รายงาน
เรื่อง กฎหมายอาชญากรรมคอมพิวเตอร์


                เสนอ
       อาจารย์ จุฑารัตน์ ใจบุญ


              จัดทาโดย
      นางสาว พรสุ ดา ปลอดกา
         ชั้น ม.6/3 เลขที่ 29
   โรงเรี ยนรัษฏานุประดิษฐ์อนุสรณ์
    ภาคเรี ยนที่ 2 ปี การศึกษา2555
คานา

         รายงานเล่มนี้เป็ นส่ วนหนึ่งของวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยีที่มีเนื้อหา
เกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์ในทางที่ผด   ิ

คณะผูจดทาหวังเป็ นอย่างยิงว่ารายงานเล่มนี้จะให้ประโยชน์แก่ผที่สนใจศึกษาเป็ น
      ้ั                 ่                                 ู้
อย่างมาก ถ้ามีขอผิดพลาดประการใดก็ขออภัยไว้ ณ ที่น้ ีดวย และจะนาไปปรับปรุ ง
               ้                                     ้
ในโอกาสต่อไป



                                                                  ผู้จดทำ
                                                                      ั

                                                       นำงสำว พรสุดำ ปลอดกำ
สารบัญ
เรื่อง                                               หน้ า

อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์                              1

อินเตอร์เน็ตในทางที่ผด
                     ิ                               3

กฎหมายอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ (Computer Crime Law)   6

สภาพปัญหาในปัจจุบน
                 ั                                   8

อ้างอิง                                              10
อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ ประเภทต่ างๆ

อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ (Cyber-Crime) เป็ นการกระทาที่ผดกฎหมายโดยใช้
                                                       ิ
                                                                ่
วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อโจมตีระบบคอมพิวเตอร์และข้อมูลที่อยูบนระบบ
ดังกล่าว ส่ วนในมุมมองที่กว้างขึ้น “อาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องกับคอมพิวเตอร์”
หมายถึงการกระทาที่ผดกฎหมายใดๆ ซึ่งอาศัยหรื อมีความเกี่ยวเนื่องกับระบบ
                   ิ
คอมพิวเตอร์หรื อเครื อข่าย อย่างไรก็ตาม อาชญากรรมประเภทนี้ไม่ถือเป็ น
อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์โดยตรง
ในการประชุมสหประชาชาติครั้งที่ 10 ว่าด้วยการป้ องกันอาชญากรรมและการ
ปฏิบติต่อผูกระทาผิด (The Tenth United Nations Congress on the Prevention of
    ั      ้
Crime and the Treatment of Offenders) ซึ่งจัดขึ้นที่กรุ งเวียนนา เมื่อวันที่ 10-17
เมษายน 2543 ได้มีการจาแนกประเภทของอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ โดย
แบ่งเป็ น 5 ประเภท คือ การเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต, การสร้างความเสี ยหายแก่
ข้อมูลหรื อโปรแกรมคอมพิวเตอร์, การก่อกวนการทางานของระบบคอมพิวเตอร์
หรื อเครื อข่าย, การยับยั้งข้อมูลที่ส่งถึง/จากและภายในระบบหรื อเครื อข่ายโดยไม่ได้
รับอนุญาต และการจารกรรมข้อมูลบนคอมพิวเตอร์
โครงการอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์และการโจรกรรมทรัพย์สินทางปัญญา
(Cyber-Crime and Intellectual Property Theft) พยายามที่จะเก็บรวบรวมและ
เผยแพร่ ขอมูล และค้นคว้าเกี่ยวกับอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ 6 ประเภท ที่ได้รับ
         ้
ความนิยม ซึ่งส่ งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนและผูบริ โภค นอกจากนี้ยงทา
                                             ้                 ั
หน้าที่เผยแพร่ ความรู ้เกี่ยวกับขอบเขตและความซับซ้อนของปัญหา รวมถึงนโยบาย
ปัจจุบนและความพยายามในการปัญหานี้
      ั
อาชญากรรม 6 ประเภทดังกล่าวได้แก่

การเงิน – อาชญากรรมที่ขดขวางความสามารถขององค์กรธุรกิจในการทาธุ รกรรม
                       ั
อี-คอมเมิร์ซ(หรื อพาณิ ชย์อิเล็กทรอนิกส์)
การละเมิดลิขสิ ทธิ์ – การคัดลอกผลงานที่มีลิขสิ ทธิ์ ในปัจจุบนคอมพิวเตอร์ส่วน
                                                            ั
บุคคลและอินเทอร์เน็ตถูกใช้เป็ นสื่ อในการก่ออาชญากรรม แบบเก่า โดยการ
โจรกรรมทางออนไลน์หมายรวมถึง การละเมิดลิขสิ ทธิ์ ใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้
อินเทอร์เน็ตเพื่อจาหน่ายหรื อเผยแพร่ ผลงานสร้างสรรค์ท่ีได้รับการคุมครองลิขสิ ทธิ์
                                                                  ้
การเจาะระบบ – การให้ได้มาซึ่งสิ ทธิในการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์หรื อเครื อข่าย
โดยไม่ได้รับอนุญาต และในบางกรณี อาจหมายถึงการใช้สิทธิการเข้าถึงนี้โดยไม่ได้
รับอนุญาต นอกจากนี้การเจาะระบบยังอาจรองรับอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ใน
รู ปแบบอื่นๆ (เช่น การปลอมแปลง การก่อการร้าย ฯลฯ)


การก่อการร้ายทางคอมพิวเตอร์ – ผลสื บเนื่องจากการเจาะระบบ โดยมีจุดมุ่งหมาย
เพื่อสร้างความหวาดกลัว เช่นเดียวกับการก่อการร้ายทัวไป โดยการกระทาที่เข้าข่าย
                                                  ่
การก่อการร้ายทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-terrorism) จะเกี่ยวข้องกับการเจาระบบ
คอมพิวเตอร์เพื่อก่อเหตุรุนแรงต่อบุคคลหรื อทรัพย์สิน หรื ออย่างน้อยก็มีจุดมุ่งหมาย
เพื่อสร้างความหวาดกลัว


