Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
1,161 views
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ เรียบเรียงโดย อ.บวร เทศารินทร์ บ้านสอบครู
Education
◦
Read more
12
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Downloaded 91 times
1
/ 456
2
/ 456
3
/ 456
4
/ 456
5
/ 456
6
/ 456
7
/ 456
8
/ 456
9
/ 456
10
/ 456
11
/ 456
12
/ 456
13
/ 456
14
/ 456
15
/ 456
16
/ 456
17
/ 456
18
/ 456
19
/ 456
20
/ 456
21
/ 456
22
/ 456
23
/ 456
24
/ 456
25
/ 456
26
/ 456
27
/ 456
28
/ 456
29
/ 456
30
/ 456
31
/ 456
32
/ 456
33
/ 456
34
/ 456
35
/ 456
36
/ 456
37
/ 456
38
/ 456
39
/ 456
40
/ 456
41
/ 456
42
/ 456
43
/ 456
44
/ 456
45
/ 456
46
/ 456
47
/ 456
48
/ 456
49
/ 456
50
/ 456
51
/ 456
52
/ 456
53
/ 456
54
/ 456
55
/ 456
56
/ 456
57
/ 456
58
/ 456
59
/ 456
60
/ 456
61
/ 456
62
/ 456
63
/ 456
64
/ 456
65
/ 456
66
/ 456
67
/ 456
68
/ 456
69
/ 456
70
/ 456
71
/ 456
72
/ 456
73
/ 456
74
/ 456
75
/ 456
76
/ 456
77
/ 456
78
/ 456
79
/ 456
80
/ 456
81
/ 456
82
/ 456
83
/ 456
84
/ 456
85
/ 456
86
/ 456
87
/ 456
88
/ 456
89
/ 456
90
/ 456
91
/ 456
92
/ 456
93
/ 456
94
/ 456
95
/ 456
96
/ 456
97
/ 456
98
/ 456
99
/ 456
100
/ 456
101
/ 456
102
/ 456
103
/ 456
104
/ 456
105
/ 456
106
/ 456
107
/ 456
108
/ 456
109
/ 456
110
/ 456
111
/ 456
112
/ 456
113
/ 456
114
/ 456
115
/ 456
116
/ 456
117
/ 456
118
/ 456
119
/ 456
120
/ 456
121
/ 456
122
/ 456
123
/ 456
124
/ 456
125
/ 456
126
/ 456
127
/ 456
128
/ 456
129
/ 456
130
/ 456
131
/ 456
132
/ 456
133
/ 456
134
/ 456
135
/ 456
136
/ 456
137
/ 456
138
/ 456
139
/ 456
140
/ 456
141
/ 456
142
/ 456
143
/ 456
144
/ 456
145
/ 456
146
/ 456
147
/ 456
148
/ 456
149
/ 456
150
/ 456
151
/ 456
152
/ 456
153
/ 456
154
/ 456
155
/ 456
156
/ 456
157
/ 456
158
/ 456
159
/ 456
160
/ 456
161
/ 456
162
/ 456
163
/ 456
164
/ 456
165
/ 456
166
/ 456
167
/ 456
168
/ 456
169
/ 456
170
/ 456
171
/ 456
172
/ 456
173
/ 456
174
/ 456
175
/ 456
176
/ 456
177
/ 456
178
/ 456
179
/ 456
180
/ 456
181
/ 456
182
/ 456
183
/ 456
184
/ 456
185
/ 456
186
/ 456
187
/ 456
188
/ 456
189
/ 456
190
/ 456
191
/ 456
192
/ 456
193
/ 456
194
/ 456
195
/ 456
196
/ 456
197
/ 456
198
/ 456
199
/ 456
200
/ 456
201
/ 456
202
/ 456
203
/ 456
204
/ 456
205
/ 456
206
/ 456
207
/ 456
208
/ 456
209
/ 456
210
/ 456
211
/ 456
212
/ 456
213
/ 456
214
/ 456
215
/ 456
216
/ 456
217
/ 456
218
/ 456
219
/ 456
220
/ 456
221
/ 456
222
/ 456
223
/ 456
224
/ 456
225
/ 456
226
/ 456
227
/ 456
228
/ 456
229
/ 456
230
/ 456
231
/ 456
232
/ 456
233
/ 456
234
/ 456
235
/ 456
236
/ 456
237
/ 456
238
/ 456
239
/ 456
240
/ 456
241
/ 456
242
/ 456
243
/ 456
244
/ 456
245
/ 456
246
/ 456
247
/ 456
248
/ 456
249
/ 456
250
/ 456
251
/ 456
252
/ 456
253
/ 456
254
/ 456
255
/ 456
256
/ 456
257
/ 456
258
/ 456
259
/ 456
260
/ 456
261
/ 456
262
/ 456
263
/ 456
264
/ 456
265
/ 456
266
/ 456
267
/ 456
268
/ 456
269
/ 456
270
/ 456
271
/ 456
272
/ 456
273
/ 456
274
/ 456
275
/ 456
276
/ 456
277
/ 456
278
/ 456
279
/ 456
280
/ 456
281
/ 456
282
/ 456
283
/ 456
284
/ 456
285
/ 456
286
/ 456
287
/ 456
288
/ 456
289
/ 456
290
/ 456
291
/ 456
292
/ 456
293
/ 456
294
/ 456
295
/ 456
296
/ 456
297
/ 456
298
/ 456
299
/ 456
300
/ 456
301
/ 456
302
/ 456
303
/ 456
304
/ 456
305
/ 456
306
/ 456
307
/ 456
308
/ 456
309
/ 456
310
/ 456
311
/ 456
312
/ 456
313
/ 456
314
/ 456
315
/ 456
316
/ 456
317
/ 456
318
/ 456
319
/ 456
320
/ 456
321
/ 456
322
/ 456
323
/ 456
324
/ 456
325
/ 456
326
/ 456
327
/ 456
328
/ 456
329
/ 456
330
/ 456
331
/ 456
332
/ 456
333
/ 456
334
/ 456
335
/ 456
336
/ 456
337
/ 456
338
/ 456
339
/ 456
340
/ 456
341
/ 456
342
/ 456
343
/ 456
344
/ 456
345
/ 456
346
/ 456
347
/ 456
348
/ 456
349
/ 456
350
/ 456
351
/ 456
352
/ 456
353
/ 456
354
/ 456
355
/ 456
356
/ 456
357
/ 456
358
/ 456
359
/ 456
360
/ 456
361
/ 456
362
/ 456
363
/ 456
364
/ 456
365
/ 456
366
/ 456
367
/ 456
368
/ 456
369
/ 456
370
/ 456
371
/ 456
372
/ 456
373
/ 456
374
/ 456
375
/ 456
376
/ 456
377
/ 456
378
/ 456
379
/ 456
380
/ 456
381
/ 456
382
/ 456
383
/ 456
384
/ 456
385
/ 456
386
/ 456
387
/ 456
388
/ 456
389
/ 456
390
/ 456
391
/ 456
392
/ 456
393
/ 456
394
/ 456
395
/ 456
396
/ 456
397
/ 456
398
/ 456
399
/ 456
400
/ 456
401
/ 456
402
/ 456
403
/ 456
404
/ 456
405
/ 456
406
/ 456
407
/ 456
408
/ 456
409
/ 456
410
/ 456
411
/ 456
412
/ 456
413
/ 456
414
/ 456
415
/ 456
416
/ 456
417
/ 456
418
/ 456
419
/ 456
420
/ 456
421
/ 456
422
/ 456
423
/ 456
424
/ 456
425
/ 456
426
/ 456
427
/ 456
428
/ 456
429
/ 456
430
/ 456
431
/ 456
432
/ 456
433
/ 456
434
/ 456
435
/ 456
436
/ 456
437
/ 456
438
/ 456
439
/ 456
440
/ 456
441
/ 456
442
/ 456
443
/ 456
444
/ 456
445
/ 456
446
/ 456
447
/ 456
448
/ 456
449
/ 456
450
/ 456
451
/ 456
452
/ 456
453
/ 456
454
/ 456
455
/ 456
456
/ 456
More Related Content
DOCX
บรรณานุกรม ตัวอย่าง
by
samuch phetduang
PDF
เล่ม 5 ปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจำวัน
by
Preeyapat Lengrabam
PDF
ใบงานที่ 2 ปฏิกิริยาเคมี
by
website22556
PDF
ทรงกลมฟ้า
by
Faris Singhasena
PPTX
โลกและการเปลี่ยนแปลง
by
smEduSlide
PDF
แบบฝึกการหาอัตราเร็วความเร็ว
by
Jariya Jaiyot
PDF
รวมแนวข้อสอบบริหารเก็งข้อสอบผู้บริหาร
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
PDF
พลังงานภายในระบบ
by
Chanthawan Suwanhitathorn
บรรณานุกรม ตัวอย่าง
by
samuch phetduang
เล่ม 5 ปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจำวัน
by
Preeyapat Lengrabam
ใบงานที่ 2 ปฏิกิริยาเคมี
by
website22556
ทรงกลมฟ้า
by
Faris Singhasena
โลกและการเปลี่ยนแปลง
by
smEduSlide
แบบฝึกการหาอัตราเร็วความเร็ว
by
Jariya Jaiyot
รวมแนวข้อสอบบริหารเก็งข้อสอบผู้บริหาร
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
พลังงานภายในระบบ
by
Chanthawan Suwanhitathorn
What's hot
PDF
การสะท้อนและการหักเหของแสง
by
พัน พัน
PDF
กระบวนการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม
by
Jariya Jaiyot
PDF
ใบความรู้+การเกิดทิศ+ป.3+247+dltvscip3+55t2sci p03 f21-1page
by
Prachoom Rangkasikorn
PDF
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 การเคลื่อนที่แบบโปรเจคไทล์ หลักสูตรแกนกลาง 51
by
Weerachat Martluplao
PDF
แบบฟอร์มแฟ้มสะสมผลงานนักเรียน 2555 โดยครูกอบวิทย์ พิริยะวัฒน์
by
Kobwit Piriyawat
PPT
Chapter1 vector
by
Rangsit
PDF
แก๊ส (Gases)
by
Rajamangala University of Technology Phra Nakhon (RMUTP)
PDF
ใบงานเรื่อง คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
by
Worrachet Boonyong
PDF
แบบฝึกหัดทบทวนก่อนสอบกลางภาค2 ม.1 2 55
by
krupornpana55
PDF
2ใบกิจกรรม
by
krupornpana55
PDF
ม.ปลาย ฟิสิกส์_การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ 07
by
menton00
PDF
การแยกสาร (Purification)
by
ครูเสกสรรค์ สุวรรณสุข
PDF
เรื่อง เมฆ
by
พัน พัน
PDF
การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน
by
krupornpana55
PDF
แผนการจัดการเรียนรู้ที่02 เรื่องชั้นหน้าตัดดิน
by
Vankaew Ping
PDF
2. บันได 5 ขั้นqsccs
by
krurutsamee
PDF
บทที่ 5 ของแข็ง ของเหลว แก๊ส
by
oraneehussem
PPTX
บทที่ 5 เอกภพ
by
Ta Lattapol
PPTX
ประโยคในภาษาไทย
by
Lilrat Witsawachatkun
PDF
สนามของแรง
by
Taweesak Poochai
การสะท้อนและการหักเหของแสง
by
พัน พัน
กระบวนการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม
by
Jariya Jaiyot
ใบความรู้+การเกิดทิศ+ป.3+247+dltvscip3+55t2sci p03 f21-1page
by
Prachoom Rangkasikorn
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 การเคลื่อนที่แบบโปรเจคไทล์ หลักสูตรแกนกลาง 51
by
Weerachat Martluplao
แบบฟอร์มแฟ้มสะสมผลงานนักเรียน 2555 โดยครูกอบวิทย์ พิริยะวัฒน์
by
Kobwit Piriyawat
Chapter1 vector
by
Rangsit
แก๊ส (Gases)
by
Rajamangala University of Technology Phra Nakhon (RMUTP)
ใบงานเรื่อง คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
by
Worrachet Boonyong
แบบฝึกหัดทบทวนก่อนสอบกลางภาค2 ม.1 2 55
by
krupornpana55
2ใบกิจกรรม
by
krupornpana55
ม.ปลาย ฟิสิกส์_การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ 07
by
menton00
การแยกสาร (Purification)
by
ครูเสกสรรค์ สุวรรณสุข
เรื่อง เมฆ
by
พัน พัน
การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน
by
krupornpana55
แผนการจัดการเรียนรู้ที่02 เรื่องชั้นหน้าตัดดิน
by
Vankaew Ping
2. บันได 5 ขั้นqsccs
by
krurutsamee
บทที่ 5 ของแข็ง ของเหลว แก๊ส
by
oraneehussem
บทที่ 5 เอกภพ
by
Ta Lattapol
ประโยคในภาษาไทย
by
Lilrat Witsawachatkun
สนามของแรง
by
Taweesak Poochai
Viewers also liked
PDF
สรุปวิชาการศึกษา
by
คน ขี้เล่า
PDF
วิชาการศึกษา, ข้อสอบครูผู้ช่วย
by
ปกรณ์กฤช ออนไลน์
PDF
รวมแนวข้อสอบครูผู้ช่วยฉบับปรับปรุง
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
PDF
แนวข้อสอบนักวิชาการศึกษา
by
Rawiwan Promlee
PDF
แนวข้อสอบ ความรู้ทั่วไป และมาตรฐานวิชาชีพ
by
ปกรณ์กฤช ออนไลน์
DOC
แนวข้อสอบวิชาชีพครู
by
รัฐศาสตร์ หน้างาม
PDF
ข้อสอบวิชาการศึกษา ชุดที่ 1-5 (150 ข้อ)
by
ปกรณ์กฤช ออนไลน์
PDF
แนวข้อสอบความรู้ความสามารถทั่วไป 120 ข้อ (สอบครูดอทคอม ติวสอบครูผู้ช่วย)
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
PDF
พรบ. สอบครูผู้ช่วย 2560
by
Ekachai Seeyangnok
PDF
ปรัชญาการศึกษาอัตถิภาวนิยม (Existentialism)
by
Watcharapon Donpakdee
PDF
เล่ม 4 ชิวๆๆ วิชาชีพ
by
ติวอินดี้ ง่ายโคตร
PDF
สรุปสาระสำคัญนโยบายการศึกษารัฐบาล(พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา)และแนวทางการขับเคล...
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
PDF
คุณธรรม
by
Watcharapon Donpakdee
PDF
หนังสือสอบเพื่อนครู
by
Watcharapon Donpakdee
PDF
นโยบายรัฐบาล พลเอกประยุทธ์
by
MR-KRON
PDF
หนังสือสอบ เพื่อนครู2559 ติวอินดี้ ง่ายโคตร
by
หนังสือสอบ เพื่อนครู
PDF
7ความรู้ความสามารถเกี่ยวกับวิชาการศึกษาok
by
ธวัช บุตรศรี
PDF
แบบทดสอบความรู้ความสามารถทั่วไป (เฉลย)
by
peter dontoom
PDF
บ้านสอบครู (อ.บวร) บรรยายกฎหมายการศึกษาสำหรับผู้บริหารสถานศึกษา
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
PDF
การแก้ปัญหา ลืม User รหัสผ่าน wordpress สำหรับนักเรียน
by
ปกรณ์กฤช ออนไลน์
สรุปวิชาการศึกษา
by
คน ขี้เล่า
วิชาการศึกษา, ข้อสอบครูผู้ช่วย
by
ปกรณ์กฤช ออนไลน์
รวมแนวข้อสอบครูผู้ช่วยฉบับปรับปรุง
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
แนวข้อสอบนักวิชาการศึกษา
by
Rawiwan Promlee
แนวข้อสอบ ความรู้ทั่วไป และมาตรฐานวิชาชีพ
by
ปกรณ์กฤช ออนไลน์
แนวข้อสอบวิชาชีพครู
by
รัฐศาสตร์ หน้างาม
ข้อสอบวิชาการศึกษา ชุดที่ 1-5 (150 ข้อ)
by
ปกรณ์กฤช ออนไลน์
แนวข้อสอบความรู้ความสามารถทั่วไป 120 ข้อ (สอบครูดอทคอม ติวสอบครูผู้ช่วย)
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
พรบ. สอบครูผู้ช่วย 2560
by
Ekachai Seeyangnok
ปรัชญาการศึกษาอัตถิภาวนิยม (Existentialism)
by
Watcharapon Donpakdee
เล่ม 4 ชิวๆๆ วิชาชีพ
by
ติวอินดี้ ง่ายโคตร
สรุปสาระสำคัญนโยบายการศึกษารัฐบาล(พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา)และแนวทางการขับเคล...
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
คุณธรรม
by
Watcharapon Donpakdee
หนังสือสอบเพื่อนครู
by
Watcharapon Donpakdee
นโยบายรัฐบาล พลเอกประยุทธ์
by
MR-KRON
หนังสือสอบ เพื่อนครู2559 ติวอินดี้ ง่ายโคตร
by
หนังสือสอบ เพื่อนครู
7ความรู้ความสามารถเกี่ยวกับวิชาการศึกษาok
by
ธวัช บุตรศรี
แบบทดสอบความรู้ความสามารถทั่วไป (เฉลย)
by
peter dontoom
บ้านสอบครู (อ.บวร) บรรยายกฎหมายการศึกษาสำหรับผู้บริหารสถานศึกษา
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
การแก้ปัญหา ลืม User รหัสผ่าน wordpress สำหรับนักเรียน
by
ปกรณ์กฤช ออนไลน์
Similar to คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
PDF
กฏหมาย
by
ธวัช บุตรศรี
PDF
กฏหมาย
by
Tophit Sampootong
PDF
คู่มือเตรียมสอบศึกษานิเทศก์
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
PDF
Rbpro teacher
by
uthatip262510
PDF
ตัวอย่าง คู่มือครูผู้ช่วย อบจ. ชัยภูมิ / สกลนคร ครับผม ( ตัวอย่าง)
by
ติวอินดี้ ง่ายโคตร
PDF
คู่มือการสอบNt
by
สุมิตรา จิตต์ศรัทธา
PDF
7ความรู้ความสามารถเกี่ยวกับวิชาการศึกษาok
by
Tophit Sampootong
PDF
6 สมรรถนะของครูok
by
ธวัช บุตรศรี
PDF
6 สมรรถนะของครูok
by
Tophit Sampootong
PDF
เอกสารบรรยายความก้าวหน้าวิชาชีพครู (บ้านสอบครู อ.บวร)
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
PDF
5มาตรฐานวิชาชีพครูและะจรรยาบรรณวิชาชีพok
by
ธวัช บุตรศรี
PDF
5มาตรฐานวิชาชีพครูและะจรรยาบรรณวิชาชีพok
by
Tophit Sampootong
PDF
คู่มือ การประเมินข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้มีวิทยฐานะและเลื่อ...
by
สมใจ จันสุกสี
PDF
คู่มือการประเมินวิทยะฐานะ สายงานการสอน
by
Tongsook Wong
PDF
คู่มือNt ป.3
by
นางชินานาฏ โหราฤทธิ์
PDF
คู่มือสอบ Nt 55
by
Patchanida Yadawong
PDF
คู่มือ Nt
by
Nirut Uthatip
PDF
ชุดที่18
by
ประพันธ์ เวารัมย์ แบ่งปันความรู้ส่ความก้าวหน้า
PDF
1
by
findgooodjob
PDF
คู่มือประเมินวิทยฐานะ
by
ssuser462276
กฏหมาย
by
ธวัช บุตรศรี
กฏหมาย
by
Tophit Sampootong
คู่มือเตรียมสอบศึกษานิเทศก์
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
Rbpro teacher
by
uthatip262510
ตัวอย่าง คู่มือครูผู้ช่วย อบจ. ชัยภูมิ / สกลนคร ครับผม ( ตัวอย่าง)
by
ติวอินดี้ ง่ายโคตร
คู่มือการสอบNt
by
สุมิตรา จิตต์ศรัทธา
7ความรู้ความสามารถเกี่ยวกับวิชาการศึกษาok
by
Tophit Sampootong
6 สมรรถนะของครูok
by
ธวัช บุตรศรี
6 สมรรถนะของครูok
by
Tophit Sampootong
เอกสารบรรยายความก้าวหน้าวิชาชีพครู (บ้านสอบครู อ.บวร)
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
5มาตรฐานวิชาชีพครูและะจรรยาบรรณวิชาชีพok
by
ธวัช บุตรศรี
5มาตรฐานวิชาชีพครูและะจรรยาบรรณวิชาชีพok
by
Tophit Sampootong
คู่มือ การประเมินข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้มีวิทยฐานะและเลื่อ...
by
สมใจ จันสุกสี
คู่มือการประเมินวิทยะฐานะ สายงานการสอน
by
Tongsook Wong
คู่มือNt ป.3
by
นางชินานาฏ โหราฤทธิ์
คู่มือสอบ Nt 55
by
Patchanida Yadawong
คู่มือ Nt
by
Nirut Uthatip
ชุดที่18
by
ประพันธ์ เวารัมย์ แบ่งปันความรู้ส่ความก้าวหน้า
1
by
findgooodjob
คู่มือประเมินวิทยฐานะ
by
ssuser462276
More from สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
PDF
รวมแนวข้อสอบกรุข้อสอบผู้บริหาร
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
PDF
รวมแนวข้อสอบเจาะข้อสอบบริหาร
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
PDF
แนวข้อสอบเจาะข้อสอบผู้บริหาร
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
PDF
แนวข้อสอบเก็งข้อสอบผู้บริหาร
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
PDF
รวมแบบทดสอบกฎหมายสำหรับนักการศึกษา
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
PDF
รวมแนวข้อสอบเตรียมผู้บริหารศึกษานิเทศก์
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
PDF
คู่มือเตรียมสอบผู้บริหารการศึกษา
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
PDF
คู่มือเตรียมสอบผู้บริหารสถานศึกษา ภาค ก
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
PDF
คู่มือเตรียมสอบผู้บริหารสถานศึกษา
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
PDF
คู่มือเตรียมสอบพนักงานราชการครูผู้สอน
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
PDF
ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ฉบับลงประชามติ 7 สิงหาคม 2559
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
PDF
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษาธิการปีงบประมาณ 2560
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
PDF
แนวทางปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
PDF
สาระสำคัญปรับโครงสร้าง ระบบและกลไกของหน่วยงานทุกระดับ ตามแผนขั้นตอนการดำเนินง...
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
PDF
แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามทุจริตของกระทรวงศึกษาธิการ
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
PDF
นโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
PDF
การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
PDF
นโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
PDF
เอกสารนายกรัฐมนตรีพบเพื่อนครู
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
PDF
ร่่างกรอบทิศทางแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๔
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
รวมแนวข้อสอบกรุข้อสอบผู้บริหาร
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
รวมแนวข้อสอบเจาะข้อสอบบริหาร
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
แนวข้อสอบเจาะข้อสอบผู้บริหาร
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
แนวข้อสอบเก็งข้อสอบผู้บริหาร
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
รวมแบบทดสอบกฎหมายสำหรับนักการศึกษา
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
รวมแนวข้อสอบเตรียมผู้บริหารศึกษานิเทศก์
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
คู่มือเตรียมสอบผู้บริหารการศึกษา
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
คู่มือเตรียมสอบผู้บริหารสถานศึกษา ภาค ก
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
คู่มือเตรียมสอบผู้บริหารสถานศึกษา
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
คู่มือเตรียมสอบพนักงานราชการครูผู้สอน
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ฉบับลงประชามติ 7 สิงหาคม 2559
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษาธิการปีงบประมาณ 2560
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
แนวทางปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
สาระสำคัญปรับโครงสร้าง ระบบและกลไกของหน่วยงานทุกระดับ ตามแผนขั้นตอนการดำเนินง...
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามทุจริตของกระทรวงศึกษาธิการ
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
นโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
นโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
เอกสารนายกรัฐมนตรีพบเพื่อนครู
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
ร่่างกรอบทิศทางแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๔
by
สอบครูดอทคอม เว็บเตรียมสอบ
คู่มือเตรียมสอบบรรจุครูผู้ช่วยฉบับพร้อมสอบ
2.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com ฉบับพรอมสอบ รวบรวมและเรียบเรียงโดย นายบวร เทศารินทร http://www.sobkroo.com --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- •
ความรอบรู • ความสามารถทั่วไป • วิชาการศึกษา วิชาชีพครู • กฎหมายการศึกษา ปฏิบัติราชการ • เทคนิคการเตรียมตัวสอบ • หลักเกณฑ วิธีการ หลักสูตรสอบ
3.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร คํานํา ภายหลังที่สวนราชการ หนวยงาน องคกรปกครองสวนทองถิ่น หรือสํานักงานเขตพื้นที่การคึกษา (สพท.) ตางๆ ที่มีตําแหนงขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ตําแหนงครูผูชวย)วางลง และหรือบัญชี ผูสอบแขงขันไดจากสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาอื่น หรือหนวยงานอื่นครบกําหนด สวนราชการหนวยงาน หรือสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษานั้นๆ(โดย อ.ก.ค.ศ.) จะตองดําเนินการสอบแขงขันฯตามหลักเกณฑ วิธีการ และหลักสูตร ที่ ก.ค.ศ.กําหนด กลาวคือ การสอบแขงขันฯ จะประกอบดวย 2 ภาค ไดแก ภาค ก ประกอบ ดวย เนื้อหาวิชาความรอบรู ความสามารถทั่วไป ความรูเกี่ยวกับวิชาการศึกษา ความรูวิชาเอก (เฉพาะวุฒิ) โดยการสอบขอเขียน ซึ่งมีคะแนนเต็ม 350 คะแนน หากผูเขาสอบทําคะแนนไดผานเกณฑ ตั้งแตรอยละ 60 ขึ้นไป ถึงจะมีสิทธิ์เขาสอบใน ภาค ข ซึ่งประกอบดวยเนื้อหาวิชาความรูเกี่ยวกับวิชาชีพครู (โดยการสอบ ขอเขียน 100 คะแนน) และการประเมินความเหมาะสมของบุคคล (โดยการสอบสัมภาษณ 50 คะแนน ) รวมคะแนนในภาค ข 150 คะแนน ผูเขาสอบจะตองไดอยางต่ํารอยละ 60 ถึงจะผานเกณฑ แลวนําคะแนน ทั้ง ภาค ก และ ภาค ข มารวมกันเพื่อจัดลําดับที่ ประกาศขึ้นบัญชี และเรียกบรรจุตามลําดับที่ที่สอบไดตอไป ซึ่งจะเห็นวาหลักสูตรการสอบแขงขันฯที่กําหนดทั้งในสวนของเนื้อหาและหลักเกณฑวิธีการวัดประเมินผล มีสาระและความเขมขนมากกวาเดิม ทั้งนี้เพื่อตองการคัดเลือกบุคคลที่มีความรู ความสามารถ มีเจตคติที่ดีตอ วิชาชีพครู และมีความเหมาะสมในหลายๆดาน มาเขารับราชการเปนขาราชการครูมืออาชีพนั้นเอง สอบครูดอทคอม (www.sobkroo.com) เว็บไซตเพื่อการศึกษาและเตรียมสอบฯ จึงไดจัดทําหนังสือ สําหรับการเตรียมสอบบรรจุ ครูผูชวย “ คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย ฉบับพรอมสอบ” ขึ้นมา ซึ่งมีเนื้อหา ทั้งหมดเจ็ดสวนดวยกัน ประกอบดวย สวนที่หนึ่ง หลักเกณฑ วิธีการ หลักสูตรการสอบแขงขัน ”ครูผูชวย” สวนที่สอง ความสามารถทั่วไป สวนที่สาม ความรอบรู สวนที่สี่ กฎหมายการศึกษาและกฎหมายปฏิบัติ ราชการ สวนที่หา วิชาการศึกษา สวนที่หก วิชาชีพครู และสวนที่เจ็ด เทคนิคการเตรียมตัวสอบ ซึ่งมีเนื้อหา คลอบคลุมหลักสูตรสอบฯทั้งภาค ก และภาค ข ยกเวนเนื้อหาวิชาเฉพาะวุฒิหรือวิชาเอก ซึ่งผูเตรียมตัวสอบ สามารถศึกษา คนควา จากตํารา หนังสือเรียน หรือสืบคนขอมูลที่อินเตอรเน็ตได จึงหวังเปนอยางยิ่งวา คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวยฯ เลมนี้ จะเปนเครื่องมือที่อํานวยความสะดวก เปนประโยชน และชวยสรางความมั่นใจใหกับผูกําลังเตรียมตัวเขาสอบแขงขันเพื่อบรรจุเปนขาราชการครูฯ ตําแหนง”ครูผูชวย”ไดพอสมควร และขออํานวยอวยพรใหทานประสบกับความสําเร็จมีชัยชนะตอการสอบ แขงขันฯ ในครั้งนี้ ดวยความปรารถนาดี บวร เทศารินทร
4.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร ก สารบัญ สวนที่ 1 หลักเกณฑ วิธีการและหลักสูตรการสอบแขงขันครูผูชวย.......................................................... 1 หลักเกณฑ วิธีการสอบแขงขันและวิธีดําเนินการสอบแขงขันครูผูชวย ………………..…………..... 1 หลักสูตรสอบแขงขันเพื่อบรรจุแตงตั้งบุคคลเขารับราชการครูตําแหนงครูผูชวย ……………………. 4 สวนที่ 2 ความสามารถทั่วไป.................................................................................................................... 6 ความสามารถดานตัวเลข………………………........……………………………………….……..….6 อนุกรม……………………………………………………………….……………………….. 6 การคํานวณหา ห.ร.ม ค.ร.น.………………………………………………………………… 14 คํานวณจํานวนเสาที่ปกตามเสน………….…………………………………………………….17 คํานวณผลบวกจํานวนนับ........................................................................................................ 17 การหาแฟกทอเรียน n (n Factorial)......................................................................................... 18 สมการและอสมการ(พิชคณิต)...................................................................................................19 การคํานวณหาพื้นที่…….. ........................................................................................................ 21 ขอมูล การนําเสนอขอมูลและขอมูลสถิต…………….……………………………………… 22 ความสามารถดานภาษาไทย................................................................................................................. 23 หลักภาษาไทย............................................................................................................................ 23 การสะกดคํา.............................................................................................................................. 25 การอานคํา................................................................................................................................. 28 คําและกลุมคํา........................................................................................................................... 35 การแตงประโยค........................................................................................................................ 40 การเรียงประโยค....................................................................................................................... 41 ความเขาใจภาษา........................................................................................................................ 42 ความเขาใจดานเหตุผล.......................................................................................................................... 45 อุปมาอุปมัย................................................................................................................................. 45 การสรุปความ……………………………………..................................................................... 46 การสรุปเหตุผล........................................................................................................................... 50
5.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร ข สวนที่ 3ความรอบรู.................................................................................................................................. 51 สังคม เศรษฐกิจ การเมืองและเหตุการณปจจุบัน........……………………………………….……..….51 รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550………………………………………… 51 รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยที่เกี่ยวของกับการศึกษา…………………………………… 63 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ…….………………………………………………… 65 ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง............................................................................................................ 69 นโยบายของรัฐบาลและนโยบายดานการศึกษา.................................................................................... 72 นโยบายรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ..……………………..……...…………………..……. 72 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ……………..……………………………….…... 78 นโยบายการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของ สพฐ.และวาระแหงชาติ..……………………. 83 นโยบายเรียนฟรี 15 ปอยางมีคุณภาพ และศัพททางการศึกษา................................................... 99 ความรอบรูทั่วไป………………………………………………………….…………..………..105 เทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร.............................................…………………. ………….….. 114 นโยบายดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร...................................................................114 กรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศ พ.ศ. 2544-2553 ของประเทศไทย..................................116 แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ.........116 สาระสําคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร...............................................................119 ระบบเครือขายอินเตอรเน็ตสําหรับครู............................................................………………….123 วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมและประเพณีไทย......................................................................………….124 วัฒนธรรมไทย.....................................……………………………………………………… ..124 ประเพณีไทย ประเพณีทองถิ่น................................................................................................... 131 ขนบธรรมเนียม ประเพณีไทยที่ควรรูจัก................................................................................…132 สรุปขนบธรรมเนียมประเพณีที่สําคัญของภูมิภาคตางๆของไทย................................................146 วัฒนธรรมชาวพุทธ....................................................................................................................148 สวนที่ 4 กฎหมายการศึกษาและกฎหมายปฏิบัติราชการ...................................................................... 155 พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ.2542และแกไขเพิ่มเติม(ฉบับที่2) พ.ศ.2545......…… ……… 156 พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ……………………... .….. 161 พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546.............……………….…….….…… . 166
6.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร ค พระราชบัญญัติระเบียบขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547และแกไขเพิ่มเติม.……...174 พระราชบัญญัติระเบียบเงินเดือน เงินวิทยฐานะและเงินประจําตําแหนงขาราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547……………………………………………………………...……...184 พระราชบัญญัติคุมครองเด็ก พ.ศ.2546 ………………………………………………… ……….…. 187 พระราชกฤษฎีกาวาดวยหลักเกณฑและวิธีการบริหารกิจการบานเมืองที่ดี พ.ศ.2546........ ................188 ระเบียบ กฎหมายปฏิบัติราชการอื่นที่ควรรู..........................................................................................190 กฎหมายเกี่ยวกับการจัดการศึกษาภาคบังคับ .......................................................................... 190 ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวาดวยการลงโทษ นักเรียน นักศึกษา พ.ศ. 2548…………… … 191 กฎกระทรวงวาดวยความประพฤติ นักเรียน นักศึกษา พ.ศ. 2548 ............................. ............. 192 ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวาดวยกําหนดเวลาทํางาน พ.ศ.2547.............................. .............192 ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวาดวยชักธงชาติในสถานศึกษา พ.ศ. 2547…………… ……… 192 ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการลาของขาราชการ พ.ศ. 2535 …………… ………… 192 ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยงานสารบรรณ พ.ศ.2526……………………………… ..195 ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยงานสารบรรณ(ฉบับที่2) พ.ศ.2548…………………… .. 197 ระเบียบวาดวยการรักษาความปลอดแหงชาติ พ.ศ. 2517…………………………………….. 201 สวนที่ 5วิชาการศึกษา........................................................................................................................... 204 หลักการจัดการศึกษา.......................................….……………………………………....………….. 204 แนวคิดพื้นฐานในการจัดการศึกษา ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542……… 204 การจัดการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542………………..………… 211 ระบบการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542.………………………...... 216 บทบาทของผูเกี่ยวของในการจัดการศึกษาตามพรบ.การศึกษาแหงชาติ ……………………..217 หลักสูตรและการพัฒนาหลักสูตร…………………...……………………………………………….220 หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544....……………….………..…………….... 220 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551............................................................. ......... 223 การจัดกระบวนการเรียนรู........................................................................................................ ..........232 การจัดเรียนรูที่เนนผูเรียนเปนสําคัญ............................................................................... ........ 232 กระบวนการเรียนรูที่เนนผูเรียนเปนสําคัญ.............................................................................. 235 รูปแบบกระบวนการเรียนรูของผูเรียน……………………………….…………..………..… 239 รายละเอียดรูปแบบกระบวนการเรียนรูของผูเรียน......................................................... ......... 240
7.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร ง จิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว......................………………………………………………….. 257 จิตวิทยาการเรียนรู............................................……………………………….…………….. 257 จิตวิทยาการพัฒนาการ ..............................................................................................................261 การแนะแนว……… ………………………………………………….…………… ……. 265 สื่อ เทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษา....................... .........…..……………………… ……….… .269 สื่อการศึกษา..............................................………………………………….……. …….….. 269 เทคโนโลยีทางการศึกษา…………….………………………………….………… ….……. 276 นวัตกรรมทางการศึกษา...........................……………………………………….…… ……. 278 สื่อ เทคโนโลยี นวัตกรรมทางการศึกษาที่สําคัญของไทย........................................................ 279 การวัดและประเมินผลทางการศึกษา...................................................................................................284 หลักการวัดและประเมินผลทางการศึกษา............………………………… …………….….. 284 การวัดผลและประเมินผลตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2544..................................... 287 สวนที่6 วิชาชีพครู................................................................................................................................. 292 เจตคติตอวิชาชีพ....................................................................……………….… ….…….………… 292 จรรยาบรรณวิชาชีพครู........................... ............................................................................................300 คุณธรรม จริยธรรมและคานิยม......................................................................................................... 304 คุณธรรมของครู........................................................................................................................304 จริยธรรมสําหรับครู..................................................................................................................313 คานิยมของครู...........................................................................................................................315 วินัยและการรักษาวินัย....................................................................................................................... 323 ความเปนพลเมืองดี..................................................……………………………….….…..…...….. 328 มนุษยสัมพันธและการปรับตัว..............……………………………………………….……….….. 330 มนุษยสัมพันธ........................................................................................... ............................. 330 การปรับตัว................................................................................................. ............................ 335 การทํางานรวมกับผูอื่น.........................................................................…………… ….…………… 338 การทํางานรวมกับผูอื่น................................................................................ ............................338 การทํางานเปนทีม........................................................................................ ............................341 ความคิดสรางสรรคตอวิชาชีพ.............................................……………………… .……….……… 343 การจัดการความรู.................................................................................................. .............................348 การสรางความสัมพันธกับชุมชน......................................................................... ............................. 357
8.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร จ สวนที่ 7 เทคนิคการเตรียมตัวสอบ...........................................................................................................371 เตรียมตัวอยางไรใหพรอมสําหรับสอบแขงขัน................………………………………..…………... 371 การจัดหาเอกสารหรือหนังสือสําหรับเตรียมสอบ.…………………………………..………. 371 วิธีการอานหนังสืออยางไรใหจําไดเร็ว.………………………………………………..…….. 372 จะสมัครสอบแขงขันที่ไหนดี.....................................................................................................373 วางแผนในการสอบอยางไรใหไดผล.........................................................................................373 การบริหารจัดการระหวางทําขอสอบกรณีขอสอบเปนปรนัย (ชนิดตัวเลือก).......................... 374 การบริหารจัดการระหวางทําขอสอบกรณีขอสอบเปนอัตนัย (อธิบาย)………………………375 การปฏิบัติตัวหลังจากสอบเสร็จ................................................. ............................................. 376 ประเภทและลักษณะขอสอบบรรจุ........................................................................................................377 เทคนิคการเลือกคําตอบที่ถูก.................................................................................................................378 เทคนิคการเลือกคําตอบขอสอบภาคความรูความสามารถทั่วไป................................................379 เทคนิคการเลือกคําตอบขอสอบภาคความสามารถเฉพาะตําแหนง……………………………379 เทคนิคการเดาคําตอบ.......................................................................................................................... 380 เทคนิคในการเขาสอบสัมภาษณ........................................................................................................... 381 หลักเกณฑการสอบสัมภาษณและการใหคะแนน............................................................... ......381 การเตรียมตัวและวิธีการเขาสอบสัมภาษณใหไดคะแนนมากที่สุด............................................381 แนวคําถามคําตอบในการสอบสัมภาษณ...................................................................................383 การจัดทําแฟมผลงานใชสําหรับการสอบแขงขัน................................................................................. 383 ความสําคัญของแฟมสะสมผลงาน (PORTFOLIO)………………………………………….. 383 แฟมสะสมงานครู (TEACHER PORTFOLIO)……………………………………………… 384 การทําแฟมผลงานประกอบการสอบสัมภาษณ (การสอบแขงขัน)……………………………384 บรรณานุกรม…………………………………………………………………………………………….385
9.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร สวนที่ 1 หลักเกณฑ วิธีการและหลักสูตร สอบบรรจุ “ครูผูชวย”
10.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 1 สวนที่ 1 : หลักเกณฑ วิธีการ หลักสูตรการสอบแขงขันครูผูชวย
11.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 2
12.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 3
13.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 4
14.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 5
15.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร สวนที่ 2 ความรูความสามารถทั่วไป
16.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 6 สวนที่ 2 : ความรูความสามารถทั่วไป วิชาความสามารถทั่วไป ตามหลักสูตรสอบแขงขันบรรจุครูผูชวย ที่ ก.ค.ศ.กําหนด ประกอบไป ดวยเนื้อหาสามสวน ดังตอไปนี้ 1. ความสามารถดานตัวเลข ไดแก ความสามารถในการคิดเลข สรุปเหตุผลเกี่ยวกับตัวเลข และขอมูลตางๆ 2. ความสามารถดานภาษาไทย ไดแก ความเขาใจภาษา การอานจับใจความ การสรุปความ การตีความ การบรรยายความ การเรียงขอความ การสะกดคํา การแตงประโยค และคําศัพท 3. ความสามารถดานเหตุผล ไดแก ความสามารถในการคิด สรุปเหตุผล และอุปมาอุปมัยซึ่งมี รายละเอียดแตละเรื่อง ดังนี้ 1. ความสามารถดานตัวเลข 1) อนุกรม คือ ชุดของตัวเลขที่มีการวางเรียงอยางเปนระบบ มีกฎเกณฑอยางใดอยางหนึ่งเปนชุด ๆ การวัดหรือขอสอบจะกําหนดหรือตัดตัวเลขตัวใดตัวหนึ่งในระบบออกหรือตัดตัวถัดไปแลวใหดูวานาจะเปน ตัวเลขใดมีหลายแบบ 1.1) ตัวเลขอนุกรมธรรมดา เปนอนุกรมแนวเดียว ก. ระบบเดียว ตัวอยาง 2 3 5 8 ….? แนวคิด : ตัวระบบคือ +1 +2 +3 ตอไปตองเปน 8 + 4 = 12 2 + 1 = 3 3 + 2 = 5 5 + 3 = 8 8 + 4 = 12 12 + ……(5) = 17 ข. ระบบซอน เปนระบบที่เขียนใหซอนกันอยางนอย 2 ระบบขึ้นไป เชน +1 +2 +1 +3 +1 +4 หรือ +3 -1 +4 -2 +5 -3 ระบบซอนนี้ อาจจะเปน + กับ - หรือสลับเครื่องหมายทางคณิตศาสตรแบบตาง ๆ แม กระทั่งการยกกําลัง หรือใส log ก็สามารถมาสรางเปนอนุกรมได ตัวอยาง 5 4 6 4 8 5 11 7 …….? แนวคิด. เปนดังนี้ -1 +2 -2 +4 -3 +6 -4 +8
17.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 7 คําตอบที่ไดคือ 8 + 11 แบบนี้เปน 2 ระบบเทานั้น 5 - 1 = 4 4 + 2 = 6 6 - 2 = 4 4 + 4 = 8 8 - 3 = 5 5 + 6 = 11 11 - 4 = 7 7 + 8 = 15 ลักษณะอนุกรมธรรมดา เปนเลขชุดที่สามารถเกิดจากการ บวก ลบ คูณ หารหรือผสมก็ได ไดแก ก. แบบบวก เปนอนุกรมที่มีคาของตัวเลขเพิ่มขึ้นอยางเปนระบบ อาจเพิ่มแบบตรง หรือแบบซอน ก็ได ตัวอยาง 1 5 9 13 ……..? ทีคาเทาไร ก. 14 ข. 16 ค. 17 ง. 18 แนวคิด. เปนการเพิ่มขึ้นแบบเทากัน โดยเพิ่มครั้งละ 4 คําตอบถูก คือ ค. 17 ตามหลักการ หรือตัวอยางอื่นๆ ดังนี้ 1 + 4 = 5 5 + 4 = 9 9 + 4 = 13 13 + 4 = 17 1. 3 5 7 9 …….? ก. 10 ข. 11 ค. 13 ง. 14 จ. 16 เพิ่มขึ้นทีละ 2 คือ +2 +2 +2 ไปเรื่อย ๆ ดังนั้นถัดจาก 9+2 จึงเปน 11 คําตอบถูก ข. 2. 3 4 6 9 ……..? ก. 12 ข. 13 ค. 15 ง. 16 จ. 17 เพิ่มขึ้นไมเทากัน คือ +1 +2 +3……เปน +4 ดังนั้น 9 + 4 = 13 คําตอบถูก ข. 3. 7 8 10 11 14 15 …..? ก. 16 ข. 17 ค. 18 ง. 19 จ. 21 ระบบบวกแบบนี้คือ +1 +2 +1 +3 +1 +4 …เรียกวาระบบบวกซอนตัวเลขถัดไป เปน 15 + 1 = 16 คําตอบถูก ก.
