกว่าภาพ B เพราะแนวมวลเป็นเส้นตรงตั้งฉากกับพื้นดิน ๘. ครูและนักเรียนพิจารณาและวิเคราะห์การนาเสนอเส้นตั้งบนภาพเขียนก็เช่นเดียวกัน ให้เรา กาหนดขอบภาพด้านล่างเป็นแนวพื้นดินเส้นตรงที่ลากตั้งฉากกับขอบภาพจะให้ความรู้สึกมั่นคง แข็งแรง โดยเน้นจากภาพจะเห็นว่า เส้น A ให้ความรู้สึกมั่นคงแข็งแรงมากกว่าเส้น B เพราะแนวเส้น A เป็นเส้นตรง ลากตั้งฉากกับขอบภาพด้านล่าง ๙. นักเรียนรวบรวมรูปภาพวาดและรูปภาพเขียนที่มีชื่อเสียงจากแหล่งความรู้ต่าง ๆ เพื่อนามา แสดงความคิดเห็นในห้องเรียนในเรื่องของการใช้เส้นและจุด
62.
๕ ๑๐. ครูและนักเรียนอธิบายและวิเคราะห์รูปร่าง ซึ่งเป็นพื้นที่ล้อมรอบด้วยเส้น
มีลักษณะ ๒ มิติ (ความกว้างและความยาว) ได้แก่ รูปร่างเรขาคณิต รูปร่างธรรมชาติ และรูปร่างอิสระ โดยแสดงรูปภาพ ลักษณะต่างๆ ประกอบ ๑๑. ครูอธิบายและวิเคราะห์รูปทรง ซึ่งเป็นพื้นที่ของวัตถุในอากาศที่ประกอบด้วย มวล (Mass) และ ปริมาตร (Volume) ซึ่งแสดงให้เห็นเป็น ๓ มิติ (ความกว้าง ความยาว และความสูง) ได้แก่ รูปทรง เรขาคณิต รูปทรงธรรมชาติ และรูปทรงอิสระ ๑๒. ครูแนะนาให้นักเรียนทุกคนได้น้อมนาเอาหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการเรียนรู้ใน การทางานด้านศิลปะเพื่อประโยชน์ในการสร้างอาชีพและสร้างงานให้กับตนเองต่อไป ๑๓. ครูชี้ให้นักเรียนได้ตระหนักถึงความสาคัญของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งมี ๕ ส่วน ดังนี้ ส่วนที่ ๑ กรอบแนวคิด เป็นปรัชญาที่ชี้แนะแนวทางการดารงอยู่ และปฏิบัติตนในทางที่ควร จะเป็น โดยมีพื้นฐานมาจากวิถีชีวิตดั้งเดิมของสังคมไทย นามาประยุกต์ใช้ได้ตลอดเวลา เป็นการมองโลก เชิงระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มุ่งเน้นการรอดพ้นจากภัย วิกฤต เพื่อความมั่นคงและความ ยั่งยืนของการพัฒนา ส่วนที่ ๒ คุณลักษณะ เศรษฐกิจพอเพียงสามารถนามาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติตนได้ทุกระดับ โดยเน้นการปฏิบัติบนทางสายกลาง และการพัฒนาอย่างเป็นขั้นตอน ส่วนที่ ๓ คานิยาม ความพอเพียง ต้องประกอบด้วย ๓ คุณลักษณะ พร้อมๆ กันดังนี้ ๑) ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไป และไม่มากเกินไป โดยไม่ เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น ๒) ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับความพอเพียง ต้องเป็นไปอย่างมี เหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องและคานึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทานั้นอย่าง รอบคอบ
63.
๖ ๓) การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว หมายถึง
การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบ และการ เปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยคานึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นใน อนาคต ส่วนที่ ๔ เงื่อนไข การตัดสินใจและการดาเนินกิจกรรมต่างๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียงนั้น ต้อง อาศัยทั้งความรู้ และคุณธรรมเป็นพื้นฐาน ประกอบด้วย ๑) เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ความรอบคอบที่จะนาความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อวางแผน และความระมัดระวังใน ขั้นปฏิบัติ ๒) เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้างประกอบด้วย มีความตระหนักในคุณธรรม มี ความซื่อสัตย์สุจริต และมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดาเนินชีวิต ส่วนที่ ๕ แนวทางปฏิบัติ/ผลที่คาดว่าจะได้รับ จากการนาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมา ประยุกต์ใช้ คือ การพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ความรู้ และเทคโนโลยี ขั้นสรุปและประยุกต์ใช้ ๑๔. ครูและนักเรียนแสดงความคิดเห็นร่วมกันในเรื่องการใช้เส้นและจุดในการสร้างสรรค์ผลงาน โดยครูใช้คาถามนาให้นักเรียนตอบ และยกตัวอย่างประกอบตามความเข้าใจ ๑๕. นักเรียนวาดรูปเส้นนอน เส้นเฉียง และเส้นโค้งหรือเส้นคด รวมทั้งจุด ส่งครูเพื่อประเมินผล ๑๖. ครูเน้นให้นักเรียนนาเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน และปรับใช้ในการเรียน เพื่อปลูกฝังให้ดาเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขต่อไป ชั่วโมงที่ ๓-๔ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑๗. ครูนารูปภาพของเบอร์นาร์ด บิเรนสัน ที่แสดงให้เห็นน้าหนักของแสงที่มีต่อสายตาทาให้เกิดรูป และพื้น ทาให้เห็นความแตกต่างระหว่างรูปและพื้น และรูปภาพของคิเลียนที่แสดงให้เห็นน้าหนักของ แสงที่มีต่อสายตาทาให้เกิดรูปทรงและบริเวณว่าง ทาให้เห็นความแตกต่างระหว่างรูปทรงกับบริเวณว่าง ๑๘. เปิดโอกาสให้นักเรียนสนทนาซักถามและมีส่วนร่วมกันแสดงความคิดเห็น
64.
๗ ๑๙. ครูเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียน และแจ้งกิจกรรมฝึกทักษะที่ควรเพิ่มให้นักเรียนทราบ ขั้นสอน ๒๐.
ครูอธิบาย วิเคราะห์ และสาธิตการให้น้าหนักของแสงและเงา หมายถึง ค่าความเข้มของแสงที่ ตกกระทบวัตถุสะท้อนเข้าสู่สายตาทาให้เกิดความแตกต่างระหว่างรูปและพื้น รูปทรงกับบริเวณว่าง ระยะใกล้-ไกล และแสดงรูปภาพประกอบ ๒๑. ครูอธิบาย วิเคราะห์และสาธิตการใช้สี ซึ่งเป็นทัศนธาตุที่เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างสายตากับ แสงที่ตกกระทบวัตถุแล้ววัตถุดูดซับรังสีของแสงไม่เท่ากัน การมองเห็นสีทางศิลปะคือการรับรู้ทาง สุนทรียภาพ ทาให้เกิดอารมณ์คล้อยตาม เช่น เกิดอารมณ์ตื่นเต้นเร้าใจ อารมณ์สงบ เยือกเย็น อารมณ์ เศร้า เงียบเหงา อารมณ์สดชื่น อิ่มเอม เป็นต้น โดยครูยกตัวอย่างวงจรสีทางด้านศิลปะประกอบ ๒๒.ครูอธิบายและวิเคราะห์พื้นผิว ซึ่งเป็นบริเวณผิวของงานศิลปะที่ปรากฏให้เห็นมีลักษณะเรียบ ขรุขระ หยาบ มันวาว ลักษณะของพื้นผิวที่แตกต่างกันนี้ ก่อให้เกิดอารมณ์ในการรับรู้ต่างกัน เช่น รูปผิว มันแวววาวทาให้เกิดคุณค่าตื่นเต้น เร้าใจ ส่วนรูปผิวต่างกันทาให้เกิดรูปได้
65.
๘ ๒๓. ครูอธิบายบริเวณว่าง หมายถึง
บริเวณที่ไม่มีรูปปรากฏซึ่งอาจหมายถึงบริเวณที่เป็นพื้นหรือ บริเวณที่เป็นอากาศว่างเปล่า ซึ่งบริเวณว่างนี้จะต้องมีความสัมพันธ์กับรูปร่างหรือรูปทรง เช่น บริเวณ ว่างของพื้นที่ทาให้เห็นรูปทรงมีความอ่อนช้อยและโดดเด่น ส่วนบริเวณว่างในอากาศทาให้เห็นว่าโต๊ะมี ความโปร่งบางและมีรูปทรงที่อ่อนช้อยงดงาม ๒๔. ครูอธิบายและวิเคราะห์จุดเด่นของภาพ ซึ่งเป็นการวางเนื้อหาสาคัญให้ปรากฏเด่นชัดตรงจุดตัด ของตาราง ๙ ช่อง ซึ่งสามารถเน้นจุดเด่นได้หลายวิธี เช่น การเน้นด้วยสี การเน้นด้วยวัตถุ การเน้นด้วย ความแตกต่าง การเน้นด้วยการตกแต่งที่ประณีตบรรจง เช่น ตาราง ๙ ช่อง กาหนดจุดเน้นที่ตาแหน่ง A B C หรือ C และรูปภาพแสดงจุดเน้นด้วยสีที่ตาแหน่ง C และ D ๒๕. ครูอธิบายและวิเคราะห์ดุลยภาพ ซึ่งเป็นการจัดโครงสร้างของงานให้อยู่ในลักษณะสมดุลหยุด นิ่งหรือทรงตัว อยู่ได้อย่างคงที่ ลักษณะของความสมดุลมี ๒ อย่าง คือ สมดุลซ้าย-ขวาเท่ากัน หมายถึง การจัดวางรูปร่าง รูปทรงและสีให้เหมือนกันทั้งด้านซ้ายและด้านขวา เช่น จากรูปภาพเมื่อแบ่งครึ่งภาพ ออกเป็น ๒ ส่วน ซ้าย-ขวา จะเห็นภาพมีน้าหนักสีและโครงสร้างของภาพที่เหมือนกันหรือคล้ายคลึงกัน มาก
66.
๙ ๒๖. ครูอธิบายและวิเคราะห์จังหวะ ซึ่งเป็นการมองเห็นเนื้อหาของผลงานมีความต่อเนื่องสอดคล้อง กัน
ไม่เกิดการสะดุดหรือขาดช่วง ถ้าเปรียบจังหวะกับการเขียนตัวหนังสือก็ได้แก่การเว้นช่องไฟและการ เว้นวรรค เช่น จากรูปภาพจะเห็นลวดลายของผ้าถูกจัดวางเป็นช่วงๆ โดยเว้นระยะห่างเท่าๆ กัน ซึ่ง มองดูเป็นระเบียบ สวยงาม ไม่ขัดนัยน์ตาและความรู้สึกเรียกว่าจัดจังหวะได้สวยงามลงตัวพอดี ๒๗. ครูอธิบาย วิเคราะห์และสาธิตสัดส่วน ทิศทาง เอกภาพและความกลมกลืน ความหลากหลาย โดยยกตัวอย่างประกอบ และสาธิต ๒๘. ครูแนะนาให้นักเรียนสร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้กับตนเอง โดยการศึกษาให้เข้าใจเมื่อมีปัญหา เกี่ยวกับการเขียนหรือวาดรูปภาพทางด้านศิลปะ เพื่อนาไปประกอบอาชีพต่อไป ๒๙. ครูยกตัวอย่างการนาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในงานอาชีพศิลปะ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีใน ตัวเอง และเพื่อเสริมสร้างและดารงชีวิตให้มีประสิทธิภาพ ขั้นสรุปและประยุกต์ใช้ ๓๐. นักเรียนและครูสรุปโดยการสาธิตการวาดหรือเขียนภาพ โดยการใช้สี และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ๓๑. นักเรียนทากิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๕-๖ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๓๒. ครูและนักเรียนสนทนาเรื่องการเขียนลวดลายต่างๆ และอุปกรณ์ในการเขียนหรือวาดรูป ๓๓. นักเรียนเตรียมอุปกรณ์ที่จาเป็นในการเขียนหรือวาดรูปเพื่อฝึกปฏิบัติ ๓๔. เปิดโอกาสให้นักเรียนสนทนาซักถามและมีส่วนร่วมกันแสดงความคิดเห็น ๓๕. ครูเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียน และแจ้งกิจกรรมฝึกทักษะที่ควรเพิ่มให้นักเรียนทราบ ขั้นสอน
67.
๑๐ ๓๖. นักเรียนนาความรู้เรื่องทัศนธาตุและหลักการออกแบบมาประดิษฐ์ว่าวไทยให้มีสีสันและ ลวดลายสวยงาม สามารถปล่อยให้ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าได้เป็นเวลานาน
โดยนักเรียนสามารถศึกษาการทา ว่าวเพิ่มเติมจากหนังสือศิลปะประดิษฐ์ว่าวไทยของคุณลุงนิยม คนซื่อ (สานักพิมพ์เพชรกะรัต) ๓๗ นักเรียนแสดงวิธีทาดังนี้ ๑) ใช้ไม้ไผ่เหลาให้กลมจานวน ๒ ชิ้น ใช้ทาไม้อกยาว ๒๕ นิ้ว และไม้ปีกยาว ๓๐ นิ้ว ๒) ประกอบไม้ปีกและไม้อกโดยดูอัตราส่วนจากภาพข้างต้น ๓) ติดตัวว่าวด้วยกระดาษฟางจีนทับโครงว่าวด้วยกาวลาเท็กซ์ ๔) เขียนลวดลายบนตัวว่าวด้วยภาพที่สมดุลซ้าย-ขวาให้สวยงาม แล้วผูกเชือกซุงยาว ๕๓ นิ้ว กับโครงว่าว (ภาพเขียนบนตัวว่าวต้องแสดงความสมดุลซ้าย-ขวา) ๕) ปรับปรุงว่าวให้สามารถขึ้นลอยบนท้องฟ้าได้แล้วทดสอบปล่อยว่าวขึ้นสู่ท้องฟ้า ๖) นักเรียนทารายงานเกี่ยวกับความสมดุลของว่าว ธรรมชาติและงานศิลปะหน้าว่าว ๓๘. ครูนาผลงาน เทคนิค วิธีการของศิลปินไทยในการสร้างงานทัศนศิลป์ เช่น เหม เวชกร, ประเทือง เอมเจริญ, มานิตย์ นิเวศน์ศิลป์ มาแสดงให้นักเรียนดู และเล่าประวัติส่วนตัวรวมทั้งประวัติ งานด้านศิลปะให้นักเรียนฟัง ๓๙. นักเรียนเขียนภาพประกอบเรื่องราวในวรรณคดีไทยที่นักเรียนกาลังเรียนในชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ ๓โดยยกบทร้อยกรองมาประกอบภาพ ๔๐. นักเรียนทากิจกรรม ดังนี้ ๑) ยกบทร้อยกรองมา ๑-๒ บท ๒) ออกแบบท่าทางของตัวละครให้สัมพันธ์กับบทร้อยกรอง (ศึกษาการเขียนภาพประกอบ เรื่องราวในวรรณคดี จากผลงานของเหม เวชกร) ๓) เขียนภาพด้วยลายเส้นหรือปากกา แล้วลงสีให้สวยงาม ๔) เขียนบทร้อยกรองประกอบไว้ที่ภาพ เพื่อให้ผู้ดูมีความเข้าใจในเนื้อหาของภาพเขียนมาก ยิ่งขึ้น ๔๑. ครูยกตัวอย่างการนาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในงานอาชีพศิลปะ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีใน ตัวเอง และเพื่อเสริมสร้างและดารงชีวิตให้มีประสิทธิภาพ ขั้นสรุปและการประยุกต์ใช้ ๔๒. นักเรียนและครูสรุปกิจกรรมพัฒนากระบวนการคิดที่ ๑ เรื่องความสมดุลของศิลปะและ ธรรมชาติ ๔๓. นักเรียนตอบคาถามกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ ดังนี้ ๑) อธิบายและบรรยายการนาทัศนธาตุ หลักการออกแบบมาสร้างสรรค์งานประดิษฐ์ว่าวไทย ๒) นาความรู้เรื่องทัศนธาตุและหลักการออกแบบไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวันได้อย่างไร ๔๔. นักเรียนและครูสรุปกิจกรรมพัฒนากระบวนการคิดที่ ๒ เรื่องตามรอยเหม เวชกร ๔๕. นักเรียนตอบคาถามกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ ดังนี้
68.
๑๑ ๑) อธิบายเทคนิค วิธีการของศิลปินไทยในการสร้างงานทัศนศิลป์ ๒)
นักเรียนนาความรู้เรื่องเทคนิค วิธีการในการสร้างงานทัศนศิลป์ไปใช้ประโยชน์ใน ชีวิตประจาวันได้อย่างไร ๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑. หนังสือเรียนรายวิชา ทัศนศิลป์ ๓ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ของบริษัท สานักพิมพ์เอมพันธ์ จากัด ๒. แผ่นใส และรูปภาพประกอบ ๑๐ การบูรณาการ ๑. กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ได้แก่ ทักษะการฟัง ทักษะการอ่าน ทักษะการเขียนและทักษะ การพูด ๒. การบูรณาการ มีดังนี้ กิจกรรมพัฒนากระบวนการคิดที่ ๑ กิจกรรมเรื่อง : ความสมดุลของศิลปะและธรรมชาติ คาชี้แจง ให้นักเรียนนาความรู้เรื่องทัศนธาตุและหลักการออกแบบมาประดิษฐ์ว่าวไทยให้มีสีสันและ ลวดลายสวยงาม สามารถปล่อยให้ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าได้เป็นเวลานาน วิธีทา ๑. ใช้ไม้ไผ่เหลาให้กลมจานวน ๒ ชิ้น ใช้ทาไม้ อกยาว ๒๕ นิ้ว และไม้ปีกยาว ๓๐ นิ้ว ๒. ประกอบไม้ปีกและไม้อกโดยดูอัตราส่วน จากภาพ ๓. ติดตัวว่าวด้วยกระดาษฟางจีนทับโครงว่าว ด้วยกาวลาเท็กซ์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การบูรณาการ สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์โดยใช้ ทัศนธาตุและหลักการออกแบบ คุณธรรมจริยธรรม หน้าที่พลเมืองดี
69.
๑๒ ๔. เขียนลวดลายบนตัวว่าวด้วยภาพที่สมดุล ซ้าย-ขวาให้สวยงาม แล้วผูกเชือกซุงยาว
๕๓ นิ้วกับโครง ว่าว (ภาพเขียนบนตัวว่าวต้องแสดงความสมดุลซ้าย-ขวา) ๕. ปรับปรุงว่าวให้สามารถขึ้นลอยบนท้องฟ้าได้แล้ว ทดสอบปล่อยว่าวขึ้นสู่ท้องฟ้า ๖. นักเรียนทารายงานเกี่ยวกับความสมดุลของว่าว ธรรมชาติและงานศิลปะหน้าว่าว
70.
๑๓ กิจกรรมพัฒนากระบวนการคิดที่ ๒ กิจกรรมเรื่อง :
ตามรอยเหม เวชกร คาชี้แจง ให้นักเรียนเขียนภาพประกอบเรื่องราวในวรรณคดีไทยที่นักเรียนกาลังเรียนในชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ ๓ โดยยกบทร้อยกรองมาประกอบภาพ วิธีทา ๑. ยกบทร้อยกรองมา ๑-๒ บท ๒. ออกแบบท่าทางของตัวละครให้สัมพันธ์กับบทร้อยกรอง (ศึกษาการเขียนภาพประกอบ เรื่องราวในวรรณคดี จากผลงานของเหม เวชกร) ๓. เขียนภาพด้วยลายเส้นหรือปากกา แล้วลงสีให้สวยงาม ๔. เขียนบทร้อยกรองประกอบไว้ที่ภาพ เพื่อให้ผู้ดูมีความเข้าใจในเนื้อหาของภาพเขียนมาก ยิ่งขึ้น บันทึกหลังการสอน ๑. ผลการสอน ……………………………………………………………………………………………...…… ……………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………. ๒. ปัญหา/อุปสรรค ………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………..… ………………………………………………………………………………………………..… ……………………………………………………………………………………………..…… ๓. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ………………………………………………………………………………………………….… ……………………………………………………………………………………………….…… ……………………………………………………………………………………………………. ลงชื่อ...............................................ครูผู้สอน (..............................................)
71.
๑๔ วันที่.......เดือน..........................พ.ศ. ........... ๔. ข้อเสนอแนะรองผู้อานวยการฝ่ายวิชาการ ………………………………………………………………………………………………………….………. …………………………………………………………………………………………………….……………. ………………………………………………………………………………………………………….………. ………………………………………………………………………………………………………..…………. ……………………………………………………………………………………………………..……………. ลงชื่อ............................................................... (
..................................... ) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒ วิชา ทัศนศิลป์ ๓ ศ ๒๓๑๐๑ โรงเรียนมัธยมวัดดอนตูม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ เรื่อง ทักษะในการสร้างงานทัศนศิลป์ เวลา ๘ ชั่วโมง ๑ เป้าหมายการเรียนรู้ ๑. สร้างงานทัศนศิลป์ทั้งไทยและสากล ๒. ใช้หลักการออกแบบในการสร้างงานสื่อผสม ๓. สร้างงานทัศนศิลป์แบบ ๒ มิติ และ ๓ มิติ เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ และจินตนาการ ๔. ใช้เทคนิค วิธีการที่หลากหลายสร้างงานทัศนศิลป์เพื่อสื่อความหมาย ๒ สาระสาคัญ ทัศนศิลป์ไทย หมายถึง ศิลปะที่มองเห็นความงามได้จากรูปลักษณ์ รับรู้ได้จากประสาทสัมผัสทาง ตาสัมผัสจับต้องได้และกินระวางพื้นที่ในอากาศ ได้แก่ จิตรกรรมไทย ประติมากรรมไทย และ สถาปัตยกรรมไทยที่มีรูปแบบเป็นเอกลักษณ์ประจาชาติของไทย ๓ มาตรฐานและตัวชี้วัด มาตรฐาน ศ ๑.๑ สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ ชื่นชมและ ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน ตัวชี้วัด: สิ่งที่นักเรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ ๔. มีทักษะในการสร้างงานทัศนศิลป์อย่างน้อย ๓ ประเภท
72.
๑๕ ๕. มีทักษะในการผสมผสานวัสดุต่างๆ ในการสร้างงานทัศนศิลป์โดยใช้หลักการออกแบบ ๖.
สร้างงานทัศนศิลป์ทั้ง ๒ มิติ และ ๓ มิติ เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์และจินตนาการ ๙. สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์เพื่อบรรยายเหตุการณ์ต่างๆ โดยใช้เทคนิคที่หลากหลาย ๔ สาระการเรียนรู้ ๑. การสร้างงานทัศนศิลป์ทั้งไทยและสากล กิจกรรมเรื่อง : เขียนภาพดอกไม้ด้วยสีน้า ๒. การใช้หลักการออกแบบในการสร้างงานสื่อผสม กิจกรรมเรื่อง : การออกแบบสร้างสรรค์งานศิลปะสื่อผสม ๓. การสร้างงานทัศนศิลป์แบบ ๒ มิติ และ ๓ มิติ เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์และจินตนาการ กิจกรรมเรื่อง : เขียนภาพใบหน้าคนจากภาพ กิจกรรมเรื่อง : สร้างประติมากรรมรูปสัตว์ด้วยโฟม ๕ กิจกรรมฝึกทักษะที่ควรเพิ่มให้นักเรียน K (Knowledge) ความรู้ ความเข้าใจ P (Practice) การฝึกปฏิบัติ A (Attitude) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ วิเคราะห์และอภิปราย รูปแบบ เนื้อหาในการสร้าง งานทัศนศิลป์ไทย สากล งานสื่อผสม และงาน ทัศนศิลป์แบบ ๒ มิติ ๓ มิติ เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ และจินตนาการ ๑. สร้างงานทัศนศิลป์ทั้งไทย และสากล ๒. ใช้หลักการออกแบบใน การสร้างงานสื่อผสม ๓. สร้างงานทัศนศิลป์แบบ ๒ มิติ และ ๓ มิติ เพื่อ ถ่ายทอดประสบการณ์ และจินตนาการ ๔. ใช้เทคนิค วิธีการที่ หลากหลายสร้างงาน ทัศนศิลป์เพื่อสื่อ ความหมาย ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๒. ซื่อสัตย์สุจริต ๓. มีวินัย ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๖. มุ่งมั่นในการทางาน ๗. รักความเป็นไทย ๘. มีจิตสาธารณะ ๖ การวัดและประเมินผล ๑. เครื่องมือวัดและประเมินผล ๑) คาถามส่งเสริมการเรียนรู้ ๒) กิจกรรมพัฒนากระบวนการคิด ๓) แบบประเมินพฤติกรรมการทางานกลุ่ม
73.
๑๖ ๔) แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ๕) แบบสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์
74.
๑๗ ๒. วิธีวัดผล ๑) ตรวจคาถามส่งเสริมการเรียนรู้ ๒)
ตรวจกิจกรรมพัฒนากระบวนการคิด ๓) สังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ๔) สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ๕) สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓. เกณฑ์การวัดและประเมินผล ๑) การประเมินผลจากคาถามส่งเสริมการเรียน ต้องผ่านเกณฑ์การทดสอบเกินร้อยละ ๕๐ ๒) การประเมินผลจากแบบตรวจกิจกรรมพัฒนากระบวนการคิด ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน เรื่องความรู้ความเข้าใจ การนาไปใช้ทักษะ และจิตพิสัย ทุกช่องเกินร้อยละ ๕๐ ๓) การประเมินผลจากการสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน คือ เกินร้อยละ ๕๐ ๔) การประเมินผลการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล เกณฑ์ผ่านการประเมิน ต้องไม่มีช่อง ปรับปรุง ๕) การประเมินผลการสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับการ ประเมินตามสภาพจริง ๗ หลักฐาน/ผลงาน ๑) ผลการตอบคาถามส่งเสริมการเรียนรู้ ๒) ผลการทากิจกรรมพัฒนากระบวนการคิด ๘ กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑-๒-๓ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูและนักเรียนสนทนาถึงลักษณะของงานทัศนศิลป์ไทย เป็นสิ่งที่สร้างสรรค์ขึ้นจากอุดมคติ (Idealistic) มาสู่ความจริงตามธรรมชาติ ซึ่งมีรากฐานแนวคิดเชื่อมโยงมาจากคตินิยมความเชื่อทางพุทธ ศาสนา เนื้อหาในวรรณคดีไทยและวิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบวัฒนธรรมไทย ๒. นักเรียนยกตัวอย่างงานทัศนศิลป์ทั่วไป เช่น ฝาผนังโบสถ์ วิหาร บานประตู บานหน้าต่าง ตู้ การแกะสลัก จิตรกรรมฝาผนัง เป็นต้น ๓. ครูเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียน และแจ้งกิจกรรมฝึกทักษะที่ควรเพิ่มเติมให้นักเรียนฟัง ขั้นสอน ๔. ครูสอนโดยวิธีอภิปรายเป็นกลุ่มย่อย (Small Group Discussion) จะช่วยให้เกิดการเรียนรู้ใน เรื่องที่เรียนกว้างขึ้น ซึ่งเป็นกระบวนการที่ช่วยให้เกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ที่กาหนด โดยจัด นักเรียนเป็นกลุ่มเล็กๆ ประมาณ ๔-๘ คน และให้แต่ละกลุ่มพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูล ความคิดเห็น และ
75.
๑๘ ประสบการณ์ในประเด็นที่กาหนด และสรุปผลการอภิปรายออกมาเป็นข้อสรุปของกลุ่มถึงการสร้างงาน ทัศนศิลป์ทั้งไทยและสากล ๕. นักเรียนหารูปภาพตัวอย่างงานทัศนศิลป์ทั้งไทยและสากลจากสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ
มาคนละ ๑ ชิ้น ๖. ครูอธิบายและยกตัวอย่างลักษณะของงานทัศนศิลป์ไทย เช่น งานจิตรกรรมไทย (จิตรกรรม ลวดลาย กิจกรรมประกอบหนังสือ จิตรกรรมฝาผนัง ฯลฯ) งานประติมากรรมไทย (การปั้น แกะสลัก ฯลฯ) งานสถาปัตยกรรมไทย เช่น การนาจิตรกรรมทางลวดลายจิตรกรรมฝาผนังมาใช้ตกแต่งภายใน อาคารที่เพดาน เสา ฝาผนัง และการนาประติมากรรมมาใช้ตกแต่งภายนอกของอาคารตามหน้าบัน หัวเสา ฐานโบสถ์ ราวบันไดและบริเวณ เป็นต้น ๗. ครูอธิบายและยกตัวอย่างลักษณะของงานทัศนศิลป์สากล เช่น รูปแบบเหมือนจริง (Realism) เช่น การเขียนภาพคนหรือสัตว์ รูปแบบตัดทอน (Distortion) เช่น ผู้หญิงร้องไห้ผลงานของปาโบล ปิกัส โซ หรือรูปภาพนอนเอกเขนก ผลงานของเฮนรี่ มัวร์ และรูปแบบตามความรู้สึก (Abstraction) เช่น รูป นามธรรม ๘. ให้นักเรียนเขียนรูปภาพเหมือนจริง โดยกาหนดให้เขียนเป็นรูปดอกไม้ ๙. นักเรียนปฏิบัติ ดังนี้ ๑) เตรียมอุปกรณ์ กระดาษ ใช้กระดาษ ๑๐๐ ปอนด์ สาหรับเขียนสีน้าขนาด A3-A2 พู่กัน ใช้พู่กัน ๒ ชนิด คือ พู่กันกลม เบอร์ ๒, ๔, ๖, ๑๖ และพู่กันแบน เบอร์ ๖, ๑๐, ๑๔ สีน้า ใช้สีแดง ชมพู เหลือง ม่วง เขียว และน้าเงิน ดินสอสาหรับร่างภาพ ยางลบ เทปกาวสาหรับติดขอบกระดาษกับกระดานรองต้องเป็นเทปกาวชนิดกระดาษที่ไม่ติด ถาวร
76.
๑๙ กระดานรองภาพ จานผสมสี
กระดาษชาระ ผ้ารองพู่กัน แก้วน้า ๓ ใบ ภาพต้นแบบที่จะใช้วาด (ให้วาดภาพจากภาพถ่าย) ๒) ติดกระดาษ ๑๐๐ ปอนด์ บนกระดานรองภาพด้วยเทปกาว ๓) แก้วบรรจุน้าสะอาด ๓ ใบ แก้วที่ ๑ ใช้สาหรับล้างพู่กันครั้งที่ ๑ แก้วที่ ๒ ใช้สาหรับล้าง พู่กัน ครั้งที่ ๒ แก้วที่ ๓ ใช้สาหรับผสมสี ๔) บีบสีที่ต้องการใช้จากหลอดลงเตรียมไว้ในจานสีให้ครบทุกสี สีใดใช้มากบีบมาก สีใดใช้น้อย บีบน้อย ๕) เตรียมภาพต้นแบบที่ใช้วาดให้อยู่เบื้องหน้า
77.
๒๐ ๖) วางพู่กันเรียงไว้บนผ้าสาหรับรองพู่กัน ๗) การลงมือปฏิบัติเขียนภาพ
ดังนี้ ขั้นตอนที่ ๑ การร่างภาพ ใช้ดินสอร่างภาพดอกไม้เบาๆ บนกระดาษ ๑๐๐ ปอนด์ โดย เขียนกลีบดอกไม้ทีละกลีบจนครบทุกกลีบพร้อมปรับแก้ให้ได้รูปทรงที่ถูกต้องใกล้เคียงกับต้นแบบ ขั้นตอนที่ ๒ การทดลองสี ให้ทดลองลงสีกลีบดอกไม้โดยเขียนกลีบดอกไม้ ๑ กลีบบน กระดาษ ๑๐๐ ปอนด์อีกแผ่นหนึ่งที่ใช้เป็นกระดาษทดลองสี แล้วใช้พู่กันระบายสีตามวิธีดังนี้ เขียนกลีบดอกไม้ ๑ กลีบ ใช้พู่กันจุ่มน้าสะอาดระบายบนกลีบดอกไม้จนทั่ว ใช้พู่กันจุ่มสีบางๆ ระบายบนกลีบดอกไม้จนทั่ว ขณะที่กลีบดอกไม้ยังหมาดอยู่ ใช้พู่กันจุ่มสีที่เข้มขึ้นแล้วระบายส่วนที่เป็นเงา เมื่อ ทดสอบสีได้ใกล้เคียงกับสีดอกไม้ต้นแบบแล้วจึงลงมือระบายสีบนภาพจริง ขั้นตอนที่ ๓ การลงสีบนภาพ ลงสีดอกไม้ทีละกลีบบนภาพที่เขียนจริงจนครบทุกกลีบ ขั้นตอนที่ ๔ ลงสีพื้น ให้เตรียมสีพื้นซึ่งส่วนใหญ่ได้แก่สีเขียว โดยเตรียมสีให้มีปริมาณมาก พอที่จะระบายส่วนที่เป็นพื้นใช้สีเขียวรองพื้นให้ทั่วเพื่อเป็นสีของใบที่ถูกแสง และขณะที่สียังหมาดอยู่ให้ ใช้สีน้าเงินระบายกันเพื่อทาเป็นขอบใบ ส่วนที่ต้องการให้เป็นเงาเข้มให้ใช้สีน้าเงินผสมกับสีแดงระบาย ตามตัวอย่าง ตัวอย่างภาพดอกไม้ที่เขียนด้วยสีน้า
78.
๒๑ ๑๐. นักเรียนปฏิบัติกิจกรรม ดังนี้ ๑)
นักเรียนค้นหาภาพดอกไม้สีสวยๆ จากหนังสือพิมพ์ หรือนิตยสารอื่นๆ แล้วนามาแปะติด บนกระดาษแข็ง เพื่อใช้เป็นต้นแบบสาหรับเขียน ๒) ศึกษาวิธีเขียนสีน้าจากเนื้อหา “การเขียนสีน้าภาพดอกไม้” ๓) ลงมือเขียนภาพดอกไม้จากต้นแบบที่หามาให้เสร็จสมบูรณ์ สวยงาม ๑๑. ครูกล่าวถึงแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อ ให้เกิดความเข้าใจและนามาใช้ในชีวิตประจาวันได้ ถูกต้อง ซึ่งเป็นแนวการดาเนินอยู่และการปฏิบัติตนของประชาชนทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัวจนถึง ระดับประเทศ ซึ่งมีหลัอยู่ ๓ ประการ ได้แก่ ความรู้จักพอประมาณ ความมีเหตุมีผล และความจาเป็นที่ ต้องมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี ต่อการเกิดผลกระทบเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน จึงต้องรู้จักพอเพียง ในการใช้ชีวิต ดื่มกินอย่างพอเพียง แต่งตัวไม่เลิศหรูเกินไป ตามหลักที่ว่าให้รายจ่ายน้อยกว่ารายรับ ดังนั้นถ้าจิตใจมีภูมิคุ้มกันที่ไม่ดีก็ไม่สามารถอยู่อย่างพอเพียงได้ไม่ว่าเรากาลังเรียนหนังสือหรือทางาน แล้วก็ตาม สามารถนาหลักเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ได้ แต่ต้องนามาใช้อย่างพอประมาณไม่มากหรือน้อย จนเกินไป จะทาอะไรต้องตัดสินใจด้วยเหตุผลเป็นหลัก ๑๒.นักเรียนยกตัวอย่างการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัวเอง เพื่อให้ผู้สนใจนาไปปรับใช้ ดังนี้ ๑) การให้ความรักความอบอุ่นภายในครอบครัว ๒) การฝึกให้รู้จักระเบียบวินัย การควบคุมตัวเอง ๓) การฝึกทักษะชีวิต ให้แก้ไขปัญหาได้ถูกต้อง ๔) การฝึกให้มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง ขั้นสรุปและประยุกต์ใช้
79.