ภาพอนาจารทางออนไลน์ – ตามข้อกาหนด 18 USC 2252 และ 18 USC 2252A การ
ประมวลผลหรื อการเผยแพร่ ภาพอนาจารเด็กถือเป็ นการกระทาที่ผดกฎหมาย และ
                                                         ิ
ตามข้อกาหนด 47 USC 223 การเผยแพร่ ภาพลามกอนาจารในรู ปแบบใดๆ แก่
เยาวชนถือเป็ นการกระทาที่ขดต่อกฎหมาย อินเทอร์เน็ตเป็ นเพียงช่องทางใหม่
                          ั
สาหรับอาชญากรรม แบบเก่า อย่างไรก็ดี ประเด็นเรื่ องวิธีที่เหมาะสมที่สุดในการ
ควบคุมช่องทางการสื่ อสารที่ครอบคลุมทัวโลกและเข้าถึงทุกกลุ่มอายุน้ ีได้ก่อให้เกิด
                                     ่
การถกเถียงและการโต้แย้งอย่างกว้างขวาง
                        ่
ภายในโรงเรี ยน – ถึงแม้วาอินเทอร์เน็ตจะเป็ นแหล่งทรัพยากรสาหรับการศึกษาและ
สันทนาการ แต่เยาวชนจาเป็ นต้องได้รับทราบเกี่ยวกับวิธีการใช้งานเครื่ องมืออันทรง
พลังนี้อย่างปลอดภัยและมีความรับผิดชอบ โดยเป้ าหมายหลักของโครงการนี้คือ
เพื่อกระตุนให้เด็กได้เรี ยนรู ้เกี่ยวกับข้อกาหนดทางกฎหมาย สิ ทธิของตนเอง และวิธี
          ้
ที่เหมาะสมในการป้ องกันการใช้

อินเทอร์ เน็ตในทางทีผด
                    ่ ิ

เทคโนโลยีที่ทนสมัย แม้จะช่วยอานวยความสะดวกได้มากเพียงใดก็ตาม สิ่ งที่ตอง
             ั                                                        ้
ยอมรับความจริ งก็คือ เทคโนโลยีทุกอย่างมีจุดเด่น ข้อด้อยของตนทั้งสิ้ น ทั้งที่มาจาก
ตัวเทคโนโลยีเอง และมาจากปัญหาอื่นๆ เช่น บุคคลที่มีจุดประสงค์ร้าย ในโลก
cyberspace อาชญากรรมคอมพิวเตอร์เป็ นปั ญหาหลักที่นบว่ายิงมีความรุ นแรง เพิ่ม
                                                  ั ่
มากขึ้น ประมาณกันว่ามีถึง 230% ในช่วงปี 2002 และ แหล่งที่เป็ นจุดโจมตีมากที่สุด
ก็คือ อินเทอร์เน็ต นับว่ารุ นแรงกว่าปัญหาไวรัสคอมพิวเตอร์เสี ยด้วยซ้ า หน่วยงาน
ทุกหน่วยงานที่นาไอทีมาใช้งาน จึงต้องตระหนักในปัญหานี้เป็ นอย่างยิง จาเป็ นต้อง
                                                                 ่
ลงทุนด้านบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการรักษาความปลอดภัย ระบบซอฟต์แวร์
ฮาร์ดแวร์ที่มีประสิ ทธิภาพ การวางแผน ติดตาม และประเมินผลที่ตองกระทาอย่าง
                                                            ้
สม่าเสมอต่อเนื่อง

แต่ไม่วาจะมีการป้ องกันดีเพียงใด ปัญหาการโจมตีระบบคอมพิวเตอร์กมีอยูเ่ รื่ อยๆ
       ่                                                      ็
ทั้งนี้ระบบการโจมตีที่พบบ่อยๆ ได้แก่

      Hacker & Cracker อาชญากรที่ได้รับการยอมรับว่ามีผลกระทบต่อสังคมไอ
ทีเป็ นอย่างยิง บุลากรในองค์กร หน่วยงานคุณไล่พนักงานออกจากงาน, สร้างความ
              ่
              ั
ไม่พึงพอใจให้กบพนักงาน นี่แหล่ะปัญหาของอาชญกรรมได้เช่นกัน
Buffer overflow เป็ นรู ปแบบการโจมตีที่ง่ายที่สุด แต่ทาอันตรายให้กบระบบ
                                                                          ั
ได้มากที่สุด โดยอาชญากรจะอาศัยช่องโหว่ของระบบปฏิบติการ และขีดจากัดของ
                                                 ั
ทรัพยากรระบบมาใช้ในการจู่โจม การส่ งคาสั่งให้เครื่ องแม่ข่ายเป็ นปริ มาณมากๆ
ในเวลาเดียวกัน ซึ่งส่ งผลให้เครื่ องไม่สามารถรันงานได้ตามปกติ หน่วยความจาไม่
เพียงพอ จนกระทังเกิดการแฮงค์ของระบบ เช่นการสร้างฟอร์มรับส่ งเมล์ท่ีไม่ได้
               ่
ป้ องกัน ผูไม่ประสงค์อาจจะใช้ฟอร์มนั้นในการส่ งข้อมูลกระหน่าระบบได้
           ้
        Backdoors นักพัฒนาเกือบทุกราย มักสร้างระบบ Backdoors เพื่อช่วยอานวย
ความสะดวกในการทางาน ซึ่งหากอาชญากรรู ้เท่าทัน ก็สามารถใช้ประโยชน์จาก
Backdoors นั้นได้เช่นกัน
        CGI Script ภาษาคอมพิวเตอร์ที่นิยมมากในการพัฒนาเว็บเซอร์วส มักเป็ น
                                                                ิ
ช่องโหว่รุนแรงอีกทางหนึ่งได้เช่นกัน
        Hidden HTML การสร้างฟอร์มด้วยภาษา HTML และสร้างฟิ ลด์เก็บรหัส
                                                ั
แบบ Hidden ย่อมเป็ นช่องทางที่อานวยความสะดวกให้กบอาชญากรได้เป็ นอย่างดี
โดยการเปิ ดดูรหัสคาสัง (Source Code) ก็สามารถตรวจสอบและนามาใช้งานได้
                     ่
ทันที
        Failing to Update การประกาศจุดอ่อนของซอฟต์แวร์ เพื่อให้ผใช้นาไป
                                                                ู้
ปรับปรุ งเป็ นทางหนึ่งที่อาชญากร นาไปจู่โจมระบบที่ใช้ซอฟต์แวร์น้ นๆ ได้เช่นกัน
                                                                 ั
เพราะกว่าที่เจ้าของเว็บไซต์ หรื อระบบ จะทาการปรับปรุ ง (Updated) ซอตฟ์ แวร์ที่มี
ช่องโหว่น้ น ก็สายเกินไปเสี ยแล้ว
           ั
        Illegal Browsing ธุรกรรมทางอินเทอร์เน็ต ย่อมหนีไม่พนการส่ งค่าผ่านทาง
                                                           ้
บราวเซอร์ แม้กระทังรหัสผ่านต่างๆ ซึ่งบราวเซอร์บางรุ่ น หรื อรุ่ นเก่าๆ ย่อมไม่มี
                  ่
ความสามารถในการเข้ารหัส หรื อป้ องกันการเรี ยกดูขอมูล นี่กเ็ ป็ นอีกจุดอ่อนของ
                                                 ้
ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ได้เช่นกัน
Malicious scripts ก็เขียนโปรแกรมไว้ในเว็บไซต์ แล้วผูใช้เรี ยกเว็บไซต์ดูบน
                                                          ้
เครื่ องของตน มันใจหรื อว่าไม่เจอปัญหา อาชญากรอาจจะเขียนโปรแกรมแผงใน
                ่
เอกสารเว็บ เมื่อถูกเรี ยก โปรแกรมนันจะถูกดึงไปประมวลผลฝั่งไคลน์เอ็นต์ และ
                                   ่
                                                ่
ทางานตามที่กาหนดไว้อย่างง่ายดาย โดยเราเองไม่รู้วาเรานันแหล่ะเป็ นผูส่งรัน
                                                      ่            ้ั
โปรแกรมนั้นด้วยตนเอง น่ากลัวเสี ยจริ งๆๆ
      Poison cookies ขนมหวานอิเล็กทรอนิกส์ ที่เก็บข้อมูลต่างๆ ตามแต่จะกาหนด
จะถูกเรี ยกทางานทันทีเมื่อมีการเรี ยกดูเว็บไซต์ที่บรรจุคุกกี้ชิ้นนี้ และไม่ยากอีก
เช่นกันที่จะเขียนโปรแกรมแฝงอีกชิ้น ให้ส่งคุกกี้ที่บนทึกข้อมูลต่างๆ ของผูใช้
                                                   ั                    ้
ส่ งกลับไปยังอาชญากร
                                                                           ่
ไวรัสคอมพิวเตอร์ ภัยร้ายสาหรับหน่วยงานที่ใช้ไอทีต้ งแต่เริ่ มแรก และดารงอยูอย่าง
                                                   ั
อมตะตลอดกาล ในปี 2001 พบว่าไวรัส Nimda ได้สร้างความเสี ยหายได้สูงสุ ด เป็ น
มูลค่าถึง 25,400 ล้าบบาท ในทัวโลก ตามด้วย Code Red, Sircam, LoveBug,
                             ่
Melissa ตามลาดับที่ไม่หย่อนกว่ากัน

กฎหมายอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ (Computer Crime Law)

หนึ่งที่มีความล่าช้ามากในบรรดากฎหมายสารสนเทศทั้ง 6 ฉบับ ความล่าช้านั้นก็มา
                  ่
จากหลายสาเหตุ ไม่วาจะเป็ นเรื่ องที่จะต้องดูตวอย่างกฎหมายจากหลายๆประเทศที่
                                             ั
บังคับใช้ไปก่อนแล้ว เพื่อจะมาปรับเข้ากับบริ บทของประเทศไทย แน่นอนครับว่า
การคัดลอกมาทั้งหมดโดยไม่คานึงถึงความแตกต่าง สภาพวัฒนธรรม ความ
เจริ ญก้าวหน้าที่ไม่เท่ากันแล้ว ย่อมจะเกิดปั ญหาเมื่อนามาใช้อย่างแน่นอน

อีกทั้งเรื่ องนี้ยงเป็ นเรื่ องใหม่ในสังคมไทย และในกระบวนการยุติธรรมของบ้านเรา
                  ั
ด้วย กฎหมายบางเรื่ องต้องใช้เวลานานถึง 5 ปี กว่าจะออกมาใช้บงคับได้ บางเรื่ องใช้
                                                           ั
เวลาถึง 10 ปี เลยทีเดียวครับ
ปัญหาความล่าช้าเป็ นอุปสรรคที่สาคัญอย่างหนึ่งในการพัฒนาประเทศของเรา ทั้งนี้
                      ่                        ุ่
เกิดจากหลายสาเหตุ ไม่วาจะเป็ นระบบงานราชการที่ยงยาก ซับซ้อน ต้องผ่านหลาย
หน่วยงาน หลายขั้นตอน หรื อแม้แต่ระบบการพิจารณาในสภา ที่มีการเปลี่ยนรัฐบาล
กันบ่อยๆจึงทาให้ขาดความต่อเนื่อง และยังมีสาเหตุอื่นอีกมากที่ทาให้กฎหมายแต่ละ
ฉบับนั้นออกมาใช้บงคับช้า
                 ั

ที่มาของกฎหมายอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์

ทุกวันนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่าคอมพิวเตอร์เข้าไปมีบทบาทในชีวตมนุษย์มากขึ้นทุกวัน
                                                       ิ
                                                          ่ ั
โดยเฉพาะในยุคแห่งข้อมูลข่าวสารอย่างในปัจจุบนนี้ จะเห็นได้วามีพฒนาการ
                                           ั
เทคโนโลยีใหม่ๆเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมทั้งพัฒนาการเทคโนโลยีสารสนเทศด้วย
          ่
แต่ถึงแม้วาพัฒนาการทางเทคโนโลยีสารสนเทศนั้นจะถูกนามาประยุกต์ใช้และ
ก่อให้เกิดประโยชน์มากมายก็ตาม หากนาไปใช้ในทางที่ไม่ดีไม่ชอบแล้วก็อาจ
ก่อให้เกิดความเสี ยหายอย่างร้ายแรงทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมได้

ดังนั้นจึงเกิดรู ปแบบใหม่ของอาชญากรรมที่เกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์เป็ น
เครื่ องมือในการกระทาผิดขึ้น จึงจาเป็ นต้องมีการพัฒนา กฎหมายอาชญากรรมทาง
คอมพิวเตอร์ (Computer Crime Law) ขึ้น

