บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
ฉบับพรอมสอบ
รวบรวมและเรียบเรียงโดย นายบวร เทศารินทร
http://www.sobkroo.com
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
• ความรอบรู
• ความสามารถทั่วไป
• วิชาการศึกษา วิชาชีพครู
• กฎหมายการศึกษา ปฏิบัติราชการ
• เทคนิคการเตรียมตัวสอบ
• หลักเกณฑ วิธีการ หลักสูตรสอบ
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
คํานํา
ภายหลังที่สวนราชการ หนวยงาน องคกรปกครองสวนทองถิ่น หรือสํานักงานเขตพื้นที่การคึกษา
(สพท.) ตางๆ ที่มีตําแหนงขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ตําแหนงครูผูชวย)วางลง และหรือบัญชี
ผูสอบแขงขันไดจากสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาอื่น หรือหนวยงานอื่นครบกําหนด สวนราชการหนวยงาน
หรือสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษานั้นๆ(โดย อ.ก.ค.ศ.) จะตองดําเนินการสอบแขงขันฯตามหลักเกณฑ วิธีการ
และหลักสูตร ที่ ก.ค.ศ.กําหนด กลาวคือ การสอบแขงขันฯ จะประกอบดวย 2 ภาค ไดแก ภาค ก ประกอบ
ดวย เนื้อหาวิชาความรอบรู ความสามารถทั่วไป ความรูเกี่ยวกับวิชาการศึกษา ความรูวิชาเอก (เฉพาะวุฒิ)
โดยการสอบขอเขียน ซึ่งมีคะแนนเต็ม 350 คะแนน หากผูเขาสอบทําคะแนนไดผานเกณฑ ตั้งแตรอยละ 60
ขึ้นไป ถึงจะมีสิทธิ์เขาสอบใน ภาค ข ซึ่งประกอบดวยเนื้อหาวิชาความรูเกี่ยวกับวิชาชีพครู (โดยการสอบ
ขอเขียน 100 คะแนน) และการประเมินความเหมาะสมของบุคคล (โดยการสอบสัมภาษณ 50 คะแนน )
รวมคะแนนในภาค ข 150 คะแนน ผูเขาสอบจะตองไดอยางต่ํารอยละ 60 ถึงจะผานเกณฑ แลวนําคะแนน
ทั้ง ภาค ก และ ภาค ข มารวมกันเพื่อจัดลําดับที่ ประกาศขึ้นบัญชี และเรียกบรรจุตามลําดับที่ที่สอบไดตอไป
ซึ่งจะเห็นวาหลักสูตรการสอบแขงขันฯที่กําหนดทั้งในสวนของเนื้อหาและหลักเกณฑวิธีการวัดประเมินผล
มีสาระและความเขมขนมากกวาเดิม ทั้งนี้เพื่อตองการคัดเลือกบุคคลที่มีความรู ความสามารถ มีเจตคติที่ดีตอ
วิชาชีพครู และมีความเหมาะสมในหลายๆดาน มาเขารับราชการเปนขาราชการครูมืออาชีพนั้นเอง
สอบครูดอทคอม (www.sobkroo.com) เว็บไซตเพื่อการศึกษาและเตรียมสอบฯ จึงไดจัดทําหนังสือ
สําหรับการเตรียมสอบบรรจุ ครูผูชวย “ คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย ฉบับพรอมสอบ” ขึ้นมา ซึ่งมีเนื้อหา
ทั้งหมดเจ็ดสวนดวยกัน ประกอบดวย สวนที่หนึ่ง หลักเกณฑ วิธีการ หลักสูตรการสอบแขงขัน ”ครูผูชวย”
สวนที่สอง ความสามารถทั่วไป สวนที่สาม ความรอบรู สวนที่สี่ กฎหมายการศึกษาและกฎหมายปฏิบัติ
ราชการ สวนที่หา วิชาการศึกษา สวนที่หก วิชาชีพครู และสวนที่เจ็ด เทคนิคการเตรียมตัวสอบ ซึ่งมีเนื้อหา
คลอบคลุมหลักสูตรสอบฯทั้งภาค ก และภาค ข ยกเวนเนื้อหาวิชาเฉพาะวุฒิหรือวิชาเอก ซึ่งผูเตรียมตัวสอบ
สามารถศึกษา คนควา จากตํารา หนังสือเรียน หรือสืบคนขอมูลที่อินเตอรเน็ตได
จึงหวังเปนอยางยิ่งวา คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวยฯ เลมนี้ จะเปนเครื่องมือที่อํานวยความสะดวก
เปนประโยชน และชวยสรางความมั่นใจใหกับผูกําลังเตรียมตัวเขาสอบแขงขันเพื่อบรรจุเปนขาราชการครูฯ
ตําแหนง”ครูผูชวย”ไดพอสมควร และขออํานวยอวยพรใหทานประสบกับความสําเร็จมีชัยชนะตอการสอบ
แขงขันฯ ในครั้งนี้
ดวยความปรารถนาดี
บวร เทศารินทร
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
ก
สารบัญ
สวนที่ 1 หลักเกณฑ วิธีการและหลักสูตรการสอบแขงขันครูผูชวย.......................................................... 1
หลักเกณฑ วิธีการสอบแขงขันและวิธีดําเนินการสอบแขงขันครูผูชวย ………………..…………..... 1
หลักสูตรสอบแขงขันเพื่อบรรจุแตงตั้งบุคคลเขารับราชการครูตําแหนงครูผูชวย ……………………. 4
สวนที่ 2 ความสามารถทั่วไป.................................................................................................................... 6
ความสามารถดานตัวเลข………………………........……………………………………….……..….6
อนุกรม……………………………………………………………….……………………….. 6
การคํานวณหา ห.ร.ม ค.ร.น.………………………………………………………………… 14
คํานวณจํานวนเสาที่ปกตามเสน………….…………………………………………………….17
คํานวณผลบวกจํานวนนับ........................................................................................................ 17
การหาแฟกทอเรียน n (n Factorial)......................................................................................... 18
สมการและอสมการ(พิชคณิต)...................................................................................................19
การคํานวณหาพื้นที่…….. ........................................................................................................ 21
ขอมูล การนําเสนอขอมูลและขอมูลสถิต…………….……………………………………… 22
ความสามารถดานภาษาไทย................................................................................................................. 23
หลักภาษาไทย............................................................................................................................ 23
การสะกดคํา.............................................................................................................................. 25
การอานคํา................................................................................................................................. 28
คําและกลุมคํา........................................................................................................................... 35
การแตงประโยค........................................................................................................................ 40
การเรียงประโยค....................................................................................................................... 41
ความเขาใจภาษา........................................................................................................................ 42
ความเขาใจดานเหตุผล.......................................................................................................................... 45
อุปมาอุปมัย................................................................................................................................. 45
การสรุปความ……………………………………..................................................................... 46
การสรุปเหตุผล........................................................................................................................... 50
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
ข
สวนที่ 3ความรอบรู.................................................................................................................................. 51
สังคม เศรษฐกิจ การเมืองและเหตุการณปจจุบัน........……………………………………….……..….51
รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550………………………………………… 51
รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยที่เกี่ยวของกับการศึกษา…………………………………… 63
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ…….………………………………………………… 65
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง............................................................................................................ 69
นโยบายของรัฐบาลและนโยบายดานการศึกษา.................................................................................... 72
นโยบายรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ..……………………..……...…………………..……. 72
นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ……………..……………………………….…... 78
นโยบายการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของ สพฐ.และวาระแหงชาติ..……………………. 83
นโยบายเรียนฟรี 15 ปอยางมีคุณภาพ และศัพททางการศึกษา................................................... 99
ความรอบรูทั่วไป………………………………………………………….…………..………..105
เทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร.............................................…………………. ………….….. 114
นโยบายดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร...................................................................114
กรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศ พ.ศ. 2544-2553 ของประเทศไทย..................................116
แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ.........116
สาระสําคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร...............................................................119
ระบบเครือขายอินเตอรเน็ตสําหรับครู............................................................………………….123
วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมและประเพณีไทย......................................................................………….124
วัฒนธรรมไทย.....................................……………………………………………………… ..124
ประเพณีไทย ประเพณีทองถิ่น................................................................................................... 131
ขนบธรรมเนียม ประเพณีไทยที่ควรรูจัก................................................................................…132
สรุปขนบธรรมเนียมประเพณีที่สําคัญของภูมิภาคตางๆของไทย................................................146
วัฒนธรรมชาวพุทธ....................................................................................................................148
สวนที่ 4 กฎหมายการศึกษาและกฎหมายปฏิบัติราชการ...................................................................... 155
พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ.2542และแกไขเพิ่มเติม(ฉบับที่2) พ.ศ.2545......…… ……… 156
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ……………………... .….. 161
พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546.............……………….…….….…… . 166
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
ค
พระราชบัญญัติระเบียบขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547และแกไขเพิ่มเติม.……...174
พระราชบัญญัติระเบียบเงินเดือน เงินวิทยฐานะและเงินประจําตําแหนงขาราชการครูและ
บุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547……………………………………………………………...……...184
พระราชบัญญัติคุมครองเด็ก พ.ศ.2546 ………………………………………………… ……….…. 187
พระราชกฤษฎีกาวาดวยหลักเกณฑและวิธีการบริหารกิจการบานเมืองที่ดี พ.ศ.2546........ ................188
ระเบียบ กฎหมายปฏิบัติราชการอื่นที่ควรรู..........................................................................................190
กฎหมายเกี่ยวกับการจัดการศึกษาภาคบังคับ .......................................................................... 190
ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวาดวยการลงโทษ นักเรียน นักศึกษา พ.ศ. 2548…………… … 191
กฎกระทรวงวาดวยความประพฤติ นักเรียน นักศึกษา พ.ศ. 2548 ............................. ............. 192
ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวาดวยกําหนดเวลาทํางาน พ.ศ.2547.............................. .............192
ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวาดวยชักธงชาติในสถานศึกษา พ.ศ. 2547…………… ……… 192
ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการลาของขาราชการ พ.ศ. 2535 …………… ………… 192
ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยงานสารบรรณ พ.ศ.2526……………………………… ..195
ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยงานสารบรรณ(ฉบับที่2) พ.ศ.2548…………………… .. 197
ระเบียบวาดวยการรักษาความปลอดแหงชาติ พ.ศ. 2517…………………………………….. 201
สวนที่ 5วิชาการศึกษา........................................................................................................................... 204
หลักการจัดการศึกษา.......................................….……………………………………....………….. 204
แนวคิดพื้นฐานในการจัดการศึกษา ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542……… 204
การจัดการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542………………..………… 211
ระบบการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542.………………………...... 216
บทบาทของผูเกี่ยวของในการจัดการศึกษาตามพรบ.การศึกษาแหงชาติ ……………………..217
หลักสูตรและการพัฒนาหลักสูตร…………………...……………………………………………….220
หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544....……………….………..…………….... 220
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551............................................................. ......... 223
การจัดกระบวนการเรียนรู........................................................................................................ ..........232
การจัดเรียนรูที่เนนผูเรียนเปนสําคัญ............................................................................... ........ 232
กระบวนการเรียนรูที่เนนผูเรียนเปนสําคัญ.............................................................................. 235
รูปแบบกระบวนการเรียนรูของผูเรียน……………………………….…………..………..… 239
รายละเอียดรูปแบบกระบวนการเรียนรูของผูเรียน......................................................... ......... 240
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
ง
จิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว......................………………………………………………….. 257
จิตวิทยาการเรียนรู............................................……………………………….…………….. 257
จิตวิทยาการพัฒนาการ ..............................................................................................................261
การแนะแนว……… ………………………………………………….…………… ……. 265
สื่อ เทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษา....................... .........…..……………………… ……….… .269
สื่อการศึกษา..............................................………………………………….……. …….….. 269
เทคโนโลยีทางการศึกษา…………….………………………………….………… ….……. 276
นวัตกรรมทางการศึกษา...........................……………………………………….…… ……. 278
สื่อ เทคโนโลยี นวัตกรรมทางการศึกษาที่สําคัญของไทย........................................................ 279
การวัดและประเมินผลทางการศึกษา...................................................................................................284
หลักการวัดและประเมินผลทางการศึกษา............………………………… …………….….. 284
การวัดผลและประเมินผลตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2544..................................... 287
สวนที่6 วิชาชีพครู................................................................................................................................. 292
เจตคติตอวิชาชีพ....................................................................……………….… ….…….………… 292
จรรยาบรรณวิชาชีพครู........................... ............................................................................................300
คุณธรรม จริยธรรมและคานิยม......................................................................................................... 304
คุณธรรมของครู........................................................................................................................304
จริยธรรมสําหรับครู..................................................................................................................313
คานิยมของครู...........................................................................................................................315
วินัยและการรักษาวินัย....................................................................................................................... 323
ความเปนพลเมืองดี..................................................……………………………….….…..…...….. 328
มนุษยสัมพันธและการปรับตัว..............……………………………………………….……….….. 330
มนุษยสัมพันธ........................................................................................... ............................. 330
การปรับตัว................................................................................................. ............................ 335
การทํางานรวมกับผูอื่น.........................................................................…………… ….…………… 338
การทํางานรวมกับผูอื่น................................................................................ ............................338
การทํางานเปนทีม........................................................................................ ............................341
ความคิดสรางสรรคตอวิชาชีพ.............................................……………………… .……….……… 343
การจัดการความรู.................................................................................................. .............................348
การสรางความสัมพันธกับชุมชน......................................................................... ............................. 357
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
จ
สวนที่ 7 เทคนิคการเตรียมตัวสอบ...........................................................................................................371
เตรียมตัวอยางไรใหพรอมสําหรับสอบแขงขัน................………………………………..…………... 371
การจัดหาเอกสารหรือหนังสือสําหรับเตรียมสอบ.…………………………………..………. 371
วิธีการอานหนังสืออยางไรใหจําไดเร็ว.………………………………………………..…….. 372
จะสมัครสอบแขงขันที่ไหนดี.....................................................................................................373
วางแผนในการสอบอยางไรใหไดผล.........................................................................................373
การบริหารจัดการระหวางทําขอสอบกรณีขอสอบเปนปรนัย (ชนิดตัวเลือก).......................... 374
การบริหารจัดการระหวางทําขอสอบกรณีขอสอบเปนอัตนัย (อธิบาย)………………………375
การปฏิบัติตัวหลังจากสอบเสร็จ................................................. ............................................. 376
ประเภทและลักษณะขอสอบบรรจุ........................................................................................................377
เทคนิคการเลือกคําตอบที่ถูก.................................................................................................................378
เทคนิคการเลือกคําตอบขอสอบภาคความรูความสามารถทั่วไป................................................379
เทคนิคการเลือกคําตอบขอสอบภาคความสามารถเฉพาะตําแหนง……………………………379
เทคนิคการเดาคําตอบ.......................................................................................................................... 380
เทคนิคในการเขาสอบสัมภาษณ........................................................................................................... 381
หลักเกณฑการสอบสัมภาษณและการใหคะแนน............................................................... ......381
การเตรียมตัวและวิธีการเขาสอบสัมภาษณใหไดคะแนนมากที่สุด............................................381
แนวคําถามคําตอบในการสอบสัมภาษณ...................................................................................383
การจัดทําแฟมผลงานใชสําหรับการสอบแขงขัน................................................................................. 383
ความสําคัญของแฟมสะสมผลงาน (PORTFOLIO)………………………………………….. 383
แฟมสะสมงานครู (TEACHER PORTFOLIO)……………………………………………… 384
การทําแฟมผลงานประกอบการสอบสัมภาษณ (การสอบแขงขัน)……………………………384
บรรณานุกรม…………………………………………………………………………………………….385
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
สวนที่ 1
หลักเกณฑ วิธีการและหลักสูตร
สอบบรรจุ “ครูผูชวย”
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
1
สวนที่ 1 : หลักเกณฑ วิธีการ หลักสูตรการสอบแขงขันครูผูชวย
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
2
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
3
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
4
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
5
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
สวนที่ 2
ความรูความสามารถทั่วไป
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
6
สวนที่ 2 : ความรูความสามารถทั่วไป
วิชาความสามารถทั่วไป ตามหลักสูตรสอบแขงขันบรรจุครูผูชวย ที่ ก.ค.ศ.กําหนด ประกอบไป
ดวยเนื้อหาสามสวน ดังตอไปนี้
1. ความสามารถดานตัวเลข ไดแก ความสามารถในการคิดเลข สรุปเหตุผลเกี่ยวกับตัวเลข
และขอมูลตางๆ
2. ความสามารถดานภาษาไทย ไดแก ความเขาใจภาษา การอานจับใจความ การสรุปความ
การตีความ การบรรยายความ การเรียงขอความ การสะกดคํา การแตงประโยค และคําศัพท
3. ความสามารถดานเหตุผล ไดแก ความสามารถในการคิด สรุปเหตุผล และอุปมาอุปมัยซึ่งมี
รายละเอียดแตละเรื่อง ดังนี้
1. ความสามารถดานตัวเลข
1) อนุกรม คือ ชุดของตัวเลขที่มีการวางเรียงอยางเปนระบบ มีกฎเกณฑอยางใดอยางหนึ่งเปนชุด ๆ
การวัดหรือขอสอบจะกําหนดหรือตัดตัวเลขตัวใดตัวหนึ่งในระบบออกหรือตัดตัวถัดไปแลวใหดูวานาจะเปน
ตัวเลขใดมีหลายแบบ
1.1) ตัวเลขอนุกรมธรรมดา เปนอนุกรมแนวเดียว
ก. ระบบเดียว ตัวอยาง 2 3 5 8 ….?
แนวคิด : ตัวระบบคือ +1 +2 +3 ตอไปตองเปน 8 + 4 = 12
2 + 1 = 3
3 + 2 = 5
5 + 3 = 8
8 + 4 = 12
12 + ……(5) = 17
ข. ระบบซอน เปนระบบที่เขียนใหซอนกันอยางนอย 2 ระบบขึ้นไป
เชน +1 +2 +1 +3 +1 +4 หรือ +3 -1 +4 -2 +5 -3
ระบบซอนนี้ อาจจะเปน + กับ - หรือสลับเครื่องหมายทางคณิตศาสตรแบบตาง ๆ แม
กระทั่งการยกกําลัง หรือใส log ก็สามารถมาสรางเปนอนุกรมได
ตัวอยาง 5 4 6 4 8 5 11 7 …….?
แนวคิด. เปนดังนี้ -1 +2 -2 +4 -3 +6 -4 +8
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
7
คําตอบที่ไดคือ 8 + 11 แบบนี้เปน 2 ระบบเทานั้น
5 - 1 = 4
4 + 2 = 6
6 - 2 = 4
4 + 4 = 8
8 - 3 = 5
5 + 6 = 11
11 - 4 = 7
7 + 8 = 15
ลักษณะอนุกรมธรรมดา เปนเลขชุดที่สามารถเกิดจากการ บวก ลบ คูณ หารหรือผสมก็ได ไดแก
ก. แบบบวก เปนอนุกรมที่มีคาของตัวเลขเพิ่มขึ้นอยางเปนระบบ อาจเพิ่มแบบตรง หรือแบบซอน
ก็ได ตัวอยาง 1 5 9 13 ……..? ทีคาเทาไร
ก. 14 ข. 16 ค. 17 ง. 18
แนวคิด. เปนการเพิ่มขึ้นแบบเทากัน โดยเพิ่มครั้งละ 4 คําตอบถูก คือ ค. 17
ตามหลักการ หรือตัวอยางอื่นๆ ดังนี้
1 + 4 = 5
5 + 4 = 9
9 + 4 = 13
13 + 4 = 17
1. 3 5 7 9 …….?
ก. 10 ข. 11 ค. 13 ง. 14 จ. 16
เพิ่มขึ้นทีละ 2 คือ +2 +2 +2 ไปเรื่อย ๆ ดังนั้นถัดจาก 9+2 จึงเปน 11 คําตอบถูก ข.
2. 3 4 6 9 ……..?
ก. 12 ข. 13 ค. 15 ง. 16 จ. 17
เพิ่มขึ้นไมเทากัน คือ +1 +2 +3……เปน +4 ดังนั้น 9 + 4 = 13 คําตอบถูก ข.
3. 7 8 10 11 14 15 …..?
ก. 16 ข. 17 ค. 18 ง. 19 จ. 21
ระบบบวกแบบนี้คือ +1 +2 +1 +3 +1 +4 …เรียกวาระบบบวกซอนตัวเลขถัดไป เปน
15 + 1 = 16 คําตอบถูก ก.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
8
ข. วิธีลบ ใชวิธีคลายกับวิธีบวก เพียงแตระบบเกิดจากการลบเปนหลัก เลขจะลดลง ดังตัวอยาง
1. 25 22 19 16 ……?
ก. 9 ข. 12 ค. 13 ง. 14 จ. 15
ระบบนี้คาลบเทากันตลอด คือ -3 -3 -3 ไปเปน -3 เลขถัดไปจึงเกิดจาก 16-3 = 13
คําตอบถูก ค.
2. 25 24 21 19 16 13 ……?
ก. 7 ข. 9 ค. 10 ง. 11 จ. 12
ระบบนี้ เปน -1 -3 -2 -3 -3 -3 เปนลักษณะระบบซอนระบบตอไปเกิดจาก
13 – 3 = 10 คําตอบถูก ค.
ค. วิธีคูณ ระบบเปนผลของการคูณ นั่นคือตัวเลขเกิดจากการคูณ ตัวอยาง
1. 3 6 12 24 …… ?
ก. 26 ข. 32 ค. 40 ง. 48 จ. 58
ระบบนี้ใชระบบคูณคงที่ คือ 2 คูณกันตอไปเรื่อย ๆ ตัวสุดทายเกิดจาก
24 x 2 = 48 คําตอบถูก ง.
2. 3 3 6 6 18 …… ?
ก. 18 ข. 24 ค. 32 ง. 54 จ. 72
ระบบนี้ซับซอนมากขึ้น เกิดจาก x1 x2 x1 x3 เปนระบบ x1 x1 กับระบบ
x2 x3 x4 ไปเรื่อย ๆ ดังนั้น 18 x 1 = 18 คําตอบถูก ก.
ง. วิธีหาร เปนแบบเดียวกับวิธีคูณ วิธีคิดคือคิดกลับขางกับวิธีคูณ นั่นคือทําวิธีคูณกอน
1. 100 50 10 5 ……?
ก. 1 ข. 2 ค. 3 ง. 4 จ. 5
เกิดจากเอา 2 หาร แลวเอา 5 หารสลับกันไป คือ หาร 2 หาร 5 หาร 2 หาร 5
ดังนั้น 5 หาร 5 = 1 คําตอบถูก ก.
2. 120 40 20 5 5 ……?
ก. 0 ข. 1 ค. 2 ง. 3 จ. 4
เปนการหาร 2 ระบบ สังเกตดูจะเห็นวา หาร 3 หาร 2 หาร 4 หาร 1 หาร 5 นั่นคือ
ระบบหารดวย 3 4 5 และ 2 1 0 (ไดจาก 5 หาร 5 = 1) คําตอบถูก ข.
จ. วิธีผสม เปนวิธีการสรางระบบโดยอาศัยวิธีการทางคณิตศาสตร แตกตางกันออกไป เชน
บวกกับลบ บวกกับหาร บวกกับยกกําลัง ลบกับคูณ สามารถนํามาเกี่ยวของกันอยางนอย 2 ระบบขึ้นไป
ตัวอยาง 1. 2 5 4 8 7 ……?
ก. 10 ข. 12 ค. 13 ง. 14 จ. 16
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
9
ขอนี้ มี 2 ระบบคือ บวกกับลบ +3 –1 +4 –1 ตอไป +5 เลขถัดไปจะเปน 7 + 5 = 12
คําตอบถูก ข.
2. 5 5 2 4 1 1 ……?
ก. 0 ข. 1 ค. -2 ง. -3 จ. -5
ขอนี้ มี 2 ระบบแบบผสมคือ ยกกําลังกับการลบ นั่นคือยกกําลัง 1 –3 ยกกําลัง 2 - 3 ยกกําลัง
3 -3 อยางนี้ไปเรื่อย ๆ คําตอบของเลขถัดไปจึงเปน 1 - 3 = -2 คําตอบถูก ค.
1.2) อนุกรมแบบเรียงลําดับตัวเลข
ก. เรียงตามผลตางระหวางเทอมคงที่ เชน
1. 1, 2, 3, 4, 5 .......... (ผลตางระหวางเทอมคงที่เปน 1)
2. 1, 3, 5, 7, 9 .......... (ผลตางระหวางเทอมคงที่เปน 2)
3. 2, 5, 8, 11, 14 .......... (ผลตางระหวางเทอมคงที่เปน 3)
4. 40, 35, 30, 25, 20 .......... (ผลตางระหวางเทอมคงที่เปน 5 แตคาลดลง)
5. 15, 11, 7, 3, -1 .......... (ผลตางระหวางเทอมคงที่เปน 4 แตคาลดลง)
ข. เรียงตามผลตางระหวางเทอมเพิ่มขึ้นหรือลงอยางเสมอ เชน
6. 1, 2, 4, 7, 11 .......... (ผลตางระหวางเทอมเพิ่มขึ้นคราวละ 1)
7. 5, 7, 11, 17, 25 .......... (ผลตางระหวางเทอมเพิ่มขึ้นคราวละ 2)
8. 51, 44, 38, 33, 29 .......... (ผลตางระหวางเทอมลดลงคราวละ 1)
9. 1, 2, 6, 15, 34 .......... (ผลตางระหวางเทอมเปนเลขยกกําลังสอง)
10. 1, 3, 8, 18, 35 .......... (ผลตางระหวางเทอมเปนเลขยกกําลังสองบวก 1)
ค. เรียงตามกฎเกณฑเฉพาะ
นับเปนการลําดับเรียงตัวเลขที่ยากที่สุด เพราะกฎเกณฑนั้นมีอยูมากมายไมรูจบ ผูเขาสอบ
ตองอาศัยการทดลองทําแนวของกฎเกณฑใหมากที่สุดเทาที่จะมากได จึงจะเกิดความชํานาญในการ
คิด ฉะนั้นจึงไดพยายามยกตัวอยางมาใหหลาย ๆ แบบ ดังนี้
1. 1, 3, 7, 15, 31 ………. (เทอมหลัง = เทอมหนา x 2 แลวบวกดวย 1)
2. 3, 6, 11, 18, 27 ………. (เปนเลขยกกําลัง + 2)
………. (เทอมหลัง = เทอมหนา x 2 แลวบวกดวย 2)
4. 2, 4, 16, 265, 65536 ………. (เทอมหลัง = เทอมหนายกกําลัง)
5. 2, 8, 18, 32, 50 ………. (เลขยกกําลัง x 2 )
6. 1, 4, 9, 16, 25 ………. (เลขยกกําลังสอง)
7. 1, 8, 27, 64, 125 ………. (เลขยกกําลังสาม)
8. 0, 3, 8, 15, 24 ………. (เลขยกกําลังสองลบดวย 1)
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
10
9. -1, 6, 25, 62, 173 ………. (เลขยกกําลังสามลบดวย 2)
10. 25 16 9 4 1 …(เลขยกกําลังสอง คือ 5 ยกกําลังสอง 4 ยกกําลังสอง)
ง. แบบเรียงชุดละ 2 ตัว
คือการเรียงลําดับตัวเลขที่เรียงตามไปกฎเกณฑใดกฎเกณฑหนึ่งชุดละ 2 ตัว กฎของการเรียง
ในแตละตัวใน 2 ตัวนั้น อาจจะเปนกฎเดียวกับการเรียงชุดละ ตัวก็ได เชน
1. 1, 1, 2, 4, 3, 9, 4 …. (ตัวแรกของชุด 1, 2, 3, 4 ชุดหลัง 1, 4, 9, ตอไปเปน 16)
2. 2, 1, 4, 3, 6, 5, 8 …. (ตัวแรกของชุด 2, 4, 6, 8 ชุดหลัง 1, 3, 5, ตอไปเปน 7)
3. 1, 14, 5, 12, 9, 10, 13 …. (ชุดแรก 1, 5, 9, 13 ชุดหลัง 14, 12, 10, ตอไปเปน 8)
4. 2, 3, 4, 9, 8, 27, 16 …. (ชุดแรก 2, 4, 8, 16 ชุดหลัง 3, 9, 27 ตอไปเปน 81)
5. 10, 19, 13, 22, 16, 25, 19 …. (ชุดแรก 10, 13, 16, 19 ชุดหลัง 19, 22, 25 ตอไปเปน 28)
6. 30, 1, 33, 4, 38, 9, 45 …. (ชุดแรก 30, 33, 38, 45 ชุดหลัง 1, 4, 9 ตอไปเปน 16)
7. 20, 10, 13, 4, 6, -2 , 1 …. (ชุดแรก 20, 13, 6, -1 ชุดหลัง 10, 4, -2 ตอไปเปน -8)
8. 66, -10, 77, -3, 88, 5, 99 …. (ชุดแรก 66, 77, 88, 99 ชุดหลัง -10, -3, 5 ตอไปเปน 1)
9. 19, 19, 21, 17, 24, 14, 28 …. (ชุดแรก 19, 21, 24, 28 ชุดหลัง 19, 17, 14 ตอไปเปน 10)
10. 34, 31, 36, 29, 38, 27, 40 …. (ชุดแรก 34, 36, 38, 40 ชุดหลัง 31, 29, 27 ตอไปเปน 25)
จ. แบบเรียงชุดละ 3 ตัว
ก็เชนเดียวกับการเรียงชุดละ 1 ตัว หรือ 2 ตัว แตเปนชุดละ 3 ตัว เชน
1. 2, 1, 2, 2, 2, 4, 2, 3 …. (ชุดแรก 2, 1, 2, ถัดไป 2, 2, 4 ถัดไป 2, 3 …ตอไป 6)
2. 2, 3, 5, 4, 5, 9, 6, 7 …. (สองตัวแรกบวกกันเปนตัวที่สาม ฉะนั้น 6+7 ได 13)
3. 13, 11, 15, 14, 10, 16, 15, 9 …. (ตัวแรกของชุด 13, 14, 15 ตัวที่สอง 11, 10, 9
ชุดที่สาม 15, 16, …..ตอไปคือ 17)
4. 5, 2, 10, 6, 4, 24, 7, 5 …. (ชุดแรก 2, 5, 10 ตัวที่สอง 6, 4, 24 ชุดสาม 7,
5, …..ตอไป 35)
5. 1, 5, 8, 4, 6, 7, 9, 7,…. (ชุดแรก 1, 4, 9 ตัวที่สอง 5, 6, 7 ชุดสาม 8, 7,
….. ตอไป 6)
6. 1, 4, 7, 2, 6, 9, 3, 8,…. (ชุดแรก 1, 2, 3 ตัวที่สอง 4, 6, 8 ชุดสาม 7, 9,
….. ตอไป 11)
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
11
1.3) อนุกรมหลายชั้น
ตัวเลขอนุกรมหลายชั้น หมายถึง อนุกรมธรรมดา อยางนอย 2 อนุกรมเกี่ยวของกัน ในอนุกรม
ธรรมดายังมีหลายระบบ ดังนั้นถามี 2 อนุกรม ผูตอบอาจตองคิดถึง 4 ระบบ จะทําใหยากขึ้นกวาอนุกรม
ธรรมดา อนุกรมแบบนี้มีอยู 3 ชนิด
แบบที่ 1 กําหนดอนุกรมให 2 อนุกรม แตละอนุกรมมี 5 ตัว อนุกรมหนึ่งจะถูกทุกตัว สวน
อีกอนุกรมหนึ่งจะมีตัวเลขเรียงผิดอยูตัวหนึ่ง และถาอนุกรมเรียงถูกทั้งสองอนุกรมแลวจะมีผลรวมเทากับ
ตัวเลขที่กําหนดให ดังนั้นอนุกรมแบบนี้ตองการใหผูตอบหาตัวผิดนั่นเอง ดังตัวอยาง
ก ข ค ง จ
อนุกรมหนึ่ง
อนุกรมสอง
1
1
2
3
3
6
4
7
5
9
ผลรวมเมื่ออนุกรมถูก 40
แนวคิด :
1. อนุกรมหนึ่งถูก รวมกันได 15
2. อนุกรมสองจะตองรวมกันได 25 จึงจะถูก แตอนุกรมสองที่กําหนดปรากฏวารวมกันได 26
เกินไป 1 ซึ่งมีที่ผิด
3. พิจารณาดู 1 ถึง 3 แปลวาเพิ่ม 2 , 3 ถึง 6 เพิ่ม 3, 6 ถึง 7 เพิ่ม 1 และ 7 ถึง 9 เพิ่ม 2
แสดงวาอนุกรมนี้ตองเพิ่มทีละ 2 จึงจะถูก ดังนั้นจุดที่ผิดคือ 6 ที่ถูกตององเปน 5
คําตอบถูกจึงเปน ค. ผลรวมทั้งหมดเทากับ 40 พอดี
ก ข ค ง จ
อนุกรมหนึ่ง
อนุกรมสอง
5
3
6
4
6
6
5
9
7
13
ผลรวมเมื่ออนุกรมถูก 62
แนวคิด :
1. ขอนี้ผลรวมที่ถูกคือ 62 แตอนุกรมหนึ่งและสองรวมกันได 64 แสดงวาตัวเลขที่ผิดนั้นเกิน 2
2. พิจารณาอนุกรมที่ตัวเลขเรียงคาตามลําดับดูกอนวาเพิ่มขึ้นเปนระบบหรือไม ในที่นี้เพิ่มขึ้น
+1, +2, +3, +4 อนุกรมสองถูก
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
12
3. อนุกรมหนึ่งจะตองรวมได 27 จึงจะถูก ขณะนี้รวมกันได 29 ยังเกินไป 2 ใหดูระบบความ
แตกตางของแตละชวง จะเปน +1 , +0 , -1 ,+2 เอา 2 ระบบนี้มาพิจารณา +1 , +0 ก็ตองเปน –1, +1
คําตอบคือ ข.
แบบทดสอบอนุกรมหลายชั้น
1. ก ข ค ง จ
อนุกรมหนึ่ง -1 0 2 5 8
อนุกรมสอง
16 14 12 10 8
ผลรวมเมื่ออนุกรมถูก
2. ก ข ค ง จ
อนุกรมหนึ่ง 9 5 2 0 -2
อนุกรมสอง
0 2 6 8 16
ผลรวมเมื่ออนุกรมถูก
3. ก ข ค ง จ
อนุกรมหนึ่ง 25 16 9 4 1
อนุกรมสอง
1 5 8 11 14
ผลรวมเมื่ออนุกรมถูก
แบบที่ 2 เปนแบบอนุกรมที่มาเขาคูกัน 2 อนุกรม จะมีตัวเลข 5 ตัว หรือมากกวานั้นก็ได
และใหมีผิดทั้งสองอนุกรม คําตอบใหเอาตัวเลขที่ผิดในอนุกรมมาไวเปนคู ตัวอยาง
อนุกรมหนึ่ง 2 3 4 5 7
อนุกรมสอง 1 3 5 6 9
ก. 2 , 3 ข. 3 , 5 ค. 5 , 7 ง. 7 , 6 จ. 7 , 9
75
47
95
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
13
แนวคิด : 1. อนุกรมหนึ่งเพิ่มขึ้นทีละ 1 ตัวเลขที่ผิดคือ 7
2. อนุกรมสองเพิ่มขึ้นทีละ 2 ตัวเลขที่ผิดคือ 6 คําตอบถูกจึงเปน 7, 6
แบบที่3 เปนแบบกําหนดแนวโนมของอนุกรมใหเปนชุด ๆ แลวหาระบบการเรียงที่เกี่ยวพันกัน
เพราะทุกอนุกรมจะเชื่อมโยงแนวคิดใหซึ่งกันและกัน การพิจารณาระบบการเรียงหรือแนวโนมของตัวเลข
เปนสิ่งสําคัญมาก วิธีนี้บางโครงสรางเปนลักษณะหลายมิติ คือสัมพันธหรือเกี่ยวพันกันทั้งแนวตั้งและแนว
นอน ดังตัวอยาง
8 4 20
4 2 2 1 10 ?
ก. 2 ข. 4 ค. 5 ง. 6 จ. 7
แนวคิด :
1. ชุดแรก เกิดจาก 2 คูณ จาก 2 เปน 4 จาก 4 เปน 8
2. ชุดที่ 2 เปนลักษณะ 2 คูณ เชนเดียวกัน เพียงแตตัวเลขเปลี่ยนไป
3. ชุดที่ 3 ตอง 2 คูณเหมือนกัน คําตอบถูกคือ 5
วิธีคิดอาจจะเอา 2 หาร จากเลขหลักบนมาก็ไดเชนกัน
แบบที่3 อนุกรมแนวตั้งและแนวนอนจากตัวเลขที่เหลือไวใหแลวพิจารณาวา จุด ? มีคาเทาไร
1.
ก. 11 ข. 13 ค. 14 ง. 15 จ. 17
แนวคิด. 1. พิจารณาแถว 2 คือ 6 ถึง 8 คือ เพิ่ม 2
2. พิจารณาแถว 1 คือ 1 เพิ่ม 2 เทากับ 3 จาก 3
ถึง 6 เพิ่ม 3
3. พิจารณาแถว 2 คือ 8 + 3 คือ 11
4. พิจารณาแถว 2 จาก 11 ถึง 15 คือ เพิ่ม 4
5. พิจารณาแถว 4 จาก 9 เพิ่ม 4 คือ 13
คําตอบ คือ ข. 13
2.
ก. 0 ข. 1 ค. 3 ง. 4 จ. 6
แนวคิด. ลักษณะอนุกรม คือ -1 +2 -3
1. พิจารณาแถว 2 จาก 2 ไป 1 คือ ลด 1
2. พิจารณาแถว 3 คือ 7 ลด 1 เทากับ 6 จาก
6+2 เปน 8
3. พิจารณาแถว 4 คือ 2 - 3 คือ -1
4. พิจารณาแถว 2 จาก 1 +2 เปน 3 และ -
3 เทากับ 0 คําตอบ ก. 0
1 - 6 -
6 8 - 15
- 5 -
- 5 - 4
2 1 - ?
- 8 - -
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
14
3.
ก. 9 ข. 12 ค. 14 ง. 16 จ. 18
แนวคิด. ลักษณะอนุกรม คือ -1 +2 -3
1. แถว 4 จาก 19 ไป 15 คือ ลด 4
2. แถว 2 คือ 18 ลด 4 เทากับ 14 ไป 17 คือ +3
3. พิจารณาแถว 4 คือ 15 +3 เปน 18 -2 เปน 16
คําตอบ ง. 16
4.
ก. 4 ข. 5 ค. 7 ง. 9 จ. 13
แนวคิด. ลักษณะอนุกรม คือ 10 -3 = 2
1. แถว 2 จาก 10 ไป 2 คือ ลด 8
2. แถว 4 จาก 12 ลด 8 เทากับ 4
คําตอบ ก. 4
2) การคํานวณหา ห.ร.ม ค.ร.น.
2.1) ห.ร.ม. ยอมาจาก ตัวหารรวมมาก ห.ร.ม ของจํานวนสองจํานวน คือ จํานวนเต็มบวกที่มาก
ที่สุดที่ไปหารจํานวนทั้งสองนั้นลงตัว
วิธีหา ห.ร.ม. อาจทําไดหลายวิธี ดังนี้
1.โดยวิธีแยกตัวประกอบในรูปผลคูณของจํานวนเฉพาะ
ห.ร.ม. คือ ตัวประกอบที่สัมพันธกัน
2.โดยวิธีตั้งหารสั้น
ห.ร.ม. คือ ผลคูณของจํานวนที่เปนตัวหารรวมทุกจ
ตัวอยาง จงหา ห.ร.ม. ของ 12 และ 18
12 = 2 x 2 x 3 18 = 2 x 3 x 3
ดังนั้น ห.ร.ม ของ 8 และ 12 คือ 2 x 2 x 2 x 3
ตัวประกอบที่มากที่สุดของ 12 และ 18 คือ 2 x 3 หรือ 6
คําตอบ ห.ร.ม ของ 12 และ 18 คือ 6
2.2) ค.ร.น. ยอมาจาก ตัวคูณรวมนอย ค.ร.น ของจํานวนสองจํานวน คือจํานวนเต็มบวกที่
นอยที่สุดที่จํานวนทั้งสองนั้นหารลงตัว
วิธีหา ค.ร.น อาจทําไดหลายวิธี ดังนี้
1. โดยวิธีแยกตัวประกอบ ในรูปผลคูณของจํานวนเฉพาะ
ค.ร.น. คือผลคูณของตัวประกอบรวมกันกับตัวประกอบที่เหลือทุกจํานวน
12 8 - -
- 12 - 13
18 - 17 -
- 3 7 -
8 - 10 2
- 1 -
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
15
2.โดยวิธีหารสั้น
ค.ร.น. คือผลคูณของตัวหารรวมทุกตัวกับผลหารสุดทายทุกตัว
3.โดยวิธีใชสูตร ผลคูณของจํานวนสองจํานวน = ห.ร.ม. x ค.ร.น.
ค.ร.น. = ผลคูณขอจํานวนสองจํานวน/ ห.ร.ม.
ตัวอยาง 1) จงหา ค.ร.น. ของ 30 และ 42
30 = 2 x 3 x 5 42 = 2 x 3 x 7
เพราะฉะนั้น ค.ร.น. = 2 x 3 x 5 x 7 = 210
2) จงหา ค.ร.น. และ ห.ร.ม. ของ 8, 12 และ 60
8 = 2 x 2 x 2 12 = 2 x 2 x 3 60 = 2 x 2 x 3 x 5
เพราะฉะนั้น ห.ร.ม. = 2 x 2 = 4 ค.ร.น. = 2 x 2 x 2 x 3 x 5 = 120
3) จํานวนใดที่นอยที่สุดที่หาร 6, 8 และ 12 แลวเหลือเศษ 3
แนวคิด. หา ค.ร.น. ของทั้ง 3 จํานวน แลวบวกดวย 3 ดังนี้
ค.ร.น. 6 = 2 x 3 8 = 2 x 2 x 2
ค.ร.น. 12 = 2 x 2 x 3 และ ค.ร.น. 12 = 2 x 2 x 3 = 24
เพราะฉะนั้นเลขจํานวนนั้น คือ 24 + 3 = 27
4) จงหาจํานวนที่มากที่สุดที่หาร 162, 246 และ 282 แลวเหลือเศษ 6 เทากัน
แนวคิด. เอาเศษ 6 ลบออกจากสามจํานวน แลวหา ห.ร.ม. ดังนี้
162 - 6 = 152 = 2 x 2 x 2 x 13
246 - 6 = 240 = 2 x 2 x 2 x 2 x 5
282 - 6 = 272 = 2 x 2 x3 x 23
เพราะฉะนั้น ห.ร.ม. = 2 x 2 x3 = 12 เลขจํานวนนั้นคือ 12
3) การคํานวณอายุ
ตัวอยาง
1) เมื่อ 5 ปกอน แดงอายุ 12 ป อีก 7 ปขางหนาแดงจะมีอายุกี่ป
ก. 14 ข. 17 ค. 24 ง. 28
แนวคิด 1. เมื่อ 5 ปกอน แดงอายุ 12 ป แสดงวา ขณะนี้แดงมีอายุ 12+5 = 17 ป
2. เพราะฉะนั้น อีก 7 ปขางหนา แดงจะมีอายุ 17+7 = 24 ป
2) ปจจุบัน มานพ มานะ มานี อายุรวมกัน 57 ป เมื่อ 3 ปกอน อายุมานพ มากกวา
มานะอยู 4 ป อีก 4 ปขางหนา อายุมานะ มากกวามานี 1 ป อยากทราบวาปจจุบัน มานะอายุกี่ป ?
ก. 24 ข. 22 ค. 20 ง. 19
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
16
แนวคิด. 1. กําหนดใหปจจุบัน มานะ มีอายุ x ป
2. มานพ อายุ x +4 และมานี อายุ x – 1 ป
3. มานพ มานะ มานี อายุรวมกัน 57 ป
4. เพราะฉะนั้น x +( x +4 ) + (x – 1) = 57 x = 57/ 3 = 19 ป
3) เมื่อ 7 ปกอน ฉันทนา อายมุมากกวา ฉันทนีย 2 ป ปจจุบัน ฉันทนีย อายุเปน 2 เทาของ
ฉันทนันท อีก 10 ปขางหนา ฉันทนันท อายุครบเบญจเพส อยากทราวาปจจุบัน ฉันทนาอายุกี่ป?
ก. 32 ข. 30 ค. 28 ง. 26
แนวคิด 1. อีก 10 ปขางหนา ฉันทนันท อายุครบเบญจเพส คือ = 25 ป
2. เพราะฉะนั้น ปจจุบัน ฉันทนันท อายุ 25 - 10 = 15 ป
3. ปจจุบันฉันทนีย อายุเปน 2 เทาของฉันทนันท
เพราะฉะนั้นปจจุบันฉันทนันทอายุ 25 x 2 = 30 ป
4. ฉันทนาอายมุมากกวาฉันทนีย 2 ป
เพราะฉะนั้นปจจุบันฉันทนา อายุ 30 + 2 = 32 ป
4) พี่นอง 3 คน อายุรวมกัน 18 ป คนสุดทายออนกวาคนกลาง 2 ป คนโตแกกวาคนกลาง 2 ป
คนกลางอายุเทาไร?
ก. 10 ป ข. 8 ป ค. 6 ป ง. 4 ป
แนวคิด 1. อายุ 3 คน = 18 ป ถาเฉลี่ยอายุเทา ๆ กัน จะได = 18 / 3 = 6 ป
2. คนโต คือ 6+2 = 8 ป คนกลาง6 ป คนสุดทาย 6-2=4 ป อายุรวมกัน 18 ป
5) ปจจุบันบิดาอายุ 35 ป บุตรชายอายุ 6 ป อีกกี่ปขางหนา บิดาจะมีอายุเปน 2 เทาของบุตร
แนวคิด ใหอีก x ป บิดามีอายุเปน 2 เทาของบุตร ซึ่งสามารถเขียนลงในตารางได ดังนี้
อายุบิดา อายุบุตร
ปจจุบัน 35 6
อีก x ป (อนาคต) 35 + x 6 + x
แตอีก x ป บิดามีอายุเปน 2 เทาของบุตร
เพราะฉะนั้น 35 + x = 2(6+x) 35-12 = 2x – x x = 23
ดังนั้น อีก 23 ป บิดามีอายุเปน 2 เทาของบุตร
6) เมื่อแปดปกอน พออายุมากกวาแม 5 ป แมมีอายุเปน 3 เทาของลูก และอีก7 ป ลูกจะอายุ
ครบ 2 รอบ ปจจุบันพอมีอายุเทาไร
แนวคิด
- อีก 7 ปลูกจะมีอายุครบ 2 รอบ ฉะนั้น ปจจุบันลูกอายุ 24 – 7 = 17 ป
- แมอายุ 3 เทาของลูก ฉะนั้น 17 x 3 = 51 ป
- พออายุมากกวาแม 5 ป ฉะนั้น 51+5 = 56 ป
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
17
4) คํานวณจํานวนเสาที่ปกตามเสน
ก. จํานวนเสาที่ปกตามเสนรอบวง
สูตร : จํานวนเสาทั้งหมด = ความยาวของเสนรอบวง ÷ ระยะทางที่หางกันระหวางเสา
ตัวอยาง สนามหญาเปนรูปวงกลม มีเสนรอบวงยาว 80 เมตร ปกเสาตามแนวเสนรอบวงแตละ
ตนหางกัน 2 เมตร จะตองใชเสากี่ตน
วิธีทํา ความยาวเสนรอบวง = 80 เมตร
ระยะหางระหวางเสา = 2 เมตร
จากสูตร จํานวนเสาทั้งหมด = ความยาวของเสนรอบวง ÷ ระยะทางที่หางกันระหวางเสา
= 80÷ 2 = 40
ข. จํานวนเสาที่ปกตามแนวเสนตรง
สูตร : จํานวนเสาทั้งหมด = ระยะทางทั้งหมด / 2 + 1 ระยะหางที่เทากันระหวางเสา
ตัวอยางที่ ปกเสาตามแนวถนนในหมูบาน เสาแตละตนหางกัน 2 เมตร และระยะทางจากเสา
ตนแรกถึงตนสุดทายยาว 80 เมตร จงหาวามีเสาทั้งหมดกี่ตน
วิธีทํา ระยะทางทั้งหมด = 80 เมตร
ระยะที่เทากันระหวางเสา = 2 เมตร
จากสูตร จํานวนเสาทั้งหมด = ระยะทางทั้งหมด + 1 ÷ ระยะหางที่เทากันระหวางเสา
= 80÷ 2 + 1 = 41
5) คํานวณผลบวกจํานวนนับ
ก. ผลบวกจํานวนนับที่เรียงตามลําดับที่เริ่มจาก 1
จํานวนนับที่เรียงตามลําดับ ไดแก 1 2 3 4 ….
สูตร ผลบวกของ 1 + 2 + 3 + 4 + … + n = n/ 2 (n+1)
= ปลาย÷ 2(ปลาย + 1 )เมื่อ n เทากับปลาย
ตัวอยาง จงหาผลบวกของ 1 + 2 + 3 + 4 + ……. + 12
วิธีทํา ผลบวก = 1 + 2 + 3 + 4 +… + 12
= ปลาย÷ 2 (ปลาย + 1) เมื่อปลาย = 12
= 12÷2 (12 + 1) = 6 x 13 = 78
ข. ผลบวกจํานวนนับที่เปนเลขคูเริ่มตนจาก 2
จํานวนนับที่เปนเลขคูเรียงลําดับ ไดแก 2 4 6 8 …
สูตรผลบวกของ 2 + 4 + 6 + 8 + …+ n = n/4 [n+2]
= ปลาย÷4 [ปลาย + 2 ] เมื่อ n = ปลาย
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
18
ตัวอยาง 1 ถึง 11 บวกกันไดเทาไร
แนวคิด ตัวแรก + ตัวสุดทาย x ตัวสุดทาย/ 2
1 + 11 x 11 ÷ 2 = 66
ค. ผลบวกจํานวนนับที่เปนเลขคี่เริ่มตนจาก 1
จํานวนนับที่เปนเลขคูเรียงลําดับ ไดแก 1 3 5 7 …
สูตรผลบวกของ 1 + 3 + 5 + 7 + …+ n = [n + 1]ยกกําลัง2
= [ปลาย + 2 ]ยกกําลังสอง ÷ 4 เมื่อ n = ปลาย
6) การหาแฟกทอเรียน n (n Factorial)
นิยาม เมื่อ n เปนจํานวนเต็มบวก แฟกทอเรียน n หมายถึงผลคูณของจํานวนเต็มบวก
ตั้งแต 1 ถึง n
แฟกทอเรียน n เขียนแทนดวย n!
ตัวอยาง 6! = 6 x 5 x 4 x 3 x 2 x 1 = 720 3! = 3 x 2 x 1 = 6 1! = 1
วิธีเรียงสับเปลี่ยน (Permutation) จํานวนวิธีที่เปนไปไดทั้งหมดของการเรียงอันดับสมาชิก
ในเซตจํากัด เชน จํานวนที่จัดใหคน 3 คน ยืนเรียงแถว จํานวนที่จัดใหแขกรับเชิญ 8 คน นั่งรอบโตะกลม
วิธีจัดเรียงลําดับดังกลาวเรียกวา วิธีเรียงสับเปลี่ยน
ตัวอยาง ถาจัดคน 3 คน คือ ก ข และ ค ใหยืนเรียงเปนแถวตรง จะจัดไดทั้งหมด 6 วิธี
คือ กขค กคข ขกค ขคก คกข คขก
วิธีคิด ตําแหนงที่ 1 จะให ก ข หรือ ค ยืนก็ได จึงมีวิธีจัดได 3 วิธี
ตําแหนงที่ 2 เมื่อมีคนยืนตําแหนงที่ 1 แลว ตําแหนงที่ 2 จึงเหลือคนใหจัด
เพียง 2 คน จึงจัดได 2 วิธี สวนตําแหนงที่ 3 นั้นมีเพียงวิธีเดียว เพราะเหลืออยูเพียง 1 คน
ดังนั้น จํานวนวิธีที่จะจัดใหคน 3 คน ยืนเรียงแถวตรงมีทั้งหมด 3! = 3 x 2 x 1 = 6 วิธี
จํานวนวิธีเรียงสับเปลี่ยนของสิ่งของ n สิ่ง ซึ่งแตกตางกันทั้งหมดเทากับ n!
ตัวอยาง ถาปลูกตนไม 5 ชนิด ๆ ละ 1 ตน เรียงเปนแถวตรง จะมีวิธีจัดทั้งหมดกี่วิธี
วิธีทํา วิธีจัดตนไมดังกลาวเปนวิธีเรียงสับเปลี่ยนของสมาชิกทั้งหมดในเซตซึ่งมีสมาชิก 5 ตัว
จํานวนวิธีเรียงสับเปลี่ยนทั้งหมดเทากับ 5! = 120 วิธี
จํานวนวิธีเรียงสับเปลี่ยนเชิงวงกลมของสิ่งของ n สิ่ง ซึ่งแตกตางกันทั้งหมดเทากับ(n – 1)! วิธี
ตัวอยาง มีวิธีจัดเรียงใหผูรับเชิญ 6 คน ใหนั่งรับประทานอาหารรอบโตะกลมซึ่งมีที่นั่ง
ที่นั่งไดทั้งหมดกี่วิธี
วิธีทํา จํานวนวิธีที่จัดผูรับเชิญ 6 คน นั่งรอบโตะกลม = (6 – 1)!
= 5! = 120 วิธี
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
19
ตัวอยาง จะจัดให ชาย 5 คน และหญิง 5 คน ยืนสลับกันเปนวงกลมไดกี่วิธี
วิธีทํา กําหนดใหชายคนหนึ่งอยูคงที่
ดังนั้น เหลือชาย 4 คน และหญิง 5 คน ที่จะยืนในตําแหนงตาง ๆ ได 9ตําแหนงแตเนื่อง
จากชายหญิงตองยืนสลับกัน จึงทําใหมีตําแหนงที่ชายเลือกยืนได 4 ตําแหนง และหญิงหญิงเลือกยืนได
5 ตําแหนง
ชาย 4 คน จัดอันดับกันเองได 4! วิธี
หญิง 5 คน จัดอันดับกันเองได 5! วิธี
ดังนั้น จัดชาย 5 คน และหญิง 5 คน ยืนสลับกันเปนวงกลมได = 4! x 5! = 2880 วิธี
ตัวอยาง โรงเรียนแหงหนึ่งจัดอาหารกลางวัน โดยใหนักเรียนเลือกอาหารคาวไดหนึ่งอยางและ
ขนมไดหนึ่งอยาง ถาโรงเรียนจัดอาหารคาว 4 อยาง และขนม 3 อยาง นักเรียนจะมีวิธี เลือกอาหาร
กลางวันทั้งหมดไดกี่วิธี
วิธีทํา มีวิธีเลือกอาหารคาวได 4 วิธี และในแตละวิธีที่เลือกอาหารคาวจะเลือกขนมได 3 วิธี
ดังนั้น จํานวนวิธีทั้งหมดที่เลือกอาหารกลางวันเทากับ 4 x 3 = 12 วิธี
7) สมการและอสมการ(พิชคณิต)
สมการ (Equation) คือประโยคสัญลักษณที่มีเครื่องหมายเทากับ(=) แสดงการเทากันของจํานวน
ใด ๆ ตั้งแต 1 จํานวนขึ้นไป เชน x – 9 = 7
คําตอบของสมการ (Solution of the Equation)
จากสมการ x – 9 = 7
เรียก x ซึ่งเปนสัญลักษณที่ไมทราบคาวา ตัวแปร (Variable)
เรียกจํานวนใด ๆ ที่แทนคาตัวแปรในสมการแลวทําใหสมการนั้นเปนจริงวา คําตอบของสมการ
ดังนั้น ถาแทน x = 16 ในสมการ
จะได 16 – 9 = 7 ซึ่งเปนจริง
เพราะฉะนั้น 16 เปนคําตอบของสมการ x – 9 = 7
คุณสมบัติของการเทากัน (Properties of Equality)
กําหนดให a b และ c เปนจํานวนใด ๆ
1. คุณสมบัติการบวกและลบ
1.1 ถา a = b แลว a + b = b + c
1.2 ถา a = b แลว a - c = b – c
1.3 ในทางกลับกัน จะไดวา
ถา a + c = b + c หรือ a - c = b - c แลว a = b
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
20
คุณสมบัติของการคูณและหาร
2.1 ถา a = b แลว a x c = b x c
2.2 ถา a = b แลว a÷c = b÷c เมื่อ c ไมเทากับ 0
2.3 ในทางกลับกันจะไดวา
ถา a x c = b x c หรือ a÷c = b÷c เมื่อ c ไมเทากับ 0 แลว a = b
การแกสมการ (Solving the Equation)
การแกสมการ คือการหาคําตอบของสมการนั้น หรือการหาคาตัวแปร ซึ่งทําใหสมการนั้น
เปนจริง การแกสมการ ทําได 2 วิธี คือ
1.โดยการทดลองแทนคาตัวแปรลงในสมการ เพื่อใหสมการนั้นเปนจริง
2.โดยการใชคุณสมบัติของการเทากัน ในการหาคําตอบ
ตัวอยาง จงหาคําตอบของสมการ 2x + 1 = 5
วิธีทํา จากสมการ 2x + 1 = 5
นํา 1 มาลบทั้งสองขางของสมการ
จะได 2x + 1 - 1 = 5 – 1 2x = 4
นํา 2 มาหารทั้งสองขางของสมการ
จะได 2x÷2 = 4÷2
เพราะฉะนั้น x = 2
ตรวจคําตอบ แทนคา x ดวย 2 ในสมการ 2x + 1 = 5
จะได 2(2)+1 = 5 เปนจริง
ดังนั้น 2 เปนคําตอบของสมการ 2x + 1 = 5
ตัวอยาง เชือกเสนหนึ่งมีความยาว 210 เซนติเมตร แบงออกเปน 2 เสน โดยให 3 เทาของ
เชือกเสนยาวเทากับ 4 เทาของเสนสั้น จงหาความยาวของเชือกเสนยาว
สมมติใหเชือกเสนยาวมีความยาว x เซนติเมตร
ดังนั้น เชือกเสนสั้นมีความยาว 210 – x เซนติเมตร
3 เทาของเชือกเสนยาว = 3x เซนติเมตร
4 เทาของเชือกเสนสั้น = 4 ( 210 – x ) เซนติเมตร
แต 3 เทาของเชือกเสนยาว = 4 เทาของเชือกเสนสั้น
ดังนั้น 3x = 4 ( 210 – x ) 3x = 840 – 4x
3x + 4x = 840 7x = 840
x = 840
7
= 120
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
21
ตรวจคําตอบ แทนคา x = 120 ลงในสมการ 3x = 4(210 – x)
จะได 3(120) = 4 (210 – 120)
360 = 4(90) ซึ่งเปนจริง
ดังนั้น ความยาวของเชือกเสนยาวเทายาวเทากับ 120 เซนติเมตร
ตัวอยาง คําวา “สอบ” นํามาเรียงสลับที่ ไดกี่วิธี
แนวคิด : คําวา “สอบ” มีพยัญชนะ = 3 ตัว (3! = 3 x 2 x 1 = 6)
ตัวอยาง ถา ก คือเลขคี่ จํานวนหนึ่ง ซึ่งมีเลขถัดไปคือ 13 อยากทราบวา ก + 7 เปนเทาไร
แนวคิด : ก คือ 11 ฉะนั้น 11 + 17 = 18
ตัวอยาง 15 % ของจํานวน 75 คือเทาไร
แนวคิด : 100 = 75
1 = 100
15 = 75 x 15 = 500
100
8) การคํานวณหาพื้นที่ สรุปเปนสูตรพอสังเขป เชน
1. พื้นที่สามเหลี่ยม
1.1 พื้นที่ของรูปสามเหลี่ยมใดๆ = 1 xฐาน x สูง (เมื่อกําหนดฐานและสวนสูงให)
2
1.2 พื้นที่ของรูปสามเหลี่ยมใดๆ = S (S-a) (S-b) (S-c) (เมื่อกําหนดดานทั้งสามให)
เมื่อa, b, c เปนความยาวของดานทั้งสามของสามเหลี่ยม
S = a+b+c
2
1.3 พื้นที่ของสามเหลี่ยมดานเทา = 3 x ดาน x ดาน
4
1.4 พื้นที่ของสามเหลี่ยมมุมฉาก = 1 x ผลคูณของดานประกอบมุมฉาก
2
2. พื้นที่สี่เหลี่ยม
2.1 พื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผา = กวาง x ยาว
2.2 พื้นที่สี่เหลี่ยมจตุรัส = ดาน x ดาน = 1 x ผลคูณของเสนทะแยงมุม
2
2.3 พื้นที่สี่เหลี่ยมดานขนาน = ฐาน x สูง
2. 4 พื้นที่สี่เหลี่ยมขนมเปยกปูน = ฐาน x สูง = 1 x ผลคูณของเสนทะแยงมุม
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
22
2
2.5 พื้นที่สี่เหลี่ยรูปวาว = 1 x ผลคูณของเสนทะแยงมุม
2
2.6 พื้นที่สี่เหลี่ยมคางหมู = 1 x ผลบวกของดานคูขนาน x สูง
2
2.7 พื้นที่รูปสี่เหลี่ยมใดๆ = 1 x เสนทะแยงมุม x สูง
2
3. พื้นที่วงกลม
3.1 เสนรอบวง = 2¶r เมื่อ ¶ มีคาประมาณ 3.14 หรือ 22/7
3.2 พื้นที่วงกลม = ¶r x r เมื่อ r คือรัศมีวงกลม
4. พื้นที่พื้นผิวและปริมาตร
4.1 ปริมาตรรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก = ความกวาง x ความยาว x ความสูง = พื้นที่ฐาน x ความสูง
4.2 ปริมาตรของปริซึมใดๆ = พื้นที่ฐาน x ความสูง
4.3 พื้นที่ของพีระมิด = พื้นที่ผิวเอียง + พื้นที่ฐาน
4.4 พื้นที่ผิวเอียง = 1 xความยาวของเสนรอบฐาน x สูงเอียง
2
4.5 ปริมาตรของของพีระมิด = 1 x พื้นที่ฐาน x สูงตรง
2
9) ขอมูล การนําเสนอขอมูลและขอมูลสถิติ
ขอมูล หมายถึง ขอเท็จจริงที่เปนตัวเลขหรือขอเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่เราสนใจ
สามารถนําไปใชหรือเปรียบเทียบได การนําเสนอขอมูลสามารถนําเสนอไดหลายแบบ เชน
1. การนําเสนอขอมูลดวยตาราง เปนการจัดระเบียบขอมูลโดยใชตาราง
2. การนําเสนอขอมูลดวยแผนภูมิรูปภาพ เปนการใชภาพแทนจํานวนขอมูลของสิ่งตางๆ
3. การนําเสนอขอมูลดวยแผนภูมิแทง เปนการใชรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากที่มีความยาวแตละรูป
แปรเปลี่ยนไปตามปริมษณขอมูล
4. การนําเสนอขอมูลดวยแผนภูมิวงกลม เปนการใชวงกลมแสดงปริมาณขอมูลตางๆโดยแบง
พื้นที่วงกลมออกเปนสวนๆจากจุดศูนยกลางแลวนําไปเปรียบเทียบ
5. การนําเสนอขอมูลดวยกราฟเสน นิยมใชกับขอมูลอนุกรมเวลา ซึ่งเปนขอมูลที่แสดงการเปลี่ยน
แปลง ตามลําดับกอนหลังของเวลาที่ขอมูลนั้นๆ เกิดขึ้นในชวงเวลาใดเวลาหนึ่ง
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
23
ขอมูลสถิติ สวนใหญจะใชคากลางของขอมูลเปนตัวแทนของขอมูล ดังนี้
คาเฉลี่ยเลขคณิต คือ คาที่ไดจากการหารผลรวมของขมูลทั้งหมดดวยจํานวนขอมูล
มัธยฐาน คือ คาอยูกึ่งกลางของขอมูลทั้งหมด เมื่อเรียงขอมูลชุดนั้นจากมากไปหานอยหรือ
จากนอยไปหามาก ดังนั้นจะมีขอมูลจํานวนที่นอยและมากกวามัธยฐานเปนจํานวนเทากัน และ
ฐานนิยม คือ คาขอมูลที่มีความถี่มากที่สุด
2. ความสามารถดานภาษาไทย
1 ) หลักภาษาไทย
หลักภาษา คือวิชาที่วาดวยระเบียบการใชอักษร การเขียนอาน การใชคํา ความหมายของคําการ
เรียงคําและที่มาของภาษา ผูที่จะทําขอสอบวิชาภาษาไทยไดดี จึงตองมีพื้นฐาน หลักภาษาไทยเปนอยางดี
โดยการเรียนรูภาษาตาง ๆ และที่สําคัญ คือภาษาเขียน หรือ อักขระวิธี ไดแก อักษร แปลวา ตัวหนังสือ
ซึ่งยอมหมายความถึงเสียงและตัวหนังสือดวย
ลักษณะอักษร ในภาษาไทย มีอยู 3 อยาง คือ
1. เสียงแท ไดแก สระ มี 21 รูป 32 เสียง
2. เสียงแปร ไดแก พยัญชนะ มี 44 ตัว
3. เสียงดนตรี ไดแก วรรณยุกต มี 4 รูป 5 เสียง
สระ สระในภาษาไทย ประกอบดวยรูปสระ 21 รูป และเสียงสระ 32 เสียง
พยัญชนะ
รูปพยัญชนะ มี 44 ตัว สามารถแบงอักษรตามระดับเสียง 3 หมู เรียกวา ไตรยางค คือ
1. อักษรสูง มี 11 ตัวคือ ข ฃ ฉ ฐ ถ ผ ฝ ศ ษ ส ห พื้นเสียงเปนเสียงจัตวา
2. อักษรกลาง มี 9 ตัวคือ ก จ ฎ ฏ ด ต บ ป อ พื้นเสียงเปนเสียงสามัญ
ไก จิก เด็ก ตาย เด็ก (ฎ) ตาย (ฏ) บน ปาก โอง
3. อักษรต่ํา มี 24 ตัว พื้นเสียงเปนเสียงสามัญ ดังนี้
3.1 อักษรคู คือ อักษรต่ําที่เปนคูกับอักษรสูง มี 14 ตัวคือ ค ฅ ฆ ช ฌ ซ ฑ ฒ ท
ธ พ ภ ฟ ฮ
3.2 อักษรเดี่ยว คือ อักษรต่ําที่เสียงไมเปนคูกับอักษรสูง มี 10 ตัว
คือ ง ญ ณ น ม ย ร ล ว ฬ
วรรณยุกต วรรณยุกต มี 4 รูป ไดแก ไมเอก ไมโท ไมตรี ไมจัตวา
มี 5 เสียง ไดแก เสียงสามัญ เสียงเอก เสียงโท เสียงตรี เสียงจัตวา
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
24
1. เสียงสามัญ คือเสียงกลาง ๆ เชน กา มา ตา เปน คนจน เดิน ดิน กิน ปลา ตาม บน เรือน
2. เสียงเอก เชน กา ขา ปา ดึก จมูก ตก หมด สด โสด ศึก กับ จีบ ปก
3. เสียงโท เชน กา คา ลาก พราก กลิ้ง สราง มอด ทอด โทษ โชติ
4. เสียงตรี เชน กา คา มา ชาง โนต มด เท็จ นะ จะ คะ มวย ชัด
5. เสียงจัตวา เชน กา ขา หมา หลิว สวย สูง ไหว หาม ปว จิ๋ว สอน
มาตราตัวสะกด
มาตราตัวสะกดของไทย มี 8 มาตรา ดังนี้
1. มาตราแม กก ใชตัวสะกดได 4 ตัว คือ ก ข ค ฆ ออกเสียงเหมือน ก สะกด เชน
มาก สุข นาค มารค วิหค สุข โชค
2 มาตราแม กด ใชตัวสะกดได 16 ตัว คือ จ ช ซ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ด ต ถ ท ธ ศ ษ ส ออก
เสียงเหมือน ด สะกด
ตัวอยาง ดุจ กาซ อิฐ นาฏศิลป ครุฑ อนาคต ปรารถนา นาด เพศ กระดาษ สุดสวาท
ราชบุตร มงกุฎ อากาศ โอรส อูฐ พัฒนา ปด สังเกต รถ บท
บาท โทษ โอกาส
3. มาตราแม กบ ใชตัวสะกดได 5 ตัว คือ บ ป ภ พ ฟ ออกเสียงเหมือน บ สะกด ตัว
อยาง ลาบ ลาภ ภาพ กราฟ หยิบ รูป ยีราฟ
4. มาตราแม กง ใชตัวสะกดได 1 ตัว คือ ง เชน ลิง ของ กลาง ฝูง หงส ลง เรียง เอี้ยง โทงเทง
5. มาตราแม กน ใชตัวสะกดได 6 ตัว คือ น ณ ญ ร ล ฬ อานออกเสียงเหมือน น สะกดตัว
อยาง กัน ญาณ กาญจน การ กาล วิรุฬห กาฬทวีป สงสาร น้ําตาล สัญญา บุญ
6. มาตราแม กม ใชตัวสะกดได 1 ตัว คือ ม เชน กลม ขม ครีม งาม ตูมตาม ชิม เติม เสื่อม
7. มาตราแม เกย ใชตัวสะกดได 1 ตัว คือ ย เชน เลย เกย เขย ขโมย ลาย สวย รวย โดย ชัย
8. มาตราแม เกอว ใชตัวสะกดได 1 ตัว คือ ว เชน ลาว หิว รั่ว ถั่ว เร็ว ดาว ขาว หนาว แวววาว
คําเปนคําตาย
คําเปน มีลักษณะ ดังนี้
1. คําที่ประสมสระเสียงยาว (ทีฆสระ) ในแม ก กา เชน กา ตี ปู ไป เอา
2. คําที่มีตัวสะกดในมาตรา แม กน กง กม เกย เกอว และสระ อํา ไอ ใอ เอา เชน นารี
ฝมือ ดูแล เรา ดํา นา ลมหนาว วิ่งวน
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
25
คําตาย มีลักษณะ ดังนี้
1. คําที่ไมมีตัวสะกด + สระเสียงสั้น เชน มะลิ ทะลุ ธุระ จะปะ กะ กิ กุ
2. คําที่ประสมกับมาตราแม กก กบ กด (แม “กบด” อานวา กะ - บด) เชน ปรากฏ
กาซ ครุฑ เมฆ คิดลึก สิทธิ สุข ทุกข กฎ วัฒน แตยกเวน สระ อํา ไอ ใอ เอา
คําสนธิ คําสมาส
สนธิ คือ การตอคําตั้งแตสองคําขึ้นไปใหติดเนื่องเปนคําเดียวกัน โดยมีการเปลี่ยนแปลงรูปสระ
ในระหวางคําหรือเพิ่มพยัญชนะแทรกในระหวางคํา เพื่อใหคําที่ที่จะนํามาตอกันนั้นเชื่อมกันไดสนิท
อาจทําไดโดยการลบ หรือเปลี่ยนแปลงรูปใหผิดไปจากรูปเดิมก็ได เชน
ปตุ + อิศ เปน ปตุเรศ พุทธ + โอวาท เปน พุทโธวาท
ธนู + อาคม เปน ธันวาคม นร + อิศวร เปน นเรศวร
มหา + อิสี เปน มเหสี ราช + อุปโภค เปน ราชูปโภค
วิเทศ + อุบาย เปน วิเทโศบาย สุริยะ + อุทัย เปน สุริโยทัย
อิทธิ + ฤทธิ์ เปน อิทธิฤทธิ์ ภัตตา + อาคาร เปน ภัตตาคาร
วิทยะ + อาลัย เปน วิทยาลัย ราชินี + อุปถัมภ เปน ราชินูปถัมภ
คช + อาภรณ เปน คชาภรณ ทูต + อนุทูต เปน ทูตานุทูต
คําสมาส การสมาสคําเปนการประสมคําระหวางคํามูลที่เปนคําบาลี สันสกฤต แลวเกิดเปนคําใหม
เวลาอานออกเสียงตองอานออกเสียงตอเนื่องกัน การแปล : จะตองแปลจากขางหลังมาขางหนา หรือ
สมาส คือ วิธียอบทตั้งแตสองบทขึ้นไปใหรวมเปนบทเดียวกัน เชน
ราช + โอรส เปน ราชโอรส มัจจุ + ราช เปน มัจจุราช
สุธา + รส เปน สุธารส ศาสน + จักร เปน ศาสนจักร
คช + สาร เปน คชสาร รัฐ + มนตรี เปน รัฐมนตรี
ตัวอยางคําสมาส ราชการ ยุคลบาท ปตุฆาต ดุริยางค สมานฉันท ธนูศิลป สังฆทาน ภาควิชา
หมายเหตุ สมาส = ชน สน = เชื่อม
2) การสะกดคํา
2.1) พยางคที่ออกเสียงสระ ออ เชน
นิรันดร จรลี ทรชน นรสิงห วรลักษณ หรดี บริวาร
2.2)พยางคที่ออกเสียง อํา เชน
อมฤต อํามฤต อมหิต อมรินทร
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
26
2.3) พยางคที่ออกเสียง ใอ (ไมมวน) ไดแก
นอกเหนือจาก 20 คํานี้ใหใช สระ ไอ (ไมมลาย)
ผูใหญหาผาใหม ใหสะใภใชคลองคอ
ใฝใจเอาใสหอ มิหลงใหลใครขอดู
จะใครลงเรือใบ ดูน้ําใสและปลาปู
สิ่งใดอยูในตู มิใชอยูใตตั่งเตียง
บาใบถือใยบัว หูตามัวมาใกลเคียง
เลาทองอยาละเลี่ยง ยี่สิบมวนจําจงดี.
(ใหญ ใหม สะใภ ใช ใส ใฝ ใจ ใหล ใคร ใคร ใบ ใส ใ ใด ช ใต ใน ใบ ใกล ให )
2.4) คําที่มี ญ สะกด มี 46 คํา คือ
ลําเค็ญครวญเข็ญใจ ควาญชางไปหานงคราญ
เชิญขวัญเพ็ญสําราญ ผลาญรําคาญลาญระทม
เผอิญเผชิญหาญ เหรียญรําบาญอัญขยม
รบราญสราญชม ดอกอัญชันอัญเชิญเทอญ
ประจญประจัญบาน ผจญการกิจบังเอิญ
สําคัญหมั่นเจริญ ถือกุญแจรัญจวนใจ
รามัญมอญจําเริญ เขาสรรเสริญไมจัญไร
ชํานาญชาญเกรียงไกร เรงผจัญตามบัญชา
จรูญบําเพ็ญยิ่ง บํานาญสิ่งสะคราญตา
ประมวญชวนกันมา สูบกัญชาไมดีเลย.
2.5) การเขียน บัน และ บรร
คําไทยที่ใช บัน นําหนา คําไทยที่ปรากฏนอกจากกลอนบทนี้นี้ใหใช บรร
บันดาลลงบันได บันทึกใหดูจงดี
รื่นเริงบันเทิงมี เสียงบันลือสนั่นดัง
บันโดยบันโหยไห บันเหินไปจากรวงรัง
บันทึงถึงความหลัง บันเดินนั่งนอนบันดล
บันกวดเอาลวดรัด บันจวบจัดตกแตงตน
คํา “บัน” นั้นฉงน ระวังปน กับ “ร” หัน
บรร บัน
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
27
บรรจง บรรจบ บรรจุ บรรเทา
บรรลัย บรรลุ บรรเลง บรรพต
บันดาล บันได บันทึก บันเทิง
บันลือ (โดงดัง เลื่องลือ)
บันโดย ( ยินยอม คลอยตาม)
บันเหิน (เหาะไป บินไป)
บันทึง(บนถึง คอย)
บันเดิน (ทําใหเดิน)
บันดล (ทําใหบังเกิดขึ้น)
บันกวด (รัด ผูก) บันจวบ (ตกแตง)
2.6) ตัว ทร ที่ ออกเสียง ซ มีใชอยู 17 คํา (คําควบไมแท)
ทรวดทรงทราบทรามทราย ทรุดโทรมหมายนกอินทรี
มัทรี อินทรียมี เทริดนนทรี พุทราเพรา
ทรวงไทร ทรัพยแทรกวัด โทรมนัส ฉะเชิงเทรา
ตัว “ทร” เหลานี้เรา ออกสําเนียงเปนเสียง “ซ”
2.7)คําไทยที่ใช จ สะกด
ตํารวจตรวจคนเท็จ เสร็จสําเร็จระเห็จไป
สมเด็จเสด็จไหน ตรวจตราไวดุจนายงาน
อํานาจอาจบําเหน็จ จรวดเห็จเผด็จการ
แกวเก็จทําเกงกาจ ประดุจชาติทรพี
โสรจสรงลงวารี กําเหน็จนี้ใชตัว จ.
2.8) คําที่ใช ช สะกด เชน
กริช เอกราช ราชโอรส ราชโองการ
2.9) คําที่ใช ร สะกด
กําธร จรรโจษ จรรโลง สรรเสริญ อรชร พรรลาย พรรเอิญ ควร ประยูร ระเมียร
ละคร พรรดึก
2.10) คําไทยที่ใช ตัว ล สะกด เชน
ตําบลยุบลสรวล ยลสํารวลนวลกํานัล
บันดาลในบันดล คากํานลของกํานัล
ระบิลกบิลแบบ กลทางแคบเขาเคียมคัล
ดลใจใหรางวัล ปขาลบันเดินเมิลมอง.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
28
2.11) คําไทยที่ใช ส สะกด เชน
จรส จรัส จํารัส ดํารัส ตรัส ตรัสรู
2.12) คําไทยที่ใช ง สะกด ตอไปนี้ไมตองมี ค การันต
จํานง ชงโค ดํารง ธํารง ประมง ประโมง พะทํามะรง พะอง สะอาง สําอาง
3) การอานคํา
3.1) หลักการอานอักษรนํา
อักษรสูง หรืออักษรกลาง นําอักษรต่ําเดี่ยว ไดแก ง ญ น ณ ม ย ร ล ฬ ว ใหอานผัน
เสียงตามตัวนํา เชน
ฉลาด (ลาด เปนเสียงโท ถาผันตามตัวนํา ผันเปน ฉาด เปนเสียงเอก จึงผันตัวตาม เปนเสียง
เอกดวย) อานวา ฉะ-หลาด เพราะ ฉ เปนอักษรสูง นํา ล ซึ่งเปนอักษรต่ําเดี่ยว
ขนด (นด เปนเสียงตรี ถาเอาตัวนําผันแทนเปน ขด เปนเสียงเอก จึงผันตัวตาม เปนเสียง
เอก) อานวา ขะ-หนด เพราะ ข เปนอักษรสูงนํา น ซึ่งเปนอักษรต่ําเดี่ยว
จรด (รด เปนเสียงตรี ถาผันตามตัวนํา เปน จด ไดเสียงเอก) อานวา จะ-หรด เพราะ จ เปน
อักษรตัวกลางนํา ร ซึ่งเปนอักษรต่ําเดี่ยว
ปรัก อานวา ปะ-หรัก เพราะ ป เปนอักษรกลาง นํา ร ซึ่งเปนอักษรต่ําเดี่ยว
ตงิด ” ตะ-หงิด ” ต ” ” ง ”
ปถมัง ” ปะ-ถะ-หมัง ” ถ เปนอักษรสูง ” ม ”
ประโยค ” ประ-โหยก ถือวา ป เปนอักษรนํา ย เปนตัวตาม (สวน ร กล้ํากับ ป)
จึงผันตาม ป ไดเปนเสียงเอก เปนวิธีอานตามหลักการอานอักษรนํา
คําที่ไดมาจากภาษาบาลีสันสกฤตมากคําที่เราอานแบบอักษรนํา เชน
ขณะ อานวา ขะ-หนะ ฉวี “ ฉะ-หวี
ปรารถนา ” ปราด-ถะ-หนา สมัคร ” สะ-หมัก
สมัย ” สะ-หมัย สมุทัย ” สะ-หมุด-ไทย
คําที่ไดมาจากภาษาสันสกฤต ซึ่งอานอนุโลมแบบอักษรนํา เชน
ดิลก อานวา ดิ-หลก กิเลส “ กิ-เหลด
อริ ” อะ-หริ หิริ “ หิ-หริ
สิริ “ สิ-หริ อดิเรก ” อะ-ดิ-เหรก
คําที่ไดมาจากภาษาตางประเทศอื่น ๆ อานแบบอักษรนําของไทย เชน
ขยม อานวา ขะ-หยม (เขมร) สลา ” สะ-หลา (เขมร)
สลุต ” สะ-หลุด (อังกฤษ) สลาตัน ” สะ-หลา-ตัน (มลายู)
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
29
3.2) หลักการอานคําแผลง
1. ถาคําเดิมเปนพยางคเดียวและมีพยัญชนะตนเปนตัวควบกล้ํา เมื่อแผลงเปน
สองพยางค เมื่ออานพยางคหลังมักผันเสียงตามตัวนําเดิม เชน
ตริ แผลงเปน ดําริ อานวา ดํา-หริ
กราบ ” กําราบ ” กํา-หราบ
ตรัส ” ดํารัส ” ดํา-หรัด
กลับ ” กระลับ ” กระ-หลับ
ปราบ ” บําราบ ” บํา-หราบ
2. ถาเดิมพยัญชนะตนเปนอักษรตัวเดียว เมื่อแผลงแลวอานตามรูปที่ปรากฏ เชน
เกิด ” กําเนิด ” กํา-เนิด
แจก ” จําแนก ” จํา-แนก
ถาจะใหอานผันตามตัวนํา เมื่อเขียนตองเติม ห นําดวย เชน
เกิด เปน กําเนิด ” กํา-เนิด
ติ ” ตําหนิ ” ตํา-หนิ
จาย ” จําหนาย ” จํา-หนาย
แตง ” ตําแหนง ” ตํา-แหนง
3. ถาคําที่แผลงไดเขาลักษณะเปนอักษรนํา ก็อานแบบอักษรนํา เชน
ขึง แผลงเปน ขมึง อานวา ขะ-หมึง
ขลาด ” ขยาด ” ขะ-หยาด
แผก ” แผนก ” ผะ-แหนก
3.3) หลักการอานคําสมาส
1. คําสมาสเปนคําจากภาษาสันสกฤตทั้งสิ้น ในภาษาเดิมอานออกเสียงตัวอักษรทายคําดวยเมื่อเขาสู
ภาษาไทยมักเอาอักษรทายคําเปนตัวสะกด ดังนั้นเมื่อมีคําอื่นมาตอทายเปนรูปสมาส เราตองอานตัวสะกด
ของคําตนใหมีเสียงประสมอีกทีหนึ่ง เชน
วุฒิสภา อานวา วุด-ทิ-สะ-พา บุตรธรรม อานวา บุด-ตระ-ทํา (หนาที่ของบุตร)
ปฐยาวัต ” ปด-ถะ-ยา-วัด (ชื่อฉันท) กิจวัตร ” กิด-จะ-วัด
เกษตรกร ” กะ-เสด-ตระ-กอน เกียรติคุณ ” เกียด-ติ-คุณ
ยมบาล ” ยม-มะ-บาน บุตรภรรยา ” บุด-ตระ-พัน-ระ-ยา
ยุคลบาท ” ยุ-คน-ละ-บาด อุบัติเหตุ ” อุ-บัด-ติ-เหด
โลกธรรม ” โลก-กะ-ทํา ภูมิศาสตร ” พูม-มิ-สาด
กรรมวิบาก ” กํา-มะ-วิบาก กุศลกรรม ” กุ-สน-ละ-กํา
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
30
2. มีคําไทยบางคําที่อานตอเนื่องเสียงตัวสะกดแบบคําสมาส เชน
ดาษดา อานวา ดาด-สะ-ดา ลักเพศ อานวา ลัก-กะ-เพด
พรรดึก ” พัน-ระ-ดึก สัพยอก ” สับ-พะ-ยอด
จักจั่น ” จก-กะ-จั่น พลเมือง ” พน-ละ-เมือง
กรมการ ” กรม-มะ-กาน กรมทา ” กรม-มะ-ทา
กรมนา ” กรม-มะ-นา กรมวัง ” กรม-มะ-วัง
3. คําที่ไมไดอานออกเสียงเนื่องแบบคําสมาส เชน
สัตบุรุษ อานวา สัด-บุ-หรุด อุตสาหะ อานวา อุด-สา-หะ
กลอุบาย ” กน-อุ-บาย ภูมิลําเนา “ พูม-ลํา-เนา
มรรยาท ” มัน-ยาด รสนิยม “ รด-นิ-ยม
จักรเพชร ” จัก-เพ็ด คุณโทษ “ คุณ-โทด
จรรยา ” จัน-ยา ภูมิประเทศ ” พู-มิ-ประ-เทศ
เศษวรรค ” เสด-วัก กรมพระยา ” กรม-พระ-ยา
กาลเวลา ” กาน-เว-ลา กาลสมัย ” กา-ละ-สะ-หมัย
3.4) หลักการอานคําที่ไดมาจากภาษาบาลีสันสกฤต
1. การอานตัวสะกดของคําที่ไดมาจากภาษาบาลี และภาษาสันสกฤต
1.1 ถาคําเดิมตัวสะกดเปนพยัญชนะวรรคควบ หรือตามดวยพยัญชนะวรรค ตัวสะกดไมอาน
ออกเสียง อะ อีก เชน
อาชญา อานวา อาด-ยา สัปดาห อานวา สับ-ดา, สับ- ปะ - ดา
ปรัชญาณ ” ปรัด-ยาน, ปรัด - ชะ - ยาน อัคนี ” อัก - นี, อัก – คะ - นี
1.2 ตัวอักษรที่ทําหนาที่เปนตัวตามในภาษาบาลี เมื่อไทยนํามาใชแทนตัวสะกด
ซึ่งตัดออกไป ตองอานออกเสียงอีกครั้งหนึ่ง ไมวาจะอยูทายคําหรือกลางคํา เชน
วัฒนะ อานวา วัด-ทะ-นะ (มาจาก วฑฒน) วุฒิ อานวา วุด-ทิ (มาจาก วุฑฒ)
ทิฐิ ” ทิด-ถิ (มากจาก ทิฏฐิ) มุฐ ” มุด-ถิ (มาจาก มุฏฐิ)
อัฐิ ” อัด-ถิ (มาจาก อฏฐิ)
1.3 ถาพยัญชนะอุสุมเปนตัวสะกด คือ พยัญชนะที่เมื่อออกเสียงจะมีลมดันออกมาคลายเสียง
ไอน้ําเดือด ไดแก ศ ษ ส) และมีพยัญชนะวรรคเปนตัวตามจะออกเสียงพยัญชนะอุสุม มีเสียงสระประสม
อีกครั้งหนึ่ง เชน
อัสดง อานวา อัสดง พิสดาร อานวา พิด-สะ-ดาร
อัศจรรย ” อัด-สะ-จัน วิษณุ ” วิด-สะ-นุ
ราษฎร ” ราด-สะ-ดอน อัษฎางค ” อัด-สะ-ดาง
สันนิษฐาน อานวา สัน-นิด-ถาน (จาก ส + นิส + ฐาน)
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
31
อธิษฐาน ” อะ-ทิด-ฐาน (จาก อธิ + ฐาน)
1.4 ถาพยัญชนะวรรคหรือเศษวรรคควบหรือซอนมากับพยัญชนะอัฒสระ (ไดแก ย ร ล ว) ให
อานออกเสียงตัวสะกดมีสระอะประสมอีกครั้งหนึ่ง เชน
อาชว อานวา อาด-ชะ-วะ กัลบก อานวา กัน-ละ-บก
อัยการ ” อัย-ยะ-กาน ภรรยา ” พัน-ระ-ยา (อัฒสระดวยกัน)
อัศวิน ” อัด-สะ-วิน (อุสุม กับ อัฒสระ)
1.5 ถาพยัญชนะเศษวรรค ควบกับพยัญชนะเศษวรรค ซึ่งไมเปน อุสุม หรืออัฒสระ เมื่อเปนตัว
สะกดจะไมอานออกเสียงสระ อะ ประสมอีก เชน
อาสาฬหบูชา อานวา อา-สาน-หะ-บู-ชา
พยัญชนะวรรคกับเศษวรรคที่ไมเปน อัฒสระ หรือไมเปน อุสุม ก็เชนเดียวกัน เชน
อุณหภูมิ อานวา อุน-หะ-พูม
2. การอานคําที่เติมอุปสรรค
2.1 อป อุปสรรค ไทยใช อัป อานวา อับ-ปะ เชน
อัปมงคล อานวา อับ-ปะ-มง-คน อัปราชัย อานวา อับ-ปะ-รา-ชัย
อัปภาคย ” อับ-ปะ-พาก อัปการ ” อับ-ปะ-การ
อัปยศ ” อับ-ปะ-ยด อัปฏิภาค ” อับ-ปะ-ติ-พาก
แตคําตอไปนี้ไมไดอาน อับ-ปะ เพราะไมไดมาจาก อป อุปสรรค คือ
อัปรีย อานวา อับ-ปรีย (จาก อ+ปรีย)
อัปสร ” อับ-สอน (จาก อปสรส)
2.2 ปรา อุปสรรค (อาน ปะ-รา ไมใช ปรา) เชน
ปราชัย อานวา ปะ-รา-ชัย ปราชิต อานวา ปะ-รา-ชิด
ปรากรม ” ปะ-รา-กรม ปรามาส ” ปะ-รา-มาด (การจับ)
คําวา ” อีกรูปหนึ่ง ปรามาส ” ปรา-มาด (ดูถูก)จากปร อุปสรรค
2.3 ป อุปสรรค อาน ปะ เชน
ปกติ อาน ปะ-กะ-ติ (จาก ป+กติ) สวน
ปรกติ ปรก-กะ-ติ (มาจาก ปรกฤติ ซึ่งเปนรูปสันสกฤตเอา ฤ เปน อะ จึงออกเสียง ก
เปนตัวสะกด และออกเสียง กะ อีกทีหนึ่ง)
2.4 อว อุปสรรค อานวา อะ-วะ (ไมอาน ออ-วะ) เชน
อวตาร อานวา อะ-วะ-ตาน อวสาน อานวา อะ-วะ-สาน
อวชาต ” อะ-วะ-ชาต อวจร ” อะ-วะ-จอน
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
32
3. อานตามอักขรบาลีสันสกฤต
3.1 คําเรียงพยางคที่อักษรสูงหรืออักษรกลางนําอักษรเดี่ยว แตไมอานแบบอักษรนํา ของไทย เชน
สมรรถภาพ อานวา สะ-มัด-ถะ-พาบ, สะ-หมัด-ถะ-พาบ
สมานฉันท ” สะ-มา-นะ-ฉัน, สะ - หมาน - นะ - ฉัน
สมานคติ ” สะ-มา-นะ-คะ-ติ
จริยา ” จะ-ริ-ยา
สมาธิ ” สะ-มา-ทิ
จลาจล ” จะ-ลา-จน
ตรังค ” ตะ-รัง (ลูกคลื่น)
ดรุณ ” ดะ-รุน
ปถวี ” ปะ-ถะ-วี
ปรโลก ” ปะ-ระ-โลก, ปอ - ระ - โลก
ปรปกษ ” ปะ-ระ-ปก
ปรนัย “ ปะ - ระ - ใน, ปอ - ระ - ใน
ปฐพีวิทยา “ ประ - ถะ - พี - วิด - ทะ - ยา, ปด - ถะ - พี - วิด - ทะ - ยา
อธิบดี “ อะ - ทิ - บอ - ดี, อะ - ทิบ - บอ - ดี
ขมุกขมัว “ ขะ - หมุก - ขะ - หมัว
ขะมุกขะมอม “ ขะ - มุก - ขะ - มอม (เปรอะเปอนมอซอ)
ขะมักเขมน “ ขะ - มัก - ขะ - เมน, ขะ - หมัก - ขะ - เมน
3.2 คําเรียงพยางคซึ่งในภาษาเดิมไมไดเปนตัวสะกดหรือตัวควบ เราตองอานสระอะ ประสม เชน
พลี อานวา พะ-ลี พลี พลีชีพ อานวา พะ-ลี-ชีพ
พลีกรรม ” พะ-ลี-กํา เปตพลี ” เป-ตะ-พะ-ลี
กรณี ” กะ-ระ-นี,กอ-ระ-นี กมลาสน ” กะ-มะ-ลาด
กรกฎาคม ” กะ-ระ-กะ-ดา-คม กะ รัก กะ ดา คม
กทลี ” กะ-ทะ-ลี ครุ อานวา คะ-รุ
ครุวนา ” คะ-รุ-วะ-นา คคนางค ” คะ-คะ-นาง
คมนาคม ” คะ-มะ-นา-คม, คม มะ นา คม
ปรมินทร ” ปะ-ระ-มิน, ปอ ระ มิน
อรหันต ” อะ-ระ-หัน ออ ระ หัน
วรดนู ” วะ-ระ-ดะ-นู (หญิงงาม)
คําที่มาจาก ปริ เราใชเปน บริ (อานเปน บอ-ริ) เชน
บริจาค อานวา บอ-ริ-จาค บริวรรต อานวา บอ-ริ-วัด
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
33
คําที่ตัวแรกไมมีสระแระสมแลวมี ร ตาม มักอานตัวตนออกเสียง ออ เพราะ ร เกิดฐานเดียว
กับ ฤ ซึ่งเปนเสียงสระ จึงมีอํานาจสระครึ่งหนึ่ง เชน
อรชร อานวา ออ-ระ-ชอน มรกต อานวา มอ-ระ-กด
สรเลข ” สอ-ระ-เลก อรนุช ” ออ-ระ-นุด
อรสุม ” ออ-ระ-สุม กินนร ” กิน นอน
ทรมาน ” ทอ-ระ-มาน ธรณี ” ทอ-ระ-นี
ทศพร ” ทด-สะ-พอน
4. หลักการอาน ฑ
4.1 คําที่ไทยออกเสียงเปน ด เชน
บัณฑิต อานวา บัน-ดิด บัณเฑาะว อานวา บัน-เดาะ
ครุฑ ” ครุด บัณฑุกัมพล ” บัน-ดุ-กํา-พน
บุณฑริก ” บุน-ดะ-ริก
4.1 คําที่ไทยอานออกเสียงเปน ท เชน
ทัณฑฆาต อานวา ทัน-ทะ-คาด มณฑก อานวา มน-ทก
มณฑล ” มน-ทน ขัณฑสกร ” ขัน-ทด-สะ-กอน
ขัณฑสีมา ” ขัน-ทะ-สี-มา กรีฑา ” กรี-ทา
5. หลักการอาน ฤ
เสียง ฤ ในภาษาทไย อานได ๓ ทาง คือ ริ รึ และ เรอ มีหลักพอสังเกตไดดังนี้
5.1 คําที่มี ฤ นําหนามักอานเปน รึ เชน
ฤชุ อานวา รึ-ชุ ฤดี อานวา รึ-ดี
ฤทัย ” รึ-ไท ฤษภ ” รึ-สบ (วัวตัวผู)
ฤคเวท ” รึก -คะ-เวด ฤชา ” รึ-ชา
ฤกษณะ ” รึก - สะ-นะ ฤษี ” รึ - สี
ที่อานเปน ริ ก็มีบาง ไดแก ฤทธิ์ อานวา ริด ฤษยา อานวา ริด-สะ-ยา
ที่อานเปน เรอ มีคําเดียว คือ ฤกษ อานวา เริก
5.2 คําที่มี ฤ ตามหลังตัว ค น พ ม ห อานเปน รึ เชน
คฤโหษ อานวา ครึ-โคด คฤหัสถ อานวา ครึหัด
คฤหาสน ” ครึ-หาด คฤนถ ” ครึน
นฤเบศ ” นะ-รึ-เบด นฤบดี ” นะ-รึ-บอดี
นฤนาท ” นะ-รึ-นาด นฤคหิต ” นะ-รึ-คะ-หิด
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
34
พฤฒาจารย ” พรึด-ทา-จาน พฤติ ” พรึด-ทิ
พฤทธิ์ ” พรึด พฤนท ” พรึน
พฤษภ ” พรึ-สบ พฤหัสบดี ” พรึ-หัด-สะ-บอ-ดี
มฤตยู ” มะ-รึด-ตะยู มฤคทายวัน ” มะ-รึก- คะ-ทาย-วัน
หฤโหด ” หะ-รึ-โหด หฤหรรษ ” หะ- รึ- หัน (นาชื่นชม)
ยกเวนคําตอไปนี้ อานเปน ริ
มฤจฉา อานวา มะ – ริด - ฉา นฤตยาศาลา ” นะ – รึด – ตะ – ยะ – ศา - ลา
หฤษฎี ” หะ – ริด – สะ – ดี หฤษฎ ” หะ-ริด (นาชื่นชม)
5.3 คําที่มี ฤ ตามหลัง ก ต ท ป ศ ส อานเปน ริ เชน
กฤติกา อานวา กริด-ติ-กา กฤติยา อานวา กริด-ติ-ยา
ตฤณ ” ตริน ตฤษณา ” ตริ-สะ-นา
ทฤษฎี ” ทริด – สะ - ดี ปฤษฎางค ” ปริด – สะ - ดาง
ปฤจฉาสรรพนาม ” ปริด – ฉา – สับ – พะ - นาม
ศฤงคาร ” สริง - คาน สฤษฎ ” สริด
ยกเวนคําตอไปนี้อาน รึ
ทฤฆายุ อานวา ทรึ – คา - ยุ ทฤฆชนม อานวา ทรึ- คะ - ชน
กฤดาอัญชลี ” กรึ - ดา-อัน – ชะ - ลี
กฤดาภินิหาร ” กรึ - ดา (หรือ กริ-ดา) พิ-นิ-หาน
3.5 ) การอานคํายอ อักษรยอ และเครื่องหมายอื่น ๆ
1. การอานคํายอ คําไทยบางคําไมนิยมเขียนเต็มคํา แตเวลาอานตองอานเต็มทุกครั้ง
เชน ฯพณฯ ยอมาจากคํา พณหัว, พณหัวเจา, พณหัวเจาทาน, พอเหนือหัวเจาทาน เปนคํานําหนาชื่อ
หรือตําแหนงขาราชการ ผูใหญชั้น รัฐมนตรี เอกอัครราชทูต เปนตน อาน พะ -นะ - ทาน
โปรดเกลาฯ ยอมาจาก โปรดเกลาโปรดกระหมอม นอมเกลาฯ ยอมาจาก นอมเกลานอมกระหมอม
กรุงเทพฯ ยอมาจาก รุงเทพมหานคร
2. การอานอักษรยอ
ลําดับปริญญา
พ.บ. ยอมาจาก แพทยศาสตรบัณฑิต ค.ม. ยอมาจาก ครุศาสตรมหาบัณฑิต
อ.ด. ยอมาจาก อักษรศาสตรดุษฎีบัณฑิต
ยศทหาร ตํารวจ
ทหารบก ทหารอากาศ ทหารเรือ ตํารวจ
พล.อ. พล.อ.อ. พล.ร.อ...ร.น. พล.ต.อ.
พ.ท. น.ท. น.ท.....ร.น. พ.ต.ท.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
35
ร.ต. ร.ต. ร.ต.....ร.น ร.ต.ต.
ชั้นนายพัน ยศทหารอากาศ และทหารเรือแตกตางจากทหารบกและตํารวจ คือ
ใช น นําหนา เชน
ทหารอากาศ อานวา นาวาอากาศโท
ทหารเรือ อานวา นาวาโท และมี ร.น. เติมทาย อานวา แหงราชนาวี
ชั้นนายรอย ยศทหารอากาศ และทหารเรือ แตกตางจากทหารบกและตํารวจ เชนกัน
เชน รอยตรี เรืออากาศตรี รอยตํารวจตรี
3.6) การอานเลข
ถาเลข 1 อยูทายจํานวนตั้งแต 2 ตําแหนงขึ้นไป ใหอานวา “เอ็ด” เชน 11 (สิบเอ็ด),
101 (รอยเอ็ด), 1001 (พันเอ็ด), 2501 (สองพันหารอยเอ็ด) ฯลฯ
3.7) การอาน ยมก (ๆ) เครื่องหมายยมกนี้อานซ้ําไดทั้งคํา วลี และประโยค เชน
ฉันชอบสีแดง ๆ อานวา สี – แดง - แดง
เขาอยูไปวันหนึ่ง ๆ อานวา วัน-หนึ่ง-วัน-หนึ่ง
นองตะโกนวา แมมาแลว ๆ อานวา แม-มา-แลว-แม-มา-แลว
3.8) การอานวัน เดือน ปทางจันทรคติ เชน ๕ ฯ ๒ ค่ํา
1.เลขขางหนา แทนวันทั้งเจ็ดวันในสัปดาห 1 (วันอาทิตย) 2 (วันจันทร)
2. เลขตัวกลาง ขางบนแทนขางขึ้น ขางลางแทนขางแรม
3. เลขตัวหลัง แทนเดือนทั้งเดือน ๑ (เดือนอาย) ๒ (เดือนยี่) นอกจากนั้นอานตามตัวเลขตามปกติ
๕ฯ๒ ค่ํา อานวา วันพฤหัสบดี เดือนยี่ ขึ้น ๗ ค่ํา
4) คํา และกลุมคํา
1. คําตรงขาม เปนความสามารถดานการแปลคําศัพท ของภาษาไทยไปในทิศทางตรงขาม
การพิจารณาวาตรงขาม สามารถมองในสิ่งตอไปนี้
สี - ใหศึกษาวาสีไหน ตรงขามกับสีไหน
ขนาด - ใหยกลักษณะของขนาดมาพิจารณา
ปริมาณ - พิจารณาตามมโนภาพหรือปริมาณ
ความหนาแนน - พิจารณามโนภาพของศัพทที่ยกมาวาลักษณะใดมีมาก ลักษณะใดมีนอย
ความคิด - พิจารณาศัพททั้งหลายที่วาดวยความคิด แลวพยายามหาศัพทที่มีแนวคิดขัดแยงกัน
กลิ่น - พิจารณาคําศัพทที่นิยามลักษณะกลิ่นที่อยูตรงขามกันใหได
รส - พิจารณาคําศัพทที่ใชพิจารณาดูวาความหมายตรงขามเปนคูไหน
กิริยา - พิจารณาคําแสดงกิริยาหรือพฤติกรรมของการกระทํา
ซึ่งสวนใหญคําตรงขางมักเปนคําคุณลักษณะและคํากริยา ตัวอยาง
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
36
1. ดํา ตรงขามกับคําใด ?
ก. ขาว ข. มวง ค. เขียว ง.ชมพู ตอบ ขอ ก.
2. พน ตรงขามกับคําใด ?
ก. ดูด ข. เปา ค. จิบ ง. กลืน ตอบ ขอ ก.
3. ตึง ตรงขามกับคําใด ?
ก. ยับ ข. ยืด ค. ยาน ง. หยอน ตอบ ขอ ง.
2. คําที่มีความหมายใกลเคียงกัน
คําที่มีความหมายคลายหรือเหมือนกับหรือใกลเคียงกับคําอื่น ตัวอยาง เชน
กีดกัน - กีดขวาง กีดกัน หมายถึง กันทา กันไมใหเปนไปได
กีดขวาง หมายถึง ทําใหเกะกะ ทําเครื่องกีดขวาง
เกี่ยวของ - เกี่ยวดอง เกี่ยงของ หมายถึง ติดตอกัน มีสวนรวมอยูดวย
เกี่ยวดอง หมายถึง เกี่ยวเนื่องเปนเขยหรือสะใภ
กักตุน - ตุน กักตุน หมายถึง ยึดเก็บรวบรวมไว
ตุน หมายถึง เก็บกักไวสําหรับอนาคต
คร่ําครึ - คร่ําครา คร่ําครึ หมายถึง เกาเกินไป ไมทันสมัย (ใชกับความคิดของคน)
คร่ําครา หมายถึง เกาแกจนชํารุด ทรุดโทรม (ใชกับสิ่งของ)
ยึดเหนี่ยว - เหนี่ยวรั้ง ยึดเหนี่ยว หมายถึง อาศัยเปนที่พึ่ง
เหนี่ยวไว หมายถึง ประวิงไว
ยืดยาว - ยืดเยื้อ ยืดยาว หมายถึง ยาวมาก ใชประกอบคําหรือเรื่องราวตาง ๆ
ยืดเยื้อ หมายถึง นานเกินควร ไมใครจะจบสิ้น ชักชาเวลานาน
จุกจิก - จุบจิบ จุกจิก หมายถึง จูจี้ เล็กนอย รบกวน
จุบจิบ หมายถึง การกินเล็กนอยไมเปนมื้อเปนคราว
ขัดจังหวะ - ขัดบท ขัดจังหวะ หมายถึง แทรกเขามาในจังหวะที่คนอื่นกําลังทําอะไรอยู
ขัดบท หมายถึง แทรกเขามาในขณะที่คนอื่นพูดพูดยังไมจบ
วางใจ - ไวใจ วางใจ หมายถึง ปลอยใหทําโดยไมตองเปนหวง
ไวใจ หมายถึง เชื่อวาเขามีความซื่อสัตยสุจริต ไมคิดรายหรือหาผล
ประโยชนเพื่อตัวเขาเอง
ไกลเกลี่ย -
เกลี้ยกลอม
ไกลเกลี่ย หมายถึง ทําใหปรองดองกันพูดหวานลอม ชี้แนะมุงใหคูกรณี
ปรองดองกัน
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
37
เกลี้ยกลอม หมายถึง ชักชวนใหเห็นดีดวย
แกแคน - แกเผ็ด แกแคน หมายถึง ทําตอบแทนใหหายแคน
แกเผ็ด หมายถึง ทําตอบแทนแกผูที่เคยทําความเดือดรอนเจ็บปวดให
แกตน
ขัดคอ - ขัดใจ ขัดคอ หมายถึง พูดขวาง ไมใหทําไดสะดวก
ขัดใจ หมายถึง ทําไมถูกใจ
คุณคา - คุณภาพ คุณคา หมายถึง คาความดี ราคา
คุณภาพ หมายถึง ลักษณะความดี
แจง - ประกาศ แจง หมายถึง รู กระจาง สวาง ชัด
ประกาศ หมายถึง แจงใหทราบโดยทั่วไป ปาวรอง
ตรวจตรา - ตรวจสอบ ตรวจตรา หมายถึง สํารวจและพิจารณา
ตรวจสอบ หมายถึง สํารวจและสอบสวน
อนุญาต - อนุมัติ อนุญาต หมายถึง ยินยอม ยอมให ตกลง
อนุมัติ หมายถึง เห็นชอบตามเสนอ
ปฏิญาณ - ปณิธาน ปฏิญาณ หมายถึง การใหคํามั่นโดยสุจริตใจ
ปณิธาน หมายถึง ตั้งความปรารถนา
ชดใช - ชดเชย -
ทดแทน
ชดใช หมายถึง ใชแทนในสิ่งที่ผูอื่นตองไดรับความเสียหายหรือเดือด
รอนจากการกระทํา
ชดเชย หมายถึง ใชแทนสิ่งที่เสียไป เพื่อคุมหรือสมดุลกับสิ่งที่ตองเสีย
ไปทดแทน หมายถึง ตอบแทนใหกับสิ่งที่ไดรับผลกระทบ
สูจิบัตร - สูติบัตร สูจิบัตร หมายถึง เอกสารแสดงรายการ
สูติบัตร หมายถึง เอกสารสําคัญแสดงวันเดือน ป เกิด
กระบวนการ -ขบวนการ กระบวนการ หมายถึง กระบวนการธรรมชาติที่คอย ๆ เปลี่ยนแปลง
อยางมีระเบียบ
กระบวนการ หมายถึง กรรมวิธีตาง ๆ ทางวิทยาศาสตร
กระบวนการ หมายถึง การกระทําที่ดําเนินไปตามลําดับขั้นตอน
ขบวนการ หมายถึง กลุมบุคคลที่รวมกันเพื่อดําเนินการอยางใด
อยางหนึ่ง เชน ขบวนการกอการรายแบงแยกดินแดน
คับคั่ง -หนาแนน
-แนนหนา
คับคั่ง หมายถึง มาก จนตองยัดเยียด เบียดเสียดกัน
หนาแนน หมายถึง มากจนแนน ทึบ
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
38
แนนหนา หมายถึง มั่นคงแข็งแรงเปนปกแผน
เกี่ยวพัน -
พัวพัน -
ผูกพัน
เกี่ยวพัน หมายถึง เกี่ยวเนื่องกัน
พัวพัน หมายถึง เกี่ยวเนื่องกัน ติดกันรุงรัง
ผูกพัน หมายถึง เอาใจใส ฝกใฝ ติดกันอยูอยางแนบแนน
จนตรอก - จนมุม -
จนแตม
จนตรอก หมายถึง ไมมีทางไป ตองกลับมาทางใหม
จนมุม หมายถึง ไมมีทางหนี
จนแตม หมายถึง ไมมีทางเดิน ไมรูจะแกปญหาอยางไร
ผอนผัน - ผอนปรน ผอนผัน หมายถึง ลดหยอนหรือผอนใหตามความประสงค
ผอนปรน หมายถึงแบงหนักใหเปนเบา ขยับขยายใหนอยลง
พฤติกรรม พฤติการณ พฤติกรรม หมายถึง การกระทําของคน เชน เดิน นั่ง ยิน นอน
พฤติการณ หมายถึง เหตุที่เปนไป ความประพฤติสิ่งหนึ่งสิ่งใดของ
มนุษย
เผยแผ - เผยแพร เผยแผ หมายถึง ทําใหขยายออกไปโดยยกเอาความดีเดนของสิ่งที่จะ
เผยแผ เชน เผยแผพระพุทธศาสนา
เผยแพร หมายถึง การโฆษณาใหแพรหลาย
ตัวอยางแนวขอสอบ เชน
1. สูง มีความหมายใกลเคียงกับคําใด
ก. ยอด ข. ยาว ค. ไกล ง. มาก
วิเคราะห :- คําตอบที่ถูก คือ ก. ยอด เพราะสูง จะมองในรูปแนวตั้ง ยอดคือสวนที่สูงสุด
เปนแนวตั้ง จึงมีความหมายใกลเคียงกัน สวนยาวมองทางระนาบ ไกลและมากไมมีทิศทางจึงเปนคําไม
ใกลเคียง
2. คําในขอใดมีความหมายวา “ที่ดีเดนเปนพิเศษ”
ก. หัวกะทิ ข. หัวนอก ค. หัวหมอ ง. หัวสูง
วิเคราะห :- หัวกะทิ แปลวา ที่ดีเดนเปนพิเศษ หัวนอก แปลวา ผูไปเรียนเมืองฝรั่ง หัวหมอ แปลวา
คนที่ชอบอางกฎหมายเพื่อประโยชนของตน หัวสูง แปลวา มีรสนิยมสูง มักใหญใฝสูง
3. สํานวนในภาษาไทย
สํานวน หมายถึง ถอยคําที่เรียบเรียง โวหาร บางทีก็ใช สํานวนโวหาร
คําพังเพย หมายถึง คํากลางที่กลาวไวใหตีความกับเรื่อง
ภาษิต ตามศัพทเปนคํากลางๆ หมายถึง คํากลาว ใชทางดีทางชั่ว แตโดยความหมายแลว
จุดประสงคคํากลาวถือวา เปนคติ
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
39
สํานวน ความหมาย
เข็นครกขึ้นภูเขา
ฝนทั่งใหเปนเข็ม
งมเข็มในมหาสมุทร
-ทํางานอยางยากลําบาก พบอุปสรรค ทํางานที่เกินความสามารถ
-ทํางานที่ยากเกินกําลัง โอกาสสําเร็จนอยมาก ตองอาศัยความเพียร
พยายามเปนอยางมาก
-การทําในสิ่งที่ยากมากทํางานที่ยากมาก ไมประสบความสําเร็จ
ฆาชางเอางา
ขี่ชางจับตั๊กแตน
ตําน้ําพริกละลายแมน้ํา
-ลงทุนมากไดสิ่งตอบแทนนอยกวาคาที่เสียไป ไมคุมประโยชน
-ลงทุนไปมากไมคุมกับผลตอบแทนที่ได
-ทําการงานอยางฟุมเฟอย ไมไดรับผลตอบแทนอันใด
ฆาควายเสียดายพริก - อยากไดผลตอบแทนมากแตไมกลาลงทุน
จับเสือมือเปลา - ไดผลประโยชน โดยมิไดลงทุนลงแรง
ตาบอดไดแวน
นิ้วดวนไดแหวน
หัวลานไดหวี
- รูประโยชนจากสิ่งที่ไดรับ แตไมสามารถใชประโยชนได
เนื่องจากสภาพไมเออํานวย
ไกไดพลอย
วานรไดแกว
- ผูไมรูคุณคาในสิ่งที่ตนครอบครอง
เกลือเปนหนอน
หนอนบอนไส
- คนที่อยูฝายเดียวกันแตกลับทรยศเปนไสศึก
- ฝายตรงขามมาหาประโยชนและลวงความลับจากฝายหนึ่งโดย
ยอมเปนพวก
ปากอยางใจอยาง
ปากกับใจไมตรงกัน
ปากวาตาขยิบ
- พูดหรือกระทําตรงขาม สิ่งที่กําลังคิดอยูในใจ
- พูดหามมิใหเขากระทํา แตพอทําเขาจริงกลับยุสง
สอนหนังสือสังฆราช
สอนจระเขใหวายน้ํา
เอามะพราวหาวไปขายสวน
- สอนสิ่งที่เขารูดีอยูแลว
- สอนสิ่งที่เขารูดีหรือมีความชํานาญอยูแลว
- นําของไปใหผูที่มีสิ่งนั้นอยูแลว
เอาทองไปรูกระเบื้อง
เอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ
- โตตอบหรือทะเลาะกับคนพาล หรือคนที่มีฐานะต่ํากวาเปนการไม
สมควร
เหยียบเรือสองแคม
นกสองหัว
- เอาใจฝกใฝทั้งสองฝาย
หิ่งหอยแขงแสงจันทร
ไมซีกงัดไมซุง
- ผูที่มีบุญวาสนาต่ํากวา แขงกับผูมีบุญวาสนาเหนือกวาตน
- ผูมีอํานาจหรือกําลังนอยกวาไปงัดอิทธิพลกับผูมีอํานาจเหนือกวา
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
40
รักพี่เสียดายนอง
จับปลาสองมือ
- ตัดสินใจเลือกไมได เสียดายทั้งหมด
- ทําการงานหลายอยางในเวลาเดียวกัน
คูทุกขคูยาก
กิ่งทองใบหยก
- คูสามีภรรยาที่รวมทุกขรวมสุขกันมานาน
- ชายหญิงหรือคูรักที่เหมาะสมกันมาก
อัธยายซื้อขนมยาย
เนื้อเตายําเตา
- นําเอาทรัพยสินที่จากผูใดผูหนึ่งซื้อหรือแลกของมีคาของผูนั้น
- เอาทรัพยสินสวนที่เปนกําไรหรือดอกเบี้ยไปลงทุนตออีกโดยไมตอง
ใชทุนเดิม
หญาปากคอก - คุนเสียจนมองขามไป
ปลาหมอตายเพราะปาก - เดือดรอนเพราะคําพูดของตนเอง
ขนมพอสมน้ํายา - ดี หรือ เลวพอๆ กัน
ฟนฝอยหาตะเข็บ - พูดรื้อฟนเรื่องเกา ๆทําใหเกิดเรื่องขึ้นอีก
เกี่ยวหญามุงแฝก - ทําในสิ่งที่ไมสามารถทําไดและไมมีประโยชน
กาคาบพริก - คนตัวดําที่ใสเสื้อสีแดง
ปากหอยปากปู - พวกชอบนินทาผูอื่น
ทุพภิกขภัย - ภัยที่เกิดจากขาวยากหมากแพงหรือขาดแคลนอาหารในบานเมือง
ตอหนามะพลับ ลับหลัง
ตะโก
- ตอหนาพูดอยาง ลับหลังพูดอีกอยางหนึ่ง
ตําขาวสารกรอกหมอ - ทําแคพอกินไปมื้อหนึ่ง ๆ ทําแคพอใหเสร็จไปครั้งหนึ่ง
คางคกขึ้นวอ
กิ้งกาไดทอง
- คนฐานะต่ําตอยที่อวดดีลืมตัวเมื่อไดดี
- ไดยศศักดิ์เพียงเล็กนอยก็หยิ่งจองหอง
เห็นกงจักรเปนดอกบัว - เห็นผิดเปนชอบ เห็นสิ่งที่ไมดีเปนสิ่งที่ดี
ฝนตกขี้หมูไหล - พลอยเหลวไหลไปดวยกัน
มักใชคูกับ ฝนตกขี้หมูไหล คนจัญไรมาพบกัน
5) การแตงประโยค
ประโยค คือกลุมคําที่กี่ยวของกันเปนระเบียบและมีเนื้อความครบบริบูรณประกอบดวยภาคประธาน
และภาคแสดงสวนตางๆของประโยค ประกอบดวยสวนสําคัญ 2 สวน คือ
1. ภาคประธาน ประกอบดวย บทประธานและบทขยายประธาน
2. ภาคแสดง ประกอบดวย บทกริยา บทขยายกริยา บทกรรม บทขยายกรรม
รูปประโยค มีอยู 5 รูป คือ
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
41
1. ประโยคกรรตุ คือ ประโยคที่กลาวตรงไปตรงมา คือมีการเรียงประธาน+กริยา และกรรม
ตามลําดับ เชน สุนัขกัดแมว
2. ประโยคกรรม คือ ประโยคที่เอากรรมของกริยามาเปนประธาน โดยวางไวหนาประโยค เพื่อ
เนนกรรม เชน แมวถูกสุนัขกัด
3. ประโยคกริยา คือ ประโยคที่เอาคํากริยามาไวหนาประโยคเพื่อเนนคํากริยานั้นๆ เกิดการปฎิวัติขึ้น,
มีนักเรียน 20 คนในชั้นนี้
4. ประโยคการิต คือ ประโยคกรรตุ หรือประโยคกรรม แตมีผูรับแทรกเขามา เชน เขาบังคับใหคนใช
ทํางานหนัก,ครูใหนักเรียนทํางานหนัก
5.ประโยคกริยาสภาวมาลา คือ ประโยคที่เอาคํากริยาสภาวมาลาเปนบทประธาน (กริยาสภาวมาลา
คือกริยาที่ทําหนาที่คลายกับนาม) หรือบทขยายประธาน บทกรรม หรือบทขยายสวนใดสวนหนึ่งของ
ประโยคก็ได เชน ออกกําลังกายทุกวันทําใหรางกายแข็งแรง,พูดดีเปนศรีศักดิ์
6) การเรียงประโยค
การเรียงประโยค คือ การจัดเรียงประโยคหรือคํา กลุมคําใหถูกตองตามรูปแบบ ดังตัวอยาง
คําสั่ง. จงเรียงขอความใหไดประโยคที่ถูกตองเหมาะสม
1. 1. ที่มีแกใจ 2. เองนี่มันใจดีจริงวะ
3. หยุดรับคนแกอยางขา 4. เออ
ก. 2 1 3 4 ข. 4 2 1 3 ค. 4 1 3 2 ง. 4 3 1 2
วิเคราะหคําตอบ
1. ใชหลักคณิตศาสตรมาชวย คือ พิจารณาความถี่ เชน ในขอนี้ เลขที่มีความถี่นอย คือ เลข 4
ในขอ ก ใหตัด ขอ ก ออก เหลือใหเลือก 3 ตัวเลือก คือ นําดวยเลข 4
2. พิจารณาเลขในลําดับที่ 2 ที่สาสามารถมาตอขอความคําวา เออ ได คือ 2
3. ทําเชนเดียวกับ ขอ 2 จะได ดังนี้ 4. เออ 2. เองนี้มันใจดีจริงวะ1. ที่มีแกใจ 3. หยุดรับ
คนแกอยางขา ซึ่งตรง กับขอ ข.
2. 1. ยอมทําไดลําบากอยางยิ่ง 2. การแปลก็เหมือนกับ
3. จะใหมาเขียนแนะกัน 4. ตองฝกไวเสมอ ๆ
5. การเขียนการพูดคือ
ก. 2 - 5 - 4 - 3 - 1 ข. 5 - 4 - 3 - 1 – 2 ค. 5 - 2 - 4 - 3 - 1 ง. 2 - 4 - 5 - 3 - 1
วิเคราะหคําตอบ
1. ใหพิจารณาความถี่ของตัวแรก ในนี้ ขอที่มีความถี่มากที่สุดคือ 2 และ 5 และความนาจะเปน
คือ 2. การแปลก็เหมือนกับ
2. ก็พิจารณาความนาจะเปนคือ 5. การเขียนการพูดคือ
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
42
3. ความถี่ คือ 3 และ 4 ความนาจะเปน คือ 4. ตองฝกไวเสมอ ๆ
4. พิจารณางายหนอย คือ 3. จะใหมาเขียนแนะกัน
5. สุดทาย จึง เปน 1 ยอมทําไดลําบากอยางยิ่ง
ขอนี้ตอบ ก. 2 - 5 - 4 - 3 - 1 เรียงประโยคเรียบรอยแลวได ดังนี้ “การแปลก็เหมือนกับการ
เขียนการพูดคือตองฝกไวเสมอ ๆจะใหมาเขียนแนะกันยอมทําไดลําบากอยางยิ่ง”
7) ความเขาใจภาษา
การทําความเขาใจภาษาเพื่อใหเขาใจเรื่องราวนั้น ควรอานเรื่องหรือบทความใหตลอดเรื่องอยาง
ชาๆเพื่อใหทราบความหมายหรือความคิดที่สําคัญของเรื่องเพื่อใหเกิดความเขาใจอยางละเอียดถี่ถวน เมื่อ
เขาใจเรื่องราวแลวก็จะสามารถแยกไดวาขอความใดสําคัญมาก ขอความใดสําคัญนอย จุดประสงคของเนื้อ
เรื่องหรือบทความ คืออะไรอยูที่ใด และตองการอะไร หรือใหทําอะไร เมื่อทําความเขาใจเนื้อเรื่องไดดีแลว
จึงเรียงลําดับความสําคัญมากหรือนอย เพื่อนําไปตอบคําถาม ใหตรงกับจุดมุงหมายตามที่กําหนดให
ความเขาใจภาษาเขาใจเรื่องราวตองการการฝกฝนเพื่อใหเกิดความเขาใจในเวลาอันรวดเร็วซึ่งตอง
อาศัยพื้นฐาน คือสมาธิในการอาน การทําความเขาใจ ถึงจุดมุงหมายและควรมีความรู ความชํานาญในเรื่อง
ถอยคําและสํานวนเปนอยางดี จึงจะนํามาใชในการทดสอบได
การอานจับใจความ
การอานจับใจความ คือ การอานที่มุงคนหาสาระของเรื่องที่เปนสวนใจความสําคัญ และสวน
ขยายใจความสําคัญของเรื่อง
ใจความสําคัญของเรื่อง คือขอความที่คลุมสาระขอความอื่น ๆ ในยอหนานั้นหรือเรื่องนั้นทั้ง
หมด ขอความอื่น ๆ เปนเพียงสวนขยายใจความสําคัญเทานั้น ขอความหนึ่งหรือตอนหนึ่งจะมีใจความ
สําคัญที่สุดเพียงหนึ่งเดียว นอกนั้นเปนใจความรอง คําวาใจความสําคัญนี้ ผูรูไดเรียกไวหลายอยาง เชน ขอ
คิดสําคัญของเรื่อง แกนของเรื่อง หรือความคิดหลักของเรื่อง แตจะอยางไรก็ตาม ใจความสําคัญก็คือ สิ่งที่
เปนสาระที่สําคัญที่สุดของเรื่องนั่นเอง
ใจความสําคัญสวนมากจะมีลักษณะเปนประโยค ซึ่งอาจปรากฏอยูในสวนใดสวนหนึ่งขอยอหนา
ก็ได
จุดที่พบความสําคัญของเรื่องในแตละยอหนามากที่สุดคือ ประโยคที่อยูตอนตนยอหนา เพราะ
ผูเขียนมักบอกประเด็นสําคัญไวกอน แลวจึงขยายรายละเอียดใหชัดเจน รองลงมาคือประโยคตอทายยอ
หนา โดยผูเขียนจะบอกรายละเอียดหรือประเด็นยอยกอน แลวจึงสรุปดวยประโยคที่เปนประเด็นไวภาย
หลัง สําหรับจุดที่พบใจความสําคัญยากขึ้นก็คือ ประโยคตอนกลางยอหนา ซึ่งผูอานจะตองใชความสังเกต
และพิจารณาใหดี สวนจุดที่หาใจความสําคัญยากที่สุดคือยอหนาที่ไมมีประโยคใจความสําคัญชัดเจน อาจมี
หลายประโยค หรืออาจอยูรวม ๆ กันในยอหนาก็ได ซึ่งผูอานจะตองสรุปออกมาเอง
การอานเพื่อสรุปความและจับใจความ ควรอานไปใหตลอดเรื่องแตอยาเพิ่งสรุป เมื่ออานจบเรื่อง
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
43
แลวจะตองจับใจความใหไดดังตอไปนี้
1. ตองหาใจความสําคัญของเรื่องใหได ใจความสําคัญ จะปรากฎอยูในประโยคใดประโยคหนึ่ง
หรือยอหนาใดยอหนาหนึ่ง สวนขอความอื่นจะเปนสวนประกอบ หรือสวนขยายใจความสําคัญ แตก็ไมแน
เสมอไป บางครั้งประโยคที่เปนใจความสําคัญ อาจจะอยู ตอนตน หรือตอนทายของเรื่องก็ได
2. เนื้อเรื่องและสวนประกอบหลัก ที่จะนํามาขยายความสําคัญโดยตรง และสวนประกอบยอยอื่นๆ
จะเปนสวนขยายความใหเขาใจชัดเจนยิ่งขึ้นคือ
- ทําใหทราบใจความสําคัญวาสวนประกอบมีอะไรบาง
- มีความตอเนื่องกันมาอยางไร - ขยายความเขาใจไดชัดเจน
- สรุปใจความได
เมื่อพิจารณาไดดังนี้แลว จึงนําความเขาใจ จากการอานมาสรุปเนื้อความ บทความหรือเรื่องราว
ที่อานเพื่อนํามาจับใจความใหไดวา ใคร? ทําอะไร? ที่ไหน? เมื่อไหร? อยางไร? เมื่อจับใจความและเขาใจได
ดังนี้แลว จึงจะนําความเขาใจไปตอบคําถามที่กําหนดให
ขั้นตอนการอานจับใจความ
1. อานผาน ๆ โดยตลอดเพื่อใหรูวาเรื่องที่อานวาดวยเรื่องอะไร จุดใดเปนจุดสําคัญของเรื่อง
2. อานใหละเอียด เพื่อทําความเขาใจอยางชัดเจน ไมควรหยุดอานระหวางเรื่องเพราะจะทําใหความ
เขาใจไมติดตอกัน
3. อานซ้ําตอนที่ไมเขาใจ และตรวจสอบความเขาใจบางตอนใหแนนอนถูกตอง
4. เรียบเรียงใจความสําคัญของเรื่องดวยตนเอง
5. อานพินิจแลวตอบคําถาม เปนการอานเรื่องอีกครั้งอยางพินิจพิจารณา เพื่อหาคําตอบ จับประเด็น
สําคัญ หารายละเอียดของเรื่อง หาเหตุและผลของเหตุการณ ลําดับเหตุการณเปนตน
6. ตอบคําถามและทบทวน เมื่อตอบคําถามแลว หากยังพอมีเวลาพอ ใหตรวจสอบคําตอบจากเรื่อง
ที่อานอีกครั้งหนึ่ง
การวิเคราะหเนื้อหา
การวิเคราะหเนื้อหา และการตอบคําถาม ตองพิจารณาถึงการใชถอยคําสํานวนวาเหมาะสมหรือไม
เพียงใด นอกจากนั้นควรพิจารณาวา ผูอานมีความคิดแทรก และมีความคิดเสริมอันสืบเนื่องจากเรื่องที่อาน
อยางไร
ความคิดแทรก หมายถึง ความคิดที่เกิดขึ้นในสมองของผูอานขณะวิเคราะห เปนความคิดที่เกิดขึ้นเอง
โดยมิไดปรากฎในเรื่องที่อาน
ความคิดเสริม หมายถึง ความคิดที่เกิดขึ้นกับผูอานหลังจาที่อานจบและวิเคราะห บทความหรือ
ขอความนั้นเสร็จสิ้นไป ความคิดเสริมอาจเปนความคิดที่ตางเรื่อง ตางประเด็น ไปจากเรื่องที่อาน แตจะมี
ความเกี่ยวเนื่องกัน มากหรือนอยแลวแตบุคคลและโอกาส
การอานเพื่อวิเคราะห หมายถึง การแยกออกเปนสวนๆเพื่อพิจารณาอยางถี่ถวน เพื่อแสวงหาสาระ
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
44
ที่อยูในขอความ บทความเนื้อหาที่อานนั้น เวลาอานเพื่อวิเคราะหตองพยายามหาคําตอบวา ขอความ
บทความ เนื้อเรื่องนั้นใหความรูอะไรบาง ผูเขียนแสดงความคิดเห็นอะไรใหทราบบาง ขณะที่เขียนมีความ
รูสึกอยางไร พฤติกรรมเหลานี้ผูอานควรจะวิเคราะหได
หลักการวิเคราะห
1. พิจารณาวาเรื่องนั้นใชรูปแบบใด เชน เปนนิทาน เปนเรื่องยาว เปนรอยกรอง เปนบทละคร
เรื่องสั้น หรือเปนบทความ
2. แยกเนื้อเรื่องใหไดวา ใคร ทําอะไร ที่ไหน อยางไร เมื่อไร
3. แยกพิจารณาใหละเอียดวา เนื้อหาประกอบดวยอะไรบาง
4. พิจารณาวาใชกลวิธีในการนําเสนอเรื่องอยางไร
5. ลําดับเหตุการณ ตามเหตุผลคือ ลําดับจาเหตุไปหาผล หรือจากผลไปหาเหตุ หรือตามเหตุการณที่
เกิดขึ้นกอนหลัง ความสําคัญมากไปหาความสําคัญนอย สิ่งที่ใกลตัวไปหาไกลตัวจากขวาไปซายหรือซายไป
ขวา จากเหนือไปใตหรือใตไปเหนือ จากสถานที่ใหญไปหาสถานที่เล็กจากสวนรวมไปหาสวนยอย เปนตน
6. พิจารณาความคิดที่ผูเขียนตองสื่อใหผูอานทราบและความหมายที่แฝงอยูในเนื้อเรื่องหรือขอความ
นั้น เมื่ออานพิจารณาขอความ บทความ เนื้อเรื่อง เสร็จแลวจึงตอบคําถาม ขอควรระวังคือ คําตอบที่ใหเลือก
นั้นจะคลายคลึงกันมาก บางครั้งดูเหมือนวาคําตอบเปนคําตอบที่ถูกตองทุกขอ จึงตองใชวิจารณญาณ เลือกคํา
ตอบที่ถูกที่สุด
การอานตีความ
การตีความ คือ การอานเพื่อใหทราบความหมาย หรือความคิดที่สําคัญของเรื่องการตีความมักเปน
ไปตามประสบการณ และความรูสึกของแตละคน ไมจําเปนวาทุกคนจะตองตีความตรงกันเสมอไป
การตีความควรประเมินคาและบอกไดวาสิ่งไหนมีความดีดานใดและบกพรองในสวนใด ควร
พิจารณาถึงรูปแบบและจุดประเทศในการเขียนแลวจึงชี้ขอดีขอบกพรองโดยพิจารณาใหเหมาะสมกับ
ประเภทของงานของการเขียนนั้นๆ คุณภาพของถอยคําสํานวนที่ใชมีความเหมาะสมหรือไมเพียงใด เปนตน
ลักษณะของคําถามในเรื่องการอานตีความ อาจจะถามเกี่ยวกับคําถามดังตอไปนี้
1. การตั้งชื่อเรื่อง (สามารถสรุปใจความสําคัญ ขอความที่อานได)
2. รูจุดมุงหมายของผูเขียน
3. รูความหมายของขอความ
4. รูความสําคัญของเรื่อง
5. รูความหมายของคําศัพท
6. รูรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องที่อาน
7. ระเบียบวิธีคิด (คือการวิเคราะหและประเมินผลได)
8. ความสัมพันธระหวางยอหนาและระหวางประโยค
9. วิธีนําเสนอเรื่อง(อธิบายตามลําดับขั้น ยกตัวอยาง ชี้ผลลัพทที่สัมพันธกัน ใหคํานิยาม ดวยถอยคําที่
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
45
แปลกออกไป)
10. การประเมินขอความ เนื้อเรื่องที่อาน.
3. ความสามารถดานเหตุผล
1) อุปมาอุปมัย
อุปมาอุปมัย หมายถึง การเปรียบเทียบ เปนการวิเคราะห หาเหตุผล การเปรียบเทียบ มักจะแบงออก
เปน 3 ลักษณะ เชน
แบบที่ 1. เอเซีย : ปากีสถาน ; ? : ?
ก.ญี่ปุน : เกาหลี ข. ไทย : บางกอก ค. เยอรมัน : อิตาลี ง. อเมริกา : แคนาดา (คําตอบคือขอ ง.)
แบบที่ 2. ? กิน ; น้ํา : ?
ก. อาหาร : เคี้ยว ข. ขาว : กระหาย ค. ผักสด : ดื่ม ง. เนื้อ : รับประทาน (คําตอบคือขอ ค.)
แบบที่ 3. พรรค : สมาชิก ; เมฆ : ?
ก.ฝน ข.ละอองน้ํา ค.น้ําคาง ง.แมน้ํา (คําตอบคือขอ ข.)
อุปมาอุปมัย ที่เปนภาพ ลักษณะนี้โจทยจะกําหนดภาพมาให 1 คู กับอีก 1 ภาพ แลวพิจารณาวาภาพ
คูนั้นมีความสัมพันธกันอยางไร แลวพิจารณาตัวเลือก ก.-ง วาภาพคูใดกับภาพที่กําหนดให เชน
ก ข ค ง
คําตอบ คือ ขอ ค.
ซซ: : ? :
ก ข ค ง
คําตอบ คือ ขอ ค.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
46
2) การสรุปความ
แบบสรุปขอความ มีหลักหรือกฎในการคิดหลายแบบ เพื่อใหสามารถคิดไดรวดเร็วและถูกตอง
จึงไดรวบรวมหลักในการสรุปแบบตาง ๆ ไว ดังนี้
1. แบบเปรียบเทียบ แบบนี้โจทยจะกําหนดสมมติฐานมาใหอยางนอย 2 สมมติฐานแลวหา
ขอสรุป ใน 2 สมมติฐานนี้จะมีคุณศัพทเปรียบเทียบระหวาง 2 สมมติฐานนั้น คุณศัพทเหลานั้นไดแก
ดีกวา สวยกวา สูงกวา ใหญกวา รวยกวา มากกวา ขยันกวา ฯลฯ การสรุปของขอหนึ่ง ๆ จะมีคุณศัพท
เปรียบเทียบมากกวา 1 ตัวไมได เชน ฉัน ดีกวา แดง แดง รวยกวา ดํา ขอนี้สรุปไมได
A โตกวา B B โตกวา C สรุปไดวา A โตกวา C
1.1 A โตกวา B BโตกวาC C โตกวาD สรุปไดวา A โตกวา D จะสรุปวา A โตกวา C
ไมได เพราะไมไดใชสมมติฐานทุกสมมติฐานที่กําหนดให หรือจะสรุปไดวา A โตกวา B ก็ไมได
1.2 A รัก B B รัก C สรุปไมไดเพราะคําวา “ รัก ” เปนกริยา ไมใชคุณศัพทเปรียบเทียบ
แตถาใช รักมากกวา กินมากกวา ตีแรงกวาได เชน ฉันกินขาวมากกวานอง นองกินขาวมากกวาแม
สรุปได ฉันกินขาวมากกวาแม
1.3 A โตกวา B C เล็กวา B สรุปไมได เพราะมีคุณศัพทเปรียบเทียบมากกวา 1 ตัว คือ
มี 2 ตัว ไดแก โตกวา กับ เล็กกวา ในสมมติฐานทั้งสองมิไดระบุวา “ เล็กกวา ” หมายถึงตรงกันขาม
กับ “ โตกวา ”
จะใชความหมายของคําที่ใชในภาษาไปชวยสรุปไมได เพราะการสรุปตองสรุปจากสมมติฐาน
เทานั้น ซึ่งสมมติฐานบางชุดอาจจะไมเปนความจริง หรือไดขอสรุปที่ไมเปนความจริงก็ได ขอใหสรุป
อยางมีเหตุผลตามสมมติฐาน เชน
1 มากกวา 2 2 มากกวา 4 สรุปได 1 มากกวา 4 จะเห็นวาสมมติฐานทั้งสองเปนเท็จแต
ก็สรุปได และขอสรุปเปนเท็จ
6 มากกวา 8 8 มากกวา 5 สรุปได 6 มากกวา 5 จะเห็นวาสมมติฐานแรกเปนเท็จ
สมมติฐานที่ 2 เปนจริง ดังนั้นจะเห็นไดวาการสรุปนั้นไมคํานึงถึงขอเท็จจริงแตคํานึงถึงเหตุผล
เงื่อนไขทางสัญลักษณการเปรียบเทียบ
= หมายถึง เทากับ # หมายถึงไมเทากับ > หมายถึง มากวา
> หมายถึงไมมาากกวา ซึ่งอาจหมายถึงเทากับ หรือ นอยกวาก็ได < หมายถึง นอยกวา
< หมายถึงไมนอยกวา ซึ่งอาจหมายถึง เทากับ หรือมากกวาก็ได < หมายถึงนอยกวาหรือ เทากับ
>/ หมายถึง มากกวาหรือเทากับ
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
47
2. แบบจําแนกพวก
เปนแบบที่อาศัยขอบขายของการกําหนดประเภทคน สัตว สิ่งของ ฯลฯ เปนหลักในการสรุป
แบบนี้การวาดรูปประกอบจะชวยใหสรุปไดงายขึ้น มีหลักสรุปดังนี้
2.1 นก (ทุกตัว) เปนสัตวบก สัตวบก (ทุกตัว) บินได สรุปได นกบินได
2.2 นกเปนสัตวบก สัตวไมใชสัตวบกบินได สรุปไมได
2.3 นกไมใชสัตวบก สัตวที่ไมใชสัตวบกบินได สรุปได นกบินได
2.4 นกไมใชสัตวบก สัตวบกบินได สรุปไมได
2.1 A นกไมใชสัตวบก สัตวที่ไมใชสัตวบกบินไมได สรุปได นกบินไมได
2.2 A นกไมใชสัตวบก สัตวบกบินไมได สรุปไมได
2.3 A นกเปนสัตวบก สัตวบกบินไมได สรุปได นกบินไมได
2.4 A นกเปนสัตวบก สัตวไมใชสัตวบกบินไมได สรุปไมได
หมายเหตุ ในสมมติฐานกรณีที่ไมไดกลาววา เปนทุกตัว, หรือ บางตัว หมายถึงทุกตัว
2.5 ครูทุกคนมีเมตตา ฉันเปนครู สรุปได ฉันมีเมตตา
2.6 ครุทุกคนมีเมตตา ฉันมีเมตตา สรุปไมได เพราะขอบขายของสมมติฐานระบุเพียงแตวา
ถาเปนครูตองมีเมตตา แตไมไดระบุวา คนไมใชครูมีเมตตาหรือไม ลักษณะนี้ คนที่ไมใชครูอาจเปนคนมี
เมตตาหรือไมมีก็ได ดังนั้นคนมีเมตตา (ฉัน) จึงอาจเปนครูก็ได อาจไมใชครูก็ไดลักษณะเชนนี้สรุปไมได
2.7 ครูทุกคนมีเมตตา ฉันไมมีเมตตา สรุปได ฉันไมใชครู
2.8 ครูทุกคนมีเมตตา ฉันไมใชครู สรุปไมได เพราะสมมติฐานระบุวาครูทุกคนมีเมตตา แต
ไมไดระบุวาคนที่ไมใชครูจะมีเมตตาหรือไม ฉะนั้นคนที่ไมใชครูอาจจะมีเมตตาหรือไมมีเมตตาก็
ได ลักษณะเชนนี้สรุปไมได
2.5 A คนมีเมตตาทุกคนเปนครู ฉันมีเมตตา สรุปได ฉันเปนครู
2.6 A คนมีเมตตาทุกคนเปนครู ฉันเปนครู สรุปไมได ดู 2.6
2.7 A คนมีเมตตาทุกคนเปนครู ฉันไมใชครู สรุปได ฉันไมมีเมตตา
2.8 A คนมีเมตตาทุกคนเปนครู ฉันไมมีเมตตา สรุปไมได ดู 2.8
2.9 โจรทุกคนไมมีเมตตา ฉันมีเมตตา สรุปได ฉันไมใชโจร
2.10 โจรทุกคนไมมีเมตตา ฉันไมมีเมตตา สรุปไมได ลักษณะเดียวกับ 2.6
2.11 โจรทุกคนไมมีเมตตา ฉันเปนโจร สรุปได ฉันไมมีเมตตา
2.12 โจรทุกคนไมมีเมตตา ฉันไมใชโจร สรุปไมได ลักษณะเดียวกับ 2.8
2.9 A คนไมมีเมตตาทุกคนเปนโจร ฉันไมมีเมตตา สรุปได ฉันเปนโจร
2.10 A คนไมมีเมตตาทุกคนเปนโจร ฉันมีเมตตา สรุปไมได ลักษณะเดียวกับ 2.6
2.11 A คนไมมีเมตตาทุกคนเปนโจร ฉันไมใชโจร สรุปได ฉันมีเมตตา
2.12 A คนไมมีเมตตาทุกคนเปนโจร ฉันเปนโจร สรุปได ลักษณะเดียวกับ 2.8
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
48
2.13 นกทุกตัวเปนสัตวบก สัตวบกทุกตัวบินได สรุปได นกบินได
2.14 นกทุกตัวเปนสัตวบก สัตวบกบางตัวบินได สรุปไมได
2.15 นกทุกตัวเปนสัตวบก สัตวบกทุกตัวบินไมได สรุปได นกบินไมได
2.16 นกทุกตัวเปนสัตวบก สัตวบกบางตัวบินได สรุปไมได
2.13 A นกบางตัวเปนสัตวบก สัตวบกทุกตัวบินได สรุปได นกบางตัวบินได
2.14 A นกบางตัวเปนสัตวบก สัตวบกบางตัวบินได สรุปไมได
2.15 A นกบางตัวเปนสัตวบก สัตวบกทุกตัวบินไมได สรุปได นกบางตัวบินไมได
2.16 A นกบางตัวเปนสัตวบก สัตวบกบางตัวบินไมได สรุปไมได
แบบสรุปความแบบนี้ ถาจะสังเกตใหดีจะเห็นวา แตละแบบมักมี 4 ขอ และหลักการสรุปก็
คลาย ๆ กัน หากไดอานทบทวนบอย ๆ จะทําใหสามารถสรุปไดรวดเร็ว ลักษณะของสมมติฐานอาจเปลี่ยน
แปลงไปไดมากมายหลายแบบ แตหลักการสรุปใชหลักเดียวกัน
3. แบบมีเงื่อนไข แบบนี้โจทยจะกําหนด สมมติฐานมาให 2 สมมติฐานใหหาขอสรุปสมมติฐาน
ทั้ง 2 นี้จะมีความเกี่ยวเนื่องกันและทําใหเกิดขอสรุปขึ้น แตถาหากเงื่อนไขของสมมติฐานทั้งสอง
ไมสัมพันธกันก็สรุปไมไดเชน
3.1 ถาน้ําทวมฉันจะซื้อเรือ น้ําทวม สรุปได ฉันซื้อเรือ
3.2 ถาน้ําทวมฉันจะซื้อเรือ น้ําไมทวม สรุปไมได เพราะสมมติฐานแรกระบุเพียงวา ถาน้ําทวม
ฉันจะซื้อเรือ (ไมระบุวาน้ําทวมฉันจะซื้อเรือหรือไม ฉะนั้นการที่ฉันซื้อเรืออาจจะซื้อเมื่อน้ําทวมก็ได)
3.3 ถาน้ําทวมฉันจะซื้อเรือ ฉันไมซื้อเรือ สรุปได น้ําไมทวม
3.4 ถาน้ําทวมฉันจะซื้อเรือ ฉันซื้อเรือ สรุปไมได เพราะสมมติฐานแรกระบุเพียงวา ถาน้ํา
ทวมฉันจะซื้อเรือ(ไมระบุวาน้ําทวมฉันจะซื้อเรือหรือไม ฉะนั้นการที่ฉันซื้อเรืออาจจะซื้อเมื่อน้ําทวมก็ได)
3.5 ถาฝนไมตกแดงจะไปตลาด ฝนไมตก สรุปได แดงไปตลาด
3.6 ถาฝนไมตกแดงจะไปตลาด ฝนตก สรุปไมได ดู 3.2
3.7 ถาฝนไมตกแดงจะไปตลาด แดงไมไปตลาด สรุปได ฝนตก เพราะถาฝนไมตก แดงก็ตอง
ไปตลาด แตแดงไมไปตลาด นั่นแสดงวา ฝนตก
3.8 ถาฝนไมตกแดงจะไปตลาด แดงไปตลาด สรุปไมได ดู 3.4
4. แบบเลือกอยางหนึ่งอยางใด
แบบสรุปความเปนแบบนี้ สวนมากมี 2 สมมติฐาน ๆ แรกมักเปนขอความ ซึ่งตองมีการให
เลือกอยางใดอยางหนึ่ง โดยใชคําวา “ หรือ ” หรือใช “ ถา…..ตอง ” อาจจะลดเหลือ “ ตอง ” ไวเปนที่
เขาใจกันก็ได เชน
4.1 ดําหรือแดงคนใดคนหนึ่งตองเฝาบาน แดงไปโรงเรียน สรุปได ดําเฝาบาน
4.2 ดําหรือแดงคนใดคนหนึ่งตองเฝาบาน แดงไมไดไปโรงเรียน สรุปไมได
4.3 ดําหรือแดงคนใดคนหนึ่งตองเฝาบาน แดงไมเฝาบาน สรุปได ดําเฝาบาน
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
49
4.4 ดําหรือแดงคนใดคนหนึ่งตองเฝาบาน แดงเฝาบาน สรุปไมได เพราะสมมติฐานแรก
ระบุเพียงวาคนใดคนหนึ่งตองเฝาบาน แตไมไดกําหนดวาจะเฝาทั้งสองคนไมได ลักษณะเชนนี้จะสรุปวา
ดําไมเฝาบานไมได
4.5 ลูกเศรษฐีทุกคนถาไมใชรถเบนซก็รถวอลโว นายโรจนเปนลูกเศรษฐีและไมไดใช
รถวอลโว สรุปได นายโรจนใชรถเบ็นซ
4.6 ลูกเศรษฐีทุกคนถาไมใชรถเบนซก็รถวอลโว วิโรจนไมไดใชรถเบ็นซ สรุปไมได เพราะ
ไมไดระบุวาวิโรจนเปนลูกเศรษฐีหรือไม
5. แบบสมมติฐานที่สรุปไมได
สมมติฐานที่สรุปไมไดจะกลาวถึงนี้ จะกลาวนอกเหนือไปจากสมมติฐานที่สรุปไมไดของ
แบบที่ 1 ถึงแบบที่ 4 และมักจะพบในขอทดสอบบอย ๆ ซึ่งมีหลักสําคัญ คือสมมติฐานแตละสมมติฐาน
ไมมีความสําพันธเชน
5.1 พอเปนคนขยัน แมเปนคนประหยัด ฉะนั้นลูกจะเปนอยางไร สรุปไมได
5.2 เมื่อเล็ก ๆ สมศักดิ์เปนคนขยัน พอโตขึ้นเขาสอบตก ฉะนั้นตอไปเขาจะเปนอยางไร
สรุปไมได
5.3 พอเปนตํารวจ พี่เปนทหาร เขาควรจะเปนอยางไร สรุปไมได
5.4 ฉันรักอาชีพครูมากที่สุดแตขณะนี้ฉันทํางานธนาคารเพราะอะไรสรุปไมได
5.5 ประเทศไทยเปนของคนไทย ฉันรักประเทศไทยมาก ฉันจะทําอยางไร สรุปไมได
ตัวอยาง แบบทดสอบแบบสรุปความ
คําชี้แจง. แบบทดสอบชุดนี้มีขอความที่กําหนดมาให ใหพิจารณาวา สามารถสรุปไดหรือไม
ถาไดจะสรุปอยางไร
1. คนที่มีความเมตตาทุกคน มีความสุข เพ็ญศรีเปนคนมีเมตตา ฉะนั้น
ก. เพ็ญศรีมีความสุข ข. เพ็ญศรีไมมีความสุข
ค. คนเมตตามีความสุข ง. คนมีความสุขมีเมตตา
จ. ขอ ก. และ ขอ ข. ถูก
2. บัณฑิตสูงกวาประสาน ประสานสูงกวาประพล ฉะนั้น
ก. บัณฑิตสูงกวาประสาน ข. ประสานสูงกวาประพล
ค. ประพลสูงกวาบัณฑิต ง. บัณฑิตสูงกวาประพล
จ. สรุปแนนอนไมได
คําตอบ 1. ขอ ก. ถูก 2. ขอ ง. ถูก
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
50
3) การสรุปเหตุผล
เหตุ หมายถึง สิ่งที่เปนตนกําเนิด หรือสิ่งที่ทําใหเกิดสิ่งอื่นตามมา อาจเปนปรากฏการณที่
เกิดขึ้นหรือจากการกระทําอาจเรียกวา “สาเหตุ” หรือ “มูลเหตุ”
ผล หมายถึง สิ่งที่เกิดตามมาจากเหตุ ผลของเหตุอันหนึ่งอาจกลายเปนเหตุของผลอยางอื่นตอ
เนื่องกันไปโดยไมสิ้นสุดก็ได “ผล” นี้เรียกวา “ผลลัพธ”
หลักการอนุมานโดยพิจารณาสาเหตุและผลลัพธ
1. การอนุมานจากสาเหตุไปหาผลลัพธ คือ การที่เราใชความรูความเขาใจของเรา พิจารณา
ปรากฏการณอยางหนึ่งวาปรากฏการณนั้นจะทําใหเกิดผลลัพธอะไรมา
2. การอนุมานผลลัพธไปหาสาเหตุ คือ การที่เราใชความรูความเขาใจของเราพิจารณาปรากฏ
การณอยางหนึ่งวาปรากฏการณนั้นเกิดจากสาเหตุอะไร
3.การอนุมานจากผลลัพธไปหาผลลัพธ คือ การที่เราใชความรู ความเขาใจของเราพิจารณา
ปรากฏการณหรือเหตุการณอยางหนึ่งวา เปนผลลัพธของสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งกอน แลวจึงพิจารณาตอ
ไปวา สาเหตุนั้นอาจจะกอใหเกิดผลลัพธอื่นใดไดอีกบาง
ตัวอยาง การเสนอความคิดเปนเหตุเปนผล
จงใชขอความตอไปนี้ตอบคําถามขอ 1
" การเขมนหรือกระตุกที่กลามเนื้อบริเวณใบหนา ลําคอ ไหล แขน เชน ขยิบตา กระแอม ยักไหล
ทําจมูกฟุตฟต มักพบในเด็กชายมากกวาเด็กหญิงวัยระหวาง 8-12 ป สาเหตุเนื่องจากความตึงเครียดทาง
อารมณ ตื่นเตน ตกใจงาย เจาอารมณ ซุกซน หรือการชอบเลียนแบบผูอื่นจนติดเปนนิสัย "
ขอ 1. อะไรทําใหเกิดการเขมนหรือกระตุกที่กลามเนื้อบริเวณใบหนา ลําคอ ไหล และแขน
ก. การขยิบตา การกระแอม
ข. การยักไหล การทําจมูกฟุตฟต
ค. นิสัยของเด็กชายโดยทั่วไป
ง. ความซุกซนและตกใจงายของเด็กหญิง
วิเคราะห สาเหตุ 1. ความตึงเครียดของอารมณ 2. ซุกซน 3. ชอบเลียนแบบผูอื่นจนติดเปนนิสัย
ผล การเขมนหรือกระตุกที่กลามเนื้อบริเวณใบหนา ลําคอ ไหล และแขน
คําตอบ ขอ ง ถูก ไดแก ความซุกซนและตกใจงาย
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
สวนที่ 3
ความรอบรู
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
51
สวนที่ 3 : ความรอบรู
ก. สังคม เศรษฐกิจ การเมือง และเหตุการณปจจุบัน
1. รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550
1.1) สาระสําคัญของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550
1. ตราไว ณ วันที่ 24 สิงหาคม พุทธศักราช 2550 เปนปที่ 62 ในรัชกาลปจจุบัน
2. มีทั้งหมด 15 หมวด บทเฉพาะกาล 309 มาตรา
3. ผูรับสนองพระบรมราชโองการคือประธานสภานิติบัญญัติแหงชาติ(นายมีชัย ฤชุพันธ)
4. ขั้นตอนสุดทายกอนประกาศใชรัฐธรรมนูญฉบับนี้คือ การลงประชามติ
5. หมวดที่ 1 บททั่วไป(มาตรา1-7) วาดวยประเทศไทยและการปกครองและรัฐธรรมนูญเปนกฎหมายสูงสุด
6. หมวดที่ 2 พระมหากษัตริย มีสาระสําคัญ ดังนี้
- พระมหากษัตริยเปนพุทธมามกะ เปนอัครศาสนูปถัมภก เปนจอมทัพไทย
- คณะองคมนตรี มี 19 คน (ประธานองคมนตรีและองคมนตรีไมเกิน 18 คน)
- การแตงตั้ง พนตําแหนงองคมนตรี ขาราชการในพระองค และสมุหราชองครักษ เปนไปตาม
พระราชอัธยาศัย
- กลาวถึงการแตงตั้งผูสําเร็จราชการแทนพระมหากษัตริยและผูสืบราชสันตติวงศ
7.หมวดที่ 3 สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย มีสาระสําคัญ ดังนี้
7.1 สวนที่ 1 บททั่วไป
- การใชอํานาจโดยองคกรของรัฐตองคํานึงถึงศักดิ์ศรีความเปนมนุษย สิทธิ และเสรีภาพ
- บุคคลยอมสามารถใชสิทธิทางศาล
- การจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลไมได เวนแตใชอํานาจตามกฎหมาย
7.2 สวนที่ 2 ความเสมอภาค
- บุคคลยอมเสมอกันในกฎหมายและไดรับความคุมครองตามกฎหมาย
- การเลือกปฏิบัติโดยไมเปนธรรมตอบุคคลจะกระทําไมได
- ขาราชการ เจาหนาที่อื่นของรัฐมีสิทธิและเสรีภาพเชนเดียวกับบุคคลทั่วไป
7.3 สวนที่ 3 สิทธิและเสรีภาพสวนบุคคล
- บุคคลยอมมีสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและรางกาย
- บุคคลยอมมีเสรีภาพในเคหสถาน
- บุคคลยอมมีเสรีภาพในการเดินทางและมีเสรีภาพในการเลือกถิ่นที่อยูอาศัย
- บุคคลยอมมีสิทธิไดรับความคุมครอง
- บุคคลยอมมีเสรีภาพในการสื่อสารถึงกันโดยทางที่ชอบดวยกฎหมาย
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
52
- บุคคลยอมมีเสรีภาพบริบูรณในการนับถือศาสนา
7.4 สวนที่ 4 สิทธิในกระบวนการยุติธรรม
- ในคดีอาญา ตองสันนิษฐานไวกอนวาผูตองหาหรือจําเลยไมมีความผิด
- บุคคลยอมมีสิทธิในกระบวนการยุติธรรม
7.5 สวนที่ 5 สิทธิในทรัพยสิน
- สิทธิของบุคคลในทรัพยสินยอมไดรับความคุมครอง
- การเวนคืนอสังหาริมทรัพยจะกระทํามิได เวนแตโดยอาศัยอํานาจตามกฎหมาย
7.6 สวนที่ 6 สิทธิและเสรีภาพในการประกอบอาชีพ
- บุคคลยอมมีเสรีภาพในการประกอบกิจการหรือประกอบอาชีพ
- บุคคลยอมมีสิทธิไดรับหลักประกันความปลอดภัยและสวัสดิภาพในการทํางาน
7.7 สวนที่ 7 เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคลและสื่อมวลชน
- บุคคลยอมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพการโฆษณา และการ
สื่อความหมายโดยวิธีอื่น
- พนักงานหรือลูกจางของเอกชนที่ประกอบกิจการหนังสือพิมพ วิทยุกระจายเสียง วิทยุ โทรทัศน
หรือสื่อมวลชนอื่น ยอมมีเสรีภาพในการเสนอขาวและแสดงความคิดเห็นภายใตขอจํากัดตามรัฐธรรมนูญ
- คลื่นความถี่ที่ใชในการสงวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน และโทรคมนาคม เปนทรัพยากรสื่อสาร
ของชาติเพื่อประโยชนสาธารณะ
7.8 สวนที่ 8 สิทธิและเสรีภาพในการศึกษา
-บุคคลยอมมีสิทธิเสมอกันในการรับการศึกษาไมนอยกวาสิบสองปที่ รัฐจะตองจัดใหอยางทั่วถึง
และมีคุณภาพ โดยไมเก็บคาใชจาย
-ผูยากไร ผูพิการหรือทุพพลภาพ หรือผูอยูในสภาวะยากลําบาก ตองไดรับสิทธิตามวรรคหนึ่ง และ
การสนับสนุนจากรัฐเพื่อใหไดรับการศึกษาโดยทัดเทียมกับบุคคลอื่น
- การจัดการศึกษาอบรมขององคกรวิชาชีพหรือเอกชน การศึกษาทางเลือกของประชาชน การเรียนรู
ดวยตนเอง และการเรียนรูตลอดชีวิต ยอมไดรับความคุมครองและสงเสริมที่เหมาะสมจากรัฐ
- บุคคลยอมมีเสรีภาพในทางวิชาการ
7.9 สวนที่ 9 สิทธิในการไดรับบริการสาธารณสุขและสวัสดิการจากรัฐ
- บุคคลยอมมีสิทธิเสมอกันในการรับบริการทางสาธารณสุขที่เหมาะสมและไดมาตรฐาน
- เด็กและเยาวชนมีสิทธิในการอยูรอดและไดรับการพัฒนา
- บุคคลซึ่งมีอายุเกินหกสิบปบริบูรณมีสิทธิไดรับสวัสดิการ สิ่งอํานวยความสะดวกอันเปนสาธารณะ
และความชวยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐ
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
53
- บุคคลซึ่งพิการหรือทุพพลภาพ บุคคลซึ่งไรที่อยูอาศัยและไมมีรายไดเพียงพอแกการยังชีพ ยอมมี
สิทธิไดรับความชวยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐ
7.10 สวนที่ 10 สิทธิในขอมูลขาวสารและการรองเรียน
- บุคคลยอมมีสิทธิไดรับทราบและเขาถึงขอมูลหรือขาวสารสาธารณะ ไดรับขอมูล คําชี้แจงจากรัฐ
- บุคคลยอมมีสิทธิเสนอเรื่องราวรองทุกขฟองหนวยราชการ หนวยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ
ราชการสวนทองถิ่น อันเนื่องจากการกระทําหรือการละเวนการกระทํา
7.11 สวนที่ 11 เสรีภาพในการชุมนุมและการสมาคม
- บุคคลยอมมีเสรีภาพในการชุมนุม การรวมกันเปนสมาคมฯ จัดตั้งพรรคการเมือง
7.12 สิทธิชุมชน
- บุคคลซึ่งรวมกันเปนชุมชน ชุมชนทองถิ่น หรือชุมชนทองถิ่นดั้งเดิม
- สิทธิของบุคคลที่จะมีสวนรวมกับรัฐและชุมชนในการอนุรักษ บํารุงรักษา การไดประโยชน
จากทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ
7.13 สิทธิพิทักษรัฐธรรมนูญ
- บุคคลจะใชสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญลมลางการปกครองไมได
8.หมวดที่ 4 หนาที่ชนชาวไทย ชนชาวไทยมีหนาที่ดังนี้
- พิทักษรักษาไวซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย และการปกครองระบอบประชาธิปไตยฯ
- ปองกันประเทศ รักษาผลประโยชนของชาติ และปฏิบัติตามกฎหมาย
- ไปใชสิทธิเลือกตั้ง รับราชการทหาร ชวยเหลือในการปองกันและบรรเทาภัยพิบัติสาธารณะ
- เสียภาษีอากร ชวยเหลือราชการ รับการศึกษาอบรม
- พิทักษ ปกปอง และสืบสานศิลปวัฒนธรรมของชาติและภูมิปญญาทองถิ่น สิ่งแวดลอม
- ขาราชการดําเนินการใหเปนไปตามกฎหมายเพื่อรักษาประโยชนสวนรวม อํานวยความ
สะดวกแกประชาชนหลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบานเมืองที่ดี วางตัวเปนกลางทางการเมือง
9. หมวดที่ 5 แนวนโยบายพื้นฐานแหงรัฐ
9.1 สวนที่ 1 บททั่วไป
- ครม.จะเขาบริหารราชการแผนดินตองแถลงชี้แจงนโยบายบริหารราชการตอรัฐสภากอน
- ครม.ตองทําแผนการบริหารราชการแผนดินใหสอดคลองกับแนวนโยบายพื้นฐานแหงรัฐ
- ครม.ตองจัดใหมีแผนการตรากฎหมายที่จําเปนตอการดําเนินการตามนโยบายที่แถลง
9.2 สวนที่ 2 แนวนโยบายดานความมั่นคงของรัฐ
- รัฐตองพิทักษรักษาไวซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแหงเขตอํานาจรัฐ
9.3 สวนที่ 3 แนวนโยบายดานการบริหารราชการแผนดิน
- ใหเปนไปเพื่อการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศอยางยั่งยืน
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
54
- จัดระบบการบริหารราชการสวนกลาง สวนภูมิภาค และสวนทองถิ่น
- กระจายอํานาจใหองคกรปกครองสวนทองถิ่น
- พัฒนาระบบงานภาครัฐ โดยมุงเนนการพัฒนาคุณภาพ คุณธรรม และจริยธรรมของเจาหนาที่
- จัดระบบงานราชการและงานของรัฐใหบริการรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ โปรงใส ตรวจสอบได
- ดําเนินการใหมีหนวยงานทางกฎหมาย และจัดใหมีแผนพัฒนาการเมือง
- ใหขาราชการและเจาหนาที่ของรัฐไดรับสิทธิประโยชนอยางเหมาะสม
9.4 สวนที่ 4 แนวนโยบายดานศาสนา สังคม การสาธารณสุข การศึกษา และวัฒนธรรม
- คุมครองและพัฒนาเด็กและเยาวชน สนับสนุนการอบรมเลี้ยงดูและใหการศึกษาปฐมวัย
- สงเสริม สนับสนุน และพัฒนาระบบสุขภาพ
- พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการจัดการศึกษาในทุกระดับและทุกรูปแบบ
- จัดใหมีแผนการศึกษาแหงชาติ กฎหมายเพื่อพัฒนาการศึกษาของชาติ
- จัดใหมีการพัฒนาคุณภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา
- ปลูกฝงใหผูเรียนมีจิตสํานึกของความเปนไทย มีระเบียบวินัย ยึดมั่นระบอบประชาธิปไตย
- สงเสริมและสนับสนุนการกระจายอํานาจเพื่อใหองคกรปกครองสวนทองถิ่น ชุมชน
องคการศาสนา เอกชนจัดและมีสวนรวมในการจัดการศึกษา
- สงเสริมและสนับสนุนการศึกษาวิจัยในศิลปวิทยาการแขนงตาง ๆ
- สงเสริมและสนับสนุนความรูรักสามัคคีและการเรียนรู
9.5 สวนที่ 5 แนวนโยบายดานกฎหมายและการยุติธรรม
- จัดใหมีกฎหมายเพื่อจัดตั้งองคกรเพื่อการปฏิรูปกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม
- ดูแลใหมีการปฏิบัติและบังคับตามกฎหมาย คุมครองสิทธิเสรีภาพของบุคคลจากการละเมิด
9.6 สวนที่ 6 แนวนโยบายดานการตางประเทศ
- รัฐตองสงเสริมสัมพันธไมตรีและความรวมมือกับนานาประเทศ
- รัฐตองปฏิบัติตามสนธิสัญญาดานสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเปนภาคี
- รัฐตองสงเสริมการคา การลงทุน และการทองเที่ยวกับนานาประเทศ
9.7 สวนที่ 7 แนวนโยบายดานเศรษฐกิจ
- รัฐตองสงเสริมและสนับสนุนใหมีการดําเนินการตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
- สนับสนุนระบบเศรษฐกิจแบบเสรีและเปนธรรมโดยอาศัยกลไกตลาด
- ควบคุมใหมีการรักษาวินัยการเงินการคลัง
- จัดใหมีการออมเพื่อการดํารงชีพในยามชราแกประชาชนและเจาหนาที่ของรัฐ
- ดําเนินการใหมีการกระจายรายไดอยางเปนธรรม
- คุมครองและรักษาผลประโยชนของเกษตรกรในการผลิตและการตลาด
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
55
- สงเสริม สนับสนุน และคุมครองระบบสหกรณใหเปนอิสระ
- สงเสริมและสนับสนุน กิจการพาณิชยนาวี การขนสงทางราง
- สงเสริมอุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร
9.8 สวนที่ 8 แนวนโยบายดานที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอม
- กําหนดหลักเกณฑการใชที่ดินใหครอบคลุมทั่วประเทศ
- กระจายการถือครองที่ดินอยางเปนธรรมและใหเกษตรกรมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิในที่ดิน
- จัดใหมีแผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําและทรัพยากรธรรมชาติอื่น
9.9 สวนที่ 9 แนวนโยบายดานวิทยาศาสตร ทรัพยสินทางปญญา และพลังงาน
- สงเสริมใหมีการพัฒนาดานวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และนวัตกรรมดานตาง ๆ
- สงเสริมการประดิษฐหรือการคนคิดเพื่อใหเกิดความรูใหม
- สงเสริมและสนับสนุนการวิจัย พัฒนา และใชประโยชนจากพลังงานทดแทน
9.10 สวนที่ 10 แนวนโยบายดานการมีสวนรวมของประชาชน
- ใหมีสวนรวมกําหนดนโยบายและวางแผนพัฒนาสังคม เศรษฐกิจระดับชาติและระดับทองถิ่น
- ใหมีสวนรวมในการตัดสินใจทางการเมือง พัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ทําบริการสาธารณะ
- ใหมีสวนรวมในการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐทุกระดับ
- สงเสริมใหประชาชนมีความเขมแข็งในทางการเมือง สงเสริมความรูดานการเมือง
10. หมวดที่ 6 รัฐสภา
10. 1 สวนที่ 1 บททั่วไป
- รัฐสภาประกอบดวยสภาผูแทนราษฎรและวุฒิสภา(สมาชิก 480 และ 150 ตามลําดับ)
- ประธานสภาผูแทนราษฎรเปนประธานรัฐสภา ประธานวุฒิสภาเปนรองประธานรัฐสภา
- รางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญและรางพระราชบัญญัติจะตราขึ้นเปนกฎหมาย
ตองไดรับคําแนะนํา และยินยอมของรัฐสภา เมื่อพระมหากษัตริยไดทรงลงพระปรมาภิไธย ใหประกาศใน
ราชกิจจานุเบกษา บังคับใชเปนกฎหมายตอไป
- 1ใน 10 ของสส. หรือ สว. เขาชื่อเสนอประธานสภาของตนพิจารณาการสิ้นสุดสมาชิกภาพได
10.2 สวนที่ 2 สภาผูแทนราษฎร(สส.)