18.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 8 ข. วิธีลบ ใชวิธีคลายกับวิธีบวก เพียงแตระบบเกิดจากการลบเปนหลัก เลขจะลดลง ดังตัวอยาง 1. 25 22 19 16 ……? ก. 9 ข. 12 ค. 13 ง. 14 จ. 15 ระบบนี้คาลบเทากันตลอด คือ -3 -3 -3 ไปเปน -3 เลขถัดไปจึงเกิดจาก 16-3 = 13 คําตอบถูก ค. 2. 25 24 21 19 16 13 ……? ก. 7 ข. 9 ค. 10 ง. 11 จ. 12 ระบบนี้ เปน -1 -3 -2 -3 -3 -3 เปนลักษณะระบบซอนระบบตอไปเกิดจาก 13 – 3 = 10 คําตอบถูก ค. ค. วิธีคูณ ระบบเปนผลของการคูณ นั่นคือตัวเลขเกิดจากการคูณ ตัวอยาง 1. 3 6 12 24 …… ? ก. 26 ข. 32 ค. 40 ง. 48 จ. 58 ระบบนี้ใชระบบคูณคงที่ คือ 2 คูณกันตอไปเรื่อย ๆ ตัวสุดทายเกิดจาก 24 x 2 = 48 คําตอบถูก ง. 2. 3 3 6 6 18 …… ? ก. 18 ข. 24 ค. 32 ง. 54 จ. 72 ระบบนี้ซับซอนมากขึ้น เกิดจาก x1 x2 x1 x3 เปนระบบ x1 x1 กับระบบ x2 x3 x4 ไปเรื่อย ๆ ดังนั้น 18 x 1 = 18 คําตอบถูก ก. ง. วิธีหาร เปนแบบเดียวกับวิธีคูณ วิธีคิดคือคิดกลับขางกับวิธีคูณ นั่นคือทําวิธีคูณกอน 1. 100 50 10 5 ……? ก. 1 ข. 2 ค. 3 ง. 4 จ. 5 เกิดจากเอา 2 หาร แลวเอา 5 หารสลับกันไป คือ หาร 2 หาร 5 หาร 2 หาร 5 ดังนั้น 5 หาร 5 = 1 คําตอบถูก ก. 2. 120 40 20 5 5 ……? ก. 0 ข. 1 ค. 2 ง. 3 จ. 4 เปนการหาร 2 ระบบ สังเกตดูจะเห็นวา หาร 3 หาร 2 หาร 4 หาร 1 หาร 5 นั่นคือ ระบบหารดวย 3 4 5 และ 2 1 0 (ไดจาก 5 หาร 5 = 1) คําตอบถูก ข. จ. วิธีผสม เปนวิธีการสรางระบบโดยอาศัยวิธีการทางคณิตศาสตร แตกตางกันออกไป เชน บวกกับลบ บวกกับหาร บวกกับยกกําลัง ลบกับคูณ สามารถนํามาเกี่ยวของกันอยางนอย 2 ระบบขึ้นไป ตัวอยาง 1. 2 5 4 8 7 ……? ก. 10 ข. 12 ค. 13 ง. 14 จ. 16
19.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 9 ขอนี้ มี 2 ระบบคือ บวกกับลบ +3 –1 +4 –1 ตอไป +5 เลขถัดไปจะเปน 7 + 5 = 12 คําตอบถูก ข. 2. 5 5 2 4 1 1 ……? ก. 0 ข. 1 ค. -2 ง. -3 จ. -5 ขอนี้ มี 2 ระบบแบบผสมคือ ยกกําลังกับการลบ นั่นคือยกกําลัง 1 –3 ยกกําลัง 2 - 3 ยกกําลัง 3 -3 อยางนี้ไปเรื่อย ๆ คําตอบของเลขถัดไปจึงเปน 1 - 3 = -2 คําตอบถูก ค. 1.2) อนุกรมแบบเรียงลําดับตัวเลข ก. เรียงตามผลตางระหวางเทอมคงที่ เชน 1. 1, 2, 3, 4, 5 .......... (ผลตางระหวางเทอมคงที่เปน 1) 2. 1, 3, 5, 7, 9 .......... (ผลตางระหวางเทอมคงที่เปน 2) 3. 2, 5, 8, 11, 14 .......... (ผลตางระหวางเทอมคงที่เปน 3) 4. 40, 35, 30, 25, 20 .......... (ผลตางระหวางเทอมคงที่เปน 5 แตคาลดลง) 5. 15, 11, 7, 3, -1 .......... (ผลตางระหวางเทอมคงที่เปน 4 แตคาลดลง) ข. เรียงตามผลตางระหวางเทอมเพิ่มขึ้นหรือลงอยางเสมอ เชน 6. 1, 2, 4, 7, 11 .......... (ผลตางระหวางเทอมเพิ่มขึ้นคราวละ 1) 7. 5, 7, 11, 17, 25 .......... (ผลตางระหวางเทอมเพิ่มขึ้นคราวละ 2) 8. 51, 44, 38, 33, 29 .......... (ผลตางระหวางเทอมลดลงคราวละ 1) 9. 1, 2, 6, 15, 34 .......... (ผลตางระหวางเทอมเปนเลขยกกําลังสอง) 10. 1, 3, 8, 18, 35 .......... (ผลตางระหวางเทอมเปนเลขยกกําลังสองบวก 1) ค. เรียงตามกฎเกณฑเฉพาะ นับเปนการลําดับเรียงตัวเลขที่ยากที่สุด เพราะกฎเกณฑนั้นมีอยูมากมายไมรูจบ ผูเขาสอบ ตองอาศัยการทดลองทําแนวของกฎเกณฑใหมากที่สุดเทาที่จะมากได จึงจะเกิดความชํานาญในการ คิด ฉะนั้นจึงไดพยายามยกตัวอยางมาใหหลาย ๆ แบบ ดังนี้ 1. 1, 3, 7, 15, 31 ………. (เทอมหลัง = เทอมหนา x 2 แลวบวกดวย 1) 2. 3, 6, 11, 18, 27 ………. (เปนเลขยกกําลัง + 2) ………. (เทอมหลัง = เทอมหนา x 2 แลวบวกดวย 2) 4. 2, 4, 16, 265, 65536 ………. (เทอมหลัง = เทอมหนายกกําลัง) 5. 2, 8, 18, 32, 50 ………. (เลขยกกําลัง x 2 ) 6. 1, 4, 9, 16, 25 ………. (เลขยกกําลังสอง) 7. 1, 8, 27, 64, 125 ………. (เลขยกกําลังสาม) 8. 0, 3, 8, 15, 24 ………. (เลขยกกําลังสองลบดวย 1)
20.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 10 9. -1, 6, 25, 62, 173 ………. (เลขยกกําลังสามลบดวย 2) 10. 25 16 9 4 1 …(เลขยกกําลังสอง คือ 5 ยกกําลังสอง 4 ยกกําลังสอง) ง. แบบเรียงชุดละ 2 ตัว คือการเรียงลําดับตัวเลขที่เรียงตามไปกฎเกณฑใดกฎเกณฑหนึ่งชุดละ 2 ตัว กฎของการเรียง ในแตละตัวใน 2 ตัวนั้น อาจจะเปนกฎเดียวกับการเรียงชุดละ ตัวก็ได เชน 1. 1, 1, 2, 4, 3, 9, 4 …. (ตัวแรกของชุด 1, 2, 3, 4 ชุดหลัง 1, 4, 9, ตอไปเปน 16) 2. 2, 1, 4, 3, 6, 5, 8 …. (ตัวแรกของชุด 2, 4, 6, 8 ชุดหลัง 1, 3, 5, ตอไปเปน 7) 3. 1, 14, 5, 12, 9, 10, 13 …. (ชุดแรก 1, 5, 9, 13 ชุดหลัง 14, 12, 10, ตอไปเปน 8) 4. 2, 3, 4, 9, 8, 27, 16 …. (ชุดแรก 2, 4, 8, 16 ชุดหลัง 3, 9, 27 ตอไปเปน 81) 5. 10, 19, 13, 22, 16, 25, 19 …. (ชุดแรก 10, 13, 16, 19 ชุดหลัง 19, 22, 25 ตอไปเปน 28) 6. 30, 1, 33, 4, 38, 9, 45 …. (ชุดแรก 30, 33, 38, 45 ชุดหลัง 1, 4, 9 ตอไปเปน 16) 7. 20, 10, 13, 4, 6, -2 , 1 …. (ชุดแรก 20, 13, 6, -1 ชุดหลัง 10, 4, -2 ตอไปเปน -8) 8. 66, -10, 77, -3, 88, 5, 99 …. (ชุดแรก 66, 77, 88, 99 ชุดหลัง -10, -3, 5 ตอไปเปน 1) 9. 19, 19, 21, 17, 24, 14, 28 …. (ชุดแรก 19, 21, 24, 28 ชุดหลัง 19, 17, 14 ตอไปเปน 10) 10. 34, 31, 36, 29, 38, 27, 40 …. (ชุดแรก 34, 36, 38, 40 ชุดหลัง 31, 29, 27 ตอไปเปน 25) จ. แบบเรียงชุดละ 3 ตัว ก็เชนเดียวกับการเรียงชุดละ 1 ตัว หรือ 2 ตัว แตเปนชุดละ 3 ตัว เชน 1. 2, 1, 2, 2, 2, 4, 2, 3 …. (ชุดแรก 2, 1, 2, ถัดไป 2, 2, 4 ถัดไป 2, 3 …ตอไป 6) 2. 2, 3, 5, 4, 5, 9, 6, 7 …. (สองตัวแรกบวกกันเปนตัวที่สาม ฉะนั้น 6+7 ได 13) 3. 13, 11, 15, 14, 10, 16, 15, 9 …. (ตัวแรกของชุด 13, 14, 15 ตัวที่สอง 11, 10, 9 ชุดที่สาม 15, 16, …..ตอไปคือ 17) 4. 5, 2, 10, 6, 4, 24, 7, 5 …. (ชุดแรก 2, 5, 10 ตัวที่สอง 6, 4, 24 ชุดสาม 7, 5, …..ตอไป 35) 5. 1, 5, 8, 4, 6, 7, 9, 7,…. (ชุดแรก 1, 4, 9 ตัวที่สอง 5, 6, 7 ชุดสาม 8, 7, ….. ตอไป 6) 6. 1, 4, 7, 2, 6, 9, 3, 8,…. (ชุดแรก 1, 2, 3 ตัวที่สอง 4, 6, 8 ชุดสาม 7, 9, ….. ตอไป 11)
21.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 11 1.3) อนุกรมหลายชั้น ตัวเลขอนุกรมหลายชั้น หมายถึง อนุกรมธรรมดา อยางนอย 2 อนุกรมเกี่ยวของกัน ในอนุกรม ธรรมดายังมีหลายระบบ ดังนั้นถามี 2 อนุกรม ผูตอบอาจตองคิดถึง 4 ระบบ จะทําใหยากขึ้นกวาอนุกรม ธรรมดา อนุกรมแบบนี้มีอยู 3 ชนิด แบบที่ 1 กําหนดอนุกรมให 2 อนุกรม แตละอนุกรมมี 5 ตัว อนุกรมหนึ่งจะถูกทุกตัว สวน อีกอนุกรมหนึ่งจะมีตัวเลขเรียงผิดอยูตัวหนึ่ง และถาอนุกรมเรียงถูกทั้งสองอนุกรมแลวจะมีผลรวมเทากับ ตัวเลขที่กําหนดให ดังนั้นอนุกรมแบบนี้ตองการใหผูตอบหาตัวผิดนั่นเอง ดังตัวอยาง ก ข ค ง จ อนุกรมหนึ่ง อนุกรมสอง 1 1 2 3 3 6 4 7 5 9 ผลรวมเมื่ออนุกรมถูก 40 แนวคิด : 1. อนุกรมหนึ่งถูก รวมกันได 15 2. อนุกรมสองจะตองรวมกันได 25 จึงจะถูก แตอนุกรมสองที่กําหนดปรากฏวารวมกันได 26 เกินไป 1 ซึ่งมีที่ผิด 3. พิจารณาดู 1 ถึง 3 แปลวาเพิ่ม 2 , 3 ถึง 6 เพิ่ม 3, 6 ถึง 7 เพิ่ม 1 และ 7 ถึง 9 เพิ่ม 2 แสดงวาอนุกรมนี้ตองเพิ่มทีละ 2 จึงจะถูก ดังนั้นจุดที่ผิดคือ 6 ที่ถูกตององเปน 5 คําตอบถูกจึงเปน ค. ผลรวมทั้งหมดเทากับ 40 พอดี ก ข ค ง จ อนุกรมหนึ่ง อนุกรมสอง 5 3 6 4 6 6 5 9 7 13 ผลรวมเมื่ออนุกรมถูก 62 แนวคิด : 1. ขอนี้ผลรวมที่ถูกคือ 62 แตอนุกรมหนึ่งและสองรวมกันได 64 แสดงวาตัวเลขที่ผิดนั้นเกิน 2 2. พิจารณาอนุกรมที่ตัวเลขเรียงคาตามลําดับดูกอนวาเพิ่มขึ้นเปนระบบหรือไม ในที่นี้เพิ่มขึ้น +1, +2, +3, +4 อนุกรมสองถูก
22.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 12 3. อนุกรมหนึ่งจะตองรวมได 27 จึงจะถูก ขณะนี้รวมกันได 29 ยังเกินไป 2 ใหดูระบบความ แตกตางของแตละชวง จะเปน +1 , +0 , -1 ,+2 เอา 2 ระบบนี้มาพิจารณา +1 , +0 ก็ตองเปน –1, +1 คําตอบคือ ข. แบบทดสอบอนุกรมหลายชั้น 1. ก ข ค ง จ อนุกรมหนึ่ง -1 0 2 5 8 อนุกรมสอง 16 14 12 10 8 ผลรวมเมื่ออนุกรมถูก 2. ก ข ค ง จ อนุกรมหนึ่ง 9 5 2 0 -2 อนุกรมสอง 0 2 6 8 16 ผลรวมเมื่ออนุกรมถูก 3. ก ข ค ง จ อนุกรมหนึ่ง 25 16 9 4 1 อนุกรมสอง 1 5 8 11 14 ผลรวมเมื่ออนุกรมถูก แบบที่ 2 เปนแบบอนุกรมที่มาเขาคูกัน 2 อนุกรม จะมีตัวเลข 5 ตัว หรือมากกวานั้นก็ได และใหมีผิดทั้งสองอนุกรม คําตอบใหเอาตัวเลขที่ผิดในอนุกรมมาไวเปนคู ตัวอยาง อนุกรมหนึ่ง 2 3 4 5 7 อนุกรมสอง 1 3 5 6 9 ก. 2 , 3 ข. 3 , 5 ค. 5 , 7 ง. 7 , 6 จ. 7 , 9 75 47 95
23.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 13 แนวคิด : 1. อนุกรมหนึ่งเพิ่มขึ้นทีละ 1 ตัวเลขที่ผิดคือ 7 2. อนุกรมสองเพิ่มขึ้นทีละ 2 ตัวเลขที่ผิดคือ 6 คําตอบถูกจึงเปน 7, 6 แบบที่3 เปนแบบกําหนดแนวโนมของอนุกรมใหเปนชุด ๆ แลวหาระบบการเรียงที่เกี่ยวพันกัน เพราะทุกอนุกรมจะเชื่อมโยงแนวคิดใหซึ่งกันและกัน การพิจารณาระบบการเรียงหรือแนวโนมของตัวเลข เปนสิ่งสําคัญมาก วิธีนี้บางโครงสรางเปนลักษณะหลายมิติ คือสัมพันธหรือเกี่ยวพันกันทั้งแนวตั้งและแนว นอน ดังตัวอยาง 8 4 20 4 2 2 1 10 ? ก. 2 ข. 4 ค. 5 ง. 6 จ. 7 แนวคิด : 1. ชุดแรก เกิดจาก 2 คูณ จาก 2 เปน 4 จาก 4 เปน 8 2. ชุดที่ 2 เปนลักษณะ 2 คูณ เชนเดียวกัน เพียงแตตัวเลขเปลี่ยนไป 3. ชุดที่ 3 ตอง 2 คูณเหมือนกัน คําตอบถูกคือ 5 วิธีคิดอาจจะเอา 2 หาร จากเลขหลักบนมาก็ไดเชนกัน แบบที่3 อนุกรมแนวตั้งและแนวนอนจากตัวเลขที่เหลือไวใหแลวพิจารณาวา จุด ? มีคาเทาไร 1. ก. 11 ข. 13 ค. 14 ง. 15 จ. 17 แนวคิด. 1. พิจารณาแถว 2 คือ 6 ถึง 8 คือ เพิ่ม 2 2. พิจารณาแถว 1 คือ 1 เพิ่ม 2 เทากับ 3 จาก 3 ถึง 6 เพิ่ม 3 3. พิจารณาแถว 2 คือ 8 + 3 คือ 11 4. พิจารณาแถว 2 จาก 11 ถึง 15 คือ เพิ่ม 4 5. พิจารณาแถว 4 จาก 9 เพิ่ม 4 คือ 13 คําตอบ คือ ข. 13 2. ก. 0 ข. 1 ค. 3 ง. 4 จ. 6 แนวคิด. ลักษณะอนุกรม คือ -1 +2 -3 1. พิจารณาแถว 2 จาก 2 ไป 1 คือ ลด 1 2. พิจารณาแถว 3 คือ 7 ลด 1 เทากับ 6 จาก 6+2 เปน 8 3. พิจารณาแถว 4 คือ 2 - 3 คือ -1 4. พิจารณาแถว 2 จาก 1 +2 เปน 3 และ - 3 เทากับ 0 คําตอบ ก. 0 1 - 6 - 6 8 - 15 - 5 - - 5 - 4 2 1 - ? - 8 - -
24.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 14 3. ก. 9 ข. 12 ค. 14 ง. 16 จ. 18 แนวคิด. ลักษณะอนุกรม คือ -1 +2 -3 1. แถว 4 จาก 19 ไป 15 คือ ลด 4 2. แถว 2 คือ 18 ลด 4 เทากับ 14 ไป 17 คือ +3 3. พิจารณาแถว 4 คือ 15 +3 เปน 18 -2 เปน 16 คําตอบ ง. 16 4. ก. 4 ข. 5 ค. 7 ง. 9 จ. 13 แนวคิด. ลักษณะอนุกรม คือ 10 -3 = 2 1. แถว 2 จาก 10 ไป 2 คือ ลด 8 2. แถว 4 จาก 12 ลด 8 เทากับ 4 คําตอบ ก. 4 2) การคํานวณหา ห.ร.ม ค.ร.น. 2.1) ห.ร.ม. ยอมาจาก ตัวหารรวมมาก ห.ร.ม ของจํานวนสองจํานวน คือ จํานวนเต็มบวกที่มาก ที่สุดที่ไปหารจํานวนทั้งสองนั้นลงตัว วิธีหา ห.ร.ม. อาจทําไดหลายวิธี ดังนี้ 1.โดยวิธีแยกตัวประกอบในรูปผลคูณของจํานวนเฉพาะ ห.ร.ม. คือ ตัวประกอบที่สัมพันธกัน 2.โดยวิธีตั้งหารสั้น ห.ร.ม. คือ ผลคูณของจํานวนที่เปนตัวหารรวมทุกจ ตัวอยาง จงหา ห.ร.ม. ของ 12 และ 18 12 = 2 x 2 x 3 18 = 2 x 3 x 3 ดังนั้น ห.ร.ม ของ 8 และ 12 คือ 2 x 2 x 2 x 3 ตัวประกอบที่มากที่สุดของ 12 และ 18 คือ 2 x 3 หรือ 6 คําตอบ ห.ร.ม ของ 12 และ 18 คือ 6 2.2) ค.ร.น. ยอมาจาก ตัวคูณรวมนอย ค.ร.น ของจํานวนสองจํานวน คือจํานวนเต็มบวกที่ นอยที่สุดที่จํานวนทั้งสองนั้นหารลงตัว วิธีหา ค.ร.น อาจทําไดหลายวิธี ดังนี้ 1. โดยวิธีแยกตัวประกอบ ในรูปผลคูณของจํานวนเฉพาะ ค.ร.น. คือผลคูณของตัวประกอบรวมกันกับตัวประกอบที่เหลือทุกจํานวน 12 8 - - - 12 - 13 18 - 17 - - 3 7 - 8 - 10 2 - 1 -
25.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 15 2.โดยวิธีหารสั้น ค.ร.น. คือผลคูณของตัวหารรวมทุกตัวกับผลหารสุดทายทุกตัว 3.โดยวิธีใชสูตร ผลคูณของจํานวนสองจํานวน = ห.ร.ม. x ค.ร.น. ค.ร.น. = ผลคูณขอจํานวนสองจํานวน/ ห.ร.ม. ตัวอยาง 1) จงหา ค.ร.น. ของ 30 และ 42 30 = 2 x 3 x 5 42 = 2 x 3 x 7 เพราะฉะนั้น ค.ร.น. = 2 x 3 x 5 x 7 = 210 2) จงหา ค.ร.น. และ ห.ร.ม. ของ 8, 12 และ 60 8 = 2 x 2 x 2 12 = 2 x 2 x 3 60 = 2 x 2 x 3 x 5 เพราะฉะนั้น ห.ร.ม. = 2 x 2 = 4 ค.ร.น. = 2 x 2 x 2 x 3 x 5 = 120 3) จํานวนใดที่นอยที่สุดที่หาร 6, 8 และ 12 แลวเหลือเศษ 3 แนวคิด. หา ค.ร.น. ของทั้ง 3 จํานวน แลวบวกดวย 3 ดังนี้ ค.ร.น. 6 = 2 x 3 8 = 2 x 2 x 2 ค.ร.น. 12 = 2 x 2 x 3 และ ค.ร.น. 12 = 2 x 2 x 3 = 24 เพราะฉะนั้นเลขจํานวนนั้น คือ 24 + 3 = 27 4) จงหาจํานวนที่มากที่สุดที่หาร 162, 246 และ 282 แลวเหลือเศษ 6 เทากัน แนวคิด. เอาเศษ 6 ลบออกจากสามจํานวน แลวหา ห.ร.ม. ดังนี้ 162 - 6 = 152 = 2 x 2 x 2 x 13 246 - 6 = 240 = 2 x 2 x 2 x 2 x 5 282 - 6 = 272 = 2 x 2 x3 x 23 เพราะฉะนั้น ห.ร.ม. = 2 x 2 x3 = 12 เลขจํานวนนั้นคือ 12 3) การคํานวณอายุ ตัวอยาง 1) เมื่อ 5 ปกอน แดงอายุ 12 ป อีก 7 ปขางหนาแดงจะมีอายุกี่ป ก. 14 ข. 17 ค. 24 ง. 28 แนวคิด 1. เมื่อ 5 ปกอน แดงอายุ 12 ป แสดงวา ขณะนี้แดงมีอายุ 12+5 = 17 ป 2. เพราะฉะนั้น อีก 7 ปขางหนา แดงจะมีอายุ 17+7 = 24 ป 2) ปจจุบัน มานพ มานะ มานี อายุรวมกัน 57 ป เมื่อ 3 ปกอน อายุมานพ มากกวา มานะอยู 4 ป อีก 4 ปขางหนา อายุมานะ มากกวามานี 1 ป อยากทราบวาปจจุบัน มานะอายุกี่ป ? ก. 24 ข. 22 ค. 20 ง. 19
26.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 16 แนวคิด. 1. กําหนดใหปจจุบัน มานะ มีอายุ x ป 2. มานพ อายุ x +4 และมานี อายุ x – 1 ป 3. มานพ มานะ มานี อายุรวมกัน 57 ป 4. เพราะฉะนั้น x +( x +4 ) + (x – 1) = 57 x = 57/ 3 = 19 ป 3) เมื่อ 7 ปกอน ฉันทนา อายมุมากกวา ฉันทนีย 2 ป ปจจุบัน ฉันทนีย อายุเปน 2 เทาของ ฉันทนันท อีก 10 ปขางหนา ฉันทนันท อายุครบเบญจเพส อยากทราวาปจจุบัน ฉันทนาอายุกี่ป? ก. 32 ข. 30 ค. 28 ง. 26 แนวคิด 1. อีก 10 ปขางหนา ฉันทนันท อายุครบเบญจเพส คือ = 25 ป 2. เพราะฉะนั้น ปจจุบัน ฉันทนันท อายุ 25 - 10 = 15 ป 3. ปจจุบันฉันทนีย อายุเปน 2 เทาของฉันทนันท เพราะฉะนั้นปจจุบันฉันทนันทอายุ 25 x 2 = 30 ป 4. ฉันทนาอายมุมากกวาฉันทนีย 2 ป เพราะฉะนั้นปจจุบันฉันทนา อายุ 30 + 2 = 32 ป 4) พี่นอง 3 คน อายุรวมกัน 18 ป คนสุดทายออนกวาคนกลาง 2 ป คนโตแกกวาคนกลาง 2 ป คนกลางอายุเทาไร? ก. 10 ป ข. 8 ป ค. 6 ป ง. 4 ป แนวคิด 1. อายุ 3 คน = 18 ป ถาเฉลี่ยอายุเทา ๆ กัน จะได = 18 / 3 = 6 ป 2. คนโต คือ 6+2 = 8 ป คนกลาง6 ป คนสุดทาย 6-2=4 ป อายุรวมกัน 18 ป 5) ปจจุบันบิดาอายุ 35 ป บุตรชายอายุ 6 ป อีกกี่ปขางหนา บิดาจะมีอายุเปน 2 เทาของบุตร แนวคิด ใหอีก x ป บิดามีอายุเปน 2 เทาของบุตร ซึ่งสามารถเขียนลงในตารางได ดังนี้ อายุบิดา อายุบุตร ปจจุบัน 35 6 อีก x ป (อนาคต) 35 + x 6 + x แตอีก x ป บิดามีอายุเปน 2 เทาของบุตร เพราะฉะนั้น 35 + x = 2(6+x) 35-12 = 2x – x x = 23 ดังนั้น อีก 23 ป บิดามีอายุเปน 2 เทาของบุตร 6) เมื่อแปดปกอน พออายุมากกวาแม 5 ป แมมีอายุเปน 3 เทาของลูก และอีก7 ป ลูกจะอายุ ครบ 2 รอบ ปจจุบันพอมีอายุเทาไร แนวคิด - อีก 7 ปลูกจะมีอายุครบ 2 รอบ ฉะนั้น ปจจุบันลูกอายุ 24 – 7 = 17 ป - แมอายุ 3 เทาของลูก ฉะนั้น 17 x 3 = 51 ป - พออายุมากกวาแม 5 ป ฉะนั้น 51+5 = 56 ป
27.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 17 4) คํานวณจํานวนเสาที่ปกตามเสน ก. จํานวนเสาที่ปกตามเสนรอบวง สูตร : จํานวนเสาทั้งหมด = ความยาวของเสนรอบวง ÷ ระยะทางที่หางกันระหวางเสา ตัวอยาง สนามหญาเปนรูปวงกลม มีเสนรอบวงยาว 80 เมตร ปกเสาตามแนวเสนรอบวงแตละ ตนหางกัน 2 เมตร จะตองใชเสากี่ตน วิธีทํา ความยาวเสนรอบวง = 80 เมตร ระยะหางระหวางเสา = 2 เมตร จากสูตร จํานวนเสาทั้งหมด = ความยาวของเสนรอบวง ÷ ระยะทางที่หางกันระหวางเสา = 80÷ 2 = 40 ข. จํานวนเสาที่ปกตามแนวเสนตรง สูตร : จํานวนเสาทั้งหมด = ระยะทางทั้งหมด / 2 + 1 ระยะหางที่เทากันระหวางเสา ตัวอยางที่ ปกเสาตามแนวถนนในหมูบาน เสาแตละตนหางกัน 2 เมตร และระยะทางจากเสา ตนแรกถึงตนสุดทายยาว 80 เมตร จงหาวามีเสาทั้งหมดกี่ตน วิธีทํา ระยะทางทั้งหมด = 80 เมตร ระยะที่เทากันระหวางเสา = 2 เมตร จากสูตร จํานวนเสาทั้งหมด = ระยะทางทั้งหมด + 1 ÷ ระยะหางที่เทากันระหวางเสา = 80÷ 2 + 1 = 41 5) คํานวณผลบวกจํานวนนับ ก. ผลบวกจํานวนนับที่เรียงตามลําดับที่เริ่มจาก 1 จํานวนนับที่เรียงตามลําดับ ไดแก 1 2 3 4 …. สูตร ผลบวกของ 1 + 2 + 3 + 4 + … + n = n/ 2 (n+1) = ปลาย÷ 2(ปลาย + 1 )เมื่อ n เทากับปลาย ตัวอยาง จงหาผลบวกของ 1 + 2 + 3 + 4 + ……. + 12 วิธีทํา ผลบวก = 1 + 2 + 3 + 4 +… + 12 = ปลาย÷ 2 (ปลาย + 1) เมื่อปลาย = 12 = 12÷2 (12 + 1) = 6 x 13 = 78 ข. ผลบวกจํานวนนับที่เปนเลขคูเริ่มตนจาก 2 จํานวนนับที่เปนเลขคูเรียงลําดับ ไดแก 2 4 6 8 … สูตรผลบวกของ 2 + 4 + 6 + 8 + …+ n = n/4 [n+2] = ปลาย÷4 [ปลาย + 2 ] เมื่อ n = ปลาย
28.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 18 ตัวอยาง 1 ถึง 11 บวกกันไดเทาไร แนวคิด ตัวแรก + ตัวสุดทาย x ตัวสุดทาย/ 2 1 + 11 x 11 ÷ 2 = 66 ค. ผลบวกจํานวนนับที่เปนเลขคี่เริ่มตนจาก 1 จํานวนนับที่เปนเลขคูเรียงลําดับ ไดแก 1 3 5 7 … สูตรผลบวกของ 1 + 3 + 5 + 7 + …+ n = [n + 1]ยกกําลัง2 = [ปลาย + 2 ]ยกกําลังสอง ÷ 4 เมื่อ n = ปลาย 6) การหาแฟกทอเรียน n (n Factorial) นิยาม เมื่อ n เปนจํานวนเต็มบวก แฟกทอเรียน n หมายถึงผลคูณของจํานวนเต็มบวก ตั้งแต 1 ถึง n แฟกทอเรียน n เขียนแทนดวย n! ตัวอยาง 6! = 6 x 5 x 4 x 3 x 2 x 1 = 720 3! = 3 x 2 x 1 = 6 1! = 1 วิธีเรียงสับเปลี่ยน (Permutation) จํานวนวิธีที่เปนไปไดทั้งหมดของการเรียงอันดับสมาชิก ในเซตจํากัด เชน จํานวนที่จัดใหคน 3 คน ยืนเรียงแถว จํานวนที่จัดใหแขกรับเชิญ 8 คน นั่งรอบโตะกลม วิธีจัดเรียงลําดับดังกลาวเรียกวา วิธีเรียงสับเปลี่ยน ตัวอยาง ถาจัดคน 3 คน คือ ก ข และ ค ใหยืนเรียงเปนแถวตรง จะจัดไดทั้งหมด 6 วิธี คือ กขค กคข ขกค ขคก คกข คขก วิธีคิด ตําแหนงที่ 1 จะให ก ข หรือ ค ยืนก็ได จึงมีวิธีจัดได 3 วิธี ตําแหนงที่ 2 เมื่อมีคนยืนตําแหนงที่ 1 แลว ตําแหนงที่ 2 จึงเหลือคนใหจัด เพียง 2 คน จึงจัดได 2 วิธี สวนตําแหนงที่ 3 นั้นมีเพียงวิธีเดียว เพราะเหลืออยูเพียง 1 คน ดังนั้น จํานวนวิธีที่จะจัดใหคน 3 คน ยืนเรียงแถวตรงมีทั้งหมด 3! = 3 x 2 x 1 = 6 วิธี จํานวนวิธีเรียงสับเปลี่ยนของสิ่งของ n สิ่ง ซึ่งแตกตางกันทั้งหมดเทากับ n! ตัวอยาง ถาปลูกตนไม 5 ชนิด ๆ ละ 1 ตน เรียงเปนแถวตรง จะมีวิธีจัดทั้งหมดกี่วิธี วิธีทํา วิธีจัดตนไมดังกลาวเปนวิธีเรียงสับเปลี่ยนของสมาชิกทั้งหมดในเซตซึ่งมีสมาชิก 5 ตัว จํานวนวิธีเรียงสับเปลี่ยนทั้งหมดเทากับ 5! = 120 วิธี จํานวนวิธีเรียงสับเปลี่ยนเชิงวงกลมของสิ่งของ n สิ่ง ซึ่งแตกตางกันทั้งหมดเทากับ(n – 1)! วิธี ตัวอยาง มีวิธีจัดเรียงใหผูรับเชิญ 6 คน ใหนั่งรับประทานอาหารรอบโตะกลมซึ่งมีที่นั่ง ที่นั่งไดทั้งหมดกี่วิธี วิธีทํา จํานวนวิธีที่จัดผูรับเชิญ 6 คน นั่งรอบโตะกลม = (6 – 1)! = 5! = 120 วิธี
29.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 19 ตัวอยาง จะจัดให ชาย 5 คน และหญิง 5 คน ยืนสลับกันเปนวงกลมไดกี่วิธี วิธีทํา กําหนดใหชายคนหนึ่งอยูคงที่ ดังนั้น เหลือชาย 4 คน และหญิง 5 คน ที่จะยืนในตําแหนงตาง ๆ ได 9ตําแหนงแตเนื่อง จากชายหญิงตองยืนสลับกัน จึงทําใหมีตําแหนงที่ชายเลือกยืนได 4 ตําแหนง และหญิงหญิงเลือกยืนได 5 ตําแหนง ชาย 4 คน จัดอันดับกันเองได 4! วิธี หญิง 5 คน จัดอันดับกันเองได 5! วิธี ดังนั้น จัดชาย 5 คน และหญิง 5 คน ยืนสลับกันเปนวงกลมได = 4! x 5! = 2880 วิธี ตัวอยาง โรงเรียนแหงหนึ่งจัดอาหารกลางวัน โดยใหนักเรียนเลือกอาหารคาวไดหนึ่งอยางและ ขนมไดหนึ่งอยาง ถาโรงเรียนจัดอาหารคาว 4 อยาง และขนม 3 อยาง นักเรียนจะมีวิธี เลือกอาหาร กลางวันทั้งหมดไดกี่วิธี วิธีทํา มีวิธีเลือกอาหารคาวได 4 วิธี และในแตละวิธีที่เลือกอาหารคาวจะเลือกขนมได 3 วิธี ดังนั้น จํานวนวิธีทั้งหมดที่เลือกอาหารกลางวันเทากับ 4 x 3 = 12 วิธี 7) สมการและอสมการ(พิชคณิต) สมการ (Equation) คือประโยคสัญลักษณที่มีเครื่องหมายเทากับ(=) แสดงการเทากันของจํานวน ใด ๆ ตั้งแต 1 จํานวนขึ้นไป เชน x – 9 = 7 คําตอบของสมการ (Solution of the Equation) จากสมการ x – 9 = 7 เรียก x ซึ่งเปนสัญลักษณที่ไมทราบคาวา ตัวแปร (Variable) เรียกจํานวนใด ๆ ที่แทนคาตัวแปรในสมการแลวทําใหสมการนั้นเปนจริงวา คําตอบของสมการ ดังนั้น ถาแทน x = 16 ในสมการ จะได 16 – 9 = 7 ซึ่งเปนจริง เพราะฉะนั้น 16 เปนคําตอบของสมการ x – 9 = 7 คุณสมบัติของการเทากัน (Properties of Equality) กําหนดให a b และ c เปนจํานวนใด ๆ 1. คุณสมบัติการบวกและลบ 1.1 ถา a = b แลว a + b = b + c 1.2 ถา a = b แลว a - c = b – c 1.3 ในทางกลับกัน จะไดวา ถา a + c = b + c หรือ a - c = b - c แลว a = b
30.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 20 คุณสมบัติของการคูณและหาร 2.1 ถา a = b แลว a x c = b x c 2.2 ถา a = b แลว a÷c = b÷c เมื่อ c ไมเทากับ 0 2.3 ในทางกลับกันจะไดวา ถา a x c = b x c หรือ a÷c = b÷c เมื่อ c ไมเทากับ 0 แลว a = b การแกสมการ (Solving the Equation) การแกสมการ คือการหาคําตอบของสมการนั้น หรือการหาคาตัวแปร ซึ่งทําใหสมการนั้น เปนจริง การแกสมการ ทําได 2 วิธี คือ 1.โดยการทดลองแทนคาตัวแปรลงในสมการ เพื่อใหสมการนั้นเปนจริง 2.โดยการใชคุณสมบัติของการเทากัน ในการหาคําตอบ ตัวอยาง จงหาคําตอบของสมการ 2x + 1 = 5 วิธีทํา จากสมการ 2x + 1 = 5 นํา 1 มาลบทั้งสองขางของสมการ จะได 2x + 1 - 1 = 5 – 1 2x = 4 นํา 2 มาหารทั้งสองขางของสมการ จะได 2x÷2 = 4÷2 เพราะฉะนั้น x = 2 ตรวจคําตอบ แทนคา x ดวย 2 ในสมการ 2x + 1 = 5 จะได 2(2)+1 = 5 เปนจริง ดังนั้น 2 เปนคําตอบของสมการ 2x + 1 = 5 ตัวอยาง เชือกเสนหนึ่งมีความยาว 210 เซนติเมตร แบงออกเปน 2 เสน โดยให 3 เทาของ เชือกเสนยาวเทากับ 4 เทาของเสนสั้น จงหาความยาวของเชือกเสนยาว สมมติใหเชือกเสนยาวมีความยาว x เซนติเมตร ดังนั้น เชือกเสนสั้นมีความยาว 210 – x เซนติเมตร 3 เทาของเชือกเสนยาว = 3x เซนติเมตร 4 เทาของเชือกเสนสั้น = 4 ( 210 – x ) เซนติเมตร แต 3 เทาของเชือกเสนยาว = 4 เทาของเชือกเสนสั้น ดังนั้น 3x = 4 ( 210 – x ) 3x = 840 – 4x 3x + 4x = 840 7x = 840 x = 840 7 = 120
31.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 21 ตรวจคําตอบ แทนคา x = 120 ลงในสมการ 3x = 4(210 – x) จะได 3(120) = 4 (210 – 120) 360 = 4(90) ซึ่งเปนจริง ดังนั้น ความยาวของเชือกเสนยาวเทายาวเทากับ 120 เซนติเมตร ตัวอยาง คําวา “สอบ” นํามาเรียงสลับที่ ไดกี่วิธี แนวคิด : คําวา “สอบ” มีพยัญชนะ = 3 ตัว (3! = 3 x 2 x 1 = 6) ตัวอยาง ถา ก คือเลขคี่ จํานวนหนึ่ง ซึ่งมีเลขถัดไปคือ 13 อยากทราบวา ก + 7 เปนเทาไร แนวคิด : ก คือ 11 ฉะนั้น 11 + 17 = 18 ตัวอยาง 15 % ของจํานวน 75 คือเทาไร แนวคิด : 100 = 75 1 = 100 15 = 75 x 15 = 500 100 8) การคํานวณหาพื้นที่ สรุปเปนสูตรพอสังเขป เชน 1. พื้นที่สามเหลี่ยม 1.1 พื้นที่ของรูปสามเหลี่ยมใดๆ = 1 xฐาน x สูง (เมื่อกําหนดฐานและสวนสูงให) 2 1.2 พื้นที่ของรูปสามเหลี่ยมใดๆ = S (S-a) (S-b) (S-c) (เมื่อกําหนดดานทั้งสามให) เมื่อa, b, c เปนความยาวของดานทั้งสามของสามเหลี่ยม S = a+b+c 2 1.3 พื้นที่ของสามเหลี่ยมดานเทา = 3 x ดาน x ดาน 4 1.4 พื้นที่ของสามเหลี่ยมมุมฉาก = 1 x ผลคูณของดานประกอบมุมฉาก 2 2. พื้นที่สี่เหลี่ยม 2.1 พื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผา = กวาง x ยาว 2.2 พื้นที่สี่เหลี่ยมจตุรัส = ดาน x ดาน = 1 x ผลคูณของเสนทะแยงมุม 2 2.3 พื้นที่สี่เหลี่ยมดานขนาน = ฐาน x สูง 2. 4 พื้นที่สี่เหลี่ยมขนมเปยกปูน = ฐาน x สูง = 1 x ผลคูณของเสนทะแยงมุม
32.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 22 2 2.5 พื้นที่สี่เหลี่ยรูปวาว = 1 x ผลคูณของเสนทะแยงมุม 2 2.6 พื้นที่สี่เหลี่ยมคางหมู = 1 x ผลบวกของดานคูขนาน x สูง 2 2.7 พื้นที่รูปสี่เหลี่ยมใดๆ = 1 x เสนทะแยงมุม x สูง 2 3. พื้นที่วงกลม 3.1 เสนรอบวง = 2¶r เมื่อ ¶ มีคาประมาณ 3.14 หรือ 22/7 3.2 พื้นที่วงกลม = ¶r x r เมื่อ r คือรัศมีวงกลม 4. พื้นที่พื้นผิวและปริมาตร 4.1 ปริมาตรรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก = ความกวาง x ความยาว x ความสูง = พื้นที่ฐาน x ความสูง 4.2 ปริมาตรของปริซึมใดๆ = พื้นที่ฐาน x ความสูง 4.3 พื้นที่ของพีระมิด = พื้นที่ผิวเอียง + พื้นที่ฐาน 4.4 พื้นที่ผิวเอียง = 1 xความยาวของเสนรอบฐาน x สูงเอียง 2 4.5 ปริมาตรของของพีระมิด = 1 x พื้นที่ฐาน x สูงตรง 2 9) ขอมูล การนําเสนอขอมูลและขอมูลสถิติ ขอมูล หมายถึง ขอเท็จจริงที่เปนตัวเลขหรือขอเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่เราสนใจ สามารถนําไปใชหรือเปรียบเทียบได การนําเสนอขอมูลสามารถนําเสนอไดหลายแบบ เชน 1. การนําเสนอขอมูลดวยตาราง เปนการจัดระเบียบขอมูลโดยใชตาราง 2. การนําเสนอขอมูลดวยแผนภูมิรูปภาพ เปนการใชภาพแทนจํานวนขอมูลของสิ่งตางๆ 3. การนําเสนอขอมูลดวยแผนภูมิแทง เปนการใชรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากที่มีความยาวแตละรูป แปรเปลี่ยนไปตามปริมษณขอมูล 4. การนําเสนอขอมูลดวยแผนภูมิวงกลม เปนการใชวงกลมแสดงปริมาณขอมูลตางๆโดยแบง พื้นที่วงกลมออกเปนสวนๆจากจุดศูนยกลางแลวนําไปเปรียบเทียบ 5. การนําเสนอขอมูลดวยกราฟเสน นิยมใชกับขอมูลอนุกรมเวลา ซึ่งเปนขอมูลที่แสดงการเปลี่ยน แปลง ตามลําดับกอนหลังของเวลาที่ขอมูลนั้นๆ เกิดขึ้นในชวงเวลาใดเวลาหนึ่ง
33.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 23 ขอมูลสถิติ สวนใหญจะใชคากลางของขอมูลเปนตัวแทนของขอมูล ดังนี้ คาเฉลี่ยเลขคณิต คือ คาที่ไดจากการหารผลรวมของขมูลทั้งหมดดวยจํานวนขอมูล มัธยฐาน คือ คาอยูกึ่งกลางของขอมูลทั้งหมด เมื่อเรียงขอมูลชุดนั้นจากมากไปหานอยหรือ จากนอยไปหามาก ดังนั้นจะมีขอมูลจํานวนที่นอยและมากกวามัธยฐานเปนจํานวนเทากัน และ ฐานนิยม คือ คาขอมูลที่มีความถี่มากที่สุด 2. ความสามารถดานภาษาไทย 1 ) หลักภาษาไทย หลักภาษา คือวิชาที่วาดวยระเบียบการใชอักษร การเขียนอาน การใชคํา ความหมายของคําการ เรียงคําและที่มาของภาษา ผูที่จะทําขอสอบวิชาภาษาไทยไดดี จึงตองมีพื้นฐาน หลักภาษาไทยเปนอยางดี โดยการเรียนรูภาษาตาง ๆ และที่สําคัญ คือภาษาเขียน หรือ อักขระวิธี ไดแก อักษร แปลวา ตัวหนังสือ ซึ่งยอมหมายความถึงเสียงและตัวหนังสือดวย ลักษณะอักษร ในภาษาไทย มีอยู 3 อยาง คือ 1. เสียงแท ไดแก สระ มี 21 รูป 32 เสียง 2. เสียงแปร ไดแก พยัญชนะ มี 44 ตัว 3. เสียงดนตรี ไดแก วรรณยุกต มี 4 รูป 5 เสียง สระ สระในภาษาไทย ประกอบดวยรูปสระ 21 รูป และเสียงสระ 32 เสียง พยัญชนะ รูปพยัญชนะ มี 44 ตัว สามารถแบงอักษรตามระดับเสียง 3 หมู เรียกวา ไตรยางค คือ 1. อักษรสูง มี 11 ตัวคือ ข ฃ ฉ ฐ ถ ผ ฝ ศ ษ ส ห พื้นเสียงเปนเสียงจัตวา 2. อักษรกลาง มี 9 ตัวคือ ก จ ฎ ฏ ด ต บ ป อ พื้นเสียงเปนเสียงสามัญ ไก จิก เด็ก ตาย เด็ก (ฎ) ตาย (ฏ) บน ปาก โอง 3. อักษรต่ํา มี 24 ตัว พื้นเสียงเปนเสียงสามัญ ดังนี้ 3.1 อักษรคู คือ อักษรต่ําที่เปนคูกับอักษรสูง มี 14 ตัวคือ ค ฅ ฆ ช ฌ ซ ฑ ฒ ท ธ พ ภ ฟ ฮ 3.2 อักษรเดี่ยว คือ อักษรต่ําที่เสียงไมเปนคูกับอักษรสูง มี 10 ตัว คือ ง ญ ณ น ม ย ร ล ว ฬ วรรณยุกต วรรณยุกต มี 4 รูป ไดแก ไมเอก ไมโท ไมตรี ไมจัตวา มี 5 เสียง ไดแก เสียงสามัญ เสียงเอก เสียงโท เสียงตรี เสียงจัตวา
34.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 24 1. เสียงสามัญ คือเสียงกลาง ๆ เชน กา มา ตา เปน คนจน เดิน ดิน กิน ปลา ตาม บน เรือน 2. เสียงเอก เชน กา ขา ปา ดึก จมูก ตก หมด สด โสด ศึก กับ จีบ ปก 3. เสียงโท เชน กา คา ลาก พราก กลิ้ง สราง มอด ทอด โทษ โชติ 4. เสียงตรี เชน กา คา มา ชาง โนต มด เท็จ นะ จะ คะ มวย ชัด 5. เสียงจัตวา เชน กา ขา หมา หลิว สวย สูง ไหว หาม ปว จิ๋ว สอน มาตราตัวสะกด มาตราตัวสะกดของไทย มี 8 มาตรา ดังนี้ 1. มาตราแม กก ใชตัวสะกดได 4 ตัว คือ ก ข ค ฆ ออกเสียงเหมือน ก สะกด เชน มาก สุข นาค มารค วิหค สุข โชค 2 มาตราแม กด ใชตัวสะกดได 16 ตัว คือ จ ช ซ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ด ต ถ ท ธ ศ ษ ส ออก เสียงเหมือน ด สะกด ตัวอยาง ดุจ กาซ อิฐ นาฏศิลป ครุฑ อนาคต ปรารถนา นาด เพศ กระดาษ สุดสวาท ราชบุตร มงกุฎ อากาศ โอรส อูฐ พัฒนา ปด สังเกต รถ บท บาท โทษ โอกาส 3. มาตราแม กบ ใชตัวสะกดได 5 ตัว คือ บ ป ภ พ ฟ ออกเสียงเหมือน บ สะกด ตัว อยาง ลาบ ลาภ ภาพ กราฟ หยิบ รูป ยีราฟ 4. มาตราแม กง ใชตัวสะกดได 1 ตัว คือ ง เชน ลิง ของ กลาง ฝูง หงส ลง เรียง เอี้ยง โทงเทง 5. มาตราแม กน ใชตัวสะกดได 6 ตัว คือ น ณ ญ ร ล ฬ อานออกเสียงเหมือน น สะกดตัว อยาง กัน ญาณ กาญจน การ กาล วิรุฬห กาฬทวีป สงสาร น้ําตาล สัญญา บุญ 6. มาตราแม กม ใชตัวสะกดได 1 ตัว คือ ม เชน กลม ขม ครีม งาม ตูมตาม ชิม เติม เสื่อม 7. มาตราแม เกย ใชตัวสะกดได 1 ตัว คือ ย เชน เลย เกย เขย ขโมย ลาย สวย รวย โดย ชัย 8. มาตราแม เกอว ใชตัวสะกดได 1 ตัว คือ ว เชน ลาว หิว รั่ว ถั่ว เร็ว ดาว ขาว หนาว แวววาว คําเปนคําตาย คําเปน มีลักษณะ ดังนี้ 1. คําที่ประสมสระเสียงยาว (ทีฆสระ) ในแม ก กา เชน กา ตี ปู ไป เอา 2. คําที่มีตัวสะกดในมาตรา แม กน กง กม เกย เกอว และสระ อํา ไอ ใอ เอา เชน นารี ฝมือ ดูแล เรา ดํา นา ลมหนาว วิ่งวน
35.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 25 คําตาย มีลักษณะ ดังนี้ 1. คําที่ไมมีตัวสะกด + สระเสียงสั้น เชน มะลิ ทะลุ ธุระ จะปะ กะ กิ กุ 2. คําที่ประสมกับมาตราแม กก กบ กด (แม “กบด” อานวา กะ - บด) เชน ปรากฏ กาซ ครุฑ เมฆ คิดลึก สิทธิ สุข ทุกข กฎ วัฒน แตยกเวน สระ อํา ไอ ใอ เอา คําสนธิ คําสมาส สนธิ คือ การตอคําตั้งแตสองคําขึ้นไปใหติดเนื่องเปนคําเดียวกัน โดยมีการเปลี่ยนแปลงรูปสระ ในระหวางคําหรือเพิ่มพยัญชนะแทรกในระหวางคํา เพื่อใหคําที่ที่จะนํามาตอกันนั้นเชื่อมกันไดสนิท อาจทําไดโดยการลบ หรือเปลี่ยนแปลงรูปใหผิดไปจากรูปเดิมก็ได เชน ปตุ + อิศ เปน ปตุเรศ พุทธ + โอวาท เปน พุทโธวาท ธนู + อาคม เปน ธันวาคม นร + อิศวร เปน นเรศวร มหา + อิสี เปน มเหสี ราช + อุปโภค เปน ราชูปโภค วิเทศ + อุบาย เปน วิเทโศบาย สุริยะ + อุทัย เปน สุริโยทัย อิทธิ + ฤทธิ์ เปน อิทธิฤทธิ์ ภัตตา + อาคาร เปน ภัตตาคาร วิทยะ + อาลัย เปน วิทยาลัย ราชินี + อุปถัมภ เปน ราชินูปถัมภ คช + อาภรณ เปน คชาภรณ ทูต + อนุทูต เปน ทูตานุทูต คําสมาส การสมาสคําเปนการประสมคําระหวางคํามูลที่เปนคําบาลี สันสกฤต แลวเกิดเปนคําใหม เวลาอานออกเสียงตองอานออกเสียงตอเนื่องกัน การแปล : จะตองแปลจากขางหลังมาขางหนา หรือ สมาส คือ วิธียอบทตั้งแตสองบทขึ้นไปใหรวมเปนบทเดียวกัน เชน ราช + โอรส เปน ราชโอรส มัจจุ + ราช เปน มัจจุราช สุธา + รส เปน สุธารส ศาสน + จักร เปน ศาสนจักร คช + สาร เปน คชสาร รัฐ + มนตรี เปน รัฐมนตรี ตัวอยางคําสมาส ราชการ ยุคลบาท ปตุฆาต ดุริยางค สมานฉันท ธนูศิลป สังฆทาน ภาควิชา หมายเหตุ สมาส = ชน สน = เชื่อม 2) การสะกดคํา 2.1) พยางคที่ออกเสียงสระ ออ เชน นิรันดร จรลี ทรชน นรสิงห วรลักษณ หรดี บริวาร 2.2)พยางคที่ออกเสียง อํา เชน อมฤต อํามฤต อมหิต อมรินทร
36.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 26 2.3) พยางคที่ออกเสียง ใอ (ไมมวน) ไดแก นอกเหนือจาก 20 คํานี้ใหใช สระ ไอ (ไมมลาย) ผูใหญหาผาใหม ใหสะใภใชคลองคอ ใฝใจเอาใสหอ มิหลงใหลใครขอดู จะใครลงเรือใบ ดูน้ําใสและปลาปู สิ่งใดอยูในตู มิใชอยูใตตั่งเตียง บาใบถือใยบัว หูตามัวมาใกลเคียง เลาทองอยาละเลี่ยง ยี่สิบมวนจําจงดี. (ใหญ ใหม สะใภ ใช ใส ใฝ ใจ ใหล ใคร ใคร ใบ ใส ใ ใด ช ใต ใน ใบ ใกล ให ) 2.4) คําที่มี ญ สะกด มี 46 คํา คือ ลําเค็ญครวญเข็ญใจ ควาญชางไปหานงคราญ เชิญขวัญเพ็ญสําราญ ผลาญรําคาญลาญระทม เผอิญเผชิญหาญ เหรียญรําบาญอัญขยม รบราญสราญชม ดอกอัญชันอัญเชิญเทอญ ประจญประจัญบาน ผจญการกิจบังเอิญ สําคัญหมั่นเจริญ ถือกุญแจรัญจวนใจ รามัญมอญจําเริญ เขาสรรเสริญไมจัญไร ชํานาญชาญเกรียงไกร เรงผจัญตามบัญชา จรูญบําเพ็ญยิ่ง บํานาญสิ่งสะคราญตา ประมวญชวนกันมา สูบกัญชาไมดีเลย. 2.5) การเขียน บัน และ บรร คําไทยที่ใช บัน นําหนา คําไทยที่ปรากฏนอกจากกลอนบทนี้นี้ใหใช บรร บันดาลลงบันได บันทึกใหดูจงดี รื่นเริงบันเทิงมี เสียงบันลือสนั่นดัง บันโดยบันโหยไห บันเหินไปจากรวงรัง บันทึงถึงความหลัง บันเดินนั่งนอนบันดล บันกวดเอาลวดรัด บันจวบจัดตกแตงตน คํา “บัน” นั้นฉงน ระวังปน กับ “ร” หัน บรร บัน
37.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 27 บรรจง บรรจบ บรรจุ บรรเทา บรรลัย บรรลุ บรรเลง บรรพต บันดาล บันได บันทึก บันเทิง บันลือ (โดงดัง เลื่องลือ) บันโดย ( ยินยอม คลอยตาม) บันเหิน (เหาะไป บินไป) บันทึง(บนถึง คอย) บันเดิน (ทําใหเดิน) บันดล (ทําใหบังเกิดขึ้น) บันกวด (รัด ผูก) บันจวบ (ตกแตง) 2.6) ตัว ทร ที่ ออกเสียง ซ มีใชอยู 17 คํา (คําควบไมแท) ทรวดทรงทราบทรามทราย ทรุดโทรมหมายนกอินทรี มัทรี อินทรียมี เทริดนนทรี พุทราเพรา ทรวงไทร ทรัพยแทรกวัด โทรมนัส ฉะเชิงเทรา ตัว “ทร” เหลานี้เรา ออกสําเนียงเปนเสียง “ซ” 2.7)คําไทยที่ใช จ สะกด ตํารวจตรวจคนเท็จ เสร็จสําเร็จระเห็จไป สมเด็จเสด็จไหน ตรวจตราไวดุจนายงาน อํานาจอาจบําเหน็จ จรวดเห็จเผด็จการ แกวเก็จทําเกงกาจ ประดุจชาติทรพี โสรจสรงลงวารี กําเหน็จนี้ใชตัว จ. 2.8) คําที่ใช ช สะกด เชน กริช เอกราช ราชโอรส ราชโองการ 2.9) คําที่ใช ร สะกด กําธร จรรโจษ จรรโลง สรรเสริญ อรชร พรรลาย พรรเอิญ ควร ประยูร ระเมียร ละคร พรรดึก 2.10) คําไทยที่ใช ตัว ล สะกด เชน ตําบลยุบลสรวล ยลสํารวลนวลกํานัล บันดาลในบันดล คากํานลของกํานัล ระบิลกบิลแบบ กลทางแคบเขาเคียมคัล ดลใจใหรางวัล ปขาลบันเดินเมิลมอง.
38.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 28 2.11) คําไทยที่ใช ส สะกด เชน จรส จรัส จํารัส ดํารัส ตรัส ตรัสรู 2.12) คําไทยที่ใช ง สะกด ตอไปนี้ไมตองมี ค การันต จํานง ชงโค ดํารง ธํารง ประมง ประโมง พะทํามะรง พะอง สะอาง สําอาง 3) การอานคํา 3.1) หลักการอานอักษรนํา อักษรสูง หรืออักษรกลาง นําอักษรต่ําเดี่ยว ไดแก ง ญ น ณ ม ย ร ล ฬ ว ใหอานผัน เสียงตามตัวนํา เชน ฉลาด (ลาด เปนเสียงโท ถาผันตามตัวนํา ผันเปน ฉาด เปนเสียงเอก จึงผันตัวตาม เปนเสียง เอกดวย) อานวา ฉะ-หลาด เพราะ ฉ เปนอักษรสูง นํา ล ซึ่งเปนอักษรต่ําเดี่ยว ขนด (นด เปนเสียงตรี ถาเอาตัวนําผันแทนเปน ขด เปนเสียงเอก จึงผันตัวตาม เปนเสียง เอก) อานวา ขะ-หนด เพราะ ข เปนอักษรสูงนํา น ซึ่งเปนอักษรต่ําเดี่ยว จรด (รด เปนเสียงตรี ถาผันตามตัวนํา เปน จด ไดเสียงเอก) อานวา จะ-หรด เพราะ จ เปน อักษรตัวกลางนํา ร ซึ่งเปนอักษรต่ําเดี่ยว ปรัก อานวา ปะ-หรัก เพราะ ป เปนอักษรกลาง นํา ร ซึ่งเปนอักษรต่ําเดี่ยว ตงิด ” ตะ-หงิด ” ต ” ” ง ” ปถมัง ” ปะ-ถะ-หมัง ” ถ เปนอักษรสูง ” ม ” ประโยค ” ประ-โหยก ถือวา ป เปนอักษรนํา ย เปนตัวตาม (สวน ร กล้ํากับ ป) จึงผันตาม ป ไดเปนเสียงเอก เปนวิธีอานตามหลักการอานอักษรนํา คําที่ไดมาจากภาษาบาลีสันสกฤตมากคําที่เราอานแบบอักษรนํา เชน ขณะ อานวา ขะ-หนะ ฉวี “ ฉะ-หวี ปรารถนา ” ปราด-ถะ-หนา สมัคร ” สะ-หมัก สมัย ” สะ-หมัย สมุทัย ” สะ-หมุด-ไทย คําที่ไดมาจากภาษาสันสกฤต ซึ่งอานอนุโลมแบบอักษรนํา เชน ดิลก อานวา ดิ-หลก กิเลส “ กิ-เหลด อริ ” อะ-หริ หิริ “ หิ-หริ สิริ “ สิ-หริ อดิเรก ” อะ-ดิ-เหรก คําที่ไดมาจากภาษาตางประเทศอื่น ๆ อานแบบอักษรนําของไทย เชน ขยม อานวา ขะ-หยม (เขมร) สลา ” สะ-หลา (เขมร) สลุต ” สะ-หลุด (อังกฤษ) สลาตัน ” สะ-หลา-ตัน (มลายู)
39.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 29 3.2) หลักการอานคําแผลง 1. ถาคําเดิมเปนพยางคเดียวและมีพยัญชนะตนเปนตัวควบกล้ํา เมื่อแผลงเปน สองพยางค เมื่ออานพยางคหลังมักผันเสียงตามตัวนําเดิม เชน ตริ แผลงเปน ดําริ อานวา ดํา-หริ กราบ ” กําราบ ” กํา-หราบ ตรัส ” ดํารัส ” ดํา-หรัด กลับ ” กระลับ ” กระ-หลับ ปราบ ” บําราบ ” บํา-หราบ 2. ถาเดิมพยัญชนะตนเปนอักษรตัวเดียว เมื่อแผลงแลวอานตามรูปที่ปรากฏ เชน เกิด ” กําเนิด ” กํา-เนิด แจก ” จําแนก ” จํา-แนก ถาจะใหอานผันตามตัวนํา เมื่อเขียนตองเติม ห นําดวย เชน เกิด เปน กําเนิด ” กํา-เนิด ติ ” ตําหนิ ” ตํา-หนิ จาย ” จําหนาย ” จํา-หนาย แตง ” ตําแหนง ” ตํา-แหนง 3. ถาคําที่แผลงไดเขาลักษณะเปนอักษรนํา ก็อานแบบอักษรนํา เชน ขึง แผลงเปน ขมึง อานวา ขะ-หมึง ขลาด ” ขยาด ” ขะ-หยาด แผก ” แผนก ” ผะ-แหนก 3.3) หลักการอานคําสมาส 1. คําสมาสเปนคําจากภาษาสันสกฤตทั้งสิ้น ในภาษาเดิมอานออกเสียงตัวอักษรทายคําดวยเมื่อเขาสู ภาษาไทยมักเอาอักษรทายคําเปนตัวสะกด ดังนั้นเมื่อมีคําอื่นมาตอทายเปนรูปสมาส เราตองอานตัวสะกด ของคําตนใหมีเสียงประสมอีกทีหนึ่ง เชน วุฒิสภา อานวา วุด-ทิ-สะ-พา บุตรธรรม อานวา บุด-ตระ-ทํา (หนาที่ของบุตร) ปฐยาวัต ” ปด-ถะ-ยา-วัด (ชื่อฉันท) กิจวัตร ” กิด-จะ-วัด เกษตรกร ” กะ-เสด-ตระ-กอน เกียรติคุณ ” เกียด-ติ-คุณ ยมบาล ” ยม-มะ-บาน บุตรภรรยา ” บุด-ตระ-พัน-ระ-ยา ยุคลบาท ” ยุ-คน-ละ-บาด อุบัติเหตุ ” อุ-บัด-ติ-เหด โลกธรรม ” โลก-กะ-ทํา ภูมิศาสตร ” พูม-มิ-สาด กรรมวิบาก ” กํา-มะ-วิบาก กุศลกรรม ” กุ-สน-ละ-กํา
40.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 30 2. มีคําไทยบางคําที่อานตอเนื่องเสียงตัวสะกดแบบคําสมาส เชน ดาษดา อานวา ดาด-สะ-ดา ลักเพศ อานวา ลัก-กะ-เพด พรรดึก ” พัน-ระ-ดึก สัพยอก ” สับ-พะ-ยอด จักจั่น ” จก-กะ-จั่น พลเมือง ” พน-ละ-เมือง กรมการ ” กรม-มะ-กาน กรมทา ” กรม-มะ-ทา กรมนา ” กรม-มะ-นา กรมวัง ” กรม-มะ-วัง 3. คําที่ไมไดอานออกเสียงเนื่องแบบคําสมาส เชน สัตบุรุษ อานวา สัด-บุ-หรุด อุตสาหะ อานวา อุด-สา-หะ กลอุบาย ” กน-อุ-บาย ภูมิลําเนา “ พูม-ลํา-เนา มรรยาท ” มัน-ยาด รสนิยม “ รด-นิ-ยม จักรเพชร ” จัก-เพ็ด คุณโทษ “ คุณ-โทด จรรยา ” จัน-ยา ภูมิประเทศ ” พู-มิ-ประ-เทศ เศษวรรค ” เสด-วัก กรมพระยา ” กรม-พระ-ยา กาลเวลา ” กาน-เว-ลา กาลสมัย ” กา-ละ-สะ-หมัย 3.4) หลักการอานคําที่ไดมาจากภาษาบาลีสันสกฤต 1. การอานตัวสะกดของคําที่ไดมาจากภาษาบาลี และภาษาสันสกฤต 1.1 ถาคําเดิมตัวสะกดเปนพยัญชนะวรรคควบ หรือตามดวยพยัญชนะวรรค ตัวสะกดไมอาน ออกเสียง อะ อีก เชน อาชญา อานวา อาด-ยา สัปดาห อานวา สับ-ดา, สับ- ปะ - ดา ปรัชญาณ ” ปรัด-ยาน, ปรัด - ชะ - ยาน อัคนี ” อัก - นี, อัก – คะ - นี 1.2 ตัวอักษรที่ทําหนาที่เปนตัวตามในภาษาบาลี เมื่อไทยนํามาใชแทนตัวสะกด ซึ่งตัดออกไป ตองอานออกเสียงอีกครั้งหนึ่ง ไมวาจะอยูทายคําหรือกลางคํา เชน วัฒนะ อานวา วัด-ทะ-นะ (มาจาก วฑฒน) วุฒิ อานวา วุด-ทิ (มาจาก วุฑฒ) ทิฐิ ” ทิด-ถิ (มากจาก ทิฏฐิ) มุฐ ” มุด-ถิ (มาจาก มุฏฐิ) อัฐิ ” อัด-ถิ (มาจาก อฏฐิ) 1.3 ถาพยัญชนะอุสุมเปนตัวสะกด คือ พยัญชนะที่เมื่อออกเสียงจะมีลมดันออกมาคลายเสียง ไอน้ําเดือด ไดแก ศ ษ ส) และมีพยัญชนะวรรคเปนตัวตามจะออกเสียงพยัญชนะอุสุม มีเสียงสระประสม อีกครั้งหนึ่ง เชน อัสดง อานวา อัสดง พิสดาร อานวา พิด-สะ-ดาร อัศจรรย ” อัด-สะ-จัน วิษณุ ” วิด-สะ-นุ ราษฎร ” ราด-สะ-ดอน อัษฎางค ” อัด-สะ-ดาง สันนิษฐาน อานวา สัน-นิด-ถาน (จาก ส + นิส + ฐาน)
41.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 31 อธิษฐาน ” อะ-ทิด-ฐาน (จาก อธิ + ฐาน) 1.4 ถาพยัญชนะวรรคหรือเศษวรรคควบหรือซอนมากับพยัญชนะอัฒสระ (ไดแก ย ร ล ว) ให อานออกเสียงตัวสะกดมีสระอะประสมอีกครั้งหนึ่ง เชน อาชว อานวา อาด-ชะ-วะ กัลบก อานวา กัน-ละ-บก อัยการ ” อัย-ยะ-กาน ภรรยา ” พัน-ระ-ยา (อัฒสระดวยกัน) อัศวิน ” อัด-สะ-วิน (อุสุม กับ อัฒสระ) 1.5 ถาพยัญชนะเศษวรรค ควบกับพยัญชนะเศษวรรค ซึ่งไมเปน อุสุม หรืออัฒสระ เมื่อเปนตัว สะกดจะไมอานออกเสียงสระ อะ ประสมอีก เชน อาสาฬหบูชา อานวา อา-สาน-หะ-บู-ชา พยัญชนะวรรคกับเศษวรรคที่ไมเปน อัฒสระ หรือไมเปน อุสุม ก็เชนเดียวกัน เชน อุณหภูมิ อานวา อุน-หะ-พูม 2. การอานคําที่เติมอุปสรรค 2.1 อป อุปสรรค ไทยใช อัป อานวา อับ-ปะ เชน อัปมงคล อานวา อับ-ปะ-มง-คน อัปราชัย อานวา อับ-ปะ-รา-ชัย อัปภาคย ” อับ-ปะ-พาก อัปการ ” อับ-ปะ-การ อัปยศ ” อับ-ปะ-ยด อัปฏิภาค ” อับ-ปะ-ติ-พาก แตคําตอไปนี้ไมไดอาน อับ-ปะ เพราะไมไดมาจาก อป อุปสรรค คือ อัปรีย อานวา อับ-ปรีย (จาก อ+ปรีย) อัปสร ” อับ-สอน (จาก อปสรส) 2.2 ปรา อุปสรรค (อาน ปะ-รา ไมใช ปรา) เชน ปราชัย อานวา ปะ-รา-ชัย ปราชิต อานวา ปะ-รา-ชิด ปรากรม ” ปะ-รา-กรม ปรามาส ” ปะ-รา-มาด (การจับ) คําวา ” อีกรูปหนึ่ง ปรามาส ” ปรา-มาด (ดูถูก)จากปร อุปสรรค 2.3 ป อุปสรรค อาน ปะ เชน ปกติ อาน ปะ-กะ-ติ (จาก ป+กติ) สวน ปรกติ ปรก-กะ-ติ (มาจาก ปรกฤติ ซึ่งเปนรูปสันสกฤตเอา ฤ เปน อะ จึงออกเสียง ก เปนตัวสะกด และออกเสียง กะ อีกทีหนึ่ง) 2.4 อว อุปสรรค อานวา อะ-วะ (ไมอาน ออ-วะ) เชน อวตาร อานวา อะ-วะ-ตาน อวสาน อานวา อะ-วะ-สาน อวชาต ” อะ-วะ-ชาต อวจร ” อะ-วะ-จอน
42.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 32 3. อานตามอักขรบาลีสันสกฤต 3.1 คําเรียงพยางคที่อักษรสูงหรืออักษรกลางนําอักษรเดี่ยว แตไมอานแบบอักษรนํา ของไทย เชน สมรรถภาพ อานวา สะ-มัด-ถะ-พาบ, สะ-หมัด-ถะ-พาบ สมานฉันท ” สะ-มา-นะ-ฉัน, สะ - หมาน - นะ - ฉัน สมานคติ ” สะ-มา-นะ-คะ-ติ จริยา ” จะ-ริ-ยา สมาธิ ” สะ-มา-ทิ จลาจล ” จะ-ลา-จน ตรังค ” ตะ-รัง (ลูกคลื่น) ดรุณ ” ดะ-รุน ปถวี ” ปะ-ถะ-วี ปรโลก ” ปะ-ระ-โลก, ปอ - ระ - โลก ปรปกษ ” ปะ-ระ-ปก ปรนัย “ ปะ - ระ - ใน, ปอ - ระ - ใน ปฐพีวิทยา “ ประ - ถะ - พี - วิด - ทะ - ยา, ปด - ถะ - พี - วิด - ทะ - ยา อธิบดี “ อะ - ทิ - บอ - ดี, อะ - ทิบ - บอ - ดี ขมุกขมัว “ ขะ - หมุก - ขะ - หมัว ขะมุกขะมอม “ ขะ - มุก - ขะ - มอม (เปรอะเปอนมอซอ) ขะมักเขมน “ ขะ - มัก - ขะ - เมน, ขะ - หมัก - ขะ - เมน 3.2 คําเรียงพยางคซึ่งในภาษาเดิมไมไดเปนตัวสะกดหรือตัวควบ เราตองอานสระอะ ประสม เชน พลี อานวา พะ-ลี พลี พลีชีพ อานวา พะ-ลี-ชีพ พลีกรรม ” พะ-ลี-กํา เปตพลี ” เป-ตะ-พะ-ลี กรณี ” กะ-ระ-นี,กอ-ระ-นี กมลาสน ” กะ-มะ-ลาด กรกฎาคม ” กะ-ระ-กะ-ดา-คม กะ รัก กะ ดา คม กทลี ” กะ-ทะ-ลี ครุ อานวา คะ-รุ ครุวนา ” คะ-รุ-วะ-นา คคนางค ” คะ-คะ-นาง คมนาคม ” คะ-มะ-นา-คม, คม มะ นา คม ปรมินทร ” ปะ-ระ-มิน, ปอ ระ มิน อรหันต ” อะ-ระ-หัน ออ ระ หัน วรดนู ” วะ-ระ-ดะ-นู (หญิงงาม) คําที่มาจาก ปริ เราใชเปน บริ (อานเปน บอ-ริ) เชน บริจาค อานวา บอ-ริ-จาค บริวรรต อานวา บอ-ริ-วัด
43.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 33 คําที่ตัวแรกไมมีสระแระสมแลวมี ร ตาม มักอานตัวตนออกเสียง ออ เพราะ ร เกิดฐานเดียว กับ ฤ ซึ่งเปนเสียงสระ จึงมีอํานาจสระครึ่งหนึ่ง เชน อรชร อานวา ออ-ระ-ชอน มรกต อานวา มอ-ระ-กด สรเลข ” สอ-ระ-เลก อรนุช ” ออ-ระ-นุด อรสุม ” ออ-ระ-สุม กินนร ” กิน นอน ทรมาน ” ทอ-ระ-มาน ธรณี ” ทอ-ระ-นี ทศพร ” ทด-สะ-พอน 4. หลักการอาน ฑ 4.1 คําที่ไทยออกเสียงเปน ด เชน บัณฑิต อานวา บัน-ดิด บัณเฑาะว อานวา บัน-เดาะ ครุฑ ” ครุด บัณฑุกัมพล ” บัน-ดุ-กํา-พน บุณฑริก ” บุน-ดะ-ริก 4.1 คําที่ไทยอานออกเสียงเปน ท เชน ทัณฑฆาต อานวา ทัน-ทะ-คาด มณฑก อานวา มน-ทก มณฑล ” มน-ทน ขัณฑสกร ” ขัน-ทด-สะ-กอน ขัณฑสีมา ” ขัน-ทะ-สี-มา กรีฑา ” กรี-ทา 5. หลักการอาน ฤ เสียง ฤ ในภาษาทไย อานได ๓ ทาง คือ ริ รึ และ เรอ มีหลักพอสังเกตไดดังนี้ 5.1 คําที่มี ฤ นําหนามักอานเปน รึ เชน ฤชุ อานวา รึ-ชุ ฤดี อานวา รึ-ดี ฤทัย ” รึ-ไท ฤษภ ” รึ-สบ (วัวตัวผู) ฤคเวท ” รึก -คะ-เวด ฤชา ” รึ-ชา ฤกษณะ ” รึก - สะ-นะ ฤษี ” รึ - สี ที่อานเปน ริ ก็มีบาง ไดแก ฤทธิ์ อานวา ริด ฤษยา อานวา ริด-สะ-ยา ที่อานเปน เรอ มีคําเดียว คือ ฤกษ อานวา เริก 5.2 คําที่มี ฤ ตามหลังตัว ค น พ ม ห อานเปน รึ เชน คฤโหษ อานวา ครึ-โคด คฤหัสถ อานวา ครึหัด คฤหาสน ” ครึ-หาด คฤนถ ” ครึน นฤเบศ ” นะ-รึ-เบด นฤบดี ” นะ-รึ-บอดี นฤนาท ” นะ-รึ-นาด นฤคหิต ” นะ-รึ-คะ-หิด
44.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 34 พฤฒาจารย ” พรึด-ทา-จาน พฤติ ” พรึด-ทิ พฤทธิ์ ” พรึด พฤนท ” พรึน พฤษภ ” พรึ-สบ พฤหัสบดี ” พรึ-หัด-สะ-บอ-ดี มฤตยู ” มะ-รึด-ตะยู มฤคทายวัน ” มะ-รึก- คะ-ทาย-วัน หฤโหด ” หะ-รึ-โหด หฤหรรษ ” หะ- รึ- หัน (นาชื่นชม) ยกเวนคําตอไปนี้ อานเปน ริ มฤจฉา อานวา มะ – ริด - ฉา นฤตยาศาลา ” นะ – รึด – ตะ – ยะ – ศา - ลา หฤษฎี ” หะ – ริด – สะ – ดี หฤษฎ ” หะ-ริด (นาชื่นชม) 5.3 คําที่มี ฤ ตามหลัง ก ต ท ป ศ ส อานเปน ริ เชน กฤติกา อานวา กริด-ติ-กา กฤติยา อานวา กริด-ติ-ยา ตฤณ ” ตริน ตฤษณา ” ตริ-สะ-นา ทฤษฎี ” ทริด – สะ - ดี ปฤษฎางค ” ปริด – สะ - ดาง ปฤจฉาสรรพนาม ” ปริด – ฉา – สับ – พะ - นาม ศฤงคาร ” สริง - คาน สฤษฎ ” สริด ยกเวนคําตอไปนี้อาน รึ ทฤฆายุ อานวา ทรึ – คา - ยุ ทฤฆชนม อานวา ทรึ- คะ - ชน กฤดาอัญชลี ” กรึ - ดา-อัน – ชะ - ลี กฤดาภินิหาร ” กรึ - ดา (หรือ กริ-ดา) พิ-นิ-หาน 3.5 ) การอานคํายอ อักษรยอ และเครื่องหมายอื่น ๆ 1. การอานคํายอ คําไทยบางคําไมนิยมเขียนเต็มคํา แตเวลาอานตองอานเต็มทุกครั้ง เชน ฯพณฯ ยอมาจากคํา พณหัว, พณหัวเจา, พณหัวเจาทาน, พอเหนือหัวเจาทาน เปนคํานําหนาชื่อ หรือตําแหนงขาราชการ ผูใหญชั้น รัฐมนตรี เอกอัครราชทูต เปนตน อาน พะ -นะ - ทาน โปรดเกลาฯ ยอมาจาก โปรดเกลาโปรดกระหมอม นอมเกลาฯ ยอมาจาก นอมเกลานอมกระหมอม กรุงเทพฯ ยอมาจาก รุงเทพมหานคร 2. การอานอักษรยอ ลําดับปริญญา พ.บ. ยอมาจาก แพทยศาสตรบัณฑิต ค.ม. ยอมาจาก ครุศาสตรมหาบัณฑิต อ.ด. ยอมาจาก อักษรศาสตรดุษฎีบัณฑิต ยศทหาร ตํารวจ ทหารบก ทหารอากาศ ทหารเรือ ตํารวจ พล.อ. พล.อ.อ. พล.ร.อ...ร.น. พล.ต.อ. พ.ท. น.ท. น.ท.....ร.น. พ.ต.ท.