๒๒ ๑๓.นักเรียนและครูสรุปขั้นตอนการเขียนภาพดอกไม้ และเปิดโอกาสให้ทุกคนร่วมแสดงความ คิดเห็น ๑๔.ครูและนักเรียนสรุปความรู้จากกิจกรรมโดยให้นักเรียนอธิบายความหมาย ลักษณะของการ สร้างงานทัศนศิลป์ไทยและทัศนศิลป์สากล ๑๕.
ครูแนะนาให้นักเรียนนาความรู้เรื่องการสร้างงานทัศนศิลป์ไทยและทัศนศิลป์สากลไปใช้ ประโยชน์ในชีวิตประจาวันได้อย่างไร ๑๖. ครูแนะนาให้นักเรียนปฏิบัติหน้าที่พลเมืองดี ดังนี้ ๑) มีจริยธรรมที่ควรประพฤติทาให้สังคมอยู่ด้วยกันโดยสงบ เช่น มีระเบียบวินัย ตรงต่อเวลา มีความรับผิดชอบ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่ทาให้ผู้อื่นเสียหาย เป็นต้น ๒) มีคุณธรรมที่ดีมีประโยชน์ที่สังคมเห็นว่าเป็นความดีความงาม เช่น ซื่อสัตย์ สุจริต มีเมตตา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม ๓) ความมีศีลธรรม หรือรักษากาย วาจา ใจให้ปกติ ไม่ทาชั่วหรือเบียดเบียนผู้อื่น เช่น ไม่พูด เท็จ พูดแต่ความจริง ไม่เสพของมึนเมา มีสติอยู่เสมอ ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต มีความเมตตากรุณา ชั่วโมงที่ ๔ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑๗. ครูกล่าวเพิ่มเติมว่าความพอเพียงเป็นเรื่องสาคัญสาหรับตนเองและครอบครัว การจะทาให้เข้าใจ เรื่องความพอเพียง และค่าใช้จ่ายของตนเองและครอบครัวต้องมีจิตสานึก รู้จักบริหารเงินรู้จักใช้จ่าย ๑๘. ครูแนะนาให้นักเรียนมีการพึ่งตัวเองเป็นหลัก ควรทาอะไรเป็นขั้นตอน รอบคอบ ระมัดระวัง พิจารณาถึงความพอดี พอเหมาะ พอควร ความสมเหตุสมผล และพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงการสร้าง สามัคคีให้เกิดขึ้นบนพื้นฐานของความสมดุลในแต่ละสัดส่วนแต่ละระดับ ครอบคลุมทั้งด้านจิตใจ วัฒนธรรม สังคม ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม รวมถึงเศรษฐกิจ และปัญหาเรื่องความไม่รู้จัก พอเพียงที่เกิดขึ้นนั้น ต้องตระหนักและชัดเจนถึงความพอเพียง ๑๙. ครูและนักเรียนสนทนากันเรื่องศิลปะสื่อผสม ซึ่งเป็นผลงานที่เกิดจากการสร้างสรรค์ด้วยการใช้ สื่อวัสดุต่างชนิดและกลวิธีการสร้างตั้งแต่ ๒ ชนิดขึ้นไปเข้ามาผสมผสานกันในผลงานชิ้นนั้นให้เกิดเป็น องค์ประกอบภาพสวยงาม กลมกลืน เป็นศิลปะที่เกิดขึ้นใหม่ แนวคิดแรกๆ น่าจะมาจากผลงานศิลปะ ของปิกัสโซที่สร้างไว้ใน ค.ศ. ๑๙๑๒ เป็นภาพหุ่นนิ่ง รูปแบบศิลปะสื่อผสมที่เกิดขึ้นใหม่นี้มีอิทธิพลต่อ ศิลปินมากมายจนปัจจุบันกลายเป็นรูปแบบที่ทุกคนรู้จักกันดี ๒๐. ครูแสดงรูปภาพศิลปะสื่อผสมเพื่อให้นักเรียนได้เกิดการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่ง กันและกัน
80.
๒๓ ขั้นสอน ๒๑. ครูอธิบายและวิเคราะห์การใช้หลักการออกแบบในการสร้างงานสื่อผสม โดยฉายวีดิทัศน์และ สื่อแผ่นใสประกอบเพื่อสื่อความหมายให้นักเรียนเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น ๒๒.
นักเรียนออกแบบภาพตามความคิด จินตนาการ แล้วจัดวางสื่อวัสดุประเภทต่างๆ โดยให้ติดบน กระดาษแข็ง ตกแต่งด้วยสีและเทคนิคต่างๆ ตามความเหมาะสม ขั้นสรุปและการประยุกต์ใช้ ๒๓. ครูอธิบายสรุปเพิ่มเติมในส่วนที่ยังไม่ได้กล่าวถึง ๒๔. นักเรียนสรุปโดยอธิบายความหมายและหลักการออกแบบสร้างงานศิลปะสื่อผสม ๒๕. ครูแนะนาให้นักเรียนนาความรู้เรื่องการออกแบบสร้างสรรค์งานศิลปะสื่อผสมไปใช้ประโยชน์ใน ชีวิตประจาวันได้อย่างไร ชั่วโมงที่ ๕-๖-๗-๘ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๒๖. ครูสนทนากับนักเรียนถึงการสร้างงานทัศนศิลป์แบบ ๒ มิติ และ ๓ มิติ หมายถึง การสร้างงาน ศิลปะที่มองเห็นความงามได้จากรูปลักษณ์ที่กินระวางพื้นที่และสามารถสัมผัสจับต้องได้ โดยการนาผล จากการรับรู้ประสบการณ์มาเป็นแรงบันดาลใจในการจินตนาการสร้างสรรค์เพื่อถ่ายทอดผลงาน ผลงาน ในด้าน ๒ มิติ เช่น การวาดเส้น จิตรกรรม ภาพปะติด ศิลปะภาพพิมพ์ และศิลปะสื่อผสม ส่วนผลงาน ในด้าน ๓ มิติ เช่น งานประติมากรรมและสถาปัตยกรรม เป็นต้น ๒๗. นอกจากนั้นครูได้แสดงรูปภาพให้นักเรียนดูเพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่เนื้อหาของหน่วยการเรียน ขั้นสอน ๒๘. ครูอธิบายและวิเคราะห์การสร้างงานทัศนศิลป์แบบ ๒ มิติ และ ๓ มิติ เพื่อถ่ายทอด ประสบการณ์และจินตนาการ โดยการฉายวีดิทัศน์และใช้สื่อแผ่นใสประกอบการเรียน ๒๙. ครูและนักเรียนสาธิตการสร้างงานทัศนศิลป์แบบ ๒ มิติ โดยเริ่มต้อนจากการเขียนภาพลายเส้น ครูและนักเรียนสาธิตการวาดเส้นใบหน้าคนอย่างง่าย ดังนี้
81.
๒๔ ๑) อุปกรณ์ ดินสอดา
EE ๑ แท่ง เหลาปลายให้แหลม กระดาษวาดเส้น (Drawing) กระดาษปรู๊ฟหรือกระดาษหนังสือพิมพ์ A4 ๑ แผ่น กระดานรองเขียน ยางลบ กระดาษชาระหรือสาลี ภาพต้นฉบับ (ภาพถ่ายสีหรือขาว-ดา) ๒) การเตรียม ๒.๑ติดกระดาษวาดเส้น (กระดาษปรู๊ฟ) กับกระดานรองเขียนโดยใช้เทปกาว ติดมุม กระดาษทั้ง ๔ ด้าน ๒.๒ เตรียมภาพต้นแบบที่จะใช้วาดให้ตั้งอยู่ด้านหน้า ๓๐. ครูและนักเรียนสาธิตการร่างภาพเบาๆ ตามขั้นตอนดังนี้ ๑) เขียนวงกลมแทนส่วนที่เป็นหัวกะโหลก ๒) แบ่งครึ่งวงกลมเป็นสองส่วนคือส่วนบนและส่วนล่าง ๓) ลากเส้นแนวตั้งเพื่อกาหนดตาแหน่ง ๔) กาหนดนัยน์ตาอยู่ใต้เส้นแบ่งครึ่ง กึ่งกลางใบหน้า ซ้าย-ขวา เขียนเป็นรูปวงรี เขียนคิ้วเป็นเส้นโค้ง
82.
๒๕ ๕) กาหนดจมูกอยู่ตรงตาแหน่ง ๖)
กาหนดเส้นร่องปากให้อยู่บนแนวขอบวงกลมส่วนล่าง ครึ่งของเส้นแนวตั้ง ๗) เขียนริมฝีปากบนและล่าง ๘) ต่อเส้นคางและขากรรไกรทั้งสองข้าง ๙) กาหนดหูทั้งสองข้างให้ส่วนบนของหู ๑๐)กาหนดเส้นบริเวณเส้นผมให้คลุมอยู่เหนือวงกลม สูงไม่เกินคิ้ว ๑๑) เก็บรายละเอียดนัยน์ตา จมูก ปาก ๓๑. ครูและนักเรียนสาธิตการเขียนนัยน์ตาอย่างง่าย ดังนี้ ๑) เขียนเป็นวงรีและเขียนลูกตาดา ๒) ลากเส้นส่วนบนให้เข้มหนา เป็นวงกลม และยาวเลยคลุมส่วนล่าง ๓) เขียนลูกตาดาชั้นใน ๔) เขียนแววตาดาชั้นใน
83.
๒๖ ๕) เขียนแววตาดาชั้นใน ๖)
ตาชั้นเดียว ๗) ตาสองชั้น ๘) ตาสองชั้นมีถุงน้าตา ๓๒. ครูและนักเรียนสาธิตการเขียนจมูกอย่างง่าย ดังนี้ ๑) กาหนดตาแหน่งของจมูกให้ถูกต้อง ๒) ความกว้างของจมูกอยู่ตรงหัวตาทั้งสองข้าง ๓) เขียนเส้นหยักกาหนดปลายจมูก ๔) รายละเอียดเส้นหยักปลายจมูก ๕) เก็บรายละเอียด ๓๓. นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมดังนี้ ๑) ค้นหาภาพใบหน้าคนที่มีขนาดใหญ่จากนิตยสาร หนังสือพิมพ์ หรือเอกสารอื่นๆ แล้วนา ภาพมาติดบนกระดาษแข็ง เพื่อใช้เป็นแบบสาหรับวาด ๒) วาดภาพใบหน้าคนจากแบบที่หามาบนกระดาษปรู๊ฟ (กระดาษที่มีเนื้อกระดาษเหมือน กระดาษหนังสือพิมพ์) ด้วยดินสอ EE ๓) ขั้นตอนการเตรียมและการเขียนให้ศึกษาจากเนื้อหา “การวาดเส้นใบหน้าคนอย่างง่าย” ๓๔. ครูและนักเรียนสาธิตการสร้างงานทัศนศิลป์ ๓ มิติ โดยการแกะสลักโฟมเป็นรูปทรงเรขาคณิต ดังนี้ ๑) อุปกรณ์
84.
๒๗ แผ่นโฟมที่มีความหนาขนาดใดก็ได้ มีดตัดโฟม
(คัตเตอร์) ดินสอลอกลายชนิดอ่อน (4B) กระดาษสร้างแบบควรเป็นกระดาษแข็งอย่างน้อย ๑๐๐ ปอนด์ เข็มหมุดสาหรับติดแบบกับโฟม สีโปสเตอร์หรือสีน้าพลาสติก (สีน้า) สาหรับทาสีให้สวยงามพร้อมด้วยอุปกรณ์ทาสี กาวลาเท็กซ์ กระดาษทรายชนิดละเอียดเบอร์ ๘๐-๑๐๐ ๒) วิธีสร้างงาน สร้างงานรูปทรงลูกเต๋า ที่มีความกว้างแต่ละด้านเท่ากับ ๔ นิ้ว สร้างแบบสี่เหลี่ยมจัตุรัสให้มีด้านกว้าง ยาว ด้านละ ๔ นิ้ว บนกระดาษสร้างแบบแล้ว ตัดแบบออกมาจะได้กระดาษแบบเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีด้านกว้าง ยาว ด้านละ ๔ นิ้ว นากระดาษแบบไปวางบนโฟมตรึงมุมทั้งสี่ด้วยเข็มหมุดให้แน่น แล้วใช้คัตเตอร์ตัดโฟ มออกเป็นชิ้น ตัดโฟมด้วยวิธีเดียวกันนี้ให้ได้หลายชิ้นตามต้องการ ถ้านักเรียนใช้โฟมที่มีความหนาครึ่งนิ้ว ต้องตัดโฟมตามแบบ ๘ ชิ้น ถ้าใช้โฟมที่มีความหนา ๑ นิ้ว ต้องตัดโฟมตามแบบ ๔ ชิ้น จากนั้นให้นาโฟมทุกชิ้นมาผนึกติดกันด้วยกาวลาเท็กซ์ แล้วปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งหรือนาไป ตากแดดจนแห้งดี แล้วจึงนามาขัดกระดาษทรายเบาๆ จนผิวทุกด้านเรียบสนิท จากนั้นจึงตกแต่งด้วยสีโปสเตอร์หรือสีน้าให้เกิดลวดลายที่สวยงาม เมื่อสีแห้งดีแล้วอาจพ่น ทับด้วยสเปรย์เคลียร์ เพื่อป้องกันสีลอกหลุดและทาให้เงางาม เมื่อนักเรียนทุกคนสร้างสรรค์งานแกะสลักโฟมรูปทรงลูกเต๋าเสร็จแล้วควรเก็บเรียงวางซ้อน กันเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ก็จะดูสวยงาม ๓๕. ครูและนักเรียนสาธิตการแกะโฟมเป็นตัวอักษร โดยให้นักเรียนแกะโฟมเป็นตัวอักษรตามที่ครู กาหนด และเตรียมอุปกรณ์ดังนี้ ๑) แผ่นโฟม ๒) มีดตัดโฟม ๓) สีโปสเตอร์
85.
๒๘ นักเรียนจัดทาตามขั้นตอนดังนี้ ๑) ออกแบบตัวอักษรให้มีความสูงไม่น้อยกว่า ๔
นิ้ว ๒) กาหนดความกว้างของตัวอักษร ๓ นิ้ว โดยแบ่งเป็น ๓ ส่วน คือ ส่วนที่ ๑ ความกว้างของเส้นหน้าตัวอักษร ส่วนที่ ๒ ความกว้างของช่วงกลางตัวอักษร ส่วนที่ ๓ ความกว้างของช่วงหลังตัวอักษร ๓) ออกแบบตัวอักษรตามที่นักเรียนต้องการ ๔) ใช้มีดคัตเตอร์ตัดตัวอักษรออกเป็นตัวๆ แล้วทาด้วยสีโปสเตอร์ตามต้องการ จากนั้นนา ตัวอักษรมาเรียงให้เป็นข้อความที่ต้องการ ๓๖. ครูและนักเรียนสาธิตการแกะโฟมเป็นรูปทรง ๓ มิติ โดยให้นักเรียนแกะโฟมเป็นรูปทรง ๓ มิติ ตามที่ครูกาหนด และเตรียมอุปกรณ์ ดังนี้ ๑) แผ่นโฟม ๒) มีดตัดโฟม ๓) กาวลาเท็กซ์ ๔) หุ่นที่ใช้เป็นแบบ เช่น แจกัน ขวด หรือวัสดุอื่น
86.
๒๙ นักเรียนทาตามขั้นตอนดังนี้ ๑) วัดขนาดของวัสดุ โดยกาหนดให้เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม
๓ มิติ รอบรูปทรงของหุ่น ๒) ตัดโฟมเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม ๓ มิติ ถ้าโฟมบางกว่าให้ตัดหลายชิ้นแล้วติดด้วยกาวลาเท็กซ์ ๓) เมื่อกาวแห้งและยึดโฟมติดกันดีแล้ว นาโฟมรูปทรงสี่เหลี่ยม ๓ มิติ ที่ได้ไปสร้างแบบตาม หุ่นที่กาหนดตามขั้นตอนดังนี้ ๑) ร่างภาพด้านข้างขวา-ซ้าย ด้านหน้าและด้านหลังลงบนรูปทรงสี่เหลี่ยมทั้ง ๔ ด้าน ๒) ตัดโฟมออกให้เหลือเฉพาะต้นแบบ ๓) เก็บรายละเอียดของต้นแบบโดยใช้ กระดาษทรายขัด และทาสีให้สวยงาม ๓๗. นักเรียนแกะสลักโฟมเป็นรูปสัตว์ เช่น นกแก้ว นกเอี้ยง นกขุนทอง หรือนกหายากชนิดอื่นๆ หรืออาจสนใจสัตว์อื่น เช่น กระรอก ปลา แมว สุนัข วัว ควาย หมู แพะ แกะ จิงโจ้ แพนด้า เสือ กวาง ลิง เป็นต้นโดยมีวิธีสร้างสรรค์ผลงาน ซึ่งมีขั้นตอนในการทาเช่นเดียวกับการแกะสลักโฟมเป็นรูปทรง ๓ มิติ แต่ต่างกันที่ต้องแยกส่วนประกอบต่างๆ ของร่างกายสัตว์ออกเป็นชิ้นๆ คือ ส่วนหัว ส่วนลาตัว ส่วน ขา ส่วนปีก ส่วนหาง และส่วนประกอบที่อยู่รอบตัวสัตว์ เช่น กิ่งไม้ ใบไม้ ก้อนหิน พื้นหญ้า ฯลฯ นักเรียนต้องทาแบบส่วนประกอบแต่ละส่วนและแกะโฟมเป็นส่วนๆ จากนั้นนามาประกอบกันโดยติด ด้วยกาวลาเท็กซ์ และขัดด้วยกระดาษทรายให้ดูสมจริง ส่วนที่เป็นผิวหนังหรือขนต้องตกแต่งด้วยสี แล้ว จัดท่าทางตามธรรมชาติของสัตว์ชนิดนั้น ขั้นสรุปและประยุกต์ใช้ ๓๘. นักเรียนและครูร่วมกันตั้งคาถามเพื่อให้เกิดความเข้าใจ ความคิดและข้อคิดที่ได้จากการทา กิจกรรมเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ที่ตั้งไว้ นอกจากนั้นยังสรุปเนื้อหาที่สอนในเรื่องต่างๆ ที่กาหนดตาม มาตรฐาน จุดประสงค์ โดยสรุปจากการรวบรวมข้อคิดเห็นของนักเรียนพร้อมทั้งเพิ่มเติมประเด็นที่สาคัญ ของเนื้อหาการเรียนรู้เพื่อให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ๓๙. นักเรียนสรุปความหมายและหลักการสร้างงานทัศนศิลป์แบบ ๒ มิติ และ ๓ มิติ เพื่อถ่ายทอด ประสบการณ์และจินตนาการ และครูแนะให้นักเรียนนาความรู้เรื่องหลักการสร้างงานทัศนศิลป์แบบ ๒ มิติ และ ๓ มิติ ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวันได้อย่างไร
87.
๓๐ ๔๐. นักเรียนสรุปโดยอธิบายขั้นตอนการสร้างงานทัศนศิลป์ ๓
มิติ และครูแนะนาให้นักเรียนนา ความรู้เรื่องการแกะสลักโฟมเป็นรูปทรงเรขาคณิต ตัวอักษรและรูปทรง ๓ มิติ ไปใช้ประโยชน์ใน ชีวิตประจาวันได้อย่างไร ๔๑. ครูแนะนาให้นักเรียนทาหน้าที่พลเมืองดีอย่างสม่าเสมอ ปิดไฟ เก็บขยะ เช็ดตู้โทรศัพท์ สาธารณะ แต่งกายถูกระเบียบของโรงเรียน เป็นต้น ๔๒. นักเรียนทากิจกรรมพัฒนากระบวนการคิด และตอบคาถามส่งเสริมการเรียนรู้ ๙ สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑. หนังสือเรียนรายวิชา ทัศนศิลป์ ๓ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ของบริษัท สานักพิมพ์เอมพันธ์ จากัด ๒. วีดิทัศน์ แผ่นใส และรูปภาพประกอบ ๑๐ การบูรณาการ ๑. กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ได้แก่ ทักษะการฟัง ทักษะการอ่าน ทักษะการเขียน และทักษะ การพูด ๒. ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ๓. คุณธรรมจริยธรรม และศีลธรรม ๔. หน้าที่พลเมืองดี กิจกรรมพัฒนากระบวนการคิดที่ ๓ กิจกรรมเรื่อง : เขียนภาพดอกไม้ด้วยสีน้า คาชี้แจง ๑. ให้นักเรียนค้นหาภาพดอกไม้สีสวยๆ จากหนังสือพิมพ์ หรือนิตยสารอื่นๆ แล้วนามาแปะติด บนกระดาษแข็ง เพื่อใช้เป็นต้นแบบสาหรับเขียน ๒. ศึกษาวิธีเขียนสีน้าจากเนื้อหา “การเขียนสีน้าภาพดอกไม้” ๓. ลงมือเขียนภาพดอกไม้จากต้นแบบที่หามาให้เสร็จสมบูรณ์ สวยงาม ทักษะในการสร้างงานทัศนศิลป์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การบูรณาการ คุณธรรมจริยธรรม หน้าที่พลเมืองดี
88.
๓๑ กิจกรรมพัฒนากระบวนการคิดที่ ๔ กิจกรรมเรื่อง :
การออกแบบสร้างสรรค์งานศิลปะสื่อผสม คาชี้แจง ให้นักเรียนออกแบบภาพตามความคิด จินตนาการ แล้วจัดวางสื่อวัสดุประเภทต่างๆ โดยให้ ติดบนกระดาษแข็ง ตกแต่งด้วยสีและเทคนิคต่างๆ ตามความเหมาะสม กิจกรรมพัฒนากระบวนการคิดที่ ๕ กิจกรรมเรื่อง : เขียนภาพใบหน้าคนจากภาพ คาชี้แจง ๑. ให้นักเรียนค้นหาภาพใบหน้าคนที่มีขนาดใหญ่จากนิตยสาร หนังสือพิมพ์ หรือเอกสาร อื่นๆ แล้วนาภาพมาติดบนกระดาษแข็ง เพื่อใช้เป็นแบบสาหรับวาด ๒. ให้นักเรียนวาดภาพใบหน้าคนจากแบบที่หามาบนกระดาษปรู๊ฟ (กระดาษที่มีเนื้อ กระดาษเหมือนกระดาษหนังสือพิมพ์) ด้วยดินสอ EE ๓.ขั้นตอนการเตรียมและการเขียนให้ศึกษาจากเนื้อหา “การวาดเส้นใบหน้าคนอย่างง่าย” กิจกรรมพัฒนากระบวนการคิดที่ ๖ กิจกรรมเรื่อง : สร้างประติมากรรมรูปสัตว์ด้วยโฟม คาชี้แจง ให้นักเรียนแกะสลักโฟมเป็นรูปสัตว์ เช่น นกแก้ว นกเอี้ยง นกขุนทอง หรือนกหายากชนิด อื่นๆ นอกจากนกแล้วอาจสนใจสัตว์อื่น เช่น กระรอก ปลา แมว สุนัข วัว ควาย หมู แพะ แกะ จิงโจ้ แพนด้า เสือ กวาง ลิง เป็นต้น วิธีสร้างสรรค์ผลงาน มีขั้นตอนในการทาเช่นเดียวกับการแกะสลักโฟมเป็นรูปทรง ๓ มิติ แต่ต่างกันที่ต้องแยก ส่วนประกอบต่างๆ ของร่างกายสัตว์ออกเป็นชิ้นๆ คือ ส่วนหัว ส่วนลาตัว ส่วนขา ส่วนปีก ส่วนหาง และ ส่วนประกอบที่อยู่รอบตัวสัตว์ เช่น กิ่งไม้ ใบไม้ ก้อนหิน พื้นหญ้า ฯลฯ นักเรียนต้องทาแบบส่วนประกอบแต่ละส่วนและแกะโฟมเป็นส่วนๆ จากนั้นนามาประกอบกัน โดยติดด้วยกาวลาเท็กซ์ และขัดด้วยกระดาษทรายให้ดูสมจริง ส่วนที่เป็นผิวหนังหรือขนต้องตกแต่งด้วย สี แล้วจัดท่าทางตามธรรมชาติของสัตว์ชนิดนั้น
89.
๓๒ บันทึกหลังการสอน ๑. ผลการสอน ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ๒. ปัญหา/อุปสรรค ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ๓.
ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ลงชื่อ...............................................ครูผู้สอน (..............................................) วันที่.......เดือน..........................พ.ศ. ............ ๔. ข้อเสนอแนะรองผู้อานวยการฝ่ายวิชาการ ………………………………………………………………………………………………………….………. …………………………………………………………………………………………………….……………. ………………………………………………………………………………………………………….………. ………………………………………………………………………………………………………..…………. ……………………………………………………………………………………………………..……………. ลงชื่อ............................................................... ( .................................... )
90.
๓๓ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓ วิชา ทัศนศิลป์
๓ ศ ๒๓๑๐๑ โรงเรียนมัธยมวัดดอนตูม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ เรื่อง การวิเคราะห์วิจารณ์งานทัศนศิลป์ของตนเองและผู้อื่น เวลา ๔ ชั่วโมง ๑ เป้าหมายการเรียนรู้ วิเคราะห์รูปแบบ เนื้อหา และคุณค่าในงานทัศนศิลป์ ๒ สาระสาคัญ ศิลปะวิจารณ์ เป็นการแสดงความคิดเห็นด้วยความรู้และประสบการณ์ต่อผลงานทางศิลปะ เช่น งานจิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม และงานสร้างสรรค์ในรูปแบบอื่นๆ เพื่อให้ได้ข้อคิดนาไป ปรับปรุงพัฒนาผลงานศิลปะและเป็นการฝึกวิธีดู วิธีคิด ให้เห็นคุณค่าของงานศิลปะนั้น ๓ มาตรฐานและตัวชี้วัด มาตรฐาน ศ ๑.๑ สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่าง อิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน ตัวชี้วัด: สิ่งที่นักเรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ ๘. วิเคราะห์และอภิปรายรูปแบบ เนื้อหาและคุณค่า ในงานทัศนศิลป์ของตนเองและผู้อื่นหรือของ ศิลปิน ๔ สาระการเรียนรู้ การวิเคราะห์วิจารณ์งานทัศนศิลป์ของตนเองและผู้อื่น กิจกรรมเรื่อง: ฝึกวิเคราะห์วิจารณ์งานทัศนศิลป์ ๕ กิจกรรมฝึกทักษะที่ควรเพิ่มให้นักเรียน K (Knowledge) ความรู้ ความเข้าใจ P (Practice) การฝึกปฏิบัติ A (Attitude) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ใช้ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ วิเคราะห์รูปแบบ เนื้อหา ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๒. ซื่อสัตย์สุจริต
91.
๓๔ หลักการวิจารณ์งานศิลปะ วิเคราะห์และบรรยายรูปแบบ เนื้อหา และคุณค่าในงาน ทัศนศิลป์ของตนเองและผู้อื่น หรือของศิลปินอย่างมี หลักเกณฑ์เหมาะสม และคุณค่าในงาน ทัศนศิลป์ ๓. มีวินัย ๔.
ใฝ่เรียนรู้ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๖. มุ่งมั่นในการทางาน ๗. รักความเป็นไทย ๘. มีจิตสาธารณะ ๖ การวัดและประเมินผล ๑. เครื่องมือวัดและประเมินผล ๑) คาถามส่งเสริมการเรียนรู้ ๒) กิจกรรมพัฒนากระบวนการคิด ๓) แบบประเมินพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ๔) แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ๕) แบบสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๒. วิธีวัดผล ๑) ตรวจคาถามส่งเสริมการเรียนรู้ ๒) ตรวจกิจกรรมพัฒนากระบวนการคิด ๓) สังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ๔) สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ๕) สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓. เกณฑ์การวัดและประเมินผล ๑) การประเมินผลจากคาถามส่งเสริมการเรียน ต้องผ่านเกณฑ์การทดสอบเกินร้อยละ ๕๐ ๒) การประเมินผลจากแบบตรวจกิจกรรมพัฒนากระบวนการคิด ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน เรื่องความรู้ความเข้าใจ การนาไปใช้ทักษะ และจิตพิสัย ทุกช่องเกินร้อยละ ๕๐ ๓) การประเมินผลจากการสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน คือ เกินร้อยละ ๕๐ ๔) การประเมินผลการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล เกณฑ์ผ่านการประเมิน ต้องไม่มีช่อง ปรับปรุง ๕) การประเมินผลการสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับการ ประเมินตามสภาพจริง ๗ หลักฐาน/ผลงาน ๑) ผลการตอบคาถามส่งเสริมการเรียนรู้ ๒) ผลการทากิจกรรมพัฒนากระบวนการคิด
92.
๓๕ ๘ กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑-๒ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑.
ครูและนักเรียนกล่าวถึงการวิจารณ์ตามความรู้สึก เป็นการวิจารณ์งานศิลปะที่แสดงออกว่าชอบ หรือไม่ชอบ รู้สึกอย่างไรก็พรรณนาไปตามนั้น การวิจารณ์โดยใช้อารมณ์แสดงความรู้สึกส่วนตัวแต่เพียง อย่างเดียวโดยขาดทฤษฎีทางศิลปะสนับสนุน อาจทาให้การวิจารณ์นั้นขาดหลักการที่น่าเชื่อถือ เพราะ จะเป็นไปตามอารมณ์ของผู้วิจารณ์มากกว่า ๒. ครูและนักเรียนบอกประโยชน์ของการวิจารณ์ ดังนี้ ๑) เพื่อเป็นแนวทางประกอบการตัดสินประเมินผลการเรียนศิลปะหรือประกวดแข่งขันผลงาน ศิลปะ ๒) เพื่อเป็นข้อคิดในการพัฒนาปรับปรุงข้อบกพร่องในผลงานศิลปะ ๓) เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในงานศิลปะและรู้ทักษะกระบวนการสร้างสรรค์ ๔) เพื่อให้ผู้วิจารณ์และผู้สนใจเป็นผู้ใฝ่รู้ รักการอ่าน รักการเขียนไว้เป็นข้อมูลความรู้ในการ วิจารณ์ ๕) เพื่อประชาสัมพันธ์หรือเป็นสื่อเผยแพร่ข่าวความเคลื่อนไหวของวงการศิลปะในลักษณะบท วิจารณ์ ๖) เพื่อให้มีจิตสานึกในการอนุรักษ์ศิลปะ วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม ๗) เพื่อให้เกิดความชื่นชมในงานศิลปะ เห็นคุณค่าในความงามหรือมีสุนทรียภาพ ๘) เพื่อฝึกให้ผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะและผู้ชมแสดงความคิดเห็น รู้จักรับฟังและเคารพความ คิดเห็นผู้อื่นตามระบอบประชาธิปไตย ๓. ครูแนะนาให้นักเรียนพึ่งตัวเองเป็นหลัก ทาอะไรควรทาเป็นขั้นตอน รอบคอบ ระมัดระวัง พิจารณาถึงความพอดี พอเหมาะ พอควร ความสมเหตุสมผล และพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง การสร้าง สามัคคีให้เกิดขึ้นบนพื้นฐานของความสมดุลในตนเอง ครอบครัว สังคม วัฒนธรรม เพื่อนและสื่อ ๔. ครูเชื่อมโยงเนื้อหาเข้าสู่การเรียนการสอน ขั้นสอน ๕. ครูอธิบายการวิเคราะห์วิจารณ์งานทัศนศิลป์ของตนเองและผู้อื่น โดยนาตัวอย่างผลงานของ นักเขียนผู้มีชื่อเสียงมาเป็นกรณีศึกษา เพื่อใช้ในการวิเคราะห์วิจารณ์งานทัศนศิลป์ของตนเองและผู้อื่นมี วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคุณภาพงานศิลปะซึ่งมีกระบวนการดังนี้
93.
๓๖ ๖. ครูนากรณีศึกษามาหา ๑)
ข้อมูลเบื้องต้น และนาเข้าสู่ ๒) ขั้นตรวจสอบข้อมูล เพื่อนาไป ๓) วิเคราะห์/สังเคราะห์ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ ๑) รูปแบบทางศิลปะ หมายถึง การนาเสนอเนื้อหาเรื่องราวให้ปรากฏต่อผู้ชมด้วยรูปร่าง ลักษณะต่างๆ ตามความชัดเจนของวัสดุธรรมชาติ ความเป็นแบบแผน การแสดงอารมณ์ และการ จินตนาการ ความชัดเจนของวัสดุธรรมชาติ ความเป็นแบบแผน การแสดงอารมณ์ ๒) ทัศนธาตุ/การจัดองค์ประกอบศิลป์
94.
๓๗ ๓) การสื่อความหมายเนื้อหาและเรื่องราว การสื่อความหมายทางทัศนศิลป์จะปรากฏทางด้าน เนื้อหาและเรื่องราวเนื่องจากผู้ชมจะถ่ายโยงความคิดที่ได้เห็นจากภาพไปยังประสบการณ์ที่ตนเองมีอยู่ และกรองออกมาเป็นอารมณ์รับรู้จากการชมภาพ
ดังนั้นเนื้อหาและเรื่องราวจึงเป็นตัวสื่อของศิลปินซึ่ง สามารถจาแนกดังนี้ ๓.๑ เนื้อหาส่วนตัว (Personal Functions) ซึ่งมาจากสาเหตุหลายประการคือ สาเหตุทางจิต สาเหตุมาจากความรัก สาเหตุจากความศรัทธาส่วนตัว สาเหตุจากการประทับใจในความงาม ๓.๒ เนื้อหาเพื่อสังคม (Social Functions) ซึ่งมาจากสาเหตุดังนี้ สาเหตุจากการบรรยายสภาพสังคม สาเหตุจากการถากถางทางสังคม ๗. ครูอธิบายขั้น ตีความหมาย และ ขั้นประเมินค่า ซึ่งการประเมินค่าแสดงออก ๓ ประการคือ ๑) ความปีติ (Pleasure) ๒) จริยธรรม (Ethic) ๓) อรรถประโยชน์ ตารางเกณฑ์การวิเคราะห์งานทัศนศิลป์ (เพิ่มเติมจากเกณฑ์ทัศนธาตุ)
95.