- สภาผูแทนราษฎรประกอบดวย สส. 480คน โดยเปนสส.จากการเลือกตั้งแบบแบงเขต 400 คน
และ สส. เลือกตั้งแบบสัดสวน จํานวน 80 คน
- กําหนดใหมี สส.รอยละ95(จํานวน 456 คน) ถึงประกอบเปนสภาผูแทนราษฎรได
- อายุของสภาผูแทนราษฎรมีกําหนดคราวละสี่ป สมาชิกภาพของสส.เริ่มตั้งแตวันเลือกตั้งจน
กระทั่ง หมดวาระ หรือยุบสภา หรือตาย หรือลาออก หรือขาดคุณสมบัติ
- หากหมดวาระใหเลือกตั้งใหมภายใน 45 วัน หากกรณียุบสภาเลือกตั้งใหมภายใน 45-60 วัน
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
56
10.3 สวนที่ 3 วุฒิสภา (สว.)
- สมาชิกวุฒิสภาประกอบดวย สว.150 คน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งในแตละจังหวัด 76 คน และ
มาจากการสรรหาเทากับจํานวนรวมขางตนหักดวยจํานวนสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้ง(คือ 74 คน)
- กําหนดใหมี สว.รอยละ95 ( จํานวน 143 คน) ถึงประกอบกันเปนวุฒิสภาได
- สมาชิกภาพของ สว.มีกําหนดคราวละหกปนับแตวันเลือกตั้งหรือวันที่ไดรับการสรรหา
- วาระ สว.ซึ่งมาจากการเลือกตั้งสิ้นสุดลงใหเลือกตั้งใหมภายใน 30วัน สว. สรรหาภายใน 60วัน
10.4 สวนที่ 4 บทที่ใชแกสภาทั้งสอง
- สมาชิกสภาผูแทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภายอมเปนผูแทนปวงชนชาวไทย
- กอนเขารับหนาที่ สส. สว.ตองปฏิญาณตนในที่ประชุมแหงสภาที่ตนเปนสมาชิก
- แตละสภาใหมีประธานสภาคนหนึ่งและรองประธานคนหนึ่งหรือสองคน
- การประชุมแตละสภาตองมีสมาชิกมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่ง จึงจะเปนองคประชุม
- ในปหนึ่งใหมีสมัยประชุมสามัญทั่วไป และสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ
10.5 สวนที่ 5 การประชุมรวมกันของรัฐสภา
- การประชุมรวมกันของรัฐสภาใหใชขอบังคับการประชุมรัฐสภา
- กรณีที่ตองประชุมรวมกัน เชน การแกไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ การเปดอภิปรายทั่วไป การแถลง
นโยบาย การใหความเห็นชอบใหพิจารณารางรัฐธรรมนูญ รางพระราชบัญญัติ กําหมายประกอบรัฐธรรมนูญ
การเปด ปดประชุมรัฐสภา การพิจารณา มีมติ หรือใหความเห็นชอบเรื่องแตงตั้งผูสําเร็จราชการ การสืบราช-
สันติวงศ หรือการสืบราชสมบัติของสถาบันพระมหากษัตริย เปนตน
10.6 สวนที่ 6 การตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
- พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่ตรามี 9 รายการ ไดแก พรบ.วาดวยการเลือกตั้ง สรรหา
สส. สว. วาดวยคณะกรรมการการเลือกตั้ง วาดวยพรรคการเมือง วาดวยการออกเสียงประชามติ วาดวยวิธี
พิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ วาดวยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมือง วาดวยผูตรวจการ
แผนดิน วาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต และวาดวยการตรวจเงินแผนดิน
- ผูมีสิทธิเสนอรางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ไดแก ครม. สมาชิก1ใน10 ของสส.หรือสว.
ประธานของศาลรัฐธรรมนูญ ศาลฎีกา หรือองคกรอิสระตามรัฐธรรมนูญ
- การพิจารณาราง พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญของทั้งสองสภาใหกระทําเปนสามวาระ ไดแก วาระที่1
ขั้นรับหลักการ วาระที่ 2 พิจารณาเรียงลําดับมาตรา(ใชเสียงขางมาก) และวาระที่ 3 ใหความเห็นชอบ(กึ่งหนึ่ง)
10.7 สวนที่ 7 การตราพระราชบัญญัติ
- ผูมีสิทธิเสนอรางพระราชบัญญัติ ไดแก ครม. สส. 20 คน ศาลหรือองคกรอิสระตามรัฐธรรมนูญ
ประชาชนผูมีสิทธิ์เลือกตั้ง ไมนอยกวาหนึ่งหมื่นคน หากเปนกฏหมายการเงินตองใหนายกรัฐมนตรีรับรอง
- รางพระราชบัญญัติใหเสนอตอสภาผูแทนราษฎรกอนแลวจึงเสนอวุฒิสภา
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
57
- ใหพิจารณา 3 วาระ หากเห็นชอบ นายกรัฐมนตรีเสนอพระมหากษัตริยไดทรงลงพระปรมาภิไธย
ใหประกาศในราชกิจจานุเบกษา และใหบังคับใชเปนกฎหมายตอไป
10.8 สวนที่ 8 การควบคุมการตรากฎหมายที่ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ
- หากเห็นวารางพระราชบัญญัติใดขัดหรือแยงกับรัฐธรรมนูญใหสงไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย
ระหวางนั้นใหระงับการประกาศใชไวกอน
10.9 สวนที่ 9 การควบคุมการบริหารราชการแผนดิน โดย
- สส.สว.มีสิทธิตั้งกระทูถามรัฐมนตรีในเรื่องใดเกี่ยวกับงานในหนาที่ได
- ถามนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีผูรับผิดชอบในการบริหารราชการแผนดินเรื่องนั้น
- สส.ไมนอยกวาหนึ่งในหาของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเทาที่มีอยูของสภาผูแทนราษฎร มีสิทธิ
เขาชื่อเสนอญัตติขอเปดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไมไววางใจนายกรัฐมนตรี
- สส.ไมนอยกวาหนึ่งในหกของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเทาที่มีอยูของสภาผูแทนราษฎร มีสิทธิ
เขาชื่อเสนอญัตติขอเปดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไมไววางใจรัฐมนตรีเปนรายบุคคล
- สว.ไมนอยกวาหนึ่งในสามของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเทาที่มีอยูของวุฒิสภา มีสิทธิเขาชื่อขอ
เปดอภิปรายทั่วไปในวุฒิสภาเพื่อใหคณะรัฐมนตรีแถลงขอเท็จจริงหรือชี้แจงปญหาสําคัญเกี่ยวกับการบริหาร
ราชการแผนดิน (โดยไมมีการลงมติ)
11. หมวดที่ 7 การมีสวนรวมทางการเมืองโดยตรงของประชาชน โดย
- ประชาชนผูมีสิทธิเลือกตั้งไมนอยกวาหนึ่งหมื่นคน มีสิทธิเขาชื่อรองขอตอประธานรัฐสภา
เพื่อใหรัฐสภาพิจารณารางพระราชบัญญัติ(เสนอกําหมาย)
- ประชาชนผูมีสิทธิเลือกตั้งจํานวนไมนอยกวาสองหมื่นคน มีสิทธิเขาชื่อรองขอตอประธาน
วุฒิสภาเพื่อใหวุฒิสภามีมติใหถอดถอนบุคคลออกจากตําแหนงเหตุเพราะกระทําความผิด
- ประชาชนผูมีสิทธิเลือกตั้งยอมมีสิทธิออกเสียงประชามติในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
12. หมวดที่ 8 การเงิน การคลัง และงบประมาณ
- งบประมาณรายจายของแผนดินใหทําเปนพระราชบัญญัติ ออกไมทันใช พรบ.ของปกอน
- ราง พรบ.งบประมาณรายจายประจําป ราง พรบ.งบประมาณรายจายเพิ่มเติม และราง พรบ.โอน
งบประมาณรายจาย สภาผูแทนราษฎรจะตองวิเคราะหและพิจารณาใหแลวเสร็จภายในหนึ่งรอยหาวัน
- การจายเงินแผนดินจะกระทํา ไดก็เฉพาะที่ไดอนุญาตไวในกฎหมาย
- เงินรายไดของหนวยงานของรัฐใดที่ไมตองนําสงเปนรายไดแผนดินใหหนวยงานของรัฐนั้น
ทํารายงานการรับและการใชจายเงินดังกลาว เสนอตอคณะรัฐมนตรีเมื่อสิ้นปงบประมาณทุกป การใชจายเงิน
ตองอยูภายใตกรอบวินัยการเงินการคลังดวย
13. หมวดที่ 9 คณะรัฐมนตรี(ครม.)
- คณะรัฐมนตรีประกอบดวยนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งและรัฐมนตรีอื่นอีกไมเกินสามสิบหาคน
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
58
- นายกรัฐมนตรีตองเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ประธานสภาผูแทนเปนผูเสนอแตงตั้ง
ภายใน 30 วันนับแตประชุมรัฐสภาครั้งแรก
- กอนเขารับหนาที่ รัฐมนตรีตองถวายสัตยปฏิญาณตอพระมหากษัตริย และตองแถลงนโยบาย
ตอรัฐสภาภายใน 15 วันตั้งแตแตงตั้ง และตอจัดทําแผนการบริหารราชการแผนดิน เพื่อกําหนดแนวทางการ
ปฏิบัติราชการแตละป
- พระมหากษัตริยทรงไวซึ่งพระราชอํานาจในการตราพระราชกฤษฎีกา การประกาศใชและ
เลิกใชกฎอัยการศึก การประกาศสงคราม การทําหนังสือสัญญาสันติภาพ สัญญาสงบศึก หรือสัญญาอื่น
พระราชทานอภัยโทษ ถอดถอนฐานันดรศักดิ์และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ แตงตั้งขาราชการฝายทหาร
และฝายพลเรือนตั้งอธิบดีหรือเทียบเทาขึ้นไป(กรณีตําแหนงโปรดเกลาฯ)
14. หมวดที่ 10 ศาล
14.1 ศาลรัฐธรรมนูญ
- ศาลรัฐธรรมนูญประกอบดวยประธานศาลรัฐธรรมนูญคนหนึ่งและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอื่น
อีกแปดคน ซึ่งพระมหากษัตริยทรงแตงตั้งตามคําแนะนําของวุฒิสภา(ประธานวุฒิสภาเปนผูลงนามสนองฯ)
- ประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีวาระการดํารงตําแหนงเกาปนับแตวันที่
พระมหากษัตริยทรงแตงตั้ง และใหดํารงตําแหนงไดเพียงวาระเดียว
- องคคณะของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในการนั่งพิจารณาและในการทําคําวินิจฉัย ตองประกอบ
ดวยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไมนอยกวาหาคน คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญใหถือเสียงขางมาก
- ศาลรัฐธรรมนูญมีหนาที่พิจารณาขอพิพาทของกฎหมายและขอพิพาทในหนาที่ขององคกรรัฐ
14.2 ศาลยุติธรรม
- ศาลยุติธรรมมีสามชั้น คือ ศาลชั้นตน ศาลอุทธรณ และศาลฎีกา มีหนาที่พิจารณาคดีทั่วไป
- ศาลฎีกามีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายบัญญัติใหเสนอตอศาลฎีกา
ไดโดยตรง ศาลฎีกามีอํานาจพิจารณาและวินิจฉัยคดีที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งและการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง สส.
และสว. สวนใหศาลอุทธรณมีอํานาจพิจารณาและวินิจฉัยคดีที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งและการเพิกถอนสิทธิ
เลือกตั้งในการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นและผูบริหารทองถิ่น
- ใหมีแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองในศาลฎีกา
14.3 ศาลปกครอง
- ศาลปกครองมีหนาที่พิจารณาคดีทางการปกครอง
- ใหมีศาลปกครองสูงสุดและศาลปกครองชั้นตน และจะมีศาลปกครองชั้นอุทธรณดวยก็ได
- มีคณะกรรมการตุลาการศาลปกครองเปนองคคณะบริหาร
14.4 ศาลทหาร
- ศาลทหารมีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาซึ่งผูกระทําผิดเปนบุคคลที่อยูในอํานาจศาลทหาร
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
59
และคดีอื่น ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ
15. หมวดที่ 11 องคกรตามรัฐธรรมนูญ
15.1 สวนที่ 1 องคกรอิสระตามรัฐธรรมนูญ
15.1.1 คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)
- คณะกรรมการการเลือกตั้ง ประกอบดวย ประธานกรรมการคนหนึ่งและกรรมการอื่นอีกสี่คน
ซึ่งพระมหากษัตริยทรงแตงตั้งตามคําแนะนําของวุฒิสภา
- กรรมการการเลือกตั้งมีวาระการดํารงตําแหนงเจ็ดป เปนไดวาระเดียว
- คณะกรรมการการเลือกตั้งเปนผูควบคุมและดําเนินการจัดหรือจัดใหมีการเลือกตั้งหรือ
การสรรหาสมาชิกสภาผูแทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาทองถิ่น และผูบริหารทองถิ่น แลวแตกรณี
รวมทั้งการออกเสียงประชามติ ใหเปนไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
15.1.2 ผูตรวจการแผนดิน
- ผูตรวจการแผนดินมีจํานวนสามคน ซึ่งพระมหากษัตริยทรงแตงตั้งตามคําแนะนําของวุฒิสภา
- ผูตรวจการแผนดินมีวาระการดํารงตําแหนงหกป เปนไดวาระเดียว
- มีหนาที่พิจารณาและสอบสวนหาขอเท็จจริงตามคํารองเรียนในกรณี การไมปฏิบัติตามกฎหมาย
หรือปฏิบัตินอกเหนืออํานาจหนาที่ตามกฎหมาย การปฏิบัติหรือละเลยไมปฏิบัติหนาที่ของขาราชการ พนักงาน
หรือลูกจางของหนวยราชการ หนวยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือราชการสวนทองถิ่น และองคกรตาม
รัฐธรรมนูญและองคกรในกระบวนการยุติธรรม(ไมรวมถึงการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีของศาล)
15.1.3 คณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ(ปปช.)
- คณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ ประกอบดวยประธานกรรมการ
คนหนึ่งและกรรมการอื่นอีกแปดคน ซึ่งพระมหากษัตริยทรงแตงตั้งตามคําแนะนําของวุฒิสภา
- ใหมีปปช.ประจําจังหวัดตามกฎหมาย ปปช. มีวาระการดํารงตําแหนงเกาป เปนไดวาระเดียว
- ปปช.มีหนาที่ ไตสวนขอเท็จจริงและสรุปสํานวนพรอมทั้งทําความเห็นเกี่ยวกับการถอดถอน
นักการเมือง การดําเนินคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมือง หรือไตสวนวินิจฉัยบริหารระดับสูงหรือ
ขาราชการซึ่งดํารงตําแหนงตั้งแตผูอํานวยการกองหรือเทียบเทาขึ้นไปร่ํารวยผิดปกติ กระทําความผิดฐาน
ทุจริตตอหนาที่ หรือกระทําความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการ การตรวจสอบทรัพยสิน หนี้สินผูดํารงตําแหนง
ทางการเมือง รวมถึงการกํากับดูแลคุณธรรมและจริยธรรมของผูดํารงตําแหนงทางการเมือง
15.1.4 คณะกรรมการตรวจเงินแผนดิน (คตง.)
- คณะกรรมการตรวจเงินแผนดิน ประกอบดวย ประธานกรรมการคนหนึ่งและกรรมการอื่น
อีกหกคน ซึ่งพระมหากษัตริยทรงแตงตั้ง ประธานวุฒิสภาเปนผูลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแตงตั้ง
- กรรมการตรวจเงินแผนดินมีวาระการดํารงตําแหนงหกป เปนไดวาระเดียว
- คณะกรรมการตรวจเงินแผนดินมีอํานาจหนาที่กําหนดหลักเกณฑมาตรฐานเกี่ยวกับการตรวจ
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
60
เงินแผนดิน ใหคําปรึกษา แนะนํา และเสนอแนะใหมีการแกไขขอบกพรองเกี่ยวกับการตรวจเงินแผนดิน
- การตรวจเงินแผนดินใหกระทําโดยคณะกรรมการตรวจเงินแผนดินที่เปนอิสระและเปนกลาง
- ใหผูวาการตรวจเงินแผนดินมีอํานาจหนาที่เกี่ยวกับการตรวจเงินแผนดินที่เปนอิสระและเปนกลาง
15.2 สวนที่ 2 องคกรอื่นตามรัฐธรรมนูญ
15.2.1 องคกรอัยการ
- พนักงานอัยการมีอิสระในการพิจารณาสั่งคดีและการปฏิบัติหนาที่ใหเปนไปโดยเที่ยงธรรม
- การแตงตั้งและการใหอัยการสูงสุดพนจากตําแหนงตองเปนไปตามมติของคณะกรรมการ
อัยการ และไดรับความเห็นชอบจากวุฒิสภา
- ใหประธานวุฒิสภาเปนผูลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแตงตั้งอัยการสูงสุด
15.2.2 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ
- คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ ประกอบดวย ประธานกรรมการคนหนึ่งและกรรมการ
อื่นอีกหกคน ซึ่งพระมหากษัตริยทรงแตงตั้งตามคําแนะนําของวุฒิสภา
- กรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติมีวาระการดํารงตําแหนงหกป เปนไดวาระเดียว
- คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติมีอํานาจหนาที่ในการตรวจสอบและรายงานการกระทํา
หรือการละเลยการกระทํา อันเปนการละเมิดสิทธิมนุษยชน เสนอความเห็นแกหนวยงานที่เกี่ยวของเกี่ยวกับ
เรื่องสิทธิมนษยชน หรืออื่นๆ ตามกฎหมายกําหนด
15.2.3 สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ(สศช.)
- องคประกอบ ที่มา อํานาจหนาที่ และการดําเนินงานของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ
ใหเปนไปตามที่กฎหมายบัญญัติ
- สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติมีหนาที่ใหคํา ปรึกษาและขอเสนอแนะตอคณะรัฐมนตรี
ในปญหาตาง ๆ ที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจและสังคม
16. หมวดที่ 12 การตรวจสอบการใชอํานาจรัฐ
16.1 สวนที่ 1 การตรวจสอบทรัพยสิน
-นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สส. สว. ขาราชการการเมืองอื่น ผูบริหารทองถิ่นและสมาชิกสภาทองถิ่น
ตามที่กฎหมายบัญญัติ มีหนาที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินของตน คูสมรส และบุตรที่ยังไม
บรรลุนิติภาวะตอ ปปช.ทุกครั้งที่เขารับตําแหนงหรือพนจากตําแหนง(ทั้งนี้ภายในสามสิบวัน)
-ผูใดจงใจไมยื่น ยื่นเท็จ ปกปด ปปช. เสนอเรื่องใหศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทาง
การเมืองวินิจฉัย ซึ่งหากผิดจริงตองพนตําแหนง ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง มีกําหนด 5 ป
16.2 สวนที่ 2 การกระทําที่เปนการขัดกันแหงผลประโยชน
- หาม สส. สว.ไปดํารงตําแหนงหนาที่อื่นในหนวยงานราชการ หนวยรัฐวิสาหกิจ ทองถิ่น
- หาม สส. สว.กาวกายสัมปทาน เขาเปนคูสัญญากับรัฐฯ เปนหุนสวนบริษัทที่สําสัญญากับรัฐฯ
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
61
- หาม สส. สว.รับเงิน หรือผลประโยชนอื่นเปนพิเศษจากหนวยงานรัฐ
- หามใชตําแหนงหนาที่แทรกแซง กาวกายเพื่อผลประโยชนตนเอง ผูอื่น พรรคการเมือง (ในการ
ปฏิบัติงาน บรรจุ แตงตั้ง ยายโอน เลื่อนตําแหนง เงินเดือนขาราชการประจํา) เวนแตดําเนินตามนโยบาย
- นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีตองไมเปนหุนสวนหรือผูถือหุนในหางหุนสวนหรือบริษัทหรือ
เขาไปบริหารหรือจัดการหุนสวนนั้น
16.3 สวนที่ 3 การถอดถอนจากตําแหนง
- นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกสภาผูแทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ประธานศาลฎีกา ประธานศาล
รัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด หรืออัยการสูงสุด มีพฤติการณร่ํารวยผิดปกติ สอไปในทางทุจริต
ตอหนาที่ สอวากระทําผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการ สอวากระทําผิดตอตําแหนงหนาที่ในการยุติธรรม สอวา
จงใจใชอํานาจหนาที่ขัดตอบทบัญญัติแหงรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐาน
ทางจริยธรรมอยางรายแรง วุฒิสภามีอํานาจถอดถอนผูนั้นออกจากตําแหนง
- ผูมีสิทธิ์ยื่นเรื่องตอวุฒิสภาคือ สส. สว. จํานวน 1 ใน 4 ของสภา ประชาชนผูมีสิทธิเลือกตั้ง
จํานวนไมนอยกวาสองหมื่นคน
16.4 สวนที่ 4 การดําเนินคดีอาญาผูดํารงตําแหนงทางการเมือง
- นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สส. สว. หรือขาราชการการเมือง ถูกกลาวหาวาร่ํารวยผิดปกติ กระทํา
ความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการ หรือกระทําความผิดตอตําแหนงหนาที่หรือทุจริตตอหนาที่ตามกฎหมายอื่น
ใหศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมือง มีอํานาจพิจารณาพิพากษา (รวมถึงบุคคลอื่นเปน
ตัวการ ผูใช หรือผูสนับสนุน รวมทั้งผูให ผูขอให หรือรับวาจะใหทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดดวย)
- การยื่นใหยื่นตอ ปปช.เมื่อปปช.พิจารณาแลวสงใหศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนง
ทางการเมืองพิจารณาวินิจฉัย (โดยเสียงขางมากและเปนที่สิ้นสุด)
17. หมวดที่ 13 จริยธรรมของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองและเจาหนาที่ของรัฐ
- ใหมีประมวลจริยธรรมซึ่งกําหนดเปนมาตรฐานทางจริยธรรมของผูดํารงตําแหนงทางการเมือง
ขาราชการหรือเจาหนาที่ของรัฐแตละประเภท
- หากขาราชการฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามเปนความผิดวินัย หากเปนผูดํารงตําแหนงทาการเมือง
ฝาฝนหรือไมปฏิบัติตาม ใหผูตรวจการแผนดินรายงานตอรัฐสภา คณะรัฐมนตรี หรือสภาทองถิ่นแลวแตกรณี
หากเปนการกระทําผิดรายแรง ใหสงเรื่องให ปปช. พิจารณา โดยใหถือเปนเหตุที่จะถูกถอดถอนจากตําแหนง
- ใหผูตรวจการแผนดินมีอํานาจหนาที่เสนอแนะใหคําแนะนําในการจัดทําหรือปรับปรุงประมวล
จริยธรรม สงเสริมใหผูดํารงตําแหนงทางการเมือง ขาราชการและเจาหนาที่ของรัฐ มีจิตสํานึกในดานจริยธรรม
18. หมวดที่ 14 การปกครองสวนทองถิ่น
- รัฐจะตองใหความเปนอิสระแกองคกรปกครองสวนทองถิ่น(การกํากับ ดูแลเทาที่จําเปน)
- องคกรปกครองสวนทองถิ่นยอมมีอํานาจหนาที่โดยทั่วไปในการดูแลและจัดทําบริการสาธารณะ
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
62
เพื่อประโยชนของประชาชนในทองถิ่น และยอมมีความเปนอิสระในการกําหนดนโยบาย การบริหาร การจัด
บริการสาธารณะ การบริหารงานบุคคล การเงินและการคลัง และมีอํานาจหนาที่ของตนเองโดยเฉพาะ
- ใหมีกฎหมายกําหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจ เพื่อกําหนดการแบงอํานาจหนาที่และ
จัดสรรรายไดระหวางราชการสวนกลางและราชการสวนภูมิภาคกับองคกรปกครองสวนทองถิ่น
- องคกรปกครองสวนทองถิ่นตองมีสภาทองถิ่นและคณะผูบริหารทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น
สมาชิกสภาทองถิ่นตองมาจากการเลือกตั้ง(วาระ4 ป) ประชาชนมีสิทธิ์ลงคะแนนสียงถอดถอนได
- องคกรปกครองสวนทองถิ่นยอมมีสิทธิที่จะจัดการศึกษาอบรม และการฝกอาชีพตามความ
เหมาะสมและความตองการภายในทองถิ่นนั้น และเขาไปมีสวนรวมในการจัดการศึกษาอบรมของรัฐโดย
คํานึงถึงความสอดคลองกับมาตรฐานและระบบการศึกษาของชาติ
19. หมวดที่ 15 การแกไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ
- ครม. สส.ไมนอยกวาหนึ่งในหา สว.ไมนอยกวาหนึ่งในหา หรือประชาชนผูมีสิทธิเลือกตั้งจํานวน
ไมนอยกวาหาหมื่นคน มีสิทธิ์ขอแกไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ
- ขอแกไขเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยหรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐไมได
20. บทเฉพาะกาล
- ใหองคมนตรี ผูตรวจการแผนดินของรัฐสภา กรรมการการเลือกตั้ง กรรมการปองกันและ
ปราบปรามการทุจริตแหงชาติ และสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ กรรมการสิทธิมนุษยชน
แหงชาติเปนตอไป สภานิติบัญญัติแหงชาติทําหนาที่จนกวาจะมีวุฒิสภา
- วาระเริ่มแรก ใหสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการสรรหามีวาระแคสามป
- ครม.(สุรยุทธ)ทําหนาที่จนกวาจะไดครม.ชุดใหม(สมัคร)และใหคมช. พนตามครม. (สุรยุทธ)
- ใหดําเนินการสรรหาคณะกรรมการตรวจเงินแผนดินและผูวาการตรวจเงินแผนดินภายใน
หนึ่งรอยยี่สิบวันนับแตวันที่มีการแตงตั้งประธานสภาผูแทนราษฎรและผูนําฝายคานในสภาผูแทนราษฎร
- ใหครม. ดําเนินการจัดทําหรือปรับปรุงกฎหมายเพื่อการพัฒนาการศึกษาของชาติ โดยสงเสริม
การศึกษาในระบบการศึกษานอกโรงเรียน การศึกษาตามอัธยาศัย การเรียนรูดวยตนเอง การเรียนรูตลอดชีวิต
วิทยาลัยชุมชน หรือรูปแบบอื่น รวมทั้งปรับปรุงกฎหมายเพื่อกําหนดหนวยงานรับผิดชอบการจัดการศึกษา
ที่เหมาะสม และสอดคลองกับระบบการศึกษาทุกระดับของการศึกษาขั้นพื้นฐาน ภายในหนึ่งปนับแตวันที่
แถลงนโยบายตอรัฐสภา
- ใหครม.ดําเนินการจัดทําหรือปรับปรุงกฎหมายวาดวยการกําหนดแผนและขั้นตอนการกระจาย
อํานาจใหแกองคกรปกครองสวนทองถิ่น กฎหมายรายไดทองถิ่น กฎหมายจัดตั้งองคกรปกครองสวนทองถิ่น
กฎหมายเกี่ยวกับขาราชการสวนทองถิ่น และกฎหมายอื่น ภายในสองปนับแตวันที่แถลงนโยบายตอรัฐสภา
- ใหแตงตั้งคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายที่มีการดําเนินการที่เปนอิสระภายในเกาสิบวันนับแต
วันประกาศใชรัฐธรรมนูญนี้ โดยมีหนาที่ศึกษาและเสนอแนะการจัดทํากฎหมายที่จําเปนตองตราขึ้นเพื่ออนุวัติ
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
63
การตามบทบัญญัติแหงรัฐธรรมนูญ และใหจัดทํากฎหมายเพื่อจัดตั้งองคกรเพื่อการปฏิรูปกฎหมายใหแลวเสร็จ
ภายในหนึ่งปนับแตวันประกาศใชรัฐธรรมนูญนี้
- บรรดาการใด ๆ ที่ไดรับรองไวในรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว 2549 )
ถือวาเปนการชอบดวยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการกระทําที่เกี่ยวเนื่องกับกรณีดังกลาวไมวากอน
หรือหลังวันประกาศใชรัฐธรรมนูญนี้ ใหถือวาการนั้นและการกระทํานั้นชอบดวยรัฐธรรมนูญ
โดยสรุป รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มี หมวด 15 และบทเฉพาะกาล รวมทั้งหมด
309 มาตรา ดังนี้ หมวด 1 บททั่วไป หมวด 2 พระมหากษัตริย หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย
หมวด 4 หนาที่ของชนชาวไทย หมวด 5 แนวนโยบายพื้นฐานแหงรัฐ หมวด 6 รัฐสภา หมวด 7 การมีสวน
รวมทางการเมืองโดยตรงของประชาชน หมวด 8 การเงิน การคลัง และงบประมาณ หมวด 9 คณะรัฐมนตรี
หมวด10 ศาล หมวด 11 องคกรตามรัฐธรรมนูญ หมวด 12 การตรวจสอบการใชอํานาจรัฐ หมวด 13
จริยธรรมของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองและเจาหนาที่ของรัฐ หมวด 14 การปกครองสวนทองถิ่น
หมวด 15 การแกไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ และบทเฉพาะกาล
1.2) รัฐธรรมนูญ ในสวนที่เกี่ยวของกับการศึกษา
ในรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ไดบัญญัติสาระเกี่ยวกับการจัดการศึกษา
ไว หลายหมวด หลายมาตรา ดังนี้
หมวดที่ ๓ สิทธิและเสรีภาพชนชาวไทย
สวนที่ ๗ เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคลและสื่อมวลชน
มาตรา ๔๗ คลื่นความถี่ที่ใชในการสงวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศนและโทรคมนาคม เปน
ทรัพยากรสื่อสารของชาติเพื่อประโยชนสาธารณะ
ใหมีองคกรของรัฐที่เปนอิสระองคกรหนึ่งทําหนาที่จัดสรรคลื่นความถี่ตามวรรคหนึ่งและกํากับการ
ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน และกิจการโทรคมนาคม
การดําเนินการตามวรรคสองตองคํานึงถึงประโยชนสูงสุดของประชาชนในระดับชาติและระดับ
ทองถิ่น ทั้งในดานการศึกษา วัฒนธรรม ความมั่นคงของรัฐ และประโยชนสาธารณะอื่นรวมทั้งการแขงขัน
โดยเสรีอยางเปนธรรม รวมทั้งตองจัดใหภาคประชาชนมีสวนรวมในการดําเนินการสื่อมวลชนสาธารณะ
การกํากับการประกอบกิจการตามวรรคสองตองมีมาตรการเพื่อปองกันการควบรวมหรือการครอบ
งําระหวางสื่อมวลชนดวยกันเองหรือโดยบุคคลอื่นใด ซึ่งจะมีผลเปนการขัดขวางเสรีภาพในการรับรูขอมูล
ขาวสารหรือปดกั้นการไดรับขอมูลขาวสารที่หลากหลาย
ผูดํารงตําแหนงทางการเมืองจะเปนเจาของกิจการหรือถือหุนในกิจการหนังสือพิมพวิทยุกระจาย
เสียง วิทยุโทรทัศน หรือโทรคมนาคมมิได ไมวาในนามของตนเองหรือใหผูอื่นเปนเจาของกิจการหรือถือหุน
แทน หรือจะดําเนินการโดยวิธีการอื่นไมวาโดยทางตรงหรือทางออมที่สามารถบริหารกิจการดังกลาวไดใน
ทํานองเดียวกับการเปนเจาของกิจการหรือถือหุนในกิจการดังกลาวมิได
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
64
สวนที่ ๘ สิทธิและเสรีภาพในการศึกษา
มาตรา ๔๙ บุคคลยอมมีสิทธิเสมอกันในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐานไมนอยกวาสิบสองปที่รัฐจะ
ตองจัดใหอยางทั่วถึงและมีคุณภาพ โดยไมเก็บคาใชจาย
ผูยากไร ผูพิการหรือทุพพลภาพ หรือผูอยูในสภาวะยากลําบาก ตองไดรับการสนับสนุนจากรัฐเพื่อ
ใหไดรับการศึกษาโดยทัดเทียมกับบุคคลอื่น
การจัดการศึกษาอบรมขององคกรวิชาชีพหรือเอกชน การศึกษาทางเลือกของประชาชน การเรียนรู
ดวยตนเอง และการเรียนรูตลอดชีวิต ยอมไดรับความคุมครองและสงเสริมจากรัฐ
มาตรา ๕๐ บุคคลยอมมีเสรีภาพในทางวิชาการ
การศึกษาอบรม การเรียนการสอน การวิจัย และการเผยแพรงานวิจัยตามหลักวิชาการยอมไดรับ
ความคุมครอง ทั้งนี้ เทาที่ไมขัดตอหนาที่ของพลเมืองหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
สวนที่ ๙ สิทธิในการไดรับบริการสาธารณสุขและสวัสดิการจากรัฐ
มาตรา ๕๒ เด็ก เยาวชน และบุคคลในครอบครัวมีสิทธิไดรับความคุมครองจากรัฐจากการใชความ
รุนแรงและการปฏิบัติอันไมเปนธรรม รวมทั้งมีสิทธิในการอยูรอดและไดรับการพัฒนาดานรางกาย จิตใจ
และสติปญญาตามศักยภาพในสภาพแวดลอมที่เหมาะสม
การแทรกแซงและการจํากัดสิทธิของเด็ก เยาวชน และบุคคลในครอบครัวจะกระทํามิได เวนแตโดย
อาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแหงกฎหมายเฉพาะเพื่อสงวนและรักษาไวซึ่งสถานะของครอบครัวหรือ
ประโยชนสูงสุดของบุคคลนั้น
เด็กและเยาวชนซึ่งไมมีผูดูแลมีสิทธิไดรับการเลี้ยงดูและการศึกษาอบรมจากรัฐ
หมวด ๔ หนาที่ของชนชาวไทย
มาตรา ๗๓ บุคคลมีหนาที่รับราชการทหาร ชวยเหลือในการปองกันและบรรเทาภัยพิบัติสาธารณะ
เสียภาษีอากร ชวยเหลือราชการ รับการศึกษาอบรม พิทักษ ปกปอง และสืบสานศิลปวัฒนธรรมของชาติและ
ภูมิปญญาทองถิ่น และอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ
หมวด ๕ แนวนโยบายพื้นฐานแหงรัฐ
สวนที่ ๔ แนวนโยบายดานศาสนา สังคม การศึกษา และวัฒนธรรม
มาตรา ๘๐ รัฐตองดําเนินการตามแนวนโยบายดานสังคม การศึกษา และวัฒนธรรมดังตอไปนี้
๑) คุมครองและพัฒนาเด็กและเยาวชน สงเสริมความเสมอภาคของหญิงและชายเสริมสรางและ
พัฒนาความเปนปกแผนของสถาบันครอบครัว รวมทั้งตองสงเคราะหและจัดสวัสดิการใหแกคนชรา ผูยากไร
ผูพิการหรือทุพพลภาพ และผูอยูในสภาวะยากลําบากใหมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและพึ่งพาตนเองได
๒) สงเสริม สนับสนุน และพัฒนาการสรางเสริมสุขภาพ อันนําไปสูสุขภาวะที่ยั่งยืนของประชาชน
รวมทั้งจัดและสงเสริมใหประชาชนไดรับบริการสาธารณสุขที่มีมาตรฐาน อยางทั่วถึง และมีประสิทธิภาพ
และสงเสริมใหองคกรปกครองสวนทองถิ่นและเอกชนมีสวนรวมในการจัดบริการสาธารณสุข
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
65
๓) พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาใหสอดคลองกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและ
สังคม สนับสนุนใหผูเรียนมีความคิดสรางสรรค สรางเสริมและปลูกฝงความรูและจิตสํานึกที่ถูกตองเกี่ยวกับ
คุณธรรม จริยธรรม แนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงความรูรักสามัคคี ความมีระเบียบวินัย พัฒนาคุณภาพ
ผูประกอบวิชาชีพครูบุคลากรการศึกษาและจัดสรรงบประมาณเพื่อการศึกษาอยางเหมาะสมและเพียงพอ
๔) สงเสริมและสนับสนุนการกระจายอํานาจการจัดการศึกษาเพื่อใหองคกรปกครองสวนทองถิ่น
ชุมชน องคการทางศาสนา และเอกชน จัดและมีสวนรวมในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนามาตรฐานและ
คุณภาพการศึกษาใหเทาเทียมและสอดคลองกับความตองการในแตละพื้นที่
๕) สงเสริมและสนับสนุนการศึกษาวิจัยในศิลปวิทยาการแขนงตาง ๆ และเผยแพรขอมูลผลการ
ศึกษาวิจัยที่ไดรับทุนสนับสนุนการศึกษาวิจัยจากรัฐ รวมทั้งเปดโอกาสใหประชาชนเขาถึงขอมูลดังกลาวได
๖) อนุรักษ ฟนฟู ปกปอง และเผยแพรศิลปวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีของชาติ คานิยม
อันดีงามและภูมิปญญาทองถิ่น และตองปลูกฝงและสงเสริมใหประชาชนมีจิตสํานึกในเรื่องดังกลาว
หมวด ๑๔ การปกครองสวนทองถิ่น
มาตรา ๒๘๙ องคกรปกครองสวนทองถิ่นยอมมีหนาที่บํารุงรักษาศิลปะจารีตประเพณี ภูมิปญญา
ทองถิ่น หรือวัฒนธรรมอันดีของทองถิ่น
องคกรปกครองสวนทองถิ่นยอมมีสิทธิที่จะจัดการศึกษาอบรม และการฝกอาชีพตามความเหมาะสม
และความตองการภายในทองถิ่นนั้น และเขาไปมีสวนรวมในการจัดการศึกษาอบรมของรัฐ โดยคํานึงถึง
ความสอดคลองกับมาตรฐานและระบบการศึกษาของชาติ
การจัดการศึกษาอบรมภายในทองถิ่นตามวรรคสอง องคกรปกครองสวนทองถิ่นตองคํานึงถึงการ
บํารุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปญญาทองถิ่น และวัฒนธรรมอันดีของทองถิ่นดวย
2. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ
2.1) ลักษณะและจุดเนนของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ
ลักษณะแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ
1) เปนแผนระยะปานกลาง (3-5 ป) ชวงเวลาเปนปงบประมาณ
2) เปนเครื่องมือในการบริหารประเทศ (ของทุกภาคสวน) ตางกับแผนบริหารราชการแผนดิน
(เปนเครื่องมือรัฐ)
3) แตละแผนมีจุดเนนที่แตกตางกัน
4) เปนแผนยุทธศาสตรหลักในเชิงวิสัยทัศนและพันธกิจในการพัฒนาประเทศ
จุดเนนของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติแตละฉบับที่ผานมา
1) ฉบับที่ 1 (2504-2509) เปนแผน 6 ป เนนเฉพาะดานเศรษฐกิจ
2) ฉบับที่ 2 (2510-2514) ใหความสําคัญดานเศรษฐกิจ
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
66
3) ฉบับที่ 3 (2515-2519) พูดเรื่องสังคม ประชากร
4) ฉบับที่ 4 (2520-2524) พูดเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ สวล.
5) ฉบับที่ 5 (2525-2529) มีนโยบายพัฒนาประเทศแนวใหม .
6) ฉบับที่ 6 (2530-2534) ใหความสําคัญการวางแผนลางขึ้นบน.
7) ฉบับที่ 7 (2535-2539) ใหความสําคัญเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน
8) ฉบับที่ 8 (2540-2544) คนเปนศูนยกลางพัฒนา พัฒนาสมดุล
9) ฉบับที่ 9 (2545-2549) ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พัฒนาคน สมดุล
2.2) สรุปสาระแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2550-2554)
1.วิสัยทัศนประเทศไทย
มุงพัฒนาสู สังคมอยูเย็นเปนสุขรวมกัน(Green and Happiness Society)คนไทยมีคุณธรรมนําความ
รอบรู รูเทาทันโลก ครอบครัวอบอุน ชุมชน เขมแข็ง สังคมสันติสุข เศรษฐกิจมีคุณภาพ เสถียรภาพ และ
เปนธรรม สิ่งแวดลอมมีคุณภาพและทรัพยากรธรรมชาติที่ยั่งยืน อยูภายใตระบบบริหารจัดการประเทศ ที่มี
ธรรมาภิบาล ดํารงไวซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข และอยูในประชาคม
โลกไดอยางมีศักดิ์ศรี
2.พันธกิจ
เพื่อใหการพัฒนาประเทศในระยะแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10 มุงสู “สังคมอยูเย็นเปนสุขรวมกัน” ภายใต
แนวปฏิบัติของ “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” เห็นควรกําหนดพันธกิจของการพัฒนาประเทศ ดังนี้
1) พัฒนาคนใหมีคุณภาพ คุณธรรมนําความรอบรูอยางเทาทัน
2) เสริมสรางเศรษฐกิจใหมีคุณภาพ เสถียรภาพ และเปนธรรม
3) ดํารงความหลากหลายทางชีวภาพ และสรางความมั่นคงของฐานทรัพยากรธรรมชาติและคุณภาพ
สิ่งแวดลอม
4) พัฒนาระบบบริหารจัดการประเทศใหเกิดธรรมาภิบาลภายใตระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหา
กษัตริยทรงเปนประมุข
3.วัตถุประสงค
1) เพื่อสรางโอกาสการเรียนรูคูคุณธรรม
2) เพื่อเพิ่มศักยภาพของชุมชน
3) เพื่อปรับโครงสรางการผลิตสูการเพิ่มคุณคาของสินคาและบริการบนฐานความรูและนวัตกรรม
4) เพื่อสรางภูมิคุมกัน และระบบบริหารความเสี่ยงใหกับภาคการเงิน การคลัง พลังงาน ตลาดปจจัย
การผลิต ตลาดแรงงาน และการลงทุน
5) เพื่อสรางระบบการแขงขันดานการคาและ การลงทุนใหเปนธรรม และคํานึงถึงผลประโยชนของ
ประเทศ
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
67
6) เพื่อเสริมสรางความอุดมสมบูรณของทรัพยากรธรรมชาติและคุณคาความหลากหลายทางชีวภาพ
7) เพื่อเสริมสรางธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการประเทศสูภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน และภาค
ประชาชน
4.เปาหมาย
1) เปาหมายการพัฒนาคุณภาพคนและความ เขมแข็งของชุมชน
1.1) การพัฒนาคน
1) คนไทยทุกคนไดรับการพัฒนาใหมีความพรอมทั้งดานรางกาย สติปญญา คุณธรรม จริยธรรม
อารมณ มีความสามารถในการแกปญหา มีทักษะในการประกอบอาชีพ มีความมั่นคงในการดํารงชีวิตอยาง
มีศักดิ์ศรี และอยูรวมกันอยางสงบสุข
2) เพิ่มจํานวนปการศึกษาเฉลี่ยของคนไทยเปน 10 ป พัฒนากําลังแรงงานระดับกลางที่มีคุณภาพเพิ่ม
เปน60% ของกําลังแรงงานทั้งหมด และเพิ่มสัดสวนบุคลากรดานการวิจัยและพัฒนาเปน10 คน ตอประชากร
10,000 คน
3) อายุคาดหมายเฉลี่ยของคนไทยสูงขึ้นเปน 80 ป ควบคูกับการลดอัตราเพิ่มของการเจ็บปวยดวย
โรคที่ปองกันไดใน 5 อันดับแรก คือ หัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หลอดเลือดสมอง และมะเร็ง นําไป
สูการเพิ่มผลิตภาพแรงงาน และลดรายจายดานสุขภาพของบุคคลลงในระยะยาว
1.2) การพัฒนาชุมชนและแกปญหาความยากจน ทุกชุมชนมีแผนชุมชนแบบมีสวนรวม และองคกร
ปกครองสวนทองถิ่นนําแผนชุมชนไปใชประกอบการจัดสรรงบประมาณเพิ่มกิจกรรมสรางสรรคสังคมและ
บรรเทาปญหาอาชญากรรม ยาเสพติด และขยายโอกาสการเขาถึงแหลงทุน การมีสวนรวมในการตัดสินใจ
และลดสัดสวนผูอยูใตเสนความยากจนลงเหลือรอยละ 4 ภายในป 2554
2) เปาหมายดานเศรษฐกิจ
2.1) โครงสรางเศรษฐกิจ สัดสวนภาคเศรษฐกิจ ในประเทศตอภาคการคาระหวางประเทศ เพิ่มขึ้นเปน
75% ภายในป 2554 และสัดสวนภาคการผลิตเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรเพิ่มขึ้นเปน 15% ภายในป 2554
2.2) เสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟอทั่วไปเฉลี่ย 3.0-3.5% ตอป สัดสวนหนี้สาธารณะตอผลิตภัณฑ
มวลรวมในประเทศ ไมเกิน 50% และความยืดหยุนการใชพลังงานเฉลี่ยไมเกิน 1:1 ในระยะของแผนฯ 10
2.3) ความเปนธรรมทางเศรษฐกิจ สัดสวนรายไดของกลุมที่มีรายไดสูงสุด 20% แรก ตอรายไดของ
กลุมที่มีรายไดต่ําสุด 20% ไมเกิน 10 เทาภายในป 2554 และสัดสวนผลผลิตของวิสาหกิจขนาดกลางและ
ขนาดยอมตอผลิตภัณฑมวลรวมในประเทศ ไมต่ํากวา 40% ในระยะของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10
3) เปาหมายการสรางความมั่นคงของฐานทรัพยากรและสิ่งแวดลอม
3.1) รักษาความสมบูรณของฐานทรัพยากรและความหลากหลายทางชีวภาพ ใหมีพื้นที่ปาไมไวไมนอย
กวา 33% และตองเปนพื้นที่ปาอนุรักษไมนอยกวา 18% ของพื้นที่ประเทศ รวมทั้งรักษาพื้นที่ทําการเกษตร
ในเขตชลประทานไวไมนอยกวา 31 ลานไร
3.2) รักษาคุณภาพสิ่งแวดลอมใหอยูในระดับที่เหมาะสมตอการดํารงคุณภาพชีวิตที่ดีและไมเปนภัย
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
68
คุกคามตอระบบนิเวศ ตลอดจนคุณภาพชีวิตของคนไทย
4) เปาหมายดานธรรมาภิบาล
4.1) มุงใหธรรมาภิบาลของประเทศดีขึ้น มีคะแนนภาพลักษณของความโปรงใสอยูที่ 5.0 ภายในป
2554 ระบบราชการมีขนาดที่เหมาะสม และมีการดําเนินงาน ที่คุมคาเพิ่มขึ้น ลดกําลังคนภาคราชการใหได
10% ภายในป 2554
4.2) สรางองคความรูเกี่ยวกับประชาธิปไตยและธรรมาภิบาลในบริบทไทย ใหมีการศึกษาวิจัย พัฒนา
องคความรูในดานวัฒนธรรมประชาธิปไตย วัฒนธรรมธรรมาภิบาล และวัฒนธรรมสันติวิธีเพิ่มขึ้นในระยะ
ของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10
5.ยุทธศาสตรการพัฒนาประเทศ
ยุทธศาสตรการพัฒนาประเทศ ภายใตบริบทการเปลี่ยนแปลงในกระแสโลกาภิวัฒนที่ปรับเปลี่ยนเร็ว
และสลับซับซอนมากยิ่งขึ้น จําเปนตองกําหนดยุทธศาสตรการพัฒนาประเทศที่เหมาะสม ดังนี้
1)ยุทธศาสตรการพัฒนาคุณภาพคนและสังคมไทยสูงสังคมแหงภูมิปญญาและการเรียนรู
2) ยุทธศาสตรการสรางความเขมแข็งของชุมชนและสังคมใหเปนรากฐานที่มั่นคงของประเทศ
3) ยุทธศาสตรการปรับโครงสรางการผลิตใหสมดุลและยั่งยืน ใหความสําคัญกับการปรับโครงสราง
เพื่อสรางความเขมแข็งของภาคการผลิตและบริการ บนฐานการเพิ่มคุณคาสินคาและบริการจากองคความรู
สมัยใหมภูมิปญญาทองถิ่นและนวัตกรรม และการบริหารจัดการที่ดี รวมทั้งสรางบรรยากาศการลงทุนที่ดี
ดวยการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานและระบบโลจิสติกส
4) ยุทธศาสตรการพัฒนาบนฐานความหลากหลายทางชีวภาพและการสรางความมั่นคงของฐาน
ทรัพยากรและสิ่งแวดลอม
5) ยุทธศาสตรการเสริมสรางธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการประเทศ มุงเสริมสรางความเปนธรรม
ในสังคมอยางยั่งยืน
6.การขับเคลื่อนยุทธศาสตรสูการ ปฏิบัติและการติดตามประเมินผล
การขับเคลื่อนยุทธศาสตรแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10 สูการปฏิบัติ ตองใหภาคีพัฒนาทุกภาคสวนมี
สวนรวมในการขับเคลื่อน
1) เสริมสรางบทบาทการมีสวนรวมของภาคีพัฒนาจัดทําแผนปฏิบัติการในระดับตางๆ
2) กําหนดแนวทางการลงทุนที่สําคัญตามยุทธศาสตรการพัฒนาในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10
3)เรงปรับปรุงและพัฒนากฎหมายเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตรใหบังเกิดผลในทางปฏิบัติ
อยางมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล
4) ศึกษาวิจัยสรางองคความรูและกระบวนการเรียนรูเพื่อหนุนเสริมการขับเคลื่อนยุทธศาสตรแผน
พัฒนาฯ ฉบับที่ 10 สูการปฏิบัติ
5) พัฒนาระบบการติดตามประเมินผลและสรางดัชนีความสําเร็จของการพัฒนาในทุกระดับ
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
69
6) สนับสนุนการพัฒนาระบบฐานขอมูลในทุกระดับและการเชื่อมโยงโครงขายขอมูลขาวสาร
ระหวางหนวยงานกลางระดับนโยบาย ตลอดจนระดับพื้นที่และทองถิ่น
3. ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
3.1) แนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง : แนวคิดใหมในการพัฒนาเศรษฐกิจ
เปาหมายการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยทั่วไป ผูบริหารเศรษฐกิจมีเปาหมายที่สําคัญสามประการคือ
ก) ดานประสิทธิภาพ คือ การขยายตัวทางเศรษฐกิจ โดยมักจะพิจารณาจากการขยายตัวของผลผลิต
มวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestio Product) ซึ่งแสดงวาในระยะเวลา 1 ป ประเทศผลิตสินคาและ
บริการรวมแลวเปนมูลคาเทาใด ดังนั้น การที่ประเทศมี GDP ขยายตัว จึงหมายถึงวาสังคมมีการผลิตสินคา
และบริการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอยางตอเนื่อง มีทรัพยากรมากขึ้น ประชาชนโดยรวมมีความมั่งคั่งมากขึ้น ซึ่งการ
ขยายตัวไดดีแสดงวาระบบเศรษฐกิจมีประสิทธิภาพ มีการจัดสรรทรัพยากรที่ดี
ข) ดานเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ คือ การที่ตัวแปรทางเศรษฐกิจที่สําคัญไมเปลี่ยนแปลงอยางรวดเร็ว
การไมมี shock ในระบบเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ประชาชนโดยทั่วไปยอมไมชอบการเปลี่ยนแปลงอยางรวดเร็วทําให
ปรับตัวไดยาก ในดานเสถียรภาพนี้มักจะมองไดหลายมิติคือ การมีเสถียรภาพในระดับราคาของสินคา หมาย
ถึง การที่ระดับราคาของสินคาไมเปลี่ยนแปลงอยางฉับพลัน ประชาชนสามารถคาดการณราคาสินคาและ
บริการได การมีเสถียรภาพของการมีงานทํา หมายถึง การที่ตําแหนงงานมีความเพียงพอตอความตองการของ
ตลาดแรงงาน การมีเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตางประเทศ หมายถึง การที่อัตราแลกเปลี่ยนเงิน
ตราตางประเทศไมมีการเปลี่ยนแปลงอยางฉับพลัน ซึ่งจะมีผลตอเสถียรภาพของราคาในประเทศ และทําให
วางแผนการทําธุรกรรมระหวางประเทศมีความยุงยากมากขึ้น
ค) ดานความเทาเทียมกัน โดยทั่วไป หมายถึง ความเทาเทียมกันทางรายได เมื่อเศรษฐกิจมีการเปลี่ยน
แปลงไปในทางที่ดีขึ้น แตปรากฏวา รายไดของคนในประเทศมีความแตกตางกันมากขึ้นเรื่อยๆ แสดงใหเห็น
วามีคนเพียงกลุมนอยไดประโยชนจากการขยายตัวของเศรษฐกิจ สถานการณจะเลวรายไปกวานี้อีก หาก
เศรษฐกิจมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น แตปรากฏวา มีคนจนมากขึ้นเรื่อยๆ
3.2) โครงสรางและเนื้อหาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวทรงมีกระแสพระราชดํารัสใหผูบริหารประเทศและประชาชน เห็นถึง
ความสําคัญของการพัฒนาที่สมดุล มีการพัฒนาเปนลําดับขั้น ไมเนนเพียงการขยายตัวทางเศรษฐกิจอยาง
รวดเร็วมาเปนเวลานานแลว เชนพระบรมราโชวาทเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2517 ที่วา
"ในการพัฒนาประเทศนั้นจําเปนตองทําตามลําดับขั้น เริ่มดวยการสรางพื้นฐาน คือความมีกินมีใชของ
ประชาชนกอน ดวยวิธีการที่ประหยัดระมัดระวัง แตถูกตองตามหลักวิชา เมื่อพื้นฐานเกิดขึ้นมั่นคงพอควร
แลวการชวยเหลือสนับสนุนประชาชนในการประกอบอาชีพและตั้งตัวใหมีความพอกินพอใชกอนอื่นเปน
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
70
พื้นฐานนั้น เปนสิ่งสําคัญอยางยิ่งยวด เพราะผูที่มีอาชีพและฐานะเพียงพอ ที่จะพึ่งตนเองยอมสามารถสราง
ความเจริญกาวหนาระดับที่สูงขึ้นตอไปไดโดยแนนอน สวนการถือหลักที่จะสงเสริมความเจริญ ใหคอยเปน
คอยไปตามลําดับดวยความรอบคอบระมัดระวังและประหยัดนั้น ก็เพื่อปองกันการผิดพลาดลมเหลว"
และพระราชดํารัสเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2517
"...ใหเมืองไทยอยูแบบพออยูพอกิน ไมใชวาจะรุงเรืองอยางยอด แตวามีความพออยูพอกิน มีความสงบ
เปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ถาเรารักความพออยูพอกินนี้ได เราก็จะยอดยิ่งยวด......"
วิกฤติเศรษฐกิจในป 2540 แสดงใหเห็นปญหาในการแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจ และการบริหารเศรษฐกิจ
ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ผานมายังไมมีความสมดุล ไมสอดคลองกับพระราชดํารัส จึงไดมีการประมวลพระ
ราชดํารัสเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อเปนแนวคิดใหมในการพัฒนาประเทศและไดสรุปเปนหลัก
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และขอพระบรมราชานุญาตใชเปนกรอบในการจัดทําแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ
สังคมฉบับที่เกา
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เปนปรัชญาชี้ถึงแนวการดํารงอยูและปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ
ตั้งแตระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศใหดําเนินไปในทางสายกลาง โดย
เฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อใหกาวทันตอโลกยุคโลกาภิวัฒนความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ
ความมีเหตุผล รวมถึงความจําเปน ที่จะตองมีระบบภูมิคุมกันในตัวที่ดีพอสมควร ตอการมีผลกระทบใด ๆ
อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ทั้งนี้ จะตองอาศัยความรอบรู ความรอบคอบ และความ
ระมัดระวังอยางยิ่งในการนําวิชาการตางๆ มาใชในการวางแผนและการดําเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียว
กันจะตองเสริมสรางพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจาหนาที่ของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจใน
ทุกระดับ ใหมีสํานึกในคุณธรรมความซื่อสัตยสุจริต และใหมีความรอบรูที่เหมาะสม ดําเนินชีวิตดวยความ
อดทน ความเพียร มีสติ ปญญาและความรอบคอบ เพื่อใหสมดุลและพรอมตอการรองรับการเปลี่ยนแปลง
อยางรวดเร็วและกวางขวางทั้งดานวัตถุ สังคม สิ่งแวดลอมและวัฒนธรรมจากโลกภายนอกไดเปนอยางดี
จากปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี้ ไดมีการศึกษาโครงสรางและเนื้อหา โดยกลุมพัฒนากรอบแนวคิด
ทางเศรษฐศาสตรของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยจําแนกองคประกอบของปรัชญาเปนกรอบความคิด
คุณลักษณะ คํานิยาม เงื่อนไข และแนวทางปฏิบัติ/ผลที่คาดวาจะไดรับ
คณะทํางานนี้สรุปวา กรอบความคิด ของปรัชญานี้ เปนการชี้แนะแนวทางการดํารงอยูและปฏิบัติตน
ทั้งแนวทางปฏิบัติและตัวอยางการประยุกตที่เกิดขึ้น โดยปรัชญาใชไดทั้งระดับปจเจกชนครอบครัว ชุมชน
ประเทศ ในที่นี้มองในแงการบริหารเศรษฐกิจ (ระดับประเทศ) เปนการมองโลกในลักษณะที่เปนพลวัต
มีการเปลี่ยนแปลง มีความไมแนน และมีความเชื่อมโยงกับกระแสโลก คือไมใชปดประเทศ แตในขณะเดียว
กันก็ไมเปนเสรีเต็มที่อยางไมมีการควบคุมดูแล ไมใชอยูอยางโดดเดี่ยวหรืออยูโดยพึ่งพิงภายนอกทั้งหมด
คุณลักษณะเนนการกระทําที่พอประมาณบนพื้นฐานของความมีเหตุมีผลและการสรางภูมิคุมกัน
เนื้อหา ความพอเพียง คือ ความพอประมาณ ความมีเหตุมีผล มีระบบภูมิคุมกันที่ดีตอผลกระทบของ
การเปลี่ยนแปลง หากขาดองคประกอบใดก็ไมเปนความพอเพียงที่สมบูรณ
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
71
ความพอประมาณ คือ ความพอดี กลาวอยางงายๆวาเปนการยืนไดโดยลําแขงของตนเอง โดยมีการ
กระทําไมมากเกินไป ไมนอยเกินไปในมิติตางๆ เชน การบริโภค การผลิตอยูในระดับสมดุล การใชจาย
การออมอยูในระดับที่ไมสรางความเดือดรอนใหกับตนเอง พรอมรับการเปลี่ยนแปลง
ความมีเหตุมีผล หมายความวา การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับความพอประมาณ ในมิติตางๆ จะตอง
เปนไปอยางมีเหตุมีผล ตองเปนการมองระยะยาว คํานึงถึงความเสี่ยง มีการพิจารณาจากเหตุปจจัยและขอมูล
ที่เกี่ยวของ ตลอดจนคํานึงถึงผลที่คาดวาจะเกิด
การมีภูมิคุมกันในตัวดีพอสมควร พลวัตในมิติตาง ๆ ทําใหมีการเปลี่ยนแปลงในสภาวะตางๆ
อยางรวดเร็วขึ้น จึงตองมีการเตรียมตัวพรอมรับผลกระทบที่คาดวาจะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงดานตางๆ
การกระทําที่เรียกไดวาพอเพียงไมคํานึงถึงเหตุการณและผลในปจจุบัน แตจําเปนตองคํานึงถึงความเปนไป
ไดของสถานการณตางๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ภายใตขอจํากัดของขอมูลที่มีอยู และสามารถสรางภูมิคุมกัน
พรอมรับการเปลี่ยนแปลง
ทั้งนี้ เงื่อนไขการปฏิบัติ ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงคือ การมีความรอบรู รอบคอบระมัดระวัง
มีคุณธรรมความซื่อสัตยสุจริต
ความรอบรู คือ มีความรูเกี่ยวกับวิชาการตางๆอยางรอบดาน ในเรื่องตางๆที่เกี่ยวของ เพื่อใชเปน
ประโยชนพื้นฐานเพื่อนําไปใชในการปฏิบัติอยางพอเพียง การมีความรอบรูยอมทําใหมีการตัดสินใจที่
ถูกตอง
ความรอบคอบ คือ มีการวางแผน โดยสามารถที่จะนําความรูและหลักวิชาตางๆมาพิจารณาเชื่อมโยง
สัมพันธกัน
ความระมัดระวัง คือ ความมีสติ ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได ในการนําแผนปฏิบัติที่ตั้ง
อยูบนหลักวิชา เหลานั้นไปใชในทางปฏิบัติ โดยการระมัดระวังใหรูเทาทันเหตุการณที่เปลี่ยนแปลงไปดวย
ในสวนของคุณธรรม ความซื่อสัตยสุจริต ซึ่งคลุมคนทั้งชาติ รวมทั้งเจาหนาที่ นักวิชาการ นักธุรกิจ
มีสองดานคือ ดานจิตใจ/ปญญาและดานกระทํา ในดานแรกเปนการเนนความรูคูคุณธรรมตระหนักใน
คุณธรรม มีความซื่อสัตยสุจริต และมีความรอบรูที่เหมาะสม สวนดานการกระทําหรือแนวทางดําเนินชีวิต
เนนความอดทน ความเพียร สติ ปญญา และความรอบคอบ เงื่อนไขนี้จะทําใหการปฏิบัติตามเนื้อหาของ
ความพอเพียงเปนไปได
ปรัชญากลาวถึงแนวทางปฏิบัติและผลที่คาดวาจะไดรับดวย โดยความพอเพียงเปนทั้งวิธีการและผล
(End and mean) จากการกระทํา โดยจะทําใหเกิดวิถีการพัฒนาและผลของการพัฒนาที่สมดุล และพรอมรับ
การเปลี่ยนแปลง ความสมดุลและความพรอมรับการเปลี่ยนแปลงหมายถึง ความสมดุลในทุกดาน ทั้งดาน
เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดลอมและวัฒนธรรม ในขณะเดียวกัน ความสมดุลของการกระทําทั้งเหตุและผลจะ
นําไปสู ความยั่งยืนของการพัฒนา ภายใตพลวัตทั้งภายในและภายนอกประเทศ
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
72
ข. นโยบายรัฐบาลและนโยบายดานการศึกษา
1. นโยบายรัฐบาล (นายสมัคร สุนทรเวช)
นโยบายรัฐบาลที่แถลงตอรัฐสภาเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ 2551 แบงการดําเนินการเปน 2 ระยะ คือ
ระยะเรงดวนที่ตองเริ่มดําเนินการในปแรก และระยะการบริหารราชการ 4 ปของรัฐบาล ดังตอไปนี้
นโยบายรัฐบาลที่แถลงตอรัฐสภาเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ 2551
ตามที่ไดทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ แตงตั้งใหกระผมเปนนายกรัฐมนตรี ตามประกาศพระบรมราช-
โองการ ลงวันที่ 29 มกราคม พุทธศักราช 2551 และแตงตั้งคณะรัฐมนตรีตามประกาศพระบรมราชโองการ
ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ พุทธศักราช 2551 นั้นบัดนี้ คณะรัฐมนตรีไดกําหนดนโยบายการบริหารราชการแผน
ดินเรียบรอยแลว โดยยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาอันมีพระมหากษัตริยทรง
เปนประมุข และครอบคลุมถึงแนวนโยบายพื้นฐานแหงรัฐตามบทบัญญัติในหมวด 5 ของรัฐธรรมนูญแหง
ราชอาณาจักรไทย คณะรัฐมนตรีจึงขอแถลงนโยบายดังกลาวตอที่ประชุมรวมกันของรัฐสภาเพื่อใหทราบถึง
เจตนารมณ ยุทธศาสตร และนโยบายของรัฐบาล ที่มุงมั่นที่จะสรางเสถียรภาพและความมั่นคงกาวหนาใน
การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม การเมืองการปกครอง และสรางความสมานฉันทใหเกิดขึ้น เพื่อประโยชนสุข
ของประเทศชาติและประชาชนชาวไทยทุกคน
เศรษฐกิจไทยในปนี้จะเปนปที่ตองเผชิญกับปญหาจากเศรษฐกิจโลกที่มีความรุนแรง อยางนอยสอง
ประการ คือ ปญหาหนี้ดอยคุณภาพของอสังหาริมทรัพยในประเทศมหาอํานาจทางเศรษฐกิจที่สงผลกระทบ
ถึงตลาดเงินและเศรษฐกิจของประเทศตาง ๆ ในโลก และปญหาราคาน้ํามันดิบในตลาดโลกที่มีแนวโนมเพิ่ม
ขึ้นและกอใหเกิดแรงกดดันตอภาวะเงินเฟอในโลกและในประเทศไทย
นอกจากปญหาเฉพาะหนาดังกลาวแลว รัฐบาลยังมีภารกิจสําคัญอื่น ๆ ในการวางรากฐานการเจริญเติบโตที่
มั่นคงและยั่งยืน และสงเสริมภาคการผลิตและบริการใหสามารถปรับตัวไปสูการผลิตสินคาและบริการที่มี
มูลคาสูงขึ้น เพื่อเพิ่มความสามารถในการแขงขัน ซึ่งเปนปญหาโครงสรางระยะยาวของประเทศ สวนดาน
สังคมและสิ่งแวดลอม สังคมไทยจะเริ่มเขาสูจุดเริ่มตนของสังคมผูสูงอายุในป 2552 และประชากรไทยตั้งแต
เด็กจนถึงผูสูงอายุอยูในภาวะที่ตองปรับตัวเขาสูสังคมฐานความรูในยุคโลกาภิวัตน ในขณะที่ภาวะโลกรอน
ภัยธรรมชาติ และปจจัยดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมมีความสําคัญตอเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต
ของประชาชนเพิ่มมากขึ้นตามลําดับในชวง 4 ปตอไป รัฐบาลจะดูแลปญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาว และ
มุงมั่นที่จะบริหารประเทศ ภายใตหลักการสําคัญสองประการ ซึ่งรัฐบาลเชื่อมั่นวาจะสามารถสรางความ
ยั่งยืนใหแกเศรษฐกิจและสังคมไทย สรางความเชื่อมั่นใหแกนักลงทุนไทยและตางประเทศ ประชาคมโลก
ประการแรก คือ การสรางความสมานฉันทใหแกคนไทยทุกภาคสวนที่จะตองรวมมือกันในการนํา
พาประเทศใหผานพนวิกฤติการณตาง ๆ และสรางรากฐานที่มั่นคงสําหรับประเทศในอนาคต การสรางความ
สมานฉันทนี้รวมถึงเรื่องที่สําคัญ คือ การแกไขและเยียวยาปญหาในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใตไป
สูแนวทางของการอยูรวมกันอยางสงบสุขและสามัคคีของพี่นองประชาชนในพื้นที่ และพัฒนาศักยภาพ
เศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใตของประเทศใหเปนฐานเศรษฐกิจที่สําคัญของประเทศ
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
73
ประการที่สอง คือ การสรางความสมดุลและภูมิคุมกันใหแกเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งเกี่ยวของกับ
นโยบายในทุกดาน ตั้งแตการพัฒนาคนใหมีคุณธรรมนําความรู การสนับสนุนการออมระยะยาว การสงเสริม
เกษตรทฤษฎีใหมในพื้นที่ที่เหมาะสม การพัฒนาชุมชนใหพึ่งตนเองไดและเชื่อมโยงกับตลาดอยางเปนขั้น
ตอน จนถึงการสรางความมั่นคงดานพลังงาน การดูแลการเคลื่อนยายเงินทุน และการเพิ่มความสามารถใน
การใชประโยชนและตอยอดเทคโนโลยีใหเขากับภูมิปญญาไทยเพื่อนําไปสูนวัตกรรมและสรางรายไดใหแก
ระบบเศรษฐกิจตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งเปนแนวทางหลักในการดําเนินงานของรัฐบาลตาม
แนวนโยบายพื้นฐานแหงรัฐ นอกจากหลักการทั้งสองประการแลว รัฐธรรมนูญฉบับปจจุบันไดใหความ
สําคัญแกบทบาทการมีสวนรวมของประชาชนในการพัฒนาประเทศ และกลไกการตรวจสอบการดําเนินงาน
ของภาครัฐ เพื่อใหอยูในกรอบแนวทางของการบริหารประเทศตามหลักธรรมาภิบาล รัฐบาลตระหนักถึง
ความสําคัญดังกลาว และจะยึดเปนแนวทางในการดําเนินงานของรัฐบาล
รัฐบาลไดกําหนดนโยบายการบริหารราชการแผนดินที่สําคัญ โดยแบงการดําเนินการเปน 2 ระยะ
คือ ระยะเรงดวนที่ตองเริ่มดําเนินการในปแรก และระยะการบริหารราชการ 4 ปของรัฐบาล ดังตอไปนี้
1. นโยบายเรงดวนที่จะเริ่มดําเนินการในปแรก
รัฐบาลถือเปนความจําเปนเรงดวนในการสรางความปรองดองสมานฉันทในสังคม ปราบปรามยาเสพติด
สรางความเชื่อมั่นใหแกนักลงทุน ฟนฟูใหเศรษฐกิจมีความเขมแข็ง แกไขปญหาความยากจน โดยพัฒนา
เศรษฐกิจฐานรากเพื่อเพิ่มศักยภาพการหารายได ลดรายจาย สรางโอกาสในอาชีพอยางยั่งยืนใหแกประชาชน
โดยเฉพาะเกษตรกร แรงงาน และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดยอม และแกไขปญหาสิ่งแวดลอมที่มีความ
สําคัญเรงดวน โดยมีนโยบายที่สําคัญ คือ
1.1 สรางความปรองดองสมานฉันทของคนในชาติและฟนฟูประชาธิปไตย โดยการเสริมสราง
ความเขาใจรวมกันของประชาชนในชาติใหเกิดความสมัครสมานสามัคคีเปนอันหนึ่งอันเดียวกัน และยึดมั่น
ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข เพื่อใหเกิดความรวมมือรวมใจ
ในการแกไขปญหาวิกฤติของประเทศ และสรางเสถียรภาพทั้งทางดานการเมือง การปกครอง สังคม และ
เศรษฐกิจ โดยมุงถึงประโยชนสุขของประชาชนสวนรวมเปนสําคัญ ซึ่งจะเปนรากฐานที่มั่นคงในการพัฒนา
ประเทศอยางยั่งยืนตอไป
1.2 แกไขปญหาความไมสงบในจังหวัดชายแดนภาคใต โดยนอมนําแนวทาง พระราชทาน “เขาใจ
เขาถึง พัฒนา” มาดําเนินภารกิจในดานความมั่นคงและดานการพัฒนา โดยใหมีความสอดคลองกับลักษณะ
เฉพาะของพื้นที่ วิถีชีวิต วัฒนธรรม และความเชื่อของประชาชน ตลอดทั้งอํานวยความเปนธรรมและความ
ยุติธรรม โดยเนนการมีสวนรวมของทุกภาคสวนเพื่อใหเกิดความสงบเรียบรอย ความปลอดภัยในชีวิตและ
ทรัพยสิน สรางความสมานฉันทและสันติสุขในพื้นที่โดยเร็วที่สุด
1.3 เรงรัดแกไขปญหายาเสพติดและปราบปรามผูมีอิทธิพล โดยยังคงยึด หลักการ “ผูเสพ คือผูปวย
ที่ตองไดรับการรักษา สวนผูคา คือผูที่ตองไดรับโทษตามกระบวนการ ยุติธรรม” ทั้งนี้ รัฐบาลจะเรงรัดปราบ
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
74
ปรามการคายาเสพติด ลดปริมาณผูเสพยา และปองกันมิใหกลุมเสี่ยงเขาไปเปนเหยื่อของยาเสพติด โดยใช
กระบวนการมีสวนรวมของชุมชนควบคูกับมาตรการปราบปรามและบังคับใชกฎหมายอยางเปนธรรม และ
ใชมาตรการทางกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมตัดชองทางการหาเงินทุจริตของผูมีอิทธิพลในทุก ๆ ดาน
ไมวาจะเปนการตัดไมทําลายปา การคามนุษย และการเปนเจามือการพนัน เปนตน
1.4 ดําเนินมาตรการในการแกไขปญหาความเดือดรอนของประชาชนและผู ประกอบการ โดยดูแล
เสถียรภาพของคาเงินบาท ระดับราคาสินคาอุปโภคบริโภค และราคาพลังงานใหอยูในระดับที่เหมาะสมและ
เปนธรรมแกผูบริโภคและผูผลิต พรอมทั้งจัดหาสินคาราคาประหยัดจําหนายเพื่อบรรเทาความเดือดรอนของ
ผูมีรายไดนอย
1.5 เพิ่มศักยภาพของกองทุนหมูบานและชุมชนเมือง ใหเปนแหลงเงินหมุนเวียน ในการลงทุน สราง
งานและอาชีพ สรางรายไดและลดรายจายใหแกประชาชนในชุมชนและวิสาหกิจขนาดเล็กในครัวเรือน
พัฒนากองทุนหมูบานและชุมชนเมืองที่มีการบริหารจัดการที่ดี ใหสามารถยกระดับเปนธนาคารหมูบานและ
ชุมชน
1.6 จัดสรรงบประมาณตามขนาดประชากร (Small Medium Large: SML) ให ครบทุกหมูบานและ
ชุมชน เพื่อสรางโอกาสใหชุมชนสามารถแกไขปญหาของชุมชนดวยตนเอง และพัฒนาโครงการที่จะกอให
เกิดรายไดอยางยั่งยืน พัฒนาสินทรัพยชุมชน อนุรักษและรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมของ
ชุมชน เพื่อใหเกิดการเชื่อมโยงการใชทรัพยากรของรัฐ ทองถิ่น และจังหวัด อยางมีประสิทธิภาพ
1.7 สานตอโครงการธนาคารประชาชน เพื่อกระจายโอกาสการเขาถึงแหลงเงินให แกประชาชน
ผูมีรายไดนอย สรางทางเลือกและลดการพึ่งพาแหลงเงินกูนอกระบบ ซึ่งจะทําใหประชาชนมีโอกาสในการ
สรางงาน สรางรายไดดวยตนเอง
1.8 สนับสนุนสินเชื่อแกผูประกอบการขนาดกลาง ขนาดยอม และวิสาหกิจ ชุมชน เพื่อสรางโอกาส
ในการลงทุนและสรางรายได ผานสถาบันการเงินของรัฐและธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาด
ยอมแหงประเทศไทย
1.9 เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการโครงการหนึ่งตําบล หนึ่งผลิตภัณฑ เพื่อใหแตละชุมชน
สามารถใชทรัพยากรและภูมิปญญาทองถิ่นในการพัฒนาสินคา โดยรัฐพรอมที่จะสนับสนุนใหชุมชนเขาถึง
องคความรูสมัยใหม แหลงเงินทุน และพัฒนาขีดความสามารถในการบริหารจัดการและการตลาด เพื่อเชื่อม
โยงสินคาจากชุมชนสูตลาดทั้งในประเทศและตางประเทศ
1.10 พักหนี้ของเกษตรกรรายยอยและยากจน ที่ผานกระบวนการจัดทําแผนฟนฟู อาชีพ เพื่อสราง
โอกาสใหเกษตรกรสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตดวยการสรางรายไดและอาชีพที่ มั่นคง
1.11 สรางระบบประกันความเสี่ยงใหเกษตรกร เพื่อลดความเสี่ยง อันเนื่องมาจาก ผลกระทบความ
เสียหายจากภัยธรรมชาติ และสรางกลไกในการสรางเสถียรภาพราคาของสินคาเกษตรที่เปนธรรม
1.12 ขยายบทบาทของศูนยซอมสรางเพื่อชุมชน (Fix-it Center) และสถาบัน อาชีวศึกษา เพื่อให
คําแนะนําและถายทอดความรูในการใช การดูแลรักษาและซอมบํารุงเครื่องมืออุปกรณการประกอบอาชีพ
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
75
เครื่องใชในครัวเรือน รวมทั้งสรางเครือขายศูนยฯ กับชุมชนและวิสาหกิจเพื่อใหเกิดการพัฒนานวัตกรรม
ระบบรับรองและตรวจสอบคุณภาพในขั้นตนของสินคาชุมชน
1.13 สรางโอกาสใหประชาชนไดมีที่อยูอาศัยอยางทั่วถึง เชน โครงการ "บานเอื้อ อาทร" "บานรัฐ
สวัสดิการ" และ "ที่อยูอาศัยของตนเองเปนครั้งแรก" โดยเฉพาะอยางยิ่งในพื้นที่ซึ่งสามารถเดินทางเชื่อม
ระหวางกรุงเทพมหานครและปริมณฑลดวยระบบขนสงมวลชนไดอยางสะดวก
1.14 เรงรัดการลงทุนที่สําคัญของประเทศ เชน การพัฒนาระบบรถไฟฟาขนสง มวลชนใน
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 9 สาย รถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู รถไฟชานเมือง และรถไฟกางปลา
เชื่อมโยงจังหวัดที่ยังไมมีรถไฟขนสงผูโดยสารและขนสงสินคา และการพัฒนาขีดความสามารถของทา
อากาศยานสากล เปนตน เพื่อสรางความเชื่อมั่นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอยางตอเนื่อง และเพิ่มความ
สามารถในการแขงขันของประเทศ
1.15 ดําเนินมาตรการลดผลกระทบจากราคาพลังงาน โดยเรงรัดโครงการสง เสริมการใชพลังงาน
ทดแทนจากกาซธรรมชาติและผลผลิตทางการเกษตร เชน แกสโซฮอล ไบโอดีเซล รวมทั้งเรงรัดมาตรการ
ประหยัดพลังงานและการใชพลังงานอยางมีประสิทธิภาพ เพื่อลดภาระการนําเขาน้ํามันจากตางประเทศ
1.16 ฟนความเชื่อมั่นดานการลงทุนและสงเสริมการทองเที่ยวของประเทศ ไทย โดยประกาศให
ป 2551 – 2552 เปน "ปแหงการลงทุน" และ "ปแหงการทองเที่ยวไทย"
1.17 วางระบบการถือครองที่ดินและกําหนดแนวเขตการใชที่ดินใหทั่วถึงและ เปนธรรม โดยใช
ขอมูลระบบภูมิสารสนเทศ ภายใตกระบวนการที่ชุมชนมีสวนรวม เพื่อใหประชาชนมีที่ดินทํากินและ
ประกอบอาชีพอยางทั่วถึงและพอเพียง
1.18 ขยายพื้นที่ชลประทานและเพิ่มประสิทธิภาพระบบชลประทาน โดยฟนฟู และขุดลอกแหลง
น้ําธรรมชาติ รวมทั้งพัฒนาแหลงน้ําผิวดินและใตดิน โดยดําเนินการกอสรางระบบ ชลประทานขนาดใหญ
ขนาดกลาง และขนาดเล็ก เพื่อประโยชนในการปรับโครงสรางภาคการเกษตร การบรรเทาอุทกภัยและภัย
แลง ทั้งในพื้นที่ชุมชนเมืองและพื้นที่เกษตรกรรม รวมทั้งระบบประปาที่ ถูกสุขอนามัย เพื่อการอุปโภคและ
บริโภคแกประชาชนใหทั่วถึงทุกพื้นที่ เพิ่มประสิทธิภาพการกระจายน้ําโดยการพัฒนาระบบชลประทานใน
รูปแบบตาง ๆ เชน ชลประทานระบบทอ
1.19 เรงรัดมาตรการและโครงการเพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤติโลกรอน โดยสงเสริมและ
สนับสนุนการมีสวนรวมของประชาชน ธุรกิจเอกชน และชุมชน ใหมีจิตสํานึกในการอนุรักษ
ทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะการปลูกและฟนฟูทรัพยากรปาไม รวมทั้งสนับสนุนการใชพลังงานทางเลือก
จากวัสดุเหลือใชทางการเกษตรในระดับครัวเรือน เพื่อลดการปลอยกาซเรือนกระจก
ในสวนของนโยบายที่จะดําเนินการภายในชวงระยะ 4 ปของรัฐบาลชุดนี้ รัฐบาลจะดําเนินนโยบาย
หลักในการบริหารประเทศซึ่งปรากฏตามนโยบายขอที่ 2 ถึงขอที่ 8 ดังตอไปนี้
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
76
2. นโยบายสังคมและคุณภาพชีวิต
รัฐบาลใหความสําคัญแกการใหหลักประกันขั้นพื้นฐานของบริการสาธารณะของรัฐภายใตบท
บัญญัติของรัฐธรรมนูญ การพัฒนาคนและสังคมใหมีคุณภาพ การมีสภาพแวดลอมที่นําไปสูการมีคุณภาพ
ชีวิตที่ดี มีความมั่นคงในชีวิต และประชาชนมีความสุข โดยจะดําเนินการ ดังนี้
2.1 นโยบายการศึกษา
2.1.1 ยกระดับคุณภาพการศึกษาของคนไทยอยางมีบูรณาการและสอดคลอง กันตั้งแตระดับปฐมวัย
จนถึงอุดมศึกษาทั้งในและนอกระบบการศึกษา และสรางระบบการเรียนรูตลอดชีวิต
2.1.2 พัฒนาหลักสูตร ปรับระบบการผลิตและพัฒนาครูใหมีคุณภาพและคุณธรรมอยางทั่วถึง ตอ
เนื่อง และกาวทันการเปลี่ยนแปลงในยุคโลกาภิวัตน
2.1.3 สงเสริมการนําเทคโนโลยีสารสนเทศมาใชในการเพิ่มประสิทธิภาพการเรียน การสอน และ
การเรียนรูอยางจริงจัง จัดใหมีการเขาถึงระบบอินเทอรเน็ตความเร็วสูงอยางกวางขวาง พรอมทั้งจัดหา
อุปกรณเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อประกอบการเรียนการสอนใหโรงเรียนอยางทั่วถึง
2.1.4 ดําเนินการใหบุคคลมีสิทธิเสมอกันในการรับการศึกษา 12 ปโดยไม เสียคาใชจาย รวมทั้ง
สนับสนุนผูยากไร ผูพิการหรือทุพพลภาพ หรืออยูในสภาวะยากลําบาก ใหไดรับการศึกษา และเพิ่มโอกาส
ใหแกเยาวชนในการศึกษาตอผานกองทุนใหกูยืมที่ผูกพันกับรายไดในอนาคต และเชื่อมโยงกับนโยบายการ
ผลิตบัณฑิตเพื่อตอบสนองความตองการบุคลากรที่มีความรูความสามารถของประเทศ รวมทั้งตอยอดให
ทุนการศึกษาทั้งในและตางประเทศ
2.1.5 สนับสนุนการผลิตและพัฒนากําลังคนใหสอดรับการเปลี่ยนแปลงโครงสรางภาคการผลิตและ
บริการ และเรงผลิตกําลังคนระดับอาชีวศึกษาใหมีคุณภาพเพื่อสนับสนุนความสามารถในการแขงขันของ
ประเทศในสาขาตางๆ เชน ปโตรเคมี ซอฟตแวร อาหาร สิ่งทอ บริการสุขภาพและการทองเที่ยว และการ
บริหารจัดการขนสงสินคาและบริการ เปนตน ดวยความรวมมือระหวางสถานประกอบการ สถาบันการ
ศึกษา และสถาบันเฉพาะทาง ตลอดจนใหมีการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพตามมาตรฐานสากล
2.1.6 ขยายบทบาทของระบบการเรียนรูเชิงสรางสรรคผานองคกรตาง ๆ เชน สํานักงานบริหาร
จัดการองคความรู ระบบหองสมุดสมัยใหม หรืออุทยานการเรียนรู พิพิธภัณฑเพื่อการเรียนรูแหงชาติ ศูนย
สรางสรรคงานออกแบบ ศูนยพัฒนาดานกีฬา ดนตรี ศิลปะ ศูนยบําบัดและพัฒนาศักยภาพของบุคคล
ออทิสติก เด็กสมาธิสั้น และผูดอยโอกาสอื่น ๆ ศูนยการเรียนรูดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
2.2 นโยบายแรงงาน
2.2.1 เรงฝกอบรมและพัฒนาคนที่ทํางานแลวและคนที่ถูกเลิกจาง เพื่อเพิ่ม โอกาสการเขาสูภาค
การผลิตและบริการที่มีระดับเทคโนโลยีที่สูงขึ้น
2.2.2 จัดใหมีระบบเตือนภัยและติดตามสถานการณที่มีผลกระทบตอการ จางงาน การเลิกจางอื่น
เนื่องจากการปรับเปลี่ยนโครงสรางเศรษฐกิจ พรอมทั้งจัดใหมีการจางงานใหมโดยเร็ว
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
77
2.2.3 ใหการคุมครองแรงงานตามมาตรฐานแรงงานไทย ซึ่งใหความสําคัญแกความปลอดภัยใน
การทํางานและสวัสดิการแรงงาน พรอมทั้งจัดระบบการคุมครองแกแรงงานนอกระบบใหครอบคลุมมากขึ้น
2.3 นโยบายการพัฒนาสุขภาพของประชาชน
2.3.1 เพิ่มคุณภาพของระบบหลักประกันสุขภาพถวนหนาและใหประชาชนเขาถึงบริการไดอยางไม
เปนอุปสรรค พรอมทั้งปฏิรูประบบบริหารจัดการสาธารณสุขใหมีประสิทธิภาพทั่วถึงและครบวงจร ทั้งการ
รักษาพยาบาล การฟนฟูสุขภาพ การปองกันโรค และการสงเสริมสุขภาพ
2.3.2 จัดใหมีมาตรการลดปจจัยเสี่ยงที่มีผลตอสุขภาพและภาวะทุพโภชนาการที่นําไปสูการเจ็บปวย
เรื้อรัง เชน โรคมะเร็ง หัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิต และอุบัติเหตุจากการจราจร พรอมทั้งนํามาตรการภาษี
การบริโภคสินคาที่เปนอันตรายตอสุขภาพมาใชกระตุนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบุคคลใหลด ละ และเลิก
พฤติกรรมสุมเสี่ยงตอสุขภาพ
2.3.3 ดําเนินการระบบเฝาระวังปองกันและควบคุมโรคเชิงรุก เพื่อปองกัน ปญหาการปวยและตาย
ดวยโรคอุบัติใหมและระบาดซ้ําในคน พรอมทั้งสรางขีดความสามารถในการเฝาระวัง วินิจฉัย และดูแลรักษา
พยาบาลอยางเปนระบบที่ประสานเชื่อมโยงทุกภาคสวนที่เกี่ยวของ
2.3.4 เพิ่มแรงจูงใจและขยายงานอาสาสมัครสาธารณสุข เพื่อเปนกําลัง สําคัญใหชุมชนในการดูแล
เด็ก ผูสูงอายุ คนพิการ การดูแลผูปวยในโรงพยาบาลและการเฝาระวังโรคในชุมชน รวมทั้งเชื่อมโยงการ
ดําเนินงานรวมกับองคกรปกครองสวนทองถิ่น
2.3.5 สงเสริมใหประชาชนทุกระดับมีโอกาสออกกําลังกาย และเลนกีฬาเพื่อ สรางเสริมสุขภาพและ
พลานามัยที่ดี รวมทั้งพัฒนาทักษะทางดานกีฬาสูความเปนเลิศที่จะนําชื่อเสียงมาสูประเทศชาติ สรางนิสัย
รักการกีฬาและใชเวลาวางใหเปนประโยชนเพื่อหลีกเลี่ยงการหมกมุนและมั่วสุมกับอบายมุขและยาเสพติด
2.4 นโยบายศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม
2.4.1 อุปถัมภ คุมครอง และทํานุบํารุงพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น ๆ เพื่อใหมีบทบาทสําคัญใน
การปลูกฝงใหประชาชนเขาใจและนําหลักธรรมของศาสนา มาใชในการเสริมสรางคุณธรรมและพัฒนา
คุณภาพชีวิต
2.4.2 ฟนฟูและสืบสานคุณคาความหลากหลายของวัฒนธรรมไทยทั้งที่เปนวิถีชีวิต ประเพณี คานิยม
ที่ดีงาม ภูมิปญญาทองถิ่น และการดูแลรักษาแหลงอุทยานประวัติศาสตร โบราณสถาน พิพิธภัณฑตางๆ เพื่อ
การศึกษาเรียนรูและใชประโยชนในการเพิ่มมูลคาผลผลิตบน พื้นฐานความรูและความเปนไทย รวมทั้ง
สงเสริมและพัฒนาโบราณสถานใหเปนมรดกทางวัฒนธรรมระดับโลก
2.4.3 พัฒนาแหลงเรียนรูทางวัฒนธรรมและการนันทนาการ เพื่อสงเสริมให วัยรุนไทยเกิดการเรียน
รูที่ถูกตอง ใชเวลาวางใหเปนประโยชน มีคุณธรรมเอื้ออาทรตอผูอื่น และเกิดการเรียนรูศิลปะอยางสราง
สรรค เขาใจถึงคุณคา ซาบซึ้งในความสุนทรียของศิลปะ
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
78
2.4.4 ขยายบทบาทสภาวัฒนธรรมทุกจังหวัดใหเปนกลไกเฝาระวังทาง วัฒนธรรมที่ครอบคลุมทั้ง
วิถีชีวิตและสื่อทุกประเภทที่มีผลกระทบตอการเบี่ยงเบนทางวัฒนธรรม และพฤติกรรมของเด็กและเยาวชน
พรอมทั้งขจัดสื่อที่เปนภัยตอสังคม ขยายสื่อดีเพื่อนําไปสูการสรางภูมิคุมกันทางสังคมอยางเทาทันสถาน
การณ
2.5 นโยบายความมั่นคงของชีวิตและสังคม
2.5.1 ประสานเชื่อมโยงการดําเนินงานและใชประโยชนจากกองทุนตางๆ เชน กองทุนผูสูงอายุ
กองทุนสนับสนุนการสรางเสริมสุขภาพ กองทุนพัฒนาชุมชน และกองทุนสนับสนุนการวิจัยเพื่อใหเปน
พลังรวมในการสรางสรรคและพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยที่มีประสิทธิภาพ
2.5.2 สรางสังคมแหงการเรียนรูตลอดชีวิต โดยการพัฒนาใหมีความรูและ จริยธรรม เริ่มตั้งแตเด็ก
แรกเกิดและเยาวชนทุกชวงวัย โดยใหความสําคัญแกการสรางสภาพแวดลอม ที่เหมาะสม ครอบครัวที่อบอุน
และสถานศึกษาที่เอาใจใสดูแลเด็กอยางใกลชิดดวยการปลูกฝงความรูที่ทันโลกและคุณคาที่ดีของวัฒนธรรม
ไทย สรางความเขาใจใหแกพอแมถึงวิธีการดูแลบุตรที่ถูกตองตามระดับการพัฒนาของสมอง
2.5.3 สรางหลักประกันความมั่นคงและศักดิ์ศรีของความเปนมนุษยใหเด็ก สตรี และคนพิการที่ดอย
โอกาส โดยจะขจัดขบวนการคามนุษยใหหมดสิ้นไป ขจัดการเลือกปฏิบัติและการละเมิดลิทธิเด็ก สตรี และ
คนพิการในทุกรูปแบบและอยางเด็ดขาด รวมทั้งเสริมสรางสวัสดิการทางสังคมแกคนพิการและผูดอยโอกาส
อยางเหมาะสม และสงเสริมความรูและอาชีพใหสตรีและคนพิการใหสามารถพึ่งพาตนเองได
2.5.4 เตรียมความพรอมใหแกสังคมผูสูงอายุ โดยยึดหลักการใหผูสูงอายุเปน ทรัพยากรที่มีคุณคา
ของระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เปนผูสูงอายุที่มีสุขภาพดี ทั้งรางกายและจิตใจ โดยสรางหลัก
ประกันดานรายไดและระบบการออมในชวงวัยทํางานที่เพียงพอสําหรับชวงวัยชรา สรางพฤติกรรมดาน
สุขภาพที่เหมาะสมกับชวงวัย สนับสนุนครอบครัวใหเขมแข็งสามารถดูแลสมาชิกไดอยางมีคุณภาพ ขยาย
ฐานการใหเบี้ยยังชีพแกคนชราที่ไมมีรายได และสงเสริมการใชประสบการณของผูสูงอายุในกระบวนการ
พัฒนาประเทศโดยระบบคลังสมอง
2.5.5 สรางสภาพแวดลอมที่นาอยูในสังคมเมือง โดยมีการวางผังเมืองอยางเปนระบบ ควบคูกับการ
บังคับใชกฎหมายที่เกี่ยวของกับความปลอดภัยสาธารณะและสิ่งแวดลอมอยางเครงครัด รวมทั้งจัดใหมี
บริการขั้นพื้นฐานอยางเหมาะสม มีโรงเรียนใกลบาน มีการสื่อสารคมนาคมที่มีประสิทธิภาพ และมีความ
ปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสิน
3. นโยบายเศรษฐกิจ
รัฐบาลจะบริหารจัดการเศรษฐกิจใหมีการขยายตัวอยางตอเนื่อง มีความสมดุลและเขมแข็ง ทั้งใน
ภาคเศรษฐกิจภายในประเทศและตางประเทศ มีภูมิคุมกันตอความเสี่ยงตาง ๆ ที่มีความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจ
โลกทั้งดานการคาและการลงทุน รวมทั้งการปรับโครงสรางเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มความสามารถในการแขงขัน
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
79
โดยวางโครงสรางพื้นฐานดานองคความรู มีระบบธรรมาภิบาลสิ่งแวดลอม และการเพิ่มประสิทธิภาพการ
ผลิตและบริการ รวมทั้งการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานดานอุตสาหกรรม การเกษตร ระบบบริหารจัดการขน
สงสินคาและบริการ พลังงาน และระบบโครงขายสารสนเทศและการสื่อสาร โดย จะดําเนินการ ดังนี้
3.1 นโยบายการเงินการคลัง
3.1.1 ดําเนินนโยบายการเงินเพื่อสนับสนุนการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ อยางมีเสถียรภาพ โดย
ดูแลเงินเฟอและคาเงินบาทใหสอดคลองกับสภาพเศรษฐกิจและกลไกตลาด สงเสริมประสิทธิภาพและความ
มั่นคงของภาคการเงินในประเทศ และสงเสริมศักยภาพในการบริหารความเสี่ยงของภาคเอกชน
3.1.2 รักษาวินัยการคลังเพื่อใหเกิดความยั่งยืนทางการคลังในระยะยาว ซึ่งครอบคลุมถึงเงินงบ
ประมาณ เงินนอกงบประมาณ งบประมาณของทองถิ่น ฐานะการเงินของรัฐวิสาหกิจและสถาบันการเงิน
เฉพาะกิจของรัฐ ปฏิรูประบบงบประมาณแผนดินทั้งระบบ ใหสอดคลองกับการพัฒนาประเทศอยางบูรณา
การ ปรับปรุงระบบภาษีและการจัดเก็บภาษีใหมีความเปนธรรม มีประสิทธิภาพ และเพียงพอกับรายจายเพื่อ
การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต
3.1.3 สงเสริมใหมีระบบการออมระยะยาว เพื่อใหมีเงินออมเพียงพอกับการ ดํารงชีพในยามชรา
รวมทั้งเปนการสรางฐานเงินออมเพื่อการระดมทุนของประเทศในอนาคต
3.1.4 วางระบบการดูแลและสงเสริมการเคลื่อนยายเงินทุนทั้งระยะสั้นและระยะ ยาวใหเกิด
ประโยชนตอประเทศ สงเสริมการลงทุนของไทยในตางประเทศ ทั้งการลงทุนของผูประกอบการและ
นักลงทุนที่เปนสถาบัน และดึงดูดการลงทุนจากตางประเทศ โดยใหสอดคลองกับขีดความสามารถในการ
แขงขัน เปาหมายการสงเสริมศักยภาพของสาขาการผลิตที่จําเปน และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
3.1.5 ปรับปรุงประสิทธิภาพของตลาดทุนใหทัดเทียมกับตลาดหลักในภูมิ ภาคและตลาดโลกทั้งดาน
ธรรมาภิบาล ราคา และคุณภาพ โดยใหความสําคัญแกการปรับปรุงมาตรการสิ่งจูงใจเพื่อสนับสนุนการออม
ของประเทศ การเพิ่มบทบาทของตลาดทุนและตลาดตราสารหนี้ในการเปนแหลงทุนสําหรับการลงทุนโครง
การขนาดใหญของรัฐ และการจัดใหมีกลไกเพื่อกํากับดูแลการพัฒนาตลาดทุนใหประสานสอดคลองกับการ
พัฒนาตลาดเงิน
3.1.6 พัฒนารัฐวิสาหกิจใหสามารถเปนกลไกสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตรการพัฒนาและ
การลงทุนของประเทศไดอยางมีประสิทธิภาพ สรางฐานรายไดและมูลคาใหแกทรัพยสินของรัฐ มีการ
บริหารงานอยางมืออาชีพ ตลอดจนกํากับดูแลการบริหารจัดการรัฐวิสาหกิจภายใตหลักธรรมาภิบาล ทั้งการ
จัดทําและแยกบัญชีเชิงสังคม ความโปรงใส และการวัดประสิทธิภาพของการดําเนินงานในมาตรฐานไม
นอยกวาเกณฑของตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย รวมทั้งเรงฟนฟู รัฐวิสาหกิจที่มีปญหาฐานะการเงิน
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
80
3.2 นโยบายปรับโครงสรางเศรษฐกิจ
3.2.1 ภาคเกษตร
3.2.1.1 เรงปรับโครงสรางการผลิตทางการเกษตรใหสอดคลองกับโอกาสทางการตลาดและการ
เปลี่ยนแปลงรสนิยมของผูบริโภค ทั้งที่เปนตลาดเดิมและตลาดใหม โดยกําหนดยุทธศาสตรใหประเทศไทย
เปนศูนยกลางการผลิตอาหารของโลก เนนการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของการทําประมง ปศุสัตว และ
พืชเศรษฐกิจหลักของประเทศใหครบวงจร รวมทั้งสนับสนุนการผลิตพืชพลังงาน เชน ปาลมน้ํามัน ออย
มันสําปะหลัง เพื่อสนับสนุนนโยบายพลังงานทดแทน และสนับสนุนการผลิตสินคาใหมที่มีโอกาสทางการ
ตลาด เชน พืชเสนใย และสมุนไพร เปนตน
3.2.1.2 สงเสริมการเพิ่มมูลคาใหแกสินคาเกษตร โดยการแปรรูปที่ไดคุณภาพและมาตรฐานสากล
เพื่อเชื่อมโยงสูอุตสาหกรรมการเกษตร โดยการสงเสริมการวิจัยและพัฒนาดานมาตรฐานการผลิตสินคา
เกษตรและอาหาร ความปลอดภัยอาหารตามมาตรฐานสากล รวมทั้งใหมีระบบปองกันและควบคุมการ
ระบาดของโรค ตลอดจนสนับสนุนการแปรรูปสินคาเกษตรในชุมชน
3.2.1.3 เรงรัดการเจรจาขอตกลงตาง ๆ ที่เกี่ยวของกับมาตรฐานสินคาเกษตรและอาหาร เพื่อปองกัน
มาตรการกีดกันทางการคาที่ไมใชภาษี และพัฒนาโครงขายระบบการขนสงสินคาเกษตรทั้งในพื้นที่ชนบท
และเมือง เพื่อขยายตลาดของสินคาเกษตรและอาหารสูตลาดโลก
3.2.1.4 สงเสริมการทําการเกษตรตามแนวทฤษฎีใหม ในระดับชุมชนตามแนวพระราชดําริ เพื่อให
ครัวเรือนเกษตรกรมีความมั่นคงทางดานอาหาร สงเสริมการขยายกระบวนการเรียนรูระบบเกษตรอินทรีย
เกษตรผสมผสาน วนเกษตร โครงการอาหารกลางวัน และธนาคารโคกระบือตามแนวพระราชดําริ โดย
เกษตรกรและชุมชนเปนผูกําหนดทิศทางและแนวทางดวยตนเอง
3.2.1.5 สงเสริมและสนับสนุนสถาบันเกษตรกรทั้งในดานการรวมกลุมสหกรณ วิสาหกิจชุมชน
ตลอดจนสภาเกษตรกร เพื่อใหเกษตรกรมีสวนรวมในการวางแนวทางพัฒนาการเกษตรและพัฒนาความ
สามารถในการแขงขันดวยตนเอง
3.2.2 ภาคอุตสาหกรรม
3.2.2.1 พัฒนาประสิทธิภาพและผลิตภาพของภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งสรางมูลคาใหกับสินคา
อุตสาหกรรม ดวยการยกระดับความสามารถ ทักษะแรงงาน การบริหารจัดการของผูประกอบการ และ
มาตรฐานผลิตภัณฑ ปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักร ระบบบริหารจัดการขนสงสินคาและบริการภายใน
กลุม อุตสาหกรรม บนพื้นฐานความรวมมือระหวางภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา
3.2.2.2 พัฒนาและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมที่ประเทศไทย มีศักยภาพสูงและมีความไดเปรียบ เชน
อาหาร เหล็ก ยานยนต ปโตรเคมี พลังงาน และอิเล็กทรอนิกส เปนตน ใหเปนฐานการผลิตในระดับภูมิภาค
และระดับโลก ดวยการสงเสริมการลงทุนหรือใหสิทธิพิเศษกับอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ รวมทั้งจัดหาและ
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
81
พัฒนาพื้นที่และโครงสรางพื้นฐานที่เหมาะสมเพื่อรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมในระยะ 20 ปขางหนา
โดยคํานึงถึงผลกระทบดานสิ่งแวดลอมและการมีสวนรวมของชุมชนในพื้นที่
3.2.2.3 สรางสินคาที่มีคุณภาพและมาตรฐานเพื่อเพิ่มมูลคาและคุมครองทรัพยสินทางปญญาใหแก
สินที่ผลิตในประเทศไทย โดยสนับสนุนการพัฒนาทักษะฝมือผสมผสานกับการใชเทคโนโลยีสมัยใหม
เชน กลุมสินคาแฟชั่น อัญมณี และเครื่องประดับ และสินคาอื่น ๆ พรอมทั้งใชมาตรการดานการตลาดและ
สรางตราสัญลักษณสินคาของไทยใหเปนที่นิยมทั้งในประเทศและตางประเทศ
3.2.2.4 สรางและพัฒนาผูประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดยอม รวมทั้งวิสาหกิจชุมชน
ใหมีความเขมแข็ง เพื่อเปนฐานการผลิตของระบบเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยสงเสริมใหมีการรวมกลุม
เพื่อเพิ่มมูลคาของสินคาและศักยภาพในการแขงขัน ดวยการสนับสนุนดานองคความรูและนวัตกรรม รวม
ถึง การสรางธรรมาภิบาลในการประกอบการและความรับผิดชอบตอสังคม
3.2.2.5 สงเสริมและขยายบทบาทศูนยบมเพาะสําหรับผูประกอบการที่มุงสรางสินคาและบริการที่มี
มูลคาสูง โดยใชเทคโนโลยีสมัยใหมที่ออกแบบใหมีความเหมาะสมตามศักยภาพในพื้นที่ตาง ๆ พรอมทั้ง
สรางศูนยพัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑอุตสาหกรรม ตลอดจนสนับสนุนใหมีการนําองคความรูและ
นวัตกรรมไปใชประโยชนเชิงพาณิชย
3.2.2.6 จัดตั้งกองทุนพัฒนาความสามารถในการแขงขันและการลงทุนเพื่อกระตุนอุตสาหกรรมให
มีการปรับตัว และสนับสนุนการลงทุนของอุตสาหกรรมที่ใชเทคโนโลยีสูงและใชพลังงานนอย รวมทั้งขยาย
บทบาทของกองทุนที่มีอยูในปจจุบันใหสามารถสนับสนุนการปรับโครงสรางของภาคอุตสาหกรรมไดอยาง
มีประสิทธิภาพ
3.2.3 ภาคการทองเที่ยวและบริการ
3.2.3.1 เรงสรางรายไดจากการทองเที่ยว โดยฟนฟู พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการทองเที่ยวให
ยั่งยืน และสรางแหลงทองเที่ยวใหมในเชิงกลุมพื้นที่ที่มีศักยภาพ สามารถเชื่อมโยงธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม
และวิถีชีวิตของชุมชน รวมถึงการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบาน ควบคูกับการสงเสริมตลาดนักทองเที่ยว
คุณภาพ เชน กลุมผูสูงอายุ กลุมดูแลรักษาสุขภาพ กลุมประชุมและแสดงสินคา และกลุมที่มีความสนใจ
ดานระบบนิเวศ วัฒนธรรมทองถิ่น แหลงประวัติศาสตรและโบราณสถาน เปนตน และดูแลใหนักทองเที่ยว
ปลอดภัยจากอาชญากรรม การฉอฉล และอุบัติเหตุที่เกิดจากความบกพรองของผูประกอบการ
3.2.3.2 พัฒนาธุรกิจบริการที่มีศักยภาพ เพื่อสรางโอกาสการขยายฐานการผลิตและการตลาดใน
ระดับภูมิภาค เชน ธุรกิจบริการสุขภาพ ธุรกิจ การประชุมและแสดงสินคา การศึกษานานาชาติ การกอสราง
ธุรกิจภาพยนตร และธุรกิจที่เกี่ยวของกับกีฬาและนันทนาการ เปนตน โดยใหความสําคัญกับการพัฒนาความ
เขมแข็งของผูประกอบการ การเสริมสรางบรรยากาศการลงทุน มาตรฐานธุรกิจและการพัฒนาบุคลากรให
พรอมรับการขยายตัวของธุรกิจ และการสงเสริมดานการตลาด
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
82
3.2.3.3 สงเสริมและพัฒนาความรวมมือของกลุมอุตสาหกรรมการคาและบริการที่เนนความสําคัญ
ของศักยภาพพื้นที่และเอกลักษณทางดานวัฒนธรรม รวมทั้งความสามารถทางดานบุคลากรเพื่อสรางมูลคา
ทางเศรษฐกิจ เชน ธุรกิจบริการดานสุขภาพและการแพทยที่เชื่อมโยงกับการวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรม
ยาและเวชภัณฑ
3.2.4 การตลาด การคา และการลงทุน
3.2.4.1 สงเสริมนโยบายการแขงขันอยางเสรีและเปนธรรม ปองกันการผูกขาดตัดตอน และคุมครอง
ผูบริโภคอยางมีประสิทธิภาพ รวมทั้งสรางความมั่นใจใหกับผูประกอบการในดานการคุมครองทรัพยสินทาง
ปญญา
3.2.4.2 ดําเนินการตลาดเชิงรุกเพื่อรักษาตลาดเดิมและสรางตลาดใหม เพื่อลดการพึ่งพาการสงออก
ไปตลาดหลัก โดยสงเสริมการสงออกในตลาดใหม ไดแก จีน อินเดีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา และยุโรป
ตะวันออก พรอมทั้งรักษาสวนแบงในตลาดหลักไมใหลดลง โดยมุงเนนการสงออกสินคาที่มีอัตราการขยาย
ตัวสูงในตลาดใหม
3.2.4.3 ขยายความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจเพื่อผลประโยชนทางการคาภายใตกรอบความรวมมือและ
ขอตกลงทางดานการคาในระบบพหุภาคีและทวิภาคี เพื่อสนับสนุนการปรับโครงสรางทางเศรษฐกิจ รวมทั้ง
การปรับปรุงสิ่งอํานวยความสะดวกเพื่อการขยายตลาดการคาระหวางประเทศและการคาชายแดน
3.2.4.4ทบทวนการจัดตั้งสํานักงานพาณิชยในตางประเทศและปรับปรุงกลไกการบริหารจัดการดาน
การคาของประเทศใหเปนไปอยางบูรณาการ โดยเชื่อมโยงกลไกในระดับนโยบายและหนวยงานปฏิบัติที่มี
ภารกิจเกี่ยวของ เพื่ออํานวยความสะดวกและลดขั้นตอนใหแกธุรกิจภาคเอกชนใหสอดคลองกับสถานการณ
ของตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงไป
3.2.4.5 สนับสนุนการลงทุนในตางประเทศในสาขาที่ผูประกอบการไทยมีศักยภาพ ทั้งในการลงทุน
ตั้งโรงงานผลิตสินคา การทําสัญญาสินคาเกษตรตามขอตกลง การเปดสาขา การหาตัวแทนและหุนสวนใน
ตางประเทศเพื่อสรางเครือขายธุรกิจไทยในตางประเทศ
3.2.4.6 ปรับปรุงแกไขกฎหมายและกฎระเบียบที่เปนอุปสรรคตอการคาการลงทุน เพื่อสราง
บรรยากาศการลงทุนที่ดีและสรางความเชื่อมั่นใหกับนักลงทุนทั้งในประเทศและจากตางประเทศ
3.3 นโยบายโครงสรางพื้นฐาน และระบบบริหารจัดการขนสงมวลชน สินคาและบริการ
3.3.1 พัฒนาบริการโครงสรางพื้นฐานใหกระจายไปสูภูมิภาคอยางทั่วถึงและเพียงพอ โดยเฉพาะ
การจัดใหมีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอันจําเปนตอการดํารงชีวิตของประชาชน ทั้งน้ําเพื่อการอุปโภคบริโภค
บริการสื่อสารโทรคมนาคม และที่อยูอาศัย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
3.3.2 พัฒนาระบบคมนาคมขนสงและเชื่อมโยงโครงขายการบริหารจัดการขนสงมวลชนสินคาและ
บริการ ทั้งพื้นที่ชนบท เมือง และระหวางประเทศ โดยใหความสําคัญแกการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานและ
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
83
บริการขนสงระบบรางใหเชื่อมโยงการขนสงตอเนื่องหลายรูปแบบ เพื่อลดตนทุนสินคาและบริการเพื่อการ
สงออก
3.3.3 พัฒนาการขนสงทางน้ําและกิจการพาณิชยนาวี ทั้งภายในและระหวางประเทศ ตลอดจน
พัฒนาทาเรือน้ําลึกบริเวณพื้นที่ภาคใต พัฒนาทาเรือชุมชน และกองเรือไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลด
การใชพลังงานในภาคขนสง เชื่อมโยงประตูการคาใหมและสนับสนุนการทองเที่ยว
3.3.4 พัฒนาทาอากาศยานสุวรรณภูมิ ทาอากาศยานภูมิภาค และอุตสาหกรรมการบินของไทย เพื่อ
ใหประเทศไทยเปนศูนยกลางการบิน การทองเที่ยว และการขนสง สินคาทางอากาศชั้นนําของเอเชียและโลก
3.4 นโยบายพลังงาน
3.4.1 สรางความมั่นคงทางดานพลังงาน ดวยการจัดหาพลังงานใหเพียงพอตอการพัฒนาประเทศ
เพื่อความอยูดีกินดีของประชาชน โดยเรงรัดใหมีการลงทุนสํารวจและพัฒนาพลังงานทั้งจากในประเทศ
เขตพื้นที่พัฒนารวม และจากประเทศเพื่อนบานใหเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งสงเสริมความรวมมือดานพลังงาน
กับตางประเทศ
3.4.2 สงเสริมใหมีการกํากับดูแลกิจการพลังงานใหมีราคาพลังงานที่เหมาะ สม เปนธรรม และ
กอ ใหเกิดการแขงขันลงทุนในธุรกิจพลังงาน โดยมีมาตรฐาน คุณภาพการใหบริการและความปลอดภัยที่ดี
3.4.3 พัฒนาและวิจัยพลังงานทดแทนทุกรูปแบบเพื่อเปนทางเลือกแกประชาชนตามหลักปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาอยางยั่งยืน รวมทั้งศึกษาเพื่อเตรียมความพรอมในการตัดสินใจพัฒนา
พลังงานทางเลือกอื่นๆ ที่ใชเทคโนโลยีชั้นสูงและพลังงานที่สอดคลองกับทองถิ่น
3.4.4 สงเสริมการอนุรักษและประหยัดพลังงานอยางจริงจังและตอเนื่อง รวมทั้งสนับสนุนการใช
พลังงานอยางมีประสิทธิภาพทั้งในภาคการผลิต ภาคบริการ และภาคประชาชน มีมาตรการจูงใจที่เหมาะสม
3.4.5 สงเสริมการพัฒนา ผลิต และใชพลังงานควบคูไปกับการดูแลรักษาสิ่งแวดลอม สงเสริมกลไก
การพัฒนาพลังงานที่สะอาด รวมทั้งใหความสําคัญกับการจัดการกาซเรือนกระจกเพื่อชวยบรรเทาสภาวะ
โลกรอน
3.5 นโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศ
3.5.1 พัฒนาโครงสรางพื้นฐานดานเทคโนโลยีสารสนเทศ เชน โครงขายสื่อสารความเร็วสูงให
ทั่วถึง เพียงพอ ในราคาที่เหมาะสม เปนธรรม และแขงขันได เพื่อเปนโครงขายหลักสนับสนุนการพัฒนา
ประเทศไทยไปสูสังคมแหงภูมิปญญา ชวยลดความเหลื่อมล้ําระหวางเขตเมืองและชนบท และเพิ่มศักยภาพ
ในการแขงขันของประเทศ
3.5.2 พัฒนาอุตสาหกรรมซอฟตแวร ฮารดแวร และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวของดานบริการความรูผาน
สื่ออิเล็กทรอนิกส และจัดใหมีกลไกสนับสนุนแหลงทุนสําหรับผูประกอบธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศขนาด
กลางและขนาดยอม รวมทั้งพัฒนาบุคลากรใหมีศักยภาพไดมาตรฐานและสอดคลองกับความตองการของ
ตลาด เพื่อผลักดันใหประเทศไทยเปนศูนยกลางดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในภูมิภาค
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
84
3.5.3 สนับสนุนการนําเทคโนโลยีสารสนเทศมาใชในการพัฒนาระบบบริหารจัดการและบริการ
ภาครัฐดวยระบบอิเล็กทรอนิกส การเชื่อมโยงขอมูล การบริหารจัดการขนสงสินคาและบริการ การเตือนภัย
และความมั่นคงของรัฐ บริการการศึกษาและสาธารณสุข ตลอดจนการพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศและ
เทคโนโลยีอวกาศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มศักยภาพในการแขงขันของประเทศ
4. นโยบายที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม
รัฐบาลใหความสําคัญแกบทบาทของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวด-ลอม ในการสรางความสุขของ
ประชาชนและสรางความสามารถในการแขงขันของประเทศ โดยใหความสําคัญแกการบริหารจัดการอยาง
บูรณาการระหวางมิติของเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวด-ลอม และเพิ่มการมีบทบาทรวม
ของประชาชนและชุมชน โดยจะดําเนินการ ดังนี้
4.1 อนุรักษ พัฒนา และใชประโยชนจากความหลากหลายทางชีวภาพอยางยั่งยืนใหเกิดมูลคาทาง
เศรษฐกิจ โดยใหความสําคัญแกการใชภูมิปญญาและวัฒนธรรมทองถิ่น ตลอดจนความปลอดภัยทางชีวภาพ
เพื่อสรางความมั่นคงดานอาหารและสุขภาพ และสรางมูลคาเพิ่มสูเศรษฐกิจระดับประเทศและสากลในระยะ
ตอไป
4.2 เรงรัดการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมภายใตการมีสวนรวมของประชาชน
ชุมชนทองถิ่น องคกรปกครองสวนทองถิ่น และภาคเอกชน ใหมีความสมดุลของการใชประโยชน การถือ
ครอง และการอนุรักษฐานทรัพยากร ที่ดิน ปาไม สัตวปา ทรัพยากรน้ํา ทรัพยากรทางทะเลและชายฝง และ
ทรัพยากรธรณี โดยการใชระบบภูมิสารสนเทศ ควบคูกับการปรับปรุงและบังคับใชกฎหมายตลอดจนกฎ
ระเบียบที่เกี่ยวของอยางเครงครัด โดยเรงรัดปราบปรามการทําลายปา สัตวปา และทรัพยากรธรรมชาติอยาง
จริงจัง รวมทั้งการมีสวนรวมของผูเกี่ยวของใหเกิดประโยชนสูงสุด และมีการใชทรัพยากรธรรมชาติเพื่อ
การพัฒนาประเทศและคุณภาพชีวิตอยางยั่งยืน
4.3 อนุรักษทรัพยากรดินและปาไม โดยการยุติการเผาไรนาและทําลายหนาดิน การลดการใชสาร
เคมีเพื่อการเกษตร รวมทั้งการฟนฟูดินและปองกันการชะลางทําลายดิน โดยการปลูกหญาแฝกตามแนว
พระราชดําริ รวมทั้งมีการกระจายและจัดการกรรมสิทธิ์ที่ดินอยางเปนธรรม อนุรักษและปองกันรักษาปา
ที่สมบูรณ สนับสนุนใหมีการปลูกและฟนฟูปาตามแนวพระราชดําริ สนับสนุนการจัดการปาชุมชนและสง
เสริมการปลูกไมเศรษฐกิจในพื้นที่ที่เหมาะสมตามหลักวิชาการ และการสนับสนุนบทบาทของชุมชนใน
การบริหารจัดการน้ํา เชน การทําฝายตนน้ําลําธารหรือฝายชะลอน้ําตามแนวพระราชดําริ
4.4 จัดใหมีมาตรการปองกันและพัฒนาระบบขอมูลและเตือนภัยจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ เชน
อุทกภัย ภัยแลง ธรณีพิบัติ และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และดําเนินมาตรการลดผลกระทบ
และความเดือดรอนของประชาชนจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ
4.5 เรงรัดการควบคุมมลพิษทางอากาศ ขยะ น้ําเสีย กลิ่น และเสียง ที่เกิดจากการผลิตและบริโภค
โดยเฉพาะเรงรัดการสรางระบบบําบัดน้ําเสียที่เกิดขึ้นจากสังคมเมืองและการผลิตในภาคเกษตรและ
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
85
อุตสาหกรรม การจัดทําระบบกําจัดขยะโดยวิธีที่เปนมิตรตอสิ่งแวดลอม และเพิ่มขีดความสามารถขององค
กรปกครองสวนทองถิ่นในการกําจัดขยะและบําบัดน้ําเสีย
4.6 สงเสริมใหภาครัฐและภาคเอกชนวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อการอนุรักษพลังงาน
การจัดการดานสิ่งแวดลอม การผลิตวัสดุที่สามารถยอยสลายได การหมุนเวียนการใชวัตถุดิบและเทคโนโลยี
ที่สะอาด และการใชหลักผูกอมลพิษเปนผูรับภาระคาใชจายเพื่อกระตุนใหเกิดการลดการกอมลพิษและ
ลดภาระของสังคมตามธรรมาภิบาลสิ่งแวดลอม
4.7 สงเสริมการสรางความตระหนักทางดานสิ่งแวดลอม รวมทั้งการดําเนินกิจกรรมและการปรับ
พฤติกรรมการผลิตและการบริโภค เพื่อบรรเทาผลจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ตลอดจน
สนับสนุนการดําเนินการตามพันธกรณีระหวางประเทศที่จะนํามาสูการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการ
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม
5. นโยบายวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และนวัตกรรม
รัฐบาลตระหนักถึงความสําคัญของการวิจัยและพัฒนาดานวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และนวัตกรรม
ในฐานะที่เปนปจจัยสําคัญในการเพิ่มความสามารถในการแขงขันทางเศรษฐกิจ และการยกระดับคุณภาพ
ชีวิต โดยรัฐบาลจะดําเนินการ ดังนี้
5.1 สงเสริมการนํางานวิจัยทางวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีมาใชในการพัฒนา ประเทศ ควบคูกับ
การพัฒนาระบบวิจัยและพัฒนาเชิงนวัตกรรมที่มีอยูใหสนองความตองการของภาคการผลิตและบริการ
โดยใหความสําคัญแกการเชื่อมโยงระหวางภาคเอกชน สถาบันวิจัย และมหาวิทยาลัย ตลอดจนพัฒนาเครือ
ขายวิสาหกิจ ซึ่งจะนําไปสูการวิจัย และพัฒนาตอยอดและมีการใชประโยชนองคความรูและเทคโนโลยีใน
เชิงพาณิชย
5.2 สรางเสริมความรูความคิดของประชาชนทางดานวิทยาศาสตร พรอมทั้งเรงผลิตและพัฒนา
บุคลากรดานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีที่มีคุณภาพและคุณธรรมใหสอดคลองกับการเจริญเติบโตของภาค
การผลิตและบริการ ตลอดจนพัฒนาเสนทางอาชีพเพื่อรักษาบุคลากรดานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีไวใน
ระบบ รวมทั้งจัดใหมีสิ่งอํานวยความสะดวกที่สามารถดึงดูดบุคลากรที่มีความรูขั้นสูงจากตางประเทศเพื่อ
ใหเกิดการถายทอดองคความรูแกบุคลากรไทย
5.3 พัฒนาโครงสรางพื้นฐานดานวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหมีคุณภาพและปริมาณ
ที่เพียงพอกับความตองการ และสนับสนุนการสรางทรัพยสินทางปญญาของคนไทยเพื่อปองกันมิใหไทย
ถูกเอาเปรียบทางเทคโนโลยีจากตางประเทศ โดยพัฒนาระบบการจัดการทรัพยสินทางปญญาใหมีประสิทธิ
ภาพ พัฒนาระบบรับรองมาตรฐานใหทันสมัย รวมทั้งพัฒนาศูนยบมเพาะธุรกิจที่ใชเทคโนโลยี อุทยานวิทยา
ศาสตร และศูนยแหงความเปนเลิศในสาขาเทคโนโลยีที่สําคัญ
5.4 ปรับปรุงระบบการวิจัยของประเทศใหสอดคลองกับการปรับโครงสราง เศรษฐกิจ โดยพัฒนา
มาตรการจูงใจ และกฎหมายใหเอื้อตอการลงทุนวิจัยและพัฒนาของภาคธุรกิจ เอกชน และสงเสริมการลงทุน
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
86
จัดหาเทคโนโลยีที่เหมาะสมและมีความสําคัญเชิงยุทธศาสตรจากตางประเทศมาใชประโยชน
6. นโยบายการตางประเทศและเศรษฐกิจระหวางประเทศ
รัฐบาลจะดําเนินนโยบายตางประเทศเพื่อตอบสนองผลประโยชน สูงสุดของประเทศและประชาชน
โดยจะดําเนินบทบาทเชิงรุกในการสงเสริมความรวมมือและขยายความสัมพันธอันดีกับนานาประเทศทั้ง
ดานการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม และยึดมั่นในพันธกรณีที่มีอยูกับตางประเทศตาม
สนธิสัญญาและความตกลงตางๆ ที่ประเทศไทยเปนภาคี และเคารพกฎหมายระหวางประเทศ รวมทั้งกฎบัต
รสหประชาชาติและปฏิญญาสากลวาดวยสิทธิมนุษยชน พรอมกับการสรางภูมิคุมกันและพัฒนาเศรษฐกิจ
ไทยทุกสาขาใหไดรับประโยชนจากความสัมพันธทางเศรษฐกิจระหวางประเทศ และสานตอนโยบายทีม
ประเทศไทย (Team Thailand) เพื่อใหการดําเนินงานดานตางประเทศมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และมีเอก
ภาพ โดยจะดําเนินการ ดังนี้
6.1 สงเสริมและพัฒนาความสัมพันธกับประเทศเพื่อนบาน โดยสงเสริมความ รวมมือทั้งภาครัฐ
เอกชน ประชาชน และสื่อมวลชน เพื่อเสริมสรางความเขาใจอันดีและความใกลชิดระหวางกัน อันจะนําไป
สูการขยายความรวมมือทางเศรษฐกิจ การคา การลงทุน การสงเสริมการทองเที่ยว การขยายการคมนาคม
ขนสง และความรวมมือดานอื่นๆ ภายใตกรอบความรวมมืออนุภูมิภาค เชน ยุทธศาสตรความรวมมือทาง
เศรษฐกิจอิรวดี-เจาพระยา-แมโขง (ACMECS) แผนงานความรวมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุมแมน้ํา
โขง (GMS) แผนงานความรวมมือทางเศรษฐกิจอินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (IMT-GT) และความริเริ่มแหง
อาวเบงกอลสําหรับความรวมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ (BIMSTEC) เปนตน
6.2 สงเสริมความรวมมือกับประเทศในเอเชีย กรอบความรวมมือเอเชีย และเพิ่ม บทบาทในการ
สรางความแข็งแกรงของอาเซียนเพื่อใหบรรลุเปาหมายในการจัดตั้งประชาคมอาเซียน และผลักดันบทบาท
อาเซียนในเวทีระหวางประเทศในวาระที่ไทยเปนประธานอาเซียน
6.3 มีบทบาทที่สรางสรรคในองคกรระหวางประเทศ โดยเฉพาะเวทีสหประชาชาติ และองคกร
ระดับภูมิภาคตางๆ เพื่อรักษาสันติภาพ ความมั่นคง สงเสริมกระบวนการประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน
มนุษยธรรม ตลอดจนรวมมือในการแกไขประเด็นปญหาขามชาติทุกดานที่สงผลกระทบตอความมั่นคง
ของมนุษย
6.4 กระชับความรวมมือและความเปนหุนสวนทางยุทธศาสตรกับประเทศและกลุม ประเทศที่มี
บทบาทสําคัญของโลก จัดทําขอตกลงการคาเสรีในกรอบพหุภาคีและกับประเทศตาง ๆ เพื่อประโยชนสูงสุด
ของประเทศโดยรวม สรางกลไกเพื่อชวยเหลือผูประกอบการใหสามารถปรับตัวรับผลกระทบและสงเสริม
การใชประโยชนจากความตกลงการคาเสรี
6.5 ดําเนินงานเชิงรุกทางการทูตเพื่อประชาชน วัฒนธรรม และการศึกษา ตลอด จนการแลกเปลี่ยน
ในระดับประชาชนกับนานาประเทศ พรอมทั้งสงเสริมความรวมมือทางวิชาการกับประเทศกําลังพัฒนา และ
สานตอความรวมมืออยางใกลชิด เพื่อความเขาใจอันดีกับองคกรทางศาสนาอื่นๆ
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
87
6.6 คุมครองผลประโยชนของคนไทย ดูแลคนไทยและแรงงานไทยในตางประเทศ โดยเฉพาะคน
ไทยที่ประกอบอาชีพและมีถิ่นฐานในตางประเทศ สงเสริมบทบาทของชุมชนชาวไทยในการรักษาเอกลักษณ
และความเปนไทย
7. นโยบายความมั่นคงของรัฐ
รัฐบาลจะรักษาความมั่นคงของประเทศ สถาบันพระมหากษัตริย และระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริยทรงเปนประมุข และสรางความสมานฉันทของคนในชาติ เตรียมความพรอมในการเผชิญภัย
คุกคามทุกรูปแบบ ทั้งภัยธรรมชาติและความขัดแยงที่อาจสงผลกระทบถึงประเทศไทย แกไขความขัดแยงใน
พื้นที่สามจังหวัดภาคใตและสรางการอยูรวมกันอยางสงบสุขสามัคคี สรางความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย
สินแกประชาชนในทุกพื้นที่ของประเทศ และตอตานภัยสังคมในทุกรูปแบบ โดยจะดําเนินการ ดังนี้
7.1 เทิดทูนและพิทักษรักษาไวซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย ดํารงรักษาไวซึ่งพระบรมเดชานุภาพ
แหงพระมหากษัตริยมิใหผูใดลวงละเมิดได รวมทั้งเสริมสรางจิตสํานึกประชาชนในชาติใหมีความจงรักภักดี
ตอสถาบันพระมหากษัตริย ตลอดจนสรางบรรยากาศใหเกิดความรัก ความสามัคคี และการอยูรวมกันอยาง
สันติสุขของคนในชาติ
7.2 เสริมสรางระบบปองกันประเทศใหมีความมั่นคง มีศักยภาพในการรักษา เอกราช อธิปไตย
บูรณภาพแหงเขตอํานาจรัฐ และผลประโยชนของชาติ โดยมุงพัฒนาความทันสมัยของอาวุธยุทโธปกรณ
และเตรียมความพรอมของกําลังพลในกองทัพ ตลอดจนการผนึกกําลังประชาชนใหมีสวนรวมในการรักษา
ความมั่นคงของประเทศ พรอมทั้งใหการสนับสนุนภารกิจในการพัฒนาประเทศและการรักษาสันติภาพ
ภายใตกรอบกติกาของสหประชาชาติ
7.3 เรงพัฒนาระบบการจัดการเพื่อแกไขปญหาผูหลบหนีเขาเมือง แรงงานตาง ดาวผิดกฎหมาย และ
บุคคลที่ยังไมมีสถานะที่ชัดเจน เนนการบังคับใชกฎหมายอยางเขมงวดกับขบวนการลักลอบเขาเมืองที่ผูมี
อิทธิพลใหการสนับสนุน เพื่อลดขนาดและผลกระทบของปญหาความมั่นคงระยะยาวใหเหลือนอยที่สุด
ควบคูไปกับการจัดการแกไขปญหาสถานะและสิทธิของบุคคลที่ไมมีสถานภาพที่ชัดเจนภายใตความสมดุล
ระหวางการรักษาความมั่นคงของชาติกับการดูแลสิทธิขั้นพื้นฐาน
7.4 พัฒนาและเสริมสรางเครือขายความรวมมือระหวางประเทศเพื่อการปองกัน และแกไขปญหาการ
กอการรายและอาชญากรรมขามชาติ รวมทั้งมุงพัฒนาระบบบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนใหเกิดประโยชน
ทางเศรษฐกิจ ควบคูกับการรักษาความมั่นคง ตลอดจนการดําเนินการอยางจริงจังเพื่อการรักษาผลประโยชน
ของชาติทางทะเล และเรงขจัดเงื่อนไขความไมเขาใจกับประเทศ เพื่อนบาน เพื่อเสริมสรางความสัมพันธและ
พัฒนาความรวมมือระหวางกันทั้งดานเศรษฐกิจและดานความมั่นคง
7.5 ปฏิรูประบบขาวกรองใหเกิดประโยชนตอการรักษาความมั่นคงและการเสริม สรางผล
ประโยชนของชาติ โดยจัดระบบบูรณาการความรวมมือระหวางหนวยงานพลเรือน ตํารวจ ทหาร และให
ความสําคัญแกขอมูลเชิงลึกดานเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงที่เปนประโยชนตอการปองกันและแกไข
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
88
ปญหาของชาติไดอยางแทจริง
7.6 พัฒนาระบบการเตรียมพรอมแหงชาติ โดยเนนการบริหารวิกฤตการณทั้งที่ เกิดจากภัยธรรมชาติ
และภัยที่มนุษยสรางขึ้น โดยมุงระดมสรรพกําลังจากทุกภาคสวนใหสามารถดําเนินงานรวมกันอยางมี
ประสิทธิภาพ เพื่อปองกัน แกไข บรรเทา และฟนฟูความเสียหายของชาติที่เกิดจากภัยตางๆ
8. นโยบายการบริหารจัดการที่ดี
รัฐบาลจะพัฒนาและปรับปรุงระบบการบริหารงานภาครัฐเพื่อให สวนราชการมีความพรอมและ
กําลังคนที่มีขีดความสามารถในการปฏิบัติงาน เพื่อตอบสนองความตองการของประชาชนอยางมีประสิทธิ-
ภาพ เกิดประสิทธิผล มีความคุมคา และเกิดความเปนธรรมในการใหบริการสาธารณะ และจะปรับปรุง
กฎหมายและการยุติธรรม สนับสนุนการพัฒนาการเมือง และการมีสวนรวมของประชาชนในการดําเนิน
นโยบายสาธารณะ เพื่อใหเกิดการบริหารราชการแผนดินที่ดี โดยจะดําเนินการดัง ตอไปนี้
8.1 ประสิทธิภาพการบริหารราชการแผนดิน
8.1.1 ปรับปรุงการใหบริการประชาชน ดวยการสรางนวัตกรรมและนํา เทคโนโลยีใหม ๆ มาใชใน
การใหบริการรูปแบบตางๆ เพื่อลดภาระและอํานวยความสะดวกแกประชาชน
8.1.2 พัฒนาระบบและกําหนดมาตรการเพื่อดึงดูดผูมีความรูความสามารถเขามารับราชการ ดวยการ
ปรับปรุงระบบคาตอบแทนและสิ่งจูงใจใหเทียบเคียงหรือแขงขันไดในตลาดแรงงาน เพื่อใหระบบราชการ
เปนนายจางอันเปนที่หมายปองของผูสมัครงาน รวมทั้งสนับสนุนใหมีการเคลื่อนยายถายโอนกําลังคนทั้ง
ภายในระบบราชการและระหวางหนวยงานภาครัฐกับภาคสวนอื่นๆ
8.1.3 พัฒนาระบบงานและสมรรถนะของขาราชการและเจาหนาที่ของรัฐทุก ระดับอยางตอเนื่อง
เพื่อใหมีขีดความสามารถในการปฏิบัติราชการและการสงมอบบริการสาธารณะ โดยจะเนนการพัฒนา
ขาราชการในตําแหนงที่มีความสําคัญตอยุทธศาสตรการพัฒนาประเทศ และสรางผูนําการเปลี่ยนแปลงใน
ระบบราชการ รวมทั้งจะวางมาตรการสําหรับประเมินผลการปฏิบัติงานและจายคาตอบแทนที่เปนธรรม
ตามผลงาน เพื่อใหเกิดขวัญกําลังใจและแรงจูงใจในการพัฒนาผลงาน
8.1.4 พัฒนาคุณภาพชีวิตของขาราชการและเจาหนาที่ของรัฐใหดีขึ้นเพื่อให สามารถดํารงชีพอยาง
มีศักดิ์ศรี โดยการเพิ่มเงินเดือน คาตอบแทน และสวัสดิการใหเหมาะสมกับสภาพการทํางานและสถานการณ
คาครองชีพที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งปรับปรุงสวัสดิภาพการทํางานและภาระหนี้สิน เพื่อใหขาราชการและ
เจาหนาที่ของรัฐมีความสมดุลระหวางการทํางานกับชีวิตสวนตัว
8.1.5 เสริมสรางมาตรฐานดานคุณธรรม จริยธรรม ใหแกขาราชการและเจาหนาที่ของรัฐ และพัฒนา
ความโปรงใสในการปฏิบัติงานของหนวยงานภาครัฐ พรอมทั้งปองกันและปราบปรามการทุจริตและ
ประพฤติมิชอบของขาราชการและเจาหนาที่ของรัฐอยางจริงจัง เพื่อใหภาคราชการเปนที่เชื่อถือไววางใจแก
ประชาชน
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
89
8.1.6 สงเสริมการกระจายอํานาจการปกครองสูทองถิ่นอยางจริงจัง โดยสรางดุลยภาพระหวางการ
กํากับดูแลและความเปนอิสระของทองถิ่น โดยไมกระทบความสามารถในการตัดสินใจดําเนินงานตามความ
ตองการของทองถิ่น สรางความเขมแข็งและขีดความสามารถในการบริหารจัดการงบประมาณและบุคลากร
ของทองถิ่นเพิ่มขึ้น ตลอดจนพึ่งพาตนเองดวยฐานรายไดที่ทองถิ่นจัดเก็บเองไดมากขึ้น
8.1.7 สนับสนุนใหองคกรปกครองสวนทองถิ่นมีบทบาทในการจัดบริการสาธารณะของทองถิ่น
เพิ่มขึ้นโดยคํานึงถึงความจําเปนและความเหมาะสมตามศักยภาพของทองถิ่น รวมทั้งความตองการของ
ประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนขยายการใหบริการที่ครอบคลุมการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน เชื่อมโยง
และบูรณาการกับแผนชุมชนและแผนระดับตางๆ ในพื้นที่
8.1.8 เรงรัดดําเนินการถายโอนภารกิจของราชการสวนกลางใหองคกรปกครองสวนทองถิ่น ตาม
กฎหมายวาดวยการกําหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจใหแกองคกรปกครองสวนทองถิ่น รวมทั้ง
การจัดสรรรายไดใหทองถิ่นแตละประเภทอยางเหมาะสม
8.1.9 สนับสนุนระบบการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการของผูวาราชการจังหวัด ผานกระบวน
การจัดทําแผนพัฒนาจังหวัดและกลุมจังหวัด และการจัดทํางบประมาณจังหวัดและกลุมจังหวัด เพื่อให
จังหวัดและกลุมจังหวัดวางยุทธศาสตรการพัฒนาและทิศทางการพัฒนาพื้นที่ในอนาคตที่สอดคลองกับแนว
นโยบายของรัฐบาล เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ศักยภาพของพื้นที่ และความตองการของประชาชน
8.2 กฎหมายและการยุติธรรม
8.2.1 ดูแลใหมีการปฏิบัติและบังคับใชกฎหมายอยางถูกตอง รวดเร็ว เปนธรรม และทั่วถึง และ
สงเสริมการใหความรูเกี่ยวกับกฎหมายที่มีผลกระทบตอประชาชนและภาคธุรกิจ รวมตลอดถึงเพิ่มประสิทธิ
ภาพในการคุมครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และสนับสนุนการใหความชวยเหลือทางกฎหมายแก
ประชาชน
8.2.2 พัฒนากฎหมายใหทันตอความเปลี่ยนแปลงและความจําเปนของสังคม รวมทั้งจัดใหมี "องคกร
เพื่อการปฏิรูปกฎหมาย" และ "องคกรเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม" ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ
แหงราชอาณาจักรไทย เพื่อปรับปรุงและพัฒนากฎหมายของประเทศและกระบวนการยุติธรรม
8.2.3 สงเสริมและพัฒนาระบบงานยุติธรรมทุกดาน โดยเฉพาะอยางยิ่งการปองกันอาชญากรรมและ
สรางความเปนธรรมในสังคม การพัฒนากระบวนการยุติธรรมทางอาญาใหเปนไปตามหลักนิติธรรม การใช
เครื่องมือและหลักวิชาการนิติวิทยาศาสตร การสงเสริมการเขาถึงความยุติธรรมและการมีสวนรวมของ
ประชาชนในการอํานวยความยุติธรรม เชน การพัฒนาระบบยุติธรรมชุมชนและยุติธรรมจังหวัด การพัฒนา
และจัดใหมีกระบวนการยุติธรรมทางเลือก (ซึ่งเปนกระบวนการชะลอการลงโทษ เชน ใชวิธีการทํางาน
บําเพ็ญประโยชนเพื่อสังคม เปนตน) ควบคูกับกระบวนการยุติธรรมกระแสหลัก รวมทั้งการพัฒนาระบบ
และวิธีปฏิบัติเพื่อแกไขฟนฟูผูกระทําผิดใหเหมาะสมตอกลุมเปาหมาย ตลอดจนการพัฒนาระบบฐานขอมูล
และเทคโนโลยีสารสนเทศกระบวนการยุติธรรม
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
90
8.2.4 เสริมสรางความยุติธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต โดยมุงพัฒนากฎหมายและระบบงาน
ยุติธรรมที่สอดคลองกับพื้นที่ วิถีชีวิต และวัฒนธรรมทองถิ่น บังคับใชกฎหมายอยางเครงครัด ขจัดเงื่อนไข
ความไมยุติธรรม และพัฒนาระบบการพิสูจนการกระทําความผิดที่มีประสิทธิภาพ
8.3 สงเสริมใหประชาชนมีโอกาสไดรับรูขอมูลขาวสารจากทางราชการและสื่อสาธารณะอื่นได
อยางกวางขวาง ถูกตอง เปนธรรม และรวดเร็ว
รัฐบาลมีความมุงมั่นที่จะดําเนินการตามแนวนโยบายพื้นฐานแหงรัฐอยางจริงจัง โดยรัฐบาลขอ
ชี้แจงวา การกําหนดนโยบายของรัฐบาลที่ไดกราบเรียนมาแลวนี้ จะเปนแนวทางดําเนินการในระยะเวลา 4 ป
ตามความเรงดวนของการแกไขปญหาของประเทศ รวมทั้งจะเปนการบริหารราชการแผนดินใหเปนไปตาม
แนวนโยบายพื้นฐานแหงรัฐตามบทบัญญัติในหมวด 5 วาดวยแนวนโยบาย พื้นฐานแหงรัฐตามรัฐธรรมนูญ
แหงราชอาณาจักรไทย นอกจากนี้ เพื่อใหรัฐบาลสามารถบริหารราชการ แผนดินไดตามบทบัญญัติของรัฐ
ธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย และดําเนินนโยบายจนบรรลุเปาหมาย ตามที่กําหนดไวได รัฐบาลจะ
ดําเนินการปรับปรุงหรือกําหนดแนวทางการปฏิบัติงานของหนวยงานของรัฐ พัฒนาระบบการบริหารจัดการ
เสนอรางกฎหมาย ตลอดจนดําเนินการทุกประการที่เกี่ยวของกับการบริหารราชการแผนดินใหมีประสิทธิ
ภาพ และสามารถบรรลุผลในทางปฏิบัติเพื่อประโยชนแกการพัฒนาประเทศ โดยถือเปนนโยบายการบริหาร
ราชการแผนดินของรัฐบาลนี้ดวย
การกําหนดนโยบายบริหารราชการแผนดินของคณะรัฐมนตรีตามที่กลาวมา ไดวางอยูบนพื้นฐาน
ขอมูลตามความเปนจริงของประเทศ และความตอเนื่องกับเหตุการณที่ผานมา ตลอดจนการวิเคราะหสภาพ
แวดลอมใหมทั้งทางดานเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง และสถานการณของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป
เมื่อการแถลงนโยบายนี้เสร็จสิ้นแลว รัฐบาลจะไดเรงดําเนินการใหเปนรูปธรรม โดยจัดทํารายละเอียดของ
แผนปฏิบัติการ ประกอบดวย แผนการบริหารราชการแผนดิน แผนปฏิบัติราชการของสวนราชการตาง ๆ
และแผนการตรากฎหมาย ที่จะใชเปนคูมือและแนวทางการทํางานตอไป
อนึ่ง รัฐบาลนี้ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข
โดยถือวารัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยเปนรากฐานสําคัญในการวางระบบการบริหารประเทศใหเกิด
ความมั่นคง และสรางเสริมหลักประชาธิปไตยที่ถูกตองและเหมาะสมเปนที่ยอมรับของชน ในชาติ ซึ่ง
รัฐธรรมนูญฉบับปจจุบันเปนรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่ใหประชาชนออกเสียงลงประชามติใหความเห็นชอบ
แตโดยที่ยังปรากฏวามีความคิดเห็นที่แตกตางกันอยูมาก รัฐบาลนี้จึงจะสนับสนุนใหมีการศึกษา ทบทวน
บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเพื่อดําเนินการแกไขใหเปนไปตามหลักประชาธิปไตยอยางแทจริงและเปน
ประโยชนตอการบริหารประเทศใหดียิ่งขึ้นในเวลาอันควรตอไป
รัฐบาลขอใหความเชื่อมั่นแกรัฐสภาอันเปนองคกรที่มีอํานาจหนาที่ควบคุมการบริหารราชการแผนดิน
วาจะบริหารราชการแผนดินดวยความซื่อสัตย สุจริต มีความมุงมั่นที่จะบริหารประเทศใหมีความเจริญกาว
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
91
หนา ทัดเทียมอารยประเทศ สรางความเทาเทียมใหเกิดขึ้นในสังคมที่มีความสมดุลมากขึ้น และใหคนไทย
มีความภาคภูมิใจในความเปนไทย ทั้งนี้ โดยยึดประโยชนสุขของประชาชนชาวไทยเปนที่ตั้งอยางแทจริง
2. นโยบายดานการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม มีดังนี้
2.1 นโยบายการศึกษา
2.1.1 ยกระดับคุณภาพการศึกษาของคนไทยอยางมีบูรณาการและสอดคลอง กันตั้งแตระดับ
ปฐมวัยจนถึงอุดมศึกษาทั้งในและนอกระบบการศึกษา และสรางระบบการเรียนรูตลอดชีวิต
2.1.2 พัฒนาหลักสูตร ปรับระบบการผลิตและพัฒนาครูใหมีคุณภาพและคุณธรรมอยางทั่วถึง ตอ
เนื่อง และกาวทันการเปลี่ยนแปลงในยุคโลกาภิวัตน
2.1.3 สงเสริมการนําเทคโนโลยีสารสนเทศมาใชในการเพิ่มประสิทธิภาพการเรียน การสอน และ
การเรียนรูอยางจริงจัง จัดใหมีการเขาถึงระบบอินเทอรเน็ตความเร็วสูงอยางกวางขวาง พรอมทั้งจัดหา
อุปกรณเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อประกอบการเรียนการสอนใหโรงเรียนอยางทั่วถึง
2.1.4 ดําเนินการใหบุคคลมีสิทธิเสมอกันในการรับการศึกษา 12 ปโดยไม เสียคาใชจาย รวมทั้ง
สนับสนุนผูยากไร ผูพิการหรือทุพพลภาพ หรืออยูในสภาวะยากลําบาก ใหไดรับการศึกษา และเพิ่มโอกาส
ใหแกเยาวชนในการศึกษาตอผานกองทุนใหกูยืมที่ผูกพันกับรายไดในอนาคต และเชื่อมโยงกับนโยบายการ
ผลิตบัณฑิตเพื่อตอบสนองความตองการบุคลากรที่มีความรูความสามารถของประเทศ รวมทั้งตอยอดให
ทุนการศึกษาทั้งในและตางประเทศ
2.1.5 สนับสนุนการผลิตและพัฒนากําลังคนใหสอดรับการเปลี่ยนแปลงโครงสรางภาคการผลิตและ
บริการ และเรงผลิตกําลังคนระดับอาชีวศึกษาใหมีคุณภาพเพื่อสนับสนุนความสามารถในการแขงขันของ
ประเทศในสาขาตางๆ เชน ปโตรเคมี ซอฟตแวร อาหาร สิ่งทอ บริการสุขภาพและการทองเที่ยว และการ
บริหารจัดการขนสงสินคาและบริการ เปนตน ดวยความรวมมือระหวางสถานประกอบการ สถาบันการ
ศึกษา และสถาบันเฉพาะทาง ตลอดจนใหมีการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพตามมาตรฐานสากล
2.1.6 ขยายบทบาทของระบบการเรียนรูเชิงสรางสรรคผานองคกรตาง ๆ เชน สํานักงานบริหาร
จัดการองคความรู ระบบหองสมุดสมัยใหม หรืออุทยานการเรียนรู พิพิธภัณฑเพื่อการเรียนรูแหงชาติ ศูนย
สรางสรรคงานออกแบบ ศูนยพัฒนาดานกีฬา ดนตรี ศิลปะ ศูนยบําบัดและพัฒนาศักยภาพของบุคคล
ออทิสติก เด็กสมาธิสั้น และผูดอยโอกาสอื่น ๆ ศูนยการเรียนรูดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
2.2 นโยบายศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม
2.2.1 อุปถัมภ คุมครอง และทํานุบํารุงพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น ๆ เพื่อใหมีบทบาทสําคัญใน
การปลูกฝงใหประชาชนเขาใจและนําหลักธรรมของศาสนา มาใชในการเสริมสรางคุณธรรมและพัฒนา
คุณภาพชีวิต
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
92
2.2.2 ฟนฟูและสืบสานคุณคาความหลากหลายของวัฒนธรรมไทยทั้งที่เปนวิถีชีวิต ประเพณี คานิยม
ที่ดีงาม ภูมิปญญาทองถิ่น และการดูแลรักษาแหลงอุทยานประวัติศาสตร โบราณสถาน พิพิธภัณฑตางๆ เพื่อ
การศึกษาเรียนรูและใชประโยชนในการเพิ่มมูลคาผลผลิตบน พื้นฐานความรูและความเปนไทย รวมทั้ง
สงเสริมและพัฒนาโบราณสถานใหเปนมรดกทางวัฒนธรรมระดับโลก
2.2.3 พัฒนาแหลงเรียนรูทางวัฒนธรรมและการนันทนาการ เพื่อสงเสริมให วัยรุนไทยเกิดการเรียน
รูที่ถูกตอง ใชเวลาวางใหเปนประโยชน มีคุณธรรมเอื้ออาทรตอผูอื่น และเกิดการเรียนรูศิลปะอยางสราง
สรรค เขาใจถึงคุณคา ซาบซึ้งในความสุนทรียของศิลปะ
2.2.4 ขยายบทบาทสภาวัฒนธรรมทุกจังหวัดใหเปนกลไกเฝาระวังทาง วัฒนธรรมที่ครอบคลุมทั้ง
วิถีชีวิตและสื่อทุกประเภทที่มีผลกระทบตอการเบี่ยงเบนทางวัฒนธรรม และพฤติกรรมของเด็กและเยาวชน
พรอมทั้งขจัดสื่อที่เปนภัยตอสังคม ขยายสื่อดีเพื่อนําไปสูการสรางภูมิคุมกันทางสังคมอยางเทาทันการณ
3. นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ
3.1) แผนยุทธศาสตรพัฒนาการศึกษากระทรวงศึกษาธิการในชวงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
แหงชาติฉบับที่ 10(พ.ศ.2550-2554) มีสาระสําคัญดังนี้
วิสัยทัศน
มุงพัฒนาผูเรียนใหมีคุณธรรมนําความรู มีคุณภาพ มีศักยภาพในการพัฒนาตนเองตามหลักปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียง เสริมสรางคุณธรรม พัฒนาสังคมฐานความรู และยืนหยัดบนเวทีโลกบนพื้นฐานความ
เปนไทย
พันธกิจ
1) เสริมสรางโอกาสทางการศึกษาใหแกประชาชน
2) ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา
3) พัฒนาระบบบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล
วัตถุประสงค
1) เพื่อใหประชากรไดมีโอกาสรับการเรียนรูที่ใชคุณธรรมนําความรูตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพียงและยกระดับการศึกษาของคนไทย
2) เพื่อใหผูเรียนมีคุณภาพสูงขึ้น มีศักยภาพในการพัฒนาตนเองไปสูสังคมฐานความรู สามารถ
แขงขันบนเวทีโลกบนพื้นฐานความเปนไทย
3) เพื่อใหการบริหารจัดการศึกษามีประสิทธิภาพมากขึ้นตามหลักธรรมาภิบาล
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
93
เปาหมาย
1) จํานวนปการศึกษาเฉลี่ยของคนไทยเปน 10 ป
2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาหลักของการศึกษาขั้นพื้นฐานสูงขึ้น รอยละ10 ภายใน 5 ป
3) ผูเรียนรอยละ 80 มีคุณลักษณะที่พึงประสงคตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ
4) รอยละ 60 ของกําลังแรงงานมีการศึกษาระดับ ม.ตนขึ้นไปมีความรูและทักษะที่จําเปนในการ
ประกอบอาชีพ
5) สถานศึกษารอยละ 70 มีความแข็งแกรง คลองตัวและมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ
ยุทธศาสตรและมาตรการ
1) สรางความเสมอภาคและโอกาสเขาถึงบริการการศึกษา
1.1)จัดบริการการศึกษาใหทั่วถึงในทุกระดับทุกประเภทการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย
1.2)สรางหลักประกันโอกาสทางการศึกษาแกผูพิการและดอยโอกาส
1.3)สงเสริมการจัดการศึกษาใหมีความเชื่อมโยงทั้งในระบบ นอกระบบและตามอัธยาศัย
1.4)สงเสริมการศึกษาของเอกชนและการมีสวนรวมของทุกภาคสวนในการจัดและสนับสนุน
การศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย
1.5)สงเสริมสนับสนุนการศึกษานอกโรงเรียนและการศึกษาตามอัธยาศัย
2) สรางกระบวนการเรียนรู ปลูกฝงจิตสํานึก คานิยม คุณธรรม วัฒนธรรมตามหลักปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียง
2.1) ปลูกจิตสํานึก สรางเจตคติ ปรับพฤติกรรม
2.2) ปรับกระบวนการเรียนเรียนรู หาตนแบบ สืบทอด
2.3) สรางภูมิตานทานโดยเครือขาย ขยายผลบาน สถาบันศาสนา สถานศึกษาและสื่อ
2.4) กํากับ ติดตาม ประเมินผล
2.5) อนุรักษ สืบทอดวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงาม
3) เรงรัดพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา
3.1) พัฒนาระบบประกันคุณภาพการศึกษาทุกระดับ ทุกประเภท
3.2) สงเสริมและสนับสนุนดานวิจัย พัฒนาและถายทอดองคความรู
3.3) พัฒนาและยกระดับมาตรฐานการศึกษา
3.4) ปรับหลักสูตรกระบวนการเรียนการสอน
3.5) พัฒนาระบบบริหารจัดการความรู
3.6) บูรณาการภูมิปญญากับการจัดการเรียนรูวิทยาการสมัยใหม
3.7) พัฒนาการศึกษาและวิจัยเพื่อใหบริการรักษาพยาบาลและสงเสริมสุขภาพ
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
94
3.8) สงเสริมศูนยบมเพาะวิสาหกิจในสถาบันการศึกษาใหเปนแหลงเรียนรูและ
พัฒนาระบบธุรกิจ
3.9) สงเสริมและสนับสนุนใหประเทศไทยเปนศูนยกลางการศึกษาในภูมิภาคและสรางภาคี
เครือขายและความรวมมือระหวางประเทศในการจัดการศึกษา
4) พัฒนาระบบบริหารจัดการตามหลักเกณฑและวิธีการบริหารจัดการบานเมืองที่ดี
4.1) ปรับปรุง กลไกการประสานงานการจัดการศึกษาในสวนกลางและสวนภูมิภาค
4.2) พัฒนาระบบ กํากับ ติดตาม ประเมินผล
4.3) เรงรัด ปรับปรุงแกไขและประกาศใชกฎหมายเกี่ยวกับการศึกษา
4.4) เรงผลักดันการกระจายอํานาจและสรางความเขมแข็งใหสถานศึกษา
4.5) ปรับสถานภาพของอุดมศึกษาของรัฐที่เปนสวนราชการและมีศักยภาพและความพรอมเปน
สถาบันการศึกษาในกํากับของรัฐตามความสมัครใจ
4.6) พัฒนาการวางแผนที่เนนการมีสวนรวมของภาคีเครือขายพัฒนา
4.7) พัฒนาระบบขอมูลกลางทางการศึกษาที่เชื่อมโยงทุกระดับ
5) ผลิตและพัฒนาครู คณาจารยและบุคลากรทางการศึกษา
5.1) พัฒนาระบบการผลิตครู คณาจารยและบุคลากรทางการศึกษา
5.2) พัฒนาครู คณาจารยและบุคลากรทางการศึกษา
5.3) ยกระดับมาตรฐานวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา
5.4) เรงรัดแกปญหาการขาดแคลนครู คณาจารยโดยเฉพาะในสาขาวิชาที่ขาดแคลน
5.5) สรางขวัญ กําลังใจ ความกาวหนาและความมั่นคงในวิชาชีพครู
5.6) พัฒนาและสงเสริม ครู คณาจารยและบุคลากรทางการศึกษาใหมีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู
ทางวิชาการรวมกันทั้งภายในและตางประเทส
5.7) พัฒนาระบบงานบุคคลขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
6) พัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จังหวัดชายแดนภาคใต
6.1) จัดการศึกษาเพื่อสรางความมั่นคง
6.2) พัฒนาคุณภาพการศึกษา
6.3) สงเสริมศาสนสถาน
6.4) เสริมสรางโอกาสการศึกษาและการเรียนรูตลอดชีวิต
6.5) สงเสริมการศึกษาเพื่ออาชีพและการมีงานทํา
6.6) พัฒนาการบริหารจัดการ
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
95
7) การผลิตและพัฒนากําลังคนเพื่อตอบสนองความตองการของการพัฒนาประเทศ
7.1) สรางและเสริมสรางคานิยมการศึกษาวิชาชีพ
7.2) สงเสริมการมีสวนรวมของทุกภาคสวนในการจัดการศึกษาอาชีวศึกษา
7.3) เรงผลิตและพัฒนากําลังคนทั้งระดับกลางและระดับสูงดานวิทยาศาสตร เทคโนโลยี แพทย
พยาบาลและสาขาที่ขาดแคลน
7.4) พัฒนาสมรรถนะและทักษะแรงงานใหรองรับตอการพัฒนาประเทศและสรางระบบตอบแทน
ที่เหมาะสม
7.5) เรงรัดการผลิตและพัฒนานักวิจัยใหมีศักยภาพและสอดคลองกับความตองการของประเทศ
3.2) แผนปฏิบัติราชการประจําปงบประมาณ 2551 กระทรวงศึกษาธิการ
1) สภาพปญหาดานการศึกษา
1.1)การขยายโอกาสทางการศึกษา พบวา
- เด็กและเยาวชนที่ตกหลนยังไมไดรับการพัฒนา
- เด็กยากจนและเด็กดอยโอกาสและปจจัยสนับสนุนการศึกษา
1.2) การพัฒนาคุณภาพและศักยภาพการบริหารจัดการ พบวา
- ผลการประเมินคุณภาพการศึกษาในทุกระดับตองเรงรัดแกไข
- การขาดแคลน อัตรากําลังครูผูสอนและเจาหนาที่บางสวน
- การใช ICT ในการจัดการเรียนการสอน ยังมีนอย เนื่องจากมีขอจํากัด ทั้งอุปกรณและครูที่มี
ความรูความสามารถดาน ICT ครู บุคลากรทางการศึกษา ยังขาดพัฒนาความรูและเทคโนโลยีใหมๆ
- การทํางานแบบบูรณาการและเครือขายยังไมกระจายตัว ครอบคลุมทุกพื้นที่
- การนํานโยบาย กฎหมาย มาตรฐานการศึกษา สูการปฏิบัติไปสูความสําเร็จในระดับหนึ่ง แต
ยังตองปรับปรุงในเรื่องของการสงเสริมความรูความเขาใจที่ถูกตองชัดเจนของผูเกี่ยวของ
ระดับหนึ่ง แตยังตองปรับปรุงในเรื่องของการสงเสริมความรูความเขาใจที่ถูกตองชัดเจนของผูเกี่ยว
ของในระดับตางๆและพัฒนากลไกที่มีประสิทธิภาพในการประสาน กํากับดูแล การนํานโยบายไปสู
การปฏิบัติ
- การขาดแคลนคุรุภัณฑการศึกษาหรือไมเพียงพอในการจัดการเรียนการสอนในแตละ
สาขาวิชา
- โครงการที่เปนโครงการใหมโครงการนํารอง อาจประสบปญหาในเรื่องความเขาใจของผู
ปฏิบัติงาน การสื่อสารที่ลาชา สงผลใหการดําเนินงานลาชา และกระจุกตัวในชวงปงบประมาณ
1.3) ผลกระทบทางการศึกษาจากเหตุการณกอความไมสงบสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
96
2) สาระสําคัญของ แผนปฏิบัติราชการประจําปงบประมาณ 2551 กระทรวงศึกษาธิการ
วิสัยทัศน
มุงพัฒนาผูเรียนใหมีคุณธรรมนําความรู มีคุณภาพ มีศักยภาพในการพัฒนาตนเองตามหลักปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียง เสริมสรางคุณธรรม พัฒนาสังคมฐานความรู และยืนหยัดบนเวทีโลกบนพื้นฐานความ
เปนไทย
พันธกิจ
เรงรัดการปฏิรูปการศึกษาเพื่อเสริมสรางโอกาสในการศึกษาใหแกประชาชน โดยยึดคุณธรรมนํา
ความรูตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง พัฒนาคุณภาพมาตรฐานการศึกษา และพัฒนาระบบการบริหารจัดการ
ใหมีคุณภาพและประสิทธิภาพ
เปาประสงค
1) ปการศึกษาโดยเฉลี่ยของประชาชนสูงขึ้น ประชากรวัยแรงงาน มีความรูและทักษะ ที่จําเปน
ในการประกอบอาชีพและเพิ่มผลผลิต
2) ผูเรียนมีคุณลักษณะตามเกณฑมาตรฐานการศึกษา
3) ครู คณาจารยและบุคลากรทางการศึกษามีศักยภาพในการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา
4) ทุกภาคสวนของสังคมมีสวนรวมในการจัดการศึกษา สถานศึกษามีความเขมแข็ง มีอิสระ มีความ
คลองตัวในการบริหารจัดการ
4) การศึกษาชวยสรางสมานฉันท ความสามัคคี และใชสันติวิธีในการแกปญหา
นโยบาย
1) เรงรัดปฏิรูปการศึกษาโดยยึดคุณธรรมนําความรู สรางความตระหนัก สํานึกในคุณคาของ
เศรษฐกิจพอเพียง ความสมานฉันท สันติวิธี วิถีประชาธิปไตย พัฒนาคนโดยใชคุณธรรมเปน
พื้นฐานของกระบวนการเรียนรู ที่เชื่อมโยงความรวมมือของสถาบันครอบครัว ชุมชน สถาบัน
ศาสนาและสถานศึกษา
2) ขยายโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ของประชาชนใหกวางขวาง ทั่วถึง มีคุณภาพ โดยไมเก็บ
คาใชจาย และขายโอกาสทางการศึกษาทุกระดับ ทุกประเภท
3) การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ
4) กระจายอํานาจไปสูเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา
5) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชน ภาคเอกชนและทองถิ่น
6) พัฒนาการศึกษาในเขตพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
97
ยุทธศาสตร
1) สรางกระบวนการเรียนรู ปลูกฝงจิตสํานึก คานิยม คุณธรรม วัฒนธรรม ตามหลักเศรษฐกิจ
พอเพียง วิถีชีวิตประชาธิปไตยและธรรมมาภิบาลแกประชาชนและเยาวชนทุกระดับ โดยเชื่อม
โยงความรวมมือกับทุกภาคสวนของสังคม
2) สรางโอกาสทางการศึกษาและสงเสริมการเรียนรูตลอดชีวิต
3) เรงปรับกระบวนการเรียนการสอนเพื่อยกระดับคุณภาพมาตรฐานการศึกษา
4) สนับสนุนการผลิตและพัฒนากําลังคนเพื่อตอบสนองตอความตองการในการพัฒนาประเทศ
5) เรงรัดผลักดันการกระจายอํานาจและสรางความเขมแข็งใหสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาและ
สถานศึกษา
6) สงเสริมการมีสวนรวมของทุกภาคสวนในการจัดและสนับสนุนการศึกษาในรูปแบบที่หลาก
หลาย
7) จัดการศึกษาในเขตพัฒนาการศึกษาในเขตพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใตใหสอดคลอง
กับสภาพเศรษฐกิจ สังคมปละวัฒนธรรมใหเกิดสันติสุข
4. นโยบายและการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา สพฐ.