45.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 35 ร.ต. ร.ต. ร.ต.....ร.น ร.ต.ต. ชั้นนายพัน ยศทหารอากาศ และทหารเรือแตกตางจากทหารบกและตํารวจ คือ ใช น นําหนา เชน ทหารอากาศ อานวา นาวาอากาศโท ทหารเรือ อานวา นาวาโท และมี ร.น. เติมทาย อานวา แหงราชนาวี ชั้นนายรอย ยศทหารอากาศ และทหารเรือ แตกตางจากทหารบกและตํารวจ เชนกัน เชน รอยตรี เรืออากาศตรี รอยตํารวจตรี 3.6) การอานเลข ถาเลข 1 อยูทายจํานวนตั้งแต 2 ตําแหนงขึ้นไป ใหอานวา “เอ็ด” เชน 11 (สิบเอ็ด), 101 (รอยเอ็ด), 1001 (พันเอ็ด), 2501 (สองพันหารอยเอ็ด) ฯลฯ 3.7) การอาน ยมก (ๆ) เครื่องหมายยมกนี้อานซ้ําไดทั้งคํา วลี และประโยค เชน ฉันชอบสีแดง ๆ อานวา สี – แดง - แดง เขาอยูไปวันหนึ่ง ๆ อานวา วัน-หนึ่ง-วัน-หนึ่ง นองตะโกนวา แมมาแลว ๆ อานวา แม-มา-แลว-แม-มา-แลว 3.8) การอานวัน เดือน ปทางจันทรคติ เชน ๕ ฯ ๒ ค่ํา 1.เลขขางหนา แทนวันทั้งเจ็ดวันในสัปดาห 1 (วันอาทิตย) 2 (วันจันทร) 2. เลขตัวกลาง ขางบนแทนขางขึ้น ขางลางแทนขางแรม 3. เลขตัวหลัง แทนเดือนทั้งเดือน ๑ (เดือนอาย) ๒ (เดือนยี่) นอกจากนั้นอานตามตัวเลขตามปกติ ๕ฯ๒ ค่ํา อานวา วันพฤหัสบดี เดือนยี่ ขึ้น ๗ ค่ํา 4) คํา และกลุมคํา 1. คําตรงขาม เปนความสามารถดานการแปลคําศัพท ของภาษาไทยไปในทิศทางตรงขาม การพิจารณาวาตรงขาม สามารถมองในสิ่งตอไปนี้ สี - ใหศึกษาวาสีไหน ตรงขามกับสีไหน ขนาด - ใหยกลักษณะของขนาดมาพิจารณา ปริมาณ - พิจารณาตามมโนภาพหรือปริมาณ ความหนาแนน - พิจารณามโนภาพของศัพทที่ยกมาวาลักษณะใดมีมาก ลักษณะใดมีนอย ความคิด - พิจารณาศัพททั้งหลายที่วาดวยความคิด แลวพยายามหาศัพทที่มีแนวคิดขัดแยงกัน กลิ่น - พิจารณาคําศัพทที่นิยามลักษณะกลิ่นที่อยูตรงขามกันใหได รส - พิจารณาคําศัพทที่ใชพิจารณาดูวาความหมายตรงขามเปนคูไหน กิริยา - พิจารณาคําแสดงกิริยาหรือพฤติกรรมของการกระทํา ซึ่งสวนใหญคําตรงขางมักเปนคําคุณลักษณะและคํากริยา ตัวอยาง
46.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 36 1. ดํา ตรงขามกับคําใด ? ก. ขาว ข. มวง ค. เขียว ง.ชมพู ตอบ ขอ ก. 2. พน ตรงขามกับคําใด ? ก. ดูด ข. เปา ค. จิบ ง. กลืน ตอบ ขอ ก. 3. ตึง ตรงขามกับคําใด ? ก. ยับ ข. ยืด ค. ยาน ง. หยอน ตอบ ขอ ง. 2. คําที่มีความหมายใกลเคียงกัน คําที่มีความหมายคลายหรือเหมือนกับหรือใกลเคียงกับคําอื่น ตัวอยาง เชน กีดกัน - กีดขวาง กีดกัน หมายถึง กันทา กันไมใหเปนไปได กีดขวาง หมายถึง ทําใหเกะกะ ทําเครื่องกีดขวาง เกี่ยวของ - เกี่ยวดอง เกี่ยงของ หมายถึง ติดตอกัน มีสวนรวมอยูดวย เกี่ยวดอง หมายถึง เกี่ยวเนื่องเปนเขยหรือสะใภ กักตุน - ตุน กักตุน หมายถึง ยึดเก็บรวบรวมไว ตุน หมายถึง เก็บกักไวสําหรับอนาคต คร่ําครึ - คร่ําครา คร่ําครึ หมายถึง เกาเกินไป ไมทันสมัย (ใชกับความคิดของคน) คร่ําครา หมายถึง เกาแกจนชํารุด ทรุดโทรม (ใชกับสิ่งของ) ยึดเหนี่ยว - เหนี่ยวรั้ง ยึดเหนี่ยว หมายถึง อาศัยเปนที่พึ่ง เหนี่ยวไว หมายถึง ประวิงไว ยืดยาว - ยืดเยื้อ ยืดยาว หมายถึง ยาวมาก ใชประกอบคําหรือเรื่องราวตาง ๆ ยืดเยื้อ หมายถึง นานเกินควร ไมใครจะจบสิ้น ชักชาเวลานาน จุกจิก - จุบจิบ จุกจิก หมายถึง จูจี้ เล็กนอย รบกวน จุบจิบ หมายถึง การกินเล็กนอยไมเปนมื้อเปนคราว ขัดจังหวะ - ขัดบท ขัดจังหวะ หมายถึง แทรกเขามาในจังหวะที่คนอื่นกําลังทําอะไรอยู ขัดบท หมายถึง แทรกเขามาในขณะที่คนอื่นพูดพูดยังไมจบ วางใจ - ไวใจ วางใจ หมายถึง ปลอยใหทําโดยไมตองเปนหวง ไวใจ หมายถึง เชื่อวาเขามีความซื่อสัตยสุจริต ไมคิดรายหรือหาผล ประโยชนเพื่อตัวเขาเอง ไกลเกลี่ย - เกลี้ยกลอม ไกลเกลี่ย หมายถึง ทําใหปรองดองกันพูดหวานลอม ชี้แนะมุงใหคูกรณี ปรองดองกัน
47.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 37 เกลี้ยกลอม หมายถึง ชักชวนใหเห็นดีดวย แกแคน - แกเผ็ด แกแคน หมายถึง ทําตอบแทนใหหายแคน แกเผ็ด หมายถึง ทําตอบแทนแกผูที่เคยทําความเดือดรอนเจ็บปวดให แกตน ขัดคอ - ขัดใจ ขัดคอ หมายถึง พูดขวาง ไมใหทําไดสะดวก ขัดใจ หมายถึง ทําไมถูกใจ คุณคา - คุณภาพ คุณคา หมายถึง คาความดี ราคา คุณภาพ หมายถึง ลักษณะความดี แจง - ประกาศ แจง หมายถึง รู กระจาง สวาง ชัด ประกาศ หมายถึง แจงใหทราบโดยทั่วไป ปาวรอง ตรวจตรา - ตรวจสอบ ตรวจตรา หมายถึง สํารวจและพิจารณา ตรวจสอบ หมายถึง สํารวจและสอบสวน อนุญาต - อนุมัติ อนุญาต หมายถึง ยินยอม ยอมให ตกลง อนุมัติ หมายถึง เห็นชอบตามเสนอ ปฏิญาณ - ปณิธาน ปฏิญาณ หมายถึง การใหคํามั่นโดยสุจริตใจ ปณิธาน หมายถึง ตั้งความปรารถนา ชดใช - ชดเชย - ทดแทน ชดใช หมายถึง ใชแทนในสิ่งที่ผูอื่นตองไดรับความเสียหายหรือเดือด รอนจากการกระทํา ชดเชย หมายถึง ใชแทนสิ่งที่เสียไป เพื่อคุมหรือสมดุลกับสิ่งที่ตองเสีย ไปทดแทน หมายถึง ตอบแทนใหกับสิ่งที่ไดรับผลกระทบ สูจิบัตร - สูติบัตร สูจิบัตร หมายถึง เอกสารแสดงรายการ สูติบัตร หมายถึง เอกสารสําคัญแสดงวันเดือน ป เกิด กระบวนการ -ขบวนการ กระบวนการ หมายถึง กระบวนการธรรมชาติที่คอย ๆ เปลี่ยนแปลง อยางมีระเบียบ กระบวนการ หมายถึง กรรมวิธีตาง ๆ ทางวิทยาศาสตร กระบวนการ หมายถึง การกระทําที่ดําเนินไปตามลําดับขั้นตอน ขบวนการ หมายถึง กลุมบุคคลที่รวมกันเพื่อดําเนินการอยางใด อยางหนึ่ง เชน ขบวนการกอการรายแบงแยกดินแดน คับคั่ง -หนาแนน -แนนหนา คับคั่ง หมายถึง มาก จนตองยัดเยียด เบียดเสียดกัน หนาแนน หมายถึง มากจนแนน ทึบ
48.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 38 แนนหนา หมายถึง มั่นคงแข็งแรงเปนปกแผน เกี่ยวพัน - พัวพัน - ผูกพัน เกี่ยวพัน หมายถึง เกี่ยวเนื่องกัน พัวพัน หมายถึง เกี่ยวเนื่องกัน ติดกันรุงรัง ผูกพัน หมายถึง เอาใจใส ฝกใฝ ติดกันอยูอยางแนบแนน จนตรอก - จนมุม - จนแตม จนตรอก หมายถึง ไมมีทางไป ตองกลับมาทางใหม จนมุม หมายถึง ไมมีทางหนี จนแตม หมายถึง ไมมีทางเดิน ไมรูจะแกปญหาอยางไร ผอนผัน - ผอนปรน ผอนผัน หมายถึง ลดหยอนหรือผอนใหตามความประสงค ผอนปรน หมายถึงแบงหนักใหเปนเบา ขยับขยายใหนอยลง พฤติกรรม พฤติการณ พฤติกรรม หมายถึง การกระทําของคน เชน เดิน นั่ง ยิน นอน พฤติการณ หมายถึง เหตุที่เปนไป ความประพฤติสิ่งหนึ่งสิ่งใดของ มนุษย เผยแผ - เผยแพร เผยแผ หมายถึง ทําใหขยายออกไปโดยยกเอาความดีเดนของสิ่งที่จะ เผยแผ เชน เผยแผพระพุทธศาสนา เผยแพร หมายถึง การโฆษณาใหแพรหลาย ตัวอยางแนวขอสอบ เชน 1. สูง มีความหมายใกลเคียงกับคําใด ก. ยอด ข. ยาว ค. ไกล ง. มาก วิเคราะห :- คําตอบที่ถูก คือ ก. ยอด เพราะสูง จะมองในรูปแนวตั้ง ยอดคือสวนที่สูงสุด เปนแนวตั้ง จึงมีความหมายใกลเคียงกัน สวนยาวมองทางระนาบ ไกลและมากไมมีทิศทางจึงเปนคําไม ใกลเคียง 2. คําในขอใดมีความหมายวา “ที่ดีเดนเปนพิเศษ” ก. หัวกะทิ ข. หัวนอก ค. หัวหมอ ง. หัวสูง วิเคราะห :- หัวกะทิ แปลวา ที่ดีเดนเปนพิเศษ หัวนอก แปลวา ผูไปเรียนเมืองฝรั่ง หัวหมอ แปลวา คนที่ชอบอางกฎหมายเพื่อประโยชนของตน หัวสูง แปลวา มีรสนิยมสูง มักใหญใฝสูง 3. สํานวนในภาษาไทย สํานวน หมายถึง ถอยคําที่เรียบเรียง โวหาร บางทีก็ใช สํานวนโวหาร คําพังเพย หมายถึง คํากลางที่กลาวไวใหตีความกับเรื่อง ภาษิต ตามศัพทเปนคํากลางๆ หมายถึง คํากลาว ใชทางดีทางชั่ว แตโดยความหมายแลว จุดประสงคคํากลาวถือวา เปนคติ
49.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 39 สํานวน ความหมาย เข็นครกขึ้นภูเขา ฝนทั่งใหเปนเข็ม งมเข็มในมหาสมุทร -ทํางานอยางยากลําบาก พบอุปสรรค ทํางานที่เกินความสามารถ -ทํางานที่ยากเกินกําลัง โอกาสสําเร็จนอยมาก ตองอาศัยความเพียร พยายามเปนอยางมาก -การทําในสิ่งที่ยากมากทํางานที่ยากมาก ไมประสบความสําเร็จ ฆาชางเอางา ขี่ชางจับตั๊กแตน ตําน้ําพริกละลายแมน้ํา -ลงทุนมากไดสิ่งตอบแทนนอยกวาคาที่เสียไป ไมคุมประโยชน -ลงทุนไปมากไมคุมกับผลตอบแทนที่ได -ทําการงานอยางฟุมเฟอย ไมไดรับผลตอบแทนอันใด ฆาควายเสียดายพริก - อยากไดผลตอบแทนมากแตไมกลาลงทุน จับเสือมือเปลา - ไดผลประโยชน โดยมิไดลงทุนลงแรง ตาบอดไดแวน นิ้วดวนไดแหวน หัวลานไดหวี - รูประโยชนจากสิ่งที่ไดรับ แตไมสามารถใชประโยชนได เนื่องจากสภาพไมเออํานวย ไกไดพลอย วานรไดแกว - ผูไมรูคุณคาในสิ่งที่ตนครอบครอง เกลือเปนหนอน หนอนบอนไส - คนที่อยูฝายเดียวกันแตกลับทรยศเปนไสศึก - ฝายตรงขามมาหาประโยชนและลวงความลับจากฝายหนึ่งโดย ยอมเปนพวก ปากอยางใจอยาง ปากกับใจไมตรงกัน ปากวาตาขยิบ - พูดหรือกระทําตรงขาม สิ่งที่กําลังคิดอยูในใจ - พูดหามมิใหเขากระทํา แตพอทําเขาจริงกลับยุสง สอนหนังสือสังฆราช สอนจระเขใหวายน้ํา เอามะพราวหาวไปขายสวน - สอนสิ่งที่เขารูดีอยูแลว - สอนสิ่งที่เขารูดีหรือมีความชํานาญอยูแลว - นําของไปใหผูที่มีสิ่งนั้นอยูแลว เอาทองไปรูกระเบื้อง เอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ - โตตอบหรือทะเลาะกับคนพาล หรือคนที่มีฐานะต่ํากวาเปนการไม สมควร เหยียบเรือสองแคม นกสองหัว - เอาใจฝกใฝทั้งสองฝาย หิ่งหอยแขงแสงจันทร ไมซีกงัดไมซุง - ผูที่มีบุญวาสนาต่ํากวา แขงกับผูมีบุญวาสนาเหนือกวาตน - ผูมีอํานาจหรือกําลังนอยกวาไปงัดอิทธิพลกับผูมีอํานาจเหนือกวา
50.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 40 รักพี่เสียดายนอง จับปลาสองมือ - ตัดสินใจเลือกไมได เสียดายทั้งหมด - ทําการงานหลายอยางในเวลาเดียวกัน คูทุกขคูยาก กิ่งทองใบหยก - คูสามีภรรยาที่รวมทุกขรวมสุขกันมานาน - ชายหญิงหรือคูรักที่เหมาะสมกันมาก อัธยายซื้อขนมยาย เนื้อเตายําเตา - นําเอาทรัพยสินที่จากผูใดผูหนึ่งซื้อหรือแลกของมีคาของผูนั้น - เอาทรัพยสินสวนที่เปนกําไรหรือดอกเบี้ยไปลงทุนตออีกโดยไมตอง ใชทุนเดิม หญาปากคอก - คุนเสียจนมองขามไป ปลาหมอตายเพราะปาก - เดือดรอนเพราะคําพูดของตนเอง ขนมพอสมน้ํายา - ดี หรือ เลวพอๆ กัน ฟนฝอยหาตะเข็บ - พูดรื้อฟนเรื่องเกา ๆทําใหเกิดเรื่องขึ้นอีก เกี่ยวหญามุงแฝก - ทําในสิ่งที่ไมสามารถทําไดและไมมีประโยชน กาคาบพริก - คนตัวดําที่ใสเสื้อสีแดง ปากหอยปากปู - พวกชอบนินทาผูอื่น ทุพภิกขภัย - ภัยที่เกิดจากขาวยากหมากแพงหรือขาดแคลนอาหารในบานเมือง ตอหนามะพลับ ลับหลัง ตะโก - ตอหนาพูดอยาง ลับหลังพูดอีกอยางหนึ่ง ตําขาวสารกรอกหมอ - ทําแคพอกินไปมื้อหนึ่ง ๆ ทําแคพอใหเสร็จไปครั้งหนึ่ง คางคกขึ้นวอ กิ้งกาไดทอง - คนฐานะต่ําตอยที่อวดดีลืมตัวเมื่อไดดี - ไดยศศักดิ์เพียงเล็กนอยก็หยิ่งจองหอง เห็นกงจักรเปนดอกบัว - เห็นผิดเปนชอบ เห็นสิ่งที่ไมดีเปนสิ่งที่ดี ฝนตกขี้หมูไหล - พลอยเหลวไหลไปดวยกัน มักใชคูกับ ฝนตกขี้หมูไหล คนจัญไรมาพบกัน 5) การแตงประโยค ประโยค คือกลุมคําที่กี่ยวของกันเปนระเบียบและมีเนื้อความครบบริบูรณประกอบดวยภาคประธาน และภาคแสดงสวนตางๆของประโยค ประกอบดวยสวนสําคัญ 2 สวน คือ 1. ภาคประธาน ประกอบดวย บทประธานและบทขยายประธาน 2. ภาคแสดง ประกอบดวย บทกริยา บทขยายกริยา บทกรรม บทขยายกรรม รูปประโยค มีอยู 5 รูป คือ
51.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 41 1. ประโยคกรรตุ คือ ประโยคที่กลาวตรงไปตรงมา คือมีการเรียงประธาน+กริยา และกรรม ตามลําดับ เชน สุนัขกัดแมว 2. ประโยคกรรม คือ ประโยคที่เอากรรมของกริยามาเปนประธาน โดยวางไวหนาประโยค เพื่อ เนนกรรม เชน แมวถูกสุนัขกัด 3. ประโยคกริยา คือ ประโยคที่เอาคํากริยามาไวหนาประโยคเพื่อเนนคํากริยานั้นๆ เกิดการปฎิวัติขึ้น, มีนักเรียน 20 คนในชั้นนี้ 4. ประโยคการิต คือ ประโยคกรรตุ หรือประโยคกรรม แตมีผูรับแทรกเขามา เชน เขาบังคับใหคนใช ทํางานหนัก,ครูใหนักเรียนทํางานหนัก 5.ประโยคกริยาสภาวมาลา คือ ประโยคที่เอาคํากริยาสภาวมาลาเปนบทประธาน (กริยาสภาวมาลา คือกริยาที่ทําหนาที่คลายกับนาม) หรือบทขยายประธาน บทกรรม หรือบทขยายสวนใดสวนหนึ่งของ ประโยคก็ได เชน ออกกําลังกายทุกวันทําใหรางกายแข็งแรง,พูดดีเปนศรีศักดิ์ 6) การเรียงประโยค การเรียงประโยค คือ การจัดเรียงประโยคหรือคํา กลุมคําใหถูกตองตามรูปแบบ ดังตัวอยาง คําสั่ง. จงเรียงขอความใหไดประโยคที่ถูกตองเหมาะสม 1. 1. ที่มีแกใจ 2. เองนี่มันใจดีจริงวะ 3. หยุดรับคนแกอยางขา 4. เออ ก. 2 1 3 4 ข. 4 2 1 3 ค. 4 1 3 2 ง. 4 3 1 2 วิเคราะหคําตอบ 1. ใชหลักคณิตศาสตรมาชวย คือ พิจารณาความถี่ เชน ในขอนี้ เลขที่มีความถี่นอย คือ เลข 4 ในขอ ก ใหตัด ขอ ก ออก เหลือใหเลือก 3 ตัวเลือก คือ นําดวยเลข 4 2. พิจารณาเลขในลําดับที่ 2 ที่สาสามารถมาตอขอความคําวา เออ ได คือ 2 3. ทําเชนเดียวกับ ขอ 2 จะได ดังนี้ 4. เออ 2. เองนี้มันใจดีจริงวะ1. ที่มีแกใจ 3. หยุดรับ คนแกอยางขา ซึ่งตรง กับขอ ข. 2. 1. ยอมทําไดลําบากอยางยิ่ง 2. การแปลก็เหมือนกับ 3. จะใหมาเขียนแนะกัน 4. ตองฝกไวเสมอ ๆ 5. การเขียนการพูดคือ ก. 2 - 5 - 4 - 3 - 1 ข. 5 - 4 - 3 - 1 – 2 ค. 5 - 2 - 4 - 3 - 1 ง. 2 - 4 - 5 - 3 - 1 วิเคราะหคําตอบ 1. ใหพิจารณาความถี่ของตัวแรก ในนี้ ขอที่มีความถี่มากที่สุดคือ 2 และ 5 และความนาจะเปน คือ 2. การแปลก็เหมือนกับ 2. ก็พิจารณาความนาจะเปนคือ 5. การเขียนการพูดคือ
52.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 42 3. ความถี่ คือ 3 และ 4 ความนาจะเปน คือ 4. ตองฝกไวเสมอ ๆ 4. พิจารณางายหนอย คือ 3. จะใหมาเขียนแนะกัน 5. สุดทาย จึง เปน 1 ยอมทําไดลําบากอยางยิ่ง ขอนี้ตอบ ก. 2 - 5 - 4 - 3 - 1 เรียงประโยคเรียบรอยแลวได ดังนี้ “การแปลก็เหมือนกับการ เขียนการพูดคือตองฝกไวเสมอ ๆจะใหมาเขียนแนะกันยอมทําไดลําบากอยางยิ่ง” 7) ความเขาใจภาษา การทําความเขาใจภาษาเพื่อใหเขาใจเรื่องราวนั้น ควรอานเรื่องหรือบทความใหตลอดเรื่องอยาง ชาๆเพื่อใหทราบความหมายหรือความคิดที่สําคัญของเรื่องเพื่อใหเกิดความเขาใจอยางละเอียดถี่ถวน เมื่อ เขาใจเรื่องราวแลวก็จะสามารถแยกไดวาขอความใดสําคัญมาก ขอความใดสําคัญนอย จุดประสงคของเนื้อ เรื่องหรือบทความ คืออะไรอยูที่ใด และตองการอะไร หรือใหทําอะไร เมื่อทําความเขาใจเนื้อเรื่องไดดีแลว จึงเรียงลําดับความสําคัญมากหรือนอย เพื่อนําไปตอบคําถาม ใหตรงกับจุดมุงหมายตามที่กําหนดให ความเขาใจภาษาเขาใจเรื่องราวตองการการฝกฝนเพื่อใหเกิดความเขาใจในเวลาอันรวดเร็วซึ่งตอง อาศัยพื้นฐาน คือสมาธิในการอาน การทําความเขาใจ ถึงจุดมุงหมายและควรมีความรู ความชํานาญในเรื่อง ถอยคําและสํานวนเปนอยางดี จึงจะนํามาใชในการทดสอบได การอานจับใจความ การอานจับใจความ คือ การอานที่มุงคนหาสาระของเรื่องที่เปนสวนใจความสําคัญ และสวน ขยายใจความสําคัญของเรื่อง ใจความสําคัญของเรื่อง คือขอความที่คลุมสาระขอความอื่น ๆ ในยอหนานั้นหรือเรื่องนั้นทั้ง หมด ขอความอื่น ๆ เปนเพียงสวนขยายใจความสําคัญเทานั้น ขอความหนึ่งหรือตอนหนึ่งจะมีใจความ สําคัญที่สุดเพียงหนึ่งเดียว นอกนั้นเปนใจความรอง คําวาใจความสําคัญนี้ ผูรูไดเรียกไวหลายอยาง เชน ขอ คิดสําคัญของเรื่อง แกนของเรื่อง หรือความคิดหลักของเรื่อง แตจะอยางไรก็ตาม ใจความสําคัญก็คือ สิ่งที่ เปนสาระที่สําคัญที่สุดของเรื่องนั่นเอง ใจความสําคัญสวนมากจะมีลักษณะเปนประโยค ซึ่งอาจปรากฏอยูในสวนใดสวนหนึ่งขอยอหนา ก็ได จุดที่พบความสําคัญของเรื่องในแตละยอหนามากที่สุดคือ ประโยคที่อยูตอนตนยอหนา เพราะ ผูเขียนมักบอกประเด็นสําคัญไวกอน แลวจึงขยายรายละเอียดใหชัดเจน รองลงมาคือประโยคตอทายยอ หนา โดยผูเขียนจะบอกรายละเอียดหรือประเด็นยอยกอน แลวจึงสรุปดวยประโยคที่เปนประเด็นไวภาย หลัง สําหรับจุดที่พบใจความสําคัญยากขึ้นก็คือ ประโยคตอนกลางยอหนา ซึ่งผูอานจะตองใชความสังเกต และพิจารณาใหดี สวนจุดที่หาใจความสําคัญยากที่สุดคือยอหนาที่ไมมีประโยคใจความสําคัญชัดเจน อาจมี หลายประโยค หรืออาจอยูรวม ๆ กันในยอหนาก็ได ซึ่งผูอานจะตองสรุปออกมาเอง การอานเพื่อสรุปความและจับใจความ ควรอานไปใหตลอดเรื่องแตอยาเพิ่งสรุป เมื่ออานจบเรื่อง
53.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 43 แลวจะตองจับใจความใหไดดังตอไปนี้ 1. ตองหาใจความสําคัญของเรื่องใหได ใจความสําคัญ จะปรากฎอยูในประโยคใดประโยคหนึ่ง หรือยอหนาใดยอหนาหนึ่ง สวนขอความอื่นจะเปนสวนประกอบ หรือสวนขยายใจความสําคัญ แตก็ไมแน เสมอไป บางครั้งประโยคที่เปนใจความสําคัญ อาจจะอยู ตอนตน หรือตอนทายของเรื่องก็ได 2. เนื้อเรื่องและสวนประกอบหลัก ที่จะนํามาขยายความสําคัญโดยตรง และสวนประกอบยอยอื่นๆ จะเปนสวนขยายความใหเขาใจชัดเจนยิ่งขึ้นคือ - ทําใหทราบใจความสําคัญวาสวนประกอบมีอะไรบาง - มีความตอเนื่องกันมาอยางไร - ขยายความเขาใจไดชัดเจน - สรุปใจความได เมื่อพิจารณาไดดังนี้แลว จึงนําความเขาใจ จากการอานมาสรุปเนื้อความ บทความหรือเรื่องราว ที่อานเพื่อนํามาจับใจความใหไดวา ใคร? ทําอะไร? ที่ไหน? เมื่อไหร? อยางไร? เมื่อจับใจความและเขาใจได ดังนี้แลว จึงจะนําความเขาใจไปตอบคําถามที่กําหนดให ขั้นตอนการอานจับใจความ 1. อานผาน ๆ โดยตลอดเพื่อใหรูวาเรื่องที่อานวาดวยเรื่องอะไร จุดใดเปนจุดสําคัญของเรื่อง 2. อานใหละเอียด เพื่อทําความเขาใจอยางชัดเจน ไมควรหยุดอานระหวางเรื่องเพราะจะทําใหความ เขาใจไมติดตอกัน 3. อานซ้ําตอนที่ไมเขาใจ และตรวจสอบความเขาใจบางตอนใหแนนอนถูกตอง 4. เรียบเรียงใจความสําคัญของเรื่องดวยตนเอง 5. อานพินิจแลวตอบคําถาม เปนการอานเรื่องอีกครั้งอยางพินิจพิจารณา เพื่อหาคําตอบ จับประเด็น สําคัญ หารายละเอียดของเรื่อง หาเหตุและผลของเหตุการณ ลําดับเหตุการณเปนตน 6. ตอบคําถามและทบทวน เมื่อตอบคําถามแลว หากยังพอมีเวลาพอ ใหตรวจสอบคําตอบจากเรื่อง ที่อานอีกครั้งหนึ่ง การวิเคราะหเนื้อหา การวิเคราะหเนื้อหา และการตอบคําถาม ตองพิจารณาถึงการใชถอยคําสํานวนวาเหมาะสมหรือไม เพียงใด นอกจากนั้นควรพิจารณาวา ผูอานมีความคิดแทรก และมีความคิดเสริมอันสืบเนื่องจากเรื่องที่อาน อยางไร ความคิดแทรก หมายถึง ความคิดที่เกิดขึ้นในสมองของผูอานขณะวิเคราะห เปนความคิดที่เกิดขึ้นเอง โดยมิไดปรากฎในเรื่องที่อาน ความคิดเสริม หมายถึง ความคิดที่เกิดขึ้นกับผูอานหลังจาที่อานจบและวิเคราะห บทความหรือ ขอความนั้นเสร็จสิ้นไป ความคิดเสริมอาจเปนความคิดที่ตางเรื่อง ตางประเด็น ไปจากเรื่องที่อาน แตจะมี ความเกี่ยวเนื่องกัน มากหรือนอยแลวแตบุคคลและโอกาส การอานเพื่อวิเคราะห หมายถึง การแยกออกเปนสวนๆเพื่อพิจารณาอยางถี่ถวน เพื่อแสวงหาสาระ
54.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 44 ที่อยูในขอความ บทความเนื้อหาที่อานนั้น เวลาอานเพื่อวิเคราะหตองพยายามหาคําตอบวา ขอความ บทความ เนื้อเรื่องนั้นใหความรูอะไรบาง ผูเขียนแสดงความคิดเห็นอะไรใหทราบบาง ขณะที่เขียนมีความ รูสึกอยางไร พฤติกรรมเหลานี้ผูอานควรจะวิเคราะหได หลักการวิเคราะห 1. พิจารณาวาเรื่องนั้นใชรูปแบบใด เชน เปนนิทาน เปนเรื่องยาว เปนรอยกรอง เปนบทละคร เรื่องสั้น หรือเปนบทความ 2. แยกเนื้อเรื่องใหไดวา ใคร ทําอะไร ที่ไหน อยางไร เมื่อไร 3. แยกพิจารณาใหละเอียดวา เนื้อหาประกอบดวยอะไรบาง 4. พิจารณาวาใชกลวิธีในการนําเสนอเรื่องอยางไร 5. ลําดับเหตุการณ ตามเหตุผลคือ ลําดับจาเหตุไปหาผล หรือจากผลไปหาเหตุ หรือตามเหตุการณที่ เกิดขึ้นกอนหลัง ความสําคัญมากไปหาความสําคัญนอย สิ่งที่ใกลตัวไปหาไกลตัวจากขวาไปซายหรือซายไป ขวา จากเหนือไปใตหรือใตไปเหนือ จากสถานที่ใหญไปหาสถานที่เล็กจากสวนรวมไปหาสวนยอย เปนตน 6. พิจารณาความคิดที่ผูเขียนตองสื่อใหผูอานทราบและความหมายที่แฝงอยูในเนื้อเรื่องหรือขอความ นั้น เมื่ออานพิจารณาขอความ บทความ เนื้อเรื่อง เสร็จแลวจึงตอบคําถาม ขอควรระวังคือ คําตอบที่ใหเลือก นั้นจะคลายคลึงกันมาก บางครั้งดูเหมือนวาคําตอบเปนคําตอบที่ถูกตองทุกขอ จึงตองใชวิจารณญาณ เลือกคํา ตอบที่ถูกที่สุด การอานตีความ การตีความ คือ การอานเพื่อใหทราบความหมาย หรือความคิดที่สําคัญของเรื่องการตีความมักเปน ไปตามประสบการณ และความรูสึกของแตละคน ไมจําเปนวาทุกคนจะตองตีความตรงกันเสมอไป การตีความควรประเมินคาและบอกไดวาสิ่งไหนมีความดีดานใดและบกพรองในสวนใด ควร พิจารณาถึงรูปแบบและจุดประเทศในการเขียนแลวจึงชี้ขอดีขอบกพรองโดยพิจารณาใหเหมาะสมกับ ประเภทของงานของการเขียนนั้นๆ คุณภาพของถอยคําสํานวนที่ใชมีความเหมาะสมหรือไมเพียงใด เปนตน ลักษณะของคําถามในเรื่องการอานตีความ อาจจะถามเกี่ยวกับคําถามดังตอไปนี้ 1. การตั้งชื่อเรื่อง (สามารถสรุปใจความสําคัญ ขอความที่อานได) 2. รูจุดมุงหมายของผูเขียน 3. รูความหมายของขอความ 4. รูความสําคัญของเรื่อง 5. รูความหมายของคําศัพท 6. รูรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องที่อาน 7. ระเบียบวิธีคิด (คือการวิเคราะหและประเมินผลได) 8. ความสัมพันธระหวางยอหนาและระหวางประโยค 9. วิธีนําเสนอเรื่อง(อธิบายตามลําดับขั้น ยกตัวอยาง ชี้ผลลัพทที่สัมพันธกัน ใหคํานิยาม ดวยถอยคําที่
55.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 45 แปลกออกไป) 10. การประเมินขอความ เนื้อเรื่องที่อาน. 3. ความสามารถดานเหตุผล 1) อุปมาอุปมัย อุปมาอุปมัย หมายถึง การเปรียบเทียบ เปนการวิเคราะห หาเหตุผล การเปรียบเทียบ มักจะแบงออก เปน 3 ลักษณะ เชน แบบที่ 1. เอเซีย : ปากีสถาน ; ? : ? ก.ญี่ปุน : เกาหลี ข. ไทย : บางกอก ค. เยอรมัน : อิตาลี ง. อเมริกา : แคนาดา (คําตอบคือขอ ง.) แบบที่ 2. ? กิน ; น้ํา : ? ก. อาหาร : เคี้ยว ข. ขาว : กระหาย ค. ผักสด : ดื่ม ง. เนื้อ : รับประทาน (คําตอบคือขอ ค.) แบบที่ 3. พรรค : สมาชิก ; เมฆ : ? ก.ฝน ข.ละอองน้ํา ค.น้ําคาง ง.แมน้ํา (คําตอบคือขอ ข.) อุปมาอุปมัย ที่เปนภาพ ลักษณะนี้โจทยจะกําหนดภาพมาให 1 คู กับอีก 1 ภาพ แลวพิจารณาวาภาพ คูนั้นมีความสัมพันธกันอยางไร แลวพิจารณาตัวเลือก ก.-ง วาภาพคูใดกับภาพที่กําหนดให เชน ก ข ค ง คําตอบ คือ ขอ ค. ซซ: : ? : ก ข ค ง คําตอบ คือ ขอ ค.
56.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 46 2) การสรุปความ แบบสรุปขอความ มีหลักหรือกฎในการคิดหลายแบบ เพื่อใหสามารถคิดไดรวดเร็วและถูกตอง จึงไดรวบรวมหลักในการสรุปแบบตาง ๆ ไว ดังนี้ 1. แบบเปรียบเทียบ แบบนี้โจทยจะกําหนดสมมติฐานมาใหอยางนอย 2 สมมติฐานแลวหา ขอสรุป ใน 2 สมมติฐานนี้จะมีคุณศัพทเปรียบเทียบระหวาง 2 สมมติฐานนั้น คุณศัพทเหลานั้นไดแก ดีกวา สวยกวา สูงกวา ใหญกวา รวยกวา มากกวา ขยันกวา ฯลฯ การสรุปของขอหนึ่ง ๆ จะมีคุณศัพท เปรียบเทียบมากกวา 1 ตัวไมได เชน ฉัน ดีกวา แดง แดง รวยกวา ดํา ขอนี้สรุปไมได A โตกวา B B โตกวา C สรุปไดวา A โตกวา C 1.1 A โตกวา B BโตกวาC C โตกวาD สรุปไดวา A โตกวา D จะสรุปวา A โตกวา C ไมได เพราะไมไดใชสมมติฐานทุกสมมติฐานที่กําหนดให หรือจะสรุปไดวา A โตกวา B ก็ไมได 1.2 A รัก B B รัก C สรุปไมไดเพราะคําวา “ รัก ” เปนกริยา ไมใชคุณศัพทเปรียบเทียบ แตถาใช รักมากกวา กินมากกวา ตีแรงกวาได เชน ฉันกินขาวมากกวานอง นองกินขาวมากกวาแม สรุปได ฉันกินขาวมากกวาแม 1.3 A โตกวา B C เล็กวา B สรุปไมได เพราะมีคุณศัพทเปรียบเทียบมากกวา 1 ตัว คือ มี 2 ตัว ไดแก โตกวา กับ เล็กกวา ในสมมติฐานทั้งสองมิไดระบุวา “ เล็กกวา ” หมายถึงตรงกันขาม กับ “ โตกวา ” จะใชความหมายของคําที่ใชในภาษาไปชวยสรุปไมได เพราะการสรุปตองสรุปจากสมมติฐาน เทานั้น ซึ่งสมมติฐานบางชุดอาจจะไมเปนความจริง หรือไดขอสรุปที่ไมเปนความจริงก็ได ขอใหสรุป อยางมีเหตุผลตามสมมติฐาน เชน 1 มากกวา 2 2 มากกวา 4 สรุปได 1 มากกวา 4 จะเห็นวาสมมติฐานทั้งสองเปนเท็จแต ก็สรุปได และขอสรุปเปนเท็จ 6 มากกวา 8 8 มากกวา 5 สรุปได 6 มากกวา 5 จะเห็นวาสมมติฐานแรกเปนเท็จ สมมติฐานที่ 2 เปนจริง ดังนั้นจะเห็นไดวาการสรุปนั้นไมคํานึงถึงขอเท็จจริงแตคํานึงถึงเหตุผล เงื่อนไขทางสัญลักษณการเปรียบเทียบ = หมายถึง เทากับ # หมายถึงไมเทากับ > หมายถึง มากวา > หมายถึงไมมาากกวา ซึ่งอาจหมายถึงเทากับ หรือ นอยกวาก็ได < หมายถึง นอยกวา < หมายถึงไมนอยกวา ซึ่งอาจหมายถึง เทากับ หรือมากกวาก็ได < หมายถึงนอยกวาหรือ เทากับ >/ หมายถึง มากกวาหรือเทากับ
57.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 47 2. แบบจําแนกพวก เปนแบบที่อาศัยขอบขายของการกําหนดประเภทคน สัตว สิ่งของ ฯลฯ เปนหลักในการสรุป แบบนี้การวาดรูปประกอบจะชวยใหสรุปไดงายขึ้น มีหลักสรุปดังนี้ 2.1 นก (ทุกตัว) เปนสัตวบก สัตวบก (ทุกตัว) บินได สรุปได นกบินได 2.2 นกเปนสัตวบก สัตวไมใชสัตวบกบินได สรุปไมได 2.3 นกไมใชสัตวบก สัตวที่ไมใชสัตวบกบินได สรุปได นกบินได 2.4 นกไมใชสัตวบก สัตวบกบินได สรุปไมได 2.1 A นกไมใชสัตวบก สัตวที่ไมใชสัตวบกบินไมได สรุปได นกบินไมได 2.2 A นกไมใชสัตวบก สัตวบกบินไมได สรุปไมได 2.3 A นกเปนสัตวบก สัตวบกบินไมได สรุปได นกบินไมได 2.4 A นกเปนสัตวบก สัตวไมใชสัตวบกบินไมได สรุปไมได หมายเหตุ ในสมมติฐานกรณีที่ไมไดกลาววา เปนทุกตัว, หรือ บางตัว หมายถึงทุกตัว 2.5 ครูทุกคนมีเมตตา ฉันเปนครู สรุปได ฉันมีเมตตา 2.6 ครุทุกคนมีเมตตา ฉันมีเมตตา สรุปไมได เพราะขอบขายของสมมติฐานระบุเพียงแตวา ถาเปนครูตองมีเมตตา แตไมไดระบุวา คนไมใชครูมีเมตตาหรือไม ลักษณะนี้ คนที่ไมใชครูอาจเปนคนมี เมตตาหรือไมมีก็ได ดังนั้นคนมีเมตตา (ฉัน) จึงอาจเปนครูก็ได อาจไมใชครูก็ไดลักษณะเชนนี้สรุปไมได 2.7 ครูทุกคนมีเมตตา ฉันไมมีเมตตา สรุปได ฉันไมใชครู 2.8 ครูทุกคนมีเมตตา ฉันไมใชครู สรุปไมได เพราะสมมติฐานระบุวาครูทุกคนมีเมตตา แต ไมไดระบุวาคนที่ไมใชครูจะมีเมตตาหรือไม ฉะนั้นคนที่ไมใชครูอาจจะมีเมตตาหรือไมมีเมตตาก็ ได ลักษณะเชนนี้สรุปไมได 2.5 A คนมีเมตตาทุกคนเปนครู ฉันมีเมตตา สรุปได ฉันเปนครู 2.6 A คนมีเมตตาทุกคนเปนครู ฉันเปนครู สรุปไมได ดู 2.6 2.7 A คนมีเมตตาทุกคนเปนครู ฉันไมใชครู สรุปได ฉันไมมีเมตตา 2.8 A คนมีเมตตาทุกคนเปนครู ฉันไมมีเมตตา สรุปไมได ดู 2.8 2.9 โจรทุกคนไมมีเมตตา ฉันมีเมตตา สรุปได ฉันไมใชโจร 2.10 โจรทุกคนไมมีเมตตา ฉันไมมีเมตตา สรุปไมได ลักษณะเดียวกับ 2.6 2.11 โจรทุกคนไมมีเมตตา ฉันเปนโจร สรุปได ฉันไมมีเมตตา 2.12 โจรทุกคนไมมีเมตตา ฉันไมใชโจร สรุปไมได ลักษณะเดียวกับ 2.8 2.9 A คนไมมีเมตตาทุกคนเปนโจร ฉันไมมีเมตตา สรุปได ฉันเปนโจร 2.10 A คนไมมีเมตตาทุกคนเปนโจร ฉันมีเมตตา สรุปไมได ลักษณะเดียวกับ 2.6 2.11 A คนไมมีเมตตาทุกคนเปนโจร ฉันไมใชโจร สรุปได ฉันมีเมตตา 2.12 A คนไมมีเมตตาทุกคนเปนโจร ฉันเปนโจร สรุปได ลักษณะเดียวกับ 2.8
58.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 48 2.13 นกทุกตัวเปนสัตวบก สัตวบกทุกตัวบินได สรุปได นกบินได 2.14 นกทุกตัวเปนสัตวบก สัตวบกบางตัวบินได สรุปไมได 2.15 นกทุกตัวเปนสัตวบก สัตวบกทุกตัวบินไมได สรุปได นกบินไมได 2.16 นกทุกตัวเปนสัตวบก สัตวบกบางตัวบินได สรุปไมได 2.13 A นกบางตัวเปนสัตวบก สัตวบกทุกตัวบินได สรุปได นกบางตัวบินได 2.14 A นกบางตัวเปนสัตวบก สัตวบกบางตัวบินได สรุปไมได 2.15 A นกบางตัวเปนสัตวบก สัตวบกทุกตัวบินไมได สรุปได นกบางตัวบินไมได 2.16 A นกบางตัวเปนสัตวบก สัตวบกบางตัวบินไมได สรุปไมได แบบสรุปความแบบนี้ ถาจะสังเกตใหดีจะเห็นวา แตละแบบมักมี 4 ขอ และหลักการสรุปก็ คลาย ๆ กัน หากไดอานทบทวนบอย ๆ จะทําใหสามารถสรุปไดรวดเร็ว ลักษณะของสมมติฐานอาจเปลี่ยน แปลงไปไดมากมายหลายแบบ แตหลักการสรุปใชหลักเดียวกัน 3. แบบมีเงื่อนไข แบบนี้โจทยจะกําหนด สมมติฐานมาให 2 สมมติฐานใหหาขอสรุปสมมติฐาน ทั้ง 2 นี้จะมีความเกี่ยวเนื่องกันและทําใหเกิดขอสรุปขึ้น แตถาหากเงื่อนไขของสมมติฐานทั้งสอง ไมสัมพันธกันก็สรุปไมไดเชน 3.1 ถาน้ําทวมฉันจะซื้อเรือ น้ําทวม สรุปได ฉันซื้อเรือ 3.2 ถาน้ําทวมฉันจะซื้อเรือ น้ําไมทวม สรุปไมได เพราะสมมติฐานแรกระบุเพียงวา ถาน้ําทวม ฉันจะซื้อเรือ (ไมระบุวาน้ําทวมฉันจะซื้อเรือหรือไม ฉะนั้นการที่ฉันซื้อเรืออาจจะซื้อเมื่อน้ําทวมก็ได) 3.3 ถาน้ําทวมฉันจะซื้อเรือ ฉันไมซื้อเรือ สรุปได น้ําไมทวม 3.4 ถาน้ําทวมฉันจะซื้อเรือ ฉันซื้อเรือ สรุปไมได เพราะสมมติฐานแรกระบุเพียงวา ถาน้ํา ทวมฉันจะซื้อเรือ(ไมระบุวาน้ําทวมฉันจะซื้อเรือหรือไม ฉะนั้นการที่ฉันซื้อเรืออาจจะซื้อเมื่อน้ําทวมก็ได) 3.5 ถาฝนไมตกแดงจะไปตลาด ฝนไมตก สรุปได แดงไปตลาด 3.6 ถาฝนไมตกแดงจะไปตลาด ฝนตก สรุปไมได ดู 3.2 3.7 ถาฝนไมตกแดงจะไปตลาด แดงไมไปตลาด สรุปได ฝนตก เพราะถาฝนไมตก แดงก็ตอง ไปตลาด แตแดงไมไปตลาด นั่นแสดงวา ฝนตก 3.8 ถาฝนไมตกแดงจะไปตลาด แดงไปตลาด สรุปไมได ดู 3.4 4. แบบเลือกอยางหนึ่งอยางใด แบบสรุปความเปนแบบนี้ สวนมากมี 2 สมมติฐาน ๆ แรกมักเปนขอความ ซึ่งตองมีการให เลือกอยางใดอยางหนึ่ง โดยใชคําวา “ หรือ ” หรือใช “ ถา…..ตอง ” อาจจะลดเหลือ “ ตอง ” ไวเปนที่ เขาใจกันก็ได เชน 4.1 ดําหรือแดงคนใดคนหนึ่งตองเฝาบาน แดงไปโรงเรียน สรุปได ดําเฝาบาน 4.2 ดําหรือแดงคนใดคนหนึ่งตองเฝาบาน แดงไมไดไปโรงเรียน สรุปไมได 4.3 ดําหรือแดงคนใดคนหนึ่งตองเฝาบาน แดงไมเฝาบาน สรุปได ดําเฝาบาน
59.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 49 4.4 ดําหรือแดงคนใดคนหนึ่งตองเฝาบาน แดงเฝาบาน สรุปไมได เพราะสมมติฐานแรก ระบุเพียงวาคนใดคนหนึ่งตองเฝาบาน แตไมไดกําหนดวาจะเฝาทั้งสองคนไมได ลักษณะเชนนี้จะสรุปวา ดําไมเฝาบานไมได 4.5 ลูกเศรษฐีทุกคนถาไมใชรถเบนซก็รถวอลโว นายโรจนเปนลูกเศรษฐีและไมไดใช รถวอลโว สรุปได นายโรจนใชรถเบ็นซ 4.6 ลูกเศรษฐีทุกคนถาไมใชรถเบนซก็รถวอลโว วิโรจนไมไดใชรถเบ็นซ สรุปไมได เพราะ ไมไดระบุวาวิโรจนเปนลูกเศรษฐีหรือไม 5. แบบสมมติฐานที่สรุปไมได สมมติฐานที่สรุปไมไดจะกลาวถึงนี้ จะกลาวนอกเหนือไปจากสมมติฐานที่สรุปไมไดของ แบบที่ 1 ถึงแบบที่ 4 และมักจะพบในขอทดสอบบอย ๆ ซึ่งมีหลักสําคัญ คือสมมติฐานแตละสมมติฐาน ไมมีความสําพันธเชน 5.1 พอเปนคนขยัน แมเปนคนประหยัด ฉะนั้นลูกจะเปนอยางไร สรุปไมได 5.2 เมื่อเล็ก ๆ สมศักดิ์เปนคนขยัน พอโตขึ้นเขาสอบตก ฉะนั้นตอไปเขาจะเปนอยางไร สรุปไมได 5.3 พอเปนตํารวจ พี่เปนทหาร เขาควรจะเปนอยางไร สรุปไมได 5.4 ฉันรักอาชีพครูมากที่สุดแตขณะนี้ฉันทํางานธนาคารเพราะอะไรสรุปไมได 5.5 ประเทศไทยเปนของคนไทย ฉันรักประเทศไทยมาก ฉันจะทําอยางไร สรุปไมได ตัวอยาง แบบทดสอบแบบสรุปความ คําชี้แจง. แบบทดสอบชุดนี้มีขอความที่กําหนดมาให ใหพิจารณาวา สามารถสรุปไดหรือไม ถาไดจะสรุปอยางไร 1. คนที่มีความเมตตาทุกคน มีความสุข เพ็ญศรีเปนคนมีเมตตา ฉะนั้น ก. เพ็ญศรีมีความสุข ข. เพ็ญศรีไมมีความสุข ค. คนเมตตามีความสุข ง. คนมีความสุขมีเมตตา จ. ขอ ก. และ ขอ ข. ถูก 2. บัณฑิตสูงกวาประสาน ประสานสูงกวาประพล ฉะนั้น ก. บัณฑิตสูงกวาประสาน ข. ประสานสูงกวาประพล ค. ประพลสูงกวาบัณฑิต ง. บัณฑิตสูงกวาประพล จ. สรุปแนนอนไมได คําตอบ 1. ขอ ก. ถูก 2. ขอ ง. ถูก
60.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 50 3) การสรุปเหตุผล เหตุ หมายถึง สิ่งที่เปนตนกําเนิด หรือสิ่งที่ทําใหเกิดสิ่งอื่นตามมา อาจเปนปรากฏการณที่ เกิดขึ้นหรือจากการกระทําอาจเรียกวา “สาเหตุ” หรือ “มูลเหตุ” ผล หมายถึง สิ่งที่เกิดตามมาจากเหตุ ผลของเหตุอันหนึ่งอาจกลายเปนเหตุของผลอยางอื่นตอ เนื่องกันไปโดยไมสิ้นสุดก็ได “ผล” นี้เรียกวา “ผลลัพธ” หลักการอนุมานโดยพิจารณาสาเหตุและผลลัพธ 1. การอนุมานจากสาเหตุไปหาผลลัพธ คือ การที่เราใชความรูความเขาใจของเรา พิจารณา ปรากฏการณอยางหนึ่งวาปรากฏการณนั้นจะทําใหเกิดผลลัพธอะไรมา 2. การอนุมานผลลัพธไปหาสาเหตุ คือ การที่เราใชความรูความเขาใจของเราพิจารณาปรากฏ การณอยางหนึ่งวาปรากฏการณนั้นเกิดจากสาเหตุอะไร 3.การอนุมานจากผลลัพธไปหาผลลัพธ คือ การที่เราใชความรู ความเขาใจของเราพิจารณา ปรากฏการณหรือเหตุการณอยางหนึ่งวา เปนผลลัพธของสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งกอน แลวจึงพิจารณาตอ ไปวา สาเหตุนั้นอาจจะกอใหเกิดผลลัพธอื่นใดไดอีกบาง ตัวอยาง การเสนอความคิดเปนเหตุเปนผล จงใชขอความตอไปนี้ตอบคําถามขอ 1 " การเขมนหรือกระตุกที่กลามเนื้อบริเวณใบหนา ลําคอ ไหล แขน เชน ขยิบตา กระแอม ยักไหล ทําจมูกฟุตฟต มักพบในเด็กชายมากกวาเด็กหญิงวัยระหวาง 8-12 ป สาเหตุเนื่องจากความตึงเครียดทาง อารมณ ตื่นเตน ตกใจงาย เจาอารมณ ซุกซน หรือการชอบเลียนแบบผูอื่นจนติดเปนนิสัย " ขอ 1. อะไรทําใหเกิดการเขมนหรือกระตุกที่กลามเนื้อบริเวณใบหนา ลําคอ ไหล และแขน ก. การขยิบตา การกระแอม ข. การยักไหล การทําจมูกฟุตฟต ค. นิสัยของเด็กชายโดยทั่วไป ง. ความซุกซนและตกใจงายของเด็กหญิง วิเคราะห สาเหตุ 1. ความตึงเครียดของอารมณ 2. ซุกซน 3. ชอบเลียนแบบผูอื่นจนติดเปนนิสัย ผล การเขมนหรือกระตุกที่กลามเนื้อบริเวณใบหนา ลําคอ ไหล และแขน คําตอบ ขอ ง ถูก ไดแก ความซุกซนและตกใจงาย
61.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร สวนที่ 3 ความรอบรู
62.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 51 สวนที่ 3 : ความรอบรู ก. สังคม เศรษฐกิจ การเมือง และเหตุการณปจจุบัน 1. รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 1.1) สาระสําคัญของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 1. ตราไว ณ วันที่ 24 สิงหาคม พุทธศักราช 2550 เปนปที่ 62 ในรัชกาลปจจุบัน 2. มีทั้งหมด 15 หมวด บทเฉพาะกาล 309 มาตรา 3. ผูรับสนองพระบรมราชโองการคือประธานสภานิติบัญญัติแหงชาติ(นายมีชัย ฤชุพันธ) 4. ขั้นตอนสุดทายกอนประกาศใชรัฐธรรมนูญฉบับนี้คือ การลงประชามติ 5. หมวดที่ 1 บททั่วไป(มาตรา1-7) วาดวยประเทศไทยและการปกครองและรัฐธรรมนูญเปนกฎหมายสูงสุด 6. หมวดที่ 2 พระมหากษัตริย มีสาระสําคัญ ดังนี้ - พระมหากษัตริยเปนพุทธมามกะ เปนอัครศาสนูปถัมภก เปนจอมทัพไทย - คณะองคมนตรี มี 19 คน (ประธานองคมนตรีและองคมนตรีไมเกิน 18 คน) - การแตงตั้ง พนตําแหนงองคมนตรี ขาราชการในพระองค และสมุหราชองครักษ เปนไปตาม พระราชอัธยาศัย - กลาวถึงการแตงตั้งผูสําเร็จราชการแทนพระมหากษัตริยและผูสืบราชสันตติวงศ 7.หมวดที่ 3 สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย มีสาระสําคัญ ดังนี้ 7.1 สวนที่ 1 บททั่วไป - การใชอํานาจโดยองคกรของรัฐตองคํานึงถึงศักดิ์ศรีความเปนมนุษย สิทธิ และเสรีภาพ - บุคคลยอมสามารถใชสิทธิทางศาล - การจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลไมได เวนแตใชอํานาจตามกฎหมาย 7.2 สวนที่ 2 ความเสมอภาค - บุคคลยอมเสมอกันในกฎหมายและไดรับความคุมครองตามกฎหมาย - การเลือกปฏิบัติโดยไมเปนธรรมตอบุคคลจะกระทําไมได - ขาราชการ เจาหนาที่อื่นของรัฐมีสิทธิและเสรีภาพเชนเดียวกับบุคคลทั่วไป 7.3 สวนที่ 3 สิทธิและเสรีภาพสวนบุคคล - บุคคลยอมมีสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและรางกาย - บุคคลยอมมีเสรีภาพในเคหสถาน - บุคคลยอมมีเสรีภาพในการเดินทางและมีเสรีภาพในการเลือกถิ่นที่อยูอาศัย - บุคคลยอมมีสิทธิไดรับความคุมครอง - บุคคลยอมมีเสรีภาพในการสื่อสารถึงกันโดยทางที่ชอบดวยกฎหมาย
63.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 52 - บุคคลยอมมีเสรีภาพบริบูรณในการนับถือศาสนา 7.4 สวนที่ 4 สิทธิในกระบวนการยุติธรรม - ในคดีอาญา ตองสันนิษฐานไวกอนวาผูตองหาหรือจําเลยไมมีความผิด - บุคคลยอมมีสิทธิในกระบวนการยุติธรรม 7.5 สวนที่ 5 สิทธิในทรัพยสิน - สิทธิของบุคคลในทรัพยสินยอมไดรับความคุมครอง - การเวนคืนอสังหาริมทรัพยจะกระทํามิได เวนแตโดยอาศัยอํานาจตามกฎหมาย 7.6 สวนที่ 6 สิทธิและเสรีภาพในการประกอบอาชีพ - บุคคลยอมมีเสรีภาพในการประกอบกิจการหรือประกอบอาชีพ - บุคคลยอมมีสิทธิไดรับหลักประกันความปลอดภัยและสวัสดิภาพในการทํางาน 7.7 สวนที่ 7 เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคลและสื่อมวลชน - บุคคลยอมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพการโฆษณา และการ สื่อความหมายโดยวิธีอื่น - พนักงานหรือลูกจางของเอกชนที่ประกอบกิจการหนังสือพิมพ วิทยุกระจายเสียง วิทยุ โทรทัศน หรือสื่อมวลชนอื่น ยอมมีเสรีภาพในการเสนอขาวและแสดงความคิดเห็นภายใตขอจํากัดตามรัฐธรรมนูญ - คลื่นความถี่ที่ใชในการสงวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน และโทรคมนาคม เปนทรัพยากรสื่อสาร ของชาติเพื่อประโยชนสาธารณะ 7.8 สวนที่ 8 สิทธิและเสรีภาพในการศึกษา -บุคคลยอมมีสิทธิเสมอกันในการรับการศึกษาไมนอยกวาสิบสองปที่ รัฐจะตองจัดใหอยางทั่วถึง และมีคุณภาพ โดยไมเก็บคาใชจาย -ผูยากไร ผูพิการหรือทุพพลภาพ หรือผูอยูในสภาวะยากลําบาก ตองไดรับสิทธิตามวรรคหนึ่ง และ การสนับสนุนจากรัฐเพื่อใหไดรับการศึกษาโดยทัดเทียมกับบุคคลอื่น - การจัดการศึกษาอบรมขององคกรวิชาชีพหรือเอกชน การศึกษาทางเลือกของประชาชน การเรียนรู ดวยตนเอง และการเรียนรูตลอดชีวิต ยอมไดรับความคุมครองและสงเสริมที่เหมาะสมจากรัฐ - บุคคลยอมมีเสรีภาพในทางวิชาการ 7.9 สวนที่ 9 สิทธิในการไดรับบริการสาธารณสุขและสวัสดิการจากรัฐ - บุคคลยอมมีสิทธิเสมอกันในการรับบริการทางสาธารณสุขที่เหมาะสมและไดมาตรฐาน - เด็กและเยาวชนมีสิทธิในการอยูรอดและไดรับการพัฒนา - บุคคลซึ่งมีอายุเกินหกสิบปบริบูรณมีสิทธิไดรับสวัสดิการ สิ่งอํานวยความสะดวกอันเปนสาธารณะ และความชวยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐ
64.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 53 - บุคคลซึ่งพิการหรือทุพพลภาพ บุคคลซึ่งไรที่อยูอาศัยและไมมีรายไดเพียงพอแกการยังชีพ ยอมมี สิทธิไดรับความชวยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐ 7.10 สวนที่ 10 สิทธิในขอมูลขาวสารและการรองเรียน - บุคคลยอมมีสิทธิไดรับทราบและเขาถึงขอมูลหรือขาวสารสาธารณะ ไดรับขอมูล คําชี้แจงจากรัฐ - บุคคลยอมมีสิทธิเสนอเรื่องราวรองทุกขฟองหนวยราชการ หนวยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการสวนทองถิ่น อันเนื่องจากการกระทําหรือการละเวนการกระทํา 7.11 สวนที่ 11 เสรีภาพในการชุมนุมและการสมาคม - บุคคลยอมมีเสรีภาพในการชุมนุม การรวมกันเปนสมาคมฯ จัดตั้งพรรคการเมือง 7.12 สิทธิชุมชน - บุคคลซึ่งรวมกันเปนชุมชน ชุมชนทองถิ่น หรือชุมชนทองถิ่นดั้งเดิม - สิทธิของบุคคลที่จะมีสวนรวมกับรัฐและชุมชนในการอนุรักษ บํารุงรักษา การไดประโยชน จากทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ 7.13 สิทธิพิทักษรัฐธรรมนูญ - บุคคลจะใชสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญลมลางการปกครองไมได 8.หมวดที่ 4 หนาที่ชนชาวไทย ชนชาวไทยมีหนาที่ดังนี้ - พิทักษรักษาไวซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย และการปกครองระบอบประชาธิปไตยฯ - ปองกันประเทศ รักษาผลประโยชนของชาติ และปฏิบัติตามกฎหมาย - ไปใชสิทธิเลือกตั้ง รับราชการทหาร ชวยเหลือในการปองกันและบรรเทาภัยพิบัติสาธารณะ - เสียภาษีอากร ชวยเหลือราชการ รับการศึกษาอบรม - พิทักษ ปกปอง และสืบสานศิลปวัฒนธรรมของชาติและภูมิปญญาทองถิ่น สิ่งแวดลอม - ขาราชการดําเนินการใหเปนไปตามกฎหมายเพื่อรักษาประโยชนสวนรวม อํานวยความ สะดวกแกประชาชนหลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบานเมืองที่ดี วางตัวเปนกลางทางการเมือง 9. หมวดที่ 5 แนวนโยบายพื้นฐานแหงรัฐ 9.1 สวนที่ 1 บททั่วไป - ครม.จะเขาบริหารราชการแผนดินตองแถลงชี้แจงนโยบายบริหารราชการตอรัฐสภากอน - ครม.ตองทําแผนการบริหารราชการแผนดินใหสอดคลองกับแนวนโยบายพื้นฐานแหงรัฐ - ครม.ตองจัดใหมีแผนการตรากฎหมายที่จําเปนตอการดําเนินการตามนโยบายที่แถลง 9.2 สวนที่ 2 แนวนโยบายดานความมั่นคงของรัฐ - รัฐตองพิทักษรักษาไวซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแหงเขตอํานาจรัฐ 9.3 สวนที่ 3 แนวนโยบายดานการบริหารราชการแผนดิน - ใหเปนไปเพื่อการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศอยางยั่งยืน
65.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 54 - จัดระบบการบริหารราชการสวนกลาง สวนภูมิภาค และสวนทองถิ่น - กระจายอํานาจใหองคกรปกครองสวนทองถิ่น - พัฒนาระบบงานภาครัฐ โดยมุงเนนการพัฒนาคุณภาพ คุณธรรม และจริยธรรมของเจาหนาที่ - จัดระบบงานราชการและงานของรัฐใหบริการรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ โปรงใส ตรวจสอบได - ดําเนินการใหมีหนวยงานทางกฎหมาย และจัดใหมีแผนพัฒนาการเมือง - ใหขาราชการและเจาหนาที่ของรัฐไดรับสิทธิประโยชนอยางเหมาะสม 9.4 สวนที่ 4 แนวนโยบายดานศาสนา สังคม การสาธารณสุข การศึกษา และวัฒนธรรม - คุมครองและพัฒนาเด็กและเยาวชน สนับสนุนการอบรมเลี้ยงดูและใหการศึกษาปฐมวัย - สงเสริม สนับสนุน และพัฒนาระบบสุขภาพ - พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการจัดการศึกษาในทุกระดับและทุกรูปแบบ - จัดใหมีแผนการศึกษาแหงชาติ กฎหมายเพื่อพัฒนาการศึกษาของชาติ - จัดใหมีการพัฒนาคุณภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา - ปลูกฝงใหผูเรียนมีจิตสํานึกของความเปนไทย มีระเบียบวินัย ยึดมั่นระบอบประชาธิปไตย - สงเสริมและสนับสนุนการกระจายอํานาจเพื่อใหองคกรปกครองสวนทองถิ่น ชุมชน องคการศาสนา เอกชนจัดและมีสวนรวมในการจัดการศึกษา - สงเสริมและสนับสนุนการศึกษาวิจัยในศิลปวิทยาการแขนงตาง ๆ - สงเสริมและสนับสนุนความรูรักสามัคคีและการเรียนรู 9.5 สวนที่ 5 แนวนโยบายดานกฎหมายและการยุติธรรม - จัดใหมีกฎหมายเพื่อจัดตั้งองคกรเพื่อการปฏิรูปกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม - ดูแลใหมีการปฏิบัติและบังคับตามกฎหมาย คุมครองสิทธิเสรีภาพของบุคคลจากการละเมิด 9.6 สวนที่ 6 แนวนโยบายดานการตางประเทศ - รัฐตองสงเสริมสัมพันธไมตรีและความรวมมือกับนานาประเทศ - รัฐตองปฏิบัติตามสนธิสัญญาดานสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเปนภาคี - รัฐตองสงเสริมการคา การลงทุน และการทองเที่ยวกับนานาประเทศ 9.7 สวนที่ 7 แนวนโยบายดานเศรษฐกิจ - รัฐตองสงเสริมและสนับสนุนใหมีการดําเนินการตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง - สนับสนุนระบบเศรษฐกิจแบบเสรีและเปนธรรมโดยอาศัยกลไกตลาด - ควบคุมใหมีการรักษาวินัยการเงินการคลัง - จัดใหมีการออมเพื่อการดํารงชีพในยามชราแกประชาชนและเจาหนาที่ของรัฐ - ดําเนินการใหมีการกระจายรายไดอยางเปนธรรม - คุมครองและรักษาผลประโยชนของเกษตรกรในการผลิตและการตลาด
66.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 55 - สงเสริม สนับสนุน และคุมครองระบบสหกรณใหเปนอิสระ - สงเสริมและสนับสนุน กิจการพาณิชยนาวี การขนสงทางราง - สงเสริมอุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร 9.8 สวนที่ 8 แนวนโยบายดานที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอม - กําหนดหลักเกณฑการใชที่ดินใหครอบคลุมทั่วประเทศ - กระจายการถือครองที่ดินอยางเปนธรรมและใหเกษตรกรมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิในที่ดิน - จัดใหมีแผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําและทรัพยากรธรรมชาติอื่น 9.9 สวนที่ 9 แนวนโยบายดานวิทยาศาสตร ทรัพยสินทางปญญา และพลังงาน - สงเสริมใหมีการพัฒนาดานวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และนวัตกรรมดานตาง ๆ - สงเสริมการประดิษฐหรือการคนคิดเพื่อใหเกิดความรูใหม - สงเสริมและสนับสนุนการวิจัย พัฒนา และใชประโยชนจากพลังงานทดแทน 9.10 สวนที่ 10 แนวนโยบายดานการมีสวนรวมของประชาชน - ใหมีสวนรวมกําหนดนโยบายและวางแผนพัฒนาสังคม เศรษฐกิจระดับชาติและระดับทองถิ่น - ใหมีสวนรวมในการตัดสินใจทางการเมือง พัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ทําบริการสาธารณะ - ใหมีสวนรวมในการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐทุกระดับ - สงเสริมใหประชาชนมีความเขมแข็งในทางการเมือง สงเสริมความรูดานการเมือง 10. หมวดที่ 6 รัฐสภา 10. 1 สวนที่ 1 บททั่วไป - รัฐสภาประกอบดวยสภาผูแทนราษฎรและวุฒิสภา(สมาชิก 480 และ 150 ตามลําดับ) - ประธานสภาผูแทนราษฎรเปนประธานรัฐสภา ประธานวุฒิสภาเปนรองประธานรัฐสภา - รางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญและรางพระราชบัญญัติจะตราขึ้นเปนกฎหมาย ตองไดรับคําแนะนํา และยินยอมของรัฐสภา เมื่อพระมหากษัตริยไดทรงลงพระปรมาภิไธย ใหประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา บังคับใชเปนกฎหมายตอไป - 1ใน 10 ของสส. หรือ สว. เขาชื่อเสนอประธานสภาของตนพิจารณาการสิ้นสุดสมาชิกภาพได 10.2 สวนที่ 2 สภาผูแทนราษฎร(สส.) - สภาผูแทนราษฎรประกอบดวย สส. 480คน โดยเปนสส.จากการเลือกตั้งแบบแบงเขต 400 คน และ สส. เลือกตั้งแบบสัดสวน จํานวน 80 คน - กําหนดใหมี สส.รอยละ95(จํานวน 456 คน) ถึงประกอบเปนสภาผูแทนราษฎรได - อายุของสภาผูแทนราษฎรมีกําหนดคราวละสี่ป สมาชิกภาพของสส.เริ่มตั้งแตวันเลือกตั้งจน กระทั่ง หมดวาระ หรือยุบสภา หรือตาย หรือลาออก หรือขาดคุณสมบัติ - หากหมดวาระใหเลือกตั้งใหมภายใน 45 วัน หากกรณียุบสภาเลือกตั้งใหมภายใน 45-60 วัน
67.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 56 10.3 สวนที่ 3 วุฒิสภา (สว.) - สมาชิกวุฒิสภาประกอบดวย สว.150 คน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งในแตละจังหวัด 76 คน และ มาจากการสรรหาเทากับจํานวนรวมขางตนหักดวยจํานวนสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้ง(คือ 74 คน) - กําหนดใหมี สว.รอยละ95 ( จํานวน 143 คน) ถึงประกอบกันเปนวุฒิสภาได - สมาชิกภาพของ สว.มีกําหนดคราวละหกปนับแตวันเลือกตั้งหรือวันที่ไดรับการสรรหา - วาระ สว.ซึ่งมาจากการเลือกตั้งสิ้นสุดลงใหเลือกตั้งใหมภายใน 30วัน สว. สรรหาภายใน 60วัน 10.4 สวนที่ 4 บทที่ใชแกสภาทั้งสอง - สมาชิกสภาผูแทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภายอมเปนผูแทนปวงชนชาวไทย - กอนเขารับหนาที่ สส. สว.ตองปฏิญาณตนในที่ประชุมแหงสภาที่ตนเปนสมาชิก - แตละสภาใหมีประธานสภาคนหนึ่งและรองประธานคนหนึ่งหรือสองคน - การประชุมแตละสภาตองมีสมาชิกมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่ง จึงจะเปนองคประชุม - ในปหนึ่งใหมีสมัยประชุมสามัญทั่วไป และสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ 10.5 สวนที่ 5 การประชุมรวมกันของรัฐสภา - การประชุมรวมกันของรัฐสภาใหใชขอบังคับการประชุมรัฐสภา - กรณีที่ตองประชุมรวมกัน เชน การแกไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ การเปดอภิปรายทั่วไป การแถลง นโยบาย การใหความเห็นชอบใหพิจารณารางรัฐธรรมนูญ รางพระราชบัญญัติ กําหมายประกอบรัฐธรรมนูญ การเปด ปดประชุมรัฐสภา การพิจารณา มีมติ หรือใหความเห็นชอบเรื่องแตงตั้งผูสําเร็จราชการ การสืบราช- สันติวงศ หรือการสืบราชสมบัติของสถาบันพระมหากษัตริย เปนตน 10.6 สวนที่ 6 การตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ - พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่ตรามี 9 รายการ ไดแก พรบ.วาดวยการเลือกตั้ง สรรหา สส. สว. วาดวยคณะกรรมการการเลือกตั้ง วาดวยพรรคการเมือง วาดวยการออกเสียงประชามติ วาดวยวิธี พิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ วาดวยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมือง วาดวยผูตรวจการ แผนดิน วาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต และวาดวยการตรวจเงินแผนดิน - ผูมีสิทธิเสนอรางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ไดแก ครม. สมาชิก1ใน10 ของสส.หรือสว. ประธานของศาลรัฐธรรมนูญ ศาลฎีกา หรือองคกรอิสระตามรัฐธรรมนูญ - การพิจารณาราง พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญของทั้งสองสภาใหกระทําเปนสามวาระ ไดแก วาระที่1 ขั้นรับหลักการ วาระที่ 2 พิจารณาเรียงลําดับมาตรา(ใชเสียงขางมาก) และวาระที่ 3 ใหความเห็นชอบ(กึ่งหนึ่ง) 10.7 สวนที่ 7 การตราพระราชบัญญัติ - ผูมีสิทธิเสนอรางพระราชบัญญัติ ไดแก ครม. สส. 20 คน ศาลหรือองคกรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ประชาชนผูมีสิทธิ์เลือกตั้ง ไมนอยกวาหนึ่งหมื่นคน หากเปนกฏหมายการเงินตองใหนายกรัฐมนตรีรับรอง - รางพระราชบัญญัติใหเสนอตอสภาผูแทนราษฎรกอนแลวจึงเสนอวุฒิสภา