ในบางประเทศอาจเรี ยกว่า กฎหมายเกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์ในทางมิชอบ
(Computer Misuse Law) หรื อในบางประเทศอาจต้องมีการปรับปรุ งแก้ไขประมวล
กฎหมายอาญาเพื่อให้รองรับกับความผิดในรู ปแบบใหม่ๆได้ ด้วยการกาหนดฐาน
ความผิดและบทลงโทษสาหรับการก่ออาชญากรรมคอมพิวเตอร์ข้ ึนเพื่อให้เหมาะสม
และมีประสิ ทธิภาพ สามารถเอาผิดกับผูกระทาความผิดได้ในต่างประเทศนั้น มี
                                   ้
ลักษณะการบัญญัติกฎหมายอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ 2 รู ปแบบ คือ การบัญญัติ
ในลักษณะแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา เช่น ประเทศเยอรมนี แคนาดา
อิตาลี และสวิสเซอร์แลนด์ ส่ วนอีกรู ปแบบหนึ่งคือ การบัญญัติเป็ นกฎหมายเฉพาะ
เช่น ประเทศอังกฤษ สิ งคโปร์ มาเลเซี ย และสหรัฐอเมริ กา

สาหรับประเทศไทยนั้น เลือกใช้ในแบบที่สองคือบัญญัติเป็ นกฎหมายเฉพาะ โดยมี
ชื่อว่า พระราชบัญญัติอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ….(ประกาศใช้ปีไหน ก็ใส่
พ.ศ. เข้าไปแทนจุดครับ-ผูเ้ ขียน)

          ่
จะเห็นได้วาแม้รูปแบบกฎหมายของแต่ละประเทศอาจจะแตกต่างกัน แต่การกาหนด
ฐานความผิดที่เป็ นหลักใหญ่น้ นมักจะคล้ายคลึงกัน ทั้งนี้ โดยมากแล้วต่างก็คานึงถึง
                             ั
ลักษณะของการใช้คอมพิวเตอร์ในการกระทาความผิดเป็ นสาคัญ กฎหมายที่ออกมา
จึงมีลกษณะที่ใกล้เคียงกัน
      ั

สภาพปัญหาในปัจจุบัน

ปัญหาข้อกฎหมายของอาชญากรรมคอมพิวเตอร์คือ หลักของกฎหมายอาญาที่ระบุ
ว่า ไม่มีโทษโดยไม่มีกฎหมาย (Nulla poena sinelege) และมุ่งคุมครองวัตถุที่มีรูปร่ าง
                                                           ้
                                                                                 ่
เท่านั้น แต่ในยุคไอทีน้ น ข้อมูลข่าวสารเป็ นวัตถุท่ีไม่มีรูปร่ าง เอกสารไม่ได้อยูใน
                        ั
                                     ่
แผ่นกระดาษอีกต่อไป ซึ่งกฎหมายที่มีอยูไม่อาจขยายการคุมครองไปถึงได้
                                                    ้

ตัวอย่างของการก่ออาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ ได้แก่ การโจรกรรมเงินในบัญชี
ลูกค้าของธนาคาร การโจรกรรมความลับของบริ ษทต่างๆที่เก็บไว้ในคอมพิวเตอร์
                                         ั
การปล่อยไวรัสเข้าไปในคอมพิวเตอร์ การใช้คอมพิวเตอร์ในการปลอมแปลง
เอกสารต่างๆ รวมไปถึงการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการก่อวินาศกรรมด้วย

รู ปแบบการก่ออาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ในปั จจุบนทวีความซับซ้อนและรุ นแรง
                                             ั
มากขึ้นเรื่ อยๆ ทาให้เจ้าหน้าที่ตารวจผูทาหน้าที่สืบสวนทางานได้อย่างยากลาบาก
                                       ้

                     ่ ั
ทั้งยังต้องอ้างอิงอยูกบกฎหมายอาญาแบบเดิมซึ่งยากที่จะเอาตัวผูกระทาความผิดมา
                                                            ้
ลงโทษ
นักกฎหมายจึงต้องเปลี่ยนแนวความคิดเกี่ยวกับเรื่ องนี้โดยสิ้ นเชิง โดยเฉพาะในเรื่ อง
ทรัพย์ที่ไม่มีรูปร่ าง ซึ่งเป็ นทรัพย์สินอย่างหนึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณิ ชย์ ตัวอย่างเช่น การขโมยโดเมนเนม (Domain Name) ซึ่งไม่มีรูปร่ าง ไม่
                              ็
สามารถจับต้องและถือเอาได้ แต่กถือเป็ นทรัพย์และยอมรับกันว่ามีมูลค่ามหาศาล

ปัญหาอีกประการหนึ่งเกี่ยวกับกฎหมายอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์คือเรื่ อง
พยานหลักฐาน เพราะพยานหลักฐานที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์น้ นสามารถเปลี่ยนแปลง
                                                      ั
ได้ตลอดเวลาและกระทาได้ง่าย แต่ยากต่อการสื บหา รวมทั้งยังสู ญหายได้ง่ายอีกด้วย
                         ่
เช่น ข้อมูลที่ถกบันทึกอยูในสื่ อบันทึกข้อมูลถาวรของเครื่ อง (Hard Disk) นั้น หาก
               ู
ระหว่างการเคลื่อนย้ายได้รับความกระทบกระเทือนหรื อเกิดการกระแทก หรื อ
เคลื่อนย้ายผ่านจุดที่เป็ นสนามแม่เหล็ก ข้อมูลที่บนทึกใน Hard Disk ดังกล่าวก็อาจ
                                                 ั
สู ญหายได้

นอกจากนี้เรื่ องอานาจในการออกหมายค้นก็เป็ นสิ่ งที่ตองพิจารณาเช่นกัน เพราะการ
                                                    ้
ค้นหาพยานหลักฐานใน Hard Disk นั้นต้องกาหนดให้ศาลมีอานาจบังคับให้ผตอง
                                                                 ู้ ้
สงสัยบอกรหัสผ่านแก่เจ้าหน้าที่ที่ทาการสื บสวนเพื่อให้ทาการค้นหาหลักฐานใน
Hard Disk ได้ดวย
              ้

นอกจากนั้น ปัญหาเรื่ องขอบเขตพื้นที่กเ็ ป็ นเรื่ องที่มีความสาคัญ เพราะผูกระทา
                                                                         ้
                                                    ่
ความผิดอาจกระทาจากที่อื่นๆที่ไม่ใช่ประเทศไทย ซึ่งอยูนอกเขตอานาจของศาล
ไทย ดังนั้นกฎหมายควรบัญญัติให้ชดเจนด้วยว่าศาลมีเขตอานาจที่จะลงโทษ
                               ั
ผูกระทาผิดได้ถึงไหนเพียงไร และถ้ากระทาความผิดในต่างประเทศจะถือเป็ น
  ้
ความผิดในประเทศไทยด้วยหรื อไม