๓๘ ๘. ครูอธิบายขั้นตอนการนาเสนอ ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้าย
ได้แก่การบรรยายหรือพรรณนาเป็น ข้อความร้อยแก้วตามเกณฑ์ที่กาหนดไว้โดยเริ่มจากเกณฑ์ทัศนธาตุ การจัดองค์ประกอบและตามด้วย เกณฑ์เทคนิควิธีการสร้างงาน การสื่อความหมาย/เนื้อหา เรื่องราวรูปแบบทางศิลปะและคุณค่าความงาม ๙. ครูอธิบายคุณลักษณะเฉพาะของบุคคลที่แสดงพฤติกรรมและความคิดออกมาจากความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ในการกระทาของตนเอง ซึ่งเป็นคุณลักษณะตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง สามารถนามาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติตนได้ทุกระดับ โดยเน้นการปฏิบัติตนบนทางสายกลาง และ พัฒนาเป็นขั้นตอนต้องประกอบด้วย ๓ คุณลักษณะ พร้อมๆ กัน ดังนี้ ๑) ความพอประมาณ หมายถึง ความเหมาะสมของการดาเนินงาน ทั้งในแง่ของขนาดที่ไม่เล็ก เกินไปหรือไม่ใหญ่จนเกินตัว แต่เป็นไปตามอัตภาพและสภาพแวดล้อม และในจังหวะเวลาที่ไม่เร็วเกินไป หรือไม่ช้าจนเกินไป แต่รู้จักทาเป็นขั้นตอนเพื่อให้การดาเนินงานมีความก้าวหน้า โดยที่ไม่ทาให้ตนเอง และผู้อื่นเดือดร้อน ๒) ความมีเหตุผล หมายถึง การพิจารณาที่จะดาเนินงานใดๆ ด้วยความถี่ถ้วนรอบคอบ ไม่ย่อท้อ ไร้อคติ คานึงถึงเหตุและปัจจัยแวดล้อมทั้งหมด เพื่อให้การดาเนินงานเป็นไปอย่างถูกต้อง เกิด ประสิทธิผล เกิดประโยชน์และความสุข โดยปราศจากการเบียดเบียนตนเองและผู้อื่น ๓) การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี หมายถึง การจัดองค์ประกอบของการดาเนินงาน ให้มีสภาพพร้อม รองรับต่อผลกระทบใดๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายในได้เป็นอย่างดี ขั้นสรุปและประยุกต์ใช้ ๑๐.นักเรียนและครูช่วยกันสรุปการวิเคราะห์วิจารณ์งานทัศนศิลป์ของตนเองและผู้อื่น
96.
๓๙ ๑๑.ครูแนะนาให้นักเรียนปฏิบัติหน้าที่พลเมืองดี ดังนี้ ๑) มีจริยธรรมที่ควรประพฤติทาให้สังคมอยู่ด้วยกันโดยสงบ
เช่น มีระเบียบวินัย ตรงต่อเวลา มีความรับผิดชอบ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่ทาให้ผู้อื่นเสียหาย เป็นต้น ๒) มีคุณธรรมที่ดีมีประโยชน์ที่สังคมเห็นว่าเป็นความดีความงาม เช่น ซื่อสัตย์ สุจริต มีเมตตา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม ๓) ความมีศีลธรรม หรือรักษากาย วาจา ใจให้ปกติ ไม่ทาชั่วหรือเบียดเบียนผู้อื่น เช่นไม่พูดเท็จ พูดแต่ความจริง ไม่เสพของมึนเมา มีสติอยู่เสมอ ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต มีความเมตตากรุณา ชั่วโมงที่ ๓-๔ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑๒. ครูและนักเรียนสนทนาถึงผู้วิจารณ์ว่าในเบื้องต้นต้องค้นคว้าหาข้อมูลอย่างละเอียดว่าผู้สร้าง ผลงานเคยสร้างงานในลักษณะใดมาก่อนหรือมีแนวการสร้างงานเฉพาะตนอย่างไร การวิจารณ์งานศิลป์ ของผู้อื่นโดยไม่รู้ประวัติของผู้สร้างงานจะทาให้เกิดความผิดพลาดหรือมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนได้ ข้อมูลต่อเนื่องที่ได้รับจากการรู้ประวัติของผู้สร้างงานก็คือเทคนิควิธีการเฉพาะตนของผู้สร้างงานและ หลักการทฤษฎีที่ยึดถือ ในกรณีที่ผู้สร้างงานไม่เคยมีประวัติมาก่อนต้องมีการสัมภาษณ์หรือพูดคุย ซักถามข้อมูลต่างๆ จากผู้สร้างงานเพื่อนามาใช้ประกอบการวิจารณ์ ๑๓. ครูเน้นการนาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวันบันทึกรายรับ-รายจ่าย ประจาวัน/สัปดาห์ หรือเดือน ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม สมุดบันทึก รายรับ-รายจ่าย ในครัวเรือน ของนาย/นาง/นางสาว....................................................... ประจาภาคเรียนที่.../........ระหว่างเดือน..................ถึงเดือน................พ.ศ. ........... วัน เดือน ปี รายการ รายรับ รายจ่าย คงเหลือ ขั้นสอน ๑๔. ครูทบทวนโดยการฉายวีดิทัศน์กรณีศึกษาผลงานทัศนศิลป์ของผู้มีชื่อเสียง เพื่อให้นักเรียนได้มี การวิเคราะห์วิจารณ์งานทัศนศิลป์ของตนเองและผู้อื่น ๑๕. นักเรียนฝึกวิเคราะห์วิจารณ์งานทัศนศิลป์ โดยใช้ตารางที่กาหนดให้ในหน่วยที่ ๓ กาหนด คะแนนเอง (นักเรียนอาจศึกษาในหน่วยที่ ๕ เพิ่มเติม) ๑) ครูควรหาภาพหรืองานทัศนศิลป์มาเป็นตัวอย่างให้ร่วมกันวิจารณ์โดยใช้เนื้อหาจากตาราง เป็นเกณฑ์ในการอภิปราย
97.
๔๐ ๒) ครูควรชี้แนะหรือนาในการอภิปรายก่อนในระยะแรก ต่อไปเมื่อนักเรียนเข้าใจแล้วให้ นักเรียนนางานทัศนศิลป์ของตนเองมาร่วมอภิปรายในชั้นเรียน ๓)
ความรู้ความเข้าใจเรื่องทัศนธาตุและการจัดองค์ประกอบศิลป์กาหนดไว้ในหน่วยที่ ๑ ครูและนักเรียนอาจค้นหาจากที่อื่นหรือจากอินเทอร์เน็ต ๑๖. ครูเน้นให้นักเรียนคานึงถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว ลดความเห็นแก่ตัว เสียสละแรงกายและใจเพื่อทาประโยชน์ให้แก่ส่วนรวม ช่วยกันดูแลรักษาทรัพย์สินที่เป็นสาธารณสมบัติและ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เช่น ตู้โทรศัพท์สาธารณะ ห้องสมุดประจาหมู่บ้าน ป่าไม้ แม่น้าลาธาร เป็นต้น ๑๗. นักเรียนทากิจกรรมพัฒนากระบวนการคิด และคาถามส่งเสริมการเรียนรู้ ขั้นสรุปและประยุกต์ใช้ ๑๘. นักเรียนและครูสรุปโดยอธิบายความหมาย ลักษณะ และประโยชน์ของการวิเคราะห์วิจารณ์ งานทัศนศิลป์ ๑๙. ครูแนะนาให้นักเรียนนาความรู้เรื่องการวิเคราะห์วิจารณ์งานทัศนศิลป์ไปใช้ประโยชน์ใน ชีวิตประจาวันได้อย่างไร ๙ สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑. หนังสือเรียนรายวิชา ทัศนศิลป์ ๓ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ของบริษัท สานักพิมพ์เอมพันธ์ จากัด ๒. วีดิทัศน์ แผ่นใส และรูปภาพประกอบ ๑๐ การบูรณาการ ๑. กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ได้แก่ ทักษะการฟัง ทักษะการอ่าน ทักษะการเขียนและทักษะ การพูด ๒. ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ๓. คุณธรรมจริยธรรม และศีลธรรม ๔. หน้าที่พลเมืองดี กิจกรรมพัฒนากระบวนการคิดที่ ๗ การวิเคราะห์วิจารณ์งานทัศนศิลป์ ของตนเองและผู้อื่น กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การบูรณาการ คุณธรรมจริยธรรม หน้าที่พลเมืองดี
98.
๔๑ กิจกรรมเรื่อง: ฝึกวิเคราะห์วิจารณ์งานทัศนศิลป์ คาชี้แจง ให้นักเรียนฝึกวิเคราะห์วิจารณ์งานทัศนศิลป์
โดยใช้ตารางที่กาหนดให้ในหน่วยที่ ๓ กาหนด คะแนนเอง (นักเรียนอาจศึกษาในหน่วยที่ ๕ เพิ่มเติม) ๑. ครูควรหาภาพหรืองานทัศนศิลป์มาเป็นตัวอย่างให้ร่วมกันวิจารณ์โดยใช้เนื้อหาจากตาราง เป็นเกณฑ์ในการอภิปราย ๒. ครูควรชี้แนะหรือนาในการอภิปรายก่อนในระยะแรก ต่อไปเมื่อนักเรียนเข้าใจแล้วให้ นักเรียนนางานทัศนศิลป์ของตนเองมาร่วมอภิปรายในชั้นเรียน ๓. ความรู้ความเข้าใจเรื่องทัศนธาตุและการจัดองค์ประกอบศิลป์กาหนดไว้ในหน่วยที่ ๑ ครู และนักเรียนอาจค้นหาจากที่อื่นหรือจากอินเทอร์เน็ต บันทึกหลังการสอน ๑. ผลการสอน ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ๒. ปัญหา/อุปสรรค
99.
๔๒ ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ๓. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ลงชื่อ...............................................ครูผู้สอน (...............................................) วันที่.......เดือน..........................พ.ศ. ............ ๔.
ข้อเสนอแนะรองผู้อานวยการฝ่ายวิชาการ ………………………………………………………………………………………………………….………. …………………………………………………………………………………………………….……………. ………………………………………………………………………………………………………….………. ………………………………………………………………………………………………………..…………. ……………………………………………………………………………………………………..……………. ลงชื่อ............................................................... ( นางสาวโสภา ขาเจริญ ) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔ วิชา ทัศนศิลป์ ๓ ศ ๒๓๑๐๑ โรงเรียนมัธยมวัดดอนตูม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ เรื่อง วัฒนธรรม ประเพณี อาชีพที่เกี่ยวข้องกับงานทัศนศิลป์ เวลา ๖ ชั่วโมง ๑ เป้าหมายการเรียนรู้ ๑. ระบุการประกอบอาชีพทางทัศนศิลป์ ๒. อธิบายและวิเคราะห์งานทัศนศิลป์กับการสะท้อนคุณค่าของวัฒนธรรม ๒ สาระสาคัญ
100.
๔๓ บ้านเรือนไทย อาจเรียกว่า บ้านไทยหรือเรือนไทยก็ได้
สร้างด้วยไม้โดยปลูกสร้างแบบติดพื้นดินและ แบบยกพื้นสูงและกั้นฝา มีหลังคาคลุม เป็นบ้านชนบทปลูกอยู่ริมน้า เช่น เรือนไทยเครื่องผูกและเรือน ไทยเครื่องสับ เป็นต้น ๓ มาตรฐานและตัวชี้วัด มาตรฐาน ศ ๑.๑ สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะ อย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน มาตรฐาน ศ ๑.๒ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างทัศนศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่า งานทัศนศิลป์ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและ สากล ตัวชี้วัด : สิ่งที่นักเรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ มฐ.ศ.๑.๑ มฐ.ศ.๑.๒ ตัวชี้วัด : สิ่งที่นักเรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ ๑๐. ระบุอาชีพที่เกี่ยวข้องกับงานทัศนศิลป์และ ทักษะที่จาเป็นในการประกอบอาชีพนั้นๆ ๑. ศึกษาและอภิปรายเกี่ยวกับงานทัศนศิลป์ที่ สะท้อนคุณค่าของวัฒนธรรม
101.
๔๔ ๔ สาระการเรียนรู้ ๑. วัฒนธรรมการสร้างบ้านเรือนไทย กิจกรรมเรื่อง:
สร้างบ้านเรือนไทยจากกระดาษ ๒. ประเพณีไทย กิจกรรมเรื่อง: รวบรวมสัญลักษณ์ประเพณีไทย ๓. อาชีพที่เกี่ยวข้องกับงานทัศนศิลป์ กิจกรรมเรื่อง: อาชีพที่เกี่ยวกับงานทัศนศิลป์ในท้องถิ่นเรา ๕ กิจกรรมฝึกทักษะที่ควรเพิ่มให้นักเรียน K (Knowledge) ความรู้ ความเข้าใจ P (Practice) การฝึกปฏิบัติ A (Attitude) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ วิเคราะห์และบอกความ แตกต่างเกี่ยวกับวัฒนธรรม ประเพณีต่างๆ ที่สะท้อน คุณค่าในงานทัศนศิลป์และ การประกอบอาชีพทาง ทัศนศิลป์ในท้องถิ่นได้ ๑. ระบุการประกอบอาชีพ ทางทัศนศิลป์ ๒. อธิบายและวิเคราะห์งาน ทัศนศิลป์กับการสะท้อน คุณค่าของวัฒนธรรม ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๒. ซื่อสัตย์สุจริต ๓. มีวินัย ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๖. มุ่งมั่นในการทางาน ๗. รักความเป็นไทย ๘. มีจิตสาธารณะ ๖ การวัดและประเมินผล ๑. เครื่องมือวัดและประเมินผล ๑) คาถามส่งเสริมการเรียนรู้ ๒) กิจกรรมพัฒนากระบวนการคิด ๓) แบบประเมินพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ๔) แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ๕) แบบสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๒. วิธีวัดผล ๑) ตรวจคาถามส่งเสริมการเรียนรู้ ๒) ตรวจกิจกรรมพัฒนากระบวนการคิด ๓) สังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม
102.
๔๕ ๔) สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ๕) สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓.
เกณฑ์การวัดและประเมินผล ๑) การประเมินผลจากคาถามส่งเสริมการเรียน ต้องผ่านเกณฑ์การทดสอบเกินร้อยละ ๕๐ ๒) การประเมินผลจากแบบตรวจกิจกรรมพัฒนากระบวนการคิด ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน เรื่องความรู้ความเข้าใจ การนาไปใช้ทักษะ และจิตพิสัย ทุกช่องเกินร้อยละ ๕๐ ๓) การประเมินผลจากการสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน คือ เกินร้อยละ ๕๐ ๔) การประเมินผลการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล เกณฑ์ผ่านการประเมิน ต้องไม่มีช่อง ปรับปรุง ๕) การประเมินผลการสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับ การประเมินตามสภาพจริง ๗ หลักฐาน/ผลงาน ๑) ผลการตอบคาถามส่งเสริมการเรียนรู้ ๒) ผลการทากิจกรรมพัฒนากระบวนการคิด ๘ กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑-๒ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑. นักเรียนและครูสนทนาถึงเรือนไทย ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นของไทยมีเอกลักษณ์ เฉพาะตัวแบ่งออกเป็น ๒ ชนิด ตามกรรมวิธีก่อสร้าง คือ เรือนไทยเครื่องผูกและเรือนไทยเครื่องสับ ๒. ครูแสดงรูปภาพบ้านเรือนไทย และเปิดโอกาสให้นักเรียนแสดงความคิดเห็น ขั้นสอน ๓. ครูอธิบายวัฒนธรรมการสร้างบ้านเรือนไทย โดยฉายวีดิทัศน์ให้นักเรียนดูเพื่อสื่อให้นักเรียน เข้าใจง่ายยิ่งขึ้น ๔. นักเรียนหารูปภาพบ้านเรือนไทยในลักษณะต่างๆ จากแหล่งความรู้ หรือสื่อสิ่งพิมพ์มาคนละ ๑- ๕ รูปภาพ แล้วเขียนระบุรายละเอียดให้ชัดเจน
103.
๔๖ ๕. ครูอธิบายลักษณะบ้านเรือนไทยเครื่องผูก โดยแสดงรูปภาพประกอบ
เช่น ลักษณะบ้านเรือนไทย เครื่องผูกยกพื้นสูงประกอบด้วยไม้ไผ่เป็นส่วนใหญ่ และมุงหลังคาด้วยใบตองตึง ๖. ครูอธิบายลักษณะบ้านเรือนไทยเครื่องสับ ปัจจุบันเรียกวิธีนี้ว่าระบบน็อกดาวน์ (Knockdown) โดยแสดงรูปภาพประกอบ ดังนี้ ไม้้ไผ่้เป็้น ๗. ครูอธิบายลักษณะของบ้านเรือนเดี่ยว เป็นบ้านของครอบครัวเดียว ประกอบด้วยเรือน ๒ หลัง คือ เรือนนอนและเรือนครัวมีระเบียงหรือชานเชื่อมตรงกลาง โดยครูฉายวีดิทัศน์ให้นักเรียนดู ๘. ครูอธิบายลักษณะของบ้านเรือนหมู่ ซึ่งเป็นกลุ่มบ้านของครอบครัวขยายคือมีเรือนหลายหลัง หลายครอบครัวต่อเติมออกจากบ้านเรือนเดี่ยว อาจจะปลูกขื่อตามแนวยาวหรือปลูกขวางมีชานเชื่อม ตรงกลาง หรือปลูกอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกันโดยไม่มีชานเชื่อม โดยการฉายวีดิทัศน์ให้นักเรียนดู
104.
๔๗ ๙. ครูอธิบายเอกลักษณ์ของเรือนไทยเครื่องสับ โดยใช้แผ่นใสรูปภาพประกอบ ๑๐.
นักเรียนบอกส่วนประกอบของเรือนไทยเครื่องสับ ดังนี้ ๑) รากฐาน ประกอบด้วย งัว กงพัดและแระ ใช้ฝังใต้ดินเพื่อรองรับเสา ๒) เสา มีหลายชนิดเรียกชื่อตามตาแหน่งที่ตั้ง ได้แก่ เสาเรือน เสาตั้ง เสาระเบียง เสาตอม่อ เสาชาน เสาหมอ เสานางเรียง ๓) พื้น ได้แก่ พื้นเรือน พื้นระเบียง และพื้นชาน พื้นเกี่ยวโยงกับส่วนประกอบที่สาคัญ คือ รอด รา ตง พรึง ฝักมะขาม ๔) ฝาเรือน เป็นฝาสาเร็จรูปมีชื่อเรียกต่างกันไปตามตาแหน่งที่อยู่ คือ ฝาเรือน ฝาหุ้มกลอง ฝา ประจันห้อง ฝาระเบียง ฝาเชี่ยง ฝาชาม ๕) ประตู มี ๒ ชนิด คือ ประตูเรือนและประตูรั้วชาน ๖) หน้าต่าง ได้แก่ หน้าต่างของเรือนนอนและหน้าต่างเรือนครัว ๗) บันได เป็นบันไดสาเร็จรูปที่นามาติดตั้งภายหลัง ๘) เครื่องบน ได้แก่ โครงหลังคาและหลังคา โครงหลังคา เช่น อกไก่ จันทัน แปตั้ง กลอน ขื่อ ระแนง สะพานหนู เชิงกลอน เต้า สลักเดือย ค้างคาว หน้าจั่ว หลังคาได้แก่ เครื่องมุง ปั้นลม ไขรา กัน สาด หลังคาระเบียง ๙) เครื่องเรือนไทย ได้แก่ สิ่งของเครื่องใช้ที่จาเป็นซึ่งมีไม่มากเพื่อความสะดวกในการขนย้าย ได้แก่ กระจก ฉากบังตา โต๊ะ ตู้ เตียง หิ้ง โต๊ะหมู่บูชา ส่วนประกอบของบ้านเรือนไทยแสดงให้เห็นรายละเอียดต่างๆ และมาตราส่วนที่นิยมสร้างบ้านเรือนไทย
105.
๔๘ ๑๑. นักเรียนสร้างบ้านเรือนไทยโดยใช้กระดาษชนิดต่างๆ มาประกอบเป็นส่วนต่างๆ
ของบ้านเรือน ไทยโดยให้ส่วนประกอบเป็นไปตามชิ้นส่วนที่กาหนดไว้ในเนื้อหาของบ้านเรือนไทย นักเรียนอาจย่อหรือ ขยายสัดส่วนของเรือนไทยได้ตามเหมาะสม โดยนักเรียนควรศึกษาการสร้างบ้านเรือนไทยจากการชม ของจริงหรือศึกษาจากหนังสือ “การสร้างบ้านเรือนไทยจาลอง” ๑๒. ครูแนะนาให้นักเรียนทุกคนปฏิบัติตนไปในทางสายกลางเป็นการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบที่ไม่ตึงไม่ หย่อนเกินไป เป็นความพอดี ซึ่งจุดของความพอดีสาหรับแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไป เพราะแต่ละคน แตกต่างกัน เพื่อเสริมจุดแข็งกาจัดจุดอ่อนของแต่ละคน โดยมีเป้าหมายที่เหมือนกันคือการได้มีงานทา ตรงตามคุณสมบัติของตนเอง จะทาให้รักและทางานนั้นได้นาน ขั้นสรุปและประยุกต์ใช้ ๑๓. นักเรียนสรุปโดยอธิบายเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างเรือนไทยเครื่องผูกกับเรือนไทย เครื่องสับ ๑๔. ครูแนะนาให้นักเรียนสามารถนาความรู้เรื่องวัฒนธรรมการสร้างบ้านเรือนไทยไปใช้ประโยชน์ใน ชีวิตประจาวันได้อย่างไร ๑๕. นักเรียนทากิจกรรมพัฒนากระบวนการคิด และคาถามส่งเสริมการเรียนรู้ ๑๖. ครูแนะแนวทางการปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีตามวิถีชีวิตประชาธิปไตยในด้านสังคมดังนี้ คือ ๑) การแสดงความคิดอย่างมีเหตุผล ๒) การรับฟังข้อคิดเห็นของผู้อื่น ๓) การยอมรับเมื่อผู้อื่นมีเหตุผลที่ดีกว่า ๔) การตัดสินใจโดยใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ ๕) การเคารพระเบียบของสังคม เช่น แต่งกายถูกระเบียบของโรงเรียน ๖) การมีจิตสาธารณะ คือ เห็นแก่ประโยชน์ของส่วนรวมและรักษาสาธารณสมบัติ เช่น ปิด ไฟฟ้า ปิดน้า การเก็บกวาดขยะ เป็นต้น
106.
๔๙ ชั่วโมงที่ ๓-๔ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑๗. ครูและนักเรียนสนทนากันถึงการประกอบพิธีหรือการปฏิบัติเกี่ยวกับประเพณีเหล่านี้ต้อง กระทาให้แตกต่างจากความเป็นอยู่ปกติ
คือมีความโดดเด่นเฉพาะตัว เช่น ประเพณีลอยกระทงจะมี ความโดดเด่นเฉพาะตัวในเรื่องเวลาในการประกอบพิธีคือ กลางคืนในวันพระจันทร์เต็มดวงเดือน ๑๒ สถานที่คือ กลางสายน้าหรือริมฝั่ง ถ้าไม่มีสถานที่ดังกล่าวอาจจะใช้บริเวณสระน้าหรืออ่างน้าแทนก็ได้ อุปกรณ์สาคัญในการประกอบพิธีคือ กระทงที่ลอยน้าได้สามารถจุดธูปเทียนในกระทงได้ หรือตัวอย่าง ความโดดเด่นของประเพณีสงกรานต์คือ การสาดน้าหรือรดน้าดาหัวในวันที่ ๑๓-๑๕ เมษายนของทุกปี ๑๘. ครูกล่าวเพิ่มเติมว่านอกจากการปฏิบัติตนตามประเพณีเหล่านี้แล้ว การประดับตกแต่งเครื่อง แต่งกาย เครื่องประกอบพิธีด้านกายภาพก็มีความสาคัญไม่น้อย ซึ่งจะเห็นว่าการใช้สัญลักษณ์ในแต่ละ ประเพณีมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเจน เช่น การแต่งกายของประเพณีการแต่งงานย่อมแตกต่าง ไปจากการแต่งกายของประเพณีการตาย การประดับตกแต่งสถานที่และส่วนประกอบปลีกย่อยของ ลาดับขั้นตอนในพิธีก็มีความแตกต่างกันด้วย เมื่อพิจารณาแล้วจะเห็นว่างานทัศนศิลป์ เข้าไปแทรกอยู่ ทุกส่วนของงานด้านสัญลักษณ์ เช่น การแต่งกาย การประดับตกแต่งอุปกรณ์ประกอบพิธี การตกแต่ง สถานที่ ฯลฯ ซึ่งประเพณีแต่ละอย่างจะต้องอาศัยงานทัศนศิลป์เพื่อการออกแบบที่แตกต่างกัน ตัวอย่าง ที่เห็นได้ชัด ได้แก่ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระศพพระราชวงศ์ซึ่งมีการประดับตกแต่งพระเมรุ มาศและฉากบังเพลิงที่วิจิตรงดงาม ๑๙. ครูเชื่อมโยงเนื้อหาเข้าสู่การเรียนการสอนต่อไป ขั้นสอน ๒๐. ครูอธิบายลักษณะการจัดงานประเพณีไทย โดยการฉายวีดิทัศน์และแสดงรูปภาพจากแผ่นใส ประกอบ เพื่อสื่อความหมายให้นักเรียนเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น ๒๑. ครูและนักเรียนยกตัวอย่างประเพณีทางศาสนา เช่น ประเพณีการทาบุญวันเข้าพรรษา ประเพณีการทาบุญวันออกพรรษา ประเพณีสงกรานต์ ประเพณีบวชนาค ประเพณีการขอขมาลาโทษสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ ฯลฯ
107.
๕๐ ๒๒. ครูและนักเรียนยกตัวอย่างประเพณีทางสังคม ได้แก่
ประเพณีการเกิด ประเพณีการแต่งงาน ประเพณีการตาย ประเพณีการผูกเสี่ยว ประเพณีการสร้างบ้าน ประเพณีการประกอบอาชีพ ประเพณี การแต่งกาย ประเพณีความเป็นอยู่ในชีวิตประจาวัน ฯลฯ ๒๓. ครูเน้นให้นักเรียนควรศึกษาความโดดเด่นเฉพาะตัวของแต่ละประเพณีและการออกแบบ สัญลักษณ์ที่เป็นตัวแทนของประเพณีเหล่านั้น การออกแบบสัญลักษณ์ หมายถึง การสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์เพื่อใช้เป็นตัวแทนของเรื่องราวของ ประเพณีที่กาหนด เช่น การออกแบบสัญลักษณ์ของเครื่องแต่งกายประเพณีวันลอยกระทง ชาย สวมเสื้อลายดอกคอกลมแขนสั้นปล่อย ชาย นุ่งกางเกงทรงสุภาพ มีผ้าขาวม้า คาดเอว สวมรองเท้าทรงสุภาพ หญิง แต่งชุดไทยสมัยนิยมหรือสวมเสื้อ สีพื้นคอกลมแขนสามส่วนรัดรูป นุ่งผ้าถุง สาเร็จ สวมรองเท้าสุภาพ ทัดหูด้วยดอกไม้ ไทย ๒๔. ครูเน้นให้นักเรียนการออกแบบสัญลักษณ์ของสถานที่ สถานที่จัดงานลอยกระทงมีสะพานไม้หรือ วัสดุลอยน้ายื่นออกกลางลาน้าไม่เกิน ๔ เมตร รับน้าหนักคนได้ไม่น้อยกว่า ๒๐ คน มีแสงไฟ ส่องสว่างโดยรอบ ประดับตกแต่งด้วยประทีปโคมไฟที่สวยงาม บริเวณชายฝั่งด้านข้างสะพานมีรั้วกั้น ป้องกันคนตกลงไปในลาน้า ร้านค้าขายกระทงตั้งเรียงอยู่สองข้างทางเดินลงสะพาน ๒๕. นักเรียนแต่ละคนรวบรวมสัญลักษณ์ที่แสดงออกถึงประเพณีไทย เช่น ประเพณีแห่นาค ประเพณีแต่งงาน ประเพณีทางศาสนา ประเพณีทางความเชื่อของสังคม ประเพณีเกี่ยวกับเทพเจ้าและผี ฯลฯ โดยรวบรวมรูปภาพหรือวาดภาพประกอบในหัวข้อต่อไปนี้ ๑) การแต่งกายที่บ่งบอกถึงประเพณีอย่างชัดเจน ๒) การตกแต่งหรือกาหนดสถานที่ของประเพณี
108.
๕๑ ๓) อุปกรณ์ประกอบพิธีที่สาคัญ ๔) วัน/เวลาในการประกอบพิธี ๕)
เพลงหรือการละเล่นประกอบพิธี ๒๖. นักเรียนแต่ละคนควรรายงานประเพณีที่ไม่ซ้ากัน ครูอาจแบ่งการรายงานตามความพร้อมของ นักเรียนหรือโดยวิธีการจับสลากกาหนดให้ทารายงานในสมุดวาดเขียนขนาด A4 คนละ ๑ เล่ม ๒๗. ครูชี้ให้นักเรียนเห็นว่าประเพณีต่าง ๆ ในปัจจุบันเป็นสิ่งที่ดีงาม และเป็นวัฒนธรรมที่ ทรงคุณค่าควรแก่การรักษาไว้คู่กับประเทศไทยตลอดไป ๒๘. ครูเตือนสติให้นักเรียนทุกคนหันมาใช้แนวทางการใช้ “ชีวิตพอเพียง เดินสายกลาง รู้จัก ประมาณตน มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน” ใช้สติปัญญาให้รอบคอบ แล้วจะให้การดาเนินชีวิตเป็นสุข ขั้นสรุปและประยุกต์ใช้ ๒๙. ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปเพิ่มเติมในเรื่องที่ยังไม่ได้กล่าวถึง ๓๐. นักเรียนอธิบายประเพณีไทยและการออกแบบสัญลักษณ์เพื่อใช้เป็นตัวแทนเรื่องราวประเพณี ต่างๆ ๓๑. ครูแนะนาให้นักเรียนสามารถนาความรู้เรื่องประเพณีไทยไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวันได้ อย่างไร ๓๒. นักเรียนทากิจกรรมพัฒนากระบวนการคิด และคาถามส่งเสริมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๕-๖ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๓๓. ครูและนักเรียนสนทนากันว่าการประกอบอาชีพในปัจจุบันมีหลายอย่าง แต่คนไทยส่วนใหญ่ ประกอบ อาชีพเกษตรกรรม รองลงมาได้แก่อาชีพค้าขายและรับราชการหรือขายแรงงานตลอดจนการบริการ ส่วนอาชีพที่มีน้อยที่สุดได้แก่ อาชีพสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ จะเห็นได้ว่าในหมู่บ้านหรือท้องถิ่นแต่ ละแห่งจะมีผู้ประกอบอาชีพนี้เพียงคนเดียวหรือกลุ่มเดียว อาจเนื่องจากต้องอาศัยความรู้ ความ ชานาญที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษหรือเรียนรู้อย่างจริงจังจากประสบการณ์ และพัฒนา รูปแบบจนเป็นที่ยอมรับของสังคม จึงจัดว่าเป็นอาชีพที่ค่อนข้างยากสาหรับคนทั่วไป แต่อย่างไรก็ ตาม อาชีพสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ต้องมีเพื่อรับใช้สังคมไปตลอดกาล ซึ่งนักเรียนได้ทราบแล้วว่า งานทัศนศิลป์นั้นประกอบด้วย งานจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์และสถาปัตยกรรม ประยุกต์ ศิลป์ ได้แก่ หัตถศิลป์ อุตสาหกรรมศิลป์ และออกแบบสื่อสาร ๓๔. ครูและนักเรียนยกตัวอย่างบุคคลที่ประกอบอาชีพทัศนศิลป์ที่มีชื่อเสียง ขั้นสอน ๓๕. ครูแนะนาอาชีพที่เกี่ยวข้องกับงานทัศนศิลป์ โดยยกตัวอย่างประกอบ
109.
๕๒ ๑) งานจิตรกรรม ได้แก่
อาชีพเขียนภาพ อาชีพครูสอนเขียนภาพ เขียนภาพประกอบหนังสือ การเขียนภาพการ์ตูน การเขียนภาพโฆษณา การเขียนภาพประกาศขนาดใหญ่ การออกแบบประดับ ตกแต่ง การลงรักปิดทอง ฯลฯ ๒) งานประติมากรรม ได้แก่ อาชีพปั้น หล่อประติมากรรมปั้นพระพุทธรูป การแกะสลักไม้ หินน้าแข็งผักผลไม้ โฟม การจัดดอกไม้ ปั้นภาชนะเครื่องใช้ กระถาง คนโทน้า ถ้วยจาน เซรามิก หม้อ ไห ฯลฯ ๓) งานภาพพิมพ์ การออกแบบการพิมพ์ การพิมพ์ด้วยแม่พิมพ์ชนิดต่างๆ ๔) งานสถาปัตยกรรม ได้แก่ อาชีพก่อสร้างอาคาร บ้านเรือน โบสถ์ วิหาร เจดีย์ สถูป ปราสาท ราชวัง ๕) งานหัตถศิลป์ ได้แก่ อาชีพหัตถกรรมต่างๆ เช่น การทอผ้า การจักสาน การประดิษฐ์ เฟอร์นิเจอร์ การประดิษฐ์เครื่องใช้ทางการเกษตร การเย็บปักถักร้อย การทาเครื่องประดับตกแต่ง ช่าง เสริมสวย ๖) งานอุตสาหกรรมศิลป์ ได้แก่ อาชีพออกแบบอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าจากโรงงาน การ ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า การผลิตยานพาหนะ การผลิตเครื่องแต่งกาย การผลิตเครื่องอานวยความสะดวกใน การดารงชีวิต การผลิตอุปกรณ์ที่ใช้ในการสื่อสาร ฯลฯ ๗) งานการออกแบบสื่อสาร ได้แก่ อาชีพการออกแบบสิ่งพิมพ์ การสร้างภาพยนตร์ การ ออกแบบเว็บไซต์การออกแบบโฆษณาธุรกิจ การออกแบบแฟชั่น ฯลฯ ๓๖. นักเรียนปฏิบัติกิจกรรม ดังนี้ ๑) ค้นหาอาชีพในท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับงานทัศนศิลป์ ๒) จัดทาหนังสือรายงานอาชีพที่ค้นพบโดยเขียนหัวข้อที่สาคัญดังนี้ ชื่ออาชีพ ความเกี่ยวข้องกับงานทัศนศิลป์ ผู้ประกอบอาชีพ สถานที่ ขั้นตอนการผลิตผลงาน ประโยชน์ที่ได้รับทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค ตัวอย่างผลงานที่ผลิต คาขอบคุณผู้ให้ข้อมูลและประวัติผู้จัดทา ๓) การจัดทาหนังสือควรจัดทาอย่างง่ายดังนี้ ขนาดหนังสือคือกระดาษ A4 พับครึ่ง (A5) ใช้กระดาษพิมพ์หรือกระดาษก๊อบปี้ที่มีจาหน่ายในท้องตลาด วางแผนกาหนดเนื้อหาและภาพประกอบเพื่อกาหนดจานวนหน้าของหนังสือ จัดพิมพ์เนื้อหาและภาพประกอบแต่ละแผ่นโดยพิมพ์ทั้งด้านหน้าและด้านหลังแล้ว พับกลางใช้ลวดเย็บกระดาษเย็บตรงกลางเล่ม ๒ จุด (หรือเขียนด้วยลายมือที่สวยงาม) ๔) การออกแบบหน้ากระดาษ ๕) การกาหนดหน้า ให้นักเรียนพับกระดาษแล้วซ้อนกันหลายๆ แผ่น เขียนเลขหน้ากากับไว้ ทุกแผ่นจากนั้นจึงนากระดาษมาจัดเนื้อหาและจัดภาพใส่ (ออกแบบหัวกระดาษ)
110.