4.1) นโยบายสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
คุณหญิง ดร.กษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานไดกําหนดนโยบาย
การศึกษาเพื่อสนองตอบตอนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้
1) นโยบายคุณธรรม นําความรูสูการปฏิบัติ
2) นโยบายการขยายโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
3) นโยบายการพัฒนาคุณภาพ และมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ
4) นโยบายการกระจายอํานาจและเสริมสรางความเขมแข็ง ใหเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา
5) นโยบายการเสริมสรางการมีสวนรวม
6) นโยบายการพัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จังหวัดชายแดนภาคใต
4.2) การขับเคลื่อนโยบายสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไดทบทวนสภาพแวดลอมขององคกรจากการนําผล
การดําเนินงานตามกลยุทธ ป 2550 ที่พิจารณาจากเปาหมาย จุดเนนของกิจกรรมสําคัญที่ไดติดตามจาก
ทุกสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษานํามาปรับปรุงงานหลักตามนโยบาย และงานสนองนโยบายใหมีมิติความ
ตอเนื่อง แกจุดบกพรอง และพัฒนา ใหเกิดความกาวหนาสงผลสูนโยบายของรัฐบาล และนโยบายของ
กระทรวงศึกษาธิการ ดังมีรายละเอียดของ วิสัยทัศน พันธกิจ และกลยุทธของสํานักงานคณะกรรมการการ
ศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังตอไปนี้
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
98
วิสัยทัศน
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปนองคกรหลักในการจัดและสงเสริม สนับสนุน
การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานใหประชากรวัยเรียนอยางทั่วถึง มีคุณธรรมนําความรูตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง
และมีคุณภาพตามมาตรฐาน
พันธกิจ
ขยายโอกาสทางการศึกษาใหแกประชากรวัยเรียนทุกคน ไดรับการพัฒนาใหเปนบุคคลที่มีคุณธรรม
นําความรูตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน และกระจาย
อํานาจการบริหารและการจัดการศึกษา
เปาประสงค
1. ประชากรวัยเรียนทุกคนทั้งปกติ พิการ และดอยโอกาสไดรับโอกาสในการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ป
ตามสิทธิอยางเทาเทียมและทั่วถึง
2. ผูเรียนทุกคนไดรับการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน
3. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษามีความเขมแข็งในการบริหารและการจัดการศึกษา
4. ผูเรียนในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จังหวัดชายแดนภาคใตไดรับการศึกษาที่มีคุณภาพ
กลยุทธ
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีภารกิจเกี่ยวกับการจัดและการสงเสริมการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน จัดทําผลผลิตจํานวน 5 ผลผลิต ไดแก ผูจบการศึกษากอนประถมศึกษา ผูจบการศึกษาภาคบังคับ
ผูจบการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย เด็กพิการไดรับการศึกษาขั้นพื้นฐานและพัฒนาสมรรถภาพ และเด็ก
ดอยโอกาสไดรับการศึกษา ขั้นพื้นฐาน โดยมีหนวยกํากับ ประสาน สงเสริมการจัดการศึกษาอยูที่สํานัก
งานเขตพื้นที่การศึกษา จํานวน 185 เขตพื้นที่การศึกษา และมีสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเปนหนวยปฏิบัติการ
การจัดการศึกษา เพื่อใหภารกิจดังกลาวสามารถตอบสนองสภาพปญหาเฉพาะและรองรับการขับเคลื่อน
นโยบายของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจึงกําหนดการ
ขับเคลื่อนกลยุทธป 2551 ดังตอไปนี้
กลยุทธคุณธรรมนําความรูนอมนําปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสูการปฏิบัติ
กลยุทธขยายโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐานอยางกวางขวางและทั่วถึง
กลยุทธพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ
กลยุทธกระจายอํานาจสงเสริมความเขมแข็งใหสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา
กลยุทธสงเสริมการมีสวนรวมผูปกครองชุมชนภาคเอกชนและทองถิ่นในการจัดการศึกษา
กลยุทธเรงพัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
99
กลยุทธคุณธรรมนําความรูนอมนําปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสูการปฏิบัติ
เพื่อใหผูบริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนมีความรูความเขาใจ และปฏิบัติตนตาม
หลักคุณธรรมและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หลักธรรมาภิบาล ความสมานฉันท คุณธรรมตาม
หลักสูตร และคุณธรรมที่คัดสรรโดยคณะกรรมการสถานศึกษา และนักเรียน โดยป 2551 มีจุดเนน ดังนี้
1) ทุกโรงเรียนจัดกิจกรรมคุณธรรมนําความรูที่นําคุณธรรมที่คัดสรรเชื่อมโยงสูการเรียนการสอน
กลุมสาระและสูวัฒนธรรมองคกร โดยใหความสําคัญแกการนอมนําปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปสูการ
ปฏิบัติจริง
2) สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาพัฒนาโรงเรียนคุณธรรมตนแบบและโรงเรียนวิถีพุทธตนแบบ
ที่ผานการประเมินตามเกณฑเพิ่มขึ้นไมนอยกวารอยละ 30
กิจกรรมสําคัญที่เปนจุดเนนกลยุทธคุณธรรมนําความรูนอมนําปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู
การปฏิบัติ ประกอบดวย
1) สถานศึกษาทุกแหงจัดกิจกรรมคุณธรรมนําความรูที่เชื่อมโยงสูการเรียนการสอนตามกลุม
ตางๆ และสูวัฒนธรรมองคกรในระดับตางๆ ทั้งนี้ใหความสําคัญแกการนอมนําปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไป
สูการปฏิบัติเปนพิเศษ
2) สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาพัฒนาโรงเรียนคุณธรรมตนแบบและโรงเรียนวิถีพุทธตนแบบที่
ผานการประเมินตามเกณฑเพิ่มขึ้นไมนอยกวารอยละ 30 และสนับสนุนใหโรงเรียนตนแบบเดิมไดพัฒนา
ตอยอดและสามารถเปนแหลงเรียนรูสําหรับโรงเรียนอื่น
3) สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาสนับสนุนรูปแบบกิจกรรมพัฒนาผูเรียนรูปแบบที่หลากหลาย
เพื่อเปนกลไกในการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม โดยสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจะ
สนับสนุนกิจกรรมเหลานี้เปนพิเศษ
กิจกรรมลูกเสือ ยุวกาชาด และเนตรนารี โดยใหสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาทํา
ขอมูลเกี่ยวกับความพรอมของแตละสถานศึกษา และเนนการสงเสริมกิจกรรมบําเพ็ญประโยชนที่ผาน
กระบวนการลูกเสือ
จัดคายคุณธรรมสําหรับนักเรียนเพื่อใหเกิดการรวมกลุมที่จะจัดทําโครงการที่เนนการ
ปฏิบัติจริง
ปลูกฝงคุณธรรมโดยผานกิจกรรมดนตรี นาฏศิลป และการแสดง
พัฒนาระบบบันทึกขอมูลเกี่ยวกับผลงานคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียนที่นําไปใช
ประกอบการพิจารณาการคัดเลือกเขามหาวิทยาลัย
4)เสริมความเขมแข็งใหแกระบบดูแลนักเรียนที่ดําเนินการอยูในโรงเรียนมัธยมศึกษา และขยาย
ไปสูโรงเรียนขยายโอกาส และพัฒนาระบบสงเสริมความประพฤตินักเรียน และระบบควบคุมพฤติกรรม
เสี่ยงของนักเรียน
1
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
100
กลยุทธขยายโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐานของประชากรวัยเรียนอยางกวางขวาง
และทั่วถึง
เพื่อรณรงคใหเด็กและเยาวชนไดรับการศึกษาภาคบังคับและการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ป อยาง
ทั่วถึง โดยอาศัยความรวมมือและการสนับสนุนจากทุกภาคสวน โดยป 2551 มีจุดเนน ดังนี้
1)ทุกสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามีระบบขอมูลที่ใชวางแผนการศึกษา และจัดทําแผนการ
บริการใหครอบคลุม ทั่วถึง
2)ทุกสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามีระบบขอมูลที่ใชวางแผนการศึกษา และจัดทําแผนการจัด
บริการใหครอบคลุมทั่วถึง
3)ทุกสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพิ่มอัตราการเขาเรียนการศึกษาภาคบังคับ และอัตราการ
เรียนตอชั้น ม. 1 และ ม. 4
4) ทุกสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาลดอัตราออกกลางคัน และนําเด็กตกหลนเขาเรียนไมนอย
กวารอยละ 50 ของจํานวนเด็กที่สํารวจได
กิจกรรมสําคัญที่เปนจุดเนนกลยุทธขยายโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐานของประชากรวัยเรียน
อยางกวางขวางและทั่วถึง ประกอบดวย
1)สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแหงเพิ่มอัตราการเรียนตอ ลดอัตราการตกหลน และออกกลาง
คัน โดยมีขอมูลเกี่ยวกับสภาวะปจจุบันและเปาหมายที่จะดําเนินการอยางเปนรูปธรรม
2)สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแหงพัฒนาระบบสถิติการศึกษาใหเปนปจจุบัน มีการวางแผน
การใหบริการทางการศึกษาเพื่อเตรียมสถานศึกษาและบริการการศึกษาอื่นๆ ใหสอดคลองกับสภาพในพื้นที่
สนองตอบตอนโยบาย และเขาถึงทุกพื้นที่
3) สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแหงพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษาเพื่อแกปญหาการ
ตกหลนและออกกลางคัน และสงเสริมการจัดการศึกษาทางเลือก
4)สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแหงเพิ่มประสิทธิภาพของระบบเฝาระวังและระบบใหความ
ชวยเหลือแกนักเรียนที่ดอยโอกาส โดย
การสรางความตระหนัก การเก็บขอมูลและเฝาระวังกับเครือขาย ภาครัฐ ภาคประชาชน
กํานัน ผูใหญบาน จัดสมัชชาใหเปนไปตาม พระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ
ใหความชวยเหลือแกเด็กดอยโอกาส เพื่อดูแลนักเรียนกลุมเสี่ยง ไดเรียนจบการศึกษาภาค
บังคับ และเรียนตอ 12 ป
จัดทุนการศึกษา ดูแลเรื่องอาหารกลางวัน และการใหบริการอื่นๆ รวมถึงการศึกษาวิจัย
ความพอเพียงงบอุดหนุนรายหัว งบอุดหนุนปจจัยพื้นฐาน และแนวทางการสนับสนุนที่เปนธรรมและเสมอ
ภาค
2
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
101
5)สํานักบริหารงานการศึกษาพิเศษรวมมือกับสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเสริมความเขมแข็ง
ใหแกศูนยการศึกษาพิเศษระดับจังหวัด และศูนยเขต โรงเรียนแกนนําเรียนรวมที่จัดตั้งไวเดิม และขยาย
โรงเรียนแกนนําเรียนรวมในโรงเรียนที่จัดการศึกษาชวงชั้นที่ 3 และ 4
6)สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษารวมมือกับหนวยงานตางๆ เชน สํานักงานบริหารงานการศึกษา
นอกโรงเรียน(กศน.) และ สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดการศึกษาทางเลือกใหแก
นักเรียน เพื่อสงเสริมการศึกษาตอในชวงชั้นที่ 4
กลยุทธพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ
เพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานในทุกระดับ ซึ่งจะชวยยกระดับคุณภาพ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู
ของผูเรียนใหดีขึ้น โดยกําหนดใหมีระบบการประกันคุณภาพภายใน และประเมินผลคุณภาพทางการศึกษา
จากหนวยงานภายนอก โดยป 2551 จะเนนการพัฒนาคุณภาพโรงเรียน สมรรถนะของครู และการ
ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรูของผูเรียนใหเขาสูมาตรฐาน โดยมีเปาหมาย ดังนี้
1)นักเรียนชวงชั้นที่ 1 ทุกคนอานหนังสือคลอง และเขียนหนังสือไดตามมาตรฐานการเรียนรู
ชวงชั้น ยกเวนผูที่มีขอบกพรองในการเรียนรูที่ตองไดรับการพัฒนาตามศักยภาพ
2)สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแหงมีคาเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในกลุมสาระ
คณิตศาสตร และภาษาไทยในชวงชั้นที่ 1 และ 2 เพิ่มขึ้น และลดจํานวนนักเรียนที่ไมผานเกณฑ ในชวงชั้นที่
3 และ 4
3)สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแหงไดรับการสนับสนุนการมีฐานขอมูลเกี่ยวกับสมรรถนะ
ของครูในเนื้อหาของกลุมสาระและการจัดการเรียนการสอนใหสามารถพัฒนาสมรรถนะไปสูมาตรฐานที่
กําหนดไว
4)นักเรียนเรียนรวมทุกคนผานตามเกณฑที่ระบุไวในแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP)
และขยายโรงเรียนเรียนรวมในระดับมัธยมศึกษาใหครบทุกอําเภอ
5)รอยละ 70 ของโรงเรียนมีผลการประเมินคุณภาพการศึกษาในระดับดี และ ดีมาก โดย
ไมมีระดับปรับปรุงและไมมีโรงเรียนที่มีผลประเมินคุณภาพการศึกษาลดลงกวาเดิม
6)ทุกสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาบริหารระบบจัดการความรูที่ดี มีขอมูลเกี่ยวกับโรงเรียนเปน
รายโรง สามารถจําแนกและพัฒนาครูตามระดับการพัฒนาของกลุมสาระไดทุกคน
กิจกรรมสําคัญที่เปนจุดเนนกลยุทธพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ ประกอบดวย
1)การยกระดับผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน
ดําเนินการประเมินผลสัมฤทธิ์ในการเรียนรูในชั้นประถมศึกษาปที่ 3 และชั้นมัธยมศึกษา
ปที่ 3 ทุกคน เพื่อเสริมจากการประเมินโดยสํานักงานทดสอบทางการศึกษาแหงชาติที่จะประเมินในชั้น
ประถมศึกษาปที่ 6 และชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 และสงเสริมใหสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาดําเนินการ
3
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
102
ประเมินผลสัมฤทธิ์ในการเรียนรูของนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 2 และปที่ 5 ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2
ปที่ 5 เพื่อเปนฐานขอมูลในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน
ขยายการรณรงคเรื่องการอานคลองเขียนคลองไปยังนักเรียนชวงชั้นที่ 1 และ 2 โดยสํานัก
งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจะสนับสนุนในเรื่องเทคนิคการสอนอานเขียน การสอนภาษา การ
สอนเด็กที่มีปญหาการเรียนรู และประมวลเทคนิคการสอนดีเดนจากสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
สงเสริมการอาน การเขียน และการคิดวิเคราะห โดยพัฒนาหองสมุดแหลงเรียนรูที่มี
คุณภาพ และการบูรณาการการคิดวิเคราะหใน การเรียนการสอนทุกกลุมสาระ
ยกระดับผลสัมฤทธิ์ในกลุมสาระคณิตศาสตร วิทยาศาสตร และภาษาอังกฤษ โดยสํานัก
งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจะสนับสนุนรูปแบบการพัฒนาครู และสื่อ
สานตอการนําหลักการเรียนรูบนพื้นฐานความเขาใจเรื่องสมองจากศูนยปฐมวัยตนแบบสู
ชั้นประถมศึกษาปที่ 1 และประถมศึกษาปที่ 2
พัฒนาโรงเรียนตามโครงการพัฒนาคุณภาพพิเศษ ใหสามารถพัฒนาเด็กที่มีความสามารถ
พิเศษไดเต็มตามศักยภาพใหมีเครือขายเพื่อพัฒนารวมกันและเปนศูนยการพัฒนาใหกับโรงเรียนอื่น และ
พัฒนาครูทุกโรงเรียนใหสามารถในการคัดแยกและพัฒนาเด็กที่มีความสามารถพิเศษ
สํารวจและวางระบบจัดการศึกษาสําหรับเด็กที่มีปญหาการเรียนรู โดยขยายไปสู
โรงเรียนในพื้นที่ใหครอบคลุมอยางนอย รอยละ 25
สงเสริมการพัฒนาแนวทางการจัดการเรียนรูตามความแตกตางระหวางบุคคลในหอง
เรียนที่นักเรียนมีระดับความรูความสามารถแตกตางกันอยางมาก
สนับสนุนใหมีการจัดงานศิลปหัตถกรรมและมหกรรมวิชาการในทุกจังหวัด เพื่อเปน
เวทีสงเสริมคุณภาพมาตรฐานโดยจะจัดงานระดับภูมิภาค ในภาคเรียนที่ 2 ของปการศึกษา 2552
2)พัฒนาคุณภาพของโรงเรียนใหเขาสูมาตรฐาน โดยมีกลุมเปาหมายหลัก ไดแก
โรงเรียนที่อยูเกณฑปรับปรุงในการประเมินรอบแรกและโรงเรียนที่ไมไดรับการรับรอง
ในรอบที่สองจะพัฒนาเขาสูมาตรฐาน
โรงเรียนขนาดเล็กจะวางแผนยุทธศาสตรเพื่อพัฒนาในภาพรวมของสํานักงานเขตพื้นที่
การศึกษา และในป 2551 จะเริ่มพัฒนาใหเขาสูเกณฑมาตรฐานและคุณภาพอยางนอยรอยละ 10 - 20 ตาม
ความพรอมของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
พัฒนาโรงเรียนที่มีคุณภาพดี ใหเปนศูนยความเปนเลิศตามกลุมสาระ อยางนอย 1 ศูนย
ในทุกสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
พัฒนาโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติใหสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาดําเนินการตาม
วัตถุประสงคของการจัดตั้งอยางสมบูรณ
โรงเรียนทั่วไปจะพัฒนาใหมีระบบประกันคุณภาพภายในที่มีประสิทธิภาพและนําไปสู
การพัฒนาคุณภาพอยางตอเนื่อง
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
103
จัดทําแผนแมบทในการนําเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใชในการจัดการ
ศึกษาขั้นพื้นฐาน และสงเสริมใหทุกโรงเรียนใชอยางมีประสิทธิภาพ
3)การพัฒนาประสิทธิภาพและคุณภาพมัธยมศึกษาตอนปลาย
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจะเปนแกนกลาง ในการจัดทําแผน
ยุทธศาสตรเพื่อพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยเริ่มดําเนินการ ป 2551
4) ยกเครื่องระบบพัฒนาบุคลากร
กระจายอํานาจการพัฒนาผูบริหาร และครูผูสอนไปยังสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาโดย
เนนการดําเนินการรวมกับมหาวิทยาลัย การพัฒนารูปแบบที่หลากหลาย การจัดระบบขอมูลเกี่ยวกับพื้นฐาน
สมรรถนะของผูบริหารและบุคลากรทางการศึกษา ทั้งนี้สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจะ
สนับสนุนสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่มีระบบขอมูลเกี่ยวกับสมรรถนะของผูบริหารและครูผูสอนเพื่อให
เพิ่มพูนสมรรถนะเปนพิเศษ
บรรจุเนื้อหาสาระที่เกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรม การปฏิรูปการเรียนการสอน การประเมิน
ผลในชั้นเรียนและจัดใหมีการประเมินผลหลังการอบรม
พัฒนาตอเนื่องควบคูกับการปฏิบัติจริงใหเกิดผลสัมฤทธิ์ที่ผูเรียน
จัดทําแผนพัฒนาและแฟมขอมูลรายบุคคล
เพิ่มประสิทธิภาพในการแกปญหาการขาดแคลนครู
พัฒนาครูประจําการที่สอนไมตรงวุฒิ
กลยุทธกระจายอํานาจและสงเสริมความเขมแข็งใหสํานักงาน
เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา
เพื่อใหเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษามีความคลองตัวและมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ
โดยทําการจัดระบบการกระจายอํานาจและระบบเครือขายเพิ่มประสิทธิภาพและความพรอมของสถาน
ศึกษา โดยป 2551 มีจุดเนน ดังนี้
1) สถานศึกษาประเภทที่ 1 เดิมจํานวน 609 โรง และใหม อยางนอย 1,110 โรง มีผลการ
ประเมินคุณภาพดี หรือดีมากทุกมาตรฐานในรอบ 1 หรือ รอบ 2 โดยมีเครือขายการพัฒนารวมกัน
2) สถานศึกษาประเภทที่ 2 พัฒนาเครือขายสถานศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพและเตรียมความพรอม
เขาสูการบริหารจัดการโดยมีโรงเรียนเปนฐาน โดยยกระดับจากเดิมรอยละ 25 และใหมรอยละ 30 ใหเปน
สถานศึกษาประเภทที่ 1 ซึ่งตองมีผลประเมินคุณภาพการศึกษาโดยรวมอยูในระดับดี
3) สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแหงมีผลการประเมินผลการดําเนินงานสูงขึ้น
กิจกรรมสําคัญที่เปนจุดเนนกลยุทธกระจายอํานาจและสงเสริมความเขมแข็งใหสํานักงานเขตพื้นที่
การศึกษาและสถานศึกษา ประกอบดวย
4
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
104
1)สงเสริมการกระจายอํานาจทางบริหารทั่วไป งบประมาณ วิชาการ และบุคคล ไปยังสถานศึกษา
และกําหนดมาตรฐานที่แสดงถึงความเขมแข็งของสถานศึกษา
สรางความรูความเขาใจกับบุคลากรในสวนกลาง สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถาน
ศึกษาประเภท 1 และประเภท 2 เรื่องกฎกระทรวง และประกาศกําหนดหลักเกณฑวิธีการกระจายอํานาจการ
บริหารและการจัดการ
พัฒนาผูนําการเปลี่ยนแปลงของผูอํานวยการสถานศึกษา รองผูบริหารการศึกษา
รองผูอํานวยการสถานศึกษา ครู ศึกษานิเทศกของสถานศึกษาประเภทที่ 1 กลุม 2
ติดตาม นิเทศ ชวยเหลือการพัฒนาผูนําการเปลี่ยนแปลงของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
และสถานศึกษาประเภทที่ 1 กลุม 1 และ กลุม 2
ในกรณีที่สถานศึกษาไดรับคัดเลือกใหเปนสถานศึกษาประเภทที่ 1แตตอมาไมไดรับ
การรับรองจากสํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาในรอบสองจะกําหนดใหจัดทํา
แผนเรงรัดพัฒนาคุณภาพภายใน 1 ปการศึกษา
จัดทําแนวทางและปรับเปลี่ยนวิธีการทํางานของสวนกลาง ใหสอดคลองกับ
บทบาทการทํางานของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ที่เขมแข็ง สถานศึกษาประเภทที่ 1 และสถานศึกษา
ประเภทที่ 2
2)ปรับศักยภาพในสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจะกําหนดมาตรฐานความเขมแข็งของสํานัก
งานเขตพื้นที่การศึกษา และติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
โดยพิจารณาถึงการตอบสนองและพัฒนานโยบายประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ความพึงพอใจของ
ผูรับบริการและธรรมาภิบาล เพื่อใหมีขอมูล เปนรายสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
จากผลการประเมินจะจัดสรรงบประมาณและใหความคลองตัวในการบริหารตามความ
จําเปน ความพรอม และระดับการพัฒนา
ใหความสําคัญแกการพัฒนาทีมงานบริหารของสํานักงาน เขตพื้นที่การศึกษาใหเปน
ผูนําการเปลี่ยนแปลงและผูบริหาร มืออาชีพ และการพัฒนาหัวหนากลุมใหมีความเชี่ยวชาญในงานที่รับ
ผิดชอบ
เรงพัฒนาระบบบริหาร ระบบบริการ ระบบติดตามประเมินผล และระบบเทคโนโลยี
การสื่อสารและสารสนเทศในสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
3)สงเสริมการจัดกลุมเครือขายบริหารสถานศึกษา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเตรียมความพรอม
รองรับการกระจายอํานาจ
พัฒนาและประสานการทํางานของกลุมเครือขายประสิทธิภาพการบริหารจัดการแบบ
โรงเรียนเปนฐานภายในจังหวัดและระหวางจังหวัด
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
105
สงเสริม สนับสนุนใหสถานศึกษาประเภทที่ 2 ทํางานรวมกันแบบกลุมเครือขายเพื่อเตรียม
ความพรอมรองรับการกระจายอํานาจ
กลยุทธสงเสริมการมีสวนรวมของผูปกครองชุมชน ภาคเอกชนและทองถิ่น ในการจัดการศึกษา
เพื่อจัดการศึกษาใหสอดคลองกับสภาพปญหาและความตองการของชุมชน และทองถิ่น โดย
ปรับบทบาทการมีสวนรวมของเครือขายผูปกครอง ชมรม สมาคม องคกรตางๆ โดยเฉพาะการสงเสริม
ความเขมแข็งใหมีสวนรวมในการพัฒนา สงเสริมสถานศึกษาขององคคณะบุคคล โดยป 2551 มีจุดเนน
ดังนี้
1)ทุกสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาพัฒนาความรวมมือขององคคณะบุคคลให
สามารถกํากับ สนับสนุน สงเสริมการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาใหเปนไปตามมาตรฐานการ
ศึกษา และสอดคลองกับสภาพปญหาความตองการของชุมชนและทองถิ่น
2)ทุกสถานศึกษาปรับและพัฒนาบทบาทการมีสวนรวมในการพัฒนา สงเสริม สนับสนุนการ
จัดการศึกษาของเครือขายผูปกครอง ชมรมครู สมาคม และองคกรนักเรียน
กิจกรรมสําคัญที่เปนจุดเนนกลยุทธสงเสริมการมีสวนรวมของผูปกครอง ชุมชน ภาคเอกชน และ
ทองถิ่น ในการจัดการศึกษา ประกอบดวย
1)เสริมความเขมแข็งใหองคคณะบุคคลในสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา และคณะกรรมการ
สถานศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อเปนกลไกการนํานโยบายสูการปฏิบัติใหเหมาะสมกับสภาพพื้นที่
เสริมความเขมแข็งขององคคณะบุคคลในเขตพื้นที่ทั้ง 3 คณะตลอดจนสงเสริมการ
ทํางานรวมกันเพื่อประกันโอกาส คุณภาพประสิทธิภาพ และธรรมาภิบาลในการปฏิบัติงานของสํานักงาน
เขตพื้นที่การศึกษา
เสริมความเขมแข็งของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในการสงเสริม สนับสนุน
และติดตามดูแลสถานศึกษา
2) พัฒนาองคกรนักเรียน เครือขายผูปกครอง และองคกรชุมชนใหมีสวนรวมในการพัฒนา
สถานศึกษา และชวยเหลือครูและนักเรียน
สนับสนุนการพัฒนาสภานักเรียน ที่ประกอบดวยผูนํานักเรียนตางสังกัด และสงเสริม
ใหสถานศึกษาสนับสนุนกรรมการนักเรียน และองคกรนักเรียนในรูปแบบตาง ๆ
สงเสริมเครือขายผูปกครอง ตามระบบชวยเหลือดูแลนักเรียน
สงเสริมใหชุมชนรวมลด “พื้นที่เสี่ยง” เพิ่ม “พื้นที่ดี” และจัดระบบสงเสริมตาม
ประพฤตินักเรียน
3) สงเสริมใหองคกรปกครองสวนทองถิ่นไดมีสวนรวมในการจัดการศึกษา
5
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
106
สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเสริมความพรอมใหแก องคกรปกครองสวนทองถิ่น สราง
ความเขาใจที่ดี ตลอดจนแนวทางในการจัดการศึกษารวมกัน
สงเสริมให องคกรปกครองสวนทองถิ่น จัดการศึกษาปฐมวัยอยางมีคุณภาพ และมี
บทบาทในการสนับสนุนโรงเรียนขนาดเล็ก และการพัฒนาโรงเรียน ในรูปแบบสหกิจ
จัดการถายโอนสถานศึกษาตามเกณฑความพรอมและความสมัครใจ ในจํานวนและชวง
ชั้นที่เหมาะสม
กลยุทธเรงพัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต
เพื่อใหผูเรียนและประชาชนไดรับการศึกษาที่บูรณาการกับวิถีชีวิต อัตลักษณ ความหลากหลาย
ทางวัฒนธรรม และอยูรวมกันอยางสันติ โดยป 2551 มีจุดเนน ดังนี้
1)เด็กและเยาวชนทุกคนไดรับการศึกษาภาคบังคับและมีโอกาสศึกษาตอในชวงชั้นที่ 4
2)นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น
3)ครูและบุคลากรทางการศึกษามีความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
กิจกรรมสําคัญที่เปนจุดเนนกลยุทธเรงพัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัด
ชายแดนภาคใต ประกอบดวย
1) วางมาตรการที่จะรักษาความปลอดภัยใหแกครู นักเรียน และสถานศึกษา
สงเสริมกิจกรรมมวลชนสัมพันธระหวางโรงเรียน และชุมชนทุกรูปแบบ
วางระบบรักษาความปลอดภัยแกครู รวมกับชุมชนและหนวยงานที่เกี่ยวของ
เสริมสรางความพรอมใหแกโรงเรียนและสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ในการดูแลรักษา
ความปลอดภัย
เรงรัดมาตรการเยียวยา และพัฒนาคุณภาพชีวิตใหแกครู
2) ประกันโอกาสทางการศึกษาสําหรับเด็กและเยาวชนที่ดอยโอกาส
สงเสริมการขยายการศึกษาระดับปฐมวัยอยางทั่วถึง
เรงพัฒนาโรงเรียนราชประชานุเคราะหที่จัดสรรใหม 5 แหง ใหสามารถรองรับเด็กและ
เยาวชนที่ดอยโอกาส
วางมาตรการสนับสนุนทุนการศึกษา และปจจัยพื้นฐานสําหรับนักเรียนที่ยากจนและ
นักเรียนที่เรียนดี
3) พัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนบนพื้นฐานความหลากหลายทางวัฒนธรรม
ปรับปรุงคุณภาพทางการศึกษาระดับปฐมวัย
ปรับปรุงการเรียนการสอนภาษาไทย และสนับสนุนการขยายรูปแบบการสอนสอง
ภาษาในพื้นที่ที่มีความจําเปน
6
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
107
ขยายการสอนอิสลามศึกษาแบบเขมในโรงเรียนของรัฐ อยางนอย รอยละ 25
เรงพัฒนาครูผูสอนในกลุมสาระตาง ๆ และครูผูสอนศาสนาใหมีพื้นฐานความรู เทคนิค
การเรียนการสอน และสามารถนําเทคโนโลยีสารสนเทศมาปรับปรุงประสิทธิภาพ
สงเสริมใหโรงเรียนตาดีกา และโรงเรียนประถมศึกษาของรัฐจัดการเรียนการสอนที่
เกื้อหนุนกัน และใชทรัพยากรรวมกัน
ใหความสําคัญเปนพิเศษแกการเรียนการสอน ประวัติศาสตรทองถิ่นศาสนสัมพันธ
และสันติศึกษา
4)เรงพัฒนาคุณภาพโรงเรียนประจําจังหวัดและอําเภอ ใหเขาสูมาตรฐานชาติและจัดโครงการ
เตรียมความพรอมนักเรียนเขาสูระดับอุดมศึกษา
5)ปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารจัดการในพื้นที่
เสริมสรางความเขมแข็งใหสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ตั้งใหม 3 แหง
จัดใหมีรองผูอํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษารับผิดชอบในทุกอําเภอ พรอม
ศูนยประสานงาน
วางระบบที่จะติดตามดูแล สงเสริม สนับสนุนการศึกษาเอกชนอยางมีประสิทธิภาพ
6) แลกเปลี่ยนเรียนรูและสรางสายสัมพันธแหงความเปนไทยขามเขตพื้นที่การศึกษา
7) สงเสริมเครือขายความรวมมือกับประเทศเพื่อนบาน
แนวทางดําเนินงานรวมกัน
การพัฒนาประสิทธิภาพการใชจายงบประมาณ การใหบริการ และ การสนับสนุน สงเสริม
สถานศึกษา ของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาตามระดับความพรอมของการพัฒนา จากการกํากับ ติดตาม
ผลการดําเนินงานในระยะที่ผานมา กําหนดเปน แนวทางการดําเนินงานรวมกันได
1. จัดสรรงบประมาณใหสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาตามผลดําเนินการ ดังนี้
1.1 สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ไดผลการประเมินระดับ A3-A4 จะไดรับงบประมาณ
ตามนโยบายนั้น ๆ เพิ่มมากกวาระดับ A1-A2 และมีอิสระในการสามารถดําเนินงานตามแนวทางที่กําหนด
ขึ้นเองไปสูเปาหมายที่ตกลงรวมกัน
1.2 สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ได A 2 ใหไดรับงบประมาณมากกวา A1 และสามารถ
กําหนดแนวทางดําเนินงานไดเอง
1.3 สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ได A1 จะไดรับงบประมาณและตองดําเนินงานตามแนวทาง
ที่ตกลงกับสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
2. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจะลดโครงการที่กําหนดใหสํานักงานเขตพื้นที่
การศึกษาปฏิบัติตาม แตจะ
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
108
2.1 ใหขอมูลเกี่ยวกับองคความรู เทคนิคใหม ๆ และรูปแบบที่เปนแบบอยางได
2.2 จัดการพัฒนาบุคลากรเฉพาะเรื่องที่เปนแนวทางใหม ๆ และเปดโอกาสใหสํานักงาน
เขตพื้นที่การศึกษา “เลือก” รับบริการ
2.3 สนับสนุนการนํารองเฉพาะโครงการที่เปนความริเริ่มใหมและเปดโอกาสใหสํานักงาน
เขตพื้นที่การศึกษา “เลือก” เขาโครงการ
2.4 ติดตาม ประเมินการดําเนินโครงการอยางตอเนื่อง
5. วาระแหงชาติดานการศึกษา
วาระแหงชาติดานการศึกษาที่สําคัญ ที่เปนมติคณะรัฐมนตรี ที่สําคัญมีดังตอไปนี้
1. ยุทธศาสตรการพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทย ขณะนี้คุณภาพการศึกษาของไทยตกต่ําลงทุกระดับ
และทุกประเภท ไดจัดใหมีการประชุมสมัชชาการศึกษาครั้งใหญ โดยเชิญนักการศึกษาและหนวยงานผูเกี่ยว
ของจํานวนมาก มาระดมความคิดและกอบกูบูรณาการแนวทางเพื่อแกปญหาคุณภาพการศึกษาไทยใหชัดเจน
โดยไดกําหนดเปนวาระแหงชาติดานยุทธศาสตรพัฒนาคุณภาพการศึกษา
2. ยุทธศาสตรการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งจะไมใชเพียงมาตรการยุบเลิก ยุบรวมอยางเดียว แต
จะมีแนวทางพัฒนาโดยยึด "ระบบกลุมโรงเรียนเปนฐาน (School System Based Management)" โดยไมได
ยึดโรงเรียนเปนฐาน (School Based Management หรือ SBM) ซึ่งอาจนําตัวอยางของรูปแบบวิธีการจัดการ
ศึกษาโรงเรียนขนาดเล็กที่ประสบความสําเร็จมาปรับใช เชน แบบรวมชวงชั้น โรงเรียนขนาดเล็กที่บริษัท
CP ไปชวยพัฒนา หรือรูปแบบอื่นๆ ดังนั้น การทุมเทพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก จึงจะชวยยกระดับคุณภาพ
การศึกษาใหใกลเคียงกัน และยังเปนการฉุดผลการประเมินสถานศึกษาโดยรวมขึ้นมาดวย
3. ยุทธศาสตรการแกปญหาการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต ใน ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต คือ
ยะลา ปตตานี นราธิวาส และบางสวนของสงขลา เนื่องจากทุกคนตั้งความหวังวา การพัฒนาที่ยั่งยืนตองอาศัย
การศึกษาเปนตัวนํา แตแนวทางจัดการศึกษาในปจจุบันยังไมชัดเจนตอการพัฒนาในพื้นที่ที่มีความหลาก
หลาย เพราะฉะนั้น จึงตองจัดทํายุทธศาสตรการศึกษาในพื้นที่นี้เปนการเฉพาะ ซึ่งจะเนนการแกปญหาหลาย
ดาน โดยเฉพาะเรื่อง "ความเปนไทย" เพราะหากคนไทยใชภาษาไทยสื่อสารกันไมไดจะเกิดปญหาความไม
เขาใจ โดยจะมีระบบการสอน ๒ ภาษา นอกจากนี้ยังมีเรื่อง "ไทยคดีศึกษา" ซึ่งตองจัดกันใหมในสวนของ
สาระวิชาหนาที่พลเมือง และศีลธรรม รวมทั้ง "การใชวิชาสามัญ อาชีพ สอนควบคูกับศาสนา" ในสวนของ
"การพัฒนาครูผูสอนศาสนา" ก็ยิ่งเปนเรื่องสําคัญที่ตองทํา เพราะหากมีการสอนผิดๆ ถูกๆ ยิ่งอันตรายมาก
ตอการเปนเครื่องมือชี้นําไมใหเกิดความสันติสุขในพื้นที่
ซึ่งวาระแหงชาติดานการศึกษามีสาระสําคัญในแตละเรื่อง ดังนี้
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
109
5.1) ยุทธศาสตรการพัฒนาคุณภาพการศึกษา : วาระแหงชาติ
การพัฒนาคุณภาพการศึกษา เปนนโยบายสําคัญที่ตองเรงดําเนินการ และไดมีความพยายามที่จะ
พัฒนามาอยางตอเนื่อง จากการประเมินสมรรถนะการศึกษาไทยกับนานาประเทศของ International
Institute for Management Development (IMD) ที่ใชเกณฑประเมินใน ๑๐ ดัชนีหลัก ประกอบดวยอัตรา
สวนนักเรียน/ครูประถมศึกษา อัตราสวนนักเรียน/ครูมัธยมศึกษาอัตราการเขาเรียนมัธยมศึกษาอัตราการไมรู
หนังสือ การลงทุน การศึกษา ผลสัมฤทธิ์อุดมศึกษา การถายโอนความรูระหวางภาคธุรกิจกับ
มหาวิทยาลัย การตอบสนองความสามารถในการแขงขันของระบบการศึกษา การตอบสนองความสามารถ
ในการแขงขันระดับอุดมศึกษา และทักษะดานภาษาที่ตอบสนองตอความตองการของผูประกอบการ พบวา
สมรรถนะดานการศึกษาของไทยคอนขางตกต่ํา
นอกจากนี้ จากผลการทดสอบระดับชาติของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๓ และ ๖ ก็พบวา ความ
สามารถทางภาษา การคิดคํานวณ และเชิงวิเคราะห มีภาพรวมคะแนนเฉลี่ยต่ํากวารอยละ ๕๐
ศธ.ไดจัดการประชุมแบบเขมรวมกับทุกฝายที่เกี่ยวของ เพื่อพิจารณายุทธศาสตรการพัฒนาคุณภาพ
การศึกษา ที่ จ.ฉะเชิงเทรา ระหวางวันที่ ๙-๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ โดยไดมีการพิจารณารายงานที่
สกศ.เสนอ และไดมีขอสรุปวา ปจจัยที่มีผลโดยตรงตอคุณภาพการศึกษามี ๖ ประการ คือ นักเรียน ครูและ
บุคลากรทางการศึกษา เทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) ระบบการศึกษา ความเขมแข็งของสถานศึกษา และการ
มีสวนรวมของเอกชน ชุมชน องคกรปกครองสวนทองถิ่น(อปท.)ซึ่งที่ประชุมไดพิจารณาปจจัยที่มีผลกระทบ
ตอคุณภาพการศึกษาดังนี้
ผูเรียนหรือนักเรียน ศธ. ยังไมไดสงเสริมใหเด็กมีพัฒนาการรอบดานอยางเพียงพอกอนการ
เขาเรียน เชน IQ ต่ําหรือลดลง มีปญหาดานพัฒนาการทางดานรางกาย จิตใจ สังคม ยังไมเต็มที่ รวมทั้งการ
เตรียมผูเรียนกอนจะเขาเรียน เปนตน
ครูและบุคลากรทางการศึกษา พบวามีปญหาการขาดแคลนครู และปญหาคุณภาพของครู โดย
มีขอเสนอใหพัฒนาครูประจําการ ใหทบทวนระบบการพัฒนาครู
ดานเทคโนโลยีสารสนเทศ ICT ในปจจุบันควรจะนําเทคโนโลยีเขามาเปนตัวชวยในฐานะ
เครื่องมือของครู และเครื่องมือของเด็ก จึงจะทําใหการพัฒนาคุณภาพการศึกษาไดเต็มที่
ดานระบบการศึกษา การศึกษาขั้นพื้นฐานใชระบบหนวยกิตมาเปนเวลานาน แตยังไมสะทอน
ความเปนหนวยกิต จึงควรจะใชระบบหนวยกิตใหเต็มที่ มิใชใชเพียงครึ่งๆ กลางๆ อยางที่เปนอยูในขณะนี้
โดย ศธ.จะสรางความพรอมใหกับโรงเรียน คิดระบบใหดี มีการเตรียมการใหกับโรงเรียน ซึ่งอาจจะใชเวลา
ระยะหนึ่ง ๓-๕ ป และมีหลายเรื่องที่เชื่อมโยงกับความออนแอทางการศึกษา เชน การใชระบบชั้นเรียน การ
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
110
ตกหรือซ้ําชั้น การเลื่อนชั้นอัตโนมัติ การวัดผลที่ไมเขมขน มีการกําหนดไวเพียงเกรดเฉลี่ย ๑.๐๐ หรือไมถึง
๑.๐๐ ก็เลื่อนชั้นได จึงไดเสนอใหมีการทบทวนการจัดระบบการศึกษาใหเหมาะสมยิ่งขึ้น
การสรางความเขมแข็งใหสถานศึกษา ผลการเรียนเกิดที่สถานศึกษา สถานศึกษาจึงตองมีความ
เขมแข็ง ซึ่งหมายถึงระบบกระจายอํานาจที่เบ็ดเสร็จและสิ้นสุดที่สถานศึกษา ระบบการเตรียมความพรอม
ใหกับผูบริหาร ครู คณาจารย เพื่อใหสามารถบริหารจัดการไดในระดับสถานศึกษา รวมทั้ง ระบบการชวย
สนับสนุนใหสถานศึกษาสามารถดําเนินการไดอยางเขมแข็ง
การมีสวนรวมของเอกชน ชุมชน ทองถิ่น ซึ่งไดแก การรวมจัด ไมวาจะเปนเอกชน ทองถิ่น รัฐ
บาล หรือบุคคลจัด ควรจะมีการกําหนดสัดสวนการรับผิดชอบ เชน ทองถิ่นควรเนนการศึกษาของเด็กเล็ก
และการศึกษาภาคบังคับ เอกชนควรเพิ่มความรับผิดชอบจาก ๑๘% เปน ๒๕% หรือไม ในการมีสวนรวม
ที่จะเขามาสนับสนุนรัฐ โดยสวนนี้จะเนนไปที่องคกรปกครองสวนทองถิ่น ซึ่งมีทรัพยากรสามารถ
สนับสนุนได ศธ.ไดเสนอวา การจะให อปท.เขามารวมรับภาระเปนเรื่องที่สําคัญ หากมีกฎ ระเบียบ หรือ
ขอบังคับ ที่เปนอุปสรรค คณะกรรมการกระจายอํานาจใหแกองคกรปกครองสวนทองถิ่นควรจะดูแลแกไข
เพื่อใหทองถิ่นมีสวนรวมในการจัดการศึกษาอยางเต็มที่
ขอเสนอการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยกระทรวงศึกษาธิการ
จากขอสรุปพบวา ปญหาการศึกษามีสาเหตุจากปจจัยสําคัญ 6 ประการ คือ
1. คุณภาพผูเรียนตกต่ํา
2. ขาดแคลนครูและบุคลากรทางการศึกษา
3. ยังไมใชเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสรางการเรียนรู
4. ระบบการศึกษาที่สงผลรายตอคุณภาพการศึกษา เชน การเลื่อนชั้นอัตโนมัติของนักเรียน
ขั้นพื้นฐาน ระบบเด็กฝาก
5 โรงเรียนขนาดเล็ก 1ใน 3 ออนลา และ
6. ขาดสวนรวมจากทุกภาคสวนของสังคม
ดังนั้น จึงตองแกไขใหถูกจุดดวยยุทธศาสตรหรือแนวทางตางๆ อันตองประกาศใหคนทั่วไปไดรับรู
เพื่อหาทางชวยเหลือ สนับสนุน ซึ่งเรียกวา ยุทธศาสตรการพัฒนาคุณภาพการศึกษา : วาระแหงชาติ
(เปนมติคณะรัฐมนตรี) ประกอบดวยยุทธศาสตรหลัก 6 ประการ ดังนี้
1) ยุทธศาสตรการพัฒนาคุณภาพผูเรียน เชน เด็กปฐมวัยทุกคนไดรับการเตรียมความพรอมอยาง
นอย 1 ป กอนเขา ป.1 ทบทวนเกณฑ/ปรับปรุงวิธีการวัดและประเมินผลผูเรียน เรงทบทวนเกณฑการจบ
หลักสูตรแตละชวงชั้นและระบบการเรียนแบบหนวยกิต จัดใหมีระบบแนะแนวใหผูเรียนรูจักตนเองและ
สาขาอาชีพตางๆ จัดใหมีศูนยขอมูลกําลังคนอาชีวศึกษา จัดใหมีระบบฐานขอมูลสาธารณะอุดมศึกษา และ
จัดการสงเสริมการอานใหเปนระเบียบวาระแหงชาติ
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
111
2) ยุทธศาสตรการพัฒนาคุณภาพครู คณาจารย และบุคลากรทางการศึกษา โดยขอคืนอัตราเกษียณ
และเกษียณกอนกําหนด และวงเงินคืน 100% ยกเลิกระบบครูอัตราจาง จัดใหมีระบบคัดสรรครูที่มีคุณภาพ
ปรับเกณฑกําหนดอัตราครูดวยภาระงานใหชัดเจน และมีบุคลากรสายสนับสนุนใหเหมาะสมพอเพียง และ
จัดใหมีสถาบันเฉพาะทางดานการผลิตและพัฒนาครูเปนลักษณะสถาบันระดับชาติ (National Institute of
Education)
3) ยุทธศาสตรการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา จัดทําแผนกลยุทธการใช ICTปรับคุณภาพการ
สอน ชวยแกปญหาขาดครูโดยครูสอนนักเรียนจํานวนมากขึ้น ใชการสรางคลังขอมูลจากโรงเรียนชั้นนํา
ใหนักเรียนสรางนวัตกรรมจาก ICT และใหเขาถึงแหลงเรียนรูดวยตนเอง จะเชื่อมโยงคอมพิวเตอรNational
Education Network เรงจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา และระดมบริษัทเอกชนระดับโลกมารวม
พัฒนา เชน Intel &reg; Education Initiative Activities, Microsoft : Partnership in Learning, Google Apps
4) ยุทธศาสตรการจัดระบบการศึกษาที่สงผลตอคุณภาพการศึกษา สงเสริมสถานศึกษา พัฒนา
ระบบประกันคุณภาพภายใน โดยนําผลคะแนนวัดประเมินผลระดับชาติและผลคะแนนทดสอบทางการ
ศึกษาแหงชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) มาประกอบ พัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถาบันอุดมศึกษาที่
เชื่อมโยงกับการประเมินคุณภาพภายนอก จัดระบบคูปองเพื่อสงเสริมการเรียนรูตลอดชีวิตสําหรับผูดอย
โอกาส ขจัดระบบฝากนักเรียนและเก็บเงินบริจาค ยกเลิกระบบสอบผานโดยใหซอมเสริมโดยเด็กออนมาก
ใหซ้ําชั้น ระบบการสอนแบบทองจําและสอบปรนัย และ ทบทวนระบบการรับนักเรียนทั่วไป นักเรียนเกง
พิเศษ นักเรียนพิการและนักเรียนดอยโอกาส
5) ยุทธศาสตรสรางความเขมแข็งของสถานศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพ กระจายอํานาจทั้งดานวิชา
การ บุคลากร งบประมาณและบริหารทั่วไป สงเสริมสถานศึกษาที่มีความพรอมพัฒนาเปนองคการมหาชน
สงเสริมธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา และการพัฒนาบทบาทนายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภา
มหาวิทยาลัยใหมีบทบาทในการบริหารและจัดการศึกษา
6) ยุทธศาสตรการสงเสริมการมีสวนรวมเพื่อการพัฒนาคุณภาพ ใหรัฐกําหนดนโยบายและ
เปาหมายที่ชัดเจนในการสนับสนุนเอกชน ชุมชน ฯลฯ เขามารวมจัดการศึกษา มีกลไกสงเสริมสนับสนุน
และสรางแรงจูงใจใหเอกชนเขามามีสวนรวมจัดการศึกษามากขึ้น เชน ลดหยอนภาษี พัฒนา ทบทวนกลไก
การมีสวนรวมบริหารจัดการ โดยองคคณะบุคคลทั้งระดับชาติ และระดับสถานศึกษา และชวยเหลือ
โรงเรียนขนาดเล็ก พัฒนา"ระบบกลุมโรงเรียนเปนฐาน (School System Based Management)"
7) ยุทธศาสตรการจัดการศึกษาอยางมีสวนรวม ใชการศึกษาสรางสังคมแหงการเรียนรู สราง
โอกาสแหงการเรียนรู สรางบทบาทประชาสังคม ผูปกครองและชุมชนรวมสนับสนุนและตรวจสอบ
สงเสริมสื่อเพื่อการศึกษา สงเสริมบทบาทธุรกิจในการศึกษา และระดมความชวยเหลือ
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
112
5.2) ยุทธศาสตรการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก
ความเปนมา
โรงเรียนขนาดเล็กสังกัด สพฐ.ปจจุบัน มีจํานวน 12,828 แหง (ที่มีจํานวนนักเรียนนอยกวา 120 คน)
หรือ คิดเปนรอยละ 40 ของจํานวนโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษา สังกัดสํานักงานคณะกรรมการการ
ศึกษาขั้น พื้นฐาน (สพฐ.) จากผลการประเมินคุณภาพ พบวาโรงเรียนขนาดเล็กมีปญหาดานคุณภาพ
การศึกษามาก ทั้งนี้เปนเพราะดวยสาเหตุ ปจจัยสําคัญ ดังนี้
1) การบริหารจัดการต่ํากวามาตรฐาน
2) โรงเรียนหางไกลยิ่งยุบเขาไปไมไดเพราะถายุบโรงเรียนนั้นแลวก็ไมมีโรงเรียน
3) อีกทั้งเรื่องทักษะการเรียนการสอน ไมมีเทคโนโลยี
4) งบประมาณที่จํากัด ชุมชนอยากจน
ดังนั้นกระทรวงศึกษาธิการจึงไดเสนอยุทธศาสตรเพื่อแกปญหาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนขนาด
เล็ก เรียนวายุทธศาสตรการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก (เปนมติคณะรัฐมนตรี) ประกอบดวยยุทธศาสตรการ
พัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก 4 ประการ คือ
1) ยุทธศาสตรที่ 1 พัฒนาระบบวางแผนและการบริหารจัดการ ประกอบดวย
การพัฒนาระบบวางแผนการจัดตั้งและพัฒนาโรงเรียนในแตละ สพท.
การพัฒนาระบบขอมูลและสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ
การพัฒนาระบบบริหารจัดการสําหรับโรงเรียนขนาดเล็กที่อยูในพื้นที่ใกลเคียงกัน
การสรางแรงจูงใจแกผูบริหารและครูในโรงเรียนขนาดเล็ก
2) ยุทธศาสตรที่ 2 พัฒนาระบบการเรียนการสอนและการประกันคุณภาพ ประกอบดวย
- การพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอนสําหรับโรงเรียนขนาดเล็ก
- การพัฒนาผูบริหารโรงเรียนและครูผูสอน
- การผลิตและใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการเรียนการสอน
- การนิเทศ ติดตาม กํากับ และการวิจัยและพัฒนาสื่อ
3) ยุทธศาสตรที่ 3 เสริมสรางความพรอมและความเขมแข็งของโรงเรียน ประกอบดวย
- การจัดทํามาตรฐานโรงเรียนขนาดเล็ก
- การปรับปรุงและพัฒนาสถานที่เรียน สภาพแวดลอมที่เอื้อตอการเรียนรู
- การจัดอัตรากําลังครู การพัฒนาผูบริหารโรงเรียนและครูผูสอน
- การพัฒนาระบบดูแลชวยเหลือนักเรียน
- และสนับสนุนงบประมาณ วัสดุ ครุภัณฑที่จําเปน
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
113
4) ยุทธศาสตรที่ 4 สงเสริมการมีสวนรวมจากทุกภาคสวนในการจัดการศึกษา ประกอบดวย
- การพัฒนาคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
- การสรางและพัฒนาเครือขายผูปกครองใหเขมแข็ง
- การสงเสริมใหองคกรปกครองสวนทองถิ่นเขามามีสวนรวม
- การเตรียมความพรอมในการมีสวนรวม
- การจัดใหมีระบบและกลไกในการระดมทรัพยากร
- การวิจัยและพัฒนารูปแบบการมีสวนรวมที่เหมาะสม
5.3) ยุทธศาสตรการจัดการศึกษาภาคใต
คณะรัฐมนตรีไดอนุมัติแผนยุทธศาสตรการจัดการศึกษาภาคใตเพื่อพัฒนาการศึกษา นํามาซึ่ง
ความสงบสุข มีสาระสําคัญสรุปไดดังนี้
1) เปนแผนพัฒนายุทธศาสตรระยะ 4 ป พ.ศ. 2551 - 2554 แผนนี้ใชชื่อวาแผนยุทธศาสตรการศึกษา
เพื่อความอยูเย็นเปนสุข หรือในภาษามลายูวา Pendidikan Demi Keameanan Dan Kevahagiaan โดยใหการ
ศึกษาเปนปจจัยในการสรางความอยูเย็นเปนสุขของคนในพื้นที่
2) คณะกรรมการยุทธศาสตรการพัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จังหวัดชายแดนภาคใต
ที่มีรัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปนประธาน
3) หลักแนวคิด "การศึกษาเพื่อความอยูเย็นเปนสุข"
4) แผนยุทธศาสตรการพัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต ประกอบ
ดวยยุทธศาสตรการพัฒนา 7 ดาน ดังนี้
1) ดานครูและบุคลากรทางการศึกษา
2) ดานคุณภาพสถานศึกษา
3) ดานคุณภาพการศึกษา
4) ดานโอกาสทางศึกษาและการเรียนรูตลอดชีวิต
5) ดานศาสนศึกษาและการเสริมสรางสมานฉันทบนความหลากหลายทางวัฒนธรรม
6) ดานการศึกษาเพื่ออาชีพและการมีงานทํา
7) ดานประสิทธิภาพการบริหารจัดการและการมีสวนรวม
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
72
ข. นโยบายรัฐบาลและนโยบายดานการศึกษา
1. นโยบายรัฐบาล (นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ)
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายรัฐบาล ตอรัฐสภาในวันที่ 30 ธันวาคม 2551
มีเนื้อหาทั้งสิ้น 36 หนา ขอนําเสนอในสวนของมาตรการเรงดวนระยะ 1 ป
รัฐบาลถือเปนภารกิจที่สําคัญอยางยิ่งที่จะตองนําประเทศไทยใหรอดพนจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก
ที่กําลังเกิดขึ้นและพัฒนาไปสูการเจริญเติบโตอยางยั่งยืน แกไขวิกฤตทางสังคมที่มีความแตกแยกและพัฒนา
ใหประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ยุติวิกฤตทางการเมืองและปฏิรูปการเมืองใหมีความมั่นคงตามแนวทาง
ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริยทรงเปนพระประมุข ในการนี้รัฐบาลจะดําเนินการใหบรรลุภารกิจ
ดังกลาวภายใตแนวทางพื้นฐานหลัก 4 ประการคือ
1) ปกปองและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริยใหมีความมั่นคงในการเปนศูนยรวมจิตใจและความ
รักสามัคคีของคนในชาติ และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริยไวเหนือความขัดแยงทุกรูปแบบ พรอมทั้ง
ดําเนินการทุกวิถีทางเพื่อปองกันมิใหมีการลวงละเมิดพระบรมเดชานุภาพอยางจริงจัง
2) สรางความปรองดองสมานฉันท บนพื้นฐานของความถูกตอง ยุติธรรมและความยอมรับของทุก
ภาคสวน
3) ฟนฟูเศรษฐกิจ ใหขยายตัวอยางยั่งยืน และบรรเทาผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจที่ประชาชนจะ
ประสบ
4) พัฒนาประชาธิปไตยและระบบการเมือง ใหมีความมั่นคง มีการปฏิบัติตามกฎหมาย และบังคับ
ใชกฎหมายอยางเสมอภาค เปนธรรม และเปนที่ยอมรับของสากล
รัฐบาลจะบริหารราชการแผนดินโดยนอมนําหลัการของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่เนนการ
ใชคุณธรรมนําความรู และจะปฏิบัติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยอยางเครงครัด
โดยแบงการดําเนินการเปน 2 ระยะ คือ ระยะเรงดวนที่จะเริ่มดําเนินการและมีกําหนดเวลาแลวเสร็จในปแรก
อยางชัดเจน(ขอ 1) และระยะการบริหารราชการ 3 ปของรัฐบาล (ขอ 2- 8)
ซึ่งมีกําหนดเริ่มตนตั้งแตปแรกเปนตนไป ดังตอไปนี้
ขอ 1.นโยบายเรงดวนที่จะเริ่มดําเนินการในปแรก
1.1 การสรางความเชื่อมั่นและกระตุนเศรษฐกิจในภาพรวมเพื่อใหเกิดความเชื่อมั่นแกภาคประชาชน
และเอกชนในการลงทุนและการบริโภค
1.1.1 เสริมสรางความสมานฉันทและความสามัคคีของคนในชาติ ใหเกิดขึ้นโดยเร็ว โดยใช
แนวทางสันติ รับฟงความเห็นจากทุกฝาย และหลีกเลี่ยงการใชความรุนแรงในการแกไขปญหาความขัดแยง
ในชาติในทุกกรณี รวมทั้งการฟนฟูระเบียบสังคมและบังคับใชกฎหมายอยางเทาเทียมและเปนธรรมแกทุก
ฝาย รวมทั้งสนับสนุนองคกรตามรัฐธรรมนูญใหมีสวนรวมในการสรางความสมานฉันท ภายใตกรอบของ
บทบาท
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
73
1.1.2 จัดใหมีสํานักงานบริหาราชการจังหวัดชายแดนภาคใตเปนองคกรถาวร เพื่อทําหนาที่แกไข
ปญหาและพัฒนาพื้นที่ชายแดนภาคใต โดยยึดมั่นหลักการสรางความสมานฉันท และแนวทาง เขาใจ เขาถึง
และพัฒนา ใชกระบวนการยุติธรรมกับผูกระทําผิดอยางเครงครัดและเปนธรรม กําหนดจังหวัดชายแดนเปน
เขตพัฒนาพิเศษ ที่มีการสนับสนุนแหลงเงินกูดอกเบี้ยต่ํา สิทธิพิเศษดานภาษี และพัฒนาเปนเขต
อุตสาหกรรมฮาลาล นอกจากนั้นกําหนดเปนพัฒนาพิเศษตามความหลากหลายทางวัฒนธรรม
1.1.3 ปฏิรูปการเมืองโดยจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อศึกษาแนวทางการดําเนินการปฏิรูป โดยการ
มีสวนรวมของภาคประชาชน เพื่อวางระบบการบริหารประเทศใหมีเสถียรภาพและประสิทธิภาพ ใน
แนวทางการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข และมีความเหมาะสม
สอดคลองกับสภาพสังคมไทย รวมทั้งสามารถสนองตอบตอการพัฒนาประเทศอยางยั่งยืน และเปนไปตาม
ความตองการของประชาชนอยางแทจริง
1.1.4 เรงสรางความเชื่อมั่นของประเทศไทยในสายตาของชาวโลก โดยใหความสําคัญกับกรอบ
ความรวมมืออาเซียนเปนลําดับแรก และรวมมือกับรัฐสภาในการพิจารณาอนุมัติเอกสารที่เกี่ยวของที่ประเทศ
ไทยในฐานะสมาชิกประชาคมอาเซียนจะตองลงนามในชวงของการประชุมสุดยอดผูนําอาเซียนใหแลวเสร็จ
ภายในเดือนมกราคม 2552 และเตรียมความพรอมเปนเจาภาพจัดการประชุมสุดยอดผูนําอาเซียนครั้งที่ 14 ใน
เดือนกุมภาพันธ 2552 ในฐานะที่ประเทศไทยเปนประธานอาเซียน
1.1.5 ฟนฟูเศรษฐกิจที่กําลังประสบปญหาเปนการเรงดวน โดยจัดทําเปนแผนฟนฟูเศรษฐกิจ
ระยะสั้นที่ครอบคลุม ภาคเกษตรและเกษตรกร ภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการและการทองเที่ยว ภาคการ
สงออก ภาคอสังหาริมทรัพย การสรางงานและสรางรายไดในชนบท การพัฒนาแหลงน้ําธรรมชาติและฟนฟู
ทรัพยากร ใหแลวเสร็จภายในเดือนมกราคม พรอมทั้งจัดทํางบประมาณรายจายเพิ่มเติมประจําปงบประมาณ
พ.ศ.2552 โดยมีวัตถุประสงคเพื่อนําเม็ดเงินของรัฐเขาสูระบบเศรษฐกิจและเพื่อใหสามารถบรรเทาภาวะ
ความเดือดรอนของประชาชนและภาคธุรกิจได
1.1.6 เรงสรางความเชื่อมั่นใหแกนักทองเที่ยวตางชาติ และเรงรัดมาตรการกระตุนการทองเที่ยว
โดยการดําเนินรวมกันระหวางภาครัฐและเอกชนในการประชาสัมพันธดึงดูดนักทองเที่ยวตางชาติ สงเสริม
การทองเที่ยวของคนไทยในประเทศ และปรับแผนงบประมาณของสวนราชการที่ไดรับงานประมาณ
ประจําปงบประมาณ พ.ศ.2552 อยูแลวเพื่อใชในการจัดการฝกอบรมและสัมมนาใหกระจายทั่วประเทศ
รวมทั้งลดหยอนคาธรรมเนียมและคาบริการที่เกี่ยวของกับการทองเที่ยวเพื่อดึงดูดใหมีการเดินทางทองเที่ยว
เพิ่มขึ้น
1.1.7 เรงลงทุนเพื่อการพัฒนาประเทศ โดยใหความสําคัญกับโครงการลงทุนที่มีความคุมคามาก
ที่สุด เพื่อเสริมสรางบรรยากาศการลงทุน ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเพิ่มความสามารถในการ
แขงขันของประเทศ โดยเฉพาะการลงทุนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาทั้งระบบ การลงทุนเพื่อปรับ
โครงสรางระบบบริการสุขภาพที่มุงสูการปองกันและสงเสริมสุขภาพ การลงทุนพัฒนาระบบขนสงมวลชน
และการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ําและการชลประทาน ใหสามารถเริ่มดําเนินโครงการไดในป 2552 โดย
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
74
ใหความสําคัญกับการมีสวนรวมของประชาชน การรักษาสิ่งแวดลอม การดําเนินงานอยางโปรงใส
ตรวจสอบได และการรักษาวินัยการคลังของประเทศ รวมทั้งเรงรัดการเบิกจายงบลงทุนของสวนราชการ
และรัฐวิสาหกิจ
1.2 การรักษาและเพิ่มรายไดของประชาชน
1.2.1 รวมมือกับภาคเอกชนในการดําเนินมาตรการชะลอการเลิกจางและปองกันการขยายตัวของ
การเลิกจางในภาคอุตสาหกรรมและบริการ ทั้งอุตสาหกรรมขนาดใหญ ขนาดกลาง และขนาดยอม โดยใช
มาตรการจูงใจเพื่อลดภาระของภาคเอกชนในการชะลอการเลิกจางงาน
1.2.2 ดําเนินมาตรการเรงดวนเฉพาะหนา เพื่อรองรับปญหาแรงงานวางงานจากภาคอุตสาหกรรม
และนักศึกษาจบใหม โดยจัดโครงการฝกอบรมแรงงานที่วางงานประมาณ 500,000 คน ในระยะเวลา 1 ป
ตามกลุมความถนัดและศักยภาพ และรองรับแรงงานกลับสูภูมิลําเนา เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแขงขันและ
สรางมูลคาทางเศรษฐกิจใหแกวิสาหกิจและธุรกิจชุมชน
1.2.3 เรงรัดดําเนินการชวยเหลือบรรเทาความเดือดรอนของผูถูกเลิกจางและผูวางงานอัน
เนื่องมาจากวิกฤตเศรษฐกิจ โดยการดูแลใหไดรับสิทธิประโยชนที่พึงจะไดตามกฎหมายโดยเร็ว การหางาน
ใหม การสงเสริมอาชีพอิสระ การสรางงาน และการเพิ่มพูนทักษะเพื่อปรับเปลี่ยนอาชีพ รวมทั้งการจัด
สวัสดิการที่จําเปน เชน การเพิ่มวงเงินใหกองทุนสงเคราะหลูกจาง เพื่อชวยเหลือลูกจางที่ถูกเลิกจาง และการ
ดําเนินโครงการสานฝนแรงงานคืนถิ่น ซึ่งรวมถึงการสรางงานและจัดที่ทํากิน รวมทั้งการเขาถึงแหลงทุน
สําหรับแรงงานนอกภาคเกษตรที่ถูกเลิกจางใหคืนสูภาคเกษตร
1.2.4 สรางหลักประกันดานรายไดแกผูสูงอายุ ที่มีรายไดไมเพียงพอแกการยังชีพ หรือไมสามารถ
ประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเองได โดยจัดสรรเบี้ยยังชีพแกผูสูงอายุที่มีอายุ 60 ปขึ้นไปที่แสดงความจํานงโดยการ
ขอขึ้นทะเบียนเพื่อขอรับการสงเคราะห รวมทั้งขยายเพดานใหกูยืมจากกองทุนผูสูงอายุเปน 30,000 บาทตอ
ราย
1.2.5 เพิ่มมาตรการดานการคลัง เพื่อชวยเพิ่มรายไดของประชาชนและกระตุนธุรกิจในสาขาที่ถูก
ผลกระทบ
1.2.6 สรางรายไดและศักยภาพทางเศรษฐกิจในระดับฐานราก โดยการจัดตั้งกองทุนเศรษฐกิจ
พอเพียง และจัดสรรเงินเพิ่มเติมใหจากวงเงินที่เคยจัดสรรใหเดิม เพื่อพัฒนาแหลงน้ําและพัฒนา
ทรัพยากรธรรมชาติระดับชุมชน ลดตนทุนปจจัยการผลิตทางการเกษตร รวมทั้งเรงรัดและลดขั้นตอนของ
ภาครัฐเพื่อใหทองถิ่นสามารถเบิกจายงบฯไดอยางรวดเร็ว
1.2.7 ดําเนินมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาสินคาเกษตรผานกลไกและเครื่องมือของรัฐใหมี
ประสิทธิภาพ และเรงสรางระบบประกันความเสี่ยงทางการเกษตร ทั้งระบบประกันความเสี่ยงราคาพืชผล
ผานกลไกตลาดซื้อขายลวงหนาสินคาเกษตรและระบบประกันภัยพืชผลอันเนื่องมาจากภัยธรรมชาติ
1.2.8 เรงรัดและพัฒนาตลาดและระบบการกระจายสินคาของสินคาเกษตรและสินคาชุมชน เพื่อ
กระตุนการบริโภคภายในประเทศ และการสงออก
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
75
1.2.9 จัดตั้งสภาเกษตรกรแหงชาติ เพื่อใหเกษตรกรมีสวนรวมในการเสนอนโยบายและ
วางแผนพัฒนาการเกษตรอยางเปนระบบ และมีระบบการคุมครองและรักษาผลประโยชนของเกษตรกร
รวมทั้งพัฒนาความเขมแข็งของเกษตรกรไดอยางยั่งยืน
1.2.10 สงเสริมบทบาทอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ทั่วประเทศ ใหปฏิบัติงานเชิงรุก ใน
การสงเสริมสุขภาพในทองถิ่น/ชุมชน การดูแลเด็กผูสูงอายุ คนพิการ การดูแลผูปวยในโรงพยาบาล และการ
เฝาระวังโรคในชุมชน โดยจัดใหมีสวัสดิการคาตอบแทนใหกับ อสม.เพื่อสรางแรงจูงใจหนุนเสริมให
ปฏิบัติงานไดอยางคลองตัวและมีประสิทธิภาพ
1.3 การลดภาระคาครองชีพของประชาชน
1.3.1 ใหทุกคนมีโอกาสไดรับการศึกษาฟรี 15 ป โดยสนับสนุนตําราในวิชาหลักใหกับทุก
โรงเรียน จัดใหมีชุดนักเรียนและอุปกรณการเรียนฟรีใหทันปการศึกษา 2552 และทั้งสนับสนุนคาใชจาย
อื่นๆ เพื่อชดเชยรายการตางๆ ที่โรงเรียนเรียกเก็บจากผูปกครอง
1.3.2 กํากับดูแลราคาสินคาอุปโภคบริโภคและบริการที่มีความจําเปนตอการครองชีพ ใหมี
ราคาที่เปนธรรม สะทอนตนทุนอยางเหมาะสมและไมเปนการเอาเปรียบผูบริโภค
1.3.4 ใชกองทุนน้ํามันในการรักษาเสถียรภาพของราคาน้ํามันอยางมีประสิทธิภาพ และเปน
ประโยชนตอการสงเสริมการใชพลังงานทดแทนและการใชน้ํามันอยางประหยัด
1.4 ตั้งคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ และคณะกรรมการรวมภาครัฐและเอกชน เพื่อทําหนาที่เรงรัด
ติดตาม แกไขปญหา ลดขั้นตอนในการปฏิบัติ และกําหนดมาตรการและโครงการ เพื่อฟนฟูเศรษฐกิจใน
ภาวะเรงดวน
ขอ 2. นโยบายความมั่นคงของรัฐ
ไดแก การแกปญหาแรงงานตางดาว, การเสริมสรางสันติภาพการอยูรวมกันกับประเทศเพื่อนบาน,
นโยบายดานสังคมและคุณภาพชีวิต เชน นโยบายดานการศึกษา, ดานแรงงาน, ดานสาธารณสุข, ดานศาสนา
ศิลปวัฒนธรรม, สวัสดิการสังคมและความมั่นคงของมนุษย, ดานกีฬาและนันทนาการ
ขอ 3 นโยบายดานสังคมละคุณภาพชีวิต
นโยบายการศึกษาไดกําหนดไวเปนสวนหนึ่งของนโยบายสังคมและคุณภาพชีวิต รวม ๘ ประการ
ดังนี้
1. ปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ โดยปฏิรูปโครงสรางและการบริหารจัดการ ปรับปรุงกฎหมายให
สอดคลองกับรัฐธรรมนูญ และระดมทรัพยากร เพื่อการปรับปรุงการบริหารจัดการศึกษา ตั้งแตระดับ
การศึกษาขั้นพื้นฐานจนถึงระดับอุดมศึกษา พัฒนาครู พัฒนาระบบการคัดเลือกเขาสูมหาวิทยาลัย พัฒนา
หลักสูตร รวมทั้งปรับหลักสูตรวิชาแกนหลักรวมถึงวิชาประวัติศาสตร ปรับปรุงสื่อการเรียนการสอน พัฒนา
ทักษะในการคิดวิเคราะห ปรับบทบาทการศึกษานอกโรงเรียนเปนสํานักงานการศึกษาตลอดชีวิต และจัดให
มีศูนยการศึกษาตลอดชีวิต เพื่อการเรียนรูที่เหมาะสมในแตละพื้นที่ ตลอดถึงการสงเสริมการกระจายอํานาจ
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
76
ใหทุกภาคสวนมีสวนรวมในการจัดการศึกษา เพื่อนําไปสูเปาหมายคุณภาพการศึกษาและการเรียนรูที่มุงเนน
คุณธรรมนําความรูอยางแทจริง
2. สงเสริมใหภาคเอกชนมีสวนรวมในการพัฒนาการศึกษาทั้งระบบ โดยมุงเนนระดับอาชีวศึกษา
และอุดมศึกษา เพื่อใหสนองตอบความตองการดานบุคลากรของภาคเศรษฐกิจ
3. พัฒนาครู อาจารย และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อใหไดครูดี ครูเกง มีคุณธรรม มีคุณภาพ และ
มีวิทยฐานะสูงขึ้น ลดภาระงานครูที่ไมเกี่ยวกับการเรียนการสอนตามโครงการคืนครูใหนักเรียน มีการดูแล
คุณภาพชีวิตของครู ดวยการปรับโครงสรางหนี้และจัดตั้งกองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตครู ควบคูไปกับการ
ลงทุนดานเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่เนนการพัฒนาเนื้อหาสาระและบุคลากร ใหพรอมรองรับและใช
ประโยชนจากระบบเทคโนโลยีสารสนเทศไดอยางคุมคา
4. จัดใหทุกคนมีโอกาสไดรับการศึกษาฟรี ๑๕ ป ตั้งแตระดับอนุบาลไปจนถึงมัธยมศึกษาตอน
ปลาย พรอมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการใหเกิดความเสมอภาคและความเปนธรรมในโอกาสทาง
การศึกษาแกประชากรในกลุมผูดอยโอกาส ทั้งผูยากไร ผูพิการหรือทุพพลภาพ ผูอยูในสภาวะยากลําบาก
ผูบกพรองทางรางกายและสติปญญา และชนตางวัฒนธรรม รวมทั้งยกระดับการพัฒนาศูนยเด็กเล็กในชุมชน
5. ยกระดับคุณภาพมาตรฐานการศึกษาระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาไปสูความเปนเลิศ โดย
การจัดกลุมสถาบันการศึกษาตามศักยภาพ ปรับเงินเดือนคาตอบแทนของผูสําเร็จอาชีวศึกษาใหสูงขึ้น
โดยภาครัฐเปนผูนําและเปนแบบอยางของการใชทักษะอาชีวศึกษาเปนเกณฑกําหนดคาตอบแทนและ
ความกาวหนาในงาน ควบคูกับการพัฒนาองคความรู นวัตกรรม ดวยการเพิ่มขีดความสามารถดานการวิจัย
และพัฒนา
6. ปรับปรุงระบบการบริหารจัดการกองทุนใหกูยืมเพื่อการศึกษา ใหมีการประนอมและไกลเกลี่ย
หนี้ รวมทั้งขยายกองทุนใหกูยืมเพื่อการศึกษาเพิ่มขึ้น เพื่อใหประชาชนมีโอกาสในการเขาถึงการศึกษา
อาชีวศึกษาและปริญญาตรีเพิ่มขึ้น
7. สงเสริมใหเด็ก เยาวชน และประชาชน ใชประโยชนจากเทคโนโลยีสารสนเทศ เชิงสรางสรรค
อยางชาญฉลาด เพื่อเสริมสรางการเรียนรู
8. เรงรัดการลงทุนดานการศึกษาและเรียนรูอยางมีบูรณาการในทุกระดับการศึกษาและในชุมชน
โดยใชพื้นที่และโรงเรียนเปนฐานบูรณาการทุกมิติ และยึดเกณฑการประเมินของสํานักงานรับรองมาตรฐาน
และประเมินคุณภาพการศึกษาเปนหลัก ในการยกระดับคุณภาพโรงเรียนที่ต่ํากวาเกณฑมาตรฐาน และ
สงเสริมความเปนเลิศของมหาวิทยาลัยไปสูการเปนศูนยกลางทางการศึกษาและวิจัยพัฒนาในภูมิภาค รวมทั้ง
เสริมสรางสังคมแหงการเรียนรูอยางตอเนื่องตลอดชีวิตในชุมชน โดยเชื่อมโยงบทบาทสถาบันครอบครัว
สถาบันการศึกษา และสถาบันทางศาสนา
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
77
ขอ 4.นโยบายดานเศรษฐกิจ
เชน การบริหารเศรษฐกิจมหภาค โดยสนับสนุนใหเศรษฐกิจเติบโตอยางมีเสถียรภาพ สราง
เสถียรภาพและความมั่นคงของระบบสถาบันการเงินในประเทศ พัฒนาตลาดทุนและสถาบันการเงินให
เขมแข็ง สงเสริมและรักษาวินัยการคลัง ปรับปรุงโครงสรางภาษีและการจัดเก็บภาษี กําหนดกรอบการลงทุน
ภาครัฐใหมีความชัดเจน และปรับปรุงประสิทธิภาพการดําเนินงานของรัฐวิสาหกิจ
การปรับโครงสรางเศรษฐกิจ ไดแก ภาคการเกษตร ปรับปรุงคุณภาพสินคาเกษตร ปศุสัตว ดูแล
เสถียรภาพราคาสินคาเกษตร และการเพิ่มมูลคาสินคา จัดหาแหลงน้ําใหเพียงพอและทั่วถึง ตลอดจนการ
แกไขปญหาหนี้สินเกษตรกร, ภาคอุตสาหกรรม ดวยการสรางความสามารถในการแขงขัน การปรับปรุง
คุณภาพสินคา การผลิตบุคคลากรใหสอดคลองกับตลาดแรงงาน การจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษใน
ภาคใตและชายแดน,ภาคทองเที่ยวและบริการ จะมีการพัฒนาแหลงทองเที่ยวเพิ่มเติม ทําการตลาดและ
ประชาสัมพันธดานการทองเที่ยว พัฒนาคุณภาพมักคุเทศนและบุคคลกรที่เกี่ยวของกับการทองเที่ยว, ภาค
การตลาด การคา และการลงทุน โดยสงเสริมการคาเสรี ขยายตลาดสงออกใหม ใชประโยชนจากขอตกลง
FTA สงเสริมการขึ้นทะเบียนทรัพยสินทางปญญา
การพัฒนาโครงสรางพื้นฐานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มขีดความสามารถในการแขงขัน
ของประเทศ ไดแก ขยายระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน การพัฒนาและเชื่อมโยงระบบโลจิสติกท
การพลังงาน จะมุงเนนใหสามารถพึ่งพาตนเองได มีพลังงานเพียงพอและมีเสถียรภาพ มุงเนนการ
นําพลังงานทดแทนใหเปนวาระแหงชาติ สงเสริมและอนุรักษการประหยัดพลังงาน กํากับดูแลราคาพลังงาน
ใหอยูในระดับที่เหมาะสมและเปนธรรม
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เชน การพัฒนาโครงขายสื่อสารโทรคมนาคมพื้นฐานให
ครอบคลุมทั่วประเทศ สรางโอกาสในการเขาถึงบริการอยางเทาเทียมกัน และการพัฒนาบุคลากร
ขอ 5. นโยบายที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอม
ไดแก การคุมครองและอนุรักษปาไม และสัตวปา ทรัพยากรดิน ทรัพยากรน้ํา ทรัพยากรธรณี
ทรัพยากรทางทะเลและชายฝง รวมถึงการจัดระบบปองกันและบรรเทาความเดือดรอนแกผูประสบภัย
ธรรมชาติ การควบคุมปริมาณของเสีย การพัฒนาองคความรูในการบริหารจัดการดานทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดลอม
ขอ 6.นโยบายวิทยาศาสตรเทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรม
สงเสริมและสนับสนุนโครงการวิจัยตามแนวพระราชดําริ การเรงรัดผลิตบุคลากร และจัดใหมี
กองทุนวิจัยรวมภาครัฐและเอกชน
ขอ 7. นโยบายการตางประเทศและเศรษฐกิจระหวางประเทศ ไดแก การพัฒนาความสัมพันธกับ
ประเทศเพื่อนบาน การสรางความแข็งแกรงของอาเซียนในฐานะที่ไทยเปนประธานอาเซียน สงเสริมความ
รวมมือกับกลุมประเทศมุลสิม
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
78
ขอ 8.นโยบายการบริหารกิจการบานเมืองที่ดี
ไดแก การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการแผนดิน โดยดูแลเรื่องคาตอบแทนของเจาหนาที่รัฐใหมี
ความเหมาะสม การบริหารงานที่โปรงใส การกระจายอํานาจ เรื่องกฎหมายและการยุติธรรม จะปรับปรุง
กฎหมายใหมีความทันสมัยเพื่อปองกันปญหาการคอรัปชั่น สงเสริมใหประชาชนมีสวนรวมในกระบวนการ
ยุติธรรม สงเสริมใหประชาชนไดรับรูขอมูลขาวสารและปรับปรุงกลไกสื่อภาครัฐใหมีบทบาทเพื่อประโยชน
สาธารณะ
2. นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ
2.1) แผนยุทธศาสตรพัฒนาการศึกษากระทรวงศึกษาธิการในชวงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
แหงชาติฉบับที่ 10 (พ.ศ.2550-2554) มีสาระสําคัญดังนี้
วิสัยทัศน
มุงพัฒนาผูเรียนใหมีคุณธรรมนําความรู มีคุณภาพ มีศักยภาพในการพัฒนาตนเองตามหลักปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียง เสริมสรางคุณธรรม พัฒนาสังคมฐานความรู และยืนหยัดบนเวทีโลกบนพื้นฐานความ
เปนไทย
พันธกิจ
1) เสริมสรางโอกาสทางการศึกษาใหแกประชาชน
2) ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา
3) พัฒนาระบบบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล
วัตถุประสงค
1) เพื่อใหประชากรไดมีโอกาสรับการเรียนรูที่ใชคุณธรรมนําความรูตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพียงและยกระดับการศึกษาของคนไทย
2) เพื่อใหผูเรียนมีคุณภาพสูงขึ้น มีศักยภาพในการพัฒนาตนเองไปสูสังคมฐานความรู สามารถ
แขงขันบนเวทีโลกบนพื้นฐานความเปนไทย
3) เพื่อใหการบริหารจัดการศึกษามีประสิทธิภาพมากขึ้นตามหลักธรรมาภิบาล
เปาหมาย
1) จํานวนปการศึกษาเฉลี่ยของคนไทยเปน 10 ป
2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาหลักของการศึกษาขั้นพื้นฐานสูงขึ้น รอยละ10 ภายใน 5 ป
3) ผูเรียนรอยละ 80 มีคุณลักษณะที่พึงประสงคตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
79
4) รอยละ 60 ของกําลังแรงงานมีการศึกษาระดับ ม.ตนขึ้นไปมีความรูและทักษะที่จําเปนในการ
ประกอบอาชีพ
5) สถานศึกษารอยละ 70 มีความแข็งแกรง คลองตัวและมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ
ยุทธศาสตรและมาตรการ
1) สรางความเสมอภาคและโอกาสเขาถึงบริการการศึกษา
1.1)จัดบริการการศึกษาใหทั่วถึงในทุกระดับทุกประเภทการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย
1.2)สรางหลักประกันโอกาสทางการศึกษาแกผูพิการและดอยโอกาส
1.3)สงเสริมการจัดการศึกษาใหมีความเชื่อมโยงทั้งในระบบ นอกระบบและตามอัธยาศัย
1.4)สงเสริมการศึกษาของเอกชนและการมีสวนรวมของทุกภาคสวนในการจัดและสนับสนุน
การศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย
1.5)สงเสริมสนับสนุนการศึกษานอกโรงเรียนและการศึกษาตามอัธยาศัย
2) สรางกระบวนการเรียนรู ปลูกฝงจิตสํานึก คานิยม คุณธรรม วัฒนธรรมตามหลักปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียง
2.1) ปลูกจิตสํานึก สรางเจตคติ ปรับพฤติกรรม
2.2) ปรับกระบวนการเรียนเรียนรู หาตนแบบ สืบทอด
2.3) สรางภูมิตานทานโดยเครือขาย ขยายผลบาน สถาบันศาสนา สถานศึกษาและสื่อ
2.4) กํากับ ติดตาม ประเมินผล
2.5) อนุรักษ สืบทอดวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงาม
3) เรงรัดพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา
3.1) พัฒนาระบบประกันคุณภาพการศึกษาทุกระดับ ทุกประเภท
3.2) สงเสริมและสนับสนุนดานวิจัย พัฒนาและถายทอดองคความรู
3.3) พัฒนาและยกระดับมาตรฐานการศึกษา
3.4) ปรับหลักสูตรกระบวนการเรียนการสอน
3.5) พัฒนาระบบบริหารจัดการความรู
3.6) บูรณาการภูมิปญญากับการจัดการเรียนรูวิทยาการสมัยใหม
3.7) พัฒนาการศึกษาและวิจัยเพื่อใหบริการรักษาพยาบาลและสงเสริมสุขภาพ
3.8) สงเสริมศูนยบมเพาะวิสาหกิจในสถาบันการศึกษาใหเปนแหลงเรียนรูและ
พัฒนาระบบธุรกิจ
3.9) สงเสริมและสนับสนุนใหประเทศไทยเปนศูนยกลางการศึกษาในภูมิภาคและสรางภาคี
เครือขายและความรวมมือระหวางประเทศในการจัดการศึกษา
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
80
4) พัฒนาระบบบริหารจัดการตามหลักเกณฑและวิธีการบริหารจัดการบานเมืองที่ดี
4.1) ปรับปรุง กลไกการประสานงานการจัดการศึกษาในสวนกลางและสวนภูมิภาค
4.2) พัฒนาระบบ กํากับ ติดตาม ประเมินผล
4.3) เรงรัด ปรับปรุงแกไขและประกาศใชกฎหมายเกี่ยวกับการศึกษา
4.4) เรงผลักดันการกระจายอํานาจและสรางความเขมแข็งใหสถานศึกษา
4.5) ปรับสถานภาพของอุดมศึกษาของรัฐที่เปนสวนราชการและมีศักยภาพและความพรอมเปน
สถาบันการศึกษาในกํากับของรัฐตามความสมัครใจ
4.6) พัฒนาการวางแผนที่เนนการมีสวนรวมของภาคีเครือขายพัฒนา
4.7) พัฒนาระบบขอมูลกลางทางการศึกษาที่เชื่อมโยงทุกระดับ
5) ผลิตและพัฒนาครู คณาจารยและบุคลากรทางการศึกษา
5.1) พัฒนาระบบการผลิตครู คณาจารยและบุคลากรทางการศึกษา
5.2) พัฒนาครู คณาจารยและบุคลากรทางการศึกษา
5.3) ยกระดับมาตรฐานวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา
5.4) เรงรัดแกปญหาการขาดแคลนครู คณาจารยโดยเฉพาะในสาขาวิชาที่ขาดแคลน
5.5) สรางขวัญ กําลังใจ ความกาวหนาและความมั่นคงในวิชาชีพครู
5.6) พัฒนาและสงเสริม ครู คณาจารยและบุคลากรทางการศึกษาใหมีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู
ทางวิชาการรวมกันทั้งภายในและตางประเทส
5.7) พัฒนาระบบงานบุคคลขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
6) พัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จังหวัดชายแดนภาคใต
6.1) จัดการศึกษาเพื่อสรางความมั่นคง 6.2) พัฒนาคุณภาพการศึกษา
6.3) สงเสริมศาสนสถาน
6.4) เสริมสรางโอกาสการศึกษาและการเรียนรูตลอดชีวิต
6.5) สงเสริมการศึกษาเพื่ออาชีพและการมีงานทํา
6.6) พัฒนาการบริหารจัดการ
7) การผลิตและพัฒนากําลังคนเพื่อตอบสนองความตองการของการพัฒนาประเทศ
7.1) สรางและเสริมสรางคานิยมการศึกษาวิชาชีพ
7.2) สงเสริมการมีสวนรวมของทุกภาคสวนในการจัดการศึกษาอาชีวศึกษา
7.3) เรงผลิตและพัฒนากําลังคนทั้งระดับกลางและระดับสูงดานวิทยาศาสตร เทคโนโลยี แพทย
พยาบาลและสาขาที่ขาดแคลน
7.4) พัฒนาสมรรถนะและทักษะแรงงานใหรองรับตอการพัฒนาประเทศและสรางระบบตอบแทน
ที่เหมาะสม
7.5) เรงรัดการผลิตและพัฒนานักวิจัยใหมีศักยภาพและสอดคลองกับความตองการของประเทศ
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
81
3. แผน นโยบายกระทรวงศึกษาธิการ
3.1 แผนปฏิบัติราชการประจําป กระทรวงศึกษาธิการ
1) สภาพปญหาดานการศึกษา
1.1)การขยายโอกาสทางการศึกษา พบวา
- เด็กและเยาวชนที่ตกหลนยังไมไดรับการพัฒนา
- เด็กยากจนและเด็กดอยโอกาสและปจจัยสนับสนุนการศึกษา
1.2) การพัฒนาคุณภาพและศักยภาพการบริหารจัดการ พบวา
- ผลการประเมินคุณภาพการศึกษาในทุกระดับตองเรงรัดแกไข
- การขาดแคลน อัตรากําลังครูผูสอนและเจาหนาที่บางสวน
- การใช ICT ในการจัดการเรียนการสอน ยังมีนอย เนื่องจากมีขอจํากัด ทั้งอุปกรณและครูที่มี
ความรูความสามารถดาน ICT ครู บุคลากรทางการศึกษา ยังขาดพัฒนาความรูและเทคโนโลยีใหมๆ
- การทํางานแบบบูรณาการและเครือขายยังไมกระจายตัว ครอบคลุมทุกพื้นที่
- การนํานโยบาย กฎหมาย มาตรฐานการศึกษา สูการปฏิบัติไปสูความสําเร็จในระดับหนึ่ง แต
ยังตองปรับปรุงในเรื่องของการสงเสริมความรูความเขาใจที่ถูกตองชัดเจนของผูเกี่ยวของ
ระดับหนึ่ง แตยังตองปรับปรุงในเรื่องของการสงเสริมความรูความเขาใจที่ถูกตองชัดเจนของผูเกี่ยว
ของในระดับตางๆและพัฒนากลไกที่มีประสิทธิภาพในการประสาน กํากับดูแล การนํานโยบายไปสู
การปฏิบัติ
- การขาดแคลนคุรุภัณฑการศึกษาหรือไมเพียงพอในการจัดการเรียนการสอนในแตละ
สาขาวิชา
- โครงการที่เปนโครงการใหมโครงการนํารอง อาจประสบปญหาในเรื่องความเขาใจของผู
ปฏิบัติงาน การสื่อสารที่ลาชา สงผลใหการดําเนินงานลาชา และกระจุกตัวในชวงปงบประมาณ
1.3) ผลกระทบทางการศึกษาจากเหตุการณกอความไมสงบสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต
3.2 สาระสําคัญของ แผนปฏิบัติราชการประจําป กระทรวงศึกษาธิการ
วิสัยทัศน
มุงพัฒนาผูเรียนใหมีคุณธรรมนําความรู มีคุณภาพ มีศักยภาพในการพัฒนาตนเองตามหลักปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียง เสริมสรางคุณธรรม พัฒนาสังคมฐานความรู และยืนหยัดบนเวทีโลกบนพื้นฐานความ
เปนไทย
พันธกิจ
เรงรัดการปฏิรูปการศึกษาเพื่อเสริมสรางโอกาสในการศึกษาใหแกประชาชน โดยยึดคุณธรรมนํา
ความรูตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง พัฒนาคุณภาพมาตรฐานการศึกษา และพัฒนาระบบการบริหารจัดการ
ใหมีคุณภาพและประสิทธิภาพ
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
82
เปาประสงค
1) ปการศึกษาโดยเฉลี่ยของประชาชนสูงขึ้น ประชากรวัยแรงงาน มีความรูและทักษะ ที่จําเปน
ในการประกอบอาชีพและเพิ่มผลผลิต
2) ผูเรียนมีคุณลักษณะตามเกณฑมาตรฐานการศึกษา
3) ครู คณาจารยและบุคลากรทางการศึกษามีศักยภาพในการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา
4) ทุกภาคสวนของสังคมมีสวนรวมในการจัดการศึกษา สถานศึกษามีความเขมแข็ง มีอิสระ มีความ
คลองตัวในการบริหารจัดการ
4) การศึกษาชวยสรางสมานฉันท ความสามัคคี และใชสันติวิธีในการแกปญหา
นโยบาย
1) เรงรัดปฏิรูปการศึกษาโดยยึดคุณธรรมนําความรู สรางความตระหนัก สํานึกในคุณคาของ
เศรษฐกิจพอเพียง ความสมานฉันท สันติวิธี วิถีประชาธิปไตย พัฒนาคนโดยใชคุณธรรมเปน
พื้นฐานของกระบวนการเรียนรู ที่เชื่อมโยงความรวมมือของสถาบันครอบครัว ชุมชน สถาบัน
ศาสนาและสถานศึกษา
2) ขยายโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ของประชาชนใหกวางขวาง ทั่วถึง มีคุณภาพ โดยไมเก็บ
คาใชจาย และขายโอกาสทางการศึกษาทุกระดับ ทุกประเภท
3) การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ
4) กระจายอํานาจไปสูเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา
5) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชน ภาคเอกชนและทองถิ่น
6) พัฒนาการศึกษาในเขตพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต
ยุทธศาสตร
1) สรางกระบวนการเรียนรู ปลูกฝงจิตสํานึก คานิยม คุณธรรม วัฒนธรรม ตามหลักเศรษฐกิจ
พอเพียง วิถีชีวิตประชาธิปไตยและธรรมมาภิบาลแกประชาชนและเยาวชนทุกระดับ โดย
เชื่อมโยงความรวมมือกับทุกภาคสวนของสังคม
2) สรางโอกาสทางการศึกษาและสงเสริมการเรียนรูตลอดชีวิต
3) เรงปรับกระบวนการเรียนการสอนเพื่อยกระดับคุณภาพมาตรฐานการศึกษา
4) สนับสนุนการผลิตและพัฒนากําลังคนเพื่อตอบสนองตอความตองการในการพัฒนาประเทศ
5) เรงรัดผลักดันการกระจายอํานาจและสรางความเขมแข็งใหสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาและ
สถานศึกษา
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
83
6) สงเสริมการมีสวนรวมของทุกภาคสวนในการจัดและสนับสนุนการศึกษาในรูปแบบที่
หลากหลาย
7) จัดการศึกษาในเขตพัฒนาการศึกษาในเขตพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใตใหสอดคลอง
กับสภาพเศรษฐกิจ สังคมปละวัฒนธรรมใหเกิดสันติสุข
4. นโยบายและการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา สพฐ.
แนวทางการขับเคลื่อนนโยบายของ สพฐ. ปงบประมาณ ๒๕๕๒
1. ผลผลิตหลักของ สพฐ. ป ๒๕๕๒ ผลผลิตจํานวน ๕ ผลผลิต ไดแก
๑. ผูจบการศึกษากอนประถมศึกษา
๒. ผูจบการศึกษาภาคบังคับ
๓. ผูจบการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย
๔. เด็กพิการไดรับการศึกษาขั้นพื้นฐานและพัฒนาสมรรถภาพ
๕. เด็กดอยโอกาสไดรับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
2. เปาหมายการใหบริการของ สพฐ. ๓ ดาน
๑. ดานโอกาสทางการศึกษา
๑.๑ ประชากรในวัยเรียนไดรับโอกาสในการศึกษาขั้นพื้นฐานอยางเทาเทียม ทั่วถึง และไดรับ
โอกาสในการศึกษาปฐมวัยอยางนอย 1 ป กอนเขาเรียนในระดับการศึกษาภาคบังคับ
๑.๒ ผูพิการ ผูดอยโอกาส และผูเรียนในเขตพื้นที่พิเศษไดรับการศึกษาขั้นพื้นฐานและการศึกษา
ปฐมวัยอยางเทาเทียมและทั่วถึงตามลักษณะของผูเรียนแตละกลุมและประเภท
๑.๓ ผูเรียน ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใตไดรับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มี
คุณภาพและสอดคลองกับอัตลักษณ วิถีชีวิตและความตองการของชุมชน
๒. ดานคุณภาพการศึกษา
๒.๑ ผูเรียนทุกคนไดรับการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน
และการศึกษาปฐมวัย
๒.๒ ครูผูสอนมีเพียงพอและสามารถจัดการเรียนรูตามหลักสูตรไดอยางมีประสิทธิภาพ
และใหความสําคัญกับพื้นฐานและศักยภาพของผูเรียน
๒.๓ สถานศึกษาทุกแหงมีระบบประกันคุณภาพภายในและผานการประเมินการศึกษาของ
สํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
84
๓. ดานประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษา
ตลอดจนองคคณะบุคคลตามกฏหมายมีความพรอม และมีความเขมแข็งที่จะปฏิบัติหนาที่ตามหลักธรรมาภิ
บาลอยางมีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผล โดยใชเครือขายความรวมมือทุกภาคสวน
3. กลยุทธสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปงบประมาณ ๒๕๕๒ ๖ กลยุทธ
๑. ปลูกฝงคุณธรรม ความสํานึกในความเปนชาติไทย และวิถีชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพียง ใหแกนักเรียนทุกคน
๒. เพิ่มอัตราการเขาเรียนในทุกระดับ ทั้งเด็กทั่วไป ผูพิการ ผูดอยโอกาส ลดอัตราการออกกลางคัน
และ พัฒนารูปแบบการใหบริการการศึกษาขั้นพื้นฐานแกเยาวชนที่อยูนอกระบบการศึกษา
๓. ยกระดับคุณภาพสถานศึกษาสูมาตรฐานการศึกษาของชาติ พัฒนาผูเรียน สมรรถนะครูและ
บุคลากรอยางเปนระบบ เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานและ
ปฐมวัย และการเรียนรูที่เนนผูเรียนเปนสําคัญ ผูเรียนบรรลุมาตรฐานการเรียนรูของหลักสูตร
การศึกษาอยางเต็มตามศักยภาพ
๔. เรงรัดพัฒนาความพรอมในดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารใหแกสถานศึกษาและ
หนวยงานการศึกษาในสังกัดเพื่อการเรียนรูและการบริหารจัดการ
๕. สรางความเขมแข็งและสงเสริมการมีสวนรวมของทุกภาคสวนในการบริหารและการจัด
การศึกษาเพื่อรองรับการกระจายอํานาจอยางมีประสิทธิภาพบนหลักธรรมาภิบาลในสํานักงาน
เขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษา
๖. เรงพัฒนาการศึกษาและคุณภาพชีวิตนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษ
เฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต
4. รายละเอียด กลยุทธ เปาหมายความสําเร็จ และมาตรการ
กลยุทธที่ ๑ ปลูกฝงคุณธรรม ความสํานึกในความเปนชาติไทย และวิถีชีวิตตาม หลักปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพียงใหแกนักเรียนทุกคน
เปาหมายความสําเร็จ
๑. นักเรียนไมนอยกวารอยละ๘๐ผานการประเมินคุณธรรมมีสํานึกในความเปนชาติไทยสามารถ
ปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและวิถีประชาธิปไตย
มาตรการ
๑. สํารวจสภาพการจัดการเรียนการสอนในกลุมสาระสังคมศึกษา
๒. ประเมินความเขาใจของนักเรียนตามมาตรฐานการเรียนรู
๓. เสริมประสิทธิภาพในการพัฒนาหลักสูตรแกนกลาง หลักสูตรสถานศึกษา
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
85
๔. พัฒนาสื่อและการจัดการเรียนการสอน
๒. ลดจํานวนเยาวชนมีพฤติกรรมเสี่ยง มีโรงเรียนคุณธรรมตนแบบและโรงเรียนวิถีพุทธ
ตนแบบผานเกณฑการประเมิน
มาตรการ
๑. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแหงมีขอมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมเด็กติดเกมส การ
ตั้งครรภ ปญหาเพศสัมพันธในวัยเรียน ความรุนแรงในโรงเรียน และการกระทําผิดในหมูนักเรียน
๒. จัดกิจกรรมสงเสริมคุณธรรมตามนโยบายในแตละสถานศึกษา
๓. มีระบบการจัดการความรู
๔. มีแผนสงเสริมและติดตามผลการพัฒนาคุณธรรมสูการปฏิบัติ และเฝาระวัง
ปญหายา เสพติดในโรงเรียน
๓. ผูบริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคนมีความรูความเขาใจในนโยบาย ประพฤติ
ปฏิบัติตนเปนแบบอยางที่ดี และสามารถจัดการเรียนการสอนเพื่อปลูกฝงคุณธรรมไดตามนโยบาย
มาตรการ
๑. พัฒนาผูบริหาร และครูใหมีความเขาใจและมีความพรอมที่จะจัดกิจกรรมการเรียน
การสอน
๒. พัฒนาผูเรียนเพื่อปลูกฝงคุณธรรม โดยใหความสําคัญกับสถานศึกษาที่มีขอมูล
พฤติกรรมเสี่ยงของนักเรียนสูง
๔. โรงเรียนทุกแหงจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อปลูกฝงคุณธรรม ความสํานึกในความเปน
ชาติไทยและวิถีชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่ใหความสําคัญกับกิจกรรมลดภาวะโลกรอน โดยมี
โรงเรียนผานมาตรฐานและสามารถเปนแหลงเรียนรูสําหรับโรงเรียนอื่นไมต่ํากวารอยละ ๕๐
มาตรการ
๑. สงเสริมการจัดการเรียนรู การพัฒนาสื่อ
๒. จัดกิจกรรมพัฒนาผูเรียนที่หลากหลาย โดยเฉพาะการจัดคาย การแสดง ลูกเสือ
ดนตรี กีฬา เพื่อเปนแนวทางในการปลูกฝงคุณธรรม ความสํานึกในความเปนชาติ
ไทย วิถีประชาธิปไตย
๓. จัดกิจกรรมตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการเรียนรูตามหลักสูตรการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน
๔. ใหความสําคัญแกการสรางเสริมจิตสํานึกในความเปนชาติไทยเปนพิเศษใน
ปงบประมาณ ๒๕๕๒
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
86
๕. โรงเรียนทุกแหงมีระบบดูแลชวยเหลือนักเรียน และโรงเรียนที่เปดสอนระดับมัธยมศึกษา
ตอนตน และมัธยมศึกษาตอนปลายสามารถพัฒนาระบบไดมาตรฐานไมต่ํากวารอยละ ๓๐
มาตรการ
๑. สนับสนุนการพัฒนาระบบดูแลชวยเหลือนักเรียนในโรงเรียนทุกแหง โดยให
ความสําคัญกับโรงเรียนที่เปดสอนระดับมัธยมศึกษาตอนตน และมัธยมศึกษาตอน
ปลายอยางครบวงจร และประเมินมาตรฐานของระบบเปนรายโรงเพื่อพัฒนาตอ
ยอด
๒. สงเสริมใหสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาทํางานเปนเครือขายกับ
สถาบันทางศาสนา ผูปกครอง และหนวยงานที่เกี่ยวของในการสงเสริมคุณธรรม
และแกปญหาพฤติกรรมของครูและบุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน
กลยุทธที่ ๒ เพิ่มอัตราการเขาเรียนในทุกระดับ ทั้งเด็กทั่วไป ผูพิการ ผูดอยโอกาส ลดอัตราการออก
กลางคัน และพัฒนารูปแบบการใหบริการการศึกษาขั้นพื้นฐานแกเยาวชนที่อยู
นอกระบบการศึกษา
เปาหมายความสําเร็จ
๑. เพิ่มอัตราการเขาเรียนภาคบังคับโดยรวม ไมต่ํากวารอยละ ๙๐ โดยไมมีตําบลใดที่มีอัตราการเขา
เรียน การศึกษาภาคบังคับต่ํากวารอยละ๘๐และลดอัตราการออกกลางคันใหเหลือไมเกินรอยละ
๐.๘ และเพิ่มอัตราการเรียนตอชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๓ เรียนตอมัธยมศึกษาตอนปลายทุกสังกัด
ไมนอยกวารอยละ ๘๐
มาตรการ
๑. ปรับปรุงระบบขอมูลและระบบวางแผนเพื่อเพิ่มอัตราการเขาเรียน อัตราการเรียน
ตอ การพัฒนาสถานศึกษา การขยายบริการทางการศึกษา และการจัดสรรทรัพยากร
ที่เหมาะสมกับสภาพในแตละเขตพื้นที่
๒. ปรับปรุงและกํากับแนวปฏิบัติเรื่องการรับนักเรียนใหโปรงใส เปนธรรม และ
เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ จัดทําแผนยุทธศาสตรและสนับสนุนการขยาย จัดตั้งและ
พัฒนาโรงเรียนเพื่อลดความเหลื่อมล้ําในโอกาสและคุณภาพการศึกษา
๓. สนับสนุนปจจัยพื้นฐานสําหรับนักเรียนที่ดอยโอกาสและผูมีความตองการพิเศษ
อยางตอเนื่องและสอดคลองกับสภาพความเปนจริง
๔. แสวงหาแนวทางสนับสนุนโรงเรียนใหสามารถจัดการศึกษาที่มีคุณภาพโดยไมตอง
เก็บคาใชจายเพื่อเสนอขอความสนับสนุนจากรัฐบาล
๕. สงเสริมการจัดและมีสวนรวมจัดในการจัดการศึกษา โดยบุคคล ครอบครัว สถาน
ประกอบการ เอกชน และองคกรปกครองสวนทองถิ่น
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
87
๒. เพิ่มจํานวนผูเรียนที่พิการผูดอยโอกาส ผูตกหลน ผูออกกลางคันและอยูนอกระบบโรงเรียน
ใหไดรับบริการทางการศึกษาทั้งในพื้นที่ทั่วไปและพื้นที่พิเศษ
มาตรการ
๑. ขยายบริการทางการศึกษาสําหรับผูเรียนที่มีปญหาทางการ เรียนรู ทางสติปญญา
และอารมณเด็กและเยาวชนที่เจ็บปวยในโรงพยาบาล ตลอดจนสนับสนุนและ
ประสานการระดมทรัพยากร สื่อ สิ่งอํานวยความสะดวกสําหรับผูพิการตามสภาพ
ความจําเปน ในการเรียนรู
๒. สนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาเพื่อเขาถึงเด็กและเยาวชนผูพิการ ผูมีความ
ตองการพิเศษ ผูดอยโอกาส และผูอยูในพื้นที่หางไกล ทุรกันดาร
๓. พัฒนาระบบที่จะสนับสนุนปจจัยสําหรับผูพิการผูดอยโอกาส และกลุมเปาหมาย
พิเศษตามความจําเปน เพื่อไมใหเปนอุปสรรคตอการรับการศึกษา 12 ป
๔. ขยายเครือขายโรงเรียนแกนนําเรียนรวมในการศึกษาระดับปฐมวัย ระดับ
ประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนตน และมัธยมศึกษาตอนปลาย
๓. รอยละ ๘๐ ของประชากรวัย ๔ – ๖ ป ไดรับการศึกษาปฐมวัยอยางนอย ๑ ป โดยให
ความสําคัญแกผูดอยโอกาส และกลุมเปาหมายพิเศษ
มาตรการ
๑. สงเสริมใหเด็กอายุชวงปฐมวัยเขาเรียนทั้งภาครัฐ ทองถิ่น และเอกชน
๒. สนับสนุนการพัฒนาเด็กปฐมวัย และใหความสําคัญกับกลุมผูดอยโอกาส และ
กลุมเปาหมายพิเศษ
กลยุทธที่ ๓ ยกระดับคุณภาพสถานศึกษาสูมาตรฐานการศึกษาของชาติ พัฒนาผูเรียน สมรรถนะครู
และ บุคลากรอยางเปนระบบ เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานและปฐมวัย
และการเรียนรูที่เนนผูเรียนเปนสําคัญ ผูเรียนบรรลุมาตรฐานการเรียนรูของ หลักสูตรการศึกษา อยางเต็ม
ตามศักยภาพ
เปาหมายความสําเร็จ
๑. สถานศึกษารอยละ ๘๐ ผานเกณฑการประเมินมาตรฐานตามระบบประกันคุณภาพ ภายใน
และผานเกณฑการประเมินการรับรองมาตรฐานของสํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมิน
คุณภาพการศึกษาในระดับดีขึ้นไปอยางนอยรอยละ๘๐และไมมีสถานศึกษาใดอยูในระดับ
ปรับปรุง
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
88
มาตรการ
๑. กํากับ ดูแล ชวยเหลือเพื่อพัฒนาสถานศึกษาที่ไมผานการรับรองมาตรฐานและ
สถานศึกษาขนาดเล็กตามแผนยุทธศาสตรโรงเรียนขนาดเล็ก
๒. สนับสนุนการพัฒนาสถานศึกษาที่ไดรับรองตามมาตรฐานการประเมินคุณภาพ
ภายนอกใหพัฒนาตอยอดสูระดับดีและดีมาก โดยมีโรงเรียนดีใกลบานในทุก
อําเภอใหเปนตนแบบศูนยการพัฒนาการเรียนรูทุกกลุมสาระแกครูและนักเรียนใน
พื้นที่ และมีศูนยปฐมวัยตนแบบ สถานศึกษาผูนําดานตางๆ เปนแหลงเรียนรูใหกับ
สถานศึกษาอื่น
๒. สถานศึกษาทุกแหงมีอัตราการขาดครูไมเกินรอยละ 30 และสถานศึกษาที่เปดสอนระดับ
มัธยมศึกษาตอนตน และมัธยมศึกษาตอนปลาย มีครูตรงวุฒิ หรือผานการประเมินความรู
ความสามารถตามเกณฑที่กําหนดไวในกลุมสาระการเรียนรู คณิตศาสตร วิทยาศาสตร
ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ
มาตรการ
๑. ใหความสําคัญแกการพัฒนาระบบขอมูลและแผนยุทธศาสตรเพื่อบริหารและ
พัฒนาครูทั้งระบบ การแกปญหาการขาดแคลนครู การมีครูไมตรงวุฒิ และเรง
พัฒนาสมรรถนะครูทุกกลุมสาระอยางครบวงจร
๒. ดําเนินการตามแผนยุทธศาสตรพัฒนาการเรียนการสอนในวิชาภาษาอังกฤษ และ
ภาษาจีน
๓. สถานศึกษานํารองมีหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของสถานศึกษาที่ไดมาตรฐานสอดคลอง
กับ สภาพปญหาทองถิ่นและสามารถจัดการเรียนการสอนที่เนนผูเรียนเปนสําคัญ
มาตรการ
๑. สนับสนุนโรงเรียนนํารองการใชหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานและการขยายผลสู
สถานศึกษาทั่วไปและสถานศึกษาที่จัดการศึกษาพิเศษสําหรับผูพิการและ ดอย
โอกาส
๔. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา
ทุกแหงสามารถยกระดับคุณภาพการศึกษาทุกระดับใหสูงขึ้น และลดจํานวนผูเรียนที่อยูใน
เกณฑ ปรับปรุง
มาตรการ
๑. ปรับปรุงระบบวัดผลและประเมินผลการเรียนรูในสถานศึกษา ปรับปรุงระบบ
เทียบโอน
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
89
ประสบการณ และพัฒนาระบบประเมินผลสัมฤทธิ์ออนไลนเพื่อการพัฒนาการ
เรียนรูของผูเรียน รวมถึงสงเสริมการประเมินคุณภาพผูเรียนในระดับเขตพื้นที่
การศึกษา เพื่อพัฒนาผูเรียนอยางตอเนื่อง
๒. สงเสริมการพัฒนาองคความรูและรูปแบบพัฒนากระบวนการคิด การจัดการ
เรียนรูที่สอดคลองกับพัฒนาการทางสมอง การสงเสริมการอาน การศึกษาปฐมวัย
การใหความรูแกผูปกครอง การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาพื้นฐานทางอาชีพและการ
มีงานทํา
๓.สงเสริมการจัดการศึกษาสําหรับผูมีความสามารถพิเศษโดยพัฒนาระบบวัดแวว
ปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนทั้งในระบบและนอกระบบโรงเรียน พัฒนา
ครูใหมีความรูความเขาใจเรื่องผูมีความสามารถพิเศษ และจัดตั้งศูนยพัฒนา
อัจฉริยภาพ ประจําจังหวัด
๔.พัฒนาการเรียนการสอนสําหรับเด็กพิการ และเด็กที่มีปญหาทางการเรียนรูใหขยาย
ผลไดมากขึ้นสงเสริมการพัฒนาเครือขายเพื่อสงเสริมคุณภาพ ระบบจัดการความรู
การจัดเวทีวิชาการสําหรับสถานศึกษา ครู และนักเรียน
๕.สงเสริมการพัฒนาเครือขายเพื่อสงเสริมคุณภาพ ระบบจัดการความรู การจัดเวที
วิชาการสําหรับสถานศึกษา ครู และนักเรียน
กลยุทธที่ ๔ เรงรัดพัฒนาความพรอมในดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารใหแก
สถานศึกษาและหนวยงานการศึกษาในสังกัดเพื่อการเรียนรูและการบริหารจัดการ
เปาหมายความสําเร็จ
๑. นักเรียนที่จบการศึกษาภาคบังคับทุกคนรอยละ ๘๐ มีความรูและมีทักษะการใชคอมพิวเตอร
พื้นฐานเปนเครื่องมือในการเรียนรู และนักเรียนที่จบมัธยมศึกษาตอนปลายอยางนอย
รอยละ ๔๐ สามารถเขียนโปรแกรมและออกแบบเว็ปเพจได
มาตรการ
๑. ปรับสาระการเรียนรูคอมพิวเตอรและมาตรฐานการเรียนรูชวงชั้นที่สอดแทรกการ
ใช ICT เปนเครื่องมือการเรียนรูและแสวงหาความรูในทุกกลุมสาระ
๒. สงเสริมและสนับสนุนใหมีศูนยการเรียนรู ICT ในชุมชนและทองถิ่น
๒. ครูรอยละ ๗๐ มีความรูและทักษะพื้นฐานในการใชเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนและ
การบริหารจัดการ
มาตรการ
๑. พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาใหมีความรูและทักษะพื้นฐานในการใช
เทคโนโลยี
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
90
เพื่อการเรียนการสอนและการบริหารจัดการในสถานศึกษาดวยวิธีการที่
หลากหลาย
๓. สถานศึกษารอยละ๙๐มีการนําคอมพิวเตอร มาใชเพื่อการบริหารและสถานศึกษารอยละ ๗๐
มีการคอมพิวเตอรมาใชเพื่อการเรียนการสอนในอัตราสวน๑เครื่องตอนักเรียน๔๐คน
มาตรการ
๑. สนับสนุนคอมพิวเตอรใหกับสถานศึกษา และประสานใหมีการสนับสนุน
คอมพิวเตอร เทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนและบริหารจัดการจากภาครัฐ
เอกชน และทองถิ่น
๔. สถานศึกษารอยละ ๙๐ มีการเชื่อมตอระบบเครือขายอินเทอรเน็ตความเร็วสูง และ
สถานศึกษา รอยละ ๙๐ นํา ICT มาชวยจัดกระบวนการเรียนรู
มาตรการ
๑. ปรับเปลี่ยนระบบสื่อสาร ความเร็วอินเทอรเน็ตในสถานศึกษาทั่วประเทศเปน
๕๑๒ Mbps และสถานศึกษาตามโครงการหองเรียนวิทยาศาสตรเปน ๒ KMbps
๕. สถานศึกษาขนาดเล็กและสถานศึกษาในพื้นที่ หางไกล รอยละ๕๐ มีระบบการศึกษาทางไกล เพื่อ
เสริมคุณภาพการจัดการเรียนการสอน
มาตรการ
๑. เรงสนับสนุนเทคโนโลยีคอมพิวเตอรสื่อและระบบอินเตอรเน็ตในสถานศึกษาขนาด
เล็กและสถานศึกษาหางไกลในการนําระบบการศึกษาทางไกลเพื่อเสริมคุณภาพ
การจัดการเรียนการสอน
๖. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแหง มีศูนยรวมสื่อเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนใหกับ
สถานศึกษาไดทุกกลุมสาระ มีศูนยเครือขายการซอมบํารุงคอมพิวเตอรในเขตพื้นที่การศึกษา และสํานักงาน
ในสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีการนําเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารไปใชเพื่อ
การบริหารจัดการอยางมีประสิทธิภาพ
มาตรการ
๑. พัฒนา Web Portal
๒. จัดทํา Visual field trip ติวเตอรออนไลน
๓. จัดทําหองเรียนทันขาว e-Learning
๔. สงเสริมศูนย ICT ของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
๕. จัดทําฐานขอมูลและ Back office
๖. จัดทําศูนยเครือขายการซอมบํารุงคอมพิวเตอรและเทคโนโลยี
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
91
กลยุทธที่ ๕ สรางความเขมแข็งและสงเสริมการมีสวนรวมของทุกภาคสวนในการบริหาร
และการจัดการศึกษา เพื่อรองรับการกระจายอํานาจอยางมีประสิทธิภาพบนหลัก
ธรรมาภิบาลในสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา
เปาหมายความสําเร็จ
๑. ทุกสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาสนับสนุน ใหองคคณะบุคคลตามกฎหมายมีความพรอมและ
มีบทบาทในการปฏิบัติหนาที่อยางมีเอกภาพและสอดคลองกัน
มาตรการ
๑. สรางความเขมแข็งใหองคคณะบุคคลในสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา และ
สถานศึกษาโดยองคคณะบุคคลสามารถทํางานเชิงบูรณาการใหเกิดความเชื่อมโยง
ระหวางกันและมี สวนรวมในการขับเคลื่อนนโยบายของสํานักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
๒. สถานศึกษาที่ผาการอบรมผูนําการเปลี่ยนแปลงไมต่ํากวารอยละ ๗๐ ผานการประเมิน
โรงเรียนที่บริหารจัดการแบบโรงเรียนเปนฐาน และสามารถเปนพี่เลี้ยงสนับสนุนโรงเรียนอื่นในการ
พัฒนาคุณภาพ
มาตรการ
๑. สถานศึกษาประเภทที่หนึ่งประเมินตนเองและสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ตรวจสอบการประเมินตนเองของสถานศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานและ
มาตรฐาน SBM
๒. สงเสริมสถานศึกษาตามความพรอมของสถานศึกษาในการบริหารจัดการศึกษาโดย
ใชโรงเรียนเปนฐานโดยมีสถานศึกษาที่มีความพรอม เปนพี่เลี้ยงสนับสนุนในการ
พัฒนาคุณภาพ
๓. ทุกสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามีระบบเครือขายเพื่อพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพระหวาง
โรงเรียนประเภทตางๆที่มีความเขมแข็ง สามารถเปนกลไกในการจัดการความรูพัฒนาคุณภาพติดตามดูแลแกปญหา
อยางมีประสิทธิภาพ
มาตรการ
๑. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาสงเสริมการทํางานของเครือขายสถานศึกษาประเภท
ที่หนึ่งในภาพรวมจังหวัด
๒. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาจัดทําระบบสารสนเทศ รายสถานศึกษาที่เปน
ปจจุบันและนําไปใชพัฒนาคุณภาพการศึกษาทั้งขอมูลครูและบุคลากรทางการ
ศึกษารายบุคคลขอมูลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุมสาระวิชาหลักของนักเรียน
รายบุคคลและผลการประเมินคุณภาพภายในของสถานศึกษาและผลการประเมิน
คุณภาพภายนอกของ สมศ.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
92
๓. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา นิเทศติดตามชวยเหลือสถานศึกษาประเภทที่สองและ
เครือขายสถานศึกษาประเภทที่สอง
๔. ทุกโรงเรียนมีคณะกรรมการนักเรียนและ ผูแทนนักเรียนประเภทตางๆซึ่งไดรับการพัฒนาใหมี
ความพรอมและมีบทบาทในการนําเสนอความคิดเห็นและรวมพัฒนาโรงเรียน
มาตรการ
๑. สนับสนุนกิจกรรมของคณะกรรมการนักเรียน และผูแทนนักเรียนประเภทตางๆ
ในการ เขามีสวนรวมการสนับสนุน วิถีประชาธิปไตย บําเพ็ญประโยชนเพื่อ
สังคม และเสริมสรางคุณธรรม ความรักชาติ
๕. รอยละ๑๕ ของสถานศึกษามีการสนับสนุน ของผูปกครอง ชุมชน และสมาคม เพื่อการสราง
เครือขายการมีสวนรวมจัดและสงเสริม การจัดการศึกษาที่เกี่ยวของ
มาตรการ
๑. เครือขายผูปกครอง องคกรนักเรียนมีสวนรวมในการสนับสนุน และสงเสริม
กิจการสถานศึกษาตามขอบขาย
๖. ทุกหนวยงานในสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีบุคลากรที่มีความรู ความ
ชํานาญ อยางพอเพียง มีโครงสรางที่เหมาะสมมีการบริหารจัดการที่ดีมีประสิทธิภาพ บนพื้นฐานของ หลัก
ธรรมาภิบาลและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
มาตรการ
๒. บุคลากรตามโครงสรางของหนวยงานมีสวนรวมกําหนดเปาหมายและกิจกรรม
การทํางานในแผนปฏิบัติการประจําปและสามารถดําเนินงานใหบรรลุตาม
เปาหมายที่ระบุไวได โดยไดมีการรายงานผลการใชจายงบประมาณและการ
ดําเนินงานตอสาธารณชน
กลยุทธที่ ๖ เรงพัฒนาการศึกษาและคุณภาพชีวิตนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา
ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต
เปาหมายความสําเร็จ
๑. นักเรียนมีอัตราการเขาเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและปฐมวัยเพิ่มขึ้น
มาตรการ
๑. สนับสนุนใหมีการจัดการศึกษาระดับอนุบาล ๓ ขวบ ตามความตองการของชุมชน
๒. สนับสนุนใหนักเรียนในวัยเรียนไดเขาเรียนในสถานศึกษาที่สอนสายสามัญจนจบ
การศึกษาขั้นพื้นฐาน
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
93
๓. สนับสนุนนักเรียนที่เรียนดี ความประพฤติดีไดเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
ในสถานศึกษามีชื่อเสียงเปนที่ยอมรับ
๔. สนับสนุนทุนการศึกษาสําหรับนักเรียนที่มีผลการเรียนดี ประพฤติดี และผูไดรับ
ผลกระทบจากเหตุการณไมสงบ
๕. เสริมสรางความสัมพันธระหวางสถานศึกษากับชุมชนโดยสนับสนุน ใหสถานศึกษาพัฒนา
และใชรูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่หลากหลาย ใหสอดคลองกับวัฒนธรรมและความ
ตองการ ของชุมชน
๒. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๖ มีรอยละของการศึกษาตอระดับอุดมศึกษาเพิ่มขึ้น
มาตรการ
๑. เรงพัฒนาคุณภาพนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาใหมีความพรอมที่จะเขาเรียนตอ
ระดับอุดมศึกษา
๒. พัฒนาคุณภาพทางวิชาการแกครูผูสอนในระดับมัธยมศึกษาทุกกลุมสาระ
๓. ครูและบุคลากรทางการศึกษาไดรับการพัฒนาและมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสิน
มาตรการ
๑. เสริมสรางความปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสินแกครูและบุคลากรทางการศึกษา
๒.สนับสนุนสวัสดิการและสวัสดิภาพใหแกครูและบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่
5. วาระแหงชาติดานการศึกษา
วาระแหงชาติดานการศึกษาที่สําคัญ ที่เปนมติคณะรัฐมนตรี ที่สําคัญมีดังตอไปนี้
1. ยุทธศาสตรการพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทย ขณะนี้คุณภาพการศึกษาของไทยตกต่ําลงทุกระดับ
และทุกประเภท ไดจัดใหมีการประชุมสมัชชาการศึกษาครั้งใหญ โดยเชิญนักการศึกษาและหนวยงาน
ผูเกี่ยวของจํานวนมาก มาระดมความคิดและกอบกูบูรณาการแนวทางเพื่อแกปญหาคุณภาพการศึกษาไทยให
ชัดเจนโดยไดกําหนดเปนวาระแหงชาติดานยุทธศาสตรพัฒนาคุณภาพการศึกษา
2. ยุทธศาสตรการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งจะไมใชเพียงมาตรการยุบเลิก ยุบรวมอยางเดียว แต
จะมีแนวทางพัฒนาโดยยึด "ระบบกลุมโรงเรียนเปนฐาน (School System Based Management)" โดยไมได
ยึดโรงเรียนเปนฐาน (School Based Management หรือ SBM) ซึ่งอาจนําตัวอยางของรูปแบบวิธีการจัด
การศึกษาโรงเรียนขนาดเล็กที่ประสบความสําเร็จมาปรับใช เชน แบบรวมชวงชั้น โรงเรียนขนาดเล็กที่
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
94
บริษัท CP ไปชวยพัฒนา หรือรูปแบบอื่นๆ ดังนั้น การทุมเทพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก จึงจะชวยยกระดับ
คุณภาพการศึกษาใหใกลเคียงกัน และยังเปนการฉุดผลการประเมินสถานศึกษาโดยรวมขึ้นมาดวย
3. ยุทธศาสตรการแกปญหาการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต ใน ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต คือ
ยะลา ปตตานี นราธิวาส และบางสวนของสงขลา เนื่องจากทุกคนตั้งความหวังวา การพัฒนาที่ยั่งยืนตองอาศัย
การศึกษาเปนตัวนํา แตแนวทางจัดการศึกษาในปจจุบันยังไมชัดเจนตอการพัฒนาในพื้นที่ที่มีความ
หลากหลาย เพราะฉะนั้น จึงตองจัดทํายุทธศาสตรการศึกษาในพื้นที่นี้เปนการเฉพาะ ซึ่งจะเนนการแกปญหา
หลายดาน โดยเฉพาะเรื่อง "ความเปนไทย" เพราะหากคนไทยใชภาษาไทยสื่อสารกันไมไดจะเกิดปญหา
ความไมเขาใจ โดยจะมีระบบการสอน ๒ ภาษา นอกจากนี้ยังมีเรื่อง "ไทยคดีศึกษา" ซึ่งตองจัดกันใหมใน
สวนของสาระวิชาหนาที่พลเมือง และศีลธรรม รวมทั้ง "การใชวิชาสามัญ อาชีพ สอนควบคูกับศาสนา" ใน
สวนของ "การพัฒนาครูผูสอนศาสนา" ก็ยิ่งเปนเรื่องสําคัญที่ตองทํา เพราะหากมีการสอนผิดๆ ถูกๆ ยิ่ง
อันตรายมากตอการเปนเครื่องมือชี้นําไมใหเกิดความสันติสุขในพื้นที่
ซึ่งวาระแหงชาติดานการศึกษามีสาระสําคัญในแตละเรื่อง ดังนี้
5.1) ยุทธศาสตรการพัฒนาคุณภาพการศึกษา : วาระแหงชาติ
การพัฒนาคุณภาพการศึกษา เปนนโยบายสําคัญที่ตองเรงดําเนินการ และไดมีความพยายามที่จะ
พัฒนามาอยางตอเนื่อง จากการประเมินสมรรถนะการศึกษาไทยกับนานาประเทศของ International
Institute for Management Development (IMD) ที่ใชเกณฑประเมินใน ๑๐ ดัชนีหลัก ประกอบดวย
อัตราสวนนักเรียน/ครูประถมศึกษา อัตราสวนนักเรียน/ครูมัธยมศึกษาอัตราการเขาเรียนมัธยมศึกษาอัตราการ
ไมรูหนังสือ การลงทุน การศึกษา ผลสัมฤทธิ์อุดมศึกษา การถายโอนความรูระหวางภาคธุรกิจกับ
มหาวิทยาลัย การตอบสนองความสามารถในการแขงขันของระบบการศึกษา การตอบสนองความสามารถ
ในการแขงขันระดับอุดมศึกษา และทักษะดานภาษาที่ตอบสนองตอความตองการของผูประกอบการ พบวา
สมรรถนะดานการศึกษาของไทยคอนขางตกต่ํา
นอกจากนี้ จากผลการทดสอบระดับชาติของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๓ และ ๖ ก็พบวา
ความสามารถทางภาษา การคิดคํานวณ และเชิงวิเคราะห มีภาพรวมคะแนนเฉลี่ยต่ํากวารอยละ ๕๐
ศธ.ไดจัดการประชุมแบบเขมรวมกับทุกฝายที่เกี่ยวของ เพื่อพิจารณายุทธศาสตรการพัฒนาคุณภาพ
การศึกษา ที่ จ.ฉะเชิงเทรา ระหวางวันที่ ๙-๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ โดยไดมีการพิจารณารายงานที่ สกศ.
เสนอ และไดมีขอสรุปวา ปจจัยที่มีผลโดยตรงตอคุณภาพการศึกษามี ๖ ประการ คือ นักเรียน ครูและ
บุคลากรทางการศึกษา เทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) ระบบการศึกษา ความเขมแข็งของสถานศึกษา และการ
มีสวนรวมของเอกชน ชุมชน องคกรปกครองสวนทองถิ่น(อปท.)ซึ่งที่ประชุมไดพิจารณาปจจัยที่มีผลกระทบ
ตอคุณภาพการศึกษาดังนี้
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
95
ผูเรียนหรือนักเรียน ศธ. ยังไมไดสงเสริมใหเด็กมีพัฒนาการรอบดานอยางเพียงพอกอนการ
เขาเรียน เชน IQ ต่ําหรือลดลง มีปญหาดานพัฒนาการทางดานรางกาย จิตใจ สังคม ยังไมเต็มที่ รวมทั้งการ
เตรียมผูเรียนกอนจะเขาเรียน เปนตน
ครูและบุคลากรทางการศึกษา พบวามีปญหาการขาดแคลนครู และปญหาคุณภาพของครู โดย
มีขอเสนอใหพัฒนาครูประจําการ ใหทบทวนระบบการพัฒนาครู
ดานเทคโนโลยีสารสนเทศ ICT ในปจจุบันควรจะนําเทคโนโลยีเขามาเปนตัวชวยในฐานะ
เครื่องมือของครู และเครื่องมือของเด็ก จึงจะทําใหการพัฒนาคุณภาพการศึกษาไดเต็มที่
ดานระบบการศึกษา การศึกษาขั้นพื้นฐานใชระบบหนวยกิตมาเปนเวลานาน แตยังไมสะทอน
ความเปนหนวยกิต จึงควรจะใชระบบหนวยกิตใหเต็มที่ มิใชใชเพียงครึ่งๆ กลางๆ อยางที่เปนอยูในขณะนี้
โดย ศธ.จะสรางความพรอมใหกับโรงเรียน คิดระบบใหดี มีการเตรียมการใหกับโรงเรียน ซึ่งอาจจะใชเวลา
ระยะหนึ่ง ๓-๕ ป และมีหลายเรื่องที่เชื่อมโยงกับความออนแอทางการศึกษา เชน การใชระบบชั้นเรียน การ
ตกหรือซ้ําชั้น การเลื่อนชั้นอัตโนมัติ การวัดผลที่ไมเขมขน มีการกําหนดไวเพียงเกรดเฉลี่ย ๑.๐๐ หรือไมถึง
๑.๐๐ ก็เลื่อนชั้นได จึงไดเสนอใหมีการทบทวนการจัดระบบการศึกษาใหเหมาะสมยิ่งขึ้น
การสรางความเขมแข็งใหสถานศึกษา ผลการเรียนเกิดที่สถานศึกษา สถานศึกษาจึงตองมีความ
เขมแข็ง ซึ่งหมายถึงระบบกระจายอํานาจที่เบ็ดเสร็จและสิ้นสุดที่สถานศึกษา ระบบการเตรียมความพรอม
ใหกับผูบริหาร ครู คณาจารย เพื่อใหสามารถบริหารจัดการไดในระดับสถานศึกษา รวมทั้ง ระบบการชวย
สนับสนุนใหสถานศึกษาสามารถดําเนินการไดอยางเขมแข็ง
การมีสวนรวมของเอกชน ชุมชน ทองถิ่น ซึ่งไดแก การรวมจัด ไมวาจะเปนเอกชน ทองถิ่น
รัฐบาล หรือบุคคลจัด ควรจะมีการกําหนดสัดสวนการรับผิดชอบ เชน ทองถิ่นควรเนนการศึกษาของเด็กเล็ก
และการศึกษาภาคบังคับ เอกชนควรเพิ่มความรับผิดชอบจาก ๑๘% เปน ๒๕% หรือไม ในการมีสวนรวม
ที่จะเขามาสนับสนุนรัฐ โดยสวนนี้จะเนนไปที่องคกรปกครองสวนทองถิ่น ซึ่งมีทรัพยากรสามารถ
สนับสนุนได ศธ.ไดเสนอวา การจะให อปท.เขามารวมรับภาระเปนเรื่องที่สําคัญ หากมีกฎ ระเบียบ หรือ
ขอบังคับ ที่เปนอุปสรรค คณะกรรมการกระจายอํานาจใหแกองคกรปกครองสวนทองถิ่นควรจะดูแลแกไข
เพื่อใหทองถิ่นมีสวนรวมในการจัดการศึกษาอยางเต็มที่
ขอเสนอการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยกระทรวงศึกษาธิการ
จากขอสรุปพบวา ปญหาการศึกษามีสาเหตุจากปจจัยสําคัญ 6 ประการ คือ
1. คุณภาพผูเรียนตกต่ํา
2. ขาดแคลนครูและบุคลากรทางการศึกษา
3. ยังไมใชเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสรางการเรียนรู
4. ระบบการศึกษาที่สงผลรายตอคุณภาพการศึกษา เชน การเลื่อนชั้นอัตโนมัติของนักเรียน
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
96
ขั้นพื้นฐาน ระบบเด็กฝาก
5 โรงเรียนขนาดเล็ก 1ใน 3 ออนลา และ
6. ขาดสวนรวมจากทุกภาคสวนของสังคม
ดังนั้น จึงตองแกไขใหถูกจุดดวยยุทธศาสตรหรือแนวทางตางๆ อันตองประกาศใหคนทั่วไปไดรับรู
เพื่อหาทางชวยเหลือ สนับสนุน ซึ่งเรียกวา ยุทธศาสตรการพัฒนาคุณภาพการศึกษา : วาระแหงชาติ
(เปนมติคณะรัฐมนตรี) ประกอบดวยยุทธศาสตรหลัก 6 ประการ ดังนี้
1) ยุทธศาสตรการพัฒนาคุณภาพผูเรียน เชน เด็กปฐมวัยทุกคนไดรับการเตรียมความพรอมอยาง
นอย 1 ป กอนเขา ป.1 ทบทวนเกณฑ/ปรับปรุงวิธีการวัดและประเมินผลผูเรียน เรงทบทวนเกณฑการจบ
หลักสูตรแตละชวงชั้นและระบบการเรียนแบบหนวยกิต จัดใหมีระบบแนะแนวใหผูเรียนรูจักตนเองและ
สาขาอาชีพตางๆ จัดใหมีศูนยขอมูลกําลังคนอาชีวศึกษา จัดใหมีระบบฐานขอมูลสาธารณะอุดมศึกษา และ
จัดการสงเสริมการอานใหเปนระเบียบวาระแหงชาติ
2) ยุทธศาสตรการพัฒนาคุณภาพครู คณาจารย และบุคลากรทางการศึกษา โดยขอคืนอัตราเกษียณ
และเกษียณกอนกําหนด และวงเงินคืน 100% ยกเลิกระบบครูอัตราจาง จัดใหมีระบบคัดสรรครูที่มีคุณภาพ
ปรับเกณฑกําหนดอัตราครูดวยภาระงานใหชัดเจน และมีบุคลากรสายสนับสนุนใหเหมาะสมพอเพียง และ
จัดใหมีสถาบันเฉพาะทางดานการผลิตและพัฒนาครูเปนลักษณะสถาบันระดับชาติ (National Institute of
Education)
3) ยุทธศาสตรการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา จัดทําแผนกลยุทธการใช ICTปรับคุณภาพการ
สอน ชวยแกปญหาขาดครูโดยครูสอนนักเรียนจํานวนมากขึ้น ใชการสรางคลังขอมูลจากโรงเรียนชั้นนํา
ใหนักเรียนสรางนวัตกรรมจาก ICT และใหเขาถึงแหลงเรียนรูดวยตนเอง จะเชื่อมโยงคอมพิวเตอรNational
Education Network เรงจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา และระดมบริษัทเอกชนระดับโลกมารวม
พัฒนา เชน Intel &reg; Education Initiative Activities, Microsoft : Partnership in Learning, Google Apps
4) ยุทธศาสตรการจัดระบบการศึกษาที่สงผลตอคุณภาพการศึกษา สงเสริมสถานศึกษา พัฒนา
ระบบประกันคุณภาพภายใน โดยนําผลคะแนนวัดประเมินผลระดับชาติและผลคะแนนทดสอบทาง
การศึกษาแหงชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) มาประกอบ พัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถาบันอุดมศึกษา
ที่เชื่อมโยงกับการประเมินคุณภาพภายนอก จัดระบบคูปองเพื่อสงเสริมการเรียนรูตลอดชีวิตสําหรับ
ผูดอยโอกาส ขจัดระบบฝากนักเรียนและเก็บเงินบริจาค ยกเลิกระบบสอบผานโดยใหซอมเสริมโดยเด็กออน
มากใหซ้ําชั้น ระบบการสอนแบบทองจําและสอบปรนัย และ ทบทวนระบบการรับนักเรียนทั่วไป นักเรียน
เกงพิเศษ นักเรียนพิการและนักเรียนดอยโอกาส
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
97
5) ยุทธศาสตรสรางความเขมแข็งของสถานศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพ กระจายอํานาจทั้งดาน
วิชาการ บุคลากร งบประมาณและบริหารทั่วไป สงเสริมสถานศึกษาที่มีความพรอมพัฒนาเปนองคการ
มหาชน สงเสริมธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา และการพัฒนาบทบาทนายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการ
สภามหาวิทยาลัยใหมีบทบาทในการบริหารและจัดการศึกษา
6) ยุทธศาสตรการสงเสริมการมีสวนรวมเพื่อการพัฒนาคุณภาพ ใหรัฐกําหนดนโยบายและ
เปาหมายที่ชัดเจนในการสนับสนุนเอกชน ชุมชน ฯลฯ เขามารวมจัดการศึกษา มีกลไกสงเสริมสนับสนุน
และสรางแรงจูงใจใหเอกชนเขามามีสวนรวมจัดการศึกษามากขึ้น เชน ลดหยอนภาษี พัฒนา ทบทวนกลไก
การมีสวนรวมบริหารจัดการ โดยองคคณะบุคคลทั้งระดับชาติ และระดับสถานศึกษา และชวยเหลือ
โรงเรียนขนาดเล็ก พัฒนา"ระบบกลุมโรงเรียนเปนฐาน (School System Based Management)"
7) ยุทธศาสตรการจัดการศึกษาอยางมีสวนรวม ใชการศึกษาสรางสังคมแหงการเรียนรู สราง
โอกาสแหงการเรียนรู สรางบทบาทประชาสังคม ผูปกครองและชุมชนรวมสนับสนุนและตรวจสอบ
สงเสริมสื่อเพื่อการศึกษา สงเสริมบทบาทธุรกิจในการศึกษา และระดมความชวยเหลือ
5.2) ยุทธศาสตรการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก
ความเปนมา
โรงเรียนขนาดเล็กสังกัด สพฐ.ปจจุบัน มีจํานวน 12,828 แหง (ที่มีจํานวนนักเรียนนอยกวา 120 คน)
หรือ คิดเปนรอยละ 40 ของจํานวนโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษา สังกัดสํานักงานคณะกรรมการ
การศึกษาขั้น พื้นฐาน (สพฐ.) จากผลการประเมินคุณภาพ พบวาโรงเรียนขนาดเล็กมีปญหาดานคุณภาพ
การศึกษามาก ทั้งนี้เปนเพราะดวยสาเหตุ ปจจัยสําคัญ ดังนี้
1) การบริหารจัดการต่ํากวามาตรฐาน
2) โรงเรียนหางไกลยิ่งยุบเขาไปไมไดเพราะถายุบโรงเรียนนั้นแลวก็ไมมีโรงเรียน
3) อีกทั้งเรื่องทักษะการเรียนการสอน ไมมีเทคโนโลยี
4) งบประมาณที่จํากัด ชุมชนอยากจน
ดังนั้นกระทรวงศึกษาธิการจึงไดเสนอยุทธศาสตรเพื่อแกปญหาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนขนาด
เล็ก เรียนวายุทธศาสตรการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก (เปนมติคณะรัฐมนตรี) ประกอบดวยยุทธศาสตรการ
พัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก 4 ประการ คือ
1) ยุทธศาสตรที่ 1 พัฒนาระบบวางแผนและการบริหารจัดการ ประกอบดวย
การพัฒนาระบบวางแผนการจัดตั้งและพัฒนาโรงเรียนในแตละ สพท.
การพัฒนาระบบขอมูลและสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
98
การพัฒนาระบบบริหารจัดการสําหรับโรงเรียนขนาดเล็กที่อยูในพื้นที่ใกลเคียงกัน
การสรางแรงจูงใจแกผูบริหารและครูในโรงเรียนขนาดเล็ก
2) ยุทธศาสตรที่ 2 พัฒนาระบบการเรียนการสอนและการประกันคุณภาพ ประกอบดวย
- การพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอนสําหรับโรงเรียนขนาดเล็ก
- การพัฒนาผูบริหารโรงเรียนและครูผูสอน
- การผลิตและใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการเรียนการสอน
- การนิเทศ ติดตาม กํากับ และการวิจัยและพัฒนาสื่อ
3) ยุทธศาสตรที่ 3 เสริมสรางความพรอมและความเขมแข็งของโรงเรียน ประกอบดวย
- การจัดทํามาตรฐานโรงเรียนขนาดเล็ก
- การปรับปรุงและพัฒนาสถานที่เรียน สภาพแวดลอมที่เอื้อตอการเรียนรู
- การจัดอัตรากําลังครู การพัฒนาผูบริหารโรงเรียนและครูผูสอน
- การพัฒนาระบบดูแลชวยเหลือนักเรียน
- และสนับสนุนงบประมาณ วัสดุ ครุภัณฑที่จําเปน
4) ยุทธศาสตรที่ 4 สงเสริมการมีสวนรวมจากทุกภาคสวนในการจัดการศึกษา ประกอบดวย
- การพัฒนาคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
- การสรางและพัฒนาเครือขายผูปกครองใหเขมแข็ง
- การสงเสริมใหองคกรปกครองสวนทองถิ่นเขามามีสวนรวม
- การเตรียมความพรอมในการมีสวนรวม
- การจัดใหมีระบบและกลไกในการระดมทรัพยากร
- การวิจัยและพัฒนารูปแบบการมีสวนรวมที่เหมาะสม
5.3) ยุทธศาสตรการจัดการศึกษาภาคใต
คณะรัฐมนตรีไดอนุมัติแผนยุทธศาสตรการจัดการศึกษาภาคใตเพื่อพัฒนาการศึกษา นํามาซึ่ง
ความสงบสุข มีสาระสําคัญสรุปไดดังนี้
1) เปนแผนพัฒนายุทธศาสตรระยะ 4 ป พ.ศ. 2551 - 2554 แผนนี้ใชชื่อวาแผนยุทธศาสตรการศึกษา
เพื่อความอยูเย็นเปนสุข หรือในภาษามลายูวา Pendidikan Demi Keameanan Dan Kevahagiaan โดยให
การศึกษาเปนปจจัยในการสรางความอยูเย็นเปนสุขของคนในพื้นที่
2) คณะกรรมการยุทธศาสตรการพัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จังหวัดชายแดนภาคใต
ที่มีรัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปนประธาน
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
99
3) หลักแนวคิด "การศึกษาเพื่อความอยูเย็นเปนสุข"
4) แผนยุทธศาสตรการพัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต
ประกอบดวยยุทธศาสตรการพัฒนา 7 ดาน ดังนี้
1) ดานครูและบุคลากรทางการศึกษา
2) ดานคุณภาพสถานศึกษา
3) ดานคุณภาพการศึกษา
4) ดานโอกาสทางศึกษาและการเรียนรูตลอดชีวิต
5) ดานศาสนศึกษาและการเสริมสรางสมานฉันทบนความหลากหลายทางวัฒนธรรม
6) ดานการศึกษาเพื่ออาชีพและการมีงานทํา
7) ดานประสิทธิภาพการบริหารจัดการและการมีสวนรวม
6. นโยบายเรียนฟรี ๑๕ ป อยางมีคุณภาพ
รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๐ มาตรา ๔๙ ไดบัญญัติวา "บุคคลยอมมีสิทธิเสมอกัน
ในการรับการศึกษาไมนอยกวาสิบสองป ที่รัฐจะตองจัดใหอยางทั่วถึงและมีคุณภาพ โดยไมเก็บคาใชจาย"
และ พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๕ มาตรา ๑๐
วรรค ๑ บัญญัติ วา " การจัดการศึกษาตองจัดใหบุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกันในการรับการรับศึกษา
ขั้นพื้นฐานไมนอยกวา ๑๒ ป ที่รัฐจะตองจัดใฟหอยางทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไมเก็บคาใชจาย" ซึ่งเปน
ขอกําหนดที่เกี่ยวกับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกอบกับคําแถลงนโยบายของครม.ไดกําหนดเปน
นโยบายเรงดวน ที่จะเริ่มดําเนินการตามเจตนารมณ ดังกลาวในปแรก โดยกําหนดไวในขอ 1.3 การลดภาระ
คาครองชีพของประชาชน ขอ1.3.1 วา "ใหทุกคนมีโอกาสไดรับการศึกษาฟรี ๑๕ ป โดยสนับสนุนตําราใน
วิชาหลักใหแกทุกสถานศึกษา จัดใหมีชุดนักเรียน และอุปกรณการเรียนฟรีใหทันปการศึกษา ๒๕๕๒ และ
สนับสนุนคาใชจายอื่น ๆ เพื่อชดเชยรายการตางๆที่สถานศึกษาเรียกเก็บจากผูปกครอง" อีกทั้ง นโยบายของ
รัฐดานการศึกษา ขอ 3.1.4 กําหนดวา "จัดใหทุกคนมีโอกาสไดรับการศึกษาฟรี ๑๕ ป ตั้งแตอนุบาลไป
จนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย พรอมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการจัดการใหเกิดความเสมอภาค และ
ความเปนธรรมในโอกาสทางการศึกษาแกประชาชนกลุมผูดอยโอกาส ทั้งผูยากไร ผูพิการหรือทุพพลภาพ
ผูอยูในสภาวะยากลําบาก ผูบกพรองทางรางกายและสติปญญา และชนตางวัฒนธรรม รวมทั้งยกระดับการ
พัฒนาศูนยเด็กเล็กในชุมชน"
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
100
กระทรวงศึกษาธิการ ไดจัดทําโครงการดําเนินงานตามนโยบายเรียนฟรี ๑๕ ป อยางมีคุณภาพ
เพื่อสงเสริมใหนักเรียนทุกคนไดรับโอกาสทางการศึกษาอยางเต็มศักยภาพ โครงการสนับสนุนการจัด
การศึกษาโดยไมเสียคาใชจาย ๑๕ ป สําหรับสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มี ๔ ขอ ดังนี้
๑.คาหนังสือเรียน
๒.คาอุปกรณการเรียน
๓. คาเครื่องแบบนักเรียน และ
๔.คากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผูเรียน
๖. คาเลาเรียน (เพิ่มเติมสําหรับการศึกษาของเอกชน)
7. คําศัพทและสํานวนทางการศึกษา
คําศัพท ความหมาย
bottom line พื้นฐานในเรื่องตาง ๆ เชน bottom-line ของการจัด
การศึกษา หมายถึงพื้นฐานของการจัดการศึกษา ไดแก การเรียนรู
ของผูเรียน สาระการเรียนรูที่เปนประโยชนตอการดํารงชีวิต เปน
ตน
handicap เปนคํานามแปลวาขอเสียเปรียบ การไมมีโอกาสเทาเทียม
กัน เชน การจัดการศึกษาใหไมมี handicap หมายถึง การจัดการ
ศึกษาใหทุกคนไดมีโอกาสเรียนรูไดสูงสุดตามศักยภาพและความ
ตองการของแตละคนโดยไมมีขอเสียเปรียบ
release brain power แปลวา การปลดปลอยพลังสมอง หมายถึง การจัดกระบวนการ
เรียนการสอนที่สนับสนุน สงเสริม การสรางจินตนาการของเด็ก
ใหมีอิสระในการคิดอยางเต็มที่ โดยไมยึดติดอยูกับกรอบ
เดิม (เนื้อหาสาระ ทฤษฎี ตํารา ฯลฯ) เพื่อใหมีพลังขับเคลื่อน
ความคิดสูโลกแหงการเรียนรูที่กวางไกล
ICL
: Innovative Computing Laboratory
การเรียนรูในหองปฏิบัติการ ซึ่งมีนวัตกรรมและคอมพิวเตอรเปน
เครื่องมือสงเสริมใหผูเรียนไดเรียนรูตามศักยภาพและความ
ตองการของแตละคน
rote memory เปนการเรียนแบบเนนใหนักเรียนทองจํา โดยไมไดคํานึงถึงความ
เขาใจสาระ นั้น ๆ เปนวิธีการเรียนรูที่ตางจาก Insight Learning
ซึ่งเปนการเรียนรูที่ตองทําความเขาใจกับเนื้อหาสาระใหลึกซึ้ง
Linear Learning เปนระบบการเรียนการสอนที่จัดการเรียนรูใหผูเรียนเรียน
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
101
ตามลําดับขั้นจากเรื่องหนึ่งไปยังอีกเรื่องหนึ่ง เชน อาจเรียนจาก
เรื่องงายไปหายาก เรียนตามลําดับเหตุการณ เปนตน
Parallel Learning เปนระบบการเรียนการสอนใหผูเรียนเรียนรูในสิ่งที่สัมพันธกันไป
พรอม ๆ กัน โดยเฉพาะสาระสําคัญจากเรื่องตาง ๆ เปนลักษณะ
ของการบูรณาการขั้นตน
Distance Learning เปนการจัดการเรียนการสอนที่ผูเรียนและผูสอนอยูหางกันดวย
ระยะทาง การสื่อสารทางการเรียนการสอนทําไดโดยผานสื่อ
โทรทัศน โทรศัพท เอกสาร เชนคูมือตาง
ๆ ฯลฯ ดาวเทียม เครือขายคอมพิวเตอร ทั้งนี้เพื่อใหทุกคนไดมี
สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคในการเรียนรู
E – Learning เ ป น ก า ร เ รี ย น รู โ ด ย ผ า น สื่ อ
อิเล็คทรอนิคส (Electronic Learning) ดวยการใชระบบ
ออนไลน (ระบบโทรคมนาคมและเครือขายคอมพิวเตอร)
Smart card คือ บัตรอิเลคทรอนิคส ที่ใชทํางานหลาย ๆ อยางไดอยางรวดเร็ว
มีประสิทธิภาพ เชน บัตรประชาชนที่
เปน Smart card หมายถึง บัตรที่เก็บขอมูลตาง ๆ ของตัวเจาของ
บัตรไว สามารถทราบหรือคนหาขอมูลตาง ๆ ของเจาของบัตรนั้น
ได
Access แปลวาการเขาถึง หมายถึง การมีโอกาสเขาไปมีสวนรวมในเรื่อง
นั้น ๆ อยางเต็มที่เชนในการเขาถึงแหลงทุน การเขาถึงการศึกษา
เปนตน
Bio- Informatic การผสมผสานเทคโนโลยีทางดานชีววิทยากับเทคโนโลยีทางดาน
ขาวสาร
CEO : Chief Executive Officer ผูบริหารสูงสุดขององคกรที่มีอํานาจในการตัดสินใจสั่งการบังคับ
บัญชาองคกรอยางเต็มที่ และมีความรับผิดชอบปญหาตางๆ ที่
เกิดขึ้นในองคการ
CIO : Chief Information Officer ผูบริหารสูงสุดดานสารสนเทศ
CFO : Chief Financial Officer ผูบริหารสูงสุดดานการเงิน หมายถึง การบริหารการเงินทั้งใน
ปจจุบันและอนาคต
CPLO :
Cabinet and Parliamentary Liaison
ผูประสานงานคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา ซึ่งทําหนาที่ในการ
ประสานการจัดทําเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี การขอความเห็น
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
102
Officer ประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี การประสานการเสนอ
รางกฎหมายและติดตามกฎหมาย เปนตน
Equity การใชดุลพินิจ หรือหลักความยุติธรรม ไมเอนเอียงเขาขางใดขาง
หนึ่ง การดําเนินการที่ชอบดวยเหตุผล เชน ราคา
ยุติธรรม กรรมการตัดสินอยางยุติธรรม เปนตน
Equality ความเทาเทียมกัน หมายถึง การมีโอกาสที่จะไดรับความเสมอภาค
เทาเทียมกับคนอื่น ๆ
E –
Government :Electronic Government
เปนรัฐบาลที่ใหบริการประชาชนไดในเวลาอันรวดเร็ว ขั้นตอนการ
ทํางานลดลง โดยการนําระบบคอมพิวเตอรมาใชในการใหบริการ
แกประชาชน
E – Commerce :
Electronic Commerce
การทําการคาโดยผานสื่ออิเล็กทรอนิกส เชน การโฆษณา การ
ตอรอง การสั่งซื้อ ฯลฯ
E – Province : Electronic Province หมายถึง จังหวัดที่ใชระบบอินเทอรเน็ตติดตอสื่อสารกับหนวยงาน
ตาง ๆ ทั้งภายในและภายนอกจังหวัดรวมทั้งการใหบริการผาน
อินเทอรเน็ต
GMS (Greater Mekong Subregion) ประเทศที่อยูติดลุมแมน้ําโขง ไดแก ประเทศไทย พมา
ลาว เขมร เวียดนาม และจีนยูนาน
ASEM
(Asia Europe Ministerial Meeting)
การประชุมรวมกันระหวางประเทศในทวีปเอเชียและทวีปยุโรปใน
เรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจ เชน เรื่องเขตการคาเสรี ความรวมมือทาง
เศรษฐกิจ ฯลฯ
SML (Small, Medium and Large) เปนนโยบายของรัฐบาลในการจัดสรรงบประมาณไปชวยแกปญหา
ในระดับหมูบานที่เปนปญหาสวนรวมโดยจัดงบประมาณใหตาม
ขนาดของหมูบาน 3 ขนาด คือ ขนาดเล็กไดสองแสนบาท ขนาด
กลางไดสองแสนหาหมื่นบาท และขนาดใหญได 3 แสนบาท
Uninet ระบบตอเชื่อมแตละมหาวิทยาลัยเขาดวยกันโดยใชเครือขาย
internet เพื่อสะดวกในการติดตอ ประสานงาน คนหาขอมูลตาง ๆ
เปนตน
Nano Technology เปนศาสตรเกี่ยวกับสิ่งเล็ก ๆ ของระบบประสาทที่เปนจุดเชื่อม
ระหวางชีวภาพกับเทคโนโลยีซึ่งตางประเทศไดศึกษาเกี่ยวกับการ
นําระบบประสาทมาควบคุมเทคโนโลยีเพื่อใหเกิดประสิทธิภาพสูง
Neuro Science & Cognitive Science ศาสตรเกี่ยวกับวิทยาศาสตรทางระบบประสาท
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
103
Computational Biology คือ การเอาศาสตรดาน IT ผนวกกับศาสตรดาน Biology ทําให
สามารถวิเคราะหยีนส ดีเอ็นเอ หรือพฤติกรรมของยีนส หรือ ดีเอ็น
เอไดหมด เชนจะทําใหรูวาโรคติดตอกันอยางไร? ซึ่งจะนํามาสูวิธี
ปองกันรักษา
FAX : Facsimile transmission การสงเอกสารโดยใชโทรศัพทที่เชื่อมตอกับเครื่องสง/รับเอกสาร
สามารถสงเอกสารไดอยางรวดเร็ว จากเครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่อง
หนึ่งโดยมีสําเนาเหมือนเอกสารตนฉบับ
Experiential Learning กระบวนการเรียนรูจากประสบการณโดยการใหผูเรียนไดเผชิญกับ
สภาพจริง หรือสภาพคลายจริงเพื่อจะไดฝกการวิเคราะห ตัดสินใจ
และแกไขปญหา ฯลฯ ในสถานการณนั้น ๆ ได
Equal pay หลักการที่วาผูชายและผูหญิงที่ทํางานเทากันควรจะไดรับ
ผลตอบแทนเทากัน
Brain based Learning การเรียนรูตามการพัฒนาการของสมอง
kick - off การเริ่มตนทําสิ่งใดสิ่งหนึ่ง (รากศัพทมาจากการเขี่ยเริ่มตนการ
แขงขันฟุตบอล
kick - off campaign กระบวนการเริ่มตนดําเนินการตามวัตถุประสงคอยางใดอยาง
หนึ่ง โดยเฉพาะเจาะจงในดานสังคม ดานการพาณิชยหรือดาน
การเมือง เชน การเริ่มตนรณรงคการเลือกตั้งของรัฐบาล เปนตน
Learning by Doing เรียนไปปฏิบัติไป
Access for all ทุกคนสามารถเขาถึงการศึกษาไดโดยไมมีชองวางระหวางคนจน
กับคนรวย ถาคนมีปญญา มีสมอง มีความสามารถที่จะเรียน
หนังสือได เรียนไดเทาไรเรียนไปเลย
Income Contingent Loan (ICL) การใหเงินกูเพื่อการศึกษาที่ผูกติดกับรายไดในอนาคต
soft structure โครงสรางที่สามารถปรับปรุงและยืดหยุนได
Global citizen พลเมืองโลก
life long learning การเรียนรูตลอดชีวิต
Boston Model เปนรูปแบบการจําแนกประเภทธุรกิจ ที่ทานนายกรัฐมนตรี ดร.
ทักษิณ ชินวัตร พูดถึงบอย ๆ ซึ่งเปนรูปแบบของ
บริษัท Boston Consultancy Group Matrix ที่ไดจําแนกธุรกิจ
ออกเปน 4 ประเภท ไดแก
Problem Child ธุรกิจที่มีการขยายตัวสูง มีการลงทุนมากแต
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
104
ตลาด
มีการขยายตัวนอย
Star ธุรกิจที่มีการขยายตัวสูงและตลาดมีการขยายตัวมาก
เชนกัน เปนธุรกิจ
ที่จะตองรีบเรงดําเนินการ
Cash Cow เปนธุรกิจที่มีการขยายตัวสูง และมีตลาดมากใน
อดีต แต
ปจจุบันตลาดยายตัวนอยลง เพราะมีคูแขงมาก
Dog เปนธุรกิจที่หมดโอกาส ไมมีการขยายตัวทั้งการลงทุน
และตลาด
“เอาตัว S เขามาเกี่ยว” อัตราเติบโตทางเศรษฐกิจขยายตัวอยางตอเนื่อง โดยไมรอให
เศรษฐกิจชะลอตัว คําวาตัว S หมายถึง กราฟที่มีชื่อ
วา Sigmoid Curve แสดงถึงพัฒนาการของสิ่งตาง ๆ โดยเฉพาะ
ทางดานเศรษฐกิจ ผูนําที่มีวิสัยทัศน จะไมรอที่จะทําอะไรในชวง
ขาลง แตจะพัฒนาอยางตอเนื่องในชองที่เปนขาขึ้น เหมือนกับเอา
ตัว Sอีกตัวเขามาเกี่ยว ดังนี้ S
Logistics เปนกระบวนการวางแผน การนําไปใชงานพรอมกับการควบคุม
การไหลอยางมีประสิทธิภาพและการเคลื่อนที่ พรอมดวยการ
จัดเก็บของวัตถุดิบ สินคาคงคลัง ระหวางกระบวนการสินคา
สําเร็จรูปและขอมูลที่เกี่ยวของ นับจากจุดเริ่มตนของการ
จัดหา จนถึงจุดของการบริโภค โดยมีความมุงหมายที่จะใหตรงกับ
ความตองการของผูบริโภค
Teacher teaching ครูเปนผูสอน
Learner learning นักเรียนเปนผูเรียน
Living Library หองสมุดที่มีชีวิตชีวา
Knowledge Based Economy ระบบเศรษฐกิจที่อาศัยฐานคงวามรู
Intellectual Property ทรัพยสินทางปญญา
blueprint การวางตนแบบใหมใหเด็กไทย
สันทัด/ระวีวรรณ/นงเยาว/ประชุม/ประสิทธิ์/ณัฐชนันท/จิตตประพันธ/นิธิธัช/รัตติกร : ผูรวบรวมและเรียบ
เรียง
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
105
8. ความรอบรูทั่วไป
8.1) รอบรูดานสังคม
1. ครม.เห็นชอบตามที่ ศธ.เสนอการถวายพระสมัญญาแดสมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิ
วัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร วา “ พระกัลยาณมิตราจารย” หมายถึง “พระอาจารยผูเปน
กัลยาณมิตรที่ประเสริฐ” เพื่อเปนการสํานึกในพระกรุณาธิคุณดานการศึกษา ที่มีตอวงการศึกษาของ
ประเทศและของปวงชนชาวไทยอันหาที่สุดมิได
2. เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต ประกอบดวยพื้นที่ 4 จังหวัด ไดแก ยะลา
ปตตานี นราธิวาส และสงขลา (อําเภอจะนะ เทพา นาทวี และสะบายอย)
3. ผูบริหารผูนําบริหารการเปลี่ยนแปลง (CCO หรือ Chief Change Officer)
4. สิ้นแผนฯ10 กําหนดเปาหมายลดขาราชการลงรอยละ 10 ปจจุบันได (รอยละ 7)
5. กําลังพลกลุมใหญสุด 1)ครู 2) พลเรือน 3) ตํารวจ 4) อบต.