ส่ วนประเด็นที่สาคัญอีกประการหนึ่งที่ตองพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบก็คือ
                                      ้
ประเด็นเรื่ องอายุของผูกระทาความผิด เพราะผูกระทาความผิดทางอาชญากรรม
                       ้                   ้
คอมพิวเตอร์ส่วนมาก โดยเฉพาะ Hacker และ Cracker นั้น มักจะเป็ นเด็กและ
เยาวชน และอาจกระทาความผิดโดยรู ้เท่าไม่ถึงการณ์หรื อเพราะความคึกคะนองหรื อ
ความซุกซนก็เป็ นได้
อ้ างอิง
http://www.microsoft.com/thailand/piracy/cybercrime.aspx

http://www.lawyerthai.com/articles/it/028.php

รายงานเมย์

  • 1.
    รายงาน เรื่อง กฎหมายอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ เสนอ อาจารย์ จุฑารัตน์ ใจบุญ จัดทาโดย นางสาว พรสุ ดา ปลอดกา ชั้น ม.6/3 เลขที่ 29 โรงเรี ยนรัษฏานุประดิษฐ์อนุสรณ์ ภาคเรี ยนที่ 2 ปี การศึกษา2555
  • 2.
    คานา รายงานเล่มนี้เป็ นส่ วนหนึ่งของวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยีที่มีเนื้อหา เกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์ในทางที่ผด ิ คณะผูจดทาหวังเป็ นอย่างยิงว่ารายงานเล่มนี้จะให้ประโยชน์แก่ผที่สนใจศึกษาเป็ น ้ั ่ ู้ อย่างมาก ถ้ามีขอผิดพลาดประการใดก็ขออภัยไว้ ณ ที่น้ ีดวย และจะนาไปปรับปรุ ง ้ ้ ในโอกาสต่อไป ผู้จดทำ ั นำงสำว พรสุดำ ปลอดกำ
  • 3.
    สารบัญ เรื่อง หน้ า อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ 1 อินเตอร์เน็ตในทางที่ผด ิ 3 กฎหมายอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ (Computer Crime Law) 6 สภาพปัญหาในปัจจุบน ั 8 อ้างอิง 10
  • 4.
    อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ ประเภทต่ างๆ อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์(Cyber-Crime) เป็ นการกระทาที่ผดกฎหมายโดยใช้ ิ ่ วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อโจมตีระบบคอมพิวเตอร์และข้อมูลที่อยูบนระบบ ดังกล่าว ส่ วนในมุมมองที่กว้างขึ้น “อาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องกับคอมพิวเตอร์” หมายถึงการกระทาที่ผดกฎหมายใดๆ ซึ่งอาศัยหรื อมีความเกี่ยวเนื่องกับระบบ ิ คอมพิวเตอร์หรื อเครื อข่าย อย่างไรก็ตาม อาชญากรรมประเภทนี้ไม่ถือเป็ น อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์โดยตรง ในการประชุมสหประชาชาติครั้งที่ 10 ว่าด้วยการป้ องกันอาชญากรรมและการ ปฏิบติต่อผูกระทาผิด (The Tenth United Nations Congress on the Prevention of ั ้ Crime and the Treatment of Offenders) ซึ่งจัดขึ้นที่กรุ งเวียนนา เมื่อวันที่ 10-17 เมษายน 2543 ได้มีการจาแนกประเภทของอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ โดย แบ่งเป็ น 5 ประเภท คือ การเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต, การสร้างความเสี ยหายแก่ ข้อมูลหรื อโปรแกรมคอมพิวเตอร์, การก่อกวนการทางานของระบบคอมพิวเตอร์ หรื อเครื อข่าย, การยับยั้งข้อมูลที่ส่งถึง/จากและภายในระบบหรื อเครื อข่ายโดยไม่ได้ รับอนุญาต และการจารกรรมข้อมูลบนคอมพิวเตอร์ โครงการอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์และการโจรกรรมทรัพย์สินทางปัญญา (Cyber-Crime and Intellectual Property Theft) พยายามที่จะเก็บรวบรวมและ เผยแพร่ ขอมูล และค้นคว้าเกี่ยวกับอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ 6 ประเภท ที่ได้รับ ้ ความนิยม ซึ่งส่ งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนและผูบริ โภค นอกจากนี้ยงทา ้ ั หน้าที่เผยแพร่ ความรู ้เกี่ยวกับขอบเขตและความซับซ้อนของปัญหา รวมถึงนโยบาย ปัจจุบนและความพยายามในการปัญหานี้ ั
  • 5.