๕๓ ๖) ส่วนประกอบของหนังสือ ให้นักเรียนศึกษาจากหนังสือทั่วไป
ซึ่งประกอบด้วย ปกหน้า คานา สารบัญ เนื้อหา บรรณานุกรม ฯลฯ ๗) ภาพประกอบหนังสือ นักเรียนอาจใช้ภาพถ่าย ภาพจากนิตยสาร หรือภาพวาดประกอบ ขึ้นมาเอง ๓๗. ครูเน้นให้นักเรียนมีความซื่อสัตย์สุจริต ได้แก่ มีความจริงใจ ไม่มีอคติ ปฏิบัติตนซื่อสัตย์สุจริต ต้องทางานอยู่บนพื้นฐานของความไว้วางใจและมีไมตรีจิตต่อกัน หรือไม่เชื่อถือผู้อื่นนอกจากตนเอง ๓๘. ครูอธิบายเพิ่มเติมว่าการมีภูมิคุ้มกันในตัวเองที่ดีคือการเรียนรู้ให้เข้าใจและมีทักษะในงาน ทัศนศิลป์ แล้วสามารถนาไปประกอบอาชีพของตนเองได้ จะเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุด ความเอาใจใส่และ ความขยันอดทนจะทาให้เห็นคุณค่าและตระหนักดีว่าสามารถฟันฝ่าอุปสรรคไปได้ ขั้นสรุปและประยุกต์ใช้ ๓๙. นักเรียนซักถามข้อมูลที่สงสัย ครูช่วยสรุปและอธิบายเพิ่มเติมให้เนื้อหาสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ๔๐. นักเรียนสรุปโดยอธิบายอาชีพที่เกี่ยวข้องกับงานทัศนศิลป์ ๔๑. ครูแนะนาให้นักเรียนสามารถนาความรู้เรื่องวัฒนธรรม ประเพณี และอาชีพที่เกี่ยวข้องกับงาน ทัศนศิลป์ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวันได้อย่างไร ๔๒. นักเรียนทากิจกรรมพัฒนากระบวนการคิด และคาถามส่งเสริมการเรียนรู้ ๙ สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๓. หนังสือเรียนรายวิชา ทัศนศิลป์ ๓ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ของบริษัท สานักพิมพ์เอมพันธ์ จากัด ๔. วีดิทัศน์ แผ่นใส และรูปภาพประกอบ ๕. ข่าวสาร สื่อสิ่งพิมพ์ ๑๐ การบูรณาการ ๑. กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ได้แก่ ทักษะการฟัง ทักษะการอ่าน ทักษะการเขียนและทักษะ การพูด ๒. ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ๓. คุณธรรมจริยธรรม และศีลธรรม ๔. หน้าที่พลเมืองดี วัฒนธรรม ประเพณี อาชีพที่ เกี่ยวข้องกับงานทัศนศิลป์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การบูรณาการ คุณธรรมจริยธรรม หน้าที่พลเมืองดี
111.
๕๔ กิจกรรมพัฒนากระบวนการคิดที่ ๘ กิจกรรมเรื่อง :
สร้างบ้านเรือนไทยจากกระดาษ คาชี้แจง ให้นักเรียนสร้างบ้านเรือนไทยโดยใช้กระดาษชนิดต่างๆ มาประกอบเป็นส่วนต่างๆ ของ บ้านเรือนไทยโดยให้ส่วนประกอบเป็นไปตามชิ้นส่วนที่กาหนดไว้ในเนื้อหาของบ้านเรือนไทย นักเรียนอาจย่อหรือขยายสัดส่วนของเรือนไทยได้ตามเหมาะสม คาแนะนา ควรศึกษาการสร้างบ้านเรือนไทยจากการชมของจริงหรือศึกษาจากหนังสือ “การสร้าง บ้านเรือนไทยจาลอง” กิจกรรมพัฒนากระบวนการคิดที่ ๙ กิจกรรมเรื่อง: รวบรวมสัญลักษณ์ประเพณีไทย คาชี้แจง ให้นักเรียนแต่ละคนรวบรวมสัญลักษณ์ที่แสดงออกถึงประเพณีไทย เช่น ประเพณีแห่นาค ประเพณีแต่งงาน ประเพณีทางศาสนา ประเพณีทางความเชื่อของสังคม ประเพณีเกี่ยวกับ เทพเจ้าและผี ฯลฯ โดยรวบรวมรูปภาพหรือวาดภาพประกอบในหัวข้อต่อไปนี้ ๑. การแต่งกายที่บ่งบอกถึงประเพณีอย่างชัดเจน ๒. การตกแต่งหรือกาหนดสถานที่ของประเพณี ๓. อุปกรณ์ประกอบพิธีที่สาคัญ ๔. วัน/เวลาในการประกอบพิธี ๕. เพลงหรือการละเล่นประกอบพิธี
112.
๕๕ การรายงาน นักเรียนแต่ละคนควรรายงานประเพณีที่ไม่ซ้ากัน ครูอาจแบ่งการรายงานตามความพร้อม ของนักเรียนหรือโดยวิธีการจับสลากกาหนดให้ทารายงานในสมุดวาดเขียนขนาด
A4 คน ละ ๑ เล่ม กิจกรรมพัฒนากระบวนการคิดที่ ๑๐ กิจกรรมเรื่อง: อาชีพที่เกี่ยวกับงานทัศนศิลป์ในท้องถิ่นเรา คาชี้แจง ๑. ให้นักเรียนค้นหาอาชีพในท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับงานทัศนศิลป์ ๒. นักเรียนจัดทาหนังสือรายงานอาชีพที่ค้นพบโดยเขียนหัวข้อที่สาคัญดังนี้ ชื่ออาชีพ ความเกี่ยวข้องกับงานทัศนศิลป์ ผู้ประกอบอาชีพ สถานที่ ขั้นตอนการผลิตผลงาน ประโยชน์ที่ได้รับทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค ตัวอย่างผลงานที่ผลิต คาขอบคุณผู้ให้ข้อมูลและประวัติผู้จัดทา ๓. การจัดทาหนังสือควรจัดทาอย่างง่ายดังนี้ ขนาดหนังสือคือกระดาษ A4 พับครึ่ง (A5) ใช้กระดาษพิมพ์หรือกระดาษก๊อบปี้ที่มีจาหน่ายในท้องตลาด วางแผนกาหนดเนื้อหาและภาพประกอบเพื่อกาหนดจานวนหน้าของหนังสือ จัดพิมพ์เนื้อหาและภาพประกอบแต่ละแผ่นโดยพิมพ์ทั้งด้านหน้าและด้านหลังแล้ว พับกลางใช้ลวดเย็บกระดาษเย็บตรงกลางเล่ม ๒ จุด (หรือเขียนด้วยลายมือที่สวยงาม) ๔. การออกแบบหน้ากระดาษ ๕. การกาหนดหน้า ให้นักเรียนพับกระดาษแล้วซ้อนกันหลายๆ แผ่น เขียนเลขหน้ากากับไว้ ทุกแผ่นจากนั้นจึงนากระดาษมาจัดเนื้อหาและจัดภาพใส่ (ออกแบบหัวกระดาษ) ๖. ส่วนประกอบของหนังสือ ให้นักเรียนศึกษาจากหนังสือทั่วไป ซึ่งประกอบด้วย ปกหน้า คา นา สารบัญ เนื้อหา บรรณานุกรม ฯลฯ ๗. ภาพประกอบหนังสือ นักเรียนอาจใช้ภาพถ่าย ภาพจากนิตยสาร หรือภาพวาดประกอบ ขึ้นมา เอง
113.
๕๖ บันทึกหลังการสอน ๑. ผลการสอน ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ๒. ปัญหา/อุปสรรค ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ๓.
ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ลงชื่อ...............................................ครูผู้สอน (...............................................) วันที่.......เดือน..........................พ.ศ. ............
114.
๕๗ ๔. ข้อเสนอแนะรองผู้อานวยการฝ่ายวิชาการ ………………………………………………………………………………………………………….………. …………………………………………………………………………………………………….……………. ………………………………………………………………………………………………………….………. ………………………………………………………………………………………………………..…………. ……………………………………………………………………………………………………..……………. ลงชื่อ............................................................... ( ..........................................) แผนการจัดการเรียนรู้ที่
๕ วิชา ทัศนศิลป์ ๓ ศ ๒๓๑๐๑ โรงเรียนมัธยมวัดดอนตูม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๕ เรื่อง การประเมินผลงานทัศนศิลป์เพื่อจัดนิทรรศการ เวลา ๖ ชั่วโมง ๑ เป้าหมายการเรียนรู้ อธิบายและจัดนิทรรศการ ๒ สาระสาคัญ นิทรรศการ เป็นการแสดงการให้การศึกษาอย่างหนึ่งด้วยการจัดแสดงผลงานให้ชม อาจมีผู้บรรยาย หรือไม่มีก็ได้ การแสดงอาจจัดนอกอาคารหรือในอาคารก็ได้ ซึ่งจะประกอบด้วยของจริง สิ่งจาลอง ภาพถ่าย แผนภูมิ สิ่งของต่างๆ ที่จะนาออกมาแสดง แต่ในการจัดเตรียมจะจัดอย่างมีระเบียบเรียบร้อย ดูง่ายทาให้เกิดความรู้ ๓ มาตรฐานและตัวชี้วัด มาตรฐาน ศ ๑.๑ สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะ อย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน ตัวชี้วัด: สิ่งที่นักเรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ ๑๑.เลือกงานทัศนศิลป์โดยใช้เกณฑ์ที่กาหนดขึ้นอย่างเหมาะสมและนาไปจัดนิทรรศการ ๔ สาระการเรียนรู้ ๑. การจัดนิทรรศการศิลปะ
115.
๕๘ ๒. เกณฑ์การประเมินผลงานทัศนศิลป์ กิจกรรมเรื่อง: โครงงานการจัดนิทรรศการศิลปะ
116.
๕๙ ๕ ๕ .
กิจกรรมฝึกทักษะที่ควรเพิ่มให้นักเรียน K (Knowledge) ความรู้ ความเข้าใจ P (Practice) การฝึกปฏิบัติ A (Attitude) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ เลือกงานทัศนศิลป์โดยใช้เกณฑ์ ที่กาหนดขึ้นอย่างเหมาะสม และใช้ความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับหลักการจัดนิทรรศการ นาไปใช้จัดนิทรรศการได้ อธิบายและจัด นิทรรศการได้ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๒. ซื่อสัตย์สุจริต ๓. มีวินัย ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๖. มุ่งมั่นในการทางาน ๗. รักความเป็นไทย ๘. มีจิตสาธารณะ ๖ การวัดและประเมินผล ๑. เครื่องมือวัดและประเมินผล ๑) คาถามส่งเสริมการเรียนรู้ ๒) กิจกรรมพัฒนากระบวนการคิด ๓) แบบประเมินพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ๔) แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ๕) แบบสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๒. วิธีวัดผล ๑) ตรวจคาถามส่งเสริมการเรียนรู้ ๒) ตรวจกิจกรรมพัฒนากระบวนการคิด ๓) สังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ๔) สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ๕) สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓. เกณฑ์การวัดและประเมินผล ๑) การประเมินผลจากคาถามส่งเสริมการเรียน ต้องผ่านเกณฑ์การทดสอบเกินร้อยละ ๕๐ ๒) การประเมินผลจากแบบตรวจกิจกรรมพัฒนากระบวนการคิด ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน เรื่องความรู้ความเข้าใจ การนาไปใช้ทักษะ และจิตพิสัย ทุกช่องเกินร้อยละ ๕๐ ๓) การประเมินผลจากการสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน คือ เกินร้อยละ ๕๐ ๔) การประเมินผลการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล เกณฑ์ผ่านการประเมิน ต้องไม่มีช่อง ปรับปรุง
117.
๖๐ ๕) การประเมินผลการสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับการ ประเมินตามสภาพจริง ๗
หลักฐาน/ผลงาน ๑) ผลการตอบคาถามส่งเสริมการเรียนรู้ ๒) ผลการทากิจกรรมพัฒนากระบวนการคิด ๘ กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑-๒ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูเกริ่นนาว่านิทรรศการเป็นเครื่องมือสื่อสารที่มีบทบาทมาก ทั้งด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ ธุรกิจ สังคม เศรษฐกิจการเมือง การแพทย์ เป็นต้น ในโรงเรียน สถาบัน องค์กรต่างๆ จึงใช้นิทรรศการ สาหรับดึงดูดใจให้ผู้ชมเกิดความสนใจ ใฝ่หาประโยชน์จากการชมนิทรรศการ ๒. นักเรียนบอกประโยชน์ของนิทรรศการมีดังนี้ ๑) เพิ่มพูนความรู้ ความเข้าใจ ๒) เพิ่มสมาธิ เพราะนิทรรศการสามารถดึงดูดความสนใจเฉพาะเรื่องได้เป็นอย่างดี ๓) ช่วยให้เกิดการมองเห็นภาพรวมและเกิดความเข้าใจได้ง่ายขึ้นในการชม ๔) พัฒนาความคิดจากรูปธรรมเป็นนามธรรมได้ ๕) ส่งเสริมการแสดงออกและให้ความรู้ความเข้าใจ ถ้านักเรียนได้จัดนิทรรศการด้วยตนเอง ๓. ครูแสดงรูปภาพการจัดแสดงนิทรรศการงานศิลปะให้นักเรียนดู เพื่อให้ทุกคนร่วมแสดงความ คิดเห็น
118.
๖๑ ขั้นสอน ๔. ครูเน้นการศึกษาที่มุ่งเน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลาง (Student
Centered Learning) ซึ่งหมายถึง การเรียนการสอนที่มุ่งเน้นให้นักเรียนค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง โดยครูเป็นผู้ประสานให้คาแนะนา ช่วยเหลือและกระตุ้นนักเรียนให้สามารถเรียนรู้และสร้างความรู้ด้วยตนเองอย่างอิสระ ๕. ครูใช้เทคนิคการสอนโดยใช้การอธิบายการจัดนิทรรศการศิลปะ โดยแสดงรูปภาพและการฉาย วีดิทัศน์ให้นักเรียนดู ๖. ครูบอกรูปแบบของนิทรรศการ มี ๓ รูปแบบ คือ ๑) นิทรรศการแบบถาวร (Permanent Exhibition) ๒) นิทรรศการแบบชั่วคราว (Temporary Exhibition) ๓) นิทรรศการแบบหมุนเวียน (Travelling Exhibition) ๗. ครูบอกหลักในการออกแบบนิทรรศการ มีดังนี้ ๑) ต้องมีความเป็นเอกภาพชัดเจนเป็นหมวดหมู่ ๒) ต้องมีความสมดุล ๓) ต้องมีการเน้น ๔) ต้องมีความแตกต่าง ๕) ต้องมีความกลมกลืน ๖) ต้องมีความเรียบง่าย ๗) ต้องมีความสมบูรณ์ (ขั้นสาเร็จ)
119.
๖๒ ๘. ครูและนักเรียนวางแผนการสาธิตตามขั้นตอนการจัดนิทรรศการ ดังนี้ ๙.
ครูนาตัวอย่างคาพังเพยที่ว่า “ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน” ซึ่งหมายถึง ไม่ว่าจะทาการใดๆ ควรคิด ทาด้วยตนเองก่อนที่จะคิดพึ่งพา หรือขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น เพราะตนเองจะเป็นที่พึ่งของตนเองได้ ดีที่สุด ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด ซึ่งสอดคล้องกับ “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นการมุ่งเน้นความ พอประมาณ ที่ต้องไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ตนเองและผู้อื่น โดยรู้จักฉลาดคิด ฉลาดทา มีเหตุผล และต้องมีความรู้คู่คุณธรรม ๑๐. นักเรียนนาตัวอย่างกรณีศึกษาการจัดนิทรรศการงานศิลปะมา ๑ แห่ง พร้อมรายละเอียดและ รูปภาพประกอบ ๑๑. ครูเน้นให้นักเรียนศึกษาการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัวเองแบบง่าย ๆ ตามหลักของเศรษฐกิจ พอเพียงที่สามารถปฏิบัติได้ คือคุณสมบัติที่ดีของผู้ประกอบการคือต้องพึ่งตนเองให้ได้ แล้วจะประสบ ความสาเร็จในกิจการของตนเอง ซึ่งถือเป็นภูมิคุ้มกันที่ดี ขั้นสรุปและประยุกต์ใช้ ๑๒.นักเรียนและครูร่วมกันสรุปการจัดนิทรรศการศิลปะโดยการถามตอบ และแสดงความคิดเห็น ร่วมกัน ๑๓.นักเรียนทากิจกรรมพัฒนากระบวนการคิด และคาถามส่งเสริมการเรียนรู้ ๑๔.ครูสอดแทรกเพิ่มเติมโดยมุ่งเน้นให้นักเรียนทุกคนเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย ดังนี้ ๑) คานึงถึงประโยชน์ส่วนรวม ๒) มีวินัย ๓) มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ๔) ความอดทน ๕) ประหยัดและอดออม ๖) มีน้าใจเป็นนักกีฬา ๗) ซื่อสัตย์สุจริต ๘) อนุรักษ์ความเป็นไทย ชั่วโมงที่ ๓-๔ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน
120.
๖๓ ๑๕. นักเรียนและครูกล่าวถึงการนาผลงานของนักเรียนมาจัดนิทรรศการนั้นต้องให้ความสาคัญกับ นักเรียนทุกคน โดยสนับสนุนให้นักเรียนสร้างผลงานและส่งเข้าจัดนิทรรศการ
แต่ต้องมีการคัดสรร ผลงานที่ดี มีคุณภาพนาเสนอต่อสังคม อย่านาผลงานศิลปะที่ไม่ดีไม่สร้างสรรค์หรือทาลายสังคมออก นาเสนอ เพราะจะเป็นการทา ๑๖. ลายกลุ่มศิลปะของตนเองและทาให้ผู้อื่นไม่เชื่อถือ ดังนั้นผู้จัดทาโครงงานศิลปะจึงต้องกาหนด ผู้รับผิดชอบในการรับงานศิลป์เข้าจัดนิทรรศการ ๑๗. ครูและนักเรียนยกตัวอย่างการจัดนิทรรศการงานศิลปะในสถานที่ต่างๆ ๑๘. ครูเน้นการเรียนรู้คู่คุณธรรม ควรศึกษาเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง (ทั้งภาคทฤษฎี และการปฏิบัติจริง) ในวิชาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดารงชีวิต ใช้สติปัญญาในการตัดสินใจต่างๆ อย่างรอบรู้ รอบคอบ และมีเหตุผลที่จะนาความรู้ต่าง ๆ เหล่านั้นมาปรับใช้อย่างมีขั้นตอนและ ระมัดระวังในการปฏิบัติ มีความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความเพียรความอดทน และใช้สติปัญญาอย่างชาญฉลาดในการดาเนินชีวิตในทางสายกลาง ๑๙. ครูเชื่อมโยงเนื้อหาเข้าสู่การเรียนการสอน และเสนอแนะให้นักเรียนทุกคนมีส่วนร่วมในการจัด นิทรรศการศิลปะ เพราะเป็นการเรียนรู้ที่ใช้ทักษะ และกระบวนการสาคัญ ขั้นสอน ๑๙. ครูแนะนาการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Participatory Learning)เพื่อให้นักเรียนนาประสบการณ์ เดิมของตนมาพัฒนาเป็นองค์ความรู้ให้มีการสื่อสารโดยการพูดหรือการเขียนเพื่อเป็นการวิเคราะห์และ สังเคราะห์ความรู้ เพื่อปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนด้วยกันเอง และนักเรียนกับครูผู้สอน ๒๐. ครูใช้เทคนิคการสอนโดยระดมความคิด (Brain Storming) มีลักษณะพิเศษเป็นการอบรมแบบ กระตุ้นให้ทุกคนใช้สมอง แสดงความคิดเห็น โดยไม่ต้องคานึงถึงการเสนอของตนจะถูกต้องหรือไม่ เมื่อ สมาชิกทุกคนได้แสดงความคิดเห็นแล้ว จึงพิจารณาข้อเสนอแนะที่เหมาะสมที่ทุกคนเห็นด้วย หัวข้อที่ นาเสนอได้แก่ เกณฑ์การประเมินผลงานทัศนศิลป์ โดยกาหนดเกณฑ์ในการคัดสรรผลงานตามตัวอย่าง ต่อไปนี้
121.
๖๔ เมื่อคณะกรรมการได้ให้คะแนนผลงานแล้ว ควรกาหนดว่าคะแนนเท่าไรควรนาเข้าจัด นิทรรศการและคะแนนเท่าไรควรแก้ไข เช่น คะแนนมากกว่า
๗๐ ให้นาเข้าจัดนิทรรศการ คะแนน ๕๐-๗๐ ควรแก้ไข คะแนนน้อยกว่า ๕๐ ควรคัดออก ครูแนะนาว่าควรแจ้งให้ผู้สร้างงานศิลปะทุกคนทราบผลการคัดเลือกภาพของคณะกรรมการ เพื่อให้ผู้สร้างงานตัดสินใจได้ว่าถ้าผลงานของตนได้คะแนน ๕๐-๗๐ จะแก้ไขหรือไม่ ถ้าไม่แก้ไขผู้สร้าง งานอาจจะขอให้คณะกรรมการพิจารณาผลงานชิ้นใหม่ ในกรณีที่ผลงานถูกคัดออกให้ส่งผลงานชิ้นใหม่ เพื่อให้กรรมการพิจารณา ๒๑. ครูและนักเรียนสนทนากันเรื่องหลักเศรษฐกิจพอเพียงในการประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียง โดย พิจารณาจากความสามารถพึ่งตนเองที่เน้นความสมดุลทั้ง ๓ คุณลักษณะ คือ พอประมาณ มีเหตุมีผล และมีภูมิคุ้มกัน มาประกอบการตัดสินใจเรื่องต่างๆ เป็นขั้นเป็นตอน รอบคอบ ระมัดระวัง พิจารณาถึง
122.
๖๕ ความพอดี พอเหมาะ พอควร
และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ที่มีองค์ประกอบครอบคลุมทั้ง ๕ ประการ คือ ๑) ด้านจิตใจ มีจิตใจเข้มแข็ง ฝึกตนเองได้ มีจิตสานึกที่ดี เอื้ออาทร ประนีประนอม และนึกถึง ประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก ๒) ด้านสังคม มีความช่วยเหลือเกื้อกูลกัน รู้รักสามัคคี สร้างความเข้มแข็งให้ครอบครัวและ ชุมชน รู้จักผนึกกาลัง มีกระบวนการเรียนรู้ที่เกิดจากรากฐานที่มั่นคงแข็งแรง ๓) ด้านเศรษฐกิจ ดารงชีวิตอยู่อย่างพอดี พอมี พอกิน สมควรตามอัตภาพ และฐานะของตน ประกอบอาชีพสุจริต (สัมมาอาชีวะ) ด้วยความขยันหมั่นเพียร อดทนใช้ชีวิตเรียบง่าย โดยไม่เบียดเบียน ตนเองและผู้อื่น มีรายได้สมดุลกับรายจ่าย รู้จักการใช้จ่ายของตนเองและครอบครัวอย่างมีเหตุผลเท่าที่ จาเป็น ประหยัด รู้จักการเก็บออมเงินและแบ่งปันผู้อื่น ๔) ด้านเทคโนโลยี รู้จักใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม สอดคล้องกับความต้องการและภูมินิเวศ พัฒนาเทคโนโลยีจากภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคม ๕) ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รู้จักใช้และจัดการอย่างฉลาดและรอบคอบ สามารถเลือกใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดความยั่งยืนสูงสุด ขั้นสรุปและประยุกต์ใช้ ๒๒. นักเรียนสรุปโดยอภิปรายเกณฑ์การประเมินผลงานทัศนศิลป์จากการศึกษา และการฝึกปฏิบัติ ต่างๆ ครูและนักเรียนร่วมกันประเมินเพื่อนาไปประยุกต์ใช้ต่อไป ๒๓. ครูแนะนาให้นักเรียนเป็นบุคคลที่มีคุณธรรมของการเป็นพลเมืองดี ได้แก่ ๑) การเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม ๒) การมีระเบียบวินัยและรับผิดชอบต่อหน้าที่ ๓) รับฟังความคิดเห็นของกันและกันและเคารพในมติของเสียงส่วนมาก ๔) ความซื่อสัตย์สุจริต ๕) ความสามัคคี ๖) ความละอายและเกรงกลัวในการกระทาชั่ว ๗) ความกล้าหาญและเชื่อมั่นในตนเอง ๘) การส่งเสริมให้คนดีปกครองบ้านเมืองและควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอานาจ ชั่วโมงที่ ๕-๖ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๒๔. ครูและนักเรียนสนทนาเรื่องการจัดนิทรรศการควรจัดในวาระสาคัญของโรงเรียน เช่น วันเกิด โรงเรียน วันขึ้นปีใหม่ วันวิชาการโรงเรียน วันเด็ก หรือวันจัดงานประจาปีของโรงเรียน เป็นต้น อย่าจัด ประกวดผลงานทัศนศิลป์ของเด็กเพราะอาจสร้างทัศนคติที่ไม่ดีต่องานศิลปะของเด็กได้ ในกรณีที่เด็กแพ้ การประกวดซึ่งเป็นกิจกรรมที่ค่อนข้างเสี่ยง เนื่องจากผู้ชนะการประกวดมีน้อยกว่าผู้แพ้การประกวด การจัดการประกวดหนึ่งครั้งสามารถสร้างความภาคภูมิใจให้แก่เด็กได้ ๔-๕ คน แต่สร้างความท้อแท้
123.
๖๖ ให้แก่เด็กมากมาย ถ้าต้องการสร้างความภูมิใจให้แก่เด็กควรให้รางวัลแก่เด็กทุกคนที่ส่งภาพเข้าจัด นิทรรศการ ๒๕. ครูเน้นว่าในขั้นตอนนี้นักเรียนต้องกาหนดไว้ในโครงงานอย่างละเอียดและดาเนินการอย่าง ระมัดระวัง
ต้องปรึกษาครูผู้สอนตลอดเวลา เพราะการจัดนิทรรศการเป็นงานที่ยากสาหรับนักเรียน ต้อง อาศัยการประสานงานที่ดีและแสวงหาความร่วมมือจากครูทุกท่าน นักเรียนทุกคน หรือแม้กระทั่งผู้มี อานาจในโรงเรียน หรือผู้ให้การสนับสนุนโรงเรียน เช่น สมาคมผู้ปกครอง ถ้าเป็นโรงเรียนขนาดเล็กจะ ดาเนินการได้ง่ายกว่า ๒๖. นักเรียนเล่าประสบการณ์ที่เคยทาโครงงานมาแล้ว ตามแบบที่เข้าใจ โดยไม่ได้จัดทาเป็นลาดับ ขั้นตอนที่ถูกต้องสมบูรณ์ ให้เพื่อนๆ ในชั้นเรียนฟัง และร่วมกันแสดงความคิดเห็น ๒๗. ครูแจ้งกิจกรรมฝึกทักษะที่ควรเพิ่มให้นักเรียน ขั้นสอน ๒๘. ครูแนะนานักเรียนในการนาผลงานที่ผ่านการคัดสรรจากคณะกรรมการไปจัดนิทรรศการ ๒๙. นักเรียนแบ่งกลุ่ม โดยให้แต่ละกลุ่มทาโครงการ ๑ โครงการ จัดนิทรรศการศิลปะ ๑ เรื่อง ตาม ขั้นตอนที่ศึกษามาแล้ว โดยคานึงถึงความสามารถของนักเรียนและความเป็นไปได้ของโครงการ (ไม่ให้ซ้า กัน) ๓๐. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๕-๗ คน จัดทาโครงงานการจัดนิทรรศการศิลปะตามหัวข้อดังนี้ ๑) ชื่อโครงงาน ๒) ชื่อผู้ทาโครงงาน ๓) ชื่อครูที่ปรึกษา ๔) บทคัดย่อ (ระบุวัตถุประสงค์ความสาคัญของโครงงาน การดาเนินงาน ผลการดาเนินงาน โดยสรุปอย่างย่อๆ) ๕) วิธีการดาเนินงานและผลการปฏิบัติ (ระบุขั้นตอนการดาเนินงานใช้วัสดุอะไร) ๖) ปัญหาและข้อเสนอแนะ (สรุปปัญหาการปฏิบัติงานโครงงานและข้อเสนอแนะ หรือ แนวทางที่จะดาเนินงานต่อไป) ๗) เอกสารอ้างอิง ขั้นสรุปและประยุกต์ใช้ ๓๑. นักเรียนสรุปโดยการนาเสนอ สามารถทาความเข้าใจได้ แก้ปัญหาได้ นาไปใช้ประโยชน์ คิด สร้างสรรค์นาไปใช้ในสภาพการณ์ต่างๆ ได้ ซึ่งนับเป็นการใช้ความคิดและสติปัญญาของตัวเองได้อย่างมี อิสระ ทาให้นักเรียนเป็นคนช่างสังเกต มีเหตุผล ไม่เชื่ออะไรง่ายๆ ยังเป็นคนมีความเชื่อมั่นในตนเอง กล้าแสดงความคิดอย่างมีเหตุผล ซึ่งนาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวันได้ ๓๒. ครูสรุปโดยให้นักเรียนอธิบายขั้นตอนการจัดนิทรรศการศิลปะในห้องเรียน ๓๓. ครูแนะนาให้นักเรียนสามารถนาความรู้เรื่องการประเมินผลงานทัศนศิลป์เพื่อจัดนิทรรศการไป ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวันได้อย่างไร
124.
๖๗ ๓๔. ครูกล่าวเพิ่มเติมว่าหากทุกคนยึดความพอเพียง ต้องร่วมกันสร้างสังคมให้มีความสุข
ก็สามารถ ทางานและอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้เป็นอย่างดี มีเมตตา มีความรัก ความจริงใจ ร่วมกันสร้างสังคมที่ดี ส่งผลให้มีสุขภาวะทางสังคมที่ดี และมีการพัฒนาคุณธรรมหรือสุขภาพทางจิตวิญญาณอย่างต่อเนื่อง ๓๕. นักเรียนทากิจกรรมพัฒนากระบวนการคิด และคาถามส่งเสริมการเรียนรู้ ๙ สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๖. หนังสือเรียนรายวิชา ทัศนศิลป์ ๓ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ของบริษัท สานักพิมพ์เอมพันธ์ จากัด ๗. วีดิทัศน์ แผ่นใส และรูปภาพประกอบ ๘. ข่าวสาร สื่อสิ่งพิมพ์ ๑๐ การบูรณาการ ๑. การบูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ได้แก่ ทักษะการเขียน ทักษะการพูด ทักษะ การฟัง และทักษะการอ่าน ๒. การบูรณาการกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ๓. คุณธรรมจริยธรรม และศีลธรรม ๔. หน้าที่พลเมืองดี กิจกรรมพัฒนากระบวนการคิดที่ ๑๑ กิจกรรมเรื่อง: โครงงานการจัดนิทรรศการศิลปะ คาชี้แจง ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๕-๗ คน จัดทาโครงงานการจัดนิทรรศการศิลปะตามหัวข้อดังนี้ ๑. ชื่อโครงงาน การจัดนิทรรศการศิลปะ/ศิลปะเพื่อชีวิต/ศิลปินกลุ่มน้องใหม่/ศิลปะศิษย์ครูต้อย (นักเรียนสามารถตั้งชื่อได้ตามความต้องการของกลุ่ม) ๒. ชื่อผู้ทาโครงงาน (ระบุชื่อนักเรียนที่ร่วมโครงงาน โดยระบุผู้รับผิดชอบตามตาแหน่งหน้าที่) ๒.๑ ................................................................................................................................... ประธาน ๒.๒ ................................................................................................................................. กรรมการ การประเมินผลงานทัศนศิลป์ เพื่อจัดนิทรรศการ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การบูรณาการ คุณธรรมจริยธรรม หน้าที่พลเมืองดี
125.
๖๘ ๒.๓ ................................................................................................................................. กรรมการ ๒.๔
................................................................................................................................. กรรมการ ๒.๕ ................................................................................................................................. กรรมการ ๓. ชื่อครูที่ปรึกษาโครงงาน (ระบุชื่อครูที่ให้คาแนะนาและปรึกษา) ๓.๑ ................................................................................................................................................. ๓.๒ ................................................................................................................................................. ๔. ความสาคัญของโครงงาน (เขียนอธิบายการทาโครงงานนี้มาจากสาเหตุอะไร ดีอย่างไร ทาไม ต้องทา มีทฤษฎีวิชาอะไรสนับสนุนหรือพัฒนาเพิ่มเติมจากของผู้ใด) ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ๕. วัตถุประสงค์ของโครงงาน (ระบุขอบเขตของงานโดยเฉพาะเจาะจง สามารถวัดได้) ๕.๑ ................................................................................................................................................. ๕.๒ ................................................................................................................................................. ๕.๓ ................................................................................................................................................ ๖. วัสดุอุปกรณ์ (ระบุวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้สาหรับทากิจกรรมโครงงานทุกอย่าง) .......................................................................................................................................................... ๗. ระยะเวลาการดาเนินการ (ระบุวันที่เริ่มทาโครงงาน วันสิ้นสุดโครงงาน สถานที่ดาเนินการ รวมระยะเวลาดาเนินการ ขั้นตอนการปฏิบัติ ผู้รับผิดชอบ การประเมินผล) ......................................................................................................................................................... ๘. งบประมาณ (ค่าใช้จ่ายตลอดการดาเนินการ) ......................................................................................................................................................... ๙. ผลที่คาดว่าจะได้รับ (ระบุความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ สิ่งของ ความแปลกใหม่ ความคิดริเริ่ม ผลงานตรงตามวัตถุประสงค์ที่คาดว่าจะได้รับ) .......................................................................................................................................................... ๑๐.เอกสารอ้างอิง (ระบุหนังสือ เอกสารที่เกี่ยวข้องในการอ้างอิงทางวิชาการ) .......................................................................................................................................................... ลงชื่อ.....................................................ประธาน (...................................................) ลงชื่อ......................................................ผู้อนุมัติโครงงาน (....................................................)
126.
๖๙ เมื่อปฏิบัติโครงงานจนสาเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์เรียบร้อยแล้ว จะต้องเขียนรายงานโครงงานต่อ ครูผู้สอนศิลปะ นักเรียนจะต้องเขียนรายงานสั้นๆ
รัดกุม เข้าใจง่ายและสรุปอย่างชัดเจนตรงตามที่ได้ ดาเนินการจริง ซึ่งประกอบด้วยหัวข้อสาคัญดังนี้ ๑. ชื่อโครงงาน ๒. ชื่อผู้ทาโครงงาน ๓. ชื่อครูที่ปรึกษา ๔. บทคัดย่อ (ระบุวัตถุประสงค์ความสาคัญของโครงงาน การดาเนินงาน ผลการดาเนินงานโดย เขียนสรุปอย่างย่อๆ) ๕. วิธีการดาเนินงานและผลการปฏิบัติ (ระบุขั้นตอนการดาเนินงานใช้วัสดุอะไร) ๖. ปัญหาและข้อเสนอแนะ (สรุปปัญหาการปฏิบัติงานโครงงานและข้อเสนอแนะ หรือแนวทางที่ จะดาเนินงานต่อไป) ๗. เอกสารอ้างอิง
127.
๗๐ บันทึกหลังการสอน ๑. ผลการสอน ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ๒. ปัญหา/อุปสรรค ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ๓.
ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ลงชื่อ...............................................ครูผู้สอน (...............................................) วันที่.......เดือน..........................พ.ศ. ............ ๔. ข้อเสนอแนะรองผู้อานวยการฝ่ายวิชาการ ………………………………………………………………………………………………………….………. …………………………………………………………………………………………………….……………. ………………………………………………………………………………………………………….………. ………………………………………………………………………………………………………..…………. ……………………………………………………………………………………………………..……………. ลงชื่อ............................................................... ( ................................... )
128.