6. มิติคํารับรองแผนป 51 สพฐ. 4 มิติ มีคะแนน 45 20 10 25 ประกอบดวย
1) ประสิทธิผล 2)การบริการ 3) ประสิทธิภาพ 4) การพัฒนาองคกร
7. กระทรวง วธ.เสนอชื่อ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ เปนบุคคลสําคัญของโลกในดานการศึกษา วัฒนธรรม
สังคมศาสตรและสื่อสารมวลชน ในวาระครบรอบ 100 ป ในป 2554 วธ. ไดรวบรวมขอมูลทั้งหมดเสร็จ
เรียบรอยพรอมที่จะเสนอตอกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อเสนอตอที่ประชุมยูเนสโกในวันที่ 15 มกราคม
2552
8.2 ) รอบรูดานเศรษฐกิจ
1. เลขาธิการอังทัส (ก.ก. วาดวยการคาและการพัฒนา) ไดแกนายศุภชัย พานิชภักดิ์
2. นโยบายรัฐบาลอภิสิทธ(ครม.ชุดที่59)เกี่ยวกับ โครงการกองทุนเศรษฐกิจพอเพียง การจัดทํา
โครงการของหมูบานและชุมชน(7หมื่นหมูบาน)ตองยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงในการพัฒนาหมูบานและ
ชุมชนใหเขมแข็งเทานั้น จัดสรรเม็ดเงินงบประมาณให 2 เทาจากรัฐบาล เดิม คือ (ใชงบขกลางป 1-8
แสนลาน)
1) หมูบานและชุมชนขนาดเอส เพิ่มเปน 400,000 บาท
2) ขนาดเอ็ม เพิ่มเปน 500,000 บาท และ
3) ขนาดแอล เพิ่มเปน 600,000 บาท
3. ปจจุบันไทยมีหนาสาธารณะ 36.92% ของ GDP
4. เปาหมายรัฐบาลลดคาใชจายลงรอยละ 5
5. คาครองชีพชั่วคราวขาราชการครูและลูกจางปรับใหม
5.1) เงินเดือนไมถึง 11700 ใหเดือนละ1000 จนถึง 11700 บาท
5.2) เงินเดือนไมถึง 8200 ใหเดือนละ1000 จนถึง 8200 บาท
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
106
6. บําเหน็จดํารงชีพ (เงินกอนที่ใหไปกอนสําหรับขาราชการบํานาญ) ซื้อบาน ปลูกบาน
6.1) อายุ 65 ปขึ้นไป ได 15 เทาแตไมเกิน 400.000 บาท
6.2) อายุ 60 ปขึ้นไป ได 15 เทาแตไมเกิน 200.000 บาท (ที่เหลือมีสิทธิ์รับอีก ถึง65ป)
7. คาสอนพิเศษ (สอนเกินในสถานศึกษา ครู 20/ ผบ.12 /ครูธุรการ10ชม/สัปดาห)
7.1) เงื่อนไข ไมใชครูโรงเรียนนั้น หากเปนครูโรงเรียนนั้นตองไมมีหนาที่สอน ผูรับเชิญ
มาสอน ในฐานะครูพิเศษ อาจารยพิเศษ
7.2) ชั่วโมงละ 200บาท (มัธยม) 270บาท (สูงกวามัธยม) 400บาท(อุดม) 540 (บัณฑิต)
8. พรบ.งบประมาณรายจายป 2552 นายก คลัง รก.พรบ.นี้ (1.835000 ลานลาน)
- งบกลาง 240000 ลาน
- ศึกษา 332.298.616.000
- สพฐ. 210.634.952.800 1) แผนงานแกไขความไมสงบจังหวัดชายแดนไต
2) แผนงานขยายโอกาสและพัฒนาการศึกษา
9. แผนยุทธปรับขนาดกําลังคนภาครัฐ(2549-2551) สิ้นสุด 30 กันยายน 51 ระยะตอไป 2552-2555)
ยังไมกําหนด ทําแบบเกษียณ คปร.1(ครู-สาขาวิชา) คปร.2 (ครู) –คปร.6 คปร.6/1 โดยมี 8 บัญชี
10. หมูบานเอสเอ็มแอล โครงการกองทุนเศรษฐกิจพอเพียง การจัดทําโครงการของหมูบานและ
ชุมชนตองยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงในการพัฒนาหมูบานและชุมชนใหเขมแข็งเทานั้น จัดสรรเม็ดเงิน
งบประมาณให 2 เทาจากรัฐบาลเดิม คือ
1) หมูบานและชุมชนขนาดเอส เพิ่มเปน 400,000 บาท
2) ขนาดเอ็ม เพิ่มเปน 500,000 บาท และ
3) ขนาดแอล ไดรับเงิน 300,000 บาท เพิ่มเปน 600,000 บาท
8.3) รอบรูดานการศึกษา
1.นายจุรินทร ลักษณวิศิษฏ รัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปดนโยบายกศ.
นโยบายเรียนฟรี การปฎิรูปการศึกษารอบ 2 คุณภาพการศึกษา ปรับโครงสรางและอื่น ๆ อีกหลายเรื่อง “ นับ
หนึ่งในทิศทางที่ถูกตอง”
นโยบายรัฐฐาลอภิสิทธิ์ เรียนฟรี ๑๕ ป คือ การเรียนฟรีแบบมีคุณภาพ ถือวาเปนเปาหมายสําคัญ คง
จะเริ่มไดในปการศึกษา ๒๕๕๒ การเรียนฟรี ๑๒ปตามรัฐธรรมนูญเปนเฉพาะคาเลาเรียนเทานั้นสําหรับ
เรียนฟรี ๑๕ป ก็จะเพิ่มเติมจากคาเลาเรียน เชน ตําราเรียน ชุดนักเรียน อุปกรณการเรียน ฯลฯ สวนเรื่อง
คุณภาพการศึกษานั้น เปนเรื่องการปฏิรูประบบซึ่งเปนนโยบายสําคัญอีกขอหนึ่ง ที่มุงเนนในเรื่องคุณภาพ
การศึกษา การเรียนฟรีจึงตองเปนการเรียนฟรีอยางมีคุณภาพควบคูกันไปดวย.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
107
2 .แผนปฏิบัตราชการป 2552 กระทรวงศึกษาธิการ มีเปาหมาย 4 ภารกิจ 11 ตัวชี้วัด
1) เปาหมายที่ 1 สรางโอกาสทางการศึกษาและการสงเสริมการเรียนรูตลอดชีวิต
มี 7 ตัวชี้วัด ไดแก
- อัตราเขาเรียนระดับกอนประถมศึกษาตองเพิ่มขึ้น
- ระดับประถมศึกษาตองเปน 100 %
- ระดับมัธยมตนตองเปน 100 %
- อัตราเรียนตอระดับ ม.ปลาย จะตองเพิ่มขึ้น
- อุดมศึกษา จะตองเพิ่มขึ้น
- จํานวนปการศึกษาเฉลี่ยของประชากรวัยแรงงานอายุ 15-39 ป ตองเกิน 10 ป
- จํานวนปการศึกษาเฉลี่ยของประชากรวัยแรงานอายุ 40-59 ป ตองเกิน 7 ป
2) เปาหมายที่ 2 ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา มีตัวชี้วัดเดียว
- ความสามารถในการแขงขันของไทยโดยสถาบันIMD ( International Institute for Management
Development ) ในสวนที่เปนการประเมินการศึกษาจะตองสูงขึ้นจากลําดับ 24 (ป 52ตองติดอันดับอยูใน 15
อันดับแรกของโลก)
3) เปาหมายที่ 3 พัฒนาขีดความสามารถในการแขงขันของประเทศโดยใชความรูเปนฐาน มีตัวชี้วัด
เดียว
- สัดสวนผูเรียนตอสายอาชีวศึกษาตอสามัญ ตองขยับเปน 47 ตอ 53 ( 41 ตอ 59)
4) เปาหมายที่ 4 พัฒนาการศึกษาเพื่อความมั่นคงของรัฐ มีกําหนดตัวชี้วัด
- การเพิ่มจํานวนผูเขารวมโครงการพัฒนาผูสอนอิสลามศึกษาในโรงเรียนเอกชน
ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต
- สัดสวนผูเรียนในร.ร.เอกชนและรัฐ เปน 25 ตอ 75 ( 19 ตอ 81)
3. องคกรมหาชนที่อยูในกํากับของกระทรวงศึกษาธิการมีดังนี้
1) สถาบันระหวางประเทศเพื่อการคาและการพัฒนา (องคการมหาชน)
2) สถาบันทดสอบทางการศึกษาแหงชาติ (องคการมหาชน)
3) สํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องคการมหาชน)
4) สํานักงานบริหารและพัฒนาองคความรู (องคการมหาชน)
สวนหนวยงานในกํากับที่เปนนิติบุคคล (ที่ไมรวมมหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบ) ไดแก
1) สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (สสวท.)
2) สํานักงานเลขาธิการคุรุสภา
3) สํานักงานคณะกรรมการสงเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา
(สกสค.)
4) โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
108
4. แผนพัฒนาครูอยางเปนระบบของปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
แผนพัฒนาครูซึ่งประกอบดวย 4 สวน ไดแก
1) การผลิตครู
2) การควบคุมการประกอบวิชาชีพครู
3) การพัฒนาสงเสริมครู และ
4) การบริหารงานบุคลากร
5. ปงบ 52 ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และหนวยงานในกํากับ" ไดตั้งไวจํานวน 330,069,183,600
บาท สําหรับสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 209,167,636,700 บาท แบงเปน
1) แผนงานแกไขปญหาความไมสงบในจังหวัดชายแดนภาคใต 229,682,700 บาท
2) แผนงานขยายโอกาสและพัฒนาการศึกษา 208,937,954,000 บาท
6. ชื่อบุคคลสําคัญในวงการศึกษา
1) นางจิตตรียา ไชยศรีพรหม ผูอํานวยการสํานักทดสอบทางการศึกษา สพฐ.
2) ศ.ดร.อุทุมพร จามรมาน ผอ.สถาบันทดสอบทางการศึกษาแหงชาติ(สทศ.)
3) นายองคกร อมรสิรินันท ไดรับการคัดเลือกใหเปนเลขาธิการคุรุสภาคนใหม
4) นายสุเมธ แยมนุน เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา
5) นายเกษม กลั่นยิ่ง เลขาธิการคณะกรรมการสงเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู
และบุคลากรทางการศึกษา (สกสค
6) นายวุฒิสาร ตันไชย ประธานคณะอนุกรรมการสภาการศึกษาดานการกระจาย
อํานาจทางการศึกษา
7) นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุยา เปนประธานกรรมการกพฐ.
8) นายธาดา มารติน ผูจัดการกองทุนเงินใหกูยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)
9) ดร.อําพน กิตติอําพน เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ
7. การจัดการศึกษาโดยโรงพยาบาลตามมาตรา 18 พรบ.กศ.ชาติ เขาปวยรักษานาน
ขยายโอกาสทางเลือก รวมกับศูนยการศึกษาพิเศษ สพท. จังหวัดรวมกัน รพ.ตอง 50 เตียง
ชื่อวา ”โครงการศูนยการเรียนสําหรับเด็กเจ็บปวยเรื้อรังในโรงพยาบาล” ขณะนี้มี 12 ศูนย
เปาหมายจังหวัดละศูนย รวม 76 ศูนย (ป2556)
8. ก.ค.ศ. เห็นชอบหลักสูตรอบรมและพัฒนาขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่ไม
ผานการประเมินวิทยฐานะชํานาญการพิเศษ ซึ่งมีจํานวนประมาณ 2 หมื่นคน ดังนี้
8.1) กลุมที่ยื่นประเมินไมผาน แตกรรมการอานผลงาน 2 ใน 3 คน ใหผานการประเมิน มีจํานวน
2,418 คน 1) อบรมพัฒนา 18 ชั่วโมง 2) พัฒนาการเรียนการสอน และปรับปรุงผลงานวิชาการนําเสนอตอ
คณะกรรมการอานผลงานภายใน 6 เดือน หลังผานการอบรม
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
109
8.2) กลุมที่กรรมการอานผลงาน 1 คน หรือไมมีกรรมการอานผลงานใหผานการประเมิน ซึ่งมี
จํานวน 19,932 คน 1)อบรมพัฒนาไมนอยกวา 30 ชั่วโมง (โดยผูที่ผานการอบรมจะมีการประเมินการเขารวม
กิจกรรม โดยจะตองเขารวมไมนอยกวารอยละ 80 ของระยะเวลาการอบรมพัฒนาทั้งหมด) 2)จากนั้นใหไป
พัฒนางาน และเสนอผลงานวิชาการภายใน 1 ป (สําหรับผลงานวิชาการที่จะนําเสนอใหกรรมการอานผลงาน
พิจารณาอีกครั้งนั้น อาจจะจัดทําใหมทั้งหมด หรือปรับปรุงผลงานวิชาการเดิมก็ได)
หลักสูตรการอบรมพัฒนาดังกลาวจะแบงเปน 4 สาย คือ ครูผูสอน ผูบริหารสถานศึกษา ผูบริหาร
การศึกษา และศึกษานิเทศก (ศน.) โดยเนื้อหาของการอบรมจะขึ้นอยูกับสาขาวิชา และตําแหนงสายงาน เชน
หากเปนครูผูสอนจะเนนการวิจัยในชั้นเรียน เทคนิควิธีการสอน เนื้อหาสาระแตละกลุมสาระวิชา สวน
ผูบริหารจะเนนการบริหารงาน(จัดอบรมในชวงปดภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2551)
9. ปญหาการปฏิรูปการศึกษาในชวง 9 ป พ.ศ.2542 -2551 ของ สกศ. เพื่อนําไปสูการกําหนดทิศทาง
เพื่อการปฏิรูปการสึกษาในทศวรรษที่ 2 นั้น สกศ.ไดตั้งประเด็นปฏิรูปการศึกษาไว 8 เรื่องดังนี้
1) การพัฒนาคุณภาพผูเรียน ระดับปฐมวัย มีพัฒนาการดานรางกาย อารมณสังคมอยูในระดับสูง
สวนพัฒนาการดานสติปญญาต่ํากวาดานอื่น ระดับการศึกษ ขึ้นพื้นฐาน พบวาขาดแคลนครู ผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียน ระดับ ป.6 และม.3 ลดลง ทุกวิชา สวน ม.6ต่ํากวา 50% ทุกวิชายกเวนภาษาไทย ระดับ
อาชีวศึกษา มีสมรรถนะไมสอดคลองกับความตองการขอผูใช เด็กไมนิยมเรียนและลาออกกลางคันจํานวน
มาก ระดับอุดมศึกษา พบวาคุณภาพโดยรวมยังไมนาพึงพอใจ ไมสอดคลองกับความตองการขอสถาน
ประกอบการ เนนการผลิตเชิงปริมาณ สวนการศึกษานอกระบบ พบวา ความรูวิชาสามัญอยูในระดับต่ํา
2) การผลิตและพัฒนาครูพบวาขาดแคลนครูทั้งปริมาณและคุณภาพ หลักสูตรการผลิตครูไม
สอดคลองกับการปฏิบัตการจริง คนดีคนเกงไมตองการเปนครู และการไดวิทยฐานะครูไมสงผลตอคุรภาพ
ผูเรียน
3) การเพิ่มประสิทะภาพการบริการจัดการศึกษาและการมีสวนรวม สวนกลาง ไมกระจายอํานาจ
อยางแทจริง สถานศึกษาไมเปนนิติบุคคลอยางแทจริง สถาบันอุดมศึกษายังไมพรอมออกนอกระบบราชการ
สิ่งที่ควรดําเนินการคือ แกไของคประกอบของ อ.ก.ค.ศ.ใหสามารถปองกันการแทรกแซงทางการเมืองและ
ลดการผูกขาดอํานาจราชการ
4) การเพิ่มโอกาสทางการศึกษา การใหบริการแกผูดอยโอกาสยังนอย ควรจัดใหมี คูปองการศึกษา
5) การผลิตและพัฒนากําลังคนนั้น พบผูจบอาชีวศึกษา 75% เรียนตอ ป.ตรี การผลิตกําลังคนดาน
สังคมศาสตรเกินความตองการ
6) การเงินเพื่อการศึกษาพบวา ผูเรียนมีสวนรวมรับภาระคาใชจายนอยมาก
7) เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาพบวา ครูและนักเรียนนําความรูดานเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาไปใชใน
การกระบวนการเรียนการสอนและการเรียนรูดวยตนเองคอนขางนอย และ
8) กฎหมายการศึกษายังไมสามารถบังคับใชไดอยางมีประสิทะภาพ
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
110
10. สทศ.ออกขอสอบ GAT (General Aptitude Test) และการทดสอบวิชาชีพหรือวิชาการPAT
(Professional Aptitude Test)
11. อัตราสวนนักเรียนสพฐ.ตอคอมพิวเตอร 1/20
12. คําขวัญวันเด็ก 52 “ฉลาดคิด จิตบริสุทธิ์ จุดประกายฝน ผูกพันรักสามัคคี”
13. ด็กไทย รอยละ 90 ติดเกมรุนแรง
14. การศึกษาขององคการความรวมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organization for Economics C0-
0peration and Development, OECD) ที่รูกันในชื่อของ PISA (Programme for International Students
Assessment)
15.การศึกษาขององคการความรวมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organization for Economics C0-
0peration and Development, OECD) ที่รูกันในชื่อของ PISA (Programme for International Students
Assessment) พบวานักเรียนไทยที่จัดไดวามีความรูวิทยาศาสตร อยูในระดับสูงมีเพียง 1% เด็กไทย 74% อาน
ภาษาไทยไมรูเรื่อง
16. ประเทศฟนแลนด ซึ่งถือวาเปนประเทศที่คุณภาพการศึกษาดีที่สุดในโลก วิชาชีพที่ประชาชนนิยม
และใหการยอมรับนับถือมากที่สุดคือ วิชาชีพครู
17. เราตองการใหมีผูเขาศึกษาสายอาชีวะประมาณครึ่งหนึ่ง จึงจะทําใหมีกําลังคนเพียงพอตอการพัฒนา
อุตสาหกรรมของประเทศ แตในความเปนจริงกลับพบวา มีผูเขาเรียนอาชีวะเพียง 27% สาขาวิชาวิทยาศาสตร
และเทคโนโลยี นี้มีเพียง 28% และมีแนวโนมลดลง
18. เจตนารมณ ใหวิทยาลัยชุมชนเปนสวนหนึ่งของระบบอุดมศึกษา ซึ่งหวังวาจะกลายเปนอีกทางเลือก
หนึ่งที่บุคคลอาจไดรับการศึกษาขั้นอุดมศึกษาระดับต่ํากวาปริญญา หลักการวางไววาวิทยาลัยชุมชนจะตอง
ไดรับการสนับสนุนจากทองถิ่น เมื่อพรบ.42 เปลี่ยนไป เปน 45 อาชีวศึกษายังคงอยู วิทยาลัยชุมชนที่ได
เกิดขึ้นมาแลว รวม 20 แหง (อาชีวะทองถิ่นในอุดม) จึงตกอยูภายใตปญหา ความไมชัดเจนของสถานภาพ
และพันธกิจที่มีบางสวนซ้ําซอนกับอาชีวศึกษา ความคาดหวังของชุมชนที่คิดวามีอุดมศึกษาอยูในพื้นที่ ดาน
อาคารสถานที่ งบประมาณบางสวน และบุคลากร (ปจจุบันสังกัดอุดมศึกษา) ความชัดเจนของพัฒนาการของ
การศึกษาในรูปแบบใหมนี้ จึงอยูที่พระราชบัญญัติวิทยาลัยชุมชน
19. วิสัยทัศนแผนยุทธศาสตรการพัฒนาระบบราชการ 51- 55 “ ระบบราชการไทยมุงเนน
ประโยชนสุขของประชาชนและรักษาผลประโยชนของประเทศชาติ มีขีดสมรรถนะสูง สามารถ
เรียนรูปรับตัวและตอบสนองตอการเปลี่ยนแปลงยึดมั่นในหลักจริยธรรมและธรรมาภิบาล”
20. ขาราชการครู ๒ ราย คือ นางศรีรักษ ผลวัฒนะ จากโรงเรียนเบญจมราชาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ
สังกัด สพท. กทม.เขต ๑ และนางสาวพรพิมล ชาญชัยเชาววิวัฒน จากโรงเรียนบางมดวิทยา "สีสุกหวาดจวน
อุปถัมภ" สังกัด สพท.กทม.เขต ๓ เลื่อนเปนวิทยฐานะครูเชี่ยวชาญพิเศษ สาขาวิชาเคมี คนละ ๓ รายการ
21. มหาวิทยาลัยของรัฐ 78 แหง รวมกับมหาวิทยาลัยเอกชน วิทยาลัยชุมชน และสถาบันในสังกัดอื่น
แลว เรามีสถาบันอุดมศึกษาประมาณ 255 แหง
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
111
22. สพฐ.ถือเปนนโยบายที่จะไมใหโรงเรียนและครูนําเด็กหรือสงเสริมใหเด็กอายุต่ํากวา 15 ป ขึ้นเวทีชก
มวยอาชีพ หากจะทํา ตองขออนุญาตผูวาราชการจังหวัดและตองดูแลไมใหมีเรื่องการพนันโดยเด็ดขาด
23. ก.ค.ศ.ไดประกาศตั้ง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาชุดปจจุบันเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2548 และถานับ
อายุตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย จะหมดอายุในวันที่ 19 มิถุนายน 2552
24. 11 ธ.ค. 51 ก.พ. จะประกาศบัญชีจัดตําแหนงขาราชการพลเรือนสามัญ ตามกฎหมายใหมเพื่อสงให
สวนราชการ หรือเปนวันที่จะประกาศวาขาราชการพลเรือนสามัญที่เดิมเคยอยูในตําแหนงซี 1 ซี 2 ไปจนถึงซี
11 จะไปอยูในตําแหนงประเภทใด ระดับใด
25. TIMSS-2007 ซึ่งมี 59 ประเทศ และ 8 รัฐเขารวม โดยพบวาเด็กไทยออนวิชาคณิตศาสตรและ
วิทยาศาสตรโดยผลคะแนนลดลงกวาการ ประเมินในรอบที่ผานมา
26. โรงเรียนยอดนิยมทั่วประเทศ จํานวน 368 โรง ใน 185 เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ แจงสัดสวน
ของวิธีการคัดเลือกที่ใชในการรับนักเรียนเขาเรียนชั้น ม.1 ประจําปการศึกษา 2552 นั้น ปรากฏวา มี
สถานศึกษาที่ จะใชวิธีการสอบคัดเลือก 100% จํานวน 125 โรงเรียน โดยเปนโรงเรียนในสํานักงานเขตพื้นที่
การศึกษา (สพท.) กทม.และโรงเรียนประจําจังหวัด สวนที่เหลือจะใชทั้งวิธีการจับสลากสอบคัดเลือกเด็กใน
เขตพื้นที่บริการของโรงเรียน และสอบจากเด็กทั่วไป
27. บัญชีสอบครั้งที่ 1/2550 จะหมดอายุในเดือนกันยายน 2552 (มีจํานวน 14,313 คน 20 วิชาเอก ของ 13
เขตพื้นที่การศึกษา) สวนบัญชีสอบครั้งที่ 1/2551 จะหมดอายุเดือนพฤษภาคม 2553 มีจํานวน 13,718 คน 29
วิชาเอก ของ 36 เขตพื้นที่การศึกษา
28. ตรวจสอบขอมูลรายบุคคลนักเรียนครบถวนและถูกตองไดที่ www.info.bopp.moe.go.th
35. สพฐ.รวมกับทหารสรางโรงเรียนราชประชานุเคราะห ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต ไดแก จ.
ปตตานี นราธิวาส สงขลา ยะลา และ สตูล
29. คณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต (กพต.) มีการจัดตั้งคณะกรรมการ
พัฒนาการศึกษาระดับจังหวัด/อําเภอ โดยมีผูวาราชการจังหวัด นายอําเภอ เปนประธาน มีการจัดตั้งสํานักงาน
การศึกษาเอกชนจังหวัดและสํานักงานการศึกษาเอกชนอําเภอ ตัดโอนอัตรากําลังของขาราชการครูที่ ศธ.
สงไปปฏิบัติงานโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม (เดิม) ของ จ.ยะลา ปตตานี นราธิวาส สตูล และสงขลา
รวมทั้งปรับระบบการอุดหนุนการศึกษาในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม สถาบันศึกษาปอเนาะ และ
ศูนยการศึกษาอิสลามประจํามัสยิด (ตาดีกา).
30. สภาการศึกษาเสนอจัดตั้งสถาบันพัฒนาครูใหใชชื่อวา “สถาบันกัลยาณิวัฒนา” โดยสถาบันนี้จะมี
หนาที่ในการพัฒนาครูเพื่อสืบสานพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวและสมเด็จพระเจาพี่นาง
เธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร ที่จะมุงผลิตและพัฒนาครูที่เกงในการสอน และ
เปนครูที่ดีเจริญรอยตามพระยุคลบาท ซึ่งการดําเนินงานของสถาบันนี้จะเปนการทํางานรวมกับเครือขาย
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
112
31. ครม.อนุมัติตามที่ ศธ.เสนอใหแตงตั้ง ประธานกรรมการและกรรมการในคณะกรรมการการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน จํานวน ๑๗ คน เนื่องจากประธานกรรมการและกรรมการชุดเดิมครบวาระการดํารงตําแหนง โดย
มีรายชื่อดังนี้
นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุยา เปนประธานกรรมการ
นายสุกิจ เดชโภชน ผูแทนองคกรเอกชน
นายบรรจง โฆษิตจิรนันท ผูแทนองคกรปกครองสวนทองถิ่น
นายสมศักดิ์ โลหเลขา ผูแทนองคกรวิชาชีพ
และกรรมการผูทรงคุณวุฒิ ประกอบดวย
นายชัยวัฒน วิบูลยสวัสดิ์ นายมังกร กุลวานิช
ศาสตราจารยพันตํารวตตรียงยุทธ สาระสมบัติ ศาสตราจารยวิริยะ นามศิริพงศพันธุ
นายสํารวม พฤกษเสถียร นายประพัฒนพงศ เสนาฤทธิ์
นายดิเรก พรสีมา นายสิทธิรักษ จันทรสวาง
ผูชวยศาสตราจารยเรืองเดช วงศหลา นายเรืองชัย ทรัพยนิรันดร
นายมานิจ สุขสมจิตร นายสุชาติ เมืองแกว
พระธรรมโกศาจารย
32. ศูนยบริการประชาชนสายดวนการศึกษา 1579 รัฐบาล 1111
33. ปจจุบัน (2551) โดยรวมคนไทยเขาเรียนการศึกษา ได 93.91 ของประเทศ
34. กยศ.เตรียมความพรอมเปดระบบ e-Studentloan ใหนักเรียน นักศึกษากูยืมภาคเรียน ที่ 2/2551 ผาน
เว็บไซต www.studentloan.or.th
35. ปจจุบันมหาวิทยาลัยในกํากับรัฐมี 5 แหง ไดแก จุฬา ทักษิณ จอมนครเหนือ บูรพา และมหิดล
36. อัตราสวนครูตอนักเรียนของ IMD ไดแก 1 ตอ 21 สวนงบการจัดการศึกษา 3.9 GDP
37. ประมวลจริยธรรมขาราชการพลเรือน (เลขาก.พ .ประกาศ) เปนไปตาม รธน. มาตรา
และ279 และ พรบ. พลเรือน มาตรา 78และ 79
37.1 คานิยมหลัก รักษาประโยชนรวม เปนกลาง บริการธรรมาภิบาล อํานวยสะดวก มี 10 ประการ
ไดแก
- ยึดมั่นประชาธิปไตย
- ยึดสวนรวมแยกสวนตัวกับตําแหนง
- สํานึกดี รับผิดชอบ
- มีจริยธรรม ทําสิ่งที่ถูก
- ซื่อสัตย สุจริต
- เที่ยงธรรม เปนกลางเมือง บริการ
- ขอมูลขาวสาร
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
113
- เคารพรธน.กม.
- มุงผลสัมฤทธิ์
- เปนแบบอยาง
37.2 จริยธรรมขาราชการพลเรือน คือปฏิบัติในรายละเอียดคานิยมหลัก 10 ประการ
37.3 จรรยาบรรณ คือปฏิบัติในรายละเอียดคานิยมหลัก 10 ประการ
37.4 กลไกบังคับใช 1) องคกรคุมครองจริยธรรม(ก.พ) 2) กรรมการจริยธรรม 7 คน
3) ฝาฝนจริยธรรมผิดวินัย
38.ดร.สุรินทร พิศสุวรรณ เปนเลขาธิการอาเซียนคนปจจุบัน (ประธานคือประเทศไทย)
39. โครงการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู (Interactive e-Learning) ผานโทรทัศน MOE
Channel"
39.1) วัตถุประสงค เปนโครงการที่นําเทคโนโลยีสารสนเทศมาใชเพื่อลดชองวางทางการศึกษาให
เด็กไทยในชนไดเรียนกับครูที่เกง ดี มีประสบการณ และเพื่อชวยแกปญหาการ ขาดแคลนครูอีกทั้งชวยยก
คุณภาพการเรียนการสอนใหดีขึ้นดวย
39.2) แผนการดําเนินงาน 4 ระยะ (เปาหมาย 3000 โรงเรียน) ดังนี้
- ระยะที่ 1 ป 2551 จะมีโรงเรียนนํารองทั่วประเทศจํานวน 12 โรง สอน กลุมสาระการ
เรียนรูวิทยาศาสตร คณิตศาสตร และภาษาอังกฤษ
- ระยะที่ 2 ป 2552 จะมีโรงเรียนเขารวมโครงการ 280 โรง สอนในระดับชั้นม.2 และ ม.3
- ระยะที่ 3 ป 2553 จะขยายจํานวนโรงเรียนในโครงการออกเปน 1,200 โรง ในระดับชวงชั้นที่
2 คือ ป.4-6 และ
- ระยะที่ 4 ป2554 จะเพิ่ม โรงเรียนในโครงการอีก 1,300 โรง ครอบคลุมนักเรียนตั้งแตชั้น ป.4
ถึง ม.3 ครบ 4 ป จะมีโรงเรียนเขารวมโครงการประมาณ 3,000 โรง
40. ตําแหนงขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตําแหนงที่ก..ค.ออกกฎใหไดซี 9 คือ นิติกร ๙
เจาหนาที่วิเคราะหนโยบายและแผน ๙ และนักวิชาการศึกษา ๙
41. กรณีมวยอาชีพ สําหรับเด็กอายุต่ํากวา 15 ป เลขากพฐ.สั่งการใหสถานศึกษา ถือปฏิบัติใน 3
ประเด็นหลัก ไดแก
1) หามใชสถานศึกษาเปนสถานที่จัดการแขงขันชกมวย
2) กําชับไมใหครูนํานักเรียนที่มีอายุต่ํากวา 15 ป ไปชกมวยอาชีพ
3) ใหสถานศึกษาแนะนําเด็กและผูปกครองวา การขึ้นชกมวยจะเกิดผลกระทบตอสุขภาพในดานตางๆ
เชน ระบบสมอง ความจํา และสายตา ทั้งนี้ อาจขอความรวมมือจาก
แพทยมาชวยใหความรูถึงผลกระทบเพิ่มดวย
42. การสอนโดยใชสื่อ Digital Library School (DLS) ตามโครงการวิจัยเพื่อพัฒนาสถานศึกษาขนาดเล็ก
ที่ขาดโอกาสในการพัฒนา
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
114
ค. เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
1. นโยบายดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
1) เทคโนโลยีการศึกษาตามพรบ.การศึกษาแหงชาติ
. ตามที่พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 ที่มีผลบังคับใชตั้งแตวันที่ 20 สิงหาคม 2542
ไดสะทอนความตื่นตัวในการปฏิรูปการศึกษา โดยยึดหลักการศึกษาตลอดชีวิตที่เนนผูเรียนเปนสําคัญและ
มีความเชื่อวาผูเรียนทุกคนมีความสามารถที่จะพัฒนาและเรียนรูได โดยมีเปาหมายใหคนไทยเปนคนเกง คน
ดี มีความสุข ทั้งนี้การปฏิรูปการศึกษาจะประสบผลสําเร็จไดนั้นจําเปนตองอาศัยปจจัยเกื้อหนุนในดานตางๆ
มากมาย ซึ่งเทคโนโลยีการศึกษาก็เปนปจจัยหนึ่งที่สําคัญในการชวยใหการเรียนการสอนบรรลุผลตามเจตนา
รมยของการปฏิรูปการศึกษา ดังจะเห็นไดจากพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 ที่กลาวไวใน
หมวด 9 เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ไดกําหนดบทบาทหนาที่ของรัฐเกี่ยวกับการจัดการดานเทคโนโลยีเพื่อการ
ศึกษา โดยกําหนดขอบเขตครอบคลุมไปถึงการจัดการโครงสรางพื้นฐาน การพัฒนาบุคลากร การวิจัย การ
จัดตั้งกองทุนและหนวยงานกลางเพื่อวางนโยบายและบริหารงานเกี่ยวกับเทคโนโลยีการศึกษา
หากมองดูในภาพรวมในระดับประเทศจะเห็นไดวารัฐบาลไดใหความสําคัญในการนําเทคโนโลยี
สารสนเทศมาใชเปนเครื่องมือในการพัฒนาประเทศ โดยไดกําหนดกรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศ
ระยะ พ.ศ. 2544-2553 ของประเทศไทย โดยมีวิสัยทัศน ในการใหประชาชนคนไทยทุกคนสามารถเขาถึง
และใชประโยชนจากเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรูตลอดชีวิต การพัฒนาอาชีพ คุณภาพชีวิตและสิ่ง
แวดลอม โดยไดรับบริการที่ทั่วถึงเทาเทียม มีคุณภาพ และมีประสิทธิภาพ นําไปสูการสรางสังคมแหงภูมิ
ปญญาและการเรียนรู โดยมียุทธศาสตรการพัฒนากลไกการบริหารนโยบายและการบริหารจัดการ
เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ การพัฒนาโครงสรางพื้นฐานสารสนเทศเพื่อการศึกษา
และสนับสนุน สงเสริมการพัฒนาทรัพยากรมนุษยในทุกระดับ โดยเรงพัฒนาและจัดหาความรู
(Knowledge)และสาระทางการศึกษา (Content) ที่มีคุณภาพและเหมาะสม ลดความเหลื่อมล้ําในการเขาถึง
สารสนเทศและความรู และสรางเครือขายการเรียนรู
อีกทั้งแผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศไทย พ.ศ. 2545-2549 โดยได
รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2545 ซึ่งกําหนดใหทุกกระทรวงตองจัดทําแผนแม
บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารขึ้น ซึ่งในสวนของการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนา
ดานการศึกษา (E-Education) มีเปาหมายในการสรางความพรอมของทรัพยากรมนุษยทั้งหมดของประเทศ
เพื่อชวยกันพัฒนาใหเกิดสังคมแหงภูมิปญญาและการเรียนรูที่มีคุณภาพ ยุทธศาสตรที่ใชเปนการเนนหนักใน
การจัดหา จัดสราง สงเสริม สนับสนุน โครงสรางพื้นฐานสารสนเทศและอุปกรณเกี่ยวเนื่องกับการศึกษาและ
การเรียนรู รวมถึงวิชาการ ความรู สารสนเทศตางๆ และผูสอน อันจะมีสวนในการจัดการและการบริหารการ
ศึกษาและการฝกอบรมทั้งวิชาการและทักษะเพื่อพัฒนาและยกระดับคุณภาพความรูของทรัพยากรมนุษยของ
ไทยใหเปนประชากร กําลังคนและแรงงานที่มีคุณภาพและสมบูรณดวยปญญาและการเรียนรู สามารถสราง
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
115
สรรคเศรษฐกิจและสังคมไทยใหมีความเจริญกาวหนาทัดเทียมประเทศที่พัฒนาไปแลวไดโดยเร็ว ในสวน
ของการศึกษากําหนดใหกระทรวงศึกษาธิการเปนผูรับผิดชอบโดยไดดําเนินการจัดทําแผนแมบทเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ (พ.ศ. 2547-2549) ไดกําหนดวิสัยทัศน
ใหผูเรียนทุกคน สถานศึกษาและหนวยงานทางการศึกษาทุกแหง มีโอกาสเขาถึงและใชประโยชนจาก
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการเรียนรูอยางตอเนื่องตลอดชีวิต การวิจัย การพัฒนา อาชีพ
การบริหารจัดการ การพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยไดรับการบริการอยางทั่วถึงเทาเทียม มีคุณภาพและ
ประสิทธิภาพ นําไปสูสังคมแหงภูมิปญญาและการเรียนรู โดยการนํา ICT มาสนับสนุนการจัดการศึกษา
ทั้งดานการเรียนรูและการบริหารจัดการ โดยเนนการพัฒนาคุณภาพประสิทธิภาพการเรียนรู การพัฒนา
ประสิทธิภาพการบริหารจัดการ การผลิตและพัฒนาบุคลากรและพัฒนาโครงสรางพื้นฐาน ICT เปนตน
สาระสําคัญของเทคโนโลยีทางการศึกษาตามพรบ.การศึกษาแหงชาติ มีดังนี้
มาตรา 63 รัฐตองจัดสรรคลื่นความถี่ สื่อตัวนําและโครงสรางพื้นฐานอื่นที่จําเปนตอการสงวิทยุ
กระจายเสียง วิทยุโทรทัศน วิทยุโทรคมนาคม และการสื่อสารในรูปอื่น เพื่อใชประโยชนสําหรับการศึกษา
ในระบบ การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย การทะนุบํารุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมตามความ
จําเปน
มาตรา 64 รัฐตองสงเสริมและสนับสนุนใหมีการผลิต และพัฒนาแบบเรียน ตํารา หนังสือทางวิชา
การ สื่อสิ่งพิมพอื่น วัสดุอุปกรณ และเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาอื่น โดยเรงรัดพัฒนาขีดความสามารถในการ
ผลิต จัดใหมีเงินสนับสนุนการผลิตและมีการใหแรงจูงใจแกผูผลิต และพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ทั้งนี้
โดยเปดใหมีการแขงขันโดยเสรีอยางเปนธรรม
มาตรา 65 ใหมีการพัฒนาบุคลากรทั้งดานผูผลิต และผูใชเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อให มีความรู
ความสามารถ และทักษะในการผลิต รวมทั้งการใชเทคโนโลยีที่เหมาะสม มีคุณภาพ และ ประสิทธิภาพ
-มาตรา 66 ผูเรียนมีสิทธิไดรับการพัฒนาขีดความสามารถในการใชเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาใน
โอกาสแรกที่ทําได เพื่อใหมีความรูและทักษะเพียงพอที่จะใชเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาในการแสวงหาความรู
ดวยตนเองไดอยางตอเนื่องตลอดชีวิต
มาตรา 67 รัฐตองสงเสริมใหมีการวิจัยและพัฒนา การผลิตและการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
รวมทั้งการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการใชเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อใหเกิดการใชที่คุมคาและ
เหมาะสมกับกระบวนการเรียนรูของคนไทย
-มาตรา 68 ใหมีการระดมทุน เพื่อจัดตั้งกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาจากเงินอุดหนุนของ
รัฐ คาสัมปทาน และผลกําไรที่ไดจากการดําเนินกิจการดานสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ และ
โทรคมนาคมจากทุกฝายที่เกี่ยวของทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองคกรประชาชน รวมทั้งใหมีการลดอัตราคา
บริการเปนพิเศษในการใชเทคโนโลยีดังกลาวเพื่อการพัฒนาคนและสังคมหลักเกณฑและวิธีการจัดสรรเงิน
กองทุนเพื่อการผลิต การวิจัยและการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ใหเปนไปตามที่กําหนดในกฎ
กระทรวง
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
116
มาตรา 69 รัฐตองจัดใหมีหนวยงานกลางทําหนาที่พิจารณาเสนอนโยบาย แผน สงเสริมและ
ประสานการวิจัย การพัฒนาและการใช รวมทั้งการประเมินคุณภาพ และประสิทธิภาพของการผลิตและการ
ใชเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
1.2) กรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศ พ.ศ. 2544-2553 ของประเทศไทย
1) วิสัยทัศน
ประเทศไทยเปนศูนยกลางการพัฒนาและการประกอบธุรกิจดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อ
สารในระดับภูมิภาค โดยเฉพาะอยางยิ่งดานซอรฟแวร ผูประกอบการและประชาชนสวนใหญสามารถเขา
ถึงขอมูลจากระบบบริการอยางทั่วถึงและยุติธรรมใหเกิดประโยชนโดยตรงตอการเพิ่มมูลคาทางเศรษฐกิจ
แกการผลิตและบริการทุกสาขา รวมทั้งดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ใหสามารถแขงขันและอยู
รอดในตลาดสากลได กอเกิดสังคมแหงภูมิปญญาและการเรียนรู สามารถประยุกตใชเพื่อสนองความตองการ
ในการดํารงอยูอยางมีคุณภาพและมีความปลอดภัยอยางแทจริงในสังคมไทย
2) พันธกิจ เสริมสรางความรวมมือระหวางภาครัฐและเอกชนอยางตอเนื่องใหเปนเครือขายการพัฒนา
ทั้งระบบขอมูลและโครงสรางพื้นฐาน ตลอดทั้งปฏิรูประบบบริหารจัดการดาน ICT ที่ทันสมัย มีการวางแผน
เพื่อสรางสรรคงานวิจัยการศึกษาและการฝกอบรม
3) เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาดานการศึกษา (E-Education)
เปาหมาย พัฒนาและเตรียมความพรอมดานทรัพยากรมนุษยในทุกระดับของประเทศ เพื่อรองรับ
การพัฒนาสูการเปนสังคมแหงภูมิปญญาและการเรียนรู
-ยุทธศาสตรการพัฒนา
1.พัฒนากลไกการบริหารนโยบายและการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา ที่มี
ประสิทธิภาพ
2.พัฒนาโครงสรางพื้นฐานสารสนเทศเพื่อการศึกษา ใหเกิดการเขาถึงอยางทั่วถึงและเทาเทียมกัน
3.สนับสนุนและสงเสริมการพัฒนาทรัพยากรมนุษยในทุกระดับ
4.เรงพัฒนาและจัดหาความรู (Knowledge) และสาระทางการศึกษา(Content) ที่มีคุณภาพและมี
ความเหมาะสม
5.ลดความเหลื่อมล้ําในการเขาถึงสารสนเทศและความรู
1.3) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ
1) วิสัยทัศน
ผูเรียน สถานศึกษาและหนวยงานทางการศึกษาทุกแหง มีโอกาสเขาถึงและใชประโยชนจาก
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการเรียนรูอยางตอเนื่องตลอดชีวิต การบริหารจัดการ การวิจัย
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
117
การพัฒนาอาชีพ การพัฒนาคุณภาพชีวิตโดยไดรับบริการอยางทั่วถึง เทาเทียม มีคุณภาพและประสิทธิภาพ
นําไปสูสังคมแหงภูมิปญญาและการเรียนรู
- 2) พันธกิจ
นํา ICT มาสนับสนุนการจัดการศึกษา ทั้งทางดานการเรียนรูและการบริหารจัดการ และ การพัฒนา
การศึกษาเปนรากฐานของการพัฒนา ICT โดยเนน
2.1) การพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพการเรียนรู
2.2) การพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการ
2.3) การผลิตและพัฒนาบุคลากรดาน ICT
2.4) การกระจายโครงสรางพื้นฐาน ICT เพื่อการศึกษา
3 )วัตถุประสงค
3.1) เพื่อประยุกตใช ICT ในการพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพการเรียนรู
3.2) เพื่อประยุกตใช ICT ในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ และการใหบริการ
ทางการศึกษา
3.3) เพื่อผลิตและพัฒนาบุคลากร ICT ใหสอดคลองกับการพัฒนา ICT ของประเทศ
3.4) เพื่อวิจัยและพัฒนา ICT ในการจัดการศึกษาและการพัฒนาอุตสาหกรรม ICT
3.5) เพื่อใหมีการเลือกใชและกระจายโครงสรางพื้นฐาน ICT ที่เกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร
ซอฟตแวรปฏิบัติการและบุคลากร สําหรับการพัฒนาการเรียนรู การบริหารจัดการ และ การใหบริการ
ทางการศึกษา
4) เปาหมาย
4.1) ผูเรียนในสถานศึกษาทุกคน มีโอกาสเขาถึง สามารถใช และมีทักษะ ICT เพื่อการศึกษาและ
การพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามมาตรฐานหลักสูตรที่กําหนด
4.2) สถานศึกษาสามารถเชื่อมตออินเทอรเน็ต ได (ระดับประถมศึกษา รอยละ 80 ภายในป 2547
และทุกแหงภายในป 2548 ระดับมัธยมศึกษาทุกแหงในป 2546) และหองสมุดประชาชน อยางนอยอําเภอ
ละ 1 แหง
4.3) สถานศึกษามีระบบเครือขายภายในที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
• อุดมศึกษา อาชีวศึกษา และสถานศึกษาที่มีเครื่องคอมพิวเตอร 400 เครื่องขึ้นไป มีเครือขาย
ภายใน เปน GIGABIT
-• สถานศึกษาอื่นมีเครือขายภายในเปน Fast Ethernet ไมนอยกวา 100 Mbps
4.4) สถานศึกษาทุกแหงจัดการเรียนการสอน และการใช ICT เพื่อพัฒนาการเรียนรู รวมทั้ง มี
เว็บไซตเพื่อการใหบริการทางการศึกษา
4.5) มีหองปฏิบัติการคอมพิวเตอร ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับมัธยมศึกษาทุกแหง ระดับ
ประถมศึกษา อยางนอยตําบลละ 1 แหง
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
118
4.6) มีสื่ออิเล็กทรอนิกส เพื่อใชในการจัดการเรียนการสอนและการใหบริการทางการศึกษา
• หนังสืออิเล็กทรอนิกส (e – Book) ทั้งที่เปนหนังสือเรียน ผลงานวิจัย และหนังสือ ทางวิชา
การที่เกี่ยวของ อยางนอยปละ 1,000 เลม เพื่อเสริมการเรียนการสอนตามหลักสูตร
• สื่อบทเรียนอิเล็กทรอนิกส (Courseware) ทุกระดับ เนนการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทุกกลุมสาระ
การเรียนรู
4.7) มีศูนยรวมสื่อ (courseware center) ทุกเขตพื้นที่การศึกษา และมีหองสมุดอิเล็กทรอนิกส
(e-Library) ใหบริการเพื่อการเรียนรู
4.8) หนวยงานทางการศึกษาทุกแหงใช ICT ในการบริหารจัดการ มีเว็บไซตเพื่อใหบริการขอมูล
สารสนเทศ และมีศูนยปฏิบัติการเพื่อรองรับ e-Government
4.9) ผูสอนและบุคลากรทางการศึกษาทุกคน มีความรูและมีทักษะการใช ICT ในการจัด การเรียน
การสอน การบริหารจัดการและการปฏิบัติงานตามมาตรฐานทักษะ ICT ที่ สอดคลองกับการปฏิบัติงาน
4.10) มีการวิจัยพัฒนาและการประยุกตใช ICT อยางนอยปละ 100 เรื่อง
5).ยุทธศาสตร
เพื่อใหบรรลุซึ่งวัตถุประสงคและเปาหมายของการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร
อยางเปนรูปธรรมภายใตเงื่อนไขที่เปนจุดแข็ง จุดออน โอกาส และภัยคุกคามของ การพัฒนาเทคโนโลยีสาร
สนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา
กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2547– 2549 ไดกําหนดยุทธศาสตรในการ ดําเนินการ 4 ยุทธศาสตร ดังนี้
5.1) ยุทธศาสตรที่ 1 การใช ICT เพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนรูของผูเรียน
สงเสริม สนับสนุน ใหผูเรียนใชประโยชนจาก ICT เพื่อการเรียนรูจากแหลงและวิธีการที่
หลากหลาย โดยจัดใหมีการพัฒนาสื่ออิเล็กทรอนิกส พัฒนาผูสอนและบุคลากรทางการศึกษา พัฒนาหลัก
สูตรใหเอื้อตอการประยุกตใช ICT เพื่อการจัดการเรียนการสอน เพิ่มประสิทธิภาพการเรียนทางไกล จัดให
มีการศูนยขอมูลสื่ออิเล็กทรอนิกส (Courseware center) ใหมีการเรียนการสอนผานระบบอิเล็กทรอนิกส
(e-Learning) จัดทําหนังสืออิเล็กทรอนิกส (e - Book) จัดใหมีหองสมุดอิเล็กทรอนิกส (e-Library) เพื่อสง
เสริมใหเกิดการเรียนรูไดดวยตนเองอยางตอเนื่องตลอดชีวิต (Lifelong Learning) นําไปสูสังคมแหงคุณธรรม
และสังคมแหงภูมิปญญาและการเรียนรู
5.2) ยุทธศาสตรที่ 2 การใช ICT พัฒนาการบริหารจัดการและใหบริการทางการศึกษา
พัฒนาระบบงานคอมพิวเตอร ระบบฐานขอมูลเพื่อการบริหารจัดการ และพัฒนาบุคลากร
ทุกระดับที่เกี่ยวของ โดยความรวมมือกับสถาบันอุดมศึกษาที่มีความพรอมและเอกชน สรางศูนยปฏิบัติการ
สารสนเทศ (Operation center) เชื่อมโยงแลกเปลี่ยนขอมูลระดับชาติและระดับกระทรวง รวมทั้งสงเสริมการ
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
119
ใช ICT เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ และใหบริการทางการศึกษา ดวยระบบอิเล็กทรอนิกสที่
สอดคลองกับการปฏิรูประบบราชการ
5.3).ยุทธศาสตรที่ 3 การผลิตและพัฒนาบุคลากรดาน ICT
ผลิตและพัฒนาบุคลากร เพื่อรองรับความตองการกําลังคนดาน ICT โดยจัดใหมีการพัฒนา
หลักสูตร ICT ในทุกระดับการศึกษา พัฒนาผูสอนและนักวิจัย สงเสริมการวิจัย และนําผล การวิจัยไป
ประยุกตใช รวมทั้งประสานความรวมมือกับองคกรของรัฐและเอกชนทั้งในและตางประเทศ ในการพัฒนา
บุคลากรดาน ICT เพื่อการพัฒนาการศึกษาและอุตสาหกรรม
5.4) ยุทธศาสตรที่ 4 การกระจายโครงสรางพื้นฐาน ICT เพื่อการศึกษา
จัดใหมีและกระจายโครงสรางพื้นฐาน ICT อยางทั่วถึง มุงเนนการจัดหาและใชทรัพยากร
ทางดานเครือขายรวมกัน จัดหาระบบคอมพิวเตอร และซอฟตแวรที่ใชในการดําเนินการอยางถูกตองตาม
กฎหมาย โดยรวมมือกับภาครัฐ เอกชน ชุมชน และทองถิ่น เตรียมบุคลากรปฏิบัติงานดาน ICT ใหเพียงพอ
รวมทั้งการสรางมูลคาและการซอมบํารุงรักษาอุปกรณ ICT ที่มีอยูใหมี ประสิทธิภาพในการใชปฏิบัติงาน
สาระสําคัญที่กลาวมาขางตนเปนนโยบายและแผนที่เกี่ยวของกับการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
อันเปนตัวกําหนดแนวทางในการดําเนินงานเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาโดยใชเทคโนโลยีใหบังเกิด
ผลตามเจตนารมยของการปฏิรูปการศึกษาตอไป
2. สาระสําคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
2.1) ระบบสารสนเทศทางการศึกษา
1. ความหมายของระบบ
ระบบ (System) คือ ชุดขององคประกอบซึ่งมีปฏิสัมพันธ ตอกันในรูปของความเปนหนึ่งเดียว
และดําเนินงานรวมไปสูเปาหมายเดียวกัน ประกอบดวยสวนสําคัญสี่ประการ คือ
1. ขอมูลนําเขา (Input)
2. กระบวนการประมวลผล (Process)
3. ผลลัพธ (Input)
4. การควบคุมการยอนกลับ (Feedback Control)
2. ความหมายของสารสนเทศ
สารสนเทศ (Information) หมายถึง ขาวสารที่ไดจากการนําขอมูลดิบ (raw data) มาคํานวณ
ทางสถิติหรือประมวลผลอยางใดอยางหนึ่ง ซึ่งขาวสารที่ไดออกมานั้นจะอยูในรูปที่สามารถนําไปใชงานได
ทันที
เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) หมายถึงกระบวนการตาง ๆ และระบบงานที่
ชวยใหไดสารสนเทศที่ตองการโดยจะรวมถึง
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
120
1. เครื่องมือและอุปกรณตาง ๆ หมายถึง เครื่องคอมพิวเตอร เครื่องใชสํานักงาน อุปกรณ
คมนาคมตาง ๆ รวมทั้งซอฟตแวรทั้งระบบสําเร็จรูปและพัฒนาขึ้นโดย เฉพาะดาน
2. กระบวนการในการนําอุปกรณเครื่องมือตาง ๆ ขางตนมาใชงาน รวบรวมขอมูล จัดเก็บ
ประมวลผล และแสดงผลลัพธเปนสารสนเทศในรูปแบบตาง ๆ ที่สามารถนําไปใชประโยชนตอไปได
ระบบสารสนเทศ (Information System) หมายถึง ชุดของคน ขอมูล และวิธีการ ซึ่งทํางานรวม
กัน เพื่อใหเกิดความสําเร็จตามเปาหมายที่วางไว หรือ สารสนเทศ คือขอมูลที่ผานการประมวลผล บวก ลบ
คูณ หาร เปรียบเทียบหรือตรวจสอบแลวมีความชัดเจนขึ้น สามารถนํามาใชในการพิจารณาตัดสินใจ หรือ
ดําเนินการใด ๆ ตอไปได สารสนเทศจะถูกนําเสนอในรูปอัตราสวน รอยละ การเปรียบเทียบ เชน
- อัตราครูตอนักเรียน - การเปรียบเทียบงบประมาณที่ไดรับปจจุบันกับอดีต
- การเปรียบเทียบผลการดําเนินการนับแตเริ่มโครงการ
- การเปรียบเทียบผลกําไรตอการลงทุน
ทรัพยากรที่สําคัญที่สุดขององคการคือคน คนคือผูสรางงานผลิต เปนผูใชบริการ เปนผูแกปญหา
และเปนผูตัดสินใจ คนที่มีคุณภาพจะเปนกระดูกสันหลังขององคการ
2.2) ประเภทของระบบสารสนเทศ
เทคโนโลยีของระบบสารสนเทศในปจจุบัน ประกอบดวย
- ระบบประมวลผลขอมูล (Data Processing System)
- ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร (Management Information System)
- ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support System)
- ระบบสารสนเทศเพื่อผูบริหารระดับสูง (Executive Information System)
- ระบบผูเชี่ยวชาญ (Expert System)
สารสนเทศกับการตัดสินใจ
ในองคการตาง ๆ นั้น สามารถแบงการทํางานไดเปน 4 ระดับดวยกันคือ ระดับวางแผน ยุทธศาสตร
ระยะยาว (Strategic Planning) ระดับวางแผนการบริหาร (Tactical Planning) ระดับ วางแผนปฏิบัติการ
(Operation Planning) และระดับผูปฏิบัติการ (Clerical Planning) โดยใน 3 ระดับแรกนั้นจะจัดอยูในระดับ
บริหาร (Management) และระดับสุดทายจัดอยูใน ระดับปฏิบัติการ (Operation)
ระบบสารสนเทศจะทําการเก็บรวบรวมขอมูลจากระดับปฏิบัติการ และทําการประมวลผลเพื่อให
สารสนเทศกับบุคลากรในระดับตาง ๆ ซึ่งในแตละระดับนั้นจะใชลักษณะและปริมาณของสารสนเทศที่
แตกตางไป ระบบสารสนเทศในองคการสามารถแทนไดดวยภาพปรามิด ตามรูป
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
121
EIS
ระดับวางแผน
ยุทธศาสตร
DSS
MIS ระดับวางแผน
การบริหาร
ระดับวางแผนปฏิบัติการ
ระดับปฏิบัติการ DP
จากภาพจะเห็นไดวาโครงสรางระบบสารสนเทศแบบ ปรามิด มีฐานที่กวางและบีบแคบ ขึ้นไป
บรรจบในยอดบนสุด ซึ่งหมายความวาสารสนเทศที่ใชงานจะมีมากในระดับลางและลดหลั่นนอยลงไป
ตามลําดับจนถึงยอดบนสุด เชนเดียวกับจํานวนบุคลากรในระดับนั้น ๆ
2.3) บุคลากรในระบบสารสนเทศ ประกอบดวย
ระดับปฏิบัติการ
บุคลากรในระดับนี้เกี่ยวของอยูกับงานที่ทําซ้ํา ๆ กัน และจะเนนไปที่การจัดการรายการประจําวัน
นั่นคือบุคลากรในระดับนี้เกี่ยวของกับระบบสารสนเทศในฐานะผูจัดหาขอมูลเขาสูระบบ ตัวอยางเชน
เจาหนาที่ผูทําหนาที่ปอนขอมูลการสั่งการซื้อของลูกคาเขาสูคอมพิวเตอรในระบบสารสนเทศเพื่อการขาย
หรือตัวแทนการจองตั๋วและขายตั๋วในระบบจองตั๋วเครื่องบิน เปนตน
ระดับวางแผนปฏิบัติการ
บุคคลในระดับนี้จะเปนผูบริหารขั้นตนที่ทําหนาที่ควบคุมการปฏิบัติงานประจําวันและ การวางแผน
ปฏิบัติงานที่เกี่ยวของกับระยะเวลาสั้น ๆ เชน แผนงานประจําวัน ประจําสัปดาห หรือประจําไตรมาส ขอมูล
ที่ผูบริหารระดับนี้ตองการสวนมากจะเกี่ยวของกับผลการปฏิบัติชวงเวลาหนึ่ง ๆ ผูจัดการอาจตองการรายงาน
สรุปผลการขายประจําไตรมาสของพนักงานขาย เพื่อประเมินผลของพนักงานขายแตละคน เปนตน
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
122
ระดับวางแผนการบริหาร
บุคลากรในระดับนี้ จะเปนผูบริหารระดับกลางซึ่งทําหนาที่วางแผนใหบรรลุเปาหมายตาง ๆ เพื่อให
องคการประสบความสําเร็จตามแผนงานระยะยาวตามที่กําหนดโดยผูบริหารระดับสูง มักจะเปนสารสนเทศ
ตามคาบเวลาซึ่งมีระยะเวลานานกวาผูบริหารขั้นตนและจะเปนสารสนเทศที่รวบรวมขอมูลทั้งจากภายใน
และภายนอกองคกร เชน ของคูแขงหรือของตลาดโดยรวม เปนตน นอกจากนี้ ผูบริหารระดับนี้ยังตองการ
ระบบที่ใหรายงานการวิเคราะหแบบถา – แลว (What – If) นั่นคือสามารถทดสอบไดวาหากเกิดเหตุการณ
เชนนี้แลวตัวเลขหรือสารสนเทศตาง ๆ จะเปลี่ยนเปนเชนไร เพื่อใหจําลองสถานการณตาง ๆ ที่ตองการได
ตัวอยางเชน ผูจัดการฝายขายอาจตองการทราบผลการขายประจําปของบริษัทเทียบคูแขงตาง ๆ รวมทั้งอาจ
ตองการทดสอบวาถาเพิ่มหรือลดลงโฆษณาในสื่อตาง ๆ จะมีผลกระทบตอยอดขายอยางไรบาง
ระดับวางแผนยุทธศาสตรระยะยาว
ผูบริหารระดับนี้จะเปนระดับสูงสุด ซึ่งเนนในเรื่องเปาประสงคขององคกร ระบบสารสนเทศที่
ตองการจะเนนที่รายงานสรุป รายงานแบบ What – If และการวิเคราะหแนวโนมตาง ๆ (Trend Analysis)
ตัวอยางเชน ประธานบริษัทอาจตองการรายงานที่แสดงแนวโนมการขายในอีก 4 ปขางหนาของผลิตภัณฑ
3 ชนิดของบริษัท เพื่อดูแนวโนมในการเติบโตของผลิตภัณฑตาง ๆ วาผลิตภัณฑใดจะมีแนวโนมที่มีกวา
หรือผลิตภัณฑใดที่อาจสรางปญหาใหบริษัท เปนตน
รายละเอียด ระดับวางแผนปฏิบัติ
การ
ระดับวางแผนการ
บริหาร
ระดับวางแผนยุทธศาสตร
ระยะเวลา
ความถี่ สม่ําเสมอ ซ้ําซ้ํา มักจะเปนประจํา เมื่อตองการ
ผลลัพธที่ได เปนตามที่คาด อาจไมเหมือนที่คาด มักจะไมเหมือนที่คาด
ระยะเวลา อดีต เปรียบเทียบ อนาคต
รายละเอียด มีรายละเอียดมาก ถูกสรุปแลว ถูกสรุปแลว
แหลงขอมูล ภายใน ภายในและภายนอก ภายในและภายนอก
ลักษณะของขอมูล เปนโครงสราง กึ่งโครงสราง ไมเปนโครงสราง
ความแมนยํา มีความแมนยําสูง ใชการคาดการณบาง ใชการคาดการณสูง
ผูใช หัวหนางาน ผูบริหารระดับสูง ผูบริหารระดับสูง
ระดับการตัดสินใจ เกี่ยวกับงานที่ทํา จัดสรรทรัพยากรและ
ควบคุม
วางเปาประสงค
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
123
2.4) การประมวลผลแฟมขอมูล ประกอบดวย
1) ขอมูล (Data)
2) แฟมขอมูล (File)
3) ระเบียน (Record)
4) เรื่อง (Field)
3. ระบบเครือขายอินเตอรเน็ตสําหรับครู
ความหมายอินเทอรเน็ต ( Intrenet)
อินเทอรเน็ต ( Intrenet) หมายถึง ระบบเครือขายกวางใหญระดับโลก ประกอบดวยเน็ตเวิรค
นับพันที่ตอเขาดวยกันรอบโลก เพื่อแลกเปลี่ยนขอมูลและใชอุปกรณรวมกันในแตละหนวยงาน
ไมวาจะเปนรัฐบาล บริษัทเอกชน หรือองคกรอื่น ๆ ตางก็รับผิดชอบเน็ตเวิรคของตนเอง
ระบบเครือขายคอมพิวเตอร
ระบบเครือขายคอมพิวเตอรสามารถจําแนกตามระยะหางและการเชื่อมโยงอุปกรณออกเปน 4 ประเภท
ไดแก
1) ระบบเครื่อขายเฉพาะพื้นที่ (Local Area Network; LAN)
2) ระบบเครือขายเฉพาะเขตเมือง(Metropolitan Area Network; MAN)
3) ระบบเครือขายระยะไกล(Wide Area Network; WAN) และ
4) ระบบเครือขายระหวางประเทศ(Internationnal Network; INTERNET)
ประโยชนของอินเตอรเน็ต
อินเตอรเน็ตมีประโยชนตอ 1) วงการศึกษา 2) วงการวิทยาศาสตร 3)วงการธุรกิจ
อุปกรณที่จําเปนในใช Internet ประกอบดวย
1) เครื่องคอมพิวเตอร
2) MODEM คือ อุปกรณที่สามารถทําได 2 หนาที่ภายเครื่องเดียวกัน มีหนาที่แปลงสัญญาณ
ขอมูลระหวางดิจิตอลและอนาลอก ชวยใหคอมพิวเตอรแลกเปลี่ยนขอมูลผานสายโทรศัพท
3) คูสายโทรศัพท 1 หมายเลข ขอมูลจะเดินตามสายโทรศัพท
4) โปรแกรมเพื่อติดตอกับ Internet เชน Internet Explorer Netscap Navigator
5) สาย ISDN เปนสายโทรศัพทความเร็วสูงที่ออกแบบพิเศษใชสําหรับสงผานเครื่องคอมพิวเตอร
ซึ่งใหความเร็วตั้งแต 128 -256 Kbps
6) สาย ADSL เปนสายโทรศัพทความเร็วสูงที่ออกแบบพิเศษใชสําหรับสงผานเครื่องคอมพิวเตอร
ซึ่งเร็วกวาสายแบบ ISDN หลายเทาสาย ADSLซึ่งใหความเร็วตั้งแต 128 -256 Kbps และ1 -2 MBps
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
124
เว็บไซต (WEB SITE) ประกอบดวย
1) Home Page เปรียบไดกับหนาแรกของ Internet HOME PAGE เปนไฟลขอมูลแบบ
ไฮเปอรเท็กซ หรือขอมูล HTML ซึ่งเปนขอมูลในระบบ World Wide Web เปนขอมูลหนา แรกของการ
เชื่อมโยงขอมูล อาจเปนไฟลขอมูลของผูใชเองหรือไฟลขอมูลที่โอนยายมาจากแหลงอื่น
2)Web Page เอกสารหนาใด ๆ ในเวปไซตแตละแหงนั้น
3)Web site เรียกตําแหนงที่อยูของผูที่มีเว็ปเพจของตัวเองบนระบบอินเทอรเน็ต
WWW (World Wide Web) เปนระบบฐานขอมูลทีมีระบบการเชื่อมโยงแบบใยแมงมุม ซึ่งเปน
เชื่อมโยงเพื่อโอนยายไฟลขอมูลตามคํานิยามขอระบบโตตอบ แบบ HTTP ระบบเวิลดไวด เว็บ ในปจจุบัน
เนนการแสดงขอมูลกราฟฟค ขอมูลเสียง ขอมูลวีดีโอ ซึ่งเปนภาพเคลื่อนที่ ไฟลขอมูลในระบบ เวิลด ไวด
เว็บ เรียกวา HTML
Host โฮสต คือ เครื่องคอมพิวเตอรศูนยกลางที่ตอเขากับ INTERNET หรือคอมพิวเตอรที่เชื่อม
โยงเปนระบบเครือขาย
เบราเซอร คือ ซอฟทแวร ที่สามารถแสดงขอมูลของไฟลบน WWW. เชน http:// www.moe.go.th
1) สวนแรก คือชื่อ โปรโตคอล ( moe = กระทรวงศึกษาธิการ)
2)สวนที่สอง คือชื่อ โฮสต บอกชื่อของคอมพิวเตอรที่เก็บขอมูลหนานี้ไว เชน กรม
3)สวนสุดทาย คือ ไฟลพาท บอกชื่อไฟลที่เก็บขอมูลรวมทั้งไดเร็กทอรี่ของไฟลนั้น (ประเทศไทย)
Multimedia คือ ซอฟตแวร สื่อผสมดาน เสียง ภาพ ขอความ และ คอมพิวเตอร มาทํางานรวม
กันอยางเปนระบบที่สมบูรณ
รหัสแอสกี ASCII (American Standard Code for Information)หมายถึง รหัสมาตรฐานอเมริกันที่
ใชในการสงขาวสาร ซึ่งเปนรหัสขนาด8บิตโดยใชเลข7บิตแทนตัวอักษรและ อีก 1 บิต เปนตัวตรวจสอบ
ง. วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมและประเพณีไทยไทย
1) วัฒนธรรมไทย
1. วัฒนธรรมการเคารพพระสงฆ
ศาสนาเปนสถาบันสําคัญยิ่งสําหรับชนในชาติเพราะคําสอนของศาสดายอมเปนหลักทางทางใจ และ
เปนแนวดําเนินชีวิตใหอยูในทํานองคลองทํา เพื่อความสุขสงบของชนในชาติ คนไทยไดชื่อวาเปนชาติที่มีใจ
นับถือมั่นอยูในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ และปฏิบัติตามศาสนาประเพณีตลอดปมิไดขาด การเคารพ
พระพุทธรูปซึ่งสมมุติเปนตัวแทนของพระพุทธองค และเคารพพระสงฆสาวกของพระพุทธเจา
๑) นั่งคุกเขากระหยงเทาพนมมือยกขึ้นระหวางคิ้วปลายนิ้วจรดไรผมแลวกราบแบมือราบกับพื้น๓
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
125
ครั้งใหหนาผากจรดพื้นระหวางมือที่แบราบ เมื่อจบแลวพนมมือขึ้นเหนือคิ้วอีกครั้งหนึ่ง เรียกวา กราบใน
ทาเบญจางคประดิษฐ
๒) การกราบทั้งสามครั้งนี้มีความหมายดังนี้
การกราบครั้งที่ ๑ กราบเพื่อระลึกถึงองคพระพุทธเจา
การกราบครั้งที่ ๒ กราบพระธรรมคือคําสั่งสอนของพระพุทธเจา
การกราบครั้งที่ ๓ กราบพระสงฆคือตัวแทนของงพระพุทธเจา
การกราบใหผูหญิงนั่งพับเพียบพนมมือระหวางคิ้ว หมอบกราบแบมือทั้งสองขางลงกับพื้น ๓ ครั้ง
๓) ถาเห็นพระสงฆในเวลาที่เรายืนอยูนอกสถานบานเรือนจะยอเขาลงหรือไหวก็ไดแตใหปลายนิ้ว
มือจรดที่ตีนผม
๔) การถวายของพระชาย ถวายไดโดยตรงตอมือพระสงฆทานเลยคุกเขากราบแบมือครั้งเดียวหญิง
ตองคอยใหทานปูผาชิ้นเล็กที่เรียกวา ผากราบ เพื่อรับเสียกอนจึงวางถวายลงบนผานั้นเมื่อถวายแลวกราบอีก
ครั้ง โดยหมอบกราบแบมือครั้งเดียว
๕) การตักบาตร ถารองเทาไมสุภาพควรถอดรองเทาถาใชเครื่องแบบแตงตัวแบบสากลไมตองถอด
ก็ไดหยิบของลงในบาตรพระดวยความระมัดระวัง วางทีละชิ้นใสขาวกอนเสมอ
๖) ผูหญิงไปหาพระสงฆตองนั่งพับเพียบใหเรียบรอยไมควรอยูตามลําพังกับพระสงฆตองมีบุรุษ
นั่งอยูดวยจึงจะถูกตามวินัยสงฆ
๗) การพูดกับพระสงฆตองมีสํามาคารวะไมพูดเลนพลอย ๆ ซึ่งฟงดูเปนการขาดความเคารพ
๘) ผูหญิงหามแตะตัวพระแมแตชายผาสบงหรือจีวรที่ทานนุงหมอยูก็ไมได
๙) ไมหยิบของที่เตรียมไวตักบาตรมารับประทาน
๑0)ไมจําเปนจะตองรับประทานอาหารที่นํามาเลี้ยงหนาศพ ตอหนาพระสงฆที่นั่งในพิธี
๑๑) กุลสตรีไมควรแตงตัวไมสุภาพไปวัด เชน นุงกางเกงขาสั้น ถือวาเปนการไมรูจักกาละเทศะ
๑๒) ไมสรวลเสเฮฮาในวัดควรสงบและสํารวมอิริยาบถ
๑๓) ถาจะถวายปจจัยแดพระสงฆควรเขียนจํานวนลงในใบปวารนาบัตรใสซองถวาย
2. วัฒนธรรมไทยมารยาททางใจ
ผูมีมารยาททางใจคือผูที่ไดมีการปรับปรุงจิตใจใหฝกใฝในศีลธรรมคือเราทุกคนยอมทราบวาอะไร
ถูกอะไรผิดดวยกันทั้งนั้นและยอมใฝในคุณงามความดีดวยกันทั้งนั้น เมื่อเราไมชอบอะไรคนอื่นก็คงไมชอบ
เหมือนกัน จึงควรวางตนเปนคนชางใชความคิดเสมอหลักธรรมเปนแนวปฏิบัติดังนี้ คือ มีพรหมวิหาร คือ
ธรรมประจําใจของผูประเสริฐ หรือ ผูมีจิตใจยิ่งใหญกวางขวางดุจพระพรหม 4 อยาง ดังนี้
1). เมตตา ความรัก ความปรารถนาดี มีไมตรี ตองการชวยเหลือใหทุกคนประสบประโยชนและ ความสุข
2) กรุณา ความสงสาร อยากชวยเหลือผูอื่นใหพนจากทุกข ใฝใจที่จะปลดเปลื้องยํายัดความทุกขจากความ
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
126
เดือดรอนของผูอื่น
3) มุทิตา ความเบิกบานยินดี เมื่อเห็นผูอื่นอยูดีมีความสุข ก็มีจิตใจแชมชื่นเบิกบาน
4) อุเบกขา ความวางใจเปนกลาง มีจิตราบเรียบ ไมเอนเอียงดวยรักหรือชัง
เมื่อมีคุณธรรมภายในเปนพื้นฐาน จิตใจเชนนี้แลวยอมทําใหการแสดงออกภายนอกเปนไปอยาง
บริสุทธิ์หนักแนนและจริงจังฉะนั้น บุคคลพึงระวังสํารวมความคิดจิตใจที่มักจะแสดงออกมาใหเห็นทาง
กิริยาและวาจาใหถูกตองแลงดงามเหมาะกับกาลเทศะและแกบุคคลเวลาอยูในสมาคม หรือในที่สาธารณะ
เปนตัวอยางตอไปนี้
1) ในงานมงคลตาง ๆ ควรแสดงสีหนาเบิกบานสดชื่นแจมใสอยูเสมอ
2) ในเวลาเยี่ยมคนปวย ควรระมัดระวังกิริยาอาการใหเรียบรอย ใชคําพูดที่ออนโยนเพื่อปลอบใจผูปวย
ไมพูดอะไรที่จะกระทบกระเทือนใจผูปวย ไมพูดอะไรที่จะกระทบกระเทือนใจผูปวย ควรหาเรื่องสนุกมาเลา
สูกันฟง
3) ในงานเผาศพ ตองระมัดระวังเปนพิเศษ ควรแสดงกิริยาสงบและสงวนความรื่นเริงไวใหมากกวา
เวลาอื่นเชน เผาศพแลว ไมควรยืนจับกลุมสนทนาราเริงกันทักทายกันพอสมควรแลวกลับ ถาจะอยูเผาจริง
ควรหาที่สมควรนั่งดวยความสํารวมระวังแตการไปชวยงานศพของเราในปจจุบันมักจะเห็นกันวาเปนการ
ษมาคมอยางทั่วๆไปแขกมักจะอยูนานโดยถือวาเปนกันเองเมื่อเปนเชนนี้ก็เกิดจับกลุมสนทนาออกรสชาติ
สนุกสนานขึ้นมาซึ่งเปนการผิดมารยาทอยางยิ่งสุภาพชนควรรูวาตนกําลังอยูในสังคมใด สถานที่เชนใด
จึงควรพยายามยั้งใจตนเองใหอยูในความพอดีเสมอ
3. วัฒนธรรมไทยมารยาททางกาย
3.1 การนั่ง มารยาททางกายการนั่ง ควรปฏิบัติดังนี้
๑) ถาตองนั่งกับพื้นตอหนาผูใหญตองนั่งพับเพียบโดยกิริยาสํารวมนั่งทรงตัวตรงเก็บเทาทั้งสองขาง
ชิดตัวเรียบรอยไมเกะกะ วางมือทั้งสองขางชิดตัวเรียบรอยไมเกะกะ วางมือทั้งสองไวบนตัก หันหนาไปสู
ผูใหญในลักษณะหนาเงย
๒) ไมนั่งล้ําหนาผูใหญ ไมหันหลังใหผูใหญ ไมเหยียดเทาใหผูใหญ
๓) ไมถือสาวิสาสะใชหรือรับประทานของที่เขาจัดไวสําหรับผูอื่นโดยเฉพาะ
๔) ไมลอเลียนผูใหญหรือผูที่สูงอายุกวาตน
๕) ในงานพิธีใดที่เขาจัดเกาอี้ใหแขกนั่ง เมื่อเห็นผูใหญตองยืนเพราะไมมีที่นั่ง ผูมีมารยาทดีควรลุกนั่ง
หรือหาที่นั่งเพิ่มเติมให
๖) เมื่อตองการจะดูสิ่งใดที่ผูใหญหรือผูอื่นกําลังดูอยู เมื่อเขาไปทีหลังเขา อยาเบียดแทรกเขาไปหรือ
ผูอื่นขางหนา ตองดูโดยมิใหเปนการผานหนาหรือบังตาผูอื่น
๗) กอนจะชวยเหลือทําสิ่งใดโดยจําเปนจะตองแตะตองรางกายผูใหญใหดี ผูอื่นก็ดี
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
127
ควรกลาวคําขอโทษเสียกอนแลวจึงชวยเหลือ เชน ปดมด หรือหยิบผงออกจากตัวให เปนตน
๘) เมื่อเห็นสิ่งของ ๆ ผูใดตก หรือของนั้นจะเสียหายโดยเจาของไมรูตัว ควรบอกใหเจาของทราบทันที
๙) ผูมีมารยาทดียอมไมลวง แคะ แกะ เกา หรือหาวเรอตอหนาผูอื่น แมจะไอจามก็ตองใชผาเช็ดหนา
ปดปากใหเสียงคอยลง และไมใหผูอื่นรังเกียจหรือรําคาญ
๑๐) เวลารับของจากผูใหญ ควรแบมือออกรับอยาฉวยกระชากมาโดยแรง หรือถาเปนของยาวควรแบ
มือรองรับของนั้น ถาเปนของหนัก ก็ใชมือทั้งสองรองรับของนั้นจากมือของผูใหญ
3.2 การไหว
การไหวเปนประเพณีไทยโบราณ เปนวิธีเคารพแกผูควรเคารพ จึงควรเลือกใชใหเหมาะแกกาละเทศะ
มารยาทการไหวควรปฏิบัติดังนี้
๑) การไหวมีหลายวิธี มีทั้งนั่งไหวยืนไหว เพื่อเคารพบุคคลธรรมดาที่เปนผูใหญกวาตน
ก. วิธีนั่งไหว นั่งพับเพียบพนมมือทั้งสองขางขึ้นไวระดับอก กมศีรษะลงใหหัวแมมือจรดกันที่
หวางคิ้ว
ข. วิธียืนไหว ถาจําเปนตองไหวเพราะอยูนอกสถานบานเรือน เมื่อพบคนที่ตองเคารพตามหนทาง
ก็ใหพนมมือทั้งสองยกขึ้นระดับอก กมศรีษะลงจนหัวแมมือจรดกันหวางคิ้ว
๒). การรับไหว เมื่อมีผูทําความเคารพใหแกเรา ควรรับไหวคือเคารพตอบเพื่อมิใหเสียมารยาท หรือ
ทําใหผูแสดงความเคารพตองกระดากใจ หรือโกรธจนเปนเหตุใหนึกไมอยากจะเคารพตอไปได
วิธีรับไหว ยกมือทั้งสองประนมไวระดับอก แลวยกขึ้นใหสูงมากหรือนอยตามฐานะของผูไหว
และของผูรับไหว
๓) วิธีนั่งลงศอก เปนวิธีเคารพผูใหญที่มีอาวุโสสูงมากอีกแบบหนึ่ง ในเวลานั่งพับเพียบอยูกับพื้น
ในเมื่อผูเปนใหญมานั่งพูดคุยดวย ครั้นจะนั่งพับเพียบตัวตรง ๆ ก็รูสึกวาเคารพไมพอ จึงกมตัวลงใหแขนทั้ง
สองวางลงบนตักมือประสานกันเงยหนาขึ้น ในโอกาสที่ตองพูดโตตอบหรือนั่งเฉย ๆ เงยหนาพอควรถา
มิไดพูดโตตอบกับผูใหญ
๔) เมื่อนั่งเกาอี้อยู ถาผูสูงศักดิ์หรือผูที่เราเคารพอยางสูงมายืนหรือนั่งพูดอยูใกล ๆ เราจะนั่งอยาง
เคารพในลักษณะทอดศอกลงบนเขาของเรามือประสานกัน พูดโตตอบกับทานก็ได ดีกวานั่งเกาอี้ตัวตรง
เฉยเสีย หอยเทาใหชิดกันแลเก็บเทาใหชิดกับเกาอี้ใหมากที่สุด
3.3 การกราบ และการคลาน
1) การกราบ วิธีกราบ นั่งในทาหมอบพนมือใหชิดกันลงบนพื้นไวขางหนา กมศรีษะละกับพื้นให
หวางคิ้วจรดนิ้วหัวแมมือกราบหรือหมอบกราบจะกระทําใหแกผูทรงศักดิ์ เจานาย และอาวุโส และกราบครั้ง
เดียวโดยไมแบมือลงกับพื้น
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
128
2) การคลาน วิธีคลาน เปนการเคลื่อนตัวผานคนมาก ๆ ซึ่งกําลังนั่งอยูกับพื้น หรือมีผูอาวุโสที่นั่งอยู
กับพื้น ประเพณีของเราสอนกันไววาผูมีมารยาทดียอมไมเดินกรายหัวคน
วิธีคลานมีหลายชนิด การคลานคือใชกระดูกหัวเขาเคลื่อนออกไปแทนใชเทาเดิน
ก. คลานเขา ใชมือทั้งสองวางแบลงกับพื้นพยุงตัวไว นั่งคุกเขาชิดกับพื้น กระดกนิ้วเทายันกับพื้นให
ตรงเทาแขนทั้งสองใหมือแบยันพื้นจนสุดแขนแลตามดวยเขาซายสลับกันไปถึงจุดหมายปลายทาง
ข. คลานเขา คือคูเขาใหหัวเขาทั้งสองขางเคลื่อนไปขางหนา สลับเขาซายทีหนึ่งขวาทีหนึ่งแทนใชเทา
เดินไมตองใชมือชวยพยุงตัวแบบคลานสี่ขาอยางขอ ก. แตการคลานแบบนี้ไมสูเปนที่นิยมถือวาไมสุภาพเทา
กับคลานสี่ขาอยางขอ ก.
ค. คลานยกของมือเดียว ใชเฉพาะพระมหากษัตริยแลเจานาย แลผูทรงอาวุโส
คลานยกของสองมือ ( คลานโขยก )มือทั้งสองถือของคุกเขาแลวตั้งเขาขึ้นขางหนึ่งใหตรง สืบเทาขางหนึ่ง
ไปขางหนาโดยการขยับตัว ( โขยางตัวขึ้น ) แลวเปลี่ยนเขาอีกขางหนึ่งตั้งขึ้นสลับกันไปจนถึงจุดหมาย
ง. คลานศอก คือคลานเขาอยางธรรมดา แตงอศอกใหลําแขนทอนลางทอดไปตามพื้นใหศอกเลื่อน
ไปขางหนาแทนมือ แขนและขาจะเคลื่อนไปพรอม ๆ กัน
3.4 การยืน
การยืนเปนอิริยาบถที่ใชกระดูกสวนยาวของขาแลหัวเขาทุกสวนชวยกระดูกเชิงกราน กระดูกสัน
หลังพรอมดวยศีรษะขึ้นใหตรงเพื่อใหน้ําหนักลงมาอยูที่ปลายเทาสองขางในเวลาตั้งตัวขึ้นตรง การเคารพ
ในทายืน มีดังนี้
ยืนเคารพธงชาติ เปนสัญญลักษณประจําชาติซึ่งเปนที่รักแลหวงแหนของประชาชน ผูเปนเจาของ
ชาตินั้น ๆ ทั่วโลก ฉะนั้นเวลาเชิญธงชาติขึ้นเสาแลลงจากเสาทุกวัน เราจึงหยุดเคารพเปนกิจวัตรประจําวัน
ของประชาชนที่ไดเห็นแลไดยินเพลงชาติบรรเลงตามเวลาที่เชิญธงชาติขึ้นหรือลง
๑. ในพิธีตาง ๆ เมื่อเห็นคนเชิญธงชาติผานหนา เราตองยืนขึ้นเพื่อทําความเคารพทุกครั้ง ธงชาติเปน
สัญญลักษณอันศักดิ์สิทธิ์ของชาติ ในเมื่อขาราชการหรือประชาชนคนใดบําเพ็ญประโยชนใหแกชาติตองเสีย
ชีวิตในระหวางปฏิบัติราชการ รัฐบาลจะใชธงชาติคลุมศพเพื่อใหเกียรติอยางสูง
๒. ในทันทีที่ไดเห็นพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวหรือสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราช-
ดําเนินมาถึงในงานพิธีตาง ๆ เราตองยืนตรงเพื่อถวายความเคารพ หรือเวลาเราอยูบนถนนก็เชนเดียวกัน คือ
รีบหันหนาไปทางที่เสด็จ ฯ ผานแลวหยุดยืนตรงเพื่อถวายความเคารพหรือจะถวายคํานับก็ได
๓. ทุกครั้งที่ไดยินเสียงเพลงสรรเสริญพระบารมีตองหยุดยืนตรงนิ่งอยูกับที่จนกวาจะจบเพลงเพื่อ
ถวายความเคารพ แลตองถวายคํานับหรือยกมือไหวเคารพเมื่อเพลงจบ
๔. ยืนตอนรับผูใหญที่กําลังเดินเขามาในงาน ถาเรากําลังนั่งอยูบนเกาอี้ ตองลุกยืนตรงดวยความ
สํารวมเรียบรอยแลหันหนาไปทางผูใหญ
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
129
๕. ผูมีมารยาทดีจะยืนตรงหอยแขนและขาตามธรรมชาติเพื่อเคารพผูใหญ แตถาประสานมือไว
ขางหนาดวยเปนการแสดงความเคารพทวียิ่งขึ้น
3.5 การเดิน การนอน
1) การเดิน การเดินคืออยูในทายืน กาวขาตรงออกทีละขางสลับกัน งอเขาแลววางเทาใหตรง
ประดุจดังเดินบนกระดานแผนเดียว ควรเดินใหเรียบรอย ไมหัวเราะดังหรือสัพยอกกันเอะอะ ไมสายตัว
ตั้งศรีษะตรง แขนแกวงพองามไมสูงจนนาเกลียด ถาเดินเปนหมูควรจะเหลียวดูรอเพื่อนที่ตามมาขางหลัง
ไมเดินเร็วหรือชาจนเกินไป
2). การนอน การนอนเปนกิริยาทีวางรางกายทุกสวนทอดราบลงบนเตียงหรือบนพื้นที่ใชนอน
สุภาพชนควรนอนเฉพาะที่และเหมาะแกกาละไมใชทั่วไป
3.6 การจับมือ
การจับมือเปน มารยาทแบบสากลทางกายการจับมือแบบฝรั่งเปนเครื่องหมายแสดงความยินดีใน
การตอนรับแสดงความเคารพเปนมิตรไมตรีไวเนื้อเชื่อใจกัน อาการกิริยาที่ใชแสดงการยื่นมือขวาเปลา ๆ
ออกมา ยอมแสดงใหทั้งสองฝายเห็นความบริสุทธิ์ซึ่งกันและกัน เปดเผยซึ่งกันและกันวาไมมีอะไรซุกซอน
ในมือกอนที่จะจับมือกัน เชนเดียวกับการแสดงความเคารพของประเพณีไทย ดวยการยกมือทั้งสองขางมา
พนมแลวกมศรีษะลงแสดงความเคารพ
4. วัฒนธรรมไทยมารยาทการรับประทานอาหาร
มารยาทที่ดีในการรับประทานอาหารควรปฏิบัติดังนี้
1) เมื่อไดรับเชิญไปรับประทานอาหารในงานพิธีใดก็ตาม ไมวาจะเปนการรับประทานแบบไทยแบบ
ฝรั่งยอมใชมารยาทสุภาพเชนเดียวกันถาเปนการรับประทานแบบนั่งเกาอี้ก็ตองนั่งตัวตรงเรียบรอยแลใช
เครื่องใชในการรับประทานอาหารที่เปนสวนของตน เชน จาน ชาม ชอน สอม มีด จานแบง ผาเช็ดมือ ถวย
น้ําแลถวยเหลา ถาเปนอาหาร ไทยตองใชชอนกลางตักอาหารที่เปนของกลาง ไมใชเครื่องมือของตนเอง
ตักอาหารซึ่งเปนของกลาง
2) เวลารับประทานอาหารตองรับประทานโดยระมัดระวัง ไมทําใหเลอะเทอะมูมมาม ควรหุบปาก
เวลาเคี้ยวอาหารเพื่อระวังมิใหมีเสียงดัง
3) ไมใชมือของตนเองแตะตองหรือหยิบอาหารที่ผูอื่นจะบริโภค อาหารที่เปนของกลาง
4) ในการรับประทานอาหารรวมกับผูอื่นตองรอใหผูมีอาวุโสกวานั่งกอนจึงนั่ง แลผูอาวุโสเริ่มรับ
ประทานกอนจึงรับประทาน
5) ถานั่งเกาอี้ควรนั่งตัวตรง ไมทาวศอกบนโตะอาหารถานั่งกับพื้นควรนั่งพับเพียบเรียบรอยและ
ตั้งตัวตรงไมทาวแขน
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
130
6) การใชผาเช็ดมือ เมื่อเขานั่งโตะอาหารกอนจะรับประทานควรหยิบผาเช็ดมือปูที่ตัก กอนดื่มควรใช
ผาเช็ดมือเช็ดปากกอนทุกครั้งเพื่อมิใหแกวเปนคราบ ดื่มเสร็จแลวเช็ดอีกครั้ง
7) ถือชอนดวยมือขวาแลสอมดวยมือซายในเวลารับประทานอาหารแบบไทย
8) การซดน้ําซุบหรือน้ําแกง ยอมซดจากขางชอนแลซดอยางเงียบอยาใหมีเสียงดัง
9) การใชมีด มีไวสําหรับตัดอาหาร จะนําไปจิ้มอาหารเขาปากไมไดไมวาในกรณีใด ๆ ผูใดใชมีด
สงอาหารเขาปากผูนั้นเสียมารยาทอยางมาก
10) ในการรับประทานอาหารน้ําชาหรือกาแฟ ชอนกาแฟหรือชอนชามีไวสําหรับใชคนเทานั้นเมื่อ
คนเสร็จแลวตองวางไวในจานรองถวยอยาคาชอนไวในถวย แลอยาซดจากชอนเปนอันขาด
11) การรับประทานอาหารแบบไทยหรือแบบพึ่งตัวเอง เรารับประทานดวยมองของเราเอง กอนรับ
ประทานตองลางมือใหสะอาด ใชผาสะอาดปูลาดบนพื้นบาน ผูที่จะรับประทานนั่งลงลอมวงกันตักขาวใส
จานกนตื้นใหครับคนลงมือตักขาวกับใสจานดวยชอนกลาง ใชมือขาวขยุมของที่ตักมากับขาวในจานใหเปน
กอนใหพอดีกับปากของตัว ใชนิ้วหัวแมมือผลักกอนขาวใหเขาไปอยูในปาก ตองระวังอยาใหรวงหลนออก
จากปากจะเปนการเสียมารยาท
12) การรับประทานอาหารชนิดชวยตัวเองหรือบุฟเฟท โดยมากจัดสําหรับเมื่อมีแขกมาก ๆ คือเจา
ของบานจะวางอาหารพรอมทั้งคาวหวานแยกกันไวเปนหมู จัดอยางสวยงามทั้งคาวหวาน แลวเชิญแขกที่
รับเชิญไปแบงรับประทานเองตามใจชอบ
13) ผูรับเชิญจะเดินไปหยิบเครื่องมือสําหรับรับประทานกอน เชน จาน ชาม สอม ชอน มีด และอื่น ๆ
14) เมื่อมีเครื่องอุปกรณพรอมแลวจึงเดินเลือกอาหารตามใจชอบ
15) เราควรจะรูจักกระเพาะอาหารของเราใหดีวาจะบรรจุอาหารนักเทาใด แลวแบงใหพอดีกับความ
ตองการของตน อยาโลภตักแบงไปจนรับประทานไมหมด และอยาแบงโดยคุยเขี่ยทําลายความสวยงามที่เขา
ตบแตงอาหารไว
16) เมื่อรับประทานอาหารเสร็จแลวก็วางไวที่ใดที่หนึ่งที่เหมาะแกจานชามที่ใชแลว หรือสงใหคน
รับใชที่เดินเก็บจานชามที่แขกรับประทานเสร็จแลวก็ได
5. วัฒนธรรมไทยการใชวาจาที่สุภาพ
ประเพณีนิยมถือความลดหลั่นกันในทาง ชาติวุฒิ คุณวุฒิ และวัยวุฒิ ซึ่งแสดงวาเปนชาติที่มีความรู
สิกนึกคิดประณีต แสดงออกใหเห็นทางความประพฤติทั้งกายวาจาและใจ วาจาไพเราะหรือที่เรียกเปนศัพท
วา ปจะวาจานั้น ไดแกถอยคําที่เวนจากวจีทุจริต วาจาไพเราะเปนคุณสมบัติสําคัญในการพูด เพื่อความสงบ
สําเร็จประโยชนตนประโยชนทานและยอมยึดเหนี่ยวใจของผูฟงไดใหเกิดความนิยมรักใครนับถือผูพูด
มารดาบิดาเจรจากับบุตรดวยถอยคําออนหวาน คํานั้นยอมจับใจของบุตรธิดา ทําใหเกิดความรักใครนับถือ
และกตัญูตอบิดามารดายิ่งขึ้น บุตรธิดารูจักพูด มารดาบิดายอมรักเอ็นดูมากขึ้น ผูมีมารยาทจะตอง
ระมัดระวังในการใชวาจา คือ
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
131
1) ตองระวังมิใชวาจาเท็จ อันเปนเหตุใหคนทั้งหลายคลายความเชื่อถือ เพราะความเท็จนั้นจะปรากฏ
ขึ้นมิวันใดก็วันหนึ่ง ถามีผูจําไดก็จะเห็นไปวากิริยาวาจาที่บุคคลพูดเท็จอยางสุภาพเรียบรอยนั้นเปนเสมือน
เปลือกที่หุมหอรางกายอยูภายนอก แตภายในไมมีอะไรดีเลย เหมือนกับตนกลวยเรียบรอยขางนอก แตภายใน
ไมมีแกน
2) ไมใชวาจายุยงสอเสียดใหผูอื่นแตกราว หรือระหองระแหงกัน ควรหลีกเสียอยางเด็ดขาด การ
สนทนาที่ดียอมไมกลาวถึงใครในแงราย ใหกลาวถึงเรื่องที่ไมพาดถึงบุคคลในทางที่จะทําใหเขาเสียหาย ควร
พูดนทนาในทาที่จะเกิดความรู
3) ไมกลาววาจาหยาบคายเสียดสีดูถูก หรือขัดคอผูอื่น จะทําใหขัดเคืองกันและเปนการนาละอาย
สําหรับผูที่แสดงวาจาเชนนั้นออกมา เพราะจะทําใหผูไดยอนไดฟงรูไปถึงวาผูพูดมีการอบรมมาอยางไร
4) ตองพยายามใชคําพูดที่เหมาะสมที่ควรและถูกหูผูที่เราพูดดวย การพูดวาจาไพเราะยอมเปนที่นิยม
ชมชอบแกผูไดยินไดฟงมาก และยังใหประโยชนแกตนเองใหเปนที่นับถือของคนทั้งหลาย ถาเขาใจพูดอาจ
ยังผูนอยใหมีแกใจทํากิจการดวยความจงรักภักดี
5) ยอมไมพูดเสียงดังจนเกินไป หรือพูดพลางหัวเราะพลางในกลุมคนที่ตนรวมสนทนาดวย จะทําให
ผูพูดเสียบุคลิกลักษณะของสุภาพชน
6) คูสนทนาที่ดีนั้นมิใชจะเปนผูพูดอยางเดียว หรือฟงอยางเดียว จะตองปฏิบัติใหพอดี คือรูจักพูดให
ผูฟงพอใจและเปนนักฟงที่สนใจ
7) สุภาพสตรียอมมีความสํารวมกายอยูเปนนิจ ไมสงเสียอื้ออึง ไมทําสนิทหรือหยอกลอกับบุรุษใน
ที่ลับและที่เปดเผย ไมพูดจาหยาบคาย ไมหัวเราะสงเสียงดัง พูดดังเกินงามจนเปนจุดเดนใหคนอื่นหันมา
จองมอง
2) ประเพณีไทย ประเพณีทองถิ่น
ประเพณีไทยหรือขนบธรรมเนียม ประเพณีไทยอันดีงามที่สืบทอดตอกันมานั้น ลวนแตกตางกันไป
ตามความเชื่อ ความผูกพันของผูคนตอพุทธศาสนาและการดํารงชีวิตที่สอดประสานกับฤดูกาลและธรรม
ชาติอยางชาญฉลาดของชาวบานในแตละทองถิ่น ทั่วแผนดินไทย เชน
ภาคเหนือ ประเพณีบวชลูกแกวของคนไตหรือชาวไทยใหญที่จังหวัดแมฮองสอน
ภาคอีสาน ประเพณีบุญบั้งไฟของชาวจังหวัดยโสธร
ภาคกลาง ประเพณีทําขวัญขาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ภาคใต ประเพณีแหผาขึ้นธาตุของชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช เปน ตน
นอกจากนี้ ประเพณีและอารยธรรมไทยยังนํามาซึ่งการทองเทียว เปนที่รูจักและประทับใจแกชาติอื่น
นับเปนมรดกอันลําคาที่เราคนไทยควรอนุรักษและสืบสานใหยิ่งใหญตลอดไป
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
132
1. ขนบธรรมเนียมประเพณีไทยที่ควรรูจัก ตัวอยางขนบธรรมเนียมประเพณีไทยที่สําคัญมีดังนี้
1.1) ประเพณีฮีตสิบสอง
ชวงเวลา ความสําคัญ พิธีกรรม และ สาระ ประเพณีทองถิ่นกาฬสินธุ ยังยึดถือ และปฏิบัติตาม
ฮีตสิบสอง คําวา "ฮีต" หมายถึง จารีต ขนบธรรมเนียมประเพณี แบบแผนฮีตที่ถือปฏิบัติกันอยู ๑๒ อยาง
ภาษาพื้นบานเรียกวา "บุญ" ดังนี้
๑) บุญขาวกรรม เกี่ยวกับพระภิกษุตองอาบัติสังฆาทิเสส ตองอยูกรรมจึงจะพนอาบัติ ถือวาเปน
ผูบริสุทธิ์ในระหวางภิกษุเขากรรม ญาติ โยม สาธุชน ผูหวังบุญกุศล จะไปรวมทําบุญบริจาคทาน รักษาศีล
เจริญภาวนา และฟงธรรม เปนการรวมทําบุญระหวางพระภิกษุ สามเณร และชาวบาน กําหนดวันขึ้น ๑๕
ค่ํา เดือนอาย เรียกอีกอยางหนึ่งวา "บุญเดือนอาย"
๒) บุญคูนลาน การทําบุญคูนลาน จะทําที่วัด หรือที่บานก็ได โดยชาวบานจะเอาขาวมารวมกัน แลว
นิมนตพระภิกษุมาเจริญพระพุทธมนต จัดน้ําอบ น้ําหอมไวประพรม วนดายสายสิญจนบริเวณรอบกองขาว
ตอนเชามีการถวายอาหารบิณฑบาต และนําเอาน้ําพระพุทธมนตไปรดกองขาว ถาทําที่บานเรียกวา "บุญกุม
ขาว" กําหนดในเดือนยี่ เรียกอยางหนึ่งวา "บุญเดือนยี่
๓) บุญขาวจี่ เดือนสามชาวบานนิยมทําบุญขาวจี่ เพื่อถวายพระ เปนการละทานชนิดหนึ่ง และถือวา
ไดรับอานิสงสมากงานหนึ่ง กําหนดทําบุญในเดือนสาม
๔) บุญพระเวส บุญที่มีการเทศพระเวส หรือบุญมหาชาติ หนังสือมหาชาติเปนหนังสือชาดกที่แสดง
จริยวัตรของพระพุทธเจา เมื่อเสวยชาติเปนพระเวสสันดร กําหนดทําบุญเดือนสี่ จึงเรียกอีกอยางหนึ่งวา
"บุญเดือนสี่"
๕) บุญสรงน้ํา บุญสรงน้ํา มีการรดน้ํา หรือสรงน้ําพระพุทธรูป พระสงฆ และผูหลักผูใหญ มีการทํา
บุญทําทาน เรียกอีกอยางหนึ่งวา "บุญตรุษสงกรานต" กําหนดทําบุญในเดือน หา
๖) บุญบั้งไฟ กอนการทํานาชาวบานในจังหวัดในภาคอิสาน จะมีการฉลองอยางสนุกสนาน โดยการ
จุดบั้งไฟ เพื่อไปบอกพญาแถน เชื่อวาจะทําใหฝนตกถูกตองตามฤดูกาล มีการตกแตงบั้งไฟใหสวยงามนํามา
ประกวดแห แขงขันกันในวันรุงขึ้น กําหนดทําบุญในเดือน หก
๗) บุญซําฮะ ซําฮะ คือการชําระลางสิ่งสกปรก รกรุงรังใหสะอาดหมดจด เมื่อถึงเดือน ๗ ชาวบาน
จะรวมกันทําบุญโดยยึดเอา "ผาม หรือศาลากลางบาน" เปนสถานที่ทําบุญ ชาวบานจะเตรียมดอกไมธูปเทียน
โอน้ํา ฝายใน ไหมหลอด ฝายผูกแขน แหทรายมารวมกันที่ ผามหรือศาลากลางบาน ตอนเย็นนิมนตพระสงฆ
มาเจริญพระพุทธมนต ตอนเชาถวายอาหาร เมื่อเสร็จพิธีทุกคนจะนําน้ําพระพุทธมนต ฝายผูกแขน แหทราย
ของตนกลับบาน นําน้ํามนตไปรดลูกหลาน ทรายนําไปหวานรอบบาน ฝายผูกแขนนําไปผุกขอมือลูกหลาน
เพื่อใหเกิดสวัสดิมงคลตลอดป ถามีการเจ็บไขไดปวยตองมีการสวดถอด เปนตน กําหนด ทําบุญในเดือน ๗
๘) บุญเขาพรรษา ในเทศกาลเขาพรรษา เปนเวลาที่พระภิกษุสงฆจะตองบําเพ็ญไตรสิกขา คือ ศีล
สมาธิ ปญญา ใหบริบูรณ สวนคฤหัสถก็จะตองบําเพ็ญบุญกริยาวัตถุ ๓ คือ ทาน ศีล ภาวนา ใหเต็มเปยม
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
133
ตอนเชาญาติโยมจะนําอาหารมาถวายพระภิกษุ ตอนบายนําดอกไมธูปเทียน ขาวสาร ผาอาบน้ําฝน รวมกันที่
ศาลาวัด ตอนเย็นญาติโยมพากันทําวัตรเย็นแลวฟงเทศน กําหนด วันแรม ๑ ค่ํา เดือน ๘ จึงเรียกอีกอยางหนึ่ง
วา "บุญเดือน ๘"
๙) บุญขาวประดับดิน หออาหาร และของขบเคี้ยวเปนหอๆ แลวนําไปถวายวางแบไวกับดิน จึงเรียก
วา "บุญขาวประดับดิน" ชาวบานจะจัดอาหารคาว หวาน และหมากพลู บุหรี่ กะวาใหได ๔ สวน สวนที่ ๑
เลี้ยงดูกันในครอบครัว สวนที่ ๒ แจกใหญาติพี่นอง สวนที่ ๓ อุทิศไปใหญาติที่ตาย สวนที่ ๔ นําไปถวาย
พระสงฆ ทําเปนหอๆใหไดพอควร โดยนําใบตองกลวย มาหอของคาว หวาน หมากพลู บุหรี่ แลวเย็บรวมกัน
เปนหอใหญ ในระหวาง เชามืดในวันรุงขึ้นจะนําหอเหลานี้ไปวางไวบริเวณวัด ดวยถือวาญาติพี่นองจะมารับ
ของที่นั่น (เชื่อกันวาเปนวันยมทูตเปดนรกชั่วคราว ใหสัตวนรก มารับของทานในระยะหนึ่ง และยังถือวา
เปนวันกตัญูอีกดวย) ตอนเชานําอาหารอีกสวนหนึ่งไปถวายพระ ฟงพระธรรมเทศนา เสร็จแลวทําพิธีอุทิศ
สวนกุศลใหแกญาติผูที่ลวงลับไปแลว กําหนดทําบุญในเดือน ๙
๑๐) บุญขาวสาก การเขียนชื่อลงในพาขาว (สํารับกับขาว) เรียกวาขาวสาก (สลาก) ญาติโยมจะจัด
อาหารเปนหอๆ แลวนําไปแขวนไวตามตนไม โดยทํากันในตอนกลางวัน กอนเพล เปนอาหาร คาว หวาน
พอถึงเวลา ๔ โมงเชา พระสงฆจะตีกลองโฮม (รวม) ญาติโยมจะนําพาขาว (สํารับกับขาว) ของตนมารวมกัน
ณ ศาลาการเปรียญ เจาภาพจะเขียนชื่อลงในกระดาษมวนลงในบาตร เมื่อพรอมแลวหัวหนากลาวนําคําถวาย
สลากภัต จบแลวยกบาตรสลากไปใหพระจับ ถูกชื่อใคร ก็ใหไปถวายพระองคนั้น กอนจะถวายพาขาวใหนํา
พาขาว ๑ พา มาวางหนาพระเถระ แลวใหพระเถระ กลาวคําอุปโลกน กําหนด บุญขาวสากนิยมทํากันใน
เดือน ๑๐
๑๑) บุญออกพรรษา การทําบุญออกพรรษานี้ เปนการเปดโอกาสใหพระภิกษุสงฆไดมีโอกาสวากลาว
ตักเตือนกันได พระภิกษุสงฆสามารถเดินทางไปอบรมศีลธรรม หรือไปเยี่ยม ถามขาวคราว ญาติพี่นองได
และภิกษุสงฆสามารถหาผามาผลัดเปลี่ยนไดเมื่อถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๑ ตั้งแตเชามืดจะมีการตีระฆังให
พระสงฆไปรวมกันที่โบสถแสดงอาบัติเชา จบแลวมีการปวารณา คือเปดโอกาสใหพระภิกษุสงฆดวยกันวา
กลาวตักเตือนกันไดกําหนด บุญออกพรรษาในเดือน ๑๑
๑๒)บุญกฐิน ผาที่ใชสดึงทําเปนกรอบขึงเย็บจีวร เรียกวาผากฐิน ผูใดศรัทธา ปรารถนาจะถวายผากฐิน
ณ วัดใดวัดหนึ่งใหเขียนสลาก (ใบจอง) ไปติดไวที่ผนังโบสถ หรือศาลาวัด ทั้งนี้เพื่อไมใหผูอื่นจองทับ เมื่อ
ถึงวันกําหนดก็บอกญาติโยมใหมารวมทําบุญ มีมหรสพสมโภช และฟงเทศน รุงเชาก็นําผากฐินไปทอดถวาย
ที่วัดเปนอันเสร็จพิธี กําหนด ทําบุญระหวางวันแรม ๑ ค่ําเดือน ๑๑ ถึง วันขึ้น ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๒
1.2) งานเทศกาลไหม และประเพณีผูกเสี่ยว
ชวงเวลา วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน-๑๐ ธันวาคม ของทุกป ความสําคัญงานเทศกาลไหมเปนงานที่
จังหวัดขอนแกนไดจัดขึ้นทุกป เริ่มตั้งแต พ.ศ. ๒๕๒๒ จนถึงปจจุบันโดยมีวัตถุประสงคเพื่อสงเสริมอาชีพ
การทอผาไหม มีหนวยงานทั้งภาครัฐและเอกชนรวมออกรานแสดงผลิตภัณฑและจําหนายสินคาพื้นเมือง
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
134
(ผาไหม) และของที่ระลึกอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีการแสดงเพื่อฟนฟูและสงเสริมศิลปวัฒนธรรมทองถิ่น
ประเพณีผูกเสี่ยว ก็เปนประเพณีสําคัญที่จัดขึ้นพรอมกันกับงานเทศกาลไหม โดยมีวัตถุประสงค เพื่อใหคน
ในทองถิ่นและคนในชาติมีความรักใครกลมเกลียว สมัครสมานสามัคคีและชวยเหลือเกื้อกูลกันคําวา "เสี่ยว"
เปนภาษาถิ่นอีสาน แปลวา มิตรแท เพื่อนแท เพื่อนตาย มีความผูกพัน ซื่อสัตย และจริงใจตอกันพิธีกรรม
อุปกรณที่สําคัญมีพานบายศรีอาจเปนบายศรี ๓ ชั้น ๕ ชั้น หรือ ๗ ชั้น และมีเครื่องประกอบอีก
หลายอยาง คือ สุรา ๑ ขวด ไขไกตม ๑ ฟอง ขาวตมมัด ๔ หอ กลวยสุก ๔ ผล ขาวเหนียวนึ่ง ๑ ปน ใบพืชที่
เปนมงคล เชน ใบคูน ใบเงิน ใบทอง ใบยอ ดอกรัก และที่ขาดไมไดคือ ฝายผูกแขน เชิญแขกมงคลมารวมพิธี
คูเสี่ยวนั่งลอมพานบายศรี หมอพราหมณเริ่มพิธีดวยการจุดเทียนที่พานบายศรี อัญเชิญเทวดาลงมาเปนสักขี
พยาน กลาวถึงงานบายศรีสูขวัญเนื่องในโอกาสตาง ๆ เชน งานมงคลสมรส มีบุตรใหม ขึ้นบานใหม การ
เลื่อนยศ การผูกเสี่ยว การบวชนาค ฯลฯ แลวกลาวคําอัญเชิญขวัญตามโอกาส เมื่อถึงบทเชิญขวัญผูรวมพิธีจะ
ตะโกนเรียกขวัญของผูรวมพิธีใหมาอยูกับเนื้อกับตัว จบแลวหมอพราหมณและแขกจะนําดวยมงคลผูกขอมือ
ของคูขวัญ พรอมทั้งใหศีลใหพร ใหรักใครสามัคคี ชวยเหลือเกื้อกูลกัน ตอจากนั้นคูขวัญก็จะผูกขอมือซึ่งกัน
และกัน เปนอันเสร็จพิธี
เรียกขวัญเพื่อเปนการเตือนสติใหรูจักภาวะของตนเอง เชน จะแตงงาน บวช หรือเสี่ยว จะตองปฏิบัติ
อยางไร เชื่อกันวา ขวัญสิงสถิตอยูในสวนตาง ๆ ของรางกายและจิตใจ เมื่อทําพิธีเรียกขวัญแลวก็จะเกิดพลัง
กายและพลังใจที่เขมแข็งได
1.3) ประเพณีไหลเรือไฟ
ชวงเวลา วันขึ้น ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๑ ถึงวันแรม ๑ ค่ํา เดือน ๑๑ (ประมาณเดือนตุลาคม) ที่จังหวัดนครพนม
ความสําคัญ เพื่อบูชารอยพระพุทธบาทที่ประทับไวริมฝงแมน้ํานัมมทานที ในแควนทักษิณาบทประเทศ
อินเดียเพื่อบูชาทาวผกาพรหมเพื่อขอขมาลาโทษแมน้ําที่เราทําใหสกปรกเพื่อเอาไฟเผาความทุกขใหหมดไป
แลวลอยไปกับแมน้ํา
พิธีกรรม นําเรือไปลอยในแมน้ํา กอนลอยใหกลาวคําบูชาดังนี้
อะหัง อิมินา ปะทีเปนะ นัมมากายะ นะทิยา ปุเลนิ ปาทะวะอัญชิง อภิปูเชนิ อะยัง ปะทีเปนะ มุนิโน
ปาทะวะอัญชัง ปูชา มัยหัง ที่ฆรัตตัง หิตายะ สุขายะ สังวัตคะตุ" แปลวา ขาพเจาขอนอมบูชารอยพระพุทธ
บาทของพระมุนีเจาอันประดิษฐานอยู ณ หาดทรายแหงแมน้ํานัมมทานทีโพนดวยประทีปนี้ ขอใหการบูชา
รอยพระบาทสมเด็จพระมุนีเจาดวยประทีป ในครั้งนี้จงเปนไปเพื่อประโยชน เพื่อความสุขแกขาพเจาทั้ง
หลาย ตลอดกาลนานเทอญ
เปรียบเทียบใหเห็นชีวิตมนุษย มีเกิด มีเจริญกาวหนา และดับไปในที่สุดหรือ ชีวิตมนุษยเปนอนิจจัง
1.4) งานมหกรรมโปงลาง แพรวากาฬสินธุ
ชวงเวลา ระหวางวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ-๖ มีนาคม ของทุกป ที่จังหวัดกาฬสินธุ
ความสําคัญ โปงลาง ถือไดวาเปนเครื่องดนตรีที่เปนเอกลักษณและเปนสัญลักษณของจังหวัดกาฬสินธุ
ทั้งนี้เพราะโปงลางไดเปลี่ยนสภาพจากขอลอหรือเกราะลอ มาเปนเครื่องดนตรีธรรมชาติประเภทเครื่องตีไม
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
135
โดยปราชญชาวบานของจังหวัดกาฬสินธุคือ นายเปลื้อง ฉายรัศมี ไดพัฒนาจนกลายมาเปนเครื่องดนตรีชิ้น
หนึ่ง บรรเลงรวมกับเครื่องดนตรีพื้นบานอีสานชิ้นอื่น ๆ จนเกิดเปนวงดนตรีโปงลาง มีการคิดทาฟอน
ประกอบลายโปงลางรวมทั้งการแสดงตาง ๆ ที่ดัดแปลงมาจากวิถีชีวิตธรรมชาติของคนชนบทอีสาน จนเปน
ที่รูจักและยอมรับกันโดยทั่วไป
เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๓๓ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จทรง
โปงลางที่วิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ ทรงรวมวงโปงลาง บรรเลงลายเตยโขงและลายลมพัดพราว ที่พลิ้ว
หวานจับใจ จังหวัดกาฬสินธุจึงถือเอาวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ ของทุกปเปนวันเริ่มงานมหกรรมโปงลาง แพรวา
และกาชาดจังหวัดกาฬสินธุสืบตอกันมา
1.5) งานประจําป ฉลองอนุสาวรียเจาพอพระยาแล
ชวงเวลา ระหวางวันที่ ๑๒-๒๐ มกราคม ของทุกป ที่จังหวัดชัยภูมิ
ลักษณะความเชื่อ ประชาชนในจังหวัดชัยภูมิ ประมาณรอยละ ๙๕ เปนคนทองถิ่นเดิมมีวัฒนธรรม
ประเพณีที่มีลักษณะผสมผสานระหวางความเชื่อดั้งเดิมของทองถิ่นกับหลักปฏิบัติทางพุทธศาสนา ประกอบ
กับประวัติศาสตรความเปนมาของจังหวัด มีลักษณะเดนชัดที่เนนและเชิดชูวีรกรรมความซื่อสัตยกตัญูของ
เจาพอพระยาแล ทําใหมีงานประจําปและงานประเพณีซึ่งแสดงถึงวัฒนธรรมของจังหวัดสืบตอกันมา
ความสําคัญ จัดขึ้นเพื่อรําลึกถึงคุณงามความดีของเจาพอพระยาแล ผูสรางเมืองชัยภูมิคนแรก
พิธีกรรม จัดในชวงเวลา ระหวางวันที่ ๑๒-๒๐ มกราคมของทุกป ในการจัดงานนี้ประกอบดวย
พิธีบวงสรวงดวงวิญญาณของเจาพอพระยาแล ขบวนแหเครื่องสักการะอนุสาวรียเจาพอ ขบวนถวายชางแด
เจาพอ และขบวนแหของอําเภอตาง ๆ รวมทั้งการออกราน จัดนิทรรศการของหนวยงานราชการและเอกชน
การประกวดผลิตผลทางการเกษตร
เปนการเชิดชูวีรกรรมความซื่อสัตยกตัญูของเจาพอพระยาแล
1.6) ประเพณีขึ้นเขาพนมรุง
ชวงเวลา เดือนเมษายนทุกป (วันเพ็ญเดือนหา) ที่จังหวัดบุรีรัมย
ประเพณีขึ้นเขาพนมรุง เริ่มขึ้นเปนครั้งแรก เมื่อป พ.ศ. ๒๔๘๑ โดยความคิดริเริ่มของทานเจาคุณ
โอภาสธรรมญาณ จากวัดทาประสิทธิ์ จังหวัดสุรินทร ซึ่งเดินทางมาเพื่อปฏิบัติธรรมวิปสสนากรรมฐานที่
เขาพนมรุง ซึ่งขณะนั้นยังไมมีทางขึ้นสูตัวปราสาท ผูที่สนใจอยากขึ้นชมปราสาทตางคนตางขึ้นมาเองโดย
ไมกําหนดเวลาประกอบกับจังหวัดสุรินทรมีประเพณีขึ้นเขาสวายในวันแรม ๑ ค่ํา เดือน ๕ ของทุกๆ ป ทาน
เจาคุณโอภาสธรรมญาณเห็นวาประเพณีขึ้นเขาเปนสิ่งดี เพื่อใหประชาชนไดรวมกันทําบุญพบปะสังสรรค
สรางความสามัคคีและมีโอกาสไดพักผอนหยอนใจอีกดวย จึงริเริ่มใหจัดงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุงเปนครั้ง
แรกในวันเพ็ญเดือน ๕ ป พ.ศ. ๒๔๘๕ และประเพณีขึ้นเขาพนมรุงก็ไดปฏิบัติสืบตอกันมาจนกระทั่ง
ปจจุบันเปนที่นาสังเกตวาในชวงงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุงทุกปจะมีปรากฏการณที่สําคัญอยางหนึ่งที่เกิด
ขึ้นเปนประจําทุกป คือในชวงเวลานั้นเราจะมองเห็นดวงอาทิตยขึ้นตรงตามความยาวของปราสาทเรา
สามารถมองลอดประตูทางดานทิศตะวันตกฝากรอบประตูตางๆ กวา ๑๐ กรอบ ทะลุผานประตูปรางค
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
136
ประธาน และทะลุออกซุมประตูหนา ความยาว ๘๘ เมตร มองเห็นดวงอาทิตยขึ้นตรงกรอบประตูพอดี
ความสําคัญ เปนวันที่ประชาชนทั่วไปรวมทําบุญปดทองนมัสการรอยพระพุทธบาทจําลอง ที่
ประดิษฐานอยูในปรางคองคนอยและทําใหชาวบานไดมีโอกาสพบปะสังสรรคแลกเปลี่ยนความรูประสบ
การณ โดยเฉพาะการทอผาไหมทั้งนี้เพราะในชวงงานประเพณีขึ้นเขา ชาวบานหญิงชายจะแตงกายดวย
ผาไหมทอลวดลายสวยงามประณีตที่สุดของตนเองเปนการอวดฝมือและความสามารถสรางชื่อเสียงของ
หมูบานและของตนเองอีกดวยและยังเปนโอกาสใหชาวบานไดเที่ยวชมความงามของปราสาทพนมรุง และ
ชักชวนใหคนเดินทางมาเที่ยวชมในงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุงมากขึ้นทุกป
เปนการแสดงถึงความพรอมเพรียง สามัคคีของประชาชนในทองที่อําเภอประโคนชัย และบริเวณใกล
เคียงและยังเปนการอนุรักษประเพณีวัฒนธรรมทองถิ่น
1.7) ประเพณีบุญเบิกฟา
ชวงเวลา วันขึ้น ๓ ค่ํา เดือน ๓ ของทุก ๆ ป (อยูระหวางปลายเดือนมกราคม-ตนเดือนกุมภาพันธ)
ความสําคัญ ประเพณีบุญเบิกฟา เปนประเพณีของชาวมหาสารคามที่ประกอบขึ้นตามความเชื่อวา เมื่อ
ถึงวันขึ้น ๓ ค่ํา เดือน ๓ ของทุกๆ ป ฟาจะเริ่มไขประตูฝน โดยจะมีเสียงฟารอง และทิศที่ฟารองเปนสัญญาณ
บงบอกตัวกําหนดปริมาณน้ําฝนที่จะตกลงมาหลอเลี้ยงการเกษตรในปนั้น ๆตํานานโบราณกลาวถึงทิศที่ฟา
รองวา
๑. ทิศบูรพา มีครุฑเปนสัตวประจําทิศ เปนทิศประตูน้ํา ถาฟารองทิศนี้ฝนจะดี ขาวกลาในนาจะอุดม
สมบูรณ คนทั้งปวงจะไดทําบุญใหทานอยางเต็มที่
๒. ทิศอาคเนย มีแมวเปนสัตวประจําทิศ เปนทิศประตูลม ถาฟารองทางทิศนี้ฝนจะนอย นาแลง คนจะ
อดอยาก และเกิดโรคระบาด
๓. ทิศทักษิณ มีราชสีหเปนสัตวประจําทิศ เปนทิศประตูทอง ถาฟารองทางทิศนี้ฝนจะมาก น้ําจะทวม
ขาวกลาในนาเสียหายถึงสองในหาสวน นาลุมเสีย นาดอนดี มีปูปลาอุดมสมบูรณ
๔. ทิศหรดี มีเสือเปนสัตวประจําทิศ เปนทิศประตูตะกั่วหรือประตูชิน ถาฟารองทางทิศนี้ฝนจะดี น้ํา
งามพอเหมาะ ผลหมากรากไมอุดม ปูปลามีมาก ขาวกลาบริบูรณ ผูคนมีความสุข
๕. ทิศปจจิม มีนาคเปนสัตวประจําทิศ เปนทิศประตูเหล็ก ถาฟารองทางทิศนี้ฝนจะแลง น้ํานอย ขาว
กลาในนาแหงตาย เสียหายหนัก
๖. ทิศพายัพ มีหนูเปนสัตวประจําทิศ เปนทิศประตูหินถาฟารองทางทิศนี้ฝนจะตกปานกลาง ขาวกลา
ไดผลกึ่งหนึ่ง เสียหายกึ่งหนึ่ง ปูปลามีนอย คนจักปวยไข
๗. ทิศอุดร มีชางเปนสัตวประจําทิศ เปนทิศประตูเงิน ถาฟารองทางทิศนี้ ฝนจะดี ขาวกลาในนา
งอก งามดี คนมีสุขทั่วหนา
๘. ทิศอีสาน มีงัวเปนสัตวประจําทิศ เปนทิศประตูดิน ถาฟารองทางทิศนี้ ฝนจะดีตลอดป ขาวกลาใน
นาจะงอกงามสมบูรณดี คนจะมีความสุขเกษมตลอดปอยางถวนหนาดวยความเชื่อตามตํานานดังกลาว
ชาวมหาสารคามจึงมีประเพณีบุญเบิกฟา (เดิมเรียกวาบุญเบิกบาน) เพื่อขอพรจากแถน (เทพผูเปนใหญ)
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
137
ใหไขประตูฟาทางทิศที่เปนมงคลอนึ่งในวันขึ้น ๓ ค่ําเดือน ๓จะมีปรากฏการณมหัศจรรยเกิดขึ้น ๓ อยางคือ
๑. กบไมมีปาก คือจะมีแผนเยื่อเกิดขึ้นปดรูกบเปนอันวาวันนั้นกบจําศีล ไมฆาสัตวอื่น ๆ เปนอาหาร
๒. นากไมมีรูทวาร คือมีแผนเยื่อเกิดขึ้นปดทวารหนักของตัวนาก เปนอันวานากจะไมขับถายในวัน
นั้น เพราะไมไดกินอาหาร
๓. มะขามปอมจะมีรสหวาน
พิธีกรรม พิธีกรรมบุญเบิกฟา มี ๔ อยางคือ
๑. จัดพิธีสูขวัญขาว ชาวอีสานเรียกวาทําบุญตุมปากเลา
๒. หาบปุยคอก (ชาวอีสานเรียกวาฝุน)ไปใสผืนนา
๓. ทําบุญเฮือน (ทํารวมกับทําบุญปากเลา)
๔. นําขาวเปลือกเต็มกระบุงไปถวายวัด
สาระ ประเพณีบุญเบิกฟา มีประโยชนตอวิถีชีวิตและจิตใจของเกษตรกรคือ
๑. เปนการเตรียมพรอมที่จะลงมือทําการเกษตรไดทันฤดูกาล เพราะเมื่อถึงเทศกาลบุญเบิกฟา พวกเขา
ยอมไดทําบุญใหเกิดขวัญและกําลังใจ ไดหาบปุยคอกบํารุงดิน แลวเตรียมกาย เตรียมใจและเครื่องมือให
พรอมที่จะทํานา
๒. เปนผูมีความเชื่อมั่นศรัทธาตอพุทธศาสนา เพราะไดทําบุญเปนประจําทุกป ทําใหรูจักเสียสละไม
ตระหนี่ถี่เหนียว
๓. เปนผูมีความกตัญูตอผืนนา สิ่งแวดลอม ดินฟาอากาศ ตลอดจนเทพตาง ๆ ที่เชื่อวาเปนผูบันดาล
ฝนและธัญญาหารเชน พญาแถน และพระแมโพสพ เปนตน
๔. เปนผูรูจักประหยัดเชน รูจักเก็บขาวไวในยุงฉางอยางมีระเบียบ แมแตจะ ตักออกก็ยังมีพิธีกรรม
อันศักดิ์สิทธิ์ ชวยเตือนสติไมใหใชขาวอยางสุรุยสุราย ดังคําสอนของสมเด็จพระสัมมาพุทธเจาที่วา
"นตฺถิ ธฺญสม ธน" แปลวา "ทรัพยเสมอดวยขาวเปลือกไมมี"
1.8) บุญขาวสาก (บุญเดือนสิบ)
ชวงเวลา เดือนตุลาคม (วันขึ้น ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๐) ที่จังหวัดยโสธร
ความสําคัญ ประเพณีบุญขาวสาก เปนประเพณีที่จัดขึ้นเพื่ออุทิศสวนกุศลใหกับผูที่ลวงลับไปแลว และ
เพื่ออุทิศสวนกุศลใหกับสัตวนรกหรือเปรต
พิธีกรรม ประกอบดวย
๑. วันเตรียมขาวสาก วันขึ้น ๑๔ ค่ํา เดือน ๑๐ ขาวสาก (ภาษากลางเรียกขาวกระยาสารท) คือการเอา
ขาวเมาพอง คลุกกับขาวตอกแตก แลวใสน้ําออย น้ําตาล ถั่ว งา แลวคลุกเขาดวยกัน นอกจากนี้ชาวบานจะ
เตรียมขาวตม ขนม อาหารคาวหวาน หมาก พลู และบุหรี่ไวทําทาน
๒. ในตอนเชาของวันขึ้น ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๐ ชาวบานจะนําอาหารไปตักบาตรอุทิศสวนกุศลใหญาติผู
ลวงลับไปแลว หลังจากพระสงฆฉันจังหันเสร็จแลวมีการฟงเทศน
๓. พอถึงตอนเพลจะเปนพิธีแจกขาวสาก ขาวสากที่จะนําไปแจกนั้น จะหอดวยใบตองกลวยกลัดหัว
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
138
กลัดทายมีรูปคลายกลีบขาวตมแตไมพับสนตอง เย็บติดกันเปนคูๆ ของที่ใสในหอไดแก ขาวตม ขาวสาก
ปลา เนื้อ หมาก พลู และบุหรี่ พิธีแจกก็เอาหอยไวตามตนไมหรือตามรั้ว พอเสร็จหมดก็ตีกลองหรือโปง
ใหสัญญาณบอกเปรตมารับเอา หลังจากนั้นก็แยงกันเก็บคืน มือใครยาวสาวไดสาวเอา ซึ่งตอนนี้เรียกวา
"แยงเปรต" ภาษาอีสานเรียกวา "ยาดขาวสาก" เก็บมาแลวเอาไปใสตามไรนา ตามตาแฮก เพื่อใหขาวในนา
อุดมสมบูรณ
สาระ เปนประเพณีการทําบุญที่จัดขึ้นเพื่ออุทิศสวนกุศลใหกับผูที่ลวงลับไปแลว และเพื่ออุทิศสวน
กุศลใหกับสัตวนรกหรือเปรต
1.9) ประเพณีบุญบั้งไฟ (บุญเดือนหก)
ชวงเวลา เดือนพฤษภาคม
ความสําคัญ ชาวจังหวัดยโสธรรอยละ ๘๕ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ชาวยโสธรจึงจัดประเพณี
บุญบั้งไฟ เปนการทําบุญประจําปทุกปในชวงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเปนชวงกอนฤดูการทํานา เปนพิธีขอฝน
จากพญาแถนใหฝนตกตองตามฤดูกาล
พิธีกรรม ประกอบดวย
๑. การเซิ้งเพื่อขอรับบริจาคทรัพยสินเงินทอง และอาหารการกิน เพื่อนํามาเปนทุนในการจัดทําบั้งไฟ
และเปนเสบียงสําหรับผูจัดทําบั้งไฟ
๒. การประกวดขบวนแหบั้งไฟสวยงาม (บั้งไฟโก)
๓. การประกวดขบวนรําเซิ้ง
๔. การประกวดธิดาบั้งไฟโก
๕. การแขงขันจุดบั้งไฟขึ้นสูง
๖. การแขงขันจุดบั้งไฟ แฟนซี (บั้งไฟ แสง สี เสียง)
๗. การประกวดกองเชียรบั้งไฟในวันแขงขันจุดบั้งไฟขึ้นสูง
สาระ
๑. เปนการตักเตือนใหรูวาธรรมชาติเปนสิ่งไมแนนอน เกษตรกรไมควรประมาท
๒. เปนงานประเพณีที่สรางความสนุกสนาน และความสมัครสมานสามัคคีของประชาชน
๓. กิจกรรมการเซิ้ง สอนใหคนในสังคมรูจักการบริจาคทาน และการเสียสละ
๔. เปนงานประเพณีที่สรางความภาคภูมิใจใหกับชาวจังหวัดยโสธร
1.10 ) ประเพณีการละเลนผีตาโขน
ชวงเวลา ชวงเดือน พฤษภาคม-มิถุนายน ของทุกป ที่จังหวัดเลย
ความสําคัญ การละเลนผีตาโขนมีมานานแลวแตไมมีหลักฐานปรากฎแนชัดวามีมาตั้งแตเมื่อใด แต
ชาวบานไดปฏิบัติและสืบทอดตอกันมาจากบรรพบุรุษ เปนประเพณีที่เปนเอกลักษณประจําจังหวัดเลย แสดง
ในงาน "บุญหลวง" ซึ่งเปนการรวมเอาบุญผะเหวดและบุญบั้งไฟเปนบุญเดียวกัน เพื่อเปนการบูชาอารักษ
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
139
หลักเมือง และพิธีการบวงสรวงดวงวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ของเจาในอดีต
พิธีกรรม การจัดทําพิธี ๒ วัน คือ วันแรก (วันโฮม) ขบวนผีตาโขนจะแหรอบหมูบานตั้งแตเชามืด
เปนการทําพิธีอัญเชิญพระอุปคุตเขามาอยูที่วัด ในวันที่สองเปนพิธีการแหพระเวสสันดรและนางมัทรีเขา
เมือง โดยสมมุติใหวัดเปนเมือง สําหรับวันที่สองของงานนี้ ชาวบานยังไดนําบั้งไฟมารวมในขบวนแหเพื่อ
เปนพิธีขอฝนโดยแหรอบวัด ๓ รอบ ในขณะที่แหอยูนั้นเหลาผีตาโขนทั้งหลายก็จะละเลนหยอกลอผูคนไป
เรื่อย ๆ เพื่อทําใหเกิดความสนุกสนาน หลังจากเสร็จพิธีการแหแลวบรรดาผูละเลนผีตาโขนจะนําเครื่องเลน
ผีตาโขน และอุปกรณที่ใชในการประกอบพิธีไปลองลงแมน้ําหมัน และในตอนค่ําของวันเดียวกัน จะมีการ
ฟงเทศนมหาชาติทั้ง ๑๓ กัณฑ
สาระ การละเลนผีตาโขนนับวาเปนสิ่งที่แปลกสําหรับผูพบเห็น มีการนําเอากานทางมะพราวที่แหง
นํามาตกแตงเปนหนากาก โดยการเจาะชองตา จมูก ปาก และใบหู นําเอาหวดนึ่งขาว โดยกดดันหวดใหเปน
รอยบุมหงายปากหวดขึ้น เพื่อสวมศีรษะแตงแตมสีสันใหนาดู สวนชุดที่สวมใสทํามาจากเศษผาหลากหลาย
สีมาเย็บตอกัน อุปกรณในการละเลนมี ๒ ชิ้น คือ "หมากกระแหลง" มีไวเพื่อเขยาทําใหเกิดเสียงดังในเวลา
เดิน และ "อาวุธประจํากาย" ผีตาโขนสวนมากจะใชผูชายแสดงเนื่องจากตองกระโดดโลดเตนไปเรื่อย ๆ
จึงไมเหมาะที่จะใชผูหญิงเปนตัวแสดง นอกจากเขารวมในงาน "บุญหลวง" ยังไดเขารวมขบวนแหในวันเปด
งานกาชาดดอกฝายบานมะขามหวานเมืองเลย โดยขบวนผีตาโขนจะเดินรอบเมืองเพื่อโชวใหแขกบานแขก
เมืองไดเห็น
1.11) ประเพณีลอยกระทง
ชวงเวลา วันเพ็ญเดือน 12 ที่จังหวัดเชียงใหม
ความสําคัญ ลอยกระทง เปนประเพณีของไทยที่ปฏิบัติสืบตอกันมาแตโบราณ งานลอยกระทงเริ่ม
ทําตั้งแต กลางเดือน 11 ถึงกลางเดือน 12 ซึ่งเปนฤดูน้ําหลาก น้ําจะเต็มสองฝงแมน้ํา ที่นิยมมากคือ ชวงวัน
เพ็ญเดือน 12 เพราะพระจันทรเต็มดวง ทําใหแมน้ําใสสะอาด แสงจันทรสองเวลากลางคืน เปนบรรยากาศ
ที่สวยงาม เหมาะแกการลอยกระทง
เดิมพิธีลอยกระทงเรียกวา พระราชพิธีจองเปรียงชักโคม ลอยโคม ซึ่งเปนพิธีของพราหมณ เพื่อบูชา
พระเปนเจาทั้งสาม คือ พระอิศวร พระนารายณ และพระพรหม ครั้นคนไทยรับนับถือพระพุทธศาสนา ก็
ทําพิธียกโคมเพื่อบูชาพระบรมสารีริกธาตุ พระจุฬามณี ณ สวรรคชั้นดาวดึงส ลอยโคมบูชาพระพุทธบาท
ณ หาดทรายแมน้ํานัมมทานที ประเทศอินเดียการลอยกระทงตามสายน้ํานี้ นางนพมาศ สนมเอกของพระรวง
เจากรุงสุโขทัย คิดทํากระทงรูปดอกบัว และรูปตางๆถวาย พระรวงทรงใหลอยกระทงตามสายน้ําไหล ใน
หนังสือ ตํารับทาวศรีจุฬาลักษณ พระรวงตรัสวา “แตนี่สืบไปเบื้องหนา โดยลําดับกษัตริยในสยามประเทศ
ถึงกาลกําหนดนักขัตฤกษวันเพ็ญเดือน 12 ใหทําโคมลอย เปนรูปดอกบัวอุทิศสักการบูชาพระพุทธบาท นั
มฆทานที ตราบเทากัลปาวสาน"
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
140
ครั้นถึงสมัยรัตนโกสินทร มีการทํากระทงขนาดใหญและสวยงาม ดังพระราชพงศาวดารกรุงรัตน
โกสินทร ของเจาพระยาทิพาราชวงศ กลาวไววา “ ครั้นมาถึงเดือน 12 ขึ้น 14 ค่ํา 15 ค่ํา แรมค่ําหนึ่งพิธี
จองเปรียงนั้น เดิมไดโปรดใหขอแรง พระบรมวงศานุวงศฝายหนา ฝายใน และขาราชการที่มีกําลังพาหนะ
มาทํากระทงใหญ ผูถูกเกณฑตอเปนถังบาง ทําเปนแพหยวกบาง กวาง 8 ศอกบาง 9 ศอกบาง กระทงสูง
ตลอดยอด 10 ศอก 11 ศอก ทําประกวดประขันกันตางๆ ทําอยางเขาพระสุเมรุทวีปทั้ง 4 บาง และทําเปน
กระจาดชั้นๆบาง วิจิตรไปดวยเครื่องสด คนทําก็นับรอย คิดในการลงทุนทํากระทงทั้งคาเลี้ยงคนและพระ
ชาง เบ็ดเสร็จก็ถึง 20 ชั่งบาง ยอมกวา 20 ชั่งบาง”
ปจจุบันประเพณีลอยกระทง มีการจัดงานกันแทบทุกจังหวัด ถือเปนงานประจําปที่สําคัญ โดยเฉพาะ
ที่จังหวัดเชียงใหมมีการจัดขบวนแหกระทงใหญ กระทงเล็ก มีการประกวดกระทง และประกวดธิดางาม
ประจํากระทงดวย
1.12) ประเพณีทําบุญ
ทําบุญ หมายถึง การกระทําดีตามหลักคําสอนในศาสนา วิถีชีวิตของคนไทยตั้งแตเกิดจนตายคุนเคยกับ
การทําบุญ และถือวา ควรทําบุญอยางสม่ําเสมอ จะทําใหชีวิตมีความสงบสุข ไดพบแตสิ่งดี ๆ แมมีอุปสรรค
หรือประสบชะตากรรม การทําบุญก็ชวยใหผานพนอุปสรรคไปได การทําบุญมาก ๆ แมตายไปก็จะไดขึ้น
สวรรค ไดอยูในที่ที่มีแตความสุข ทําบุญมากจะทําใหสามารถไปถึงนิพพานได
คนไทยมีความเชื่อตามแนวทางพุทธศาสนา คือ ทําบุญไดบุญ ทําบาปไดบาป ซึ่งหมายถึงผลแหงกรรม
หรือผลแหงการกระทํา ทําสิ่งใดยอมไดสิ่งนั้น
หลักงายในการทําบุญแลวไดบุญ คือ ตองมีจิตใจพรอม ยินดี มีใจบริสุทธิ์ที่จะทําบุญ การทําบุญตอง
ไมทําความเดือดรอนใหแกตัวเองและผูอื่น
การทําบุญ ทําได 3 วิธีคือ การใหทาน การรักษาศีล และ การภาวนา ถาปฏิบัติไดครบ 3 วิธี ถือวา
ทําบุญไดอยางยอดเยี่ยม แตคนสวนใหญมักเขาใจวา การทําทาน เปนการทําบุญ ซึ่งก็ถูก เพราะเปนขั้นตน
ของการทําบุญ ในที่นี้จะขอกลาวถึงเฉพาะเรื่อง ทาน เพราะเปนวิถีชีวิตของคนไทยที่ทํากันสม่ําเสมอ
1.13) ประเพณีสงกรานต
สงกรานต เปนคําที่ชาวบานทั่วไปนิยมใช แตคําเต็ม ๆ คือ ตรุษสงกรานต ซึ่งจะไดกลาวในราย
ละเอียด ดังนี้
ตรุษ แปลวา ตัด หรือ ขาด หมายถึง ตัดป ขาดป หรือสิ้นป ดังนั้น ตรุษ จึงหมายถึงพิธีแสดงความยินดี
ที่ปเกาผานไป การมีชีวิตรอดมาตลอดปได ก็มีการแสดงความยินดี คนไทยแตกอนนับเดือน เมษายน เปน
เดือนสิ้นป และเริ่มปใหม พิธีทําบุญวันตรุษ จะทํา 3 วัน คือ เมื่อถึงเดือน 4 วันแรม 14 ค่ํา แรม 15 ค่ํา และ
วันขึ้น 1 ค่ํา ของเดือน 5 จะมีการนิมนตพระมาสวด และมีการทําบุญ ถวายอาหารและขอพรจากพระ เพื่อ
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
141
เปนสวัสดิมงคล สันนิฐานวาคนไทยรับนับถือพุทธศาสนา เลยทําแบบอยางพิธีทําบุญวันตรุษตามแบบอยาง
ของลังกามาดวย
สงกรานต แปลวา การยายที่ หรือ เคลื่อนที่ หมายถึง พระอาทิตยยายที่หรือเคลื่อนเขาสูราศีใหม ซึ่ง
ก็หมายถึง การขึ้นปใหมนั่นเอง คนจึงแสดงความยินดีที่มีชีวิตยืนยาวยางเขาสูปใหม จึงตอนรับปใหม วันป
ใหมจะเปนวันที่ 13, 14, และ 15 เมษายนของทุกป
วันที่ 13 เมษายน เรียกวา วันมหาสงกรานต วันที่ 14 เรียกวา วันเนา และวันที่ 15 เรียกวา วันเถลิงศก
ทางภาคเหนือ เรียกตางกันไปบาง แตก็เขาใจงายดี ดังนี้ วันที่ 13 เมษายน เรียกวา วันสังขารลอง คงหมายถึง
รายกาย จิต วิญญาณเกา ๆ ของปเกากําลังผานพนไป วันที่ 14 เมษายน เรียกวา วันเนา สวนวันที่ 15 เมษายน
เรียกวา วันพญาวัน ซึ่งก็หมายถึงวันสําคัญวันแรกของปใหมนั่นเอง
เรื่องของสงกรานต มีตํานานปรากฏในจารึกวัดพระเชตุพน กลาวถึงมูลเหตุแหงสงกรานต สรุปไดวา
มีเศรษฐีคนหนึ่งถูกนักเลงสุราใกลบานที่มีลูกหนาตาหมดจด 2 คน มากลาวหาหยาบคายวา ร่ํารวยก็สู
เขาไมได แมยากจนก็ยังมีลูกสืบสกุล ตายแลวก็สูญเปลา เศรษฐีจึงไปบนบานศาลกลาวที่ตนไทร ริมแมน้ํา
ซึ่งเปนวันสงกรานต พระอินทรจึงใหธรรมบาลเทวบุตรมาปฏิสนธิในครรภภรรยาเศรษฐี เมื่อคลอดมา ชื่อ
ธรรมบาลกุมาร บิดาปลูกปราสาทเจ็ดชั้นใหอยูใตตนไทรนั้น ธรรมบาลเฉลียวฉลาด เรียนจบไตรเพท เมื่อ
อายุ 7 ขวบ และรูภาษานกดวย ทาวกบิลพรหมจึงมาทดลองความรู โดยถามปญหา 3 ขอ ถาตอบได จะตัด
ศีรษะบูชา คือ เชาราศีอยูที่ไหน เที่ยงราศีอยูที่ไหน ค่ําราศีอยูที่ไหน
ภายใน 7 วันจะมาฟงคําตอบ ธรรมบากลุมาร คิดไมออก ถึงวันที่ 6 จึงแอบหนีจากปราสาทไปหลบ
อยูใตตนตาลใหญ 2 ตน ซึ่งพญาอินทรีผัวเมียทํารังอยูบนนั้น
ตอนค่ํานางนกอินทรีถามผัววา พรุงนี้จะไดอาหารที่ไหนกิน ผัวตอบวา จะไดกินศพธรรมบาลกุมาร
เพราะจะแพตอบปญหากบิลพรหมไมได จะถูกตัดหัว เมื่อนางนกอินทรีถามปญหาวาอยางไร และคําตอบวา
อยางไร พญาอินทรีเฉลยปญหาใหเมียฟงวา ตอนเชาราศีอยูที่หนา มนุษยจึงเอาน้ําลางหนาตอนเชา ราศีอยูที่
อก มนุษยทั้งหลายจึงเอาเครื่องหอมมาปะพรมที่อก ราศีอยูที่เทา มนุษยจึงลางเทากอนนอน
ธรรมบาลไดฟงนกอินทรีผัวเมียสนทนาจึงกลับมาประสาท พอวันรุงขึ้นกบิลพรหมก็มาถามปญหา
ธรรมบาลก็ตอบตามที่ไดยินจากพอนกอินทรี กบิลพรหมแพจึงตองตัดศีรษะตามสัญญา แตศีรษะของ
กบิลพรหมมีฤทธิ์อํานาจมาก ถาตกถึงพื้น จะเกิดไฟไหมทั่วโลก ถาทิ้งบนอากาศฝนจะแลง ถาโยนลงน้ํา
มหาสมุทรจะเหือดแหงไปทันที จึงใหธิดาทั้งเจ็ดเอาพานมารับศีรษะไว แหรอบเขาพระสุเมรุ แลวเชิญไปไว
ในมณฑปในถ้ําคันธธุลี เขาไกรลาส เมื่อครบ 365 วันหรือ 1 ป นางทั้งเจ็ดจัดเวรกันมาเชิญศีรษะกบิลพรหม
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
142
ออกมาแหรอบเขาพระสุเมรุ โดยกําหนดวา วันที่ 13 เดือนเมษายน คือวันมหาสงกรานต ตรงกับวันใด ธิดา
ประจําวันนั้นก็จะปนผูอัญเชิญพาน ดังนี้ วันอาทิตย นางสงกรานตชื่อ ทุงษะ วันจันทร นางสงกรานตชื่อ
โคราค วันอังคาร นางสงกรานตชื่อ รากษส วันพุธ นางสงกรานตชื่อ มัณฑา วันพฤหัสบดี นางสงกรานต
ชื่อ กิริณี วันศุกร นางสงกรานตชื่อ กิมิทา วันเสาร นางสงกรานตชื่อ มโหทร
สงกรานตเปนประเพณีที่ชาวไทยทั่วประเทศปฏิบัติสืบตอเปนประเพณีมาชานาน ตั้งแตวันที่ 13 เมษายน
จนถึงวันที่ 15 เมษายน ชาวบานจะทําบุญตักบาตร ปลอยนก ปลอยปลา และสรงน้ําพระทั้งพระพุทธรูป และ
พระสงฆ แลวก็จะรดน้ํา มีการเลนสาดน้ําและเลนกีฬาพื้นบาน
1.14) ประเพณีแตงงาน
ความสําคัญ การแตงงาน เปนประเพณีที่สําคัญสําหรับวิถีชีวิตไทย เพราะเปนการบงบอกวาผูที่แตง
งานนั้นมีความเปนผูใหญแลว มีความรับผิดชอบมากขึ้น และพรอมที่จะเปนครอบครัว รับผิดชอบชีวิตอีก
หลายคนเพิ่มขึ้นนอกจากชีวิตของตนเอง และยังไดทําหนาที่แสดงความสามารถ ตามบทบาทของตนเองใน
ฐานะหัวหนาของครอบครัว ดังนั้นการแตงงาน ตามทัศนะของผูเขียนนั้นยอม หมายถึง การที่ชาย-หญิง ของ
ไทย มีความรักใครตอกันจนสุกงอม มีความเห็นอกเห็นใจกันและพรอมที่จะดําเนินชีวิตรวมกันเปนครอบ
ครัวอยางสามีภรรยา จึงจําเปนตองแตงงานกัน หรือบางทีอาจจะกลาวไดวาการแตงงานนั้นเปนการบําบัด
ความตองการทางเพศของมนุษยก็ได แตใหเปนไปตามประเพณีของสังคม มีผูใหญทั้งสองฝายยอมรับและ
สังคมตองรับรูดวยเชนเดียวกัน ดวยเหตุนี้ประเพณีการแตงงานจึงจําเปนตองจัดใหมีพิธีกรรมตามขั้นตอน
ของประเพณีไทย เริ่มตั้งแต การทาบทาม สูขอ หมั้น และแตงงาน พิธีการแตงงานนี้ถาจะใหถูกตองเหมาะสม
จะตองประกอบพิธีทางศาสนาดวยในตอนเชา และอีกพิธีก็คือจะตองจดทะเบียนแตงงานใหถูกตองตาม
กฎหมาย ก็ถือวา การแตงงานนั้นถูกตองสมบูรณ สวนจะทําพิธีหลั่งน้ําพระพุทธมนตและประสาทพรนั้นจะ
กระทําตอนเย็นและเลี้ยงรับรองแขกผูมีเกียรติไปพรอมกันหลังจากหลั่งน้ําพระพุทธมนตและประสาทพร
แลว หรือจะทําใหเสร็จภายในภาคเชาเลยก็ได จะเปนการประหยัดทั้งเวลาและเงิน ไมเปนการตําน้ําพริก
ละลายแมน้ํา การที่จะเลี้ยงรับรองแขกจะกระทําที่บาน หรือโรงแรม สโมสร ที่ใดที่หนึ่งก็ได ขึ้นอยูกับฐานะ
ทางเศรษฐกิจของคูบาวสาวและเจาภาพของทั้งสองฝาย
จากประเพณีการแตงงานที่จัดทําเปนพิธีการขั้นตอนตาง ๆ นั้น จึงนับวามีความสําคัญมาก และเปน
ประเพณีที่งดงามเหมาะสม แสดงถึงความเจริญงอกงามทางวัฒนธรรมดานจิตใจ และวัฒนธรรมทางดานวัตถุ
ของบรรพบุรุษของไทยเราที่มองการณไกล และมีความละเอียดออน โดยธรรมชาติของสิ่งที่มีชีวิตแลวยอมมี
ความตองการทางเพศสัมพันธ และตองการสืบสกุลตอไปดวย จึงทําใหเกิดความแตกตางกันระหวางคนกับ
สัตว และขณะเดียวกันกฎหมายและประเพณีไทยเราจึงตองกําหนดกฎเกณฑของบุคคลที่จะทําการแตงงาน
ไดจะตองมีเงื่อนไขอีกหลายอยาง
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
143
เงื่อนไขการแตงงาน การแตงงานจะตองมีกฎเกณฑดังตอไปนี้
1) การแตงงานจะทําไดตอเมื่อชายและหญิงมีอายุครบ 17 ป บริบูรณแลว แตในกรณีที่มีเหตุสมควร
ศาลอาจอนุญาตใหทําการแตงงานกอนนั้นได
2) การแตงงานจะกระทํามิไดถาชายหรือหญิงเปนบุคคลวิกลจริต หรือเปนบุคคล ซึ่งศาลสั่งใหเปนคน
ไรความสามารถ
3) ชายหญิงซึ่งเปนญาติสายโลหิตโดยตรงขึ้นไปหรือลงมาก็ดี เปนพี่นองรวมบิดามารดาหรือรวมแต
บิดาหรือมารดาก็ดีจะแตงงานกันไมได โดยใหถือความเปนญาติตามสายโลหิต ไมคํานึงวาจะชอบดวย
กฎหมายหรือไม
4) ผูรับบุตรบุญธรรมและบุตรบุญธรรมจะแตงกันกันไมได
5) ชายหรือหญิงจะทําการแตงงานในขณะที่ตนมีคูแตงงานอยูไมได
6) หญิงที่สามีตายหรือที่การแตงงานสิ้นสุดลงดวยประการอื่น จะทําการแตงงานใหมไดตอเมื่อการสิ้น
สุดแหงการแตงงานไดผานพนไปแลวไมนอยกวา 310 วัน หรือคลอดบุตรแลวในระหวางนั้น หรือแตงงาน
กับคูคนเดิม หรือไดมีใบรับรองของแพทยประกาศนียบัตร หรือปริญญาบัตรระบุไววาไมมีครรภตลอดจนมี
คําสั่งของศาลใหทําการแตงงานได
7) เงื่อนไขเกี่ยวกับความยินยอมของบิดามารดาหรือผูปกครอง (ตาม ม. 1436) มาตรา 1455 การใหความ
ยินยอมใหทําการแตงงานกระทําได แตจะตองมีการลงลายมือชื่อในทะเบียนขณะจดทะเบียนสมรส และผู
ปกครองจะตองทําเปนหนังสือแสดงความยินยอม โดยระบุชื่อผูแตงงานและผูปกครองทั้งสองฝายและลงลาย
มือชื่อของผูใหความยินยอมดวย สุดทายถาหากมีเหตุที่จําเปน จะใหความยินยอมดวยวาจาตอหนาพยานอยาง
นอย 2 คนก็ได ความยินยอมนั้นเมื่อเซ็นใหแลวถอนไมได
8) การแตงงานตามประมวลกฎหมายนี้ จะสมบูรณตอเมื่อไดจดทะเบียนแตงงานแลวเทานั้น
การหาฤกษสําหรับการแตงงาน หนุมสาวที่รักใครชอบพอกันจนกระทั่งตัดสินใจเขาสูพิธีแตงงาน
แตกอนจะเขาสูพิธีแตงงานจําเปนจะตองหาฤกษยามเพื่อเปนสิริมงคลแกคูบาวสาว ดังนั้นญาติผูใหญของทั้ง
สองฝายจะตองเอา วัน เดือน ป ไปใหผูเชี่ยวชาญทางดวงชะตา หรือไปใหโหรดูวาจะเหมาะสมกันหรือไม
อยูดวยกันแลวจะเจริญรุงเรืองหรือเสื่อมโทรม เมื่อเห็นวาเปนคูที่ไปกันไดหรือมีความเหมาะสมกันก็จะหา
ฤกษที่จะใหคูบาวสาวอยูดวยกันอยางเจริญรุงเรืองตลอดไป โดยหาฤกษวันเวลาที่ยกขันหมาก ฤกษหมั้น
ฤกษรดน้ําสังข และสงตัวคูบาวสาวไวเรียบรอย เพื่อสะดวกในการดําเนินงานตามพิธีการ และเปนสิริมงคล
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
144
แกคูบาวสาว เพื่อใหครองคูกันตลอดชั่วชีวิต ถือไมเทายอดทองตะบองยอดเพชร สวนมากมักจะแตงกันใน
เดือนคู เพื่อจะไดอยูคูเคียงกันตลอดไปนั่นเอง ยกเวนเดือน 12 จะไมนิยมแตงงานกันในเดือนนี้ เพราะเปน
เดือนที่สุนัขมันติดสัดกัน และถาเปนขางขึ้นถือวาดีกวาขางแรมเพื่อใหชีวิตจะไดเจริญรุงเรืองสวางไสว แต
บางทีก็จะแตงงานกันในเดือน 9 ถือเคล็ดถึงความกาวหนา และเดือนที่นิยมแตงงานกันมากที่สุดก็คือเดือน
6 เพราะเริ่มเขาสูฤดูฝน อาจเปนเพราะบรรยากาศชวยเปนใจมากกวาในฤดูอื่น และเปนตนฤดูทําการเพาะ
ปลูกของคนไทย ซึ่งหนุมสาวจะไดเริ่มตนชีวิตใหมโดยการสรางฐานะรวมกันการเตรียมขันหมาก ขันหมาก
เปนสิ่งจําเปนในพิธีการแตงงาน ซึ่งฝายชายจะตองเตรียมมาโดยจัดเปนขบวนแหมาบานฝายหญิงในวันพิธี
ที่จัดงานในชวงเชา แลวแตฤกษจะเปนเวลาใด หรืออาจจะใชฤกษสะดวก ซึ่งปจจุบันจะไมเครงครัด
นัก ขันหมากที่ฝายชายจะเตรียมมาแหขันหมากนั้น ประกอบไปดวยสิ่งตอไปนี้
1) ขันหมากเอก จะจัดเปนขันเดี่ยวหรือขันคูแลวแตประเพณีนิยมของแตละทองถิ่นสวนใหญจะมี
ขันใสหมากพลู ขันใสเงินทองหรือสินสอด และขันใสสิ่งของอันเปนมงคล เชน ถั่ว งา ขาวเปลือก ใบเงิน
ใบทอง ดอกรัก ดอกบานไมรูโรย ดอกดาวเรือง ดอกกุหลาบ ฯลฯ สวนใหญจะดูความหมายที่เปนมงคล และ
นิยมจัดเปนคู จะทําใหดูสวยงามและเปนมงคลโดยถือเคล็ดจากคําวา “คู” นั่นเอง สําหรับประเพณีทางบาน
ของผูเขียน คือ จังหวัดกาฬสินธุ ขันใสสินสอดจะแยกเปน 2 ขัน คือขันใสเงิน ซึ่งจะมีเงินคาน้ํานม จะหอ
หรือใสถุงก็ได 49 บาท กับขันใสทองหรือสรอยกําไล และแหวนหมั้น รวมกับขันใสหมากพลู และขันใส
สิ่งของอันเปนมงคล จะเปนทั้งหมด 4 ขัน
2) ขันหมากโท ไดแก พวกของที่ใชเปนอาหารและขนม รวมทั้งบริวารขันหมากอื่น ๆ เชน เหลา ตน
กลวย ตนออย นิยมจัดเปนคู ๆ เชนเดียวกัน มีการนํากระดาษสีแดงมาประดับตกแตงใหสวยงาม แตประเพณี
บางแหงก็จะไมเอาอาหารซึ่งอาจจะเปนหมูสามชั้น และขนมที่ใชในงานแตงงาน เพราะเอาความสะดวกจะ
ไมคอยเครงนัก แตที่ขาดไมไดคือเหลา ตนกลวย และตนออย
ในวันแตง เจาบาว และเพื่อนพรอมขบวนขันหมากจะไปถึงบานเจาสาว เมื่อไปถึงจะพบกับการกั้น
ประตูตามประเพณี โดยฝายหญิงจะจัดญาติ ลูกหลาน หรือเพื่อนเจาสาว มากั้นเปนดานประตู 4 ดาน มีประตู
เงิน ประตูทองอยางละคู หรือจะใชเพียง 2 ประตูก็ได โดยใชเข็มขัดเงินและสายสรอยทองคํากั้น จะมีผูกลาว
นําซักถามกันตามประเพณี จึงจะปลอยเจาบาว และขบวนขันหมากใหผานดานประตูเขาไป สุดทายกอนจะ
เขาไปในบานหรือขึ้นบันไดบานก็จะมีเด็ก 2 คนที่ฝายหญิงจัดไวใหพรมน้ําที่เทาเจาบาว แลวเจาบาวจะตอง
จายเงินใหดานประตูทุกดานจนกระทั่งถึงการพรมน้ําที่เทาเปนอันเสร็จพิธีขบวนการแหขันหมาก เมื่อเขาไป
ในบานเจาสาวก็จะมีการรับขันหมากตามประเพณี ฝายเจาสาวจะตองจายใหคนที่อุมขันหมากเอกและ
ขันหมากโทดวย แตเนนใหเงินขันหมากเอกมากกวา
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
145
1.15) พิธีบายศรีสูขวัญ
พิธีบายศรีสูขวัญ ยังไมมีผูใดยืนยันไดอยางชัดเจนวาเปนมาอยางไร ผูที่ทําขวัญหรือที่เรียกวาหมอขวัญ
ก็ไมสามารถบอกไดวาเริ่มมีการทําขวัญตั้งแตเมื่อใด เพียงแตสันนิษฐานวาเห็นจะมีมาตั้งแตสมัยดึกดําบรรพ
โดยความเชื่อของคนไทยเชื่อกันวาบรรดาคนทั้งหลายที่เกิดมาในโลกมีธรรมชาติอยางหนึ่งเรียกกันวา
“ขวัญ” จะมีประจํากายของทุกคน มีหนาที่ในการพิทักษรักษา ขวัญเปนเหมือนพี่เลี้ยงที่คอยดูแล
ประคับประคองชีวิต ติดตามเจาของไปทุกหนทุกแหง
คําวา "ขวัญ" เปนนามธรรม ไมมีรูปรางหนาตาปรากฏใหเห็น ไมสามารถจับตองหรือสัมผัสได แตจะ
สังเกตไดดวยความรูสึก ถาขวัญของผูใดอยูกับตัวผูนั้นจะมีความสุขกายสบายใจเปนปรกติ แตถาขวัญของ
ผูใดหลบลี้หนีหายผูนั้นจะมีลักษณะอาการตรงกันขาม พิธีบายศรีสูขวัญที่ปฏิบัติสืบตอกันมาถึงปจจุบันนี้
คนไทยเชื่อวาเปนพิธีกรรมหนึ่งที่จะชวยสงเสริมเพิ่มพลังใจใหเขมแข็ง เมื่อมีขวัญที่มั่นคงพลังใจที่เขมแข็งดี
แลว ยอมสงผลใหการประกอบภาระกิจหนาที่นั้น ๆ บรรลุผลสําเร็จไดตามความมุงหมาย
คําวา "บายศรี" แปลวาขาวที่เปนมงคล เปนสัญลักษณของพิธีกรรมที่เกี่ยวของกับชีวิต
บายศรี จะเย็บดวยใบตอง ทําเปน 3 ชั้น มีขาว สิ่งของที่สําคัญอื่นๆ อีกประกอบดวย ดอกบัว เทียนชัย
น้ํามะพราวออน แวนเทียน 3 อัน เทียน 9 เลม ดายสายสิญจน บายศรี ในที่นี้ก็คือ สังคมที่ใชชีวิตอยูรวมกัน
ตองยึดมั่นดวยคุณธรรม 3 ประการ คือ บายศรี 3 ชั้น หมายถึง ประพฤติชอบดวยกาย เรียกวา กายสุจริต
ประพฤติชอบดวยวาจา เรียกวา วจีสุจริต ประพฤติชอบดวยใจ เรียกวา มโนสุจริต
ดอกบัว หมายถึง บัว 4 เหลา แตในที่นี้หมายถึงบัวประเภทที่ 4 ที่พนจากผิวน้ําจะชูกานและดอกพรอม
ที่จะขยายกลีบบานเมื่อพระอาทิตยสองแสงในวันรุงขึ้น
เทียนชัย หมายถึง แสงสวางทางปญญา
น้ํามะพราวออน หมายถึง น้ําใจบริสุทธิ์
แวนเทียน 3 อัน หมายถึง ภพทั้ง 3 ไดแก กายภพ รูปภพ และอรูปภพ
เทียน 9 เลม หมายถึง ไฟ 3 กอง คือ ไฟ คือ ราคะ ไฟ คือ โทสะ ไฟ คือ โมหะ (เทียนที่ติดไวกับแวน
เทียนอันละ 3 เลม)
ดายสายสิญจน หมายถึง หวงแหงความผูกพัน
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
146
2. สรุปขนบธรรมเนียมประเพณีไทยที่สําคัญของภาคตางๆที่ควรรูจัก ดังนี้
ชื่อประเพณี ภูมิภาค จังหวัด
1.ฮีตสิบสอง..
2.มหกรรมโปงลาง แพรวา
3. งานเทศกาลไหม และประเพณีผูกเสียว
4.ประเพณีไหลเรือไฟ
5.ประเพณีขึ้นเขาพนมรุง..
6.ประเพณีบุญเบิกฟา
7.บุญขาวสาก (บุญเดือนสิ)
8.ประเพณีบุญบั้งไฟ
9.ประเพณีบุญผะเหวด
10.ประเพณีการละเลนผีตาโขน
11.การฟอนกลองตุม
12.ประเพณีแหปราสาทผึ้ง
13.แซนการ (การแตงงานชาวเขมร)
14.ประเพณีลอยเรือ
15.งานประเพณีแหพระแขงเรือ
16.ถือศีลกินเจ..
17.ประเพณีอาบน้ําคนแก
18ประเพณีลากพระ (ชักพระ)..