68.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 57 - ใหพิจารณา 3 วาระ หากเห็นชอบ นายกรัฐมนตรีเสนอพระมหากษัตริยไดทรงลงพระปรมาภิไธย ใหประกาศในราชกิจจานุเบกษา และใหบังคับใชเปนกฎหมายตอไป 10.8 สวนที่ 8 การควบคุมการตรากฎหมายที่ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ - หากเห็นวารางพระราชบัญญัติใดขัดหรือแยงกับรัฐธรรมนูญใหสงไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย ระหวางนั้นใหระงับการประกาศใชไวกอน 10.9 สวนที่ 9 การควบคุมการบริหารราชการแผนดิน โดย - สส.สว.มีสิทธิตั้งกระทูถามรัฐมนตรีในเรื่องใดเกี่ยวกับงานในหนาที่ได - ถามนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีผูรับผิดชอบในการบริหารราชการแผนดินเรื่องนั้น - สส.ไมนอยกวาหนึ่งในหาของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเทาที่มีอยูของสภาผูแทนราษฎร มีสิทธิ เขาชื่อเสนอญัตติขอเปดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไมไววางใจนายกรัฐมนตรี - สส.ไมนอยกวาหนึ่งในหกของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเทาที่มีอยูของสภาผูแทนราษฎร มีสิทธิ เขาชื่อเสนอญัตติขอเปดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไมไววางใจรัฐมนตรีเปนรายบุคคล - สว.ไมนอยกวาหนึ่งในสามของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเทาที่มีอยูของวุฒิสภา มีสิทธิเขาชื่อขอ เปดอภิปรายทั่วไปในวุฒิสภาเพื่อใหคณะรัฐมนตรีแถลงขอเท็จจริงหรือชี้แจงปญหาสําคัญเกี่ยวกับการบริหาร ราชการแผนดิน (โดยไมมีการลงมติ) 11. หมวดที่ 7 การมีสวนรวมทางการเมืองโดยตรงของประชาชน โดย - ประชาชนผูมีสิทธิเลือกตั้งไมนอยกวาหนึ่งหมื่นคน มีสิทธิเขาชื่อรองขอตอประธานรัฐสภา เพื่อใหรัฐสภาพิจารณารางพระราชบัญญัติ(เสนอกําหมาย) - ประชาชนผูมีสิทธิเลือกตั้งจํานวนไมนอยกวาสองหมื่นคน มีสิทธิเขาชื่อรองขอตอประธาน วุฒิสภาเพื่อใหวุฒิสภามีมติใหถอดถอนบุคคลออกจากตําแหนงเหตุเพราะกระทําความผิด - ประชาชนผูมีสิทธิเลือกตั้งยอมมีสิทธิออกเสียงประชามติในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง 12. หมวดที่ 8 การเงิน การคลัง และงบประมาณ - งบประมาณรายจายของแผนดินใหทําเปนพระราชบัญญัติ ออกไมทันใช พรบ.ของปกอน - ราง พรบ.งบประมาณรายจายประจําป ราง พรบ.งบประมาณรายจายเพิ่มเติม และราง พรบ.โอน งบประมาณรายจาย สภาผูแทนราษฎรจะตองวิเคราะหและพิจารณาใหแลวเสร็จภายในหนึ่งรอยหาวัน - การจายเงินแผนดินจะกระทํา ไดก็เฉพาะที่ไดอนุญาตไวในกฎหมาย - เงินรายไดของหนวยงานของรัฐใดที่ไมตองนําสงเปนรายไดแผนดินใหหนวยงานของรัฐนั้น ทํารายงานการรับและการใชจายเงินดังกลาว เสนอตอคณะรัฐมนตรีเมื่อสิ้นปงบประมาณทุกป การใชจายเงิน ตองอยูภายใตกรอบวินัยการเงินการคลังดวย 13. หมวดที่ 9 คณะรัฐมนตรี(ครม.) - คณะรัฐมนตรีประกอบดวยนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งและรัฐมนตรีอื่นอีกไมเกินสามสิบหาคน
69.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 58 - นายกรัฐมนตรีตองเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ประธานสภาผูแทนเปนผูเสนอแตงตั้ง ภายใน 30 วันนับแตประชุมรัฐสภาครั้งแรก - กอนเขารับหนาที่ รัฐมนตรีตองถวายสัตยปฏิญาณตอพระมหากษัตริย และตองแถลงนโยบาย ตอรัฐสภาภายใน 15 วันตั้งแตแตงตั้ง และตอจัดทําแผนการบริหารราชการแผนดิน เพื่อกําหนดแนวทางการ ปฏิบัติราชการแตละป - พระมหากษัตริยทรงไวซึ่งพระราชอํานาจในการตราพระราชกฤษฎีกา การประกาศใชและ เลิกใชกฎอัยการศึก การประกาศสงคราม การทําหนังสือสัญญาสันติภาพ สัญญาสงบศึก หรือสัญญาอื่น พระราชทานอภัยโทษ ถอดถอนฐานันดรศักดิ์และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ แตงตั้งขาราชการฝายทหาร และฝายพลเรือนตั้งอธิบดีหรือเทียบเทาขึ้นไป(กรณีตําแหนงโปรดเกลาฯ) 14. หมวดที่ 10 ศาล 14.1 ศาลรัฐธรรมนูญ - ศาลรัฐธรรมนูญประกอบดวยประธานศาลรัฐธรรมนูญคนหนึ่งและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอื่น อีกแปดคน ซึ่งพระมหากษัตริยทรงแตงตั้งตามคําแนะนําของวุฒิสภา(ประธานวุฒิสภาเปนผูลงนามสนองฯ) - ประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีวาระการดํารงตําแหนงเกาปนับแตวันที่ พระมหากษัตริยทรงแตงตั้ง และใหดํารงตําแหนงไดเพียงวาระเดียว - องคคณะของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในการนั่งพิจารณาและในการทําคําวินิจฉัย ตองประกอบ ดวยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไมนอยกวาหาคน คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญใหถือเสียงขางมาก - ศาลรัฐธรรมนูญมีหนาที่พิจารณาขอพิพาทของกฎหมายและขอพิพาทในหนาที่ขององคกรรัฐ 14.2 ศาลยุติธรรม - ศาลยุติธรรมมีสามชั้น คือ ศาลชั้นตน ศาลอุทธรณ และศาลฎีกา มีหนาที่พิจารณาคดีทั่วไป - ศาลฎีกามีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายบัญญัติใหเสนอตอศาลฎีกา ไดโดยตรง ศาลฎีกามีอํานาจพิจารณาและวินิจฉัยคดีที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งและการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง สส. และสว. สวนใหศาลอุทธรณมีอํานาจพิจารณาและวินิจฉัยคดีที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งและการเพิกถอนสิทธิ เลือกตั้งในการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นและผูบริหารทองถิ่น - ใหมีแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองในศาลฎีกา 14.3 ศาลปกครอง - ศาลปกครองมีหนาที่พิจารณาคดีทางการปกครอง - ใหมีศาลปกครองสูงสุดและศาลปกครองชั้นตน และจะมีศาลปกครองชั้นอุทธรณดวยก็ได - มีคณะกรรมการตุลาการศาลปกครองเปนองคคณะบริหาร 14.4 ศาลทหาร - ศาลทหารมีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาซึ่งผูกระทําผิดเปนบุคคลที่อยูในอํานาจศาลทหาร
70.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 59 และคดีอื่น ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ 15. หมวดที่ 11 องคกรตามรัฐธรรมนูญ 15.1 สวนที่ 1 องคกรอิสระตามรัฐธรรมนูญ 15.1.1 คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) - คณะกรรมการการเลือกตั้ง ประกอบดวย ประธานกรรมการคนหนึ่งและกรรมการอื่นอีกสี่คน ซึ่งพระมหากษัตริยทรงแตงตั้งตามคําแนะนําของวุฒิสภา - กรรมการการเลือกตั้งมีวาระการดํารงตําแหนงเจ็ดป เปนไดวาระเดียว - คณะกรรมการการเลือกตั้งเปนผูควบคุมและดําเนินการจัดหรือจัดใหมีการเลือกตั้งหรือ การสรรหาสมาชิกสภาผูแทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาทองถิ่น และผูบริหารทองถิ่น แลวแตกรณี รวมทั้งการออกเสียงประชามติ ใหเปนไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม 15.1.2 ผูตรวจการแผนดิน - ผูตรวจการแผนดินมีจํานวนสามคน ซึ่งพระมหากษัตริยทรงแตงตั้งตามคําแนะนําของวุฒิสภา - ผูตรวจการแผนดินมีวาระการดํารงตําแหนงหกป เปนไดวาระเดียว - มีหนาที่พิจารณาและสอบสวนหาขอเท็จจริงตามคํารองเรียนในกรณี การไมปฏิบัติตามกฎหมาย หรือปฏิบัตินอกเหนืออํานาจหนาที่ตามกฎหมาย การปฏิบัติหรือละเลยไมปฏิบัติหนาที่ของขาราชการ พนักงาน หรือลูกจางของหนวยราชการ หนวยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือราชการสวนทองถิ่น และองคกรตาม รัฐธรรมนูญและองคกรในกระบวนการยุติธรรม(ไมรวมถึงการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีของศาล) 15.1.3 คณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ(ปปช.) - คณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ ประกอบดวยประธานกรรมการ คนหนึ่งและกรรมการอื่นอีกแปดคน ซึ่งพระมหากษัตริยทรงแตงตั้งตามคําแนะนําของวุฒิสภา - ใหมีปปช.ประจําจังหวัดตามกฎหมาย ปปช. มีวาระการดํารงตําแหนงเกาป เปนไดวาระเดียว - ปปช.มีหนาที่ ไตสวนขอเท็จจริงและสรุปสํานวนพรอมทั้งทําความเห็นเกี่ยวกับการถอดถอน นักการเมือง การดําเนินคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมือง หรือไตสวนวินิจฉัยบริหารระดับสูงหรือ ขาราชการซึ่งดํารงตําแหนงตั้งแตผูอํานวยการกองหรือเทียบเทาขึ้นไปร่ํารวยผิดปกติ กระทําความผิดฐาน ทุจริตตอหนาที่ หรือกระทําความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการ การตรวจสอบทรัพยสิน หนี้สินผูดํารงตําแหนง ทางการเมือง รวมถึงการกํากับดูแลคุณธรรมและจริยธรรมของผูดํารงตําแหนงทางการเมือง 15.1.4 คณะกรรมการตรวจเงินแผนดิน (คตง.) - คณะกรรมการตรวจเงินแผนดิน ประกอบดวย ประธานกรรมการคนหนึ่งและกรรมการอื่น อีกหกคน ซึ่งพระมหากษัตริยทรงแตงตั้ง ประธานวุฒิสภาเปนผูลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแตงตั้ง - กรรมการตรวจเงินแผนดินมีวาระการดํารงตําแหนงหกป เปนไดวาระเดียว - คณะกรรมการตรวจเงินแผนดินมีอํานาจหนาที่กําหนดหลักเกณฑมาตรฐานเกี่ยวกับการตรวจ
71.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 60 เงินแผนดิน ใหคําปรึกษา แนะนํา และเสนอแนะใหมีการแกไขขอบกพรองเกี่ยวกับการตรวจเงินแผนดิน - การตรวจเงินแผนดินใหกระทําโดยคณะกรรมการตรวจเงินแผนดินที่เปนอิสระและเปนกลาง - ใหผูวาการตรวจเงินแผนดินมีอํานาจหนาที่เกี่ยวกับการตรวจเงินแผนดินที่เปนอิสระและเปนกลาง 15.2 สวนที่ 2 องคกรอื่นตามรัฐธรรมนูญ 15.2.1 องคกรอัยการ - พนักงานอัยการมีอิสระในการพิจารณาสั่งคดีและการปฏิบัติหนาที่ใหเปนไปโดยเที่ยงธรรม - การแตงตั้งและการใหอัยการสูงสุดพนจากตําแหนงตองเปนไปตามมติของคณะกรรมการ อัยการ และไดรับความเห็นชอบจากวุฒิสภา - ใหประธานวุฒิสภาเปนผูลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแตงตั้งอัยการสูงสุด 15.2.2 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ - คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ ประกอบดวย ประธานกรรมการคนหนึ่งและกรรมการ อื่นอีกหกคน ซึ่งพระมหากษัตริยทรงแตงตั้งตามคําแนะนําของวุฒิสภา - กรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติมีวาระการดํารงตําแหนงหกป เปนไดวาระเดียว - คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติมีอํานาจหนาที่ในการตรวจสอบและรายงานการกระทํา หรือการละเลยการกระทํา อันเปนการละเมิดสิทธิมนุษยชน เสนอความเห็นแกหนวยงานที่เกี่ยวของเกี่ยวกับ เรื่องสิทธิมนษยชน หรืออื่นๆ ตามกฎหมายกําหนด 15.2.3 สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ(สศช.) - องคประกอบ ที่มา อํานาจหนาที่ และการดําเนินงานของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ใหเปนไปตามที่กฎหมายบัญญัติ - สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติมีหนาที่ใหคํา ปรึกษาและขอเสนอแนะตอคณะรัฐมนตรี ในปญหาตาง ๆ ที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจและสังคม 16. หมวดที่ 12 การตรวจสอบการใชอํานาจรัฐ 16.1 สวนที่ 1 การตรวจสอบทรัพยสิน -นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สส. สว. ขาราชการการเมืองอื่น ผูบริหารทองถิ่นและสมาชิกสภาทองถิ่น ตามที่กฎหมายบัญญัติ มีหนาที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินของตน คูสมรส และบุตรที่ยังไม บรรลุนิติภาวะตอ ปปช.ทุกครั้งที่เขารับตําแหนงหรือพนจากตําแหนง(ทั้งนี้ภายในสามสิบวัน) -ผูใดจงใจไมยื่น ยื่นเท็จ ปกปด ปปช. เสนอเรื่องใหศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทาง การเมืองวินิจฉัย ซึ่งหากผิดจริงตองพนตําแหนง ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง มีกําหนด 5 ป 16.2 สวนที่ 2 การกระทําที่เปนการขัดกันแหงผลประโยชน - หาม สส. สว.ไปดํารงตําแหนงหนาที่อื่นในหนวยงานราชการ หนวยรัฐวิสาหกิจ ทองถิ่น - หาม สส. สว.กาวกายสัมปทาน เขาเปนคูสัญญากับรัฐฯ เปนหุนสวนบริษัทที่สําสัญญากับรัฐฯ
72.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 61 - หาม สส. สว.รับเงิน หรือผลประโยชนอื่นเปนพิเศษจากหนวยงานรัฐ - หามใชตําแหนงหนาที่แทรกแซง กาวกายเพื่อผลประโยชนตนเอง ผูอื่น พรรคการเมือง (ในการ ปฏิบัติงาน บรรจุ แตงตั้ง ยายโอน เลื่อนตําแหนง เงินเดือนขาราชการประจํา) เวนแตดําเนินตามนโยบาย - นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีตองไมเปนหุนสวนหรือผูถือหุนในหางหุนสวนหรือบริษัทหรือ เขาไปบริหารหรือจัดการหุนสวนนั้น 16.3 สวนที่ 3 การถอดถอนจากตําแหนง - นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกสภาผูแทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ประธานศาลฎีกา ประธานศาล รัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด หรืออัยการสูงสุด มีพฤติการณร่ํารวยผิดปกติ สอไปในทางทุจริต ตอหนาที่ สอวากระทําผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการ สอวากระทําผิดตอตําแหนงหนาที่ในการยุติธรรม สอวา จงใจใชอํานาจหนาที่ขัดตอบทบัญญัติแหงรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐาน ทางจริยธรรมอยางรายแรง วุฒิสภามีอํานาจถอดถอนผูนั้นออกจากตําแหนง - ผูมีสิทธิ์ยื่นเรื่องตอวุฒิสภาคือ สส. สว. จํานวน 1 ใน 4 ของสภา ประชาชนผูมีสิทธิเลือกตั้ง จํานวนไมนอยกวาสองหมื่นคน 16.4 สวนที่ 4 การดําเนินคดีอาญาผูดํารงตําแหนงทางการเมือง - นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สส. สว. หรือขาราชการการเมือง ถูกกลาวหาวาร่ํารวยผิดปกติ กระทํา ความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการ หรือกระทําความผิดตอตําแหนงหนาที่หรือทุจริตตอหนาที่ตามกฎหมายอื่น ใหศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมือง มีอํานาจพิจารณาพิพากษา (รวมถึงบุคคลอื่นเปน ตัวการ ผูใช หรือผูสนับสนุน รวมทั้งผูให ผูขอให หรือรับวาจะใหทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดดวย) - การยื่นใหยื่นตอ ปปช.เมื่อปปช.พิจารณาแลวสงใหศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนง ทางการเมืองพิจารณาวินิจฉัย (โดยเสียงขางมากและเปนที่สิ้นสุด) 17. หมวดที่ 13 จริยธรรมของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองและเจาหนาที่ของรัฐ - ใหมีประมวลจริยธรรมซึ่งกําหนดเปนมาตรฐานทางจริยธรรมของผูดํารงตําแหนงทางการเมือง ขาราชการหรือเจาหนาที่ของรัฐแตละประเภท - หากขาราชการฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามเปนความผิดวินัย หากเปนผูดํารงตําแหนงทาการเมือง ฝาฝนหรือไมปฏิบัติตาม ใหผูตรวจการแผนดินรายงานตอรัฐสภา คณะรัฐมนตรี หรือสภาทองถิ่นแลวแตกรณี หากเปนการกระทําผิดรายแรง ใหสงเรื่องให ปปช. พิจารณา โดยใหถือเปนเหตุที่จะถูกถอดถอนจากตําแหนง - ใหผูตรวจการแผนดินมีอํานาจหนาที่เสนอแนะใหคําแนะนําในการจัดทําหรือปรับปรุงประมวล จริยธรรม สงเสริมใหผูดํารงตําแหนงทางการเมือง ขาราชการและเจาหนาที่ของรัฐ มีจิตสํานึกในดานจริยธรรม 18. หมวดที่ 14 การปกครองสวนทองถิ่น - รัฐจะตองใหความเปนอิสระแกองคกรปกครองสวนทองถิ่น(การกํากับ ดูแลเทาที่จําเปน) - องคกรปกครองสวนทองถิ่นยอมมีอํานาจหนาที่โดยทั่วไปในการดูแลและจัดทําบริการสาธารณะ
73.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 62 เพื่อประโยชนของประชาชนในทองถิ่น และยอมมีความเปนอิสระในการกําหนดนโยบาย การบริหาร การจัด บริการสาธารณะ การบริหารงานบุคคล การเงินและการคลัง และมีอํานาจหนาที่ของตนเองโดยเฉพาะ - ใหมีกฎหมายกําหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจ เพื่อกําหนดการแบงอํานาจหนาที่และ จัดสรรรายไดระหวางราชการสวนกลางและราชการสวนภูมิภาคกับองคกรปกครองสวนทองถิ่น - องคกรปกครองสวนทองถิ่นตองมีสภาทองถิ่นและคณะผูบริหารทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น สมาชิกสภาทองถิ่นตองมาจากการเลือกตั้ง(วาระ4 ป) ประชาชนมีสิทธิ์ลงคะแนนสียงถอดถอนได - องคกรปกครองสวนทองถิ่นยอมมีสิทธิที่จะจัดการศึกษาอบรม และการฝกอาชีพตามความ เหมาะสมและความตองการภายในทองถิ่นนั้น และเขาไปมีสวนรวมในการจัดการศึกษาอบรมของรัฐโดย คํานึงถึงความสอดคลองกับมาตรฐานและระบบการศึกษาของชาติ 19. หมวดที่ 15 การแกไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ - ครม. สส.ไมนอยกวาหนึ่งในหา สว.ไมนอยกวาหนึ่งในหา หรือประชาชนผูมีสิทธิเลือกตั้งจํานวน ไมนอยกวาหาหมื่นคน มีสิทธิ์ขอแกไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ - ขอแกไขเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยหรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐไมได 20. บทเฉพาะกาล - ใหองคมนตรี ผูตรวจการแผนดินของรัฐสภา กรรมการการเลือกตั้ง กรรมการปองกันและ ปราบปรามการทุจริตแหงชาติ และสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ กรรมการสิทธิมนุษยชน แหงชาติเปนตอไป สภานิติบัญญัติแหงชาติทําหนาที่จนกวาจะมีวุฒิสภา - วาระเริ่มแรก ใหสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการสรรหามีวาระแคสามป - ครม.(สุรยุทธ)ทําหนาที่จนกวาจะไดครม.ชุดใหม(สมัคร)และใหคมช. พนตามครม. (สุรยุทธ) - ใหดําเนินการสรรหาคณะกรรมการตรวจเงินแผนดินและผูวาการตรวจเงินแผนดินภายใน หนึ่งรอยยี่สิบวันนับแตวันที่มีการแตงตั้งประธานสภาผูแทนราษฎรและผูนําฝายคานในสภาผูแทนราษฎร - ใหครม. ดําเนินการจัดทําหรือปรับปรุงกฎหมายเพื่อการพัฒนาการศึกษาของชาติ โดยสงเสริม การศึกษาในระบบการศึกษานอกโรงเรียน การศึกษาตามอัธยาศัย การเรียนรูดวยตนเอง การเรียนรูตลอดชีวิต วิทยาลัยชุมชน หรือรูปแบบอื่น รวมทั้งปรับปรุงกฎหมายเพื่อกําหนดหนวยงานรับผิดชอบการจัดการศึกษา ที่เหมาะสม และสอดคลองกับระบบการศึกษาทุกระดับของการศึกษาขั้นพื้นฐาน ภายในหนึ่งปนับแตวันที่ แถลงนโยบายตอรัฐสภา - ใหครม.ดําเนินการจัดทําหรือปรับปรุงกฎหมายวาดวยการกําหนดแผนและขั้นตอนการกระจาย อํานาจใหแกองคกรปกครองสวนทองถิ่น กฎหมายรายไดทองถิ่น กฎหมายจัดตั้งองคกรปกครองสวนทองถิ่น กฎหมายเกี่ยวกับขาราชการสวนทองถิ่น และกฎหมายอื่น ภายในสองปนับแตวันที่แถลงนโยบายตอรัฐสภา - ใหแตงตั้งคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายที่มีการดําเนินการที่เปนอิสระภายในเกาสิบวันนับแต วันประกาศใชรัฐธรรมนูญนี้ โดยมีหนาที่ศึกษาและเสนอแนะการจัดทํากฎหมายที่จําเปนตองตราขึ้นเพื่ออนุวัติ
74.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 63 การตามบทบัญญัติแหงรัฐธรรมนูญ และใหจัดทํากฎหมายเพื่อจัดตั้งองคกรเพื่อการปฏิรูปกฎหมายใหแลวเสร็จ ภายในหนึ่งปนับแตวันประกาศใชรัฐธรรมนูญนี้ - บรรดาการใด ๆ ที่ไดรับรองไวในรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว 2549 ) ถือวาเปนการชอบดวยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการกระทําที่เกี่ยวเนื่องกับกรณีดังกลาวไมวากอน หรือหลังวันประกาศใชรัฐธรรมนูญนี้ ใหถือวาการนั้นและการกระทํานั้นชอบดวยรัฐธรรมนูญ โดยสรุป รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มี หมวด 15 และบทเฉพาะกาล รวมทั้งหมด 309 มาตรา ดังนี้ หมวด 1 บททั่วไป หมวด 2 พระมหากษัตริย หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย หมวด 4 หนาที่ของชนชาวไทย หมวด 5 แนวนโยบายพื้นฐานแหงรัฐ หมวด 6 รัฐสภา หมวด 7 การมีสวน รวมทางการเมืองโดยตรงของประชาชน หมวด 8 การเงิน การคลัง และงบประมาณ หมวด 9 คณะรัฐมนตรี หมวด10 ศาล หมวด 11 องคกรตามรัฐธรรมนูญ หมวด 12 การตรวจสอบการใชอํานาจรัฐ หมวด 13 จริยธรรมของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองและเจาหนาที่ของรัฐ หมวด 14 การปกครองสวนทองถิ่น หมวด 15 การแกไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ และบทเฉพาะกาล 1.2) รัฐธรรมนูญ ในสวนที่เกี่ยวของกับการศึกษา ในรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ไดบัญญัติสาระเกี่ยวกับการจัดการศึกษา ไว หลายหมวด หลายมาตรา ดังนี้ หมวดที่ ๓ สิทธิและเสรีภาพชนชาวไทย สวนที่ ๗ เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคลและสื่อมวลชน มาตรา ๔๗ คลื่นความถี่ที่ใชในการสงวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศนและโทรคมนาคม เปน ทรัพยากรสื่อสารของชาติเพื่อประโยชนสาธารณะ ใหมีองคกรของรัฐที่เปนอิสระองคกรหนึ่งทําหนาที่จัดสรรคลื่นความถี่ตามวรรคหนึ่งและกํากับการ ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน และกิจการโทรคมนาคม การดําเนินการตามวรรคสองตองคํานึงถึงประโยชนสูงสุดของประชาชนในระดับชาติและระดับ ทองถิ่น ทั้งในดานการศึกษา วัฒนธรรม ความมั่นคงของรัฐ และประโยชนสาธารณะอื่นรวมทั้งการแขงขัน โดยเสรีอยางเปนธรรม รวมทั้งตองจัดใหภาคประชาชนมีสวนรวมในการดําเนินการสื่อมวลชนสาธารณะ การกํากับการประกอบกิจการตามวรรคสองตองมีมาตรการเพื่อปองกันการควบรวมหรือการครอบ งําระหวางสื่อมวลชนดวยกันเองหรือโดยบุคคลอื่นใด ซึ่งจะมีผลเปนการขัดขวางเสรีภาพในการรับรูขอมูล ขาวสารหรือปดกั้นการไดรับขอมูลขาวสารที่หลากหลาย ผูดํารงตําแหนงทางการเมืองจะเปนเจาของกิจการหรือถือหุนในกิจการหนังสือพิมพวิทยุกระจาย เสียง วิทยุโทรทัศน หรือโทรคมนาคมมิได ไมวาในนามของตนเองหรือใหผูอื่นเปนเจาของกิจการหรือถือหุน แทน หรือจะดําเนินการโดยวิธีการอื่นไมวาโดยทางตรงหรือทางออมที่สามารถบริหารกิจการดังกลาวไดใน ทํานองเดียวกับการเปนเจาของกิจการหรือถือหุนในกิจการดังกลาวมิได
75.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 64 สวนที่ ๘ สิทธิและเสรีภาพในการศึกษา มาตรา ๔๙ บุคคลยอมมีสิทธิเสมอกันในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐานไมนอยกวาสิบสองปที่รัฐจะ ตองจัดใหอยางทั่วถึงและมีคุณภาพ โดยไมเก็บคาใชจาย ผูยากไร ผูพิการหรือทุพพลภาพ หรือผูอยูในสภาวะยากลําบาก ตองไดรับการสนับสนุนจากรัฐเพื่อ ใหไดรับการศึกษาโดยทัดเทียมกับบุคคลอื่น การจัดการศึกษาอบรมขององคกรวิชาชีพหรือเอกชน การศึกษาทางเลือกของประชาชน การเรียนรู ดวยตนเอง และการเรียนรูตลอดชีวิต ยอมไดรับความคุมครองและสงเสริมจากรัฐ มาตรา ๕๐ บุคคลยอมมีเสรีภาพในทางวิชาการ การศึกษาอบรม การเรียนการสอน การวิจัย และการเผยแพรงานวิจัยตามหลักวิชาการยอมไดรับ ความคุมครอง ทั้งนี้ เทาที่ไมขัดตอหนาที่ของพลเมืองหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน สวนที่ ๙ สิทธิในการไดรับบริการสาธารณสุขและสวัสดิการจากรัฐ มาตรา ๕๒ เด็ก เยาวชน และบุคคลในครอบครัวมีสิทธิไดรับความคุมครองจากรัฐจากการใชความ รุนแรงและการปฏิบัติอันไมเปนธรรม รวมทั้งมีสิทธิในการอยูรอดและไดรับการพัฒนาดานรางกาย จิตใจ และสติปญญาตามศักยภาพในสภาพแวดลอมที่เหมาะสม การแทรกแซงและการจํากัดสิทธิของเด็ก เยาวชน และบุคคลในครอบครัวจะกระทํามิได เวนแตโดย อาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแหงกฎหมายเฉพาะเพื่อสงวนและรักษาไวซึ่งสถานะของครอบครัวหรือ ประโยชนสูงสุดของบุคคลนั้น เด็กและเยาวชนซึ่งไมมีผูดูแลมีสิทธิไดรับการเลี้ยงดูและการศึกษาอบรมจากรัฐ หมวด ๔ หนาที่ของชนชาวไทย มาตรา ๗๓ บุคคลมีหนาที่รับราชการทหาร ชวยเหลือในการปองกันและบรรเทาภัยพิบัติสาธารณะ เสียภาษีอากร ชวยเหลือราชการ รับการศึกษาอบรม พิทักษ ปกปอง และสืบสานศิลปวัฒนธรรมของชาติและ ภูมิปญญาทองถิ่น และอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ หมวด ๕ แนวนโยบายพื้นฐานแหงรัฐ สวนที่ ๔ แนวนโยบายดานศาสนา สังคม การศึกษา และวัฒนธรรม มาตรา ๘๐ รัฐตองดําเนินการตามแนวนโยบายดานสังคม การศึกษา และวัฒนธรรมดังตอไปนี้ ๑) คุมครองและพัฒนาเด็กและเยาวชน สงเสริมความเสมอภาคของหญิงและชายเสริมสรางและ พัฒนาความเปนปกแผนของสถาบันครอบครัว รวมทั้งตองสงเคราะหและจัดสวัสดิการใหแกคนชรา ผูยากไร ผูพิการหรือทุพพลภาพ และผูอยูในสภาวะยากลําบากใหมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและพึ่งพาตนเองได ๒) สงเสริม สนับสนุน และพัฒนาการสรางเสริมสุขภาพ อันนําไปสูสุขภาวะที่ยั่งยืนของประชาชน รวมทั้งจัดและสงเสริมใหประชาชนไดรับบริการสาธารณสุขที่มีมาตรฐาน อยางทั่วถึง และมีประสิทธิภาพ และสงเสริมใหองคกรปกครองสวนทองถิ่นและเอกชนมีสวนรวมในการจัดบริการสาธารณสุข
76.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 65 ๓) พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาใหสอดคลองกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและ สังคม สนับสนุนใหผูเรียนมีความคิดสรางสรรค สรางเสริมและปลูกฝงความรูและจิตสํานึกที่ถูกตองเกี่ยวกับ คุณธรรม จริยธรรม แนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงความรูรักสามัคคี ความมีระเบียบวินัย พัฒนาคุณภาพ ผูประกอบวิชาชีพครูบุคลากรการศึกษาและจัดสรรงบประมาณเพื่อการศึกษาอยางเหมาะสมและเพียงพอ ๔) สงเสริมและสนับสนุนการกระจายอํานาจการจัดการศึกษาเพื่อใหองคกรปกครองสวนทองถิ่น ชุมชน องคการทางศาสนา และเอกชน จัดและมีสวนรวมในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนามาตรฐานและ คุณภาพการศึกษาใหเทาเทียมและสอดคลองกับความตองการในแตละพื้นที่ ๕) สงเสริมและสนับสนุนการศึกษาวิจัยในศิลปวิทยาการแขนงตาง ๆ และเผยแพรขอมูลผลการ ศึกษาวิจัยที่ไดรับทุนสนับสนุนการศึกษาวิจัยจากรัฐ รวมทั้งเปดโอกาสใหประชาชนเขาถึงขอมูลดังกลาวได ๖) อนุรักษ ฟนฟู ปกปอง และเผยแพรศิลปวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีของชาติ คานิยม อันดีงามและภูมิปญญาทองถิ่น และตองปลูกฝงและสงเสริมใหประชาชนมีจิตสํานึกในเรื่องดังกลาว หมวด ๑๔ การปกครองสวนทองถิ่น มาตรา ๒๘๙ องคกรปกครองสวนทองถิ่นยอมมีหนาที่บํารุงรักษาศิลปะจารีตประเพณี ภูมิปญญา ทองถิ่น หรือวัฒนธรรมอันดีของทองถิ่น องคกรปกครองสวนทองถิ่นยอมมีสิทธิที่จะจัดการศึกษาอบรม และการฝกอาชีพตามความเหมาะสม และความตองการภายในทองถิ่นนั้น และเขาไปมีสวนรวมในการจัดการศึกษาอบรมของรัฐ โดยคํานึงถึง ความสอดคลองกับมาตรฐานและระบบการศึกษาของชาติ การจัดการศึกษาอบรมภายในทองถิ่นตามวรรคสอง องคกรปกครองสวนทองถิ่นตองคํานึงถึงการ บํารุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปญญาทองถิ่น และวัฒนธรรมอันดีของทองถิ่นดวย 2. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ 2.1) ลักษณะและจุดเนนของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ลักษณะแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ 1) เปนแผนระยะปานกลาง (3-5 ป) ชวงเวลาเปนปงบประมาณ 2) เปนเครื่องมือในการบริหารประเทศ (ของทุกภาคสวน) ตางกับแผนบริหารราชการแผนดิน (เปนเครื่องมือรัฐ) 3) แตละแผนมีจุดเนนที่แตกตางกัน 4) เปนแผนยุทธศาสตรหลักในเชิงวิสัยทัศนและพันธกิจในการพัฒนาประเทศ จุดเนนของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติแตละฉบับที่ผานมา 1) ฉบับที่ 1 (2504-2509) เปนแผน 6 ป เนนเฉพาะดานเศรษฐกิจ 2) ฉบับที่ 2 (2510-2514) ใหความสําคัญดานเศรษฐกิจ
77.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 66 3) ฉบับที่ 3 (2515-2519) พูดเรื่องสังคม ประชากร 4) ฉบับที่ 4 (2520-2524) พูดเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ สวล. 5) ฉบับที่ 5 (2525-2529) มีนโยบายพัฒนาประเทศแนวใหม . 6) ฉบับที่ 6 (2530-2534) ใหความสําคัญการวางแผนลางขึ้นบน. 7) ฉบับที่ 7 (2535-2539) ใหความสําคัญเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน 8) ฉบับที่ 8 (2540-2544) คนเปนศูนยกลางพัฒนา พัฒนาสมดุล 9) ฉบับที่ 9 (2545-2549) ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พัฒนาคน สมดุล 2.2) สรุปสาระแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2550-2554) 1.วิสัยทัศนประเทศไทย มุงพัฒนาสู สังคมอยูเย็นเปนสุขรวมกัน(Green and Happiness Society)คนไทยมีคุณธรรมนําความ รอบรู รูเทาทันโลก ครอบครัวอบอุน ชุมชน เขมแข็ง สังคมสันติสุข เศรษฐกิจมีคุณภาพ เสถียรภาพ และ เปนธรรม สิ่งแวดลอมมีคุณภาพและทรัพยากรธรรมชาติที่ยั่งยืน อยูภายใตระบบบริหารจัดการประเทศ ที่มี ธรรมาภิบาล ดํารงไวซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข และอยูในประชาคม โลกไดอยางมีศักดิ์ศรี 2.พันธกิจ เพื่อใหการพัฒนาประเทศในระยะแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10 มุงสู “สังคมอยูเย็นเปนสุขรวมกัน” ภายใต แนวปฏิบัติของ “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” เห็นควรกําหนดพันธกิจของการพัฒนาประเทศ ดังนี้ 1) พัฒนาคนใหมีคุณภาพ คุณธรรมนําความรอบรูอยางเทาทัน 2) เสริมสรางเศรษฐกิจใหมีคุณภาพ เสถียรภาพ และเปนธรรม 3) ดํารงความหลากหลายทางชีวภาพ และสรางความมั่นคงของฐานทรัพยากรธรรมชาติและคุณภาพ สิ่งแวดลอม 4) พัฒนาระบบบริหารจัดการประเทศใหเกิดธรรมาภิบาลภายใตระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหา กษัตริยทรงเปนประมุข 3.วัตถุประสงค 1) เพื่อสรางโอกาสการเรียนรูคูคุณธรรม 2) เพื่อเพิ่มศักยภาพของชุมชน 3) เพื่อปรับโครงสรางการผลิตสูการเพิ่มคุณคาของสินคาและบริการบนฐานความรูและนวัตกรรม 4) เพื่อสรางภูมิคุมกัน และระบบบริหารความเสี่ยงใหกับภาคการเงิน การคลัง พลังงาน ตลาดปจจัย การผลิต ตลาดแรงงาน และการลงทุน 5) เพื่อสรางระบบการแขงขันดานการคาและ การลงทุนใหเปนธรรม และคํานึงถึงผลประโยชนของ ประเทศ
78.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 67 6) เพื่อเสริมสรางความอุดมสมบูรณของทรัพยากรธรรมชาติและคุณคาความหลากหลายทางชีวภาพ 7) เพื่อเสริมสรางธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการประเทศสูภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน และภาค ประชาชน 4.เปาหมาย 1) เปาหมายการพัฒนาคุณภาพคนและความ เขมแข็งของชุมชน 1.1) การพัฒนาคน 1) คนไทยทุกคนไดรับการพัฒนาใหมีความพรอมทั้งดานรางกาย สติปญญา คุณธรรม จริยธรรม อารมณ มีความสามารถในการแกปญหา มีทักษะในการประกอบอาชีพ มีความมั่นคงในการดํารงชีวิตอยาง มีศักดิ์ศรี และอยูรวมกันอยางสงบสุข 2) เพิ่มจํานวนปการศึกษาเฉลี่ยของคนไทยเปน 10 ป พัฒนากําลังแรงงานระดับกลางที่มีคุณภาพเพิ่ม เปน60% ของกําลังแรงงานทั้งหมด และเพิ่มสัดสวนบุคลากรดานการวิจัยและพัฒนาเปน10 คน ตอประชากร 10,000 คน 3) อายุคาดหมายเฉลี่ยของคนไทยสูงขึ้นเปน 80 ป ควบคูกับการลดอัตราเพิ่มของการเจ็บปวยดวย โรคที่ปองกันไดใน 5 อันดับแรก คือ หัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หลอดเลือดสมอง และมะเร็ง นําไป สูการเพิ่มผลิตภาพแรงงาน และลดรายจายดานสุขภาพของบุคคลลงในระยะยาว 1.2) การพัฒนาชุมชนและแกปญหาความยากจน ทุกชุมชนมีแผนชุมชนแบบมีสวนรวม และองคกร ปกครองสวนทองถิ่นนําแผนชุมชนไปใชประกอบการจัดสรรงบประมาณเพิ่มกิจกรรมสรางสรรคสังคมและ บรรเทาปญหาอาชญากรรม ยาเสพติด และขยายโอกาสการเขาถึงแหลงทุน การมีสวนรวมในการตัดสินใจ และลดสัดสวนผูอยูใตเสนความยากจนลงเหลือรอยละ 4 ภายในป 2554 2) เปาหมายดานเศรษฐกิจ 2.1) โครงสรางเศรษฐกิจ สัดสวนภาคเศรษฐกิจ ในประเทศตอภาคการคาระหวางประเทศ เพิ่มขึ้นเปน 75% ภายในป 2554 และสัดสวนภาคการผลิตเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรเพิ่มขึ้นเปน 15% ภายในป 2554 2.2) เสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟอทั่วไปเฉลี่ย 3.0-3.5% ตอป สัดสวนหนี้สาธารณะตอผลิตภัณฑ มวลรวมในประเทศ ไมเกิน 50% และความยืดหยุนการใชพลังงานเฉลี่ยไมเกิน 1:1 ในระยะของแผนฯ 10 2.3) ความเปนธรรมทางเศรษฐกิจ สัดสวนรายไดของกลุมที่มีรายไดสูงสุด 20% แรก ตอรายไดของ กลุมที่มีรายไดต่ําสุด 20% ไมเกิน 10 เทาภายในป 2554 และสัดสวนผลผลิตของวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดยอมตอผลิตภัณฑมวลรวมในประเทศ ไมต่ํากวา 40% ในระยะของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10 3) เปาหมายการสรางความมั่นคงของฐานทรัพยากรและสิ่งแวดลอม 3.1) รักษาความสมบูรณของฐานทรัพยากรและความหลากหลายทางชีวภาพ ใหมีพื้นที่ปาไมไวไมนอย กวา 33% และตองเปนพื้นที่ปาอนุรักษไมนอยกวา 18% ของพื้นที่ประเทศ รวมทั้งรักษาพื้นที่ทําการเกษตร ในเขตชลประทานไวไมนอยกวา 31 ลานไร 3.2) รักษาคุณภาพสิ่งแวดลอมใหอยูในระดับที่เหมาะสมตอการดํารงคุณภาพชีวิตที่ดีและไมเปนภัย
79.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 68 คุกคามตอระบบนิเวศ ตลอดจนคุณภาพชีวิตของคนไทย 4) เปาหมายดานธรรมาภิบาล 4.1) มุงใหธรรมาภิบาลของประเทศดีขึ้น มีคะแนนภาพลักษณของความโปรงใสอยูที่ 5.0 ภายในป 2554 ระบบราชการมีขนาดที่เหมาะสม และมีการดําเนินงาน ที่คุมคาเพิ่มขึ้น ลดกําลังคนภาคราชการใหได 10% ภายในป 2554 4.2) สรางองคความรูเกี่ยวกับประชาธิปไตยและธรรมาภิบาลในบริบทไทย ใหมีการศึกษาวิจัย พัฒนา องคความรูในดานวัฒนธรรมประชาธิปไตย วัฒนธรรมธรรมาภิบาล และวัฒนธรรมสันติวิธีเพิ่มขึ้นในระยะ ของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10 5.ยุทธศาสตรการพัฒนาประเทศ ยุทธศาสตรการพัฒนาประเทศ ภายใตบริบทการเปลี่ยนแปลงในกระแสโลกาภิวัฒนที่ปรับเปลี่ยนเร็ว และสลับซับซอนมากยิ่งขึ้น จําเปนตองกําหนดยุทธศาสตรการพัฒนาประเทศที่เหมาะสม ดังนี้ 1)ยุทธศาสตรการพัฒนาคุณภาพคนและสังคมไทยสูงสังคมแหงภูมิปญญาและการเรียนรู 2) ยุทธศาสตรการสรางความเขมแข็งของชุมชนและสังคมใหเปนรากฐานที่มั่นคงของประเทศ 3) ยุทธศาสตรการปรับโครงสรางการผลิตใหสมดุลและยั่งยืน ใหความสําคัญกับการปรับโครงสราง เพื่อสรางความเขมแข็งของภาคการผลิตและบริการ บนฐานการเพิ่มคุณคาสินคาและบริการจากองคความรู สมัยใหมภูมิปญญาทองถิ่นและนวัตกรรม และการบริหารจัดการที่ดี รวมทั้งสรางบรรยากาศการลงทุนที่ดี ดวยการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานและระบบโลจิสติกส 4) ยุทธศาสตรการพัฒนาบนฐานความหลากหลายทางชีวภาพและการสรางความมั่นคงของฐาน ทรัพยากรและสิ่งแวดลอม 5) ยุทธศาสตรการเสริมสรางธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการประเทศ มุงเสริมสรางความเปนธรรม ในสังคมอยางยั่งยืน 6.การขับเคลื่อนยุทธศาสตรสูการ ปฏิบัติและการติดตามประเมินผล การขับเคลื่อนยุทธศาสตรแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10 สูการปฏิบัติ ตองใหภาคีพัฒนาทุกภาคสวนมี สวนรวมในการขับเคลื่อน 1) เสริมสรางบทบาทการมีสวนรวมของภาคีพัฒนาจัดทําแผนปฏิบัติการในระดับตางๆ 2) กําหนดแนวทางการลงทุนที่สําคัญตามยุทธศาสตรการพัฒนาในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10 3)เรงปรับปรุงและพัฒนากฎหมายเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตรใหบังเกิดผลในทางปฏิบัติ อยางมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล 4) ศึกษาวิจัยสรางองคความรูและกระบวนการเรียนรูเพื่อหนุนเสริมการขับเคลื่อนยุทธศาสตรแผน พัฒนาฯ ฉบับที่ 10 สูการปฏิบัติ 5) พัฒนาระบบการติดตามประเมินผลและสรางดัชนีความสําเร็จของการพัฒนาในทุกระดับ
80.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 69 6) สนับสนุนการพัฒนาระบบฐานขอมูลในทุกระดับและการเชื่อมโยงโครงขายขอมูลขาวสาร ระหวางหนวยงานกลางระดับนโยบาย ตลอดจนระดับพื้นที่และทองถิ่น 3. ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 3.1) แนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง : แนวคิดใหมในการพัฒนาเศรษฐกิจ เปาหมายการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยทั่วไป ผูบริหารเศรษฐกิจมีเปาหมายที่สําคัญสามประการคือ ก) ดานประสิทธิภาพ คือ การขยายตัวทางเศรษฐกิจ โดยมักจะพิจารณาจากการขยายตัวของผลผลิต มวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestio Product) ซึ่งแสดงวาในระยะเวลา 1 ป ประเทศผลิตสินคาและ บริการรวมแลวเปนมูลคาเทาใด ดังนั้น การที่ประเทศมี GDP ขยายตัว จึงหมายถึงวาสังคมมีการผลิตสินคา และบริการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอยางตอเนื่อง มีทรัพยากรมากขึ้น ประชาชนโดยรวมมีความมั่งคั่งมากขึ้น ซึ่งการ ขยายตัวไดดีแสดงวาระบบเศรษฐกิจมีประสิทธิภาพ มีการจัดสรรทรัพยากรที่ดี ข) ดานเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ คือ การที่ตัวแปรทางเศรษฐกิจที่สําคัญไมเปลี่ยนแปลงอยางรวดเร็ว การไมมี shock ในระบบเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ประชาชนโดยทั่วไปยอมไมชอบการเปลี่ยนแปลงอยางรวดเร็วทําให ปรับตัวไดยาก ในดานเสถียรภาพนี้มักจะมองไดหลายมิติคือ การมีเสถียรภาพในระดับราคาของสินคา หมาย ถึง การที่ระดับราคาของสินคาไมเปลี่ยนแปลงอยางฉับพลัน ประชาชนสามารถคาดการณราคาสินคาและ บริการได การมีเสถียรภาพของการมีงานทํา หมายถึง การที่ตําแหนงงานมีความเพียงพอตอความตองการของ ตลาดแรงงาน การมีเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตางประเทศ หมายถึง การที่อัตราแลกเปลี่ยนเงิน ตราตางประเทศไมมีการเปลี่ยนแปลงอยางฉับพลัน ซึ่งจะมีผลตอเสถียรภาพของราคาในประเทศ และทําให วางแผนการทําธุรกรรมระหวางประเทศมีความยุงยากมากขึ้น ค) ดานความเทาเทียมกัน โดยทั่วไป หมายถึง ความเทาเทียมกันทางรายได เมื่อเศรษฐกิจมีการเปลี่ยน แปลงไปในทางที่ดีขึ้น แตปรากฏวา รายไดของคนในประเทศมีความแตกตางกันมากขึ้นเรื่อยๆ แสดงใหเห็น วามีคนเพียงกลุมนอยไดประโยชนจากการขยายตัวของเศรษฐกิจ สถานการณจะเลวรายไปกวานี้อีก หาก เศรษฐกิจมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น แตปรากฏวา มีคนจนมากขึ้นเรื่อยๆ 3.2) โครงสรางและเนื้อหาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวทรงมีกระแสพระราชดํารัสใหผูบริหารประเทศและประชาชน เห็นถึง ความสําคัญของการพัฒนาที่สมดุล มีการพัฒนาเปนลําดับขั้น ไมเนนเพียงการขยายตัวทางเศรษฐกิจอยาง รวดเร็วมาเปนเวลานานแลว เชนพระบรมราโชวาทเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2517 ที่วา "ในการพัฒนาประเทศนั้นจําเปนตองทําตามลําดับขั้น เริ่มดวยการสรางพื้นฐาน คือความมีกินมีใชของ ประชาชนกอน ดวยวิธีการที่ประหยัดระมัดระวัง แตถูกตองตามหลักวิชา เมื่อพื้นฐานเกิดขึ้นมั่นคงพอควร แลวการชวยเหลือสนับสนุนประชาชนในการประกอบอาชีพและตั้งตัวใหมีความพอกินพอใชกอนอื่นเปน
81.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 70 พื้นฐานนั้น เปนสิ่งสําคัญอยางยิ่งยวด เพราะผูที่มีอาชีพและฐานะเพียงพอ ที่จะพึ่งตนเองยอมสามารถสราง ความเจริญกาวหนาระดับที่สูงขึ้นตอไปไดโดยแนนอน สวนการถือหลักที่จะสงเสริมความเจริญ ใหคอยเปน คอยไปตามลําดับดวยความรอบคอบระมัดระวังและประหยัดนั้น ก็เพื่อปองกันการผิดพลาดลมเหลว" และพระราชดํารัสเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2517 "...ใหเมืองไทยอยูแบบพออยูพอกิน ไมใชวาจะรุงเรืองอยางยอด แตวามีความพออยูพอกิน มีความสงบ เปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ถาเรารักความพออยูพอกินนี้ได เราก็จะยอดยิ่งยวด......" วิกฤติเศรษฐกิจในป 2540 แสดงใหเห็นปญหาในการแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจ และการบริหารเศรษฐกิจ ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ผานมายังไมมีความสมดุล ไมสอดคลองกับพระราชดํารัส จึงไดมีการประมวลพระ ราชดํารัสเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อเปนแนวคิดใหมในการพัฒนาประเทศและไดสรุปเปนหลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และขอพระบรมราชานุญาตใชเปนกรอบในการจัดทําแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมฉบับที่เกา ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เปนปรัชญาชี้ถึงแนวการดํารงอยูและปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแตระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศใหดําเนินไปในทางสายกลาง โดย เฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อใหกาวทันตอโลกยุคโลกาภิวัฒนความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจําเปน ที่จะตองมีระบบภูมิคุมกันในตัวที่ดีพอสมควร ตอการมีผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ทั้งนี้ จะตองอาศัยความรอบรู ความรอบคอบ และความ ระมัดระวังอยางยิ่งในการนําวิชาการตางๆ มาใชในการวางแผนและการดําเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียว กันจะตองเสริมสรางพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจาหนาที่ของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจใน ทุกระดับ ใหมีสํานึกในคุณธรรมความซื่อสัตยสุจริต และใหมีความรอบรูที่เหมาะสม ดําเนินชีวิตดวยความ อดทน ความเพียร มีสติ ปญญาและความรอบคอบ เพื่อใหสมดุลและพรอมตอการรองรับการเปลี่ยนแปลง อยางรวดเร็วและกวางขวางทั้งดานวัตถุ สังคม สิ่งแวดลอมและวัฒนธรรมจากโลกภายนอกไดเปนอยางดี จากปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี้ ไดมีการศึกษาโครงสรางและเนื้อหา โดยกลุมพัฒนากรอบแนวคิด ทางเศรษฐศาสตรของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยจําแนกองคประกอบของปรัชญาเปนกรอบความคิด คุณลักษณะ คํานิยาม เงื่อนไข และแนวทางปฏิบัติ/ผลที่คาดวาจะไดรับ คณะทํางานนี้สรุปวา กรอบความคิด ของปรัชญานี้ เปนการชี้แนะแนวทางการดํารงอยูและปฏิบัติตน ทั้งแนวทางปฏิบัติและตัวอยางการประยุกตที่เกิดขึ้น โดยปรัชญาใชไดทั้งระดับปจเจกชนครอบครัว ชุมชน ประเทศ ในที่นี้มองในแงการบริหารเศรษฐกิจ (ระดับประเทศ) เปนการมองโลกในลักษณะที่เปนพลวัต มีการเปลี่ยนแปลง มีความไมแนน และมีความเชื่อมโยงกับกระแสโลก คือไมใชปดประเทศ แตในขณะเดียว กันก็ไมเปนเสรีเต็มที่อยางไมมีการควบคุมดูแล ไมใชอยูอยางโดดเดี่ยวหรืออยูโดยพึ่งพิงภายนอกทั้งหมด คุณลักษณะเนนการกระทําที่พอประมาณบนพื้นฐานของความมีเหตุมีผลและการสรางภูมิคุมกัน เนื้อหา ความพอเพียง คือ ความพอประมาณ ความมีเหตุมีผล มีระบบภูมิคุมกันที่ดีตอผลกระทบของ การเปลี่ยนแปลง หากขาดองคประกอบใดก็ไมเปนความพอเพียงที่สมบูรณ
82.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 71 ความพอประมาณ คือ ความพอดี กลาวอยางงายๆวาเปนการยืนไดโดยลําแขงของตนเอง โดยมีการ กระทําไมมากเกินไป ไมนอยเกินไปในมิติตางๆ เชน การบริโภค การผลิตอยูในระดับสมดุล การใชจาย การออมอยูในระดับที่ไมสรางความเดือดรอนใหกับตนเอง พรอมรับการเปลี่ยนแปลง ความมีเหตุมีผล หมายความวา การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับความพอประมาณ ในมิติตางๆ จะตอง เปนไปอยางมีเหตุมีผล ตองเปนการมองระยะยาว คํานึงถึงความเสี่ยง มีการพิจารณาจากเหตุปจจัยและขอมูล ที่เกี่ยวของ ตลอดจนคํานึงถึงผลที่คาดวาจะเกิด การมีภูมิคุมกันในตัวดีพอสมควร พลวัตในมิติตาง ๆ ทําใหมีการเปลี่ยนแปลงในสภาวะตางๆ อยางรวดเร็วขึ้น จึงตองมีการเตรียมตัวพรอมรับผลกระทบที่คาดวาจะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงดานตางๆ การกระทําที่เรียกไดวาพอเพียงไมคํานึงถึงเหตุการณและผลในปจจุบัน แตจําเปนตองคํานึงถึงความเปนไป ไดของสถานการณตางๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ภายใตขอจํากัดของขอมูลที่มีอยู และสามารถสรางภูมิคุมกัน พรอมรับการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ เงื่อนไขการปฏิบัติ ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงคือ การมีความรอบรู รอบคอบระมัดระวัง มีคุณธรรมความซื่อสัตยสุจริต ความรอบรู คือ มีความรูเกี่ยวกับวิชาการตางๆอยางรอบดาน ในเรื่องตางๆที่เกี่ยวของ เพื่อใชเปน ประโยชนพื้นฐานเพื่อนําไปใชในการปฏิบัติอยางพอเพียง การมีความรอบรูยอมทําใหมีการตัดสินใจที่ ถูกตอง ความรอบคอบ คือ มีการวางแผน โดยสามารถที่จะนําความรูและหลักวิชาตางๆมาพิจารณาเชื่อมโยง สัมพันธกัน ความระมัดระวัง คือ ความมีสติ ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได ในการนําแผนปฏิบัติที่ตั้ง อยูบนหลักวิชา เหลานั้นไปใชในทางปฏิบัติ โดยการระมัดระวังใหรูเทาทันเหตุการณที่เปลี่ยนแปลงไปดวย ในสวนของคุณธรรม ความซื่อสัตยสุจริต ซึ่งคลุมคนทั้งชาติ รวมทั้งเจาหนาที่ นักวิชาการ นักธุรกิจ มีสองดานคือ ดานจิตใจ/ปญญาและดานกระทํา ในดานแรกเปนการเนนความรูคูคุณธรรมตระหนักใน คุณธรรม มีความซื่อสัตยสุจริต และมีความรอบรูที่เหมาะสม สวนดานการกระทําหรือแนวทางดําเนินชีวิต เนนความอดทน ความเพียร สติ ปญญา และความรอบคอบ เงื่อนไขนี้จะทําใหการปฏิบัติตามเนื้อหาของ ความพอเพียงเปนไปได ปรัชญากลาวถึงแนวทางปฏิบัติและผลที่คาดวาจะไดรับดวย โดยความพอเพียงเปนทั้งวิธีการและผล (End and mean) จากการกระทํา โดยจะทําใหเกิดวิถีการพัฒนาและผลของการพัฒนาที่สมดุล และพรอมรับ การเปลี่ยนแปลง ความสมดุลและความพรอมรับการเปลี่ยนแปลงหมายถึง ความสมดุลในทุกดาน ทั้งดาน เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดลอมและวัฒนธรรม ในขณะเดียวกัน ความสมดุลของการกระทําทั้งเหตุและผลจะ นําไปสู ความยั่งยืนของการพัฒนา ภายใตพลวัตทั้งภายในและภายนอกประเทศ