๗๑ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๖ วิชา ทัศนศิลป์
๓ ศ ๒๓๑๐๑ โรงเรียนมัธยมวัดดอนตูม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๖ เรื่อง งานทัศนศิลป์กับวัฒนธรรมไทยและสากล เวลา ๖ ชั่วโมง ๑ เป้าหมายการเรียนรู้ ๑. อธิบายและวิเคราะห์งานทัศนศิลป์กับการสะท้อนคุณค่าของวัฒนธรรม ๒. เปรียบเทียบความแตกต่างของงานทัศนศิลป์ในแต่ละยุคสมัยของวัฒนธรรมไทยและสากล ๒ สาระสาคัญ หลังจากการสูญเสียกรุงศรีอยุธยาใน พ.ศ. ๒๓๑๐ การสร้างสรรค์งานศิลปกรรมและงานช่างของ ไทยก็ซบเซาลงเป็นระยะเวลานานร่วม ๓๐ ปี จนมาถึงช่วงราชวงศ์จักรีในสมัยสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า จุฬาโลกมหาราช (พ.ศ. ๒๓๒๕-๒๓๕๒) โปรดฯ ให้สร้างพระที่นั่งหลายองค์ เช่น พระที่นั่งจักรพรรดิ-พิมาน พระที่นั่งไพศาลทักษิณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระที่นั่งพิมานรัตยา และพระที่นั่งดุสิต- มหาปราสาท เป็นต้น ส่วนศิลปะสากลหรือศิลปะตะวันตก เป็นศิลปะที่สร้างขึ้นในทวีปยุโรป อเมริกา ออสเตรเลียและ ประเทศต่างๆ ซึ่งเป็นศิลปะที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ซึ่งแบ่งเป็นยุคศิลปะสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ศิลปะสมัยกลาง และศิลปะสมัยฟื้นฟู ๓ มาตรฐานและตัวชี้วัด มาตรฐาน ศ ๑.๒ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างทัศนศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่า งานทัศนศิลป์ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและ สากล ตัวชี้วัด: สิ่งที่นักเรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ ๑. ศึกษาและอภิปรายเกี่ยวกับงานทัศนศิลป์ที่สะท้อนคุณค่าของวัฒนธรรม ๒. เปรียบเทียบความแตกต่างของงานทัศนศิลป์ในแต่ละยุคสมัยของวัฒนธรรมไทยและสากล
129.
๗๒ ๔ สาระการเรียนรู้ ๑. ศิลปะไทยสมัยรัตนโกสินทร์ กิจกรรมเรื่อง
: เครื่องแต่งกายละคร ๒. ศิลปะสากล กิจกรรมเรื่อง : มาสร้างภาพลวงตากันเถอะ ๕ กิจกรรมฝึกทักษะที่ควรเพิ่มให้นักเรียน K (Knowledge) ความรู้ ความเข้าใจ P (Practice) การฝึกปฏิบัติ A (Attitude) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ วิเคราะห์และอภิปราย รูปแบบ เนื้อหา คุณค่าของ วัฒนธรรมที่สะท้อนในงาน ทัศนศิลป์ และศิลปินผู้สร้าง ในศิลปะไทยสมัย รัตนโกสินทร์และศิลปะ สากลไทย ๑. อธิบายและวิเคราะห์งาน ทัศนศิลป์กับการสะท้อน คุณค่าของวัฒนธรรม ๒. เปรียบเทียบความแตกต่าง ของงานทัศนศิลป์ในแต่ละ ยุคสมัยของวัฒนธรรมไทย และสากล ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๒. ซื่อสัตย์สุจริต ๓. มีวินัย ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๖. มุ่งมั่นในการทางาน ๗. รักความเป็นไทย ๘. มีจิตสาธารณะ ๖ การวัดและประเมินผล ๑. เครื่องมือวัดและประเมินผล ๑) คาถามส่งเสริมการเรียนรู้ ๒) กิจกรรมพัฒนากระบวนการคิด ๓) แบบประเมินพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ๔) แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ๕) แบบสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๒. วิธีวัดผล ๑) ตรวจคาถามส่งเสริมการเรียนรู้ ๒) ตรวจกิจกรรมพัฒนากระบวนการคิด ๓) สังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ๔) สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ๕) สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓. เกณฑ์การวัดและประเมินผล ๑) การประเมินผลจากคาถามส่งเสริมการเรียน ต้องผ่านเกณฑ์การทดสอบเกินร้อยละ ๕๐
130.
๗๓ ๒) การประเมินผลจากแบบตรวจกิจกรรมพัฒนากระบวนการคิด ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน เรื่องความรู้ความเข้าใจ
การนาไปใช้ทักษะ และจิตพิสัย ทุกช่องเกินร้อยละ ๕๐ ๓) การประเมินผลจากการสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน คือ เกินร้อยละ ๕๐ ๔) การประเมินผลการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล เกณฑ์ผ่านการประเมิน ต้องไม่มีช่อง ปรับปรุง ๕) การประเมินผลการสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับการ ประเมินตามสภาพจริง ๗ หลักฐาน/ผลงาน ๑. ผลการตอบคาถามส่งเสริมการเรียนรู้ ๒. ผลการทากิจกรรมพัฒนากระบวนการคิด ๘ กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑-๒-๓ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูและนักเรียนพูดคุยกันเรื่องพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน พระที่นั่งไพศาลทักษิณ พระที่นั่ง อมรินทรวินิจฉัย พระที่นั่งพิมานรัตยา และพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เป็นต้น ซึ่งมีความงดงามในด้าน รูปทรงและการตกแต่งเช่นเดียวกับพระที่นั่งในสมัยอยุธยาแต่มีการวางผังที่แตกต่างกันโดยมี กรมพระราชวังบวรมหาสุรสีหนาถทรงเป็นแม่กองอานวยการสร้าง นอกจากนั้นยังได้ก่อสร้างมณฑปหลัง ใหม่ที่พระพุทธบาทจังหวัดสระบุรีอีกด้วย ๒. ครูเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียน และแจ้งกิจกรรมฝึกทักษะที่ควรเพิ่มให้นักเรียนทราบ ขั้นสอน ๓. ครูอธิบายถึงลักษณะของศิลปะไทยสมัยรัตนโกสินทร์ โดยใช้รูปภาพเป็นสื่อประกอบ เช่น พระที่ นั่งจักรพรรดิพิมาน พระที่นั่งไพศาลทักษิณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระที่นั่งพิมานรัตยา และพระที่ นั่งดุสิตมหาปราสาท วิหารวัดเทพธิดาราม วัดสุทัศนเทพวราราม ปราสาทพระเทพบิดร พระที่นั่งจักรี มหาปราสาท พระที่นั่งอนันตสมาคม เป็นต้น ๔. ครูบอกลักษณะจิตรกรรมฝาผนังในสมัยรัตนโกสินทร์ ได้แก่ พระพุทธประวัติอดีตพระพุทธเจ้า ๒๘ องค์ พระอัครสาวก ๑๑ องค์ นิทานชาดกต่างๆ เช่น ชาดก ๕๕๐ ชาติ ทศชาติชาดก มหาชาติชาดก ภาพที่เกี่ยวกับจิตรกรรมไทยประเพณี นอกจากเนื้อหาที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาแล้วยังมีเนื้อหาต่างๆ
131.
๗๔ อีกมาก เช่น เทพยดา
ภาพประวัติศาสตร์ พงศาวดาร ตานาน นิทานพื้นบ้าน สุภาษิต ตารากระบวนแห่ สถาปัตยกรรมทางประวัติศาสตร์ เครื่องหมาย ทวารบาล สัตว์ ต้นไม้ ลวดลาย ยานพาหนะ กีฬา การละเล่น การเฉลิมฉลอง และการดนตรี เป็นต้น ๕. ครูอธิบายลักษณะของจิตรกรรมฝาผนัง ดังนี้ ๑) เป็นภาพ ๒ มิติ คือ การเขียนเป็นภาพแบนๆ ใช้เส้นและสีในการสร้างภาพ ไม่มีแสงเงาและ ระยะใกล้-ไกลของสี ดังนั้นการตัดเส้นจึงเป็นเครื่องชี้วัดความสามารถในการเขียนภาพจิตรกรรมไทย ๒) แสดงความหมายของตัวละครด้วยท่าทาง คือ การแสดงความดีใจ เสียใจ ความโกรธ หรือ อารมณ์ต่างๆ เนื่องด้วยรูปแบบท่าทางการแสดงออกไม่สามารถแสดงออกทางใบหน้าได้ และแสดงความ แตกต่างของตัวละครด้วยการแต่งกาย เครื่องประดับ สีกาย อาวุธ ขนาดลาตัว ตาแหน่งที่ปรากฏของ ภาพ ฯลฯ ๓) แสดงความเป็นเอกโดยไม่คานึงถึงสัดส่วน เช่น เขียนให้พระรามนั่งในอาศรมซึ่งเห็นได้ว่า พระรามตัวใหญ่กว่าอาศรม เป็นต้น ๔) แสดงภาพในลักษณะการเล่าเรื่อง เช่น ประวัติของพระพุทธเจ้าชาดก ประวัติศาสตร์ วรรณคดีไทย ฯลฯ ๕) ทัศนียภาพแบบตานกมอง เช่น เห็นกิจกรรมต่างๆ ของคนที่อาศัยอยู่ในบ้านหรือในวัง เป็น ต้น ๖. ครูอภิปรายการอ่านเรื่องจากจิตรกรรมฝาผนัง เนื่องจากจิตรกรรมฝาผนังมีการนาเสนอเรื่องราว ต่างๆ รวมกันไว้ โดยมีการแบ่งภาพออกเป็นส่วนๆ ด้วยเส้นแผลงหรือเส้นห้อง แนวภูเขาทิวไม้ แม่น้า แนว กาแพง หรือแนวถนน ฯลฯ ดังนั้นการอ่านจึงต้องมีหลักเกณฑ์ดังนี้ ๑) อ่านจากด้านบนลงมาด้านล่าง ๒) อ่านจากซ้ายมือลงมาด้านขวามือเหมือนการดูหนังสือ ๓) สิ่งที่อยู่ไกลจะนาเสนอไว้ด้านบน เช่น เทวดา นางฟ้า พระอินทร์ ฯลฯ ๔) สิ่งที่อยู่ใกล้ตัวจะอยู่ด้านล่าง ๕) สิ่งที่ไม่ดี เช่น สัตว์นรก ผีเปรต นรกอเวจี จะนาเสนอไว้ในส่วนล่างสุด ๗. ครูอธิบายและสาธิตเครื่องแต่งกายละคร การเขียนภาพลายไทยต้องฝึกเขียนเนื้อหาที่ง่ายก่อน คือลวดลายประกอบ ได้แก่ กระหนกสามตัว กระจังประจายาม พุ่มทรงข้าวบิณฑ์ กระจังรวน ลายก้าน ต่อดอก ลายลูกฟัก ลายหน้าขบต่างๆ และลายก้านขด ฯลฯ เมื่อมีความชานาญดีแล้วจึงเขียนเนื้อหาที่ ยากขึ้น ซึ่งได้แก่ ปราสาท ราชวัง วิหาร บ้านเรือน ยานพาหนะ ก้อนหิน ดิน น้า ต้นไม้ ป่า ภูเขา เครื่องใช้ไม้สอย อาวุธ ฯลฯ ซึ่งเป็นส่วนประกอบของเรื่องราวและบรรยากาศของภาพ และสุดท้ายเป็น เนื้อหาของตัวละคร ซึ่งได้แก่ ตัวพระ ตัวนาง ไพร่ฟ้า ประชาชน ทหาร กระบี่วานร ยักษ์ เทพยดา สัตว์ ชนิดต่างๆ ฯลฯ การเขียนเนื้อหาดังกล่าวข้างต้นมีความแตกต่างกันไปตามจินตนาการของช่างเขียนแต่ ละคน แต่ด้วยวัฒนธรรมการถ่ายทอดศิลปะลายไทย ครูลายไทยจึงได้กาหนดหลักเกณฑ์ในการเขียนไว้ อย่างกว้างๆ เพื่อไม่ให้เกิดความผิดเพี้ยนมากเกินไป เช่น การกาหนดเครื่องแต่งกายละครที่นักเรียนควร รู้เพื่อใช้เป็นพื้นฐานการเขียนภาพลายไทยดังนี้
132.
๗๕
133.
๗๖ ๘. นักเรียนดูรูปเครื่องแต่งกายตัวพระ เครื่องแต่งกายตัวนาง
และเครื่องแต่งกายพญาวานร แล้ว เขียนชื่อเครื่องแต่งกายตามหัวข้อดังนี้ ๑) เครื่องแต่งกายตัวพระ ๑.๑ ส่วนบน (ตั้งแต่ลาคอถึงส่วนบนสุด) มีเครื่องแต่งกายอะไรบ้าง ๑.๒ ส่วนลาตัว (ตั้งแต่ลาคอลงมาถึงหัวเข่า) มีเครื่องแต่งกายอะไรบ้าง ๑.๓ ส่วนแขน (ตั้งแต่หัวไหล่ถึงปลายนิ้ว) มีเครื่องแต่งกายอะไรบ้าง ๑.๔ ส่วนล่าง (ตั้งแต่หัวเข่าถึงเท้า) มีเครื่องแต่งกายอะไรบ้าง ๒) เครื่องแต่งกายตัวนาง ๒.๑ ส่วนบน (ตั้งแต่ลาคอถึงส่วนบนสุด) มีเครื่องแต่งกายอะไรบ้าง ๒.๒ ส่วนลาตัว (ตั้งแต่ลาคอลงมาถึงหัวเข่า) มีเครื่องแต่งกายอะไรบ้าง ๒.๓ ส่วนแขน (ตั้งแต่หัวไหล่ถึงปลายนิ้ว) มีเครื่องแต่งกายอะไรบ้าง ๒.๔ ส่วนล่าง (ตั้งแต่หัวเข่าถึงเท้า) มีเครื่องแต่งกายอะไรบ้าง ๓) เครื่องแต่งกายพญาวานร ๓.๑ ส่วนบน (ตั้งแต่ลาคอถึงส่วนบนสุด) มีเครื่องแต่งกายอะไรบ้าง ๓.๒ ส่วนลาตัว (ตั้งแต่ลาคอลงมาถึงหัวเข่า) มีเครื่องแต่งกายอะไรบ้าง ๓.๓ ส่วนแขน (ตั้งแต่หัวไหล่ถึงปลายนิ้ว) มีเครื่องแต่งกายอะไรบ้าง ๓.๔ ส่วนล่าง (ตั้งแต่หัวเข่าถึงเท้า) มีเครื่องแต่งกายอะไรบ้าง ๙. เปิดโอกาสให้นักเรียนทุกคนร่วมแสดงความคิดเห็นในชั้นเรียน เพื่อสรุปเป็นข้อความรู้ร่วมกัน ขั้นสรุปและประยุกต์ใช้
134.
๗๗ ๑๐. ครูและนักเรียนนาอภิปรายและสรุปร่วมกันเกี่ยวกับสาระการเรียนรู้ เพื่อให้ได้ความรู้ตามหัวข้อ ที่ได้ศึกษามาและเพิ่มเติมในส่วนที่ไม่ได้กล่าวถึงเพื่อให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นในการนาไปใช้ ๑๑.
ครูสรุปโดยให้นักเรียนอธิบายลักษณะของจิตรกรรมฝาผนังสมัยรัตนโกสินทร์และบอกวิธีการ อ่าน เรื่องจากจิตรกรรมฝาผนัง ๑๒. ครูแนะนาให้นักเรียนสามารถนาความรู้เรื่องศิลปะไทยสมัยรัตนโกสินทร์ไปใช้ประโยชน์ใน ชีวิตประจาวันได้อย่างไร ๑๓. นักเรียนทากิจกรรมพัฒนากระบวนการคิด และคาถามส่งเสริมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๔-๕-๖ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑๔. ครูและนักเรียนสนทนาถึงศิลปะที่สร้างขึ้นในทวีปยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย และประเทศต่างๆ ซึ่งเป็นศิลปะที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ๑๕. ครูและนักเรียนยกตัวอย่างภาพเขียนสีในถ้าลาส์โกซ์ และประติมากรรมวีนัสแห่ง วิลเลนดอร์ฟ เพื่อเป็นสื่อสร้างความเข้าใจให้นักเรียน ๑๖. ครูเชื่อมโยงเนื้อหาเข้าสู่สาระการเรียนการสอนของหน่วยการเรียนต่อไป ขั้นสอน ๑๗. ครูอธิบายถึงลักษณะของศิลปะสากล โดยการฉายดีวีดี และใช้รูปภาพประกอบ แบ่งเป็น ๑) ศิลปะสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ๒) ศิลปะสมัยกลาง และ ๓) ศิลปะสมัยฟื้นฟู ๑๘. ครูอธิบายลักษณะของศิลปะบาโรก (Baroque Art) และศิลปะโรโคโค (Rococo Art), ศิลปะ นีโอคลาสสิก (Neoclassic Art) และศิลปะโรแมนติก (Romantic Art) โดยยกตัวอย่างรูปภาพประกอบ ๑๙. ครูอธิบายลักษณลัทธิของศิลปะ ได้แก่ศิลปะลัทธิโครงสร้าง (Constructivism) และศิลปะลัทธิ นามธรรมแสดงอารมณ์ (Abstract Expressionism) โดยการบอกเล่าเรื่องราวและแสดงรูปภาพศิลปะ แต่ละชนิดประกอบ ๒๐. ครูอธิบายและแสดงรูปภาพลักษณะของศิลปะลวงตา (Op Art) เช่น “Homage to the Square” โดยอัลเบอร์ส (Josef Albers) และ “Changing Direction” โดยแลนคาสเทอร์ (John Lancaster)
135.
๗๘ ๒๑. นักเรียนสร้างภาพลวงตาตามลัทธิศิลปะออพอาร์ต (Op
Art) ให้มีลักษณะขอบคม เส้นซ้าเป็น จังหวะเท่าๆ กัน โดยใช้สีขาว-ดาหรือสีอื่นเพียง ๒ สี ขนาดภาพกว้าง ๑๒ นิ้ว ยาว ๑๒ นิ้ว โดยนักเรียน สร้างงานตามขั้นตอนการสร้างงาน ดังนี้ ๑) นักเรียนตัดกระดาษพื้นให้มีขนาด ๑๒ x ๑๒ นิ้ว ๒) ตีตารางบนกระดาษพื้นด้วยดินสอให้มีความกว้างของตาราง ๐.๕ x ๐.๕ นิ้ว ถ้าต้องการ ภาพที่มีความละเอียดมากก็ให้สร้างตารางที่มีขนาดเล็กลง ๓) กาหนดภาพลงในตาราง ๔) ระบายสีดาหรือสีที่แตกต่างจากสีพื้น ๒๒. ครูแนะนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการกลุ่ม (Group Process) ซึ่งเป็น กระบวนการเรียนรู้ที่มุ่งให้นักเรียนทุกคนมีส่วนร่วมในการทากิจกรรม ร่วมคิด วิเคราะห์ และอภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นภายในกลุ่มเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ หรือเพื่อผลสาเร็จของงาน ๒๓. แบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็น ๖ กลุ่ม กลุ่มละ ๕-๖ คน โดยกาหนดให้แต่ละกลุ่มศึกษาค้นคว้า ร่วมคิด และอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องศิลปะสากลโดยให้แต่ละกลุ่มเลือกกรณีศึกษามาทา การวิเคราะห์ ๑ เรื่อง ขั้นสรุปและประยุกต์ใช้ ๒๔. นักเรียนและครูร่วมกันตั้งคาถามเพื่อให้เกิดความเข้าใจ ความคิดและข้อคิดที่ได้จากการทา กิจกรรมเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ที่ตั้งไว้ นอกจากนั้นยังสรุปเนื้อหาที่สอนในเรื่องต่างๆ ที่กาหนดตาม มาตรฐาน จุดประสงค์ โดยสรุปจากการรวบรวมข้อคิดเห็นของนักเรียนพร้อมทั้งเพิ่มเติมประเด็นที่ สาคัญของเนื้อหาการเรียนรู้เพื่อให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ๒๕. ครูสรุปโดยให้นักเรียนอธิบายลักษณะของศิลปะสากลและลัทธิทางศิลปะ ๒๖. ครูแนะนาให้นักเรียนสามารถนาความรู้เรื่องศิลปะสากลและลัทธิทางศิลปะไปใช้ใน ชีวิตประจาวันได้อย่างไร ๒๗. ครูแนะนาให้นักเรียนทาหน้าที่พลเมืองดีอย่างสม่าเสมอ ปิดไฟ เก็บขยะ เช็ดตู้โทรศัพท์ สาธารณะ แต่งกายถูกระเบียบของโรงเรียน เป็นต้น ๒๘. ครูแนะนานักเรียนบันทึกบัญชีรายรับ-รายจ่ายประจาวันเพื่อเก็บออมเงินไว้ใช้จ่ายในยามจาเป็น ๒๙. นักเรียนทากิจกรรมพัฒนากระบวนการคิด และคาถามส่งเสริมการเรียนรู้ ๙ สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๙. หนังสือเรียนรายวิชา ทัศนศิลป์ ๓ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ของบริษัท สานักพิมพ์เอมพันธ์ จากัด ๑๐.วีดิทัศน์ แผ่นใส และรูปภาพประกอบ ๑๑.ข่าวสาร สื่อสิ่งพิมพ์ ๑๐ การบูรณาการ
136.
๗๙ ๑. การบูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ได้แก่
ทักษะการฟัง เช่น ฟังครูอธิบายหรือ แนะนา ฟังเพื่อน ๆ แสดงความคิดเห็น ฯลฯ ทักษะการอ่าน เช่น อ่านเนื้อหาสาระในหน่วยการเรียนรู้ การศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม ฯลฯ ทักษะการเขียน เช่น ทาแบบฝึกหัด ทาใบงาน เขียนสรุปเนื้อหา ฯลฯ และทักษะการพูด เช่น การนาเสนอ การตอบคาถาม ฯลฯ ๒. การบูรณาการกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ๓. คุณธรรมจริยธรรม และศีลธรรม ๔. หน้าที่พลเมืองดี กิจกรรมพัฒนากระบวนการคิดที่ ๑๒ กิจกรรมเรื่อง: เครื่องแต่งกายละคร คาชี้แจง ให้นักเรียนดูรูปเครื่องแต่งกายตัวพระ เครื่องแต่งกายตัวนาง และเครื่องแต่งกายพญาวานร แล้วเขียนชื่อเครื่องแต่งกายตามหัวข้อดังนี้ ๑. เครื่องแต่งกายตัวพระ ๑.๑ ส่วนบน (ตั้งแต่ลาคอถึงส่วนบนสุด) มีเครื่องแต่งกายอะไรบ้าง ๑.๒ ส่วนลาตัว (ตั้งแต่ลาคอลงมาถึงหัวเข่า) มีเครื่องแต่งกายอะไรบ้าง ๑.๓ ส่วนแขน (ตั้งแต่หัวไหล่ถึงปลายนิ้ว) มีเครื่องแต่งกายอะไรบ้าง ๑.๔ ส่วนล่าง (ตั้งแต่หัวเข่าถึงเท้า) มีเครื่องแต่งกายอะไรบ้าง ๒. เครื่องแต่งกายตัวนาง ๒.๑ ส่วนบน (ตั้งแต่ลาคอถึงส่วนบนสุด) มีเครื่องแต่งกายอะไรบ้าง ๒.๒ ส่วนลาตัว (ตั้งแต่ลาคอลงมาถึงหัวเข่า) มีเครื่องแต่งกายอะไรบ้าง ๒.๓ ส่วนแขน (ตั้งแต่หัวไหล่ถึงปลายนิ้ว) มีเครื่องแต่งกายอะไรบ้าง ๒.๔ ส่วนล่าง (ตั้งแต่หัวเข่าถึงเท้า) มีเครื่องแต่งกายอะไรบ้าง ๓. เครื่องแต่งกายพญาวานร ๓.๑ ส่วนบน (ตั้งแต่ลาคอถึงส่วนบนสุด) มีเครื่องแต่งกายอะไรบ้าง งานทัศนศิลป์กับวัฒนธรรมไทย และสากล กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การบูรณาการ คุณธรรมจริยธรรม หน้าที่พลเมืองดี
137.
๘๐ ๓.๒ ส่วนลาตัว (ตั้งแต่ลาคอลงมาถึงหัวเข่า)
มีเครื่องแต่งกายอะไรบ้าง ๓.๓ ส่วนแขน (ตั้งแต่หัวไหล่ถึงปลายนิ้ว) มีเครื่องแต่งกายอะไรบ้าง ๓.๔ ส่วนล่าง (ตั้งแต่หัวเข่าถึงเท้า) มีเครื่องแต่งกายอะไรบ้าง กิจกรรมพัฒนากระบวนการคิดที่ ๑๓ กิจกรรมเรื่อง: มาสร้างภาพลวงตากันเถอะ คาชี้แจง ให้นักเรียนสร้างภาพลวงตาตามลัทธิศิลปะออพอาร์ต (Op Art) ให้มีลักษณะขอบคม เส้นซ้า เป็นจังหวะเท่าๆ กัน โดยใช้สีขาว-ดาหรือสีอื่นเพียง ๒ สี ขนาดภาพกว้าง ๑๒ นิ้ว ยาว ๑๒ นิ้ว ดังตัวอย่างข้างล่างนี้ ขั้นตอนการสร้างงาน ๑. ให้นักเรียนตัดกระดาษพื้นให้มีขนาด ๑๒ x ๑๒ นิ้ว ๒. ตีตารางบนกระดาษพื้นด้วยดินสอให้มีความกว้างของตาราง ๐.๕ x ๐.๕ นิ้ว ถ้าต้องการ ภาพที่มีความละเอียดมากก็ให้สร้างตารางที่มีขนาดเล็กลง ๓. กาหนดภาพลงในตาราง ๔. ระบายสีดาหรือสีที่แตกต่างจากสีพื้น
138.
๘๑ บันทึกหลังการสอน ๑. ผลการสอน ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ๒. ปัญหา/อุปสรรค ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………….
139.
๘๒ ๓. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ลงชื่อ...............................................ครูผู้สอน (...............................................) วันที่.......เดือน..........................พ.ศ. ............ ๔.
ข้อเสนอแนะรองผู้อานวยการฝ่ายวิชาการ ………………………………………………………………………………………………………….………. …………………………………………………………………………………………………….……………. ………………………………………………………………………………………………………….………. ………………………………………………………………………………………………………..…………. ……………………………………………………………………………………………………..……………. ลงชื่อ............................................................... ( .....................................) ภาคผนวก ก แบบสรุปผลการประเมิน คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ภาคเรียนที่…………………….ปีการศึกษา………………… รหัสวิชา……………………………..…………………….. ชื่อวิชา…………………………………..….……………… ชั้น……………………………………….………………… กลุ่ม…………………………………………………….…. ๑.รักชาติศาสน์กษัตริย์ ๒.ซื่อสัตย์ ๓.มีวินัย ๔.ใฝ่เรียนรู้ ๕.อยู่อย่างพอเพียง ๖.มุ่งมั่นในการทางาน ๗.รักความเป็นไทย ๘.มีจิตสาธารณะ รวมคะแนน ลาดับ ที่ รหัส ประจาตัว ชื่อ-สกุล ๑ ๒ ๒ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑๐
140.
๘๓ หมายเหตุ : การให้คะแนนปรับเปลี่ยนได้
ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้สอนและสถานศึกษา
141.
๑ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ วิชา ทัศนศิลป์
๔-๖ โรงเรียนมัธยมวัดดอนตูม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔-๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ความเข้าใจในศิลปะ เวลา ๓ ชั่วโมง ๑. เป้าหมายการเรียนรู้ ๑. นำควำมรู้ ควำมเข้ำใจเกี่ยวกับงำนทัศนศิลป์มำวิเครำะห์และจำแนกแขนงต่ำงๆ ของผลงำน ทัศนศิลป์ ๒. วิเครำะห์และบรรยำยคุณค่ำทำงทัศนศิลป์ โดยใช้ศัพท์ทำงทัศนศิลป์ มีควำมชื่นชม ภำคภูมิใจ และเห็นคุณค่ำควำมงำมของงำนทัศนศิลป์ ๓. ชื่นชมภำคภูมิใจและเห็นคุณค่ำควำมงำมของงำนทัศนศิลป์ ๔. มีควำมรู้ควำมเข้ำใจเกี่ยวกับคำศัพท์ทำงทัศนศิลป์ ๒. สาระสาคัญ ศิลปะเป็นสิ่งที่มนุษย์ใช้สติปัญญำสร้ำงสรรค์ขึ้นด้วยควำมประณีตวิจิตรบรรจง แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ วิจิตรศิลป์ และประยุกต์ศิลป์ ส่วนทัศนศิลป์เป็นผลงำนศิลปะที่มนุษย์สร้ำงสรรค์ขึ้น สำมำรถสัมผัส รับรู้ ชื่นชมควำมงำมด้วยกำรมองเห็น ผลงำนทัศนศิลป์แต่ละประเภทมีคุณค่ำทำง เรื่องรำวและคุณค่ำทำงรูปทรง ซึ่งศิลปินผู้สร้ำงสรรค์จะสะท้อนออกมำทำงผลงำน ๓. มาตรฐานและตัวชี้วัด มาตรฐาน ศ ๑.๑ : สร้ำงสรรค์งำนทัศนศิลป์ตำมจินตนำกำรและควำมคิดสร้ำงสรรค์ วิเครำะห์ วิพำกษ์ วิจำรณ์ คุณค่ำงำนทัศนศิลป์ ถ่ำยทอดควำมรู้สึก ควำมคิดต่องำนศิลปะ อย่ำงอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน มาตรฐาน ศ ๑.๒ : เข้ำใจควำมสัมพันธ์ระหว่ำงทัศนศิลป์ ประวัติศำสตร์และวัฒนธรรม เห็นคุณค่ำงำน ทัศนศิลป์ที่เป็นมรดกทำงวัฒนธรรม ภูมิปัญญำท้องถิ่น ภูมิปัญญำไทยและสำกล
142.
๒ มฐ. ศ ๑.๑
มฐ. ศ ๑.๒ ตัวชี้วัด : สิ่งที่นักเรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ ๒. บรรยำยจุดประสงค์และเนื้อหำของงำนทัศนศิลป์ โดยใช้ศัพท์ทำงทัศนศิลป์ ๓. วิเครำะห์กำรเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์และเทคนิค ของศิลปินในกำรแสดงออกทำงทัศนศิลป์ ๔. มีทักษะและเทคนิคในกำรใช้วัสดุ อุปกรณ์และ กระบวนกำรที่สูงขึ้นในกำรสร้ำงงำนทัศนศิลป์๗. วิเครำะห์และอธิบำยจุดมุ่งหมำยของศิลปินใน กำรเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ เทคนิคและเนื้อหำ เพื่อสร้ำงสรรค์งำนทัศนศิลป์ ๒. ระบุงำนทัศนศิลป์ของศิลปินที่มีชื่อเสียง และบรรยำยผลตอบรับของสังคม ๔. สาระการเรียนรู้ ๑. ศิลปะคืออะไร ๔. คุณค่ำทำงทัศนศิลป์ ๒. ประเภทของศิลปะ ๕. ผลงำนทัศนศิลป์ของศิลปิน ๓. ทัศนศิลป์ (Visual Art) ๖. คำศัพท์ทำงทัศนศิลป์ ๕. จุดประสงค์การเรียนรู้ K (Knowledge) ความรู้ความเข้าใจ P (Practice) การฝึกปฏิบัติ A (Attitude) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. อธิบำยควำมหมำยของศิลปะได้ ๒. ระบุประเภทของศิลปะได้ ๓. อธิบำยงำนทัศนศิลป์ได้ ๔. อธิบำยคุณค่ำทำงทัศนศิลป์ได้ ๕. อธิบำยผลงำนทัศนศิลป์ของศิลปิน ได้ ๖. อธิบำยศัพท์ทำงทัศนศิลป์ได้ ๑. กิจกรรมเรื่อง จัดทำสมุดภำพ งำนทัศนศิลป์ ๒. กิจกรรมเรื่อง วิเครำะห์คุณค่ำ ทำงทัศนศิลป์ ๓. กิจกรรมเรื่อง ศึกษำ ค้นคว้ำ คำศัพท์ทำงทัศนศิลป์ ๑. รักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ๒. ซื่อสัตย์สุจริต ๓. มีวินัย ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๕. อยู่อย่ำงพอเพียง ๖. มุ่งมั่นในกำรทำงำน ๗. รักควำมเป็นไทย ๘. มีจิตสำธำรณะ ๖. การวัดและประเมินผล ๑. เครื่องมือวัดและประเมินผล ๑) ใบงำน
143.
๓ ๒) แบบประเมินพฤติกรรมกำรทำงำนกลุ่ม ๓) แบบสังเกตพฤติกรรมรำยบุคคล ๔)
แบบสังเกตสมรรถนะสำคัญของนักเรียน ๕) แบบสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๒. วิธีวัดผล ๑) ตรวจใบงำน ๒) สังเกตพฤติกรรมกำรทำงำนกลุ่ม ๓) สังเกตพฤติกรรมรำยบุคคล ๔) สังเกตสมรรถนะสำคัญของนักเรียน ๕) สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓. เกณฑ์การวัดและประเมินผล ๑) กำรประเมินจำกแบบตรวจใบงำนต้องผ่ำนเกณฑ์กำรประเมิน เรื่องควำมรู้ควำมเข้ำใจ กำรนำไปใช้ ทักษะ และจิตพิสัย ทุกช่องเกินร้อยละ ๕๐ ๒) กำรประเมินผลจำกกำรสังเกตพฤติกรรมกำรทำงำนกลุ่ม ต้องผ่ำนเกณฑ์กำรประเมิน คือ เกินร้อยละ ๕๐ ๓) กำรประเมินผลกำรสังเกตพฤติกรรมรำยบุคคล เกณฑ์ผ่ำนกำรประเมิน ต้องไม่มีช่องปรับปรุง ๔) กำรประเมินผลกำรสังเกตสมรรถนะสำคัญของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับกำรประเมินตำม สภำพจริง ๕) กำรประเมินผลกำรสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับ กำรประเมินตำมสภำพจริง ๗. หลักฐาน/ผลงาน ๑. ผลกำรทำใบงำน ๒. ผลกำรสร้ำงสรรค์ผลงำน ๘. กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑) ครูให้นักเรียนดูภำพงำนทัศนศิลป์ประเภทต่ำง ๆ เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนได้เห็นผลงำนศิลปะใน รูปแบบต่ำง ๆ และสนทนำกับนักเรียนเพื่อเชื่อมโยงควำมรู้เกี่ยวกับ ควำมเข้ำใจในศิลปะ ขั้นสอน ๒) ครูอธิบำยควำมแตกต่ำงถึงงำนทัศนศิลป์ประเภทต่ำงๆ เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นถึงควำมแตกต่ำง ๓) แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๕ คน ร่วมกันศึกษำค้นคว้ำ หัวข้อดังนี้
144.