    อาชญากรรม 6 ประเภทดังกล่าวได้แก่ การเงิน– อาชญากรรมที่ขดขวางความสามารถขององค์กรธุรกิจในการทาธุ รกรรม ั อี-คอมเมิร์ซ(หรื อพาณิ ชย์อิเล็กทรอนิกส์) การละเมิดลิขสิ ทธิ์ – การคัดลอกผลงานที่มีลิขสิ ทธิ์ ในปัจจุบนคอมพิวเตอร์ส่วน ั บุคคลและอินเทอร์เน็ตถูกใช้เป็ นสื่ อในการก่ออาชญากรรม แบบเก่า โดยการ โจรกรรมทางออนไลน์หมายรวมถึง การละเมิดลิขสิ ทธิ์ ใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ อินเทอร์เน็ตเพื่อจาหน่ายหรื อเผยแพร่ ผลงานสร้างสรรค์ท่ีได้รับการคุมครองลิขสิ ทธิ์ ้ การเจาะระบบ – การให้ได้มาซึ่งสิ ทธิในการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์หรื อเครื อข่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต และในบางกรณี อาจหมายถึงการใช้สิทธิการเข้าถึงนี้โดยไม่ได้ รับอนุญาต นอกจากนี้การเจาะระบบยังอาจรองรับอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ใน รู ปแบบอื่นๆ (เช่น การปลอมแปลง การก่อการร้าย ฯลฯ) การก่อการร้ายทางคอมพิวเตอร์ – ผลสื บเนื่องจากการเจาะระบบ โดยมีจุดมุ่งหมาย เพื่อสร้างความหวาดกลัว เช่นเดียวกับการก่อการร้ายทัวไป โดยการกระทาที่เข้าข่าย ่ การก่อการร้ายทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-terrorism) จะเกี่ยวข้องกับการเจาระบบ คอมพิวเตอร์เพื่อก่อเหตุรุนแรงต่อบุคคลหรื อทรัพย์สิน หรื ออย่างน้อยก็มีจุดมุ่งหมาย เพื่อสร้างความหวาดกลัว ภาพอนาจารทางออนไลน์ – ตามข้อกาหนด 18 USC 2252 และ 18 USC 2252A การ ประมวลผลหรื อการเผยแพร่ ภาพอนาจารเด็กถือเป็ นการกระทาที่ผดกฎหมาย และ ิ ตามข้อกาหนด 47 USC 223 การเผยแพร่ ภาพลามกอนาจารในรู ปแบบใดๆ แก่ เยาวชนถือเป็ นการกระทาที่ขดต่อกฎหมาย อินเทอร์เน็ตเป็ นเพียงช่องทางใหม่ ั สาหรับอาชญากรรม แบบเก่า อย่างไรก็ดี ประเด็นเรื่ องวิธีที่เหมาะสมที่สุดในการ
  • 6.
    ควบคุมช่องทางการสื่ อสารที่ครอบคลุมทัวโลกและเข้าถึงทุกกลุ่มอายุน้ ีได้ก่อให้เกิด ่ การถกเถียงและการโต้แย้งอย่างกว้างขวาง ่ ภายในโรงเรี ยน – ถึงแม้วาอินเทอร์เน็ตจะเป็ นแหล่งทรัพยากรสาหรับการศึกษาและ สันทนาการ แต่เยาวชนจาเป็ นต้องได้รับทราบเกี่ยวกับวิธีการใช้งานเครื่ องมืออันทรง พลังนี้อย่างปลอดภัยและมีความรับผิดชอบ โดยเป้ าหมายหลักของโครงการนี้คือ เพื่อกระตุนให้เด็กได้เรี ยนรู ้เกี่ยวกับข้อกาหนดทางกฎหมาย สิ ทธิของตนเอง และวิธี ้ ที่เหมาะสมในการป้ องกันการใช้ อินเทอร์ เน็ตในทางทีผด ่ ิ เทคโนโลยีที่ทนสมัย แม้จะช่วยอานวยความสะดวกได้มากเพียงใดก็ตาม สิ่ งที่ตอง ั ้ ยอมรับความจริ งก็คือ เทคโนโลยีทุกอย่างมีจุดเด่น ข้อด้อยของตนทั้งสิ้ น ทั้งที่มาจาก ตัวเทคโนโลยีเอง และมาจากปัญหาอื่นๆ เช่น บุคคลที่มีจุดประสงค์ร้าย ในโลก cyberspace อาชญากรรมคอมพิวเตอร์เป็ นปั ญหาหลักที่นบว่ายิงมีความรุ นแรง เพิ่ม ั ่ มากขึ้น ประมาณกันว่ามีถึง 230% ในช่วงปี 2002 และ แหล่งที่เป็ นจุดโจมตีมากที่สุด ก็คือ อินเทอร์เน็ต นับว่ารุ นแรงกว่าปัญหาไวรัสคอมพิวเตอร์เสี ยด้วยซ้ า หน่วยงาน ทุกหน่วยงานที่นาไอทีมาใช้งาน จึงต้องตระหนักในปัญหานี้เป็ นอย่างยิง จาเป็ นต้อง ่ ลงทุนด้านบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการรักษาความปลอดภัย ระบบซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ที่มีประสิ ทธิภาพ การวางแผน ติดตาม และประเมินผลที่ตองกระทาอย่าง ้ สม่าเสมอต่อเนื่อง แต่ไม่วาจะมีการป้ องกันดีเพียงใด ปัญหาการโจมตีระบบคอมพิวเตอร์กมีอยูเ่ รื่ อยๆ ่ ็ ทั้งนี้ระบบการโจมตีที่พบบ่อยๆ ได้แก่ Hacker & Cracker อาชญากรที่ได้รับการยอมรับว่ามีผลกระทบต่อสังคมไอ ทีเป็ นอย่างยิง บุลากรในองค์กร หน่วยงานคุณไล่พนักงานออกจากงาน, สร้างความ ่ ั ไม่พึงพอใจให้กบพนักงาน นี่แหล่ะปัญหาของอาชญกรรมได้เช่นกัน
  • 7.
    Buffer overflow เป็นรู ปแบบการโจมตีที่ง่ายที่สุด แต่ทาอันตรายให้กบระบบ ั ได้มากที่สุด โดยอาชญากรจะอาศัยช่องโหว่ของระบบปฏิบติการ และขีดจากัดของ ั ทรัพยากรระบบมาใช้ในการจู่โจม การส่ งคาสั่งให้เครื่ องแม่ข่ายเป็ นปริ มาณมากๆ ในเวลาเดียวกัน ซึ่งส่ งผลให้เครื่ องไม่สามารถรันงานได้ตามปกติ หน่วยความจาไม่ เพียงพอ จนกระทังเกิดการแฮงค์ของระบบ เช่นการสร้างฟอร์มรับส่ งเมล์ท่ีไม่ได้ ่ ป้ องกัน ผูไม่ประสงค์อาจจะใช้ฟอร์มนั้นในการส่ งข้อมูลกระหน่าระบบได้ ้ Backdoors นักพัฒนาเกือบทุกราย มักสร้างระบบ Backdoors เพื่อช่วยอานวย ความสะดวกในการทางาน ซึ่งหากอาชญากรรู ้เท่าทัน ก็สามารถใช้ประโยชน์จาก Backdoors นั้นได้เช่นกัน CGI Script ภาษาคอมพิวเตอร์ที่นิยมมากในการพัฒนาเว็บเซอร์วส มักเป็ น ิ ช่องโหว่รุนแรงอีกทางหนึ่งได้เช่นกัน Hidden HTML การสร้างฟอร์มด้วยภาษา HTML และสร้างฟิ ลด์เก็บรหัส ั แบบ Hidden ย่อมเป็ นช่องทางที่อานวยความสะดวกให้กบอาชญากรได้เป็ นอย่างดี โดยการเปิ ดดูรหัสคาสัง (Source Code) ก็สามารถตรวจสอบและนามาใช้งานได้ ่ ทันที Failing to Update การประกาศจุดอ่อนของซอฟต์แวร์ เพื่อให้ผใช้นาไป ู้ ปรับปรุ งเป็ นทางหนึ่งที่อาชญากร นาไปจู่โจมระบบที่ใช้ซอฟต์แวร์น้ นๆ ได้เช่นกัน ั เพราะกว่าที่เจ้าของเว็บไซต์ หรื อระบบ จะทาการปรับปรุ ง (Updated) ซอตฟ์ แวร์ที่มี ช่องโหว่น้ น ก็สายเกินไปเสี ยแล้ว ั Illegal Browsing ธุรกรรมทางอินเทอร์เน็ต ย่อมหนีไม่พนการส่ งค่าผ่านทาง ้ บราวเซอร์ แม้กระทังรหัสผ่านต่างๆ ซึ่งบราวเซอร์บางรุ่ น หรื อรุ่ นเก่าๆ ย่อมไม่มี ่ ความสามารถในการเข้ารหัส หรื อป้ องกันการเรี ยกดูขอมูล นี่กเ็ ป็ นอีกจุดอ่อนของ ้ ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ได้เช่นกัน
  • 8.
    Malicious scripts ก็เขียนโปรแกรมไว้ในเว็บไซต์แล้วผูใช้เรี ยกเว็บไซต์ดูบน ้ เครื่ องของตน มันใจหรื อว่าไม่เจอปัญหา อาชญากรอาจจะเขียนโปรแกรมแผงใน ่ เอกสารเว็บ เมื่อถูกเรี ยก โปรแกรมนันจะถูกดึงไปประมวลผลฝั่งไคลน์เอ็นต์ และ ่ ่ ทางานตามที่กาหนดไว้อย่างง่ายดาย โดยเราเองไม่รู้วาเรานันแหล่ะเป็ นผูส่งรัน ่ ้ั โปรแกรมนั้นด้วยตนเอง น่ากลัวเสี ยจริ งๆๆ Poison cookies ขนมหวานอิเล็กทรอนิกส์ ที่เก็บข้อมูลต่างๆ ตามแต่จะกาหนด จะถูกเรี ยกทางานทันทีเมื่อมีการเรี ยกดูเว็บไซต์ที่บรรจุคุกกี้ชิ้นนี้ และไม่ยากอีก เช่นกันที่จะเขียนโปรแกรมแฝงอีกชิ้น ให้ส่งคุกกี้ที่บนทึกข้อมูลต่างๆ ของผูใช้ ั ้ ส่ งกลับไปยังอาชญากร ่ ไวรัสคอมพิวเตอร์ ภัยร้ายสาหรับหน่วยงานที่ใช้ไอทีต้ งแต่เริ่ มแรก และดารงอยูอย่าง ั อมตะตลอดกาล ในปี 2001 พบว่าไวรัส Nimda ได้สร้างความเสี ยหายได้สูงสุ ด เป็ น มูลค่าถึง 25,400 ล้าบบาท ในทัวโลก ตามด้วย Code Red, Sircam, LoveBug, ่ Melissa ตามลาดับที่ไม่หย่อนกว่ากัน กฎหมายอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ (Computer Crime Law) หนึ่งที่มีความล่าช้ามากในบรรดากฎหมายสารสนเทศทั้ง 6 ฉบับ ความล่าช้านั้นก็มา ่ จากหลายสาเหตุ ไม่วาจะเป็ นเรื่ องที่จะต้องดูตวอย่างกฎหมายจากหลายๆประเทศที่ ั บังคับใช้ไปก่อนแล้ว เพื่อจะมาปรับเข้ากับบริ บทของประเทศไทย แน่นอนครับว่า การคัดลอกมาทั้งหมดโดยไม่คานึงถึงความแตกต่าง สภาพวัฒนธรรม ความ เจริ ญก้าวหน้าที่ไม่เท่ากันแล้ว ย่อมจะเกิดปั ญหาเมื่อนามาใช้อย่างแน่นอน อีกทั้งเรื่ องนี้ยงเป็ นเรื่ องใหม่ในสังคมไทย และในกระบวนการยุติธรรมของบ้านเรา ั ด้วย กฎหมายบางเรื่ องต้องใช้เวลานานถึง 5 ปี กว่าจะออกมาใช้บงคับได้ บางเรื่ องใช้ ั เวลาถึง 10 ปี เลยทีเดียวครับ
  • 9.
    ปัญหาความล่าช้าเป็ นอุปสรรคที่สาคัญอย่างหนึ่งในการพัฒนาประเทศของเรา ทั้งนี้ ่ ุ่ เกิดจากหลายสาเหตุ ไม่วาจะเป็ นระบบงานราชการที่ยงยาก ซับซ้อน ต้องผ่านหลาย หน่วยงาน หลายขั้นตอน หรื อแม้แต่ระบบการพิจารณาในสภา ที่มีการเปลี่ยนรัฐบาล กันบ่อยๆจึงทาให้ขาดความต่อเนื่อง และยังมีสาเหตุอื่นอีกมากที่ทาให้กฎหมายแต่ละ ฉบับนั้นออกมาใช้บงคับช้า ั ที่มาของกฎหมายอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ ทุกวันนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่าคอมพิวเตอร์เข้าไปมีบทบาทในชีวตมนุษย์มากขึ้นทุกวัน ิ ่ ั โดยเฉพาะในยุคแห่งข้อมูลข่าวสารอย่างในปัจจุบนนี้ จะเห็นได้วามีพฒนาการ ั เทคโนโลยีใหม่ๆเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมทั้งพัฒนาการเทคโนโลยีสารสนเทศด้วย ่ แต่ถึงแม้วาพัฒนาการทางเทคโนโลยีสารสนเทศนั้นจะถูกนามาประยุกต์ใช้และ ก่อให้เกิดประโยชน์มากมายก็ตาม หากนาไปใช้ในทางที่ไม่ดีไม่ชอบแล้วก็อาจ ก่อให้เกิดความเสี ยหายอย่างร้ายแรงทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมได้ ดังนั้นจึงเกิดรู ปแบบใหม่ของอาชญากรรมที่เกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์เป็ น เครื่ องมือในการกระทาผิดขึ้น จึงจาเป็ นต้องมีการพัฒนา กฎหมายอาชญากรรมทาง คอมพิวเตอร์ (Computer Crime Law) ขึ้น ในบางประเทศอาจเรี ยกว่า กฎหมายเกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์ในทางมิชอบ (Computer Misuse Law) หรื อในบางประเทศอาจต้องมีการปรับปรุ งแก้ไขประมวล กฎหมายอาญาเพื่อให้รองรับกับความผิดในรู ปแบบใหม่ๆได้ ด้วยการกาหนดฐาน ความผิดและบทลงโทษสาหรับการก่ออาชญากรรมคอมพิวเตอร์ข้ ึนเพื่อให้เหมาะสม และมีประสิ ทธิภาพ สามารถเอาผิดกับผูกระทาความผิดได้ในต่างประเทศนั้น มี ้ ลักษณะการบัญญัติกฎหมายอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ 2 รู ปแบบ คือ การบัญญัติ ในลักษณะแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา เช่น ประเทศเยอรมนี แคนาดา