83.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 72 ข. นโยบายรัฐบาลและนโยบายดานการศึกษา 1. นโยบายรัฐบาล (นายสมัคร สุนทรเวช) นโยบายรัฐบาลที่แถลงตอรัฐสภาเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ 2551 แบงการดําเนินการเปน 2 ระยะ คือ ระยะเรงดวนที่ตองเริ่มดําเนินการในปแรก และระยะการบริหารราชการ 4 ปของรัฐบาล ดังตอไปนี้ นโยบายรัฐบาลที่แถลงตอรัฐสภาเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ 2551 ตามที่ไดทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ แตงตั้งใหกระผมเปนนายกรัฐมนตรี ตามประกาศพระบรมราช- โองการ ลงวันที่ 29 มกราคม พุทธศักราช 2551 และแตงตั้งคณะรัฐมนตรีตามประกาศพระบรมราชโองการ ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ พุทธศักราช 2551 นั้นบัดนี้ คณะรัฐมนตรีไดกําหนดนโยบายการบริหารราชการแผน ดินเรียบรอยแลว โดยยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาอันมีพระมหากษัตริยทรง เปนประมุข และครอบคลุมถึงแนวนโยบายพื้นฐานแหงรัฐตามบทบัญญัติในหมวด 5 ของรัฐธรรมนูญแหง ราชอาณาจักรไทย คณะรัฐมนตรีจึงขอแถลงนโยบายดังกลาวตอที่ประชุมรวมกันของรัฐสภาเพื่อใหทราบถึง เจตนารมณ ยุทธศาสตร และนโยบายของรัฐบาล ที่มุงมั่นที่จะสรางเสถียรภาพและความมั่นคงกาวหนาใน การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม การเมืองการปกครอง และสรางความสมานฉันทใหเกิดขึ้น เพื่อประโยชนสุข ของประเทศชาติและประชาชนชาวไทยทุกคน เศรษฐกิจไทยในปนี้จะเปนปที่ตองเผชิญกับปญหาจากเศรษฐกิจโลกที่มีความรุนแรง อยางนอยสอง ประการ คือ ปญหาหนี้ดอยคุณภาพของอสังหาริมทรัพยในประเทศมหาอํานาจทางเศรษฐกิจที่สงผลกระทบ ถึงตลาดเงินและเศรษฐกิจของประเทศตาง ๆ ในโลก และปญหาราคาน้ํามันดิบในตลาดโลกที่มีแนวโนมเพิ่ม ขึ้นและกอใหเกิดแรงกดดันตอภาวะเงินเฟอในโลกและในประเทศไทย นอกจากปญหาเฉพาะหนาดังกลาวแลว รัฐบาลยังมีภารกิจสําคัญอื่น ๆ ในการวางรากฐานการเจริญเติบโตที่ มั่นคงและยั่งยืน และสงเสริมภาคการผลิตและบริการใหสามารถปรับตัวไปสูการผลิตสินคาและบริการที่มี มูลคาสูงขึ้น เพื่อเพิ่มความสามารถในการแขงขัน ซึ่งเปนปญหาโครงสรางระยะยาวของประเทศ สวนดาน สังคมและสิ่งแวดลอม สังคมไทยจะเริ่มเขาสูจุดเริ่มตนของสังคมผูสูงอายุในป 2552 และประชากรไทยตั้งแต เด็กจนถึงผูสูงอายุอยูในภาวะที่ตองปรับตัวเขาสูสังคมฐานความรูในยุคโลกาภิวัตน ในขณะที่ภาวะโลกรอน ภัยธรรมชาติ และปจจัยดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมมีความสําคัญตอเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต ของประชาชนเพิ่มมากขึ้นตามลําดับในชวง 4 ปตอไป รัฐบาลจะดูแลปญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาว และ มุงมั่นที่จะบริหารประเทศ ภายใตหลักการสําคัญสองประการ ซึ่งรัฐบาลเชื่อมั่นวาจะสามารถสรางความ ยั่งยืนใหแกเศรษฐกิจและสังคมไทย สรางความเชื่อมั่นใหแกนักลงทุนไทยและตางประเทศ ประชาคมโลก ประการแรก คือ การสรางความสมานฉันทใหแกคนไทยทุกภาคสวนที่จะตองรวมมือกันในการนํา พาประเทศใหผานพนวิกฤติการณตาง ๆ และสรางรากฐานที่มั่นคงสําหรับประเทศในอนาคต การสรางความ สมานฉันทนี้รวมถึงเรื่องที่สําคัญ คือ การแกไขและเยียวยาปญหาในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใตไป สูแนวทางของการอยูรวมกันอยางสงบสุขและสามัคคีของพี่นองประชาชนในพื้นที่ และพัฒนาศักยภาพ เศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใตของประเทศใหเปนฐานเศรษฐกิจที่สําคัญของประเทศ
84.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 73 ประการที่สอง คือ การสรางความสมดุลและภูมิคุมกันใหแกเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งเกี่ยวของกับ นโยบายในทุกดาน ตั้งแตการพัฒนาคนใหมีคุณธรรมนําความรู การสนับสนุนการออมระยะยาว การสงเสริม เกษตรทฤษฎีใหมในพื้นที่ที่เหมาะสม การพัฒนาชุมชนใหพึ่งตนเองไดและเชื่อมโยงกับตลาดอยางเปนขั้น ตอน จนถึงการสรางความมั่นคงดานพลังงาน การดูแลการเคลื่อนยายเงินทุน และการเพิ่มความสามารถใน การใชประโยชนและตอยอดเทคโนโลยีใหเขากับภูมิปญญาไทยเพื่อนําไปสูนวัตกรรมและสรางรายไดใหแก ระบบเศรษฐกิจตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งเปนแนวทางหลักในการดําเนินงานของรัฐบาลตาม แนวนโยบายพื้นฐานแหงรัฐ นอกจากหลักการทั้งสองประการแลว รัฐธรรมนูญฉบับปจจุบันไดใหความ สําคัญแกบทบาทการมีสวนรวมของประชาชนในการพัฒนาประเทศ และกลไกการตรวจสอบการดําเนินงาน ของภาครัฐ เพื่อใหอยูในกรอบแนวทางของการบริหารประเทศตามหลักธรรมาภิบาล รัฐบาลตระหนักถึง ความสําคัญดังกลาว และจะยึดเปนแนวทางในการดําเนินงานของรัฐบาล รัฐบาลไดกําหนดนโยบายการบริหารราชการแผนดินที่สําคัญ โดยแบงการดําเนินการเปน 2 ระยะ คือ ระยะเรงดวนที่ตองเริ่มดําเนินการในปแรก และระยะการบริหารราชการ 4 ปของรัฐบาล ดังตอไปนี้ 1. นโยบายเรงดวนที่จะเริ่มดําเนินการในปแรก รัฐบาลถือเปนความจําเปนเรงดวนในการสรางความปรองดองสมานฉันทในสังคม ปราบปรามยาเสพติด สรางความเชื่อมั่นใหแกนักลงทุน ฟนฟูใหเศรษฐกิจมีความเขมแข็ง แกไขปญหาความยากจน โดยพัฒนา เศรษฐกิจฐานรากเพื่อเพิ่มศักยภาพการหารายได ลดรายจาย สรางโอกาสในอาชีพอยางยั่งยืนใหแกประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกร แรงงาน และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดยอม และแกไขปญหาสิ่งแวดลอมที่มีความ สําคัญเรงดวน โดยมีนโยบายที่สําคัญ คือ 1.1 สรางความปรองดองสมานฉันทของคนในชาติและฟนฟูประชาธิปไตย โดยการเสริมสราง ความเขาใจรวมกันของประชาชนในชาติใหเกิดความสมัครสมานสามัคคีเปนอันหนึ่งอันเดียวกัน และยึดมั่น ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข เพื่อใหเกิดความรวมมือรวมใจ ในการแกไขปญหาวิกฤติของประเทศ และสรางเสถียรภาพทั้งทางดานการเมือง การปกครอง สังคม และ เศรษฐกิจ โดยมุงถึงประโยชนสุขของประชาชนสวนรวมเปนสําคัญ ซึ่งจะเปนรากฐานที่มั่นคงในการพัฒนา ประเทศอยางยั่งยืนตอไป 1.2 แกไขปญหาความไมสงบในจังหวัดชายแดนภาคใต โดยนอมนําแนวทาง พระราชทาน “เขาใจ เขาถึง พัฒนา” มาดําเนินภารกิจในดานความมั่นคงและดานการพัฒนา โดยใหมีความสอดคลองกับลักษณะ เฉพาะของพื้นที่ วิถีชีวิต วัฒนธรรม และความเชื่อของประชาชน ตลอดทั้งอํานวยความเปนธรรมและความ ยุติธรรม โดยเนนการมีสวนรวมของทุกภาคสวนเพื่อใหเกิดความสงบเรียบรอย ความปลอดภัยในชีวิตและ ทรัพยสิน สรางความสมานฉันทและสันติสุขในพื้นที่โดยเร็วที่สุด 1.3 เรงรัดแกไขปญหายาเสพติดและปราบปรามผูมีอิทธิพล โดยยังคงยึด หลักการ “ผูเสพ คือผูปวย ที่ตองไดรับการรักษา สวนผูคา คือผูที่ตองไดรับโทษตามกระบวนการ ยุติธรรม” ทั้งนี้ รัฐบาลจะเรงรัดปราบ
85.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 74 ปรามการคายาเสพติด ลดปริมาณผูเสพยา และปองกันมิใหกลุมเสี่ยงเขาไปเปนเหยื่อของยาเสพติด โดยใช กระบวนการมีสวนรวมของชุมชนควบคูกับมาตรการปราบปรามและบังคับใชกฎหมายอยางเปนธรรม และ ใชมาตรการทางกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมตัดชองทางการหาเงินทุจริตของผูมีอิทธิพลในทุก ๆ ดาน ไมวาจะเปนการตัดไมทําลายปา การคามนุษย และการเปนเจามือการพนัน เปนตน 1.4 ดําเนินมาตรการในการแกไขปญหาความเดือดรอนของประชาชนและผู ประกอบการ โดยดูแล เสถียรภาพของคาเงินบาท ระดับราคาสินคาอุปโภคบริโภค และราคาพลังงานใหอยูในระดับที่เหมาะสมและ เปนธรรมแกผูบริโภคและผูผลิต พรอมทั้งจัดหาสินคาราคาประหยัดจําหนายเพื่อบรรเทาความเดือดรอนของ ผูมีรายไดนอย 1.5 เพิ่มศักยภาพของกองทุนหมูบานและชุมชนเมือง ใหเปนแหลงเงินหมุนเวียน ในการลงทุน สราง งานและอาชีพ สรางรายไดและลดรายจายใหแกประชาชนในชุมชนและวิสาหกิจขนาดเล็กในครัวเรือน พัฒนากองทุนหมูบานและชุมชนเมืองที่มีการบริหารจัดการที่ดี ใหสามารถยกระดับเปนธนาคารหมูบานและ ชุมชน 1.6 จัดสรรงบประมาณตามขนาดประชากร (Small Medium Large: SML) ให ครบทุกหมูบานและ ชุมชน เพื่อสรางโอกาสใหชุมชนสามารถแกไขปญหาของชุมชนดวยตนเอง และพัฒนาโครงการที่จะกอให เกิดรายไดอยางยั่งยืน พัฒนาสินทรัพยชุมชน อนุรักษและรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมของ ชุมชน เพื่อใหเกิดการเชื่อมโยงการใชทรัพยากรของรัฐ ทองถิ่น และจังหวัด อยางมีประสิทธิภาพ 1.7 สานตอโครงการธนาคารประชาชน เพื่อกระจายโอกาสการเขาถึงแหลงเงินให แกประชาชน ผูมีรายไดนอย สรางทางเลือกและลดการพึ่งพาแหลงเงินกูนอกระบบ ซึ่งจะทําใหประชาชนมีโอกาสในการ สรางงาน สรางรายไดดวยตนเอง 1.8 สนับสนุนสินเชื่อแกผูประกอบการขนาดกลาง ขนาดยอม และวิสาหกิจ ชุมชน เพื่อสรางโอกาส ในการลงทุนและสรางรายได ผานสถาบันการเงินของรัฐและธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาด ยอมแหงประเทศไทย 1.9 เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการโครงการหนึ่งตําบล หนึ่งผลิตภัณฑ เพื่อใหแตละชุมชน สามารถใชทรัพยากรและภูมิปญญาทองถิ่นในการพัฒนาสินคา โดยรัฐพรอมที่จะสนับสนุนใหชุมชนเขาถึง องคความรูสมัยใหม แหลงเงินทุน และพัฒนาขีดความสามารถในการบริหารจัดการและการตลาด เพื่อเชื่อม โยงสินคาจากชุมชนสูตลาดทั้งในประเทศและตางประเทศ 1.10 พักหนี้ของเกษตรกรรายยอยและยากจน ที่ผานกระบวนการจัดทําแผนฟนฟู อาชีพ เพื่อสราง โอกาสใหเกษตรกรสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตดวยการสรางรายไดและอาชีพที่ มั่นคง 1.11 สรางระบบประกันความเสี่ยงใหเกษตรกร เพื่อลดความเสี่ยง อันเนื่องมาจาก ผลกระทบความ เสียหายจากภัยธรรมชาติ และสรางกลไกในการสรางเสถียรภาพราคาของสินคาเกษตรที่เปนธรรม 1.12 ขยายบทบาทของศูนยซอมสรางเพื่อชุมชน (Fix-it Center) และสถาบัน อาชีวศึกษา เพื่อให คําแนะนําและถายทอดความรูในการใช การดูแลรักษาและซอมบํารุงเครื่องมืออุปกรณการประกอบอาชีพ
86.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 75 เครื่องใชในครัวเรือน รวมทั้งสรางเครือขายศูนยฯ กับชุมชนและวิสาหกิจเพื่อใหเกิดการพัฒนานวัตกรรม ระบบรับรองและตรวจสอบคุณภาพในขั้นตนของสินคาชุมชน 1.13 สรางโอกาสใหประชาชนไดมีที่อยูอาศัยอยางทั่วถึง เชน โครงการ "บานเอื้อ อาทร" "บานรัฐ สวัสดิการ" และ "ที่อยูอาศัยของตนเองเปนครั้งแรก" โดยเฉพาะอยางยิ่งในพื้นที่ซึ่งสามารถเดินทางเชื่อม ระหวางกรุงเทพมหานครและปริมณฑลดวยระบบขนสงมวลชนไดอยางสะดวก 1.14 เรงรัดการลงทุนที่สําคัญของประเทศ เชน การพัฒนาระบบรถไฟฟาขนสง มวลชนใน กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 9 สาย รถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู รถไฟชานเมือง และรถไฟกางปลา เชื่อมโยงจังหวัดที่ยังไมมีรถไฟขนสงผูโดยสารและขนสงสินคา และการพัฒนาขีดความสามารถของทา อากาศยานสากล เปนตน เพื่อสรางความเชื่อมั่นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอยางตอเนื่อง และเพิ่มความ สามารถในการแขงขันของประเทศ 1.15 ดําเนินมาตรการลดผลกระทบจากราคาพลังงาน โดยเรงรัดโครงการสง เสริมการใชพลังงาน ทดแทนจากกาซธรรมชาติและผลผลิตทางการเกษตร เชน แกสโซฮอล ไบโอดีเซล รวมทั้งเรงรัดมาตรการ ประหยัดพลังงานและการใชพลังงานอยางมีประสิทธิภาพ เพื่อลดภาระการนําเขาน้ํามันจากตางประเทศ 1.16 ฟนความเชื่อมั่นดานการลงทุนและสงเสริมการทองเที่ยวของประเทศ ไทย โดยประกาศให ป 2551 – 2552 เปน "ปแหงการลงทุน" และ "ปแหงการทองเที่ยวไทย" 1.17 วางระบบการถือครองที่ดินและกําหนดแนวเขตการใชที่ดินใหทั่วถึงและ เปนธรรม โดยใช ขอมูลระบบภูมิสารสนเทศ ภายใตกระบวนการที่ชุมชนมีสวนรวม เพื่อใหประชาชนมีที่ดินทํากินและ ประกอบอาชีพอยางทั่วถึงและพอเพียง 1.18 ขยายพื้นที่ชลประทานและเพิ่มประสิทธิภาพระบบชลประทาน โดยฟนฟู และขุดลอกแหลง น้ําธรรมชาติ รวมทั้งพัฒนาแหลงน้ําผิวดินและใตดิน โดยดําเนินการกอสรางระบบ ชลประทานขนาดใหญ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก เพื่อประโยชนในการปรับโครงสรางภาคการเกษตร การบรรเทาอุทกภัยและภัย แลง ทั้งในพื้นที่ชุมชนเมืองและพื้นที่เกษตรกรรม รวมทั้งระบบประปาที่ ถูกสุขอนามัย เพื่อการอุปโภคและ บริโภคแกประชาชนใหทั่วถึงทุกพื้นที่ เพิ่มประสิทธิภาพการกระจายน้ําโดยการพัฒนาระบบชลประทานใน รูปแบบตาง ๆ เชน ชลประทานระบบทอ 1.19 เรงรัดมาตรการและโครงการเพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤติโลกรอน โดยสงเสริมและ สนับสนุนการมีสวนรวมของประชาชน ธุรกิจเอกชน และชุมชน ใหมีจิตสํานึกในการอนุรักษ ทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะการปลูกและฟนฟูทรัพยากรปาไม รวมทั้งสนับสนุนการใชพลังงานทางเลือก จากวัสดุเหลือใชทางการเกษตรในระดับครัวเรือน เพื่อลดการปลอยกาซเรือนกระจก ในสวนของนโยบายที่จะดําเนินการภายในชวงระยะ 4 ปของรัฐบาลชุดนี้ รัฐบาลจะดําเนินนโยบาย หลักในการบริหารประเทศซึ่งปรากฏตามนโยบายขอที่ 2 ถึงขอที่ 8 ดังตอไปนี้
87.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 76 2. นโยบายสังคมและคุณภาพชีวิต รัฐบาลใหความสําคัญแกการใหหลักประกันขั้นพื้นฐานของบริการสาธารณะของรัฐภายใตบท บัญญัติของรัฐธรรมนูญ การพัฒนาคนและสังคมใหมีคุณภาพ การมีสภาพแวดลอมที่นําไปสูการมีคุณภาพ ชีวิตที่ดี มีความมั่นคงในชีวิต และประชาชนมีความสุข โดยจะดําเนินการ ดังนี้ 2.1 นโยบายการศึกษา 2.1.1 ยกระดับคุณภาพการศึกษาของคนไทยอยางมีบูรณาการและสอดคลอง กันตั้งแตระดับปฐมวัย จนถึงอุดมศึกษาทั้งในและนอกระบบการศึกษา และสรางระบบการเรียนรูตลอดชีวิต 2.1.2 พัฒนาหลักสูตร ปรับระบบการผลิตและพัฒนาครูใหมีคุณภาพและคุณธรรมอยางทั่วถึง ตอ เนื่อง และกาวทันการเปลี่ยนแปลงในยุคโลกาภิวัตน 2.1.3 สงเสริมการนําเทคโนโลยีสารสนเทศมาใชในการเพิ่มประสิทธิภาพการเรียน การสอน และ การเรียนรูอยางจริงจัง จัดใหมีการเขาถึงระบบอินเทอรเน็ตความเร็วสูงอยางกวางขวาง พรอมทั้งจัดหา อุปกรณเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อประกอบการเรียนการสอนใหโรงเรียนอยางทั่วถึง 2.1.4 ดําเนินการใหบุคคลมีสิทธิเสมอกันในการรับการศึกษา 12 ปโดยไม เสียคาใชจาย รวมทั้ง สนับสนุนผูยากไร ผูพิการหรือทุพพลภาพ หรืออยูในสภาวะยากลําบาก ใหไดรับการศึกษา และเพิ่มโอกาส ใหแกเยาวชนในการศึกษาตอผานกองทุนใหกูยืมที่ผูกพันกับรายไดในอนาคต และเชื่อมโยงกับนโยบายการ ผลิตบัณฑิตเพื่อตอบสนองความตองการบุคลากรที่มีความรูความสามารถของประเทศ รวมทั้งตอยอดให ทุนการศึกษาทั้งในและตางประเทศ 2.1.5 สนับสนุนการผลิตและพัฒนากําลังคนใหสอดรับการเปลี่ยนแปลงโครงสรางภาคการผลิตและ บริการ และเรงผลิตกําลังคนระดับอาชีวศึกษาใหมีคุณภาพเพื่อสนับสนุนความสามารถในการแขงขันของ ประเทศในสาขาตางๆ เชน ปโตรเคมี ซอฟตแวร อาหาร สิ่งทอ บริการสุขภาพและการทองเที่ยว และการ บริหารจัดการขนสงสินคาและบริการ เปนตน ดวยความรวมมือระหวางสถานประกอบการ สถาบันการ ศึกษา และสถาบันเฉพาะทาง ตลอดจนใหมีการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพตามมาตรฐานสากล 2.1.6 ขยายบทบาทของระบบการเรียนรูเชิงสรางสรรคผานองคกรตาง ๆ เชน สํานักงานบริหาร จัดการองคความรู ระบบหองสมุดสมัยใหม หรืออุทยานการเรียนรู พิพิธภัณฑเพื่อการเรียนรูแหงชาติ ศูนย สรางสรรคงานออกแบบ ศูนยพัฒนาดานกีฬา ดนตรี ศิลปะ ศูนยบําบัดและพัฒนาศักยภาพของบุคคล ออทิสติก เด็กสมาธิสั้น และผูดอยโอกาสอื่น ๆ ศูนยการเรียนรูดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 2.2 นโยบายแรงงาน 2.2.1 เรงฝกอบรมและพัฒนาคนที่ทํางานแลวและคนที่ถูกเลิกจาง เพื่อเพิ่ม โอกาสการเขาสูภาค การผลิตและบริการที่มีระดับเทคโนโลยีที่สูงขึ้น 2.2.2 จัดใหมีระบบเตือนภัยและติดตามสถานการณที่มีผลกระทบตอการ จางงาน การเลิกจางอื่น เนื่องจากการปรับเปลี่ยนโครงสรางเศรษฐกิจ พรอมทั้งจัดใหมีการจางงานใหมโดยเร็ว
88.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 77 2.2.3 ใหการคุมครองแรงงานตามมาตรฐานแรงงานไทย ซึ่งใหความสําคัญแกความปลอดภัยใน การทํางานและสวัสดิการแรงงาน พรอมทั้งจัดระบบการคุมครองแกแรงงานนอกระบบใหครอบคลุมมากขึ้น 2.3 นโยบายการพัฒนาสุขภาพของประชาชน 2.3.1 เพิ่มคุณภาพของระบบหลักประกันสุขภาพถวนหนาและใหประชาชนเขาถึงบริการไดอยางไม เปนอุปสรรค พรอมทั้งปฏิรูประบบบริหารจัดการสาธารณสุขใหมีประสิทธิภาพทั่วถึงและครบวงจร ทั้งการ รักษาพยาบาล การฟนฟูสุขภาพ การปองกันโรค และการสงเสริมสุขภาพ 2.3.2 จัดใหมีมาตรการลดปจจัยเสี่ยงที่มีผลตอสุขภาพและภาวะทุพโภชนาการที่นําไปสูการเจ็บปวย เรื้อรัง เชน โรคมะเร็ง หัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิต และอุบัติเหตุจากการจราจร พรอมทั้งนํามาตรการภาษี การบริโภคสินคาที่เปนอันตรายตอสุขภาพมาใชกระตุนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบุคคลใหลด ละ และเลิก พฤติกรรมสุมเสี่ยงตอสุขภาพ 2.3.3 ดําเนินการระบบเฝาระวังปองกันและควบคุมโรคเชิงรุก เพื่อปองกัน ปญหาการปวยและตาย ดวยโรคอุบัติใหมและระบาดซ้ําในคน พรอมทั้งสรางขีดความสามารถในการเฝาระวัง วินิจฉัย และดูแลรักษา พยาบาลอยางเปนระบบที่ประสานเชื่อมโยงทุกภาคสวนที่เกี่ยวของ 2.3.4 เพิ่มแรงจูงใจและขยายงานอาสาสมัครสาธารณสุข เพื่อเปนกําลัง สําคัญใหชุมชนในการดูแล เด็ก ผูสูงอายุ คนพิการ การดูแลผูปวยในโรงพยาบาลและการเฝาระวังโรคในชุมชน รวมทั้งเชื่อมโยงการ ดําเนินงานรวมกับองคกรปกครองสวนทองถิ่น 2.3.5 สงเสริมใหประชาชนทุกระดับมีโอกาสออกกําลังกาย และเลนกีฬาเพื่อ สรางเสริมสุขภาพและ พลานามัยที่ดี รวมทั้งพัฒนาทักษะทางดานกีฬาสูความเปนเลิศที่จะนําชื่อเสียงมาสูประเทศชาติ สรางนิสัย รักการกีฬาและใชเวลาวางใหเปนประโยชนเพื่อหลีกเลี่ยงการหมกมุนและมั่วสุมกับอบายมุขและยาเสพติด 2.4 นโยบายศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม 2.4.1 อุปถัมภ คุมครอง และทํานุบํารุงพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น ๆ เพื่อใหมีบทบาทสําคัญใน การปลูกฝงใหประชาชนเขาใจและนําหลักธรรมของศาสนา มาใชในการเสริมสรางคุณธรรมและพัฒนา คุณภาพชีวิต 2.4.2 ฟนฟูและสืบสานคุณคาความหลากหลายของวัฒนธรรมไทยทั้งที่เปนวิถีชีวิต ประเพณี คานิยม ที่ดีงาม ภูมิปญญาทองถิ่น และการดูแลรักษาแหลงอุทยานประวัติศาสตร โบราณสถาน พิพิธภัณฑตางๆ เพื่อ การศึกษาเรียนรูและใชประโยชนในการเพิ่มมูลคาผลผลิตบน พื้นฐานความรูและความเปนไทย รวมทั้ง สงเสริมและพัฒนาโบราณสถานใหเปนมรดกทางวัฒนธรรมระดับโลก 2.4.3 พัฒนาแหลงเรียนรูทางวัฒนธรรมและการนันทนาการ เพื่อสงเสริมให วัยรุนไทยเกิดการเรียน รูที่ถูกตอง ใชเวลาวางใหเปนประโยชน มีคุณธรรมเอื้ออาทรตอผูอื่น และเกิดการเรียนรูศิลปะอยางสราง สรรค เขาใจถึงคุณคา ซาบซึ้งในความสุนทรียของศิลปะ
89.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 78 2.4.4 ขยายบทบาทสภาวัฒนธรรมทุกจังหวัดใหเปนกลไกเฝาระวังทาง วัฒนธรรมที่ครอบคลุมทั้ง วิถีชีวิตและสื่อทุกประเภทที่มีผลกระทบตอการเบี่ยงเบนทางวัฒนธรรม และพฤติกรรมของเด็กและเยาวชน พรอมทั้งขจัดสื่อที่เปนภัยตอสังคม ขยายสื่อดีเพื่อนําไปสูการสรางภูมิคุมกันทางสังคมอยางเทาทันสถาน การณ 2.5 นโยบายความมั่นคงของชีวิตและสังคม 2.5.1 ประสานเชื่อมโยงการดําเนินงานและใชประโยชนจากกองทุนตางๆ เชน กองทุนผูสูงอายุ กองทุนสนับสนุนการสรางเสริมสุขภาพ กองทุนพัฒนาชุมชน และกองทุนสนับสนุนการวิจัยเพื่อใหเปน พลังรวมในการสรางสรรคและพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยที่มีประสิทธิภาพ 2.5.2 สรางสังคมแหงการเรียนรูตลอดชีวิต โดยการพัฒนาใหมีความรูและ จริยธรรม เริ่มตั้งแตเด็ก แรกเกิดและเยาวชนทุกชวงวัย โดยใหความสําคัญแกการสรางสภาพแวดลอม ที่เหมาะสม ครอบครัวที่อบอุน และสถานศึกษาที่เอาใจใสดูแลเด็กอยางใกลชิดดวยการปลูกฝงความรูที่ทันโลกและคุณคาที่ดีของวัฒนธรรม ไทย สรางความเขาใจใหแกพอแมถึงวิธีการดูแลบุตรที่ถูกตองตามระดับการพัฒนาของสมอง 2.5.3 สรางหลักประกันความมั่นคงและศักดิ์ศรีของความเปนมนุษยใหเด็ก สตรี และคนพิการที่ดอย โอกาส โดยจะขจัดขบวนการคามนุษยใหหมดสิ้นไป ขจัดการเลือกปฏิบัติและการละเมิดลิทธิเด็ก สตรี และ คนพิการในทุกรูปแบบและอยางเด็ดขาด รวมทั้งเสริมสรางสวัสดิการทางสังคมแกคนพิการและผูดอยโอกาส อยางเหมาะสม และสงเสริมความรูและอาชีพใหสตรีและคนพิการใหสามารถพึ่งพาตนเองได 2.5.4 เตรียมความพรอมใหแกสังคมผูสูงอายุ โดยยึดหลักการใหผูสูงอายุเปน ทรัพยากรที่มีคุณคา ของระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เปนผูสูงอายุที่มีสุขภาพดี ทั้งรางกายและจิตใจ โดยสรางหลัก ประกันดานรายไดและระบบการออมในชวงวัยทํางานที่เพียงพอสําหรับชวงวัยชรา สรางพฤติกรรมดาน สุขภาพที่เหมาะสมกับชวงวัย สนับสนุนครอบครัวใหเขมแข็งสามารถดูแลสมาชิกไดอยางมีคุณภาพ ขยาย ฐานการใหเบี้ยยังชีพแกคนชราที่ไมมีรายได และสงเสริมการใชประสบการณของผูสูงอายุในกระบวนการ พัฒนาประเทศโดยระบบคลังสมอง 2.5.5 สรางสภาพแวดลอมที่นาอยูในสังคมเมือง โดยมีการวางผังเมืองอยางเปนระบบ ควบคูกับการ บังคับใชกฎหมายที่เกี่ยวของกับความปลอดภัยสาธารณะและสิ่งแวดลอมอยางเครงครัด รวมทั้งจัดใหมี บริการขั้นพื้นฐานอยางเหมาะสม มีโรงเรียนใกลบาน มีการสื่อสารคมนาคมที่มีประสิทธิภาพ และมีความ ปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสิน 3. นโยบายเศรษฐกิจ รัฐบาลจะบริหารจัดการเศรษฐกิจใหมีการขยายตัวอยางตอเนื่อง มีความสมดุลและเขมแข็ง ทั้งใน ภาคเศรษฐกิจภายในประเทศและตางประเทศ มีภูมิคุมกันตอความเสี่ยงตาง ๆ ที่มีความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจ โลกทั้งดานการคาและการลงทุน รวมทั้งการปรับโครงสรางเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มความสามารถในการแขงขัน
90.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 79 โดยวางโครงสรางพื้นฐานดานองคความรู มีระบบธรรมาภิบาลสิ่งแวดลอม และการเพิ่มประสิทธิภาพการ ผลิตและบริการ รวมทั้งการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานดานอุตสาหกรรม การเกษตร ระบบบริหารจัดการขน สงสินคาและบริการ พลังงาน และระบบโครงขายสารสนเทศและการสื่อสาร โดย จะดําเนินการ ดังนี้ 3.1 นโยบายการเงินการคลัง 3.1.1 ดําเนินนโยบายการเงินเพื่อสนับสนุนการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ อยางมีเสถียรภาพ โดย ดูแลเงินเฟอและคาเงินบาทใหสอดคลองกับสภาพเศรษฐกิจและกลไกตลาด สงเสริมประสิทธิภาพและความ มั่นคงของภาคการเงินในประเทศ และสงเสริมศักยภาพในการบริหารความเสี่ยงของภาคเอกชน 3.1.2 รักษาวินัยการคลังเพื่อใหเกิดความยั่งยืนทางการคลังในระยะยาว ซึ่งครอบคลุมถึงเงินงบ ประมาณ เงินนอกงบประมาณ งบประมาณของทองถิ่น ฐานะการเงินของรัฐวิสาหกิจและสถาบันการเงิน เฉพาะกิจของรัฐ ปฏิรูประบบงบประมาณแผนดินทั้งระบบ ใหสอดคลองกับการพัฒนาประเทศอยางบูรณา การ ปรับปรุงระบบภาษีและการจัดเก็บภาษีใหมีความเปนธรรม มีประสิทธิภาพ และเพียงพอกับรายจายเพื่อ การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต 3.1.3 สงเสริมใหมีระบบการออมระยะยาว เพื่อใหมีเงินออมเพียงพอกับการ ดํารงชีพในยามชรา รวมทั้งเปนการสรางฐานเงินออมเพื่อการระดมทุนของประเทศในอนาคต 3.1.4 วางระบบการดูแลและสงเสริมการเคลื่อนยายเงินทุนทั้งระยะสั้นและระยะ ยาวใหเกิด ประโยชนตอประเทศ สงเสริมการลงทุนของไทยในตางประเทศ ทั้งการลงทุนของผูประกอบการและ นักลงทุนที่เปนสถาบัน และดึงดูดการลงทุนจากตางประเทศ โดยใหสอดคลองกับขีดความสามารถในการ แขงขัน เปาหมายการสงเสริมศักยภาพของสาขาการผลิตที่จําเปน และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ 3.1.5 ปรับปรุงประสิทธิภาพของตลาดทุนใหทัดเทียมกับตลาดหลักในภูมิ ภาคและตลาดโลกทั้งดาน ธรรมาภิบาล ราคา และคุณภาพ โดยใหความสําคัญแกการปรับปรุงมาตรการสิ่งจูงใจเพื่อสนับสนุนการออม ของประเทศ การเพิ่มบทบาทของตลาดทุนและตลาดตราสารหนี้ในการเปนแหลงทุนสําหรับการลงทุนโครง การขนาดใหญของรัฐ และการจัดใหมีกลไกเพื่อกํากับดูแลการพัฒนาตลาดทุนใหประสานสอดคลองกับการ พัฒนาตลาดเงิน 3.1.6 พัฒนารัฐวิสาหกิจใหสามารถเปนกลไกสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตรการพัฒนาและ การลงทุนของประเทศไดอยางมีประสิทธิภาพ สรางฐานรายไดและมูลคาใหแกทรัพยสินของรัฐ มีการ บริหารงานอยางมืออาชีพ ตลอดจนกํากับดูแลการบริหารจัดการรัฐวิสาหกิจภายใตหลักธรรมาภิบาล ทั้งการ จัดทําและแยกบัญชีเชิงสังคม ความโปรงใส และการวัดประสิทธิภาพของการดําเนินงานในมาตรฐานไม นอยกวาเกณฑของตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย รวมทั้งเรงฟนฟู รัฐวิสาหกิจที่มีปญหาฐานะการเงิน
91.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 80 3.2 นโยบายปรับโครงสรางเศรษฐกิจ 3.2.1 ภาคเกษตร 3.2.1.1 เรงปรับโครงสรางการผลิตทางการเกษตรใหสอดคลองกับโอกาสทางการตลาดและการ เปลี่ยนแปลงรสนิยมของผูบริโภค ทั้งที่เปนตลาดเดิมและตลาดใหม โดยกําหนดยุทธศาสตรใหประเทศไทย เปนศูนยกลางการผลิตอาหารของโลก เนนการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของการทําประมง ปศุสัตว และ พืชเศรษฐกิจหลักของประเทศใหครบวงจร รวมทั้งสนับสนุนการผลิตพืชพลังงาน เชน ปาลมน้ํามัน ออย มันสําปะหลัง เพื่อสนับสนุนนโยบายพลังงานทดแทน และสนับสนุนการผลิตสินคาใหมที่มีโอกาสทางการ ตลาด เชน พืชเสนใย และสมุนไพร เปนตน 3.2.1.2 สงเสริมการเพิ่มมูลคาใหแกสินคาเกษตร โดยการแปรรูปที่ไดคุณภาพและมาตรฐานสากล เพื่อเชื่อมโยงสูอุตสาหกรรมการเกษตร โดยการสงเสริมการวิจัยและพัฒนาดานมาตรฐานการผลิตสินคา เกษตรและอาหาร ความปลอดภัยอาหารตามมาตรฐานสากล รวมทั้งใหมีระบบปองกันและควบคุมการ ระบาดของโรค ตลอดจนสนับสนุนการแปรรูปสินคาเกษตรในชุมชน 3.2.1.3 เรงรัดการเจรจาขอตกลงตาง ๆ ที่เกี่ยวของกับมาตรฐานสินคาเกษตรและอาหาร เพื่อปองกัน มาตรการกีดกันทางการคาที่ไมใชภาษี และพัฒนาโครงขายระบบการขนสงสินคาเกษตรทั้งในพื้นที่ชนบท และเมือง เพื่อขยายตลาดของสินคาเกษตรและอาหารสูตลาดโลก 3.2.1.4 สงเสริมการทําการเกษตรตามแนวทฤษฎีใหม ในระดับชุมชนตามแนวพระราชดําริ เพื่อให ครัวเรือนเกษตรกรมีความมั่นคงทางดานอาหาร สงเสริมการขยายกระบวนการเรียนรูระบบเกษตรอินทรีย เกษตรผสมผสาน วนเกษตร โครงการอาหารกลางวัน และธนาคารโคกระบือตามแนวพระราชดําริ โดย เกษตรกรและชุมชนเปนผูกําหนดทิศทางและแนวทางดวยตนเอง 3.2.1.5 สงเสริมและสนับสนุนสถาบันเกษตรกรทั้งในดานการรวมกลุมสหกรณ วิสาหกิจชุมชน ตลอดจนสภาเกษตรกร เพื่อใหเกษตรกรมีสวนรวมในการวางแนวทางพัฒนาการเกษตรและพัฒนาความ สามารถในการแขงขันดวยตนเอง 3.2.2 ภาคอุตสาหกรรม 3.2.2.1 พัฒนาประสิทธิภาพและผลิตภาพของภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งสรางมูลคาใหกับสินคา อุตสาหกรรม ดวยการยกระดับความสามารถ ทักษะแรงงาน การบริหารจัดการของผูประกอบการ และ มาตรฐานผลิตภัณฑ ปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักร ระบบบริหารจัดการขนสงสินคาและบริการภายใน กลุม อุตสาหกรรม บนพื้นฐานความรวมมือระหวางภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา 3.2.2.2 พัฒนาและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมที่ประเทศไทย มีศักยภาพสูงและมีความไดเปรียบ เชน อาหาร เหล็ก ยานยนต ปโตรเคมี พลังงาน และอิเล็กทรอนิกส เปนตน ใหเปนฐานการผลิตในระดับภูมิภาค และระดับโลก ดวยการสงเสริมการลงทุนหรือใหสิทธิพิเศษกับอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ รวมทั้งจัดหาและ
92.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 81 พัฒนาพื้นที่และโครงสรางพื้นฐานที่เหมาะสมเพื่อรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมในระยะ 20 ปขางหนา โดยคํานึงถึงผลกระทบดานสิ่งแวดลอมและการมีสวนรวมของชุมชนในพื้นที่ 3.2.2.3 สรางสินคาที่มีคุณภาพและมาตรฐานเพื่อเพิ่มมูลคาและคุมครองทรัพยสินทางปญญาใหแก สินที่ผลิตในประเทศไทย โดยสนับสนุนการพัฒนาทักษะฝมือผสมผสานกับการใชเทคโนโลยีสมัยใหม เชน กลุมสินคาแฟชั่น อัญมณี และเครื่องประดับ และสินคาอื่น ๆ พรอมทั้งใชมาตรการดานการตลาดและ สรางตราสัญลักษณสินคาของไทยใหเปนที่นิยมทั้งในประเทศและตางประเทศ 3.2.2.4 สรางและพัฒนาผูประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดยอม รวมทั้งวิสาหกิจชุมชน ใหมีความเขมแข็ง เพื่อเปนฐานการผลิตของระบบเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยสงเสริมใหมีการรวมกลุม เพื่อเพิ่มมูลคาของสินคาและศักยภาพในการแขงขัน ดวยการสนับสนุนดานองคความรูและนวัตกรรม รวม ถึง การสรางธรรมาภิบาลในการประกอบการและความรับผิดชอบตอสังคม 3.2.2.5 สงเสริมและขยายบทบาทศูนยบมเพาะสําหรับผูประกอบการที่มุงสรางสินคาและบริการที่มี มูลคาสูง โดยใชเทคโนโลยีสมัยใหมที่ออกแบบใหมีความเหมาะสมตามศักยภาพในพื้นที่ตาง ๆ พรอมทั้ง สรางศูนยพัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑอุตสาหกรรม ตลอดจนสนับสนุนใหมีการนําองคความรูและ นวัตกรรมไปใชประโยชนเชิงพาณิชย 3.2.2.6 จัดตั้งกองทุนพัฒนาความสามารถในการแขงขันและการลงทุนเพื่อกระตุนอุตสาหกรรมให มีการปรับตัว และสนับสนุนการลงทุนของอุตสาหกรรมที่ใชเทคโนโลยีสูงและใชพลังงานนอย รวมทั้งขยาย บทบาทของกองทุนที่มีอยูในปจจุบันใหสามารถสนับสนุนการปรับโครงสรางของภาคอุตสาหกรรมไดอยาง มีประสิทธิภาพ 3.2.3 ภาคการทองเที่ยวและบริการ 3.2.3.1 เรงสรางรายไดจากการทองเที่ยว โดยฟนฟู พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการทองเที่ยวให ยั่งยืน และสรางแหลงทองเที่ยวใหมในเชิงกลุมพื้นที่ที่มีศักยภาพ สามารถเชื่อมโยงธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชุมชน รวมถึงการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบาน ควบคูกับการสงเสริมตลาดนักทองเที่ยว คุณภาพ เชน กลุมผูสูงอายุ กลุมดูแลรักษาสุขภาพ กลุมประชุมและแสดงสินคา และกลุมที่มีความสนใจ ดานระบบนิเวศ วัฒนธรรมทองถิ่น แหลงประวัติศาสตรและโบราณสถาน เปนตน และดูแลใหนักทองเที่ยว ปลอดภัยจากอาชญากรรม การฉอฉล และอุบัติเหตุที่เกิดจากความบกพรองของผูประกอบการ 3.2.3.2 พัฒนาธุรกิจบริการที่มีศักยภาพ เพื่อสรางโอกาสการขยายฐานการผลิตและการตลาดใน ระดับภูมิภาค เชน ธุรกิจบริการสุขภาพ ธุรกิจ การประชุมและแสดงสินคา การศึกษานานาชาติ การกอสราง ธุรกิจภาพยนตร และธุรกิจที่เกี่ยวของกับกีฬาและนันทนาการ เปนตน โดยใหความสําคัญกับการพัฒนาความ เขมแข็งของผูประกอบการ การเสริมสรางบรรยากาศการลงทุน มาตรฐานธุรกิจและการพัฒนาบุคลากรให พรอมรับการขยายตัวของธุรกิจ และการสงเสริมดานการตลาด
93.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 82 3.2.3.3 สงเสริมและพัฒนาความรวมมือของกลุมอุตสาหกรรมการคาและบริการที่เนนความสําคัญ ของศักยภาพพื้นที่และเอกลักษณทางดานวัฒนธรรม รวมทั้งความสามารถทางดานบุคลากรเพื่อสรางมูลคา ทางเศรษฐกิจ เชน ธุรกิจบริการดานสุขภาพและการแพทยที่เชื่อมโยงกับการวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรม ยาและเวชภัณฑ 3.2.4 การตลาด การคา และการลงทุน 3.2.4.1 สงเสริมนโยบายการแขงขันอยางเสรีและเปนธรรม ปองกันการผูกขาดตัดตอน และคุมครอง ผูบริโภคอยางมีประสิทธิภาพ รวมทั้งสรางความมั่นใจใหกับผูประกอบการในดานการคุมครองทรัพยสินทาง ปญญา 3.2.4.2 ดําเนินการตลาดเชิงรุกเพื่อรักษาตลาดเดิมและสรางตลาดใหม เพื่อลดการพึ่งพาการสงออก ไปตลาดหลัก โดยสงเสริมการสงออกในตลาดใหม ไดแก จีน อินเดีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา และยุโรป ตะวันออก พรอมทั้งรักษาสวนแบงในตลาดหลักไมใหลดลง โดยมุงเนนการสงออกสินคาที่มีอัตราการขยาย ตัวสูงในตลาดใหม 3.2.4.3 ขยายความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจเพื่อผลประโยชนทางการคาภายใตกรอบความรวมมือและ ขอตกลงทางดานการคาในระบบพหุภาคีและทวิภาคี เพื่อสนับสนุนการปรับโครงสรางทางเศรษฐกิจ รวมทั้ง การปรับปรุงสิ่งอํานวยความสะดวกเพื่อการขยายตลาดการคาระหวางประเทศและการคาชายแดน 3.2.4.4ทบทวนการจัดตั้งสํานักงานพาณิชยในตางประเทศและปรับปรุงกลไกการบริหารจัดการดาน การคาของประเทศใหเปนไปอยางบูรณาการ โดยเชื่อมโยงกลไกในระดับนโยบายและหนวยงานปฏิบัติที่มี ภารกิจเกี่ยวของ เพื่ออํานวยความสะดวกและลดขั้นตอนใหแกธุรกิจภาคเอกชนใหสอดคลองกับสถานการณ ของตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงไป 3.2.4.5 สนับสนุนการลงทุนในตางประเทศในสาขาที่ผูประกอบการไทยมีศักยภาพ ทั้งในการลงทุน ตั้งโรงงานผลิตสินคา การทําสัญญาสินคาเกษตรตามขอตกลง การเปดสาขา การหาตัวแทนและหุนสวนใน ตางประเทศเพื่อสรางเครือขายธุรกิจไทยในตางประเทศ 3.2.4.6 ปรับปรุงแกไขกฎหมายและกฎระเบียบที่เปนอุปสรรคตอการคาการลงทุน เพื่อสราง บรรยากาศการลงทุนที่ดีและสรางความเชื่อมั่นใหกับนักลงทุนทั้งในประเทศและจากตางประเทศ 3.3 นโยบายโครงสรางพื้นฐาน และระบบบริหารจัดการขนสงมวลชน สินคาและบริการ 3.3.1 พัฒนาบริการโครงสรางพื้นฐานใหกระจายไปสูภูมิภาคอยางทั่วถึงและเพียงพอ โดยเฉพาะ การจัดใหมีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอันจําเปนตอการดํารงชีวิตของประชาชน ทั้งน้ําเพื่อการอุปโภคบริโภค บริการสื่อสารโทรคมนาคม และที่อยูอาศัย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน 3.3.2 พัฒนาระบบคมนาคมขนสงและเชื่อมโยงโครงขายการบริหารจัดการขนสงมวลชนสินคาและ บริการ ทั้งพื้นที่ชนบท เมือง และระหวางประเทศ โดยใหความสําคัญแกการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานและ
94.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 83 บริการขนสงระบบรางใหเชื่อมโยงการขนสงตอเนื่องหลายรูปแบบ เพื่อลดตนทุนสินคาและบริการเพื่อการ สงออก 3.3.3 พัฒนาการขนสงทางน้ําและกิจการพาณิชยนาวี ทั้งภายในและระหวางประเทศ ตลอดจน พัฒนาทาเรือน้ําลึกบริเวณพื้นที่ภาคใต พัฒนาทาเรือชุมชน และกองเรือไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลด การใชพลังงานในภาคขนสง เชื่อมโยงประตูการคาใหมและสนับสนุนการทองเที่ยว 3.3.4 พัฒนาทาอากาศยานสุวรรณภูมิ ทาอากาศยานภูมิภาค และอุตสาหกรรมการบินของไทย เพื่อ ใหประเทศไทยเปนศูนยกลางการบิน การทองเที่ยว และการขนสง สินคาทางอากาศชั้นนําของเอเชียและโลก 3.4 นโยบายพลังงาน 3.4.1 สรางความมั่นคงทางดานพลังงาน ดวยการจัดหาพลังงานใหเพียงพอตอการพัฒนาประเทศ เพื่อความอยูดีกินดีของประชาชน โดยเรงรัดใหมีการลงทุนสํารวจและพัฒนาพลังงานทั้งจากในประเทศ เขตพื้นที่พัฒนารวม และจากประเทศเพื่อนบานใหเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งสงเสริมความรวมมือดานพลังงาน กับตางประเทศ 3.4.2 สงเสริมใหมีการกํากับดูแลกิจการพลังงานใหมีราคาพลังงานที่เหมาะ สม เปนธรรม และ กอ ใหเกิดการแขงขันลงทุนในธุรกิจพลังงาน โดยมีมาตรฐาน คุณภาพการใหบริการและความปลอดภัยที่ดี 3.4.3 พัฒนาและวิจัยพลังงานทดแทนทุกรูปแบบเพื่อเปนทางเลือกแกประชาชนตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาอยางยั่งยืน รวมทั้งศึกษาเพื่อเตรียมความพรอมในการตัดสินใจพัฒนา พลังงานทางเลือกอื่นๆ ที่ใชเทคโนโลยีชั้นสูงและพลังงานที่สอดคลองกับทองถิ่น 3.4.4 สงเสริมการอนุรักษและประหยัดพลังงานอยางจริงจังและตอเนื่อง รวมทั้งสนับสนุนการใช พลังงานอยางมีประสิทธิภาพทั้งในภาคการผลิต ภาคบริการ และภาคประชาชน มีมาตรการจูงใจที่เหมาะสม 3.4.5 สงเสริมการพัฒนา ผลิต และใชพลังงานควบคูไปกับการดูแลรักษาสิ่งแวดลอม สงเสริมกลไก การพัฒนาพลังงานที่สะอาด รวมทั้งใหความสําคัญกับการจัดการกาซเรือนกระจกเพื่อชวยบรรเทาสภาวะ โลกรอน 3.5 นโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศ 3.5.1 พัฒนาโครงสรางพื้นฐานดานเทคโนโลยีสารสนเทศ เชน โครงขายสื่อสารความเร็วสูงให ทั่วถึง เพียงพอ ในราคาที่เหมาะสม เปนธรรม และแขงขันได เพื่อเปนโครงขายหลักสนับสนุนการพัฒนา ประเทศไทยไปสูสังคมแหงภูมิปญญา ชวยลดความเหลื่อมล้ําระหวางเขตเมืองและชนบท และเพิ่มศักยภาพ ในการแขงขันของประเทศ 3.5.2 พัฒนาอุตสาหกรรมซอฟตแวร ฮารดแวร และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวของดานบริการความรูผาน สื่ออิเล็กทรอนิกส และจัดใหมีกลไกสนับสนุนแหลงทุนสําหรับผูประกอบธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศขนาด กลางและขนาดยอม รวมทั้งพัฒนาบุคลากรใหมีศักยภาพไดมาตรฐานและสอดคลองกับความตองการของ ตลาด เพื่อผลักดันใหประเทศไทยเปนศูนยกลางดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในภูมิภาค
95.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 84 3.5.3 สนับสนุนการนําเทคโนโลยีสารสนเทศมาใชในการพัฒนาระบบบริหารจัดการและบริการ ภาครัฐดวยระบบอิเล็กทรอนิกส การเชื่อมโยงขอมูล การบริหารจัดการขนสงสินคาและบริการ การเตือนภัย และความมั่นคงของรัฐ บริการการศึกษาและสาธารณสุข ตลอดจนการพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศและ เทคโนโลยีอวกาศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มศักยภาพในการแขงขันของประเทศ 4. นโยบายที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม รัฐบาลใหความสําคัญแกบทบาทของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวด-ลอม ในการสรางความสุขของ ประชาชนและสรางความสามารถในการแขงขันของประเทศ โดยใหความสําคัญแกการบริหารจัดการอยาง บูรณาการระหวางมิติของเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวด-ลอม และเพิ่มการมีบทบาทรวม ของประชาชนและชุมชน โดยจะดําเนินการ ดังนี้ 4.1 อนุรักษ พัฒนา และใชประโยชนจากความหลากหลายทางชีวภาพอยางยั่งยืนใหเกิดมูลคาทาง เศรษฐกิจ โดยใหความสําคัญแกการใชภูมิปญญาและวัฒนธรรมทองถิ่น ตลอดจนความปลอดภัยทางชีวภาพ เพื่อสรางความมั่นคงดานอาหารและสุขภาพ และสรางมูลคาเพิ่มสูเศรษฐกิจระดับประเทศและสากลในระยะ ตอไป 4.2 เรงรัดการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมภายใตการมีสวนรวมของประชาชน ชุมชนทองถิ่น องคกรปกครองสวนทองถิ่น และภาคเอกชน ใหมีความสมดุลของการใชประโยชน การถือ ครอง และการอนุรักษฐานทรัพยากร ที่ดิน ปาไม สัตวปา ทรัพยากรน้ํา ทรัพยากรทางทะเลและชายฝง และ ทรัพยากรธรณี โดยการใชระบบภูมิสารสนเทศ ควบคูกับการปรับปรุงและบังคับใชกฎหมายตลอดจนกฎ ระเบียบที่เกี่ยวของอยางเครงครัด โดยเรงรัดปราบปรามการทําลายปา สัตวปา และทรัพยากรธรรมชาติอยาง จริงจัง รวมทั้งการมีสวนรวมของผูเกี่ยวของใหเกิดประโยชนสูงสุด และมีการใชทรัพยากรธรรมชาติเพื่อ การพัฒนาประเทศและคุณภาพชีวิตอยางยั่งยืน 4.3 อนุรักษทรัพยากรดินและปาไม โดยการยุติการเผาไรนาและทําลายหนาดิน การลดการใชสาร เคมีเพื่อการเกษตร รวมทั้งการฟนฟูดินและปองกันการชะลางทําลายดิน โดยการปลูกหญาแฝกตามแนว พระราชดําริ รวมทั้งมีการกระจายและจัดการกรรมสิทธิ์ที่ดินอยางเปนธรรม อนุรักษและปองกันรักษาปา ที่สมบูรณ สนับสนุนใหมีการปลูกและฟนฟูปาตามแนวพระราชดําริ สนับสนุนการจัดการปาชุมชนและสง เสริมการปลูกไมเศรษฐกิจในพื้นที่ที่เหมาะสมตามหลักวิชาการ และการสนับสนุนบทบาทของชุมชนใน การบริหารจัดการน้ํา เชน การทําฝายตนน้ําลําธารหรือฝายชะลอน้ําตามแนวพระราชดําริ 4.4 จัดใหมีมาตรการปองกันและพัฒนาระบบขอมูลและเตือนภัยจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ เชน อุทกภัย ภัยแลง ธรณีพิบัติ และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และดําเนินมาตรการลดผลกระทบ และความเดือดรอนของประชาชนจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ 4.5 เรงรัดการควบคุมมลพิษทางอากาศ ขยะ น้ําเสีย กลิ่น และเสียง ที่เกิดจากการผลิตและบริโภค โดยเฉพาะเรงรัดการสรางระบบบําบัดน้ําเสียที่เกิดขึ้นจากสังคมเมืองและการผลิตในภาคเกษตรและ
96.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 85 อุตสาหกรรม การจัดทําระบบกําจัดขยะโดยวิธีที่เปนมิตรตอสิ่งแวดลอม และเพิ่มขีดความสามารถขององค กรปกครองสวนทองถิ่นในการกําจัดขยะและบําบัดน้ําเสีย 4.6 สงเสริมใหภาครัฐและภาคเอกชนวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อการอนุรักษพลังงาน การจัดการดานสิ่งแวดลอม การผลิตวัสดุที่สามารถยอยสลายได การหมุนเวียนการใชวัตถุดิบและเทคโนโลยี ที่สะอาด และการใชหลักผูกอมลพิษเปนผูรับภาระคาใชจายเพื่อกระตุนใหเกิดการลดการกอมลพิษและ ลดภาระของสังคมตามธรรมาภิบาลสิ่งแวดลอม 4.7 สงเสริมการสรางความตระหนักทางดานสิ่งแวดลอม รวมทั้งการดําเนินกิจกรรมและการปรับ พฤติกรรมการผลิตและการบริโภค เพื่อบรรเทาผลจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ตลอดจน สนับสนุนการดําเนินการตามพันธกรณีระหวางประเทศที่จะนํามาสูการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม 5. นโยบายวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และนวัตกรรม รัฐบาลตระหนักถึงความสําคัญของการวิจัยและพัฒนาดานวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และนวัตกรรม ในฐานะที่เปนปจจัยสําคัญในการเพิ่มความสามารถในการแขงขันทางเศรษฐกิจ และการยกระดับคุณภาพ ชีวิต โดยรัฐบาลจะดําเนินการ ดังนี้ 5.1 สงเสริมการนํางานวิจัยทางวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีมาใชในการพัฒนา ประเทศ ควบคูกับ การพัฒนาระบบวิจัยและพัฒนาเชิงนวัตกรรมที่มีอยูใหสนองความตองการของภาคการผลิตและบริการ โดยใหความสําคัญแกการเชื่อมโยงระหวางภาคเอกชน สถาบันวิจัย และมหาวิทยาลัย ตลอดจนพัฒนาเครือ ขายวิสาหกิจ ซึ่งจะนําไปสูการวิจัย และพัฒนาตอยอดและมีการใชประโยชนองคความรูและเทคโนโลยีใน เชิงพาณิชย 5.2 สรางเสริมความรูความคิดของประชาชนทางดานวิทยาศาสตร พรอมทั้งเรงผลิตและพัฒนา บุคลากรดานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีที่มีคุณภาพและคุณธรรมใหสอดคลองกับการเจริญเติบโตของภาค การผลิตและบริการ ตลอดจนพัฒนาเสนทางอาชีพเพื่อรักษาบุคลากรดานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีไวใน ระบบ รวมทั้งจัดใหมีสิ่งอํานวยความสะดวกที่สามารถดึงดูดบุคลากรที่มีความรูขั้นสูงจากตางประเทศเพื่อ ใหเกิดการถายทอดองคความรูแกบุคลากรไทย 5.3 พัฒนาโครงสรางพื้นฐานดานวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหมีคุณภาพและปริมาณ ที่เพียงพอกับความตองการ และสนับสนุนการสรางทรัพยสินทางปญญาของคนไทยเพื่อปองกันมิใหไทย ถูกเอาเปรียบทางเทคโนโลยีจากตางประเทศ โดยพัฒนาระบบการจัดการทรัพยสินทางปญญาใหมีประสิทธิ ภาพ พัฒนาระบบรับรองมาตรฐานใหทันสมัย รวมทั้งพัฒนาศูนยบมเพาะธุรกิจที่ใชเทคโนโลยี อุทยานวิทยา ศาสตร และศูนยแหงความเปนเลิศในสาขาเทคโนโลยีที่สําคัญ 5.4 ปรับปรุงระบบการวิจัยของประเทศใหสอดคลองกับการปรับโครงสราง เศรษฐกิจ โดยพัฒนา มาตรการจูงใจ และกฎหมายใหเอื้อตอการลงทุนวิจัยและพัฒนาของภาคธุรกิจ เอกชน และสงเสริมการลงทุน
97.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 86 จัดหาเทคโนโลยีที่เหมาะสมและมีความสําคัญเชิงยุทธศาสตรจากตางประเทศมาใชประโยชน 6. นโยบายการตางประเทศและเศรษฐกิจระหวางประเทศ รัฐบาลจะดําเนินนโยบายตางประเทศเพื่อตอบสนองผลประโยชน สูงสุดของประเทศและประชาชน โดยจะดําเนินบทบาทเชิงรุกในการสงเสริมความรวมมือและขยายความสัมพันธอันดีกับนานาประเทศทั้ง ดานการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม และยึดมั่นในพันธกรณีที่มีอยูกับตางประเทศตาม สนธิสัญญาและความตกลงตางๆ ที่ประเทศไทยเปนภาคี และเคารพกฎหมายระหวางประเทศ รวมทั้งกฎบัต รสหประชาชาติและปฏิญญาสากลวาดวยสิทธิมนุษยชน พรอมกับการสรางภูมิคุมกันและพัฒนาเศรษฐกิจ ไทยทุกสาขาใหไดรับประโยชนจากความสัมพันธทางเศรษฐกิจระหวางประเทศ และสานตอนโยบายทีม ประเทศไทย (Team Thailand) เพื่อใหการดําเนินงานดานตางประเทศมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และมีเอก ภาพ โดยจะดําเนินการ ดังนี้ 6.1 สงเสริมและพัฒนาความสัมพันธกับประเทศเพื่อนบาน โดยสงเสริมความ รวมมือทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชน และสื่อมวลชน เพื่อเสริมสรางความเขาใจอันดีและความใกลชิดระหวางกัน อันจะนําไป สูการขยายความรวมมือทางเศรษฐกิจ การคา การลงทุน การสงเสริมการทองเที่ยว การขยายการคมนาคม ขนสง และความรวมมือดานอื่นๆ ภายใตกรอบความรวมมืออนุภูมิภาค เชน ยุทธศาสตรความรวมมือทาง เศรษฐกิจอิรวดี-เจาพระยา-แมโขง (ACMECS) แผนงานความรวมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุมแมน้ํา โขง (GMS) แผนงานความรวมมือทางเศรษฐกิจอินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (IMT-GT) และความริเริ่มแหง อาวเบงกอลสําหรับความรวมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ (BIMSTEC) เปนตน 6.2 สงเสริมความรวมมือกับประเทศในเอเชีย กรอบความรวมมือเอเชีย และเพิ่ม บทบาทในการ สรางความแข็งแกรงของอาเซียนเพื่อใหบรรลุเปาหมายในการจัดตั้งประชาคมอาเซียน และผลักดันบทบาท อาเซียนในเวทีระหวางประเทศในวาระที่ไทยเปนประธานอาเซียน 6.3 มีบทบาทที่สรางสรรคในองคกรระหวางประเทศ โดยเฉพาะเวทีสหประชาชาติ และองคกร ระดับภูมิภาคตางๆ เพื่อรักษาสันติภาพ ความมั่นคง สงเสริมกระบวนการประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน มนุษยธรรม ตลอดจนรวมมือในการแกไขประเด็นปญหาขามชาติทุกดานที่สงผลกระทบตอความมั่นคง ของมนุษย 6.4 กระชับความรวมมือและความเปนหุนสวนทางยุทธศาสตรกับประเทศและกลุม ประเทศที่มี บทบาทสําคัญของโลก จัดทําขอตกลงการคาเสรีในกรอบพหุภาคีและกับประเทศตาง ๆ เพื่อประโยชนสูงสุด ของประเทศโดยรวม สรางกลไกเพื่อชวยเหลือผูประกอบการใหสามารถปรับตัวรับผลกระทบและสงเสริม การใชประโยชนจากความตกลงการคาเสรี 6.5 ดําเนินงานเชิงรุกทางการทูตเพื่อประชาชน วัฒนธรรม และการศึกษา ตลอด จนการแลกเปลี่ยน ในระดับประชาชนกับนานาประเทศ พรอมทั้งสงเสริมความรวมมือทางวิชาการกับประเทศกําลังพัฒนา และ สานตอความรวมมืออยางใกลชิด เพื่อความเขาใจอันดีกับองคกรทางศาสนาอื่นๆ