๔ ศิลปะคืออะไร
ประเภทของศิลปะ ทัศนศิลป์ ๔) แต่ละกลุ่มออกมำนำเสนอผลกำรศึกษำทั้งสำมหัวข้อ โดยครูช่วยอธิบำยเสริมเพิ่มเติมให้ สมบูรณ์ ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๕) ครูและนักเรียนร่วมกันบรรยำยสรุป และให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนรำยงำนสรุปควำมรู้ที่ได้รับ และนัดหมำยให้นักเรียนเก็บรวบรวมภำพผลงำนทัศนศิลป์จำกภำพถ่ำย เอกสำรวำรสำร หนังสือและนิตยสำรต่ำงๆ มำทำกิจกรรมตำมใบงำนที่ ๑.๑ เรื่องจัดทำสมุดภำพงำนทัศนศิลป์ แล้วนำมำเสนอในชั่วโมงต่อไป ชั่วโมงที่ ๒ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๖) ครูนำภำพตัวอย่ำงผลงำนทัศนศิลป์ของศิลปิน ให้นักเรียนดู ขั้นสอน ๗) ครูอธิบำยถึงรูปแบบข้อมูลภำพผลงำนทัศนศิลป์ของศิลปิน เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นถึงควำมแตกต่ำง ๘) แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๕ คน ร่วมกันศึกษำค้นคว้ำหัวข้อ ดังนี้ คุณค่ำทำงทัศนศิลป์ ผลงำนทัศนศิลป์ของศิลปิน ๙) นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมำนำเสนอที่หน้ำชั้นเรียน และให้นักเรียนทุกคนร่วมกันแสดงควำม คิดเห็น หำข้อสรุปที่ตรงกัน โดยมีครูคอยให้ควำมรู้เสริมเพิ่มเติมให้สมบูรณ์ ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๑๐) ครูและนักเรียนร่วมกันบรรยำยสรุป และให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนรำยงำน สรุปควำมรู้ที่ ได้รับและนัดหมำยให้นักเรียนไปศึกษำค้นคว้ำ หำคำศัพท์ทำงทัศนศิลป์จำกห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ หรือเว็บไซต์ต่ำง ๆ มำทำกิจกรรมในชั่วโมงต่อไป ชั่วโมงที่ ๓ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑๑) ครูนำตัวอย่ำงศัพท์ทำงทัศนศิลป์ ให้นักเรียนดู ขั้นสอน ๑๒) ครูนำภำพผลงำนของนักเรียนหรือของศิลปินให้นักเรียนดู ๑๓) แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๕ คน ร่วมกันศึกษำค้นคว้ำศัพท์ทำงทัศนศิลป์และ ควำมหมำย พร้อมทำใบงำนที่ ๑.๓ กิจกรรม เรื่องศึกษำค้นคว้ำคำศัพท์ทำงทัศนศิลป์
145.
๕ ๑๔) นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมำนำเสนอผลกำรศึกษำ และผลกำรทำกิจกรรม
โดยครูช่วยอธิบำย เสริมเพิ่มเติมให้สมบูรณ์ ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๑๕) ครูและนักเรียนร่วมกันบรรยำยสรุป และให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนรำยงำนสรุปควำมรู้ที่ได้รับ และนัดหมำยให้นักเรียนเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ในกำรสร้ำงงำนศิลปะในชั่วโมงต่อไป ๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑. หนังสือเรียนรำยวิชำพื้นฐำน ทัศนศิลป์ ๔-๖ ของสำนักพิมพ์เอมพันธ์ ๒. ตัวอย่ำงภำพงำนทัศนศิลป์ประเภทต่ำงๆ ที่เป็นภำพถ่ำย และภำพเขียนของศิลปิน ๓. สื่อเว็บไซต์ทำงศิลปะ ๔. สถำบันทำงศิลปะและหอศิลป์ต่ำงๆ ๑๐. การบูรณาการ ๑. บูรณำกำรกับกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ ภำษำไทย ได้แก่ ทักษะกำรเขียนรำยงำน ทักษะกำรนำเสนอ รำยงำน ๒. บูรณำกำรกับกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ กำรงำนอำชีพและเทคโนโลยี ได้แก่ กำรค้นคว้ำงำนศิลปะจำก เว็บไซต์ต่ำงๆ บันทึกหลังการสอน ๑. ผลการสอน ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ๒. ปัญหา/อุปสรรค ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ๓. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………….
146.
๖ ลงชื่อ...............................................ครูผู้สอน (...............................................) วันที่.......เดือน..........................พ.ศ. ............ ๔. ข้อเสนอแนะรองผู้อานวยการฝ่ายวิชาการ ………………………………………………………………………………………………………….………. …………………………………………………………………………………………………….……………. ………………………………………………………………………………………………………….………. ………………………………………………………………………………………………………..…………. ……………………………………………………………………………………………………..……………. ลงชื่อ............................................................... (
นำงสำวโสภำ ขำเจริญ ) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒ วิชา ทัศนศิลป์ ๔-๖ โรงเรียนมัธยมวัดดอนตูม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔-๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ หลักการทัศนศิลป์ เวลา ๘ ชั่วโมง ๑. เป้าหมายการเรียนรู้ ๕. นำทัศนธำตุต่ำงๆ มำสร้ำงสรรค์ผลงำนศิลปะตำมควำมคิดจินตนำกำรของตนเองได้อย่ำงเหมำะสม ๖. มีทักษะพื้นฐำนในกำรวำดภำพสัดส่วนมนุษย์ ๗. นำควำมรู้ ควำมเข้ำใจในบริเวณว่ำงมำใช้สร้ำงสรรค์ผลงำนได้อย่ำงเหมำะสม ๘. มีทักษะในกำรนำทัศนธำตุต่ำงๆ มำจัดองค์ประกอบศิลป์ได้อย่ำงสวยงำมและเหมำะสม ๙. นำควำมรู้ ควำมเข้ำใจรูปแบบกำรสื่อควำมหมำย ผสำนควำมคิดและจินตนำกำรของตนเอง ถ่ำยทอดผลงำนทัศนศิลป์ไทย สำกล ตำมควำมถนัดและสนใจ ๒. สาระสาคัญ ทัศนธำตุเป็นส่วนประกอบสำคัญต่ำงๆ ที่ประกอบกันเป็นงำนทัศนศิลป์ ซึ่งสำมำรถมองเห็นได้ ซึ่ง ได้แก่ จุด เส้น รูปร่ำง รูปทรง สี น้ำหนักอ่อน-แก่ สัดส่วน พื้นผิว รูปและพื้น ที่ผสมผสำนกันอย่ำง กลมกลืนและเหมำะสม กำรสร้ำงสรรค์ผลงำนทำงศิลปะเพื่อให้เกิดคุณค่ำทำงควำมงำม ควรยึดหลักกำร จัดองค์ประกอบศิลป์ และกำรสื่อควำมหมำยด้วยงำนทัศนศิลป์ ๓. มาตรฐานและตัวชี้วัด มาตรฐาน ศ ๑.๑ : สร้ำงสรรค์งำนทัศนศิลป์ตำมจินตนำกำรและควำมคิดสร้ำงสรรค์ วิเครำะห์ วิพำกษ์ วิจำรณ์ คุณค่ำงำนทัศนศิลป์ ถ่ำยทอดควำมรู้สึก ควำมคิดต่องำนศิลปะ อย่ำงอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ๓. ตัวชี้วัด : สิ่งที่นักเรียนพึงรู้และปฏิบัติได้
147.
๗ มฐ. ศ ๑.๑ ตัวชี้วัด
: สิ่งที่นักเรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ ๑. วิเครำะห์กำรใช้ทัศนธำตุและหลักกำรออกแบบในกำรสื่อควำมหมำยในรูปแบบต่ำงๆ ๔. มีทักษะและเทคนิคในกำรใช้วัสดุ อุปกรณ์และกระบวนกำรที่สูงขึ้นในกำรสร้ำงงำนทัศนศิลป์ ๖. ออกแบบงำนทัศนศิลป์ได้เหมำะสมกับโอกำสและสถำนที่ ๑๐. สร้ำงสรรค์งำนทัศนศิลป์ไทย สำกล โดยศึกษำจำกแนวคิดและวิธีกำรสร้ำงงำนของศิลปินที่ ตนชื่นชอบ ๔. สาระการเรียนรู้ ๑. ทัศนธำตุ ๒. กำรจัดองค์ประกอบศิลป์ ๓. กำรสื่อควำมหมำยด้วยงำนทัศนศิลป์ ๕. จุดประสงค์การเรียนรู้ K (Knowledge) ความรู้ความเข้าใจ P (Practice) การฝึกปฏิบัติ A (Attitude) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. อธิบำยทัศนธำตุได้ ๒. อธิบำยกำรจัดองค์ประกอบ ศิลป์ได้ ๗. อธิบำยกำรสื่อควำมหมำย ด้วยงำนทัศนศิลป์ได้ ๑. กิจกรรมเรื่อง ทัศนธำตุสร้ำงสรรค์ ๒. กิจกรรมเรื่อง ทัศนธำตุและรูปแบบ จำกธรรมชำติ ๓. กิจกรรมเรื่อง วำดภำพสัดส่วนมนุษย์ ๔. กิจกรรมเรื่อง กำหนดบริเวณว่ำง ๕. กิจกรรมเรื่อง จัดองค์ประกอบศิลป์ ด้วยทัศนธำตุ ๖. กิจกรรมเรื่อง สื่อควำมคิด จินตนำกำร ควำมประทับใจ ด้วยทัศนศิลป์ ๑. รักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ๒. ซื่อสัตย์สุจริต ๓. มีวินัย ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๕. อยู่อย่ำงพอเพียง ๖. มุ่งมั่นในกำรทำงำน ๗. รักควำมเป็นไทย ๘. มีจิตสำธำรณะ ๖. การวัดและประเมินผล ๑. เครื่องมือวัดและประเมินผล ๑) ใบงำน ๒) แบบประเมินพฤติกรรมกำรทำงำนกลุ่ม ๓) แบบสังเกตพฤติกรรมรำยบุคคล ๔) แบบสังเกตสมรรถนะสำคัญของนักเรียน ๕) แบบสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๒. วิธีวัดผล ๑) ตรวจใบงำน ๒) สังเกตพฤติกรรมกำรทำงำนกลุ่ม ๓) สังเกตพฤติกรรมรำยบุคคล
148.
๘ ๔) สังเกตสมรรถนะสำคัญของนักเรียน ๕) สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓.
เกณฑ์การวัดและประเมินผล ๑) กำรประเมินจำกแบบตรวจใบงำน ต้องผ่ำนเกณฑ์กำรประเมิน เรื่องควำมรู้ควำมเข้ำใจ กำรนำไปใช้ ทักษะ และจิตพิสัย ทุกช่องเกินร้อยละ ๕๐ ๒) กำรประเมินผลจำกกำรสังเกตพฤติกรรมกำรทำงำนกลุ่ม ต้องผ่ำนเกณฑ์กำรประเมิน คือ เกินร้อยละ ๕๐ ๓) กำรประเมินผลกำรสังเกตพฤติกรรมรำยบุคคล เกณฑ์ผ่ำนกำรประเมิน ต้องไม่มีช่องปรับปรุง ๔) กำรประเมินผลกำรสังเกตสมรรถนะสำคัญของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับกำรประเมินตำม สภำพจริง ๕) กำรประเมินผลกำรสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับ กำรประเมินตำมสภำพจริง ๗. หลักฐาน/ผลงาน ๑. ผลกำรทำใบงำน ๒. ผลกำรสร้ำงสรรค์ผลงำน ๘. กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑-๒ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑) ครูให้นักเรียนดูภำพงำนทัศนศิลป์ที่สร้ำงสรรค์ด้วยจุด เส้น รูปร่ำง รูปทรงและสี ให้เห็นผลงำน ศิลปะในรูปแบบต่ำงๆ และสนทนำกับนักเรียนเพื่อเชื่อมโยงควำมรู้เกี่ยวกับทัศนธำตุ รูปร่ำง รูปทรงและสี ขั้นสอน ๒) ครูอธิบำยให้นักเรียนทรำบว่ำ จุด เส้น รูปร่ำง รูปทรงและสีเป็นทัศนธำตุพื้นฐำน ในกำร สร้ำงสรรค์งำนด้ำนศิลปะ ๓) แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๕ คน ร่วมกันศึกษำค้นคว้ำ ในหัวข้อดังนี้ จุด เส้น รูปร่ำง รูปทรง ทำใบงำนที่ ๒.๑ กิจกรรม เรื่องทัศนธำตุสร้ำงสรรค์ และใบงำนที่ ๒.๒ กิจกรรม เรื่องทัศน ธำตุและรูปแบบจำกธรรมชำติ ๔) แต่ละกลุ่มออกมำนำเสนอผลกำรศึกษำ เรื่องจุด เส้น รูปร่ำง รูปทรง และผลกำรทำกิจกรรม โดยครูช่วยเสริมเพิ่มเติมให้สมบูรณ์ ขั้นสรุปและการประยุกต์
149.
๙ ๕) ครูและนักเรียนร่วมกันบรรยำยสรุปและให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนรำยงำนสรุปควำมรู้ที่ได้รับ และนัดหมำยให้นักเรียนเตรียมวัสดุอุปกรณ์มำทำกิจกรรมในชั่วโมงต่อไป ชั่วโมงที่ ๓-๔ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๖)
ครูนำภำพงำนทัศนศิลป์ที่สร้ำงสรรค์ด้วย สัดส่วน พื้นผิว รูปและพื้น และบริเวณว่ำง ให้ นักเรียนดู ขั้นสอน ๗) ครูอธิบำยควำมหมำยของ สัดส่วน พื้นผิว รูปและพื้น และบริเวณว่ำงที่มีอิทธิพลต่อกำร สร้ำงสรรค์งำนศิลปะ ๘) แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๕ คน ร่วมกันศึกษำค้นคว้ำ หัวข้อดังนี้ สัดส่วน พื้นผิว รูปและพื้น บริเวณว่ำง ทำใบงำนที่ ๒.๓ กิจกรรม เรื่องวำดภำพสัดส่วนมนุษย์ และใบงำนที่ ๒.๔ กิจกรรม เรื่องกำหนดบริเวณว่ำง ๙) นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมำนำเสนอที่หน้ำชั้นเรียน และให้นักเรียนทุกคนร่วมกันแสดงควำม คิดเห็นหำข้อสรุปที่ตรงกัน โดยมีครูคอยให้ควำมรู้เสริมเพิ่มเติมให้สมบูรณ์ ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๑๐) ครูและนักเรียนร่วมกันบรรยำยสรุปและให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนรำยงำน สรุปควำมรู้ที่ได้รับ และนัดหมำยให้นักเรียนเตรียมวัสดุ อุปกรณ์มำทำกิจกรรมในชั่วโมงต่อไป
150.
๑๐ ชั่วโมงที่ ๕-๖ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑๑) ครูนำภำพงำนทัศนศิลป์ที่สร้ำงสรรค์กำรจัดองค์ประกอบศิลป์ด้วยทัศนธำตุ
ให้นักเรียนดู ขั้นสอน ๑๒) ครูอธิบำยหลักกำรจัดองค์ประกอบศิลป์ด้วยทัศนธำตุ ให้นักเรียนเปรียบเทียบถึงควำมแตกต่ำง ๑๓) แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๕ คน ร่วมกันศึกษำค้นคว้ำหลักกำรจัดองค์ประกอบศิลป์ หัวข้อดังนี้ หลักของควำมเป็นเอกภำพ หลักของควำมสมดุล หลักกำรสร้ำงควำมน่ำสนใจ ทำใบงำนที่ ๒.๕ กิจกรรม เรื่องจัดองค์ประกอบศิลป์ด้วยทัศนธำตุ ๑๔) นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมำนำเสนอผลกำรศึกษำและผลกำรทำกิจกรรมโดยครูช่วยอธิบำยเสริม เพิ่มเติมให้สมบูรณ์ ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๑๕) ครูและนักเรียนร่วมกันบรรยำยสรุปและให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนรำยงำนสรุปควำมรู้ที่ได้รับ และ นัดหมำยให้นักเรียนเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ในกำรสร้ำงงำนศิลปะในชั่วโมงต่อไป ชั่วโมงที่ ๗-๘ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑๖) ครูนำภำพกำรสื่อควำมหมำยด้วยงำนทัศนศิลป์ รูปแบบต่ำงๆ ให้นักเรียนดู ขั้นสอน ๑๗) ครูอธิบำยกำรสื่อควำมหมำยด้วยงำนทัศนศิลป์รูปแบบต่ำงๆ เพื่อให้นักเรียนเห็นควำมแตกต่ำง ๑๘) แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๕ คน ร่วมกันศึกษำค้นคว้ำกำรสื่อควำมหมำยด้วยงำนทัศนศิลป์ หัวข้อดังนี้ ควำมหมำยของกำรสื่อ วิธีกำรสื่อควำมหมำย รูปแบบกำรสื่อควำมหมำย ทำใบงำนที่ ๒.๖ กิจกรรม เรื่องสื่อควำมคิด จินตนำกำร ควำมประทับใจด้วยงำนทัศนศิลป์ ๑๙) นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมำนำเสนอผลกำรศึกษำ และผลกำรทำกิจกรรม โดยครูช่วยอธิบำย เสริมเพิ่มเติมให้สมบูรณ์ ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๒๐) ครูและนักเรียนร่วมกันบรรยำยสรุปและให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม เขียนรำยงำนสรุปควำมรู้ที่ได้รับ และ นัดหมำยให้นักเรียนเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ในกำรสร้ำงงำนศิลปะในชั่วโมงต่อไป
151.
๑๑ ๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑. หนังสือเรียนรำยวิชำพื้นฐำน
ทัศนศิลป์ ๔-๖ ของสำนักพิมพ์เอมพันธ์ ๒. ตัวอย่ำงภำพงำนทัศนศิลป์ที่สร้ำงสรรค์ด้วยทัศนธำตุรูปแบบต่ำงๆ ๓. สื่อเว็บไซต์ทำงศิลปะ ๔. สถำบันทำงศิลปะและหอศิลป์ต่ำงๆ ๑๐. การบูรณาการ ๑. บูรณำกำรกับกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ ภำษำไทย ได้แก่ ทักษะกำรเขียนรำยงำน ทักษะกำรนำเสนอ รำยงำน ๒. บูรณำกำรกับกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ กำรงำนอำชีพและเทคโนโลยี ได้แก่ กำรค้นคว้ำงำนศิลปะจำก เว็บไซต์ต่ำงๆ
152.
๑๒ บันทึกหลังการสอน ๑. ผลการสอน ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ๒. ปัญหา/อุปสรรค ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ๓.
ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ลงชื่อ...............................................ครูผู้สอน (...............................................) วันที่.......เดือน..........................พ.ศ. ............ ๔. ข้อเสนอแนะรองผู้อานวยการฝ่ายวิชาการ ………………………………………………………………………………………………………….………. …………………………………………………………………………………………………….……………. ………………………………………………………………………………………………………….………. ………………………………………………………………………………………………………..…………. ……………………………………………………………………………………………………..……………. ลงชื่อ............................................................... ( นำงสำวโสภำ ขำเจริญ ) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓ วิชา ทัศนศิลป์ ๔-๖ โรงเรียนมัธยมวัดดอนตูม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔-๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ ตามรอยศิลปิน เวลา ๔ ชั่วโมง
153.
๑๓ ๑. เป้าหมายการเรียนรู้ ๑๐.มีควำมรู้ ควำมเข้ำใจ
สำมำรถนำหลักกำร หรือแนวทำงในกำรสร้ำงงำนของศิลปินมำประยุกต์ใช้ สร้ำงสรรค์ผลงำนของตนเองได้อย่ำงเหมำะสม ๑๑.มีควำมเข้ำใจ สำมำรถวิเครำะห์จุดมุ่งหมำย แนวทำงกำรสร้ำงงำน กำรเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ และเนื้อหำในกำรสร้ำงงำนของศิลปิน ๑๒.สร้ำงสรรค์ผลงำนตำมแนวทำงของศิลปินได้อย่ำงสวยงำม ๒. สาระสาคัญ ศิลปิน คือ ผู้สร้ำงงำนศิลปะโดยกำรถ่ำยทอดควำมคิด ควำมรู้สึกที่มีต่อธรรมชำติ สังคม สิ่งแวดล้อม ออกมำเป็นผลงำนศิลปะที่มีรูปแบบสวยงำมตำมควำมถนัด ประสบกำรณ์หรือลักษณะเฉพำะตัวของ ศิลปินแต่ละคน จึงทำให้เกิดผลงำนศิลปะในรูปแบบที่หลำกหลำย ซึ่งมีทั้งศิลปินของไทยและศิลปิน ต่ำงประเทศที่มีผลงำนสร้ำงสรรค์แตกต่ำงกันตำมควำมคิดของศิลปิน ๓. มาตรฐานและตัวชี้วัด มาตรฐาน ศ ๑.๑ : สร้ำงสรรค์งำนทัศนศิลป์ตำมจินตนำกำรและควำมคิดสร้ำงสรรค์ วิเครำะห์ วิพำกษ์ วิจำรณ์ คุณค่ำงำนทัศนศิลป์ ถ่ำยทอดควำมรู้สึก ควำมคิดต่องำน ศิลปะอย่ำงอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ๓. ตัวชี้วัด : สิ่งที่นักเรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ มฐ. ศ ๑.๑ ตัวชี้วัด : สิ่งที่นักเรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ ๑. วิเครำะห์กำรใช้ทัศนธำตุและหลักกำรออกแบบในกำรสื่อควำมหมำยในรูปแบบต่ำงๆ ๒. บรรยำยจุดประสงค์และเนื้อหำของงำนทัศนศิลป์ โดยใช้ศัพท์ทำงทัศนศิลป์ ๓. วิเครำะห์กำรเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์และเทคนิคของศิลปินในกำรแสดงออกทำงทัศนศิลป์ ๔. มีทักษะและเทคนิคในกำรใช้วัสดุ อุปกรณ์และกระบวนกำรที่สูงขึ้นในกำรสร้ำงงำนทัศนศิลป์
154.
๑๔ ๖. ออกแบบงำนทัศนศิลป์ได้เหมำะสมกับโอกำสและสถำนที่ ๗. วิเครำะห์และอธิบำยจุดมุ่งหมำยของศิลปินในกำรเลือกใช้วัสดุ
อุปกรณ์ เทคนิคและเนื้อหำ เพื่อสร้ำงสรรค์งำนทัศนศิลป์ ๑๐. สร้ำงสรรค์งำนทัศนศิลป์ไทย สำกล โดยศึกษำจำกแนวคิดและวิธีกำรสร้ำงงำนของศิลปินที่ ตนชื่นชอบ ๔. สาระการเรียนรู้ ๑. ศิลปินคือใคร ๒. ศิลปินที่รู้จัก ๓. สร้ำงงำนตำมรอยศิลปิน ๕. จุดประสงค์การเรียนรู้ K (Knowledge) ความรู้ความเข้าใจ P (Practice) การฝึกปฏิบัติ A (Attitude) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๘. อธิบำยควำมหมำยของคำว่ำ ศิลปินได้ ๙. อธิบำยและบอกศิลปินที่รู้จัก ได้ ๑๐.อธิบำยขั้นตอนกำรสร้ำง งำนตำมรอยศิลปินได้ ๗. กิจกรรม เรื่องสร้ำงสรรค์งำนทัศนศิลป์ ๘. กิจกรรม เรื่องโครงงำนศึกษำชีวประวัติ และแนวทำงกำรสร้ำงสรรค์ผลงำน ของศิลปินที่ชื่นชอบ ๙. กิจกรรม เรื่องสร้ำงงำนตำมรอยศิลปิน ๑. รักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ๒. ซื่อสัตย์สุจริต ๓. มีวินัย ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๕. อยู่อย่ำงพอเพียง ๖. มุ่งมั่นในกำรทำงำน ๗. รักควำมเป็นไทย ๘. มีจิตสำธำรณะ ๖. การวัดและประเมินผล ๑. เครื่องมือวัดและประเมินผล ๑) ใบงำน ๒) แบบประเมินพฤติกรรมกำรทำงำนกลุ่ม ๓) แบบสังเกตพฤติกรรมรำยบุคคล ๔) แบบสังเกตสมรรถนะสำคัญของนักเรียน ๕) แบบสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๒. วิธีวัดผล ๑) ตรวจใบงำน ๒) สังเกตพฤติกรรมกำรทำงำนกลุ่ม ๓) สังเกตพฤติกรรมรำยบุคคล
155.
๑๕ ๔) สังเกตสมรรถนะสำคัญของนักเรียน ๕) สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓.
เกณฑ์การวัดและประเมินผล ๑) กำรประเมินจำกแบบตรวจใบงำน ต้องผ่ำนเกณฑ์กำรประเมิน เรื่องควำมรู้ควำมเข้ำใจ กำรนำไปใช้ ทักษะ และจิตพิสัย ทุกช่องเกินร้อยละ ๕๐ ๒) กำรประเมินผลจำกกำรสังเกตพฤติกรรมกำรทำงำนกลุ่ม ต้องผ่ำนเกณฑ์กำรประเมิน คือ เกินร้อยละ ๕๐ ๓) กำรประเมินผลกำรสังเกตพฤติกรรมรำยบุคคล เกณฑ์ผ่ำนกำรประเมิน ต้องไม่มีช่องปรับปรุง ๔) กำรประเมินผลกำรสังเกตสมรรถนะสำคัญของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับกำรประเมินตำม สภำพจริง ๕) กำรประเมินผลกำรสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับ กำรประเมินตำมสภำพจริง ๗. หลักฐาน/ผลงาน ๑. ผลกำรทำใบงำน ๒. ผลกำรสร้ำงสรรค์ผลงำน ๘. กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑-๒ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑) ครูให้นักเรียนดูภำพผลงำนกำรสร้ำงสรรค์ของศิลปินรูปแบบต่ำง ๆ เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนได้ เห็นผลงำนศิลปะในรูปแบบต่ำง ๆ และสนทนำกับนักเรียนเพื่อเชื่อมโยงควำมรู้กับ ตำมรอย ศิลปิน ขั้นสอน ๒) ครูอธิบำยให้นักเรียนทรำบว่ำ ศิลปินของไทยและศิลปินต่ำงประเทศมีกำรสร้ำงสรรค์งำนที่ แตกต่ำงกัน ตำมควำมคิด จินตนำกำรของแต่ละคน ๓) แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๕ คน ร่วมกันศึกษำค้นคว้ำ ในหัวข้อดังนี้ ศิลปินคือใคร ศิลปินที่รู้จัก ศิลปินไทย ศิลปินต่ำงประเทศ ทำใบงำนที่ ๓.๑ กิจกรรม เรื่องสร้ำงสรรค์งำนทัศนศิลป์ ทำใบงำนที่ ๓.๒ กิจกรรม เรื่องโครงงำนศึกษำชีวประวัติและแนวทำงกำรสร้ำงสรรค์ผลงำนของ ศิลปินที่ชื่นชอบ
156.
๑๖ ๔) แต่ละกลุ่มออกมำนำเสนอผลกำรศึกษำ เรื่องศิลปินคือใคร
ศิลปินที่รู้จัก และผลกำรทำกิจกรรม โดยครูช่วยเสริมเพิ่มเติมให้สมบูรณ์ ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๕) ครูและนักเรียนร่วมกันบรรยำยสรุปและให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนรำยงำนสรุปควำมรู้ที่ได้รับ และนัดหมำยให้นักเรียนเตรียมวัสดุอุปกรณ์มำทำกิจกรรมในชั่วโมงต่อไป ชั่วโมงที่ ๓-๔ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๖) ครูนำภำพตัวอย่ำงผลงำนกำรสร้ำงสรรค์ของศิลปินรูปแบบต่ำง ๆ ให้นักเรียนดู ขั้นสอน ๗) ครูอธิบำยแนวคิด เทคนิค และวิธีกำรสร้ำงสรรค์งำนของศิลปินแต่ละคน เพื่อให้นักเรียนเห็น ควำมแตกต่ำง ๘) แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๕ คน ร่วมกันศึกษำแนวคิด เทคนิค และวิธีกำรสร้ำงงำน พร้อมทำใบงำนที่ ๓.๓ กิจกรรมเรื่องสร้ำงงำนตำมรอยศิลปิน ๙) นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมำนำเสนอที่หน้ำชั้นเรียน และให้นักเรียนทุกคนร่วมกันแสดงควำม คิดเห็นหำข้อสรุปที่ตรงกัน โดยมีครูคอยให้ควำมรู้เสริมเพิ่มเติมให้สมบูรณ์ ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๑๐) ครูและนักเรียนร่วมกันบรรยำยสรุปและให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนรำยงำน สรุปควำมรู้ที่ได้รับ และ แนะนำให้นักเรียน ศึกษำค้นคว้ำเพิ่มเติมผลงำนของศิลปินจำกสื่อเว็บไซต์ทำงศิลปะ ๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑. หนังสือเรียนรำยวิชำพื้นฐำน ทัศนศิลป์ ๔-๖ ของสำนักพิมพ์เอมพันธ์ ๒. ตัวอย่ำงภำพงำนทัศนศิลป์ที่สร้ำงสรรค์ด้วยทัศนธำตุรูปแบบต่ำงๆ ๓. สื่อเว็บไซต์ทำงศิลปะ ๔. สถำบันทำงศิลปะและหอศิลป์ต่ำงๆ ๑๐. การบูรณาการ ๑. บูรณำกำรกับกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ ภำษำไทย ได้แก่ ทักษะกำรเขียนรำยงำน ทักษะกำรนำเสนอ รำยงำน ๒. บูรณำกำรกับกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ กำรงำนอำชีพและเทคโนโลยี ได้แก่ กำรค้นคว้ำงำนศิลปะจำก เว็บไซต์ต่ำงๆ
157.
๑๗ บันทึกหลังการสอน ๑. ผลการสอน ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ๒. ปัญหา/อุปสรรค ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ๓.
ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ลงชื่อ...............................................ครูผู้สอน (...............................................) วันที่.......เดือน..........................พ.ศ. ............ ๔. ข้อเสนอแนะรองผู้อานวยการฝ่ายวิชาการ ………………………………………………………………………………………………………….………. …………………………………………………………………………………………………….……………. ………………………………………………………………………………………………………….………. ………………………………………………………………………………………………………..…………. ……………………………………………………………………………………………………..……………. ลงชื่อ............................................................... ( นำงสำวโสภำ ขำเจริญ ) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔ วิชา ทัศนศิลป์ ๔-๖ โรงเรียนมัธยมวัดดอนตูม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔-๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ เวลา ๘ ชั่วโมง
158.
๑๘ ๑. เป้าหมายการเรียนรู้ มีทักษะและเทคนิคในกำรใช้วัสดุ อุปกรณ์และกระบวนกำรสร้ำงสรรค์งำนจิตรกรรม
วำดภำพ ระบำยสี ภำพล้อเลียนหรือกำร์ตูน สร้ำงสรรค์งำนประติมำกรรมรูปปั้นลอยตัว และสร้ำงงำนภำพพิมพ์ ๒. สาระสาคัญ กำรสร้ำงสรรค์งำนทัศนศิลป์ จะมีรูปแบบ วัสดุ อุปกรณ์ เทคนิค วิธีกำรสร้ำงที่แตกต่ำงกัน มีวิวัฒนำกำรสร้ำงสรรค์จำกอดีตที่ใช้เครื่องมือแบบง่ำย ๆ จนถึงกำรใช้สื่อและเครื่องมือที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งเป็นผลจำกกำรพัฒนำทำงเทคโนโลยี ซึ่งกรรมวิธีและวัสดุ อุปกรณ์แต่ละชนิด จะเป็นตัวกำหนด ลักษณะรูปแบบของงำนทัศนศิลป์ที่แตกต่ำงกันออกไป ๓. มาตรฐานและตัวชี้วัด มาตรฐาน ศ ๑.๑ : สร้ำงสรรค์งำนทัศนศิลป์ตำมจินตนำกำรและควำมคิดสร้ำงสรรค์ วิเครำะห์ วิพำกษ์ วิจำรณ์ คุณค่ำงำนทัศนศิลป์ ถ่ำยทอดควำมรู้สึก ควำมคิดต่องำน ศิลปะอย่ำงอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ๓. ตัวชี้วัด : สิ่งที่นักเรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ มฐ. ศ ๑.๑ ตัวชี้วัด : สิ่งที่นักเรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ ๔. มีทักษะและเทคนิคในกำรใช้วัสดุ อุปกรณ์และกระบวนกำรที่สูงขึ้นในกำรสร้ำงงำนทัศนศิลป์ ๑๑. วำดภำพ ระบำยสี เป็นภำพล้อเลียนหรือกำร์ตูน เพื่อแสดงควำมคิดเห็นเกี่ยวกับสภำพสังคม ในปัจจุบัน ๔. สาระการเรียนรู้ ๑ วัสดุอุปกรณ์ในกำรสร้ำงงำนทัศนศิลป์แขนงต่ำงๆ ๒ วัสดุอุปกรณ์ในกำรสร้ำงสรรค์งำนจิตรกรรม ๓ วัสดุอุปกรณ์ในกำรสร้ำงสรรค์งำนประติมำกรรม ๔ วัสดุอุปกรณ์ในกำรสร้ำงสรรค์งำนภำพพิมพ์ ๕. จุดประสงค์การเรียนรู้ K (Knowledge) ความรู้ความเข้าใจ P (Practice) การฝึกปฏิบัติ A (Attitude) คุณลักษณะอันพึงประสงค์
159.
๑๙ ๑. อธิบำยกำรใช้วัสดุอุปกรณ์ และกระบวนกำรสร้ำงงำน จิตรกรรมได้ ๒. อธิบำยกำรใช้วัสดุอุปกรณ์ และกระบวนกำรสร้ำงงำน ประติมำกรรมได้ ๓.
อธิบำยกำรใช้วัสดุ อุปกรณ์ และกระบวนกำร สร้ำงงำนภำพพิมพ์ได้ ๑๑. กิจกรรม เรื่องกุหลำบแสนสวย ๑๒. กิจกรรม เรื่องวำดภำพกำร์ตูน ๑๓. กิจกรรม เรื่องวำดภำพล้อเลียน ๑๔. กิจกรรม เรื่องปั้นรูปลอยตัวตำม จินตนำกำร ๑๕. กิจกรรม เรื่องภำพพิมพ์แกะไม้ (woodcut) ๑. รักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ๒. ซื่อสัตย์สุจริต ๓. มีวินัย ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๕. อยู่อย่ำงพอเพียง ๖. มุ่งมั่นในกำรทำงำน ๗. รักควำมเป็นไทย ๘. มีจิตสำธำรณะ ๖. การวัดและประเมินผล ๑. เครื่องมือวัดและประเมินผล ๑) ใบงำน ๒) แบบประเมินพฤติกรรมกำรทำงำนกลุ่ม ๓) แบบสังเกตพฤติกรรมรำยบุคคล ๔) แบบสังเกตสมรรถนะสำคัญของนักเรียน ๕) แบบสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๒. วิธีวัดผล ๑) ตรวจใบงำน ๒) สังเกตพฤติกรรมกำรทำงำนกลุ่ม ๓) สังเกตพฤติกรรมรำยบุคคล ๔) สังเกตสมรรถนะสำคัญของนักเรียน ๕) สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓. เกณฑ์การวัดและประเมินผล ๑) กำรประเมินจำกแบบตรวจใบงำน ต้องผ่ำนเกณฑ์กำรประเมิน เรื่องควำมรู้ควำมเข้ำใจ กำรนำไปใช้ ทักษะ และจิตพิสัย ทุกช่องเกินร้อยละ ๕๐ ๒) กำรประเมินผลจำกกำรสังเกตพฤติกรรมกำรทำงำนกลุ่ม ต้องผ่ำนเกณฑ์กำรประเมิน คือ เกินร้อยละ ๕๐ ๓) กำรประเมินผลกำรสังเกตพฤติกรรมรำยบุคคล เกณฑ์ผ่ำนกำรประเมิน ต้องไม่มีช่องปรับปรุง ๔) กำรประเมินผลกำรสังเกตสมรรถนะสำคัญของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับกำรประเมินตำม สภำพจริง ๕) กำรประเมินผลกำรสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับ กำรประเมินตำมสภำพจริง ๗. หลักฐาน/ผลงาน
160.