19.ประเพณีการแหนก
20.ประเพณีการแขงเรือกอแล
21.แหนก
22.ลากพระหรือชักพระ
23.ประเพณีการเดินเตา
24.ชิงเปรต
25.การแขงโพน
26.ประเพณีกินผัก
27.ประเพณีวันสารท
28.ประเพณีนบพระเลนเพลง
29.ปอยหลวง
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ภาคใต
ภาคใต
ภาคใต
ภาคใต
ภาคใต
ภาคใต
ภาคใต
ภาคใต
ภาคใต
ภาคใต
ภาคใต
ภาคใต
ภาคใต
ภาคใต
ภาคเหนือ
ภาคเหนือ
กาฬสินธุ
กาฬสินธุ
ขอนแกน
นครพนม
บุรีรัมย
มหาสารคาม
ยโสธร
ยโสธร
รอยเอ็ด
เลย
ศรีสะเกษ
สกลนคร
สุรินทร
กระบี่
ชุมพร
ตรัง
นครศรีธรรมราช
นครศรีธรรมราช
นราธิวาส
นราธิวาส
ปตตานี
ปตตานี
พังงา
พัทลุง
พัทลุง
พังงา
พังงา
กําแพงเพชร
เชียงราย
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
147
ชื่อประเพณี ภูมิภาค จังหวัด
30.ประเพณีไหวพระธาตุดอยตุง
31.ประเพณีสงกรานต
32.แลอุปะดะกา
33.ขึ้นธาตุเดือนเกา
34.แหลสางลอง
35.ลอยกระทงสาย
36.งานประเพณีแหเจาพอ-แม
37.งานปอย
38.ประเพณีบวงสรวงดวงวิญญาณ
39.ประเพณีการบวช
40.ประเพณีอุมพระดําน้ํา
41.ประเพณีทอดกฐิน
42.พระราชพิธีพืชมงคล
43.งานเทศกาลนมัสการหลวงพอโสธร
44.ประเพณีกอพระเจดียทราย
45.ประเพณีตักบาตรน้ําผึ้ง
46.ประเพณีวิ่งควาย
47.ประเพณีกวนขาวทิพย
48.ตราดรําลึก
49.การทําบุญโคนไม
50.ประเพณีสูขวัญขาว
ภาคเหนือ
ภาคเหนือ
ภาคเหนือ
ภาคเหนือ
ภาคเหนือ
ภาคเหนือ
ภาคเหนือ
ภาคเหนือ
ภาคเหนือ
ภาคเหนือ
ภาคเหนือ
ภาคกลาง
ภาคกลาง
ภาคกลาง
ภาคกลาง
ภาคกลาง
ภาคกลาง
ภาคกลาง
ภาคกลาง
ภาคกลาง
ภาคกลาง
เชียงราย
เชียงใหม
ตาก
ตาก
ตาก
ตาก
นครสวรรค
พะเยา
นาน
เพชรบูรณ
เพชรบูรณ
กรุงเทพมหานคร
กรุงเทพมหานคร
ฉะเชิงเทรา
ฉะเชิงเทรา
ฉะเชิงเทรา
ชลบุรี
ชัยนาท
ตราด
ตราด
นครนายก
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com
คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร เทศารินทร
148
3)วัฒนธรรมชาวพุทธ
วัฒนธรรมที่สําคัญของชาวพุทธที่ควรรูมีดังนี้
1. มารยาทชาวพุทธ
1.1) ความหมายและความสําคัญของมารยาท
ความหมาย คําวา "มารยาท" หรือ "มรรยาท" หมายถึงความประพฤติที่แสดงออกมาทางกายทาง
วาจา ซึ่งบัณฑิตทั้งหลายยอมรับวา เรียบรอย อยูในระเบียบแบบแผนหรือขอบเขตที่ดีงาม เปนการสอให
เห็นถึงอัธยาศัยที่ดีอีกดวย ชาวพุทธ คือ ผูนับถือพระพุทธศาสนาทั่วไป
ความสําคัญ การมีมายาทที่ดีตอกันของคนในสังค
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ

คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ

  • 2.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com ฉบับพรอมสอบ รวบรวมและเรียบเรียงโดย นายบวร เทศารินทร http://www.sobkroo.com --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- •ความรอบรู • ความสามารถทั่วไป • วิชาการศึกษา วิชาชีพครู • กฎหมายการศึกษา ปฏิบัติราชการ • เทคนิคการเตรียมตัวสอบ • หลักเกณฑ วิธีการ หลักสูตรสอบ
  • 3.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร คํานํา ภายหลังที่สวนราชการ หนวยงาน องคกรปกครองสวนทองถิ่น หรือสํานักงานเขตพื้นที่การคึกษา (สพท.) ตางๆ ที่มีตําแหนงขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ตําแหนงครูผูชวย)วางลง และหรือบัญชี ผูสอบแขงขันไดจากสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาอื่น หรือหนวยงานอื่นครบกําหนด สวนราชการหนวยงาน หรือสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษานั้นๆ(โดย อ.ก.ค.ศ.) จะตองดําเนินการสอบแขงขันฯตามหลักเกณฑ วิธีการ และหลักสูตร ที่ ก.ค.ศ.กําหนด กลาวคือ การสอบแขงขันฯ จะประกอบดวย 2 ภาค ไดแก ภาค ก ประกอบ ดวย เนื้อหาวิชาความรอบรู ความสามารถทั่วไป ความรูเกี่ยวกับวิชาการศึกษา ความรูวิชาเอก (เฉพาะวุฒิ) โดยการสอบขอเขียน ซึ่งมีคะแนนเต็ม 350 คะแนน หากผูเขาสอบทําคะแนนไดผานเกณฑ ตั้งแตรอยละ 60 ขึ้นไป ถึงจะมีสิทธิ์เขาสอบใน ภาค ข ซึ่งประกอบดวยเนื้อหาวิชาความรูเกี่ยวกับวิชาชีพครู (โดยการสอบ ขอเขียน 100 คะแนน) และการประเมินความเหมาะสมของบุคคล (โดยการสอบสัมภาษณ 50 คะแนน ) รวมคะแนนในภาค ข 150 คะแนน ผูเขาสอบจะตองไดอยางต่ํารอยละ 60 ถึงจะผานเกณฑ แลวนําคะแนน ทั้ง ภาค ก และ ภาค ข มารวมกันเพื่อจัดลําดับที่ ประกาศขึ้นบัญชี และเรียกบรรจุตามลําดับที่ที่สอบไดตอไป ซึ่งจะเห็นวาหลักสูตรการสอบแขงขันฯที่กําหนดทั้งในสวนของเนื้อหาและหลักเกณฑวิธีการวัดประเมินผล มีสาระและความเขมขนมากกวาเดิม ทั้งนี้เพื่อตองการคัดเลือกบุคคลที่มีความรู ความสามารถ มีเจตคติที่ดีตอ วิชาชีพครู และมีความเหมาะสมในหลายๆดาน มาเขารับราชการเปนขาราชการครูมืออาชีพนั้นเอง สอบครูดอทคอม (www.sobkroo.com) เว็บไซตเพื่อการศึกษาและเตรียมสอบฯ จึงไดจัดทําหนังสือ สําหรับการเตรียมสอบบรรจุ ครูผูชวย “ คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย ฉบับพรอมสอบ” ขึ้นมา ซึ่งมีเนื้อหา ทั้งหมดเจ็ดสวนดวยกัน ประกอบดวย สวนที่หนึ่ง หลักเกณฑ วิธีการ หลักสูตรการสอบแขงขัน ”ครูผูชวย” สวนที่สอง ความสามารถทั่วไป สวนที่สาม ความรอบรู สวนที่สี่ กฎหมายการศึกษาและกฎหมายปฏิบัติ ราชการ สวนที่หา วิชาการศึกษา สวนที่หก วิชาชีพครู และสวนที่เจ็ด เทคนิคการเตรียมตัวสอบ ซึ่งมีเนื้อหา คลอบคลุมหลักสูตรสอบฯทั้งภาค ก และภาค ข ยกเวนเนื้อหาวิชาเฉพาะวุฒิหรือวิชาเอก ซึ่งผูเตรียมตัวสอบ สามารถศึกษา คนควา จากตํารา หนังสือเรียน หรือสืบคนขอมูลที่อินเตอรเน็ตได จึงหวังเปนอยางยิ่งวา คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวยฯ เลมนี้ จะเปนเครื่องมือที่อํานวยความสะดวก เปนประโยชน และชวยสรางความมั่นใจใหกับผูกําลังเตรียมตัวเขาสอบแขงขันเพื่อบรรจุเปนขาราชการครูฯ ตําแหนง”ครูผูชวย”ไดพอสมควร และขออํานวยอวยพรใหทานประสบกับความสําเร็จมีชัยชนะตอการสอบ แขงขันฯ ในครั้งนี้ ดวยความปรารถนาดี บวร เทศารินทร
  • 4.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร ก สารบัญ สวนที่ 1 หลักเกณฑ วิธีการและหลักสูตรการสอบแขงขันครูผูชวย.......................................................... 1 หลักเกณฑ วิธีการสอบแขงขันและวิธีดําเนินการสอบแขงขันครูผูชวย ………………..…………..... 1 หลักสูตรสอบแขงขันเพื่อบรรจุแตงตั้งบุคคลเขารับราชการครูตําแหนงครูผูชวย ……………………. 4 สวนที่ 2 ความสามารถทั่วไป.................................................................................................................... 6 ความสามารถดานตัวเลข………………………........……………………………………….……..….6 อนุกรม……………………………………………………………….……………………….. 6 การคํานวณหา ห.ร.ม ค.ร.น.………………………………………………………………… 14 คํานวณจํานวนเสาที่ปกตามเสน………….…………………………………………………….17 คํานวณผลบวกจํานวนนับ........................................................................................................ 17 การหาแฟกทอเรียน n (n Factorial)......................................................................................... 18 สมการและอสมการ(พิชคณิต)...................................................................................................19 การคํานวณหาพื้นที่…….. ........................................................................................................ 21 ขอมูล การนําเสนอขอมูลและขอมูลสถิต…………….……………………………………… 22 ความสามารถดานภาษาไทย................................................................................................................. 23 หลักภาษาไทย............................................................................................................................ 23 การสะกดคํา.............................................................................................................................. 25 การอานคํา................................................................................................................................. 28 คําและกลุมคํา........................................................................................................................... 35 การแตงประโยค........................................................................................................................ 40 การเรียงประโยค....................................................................................................................... 41 ความเขาใจภาษา........................................................................................................................ 42 ความเขาใจดานเหตุผล.......................................................................................................................... 45 อุปมาอุปมัย................................................................................................................................. 45 การสรุปความ……………………………………..................................................................... 46 การสรุปเหตุผล........................................................................................................................... 50
  • 5.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร ข สวนที่ 3ความรอบรู.................................................................................................................................. 51 สังคม เศรษฐกิจ การเมืองและเหตุการณปจจุบัน........……………………………………….……..….51 รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550………………………………………… 51 รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยที่เกี่ยวของกับการศึกษา…………………………………… 63 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ…….………………………………………………… 65 ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง............................................................................................................ 69 นโยบายของรัฐบาลและนโยบายดานการศึกษา.................................................................................... 72 นโยบายรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ..……………………..……...…………………..……. 72 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ……………..……………………………….…... 78 นโยบายการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของ สพฐ.และวาระแหงชาติ..……………………. 83 นโยบายเรียนฟรี 15 ปอยางมีคุณภาพ และศัพททางการศึกษา................................................... 99 ความรอบรูทั่วไป………………………………………………………….…………..………..105 เทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร.............................................…………………. ………….….. 114 นโยบายดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร...................................................................114 กรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศ พ.ศ. 2544-2553 ของประเทศไทย..................................116 แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ.........116 สาระสําคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร...............................................................119 ระบบเครือขายอินเตอรเน็ตสําหรับครู............................................................………………….123 วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมและประเพณีไทย......................................................................………….124 วัฒนธรรมไทย.....................................……………………………………………………… ..124 ประเพณีไทย ประเพณีทองถิ่น................................................................................................... 131 ขนบธรรมเนียม ประเพณีไทยที่ควรรูจัก................................................................................…132 สรุปขนบธรรมเนียมประเพณีที่สําคัญของภูมิภาคตางๆของไทย................................................146 วัฒนธรรมชาวพุทธ....................................................................................................................148 สวนที่ 4 กฎหมายการศึกษาและกฎหมายปฏิบัติราชการ...................................................................... 155 พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ.2542และแกไขเพิ่มเติม(ฉบับที่2) พ.ศ.2545......…… ……… 156 พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ……………………... .….. 161 พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546.............……………….…….….…… . 166
  • 6.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร ค พระราชบัญญัติระเบียบขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547และแกไขเพิ่มเติม.……...174 พระราชบัญญัติระเบียบเงินเดือน เงินวิทยฐานะและเงินประจําตําแหนงขาราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547……………………………………………………………...……...184 พระราชบัญญัติคุมครองเด็ก พ.ศ.2546 ………………………………………………… ……….…. 187 พระราชกฤษฎีกาวาดวยหลักเกณฑและวิธีการบริหารกิจการบานเมืองที่ดี พ.ศ.2546........ ................188 ระเบียบ กฎหมายปฏิบัติราชการอื่นที่ควรรู..........................................................................................190 กฎหมายเกี่ยวกับการจัดการศึกษาภาคบังคับ .......................................................................... 190 ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวาดวยการลงโทษ นักเรียน นักศึกษา พ.ศ. 2548…………… … 191 กฎกระทรวงวาดวยความประพฤติ นักเรียน นักศึกษา พ.ศ. 2548 ............................. ............. 192 ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวาดวยกําหนดเวลาทํางาน พ.ศ.2547.............................. .............192 ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวาดวยชักธงชาติในสถานศึกษา พ.ศ. 2547…………… ……… 192 ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการลาของขาราชการ พ.ศ. 2535 …………… ………… 192 ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยงานสารบรรณ พ.ศ.2526……………………………… ..195 ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยงานสารบรรณ(ฉบับที่2) พ.ศ.2548…………………… .. 197 ระเบียบวาดวยการรักษาความปลอดแหงชาติ พ.ศ. 2517…………………………………….. 201 สวนที่ 5วิชาการศึกษา........................................................................................................................... 204 หลักการจัดการศึกษา.......................................….……………………………………....………….. 204 แนวคิดพื้นฐานในการจัดการศึกษา ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542……… 204 การจัดการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542………………..………… 211 ระบบการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542.………………………...... 216 บทบาทของผูเกี่ยวของในการจัดการศึกษาตามพรบ.การศึกษาแหงชาติ ……………………..217 หลักสูตรและการพัฒนาหลักสูตร…………………...……………………………………………….220 หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544....……………….………..…………….... 220 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551............................................................. ......... 223 การจัดกระบวนการเรียนรู........................................................................................................ ..........232 การจัดเรียนรูที่เนนผูเรียนเปนสําคัญ............................................................................... ........ 232 กระบวนการเรียนรูที่เนนผูเรียนเปนสําคัญ.............................................................................. 235 รูปแบบกระบวนการเรียนรูของผูเรียน……………………………….…………..………..… 239 รายละเอียดรูปแบบกระบวนการเรียนรูของผูเรียน......................................................... ......... 240
  • 7.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร ง จิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว......................………………………………………………….. 257 จิตวิทยาการเรียนรู............................................……………………………….…………….. 257 จิตวิทยาการพัฒนาการ ..............................................................................................................261 การแนะแนว……… ………………………………………………….…………… ……. 265 สื่อ เทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษา....................... .........…..……………………… ……….… .269 สื่อการศึกษา..............................................………………………………….……. …….….. 269 เทคโนโลยีทางการศึกษา…………….………………………………….………… ….……. 276 นวัตกรรมทางการศึกษา...........................……………………………………….…… ……. 278 สื่อ เทคโนโลยี นวัตกรรมทางการศึกษาที่สําคัญของไทย........................................................ 279 การวัดและประเมินผลทางการศึกษา...................................................................................................284 หลักการวัดและประเมินผลทางการศึกษา............………………………… …………….….. 284 การวัดผลและประเมินผลตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2544..................................... 287 สวนที่6 วิชาชีพครู................................................................................................................................. 292 เจตคติตอวิชาชีพ....................................................................……………….… ….…….………… 292 จรรยาบรรณวิชาชีพครู........................... ............................................................................................300 คุณธรรม จริยธรรมและคานิยม......................................................................................................... 304 คุณธรรมของครู........................................................................................................................304 จริยธรรมสําหรับครู..................................................................................................................313 คานิยมของครู...........................................................................................................................315 วินัยและการรักษาวินัย....................................................................................................................... 323 ความเปนพลเมืองดี..................................................……………………………….….…..…...….. 328 มนุษยสัมพันธและการปรับตัว..............……………………………………………….……….….. 330 มนุษยสัมพันธ........................................................................................... ............................. 330 การปรับตัว................................................................................................. ............................ 335 การทํางานรวมกับผูอื่น.........................................................................…………… ….…………… 338 การทํางานรวมกับผูอื่น................................................................................ ............................338 การทํางานเปนทีม........................................................................................ ............................341 ความคิดสรางสรรคตอวิชาชีพ.............................................……………………… .……….……… 343 การจัดการความรู.................................................................................................. .............................348 การสรางความสัมพันธกับชุมชน......................................................................... ............................. 357
  • 8.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร จ สวนที่ 7 เทคนิคการเตรียมตัวสอบ...........................................................................................................371 เตรียมตัวอยางไรใหพรอมสําหรับสอบแขงขัน................………………………………..…………... 371 การจัดหาเอกสารหรือหนังสือสําหรับเตรียมสอบ.…………………………………..………. 371 วิธีการอานหนังสืออยางไรใหจําไดเร็ว.………………………………………………..…….. 372 จะสมัครสอบแขงขันที่ไหนดี.....................................................................................................373 วางแผนในการสอบอยางไรใหไดผล.........................................................................................373 การบริหารจัดการระหวางทําขอสอบกรณีขอสอบเปนปรนัย (ชนิดตัวเลือก).......................... 374 การบริหารจัดการระหวางทําขอสอบกรณีขอสอบเปนอัตนัย (อธิบาย)………………………375 การปฏิบัติตัวหลังจากสอบเสร็จ................................................. ............................................. 376 ประเภทและลักษณะขอสอบบรรจุ........................................................................................................377 เทคนิคการเลือกคําตอบที่ถูก.................................................................................................................378 เทคนิคการเลือกคําตอบขอสอบภาคความรูความสามารถทั่วไป................................................379 เทคนิคการเลือกคําตอบขอสอบภาคความสามารถเฉพาะตําแหนง……………………………379 เทคนิคการเดาคําตอบ.......................................................................................................................... 380 เทคนิคในการเขาสอบสัมภาษณ........................................................................................................... 381 หลักเกณฑการสอบสัมภาษณและการใหคะแนน............................................................... ......381 การเตรียมตัวและวิธีการเขาสอบสัมภาษณใหไดคะแนนมากที่สุด............................................381 แนวคําถามคําตอบในการสอบสัมภาษณ...................................................................................383 การจัดทําแฟมผลงานใชสําหรับการสอบแขงขัน................................................................................. 383 ความสําคัญของแฟมสะสมผลงาน (PORTFOLIO)………………………………………….. 383 แฟมสะสมงานครู (TEACHER PORTFOLIO)……………………………………………… 384 การทําแฟมผลงานประกอบการสอบสัมภาษณ (การสอบแขงขัน)……………………………384 บรรณานุกรม…………………………………………………………………………………………….385
  • 9.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร สวนที่ 1 หลักเกณฑ วิธีการและหลักสูตร สอบบรรจุ “ครูผูชวย”
  • 10.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 1 สวนที่ 1 : หลักเกณฑ วิธีการ หลักสูตรการสอบแขงขันครูผูชวย
  • 11.
  • 12.
  • 13.
  • 14.
  • 15.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร สวนที่ 2 ความรูความสามารถทั่วไป
  • 16.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 6 สวนที่ 2 : ความรูความสามารถทั่วไป วิชาความสามารถทั่วไป ตามหลักสูตรสอบแขงขันบรรจุครูผูชวย ที่ ก.ค.ศ.กําหนด ประกอบไป ดวยเนื้อหาสามสวน ดังตอไปนี้ 1. ความสามารถดานตัวเลข ไดแก ความสามารถในการคิดเลข สรุปเหตุผลเกี่ยวกับตัวเลข และขอมูลตางๆ 2. ความสามารถดานภาษาไทย ไดแก ความเขาใจภาษา การอานจับใจความ การสรุปความ การตีความ การบรรยายความ การเรียงขอความ การสะกดคํา การแตงประโยค และคําศัพท 3. ความสามารถดานเหตุผล ไดแก ความสามารถในการคิด สรุปเหตุผล และอุปมาอุปมัยซึ่งมี รายละเอียดแตละเรื่อง ดังนี้ 1. ความสามารถดานตัวเลข 1) อนุกรม คือ ชุดของตัวเลขที่มีการวางเรียงอยางเปนระบบ มีกฎเกณฑอยางใดอยางหนึ่งเปนชุด ๆ การวัดหรือขอสอบจะกําหนดหรือตัดตัวเลขตัวใดตัวหนึ่งในระบบออกหรือตัดตัวถัดไปแลวใหดูวานาจะเปน ตัวเลขใดมีหลายแบบ 1.1) ตัวเลขอนุกรมธรรมดา เปนอนุกรมแนวเดียว ก. ระบบเดียว ตัวอยาง 2 3 5 8 ….? แนวคิด : ตัวระบบคือ +1 +2 +3 ตอไปตองเปน 8 + 4 = 12 2 + 1 = 3 3 + 2 = 5 5 + 3 = 8 8 + 4 = 12 12 + ……(5) = 17 ข. ระบบซอน เปนระบบที่เขียนใหซอนกันอยางนอย 2 ระบบขึ้นไป เชน +1 +2 +1 +3 +1 +4 หรือ +3 -1 +4 -2 +5 -3 ระบบซอนนี้ อาจจะเปน + กับ - หรือสลับเครื่องหมายทางคณิตศาสตรแบบตาง ๆ แม กระทั่งการยกกําลัง หรือใส log ก็สามารถมาสรางเปนอนุกรมได ตัวอยาง 5 4 6 4 8 5 11 7 …….? แนวคิด. เปนดังนี้ -1 +2 -2 +4 -3 +6 -4 +8
  • 17.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 7 คําตอบที่ไดคือ 8 + 11 แบบนี้เปน 2 ระบบเทานั้น 5 - 1 = 4 4 + 2 = 6 6 - 2 = 4 4 + 4 = 8 8 - 3 = 5 5 + 6 = 11 11 - 4 = 7 7 + 8 = 15 ลักษณะอนุกรมธรรมดา เปนเลขชุดที่สามารถเกิดจากการ บวก ลบ คูณ หารหรือผสมก็ได ไดแก ก. แบบบวก เปนอนุกรมที่มีคาของตัวเลขเพิ่มขึ้นอยางเปนระบบ อาจเพิ่มแบบตรง หรือแบบซอน ก็ได ตัวอยาง 1 5 9 13 ……..? ทีคาเทาไร ก. 14 ข. 16 ค. 17 ง. 18 แนวคิด. เปนการเพิ่มขึ้นแบบเทากัน โดยเพิ่มครั้งละ 4 คําตอบถูก คือ ค. 17 ตามหลักการ หรือตัวอยางอื่นๆ ดังนี้ 1 + 4 = 5 5 + 4 = 9 9 + 4 = 13 13 + 4 = 17 1. 3 5 7 9 …….? ก. 10 ข. 11 ค. 13 ง. 14 จ. 16 เพิ่มขึ้นทีละ 2 คือ +2 +2 +2 ไปเรื่อย ๆ ดังนั้นถัดจาก 9+2 จึงเปน 11 คําตอบถูก ข. 2. 3 4 6 9 ……..? ก. 12 ข. 13 ค. 15 ง. 16 จ. 17 เพิ่มขึ้นไมเทากัน คือ +1 +2 +3……เปน +4 ดังนั้น 9 + 4 = 13 คําตอบถูก ข. 3. 7 8 10 11 14 15 …..? ก. 16 ข. 17 ค. 18 ง. 19 จ. 21 ระบบบวกแบบนี้คือ +1 +2 +1 +3 +1 +4 …เรียกวาระบบบวกซอนตัวเลขถัดไป เปน 15 + 1 = 16 คําตอบถูก ก.
  • 18.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 8 ข. วิธีลบ ใชวิธีคลายกับวิธีบวก เพียงแตระบบเกิดจากการลบเปนหลัก เลขจะลดลง ดังตัวอยาง 1. 25 22 19 16 ……? ก. 9 ข. 12 ค. 13 ง. 14 จ. 15 ระบบนี้คาลบเทากันตลอด คือ -3 -3 -3 ไปเปน -3 เลขถัดไปจึงเกิดจาก 16-3 = 13 คําตอบถูก ค. 2. 25 24 21 19 16 13 ……? ก. 7 ข. 9 ค. 10 ง. 11 จ. 12 ระบบนี้ เปน -1 -3 -2 -3 -3 -3 เปนลักษณะระบบซอนระบบตอไปเกิดจาก 13 – 3 = 10 คําตอบถูก ค. ค. วิธีคูณ ระบบเปนผลของการคูณ นั่นคือตัวเลขเกิดจากการคูณ ตัวอยาง 1. 3 6 12 24 …… ? ก. 26 ข. 32 ค. 40 ง. 48 จ. 58 ระบบนี้ใชระบบคูณคงที่ คือ 2 คูณกันตอไปเรื่อย ๆ ตัวสุดทายเกิดจาก 24 x 2 = 48 คําตอบถูก ง. 2. 3 3 6 6 18 …… ? ก. 18 ข. 24 ค. 32 ง. 54 จ. 72 ระบบนี้ซับซอนมากขึ้น เกิดจาก x1 x2 x1 x3 เปนระบบ x1 x1 กับระบบ x2 x3 x4 ไปเรื่อย ๆ ดังนั้น 18 x 1 = 18 คําตอบถูก ก. ง. วิธีหาร เปนแบบเดียวกับวิธีคูณ วิธีคิดคือคิดกลับขางกับวิธีคูณ นั่นคือทําวิธีคูณกอน 1. 100 50 10 5 ……? ก. 1 ข. 2 ค. 3 ง. 4 จ. 5 เกิดจากเอา 2 หาร แลวเอา 5 หารสลับกันไป คือ หาร 2 หาร 5 หาร 2 หาร 5 ดังนั้น 5 หาร 5 = 1 คําตอบถูก ก. 2. 120 40 20 5 5 ……? ก. 0 ข. 1 ค. 2 ง. 3 จ. 4 เปนการหาร 2 ระบบ สังเกตดูจะเห็นวา หาร 3 หาร 2 หาร 4 หาร 1 หาร 5 นั่นคือ ระบบหารดวย 3 4 5 และ 2 1 0 (ไดจาก 5 หาร 5 = 1) คําตอบถูก ข. จ. วิธีผสม เปนวิธีการสรางระบบโดยอาศัยวิธีการทางคณิตศาสตร แตกตางกันออกไป เชน บวกกับลบ บวกกับหาร บวกกับยกกําลัง ลบกับคูณ สามารถนํามาเกี่ยวของกันอยางนอย 2 ระบบขึ้นไป ตัวอยาง 1. 2 5 4 8 7 ……? ก. 10 ข. 12 ค. 13 ง. 14 จ. 16
  • 19.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 9 ขอนี้ มี 2 ระบบคือ บวกกับลบ +3 –1 +4 –1 ตอไป +5 เลขถัดไปจะเปน 7 + 5 = 12 คําตอบถูก ข. 2. 5 5 2 4 1 1 ……? ก. 0 ข. 1 ค. -2 ง. -3 จ. -5 ขอนี้ มี 2 ระบบแบบผสมคือ ยกกําลังกับการลบ นั่นคือยกกําลัง 1 –3 ยกกําลัง 2 - 3 ยกกําลัง 3 -3 อยางนี้ไปเรื่อย ๆ คําตอบของเลขถัดไปจึงเปน 1 - 3 = -2 คําตอบถูก ค. 1.2) อนุกรมแบบเรียงลําดับตัวเลข ก. เรียงตามผลตางระหวางเทอมคงที่ เชน 1. 1, 2, 3, 4, 5 .......... (ผลตางระหวางเทอมคงที่เปน 1) 2. 1, 3, 5, 7, 9 .......... (ผลตางระหวางเทอมคงที่เปน 2) 3. 2, 5, 8, 11, 14 .......... (ผลตางระหวางเทอมคงที่เปน 3) 4. 40, 35, 30, 25, 20 .......... (ผลตางระหวางเทอมคงที่เปน 5 แตคาลดลง) 5. 15, 11, 7, 3, -1 .......... (ผลตางระหวางเทอมคงที่เปน 4 แตคาลดลง) ข. เรียงตามผลตางระหวางเทอมเพิ่มขึ้นหรือลงอยางเสมอ เชน 6. 1, 2, 4, 7, 11 .......... (ผลตางระหวางเทอมเพิ่มขึ้นคราวละ 1) 7. 5, 7, 11, 17, 25 .......... (ผลตางระหวางเทอมเพิ่มขึ้นคราวละ 2) 8. 51, 44, 38, 33, 29 .......... (ผลตางระหวางเทอมลดลงคราวละ 1) 9. 1, 2, 6, 15, 34 .......... (ผลตางระหวางเทอมเปนเลขยกกําลังสอง) 10. 1, 3, 8, 18, 35 .......... (ผลตางระหวางเทอมเปนเลขยกกําลังสองบวก 1) ค. เรียงตามกฎเกณฑเฉพาะ นับเปนการลําดับเรียงตัวเลขที่ยากที่สุด เพราะกฎเกณฑนั้นมีอยูมากมายไมรูจบ ผูเขาสอบ ตองอาศัยการทดลองทําแนวของกฎเกณฑใหมากที่สุดเทาที่จะมากได จึงจะเกิดความชํานาญในการ คิด ฉะนั้นจึงไดพยายามยกตัวอยางมาใหหลาย ๆ แบบ ดังนี้ 1. 1, 3, 7, 15, 31 ………. (เทอมหลัง = เทอมหนา x 2 แลวบวกดวย 1) 2. 3, 6, 11, 18, 27 ………. (เปนเลขยกกําลัง + 2) ………. (เทอมหลัง = เทอมหนา x 2 แลวบวกดวย 2) 4. 2, 4, 16, 265, 65536 ………. (เทอมหลัง = เทอมหนายกกําลัง) 5. 2, 8, 18, 32, 50 ………. (เลขยกกําลัง x 2 ) 6. 1, 4, 9, 16, 25 ………. (เลขยกกําลังสอง) 7. 1, 8, 27, 64, 125 ………. (เลขยกกําลังสาม) 8. 0, 3, 8, 15, 24 ………. (เลขยกกําลังสองลบดวย 1)
  • 20.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 10 9. -1, 6, 25, 62, 173 ………. (เลขยกกําลังสามลบดวย 2) 10. 25 16 9 4 1 …(เลขยกกําลังสอง คือ 5 ยกกําลังสอง 4 ยกกําลังสอง) ง. แบบเรียงชุดละ 2 ตัว คือการเรียงลําดับตัวเลขที่เรียงตามไปกฎเกณฑใดกฎเกณฑหนึ่งชุดละ 2 ตัว กฎของการเรียง ในแตละตัวใน 2 ตัวนั้น อาจจะเปนกฎเดียวกับการเรียงชุดละ ตัวก็ได เชน 1. 1, 1, 2, 4, 3, 9, 4 …. (ตัวแรกของชุด 1, 2, 3, 4 ชุดหลัง 1, 4, 9, ตอไปเปน 16) 2. 2, 1, 4, 3, 6, 5, 8 …. (ตัวแรกของชุด 2, 4, 6, 8 ชุดหลัง 1, 3, 5, ตอไปเปน 7) 3. 1, 14, 5, 12, 9, 10, 13 …. (ชุดแรก 1, 5, 9, 13 ชุดหลัง 14, 12, 10, ตอไปเปน 8) 4. 2, 3, 4, 9, 8, 27, 16 …. (ชุดแรก 2, 4, 8, 16 ชุดหลัง 3, 9, 27 ตอไปเปน 81) 5. 10, 19, 13, 22, 16, 25, 19 …. (ชุดแรก 10, 13, 16, 19 ชุดหลัง 19, 22, 25 ตอไปเปน 28) 6. 30, 1, 33, 4, 38, 9, 45 …. (ชุดแรก 30, 33, 38, 45 ชุดหลัง 1, 4, 9 ตอไปเปน 16) 7. 20, 10, 13, 4, 6, -2 , 1 …. (ชุดแรก 20, 13, 6, -1 ชุดหลัง 10, 4, -2 ตอไปเปน -8) 8. 66, -10, 77, -3, 88, 5, 99 …. (ชุดแรก 66, 77, 88, 99 ชุดหลัง -10, -3, 5 ตอไปเปน 1) 9. 19, 19, 21, 17, 24, 14, 28 …. (ชุดแรก 19, 21, 24, 28 ชุดหลัง 19, 17, 14 ตอไปเปน 10) 10. 34, 31, 36, 29, 38, 27, 40 …. (ชุดแรก 34, 36, 38, 40 ชุดหลัง 31, 29, 27 ตอไปเปน 25) จ. แบบเรียงชุดละ 3 ตัว ก็เชนเดียวกับการเรียงชุดละ 1 ตัว หรือ 2 ตัว แตเปนชุดละ 3 ตัว เชน 1. 2, 1, 2, 2, 2, 4, 2, 3 …. (ชุดแรก 2, 1, 2, ถัดไป 2, 2, 4 ถัดไป 2, 3 …ตอไป 6) 2. 2, 3, 5, 4, 5, 9, 6, 7 …. (สองตัวแรกบวกกันเปนตัวที่สาม ฉะนั้น 6+7 ได 13) 3. 13, 11, 15, 14, 10, 16, 15, 9 …. (ตัวแรกของชุด 13, 14, 15 ตัวที่สอง 11, 10, 9 ชุดที่สาม 15, 16, …..ตอไปคือ 17) 4. 5, 2, 10, 6, 4, 24, 7, 5 …. (ชุดแรก 2, 5, 10 ตัวที่สอง 6, 4, 24 ชุดสาม 7, 5, …..ตอไป 35) 5. 1, 5, 8, 4, 6, 7, 9, 7,…. (ชุดแรก 1, 4, 9 ตัวที่สอง 5, 6, 7 ชุดสาม 8, 7, ….. ตอไป 6) 6. 1, 4, 7, 2, 6, 9, 3, 8,…. (ชุดแรก 1, 2, 3 ตัวที่สอง 4, 6, 8 ชุดสาม 7, 9, ….. ตอไป 11)
  • 21.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 11 1.3) อนุกรมหลายชั้น ตัวเลขอนุกรมหลายชั้น หมายถึง อนุกรมธรรมดา อยางนอย 2 อนุกรมเกี่ยวของกัน ในอนุกรม ธรรมดายังมีหลายระบบ ดังนั้นถามี 2 อนุกรม ผูตอบอาจตองคิดถึง 4 ระบบ จะทําใหยากขึ้นกวาอนุกรม ธรรมดา อนุกรมแบบนี้มีอยู 3 ชนิด แบบที่ 1 กําหนดอนุกรมให 2 อนุกรม แตละอนุกรมมี 5 ตัว อนุกรมหนึ่งจะถูกทุกตัว สวน อีกอนุกรมหนึ่งจะมีตัวเลขเรียงผิดอยูตัวหนึ่ง และถาอนุกรมเรียงถูกทั้งสองอนุกรมแลวจะมีผลรวมเทากับ ตัวเลขที่กําหนดให ดังนั้นอนุกรมแบบนี้ตองการใหผูตอบหาตัวผิดนั่นเอง ดังตัวอยาง ก ข ค ง จ อนุกรมหนึ่ง อนุกรมสอง 1 1 2 3 3 6 4 7 5 9 ผลรวมเมื่ออนุกรมถูก 40 แนวคิด : 1. อนุกรมหนึ่งถูก รวมกันได 15 2. อนุกรมสองจะตองรวมกันได 25 จึงจะถูก แตอนุกรมสองที่กําหนดปรากฏวารวมกันได 26 เกินไป 1 ซึ่งมีที่ผิด 3. พิจารณาดู 1 ถึง 3 แปลวาเพิ่ม 2 , 3 ถึง 6 เพิ่ม 3, 6 ถึง 7 เพิ่ม 1 และ 7 ถึง 9 เพิ่ม 2 แสดงวาอนุกรมนี้ตองเพิ่มทีละ 2 จึงจะถูก ดังนั้นจุดที่ผิดคือ 6 ที่ถูกตององเปน 5 คําตอบถูกจึงเปน ค. ผลรวมทั้งหมดเทากับ 40 พอดี ก ข ค ง จ อนุกรมหนึ่ง อนุกรมสอง 5 3 6 4 6 6 5 9 7 13 ผลรวมเมื่ออนุกรมถูก 62 แนวคิด : 1. ขอนี้ผลรวมที่ถูกคือ 62 แตอนุกรมหนึ่งและสองรวมกันได 64 แสดงวาตัวเลขที่ผิดนั้นเกิน 2 2. พิจารณาอนุกรมที่ตัวเลขเรียงคาตามลําดับดูกอนวาเพิ่มขึ้นเปนระบบหรือไม ในที่นี้เพิ่มขึ้น +1, +2, +3, +4 อนุกรมสองถูก
  • 22.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 12 3. อนุกรมหนึ่งจะตองรวมได 27 จึงจะถูก ขณะนี้รวมกันได 29 ยังเกินไป 2 ใหดูระบบความ แตกตางของแตละชวง จะเปน +1 , +0 , -1 ,+2 เอา 2 ระบบนี้มาพิจารณา +1 , +0 ก็ตองเปน –1, +1 คําตอบคือ ข. แบบทดสอบอนุกรมหลายชั้น 1. ก ข ค ง จ อนุกรมหนึ่ง -1 0 2 5 8 อนุกรมสอง 16 14 12 10 8 ผลรวมเมื่ออนุกรมถูก 2. ก ข ค ง จ อนุกรมหนึ่ง 9 5 2 0 -2 อนุกรมสอง 0 2 6 8 16 ผลรวมเมื่ออนุกรมถูก 3. ก ข ค ง จ อนุกรมหนึ่ง 25 16 9 4 1 อนุกรมสอง 1 5 8 11 14 ผลรวมเมื่ออนุกรมถูก แบบที่ 2 เปนแบบอนุกรมที่มาเขาคูกัน 2 อนุกรม จะมีตัวเลข 5 ตัว หรือมากกวานั้นก็ได และใหมีผิดทั้งสองอนุกรม คําตอบใหเอาตัวเลขที่ผิดในอนุกรมมาไวเปนคู ตัวอยาง อนุกรมหนึ่ง 2 3 4 5 7 อนุกรมสอง 1 3 5 6 9 ก. 2 , 3 ข. 3 , 5 ค. 5 , 7 ง. 7 , 6 จ. 7 , 9 75 47 95
  • 23.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 13 แนวคิด : 1. อนุกรมหนึ่งเพิ่มขึ้นทีละ 1 ตัวเลขที่ผิดคือ 7 2. อนุกรมสองเพิ่มขึ้นทีละ 2 ตัวเลขที่ผิดคือ 6 คําตอบถูกจึงเปน 7, 6 แบบที่3 เปนแบบกําหนดแนวโนมของอนุกรมใหเปนชุด ๆ แลวหาระบบการเรียงที่เกี่ยวพันกัน เพราะทุกอนุกรมจะเชื่อมโยงแนวคิดใหซึ่งกันและกัน การพิจารณาระบบการเรียงหรือแนวโนมของตัวเลข เปนสิ่งสําคัญมาก วิธีนี้บางโครงสรางเปนลักษณะหลายมิติ คือสัมพันธหรือเกี่ยวพันกันทั้งแนวตั้งและแนว นอน ดังตัวอยาง 8 4 20 4 2 2 1 10 ? ก. 2 ข. 4 ค. 5 ง. 6 จ. 7 แนวคิด : 1. ชุดแรก เกิดจาก 2 คูณ จาก 2 เปน 4 จาก 4 เปน 8 2. ชุดที่ 2 เปนลักษณะ 2 คูณ เชนเดียวกัน เพียงแตตัวเลขเปลี่ยนไป 3. ชุดที่ 3 ตอง 2 คูณเหมือนกัน คําตอบถูกคือ 5 วิธีคิดอาจจะเอา 2 หาร จากเลขหลักบนมาก็ไดเชนกัน แบบที่3 อนุกรมแนวตั้งและแนวนอนจากตัวเลขที่เหลือไวใหแลวพิจารณาวา จุด ? มีคาเทาไร 1. ก. 11 ข. 13 ค. 14 ง. 15 จ. 17 แนวคิด. 1. พิจารณาแถว 2 คือ 6 ถึง 8 คือ เพิ่ม 2 2. พิจารณาแถว 1 คือ 1 เพิ่ม 2 เทากับ 3 จาก 3 ถึง 6 เพิ่ม 3 3. พิจารณาแถว 2 คือ 8 + 3 คือ 11 4. พิจารณาแถว 2 จาก 11 ถึง 15 คือ เพิ่ม 4 5. พิจารณาแถว 4 จาก 9 เพิ่ม 4 คือ 13 คําตอบ คือ ข. 13 2. ก. 0 ข. 1 ค. 3 ง. 4 จ. 6 แนวคิด. ลักษณะอนุกรม คือ -1 +2 -3 1. พิจารณาแถว 2 จาก 2 ไป 1 คือ ลด 1 2. พิจารณาแถว 3 คือ 7 ลด 1 เทากับ 6 จาก 6+2 เปน 8 3. พิจารณาแถว 4 คือ 2 - 3 คือ -1 4. พิจารณาแถว 2 จาก 1 +2 เปน 3 และ - 3 เทากับ 0 คําตอบ ก. 0 1 - 6 - 6 8 - 15 - 5 - - 5 - 4 2 1 - ? - 8 - -
  • 24.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 14 3. ก. 9 ข. 12 ค. 14 ง. 16 จ. 18 แนวคิด. ลักษณะอนุกรม คือ -1 +2 -3 1. แถว 4 จาก 19 ไป 15 คือ ลด 4 2. แถว 2 คือ 18 ลด 4 เทากับ 14 ไป 17 คือ +3 3. พิจารณาแถว 4 คือ 15 +3 เปน 18 -2 เปน 16 คําตอบ ง. 16 4. ก. 4 ข. 5 ค. 7 ง. 9 จ. 13 แนวคิด. ลักษณะอนุกรม คือ 10 -3 = 2 1. แถว 2 จาก 10 ไป 2 คือ ลด 8 2. แถว 4 จาก 12 ลด 8 เทากับ 4 คําตอบ ก. 4 2) การคํานวณหา ห.ร.ม ค.ร.น. 2.1) ห.ร.ม. ยอมาจาก ตัวหารรวมมาก ห.ร.ม ของจํานวนสองจํานวน คือ จํานวนเต็มบวกที่มาก ที่สุดที่ไปหารจํานวนทั้งสองนั้นลงตัว วิธีหา ห.ร.ม. อาจทําไดหลายวิธี ดังนี้ 1.โดยวิธีแยกตัวประกอบในรูปผลคูณของจํานวนเฉพาะ ห.ร.ม. คือ ตัวประกอบที่สัมพันธกัน 2.โดยวิธีตั้งหารสั้น ห.ร.ม. คือ ผลคูณของจํานวนที่เปนตัวหารรวมทุกจ ตัวอยาง จงหา ห.ร.ม. ของ 12 และ 18 12 = 2 x 2 x 3 18 = 2 x 3 x 3 ดังนั้น ห.ร.ม ของ 8 และ 12 คือ 2 x 2 x 2 x 3 ตัวประกอบที่มากที่สุดของ 12 และ 18 คือ 2 x 3 หรือ 6 คําตอบ ห.ร.ม ของ 12 และ 18 คือ 6 2.2) ค.ร.น. ยอมาจาก ตัวคูณรวมนอย ค.ร.น ของจํานวนสองจํานวน คือจํานวนเต็มบวกที่ นอยที่สุดที่จํานวนทั้งสองนั้นหารลงตัว วิธีหา ค.ร.น อาจทําไดหลายวิธี ดังนี้ 1. โดยวิธีแยกตัวประกอบ ในรูปผลคูณของจํานวนเฉพาะ ค.ร.น. คือผลคูณของตัวประกอบรวมกันกับตัวประกอบที่เหลือทุกจํานวน 12 8 - - - 12 - 13 18 - 17 - - 3 7 - 8 - 10 2 - 1 -
  • 25.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 15 2.โดยวิธีหารสั้น ค.ร.น. คือผลคูณของตัวหารรวมทุกตัวกับผลหารสุดทายทุกตัว 3.โดยวิธีใชสูตร ผลคูณของจํานวนสองจํานวน = ห.ร.ม. x ค.ร.น. ค.ร.น. = ผลคูณขอจํานวนสองจํานวน/ ห.ร.ม. ตัวอยาง 1) จงหา ค.ร.น. ของ 30 และ 42 30 = 2 x 3 x 5 42 = 2 x 3 x 7 เพราะฉะนั้น ค.ร.น. = 2 x 3 x 5 x 7 = 210 2) จงหา ค.ร.น. และ ห.ร.ม. ของ 8, 12 และ 60 8 = 2 x 2 x 2 12 = 2 x 2 x 3 60 = 2 x 2 x 3 x 5 เพราะฉะนั้น ห.ร.ม. = 2 x 2 = 4 ค.ร.น. = 2 x 2 x 2 x 3 x 5 = 120 3) จํานวนใดที่นอยที่สุดที่หาร 6, 8 และ 12 แลวเหลือเศษ 3 แนวคิด. หา ค.ร.น. ของทั้ง 3 จํานวน แลวบวกดวย 3 ดังนี้ ค.ร.น. 6 = 2 x 3 8 = 2 x 2 x 2 ค.ร.น. 12 = 2 x 2 x 3 และ ค.ร.น. 12 = 2 x 2 x 3 = 24 เพราะฉะนั้นเลขจํานวนนั้น คือ 24 + 3 = 27 4) จงหาจํานวนที่มากที่สุดที่หาร 162, 246 และ 282 แลวเหลือเศษ 6 เทากัน แนวคิด. เอาเศษ 6 ลบออกจากสามจํานวน แลวหา ห.ร.ม. ดังนี้ 162 - 6 = 152 = 2 x 2 x 2 x 13 246 - 6 = 240 = 2 x 2 x 2 x 2 x 5 282 - 6 = 272 = 2 x 2 x3 x 23 เพราะฉะนั้น ห.ร.ม. = 2 x 2 x3 = 12 เลขจํานวนนั้นคือ 12 3) การคํานวณอายุ ตัวอยาง 1) เมื่อ 5 ปกอน แดงอายุ 12 ป อีก 7 ปขางหนาแดงจะมีอายุกี่ป ก. 14 ข. 17 ค. 24 ง. 28 แนวคิด 1. เมื่อ 5 ปกอน แดงอายุ 12 ป แสดงวา ขณะนี้แดงมีอายุ 12+5 = 17 ป 2. เพราะฉะนั้น อีก 7 ปขางหนา แดงจะมีอายุ 17+7 = 24 ป 2) ปจจุบัน มานพ มานะ มานี อายุรวมกัน 57 ป เมื่อ 3 ปกอน อายุมานพ มากกวา มานะอยู 4 ป อีก 4 ปขางหนา อายุมานะ มากกวามานี 1 ป อยากทราบวาปจจุบัน มานะอายุกี่ป ? ก. 24 ข. 22 ค. 20 ง. 19
  • 26.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 16 แนวคิด. 1. กําหนดใหปจจุบัน มานะ มีอายุ x ป 2. มานพ อายุ x +4 และมานี อายุ x – 1 ป 3. มานพ มานะ มานี อายุรวมกัน 57 ป 4. เพราะฉะนั้น x +( x +4 ) + (x – 1) = 57 x = 57/ 3 = 19 ป 3) เมื่อ 7 ปกอน ฉันทนา อายมุมากกวา ฉันทนีย 2 ป ปจจุบัน ฉันทนีย อายุเปน 2 เทาของ ฉันทนันท อีก 10 ปขางหนา ฉันทนันท อายุครบเบญจเพส อยากทราวาปจจุบัน ฉันทนาอายุกี่ป? ก. 32 ข. 30 ค. 28 ง. 26 แนวคิด 1. อีก 10 ปขางหนา ฉันทนันท อายุครบเบญจเพส คือ = 25 ป 2. เพราะฉะนั้น ปจจุบัน ฉันทนันท อายุ 25 - 10 = 15 ป 3. ปจจุบันฉันทนีย อายุเปน 2 เทาของฉันทนันท เพราะฉะนั้นปจจุบันฉันทนันทอายุ 25 x 2 = 30 ป 4. ฉันทนาอายมุมากกวาฉันทนีย 2 ป เพราะฉะนั้นปจจุบันฉันทนา อายุ 30 + 2 = 32 ป 4) พี่นอง 3 คน อายุรวมกัน 18 ป คนสุดทายออนกวาคนกลาง 2 ป คนโตแกกวาคนกลาง 2 ป คนกลางอายุเทาไร? ก. 10 ป ข. 8 ป ค. 6 ป ง. 4 ป แนวคิด 1. อายุ 3 คน = 18 ป ถาเฉลี่ยอายุเทา ๆ กัน จะได = 18 / 3 = 6 ป 2. คนโต คือ 6+2 = 8 ป คนกลาง6 ป คนสุดทาย 6-2=4 ป อายุรวมกัน 18 ป 5) ปจจุบันบิดาอายุ 35 ป บุตรชายอายุ 6 ป อีกกี่ปขางหนา บิดาจะมีอายุเปน 2 เทาของบุตร แนวคิด ใหอีก x ป บิดามีอายุเปน 2 เทาของบุตร ซึ่งสามารถเขียนลงในตารางได ดังนี้ อายุบิดา อายุบุตร ปจจุบัน 35 6 อีก x ป (อนาคต) 35 + x 6 + x แตอีก x ป บิดามีอายุเปน 2 เทาของบุตร เพราะฉะนั้น 35 + x = 2(6+x) 35-12 = 2x – x x = 23 ดังนั้น อีก 23 ป บิดามีอายุเปน 2 เทาของบุตร 6) เมื่อแปดปกอน พออายุมากกวาแม 5 ป แมมีอายุเปน 3 เทาของลูก และอีก7 ป ลูกจะอายุ ครบ 2 รอบ ปจจุบันพอมีอายุเทาไร แนวคิด - อีก 7 ปลูกจะมีอายุครบ 2 รอบ ฉะนั้น ปจจุบันลูกอายุ 24 – 7 = 17 ป - แมอายุ 3 เทาของลูก ฉะนั้น 17 x 3 = 51 ป - พออายุมากกวาแม 5 ป ฉะนั้น 51+5 = 56 ป
  • 27.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 17 4) คํานวณจํานวนเสาที่ปกตามเสน ก. จํานวนเสาที่ปกตามเสนรอบวง สูตร : จํานวนเสาทั้งหมด = ความยาวของเสนรอบวง ÷ ระยะทางที่หางกันระหวางเสา ตัวอยาง สนามหญาเปนรูปวงกลม มีเสนรอบวงยาว 80 เมตร ปกเสาตามแนวเสนรอบวงแตละ ตนหางกัน 2 เมตร จะตองใชเสากี่ตน วิธีทํา ความยาวเสนรอบวง = 80 เมตร ระยะหางระหวางเสา = 2 เมตร จากสูตร จํานวนเสาทั้งหมด = ความยาวของเสนรอบวง ÷ ระยะทางที่หางกันระหวางเสา = 80÷ 2 = 40 ข. จํานวนเสาที่ปกตามแนวเสนตรง สูตร : จํานวนเสาทั้งหมด = ระยะทางทั้งหมด / 2 + 1 ระยะหางที่เทากันระหวางเสา ตัวอยางที่ ปกเสาตามแนวถนนในหมูบาน เสาแตละตนหางกัน 2 เมตร และระยะทางจากเสา ตนแรกถึงตนสุดทายยาว 80 เมตร จงหาวามีเสาทั้งหมดกี่ตน วิธีทํา ระยะทางทั้งหมด = 80 เมตร ระยะที่เทากันระหวางเสา = 2 เมตร จากสูตร จํานวนเสาทั้งหมด = ระยะทางทั้งหมด + 1 ÷ ระยะหางที่เทากันระหวางเสา = 80÷ 2 + 1 = 41 5) คํานวณผลบวกจํานวนนับ ก. ผลบวกจํานวนนับที่เรียงตามลําดับที่เริ่มจาก 1 จํานวนนับที่เรียงตามลําดับ ไดแก 1 2 3 4 …. สูตร ผลบวกของ 1 + 2 + 3 + 4 + … + n = n/ 2 (n+1) = ปลาย÷ 2(ปลาย + 1 )เมื่อ n เทากับปลาย ตัวอยาง จงหาผลบวกของ 1 + 2 + 3 + 4 + ……. + 12 วิธีทํา ผลบวก = 1 + 2 + 3 + 4 +… + 12 = ปลาย÷ 2 (ปลาย + 1) เมื่อปลาย = 12 = 12÷2 (12 + 1) = 6 x 13 = 78 ข. ผลบวกจํานวนนับที่เปนเลขคูเริ่มตนจาก 2 จํานวนนับที่เปนเลขคูเรียงลําดับ ไดแก 2 4 6 8 … สูตรผลบวกของ 2 + 4 + 6 + 8 + …+ n = n/4 [n+2] = ปลาย÷4 [ปลาย + 2 ] เมื่อ n = ปลาย
  • 28.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 18 ตัวอยาง 1 ถึง 11 บวกกันไดเทาไร แนวคิด ตัวแรก + ตัวสุดทาย x ตัวสุดทาย/ 2 1 + 11 x 11 ÷ 2 = 66 ค. ผลบวกจํานวนนับที่เปนเลขคี่เริ่มตนจาก 1 จํานวนนับที่เปนเลขคูเรียงลําดับ ไดแก 1 3 5 7 … สูตรผลบวกของ 1 + 3 + 5 + 7 + …+ n = [n + 1]ยกกําลัง2 = [ปลาย + 2 ]ยกกําลังสอง ÷ 4 เมื่อ n = ปลาย 6) การหาแฟกทอเรียน n (n Factorial) นิยาม เมื่อ n เปนจํานวนเต็มบวก แฟกทอเรียน n หมายถึงผลคูณของจํานวนเต็มบวก ตั้งแต 1 ถึง n แฟกทอเรียน n เขียนแทนดวย n! ตัวอยาง 6! = 6 x 5 x 4 x 3 x 2 x 1 = 720 3! = 3 x 2 x 1 = 6 1! = 1 วิธีเรียงสับเปลี่ยน (Permutation) จํานวนวิธีที่เปนไปไดทั้งหมดของการเรียงอันดับสมาชิก ในเซตจํากัด เชน จํานวนที่จัดใหคน 3 คน ยืนเรียงแถว จํานวนที่จัดใหแขกรับเชิญ 8 คน นั่งรอบโตะกลม วิธีจัดเรียงลําดับดังกลาวเรียกวา วิธีเรียงสับเปลี่ยน ตัวอยาง ถาจัดคน 3 คน คือ ก ข และ ค ใหยืนเรียงเปนแถวตรง จะจัดไดทั้งหมด 6 วิธี คือ กขค กคข ขกค ขคก คกข คขก วิธีคิด ตําแหนงที่ 1 จะให ก ข หรือ ค ยืนก็ได จึงมีวิธีจัดได 3 วิธี ตําแหนงที่ 2 เมื่อมีคนยืนตําแหนงที่ 1 แลว ตําแหนงที่ 2 จึงเหลือคนใหจัด เพียง 2 คน จึงจัดได 2 วิธี สวนตําแหนงที่ 3 นั้นมีเพียงวิธีเดียว เพราะเหลืออยูเพียง 1 คน ดังนั้น จํานวนวิธีที่จะจัดใหคน 3 คน ยืนเรียงแถวตรงมีทั้งหมด 3! = 3 x 2 x 1 = 6 วิธี จํานวนวิธีเรียงสับเปลี่ยนของสิ่งของ n สิ่ง ซึ่งแตกตางกันทั้งหมดเทากับ n! ตัวอยาง ถาปลูกตนไม 5 ชนิด ๆ ละ 1 ตน เรียงเปนแถวตรง จะมีวิธีจัดทั้งหมดกี่วิธี วิธีทํา วิธีจัดตนไมดังกลาวเปนวิธีเรียงสับเปลี่ยนของสมาชิกทั้งหมดในเซตซึ่งมีสมาชิก 5 ตัว จํานวนวิธีเรียงสับเปลี่ยนทั้งหมดเทากับ 5! = 120 วิธี จํานวนวิธีเรียงสับเปลี่ยนเชิงวงกลมของสิ่งของ n สิ่ง ซึ่งแตกตางกันทั้งหมดเทากับ(n – 1)! วิธี ตัวอยาง มีวิธีจัดเรียงใหผูรับเชิญ 6 คน ใหนั่งรับประทานอาหารรอบโตะกลมซึ่งมีที่นั่ง ที่นั่งไดทั้งหมดกี่วิธี วิธีทํา จํานวนวิธีที่จัดผูรับเชิญ 6 คน นั่งรอบโตะกลม = (6 – 1)! = 5! = 120 วิธี
  • 29.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 19 ตัวอยาง จะจัดให ชาย 5 คน และหญิง 5 คน ยืนสลับกันเปนวงกลมไดกี่วิธี วิธีทํา กําหนดใหชายคนหนึ่งอยูคงที่ ดังนั้น เหลือชาย 4 คน และหญิง 5 คน ที่จะยืนในตําแหนงตาง ๆ ได 9ตําแหนงแตเนื่อง จากชายหญิงตองยืนสลับกัน จึงทําใหมีตําแหนงที่ชายเลือกยืนได 4 ตําแหนง และหญิงหญิงเลือกยืนได 5 ตําแหนง ชาย 4 คน จัดอันดับกันเองได 4! วิธี หญิง 5 คน จัดอันดับกันเองได 5! วิธี ดังนั้น จัดชาย 5 คน และหญิง 5 คน ยืนสลับกันเปนวงกลมได = 4! x 5! = 2880 วิธี ตัวอยาง โรงเรียนแหงหนึ่งจัดอาหารกลางวัน โดยใหนักเรียนเลือกอาหารคาวไดหนึ่งอยางและ ขนมไดหนึ่งอยาง ถาโรงเรียนจัดอาหารคาว 4 อยาง และขนม 3 อยาง นักเรียนจะมีวิธี เลือกอาหาร กลางวันทั้งหมดไดกี่วิธี วิธีทํา มีวิธีเลือกอาหารคาวได 4 วิธี และในแตละวิธีที่เลือกอาหารคาวจะเลือกขนมได 3 วิธี ดังนั้น จํานวนวิธีทั้งหมดที่เลือกอาหารกลางวันเทากับ 4 x 3 = 12 วิธี 7) สมการและอสมการ(พิชคณิต) สมการ (Equation) คือประโยคสัญลักษณที่มีเครื่องหมายเทากับ(=) แสดงการเทากันของจํานวน ใด ๆ ตั้งแต 1 จํานวนขึ้นไป เชน x – 9 = 7 คําตอบของสมการ (Solution of the Equation) จากสมการ x – 9 = 7 เรียก x ซึ่งเปนสัญลักษณที่ไมทราบคาวา ตัวแปร (Variable) เรียกจํานวนใด ๆ ที่แทนคาตัวแปรในสมการแลวทําใหสมการนั้นเปนจริงวา คําตอบของสมการ ดังนั้น ถาแทน x = 16 ในสมการ จะได 16 – 9 = 7 ซึ่งเปนจริง เพราะฉะนั้น 16 เปนคําตอบของสมการ x – 9 = 7 คุณสมบัติของการเทากัน (Properties of Equality) กําหนดให a b และ c เปนจํานวนใด ๆ 1. คุณสมบัติการบวกและลบ 1.1 ถา a = b แลว a + b = b + c 1.2 ถา a = b แลว a - c = b – c 1.3 ในทางกลับกัน จะไดวา ถา a + c = b + c หรือ a - c = b - c แลว a = b
  • 30.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 20 คุณสมบัติของการคูณและหาร 2.1 ถา a = b แลว a x c = b x c 2.2 ถา a = b แลว a÷c = b÷c เมื่อ c ไมเทากับ 0 2.3 ในทางกลับกันจะไดวา ถา a x c = b x c หรือ a÷c = b÷c เมื่อ c ไมเทากับ 0 แลว a = b การแกสมการ (Solving the Equation) การแกสมการ คือการหาคําตอบของสมการนั้น หรือการหาคาตัวแปร ซึ่งทําใหสมการนั้น เปนจริง การแกสมการ ทําได 2 วิธี คือ 1.โดยการทดลองแทนคาตัวแปรลงในสมการ เพื่อใหสมการนั้นเปนจริง 2.โดยการใชคุณสมบัติของการเทากัน ในการหาคําตอบ ตัวอยาง จงหาคําตอบของสมการ 2x + 1 = 5 วิธีทํา จากสมการ 2x + 1 = 5 นํา 1 มาลบทั้งสองขางของสมการ จะได 2x + 1 - 1 = 5 – 1 2x = 4 นํา 2 มาหารทั้งสองขางของสมการ จะได 2x÷2 = 4÷2 เพราะฉะนั้น x = 2 ตรวจคําตอบ แทนคา x ดวย 2 ในสมการ 2x + 1 = 5 จะได 2(2)+1 = 5 เปนจริง ดังนั้น 2 เปนคําตอบของสมการ 2x + 1 = 5 ตัวอยาง เชือกเสนหนึ่งมีความยาว 210 เซนติเมตร แบงออกเปน 2 เสน โดยให 3 เทาของ เชือกเสนยาวเทากับ 4 เทาของเสนสั้น จงหาความยาวของเชือกเสนยาว สมมติใหเชือกเสนยาวมีความยาว x เซนติเมตร ดังนั้น เชือกเสนสั้นมีความยาว 210 – x เซนติเมตร 3 เทาของเชือกเสนยาว = 3x เซนติเมตร 4 เทาของเชือกเสนสั้น = 4 ( 210 – x ) เซนติเมตร แต 3 เทาของเชือกเสนยาว = 4 เทาของเชือกเสนสั้น ดังนั้น 3x = 4 ( 210 – x ) 3x = 840 – 4x 3x + 4x = 840 7x = 840 x = 840 7 = 120
  • 31.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 21 ตรวจคําตอบ แทนคา x = 120 ลงในสมการ 3x = 4(210 – x) จะได 3(120) = 4 (210 – 120) 360 = 4(90) ซึ่งเปนจริง ดังนั้น ความยาวของเชือกเสนยาวเทายาวเทากับ 120 เซนติเมตร ตัวอยาง คําวา “สอบ” นํามาเรียงสลับที่ ไดกี่วิธี แนวคิด : คําวา “สอบ” มีพยัญชนะ = 3 ตัว (3! = 3 x 2 x 1 = 6) ตัวอยาง ถา ก คือเลขคี่ จํานวนหนึ่ง ซึ่งมีเลขถัดไปคือ 13 อยากทราบวา ก + 7 เปนเทาไร แนวคิด : ก คือ 11 ฉะนั้น 11 + 17 = 18 ตัวอยาง 15 % ของจํานวน 75 คือเทาไร แนวคิด : 100 = 75 1 = 100 15 = 75 x 15 = 500 100 8) การคํานวณหาพื้นที่ สรุปเปนสูตรพอสังเขป เชน 1. พื้นที่สามเหลี่ยม 1.1 พื้นที่ของรูปสามเหลี่ยมใดๆ = 1 xฐาน x สูง (เมื่อกําหนดฐานและสวนสูงให) 2 1.2 พื้นที่ของรูปสามเหลี่ยมใดๆ = S (S-a) (S-b) (S-c) (เมื่อกําหนดดานทั้งสามให) เมื่อa, b, c เปนความยาวของดานทั้งสามของสามเหลี่ยม S = a+b+c 2 1.3 พื้นที่ของสามเหลี่ยมดานเทา = 3 x ดาน x ดาน 4 1.4 พื้นที่ของสามเหลี่ยมมุมฉาก = 1 x ผลคูณของดานประกอบมุมฉาก 2 2. พื้นที่สี่เหลี่ยม 2.1 พื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผา = กวาง x ยาว 2.2 พื้นที่สี่เหลี่ยมจตุรัส = ดาน x ดาน = 1 x ผลคูณของเสนทะแยงมุม 2 2.3 พื้นที่สี่เหลี่ยมดานขนาน = ฐาน x สูง 2. 4 พื้นที่สี่เหลี่ยมขนมเปยกปูน = ฐาน x สูง = 1 x ผลคูณของเสนทะแยงมุม
  • 32.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 22 2 2.5 พื้นที่สี่เหลี่ยรูปวาว = 1 x ผลคูณของเสนทะแยงมุม 2 2.6 พื้นที่สี่เหลี่ยมคางหมู = 1 x ผลบวกของดานคูขนาน x สูง 2 2.7 พื้นที่รูปสี่เหลี่ยมใดๆ = 1 x เสนทะแยงมุม x สูง 2 3. พื้นที่วงกลม 3.1 เสนรอบวง = 2¶r เมื่อ ¶ มีคาประมาณ 3.14 หรือ 22/7 3.2 พื้นที่วงกลม = ¶r x r เมื่อ r คือรัศมีวงกลม 4. พื้นที่พื้นผิวและปริมาตร 4.1 ปริมาตรรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก = ความกวาง x ความยาว x ความสูง = พื้นที่ฐาน x ความสูง 4.2 ปริมาตรของปริซึมใดๆ = พื้นที่ฐาน x ความสูง 4.3 พื้นที่ของพีระมิด = พื้นที่ผิวเอียง + พื้นที่ฐาน 4.4 พื้นที่ผิวเอียง = 1 xความยาวของเสนรอบฐาน x สูงเอียง 2 4.5 ปริมาตรของของพีระมิด = 1 x พื้นที่ฐาน x สูงตรง 2 9) ขอมูล การนําเสนอขอมูลและขอมูลสถิติ ขอมูล หมายถึง ขอเท็จจริงที่เปนตัวเลขหรือขอเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่เราสนใจ สามารถนําไปใชหรือเปรียบเทียบได การนําเสนอขอมูลสามารถนําเสนอไดหลายแบบ เชน 1. การนําเสนอขอมูลดวยตาราง เปนการจัดระเบียบขอมูลโดยใชตาราง 2. การนําเสนอขอมูลดวยแผนภูมิรูปภาพ เปนการใชภาพแทนจํานวนขอมูลของสิ่งตางๆ 3. การนําเสนอขอมูลดวยแผนภูมิแทง เปนการใชรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากที่มีความยาวแตละรูป แปรเปลี่ยนไปตามปริมษณขอมูล 4. การนําเสนอขอมูลดวยแผนภูมิวงกลม เปนการใชวงกลมแสดงปริมาณขอมูลตางๆโดยแบง พื้นที่วงกลมออกเปนสวนๆจากจุดศูนยกลางแลวนําไปเปรียบเทียบ 5. การนําเสนอขอมูลดวยกราฟเสน นิยมใชกับขอมูลอนุกรมเวลา ซึ่งเปนขอมูลที่แสดงการเปลี่ยน แปลง ตามลําดับกอนหลังของเวลาที่ขอมูลนั้นๆ เกิดขึ้นในชวงเวลาใดเวลาหนึ่ง
  • 33.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 23 ขอมูลสถิติ สวนใหญจะใชคากลางของขอมูลเปนตัวแทนของขอมูล ดังนี้ คาเฉลี่ยเลขคณิต คือ คาที่ไดจากการหารผลรวมของขมูลทั้งหมดดวยจํานวนขอมูล มัธยฐาน คือ คาอยูกึ่งกลางของขอมูลทั้งหมด เมื่อเรียงขอมูลชุดนั้นจากมากไปหานอยหรือ จากนอยไปหามาก ดังนั้นจะมีขอมูลจํานวนที่นอยและมากกวามัธยฐานเปนจํานวนเทากัน และ ฐานนิยม คือ คาขอมูลที่มีความถี่มากที่สุด 2. ความสามารถดานภาษาไทย 1 ) หลักภาษาไทย หลักภาษา คือวิชาที่วาดวยระเบียบการใชอักษร การเขียนอาน การใชคํา ความหมายของคําการ เรียงคําและที่มาของภาษา ผูที่จะทําขอสอบวิชาภาษาไทยไดดี จึงตองมีพื้นฐาน หลักภาษาไทยเปนอยางดี โดยการเรียนรูภาษาตาง ๆ และที่สําคัญ คือภาษาเขียน หรือ อักขระวิธี ไดแก อักษร แปลวา ตัวหนังสือ ซึ่งยอมหมายความถึงเสียงและตัวหนังสือดวย ลักษณะอักษร ในภาษาไทย มีอยู 3 อยาง คือ 1. เสียงแท ไดแก สระ มี 21 รูป 32 เสียง 2. เสียงแปร ไดแก พยัญชนะ มี 44 ตัว 3. เสียงดนตรี ไดแก วรรณยุกต มี 4 รูป 5 เสียง สระ สระในภาษาไทย ประกอบดวยรูปสระ 21 รูป และเสียงสระ 32 เสียง พยัญชนะ รูปพยัญชนะ มี 44 ตัว สามารถแบงอักษรตามระดับเสียง 3 หมู เรียกวา ไตรยางค คือ 1. อักษรสูง มี 11 ตัวคือ ข ฃ ฉ ฐ ถ ผ ฝ ศ ษ ส ห พื้นเสียงเปนเสียงจัตวา 2. อักษรกลาง มี 9 ตัวคือ ก จ ฎ ฏ ด ต บ ป อ พื้นเสียงเปนเสียงสามัญ ไก จิก เด็ก ตาย เด็ก (ฎ) ตาย (ฏ) บน ปาก โอง 3. อักษรต่ํา มี 24 ตัว พื้นเสียงเปนเสียงสามัญ ดังนี้ 3.1 อักษรคู คือ อักษรต่ําที่เปนคูกับอักษรสูง มี 14 ตัวคือ ค ฅ ฆ ช ฌ ซ ฑ ฒ ท ธ พ ภ ฟ ฮ 3.2 อักษรเดี่ยว คือ อักษรต่ําที่เสียงไมเปนคูกับอักษรสูง มี 10 ตัว คือ ง ญ ณ น ม ย ร ล ว ฬ วรรณยุกต วรรณยุกต มี 4 รูป ไดแก ไมเอก ไมโท ไมตรี ไมจัตวา มี 5 เสียง ไดแก เสียงสามัญ เสียงเอก เสียงโท เสียงตรี เสียงจัตวา
  • 34.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 24 1. เสียงสามัญ คือเสียงกลาง ๆ เชน กา มา ตา เปน คนจน เดิน ดิน กิน ปลา ตาม บน เรือน 2. เสียงเอก เชน กา ขา ปา ดึก จมูก ตก หมด สด โสด ศึก กับ จีบ ปก 3. เสียงโท เชน กา คา ลาก พราก กลิ้ง สราง มอด ทอด โทษ โชติ 4. เสียงตรี เชน กา คา มา ชาง โนต มด เท็จ นะ จะ คะ มวย ชัด 5. เสียงจัตวา เชน กา ขา หมา หลิว สวย สูง ไหว หาม ปว จิ๋ว สอน มาตราตัวสะกด มาตราตัวสะกดของไทย มี 8 มาตรา ดังนี้ 1. มาตราแม กก ใชตัวสะกดได 4 ตัว คือ ก ข ค ฆ ออกเสียงเหมือน ก สะกด เชน มาก สุข นาค มารค วิหค สุข โชค 2 มาตราแม กด ใชตัวสะกดได 16 ตัว คือ จ ช ซ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ด ต ถ ท ธ ศ ษ ส ออก เสียงเหมือน ด สะกด ตัวอยาง ดุจ กาซ อิฐ นาฏศิลป ครุฑ อนาคต ปรารถนา นาด เพศ กระดาษ สุดสวาท ราชบุตร มงกุฎ อากาศ โอรส อูฐ พัฒนา ปด สังเกต รถ บท บาท โทษ โอกาส 3. มาตราแม กบ ใชตัวสะกดได 5 ตัว คือ บ ป ภ พ ฟ ออกเสียงเหมือน บ สะกด ตัว อยาง ลาบ ลาภ ภาพ กราฟ หยิบ รูป ยีราฟ 4. มาตราแม กง ใชตัวสะกดได 1 ตัว คือ ง เชน ลิง ของ กลาง ฝูง หงส ลง เรียง เอี้ยง โทงเทง 5. มาตราแม กน ใชตัวสะกดได 6 ตัว คือ น ณ ญ ร ล ฬ อานออกเสียงเหมือน น สะกดตัว อยาง กัน ญาณ กาญจน การ กาล วิรุฬห กาฬทวีป สงสาร น้ําตาล สัญญา บุญ 6. มาตราแม กม ใชตัวสะกดได 1 ตัว คือ ม เชน กลม ขม ครีม งาม ตูมตาม ชิม เติม เสื่อม 7. มาตราแม เกย ใชตัวสะกดได 1 ตัว คือ ย เชน เลย เกย เขย ขโมย ลาย สวย รวย โดย ชัย 8. มาตราแม เกอว ใชตัวสะกดได 1 ตัว คือ ว เชน ลาว หิว รั่ว ถั่ว เร็ว ดาว ขาว หนาว แวววาว คําเปนคําตาย คําเปน มีลักษณะ ดังนี้ 1. คําที่ประสมสระเสียงยาว (ทีฆสระ) ในแม ก กา เชน กา ตี ปู ไป เอา 2. คําที่มีตัวสะกดในมาตรา แม กน กง กม เกย เกอว และสระ อํา ไอ ใอ เอา เชน นารี ฝมือ ดูแล เรา ดํา นา ลมหนาว วิ่งวน
  • 35.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 25 คําตาย มีลักษณะ ดังนี้ 1. คําที่ไมมีตัวสะกด + สระเสียงสั้น เชน มะลิ ทะลุ ธุระ จะปะ กะ กิ กุ 2. คําที่ประสมกับมาตราแม กก กบ กด (แม “กบด” อานวา กะ - บด) เชน ปรากฏ กาซ ครุฑ เมฆ คิดลึก สิทธิ สุข ทุกข กฎ วัฒน แตยกเวน สระ อํา ไอ ใอ เอา คําสนธิ คําสมาส สนธิ คือ การตอคําตั้งแตสองคําขึ้นไปใหติดเนื่องเปนคําเดียวกัน โดยมีการเปลี่ยนแปลงรูปสระ ในระหวางคําหรือเพิ่มพยัญชนะแทรกในระหวางคํา เพื่อใหคําที่ที่จะนํามาตอกันนั้นเชื่อมกันไดสนิท อาจทําไดโดยการลบ หรือเปลี่ยนแปลงรูปใหผิดไปจากรูปเดิมก็ได เชน ปตุ + อิศ เปน ปตุเรศ พุทธ + โอวาท เปน พุทโธวาท ธนู + อาคม เปน ธันวาคม นร + อิศวร เปน นเรศวร มหา + อิสี เปน มเหสี ราช + อุปโภค เปน ราชูปโภค วิเทศ + อุบาย เปน วิเทโศบาย สุริยะ + อุทัย เปน สุริโยทัย อิทธิ + ฤทธิ์ เปน อิทธิฤทธิ์ ภัตตา + อาคาร เปน ภัตตาคาร วิทยะ + อาลัย เปน วิทยาลัย ราชินี + อุปถัมภ เปน ราชินูปถัมภ คช + อาภรณ เปน คชาภรณ ทูต + อนุทูต เปน ทูตานุทูต คําสมาส การสมาสคําเปนการประสมคําระหวางคํามูลที่เปนคําบาลี สันสกฤต แลวเกิดเปนคําใหม เวลาอานออกเสียงตองอานออกเสียงตอเนื่องกัน การแปล : จะตองแปลจากขางหลังมาขางหนา หรือ สมาส คือ วิธียอบทตั้งแตสองบทขึ้นไปใหรวมเปนบทเดียวกัน เชน ราช + โอรส เปน ราชโอรส มัจจุ + ราช เปน มัจจุราช สุธา + รส เปน สุธารส ศาสน + จักร เปน ศาสนจักร คช + สาร เปน คชสาร รัฐ + มนตรี เปน รัฐมนตรี ตัวอยางคําสมาส ราชการ ยุคลบาท ปตุฆาต ดุริยางค สมานฉันท ธนูศิลป สังฆทาน ภาควิชา หมายเหตุ สมาส = ชน สน = เชื่อม 2) การสะกดคํา 2.1) พยางคที่ออกเสียงสระ ออ เชน นิรันดร จรลี ทรชน นรสิงห วรลักษณ หรดี บริวาร 2.2)พยางคที่ออกเสียง อํา เชน อมฤต อํามฤต อมหิต อมรินทร
  • 36.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 26 2.3) พยางคที่ออกเสียง ใอ (ไมมวน) ไดแก นอกเหนือจาก 20 คํานี้ใหใช สระ ไอ (ไมมลาย) ผูใหญหาผาใหม ใหสะใภใชคลองคอ ใฝใจเอาใสหอ มิหลงใหลใครขอดู จะใครลงเรือใบ ดูน้ําใสและปลาปู สิ่งใดอยูในตู มิใชอยูใตตั่งเตียง บาใบถือใยบัว หูตามัวมาใกลเคียง เลาทองอยาละเลี่ยง ยี่สิบมวนจําจงดี. (ใหญ ใหม สะใภ ใช ใส ใฝ ใจ ใหล ใคร ใคร ใบ ใส ใ ใด ช ใต ใน ใบ ใกล ให ) 2.4) คําที่มี ญ สะกด มี 46 คํา คือ ลําเค็ญครวญเข็ญใจ ควาญชางไปหานงคราญ เชิญขวัญเพ็ญสําราญ ผลาญรําคาญลาญระทม เผอิญเผชิญหาญ เหรียญรําบาญอัญขยม รบราญสราญชม ดอกอัญชันอัญเชิญเทอญ ประจญประจัญบาน ผจญการกิจบังเอิญ สําคัญหมั่นเจริญ ถือกุญแจรัญจวนใจ รามัญมอญจําเริญ เขาสรรเสริญไมจัญไร ชํานาญชาญเกรียงไกร เรงผจัญตามบัญชา จรูญบําเพ็ญยิ่ง บํานาญสิ่งสะคราญตา ประมวญชวนกันมา สูบกัญชาไมดีเลย. 2.5) การเขียน บัน และ บรร คําไทยที่ใช บัน นําหนา คําไทยที่ปรากฏนอกจากกลอนบทนี้นี้ใหใช บรร บันดาลลงบันได บันทึกใหดูจงดี รื่นเริงบันเทิงมี เสียงบันลือสนั่นดัง บันโดยบันโหยไห บันเหินไปจากรวงรัง บันทึงถึงความหลัง บันเดินนั่งนอนบันดล บันกวดเอาลวดรัด บันจวบจัดตกแตงตน คํา “บัน” นั้นฉงน ระวังปน กับ “ร” หัน บรร บัน
  • 37.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 27 บรรจง บรรจบ บรรจุ บรรเทา บรรลัย บรรลุ บรรเลง บรรพต บันดาล บันได บันทึก บันเทิง บันลือ (โดงดัง เลื่องลือ) บันโดย ( ยินยอม คลอยตาม) บันเหิน (เหาะไป บินไป) บันทึง(บนถึง คอย) บันเดิน (ทําใหเดิน) บันดล (ทําใหบังเกิดขึ้น) บันกวด (รัด ผูก) บันจวบ (ตกแตง) 2.6) ตัว ทร ที่ ออกเสียง ซ มีใชอยู 17 คํา (คําควบไมแท) ทรวดทรงทราบทรามทราย ทรุดโทรมหมายนกอินทรี มัทรี อินทรียมี เทริดนนทรี พุทราเพรา ทรวงไทร ทรัพยแทรกวัด โทรมนัส ฉะเชิงเทรา ตัว “ทร” เหลานี้เรา ออกสําเนียงเปนเสียง “ซ” 2.7)คําไทยที่ใช จ สะกด ตํารวจตรวจคนเท็จ เสร็จสําเร็จระเห็จไป สมเด็จเสด็จไหน ตรวจตราไวดุจนายงาน อํานาจอาจบําเหน็จ จรวดเห็จเผด็จการ แกวเก็จทําเกงกาจ ประดุจชาติทรพี โสรจสรงลงวารี กําเหน็จนี้ใชตัว จ. 2.8) คําที่ใช ช สะกด เชน กริช เอกราช ราชโอรส ราชโองการ 2.9) คําที่ใช ร สะกด กําธร จรรโจษ จรรโลง สรรเสริญ อรชร พรรลาย พรรเอิญ ควร ประยูร ระเมียร ละคร พรรดึก 2.10) คําไทยที่ใช ตัว ล สะกด เชน ตําบลยุบลสรวล ยลสํารวลนวลกํานัล บันดาลในบันดล คากํานลของกํานัล ระบิลกบิลแบบ กลทางแคบเขาเคียมคัล ดลใจใหรางวัล ปขาลบันเดินเมิลมอง.
  • 38.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 28 2.11) คําไทยที่ใช ส สะกด เชน จรส จรัส จํารัส ดํารัส ตรัส ตรัสรู 2.12) คําไทยที่ใช ง สะกด ตอไปนี้ไมตองมี ค การันต จํานง ชงโค ดํารง ธํารง ประมง ประโมง พะทํามะรง พะอง สะอาง สําอาง 3) การอานคํา 3.1) หลักการอานอักษรนํา อักษรสูง หรืออักษรกลาง นําอักษรต่ําเดี่ยว ไดแก ง ญ น ณ ม ย ร ล ฬ ว ใหอานผัน เสียงตามตัวนํา เชน ฉลาด (ลาด เปนเสียงโท ถาผันตามตัวนํา ผันเปน ฉาด เปนเสียงเอก จึงผันตัวตาม เปนเสียง เอกดวย) อานวา ฉะ-หลาด เพราะ ฉ เปนอักษรสูง นํา ล ซึ่งเปนอักษรต่ําเดี่ยว ขนด (นด เปนเสียงตรี ถาเอาตัวนําผันแทนเปน ขด เปนเสียงเอก จึงผันตัวตาม เปนเสียง เอก) อานวา ขะ-หนด เพราะ ข เปนอักษรสูงนํา น ซึ่งเปนอักษรต่ําเดี่ยว จรด (รด เปนเสียงตรี ถาผันตามตัวนํา เปน จด ไดเสียงเอก) อานวา จะ-หรด เพราะ จ เปน อักษรตัวกลางนํา ร ซึ่งเปนอักษรต่ําเดี่ยว ปรัก อานวา ปะ-หรัก เพราะ ป เปนอักษรกลาง นํา ร ซึ่งเปนอักษรต่ําเดี่ยว ตงิด ” ตะ-หงิด ” ต ” ” ง ” ปถมัง ” ปะ-ถะ-หมัง ” ถ เปนอักษรสูง ” ม ” ประโยค ” ประ-โหยก ถือวา ป เปนอักษรนํา ย เปนตัวตาม (สวน ร กล้ํากับ ป) จึงผันตาม ป ไดเปนเสียงเอก เปนวิธีอานตามหลักการอานอักษรนํา คําที่ไดมาจากภาษาบาลีสันสกฤตมากคําที่เราอานแบบอักษรนํา เชน ขณะ อานวา ขะ-หนะ ฉวี “ ฉะ-หวี ปรารถนา ” ปราด-ถะ-หนา สมัคร ” สะ-หมัก สมัย ” สะ-หมัย สมุทัย ” สะ-หมุด-ไทย คําที่ไดมาจากภาษาสันสกฤต ซึ่งอานอนุโลมแบบอักษรนํา เชน ดิลก อานวา ดิ-หลก กิเลส “ กิ-เหลด อริ ” อะ-หริ หิริ “ หิ-หริ สิริ “ สิ-หริ อดิเรก ” อะ-ดิ-เหรก คําที่ไดมาจากภาษาตางประเทศอื่น ๆ อานแบบอักษรนําของไทย เชน ขยม อานวา ขะ-หยม (เขมร) สลา ” สะ-หลา (เขมร) สลุต ” สะ-หลุด (อังกฤษ) สลาตัน ” สะ-หลา-ตัน (มลายู)
  • 39.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 29 3.2) หลักการอานคําแผลง 1. ถาคําเดิมเปนพยางคเดียวและมีพยัญชนะตนเปนตัวควบกล้ํา เมื่อแผลงเปน สองพยางค เมื่ออานพยางคหลังมักผันเสียงตามตัวนําเดิม เชน ตริ แผลงเปน ดําริ อานวา ดํา-หริ กราบ ” กําราบ ” กํา-หราบ ตรัส ” ดํารัส ” ดํา-หรัด กลับ ” กระลับ ” กระ-หลับ ปราบ ” บําราบ ” บํา-หราบ 2. ถาเดิมพยัญชนะตนเปนอักษรตัวเดียว เมื่อแผลงแลวอานตามรูปที่ปรากฏ เชน เกิด ” กําเนิด ” กํา-เนิด แจก ” จําแนก ” จํา-แนก ถาจะใหอานผันตามตัวนํา เมื่อเขียนตองเติม ห นําดวย เชน เกิด เปน กําเนิด ” กํา-เนิด ติ ” ตําหนิ ” ตํา-หนิ จาย ” จําหนาย ” จํา-หนาย แตง ” ตําแหนง ” ตํา-แหนง 3. ถาคําที่แผลงไดเขาลักษณะเปนอักษรนํา ก็อานแบบอักษรนํา เชน ขึง แผลงเปน ขมึง อานวา ขะ-หมึง ขลาด ” ขยาด ” ขะ-หยาด แผก ” แผนก ” ผะ-แหนก 3.3) หลักการอานคําสมาส 1. คําสมาสเปนคําจากภาษาสันสกฤตทั้งสิ้น ในภาษาเดิมอานออกเสียงตัวอักษรทายคําดวยเมื่อเขาสู ภาษาไทยมักเอาอักษรทายคําเปนตัวสะกด ดังนั้นเมื่อมีคําอื่นมาตอทายเปนรูปสมาส เราตองอานตัวสะกด ของคําตนใหมีเสียงประสมอีกทีหนึ่ง เชน วุฒิสภา อานวา วุด-ทิ-สะ-พา บุตรธรรม อานวา บุด-ตระ-ทํา (หนาที่ของบุตร) ปฐยาวัต ” ปด-ถะ-ยา-วัด (ชื่อฉันท) กิจวัตร ” กิด-จะ-วัด เกษตรกร ” กะ-เสด-ตระ-กอน เกียรติคุณ ” เกียด-ติ-คุณ ยมบาล ” ยม-มะ-บาน บุตรภรรยา ” บุด-ตระ-พัน-ระ-ยา ยุคลบาท ” ยุ-คน-ละ-บาด อุบัติเหตุ ” อุ-บัด-ติ-เหด โลกธรรม ” โลก-กะ-ทํา ภูมิศาสตร ” พูม-มิ-สาด กรรมวิบาก ” กํา-มะ-วิบาก กุศลกรรม ” กุ-สน-ละ-กํา
  • 40.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 30 2. มีคําไทยบางคําที่อานตอเนื่องเสียงตัวสะกดแบบคําสมาส เชน ดาษดา อานวา ดาด-สะ-ดา ลักเพศ อานวา ลัก-กะ-เพด พรรดึก ” พัน-ระ-ดึก สัพยอก ” สับ-พะ-ยอด จักจั่น ” จก-กะ-จั่น พลเมือง ” พน-ละ-เมือง กรมการ ” กรม-มะ-กาน กรมทา ” กรม-มะ-ทา กรมนา ” กรม-มะ-นา กรมวัง ” กรม-มะ-วัง 3. คําที่ไมไดอานออกเสียงเนื่องแบบคําสมาส เชน สัตบุรุษ อานวา สัด-บุ-หรุด อุตสาหะ อานวา อุด-สา-หะ กลอุบาย ” กน-อุ-บาย ภูมิลําเนา “ พูม-ลํา-เนา มรรยาท ” มัน-ยาด รสนิยม “ รด-นิ-ยม จักรเพชร ” จัก-เพ็ด คุณโทษ “ คุณ-โทด จรรยา ” จัน-ยา ภูมิประเทศ ” พู-มิ-ประ-เทศ เศษวรรค ” เสด-วัก กรมพระยา ” กรม-พระ-ยา กาลเวลา ” กาน-เว-ลา กาลสมัย ” กา-ละ-สะ-หมัย 3.4) หลักการอานคําที่ไดมาจากภาษาบาลีสันสกฤต 1. การอานตัวสะกดของคําที่ไดมาจากภาษาบาลี และภาษาสันสกฤต 1.1 ถาคําเดิมตัวสะกดเปนพยัญชนะวรรคควบ หรือตามดวยพยัญชนะวรรค ตัวสะกดไมอาน ออกเสียง อะ อีก เชน อาชญา อานวา อาด-ยา สัปดาห อานวา สับ-ดา, สับ- ปะ - ดา ปรัชญาณ ” ปรัด-ยาน, ปรัด - ชะ - ยาน อัคนี ” อัก - นี, อัก – คะ - นี 1.2 ตัวอักษรที่ทําหนาที่เปนตัวตามในภาษาบาลี เมื่อไทยนํามาใชแทนตัวสะกด ซึ่งตัดออกไป ตองอานออกเสียงอีกครั้งหนึ่ง ไมวาจะอยูทายคําหรือกลางคํา เชน วัฒนะ อานวา วัด-ทะ-นะ (มาจาก วฑฒน) วุฒิ อานวา วุด-ทิ (มาจาก วุฑฒ) ทิฐิ ” ทิด-ถิ (มากจาก ทิฏฐิ) มุฐ ” มุด-ถิ (มาจาก มุฏฐิ) อัฐิ ” อัด-ถิ (มาจาก อฏฐิ) 1.3 ถาพยัญชนะอุสุมเปนตัวสะกด คือ พยัญชนะที่เมื่อออกเสียงจะมีลมดันออกมาคลายเสียง ไอน้ําเดือด ไดแก ศ ษ ส) และมีพยัญชนะวรรคเปนตัวตามจะออกเสียงพยัญชนะอุสุม มีเสียงสระประสม อีกครั้งหนึ่ง เชน อัสดง อานวา อัสดง พิสดาร อานวา พิด-สะ-ดาร อัศจรรย ” อัด-สะ-จัน วิษณุ ” วิด-สะ-นุ ราษฎร ” ราด-สะ-ดอน อัษฎางค ” อัด-สะ-ดาง สันนิษฐาน อานวา สัน-นิด-ถาน (จาก ส + นิส + ฐาน)
  • 41.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 31 อธิษฐาน ” อะ-ทิด-ฐาน (จาก อธิ + ฐาน) 1.4 ถาพยัญชนะวรรคหรือเศษวรรคควบหรือซอนมากับพยัญชนะอัฒสระ (ไดแก ย ร ล ว) ให อานออกเสียงตัวสะกดมีสระอะประสมอีกครั้งหนึ่ง เชน อาชว อานวา อาด-ชะ-วะ กัลบก อานวา กัน-ละ-บก อัยการ ” อัย-ยะ-กาน ภรรยา ” พัน-ระ-ยา (อัฒสระดวยกัน) อัศวิน ” อัด-สะ-วิน (อุสุม กับ อัฒสระ) 1.5 ถาพยัญชนะเศษวรรค ควบกับพยัญชนะเศษวรรค ซึ่งไมเปน อุสุม หรืออัฒสระ เมื่อเปนตัว สะกดจะไมอานออกเสียงสระ อะ ประสมอีก เชน อาสาฬหบูชา อานวา อา-สาน-หะ-บู-ชา พยัญชนะวรรคกับเศษวรรคที่ไมเปน อัฒสระ หรือไมเปน อุสุม ก็เชนเดียวกัน เชน อุณหภูมิ อานวา อุน-หะ-พูม 2. การอานคําที่เติมอุปสรรค 2.1 อป อุปสรรค ไทยใช อัป อานวา อับ-ปะ เชน อัปมงคล อานวา อับ-ปะ-มง-คน อัปราชัย อานวา อับ-ปะ-รา-ชัย อัปภาคย ” อับ-ปะ-พาก อัปการ ” อับ-ปะ-การ อัปยศ ” อับ-ปะ-ยด อัปฏิภาค ” อับ-ปะ-ติ-พาก แตคําตอไปนี้ไมไดอาน อับ-ปะ เพราะไมไดมาจาก อป อุปสรรค คือ อัปรีย อานวา อับ-ปรีย (จาก อ+ปรีย) อัปสร ” อับ-สอน (จาก อปสรส) 2.2 ปรา อุปสรรค (อาน ปะ-รา ไมใช ปรา) เชน ปราชัย อานวา ปะ-รา-ชัย ปราชิต อานวา ปะ-รา-ชิด ปรากรม ” ปะ-รา-กรม ปรามาส ” ปะ-รา-มาด (การจับ) คําวา ” อีกรูปหนึ่ง ปรามาส ” ปรา-มาด (ดูถูก)จากปร อุปสรรค 2.3 ป อุปสรรค อาน ปะ เชน ปกติ อาน ปะ-กะ-ติ (จาก ป+กติ) สวน ปรกติ ปรก-กะ-ติ (มาจาก ปรกฤติ ซึ่งเปนรูปสันสกฤตเอา ฤ เปน อะ จึงออกเสียง ก เปนตัวสะกด และออกเสียง กะ อีกทีหนึ่ง) 2.4 อว อุปสรรค อานวา อะ-วะ (ไมอาน ออ-วะ) เชน อวตาร อานวา อะ-วะ-ตาน อวสาน อานวา อะ-วะ-สาน อวชาต ” อะ-วะ-ชาต อวจร ” อะ-วะ-จอน
  • 42.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 32 3. อานตามอักขรบาลีสันสกฤต 3.1 คําเรียงพยางคที่อักษรสูงหรืออักษรกลางนําอักษรเดี่ยว แตไมอานแบบอักษรนํา ของไทย เชน สมรรถภาพ อานวา สะ-มัด-ถะ-พาบ, สะ-หมัด-ถะ-พาบ สมานฉันท ” สะ-มา-นะ-ฉัน, สะ - หมาน - นะ - ฉัน สมานคติ ” สะ-มา-นะ-คะ-ติ จริยา ” จะ-ริ-ยา สมาธิ ” สะ-มา-ทิ จลาจล ” จะ-ลา-จน ตรังค ” ตะ-รัง (ลูกคลื่น) ดรุณ ” ดะ-รุน ปถวี ” ปะ-ถะ-วี ปรโลก ” ปะ-ระ-โลก, ปอ - ระ - โลก ปรปกษ ” ปะ-ระ-ปก ปรนัย “ ปะ - ระ - ใน, ปอ - ระ - ใน ปฐพีวิทยา “ ประ - ถะ - พี - วิด - ทะ - ยา, ปด - ถะ - พี - วิด - ทะ - ยา อธิบดี “ อะ - ทิ - บอ - ดี, อะ - ทิบ - บอ - ดี ขมุกขมัว “ ขะ - หมุก - ขะ - หมัว ขะมุกขะมอม “ ขะ - มุก - ขะ - มอม (เปรอะเปอนมอซอ) ขะมักเขมน “ ขะ - มัก - ขะ - เมน, ขะ - หมัก - ขะ - เมน 3.2 คําเรียงพยางคซึ่งในภาษาเดิมไมไดเปนตัวสะกดหรือตัวควบ เราตองอานสระอะ ประสม เชน พลี อานวา พะ-ลี พลี พลีชีพ อานวา พะ-ลี-ชีพ พลีกรรม ” พะ-ลี-กํา เปตพลี ” เป-ตะ-พะ-ลี กรณี ” กะ-ระ-นี,กอ-ระ-นี กมลาสน ” กะ-มะ-ลาด กรกฎาคม ” กะ-ระ-กะ-ดา-คม กะ รัก กะ ดา คม กทลี ” กะ-ทะ-ลี ครุ อานวา คะ-รุ ครุวนา ” คะ-รุ-วะ-นา คคนางค ” คะ-คะ-นาง คมนาคม ” คะ-มะ-นา-คม, คม มะ นา คม ปรมินทร ” ปะ-ระ-มิน, ปอ ระ มิน อรหันต ” อะ-ระ-หัน ออ ระ หัน วรดนู ” วะ-ระ-ดะ-นู (หญิงงาม) คําที่มาจาก ปริ เราใชเปน บริ (อานเปน บอ-ริ) เชน บริจาค อานวา บอ-ริ-จาค บริวรรต อานวา บอ-ริ-วัด
  • 43.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 33 คําที่ตัวแรกไมมีสระแระสมแลวมี ร ตาม มักอานตัวตนออกเสียง ออ เพราะ ร เกิดฐานเดียว กับ ฤ ซึ่งเปนเสียงสระ จึงมีอํานาจสระครึ่งหนึ่ง เชน อรชร อานวา ออ-ระ-ชอน มรกต อานวา มอ-ระ-กด สรเลข ” สอ-ระ-เลก อรนุช ” ออ-ระ-นุด อรสุม ” ออ-ระ-สุม กินนร ” กิน นอน ทรมาน ” ทอ-ระ-มาน ธรณี ” ทอ-ระ-นี ทศพร ” ทด-สะ-พอน 4. หลักการอาน ฑ 4.1 คําที่ไทยออกเสียงเปน ด เชน บัณฑิต อานวา บัน-ดิด บัณเฑาะว อานวา บัน-เดาะ ครุฑ ” ครุด บัณฑุกัมพล ” บัน-ดุ-กํา-พน บุณฑริก ” บุน-ดะ-ริก 4.1 คําที่ไทยอานออกเสียงเปน ท เชน ทัณฑฆาต อานวา ทัน-ทะ-คาด มณฑก อานวา มน-ทก มณฑล ” มน-ทน ขัณฑสกร ” ขัน-ทด-สะ-กอน ขัณฑสีมา ” ขัน-ทะ-สี-มา กรีฑา ” กรี-ทา 5. หลักการอาน ฤ เสียง ฤ ในภาษาทไย อานได ๓ ทาง คือ ริ รึ และ เรอ มีหลักพอสังเกตไดดังนี้ 5.1 คําที่มี ฤ นําหนามักอานเปน รึ เชน ฤชุ อานวา รึ-ชุ ฤดี อานวา รึ-ดี ฤทัย ” รึ-ไท ฤษภ ” รึ-สบ (วัวตัวผู) ฤคเวท ” รึก -คะ-เวด ฤชา ” รึ-ชา ฤกษณะ ” รึก - สะ-นะ ฤษี ” รึ - สี ที่อานเปน ริ ก็มีบาง ไดแก ฤทธิ์ อานวา ริด ฤษยา อานวา ริด-สะ-ยา ที่อานเปน เรอ มีคําเดียว คือ ฤกษ อานวา เริก 5.2 คําที่มี ฤ ตามหลังตัว ค น พ ม ห อานเปน รึ เชน คฤโหษ อานวา ครึ-โคด คฤหัสถ อานวา ครึหัด คฤหาสน ” ครึ-หาด คฤนถ ” ครึน นฤเบศ ” นะ-รึ-เบด นฤบดี ” นะ-รึ-บอดี นฤนาท ” นะ-รึ-นาด นฤคหิต ” นะ-รึ-คะ-หิด
  • 44.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 34 พฤฒาจารย ” พรึด-ทา-จาน พฤติ ” พรึด-ทิ พฤทธิ์ ” พรึด พฤนท ” พรึน พฤษภ ” พรึ-สบ พฤหัสบดี ” พรึ-หัด-สะ-บอ-ดี มฤตยู ” มะ-รึด-ตะยู มฤคทายวัน ” มะ-รึก- คะ-ทาย-วัน หฤโหด ” หะ-รึ-โหด หฤหรรษ ” หะ- รึ- หัน (นาชื่นชม) ยกเวนคําตอไปนี้ อานเปน ริ มฤจฉา อานวา มะ – ริด - ฉา นฤตยาศาลา ” นะ – รึด – ตะ – ยะ – ศา - ลา หฤษฎี ” หะ – ริด – สะ – ดี หฤษฎ ” หะ-ริด (นาชื่นชม) 5.3 คําที่มี ฤ ตามหลัง ก ต ท ป ศ ส อานเปน ริ เชน กฤติกา อานวา กริด-ติ-กา กฤติยา อานวา กริด-ติ-ยา ตฤณ ” ตริน ตฤษณา ” ตริ-สะ-นา ทฤษฎี ” ทริด – สะ - ดี ปฤษฎางค ” ปริด – สะ - ดาง ปฤจฉาสรรพนาม ” ปริด – ฉา – สับ – พะ - นาม ศฤงคาร ” สริง - คาน สฤษฎ ” สริด ยกเวนคําตอไปนี้อาน รึ ทฤฆายุ อานวา ทรึ – คา - ยุ ทฤฆชนม อานวา ทรึ- คะ - ชน กฤดาอัญชลี ” กรึ - ดา-อัน – ชะ - ลี กฤดาภินิหาร ” กรึ - ดา (หรือ กริ-ดา) พิ-นิ-หาน 3.5 ) การอานคํายอ อักษรยอ และเครื่องหมายอื่น ๆ 1. การอานคํายอ คําไทยบางคําไมนิยมเขียนเต็มคํา แตเวลาอานตองอานเต็มทุกครั้ง เชน ฯพณฯ ยอมาจากคํา พณหัว, พณหัวเจา, พณหัวเจาทาน, พอเหนือหัวเจาทาน เปนคํานําหนาชื่อ หรือตําแหนงขาราชการ ผูใหญชั้น รัฐมนตรี เอกอัครราชทูต เปนตน อาน พะ -นะ - ทาน โปรดเกลาฯ ยอมาจาก โปรดเกลาโปรดกระหมอม นอมเกลาฯ ยอมาจาก นอมเกลานอมกระหมอม กรุงเทพฯ ยอมาจาก รุงเทพมหานคร 2. การอานอักษรยอ ลําดับปริญญา พ.บ. ยอมาจาก แพทยศาสตรบัณฑิต ค.ม. ยอมาจาก ครุศาสตรมหาบัณฑิต อ.ด. ยอมาจาก อักษรศาสตรดุษฎีบัณฑิต ยศทหาร ตํารวจ ทหารบก ทหารอากาศ ทหารเรือ ตํารวจ พล.อ. พล.อ.อ. พล.ร.อ...ร.น. พล.ต.อ. พ.ท. น.ท. น.ท.....ร.น. พ.ต.ท.
  • 45.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 35 ร.ต. ร.ต. ร.ต.....ร.น ร.ต.ต. ชั้นนายพัน ยศทหารอากาศ และทหารเรือแตกตางจากทหารบกและตํารวจ คือ ใช น นําหนา เชน ทหารอากาศ อานวา นาวาอากาศโท ทหารเรือ อานวา นาวาโท และมี ร.น. เติมทาย อานวา แหงราชนาวี ชั้นนายรอย ยศทหารอากาศ และทหารเรือ แตกตางจากทหารบกและตํารวจ เชนกัน เชน รอยตรี เรืออากาศตรี รอยตํารวจตรี 3.6) การอานเลข ถาเลข 1 อยูทายจํานวนตั้งแต 2 ตําแหนงขึ้นไป ใหอานวา “เอ็ด” เชน 11 (สิบเอ็ด), 101 (รอยเอ็ด), 1001 (พันเอ็ด), 2501 (สองพันหารอยเอ็ด) ฯลฯ 3.7) การอาน ยมก (ๆ) เครื่องหมายยมกนี้อานซ้ําไดทั้งคํา วลี และประโยค เชน ฉันชอบสีแดง ๆ อานวา สี – แดง - แดง เขาอยูไปวันหนึ่ง ๆ อานวา วัน-หนึ่ง-วัน-หนึ่ง นองตะโกนวา แมมาแลว ๆ อานวา แม-มา-แลว-แม-มา-แลว 3.8) การอานวัน เดือน ปทางจันทรคติ เชน ๕ ฯ ๒ ค่ํา 1.เลขขางหนา แทนวันทั้งเจ็ดวันในสัปดาห 1 (วันอาทิตย) 2 (วันจันทร) 2. เลขตัวกลาง ขางบนแทนขางขึ้น ขางลางแทนขางแรม 3. เลขตัวหลัง แทนเดือนทั้งเดือน ๑ (เดือนอาย) ๒ (เดือนยี่) นอกจากนั้นอานตามตัวเลขตามปกติ ๕ฯ๒ ค่ํา อานวา วันพฤหัสบดี เดือนยี่ ขึ้น ๗ ค่ํา 4) คํา และกลุมคํา 1. คําตรงขาม เปนความสามารถดานการแปลคําศัพท ของภาษาไทยไปในทิศทางตรงขาม การพิจารณาวาตรงขาม สามารถมองในสิ่งตอไปนี้ สี - ใหศึกษาวาสีไหน ตรงขามกับสีไหน ขนาด - ใหยกลักษณะของขนาดมาพิจารณา ปริมาณ - พิจารณาตามมโนภาพหรือปริมาณ ความหนาแนน - พิจารณามโนภาพของศัพทที่ยกมาวาลักษณะใดมีมาก ลักษณะใดมีนอย ความคิด - พิจารณาศัพททั้งหลายที่วาดวยความคิด แลวพยายามหาศัพทที่มีแนวคิดขัดแยงกัน กลิ่น - พิจารณาคําศัพทที่นิยามลักษณะกลิ่นที่อยูตรงขามกันใหได รส - พิจารณาคําศัพทที่ใชพิจารณาดูวาความหมายตรงขามเปนคูไหน กิริยา - พิจารณาคําแสดงกิริยาหรือพฤติกรรมของการกระทํา ซึ่งสวนใหญคําตรงขางมักเปนคําคุณลักษณะและคํากริยา ตัวอยาง
  • 46.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 36 1. ดํา ตรงขามกับคําใด ? ก. ขาว ข. มวง ค. เขียว ง.ชมพู ตอบ ขอ ก. 2. พน ตรงขามกับคําใด ? ก. ดูด ข. เปา ค. จิบ ง. กลืน ตอบ ขอ ก. 3. ตึง ตรงขามกับคําใด ? ก. ยับ ข. ยืด ค. ยาน ง. หยอน ตอบ ขอ ง. 2. คําที่มีความหมายใกลเคียงกัน คําที่มีความหมายคลายหรือเหมือนกับหรือใกลเคียงกับคําอื่น ตัวอยาง เชน กีดกัน - กีดขวาง กีดกัน หมายถึง กันทา กันไมใหเปนไปได กีดขวาง หมายถึง ทําใหเกะกะ ทําเครื่องกีดขวาง เกี่ยวของ - เกี่ยวดอง เกี่ยงของ หมายถึง ติดตอกัน มีสวนรวมอยูดวย เกี่ยวดอง หมายถึง เกี่ยวเนื่องเปนเขยหรือสะใภ กักตุน - ตุน กักตุน หมายถึง ยึดเก็บรวบรวมไว ตุน หมายถึง เก็บกักไวสําหรับอนาคต คร่ําครึ - คร่ําครา คร่ําครึ หมายถึง เกาเกินไป ไมทันสมัย (ใชกับความคิดของคน) คร่ําครา หมายถึง เกาแกจนชํารุด ทรุดโทรม (ใชกับสิ่งของ) ยึดเหนี่ยว - เหนี่ยวรั้ง ยึดเหนี่ยว หมายถึง อาศัยเปนที่พึ่ง เหนี่ยวไว หมายถึง ประวิงไว ยืดยาว - ยืดเยื้อ ยืดยาว หมายถึง ยาวมาก ใชประกอบคําหรือเรื่องราวตาง ๆ ยืดเยื้อ หมายถึง นานเกินควร ไมใครจะจบสิ้น ชักชาเวลานาน จุกจิก - จุบจิบ จุกจิก หมายถึง จูจี้ เล็กนอย รบกวน จุบจิบ หมายถึง การกินเล็กนอยไมเปนมื้อเปนคราว ขัดจังหวะ - ขัดบท ขัดจังหวะ หมายถึง แทรกเขามาในจังหวะที่คนอื่นกําลังทําอะไรอยู ขัดบท หมายถึง แทรกเขามาในขณะที่คนอื่นพูดพูดยังไมจบ วางใจ - ไวใจ วางใจ หมายถึง ปลอยใหทําโดยไมตองเปนหวง ไวใจ หมายถึง เชื่อวาเขามีความซื่อสัตยสุจริต ไมคิดรายหรือหาผล ประโยชนเพื่อตัวเขาเอง ไกลเกลี่ย - เกลี้ยกลอม ไกลเกลี่ย หมายถึง ทําใหปรองดองกันพูดหวานลอม ชี้แนะมุงใหคูกรณี ปรองดองกัน
  • 47.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 37 เกลี้ยกลอม หมายถึง ชักชวนใหเห็นดีดวย แกแคน - แกเผ็ด แกแคน หมายถึง ทําตอบแทนใหหายแคน แกเผ็ด หมายถึง ทําตอบแทนแกผูที่เคยทําความเดือดรอนเจ็บปวดให แกตน ขัดคอ - ขัดใจ ขัดคอ หมายถึง พูดขวาง ไมใหทําไดสะดวก ขัดใจ หมายถึง ทําไมถูกใจ คุณคา - คุณภาพ คุณคา หมายถึง คาความดี ราคา คุณภาพ หมายถึง ลักษณะความดี แจง - ประกาศ แจง หมายถึง รู กระจาง สวาง ชัด ประกาศ หมายถึง แจงใหทราบโดยทั่วไป ปาวรอง ตรวจตรา - ตรวจสอบ ตรวจตรา หมายถึง สํารวจและพิจารณา ตรวจสอบ หมายถึง สํารวจและสอบสวน อนุญาต - อนุมัติ อนุญาต หมายถึง ยินยอม ยอมให ตกลง อนุมัติ หมายถึง เห็นชอบตามเสนอ ปฏิญาณ - ปณิธาน ปฏิญาณ หมายถึง การใหคํามั่นโดยสุจริตใจ ปณิธาน หมายถึง ตั้งความปรารถนา ชดใช - ชดเชย - ทดแทน ชดใช หมายถึง ใชแทนในสิ่งที่ผูอื่นตองไดรับความเสียหายหรือเดือด รอนจากการกระทํา ชดเชย หมายถึง ใชแทนสิ่งที่เสียไป เพื่อคุมหรือสมดุลกับสิ่งที่ตองเสีย ไปทดแทน หมายถึง ตอบแทนใหกับสิ่งที่ไดรับผลกระทบ สูจิบัตร - สูติบัตร สูจิบัตร หมายถึง เอกสารแสดงรายการ สูติบัตร หมายถึง เอกสารสําคัญแสดงวันเดือน ป เกิด กระบวนการ -ขบวนการ กระบวนการ หมายถึง กระบวนการธรรมชาติที่คอย ๆ เปลี่ยนแปลง อยางมีระเบียบ กระบวนการ หมายถึง กรรมวิธีตาง ๆ ทางวิทยาศาสตร กระบวนการ หมายถึง การกระทําที่ดําเนินไปตามลําดับขั้นตอน ขบวนการ หมายถึง กลุมบุคคลที่รวมกันเพื่อดําเนินการอยางใด อยางหนึ่ง เชน ขบวนการกอการรายแบงแยกดินแดน คับคั่ง -หนาแนน -แนนหนา คับคั่ง หมายถึง มาก จนตองยัดเยียด เบียดเสียดกัน หนาแนน หมายถึง มากจนแนน ทึบ
  • 48.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 38 แนนหนา หมายถึง มั่นคงแข็งแรงเปนปกแผน เกี่ยวพัน - พัวพัน - ผูกพัน เกี่ยวพัน หมายถึง เกี่ยวเนื่องกัน พัวพัน หมายถึง เกี่ยวเนื่องกัน ติดกันรุงรัง ผูกพัน หมายถึง เอาใจใส ฝกใฝ ติดกันอยูอยางแนบแนน จนตรอก - จนมุม - จนแตม จนตรอก หมายถึง ไมมีทางไป ตองกลับมาทางใหม จนมุม หมายถึง ไมมีทางหนี จนแตม หมายถึง ไมมีทางเดิน ไมรูจะแกปญหาอยางไร ผอนผัน - ผอนปรน ผอนผัน หมายถึง ลดหยอนหรือผอนใหตามความประสงค ผอนปรน หมายถึงแบงหนักใหเปนเบา ขยับขยายใหนอยลง พฤติกรรม พฤติการณ พฤติกรรม หมายถึง การกระทําของคน เชน เดิน นั่ง ยิน นอน พฤติการณ หมายถึง เหตุที่เปนไป ความประพฤติสิ่งหนึ่งสิ่งใดของ มนุษย เผยแผ - เผยแพร เผยแผ หมายถึง ทําใหขยายออกไปโดยยกเอาความดีเดนของสิ่งที่จะ เผยแผ เชน เผยแผพระพุทธศาสนา เผยแพร หมายถึง การโฆษณาใหแพรหลาย ตัวอยางแนวขอสอบ เชน 1. สูง มีความหมายใกลเคียงกับคําใด ก. ยอด ข. ยาว ค. ไกล ง. มาก วิเคราะห :- คําตอบที่ถูก คือ ก. ยอด เพราะสูง จะมองในรูปแนวตั้ง ยอดคือสวนที่สูงสุด เปนแนวตั้ง จึงมีความหมายใกลเคียงกัน สวนยาวมองทางระนาบ ไกลและมากไมมีทิศทางจึงเปนคําไม ใกลเคียง 2. คําในขอใดมีความหมายวา “ที่ดีเดนเปนพิเศษ” ก. หัวกะทิ ข. หัวนอก ค. หัวหมอ ง. หัวสูง วิเคราะห :- หัวกะทิ แปลวา ที่ดีเดนเปนพิเศษ หัวนอก แปลวา ผูไปเรียนเมืองฝรั่ง หัวหมอ แปลวา คนที่ชอบอางกฎหมายเพื่อประโยชนของตน หัวสูง แปลวา มีรสนิยมสูง มักใหญใฝสูง 3. สํานวนในภาษาไทย สํานวน หมายถึง ถอยคําที่เรียบเรียง โวหาร บางทีก็ใช สํานวนโวหาร คําพังเพย หมายถึง คํากลางที่กลาวไวใหตีความกับเรื่อง ภาษิต ตามศัพทเปนคํากลางๆ หมายถึง คํากลาว ใชทางดีทางชั่ว แตโดยความหมายแลว จุดประสงคคํากลาวถือวา เปนคติ
  • 49.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 39 สํานวน ความหมาย เข็นครกขึ้นภูเขา ฝนทั่งใหเปนเข็ม งมเข็มในมหาสมุทร -ทํางานอยางยากลําบาก พบอุปสรรค ทํางานที่เกินความสามารถ -ทํางานที่ยากเกินกําลัง โอกาสสําเร็จนอยมาก ตองอาศัยความเพียร พยายามเปนอยางมาก -การทําในสิ่งที่ยากมากทํางานที่ยากมาก ไมประสบความสําเร็จ ฆาชางเอางา ขี่ชางจับตั๊กแตน ตําน้ําพริกละลายแมน้ํา -ลงทุนมากไดสิ่งตอบแทนนอยกวาคาที่เสียไป ไมคุมประโยชน -ลงทุนไปมากไมคุมกับผลตอบแทนที่ได -ทําการงานอยางฟุมเฟอย ไมไดรับผลตอบแทนอันใด ฆาควายเสียดายพริก - อยากไดผลตอบแทนมากแตไมกลาลงทุน จับเสือมือเปลา - ไดผลประโยชน โดยมิไดลงทุนลงแรง ตาบอดไดแวน นิ้วดวนไดแหวน หัวลานไดหวี - รูประโยชนจากสิ่งที่ไดรับ แตไมสามารถใชประโยชนได เนื่องจากสภาพไมเออํานวย ไกไดพลอย วานรไดแกว - ผูไมรูคุณคาในสิ่งที่ตนครอบครอง เกลือเปนหนอน หนอนบอนไส - คนที่อยูฝายเดียวกันแตกลับทรยศเปนไสศึก - ฝายตรงขามมาหาประโยชนและลวงความลับจากฝายหนึ่งโดย ยอมเปนพวก ปากอยางใจอยาง ปากกับใจไมตรงกัน ปากวาตาขยิบ - พูดหรือกระทําตรงขาม สิ่งที่กําลังคิดอยูในใจ - พูดหามมิใหเขากระทํา แตพอทําเขาจริงกลับยุสง สอนหนังสือสังฆราช สอนจระเขใหวายน้ํา เอามะพราวหาวไปขายสวน - สอนสิ่งที่เขารูดีอยูแลว - สอนสิ่งที่เขารูดีหรือมีความชํานาญอยูแลว - นําของไปใหผูที่มีสิ่งนั้นอยูแลว เอาทองไปรูกระเบื้อง เอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ - โตตอบหรือทะเลาะกับคนพาล หรือคนที่มีฐานะต่ํากวาเปนการไม สมควร เหยียบเรือสองแคม นกสองหัว - เอาใจฝกใฝทั้งสองฝาย หิ่งหอยแขงแสงจันทร ไมซีกงัดไมซุง - ผูที่มีบุญวาสนาต่ํากวา แขงกับผูมีบุญวาสนาเหนือกวาตน - ผูมีอํานาจหรือกําลังนอยกวาไปงัดอิทธิพลกับผูมีอํานาจเหนือกวา
  • 50.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 40 รักพี่เสียดายนอง จับปลาสองมือ - ตัดสินใจเลือกไมได เสียดายทั้งหมด - ทําการงานหลายอยางในเวลาเดียวกัน คูทุกขคูยาก กิ่งทองใบหยก - คูสามีภรรยาที่รวมทุกขรวมสุขกันมานาน - ชายหญิงหรือคูรักที่เหมาะสมกันมาก อัธยายซื้อขนมยาย เนื้อเตายําเตา - นําเอาทรัพยสินที่จากผูใดผูหนึ่งซื้อหรือแลกของมีคาของผูนั้น - เอาทรัพยสินสวนที่เปนกําไรหรือดอกเบี้ยไปลงทุนตออีกโดยไมตอง ใชทุนเดิม หญาปากคอก - คุนเสียจนมองขามไป ปลาหมอตายเพราะปาก - เดือดรอนเพราะคําพูดของตนเอง ขนมพอสมน้ํายา - ดี หรือ เลวพอๆ กัน ฟนฝอยหาตะเข็บ - พูดรื้อฟนเรื่องเกา ๆทําใหเกิดเรื่องขึ้นอีก เกี่ยวหญามุงแฝก - ทําในสิ่งที่ไมสามารถทําไดและไมมีประโยชน กาคาบพริก - คนตัวดําที่ใสเสื้อสีแดง ปากหอยปากปู - พวกชอบนินทาผูอื่น ทุพภิกขภัย - ภัยที่เกิดจากขาวยากหมากแพงหรือขาดแคลนอาหารในบานเมือง ตอหนามะพลับ ลับหลัง ตะโก - ตอหนาพูดอยาง ลับหลังพูดอีกอยางหนึ่ง ตําขาวสารกรอกหมอ - ทําแคพอกินไปมื้อหนึ่ง ๆ ทําแคพอใหเสร็จไปครั้งหนึ่ง คางคกขึ้นวอ กิ้งกาไดทอง - คนฐานะต่ําตอยที่อวดดีลืมตัวเมื่อไดดี - ไดยศศักดิ์เพียงเล็กนอยก็หยิ่งจองหอง เห็นกงจักรเปนดอกบัว - เห็นผิดเปนชอบ เห็นสิ่งที่ไมดีเปนสิ่งที่ดี ฝนตกขี้หมูไหล - พลอยเหลวไหลไปดวยกัน มักใชคูกับ ฝนตกขี้หมูไหล คนจัญไรมาพบกัน 5) การแตงประโยค ประโยค คือกลุมคําที่กี่ยวของกันเปนระเบียบและมีเนื้อความครบบริบูรณประกอบดวยภาคประธาน และภาคแสดงสวนตางๆของประโยค ประกอบดวยสวนสําคัญ 2 สวน คือ 1. ภาคประธาน ประกอบดวย บทประธานและบทขยายประธาน 2. ภาคแสดง ประกอบดวย บทกริยา บทขยายกริยา บทกรรม บทขยายกรรม รูปประโยค มีอยู 5 รูป คือ
  • 51.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 41 1. ประโยคกรรตุ คือ ประโยคที่กลาวตรงไปตรงมา คือมีการเรียงประธาน+กริยา และกรรม ตามลําดับ เชน สุนัขกัดแมว 2. ประโยคกรรม คือ ประโยคที่เอากรรมของกริยามาเปนประธาน โดยวางไวหนาประโยค เพื่อ เนนกรรม เชน แมวถูกสุนัขกัด 3. ประโยคกริยา คือ ประโยคที่เอาคํากริยามาไวหนาประโยคเพื่อเนนคํากริยานั้นๆ เกิดการปฎิวัติขึ้น, มีนักเรียน 20 คนในชั้นนี้ 4. ประโยคการิต คือ ประโยคกรรตุ หรือประโยคกรรม แตมีผูรับแทรกเขามา เชน เขาบังคับใหคนใช ทํางานหนัก,ครูใหนักเรียนทํางานหนัก 5.ประโยคกริยาสภาวมาลา คือ ประโยคที่เอาคํากริยาสภาวมาลาเปนบทประธาน (กริยาสภาวมาลา คือกริยาที่ทําหนาที่คลายกับนาม) หรือบทขยายประธาน บทกรรม หรือบทขยายสวนใดสวนหนึ่งของ ประโยคก็ได เชน ออกกําลังกายทุกวันทําใหรางกายแข็งแรง,พูดดีเปนศรีศักดิ์ 6) การเรียงประโยค การเรียงประโยค คือ การจัดเรียงประโยคหรือคํา กลุมคําใหถูกตองตามรูปแบบ ดังตัวอยาง คําสั่ง. จงเรียงขอความใหไดประโยคที่ถูกตองเหมาะสม 1. 1. ที่มีแกใจ 2. เองนี่มันใจดีจริงวะ 3. หยุดรับคนแกอยางขา 4. เออ ก. 2 1 3 4 ข. 4 2 1 3 ค. 4 1 3 2 ง. 4 3 1 2 วิเคราะหคําตอบ 1. ใชหลักคณิตศาสตรมาชวย คือ พิจารณาความถี่ เชน ในขอนี้ เลขที่มีความถี่นอย คือ เลข 4 ในขอ ก ใหตัด ขอ ก ออก เหลือใหเลือก 3 ตัวเลือก คือ นําดวยเลข 4 2. พิจารณาเลขในลําดับที่ 2 ที่สาสามารถมาตอขอความคําวา เออ ได คือ 2 3. ทําเชนเดียวกับ ขอ 2 จะได ดังนี้ 4. เออ 2. เองนี้มันใจดีจริงวะ1. ที่มีแกใจ 3. หยุดรับ คนแกอยางขา ซึ่งตรง กับขอ ข. 2. 1. ยอมทําไดลําบากอยางยิ่ง 2. การแปลก็เหมือนกับ 3. จะใหมาเขียนแนะกัน 4. ตองฝกไวเสมอ ๆ 5. การเขียนการพูดคือ ก. 2 - 5 - 4 - 3 - 1 ข. 5 - 4 - 3 - 1 – 2 ค. 5 - 2 - 4 - 3 - 1 ง. 2 - 4 - 5 - 3 - 1 วิเคราะหคําตอบ 1. ใหพิจารณาความถี่ของตัวแรก ในนี้ ขอที่มีความถี่มากที่สุดคือ 2 และ 5 และความนาจะเปน คือ 2. การแปลก็เหมือนกับ 2. ก็พิจารณาความนาจะเปนคือ 5. การเขียนการพูดคือ
  • 52.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 42 3. ความถี่ คือ 3 และ 4 ความนาจะเปน คือ 4. ตองฝกไวเสมอ ๆ 4. พิจารณางายหนอย คือ 3. จะใหมาเขียนแนะกัน 5. สุดทาย จึง เปน 1 ยอมทําไดลําบากอยางยิ่ง ขอนี้ตอบ ก. 2 - 5 - 4 - 3 - 1 เรียงประโยคเรียบรอยแลวได ดังนี้ “การแปลก็เหมือนกับการ เขียนการพูดคือตองฝกไวเสมอ ๆจะใหมาเขียนแนะกันยอมทําไดลําบากอยางยิ่ง” 7) ความเขาใจภาษา การทําความเขาใจภาษาเพื่อใหเขาใจเรื่องราวนั้น ควรอานเรื่องหรือบทความใหตลอดเรื่องอยาง ชาๆเพื่อใหทราบความหมายหรือความคิดที่สําคัญของเรื่องเพื่อใหเกิดความเขาใจอยางละเอียดถี่ถวน เมื่อ เขาใจเรื่องราวแลวก็จะสามารถแยกไดวาขอความใดสําคัญมาก ขอความใดสําคัญนอย จุดประสงคของเนื้อ เรื่องหรือบทความ คืออะไรอยูที่ใด และตองการอะไร หรือใหทําอะไร เมื่อทําความเขาใจเนื้อเรื่องไดดีแลว จึงเรียงลําดับความสําคัญมากหรือนอย เพื่อนําไปตอบคําถาม ใหตรงกับจุดมุงหมายตามที่กําหนดให ความเขาใจภาษาเขาใจเรื่องราวตองการการฝกฝนเพื่อใหเกิดความเขาใจในเวลาอันรวดเร็วซึ่งตอง อาศัยพื้นฐาน คือสมาธิในการอาน การทําความเขาใจ ถึงจุดมุงหมายและควรมีความรู ความชํานาญในเรื่อง ถอยคําและสํานวนเปนอยางดี จึงจะนํามาใชในการทดสอบได การอานจับใจความ การอานจับใจความ คือ การอานที่มุงคนหาสาระของเรื่องที่เปนสวนใจความสําคัญ และสวน ขยายใจความสําคัญของเรื่อง ใจความสําคัญของเรื่อง คือขอความที่คลุมสาระขอความอื่น ๆ ในยอหนานั้นหรือเรื่องนั้นทั้ง หมด ขอความอื่น ๆ เปนเพียงสวนขยายใจความสําคัญเทานั้น ขอความหนึ่งหรือตอนหนึ่งจะมีใจความ สําคัญที่สุดเพียงหนึ่งเดียว นอกนั้นเปนใจความรอง คําวาใจความสําคัญนี้ ผูรูไดเรียกไวหลายอยาง เชน ขอ คิดสําคัญของเรื่อง แกนของเรื่อง หรือความคิดหลักของเรื่อง แตจะอยางไรก็ตาม ใจความสําคัญก็คือ สิ่งที่ เปนสาระที่สําคัญที่สุดของเรื่องนั่นเอง ใจความสําคัญสวนมากจะมีลักษณะเปนประโยค ซึ่งอาจปรากฏอยูในสวนใดสวนหนึ่งขอยอหนา ก็ได จุดที่พบความสําคัญของเรื่องในแตละยอหนามากที่สุดคือ ประโยคที่อยูตอนตนยอหนา เพราะ ผูเขียนมักบอกประเด็นสําคัญไวกอน แลวจึงขยายรายละเอียดใหชัดเจน รองลงมาคือประโยคตอทายยอ หนา โดยผูเขียนจะบอกรายละเอียดหรือประเด็นยอยกอน แลวจึงสรุปดวยประโยคที่เปนประเด็นไวภาย หลัง สําหรับจุดที่พบใจความสําคัญยากขึ้นก็คือ ประโยคตอนกลางยอหนา ซึ่งผูอานจะตองใชความสังเกต และพิจารณาใหดี สวนจุดที่หาใจความสําคัญยากที่สุดคือยอหนาที่ไมมีประโยคใจความสําคัญชัดเจน อาจมี หลายประโยค หรืออาจอยูรวม ๆ กันในยอหนาก็ได ซึ่งผูอานจะตองสรุปออกมาเอง การอานเพื่อสรุปความและจับใจความ ควรอานไปใหตลอดเรื่องแตอยาเพิ่งสรุป เมื่ออานจบเรื่อง
  • 53.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 43 แลวจะตองจับใจความใหไดดังตอไปนี้ 1. ตองหาใจความสําคัญของเรื่องใหได ใจความสําคัญ จะปรากฎอยูในประโยคใดประโยคหนึ่ง หรือยอหนาใดยอหนาหนึ่ง สวนขอความอื่นจะเปนสวนประกอบ หรือสวนขยายใจความสําคัญ แตก็ไมแน เสมอไป บางครั้งประโยคที่เปนใจความสําคัญ อาจจะอยู ตอนตน หรือตอนทายของเรื่องก็ได 2. เนื้อเรื่องและสวนประกอบหลัก ที่จะนํามาขยายความสําคัญโดยตรง และสวนประกอบยอยอื่นๆ จะเปนสวนขยายความใหเขาใจชัดเจนยิ่งขึ้นคือ - ทําใหทราบใจความสําคัญวาสวนประกอบมีอะไรบาง - มีความตอเนื่องกันมาอยางไร - ขยายความเขาใจไดชัดเจน - สรุปใจความได เมื่อพิจารณาไดดังนี้แลว จึงนําความเขาใจ จากการอานมาสรุปเนื้อความ บทความหรือเรื่องราว ที่อานเพื่อนํามาจับใจความใหไดวา ใคร? ทําอะไร? ที่ไหน? เมื่อไหร? อยางไร? เมื่อจับใจความและเขาใจได ดังนี้แลว จึงจะนําความเขาใจไปตอบคําถามที่กําหนดให ขั้นตอนการอานจับใจความ 1. อานผาน ๆ โดยตลอดเพื่อใหรูวาเรื่องที่อานวาดวยเรื่องอะไร จุดใดเปนจุดสําคัญของเรื่อง 2. อานใหละเอียด เพื่อทําความเขาใจอยางชัดเจน ไมควรหยุดอานระหวางเรื่องเพราะจะทําใหความ เขาใจไมติดตอกัน 3. อานซ้ําตอนที่ไมเขาใจ และตรวจสอบความเขาใจบางตอนใหแนนอนถูกตอง 4. เรียบเรียงใจความสําคัญของเรื่องดวยตนเอง 5. อานพินิจแลวตอบคําถาม เปนการอานเรื่องอีกครั้งอยางพินิจพิจารณา เพื่อหาคําตอบ จับประเด็น สําคัญ หารายละเอียดของเรื่อง หาเหตุและผลของเหตุการณ ลําดับเหตุการณเปนตน 6. ตอบคําถามและทบทวน เมื่อตอบคําถามแลว หากยังพอมีเวลาพอ ใหตรวจสอบคําตอบจากเรื่อง ที่อานอีกครั้งหนึ่ง การวิเคราะหเนื้อหา การวิเคราะหเนื้อหา และการตอบคําถาม ตองพิจารณาถึงการใชถอยคําสํานวนวาเหมาะสมหรือไม เพียงใด นอกจากนั้นควรพิจารณาวา ผูอานมีความคิดแทรก และมีความคิดเสริมอันสืบเนื่องจากเรื่องที่อาน อยางไร ความคิดแทรก หมายถึง ความคิดที่เกิดขึ้นในสมองของผูอานขณะวิเคราะห เปนความคิดที่เกิดขึ้นเอง โดยมิไดปรากฎในเรื่องที่อาน ความคิดเสริม หมายถึง ความคิดที่เกิดขึ้นกับผูอานหลังจาที่อานจบและวิเคราะห บทความหรือ ขอความนั้นเสร็จสิ้นไป ความคิดเสริมอาจเปนความคิดที่ตางเรื่อง ตางประเด็น ไปจากเรื่องที่อาน แตจะมี ความเกี่ยวเนื่องกัน มากหรือนอยแลวแตบุคคลและโอกาส การอานเพื่อวิเคราะห หมายถึง การแยกออกเปนสวนๆเพื่อพิจารณาอยางถี่ถวน เพื่อแสวงหาสาระ
  • 54.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 44 ที่อยูในขอความ บทความเนื้อหาที่อานนั้น เวลาอานเพื่อวิเคราะหตองพยายามหาคําตอบวา ขอความ บทความ เนื้อเรื่องนั้นใหความรูอะไรบาง ผูเขียนแสดงความคิดเห็นอะไรใหทราบบาง ขณะที่เขียนมีความ รูสึกอยางไร พฤติกรรมเหลานี้ผูอานควรจะวิเคราะหได หลักการวิเคราะห 1. พิจารณาวาเรื่องนั้นใชรูปแบบใด เชน เปนนิทาน เปนเรื่องยาว เปนรอยกรอง เปนบทละคร เรื่องสั้น หรือเปนบทความ 2. แยกเนื้อเรื่องใหไดวา ใคร ทําอะไร ที่ไหน อยางไร เมื่อไร 3. แยกพิจารณาใหละเอียดวา เนื้อหาประกอบดวยอะไรบาง 4. พิจารณาวาใชกลวิธีในการนําเสนอเรื่องอยางไร 5. ลําดับเหตุการณ ตามเหตุผลคือ ลําดับจาเหตุไปหาผล หรือจากผลไปหาเหตุ หรือตามเหตุการณที่ เกิดขึ้นกอนหลัง ความสําคัญมากไปหาความสําคัญนอย สิ่งที่ใกลตัวไปหาไกลตัวจากขวาไปซายหรือซายไป ขวา จากเหนือไปใตหรือใตไปเหนือ จากสถานที่ใหญไปหาสถานที่เล็กจากสวนรวมไปหาสวนยอย เปนตน 6. พิจารณาความคิดที่ผูเขียนตองสื่อใหผูอานทราบและความหมายที่แฝงอยูในเนื้อเรื่องหรือขอความ นั้น เมื่ออานพิจารณาขอความ บทความ เนื้อเรื่อง เสร็จแลวจึงตอบคําถาม ขอควรระวังคือ คําตอบที่ใหเลือก นั้นจะคลายคลึงกันมาก บางครั้งดูเหมือนวาคําตอบเปนคําตอบที่ถูกตองทุกขอ จึงตองใชวิจารณญาณ เลือกคํา ตอบที่ถูกที่สุด การอานตีความ การตีความ คือ การอานเพื่อใหทราบความหมาย หรือความคิดที่สําคัญของเรื่องการตีความมักเปน ไปตามประสบการณ และความรูสึกของแตละคน ไมจําเปนวาทุกคนจะตองตีความตรงกันเสมอไป การตีความควรประเมินคาและบอกไดวาสิ่งไหนมีความดีดานใดและบกพรองในสวนใด ควร พิจารณาถึงรูปแบบและจุดประเทศในการเขียนแลวจึงชี้ขอดีขอบกพรองโดยพิจารณาใหเหมาะสมกับ ประเภทของงานของการเขียนนั้นๆ คุณภาพของถอยคําสํานวนที่ใชมีความเหมาะสมหรือไมเพียงใด เปนตน ลักษณะของคําถามในเรื่องการอานตีความ อาจจะถามเกี่ยวกับคําถามดังตอไปนี้ 1. การตั้งชื่อเรื่อง (สามารถสรุปใจความสําคัญ ขอความที่อานได) 2. รูจุดมุงหมายของผูเขียน 3. รูความหมายของขอความ 4. รูความสําคัญของเรื่อง 5. รูความหมายของคําศัพท 6. รูรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องที่อาน 7. ระเบียบวิธีคิด (คือการวิเคราะหและประเมินผลได) 8. ความสัมพันธระหวางยอหนาและระหวางประโยค 9. วิธีนําเสนอเรื่อง(อธิบายตามลําดับขั้น ยกตัวอยาง ชี้ผลลัพทที่สัมพันธกัน ใหคํานิยาม ดวยถอยคําที่
  • 55.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 45 แปลกออกไป) 10. การประเมินขอความ เนื้อเรื่องที่อาน. 3. ความสามารถดานเหตุผล 1) อุปมาอุปมัย อุปมาอุปมัย หมายถึง การเปรียบเทียบ เปนการวิเคราะห หาเหตุผล การเปรียบเทียบ มักจะแบงออก เปน 3 ลักษณะ เชน แบบที่ 1. เอเซีย : ปากีสถาน ; ? : ? ก.ญี่ปุน : เกาหลี ข. ไทย : บางกอก ค. เยอรมัน : อิตาลี ง. อเมริกา : แคนาดา (คําตอบคือขอ ง.) แบบที่ 2. ? กิน ; น้ํา : ? ก. อาหาร : เคี้ยว ข. ขาว : กระหาย ค. ผักสด : ดื่ม ง. เนื้อ : รับประทาน (คําตอบคือขอ ค.) แบบที่ 3. พรรค : สมาชิก ; เมฆ : ? ก.ฝน ข.ละอองน้ํา ค.น้ําคาง ง.แมน้ํา (คําตอบคือขอ ข.) อุปมาอุปมัย ที่เปนภาพ ลักษณะนี้โจทยจะกําหนดภาพมาให 1 คู กับอีก 1 ภาพ แลวพิจารณาวาภาพ คูนั้นมีความสัมพันธกันอยางไร แลวพิจารณาตัวเลือก ก.-ง วาภาพคูใดกับภาพที่กําหนดให เชน ก ข ค ง คําตอบ คือ ขอ ค. ซซ: : ? : ก ข ค ง คําตอบ คือ ขอ ค.
  • 56.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 46 2) การสรุปความ แบบสรุปขอความ มีหลักหรือกฎในการคิดหลายแบบ เพื่อใหสามารถคิดไดรวดเร็วและถูกตอง จึงไดรวบรวมหลักในการสรุปแบบตาง ๆ ไว ดังนี้ 1. แบบเปรียบเทียบ แบบนี้โจทยจะกําหนดสมมติฐานมาใหอยางนอย 2 สมมติฐานแลวหา ขอสรุป ใน 2 สมมติฐานนี้จะมีคุณศัพทเปรียบเทียบระหวาง 2 สมมติฐานนั้น คุณศัพทเหลานั้นไดแก ดีกวา สวยกวา สูงกวา ใหญกวา รวยกวา มากกวา ขยันกวา ฯลฯ การสรุปของขอหนึ่ง ๆ จะมีคุณศัพท เปรียบเทียบมากกวา 1 ตัวไมได เชน ฉัน ดีกวา แดง แดง รวยกวา ดํา ขอนี้สรุปไมได A โตกวา B B โตกวา C สรุปไดวา A โตกวา C 1.1 A โตกวา B BโตกวาC C โตกวาD สรุปไดวา A โตกวา D จะสรุปวา A โตกวา C ไมได เพราะไมไดใชสมมติฐานทุกสมมติฐานที่กําหนดให หรือจะสรุปไดวา A โตกวา B ก็ไมได 1.2 A รัก B B รัก C สรุปไมไดเพราะคําวา “ รัก ” เปนกริยา ไมใชคุณศัพทเปรียบเทียบ แตถาใช รักมากกวา กินมากกวา ตีแรงกวาได เชน ฉันกินขาวมากกวานอง นองกินขาวมากกวาแม สรุปได ฉันกินขาวมากกวาแม 1.3 A โตกวา B C เล็กวา B สรุปไมได เพราะมีคุณศัพทเปรียบเทียบมากกวา 1 ตัว คือ มี 2 ตัว ไดแก โตกวา กับ เล็กกวา ในสมมติฐานทั้งสองมิไดระบุวา “ เล็กกวา ” หมายถึงตรงกันขาม กับ “ โตกวา ” จะใชความหมายของคําที่ใชในภาษาไปชวยสรุปไมได เพราะการสรุปตองสรุปจากสมมติฐาน เทานั้น ซึ่งสมมติฐานบางชุดอาจจะไมเปนความจริง หรือไดขอสรุปที่ไมเปนความจริงก็ได ขอใหสรุป อยางมีเหตุผลตามสมมติฐาน เชน 1 มากกวา 2 2 มากกวา 4 สรุปได 1 มากกวา 4 จะเห็นวาสมมติฐานทั้งสองเปนเท็จแต ก็สรุปได และขอสรุปเปนเท็จ 6 มากกวา 8 8 มากกวา 5 สรุปได 6 มากกวา 5 จะเห็นวาสมมติฐานแรกเปนเท็จ สมมติฐานที่ 2 เปนจริง ดังนั้นจะเห็นไดวาการสรุปนั้นไมคํานึงถึงขอเท็จจริงแตคํานึงถึงเหตุผล เงื่อนไขทางสัญลักษณการเปรียบเทียบ = หมายถึง เทากับ # หมายถึงไมเทากับ > หมายถึง มากวา > หมายถึงไมมาากกวา ซึ่งอาจหมายถึงเทากับ หรือ นอยกวาก็ได < หมายถึง นอยกวา < หมายถึงไมนอยกวา ซึ่งอาจหมายถึง เทากับ หรือมากกวาก็ได < หมายถึงนอยกวาหรือ เทากับ >/ หมายถึง มากกวาหรือเทากับ
  • 57.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 47 2. แบบจําแนกพวก เปนแบบที่อาศัยขอบขายของการกําหนดประเภทคน สัตว สิ่งของ ฯลฯ เปนหลักในการสรุป แบบนี้การวาดรูปประกอบจะชวยใหสรุปไดงายขึ้น มีหลักสรุปดังนี้ 2.1 นก (ทุกตัว) เปนสัตวบก สัตวบก (ทุกตัว) บินได สรุปได นกบินได 2.2 นกเปนสัตวบก สัตวไมใชสัตวบกบินได สรุปไมได 2.3 นกไมใชสัตวบก สัตวที่ไมใชสัตวบกบินได สรุปได นกบินได 2.4 นกไมใชสัตวบก สัตวบกบินได สรุปไมได 2.1 A นกไมใชสัตวบก สัตวที่ไมใชสัตวบกบินไมได สรุปได นกบินไมได 2.2 A นกไมใชสัตวบก สัตวบกบินไมได สรุปไมได 2.3 A นกเปนสัตวบก สัตวบกบินไมได สรุปได นกบินไมได 2.4 A นกเปนสัตวบก สัตวไมใชสัตวบกบินไมได สรุปไมได หมายเหตุ ในสมมติฐานกรณีที่ไมไดกลาววา เปนทุกตัว, หรือ บางตัว หมายถึงทุกตัว 2.5 ครูทุกคนมีเมตตา ฉันเปนครู สรุปได ฉันมีเมตตา 2.6 ครุทุกคนมีเมตตา ฉันมีเมตตา สรุปไมได เพราะขอบขายของสมมติฐานระบุเพียงแตวา ถาเปนครูตองมีเมตตา แตไมไดระบุวา คนไมใชครูมีเมตตาหรือไม ลักษณะนี้ คนที่ไมใชครูอาจเปนคนมี เมตตาหรือไมมีก็ได ดังนั้นคนมีเมตตา (ฉัน) จึงอาจเปนครูก็ได อาจไมใชครูก็ไดลักษณะเชนนี้สรุปไมได 2.7 ครูทุกคนมีเมตตา ฉันไมมีเมตตา สรุปได ฉันไมใชครู 2.8 ครูทุกคนมีเมตตา ฉันไมใชครู สรุปไมได เพราะสมมติฐานระบุวาครูทุกคนมีเมตตา แต ไมไดระบุวาคนที่ไมใชครูจะมีเมตตาหรือไม ฉะนั้นคนที่ไมใชครูอาจจะมีเมตตาหรือไมมีเมตตาก็ ได ลักษณะเชนนี้สรุปไมได 2.5 A คนมีเมตตาทุกคนเปนครู ฉันมีเมตตา สรุปได ฉันเปนครู 2.6 A คนมีเมตตาทุกคนเปนครู ฉันเปนครู สรุปไมได ดู 2.6 2.7 A คนมีเมตตาทุกคนเปนครู ฉันไมใชครู สรุปได ฉันไมมีเมตตา 2.8 A คนมีเมตตาทุกคนเปนครู ฉันไมมีเมตตา สรุปไมได ดู 2.8 2.9 โจรทุกคนไมมีเมตตา ฉันมีเมตตา สรุปได ฉันไมใชโจร 2.10 โจรทุกคนไมมีเมตตา ฉันไมมีเมตตา สรุปไมได ลักษณะเดียวกับ 2.6 2.11 โจรทุกคนไมมีเมตตา ฉันเปนโจร สรุปได ฉันไมมีเมตตา 2.12 โจรทุกคนไมมีเมตตา ฉันไมใชโจร สรุปไมได ลักษณะเดียวกับ 2.8 2.9 A คนไมมีเมตตาทุกคนเปนโจร ฉันไมมีเมตตา สรุปได ฉันเปนโจร 2.10 A คนไมมีเมตตาทุกคนเปนโจร ฉันมีเมตตา สรุปไมได ลักษณะเดียวกับ 2.6 2.11 A คนไมมีเมตตาทุกคนเปนโจร ฉันไมใชโจร สรุปได ฉันมีเมตตา 2.12 A คนไมมีเมตตาทุกคนเปนโจร ฉันเปนโจร สรุปได ลักษณะเดียวกับ 2.8
  • 58.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 48 2.13 นกทุกตัวเปนสัตวบก สัตวบกทุกตัวบินได สรุปได นกบินได 2.14 นกทุกตัวเปนสัตวบก สัตวบกบางตัวบินได สรุปไมได 2.15 นกทุกตัวเปนสัตวบก สัตวบกทุกตัวบินไมได สรุปได นกบินไมได 2.16 นกทุกตัวเปนสัตวบก สัตวบกบางตัวบินได สรุปไมได 2.13 A นกบางตัวเปนสัตวบก สัตวบกทุกตัวบินได สรุปได นกบางตัวบินได 2.14 A นกบางตัวเปนสัตวบก สัตวบกบางตัวบินได สรุปไมได 2.15 A นกบางตัวเปนสัตวบก สัตวบกทุกตัวบินไมได สรุปได นกบางตัวบินไมได 2.16 A นกบางตัวเปนสัตวบก สัตวบกบางตัวบินไมได สรุปไมได แบบสรุปความแบบนี้ ถาจะสังเกตใหดีจะเห็นวา แตละแบบมักมี 4 ขอ และหลักการสรุปก็ คลาย ๆ กัน หากไดอานทบทวนบอย ๆ จะทําใหสามารถสรุปไดรวดเร็ว ลักษณะของสมมติฐานอาจเปลี่ยน แปลงไปไดมากมายหลายแบบ แตหลักการสรุปใชหลักเดียวกัน 3. แบบมีเงื่อนไข แบบนี้โจทยจะกําหนด สมมติฐานมาให 2 สมมติฐานใหหาขอสรุปสมมติฐาน ทั้ง 2 นี้จะมีความเกี่ยวเนื่องกันและทําใหเกิดขอสรุปขึ้น แตถาหากเงื่อนไขของสมมติฐานทั้งสอง ไมสัมพันธกันก็สรุปไมไดเชน 3.1 ถาน้ําทวมฉันจะซื้อเรือ น้ําทวม สรุปได ฉันซื้อเรือ 3.2 ถาน้ําทวมฉันจะซื้อเรือ น้ําไมทวม สรุปไมได เพราะสมมติฐานแรกระบุเพียงวา ถาน้ําทวม ฉันจะซื้อเรือ (ไมระบุวาน้ําทวมฉันจะซื้อเรือหรือไม ฉะนั้นการที่ฉันซื้อเรืออาจจะซื้อเมื่อน้ําทวมก็ได) 3.3 ถาน้ําทวมฉันจะซื้อเรือ ฉันไมซื้อเรือ สรุปได น้ําไมทวม 3.4 ถาน้ําทวมฉันจะซื้อเรือ ฉันซื้อเรือ สรุปไมได เพราะสมมติฐานแรกระบุเพียงวา ถาน้ํา ทวมฉันจะซื้อเรือ(ไมระบุวาน้ําทวมฉันจะซื้อเรือหรือไม ฉะนั้นการที่ฉันซื้อเรืออาจจะซื้อเมื่อน้ําทวมก็ได) 3.5 ถาฝนไมตกแดงจะไปตลาด ฝนไมตก สรุปได แดงไปตลาด 3.6 ถาฝนไมตกแดงจะไปตลาด ฝนตก สรุปไมได ดู 3.2 3.7 ถาฝนไมตกแดงจะไปตลาด แดงไมไปตลาด สรุปได ฝนตก เพราะถาฝนไมตก แดงก็ตอง ไปตลาด แตแดงไมไปตลาด นั่นแสดงวา ฝนตก 3.8 ถาฝนไมตกแดงจะไปตลาด แดงไปตลาด สรุปไมได ดู 3.4 4. แบบเลือกอยางหนึ่งอยางใด แบบสรุปความเปนแบบนี้ สวนมากมี 2 สมมติฐาน ๆ แรกมักเปนขอความ ซึ่งตองมีการให เลือกอยางใดอยางหนึ่ง โดยใชคําวา “ หรือ ” หรือใช “ ถา…..ตอง ” อาจจะลดเหลือ “ ตอง ” ไวเปนที่ เขาใจกันก็ได เชน 4.1 ดําหรือแดงคนใดคนหนึ่งตองเฝาบาน แดงไปโรงเรียน สรุปได ดําเฝาบาน 4.2 ดําหรือแดงคนใดคนหนึ่งตองเฝาบาน แดงไมไดไปโรงเรียน สรุปไมได 4.3 ดําหรือแดงคนใดคนหนึ่งตองเฝาบาน แดงไมเฝาบาน สรุปได ดําเฝาบาน
  • 59.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 49 4.4 ดําหรือแดงคนใดคนหนึ่งตองเฝาบาน แดงเฝาบาน สรุปไมได เพราะสมมติฐานแรก ระบุเพียงวาคนใดคนหนึ่งตองเฝาบาน แตไมไดกําหนดวาจะเฝาทั้งสองคนไมได ลักษณะเชนนี้จะสรุปวา ดําไมเฝาบานไมได 4.5 ลูกเศรษฐีทุกคนถาไมใชรถเบนซก็รถวอลโว นายโรจนเปนลูกเศรษฐีและไมไดใช รถวอลโว สรุปได นายโรจนใชรถเบ็นซ 4.6 ลูกเศรษฐีทุกคนถาไมใชรถเบนซก็รถวอลโว วิโรจนไมไดใชรถเบ็นซ สรุปไมได เพราะ ไมไดระบุวาวิโรจนเปนลูกเศรษฐีหรือไม 5. แบบสมมติฐานที่สรุปไมได สมมติฐานที่สรุปไมไดจะกลาวถึงนี้ จะกลาวนอกเหนือไปจากสมมติฐานที่สรุปไมไดของ แบบที่ 1 ถึงแบบที่ 4 และมักจะพบในขอทดสอบบอย ๆ ซึ่งมีหลักสําคัญ คือสมมติฐานแตละสมมติฐาน ไมมีความสําพันธเชน 5.1 พอเปนคนขยัน แมเปนคนประหยัด ฉะนั้นลูกจะเปนอยางไร สรุปไมได 5.2 เมื่อเล็ก ๆ สมศักดิ์เปนคนขยัน พอโตขึ้นเขาสอบตก ฉะนั้นตอไปเขาจะเปนอยางไร สรุปไมได 5.3 พอเปนตํารวจ พี่เปนทหาร เขาควรจะเปนอยางไร สรุปไมได 5.4 ฉันรักอาชีพครูมากที่สุดแตขณะนี้ฉันทํางานธนาคารเพราะอะไรสรุปไมได 5.5 ประเทศไทยเปนของคนไทย ฉันรักประเทศไทยมาก ฉันจะทําอยางไร สรุปไมได ตัวอยาง แบบทดสอบแบบสรุปความ คําชี้แจง. แบบทดสอบชุดนี้มีขอความที่กําหนดมาให ใหพิจารณาวา สามารถสรุปไดหรือไม ถาไดจะสรุปอยางไร 1. คนที่มีความเมตตาทุกคน มีความสุข เพ็ญศรีเปนคนมีเมตตา ฉะนั้น ก. เพ็ญศรีมีความสุข ข. เพ็ญศรีไมมีความสุข ค. คนเมตตามีความสุข ง. คนมีความสุขมีเมตตา จ. ขอ ก. และ ขอ ข. ถูก 2. บัณฑิตสูงกวาประสาน ประสานสูงกวาประพล ฉะนั้น ก. บัณฑิตสูงกวาประสาน ข. ประสานสูงกวาประพล ค. ประพลสูงกวาบัณฑิต ง. บัณฑิตสูงกวาประพล จ. สรุปแนนอนไมได คําตอบ 1. ขอ ก. ถูก 2. ขอ ง. ถูก
  • 60.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 50 3) การสรุปเหตุผล เหตุ หมายถึง สิ่งที่เปนตนกําเนิด หรือสิ่งที่ทําใหเกิดสิ่งอื่นตามมา อาจเปนปรากฏการณที่ เกิดขึ้นหรือจากการกระทําอาจเรียกวา “สาเหตุ” หรือ “มูลเหตุ” ผล หมายถึง สิ่งที่เกิดตามมาจากเหตุ ผลของเหตุอันหนึ่งอาจกลายเปนเหตุของผลอยางอื่นตอ เนื่องกันไปโดยไมสิ้นสุดก็ได “ผล” นี้เรียกวา “ผลลัพธ” หลักการอนุมานโดยพิจารณาสาเหตุและผลลัพธ 1. การอนุมานจากสาเหตุไปหาผลลัพธ คือ การที่เราใชความรูความเขาใจของเรา พิจารณา ปรากฏการณอยางหนึ่งวาปรากฏการณนั้นจะทําใหเกิดผลลัพธอะไรมา 2. การอนุมานผลลัพธไปหาสาเหตุ คือ การที่เราใชความรูความเขาใจของเราพิจารณาปรากฏ การณอยางหนึ่งวาปรากฏการณนั้นเกิดจากสาเหตุอะไร 3.การอนุมานจากผลลัพธไปหาผลลัพธ คือ การที่เราใชความรู ความเขาใจของเราพิจารณา ปรากฏการณหรือเหตุการณอยางหนึ่งวา เปนผลลัพธของสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งกอน แลวจึงพิจารณาตอ ไปวา สาเหตุนั้นอาจจะกอใหเกิดผลลัพธอื่นใดไดอีกบาง ตัวอยาง การเสนอความคิดเปนเหตุเปนผล จงใชขอความตอไปนี้ตอบคําถามขอ 1 " การเขมนหรือกระตุกที่กลามเนื้อบริเวณใบหนา ลําคอ ไหล แขน เชน ขยิบตา กระแอม ยักไหล ทําจมูกฟุตฟต มักพบในเด็กชายมากกวาเด็กหญิงวัยระหวาง 8-12 ป สาเหตุเนื่องจากความตึงเครียดทาง อารมณ ตื่นเตน ตกใจงาย เจาอารมณ ซุกซน หรือการชอบเลียนแบบผูอื่นจนติดเปนนิสัย " ขอ 1. อะไรทําใหเกิดการเขมนหรือกระตุกที่กลามเนื้อบริเวณใบหนา ลําคอ ไหล และแขน ก. การขยิบตา การกระแอม ข. การยักไหล การทําจมูกฟุตฟต ค. นิสัยของเด็กชายโดยทั่วไป ง. ความซุกซนและตกใจงายของเด็กหญิง วิเคราะห สาเหตุ 1. ความตึงเครียดของอารมณ 2. ซุกซน 3. ชอบเลียนแบบผูอื่นจนติดเปนนิสัย ผล การเขมนหรือกระตุกที่กลามเนื้อบริเวณใบหนา ลําคอ ไหล และแขน คําตอบ ขอ ง ถูก ไดแก ความซุกซนและตกใจงาย
  • 61.