  • 10.
    อิตาลี และสวิสเซอร์แลนด์ ส่วนอีกรู ปแบบหนึ่งคือ การบัญญัติเป็ นกฎหมายเฉพาะ เช่น ประเทศอังกฤษ สิ งคโปร์ มาเลเซี ย และสหรัฐอเมริ กา สาหรับประเทศไทยนั้น เลือกใช้ในแบบที่สองคือบัญญัติเป็ นกฎหมายเฉพาะ โดยมี ชื่อว่า พระราชบัญญัติอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ….(ประกาศใช้ปีไหน ก็ใส่ พ.ศ. เข้าไปแทนจุดครับ-ผูเ้ ขียน) ่ จะเห็นได้วาแม้รูปแบบกฎหมายของแต่ละประเทศอาจจะแตกต่างกัน แต่การกาหนด ฐานความผิดที่เป็ นหลักใหญ่น้ นมักจะคล้ายคลึงกัน ทั้งนี้ โดยมากแล้วต่างก็คานึงถึง ั ลักษณะของการใช้คอมพิวเตอร์ในการกระทาความผิดเป็ นสาคัญ กฎหมายที่ออกมา จึงมีลกษณะที่ใกล้เคียงกัน ั สภาพปัญหาในปัจจุบัน ปัญหาข้อกฎหมายของอาชญากรรมคอมพิวเตอร์คือ หลักของกฎหมายอาญาที่ระบุ ว่า ไม่มีโทษโดยไม่มีกฎหมาย (Nulla poena sinelege) และมุ่งคุมครองวัตถุที่มีรูปร่ าง ้ ่ เท่านั้น แต่ในยุคไอทีน้ น ข้อมูลข่าวสารเป็ นวัตถุท่ีไม่มีรูปร่ าง เอกสารไม่ได้อยูใน ั ่ แผ่นกระดาษอีกต่อไป ซึ่งกฎหมายที่มีอยูไม่อาจขยายการคุมครองไปถึงได้ ้ ตัวอย่างของการก่ออาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ ได้แก่ การโจรกรรมเงินในบัญชี ลูกค้าของธนาคาร การโจรกรรมความลับของบริ ษทต่างๆที่เก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ ั การปล่อยไวรัสเข้าไปในคอมพิวเตอร์ การใช้คอมพิวเตอร์ในการปลอมแปลง เอกสารต่างๆ รวมไปถึงการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการก่อวินาศกรรมด้วย รู ปแบบการก่ออาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ในปั จจุบนทวีความซับซ้อนและรุ นแรง ั มากขึ้นเรื่ อยๆ ทาให้เจ้าหน้าที่ตารวจผูทาหน้าที่สืบสวนทางานได้อย่างยากลาบาก ้ ่ ั ทั้งยังต้องอ้างอิงอยูกบกฎหมายอาญาแบบเดิมซึ่งยากที่จะเอาตัวผูกระทาความผิดมา ้ ลงโทษ
  • 11.
    นักกฎหมายจึงต้องเปลี่ยนแนวความคิดเกี่ยวกับเรื่ องนี้โดยสิ้ นเชิงโดยเฉพาะในเรื่ อง ทรัพย์ที่ไม่มีรูปร่ าง ซึ่งเป็ นทรัพย์สินอย่างหนึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิ ชย์ ตัวอย่างเช่น การขโมยโดเมนเนม (Domain Name) ซึ่งไม่มีรูปร่ าง ไม่ ็ สามารถจับต้องและถือเอาได้ แต่กถือเป็ นทรัพย์และยอมรับกันว่ามีมูลค่ามหาศาล ปัญหาอีกประการหนึ่งเกี่ยวกับกฎหมายอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์คือเรื่ อง พยานหลักฐาน เพราะพยานหลักฐานที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์น้ นสามารถเปลี่ยนแปลง ั ได้ตลอดเวลาและกระทาได้ง่าย แต่ยากต่อการสื บหา รวมทั้งยังสู ญหายได้ง่ายอีกด้วย ่ เช่น ข้อมูลที่ถกบันทึกอยูในสื่ อบันทึกข้อมูลถาวรของเครื่ อง (Hard Disk) นั้น หาก ู ระหว่างการเคลื่อนย้ายได้รับความกระทบกระเทือนหรื อเกิดการกระแทก หรื อ เคลื่อนย้ายผ่านจุดที่เป็ นสนามแม่เหล็ก ข้อมูลที่บนทึกใน Hard Disk ดังกล่าวก็อาจ ั สู ญหายได้ นอกจากนี้เรื่ องอานาจในการออกหมายค้นก็เป็ นสิ่ งที่ตองพิจารณาเช่นกัน เพราะการ ้ ค้นหาพยานหลักฐานใน Hard Disk นั้นต้องกาหนดให้ศาลมีอานาจบังคับให้ผตอง ู้ ้ สงสัยบอกรหัสผ่านแก่เจ้าหน้าที่ที่ทาการสื บสวนเพื่อให้ทาการค้นหาหลักฐานใน Hard Disk ได้ดวย ้ นอกจากนั้น ปัญหาเรื่ องขอบเขตพื้นที่กเ็ ป็ นเรื่ องที่มีความสาคัญ เพราะผูกระทา ้ ่ ความผิดอาจกระทาจากที่อื่นๆที่ไม่ใช่ประเทศไทย ซึ่งอยูนอกเขตอานาจของศาล ไทย ดังนั้นกฎหมายควรบัญญัติให้ชดเจนด้วยว่าศาลมีเขตอานาจที่จะลงโทษ ั ผูกระทาผิดได้ถึงไหนเพียงไร และถ้ากระทาความผิดในต่างประเทศจะถือเป็ น ้ ความผิดในประเทศไทยด้วยหรื อไม ส่ วนประเด็นที่สาคัญอีกประการหนึ่งที่ตองพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบก็คือ ้ ประเด็นเรื่ องอายุของผูกระทาความผิด เพราะผูกระทาความผิดทางอาชญากรรม ้ ้ คอมพิวเตอร์ส่วนมาก โดยเฉพาะ Hacker และ Cracker นั้น มักจะเป็ นเด็กและ
  • 12.
    เยาวชน และอาจกระทาความผิดโดยรู ้เท่าไม่ถึงการณ์หรือเพราะความคึกคะนองหรื อ ความซุกซนก็เป็ นได้
  • 13.