๒๐ ๑. ผลกำรทำใบงำน ๒. ผลกำรสร้ำงสรรค์งำนศิลปะ ๘.
กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑-๒ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑) ครูให้นักเรียนดูวัสดุอุปกรณ์ในกำรสร้ำงงำนจิตรกรรม และตัวอย่ำงกำรวำดภำพด้วยวัสดุ อุปกรณ์ต่ำง ๆ เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนได้เห็นผลงำนศิลปะในรูปแบบต่ำง ๆ และสนทนำกับ นักเรียนเพื่อเชื่อมโยงควำมรู้เกี่ยวกับกำรสร้ำงสรรค์งำนทัศนศิลป์ ขั้นสอน ๒) ครูอธิบำยให้นักเรียนทรำบว่ำ ผลงำนกำรวำดภำพ ระบำยสี หรืองำนจิตรกรรมมีควำมแตกต่ำงกัน อยู่ที่กำรใช้วัสดุอุปกรณ์ ๓) แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๕ คน ร่วมกันศึกษำค้นคว้ำ ในหัวข้อดังนี้ วัสดุ อุปกรณ์ในกำรสร้ำงงำนจิตรกรรม วัสดุ อุปกรณ์ในกำรสร้ำงงำนภำพวำด วัสดุ อุปกรณ์ในกำรสร้ำงงำนภำพเขียน ทำใบงำนที่ ๔.๑ กิจกรรม เรื่องกุหลำบแสนสวย ๔) แต่ละกลุ่มออกมำนำเสนอผลกำรศึกษำ เรื่องวัสดุ อุปกรณ์ในกำรสร้ำงงำนจิตรกรรมและผลกำร ทำกิจกรรม โดยครูช่วยเสริมเพิ่มเติมให้สมบูรณ์ ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๕) ครูและนักเรียนร่วมกันบรรยำยสรุปและให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนรำยงำนสรุปควำมรู้ที่ได้รับ และนัดหมำยให้นักเรียนเตรียมวัสดุอุปกรณ์มำทำกิจกรรมกำรวำดภำพกำร์ตูนและ วำดภำพล้อเลียนในชั่วโมงต่อไป ชั่วโมงที่ ๓-๔ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๖) ครูนำภำพตัวอย่ำงกำรวำดภำพกำร์ตูน และภำพล้อเลียนให้นักเรียนดู ขั้นสอน ๗) ครูอธิบำยควำมหมำยของภำพกำร์ตูน ภำพล้อเลียน มีควำมแตกต่ำงในกำรสร้ำงสรรค์ และ เนื้อหำรูปแบบ ๘) แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๕ คน ร่วมกันศึกษำค้นคว้ำ ในหัวข้อดังนี้ ภำพกำร์ตูน และเทคนิคกำรเขียนภำพกำร์ตูน ภำพล้อเลียน และเทคนิคกำรเขียนภำพล้อเลียน
161.
๒๑ ทำใบงำนที่ ๔.๒
กิจกรรม เรื่องวำดภำพกำร์ตูน ทำใบงำนที่ ๔.๓ กิจกรรม เรื่องวำดภำพล้อเลียน ๙) นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมำนำเสนอที่หน้ำชั้นเรียน และให้นักเรียนทุกคนร่วมกันแสดงควำม คิดเห็นหำข้อสรุปที่ตรงกัน โดยมีครูคอยให้ควำมรู้เสริมเพิ่มเติมให้สมบูรณ์ ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๑๐) ครูและนักเรียนร่วมกันบรรยำยสรุปและให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนรำยงำน สรุปควำมรู้ที่ได้รับ และนัดหมำยให้นักเรียนเตรียมวัสดุ อุปกรณ์มำทำกิจกรรมกำรปั้นรูปลอยตัวในชั่วโมงต่อไป ชั่วโมงที่ ๕-๖ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑๑) ครูนำตัวอย่ำงผลงำนกำรปั้นรูปลอยตัว และวัสดุ อุปกรณ์ในกำรปั้นให้นักเรียนดู ขั้นสอน ๑๒) ครูอธิบำยวิธีกำรใช้วัสดุ อุปกรณ์ และขั้นตอนในกำรสร้ำงงำนประติมำกรรม ๑๓) แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๕ คน ร่วมกันศึกษำค้นคว้ำ ในหัวข้อดังนี้ วัสดุ อุปกรณ์ในกำรสร้ำงงำนประติมำกรรม กลวิธีในกำรสร้ำงงำนประติมำกรรม ทำใบงำนที่ ๔.๔ กิจกรรมเรื่อง ปั้นรูปลอยตัวตำมจินตนำกำร ๑๔) นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมำนำเสนอผลกำรศึกษำและผลกำรทำกิจกรรมโดยครูช่วยอธิบำยเสริม เพิ่มเติมให้สมบูรณ์ ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๑๕) ครูและนักเรียนร่วมกันบรรยำยสรุป และให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนรำยงำนสรุปควำมรู้ที่ได้รับ และนัดหมำยให้นักเรียนเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ในกำรสร้ำงงำนภำพพิมพ์ในชั่วโมงต่อไป ชั่วโมงที่ ๗-๘ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑๖) ครูนำตัวอย่ำงผลงำนกำรสร้ำงสรรค์ภำพพิมพ์ และวัสดุอุปกรณ์ในกำรสร้ำงภำพพิมพ์ให้ นักเรียนดู ขั้นสอน ๑๗) ครูอธิบำยวิธีกำรใช้วัสดุ อุปกรณ์ และขั้นตอนในกำรสร้ำงงำนภำพพิมพ์ ๑๘) แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๕ คน ร่วมกันศึกษำค้นคว้ำ ในหัวข้อดังนี้ วัสดุ อุปกรณ์ในกำรสร้ำงงำนภำพพิมพ์ กลวิธีในกำรสร้ำงงำนภำพพิมพ์ ทำใบงำนที่ ๔.๕ กิจกรรม เรื่องภำพพิมพ์แกะไม้ (woodcut)
162.
๒๒ ๑๙) นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมำนำเสนอผลกำรศึกษำและผลกำรทำกิจกรรม โดยครูช่วยอธิบำยเสริม เพิ่มเติมให้สมบูรณ์ ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๒๐)
ครูและนักเรียนร่วมกันบรรยำยสรุป และให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนรำยงำนสรุปควำมรู้ที่ได้รับและ แนะนำให้นักเรียนศึกษำค้นคว้ำเพิ่มเติมเรื่องกำรสร้ำงสรรค์งำนทัศนศิลป์จำกสื่อเว็บไซต์ทำง ศิลปะ ๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑. หนังสือเรียนรำยวิชำพื้นฐำน ทัศนศิลป์ ๔-๖ ของสำนักพิมพ์เอมพันธ์ ๒. ตัวอย่ำงภำพผลงำนทำงด้ำนจิตรกรรม ประติมำกรรมและภำพพิมพ์ ๓. สื่อเว็บไซต์ทำงศิลปะ ๔. สถำบันทำงศิลปะและหอศิลป์ต่ำงๆ ๑๐. การบูรณาการ ๑. บูรณำกำรกับกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ ภำษำไทย ได้แก่ ทักษะกำรเขียนรำยงำน ทักษะกำรนำเสนอ รำยงำน ๒. บูรณำกำรกับกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ กำรงำนอำชีพและเทคโนโลยี ได้แก่ กำรค้นคว้ำงำนศิลปะจำก เว็บไซต์ต่ำงๆ บันทึกหลังการสอน ๑. ผลการสอน ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ๒. ปัญหา/อุปสรรค ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ๓. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ลงชื่อ...............................................ครูผู้สอน (...............................................) วันที่.......เดือน..........................พ.ศ. ............
163.
๒๓ ๔. ข้อเสนอแนะรองผู้อานวยการฝ่ายวิชาการ ………………………………………………………………………………………………………….………. …………………………………………………………………………………………………….……………. ………………………………………………………………………………………………………….………. ………………………………………………………………………………………………………..…………. ……………………………………………………………………………………………………..……………. ลงชื่อ............................................................... ( นำงสำวโสภำ
ขำเจริญ ) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕ วิชา ทัศนศิลป์ ๔-๖ โรงเรียนมัธยมวัดดอนตูม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔-๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๕ การออกแบบ เวลา ๖ ชั่วโมง ๑. เป้าหมายการเรียนรู้ นำควำมรู้ ควำมเข้ำใจ หลักกำรออกแบบและกำรจัดองค์ประกอบศิลป์มำประยุกต์ใช้ตำมควำมคิด สร้ำงสรรค์ในกำรออกแบบตัวอักษร ออกแบบสัญลักษณ์ สื่อควำมหมำย ออกแบบโปสเตอร์โฆษณำและ นำเทคโนโลยีมำใช้ในกำรออกแบบได้อย่ำงเหมำะสม ๒. สาระสาคัญ กำรออกแบบ หมำยถึง กระบวนกำรใช้ควำมคิดในกำรสร้ำงสรรค์สิ่งต่ำงๆ หรือปรับปรุงดัดแปลงสิ่ง ที่มีอยู่แล้วให้มีควำมเหมำะสมยิ่งขึ้น โดยเลือกเอำทัศนธำตุและหลักกำรจัดองค์ประกอบของกำร ออกแบบมำร่วมกัน เพื่อให้เกิดควำมสัมพันธ์ทำงควำมงำมและประโยชน์ใช้สอย ๓. มาตรฐานและตัวชี้วัด มาตรฐาน ศ ๑.๑ : สร้ำงสรรค์งำนทัศนศิลป์ตำมจินตนำกำรและควำมคิดสร้ำงสรรค์ วิเครำะห์ วิพำกษ์ วิจำรณ์ คุณค่ำงำนทัศนศิลป์ ถ่ำยทอดควำมรู้สึก ควำมคิดต่องำน ศิลปะอย่ำงอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน มฐ. ศ ๑.๑ ตัวชี้วัด : สิ่งที่นักเรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ ๔. มีทักษะและเทคนิคในกำรใช้วัสดุ อุปกรณ์และกระบวนกำรที่สูงขึ้นในกำรสร้ำงงำนทัศนศิลป์ ๕. สร้ำงสรรค์งำนทัศนศิลป์ด้วยเทคโนโลยีต่ำงๆ โดยเน้นหลักกำรออกแบบและกำรจัด องค์ประกอบศิลป์ ๖. ออกแบบงำนทัศนศิลป์ได้เหมำะกับโอกำสและสถำนที่ ๙. จัดกลุ่มงำนทัศนศิลป์เพื่อสะท้อนพัฒนำกำรและควำมก้ำวหน้ำของตนเอง ๑๑. วำดภำพ ระบำยสี เป็นภำพล้อเลียนหรือกำร์ตูน เพื่อแสดงควำมคิดเห็นเกี่ยวกับสภำพสังคม ในปัจจุบัน
164.
๒๔ ๔. สาระการเรียนรู้ ๔. ควำมรู้พื้นฐำนงำนออกแบบ ๕.
ปัจจัยในกำรออกแบบ ๖. หลักกำรออกแบบ ๗. กำรใช้เทคโนโลยีในกำรออกแบบ ๕. จุดประสงค์การเรียนรู้ K (Knowledge) ความรู้ความเข้าใจ P (Practice) การฝึกปฏิบัติ A (Attitude) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๔. อธิบำยควำมรู้พื้นฐำนใน กำรออกแบบได้ ๕. อธิบำยปัจจัยในกำร ออกแบบได้ ๖. อธิบำยหลักกำรออกแบบได้ ๗. อธิบำยขั้นตอนกำรใช้ เทคโนโลยีในกำรออกแบบ ได้ ๑. กิจกรรม เรื่องลวดลำย ลีลำอักษร ๒. กิจกรรม เรื่องแฟ้มสวยสะสมผลงำน ๓. กิจกรรม เรื่องควำมรักควำมสำมัคคี ๔. กิจกรรม เรื่องสำนึกรักชำติ ๕. กิจรรม เรื่องโปสเตอร์จำก Photoshop ๑. รักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ๒. ซื่อสัตย์สุจริต ๓. มีวินัย ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๕. อยู่อย่ำงพอเพียง ๖. มุ่งมั่นในกำรทำงำน ๗. รักควำมเป็นไทย ๘. มีจิตสำธำรณะ ๖. การวัดและประเมินผล ๑. เครื่องมือวัดและประเมินผล ๑) ใบงำน ๒) แบบประเมินพฤติกรรมกำรทำงำนกลุ่ม ๓) แบบสังเกตพฤติกรรมรำยบุคคล ๔) แบบสังเกตสมรรถนะสำคัญของนักเรียน ๕) แบบสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๒. วิธีวัดผล ๑) ตรวจใบงำน ๒) สังเกตพฤติกรรมกำรทำงำนกลุ่ม ๓) สังเกตพฤติกรรมรำยบุคคล ๔) สังเกตสมรรถนะสำคัญของนักเรียน ๕) สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓. เกณฑ์การวัดและประเมินผล
165.
๒๕ ๑) กำรประเมินจำกแบบตรวจใบงำน ต้องผ่ำนเกณฑ์กำรประเมิน
เรื่องควำมรู้ควำมเข้ำใจ กำรนำไปใช้ ทักษะ และจิตพิสัย ทุกช่องเกินร้อยละ ๕๐ ๒) กำรประเมินผลจำกกำรสังเกตพฤติกรรมกำรทำงำนกลุ่ม ต้องผ่ำนเกณฑ์กำรประเมิน คือ เกินร้อยละ ๕๐ ๓) กำรประเมินผลกำรสังเกตพฤติกรรมรำยบุคคล เกณฑ์ผ่ำนกำรประเมิน ต้องไม่มีช่องปรับปรุง ๔) กำรประเมินผลกำรสังเกตสมรรถนะสำคัญของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับกำรประเมินตำม สภำพจริง ๕) กำรประเมินผลกำรสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับ กำรประเมินตำมสภำพจริง ๗. หลักฐาน/ผลงาน ๑. ผลกำรทำใบงำน ๒. ผลกำรสร้ำงสรรค์ศิลปะ ๘. กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑-๒ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑) ครูให้นักเรียนดูภำพตัวอย่ำงกำรออกแบบประเภทต่ำงๆ เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนได้เห็นผลงำน ศิลปะในรูปแบบต่ำงๆ และสนทนำกับนักเรียนเพื่อเชื่อมโยงควำมรู้เกี่ยวกับเรื่องกำรออกแบบ ขั้นสอน ๒) ครูอธิบำยให้นักเรียนทรำบว่ำ กำรออกแบบเป็นควำมสำมำรถทำงควำมคิดสร้ำงสรรค์ของมนุษย์ใน กำรสร้ำงสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่อให้ได้รูปร่ำง รูปทรงของสิ่งของเครื่องใช้ มีควำมสัมพันธ์กันระหว่ำง ควำมงำมกับประโยชน์ใช้สอย ๓) แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๕ คน ร่วมกันศึกษำค้นคว้ำ ในหัวข้อดังนี้ ควำมหมำยของกำรออกแบบ กำรออกแบบตัวอักษร ควำมสำคัญของกำรออกแบบ ทำใบงำนที่ ๕.๑ กิจกรรม เรื่องลวดลำย ลีลำอักษร ประเภทของกำรออกแบบ ทำใบงำนที่ ๕.๒ กิจกรรม เรื่องแฟ้มสวยสะสมผลงำน ๔) แต่ละกลุ่มออกมำนำเสนอผลกำรศึกษำ เรื่องควำมรู้พื้นฐำนงำนออกแบบและผลกำรทำกิจกรรม โดยครูช่วยเสริมเพิ่มเติมให้สมบูรณ์ ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๕) ครูและนักเรียนร่วมกันบรรยำยสรุปและให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนรำยงำนสรุปควำมรู้ที่ได้รับ และนัดหมำยให้นักเรียนเตรียมวัสดุอุปกรณ์มำทำกิจกรรมในชั่วโมงต่อไป ชั่วโมงที่ ๓-๔ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๖) ครูนำภำพตัวอย่ำงกำรออกแบบสัญลักษณ์สื่อควำมหมำย ให้นักเรียนดู
166.
๒๖ ขั้นสอน ๗) ครูและนักเรียนร่วมกันวิเครำะห์กำรออกแบบสัญลักษณ์ สื่อควำมหมำยรูปแบบต่ำงๆ
เพื่อให้ เห็นแนวทำงกำรสร้ำงสรรค์งำนออกแบบ ๘) แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๕ คน ร่วมกันศึกษำค้นคว้ำ ในหัวข้อดังนี้ ปัจจัยในกำรออกแบบ กำรออกแบบสัญลักษณ์สื่อควำมหมำย หลักกำรออกแบบ ทำใบงำนที่ ๕.๓ กิจกรรม เรื่องควำมรัก ควำมสำมัคคี ทำใบงำนที่ ๕.๔ กิจกรรม เรื่องสำนึกรักชำติ ๙) นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมำนำเสนอที่หน้ำชั้นเรียน และให้นักเรียนทุกคนร่วมกันแสดงควำม คิดเห็นหำข้อสรุปที่ตรงกัน โดยมีครูคอยให้ควำมรู้เสริมเพิ่มเติมให้สมบูรณ์ ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๑๐) ครูและนักเรียนร่วมกันบรรยำยสรุปและให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนรำยงำน สรุปควำมรู้ที่ได้รับ และนัดหมำยให้นักเรียนเตรียมตัวเข้ำเรียนในห้องคอมพิวเตอร์ในชั่วโมงต่อไป ชั่วโมงที่ ๕-๖ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑๑) ครูนำตัวอย่ำงภำพผลงำนกำรออกแบบโปสเตอร์โดยใช้โปรแกรม Adobe Photoshop ให้นักเรียนดู ขั้นสอน ๑๒) ครูอธิบำยขั้นตอนกำรใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในกำรสร้ำงงำนออกแบบโปสเตอร์โดยใช้โปรแกรม Adobe Photoshop ๑๓) แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๒-๓ คน ร่วมกันศึกษำค้นคว้ำ กำรใช้เทคโนโลยีในกำรออกแบบ หัวข้อดังนี้ ควำมรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกรำฟิก กำรสร้ำงโปสเตอร์สไตล์กรำฟิกโดยใช้โปรแกรม Adobe Photoshop ทำใบงำนที่ ๕.๕ กิจกรรม เรื่องโปสเตอร์จำก Photoshop ๑๔) นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมำนำเสนอผลกำรศึกษำและผลกำรทำกิจกรรมโดยครูช่วยอธิบำยเสริม เพิ่มเติมให้สมบูรณ์ ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๑๕) ครูและนักเรียนร่วมกันบรรยำยสรุป และให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนรำยงำนสรุปควำมรู้ที่ได้รับ และแนะนำให้นักเรียนศึกษำค้นคว้ำเพิ่มเติม เรื่องกำรสร้ำงสรรค์งำนออกแบบด้วยโปรแกรม ต่ำงๆ จำกสื่อเว็บไซต์ทำงศิลปะ
167.
๒๗ ๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑. หนังสือเรียนรำยวิชำพื้นฐำน
ทัศนศิลป์ ๔-๖ ของสำนักพิมพ์เอมพันธ์ ๒. ตัวอย่ำงกำรออกแบบตัวอักษร สัญลักษณ์ สื่อควำมหมำยและโปสเตอร์จำก Photoshop ๓. สื่อเว็บไซต์ทำงศิลปะ ๔. สถำบันทำงศิลปะและหอศิลป์ต่ำงๆ ๑๐. การบูรณาการ ๑. บูรณำกำรกับกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ ภำษำไทย ได้แก่ ทักษะกำรเขียนรำยงำน ทักษะกำรนำเสนอ รำยงำน ๒. บูรณำกำรกับกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ กำรงำนอำชีพและเทคโนโลยี ได้แก่ กำรค้นคว้ำกำร ออกแบบโปสเตอร์ด้วยโปรแกรม Photoshop
168.
๒๘ บันทึกหลังการสอน ๑. ผลการสอน ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ๒. ปัญหา/อุปสรรค ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ๓.
ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ลงชื่อ...............................................ครูผู้สอน (...............................................) วันที่.......เดือน..........................พ.ศ. ............ ๔. ข้อเสนอแนะรองผู้อานวยการฝ่ายวิชาการ ………………………………………………………………………………………………………….………. …………………………………………………………………………………………………….……………. ………………………………………………………………………………………………………….………. ………………………………………………………………………………………………………..…………. ……………………………………………………………………………………………………..……………. ลงชื่อ............................................................... ( นำงสำวโสภำ ขำเจริญ ) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๖ วิชา ทัศนศิลป์ ๔-๖ โรงเรียนมัธยมวัดดอนตูม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔-๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๖ รับรู้คุณค่างานศิลปะ เวลา ๓ ชั่วโมง
169.
๒๙ ๑. เป้าหมายการเรียนรู้ อธิบำยกำรรับรู้ควำมงำมทำงศิลปะของตนเอง สื่อให้ผู้อื่นเข้ำใจ
วิเครำะห์ วิจำรณ์และประเมินค่ำ งำนทัศนศิลป์ โดยใช้ทฤษฎีกำรวิจำรณ์ศิลปะ ๒. สาระสาคัญ กระบวนกำรรับรู้ทำงกำรเห็นมีควำมสำคัญต่อกำรเรียนรู้คุณค่ำควำมงำมทำงทัศนศิลป์ ทั้งผู้สร้ำง และผู้ดูงำน ซึ่งจะมองเห็นคุณค่ำและแปลควำมหมำยของผลงำนศิลปะต่ำงกัน ขึ้นอยู่กับศักยภำพใน กำรรับรู้และพื้นฐำนของประสบกำรณ์ทำงกำรเห็นต่อสิ่งเร้ำภำยนอกของแต่ละคนเป็นสำคัญ ๓. มาตรฐานและตัวชี้วัด มาตรฐาน ศ ๑.๑ : สร้ำงสรรค์งำนทัศนศิลป์ตำมจินตนำกำรและควำมคิดสร้ำงสรรค์ วิเครำะห์ วิพำกษ์ วิจำรณ์ คุณค่ำงำนทัศนศิลป์ ถ่ำยทอดควำมรู้สึก ควำมคิดต่องำนศิลปะ อย่ำงอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน มฐ. ศ ๑.๑ ตัวชี้วัด : สิ่งที่นักเรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ ๗. วิเครำะห์และอธิบำยจุดมุ่งหมำยของศิลปินในกำรเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ เทคนิคและเนื้อหำ เพื่อสร้ำงสรรค์งำนทัศนศิลป์ ๘. ประเมินและวิจำรณ์งำนทัศนศิลป์โดยใช้ทฤษฎีกำรวิจำรณ์ศิลปะ ๔. สาระการเรียนรู้ ๘. กำรรับรู้คุณค่ำควำมงำมทำงศิลปะ ๙. แนวทำงกำรวิเครำะห์และประเมินคุณค่ำงำนศิลปะ ๑๐.กำรวิจำรณ์งำนศิลปะ ๕. จุดประสงค์การเรียนรู้ K (Knowledge) ความรู้ความเข้าใจ P (Practice) การฝึกปฏิบัติ A (Attitude) คุณลักษณะอันพึงประสงค์
170.
๓๐ ๘. อธิบำยกำรรับรู้คุณค่ำ ควำมงำมทำงศิลปะได้ ๙. อธิบำยแนวทำงกำร วิเครำะห์และประเมิน คุณค่ำงำนศิลปะได้ ๑๐.อธิบำยขั้นตอนกำรวิจำรณ์ งำนศิลปะได้ ๑.
กิจกรรม เรื่องรับรู้ควำมงำมตำมกำรรับรู้ ๒. กิจกรรม เรื่องวิเครำะห์และประเมิน คุณค่ำงำนทัศนศิลป์ ๓. กิจกรรม เรื่องวิจำรณ์ภำพศิลปิน ๑. รักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ๒. ซื่อสัตย์สุจริต ๓. มีวินัย ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๕. อยู่อย่ำงพอเพียง ๖. มุ่งมั่นในกำรทำงำน ๗. รักควำมเป็นไทย ๘. มีจิตสำธำรณะ ๖. การวัดและประเมินผล ๑. เครื่องมือวัดและประเมินผล ๑) ใบงำน ๒) แบบประเมินพฤติกรรมกำรทำงำนกลุ่ม ๓) แบบสังเกตพฤติกรรมรำยบุคคล ๔) แบบสังเกตสมรรถนะสำคัญของนักเรียน ๕) แบบสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๒. วิธีวัดผล ๑) ตรวจใบงำน ๒) สังเกตพฤติกรรมกำรทำงำนกลุ่ม ๓) สังเกตพฤติกรรมรำยบุคคล ๔) สังเกตสมรรถนะสำคัญของนักเรียน ๕) สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓. เกณฑ์การวัดและประเมินผล ๑) กำรประเมินจำกแบบตรวจใบงำน ต้องผ่ำนเกณฑ์กำรประเมิน เรื่องควำมรู้ควำมเข้ำใจ กำรนำไปใช้ ทักษะ และจิตพิสัย ทุกช่องเกินร้อยละ ๕๐ ๒) กำรประเมินผลจำกกำรสังเกตพฤติกรรมกำรทำงำนกลุ่ม ต้องผ่ำนเกณฑ์กำรประเมิน คือ เกินร้อยละ ๕๐ ๓) กำรประเมินผลกำรสังเกตพฤติกรรมรำยบุคคล เกณฑ์ผ่ำนกำรประเมิน ต้องไม่มีช่องปรับปรุง ๔) กำรประเมินผลกำรสังเกตสมรรถนะสำคัญของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับกำรประเมินตำม สภำพจริง ๕) กำรประเมินผลกำรสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับ กำรประเมินตำมสภำพจริง ๗. หลักฐาน/ผลงาน ๑. ผลกำรทำใบงำน ๒. ผลกำรสร้ำงสรรค์ศิลปะ
171.
๓๑ ๘. กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑)
ครูให้นักเรียนดูภำพงำนทัศนศิลป์รูปแบบต่ำงๆ เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนได้เห็นผลงำนศิลปะใน รูปแบบต่ำงๆ และสนทนำกับนักเรียนเพื่อเชื่อมโยงควำมรู้เกี่ยวกับเรื่องรับรู้คุณค่ำงำนศิลปะ ขั้นสอน ๒) ครูอธิบำยให้นักเรียนทรำบว่ำ กำรรับรู้ของมนุษย์มีมำแต่กำเนิด แตกต่ำงกันตำมภูมิหลังและ ประสิทธิภำพของประสำทสัมผัสของแต่ละบุคคล ๓) แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๕ คน ร่วมกันศึกษำค้นคว้ำ ในหัวข้อดังนี้ กำรรับรู้คุณค่ำควำมงำมทำงศิลปะ พื้นฐำนกำรรับรู้ ควำมงำมและกำรรับรู้คุณค่ำควำมงำม ทำใบงำนที่ ๖.๑ กิจกรรม เรื่องรับรู้ควำมงำมตำมกำรรับรู้ ๔) แต่ละกลุ่มออกมำนำเสนอผลกำรศึกษำ เรื่องกำรรับรู้คุณค่ำควำมงำมทำงศิลปะและผลกำรทำ กิจกรรม โดยครูช่วยเสริมเพิ่มเติมให้สมบูรณ์ ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๕) ครูและนักเรียนร่วมกันบรรยำยสรุปและให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนรำยงำนสรุปควำมรู้ที่ได้รับ และนัดหมำยให้นักเรียนเตรียมวัสดุอุปกรณ์มำทำกิจกรรมในชั่วโมงต่อไป ชั่วโมงที่ ๒ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๖) ครูนำภำพผลงำนกำรสร้ำงสรรค์ของศิลปินด้ำนจิตรกรรม ให้นักเรียนดู ขั้นสอน ๗) ครูอธิบำยควำมหมำยของกำรวิเครำะห์ และกำรประเมินคุณค่ำทำงศิลปะ ๘) แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๕ คน ร่วมกันศึกษำค้นคว้ำ ในหัวข้อดังนี้ ควำมหมำยของกำรวิเครำะห์ กำรวิเครำะห์และประเมินคุณค่ำทำงศิลปะ ทฤษฎีในกำรสร้ำงงำนศิลปะ ทำใบงำนที่ ๖.๒ กิจกรรม เรื่องวิเครำะห์และประเมินคุณค่ำงำนทัศนศิลป์ ๙) นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมำนำเสนอที่หน้ำชั้นเรียน และให้นักเรียนทุกคนร่วมกันแสดงควำม คิดเห็นหำข้อสรุปที่ตรงกัน โดยมีครูคอยให้ควำมรู้เสริมเพิ่มเติมให้สมบูรณ์
172.
๓๒ ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๑๐) ครูและนักเรียนร่วมกันบรรยำยสรุปและให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนรำยงำน สรุปควำมรู้ที่ได้รับ และนัดหมำยให้นักเรียนเตรียมวัสดุ
อุปกรณ์มำทำกิจกรรมในชั่วโมงต่อไป ชั่วโมงที่ ๓ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑๑) ครูนำตัวอย่ำงภำพผลงำนของศิลปินและตัวอย่ำงกำรวิจำรณ์งำนศิลปะ ให้นักเรียนดู ขั้นสอน ๑๒) ครูอธิบำยขั้นตอนกำรวิจำรณ์งำนศิลปะ ๑๓) แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๕ คน ร่วมกันศึกษำค้นคว้ำ หัวข้อดังนี้ ควำมหมำยของกำรวิจำรณ์ คุณสมบัติของนักวิจำรณ์ ลักษณะกำรวิจำรณ์ศิลปะ คุณค่ำของกำรวิจำรณ์ผลงำนศิลปะ ขั้นตอนกำรวิจำรณ์งำนศิลปะ ทำใบงำนที่ ๖.๓ กิจกรรม เรื่องวิจำรณ์งำนภำพศิลปิน ๑๔) นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมำนำเสนอผลกำรศึกษำและผลกำรทำกิจกรรมโดยครูช่วยอธิบำยเสริม เพิ่มเติมให้สมบูรณ์ ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๑๕) ครูและนักเรียนร่วมกันบรรยำยสรุป และให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนรำยงำนสรุปควำมรู้ที่ได้รับ และแนะนำให้นักเรียนไปชมงำนแสดงผลงำนศิลปะของศิลปินตำมหอศิลป์ต่ำงๆ เพื่อฝึกกำร วิเครำะห์ วิจำรณ์และประเมินคุณค่ำของงำนทัศนศิลป์ ๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑. หนังสือเรียนรำยวิชำพื้นฐำน ทัศนศิลป์ ๔-๖ ของสำนักพิมพ์เอมพันธ์ ๒. ตัวอย่ำงผลงำนกำรสร้ำงสรรค์งำนศิลปะของศิลปิน ๓. หนังสือผลงำนศิลปะของศิลปิน หรือสื่อเว็บไซต์ทำงศิลปะ ๔. สถำบันทำงศิลปะและหอศิลป์ต่ำงๆ ๑๐. การบูรณาการ ๑. บูรณำกำรกับกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ ภำษำไทย ได้แก่ ทักษะกำรเขียนรำยงำน ทักษะกำรนำเสนอ รำยงำน ๒. บูรณำกำรกับกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ กำรงำนอำชีพและเทคโนโลยี ได้แก่ กำรศึกษำค้นคว้ำ ภำพเขียนของศิลปินจำกเว็บไซต์ทำงศิลปะ
173.
๓๓ บันทึกหลังการสอน ๑. ผลการสอน ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ๒. ปัญหา/อุปสรรค ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ๓.
ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ลงชื่อ...............................................ครูผู้สอน (...............................................) วันที่.......เดือน..........................พ.ศ. ............ ๔. ข้อเสนอแนะรองผู้อานวยการฝ่ายวิชาการ ………………………………………………………………………………………………………….………. …………………………………………………………………………………………………….……………. ………………………………………………………………………………………………………….………. ………………………………………………………………………………………………………..…………. ……………………………………………………………………………………………………..……………. ลงชื่อ............................................................... ( นำงสำวโสภำ ขำเจริญ ) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๗ วิชา ทัศนศิลป์ ๔-๖ โรงเรียนมัธยมวัดดอนตูม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔-๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๗ รูปแบบยุคสมัยทัศนศิลป์ตะวันตกและตะวันออก เวลา ๔ ชั่วโมง ๑. เป้าหมายการเรียนรู้
174.
๓๔ มีควำมรู้ ควำมเข้ำใจในรูปแบบยุคสมัย ลัทธิทำงศิลปะของงำนทัศนศิลป์ตะวันตกและนำมำ ประยุกต์ใช้สร้ำงผลงำนตำมแนวทำงของตนเอง
มีควำมรู้ ควำมเข้ำใจในทัศนศิลป์ตะวันออก สำมำรถ วิเครำะห์และเปรียบเทียบงำนทัศนศิลป์ในรูปแบบตะวันออกและตะวันตก ๒. สาระสาคัญ กำรศึกษำรูปแบบยุคสมัยงำนทัศนศิลป์ตะวันตก และตะวันออกจะทำให้เข้ำใจควำมเป็นมำ พัฒนำกำร ควำมเชื่อ ควำมศรัทธำ อิทธิพลต่ำงๆ ที่มีผลต่อกำรสร้ำงงำน ตลอดจนกำรเปลี่ยนแปลงในแต่ละยุคสมัย อันจะเป็นปัจจัยพื้นฐำนที่สำคัญในกำรสร้ำงควำมเข้ำใจ เพิ่มพูนพัฒนำกำรของสุนทรียภำพ มีควำม ชื่นชมและซำบซึ้งในคุณค่ำทำงควำมงำม เกิดปัญญำและสำมำรถที่จะพัฒนำรูปแบบศิลปะของตนเองให้ ทันสมัย ๓. มาตรฐานและตัวชี้วัด มาตรฐาน ศ ๑.๒ : เข้ำใจควำมสัมพันธ์ระหว่ำงทัศนศิลป์ ประวัติศำสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่ำ งำนทัศนศิลป์ที่เป็นมรดกทำงวัฒนธรรม ภูมิปัญญำท้องถิ่น ภูมิปัญญำไทยและ สำกล มฐ. ศ ๑.๒ ตัวชี้วัด : สิ่งที่นักเรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ ๑. วิเครำะห์และเปรียบเทียบงำนทัศนศิลป์ในรูปแบบตะวันออกและตะวันตก ๒. ระบุงำนทัศนศิลป์ของศิลปินที่มีชื่อเสียงและบรรยำยผลกำรตอบรับของสังคม ๓. อภิปรำยเกี่ยวกับอิทธิพลของวัฒนธรรมระหว่ำงประเทศที่มีผลต่องำนทัศนศิลป์ในสังคม ๔. สาระการเรียนรู้ ๑๑.ทัศนศิลป์ตะวันตก ๑๒.ทัศนศิลป์ตะวันออก ๑๓.ทัศนศิลป์ในประเทศไทย ๕. จุดประสงค์การเรียนรู้ K (Knowledge) ความรู้ความเข้าใจ P (Practice) การฝึกปฏิบัติ A (Attitude) คุณลักษณะอันพึงประสงค์
175.
๓๕ ๑. อธิบำยทัศนศิลป์ตะวันตกได้ ๒. อธิบำยทัศนศิลป์ตะวันออก ได้ ๓.