98.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 87 6.6 คุมครองผลประโยชนของคนไทย ดูแลคนไทยและแรงงานไทยในตางประเทศ โดยเฉพาะคน ไทยที่ประกอบอาชีพและมีถิ่นฐานในตางประเทศ สงเสริมบทบาทของชุมชนชาวไทยในการรักษาเอกลักษณ และความเปนไทย 7. นโยบายความมั่นคงของรัฐ รัฐบาลจะรักษาความมั่นคงของประเทศ สถาบันพระมหากษัตริย และระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริยทรงเปนประมุข และสรางความสมานฉันทของคนในชาติ เตรียมความพรอมในการเผชิญภัย คุกคามทุกรูปแบบ ทั้งภัยธรรมชาติและความขัดแยงที่อาจสงผลกระทบถึงประเทศไทย แกไขความขัดแยงใน พื้นที่สามจังหวัดภาคใตและสรางการอยูรวมกันอยางสงบสุขสามัคคี สรางความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย สินแกประชาชนในทุกพื้นที่ของประเทศ และตอตานภัยสังคมในทุกรูปแบบ โดยจะดําเนินการ ดังนี้ 7.1 เทิดทูนและพิทักษรักษาไวซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย ดํารงรักษาไวซึ่งพระบรมเดชานุภาพ แหงพระมหากษัตริยมิใหผูใดลวงละเมิดได รวมทั้งเสริมสรางจิตสํานึกประชาชนในชาติใหมีความจงรักภักดี ตอสถาบันพระมหากษัตริย ตลอดจนสรางบรรยากาศใหเกิดความรัก ความสามัคคี และการอยูรวมกันอยาง สันติสุขของคนในชาติ 7.2 เสริมสรางระบบปองกันประเทศใหมีความมั่นคง มีศักยภาพในการรักษา เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแหงเขตอํานาจรัฐ และผลประโยชนของชาติ โดยมุงพัฒนาความทันสมัยของอาวุธยุทโธปกรณ และเตรียมความพรอมของกําลังพลในกองทัพ ตลอดจนการผนึกกําลังประชาชนใหมีสวนรวมในการรักษา ความมั่นคงของประเทศ พรอมทั้งใหการสนับสนุนภารกิจในการพัฒนาประเทศและการรักษาสันติภาพ ภายใตกรอบกติกาของสหประชาชาติ 7.3 เรงพัฒนาระบบการจัดการเพื่อแกไขปญหาผูหลบหนีเขาเมือง แรงงานตาง ดาวผิดกฎหมาย และ บุคคลที่ยังไมมีสถานะที่ชัดเจน เนนการบังคับใชกฎหมายอยางเขมงวดกับขบวนการลักลอบเขาเมืองที่ผูมี อิทธิพลใหการสนับสนุน เพื่อลดขนาดและผลกระทบของปญหาความมั่นคงระยะยาวใหเหลือนอยที่สุด ควบคูไปกับการจัดการแกไขปญหาสถานะและสิทธิของบุคคลที่ไมมีสถานภาพที่ชัดเจนภายใตความสมดุล ระหวางการรักษาความมั่นคงของชาติกับการดูแลสิทธิขั้นพื้นฐาน 7.4 พัฒนาและเสริมสรางเครือขายความรวมมือระหวางประเทศเพื่อการปองกัน และแกไขปญหาการ กอการรายและอาชญากรรมขามชาติ รวมทั้งมุงพัฒนาระบบบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนใหเกิดประโยชน ทางเศรษฐกิจ ควบคูกับการรักษาความมั่นคง ตลอดจนการดําเนินการอยางจริงจังเพื่อการรักษาผลประโยชน ของชาติทางทะเล และเรงขจัดเงื่อนไขความไมเขาใจกับประเทศ เพื่อนบาน เพื่อเสริมสรางความสัมพันธและ พัฒนาความรวมมือระหวางกันทั้งดานเศรษฐกิจและดานความมั่นคง 7.5 ปฏิรูประบบขาวกรองใหเกิดประโยชนตอการรักษาความมั่นคงและการเสริม สรางผล ประโยชนของชาติ โดยจัดระบบบูรณาการความรวมมือระหวางหนวยงานพลเรือน ตํารวจ ทหาร และให ความสําคัญแกขอมูลเชิงลึกดานเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงที่เปนประโยชนตอการปองกันและแกไข
99.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 88 ปญหาของชาติไดอยางแทจริง 7.6 พัฒนาระบบการเตรียมพรอมแหงชาติ โดยเนนการบริหารวิกฤตการณทั้งที่ เกิดจากภัยธรรมชาติ และภัยที่มนุษยสรางขึ้น โดยมุงระดมสรรพกําลังจากทุกภาคสวนใหสามารถดําเนินงานรวมกันอยางมี ประสิทธิภาพ เพื่อปองกัน แกไข บรรเทา และฟนฟูความเสียหายของชาติที่เกิดจากภัยตางๆ 8. นโยบายการบริหารจัดการที่ดี รัฐบาลจะพัฒนาและปรับปรุงระบบการบริหารงานภาครัฐเพื่อให สวนราชการมีความพรอมและ กําลังคนที่มีขีดความสามารถในการปฏิบัติงาน เพื่อตอบสนองความตองการของประชาชนอยางมีประสิทธิ- ภาพ เกิดประสิทธิผล มีความคุมคา และเกิดความเปนธรรมในการใหบริการสาธารณะ และจะปรับปรุง กฎหมายและการยุติธรรม สนับสนุนการพัฒนาการเมือง และการมีสวนรวมของประชาชนในการดําเนิน นโยบายสาธารณะ เพื่อใหเกิดการบริหารราชการแผนดินที่ดี โดยจะดําเนินการดัง ตอไปนี้ 8.1 ประสิทธิภาพการบริหารราชการแผนดิน 8.1.1 ปรับปรุงการใหบริการประชาชน ดวยการสรางนวัตกรรมและนํา เทคโนโลยีใหม ๆ มาใชใน การใหบริการรูปแบบตางๆ เพื่อลดภาระและอํานวยความสะดวกแกประชาชน 8.1.2 พัฒนาระบบและกําหนดมาตรการเพื่อดึงดูดผูมีความรูความสามารถเขามารับราชการ ดวยการ ปรับปรุงระบบคาตอบแทนและสิ่งจูงใจใหเทียบเคียงหรือแขงขันไดในตลาดแรงงาน เพื่อใหระบบราชการ เปนนายจางอันเปนที่หมายปองของผูสมัครงาน รวมทั้งสนับสนุนใหมีการเคลื่อนยายถายโอนกําลังคนทั้ง ภายในระบบราชการและระหวางหนวยงานภาครัฐกับภาคสวนอื่นๆ 8.1.3 พัฒนาระบบงานและสมรรถนะของขาราชการและเจาหนาที่ของรัฐทุก ระดับอยางตอเนื่อง เพื่อใหมีขีดความสามารถในการปฏิบัติราชการและการสงมอบบริการสาธารณะ โดยจะเนนการพัฒนา ขาราชการในตําแหนงที่มีความสําคัญตอยุทธศาสตรการพัฒนาประเทศ และสรางผูนําการเปลี่ยนแปลงใน ระบบราชการ รวมทั้งจะวางมาตรการสําหรับประเมินผลการปฏิบัติงานและจายคาตอบแทนที่เปนธรรม ตามผลงาน เพื่อใหเกิดขวัญกําลังใจและแรงจูงใจในการพัฒนาผลงาน 8.1.4 พัฒนาคุณภาพชีวิตของขาราชการและเจาหนาที่ของรัฐใหดีขึ้นเพื่อให สามารถดํารงชีพอยาง มีศักดิ์ศรี โดยการเพิ่มเงินเดือน คาตอบแทน และสวัสดิการใหเหมาะสมกับสภาพการทํางานและสถานการณ คาครองชีพที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งปรับปรุงสวัสดิภาพการทํางานและภาระหนี้สิน เพื่อใหขาราชการและ เจาหนาที่ของรัฐมีความสมดุลระหวางการทํางานกับชีวิตสวนตัว 8.1.5 เสริมสรางมาตรฐานดานคุณธรรม จริยธรรม ใหแกขาราชการและเจาหนาที่ของรัฐ และพัฒนา ความโปรงใสในการปฏิบัติงานของหนวยงานภาครัฐ พรอมทั้งปองกันและปราบปรามการทุจริตและ ประพฤติมิชอบของขาราชการและเจาหนาที่ของรัฐอยางจริงจัง เพื่อใหภาคราชการเปนที่เชื่อถือไววางใจแก ประชาชน
100.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 89 8.1.6 สงเสริมการกระจายอํานาจการปกครองสูทองถิ่นอยางจริงจัง โดยสรางดุลยภาพระหวางการ กํากับดูแลและความเปนอิสระของทองถิ่น โดยไมกระทบความสามารถในการตัดสินใจดําเนินงานตามความ ตองการของทองถิ่น สรางความเขมแข็งและขีดความสามารถในการบริหารจัดการงบประมาณและบุคลากร ของทองถิ่นเพิ่มขึ้น ตลอดจนพึ่งพาตนเองดวยฐานรายไดที่ทองถิ่นจัดเก็บเองไดมากขึ้น 8.1.7 สนับสนุนใหองคกรปกครองสวนทองถิ่นมีบทบาทในการจัดบริการสาธารณะของทองถิ่น เพิ่มขึ้นโดยคํานึงถึงความจําเปนและความเหมาะสมตามศักยภาพของทองถิ่น รวมทั้งความตองการของ ประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนขยายการใหบริการที่ครอบคลุมการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน เชื่อมโยง และบูรณาการกับแผนชุมชนและแผนระดับตางๆ ในพื้นที่ 8.1.8 เรงรัดดําเนินการถายโอนภารกิจของราชการสวนกลางใหองคกรปกครองสวนทองถิ่น ตาม กฎหมายวาดวยการกําหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจใหแกองคกรปกครองสวนทองถิ่น รวมทั้ง การจัดสรรรายไดใหทองถิ่นแตละประเภทอยางเหมาะสม 8.1.9 สนับสนุนระบบการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการของผูวาราชการจังหวัด ผานกระบวน การจัดทําแผนพัฒนาจังหวัดและกลุมจังหวัด และการจัดทํางบประมาณจังหวัดและกลุมจังหวัด เพื่อให จังหวัดและกลุมจังหวัดวางยุทธศาสตรการพัฒนาและทิศทางการพัฒนาพื้นที่ในอนาคตที่สอดคลองกับแนว นโยบายของรัฐบาล เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ศักยภาพของพื้นที่ และความตองการของประชาชน 8.2 กฎหมายและการยุติธรรม 8.2.1 ดูแลใหมีการปฏิบัติและบังคับใชกฎหมายอยางถูกตอง รวดเร็ว เปนธรรม และทั่วถึง และ สงเสริมการใหความรูเกี่ยวกับกฎหมายที่มีผลกระทบตอประชาชนและภาคธุรกิจ รวมตลอดถึงเพิ่มประสิทธิ ภาพในการคุมครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และสนับสนุนการใหความชวยเหลือทางกฎหมายแก ประชาชน 8.2.2 พัฒนากฎหมายใหทันตอความเปลี่ยนแปลงและความจําเปนของสังคม รวมทั้งจัดใหมี "องคกร เพื่อการปฏิรูปกฎหมาย" และ "องคกรเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม" ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ แหงราชอาณาจักรไทย เพื่อปรับปรุงและพัฒนากฎหมายของประเทศและกระบวนการยุติธรรม 8.2.3 สงเสริมและพัฒนาระบบงานยุติธรรมทุกดาน โดยเฉพาะอยางยิ่งการปองกันอาชญากรรมและ สรางความเปนธรรมในสังคม การพัฒนากระบวนการยุติธรรมทางอาญาใหเปนไปตามหลักนิติธรรม การใช เครื่องมือและหลักวิชาการนิติวิทยาศาสตร การสงเสริมการเขาถึงความยุติธรรมและการมีสวนรวมของ ประชาชนในการอํานวยความยุติธรรม เชน การพัฒนาระบบยุติธรรมชุมชนและยุติธรรมจังหวัด การพัฒนา และจัดใหมีกระบวนการยุติธรรมทางเลือก (ซึ่งเปนกระบวนการชะลอการลงโทษ เชน ใชวิธีการทํางาน บําเพ็ญประโยชนเพื่อสังคม เปนตน) ควบคูกับกระบวนการยุติธรรมกระแสหลัก รวมทั้งการพัฒนาระบบ และวิธีปฏิบัติเพื่อแกไขฟนฟูผูกระทําผิดใหเหมาะสมตอกลุมเปาหมาย ตลอดจนการพัฒนาระบบฐานขอมูล และเทคโนโลยีสารสนเทศกระบวนการยุติธรรม
101.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 90 8.2.4 เสริมสรางความยุติธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต โดยมุงพัฒนากฎหมายและระบบงาน ยุติธรรมที่สอดคลองกับพื้นที่ วิถีชีวิต และวัฒนธรรมทองถิ่น บังคับใชกฎหมายอยางเครงครัด ขจัดเงื่อนไข ความไมยุติธรรม และพัฒนาระบบการพิสูจนการกระทําความผิดที่มีประสิทธิภาพ 8.3 สงเสริมใหประชาชนมีโอกาสไดรับรูขอมูลขาวสารจากทางราชการและสื่อสาธารณะอื่นได อยางกวางขวาง ถูกตอง เปนธรรม และรวดเร็ว รัฐบาลมีความมุงมั่นที่จะดําเนินการตามแนวนโยบายพื้นฐานแหงรัฐอยางจริงจัง โดยรัฐบาลขอ ชี้แจงวา การกําหนดนโยบายของรัฐบาลที่ไดกราบเรียนมาแลวนี้ จะเปนแนวทางดําเนินการในระยะเวลา 4 ป ตามความเรงดวนของการแกไขปญหาของประเทศ รวมทั้งจะเปนการบริหารราชการแผนดินใหเปนไปตาม แนวนโยบายพื้นฐานแหงรัฐตามบทบัญญัติในหมวด 5 วาดวยแนวนโยบาย พื้นฐานแหงรัฐตามรัฐธรรมนูญ แหงราชอาณาจักรไทย นอกจากนี้ เพื่อใหรัฐบาลสามารถบริหารราชการ แผนดินไดตามบทบัญญัติของรัฐ ธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย และดําเนินนโยบายจนบรรลุเปาหมาย ตามที่กําหนดไวได รัฐบาลจะ ดําเนินการปรับปรุงหรือกําหนดแนวทางการปฏิบัติงานของหนวยงานของรัฐ พัฒนาระบบการบริหารจัดการ เสนอรางกฎหมาย ตลอดจนดําเนินการทุกประการที่เกี่ยวของกับการบริหารราชการแผนดินใหมีประสิทธิ ภาพ และสามารถบรรลุผลในทางปฏิบัติเพื่อประโยชนแกการพัฒนาประเทศ โดยถือเปนนโยบายการบริหาร ราชการแผนดินของรัฐบาลนี้ดวย การกําหนดนโยบายบริหารราชการแผนดินของคณะรัฐมนตรีตามที่กลาวมา ไดวางอยูบนพื้นฐาน ขอมูลตามความเปนจริงของประเทศ และความตอเนื่องกับเหตุการณที่ผานมา ตลอดจนการวิเคราะหสภาพ แวดลอมใหมทั้งทางดานเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง และสถานการณของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป เมื่อการแถลงนโยบายนี้เสร็จสิ้นแลว รัฐบาลจะไดเรงดําเนินการใหเปนรูปธรรม โดยจัดทํารายละเอียดของ แผนปฏิบัติการ ประกอบดวย แผนการบริหารราชการแผนดิน แผนปฏิบัติราชการของสวนราชการตาง ๆ และแผนการตรากฎหมาย ที่จะใชเปนคูมือและแนวทางการทํางานตอไป อนึ่ง รัฐบาลนี้ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข โดยถือวารัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยเปนรากฐานสําคัญในการวางระบบการบริหารประเทศใหเกิด ความมั่นคง และสรางเสริมหลักประชาธิปไตยที่ถูกตองและเหมาะสมเปนที่ยอมรับของชน ในชาติ ซึ่ง รัฐธรรมนูญฉบับปจจุบันเปนรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่ใหประชาชนออกเสียงลงประชามติใหความเห็นชอบ แตโดยที่ยังปรากฏวามีความคิดเห็นที่แตกตางกันอยูมาก รัฐบาลนี้จึงจะสนับสนุนใหมีการศึกษา ทบทวน บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเพื่อดําเนินการแกไขใหเปนไปตามหลักประชาธิปไตยอยางแทจริงและเปน ประโยชนตอการบริหารประเทศใหดียิ่งขึ้นในเวลาอันควรตอไป รัฐบาลขอใหความเชื่อมั่นแกรัฐสภาอันเปนองคกรที่มีอํานาจหนาที่ควบคุมการบริหารราชการแผนดิน วาจะบริหารราชการแผนดินดวยความซื่อสัตย สุจริต มีความมุงมั่นที่จะบริหารประเทศใหมีความเจริญกาว
102.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 91 หนา ทัดเทียมอารยประเทศ สรางความเทาเทียมใหเกิดขึ้นในสังคมที่มีความสมดุลมากขึ้น และใหคนไทย มีความภาคภูมิใจในความเปนไทย ทั้งนี้ โดยยึดประโยชนสุขของประชาชนชาวไทยเปนที่ตั้งอยางแทจริง 2. นโยบายดานการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม มีดังนี้ 2.1 นโยบายการศึกษา 2.1.1 ยกระดับคุณภาพการศึกษาของคนไทยอยางมีบูรณาการและสอดคลอง กันตั้งแตระดับ ปฐมวัยจนถึงอุดมศึกษาทั้งในและนอกระบบการศึกษา และสรางระบบการเรียนรูตลอดชีวิต 2.1.2 พัฒนาหลักสูตร ปรับระบบการผลิตและพัฒนาครูใหมีคุณภาพและคุณธรรมอยางทั่วถึง ตอ เนื่อง และกาวทันการเปลี่ยนแปลงในยุคโลกาภิวัตน 2.1.3 สงเสริมการนําเทคโนโลยีสารสนเทศมาใชในการเพิ่มประสิทธิภาพการเรียน การสอน และ การเรียนรูอยางจริงจัง จัดใหมีการเขาถึงระบบอินเทอรเน็ตความเร็วสูงอยางกวางขวาง พรอมทั้งจัดหา อุปกรณเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อประกอบการเรียนการสอนใหโรงเรียนอยางทั่วถึง 2.1.4 ดําเนินการใหบุคคลมีสิทธิเสมอกันในการรับการศึกษา 12 ปโดยไม เสียคาใชจาย รวมทั้ง สนับสนุนผูยากไร ผูพิการหรือทุพพลภาพ หรืออยูในสภาวะยากลําบาก ใหไดรับการศึกษา และเพิ่มโอกาส ใหแกเยาวชนในการศึกษาตอผานกองทุนใหกูยืมที่ผูกพันกับรายไดในอนาคต และเชื่อมโยงกับนโยบายการ ผลิตบัณฑิตเพื่อตอบสนองความตองการบุคลากรที่มีความรูความสามารถของประเทศ รวมทั้งตอยอดให ทุนการศึกษาทั้งในและตางประเทศ 2.1.5 สนับสนุนการผลิตและพัฒนากําลังคนใหสอดรับการเปลี่ยนแปลงโครงสรางภาคการผลิตและ บริการ และเรงผลิตกําลังคนระดับอาชีวศึกษาใหมีคุณภาพเพื่อสนับสนุนความสามารถในการแขงขันของ ประเทศในสาขาตางๆ เชน ปโตรเคมี ซอฟตแวร อาหาร สิ่งทอ บริการสุขภาพและการทองเที่ยว และการ บริหารจัดการขนสงสินคาและบริการ เปนตน ดวยความรวมมือระหวางสถานประกอบการ สถาบันการ ศึกษา และสถาบันเฉพาะทาง ตลอดจนใหมีการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพตามมาตรฐานสากล 2.1.6 ขยายบทบาทของระบบการเรียนรูเชิงสรางสรรคผานองคกรตาง ๆ เชน สํานักงานบริหาร จัดการองคความรู ระบบหองสมุดสมัยใหม หรืออุทยานการเรียนรู พิพิธภัณฑเพื่อการเรียนรูแหงชาติ ศูนย สรางสรรคงานออกแบบ ศูนยพัฒนาดานกีฬา ดนตรี ศิลปะ ศูนยบําบัดและพัฒนาศักยภาพของบุคคล ออทิสติก เด็กสมาธิสั้น และผูดอยโอกาสอื่น ๆ ศูนยการเรียนรูดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 2.2 นโยบายศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม 2.2.1 อุปถัมภ คุมครอง และทํานุบํารุงพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น ๆ เพื่อใหมีบทบาทสําคัญใน การปลูกฝงใหประชาชนเขาใจและนําหลักธรรมของศาสนา มาใชในการเสริมสรางคุณธรรมและพัฒนา คุณภาพชีวิต
103.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 92 2.2.2 ฟนฟูและสืบสานคุณคาความหลากหลายของวัฒนธรรมไทยทั้งที่เปนวิถีชีวิต ประเพณี คานิยม ที่ดีงาม ภูมิปญญาทองถิ่น และการดูแลรักษาแหลงอุทยานประวัติศาสตร โบราณสถาน พิพิธภัณฑตางๆ เพื่อ การศึกษาเรียนรูและใชประโยชนในการเพิ่มมูลคาผลผลิตบน พื้นฐานความรูและความเปนไทย รวมทั้ง สงเสริมและพัฒนาโบราณสถานใหเปนมรดกทางวัฒนธรรมระดับโลก 2.2.3 พัฒนาแหลงเรียนรูทางวัฒนธรรมและการนันทนาการ เพื่อสงเสริมให วัยรุนไทยเกิดการเรียน รูที่ถูกตอง ใชเวลาวางใหเปนประโยชน มีคุณธรรมเอื้ออาทรตอผูอื่น และเกิดการเรียนรูศิลปะอยางสราง สรรค เขาใจถึงคุณคา ซาบซึ้งในความสุนทรียของศิลปะ 2.2.4 ขยายบทบาทสภาวัฒนธรรมทุกจังหวัดใหเปนกลไกเฝาระวังทาง วัฒนธรรมที่ครอบคลุมทั้ง วิถีชีวิตและสื่อทุกประเภทที่มีผลกระทบตอการเบี่ยงเบนทางวัฒนธรรม และพฤติกรรมของเด็กและเยาวชน พรอมทั้งขจัดสื่อที่เปนภัยตอสังคม ขยายสื่อดีเพื่อนําไปสูการสรางภูมิคุมกันทางสังคมอยางเทาทันการณ 3. นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ 3.1) แผนยุทธศาสตรพัฒนาการศึกษากระทรวงศึกษาธิการในชวงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แหงชาติฉบับที่ 10(พ.ศ.2550-2554) มีสาระสําคัญดังนี้ วิสัยทัศน มุงพัฒนาผูเรียนใหมีคุณธรรมนําความรู มีคุณภาพ มีศักยภาพในการพัฒนาตนเองตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง เสริมสรางคุณธรรม พัฒนาสังคมฐานความรู และยืนหยัดบนเวทีโลกบนพื้นฐานความ เปนไทย พันธกิจ 1) เสริมสรางโอกาสทางการศึกษาใหแกประชาชน 2) ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา 3) พัฒนาระบบบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล วัตถุประสงค 1) เพื่อใหประชากรไดมีโอกาสรับการเรียนรูที่ใชคุณธรรมนําความรูตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงและยกระดับการศึกษาของคนไทย 2) เพื่อใหผูเรียนมีคุณภาพสูงขึ้น มีศักยภาพในการพัฒนาตนเองไปสูสังคมฐานความรู สามารถ แขงขันบนเวทีโลกบนพื้นฐานความเปนไทย 3) เพื่อใหการบริหารจัดการศึกษามีประสิทธิภาพมากขึ้นตามหลักธรรมาภิบาล
104.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 93 เปาหมาย 1) จํานวนปการศึกษาเฉลี่ยของคนไทยเปน 10 ป 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาหลักของการศึกษาขั้นพื้นฐานสูงขึ้น รอยละ10 ภายใน 5 ป 3) ผูเรียนรอยละ 80 มีคุณลักษณะที่พึงประสงคตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ 4) รอยละ 60 ของกําลังแรงงานมีการศึกษาระดับ ม.ตนขึ้นไปมีความรูและทักษะที่จําเปนในการ ประกอบอาชีพ 5) สถานศึกษารอยละ 70 มีความแข็งแกรง คลองตัวและมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ยุทธศาสตรและมาตรการ 1) สรางความเสมอภาคและโอกาสเขาถึงบริการการศึกษา 1.1)จัดบริการการศึกษาใหทั่วถึงในทุกระดับทุกประเภทการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย 1.2)สรางหลักประกันโอกาสทางการศึกษาแกผูพิการและดอยโอกาส 1.3)สงเสริมการจัดการศึกษาใหมีความเชื่อมโยงทั้งในระบบ นอกระบบและตามอัธยาศัย 1.4)สงเสริมการศึกษาของเอกชนและการมีสวนรวมของทุกภาคสวนในการจัดและสนับสนุน การศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย 1.5)สงเสริมสนับสนุนการศึกษานอกโรงเรียนและการศึกษาตามอัธยาศัย 2) สรางกระบวนการเรียนรู ปลูกฝงจิตสํานึก คานิยม คุณธรรม วัฒนธรรมตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง 2.1) ปลูกจิตสํานึก สรางเจตคติ ปรับพฤติกรรม 2.2) ปรับกระบวนการเรียนเรียนรู หาตนแบบ สืบทอด 2.3) สรางภูมิตานทานโดยเครือขาย ขยายผลบาน สถาบันศาสนา สถานศึกษาและสื่อ 2.4) กํากับ ติดตาม ประเมินผล 2.5) อนุรักษ สืบทอดวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงาม 3) เรงรัดพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา 3.1) พัฒนาระบบประกันคุณภาพการศึกษาทุกระดับ ทุกประเภท 3.2) สงเสริมและสนับสนุนดานวิจัย พัฒนาและถายทอดองคความรู 3.3) พัฒนาและยกระดับมาตรฐานการศึกษา 3.4) ปรับหลักสูตรกระบวนการเรียนการสอน 3.5) พัฒนาระบบบริหารจัดการความรู 3.6) บูรณาการภูมิปญญากับการจัดการเรียนรูวิทยาการสมัยใหม 3.7) พัฒนาการศึกษาและวิจัยเพื่อใหบริการรักษาพยาบาลและสงเสริมสุขภาพ
105.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 94 3.8) สงเสริมศูนยบมเพาะวิสาหกิจในสถาบันการศึกษาใหเปนแหลงเรียนรูและ พัฒนาระบบธุรกิจ 3.9) สงเสริมและสนับสนุนใหประเทศไทยเปนศูนยกลางการศึกษาในภูมิภาคและสรางภาคี เครือขายและความรวมมือระหวางประเทศในการจัดการศึกษา 4) พัฒนาระบบบริหารจัดการตามหลักเกณฑและวิธีการบริหารจัดการบานเมืองที่ดี 4.1) ปรับปรุง กลไกการประสานงานการจัดการศึกษาในสวนกลางและสวนภูมิภาค 4.2) พัฒนาระบบ กํากับ ติดตาม ประเมินผล 4.3) เรงรัด ปรับปรุงแกไขและประกาศใชกฎหมายเกี่ยวกับการศึกษา 4.4) เรงผลักดันการกระจายอํานาจและสรางความเขมแข็งใหสถานศึกษา 4.5) ปรับสถานภาพของอุดมศึกษาของรัฐที่เปนสวนราชการและมีศักยภาพและความพรอมเปน สถาบันการศึกษาในกํากับของรัฐตามความสมัครใจ 4.6) พัฒนาการวางแผนที่เนนการมีสวนรวมของภาคีเครือขายพัฒนา 4.7) พัฒนาระบบขอมูลกลางทางการศึกษาที่เชื่อมโยงทุกระดับ 5) ผลิตและพัฒนาครู คณาจารยและบุคลากรทางการศึกษา 5.1) พัฒนาระบบการผลิตครู คณาจารยและบุคลากรทางการศึกษา 5.2) พัฒนาครู คณาจารยและบุคลากรทางการศึกษา 5.3) ยกระดับมาตรฐานวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา 5.4) เรงรัดแกปญหาการขาดแคลนครู คณาจารยโดยเฉพาะในสาขาวิชาที่ขาดแคลน 5.5) สรางขวัญ กําลังใจ ความกาวหนาและความมั่นคงในวิชาชีพครู 5.6) พัฒนาและสงเสริม ครู คณาจารยและบุคลากรทางการศึกษาใหมีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู ทางวิชาการรวมกันทั้งภายในและตางประเทส 5.7) พัฒนาระบบงานบุคคลขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 6) พัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จังหวัดชายแดนภาคใต 6.1) จัดการศึกษาเพื่อสรางความมั่นคง 6.2) พัฒนาคุณภาพการศึกษา 6.3) สงเสริมศาสนสถาน 6.4) เสริมสรางโอกาสการศึกษาและการเรียนรูตลอดชีวิต 6.5) สงเสริมการศึกษาเพื่ออาชีพและการมีงานทํา 6.6) พัฒนาการบริหารจัดการ
106.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 95 7) การผลิตและพัฒนากําลังคนเพื่อตอบสนองความตองการของการพัฒนาประเทศ 7.1) สรางและเสริมสรางคานิยมการศึกษาวิชาชีพ 7.2) สงเสริมการมีสวนรวมของทุกภาคสวนในการจัดการศึกษาอาชีวศึกษา 7.3) เรงผลิตและพัฒนากําลังคนทั้งระดับกลางและระดับสูงดานวิทยาศาสตร เทคโนโลยี แพทย พยาบาลและสาขาที่ขาดแคลน 7.4) พัฒนาสมรรถนะและทักษะแรงงานใหรองรับตอการพัฒนาประเทศและสรางระบบตอบแทน ที่เหมาะสม 7.5) เรงรัดการผลิตและพัฒนานักวิจัยใหมีศักยภาพและสอดคลองกับความตองการของประเทศ 3.2) แผนปฏิบัติราชการประจําปงบประมาณ 2551 กระทรวงศึกษาธิการ 1) สภาพปญหาดานการศึกษา 1.1)การขยายโอกาสทางการศึกษา พบวา - เด็กและเยาวชนที่ตกหลนยังไมไดรับการพัฒนา - เด็กยากจนและเด็กดอยโอกาสและปจจัยสนับสนุนการศึกษา 1.2) การพัฒนาคุณภาพและศักยภาพการบริหารจัดการ พบวา - ผลการประเมินคุณภาพการศึกษาในทุกระดับตองเรงรัดแกไข - การขาดแคลน อัตรากําลังครูผูสอนและเจาหนาที่บางสวน - การใช ICT ในการจัดการเรียนการสอน ยังมีนอย เนื่องจากมีขอจํากัด ทั้งอุปกรณและครูที่มี ความรูความสามารถดาน ICT ครู บุคลากรทางการศึกษา ยังขาดพัฒนาความรูและเทคโนโลยีใหมๆ - การทํางานแบบบูรณาการและเครือขายยังไมกระจายตัว ครอบคลุมทุกพื้นที่ - การนํานโยบาย กฎหมาย มาตรฐานการศึกษา สูการปฏิบัติไปสูความสําเร็จในระดับหนึ่ง แต ยังตองปรับปรุงในเรื่องของการสงเสริมความรูความเขาใจที่ถูกตองชัดเจนของผูเกี่ยวของ ระดับหนึ่ง แตยังตองปรับปรุงในเรื่องของการสงเสริมความรูความเขาใจที่ถูกตองชัดเจนของผูเกี่ยว ของในระดับตางๆและพัฒนากลไกที่มีประสิทธิภาพในการประสาน กํากับดูแล การนํานโยบายไปสู การปฏิบัติ - การขาดแคลนคุรุภัณฑการศึกษาหรือไมเพียงพอในการจัดการเรียนการสอนในแตละ สาขาวิชา - โครงการที่เปนโครงการใหมโครงการนํารอง อาจประสบปญหาในเรื่องความเขาใจของผู ปฏิบัติงาน การสื่อสารที่ลาชา สงผลใหการดําเนินงานลาชา และกระจุกตัวในชวงปงบประมาณ 1.3) ผลกระทบทางการศึกษาจากเหตุการณกอความไมสงบสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต
107.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 96 2) สาระสําคัญของ แผนปฏิบัติราชการประจําปงบประมาณ 2551 กระทรวงศึกษาธิการ วิสัยทัศน มุงพัฒนาผูเรียนใหมีคุณธรรมนําความรู มีคุณภาพ มีศักยภาพในการพัฒนาตนเองตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง เสริมสรางคุณธรรม พัฒนาสังคมฐานความรู และยืนหยัดบนเวทีโลกบนพื้นฐานความ เปนไทย พันธกิจ เรงรัดการปฏิรูปการศึกษาเพื่อเสริมสรางโอกาสในการศึกษาใหแกประชาชน โดยยึดคุณธรรมนํา ความรูตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง พัฒนาคุณภาพมาตรฐานการศึกษา และพัฒนาระบบการบริหารจัดการ ใหมีคุณภาพและประสิทธิภาพ เปาประสงค 1) ปการศึกษาโดยเฉลี่ยของประชาชนสูงขึ้น ประชากรวัยแรงงาน มีความรูและทักษะ ที่จําเปน ในการประกอบอาชีพและเพิ่มผลผลิต 2) ผูเรียนมีคุณลักษณะตามเกณฑมาตรฐานการศึกษา 3) ครู คณาจารยและบุคลากรทางการศึกษามีศักยภาพในการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา 4) ทุกภาคสวนของสังคมมีสวนรวมในการจัดการศึกษา สถานศึกษามีความเขมแข็ง มีอิสระ มีความ คลองตัวในการบริหารจัดการ 4) การศึกษาชวยสรางสมานฉันท ความสามัคคี และใชสันติวิธีในการแกปญหา นโยบาย 1) เรงรัดปฏิรูปการศึกษาโดยยึดคุณธรรมนําความรู สรางความตระหนัก สํานึกในคุณคาของ เศรษฐกิจพอเพียง ความสมานฉันท สันติวิธี วิถีประชาธิปไตย พัฒนาคนโดยใชคุณธรรมเปน พื้นฐานของกระบวนการเรียนรู ที่เชื่อมโยงความรวมมือของสถาบันครอบครัว ชุมชน สถาบัน ศาสนาและสถานศึกษา 2) ขยายโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ของประชาชนใหกวางขวาง ทั่วถึง มีคุณภาพ โดยไมเก็บ คาใชจาย และขายโอกาสทางการศึกษาทุกระดับ ทุกประเภท 3) การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ 4) กระจายอํานาจไปสูเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา 5) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชน ภาคเอกชนและทองถิ่น 6) พัฒนาการศึกษาในเขตพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต
108.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 97 ยุทธศาสตร 1) สรางกระบวนการเรียนรู ปลูกฝงจิตสํานึก คานิยม คุณธรรม วัฒนธรรม ตามหลักเศรษฐกิจ พอเพียง วิถีชีวิตประชาธิปไตยและธรรมมาภิบาลแกประชาชนและเยาวชนทุกระดับ โดยเชื่อม โยงความรวมมือกับทุกภาคสวนของสังคม 2) สรางโอกาสทางการศึกษาและสงเสริมการเรียนรูตลอดชีวิต 3) เรงปรับกระบวนการเรียนการสอนเพื่อยกระดับคุณภาพมาตรฐานการศึกษา 4) สนับสนุนการผลิตและพัฒนากําลังคนเพื่อตอบสนองตอความตองการในการพัฒนาประเทศ 5) เรงรัดผลักดันการกระจายอํานาจและสรางความเขมแข็งใหสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาและ สถานศึกษา 6) สงเสริมการมีสวนรวมของทุกภาคสวนในการจัดและสนับสนุนการศึกษาในรูปแบบที่หลาก หลาย 7) จัดการศึกษาในเขตพัฒนาการศึกษาในเขตพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใตใหสอดคลอง กับสภาพเศรษฐกิจ สังคมปละวัฒนธรรมใหเกิดสันติสุข 4. นโยบายและการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา สพฐ. 4.1) นโยบายสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน คุณหญิง ดร.กษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานไดกําหนดนโยบาย การศึกษาเพื่อสนองตอบตอนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้ 1) นโยบายคุณธรรม นําความรูสูการปฏิบัติ 2) นโยบายการขยายโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 3) นโยบายการพัฒนาคุณภาพ และมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ 4) นโยบายการกระจายอํานาจและเสริมสรางความเขมแข็ง ใหเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา 5) นโยบายการเสริมสรางการมีสวนรวม 6) นโยบายการพัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จังหวัดชายแดนภาคใต 4.2) การขับเคลื่อนโยบายสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไดทบทวนสภาพแวดลอมขององคกรจากการนําผล การดําเนินงานตามกลยุทธ ป 2550 ที่พิจารณาจากเปาหมาย จุดเนนของกิจกรรมสําคัญที่ไดติดตามจาก ทุกสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษานํามาปรับปรุงงานหลักตามนโยบาย และงานสนองนโยบายใหมีมิติความ ตอเนื่อง แกจุดบกพรอง และพัฒนา ใหเกิดความกาวหนาสงผลสูนโยบายของรัฐบาล และนโยบายของ กระทรวงศึกษาธิการ ดังมีรายละเอียดของ วิสัยทัศน พันธกิจ และกลยุทธของสํานักงานคณะกรรมการการ ศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังตอไปนี้
109.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 98 วิสัยทัศน สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปนองคกรหลักในการจัดและสงเสริม สนับสนุน การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานใหประชากรวัยเรียนอยางทั่วถึง มีคุณธรรมนําความรูตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง และมีคุณภาพตามมาตรฐาน พันธกิจ ขยายโอกาสทางการศึกษาใหแกประชากรวัยเรียนทุกคน ไดรับการพัฒนาใหเปนบุคคลที่มีคุณธรรม นําความรูตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน และกระจาย อํานาจการบริหารและการจัดการศึกษา เปาประสงค 1. ประชากรวัยเรียนทุกคนทั้งปกติ พิการ และดอยโอกาสไดรับโอกาสในการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ป ตามสิทธิอยางเทาเทียมและทั่วถึง 2. ผูเรียนทุกคนไดรับการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน 3. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษามีความเขมแข็งในการบริหารและการจัดการศึกษา 4. ผูเรียนในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จังหวัดชายแดนภาคใตไดรับการศึกษาที่มีคุณภาพ กลยุทธ สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีภารกิจเกี่ยวกับการจัดและการสงเสริมการศึกษา ขั้นพื้นฐาน จัดทําผลผลิตจํานวน 5 ผลผลิต ไดแก ผูจบการศึกษากอนประถมศึกษา ผูจบการศึกษาภาคบังคับ ผูจบการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย เด็กพิการไดรับการศึกษาขั้นพื้นฐานและพัฒนาสมรรถภาพ และเด็ก ดอยโอกาสไดรับการศึกษา ขั้นพื้นฐาน โดยมีหนวยกํากับ ประสาน สงเสริมการจัดการศึกษาอยูที่สํานัก งานเขตพื้นที่การศึกษา จํานวน 185 เขตพื้นที่การศึกษา และมีสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเปนหนวยปฏิบัติการ การจัดการศึกษา เพื่อใหภารกิจดังกลาวสามารถตอบสนองสภาพปญหาเฉพาะและรองรับการขับเคลื่อน นโยบายของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจึงกําหนดการ ขับเคลื่อนกลยุทธป 2551 ดังตอไปนี้ กลยุทธคุณธรรมนําความรูนอมนําปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสูการปฏิบัติ กลยุทธขยายโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐานอยางกวางขวางและทั่วถึง กลยุทธพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ กลยุทธกระจายอํานาจสงเสริมความเขมแข็งใหสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา กลยุทธสงเสริมการมีสวนรวมผูปกครองชุมชนภาคเอกชนและทองถิ่นในการจัดการศึกษา กลยุทธเรงพัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต
110.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 99 กลยุทธคุณธรรมนําความรูนอมนําปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสูการปฏิบัติ เพื่อใหผูบริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนมีความรูความเขาใจ และปฏิบัติตนตาม หลักคุณธรรมและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หลักธรรมาภิบาล ความสมานฉันท คุณธรรมตาม หลักสูตร และคุณธรรมที่คัดสรรโดยคณะกรรมการสถานศึกษา และนักเรียน โดยป 2551 มีจุดเนน ดังนี้ 1) ทุกโรงเรียนจัดกิจกรรมคุณธรรมนําความรูที่นําคุณธรรมที่คัดสรรเชื่อมโยงสูการเรียนการสอน กลุมสาระและสูวัฒนธรรมองคกร โดยใหความสําคัญแกการนอมนําปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปสูการ ปฏิบัติจริง 2) สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาพัฒนาโรงเรียนคุณธรรมตนแบบและโรงเรียนวิถีพุทธตนแบบ ที่ผานการประเมินตามเกณฑเพิ่มขึ้นไมนอยกวารอยละ 30 กิจกรรมสําคัญที่เปนจุดเนนกลยุทธคุณธรรมนําความรูนอมนําปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู การปฏิบัติ ประกอบดวย 1) สถานศึกษาทุกแหงจัดกิจกรรมคุณธรรมนําความรูที่เชื่อมโยงสูการเรียนการสอนตามกลุม ตางๆ และสูวัฒนธรรมองคกรในระดับตางๆ ทั้งนี้ใหความสําคัญแกการนอมนําปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไป สูการปฏิบัติเปนพิเศษ 2) สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาพัฒนาโรงเรียนคุณธรรมตนแบบและโรงเรียนวิถีพุทธตนแบบที่ ผานการประเมินตามเกณฑเพิ่มขึ้นไมนอยกวารอยละ 30 และสนับสนุนใหโรงเรียนตนแบบเดิมไดพัฒนา ตอยอดและสามารถเปนแหลงเรียนรูสําหรับโรงเรียนอื่น 3) สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาสนับสนุนรูปแบบกิจกรรมพัฒนาผูเรียนรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อเปนกลไกในการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม โดยสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจะ สนับสนุนกิจกรรมเหลานี้เปนพิเศษ กิจกรรมลูกเสือ ยุวกาชาด และเนตรนารี โดยใหสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาทํา ขอมูลเกี่ยวกับความพรอมของแตละสถานศึกษา และเนนการสงเสริมกิจกรรมบําเพ็ญประโยชนที่ผาน กระบวนการลูกเสือ จัดคายคุณธรรมสําหรับนักเรียนเพื่อใหเกิดการรวมกลุมที่จะจัดทําโครงการที่เนนการ ปฏิบัติจริง ปลูกฝงคุณธรรมโดยผานกิจกรรมดนตรี นาฏศิลป และการแสดง พัฒนาระบบบันทึกขอมูลเกี่ยวกับผลงานคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียนที่นําไปใช ประกอบการพิจารณาการคัดเลือกเขามหาวิทยาลัย 4)เสริมความเขมแข็งใหแกระบบดูแลนักเรียนที่ดําเนินการอยูในโรงเรียนมัธยมศึกษา และขยาย ไปสูโรงเรียนขยายโอกาส และพัฒนาระบบสงเสริมความประพฤตินักเรียน และระบบควบคุมพฤติกรรม เสี่ยงของนักเรียน 1
111.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 100 กลยุทธขยายโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐานของประชากรวัยเรียนอยางกวางขวาง และทั่วถึง เพื่อรณรงคใหเด็กและเยาวชนไดรับการศึกษาภาคบังคับและการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ป อยาง ทั่วถึง โดยอาศัยความรวมมือและการสนับสนุนจากทุกภาคสวน โดยป 2551 มีจุดเนน ดังนี้ 1)ทุกสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามีระบบขอมูลที่ใชวางแผนการศึกษา และจัดทําแผนการ บริการใหครอบคลุม ทั่วถึง 2)ทุกสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามีระบบขอมูลที่ใชวางแผนการศึกษา และจัดทําแผนการจัด บริการใหครอบคลุมทั่วถึง 3)ทุกสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพิ่มอัตราการเขาเรียนการศึกษาภาคบังคับ และอัตราการ เรียนตอชั้น ม. 1 และ ม. 4 4) ทุกสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาลดอัตราออกกลางคัน และนําเด็กตกหลนเขาเรียนไมนอย กวารอยละ 50 ของจํานวนเด็กที่สํารวจได กิจกรรมสําคัญที่เปนจุดเนนกลยุทธขยายโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐานของประชากรวัยเรียน อยางกวางขวางและทั่วถึง ประกอบดวย 1)สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแหงเพิ่มอัตราการเรียนตอ ลดอัตราการตกหลน และออกกลาง คัน โดยมีขอมูลเกี่ยวกับสภาวะปจจุบันและเปาหมายที่จะดําเนินการอยางเปนรูปธรรม 2)สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแหงพัฒนาระบบสถิติการศึกษาใหเปนปจจุบัน มีการวางแผน การใหบริการทางการศึกษาเพื่อเตรียมสถานศึกษาและบริการการศึกษาอื่นๆ ใหสอดคลองกับสภาพในพื้นที่ สนองตอบตอนโยบาย และเขาถึงทุกพื้นที่ 3) สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแหงพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษาเพื่อแกปญหาการ ตกหลนและออกกลางคัน และสงเสริมการจัดการศึกษาทางเลือก 4)สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแหงเพิ่มประสิทธิภาพของระบบเฝาระวังและระบบใหความ ชวยเหลือแกนักเรียนที่ดอยโอกาส โดย การสรางความตระหนัก การเก็บขอมูลและเฝาระวังกับเครือขาย ภาครัฐ ภาคประชาชน กํานัน ผูใหญบาน จัดสมัชชาใหเปนไปตาม พระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ ใหความชวยเหลือแกเด็กดอยโอกาส เพื่อดูแลนักเรียนกลุมเสี่ยง ไดเรียนจบการศึกษาภาค บังคับ และเรียนตอ 12 ป จัดทุนการศึกษา ดูแลเรื่องอาหารกลางวัน และการใหบริการอื่นๆ รวมถึงการศึกษาวิจัย ความพอเพียงงบอุดหนุนรายหัว งบอุดหนุนปจจัยพื้นฐาน และแนวทางการสนับสนุนที่เปนธรรมและเสมอ ภาค 2
112.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 101 5)สํานักบริหารงานการศึกษาพิเศษรวมมือกับสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเสริมความเขมแข็ง ใหแกศูนยการศึกษาพิเศษระดับจังหวัด และศูนยเขต โรงเรียนแกนนําเรียนรวมที่จัดตั้งไวเดิม และขยาย โรงเรียนแกนนําเรียนรวมในโรงเรียนที่จัดการศึกษาชวงชั้นที่ 3 และ 4 6)สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษารวมมือกับหนวยงานตางๆ เชน สํานักงานบริหารงานการศึกษา นอกโรงเรียน(กศน.) และ สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดการศึกษาทางเลือกใหแก นักเรียน เพื่อสงเสริมการศึกษาตอในชวงชั้นที่ 4 กลยุทธพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ เพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานในทุกระดับ ซึ่งจะชวยยกระดับคุณภาพ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู ของผูเรียนใหดีขึ้น โดยกําหนดใหมีระบบการประกันคุณภาพภายใน และประเมินผลคุณภาพทางการศึกษา จากหนวยงานภายนอก โดยป 2551 จะเนนการพัฒนาคุณภาพโรงเรียน สมรรถนะของครู และการ ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรูของผูเรียนใหเขาสูมาตรฐาน โดยมีเปาหมาย ดังนี้ 1)นักเรียนชวงชั้นที่ 1 ทุกคนอานหนังสือคลอง และเขียนหนังสือไดตามมาตรฐานการเรียนรู ชวงชั้น ยกเวนผูที่มีขอบกพรองในการเรียนรูที่ตองไดรับการพัฒนาตามศักยภาพ 2)สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแหงมีคาเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในกลุมสาระ คณิตศาสตร และภาษาไทยในชวงชั้นที่ 1 และ 2 เพิ่มขึ้น และลดจํานวนนักเรียนที่ไมผานเกณฑ ในชวงชั้นที่ 3 และ 4 3)สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแหงไดรับการสนับสนุนการมีฐานขอมูลเกี่ยวกับสมรรถนะ ของครูในเนื้อหาของกลุมสาระและการจัดการเรียนการสอนใหสามารถพัฒนาสมรรถนะไปสูมาตรฐานที่ กําหนดไว 4)นักเรียนเรียนรวมทุกคนผานตามเกณฑที่ระบุไวในแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) และขยายโรงเรียนเรียนรวมในระดับมัธยมศึกษาใหครบทุกอําเภอ 5)รอยละ 70 ของโรงเรียนมีผลการประเมินคุณภาพการศึกษาในระดับดี และ ดีมาก โดย ไมมีระดับปรับปรุงและไมมีโรงเรียนที่มีผลประเมินคุณภาพการศึกษาลดลงกวาเดิม 6)ทุกสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาบริหารระบบจัดการความรูที่ดี มีขอมูลเกี่ยวกับโรงเรียนเปน รายโรง สามารถจําแนกและพัฒนาครูตามระดับการพัฒนาของกลุมสาระไดทุกคน กิจกรรมสําคัญที่เปนจุดเนนกลยุทธพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ ประกอบดวย 1)การยกระดับผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน ดําเนินการประเมินผลสัมฤทธิ์ในการเรียนรูในชั้นประถมศึกษาปที่ 3 และชั้นมัธยมศึกษา ปที่ 3 ทุกคน เพื่อเสริมจากการประเมินโดยสํานักงานทดสอบทางการศึกษาแหงชาติที่จะประเมินในชั้น ประถมศึกษาปที่ 6 และชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 และสงเสริมใหสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาดําเนินการ 3
113.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 102 ประเมินผลสัมฤทธิ์ในการเรียนรูของนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 2 และปที่ 5 ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 ปที่ 5 เพื่อเปนฐานขอมูลในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน ขยายการรณรงคเรื่องการอานคลองเขียนคลองไปยังนักเรียนชวงชั้นที่ 1 และ 2 โดยสํานัก งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจะสนับสนุนในเรื่องเทคนิคการสอนอานเขียน การสอนภาษา การ สอนเด็กที่มีปญหาการเรียนรู และประมวลเทคนิคการสอนดีเดนจากสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา สงเสริมการอาน การเขียน และการคิดวิเคราะห โดยพัฒนาหองสมุดแหลงเรียนรูที่มี คุณภาพ และการบูรณาการการคิดวิเคราะหใน การเรียนการสอนทุกกลุมสาระ ยกระดับผลสัมฤทธิ์ในกลุมสาระคณิตศาสตร วิทยาศาสตร และภาษาอังกฤษ โดยสํานัก งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจะสนับสนุนรูปแบบการพัฒนาครู และสื่อ สานตอการนําหลักการเรียนรูบนพื้นฐานความเขาใจเรื่องสมองจากศูนยปฐมวัยตนแบบสู ชั้นประถมศึกษาปที่ 1 และประถมศึกษาปที่ 2 พัฒนาโรงเรียนตามโครงการพัฒนาคุณภาพพิเศษ ใหสามารถพัฒนาเด็กที่มีความสามารถ พิเศษไดเต็มตามศักยภาพใหมีเครือขายเพื่อพัฒนารวมกันและเปนศูนยการพัฒนาใหกับโรงเรียนอื่น และ พัฒนาครูทุกโรงเรียนใหสามารถในการคัดแยกและพัฒนาเด็กที่มีความสามารถพิเศษ สํารวจและวางระบบจัดการศึกษาสําหรับเด็กที่มีปญหาการเรียนรู โดยขยายไปสู โรงเรียนในพื้นที่ใหครอบคลุมอยางนอย รอยละ 25 สงเสริมการพัฒนาแนวทางการจัดการเรียนรูตามความแตกตางระหวางบุคคลในหอง เรียนที่นักเรียนมีระดับความรูความสามารถแตกตางกันอยางมาก สนับสนุนใหมีการจัดงานศิลปหัตถกรรมและมหกรรมวิชาการในทุกจังหวัด เพื่อเปน เวทีสงเสริมคุณภาพมาตรฐานโดยจะจัดงานระดับภูมิภาค ในภาคเรียนที่ 2 ของปการศึกษา 2552 2)พัฒนาคุณภาพของโรงเรียนใหเขาสูมาตรฐาน โดยมีกลุมเปาหมายหลัก ไดแก โรงเรียนที่อยูเกณฑปรับปรุงในการประเมินรอบแรกและโรงเรียนที่ไมไดรับการรับรอง ในรอบที่สองจะพัฒนาเขาสูมาตรฐาน โรงเรียนขนาดเล็กจะวางแผนยุทธศาสตรเพื่อพัฒนาในภาพรวมของสํานักงานเขตพื้นที่ การศึกษา และในป 2551 จะเริ่มพัฒนาใหเขาสูเกณฑมาตรฐานและคุณภาพอยางนอยรอยละ 10 - 20 ตาม ความพรอมของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา พัฒนาโรงเรียนที่มีคุณภาพดี ใหเปนศูนยความเปนเลิศตามกลุมสาระ อยางนอย 1 ศูนย ในทุกสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา พัฒนาโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติใหสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาดําเนินการตาม วัตถุประสงคของการจัดตั้งอยางสมบูรณ โรงเรียนทั่วไปจะพัฒนาใหมีระบบประกันคุณภาพภายในที่มีประสิทธิภาพและนําไปสู การพัฒนาคุณภาพอยางตอเนื่อง
114.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 103 จัดทําแผนแมบทในการนําเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใชในการจัดการ ศึกษาขั้นพื้นฐาน และสงเสริมใหทุกโรงเรียนใชอยางมีประสิทธิภาพ 3)การพัฒนาประสิทธิภาพและคุณภาพมัธยมศึกษาตอนปลาย สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจะเปนแกนกลาง ในการจัดทําแผน ยุทธศาสตรเพื่อพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยเริ่มดําเนินการ ป 2551 4) ยกเครื่องระบบพัฒนาบุคลากร กระจายอํานาจการพัฒนาผูบริหาร และครูผูสอนไปยังสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาโดย เนนการดําเนินการรวมกับมหาวิทยาลัย การพัฒนารูปแบบที่หลากหลาย การจัดระบบขอมูลเกี่ยวกับพื้นฐาน สมรรถนะของผูบริหารและบุคลากรทางการศึกษา ทั้งนี้สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจะ สนับสนุนสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่มีระบบขอมูลเกี่ยวกับสมรรถนะของผูบริหารและครูผูสอนเพื่อให เพิ่มพูนสมรรถนะเปนพิเศษ บรรจุเนื้อหาสาระที่เกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรม การปฏิรูปการเรียนการสอน การประเมิน ผลในชั้นเรียนและจัดใหมีการประเมินผลหลังการอบรม พัฒนาตอเนื่องควบคูกับการปฏิบัติจริงใหเกิดผลสัมฤทธิ์ที่ผูเรียน จัดทําแผนพัฒนาและแฟมขอมูลรายบุคคล เพิ่มประสิทธิภาพในการแกปญหาการขาดแคลนครู พัฒนาครูประจําการที่สอนไมตรงวุฒิ กลยุทธกระจายอํานาจและสงเสริมความเขมแข็งใหสํานักงาน เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา เพื่อใหเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษามีความคลองตัวและมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ โดยทําการจัดระบบการกระจายอํานาจและระบบเครือขายเพิ่มประสิทธิภาพและความพรอมของสถาน ศึกษา โดยป 2551 มีจุดเนน ดังนี้ 1) สถานศึกษาประเภทที่ 1 เดิมจํานวน 609 โรง และใหม อยางนอย 1,110 โรง มีผลการ ประเมินคุณภาพดี หรือดีมากทุกมาตรฐานในรอบ 1 หรือ รอบ 2 โดยมีเครือขายการพัฒนารวมกัน 2) สถานศึกษาประเภทที่ 2 พัฒนาเครือขายสถานศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพและเตรียมความพรอม เขาสูการบริหารจัดการโดยมีโรงเรียนเปนฐาน โดยยกระดับจากเดิมรอยละ 25 และใหมรอยละ 30 ใหเปน สถานศึกษาประเภทที่ 1 ซึ่งตองมีผลประเมินคุณภาพการศึกษาโดยรวมอยูในระดับดี 3) สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแหงมีผลการประเมินผลการดําเนินงานสูงขึ้น กิจกรรมสําคัญที่เปนจุดเนนกลยุทธกระจายอํานาจและสงเสริมความเขมแข็งใหสํานักงานเขตพื้นที่ การศึกษาและสถานศึกษา ประกอบดวย 4