  • 62.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 51 สวนที่ 3 : ความรอบรู ก. สังคม เศรษฐกิจ การเมือง และเหตุการณปจจุบัน 1. รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 1.1) สาระสําคัญของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 1. ตราไว ณ วันที่ 24 สิงหาคม พุทธศักราช 2550 เปนปที่ 62 ในรัชกาลปจจุบัน 2. มีทั้งหมด 15 หมวด บทเฉพาะกาล 309 มาตรา 3. ผูรับสนองพระบรมราชโองการคือประธานสภานิติบัญญัติแหงชาติ(นายมีชัย ฤชุพันธ) 4. ขั้นตอนสุดทายกอนประกาศใชรัฐธรรมนูญฉบับนี้คือ การลงประชามติ 5. หมวดที่ 1 บททั่วไป(มาตรา1-7) วาดวยประเทศไทยและการปกครองและรัฐธรรมนูญเปนกฎหมายสูงสุด 6. หมวดที่ 2 พระมหากษัตริย มีสาระสําคัญ ดังนี้ - พระมหากษัตริยเปนพุทธมามกะ เปนอัครศาสนูปถัมภก เปนจอมทัพไทย - คณะองคมนตรี มี 19 คน (ประธานองคมนตรีและองคมนตรีไมเกิน 18 คน) - การแตงตั้ง พนตําแหนงองคมนตรี ขาราชการในพระองค และสมุหราชองครักษ เปนไปตาม พระราชอัธยาศัย - กลาวถึงการแตงตั้งผูสําเร็จราชการแทนพระมหากษัตริยและผูสืบราชสันตติวงศ 7.หมวดที่ 3 สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย มีสาระสําคัญ ดังนี้ 7.1 สวนที่ 1 บททั่วไป - การใชอํานาจโดยองคกรของรัฐตองคํานึงถึงศักดิ์ศรีความเปนมนุษย สิทธิ และเสรีภาพ - บุคคลยอมสามารถใชสิทธิทางศาล - การจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลไมได เวนแตใชอํานาจตามกฎหมาย 7.2 สวนที่ 2 ความเสมอภาค - บุคคลยอมเสมอกันในกฎหมายและไดรับความคุมครองตามกฎหมาย - การเลือกปฏิบัติโดยไมเปนธรรมตอบุคคลจะกระทําไมได - ขาราชการ เจาหนาที่อื่นของรัฐมีสิทธิและเสรีภาพเชนเดียวกับบุคคลทั่วไป 7.3 สวนที่ 3 สิทธิและเสรีภาพสวนบุคคล - บุคคลยอมมีสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและรางกาย - บุคคลยอมมีเสรีภาพในเคหสถาน - บุคคลยอมมีเสรีภาพในการเดินทางและมีเสรีภาพในการเลือกถิ่นที่อยูอาศัย - บุคคลยอมมีสิทธิไดรับความคุมครอง - บุคคลยอมมีเสรีภาพในการสื่อสารถึงกันโดยทางที่ชอบดวยกฎหมาย
  • 63.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 52 - บุคคลยอมมีเสรีภาพบริบูรณในการนับถือศาสนา 7.4 สวนที่ 4 สิทธิในกระบวนการยุติธรรม - ในคดีอาญา ตองสันนิษฐานไวกอนวาผูตองหาหรือจําเลยไมมีความผิด - บุคคลยอมมีสิทธิในกระบวนการยุติธรรม 7.5 สวนที่ 5 สิทธิในทรัพยสิน - สิทธิของบุคคลในทรัพยสินยอมไดรับความคุมครอง - การเวนคืนอสังหาริมทรัพยจะกระทํามิได เวนแตโดยอาศัยอํานาจตามกฎหมาย 7.6 สวนที่ 6 สิทธิและเสรีภาพในการประกอบอาชีพ - บุคคลยอมมีเสรีภาพในการประกอบกิจการหรือประกอบอาชีพ - บุคคลยอมมีสิทธิไดรับหลักประกันความปลอดภัยและสวัสดิภาพในการทํางาน 7.7 สวนที่ 7 เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคลและสื่อมวลชน - บุคคลยอมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพการโฆษณา และการ สื่อความหมายโดยวิธีอื่น - พนักงานหรือลูกจางของเอกชนที่ประกอบกิจการหนังสือพิมพ วิทยุกระจายเสียง วิทยุ โทรทัศน หรือสื่อมวลชนอื่น ยอมมีเสรีภาพในการเสนอขาวและแสดงความคิดเห็นภายใตขอจํากัดตามรัฐธรรมนูญ - คลื่นความถี่ที่ใชในการสงวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน และโทรคมนาคม เปนทรัพยากรสื่อสาร ของชาติเพื่อประโยชนสาธารณะ 7.8 สวนที่ 8 สิทธิและเสรีภาพในการศึกษา -บุคคลยอมมีสิทธิเสมอกันในการรับการศึกษาไมนอยกวาสิบสองปที่ รัฐจะตองจัดใหอยางทั่วถึง และมีคุณภาพ โดยไมเก็บคาใชจาย -ผูยากไร ผูพิการหรือทุพพลภาพ หรือผูอยูในสภาวะยากลําบาก ตองไดรับสิทธิตามวรรคหนึ่ง และ การสนับสนุนจากรัฐเพื่อใหไดรับการศึกษาโดยทัดเทียมกับบุคคลอื่น - การจัดการศึกษาอบรมขององคกรวิชาชีพหรือเอกชน การศึกษาทางเลือกของประชาชน การเรียนรู ดวยตนเอง และการเรียนรูตลอดชีวิต ยอมไดรับความคุมครองและสงเสริมที่เหมาะสมจากรัฐ - บุคคลยอมมีเสรีภาพในทางวิชาการ 7.9 สวนที่ 9 สิทธิในการไดรับบริการสาธารณสุขและสวัสดิการจากรัฐ - บุคคลยอมมีสิทธิเสมอกันในการรับบริการทางสาธารณสุขที่เหมาะสมและไดมาตรฐาน - เด็กและเยาวชนมีสิทธิในการอยูรอดและไดรับการพัฒนา - บุคคลซึ่งมีอายุเกินหกสิบปบริบูรณมีสิทธิไดรับสวัสดิการ สิ่งอํานวยความสะดวกอันเปนสาธารณะ และความชวยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐ
  • 64.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 53 - บุคคลซึ่งพิการหรือทุพพลภาพ บุคคลซึ่งไรที่อยูอาศัยและไมมีรายไดเพียงพอแกการยังชีพ ยอมมี สิทธิไดรับความชวยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐ 7.10 สวนที่ 10 สิทธิในขอมูลขาวสารและการรองเรียน - บุคคลยอมมีสิทธิไดรับทราบและเขาถึงขอมูลหรือขาวสารสาธารณะ ไดรับขอมูล คําชี้แจงจากรัฐ - บุคคลยอมมีสิทธิเสนอเรื่องราวรองทุกขฟองหนวยราชการ หนวยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการสวนทองถิ่น อันเนื่องจากการกระทําหรือการละเวนการกระทํา 7.11 สวนที่ 11 เสรีภาพในการชุมนุมและการสมาคม - บุคคลยอมมีเสรีภาพในการชุมนุม การรวมกันเปนสมาคมฯ จัดตั้งพรรคการเมือง 7.12 สิทธิชุมชน - บุคคลซึ่งรวมกันเปนชุมชน ชุมชนทองถิ่น หรือชุมชนทองถิ่นดั้งเดิม - สิทธิของบุคคลที่จะมีสวนรวมกับรัฐและชุมชนในการอนุรักษ บํารุงรักษา การไดประโยชน จากทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ 7.13 สิทธิพิทักษรัฐธรรมนูญ - บุคคลจะใชสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญลมลางการปกครองไมได 8.หมวดที่ 4 หนาที่ชนชาวไทย ชนชาวไทยมีหนาที่ดังนี้ - พิทักษรักษาไวซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย และการปกครองระบอบประชาธิปไตยฯ - ปองกันประเทศ รักษาผลประโยชนของชาติ และปฏิบัติตามกฎหมาย - ไปใชสิทธิเลือกตั้ง รับราชการทหาร ชวยเหลือในการปองกันและบรรเทาภัยพิบัติสาธารณะ - เสียภาษีอากร ชวยเหลือราชการ รับการศึกษาอบรม - พิทักษ ปกปอง และสืบสานศิลปวัฒนธรรมของชาติและภูมิปญญาทองถิ่น สิ่งแวดลอม - ขาราชการดําเนินการใหเปนไปตามกฎหมายเพื่อรักษาประโยชนสวนรวม อํานวยความ สะดวกแกประชาชนหลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบานเมืองที่ดี วางตัวเปนกลางทางการเมือง 9. หมวดที่ 5 แนวนโยบายพื้นฐานแหงรัฐ 9.1 สวนที่ 1 บททั่วไป - ครม.จะเขาบริหารราชการแผนดินตองแถลงชี้แจงนโยบายบริหารราชการตอรัฐสภากอน - ครม.ตองทําแผนการบริหารราชการแผนดินใหสอดคลองกับแนวนโยบายพื้นฐานแหงรัฐ - ครม.ตองจัดใหมีแผนการตรากฎหมายที่จําเปนตอการดําเนินการตามนโยบายที่แถลง 9.2 สวนที่ 2 แนวนโยบายดานความมั่นคงของรัฐ - รัฐตองพิทักษรักษาไวซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแหงเขตอํานาจรัฐ 9.3 สวนที่ 3 แนวนโยบายดานการบริหารราชการแผนดิน - ใหเปนไปเพื่อการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศอยางยั่งยืน
  • 65.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 54 - จัดระบบการบริหารราชการสวนกลาง สวนภูมิภาค และสวนทองถิ่น - กระจายอํานาจใหองคกรปกครองสวนทองถิ่น - พัฒนาระบบงานภาครัฐ โดยมุงเนนการพัฒนาคุณภาพ คุณธรรม และจริยธรรมของเจาหนาที่ - จัดระบบงานราชการและงานของรัฐใหบริการรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ โปรงใส ตรวจสอบได - ดําเนินการใหมีหนวยงานทางกฎหมาย และจัดใหมีแผนพัฒนาการเมือง - ใหขาราชการและเจาหนาที่ของรัฐไดรับสิทธิประโยชนอยางเหมาะสม 9.4 สวนที่ 4 แนวนโยบายดานศาสนา สังคม การสาธารณสุข การศึกษา และวัฒนธรรม - คุมครองและพัฒนาเด็กและเยาวชน สนับสนุนการอบรมเลี้ยงดูและใหการศึกษาปฐมวัย - สงเสริม สนับสนุน และพัฒนาระบบสุขภาพ - พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการจัดการศึกษาในทุกระดับและทุกรูปแบบ - จัดใหมีแผนการศึกษาแหงชาติ กฎหมายเพื่อพัฒนาการศึกษาของชาติ - จัดใหมีการพัฒนาคุณภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา - ปลูกฝงใหผูเรียนมีจิตสํานึกของความเปนไทย มีระเบียบวินัย ยึดมั่นระบอบประชาธิปไตย - สงเสริมและสนับสนุนการกระจายอํานาจเพื่อใหองคกรปกครองสวนทองถิ่น ชุมชน องคการศาสนา เอกชนจัดและมีสวนรวมในการจัดการศึกษา - สงเสริมและสนับสนุนการศึกษาวิจัยในศิลปวิทยาการแขนงตาง ๆ - สงเสริมและสนับสนุนความรูรักสามัคคีและการเรียนรู 9.5 สวนที่ 5 แนวนโยบายดานกฎหมายและการยุติธรรม - จัดใหมีกฎหมายเพื่อจัดตั้งองคกรเพื่อการปฏิรูปกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม - ดูแลใหมีการปฏิบัติและบังคับตามกฎหมาย คุมครองสิทธิเสรีภาพของบุคคลจากการละเมิด 9.6 สวนที่ 6 แนวนโยบายดานการตางประเทศ - รัฐตองสงเสริมสัมพันธไมตรีและความรวมมือกับนานาประเทศ - รัฐตองปฏิบัติตามสนธิสัญญาดานสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเปนภาคี - รัฐตองสงเสริมการคา การลงทุน และการทองเที่ยวกับนานาประเทศ 9.7 สวนที่ 7 แนวนโยบายดานเศรษฐกิจ - รัฐตองสงเสริมและสนับสนุนใหมีการดําเนินการตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง - สนับสนุนระบบเศรษฐกิจแบบเสรีและเปนธรรมโดยอาศัยกลไกตลาด - ควบคุมใหมีการรักษาวินัยการเงินการคลัง - จัดใหมีการออมเพื่อการดํารงชีพในยามชราแกประชาชนและเจาหนาที่ของรัฐ - ดําเนินการใหมีการกระจายรายไดอยางเปนธรรม - คุมครองและรักษาผลประโยชนของเกษตรกรในการผลิตและการตลาด
  • 66.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 55 - สงเสริม สนับสนุน และคุมครองระบบสหกรณใหเปนอิสระ - สงเสริมและสนับสนุน กิจการพาณิชยนาวี การขนสงทางราง - สงเสริมอุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร 9.8 สวนที่ 8 แนวนโยบายดานที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอม - กําหนดหลักเกณฑการใชที่ดินใหครอบคลุมทั่วประเทศ - กระจายการถือครองที่ดินอยางเปนธรรมและใหเกษตรกรมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิในที่ดิน - จัดใหมีแผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําและทรัพยากรธรรมชาติอื่น 9.9 สวนที่ 9 แนวนโยบายดานวิทยาศาสตร ทรัพยสินทางปญญา และพลังงาน - สงเสริมใหมีการพัฒนาดานวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และนวัตกรรมดานตาง ๆ - สงเสริมการประดิษฐหรือการคนคิดเพื่อใหเกิดความรูใหม - สงเสริมและสนับสนุนการวิจัย พัฒนา และใชประโยชนจากพลังงานทดแทน 9.10 สวนที่ 10 แนวนโยบายดานการมีสวนรวมของประชาชน - ใหมีสวนรวมกําหนดนโยบายและวางแผนพัฒนาสังคม เศรษฐกิจระดับชาติและระดับทองถิ่น - ใหมีสวนรวมในการตัดสินใจทางการเมือง พัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ทําบริการสาธารณะ - ใหมีสวนรวมในการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐทุกระดับ - สงเสริมใหประชาชนมีความเขมแข็งในทางการเมือง สงเสริมความรูดานการเมือง 10. หมวดที่ 6 รัฐสภา 10. 1 สวนที่ 1 บททั่วไป - รัฐสภาประกอบดวยสภาผูแทนราษฎรและวุฒิสภา(สมาชิก 480 และ 150 ตามลําดับ) - ประธานสภาผูแทนราษฎรเปนประธานรัฐสภา ประธานวุฒิสภาเปนรองประธานรัฐสภา - รางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญและรางพระราชบัญญัติจะตราขึ้นเปนกฎหมาย ตองไดรับคําแนะนํา และยินยอมของรัฐสภา เมื่อพระมหากษัตริยไดทรงลงพระปรมาภิไธย ใหประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา บังคับใชเปนกฎหมายตอไป - 1ใน 10 ของสส. หรือ สว. เขาชื่อเสนอประธานสภาของตนพิจารณาการสิ้นสุดสมาชิกภาพได 10.2 สวนที่ 2 สภาผูแทนราษฎร(สส.) - สภาผูแทนราษฎรประกอบดวย สส. 480คน โดยเปนสส.จากการเลือกตั้งแบบแบงเขต 400 คน และ สส. เลือกตั้งแบบสัดสวน จํานวน 80 คน - กําหนดใหมี สส.รอยละ95(จํานวน 456 คน) ถึงประกอบเปนสภาผูแทนราษฎรได - อายุของสภาผูแทนราษฎรมีกําหนดคราวละสี่ป สมาชิกภาพของสส.เริ่มตั้งแตวันเลือกตั้งจน กระทั่ง หมดวาระ หรือยุบสภา หรือตาย หรือลาออก หรือขาดคุณสมบัติ - หากหมดวาระใหเลือกตั้งใหมภายใน 45 วัน หากกรณียุบสภาเลือกตั้งใหมภายใน 45-60 วัน
  • 67.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 56 10.3 สวนที่ 3 วุฒิสภา (สว.) - สมาชิกวุฒิสภาประกอบดวย สว.150 คน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งในแตละจังหวัด 76 คน และ มาจากการสรรหาเทากับจํานวนรวมขางตนหักดวยจํานวนสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้ง(คือ 74 คน) - กําหนดใหมี สว.รอยละ95 ( จํานวน 143 คน) ถึงประกอบกันเปนวุฒิสภาได - สมาชิกภาพของ สว.มีกําหนดคราวละหกปนับแตวันเลือกตั้งหรือวันที่ไดรับการสรรหา - วาระ สว.ซึ่งมาจากการเลือกตั้งสิ้นสุดลงใหเลือกตั้งใหมภายใน 30วัน สว. สรรหาภายใน 60วัน 10.4 สวนที่ 4 บทที่ใชแกสภาทั้งสอง - สมาชิกสภาผูแทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภายอมเปนผูแทนปวงชนชาวไทย - กอนเขารับหนาที่ สส. สว.ตองปฏิญาณตนในที่ประชุมแหงสภาที่ตนเปนสมาชิก - แตละสภาใหมีประธานสภาคนหนึ่งและรองประธานคนหนึ่งหรือสองคน - การประชุมแตละสภาตองมีสมาชิกมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่ง จึงจะเปนองคประชุม - ในปหนึ่งใหมีสมัยประชุมสามัญทั่วไป และสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ 10.5 สวนที่ 5 การประชุมรวมกันของรัฐสภา - การประชุมรวมกันของรัฐสภาใหใชขอบังคับการประชุมรัฐสภา - กรณีที่ตองประชุมรวมกัน เชน การแกไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ การเปดอภิปรายทั่วไป การแถลง นโยบาย การใหความเห็นชอบใหพิจารณารางรัฐธรรมนูญ รางพระราชบัญญัติ กําหมายประกอบรัฐธรรมนูญ การเปด ปดประชุมรัฐสภา การพิจารณา มีมติ หรือใหความเห็นชอบเรื่องแตงตั้งผูสําเร็จราชการ การสืบราช- สันติวงศ หรือการสืบราชสมบัติของสถาบันพระมหากษัตริย เปนตน 10.6 สวนที่ 6 การตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ - พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่ตรามี 9 รายการ ไดแก พรบ.วาดวยการเลือกตั้ง สรรหา สส. สว. วาดวยคณะกรรมการการเลือกตั้ง วาดวยพรรคการเมือง วาดวยการออกเสียงประชามติ วาดวยวิธี พิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ วาดวยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมือง วาดวยผูตรวจการ แผนดิน วาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต และวาดวยการตรวจเงินแผนดิน - ผูมีสิทธิเสนอรางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ไดแก ครม. สมาชิก1ใน10 ของสส.หรือสว. ประธานของศาลรัฐธรรมนูญ ศาลฎีกา หรือองคกรอิสระตามรัฐธรรมนูญ - การพิจารณาราง พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญของทั้งสองสภาใหกระทําเปนสามวาระ ไดแก วาระที่1 ขั้นรับหลักการ วาระที่ 2 พิจารณาเรียงลําดับมาตรา(ใชเสียงขางมาก) และวาระที่ 3 ใหความเห็นชอบ(กึ่งหนึ่ง) 10.7 สวนที่ 7 การตราพระราชบัญญัติ - ผูมีสิทธิเสนอรางพระราชบัญญัติ ไดแก ครม. สส. 20 คน ศาลหรือองคกรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ประชาชนผูมีสิทธิ์เลือกตั้ง ไมนอยกวาหนึ่งหมื่นคน หากเปนกฏหมายการเงินตองใหนายกรัฐมนตรีรับรอง - รางพระราชบัญญัติใหเสนอตอสภาผูแทนราษฎรกอนแลวจึงเสนอวุฒิสภา
  • 68.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 57 - ใหพิจารณา 3 วาระ หากเห็นชอบ นายกรัฐมนตรีเสนอพระมหากษัตริยไดทรงลงพระปรมาภิไธย ใหประกาศในราชกิจจานุเบกษา และใหบังคับใชเปนกฎหมายตอไป 10.8 สวนที่ 8 การควบคุมการตรากฎหมายที่ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ - หากเห็นวารางพระราชบัญญัติใดขัดหรือแยงกับรัฐธรรมนูญใหสงไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย ระหวางนั้นใหระงับการประกาศใชไวกอน 10.9 สวนที่ 9 การควบคุมการบริหารราชการแผนดิน โดย - สส.สว.มีสิทธิตั้งกระทูถามรัฐมนตรีในเรื่องใดเกี่ยวกับงานในหนาที่ได - ถามนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีผูรับผิดชอบในการบริหารราชการแผนดินเรื่องนั้น - สส.ไมนอยกวาหนึ่งในหาของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเทาที่มีอยูของสภาผูแทนราษฎร มีสิทธิ เขาชื่อเสนอญัตติขอเปดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไมไววางใจนายกรัฐมนตรี - สส.ไมนอยกวาหนึ่งในหกของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเทาที่มีอยูของสภาผูแทนราษฎร มีสิทธิ เขาชื่อเสนอญัตติขอเปดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไมไววางใจรัฐมนตรีเปนรายบุคคล - สว.ไมนอยกวาหนึ่งในสามของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเทาที่มีอยูของวุฒิสภา มีสิทธิเขาชื่อขอ เปดอภิปรายทั่วไปในวุฒิสภาเพื่อใหคณะรัฐมนตรีแถลงขอเท็จจริงหรือชี้แจงปญหาสําคัญเกี่ยวกับการบริหาร ราชการแผนดิน (โดยไมมีการลงมติ) 11. หมวดที่ 7 การมีสวนรวมทางการเมืองโดยตรงของประชาชน โดย - ประชาชนผูมีสิทธิเลือกตั้งไมนอยกวาหนึ่งหมื่นคน มีสิทธิเขาชื่อรองขอตอประธานรัฐสภา เพื่อใหรัฐสภาพิจารณารางพระราชบัญญัติ(เสนอกําหมาย) - ประชาชนผูมีสิทธิเลือกตั้งจํานวนไมนอยกวาสองหมื่นคน มีสิทธิเขาชื่อรองขอตอประธาน วุฒิสภาเพื่อใหวุฒิสภามีมติใหถอดถอนบุคคลออกจากตําแหนงเหตุเพราะกระทําความผิด - ประชาชนผูมีสิทธิเลือกตั้งยอมมีสิทธิออกเสียงประชามติในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง 12. หมวดที่ 8 การเงิน การคลัง และงบประมาณ - งบประมาณรายจายของแผนดินใหทําเปนพระราชบัญญัติ ออกไมทันใช พรบ.ของปกอน - ราง พรบ.งบประมาณรายจายประจําป ราง พรบ.งบประมาณรายจายเพิ่มเติม และราง พรบ.โอน งบประมาณรายจาย สภาผูแทนราษฎรจะตองวิเคราะหและพิจารณาใหแลวเสร็จภายในหนึ่งรอยหาวัน - การจายเงินแผนดินจะกระทํา ไดก็เฉพาะที่ไดอนุญาตไวในกฎหมาย - เงินรายไดของหนวยงานของรัฐใดที่ไมตองนําสงเปนรายไดแผนดินใหหนวยงานของรัฐนั้น ทํารายงานการรับและการใชจายเงินดังกลาว เสนอตอคณะรัฐมนตรีเมื่อสิ้นปงบประมาณทุกป การใชจายเงิน ตองอยูภายใตกรอบวินัยการเงินการคลังดวย 13. หมวดที่ 9 คณะรัฐมนตรี(ครม.) - คณะรัฐมนตรีประกอบดวยนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งและรัฐมนตรีอื่นอีกไมเกินสามสิบหาคน
  • 69.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 58 - นายกรัฐมนตรีตองเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ประธานสภาผูแทนเปนผูเสนอแตงตั้ง ภายใน 30 วันนับแตประชุมรัฐสภาครั้งแรก - กอนเขารับหนาที่ รัฐมนตรีตองถวายสัตยปฏิญาณตอพระมหากษัตริย และตองแถลงนโยบาย ตอรัฐสภาภายใน 15 วันตั้งแตแตงตั้ง และตอจัดทําแผนการบริหารราชการแผนดิน เพื่อกําหนดแนวทางการ ปฏิบัติราชการแตละป - พระมหากษัตริยทรงไวซึ่งพระราชอํานาจในการตราพระราชกฤษฎีกา การประกาศใชและ เลิกใชกฎอัยการศึก การประกาศสงคราม การทําหนังสือสัญญาสันติภาพ สัญญาสงบศึก หรือสัญญาอื่น พระราชทานอภัยโทษ ถอดถอนฐานันดรศักดิ์และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ แตงตั้งขาราชการฝายทหาร และฝายพลเรือนตั้งอธิบดีหรือเทียบเทาขึ้นไป(กรณีตําแหนงโปรดเกลาฯ) 14. หมวดที่ 10 ศาล 14.1 ศาลรัฐธรรมนูญ - ศาลรัฐธรรมนูญประกอบดวยประธานศาลรัฐธรรมนูญคนหนึ่งและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอื่น อีกแปดคน ซึ่งพระมหากษัตริยทรงแตงตั้งตามคําแนะนําของวุฒิสภา(ประธานวุฒิสภาเปนผูลงนามสนองฯ) - ประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีวาระการดํารงตําแหนงเกาปนับแตวันที่ พระมหากษัตริยทรงแตงตั้ง และใหดํารงตําแหนงไดเพียงวาระเดียว - องคคณะของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในการนั่งพิจารณาและในการทําคําวินิจฉัย ตองประกอบ ดวยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไมนอยกวาหาคน คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญใหถือเสียงขางมาก - ศาลรัฐธรรมนูญมีหนาที่พิจารณาขอพิพาทของกฎหมายและขอพิพาทในหนาที่ขององคกรรัฐ 14.2 ศาลยุติธรรม - ศาลยุติธรรมมีสามชั้น คือ ศาลชั้นตน ศาลอุทธรณ และศาลฎีกา มีหนาที่พิจารณาคดีทั่วไป - ศาลฎีกามีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายบัญญัติใหเสนอตอศาลฎีกา ไดโดยตรง ศาลฎีกามีอํานาจพิจารณาและวินิจฉัยคดีที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งและการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง สส. และสว. สวนใหศาลอุทธรณมีอํานาจพิจารณาและวินิจฉัยคดีที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งและการเพิกถอนสิทธิ เลือกตั้งในการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นและผูบริหารทองถิ่น - ใหมีแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองในศาลฎีกา 14.3 ศาลปกครอง - ศาลปกครองมีหนาที่พิจารณาคดีทางการปกครอง - ใหมีศาลปกครองสูงสุดและศาลปกครองชั้นตน และจะมีศาลปกครองชั้นอุทธรณดวยก็ได - มีคณะกรรมการตุลาการศาลปกครองเปนองคคณะบริหาร 14.4 ศาลทหาร - ศาลทหารมีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาซึ่งผูกระทําผิดเปนบุคคลที่อยูในอํานาจศาลทหาร
  • 70.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 59 และคดีอื่น ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ 15. หมวดที่ 11 องคกรตามรัฐธรรมนูญ 15.1 สวนที่ 1 องคกรอิสระตามรัฐธรรมนูญ 15.1.1 คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) - คณะกรรมการการเลือกตั้ง ประกอบดวย ประธานกรรมการคนหนึ่งและกรรมการอื่นอีกสี่คน ซึ่งพระมหากษัตริยทรงแตงตั้งตามคําแนะนําของวุฒิสภา - กรรมการการเลือกตั้งมีวาระการดํารงตําแหนงเจ็ดป เปนไดวาระเดียว - คณะกรรมการการเลือกตั้งเปนผูควบคุมและดําเนินการจัดหรือจัดใหมีการเลือกตั้งหรือ การสรรหาสมาชิกสภาผูแทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาทองถิ่น และผูบริหารทองถิ่น แลวแตกรณี รวมทั้งการออกเสียงประชามติ ใหเปนไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม 15.1.2 ผูตรวจการแผนดิน - ผูตรวจการแผนดินมีจํานวนสามคน ซึ่งพระมหากษัตริยทรงแตงตั้งตามคําแนะนําของวุฒิสภา - ผูตรวจการแผนดินมีวาระการดํารงตําแหนงหกป เปนไดวาระเดียว - มีหนาที่พิจารณาและสอบสวนหาขอเท็จจริงตามคํารองเรียนในกรณี การไมปฏิบัติตามกฎหมาย หรือปฏิบัตินอกเหนืออํานาจหนาที่ตามกฎหมาย การปฏิบัติหรือละเลยไมปฏิบัติหนาที่ของขาราชการ พนักงาน หรือลูกจางของหนวยราชการ หนวยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือราชการสวนทองถิ่น และองคกรตาม รัฐธรรมนูญและองคกรในกระบวนการยุติธรรม(ไมรวมถึงการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีของศาล) 15.1.3 คณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ(ปปช.) - คณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ ประกอบดวยประธานกรรมการ คนหนึ่งและกรรมการอื่นอีกแปดคน ซึ่งพระมหากษัตริยทรงแตงตั้งตามคําแนะนําของวุฒิสภา - ใหมีปปช.ประจําจังหวัดตามกฎหมาย ปปช. มีวาระการดํารงตําแหนงเกาป เปนไดวาระเดียว - ปปช.มีหนาที่ ไตสวนขอเท็จจริงและสรุปสํานวนพรอมทั้งทําความเห็นเกี่ยวกับการถอดถอน นักการเมือง การดําเนินคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมือง หรือไตสวนวินิจฉัยบริหารระดับสูงหรือ ขาราชการซึ่งดํารงตําแหนงตั้งแตผูอํานวยการกองหรือเทียบเทาขึ้นไปร่ํารวยผิดปกติ กระทําความผิดฐาน ทุจริตตอหนาที่ หรือกระทําความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการ การตรวจสอบทรัพยสิน หนี้สินผูดํารงตําแหนง ทางการเมือง รวมถึงการกํากับดูแลคุณธรรมและจริยธรรมของผูดํารงตําแหนงทางการเมือง 15.1.4 คณะกรรมการตรวจเงินแผนดิน (คตง.) - คณะกรรมการตรวจเงินแผนดิน ประกอบดวย ประธานกรรมการคนหนึ่งและกรรมการอื่น อีกหกคน ซึ่งพระมหากษัตริยทรงแตงตั้ง ประธานวุฒิสภาเปนผูลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแตงตั้ง - กรรมการตรวจเงินแผนดินมีวาระการดํารงตําแหนงหกป เปนไดวาระเดียว - คณะกรรมการตรวจเงินแผนดินมีอํานาจหนาที่กําหนดหลักเกณฑมาตรฐานเกี่ยวกับการตรวจ
  • 71.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 60 เงินแผนดิน ใหคําปรึกษา แนะนํา และเสนอแนะใหมีการแกไขขอบกพรองเกี่ยวกับการตรวจเงินแผนดิน - การตรวจเงินแผนดินใหกระทําโดยคณะกรรมการตรวจเงินแผนดินที่เปนอิสระและเปนกลาง - ใหผูวาการตรวจเงินแผนดินมีอํานาจหนาที่เกี่ยวกับการตรวจเงินแผนดินที่เปนอิสระและเปนกลาง 15.2 สวนที่ 2 องคกรอื่นตามรัฐธรรมนูญ 15.2.1 องคกรอัยการ - พนักงานอัยการมีอิสระในการพิจารณาสั่งคดีและการปฏิบัติหนาที่ใหเปนไปโดยเที่ยงธรรม - การแตงตั้งและการใหอัยการสูงสุดพนจากตําแหนงตองเปนไปตามมติของคณะกรรมการ อัยการ และไดรับความเห็นชอบจากวุฒิสภา - ใหประธานวุฒิสภาเปนผูลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแตงตั้งอัยการสูงสุด 15.2.2 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ - คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ ประกอบดวย ประธานกรรมการคนหนึ่งและกรรมการ อื่นอีกหกคน ซึ่งพระมหากษัตริยทรงแตงตั้งตามคําแนะนําของวุฒิสภา - กรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติมีวาระการดํารงตําแหนงหกป เปนไดวาระเดียว - คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติมีอํานาจหนาที่ในการตรวจสอบและรายงานการกระทํา หรือการละเลยการกระทํา อันเปนการละเมิดสิทธิมนุษยชน เสนอความเห็นแกหนวยงานที่เกี่ยวของเกี่ยวกับ เรื่องสิทธิมนษยชน หรืออื่นๆ ตามกฎหมายกําหนด 15.2.3 สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ(สศช.) - องคประกอบ ที่มา อํานาจหนาที่ และการดําเนินงานของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ใหเปนไปตามที่กฎหมายบัญญัติ - สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติมีหนาที่ใหคํา ปรึกษาและขอเสนอแนะตอคณะรัฐมนตรี ในปญหาตาง ๆ ที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจและสังคม 16. หมวดที่ 12 การตรวจสอบการใชอํานาจรัฐ 16.1 สวนที่ 1 การตรวจสอบทรัพยสิน -นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สส. สว. ขาราชการการเมืองอื่น ผูบริหารทองถิ่นและสมาชิกสภาทองถิ่น ตามที่กฎหมายบัญญัติ มีหนาที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินของตน คูสมรส และบุตรที่ยังไม บรรลุนิติภาวะตอ ปปช.ทุกครั้งที่เขารับตําแหนงหรือพนจากตําแหนง(ทั้งนี้ภายในสามสิบวัน) -ผูใดจงใจไมยื่น ยื่นเท็จ ปกปด ปปช. เสนอเรื่องใหศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทาง การเมืองวินิจฉัย ซึ่งหากผิดจริงตองพนตําแหนง ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง มีกําหนด 5 ป 16.2 สวนที่ 2 การกระทําที่เปนการขัดกันแหงผลประโยชน - หาม สส. สว.ไปดํารงตําแหนงหนาที่อื่นในหนวยงานราชการ หนวยรัฐวิสาหกิจ ทองถิ่น - หาม สส. สว.กาวกายสัมปทาน เขาเปนคูสัญญากับรัฐฯ เปนหุนสวนบริษัทที่สําสัญญากับรัฐฯ
  • 72.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 61 - หาม สส. สว.รับเงิน หรือผลประโยชนอื่นเปนพิเศษจากหนวยงานรัฐ - หามใชตําแหนงหนาที่แทรกแซง กาวกายเพื่อผลประโยชนตนเอง ผูอื่น พรรคการเมือง (ในการ ปฏิบัติงาน บรรจุ แตงตั้ง ยายโอน เลื่อนตําแหนง เงินเดือนขาราชการประจํา) เวนแตดําเนินตามนโยบาย - นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีตองไมเปนหุนสวนหรือผูถือหุนในหางหุนสวนหรือบริษัทหรือ เขาไปบริหารหรือจัดการหุนสวนนั้น 16.3 สวนที่ 3 การถอดถอนจากตําแหนง - นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกสภาผูแทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ประธานศาลฎีกา ประธานศาล รัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด หรืออัยการสูงสุด มีพฤติการณร่ํารวยผิดปกติ สอไปในทางทุจริต ตอหนาที่ สอวากระทําผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการ สอวากระทําผิดตอตําแหนงหนาที่ในการยุติธรรม สอวา จงใจใชอํานาจหนาที่ขัดตอบทบัญญัติแหงรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐาน ทางจริยธรรมอยางรายแรง วุฒิสภามีอํานาจถอดถอนผูนั้นออกจากตําแหนง - ผูมีสิทธิ์ยื่นเรื่องตอวุฒิสภาคือ สส. สว. จํานวน 1 ใน 4 ของสภา ประชาชนผูมีสิทธิเลือกตั้ง จํานวนไมนอยกวาสองหมื่นคน 16.4 สวนที่ 4 การดําเนินคดีอาญาผูดํารงตําแหนงทางการเมือง - นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สส. สว. หรือขาราชการการเมือง ถูกกลาวหาวาร่ํารวยผิดปกติ กระทํา ความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการ หรือกระทําความผิดตอตําแหนงหนาที่หรือทุจริตตอหนาที่ตามกฎหมายอื่น ใหศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมือง มีอํานาจพิจารณาพิพากษา (รวมถึงบุคคลอื่นเปน ตัวการ ผูใช หรือผูสนับสนุน รวมทั้งผูให ผูขอให หรือรับวาจะใหทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดดวย) - การยื่นใหยื่นตอ ปปช.เมื่อปปช.พิจารณาแลวสงใหศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนง ทางการเมืองพิจารณาวินิจฉัย (โดยเสียงขางมากและเปนที่สิ้นสุด) 17. หมวดที่ 13 จริยธรรมของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองและเจาหนาที่ของรัฐ - ใหมีประมวลจริยธรรมซึ่งกําหนดเปนมาตรฐานทางจริยธรรมของผูดํารงตําแหนงทางการเมือง ขาราชการหรือเจาหนาที่ของรัฐแตละประเภท - หากขาราชการฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามเปนความผิดวินัย หากเปนผูดํารงตําแหนงทาการเมือง ฝาฝนหรือไมปฏิบัติตาม ใหผูตรวจการแผนดินรายงานตอรัฐสภา คณะรัฐมนตรี หรือสภาทองถิ่นแลวแตกรณี หากเปนการกระทําผิดรายแรง ใหสงเรื่องให ปปช. พิจารณา โดยใหถือเปนเหตุที่จะถูกถอดถอนจากตําแหนง - ใหผูตรวจการแผนดินมีอํานาจหนาที่เสนอแนะใหคําแนะนําในการจัดทําหรือปรับปรุงประมวล จริยธรรม สงเสริมใหผูดํารงตําแหนงทางการเมือง ขาราชการและเจาหนาที่ของรัฐ มีจิตสํานึกในดานจริยธรรม 18. หมวดที่ 14 การปกครองสวนทองถิ่น - รัฐจะตองใหความเปนอิสระแกองคกรปกครองสวนทองถิ่น(การกํากับ ดูแลเทาที่จําเปน) - องคกรปกครองสวนทองถิ่นยอมมีอํานาจหนาที่โดยทั่วไปในการดูแลและจัดทําบริการสาธารณะ
  • 73.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 62 เพื่อประโยชนของประชาชนในทองถิ่น และยอมมีความเปนอิสระในการกําหนดนโยบาย การบริหาร การจัด บริการสาธารณะ การบริหารงานบุคคล การเงินและการคลัง และมีอํานาจหนาที่ของตนเองโดยเฉพาะ - ใหมีกฎหมายกําหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจ เพื่อกําหนดการแบงอํานาจหนาที่และ จัดสรรรายไดระหวางราชการสวนกลางและราชการสวนภูมิภาคกับองคกรปกครองสวนทองถิ่น - องคกรปกครองสวนทองถิ่นตองมีสภาทองถิ่นและคณะผูบริหารทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น สมาชิกสภาทองถิ่นตองมาจากการเลือกตั้ง(วาระ4 ป) ประชาชนมีสิทธิ์ลงคะแนนสียงถอดถอนได - องคกรปกครองสวนทองถิ่นยอมมีสิทธิที่จะจัดการศึกษาอบรม และการฝกอาชีพตามความ เหมาะสมและความตองการภายในทองถิ่นนั้น และเขาไปมีสวนรวมในการจัดการศึกษาอบรมของรัฐโดย คํานึงถึงความสอดคลองกับมาตรฐานและระบบการศึกษาของชาติ 19. หมวดที่ 15 การแกไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ - ครม. สส.ไมนอยกวาหนึ่งในหา สว.ไมนอยกวาหนึ่งในหา หรือประชาชนผูมีสิทธิเลือกตั้งจํานวน ไมนอยกวาหาหมื่นคน มีสิทธิ์ขอแกไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ - ขอแกไขเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยหรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐไมได 20. บทเฉพาะกาล - ใหองคมนตรี ผูตรวจการแผนดินของรัฐสภา กรรมการการเลือกตั้ง กรรมการปองกันและ ปราบปรามการทุจริตแหงชาติ และสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ กรรมการสิทธิมนุษยชน แหงชาติเปนตอไป สภานิติบัญญัติแหงชาติทําหนาที่จนกวาจะมีวุฒิสภา - วาระเริ่มแรก ใหสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการสรรหามีวาระแคสามป - ครม.(สุรยุทธ)ทําหนาที่จนกวาจะไดครม.ชุดใหม(สมัคร)และใหคมช. พนตามครม. (สุรยุทธ) - ใหดําเนินการสรรหาคณะกรรมการตรวจเงินแผนดินและผูวาการตรวจเงินแผนดินภายใน หนึ่งรอยยี่สิบวันนับแตวันที่มีการแตงตั้งประธานสภาผูแทนราษฎรและผูนําฝายคานในสภาผูแทนราษฎร - ใหครม. ดําเนินการจัดทําหรือปรับปรุงกฎหมายเพื่อการพัฒนาการศึกษาของชาติ โดยสงเสริม การศึกษาในระบบการศึกษานอกโรงเรียน การศึกษาตามอัธยาศัย การเรียนรูดวยตนเอง การเรียนรูตลอดชีวิต วิทยาลัยชุมชน หรือรูปแบบอื่น รวมทั้งปรับปรุงกฎหมายเพื่อกําหนดหนวยงานรับผิดชอบการจัดการศึกษา ที่เหมาะสม และสอดคลองกับระบบการศึกษาทุกระดับของการศึกษาขั้นพื้นฐาน ภายในหนึ่งปนับแตวันที่ แถลงนโยบายตอรัฐสภา - ใหครม.ดําเนินการจัดทําหรือปรับปรุงกฎหมายวาดวยการกําหนดแผนและขั้นตอนการกระจาย อํานาจใหแกองคกรปกครองสวนทองถิ่น กฎหมายรายไดทองถิ่น กฎหมายจัดตั้งองคกรปกครองสวนทองถิ่น กฎหมายเกี่ยวกับขาราชการสวนทองถิ่น และกฎหมายอื่น ภายในสองปนับแตวันที่แถลงนโยบายตอรัฐสภา - ใหแตงตั้งคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายที่มีการดําเนินการที่เปนอิสระภายในเกาสิบวันนับแต วันประกาศใชรัฐธรรมนูญนี้ โดยมีหนาที่ศึกษาและเสนอแนะการจัดทํากฎหมายที่จําเปนตองตราขึ้นเพื่ออนุวัติ
  • 74.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 63 การตามบทบัญญัติแหงรัฐธรรมนูญ และใหจัดทํากฎหมายเพื่อจัดตั้งองคกรเพื่อการปฏิรูปกฎหมายใหแลวเสร็จ ภายในหนึ่งปนับแตวันประกาศใชรัฐธรรมนูญนี้ - บรรดาการใด ๆ ที่ไดรับรองไวในรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว 2549 ) ถือวาเปนการชอบดวยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการกระทําที่เกี่ยวเนื่องกับกรณีดังกลาวไมวากอน หรือหลังวันประกาศใชรัฐธรรมนูญนี้ ใหถือวาการนั้นและการกระทํานั้นชอบดวยรัฐธรรมนูญ โดยสรุป รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มี หมวด 15 และบทเฉพาะกาล รวมทั้งหมด 309 มาตรา ดังนี้ หมวด 1 บททั่วไป หมวด 2 พระมหากษัตริย หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย หมวด 4 หนาที่ของชนชาวไทย หมวด 5 แนวนโยบายพื้นฐานแหงรัฐ หมวด 6 รัฐสภา หมวด 7 การมีสวน รวมทางการเมืองโดยตรงของประชาชน หมวด 8 การเงิน การคลัง และงบประมาณ หมวด 9 คณะรัฐมนตรี หมวด10 ศาล หมวด 11 องคกรตามรัฐธรรมนูญ หมวด 12 การตรวจสอบการใชอํานาจรัฐ หมวด 13 จริยธรรมของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองและเจาหนาที่ของรัฐ หมวด 14 การปกครองสวนทองถิ่น หมวด 15 การแกไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ และบทเฉพาะกาล 1.2) รัฐธรรมนูญ ในสวนที่เกี่ยวของกับการศึกษา ในรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ไดบัญญัติสาระเกี่ยวกับการจัดการศึกษา ไว หลายหมวด หลายมาตรา ดังนี้ หมวดที่ ๓ สิทธิและเสรีภาพชนชาวไทย สวนที่ ๗ เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคลและสื่อมวลชน มาตรา ๔๗ คลื่นความถี่ที่ใชในการสงวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศนและโทรคมนาคม เปน ทรัพยากรสื่อสารของชาติเพื่อประโยชนสาธารณะ ใหมีองคกรของรัฐที่เปนอิสระองคกรหนึ่งทําหนาที่จัดสรรคลื่นความถี่ตามวรรคหนึ่งและกํากับการ ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน และกิจการโทรคมนาคม การดําเนินการตามวรรคสองตองคํานึงถึงประโยชนสูงสุดของประชาชนในระดับชาติและระดับ ทองถิ่น ทั้งในดานการศึกษา วัฒนธรรม ความมั่นคงของรัฐ และประโยชนสาธารณะอื่นรวมทั้งการแขงขัน โดยเสรีอยางเปนธรรม รวมทั้งตองจัดใหภาคประชาชนมีสวนรวมในการดําเนินการสื่อมวลชนสาธารณะ การกํากับการประกอบกิจการตามวรรคสองตองมีมาตรการเพื่อปองกันการควบรวมหรือการครอบ งําระหวางสื่อมวลชนดวยกันเองหรือโดยบุคคลอื่นใด ซึ่งจะมีผลเปนการขัดขวางเสรีภาพในการรับรูขอมูล ขาวสารหรือปดกั้นการไดรับขอมูลขาวสารที่หลากหลาย ผูดํารงตําแหนงทางการเมืองจะเปนเจาของกิจการหรือถือหุนในกิจการหนังสือพิมพวิทยุกระจาย เสียง วิทยุโทรทัศน หรือโทรคมนาคมมิได ไมวาในนามของตนเองหรือใหผูอื่นเปนเจาของกิจการหรือถือหุน แทน หรือจะดําเนินการโดยวิธีการอื่นไมวาโดยทางตรงหรือทางออมที่สามารถบริหารกิจการดังกลาวไดใน ทํานองเดียวกับการเปนเจาของกิจการหรือถือหุนในกิจการดังกลาวมิได
  • 75.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 64 สวนที่ ๘ สิทธิและเสรีภาพในการศึกษา มาตรา ๔๙ บุคคลยอมมีสิทธิเสมอกันในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐานไมนอยกวาสิบสองปที่รัฐจะ ตองจัดใหอยางทั่วถึงและมีคุณภาพ โดยไมเก็บคาใชจาย ผูยากไร ผูพิการหรือทุพพลภาพ หรือผูอยูในสภาวะยากลําบาก ตองไดรับการสนับสนุนจากรัฐเพื่อ ใหไดรับการศึกษาโดยทัดเทียมกับบุคคลอื่น การจัดการศึกษาอบรมขององคกรวิชาชีพหรือเอกชน การศึกษาทางเลือกของประชาชน การเรียนรู ดวยตนเอง และการเรียนรูตลอดชีวิต ยอมไดรับความคุมครองและสงเสริมจากรัฐ มาตรา ๕๐ บุคคลยอมมีเสรีภาพในทางวิชาการ การศึกษาอบรม การเรียนการสอน การวิจัย และการเผยแพรงานวิจัยตามหลักวิชาการยอมไดรับ ความคุมครอง ทั้งนี้ เทาที่ไมขัดตอหนาที่ของพลเมืองหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน สวนที่ ๙ สิทธิในการไดรับบริการสาธารณสุขและสวัสดิการจากรัฐ มาตรา ๕๒ เด็ก เยาวชน และบุคคลในครอบครัวมีสิทธิไดรับความคุมครองจากรัฐจากการใชความ รุนแรงและการปฏิบัติอันไมเปนธรรม รวมทั้งมีสิทธิในการอยูรอดและไดรับการพัฒนาดานรางกาย จิตใจ และสติปญญาตามศักยภาพในสภาพแวดลอมที่เหมาะสม การแทรกแซงและการจํากัดสิทธิของเด็ก เยาวชน และบุคคลในครอบครัวจะกระทํามิได เวนแตโดย อาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแหงกฎหมายเฉพาะเพื่อสงวนและรักษาไวซึ่งสถานะของครอบครัวหรือ ประโยชนสูงสุดของบุคคลนั้น เด็กและเยาวชนซึ่งไมมีผูดูแลมีสิทธิไดรับการเลี้ยงดูและการศึกษาอบรมจากรัฐ หมวด ๔ หนาที่ของชนชาวไทย มาตรา ๗๓ บุคคลมีหนาที่รับราชการทหาร ชวยเหลือในการปองกันและบรรเทาภัยพิบัติสาธารณะ เสียภาษีอากร ชวยเหลือราชการ รับการศึกษาอบรม พิทักษ ปกปอง และสืบสานศิลปวัฒนธรรมของชาติและ ภูมิปญญาทองถิ่น และอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ หมวด ๕ แนวนโยบายพื้นฐานแหงรัฐ สวนที่ ๔ แนวนโยบายดานศาสนา สังคม การศึกษา และวัฒนธรรม มาตรา ๘๐ รัฐตองดําเนินการตามแนวนโยบายดานสังคม การศึกษา และวัฒนธรรมดังตอไปนี้ ๑) คุมครองและพัฒนาเด็กและเยาวชน สงเสริมความเสมอภาคของหญิงและชายเสริมสรางและ พัฒนาความเปนปกแผนของสถาบันครอบครัว รวมทั้งตองสงเคราะหและจัดสวัสดิการใหแกคนชรา ผูยากไร ผูพิการหรือทุพพลภาพ และผูอยูในสภาวะยากลําบากใหมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและพึ่งพาตนเองได ๒) สงเสริม สนับสนุน และพัฒนาการสรางเสริมสุขภาพ อันนําไปสูสุขภาวะที่ยั่งยืนของประชาชน รวมทั้งจัดและสงเสริมใหประชาชนไดรับบริการสาธารณสุขที่มีมาตรฐาน อยางทั่วถึง และมีประสิทธิภาพ และสงเสริมใหองคกรปกครองสวนทองถิ่นและเอกชนมีสวนรวมในการจัดบริการสาธารณสุข
  • 76.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 65 ๓) พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาใหสอดคลองกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและ สังคม สนับสนุนใหผูเรียนมีความคิดสรางสรรค สรางเสริมและปลูกฝงความรูและจิตสํานึกที่ถูกตองเกี่ยวกับ คุณธรรม จริยธรรม แนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงความรูรักสามัคคี ความมีระเบียบวินัย พัฒนาคุณภาพ ผูประกอบวิชาชีพครูบุคลากรการศึกษาและจัดสรรงบประมาณเพื่อการศึกษาอยางเหมาะสมและเพียงพอ ๔) สงเสริมและสนับสนุนการกระจายอํานาจการจัดการศึกษาเพื่อใหองคกรปกครองสวนทองถิ่น ชุมชน องคการทางศาสนา และเอกชน จัดและมีสวนรวมในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนามาตรฐานและ คุณภาพการศึกษาใหเทาเทียมและสอดคลองกับความตองการในแตละพื้นที่ ๕) สงเสริมและสนับสนุนการศึกษาวิจัยในศิลปวิทยาการแขนงตาง ๆ และเผยแพรขอมูลผลการ ศึกษาวิจัยที่ไดรับทุนสนับสนุนการศึกษาวิจัยจากรัฐ รวมทั้งเปดโอกาสใหประชาชนเขาถึงขอมูลดังกลาวได ๖) อนุรักษ ฟนฟู ปกปอง และเผยแพรศิลปวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีของชาติ คานิยม อันดีงามและภูมิปญญาทองถิ่น และตองปลูกฝงและสงเสริมใหประชาชนมีจิตสํานึกในเรื่องดังกลาว หมวด ๑๔ การปกครองสวนทองถิ่น มาตรา ๒๘๙ องคกรปกครองสวนทองถิ่นยอมมีหนาที่บํารุงรักษาศิลปะจารีตประเพณี ภูมิปญญา ทองถิ่น หรือวัฒนธรรมอันดีของทองถิ่น องคกรปกครองสวนทองถิ่นยอมมีสิทธิที่จะจัดการศึกษาอบรม และการฝกอาชีพตามความเหมาะสม และความตองการภายในทองถิ่นนั้น และเขาไปมีสวนรวมในการจัดการศึกษาอบรมของรัฐ โดยคํานึงถึง ความสอดคลองกับมาตรฐานและระบบการศึกษาของชาติ การจัดการศึกษาอบรมภายในทองถิ่นตามวรรคสอง องคกรปกครองสวนทองถิ่นตองคํานึงถึงการ บํารุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปญญาทองถิ่น และวัฒนธรรมอันดีของทองถิ่นดวย 2. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ 2.1) ลักษณะและจุดเนนของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ลักษณะแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ 1) เปนแผนระยะปานกลาง (3-5 ป) ชวงเวลาเปนปงบประมาณ 2) เปนเครื่องมือในการบริหารประเทศ (ของทุกภาคสวน) ตางกับแผนบริหารราชการแผนดิน (เปนเครื่องมือรัฐ) 3) แตละแผนมีจุดเนนที่แตกตางกัน 4) เปนแผนยุทธศาสตรหลักในเชิงวิสัยทัศนและพันธกิจในการพัฒนาประเทศ จุดเนนของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติแตละฉบับที่ผานมา 1) ฉบับที่ 1 (2504-2509) เปนแผน 6 ป เนนเฉพาะดานเศรษฐกิจ 2) ฉบับที่ 2 (2510-2514) ใหความสําคัญดานเศรษฐกิจ
  • 77.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 66 3) ฉบับที่ 3 (2515-2519) พูดเรื่องสังคม ประชากร 4) ฉบับที่ 4 (2520-2524) พูดเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ สวล. 5) ฉบับที่ 5 (2525-2529) มีนโยบายพัฒนาประเทศแนวใหม . 6) ฉบับที่ 6 (2530-2534) ใหความสําคัญการวางแผนลางขึ้นบน. 7) ฉบับที่ 7 (2535-2539) ใหความสําคัญเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน 8) ฉบับที่ 8 (2540-2544) คนเปนศูนยกลางพัฒนา พัฒนาสมดุล 9) ฉบับที่ 9 (2545-2549) ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พัฒนาคน สมดุล 2.2) สรุปสาระแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2550-2554) 1.วิสัยทัศนประเทศไทย มุงพัฒนาสู สังคมอยูเย็นเปนสุขรวมกัน(Green and Happiness Society)คนไทยมีคุณธรรมนําความ รอบรู รูเทาทันโลก ครอบครัวอบอุน ชุมชน เขมแข็ง สังคมสันติสุข เศรษฐกิจมีคุณภาพ เสถียรภาพ และ เปนธรรม สิ่งแวดลอมมีคุณภาพและทรัพยากรธรรมชาติที่ยั่งยืน อยูภายใตระบบบริหารจัดการประเทศ ที่มี ธรรมาภิบาล ดํารงไวซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข และอยูในประชาคม โลกไดอยางมีศักดิ์ศรี 2.พันธกิจ เพื่อใหการพัฒนาประเทศในระยะแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10 มุงสู “สังคมอยูเย็นเปนสุขรวมกัน” ภายใต แนวปฏิบัติของ “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” เห็นควรกําหนดพันธกิจของการพัฒนาประเทศ ดังนี้ 1) พัฒนาคนใหมีคุณภาพ คุณธรรมนําความรอบรูอยางเทาทัน 2) เสริมสรางเศรษฐกิจใหมีคุณภาพ เสถียรภาพ และเปนธรรม 3) ดํารงความหลากหลายทางชีวภาพ และสรางความมั่นคงของฐานทรัพยากรธรรมชาติและคุณภาพ สิ่งแวดลอม 4) พัฒนาระบบบริหารจัดการประเทศใหเกิดธรรมาภิบาลภายใตระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหา กษัตริยทรงเปนประมุข 3.วัตถุประสงค 1) เพื่อสรางโอกาสการเรียนรูคูคุณธรรม 2) เพื่อเพิ่มศักยภาพของชุมชน 3) เพื่อปรับโครงสรางการผลิตสูการเพิ่มคุณคาของสินคาและบริการบนฐานความรูและนวัตกรรม 4) เพื่อสรางภูมิคุมกัน และระบบบริหารความเสี่ยงใหกับภาคการเงิน การคลัง พลังงาน ตลาดปจจัย การผลิต ตลาดแรงงาน และการลงทุน 5) เพื่อสรางระบบการแขงขันดานการคาและ การลงทุนใหเปนธรรม และคํานึงถึงผลประโยชนของ ประเทศ
  • 78.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 67 6) เพื่อเสริมสรางความอุดมสมบูรณของทรัพยากรธรรมชาติและคุณคาความหลากหลายทางชีวภาพ 7) เพื่อเสริมสรางธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการประเทศสูภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน และภาค ประชาชน 4.เปาหมาย 1) เปาหมายการพัฒนาคุณภาพคนและความ เขมแข็งของชุมชน 1.1) การพัฒนาคน 1) คนไทยทุกคนไดรับการพัฒนาใหมีความพรอมทั้งดานรางกาย สติปญญา คุณธรรม จริยธรรม อารมณ มีความสามารถในการแกปญหา มีทักษะในการประกอบอาชีพ มีความมั่นคงในการดํารงชีวิตอยาง มีศักดิ์ศรี และอยูรวมกันอยางสงบสุข 2) เพิ่มจํานวนปการศึกษาเฉลี่ยของคนไทยเปน 10 ป พัฒนากําลังแรงงานระดับกลางที่มีคุณภาพเพิ่ม เปน60% ของกําลังแรงงานทั้งหมด และเพิ่มสัดสวนบุคลากรดานการวิจัยและพัฒนาเปน10 คน ตอประชากร 10,000 คน 3) อายุคาดหมายเฉลี่ยของคนไทยสูงขึ้นเปน 80 ป ควบคูกับการลดอัตราเพิ่มของการเจ็บปวยดวย โรคที่ปองกันไดใน 5 อันดับแรก คือ หัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หลอดเลือดสมอง และมะเร็ง นําไป สูการเพิ่มผลิตภาพแรงงาน และลดรายจายดานสุขภาพของบุคคลลงในระยะยาว 1.2) การพัฒนาชุมชนและแกปญหาความยากจน ทุกชุมชนมีแผนชุมชนแบบมีสวนรวม และองคกร ปกครองสวนทองถิ่นนําแผนชุมชนไปใชประกอบการจัดสรรงบประมาณเพิ่มกิจกรรมสรางสรรคสังคมและ บรรเทาปญหาอาชญากรรม ยาเสพติด และขยายโอกาสการเขาถึงแหลงทุน การมีสวนรวมในการตัดสินใจ และลดสัดสวนผูอยูใตเสนความยากจนลงเหลือรอยละ 4 ภายในป 2554 2) เปาหมายดานเศรษฐกิจ 2.1) โครงสรางเศรษฐกิจ สัดสวนภาคเศรษฐกิจ ในประเทศตอภาคการคาระหวางประเทศ เพิ่มขึ้นเปน 75% ภายในป 2554 และสัดสวนภาคการผลิตเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรเพิ่มขึ้นเปน 15% ภายในป 2554 2.2) เสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟอทั่วไปเฉลี่ย 3.0-3.5% ตอป สัดสวนหนี้สาธารณะตอผลิตภัณฑ มวลรวมในประเทศ ไมเกิน 50% และความยืดหยุนการใชพลังงานเฉลี่ยไมเกิน 1:1 ในระยะของแผนฯ 10 2.3) ความเปนธรรมทางเศรษฐกิจ สัดสวนรายไดของกลุมที่มีรายไดสูงสุด 20% แรก ตอรายไดของ กลุมที่มีรายไดต่ําสุด 20% ไมเกิน 10 เทาภายในป 2554 และสัดสวนผลผลิตของวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดยอมตอผลิตภัณฑมวลรวมในประเทศ ไมต่ํากวา 40% ในระยะของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10 3) เปาหมายการสรางความมั่นคงของฐานทรัพยากรและสิ่งแวดลอม 3.1) รักษาความสมบูรณของฐานทรัพยากรและความหลากหลายทางชีวภาพ ใหมีพื้นที่ปาไมไวไมนอย กวา 33% และตองเปนพื้นที่ปาอนุรักษไมนอยกวา 18% ของพื้นที่ประเทศ รวมทั้งรักษาพื้นที่ทําการเกษตร ในเขตชลประทานไวไมนอยกวา 31 ลานไร 3.2) รักษาคุณภาพสิ่งแวดลอมใหอยูในระดับที่เหมาะสมตอการดํารงคุณภาพชีวิตที่ดีและไมเปนภัย
  • 79.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 68 คุกคามตอระบบนิเวศ ตลอดจนคุณภาพชีวิตของคนไทย 4) เปาหมายดานธรรมาภิบาล 4.1) มุงใหธรรมาภิบาลของประเทศดีขึ้น มีคะแนนภาพลักษณของความโปรงใสอยูที่ 5.0 ภายในป 2554 ระบบราชการมีขนาดที่เหมาะสม และมีการดําเนินงาน ที่คุมคาเพิ่มขึ้น ลดกําลังคนภาคราชการใหได 10% ภายในป 2554 4.2) สรางองคความรูเกี่ยวกับประชาธิปไตยและธรรมาภิบาลในบริบทไทย ใหมีการศึกษาวิจัย พัฒนา องคความรูในดานวัฒนธรรมประชาธิปไตย วัฒนธรรมธรรมาภิบาล และวัฒนธรรมสันติวิธีเพิ่มขึ้นในระยะ ของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10 5.ยุทธศาสตรการพัฒนาประเทศ ยุทธศาสตรการพัฒนาประเทศ ภายใตบริบทการเปลี่ยนแปลงในกระแสโลกาภิวัฒนที่ปรับเปลี่ยนเร็ว และสลับซับซอนมากยิ่งขึ้น จําเปนตองกําหนดยุทธศาสตรการพัฒนาประเทศที่เหมาะสม ดังนี้ 1)ยุทธศาสตรการพัฒนาคุณภาพคนและสังคมไทยสูงสังคมแหงภูมิปญญาและการเรียนรู 2) ยุทธศาสตรการสรางความเขมแข็งของชุมชนและสังคมใหเปนรากฐานที่มั่นคงของประเทศ 3) ยุทธศาสตรการปรับโครงสรางการผลิตใหสมดุลและยั่งยืน ใหความสําคัญกับการปรับโครงสราง เพื่อสรางความเขมแข็งของภาคการผลิตและบริการ บนฐานการเพิ่มคุณคาสินคาและบริการจากองคความรู สมัยใหมภูมิปญญาทองถิ่นและนวัตกรรม และการบริหารจัดการที่ดี รวมทั้งสรางบรรยากาศการลงทุนที่ดี ดวยการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานและระบบโลจิสติกส 4) ยุทธศาสตรการพัฒนาบนฐานความหลากหลายทางชีวภาพและการสรางความมั่นคงของฐาน ทรัพยากรและสิ่งแวดลอม 5) ยุทธศาสตรการเสริมสรางธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการประเทศ มุงเสริมสรางความเปนธรรม ในสังคมอยางยั่งยืน 6.การขับเคลื่อนยุทธศาสตรสูการ ปฏิบัติและการติดตามประเมินผล การขับเคลื่อนยุทธศาสตรแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10 สูการปฏิบัติ ตองใหภาคีพัฒนาทุกภาคสวนมี สวนรวมในการขับเคลื่อน 1) เสริมสรางบทบาทการมีสวนรวมของภาคีพัฒนาจัดทําแผนปฏิบัติการในระดับตางๆ 2) กําหนดแนวทางการลงทุนที่สําคัญตามยุทธศาสตรการพัฒนาในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10 3)เรงปรับปรุงและพัฒนากฎหมายเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตรใหบังเกิดผลในทางปฏิบัติ อยางมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล 4) ศึกษาวิจัยสรางองคความรูและกระบวนการเรียนรูเพื่อหนุนเสริมการขับเคลื่อนยุทธศาสตรแผน พัฒนาฯ ฉบับที่ 10 สูการปฏิบัติ 5) พัฒนาระบบการติดตามประเมินผลและสรางดัชนีความสําเร็จของการพัฒนาในทุกระดับ
  • 80.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 69 6) สนับสนุนการพัฒนาระบบฐานขอมูลในทุกระดับและการเชื่อมโยงโครงขายขอมูลขาวสาร ระหวางหนวยงานกลางระดับนโยบาย ตลอดจนระดับพื้นที่และทองถิ่น 3. ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 3.1) แนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง : แนวคิดใหมในการพัฒนาเศรษฐกิจ เปาหมายการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยทั่วไป ผูบริหารเศรษฐกิจมีเปาหมายที่สําคัญสามประการคือ ก) ดานประสิทธิภาพ คือ การขยายตัวทางเศรษฐกิจ โดยมักจะพิจารณาจากการขยายตัวของผลผลิต มวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestio Product) ซึ่งแสดงวาในระยะเวลา 1 ป ประเทศผลิตสินคาและ บริการรวมแลวเปนมูลคาเทาใด ดังนั้น การที่ประเทศมี GDP ขยายตัว จึงหมายถึงวาสังคมมีการผลิตสินคา และบริการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอยางตอเนื่อง มีทรัพยากรมากขึ้น ประชาชนโดยรวมมีความมั่งคั่งมากขึ้น ซึ่งการ ขยายตัวไดดีแสดงวาระบบเศรษฐกิจมีประสิทธิภาพ มีการจัดสรรทรัพยากรที่ดี ข) ดานเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ คือ การที่ตัวแปรทางเศรษฐกิจที่สําคัญไมเปลี่ยนแปลงอยางรวดเร็ว การไมมี shock ในระบบเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ประชาชนโดยทั่วไปยอมไมชอบการเปลี่ยนแปลงอยางรวดเร็วทําให ปรับตัวไดยาก ในดานเสถียรภาพนี้มักจะมองไดหลายมิติคือ การมีเสถียรภาพในระดับราคาของสินคา หมาย ถึง การที่ระดับราคาของสินคาไมเปลี่ยนแปลงอยางฉับพลัน ประชาชนสามารถคาดการณราคาสินคาและ บริการได การมีเสถียรภาพของการมีงานทํา หมายถึง การที่ตําแหนงงานมีความเพียงพอตอความตองการของ ตลาดแรงงาน การมีเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตางประเทศ หมายถึง การที่อัตราแลกเปลี่ยนเงิน ตราตางประเทศไมมีการเปลี่ยนแปลงอยางฉับพลัน ซึ่งจะมีผลตอเสถียรภาพของราคาในประเทศ และทําให วางแผนการทําธุรกรรมระหวางประเทศมีความยุงยากมากขึ้น ค) ดานความเทาเทียมกัน โดยทั่วไป หมายถึง ความเทาเทียมกันทางรายได เมื่อเศรษฐกิจมีการเปลี่ยน แปลงไปในทางที่ดีขึ้น แตปรากฏวา รายไดของคนในประเทศมีความแตกตางกันมากขึ้นเรื่อยๆ แสดงใหเห็น วามีคนเพียงกลุมนอยไดประโยชนจากการขยายตัวของเศรษฐกิจ สถานการณจะเลวรายไปกวานี้อีก หาก เศรษฐกิจมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น แตปรากฏวา มีคนจนมากขึ้นเรื่อยๆ 3.2) โครงสรางและเนื้อหาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวทรงมีกระแสพระราชดํารัสใหผูบริหารประเทศและประชาชน เห็นถึง ความสําคัญของการพัฒนาที่สมดุล มีการพัฒนาเปนลําดับขั้น ไมเนนเพียงการขยายตัวทางเศรษฐกิจอยาง รวดเร็วมาเปนเวลานานแลว เชนพระบรมราโชวาทเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2517 ที่วา "ในการพัฒนาประเทศนั้นจําเปนตองทําตามลําดับขั้น เริ่มดวยการสรางพื้นฐาน คือความมีกินมีใชของ ประชาชนกอน ดวยวิธีการที่ประหยัดระมัดระวัง แตถูกตองตามหลักวิชา เมื่อพื้นฐานเกิดขึ้นมั่นคงพอควร แลวการชวยเหลือสนับสนุนประชาชนในการประกอบอาชีพและตั้งตัวใหมีความพอกินพอใชกอนอื่นเปน
  • 81.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 70 พื้นฐานนั้น เปนสิ่งสําคัญอยางยิ่งยวด เพราะผูที่มีอาชีพและฐานะเพียงพอ ที่จะพึ่งตนเองยอมสามารถสราง ความเจริญกาวหนาระดับที่สูงขึ้นตอไปไดโดยแนนอน สวนการถือหลักที่จะสงเสริมความเจริญ ใหคอยเปน คอยไปตามลําดับดวยความรอบคอบระมัดระวังและประหยัดนั้น ก็เพื่อปองกันการผิดพลาดลมเหลว" และพระราชดํารัสเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2517 "...ใหเมืองไทยอยูแบบพออยูพอกิน ไมใชวาจะรุงเรืองอยางยอด แตวามีความพออยูพอกิน มีความสงบ เปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ถาเรารักความพออยูพอกินนี้ได เราก็จะยอดยิ่งยวด......" วิกฤติเศรษฐกิจในป 2540 แสดงใหเห็นปญหาในการแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจ และการบริหารเศรษฐกิจ ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ผานมายังไมมีความสมดุล ไมสอดคลองกับพระราชดํารัส จึงไดมีการประมวลพระ ราชดํารัสเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อเปนแนวคิดใหมในการพัฒนาประเทศและไดสรุปเปนหลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และขอพระบรมราชานุญาตใชเปนกรอบในการจัดทําแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมฉบับที่เกา ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เปนปรัชญาชี้ถึงแนวการดํารงอยูและปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแตระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศใหดําเนินไปในทางสายกลาง โดย เฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อใหกาวทันตอโลกยุคโลกาภิวัฒนความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจําเปน ที่จะตองมีระบบภูมิคุมกันในตัวที่ดีพอสมควร ตอการมีผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ทั้งนี้ จะตองอาศัยความรอบรู ความรอบคอบ และความ ระมัดระวังอยางยิ่งในการนําวิชาการตางๆ มาใชในการวางแผนและการดําเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียว กันจะตองเสริมสรางพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจาหนาที่ของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจใน ทุกระดับ ใหมีสํานึกในคุณธรรมความซื่อสัตยสุจริต และใหมีความรอบรูที่เหมาะสม ดําเนินชีวิตดวยความ อดทน ความเพียร มีสติ ปญญาและความรอบคอบ เพื่อใหสมดุลและพรอมตอการรองรับการเปลี่ยนแปลง อยางรวดเร็วและกวางขวางทั้งดานวัตถุ สังคม สิ่งแวดลอมและวัฒนธรรมจากโลกภายนอกไดเปนอยางดี จากปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี้ ไดมีการศึกษาโครงสรางและเนื้อหา โดยกลุมพัฒนากรอบแนวคิด ทางเศรษฐศาสตรของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยจําแนกองคประกอบของปรัชญาเปนกรอบความคิด คุณลักษณะ คํานิยาม เงื่อนไข และแนวทางปฏิบัติ/ผลที่คาดวาจะไดรับ คณะทํางานนี้สรุปวา กรอบความคิด ของปรัชญานี้ เปนการชี้แนะแนวทางการดํารงอยูและปฏิบัติตน ทั้งแนวทางปฏิบัติและตัวอยางการประยุกตที่เกิดขึ้น โดยปรัชญาใชไดทั้งระดับปจเจกชนครอบครัว ชุมชน ประเทศ ในที่นี้มองในแงการบริหารเศรษฐกิจ (ระดับประเทศ) เปนการมองโลกในลักษณะที่เปนพลวัต มีการเปลี่ยนแปลง มีความไมแนน และมีความเชื่อมโยงกับกระแสโลก คือไมใชปดประเทศ แตในขณะเดียว กันก็ไมเปนเสรีเต็มที่อยางไมมีการควบคุมดูแล ไมใชอยูอยางโดดเดี่ยวหรืออยูโดยพึ่งพิงภายนอกทั้งหมด คุณลักษณะเนนการกระทําที่พอประมาณบนพื้นฐานของความมีเหตุมีผลและการสรางภูมิคุมกัน เนื้อหา ความพอเพียง คือ ความพอประมาณ ความมีเหตุมีผล มีระบบภูมิคุมกันที่ดีตอผลกระทบของ การเปลี่ยนแปลง หากขาดองคประกอบใดก็ไมเปนความพอเพียงที่สมบูรณ
  • 82.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 71 ความพอประมาณ คือ ความพอดี กลาวอยางงายๆวาเปนการยืนไดโดยลําแขงของตนเอง โดยมีการ กระทําไมมากเกินไป ไมนอยเกินไปในมิติตางๆ เชน การบริโภค การผลิตอยูในระดับสมดุล การใชจาย การออมอยูในระดับที่ไมสรางความเดือดรอนใหกับตนเอง พรอมรับการเปลี่ยนแปลง ความมีเหตุมีผล หมายความวา การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับความพอประมาณ ในมิติตางๆ จะตอง เปนไปอยางมีเหตุมีผล ตองเปนการมองระยะยาว คํานึงถึงความเสี่ยง มีการพิจารณาจากเหตุปจจัยและขอมูล ที่เกี่ยวของ ตลอดจนคํานึงถึงผลที่คาดวาจะเกิด การมีภูมิคุมกันในตัวดีพอสมควร พลวัตในมิติตาง ๆ ทําใหมีการเปลี่ยนแปลงในสภาวะตางๆ อยางรวดเร็วขึ้น จึงตองมีการเตรียมตัวพรอมรับผลกระทบที่คาดวาจะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงดานตางๆ การกระทําที่เรียกไดวาพอเพียงไมคํานึงถึงเหตุการณและผลในปจจุบัน แตจําเปนตองคํานึงถึงความเปนไป ไดของสถานการณตางๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ภายใตขอจํากัดของขอมูลที่มีอยู และสามารถสรางภูมิคุมกัน พรอมรับการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ เงื่อนไขการปฏิบัติ ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงคือ การมีความรอบรู รอบคอบระมัดระวัง มีคุณธรรมความซื่อสัตยสุจริต ความรอบรู คือ มีความรูเกี่ยวกับวิชาการตางๆอยางรอบดาน ในเรื่องตางๆที่เกี่ยวของ เพื่อใชเปน ประโยชนพื้นฐานเพื่อนําไปใชในการปฏิบัติอยางพอเพียง การมีความรอบรูยอมทําใหมีการตัดสินใจที่ ถูกตอง ความรอบคอบ คือ มีการวางแผน โดยสามารถที่จะนําความรูและหลักวิชาตางๆมาพิจารณาเชื่อมโยง สัมพันธกัน ความระมัดระวัง คือ ความมีสติ ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได ในการนําแผนปฏิบัติที่ตั้ง อยูบนหลักวิชา เหลานั้นไปใชในทางปฏิบัติ โดยการระมัดระวังใหรูเทาทันเหตุการณที่เปลี่ยนแปลงไปดวย ในสวนของคุณธรรม ความซื่อสัตยสุจริต ซึ่งคลุมคนทั้งชาติ รวมทั้งเจาหนาที่ นักวิชาการ นักธุรกิจ มีสองดานคือ ดานจิตใจ/ปญญาและดานกระทํา ในดานแรกเปนการเนนความรูคูคุณธรรมตระหนักใน คุณธรรม มีความซื่อสัตยสุจริต และมีความรอบรูที่เหมาะสม สวนดานการกระทําหรือแนวทางดําเนินชีวิต เนนความอดทน ความเพียร สติ ปญญา และความรอบคอบ เงื่อนไขนี้จะทําใหการปฏิบัติตามเนื้อหาของ ความพอเพียงเปนไปได ปรัชญากลาวถึงแนวทางปฏิบัติและผลที่คาดวาจะไดรับดวย โดยความพอเพียงเปนทั้งวิธีการและผล (End and mean) จากการกระทํา โดยจะทําใหเกิดวิถีการพัฒนาและผลของการพัฒนาที่สมดุล และพรอมรับ การเปลี่ยนแปลง ความสมดุลและความพรอมรับการเปลี่ยนแปลงหมายถึง ความสมดุลในทุกดาน ทั้งดาน เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดลอมและวัฒนธรรม ในขณะเดียวกัน ความสมดุลของการกระทําทั้งเหตุและผลจะ นําไปสู ความยั่งยืนของการพัฒนา ภายใตพลวัตทั้งภายในและภายนอกประเทศ
  • 83.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 72 ข. นโยบายรัฐบาลและนโยบายดานการศึกษา 1. นโยบายรัฐบาล (นายสมัคร สุนทรเวช) นโยบายรัฐบาลที่แถลงตอรัฐสภาเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ 2551 แบงการดําเนินการเปน 2 ระยะ คือ ระยะเรงดวนที่ตองเริ่มดําเนินการในปแรก และระยะการบริหารราชการ 4 ปของรัฐบาล ดังตอไปนี้ นโยบายรัฐบาลที่แถลงตอรัฐสภาเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ 2551 ตามที่ไดทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ แตงตั้งใหกระผมเปนนายกรัฐมนตรี ตามประกาศพระบรมราช- โองการ ลงวันที่ 29 มกราคม พุทธศักราช 2551 และแตงตั้งคณะรัฐมนตรีตามประกาศพระบรมราชโองการ ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ พุทธศักราช 2551 นั้นบัดนี้ คณะรัฐมนตรีไดกําหนดนโยบายการบริหารราชการแผน ดินเรียบรอยแลว โดยยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาอันมีพระมหากษัตริยทรง เปนประมุข และครอบคลุมถึงแนวนโยบายพื้นฐานแหงรัฐตามบทบัญญัติในหมวด 5 ของรัฐธรรมนูญแหง ราชอาณาจักรไทย คณะรัฐมนตรีจึงขอแถลงนโยบายดังกลาวตอที่ประชุมรวมกันของรัฐสภาเพื่อใหทราบถึง เจตนารมณ ยุทธศาสตร และนโยบายของรัฐบาล ที่มุงมั่นที่จะสรางเสถียรภาพและความมั่นคงกาวหนาใน การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม การเมืองการปกครอง และสรางความสมานฉันทใหเกิดขึ้น เพื่อประโยชนสุข ของประเทศชาติและประชาชนชาวไทยทุกคน เศรษฐกิจไทยในปนี้จะเปนปที่ตองเผชิญกับปญหาจากเศรษฐกิจโลกที่มีความรุนแรง อยางนอยสอง ประการ คือ ปญหาหนี้ดอยคุณภาพของอสังหาริมทรัพยในประเทศมหาอํานาจทางเศรษฐกิจที่สงผลกระทบ ถึงตลาดเงินและเศรษฐกิจของประเทศตาง ๆ ในโลก และปญหาราคาน้ํามันดิบในตลาดโลกที่มีแนวโนมเพิ่ม ขึ้นและกอใหเกิดแรงกดดันตอภาวะเงินเฟอในโลกและในประเทศไทย นอกจากปญหาเฉพาะหนาดังกลาวแลว รัฐบาลยังมีภารกิจสําคัญอื่น ๆ ในการวางรากฐานการเจริญเติบโตที่ มั่นคงและยั่งยืน และสงเสริมภาคการผลิตและบริการใหสามารถปรับตัวไปสูการผลิตสินคาและบริการที่มี มูลคาสูงขึ้น เพื่อเพิ่มความสามารถในการแขงขัน ซึ่งเปนปญหาโครงสรางระยะยาวของประเทศ สวนดาน สังคมและสิ่งแวดลอม สังคมไทยจะเริ่มเขาสูจุดเริ่มตนของสังคมผูสูงอายุในป 2552 และประชากรไทยตั้งแต เด็กจนถึงผูสูงอายุอยูในภาวะที่ตองปรับตัวเขาสูสังคมฐานความรูในยุคโลกาภิวัตน ในขณะที่ภาวะโลกรอน ภัยธรรมชาติ และปจจัยดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมมีความสําคัญตอเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต ของประชาชนเพิ่มมากขึ้นตามลําดับในชวง 4 ปตอไป รัฐบาลจะดูแลปญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาว และ มุงมั่นที่จะบริหารประเทศ ภายใตหลักการสําคัญสองประการ ซึ่งรัฐบาลเชื่อมั่นวาจะสามารถสรางความ ยั่งยืนใหแกเศรษฐกิจและสังคมไทย สรางความเชื่อมั่นใหแกนักลงทุนไทยและตางประเทศ ประชาคมโลก ประการแรก คือ การสรางความสมานฉันทใหแกคนไทยทุกภาคสวนที่จะตองรวมมือกันในการนํา พาประเทศใหผานพนวิกฤติการณตาง ๆ และสรางรากฐานที่มั่นคงสําหรับประเทศในอนาคต การสรางความ สมานฉันทนี้รวมถึงเรื่องที่สําคัญ คือ การแกไขและเยียวยาปญหาในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใตไป สูแนวทางของการอยูรวมกันอยางสงบสุขและสามัคคีของพี่นองประชาชนในพื้นที่ และพัฒนาศักยภาพ เศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใตของประเทศใหเปนฐานเศรษฐกิจที่สําคัญของประเทศ
  • 84.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 73 ประการที่สอง คือ การสรางความสมดุลและภูมิคุมกันใหแกเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งเกี่ยวของกับ นโยบายในทุกดาน ตั้งแตการพัฒนาคนใหมีคุณธรรมนําความรู การสนับสนุนการออมระยะยาว การสงเสริม เกษตรทฤษฎีใหมในพื้นที่ที่เหมาะสม การพัฒนาชุมชนใหพึ่งตนเองไดและเชื่อมโยงกับตลาดอยางเปนขั้น ตอน จนถึงการสรางความมั่นคงดานพลังงาน การดูแลการเคลื่อนยายเงินทุน และการเพิ่มความสามารถใน การใชประโยชนและตอยอดเทคโนโลยีใหเขากับภูมิปญญาไทยเพื่อนําไปสูนวัตกรรมและสรางรายไดใหแก ระบบเศรษฐกิจตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งเปนแนวทางหลักในการดําเนินงานของรัฐบาลตาม แนวนโยบายพื้นฐานแหงรัฐ นอกจากหลักการทั้งสองประการแลว รัฐธรรมนูญฉบับปจจุบันไดใหความ สําคัญแกบทบาทการมีสวนรวมของประชาชนในการพัฒนาประเทศ และกลไกการตรวจสอบการดําเนินงาน ของภาครัฐ เพื่อใหอยูในกรอบแนวทางของการบริหารประเทศตามหลักธรรมาภิบาล รัฐบาลตระหนักถึง ความสําคัญดังกลาว และจะยึดเปนแนวทางในการดําเนินงานของรัฐบาล รัฐบาลไดกําหนดนโยบายการบริหารราชการแผนดินที่สําคัญ โดยแบงการดําเนินการเปน 2 ระยะ คือ ระยะเรงดวนที่ตองเริ่มดําเนินการในปแรก และระยะการบริหารราชการ 4 ปของรัฐบาล ดังตอไปนี้ 1. นโยบายเรงดวนที่จะเริ่มดําเนินการในปแรก รัฐบาลถือเปนความจําเปนเรงดวนในการสรางความปรองดองสมานฉันทในสังคม ปราบปรามยาเสพติด สรางความเชื่อมั่นใหแกนักลงทุน ฟนฟูใหเศรษฐกิจมีความเขมแข็ง แกไขปญหาความยากจน โดยพัฒนา เศรษฐกิจฐานรากเพื่อเพิ่มศักยภาพการหารายได ลดรายจาย สรางโอกาสในอาชีพอยางยั่งยืนใหแกประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกร แรงงาน และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดยอม และแกไขปญหาสิ่งแวดลอมที่มีความ สําคัญเรงดวน โดยมีนโยบายที่สําคัญ คือ 1.1 สรางความปรองดองสมานฉันทของคนในชาติและฟนฟูประชาธิปไตย โดยการเสริมสราง ความเขาใจรวมกันของประชาชนในชาติใหเกิดความสมัครสมานสามัคคีเปนอันหนึ่งอันเดียวกัน และยึดมั่น ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข เพื่อใหเกิดความรวมมือรวมใจ ในการแกไขปญหาวิกฤติของประเทศ และสรางเสถียรภาพทั้งทางดานการเมือง การปกครอง สังคม และ เศรษฐกิจ โดยมุงถึงประโยชนสุขของประชาชนสวนรวมเปนสําคัญ ซึ่งจะเปนรากฐานที่มั่นคงในการพัฒนา ประเทศอยางยั่งยืนตอไป 1.2 แกไขปญหาความไมสงบในจังหวัดชายแดนภาคใต โดยนอมนําแนวทาง พระราชทาน “เขาใจ เขาถึง พัฒนา” มาดําเนินภารกิจในดานความมั่นคงและดานการพัฒนา โดยใหมีความสอดคลองกับลักษณะ เฉพาะของพื้นที่ วิถีชีวิต วัฒนธรรม และความเชื่อของประชาชน ตลอดทั้งอํานวยความเปนธรรมและความ ยุติธรรม โดยเนนการมีสวนรวมของทุกภาคสวนเพื่อใหเกิดความสงบเรียบรอย ความปลอดภัยในชีวิตและ ทรัพยสิน สรางความสมานฉันทและสันติสุขในพื้นที่โดยเร็วที่สุด 1.3 เรงรัดแกไขปญหายาเสพติดและปราบปรามผูมีอิทธิพล โดยยังคงยึด หลักการ “ผูเสพ คือผูปวย ที่ตองไดรับการรักษา สวนผูคา คือผูที่ตองไดรับโทษตามกระบวนการ ยุติธรรม” ทั้งนี้ รัฐบาลจะเรงรัดปราบ
  • 85.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 74 ปรามการคายาเสพติด ลดปริมาณผูเสพยา และปองกันมิใหกลุมเสี่ยงเขาไปเปนเหยื่อของยาเสพติด โดยใช กระบวนการมีสวนรวมของชุมชนควบคูกับมาตรการปราบปรามและบังคับใชกฎหมายอยางเปนธรรม และ ใชมาตรการทางกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมตัดชองทางการหาเงินทุจริตของผูมีอิทธิพลในทุก ๆ ดาน ไมวาจะเปนการตัดไมทําลายปา การคามนุษย และการเปนเจามือการพนัน เปนตน 1.4 ดําเนินมาตรการในการแกไขปญหาความเดือดรอนของประชาชนและผู ประกอบการ โดยดูแล เสถียรภาพของคาเงินบาท ระดับราคาสินคาอุปโภคบริโภค และราคาพลังงานใหอยูในระดับที่เหมาะสมและ เปนธรรมแกผูบริโภคและผูผลิต พรอมทั้งจัดหาสินคาราคาประหยัดจําหนายเพื่อบรรเทาความเดือดรอนของ ผูมีรายไดนอย 1.5 เพิ่มศักยภาพของกองทุนหมูบานและชุมชนเมือง ใหเปนแหลงเงินหมุนเวียน ในการลงทุน สราง งานและอาชีพ สรางรายไดและลดรายจายใหแกประชาชนในชุมชนและวิสาหกิจขนาดเล็กในครัวเรือน พัฒนากองทุนหมูบานและชุมชนเมืองที่มีการบริหารจัดการที่ดี ใหสามารถยกระดับเปนธนาคารหมูบานและ ชุมชน 1.6 จัดสรรงบประมาณตามขนาดประชากร (Small Medium Large: SML) ให ครบทุกหมูบานและ ชุมชน เพื่อสรางโอกาสใหชุมชนสามารถแกไขปญหาของชุมชนดวยตนเอง และพัฒนาโครงการที่จะกอให เกิดรายไดอยางยั่งยืน พัฒนาสินทรัพยชุมชน อนุรักษและรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมของ ชุมชน เพื่อใหเกิดการเชื่อมโยงการใชทรัพยากรของรัฐ ทองถิ่น และจังหวัด อยางมีประสิทธิภาพ 1.7 สานตอโครงการธนาคารประชาชน เพื่อกระจายโอกาสการเขาถึงแหลงเงินให แกประชาชน ผูมีรายไดนอย สรางทางเลือกและลดการพึ่งพาแหลงเงินกูนอกระบบ ซึ่งจะทําใหประชาชนมีโอกาสในการ สรางงาน สรางรายไดดวยตนเอง 1.8 สนับสนุนสินเชื่อแกผูประกอบการขนาดกลาง ขนาดยอม และวิสาหกิจ ชุมชน เพื่อสรางโอกาส ในการลงทุนและสรางรายได ผานสถาบันการเงินของรัฐและธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาด ยอมแหงประเทศไทย 1.9 เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการโครงการหนึ่งตําบล หนึ่งผลิตภัณฑ เพื่อใหแตละชุมชน สามารถใชทรัพยากรและภูมิปญญาทองถิ่นในการพัฒนาสินคา โดยรัฐพรอมที่จะสนับสนุนใหชุมชนเขาถึง องคความรูสมัยใหม แหลงเงินทุน และพัฒนาขีดความสามารถในการบริหารจัดการและการตลาด เพื่อเชื่อม โยงสินคาจากชุมชนสูตลาดทั้งในประเทศและตางประเทศ 1.10 พักหนี้ของเกษตรกรรายยอยและยากจน ที่ผานกระบวนการจัดทําแผนฟนฟู อาชีพ เพื่อสราง โอกาสใหเกษตรกรสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตดวยการสรางรายไดและอาชีพที่ มั่นคง 1.11 สรางระบบประกันความเสี่ยงใหเกษตรกร เพื่อลดความเสี่ยง อันเนื่องมาจาก ผลกระทบความ เสียหายจากภัยธรรมชาติ และสรางกลไกในการสรางเสถียรภาพราคาของสินคาเกษตรที่เปนธรรม 1.12 ขยายบทบาทของศูนยซอมสรางเพื่อชุมชน (Fix-it Center) และสถาบัน อาชีวศึกษา เพื่อให คําแนะนําและถายทอดความรูในการใช การดูแลรักษาและซอมบํารุงเครื่องมืออุปกรณการประกอบอาชีพ
  • 86.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 75 เครื่องใชในครัวเรือน รวมทั้งสรางเครือขายศูนยฯ กับชุมชนและวิสาหกิจเพื่อใหเกิดการพัฒนานวัตกรรม ระบบรับรองและตรวจสอบคุณภาพในขั้นตนของสินคาชุมชน 1.13 สรางโอกาสใหประชาชนไดมีที่อยูอาศัยอยางทั่วถึง เชน โครงการ "บานเอื้อ อาทร" "บานรัฐ สวัสดิการ" และ "ที่อยูอาศัยของตนเองเปนครั้งแรก" โดยเฉพาะอยางยิ่งในพื้นที่ซึ่งสามารถเดินทางเชื่อม ระหวางกรุงเทพมหานครและปริมณฑลดวยระบบขนสงมวลชนไดอยางสะดวก 1.14 เรงรัดการลงทุนที่สําคัญของประเทศ เชน การพัฒนาระบบรถไฟฟาขนสง มวลชนใน กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 9 สาย รถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู รถไฟชานเมือง และรถไฟกางปลา เชื่อมโยงจังหวัดที่ยังไมมีรถไฟขนสงผูโดยสารและขนสงสินคา และการพัฒนาขีดความสามารถของทา อากาศยานสากล เปนตน เพื่อสรางความเชื่อมั่นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอยางตอเนื่อง และเพิ่มความ สามารถในการแขงขันของประเทศ 1.15 ดําเนินมาตรการลดผลกระทบจากราคาพลังงาน โดยเรงรัดโครงการสง เสริมการใชพลังงาน ทดแทนจากกาซธรรมชาติและผลผลิตทางการเกษตร เชน แกสโซฮอล ไบโอดีเซล รวมทั้งเรงรัดมาตรการ ประหยัดพลังงานและการใชพลังงานอยางมีประสิทธิภาพ เพื่อลดภาระการนําเขาน้ํามันจากตางประเทศ 1.16 ฟนความเชื่อมั่นดานการลงทุนและสงเสริมการทองเที่ยวของประเทศ ไทย โดยประกาศให ป 2551 – 2552 เปน "ปแหงการลงทุน" และ "ปแหงการทองเที่ยวไทย" 1.17 วางระบบการถือครองที่ดินและกําหนดแนวเขตการใชที่ดินใหทั่วถึงและ เปนธรรม โดยใช ขอมูลระบบภูมิสารสนเทศ ภายใตกระบวนการที่ชุมชนมีสวนรวม เพื่อใหประชาชนมีที่ดินทํากินและ ประกอบอาชีพอยางทั่วถึงและพอเพียง 1.18 ขยายพื้นที่ชลประทานและเพิ่มประสิทธิภาพระบบชลประทาน โดยฟนฟู และขุดลอกแหลง น้ําธรรมชาติ รวมทั้งพัฒนาแหลงน้ําผิวดินและใตดิน โดยดําเนินการกอสรางระบบ ชลประทานขนาดใหญ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก เพื่อประโยชนในการปรับโครงสรางภาคการเกษตร การบรรเทาอุทกภัยและภัย แลง ทั้งในพื้นที่ชุมชนเมืองและพื้นที่เกษตรกรรม รวมทั้งระบบประปาที่ ถูกสุขอนามัย เพื่อการอุปโภคและ บริโภคแกประชาชนใหทั่วถึงทุกพื้นที่ เพิ่มประสิทธิภาพการกระจายน้ําโดยการพัฒนาระบบชลประทานใน รูปแบบตาง ๆ เชน ชลประทานระบบทอ 1.19 เรงรัดมาตรการและโครงการเพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤติโลกรอน โดยสงเสริมและ สนับสนุนการมีสวนรวมของประชาชน ธุรกิจเอกชน และชุมชน ใหมีจิตสํานึกในการอนุรักษ ทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะการปลูกและฟนฟูทรัพยากรปาไม รวมทั้งสนับสนุนการใชพลังงานทางเลือก จากวัสดุเหลือใชทางการเกษตรในระดับครัวเรือน เพื่อลดการปลอยกาซเรือนกระจก ในสวนของนโยบายที่จะดําเนินการภายในชวงระยะ 4 ปของรัฐบาลชุดนี้ รัฐบาลจะดําเนินนโยบาย หลักในการบริหารประเทศซึ่งปรากฏตามนโยบายขอที่ 2 ถึงขอที่ 8 ดังตอไปนี้
  • 87.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 76 2. นโยบายสังคมและคุณภาพชีวิต รัฐบาลใหความสําคัญแกการใหหลักประกันขั้นพื้นฐานของบริการสาธารณะของรัฐภายใตบท บัญญัติของรัฐธรรมนูญ การพัฒนาคนและสังคมใหมีคุณภาพ การมีสภาพแวดลอมที่นําไปสูการมีคุณภาพ ชีวิตที่ดี มีความมั่นคงในชีวิต และประชาชนมีความสุข โดยจะดําเนินการ ดังนี้ 2.1 นโยบายการศึกษา 2.1.1 ยกระดับคุณภาพการศึกษาของคนไทยอยางมีบูรณาการและสอดคลอง กันตั้งแตระดับปฐมวัย จนถึงอุดมศึกษาทั้งในและนอกระบบการศึกษา และสรางระบบการเรียนรูตลอดชีวิต 2.1.2 พัฒนาหลักสูตร ปรับระบบการผลิตและพัฒนาครูใหมีคุณภาพและคุณธรรมอยางทั่วถึง ตอ เนื่อง และกาวทันการเปลี่ยนแปลงในยุคโลกาภิวัตน 2.1.3 สงเสริมการนําเทคโนโลยีสารสนเทศมาใชในการเพิ่มประสิทธิภาพการเรียน การสอน และ การเรียนรูอยางจริงจัง จัดใหมีการเขาถึงระบบอินเทอรเน็ตความเร็วสูงอยางกวางขวาง พรอมทั้งจัดหา อุปกรณเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อประกอบการเรียนการสอนใหโรงเรียนอยางทั่วถึง 2.1.4 ดําเนินการใหบุคคลมีสิทธิเสมอกันในการรับการศึกษา 12 ปโดยไม เสียคาใชจาย รวมทั้ง สนับสนุนผูยากไร ผูพิการหรือทุพพลภาพ หรืออยูในสภาวะยากลําบาก ใหไดรับการศึกษา และเพิ่มโอกาส ใหแกเยาวชนในการศึกษาตอผานกองทุนใหกูยืมที่ผูกพันกับรายไดในอนาคต และเชื่อมโยงกับนโยบายการ ผลิตบัณฑิตเพื่อตอบสนองความตองการบุคลากรที่มีความรูความสามารถของประเทศ รวมทั้งตอยอดให ทุนการศึกษาทั้งในและตางประเทศ 2.1.5 สนับสนุนการผลิตและพัฒนากําลังคนใหสอดรับการเปลี่ยนแปลงโครงสรางภาคการผลิตและ บริการ และเรงผลิตกําลังคนระดับอาชีวศึกษาใหมีคุณภาพเพื่อสนับสนุนความสามารถในการแขงขันของ ประเทศในสาขาตางๆ เชน ปโตรเคมี ซอฟตแวร อาหาร สิ่งทอ บริการสุขภาพและการทองเที่ยว และการ บริหารจัดการขนสงสินคาและบริการ เปนตน ดวยความรวมมือระหวางสถานประกอบการ สถาบันการ ศึกษา และสถาบันเฉพาะทาง ตลอดจนใหมีการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพตามมาตรฐานสากล 2.1.6 ขยายบทบาทของระบบการเรียนรูเชิงสรางสรรคผานองคกรตาง ๆ เชน สํานักงานบริหาร จัดการองคความรู ระบบหองสมุดสมัยใหม หรืออุทยานการเรียนรู พิพิธภัณฑเพื่อการเรียนรูแหงชาติ ศูนย สรางสรรคงานออกแบบ ศูนยพัฒนาดานกีฬา ดนตรี ศิลปะ ศูนยบําบัดและพัฒนาศักยภาพของบุคคล ออทิสติก เด็กสมาธิสั้น และผูดอยโอกาสอื่น ๆ ศูนยการเรียนรูดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 2.2 นโยบายแรงงาน 2.2.1 เรงฝกอบรมและพัฒนาคนที่ทํางานแลวและคนที่ถูกเลิกจาง เพื่อเพิ่ม โอกาสการเขาสูภาค การผลิตและบริการที่มีระดับเทคโนโลยีที่สูงขึ้น 2.2.2 จัดใหมีระบบเตือนภัยและติดตามสถานการณที่มีผลกระทบตอการ จางงาน การเลิกจางอื่น เนื่องจากการปรับเปลี่ยนโครงสรางเศรษฐกิจ พรอมทั้งจัดใหมีการจางงานใหมโดยเร็ว
  • 88.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 77 2.2.3 ใหการคุมครองแรงงานตามมาตรฐานแรงงานไทย ซึ่งใหความสําคัญแกความปลอดภัยใน การทํางานและสวัสดิการแรงงาน พรอมทั้งจัดระบบการคุมครองแกแรงงานนอกระบบใหครอบคลุมมากขึ้น 2.3 นโยบายการพัฒนาสุขภาพของประชาชน 2.3.1 เพิ่มคุณภาพของระบบหลักประกันสุขภาพถวนหนาและใหประชาชนเขาถึงบริการไดอยางไม เปนอุปสรรค พรอมทั้งปฏิรูประบบบริหารจัดการสาธารณสุขใหมีประสิทธิภาพทั่วถึงและครบวงจร ทั้งการ รักษาพยาบาล การฟนฟูสุขภาพ การปองกันโรค และการสงเสริมสุขภาพ 2.3.2 จัดใหมีมาตรการลดปจจัยเสี่ยงที่มีผลตอสุขภาพและภาวะทุพโภชนาการที่นําไปสูการเจ็บปวย เรื้อรัง เชน โรคมะเร็ง หัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิต และอุบัติเหตุจากการจราจร พรอมทั้งนํามาตรการภาษี การบริโภคสินคาที่เปนอันตรายตอสุขภาพมาใชกระตุนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบุคคลใหลด ละ และเลิก พฤติกรรมสุมเสี่ยงตอสุขภาพ 2.3.3 ดําเนินการระบบเฝาระวังปองกันและควบคุมโรคเชิงรุก เพื่อปองกัน ปญหาการปวยและตาย ดวยโรคอุบัติใหมและระบาดซ้ําในคน พรอมทั้งสรางขีดความสามารถในการเฝาระวัง วินิจฉัย และดูแลรักษา พยาบาลอยางเปนระบบที่ประสานเชื่อมโยงทุกภาคสวนที่เกี่ยวของ 2.3.4 เพิ่มแรงจูงใจและขยายงานอาสาสมัครสาธารณสุข เพื่อเปนกําลัง สําคัญใหชุมชนในการดูแล เด็ก ผูสูงอายุ คนพิการ การดูแลผูปวยในโรงพยาบาลและการเฝาระวังโรคในชุมชน รวมทั้งเชื่อมโยงการ ดําเนินงานรวมกับองคกรปกครองสวนทองถิ่น 2.3.5 สงเสริมใหประชาชนทุกระดับมีโอกาสออกกําลังกาย และเลนกีฬาเพื่อ สรางเสริมสุขภาพและ พลานามัยที่ดี รวมทั้งพัฒนาทักษะทางดานกีฬาสูความเปนเลิศที่จะนําชื่อเสียงมาสูประเทศชาติ สรางนิสัย รักการกีฬาและใชเวลาวางใหเปนประโยชนเพื่อหลีกเลี่ยงการหมกมุนและมั่วสุมกับอบายมุขและยาเสพติด 2.4 นโยบายศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม 2.4.1 อุปถัมภ คุมครอง และทํานุบํารุงพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น ๆ เพื่อใหมีบทบาทสําคัญใน การปลูกฝงใหประชาชนเขาใจและนําหลักธรรมของศาสนา มาใชในการเสริมสรางคุณธรรมและพัฒนา คุณภาพชีวิต 2.4.2 ฟนฟูและสืบสานคุณคาความหลากหลายของวัฒนธรรมไทยทั้งที่เปนวิถีชีวิต ประเพณี คานิยม ที่ดีงาม ภูมิปญญาทองถิ่น และการดูแลรักษาแหลงอุทยานประวัติศาสตร โบราณสถาน พิพิธภัณฑตางๆ เพื่อ การศึกษาเรียนรูและใชประโยชนในการเพิ่มมูลคาผลผลิตบน พื้นฐานความรูและความเปนไทย รวมทั้ง สงเสริมและพัฒนาโบราณสถานใหเปนมรดกทางวัฒนธรรมระดับโลก 2.4.3 พัฒนาแหลงเรียนรูทางวัฒนธรรมและการนันทนาการ เพื่อสงเสริมให วัยรุนไทยเกิดการเรียน รูที่ถูกตอง ใชเวลาวางใหเปนประโยชน มีคุณธรรมเอื้ออาทรตอผูอื่น และเกิดการเรียนรูศิลปะอยางสราง สรรค เขาใจถึงคุณคา ซาบซึ้งในความสุนทรียของศิลปะ
  • 89.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 78 2.4.4 ขยายบทบาทสภาวัฒนธรรมทุกจังหวัดใหเปนกลไกเฝาระวังทาง วัฒนธรรมที่ครอบคลุมทั้ง วิถีชีวิตและสื่อทุกประเภทที่มีผลกระทบตอการเบี่ยงเบนทางวัฒนธรรม และพฤติกรรมของเด็กและเยาวชน พรอมทั้งขจัดสื่อที่เปนภัยตอสังคม ขยายสื่อดีเพื่อนําไปสูการสรางภูมิคุมกันทางสังคมอยางเทาทันสถาน การณ 2.5 นโยบายความมั่นคงของชีวิตและสังคม 2.5.1 ประสานเชื่อมโยงการดําเนินงานและใชประโยชนจากกองทุนตางๆ เชน กองทุนผูสูงอายุ กองทุนสนับสนุนการสรางเสริมสุขภาพ กองทุนพัฒนาชุมชน และกองทุนสนับสนุนการวิจัยเพื่อใหเปน พลังรวมในการสรางสรรคและพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยที่มีประสิทธิภาพ 2.5.2 สรางสังคมแหงการเรียนรูตลอดชีวิต โดยการพัฒนาใหมีความรูและ จริยธรรม เริ่มตั้งแตเด็ก แรกเกิดและเยาวชนทุกชวงวัย โดยใหความสําคัญแกการสรางสภาพแวดลอม ที่เหมาะสม ครอบครัวที่อบอุน และสถานศึกษาที่เอาใจใสดูแลเด็กอยางใกลชิดดวยการปลูกฝงความรูที่ทันโลกและคุณคาที่ดีของวัฒนธรรม ไทย สรางความเขาใจใหแกพอแมถึงวิธีการดูแลบุตรที่ถูกตองตามระดับการพัฒนาของสมอง 2.5.3 สรางหลักประกันความมั่นคงและศักดิ์ศรีของความเปนมนุษยใหเด็ก สตรี และคนพิการที่ดอย โอกาส โดยจะขจัดขบวนการคามนุษยใหหมดสิ้นไป ขจัดการเลือกปฏิบัติและการละเมิดลิทธิเด็ก สตรี และ คนพิการในทุกรูปแบบและอยางเด็ดขาด รวมทั้งเสริมสรางสวัสดิการทางสังคมแกคนพิการและผูดอยโอกาส อยางเหมาะสม และสงเสริมความรูและอาชีพใหสตรีและคนพิการใหสามารถพึ่งพาตนเองได 2.5.4 เตรียมความพรอมใหแกสังคมผูสูงอายุ โดยยึดหลักการใหผูสูงอายุเปน ทรัพยากรที่มีคุณคา ของระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เปนผูสูงอายุที่มีสุขภาพดี ทั้งรางกายและจิตใจ โดยสรางหลัก ประกันดานรายไดและระบบการออมในชวงวัยทํางานที่เพียงพอสําหรับชวงวัยชรา สรางพฤติกรรมดาน สุขภาพที่เหมาะสมกับชวงวัย สนับสนุนครอบครัวใหเขมแข็งสามารถดูแลสมาชิกไดอยางมีคุณภาพ ขยาย ฐานการใหเบี้ยยังชีพแกคนชราที่ไมมีรายได และสงเสริมการใชประสบการณของผูสูงอายุในกระบวนการ พัฒนาประเทศโดยระบบคลังสมอง 2.5.5 สรางสภาพแวดลอมที่นาอยูในสังคมเมือง โดยมีการวางผังเมืองอยางเปนระบบ ควบคูกับการ บังคับใชกฎหมายที่เกี่ยวของกับความปลอดภัยสาธารณะและสิ่งแวดลอมอยางเครงครัด รวมทั้งจัดใหมี บริการขั้นพื้นฐานอยางเหมาะสม มีโรงเรียนใกลบาน มีการสื่อสารคมนาคมที่มีประสิทธิภาพ และมีความ ปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสิน 3. นโยบายเศรษฐกิจ รัฐบาลจะบริหารจัดการเศรษฐกิจใหมีการขยายตัวอยางตอเนื่อง มีความสมดุลและเขมแข็ง ทั้งใน ภาคเศรษฐกิจภายในประเทศและตางประเทศ มีภูมิคุมกันตอความเสี่ยงตาง ๆ ที่มีความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจ โลกทั้งดานการคาและการลงทุน รวมทั้งการปรับโครงสรางเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มความสามารถในการแขงขัน
  • 90.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 79 โดยวางโครงสรางพื้นฐานดานองคความรู มีระบบธรรมาภิบาลสิ่งแวดลอม และการเพิ่มประสิทธิภาพการ ผลิตและบริการ รวมทั้งการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานดานอุตสาหกรรม การเกษตร ระบบบริหารจัดการขน สงสินคาและบริการ พลังงาน และระบบโครงขายสารสนเทศและการสื่อสาร โดย จะดําเนินการ ดังนี้ 3.1 นโยบายการเงินการคลัง 3.1.1 ดําเนินนโยบายการเงินเพื่อสนับสนุนการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ อยางมีเสถียรภาพ โดย ดูแลเงินเฟอและคาเงินบาทใหสอดคลองกับสภาพเศรษฐกิจและกลไกตลาด สงเสริมประสิทธิภาพและความ มั่นคงของภาคการเงินในประเทศ และสงเสริมศักยภาพในการบริหารความเสี่ยงของภาคเอกชน 3.1.2 รักษาวินัยการคลังเพื่อใหเกิดความยั่งยืนทางการคลังในระยะยาว ซึ่งครอบคลุมถึงเงินงบ ประมาณ เงินนอกงบประมาณ งบประมาณของทองถิ่น ฐานะการเงินของรัฐวิสาหกิจและสถาบันการเงิน เฉพาะกิจของรัฐ ปฏิรูประบบงบประมาณแผนดินทั้งระบบ ใหสอดคลองกับการพัฒนาประเทศอยางบูรณา การ ปรับปรุงระบบภาษีและการจัดเก็บภาษีใหมีความเปนธรรม มีประสิทธิภาพ และเพียงพอกับรายจายเพื่อ การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต 3.1.3 สงเสริมใหมีระบบการออมระยะยาว เพื่อใหมีเงินออมเพียงพอกับการ ดํารงชีพในยามชรา รวมทั้งเปนการสรางฐานเงินออมเพื่อการระดมทุนของประเทศในอนาคต 3.1.4 วางระบบการดูแลและสงเสริมการเคลื่อนยายเงินทุนทั้งระยะสั้นและระยะ ยาวใหเกิด ประโยชนตอประเทศ สงเสริมการลงทุนของไทยในตางประเทศ ทั้งการลงทุนของผูประกอบการและ นักลงทุนที่เปนสถาบัน และดึงดูดการลงทุนจากตางประเทศ โดยใหสอดคลองกับขีดความสามารถในการ แขงขัน เปาหมายการสงเสริมศักยภาพของสาขาการผลิตที่จําเปน และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ 3.1.5 ปรับปรุงประสิทธิภาพของตลาดทุนใหทัดเทียมกับตลาดหลักในภูมิ ภาคและตลาดโลกทั้งดาน ธรรมาภิบาล ราคา และคุณภาพ โดยใหความสําคัญแกการปรับปรุงมาตรการสิ่งจูงใจเพื่อสนับสนุนการออม ของประเทศ การเพิ่มบทบาทของตลาดทุนและตลาดตราสารหนี้ในการเปนแหลงทุนสําหรับการลงทุนโครง การขนาดใหญของรัฐ และการจัดใหมีกลไกเพื่อกํากับดูแลการพัฒนาตลาดทุนใหประสานสอดคลองกับการ พัฒนาตลาดเงิน 3.1.6 พัฒนารัฐวิสาหกิจใหสามารถเปนกลไกสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตรการพัฒนาและ การลงทุนของประเทศไดอยางมีประสิทธิภาพ สรางฐานรายไดและมูลคาใหแกทรัพยสินของรัฐ มีการ บริหารงานอยางมืออาชีพ ตลอดจนกํากับดูแลการบริหารจัดการรัฐวิสาหกิจภายใตหลักธรรมาภิบาล ทั้งการ จัดทําและแยกบัญชีเชิงสังคม ความโปรงใส และการวัดประสิทธิภาพของการดําเนินงานในมาตรฐานไม นอยกวาเกณฑของตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย รวมทั้งเรงฟนฟู รัฐวิสาหกิจที่มีปญหาฐานะการเงิน
  • 91.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 80 3.2 นโยบายปรับโครงสรางเศรษฐกิจ 3.2.1 ภาคเกษตร 3.2.1.1 เรงปรับโครงสรางการผลิตทางการเกษตรใหสอดคลองกับโอกาสทางการตลาดและการ เปลี่ยนแปลงรสนิยมของผูบริโภค ทั้งที่เปนตลาดเดิมและตลาดใหม โดยกําหนดยุทธศาสตรใหประเทศไทย เปนศูนยกลางการผลิตอาหารของโลก เนนการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของการทําประมง ปศุสัตว และ พืชเศรษฐกิจหลักของประเทศใหครบวงจร รวมทั้งสนับสนุนการผลิตพืชพลังงาน เชน ปาลมน้ํามัน ออย มันสําปะหลัง เพื่อสนับสนุนนโยบายพลังงานทดแทน และสนับสนุนการผลิตสินคาใหมที่มีโอกาสทางการ ตลาด เชน พืชเสนใย และสมุนไพร เปนตน 3.2.1.2 สงเสริมการเพิ่มมูลคาใหแกสินคาเกษตร โดยการแปรรูปที่ไดคุณภาพและมาตรฐานสากล เพื่อเชื่อมโยงสูอุตสาหกรรมการเกษตร โดยการสงเสริมการวิจัยและพัฒนาดานมาตรฐานการผลิตสินคา เกษตรและอาหาร ความปลอดภัยอาหารตามมาตรฐานสากล รวมทั้งใหมีระบบปองกันและควบคุมการ ระบาดของโรค ตลอดจนสนับสนุนการแปรรูปสินคาเกษตรในชุมชน 3.2.1.3 เรงรัดการเจรจาขอตกลงตาง ๆ ที่เกี่ยวของกับมาตรฐานสินคาเกษตรและอาหาร เพื่อปองกัน มาตรการกีดกันทางการคาที่ไมใชภาษี และพัฒนาโครงขายระบบการขนสงสินคาเกษตรทั้งในพื้นที่ชนบท และเมือง เพื่อขยายตลาดของสินคาเกษตรและอาหารสูตลาดโลก 3.2.1.4 สงเสริมการทําการเกษตรตามแนวทฤษฎีใหม ในระดับชุมชนตามแนวพระราชดําริ เพื่อให ครัวเรือนเกษตรกรมีความมั่นคงทางดานอาหาร สงเสริมการขยายกระบวนการเรียนรูระบบเกษตรอินทรีย เกษตรผสมผสาน วนเกษตร โครงการอาหารกลางวัน และธนาคารโคกระบือตามแนวพระราชดําริ โดย เกษตรกรและชุมชนเปนผูกําหนดทิศทางและแนวทางดวยตนเอง 3.2.1.5 สงเสริมและสนับสนุนสถาบันเกษตรกรทั้งในดานการรวมกลุมสหกรณ วิสาหกิจชุมชน ตลอดจนสภาเกษตรกร เพื่อใหเกษตรกรมีสวนรวมในการวางแนวทางพัฒนาการเกษตรและพัฒนาความ สามารถในการแขงขันดวยตนเอง 3.2.2 ภาคอุตสาหกรรม 3.2.2.1 พัฒนาประสิทธิภาพและผลิตภาพของภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งสรางมูลคาใหกับสินคา อุตสาหกรรม ดวยการยกระดับความสามารถ ทักษะแรงงาน การบริหารจัดการของผูประกอบการ และ มาตรฐานผลิตภัณฑ ปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักร ระบบบริหารจัดการขนสงสินคาและบริการภายใน กลุม อุตสาหกรรม บนพื้นฐานความรวมมือระหวางภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา 3.2.2.2 พัฒนาและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมที่ประเทศไทย มีศักยภาพสูงและมีความไดเปรียบ เชน อาหาร เหล็ก ยานยนต ปโตรเคมี พลังงาน และอิเล็กทรอนิกส เปนตน ใหเปนฐานการผลิตในระดับภูมิภาค และระดับโลก ดวยการสงเสริมการลงทุนหรือใหสิทธิพิเศษกับอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ รวมทั้งจัดหาและ
  • 92.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 81 พัฒนาพื้นที่และโครงสรางพื้นฐานที่เหมาะสมเพื่อรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมในระยะ 20 ปขางหนา โดยคํานึงถึงผลกระทบดานสิ่งแวดลอมและการมีสวนรวมของชุมชนในพื้นที่ 3.2.2.3 สรางสินคาที่มีคุณภาพและมาตรฐานเพื่อเพิ่มมูลคาและคุมครองทรัพยสินทางปญญาใหแก สินที่ผลิตในประเทศไทย โดยสนับสนุนการพัฒนาทักษะฝมือผสมผสานกับการใชเทคโนโลยีสมัยใหม เชน กลุมสินคาแฟชั่น อัญมณี และเครื่องประดับ และสินคาอื่น ๆ พรอมทั้งใชมาตรการดานการตลาดและ สรางตราสัญลักษณสินคาของไทยใหเปนที่นิยมทั้งในประเทศและตางประเทศ 3.2.2.4 สรางและพัฒนาผูประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดยอม รวมทั้งวิสาหกิจชุมชน ใหมีความเขมแข็ง เพื่อเปนฐานการผลิตของระบบเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยสงเสริมใหมีการรวมกลุม เพื่อเพิ่มมูลคาของสินคาและศักยภาพในการแขงขัน ดวยการสนับสนุนดานองคความรูและนวัตกรรม รวม ถึง การสรางธรรมาภิบาลในการประกอบการและความรับผิดชอบตอสังคม 3.2.2.5 สงเสริมและขยายบทบาทศูนยบมเพาะสําหรับผูประกอบการที่มุงสรางสินคาและบริการที่มี มูลคาสูง โดยใชเทคโนโลยีสมัยใหมที่ออกแบบใหมีความเหมาะสมตามศักยภาพในพื้นที่ตาง ๆ พรอมทั้ง สรางศูนยพัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑอุตสาหกรรม ตลอดจนสนับสนุนใหมีการนําองคความรูและ นวัตกรรมไปใชประโยชนเชิงพาณิชย 3.2.2.6 จัดตั้งกองทุนพัฒนาความสามารถในการแขงขันและการลงทุนเพื่อกระตุนอุตสาหกรรมให มีการปรับตัว และสนับสนุนการลงทุนของอุตสาหกรรมที่ใชเทคโนโลยีสูงและใชพลังงานนอย รวมทั้งขยาย บทบาทของกองทุนที่มีอยูในปจจุบันใหสามารถสนับสนุนการปรับโครงสรางของภาคอุตสาหกรรมไดอยาง มีประสิทธิภาพ 3.2.3 ภาคการทองเที่ยวและบริการ 3.2.3.1 เรงสรางรายไดจากการทองเที่ยว โดยฟนฟู พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการทองเที่ยวให ยั่งยืน และสรางแหลงทองเที่ยวใหมในเชิงกลุมพื้นที่ที่มีศักยภาพ สามารถเชื่อมโยงธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชุมชน รวมถึงการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบาน ควบคูกับการสงเสริมตลาดนักทองเที่ยว คุณภาพ เชน กลุมผูสูงอายุ กลุมดูแลรักษาสุขภาพ กลุมประชุมและแสดงสินคา และกลุมที่มีความสนใจ ดานระบบนิเวศ วัฒนธรรมทองถิ่น แหลงประวัติศาสตรและโบราณสถาน เปนตน และดูแลใหนักทองเที่ยว ปลอดภัยจากอาชญากรรม การฉอฉล และอุบัติเหตุที่เกิดจากความบกพรองของผูประกอบการ 3.2.3.2 พัฒนาธุรกิจบริการที่มีศักยภาพ เพื่อสรางโอกาสการขยายฐานการผลิตและการตลาดใน ระดับภูมิภาค เชน ธุรกิจบริการสุขภาพ ธุรกิจ การประชุมและแสดงสินคา การศึกษานานาชาติ การกอสราง ธุรกิจภาพยนตร และธุรกิจที่เกี่ยวของกับกีฬาและนันทนาการ เปนตน โดยใหความสําคัญกับการพัฒนาความ เขมแข็งของผูประกอบการ การเสริมสรางบรรยากาศการลงทุน มาตรฐานธุรกิจและการพัฒนาบุคลากรให พรอมรับการขยายตัวของธุรกิจ และการสงเสริมดานการตลาด
  • 93.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 82 3.2.3.3 สงเสริมและพัฒนาความรวมมือของกลุมอุตสาหกรรมการคาและบริการที่เนนความสําคัญ ของศักยภาพพื้นที่และเอกลักษณทางดานวัฒนธรรม รวมทั้งความสามารถทางดานบุคลากรเพื่อสรางมูลคา ทางเศรษฐกิจ เชน ธุรกิจบริการดานสุขภาพและการแพทยที่เชื่อมโยงกับการวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรม ยาและเวชภัณฑ 3.2.4 การตลาด การคา และการลงทุน 3.2.4.1 สงเสริมนโยบายการแขงขันอยางเสรีและเปนธรรม ปองกันการผูกขาดตัดตอน และคุมครอง ผูบริโภคอยางมีประสิทธิภาพ รวมทั้งสรางความมั่นใจใหกับผูประกอบการในดานการคุมครองทรัพยสินทาง ปญญา 3.2.4.2 ดําเนินการตลาดเชิงรุกเพื่อรักษาตลาดเดิมและสรางตลาดใหม เพื่อลดการพึ่งพาการสงออก ไปตลาดหลัก โดยสงเสริมการสงออกในตลาดใหม ไดแก จีน อินเดีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา และยุโรป ตะวันออก พรอมทั้งรักษาสวนแบงในตลาดหลักไมใหลดลง โดยมุงเนนการสงออกสินคาที่มีอัตราการขยาย ตัวสูงในตลาดใหม 3.2.4.3 ขยายความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจเพื่อผลประโยชนทางการคาภายใตกรอบความรวมมือและ ขอตกลงทางดานการคาในระบบพหุภาคีและทวิภาคี เพื่อสนับสนุนการปรับโครงสรางทางเศรษฐกิจ รวมทั้ง การปรับปรุงสิ่งอํานวยความสะดวกเพื่อการขยายตลาดการคาระหวางประเทศและการคาชายแดน 3.2.4.4ทบทวนการจัดตั้งสํานักงานพาณิชยในตางประเทศและปรับปรุงกลไกการบริหารจัดการดาน การคาของประเทศใหเปนไปอยางบูรณาการ โดยเชื่อมโยงกลไกในระดับนโยบายและหนวยงานปฏิบัติที่มี ภารกิจเกี่ยวของ เพื่ออํานวยความสะดวกและลดขั้นตอนใหแกธุรกิจภาคเอกชนใหสอดคลองกับสถานการณ ของตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงไป 3.2.4.5 สนับสนุนการลงทุนในตางประเทศในสาขาที่ผูประกอบการไทยมีศักยภาพ ทั้งในการลงทุน ตั้งโรงงานผลิตสินคา การทําสัญญาสินคาเกษตรตามขอตกลง การเปดสาขา การหาตัวแทนและหุนสวนใน ตางประเทศเพื่อสรางเครือขายธุรกิจไทยในตางประเทศ 3.2.4.6 ปรับปรุงแกไขกฎหมายและกฎระเบียบที่เปนอุปสรรคตอการคาการลงทุน เพื่อสราง บรรยากาศการลงทุนที่ดีและสรางความเชื่อมั่นใหกับนักลงทุนทั้งในประเทศและจากตางประเทศ 3.3 นโยบายโครงสรางพื้นฐาน และระบบบริหารจัดการขนสงมวลชน สินคาและบริการ 3.3.1 พัฒนาบริการโครงสรางพื้นฐานใหกระจายไปสูภูมิภาคอยางทั่วถึงและเพียงพอ โดยเฉพาะ การจัดใหมีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอันจําเปนตอการดํารงชีวิตของประชาชน ทั้งน้ําเพื่อการอุปโภคบริโภค บริการสื่อสารโทรคมนาคม และที่อยูอาศัย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน 3.3.2 พัฒนาระบบคมนาคมขนสงและเชื่อมโยงโครงขายการบริหารจัดการขนสงมวลชนสินคาและ บริการ ทั้งพื้นที่ชนบท เมือง และระหวางประเทศ โดยใหความสําคัญแกการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานและ
  • 94.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 83 บริการขนสงระบบรางใหเชื่อมโยงการขนสงตอเนื่องหลายรูปแบบ เพื่อลดตนทุนสินคาและบริการเพื่อการ สงออก 3.3.3 พัฒนาการขนสงทางน้ําและกิจการพาณิชยนาวี ทั้งภายในและระหวางประเทศ ตลอดจน พัฒนาทาเรือน้ําลึกบริเวณพื้นที่ภาคใต พัฒนาทาเรือชุมชน และกองเรือไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลด การใชพลังงานในภาคขนสง เชื่อมโยงประตูการคาใหมและสนับสนุนการทองเที่ยว 3.3.4 พัฒนาทาอากาศยานสุวรรณภูมิ ทาอากาศยานภูมิภาค และอุตสาหกรรมการบินของไทย เพื่อ ใหประเทศไทยเปนศูนยกลางการบิน การทองเที่ยว และการขนสง สินคาทางอากาศชั้นนําของเอเชียและโลก 3.4 นโยบายพลังงาน 3.4.1 สรางความมั่นคงทางดานพลังงาน ดวยการจัดหาพลังงานใหเพียงพอตอการพัฒนาประเทศ เพื่อความอยูดีกินดีของประชาชน โดยเรงรัดใหมีการลงทุนสํารวจและพัฒนาพลังงานทั้งจากในประเทศ เขตพื้นที่พัฒนารวม และจากประเทศเพื่อนบานใหเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งสงเสริมความรวมมือดานพลังงาน กับตางประเทศ 3.4.2 สงเสริมใหมีการกํากับดูแลกิจการพลังงานใหมีราคาพลังงานที่เหมาะ สม เปนธรรม และ กอ ใหเกิดการแขงขันลงทุนในธุรกิจพลังงาน โดยมีมาตรฐาน คุณภาพการใหบริการและความปลอดภัยที่ดี 3.4.3 พัฒนาและวิจัยพลังงานทดแทนทุกรูปแบบเพื่อเปนทางเลือกแกประชาชนตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาอยางยั่งยืน รวมทั้งศึกษาเพื่อเตรียมความพรอมในการตัดสินใจพัฒนา พลังงานทางเลือกอื่นๆ ที่ใชเทคโนโลยีชั้นสูงและพลังงานที่สอดคลองกับทองถิ่น 3.4.4 สงเสริมการอนุรักษและประหยัดพลังงานอยางจริงจังและตอเนื่อง รวมทั้งสนับสนุนการใช พลังงานอยางมีประสิทธิภาพทั้งในภาคการผลิต ภาคบริการ และภาคประชาชน มีมาตรการจูงใจที่เหมาะสม 3.4.5 สงเสริมการพัฒนา ผลิต และใชพลังงานควบคูไปกับการดูแลรักษาสิ่งแวดลอม สงเสริมกลไก การพัฒนาพลังงานที่สะอาด รวมทั้งใหความสําคัญกับการจัดการกาซเรือนกระจกเพื่อชวยบรรเทาสภาวะ โลกรอน 3.5 นโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศ 3.5.1 พัฒนาโครงสรางพื้นฐานดานเทคโนโลยีสารสนเทศ เชน โครงขายสื่อสารความเร็วสูงให ทั่วถึง เพียงพอ ในราคาที่เหมาะสม เปนธรรม และแขงขันได เพื่อเปนโครงขายหลักสนับสนุนการพัฒนา ประเทศไทยไปสูสังคมแหงภูมิปญญา ชวยลดความเหลื่อมล้ําระหวางเขตเมืองและชนบท และเพิ่มศักยภาพ ในการแขงขันของประเทศ 3.5.2 พัฒนาอุตสาหกรรมซอฟตแวร ฮารดแวร และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวของดานบริการความรูผาน สื่ออิเล็กทรอนิกส และจัดใหมีกลไกสนับสนุนแหลงทุนสําหรับผูประกอบธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศขนาด กลางและขนาดยอม รวมทั้งพัฒนาบุคลากรใหมีศักยภาพไดมาตรฐานและสอดคลองกับความตองการของ ตลาด เพื่อผลักดันใหประเทศไทยเปนศูนยกลางดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในภูมิภาค
  • 95.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 84 3.5.3 สนับสนุนการนําเทคโนโลยีสารสนเทศมาใชในการพัฒนาระบบบริหารจัดการและบริการ ภาครัฐดวยระบบอิเล็กทรอนิกส การเชื่อมโยงขอมูล การบริหารจัดการขนสงสินคาและบริการ การเตือนภัย และความมั่นคงของรัฐ บริการการศึกษาและสาธารณสุข ตลอดจนการพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศและ เทคโนโลยีอวกาศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มศักยภาพในการแขงขันของประเทศ 4. นโยบายที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม รัฐบาลใหความสําคัญแกบทบาทของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวด-ลอม ในการสรางความสุขของ ประชาชนและสรางความสามารถในการแขงขันของประเทศ โดยใหความสําคัญแกการบริหารจัดการอยาง บูรณาการระหวางมิติของเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวด-ลอม และเพิ่มการมีบทบาทรวม ของประชาชนและชุมชน โดยจะดําเนินการ ดังนี้ 4.1 อนุรักษ พัฒนา และใชประโยชนจากความหลากหลายทางชีวภาพอยางยั่งยืนใหเกิดมูลคาทาง เศรษฐกิจ โดยใหความสําคัญแกการใชภูมิปญญาและวัฒนธรรมทองถิ่น ตลอดจนความปลอดภัยทางชีวภาพ เพื่อสรางความมั่นคงดานอาหารและสุขภาพ และสรางมูลคาเพิ่มสูเศรษฐกิจระดับประเทศและสากลในระยะ ตอไป 4.2 เรงรัดการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมภายใตการมีสวนรวมของประชาชน ชุมชนทองถิ่น องคกรปกครองสวนทองถิ่น และภาคเอกชน ใหมีความสมดุลของการใชประโยชน การถือ ครอง และการอนุรักษฐานทรัพยากร ที่ดิน ปาไม สัตวปา ทรัพยากรน้ํา ทรัพยากรทางทะเลและชายฝง และ ทรัพยากรธรณี โดยการใชระบบภูมิสารสนเทศ ควบคูกับการปรับปรุงและบังคับใชกฎหมายตลอดจนกฎ ระเบียบที่เกี่ยวของอยางเครงครัด โดยเรงรัดปราบปรามการทําลายปา สัตวปา และทรัพยากรธรรมชาติอยาง จริงจัง รวมทั้งการมีสวนรวมของผูเกี่ยวของใหเกิดประโยชนสูงสุด และมีการใชทรัพยากรธรรมชาติเพื่อ การพัฒนาประเทศและคุณภาพชีวิตอยางยั่งยืน 4.3 อนุรักษทรัพยากรดินและปาไม โดยการยุติการเผาไรนาและทําลายหนาดิน การลดการใชสาร เคมีเพื่อการเกษตร รวมทั้งการฟนฟูดินและปองกันการชะลางทําลายดิน โดยการปลูกหญาแฝกตามแนว พระราชดําริ รวมทั้งมีการกระจายและจัดการกรรมสิทธิ์ที่ดินอยางเปนธรรม อนุรักษและปองกันรักษาปา ที่สมบูรณ สนับสนุนใหมีการปลูกและฟนฟูปาตามแนวพระราชดําริ สนับสนุนการจัดการปาชุมชนและสง เสริมการปลูกไมเศรษฐกิจในพื้นที่ที่เหมาะสมตามหลักวิชาการ และการสนับสนุนบทบาทของชุมชนใน การบริหารจัดการน้ํา เชน การทําฝายตนน้ําลําธารหรือฝายชะลอน้ําตามแนวพระราชดําริ 4.4 จัดใหมีมาตรการปองกันและพัฒนาระบบขอมูลและเตือนภัยจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ เชน อุทกภัย ภัยแลง ธรณีพิบัติ และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และดําเนินมาตรการลดผลกระทบ และความเดือดรอนของประชาชนจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ 4.5 เรงรัดการควบคุมมลพิษทางอากาศ ขยะ น้ําเสีย กลิ่น และเสียง ที่เกิดจากการผลิตและบริโภค โดยเฉพาะเรงรัดการสรางระบบบําบัดน้ําเสียที่เกิดขึ้นจากสังคมเมืองและการผลิตในภาคเกษตรและ
  • 96.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 85 อุตสาหกรรม การจัดทําระบบกําจัดขยะโดยวิธีที่เปนมิตรตอสิ่งแวดลอม และเพิ่มขีดความสามารถขององค กรปกครองสวนทองถิ่นในการกําจัดขยะและบําบัดน้ําเสีย 4.6 สงเสริมใหภาครัฐและภาคเอกชนวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อการอนุรักษพลังงาน การจัดการดานสิ่งแวดลอม การผลิตวัสดุที่สามารถยอยสลายได การหมุนเวียนการใชวัตถุดิบและเทคโนโลยี ที่สะอาด และการใชหลักผูกอมลพิษเปนผูรับภาระคาใชจายเพื่อกระตุนใหเกิดการลดการกอมลพิษและ ลดภาระของสังคมตามธรรมาภิบาลสิ่งแวดลอม 4.7 สงเสริมการสรางความตระหนักทางดานสิ่งแวดลอม รวมทั้งการดําเนินกิจกรรมและการปรับ พฤติกรรมการผลิตและการบริโภค เพื่อบรรเทาผลจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ตลอดจน สนับสนุนการดําเนินการตามพันธกรณีระหวางประเทศที่จะนํามาสูการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม 5. นโยบายวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และนวัตกรรม รัฐบาลตระหนักถึงความสําคัญของการวิจัยและพัฒนาดานวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และนวัตกรรม ในฐานะที่เปนปจจัยสําคัญในการเพิ่มความสามารถในการแขงขันทางเศรษฐกิจ และการยกระดับคุณภาพ ชีวิต โดยรัฐบาลจะดําเนินการ ดังนี้ 5.1 สงเสริมการนํางานวิจัยทางวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีมาใชในการพัฒนา ประเทศ ควบคูกับ การพัฒนาระบบวิจัยและพัฒนาเชิงนวัตกรรมที่มีอยูใหสนองความตองการของภาคการผลิตและบริการ โดยใหความสําคัญแกการเชื่อมโยงระหวางภาคเอกชน สถาบันวิจัย และมหาวิทยาลัย ตลอดจนพัฒนาเครือ ขายวิสาหกิจ ซึ่งจะนําไปสูการวิจัย และพัฒนาตอยอดและมีการใชประโยชนองคความรูและเทคโนโลยีใน เชิงพาณิชย 5.2 สรางเสริมความรูความคิดของประชาชนทางดานวิทยาศาสตร พรอมทั้งเรงผลิตและพัฒนา บุคลากรดานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีที่มีคุณภาพและคุณธรรมใหสอดคลองกับการเจริญเติบโตของภาค การผลิตและบริการ ตลอดจนพัฒนาเสนทางอาชีพเพื่อรักษาบุคลากรดานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีไวใน ระบบ รวมทั้งจัดใหมีสิ่งอํานวยความสะดวกที่สามารถดึงดูดบุคลากรที่มีความรูขั้นสูงจากตางประเทศเพื่อ ใหเกิดการถายทอดองคความรูแกบุคลากรไทย 5.3 พัฒนาโครงสรางพื้นฐานดานวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหมีคุณภาพและปริมาณ ที่เพียงพอกับความตองการ และสนับสนุนการสรางทรัพยสินทางปญญาของคนไทยเพื่อปองกันมิใหไทย ถูกเอาเปรียบทางเทคโนโลยีจากตางประเทศ โดยพัฒนาระบบการจัดการทรัพยสินทางปญญาใหมีประสิทธิ ภาพ พัฒนาระบบรับรองมาตรฐานใหทันสมัย รวมทั้งพัฒนาศูนยบมเพาะธุรกิจที่ใชเทคโนโลยี อุทยานวิทยา ศาสตร และศูนยแหงความเปนเลิศในสาขาเทคโนโลยีที่สําคัญ 5.4 ปรับปรุงระบบการวิจัยของประเทศใหสอดคลองกับการปรับโครงสราง เศรษฐกิจ โดยพัฒนา มาตรการจูงใจ และกฎหมายใหเอื้อตอการลงทุนวิจัยและพัฒนาของภาคธุรกิจ เอกชน และสงเสริมการลงทุน
  • 97.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 86 จัดหาเทคโนโลยีที่เหมาะสมและมีความสําคัญเชิงยุทธศาสตรจากตางประเทศมาใชประโยชน 6. นโยบายการตางประเทศและเศรษฐกิจระหวางประเทศ รัฐบาลจะดําเนินนโยบายตางประเทศเพื่อตอบสนองผลประโยชน สูงสุดของประเทศและประชาชน โดยจะดําเนินบทบาทเชิงรุกในการสงเสริมความรวมมือและขยายความสัมพันธอันดีกับนานาประเทศทั้ง ดานการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม และยึดมั่นในพันธกรณีที่มีอยูกับตางประเทศตาม สนธิสัญญาและความตกลงตางๆ ที่ประเทศไทยเปนภาคี และเคารพกฎหมายระหวางประเทศ รวมทั้งกฎบัต รสหประชาชาติและปฏิญญาสากลวาดวยสิทธิมนุษยชน พรอมกับการสรางภูมิคุมกันและพัฒนาเศรษฐกิจ ไทยทุกสาขาใหไดรับประโยชนจากความสัมพันธทางเศรษฐกิจระหวางประเทศ และสานตอนโยบายทีม ประเทศไทย (Team Thailand) เพื่อใหการดําเนินงานดานตางประเทศมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และมีเอก ภาพ โดยจะดําเนินการ ดังนี้ 6.1 สงเสริมและพัฒนาความสัมพันธกับประเทศเพื่อนบาน โดยสงเสริมความ รวมมือทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชน และสื่อมวลชน เพื่อเสริมสรางความเขาใจอันดีและความใกลชิดระหวางกัน อันจะนําไป สูการขยายความรวมมือทางเศรษฐกิจ การคา การลงทุน การสงเสริมการทองเที่ยว การขยายการคมนาคม ขนสง และความรวมมือดานอื่นๆ ภายใตกรอบความรวมมืออนุภูมิภาค เชน ยุทธศาสตรความรวมมือทาง เศรษฐกิจอิรวดี-เจาพระยา-แมโขง (ACMECS) แผนงานความรวมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุมแมน้ํา โขง (GMS) แผนงานความรวมมือทางเศรษฐกิจอินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (IMT-GT) และความริเริ่มแหง อาวเบงกอลสําหรับความรวมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ (BIMSTEC) เปนตน 6.2 สงเสริมความรวมมือกับประเทศในเอเชีย กรอบความรวมมือเอเชีย และเพิ่ม บทบาทในการ สรางความแข็งแกรงของอาเซียนเพื่อใหบรรลุเปาหมายในการจัดตั้งประชาคมอาเซียน และผลักดันบทบาท อาเซียนในเวทีระหวางประเทศในวาระที่ไทยเปนประธานอาเซียน 6.3 มีบทบาทที่สรางสรรคในองคกรระหวางประเทศ โดยเฉพาะเวทีสหประชาชาติ และองคกร ระดับภูมิภาคตางๆ เพื่อรักษาสันติภาพ ความมั่นคง สงเสริมกระบวนการประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน มนุษยธรรม ตลอดจนรวมมือในการแกไขประเด็นปญหาขามชาติทุกดานที่สงผลกระทบตอความมั่นคง ของมนุษย 6.4 กระชับความรวมมือและความเปนหุนสวนทางยุทธศาสตรกับประเทศและกลุม ประเทศที่มี บทบาทสําคัญของโลก จัดทําขอตกลงการคาเสรีในกรอบพหุภาคีและกับประเทศตาง ๆ เพื่อประโยชนสูงสุด ของประเทศโดยรวม สรางกลไกเพื่อชวยเหลือผูประกอบการใหสามารถปรับตัวรับผลกระทบและสงเสริม การใชประโยชนจากความตกลงการคาเสรี 6.5 ดําเนินงานเชิงรุกทางการทูตเพื่อประชาชน วัฒนธรรม และการศึกษา ตลอด จนการแลกเปลี่ยน ในระดับประชาชนกับนานาประเทศ พรอมทั้งสงเสริมความรวมมือทางวิชาการกับประเทศกําลังพัฒนา และ สานตอความรวมมืออยางใกลชิด เพื่อความเขาใจอันดีกับองคกรทางศาสนาอื่นๆ
  • 98.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 87 6.6 คุมครองผลประโยชนของคนไทย ดูแลคนไทยและแรงงานไทยในตางประเทศ โดยเฉพาะคน ไทยที่ประกอบอาชีพและมีถิ่นฐานในตางประเทศ สงเสริมบทบาทของชุมชนชาวไทยในการรักษาเอกลักษณ และความเปนไทย 7. นโยบายความมั่นคงของรัฐ รัฐบาลจะรักษาความมั่นคงของประเทศ สถาบันพระมหากษัตริย และระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริยทรงเปนประมุข และสรางความสมานฉันทของคนในชาติ เตรียมความพรอมในการเผชิญภัย คุกคามทุกรูปแบบ ทั้งภัยธรรมชาติและความขัดแยงที่อาจสงผลกระทบถึงประเทศไทย แกไขความขัดแยงใน พื้นที่สามจังหวัดภาคใตและสรางการอยูรวมกันอยางสงบสุขสามัคคี สรางความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย สินแกประชาชนในทุกพื้นที่ของประเทศ และตอตานภัยสังคมในทุกรูปแบบ โดยจะดําเนินการ ดังนี้ 7.1 เทิดทูนและพิทักษรักษาไวซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย ดํารงรักษาไวซึ่งพระบรมเดชานุภาพ แหงพระมหากษัตริยมิใหผูใดลวงละเมิดได รวมทั้งเสริมสรางจิตสํานึกประชาชนในชาติใหมีความจงรักภักดี ตอสถาบันพระมหากษัตริย ตลอดจนสรางบรรยากาศใหเกิดความรัก ความสามัคคี และการอยูรวมกันอยาง สันติสุขของคนในชาติ 7.2 เสริมสรางระบบปองกันประเทศใหมีความมั่นคง มีศักยภาพในการรักษา เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแหงเขตอํานาจรัฐ และผลประโยชนของชาติ โดยมุงพัฒนาความทันสมัยของอาวุธยุทโธปกรณ และเตรียมความพรอมของกําลังพลในกองทัพ ตลอดจนการผนึกกําลังประชาชนใหมีสวนรวมในการรักษา ความมั่นคงของประเทศ พรอมทั้งใหการสนับสนุนภารกิจในการพัฒนาประเทศและการรักษาสันติภาพ ภายใตกรอบกติกาของสหประชาชาติ 7.3 เรงพัฒนาระบบการจัดการเพื่อแกไขปญหาผูหลบหนีเขาเมือง แรงงานตาง ดาวผิดกฎหมาย และ บุคคลที่ยังไมมีสถานะที่ชัดเจน เนนการบังคับใชกฎหมายอยางเขมงวดกับขบวนการลักลอบเขาเมืองที่ผูมี อิทธิพลใหการสนับสนุน เพื่อลดขนาดและผลกระทบของปญหาความมั่นคงระยะยาวใหเหลือนอยที่สุด ควบคูไปกับการจัดการแกไขปญหาสถานะและสิทธิของบุคคลที่ไมมีสถานภาพที่ชัดเจนภายใตความสมดุล ระหวางการรักษาความมั่นคงของชาติกับการดูแลสิทธิขั้นพื้นฐาน 7.4 พัฒนาและเสริมสรางเครือขายความรวมมือระหวางประเทศเพื่อการปองกัน และแกไขปญหาการ กอการรายและอาชญากรรมขามชาติ รวมทั้งมุงพัฒนาระบบบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนใหเกิดประโยชน ทางเศรษฐกิจ ควบคูกับการรักษาความมั่นคง ตลอดจนการดําเนินการอยางจริงจังเพื่อการรักษาผลประโยชน ของชาติทางทะเล และเรงขจัดเงื่อนไขความไมเขาใจกับประเทศ เพื่อนบาน เพื่อเสริมสรางความสัมพันธและ พัฒนาความรวมมือระหวางกันทั้งดานเศรษฐกิจและดานความมั่นคง 7.5 ปฏิรูประบบขาวกรองใหเกิดประโยชนตอการรักษาความมั่นคงและการเสริม สรางผล ประโยชนของชาติ โดยจัดระบบบูรณาการความรวมมือระหวางหนวยงานพลเรือน ตํารวจ ทหาร และให ความสําคัญแกขอมูลเชิงลึกดานเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงที่เปนประโยชนตอการปองกันและแกไข
  • 99.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 88 ปญหาของชาติไดอยางแทจริง 7.6 พัฒนาระบบการเตรียมพรอมแหงชาติ โดยเนนการบริหารวิกฤตการณทั้งที่ เกิดจากภัยธรรมชาติ และภัยที่มนุษยสรางขึ้น โดยมุงระดมสรรพกําลังจากทุกภาคสวนใหสามารถดําเนินงานรวมกันอยางมี ประสิทธิภาพ เพื่อปองกัน แกไข บรรเทา และฟนฟูความเสียหายของชาติที่เกิดจากภัยตางๆ 8. นโยบายการบริหารจัดการที่ดี รัฐบาลจะพัฒนาและปรับปรุงระบบการบริหารงานภาครัฐเพื่อให สวนราชการมีความพรอมและ กําลังคนที่มีขีดความสามารถในการปฏิบัติงาน เพื่อตอบสนองความตองการของประชาชนอยางมีประสิทธิ- ภาพ เกิดประสิทธิผล มีความคุมคา และเกิดความเปนธรรมในการใหบริการสาธารณะ และจะปรับปรุง กฎหมายและการยุติธรรม สนับสนุนการพัฒนาการเมือง และการมีสวนรวมของประชาชนในการดําเนิน นโยบายสาธารณะ เพื่อใหเกิดการบริหารราชการแผนดินที่ดี โดยจะดําเนินการดัง ตอไปนี้ 8.1 ประสิทธิภาพการบริหารราชการแผนดิน 8.1.1 ปรับปรุงการใหบริการประชาชน ดวยการสรางนวัตกรรมและนํา เทคโนโลยีใหม ๆ มาใชใน การใหบริการรูปแบบตางๆ เพื่อลดภาระและอํานวยความสะดวกแกประชาชน 8.1.2 พัฒนาระบบและกําหนดมาตรการเพื่อดึงดูดผูมีความรูความสามารถเขามารับราชการ ดวยการ ปรับปรุงระบบคาตอบแทนและสิ่งจูงใจใหเทียบเคียงหรือแขงขันไดในตลาดแรงงาน เพื่อใหระบบราชการ เปนนายจางอันเปนที่หมายปองของผูสมัครงาน รวมทั้งสนับสนุนใหมีการเคลื่อนยายถายโอนกําลังคนทั้ง ภายในระบบราชการและระหวางหนวยงานภาครัฐกับภาคสวนอื่นๆ 8.1.3 พัฒนาระบบงานและสมรรถนะของขาราชการและเจาหนาที่ของรัฐทุก ระดับอยางตอเนื่อง เพื่อใหมีขีดความสามารถในการปฏิบัติราชการและการสงมอบบริการสาธารณะ โดยจะเนนการพัฒนา ขาราชการในตําแหนงที่มีความสําคัญตอยุทธศาสตรการพัฒนาประเทศ และสรางผูนําการเปลี่ยนแปลงใน ระบบราชการ รวมทั้งจะวางมาตรการสําหรับประเมินผลการปฏิบัติงานและจายคาตอบแทนที่เปนธรรม ตามผลงาน เพื่อใหเกิดขวัญกําลังใจและแรงจูงใจในการพัฒนาผลงาน 8.1.4 พัฒนาคุณภาพชีวิตของขาราชการและเจาหนาที่ของรัฐใหดีขึ้นเพื่อให สามารถดํารงชีพอยาง มีศักดิ์ศรี โดยการเพิ่มเงินเดือน คาตอบแทน และสวัสดิการใหเหมาะสมกับสภาพการทํางานและสถานการณ คาครองชีพที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งปรับปรุงสวัสดิภาพการทํางานและภาระหนี้สิน เพื่อใหขาราชการและ เจาหนาที่ของรัฐมีความสมดุลระหวางการทํางานกับชีวิตสวนตัว 8.1.5 เสริมสรางมาตรฐานดานคุณธรรม จริยธรรม ใหแกขาราชการและเจาหนาที่ของรัฐ และพัฒนา ความโปรงใสในการปฏิบัติงานของหนวยงานภาครัฐ พรอมทั้งปองกันและปราบปรามการทุจริตและ ประพฤติมิชอบของขาราชการและเจาหนาที่ของรัฐอยางจริงจัง เพื่อใหภาคราชการเปนที่เชื่อถือไววางใจแก ประชาชน
  • 100.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 89 8.1.6 สงเสริมการกระจายอํานาจการปกครองสูทองถิ่นอยางจริงจัง โดยสรางดุลยภาพระหวางการ กํากับดูแลและความเปนอิสระของทองถิ่น โดยไมกระทบความสามารถในการตัดสินใจดําเนินงานตามความ ตองการของทองถิ่น สรางความเขมแข็งและขีดความสามารถในการบริหารจัดการงบประมาณและบุคลากร ของทองถิ่นเพิ่มขึ้น ตลอดจนพึ่งพาตนเองดวยฐานรายไดที่ทองถิ่นจัดเก็บเองไดมากขึ้น 8.1.7 สนับสนุนใหองคกรปกครองสวนทองถิ่นมีบทบาทในการจัดบริการสาธารณะของทองถิ่น เพิ่มขึ้นโดยคํานึงถึงความจําเปนและความเหมาะสมตามศักยภาพของทองถิ่น รวมทั้งความตองการของ ประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนขยายการใหบริการที่ครอบคลุมการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน เชื่อมโยง และบูรณาการกับแผนชุมชนและแผนระดับตางๆ ในพื้นที่ 8.1.8 เรงรัดดําเนินการถายโอนภารกิจของราชการสวนกลางใหองคกรปกครองสวนทองถิ่น ตาม กฎหมายวาดวยการกําหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจใหแกองคกรปกครองสวนทองถิ่น รวมทั้ง การจัดสรรรายไดใหทองถิ่นแตละประเภทอยางเหมาะสม 8.1.9 สนับสนุนระบบการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการของผูวาราชการจังหวัด ผานกระบวน การจัดทําแผนพัฒนาจังหวัดและกลุมจังหวัด และการจัดทํางบประมาณจังหวัดและกลุมจังหวัด เพื่อให จังหวัดและกลุมจังหวัดวางยุทธศาสตรการพัฒนาและทิศทางการพัฒนาพื้นที่ในอนาคตที่สอดคลองกับแนว นโยบายของรัฐบาล เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ศักยภาพของพื้นที่ และความตองการของประชาชน 8.2 กฎหมายและการยุติธรรม 8.2.1 ดูแลใหมีการปฏิบัติและบังคับใชกฎหมายอยางถูกตอง รวดเร็ว เปนธรรม และทั่วถึง และ สงเสริมการใหความรูเกี่ยวกับกฎหมายที่มีผลกระทบตอประชาชนและภาคธุรกิจ รวมตลอดถึงเพิ่มประสิทธิ ภาพในการคุมครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และสนับสนุนการใหความชวยเหลือทางกฎหมายแก ประชาชน 8.2.2 พัฒนากฎหมายใหทันตอความเปลี่ยนแปลงและความจําเปนของสังคม รวมทั้งจัดใหมี "องคกร เพื่อการปฏิรูปกฎหมาย" และ "องคกรเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม" ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ แหงราชอาณาจักรไทย เพื่อปรับปรุงและพัฒนากฎหมายของประเทศและกระบวนการยุติธรรม 8.2.3 สงเสริมและพัฒนาระบบงานยุติธรรมทุกดาน โดยเฉพาะอยางยิ่งการปองกันอาชญากรรมและ สรางความเปนธรรมในสังคม การพัฒนากระบวนการยุติธรรมทางอาญาใหเปนไปตามหลักนิติธรรม การใช เครื่องมือและหลักวิชาการนิติวิทยาศาสตร การสงเสริมการเขาถึงความยุติธรรมและการมีสวนรวมของ ประชาชนในการอํานวยความยุติธรรม เชน การพัฒนาระบบยุติธรรมชุมชนและยุติธรรมจังหวัด การพัฒนา และจัดใหมีกระบวนการยุติธรรมทางเลือก (ซึ่งเปนกระบวนการชะลอการลงโทษ เชน ใชวิธีการทํางาน บําเพ็ญประโยชนเพื่อสังคม เปนตน) ควบคูกับกระบวนการยุติธรรมกระแสหลัก รวมทั้งการพัฒนาระบบ และวิธีปฏิบัติเพื่อแกไขฟนฟูผูกระทําผิดใหเหมาะสมตอกลุมเปาหมาย ตลอดจนการพัฒนาระบบฐานขอมูล และเทคโนโลยีสารสนเทศกระบวนการยุติธรรม
  • 101.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 90 8.2.4 เสริมสรางความยุติธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต โดยมุงพัฒนากฎหมายและระบบงาน ยุติธรรมที่สอดคลองกับพื้นที่ วิถีชีวิต และวัฒนธรรมทองถิ่น บังคับใชกฎหมายอยางเครงครัด ขจัดเงื่อนไข ความไมยุติธรรม และพัฒนาระบบการพิสูจนการกระทําความผิดที่มีประสิทธิภาพ 8.3 สงเสริมใหประชาชนมีโอกาสไดรับรูขอมูลขาวสารจากทางราชการและสื่อสาธารณะอื่นได อยางกวางขวาง ถูกตอง เปนธรรม และรวดเร็ว รัฐบาลมีความมุงมั่นที่จะดําเนินการตามแนวนโยบายพื้นฐานแหงรัฐอยางจริงจัง โดยรัฐบาลขอ ชี้แจงวา การกําหนดนโยบายของรัฐบาลที่ไดกราบเรียนมาแลวนี้ จะเปนแนวทางดําเนินการในระยะเวลา 4 ป ตามความเรงดวนของการแกไขปญหาของประเทศ รวมทั้งจะเปนการบริหารราชการแผนดินใหเปนไปตาม แนวนโยบายพื้นฐานแหงรัฐตามบทบัญญัติในหมวด 5 วาดวยแนวนโยบาย พื้นฐานแหงรัฐตามรัฐธรรมนูญ แหงราชอาณาจักรไทย นอกจากนี้ เพื่อใหรัฐบาลสามารถบริหารราชการ แผนดินไดตามบทบัญญัติของรัฐ ธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย และดําเนินนโยบายจนบรรลุเปาหมาย ตามที่กําหนดไวได รัฐบาลจะ ดําเนินการปรับปรุงหรือกําหนดแนวทางการปฏิบัติงานของหนวยงานของรัฐ พัฒนาระบบการบริหารจัดการ เสนอรางกฎหมาย ตลอดจนดําเนินการทุกประการที่เกี่ยวของกับการบริหารราชการแผนดินใหมีประสิทธิ ภาพ และสามารถบรรลุผลในทางปฏิบัติเพื่อประโยชนแกการพัฒนาประเทศ โดยถือเปนนโยบายการบริหาร ราชการแผนดินของรัฐบาลนี้ดวย การกําหนดนโยบายบริหารราชการแผนดินของคณะรัฐมนตรีตามที่กลาวมา ไดวางอยูบนพื้นฐาน ขอมูลตามความเปนจริงของประเทศ และความตอเนื่องกับเหตุการณที่ผานมา ตลอดจนการวิเคราะหสภาพ แวดลอมใหมทั้งทางดานเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง และสถานการณของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป เมื่อการแถลงนโยบายนี้เสร็จสิ้นแลว รัฐบาลจะไดเรงดําเนินการใหเปนรูปธรรม โดยจัดทํารายละเอียดของ แผนปฏิบัติการ ประกอบดวย แผนการบริหารราชการแผนดิน แผนปฏิบัติราชการของสวนราชการตาง ๆ และแผนการตรากฎหมาย ที่จะใชเปนคูมือและแนวทางการทํางานตอไป อนึ่ง รัฐบาลนี้ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข โดยถือวารัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยเปนรากฐานสําคัญในการวางระบบการบริหารประเทศใหเกิด ความมั่นคง และสรางเสริมหลักประชาธิปไตยที่ถูกตองและเหมาะสมเปนที่ยอมรับของชน ในชาติ ซึ่ง รัฐธรรมนูญฉบับปจจุบันเปนรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่ใหประชาชนออกเสียงลงประชามติใหความเห็นชอบ แตโดยที่ยังปรากฏวามีความคิดเห็นที่แตกตางกันอยูมาก รัฐบาลนี้จึงจะสนับสนุนใหมีการศึกษา ทบทวน บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเพื่อดําเนินการแกไขใหเปนไปตามหลักประชาธิปไตยอยางแทจริงและเปน ประโยชนตอการบริหารประเทศใหดียิ่งขึ้นในเวลาอันควรตอไป รัฐบาลขอใหความเชื่อมั่นแกรัฐสภาอันเปนองคกรที่มีอํานาจหนาที่ควบคุมการบริหารราชการแผนดิน วาจะบริหารราชการแผนดินดวยความซื่อสัตย สุจริต มีความมุงมั่นที่จะบริหารประเทศใหมีความเจริญกาว
  • 102.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 91 หนา ทัดเทียมอารยประเทศ สรางความเทาเทียมใหเกิดขึ้นในสังคมที่มีความสมดุลมากขึ้น และใหคนไทย มีความภาคภูมิใจในความเปนไทย ทั้งนี้ โดยยึดประโยชนสุขของประชาชนชาวไทยเปนที่ตั้งอยางแทจริง 2. นโยบายดานการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม มีดังนี้ 2.1 นโยบายการศึกษา 2.1.1 ยกระดับคุณภาพการศึกษาของคนไทยอยางมีบูรณาการและสอดคลอง กันตั้งแตระดับ ปฐมวัยจนถึงอุดมศึกษาทั้งในและนอกระบบการศึกษา และสรางระบบการเรียนรูตลอดชีวิต 2.1.2 พัฒนาหลักสูตร ปรับระบบการผลิตและพัฒนาครูใหมีคุณภาพและคุณธรรมอยางทั่วถึง ตอ เนื่อง และกาวทันการเปลี่ยนแปลงในยุคโลกาภิวัตน 2.1.3 สงเสริมการนําเทคโนโลยีสารสนเทศมาใชในการเพิ่มประสิทธิภาพการเรียน การสอน และ การเรียนรูอยางจริงจัง จัดใหมีการเขาถึงระบบอินเทอรเน็ตความเร็วสูงอยางกวางขวาง พรอมทั้งจัดหา อุปกรณเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อประกอบการเรียนการสอนใหโรงเรียนอยางทั่วถึง 2.1.4 ดําเนินการใหบุคคลมีสิทธิเสมอกันในการรับการศึกษา 12 ปโดยไม เสียคาใชจาย รวมทั้ง สนับสนุนผูยากไร ผูพิการหรือทุพพลภาพ หรืออยูในสภาวะยากลําบาก ใหไดรับการศึกษา และเพิ่มโอกาส ใหแกเยาวชนในการศึกษาตอผานกองทุนใหกูยืมที่ผูกพันกับรายไดในอนาคต และเชื่อมโยงกับนโยบายการ ผลิตบัณฑิตเพื่อตอบสนองความตองการบุคลากรที่มีความรูความสามารถของประเทศ รวมทั้งตอยอดให ทุนการศึกษาทั้งในและตางประเทศ 2.1.5 สนับสนุนการผลิตและพัฒนากําลังคนใหสอดรับการเปลี่ยนแปลงโครงสรางภาคการผลิตและ บริการ และเรงผลิตกําลังคนระดับอาชีวศึกษาใหมีคุณภาพเพื่อสนับสนุนความสามารถในการแขงขันของ ประเทศในสาขาตางๆ เชน ปโตรเคมี ซอฟตแวร อาหาร สิ่งทอ บริการสุขภาพและการทองเที่ยว และการ บริหารจัดการขนสงสินคาและบริการ เปนตน ดวยความรวมมือระหวางสถานประกอบการ สถาบันการ ศึกษา และสถาบันเฉพาะทาง ตลอดจนใหมีการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพตามมาตรฐานสากล 2.1.6 ขยายบทบาทของระบบการเรียนรูเชิงสรางสรรคผานองคกรตาง ๆ เชน สํานักงานบริหาร จัดการองคความรู ระบบหองสมุดสมัยใหม หรืออุทยานการเรียนรู พิพิธภัณฑเพื่อการเรียนรูแหงชาติ ศูนย สรางสรรคงานออกแบบ ศูนยพัฒนาดานกีฬา ดนตรี ศิลปะ ศูนยบําบัดและพัฒนาศักยภาพของบุคคล ออทิสติก เด็กสมาธิสั้น และผูดอยโอกาสอื่น ๆ ศูนยการเรียนรูดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 2.2 นโยบายศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม 2.2.1 อุปถัมภ คุมครอง และทํานุบํารุงพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น ๆ เพื่อใหมีบทบาทสําคัญใน การปลูกฝงใหประชาชนเขาใจและนําหลักธรรมของศาสนา มาใชในการเสริมสรางคุณธรรมและพัฒนา คุณภาพชีวิต
  • 103.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 92 2.2.2 ฟนฟูและสืบสานคุณคาความหลากหลายของวัฒนธรรมไทยทั้งที่เปนวิถีชีวิต ประเพณี คานิยม ที่ดีงาม ภูมิปญญาทองถิ่น และการดูแลรักษาแหลงอุทยานประวัติศาสตร โบราณสถาน พิพิธภัณฑตางๆ เพื่อ การศึกษาเรียนรูและใชประโยชนในการเพิ่มมูลคาผลผลิตบน พื้นฐานความรูและความเปนไทย รวมทั้ง สงเสริมและพัฒนาโบราณสถานใหเปนมรดกทางวัฒนธรรมระดับโลก 2.2.3 พัฒนาแหลงเรียนรูทางวัฒนธรรมและการนันทนาการ เพื่อสงเสริมให วัยรุนไทยเกิดการเรียน รูที่ถูกตอง ใชเวลาวางใหเปนประโยชน มีคุณธรรมเอื้ออาทรตอผูอื่น และเกิดการเรียนรูศิลปะอยางสราง สรรค เขาใจถึงคุณคา ซาบซึ้งในความสุนทรียของศิลปะ 2.2.4 ขยายบทบาทสภาวัฒนธรรมทุกจังหวัดใหเปนกลไกเฝาระวังทาง วัฒนธรรมที่ครอบคลุมทั้ง วิถีชีวิตและสื่อทุกประเภทที่มีผลกระทบตอการเบี่ยงเบนทางวัฒนธรรม และพฤติกรรมของเด็กและเยาวชน พรอมทั้งขจัดสื่อที่เปนภัยตอสังคม ขยายสื่อดีเพื่อนําไปสูการสรางภูมิคุมกันทางสังคมอยางเทาทันการณ 3. นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ 3.1) แผนยุทธศาสตรพัฒนาการศึกษากระทรวงศึกษาธิการในชวงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แหงชาติฉบับที่ 10(พ.ศ.2550-2554) มีสาระสําคัญดังนี้ วิสัยทัศน มุงพัฒนาผูเรียนใหมีคุณธรรมนําความรู มีคุณภาพ มีศักยภาพในการพัฒนาตนเองตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง เสริมสรางคุณธรรม พัฒนาสังคมฐานความรู และยืนหยัดบนเวทีโลกบนพื้นฐานความ เปนไทย พันธกิจ 1) เสริมสรางโอกาสทางการศึกษาใหแกประชาชน 2) ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา 3) พัฒนาระบบบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล วัตถุประสงค 1) เพื่อใหประชากรไดมีโอกาสรับการเรียนรูที่ใชคุณธรรมนําความรูตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงและยกระดับการศึกษาของคนไทย 2) เพื่อใหผูเรียนมีคุณภาพสูงขึ้น มีศักยภาพในการพัฒนาตนเองไปสูสังคมฐานความรู สามารถ แขงขันบนเวทีโลกบนพื้นฐานความเปนไทย 3) เพื่อใหการบริหารจัดการศึกษามีประสิทธิภาพมากขึ้นตามหลักธรรมาภิบาล
  • 104.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 93 เปาหมาย 1) จํานวนปการศึกษาเฉลี่ยของคนไทยเปน 10 ป 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาหลักของการศึกษาขั้นพื้นฐานสูงขึ้น รอยละ10 ภายใน 5 ป 3) ผูเรียนรอยละ 80 มีคุณลักษณะที่พึงประสงคตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ 4) รอยละ 60 ของกําลังแรงงานมีการศึกษาระดับ ม.ตนขึ้นไปมีความรูและทักษะที่จําเปนในการ ประกอบอาชีพ 5) สถานศึกษารอยละ 70 มีความแข็งแกรง คลองตัวและมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ยุทธศาสตรและมาตรการ 1) สรางความเสมอภาคและโอกาสเขาถึงบริการการศึกษา 1.1)จัดบริการการศึกษาใหทั่วถึงในทุกระดับทุกประเภทการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย 1.2)สรางหลักประกันโอกาสทางการศึกษาแกผูพิการและดอยโอกาส 1.3)สงเสริมการจัดการศึกษาใหมีความเชื่อมโยงทั้งในระบบ นอกระบบและตามอัธยาศัย 1.4)สงเสริมการศึกษาของเอกชนและการมีสวนรวมของทุกภาคสวนในการจัดและสนับสนุน การศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย 1.5)สงเสริมสนับสนุนการศึกษานอกโรงเรียนและการศึกษาตามอัธยาศัย 2) สรางกระบวนการเรียนรู ปลูกฝงจิตสํานึก คานิยม คุณธรรม วัฒนธรรมตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง 2.1) ปลูกจิตสํานึก สรางเจตคติ ปรับพฤติกรรม 2.2) ปรับกระบวนการเรียนเรียนรู หาตนแบบ สืบทอด 2.3) สรางภูมิตานทานโดยเครือขาย ขยายผลบาน สถาบันศาสนา สถานศึกษาและสื่อ 2.4) กํากับ ติดตาม ประเมินผล 2.5) อนุรักษ สืบทอดวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงาม 3) เรงรัดพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา 3.1) พัฒนาระบบประกันคุณภาพการศึกษาทุกระดับ ทุกประเภท 3.2) สงเสริมและสนับสนุนดานวิจัย พัฒนาและถายทอดองคความรู 3.3) พัฒนาและยกระดับมาตรฐานการศึกษา 3.4) ปรับหลักสูตรกระบวนการเรียนการสอน 3.5) พัฒนาระบบบริหารจัดการความรู 3.6) บูรณาการภูมิปญญากับการจัดการเรียนรูวิทยาการสมัยใหม 3.7) พัฒนาการศึกษาและวิจัยเพื่อใหบริการรักษาพยาบาลและสงเสริมสุขภาพ
  • 105.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 94 3.8) สงเสริมศูนยบมเพาะวิสาหกิจในสถาบันการศึกษาใหเปนแหลงเรียนรูและ พัฒนาระบบธุรกิจ 3.9) สงเสริมและสนับสนุนใหประเทศไทยเปนศูนยกลางการศึกษาในภูมิภาคและสรางภาคี เครือขายและความรวมมือระหวางประเทศในการจัดการศึกษา 4) พัฒนาระบบบริหารจัดการตามหลักเกณฑและวิธีการบริหารจัดการบานเมืองที่ดี 4.1) ปรับปรุง กลไกการประสานงานการจัดการศึกษาในสวนกลางและสวนภูมิภาค 4.2) พัฒนาระบบ กํากับ ติดตาม ประเมินผล 4.3) เรงรัด ปรับปรุงแกไขและประกาศใชกฎหมายเกี่ยวกับการศึกษา 4.4) เรงผลักดันการกระจายอํานาจและสรางความเขมแข็งใหสถานศึกษา 4.5) ปรับสถานภาพของอุดมศึกษาของรัฐที่เปนสวนราชการและมีศักยภาพและความพรอมเปน สถาบันการศึกษาในกํากับของรัฐตามความสมัครใจ 4.6) พัฒนาการวางแผนที่เนนการมีสวนรวมของภาคีเครือขายพัฒนา 4.7) พัฒนาระบบขอมูลกลางทางการศึกษาที่เชื่อมโยงทุกระดับ 5) ผลิตและพัฒนาครู คณาจารยและบุคลากรทางการศึกษา 5.1) พัฒนาระบบการผลิตครู คณาจารยและบุคลากรทางการศึกษา 5.2) พัฒนาครู คณาจารยและบุคลากรทางการศึกษา 5.3) ยกระดับมาตรฐานวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา 5.4) เรงรัดแกปญหาการขาดแคลนครู คณาจารยโดยเฉพาะในสาขาวิชาที่ขาดแคลน 5.5) สรางขวัญ กําลังใจ ความกาวหนาและความมั่นคงในวิชาชีพครู 5.6) พัฒนาและสงเสริม ครู คณาจารยและบุคลากรทางการศึกษาใหมีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู ทางวิชาการรวมกันทั้งภายในและตางประเทส 5.7) พัฒนาระบบงานบุคคลขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 6) พัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จังหวัดชายแดนภาคใต 6.1) จัดการศึกษาเพื่อสรางความมั่นคง 6.2) พัฒนาคุณภาพการศึกษา 6.3) สงเสริมศาสนสถาน 6.4) เสริมสรางโอกาสการศึกษาและการเรียนรูตลอดชีวิต 6.5) สงเสริมการศึกษาเพื่ออาชีพและการมีงานทํา 6.6) พัฒนาการบริหารจัดการ
  • 106.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 95 7) การผลิตและพัฒนากําลังคนเพื่อตอบสนองความตองการของการพัฒนาประเทศ 7.1) สรางและเสริมสรางคานิยมการศึกษาวิชาชีพ 7.2) สงเสริมการมีสวนรวมของทุกภาคสวนในการจัดการศึกษาอาชีวศึกษา 7.3) เรงผลิตและพัฒนากําลังคนทั้งระดับกลางและระดับสูงดานวิทยาศาสตร เทคโนโลยี แพทย พยาบาลและสาขาที่ขาดแคลน 7.4) พัฒนาสมรรถนะและทักษะแรงงานใหรองรับตอการพัฒนาประเทศและสรางระบบตอบแทน ที่เหมาะสม 7.5) เรงรัดการผลิตและพัฒนานักวิจัยใหมีศักยภาพและสอดคลองกับความตองการของประเทศ 3.2) แผนปฏิบัติราชการประจําปงบประมาณ 2551 กระทรวงศึกษาธิการ 1) สภาพปญหาดานการศึกษา 1.1)การขยายโอกาสทางการศึกษา พบวา - เด็กและเยาวชนที่ตกหลนยังไมไดรับการพัฒนา - เด็กยากจนและเด็กดอยโอกาสและปจจัยสนับสนุนการศึกษา 1.2) การพัฒนาคุณภาพและศักยภาพการบริหารจัดการ พบวา - ผลการประเมินคุณภาพการศึกษาในทุกระดับตองเรงรัดแกไข - การขาดแคลน อัตรากําลังครูผูสอนและเจาหนาที่บางสวน - การใช ICT ในการจัดการเรียนการสอน ยังมีนอย เนื่องจากมีขอจํากัด ทั้งอุปกรณและครูที่มี ความรูความสามารถดาน ICT ครู บุคลากรทางการศึกษา ยังขาดพัฒนาความรูและเทคโนโลยีใหมๆ - การทํางานแบบบูรณาการและเครือขายยังไมกระจายตัว ครอบคลุมทุกพื้นที่ - การนํานโยบาย กฎหมาย มาตรฐานการศึกษา สูการปฏิบัติไปสูความสําเร็จในระดับหนึ่ง แต ยังตองปรับปรุงในเรื่องของการสงเสริมความรูความเขาใจที่ถูกตองชัดเจนของผูเกี่ยวของ ระดับหนึ่ง แตยังตองปรับปรุงในเรื่องของการสงเสริมความรูความเขาใจที่ถูกตองชัดเจนของผูเกี่ยว ของในระดับตางๆและพัฒนากลไกที่มีประสิทธิภาพในการประสาน กํากับดูแล การนํานโยบายไปสู การปฏิบัติ - การขาดแคลนคุรุภัณฑการศึกษาหรือไมเพียงพอในการจัดการเรียนการสอนในแตละ สาขาวิชา - โครงการที่เปนโครงการใหมโครงการนํารอง อาจประสบปญหาในเรื่องความเขาใจของผู ปฏิบัติงาน การสื่อสารที่ลาชา สงผลใหการดําเนินงานลาชา และกระจุกตัวในชวงปงบประมาณ 1.3) ผลกระทบทางการศึกษาจากเหตุการณกอความไมสงบสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต
  • 107.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 96 2) สาระสําคัญของ แผนปฏิบัติราชการประจําปงบประมาณ 2551 กระทรวงศึกษาธิการ วิสัยทัศน มุงพัฒนาผูเรียนใหมีคุณธรรมนําความรู มีคุณภาพ มีศักยภาพในการพัฒนาตนเองตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง เสริมสรางคุณธรรม พัฒนาสังคมฐานความรู และยืนหยัดบนเวทีโลกบนพื้นฐานความ เปนไทย พันธกิจ เรงรัดการปฏิรูปการศึกษาเพื่อเสริมสรางโอกาสในการศึกษาใหแกประชาชน โดยยึดคุณธรรมนํา ความรูตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง พัฒนาคุณภาพมาตรฐานการศึกษา และพัฒนาระบบการบริหารจัดการ ใหมีคุณภาพและประสิทธิภาพ เปาประสงค 1) ปการศึกษาโดยเฉลี่ยของประชาชนสูงขึ้น ประชากรวัยแรงงาน มีความรูและทักษะ ที่จําเปน ในการประกอบอาชีพและเพิ่มผลผลิต 2) ผูเรียนมีคุณลักษณะตามเกณฑมาตรฐานการศึกษา 3) ครู คณาจารยและบุคลากรทางการศึกษามีศักยภาพในการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา 4) ทุกภาคสวนของสังคมมีสวนรวมในการจัดการศึกษา สถานศึกษามีความเขมแข็ง มีอิสระ มีความ คลองตัวในการบริหารจัดการ 4) การศึกษาชวยสรางสมานฉันท ความสามัคคี และใชสันติวิธีในการแกปญหา นโยบาย 1) เรงรัดปฏิรูปการศึกษาโดยยึดคุณธรรมนําความรู สรางความตระหนัก สํานึกในคุณคาของ เศรษฐกิจพอเพียง ความสมานฉันท สันติวิธี วิถีประชาธิปไตย พัฒนาคนโดยใชคุณธรรมเปน พื้นฐานของกระบวนการเรียนรู ที่เชื่อมโยงความรวมมือของสถาบันครอบครัว ชุมชน สถาบัน ศาสนาและสถานศึกษา 2) ขยายโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ของประชาชนใหกวางขวาง ทั่วถึง มีคุณภาพ โดยไมเก็บ คาใชจาย และขายโอกาสทางการศึกษาทุกระดับ ทุกประเภท 3) การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ 4) กระจายอํานาจไปสูเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา 5) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชน ภาคเอกชนและทองถิ่น 6) พัฒนาการศึกษาในเขตพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต
  • 108.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 97 ยุทธศาสตร 1) สรางกระบวนการเรียนรู ปลูกฝงจิตสํานึก คานิยม คุณธรรม วัฒนธรรม ตามหลักเศรษฐกิจ พอเพียง วิถีชีวิตประชาธิปไตยและธรรมมาภิบาลแกประชาชนและเยาวชนทุกระดับ โดยเชื่อม โยงความรวมมือกับทุกภาคสวนของสังคม 2) สรางโอกาสทางการศึกษาและสงเสริมการเรียนรูตลอดชีวิต 3) เรงปรับกระบวนการเรียนการสอนเพื่อยกระดับคุณภาพมาตรฐานการศึกษา 4) สนับสนุนการผลิตและพัฒนากําลังคนเพื่อตอบสนองตอความตองการในการพัฒนาประเทศ 5) เรงรัดผลักดันการกระจายอํานาจและสรางความเขมแข็งใหสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาและ สถานศึกษา 6) สงเสริมการมีสวนรวมของทุกภาคสวนในการจัดและสนับสนุนการศึกษาในรูปแบบที่หลาก หลาย 7) จัดการศึกษาในเขตพัฒนาการศึกษาในเขตพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใตใหสอดคลอง กับสภาพเศรษฐกิจ สังคมปละวัฒนธรรมใหเกิดสันติสุข 4. นโยบายและการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา สพฐ. 4.1) นโยบายสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน คุณหญิง ดร.กษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานไดกําหนดนโยบาย การศึกษาเพื่อสนองตอบตอนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้ 1) นโยบายคุณธรรม นําความรูสูการปฏิบัติ 2) นโยบายการขยายโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 3) นโยบายการพัฒนาคุณภาพ และมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ 4) นโยบายการกระจายอํานาจและเสริมสรางความเขมแข็ง ใหเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา 5) นโยบายการเสริมสรางการมีสวนรวม 6) นโยบายการพัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จังหวัดชายแดนภาคใต 4.2) การขับเคลื่อนโยบายสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไดทบทวนสภาพแวดลอมขององคกรจากการนําผล การดําเนินงานตามกลยุทธ ป 2550 ที่พิจารณาจากเปาหมาย จุดเนนของกิจกรรมสําคัญที่ไดติดตามจาก ทุกสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษานํามาปรับปรุงงานหลักตามนโยบาย และงานสนองนโยบายใหมีมิติความ ตอเนื่อง แกจุดบกพรอง และพัฒนา ใหเกิดความกาวหนาสงผลสูนโยบายของรัฐบาล และนโยบายของ กระทรวงศึกษาธิการ ดังมีรายละเอียดของ วิสัยทัศน พันธกิจ และกลยุทธของสํานักงานคณะกรรมการการ ศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังตอไปนี้
  • 109.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 98 วิสัยทัศน สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปนองคกรหลักในการจัดและสงเสริม สนับสนุน การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานใหประชากรวัยเรียนอยางทั่วถึง มีคุณธรรมนําความรูตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง และมีคุณภาพตามมาตรฐาน พันธกิจ ขยายโอกาสทางการศึกษาใหแกประชากรวัยเรียนทุกคน ไดรับการพัฒนาใหเปนบุคคลที่มีคุณธรรม นําความรูตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน และกระจาย อํานาจการบริหารและการจัดการศึกษา เปาประสงค 1. ประชากรวัยเรียนทุกคนทั้งปกติ พิการ และดอยโอกาสไดรับโอกาสในการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ป ตามสิทธิอยางเทาเทียมและทั่วถึง 2. ผูเรียนทุกคนไดรับการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน 3. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษามีความเขมแข็งในการบริหารและการจัดการศึกษา 4. ผูเรียนในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จังหวัดชายแดนภาคใตไดรับการศึกษาที่มีคุณภาพ กลยุทธ สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีภารกิจเกี่ยวกับการจัดและการสงเสริมการศึกษา ขั้นพื้นฐาน จัดทําผลผลิตจํานวน 5 ผลผลิต ไดแก ผูจบการศึกษากอนประถมศึกษา ผูจบการศึกษาภาคบังคับ ผูจบการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย เด็กพิการไดรับการศึกษาขั้นพื้นฐานและพัฒนาสมรรถภาพ และเด็ก ดอยโอกาสไดรับการศึกษา ขั้นพื้นฐาน โดยมีหนวยกํากับ ประสาน สงเสริมการจัดการศึกษาอยูที่สํานัก งานเขตพื้นที่การศึกษา จํานวน 185 เขตพื้นที่การศึกษา และมีสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเปนหนวยปฏิบัติการ การจัดการศึกษา เพื่อใหภารกิจดังกลาวสามารถตอบสนองสภาพปญหาเฉพาะและรองรับการขับเคลื่อน นโยบายของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจึงกําหนดการ ขับเคลื่อนกลยุทธป 2551 ดังตอไปนี้ กลยุทธคุณธรรมนําความรูนอมนําปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสูการปฏิบัติ กลยุทธขยายโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐานอยางกวางขวางและทั่วถึง กลยุทธพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ กลยุทธกระจายอํานาจสงเสริมความเขมแข็งใหสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา กลยุทธสงเสริมการมีสวนรวมผูปกครองชุมชนภาคเอกชนและทองถิ่นในการจัดการศึกษา กลยุทธเรงพัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต
  • 110.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 99 กลยุทธคุณธรรมนําความรูนอมนําปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสูการปฏิบัติ เพื่อใหผูบริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนมีความรูความเขาใจ และปฏิบัติตนตาม หลักคุณธรรมและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หลักธรรมาภิบาล ความสมานฉันท คุณธรรมตาม หลักสูตร และคุณธรรมที่คัดสรรโดยคณะกรรมการสถานศึกษา และนักเรียน โดยป 2551 มีจุดเนน ดังนี้ 1) ทุกโรงเรียนจัดกิจกรรมคุณธรรมนําความรูที่นําคุณธรรมที่คัดสรรเชื่อมโยงสูการเรียนการสอน กลุมสาระและสูวัฒนธรรมองคกร โดยใหความสําคัญแกการนอมนําปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปสูการ ปฏิบัติจริง 2) สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาพัฒนาโรงเรียนคุณธรรมตนแบบและโรงเรียนวิถีพุทธตนแบบ ที่ผานการประเมินตามเกณฑเพิ่มขึ้นไมนอยกวารอยละ 30 กิจกรรมสําคัญที่เปนจุดเนนกลยุทธคุณธรรมนําความรูนอมนําปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู การปฏิบัติ ประกอบดวย 1) สถานศึกษาทุกแหงจัดกิจกรรมคุณธรรมนําความรูที่เชื่อมโยงสูการเรียนการสอนตามกลุม ตางๆ และสูวัฒนธรรมองคกรในระดับตางๆ ทั้งนี้ใหความสําคัญแกการนอมนําปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไป สูการปฏิบัติเปนพิเศษ 2) สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาพัฒนาโรงเรียนคุณธรรมตนแบบและโรงเรียนวิถีพุทธตนแบบที่ ผานการประเมินตามเกณฑเพิ่มขึ้นไมนอยกวารอยละ 30 และสนับสนุนใหโรงเรียนตนแบบเดิมไดพัฒนา ตอยอดและสามารถเปนแหลงเรียนรูสําหรับโรงเรียนอื่น 3) สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาสนับสนุนรูปแบบกิจกรรมพัฒนาผูเรียนรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อเปนกลไกในการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม โดยสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจะ สนับสนุนกิจกรรมเหลานี้เปนพิเศษ กิจกรรมลูกเสือ ยุวกาชาด และเนตรนารี โดยใหสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาทํา ขอมูลเกี่ยวกับความพรอมของแตละสถานศึกษา และเนนการสงเสริมกิจกรรมบําเพ็ญประโยชนที่ผาน กระบวนการลูกเสือ จัดคายคุณธรรมสําหรับนักเรียนเพื่อใหเกิดการรวมกลุมที่จะจัดทําโครงการที่เนนการ ปฏิบัติจริง ปลูกฝงคุณธรรมโดยผานกิจกรรมดนตรี นาฏศิลป และการแสดง พัฒนาระบบบันทึกขอมูลเกี่ยวกับผลงานคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียนที่นําไปใช ประกอบการพิจารณาการคัดเลือกเขามหาวิทยาลัย 4)เสริมความเขมแข็งใหแกระบบดูแลนักเรียนที่ดําเนินการอยูในโรงเรียนมัธยมศึกษา และขยาย ไปสูโรงเรียนขยายโอกาส และพัฒนาระบบสงเสริมความประพฤตินักเรียน และระบบควบคุมพฤติกรรม เสี่ยงของนักเรียน 1
  • 111.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 100 กลยุทธขยายโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐานของประชากรวัยเรียนอยางกวางขวาง และทั่วถึง เพื่อรณรงคใหเด็กและเยาวชนไดรับการศึกษาภาคบังคับและการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ป อยาง ทั่วถึง โดยอาศัยความรวมมือและการสนับสนุนจากทุกภาคสวน โดยป 2551 มีจุดเนน ดังนี้ 1)ทุกสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามีระบบขอมูลที่ใชวางแผนการศึกษา และจัดทําแผนการ บริการใหครอบคลุม ทั่วถึง 2)ทุกสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามีระบบขอมูลที่ใชวางแผนการศึกษา และจัดทําแผนการจัด บริการใหครอบคลุมทั่วถึง 3)ทุกสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพิ่มอัตราการเขาเรียนการศึกษาภาคบังคับ และอัตราการ เรียนตอชั้น ม. 1 และ ม. 4 4) ทุกสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาลดอัตราออกกลางคัน และนําเด็กตกหลนเขาเรียนไมนอย กวารอยละ 50 ของจํานวนเด็กที่สํารวจได กิจกรรมสําคัญที่เปนจุดเนนกลยุทธขยายโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐานของประชากรวัยเรียน อยางกวางขวางและทั่วถึง ประกอบดวย 1)สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแหงเพิ่มอัตราการเรียนตอ ลดอัตราการตกหลน และออกกลาง คัน โดยมีขอมูลเกี่ยวกับสภาวะปจจุบันและเปาหมายที่จะดําเนินการอยางเปนรูปธรรม 2)สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแหงพัฒนาระบบสถิติการศึกษาใหเปนปจจุบัน มีการวางแผน การใหบริการทางการศึกษาเพื่อเตรียมสถานศึกษาและบริการการศึกษาอื่นๆ ใหสอดคลองกับสภาพในพื้นที่ สนองตอบตอนโยบาย และเขาถึงทุกพื้นที่ 3) สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแหงพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษาเพื่อแกปญหาการ ตกหลนและออกกลางคัน และสงเสริมการจัดการศึกษาทางเลือก 4)สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแหงเพิ่มประสิทธิภาพของระบบเฝาระวังและระบบใหความ ชวยเหลือแกนักเรียนที่ดอยโอกาส โดย การสรางความตระหนัก การเก็บขอมูลและเฝาระวังกับเครือขาย ภาครัฐ ภาคประชาชน กํานัน ผูใหญบาน จัดสมัชชาใหเปนไปตาม พระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ ใหความชวยเหลือแกเด็กดอยโอกาส เพื่อดูแลนักเรียนกลุมเสี่ยง ไดเรียนจบการศึกษาภาค บังคับ และเรียนตอ 12 ป จัดทุนการศึกษา ดูแลเรื่องอาหารกลางวัน และการใหบริการอื่นๆ รวมถึงการศึกษาวิจัย ความพอเพียงงบอุดหนุนรายหัว งบอุดหนุนปจจัยพื้นฐาน และแนวทางการสนับสนุนที่เปนธรรมและเสมอ ภาค 2
  • 112.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 101 5)สํานักบริหารงานการศึกษาพิเศษรวมมือกับสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเสริมความเขมแข็ง ใหแกศูนยการศึกษาพิเศษระดับจังหวัด และศูนยเขต โรงเรียนแกนนําเรียนรวมที่จัดตั้งไวเดิม และขยาย โรงเรียนแกนนําเรียนรวมในโรงเรียนที่จัดการศึกษาชวงชั้นที่ 3 และ 4 6)สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษารวมมือกับหนวยงานตางๆ เชน สํานักงานบริหารงานการศึกษา นอกโรงเรียน(กศน.) และ สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดการศึกษาทางเลือกใหแก นักเรียน เพื่อสงเสริมการศึกษาตอในชวงชั้นที่ 4 กลยุทธพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ เพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานในทุกระดับ ซึ่งจะชวยยกระดับคุณภาพ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู ของผูเรียนใหดีขึ้น โดยกําหนดใหมีระบบการประกันคุณภาพภายใน และประเมินผลคุณภาพทางการศึกษา จากหนวยงานภายนอก โดยป 2551 จะเนนการพัฒนาคุณภาพโรงเรียน สมรรถนะของครู และการ ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรูของผูเรียนใหเขาสูมาตรฐาน โดยมีเปาหมาย ดังนี้ 1)นักเรียนชวงชั้นที่ 1 ทุกคนอานหนังสือคลอง และเขียนหนังสือไดตามมาตรฐานการเรียนรู ชวงชั้น ยกเวนผูที่มีขอบกพรองในการเรียนรูที่ตองไดรับการพัฒนาตามศักยภาพ 2)สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแหงมีคาเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในกลุมสาระ คณิตศาสตร และภาษาไทยในชวงชั้นที่ 1 และ 2 เพิ่มขึ้น และลดจํานวนนักเรียนที่ไมผานเกณฑ ในชวงชั้นที่ 3 และ 4 3)สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแหงไดรับการสนับสนุนการมีฐานขอมูลเกี่ยวกับสมรรถนะ ของครูในเนื้อหาของกลุมสาระและการจัดการเรียนการสอนใหสามารถพัฒนาสมรรถนะไปสูมาตรฐานที่ กําหนดไว 4)นักเรียนเรียนรวมทุกคนผานตามเกณฑที่ระบุไวในแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) และขยายโรงเรียนเรียนรวมในระดับมัธยมศึกษาใหครบทุกอําเภอ 5)รอยละ 70 ของโรงเรียนมีผลการประเมินคุณภาพการศึกษาในระดับดี และ ดีมาก โดย ไมมีระดับปรับปรุงและไมมีโรงเรียนที่มีผลประเมินคุณภาพการศึกษาลดลงกวาเดิม 6)ทุกสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาบริหารระบบจัดการความรูที่ดี มีขอมูลเกี่ยวกับโรงเรียนเปน รายโรง สามารถจําแนกและพัฒนาครูตามระดับการพัฒนาของกลุมสาระไดทุกคน กิจกรรมสําคัญที่เปนจุดเนนกลยุทธพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ ประกอบดวย 1)การยกระดับผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน ดําเนินการประเมินผลสัมฤทธิ์ในการเรียนรูในชั้นประถมศึกษาปที่ 3 และชั้นมัธยมศึกษา ปที่ 3 ทุกคน เพื่อเสริมจากการประเมินโดยสํานักงานทดสอบทางการศึกษาแหงชาติที่จะประเมินในชั้น ประถมศึกษาปที่ 6 และชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 และสงเสริมใหสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาดําเนินการ 3
  • 113.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 102 ประเมินผลสัมฤทธิ์ในการเรียนรูของนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 2 และปที่ 5 ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 ปที่ 5 เพื่อเปนฐานขอมูลในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน ขยายการรณรงคเรื่องการอานคลองเขียนคลองไปยังนักเรียนชวงชั้นที่ 1 และ 2 โดยสํานัก งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจะสนับสนุนในเรื่องเทคนิคการสอนอานเขียน การสอนภาษา การ สอนเด็กที่มีปญหาการเรียนรู และประมวลเทคนิคการสอนดีเดนจากสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา สงเสริมการอาน การเขียน และการคิดวิเคราะห โดยพัฒนาหองสมุดแหลงเรียนรูที่มี คุณภาพ และการบูรณาการการคิดวิเคราะหใน การเรียนการสอนทุกกลุมสาระ ยกระดับผลสัมฤทธิ์ในกลุมสาระคณิตศาสตร วิทยาศาสตร และภาษาอังกฤษ โดยสํานัก งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจะสนับสนุนรูปแบบการพัฒนาครู และสื่อ สานตอการนําหลักการเรียนรูบนพื้นฐานความเขาใจเรื่องสมองจากศูนยปฐมวัยตนแบบสู ชั้นประถมศึกษาปที่ 1 และประถมศึกษาปที่ 2 พัฒนาโรงเรียนตามโครงการพัฒนาคุณภาพพิเศษ ใหสามารถพัฒนาเด็กที่มีความสามารถ พิเศษไดเต็มตามศักยภาพใหมีเครือขายเพื่อพัฒนารวมกันและเปนศูนยการพัฒนาใหกับโรงเรียนอื่น และ พัฒนาครูทุกโรงเรียนใหสามารถในการคัดแยกและพัฒนาเด็กที่มีความสามารถพิเศษ สํารวจและวางระบบจัดการศึกษาสําหรับเด็กที่มีปญหาการเรียนรู โดยขยายไปสู โรงเรียนในพื้นที่ใหครอบคลุมอยางนอย รอยละ 25 สงเสริมการพัฒนาแนวทางการจัดการเรียนรูตามความแตกตางระหวางบุคคลในหอง เรียนที่นักเรียนมีระดับความรูความสามารถแตกตางกันอยางมาก สนับสนุนใหมีการจัดงานศิลปหัตถกรรมและมหกรรมวิชาการในทุกจังหวัด เพื่อเปน เวทีสงเสริมคุณภาพมาตรฐานโดยจะจัดงานระดับภูมิภาค ในภาคเรียนที่ 2 ของปการศึกษา 2552 2)พัฒนาคุณภาพของโรงเรียนใหเขาสูมาตรฐาน โดยมีกลุมเปาหมายหลัก ไดแก โรงเรียนที่อยูเกณฑปรับปรุงในการประเมินรอบแรกและโรงเรียนที่ไมไดรับการรับรอง ในรอบที่สองจะพัฒนาเขาสูมาตรฐาน โรงเรียนขนาดเล็กจะวางแผนยุทธศาสตรเพื่อพัฒนาในภาพรวมของสํานักงานเขตพื้นที่ การศึกษา และในป 2551 จะเริ่มพัฒนาใหเขาสูเกณฑมาตรฐานและคุณภาพอยางนอยรอยละ 10 - 20 ตาม ความพรอมของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา พัฒนาโรงเรียนที่มีคุณภาพดี ใหเปนศูนยความเปนเลิศตามกลุมสาระ อยางนอย 1 ศูนย ในทุกสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา พัฒนาโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติใหสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาดําเนินการตาม วัตถุประสงคของการจัดตั้งอยางสมบูรณ โรงเรียนทั่วไปจะพัฒนาใหมีระบบประกันคุณภาพภายในที่มีประสิทธิภาพและนําไปสู การพัฒนาคุณภาพอยางตอเนื่อง
  • 114.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 103 จัดทําแผนแมบทในการนําเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใชในการจัดการ ศึกษาขั้นพื้นฐาน และสงเสริมใหทุกโรงเรียนใชอยางมีประสิทธิภาพ 3)การพัฒนาประสิทธิภาพและคุณภาพมัธยมศึกษาตอนปลาย สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจะเปนแกนกลาง ในการจัดทําแผน ยุทธศาสตรเพื่อพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยเริ่มดําเนินการ ป 2551 4) ยกเครื่องระบบพัฒนาบุคลากร กระจายอํานาจการพัฒนาผูบริหาร และครูผูสอนไปยังสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาโดย เนนการดําเนินการรวมกับมหาวิทยาลัย การพัฒนารูปแบบที่หลากหลาย การจัดระบบขอมูลเกี่ยวกับพื้นฐาน สมรรถนะของผูบริหารและบุคลากรทางการศึกษา ทั้งนี้สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจะ สนับสนุนสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่มีระบบขอมูลเกี่ยวกับสมรรถนะของผูบริหารและครูผูสอนเพื่อให เพิ่มพูนสมรรถนะเปนพิเศษ บรรจุเนื้อหาสาระที่เกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรม การปฏิรูปการเรียนการสอน การประเมิน ผลในชั้นเรียนและจัดใหมีการประเมินผลหลังการอบรม พัฒนาตอเนื่องควบคูกับการปฏิบัติจริงใหเกิดผลสัมฤทธิ์ที่ผูเรียน จัดทําแผนพัฒนาและแฟมขอมูลรายบุคคล เพิ่มประสิทธิภาพในการแกปญหาการขาดแคลนครู พัฒนาครูประจําการที่สอนไมตรงวุฒิ กลยุทธกระจายอํานาจและสงเสริมความเขมแข็งใหสํานักงาน เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา เพื่อใหเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษามีความคลองตัวและมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ โดยทําการจัดระบบการกระจายอํานาจและระบบเครือขายเพิ่มประสิทธิภาพและความพรอมของสถาน ศึกษา โดยป 2551 มีจุดเนน ดังนี้ 1) สถานศึกษาประเภทที่ 1 เดิมจํานวน 609 โรง และใหม อยางนอย 1,110 โรง มีผลการ ประเมินคุณภาพดี หรือดีมากทุกมาตรฐานในรอบ 1 หรือ รอบ 2 โดยมีเครือขายการพัฒนารวมกัน 2) สถานศึกษาประเภทที่ 2 พัฒนาเครือขายสถานศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพและเตรียมความพรอม เขาสูการบริหารจัดการโดยมีโรงเรียนเปนฐาน โดยยกระดับจากเดิมรอยละ 25 และใหมรอยละ 30 ใหเปน สถานศึกษาประเภทที่ 1 ซึ่งตองมีผลประเมินคุณภาพการศึกษาโดยรวมอยูในระดับดี 3) สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแหงมีผลการประเมินผลการดําเนินงานสูงขึ้น กิจกรรมสําคัญที่เปนจุดเนนกลยุทธกระจายอํานาจและสงเสริมความเขมแข็งใหสํานักงานเขตพื้นที่ การศึกษาและสถานศึกษา ประกอบดวย 4
  • 115.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 104 1)สงเสริมการกระจายอํานาจทางบริหารทั่วไป งบประมาณ วิชาการ และบุคคล ไปยังสถานศึกษา และกําหนดมาตรฐานที่แสดงถึงความเขมแข็งของสถานศึกษา สรางความรูความเขาใจกับบุคลากรในสวนกลาง สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถาน ศึกษาประเภท 1 และประเภท 2 เรื่องกฎกระทรวง และประกาศกําหนดหลักเกณฑวิธีการกระจายอํานาจการ บริหารและการจัดการ พัฒนาผูนําการเปลี่ยนแปลงของผูอํานวยการสถานศึกษา รองผูบริหารการศึกษา รองผูอํานวยการสถานศึกษา ครู ศึกษานิเทศกของสถานศึกษาประเภทที่ 1 กลุม 2 ติดตาม นิเทศ ชวยเหลือการพัฒนาผูนําการเปลี่ยนแปลงของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาประเภทที่ 1 กลุม 1 และ กลุม 2 ในกรณีที่สถานศึกษาไดรับคัดเลือกใหเปนสถานศึกษาประเภทที่ 1แตตอมาไมไดรับ การรับรองจากสํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาในรอบสองจะกําหนดใหจัดทํา แผนเรงรัดพัฒนาคุณภาพภายใน 1 ปการศึกษา จัดทําแนวทางและปรับเปลี่ยนวิธีการทํางานของสวนกลาง ใหสอดคลองกับ บทบาทการทํางานของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ที่เขมแข็ง สถานศึกษาประเภทที่ 1 และสถานศึกษา ประเภทที่ 2 2)ปรับศักยภาพในสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจะกําหนดมาตรฐานความเขมแข็งของสํานัก งานเขตพื้นที่การศึกษา และติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยพิจารณาถึงการตอบสนองและพัฒนานโยบายประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ความพึงพอใจของ ผูรับบริการและธรรมาภิบาล เพื่อใหมีขอมูล เปนรายสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา จากผลการประเมินจะจัดสรรงบประมาณและใหความคลองตัวในการบริหารตามความ จําเปน ความพรอม และระดับการพัฒนา ใหความสําคัญแกการพัฒนาทีมงานบริหารของสํานักงาน เขตพื้นที่การศึกษาใหเปน ผูนําการเปลี่ยนแปลงและผูบริหาร มืออาชีพ และการพัฒนาหัวหนากลุมใหมีความเชี่ยวชาญในงานที่รับ ผิดชอบ เรงพัฒนาระบบบริหาร ระบบบริการ ระบบติดตามประเมินผล และระบบเทคโนโลยี การสื่อสารและสารสนเทศในสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา 3)สงเสริมการจัดกลุมเครือขายบริหารสถานศึกษา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเตรียมความพรอม รองรับการกระจายอํานาจ พัฒนาและประสานการทํางานของกลุมเครือขายประสิทธิภาพการบริหารจัดการแบบ โรงเรียนเปนฐานภายในจังหวัดและระหวางจังหวัด
  • 116.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 105 สงเสริม สนับสนุนใหสถานศึกษาประเภทที่ 2 ทํางานรวมกันแบบกลุมเครือขายเพื่อเตรียม ความพรอมรองรับการกระจายอํานาจ กลยุทธสงเสริมการมีสวนรวมของผูปกครองชุมชน ภาคเอกชนและทองถิ่น ในการจัดการศึกษา เพื่อจัดการศึกษาใหสอดคลองกับสภาพปญหาและความตองการของชุมชน และทองถิ่น โดย ปรับบทบาทการมีสวนรวมของเครือขายผูปกครอง ชมรม สมาคม องคกรตางๆ โดยเฉพาะการสงเสริม ความเขมแข็งใหมีสวนรวมในการพัฒนา สงเสริมสถานศึกษาขององคคณะบุคคล โดยป 2551 มีจุดเนน ดังนี้ 1)ทุกสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาพัฒนาความรวมมือขององคคณะบุคคลให สามารถกํากับ สนับสนุน สงเสริมการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาใหเปนไปตามมาตรฐานการ ศึกษา และสอดคลองกับสภาพปญหาความตองการของชุมชนและทองถิ่น 2)ทุกสถานศึกษาปรับและพัฒนาบทบาทการมีสวนรวมในการพัฒนา สงเสริม สนับสนุนการ จัดการศึกษาของเครือขายผูปกครอง ชมรมครู สมาคม และองคกรนักเรียน กิจกรรมสําคัญที่เปนจุดเนนกลยุทธสงเสริมการมีสวนรวมของผูปกครอง ชุมชน ภาคเอกชน และ ทองถิ่น ในการจัดการศึกษา ประกอบดวย 1)เสริมความเขมแข็งใหองคคณะบุคคลในสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา และคณะกรรมการ สถานศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อเปนกลไกการนํานโยบายสูการปฏิบัติใหเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เสริมความเขมแข็งขององคคณะบุคคลในเขตพื้นที่ทั้ง 3 คณะตลอดจนสงเสริมการ ทํางานรวมกันเพื่อประกันโอกาส คุณภาพประสิทธิภาพ และธรรมาภิบาลในการปฏิบัติงานของสํานักงาน เขตพื้นที่การศึกษา เสริมความเขมแข็งของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในการสงเสริม สนับสนุน และติดตามดูแลสถานศึกษา 2) พัฒนาองคกรนักเรียน เครือขายผูปกครอง และองคกรชุมชนใหมีสวนรวมในการพัฒนา สถานศึกษา และชวยเหลือครูและนักเรียน สนับสนุนการพัฒนาสภานักเรียน ที่ประกอบดวยผูนํานักเรียนตางสังกัด และสงเสริม ใหสถานศึกษาสนับสนุนกรรมการนักเรียน และองคกรนักเรียนในรูปแบบตาง ๆ สงเสริมเครือขายผูปกครอง ตามระบบชวยเหลือดูแลนักเรียน สงเสริมใหชุมชนรวมลด “พื้นที่เสี่ยง” เพิ่ม “พื้นที่ดี” และจัดระบบสงเสริมตาม ประพฤตินักเรียน 3) สงเสริมใหองคกรปกครองสวนทองถิ่นไดมีสวนรวมในการจัดการศึกษา 5
  • 117.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 106 สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเสริมความพรอมใหแก องคกรปกครองสวนทองถิ่น สราง ความเขาใจที่ดี ตลอดจนแนวทางในการจัดการศึกษารวมกัน สงเสริมให องคกรปกครองสวนทองถิ่น จัดการศึกษาปฐมวัยอยางมีคุณภาพ และมี บทบาทในการสนับสนุนโรงเรียนขนาดเล็ก และการพัฒนาโรงเรียน ในรูปแบบสหกิจ จัดการถายโอนสถานศึกษาตามเกณฑความพรอมและความสมัครใจ ในจํานวนและชวง ชั้นที่เหมาะสม กลยุทธเรงพัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต เพื่อใหผูเรียนและประชาชนไดรับการศึกษาที่บูรณาการกับวิถีชีวิต อัตลักษณ ความหลากหลาย ทางวัฒนธรรม และอยูรวมกันอยางสันติ โดยป 2551 มีจุดเนน ดังนี้ 1)เด็กและเยาวชนทุกคนไดรับการศึกษาภาคบังคับและมีโอกาสศึกษาตอในชวงชั้นที่ 4 2)นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น 3)ครูและบุคลากรทางการศึกษามีความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กิจกรรมสําคัญที่เปนจุดเนนกลยุทธเรงพัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัด ชายแดนภาคใต ประกอบดวย 1) วางมาตรการที่จะรักษาความปลอดภัยใหแกครู นักเรียน และสถานศึกษา สงเสริมกิจกรรมมวลชนสัมพันธระหวางโรงเรียน และชุมชนทุกรูปแบบ วางระบบรักษาความปลอดภัยแกครู รวมกับชุมชนและหนวยงานที่เกี่ยวของ เสริมสรางความพรอมใหแกโรงเรียนและสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ในการดูแลรักษา ความปลอดภัย เรงรัดมาตรการเยียวยา และพัฒนาคุณภาพชีวิตใหแกครู 2) ประกันโอกาสทางการศึกษาสําหรับเด็กและเยาวชนที่ดอยโอกาส สงเสริมการขยายการศึกษาระดับปฐมวัยอยางทั่วถึง เรงพัฒนาโรงเรียนราชประชานุเคราะหที่จัดสรรใหม 5 แหง ใหสามารถรองรับเด็กและ เยาวชนที่ดอยโอกาส วางมาตรการสนับสนุนทุนการศึกษา และปจจัยพื้นฐานสําหรับนักเรียนที่ยากจนและ นักเรียนที่เรียนดี 3) พัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนบนพื้นฐานความหลากหลายทางวัฒนธรรม ปรับปรุงคุณภาพทางการศึกษาระดับปฐมวัย ปรับปรุงการเรียนการสอนภาษาไทย และสนับสนุนการขยายรูปแบบการสอนสอง ภาษาในพื้นที่ที่มีความจําเปน 6
  • 118.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 107 ขยายการสอนอิสลามศึกษาแบบเขมในโรงเรียนของรัฐ อยางนอย รอยละ 25 เรงพัฒนาครูผูสอนในกลุมสาระตาง ๆ และครูผูสอนศาสนาใหมีพื้นฐานความรู เทคนิค การเรียนการสอน และสามารถนําเทคโนโลยีสารสนเทศมาปรับปรุงประสิทธิภาพ สงเสริมใหโรงเรียนตาดีกา และโรงเรียนประถมศึกษาของรัฐจัดการเรียนการสอนที่ เกื้อหนุนกัน และใชทรัพยากรรวมกัน ใหความสําคัญเปนพิเศษแกการเรียนการสอน ประวัติศาสตรทองถิ่นศาสนสัมพันธ และสันติศึกษา 4)เรงพัฒนาคุณภาพโรงเรียนประจําจังหวัดและอําเภอ ใหเขาสูมาตรฐานชาติและจัดโครงการ เตรียมความพรอมนักเรียนเขาสูระดับอุดมศึกษา 5)ปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารจัดการในพื้นที่ เสริมสรางความเขมแข็งใหสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ตั้งใหม 3 แหง จัดใหมีรองผูอํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษารับผิดชอบในทุกอําเภอ พรอม ศูนยประสานงาน วางระบบที่จะติดตามดูแล สงเสริม สนับสนุนการศึกษาเอกชนอยางมีประสิทธิภาพ 6) แลกเปลี่ยนเรียนรูและสรางสายสัมพันธแหงความเปนไทยขามเขตพื้นที่การศึกษา 7) สงเสริมเครือขายความรวมมือกับประเทศเพื่อนบาน แนวทางดําเนินงานรวมกัน การพัฒนาประสิทธิภาพการใชจายงบประมาณ การใหบริการ และ การสนับสนุน สงเสริม สถานศึกษา ของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาตามระดับความพรอมของการพัฒนา จากการกํากับ ติดตาม ผลการดําเนินงานในระยะที่ผานมา กําหนดเปน แนวทางการดําเนินงานรวมกันได 1. จัดสรรงบประมาณใหสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาตามผลดําเนินการ ดังนี้ 1.1 สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ไดผลการประเมินระดับ A3-A4 จะไดรับงบประมาณ ตามนโยบายนั้น ๆ เพิ่มมากกวาระดับ A1-A2 และมีอิสระในการสามารถดําเนินงานตามแนวทางที่กําหนด ขึ้นเองไปสูเปาหมายที่ตกลงรวมกัน 1.2 สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ได A 2 ใหไดรับงบประมาณมากกวา A1 และสามารถ กําหนดแนวทางดําเนินงานไดเอง 1.3 สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ได A1 จะไดรับงบประมาณและตองดําเนินงานตามแนวทาง ที่ตกลงกับสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจะลดโครงการที่กําหนดใหสํานักงานเขตพื้นที่ การศึกษาปฏิบัติตาม แตจะ
  • 119.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 108 2.1 ใหขอมูลเกี่ยวกับองคความรู เทคนิคใหม ๆ และรูปแบบที่เปนแบบอยางได 2.2 จัดการพัฒนาบุคลากรเฉพาะเรื่องที่เปนแนวทางใหม ๆ และเปดโอกาสใหสํานักงาน เขตพื้นที่การศึกษา “เลือก” รับบริการ 2.3 สนับสนุนการนํารองเฉพาะโครงการที่เปนความริเริ่มใหมและเปดโอกาสใหสํานักงาน เขตพื้นที่การศึกษา “เลือก” เขาโครงการ 2.4 ติดตาม ประเมินการดําเนินโครงการอยางตอเนื่อง 5. วาระแหงชาติดานการศึกษา วาระแหงชาติดานการศึกษาที่สําคัญ ที่เปนมติคณะรัฐมนตรี ที่สําคัญมีดังตอไปนี้ 1. ยุทธศาสตรการพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทย ขณะนี้คุณภาพการศึกษาของไทยตกต่ําลงทุกระดับ และทุกประเภท ไดจัดใหมีการประชุมสมัชชาการศึกษาครั้งใหญ โดยเชิญนักการศึกษาและหนวยงานผูเกี่ยว ของจํานวนมาก มาระดมความคิดและกอบกูบูรณาการแนวทางเพื่อแกปญหาคุณภาพการศึกษาไทยใหชัดเจน โดยไดกําหนดเปนวาระแหงชาติดานยุทธศาสตรพัฒนาคุณภาพการศึกษา 2. ยุทธศาสตรการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งจะไมใชเพียงมาตรการยุบเลิก ยุบรวมอยางเดียว แต จะมีแนวทางพัฒนาโดยยึด "ระบบกลุมโรงเรียนเปนฐาน (School System Based Management)" โดยไมได ยึดโรงเรียนเปนฐาน (School Based Management หรือ SBM) ซึ่งอาจนําตัวอยางของรูปแบบวิธีการจัดการ ศึกษาโรงเรียนขนาดเล็กที่ประสบความสําเร็จมาปรับใช เชน แบบรวมชวงชั้น โรงเรียนขนาดเล็กที่บริษัท CP ไปชวยพัฒนา หรือรูปแบบอื่นๆ ดังนั้น การทุมเทพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก จึงจะชวยยกระดับคุณภาพ การศึกษาใหใกลเคียงกัน และยังเปนการฉุดผลการประเมินสถานศึกษาโดยรวมขึ้นมาดวย 3. ยุทธศาสตรการแกปญหาการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต ใน ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต คือ ยะลา ปตตานี นราธิวาส และบางสวนของสงขลา เนื่องจากทุกคนตั้งความหวังวา การพัฒนาที่ยั่งยืนตองอาศัย การศึกษาเปนตัวนํา แตแนวทางจัดการศึกษาในปจจุบันยังไมชัดเจนตอการพัฒนาในพื้นที่ที่มีความหลาก หลาย เพราะฉะนั้น จึงตองจัดทํายุทธศาสตรการศึกษาในพื้นที่นี้เปนการเฉพาะ ซึ่งจะเนนการแกปญหาหลาย ดาน โดยเฉพาะเรื่อง "ความเปนไทย" เพราะหากคนไทยใชภาษาไทยสื่อสารกันไมไดจะเกิดปญหาความไม เขาใจ โดยจะมีระบบการสอน ๒ ภาษา นอกจากนี้ยังมีเรื่อง "ไทยคดีศึกษา" ซึ่งตองจัดกันใหมในสวนของ สาระวิชาหนาที่พลเมือง และศีลธรรม รวมทั้ง "การใชวิชาสามัญ อาชีพ สอนควบคูกับศาสนา" ในสวนของ "การพัฒนาครูผูสอนศาสนา" ก็ยิ่งเปนเรื่องสําคัญที่ตองทํา เพราะหากมีการสอนผิดๆ ถูกๆ ยิ่งอันตรายมาก ตอการเปนเครื่องมือชี้นําไมใหเกิดความสันติสุขในพื้นที่ ซึ่งวาระแหงชาติดานการศึกษามีสาระสําคัญในแตละเรื่อง ดังนี้
  • 120.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 109 5.1) ยุทธศาสตรการพัฒนาคุณภาพการศึกษา : วาระแหงชาติ การพัฒนาคุณภาพการศึกษา เปนนโยบายสําคัญที่ตองเรงดําเนินการ และไดมีความพยายามที่จะ พัฒนามาอยางตอเนื่อง จากการประเมินสมรรถนะการศึกษาไทยกับนานาประเทศของ International Institute for Management Development (IMD) ที่ใชเกณฑประเมินใน ๑๐ ดัชนีหลัก ประกอบดวยอัตรา สวนนักเรียน/ครูประถมศึกษา อัตราสวนนักเรียน/ครูมัธยมศึกษาอัตราการเขาเรียนมัธยมศึกษาอัตราการไมรู หนังสือ การลงทุน การศึกษา ผลสัมฤทธิ์อุดมศึกษา การถายโอนความรูระหวางภาคธุรกิจกับ มหาวิทยาลัย การตอบสนองความสามารถในการแขงขันของระบบการศึกษา การตอบสนองความสามารถ ในการแขงขันระดับอุดมศึกษา และทักษะดานภาษาที่ตอบสนองตอความตองการของผูประกอบการ พบวา สมรรถนะดานการศึกษาของไทยคอนขางตกต่ํา นอกจากนี้ จากผลการทดสอบระดับชาติของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๓ และ ๖ ก็พบวา ความ สามารถทางภาษา การคิดคํานวณ และเชิงวิเคราะห มีภาพรวมคะแนนเฉลี่ยต่ํากวารอยละ ๕๐ ศธ.ไดจัดการประชุมแบบเขมรวมกับทุกฝายที่เกี่ยวของ เพื่อพิจารณายุทธศาสตรการพัฒนาคุณภาพ การศึกษา ที่ จ.ฉะเชิงเทรา ระหวางวันที่ ๙-๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ โดยไดมีการพิจารณารายงานที่ สกศ.เสนอ และไดมีขอสรุปวา ปจจัยที่มีผลโดยตรงตอคุณภาพการศึกษามี ๖ ประการ คือ นักเรียน ครูและ บุคลากรทางการศึกษา เทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) ระบบการศึกษา ความเขมแข็งของสถานศึกษา และการ มีสวนรวมของเอกชน ชุมชน องคกรปกครองสวนทองถิ่น(อปท.)ซึ่งที่ประชุมไดพิจารณาปจจัยที่มีผลกระทบ ตอคุณภาพการศึกษาดังนี้ ผูเรียนหรือนักเรียน ศธ. ยังไมไดสงเสริมใหเด็กมีพัฒนาการรอบดานอยางเพียงพอกอนการ เขาเรียน เชน IQ ต่ําหรือลดลง มีปญหาดานพัฒนาการทางดานรางกาย จิตใจ สังคม ยังไมเต็มที่ รวมทั้งการ เตรียมผูเรียนกอนจะเขาเรียน เปนตน ครูและบุคลากรทางการศึกษา พบวามีปญหาการขาดแคลนครู และปญหาคุณภาพของครู โดย มีขอเสนอใหพัฒนาครูประจําการ ใหทบทวนระบบการพัฒนาครู ดานเทคโนโลยีสารสนเทศ ICT ในปจจุบันควรจะนําเทคโนโลยีเขามาเปนตัวชวยในฐานะ เครื่องมือของครู และเครื่องมือของเด็ก จึงจะทําใหการพัฒนาคุณภาพการศึกษาไดเต็มที่ ดานระบบการศึกษา การศึกษาขั้นพื้นฐานใชระบบหนวยกิตมาเปนเวลานาน แตยังไมสะทอน ความเปนหนวยกิต จึงควรจะใชระบบหนวยกิตใหเต็มที่ มิใชใชเพียงครึ่งๆ กลางๆ อยางที่เปนอยูในขณะนี้ โดย ศธ.จะสรางความพรอมใหกับโรงเรียน คิดระบบใหดี มีการเตรียมการใหกับโรงเรียน ซึ่งอาจจะใชเวลา ระยะหนึ่ง ๓-๕ ป และมีหลายเรื่องที่เชื่อมโยงกับความออนแอทางการศึกษา เชน การใชระบบชั้นเรียน การ
  • 121.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 110 ตกหรือซ้ําชั้น การเลื่อนชั้นอัตโนมัติ การวัดผลที่ไมเขมขน มีการกําหนดไวเพียงเกรดเฉลี่ย ๑.๐๐ หรือไมถึง ๑.๐๐ ก็เลื่อนชั้นได จึงไดเสนอใหมีการทบทวนการจัดระบบการศึกษาใหเหมาะสมยิ่งขึ้น การสรางความเขมแข็งใหสถานศึกษา ผลการเรียนเกิดที่สถานศึกษา สถานศึกษาจึงตองมีความ เขมแข็ง ซึ่งหมายถึงระบบกระจายอํานาจที่เบ็ดเสร็จและสิ้นสุดที่สถานศึกษา ระบบการเตรียมความพรอม ใหกับผูบริหาร ครู คณาจารย เพื่อใหสามารถบริหารจัดการไดในระดับสถานศึกษา รวมทั้ง ระบบการชวย สนับสนุนใหสถานศึกษาสามารถดําเนินการไดอยางเขมแข็ง การมีสวนรวมของเอกชน ชุมชน ทองถิ่น ซึ่งไดแก การรวมจัด ไมวาจะเปนเอกชน ทองถิ่น รัฐ บาล หรือบุคคลจัด ควรจะมีการกําหนดสัดสวนการรับผิดชอบ เชน ทองถิ่นควรเนนการศึกษาของเด็กเล็ก และการศึกษาภาคบังคับ เอกชนควรเพิ่มความรับผิดชอบจาก ๑๘% เปน ๒๕% หรือไม ในการมีสวนรวม ที่จะเขามาสนับสนุนรัฐ โดยสวนนี้จะเนนไปที่องคกรปกครองสวนทองถิ่น ซึ่งมีทรัพยากรสามารถ สนับสนุนได ศธ.ไดเสนอวา การจะให อปท.เขามารวมรับภาระเปนเรื่องที่สําคัญ หากมีกฎ ระเบียบ หรือ ขอบังคับ ที่เปนอุปสรรค คณะกรรมการกระจายอํานาจใหแกองคกรปกครองสวนทองถิ่นควรจะดูแลแกไข เพื่อใหทองถิ่นมีสวนรวมในการจัดการศึกษาอยางเต็มที่ ขอเสนอการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยกระทรวงศึกษาธิการ จากขอสรุปพบวา ปญหาการศึกษามีสาเหตุจากปจจัยสําคัญ 6 ประการ คือ 1. คุณภาพผูเรียนตกต่ํา 2. ขาดแคลนครูและบุคลากรทางการศึกษา 3. ยังไมใชเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสรางการเรียนรู 4. ระบบการศึกษาที่สงผลรายตอคุณภาพการศึกษา เชน การเลื่อนชั้นอัตโนมัติของนักเรียน ขั้นพื้นฐาน ระบบเด็กฝาก 5 โรงเรียนขนาดเล็ก 1ใน 3 ออนลา และ 6. ขาดสวนรวมจากทุกภาคสวนของสังคม ดังนั้น จึงตองแกไขใหถูกจุดดวยยุทธศาสตรหรือแนวทางตางๆ อันตองประกาศใหคนทั่วไปไดรับรู เพื่อหาทางชวยเหลือ สนับสนุน ซึ่งเรียกวา ยุทธศาสตรการพัฒนาคุณภาพการศึกษา : วาระแหงชาติ (เปนมติคณะรัฐมนตรี) ประกอบดวยยุทธศาสตรหลัก 6 ประการ ดังนี้ 1) ยุทธศาสตรการพัฒนาคุณภาพผูเรียน เชน เด็กปฐมวัยทุกคนไดรับการเตรียมความพรอมอยาง นอย 1 ป กอนเขา ป.1 ทบทวนเกณฑ/ปรับปรุงวิธีการวัดและประเมินผลผูเรียน เรงทบทวนเกณฑการจบ หลักสูตรแตละชวงชั้นและระบบการเรียนแบบหนวยกิต จัดใหมีระบบแนะแนวใหผูเรียนรูจักตนเองและ สาขาอาชีพตางๆ จัดใหมีศูนยขอมูลกําลังคนอาชีวศึกษา จัดใหมีระบบฐานขอมูลสาธารณะอุดมศึกษา และ จัดการสงเสริมการอานใหเปนระเบียบวาระแหงชาติ
  • 122.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 111 2) ยุทธศาสตรการพัฒนาคุณภาพครู คณาจารย และบุคลากรทางการศึกษา โดยขอคืนอัตราเกษียณ และเกษียณกอนกําหนด และวงเงินคืน 100% ยกเลิกระบบครูอัตราจาง จัดใหมีระบบคัดสรรครูที่มีคุณภาพ ปรับเกณฑกําหนดอัตราครูดวยภาระงานใหชัดเจน และมีบุคลากรสายสนับสนุนใหเหมาะสมพอเพียง และ จัดใหมีสถาบันเฉพาะทางดานการผลิตและพัฒนาครูเปนลักษณะสถาบันระดับชาติ (National Institute of Education) 3) ยุทธศาสตรการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา จัดทําแผนกลยุทธการใช ICTปรับคุณภาพการ สอน ชวยแกปญหาขาดครูโดยครูสอนนักเรียนจํานวนมากขึ้น ใชการสรางคลังขอมูลจากโรงเรียนชั้นนํา ใหนักเรียนสรางนวัตกรรมจาก ICT และใหเขาถึงแหลงเรียนรูดวยตนเอง จะเชื่อมโยงคอมพิวเตอรNational Education Network เรงจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา และระดมบริษัทเอกชนระดับโลกมารวม พัฒนา เชน Intel &reg; Education Initiative Activities, Microsoft : Partnership in Learning, Google Apps 4) ยุทธศาสตรการจัดระบบการศึกษาที่สงผลตอคุณภาพการศึกษา สงเสริมสถานศึกษา พัฒนา ระบบประกันคุณภาพภายใน โดยนําผลคะแนนวัดประเมินผลระดับชาติและผลคะแนนทดสอบทางการ ศึกษาแหงชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) มาประกอบ พัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถาบันอุดมศึกษาที่ เชื่อมโยงกับการประเมินคุณภาพภายนอก จัดระบบคูปองเพื่อสงเสริมการเรียนรูตลอดชีวิตสําหรับผูดอย โอกาส ขจัดระบบฝากนักเรียนและเก็บเงินบริจาค ยกเลิกระบบสอบผานโดยใหซอมเสริมโดยเด็กออนมาก ใหซ้ําชั้น ระบบการสอนแบบทองจําและสอบปรนัย และ ทบทวนระบบการรับนักเรียนทั่วไป นักเรียนเกง พิเศษ นักเรียนพิการและนักเรียนดอยโอกาส 5) ยุทธศาสตรสรางความเขมแข็งของสถานศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพ กระจายอํานาจทั้งดานวิชา การ บุคลากร งบประมาณและบริหารทั่วไป สงเสริมสถานศึกษาที่มีความพรอมพัฒนาเปนองคการมหาชน สงเสริมธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา และการพัฒนาบทบาทนายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภา มหาวิทยาลัยใหมีบทบาทในการบริหารและจัดการศึกษา 6) ยุทธศาสตรการสงเสริมการมีสวนรวมเพื่อการพัฒนาคุณภาพ ใหรัฐกําหนดนโยบายและ เปาหมายที่ชัดเจนในการสนับสนุนเอกชน ชุมชน ฯลฯ เขามารวมจัดการศึกษา มีกลไกสงเสริมสนับสนุน และสรางแรงจูงใจใหเอกชนเขามามีสวนรวมจัดการศึกษามากขึ้น เชน ลดหยอนภาษี พัฒนา ทบทวนกลไก การมีสวนรวมบริหารจัดการ โดยองคคณะบุคคลทั้งระดับชาติ และระดับสถานศึกษา และชวยเหลือ โรงเรียนขนาดเล็ก พัฒนา"ระบบกลุมโรงเรียนเปนฐาน (School System Based Management)" 7) ยุทธศาสตรการจัดการศึกษาอยางมีสวนรวม ใชการศึกษาสรางสังคมแหงการเรียนรู สราง โอกาสแหงการเรียนรู สรางบทบาทประชาสังคม ผูปกครองและชุมชนรวมสนับสนุนและตรวจสอบ สงเสริมสื่อเพื่อการศึกษา สงเสริมบทบาทธุรกิจในการศึกษา และระดมความชวยเหลือ
  • 123.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 112 5.2) ยุทธศาสตรการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก ความเปนมา โรงเรียนขนาดเล็กสังกัด สพฐ.ปจจุบัน มีจํานวน 12,828 แหง (ที่มีจํานวนนักเรียนนอยกวา 120 คน) หรือ คิดเปนรอยละ 40 ของจํานวนโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษา สังกัดสํานักงานคณะกรรมการการ ศึกษาขั้น พื้นฐาน (สพฐ.) จากผลการประเมินคุณภาพ พบวาโรงเรียนขนาดเล็กมีปญหาดานคุณภาพ การศึกษามาก ทั้งนี้เปนเพราะดวยสาเหตุ ปจจัยสําคัญ ดังนี้ 1) การบริหารจัดการต่ํากวามาตรฐาน 2) โรงเรียนหางไกลยิ่งยุบเขาไปไมไดเพราะถายุบโรงเรียนนั้นแลวก็ไมมีโรงเรียน 3) อีกทั้งเรื่องทักษะการเรียนการสอน ไมมีเทคโนโลยี 4) งบประมาณที่จํากัด ชุมชนอยากจน ดังนั้นกระทรวงศึกษาธิการจึงไดเสนอยุทธศาสตรเพื่อแกปญหาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนขนาด เล็ก เรียนวายุทธศาสตรการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก (เปนมติคณะรัฐมนตรี) ประกอบดวยยุทธศาสตรการ พัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก 4 ประการ คือ 1) ยุทธศาสตรที่ 1 พัฒนาระบบวางแผนและการบริหารจัดการ ประกอบดวย การพัฒนาระบบวางแผนการจัดตั้งและพัฒนาโรงเรียนในแตละ สพท. การพัฒนาระบบขอมูลและสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ การพัฒนาระบบบริหารจัดการสําหรับโรงเรียนขนาดเล็กที่อยูในพื้นที่ใกลเคียงกัน การสรางแรงจูงใจแกผูบริหารและครูในโรงเรียนขนาดเล็ก 2) ยุทธศาสตรที่ 2 พัฒนาระบบการเรียนการสอนและการประกันคุณภาพ ประกอบดวย - การพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอนสําหรับโรงเรียนขนาดเล็ก - การพัฒนาผูบริหารโรงเรียนและครูผูสอน - การผลิตและใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการเรียนการสอน - การนิเทศ ติดตาม กํากับ และการวิจัยและพัฒนาสื่อ 3) ยุทธศาสตรที่ 3 เสริมสรางความพรอมและความเขมแข็งของโรงเรียน ประกอบดวย - การจัดทํามาตรฐานโรงเรียนขนาดเล็ก - การปรับปรุงและพัฒนาสถานที่เรียน สภาพแวดลอมที่เอื้อตอการเรียนรู - การจัดอัตรากําลังครู การพัฒนาผูบริหารโรงเรียนและครูผูสอน - การพัฒนาระบบดูแลชวยเหลือนักเรียน - และสนับสนุนงบประมาณ วัสดุ ครุภัณฑที่จําเปน
  • 124.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 113 4) ยุทธศาสตรที่ 4 สงเสริมการมีสวนรวมจากทุกภาคสวนในการจัดการศึกษา ประกอบดวย - การพัฒนาคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน - การสรางและพัฒนาเครือขายผูปกครองใหเขมแข็ง - การสงเสริมใหองคกรปกครองสวนทองถิ่นเขามามีสวนรวม - การเตรียมความพรอมในการมีสวนรวม - การจัดใหมีระบบและกลไกในการระดมทรัพยากร - การวิจัยและพัฒนารูปแบบการมีสวนรวมที่เหมาะสม 5.3) ยุทธศาสตรการจัดการศึกษาภาคใต คณะรัฐมนตรีไดอนุมัติแผนยุทธศาสตรการจัดการศึกษาภาคใตเพื่อพัฒนาการศึกษา นํามาซึ่ง ความสงบสุข มีสาระสําคัญสรุปไดดังนี้ 1) เปนแผนพัฒนายุทธศาสตรระยะ 4 ป พ.ศ. 2551 - 2554 แผนนี้ใชชื่อวาแผนยุทธศาสตรการศึกษา เพื่อความอยูเย็นเปนสุข หรือในภาษามลายูวา Pendidikan Demi Keameanan Dan Kevahagiaan โดยใหการ ศึกษาเปนปจจัยในการสรางความอยูเย็นเปนสุขของคนในพื้นที่ 2) คณะกรรมการยุทธศาสตรการพัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จังหวัดชายแดนภาคใต ที่มีรัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปนประธาน 3) หลักแนวคิด "การศึกษาเพื่อความอยูเย็นเปนสุข" 4) แผนยุทธศาสตรการพัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต ประกอบ ดวยยุทธศาสตรการพัฒนา 7 ดาน ดังนี้ 1) ดานครูและบุคลากรทางการศึกษา 2) ดานคุณภาพสถานศึกษา 3) ดานคุณภาพการศึกษา 4) ดานโอกาสทางศึกษาและการเรียนรูตลอดชีวิต 5) ดานศาสนศึกษาและการเสริมสรางสมานฉันทบนความหลากหลายทางวัฒนธรรม 6) ดานการศึกษาเพื่ออาชีพและการมีงานทํา 7) ดานประสิทธิภาพการบริหารจัดการและการมีสวนรวม
  • 125.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 72 ข. นโยบายรัฐบาลและนโยบายดานการศึกษา 1. นโยบายรัฐบาล (นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายรัฐบาล ตอรัฐสภาในวันที่ 30 ธันวาคม 2551 มีเนื้อหาทั้งสิ้น 36 หนา ขอนําเสนอในสวนของมาตรการเรงดวนระยะ 1 ป รัฐบาลถือเปนภารกิจที่สําคัญอยางยิ่งที่จะตองนําประเทศไทยใหรอดพนจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก ที่กําลังเกิดขึ้นและพัฒนาไปสูการเจริญเติบโตอยางยั่งยืน แกไขวิกฤตทางสังคมที่มีความแตกแยกและพัฒนา ใหประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ยุติวิกฤตทางการเมืองและปฏิรูปการเมืองใหมีความมั่นคงตามแนวทาง ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริยทรงเปนพระประมุข ในการนี้รัฐบาลจะดําเนินการใหบรรลุภารกิจ ดังกลาวภายใตแนวทางพื้นฐานหลัก 4 ประการคือ 1) ปกปองและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริยใหมีความมั่นคงในการเปนศูนยรวมจิตใจและความ รักสามัคคีของคนในชาติ และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริยไวเหนือความขัดแยงทุกรูปแบบ พรอมทั้ง ดําเนินการทุกวิถีทางเพื่อปองกันมิใหมีการลวงละเมิดพระบรมเดชานุภาพอยางจริงจัง 2) สรางความปรองดองสมานฉันท บนพื้นฐานของความถูกตอง ยุติธรรมและความยอมรับของทุก ภาคสวน 3) ฟนฟูเศรษฐกิจ ใหขยายตัวอยางยั่งยืน และบรรเทาผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจที่ประชาชนจะ ประสบ 4) พัฒนาประชาธิปไตยและระบบการเมือง ใหมีความมั่นคง มีการปฏิบัติตามกฎหมาย และบังคับ ใชกฎหมายอยางเสมอภาค เปนธรรม และเปนที่ยอมรับของสากล รัฐบาลจะบริหารราชการแผนดินโดยนอมนําหลัการของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่เนนการ ใชคุณธรรมนําความรู และจะปฏิบัติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยอยางเครงครัด โดยแบงการดําเนินการเปน 2 ระยะ คือ ระยะเรงดวนที่จะเริ่มดําเนินการและมีกําหนดเวลาแลวเสร็จในปแรก อยางชัดเจน(ขอ 1) และระยะการบริหารราชการ 3 ปของรัฐบาล (ขอ 2- 8) ซึ่งมีกําหนดเริ่มตนตั้งแตปแรกเปนตนไป ดังตอไปนี้ ขอ 1.นโยบายเรงดวนที่จะเริ่มดําเนินการในปแรก 1.1 การสรางความเชื่อมั่นและกระตุนเศรษฐกิจในภาพรวมเพื่อใหเกิดความเชื่อมั่นแกภาคประชาชน และเอกชนในการลงทุนและการบริโภค 1.1.1 เสริมสรางความสมานฉันทและความสามัคคีของคนในชาติ ใหเกิดขึ้นโดยเร็ว โดยใช แนวทางสันติ รับฟงความเห็นจากทุกฝาย และหลีกเลี่ยงการใชความรุนแรงในการแกไขปญหาความขัดแยง ในชาติในทุกกรณี รวมทั้งการฟนฟูระเบียบสังคมและบังคับใชกฎหมายอยางเทาเทียมและเปนธรรมแกทุก ฝาย รวมทั้งสนับสนุนองคกรตามรัฐธรรมนูญใหมีสวนรวมในการสรางความสมานฉันท ภายใตกรอบของ บทบาท
  • 126.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 73 1.1.2 จัดใหมีสํานักงานบริหาราชการจังหวัดชายแดนภาคใตเปนองคกรถาวร เพื่อทําหนาที่แกไข ปญหาและพัฒนาพื้นที่ชายแดนภาคใต โดยยึดมั่นหลักการสรางความสมานฉันท และแนวทาง เขาใจ เขาถึง และพัฒนา ใชกระบวนการยุติธรรมกับผูกระทําผิดอยางเครงครัดและเปนธรรม กําหนดจังหวัดชายแดนเปน เขตพัฒนาพิเศษ ที่มีการสนับสนุนแหลงเงินกูดอกเบี้ยต่ํา สิทธิพิเศษดานภาษี และพัฒนาเปนเขต อุตสาหกรรมฮาลาล นอกจากนั้นกําหนดเปนพัฒนาพิเศษตามความหลากหลายทางวัฒนธรรม 1.1.3 ปฏิรูปการเมืองโดยจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อศึกษาแนวทางการดําเนินการปฏิรูป โดยการ มีสวนรวมของภาคประชาชน เพื่อวางระบบการบริหารประเทศใหมีเสถียรภาพและประสิทธิภาพ ใน แนวทางการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข และมีความเหมาะสม สอดคลองกับสภาพสังคมไทย รวมทั้งสามารถสนองตอบตอการพัฒนาประเทศอยางยั่งยืน และเปนไปตาม ความตองการของประชาชนอยางแทจริง 1.1.4 เรงสรางความเชื่อมั่นของประเทศไทยในสายตาของชาวโลก โดยใหความสําคัญกับกรอบ ความรวมมืออาเซียนเปนลําดับแรก และรวมมือกับรัฐสภาในการพิจารณาอนุมัติเอกสารที่เกี่ยวของที่ประเทศ ไทยในฐานะสมาชิกประชาคมอาเซียนจะตองลงนามในชวงของการประชุมสุดยอดผูนําอาเซียนใหแลวเสร็จ ภายในเดือนมกราคม 2552 และเตรียมความพรอมเปนเจาภาพจัดการประชุมสุดยอดผูนําอาเซียนครั้งที่ 14 ใน เดือนกุมภาพันธ 2552 ในฐานะที่ประเทศไทยเปนประธานอาเซียน 1.1.5 ฟนฟูเศรษฐกิจที่กําลังประสบปญหาเปนการเรงดวน โดยจัดทําเปนแผนฟนฟูเศรษฐกิจ ระยะสั้นที่ครอบคลุม ภาคเกษตรและเกษตรกร ภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการและการทองเที่ยว ภาคการ สงออก ภาคอสังหาริมทรัพย การสรางงานและสรางรายไดในชนบท การพัฒนาแหลงน้ําธรรมชาติและฟนฟู ทรัพยากร ใหแลวเสร็จภายในเดือนมกราคม พรอมทั้งจัดทํางบประมาณรายจายเพิ่มเติมประจําปงบประมาณ พ.ศ.2552 โดยมีวัตถุประสงคเพื่อนําเม็ดเงินของรัฐเขาสูระบบเศรษฐกิจและเพื่อใหสามารถบรรเทาภาวะ ความเดือดรอนของประชาชนและภาคธุรกิจได 1.1.6 เรงสรางความเชื่อมั่นใหแกนักทองเที่ยวตางชาติ และเรงรัดมาตรการกระตุนการทองเที่ยว โดยการดําเนินรวมกันระหวางภาครัฐและเอกชนในการประชาสัมพันธดึงดูดนักทองเที่ยวตางชาติ สงเสริม การทองเที่ยวของคนไทยในประเทศ และปรับแผนงบประมาณของสวนราชการที่ไดรับงานประมาณ ประจําปงบประมาณ พ.ศ.2552 อยูแลวเพื่อใชในการจัดการฝกอบรมและสัมมนาใหกระจายทั่วประเทศ รวมทั้งลดหยอนคาธรรมเนียมและคาบริการที่เกี่ยวของกับการทองเที่ยวเพื่อดึงดูดใหมีการเดินทางทองเที่ยว เพิ่มขึ้น 1.1.7 เรงลงทุนเพื่อการพัฒนาประเทศ โดยใหความสําคัญกับโครงการลงทุนที่มีความคุมคามาก ที่สุด เพื่อเสริมสรางบรรยากาศการลงทุน ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเพิ่มความสามารถในการ แขงขันของประเทศ โดยเฉพาะการลงทุนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาทั้งระบบ การลงทุนเพื่อปรับ โครงสรางระบบบริการสุขภาพที่มุงสูการปองกันและสงเสริมสุขภาพ การลงทุนพัฒนาระบบขนสงมวลชน และการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ําและการชลประทาน ใหสามารถเริ่มดําเนินโครงการไดในป 2552 โดย
  • 127.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 74 ใหความสําคัญกับการมีสวนรวมของประชาชน การรักษาสิ่งแวดลอม การดําเนินงานอยางโปรงใส ตรวจสอบได และการรักษาวินัยการคลังของประเทศ รวมทั้งเรงรัดการเบิกจายงบลงทุนของสวนราชการ และรัฐวิสาหกิจ 1.2 การรักษาและเพิ่มรายไดของประชาชน 1.2.1 รวมมือกับภาคเอกชนในการดําเนินมาตรการชะลอการเลิกจางและปองกันการขยายตัวของ การเลิกจางในภาคอุตสาหกรรมและบริการ ทั้งอุตสาหกรรมขนาดใหญ ขนาดกลาง และขนาดยอม โดยใช มาตรการจูงใจเพื่อลดภาระของภาคเอกชนในการชะลอการเลิกจางงาน 1.2.2 ดําเนินมาตรการเรงดวนเฉพาะหนา เพื่อรองรับปญหาแรงงานวางงานจากภาคอุตสาหกรรม และนักศึกษาจบใหม โดยจัดโครงการฝกอบรมแรงงานที่วางงานประมาณ 500,000 คน ในระยะเวลา 1 ป ตามกลุมความถนัดและศักยภาพ และรองรับแรงงานกลับสูภูมิลําเนา เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแขงขันและ สรางมูลคาทางเศรษฐกิจใหแกวิสาหกิจและธุรกิจชุมชน 1.2.3 เรงรัดดําเนินการชวยเหลือบรรเทาความเดือดรอนของผูถูกเลิกจางและผูวางงานอัน เนื่องมาจากวิกฤตเศรษฐกิจ โดยการดูแลใหไดรับสิทธิประโยชนที่พึงจะไดตามกฎหมายโดยเร็ว การหางาน ใหม การสงเสริมอาชีพอิสระ การสรางงาน และการเพิ่มพูนทักษะเพื่อปรับเปลี่ยนอาชีพ รวมทั้งการจัด สวัสดิการที่จําเปน เชน การเพิ่มวงเงินใหกองทุนสงเคราะหลูกจาง เพื่อชวยเหลือลูกจางที่ถูกเลิกจาง และการ ดําเนินโครงการสานฝนแรงงานคืนถิ่น ซึ่งรวมถึงการสรางงานและจัดที่ทํากิน รวมทั้งการเขาถึงแหลงทุน สําหรับแรงงานนอกภาคเกษตรที่ถูกเลิกจางใหคืนสูภาคเกษตร 1.2.4 สรางหลักประกันดานรายไดแกผูสูงอายุ ที่มีรายไดไมเพียงพอแกการยังชีพ หรือไมสามารถ ประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเองได โดยจัดสรรเบี้ยยังชีพแกผูสูงอายุที่มีอายุ 60 ปขึ้นไปที่แสดงความจํานงโดยการ ขอขึ้นทะเบียนเพื่อขอรับการสงเคราะห รวมทั้งขยายเพดานใหกูยืมจากกองทุนผูสูงอายุเปน 30,000 บาทตอ ราย 1.2.5 เพิ่มมาตรการดานการคลัง เพื่อชวยเพิ่มรายไดของประชาชนและกระตุนธุรกิจในสาขาที่ถูก ผลกระทบ 1.2.6 สรางรายไดและศักยภาพทางเศรษฐกิจในระดับฐานราก โดยการจัดตั้งกองทุนเศรษฐกิจ พอเพียง และจัดสรรเงินเพิ่มเติมใหจากวงเงินที่เคยจัดสรรใหเดิม เพื่อพัฒนาแหลงน้ําและพัฒนา ทรัพยากรธรรมชาติระดับชุมชน ลดตนทุนปจจัยการผลิตทางการเกษตร รวมทั้งเรงรัดและลดขั้นตอนของ ภาครัฐเพื่อใหทองถิ่นสามารถเบิกจายงบฯไดอยางรวดเร็ว 1.2.7 ดําเนินมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาสินคาเกษตรผานกลไกและเครื่องมือของรัฐใหมี ประสิทธิภาพ และเรงสรางระบบประกันความเสี่ยงทางการเกษตร ทั้งระบบประกันความเสี่ยงราคาพืชผล ผานกลไกตลาดซื้อขายลวงหนาสินคาเกษตรและระบบประกันภัยพืชผลอันเนื่องมาจากภัยธรรมชาติ 1.2.8 เรงรัดและพัฒนาตลาดและระบบการกระจายสินคาของสินคาเกษตรและสินคาชุมชน เพื่อ กระตุนการบริโภคภายในประเทศ และการสงออก
  • 128.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 75 1.2.9 จัดตั้งสภาเกษตรกรแหงชาติ เพื่อใหเกษตรกรมีสวนรวมในการเสนอนโยบายและ วางแผนพัฒนาการเกษตรอยางเปนระบบ และมีระบบการคุมครองและรักษาผลประโยชนของเกษตรกร รวมทั้งพัฒนาความเขมแข็งของเกษตรกรไดอยางยั่งยืน 1.2.10 สงเสริมบทบาทอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ทั่วประเทศ ใหปฏิบัติงานเชิงรุก ใน การสงเสริมสุขภาพในทองถิ่น/ชุมชน การดูแลเด็กผูสูงอายุ คนพิการ การดูแลผูปวยในโรงพยาบาล และการ เฝาระวังโรคในชุมชน โดยจัดใหมีสวัสดิการคาตอบแทนใหกับ อสม.เพื่อสรางแรงจูงใจหนุนเสริมให ปฏิบัติงานไดอยางคลองตัวและมีประสิทธิภาพ 1.3 การลดภาระคาครองชีพของประชาชน 1.3.1 ใหทุกคนมีโอกาสไดรับการศึกษาฟรี 15 ป โดยสนับสนุนตําราในวิชาหลักใหกับทุก โรงเรียน จัดใหมีชุดนักเรียนและอุปกรณการเรียนฟรีใหทันปการศึกษา 2552 และทั้งสนับสนุนคาใชจาย อื่นๆ เพื่อชดเชยรายการตางๆ ที่โรงเรียนเรียกเก็บจากผูปกครอง 1.3.2 กํากับดูแลราคาสินคาอุปโภคบริโภคและบริการที่มีความจําเปนตอการครองชีพ ใหมี ราคาที่เปนธรรม สะทอนตนทุนอยางเหมาะสมและไมเปนการเอาเปรียบผูบริโภค 1.3.4 ใชกองทุนน้ํามันในการรักษาเสถียรภาพของราคาน้ํามันอยางมีประสิทธิภาพ และเปน ประโยชนตอการสงเสริมการใชพลังงานทดแทนและการใชน้ํามันอยางประหยัด 1.4 ตั้งคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ และคณะกรรมการรวมภาครัฐและเอกชน เพื่อทําหนาที่เรงรัด ติดตาม แกไขปญหา ลดขั้นตอนในการปฏิบัติ และกําหนดมาตรการและโครงการ เพื่อฟนฟูเศรษฐกิจใน ภาวะเรงดวน ขอ 2. นโยบายความมั่นคงของรัฐ ไดแก การแกปญหาแรงงานตางดาว, การเสริมสรางสันติภาพการอยูรวมกันกับประเทศเพื่อนบาน, นโยบายดานสังคมและคุณภาพชีวิต เชน นโยบายดานการศึกษา, ดานแรงงาน, ดานสาธารณสุข, ดานศาสนา ศิลปวัฒนธรรม, สวัสดิการสังคมและความมั่นคงของมนุษย, ดานกีฬาและนันทนาการ ขอ 3 นโยบายดานสังคมละคุณภาพชีวิต นโยบายการศึกษาไดกําหนดไวเปนสวนหนึ่งของนโยบายสังคมและคุณภาพชีวิต รวม ๘ ประการ ดังนี้ 1. ปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ โดยปฏิรูปโครงสรางและการบริหารจัดการ ปรับปรุงกฎหมายให สอดคลองกับรัฐธรรมนูญ และระดมทรัพยากร เพื่อการปรับปรุงการบริหารจัดการศึกษา ตั้งแตระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐานจนถึงระดับอุดมศึกษา พัฒนาครู พัฒนาระบบการคัดเลือกเขาสูมหาวิทยาลัย พัฒนา หลักสูตร รวมทั้งปรับหลักสูตรวิชาแกนหลักรวมถึงวิชาประวัติศาสตร ปรับปรุงสื่อการเรียนการสอน พัฒนา ทักษะในการคิดวิเคราะห ปรับบทบาทการศึกษานอกโรงเรียนเปนสํานักงานการศึกษาตลอดชีวิต และจัดให มีศูนยการศึกษาตลอดชีวิต เพื่อการเรียนรูที่เหมาะสมในแตละพื้นที่ ตลอดถึงการสงเสริมการกระจายอํานาจ
  • 129.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 76 ใหทุกภาคสวนมีสวนรวมในการจัดการศึกษา เพื่อนําไปสูเปาหมายคุณภาพการศึกษาและการเรียนรูที่มุงเนน คุณธรรมนําความรูอยางแทจริง 2. สงเสริมใหภาคเอกชนมีสวนรวมในการพัฒนาการศึกษาทั้งระบบ โดยมุงเนนระดับอาชีวศึกษา และอุดมศึกษา เพื่อใหสนองตอบความตองการดานบุคลากรของภาคเศรษฐกิจ 3. พัฒนาครู อาจารย และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อใหไดครูดี ครูเกง มีคุณธรรม มีคุณภาพ และ มีวิทยฐานะสูงขึ้น ลดภาระงานครูที่ไมเกี่ยวกับการเรียนการสอนตามโครงการคืนครูใหนักเรียน มีการดูแล คุณภาพชีวิตของครู ดวยการปรับโครงสรางหนี้และจัดตั้งกองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตครู ควบคูไปกับการ ลงทุนดานเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่เนนการพัฒนาเนื้อหาสาระและบุคลากร ใหพรอมรองรับและใช ประโยชนจากระบบเทคโนโลยีสารสนเทศไดอยางคุมคา 4. จัดใหทุกคนมีโอกาสไดรับการศึกษาฟรี ๑๕ ป ตั้งแตระดับอนุบาลไปจนถึงมัธยมศึกษาตอน ปลาย พรอมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการใหเกิดความเสมอภาคและความเปนธรรมในโอกาสทาง การศึกษาแกประชากรในกลุมผูดอยโอกาส ทั้งผูยากไร ผูพิการหรือทุพพลภาพ ผูอยูในสภาวะยากลําบาก ผูบกพรองทางรางกายและสติปญญา และชนตางวัฒนธรรม รวมทั้งยกระดับการพัฒนาศูนยเด็กเล็กในชุมชน 5. ยกระดับคุณภาพมาตรฐานการศึกษาระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาไปสูความเปนเลิศ โดย การจัดกลุมสถาบันการศึกษาตามศักยภาพ ปรับเงินเดือนคาตอบแทนของผูสําเร็จอาชีวศึกษาใหสูงขึ้น โดยภาครัฐเปนผูนําและเปนแบบอยางของการใชทักษะอาชีวศึกษาเปนเกณฑกําหนดคาตอบแทนและ ความกาวหนาในงาน ควบคูกับการพัฒนาองคความรู นวัตกรรม ดวยการเพิ่มขีดความสามารถดานการวิจัย และพัฒนา 6. ปรับปรุงระบบการบริหารจัดการกองทุนใหกูยืมเพื่อการศึกษา ใหมีการประนอมและไกลเกลี่ย หนี้ รวมทั้งขยายกองทุนใหกูยืมเพื่อการศึกษาเพิ่มขึ้น เพื่อใหประชาชนมีโอกาสในการเขาถึงการศึกษา อาชีวศึกษาและปริญญาตรีเพิ่มขึ้น 7. สงเสริมใหเด็ก เยาวชน และประชาชน ใชประโยชนจากเทคโนโลยีสารสนเทศ เชิงสรางสรรค อยางชาญฉลาด เพื่อเสริมสรางการเรียนรู 8. เรงรัดการลงทุนดานการศึกษาและเรียนรูอยางมีบูรณาการในทุกระดับการศึกษาและในชุมชน โดยใชพื้นที่และโรงเรียนเปนฐานบูรณาการทุกมิติ และยึดเกณฑการประเมินของสํานักงานรับรองมาตรฐาน และประเมินคุณภาพการศึกษาเปนหลัก ในการยกระดับคุณภาพโรงเรียนที่ต่ํากวาเกณฑมาตรฐาน และ สงเสริมความเปนเลิศของมหาวิทยาลัยไปสูการเปนศูนยกลางทางการศึกษาและวิจัยพัฒนาในภูมิภาค รวมทั้ง เสริมสรางสังคมแหงการเรียนรูอยางตอเนื่องตลอดชีวิตในชุมชน โดยเชื่อมโยงบทบาทสถาบันครอบครัว สถาบันการศึกษา และสถาบันทางศาสนา
  • 130.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 77 ขอ 4.นโยบายดานเศรษฐกิจ เชน การบริหารเศรษฐกิจมหภาค โดยสนับสนุนใหเศรษฐกิจเติบโตอยางมีเสถียรภาพ สราง เสถียรภาพและความมั่นคงของระบบสถาบันการเงินในประเทศ พัฒนาตลาดทุนและสถาบันการเงินให เขมแข็ง สงเสริมและรักษาวินัยการคลัง ปรับปรุงโครงสรางภาษีและการจัดเก็บภาษี กําหนดกรอบการลงทุน ภาครัฐใหมีความชัดเจน และปรับปรุงประสิทธิภาพการดําเนินงานของรัฐวิสาหกิจ การปรับโครงสรางเศรษฐกิจ ไดแก ภาคการเกษตร ปรับปรุงคุณภาพสินคาเกษตร ปศุสัตว ดูแล เสถียรภาพราคาสินคาเกษตร และการเพิ่มมูลคาสินคา จัดหาแหลงน้ําใหเพียงพอและทั่วถึง ตลอดจนการ แกไขปญหาหนี้สินเกษตรกร, ภาคอุตสาหกรรม ดวยการสรางความสามารถในการแขงขัน การปรับปรุง คุณภาพสินคา การผลิตบุคคลากรใหสอดคลองกับตลาดแรงงาน การจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษใน ภาคใตและชายแดน,ภาคทองเที่ยวและบริการ จะมีการพัฒนาแหลงทองเที่ยวเพิ่มเติม ทําการตลาดและ ประชาสัมพันธดานการทองเที่ยว พัฒนาคุณภาพมักคุเทศนและบุคคลกรที่เกี่ยวของกับการทองเที่ยว, ภาค การตลาด การคา และการลงทุน โดยสงเสริมการคาเสรี ขยายตลาดสงออกใหม ใชประโยชนจากขอตกลง FTA สงเสริมการขึ้นทะเบียนทรัพยสินทางปญญา การพัฒนาโครงสรางพื้นฐานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มขีดความสามารถในการแขงขัน ของประเทศ ไดแก ขยายระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน การพัฒนาและเชื่อมโยงระบบโลจิสติกท การพลังงาน จะมุงเนนใหสามารถพึ่งพาตนเองได มีพลังงานเพียงพอและมีเสถียรภาพ มุงเนนการ นําพลังงานทดแทนใหเปนวาระแหงชาติ สงเสริมและอนุรักษการประหยัดพลังงาน กํากับดูแลราคาพลังงาน ใหอยูในระดับที่เหมาะสมและเปนธรรม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เชน การพัฒนาโครงขายสื่อสารโทรคมนาคมพื้นฐานให ครอบคลุมทั่วประเทศ สรางโอกาสในการเขาถึงบริการอยางเทาเทียมกัน และการพัฒนาบุคลากร ขอ 5. นโยบายที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอม ไดแก การคุมครองและอนุรักษปาไม และสัตวปา ทรัพยากรดิน ทรัพยากรน้ํา ทรัพยากรธรณี ทรัพยากรทางทะเลและชายฝง รวมถึงการจัดระบบปองกันและบรรเทาความเดือดรอนแกผูประสบภัย ธรรมชาติ การควบคุมปริมาณของเสีย การพัฒนาองคความรูในการบริหารจัดการดานทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอม ขอ 6.นโยบายวิทยาศาสตรเทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรม สงเสริมและสนับสนุนโครงการวิจัยตามแนวพระราชดําริ การเรงรัดผลิตบุคลากร และจัดใหมี กองทุนวิจัยรวมภาครัฐและเอกชน ขอ 7. นโยบายการตางประเทศและเศรษฐกิจระหวางประเทศ ไดแก การพัฒนาความสัมพันธกับ ประเทศเพื่อนบาน การสรางความแข็งแกรงของอาเซียนในฐานะที่ไทยเปนประธานอาเซียน สงเสริมความ รวมมือกับกลุมประเทศมุลสิม
  • 131.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 78 ขอ 8.นโยบายการบริหารกิจการบานเมืองที่ดี ไดแก การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการแผนดิน โดยดูแลเรื่องคาตอบแทนของเจาหนาที่รัฐใหมี ความเหมาะสม การบริหารงานที่โปรงใส การกระจายอํานาจ เรื่องกฎหมายและการยุติธรรม จะปรับปรุง กฎหมายใหมีความทันสมัยเพื่อปองกันปญหาการคอรัปชั่น สงเสริมใหประชาชนมีสวนรวมในกระบวนการ ยุติธรรม สงเสริมใหประชาชนไดรับรูขอมูลขาวสารและปรับปรุงกลไกสื่อภาครัฐใหมีบทบาทเพื่อประโยชน สาธารณะ 2. นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ 2.1) แผนยุทธศาสตรพัฒนาการศึกษากระทรวงศึกษาธิการในชวงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แหงชาติฉบับที่ 10 (พ.ศ.2550-2554) มีสาระสําคัญดังนี้ วิสัยทัศน มุงพัฒนาผูเรียนใหมีคุณธรรมนําความรู มีคุณภาพ มีศักยภาพในการพัฒนาตนเองตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง เสริมสรางคุณธรรม พัฒนาสังคมฐานความรู และยืนหยัดบนเวทีโลกบนพื้นฐานความ เปนไทย พันธกิจ 1) เสริมสรางโอกาสทางการศึกษาใหแกประชาชน 2) ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา 3) พัฒนาระบบบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล วัตถุประสงค 1) เพื่อใหประชากรไดมีโอกาสรับการเรียนรูที่ใชคุณธรรมนําความรูตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงและยกระดับการศึกษาของคนไทย 2) เพื่อใหผูเรียนมีคุณภาพสูงขึ้น มีศักยภาพในการพัฒนาตนเองไปสูสังคมฐานความรู สามารถ แขงขันบนเวทีโลกบนพื้นฐานความเปนไทย 3) เพื่อใหการบริหารจัดการศึกษามีประสิทธิภาพมากขึ้นตามหลักธรรมาภิบาล เปาหมาย 1) จํานวนปการศึกษาเฉลี่ยของคนไทยเปน 10 ป 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาหลักของการศึกษาขั้นพื้นฐานสูงขึ้น รอยละ10 ภายใน 5 ป 3) ผูเรียนรอยละ 80 มีคุณลักษณะที่พึงประสงคตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ
  • 132.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 79 4) รอยละ 60 ของกําลังแรงงานมีการศึกษาระดับ ม.ตนขึ้นไปมีความรูและทักษะที่จําเปนในการ ประกอบอาชีพ 5) สถานศึกษารอยละ 70 มีความแข็งแกรง คลองตัวและมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ยุทธศาสตรและมาตรการ 1) สรางความเสมอภาคและโอกาสเขาถึงบริการการศึกษา 1.1)จัดบริการการศึกษาใหทั่วถึงในทุกระดับทุกประเภทการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย 1.2)สรางหลักประกันโอกาสทางการศึกษาแกผูพิการและดอยโอกาส 1.3)สงเสริมการจัดการศึกษาใหมีความเชื่อมโยงทั้งในระบบ นอกระบบและตามอัธยาศัย 1.4)สงเสริมการศึกษาของเอกชนและการมีสวนรวมของทุกภาคสวนในการจัดและสนับสนุน การศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย 1.5)สงเสริมสนับสนุนการศึกษานอกโรงเรียนและการศึกษาตามอัธยาศัย 2) สรางกระบวนการเรียนรู ปลูกฝงจิตสํานึก คานิยม คุณธรรม วัฒนธรรมตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง 2.1) ปลูกจิตสํานึก สรางเจตคติ ปรับพฤติกรรม 2.2) ปรับกระบวนการเรียนเรียนรู หาตนแบบ สืบทอด 2.3) สรางภูมิตานทานโดยเครือขาย ขยายผลบาน สถาบันศาสนา สถานศึกษาและสื่อ 2.4) กํากับ ติดตาม ประเมินผล 2.5) อนุรักษ สืบทอดวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงาม 3) เรงรัดพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา 3.1) พัฒนาระบบประกันคุณภาพการศึกษาทุกระดับ ทุกประเภท 3.2) สงเสริมและสนับสนุนดานวิจัย พัฒนาและถายทอดองคความรู 3.3) พัฒนาและยกระดับมาตรฐานการศึกษา 3.4) ปรับหลักสูตรกระบวนการเรียนการสอน 3.5) พัฒนาระบบบริหารจัดการความรู 3.6) บูรณาการภูมิปญญากับการจัดการเรียนรูวิทยาการสมัยใหม 3.7) พัฒนาการศึกษาและวิจัยเพื่อใหบริการรักษาพยาบาลและสงเสริมสุขภาพ 3.8) สงเสริมศูนยบมเพาะวิสาหกิจในสถาบันการศึกษาใหเปนแหลงเรียนรูและ พัฒนาระบบธุรกิจ 3.9) สงเสริมและสนับสนุนใหประเทศไทยเปนศูนยกลางการศึกษาในภูมิภาคและสรางภาคี เครือขายและความรวมมือระหวางประเทศในการจัดการศึกษา
  • 133.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 80 4) พัฒนาระบบบริหารจัดการตามหลักเกณฑและวิธีการบริหารจัดการบานเมืองที่ดี 4.1) ปรับปรุง กลไกการประสานงานการจัดการศึกษาในสวนกลางและสวนภูมิภาค 4.2) พัฒนาระบบ กํากับ ติดตาม ประเมินผล 4.3) เรงรัด ปรับปรุงแกไขและประกาศใชกฎหมายเกี่ยวกับการศึกษา 4.4) เรงผลักดันการกระจายอํานาจและสรางความเขมแข็งใหสถานศึกษา 4.5) ปรับสถานภาพของอุดมศึกษาของรัฐที่เปนสวนราชการและมีศักยภาพและความพรอมเปน สถาบันการศึกษาในกํากับของรัฐตามความสมัครใจ 4.6) พัฒนาการวางแผนที่เนนการมีสวนรวมของภาคีเครือขายพัฒนา 4.7) พัฒนาระบบขอมูลกลางทางการศึกษาที่เชื่อมโยงทุกระดับ 5) ผลิตและพัฒนาครู คณาจารยและบุคลากรทางการศึกษา 5.1) พัฒนาระบบการผลิตครู คณาจารยและบุคลากรทางการศึกษา 5.2) พัฒนาครู คณาจารยและบุคลากรทางการศึกษา 5.3) ยกระดับมาตรฐานวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา 5.4) เรงรัดแกปญหาการขาดแคลนครู คณาจารยโดยเฉพาะในสาขาวิชาที่ขาดแคลน 5.5) สรางขวัญ กําลังใจ ความกาวหนาและความมั่นคงในวิชาชีพครู 5.6) พัฒนาและสงเสริม ครู คณาจารยและบุคลากรทางการศึกษาใหมีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู ทางวิชาการรวมกันทั้งภายในและตางประเทส 5.7) พัฒนาระบบงานบุคคลขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 6) พัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จังหวัดชายแดนภาคใต 6.1) จัดการศึกษาเพื่อสรางความมั่นคง 6.2) พัฒนาคุณภาพการศึกษา 6.3) สงเสริมศาสนสถาน 6.4) เสริมสรางโอกาสการศึกษาและการเรียนรูตลอดชีวิต 6.5) สงเสริมการศึกษาเพื่ออาชีพและการมีงานทํา 6.6) พัฒนาการบริหารจัดการ 7) การผลิตและพัฒนากําลังคนเพื่อตอบสนองความตองการของการพัฒนาประเทศ 7.1) สรางและเสริมสรางคานิยมการศึกษาวิชาชีพ 7.2) สงเสริมการมีสวนรวมของทุกภาคสวนในการจัดการศึกษาอาชีวศึกษา 7.3) เรงผลิตและพัฒนากําลังคนทั้งระดับกลางและระดับสูงดานวิทยาศาสตร เทคโนโลยี แพทย พยาบาลและสาขาที่ขาดแคลน 7.4) พัฒนาสมรรถนะและทักษะแรงงานใหรองรับตอการพัฒนาประเทศและสรางระบบตอบแทน ที่เหมาะสม 7.5) เรงรัดการผลิตและพัฒนานักวิจัยใหมีศักยภาพและสอดคลองกับความตองการของประเทศ
  • 134.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 81 3. แผน นโยบายกระทรวงศึกษาธิการ 3.1 แผนปฏิบัติราชการประจําป กระทรวงศึกษาธิการ 1) สภาพปญหาดานการศึกษา 1.1)การขยายโอกาสทางการศึกษา พบวา - เด็กและเยาวชนที่ตกหลนยังไมไดรับการพัฒนา - เด็กยากจนและเด็กดอยโอกาสและปจจัยสนับสนุนการศึกษา 1.2) การพัฒนาคุณภาพและศักยภาพการบริหารจัดการ พบวา - ผลการประเมินคุณภาพการศึกษาในทุกระดับตองเรงรัดแกไข - การขาดแคลน อัตรากําลังครูผูสอนและเจาหนาที่บางสวน - การใช ICT ในการจัดการเรียนการสอน ยังมีนอย เนื่องจากมีขอจํากัด ทั้งอุปกรณและครูที่มี ความรูความสามารถดาน ICT ครู บุคลากรทางการศึกษา ยังขาดพัฒนาความรูและเทคโนโลยีใหมๆ - การทํางานแบบบูรณาการและเครือขายยังไมกระจายตัว ครอบคลุมทุกพื้นที่ - การนํานโยบาย กฎหมาย มาตรฐานการศึกษา สูการปฏิบัติไปสูความสําเร็จในระดับหนึ่ง แต ยังตองปรับปรุงในเรื่องของการสงเสริมความรูความเขาใจที่ถูกตองชัดเจนของผูเกี่ยวของ ระดับหนึ่ง แตยังตองปรับปรุงในเรื่องของการสงเสริมความรูความเขาใจที่ถูกตองชัดเจนของผูเกี่ยว ของในระดับตางๆและพัฒนากลไกที่มีประสิทธิภาพในการประสาน กํากับดูแล การนํานโยบายไปสู การปฏิบัติ - การขาดแคลนคุรุภัณฑการศึกษาหรือไมเพียงพอในการจัดการเรียนการสอนในแตละ สาขาวิชา - โครงการที่เปนโครงการใหมโครงการนํารอง อาจประสบปญหาในเรื่องความเขาใจของผู ปฏิบัติงาน การสื่อสารที่ลาชา สงผลใหการดําเนินงานลาชา และกระจุกตัวในชวงปงบประมาณ 1.3) ผลกระทบทางการศึกษาจากเหตุการณกอความไมสงบสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต 3.2 สาระสําคัญของ แผนปฏิบัติราชการประจําป กระทรวงศึกษาธิการ วิสัยทัศน มุงพัฒนาผูเรียนใหมีคุณธรรมนําความรู มีคุณภาพ มีศักยภาพในการพัฒนาตนเองตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง เสริมสรางคุณธรรม พัฒนาสังคมฐานความรู และยืนหยัดบนเวทีโลกบนพื้นฐานความ เปนไทย พันธกิจ เรงรัดการปฏิรูปการศึกษาเพื่อเสริมสรางโอกาสในการศึกษาใหแกประชาชน โดยยึดคุณธรรมนํา ความรูตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง พัฒนาคุณภาพมาตรฐานการศึกษา และพัฒนาระบบการบริหารจัดการ ใหมีคุณภาพและประสิทธิภาพ
  • 135.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 82 เปาประสงค 1) ปการศึกษาโดยเฉลี่ยของประชาชนสูงขึ้น ประชากรวัยแรงงาน มีความรูและทักษะ ที่จําเปน ในการประกอบอาชีพและเพิ่มผลผลิต 2) ผูเรียนมีคุณลักษณะตามเกณฑมาตรฐานการศึกษา 3) ครู คณาจารยและบุคลากรทางการศึกษามีศักยภาพในการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา 4) ทุกภาคสวนของสังคมมีสวนรวมในการจัดการศึกษา สถานศึกษามีความเขมแข็ง มีอิสระ มีความ คลองตัวในการบริหารจัดการ 4) การศึกษาชวยสรางสมานฉันท ความสามัคคี และใชสันติวิธีในการแกปญหา นโยบาย 1) เรงรัดปฏิรูปการศึกษาโดยยึดคุณธรรมนําความรู สรางความตระหนัก สํานึกในคุณคาของ เศรษฐกิจพอเพียง ความสมานฉันท สันติวิธี วิถีประชาธิปไตย พัฒนาคนโดยใชคุณธรรมเปน พื้นฐานของกระบวนการเรียนรู ที่เชื่อมโยงความรวมมือของสถาบันครอบครัว ชุมชน สถาบัน ศาสนาและสถานศึกษา 2) ขยายโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ของประชาชนใหกวางขวาง ทั่วถึง มีคุณภาพ โดยไมเก็บ คาใชจาย และขายโอกาสทางการศึกษาทุกระดับ ทุกประเภท 3) การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ 4) กระจายอํานาจไปสูเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา 5) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชน ภาคเอกชนและทองถิ่น 6) พัฒนาการศึกษาในเขตพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต ยุทธศาสตร 1) สรางกระบวนการเรียนรู ปลูกฝงจิตสํานึก คานิยม คุณธรรม วัฒนธรรม ตามหลักเศรษฐกิจ พอเพียง วิถีชีวิตประชาธิปไตยและธรรมมาภิบาลแกประชาชนและเยาวชนทุกระดับ โดย เชื่อมโยงความรวมมือกับทุกภาคสวนของสังคม 2) สรางโอกาสทางการศึกษาและสงเสริมการเรียนรูตลอดชีวิต 3) เรงปรับกระบวนการเรียนการสอนเพื่อยกระดับคุณภาพมาตรฐานการศึกษา 4) สนับสนุนการผลิตและพัฒนากําลังคนเพื่อตอบสนองตอความตองการในการพัฒนาประเทศ 5) เรงรัดผลักดันการกระจายอํานาจและสรางความเขมแข็งใหสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาและ สถานศึกษา
  • 136.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 83 6) สงเสริมการมีสวนรวมของทุกภาคสวนในการจัดและสนับสนุนการศึกษาในรูปแบบที่ หลากหลาย 7) จัดการศึกษาในเขตพัฒนาการศึกษาในเขตพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใตใหสอดคลอง กับสภาพเศรษฐกิจ สังคมปละวัฒนธรรมใหเกิดสันติสุข 4. นโยบายและการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา สพฐ. แนวทางการขับเคลื่อนนโยบายของ สพฐ. ปงบประมาณ ๒๕๕๒ 1. ผลผลิตหลักของ สพฐ. ป ๒๕๕๒ ผลผลิตจํานวน ๕ ผลผลิต ไดแก ๑. ผูจบการศึกษากอนประถมศึกษา ๒. ผูจบการศึกษาภาคบังคับ ๓. ผูจบการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย ๔. เด็กพิการไดรับการศึกษาขั้นพื้นฐานและพัฒนาสมรรถภาพ ๕. เด็กดอยโอกาสไดรับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2. เปาหมายการใหบริการของ สพฐ. ๓ ดาน ๑. ดานโอกาสทางการศึกษา ๑.๑ ประชากรในวัยเรียนไดรับโอกาสในการศึกษาขั้นพื้นฐานอยางเทาเทียม ทั่วถึง และไดรับ โอกาสในการศึกษาปฐมวัยอยางนอย 1 ป กอนเขาเรียนในระดับการศึกษาภาคบังคับ ๑.๒ ผูพิการ ผูดอยโอกาส และผูเรียนในเขตพื้นที่พิเศษไดรับการศึกษาขั้นพื้นฐานและการศึกษา ปฐมวัยอยางเทาเทียมและทั่วถึงตามลักษณะของผูเรียนแตละกลุมและประเภท ๑.๓ ผูเรียน ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใตไดรับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มี คุณภาพและสอดคลองกับอัตลักษณ วิถีชีวิตและความตองการของชุมชน ๒. ดานคุณภาพการศึกษา ๒.๑ ผูเรียนทุกคนไดรับการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการศึกษาปฐมวัย ๒.๒ ครูผูสอนมีเพียงพอและสามารถจัดการเรียนรูตามหลักสูตรไดอยางมีประสิทธิภาพ และใหความสําคัญกับพื้นฐานและศักยภาพของผูเรียน ๒.๓ สถานศึกษาทุกแหงมีระบบประกันคุณภาพภายในและผานการประเมินการศึกษาของ สํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา
  • 137.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 84 ๓. ดานประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษา ตลอดจนองคคณะบุคคลตามกฏหมายมีความพรอม และมีความเขมแข็งที่จะปฏิบัติหนาที่ตามหลักธรรมาภิ บาลอยางมีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผล โดยใชเครือขายความรวมมือทุกภาคสวน 3. กลยุทธสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปงบประมาณ ๒๕๕๒ ๖ กลยุทธ ๑. ปลูกฝงคุณธรรม ความสํานึกในความเปนชาติไทย และวิถีชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง ใหแกนักเรียนทุกคน ๒. เพิ่มอัตราการเขาเรียนในทุกระดับ ทั้งเด็กทั่วไป ผูพิการ ผูดอยโอกาส ลดอัตราการออกกลางคัน และ พัฒนารูปแบบการใหบริการการศึกษาขั้นพื้นฐานแกเยาวชนที่อยูนอกระบบการศึกษา ๓. ยกระดับคุณภาพสถานศึกษาสูมาตรฐานการศึกษาของชาติ พัฒนาผูเรียน สมรรถนะครูและ บุคลากรอยางเปนระบบ เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานและ ปฐมวัย และการเรียนรูที่เนนผูเรียนเปนสําคัญ ผูเรียนบรรลุมาตรฐานการเรียนรูของหลักสูตร การศึกษาอยางเต็มตามศักยภาพ ๔. เรงรัดพัฒนาความพรอมในดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารใหแกสถานศึกษาและ หนวยงานการศึกษาในสังกัดเพื่อการเรียนรูและการบริหารจัดการ ๕. สรางความเขมแข็งและสงเสริมการมีสวนรวมของทุกภาคสวนในการบริหารและการจัด การศึกษาเพื่อรองรับการกระจายอํานาจอยางมีประสิทธิภาพบนหลักธรรมาภิบาลในสํานักงาน เขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษา ๖. เรงพัฒนาการศึกษาและคุณภาพชีวิตนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษ เฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต 4. รายละเอียด กลยุทธ เปาหมายความสําเร็จ และมาตรการ กลยุทธที่ ๑ ปลูกฝงคุณธรรม ความสํานึกในความเปนชาติไทย และวิถีชีวิตตาม หลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงใหแกนักเรียนทุกคน เปาหมายความสําเร็จ ๑. นักเรียนไมนอยกวารอยละ๘๐ผานการประเมินคุณธรรมมีสํานึกในความเปนชาติไทยสามารถ ปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและวิถีประชาธิปไตย มาตรการ ๑. สํารวจสภาพการจัดการเรียนการสอนในกลุมสาระสังคมศึกษา ๒. ประเมินความเขาใจของนักเรียนตามมาตรฐานการเรียนรู ๓. เสริมประสิทธิภาพในการพัฒนาหลักสูตรแกนกลาง หลักสูตรสถานศึกษา
  • 138.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 85 ๔. พัฒนาสื่อและการจัดการเรียนการสอน ๒. ลดจํานวนเยาวชนมีพฤติกรรมเสี่ยง มีโรงเรียนคุณธรรมตนแบบและโรงเรียนวิถีพุทธ ตนแบบผานเกณฑการประเมิน มาตรการ ๑. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแหงมีขอมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมเด็กติดเกมส การ ตั้งครรภ ปญหาเพศสัมพันธในวัยเรียน ความรุนแรงในโรงเรียน และการกระทําผิดในหมูนักเรียน ๒. จัดกิจกรรมสงเสริมคุณธรรมตามนโยบายในแตละสถานศึกษา ๓. มีระบบการจัดการความรู ๔. มีแผนสงเสริมและติดตามผลการพัฒนาคุณธรรมสูการปฏิบัติ และเฝาระวัง ปญหายา เสพติดในโรงเรียน ๓. ผูบริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคนมีความรูความเขาใจในนโยบาย ประพฤติ ปฏิบัติตนเปนแบบอยางที่ดี และสามารถจัดการเรียนการสอนเพื่อปลูกฝงคุณธรรมไดตามนโยบาย มาตรการ ๑. พัฒนาผูบริหาร และครูใหมีความเขาใจและมีความพรอมที่จะจัดกิจกรรมการเรียน การสอน ๒. พัฒนาผูเรียนเพื่อปลูกฝงคุณธรรม โดยใหความสําคัญกับสถานศึกษาที่มีขอมูล พฤติกรรมเสี่ยงของนักเรียนสูง ๔. โรงเรียนทุกแหงจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อปลูกฝงคุณธรรม ความสํานึกในความเปน ชาติไทยและวิถีชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่ใหความสําคัญกับกิจกรรมลดภาวะโลกรอน โดยมี โรงเรียนผานมาตรฐานและสามารถเปนแหลงเรียนรูสําหรับโรงเรียนอื่นไมต่ํากวารอยละ ๕๐ มาตรการ ๑. สงเสริมการจัดการเรียนรู การพัฒนาสื่อ ๒. จัดกิจกรรมพัฒนาผูเรียนที่หลากหลาย โดยเฉพาะการจัดคาย การแสดง ลูกเสือ ดนตรี กีฬา เพื่อเปนแนวทางในการปลูกฝงคุณธรรม ความสํานึกในความเปนชาติ ไทย วิถีประชาธิปไตย ๓. จัดกิจกรรมตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการเรียนรูตามหลักสูตรการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ๔. ใหความสําคัญแกการสรางเสริมจิตสํานึกในความเปนชาติไทยเปนพิเศษใน ปงบประมาณ ๒๕๕๒
  • 139.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 86 ๕. โรงเรียนทุกแหงมีระบบดูแลชวยเหลือนักเรียน และโรงเรียนที่เปดสอนระดับมัธยมศึกษา ตอนตน และมัธยมศึกษาตอนปลายสามารถพัฒนาระบบไดมาตรฐานไมต่ํากวารอยละ ๓๐ มาตรการ ๑. สนับสนุนการพัฒนาระบบดูแลชวยเหลือนักเรียนในโรงเรียนทุกแหง โดยให ความสําคัญกับโรงเรียนที่เปดสอนระดับมัธยมศึกษาตอนตน และมัธยมศึกษาตอน ปลายอยางครบวงจร และประเมินมาตรฐานของระบบเปนรายโรงเพื่อพัฒนาตอ ยอด ๒. สงเสริมใหสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาทํางานเปนเครือขายกับ สถาบันทางศาสนา ผูปกครอง และหนวยงานที่เกี่ยวของในการสงเสริมคุณธรรม และแกปญหาพฤติกรรมของครูและบุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน กลยุทธที่ ๒ เพิ่มอัตราการเขาเรียนในทุกระดับ ทั้งเด็กทั่วไป ผูพิการ ผูดอยโอกาส ลดอัตราการออก กลางคัน และพัฒนารูปแบบการใหบริการการศึกษาขั้นพื้นฐานแกเยาวชนที่อยู นอกระบบการศึกษา เปาหมายความสําเร็จ ๑. เพิ่มอัตราการเขาเรียนภาคบังคับโดยรวม ไมต่ํากวารอยละ ๙๐ โดยไมมีตําบลใดที่มีอัตราการเขา เรียน การศึกษาภาคบังคับต่ํากวารอยละ๘๐และลดอัตราการออกกลางคันใหเหลือไมเกินรอยละ ๐.๘ และเพิ่มอัตราการเรียนตอชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๓ เรียนตอมัธยมศึกษาตอนปลายทุกสังกัด ไมนอยกวารอยละ ๘๐ มาตรการ ๑. ปรับปรุงระบบขอมูลและระบบวางแผนเพื่อเพิ่มอัตราการเขาเรียน อัตราการเรียน ตอ การพัฒนาสถานศึกษา การขยายบริการทางการศึกษา และการจัดสรรทรัพยากร ที่เหมาะสมกับสภาพในแตละเขตพื้นที่ ๒. ปรับปรุงและกํากับแนวปฏิบัติเรื่องการรับนักเรียนใหโปรงใส เปนธรรม และ เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ จัดทําแผนยุทธศาสตรและสนับสนุนการขยาย จัดตั้งและ พัฒนาโรงเรียนเพื่อลดความเหลื่อมล้ําในโอกาสและคุณภาพการศึกษา ๓. สนับสนุนปจจัยพื้นฐานสําหรับนักเรียนที่ดอยโอกาสและผูมีความตองการพิเศษ อยางตอเนื่องและสอดคลองกับสภาพความเปนจริง ๔. แสวงหาแนวทางสนับสนุนโรงเรียนใหสามารถจัดการศึกษาที่มีคุณภาพโดยไมตอง เก็บคาใชจายเพื่อเสนอขอความสนับสนุนจากรัฐบาล ๕. สงเสริมการจัดและมีสวนรวมจัดในการจัดการศึกษา โดยบุคคล ครอบครัว สถาน ประกอบการ เอกชน และองคกรปกครองสวนทองถิ่น
  • 140.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 87 ๒. เพิ่มจํานวนผูเรียนที่พิการผูดอยโอกาส ผูตกหลน ผูออกกลางคันและอยูนอกระบบโรงเรียน ใหไดรับบริการทางการศึกษาทั้งในพื้นที่ทั่วไปและพื้นที่พิเศษ มาตรการ ๑. ขยายบริการทางการศึกษาสําหรับผูเรียนที่มีปญหาทางการ เรียนรู ทางสติปญญา และอารมณเด็กและเยาวชนที่เจ็บปวยในโรงพยาบาล ตลอดจนสนับสนุนและ ประสานการระดมทรัพยากร สื่อ สิ่งอํานวยความสะดวกสําหรับผูพิการตามสภาพ ความจําเปน ในการเรียนรู ๒. สนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาเพื่อเขาถึงเด็กและเยาวชนผูพิการ ผูมีความ ตองการพิเศษ ผูดอยโอกาส และผูอยูในพื้นที่หางไกล ทุรกันดาร ๓. พัฒนาระบบที่จะสนับสนุนปจจัยสําหรับผูพิการผูดอยโอกาส และกลุมเปาหมาย พิเศษตามความจําเปน เพื่อไมใหเปนอุปสรรคตอการรับการศึกษา 12 ป ๔. ขยายเครือขายโรงเรียนแกนนําเรียนรวมในการศึกษาระดับปฐมวัย ระดับ ประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนตน และมัธยมศึกษาตอนปลาย ๓. รอยละ ๘๐ ของประชากรวัย ๔ – ๖ ป ไดรับการศึกษาปฐมวัยอยางนอย ๑ ป โดยให ความสําคัญแกผูดอยโอกาส และกลุมเปาหมายพิเศษ มาตรการ ๑. สงเสริมใหเด็กอายุชวงปฐมวัยเขาเรียนทั้งภาครัฐ ทองถิ่น และเอกชน ๒. สนับสนุนการพัฒนาเด็กปฐมวัย และใหความสําคัญกับกลุมผูดอยโอกาส และ กลุมเปาหมายพิเศษ กลยุทธที่ ๓ ยกระดับคุณภาพสถานศึกษาสูมาตรฐานการศึกษาของชาติ พัฒนาผูเรียน สมรรถนะครู และ บุคลากรอยางเปนระบบ เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานและปฐมวัย และการเรียนรูที่เนนผูเรียนเปนสําคัญ ผูเรียนบรรลุมาตรฐานการเรียนรูของ หลักสูตรการศึกษา อยางเต็ม ตามศักยภาพ เปาหมายความสําเร็จ ๑. สถานศึกษารอยละ ๘๐ ผานเกณฑการประเมินมาตรฐานตามระบบประกันคุณภาพ ภายใน และผานเกณฑการประเมินการรับรองมาตรฐานของสํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมิน คุณภาพการศึกษาในระดับดีขึ้นไปอยางนอยรอยละ๘๐และไมมีสถานศึกษาใดอยูในระดับ ปรับปรุง
  • 141.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 88 มาตรการ ๑. กํากับ ดูแล ชวยเหลือเพื่อพัฒนาสถานศึกษาที่ไมผานการรับรองมาตรฐานและ สถานศึกษาขนาดเล็กตามแผนยุทธศาสตรโรงเรียนขนาดเล็ก ๒. สนับสนุนการพัฒนาสถานศึกษาที่ไดรับรองตามมาตรฐานการประเมินคุณภาพ ภายนอกใหพัฒนาตอยอดสูระดับดีและดีมาก โดยมีโรงเรียนดีใกลบานในทุก อําเภอใหเปนตนแบบศูนยการพัฒนาการเรียนรูทุกกลุมสาระแกครูและนักเรียนใน พื้นที่ และมีศูนยปฐมวัยตนแบบ สถานศึกษาผูนําดานตางๆ เปนแหลงเรียนรูใหกับ สถานศึกษาอื่น ๒. สถานศึกษาทุกแหงมีอัตราการขาดครูไมเกินรอยละ 30 และสถานศึกษาที่เปดสอนระดับ มัธยมศึกษาตอนตน และมัธยมศึกษาตอนปลาย มีครูตรงวุฒิ หรือผานการประเมินความรู ความสามารถตามเกณฑที่กําหนดไวในกลุมสาระการเรียนรู คณิตศาสตร วิทยาศาสตร ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ มาตรการ ๑. ใหความสําคัญแกการพัฒนาระบบขอมูลและแผนยุทธศาสตรเพื่อบริหารและ พัฒนาครูทั้งระบบ การแกปญหาการขาดแคลนครู การมีครูไมตรงวุฒิ และเรง พัฒนาสมรรถนะครูทุกกลุมสาระอยางครบวงจร ๒. ดําเนินการตามแผนยุทธศาสตรพัฒนาการเรียนการสอนในวิชาภาษาอังกฤษ และ ภาษาจีน ๓. สถานศึกษานํารองมีหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของสถานศึกษาที่ไดมาตรฐานสอดคลอง กับ สภาพปญหาทองถิ่นและสามารถจัดการเรียนการสอนที่เนนผูเรียนเปนสําคัญ มาตรการ ๑. สนับสนุนโรงเรียนนํารองการใชหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานและการขยายผลสู สถานศึกษาทั่วไปและสถานศึกษาที่จัดการศึกษาพิเศษสําหรับผูพิการและ ดอย โอกาส ๔. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา ทุกแหงสามารถยกระดับคุณภาพการศึกษาทุกระดับใหสูงขึ้น และลดจํานวนผูเรียนที่อยูใน เกณฑ ปรับปรุง มาตรการ ๑. ปรับปรุงระบบวัดผลและประเมินผลการเรียนรูในสถานศึกษา ปรับปรุงระบบ เทียบโอน
  • 142.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 89 ประสบการณ และพัฒนาระบบประเมินผลสัมฤทธิ์ออนไลนเพื่อการพัฒนาการ เรียนรูของผูเรียน รวมถึงสงเสริมการประเมินคุณภาพผูเรียนในระดับเขตพื้นที่ การศึกษา เพื่อพัฒนาผูเรียนอยางตอเนื่อง ๒. สงเสริมการพัฒนาองคความรูและรูปแบบพัฒนากระบวนการคิด การจัดการ เรียนรูที่สอดคลองกับพัฒนาการทางสมอง การสงเสริมการอาน การศึกษาปฐมวัย การใหความรูแกผูปกครอง การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาพื้นฐานทางอาชีพและการ มีงานทํา ๓.สงเสริมการจัดการศึกษาสําหรับผูมีความสามารถพิเศษโดยพัฒนาระบบวัดแวว ปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนทั้งในระบบและนอกระบบโรงเรียน พัฒนา ครูใหมีความรูความเขาใจเรื่องผูมีความสามารถพิเศษ และจัดตั้งศูนยพัฒนา อัจฉริยภาพ ประจําจังหวัด ๔.พัฒนาการเรียนการสอนสําหรับเด็กพิการ และเด็กที่มีปญหาทางการเรียนรูใหขยาย ผลไดมากขึ้นสงเสริมการพัฒนาเครือขายเพื่อสงเสริมคุณภาพ ระบบจัดการความรู การจัดเวทีวิชาการสําหรับสถานศึกษา ครู และนักเรียน ๕.สงเสริมการพัฒนาเครือขายเพื่อสงเสริมคุณภาพ ระบบจัดการความรู การจัดเวที วิชาการสําหรับสถานศึกษา ครู และนักเรียน กลยุทธที่ ๔ เรงรัดพัฒนาความพรอมในดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารใหแก สถานศึกษาและหนวยงานการศึกษาในสังกัดเพื่อการเรียนรูและการบริหารจัดการ เปาหมายความสําเร็จ ๑. นักเรียนที่จบการศึกษาภาคบังคับทุกคนรอยละ ๘๐ มีความรูและมีทักษะการใชคอมพิวเตอร พื้นฐานเปนเครื่องมือในการเรียนรู และนักเรียนที่จบมัธยมศึกษาตอนปลายอยางนอย รอยละ ๔๐ สามารถเขียนโปรแกรมและออกแบบเว็ปเพจได มาตรการ ๑. ปรับสาระการเรียนรูคอมพิวเตอรและมาตรฐานการเรียนรูชวงชั้นที่สอดแทรกการ ใช ICT เปนเครื่องมือการเรียนรูและแสวงหาความรูในทุกกลุมสาระ ๒. สงเสริมและสนับสนุนใหมีศูนยการเรียนรู ICT ในชุมชนและทองถิ่น ๒. ครูรอยละ ๗๐ มีความรูและทักษะพื้นฐานในการใชเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนและ การบริหารจัดการ มาตรการ ๑. พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาใหมีความรูและทักษะพื้นฐานในการใช เทคโนโลยี
  • 143.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 90 เพื่อการเรียนการสอนและการบริหารจัดการในสถานศึกษาดวยวิธีการที่ หลากหลาย ๓. สถานศึกษารอยละ๙๐มีการนําคอมพิวเตอร มาใชเพื่อการบริหารและสถานศึกษารอยละ ๗๐ มีการคอมพิวเตอรมาใชเพื่อการเรียนการสอนในอัตราสวน๑เครื่องตอนักเรียน๔๐คน มาตรการ ๑. สนับสนุนคอมพิวเตอรใหกับสถานศึกษา และประสานใหมีการสนับสนุน คอมพิวเตอร เทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนและบริหารจัดการจากภาครัฐ เอกชน และทองถิ่น ๔. สถานศึกษารอยละ ๙๐ มีการเชื่อมตอระบบเครือขายอินเทอรเน็ตความเร็วสูง และ สถานศึกษา รอยละ ๙๐ นํา ICT มาชวยจัดกระบวนการเรียนรู มาตรการ ๑. ปรับเปลี่ยนระบบสื่อสาร ความเร็วอินเทอรเน็ตในสถานศึกษาทั่วประเทศเปน ๕๑๒ Mbps และสถานศึกษาตามโครงการหองเรียนวิทยาศาสตรเปน ๒ KMbps ๕. สถานศึกษาขนาดเล็กและสถานศึกษาในพื้นที่ หางไกล รอยละ๕๐ มีระบบการศึกษาทางไกล เพื่อ เสริมคุณภาพการจัดการเรียนการสอน มาตรการ ๑. เรงสนับสนุนเทคโนโลยีคอมพิวเตอรสื่อและระบบอินเตอรเน็ตในสถานศึกษาขนาด เล็กและสถานศึกษาหางไกลในการนําระบบการศึกษาทางไกลเพื่อเสริมคุณภาพ การจัดการเรียนการสอน ๖. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแหง มีศูนยรวมสื่อเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนใหกับ สถานศึกษาไดทุกกลุมสาระ มีศูนยเครือขายการซอมบํารุงคอมพิวเตอรในเขตพื้นที่การศึกษา และสํานักงาน ในสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีการนําเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารไปใชเพื่อ การบริหารจัดการอยางมีประสิทธิภาพ มาตรการ ๑. พัฒนา Web Portal ๒. จัดทํา Visual field trip ติวเตอรออนไลน ๓. จัดทําหองเรียนทันขาว e-Learning ๔. สงเสริมศูนย ICT ของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ๕. จัดทําฐานขอมูลและ Back office ๖. จัดทําศูนยเครือขายการซอมบํารุงคอมพิวเตอรและเทคโนโลยี
  • 144.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 91 กลยุทธที่ ๕ สรางความเขมแข็งและสงเสริมการมีสวนรวมของทุกภาคสวนในการบริหาร และการจัดการศึกษา เพื่อรองรับการกระจายอํานาจอยางมีประสิทธิภาพบนหลัก ธรรมาภิบาลในสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา เปาหมายความสําเร็จ ๑. ทุกสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาสนับสนุน ใหองคคณะบุคคลตามกฎหมายมีความพรอมและ มีบทบาทในการปฏิบัติหนาที่อยางมีเอกภาพและสอดคลองกัน มาตรการ ๑. สรางความเขมแข็งใหองคคณะบุคคลในสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา และ สถานศึกษาโดยองคคณะบุคคลสามารถทํางานเชิงบูรณาการใหเกิดความเชื่อมโยง ระหวางกันและมี สวนรวมในการขับเคลื่อนนโยบายของสํานักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๒. สถานศึกษาที่ผาการอบรมผูนําการเปลี่ยนแปลงไมต่ํากวารอยละ ๗๐ ผานการประเมิน โรงเรียนที่บริหารจัดการแบบโรงเรียนเปนฐาน และสามารถเปนพี่เลี้ยงสนับสนุนโรงเรียนอื่นในการ พัฒนาคุณภาพ มาตรการ ๑. สถานศึกษาประเภทที่หนึ่งประเมินตนเองและสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ตรวจสอบการประเมินตนเองของสถานศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานและ มาตรฐาน SBM ๒. สงเสริมสถานศึกษาตามความพรอมของสถานศึกษาในการบริหารจัดการศึกษาโดย ใชโรงเรียนเปนฐานโดยมีสถานศึกษาที่มีความพรอม เปนพี่เลี้ยงสนับสนุนในการ พัฒนาคุณภาพ ๓. ทุกสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามีระบบเครือขายเพื่อพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพระหวาง โรงเรียนประเภทตางๆที่มีความเขมแข็ง สามารถเปนกลไกในการจัดการความรูพัฒนาคุณภาพติดตามดูแลแกปญหา อยางมีประสิทธิภาพ มาตรการ ๑. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาสงเสริมการทํางานของเครือขายสถานศึกษาประเภท ที่หนึ่งในภาพรวมจังหวัด ๒. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาจัดทําระบบสารสนเทศ รายสถานศึกษาที่เปน ปจจุบันและนําไปใชพัฒนาคุณภาพการศึกษาทั้งขอมูลครูและบุคลากรทางการ ศึกษารายบุคคลขอมูลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุมสาระวิชาหลักของนักเรียน รายบุคคลและผลการประเมินคุณภาพภายในของสถานศึกษาและผลการประเมิน คุณภาพภายนอกของ สมศ.
  • 145.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 92 ๓. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา นิเทศติดตามชวยเหลือสถานศึกษาประเภทที่สองและ เครือขายสถานศึกษาประเภทที่สอง ๔. ทุกโรงเรียนมีคณะกรรมการนักเรียนและ ผูแทนนักเรียนประเภทตางๆซึ่งไดรับการพัฒนาใหมี ความพรอมและมีบทบาทในการนําเสนอความคิดเห็นและรวมพัฒนาโรงเรียน มาตรการ ๑. สนับสนุนกิจกรรมของคณะกรรมการนักเรียน และผูแทนนักเรียนประเภทตางๆ ในการ เขามีสวนรวมการสนับสนุน วิถีประชาธิปไตย บําเพ็ญประโยชนเพื่อ สังคม และเสริมสรางคุณธรรม ความรักชาติ ๕. รอยละ๑๕ ของสถานศึกษามีการสนับสนุน ของผูปกครอง ชุมชน และสมาคม เพื่อการสราง เครือขายการมีสวนรวมจัดและสงเสริม การจัดการศึกษาที่เกี่ยวของ มาตรการ ๑. เครือขายผูปกครอง องคกรนักเรียนมีสวนรวมในการสนับสนุน และสงเสริม กิจการสถานศึกษาตามขอบขาย ๖. ทุกหนวยงานในสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีบุคลากรที่มีความรู ความ ชํานาญ อยางพอเพียง มีโครงสรางที่เหมาะสมมีการบริหารจัดการที่ดีมีประสิทธิภาพ บนพื้นฐานของ หลัก ธรรมาภิบาลและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาตรการ ๒. บุคลากรตามโครงสรางของหนวยงานมีสวนรวมกําหนดเปาหมายและกิจกรรม การทํางานในแผนปฏิบัติการประจําปและสามารถดําเนินงานใหบรรลุตาม เปาหมายที่ระบุไวได โดยไดมีการรายงานผลการใชจายงบประมาณและการ ดําเนินงานตอสาธารณชน กลยุทธที่ ๖ เรงพัฒนาการศึกษาและคุณภาพชีวิตนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต เปาหมายความสําเร็จ ๑. นักเรียนมีอัตราการเขาเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและปฐมวัยเพิ่มขึ้น มาตรการ ๑. สนับสนุนใหมีการจัดการศึกษาระดับอนุบาล ๓ ขวบ ตามความตองการของชุมชน ๒. สนับสนุนใหนักเรียนในวัยเรียนไดเขาเรียนในสถานศึกษาที่สอนสายสามัญจนจบ การศึกษาขั้นพื้นฐาน
  • 146.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 93 ๓. สนับสนุนนักเรียนที่เรียนดี ความประพฤติดีไดเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ในสถานศึกษามีชื่อเสียงเปนที่ยอมรับ ๔. สนับสนุนทุนการศึกษาสําหรับนักเรียนที่มีผลการเรียนดี ประพฤติดี และผูไดรับ ผลกระทบจากเหตุการณไมสงบ ๕. เสริมสรางความสัมพันธระหวางสถานศึกษากับชุมชนโดยสนับสนุน ใหสถานศึกษาพัฒนา และใชรูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่หลากหลาย ใหสอดคลองกับวัฒนธรรมและความ ตองการ ของชุมชน ๒. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๖ มีรอยละของการศึกษาตอระดับอุดมศึกษาเพิ่มขึ้น มาตรการ ๑. เรงพัฒนาคุณภาพนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาใหมีความพรอมที่จะเขาเรียนตอ ระดับอุดมศึกษา ๒. พัฒนาคุณภาพทางวิชาการแกครูผูสอนในระดับมัธยมศึกษาทุกกลุมสาระ ๓. ครูและบุคลากรทางการศึกษาไดรับการพัฒนาและมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสิน มาตรการ ๑. เสริมสรางความปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสินแกครูและบุคลากรทางการศึกษา ๒.สนับสนุนสวัสดิการและสวัสดิภาพใหแกครูและบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่ 5. วาระแหงชาติดานการศึกษา วาระแหงชาติดานการศึกษาที่สําคัญ ที่เปนมติคณะรัฐมนตรี ที่สําคัญมีดังตอไปนี้ 1. ยุทธศาสตรการพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทย ขณะนี้คุณภาพการศึกษาของไทยตกต่ําลงทุกระดับ และทุกประเภท ไดจัดใหมีการประชุมสมัชชาการศึกษาครั้งใหญ โดยเชิญนักการศึกษาและหนวยงาน ผูเกี่ยวของจํานวนมาก มาระดมความคิดและกอบกูบูรณาการแนวทางเพื่อแกปญหาคุณภาพการศึกษาไทยให ชัดเจนโดยไดกําหนดเปนวาระแหงชาติดานยุทธศาสตรพัฒนาคุณภาพการศึกษา 2. ยุทธศาสตรการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งจะไมใชเพียงมาตรการยุบเลิก ยุบรวมอยางเดียว แต จะมีแนวทางพัฒนาโดยยึด "ระบบกลุมโรงเรียนเปนฐาน (School System Based Management)" โดยไมได ยึดโรงเรียนเปนฐาน (School Based Management หรือ SBM) ซึ่งอาจนําตัวอยางของรูปแบบวิธีการจัด การศึกษาโรงเรียนขนาดเล็กที่ประสบความสําเร็จมาปรับใช เชน แบบรวมชวงชั้น โรงเรียนขนาดเล็กที่
  • 147.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 94 บริษัท CP ไปชวยพัฒนา หรือรูปแบบอื่นๆ ดังนั้น การทุมเทพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก จึงจะชวยยกระดับ คุณภาพการศึกษาใหใกลเคียงกัน และยังเปนการฉุดผลการประเมินสถานศึกษาโดยรวมขึ้นมาดวย 3. ยุทธศาสตรการแกปญหาการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต ใน ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต คือ ยะลา ปตตานี นราธิวาส และบางสวนของสงขลา เนื่องจากทุกคนตั้งความหวังวา การพัฒนาที่ยั่งยืนตองอาศัย การศึกษาเปนตัวนํา แตแนวทางจัดการศึกษาในปจจุบันยังไมชัดเจนตอการพัฒนาในพื้นที่ที่มีความ หลากหลาย เพราะฉะนั้น จึงตองจัดทํายุทธศาสตรการศึกษาในพื้นที่นี้เปนการเฉพาะ ซึ่งจะเนนการแกปญหา หลายดาน โดยเฉพาะเรื่อง "ความเปนไทย" เพราะหากคนไทยใชภาษาไทยสื่อสารกันไมไดจะเกิดปญหา ความไมเขาใจ โดยจะมีระบบการสอน ๒ ภาษา นอกจากนี้ยังมีเรื่อง "ไทยคดีศึกษา" ซึ่งตองจัดกันใหมใน สวนของสาระวิชาหนาที่พลเมือง และศีลธรรม รวมทั้ง "การใชวิชาสามัญ อาชีพ สอนควบคูกับศาสนา" ใน สวนของ "การพัฒนาครูผูสอนศาสนา" ก็ยิ่งเปนเรื่องสําคัญที่ตองทํา เพราะหากมีการสอนผิดๆ ถูกๆ ยิ่ง อันตรายมากตอการเปนเครื่องมือชี้นําไมใหเกิดความสันติสุขในพื้นที่ ซึ่งวาระแหงชาติดานการศึกษามีสาระสําคัญในแตละเรื่อง ดังนี้ 5.1) ยุทธศาสตรการพัฒนาคุณภาพการศึกษา : วาระแหงชาติ การพัฒนาคุณภาพการศึกษา เปนนโยบายสําคัญที่ตองเรงดําเนินการ และไดมีความพยายามที่จะ พัฒนามาอยางตอเนื่อง จากการประเมินสมรรถนะการศึกษาไทยกับนานาประเทศของ International Institute for Management Development (IMD) ที่ใชเกณฑประเมินใน ๑๐ ดัชนีหลัก ประกอบดวย อัตราสวนนักเรียน/ครูประถมศึกษา อัตราสวนนักเรียน/ครูมัธยมศึกษาอัตราการเขาเรียนมัธยมศึกษาอัตราการ ไมรูหนังสือ การลงทุน การศึกษา ผลสัมฤทธิ์อุดมศึกษา การถายโอนความรูระหวางภาคธุรกิจกับ มหาวิทยาลัย การตอบสนองความสามารถในการแขงขันของระบบการศึกษา การตอบสนองความสามารถ ในการแขงขันระดับอุดมศึกษา และทักษะดานภาษาที่ตอบสนองตอความตองการของผูประกอบการ พบวา สมรรถนะดานการศึกษาของไทยคอนขางตกต่ํา นอกจากนี้ จากผลการทดสอบระดับชาติของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๓ และ ๖ ก็พบวา ความสามารถทางภาษา การคิดคํานวณ และเชิงวิเคราะห มีภาพรวมคะแนนเฉลี่ยต่ํากวารอยละ ๕๐ ศธ.ไดจัดการประชุมแบบเขมรวมกับทุกฝายที่เกี่ยวของ เพื่อพิจารณายุทธศาสตรการพัฒนาคุณภาพ การศึกษา ที่ จ.ฉะเชิงเทรา ระหวางวันที่ ๙-๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ โดยไดมีการพิจารณารายงานที่ สกศ. เสนอ และไดมีขอสรุปวา ปจจัยที่มีผลโดยตรงตอคุณภาพการศึกษามี ๖ ประการ คือ นักเรียน ครูและ บุคลากรทางการศึกษา เทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) ระบบการศึกษา ความเขมแข็งของสถานศึกษา และการ มีสวนรวมของเอกชน ชุมชน องคกรปกครองสวนทองถิ่น(อปท.)ซึ่งที่ประชุมไดพิจารณาปจจัยที่มีผลกระทบ ตอคุณภาพการศึกษาดังนี้
  • 148.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 95 ผูเรียนหรือนักเรียน ศธ. ยังไมไดสงเสริมใหเด็กมีพัฒนาการรอบดานอยางเพียงพอกอนการ เขาเรียน เชน IQ ต่ําหรือลดลง มีปญหาดานพัฒนาการทางดานรางกาย จิตใจ สังคม ยังไมเต็มที่ รวมทั้งการ เตรียมผูเรียนกอนจะเขาเรียน เปนตน ครูและบุคลากรทางการศึกษา พบวามีปญหาการขาดแคลนครู และปญหาคุณภาพของครู โดย มีขอเสนอใหพัฒนาครูประจําการ ใหทบทวนระบบการพัฒนาครู ดานเทคโนโลยีสารสนเทศ ICT ในปจจุบันควรจะนําเทคโนโลยีเขามาเปนตัวชวยในฐานะ เครื่องมือของครู และเครื่องมือของเด็ก จึงจะทําใหการพัฒนาคุณภาพการศึกษาไดเต็มที่ ดานระบบการศึกษา การศึกษาขั้นพื้นฐานใชระบบหนวยกิตมาเปนเวลานาน แตยังไมสะทอน ความเปนหนวยกิต จึงควรจะใชระบบหนวยกิตใหเต็มที่ มิใชใชเพียงครึ่งๆ กลางๆ อยางที่เปนอยูในขณะนี้ โดย ศธ.จะสรางความพรอมใหกับโรงเรียน คิดระบบใหดี มีการเตรียมการใหกับโรงเรียน ซึ่งอาจจะใชเวลา ระยะหนึ่ง ๓-๕ ป และมีหลายเรื่องที่เชื่อมโยงกับความออนแอทางการศึกษา เชน การใชระบบชั้นเรียน การ ตกหรือซ้ําชั้น การเลื่อนชั้นอัตโนมัติ การวัดผลที่ไมเขมขน มีการกําหนดไวเพียงเกรดเฉลี่ย ๑.๐๐ หรือไมถึง ๑.๐๐ ก็เลื่อนชั้นได จึงไดเสนอใหมีการทบทวนการจัดระบบการศึกษาใหเหมาะสมยิ่งขึ้น การสรางความเขมแข็งใหสถานศึกษา ผลการเรียนเกิดที่สถานศึกษา สถานศึกษาจึงตองมีความ เขมแข็ง ซึ่งหมายถึงระบบกระจายอํานาจที่เบ็ดเสร็จและสิ้นสุดที่สถานศึกษา ระบบการเตรียมความพรอม ใหกับผูบริหาร ครู คณาจารย เพื่อใหสามารถบริหารจัดการไดในระดับสถานศึกษา รวมทั้ง ระบบการชวย สนับสนุนใหสถานศึกษาสามารถดําเนินการไดอยางเขมแข็ง การมีสวนรวมของเอกชน ชุมชน ทองถิ่น ซึ่งไดแก การรวมจัด ไมวาจะเปนเอกชน ทองถิ่น รัฐบาล หรือบุคคลจัด ควรจะมีการกําหนดสัดสวนการรับผิดชอบ เชน ทองถิ่นควรเนนการศึกษาของเด็กเล็ก และการศึกษาภาคบังคับ เอกชนควรเพิ่มความรับผิดชอบจาก ๑๘% เปน ๒๕% หรือไม ในการมีสวนรวม ที่จะเขามาสนับสนุนรัฐ โดยสวนนี้จะเนนไปที่องคกรปกครองสวนทองถิ่น ซึ่งมีทรัพยากรสามารถ สนับสนุนได ศธ.ไดเสนอวา การจะให อปท.เขามารวมรับภาระเปนเรื่องที่สําคัญ หากมีกฎ ระเบียบ หรือ ขอบังคับ ที่เปนอุปสรรค คณะกรรมการกระจายอํานาจใหแกองคกรปกครองสวนทองถิ่นควรจะดูแลแกไข เพื่อใหทองถิ่นมีสวนรวมในการจัดการศึกษาอยางเต็มที่ ขอเสนอการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยกระทรวงศึกษาธิการ จากขอสรุปพบวา ปญหาการศึกษามีสาเหตุจากปจจัยสําคัญ 6 ประการ คือ 1. คุณภาพผูเรียนตกต่ํา 2. ขาดแคลนครูและบุคลากรทางการศึกษา 3. ยังไมใชเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสรางการเรียนรู 4. ระบบการศึกษาที่สงผลรายตอคุณภาพการศึกษา เชน การเลื่อนชั้นอัตโนมัติของนักเรียน
  • 149.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 96 ขั้นพื้นฐาน ระบบเด็กฝาก 5 โรงเรียนขนาดเล็ก 1ใน 3 ออนลา และ 6. ขาดสวนรวมจากทุกภาคสวนของสังคม ดังนั้น จึงตองแกไขใหถูกจุดดวยยุทธศาสตรหรือแนวทางตางๆ อันตองประกาศใหคนทั่วไปไดรับรู เพื่อหาทางชวยเหลือ สนับสนุน ซึ่งเรียกวา ยุทธศาสตรการพัฒนาคุณภาพการศึกษา : วาระแหงชาติ (เปนมติคณะรัฐมนตรี) ประกอบดวยยุทธศาสตรหลัก 6 ประการ ดังนี้ 1) ยุทธศาสตรการพัฒนาคุณภาพผูเรียน เชน เด็กปฐมวัยทุกคนไดรับการเตรียมความพรอมอยาง นอย 1 ป กอนเขา ป.1 ทบทวนเกณฑ/ปรับปรุงวิธีการวัดและประเมินผลผูเรียน เรงทบทวนเกณฑการจบ หลักสูตรแตละชวงชั้นและระบบการเรียนแบบหนวยกิต จัดใหมีระบบแนะแนวใหผูเรียนรูจักตนเองและ สาขาอาชีพตางๆ จัดใหมีศูนยขอมูลกําลังคนอาชีวศึกษา จัดใหมีระบบฐานขอมูลสาธารณะอุดมศึกษา และ จัดการสงเสริมการอานใหเปนระเบียบวาระแหงชาติ 2) ยุทธศาสตรการพัฒนาคุณภาพครู คณาจารย และบุคลากรทางการศึกษา โดยขอคืนอัตราเกษียณ และเกษียณกอนกําหนด และวงเงินคืน 100% ยกเลิกระบบครูอัตราจาง จัดใหมีระบบคัดสรรครูที่มีคุณภาพ ปรับเกณฑกําหนดอัตราครูดวยภาระงานใหชัดเจน และมีบุคลากรสายสนับสนุนใหเหมาะสมพอเพียง และ จัดใหมีสถาบันเฉพาะทางดานการผลิตและพัฒนาครูเปนลักษณะสถาบันระดับชาติ (National Institute of Education) 3) ยุทธศาสตรการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา จัดทําแผนกลยุทธการใช ICTปรับคุณภาพการ สอน ชวยแกปญหาขาดครูโดยครูสอนนักเรียนจํานวนมากขึ้น ใชการสรางคลังขอมูลจากโรงเรียนชั้นนํา ใหนักเรียนสรางนวัตกรรมจาก ICT และใหเขาถึงแหลงเรียนรูดวยตนเอง จะเชื่อมโยงคอมพิวเตอรNational Education Network เรงจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา และระดมบริษัทเอกชนระดับโลกมารวม พัฒนา เชน Intel &reg; Education Initiative Activities, Microsoft : Partnership in Learning, Google Apps 4) ยุทธศาสตรการจัดระบบการศึกษาที่สงผลตอคุณภาพการศึกษา สงเสริมสถานศึกษา พัฒนา ระบบประกันคุณภาพภายใน โดยนําผลคะแนนวัดประเมินผลระดับชาติและผลคะแนนทดสอบทาง การศึกษาแหงชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) มาประกอบ พัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถาบันอุดมศึกษา ที่เชื่อมโยงกับการประเมินคุณภาพภายนอก จัดระบบคูปองเพื่อสงเสริมการเรียนรูตลอดชีวิตสําหรับ ผูดอยโอกาส ขจัดระบบฝากนักเรียนและเก็บเงินบริจาค ยกเลิกระบบสอบผานโดยใหซอมเสริมโดยเด็กออน มากใหซ้ําชั้น ระบบการสอนแบบทองจําและสอบปรนัย และ ทบทวนระบบการรับนักเรียนทั่วไป นักเรียน เกงพิเศษ นักเรียนพิการและนักเรียนดอยโอกาส
  • 150.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 97 5) ยุทธศาสตรสรางความเขมแข็งของสถานศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพ กระจายอํานาจทั้งดาน วิชาการ บุคลากร งบประมาณและบริหารทั่วไป สงเสริมสถานศึกษาที่มีความพรอมพัฒนาเปนองคการ มหาชน สงเสริมธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา และการพัฒนาบทบาทนายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการ สภามหาวิทยาลัยใหมีบทบาทในการบริหารและจัดการศึกษา 6) ยุทธศาสตรการสงเสริมการมีสวนรวมเพื่อการพัฒนาคุณภาพ ใหรัฐกําหนดนโยบายและ เปาหมายที่ชัดเจนในการสนับสนุนเอกชน ชุมชน ฯลฯ เขามารวมจัดการศึกษา มีกลไกสงเสริมสนับสนุน และสรางแรงจูงใจใหเอกชนเขามามีสวนรวมจัดการศึกษามากขึ้น เชน ลดหยอนภาษี พัฒนา ทบทวนกลไก การมีสวนรวมบริหารจัดการ โดยองคคณะบุคคลทั้งระดับชาติ และระดับสถานศึกษา และชวยเหลือ โรงเรียนขนาดเล็ก พัฒนา"ระบบกลุมโรงเรียนเปนฐาน (School System Based Management)" 7) ยุทธศาสตรการจัดการศึกษาอยางมีสวนรวม ใชการศึกษาสรางสังคมแหงการเรียนรู สราง โอกาสแหงการเรียนรู สรางบทบาทประชาสังคม ผูปกครองและชุมชนรวมสนับสนุนและตรวจสอบ สงเสริมสื่อเพื่อการศึกษา สงเสริมบทบาทธุรกิจในการศึกษา และระดมความชวยเหลือ 5.2) ยุทธศาสตรการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก ความเปนมา โรงเรียนขนาดเล็กสังกัด สพฐ.ปจจุบัน มีจํานวน 12,828 แหง (ที่มีจํานวนนักเรียนนอยกวา 120 คน) หรือ คิดเปนรอยละ 40 ของจํานวนโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษา สังกัดสํานักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้น พื้นฐาน (สพฐ.) จากผลการประเมินคุณภาพ พบวาโรงเรียนขนาดเล็กมีปญหาดานคุณภาพ การศึกษามาก ทั้งนี้เปนเพราะดวยสาเหตุ ปจจัยสําคัญ ดังนี้ 1) การบริหารจัดการต่ํากวามาตรฐาน 2) โรงเรียนหางไกลยิ่งยุบเขาไปไมไดเพราะถายุบโรงเรียนนั้นแลวก็ไมมีโรงเรียน 3) อีกทั้งเรื่องทักษะการเรียนการสอน ไมมีเทคโนโลยี 4) งบประมาณที่จํากัด ชุมชนอยากจน ดังนั้นกระทรวงศึกษาธิการจึงไดเสนอยุทธศาสตรเพื่อแกปญหาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนขนาด เล็ก เรียนวายุทธศาสตรการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก (เปนมติคณะรัฐมนตรี) ประกอบดวยยุทธศาสตรการ พัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก 4 ประการ คือ 1) ยุทธศาสตรที่ 1 พัฒนาระบบวางแผนและการบริหารจัดการ ประกอบดวย การพัฒนาระบบวางแผนการจัดตั้งและพัฒนาโรงเรียนในแตละ สพท. การพัฒนาระบบขอมูลและสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ
  • 151.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 98 การพัฒนาระบบบริหารจัดการสําหรับโรงเรียนขนาดเล็กที่อยูในพื้นที่ใกลเคียงกัน การสรางแรงจูงใจแกผูบริหารและครูในโรงเรียนขนาดเล็ก 2) ยุทธศาสตรที่ 2 พัฒนาระบบการเรียนการสอนและการประกันคุณภาพ ประกอบดวย - การพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอนสําหรับโรงเรียนขนาดเล็ก - การพัฒนาผูบริหารโรงเรียนและครูผูสอน - การผลิตและใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการเรียนการสอน - การนิเทศ ติดตาม กํากับ และการวิจัยและพัฒนาสื่อ 3) ยุทธศาสตรที่ 3 เสริมสรางความพรอมและความเขมแข็งของโรงเรียน ประกอบดวย - การจัดทํามาตรฐานโรงเรียนขนาดเล็ก - การปรับปรุงและพัฒนาสถานที่เรียน สภาพแวดลอมที่เอื้อตอการเรียนรู - การจัดอัตรากําลังครู การพัฒนาผูบริหารโรงเรียนและครูผูสอน - การพัฒนาระบบดูแลชวยเหลือนักเรียน - และสนับสนุนงบประมาณ วัสดุ ครุภัณฑที่จําเปน 4) ยุทธศาสตรที่ 4 สงเสริมการมีสวนรวมจากทุกภาคสวนในการจัดการศึกษา ประกอบดวย - การพัฒนาคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน - การสรางและพัฒนาเครือขายผูปกครองใหเขมแข็ง - การสงเสริมใหองคกรปกครองสวนทองถิ่นเขามามีสวนรวม - การเตรียมความพรอมในการมีสวนรวม - การจัดใหมีระบบและกลไกในการระดมทรัพยากร - การวิจัยและพัฒนารูปแบบการมีสวนรวมที่เหมาะสม 5.3) ยุทธศาสตรการจัดการศึกษาภาคใต คณะรัฐมนตรีไดอนุมัติแผนยุทธศาสตรการจัดการศึกษาภาคใตเพื่อพัฒนาการศึกษา นํามาซึ่ง ความสงบสุข มีสาระสําคัญสรุปไดดังนี้ 1) เปนแผนพัฒนายุทธศาสตรระยะ 4 ป พ.ศ. 2551 - 2554 แผนนี้ใชชื่อวาแผนยุทธศาสตรการศึกษา เพื่อความอยูเย็นเปนสุข หรือในภาษามลายูวา Pendidikan Demi Keameanan Dan Kevahagiaan โดยให การศึกษาเปนปจจัยในการสรางความอยูเย็นเปนสุขของคนในพื้นที่ 2) คณะกรรมการยุทธศาสตรการพัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จังหวัดชายแดนภาคใต ที่มีรัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปนประธาน
  • 152.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 99 3) หลักแนวคิด "การศึกษาเพื่อความอยูเย็นเปนสุข" 4) แผนยุทธศาสตรการพัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต ประกอบดวยยุทธศาสตรการพัฒนา 7 ดาน ดังนี้ 1) ดานครูและบุคลากรทางการศึกษา 2) ดานคุณภาพสถานศึกษา 3) ดานคุณภาพการศึกษา 4) ดานโอกาสทางศึกษาและการเรียนรูตลอดชีวิต 5) ดานศาสนศึกษาและการเสริมสรางสมานฉันทบนความหลากหลายทางวัฒนธรรม 6) ดานการศึกษาเพื่ออาชีพและการมีงานทํา 7) ดานประสิทธิภาพการบริหารจัดการและการมีสวนรวม 6. นโยบายเรียนฟรี ๑๕ ป อยางมีคุณภาพ รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๐ มาตรา ๔๙ ไดบัญญัติวา "บุคคลยอมมีสิทธิเสมอกัน ในการรับการศึกษาไมนอยกวาสิบสองป ที่รัฐจะตองจัดใหอยางทั่วถึงและมีคุณภาพ โดยไมเก็บคาใชจาย" และ พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๕ มาตรา ๑๐ วรรค ๑ บัญญัติ วา " การจัดการศึกษาตองจัดใหบุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกันในการรับการรับศึกษา ขั้นพื้นฐานไมนอยกวา ๑๒ ป ที่รัฐจะตองจัดใฟหอยางทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไมเก็บคาใชจาย" ซึ่งเปน ขอกําหนดที่เกี่ยวกับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกอบกับคําแถลงนโยบายของครม.ไดกําหนดเปน นโยบายเรงดวน ที่จะเริ่มดําเนินการตามเจตนารมณ ดังกลาวในปแรก โดยกําหนดไวในขอ 1.3 การลดภาระ คาครองชีพของประชาชน ขอ1.3.1 วา "ใหทุกคนมีโอกาสไดรับการศึกษาฟรี ๑๕ ป โดยสนับสนุนตําราใน วิชาหลักใหแกทุกสถานศึกษา จัดใหมีชุดนักเรียน และอุปกรณการเรียนฟรีใหทันปการศึกษา ๒๕๕๒ และ สนับสนุนคาใชจายอื่น ๆ เพื่อชดเชยรายการตางๆที่สถานศึกษาเรียกเก็บจากผูปกครอง" อีกทั้ง นโยบายของ รัฐดานการศึกษา ขอ 3.1.4 กําหนดวา "จัดใหทุกคนมีโอกาสไดรับการศึกษาฟรี ๑๕ ป ตั้งแตอนุบาลไป จนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย พรอมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการจัดการใหเกิดความเสมอภาค และ ความเปนธรรมในโอกาสทางการศึกษาแกประชาชนกลุมผูดอยโอกาส ทั้งผูยากไร ผูพิการหรือทุพพลภาพ ผูอยูในสภาวะยากลําบาก ผูบกพรองทางรางกายและสติปญญา และชนตางวัฒนธรรม รวมทั้งยกระดับการ พัฒนาศูนยเด็กเล็กในชุมชน"
  • 153.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 100 กระทรวงศึกษาธิการ ไดจัดทําโครงการดําเนินงานตามนโยบายเรียนฟรี ๑๕ ป อยางมีคุณภาพ เพื่อสงเสริมใหนักเรียนทุกคนไดรับโอกาสทางการศึกษาอยางเต็มศักยภาพ โครงการสนับสนุนการจัด การศึกษาโดยไมเสียคาใชจาย ๑๕ ป สําหรับสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มี ๔ ขอ ดังนี้ ๑.คาหนังสือเรียน ๒.คาอุปกรณการเรียน ๓. คาเครื่องแบบนักเรียน และ ๔.คากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผูเรียน ๖. คาเลาเรียน (เพิ่มเติมสําหรับการศึกษาของเอกชน) 7. คําศัพทและสํานวนทางการศึกษา คําศัพท ความหมาย bottom line พื้นฐานในเรื่องตาง ๆ เชน bottom-line ของการจัด การศึกษา หมายถึงพื้นฐานของการจัดการศึกษา ไดแก การเรียนรู ของผูเรียน สาระการเรียนรูที่เปนประโยชนตอการดํารงชีวิต เปน ตน handicap เปนคํานามแปลวาขอเสียเปรียบ การไมมีโอกาสเทาเทียม กัน เชน การจัดการศึกษาใหไมมี handicap หมายถึง การจัดการ ศึกษาใหทุกคนไดมีโอกาสเรียนรูไดสูงสุดตามศักยภาพและความ ตองการของแตละคนโดยไมมีขอเสียเปรียบ release brain power แปลวา การปลดปลอยพลังสมอง หมายถึง การจัดกระบวนการ เรียนการสอนที่สนับสนุน สงเสริม การสรางจินตนาการของเด็ก ใหมีอิสระในการคิดอยางเต็มที่ โดยไมยึดติดอยูกับกรอบ เดิม (เนื้อหาสาระ ทฤษฎี ตํารา ฯลฯ) เพื่อใหมีพลังขับเคลื่อน ความคิดสูโลกแหงการเรียนรูที่กวางไกล ICL : Innovative Computing Laboratory การเรียนรูในหองปฏิบัติการ ซึ่งมีนวัตกรรมและคอมพิวเตอรเปน เครื่องมือสงเสริมใหผูเรียนไดเรียนรูตามศักยภาพและความ ตองการของแตละคน rote memory เปนการเรียนแบบเนนใหนักเรียนทองจํา โดยไมไดคํานึงถึงความ เขาใจสาระ นั้น ๆ เปนวิธีการเรียนรูที่ตางจาก Insight Learning ซึ่งเปนการเรียนรูที่ตองทําความเขาใจกับเนื้อหาสาระใหลึกซึ้ง Linear Learning เปนระบบการเรียนการสอนที่จัดการเรียนรูใหผูเรียนเรียน
  • 154.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 101 ตามลําดับขั้นจากเรื่องหนึ่งไปยังอีกเรื่องหนึ่ง เชน อาจเรียนจาก เรื่องงายไปหายาก เรียนตามลําดับเหตุการณ เปนตน Parallel Learning เปนระบบการเรียนการสอนใหผูเรียนเรียนรูในสิ่งที่สัมพันธกันไป พรอม ๆ กัน โดยเฉพาะสาระสําคัญจากเรื่องตาง ๆ เปนลักษณะ ของการบูรณาการขั้นตน Distance Learning เปนการจัดการเรียนการสอนที่ผูเรียนและผูสอนอยูหางกันดวย ระยะทาง การสื่อสารทางการเรียนการสอนทําไดโดยผานสื่อ โทรทัศน โทรศัพท เอกสาร เชนคูมือตาง ๆ ฯลฯ ดาวเทียม เครือขายคอมพิวเตอร ทั้งนี้เพื่อใหทุกคนไดมี สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคในการเรียนรู E – Learning เ ป น ก า ร เ รี ย น รู โ ด ย ผ า น สื่ อ อิเล็คทรอนิคส (Electronic Learning) ดวยการใชระบบ ออนไลน (ระบบโทรคมนาคมและเครือขายคอมพิวเตอร) Smart card คือ บัตรอิเลคทรอนิคส ที่ใชทํางานหลาย ๆ อยางไดอยางรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ เชน บัตรประชาชนที่ เปน Smart card หมายถึง บัตรที่เก็บขอมูลตาง ๆ ของตัวเจาของ บัตรไว สามารถทราบหรือคนหาขอมูลตาง ๆ ของเจาของบัตรนั้น ได Access แปลวาการเขาถึง หมายถึง การมีโอกาสเขาไปมีสวนรวมในเรื่อง นั้น ๆ อยางเต็มที่เชนในการเขาถึงแหลงทุน การเขาถึงการศึกษา เปนตน Bio- Informatic การผสมผสานเทคโนโลยีทางดานชีววิทยากับเทคโนโลยีทางดาน ขาวสาร CEO : Chief Executive Officer ผูบริหารสูงสุดขององคกรที่มีอํานาจในการตัดสินใจสั่งการบังคับ บัญชาองคกรอยางเต็มที่ และมีความรับผิดชอบปญหาตางๆ ที่ เกิดขึ้นในองคการ CIO : Chief Information Officer ผูบริหารสูงสุดดานสารสนเทศ CFO : Chief Financial Officer ผูบริหารสูงสุดดานการเงิน หมายถึง การบริหารการเงินทั้งใน ปจจุบันและอนาคต CPLO : Cabinet and Parliamentary Liaison ผูประสานงานคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา ซึ่งทําหนาที่ในการ ประสานการจัดทําเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี การขอความเห็น
  • 155.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 102 Officer ประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี การประสานการเสนอ รางกฎหมายและติดตามกฎหมาย เปนตน Equity การใชดุลพินิจ หรือหลักความยุติธรรม ไมเอนเอียงเขาขางใดขาง หนึ่ง การดําเนินการที่ชอบดวยเหตุผล เชน ราคา ยุติธรรม กรรมการตัดสินอยางยุติธรรม เปนตน Equality ความเทาเทียมกัน หมายถึง การมีโอกาสที่จะไดรับความเสมอภาค เทาเทียมกับคนอื่น ๆ E – Government :Electronic Government เปนรัฐบาลที่ใหบริการประชาชนไดในเวลาอันรวดเร็ว ขั้นตอนการ ทํางานลดลง โดยการนําระบบคอมพิวเตอรมาใชในการใหบริการ แกประชาชน E – Commerce : Electronic Commerce การทําการคาโดยผานสื่ออิเล็กทรอนิกส เชน การโฆษณา การ ตอรอง การสั่งซื้อ ฯลฯ E – Province : Electronic Province หมายถึง จังหวัดที่ใชระบบอินเทอรเน็ตติดตอสื่อสารกับหนวยงาน ตาง ๆ ทั้งภายในและภายนอกจังหวัดรวมทั้งการใหบริการผาน อินเทอรเน็ต GMS (Greater Mekong Subregion) ประเทศที่อยูติดลุมแมน้ําโขง ไดแก ประเทศไทย พมา ลาว เขมร เวียดนาม และจีนยูนาน ASEM (Asia Europe Ministerial Meeting) การประชุมรวมกันระหวางประเทศในทวีปเอเชียและทวีปยุโรปใน เรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจ เชน เรื่องเขตการคาเสรี ความรวมมือทาง เศรษฐกิจ ฯลฯ SML (Small, Medium and Large) เปนนโยบายของรัฐบาลในการจัดสรรงบประมาณไปชวยแกปญหา ในระดับหมูบานที่เปนปญหาสวนรวมโดยจัดงบประมาณใหตาม ขนาดของหมูบาน 3 ขนาด คือ ขนาดเล็กไดสองแสนบาท ขนาด กลางไดสองแสนหาหมื่นบาท และขนาดใหญได 3 แสนบาท Uninet ระบบตอเชื่อมแตละมหาวิทยาลัยเขาดวยกันโดยใชเครือขาย internet เพื่อสะดวกในการติดตอ ประสานงาน คนหาขอมูลตาง ๆ เปนตน Nano Technology เปนศาสตรเกี่ยวกับสิ่งเล็ก ๆ ของระบบประสาทที่เปนจุดเชื่อม ระหวางชีวภาพกับเทคโนโลยีซึ่งตางประเทศไดศึกษาเกี่ยวกับการ นําระบบประสาทมาควบคุมเทคโนโลยีเพื่อใหเกิดประสิทธิภาพสูง Neuro Science & Cognitive Science ศาสตรเกี่ยวกับวิทยาศาสตรทางระบบประสาท
  • 156.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 103 Computational Biology คือ การเอาศาสตรดาน IT ผนวกกับศาสตรดาน Biology ทําให สามารถวิเคราะหยีนส ดีเอ็นเอ หรือพฤติกรรมของยีนส หรือ ดีเอ็น เอไดหมด เชนจะทําใหรูวาโรคติดตอกันอยางไร? ซึ่งจะนํามาสูวิธี ปองกันรักษา FAX : Facsimile transmission การสงเอกสารโดยใชโทรศัพทที่เชื่อมตอกับเครื่องสง/รับเอกสาร สามารถสงเอกสารไดอยางรวดเร็ว จากเครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่อง หนึ่งโดยมีสําเนาเหมือนเอกสารตนฉบับ Experiential Learning กระบวนการเรียนรูจากประสบการณโดยการใหผูเรียนไดเผชิญกับ สภาพจริง หรือสภาพคลายจริงเพื่อจะไดฝกการวิเคราะห ตัดสินใจ และแกไขปญหา ฯลฯ ในสถานการณนั้น ๆ ได Equal pay หลักการที่วาผูชายและผูหญิงที่ทํางานเทากันควรจะไดรับ ผลตอบแทนเทากัน Brain based Learning การเรียนรูตามการพัฒนาการของสมอง kick - off การเริ่มตนทําสิ่งใดสิ่งหนึ่ง (รากศัพทมาจากการเขี่ยเริ่มตนการ แขงขันฟุตบอล kick - off campaign กระบวนการเริ่มตนดําเนินการตามวัตถุประสงคอยางใดอยาง หนึ่ง โดยเฉพาะเจาะจงในดานสังคม ดานการพาณิชยหรือดาน การเมือง เชน การเริ่มตนรณรงคการเลือกตั้งของรัฐบาล เปนตน Learning by Doing เรียนไปปฏิบัติไป Access for all ทุกคนสามารถเขาถึงการศึกษาไดโดยไมมีชองวางระหวางคนจน กับคนรวย ถาคนมีปญญา มีสมอง มีความสามารถที่จะเรียน หนังสือได เรียนไดเทาไรเรียนไปเลย Income Contingent Loan (ICL) การใหเงินกูเพื่อการศึกษาที่ผูกติดกับรายไดในอนาคต soft structure โครงสรางที่สามารถปรับปรุงและยืดหยุนได Global citizen พลเมืองโลก life long learning การเรียนรูตลอดชีวิต Boston Model เปนรูปแบบการจําแนกประเภทธุรกิจ ที่ทานนายกรัฐมนตรี ดร. ทักษิณ ชินวัตร พูดถึงบอย ๆ ซึ่งเปนรูปแบบของ บริษัท Boston Consultancy Group Matrix ที่ไดจําแนกธุรกิจ ออกเปน 4 ประเภท ไดแก Problem Child ธุรกิจที่มีการขยายตัวสูง มีการลงทุนมากแต
  • 157.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 104 ตลาด มีการขยายตัวนอย Star ธุรกิจที่มีการขยายตัวสูงและตลาดมีการขยายตัวมาก เชนกัน เปนธุรกิจ ที่จะตองรีบเรงดําเนินการ Cash Cow เปนธุรกิจที่มีการขยายตัวสูง และมีตลาดมากใน อดีต แต ปจจุบันตลาดยายตัวนอยลง เพราะมีคูแขงมาก Dog เปนธุรกิจที่หมดโอกาส ไมมีการขยายตัวทั้งการลงทุน และตลาด “เอาตัว S เขามาเกี่ยว” อัตราเติบโตทางเศรษฐกิจขยายตัวอยางตอเนื่อง โดยไมรอให เศรษฐกิจชะลอตัว คําวาตัว S หมายถึง กราฟที่มีชื่อ วา Sigmoid Curve แสดงถึงพัฒนาการของสิ่งตาง ๆ โดยเฉพาะ ทางดานเศรษฐกิจ ผูนําที่มีวิสัยทัศน จะไมรอที่จะทําอะไรในชวง ขาลง แตจะพัฒนาอยางตอเนื่องในชองที่เปนขาขึ้น เหมือนกับเอา ตัว Sอีกตัวเขามาเกี่ยว ดังนี้ S Logistics เปนกระบวนการวางแผน การนําไปใชงานพรอมกับการควบคุม การไหลอยางมีประสิทธิภาพและการเคลื่อนที่ พรอมดวยการ จัดเก็บของวัตถุดิบ สินคาคงคลัง ระหวางกระบวนการสินคา สําเร็จรูปและขอมูลที่เกี่ยวของ นับจากจุดเริ่มตนของการ จัดหา จนถึงจุดของการบริโภค โดยมีความมุงหมายที่จะใหตรงกับ ความตองการของผูบริโภค Teacher teaching ครูเปนผูสอน Learner learning นักเรียนเปนผูเรียน Living Library หองสมุดที่มีชีวิตชีวา Knowledge Based Economy ระบบเศรษฐกิจที่อาศัยฐานคงวามรู Intellectual Property ทรัพยสินทางปญญา blueprint การวางตนแบบใหมใหเด็กไทย สันทัด/ระวีวรรณ/นงเยาว/ประชุม/ประสิทธิ์/ณัฐชนันท/จิตตประพันธ/นิธิธัช/รัตติกร : ผูรวบรวมและเรียบ เรียง
  • 158.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 105 8. ความรอบรูทั่วไป 8.1) รอบรูดานสังคม 1. ครม.เห็นชอบตามที่ ศธ.เสนอการถวายพระสมัญญาแดสมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิ วัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร วา “ พระกัลยาณมิตราจารย” หมายถึง “พระอาจารยผูเปน กัลยาณมิตรที่ประเสริฐ” เพื่อเปนการสํานึกในพระกรุณาธิคุณดานการศึกษา ที่มีตอวงการศึกษาของ ประเทศและของปวงชนชาวไทยอันหาที่สุดมิได 2. เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต ประกอบดวยพื้นที่ 4 จังหวัด ไดแก ยะลา ปตตานี นราธิวาส และสงขลา (อําเภอจะนะ เทพา นาทวี และสะบายอย) 3. ผูบริหารผูนําบริหารการเปลี่ยนแปลง (CCO หรือ Chief Change Officer) 4. สิ้นแผนฯ10 กําหนดเปาหมายลดขาราชการลงรอยละ 10 ปจจุบันได (รอยละ 7) 5. กําลังพลกลุมใหญสุด 1)ครู 2) พลเรือน 3) ตํารวจ 4) อบต. 6. มิติคํารับรองแผนป 51 สพฐ. 4 มิติ มีคะแนน 45 20 10 25 ประกอบดวย 1) ประสิทธิผล 2)การบริการ 3) ประสิทธิภาพ 4) การพัฒนาองคกร 7. กระทรวง วธ.เสนอชื่อ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ เปนบุคคลสําคัญของโลกในดานการศึกษา วัฒนธรรม สังคมศาสตรและสื่อสารมวลชน ในวาระครบรอบ 100 ป ในป 2554 วธ. ไดรวบรวมขอมูลทั้งหมดเสร็จ เรียบรอยพรอมที่จะเสนอตอกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อเสนอตอที่ประชุมยูเนสโกในวันที่ 15 มกราคม 2552 8.2 ) รอบรูดานเศรษฐกิจ 1. เลขาธิการอังทัส (ก.ก. วาดวยการคาและการพัฒนา) ไดแกนายศุภชัย พานิชภักดิ์ 2. นโยบายรัฐบาลอภิสิทธ(ครม.ชุดที่59)เกี่ยวกับ โครงการกองทุนเศรษฐกิจพอเพียง การจัดทํา โครงการของหมูบานและชุมชน(7หมื่นหมูบาน)ตองยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงในการพัฒนาหมูบานและ ชุมชนใหเขมแข็งเทานั้น จัดสรรเม็ดเงินงบประมาณให 2 เทาจากรัฐบาล เดิม คือ (ใชงบขกลางป 1-8 แสนลาน) 1) หมูบานและชุมชนขนาดเอส เพิ่มเปน 400,000 บาท 2) ขนาดเอ็ม เพิ่มเปน 500,000 บาท และ 3) ขนาดแอล เพิ่มเปน 600,000 บาท 3. ปจจุบันไทยมีหนาสาธารณะ 36.92% ของ GDP 4. เปาหมายรัฐบาลลดคาใชจายลงรอยละ 5 5. คาครองชีพชั่วคราวขาราชการครูและลูกจางปรับใหม 5.1) เงินเดือนไมถึง 11700 ใหเดือนละ1000 จนถึง 11700 บาท 5.2) เงินเดือนไมถึง 8200 ใหเดือนละ1000 จนถึง 8200 บาท
  • 159.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 106 6. บําเหน็จดํารงชีพ (เงินกอนที่ใหไปกอนสําหรับขาราชการบํานาญ) ซื้อบาน ปลูกบาน 6.1) อายุ 65 ปขึ้นไป ได 15 เทาแตไมเกิน 400.000 บาท 6.2) อายุ 60 ปขึ้นไป ได 15 เทาแตไมเกิน 200.000 บาท (ที่เหลือมีสิทธิ์รับอีก ถึง65ป) 7. คาสอนพิเศษ (สอนเกินในสถานศึกษา ครู 20/ ผบ.12 /ครูธุรการ10ชม/สัปดาห) 7.1) เงื่อนไข ไมใชครูโรงเรียนนั้น หากเปนครูโรงเรียนนั้นตองไมมีหนาที่สอน ผูรับเชิญ มาสอน ในฐานะครูพิเศษ อาจารยพิเศษ 7.2) ชั่วโมงละ 200บาท (มัธยม) 270บาท (สูงกวามัธยม) 400บาท(อุดม) 540 (บัณฑิต) 8. พรบ.งบประมาณรายจายป 2552 นายก คลัง รก.พรบ.นี้ (1.835000 ลานลาน) - งบกลาง 240000 ลาน - ศึกษา 332.298.616.000 - สพฐ. 210.634.952.800 1) แผนงานแกไขความไมสงบจังหวัดชายแดนไต 2) แผนงานขยายโอกาสและพัฒนาการศึกษา 9. แผนยุทธปรับขนาดกําลังคนภาครัฐ(2549-2551) สิ้นสุด 30 กันยายน 51 ระยะตอไป 2552-2555) ยังไมกําหนด ทําแบบเกษียณ คปร.1(ครู-สาขาวิชา) คปร.2 (ครู) –คปร.6 คปร.6/1 โดยมี 8 บัญชี 10. หมูบานเอสเอ็มแอล โครงการกองทุนเศรษฐกิจพอเพียง การจัดทําโครงการของหมูบานและ ชุมชนตองยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงในการพัฒนาหมูบานและชุมชนใหเขมแข็งเทานั้น จัดสรรเม็ดเงิน งบประมาณให 2 เทาจากรัฐบาลเดิม คือ 1) หมูบานและชุมชนขนาดเอส เพิ่มเปน 400,000 บาท 2) ขนาดเอ็ม เพิ่มเปน 500,000 บาท และ 3) ขนาดแอล ไดรับเงิน 300,000 บาท เพิ่มเปน 600,000 บาท 8.3) รอบรูดานการศึกษา 1.นายจุรินทร ลักษณวิศิษฏ รัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปดนโยบายกศ. นโยบายเรียนฟรี การปฎิรูปการศึกษารอบ 2 คุณภาพการศึกษา ปรับโครงสรางและอื่น ๆ อีกหลายเรื่อง “ นับ หนึ่งในทิศทางที่ถูกตอง” นโยบายรัฐฐาลอภิสิทธิ์ เรียนฟรี ๑๕ ป คือ การเรียนฟรีแบบมีคุณภาพ ถือวาเปนเปาหมายสําคัญ คง จะเริ่มไดในปการศึกษา ๒๕๕๒ การเรียนฟรี ๑๒ปตามรัฐธรรมนูญเปนเฉพาะคาเลาเรียนเทานั้นสําหรับ เรียนฟรี ๑๕ป ก็จะเพิ่มเติมจากคาเลาเรียน เชน ตําราเรียน ชุดนักเรียน อุปกรณการเรียน ฯลฯ สวนเรื่อง คุณภาพการศึกษานั้น เปนเรื่องการปฏิรูประบบซึ่งเปนนโยบายสําคัญอีกขอหนึ่ง ที่มุงเนนในเรื่องคุณภาพ การศึกษา การเรียนฟรีจึงตองเปนการเรียนฟรีอยางมีคุณภาพควบคูกันไปดวย.