อธิบำยทัศนศิลป์ในประเทศไทย ได้ ๑. กิจกรรม เรื่องทัศนศิลป์ ตะวันตก ๒. กิจกรรม เรื่องสัมผัสลัทธิทำง ศิลปะ ๓. กิจกรรม เรื่องทัศนศิลป์ของ ประเทศไทย ๔. กิจกรรม เรื่องวิเครำะห์และ เปรียบเทียบงำนทัศนศิลป์ ๑. รักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ๒. ซื่อสัตย์สุจริต ๓. มีวินัย ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๕. อยู่อย่ำงพอเพียง ๖. มุ่งมั่นในกำรทำงำน ๗. รักควำมเป็นไทย ๘. มีจิตสำธำรณะ ๖. การวัดและประเมินผล ๑. เครื่องมือวัดและประเมินผล ๑) ใบงำน ๒) แบบประเมินพฤติกรรมกำรทำงำนกลุ่ม ๓) แบบสังเกตพฤติกรรมรำยบุคคล ๔) แบบสังเกตสมรรถนะสำคัญของนักเรียน ๕) แบบสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๒. วิธีวัดผล ๑) ตรวจใบงำน ๒) สังเกตพฤติกรรมกำรทำงำนกลุ่ม ๓) สังเกตพฤติกรรมรำยบุคคล ๔) สังเกตสมรรถนะสำคัญของนักเรียน ๕) สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓. เกณฑ์การวัดและประเมินผล ๑) กำรประเมินจำกแบบตรวจใบงำน ต้องผ่ำนเกณฑ์กำรประเมิน เรื่องควำมรู้ควำมเข้ำใจ กำรนำไปใช้ ทักษะ และจิตพิสัย ทุกช่องเกินร้อยละ ๕๐ ๒) กำรประเมินผลจำกกำรสังเกตพฤติกรรมกำรทำงำนกลุ่ม ต้องผ่ำนเกณฑ์กำรประเมิน คือ เกินร้อยละ ๕๐ ๓) กำรประเมินผลกำรสังเกตพฤติกรรมรำยบุคคล เกณฑ์ผ่ำนกำรประเมิน ต้องไม่มีช่องปรับปรุง ๔) กำรประเมินผลกำรสังเกตสมรรถนะสำคัญของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับกำรประเมินตำม สภำพจริง ๕) กำรประเมินผลกำรสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับ กำรประเมินตำมสภำพจริง ๗. หลักฐาน/ผลงาน ๑. ผลกำรทำใบงำน ๒. ผลกำรสร้ำงสรรค์งำนศิลปะ
176.
๓๖ ๘. กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑-๒ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑)
ครูให้นักเรียนดูภำพงำนทัศนศิลป์ตะวันตก เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนได้เห็นผลงำนศิลปะใน รูปแบบต่ำงๆ และสนทนำกับนักเรียนเพื่อเชื่อมโยงควำมรู้เกี่ยวกับรูปแบบยุคสมัยทัศนศิลป์ ตะวันตก ขั้นสอน ๒) ครูอธิบำยให้นักเรียนทรำบว่ำ ทัศนศิลป์ตะวันตกโดยหลักวิชำกำรทำงด้ำนประวัติศำสตร์ ได้ แบ่งเขตแดนด้ำนพื้นที่ตั้งแต่แผ่นดินลุ่มแม่น้ำไทกริสและยูเฟรทีส ในดินแดนตะวันออกกลำง เป็นต้นไป จนถึงทั่วทั้งยุโรป ๓) แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๕ คน ร่วมกันศึกษำค้นคว้ำ ในหัวข้อดังนี้ ทัศนศิลป์ตะวันตกสมัยก่อนประวัติศำสตร์ ทัศนศิลป์ตะวันตกสมัยประวัติศำสตร์ ทำใบงำนที่ ๗.๑ กิจกรรม เรื่องทัศนศิลป์ตะวันตก ทำใบงำนที่ ๗.๒ กิจกรรม เรื่องสัมผัสลัทธิทำงศิลปะ ๔) แต่ละกลุ่มออกมำนำเสนอผลกำรศึกษำ เรื่องทัศนศิลป์ตะวันตกและผลกำรทำกิจกรรม โดยครู ช่วยเสริมเพิ่มเติมให้สมบูรณ์ ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๕) ครูและนักเรียนร่วมกันบรรยำยสรุปและให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนรำยงำนสรุปควำมรู้ที่ได้รับ และแนะนำให้นักเรียนค้นคว้ำเพิ่มเติมในเว็บไซต์ศิลปะตะวันตก ชั่วโมงที่ ๓-๔ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๖) ครูนำภำพทัศนศิลป์ตะวันออกและทัศนศิลป์ในประเทศไทย ให้นักเรียนดู ขั้นสอน ๗) ครูอธิบำยควำมหมำยของทัศนศิลป์ตะวันออก และทัศนศิลป์ในประเทศไทย ๘) แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๕ คน ร่วมกันศึกษำค้นคว้ำ ในหัวข้อดังนี้ ทัศนศิลป์ตะวันออกและสกุลศิลปะ ทัศนศิลป์ในประเทศไทย ทำใบงำนที่ ๗.๓ กิจกรรม เรื่องทัศนศิลป์ของประเทศไทย ทำใบงำนที่ ๗.๔ กิจกรรม เรื่องวิเครำะห์และเปรียบเทียบงำนทัศนศิลป์ ๙) นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมำนำเสนอที่หน้ำชั้นเรียน และให้นักเรียนทุกคนร่วมกันแสดงควำม คิดเห็นหำข้อสรุปที่ตรงกัน โดยมีครูคอยให้ควำมรู้เสริมเพิ่มเติมให้สมบูรณ์
177.
๓๗ ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๑๐) ครูและนักเรียนร่วมกันบรรยำยสรุปและให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนรำยงำน สรุปควำมรู้ที่ได้รับ
และ แนะนำให้นักเรียนค้นคว้ำเพิ่มเติมในเว็บไซต์ศิลปะตะวันออกและศิลปะของประเทศไทย ๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑. หนังสือเรียนรำยวิชำพื้นฐำน ทัศนศิลป์ ๔-๖ ของสำนักพิมพ์เอมพันธ์ ๒. ตัวอย่ำงภำพงำนทัศนศิลป์ตะวันตก ทัศนศิลป์ตะวันออกและทัศนศิลป์ในประเทศไทย ๓. หนังสือผลงำนศิลปะตะวันตก ศิลปะตะวันออก และศิลปะในประเทศไทย ๔. สื่อเว็บไซต์ทำงศิลปะ ๕. สถำบันทำงศิลปะและหอศิลป์ต่ำงๆ ๑๐. การบูรณาการ ๑. บูรณำกำรกับกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ ภำษำไทย ได้แก่ ทักษะกำรเขียนรำยงำน ทักษะกำรนำเสนอ รำยงำน ๒. บูรณำกำรกับกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ กำรงำนอำชีพและเทคโนโลยี ได้แก่ กำรศึกษำค้นคว้ำ ทัศนศิลป์ของศิลปะตะวันตก ศิลปะตะวันออกและศิลปะในประเทศไทยจำกเว็บไซต์ทำงศิลปะ
178.
๓๘ บันทึกหลังการสอน ๑. ผลการสอน ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ๒. ปัญหา/อุปสรรค ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ๓.
ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ลงชื่อ...............................................ครูผู้สอน (...............................................) วันที่.......เดือน..........................พ.ศ. ............ ๔. ข้อเสนอแนะรองผู้อานวยการฝ่ายวิชาการ ………………………………………………………………………………………………………….………. …………………………………………………………………………………………………….……………. ………………………………………………………………………………………………………….………. ………………………………………………………………………………………………………..…………. ……………………………………………………………………………………………………..……………. ลงชื่อ............................................................... ( นำงสำวโสภำ ขำเจริญ ) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๘ วิชา ทัศนศิลป์ ๔-๖ โรงเรียนมัธยมวัดดอนตูม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔-๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๘ อิทธิพลของวัฒนธรรมระหว่างประเทศ เวลา ๒ ชั่วโมง ๑. เป้าหมายการเรียนรู้
179.
๓๙ บรรยำยและวิเครำะห์ภำพว่ำมีควำมเกี่ยวกับวัฒนธรรมและทัศนศิลป์ไทยอย่ำงไร มีควำมรู้ ควำมเข้ำใจ เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย
อิทธิพลของวัฒนธรรมระหว่ำงประเทศที่มีผลต่องำนทัศนศิลป์และร่วมอนุรักษ์ วัฒนธรรมไทย ๒. สาระสาคัญ วัฒนธรรม หมำยถึง วิถีกำรดำเนินชีวิตของคนในสังคม โดยแนวทำงกำรแสดงออกถึงวิถีชีวิตนั้นเริ่ม มำจำกคณะบุคคลทำเป็นต้นแบบ แล้วคนส่วนใหญ่ปฏิบัติสืบต่อกันมำ วัฒนธรรมเปลี่ยนแปลงไปตำม เงื่อนไขและกำลเวลำ เมื่อมีกำรประดิษฐ์หรือค้นพบสิ่งใหม่ มีกำรตอบสนองควำมต้องกำรของสังคมได้ ดีกว่ำ จึงเกิดกำรเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนำตำมยุคสมัย ๓. มาตรฐานและตัวชี้วัด มาตรฐาน ศ ๑.๒ : เข้ำใจควำมสัมพันธ์ระหว่ำงทัศนศิลป์ ประวัติศำสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่ำ งำนทัศนศิลป์ที่เป็นมรดกทำงวัฒนธรรม ภูมิปัญญำท้องถิ่น ภูมิปัญญำไทยและ สำกล มฐ. ศ ๑.๒ ตัวชี้วัด : สิ่งที่นักเรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ ๒. ระบุงำนทัศนศิลป์ของศิลปินที่มีชื่อเสียงและบรรยำยผลกำรตอบรับของสังคม ๓. อภิปรำยเกี่ยวกับอิทธิพลของวัฒนธรรมระหว่ำงประเทศที่มีผลต่องำนทัศนศิลป์ในสังคม ๔. สาระการเรียนรู้ ๑๔.ควำมหมำยของวัฒนธรรม ๑๕.ควำมเป็นมำของวัฒนธรรมไทย ๑๖.อิทธิพลของวัฒนธรรมระหว่ำงประเทศที่มีต่องำนทัศนศิลป์ไทย ๕. จุดประสงค์การเรียนรู้ K (Knowledge) ความรู้ความเข้าใจ P (Practice) การฝึกปฏิบัติ A (Attitude) คุณลักษณะอันพึงประสงค์
180.
๔๐ ๑. อธิบำยควำมหมำยของ วัฒนธรรมได้ ๒. อธิบำยควำมเป็นมำของ วัฒนธรรมไทยได้อธิบำย ๓.
อิทธิพลของวัฒนธรรม ระหว่ำงประเทศที่มีต่องำน ทัศนศิลป์ไทยได้ ๑. กิจกรรม เรื่องรู้จักวัฒนธรรม ๒. กิจกรรม เรื่องยลวัฒนธรรม ๓. กิจกรรม เรื่องอิทธิพลของ วัฒนธรรม ๑. รักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ๒. ซื่อสัตย์สุจริต ๓. มีวินัย ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๕. อยู่อย่ำงพอเพียง ๖. มุ่งมั่นในกำรทำงำน ๗. รักควำมเป็นไทย ๘. มีจิตสำธำรณะ ๖. การวัดและประเมินผล ๑. เครื่องมือวัดและประเมินผล ๑) ใบงำน ๒) แบบประเมินพฤติกรรมกำรทำงำนกลุ่ม ๓) แบบสังเกตพฤติกรรมรำยบุคคล ๔) แบบสังเกตสมรรถนะสำคัญของนักเรียน ๕) แบบสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๒. วิธีวัดผล ๑) ตรวจใบงำน ๒) สังเกตพฤติกรรมกำรทำงำนกลุ่ม ๓) สังเกตพฤติกรรมรำยบุคคล ๔) สังเกตสมรรถนะสำคัญของนักเรียน ๕) สังเกตคุณลักษณะสำคัญอันพึงประสงค์ ๓. เกณฑ์การวัดและประเมินผล ๑) กำรประเมินจำกแบบตรวจใบงำน ต้องผ่ำนเกณฑ์กำรประเมิน เรื่องควำมรู้ควำมเข้ำใจ กำรนำไปใช้ ทักษะ และจิตพิสัย ทุกช่องเกินร้อยละ ๕๐ ๒) กำรประเมินผลจำกกำรสังเกตพฤติกรรมกำรทำงำนกลุ่ม ต้องผ่ำนเกณฑ์กำรประเมิน คือ เกินร้อยละ ๕๐ ๓) กำรประเมินผลกำรสังเกตพฤติกรรมรำยบุคคล เกณฑ์ผ่ำนกำรประเมิน ต้องไม่มีช่องปรับปรุง ๔) กำรประเมินผลกำรสังเกตสมรรถนะสำคัญของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับกำรประเมินตำม สภำพจริง ๕) กำรประเมินผลกำรสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับ กำรประเมินตำมสภำพจริง ๗. หลักฐาน/ผลงาน ๑. ผลกำรทำใบงำน ๒. ผลกำรสร้ำงสรรค์งำนและโครงงำน
181.
๔๑ ๘. กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑-๒ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑)
ครูให้นักเรียนดูภำพงำนศิลปะที่ได้รับอิทธิพลจำกวัฒนธรรมประเทศต่ำงๆ เพื่อกระตุ้นให้ นักเรียนได้เห็นผลงำนศิลปะในรูปแบบต่ำงๆ และสนทนำกับนักเรียนเพื่อเชื่อมโยงควำมรู้ เกี่ยวกับอิทธิพลของวัฒนธรรมระหว่ำงประเทศ ขั้นสอน ๒) ครูอธิบำยให้นักเรียนทรำบว่ำ วัฒนธรรมในแต่ละแห่งมีกำรปฏิบัติที่คล้ำยคลึงกันและแตกต่ำง กันออกไปในแต่ละท้องถิ่น ขึ้นอยู่กับบริบทของชุมชน ๓) แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๕ คน ร่วมกันศึกษำค้นคว้ำ ในหัวข้อดังนี้ ควำมหมำยของวัฒนธรรม ควำมเป็นมำของวัฒนธรรมไทย อิทธิพลของวัฒนธรรมระหว่ำงประเทศที่มีต่องำนทัศนศิลป์ไทย ทำใบงำนที่ ๘.๑ กิจกรรม เรื่องรู้จักวัฒนธรรม ทำใบงำนที่ ๘.๒ กิจกรรม เรื่องยลวัฒนธรรม ทำใบงำนที่ ๘.๓ กิจกรรม เรื่องอิทธิพลของวัฒนธรรม ๔) แต่ละกลุ่มออกมำนำเสนอผลกำรศึกษำ เรื่องอิทธิพลของวัฒนธรรมระหว่ำงประเทศและผลกำร ทำกิจกรรม โดยครูช่วยเสริมเพิ่มเติมให้สมบูรณ์ ขั้นสรุปและการประยุกต์ ๕) ครูและนักเรียนร่วมกันบรรยำยสรุปและให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนรำยงำนสรุปควำมรู้ที่ได้รับ และแนะนำให้นักเรียนค้นคว้ำเพิ่มเติมในเว็บไซต์ทำงศิลปะ ๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑. หนังสือเรียนรำยวิชำพื้นฐำน ทัศนศิลป์ ๔-๖ ของสำนักพิมพ์เอมพันธ์ ๒. ตัวอย่ำงภำพงำนทัศนศิลป์ตะวันตก ทัศนศิลป์ตะวันออกและทัศนศิลป์ในประเทศไทย ๓. หนังสือผลงำนศิลปะตะวันตก ศิลปะตะวันออก และศิลปะในประเทศไทย ๔. สื่อเว็บไซต์ทำงศิลปะ ๕. สถำบันทำงศิลปะและหอศิลป์ต่ำงๆ ๑๐. การบูรณาการ
182.
๔๒ ๑. บูรณำกำรกับกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ ภำษำไทย
ได้แก่ ทักษะกำรเขียนรำยงำน ทักษะกำรนำเสนอ รำยงำน ๒. บูรณำกำรกับกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ กำรงำนอำชีพและเทคโนโลยี ได้แก่ กำรศึกษำค้นคว้ำ ทัศนศิลป์ของศิลปะตะวันตก ศิลปะตะวันออกและศิลปะในประเทศไทยจำกเว็บไซต์ทำงศิลปะ
183.
๔๓ บันทึกหลังการสอน ๑. ผลการสอน ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ๒. ปัญหา/อุปสรรค ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ๓.
ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………. ลงชื่อ...............................................ครูผู้สอน (...............................................) วันที่.......เดือน..........................พ.ศ. ............ ๔. ข้อเสนอแนะรองผู้อานวยการฝ่ายวิชาการ ………………………………………………………………………………………………………….………. …………………………………………………………………………………………………….……………. ………………………………………………………………………………………………………….………. ………………………………………………………………………………………………………..…………. ……………………………………………………………………………………………………..……………. ลงชื่อ............................................................... ( นำงสำวโสภำ ขำเจริญ ) ภาคผนวก ก แบบสรุปผลการประเมิน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตลอดภาคการศึกษา ภาคเรียนที่…………………….ปีการศึกษา…………………
184.
๔๔ รหัสวิชา……………………………..…………………….. ชื่อวิชา…………………………………..….……………… ชั้น……………………………………….………………… กลุ่ม…………………………………………………….…. ๑.รักชาติศาสน์กษัตริย์ ๒.ซื่อสัตย์สุจริต ๓.มีวินัย ๔.ใฝ่เรียนรู้ ๕.อยู่อย่างพอเพียง ๖.มุ่งมั่นในการทางาน ๗.รักความเป็นไทย ๘.มีจิตสาธารณะ รวมคะแนน ลาดับ ที่ รหัส ประจาตัว ชื่อ-สกุล ๑ ๒
๒ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑๐ หมายเหตุ กำรให้คะแนนปรับเปลี่ยนได้ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้สอนและสถำนศึกษำ
185.
แผนการจัดการเรียนรู้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ หน่วยการเรียนรู้ที่
3 การออกแบบ ตัวอักษรป้ายโฆษณาแบบเงาล้อม เวลา 4 ชั่วโมง ครูผู้สอน นายอารมย์ อินทรประเสริฐ ครั้งที่ 2 วันที่.........เดือน...... ........ พ.ศ. 2560 ความรู้เดิม ในการสร้างผลงานด้วยโปรแกรม Corel Draw 14 เป็นความจาเป็นที่จะต้องมีความรู้ในการใช้ เครื่องมือที่อยู่ในกล่องเครื่องมือ (Tools) อย่างถูกต้องและถูกวิธี เพื่อให้สามารถเลือกใช้เครื่องมือได้อย่าง เหมาะสมกับการทางานและให้ได้ผลงานที่ตรงตามความต้องการ และมีประสิทธิภาพมากที่สุด ใน การสร้างสรรค์ผลงาน การใช้ตัวอักษร (Font)ก็มีความจาเป็น ซึ่งตัวอักษรจะเป็นตัวทาให้ผลงานมีจุดเด่น และสะดุดตามากขึ้น สาระการเรียนรู้ 1. รู้จักเครื่องมือต่าง ๆ ในกล่องเครื่องมือ 2. คุณสมบัติของเครื่องมือแต่ละชนิดในกล่องเครื่องมือ 3. การใช้เครื่องมือต่าง ๆ ในกล่องเครื่องมือ สาระการเรียนรู้ที่บูรณาการ ภาษาไทย : ใช้กระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราว ในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศ และรายงานการศึกษาค้นคว้า อย่างมีประสิทธิภาพ ภาษาอังกฤษ : ใช้กระบวนการเขียนคาศัพท์เฉพาะที่เป็นภาษาอังกฤษ ศิลปะ : การสร้างชิ้นงานตามจิตนาการของนักเรียน มาตรฐานการเรียนรู้ ศ 2.1 : เข้าใจเห็นคุณค่า และใช้กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศในการสืบค้นข้อมูล การเรียนรู้ การสื่อสาร การแก้ปัญหาการทางานและอาชีพอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและ มีคุณธรรม ตัวชี้วัด ศ 2.1 ม.3/2 เขียนโปรแกรมภาษาขั้นพื้นฐาน ศ 2.1 ม.3/4 ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสร้างชิ้นงานจากจินตนาการหรืองานที่ทาในชีวิตประจาวัน ตามหลักการทาโครงงานอย่างมีจิตสานึกและความรับผิดชอบ
186.
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย ตรงต่อเวลา
4. ใฝ่รู้ใฝ่เรียน 2. มุ่งมั่นในการทางาน 5. มีจิตสาธารณะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ 3. มีความซื่อสัตย์สุจริต 6. อยู่อย่างพอเพียง ความรู้และทักษะเฉพาะวิชา/ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง 1. รู้จักคุณสมบัติของเครื่องมือแต่ละชนิดในกล่องเครื่องมือ (K) 2. เลือกใช้เครื่องมือในการสร้างชิ้นงานอย่างเหมาะสม (P) 3. มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนและมีความรับผิดชอบในการสร้างชิ้นงาน (A) สมรรถนะสาคัญ 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ชิ้นงาน/ภาระงาน 1. การสร้างชิ้นงาน โดยวาดภาพตามจินตนาการของนักเรียนจากการใช้กล่องเครื่องมือ หลักฐานผลการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ หลักฐานการเรียนรู้ เกณฑ์การประเมิน ความเข้าใจที่คงทน/สาระสาคัญ 1. การสร้างผลงานด้วย โปรแกรม Corel Draw 14 เป็น ความจาเป็นที่จะต้องมีความรู้ ในการใช้เครื่องมือที่อยู่ใน กล่องเครื่องมือ (Tools) อย่าง ถูกต้องและถูกวิธี 2. การสร้างสรรค์ผลงาน การใช้ สีก็มีความจาเป็น ซึ่งสีจะเป็น ตัวทาให้ผลงานมีจุดเด่นและ สะดุดตามากขึ้น 1. แบบประเมินผลการ ปฏิบัติงาน 2. แบบประเมินผลการ ปฏิบัติงาน 1. นักเรียนแต่ละคนได้คะแนน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 2. นักเรียนแต่ละคนได้คะแนน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60
187.
ผลการเรียนรู้ หลักฐานการเรียนรู้ เกณฑ์การประเมิน คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1.
มีวินัย ตรงต่อเวลา 2. มุ่งมั่นในการทางาน 3.มีความซื่อสัตย์สุจริต 4. ใฝ่รู้ใฝ่เรียน 5. มีจิตสาธารณะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ 6. อยู่อย่างพอเพียง 1. แบบสังเกตพฤติกรรม 1. ผลการประเมินคุณภาพ อยู่ในระดับ 2 ขึ้นไป ความรู้และทักษะเฉพาะวิชา 1. รู้จักคุณสมบัติของเครื่องมือแต่ ละชนิดในกล่องเครื่องมือ (K) 2. เลือกใช้เครื่องมือในการสร้าง ชิ้นงานอย่างเหมาะสม (P) 3. มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนและมี ความรับผิดชอบในการสร้าง ชิ้นงาน (A) 1. คะแนนการทดสอบ 2. แบบประเมินผลการ ปฏิบัติงาน 3. แบบสังเกตพฤติกรรม 1. นักเรียนแต่ละคนได้คะแนน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 2. นักเรียนแต่ละคนได้คะแนน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 3. ผลการประเมินคุณภาพ อยู่ในระดับ 2 ขึ้นไป กิจกรรมการเรียนรู้/กระบวนการเรียนรู้ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน 1. ครูกล่าวทักทายนักเรียน 2. ครูสนทนากับนักเรียนว่า “ในการทางานทุกครั้ง เราต้องมีความรู้ในเครื่องมือเครื่องใช้ของเรา เสียก่อนว่า มันมีความสามารถในการทาอะไรได้บ้าง เพราะถ้าเรารู้คุณสมบัติของเครื่องมือแล้ว เราจะสามารถใช้งาน ได้ถูกวิธีทาให้งานของเรามีประสิทธิภาพประหยัดเวลา และยังช่วยให้ ความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายน้อยลงด้วย” 3. ครูบอกกับนักเรียนว่า “วันนี้เราจะมาเรียนการใช้เครื่องมือแต่ละเครื่องมือในกล่องเครื่องมือกัน ให้นักเรียนฝึกปฏิบัติตามที่ครูสาธิต ถ้าใครไม่ทันหรือไม่เข้าใจ ให้รีบยกมือถาม”
188.
ขั้นสอน 1. ครูให้นักเรียนเปิด โปรแกรม
Corel Draw14 แล้วทวนคุณสมบัติการใช้งานเครื่องมือแต่ละ เครื่องมือในกล่องเครื่องมือ อีกครั้ง 2. ครูอธิบายการใช้เครื่องมือแต่ละชนิดอย่างละเอียด โดยครูสาธิตการใช้ให้นักเรียนดู Line Tool เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการลากเส้นตรงในลักษณะต่าง ๆ Pen Tool เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวาดเส้นและส่วนโค้งต่าง ๆ Oval Tool เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวาดรูปวงกลมและวงรีในลักษณะต่าง ๆ Rectangle Tool เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวาดรูปสี่เหลี่ยม Pencil Tool เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวาดภาพเช่นเดียวกับ Pen tool แต่ว่าจะแตกต่าง กันตรงที่คล้ายกับการวาดด้วยดินสอจริง Paint bucket Tool เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเทสีลงบนพื้นที่ว่าง Brush Tool เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการระบายสีของภาพ Eraser Tool เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการลบภาพบางส่วนออก Transform Tool เป็นเครื่องมือที่ไว้ใช้ในการย่อขนาด และหมุนวัตถุหรือภาพต่างๆ 3. ครูให้นักเรียนใช้เครื่องมือต่างๆ พร้อมๆไปกับครู และเปิดโอกาสให้นักเรียนถามเมื่อไม่เข้าใจ หรือสามารถยกมือบอกเมื่อทาตามครูไม่ทัน 4. ครูสาธิตวิธีการใช้เครื่องมือ Pen Tool ในการวาดรูป
189.
5. ครูสาธิตวิธีการใช้เครื่องมืออื่นในการวาดรูป เช่น 6.
ให้นักเรียนฝึกปฏิบัติใช้เครื่องมือ และศึกษาใบความรู้เพิ่มเติมหากมีข้อสงสัย ขั้นสรุป 1. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับแนวทางการใช้เครื่องมือแต่ละชนิดในการสร้าง ชิ้นงาน ขั้นนาไปใช้ 1. ให้นักเรียนวาดรูปผลไม้และการ์ตูนตามจินตนาการของนักเรียนโดยที่จะต้องใช้เครื่องมือใน กล่องเครื่องมือให้มากชนิดที่สุด บันทึกผลงานของตนเองไว้ในโฟลเดอร์ของตนเอง กาหนดให้นักเรียนวาดภาพผลไม้และการ์ตูน เช่น สื่อการเรียนรู้ 1. คอมพิวเตอร์ 2. จอ Projector 3. โปรแกรม Corel Draw14 4. Website ต่างๆใน Internet ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวโปรแกรม Corel Draw14 - http://www.peterfineart.com - https://www.youtube.com/results?search_query=Corel+draw - https://www.youtube.com/watch?v=BHUeBcw8uFA
190.
5. สื่อจัดทาโดยโปรแกรม Microsoft
Power Point 6. ใบงานเพื่อฝึกทักษะการปฏิบัติและเก็บคะแนน 7. เอกสารประกอบการเรียนการสอน 8. คู่มือภาษาไทย การใช้โปรแกรม CorelDraw 12 โรงเรียนศูนย์ฝึกวิชาชีพระยะสั้น 9. คู่มือการเรียนรู้และเทคนิคการใช้ Corel DRAW 10 ผู้เขียน กนก กุสุมาลย์ ธีระ เกษมทรัพย์ การวัดผลประเมินผลการเรียนรู้ ด้านความรู้ ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทักษะกระบวนการ 1. ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน 2. สังเกตจากการตอบคาถามและ อธิบาย 3. ประเมินผลงานนักเรียน 1. สังเกตพฤติกรรมด้านความมี วินัย ตรงต่อเวลา 2. สังเกตความตั้งใจเรียน เอาใจใส่ในการปฏิบัติกิจกรรม และมีความรับผิดชอบใน การทางาน 3. ปฏิบัติตามข้อตกลงร่วมกัน 1. การใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ได้ อย่างคล่องแคล่ว 2. การใช้งานจากส่วนต่างๆ ของ โปรแกรมได้ การบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง - ผู้สอนใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ปศพ. ประเด็น พอประมาณ มีเหตุผลที่ดี มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี กิจกรรมการ เรียนรู้ - ก่อนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ครู วางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ชัดเจนเป็นลาดับ ขั้นตอน มีการ กาหนดเนื้อหาสาระ เรื่องการใช้ เครื่องมือในการวาดภาพและการใช้สี อย่างชัดเจน และกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้การฝึกปฏิบัติกับเครื่อง คอมพิวเตอร์เพื่อให้นักเรียนเกิดทักษะ ในการทางาน - การจัดการเรียนรู้ตรง ตามมาตรฐานตัวชี้วัด ศ 2.1 ม.3/2 และ ศ 2.1 ม.3/4 - มีการวางแผนการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ ชัดแจนและเป็นลาดับ ขั้นตอน
191.
ปศพ. ประเด็น พอประมาณ มีเหตุผลที่ดี มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี เวลา
- การกาหนดเนื้อหาให้เหมาะสมกับ การเรียนในเวลา 2 ชั่วโมง เพื่อให้ นักเรียนสามารถทากิจกรรมฝึกปฏิบัติ กับเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ทันตามเวลา - เพื่อให้กิจกรรมการ เรียนการสอนบรรลุ ตัวชี้วัดได้ตามเวลาที่ กาหนด - มีการเผื่อเวลาในการ ทากิจกรรมแต่ละขั้น เพื่อให้นักเรียนที่มี ความสามารถต่างกัน สามารถทางานเสร็จได้ ทันตามเวลา สื่อ - จัดเตรียมและใช้สื่อในการจัด กิจกรรมการเรียนการสอน เหมาะสม กับจานวนนักเรียน โดยให้มีจานวน มากกว่าจานวนนักเรียนอย่างน้อย 1 ชุด - ตระหนักถึงคุณค่าของ การใช้สื่อและทรัพยากร อย่างคุ้มค่า - มีใบความรู้และมี สารองในกรณีที่จาเป็น ใช้เพิ่ม - ใช้สื่อที่มีอย่างคุ้มค่า แหล่งเรียนรู้ - กาหนดเนื้อหาสาระ และกิจกรรม การเรียนรู้เหมาะสมกับแหล่งเรียนรู้ - เพื่อให้การจัดการเรียน การสอนบรรลุตัวชี้วัดได้ ในระยะเวลาที่กาหนด นอกจากจะศึกษาจาก ใบความรู้แล้วสามารถ สืบค้นดูตัวอย่างจาก อินเทอร์เน็ตได้ - มีการสารวจความ พร้อมของเครื่อง คอมพิวเตอร์และ อินเทอร์เน็ตก่อนที่จะ นามาออกแบบการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ ความรู้ที่ใช้ใน การจัด กิจกรรมการ เรียนรู้ - สืบค้นเทคนิควิธีการสอน, รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ - ศึกษาเนื้อหาเรื่องการใช้เครื่องมือในการวาดภาพและการใช้สี - วิเคราะห์และจัดทาเครื่องมือการจัดผลประเมินผลตามสภาพจริง - ศึกษา ค้นคว้าและนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและการบูรณาการหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงกับการจัดการเรียนรู้ คุณธรรม - มีความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่การสอน เข้าสอนตรงต่อเวลา ปฏิบัติหน้าทีสอนเต็ม เวลา เตรียมการสอน และมีใบความรู้ประกอบการสอนล่วงหน้า - ใฝ่รู้ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมจากเอกสารตารา และจากอินเทอร์เน็ต - มีความเมตตา ให้ความเสมอภาค และยุติธรรมกับนักเรียนทุกคน
192.
- ผู้เรียนมีคุณลักษณะ “อยู่อย่างพอเพียง” พอประมาณ
มีเหตุผลที่ดี มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี - รู้จักแบ่งเวลาในการเรียนและ ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมจากใบความรู้ หรืออินเทอร์เน็ต เกี่ยวกับเนื้อหาที่ เรียนจนเกิดความเข้าใจ - กาหนดเวลาในการทากิจกรรม สืบค้น ฝึกปฏิบัติ และสร้างชิ้นงาน ได้อย่างเหมาะสม - มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ เครื่องมือและคุณสมบัติของ เครื่องมือแต่ละชนิด - สามารถเลือกใช้เครื่องมือในการ สร้างชิ้นงานได้อย่างเหมาะสม - มีจิตสาธารณะช่วยแนะนาเพื่อน เกี่ยวกับเรื่องที่เรียนหากเพื่อน ไม่เข้าใจ - ฝึกการเป็นคนที่มีจิตสาธารณะ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ผู้อื่น - วางแผนในการทากิจกรรม การเรียนอย่างรอบคอบ สามารถ นาไปเป็นแนวทางในการทา กิจกรรมอื่นๆ ในชีวิตประจาวัน ได้ ความรู้ (วิธีการ) - ศึกษาใบความรู้ และสืบค้นข้อมูล เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจในการเลือกใช้เครื่องมือแต่ละชนิด ด้วยวิธีการที่หลากหลาย - ฝึกปฏิบัติกับเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้เกิดความชานาญในเลือกใช้เครื่องมือเพื่อสร้างชิ้นงานที่มีคุณภาพ คุณธรรมที่เกิดกับนักเรียน - มีวินัย มุ่งมั่นในการทางานโดยการทาชิ้นงานที่ไดรับมอบหมายได้ถูกต้องและเสร็จตรงเวลา - มีความซื่อสัตย์สุจริต โดยชิ้นงานที่ส่งเป็นฝีมือที่สร้างจากจินตนาการของนักเรียนเอง - ใฝ่รู้ใฝ่เรียน ให้ความร่วมมือในการทากิจกรรม ด้วยความกระตือรือร้น และสนใจ - มีจิตสาธารณะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่โดยช่วยแนะนาและสอนเพื่อนเกี่ยวกับเรื่องที่เรียนหากเพื่อนไม่เข้าใจ
193.
- ผลลัพธ์ KPA
4 มิติ ที่เกี่ยวข้องกับการอยู่อย่างพอเพียง ผลลัพธ์ สมดุลและพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ ด้านวัตถุ ด้านสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านวัฒนธรรม ด้านความรู้ รู้จักคุณสมบัติของ เครื่องมือแต่ละชนิดใน กล่องเครื่องมือ ความรู้เกี่ยวกับการ วางแผนการทางาน ทั้งงานเดี่ยวและงาน กลุ่ม - - ด้านทักษะ เลือกใช้เครื่องมือใน การสร้างชิ้นงานอย่าง เหมาะสม มีจิตสาธารณะช่วย แนะนาและสอน เพื่อนเกี่ยวกับเรื่องที่ เรียน - - ด้านค่านิยม มีเจตคติที่ดีต่อการ เรียนและมีความ รับผิดชอบในการสร้าง ชิ้นงาน เห็นความสาคัญของ การมีจิตสาธารณะ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ - - กิจกรรมเสริมการเรียนรู้ นักเรียนศึกษาค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมจากเว็บไซต์ - http://www.peterfineart.com - https://www.youtube.com/results?search_query=Corel+draw - https://www.youtube.com/watch?v=BHUeBcw8uFA
194.
บันทึกผลการจัดการเรียนรู้ …………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ ผู้สอน (นายอารมย์ อินทรประเสริฐ)
Download