115.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 104 1)สงเสริมการกระจายอํานาจทางบริหารทั่วไป งบประมาณ วิชาการ และบุคคล ไปยังสถานศึกษา และกําหนดมาตรฐานที่แสดงถึงความเขมแข็งของสถานศึกษา สรางความรูความเขาใจกับบุคลากรในสวนกลาง สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถาน ศึกษาประเภท 1 และประเภท 2 เรื่องกฎกระทรวง และประกาศกําหนดหลักเกณฑวิธีการกระจายอํานาจการ บริหารและการจัดการ พัฒนาผูนําการเปลี่ยนแปลงของผูอํานวยการสถานศึกษา รองผูบริหารการศึกษา รองผูอํานวยการสถานศึกษา ครู ศึกษานิเทศกของสถานศึกษาประเภทที่ 1 กลุม 2 ติดตาม นิเทศ ชวยเหลือการพัฒนาผูนําการเปลี่ยนแปลงของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาประเภทที่ 1 กลุม 1 และ กลุม 2 ในกรณีที่สถานศึกษาไดรับคัดเลือกใหเปนสถานศึกษาประเภทที่ 1แตตอมาไมไดรับ การรับรองจากสํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาในรอบสองจะกําหนดใหจัดทํา แผนเรงรัดพัฒนาคุณภาพภายใน 1 ปการศึกษา จัดทําแนวทางและปรับเปลี่ยนวิธีการทํางานของสวนกลาง ใหสอดคลองกับ บทบาทการทํางานของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ที่เขมแข็ง สถานศึกษาประเภทที่ 1 และสถานศึกษา ประเภทที่ 2 2)ปรับศักยภาพในสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจะกําหนดมาตรฐานความเขมแข็งของสํานัก งานเขตพื้นที่การศึกษา และติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยพิจารณาถึงการตอบสนองและพัฒนานโยบายประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ความพึงพอใจของ ผูรับบริการและธรรมาภิบาล เพื่อใหมีขอมูล เปนรายสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา จากผลการประเมินจะจัดสรรงบประมาณและใหความคลองตัวในการบริหารตามความ จําเปน ความพรอม และระดับการพัฒนา ใหความสําคัญแกการพัฒนาทีมงานบริหารของสํานักงาน เขตพื้นที่การศึกษาใหเปน ผูนําการเปลี่ยนแปลงและผูบริหาร มืออาชีพ และการพัฒนาหัวหนากลุมใหมีความเชี่ยวชาญในงานที่รับ ผิดชอบ เรงพัฒนาระบบบริหาร ระบบบริการ ระบบติดตามประเมินผล และระบบเทคโนโลยี การสื่อสารและสารสนเทศในสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา 3)สงเสริมการจัดกลุมเครือขายบริหารสถานศึกษา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเตรียมความพรอม รองรับการกระจายอํานาจ พัฒนาและประสานการทํางานของกลุมเครือขายประสิทธิภาพการบริหารจัดการแบบ โรงเรียนเปนฐานภายในจังหวัดและระหวางจังหวัด
116.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 105 สงเสริม สนับสนุนใหสถานศึกษาประเภทที่ 2 ทํางานรวมกันแบบกลุมเครือขายเพื่อเตรียม ความพรอมรองรับการกระจายอํานาจ กลยุทธสงเสริมการมีสวนรวมของผูปกครองชุมชน ภาคเอกชนและทองถิ่น ในการจัดการศึกษา เพื่อจัดการศึกษาใหสอดคลองกับสภาพปญหาและความตองการของชุมชน และทองถิ่น โดย ปรับบทบาทการมีสวนรวมของเครือขายผูปกครอง ชมรม สมาคม องคกรตางๆ โดยเฉพาะการสงเสริม ความเขมแข็งใหมีสวนรวมในการพัฒนา สงเสริมสถานศึกษาขององคคณะบุคคล โดยป 2551 มีจุดเนน ดังนี้ 1)ทุกสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาพัฒนาความรวมมือขององคคณะบุคคลให สามารถกํากับ สนับสนุน สงเสริมการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาใหเปนไปตามมาตรฐานการ ศึกษา และสอดคลองกับสภาพปญหาความตองการของชุมชนและทองถิ่น 2)ทุกสถานศึกษาปรับและพัฒนาบทบาทการมีสวนรวมในการพัฒนา สงเสริม สนับสนุนการ จัดการศึกษาของเครือขายผูปกครอง ชมรมครู สมาคม และองคกรนักเรียน กิจกรรมสําคัญที่เปนจุดเนนกลยุทธสงเสริมการมีสวนรวมของผูปกครอง ชุมชน ภาคเอกชน และ ทองถิ่น ในการจัดการศึกษา ประกอบดวย 1)เสริมความเขมแข็งใหองคคณะบุคคลในสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา และคณะกรรมการ สถานศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อเปนกลไกการนํานโยบายสูการปฏิบัติใหเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เสริมความเขมแข็งขององคคณะบุคคลในเขตพื้นที่ทั้ง 3 คณะตลอดจนสงเสริมการ ทํางานรวมกันเพื่อประกันโอกาส คุณภาพประสิทธิภาพ และธรรมาภิบาลในการปฏิบัติงานของสํานักงาน เขตพื้นที่การศึกษา เสริมความเขมแข็งของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในการสงเสริม สนับสนุน และติดตามดูแลสถานศึกษา 2) พัฒนาองคกรนักเรียน เครือขายผูปกครอง และองคกรชุมชนใหมีสวนรวมในการพัฒนา สถานศึกษา และชวยเหลือครูและนักเรียน สนับสนุนการพัฒนาสภานักเรียน ที่ประกอบดวยผูนํานักเรียนตางสังกัด และสงเสริม ใหสถานศึกษาสนับสนุนกรรมการนักเรียน และองคกรนักเรียนในรูปแบบตาง ๆ สงเสริมเครือขายผูปกครอง ตามระบบชวยเหลือดูแลนักเรียน สงเสริมใหชุมชนรวมลด “พื้นที่เสี่ยง” เพิ่ม “พื้นที่ดี” และจัดระบบสงเสริมตาม ประพฤตินักเรียน 3) สงเสริมใหองคกรปกครองสวนทองถิ่นไดมีสวนรวมในการจัดการศึกษา 5
117.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 106 สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเสริมความพรอมใหแก องคกรปกครองสวนทองถิ่น สราง ความเขาใจที่ดี ตลอดจนแนวทางในการจัดการศึกษารวมกัน สงเสริมให องคกรปกครองสวนทองถิ่น จัดการศึกษาปฐมวัยอยางมีคุณภาพ และมี บทบาทในการสนับสนุนโรงเรียนขนาดเล็ก และการพัฒนาโรงเรียน ในรูปแบบสหกิจ จัดการถายโอนสถานศึกษาตามเกณฑความพรอมและความสมัครใจ ในจํานวนและชวง ชั้นที่เหมาะสม กลยุทธเรงพัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต เพื่อใหผูเรียนและประชาชนไดรับการศึกษาที่บูรณาการกับวิถีชีวิต อัตลักษณ ความหลากหลาย ทางวัฒนธรรม และอยูรวมกันอยางสันติ โดยป 2551 มีจุดเนน ดังนี้ 1)เด็กและเยาวชนทุกคนไดรับการศึกษาภาคบังคับและมีโอกาสศึกษาตอในชวงชั้นที่ 4 2)นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น 3)ครูและบุคลากรทางการศึกษามีความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กิจกรรมสําคัญที่เปนจุดเนนกลยุทธเรงพัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัด ชายแดนภาคใต ประกอบดวย 1) วางมาตรการที่จะรักษาความปลอดภัยใหแกครู นักเรียน และสถานศึกษา สงเสริมกิจกรรมมวลชนสัมพันธระหวางโรงเรียน และชุมชนทุกรูปแบบ วางระบบรักษาความปลอดภัยแกครู รวมกับชุมชนและหนวยงานที่เกี่ยวของ เสริมสรางความพรอมใหแกโรงเรียนและสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ในการดูแลรักษา ความปลอดภัย เรงรัดมาตรการเยียวยา และพัฒนาคุณภาพชีวิตใหแกครู 2) ประกันโอกาสทางการศึกษาสําหรับเด็กและเยาวชนที่ดอยโอกาส สงเสริมการขยายการศึกษาระดับปฐมวัยอยางทั่วถึง เรงพัฒนาโรงเรียนราชประชานุเคราะหที่จัดสรรใหม 5 แหง ใหสามารถรองรับเด็กและ เยาวชนที่ดอยโอกาส วางมาตรการสนับสนุนทุนการศึกษา และปจจัยพื้นฐานสําหรับนักเรียนที่ยากจนและ นักเรียนที่เรียนดี 3) พัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนบนพื้นฐานความหลากหลายทางวัฒนธรรม ปรับปรุงคุณภาพทางการศึกษาระดับปฐมวัย ปรับปรุงการเรียนการสอนภาษาไทย และสนับสนุนการขยายรูปแบบการสอนสอง ภาษาในพื้นที่ที่มีความจําเปน 6
118.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 107 ขยายการสอนอิสลามศึกษาแบบเขมในโรงเรียนของรัฐ อยางนอย รอยละ 25 เรงพัฒนาครูผูสอนในกลุมสาระตาง ๆ และครูผูสอนศาสนาใหมีพื้นฐานความรู เทคนิค การเรียนการสอน และสามารถนําเทคโนโลยีสารสนเทศมาปรับปรุงประสิทธิภาพ สงเสริมใหโรงเรียนตาดีกา และโรงเรียนประถมศึกษาของรัฐจัดการเรียนการสอนที่ เกื้อหนุนกัน และใชทรัพยากรรวมกัน ใหความสําคัญเปนพิเศษแกการเรียนการสอน ประวัติศาสตรทองถิ่นศาสนสัมพันธ และสันติศึกษา 4)เรงพัฒนาคุณภาพโรงเรียนประจําจังหวัดและอําเภอ ใหเขาสูมาตรฐานชาติและจัดโครงการ เตรียมความพรอมนักเรียนเขาสูระดับอุดมศึกษา 5)ปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารจัดการในพื้นที่ เสริมสรางความเขมแข็งใหสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ตั้งใหม 3 แหง จัดใหมีรองผูอํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษารับผิดชอบในทุกอําเภอ พรอม ศูนยประสานงาน วางระบบที่จะติดตามดูแล สงเสริม สนับสนุนการศึกษาเอกชนอยางมีประสิทธิภาพ 6) แลกเปลี่ยนเรียนรูและสรางสายสัมพันธแหงความเปนไทยขามเขตพื้นที่การศึกษา 7) สงเสริมเครือขายความรวมมือกับประเทศเพื่อนบาน แนวทางดําเนินงานรวมกัน การพัฒนาประสิทธิภาพการใชจายงบประมาณ การใหบริการ และ การสนับสนุน สงเสริม สถานศึกษา ของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาตามระดับความพรอมของการพัฒนา จากการกํากับ ติดตาม ผลการดําเนินงานในระยะที่ผานมา กําหนดเปน แนวทางการดําเนินงานรวมกันได 1. จัดสรรงบประมาณใหสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาตามผลดําเนินการ ดังนี้ 1.1 สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ไดผลการประเมินระดับ A3-A4 จะไดรับงบประมาณ ตามนโยบายนั้น ๆ เพิ่มมากกวาระดับ A1-A2 และมีอิสระในการสามารถดําเนินงานตามแนวทางที่กําหนด ขึ้นเองไปสูเปาหมายที่ตกลงรวมกัน 1.2 สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ได A 2 ใหไดรับงบประมาณมากกวา A1 และสามารถ กําหนดแนวทางดําเนินงานไดเอง 1.3 สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ได A1 จะไดรับงบประมาณและตองดําเนินงานตามแนวทาง ที่ตกลงกับสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจะลดโครงการที่กําหนดใหสํานักงานเขตพื้นที่ การศึกษาปฏิบัติตาม แตจะ
119.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 108 2.1 ใหขอมูลเกี่ยวกับองคความรู เทคนิคใหม ๆ และรูปแบบที่เปนแบบอยางได 2.2 จัดการพัฒนาบุคลากรเฉพาะเรื่องที่เปนแนวทางใหม ๆ และเปดโอกาสใหสํานักงาน เขตพื้นที่การศึกษา “เลือก” รับบริการ 2.3 สนับสนุนการนํารองเฉพาะโครงการที่เปนความริเริ่มใหมและเปดโอกาสใหสํานักงาน เขตพื้นที่การศึกษา “เลือก” เขาโครงการ 2.4 ติดตาม ประเมินการดําเนินโครงการอยางตอเนื่อง 5. วาระแหงชาติดานการศึกษา วาระแหงชาติดานการศึกษาที่สําคัญ ที่เปนมติคณะรัฐมนตรี ที่สําคัญมีดังตอไปนี้ 1. ยุทธศาสตรการพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทย ขณะนี้คุณภาพการศึกษาของไทยตกต่ําลงทุกระดับ และทุกประเภท ไดจัดใหมีการประชุมสมัชชาการศึกษาครั้งใหญ โดยเชิญนักการศึกษาและหนวยงานผูเกี่ยว ของจํานวนมาก มาระดมความคิดและกอบกูบูรณาการแนวทางเพื่อแกปญหาคุณภาพการศึกษาไทยใหชัดเจน โดยไดกําหนดเปนวาระแหงชาติดานยุทธศาสตรพัฒนาคุณภาพการศึกษา 2. ยุทธศาสตรการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งจะไมใชเพียงมาตรการยุบเลิก ยุบรวมอยางเดียว แต จะมีแนวทางพัฒนาโดยยึด "ระบบกลุมโรงเรียนเปนฐาน (School System Based Management)" โดยไมได ยึดโรงเรียนเปนฐาน (School Based Management หรือ SBM) ซึ่งอาจนําตัวอยางของรูปแบบวิธีการจัดการ ศึกษาโรงเรียนขนาดเล็กที่ประสบความสําเร็จมาปรับใช เชน แบบรวมชวงชั้น โรงเรียนขนาดเล็กที่บริษัท CP ไปชวยพัฒนา หรือรูปแบบอื่นๆ ดังนั้น การทุมเทพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก จึงจะชวยยกระดับคุณภาพ การศึกษาใหใกลเคียงกัน และยังเปนการฉุดผลการประเมินสถานศึกษาโดยรวมขึ้นมาดวย 3. ยุทธศาสตรการแกปญหาการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต ใน ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต คือ ยะลา ปตตานี นราธิวาส และบางสวนของสงขลา เนื่องจากทุกคนตั้งความหวังวา การพัฒนาที่ยั่งยืนตองอาศัย การศึกษาเปนตัวนํา แตแนวทางจัดการศึกษาในปจจุบันยังไมชัดเจนตอการพัฒนาในพื้นที่ที่มีความหลาก หลาย เพราะฉะนั้น จึงตองจัดทํายุทธศาสตรการศึกษาในพื้นที่นี้เปนการเฉพาะ ซึ่งจะเนนการแกปญหาหลาย ดาน โดยเฉพาะเรื่อง "ความเปนไทย" เพราะหากคนไทยใชภาษาไทยสื่อสารกันไมไดจะเกิดปญหาความไม เขาใจ โดยจะมีระบบการสอน ๒ ภาษา นอกจากนี้ยังมีเรื่อง "ไทยคดีศึกษา" ซึ่งตองจัดกันใหมในสวนของ สาระวิชาหนาที่พลเมือง และศีลธรรม รวมทั้ง "การใชวิชาสามัญ อาชีพ สอนควบคูกับศาสนา" ในสวนของ "การพัฒนาครูผูสอนศาสนา" ก็ยิ่งเปนเรื่องสําคัญที่ตองทํา เพราะหากมีการสอนผิดๆ ถูกๆ ยิ่งอันตรายมาก ตอการเปนเครื่องมือชี้นําไมใหเกิดความสันติสุขในพื้นที่ ซึ่งวาระแหงชาติดานการศึกษามีสาระสําคัญในแตละเรื่อง ดังนี้
120.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 109 5.1) ยุทธศาสตรการพัฒนาคุณภาพการศึกษา : วาระแหงชาติ การพัฒนาคุณภาพการศึกษา เปนนโยบายสําคัญที่ตองเรงดําเนินการ และไดมีความพยายามที่จะ พัฒนามาอยางตอเนื่อง จากการประเมินสมรรถนะการศึกษาไทยกับนานาประเทศของ International Institute for Management Development (IMD) ที่ใชเกณฑประเมินใน ๑๐ ดัชนีหลัก ประกอบดวยอัตรา สวนนักเรียน/ครูประถมศึกษา อัตราสวนนักเรียน/ครูมัธยมศึกษาอัตราการเขาเรียนมัธยมศึกษาอัตราการไมรู หนังสือ การลงทุน การศึกษา ผลสัมฤทธิ์อุดมศึกษา การถายโอนความรูระหวางภาคธุรกิจกับ มหาวิทยาลัย การตอบสนองความสามารถในการแขงขันของระบบการศึกษา การตอบสนองความสามารถ ในการแขงขันระดับอุดมศึกษา และทักษะดานภาษาที่ตอบสนองตอความตองการของผูประกอบการ พบวา สมรรถนะดานการศึกษาของไทยคอนขางตกต่ํา นอกจากนี้ จากผลการทดสอบระดับชาติของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๓ และ ๖ ก็พบวา ความ สามารถทางภาษา การคิดคํานวณ และเชิงวิเคราะห มีภาพรวมคะแนนเฉลี่ยต่ํากวารอยละ ๕๐ ศธ.ไดจัดการประชุมแบบเขมรวมกับทุกฝายที่เกี่ยวของ เพื่อพิจารณายุทธศาสตรการพัฒนาคุณภาพ การศึกษา ที่ จ.ฉะเชิงเทรา ระหวางวันที่ ๙-๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ โดยไดมีการพิจารณารายงานที่ สกศ.เสนอ และไดมีขอสรุปวา ปจจัยที่มีผลโดยตรงตอคุณภาพการศึกษามี ๖ ประการ คือ นักเรียน ครูและ บุคลากรทางการศึกษา เทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) ระบบการศึกษา ความเขมแข็งของสถานศึกษา และการ มีสวนรวมของเอกชน ชุมชน องคกรปกครองสวนทองถิ่น(อปท.)ซึ่งที่ประชุมไดพิจารณาปจจัยที่มีผลกระทบ ตอคุณภาพการศึกษาดังนี้ ผูเรียนหรือนักเรียน ศธ. ยังไมไดสงเสริมใหเด็กมีพัฒนาการรอบดานอยางเพียงพอกอนการ เขาเรียน เชน IQ ต่ําหรือลดลง มีปญหาดานพัฒนาการทางดานรางกาย จิตใจ สังคม ยังไมเต็มที่ รวมทั้งการ เตรียมผูเรียนกอนจะเขาเรียน เปนตน ครูและบุคลากรทางการศึกษา พบวามีปญหาการขาดแคลนครู และปญหาคุณภาพของครู โดย มีขอเสนอใหพัฒนาครูประจําการ ใหทบทวนระบบการพัฒนาครู ดานเทคโนโลยีสารสนเทศ ICT ในปจจุบันควรจะนําเทคโนโลยีเขามาเปนตัวชวยในฐานะ เครื่องมือของครู และเครื่องมือของเด็ก จึงจะทําใหการพัฒนาคุณภาพการศึกษาไดเต็มที่ ดานระบบการศึกษา การศึกษาขั้นพื้นฐานใชระบบหนวยกิตมาเปนเวลานาน แตยังไมสะทอน ความเปนหนวยกิต จึงควรจะใชระบบหนวยกิตใหเต็มที่ มิใชใชเพียงครึ่งๆ กลางๆ อยางที่เปนอยูในขณะนี้ โดย ศธ.จะสรางความพรอมใหกับโรงเรียน คิดระบบใหดี มีการเตรียมการใหกับโรงเรียน ซึ่งอาจจะใชเวลา ระยะหนึ่ง ๓-๕ ป และมีหลายเรื่องที่เชื่อมโยงกับความออนแอทางการศึกษา เชน การใชระบบชั้นเรียน การ
121.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 110 ตกหรือซ้ําชั้น การเลื่อนชั้นอัตโนมัติ การวัดผลที่ไมเขมขน มีการกําหนดไวเพียงเกรดเฉลี่ย ๑.๐๐ หรือไมถึง ๑.๐๐ ก็เลื่อนชั้นได จึงไดเสนอใหมีการทบทวนการจัดระบบการศึกษาใหเหมาะสมยิ่งขึ้น การสรางความเขมแข็งใหสถานศึกษา ผลการเรียนเกิดที่สถานศึกษา สถานศึกษาจึงตองมีความ เขมแข็ง ซึ่งหมายถึงระบบกระจายอํานาจที่เบ็ดเสร็จและสิ้นสุดที่สถานศึกษา ระบบการเตรียมความพรอม ใหกับผูบริหาร ครู คณาจารย เพื่อใหสามารถบริหารจัดการไดในระดับสถานศึกษา รวมทั้ง ระบบการชวย สนับสนุนใหสถานศึกษาสามารถดําเนินการไดอยางเขมแข็ง การมีสวนรวมของเอกชน ชุมชน ทองถิ่น ซึ่งไดแก การรวมจัด ไมวาจะเปนเอกชน ทองถิ่น รัฐ บาล หรือบุคคลจัด ควรจะมีการกําหนดสัดสวนการรับผิดชอบ เชน ทองถิ่นควรเนนการศึกษาของเด็กเล็ก และการศึกษาภาคบังคับ เอกชนควรเพิ่มความรับผิดชอบจาก ๑๘% เปน ๒๕% หรือไม ในการมีสวนรวม ที่จะเขามาสนับสนุนรัฐ โดยสวนนี้จะเนนไปที่องคกรปกครองสวนทองถิ่น ซึ่งมีทรัพยากรสามารถ สนับสนุนได ศธ.ไดเสนอวา การจะให อปท.เขามารวมรับภาระเปนเรื่องที่สําคัญ หากมีกฎ ระเบียบ หรือ ขอบังคับ ที่เปนอุปสรรค คณะกรรมการกระจายอํานาจใหแกองคกรปกครองสวนทองถิ่นควรจะดูแลแกไข เพื่อใหทองถิ่นมีสวนรวมในการจัดการศึกษาอยางเต็มที่ ขอเสนอการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยกระทรวงศึกษาธิการ จากขอสรุปพบวา ปญหาการศึกษามีสาเหตุจากปจจัยสําคัญ 6 ประการ คือ 1. คุณภาพผูเรียนตกต่ํา 2. ขาดแคลนครูและบุคลากรทางการศึกษา 3. ยังไมใชเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสรางการเรียนรู 4. ระบบการศึกษาที่สงผลรายตอคุณภาพการศึกษา เชน การเลื่อนชั้นอัตโนมัติของนักเรียน ขั้นพื้นฐาน ระบบเด็กฝาก 5 โรงเรียนขนาดเล็ก 1ใน 3 ออนลา และ 6. ขาดสวนรวมจากทุกภาคสวนของสังคม ดังนั้น จึงตองแกไขใหถูกจุดดวยยุทธศาสตรหรือแนวทางตางๆ อันตองประกาศใหคนทั่วไปไดรับรู เพื่อหาทางชวยเหลือ สนับสนุน ซึ่งเรียกวา ยุทธศาสตรการพัฒนาคุณภาพการศึกษา : วาระแหงชาติ (เปนมติคณะรัฐมนตรี) ประกอบดวยยุทธศาสตรหลัก 6 ประการ ดังนี้ 1) ยุทธศาสตรการพัฒนาคุณภาพผูเรียน เชน เด็กปฐมวัยทุกคนไดรับการเตรียมความพรอมอยาง นอย 1 ป กอนเขา ป.1 ทบทวนเกณฑ/ปรับปรุงวิธีการวัดและประเมินผลผูเรียน เรงทบทวนเกณฑการจบ หลักสูตรแตละชวงชั้นและระบบการเรียนแบบหนวยกิต จัดใหมีระบบแนะแนวใหผูเรียนรูจักตนเองและ สาขาอาชีพตางๆ จัดใหมีศูนยขอมูลกําลังคนอาชีวศึกษา จัดใหมีระบบฐานขอมูลสาธารณะอุดมศึกษา และ จัดการสงเสริมการอานใหเปนระเบียบวาระแหงชาติ
122.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 111 2) ยุทธศาสตรการพัฒนาคุณภาพครู คณาจารย และบุคลากรทางการศึกษา โดยขอคืนอัตราเกษียณ และเกษียณกอนกําหนด และวงเงินคืน 100% ยกเลิกระบบครูอัตราจาง จัดใหมีระบบคัดสรรครูที่มีคุณภาพ ปรับเกณฑกําหนดอัตราครูดวยภาระงานใหชัดเจน และมีบุคลากรสายสนับสนุนใหเหมาะสมพอเพียง และ จัดใหมีสถาบันเฉพาะทางดานการผลิตและพัฒนาครูเปนลักษณะสถาบันระดับชาติ (National Institute of Education) 3) ยุทธศาสตรการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา จัดทําแผนกลยุทธการใช ICTปรับคุณภาพการ สอน ชวยแกปญหาขาดครูโดยครูสอนนักเรียนจํานวนมากขึ้น ใชการสรางคลังขอมูลจากโรงเรียนชั้นนํา ใหนักเรียนสรางนวัตกรรมจาก ICT และใหเขาถึงแหลงเรียนรูดวยตนเอง จะเชื่อมโยงคอมพิวเตอรNational Education Network เรงจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา และระดมบริษัทเอกชนระดับโลกมารวม พัฒนา เชน Intel ® Education Initiative Activities, Microsoft : Partnership in Learning, Google Apps 4) ยุทธศาสตรการจัดระบบการศึกษาที่สงผลตอคุณภาพการศึกษา สงเสริมสถานศึกษา พัฒนา ระบบประกันคุณภาพภายใน โดยนําผลคะแนนวัดประเมินผลระดับชาติและผลคะแนนทดสอบทางการ ศึกษาแหงชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) มาประกอบ พัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถาบันอุดมศึกษาที่ เชื่อมโยงกับการประเมินคุณภาพภายนอก จัดระบบคูปองเพื่อสงเสริมการเรียนรูตลอดชีวิตสําหรับผูดอย โอกาส ขจัดระบบฝากนักเรียนและเก็บเงินบริจาค ยกเลิกระบบสอบผานโดยใหซอมเสริมโดยเด็กออนมาก ใหซ้ําชั้น ระบบการสอนแบบทองจําและสอบปรนัย และ ทบทวนระบบการรับนักเรียนทั่วไป นักเรียนเกง พิเศษ นักเรียนพิการและนักเรียนดอยโอกาส 5) ยุทธศาสตรสรางความเขมแข็งของสถานศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพ กระจายอํานาจทั้งดานวิชา การ บุคลากร งบประมาณและบริหารทั่วไป สงเสริมสถานศึกษาที่มีความพรอมพัฒนาเปนองคการมหาชน สงเสริมธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา และการพัฒนาบทบาทนายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภา มหาวิทยาลัยใหมีบทบาทในการบริหารและจัดการศึกษา 6) ยุทธศาสตรการสงเสริมการมีสวนรวมเพื่อการพัฒนาคุณภาพ ใหรัฐกําหนดนโยบายและ เปาหมายที่ชัดเจนในการสนับสนุนเอกชน ชุมชน ฯลฯ เขามารวมจัดการศึกษา มีกลไกสงเสริมสนับสนุน และสรางแรงจูงใจใหเอกชนเขามามีสวนรวมจัดการศึกษามากขึ้น เชน ลดหยอนภาษี พัฒนา ทบทวนกลไก การมีสวนรวมบริหารจัดการ โดยองคคณะบุคคลทั้งระดับชาติ และระดับสถานศึกษา และชวยเหลือ โรงเรียนขนาดเล็ก พัฒนา"ระบบกลุมโรงเรียนเปนฐาน (School System Based Management)" 7) ยุทธศาสตรการจัดการศึกษาอยางมีสวนรวม ใชการศึกษาสรางสังคมแหงการเรียนรู สราง โอกาสแหงการเรียนรู สรางบทบาทประชาสังคม ผูปกครองและชุมชนรวมสนับสนุนและตรวจสอบ สงเสริมสื่อเพื่อการศึกษา สงเสริมบทบาทธุรกิจในการศึกษา และระดมความชวยเหลือ
123.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 112 5.2) ยุทธศาสตรการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก ความเปนมา โรงเรียนขนาดเล็กสังกัด สพฐ.ปจจุบัน มีจํานวน 12,828 แหง (ที่มีจํานวนนักเรียนนอยกวา 120 คน) หรือ คิดเปนรอยละ 40 ของจํานวนโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษา สังกัดสํานักงานคณะกรรมการการ ศึกษาขั้น พื้นฐาน (สพฐ.) จากผลการประเมินคุณภาพ พบวาโรงเรียนขนาดเล็กมีปญหาดานคุณภาพ การศึกษามาก ทั้งนี้เปนเพราะดวยสาเหตุ ปจจัยสําคัญ ดังนี้ 1) การบริหารจัดการต่ํากวามาตรฐาน 2) โรงเรียนหางไกลยิ่งยุบเขาไปไมไดเพราะถายุบโรงเรียนนั้นแลวก็ไมมีโรงเรียน 3) อีกทั้งเรื่องทักษะการเรียนการสอน ไมมีเทคโนโลยี 4) งบประมาณที่จํากัด ชุมชนอยากจน ดังนั้นกระทรวงศึกษาธิการจึงไดเสนอยุทธศาสตรเพื่อแกปญหาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนขนาด เล็ก เรียนวายุทธศาสตรการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก (เปนมติคณะรัฐมนตรี) ประกอบดวยยุทธศาสตรการ พัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก 4 ประการ คือ 1) ยุทธศาสตรที่ 1 พัฒนาระบบวางแผนและการบริหารจัดการ ประกอบดวย การพัฒนาระบบวางแผนการจัดตั้งและพัฒนาโรงเรียนในแตละ สพท. การพัฒนาระบบขอมูลและสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ การพัฒนาระบบบริหารจัดการสําหรับโรงเรียนขนาดเล็กที่อยูในพื้นที่ใกลเคียงกัน การสรางแรงจูงใจแกผูบริหารและครูในโรงเรียนขนาดเล็ก 2) ยุทธศาสตรที่ 2 พัฒนาระบบการเรียนการสอนและการประกันคุณภาพ ประกอบดวย - การพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอนสําหรับโรงเรียนขนาดเล็ก - การพัฒนาผูบริหารโรงเรียนและครูผูสอน - การผลิตและใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการเรียนการสอน - การนิเทศ ติดตาม กํากับ และการวิจัยและพัฒนาสื่อ 3) ยุทธศาสตรที่ 3 เสริมสรางความพรอมและความเขมแข็งของโรงเรียน ประกอบดวย - การจัดทํามาตรฐานโรงเรียนขนาดเล็ก - การปรับปรุงและพัฒนาสถานที่เรียน สภาพแวดลอมที่เอื้อตอการเรียนรู - การจัดอัตรากําลังครู การพัฒนาผูบริหารโรงเรียนและครูผูสอน - การพัฒนาระบบดูแลชวยเหลือนักเรียน - และสนับสนุนงบประมาณ วัสดุ ครุภัณฑที่จําเปน
124.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 113 4) ยุทธศาสตรที่ 4 สงเสริมการมีสวนรวมจากทุกภาคสวนในการจัดการศึกษา ประกอบดวย - การพัฒนาคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน - การสรางและพัฒนาเครือขายผูปกครองใหเขมแข็ง - การสงเสริมใหองคกรปกครองสวนทองถิ่นเขามามีสวนรวม - การเตรียมความพรอมในการมีสวนรวม - การจัดใหมีระบบและกลไกในการระดมทรัพยากร - การวิจัยและพัฒนารูปแบบการมีสวนรวมที่เหมาะสม 5.3) ยุทธศาสตรการจัดการศึกษาภาคใต คณะรัฐมนตรีไดอนุมัติแผนยุทธศาสตรการจัดการศึกษาภาคใตเพื่อพัฒนาการศึกษา นํามาซึ่ง ความสงบสุข มีสาระสําคัญสรุปไดดังนี้ 1) เปนแผนพัฒนายุทธศาสตรระยะ 4 ป พ.ศ. 2551 - 2554 แผนนี้ใชชื่อวาแผนยุทธศาสตรการศึกษา เพื่อความอยูเย็นเปนสุข หรือในภาษามลายูวา Pendidikan Demi Keameanan Dan Kevahagiaan โดยใหการ ศึกษาเปนปจจัยในการสรางความอยูเย็นเปนสุขของคนในพื้นที่ 2) คณะกรรมการยุทธศาสตรการพัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จังหวัดชายแดนภาคใต ที่มีรัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปนประธาน 3) หลักแนวคิด "การศึกษาเพื่อความอยูเย็นเปนสุข" 4) แผนยุทธศาสตรการพัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต ประกอบ ดวยยุทธศาสตรการพัฒนา 7 ดาน ดังนี้ 1) ดานครูและบุคลากรทางการศึกษา 2) ดานคุณภาพสถานศึกษา 3) ดานคุณภาพการศึกษา 4) ดานโอกาสทางศึกษาและการเรียนรูตลอดชีวิต 5) ดานศาสนศึกษาและการเสริมสรางสมานฉันทบนความหลากหลายทางวัฒนธรรม 6) ดานการศึกษาเพื่ออาชีพและการมีงานทํา 7) ดานประสิทธิภาพการบริหารจัดการและการมีสวนรวม
125.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 72 ข. นโยบายรัฐบาลและนโยบายดานการศึกษา 1. นโยบายรัฐบาล (นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายรัฐบาล ตอรัฐสภาในวันที่ 30 ธันวาคม 2551 มีเนื้อหาทั้งสิ้น 36 หนา ขอนําเสนอในสวนของมาตรการเรงดวนระยะ 1 ป รัฐบาลถือเปนภารกิจที่สําคัญอยางยิ่งที่จะตองนําประเทศไทยใหรอดพนจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก ที่กําลังเกิดขึ้นและพัฒนาไปสูการเจริญเติบโตอยางยั่งยืน แกไขวิกฤตทางสังคมที่มีความแตกแยกและพัฒนา ใหประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ยุติวิกฤตทางการเมืองและปฏิรูปการเมืองใหมีความมั่นคงตามแนวทาง ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริยทรงเปนพระประมุข ในการนี้รัฐบาลจะดําเนินการใหบรรลุภารกิจ ดังกลาวภายใตแนวทางพื้นฐานหลัก 4 ประการคือ 1) ปกปองและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริยใหมีความมั่นคงในการเปนศูนยรวมจิตใจและความ รักสามัคคีของคนในชาติ และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริยไวเหนือความขัดแยงทุกรูปแบบ พรอมทั้ง ดําเนินการทุกวิถีทางเพื่อปองกันมิใหมีการลวงละเมิดพระบรมเดชานุภาพอยางจริงจัง 2) สรางความปรองดองสมานฉันท บนพื้นฐานของความถูกตอง ยุติธรรมและความยอมรับของทุก ภาคสวน 3) ฟนฟูเศรษฐกิจ ใหขยายตัวอยางยั่งยืน และบรรเทาผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจที่ประชาชนจะ ประสบ 4) พัฒนาประชาธิปไตยและระบบการเมือง ใหมีความมั่นคง มีการปฏิบัติตามกฎหมาย และบังคับ ใชกฎหมายอยางเสมอภาค เปนธรรม และเปนที่ยอมรับของสากล รัฐบาลจะบริหารราชการแผนดินโดยนอมนําหลัการของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่เนนการ ใชคุณธรรมนําความรู และจะปฏิบัติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยอยางเครงครัด โดยแบงการดําเนินการเปน 2 ระยะ คือ ระยะเรงดวนที่จะเริ่มดําเนินการและมีกําหนดเวลาแลวเสร็จในปแรก อยางชัดเจน(ขอ 1) และระยะการบริหารราชการ 3 ปของรัฐบาล (ขอ 2- 8) ซึ่งมีกําหนดเริ่มตนตั้งแตปแรกเปนตนไป ดังตอไปนี้ ขอ 1.นโยบายเรงดวนที่จะเริ่มดําเนินการในปแรก 1.1 การสรางความเชื่อมั่นและกระตุนเศรษฐกิจในภาพรวมเพื่อใหเกิดความเชื่อมั่นแกภาคประชาชน และเอกชนในการลงทุนและการบริโภค 1.1.1 เสริมสรางความสมานฉันทและความสามัคคีของคนในชาติ ใหเกิดขึ้นโดยเร็ว โดยใช แนวทางสันติ รับฟงความเห็นจากทุกฝาย และหลีกเลี่ยงการใชความรุนแรงในการแกไขปญหาความขัดแยง ในชาติในทุกกรณี รวมทั้งการฟนฟูระเบียบสังคมและบังคับใชกฎหมายอยางเทาเทียมและเปนธรรมแกทุก ฝาย รวมทั้งสนับสนุนองคกรตามรัฐธรรมนูญใหมีสวนรวมในการสรางความสมานฉันท ภายใตกรอบของ บทบาท
126.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 73 1.1.2 จัดใหมีสํานักงานบริหาราชการจังหวัดชายแดนภาคใตเปนองคกรถาวร เพื่อทําหนาที่แกไข ปญหาและพัฒนาพื้นที่ชายแดนภาคใต โดยยึดมั่นหลักการสรางความสมานฉันท และแนวทาง เขาใจ เขาถึง และพัฒนา ใชกระบวนการยุติธรรมกับผูกระทําผิดอยางเครงครัดและเปนธรรม กําหนดจังหวัดชายแดนเปน เขตพัฒนาพิเศษ ที่มีการสนับสนุนแหลงเงินกูดอกเบี้ยต่ํา สิทธิพิเศษดานภาษี และพัฒนาเปนเขต อุตสาหกรรมฮาลาล นอกจากนั้นกําหนดเปนพัฒนาพิเศษตามความหลากหลายทางวัฒนธรรม 1.1.3 ปฏิรูปการเมืองโดยจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อศึกษาแนวทางการดําเนินการปฏิรูป โดยการ มีสวนรวมของภาคประชาชน เพื่อวางระบบการบริหารประเทศใหมีเสถียรภาพและประสิทธิภาพ ใน แนวทางการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข และมีความเหมาะสม สอดคลองกับสภาพสังคมไทย รวมทั้งสามารถสนองตอบตอการพัฒนาประเทศอยางยั่งยืน และเปนไปตาม ความตองการของประชาชนอยางแทจริง 1.1.4 เรงสรางความเชื่อมั่นของประเทศไทยในสายตาของชาวโลก โดยใหความสําคัญกับกรอบ ความรวมมืออาเซียนเปนลําดับแรก และรวมมือกับรัฐสภาในการพิจารณาอนุมัติเอกสารที่เกี่ยวของที่ประเทศ ไทยในฐานะสมาชิกประชาคมอาเซียนจะตองลงนามในชวงของการประชุมสุดยอดผูนําอาเซียนใหแลวเสร็จ ภายในเดือนมกราคม 2552 และเตรียมความพรอมเปนเจาภาพจัดการประชุมสุดยอดผูนําอาเซียนครั้งที่ 14 ใน เดือนกุมภาพันธ 2552 ในฐานะที่ประเทศไทยเปนประธานอาเซียน 1.1.5 ฟนฟูเศรษฐกิจที่กําลังประสบปญหาเปนการเรงดวน โดยจัดทําเปนแผนฟนฟูเศรษฐกิจ ระยะสั้นที่ครอบคลุม ภาคเกษตรและเกษตรกร ภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการและการทองเที่ยว ภาคการ สงออก ภาคอสังหาริมทรัพย การสรางงานและสรางรายไดในชนบท การพัฒนาแหลงน้ําธรรมชาติและฟนฟู ทรัพยากร ใหแลวเสร็จภายในเดือนมกราคม พรอมทั้งจัดทํางบประมาณรายจายเพิ่มเติมประจําปงบประมาณ พ.ศ.2552 โดยมีวัตถุประสงคเพื่อนําเม็ดเงินของรัฐเขาสูระบบเศรษฐกิจและเพื่อใหสามารถบรรเทาภาวะ ความเดือดรอนของประชาชนและภาคธุรกิจได 1.1.6 เรงสรางความเชื่อมั่นใหแกนักทองเที่ยวตางชาติ และเรงรัดมาตรการกระตุนการทองเที่ยว โดยการดําเนินรวมกันระหวางภาครัฐและเอกชนในการประชาสัมพันธดึงดูดนักทองเที่ยวตางชาติ สงเสริม การทองเที่ยวของคนไทยในประเทศ และปรับแผนงบประมาณของสวนราชการที่ไดรับงานประมาณ ประจําปงบประมาณ พ.ศ.2552 อยูแลวเพื่อใชในการจัดการฝกอบรมและสัมมนาใหกระจายทั่วประเทศ รวมทั้งลดหยอนคาธรรมเนียมและคาบริการที่เกี่ยวของกับการทองเที่ยวเพื่อดึงดูดใหมีการเดินทางทองเที่ยว เพิ่มขึ้น 1.1.7 เรงลงทุนเพื่อการพัฒนาประเทศ โดยใหความสําคัญกับโครงการลงทุนที่มีความคุมคามาก ที่สุด เพื่อเสริมสรางบรรยากาศการลงทุน ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเพิ่มความสามารถในการ แขงขันของประเทศ โดยเฉพาะการลงทุนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาทั้งระบบ การลงทุนเพื่อปรับ โครงสรางระบบบริการสุขภาพที่มุงสูการปองกันและสงเสริมสุขภาพ การลงทุนพัฒนาระบบขนสงมวลชน และการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ําและการชลประทาน ใหสามารถเริ่มดําเนินโครงการไดในป 2552 โดย
127.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 74 ใหความสําคัญกับการมีสวนรวมของประชาชน การรักษาสิ่งแวดลอม การดําเนินงานอยางโปรงใส ตรวจสอบได และการรักษาวินัยการคลังของประเทศ รวมทั้งเรงรัดการเบิกจายงบลงทุนของสวนราชการ และรัฐวิสาหกิจ 1.2 การรักษาและเพิ่มรายไดของประชาชน 1.2.1 รวมมือกับภาคเอกชนในการดําเนินมาตรการชะลอการเลิกจางและปองกันการขยายตัวของ การเลิกจางในภาคอุตสาหกรรมและบริการ ทั้งอุตสาหกรรมขนาดใหญ ขนาดกลาง และขนาดยอม โดยใช มาตรการจูงใจเพื่อลดภาระของภาคเอกชนในการชะลอการเลิกจางงาน 1.2.2 ดําเนินมาตรการเรงดวนเฉพาะหนา เพื่อรองรับปญหาแรงงานวางงานจากภาคอุตสาหกรรม และนักศึกษาจบใหม โดยจัดโครงการฝกอบรมแรงงานที่วางงานประมาณ 500,000 คน ในระยะเวลา 1 ป ตามกลุมความถนัดและศักยภาพ และรองรับแรงงานกลับสูภูมิลําเนา เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแขงขันและ สรางมูลคาทางเศรษฐกิจใหแกวิสาหกิจและธุรกิจชุมชน 1.2.3 เรงรัดดําเนินการชวยเหลือบรรเทาความเดือดรอนของผูถูกเลิกจางและผูวางงานอัน เนื่องมาจากวิกฤตเศรษฐกิจ โดยการดูแลใหไดรับสิทธิประโยชนที่พึงจะไดตามกฎหมายโดยเร็ว การหางาน ใหม การสงเสริมอาชีพอิสระ การสรางงาน และการเพิ่มพูนทักษะเพื่อปรับเปลี่ยนอาชีพ รวมทั้งการจัด สวัสดิการที่จําเปน เชน การเพิ่มวงเงินใหกองทุนสงเคราะหลูกจาง เพื่อชวยเหลือลูกจางที่ถูกเลิกจาง และการ ดําเนินโครงการสานฝนแรงงานคืนถิ่น ซึ่งรวมถึงการสรางงานและจัดที่ทํากิน รวมทั้งการเขาถึงแหลงทุน สําหรับแรงงานนอกภาคเกษตรที่ถูกเลิกจางใหคืนสูภาคเกษตร 1.2.4 สรางหลักประกันดานรายไดแกผูสูงอายุ ที่มีรายไดไมเพียงพอแกการยังชีพ หรือไมสามารถ ประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเองได โดยจัดสรรเบี้ยยังชีพแกผูสูงอายุที่มีอายุ 60 ปขึ้นไปที่แสดงความจํานงโดยการ ขอขึ้นทะเบียนเพื่อขอรับการสงเคราะห รวมทั้งขยายเพดานใหกูยืมจากกองทุนผูสูงอายุเปน 30,000 บาทตอ ราย 1.2.5 เพิ่มมาตรการดานการคลัง เพื่อชวยเพิ่มรายไดของประชาชนและกระตุนธุรกิจในสาขาที่ถูก ผลกระทบ 1.2.6 สรางรายไดและศักยภาพทางเศรษฐกิจในระดับฐานราก โดยการจัดตั้งกองทุนเศรษฐกิจ พอเพียง และจัดสรรเงินเพิ่มเติมใหจากวงเงินที่เคยจัดสรรใหเดิม เพื่อพัฒนาแหลงน้ําและพัฒนา ทรัพยากรธรรมชาติระดับชุมชน ลดตนทุนปจจัยการผลิตทางการเกษตร รวมทั้งเรงรัดและลดขั้นตอนของ ภาครัฐเพื่อใหทองถิ่นสามารถเบิกจายงบฯไดอยางรวดเร็ว 1.2.7 ดําเนินมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาสินคาเกษตรผานกลไกและเครื่องมือของรัฐใหมี ประสิทธิภาพ และเรงสรางระบบประกันความเสี่ยงทางการเกษตร ทั้งระบบประกันความเสี่ยงราคาพืชผล ผานกลไกตลาดซื้อขายลวงหนาสินคาเกษตรและระบบประกันภัยพืชผลอันเนื่องมาจากภัยธรรมชาติ 1.2.8 เรงรัดและพัฒนาตลาดและระบบการกระจายสินคาของสินคาเกษตรและสินคาชุมชน เพื่อ กระตุนการบริโภคภายในประเทศ และการสงออก
128.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 75 1.2.9 จัดตั้งสภาเกษตรกรแหงชาติ เพื่อใหเกษตรกรมีสวนรวมในการเสนอนโยบายและ วางแผนพัฒนาการเกษตรอยางเปนระบบ และมีระบบการคุมครองและรักษาผลประโยชนของเกษตรกร รวมทั้งพัฒนาความเขมแข็งของเกษตรกรไดอยางยั่งยืน 1.2.10 สงเสริมบทบาทอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ทั่วประเทศ ใหปฏิบัติงานเชิงรุก ใน การสงเสริมสุขภาพในทองถิ่น/ชุมชน การดูแลเด็กผูสูงอายุ คนพิการ การดูแลผูปวยในโรงพยาบาล และการ เฝาระวังโรคในชุมชน โดยจัดใหมีสวัสดิการคาตอบแทนใหกับ อสม.เพื่อสรางแรงจูงใจหนุนเสริมให ปฏิบัติงานไดอยางคลองตัวและมีประสิทธิภาพ 1.3 การลดภาระคาครองชีพของประชาชน 1.3.1 ใหทุกคนมีโอกาสไดรับการศึกษาฟรี 15 ป โดยสนับสนุนตําราในวิชาหลักใหกับทุก โรงเรียน จัดใหมีชุดนักเรียนและอุปกรณการเรียนฟรีใหทันปการศึกษา 2552 และทั้งสนับสนุนคาใชจาย อื่นๆ เพื่อชดเชยรายการตางๆ ที่โรงเรียนเรียกเก็บจากผูปกครอง 1.3.2 กํากับดูแลราคาสินคาอุปโภคบริโภคและบริการที่มีความจําเปนตอการครองชีพ ใหมี ราคาที่เปนธรรม สะทอนตนทุนอยางเหมาะสมและไมเปนการเอาเปรียบผูบริโภค 1.3.4 ใชกองทุนน้ํามันในการรักษาเสถียรภาพของราคาน้ํามันอยางมีประสิทธิภาพ และเปน ประโยชนตอการสงเสริมการใชพลังงานทดแทนและการใชน้ํามันอยางประหยัด 1.4 ตั้งคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ และคณะกรรมการรวมภาครัฐและเอกชน เพื่อทําหนาที่เรงรัด ติดตาม แกไขปญหา ลดขั้นตอนในการปฏิบัติ และกําหนดมาตรการและโครงการ เพื่อฟนฟูเศรษฐกิจใน ภาวะเรงดวน ขอ 2. นโยบายความมั่นคงของรัฐ ไดแก การแกปญหาแรงงานตางดาว, การเสริมสรางสันติภาพการอยูรวมกันกับประเทศเพื่อนบาน, นโยบายดานสังคมและคุณภาพชีวิต เชน นโยบายดานการศึกษา, ดานแรงงาน, ดานสาธารณสุข, ดานศาสนา ศิลปวัฒนธรรม, สวัสดิการสังคมและความมั่นคงของมนุษย, ดานกีฬาและนันทนาการ ขอ 3 นโยบายดานสังคมละคุณภาพชีวิต นโยบายการศึกษาไดกําหนดไวเปนสวนหนึ่งของนโยบายสังคมและคุณภาพชีวิต รวม ๘ ประการ ดังนี้ 1. ปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ โดยปฏิรูปโครงสรางและการบริหารจัดการ ปรับปรุงกฎหมายให สอดคลองกับรัฐธรรมนูญ และระดมทรัพยากร เพื่อการปรับปรุงการบริหารจัดการศึกษา ตั้งแตระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐานจนถึงระดับอุดมศึกษา พัฒนาครู พัฒนาระบบการคัดเลือกเขาสูมหาวิทยาลัย พัฒนา หลักสูตร รวมทั้งปรับหลักสูตรวิชาแกนหลักรวมถึงวิชาประวัติศาสตร ปรับปรุงสื่อการเรียนการสอน พัฒนา ทักษะในการคิดวิเคราะห ปรับบทบาทการศึกษานอกโรงเรียนเปนสํานักงานการศึกษาตลอดชีวิต และจัดให มีศูนยการศึกษาตลอดชีวิต เพื่อการเรียนรูที่เหมาะสมในแตละพื้นที่ ตลอดถึงการสงเสริมการกระจายอํานาจ
129.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 76 ใหทุกภาคสวนมีสวนรวมในการจัดการศึกษา เพื่อนําไปสูเปาหมายคุณภาพการศึกษาและการเรียนรูที่มุงเนน คุณธรรมนําความรูอยางแทจริง 2. สงเสริมใหภาคเอกชนมีสวนรวมในการพัฒนาการศึกษาทั้งระบบ โดยมุงเนนระดับอาชีวศึกษา และอุดมศึกษา เพื่อใหสนองตอบความตองการดานบุคลากรของภาคเศรษฐกิจ 3. พัฒนาครู อาจารย และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อใหไดครูดี ครูเกง มีคุณธรรม มีคุณภาพ และ มีวิทยฐานะสูงขึ้น ลดภาระงานครูที่ไมเกี่ยวกับการเรียนการสอนตามโครงการคืนครูใหนักเรียน มีการดูแล คุณภาพชีวิตของครู ดวยการปรับโครงสรางหนี้และจัดตั้งกองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตครู ควบคูไปกับการ ลงทุนดานเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่เนนการพัฒนาเนื้อหาสาระและบุคลากร ใหพรอมรองรับและใช ประโยชนจากระบบเทคโนโลยีสารสนเทศไดอยางคุมคา 4. จัดใหทุกคนมีโอกาสไดรับการศึกษาฟรี ๑๕ ป ตั้งแตระดับอนุบาลไปจนถึงมัธยมศึกษาตอน ปลาย พรอมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการใหเกิดความเสมอภาคและความเปนธรรมในโอกาสทาง การศึกษาแกประชากรในกลุมผูดอยโอกาส ทั้งผูยากไร ผูพิการหรือทุพพลภาพ ผูอยูในสภาวะยากลําบาก ผูบกพรองทางรางกายและสติปญญา และชนตางวัฒนธรรม รวมทั้งยกระดับการพัฒนาศูนยเด็กเล็กในชุมชน 5. ยกระดับคุณภาพมาตรฐานการศึกษาระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาไปสูความเปนเลิศ โดย การจัดกลุมสถาบันการศึกษาตามศักยภาพ ปรับเงินเดือนคาตอบแทนของผูสําเร็จอาชีวศึกษาใหสูงขึ้น โดยภาครัฐเปนผูนําและเปนแบบอยางของการใชทักษะอาชีวศึกษาเปนเกณฑกําหนดคาตอบแทนและ ความกาวหนาในงาน ควบคูกับการพัฒนาองคความรู นวัตกรรม ดวยการเพิ่มขีดความสามารถดานการวิจัย และพัฒนา 6. ปรับปรุงระบบการบริหารจัดการกองทุนใหกูยืมเพื่อการศึกษา ใหมีการประนอมและไกลเกลี่ย หนี้ รวมทั้งขยายกองทุนใหกูยืมเพื่อการศึกษาเพิ่มขึ้น เพื่อใหประชาชนมีโอกาสในการเขาถึงการศึกษา อาชีวศึกษาและปริญญาตรีเพิ่มขึ้น 7. สงเสริมใหเด็ก เยาวชน และประชาชน ใชประโยชนจากเทคโนโลยีสารสนเทศ เชิงสรางสรรค อยางชาญฉลาด เพื่อเสริมสรางการเรียนรู 8. เรงรัดการลงทุนดานการศึกษาและเรียนรูอยางมีบูรณาการในทุกระดับการศึกษาและในชุมชน โดยใชพื้นที่และโรงเรียนเปนฐานบูรณาการทุกมิติ และยึดเกณฑการประเมินของสํานักงานรับรองมาตรฐาน และประเมินคุณภาพการศึกษาเปนหลัก ในการยกระดับคุณภาพโรงเรียนที่ต่ํากวาเกณฑมาตรฐาน และ สงเสริมความเปนเลิศของมหาวิทยาลัยไปสูการเปนศูนยกลางทางการศึกษาและวิจัยพัฒนาในภูมิภาค รวมทั้ง เสริมสรางสังคมแหงการเรียนรูอยางตอเนื่องตลอดชีวิตในชุมชน โดยเชื่อมโยงบทบาทสถาบันครอบครัว สถาบันการศึกษา และสถาบันทางศาสนา
130.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 77 ขอ 4.นโยบายดานเศรษฐกิจ เชน การบริหารเศรษฐกิจมหภาค โดยสนับสนุนใหเศรษฐกิจเติบโตอยางมีเสถียรภาพ สราง เสถียรภาพและความมั่นคงของระบบสถาบันการเงินในประเทศ พัฒนาตลาดทุนและสถาบันการเงินให เขมแข็ง สงเสริมและรักษาวินัยการคลัง ปรับปรุงโครงสรางภาษีและการจัดเก็บภาษี กําหนดกรอบการลงทุน ภาครัฐใหมีความชัดเจน และปรับปรุงประสิทธิภาพการดําเนินงานของรัฐวิสาหกิจ การปรับโครงสรางเศรษฐกิจ ไดแก ภาคการเกษตร ปรับปรุงคุณภาพสินคาเกษตร ปศุสัตว ดูแล เสถียรภาพราคาสินคาเกษตร และการเพิ่มมูลคาสินคา จัดหาแหลงน้ําใหเพียงพอและทั่วถึง ตลอดจนการ แกไขปญหาหนี้สินเกษตรกร, ภาคอุตสาหกรรม ดวยการสรางความสามารถในการแขงขัน การปรับปรุง คุณภาพสินคา การผลิตบุคคลากรใหสอดคลองกับตลาดแรงงาน การจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษใน ภาคใตและชายแดน,ภาคทองเที่ยวและบริการ จะมีการพัฒนาแหลงทองเที่ยวเพิ่มเติม ทําการตลาดและ ประชาสัมพันธดานการทองเที่ยว พัฒนาคุณภาพมักคุเทศนและบุคคลกรที่เกี่ยวของกับการทองเที่ยว, ภาค การตลาด การคา และการลงทุน โดยสงเสริมการคาเสรี ขยายตลาดสงออกใหม ใชประโยชนจากขอตกลง FTA สงเสริมการขึ้นทะเบียนทรัพยสินทางปญญา การพัฒนาโครงสรางพื้นฐานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มขีดความสามารถในการแขงขัน ของประเทศ ไดแก ขยายระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน การพัฒนาและเชื่อมโยงระบบโลจิสติกท การพลังงาน จะมุงเนนใหสามารถพึ่งพาตนเองได มีพลังงานเพียงพอและมีเสถียรภาพ มุงเนนการ นําพลังงานทดแทนใหเปนวาระแหงชาติ สงเสริมและอนุรักษการประหยัดพลังงาน กํากับดูแลราคาพลังงาน ใหอยูในระดับที่เหมาะสมและเปนธรรม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เชน การพัฒนาโครงขายสื่อสารโทรคมนาคมพื้นฐานให ครอบคลุมทั่วประเทศ สรางโอกาสในการเขาถึงบริการอยางเทาเทียมกัน และการพัฒนาบุคลากร ขอ 5. นโยบายที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอม ไดแก การคุมครองและอนุรักษปาไม และสัตวปา ทรัพยากรดิน ทรัพยากรน้ํา ทรัพยากรธรณี ทรัพยากรทางทะเลและชายฝง รวมถึงการจัดระบบปองกันและบรรเทาความเดือดรอนแกผูประสบภัย ธรรมชาติ การควบคุมปริมาณของเสีย การพัฒนาองคความรูในการบริหารจัดการดานทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอม ขอ 6.นโยบายวิทยาศาสตรเทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรม สงเสริมและสนับสนุนโครงการวิจัยตามแนวพระราชดําริ การเรงรัดผลิตบุคลากร และจัดใหมี กองทุนวิจัยรวมภาครัฐและเอกชน ขอ 7. นโยบายการตางประเทศและเศรษฐกิจระหวางประเทศ ไดแก การพัฒนาความสัมพันธกับ ประเทศเพื่อนบาน การสรางความแข็งแกรงของอาเซียนในฐานะที่ไทยเปนประธานอาเซียน สงเสริมความ รวมมือกับกลุมประเทศมุลสิม
131.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 78 ขอ 8.นโยบายการบริหารกิจการบานเมืองที่ดี ไดแก การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการแผนดิน โดยดูแลเรื่องคาตอบแทนของเจาหนาที่รัฐใหมี ความเหมาะสม การบริหารงานที่โปรงใส การกระจายอํานาจ เรื่องกฎหมายและการยุติธรรม จะปรับปรุง กฎหมายใหมีความทันสมัยเพื่อปองกันปญหาการคอรัปชั่น สงเสริมใหประชาชนมีสวนรวมในกระบวนการ ยุติธรรม สงเสริมใหประชาชนไดรับรูขอมูลขาวสารและปรับปรุงกลไกสื่อภาครัฐใหมีบทบาทเพื่อประโยชน สาธารณะ 2. นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ 2.1) แผนยุทธศาสตรพัฒนาการศึกษากระทรวงศึกษาธิการในชวงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แหงชาติฉบับที่ 10 (พ.ศ.2550-2554) มีสาระสําคัญดังนี้ วิสัยทัศน มุงพัฒนาผูเรียนใหมีคุณธรรมนําความรู มีคุณภาพ มีศักยภาพในการพัฒนาตนเองตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง เสริมสรางคุณธรรม พัฒนาสังคมฐานความรู และยืนหยัดบนเวทีโลกบนพื้นฐานความ เปนไทย พันธกิจ 1) เสริมสรางโอกาสทางการศึกษาใหแกประชาชน 2) ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา 3) พัฒนาระบบบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล วัตถุประสงค 1) เพื่อใหประชากรไดมีโอกาสรับการเรียนรูที่ใชคุณธรรมนําความรูตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงและยกระดับการศึกษาของคนไทย 2) เพื่อใหผูเรียนมีคุณภาพสูงขึ้น มีศักยภาพในการพัฒนาตนเองไปสูสังคมฐานความรู สามารถ แขงขันบนเวทีโลกบนพื้นฐานความเปนไทย 3) เพื่อใหการบริหารจัดการศึกษามีประสิทธิภาพมากขึ้นตามหลักธรรมาภิบาล เปาหมาย 1) จํานวนปการศึกษาเฉลี่ยของคนไทยเปน 10 ป 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาหลักของการศึกษาขั้นพื้นฐานสูงขึ้น รอยละ10 ภายใน 5 ป 3) ผูเรียนรอยละ 80 มีคุณลักษณะที่พึงประสงคตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ
132.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 79 4) รอยละ 60 ของกําลังแรงงานมีการศึกษาระดับ ม.ตนขึ้นไปมีความรูและทักษะที่จําเปนในการ ประกอบอาชีพ 5) สถานศึกษารอยละ 70 มีความแข็งแกรง คลองตัวและมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ยุทธศาสตรและมาตรการ 1) สรางความเสมอภาคและโอกาสเขาถึงบริการการศึกษา 1.1)จัดบริการการศึกษาใหทั่วถึงในทุกระดับทุกประเภทการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย 1.2)สรางหลักประกันโอกาสทางการศึกษาแกผูพิการและดอยโอกาส 1.3)สงเสริมการจัดการศึกษาใหมีความเชื่อมโยงทั้งในระบบ นอกระบบและตามอัธยาศัย 1.4)สงเสริมการศึกษาของเอกชนและการมีสวนรวมของทุกภาคสวนในการจัดและสนับสนุน การศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย 1.5)สงเสริมสนับสนุนการศึกษานอกโรงเรียนและการศึกษาตามอัธยาศัย 2) สรางกระบวนการเรียนรู ปลูกฝงจิตสํานึก คานิยม คุณธรรม วัฒนธรรมตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง 2.1) ปลูกจิตสํานึก สรางเจตคติ ปรับพฤติกรรม 2.2) ปรับกระบวนการเรียนเรียนรู หาตนแบบ สืบทอด 2.3) สรางภูมิตานทานโดยเครือขาย ขยายผลบาน สถาบันศาสนา สถานศึกษาและสื่อ 2.4) กํากับ ติดตาม ประเมินผล 2.5) อนุรักษ สืบทอดวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงาม 3) เรงรัดพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา 3.1) พัฒนาระบบประกันคุณภาพการศึกษาทุกระดับ ทุกประเภท 3.2) สงเสริมและสนับสนุนดานวิจัย พัฒนาและถายทอดองคความรู 3.3) พัฒนาและยกระดับมาตรฐานการศึกษา 3.4) ปรับหลักสูตรกระบวนการเรียนการสอน 3.5) พัฒนาระบบบริหารจัดการความรู 3.6) บูรณาการภูมิปญญากับการจัดการเรียนรูวิทยาการสมัยใหม 3.7) พัฒนาการศึกษาและวิจัยเพื่อใหบริการรักษาพยาบาลและสงเสริมสุขภาพ 3.8) สงเสริมศูนยบมเพาะวิสาหกิจในสถาบันการศึกษาใหเปนแหลงเรียนรูและ พัฒนาระบบธุรกิจ 3.9) สงเสริมและสนับสนุนใหประเทศไทยเปนศูนยกลางการศึกษาในภูมิภาคและสรางภาคี เครือขายและความรวมมือระหวางประเทศในการจัดการศึกษา