  • 160.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 107 2 .แผนปฏิบัตราชการป 2552 กระทรวงศึกษาธิการ มีเปาหมาย 4 ภารกิจ 11 ตัวชี้วัด 1) เปาหมายที่ 1 สรางโอกาสทางการศึกษาและการสงเสริมการเรียนรูตลอดชีวิต มี 7 ตัวชี้วัด ไดแก - อัตราเขาเรียนระดับกอนประถมศึกษาตองเพิ่มขึ้น - ระดับประถมศึกษาตองเปน 100 % - ระดับมัธยมตนตองเปน 100 % - อัตราเรียนตอระดับ ม.ปลาย จะตองเพิ่มขึ้น - อุดมศึกษา จะตองเพิ่มขึ้น - จํานวนปการศึกษาเฉลี่ยของประชากรวัยแรงงานอายุ 15-39 ป ตองเกิน 10 ป - จํานวนปการศึกษาเฉลี่ยของประชากรวัยแรงานอายุ 40-59 ป ตองเกิน 7 ป 2) เปาหมายที่ 2 ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา มีตัวชี้วัดเดียว - ความสามารถในการแขงขันของไทยโดยสถาบันIMD ( International Institute for Management Development ) ในสวนที่เปนการประเมินการศึกษาจะตองสูงขึ้นจากลําดับ 24 (ป 52ตองติดอันดับอยูใน 15 อันดับแรกของโลก) 3) เปาหมายที่ 3 พัฒนาขีดความสามารถในการแขงขันของประเทศโดยใชความรูเปนฐาน มีตัวชี้วัด เดียว - สัดสวนผูเรียนตอสายอาชีวศึกษาตอสามัญ ตองขยับเปน 47 ตอ 53 ( 41 ตอ 59) 4) เปาหมายที่ 4 พัฒนาการศึกษาเพื่อความมั่นคงของรัฐ มีกําหนดตัวชี้วัด - การเพิ่มจํานวนผูเขารวมโครงการพัฒนาผูสอนอิสลามศึกษาในโรงเรียนเอกชน ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต - สัดสวนผูเรียนในร.ร.เอกชนและรัฐ เปน 25 ตอ 75 ( 19 ตอ 81) 3. องคกรมหาชนที่อยูในกํากับของกระทรวงศึกษาธิการมีดังนี้ 1) สถาบันระหวางประเทศเพื่อการคาและการพัฒนา (องคการมหาชน) 2) สถาบันทดสอบทางการศึกษาแหงชาติ (องคการมหาชน) 3) สํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องคการมหาชน) 4) สํานักงานบริหารและพัฒนาองคความรู (องคการมหาชน) สวนหนวยงานในกํากับที่เปนนิติบุคคล (ที่ไมรวมมหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบ) ไดแก 1) สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (สสวท.) 2) สํานักงานเลขาธิการคุรุสภา 3) สํานักงานคณะกรรมการสงเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) 4) โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ
  • 161.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 108 4. แผนพัฒนาครูอยางเปนระบบของปลัดกระทรวงศึกษาธิการ แผนพัฒนาครูซึ่งประกอบดวย 4 สวน ไดแก 1) การผลิตครู 2) การควบคุมการประกอบวิชาชีพครู 3) การพัฒนาสงเสริมครู และ 4) การบริหารงานบุคลากร 5. ปงบ 52 ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และหนวยงานในกํากับ" ไดตั้งไวจํานวน 330,069,183,600 บาท สําหรับสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 209,167,636,700 บาท แบงเปน 1) แผนงานแกไขปญหาความไมสงบในจังหวัดชายแดนภาคใต 229,682,700 บาท 2) แผนงานขยายโอกาสและพัฒนาการศึกษา 208,937,954,000 บาท 6. ชื่อบุคคลสําคัญในวงการศึกษา 1) นางจิตตรียา ไชยศรีพรหม ผูอํานวยการสํานักทดสอบทางการศึกษา สพฐ. 2) ศ.ดร.อุทุมพร จามรมาน ผอ.สถาบันทดสอบทางการศึกษาแหงชาติ(สทศ.) 3) นายองคกร อมรสิรินันท ไดรับการคัดเลือกใหเปนเลขาธิการคุรุสภาคนใหม 4) นายสุเมธ แยมนุน เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา 5) นายเกษม กลั่นยิ่ง เลขาธิการคณะกรรมการสงเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา (สกสค 6) นายวุฒิสาร ตันไชย ประธานคณะอนุกรรมการสภาการศึกษาดานการกระจาย อํานาจทางการศึกษา 7) นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุยา เปนประธานกรรมการกพฐ. 8) นายธาดา มารติน ผูจัดการกองทุนเงินใหกูยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) 9) ดร.อําพน กิตติอําพน เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ 7. การจัดการศึกษาโดยโรงพยาบาลตามมาตรา 18 พรบ.กศ.ชาติ เขาปวยรักษานาน ขยายโอกาสทางเลือก รวมกับศูนยการศึกษาพิเศษ สพท. จังหวัดรวมกัน รพ.ตอง 50 เตียง ชื่อวา ”โครงการศูนยการเรียนสําหรับเด็กเจ็บปวยเรื้อรังในโรงพยาบาล” ขณะนี้มี 12 ศูนย เปาหมายจังหวัดละศูนย รวม 76 ศูนย (ป2556) 8. ก.ค.ศ. เห็นชอบหลักสูตรอบรมและพัฒนาขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่ไม ผานการประเมินวิทยฐานะชํานาญการพิเศษ ซึ่งมีจํานวนประมาณ 2 หมื่นคน ดังนี้ 8.1) กลุมที่ยื่นประเมินไมผาน แตกรรมการอานผลงาน 2 ใน 3 คน ใหผานการประเมิน มีจํานวน 2,418 คน 1) อบรมพัฒนา 18 ชั่วโมง 2) พัฒนาการเรียนการสอน และปรับปรุงผลงานวิชาการนําเสนอตอ คณะกรรมการอานผลงานภายใน 6 เดือน หลังผานการอบรม
  • 162.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 109 8.2) กลุมที่กรรมการอานผลงาน 1 คน หรือไมมีกรรมการอานผลงานใหผานการประเมิน ซึ่งมี จํานวน 19,932 คน 1)อบรมพัฒนาไมนอยกวา 30 ชั่วโมง (โดยผูที่ผานการอบรมจะมีการประเมินการเขารวม กิจกรรม โดยจะตองเขารวมไมนอยกวารอยละ 80 ของระยะเวลาการอบรมพัฒนาทั้งหมด) 2)จากนั้นใหไป พัฒนางาน และเสนอผลงานวิชาการภายใน 1 ป (สําหรับผลงานวิชาการที่จะนําเสนอใหกรรมการอานผลงาน พิจารณาอีกครั้งนั้น อาจจะจัดทําใหมทั้งหมด หรือปรับปรุงผลงานวิชาการเดิมก็ได) หลักสูตรการอบรมพัฒนาดังกลาวจะแบงเปน 4 สาย คือ ครูผูสอน ผูบริหารสถานศึกษา ผูบริหาร การศึกษา และศึกษานิเทศก (ศน.) โดยเนื้อหาของการอบรมจะขึ้นอยูกับสาขาวิชา และตําแหนงสายงาน เชน หากเปนครูผูสอนจะเนนการวิจัยในชั้นเรียน เทคนิควิธีการสอน เนื้อหาสาระแตละกลุมสาระวิชา สวน ผูบริหารจะเนนการบริหารงาน(จัดอบรมในชวงปดภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2551) 9. ปญหาการปฏิรูปการศึกษาในชวง 9 ป พ.ศ.2542 -2551 ของ สกศ. เพื่อนําไปสูการกําหนดทิศทาง เพื่อการปฏิรูปการสึกษาในทศวรรษที่ 2 นั้น สกศ.ไดตั้งประเด็นปฏิรูปการศึกษาไว 8 เรื่องดังนี้ 1) การพัฒนาคุณภาพผูเรียน ระดับปฐมวัย มีพัฒนาการดานรางกาย อารมณสังคมอยูในระดับสูง สวนพัฒนาการดานสติปญญาต่ํากวาดานอื่น ระดับการศึกษ ขึ้นพื้นฐาน พบวาขาดแคลนครู ผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน ระดับ ป.6 และม.3 ลดลง ทุกวิชา สวน ม.6ต่ํากวา 50% ทุกวิชายกเวนภาษาไทย ระดับ อาชีวศึกษา มีสมรรถนะไมสอดคลองกับความตองการขอผูใช เด็กไมนิยมเรียนและลาออกกลางคันจํานวน มาก ระดับอุดมศึกษา พบวาคุณภาพโดยรวมยังไมนาพึงพอใจ ไมสอดคลองกับความตองการขอสถาน ประกอบการ เนนการผลิตเชิงปริมาณ สวนการศึกษานอกระบบ พบวา ความรูวิชาสามัญอยูในระดับต่ํา 2) การผลิตและพัฒนาครูพบวาขาดแคลนครูทั้งปริมาณและคุณภาพ หลักสูตรการผลิตครูไม สอดคลองกับการปฏิบัตการจริง คนดีคนเกงไมตองการเปนครู และการไดวิทยฐานะครูไมสงผลตอคุรภาพ ผูเรียน 3) การเพิ่มประสิทะภาพการบริการจัดการศึกษาและการมีสวนรวม สวนกลาง ไมกระจายอํานาจ อยางแทจริง สถานศึกษาไมเปนนิติบุคคลอยางแทจริง สถาบันอุดมศึกษายังไมพรอมออกนอกระบบราชการ สิ่งที่ควรดําเนินการคือ แกไของคประกอบของ อ.ก.ค.ศ.ใหสามารถปองกันการแทรกแซงทางการเมืองและ ลดการผูกขาดอํานาจราชการ 4) การเพิ่มโอกาสทางการศึกษา การใหบริการแกผูดอยโอกาสยังนอย ควรจัดใหมี คูปองการศึกษา 5) การผลิตและพัฒนากําลังคนนั้น พบผูจบอาชีวศึกษา 75% เรียนตอ ป.ตรี การผลิตกําลังคนดาน สังคมศาสตรเกินความตองการ 6) การเงินเพื่อการศึกษาพบวา ผูเรียนมีสวนรวมรับภาระคาใชจายนอยมาก 7) เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาพบวา ครูและนักเรียนนําความรูดานเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาไปใชใน การกระบวนการเรียนการสอนและการเรียนรูดวยตนเองคอนขางนอย และ 8) กฎหมายการศึกษายังไมสามารถบังคับใชไดอยางมีประสิทะภาพ
  • 163.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 110 10. สทศ.ออกขอสอบ GAT (General Aptitude Test) และการทดสอบวิชาชีพหรือวิชาการPAT (Professional Aptitude Test) 11. อัตราสวนนักเรียนสพฐ.ตอคอมพิวเตอร 1/20 12. คําขวัญวันเด็ก 52 “ฉลาดคิด จิตบริสุทธิ์ จุดประกายฝน ผูกพันรักสามัคคี” 13. ด็กไทย รอยละ 90 ติดเกมรุนแรง 14. การศึกษาขององคการความรวมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organization for Economics C0- 0peration and Development, OECD) ที่รูกันในชื่อของ PISA (Programme for International Students Assessment) 15.การศึกษาขององคการความรวมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organization for Economics C0- 0peration and Development, OECD) ที่รูกันในชื่อของ PISA (Programme for International Students Assessment) พบวานักเรียนไทยที่จัดไดวามีความรูวิทยาศาสตร อยูในระดับสูงมีเพียง 1% เด็กไทย 74% อาน ภาษาไทยไมรูเรื่อง 16. ประเทศฟนแลนด ซึ่งถือวาเปนประเทศที่คุณภาพการศึกษาดีที่สุดในโลก วิชาชีพที่ประชาชนนิยม และใหการยอมรับนับถือมากที่สุดคือ วิชาชีพครู 17. เราตองการใหมีผูเขาศึกษาสายอาชีวะประมาณครึ่งหนึ่ง จึงจะทําใหมีกําลังคนเพียงพอตอการพัฒนา อุตสาหกรรมของประเทศ แตในความเปนจริงกลับพบวา มีผูเขาเรียนอาชีวะเพียง 27% สาขาวิชาวิทยาศาสตร และเทคโนโลยี นี้มีเพียง 28% และมีแนวโนมลดลง 18. เจตนารมณ ใหวิทยาลัยชุมชนเปนสวนหนึ่งของระบบอุดมศึกษา ซึ่งหวังวาจะกลายเปนอีกทางเลือก หนึ่งที่บุคคลอาจไดรับการศึกษาขั้นอุดมศึกษาระดับต่ํากวาปริญญา หลักการวางไววาวิทยาลัยชุมชนจะตอง ไดรับการสนับสนุนจากทองถิ่น เมื่อพรบ.42 เปลี่ยนไป เปน 45 อาชีวศึกษายังคงอยู วิทยาลัยชุมชนที่ได เกิดขึ้นมาแลว รวม 20 แหง (อาชีวะทองถิ่นในอุดม) จึงตกอยูภายใตปญหา ความไมชัดเจนของสถานภาพ และพันธกิจที่มีบางสวนซ้ําซอนกับอาชีวศึกษา ความคาดหวังของชุมชนที่คิดวามีอุดมศึกษาอยูในพื้นที่ ดาน อาคารสถานที่ งบประมาณบางสวน และบุคลากร (ปจจุบันสังกัดอุดมศึกษา) ความชัดเจนของพัฒนาการของ การศึกษาในรูปแบบใหมนี้ จึงอยูที่พระราชบัญญัติวิทยาลัยชุมชน 19. วิสัยทัศนแผนยุทธศาสตรการพัฒนาระบบราชการ 51- 55 “ ระบบราชการไทยมุงเนน ประโยชนสุขของประชาชนและรักษาผลประโยชนของประเทศชาติ มีขีดสมรรถนะสูง สามารถ เรียนรูปรับตัวและตอบสนองตอการเปลี่ยนแปลงยึดมั่นในหลักจริยธรรมและธรรมาภิบาล” 20. ขาราชการครู ๒ ราย คือ นางศรีรักษ ผลวัฒนะ จากโรงเรียนเบญจมราชาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ สังกัด สพท. กทม.เขต ๑ และนางสาวพรพิมล ชาญชัยเชาววิวัฒน จากโรงเรียนบางมดวิทยา "สีสุกหวาดจวน อุปถัมภ" สังกัด สพท.กทม.เขต ๓ เลื่อนเปนวิทยฐานะครูเชี่ยวชาญพิเศษ สาขาวิชาเคมี คนละ ๓ รายการ 21. มหาวิทยาลัยของรัฐ 78 แหง รวมกับมหาวิทยาลัยเอกชน วิทยาลัยชุมชน และสถาบันในสังกัดอื่น แลว เรามีสถาบันอุดมศึกษาประมาณ 255 แหง
  • 164.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 111 22. สพฐ.ถือเปนนโยบายที่จะไมใหโรงเรียนและครูนําเด็กหรือสงเสริมใหเด็กอายุต่ํากวา 15 ป ขึ้นเวทีชก มวยอาชีพ หากจะทํา ตองขออนุญาตผูวาราชการจังหวัดและตองดูแลไมใหมีเรื่องการพนันโดยเด็ดขาด 23. ก.ค.ศ.ไดประกาศตั้ง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาชุดปจจุบันเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2548 และถานับ อายุตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย จะหมดอายุในวันที่ 19 มิถุนายน 2552 24. 11 ธ.ค. 51 ก.พ. จะประกาศบัญชีจัดตําแหนงขาราชการพลเรือนสามัญ ตามกฎหมายใหมเพื่อสงให สวนราชการ หรือเปนวันที่จะประกาศวาขาราชการพลเรือนสามัญที่เดิมเคยอยูในตําแหนงซี 1 ซี 2 ไปจนถึงซี 11 จะไปอยูในตําแหนงประเภทใด ระดับใด 25. TIMSS-2007 ซึ่งมี 59 ประเทศ และ 8 รัฐเขารวม โดยพบวาเด็กไทยออนวิชาคณิตศาสตรและ วิทยาศาสตรโดยผลคะแนนลดลงกวาการ ประเมินในรอบที่ผานมา 26. โรงเรียนยอดนิยมทั่วประเทศ จํานวน 368 โรง ใน 185 เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ แจงสัดสวน ของวิธีการคัดเลือกที่ใชในการรับนักเรียนเขาเรียนชั้น ม.1 ประจําปการศึกษา 2552 นั้น ปรากฏวา มี สถานศึกษาที่ จะใชวิธีการสอบคัดเลือก 100% จํานวน 125 โรงเรียน โดยเปนโรงเรียนในสํานักงานเขตพื้นที่ การศึกษา (สพท.) กทม.และโรงเรียนประจําจังหวัด สวนที่เหลือจะใชทั้งวิธีการจับสลากสอบคัดเลือกเด็กใน เขตพื้นที่บริการของโรงเรียน และสอบจากเด็กทั่วไป 27. บัญชีสอบครั้งที่ 1/2550 จะหมดอายุในเดือนกันยายน 2552 (มีจํานวน 14,313 คน 20 วิชาเอก ของ 13 เขตพื้นที่การศึกษา) สวนบัญชีสอบครั้งที่ 1/2551 จะหมดอายุเดือนพฤษภาคม 2553 มีจํานวน 13,718 คน 29 วิชาเอก ของ 36 เขตพื้นที่การศึกษา 28. ตรวจสอบขอมูลรายบุคคลนักเรียนครบถวนและถูกตองไดที่ www.info.bopp.moe.go.th 35. สพฐ.รวมกับทหารสรางโรงเรียนราชประชานุเคราะห ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต ไดแก จ. ปตตานี นราธิวาส สงขลา ยะลา และ สตูล 29. คณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต (กพต.) มีการจัดตั้งคณะกรรมการ พัฒนาการศึกษาระดับจังหวัด/อําเภอ โดยมีผูวาราชการจังหวัด นายอําเภอ เปนประธาน มีการจัดตั้งสํานักงาน การศึกษาเอกชนจังหวัดและสํานักงานการศึกษาเอกชนอําเภอ ตัดโอนอัตรากําลังของขาราชการครูที่ ศธ. สงไปปฏิบัติงานโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม (เดิม) ของ จ.ยะลา ปตตานี นราธิวาส สตูล และสงขลา รวมทั้งปรับระบบการอุดหนุนการศึกษาในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม สถาบันศึกษาปอเนาะ และ ศูนยการศึกษาอิสลามประจํามัสยิด (ตาดีกา). 30. สภาการศึกษาเสนอจัดตั้งสถาบันพัฒนาครูใหใชชื่อวา “สถาบันกัลยาณิวัฒนา” โดยสถาบันนี้จะมี หนาที่ในการพัฒนาครูเพื่อสืบสานพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวและสมเด็จพระเจาพี่นาง เธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร ที่จะมุงผลิตและพัฒนาครูที่เกงในการสอน และ เปนครูที่ดีเจริญรอยตามพระยุคลบาท ซึ่งการดําเนินงานของสถาบันนี้จะเปนการทํางานรวมกับเครือขาย
  • 165.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 112 31. ครม.อนุมัติตามที่ ศธ.เสนอใหแตงตั้ง ประธานกรรมการและกรรมการในคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน จํานวน ๑๗ คน เนื่องจากประธานกรรมการและกรรมการชุดเดิมครบวาระการดํารงตําแหนง โดย มีรายชื่อดังนี้ นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุยา เปนประธานกรรมการ นายสุกิจ เดชโภชน ผูแทนองคกรเอกชน นายบรรจง โฆษิตจิรนันท ผูแทนองคกรปกครองสวนทองถิ่น นายสมศักดิ์ โลหเลขา ผูแทนองคกรวิชาชีพ และกรรมการผูทรงคุณวุฒิ ประกอบดวย นายชัยวัฒน วิบูลยสวัสดิ์ นายมังกร กุลวานิช ศาสตราจารยพันตํารวตตรียงยุทธ สาระสมบัติ ศาสตราจารยวิริยะ นามศิริพงศพันธุ นายสํารวม พฤกษเสถียร นายประพัฒนพงศ เสนาฤทธิ์ นายดิเรก พรสีมา นายสิทธิรักษ จันทรสวาง ผูชวยศาสตราจารยเรืองเดช วงศหลา นายเรืองชัย ทรัพยนิรันดร นายมานิจ สุขสมจิตร นายสุชาติ เมืองแกว พระธรรมโกศาจารย 32. ศูนยบริการประชาชนสายดวนการศึกษา 1579 รัฐบาล 1111 33. ปจจุบัน (2551) โดยรวมคนไทยเขาเรียนการศึกษา ได 93.91 ของประเทศ 34. กยศ.เตรียมความพรอมเปดระบบ e-Studentloan ใหนักเรียน นักศึกษากูยืมภาคเรียน ที่ 2/2551 ผาน เว็บไซต www.studentloan.or.th 35. ปจจุบันมหาวิทยาลัยในกํากับรัฐมี 5 แหง ไดแก จุฬา ทักษิณ จอมนครเหนือ บูรพา และมหิดล 36. อัตราสวนครูตอนักเรียนของ IMD ไดแก 1 ตอ 21 สวนงบการจัดการศึกษา 3.9 GDP 37. ประมวลจริยธรรมขาราชการพลเรือน (เลขาก.พ .ประกาศ) เปนไปตาม รธน. มาตรา และ279 และ พรบ. พลเรือน มาตรา 78และ 79 37.1 คานิยมหลัก รักษาประโยชนรวม เปนกลาง บริการธรรมาภิบาล อํานวยสะดวก มี 10 ประการ ไดแก - ยึดมั่นประชาธิปไตย - ยึดสวนรวมแยกสวนตัวกับตําแหนง - สํานึกดี รับผิดชอบ - มีจริยธรรม ทําสิ่งที่ถูก - ซื่อสัตย สุจริต - เที่ยงธรรม เปนกลางเมือง บริการ - ขอมูลขาวสาร
  • 166.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 113 - เคารพรธน.กม. - มุงผลสัมฤทธิ์ - เปนแบบอยาง 37.2 จริยธรรมขาราชการพลเรือน คือปฏิบัติในรายละเอียดคานิยมหลัก 10 ประการ 37.3 จรรยาบรรณ คือปฏิบัติในรายละเอียดคานิยมหลัก 10 ประการ 37.4 กลไกบังคับใช 1) องคกรคุมครองจริยธรรม(ก.พ) 2) กรรมการจริยธรรม 7 คน 3) ฝาฝนจริยธรรมผิดวินัย 38.ดร.สุรินทร พิศสุวรรณ เปนเลขาธิการอาเซียนคนปจจุบัน (ประธานคือประเทศไทย) 39. โครงการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู (Interactive e-Learning) ผานโทรทัศน MOE Channel" 39.1) วัตถุประสงค เปนโครงการที่นําเทคโนโลยีสารสนเทศมาใชเพื่อลดชองวางทางการศึกษาให เด็กไทยในชนไดเรียนกับครูที่เกง ดี มีประสบการณ และเพื่อชวยแกปญหาการ ขาดแคลนครูอีกทั้งชวยยก คุณภาพการเรียนการสอนใหดีขึ้นดวย 39.2) แผนการดําเนินงาน 4 ระยะ (เปาหมาย 3000 โรงเรียน) ดังนี้ - ระยะที่ 1 ป 2551 จะมีโรงเรียนนํารองทั่วประเทศจํานวน 12 โรง สอน กลุมสาระการ เรียนรูวิทยาศาสตร คณิตศาสตร และภาษาอังกฤษ - ระยะที่ 2 ป 2552 จะมีโรงเรียนเขารวมโครงการ 280 โรง สอนในระดับชั้นม.2 และ ม.3 - ระยะที่ 3 ป 2553 จะขยายจํานวนโรงเรียนในโครงการออกเปน 1,200 โรง ในระดับชวงชั้นที่ 2 คือ ป.4-6 และ - ระยะที่ 4 ป2554 จะเพิ่ม โรงเรียนในโครงการอีก 1,300 โรง ครอบคลุมนักเรียนตั้งแตชั้น ป.4 ถึง ม.3 ครบ 4 ป จะมีโรงเรียนเขารวมโครงการประมาณ 3,000 โรง 40. ตําแหนงขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตําแหนงที่ก..ค.ออกกฎใหไดซี 9 คือ นิติกร ๙ เจาหนาที่วิเคราะหนโยบายและแผน ๙ และนักวิชาการศึกษา ๙ 41. กรณีมวยอาชีพ สําหรับเด็กอายุต่ํากวา 15 ป เลขากพฐ.สั่งการใหสถานศึกษา ถือปฏิบัติใน 3 ประเด็นหลัก ไดแก 1) หามใชสถานศึกษาเปนสถานที่จัดการแขงขันชกมวย 2) กําชับไมใหครูนํานักเรียนที่มีอายุต่ํากวา 15 ป ไปชกมวยอาชีพ 3) ใหสถานศึกษาแนะนําเด็กและผูปกครองวา การขึ้นชกมวยจะเกิดผลกระทบตอสุขภาพในดานตางๆ เชน ระบบสมอง ความจํา และสายตา ทั้งนี้ อาจขอความรวมมือจาก แพทยมาชวยใหความรูถึงผลกระทบเพิ่มดวย 42. การสอนโดยใชสื่อ Digital Library School (DLS) ตามโครงการวิจัยเพื่อพัฒนาสถานศึกษาขนาดเล็ก ที่ขาดโอกาสในการพัฒนา
  • 167.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 114 ค. เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 1. นโยบายดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 1) เทคโนโลยีการศึกษาตามพรบ.การศึกษาแหงชาติ . ตามที่พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 ที่มีผลบังคับใชตั้งแตวันที่ 20 สิงหาคม 2542 ไดสะทอนความตื่นตัวในการปฏิรูปการศึกษา โดยยึดหลักการศึกษาตลอดชีวิตที่เนนผูเรียนเปนสําคัญและ มีความเชื่อวาผูเรียนทุกคนมีความสามารถที่จะพัฒนาและเรียนรูได โดยมีเปาหมายใหคนไทยเปนคนเกง คน ดี มีความสุข ทั้งนี้การปฏิรูปการศึกษาจะประสบผลสําเร็จไดนั้นจําเปนตองอาศัยปจจัยเกื้อหนุนในดานตางๆ มากมาย ซึ่งเทคโนโลยีการศึกษาก็เปนปจจัยหนึ่งที่สําคัญในการชวยใหการเรียนการสอนบรรลุผลตามเจตนา รมยของการปฏิรูปการศึกษา ดังจะเห็นไดจากพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 ที่กลาวไวใน หมวด 9 เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ไดกําหนดบทบาทหนาที่ของรัฐเกี่ยวกับการจัดการดานเทคโนโลยีเพื่อการ ศึกษา โดยกําหนดขอบเขตครอบคลุมไปถึงการจัดการโครงสรางพื้นฐาน การพัฒนาบุคลากร การวิจัย การ จัดตั้งกองทุนและหนวยงานกลางเพื่อวางนโยบายและบริหารงานเกี่ยวกับเทคโนโลยีการศึกษา หากมองดูในภาพรวมในระดับประเทศจะเห็นไดวารัฐบาลไดใหความสําคัญในการนําเทคโนโลยี สารสนเทศมาใชเปนเครื่องมือในการพัฒนาประเทศ โดยไดกําหนดกรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศ ระยะ พ.ศ. 2544-2553 ของประเทศไทย โดยมีวิสัยทัศน ในการใหประชาชนคนไทยทุกคนสามารถเขาถึง และใชประโยชนจากเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรูตลอดชีวิต การพัฒนาอาชีพ คุณภาพชีวิตและสิ่ง แวดลอม โดยไดรับบริการที่ทั่วถึงเทาเทียม มีคุณภาพ และมีประสิทธิภาพ นําไปสูการสรางสังคมแหงภูมิ ปญญาและการเรียนรู โดยมียุทธศาสตรการพัฒนากลไกการบริหารนโยบายและการบริหารจัดการ เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ การพัฒนาโครงสรางพื้นฐานสารสนเทศเพื่อการศึกษา และสนับสนุน สงเสริมการพัฒนาทรัพยากรมนุษยในทุกระดับ โดยเรงพัฒนาและจัดหาความรู (Knowledge)และสาระทางการศึกษา (Content) ที่มีคุณภาพและเหมาะสม ลดความเหลื่อมล้ําในการเขาถึง สารสนเทศและความรู และสรางเครือขายการเรียนรู อีกทั้งแผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศไทย พ.ศ. 2545-2549 โดยได รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2545 ซึ่งกําหนดใหทุกกระทรวงตองจัดทําแผนแม บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารขึ้น ซึ่งในสวนของการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนา ดานการศึกษา (E-Education) มีเปาหมายในการสรางความพรอมของทรัพยากรมนุษยทั้งหมดของประเทศ เพื่อชวยกันพัฒนาใหเกิดสังคมแหงภูมิปญญาและการเรียนรูที่มีคุณภาพ ยุทธศาสตรที่ใชเปนการเนนหนักใน การจัดหา จัดสราง สงเสริม สนับสนุน โครงสรางพื้นฐานสารสนเทศและอุปกรณเกี่ยวเนื่องกับการศึกษาและ การเรียนรู รวมถึงวิชาการ ความรู สารสนเทศตางๆ และผูสอน อันจะมีสวนในการจัดการและการบริหารการ ศึกษาและการฝกอบรมทั้งวิชาการและทักษะเพื่อพัฒนาและยกระดับคุณภาพความรูของทรัพยากรมนุษยของ ไทยใหเปนประชากร กําลังคนและแรงงานที่มีคุณภาพและสมบูรณดวยปญญาและการเรียนรู สามารถสราง
  • 168.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 115 สรรคเศรษฐกิจและสังคมไทยใหมีความเจริญกาวหนาทัดเทียมประเทศที่พัฒนาไปแลวไดโดยเร็ว ในสวน ของการศึกษากําหนดใหกระทรวงศึกษาธิการเปนผูรับผิดชอบโดยไดดําเนินการจัดทําแผนแมบทเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ (พ.ศ. 2547-2549) ไดกําหนดวิสัยทัศน ใหผูเรียนทุกคน สถานศึกษาและหนวยงานทางการศึกษาทุกแหง มีโอกาสเขาถึงและใชประโยชนจาก เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการเรียนรูอยางตอเนื่องตลอดชีวิต การวิจัย การพัฒนา อาชีพ การบริหารจัดการ การพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยไดรับการบริการอยางทั่วถึงเทาเทียม มีคุณภาพและ ประสิทธิภาพ นําไปสูสังคมแหงภูมิปญญาและการเรียนรู โดยการนํา ICT มาสนับสนุนการจัดการศึกษา ทั้งดานการเรียนรูและการบริหารจัดการ โดยเนนการพัฒนาคุณภาพประสิทธิภาพการเรียนรู การพัฒนา ประสิทธิภาพการบริหารจัดการ การผลิตและพัฒนาบุคลากรและพัฒนาโครงสรางพื้นฐาน ICT เปนตน สาระสําคัญของเทคโนโลยีทางการศึกษาตามพรบ.การศึกษาแหงชาติ มีดังนี้ มาตรา 63 รัฐตองจัดสรรคลื่นความถี่ สื่อตัวนําและโครงสรางพื้นฐานอื่นที่จําเปนตอการสงวิทยุ กระจายเสียง วิทยุโทรทัศน วิทยุโทรคมนาคม และการสื่อสารในรูปอื่น เพื่อใชประโยชนสําหรับการศึกษา ในระบบ การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย การทะนุบํารุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมตามความ จําเปน มาตรา 64 รัฐตองสงเสริมและสนับสนุนใหมีการผลิต และพัฒนาแบบเรียน ตํารา หนังสือทางวิชา การ สื่อสิ่งพิมพอื่น วัสดุอุปกรณ และเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาอื่น โดยเรงรัดพัฒนาขีดความสามารถในการ ผลิต จัดใหมีเงินสนับสนุนการผลิตและมีการใหแรงจูงใจแกผูผลิต และพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ทั้งนี้ โดยเปดใหมีการแขงขันโดยเสรีอยางเปนธรรม มาตรา 65 ใหมีการพัฒนาบุคลากรทั้งดานผูผลิต และผูใชเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อให มีความรู ความสามารถ และทักษะในการผลิต รวมทั้งการใชเทคโนโลยีที่เหมาะสม มีคุณภาพ และ ประสิทธิภาพ -มาตรา 66 ผูเรียนมีสิทธิไดรับการพัฒนาขีดความสามารถในการใชเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาใน โอกาสแรกที่ทําได เพื่อใหมีความรูและทักษะเพียงพอที่จะใชเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาในการแสวงหาความรู ดวยตนเองไดอยางตอเนื่องตลอดชีวิต มาตรา 67 รัฐตองสงเสริมใหมีการวิจัยและพัฒนา การผลิตและการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา รวมทั้งการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการใชเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อใหเกิดการใชที่คุมคาและ เหมาะสมกับกระบวนการเรียนรูของคนไทย -มาตรา 68 ใหมีการระดมทุน เพื่อจัดตั้งกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาจากเงินอุดหนุนของ รัฐ คาสัมปทาน และผลกําไรที่ไดจากการดําเนินกิจการดานสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ และ โทรคมนาคมจากทุกฝายที่เกี่ยวของทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองคกรประชาชน รวมทั้งใหมีการลดอัตราคา บริการเปนพิเศษในการใชเทคโนโลยีดังกลาวเพื่อการพัฒนาคนและสังคมหลักเกณฑและวิธีการจัดสรรเงิน กองทุนเพื่อการผลิต การวิจัยและการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ใหเปนไปตามที่กําหนดในกฎ กระทรวง
  • 169.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 116 มาตรา 69 รัฐตองจัดใหมีหนวยงานกลางทําหนาที่พิจารณาเสนอนโยบาย แผน สงเสริมและ ประสานการวิจัย การพัฒนาและการใช รวมทั้งการประเมินคุณภาพ และประสิทธิภาพของการผลิตและการ ใชเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา 1.2) กรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศ พ.ศ. 2544-2553 ของประเทศไทย 1) วิสัยทัศน ประเทศไทยเปนศูนยกลางการพัฒนาและการประกอบธุรกิจดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อ สารในระดับภูมิภาค โดยเฉพาะอยางยิ่งดานซอรฟแวร ผูประกอบการและประชาชนสวนใหญสามารถเขา ถึงขอมูลจากระบบบริการอยางทั่วถึงและยุติธรรมใหเกิดประโยชนโดยตรงตอการเพิ่มมูลคาทางเศรษฐกิจ แกการผลิตและบริการทุกสาขา รวมทั้งดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ใหสามารถแขงขันและอยู รอดในตลาดสากลได กอเกิดสังคมแหงภูมิปญญาและการเรียนรู สามารถประยุกตใชเพื่อสนองความตองการ ในการดํารงอยูอยางมีคุณภาพและมีความปลอดภัยอยางแทจริงในสังคมไทย 2) พันธกิจ เสริมสรางความรวมมือระหวางภาครัฐและเอกชนอยางตอเนื่องใหเปนเครือขายการพัฒนา ทั้งระบบขอมูลและโครงสรางพื้นฐาน ตลอดทั้งปฏิรูประบบบริหารจัดการดาน ICT ที่ทันสมัย มีการวางแผน เพื่อสรางสรรคงานวิจัยการศึกษาและการฝกอบรม 3) เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาดานการศึกษา (E-Education) เปาหมาย พัฒนาและเตรียมความพรอมดานทรัพยากรมนุษยในทุกระดับของประเทศ เพื่อรองรับ การพัฒนาสูการเปนสังคมแหงภูมิปญญาและการเรียนรู -ยุทธศาสตรการพัฒนา 1.พัฒนากลไกการบริหารนโยบายและการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา ที่มี ประสิทธิภาพ 2.พัฒนาโครงสรางพื้นฐานสารสนเทศเพื่อการศึกษา ใหเกิดการเขาถึงอยางทั่วถึงและเทาเทียมกัน 3.สนับสนุนและสงเสริมการพัฒนาทรัพยากรมนุษยในทุกระดับ 4.เรงพัฒนาและจัดหาความรู (Knowledge) และสาระทางการศึกษา(Content) ที่มีคุณภาพและมี ความเหมาะสม 5.ลดความเหลื่อมล้ําในการเขาถึงสารสนเทศและความรู 1.3) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ 1) วิสัยทัศน ผูเรียน สถานศึกษาและหนวยงานทางการศึกษาทุกแหง มีโอกาสเขาถึงและใชประโยชนจาก เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการเรียนรูอยางตอเนื่องตลอดชีวิต การบริหารจัดการ การวิจัย
  • 170.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 117 การพัฒนาอาชีพ การพัฒนาคุณภาพชีวิตโดยไดรับบริการอยางทั่วถึง เทาเทียม มีคุณภาพและประสิทธิภาพ นําไปสูสังคมแหงภูมิปญญาและการเรียนรู - 2) พันธกิจ นํา ICT มาสนับสนุนการจัดการศึกษา ทั้งทางดานการเรียนรูและการบริหารจัดการ และ การพัฒนา การศึกษาเปนรากฐานของการพัฒนา ICT โดยเนน 2.1) การพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพการเรียนรู 2.2) การพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการ 2.3) การผลิตและพัฒนาบุคลากรดาน ICT 2.4) การกระจายโครงสรางพื้นฐาน ICT เพื่อการศึกษา 3 )วัตถุประสงค 3.1) เพื่อประยุกตใช ICT ในการพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพการเรียนรู 3.2) เพื่อประยุกตใช ICT ในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ และการใหบริการ ทางการศึกษา 3.3) เพื่อผลิตและพัฒนาบุคลากร ICT ใหสอดคลองกับการพัฒนา ICT ของประเทศ 3.4) เพื่อวิจัยและพัฒนา ICT ในการจัดการศึกษาและการพัฒนาอุตสาหกรรม ICT 3.5) เพื่อใหมีการเลือกใชและกระจายโครงสรางพื้นฐาน ICT ที่เกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร ซอฟตแวรปฏิบัติการและบุคลากร สําหรับการพัฒนาการเรียนรู การบริหารจัดการ และ การใหบริการ ทางการศึกษา 4) เปาหมาย 4.1) ผูเรียนในสถานศึกษาทุกคน มีโอกาสเขาถึง สามารถใช และมีทักษะ ICT เพื่อการศึกษาและ การพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามมาตรฐานหลักสูตรที่กําหนด 4.2) สถานศึกษาสามารถเชื่อมตออินเทอรเน็ต ได (ระดับประถมศึกษา รอยละ 80 ภายในป 2547 และทุกแหงภายในป 2548 ระดับมัธยมศึกษาทุกแหงในป 2546) และหองสมุดประชาชน อยางนอยอําเภอ ละ 1 แหง 4.3) สถานศึกษามีระบบเครือขายภายในที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น • อุดมศึกษา อาชีวศึกษา และสถานศึกษาที่มีเครื่องคอมพิวเตอร 400 เครื่องขึ้นไป มีเครือขาย ภายใน เปน GIGABIT -• สถานศึกษาอื่นมีเครือขายภายในเปน Fast Ethernet ไมนอยกวา 100 Mbps 4.4) สถานศึกษาทุกแหงจัดการเรียนการสอน และการใช ICT เพื่อพัฒนาการเรียนรู รวมทั้ง มี เว็บไซตเพื่อการใหบริการทางการศึกษา 4.5) มีหองปฏิบัติการคอมพิวเตอร ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับมัธยมศึกษาทุกแหง ระดับ ประถมศึกษา อยางนอยตําบลละ 1 แหง
  • 171.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 118 4.6) มีสื่ออิเล็กทรอนิกส เพื่อใชในการจัดการเรียนการสอนและการใหบริการทางการศึกษา • หนังสืออิเล็กทรอนิกส (e – Book) ทั้งที่เปนหนังสือเรียน ผลงานวิจัย และหนังสือ ทางวิชา การที่เกี่ยวของ อยางนอยปละ 1,000 เลม เพื่อเสริมการเรียนการสอนตามหลักสูตร • สื่อบทเรียนอิเล็กทรอนิกส (Courseware) ทุกระดับ เนนการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทุกกลุมสาระ การเรียนรู 4.7) มีศูนยรวมสื่อ (courseware center) ทุกเขตพื้นที่การศึกษา และมีหองสมุดอิเล็กทรอนิกส (e-Library) ใหบริการเพื่อการเรียนรู 4.8) หนวยงานทางการศึกษาทุกแหงใช ICT ในการบริหารจัดการ มีเว็บไซตเพื่อใหบริการขอมูล สารสนเทศ และมีศูนยปฏิบัติการเพื่อรองรับ e-Government 4.9) ผูสอนและบุคลากรทางการศึกษาทุกคน มีความรูและมีทักษะการใช ICT ในการจัด การเรียน การสอน การบริหารจัดการและการปฏิบัติงานตามมาตรฐานทักษะ ICT ที่ สอดคลองกับการปฏิบัติงาน 4.10) มีการวิจัยพัฒนาและการประยุกตใช ICT อยางนอยปละ 100 เรื่อง 5).ยุทธศาสตร เพื่อใหบรรลุซึ่งวัตถุประสงคและเปาหมายของการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร อยางเปนรูปธรรมภายใตเงื่อนไขที่เปนจุดแข็ง จุดออน โอกาส และภัยคุกคามของ การพัฒนาเทคโนโลยีสาร สนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2547– 2549 ไดกําหนดยุทธศาสตรในการ ดําเนินการ 4 ยุทธศาสตร ดังนี้ 5.1) ยุทธศาสตรที่ 1 การใช ICT เพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนรูของผูเรียน สงเสริม สนับสนุน ใหผูเรียนใชประโยชนจาก ICT เพื่อการเรียนรูจากแหลงและวิธีการที่ หลากหลาย โดยจัดใหมีการพัฒนาสื่ออิเล็กทรอนิกส พัฒนาผูสอนและบุคลากรทางการศึกษา พัฒนาหลัก สูตรใหเอื้อตอการประยุกตใช ICT เพื่อการจัดการเรียนการสอน เพิ่มประสิทธิภาพการเรียนทางไกล จัดให มีการศูนยขอมูลสื่ออิเล็กทรอนิกส (Courseware center) ใหมีการเรียนการสอนผานระบบอิเล็กทรอนิกส (e-Learning) จัดทําหนังสืออิเล็กทรอนิกส (e - Book) จัดใหมีหองสมุดอิเล็กทรอนิกส (e-Library) เพื่อสง เสริมใหเกิดการเรียนรูไดดวยตนเองอยางตอเนื่องตลอดชีวิต (Lifelong Learning) นําไปสูสังคมแหงคุณธรรม และสังคมแหงภูมิปญญาและการเรียนรู 5.2) ยุทธศาสตรที่ 2 การใช ICT พัฒนาการบริหารจัดการและใหบริการทางการศึกษา พัฒนาระบบงานคอมพิวเตอร ระบบฐานขอมูลเพื่อการบริหารจัดการ และพัฒนาบุคลากร ทุกระดับที่เกี่ยวของ โดยความรวมมือกับสถาบันอุดมศึกษาที่มีความพรอมและเอกชน สรางศูนยปฏิบัติการ สารสนเทศ (Operation center) เชื่อมโยงแลกเปลี่ยนขอมูลระดับชาติและระดับกระทรวง รวมทั้งสงเสริมการ
  • 172.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 119 ใช ICT เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ และใหบริการทางการศึกษา ดวยระบบอิเล็กทรอนิกสที่ สอดคลองกับการปฏิรูประบบราชการ 5.3).ยุทธศาสตรที่ 3 การผลิตและพัฒนาบุคลากรดาน ICT ผลิตและพัฒนาบุคลากร เพื่อรองรับความตองการกําลังคนดาน ICT โดยจัดใหมีการพัฒนา หลักสูตร ICT ในทุกระดับการศึกษา พัฒนาผูสอนและนักวิจัย สงเสริมการวิจัย และนําผล การวิจัยไป ประยุกตใช รวมทั้งประสานความรวมมือกับองคกรของรัฐและเอกชนทั้งในและตางประเทศ ในการพัฒนา บุคลากรดาน ICT เพื่อการพัฒนาการศึกษาและอุตสาหกรรม 5.4) ยุทธศาสตรที่ 4 การกระจายโครงสรางพื้นฐาน ICT เพื่อการศึกษา จัดใหมีและกระจายโครงสรางพื้นฐาน ICT อยางทั่วถึง มุงเนนการจัดหาและใชทรัพยากร ทางดานเครือขายรวมกัน จัดหาระบบคอมพิวเตอร และซอฟตแวรที่ใชในการดําเนินการอยางถูกตองตาม กฎหมาย โดยรวมมือกับภาครัฐ เอกชน ชุมชน และทองถิ่น เตรียมบุคลากรปฏิบัติงานดาน ICT ใหเพียงพอ รวมทั้งการสรางมูลคาและการซอมบํารุงรักษาอุปกรณ ICT ที่มีอยูใหมี ประสิทธิภาพในการใชปฏิบัติงาน สาระสําคัญที่กลาวมาขางตนเปนนโยบายและแผนที่เกี่ยวของกับการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา อันเปนตัวกําหนดแนวทางในการดําเนินงานเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาโดยใชเทคโนโลยีใหบังเกิด ผลตามเจตนารมยของการปฏิรูปการศึกษาตอไป 2. สาระสําคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 2.1) ระบบสารสนเทศทางการศึกษา 1. ความหมายของระบบ ระบบ (System) คือ ชุดขององคประกอบซึ่งมีปฏิสัมพันธ ตอกันในรูปของความเปนหนึ่งเดียว และดําเนินงานรวมไปสูเปาหมายเดียวกัน ประกอบดวยสวนสําคัญสี่ประการ คือ 1. ขอมูลนําเขา (Input) 2. กระบวนการประมวลผล (Process) 3. ผลลัพธ (Input) 4. การควบคุมการยอนกลับ (Feedback Control) 2. ความหมายของสารสนเทศ สารสนเทศ (Information) หมายถึง ขาวสารที่ไดจากการนําขอมูลดิบ (raw data) มาคํานวณ ทางสถิติหรือประมวลผลอยางใดอยางหนึ่ง ซึ่งขาวสารที่ไดออกมานั้นจะอยูในรูปที่สามารถนําไปใชงานได ทันที เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) หมายถึงกระบวนการตาง ๆ และระบบงานที่ ชวยใหไดสารสนเทศที่ตองการโดยจะรวมถึง
  • 173.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 120 1. เครื่องมือและอุปกรณตาง ๆ หมายถึง เครื่องคอมพิวเตอร เครื่องใชสํานักงาน อุปกรณ คมนาคมตาง ๆ รวมทั้งซอฟตแวรทั้งระบบสําเร็จรูปและพัฒนาขึ้นโดย เฉพาะดาน 2. กระบวนการในการนําอุปกรณเครื่องมือตาง ๆ ขางตนมาใชงาน รวบรวมขอมูล จัดเก็บ ประมวลผล และแสดงผลลัพธเปนสารสนเทศในรูปแบบตาง ๆ ที่สามารถนําไปใชประโยชนตอไปได ระบบสารสนเทศ (Information System) หมายถึง ชุดของคน ขอมูล และวิธีการ ซึ่งทํางานรวม กัน เพื่อใหเกิดความสําเร็จตามเปาหมายที่วางไว หรือ สารสนเทศ คือขอมูลที่ผานการประมวลผล บวก ลบ คูณ หาร เปรียบเทียบหรือตรวจสอบแลวมีความชัดเจนขึ้น สามารถนํามาใชในการพิจารณาตัดสินใจ หรือ ดําเนินการใด ๆ ตอไปได สารสนเทศจะถูกนําเสนอในรูปอัตราสวน รอยละ การเปรียบเทียบ เชน - อัตราครูตอนักเรียน - การเปรียบเทียบงบประมาณที่ไดรับปจจุบันกับอดีต - การเปรียบเทียบผลการดําเนินการนับแตเริ่มโครงการ - การเปรียบเทียบผลกําไรตอการลงทุน ทรัพยากรที่สําคัญที่สุดขององคการคือคน คนคือผูสรางงานผลิต เปนผูใชบริการ เปนผูแกปญหา และเปนผูตัดสินใจ คนที่มีคุณภาพจะเปนกระดูกสันหลังขององคการ 2.2) ประเภทของระบบสารสนเทศ เทคโนโลยีของระบบสารสนเทศในปจจุบัน ประกอบดวย - ระบบประมวลผลขอมูล (Data Processing System) - ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร (Management Information System) - ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support System) - ระบบสารสนเทศเพื่อผูบริหารระดับสูง (Executive Information System) - ระบบผูเชี่ยวชาญ (Expert System) สารสนเทศกับการตัดสินใจ ในองคการตาง ๆ นั้น สามารถแบงการทํางานไดเปน 4 ระดับดวยกันคือ ระดับวางแผน ยุทธศาสตร ระยะยาว (Strategic Planning) ระดับวางแผนการบริหาร (Tactical Planning) ระดับ วางแผนปฏิบัติการ (Operation Planning) และระดับผูปฏิบัติการ (Clerical Planning) โดยใน 3 ระดับแรกนั้นจะจัดอยูในระดับ บริหาร (Management) และระดับสุดทายจัดอยูใน ระดับปฏิบัติการ (Operation) ระบบสารสนเทศจะทําการเก็บรวบรวมขอมูลจากระดับปฏิบัติการ และทําการประมวลผลเพื่อให สารสนเทศกับบุคลากรในระดับตาง ๆ ซึ่งในแตละระดับนั้นจะใชลักษณะและปริมาณของสารสนเทศที่ แตกตางไป ระบบสารสนเทศในองคการสามารถแทนไดดวยภาพปรามิด ตามรูป
  • 174.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 121 EIS ระดับวางแผน ยุทธศาสตร DSS MIS ระดับวางแผน การบริหาร ระดับวางแผนปฏิบัติการ ระดับปฏิบัติการ DP จากภาพจะเห็นไดวาโครงสรางระบบสารสนเทศแบบ ปรามิด มีฐานที่กวางและบีบแคบ ขึ้นไป บรรจบในยอดบนสุด ซึ่งหมายความวาสารสนเทศที่ใชงานจะมีมากในระดับลางและลดหลั่นนอยลงไป ตามลําดับจนถึงยอดบนสุด เชนเดียวกับจํานวนบุคลากรในระดับนั้น ๆ 2.3) บุคลากรในระบบสารสนเทศ ประกอบดวย ระดับปฏิบัติการ บุคลากรในระดับนี้เกี่ยวของอยูกับงานที่ทําซ้ํา ๆ กัน และจะเนนไปที่การจัดการรายการประจําวัน นั่นคือบุคลากรในระดับนี้เกี่ยวของกับระบบสารสนเทศในฐานะผูจัดหาขอมูลเขาสูระบบ ตัวอยางเชน เจาหนาที่ผูทําหนาที่ปอนขอมูลการสั่งการซื้อของลูกคาเขาสูคอมพิวเตอรในระบบสารสนเทศเพื่อการขาย หรือตัวแทนการจองตั๋วและขายตั๋วในระบบจองตั๋วเครื่องบิน เปนตน ระดับวางแผนปฏิบัติการ บุคคลในระดับนี้จะเปนผูบริหารขั้นตนที่ทําหนาที่ควบคุมการปฏิบัติงานประจําวันและ การวางแผน ปฏิบัติงานที่เกี่ยวของกับระยะเวลาสั้น ๆ เชน แผนงานประจําวัน ประจําสัปดาห หรือประจําไตรมาส ขอมูล ที่ผูบริหารระดับนี้ตองการสวนมากจะเกี่ยวของกับผลการปฏิบัติชวงเวลาหนึ่ง ๆ ผูจัดการอาจตองการรายงาน สรุปผลการขายประจําไตรมาสของพนักงานขาย เพื่อประเมินผลของพนักงานขายแตละคน เปนตน
  • 175.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 122 ระดับวางแผนการบริหาร บุคลากรในระดับนี้ จะเปนผูบริหารระดับกลางซึ่งทําหนาที่วางแผนใหบรรลุเปาหมายตาง ๆ เพื่อให องคการประสบความสําเร็จตามแผนงานระยะยาวตามที่กําหนดโดยผูบริหารระดับสูง มักจะเปนสารสนเทศ ตามคาบเวลาซึ่งมีระยะเวลานานกวาผูบริหารขั้นตนและจะเปนสารสนเทศที่รวบรวมขอมูลทั้งจากภายใน และภายนอกองคกร เชน ของคูแขงหรือของตลาดโดยรวม เปนตน นอกจากนี้ ผูบริหารระดับนี้ยังตองการ ระบบที่ใหรายงานการวิเคราะหแบบถา – แลว (What – If) นั่นคือสามารถทดสอบไดวาหากเกิดเหตุการณ เชนนี้แลวตัวเลขหรือสารสนเทศตาง ๆ จะเปลี่ยนเปนเชนไร เพื่อใหจําลองสถานการณตาง ๆ ที่ตองการได ตัวอยางเชน ผูจัดการฝายขายอาจตองการทราบผลการขายประจําปของบริษัทเทียบคูแขงตาง ๆ รวมทั้งอาจ ตองการทดสอบวาถาเพิ่มหรือลดลงโฆษณาในสื่อตาง ๆ จะมีผลกระทบตอยอดขายอยางไรบาง ระดับวางแผนยุทธศาสตรระยะยาว ผูบริหารระดับนี้จะเปนระดับสูงสุด ซึ่งเนนในเรื่องเปาประสงคขององคกร ระบบสารสนเทศที่ ตองการจะเนนที่รายงานสรุป รายงานแบบ What – If และการวิเคราะหแนวโนมตาง ๆ (Trend Analysis) ตัวอยางเชน ประธานบริษัทอาจตองการรายงานที่แสดงแนวโนมการขายในอีก 4 ปขางหนาของผลิตภัณฑ 3 ชนิดของบริษัท เพื่อดูแนวโนมในการเติบโตของผลิตภัณฑตาง ๆ วาผลิตภัณฑใดจะมีแนวโนมที่มีกวา หรือผลิตภัณฑใดที่อาจสรางปญหาใหบริษัท เปนตน รายละเอียด ระดับวางแผนปฏิบัติ การ ระดับวางแผนการ บริหาร ระดับวางแผนยุทธศาสตร ระยะเวลา ความถี่ สม่ําเสมอ ซ้ําซ้ํา มักจะเปนประจํา เมื่อตองการ ผลลัพธที่ได เปนตามที่คาด อาจไมเหมือนที่คาด มักจะไมเหมือนที่คาด ระยะเวลา อดีต เปรียบเทียบ อนาคต รายละเอียด มีรายละเอียดมาก ถูกสรุปแลว ถูกสรุปแลว แหลงขอมูล ภายใน ภายในและภายนอก ภายในและภายนอก ลักษณะของขอมูล เปนโครงสราง กึ่งโครงสราง ไมเปนโครงสราง ความแมนยํา มีความแมนยําสูง ใชการคาดการณบาง ใชการคาดการณสูง ผูใช หัวหนางาน ผูบริหารระดับสูง ผูบริหารระดับสูง ระดับการตัดสินใจ เกี่ยวกับงานที่ทํา จัดสรรทรัพยากรและ ควบคุม วางเปาประสงค
  • 176.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 123 2.4) การประมวลผลแฟมขอมูล ประกอบดวย 1) ขอมูล (Data) 2) แฟมขอมูล (File) 3) ระเบียน (Record) 4) เรื่อง (Field) 3. ระบบเครือขายอินเตอรเน็ตสําหรับครู ความหมายอินเทอรเน็ต ( Intrenet) อินเทอรเน็ต ( Intrenet) หมายถึง ระบบเครือขายกวางใหญระดับโลก ประกอบดวยเน็ตเวิรค นับพันที่ตอเขาดวยกันรอบโลก เพื่อแลกเปลี่ยนขอมูลและใชอุปกรณรวมกันในแตละหนวยงาน ไมวาจะเปนรัฐบาล บริษัทเอกชน หรือองคกรอื่น ๆ ตางก็รับผิดชอบเน็ตเวิรคของตนเอง ระบบเครือขายคอมพิวเตอร ระบบเครือขายคอมพิวเตอรสามารถจําแนกตามระยะหางและการเชื่อมโยงอุปกรณออกเปน 4 ประเภท ไดแก 1) ระบบเครื่อขายเฉพาะพื้นที่ (Local Area Network; LAN) 2) ระบบเครือขายเฉพาะเขตเมือง(Metropolitan Area Network; MAN) 3) ระบบเครือขายระยะไกล(Wide Area Network; WAN) และ 4) ระบบเครือขายระหวางประเทศ(Internationnal Network; INTERNET) ประโยชนของอินเตอรเน็ต อินเตอรเน็ตมีประโยชนตอ 1) วงการศึกษา 2) วงการวิทยาศาสตร 3)วงการธุรกิจ อุปกรณที่จําเปนในใช Internet ประกอบดวย 1) เครื่องคอมพิวเตอร 2) MODEM คือ อุปกรณที่สามารถทําได 2 หนาที่ภายเครื่องเดียวกัน มีหนาที่แปลงสัญญาณ ขอมูลระหวางดิจิตอลและอนาลอก ชวยใหคอมพิวเตอรแลกเปลี่ยนขอมูลผานสายโทรศัพท 3) คูสายโทรศัพท 1 หมายเลข ขอมูลจะเดินตามสายโทรศัพท 4) โปรแกรมเพื่อติดตอกับ Internet เชน Internet Explorer Netscap Navigator 5) สาย ISDN เปนสายโทรศัพทความเร็วสูงที่ออกแบบพิเศษใชสําหรับสงผานเครื่องคอมพิวเตอร ซึ่งใหความเร็วตั้งแต 128 -256 Kbps 6) สาย ADSL เปนสายโทรศัพทความเร็วสูงที่ออกแบบพิเศษใชสําหรับสงผานเครื่องคอมพิวเตอร ซึ่งเร็วกวาสายแบบ ISDN หลายเทาสาย ADSLซึ่งใหความเร็วตั้งแต 128 -256 Kbps และ1 -2 MBps
  • 177.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 124 เว็บไซต (WEB SITE) ประกอบดวย 1) Home Page เปรียบไดกับหนาแรกของ Internet HOME PAGE เปนไฟลขอมูลแบบ ไฮเปอรเท็กซ หรือขอมูล HTML ซึ่งเปนขอมูลในระบบ World Wide Web เปนขอมูลหนา แรกของการ เชื่อมโยงขอมูล อาจเปนไฟลขอมูลของผูใชเองหรือไฟลขอมูลที่โอนยายมาจากแหลงอื่น 2)Web Page เอกสารหนาใด ๆ ในเวปไซตแตละแหงนั้น 3)Web site เรียกตําแหนงที่อยูของผูที่มีเว็ปเพจของตัวเองบนระบบอินเทอรเน็ต WWW (World Wide Web) เปนระบบฐานขอมูลทีมีระบบการเชื่อมโยงแบบใยแมงมุม ซึ่งเปน เชื่อมโยงเพื่อโอนยายไฟลขอมูลตามคํานิยามขอระบบโตตอบ แบบ HTTP ระบบเวิลดไวด เว็บ ในปจจุบัน เนนการแสดงขอมูลกราฟฟค ขอมูลเสียง ขอมูลวีดีโอ ซึ่งเปนภาพเคลื่อนที่ ไฟลขอมูลในระบบ เวิลด ไวด เว็บ เรียกวา HTML Host โฮสต คือ เครื่องคอมพิวเตอรศูนยกลางที่ตอเขากับ INTERNET หรือคอมพิวเตอรที่เชื่อม โยงเปนระบบเครือขาย เบราเซอร คือ ซอฟทแวร ที่สามารถแสดงขอมูลของไฟลบน WWW. เชน http:// www.moe.go.th 1) สวนแรก คือชื่อ โปรโตคอล ( moe = กระทรวงศึกษาธิการ) 2)สวนที่สอง คือชื่อ โฮสต บอกชื่อของคอมพิวเตอรที่เก็บขอมูลหนานี้ไว เชน กรม 3)สวนสุดทาย คือ ไฟลพาท บอกชื่อไฟลที่เก็บขอมูลรวมทั้งไดเร็กทอรี่ของไฟลนั้น (ประเทศไทย) Multimedia คือ ซอฟตแวร สื่อผสมดาน เสียง ภาพ ขอความ และ คอมพิวเตอร มาทํางานรวม กันอยางเปนระบบที่สมบูรณ รหัสแอสกี ASCII (American Standard Code for Information)หมายถึง รหัสมาตรฐานอเมริกันที่ ใชในการสงขาวสาร ซึ่งเปนรหัสขนาด8บิตโดยใชเลข7บิตแทนตัวอักษรและ อีก 1 บิต เปนตัวตรวจสอบ ง. วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมและประเพณีไทยไทย 1) วัฒนธรรมไทย 1. วัฒนธรรมการเคารพพระสงฆ ศาสนาเปนสถาบันสําคัญยิ่งสําหรับชนในชาติเพราะคําสอนของศาสดายอมเปนหลักทางทางใจ และ เปนแนวดําเนินชีวิตใหอยูในทํานองคลองทํา เพื่อความสุขสงบของชนในชาติ คนไทยไดชื่อวาเปนชาติที่มีใจ นับถือมั่นอยูในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ และปฏิบัติตามศาสนาประเพณีตลอดปมิไดขาด การเคารพ พระพุทธรูปซึ่งสมมุติเปนตัวแทนของพระพุทธองค และเคารพพระสงฆสาวกของพระพุทธเจา ๑) นั่งคุกเขากระหยงเทาพนมมือยกขึ้นระหวางคิ้วปลายนิ้วจรดไรผมแลวกราบแบมือราบกับพื้น๓
  • 178.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 125 ครั้งใหหนาผากจรดพื้นระหวางมือที่แบราบ เมื่อจบแลวพนมมือขึ้นเหนือคิ้วอีกครั้งหนึ่ง เรียกวา กราบใน ทาเบญจางคประดิษฐ ๒) การกราบทั้งสามครั้งนี้มีความหมายดังนี้ การกราบครั้งที่ ๑ กราบเพื่อระลึกถึงองคพระพุทธเจา การกราบครั้งที่ ๒ กราบพระธรรมคือคําสั่งสอนของพระพุทธเจา การกราบครั้งที่ ๓ กราบพระสงฆคือตัวแทนของงพระพุทธเจา การกราบใหผูหญิงนั่งพับเพียบพนมมือระหวางคิ้ว หมอบกราบแบมือทั้งสองขางลงกับพื้น ๓ ครั้ง ๓) ถาเห็นพระสงฆในเวลาที่เรายืนอยูนอกสถานบานเรือนจะยอเขาลงหรือไหวก็ไดแตใหปลายนิ้ว มือจรดที่ตีนผม ๔) การถวายของพระชาย ถวายไดโดยตรงตอมือพระสงฆทานเลยคุกเขากราบแบมือครั้งเดียวหญิง ตองคอยใหทานปูผาชิ้นเล็กที่เรียกวา ผากราบ เพื่อรับเสียกอนจึงวางถวายลงบนผานั้นเมื่อถวายแลวกราบอีก ครั้ง โดยหมอบกราบแบมือครั้งเดียว ๕) การตักบาตร ถารองเทาไมสุภาพควรถอดรองเทาถาใชเครื่องแบบแตงตัวแบบสากลไมตองถอด ก็ไดหยิบของลงในบาตรพระดวยความระมัดระวัง วางทีละชิ้นใสขาวกอนเสมอ ๖) ผูหญิงไปหาพระสงฆตองนั่งพับเพียบใหเรียบรอยไมควรอยูตามลําพังกับพระสงฆตองมีบุรุษ นั่งอยูดวยจึงจะถูกตามวินัยสงฆ ๗) การพูดกับพระสงฆตองมีสํามาคารวะไมพูดเลนพลอย ๆ ซึ่งฟงดูเปนการขาดความเคารพ ๘) ผูหญิงหามแตะตัวพระแมแตชายผาสบงหรือจีวรที่ทานนุงหมอยูก็ไมได ๙) ไมหยิบของที่เตรียมไวตักบาตรมารับประทาน ๑0)ไมจําเปนจะตองรับประทานอาหารที่นํามาเลี้ยงหนาศพ ตอหนาพระสงฆที่นั่งในพิธี ๑๑) กุลสตรีไมควรแตงตัวไมสุภาพไปวัด เชน นุงกางเกงขาสั้น ถือวาเปนการไมรูจักกาละเทศะ ๑๒) ไมสรวลเสเฮฮาในวัดควรสงบและสํารวมอิริยาบถ ๑๓) ถาจะถวายปจจัยแดพระสงฆควรเขียนจํานวนลงในใบปวารนาบัตรใสซองถวาย 2. วัฒนธรรมไทยมารยาททางใจ ผูมีมารยาททางใจคือผูที่ไดมีการปรับปรุงจิตใจใหฝกใฝในศีลธรรมคือเราทุกคนยอมทราบวาอะไร ถูกอะไรผิดดวยกันทั้งนั้นและยอมใฝในคุณงามความดีดวยกันทั้งนั้น เมื่อเราไมชอบอะไรคนอื่นก็คงไมชอบ เหมือนกัน จึงควรวางตนเปนคนชางใชความคิดเสมอหลักธรรมเปนแนวปฏิบัติดังนี้ คือ มีพรหมวิหาร คือ ธรรมประจําใจของผูประเสริฐ หรือ ผูมีจิตใจยิ่งใหญกวางขวางดุจพระพรหม 4 อยาง ดังนี้ 1). เมตตา ความรัก ความปรารถนาดี มีไมตรี ตองการชวยเหลือใหทุกคนประสบประโยชนและ ความสุข 2) กรุณา ความสงสาร อยากชวยเหลือผูอื่นใหพนจากทุกข ใฝใจที่จะปลดเปลื้องยํายัดความทุกขจากความ
  • 179.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 126 เดือดรอนของผูอื่น 3) มุทิตา ความเบิกบานยินดี เมื่อเห็นผูอื่นอยูดีมีความสุข ก็มีจิตใจแชมชื่นเบิกบาน 4) อุเบกขา ความวางใจเปนกลาง มีจิตราบเรียบ ไมเอนเอียงดวยรักหรือชัง เมื่อมีคุณธรรมภายในเปนพื้นฐาน จิตใจเชนนี้แลวยอมทําใหการแสดงออกภายนอกเปนไปอยาง บริสุทธิ์หนักแนนและจริงจังฉะนั้น บุคคลพึงระวังสํารวมความคิดจิตใจที่มักจะแสดงออกมาใหเห็นทาง กิริยาและวาจาใหถูกตองแลงดงามเหมาะกับกาลเทศะและแกบุคคลเวลาอยูในสมาคม หรือในที่สาธารณะ เปนตัวอยางตอไปนี้ 1) ในงานมงคลตาง ๆ ควรแสดงสีหนาเบิกบานสดชื่นแจมใสอยูเสมอ 2) ในเวลาเยี่ยมคนปวย ควรระมัดระวังกิริยาอาการใหเรียบรอย ใชคําพูดที่ออนโยนเพื่อปลอบใจผูปวย ไมพูดอะไรที่จะกระทบกระเทือนใจผูปวย ไมพูดอะไรที่จะกระทบกระเทือนใจผูปวย ควรหาเรื่องสนุกมาเลา สูกันฟง 3) ในงานเผาศพ ตองระมัดระวังเปนพิเศษ ควรแสดงกิริยาสงบและสงวนความรื่นเริงไวใหมากกวา เวลาอื่นเชน เผาศพแลว ไมควรยืนจับกลุมสนทนาราเริงกันทักทายกันพอสมควรแลวกลับ ถาจะอยูเผาจริง ควรหาที่สมควรนั่งดวยความสํารวมระวังแตการไปชวยงานศพของเราในปจจุบันมักจะเห็นกันวาเปนการ ษมาคมอยางทั่วๆไปแขกมักจะอยูนานโดยถือวาเปนกันเองเมื่อเปนเชนนี้ก็เกิดจับกลุมสนทนาออกรสชาติ สนุกสนานขึ้นมาซึ่งเปนการผิดมารยาทอยางยิ่งสุภาพชนควรรูวาตนกําลังอยูในสังคมใด สถานที่เชนใด จึงควรพยายามยั้งใจตนเองใหอยูในความพอดีเสมอ 3. วัฒนธรรมไทยมารยาททางกาย 3.1 การนั่ง มารยาททางกายการนั่ง ควรปฏิบัติดังนี้ ๑) ถาตองนั่งกับพื้นตอหนาผูใหญตองนั่งพับเพียบโดยกิริยาสํารวมนั่งทรงตัวตรงเก็บเทาทั้งสองขาง ชิดตัวเรียบรอยไมเกะกะ วางมือทั้งสองขางชิดตัวเรียบรอยไมเกะกะ วางมือทั้งสองไวบนตัก หันหนาไปสู ผูใหญในลักษณะหนาเงย ๒) ไมนั่งล้ําหนาผูใหญ ไมหันหลังใหผูใหญ ไมเหยียดเทาใหผูใหญ ๓) ไมถือสาวิสาสะใชหรือรับประทานของที่เขาจัดไวสําหรับผูอื่นโดยเฉพาะ ๔) ไมลอเลียนผูใหญหรือผูที่สูงอายุกวาตน ๕) ในงานพิธีใดที่เขาจัดเกาอี้ใหแขกนั่ง เมื่อเห็นผูใหญตองยืนเพราะไมมีที่นั่ง ผูมีมารยาทดีควรลุกนั่ง หรือหาที่นั่งเพิ่มเติมให ๖) เมื่อตองการจะดูสิ่งใดที่ผูใหญหรือผูอื่นกําลังดูอยู เมื่อเขาไปทีหลังเขา อยาเบียดแทรกเขาไปหรือ ผูอื่นขางหนา ตองดูโดยมิใหเปนการผานหนาหรือบังตาผูอื่น ๗) กอนจะชวยเหลือทําสิ่งใดโดยจําเปนจะตองแตะตองรางกายผูใหญใหดี ผูอื่นก็ดี
  • 180.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 127 ควรกลาวคําขอโทษเสียกอนแลวจึงชวยเหลือ เชน ปดมด หรือหยิบผงออกจากตัวให เปนตน ๘) เมื่อเห็นสิ่งของ ๆ ผูใดตก หรือของนั้นจะเสียหายโดยเจาของไมรูตัว ควรบอกใหเจาของทราบทันที ๙) ผูมีมารยาทดียอมไมลวง แคะ แกะ เกา หรือหาวเรอตอหนาผูอื่น แมจะไอจามก็ตองใชผาเช็ดหนา ปดปากใหเสียงคอยลง และไมใหผูอื่นรังเกียจหรือรําคาญ ๑๐) เวลารับของจากผูใหญ ควรแบมือออกรับอยาฉวยกระชากมาโดยแรง หรือถาเปนของยาวควรแบ มือรองรับของนั้น ถาเปนของหนัก ก็ใชมือทั้งสองรองรับของนั้นจากมือของผูใหญ 3.2 การไหว การไหวเปนประเพณีไทยโบราณ เปนวิธีเคารพแกผูควรเคารพ จึงควรเลือกใชใหเหมาะแกกาละเทศะ มารยาทการไหวควรปฏิบัติดังนี้ ๑) การไหวมีหลายวิธี มีทั้งนั่งไหวยืนไหว เพื่อเคารพบุคคลธรรมดาที่เปนผูใหญกวาตน ก. วิธีนั่งไหว นั่งพับเพียบพนมมือทั้งสองขางขึ้นไวระดับอก กมศีรษะลงใหหัวแมมือจรดกันที่ หวางคิ้ว ข. วิธียืนไหว ถาจําเปนตองไหวเพราะอยูนอกสถานบานเรือน เมื่อพบคนที่ตองเคารพตามหนทาง ก็ใหพนมมือทั้งสองยกขึ้นระดับอก กมศรีษะลงจนหัวแมมือจรดกันหวางคิ้ว ๒). การรับไหว เมื่อมีผูทําความเคารพใหแกเรา ควรรับไหวคือเคารพตอบเพื่อมิใหเสียมารยาท หรือ ทําใหผูแสดงความเคารพตองกระดากใจ หรือโกรธจนเปนเหตุใหนึกไมอยากจะเคารพตอไปได วิธีรับไหว ยกมือทั้งสองประนมไวระดับอก แลวยกขึ้นใหสูงมากหรือนอยตามฐานะของผูไหว และของผูรับไหว ๓) วิธีนั่งลงศอก เปนวิธีเคารพผูใหญที่มีอาวุโสสูงมากอีกแบบหนึ่ง ในเวลานั่งพับเพียบอยูกับพื้น ในเมื่อผูเปนใหญมานั่งพูดคุยดวย ครั้นจะนั่งพับเพียบตัวตรง ๆ ก็รูสึกวาเคารพไมพอ จึงกมตัวลงใหแขนทั้ง สองวางลงบนตักมือประสานกันเงยหนาขึ้น ในโอกาสที่ตองพูดโตตอบหรือนั่งเฉย ๆ เงยหนาพอควรถา มิไดพูดโตตอบกับผูใหญ ๔) เมื่อนั่งเกาอี้อยู ถาผูสูงศักดิ์หรือผูที่เราเคารพอยางสูงมายืนหรือนั่งพูดอยูใกล ๆ เราจะนั่งอยาง เคารพในลักษณะทอดศอกลงบนเขาของเรามือประสานกัน พูดโตตอบกับทานก็ได ดีกวานั่งเกาอี้ตัวตรง เฉยเสีย หอยเทาใหชิดกันแลเก็บเทาใหชิดกับเกาอี้ใหมากที่สุด 3.3 การกราบ และการคลาน 1) การกราบ วิธีกราบ นั่งในทาหมอบพนมือใหชิดกันลงบนพื้นไวขางหนา กมศรีษะละกับพื้นให หวางคิ้วจรดนิ้วหัวแมมือกราบหรือหมอบกราบจะกระทําใหแกผูทรงศักดิ์ เจานาย และอาวุโส และกราบครั้ง เดียวโดยไมแบมือลงกับพื้น
  • 181.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 128 2) การคลาน วิธีคลาน เปนการเคลื่อนตัวผานคนมาก ๆ ซึ่งกําลังนั่งอยูกับพื้น หรือมีผูอาวุโสที่นั่งอยู กับพื้น ประเพณีของเราสอนกันไววาผูมีมารยาทดียอมไมเดินกรายหัวคน วิธีคลานมีหลายชนิด การคลานคือใชกระดูกหัวเขาเคลื่อนออกไปแทนใชเทาเดิน ก. คลานเขา ใชมือทั้งสองวางแบลงกับพื้นพยุงตัวไว นั่งคุกเขาชิดกับพื้น กระดกนิ้วเทายันกับพื้นให ตรงเทาแขนทั้งสองใหมือแบยันพื้นจนสุดแขนแลตามดวยเขาซายสลับกันไปถึงจุดหมายปลายทาง ข. คลานเขา คือคูเขาใหหัวเขาทั้งสองขางเคลื่อนไปขางหนา สลับเขาซายทีหนึ่งขวาทีหนึ่งแทนใชเทา เดินไมตองใชมือชวยพยุงตัวแบบคลานสี่ขาอยางขอ ก. แตการคลานแบบนี้ไมสูเปนที่นิยมถือวาไมสุภาพเทา กับคลานสี่ขาอยางขอ ก. ค. คลานยกของมือเดียว ใชเฉพาะพระมหากษัตริยแลเจานาย แลผูทรงอาวุโส คลานยกของสองมือ ( คลานโขยก )มือทั้งสองถือของคุกเขาแลวตั้งเขาขึ้นขางหนึ่งใหตรง สืบเทาขางหนึ่ง ไปขางหนาโดยการขยับตัว ( โขยางตัวขึ้น ) แลวเปลี่ยนเขาอีกขางหนึ่งตั้งขึ้นสลับกันไปจนถึงจุดหมาย ง. คลานศอก คือคลานเขาอยางธรรมดา แตงอศอกใหลําแขนทอนลางทอดไปตามพื้นใหศอกเลื่อน ไปขางหนาแทนมือ แขนและขาจะเคลื่อนไปพรอม ๆ กัน 3.4 การยืน การยืนเปนอิริยาบถที่ใชกระดูกสวนยาวของขาแลหัวเขาทุกสวนชวยกระดูกเชิงกราน กระดูกสัน หลังพรอมดวยศีรษะขึ้นใหตรงเพื่อใหน้ําหนักลงมาอยูที่ปลายเทาสองขางในเวลาตั้งตัวขึ้นตรง การเคารพ ในทายืน มีดังนี้ ยืนเคารพธงชาติ เปนสัญญลักษณประจําชาติซึ่งเปนที่รักแลหวงแหนของประชาชน ผูเปนเจาของ ชาตินั้น ๆ ทั่วโลก ฉะนั้นเวลาเชิญธงชาติขึ้นเสาแลลงจากเสาทุกวัน เราจึงหยุดเคารพเปนกิจวัตรประจําวัน ของประชาชนที่ไดเห็นแลไดยินเพลงชาติบรรเลงตามเวลาที่เชิญธงชาติขึ้นหรือลง ๑. ในพิธีตาง ๆ เมื่อเห็นคนเชิญธงชาติผานหนา เราตองยืนขึ้นเพื่อทําความเคารพทุกครั้ง ธงชาติเปน สัญญลักษณอันศักดิ์สิทธิ์ของชาติ ในเมื่อขาราชการหรือประชาชนคนใดบําเพ็ญประโยชนใหแกชาติตองเสีย ชีวิตในระหวางปฏิบัติราชการ รัฐบาลจะใชธงชาติคลุมศพเพื่อใหเกียรติอยางสูง ๒. ในทันทีที่ไดเห็นพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวหรือสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราช- ดําเนินมาถึงในงานพิธีตาง ๆ เราตองยืนตรงเพื่อถวายความเคารพ หรือเวลาเราอยูบนถนนก็เชนเดียวกัน คือ รีบหันหนาไปทางที่เสด็จ ฯ ผานแลวหยุดยืนตรงเพื่อถวายความเคารพหรือจะถวายคํานับก็ได ๓. ทุกครั้งที่ไดยินเสียงเพลงสรรเสริญพระบารมีตองหยุดยืนตรงนิ่งอยูกับที่จนกวาจะจบเพลงเพื่อ ถวายความเคารพ แลตองถวายคํานับหรือยกมือไหวเคารพเมื่อเพลงจบ ๔. ยืนตอนรับผูใหญที่กําลังเดินเขามาในงาน ถาเรากําลังนั่งอยูบนเกาอี้ ตองลุกยืนตรงดวยความ สํารวมเรียบรอยแลหันหนาไปทางผูใหญ
  • 182.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 129 ๕. ผูมีมารยาทดีจะยืนตรงหอยแขนและขาตามธรรมชาติเพื่อเคารพผูใหญ แตถาประสานมือไว ขางหนาดวยเปนการแสดงความเคารพทวียิ่งขึ้น 3.5 การเดิน การนอน 1) การเดิน การเดินคืออยูในทายืน กาวขาตรงออกทีละขางสลับกัน งอเขาแลววางเทาใหตรง ประดุจดังเดินบนกระดานแผนเดียว ควรเดินใหเรียบรอย ไมหัวเราะดังหรือสัพยอกกันเอะอะ ไมสายตัว ตั้งศรีษะตรง แขนแกวงพองามไมสูงจนนาเกลียด ถาเดินเปนหมูควรจะเหลียวดูรอเพื่อนที่ตามมาขางหลัง ไมเดินเร็วหรือชาจนเกินไป 2). การนอน การนอนเปนกิริยาทีวางรางกายทุกสวนทอดราบลงบนเตียงหรือบนพื้นที่ใชนอน สุภาพชนควรนอนเฉพาะที่และเหมาะแกกาละไมใชทั่วไป 3.6 การจับมือ การจับมือเปน มารยาทแบบสากลทางกายการจับมือแบบฝรั่งเปนเครื่องหมายแสดงความยินดีใน การตอนรับแสดงความเคารพเปนมิตรไมตรีไวเนื้อเชื่อใจกัน อาการกิริยาที่ใชแสดงการยื่นมือขวาเปลา ๆ ออกมา ยอมแสดงใหทั้งสองฝายเห็นความบริสุทธิ์ซึ่งกันและกัน เปดเผยซึ่งกันและกันวาไมมีอะไรซุกซอน ในมือกอนที่จะจับมือกัน เชนเดียวกับการแสดงความเคารพของประเพณีไทย ดวยการยกมือทั้งสองขางมา พนมแลวกมศรีษะลงแสดงความเคารพ 4. วัฒนธรรมไทยมารยาทการรับประทานอาหาร มารยาทที่ดีในการรับประทานอาหารควรปฏิบัติดังนี้ 1) เมื่อไดรับเชิญไปรับประทานอาหารในงานพิธีใดก็ตาม ไมวาจะเปนการรับประทานแบบไทยแบบ ฝรั่งยอมใชมารยาทสุภาพเชนเดียวกันถาเปนการรับประทานแบบนั่งเกาอี้ก็ตองนั่งตัวตรงเรียบรอยแลใช เครื่องใชในการรับประทานอาหารที่เปนสวนของตน เชน จาน ชาม ชอน สอม มีด จานแบง ผาเช็ดมือ ถวย น้ําแลถวยเหลา ถาเปนอาหาร ไทยตองใชชอนกลางตักอาหารที่เปนของกลาง ไมใชเครื่องมือของตนเอง ตักอาหารซึ่งเปนของกลาง 2) เวลารับประทานอาหารตองรับประทานโดยระมัดระวัง ไมทําใหเลอะเทอะมูมมาม ควรหุบปาก เวลาเคี้ยวอาหารเพื่อระวังมิใหมีเสียงดัง 3) ไมใชมือของตนเองแตะตองหรือหยิบอาหารที่ผูอื่นจะบริโภค อาหารที่เปนของกลาง 4) ในการรับประทานอาหารรวมกับผูอื่นตองรอใหผูมีอาวุโสกวานั่งกอนจึงนั่ง แลผูอาวุโสเริ่มรับ ประทานกอนจึงรับประทาน 5) ถานั่งเกาอี้ควรนั่งตัวตรง ไมทาวศอกบนโตะอาหารถานั่งกับพื้นควรนั่งพับเพียบเรียบรอยและ ตั้งตัวตรงไมทาวแขน
  • 183.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 130 6) การใชผาเช็ดมือ เมื่อเขานั่งโตะอาหารกอนจะรับประทานควรหยิบผาเช็ดมือปูที่ตัก กอนดื่มควรใช ผาเช็ดมือเช็ดปากกอนทุกครั้งเพื่อมิใหแกวเปนคราบ ดื่มเสร็จแลวเช็ดอีกครั้ง 7) ถือชอนดวยมือขวาแลสอมดวยมือซายในเวลารับประทานอาหารแบบไทย 8) การซดน้ําซุบหรือน้ําแกง ยอมซดจากขางชอนแลซดอยางเงียบอยาใหมีเสียงดัง 9) การใชมีด มีไวสําหรับตัดอาหาร จะนําไปจิ้มอาหารเขาปากไมไดไมวาในกรณีใด ๆ ผูใดใชมีด สงอาหารเขาปากผูนั้นเสียมารยาทอยางมาก 10) ในการรับประทานอาหารน้ําชาหรือกาแฟ ชอนกาแฟหรือชอนชามีไวสําหรับใชคนเทานั้นเมื่อ คนเสร็จแลวตองวางไวในจานรองถวยอยาคาชอนไวในถวย แลอยาซดจากชอนเปนอันขาด 11) การรับประทานอาหารแบบไทยหรือแบบพึ่งตัวเอง เรารับประทานดวยมองของเราเอง กอนรับ ประทานตองลางมือใหสะอาด ใชผาสะอาดปูลาดบนพื้นบาน ผูที่จะรับประทานนั่งลงลอมวงกันตักขาวใส จานกนตื้นใหครับคนลงมือตักขาวกับใสจานดวยชอนกลาง ใชมือขาวขยุมของที่ตักมากับขาวในจานใหเปน กอนใหพอดีกับปากของตัว ใชนิ้วหัวแมมือผลักกอนขาวใหเขาไปอยูในปาก ตองระวังอยาใหรวงหลนออก จากปากจะเปนการเสียมารยาท 12) การรับประทานอาหารชนิดชวยตัวเองหรือบุฟเฟท โดยมากจัดสําหรับเมื่อมีแขกมาก ๆ คือเจา ของบานจะวางอาหารพรอมทั้งคาวหวานแยกกันไวเปนหมู จัดอยางสวยงามทั้งคาวหวาน แลวเชิญแขกที่ รับเชิญไปแบงรับประทานเองตามใจชอบ 13) ผูรับเชิญจะเดินไปหยิบเครื่องมือสําหรับรับประทานกอน เชน จาน ชาม สอม ชอน มีด และอื่น ๆ 14) เมื่อมีเครื่องอุปกรณพรอมแลวจึงเดินเลือกอาหารตามใจชอบ 15) เราควรจะรูจักกระเพาะอาหารของเราใหดีวาจะบรรจุอาหารนักเทาใด แลวแบงใหพอดีกับความ ตองการของตน อยาโลภตักแบงไปจนรับประทานไมหมด และอยาแบงโดยคุยเขี่ยทําลายความสวยงามที่เขา ตบแตงอาหารไว 16) เมื่อรับประทานอาหารเสร็จแลวก็วางไวที่ใดที่หนึ่งที่เหมาะแกจานชามที่ใชแลว หรือสงใหคน รับใชที่เดินเก็บจานชามที่แขกรับประทานเสร็จแลวก็ได 5. วัฒนธรรมไทยการใชวาจาที่สุภาพ ประเพณีนิยมถือความลดหลั่นกันในทาง ชาติวุฒิ คุณวุฒิ และวัยวุฒิ ซึ่งแสดงวาเปนชาติที่มีความรู สิกนึกคิดประณีต แสดงออกใหเห็นทางความประพฤติทั้งกายวาจาและใจ วาจาไพเราะหรือที่เรียกเปนศัพท วา ปจะวาจานั้น ไดแกถอยคําที่เวนจากวจีทุจริต วาจาไพเราะเปนคุณสมบัติสําคัญในการพูด เพื่อความสงบ สําเร็จประโยชนตนประโยชนทานและยอมยึดเหนี่ยวใจของผูฟงไดใหเกิดความนิยมรักใครนับถือผูพูด มารดาบิดาเจรจากับบุตรดวยถอยคําออนหวาน คํานั้นยอมจับใจของบุตรธิดา ทําใหเกิดความรักใครนับถือ และกตัญูตอบิดามารดายิ่งขึ้น บุตรธิดารูจักพูด มารดาบิดายอมรักเอ็นดูมากขึ้น ผูมีมารยาทจะตอง ระมัดระวังในการใชวาจา คือ
  • 184.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 131 1) ตองระวังมิใชวาจาเท็จ อันเปนเหตุใหคนทั้งหลายคลายความเชื่อถือ เพราะความเท็จนั้นจะปรากฏ ขึ้นมิวันใดก็วันหนึ่ง ถามีผูจําไดก็จะเห็นไปวากิริยาวาจาที่บุคคลพูดเท็จอยางสุภาพเรียบรอยนั้นเปนเสมือน เปลือกที่หุมหอรางกายอยูภายนอก แตภายในไมมีอะไรดีเลย เหมือนกับตนกลวยเรียบรอยขางนอก แตภายใน ไมมีแกน 2) ไมใชวาจายุยงสอเสียดใหผูอื่นแตกราว หรือระหองระแหงกัน ควรหลีกเสียอยางเด็ดขาด การ สนทนาที่ดียอมไมกลาวถึงใครในแงราย ใหกลาวถึงเรื่องที่ไมพาดถึงบุคคลในทางที่จะทําใหเขาเสียหาย ควร พูดนทนาในทาที่จะเกิดความรู 3) ไมกลาววาจาหยาบคายเสียดสีดูถูก หรือขัดคอผูอื่น จะทําใหขัดเคืองกันและเปนการนาละอาย สําหรับผูที่แสดงวาจาเชนนั้นออกมา เพราะจะทําใหผูไดยอนไดฟงรูไปถึงวาผูพูดมีการอบรมมาอยางไร 4) ตองพยายามใชคําพูดที่เหมาะสมที่ควรและถูกหูผูที่เราพูดดวย การพูดวาจาไพเราะยอมเปนที่นิยม ชมชอบแกผูไดยินไดฟงมาก และยังใหประโยชนแกตนเองใหเปนที่นับถือของคนทั้งหลาย ถาเขาใจพูดอาจ ยังผูนอยใหมีแกใจทํากิจการดวยความจงรักภักดี 5) ยอมไมพูดเสียงดังจนเกินไป หรือพูดพลางหัวเราะพลางในกลุมคนที่ตนรวมสนทนาดวย จะทําให ผูพูดเสียบุคลิกลักษณะของสุภาพชน 6) คูสนทนาที่ดีนั้นมิใชจะเปนผูพูดอยางเดียว หรือฟงอยางเดียว จะตองปฏิบัติใหพอดี คือรูจักพูดให ผูฟงพอใจและเปนนักฟงที่สนใจ 7) สุภาพสตรียอมมีความสํารวมกายอยูเปนนิจ ไมสงเสียอื้ออึง ไมทําสนิทหรือหยอกลอกับบุรุษใน ที่ลับและที่เปดเผย ไมพูดจาหยาบคาย ไมหัวเราะสงเสียงดัง พูดดังเกินงามจนเปนจุดเดนใหคนอื่นหันมา จองมอง 2) ประเพณีไทย ประเพณีทองถิ่น ประเพณีไทยหรือขนบธรรมเนียม ประเพณีไทยอันดีงามที่สืบทอดตอกันมานั้น ลวนแตกตางกันไป ตามความเชื่อ ความผูกพันของผูคนตอพุทธศาสนาและการดํารงชีวิตที่สอดประสานกับฤดูกาลและธรรม ชาติอยางชาญฉลาดของชาวบานในแตละทองถิ่น ทั่วแผนดินไทย เชน ภาคเหนือ ประเพณีบวชลูกแกวของคนไตหรือชาวไทยใหญที่จังหวัดแมฮองสอน ภาคอีสาน ประเพณีบุญบั้งไฟของชาวจังหวัดยโสธร ภาคกลาง ประเพณีทําขวัญขาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ภาคใต ประเพณีแหผาขึ้นธาตุของชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช เปน ตน นอกจากนี้ ประเพณีและอารยธรรมไทยยังนํามาซึ่งการทองเทียว เปนที่รูจักและประทับใจแกชาติอื่น นับเปนมรดกอันลําคาที่เราคนไทยควรอนุรักษและสืบสานใหยิ่งใหญตลอดไป
  • 185.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 132 1. ขนบธรรมเนียมประเพณีไทยที่ควรรูจัก ตัวอยางขนบธรรมเนียมประเพณีไทยที่สําคัญมีดังนี้ 1.1) ประเพณีฮีตสิบสอง ชวงเวลา ความสําคัญ พิธีกรรม และ สาระ ประเพณีทองถิ่นกาฬสินธุ ยังยึดถือ และปฏิบัติตาม ฮีตสิบสอง คําวา "ฮีต" หมายถึง จารีต ขนบธรรมเนียมประเพณี แบบแผนฮีตที่ถือปฏิบัติกันอยู ๑๒ อยาง ภาษาพื้นบานเรียกวา "บุญ" ดังนี้ ๑) บุญขาวกรรม เกี่ยวกับพระภิกษุตองอาบัติสังฆาทิเสส ตองอยูกรรมจึงจะพนอาบัติ ถือวาเปน ผูบริสุทธิ์ในระหวางภิกษุเขากรรม ญาติ โยม สาธุชน ผูหวังบุญกุศล จะไปรวมทําบุญบริจาคทาน รักษาศีล เจริญภาวนา และฟงธรรม เปนการรวมทําบุญระหวางพระภิกษุ สามเณร และชาวบาน กําหนดวันขึ้น ๑๕ ค่ํา เดือนอาย เรียกอีกอยางหนึ่งวา "บุญเดือนอาย" ๒) บุญคูนลาน การทําบุญคูนลาน จะทําที่วัด หรือที่บานก็ได โดยชาวบานจะเอาขาวมารวมกัน แลว นิมนตพระภิกษุมาเจริญพระพุทธมนต จัดน้ําอบ น้ําหอมไวประพรม วนดายสายสิญจนบริเวณรอบกองขาว ตอนเชามีการถวายอาหารบิณฑบาต และนําเอาน้ําพระพุทธมนตไปรดกองขาว ถาทําที่บานเรียกวา "บุญกุม ขาว" กําหนดในเดือนยี่ เรียกอยางหนึ่งวา "บุญเดือนยี่ ๓) บุญขาวจี่ เดือนสามชาวบานนิยมทําบุญขาวจี่ เพื่อถวายพระ เปนการละทานชนิดหนึ่ง และถือวา ไดรับอานิสงสมากงานหนึ่ง กําหนดทําบุญในเดือนสาม ๔) บุญพระเวส บุญที่มีการเทศพระเวส หรือบุญมหาชาติ หนังสือมหาชาติเปนหนังสือชาดกที่แสดง จริยวัตรของพระพุทธเจา เมื่อเสวยชาติเปนพระเวสสันดร กําหนดทําบุญเดือนสี่ จึงเรียกอีกอยางหนึ่งวา "บุญเดือนสี่" ๕) บุญสรงน้ํา บุญสรงน้ํา มีการรดน้ํา หรือสรงน้ําพระพุทธรูป พระสงฆ และผูหลักผูใหญ มีการทํา บุญทําทาน เรียกอีกอยางหนึ่งวา "บุญตรุษสงกรานต" กําหนดทําบุญในเดือน หา ๖) บุญบั้งไฟ กอนการทํานาชาวบานในจังหวัดในภาคอิสาน จะมีการฉลองอยางสนุกสนาน โดยการ จุดบั้งไฟ เพื่อไปบอกพญาแถน เชื่อวาจะทําใหฝนตกถูกตองตามฤดูกาล มีการตกแตงบั้งไฟใหสวยงามนํามา ประกวดแห แขงขันกันในวันรุงขึ้น กําหนดทําบุญในเดือน หก ๗) บุญซําฮะ ซําฮะ คือการชําระลางสิ่งสกปรก รกรุงรังใหสะอาดหมดจด เมื่อถึงเดือน ๗ ชาวบาน จะรวมกันทําบุญโดยยึดเอา "ผาม หรือศาลากลางบาน" เปนสถานที่ทําบุญ ชาวบานจะเตรียมดอกไมธูปเทียน โอน้ํา ฝายใน ไหมหลอด ฝายผูกแขน แหทรายมารวมกันที่ ผามหรือศาลากลางบาน ตอนเย็นนิมนตพระสงฆ มาเจริญพระพุทธมนต ตอนเชาถวายอาหาร เมื่อเสร็จพิธีทุกคนจะนําน้ําพระพุทธมนต ฝายผูกแขน แหทราย ของตนกลับบาน นําน้ํามนตไปรดลูกหลาน ทรายนําไปหวานรอบบาน ฝายผูกแขนนําไปผุกขอมือลูกหลาน เพื่อใหเกิดสวัสดิมงคลตลอดป ถามีการเจ็บไขไดปวยตองมีการสวดถอด เปนตน กําหนด ทําบุญในเดือน ๗ ๘) บุญเขาพรรษา ในเทศกาลเขาพรรษา เปนเวลาที่พระภิกษุสงฆจะตองบําเพ็ญไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ ปญญา ใหบริบูรณ สวนคฤหัสถก็จะตองบําเพ็ญบุญกริยาวัตถุ ๓ คือ ทาน ศีล ภาวนา ใหเต็มเปยม
  • 186.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 133 ตอนเชาญาติโยมจะนําอาหารมาถวายพระภิกษุ ตอนบายนําดอกไมธูปเทียน ขาวสาร ผาอาบน้ําฝน รวมกันที่ ศาลาวัด ตอนเย็นญาติโยมพากันทําวัตรเย็นแลวฟงเทศน กําหนด วันแรม ๑ ค่ํา เดือน ๘ จึงเรียกอีกอยางหนึ่ง วา "บุญเดือน ๘" ๙) บุญขาวประดับดิน หออาหาร และของขบเคี้ยวเปนหอๆ แลวนําไปถวายวางแบไวกับดิน จึงเรียก วา "บุญขาวประดับดิน" ชาวบานจะจัดอาหารคาว หวาน และหมากพลู บุหรี่ กะวาใหได ๔ สวน สวนที่ ๑ เลี้ยงดูกันในครอบครัว สวนที่ ๒ แจกใหญาติพี่นอง สวนที่ ๓ อุทิศไปใหญาติที่ตาย สวนที่ ๔ นําไปถวาย พระสงฆ ทําเปนหอๆใหไดพอควร โดยนําใบตองกลวย มาหอของคาว หวาน หมากพลู บุหรี่ แลวเย็บรวมกัน เปนหอใหญ ในระหวาง เชามืดในวันรุงขึ้นจะนําหอเหลานี้ไปวางไวบริเวณวัด ดวยถือวาญาติพี่นองจะมารับ ของที่นั่น (เชื่อกันวาเปนวันยมทูตเปดนรกชั่วคราว ใหสัตวนรก มารับของทานในระยะหนึ่ง และยังถือวา เปนวันกตัญูอีกดวย) ตอนเชานําอาหารอีกสวนหนึ่งไปถวายพระ ฟงพระธรรมเทศนา เสร็จแลวทําพิธีอุทิศ สวนกุศลใหแกญาติผูที่ลวงลับไปแลว กําหนดทําบุญในเดือน ๙ ๑๐) บุญขาวสาก การเขียนชื่อลงในพาขาว (สํารับกับขาว) เรียกวาขาวสาก (สลาก) ญาติโยมจะจัด อาหารเปนหอๆ แลวนําไปแขวนไวตามตนไม โดยทํากันในตอนกลางวัน กอนเพล เปนอาหาร คาว หวาน พอถึงเวลา ๔ โมงเชา พระสงฆจะตีกลองโฮม (รวม) ญาติโยมจะนําพาขาว (สํารับกับขาว) ของตนมารวมกัน ณ ศาลาการเปรียญ เจาภาพจะเขียนชื่อลงในกระดาษมวนลงในบาตร เมื่อพรอมแลวหัวหนากลาวนําคําถวาย สลากภัต จบแลวยกบาตรสลากไปใหพระจับ ถูกชื่อใคร ก็ใหไปถวายพระองคนั้น กอนจะถวายพาขาวใหนํา พาขาว ๑ พา มาวางหนาพระเถระ แลวใหพระเถระ กลาวคําอุปโลกน กําหนด บุญขาวสากนิยมทํากันใน เดือน ๑๐ ๑๑) บุญออกพรรษา การทําบุญออกพรรษานี้ เปนการเปดโอกาสใหพระภิกษุสงฆไดมีโอกาสวากลาว ตักเตือนกันได พระภิกษุสงฆสามารถเดินทางไปอบรมศีลธรรม หรือไปเยี่ยม ถามขาวคราว ญาติพี่นองได และภิกษุสงฆสามารถหาผามาผลัดเปลี่ยนไดเมื่อถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๑ ตั้งแตเชามืดจะมีการตีระฆังให พระสงฆไปรวมกันที่โบสถแสดงอาบัติเชา จบแลวมีการปวารณา คือเปดโอกาสใหพระภิกษุสงฆดวยกันวา กลาวตักเตือนกันไดกําหนด บุญออกพรรษาในเดือน ๑๑ ๑๒)บุญกฐิน ผาที่ใชสดึงทําเปนกรอบขึงเย็บจีวร เรียกวาผากฐิน ผูใดศรัทธา ปรารถนาจะถวายผากฐิน ณ วัดใดวัดหนึ่งใหเขียนสลาก (ใบจอง) ไปติดไวที่ผนังโบสถ หรือศาลาวัด ทั้งนี้เพื่อไมใหผูอื่นจองทับ เมื่อ ถึงวันกําหนดก็บอกญาติโยมใหมารวมทําบุญ มีมหรสพสมโภช และฟงเทศน รุงเชาก็นําผากฐินไปทอดถวาย ที่วัดเปนอันเสร็จพิธี กําหนด ทําบุญระหวางวันแรม ๑ ค่ําเดือน ๑๑ ถึง วันขึ้น ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๒ 1.2) งานเทศกาลไหม และประเพณีผูกเสี่ยว ชวงเวลา วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน-๑๐ ธันวาคม ของทุกป ความสําคัญงานเทศกาลไหมเปนงานที่ จังหวัดขอนแกนไดจัดขึ้นทุกป เริ่มตั้งแต พ.ศ. ๒๕๒๒ จนถึงปจจุบันโดยมีวัตถุประสงคเพื่อสงเสริมอาชีพ การทอผาไหม มีหนวยงานทั้งภาครัฐและเอกชนรวมออกรานแสดงผลิตภัณฑและจําหนายสินคาพื้นเมือง
  • 187.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 134 (ผาไหม) และของที่ระลึกอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีการแสดงเพื่อฟนฟูและสงเสริมศิลปวัฒนธรรมทองถิ่น ประเพณีผูกเสี่ยว ก็เปนประเพณีสําคัญที่จัดขึ้นพรอมกันกับงานเทศกาลไหม โดยมีวัตถุประสงค เพื่อใหคน ในทองถิ่นและคนในชาติมีความรักใครกลมเกลียว สมัครสมานสามัคคีและชวยเหลือเกื้อกูลกันคําวา "เสี่ยว" เปนภาษาถิ่นอีสาน แปลวา มิตรแท เพื่อนแท เพื่อนตาย มีความผูกพัน ซื่อสัตย และจริงใจตอกันพิธีกรรม อุปกรณที่สําคัญมีพานบายศรีอาจเปนบายศรี ๓ ชั้น ๕ ชั้น หรือ ๗ ชั้น และมีเครื่องประกอบอีก หลายอยาง คือ สุรา ๑ ขวด ไขไกตม ๑ ฟอง ขาวตมมัด ๔ หอ กลวยสุก ๔ ผล ขาวเหนียวนึ่ง ๑ ปน ใบพืชที่ เปนมงคล เชน ใบคูน ใบเงิน ใบทอง ใบยอ ดอกรัก และที่ขาดไมไดคือ ฝายผูกแขน เชิญแขกมงคลมารวมพิธี คูเสี่ยวนั่งลอมพานบายศรี หมอพราหมณเริ่มพิธีดวยการจุดเทียนที่พานบายศรี อัญเชิญเทวดาลงมาเปนสักขี พยาน กลาวถึงงานบายศรีสูขวัญเนื่องในโอกาสตาง ๆ เชน งานมงคลสมรส มีบุตรใหม ขึ้นบานใหม การ เลื่อนยศ การผูกเสี่ยว การบวชนาค ฯลฯ แลวกลาวคําอัญเชิญขวัญตามโอกาส เมื่อถึงบทเชิญขวัญผูรวมพิธีจะ ตะโกนเรียกขวัญของผูรวมพิธีใหมาอยูกับเนื้อกับตัว จบแลวหมอพราหมณและแขกจะนําดวยมงคลผูกขอมือ ของคูขวัญ พรอมทั้งใหศีลใหพร ใหรักใครสามัคคี ชวยเหลือเกื้อกูลกัน ตอจากนั้นคูขวัญก็จะผูกขอมือซึ่งกัน และกัน เปนอันเสร็จพิธี เรียกขวัญเพื่อเปนการเตือนสติใหรูจักภาวะของตนเอง เชน จะแตงงาน บวช หรือเสี่ยว จะตองปฏิบัติ อยางไร เชื่อกันวา ขวัญสิงสถิตอยูในสวนตาง ๆ ของรางกายและจิตใจ เมื่อทําพิธีเรียกขวัญแลวก็จะเกิดพลัง กายและพลังใจที่เขมแข็งได 1.3) ประเพณีไหลเรือไฟ ชวงเวลา วันขึ้น ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๑ ถึงวันแรม ๑ ค่ํา เดือน ๑๑ (ประมาณเดือนตุลาคม) ที่จังหวัดนครพนม ความสําคัญ เพื่อบูชารอยพระพุทธบาทที่ประทับไวริมฝงแมน้ํานัมมทานที ในแควนทักษิณาบทประเทศ อินเดียเพื่อบูชาทาวผกาพรหมเพื่อขอขมาลาโทษแมน้ําที่เราทําใหสกปรกเพื่อเอาไฟเผาความทุกขใหหมดไป แลวลอยไปกับแมน้ํา พิธีกรรม นําเรือไปลอยในแมน้ํา กอนลอยใหกลาวคําบูชาดังนี้ อะหัง อิมินา ปะทีเปนะ นัมมากายะ นะทิยา ปุเลนิ ปาทะวะอัญชิง อภิปูเชนิ อะยัง ปะทีเปนะ มุนิโน ปาทะวะอัญชัง ปูชา มัยหัง ที่ฆรัตตัง หิตายะ สุขายะ สังวัตคะตุ" แปลวา ขาพเจาขอนอมบูชารอยพระพุทธ บาทของพระมุนีเจาอันประดิษฐานอยู ณ หาดทรายแหงแมน้ํานัมมทานทีโพนดวยประทีปนี้ ขอใหการบูชา รอยพระบาทสมเด็จพระมุนีเจาดวยประทีป ในครั้งนี้จงเปนไปเพื่อประโยชน เพื่อความสุขแกขาพเจาทั้ง หลาย ตลอดกาลนานเทอญ เปรียบเทียบใหเห็นชีวิตมนุษย มีเกิด มีเจริญกาวหนา และดับไปในที่สุดหรือ ชีวิตมนุษยเปนอนิจจัง 1.4) งานมหกรรมโปงลาง แพรวากาฬสินธุ ชวงเวลา ระหวางวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ-๖ มีนาคม ของทุกป ที่จังหวัดกาฬสินธุ ความสําคัญ โปงลาง ถือไดวาเปนเครื่องดนตรีที่เปนเอกลักษณและเปนสัญลักษณของจังหวัดกาฬสินธุ ทั้งนี้เพราะโปงลางไดเปลี่ยนสภาพจากขอลอหรือเกราะลอ มาเปนเครื่องดนตรีธรรมชาติประเภทเครื่องตีไม
  • 188.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 135 โดยปราชญชาวบานของจังหวัดกาฬสินธุคือ นายเปลื้อง ฉายรัศมี ไดพัฒนาจนกลายมาเปนเครื่องดนตรีชิ้น หนึ่ง บรรเลงรวมกับเครื่องดนตรีพื้นบานอีสานชิ้นอื่น ๆ จนเกิดเปนวงดนตรีโปงลาง มีการคิดทาฟอน ประกอบลายโปงลางรวมทั้งการแสดงตาง ๆ ที่ดัดแปลงมาจากวิถีชีวิตธรรมชาติของคนชนบทอีสาน จนเปน ที่รูจักและยอมรับกันโดยทั่วไป เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๓๓ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จทรง โปงลางที่วิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ ทรงรวมวงโปงลาง บรรเลงลายเตยโขงและลายลมพัดพราว ที่พลิ้ว หวานจับใจ จังหวัดกาฬสินธุจึงถือเอาวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ ของทุกปเปนวันเริ่มงานมหกรรมโปงลาง แพรวา และกาชาดจังหวัดกาฬสินธุสืบตอกันมา 1.5) งานประจําป ฉลองอนุสาวรียเจาพอพระยาแล ชวงเวลา ระหวางวันที่ ๑๒-๒๐ มกราคม ของทุกป ที่จังหวัดชัยภูมิ ลักษณะความเชื่อ ประชาชนในจังหวัดชัยภูมิ ประมาณรอยละ ๙๕ เปนคนทองถิ่นเดิมมีวัฒนธรรม ประเพณีที่มีลักษณะผสมผสานระหวางความเชื่อดั้งเดิมของทองถิ่นกับหลักปฏิบัติทางพุทธศาสนา ประกอบ กับประวัติศาสตรความเปนมาของจังหวัด มีลักษณะเดนชัดที่เนนและเชิดชูวีรกรรมความซื่อสัตยกตัญูของ เจาพอพระยาแล ทําใหมีงานประจําปและงานประเพณีซึ่งแสดงถึงวัฒนธรรมของจังหวัดสืบตอกันมา ความสําคัญ จัดขึ้นเพื่อรําลึกถึงคุณงามความดีของเจาพอพระยาแล ผูสรางเมืองชัยภูมิคนแรก พิธีกรรม จัดในชวงเวลา ระหวางวันที่ ๑๒-๒๐ มกราคมของทุกป ในการจัดงานนี้ประกอบดวย พิธีบวงสรวงดวงวิญญาณของเจาพอพระยาแล ขบวนแหเครื่องสักการะอนุสาวรียเจาพอ ขบวนถวายชางแด เจาพอ และขบวนแหของอําเภอตาง ๆ รวมทั้งการออกราน จัดนิทรรศการของหนวยงานราชการและเอกชน การประกวดผลิตผลทางการเกษตร เปนการเชิดชูวีรกรรมความซื่อสัตยกตัญูของเจาพอพระยาแล 1.6) ประเพณีขึ้นเขาพนมรุง ชวงเวลา เดือนเมษายนทุกป (วันเพ็ญเดือนหา) ที่จังหวัดบุรีรัมย ประเพณีขึ้นเขาพนมรุง เริ่มขึ้นเปนครั้งแรก เมื่อป พ.ศ. ๒๔๘๑ โดยความคิดริเริ่มของทานเจาคุณ โอภาสธรรมญาณ จากวัดทาประสิทธิ์ จังหวัดสุรินทร ซึ่งเดินทางมาเพื่อปฏิบัติธรรมวิปสสนากรรมฐานที่ เขาพนมรุง ซึ่งขณะนั้นยังไมมีทางขึ้นสูตัวปราสาท ผูที่สนใจอยากขึ้นชมปราสาทตางคนตางขึ้นมาเองโดย ไมกําหนดเวลาประกอบกับจังหวัดสุรินทรมีประเพณีขึ้นเขาสวายในวันแรม ๑ ค่ํา เดือน ๕ ของทุกๆ ป ทาน เจาคุณโอภาสธรรมญาณเห็นวาประเพณีขึ้นเขาเปนสิ่งดี เพื่อใหประชาชนไดรวมกันทําบุญพบปะสังสรรค สรางความสามัคคีและมีโอกาสไดพักผอนหยอนใจอีกดวย จึงริเริ่มใหจัดงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุงเปนครั้ง แรกในวันเพ็ญเดือน ๕ ป พ.ศ. ๒๔๘๕ และประเพณีขึ้นเขาพนมรุงก็ไดปฏิบัติสืบตอกันมาจนกระทั่ง ปจจุบันเปนที่นาสังเกตวาในชวงงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุงทุกปจะมีปรากฏการณที่สําคัญอยางหนึ่งที่เกิด ขึ้นเปนประจําทุกป คือในชวงเวลานั้นเราจะมองเห็นดวงอาทิตยขึ้นตรงตามความยาวของปราสาทเรา สามารถมองลอดประตูทางดานทิศตะวันตกฝากรอบประตูตางๆ กวา ๑๐ กรอบ ทะลุผานประตูปรางค
  • 189.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 136 ประธาน และทะลุออกซุมประตูหนา ความยาว ๘๘ เมตร มองเห็นดวงอาทิตยขึ้นตรงกรอบประตูพอดี ความสําคัญ เปนวันที่ประชาชนทั่วไปรวมทําบุญปดทองนมัสการรอยพระพุทธบาทจําลอง ที่ ประดิษฐานอยูในปรางคองคนอยและทําใหชาวบานไดมีโอกาสพบปะสังสรรคแลกเปลี่ยนความรูประสบ การณ โดยเฉพาะการทอผาไหมทั้งนี้เพราะในชวงงานประเพณีขึ้นเขา ชาวบานหญิงชายจะแตงกายดวย ผาไหมทอลวดลายสวยงามประณีตที่สุดของตนเองเปนการอวดฝมือและความสามารถสรางชื่อเสียงของ หมูบานและของตนเองอีกดวยและยังเปนโอกาสใหชาวบานไดเที่ยวชมความงามของปราสาทพนมรุง และ ชักชวนใหคนเดินทางมาเที่ยวชมในงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุงมากขึ้นทุกป เปนการแสดงถึงความพรอมเพรียง สามัคคีของประชาชนในทองที่อําเภอประโคนชัย และบริเวณใกล เคียงและยังเปนการอนุรักษประเพณีวัฒนธรรมทองถิ่น 1.7) ประเพณีบุญเบิกฟา ชวงเวลา วันขึ้น ๓ ค่ํา เดือน ๓ ของทุก ๆ ป (อยูระหวางปลายเดือนมกราคม-ตนเดือนกุมภาพันธ) ความสําคัญ ประเพณีบุญเบิกฟา เปนประเพณีของชาวมหาสารคามที่ประกอบขึ้นตามความเชื่อวา เมื่อ ถึงวันขึ้น ๓ ค่ํา เดือน ๓ ของทุกๆ ป ฟาจะเริ่มไขประตูฝน โดยจะมีเสียงฟารอง และทิศที่ฟารองเปนสัญญาณ บงบอกตัวกําหนดปริมาณน้ําฝนที่จะตกลงมาหลอเลี้ยงการเกษตรในปนั้น ๆตํานานโบราณกลาวถึงทิศที่ฟา รองวา ๑. ทิศบูรพา มีครุฑเปนสัตวประจําทิศ เปนทิศประตูน้ํา ถาฟารองทิศนี้ฝนจะดี ขาวกลาในนาจะอุดม สมบูรณ คนทั้งปวงจะไดทําบุญใหทานอยางเต็มที่ ๒. ทิศอาคเนย มีแมวเปนสัตวประจําทิศ เปนทิศประตูลม ถาฟารองทางทิศนี้ฝนจะนอย นาแลง คนจะ อดอยาก และเกิดโรคระบาด ๓. ทิศทักษิณ มีราชสีหเปนสัตวประจําทิศ เปนทิศประตูทอง ถาฟารองทางทิศนี้ฝนจะมาก น้ําจะทวม ขาวกลาในนาเสียหายถึงสองในหาสวน นาลุมเสีย นาดอนดี มีปูปลาอุดมสมบูรณ ๔. ทิศหรดี มีเสือเปนสัตวประจําทิศ เปนทิศประตูตะกั่วหรือประตูชิน ถาฟารองทางทิศนี้ฝนจะดี น้ํา งามพอเหมาะ ผลหมากรากไมอุดม ปูปลามีมาก ขาวกลาบริบูรณ ผูคนมีความสุข ๕. ทิศปจจิม มีนาคเปนสัตวประจําทิศ เปนทิศประตูเหล็ก ถาฟารองทางทิศนี้ฝนจะแลง น้ํานอย ขาว กลาในนาแหงตาย เสียหายหนัก ๖. ทิศพายัพ มีหนูเปนสัตวประจําทิศ เปนทิศประตูหินถาฟารองทางทิศนี้ฝนจะตกปานกลาง ขาวกลา ไดผลกึ่งหนึ่ง เสียหายกึ่งหนึ่ง ปูปลามีนอย คนจักปวยไข ๗. ทิศอุดร มีชางเปนสัตวประจําทิศ เปนทิศประตูเงิน ถาฟารองทางทิศนี้ ฝนจะดี ขาวกลาในนา งอก งามดี คนมีสุขทั่วหนา ๘. ทิศอีสาน มีงัวเปนสัตวประจําทิศ เปนทิศประตูดิน ถาฟารองทางทิศนี้ ฝนจะดีตลอดป ขาวกลาใน นาจะงอกงามสมบูรณดี คนจะมีความสุขเกษมตลอดปอยางถวนหนาดวยความเชื่อตามตํานานดังกลาว ชาวมหาสารคามจึงมีประเพณีบุญเบิกฟา (เดิมเรียกวาบุญเบิกบาน) เพื่อขอพรจากแถน (เทพผูเปนใหญ)
  • 190.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 137 ใหไขประตูฟาทางทิศที่เปนมงคลอนึ่งในวันขึ้น ๓ ค่ําเดือน ๓จะมีปรากฏการณมหัศจรรยเกิดขึ้น ๓ อยางคือ ๑. กบไมมีปาก คือจะมีแผนเยื่อเกิดขึ้นปดรูกบเปนอันวาวันนั้นกบจําศีล ไมฆาสัตวอื่น ๆ เปนอาหาร ๒. นากไมมีรูทวาร คือมีแผนเยื่อเกิดขึ้นปดทวารหนักของตัวนาก เปนอันวานากจะไมขับถายในวัน นั้น เพราะไมไดกินอาหาร ๓. มะขามปอมจะมีรสหวาน พิธีกรรม พิธีกรรมบุญเบิกฟา มี ๔ อยางคือ ๑. จัดพิธีสูขวัญขาว ชาวอีสานเรียกวาทําบุญตุมปากเลา ๒. หาบปุยคอก (ชาวอีสานเรียกวาฝุน)ไปใสผืนนา ๓. ทําบุญเฮือน (ทํารวมกับทําบุญปากเลา) ๔. นําขาวเปลือกเต็มกระบุงไปถวายวัด สาระ ประเพณีบุญเบิกฟา มีประโยชนตอวิถีชีวิตและจิตใจของเกษตรกรคือ ๑. เปนการเตรียมพรอมที่จะลงมือทําการเกษตรไดทันฤดูกาล เพราะเมื่อถึงเทศกาลบุญเบิกฟา พวกเขา ยอมไดทําบุญใหเกิดขวัญและกําลังใจ ไดหาบปุยคอกบํารุงดิน แลวเตรียมกาย เตรียมใจและเครื่องมือให พรอมที่จะทํานา ๒. เปนผูมีความเชื่อมั่นศรัทธาตอพุทธศาสนา เพราะไดทําบุญเปนประจําทุกป ทําใหรูจักเสียสละไม ตระหนี่ถี่เหนียว ๓. เปนผูมีความกตัญูตอผืนนา สิ่งแวดลอม ดินฟาอากาศ ตลอดจนเทพตาง ๆ ที่เชื่อวาเปนผูบันดาล ฝนและธัญญาหารเชน พญาแถน และพระแมโพสพ เปนตน ๔. เปนผูรูจักประหยัดเชน รูจักเก็บขาวไวในยุงฉางอยางมีระเบียบ แมแตจะ ตักออกก็ยังมีพิธีกรรม อันศักดิ์สิทธิ์ ชวยเตือนสติไมใหใชขาวอยางสุรุยสุราย ดังคําสอนของสมเด็จพระสัมมาพุทธเจาที่วา "นตฺถิ ธฺญสม ธน" แปลวา "ทรัพยเสมอดวยขาวเปลือกไมมี" 1.8) บุญขาวสาก (บุญเดือนสิบ) ชวงเวลา เดือนตุลาคม (วันขึ้น ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๐) ที่จังหวัดยโสธร ความสําคัญ ประเพณีบุญขาวสาก เปนประเพณีที่จัดขึ้นเพื่ออุทิศสวนกุศลใหกับผูที่ลวงลับไปแลว และ เพื่ออุทิศสวนกุศลใหกับสัตวนรกหรือเปรต พิธีกรรม ประกอบดวย ๑. วันเตรียมขาวสาก วันขึ้น ๑๔ ค่ํา เดือน ๑๐ ขาวสาก (ภาษากลางเรียกขาวกระยาสารท) คือการเอา ขาวเมาพอง คลุกกับขาวตอกแตก แลวใสน้ําออย น้ําตาล ถั่ว งา แลวคลุกเขาดวยกัน นอกจากนี้ชาวบานจะ เตรียมขาวตม ขนม อาหารคาวหวาน หมาก พลู และบุหรี่ไวทําทาน ๒. ในตอนเชาของวันขึ้น ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๐ ชาวบานจะนําอาหารไปตักบาตรอุทิศสวนกุศลใหญาติผู ลวงลับไปแลว หลังจากพระสงฆฉันจังหันเสร็จแลวมีการฟงเทศน ๓. พอถึงตอนเพลจะเปนพิธีแจกขาวสาก ขาวสากที่จะนําไปแจกนั้น จะหอดวยใบตองกลวยกลัดหัว
  • 191.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 138 กลัดทายมีรูปคลายกลีบขาวตมแตไมพับสนตอง เย็บติดกันเปนคูๆ ของที่ใสในหอไดแก ขาวตม ขาวสาก ปลา เนื้อ หมาก พลู และบุหรี่ พิธีแจกก็เอาหอยไวตามตนไมหรือตามรั้ว พอเสร็จหมดก็ตีกลองหรือโปง ใหสัญญาณบอกเปรตมารับเอา หลังจากนั้นก็แยงกันเก็บคืน มือใครยาวสาวไดสาวเอา ซึ่งตอนนี้เรียกวา "แยงเปรต" ภาษาอีสานเรียกวา "ยาดขาวสาก" เก็บมาแลวเอาไปใสตามไรนา ตามตาแฮก เพื่อใหขาวในนา อุดมสมบูรณ สาระ เปนประเพณีการทําบุญที่จัดขึ้นเพื่ออุทิศสวนกุศลใหกับผูที่ลวงลับไปแลว และเพื่ออุทิศสวน กุศลใหกับสัตวนรกหรือเปรต 1.9) ประเพณีบุญบั้งไฟ (บุญเดือนหก) ชวงเวลา เดือนพฤษภาคม ความสําคัญ ชาวจังหวัดยโสธรรอยละ ๘๕ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ชาวยโสธรจึงจัดประเพณี บุญบั้งไฟ เปนการทําบุญประจําปทุกปในชวงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเปนชวงกอนฤดูการทํานา เปนพิธีขอฝน จากพญาแถนใหฝนตกตองตามฤดูกาล พิธีกรรม ประกอบดวย ๑. การเซิ้งเพื่อขอรับบริจาคทรัพยสินเงินทอง และอาหารการกิน เพื่อนํามาเปนทุนในการจัดทําบั้งไฟ และเปนเสบียงสําหรับผูจัดทําบั้งไฟ ๒. การประกวดขบวนแหบั้งไฟสวยงาม (บั้งไฟโก) ๓. การประกวดขบวนรําเซิ้ง ๔. การประกวดธิดาบั้งไฟโก ๕. การแขงขันจุดบั้งไฟขึ้นสูง ๖. การแขงขันจุดบั้งไฟ แฟนซี (บั้งไฟ แสง สี เสียง) ๗. การประกวดกองเชียรบั้งไฟในวันแขงขันจุดบั้งไฟขึ้นสูง สาระ ๑. เปนการตักเตือนใหรูวาธรรมชาติเปนสิ่งไมแนนอน เกษตรกรไมควรประมาท ๒. เปนงานประเพณีที่สรางความสนุกสนาน และความสมัครสมานสามัคคีของประชาชน ๓. กิจกรรมการเซิ้ง สอนใหคนในสังคมรูจักการบริจาคทาน และการเสียสละ ๔. เปนงานประเพณีที่สรางความภาคภูมิใจใหกับชาวจังหวัดยโสธร 1.10 ) ประเพณีการละเลนผีตาโขน ชวงเวลา ชวงเดือน พฤษภาคม-มิถุนายน ของทุกป ที่จังหวัดเลย ความสําคัญ การละเลนผีตาโขนมีมานานแลวแตไมมีหลักฐานปรากฎแนชัดวามีมาตั้งแตเมื่อใด แต ชาวบานไดปฏิบัติและสืบทอดตอกันมาจากบรรพบุรุษ เปนประเพณีที่เปนเอกลักษณประจําจังหวัดเลย แสดง ในงาน "บุญหลวง" ซึ่งเปนการรวมเอาบุญผะเหวดและบุญบั้งไฟเปนบุญเดียวกัน เพื่อเปนการบูชาอารักษ
  • 192.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 139 หลักเมือง และพิธีการบวงสรวงดวงวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ของเจาในอดีต พิธีกรรม การจัดทําพิธี ๒ วัน คือ วันแรก (วันโฮม) ขบวนผีตาโขนจะแหรอบหมูบานตั้งแตเชามืด เปนการทําพิธีอัญเชิญพระอุปคุตเขามาอยูที่วัด ในวันที่สองเปนพิธีการแหพระเวสสันดรและนางมัทรีเขา เมือง โดยสมมุติใหวัดเปนเมือง สําหรับวันที่สองของงานนี้ ชาวบานยังไดนําบั้งไฟมารวมในขบวนแหเพื่อ เปนพิธีขอฝนโดยแหรอบวัด ๓ รอบ ในขณะที่แหอยูนั้นเหลาผีตาโขนทั้งหลายก็จะละเลนหยอกลอผูคนไป เรื่อย ๆ เพื่อทําใหเกิดความสนุกสนาน หลังจากเสร็จพิธีการแหแลวบรรดาผูละเลนผีตาโขนจะนําเครื่องเลน ผีตาโขน และอุปกรณที่ใชในการประกอบพิธีไปลองลงแมน้ําหมัน และในตอนค่ําของวันเดียวกัน จะมีการ ฟงเทศนมหาชาติทั้ง ๑๓ กัณฑ สาระ การละเลนผีตาโขนนับวาเปนสิ่งที่แปลกสําหรับผูพบเห็น มีการนําเอากานทางมะพราวที่แหง นํามาตกแตงเปนหนากาก โดยการเจาะชองตา จมูก ปาก และใบหู นําเอาหวดนึ่งขาว โดยกดดันหวดใหเปน รอยบุมหงายปากหวดขึ้น เพื่อสวมศีรษะแตงแตมสีสันใหนาดู สวนชุดที่สวมใสทํามาจากเศษผาหลากหลาย สีมาเย็บตอกัน อุปกรณในการละเลนมี ๒ ชิ้น คือ "หมากกระแหลง" มีไวเพื่อเขยาทําใหเกิดเสียงดังในเวลา เดิน และ "อาวุธประจํากาย" ผีตาโขนสวนมากจะใชผูชายแสดงเนื่องจากตองกระโดดโลดเตนไปเรื่อย ๆ จึงไมเหมาะที่จะใชผูหญิงเปนตัวแสดง นอกจากเขารวมในงาน "บุญหลวง" ยังไดเขารวมขบวนแหในวันเปด งานกาชาดดอกฝายบานมะขามหวานเมืองเลย โดยขบวนผีตาโขนจะเดินรอบเมืองเพื่อโชวใหแขกบานแขก เมืองไดเห็น 1.11) ประเพณีลอยกระทง ชวงเวลา วันเพ็ญเดือน 12 ที่จังหวัดเชียงใหม ความสําคัญ ลอยกระทง เปนประเพณีของไทยที่ปฏิบัติสืบตอกันมาแตโบราณ งานลอยกระทงเริ่ม ทําตั้งแต กลางเดือน 11 ถึงกลางเดือน 12 ซึ่งเปนฤดูน้ําหลาก น้ําจะเต็มสองฝงแมน้ํา ที่นิยมมากคือ ชวงวัน เพ็ญเดือน 12 เพราะพระจันทรเต็มดวง ทําใหแมน้ําใสสะอาด แสงจันทรสองเวลากลางคืน เปนบรรยากาศ ที่สวยงาม เหมาะแกการลอยกระทง เดิมพิธีลอยกระทงเรียกวา พระราชพิธีจองเปรียงชักโคม ลอยโคม ซึ่งเปนพิธีของพราหมณ เพื่อบูชา พระเปนเจาทั้งสาม คือ พระอิศวร พระนารายณ และพระพรหม ครั้นคนไทยรับนับถือพระพุทธศาสนา ก็ ทําพิธียกโคมเพื่อบูชาพระบรมสารีริกธาตุ พระจุฬามณี ณ สวรรคชั้นดาวดึงส ลอยโคมบูชาพระพุทธบาท ณ หาดทรายแมน้ํานัมมทานที ประเทศอินเดียการลอยกระทงตามสายน้ํานี้ นางนพมาศ สนมเอกของพระรวง เจากรุงสุโขทัย คิดทํากระทงรูปดอกบัว และรูปตางๆถวาย พระรวงทรงใหลอยกระทงตามสายน้ําไหล ใน หนังสือ ตํารับทาวศรีจุฬาลักษณ พระรวงตรัสวา “แตนี่สืบไปเบื้องหนา โดยลําดับกษัตริยในสยามประเทศ ถึงกาลกําหนดนักขัตฤกษวันเพ็ญเดือน 12 ใหทําโคมลอย เปนรูปดอกบัวอุทิศสักการบูชาพระพุทธบาท นั มฆทานที ตราบเทากัลปาวสาน"
  • 193.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 140 ครั้นถึงสมัยรัตนโกสินทร มีการทํากระทงขนาดใหญและสวยงาม ดังพระราชพงศาวดารกรุงรัตน โกสินทร ของเจาพระยาทิพาราชวงศ กลาวไววา “ ครั้นมาถึงเดือน 12 ขึ้น 14 ค่ํา 15 ค่ํา แรมค่ําหนึ่งพิธี จองเปรียงนั้น เดิมไดโปรดใหขอแรง พระบรมวงศานุวงศฝายหนา ฝายใน และขาราชการที่มีกําลังพาหนะ มาทํากระทงใหญ ผูถูกเกณฑตอเปนถังบาง ทําเปนแพหยวกบาง กวาง 8 ศอกบาง 9 ศอกบาง กระทงสูง ตลอดยอด 10 ศอก 11 ศอก ทําประกวดประขันกันตางๆ ทําอยางเขาพระสุเมรุทวีปทั้ง 4 บาง และทําเปน กระจาดชั้นๆบาง วิจิตรไปดวยเครื่องสด คนทําก็นับรอย คิดในการลงทุนทํากระทงทั้งคาเลี้ยงคนและพระ ชาง เบ็ดเสร็จก็ถึง 20 ชั่งบาง ยอมกวา 20 ชั่งบาง” ปจจุบันประเพณีลอยกระทง มีการจัดงานกันแทบทุกจังหวัด ถือเปนงานประจําปที่สําคัญ โดยเฉพาะ ที่จังหวัดเชียงใหมมีการจัดขบวนแหกระทงใหญ กระทงเล็ก มีการประกวดกระทง และประกวดธิดางาม ประจํากระทงดวย 1.12) ประเพณีทําบุญ ทําบุญ หมายถึง การกระทําดีตามหลักคําสอนในศาสนา วิถีชีวิตของคนไทยตั้งแตเกิดจนตายคุนเคยกับ การทําบุญ และถือวา ควรทําบุญอยางสม่ําเสมอ จะทําใหชีวิตมีความสงบสุข ไดพบแตสิ่งดี ๆ แมมีอุปสรรค หรือประสบชะตากรรม การทําบุญก็ชวยใหผานพนอุปสรรคไปได การทําบุญมาก ๆ แมตายไปก็จะไดขึ้น สวรรค ไดอยูในที่ที่มีแตความสุข ทําบุญมากจะทําใหสามารถไปถึงนิพพานได คนไทยมีความเชื่อตามแนวทางพุทธศาสนา คือ ทําบุญไดบุญ ทําบาปไดบาป ซึ่งหมายถึงผลแหงกรรม หรือผลแหงการกระทํา ทําสิ่งใดยอมไดสิ่งนั้น หลักงายในการทําบุญแลวไดบุญ คือ ตองมีจิตใจพรอม ยินดี มีใจบริสุทธิ์ที่จะทําบุญ การทําบุญตอง ไมทําความเดือดรอนใหแกตัวเองและผูอื่น การทําบุญ ทําได 3 วิธีคือ การใหทาน การรักษาศีล และ การภาวนา ถาปฏิบัติไดครบ 3 วิธี ถือวา ทําบุญไดอยางยอดเยี่ยม แตคนสวนใหญมักเขาใจวา การทําทาน เปนการทําบุญ ซึ่งก็ถูก เพราะเปนขั้นตน ของการทําบุญ ในที่นี้จะขอกลาวถึงเฉพาะเรื่อง ทาน เพราะเปนวิถีชีวิตของคนไทยที่ทํากันสม่ําเสมอ 1.13) ประเพณีสงกรานต สงกรานต เปนคําที่ชาวบานทั่วไปนิยมใช แตคําเต็ม ๆ คือ ตรุษสงกรานต ซึ่งจะไดกลาวในราย ละเอียด ดังนี้ ตรุษ แปลวา ตัด หรือ ขาด หมายถึง ตัดป ขาดป หรือสิ้นป ดังนั้น ตรุษ จึงหมายถึงพิธีแสดงความยินดี ที่ปเกาผานไป การมีชีวิตรอดมาตลอดปได ก็มีการแสดงความยินดี คนไทยแตกอนนับเดือน เมษายน เปน เดือนสิ้นป และเริ่มปใหม พิธีทําบุญวันตรุษ จะทํา 3 วัน คือ เมื่อถึงเดือน 4 วันแรม 14 ค่ํา แรม 15 ค่ํา และ วันขึ้น 1 ค่ํา ของเดือน 5 จะมีการนิมนตพระมาสวด และมีการทําบุญ ถวายอาหารและขอพรจากพระ เพื่อ
  • 194.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 141 เปนสวัสดิมงคล สันนิฐานวาคนไทยรับนับถือพุทธศาสนา เลยทําแบบอยางพิธีทําบุญวันตรุษตามแบบอยาง ของลังกามาดวย สงกรานต แปลวา การยายที่ หรือ เคลื่อนที่ หมายถึง พระอาทิตยยายที่หรือเคลื่อนเขาสูราศีใหม ซึ่ง ก็หมายถึง การขึ้นปใหมนั่นเอง คนจึงแสดงความยินดีที่มีชีวิตยืนยาวยางเขาสูปใหม จึงตอนรับปใหม วันป ใหมจะเปนวันที่ 13, 14, และ 15 เมษายนของทุกป วันที่ 13 เมษายน เรียกวา วันมหาสงกรานต วันที่ 14 เรียกวา วันเนา และวันที่ 15 เรียกวา วันเถลิงศก ทางภาคเหนือ เรียกตางกันไปบาง แตก็เขาใจงายดี ดังนี้ วันที่ 13 เมษายน เรียกวา วันสังขารลอง คงหมายถึง รายกาย จิต วิญญาณเกา ๆ ของปเกากําลังผานพนไป วันที่ 14 เมษายน เรียกวา วันเนา สวนวันที่ 15 เมษายน เรียกวา วันพญาวัน ซึ่งก็หมายถึงวันสําคัญวันแรกของปใหมนั่นเอง เรื่องของสงกรานต มีตํานานปรากฏในจารึกวัดพระเชตุพน กลาวถึงมูลเหตุแหงสงกรานต สรุปไดวา มีเศรษฐีคนหนึ่งถูกนักเลงสุราใกลบานที่มีลูกหนาตาหมดจด 2 คน มากลาวหาหยาบคายวา ร่ํารวยก็สู เขาไมได แมยากจนก็ยังมีลูกสืบสกุล ตายแลวก็สูญเปลา เศรษฐีจึงไปบนบานศาลกลาวที่ตนไทร ริมแมน้ํา ซึ่งเปนวันสงกรานต พระอินทรจึงใหธรรมบาลเทวบุตรมาปฏิสนธิในครรภภรรยาเศรษฐี เมื่อคลอดมา ชื่อ ธรรมบาลกุมาร บิดาปลูกปราสาทเจ็ดชั้นใหอยูใตตนไทรนั้น ธรรมบาลเฉลียวฉลาด เรียนจบไตรเพท เมื่อ อายุ 7 ขวบ และรูภาษานกดวย ทาวกบิลพรหมจึงมาทดลองความรู โดยถามปญหา 3 ขอ ถาตอบได จะตัด ศีรษะบูชา คือ เชาราศีอยูที่ไหน เที่ยงราศีอยูที่ไหน ค่ําราศีอยูที่ไหน ภายใน 7 วันจะมาฟงคําตอบ ธรรมบากลุมาร คิดไมออก ถึงวันที่ 6 จึงแอบหนีจากปราสาทไปหลบ อยูใตตนตาลใหญ 2 ตน ซึ่งพญาอินทรีผัวเมียทํารังอยูบนนั้น ตอนค่ํานางนกอินทรีถามผัววา พรุงนี้จะไดอาหารที่ไหนกิน ผัวตอบวา จะไดกินศพธรรมบาลกุมาร เพราะจะแพตอบปญหากบิลพรหมไมได จะถูกตัดหัว เมื่อนางนกอินทรีถามปญหาวาอยางไร และคําตอบวา อยางไร พญาอินทรีเฉลยปญหาใหเมียฟงวา ตอนเชาราศีอยูที่หนา มนุษยจึงเอาน้ําลางหนาตอนเชา ราศีอยูที่ อก มนุษยทั้งหลายจึงเอาเครื่องหอมมาปะพรมที่อก ราศีอยูที่เทา มนุษยจึงลางเทากอนนอน ธรรมบาลไดฟงนกอินทรีผัวเมียสนทนาจึงกลับมาประสาท พอวันรุงขึ้นกบิลพรหมก็มาถามปญหา ธรรมบาลก็ตอบตามที่ไดยินจากพอนกอินทรี กบิลพรหมแพจึงตองตัดศีรษะตามสัญญา แตศีรษะของ กบิลพรหมมีฤทธิ์อํานาจมาก ถาตกถึงพื้น จะเกิดไฟไหมทั่วโลก ถาทิ้งบนอากาศฝนจะแลง ถาโยนลงน้ํา มหาสมุทรจะเหือดแหงไปทันที จึงใหธิดาทั้งเจ็ดเอาพานมารับศีรษะไว แหรอบเขาพระสุเมรุ แลวเชิญไปไว ในมณฑปในถ้ําคันธธุลี เขาไกรลาส เมื่อครบ 365 วันหรือ 1 ป นางทั้งเจ็ดจัดเวรกันมาเชิญศีรษะกบิลพรหม
  • 195.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 142 ออกมาแหรอบเขาพระสุเมรุ โดยกําหนดวา วันที่ 13 เดือนเมษายน คือวันมหาสงกรานต ตรงกับวันใด ธิดา ประจําวันนั้นก็จะปนผูอัญเชิญพาน ดังนี้ วันอาทิตย นางสงกรานตชื่อ ทุงษะ วันจันทร นางสงกรานตชื่อ โคราค วันอังคาร นางสงกรานตชื่อ รากษส วันพุธ นางสงกรานตชื่อ มัณฑา วันพฤหัสบดี นางสงกรานต ชื่อ กิริณี วันศุกร นางสงกรานตชื่อ กิมิทา วันเสาร นางสงกรานตชื่อ มโหทร สงกรานตเปนประเพณีที่ชาวไทยทั่วประเทศปฏิบัติสืบตอเปนประเพณีมาชานาน ตั้งแตวันที่ 13 เมษายน จนถึงวันที่ 15 เมษายน ชาวบานจะทําบุญตักบาตร ปลอยนก ปลอยปลา และสรงน้ําพระทั้งพระพุทธรูป และ พระสงฆ แลวก็จะรดน้ํา มีการเลนสาดน้ําและเลนกีฬาพื้นบาน 1.14) ประเพณีแตงงาน ความสําคัญ การแตงงาน เปนประเพณีที่สําคัญสําหรับวิถีชีวิตไทย เพราะเปนการบงบอกวาผูที่แตง งานนั้นมีความเปนผูใหญแลว มีความรับผิดชอบมากขึ้น และพรอมที่จะเปนครอบครัว รับผิดชอบชีวิตอีก หลายคนเพิ่มขึ้นนอกจากชีวิตของตนเอง และยังไดทําหนาที่แสดงความสามารถ ตามบทบาทของตนเองใน ฐานะหัวหนาของครอบครัว ดังนั้นการแตงงาน ตามทัศนะของผูเขียนนั้นยอม หมายถึง การที่ชาย-หญิง ของ ไทย มีความรักใครตอกันจนสุกงอม มีความเห็นอกเห็นใจกันและพรอมที่จะดําเนินชีวิตรวมกันเปนครอบ ครัวอยางสามีภรรยา จึงจําเปนตองแตงงานกัน หรือบางทีอาจจะกลาวไดวาการแตงงานนั้นเปนการบําบัด ความตองการทางเพศของมนุษยก็ได แตใหเปนไปตามประเพณีของสังคม มีผูใหญทั้งสองฝายยอมรับและ สังคมตองรับรูดวยเชนเดียวกัน ดวยเหตุนี้ประเพณีการแตงงานจึงจําเปนตองจัดใหมีพิธีกรรมตามขั้นตอน ของประเพณีไทย เริ่มตั้งแต การทาบทาม สูขอ หมั้น และแตงงาน พิธีการแตงงานนี้ถาจะใหถูกตองเหมาะสม จะตองประกอบพิธีทางศาสนาดวยในตอนเชา และอีกพิธีก็คือจะตองจดทะเบียนแตงงานใหถูกตองตาม กฎหมาย ก็ถือวา การแตงงานนั้นถูกตองสมบูรณ สวนจะทําพิธีหลั่งน้ําพระพุทธมนตและประสาทพรนั้นจะ กระทําตอนเย็นและเลี้ยงรับรองแขกผูมีเกียรติไปพรอมกันหลังจากหลั่งน้ําพระพุทธมนตและประสาทพร แลว หรือจะทําใหเสร็จภายในภาคเชาเลยก็ได จะเปนการประหยัดทั้งเวลาและเงิน ไมเปนการตําน้ําพริก ละลายแมน้ํา การที่จะเลี้ยงรับรองแขกจะกระทําที่บาน หรือโรงแรม สโมสร ที่ใดที่หนึ่งก็ได ขึ้นอยูกับฐานะ ทางเศรษฐกิจของคูบาวสาวและเจาภาพของทั้งสองฝาย จากประเพณีการแตงงานที่จัดทําเปนพิธีการขั้นตอนตาง ๆ นั้น จึงนับวามีความสําคัญมาก และเปน ประเพณีที่งดงามเหมาะสม แสดงถึงความเจริญงอกงามทางวัฒนธรรมดานจิตใจ และวัฒนธรรมทางดานวัตถุ ของบรรพบุรุษของไทยเราที่มองการณไกล และมีความละเอียดออน โดยธรรมชาติของสิ่งที่มีชีวิตแลวยอมมี ความตองการทางเพศสัมพันธ และตองการสืบสกุลตอไปดวย จึงทําใหเกิดความแตกตางกันระหวางคนกับ สัตว และขณะเดียวกันกฎหมายและประเพณีไทยเราจึงตองกําหนดกฎเกณฑของบุคคลที่จะทําการแตงงาน ไดจะตองมีเงื่อนไขอีกหลายอยาง
  • 196.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 143 เงื่อนไขการแตงงาน การแตงงานจะตองมีกฎเกณฑดังตอไปนี้ 1) การแตงงานจะทําไดตอเมื่อชายและหญิงมีอายุครบ 17 ป บริบูรณแลว แตในกรณีที่มีเหตุสมควร ศาลอาจอนุญาตใหทําการแตงงานกอนนั้นได 2) การแตงงานจะกระทํามิไดถาชายหรือหญิงเปนบุคคลวิกลจริต หรือเปนบุคคล ซึ่งศาลสั่งใหเปนคน ไรความสามารถ 3) ชายหญิงซึ่งเปนญาติสายโลหิตโดยตรงขึ้นไปหรือลงมาก็ดี เปนพี่นองรวมบิดามารดาหรือรวมแต บิดาหรือมารดาก็ดีจะแตงงานกันไมได โดยใหถือความเปนญาติตามสายโลหิต ไมคํานึงวาจะชอบดวย กฎหมายหรือไม 4) ผูรับบุตรบุญธรรมและบุตรบุญธรรมจะแตงกันกันไมได 5) ชายหรือหญิงจะทําการแตงงานในขณะที่ตนมีคูแตงงานอยูไมได 6) หญิงที่สามีตายหรือที่การแตงงานสิ้นสุดลงดวยประการอื่น จะทําการแตงงานใหมไดตอเมื่อการสิ้น สุดแหงการแตงงานไดผานพนไปแลวไมนอยกวา 310 วัน หรือคลอดบุตรแลวในระหวางนั้น หรือแตงงาน กับคูคนเดิม หรือไดมีใบรับรองของแพทยประกาศนียบัตร หรือปริญญาบัตรระบุไววาไมมีครรภตลอดจนมี คําสั่งของศาลใหทําการแตงงานได 7) เงื่อนไขเกี่ยวกับความยินยอมของบิดามารดาหรือผูปกครอง (ตาม ม. 1436) มาตรา 1455 การใหความ ยินยอมใหทําการแตงงานกระทําได แตจะตองมีการลงลายมือชื่อในทะเบียนขณะจดทะเบียนสมรส และผู ปกครองจะตองทําเปนหนังสือแสดงความยินยอม โดยระบุชื่อผูแตงงานและผูปกครองทั้งสองฝายและลงลาย มือชื่อของผูใหความยินยอมดวย สุดทายถาหากมีเหตุที่จําเปน จะใหความยินยอมดวยวาจาตอหนาพยานอยาง นอย 2 คนก็ได ความยินยอมนั้นเมื่อเซ็นใหแลวถอนไมได 8) การแตงงานตามประมวลกฎหมายนี้ จะสมบูรณตอเมื่อไดจดทะเบียนแตงงานแลวเทานั้น การหาฤกษสําหรับการแตงงาน หนุมสาวที่รักใครชอบพอกันจนกระทั่งตัดสินใจเขาสูพิธีแตงงาน แตกอนจะเขาสูพิธีแตงงานจําเปนจะตองหาฤกษยามเพื่อเปนสิริมงคลแกคูบาวสาว ดังนั้นญาติผูใหญของทั้ง สองฝายจะตองเอา วัน เดือน ป ไปใหผูเชี่ยวชาญทางดวงชะตา หรือไปใหโหรดูวาจะเหมาะสมกันหรือไม อยูดวยกันแลวจะเจริญรุงเรืองหรือเสื่อมโทรม เมื่อเห็นวาเปนคูที่ไปกันไดหรือมีความเหมาะสมกันก็จะหา ฤกษที่จะใหคูบาวสาวอยูดวยกันอยางเจริญรุงเรืองตลอดไป โดยหาฤกษวันเวลาที่ยกขันหมาก ฤกษหมั้น ฤกษรดน้ําสังข และสงตัวคูบาวสาวไวเรียบรอย เพื่อสะดวกในการดําเนินงานตามพิธีการ และเปนสิริมงคล
  • 197.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 144 แกคูบาวสาว เพื่อใหครองคูกันตลอดชั่วชีวิต ถือไมเทายอดทองตะบองยอดเพชร สวนมากมักจะแตงกันใน เดือนคู เพื่อจะไดอยูคูเคียงกันตลอดไปนั่นเอง ยกเวนเดือน 12 จะไมนิยมแตงงานกันในเดือนนี้ เพราะเปน เดือนที่สุนัขมันติดสัดกัน และถาเปนขางขึ้นถือวาดีกวาขางแรมเพื่อใหชีวิตจะไดเจริญรุงเรืองสวางไสว แต บางทีก็จะแตงงานกันในเดือน 9 ถือเคล็ดถึงความกาวหนา และเดือนที่นิยมแตงงานกันมากที่สุดก็คือเดือน 6 เพราะเริ่มเขาสูฤดูฝน อาจเปนเพราะบรรยากาศชวยเปนใจมากกวาในฤดูอื่น และเปนตนฤดูทําการเพาะ ปลูกของคนไทย ซึ่งหนุมสาวจะไดเริ่มตนชีวิตใหมโดยการสรางฐานะรวมกันการเตรียมขันหมาก ขันหมาก เปนสิ่งจําเปนในพิธีการแตงงาน ซึ่งฝายชายจะตองเตรียมมาโดยจัดเปนขบวนแหมาบานฝายหญิงในวันพิธี ที่จัดงานในชวงเชา แลวแตฤกษจะเปนเวลาใด หรืออาจจะใชฤกษสะดวก ซึ่งปจจุบันจะไมเครงครัด นัก ขันหมากที่ฝายชายจะเตรียมมาแหขันหมากนั้น ประกอบไปดวยสิ่งตอไปนี้ 1) ขันหมากเอก จะจัดเปนขันเดี่ยวหรือขันคูแลวแตประเพณีนิยมของแตละทองถิ่นสวนใหญจะมี ขันใสหมากพลู ขันใสเงินทองหรือสินสอด และขันใสสิ่งของอันเปนมงคล เชน ถั่ว งา ขาวเปลือก ใบเงิน ใบทอง ดอกรัก ดอกบานไมรูโรย ดอกดาวเรือง ดอกกุหลาบ ฯลฯ สวนใหญจะดูความหมายที่เปนมงคล และ นิยมจัดเปนคู จะทําใหดูสวยงามและเปนมงคลโดยถือเคล็ดจากคําวา “คู” นั่นเอง สําหรับประเพณีทางบาน ของผูเขียน คือ จังหวัดกาฬสินธุ ขันใสสินสอดจะแยกเปน 2 ขัน คือขันใสเงิน ซึ่งจะมีเงินคาน้ํานม จะหอ หรือใสถุงก็ได 49 บาท กับขันใสทองหรือสรอยกําไล และแหวนหมั้น รวมกับขันใสหมากพลู และขันใส สิ่งของอันเปนมงคล จะเปนทั้งหมด 4 ขัน 2) ขันหมากโท ไดแก พวกของที่ใชเปนอาหารและขนม รวมทั้งบริวารขันหมากอื่น ๆ เชน เหลา ตน กลวย ตนออย นิยมจัดเปนคู ๆ เชนเดียวกัน มีการนํากระดาษสีแดงมาประดับตกแตงใหสวยงาม แตประเพณี บางแหงก็จะไมเอาอาหารซึ่งอาจจะเปนหมูสามชั้น และขนมที่ใชในงานแตงงาน เพราะเอาความสะดวกจะ ไมคอยเครงนัก แตที่ขาดไมไดคือเหลา ตนกลวย และตนออย ในวันแตง เจาบาว และเพื่อนพรอมขบวนขันหมากจะไปถึงบานเจาสาว เมื่อไปถึงจะพบกับการกั้น ประตูตามประเพณี โดยฝายหญิงจะจัดญาติ ลูกหลาน หรือเพื่อนเจาสาว มากั้นเปนดานประตู 4 ดาน มีประตู เงิน ประตูทองอยางละคู หรือจะใชเพียง 2 ประตูก็ได โดยใชเข็มขัดเงินและสายสรอยทองคํากั้น จะมีผูกลาว นําซักถามกันตามประเพณี จึงจะปลอยเจาบาว และขบวนขันหมากใหผานดานประตูเขาไป สุดทายกอนจะ เขาไปในบานหรือขึ้นบันไดบานก็จะมีเด็ก 2 คนที่ฝายหญิงจัดไวใหพรมน้ําที่เทาเจาบาว แลวเจาบาวจะตอง จายเงินใหดานประตูทุกดานจนกระทั่งถึงการพรมน้ําที่เทาเปนอันเสร็จพิธีขบวนการแหขันหมาก เมื่อเขาไป ในบานเจาสาวก็จะมีการรับขันหมากตามประเพณี ฝายเจาสาวจะตองจายใหคนที่อุมขันหมากเอกและ ขันหมากโทดวย แตเนนใหเงินขันหมากเอกมากกวา
  • 198.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 145 1.15) พิธีบายศรีสูขวัญ พิธีบายศรีสูขวัญ ยังไมมีผูใดยืนยันไดอยางชัดเจนวาเปนมาอยางไร ผูที่ทําขวัญหรือที่เรียกวาหมอขวัญ ก็ไมสามารถบอกไดวาเริ่มมีการทําขวัญตั้งแตเมื่อใด เพียงแตสันนิษฐานวาเห็นจะมีมาตั้งแตสมัยดึกดําบรรพ โดยความเชื่อของคนไทยเชื่อกันวาบรรดาคนทั้งหลายที่เกิดมาในโลกมีธรรมชาติอยางหนึ่งเรียกกันวา “ขวัญ” จะมีประจํากายของทุกคน มีหนาที่ในการพิทักษรักษา ขวัญเปนเหมือนพี่เลี้ยงที่คอยดูแล ประคับประคองชีวิต ติดตามเจาของไปทุกหนทุกแหง คําวา "ขวัญ" เปนนามธรรม ไมมีรูปรางหนาตาปรากฏใหเห็น ไมสามารถจับตองหรือสัมผัสได แตจะ สังเกตไดดวยความรูสึก ถาขวัญของผูใดอยูกับตัวผูนั้นจะมีความสุขกายสบายใจเปนปรกติ แตถาขวัญของ ผูใดหลบลี้หนีหายผูนั้นจะมีลักษณะอาการตรงกันขาม พิธีบายศรีสูขวัญที่ปฏิบัติสืบตอกันมาถึงปจจุบันนี้ คนไทยเชื่อวาเปนพิธีกรรมหนึ่งที่จะชวยสงเสริมเพิ่มพลังใจใหเขมแข็ง เมื่อมีขวัญที่มั่นคงพลังใจที่เขมแข็งดี แลว ยอมสงผลใหการประกอบภาระกิจหนาที่นั้น ๆ บรรลุผลสําเร็จไดตามความมุงหมาย คําวา "บายศรี" แปลวาขาวที่เปนมงคล เปนสัญลักษณของพิธีกรรมที่เกี่ยวของกับชีวิต บายศรี จะเย็บดวยใบตอง ทําเปน 3 ชั้น มีขาว สิ่งของที่สําคัญอื่นๆ อีกประกอบดวย ดอกบัว เทียนชัย น้ํามะพราวออน แวนเทียน 3 อัน เทียน 9 เลม ดายสายสิญจน บายศรี ในที่นี้ก็คือ สังคมที่ใชชีวิตอยูรวมกัน ตองยึดมั่นดวยคุณธรรม 3 ประการ คือ บายศรี 3 ชั้น หมายถึง ประพฤติชอบดวยกาย เรียกวา กายสุจริต ประพฤติชอบดวยวาจา เรียกวา วจีสุจริต ประพฤติชอบดวยใจ เรียกวา มโนสุจริต ดอกบัว หมายถึง บัว 4 เหลา แตในที่นี้หมายถึงบัวประเภทที่ 4 ที่พนจากผิวน้ําจะชูกานและดอกพรอม ที่จะขยายกลีบบานเมื่อพระอาทิตยสองแสงในวันรุงขึ้น เทียนชัย หมายถึง แสงสวางทางปญญา น้ํามะพราวออน หมายถึง น้ําใจบริสุทธิ์ แวนเทียน 3 อัน หมายถึง ภพทั้ง 3 ไดแก กายภพ รูปภพ และอรูปภพ เทียน 9 เลม หมายถึง ไฟ 3 กอง คือ ไฟ คือ ราคะ ไฟ คือ โทสะ ไฟ คือ โมหะ (เทียนที่ติดไวกับแวน เทียนอันละ 3 เลม) ดายสายสิญจน หมายถึง หวงแหงความผูกพัน
  • 199.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 146 2. สรุปขนบธรรมเนียมประเพณีไทยที่สําคัญของภาคตางๆที่ควรรูจัก ดังนี้ ชื่อประเพณี ภูมิภาค จังหวัด 1.ฮีตสิบสอง.. 2.มหกรรมโปงลาง แพรวา 3. งานเทศกาลไหม และประเพณีผูกเสียว 4.ประเพณีไหลเรือไฟ 5.ประเพณีขึ้นเขาพนมรุง.. 6.ประเพณีบุญเบิกฟา 7.บุญขาวสาก (บุญเดือนสิ) 8.ประเพณีบุญบั้งไฟ 9.ประเพณีบุญผะเหวด 10.ประเพณีการละเลนผีตาโขน 11.การฟอนกลองตุม 12.ประเพณีแหปราสาทผึ้ง 13.แซนการ (การแตงงานชาวเขมร) 14.ประเพณีลอยเรือ 15.งานประเพณีแหพระแขงเรือ 16.ถือศีลกินเจ.. 17.ประเพณีอาบน้ําคนแก 18ประเพณีลากพระ (ชักพระ).. 19.ประเพณีการแหนก 20.ประเพณีการแขงเรือกอแล 21.แหนก 22.ลากพระหรือชักพระ 23.ประเพณีการเดินเตา 24.ชิงเปรต 25.การแขงโพน 26.ประเพณีกินผัก 27.ประเพณีวันสารท 28.ประเพณีนบพระเลนเพลง 29.ปอยหลวง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต ภาคใต ภาคใต ภาคใต ภาคใต ภาคใต ภาคใต ภาคใต ภาคใต ภาคใต ภาคใต ภาคใต ภาคใต ภาคใต ภาคเหนือ ภาคเหนือ กาฬสินธุ กาฬสินธุ ขอนแกน นครพนม บุรีรัมย มหาสารคาม ยโสธร ยโสธร รอยเอ็ด เลย ศรีสะเกษ สกลนคร สุรินทร กระบี่ ชุมพร ตรัง นครศรีธรรมราช นครศรีธรรมราช นราธิวาส นราธิวาส ปตตานี ปตตานี พังงา พัทลุง พัทลุง พังงา พังงา กําแพงเพชร เชียงราย
  • 200.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 147 ชื่อประเพณี ภูมิภาค จังหวัด 30.ประเพณีไหวพระธาตุดอยตุง 31.ประเพณีสงกรานต 32.แลอุปะดะกา 33.ขึ้นธาตุเดือนเกา 34.แหลสางลอง 35.ลอยกระทงสาย 36.งานประเพณีแหเจาพอ-แม 37.งานปอย 38.ประเพณีบวงสรวงดวงวิญญาณ 39.ประเพณีการบวช 40.ประเพณีอุมพระดําน้ํา 41.ประเพณีทอดกฐิน 42.พระราชพิธีพืชมงคล 43.งานเทศกาลนมัสการหลวงพอโสธร 44.ประเพณีกอพระเจดียทราย 45.ประเพณีตักบาตรน้ําผึ้ง 46.ประเพณีวิ่งควาย 47.ประเพณีกวนขาวทิพย 48.ตราดรําลึก 49.การทําบุญโคนไม 50.ประเพณีสูขวัญขาว ภาคเหนือ ภาคเหนือ ภาคเหนือ ภาคเหนือ ภาคเหนือ ภาคเหนือ ภาคเหนือ ภาคเหนือ ภาคเหนือ ภาคเหนือ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคกลาง ภาคกลาง ภาคกลาง ภาคกลาง ภาคกลาง ภาคกลาง ภาคกลาง ภาคกลาง ภาคกลาง เชียงราย เชียงใหม ตาก ตาก ตาก ตาก นครสวรรค พะเยา นาน เพชรบูรณ เพชรบูรณ กรุงเทพมหานคร กรุงเทพมหานคร ฉะเชิงเทรา ฉะเชิงเทรา ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ชัยนาท ตราด ตราด นครนายก
  • 201.
    บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวรเทศารินทร 148 3)วัฒนธรรมชาวพุทธ วัฒนธรรมที่สําคัญของชาวพุทธที่ควรรูมีดังนี้ 1. มารยาทชาวพุทธ 1.1) ความหมายและความสําคัญของมารยาท ความหมาย คําวา "มารยาท" หรือ "มรรยาท" หมายถึงความประพฤติที่แสดงออกมาทางกายทาง วาจา ซึ่งบัณฑิตทั้งหลายยอมรับวา เรียบรอย อยูในระเบียบแบบแผนหรือขอบเขตที่ดีงาม เปนการสอให เห็นถึงอัธยาศัยที่ดีอีกดวย ชาวพุทธ คือ ผูนับถือพระพุทธศาสนาทั่วไป ความสําคัญ การมีมายาทที่ดีตอกันของคนในสังค