133.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 80 4) พัฒนาระบบบริหารจัดการตามหลักเกณฑและวิธีการบริหารจัดการบานเมืองที่ดี 4.1) ปรับปรุง กลไกการประสานงานการจัดการศึกษาในสวนกลางและสวนภูมิภาค 4.2) พัฒนาระบบ กํากับ ติดตาม ประเมินผล 4.3) เรงรัด ปรับปรุงแกไขและประกาศใชกฎหมายเกี่ยวกับการศึกษา 4.4) เรงผลักดันการกระจายอํานาจและสรางความเขมแข็งใหสถานศึกษา 4.5) ปรับสถานภาพของอุดมศึกษาของรัฐที่เปนสวนราชการและมีศักยภาพและความพรอมเปน สถาบันการศึกษาในกํากับของรัฐตามความสมัครใจ 4.6) พัฒนาการวางแผนที่เนนการมีสวนรวมของภาคีเครือขายพัฒนา 4.7) พัฒนาระบบขอมูลกลางทางการศึกษาที่เชื่อมโยงทุกระดับ 5) ผลิตและพัฒนาครู คณาจารยและบุคลากรทางการศึกษา 5.1) พัฒนาระบบการผลิตครู คณาจารยและบุคลากรทางการศึกษา 5.2) พัฒนาครู คณาจารยและบุคลากรทางการศึกษา 5.3) ยกระดับมาตรฐานวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา 5.4) เรงรัดแกปญหาการขาดแคลนครู คณาจารยโดยเฉพาะในสาขาวิชาที่ขาดแคลน 5.5) สรางขวัญ กําลังใจ ความกาวหนาและความมั่นคงในวิชาชีพครู 5.6) พัฒนาและสงเสริม ครู คณาจารยและบุคลากรทางการศึกษาใหมีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู ทางวิชาการรวมกันทั้งภายในและตางประเทส 5.7) พัฒนาระบบงานบุคคลขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 6) พัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จังหวัดชายแดนภาคใต 6.1) จัดการศึกษาเพื่อสรางความมั่นคง 6.2) พัฒนาคุณภาพการศึกษา 6.3) สงเสริมศาสนสถาน 6.4) เสริมสรางโอกาสการศึกษาและการเรียนรูตลอดชีวิต 6.5) สงเสริมการศึกษาเพื่ออาชีพและการมีงานทํา 6.6) พัฒนาการบริหารจัดการ 7) การผลิตและพัฒนากําลังคนเพื่อตอบสนองความตองการของการพัฒนาประเทศ 7.1) สรางและเสริมสรางคานิยมการศึกษาวิชาชีพ 7.2) สงเสริมการมีสวนรวมของทุกภาคสวนในการจัดการศึกษาอาชีวศึกษา 7.3) เรงผลิตและพัฒนากําลังคนทั้งระดับกลางและระดับสูงดานวิทยาศาสตร เทคโนโลยี แพทย พยาบาลและสาขาที่ขาดแคลน 7.4) พัฒนาสมรรถนะและทักษะแรงงานใหรองรับตอการพัฒนาประเทศและสรางระบบตอบแทน ที่เหมาะสม 7.5) เรงรัดการผลิตและพัฒนานักวิจัยใหมีศักยภาพและสอดคลองกับความตองการของประเทศ
134.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 81 3. แผน นโยบายกระทรวงศึกษาธิการ 3.1 แผนปฏิบัติราชการประจําป กระทรวงศึกษาธิการ 1) สภาพปญหาดานการศึกษา 1.1)การขยายโอกาสทางการศึกษา พบวา - เด็กและเยาวชนที่ตกหลนยังไมไดรับการพัฒนา - เด็กยากจนและเด็กดอยโอกาสและปจจัยสนับสนุนการศึกษา 1.2) การพัฒนาคุณภาพและศักยภาพการบริหารจัดการ พบวา - ผลการประเมินคุณภาพการศึกษาในทุกระดับตองเรงรัดแกไข - การขาดแคลน อัตรากําลังครูผูสอนและเจาหนาที่บางสวน - การใช ICT ในการจัดการเรียนการสอน ยังมีนอย เนื่องจากมีขอจํากัด ทั้งอุปกรณและครูที่มี ความรูความสามารถดาน ICT ครู บุคลากรทางการศึกษา ยังขาดพัฒนาความรูและเทคโนโลยีใหมๆ - การทํางานแบบบูรณาการและเครือขายยังไมกระจายตัว ครอบคลุมทุกพื้นที่ - การนํานโยบาย กฎหมาย มาตรฐานการศึกษา สูการปฏิบัติไปสูความสําเร็จในระดับหนึ่ง แต ยังตองปรับปรุงในเรื่องของการสงเสริมความรูความเขาใจที่ถูกตองชัดเจนของผูเกี่ยวของ ระดับหนึ่ง แตยังตองปรับปรุงในเรื่องของการสงเสริมความรูความเขาใจที่ถูกตองชัดเจนของผูเกี่ยว ของในระดับตางๆและพัฒนากลไกที่มีประสิทธิภาพในการประสาน กํากับดูแล การนํานโยบายไปสู การปฏิบัติ - การขาดแคลนคุรุภัณฑการศึกษาหรือไมเพียงพอในการจัดการเรียนการสอนในแตละ สาขาวิชา - โครงการที่เปนโครงการใหมโครงการนํารอง อาจประสบปญหาในเรื่องความเขาใจของผู ปฏิบัติงาน การสื่อสารที่ลาชา สงผลใหการดําเนินงานลาชา และกระจุกตัวในชวงปงบประมาณ 1.3) ผลกระทบทางการศึกษาจากเหตุการณกอความไมสงบสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต 3.2 สาระสําคัญของ แผนปฏิบัติราชการประจําป กระทรวงศึกษาธิการ วิสัยทัศน มุงพัฒนาผูเรียนใหมีคุณธรรมนําความรู มีคุณภาพ มีศักยภาพในการพัฒนาตนเองตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง เสริมสรางคุณธรรม พัฒนาสังคมฐานความรู และยืนหยัดบนเวทีโลกบนพื้นฐานความ เปนไทย พันธกิจ เรงรัดการปฏิรูปการศึกษาเพื่อเสริมสรางโอกาสในการศึกษาใหแกประชาชน โดยยึดคุณธรรมนํา ความรูตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง พัฒนาคุณภาพมาตรฐานการศึกษา และพัฒนาระบบการบริหารจัดการ ใหมีคุณภาพและประสิทธิภาพ
135.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 82 เปาประสงค 1) ปการศึกษาโดยเฉลี่ยของประชาชนสูงขึ้น ประชากรวัยแรงงาน มีความรูและทักษะ ที่จําเปน ในการประกอบอาชีพและเพิ่มผลผลิต 2) ผูเรียนมีคุณลักษณะตามเกณฑมาตรฐานการศึกษา 3) ครู คณาจารยและบุคลากรทางการศึกษามีศักยภาพในการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา 4) ทุกภาคสวนของสังคมมีสวนรวมในการจัดการศึกษา สถานศึกษามีความเขมแข็ง มีอิสระ มีความ คลองตัวในการบริหารจัดการ 4) การศึกษาชวยสรางสมานฉันท ความสามัคคี และใชสันติวิธีในการแกปญหา นโยบาย 1) เรงรัดปฏิรูปการศึกษาโดยยึดคุณธรรมนําความรู สรางความตระหนัก สํานึกในคุณคาของ เศรษฐกิจพอเพียง ความสมานฉันท สันติวิธี วิถีประชาธิปไตย พัฒนาคนโดยใชคุณธรรมเปน พื้นฐานของกระบวนการเรียนรู ที่เชื่อมโยงความรวมมือของสถาบันครอบครัว ชุมชน สถาบัน ศาสนาและสถานศึกษา 2) ขยายโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ของประชาชนใหกวางขวาง ทั่วถึง มีคุณภาพ โดยไมเก็บ คาใชจาย และขายโอกาสทางการศึกษาทุกระดับ ทุกประเภท 3) การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ 4) กระจายอํานาจไปสูเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา 5) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชน ภาคเอกชนและทองถิ่น 6) พัฒนาการศึกษาในเขตพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต ยุทธศาสตร 1) สรางกระบวนการเรียนรู ปลูกฝงจิตสํานึก คานิยม คุณธรรม วัฒนธรรม ตามหลักเศรษฐกิจ พอเพียง วิถีชีวิตประชาธิปไตยและธรรมมาภิบาลแกประชาชนและเยาวชนทุกระดับ โดย เชื่อมโยงความรวมมือกับทุกภาคสวนของสังคม 2) สรางโอกาสทางการศึกษาและสงเสริมการเรียนรูตลอดชีวิต 3) เรงปรับกระบวนการเรียนการสอนเพื่อยกระดับคุณภาพมาตรฐานการศึกษา 4) สนับสนุนการผลิตและพัฒนากําลังคนเพื่อตอบสนองตอความตองการในการพัฒนาประเทศ 5) เรงรัดผลักดันการกระจายอํานาจและสรางความเขมแข็งใหสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาและ สถานศึกษา
136.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 83 6) สงเสริมการมีสวนรวมของทุกภาคสวนในการจัดและสนับสนุนการศึกษาในรูปแบบที่ หลากหลาย 7) จัดการศึกษาในเขตพัฒนาการศึกษาในเขตพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใตใหสอดคลอง กับสภาพเศรษฐกิจ สังคมปละวัฒนธรรมใหเกิดสันติสุข 4. นโยบายและการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา สพฐ. แนวทางการขับเคลื่อนนโยบายของ สพฐ. ปงบประมาณ ๒๕๕๒ 1. ผลผลิตหลักของ สพฐ. ป ๒๕๕๒ ผลผลิตจํานวน ๕ ผลผลิต ไดแก ๑. ผูจบการศึกษากอนประถมศึกษา ๒. ผูจบการศึกษาภาคบังคับ ๓. ผูจบการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย ๔. เด็กพิการไดรับการศึกษาขั้นพื้นฐานและพัฒนาสมรรถภาพ ๕. เด็กดอยโอกาสไดรับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2. เปาหมายการใหบริการของ สพฐ. ๓ ดาน ๑. ดานโอกาสทางการศึกษา ๑.๑ ประชากรในวัยเรียนไดรับโอกาสในการศึกษาขั้นพื้นฐานอยางเทาเทียม ทั่วถึง และไดรับ โอกาสในการศึกษาปฐมวัยอยางนอย 1 ป กอนเขาเรียนในระดับการศึกษาภาคบังคับ ๑.๒ ผูพิการ ผูดอยโอกาส และผูเรียนในเขตพื้นที่พิเศษไดรับการศึกษาขั้นพื้นฐานและการศึกษา ปฐมวัยอยางเทาเทียมและทั่วถึงตามลักษณะของผูเรียนแตละกลุมและประเภท ๑.๓ ผูเรียน ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใตไดรับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มี คุณภาพและสอดคลองกับอัตลักษณ วิถีชีวิตและความตองการของชุมชน ๒. ดานคุณภาพการศึกษา ๒.๑ ผูเรียนทุกคนไดรับการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการศึกษาปฐมวัย ๒.๒ ครูผูสอนมีเพียงพอและสามารถจัดการเรียนรูตามหลักสูตรไดอยางมีประสิทธิภาพ และใหความสําคัญกับพื้นฐานและศักยภาพของผูเรียน ๒.๓ สถานศึกษาทุกแหงมีระบบประกันคุณภาพภายในและผานการประเมินการศึกษาของ สํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา
137.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 84 ๓. ดานประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษา ตลอดจนองคคณะบุคคลตามกฏหมายมีความพรอม และมีความเขมแข็งที่จะปฏิบัติหนาที่ตามหลักธรรมาภิ บาลอยางมีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผล โดยใชเครือขายความรวมมือทุกภาคสวน 3. กลยุทธสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปงบประมาณ ๒๕๕๒ ๖ กลยุทธ ๑. ปลูกฝงคุณธรรม ความสํานึกในความเปนชาติไทย และวิถีชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง ใหแกนักเรียนทุกคน ๒. เพิ่มอัตราการเขาเรียนในทุกระดับ ทั้งเด็กทั่วไป ผูพิการ ผูดอยโอกาส ลดอัตราการออกกลางคัน และ พัฒนารูปแบบการใหบริการการศึกษาขั้นพื้นฐานแกเยาวชนที่อยูนอกระบบการศึกษา ๓. ยกระดับคุณภาพสถานศึกษาสูมาตรฐานการศึกษาของชาติ พัฒนาผูเรียน สมรรถนะครูและ บุคลากรอยางเปนระบบ เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานและ ปฐมวัย และการเรียนรูที่เนนผูเรียนเปนสําคัญ ผูเรียนบรรลุมาตรฐานการเรียนรูของหลักสูตร การศึกษาอยางเต็มตามศักยภาพ ๔. เรงรัดพัฒนาความพรอมในดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารใหแกสถานศึกษาและ หนวยงานการศึกษาในสังกัดเพื่อการเรียนรูและการบริหารจัดการ ๕. สรางความเขมแข็งและสงเสริมการมีสวนรวมของทุกภาคสวนในการบริหารและการจัด การศึกษาเพื่อรองรับการกระจายอํานาจอยางมีประสิทธิภาพบนหลักธรรมาภิบาลในสํานักงาน เขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษา ๖. เรงพัฒนาการศึกษาและคุณภาพชีวิตนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษ เฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต 4. รายละเอียด กลยุทธ เปาหมายความสําเร็จ และมาตรการ กลยุทธที่ ๑ ปลูกฝงคุณธรรม ความสํานึกในความเปนชาติไทย และวิถีชีวิตตาม หลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงใหแกนักเรียนทุกคน เปาหมายความสําเร็จ ๑. นักเรียนไมนอยกวารอยละ๘๐ผานการประเมินคุณธรรมมีสํานึกในความเปนชาติไทยสามารถ ปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและวิถีประชาธิปไตย มาตรการ ๑. สํารวจสภาพการจัดการเรียนการสอนในกลุมสาระสังคมศึกษา ๒. ประเมินความเขาใจของนักเรียนตามมาตรฐานการเรียนรู ๓. เสริมประสิทธิภาพในการพัฒนาหลักสูตรแกนกลาง หลักสูตรสถานศึกษา
138.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 85 ๔. พัฒนาสื่อและการจัดการเรียนการสอน ๒. ลดจํานวนเยาวชนมีพฤติกรรมเสี่ยง มีโรงเรียนคุณธรรมตนแบบและโรงเรียนวิถีพุทธ ตนแบบผานเกณฑการประเมิน มาตรการ ๑. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแหงมีขอมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมเด็กติดเกมส การ ตั้งครรภ ปญหาเพศสัมพันธในวัยเรียน ความรุนแรงในโรงเรียน และการกระทําผิดในหมูนักเรียน ๒. จัดกิจกรรมสงเสริมคุณธรรมตามนโยบายในแตละสถานศึกษา ๓. มีระบบการจัดการความรู ๔. มีแผนสงเสริมและติดตามผลการพัฒนาคุณธรรมสูการปฏิบัติ และเฝาระวัง ปญหายา เสพติดในโรงเรียน ๓. ผูบริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคนมีความรูความเขาใจในนโยบาย ประพฤติ ปฏิบัติตนเปนแบบอยางที่ดี และสามารถจัดการเรียนการสอนเพื่อปลูกฝงคุณธรรมไดตามนโยบาย มาตรการ ๑. พัฒนาผูบริหาร และครูใหมีความเขาใจและมีความพรอมที่จะจัดกิจกรรมการเรียน การสอน ๒. พัฒนาผูเรียนเพื่อปลูกฝงคุณธรรม โดยใหความสําคัญกับสถานศึกษาที่มีขอมูล พฤติกรรมเสี่ยงของนักเรียนสูง ๔. โรงเรียนทุกแหงจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อปลูกฝงคุณธรรม ความสํานึกในความเปน ชาติไทยและวิถีชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่ใหความสําคัญกับกิจกรรมลดภาวะโลกรอน โดยมี โรงเรียนผานมาตรฐานและสามารถเปนแหลงเรียนรูสําหรับโรงเรียนอื่นไมต่ํากวารอยละ ๕๐ มาตรการ ๑. สงเสริมการจัดการเรียนรู การพัฒนาสื่อ ๒. จัดกิจกรรมพัฒนาผูเรียนที่หลากหลาย โดยเฉพาะการจัดคาย การแสดง ลูกเสือ ดนตรี กีฬา เพื่อเปนแนวทางในการปลูกฝงคุณธรรม ความสํานึกในความเปนชาติ ไทย วิถีประชาธิปไตย ๓. จัดกิจกรรมตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการเรียนรูตามหลักสูตรการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ๔. ใหความสําคัญแกการสรางเสริมจิตสํานึกในความเปนชาติไทยเปนพิเศษใน ปงบประมาณ ๒๕๕๒
139.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 86 ๕. โรงเรียนทุกแหงมีระบบดูแลชวยเหลือนักเรียน และโรงเรียนที่เปดสอนระดับมัธยมศึกษา ตอนตน และมัธยมศึกษาตอนปลายสามารถพัฒนาระบบไดมาตรฐานไมต่ํากวารอยละ ๓๐ มาตรการ ๑. สนับสนุนการพัฒนาระบบดูแลชวยเหลือนักเรียนในโรงเรียนทุกแหง โดยให ความสําคัญกับโรงเรียนที่เปดสอนระดับมัธยมศึกษาตอนตน และมัธยมศึกษาตอน ปลายอยางครบวงจร และประเมินมาตรฐานของระบบเปนรายโรงเพื่อพัฒนาตอ ยอด ๒. สงเสริมใหสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาทํางานเปนเครือขายกับ สถาบันทางศาสนา ผูปกครอง และหนวยงานที่เกี่ยวของในการสงเสริมคุณธรรม และแกปญหาพฤติกรรมของครูและบุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน กลยุทธที่ ๒ เพิ่มอัตราการเขาเรียนในทุกระดับ ทั้งเด็กทั่วไป ผูพิการ ผูดอยโอกาส ลดอัตราการออก กลางคัน และพัฒนารูปแบบการใหบริการการศึกษาขั้นพื้นฐานแกเยาวชนที่อยู นอกระบบการศึกษา เปาหมายความสําเร็จ ๑. เพิ่มอัตราการเขาเรียนภาคบังคับโดยรวม ไมต่ํากวารอยละ ๙๐ โดยไมมีตําบลใดที่มีอัตราการเขา เรียน การศึกษาภาคบังคับต่ํากวารอยละ๘๐และลดอัตราการออกกลางคันใหเหลือไมเกินรอยละ ๐.๘ และเพิ่มอัตราการเรียนตอชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๓ เรียนตอมัธยมศึกษาตอนปลายทุกสังกัด ไมนอยกวารอยละ ๘๐ มาตรการ ๑. ปรับปรุงระบบขอมูลและระบบวางแผนเพื่อเพิ่มอัตราการเขาเรียน อัตราการเรียน ตอ การพัฒนาสถานศึกษา การขยายบริการทางการศึกษา และการจัดสรรทรัพยากร ที่เหมาะสมกับสภาพในแตละเขตพื้นที่ ๒. ปรับปรุงและกํากับแนวปฏิบัติเรื่องการรับนักเรียนใหโปรงใส เปนธรรม และ เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ จัดทําแผนยุทธศาสตรและสนับสนุนการขยาย จัดตั้งและ พัฒนาโรงเรียนเพื่อลดความเหลื่อมล้ําในโอกาสและคุณภาพการศึกษา ๓. สนับสนุนปจจัยพื้นฐานสําหรับนักเรียนที่ดอยโอกาสและผูมีความตองการพิเศษ อยางตอเนื่องและสอดคลองกับสภาพความเปนจริง ๔. แสวงหาแนวทางสนับสนุนโรงเรียนใหสามารถจัดการศึกษาที่มีคุณภาพโดยไมตอง เก็บคาใชจายเพื่อเสนอขอความสนับสนุนจากรัฐบาล ๕. สงเสริมการจัดและมีสวนรวมจัดในการจัดการศึกษา โดยบุคคล ครอบครัว สถาน ประกอบการ เอกชน และองคกรปกครองสวนทองถิ่น
140.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 87 ๒. เพิ่มจํานวนผูเรียนที่พิการผูดอยโอกาส ผูตกหลน ผูออกกลางคันและอยูนอกระบบโรงเรียน ใหไดรับบริการทางการศึกษาทั้งในพื้นที่ทั่วไปและพื้นที่พิเศษ มาตรการ ๑. ขยายบริการทางการศึกษาสําหรับผูเรียนที่มีปญหาทางการ เรียนรู ทางสติปญญา และอารมณเด็กและเยาวชนที่เจ็บปวยในโรงพยาบาล ตลอดจนสนับสนุนและ ประสานการระดมทรัพยากร สื่อ สิ่งอํานวยความสะดวกสําหรับผูพิการตามสภาพ ความจําเปน ในการเรียนรู ๒. สนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาเพื่อเขาถึงเด็กและเยาวชนผูพิการ ผูมีความ ตองการพิเศษ ผูดอยโอกาส และผูอยูในพื้นที่หางไกล ทุรกันดาร ๓. พัฒนาระบบที่จะสนับสนุนปจจัยสําหรับผูพิการผูดอยโอกาส และกลุมเปาหมาย พิเศษตามความจําเปน เพื่อไมใหเปนอุปสรรคตอการรับการศึกษา 12 ป ๔. ขยายเครือขายโรงเรียนแกนนําเรียนรวมในการศึกษาระดับปฐมวัย ระดับ ประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนตน และมัธยมศึกษาตอนปลาย ๓. รอยละ ๘๐ ของประชากรวัย ๔ – ๖ ป ไดรับการศึกษาปฐมวัยอยางนอย ๑ ป โดยให ความสําคัญแกผูดอยโอกาส และกลุมเปาหมายพิเศษ มาตรการ ๑. สงเสริมใหเด็กอายุชวงปฐมวัยเขาเรียนทั้งภาครัฐ ทองถิ่น และเอกชน ๒. สนับสนุนการพัฒนาเด็กปฐมวัย และใหความสําคัญกับกลุมผูดอยโอกาส และ กลุมเปาหมายพิเศษ กลยุทธที่ ๓ ยกระดับคุณภาพสถานศึกษาสูมาตรฐานการศึกษาของชาติ พัฒนาผูเรียน สมรรถนะครู และ บุคลากรอยางเปนระบบ เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานและปฐมวัย และการเรียนรูที่เนนผูเรียนเปนสําคัญ ผูเรียนบรรลุมาตรฐานการเรียนรูของ หลักสูตรการศึกษา อยางเต็ม ตามศักยภาพ เปาหมายความสําเร็จ ๑. สถานศึกษารอยละ ๘๐ ผานเกณฑการประเมินมาตรฐานตามระบบประกันคุณภาพ ภายใน และผานเกณฑการประเมินการรับรองมาตรฐานของสํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมิน คุณภาพการศึกษาในระดับดีขึ้นไปอยางนอยรอยละ๘๐และไมมีสถานศึกษาใดอยูในระดับ ปรับปรุง
141.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 88 มาตรการ ๑. กํากับ ดูแล ชวยเหลือเพื่อพัฒนาสถานศึกษาที่ไมผานการรับรองมาตรฐานและ สถานศึกษาขนาดเล็กตามแผนยุทธศาสตรโรงเรียนขนาดเล็ก ๒. สนับสนุนการพัฒนาสถานศึกษาที่ไดรับรองตามมาตรฐานการประเมินคุณภาพ ภายนอกใหพัฒนาตอยอดสูระดับดีและดีมาก โดยมีโรงเรียนดีใกลบานในทุก อําเภอใหเปนตนแบบศูนยการพัฒนาการเรียนรูทุกกลุมสาระแกครูและนักเรียนใน พื้นที่ และมีศูนยปฐมวัยตนแบบ สถานศึกษาผูนําดานตางๆ เปนแหลงเรียนรูใหกับ สถานศึกษาอื่น ๒. สถานศึกษาทุกแหงมีอัตราการขาดครูไมเกินรอยละ 30 และสถานศึกษาที่เปดสอนระดับ มัธยมศึกษาตอนตน และมัธยมศึกษาตอนปลาย มีครูตรงวุฒิ หรือผานการประเมินความรู ความสามารถตามเกณฑที่กําหนดไวในกลุมสาระการเรียนรู คณิตศาสตร วิทยาศาสตร ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ มาตรการ ๑. ใหความสําคัญแกการพัฒนาระบบขอมูลและแผนยุทธศาสตรเพื่อบริหารและ พัฒนาครูทั้งระบบ การแกปญหาการขาดแคลนครู การมีครูไมตรงวุฒิ และเรง พัฒนาสมรรถนะครูทุกกลุมสาระอยางครบวงจร ๒. ดําเนินการตามแผนยุทธศาสตรพัฒนาการเรียนการสอนในวิชาภาษาอังกฤษ และ ภาษาจีน ๓. สถานศึกษานํารองมีหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของสถานศึกษาที่ไดมาตรฐานสอดคลอง กับ สภาพปญหาทองถิ่นและสามารถจัดการเรียนการสอนที่เนนผูเรียนเปนสําคัญ มาตรการ ๑. สนับสนุนโรงเรียนนํารองการใชหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานและการขยายผลสู สถานศึกษาทั่วไปและสถานศึกษาที่จัดการศึกษาพิเศษสําหรับผูพิการและ ดอย โอกาส ๔. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา ทุกแหงสามารถยกระดับคุณภาพการศึกษาทุกระดับใหสูงขึ้น และลดจํานวนผูเรียนที่อยูใน เกณฑ ปรับปรุง มาตรการ ๑. ปรับปรุงระบบวัดผลและประเมินผลการเรียนรูในสถานศึกษา ปรับปรุงระบบ เทียบโอน
142.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 89 ประสบการณ และพัฒนาระบบประเมินผลสัมฤทธิ์ออนไลนเพื่อการพัฒนาการ เรียนรูของผูเรียน รวมถึงสงเสริมการประเมินคุณภาพผูเรียนในระดับเขตพื้นที่ การศึกษา เพื่อพัฒนาผูเรียนอยางตอเนื่อง ๒. สงเสริมการพัฒนาองคความรูและรูปแบบพัฒนากระบวนการคิด การจัดการ เรียนรูที่สอดคลองกับพัฒนาการทางสมอง การสงเสริมการอาน การศึกษาปฐมวัย การใหความรูแกผูปกครอง การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาพื้นฐานทางอาชีพและการ มีงานทํา ๓.สงเสริมการจัดการศึกษาสําหรับผูมีความสามารถพิเศษโดยพัฒนาระบบวัดแวว ปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนทั้งในระบบและนอกระบบโรงเรียน พัฒนา ครูใหมีความรูความเขาใจเรื่องผูมีความสามารถพิเศษ และจัดตั้งศูนยพัฒนา อัจฉริยภาพ ประจําจังหวัด ๔.พัฒนาการเรียนการสอนสําหรับเด็กพิการ และเด็กที่มีปญหาทางการเรียนรูใหขยาย ผลไดมากขึ้นสงเสริมการพัฒนาเครือขายเพื่อสงเสริมคุณภาพ ระบบจัดการความรู การจัดเวทีวิชาการสําหรับสถานศึกษา ครู และนักเรียน ๕.สงเสริมการพัฒนาเครือขายเพื่อสงเสริมคุณภาพ ระบบจัดการความรู การจัดเวที วิชาการสําหรับสถานศึกษา ครู และนักเรียน กลยุทธที่ ๔ เรงรัดพัฒนาความพรอมในดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารใหแก สถานศึกษาและหนวยงานการศึกษาในสังกัดเพื่อการเรียนรูและการบริหารจัดการ เปาหมายความสําเร็จ ๑. นักเรียนที่จบการศึกษาภาคบังคับทุกคนรอยละ ๘๐ มีความรูและมีทักษะการใชคอมพิวเตอร พื้นฐานเปนเครื่องมือในการเรียนรู และนักเรียนที่จบมัธยมศึกษาตอนปลายอยางนอย รอยละ ๔๐ สามารถเขียนโปรแกรมและออกแบบเว็ปเพจได มาตรการ ๑. ปรับสาระการเรียนรูคอมพิวเตอรและมาตรฐานการเรียนรูชวงชั้นที่สอดแทรกการ ใช ICT เปนเครื่องมือการเรียนรูและแสวงหาความรูในทุกกลุมสาระ ๒. สงเสริมและสนับสนุนใหมีศูนยการเรียนรู ICT ในชุมชนและทองถิ่น ๒. ครูรอยละ ๗๐ มีความรูและทักษะพื้นฐานในการใชเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนและ การบริหารจัดการ มาตรการ ๑. พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาใหมีความรูและทักษะพื้นฐานในการใช เทคโนโลยี
143.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 90 เพื่อการเรียนการสอนและการบริหารจัดการในสถานศึกษาดวยวิธีการที่ หลากหลาย ๓. สถานศึกษารอยละ๙๐มีการนําคอมพิวเตอร มาใชเพื่อการบริหารและสถานศึกษารอยละ ๗๐ มีการคอมพิวเตอรมาใชเพื่อการเรียนการสอนในอัตราสวน๑เครื่องตอนักเรียน๔๐คน มาตรการ ๑. สนับสนุนคอมพิวเตอรใหกับสถานศึกษา และประสานใหมีการสนับสนุน คอมพิวเตอร เทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนและบริหารจัดการจากภาครัฐ เอกชน และทองถิ่น ๔. สถานศึกษารอยละ ๙๐ มีการเชื่อมตอระบบเครือขายอินเทอรเน็ตความเร็วสูง และ สถานศึกษา รอยละ ๙๐ นํา ICT มาชวยจัดกระบวนการเรียนรู มาตรการ ๑. ปรับเปลี่ยนระบบสื่อสาร ความเร็วอินเทอรเน็ตในสถานศึกษาทั่วประเทศเปน ๕๑๒ Mbps และสถานศึกษาตามโครงการหองเรียนวิทยาศาสตรเปน ๒ KMbps ๕. สถานศึกษาขนาดเล็กและสถานศึกษาในพื้นที่ หางไกล รอยละ๕๐ มีระบบการศึกษาทางไกล เพื่อ เสริมคุณภาพการจัดการเรียนการสอน มาตรการ ๑. เรงสนับสนุนเทคโนโลยีคอมพิวเตอรสื่อและระบบอินเตอรเน็ตในสถานศึกษาขนาด เล็กและสถานศึกษาหางไกลในการนําระบบการศึกษาทางไกลเพื่อเสริมคุณภาพ การจัดการเรียนการสอน ๖. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแหง มีศูนยรวมสื่อเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนใหกับ สถานศึกษาไดทุกกลุมสาระ มีศูนยเครือขายการซอมบํารุงคอมพิวเตอรในเขตพื้นที่การศึกษา และสํานักงาน ในสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีการนําเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารไปใชเพื่อ การบริหารจัดการอยางมีประสิทธิภาพ มาตรการ ๑. พัฒนา Web Portal ๒. จัดทํา Visual field trip ติวเตอรออนไลน ๓. จัดทําหองเรียนทันขาว e-Learning ๔. สงเสริมศูนย ICT ของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ๕. จัดทําฐานขอมูลและ Back office ๖. จัดทําศูนยเครือขายการซอมบํารุงคอมพิวเตอรและเทคโนโลยี
144.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 91 กลยุทธที่ ๕ สรางความเขมแข็งและสงเสริมการมีสวนรวมของทุกภาคสวนในการบริหาร และการจัดการศึกษา เพื่อรองรับการกระจายอํานาจอยางมีประสิทธิภาพบนหลัก ธรรมาภิบาลในสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา เปาหมายความสําเร็จ ๑. ทุกสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาสนับสนุน ใหองคคณะบุคคลตามกฎหมายมีความพรอมและ มีบทบาทในการปฏิบัติหนาที่อยางมีเอกภาพและสอดคลองกัน มาตรการ ๑. สรางความเขมแข็งใหองคคณะบุคคลในสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา และ สถานศึกษาโดยองคคณะบุคคลสามารถทํางานเชิงบูรณาการใหเกิดความเชื่อมโยง ระหวางกันและมี สวนรวมในการขับเคลื่อนนโยบายของสํานักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๒. สถานศึกษาที่ผาการอบรมผูนําการเปลี่ยนแปลงไมต่ํากวารอยละ ๗๐ ผานการประเมิน โรงเรียนที่บริหารจัดการแบบโรงเรียนเปนฐาน และสามารถเปนพี่เลี้ยงสนับสนุนโรงเรียนอื่นในการ พัฒนาคุณภาพ มาตรการ ๑. สถานศึกษาประเภทที่หนึ่งประเมินตนเองและสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ตรวจสอบการประเมินตนเองของสถานศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานและ มาตรฐาน SBM ๒. สงเสริมสถานศึกษาตามความพรอมของสถานศึกษาในการบริหารจัดการศึกษาโดย ใชโรงเรียนเปนฐานโดยมีสถานศึกษาที่มีความพรอม เปนพี่เลี้ยงสนับสนุนในการ พัฒนาคุณภาพ ๓. ทุกสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามีระบบเครือขายเพื่อพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพระหวาง โรงเรียนประเภทตางๆที่มีความเขมแข็ง สามารถเปนกลไกในการจัดการความรูพัฒนาคุณภาพติดตามดูแลแกปญหา อยางมีประสิทธิภาพ มาตรการ ๑. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาสงเสริมการทํางานของเครือขายสถานศึกษาประเภท ที่หนึ่งในภาพรวมจังหวัด ๒. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาจัดทําระบบสารสนเทศ รายสถานศึกษาที่เปน ปจจุบันและนําไปใชพัฒนาคุณภาพการศึกษาทั้งขอมูลครูและบุคลากรทางการ ศึกษารายบุคคลขอมูลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุมสาระวิชาหลักของนักเรียน รายบุคคลและผลการประเมินคุณภาพภายในของสถานศึกษาและผลการประเมิน คุณภาพภายนอกของ สมศ.
145.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 92 ๓. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา นิเทศติดตามชวยเหลือสถานศึกษาประเภทที่สองและ เครือขายสถานศึกษาประเภทที่สอง ๔. ทุกโรงเรียนมีคณะกรรมการนักเรียนและ ผูแทนนักเรียนประเภทตางๆซึ่งไดรับการพัฒนาใหมี ความพรอมและมีบทบาทในการนําเสนอความคิดเห็นและรวมพัฒนาโรงเรียน มาตรการ ๑. สนับสนุนกิจกรรมของคณะกรรมการนักเรียน และผูแทนนักเรียนประเภทตางๆ ในการ เขามีสวนรวมการสนับสนุน วิถีประชาธิปไตย บําเพ็ญประโยชนเพื่อ สังคม และเสริมสรางคุณธรรม ความรักชาติ ๕. รอยละ๑๕ ของสถานศึกษามีการสนับสนุน ของผูปกครอง ชุมชน และสมาคม เพื่อการสราง เครือขายการมีสวนรวมจัดและสงเสริม การจัดการศึกษาที่เกี่ยวของ มาตรการ ๑. เครือขายผูปกครอง องคกรนักเรียนมีสวนรวมในการสนับสนุน และสงเสริม กิจการสถานศึกษาตามขอบขาย ๖. ทุกหนวยงานในสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีบุคลากรที่มีความรู ความ ชํานาญ อยางพอเพียง มีโครงสรางที่เหมาะสมมีการบริหารจัดการที่ดีมีประสิทธิภาพ บนพื้นฐานของ หลัก ธรรมาภิบาลและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาตรการ ๒. บุคลากรตามโครงสรางของหนวยงานมีสวนรวมกําหนดเปาหมายและกิจกรรม การทํางานในแผนปฏิบัติการประจําปและสามารถดําเนินงานใหบรรลุตาม เปาหมายที่ระบุไวได โดยไดมีการรายงานผลการใชจายงบประมาณและการ ดําเนินงานตอสาธารณชน กลยุทธที่ ๖ เรงพัฒนาการศึกษาและคุณภาพชีวิตนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต เปาหมายความสําเร็จ ๑. นักเรียนมีอัตราการเขาเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและปฐมวัยเพิ่มขึ้น มาตรการ ๑. สนับสนุนใหมีการจัดการศึกษาระดับอนุบาล ๓ ขวบ ตามความตองการของชุมชน ๒. สนับสนุนใหนักเรียนในวัยเรียนไดเขาเรียนในสถานศึกษาที่สอนสายสามัญจนจบ การศึกษาขั้นพื้นฐาน
146.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 93 ๓. สนับสนุนนักเรียนที่เรียนดี ความประพฤติดีไดเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ในสถานศึกษามีชื่อเสียงเปนที่ยอมรับ ๔. สนับสนุนทุนการศึกษาสําหรับนักเรียนที่มีผลการเรียนดี ประพฤติดี และผูไดรับ ผลกระทบจากเหตุการณไมสงบ ๕. เสริมสรางความสัมพันธระหวางสถานศึกษากับชุมชนโดยสนับสนุน ใหสถานศึกษาพัฒนา และใชรูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่หลากหลาย ใหสอดคลองกับวัฒนธรรมและความ ตองการ ของชุมชน ๒. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๖ มีรอยละของการศึกษาตอระดับอุดมศึกษาเพิ่มขึ้น มาตรการ ๑. เรงพัฒนาคุณภาพนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาใหมีความพรอมที่จะเขาเรียนตอ ระดับอุดมศึกษา ๒. พัฒนาคุณภาพทางวิชาการแกครูผูสอนในระดับมัธยมศึกษาทุกกลุมสาระ ๓. ครูและบุคลากรทางการศึกษาไดรับการพัฒนาและมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสิน มาตรการ ๑. เสริมสรางความปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสินแกครูและบุคลากรทางการศึกษา ๒.สนับสนุนสวัสดิการและสวัสดิภาพใหแกครูและบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่ 5. วาระแหงชาติดานการศึกษา วาระแหงชาติดานการศึกษาที่สําคัญ ที่เปนมติคณะรัฐมนตรี ที่สําคัญมีดังตอไปนี้ 1. ยุทธศาสตรการพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทย ขณะนี้คุณภาพการศึกษาของไทยตกต่ําลงทุกระดับ และทุกประเภท ไดจัดใหมีการประชุมสมัชชาการศึกษาครั้งใหญ โดยเชิญนักการศึกษาและหนวยงาน ผูเกี่ยวของจํานวนมาก มาระดมความคิดและกอบกูบูรณาการแนวทางเพื่อแกปญหาคุณภาพการศึกษาไทยให ชัดเจนโดยไดกําหนดเปนวาระแหงชาติดานยุทธศาสตรพัฒนาคุณภาพการศึกษา 2. ยุทธศาสตรการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งจะไมใชเพียงมาตรการยุบเลิก ยุบรวมอยางเดียว แต จะมีแนวทางพัฒนาโดยยึด "ระบบกลุมโรงเรียนเปนฐาน (School System Based Management)" โดยไมได ยึดโรงเรียนเปนฐาน (School Based Management หรือ SBM) ซึ่งอาจนําตัวอยางของรูปแบบวิธีการจัด การศึกษาโรงเรียนขนาดเล็กที่ประสบความสําเร็จมาปรับใช เชน แบบรวมชวงชั้น โรงเรียนขนาดเล็กที่
147.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 94 บริษัท CP ไปชวยพัฒนา หรือรูปแบบอื่นๆ ดังนั้น การทุมเทพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก จึงจะชวยยกระดับ คุณภาพการศึกษาใหใกลเคียงกัน และยังเปนการฉุดผลการประเมินสถานศึกษาโดยรวมขึ้นมาดวย 3. ยุทธศาสตรการแกปญหาการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต ใน ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต คือ ยะลา ปตตานี นราธิวาส และบางสวนของสงขลา เนื่องจากทุกคนตั้งความหวังวา การพัฒนาที่ยั่งยืนตองอาศัย การศึกษาเปนตัวนํา แตแนวทางจัดการศึกษาในปจจุบันยังไมชัดเจนตอการพัฒนาในพื้นที่ที่มีความ หลากหลาย เพราะฉะนั้น จึงตองจัดทํายุทธศาสตรการศึกษาในพื้นที่นี้เปนการเฉพาะ ซึ่งจะเนนการแกปญหา หลายดาน โดยเฉพาะเรื่อง "ความเปนไทย" เพราะหากคนไทยใชภาษาไทยสื่อสารกันไมไดจะเกิดปญหา ความไมเขาใจ โดยจะมีระบบการสอน ๒ ภาษา นอกจากนี้ยังมีเรื่อง "ไทยคดีศึกษา" ซึ่งตองจัดกันใหมใน สวนของสาระวิชาหนาที่พลเมือง และศีลธรรม รวมทั้ง "การใชวิชาสามัญ อาชีพ สอนควบคูกับศาสนา" ใน สวนของ "การพัฒนาครูผูสอนศาสนา" ก็ยิ่งเปนเรื่องสําคัญที่ตองทํา เพราะหากมีการสอนผิดๆ ถูกๆ ยิ่ง อันตรายมากตอการเปนเครื่องมือชี้นําไมใหเกิดความสันติสุขในพื้นที่ ซึ่งวาระแหงชาติดานการศึกษามีสาระสําคัญในแตละเรื่อง ดังนี้ 5.1) ยุทธศาสตรการพัฒนาคุณภาพการศึกษา : วาระแหงชาติ การพัฒนาคุณภาพการศึกษา เปนนโยบายสําคัญที่ตองเรงดําเนินการ และไดมีความพยายามที่จะ พัฒนามาอยางตอเนื่อง จากการประเมินสมรรถนะการศึกษาไทยกับนานาประเทศของ International Institute for Management Development (IMD) ที่ใชเกณฑประเมินใน ๑๐ ดัชนีหลัก ประกอบดวย อัตราสวนนักเรียน/ครูประถมศึกษา อัตราสวนนักเรียน/ครูมัธยมศึกษาอัตราการเขาเรียนมัธยมศึกษาอัตราการ ไมรูหนังสือ การลงทุน การศึกษา ผลสัมฤทธิ์อุดมศึกษา การถายโอนความรูระหวางภาคธุรกิจกับ มหาวิทยาลัย การตอบสนองความสามารถในการแขงขันของระบบการศึกษา การตอบสนองความสามารถ ในการแขงขันระดับอุดมศึกษา และทักษะดานภาษาที่ตอบสนองตอความตองการของผูประกอบการ พบวา สมรรถนะดานการศึกษาของไทยคอนขางตกต่ํา นอกจากนี้ จากผลการทดสอบระดับชาติของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๓ และ ๖ ก็พบวา ความสามารถทางภาษา การคิดคํานวณ และเชิงวิเคราะห มีภาพรวมคะแนนเฉลี่ยต่ํากวารอยละ ๕๐ ศธ.ไดจัดการประชุมแบบเขมรวมกับทุกฝายที่เกี่ยวของ เพื่อพิจารณายุทธศาสตรการพัฒนาคุณภาพ การศึกษา ที่ จ.ฉะเชิงเทรา ระหวางวันที่ ๙-๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ โดยไดมีการพิจารณารายงานที่ สกศ. เสนอ และไดมีขอสรุปวา ปจจัยที่มีผลโดยตรงตอคุณภาพการศึกษามี ๖ ประการ คือ นักเรียน ครูและ บุคลากรทางการศึกษา เทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) ระบบการศึกษา ความเขมแข็งของสถานศึกษา และการ มีสวนรวมของเอกชน ชุมชน องคกรปกครองสวนทองถิ่น(อปท.)ซึ่งที่ประชุมไดพิจารณาปจจัยที่มีผลกระทบ ตอคุณภาพการศึกษาดังนี้
148.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 95 ผูเรียนหรือนักเรียน ศธ. ยังไมไดสงเสริมใหเด็กมีพัฒนาการรอบดานอยางเพียงพอกอนการ เขาเรียน เชน IQ ต่ําหรือลดลง มีปญหาดานพัฒนาการทางดานรางกาย จิตใจ สังคม ยังไมเต็มที่ รวมทั้งการ เตรียมผูเรียนกอนจะเขาเรียน เปนตน ครูและบุคลากรทางการศึกษา พบวามีปญหาการขาดแคลนครู และปญหาคุณภาพของครู โดย มีขอเสนอใหพัฒนาครูประจําการ ใหทบทวนระบบการพัฒนาครู ดานเทคโนโลยีสารสนเทศ ICT ในปจจุบันควรจะนําเทคโนโลยีเขามาเปนตัวชวยในฐานะ เครื่องมือของครู และเครื่องมือของเด็ก จึงจะทําใหการพัฒนาคุณภาพการศึกษาไดเต็มที่ ดานระบบการศึกษา การศึกษาขั้นพื้นฐานใชระบบหนวยกิตมาเปนเวลานาน แตยังไมสะทอน ความเปนหนวยกิต จึงควรจะใชระบบหนวยกิตใหเต็มที่ มิใชใชเพียงครึ่งๆ กลางๆ อยางที่เปนอยูในขณะนี้ โดย ศธ.จะสรางความพรอมใหกับโรงเรียน คิดระบบใหดี มีการเตรียมการใหกับโรงเรียน ซึ่งอาจจะใชเวลา ระยะหนึ่ง ๓-๕ ป และมีหลายเรื่องที่เชื่อมโยงกับความออนแอทางการศึกษา เชน การใชระบบชั้นเรียน การ ตกหรือซ้ําชั้น การเลื่อนชั้นอัตโนมัติ การวัดผลที่ไมเขมขน มีการกําหนดไวเพียงเกรดเฉลี่ย ๑.๐๐ หรือไมถึง ๑.๐๐ ก็เลื่อนชั้นได จึงไดเสนอใหมีการทบทวนการจัดระบบการศึกษาใหเหมาะสมยิ่งขึ้น การสรางความเขมแข็งใหสถานศึกษา ผลการเรียนเกิดที่สถานศึกษา สถานศึกษาจึงตองมีความ เขมแข็ง ซึ่งหมายถึงระบบกระจายอํานาจที่เบ็ดเสร็จและสิ้นสุดที่สถานศึกษา ระบบการเตรียมความพรอม ใหกับผูบริหาร ครู คณาจารย เพื่อใหสามารถบริหารจัดการไดในระดับสถานศึกษา รวมทั้ง ระบบการชวย สนับสนุนใหสถานศึกษาสามารถดําเนินการไดอยางเขมแข็ง การมีสวนรวมของเอกชน ชุมชน ทองถิ่น ซึ่งไดแก การรวมจัด ไมวาจะเปนเอกชน ทองถิ่น รัฐบาล หรือบุคคลจัด ควรจะมีการกําหนดสัดสวนการรับผิดชอบ เชน ทองถิ่นควรเนนการศึกษาของเด็กเล็ก และการศึกษาภาคบังคับ เอกชนควรเพิ่มความรับผิดชอบจาก ๑๘% เปน ๒๕% หรือไม ในการมีสวนรวม ที่จะเขามาสนับสนุนรัฐ โดยสวนนี้จะเนนไปที่องคกรปกครองสวนทองถิ่น ซึ่งมีทรัพยากรสามารถ สนับสนุนได ศธ.ไดเสนอวา การจะให อปท.เขามารวมรับภาระเปนเรื่องที่สําคัญ หากมีกฎ ระเบียบ หรือ ขอบังคับ ที่เปนอุปสรรค คณะกรรมการกระจายอํานาจใหแกองคกรปกครองสวนทองถิ่นควรจะดูแลแกไข เพื่อใหทองถิ่นมีสวนรวมในการจัดการศึกษาอยางเต็มที่ ขอเสนอการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยกระทรวงศึกษาธิการ จากขอสรุปพบวา ปญหาการศึกษามีสาเหตุจากปจจัยสําคัญ 6 ประการ คือ 1. คุณภาพผูเรียนตกต่ํา 2. ขาดแคลนครูและบุคลากรทางการศึกษา 3. ยังไมใชเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสรางการเรียนรู 4. ระบบการศึกษาที่สงผลรายตอคุณภาพการศึกษา เชน การเลื่อนชั้นอัตโนมัติของนักเรียน
149.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 96 ขั้นพื้นฐาน ระบบเด็กฝาก 5 โรงเรียนขนาดเล็ก 1ใน 3 ออนลา และ 6. ขาดสวนรวมจากทุกภาคสวนของสังคม ดังนั้น จึงตองแกไขใหถูกจุดดวยยุทธศาสตรหรือแนวทางตางๆ อันตองประกาศใหคนทั่วไปไดรับรู เพื่อหาทางชวยเหลือ สนับสนุน ซึ่งเรียกวา ยุทธศาสตรการพัฒนาคุณภาพการศึกษา : วาระแหงชาติ (เปนมติคณะรัฐมนตรี) ประกอบดวยยุทธศาสตรหลัก 6 ประการ ดังนี้ 1) ยุทธศาสตรการพัฒนาคุณภาพผูเรียน เชน เด็กปฐมวัยทุกคนไดรับการเตรียมความพรอมอยาง นอย 1 ป กอนเขา ป.1 ทบทวนเกณฑ/ปรับปรุงวิธีการวัดและประเมินผลผูเรียน เรงทบทวนเกณฑการจบ หลักสูตรแตละชวงชั้นและระบบการเรียนแบบหนวยกิต จัดใหมีระบบแนะแนวใหผูเรียนรูจักตนเองและ สาขาอาชีพตางๆ จัดใหมีศูนยขอมูลกําลังคนอาชีวศึกษา จัดใหมีระบบฐานขอมูลสาธารณะอุดมศึกษา และ จัดการสงเสริมการอานใหเปนระเบียบวาระแหงชาติ 2) ยุทธศาสตรการพัฒนาคุณภาพครู คณาจารย และบุคลากรทางการศึกษา โดยขอคืนอัตราเกษียณ และเกษียณกอนกําหนด และวงเงินคืน 100% ยกเลิกระบบครูอัตราจาง จัดใหมีระบบคัดสรรครูที่มีคุณภาพ ปรับเกณฑกําหนดอัตราครูดวยภาระงานใหชัดเจน และมีบุคลากรสายสนับสนุนใหเหมาะสมพอเพียง และ จัดใหมีสถาบันเฉพาะทางดานการผลิตและพัฒนาครูเปนลักษณะสถาบันระดับชาติ (National Institute of Education) 3) ยุทธศาสตรการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา จัดทําแผนกลยุทธการใช ICTปรับคุณภาพการ สอน ชวยแกปญหาขาดครูโดยครูสอนนักเรียนจํานวนมากขึ้น ใชการสรางคลังขอมูลจากโรงเรียนชั้นนํา ใหนักเรียนสรางนวัตกรรมจาก ICT และใหเขาถึงแหลงเรียนรูดวยตนเอง จะเชื่อมโยงคอมพิวเตอรNational Education Network เรงจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา และระดมบริษัทเอกชนระดับโลกมารวม พัฒนา เชน Intel ® Education Initiative Activities, Microsoft : Partnership in Learning, Google Apps 4) ยุทธศาสตรการจัดระบบการศึกษาที่สงผลตอคุณภาพการศึกษา สงเสริมสถานศึกษา พัฒนา ระบบประกันคุณภาพภายใน โดยนําผลคะแนนวัดประเมินผลระดับชาติและผลคะแนนทดสอบทาง การศึกษาแหงชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) มาประกอบ พัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถาบันอุดมศึกษา ที่เชื่อมโยงกับการประเมินคุณภาพภายนอก จัดระบบคูปองเพื่อสงเสริมการเรียนรูตลอดชีวิตสําหรับ ผูดอยโอกาส ขจัดระบบฝากนักเรียนและเก็บเงินบริจาค ยกเลิกระบบสอบผานโดยใหซอมเสริมโดยเด็กออน มากใหซ้ําชั้น ระบบการสอนแบบทองจําและสอบปรนัย และ ทบทวนระบบการรับนักเรียนทั่วไป นักเรียน เกงพิเศษ นักเรียนพิการและนักเรียนดอยโอกาส
150.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 97 5) ยุทธศาสตรสรางความเขมแข็งของสถานศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพ กระจายอํานาจทั้งดาน วิชาการ บุคลากร งบประมาณและบริหารทั่วไป สงเสริมสถานศึกษาที่มีความพรอมพัฒนาเปนองคการ มหาชน สงเสริมธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา และการพัฒนาบทบาทนายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการ สภามหาวิทยาลัยใหมีบทบาทในการบริหารและจัดการศึกษา 6) ยุทธศาสตรการสงเสริมการมีสวนรวมเพื่อการพัฒนาคุณภาพ ใหรัฐกําหนดนโยบายและ เปาหมายที่ชัดเจนในการสนับสนุนเอกชน ชุมชน ฯลฯ เขามารวมจัดการศึกษา มีกลไกสงเสริมสนับสนุน และสรางแรงจูงใจใหเอกชนเขามามีสวนรวมจัดการศึกษามากขึ้น เชน ลดหยอนภาษี พัฒนา ทบทวนกลไก การมีสวนรวมบริหารจัดการ โดยองคคณะบุคคลทั้งระดับชาติ และระดับสถานศึกษา และชวยเหลือ โรงเรียนขนาดเล็ก พัฒนา"ระบบกลุมโรงเรียนเปนฐาน (School System Based Management)" 7) ยุทธศาสตรการจัดการศึกษาอยางมีสวนรวม ใชการศึกษาสรางสังคมแหงการเรียนรู สราง โอกาสแหงการเรียนรู สรางบทบาทประชาสังคม ผูปกครองและชุมชนรวมสนับสนุนและตรวจสอบ สงเสริมสื่อเพื่อการศึกษา สงเสริมบทบาทธุรกิจในการศึกษา และระดมความชวยเหลือ 5.2) ยุทธศาสตรการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก ความเปนมา โรงเรียนขนาดเล็กสังกัด สพฐ.ปจจุบัน มีจํานวน 12,828 แหง (ที่มีจํานวนนักเรียนนอยกวา 120 คน) หรือ คิดเปนรอยละ 40 ของจํานวนโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษา สังกัดสํานักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้น พื้นฐาน (สพฐ.) จากผลการประเมินคุณภาพ พบวาโรงเรียนขนาดเล็กมีปญหาดานคุณภาพ การศึกษามาก ทั้งนี้เปนเพราะดวยสาเหตุ ปจจัยสําคัญ ดังนี้ 1) การบริหารจัดการต่ํากวามาตรฐาน 2) โรงเรียนหางไกลยิ่งยุบเขาไปไมไดเพราะถายุบโรงเรียนนั้นแลวก็ไมมีโรงเรียน 3) อีกทั้งเรื่องทักษะการเรียนการสอน ไมมีเทคโนโลยี 4) งบประมาณที่จํากัด ชุมชนอยากจน ดังนั้นกระทรวงศึกษาธิการจึงไดเสนอยุทธศาสตรเพื่อแกปญหาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนขนาด เล็ก เรียนวายุทธศาสตรการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก (เปนมติคณะรัฐมนตรี) ประกอบดวยยุทธศาสตรการ พัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก 4 ประการ คือ 1) ยุทธศาสตรที่ 1 พัฒนาระบบวางแผนและการบริหารจัดการ ประกอบดวย การพัฒนาระบบวางแผนการจัดตั้งและพัฒนาโรงเรียนในแตละ สพท. การพัฒนาระบบขอมูลและสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ
151.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 98 การพัฒนาระบบบริหารจัดการสําหรับโรงเรียนขนาดเล็กที่อยูในพื้นที่ใกลเคียงกัน การสรางแรงจูงใจแกผูบริหารและครูในโรงเรียนขนาดเล็ก 2) ยุทธศาสตรที่ 2 พัฒนาระบบการเรียนการสอนและการประกันคุณภาพ ประกอบดวย - การพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอนสําหรับโรงเรียนขนาดเล็ก - การพัฒนาผูบริหารโรงเรียนและครูผูสอน - การผลิตและใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการเรียนการสอน - การนิเทศ ติดตาม กํากับ และการวิจัยและพัฒนาสื่อ 3) ยุทธศาสตรที่ 3 เสริมสรางความพรอมและความเขมแข็งของโรงเรียน ประกอบดวย - การจัดทํามาตรฐานโรงเรียนขนาดเล็ก - การปรับปรุงและพัฒนาสถานที่เรียน สภาพแวดลอมที่เอื้อตอการเรียนรู - การจัดอัตรากําลังครู การพัฒนาผูบริหารโรงเรียนและครูผูสอน - การพัฒนาระบบดูแลชวยเหลือนักเรียน - และสนับสนุนงบประมาณ วัสดุ ครุภัณฑที่จําเปน 4) ยุทธศาสตรที่ 4 สงเสริมการมีสวนรวมจากทุกภาคสวนในการจัดการศึกษา ประกอบดวย - การพัฒนาคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน - การสรางและพัฒนาเครือขายผูปกครองใหเขมแข็ง - การสงเสริมใหองคกรปกครองสวนทองถิ่นเขามามีสวนรวม - การเตรียมความพรอมในการมีสวนรวม - การจัดใหมีระบบและกลไกในการระดมทรัพยากร - การวิจัยและพัฒนารูปแบบการมีสวนรวมที่เหมาะสม 5.3) ยุทธศาสตรการจัดการศึกษาภาคใต คณะรัฐมนตรีไดอนุมัติแผนยุทธศาสตรการจัดการศึกษาภาคใตเพื่อพัฒนาการศึกษา นํามาซึ่ง ความสงบสุข มีสาระสําคัญสรุปไดดังนี้ 1) เปนแผนพัฒนายุทธศาสตรระยะ 4 ป พ.ศ. 2551 - 2554 แผนนี้ใชชื่อวาแผนยุทธศาสตรการศึกษา เพื่อความอยูเย็นเปนสุข หรือในภาษามลายูวา Pendidikan Demi Keameanan Dan Kevahagiaan โดยให การศึกษาเปนปจจัยในการสรางความอยูเย็นเปนสุขของคนในพื้นที่ 2) คณะกรรมการยุทธศาสตรการพัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จังหวัดชายแดนภาคใต ที่มีรัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปนประธาน
152.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 99 3) หลักแนวคิด "การศึกษาเพื่อความอยูเย็นเปนสุข" 4) แผนยุทธศาสตรการพัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต ประกอบดวยยุทธศาสตรการพัฒนา 7 ดาน ดังนี้ 1) ดานครูและบุคลากรทางการศึกษา 2) ดานคุณภาพสถานศึกษา 3) ดานคุณภาพการศึกษา 4) ดานโอกาสทางศึกษาและการเรียนรูตลอดชีวิต 5) ดานศาสนศึกษาและการเสริมสรางสมานฉันทบนความหลากหลายทางวัฒนธรรม 6) ดานการศึกษาเพื่ออาชีพและการมีงานทํา 7) ดานประสิทธิภาพการบริหารจัดการและการมีสวนรวม 6. นโยบายเรียนฟรี ๑๕ ป อยางมีคุณภาพ รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๐ มาตรา ๔๙ ไดบัญญัติวา "บุคคลยอมมีสิทธิเสมอกัน ในการรับการศึกษาไมนอยกวาสิบสองป ที่รัฐจะตองจัดใหอยางทั่วถึงและมีคุณภาพ โดยไมเก็บคาใชจาย" และ พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๕ มาตรา ๑๐ วรรค ๑ บัญญัติ วา " การจัดการศึกษาตองจัดใหบุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกันในการรับการรับศึกษา ขั้นพื้นฐานไมนอยกวา ๑๒ ป ที่รัฐจะตองจัดใฟหอยางทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไมเก็บคาใชจาย" ซึ่งเปน ขอกําหนดที่เกี่ยวกับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกอบกับคําแถลงนโยบายของครม.ไดกําหนดเปน นโยบายเรงดวน ที่จะเริ่มดําเนินการตามเจตนารมณ ดังกลาวในปแรก โดยกําหนดไวในขอ 1.3 การลดภาระ คาครองชีพของประชาชน ขอ1.3.1 วา "ใหทุกคนมีโอกาสไดรับการศึกษาฟรี ๑๕ ป โดยสนับสนุนตําราใน วิชาหลักใหแกทุกสถานศึกษา จัดใหมีชุดนักเรียน และอุปกรณการเรียนฟรีใหทันปการศึกษา ๒๕๕๒ และ สนับสนุนคาใชจายอื่น ๆ เพื่อชดเชยรายการตางๆที่สถานศึกษาเรียกเก็บจากผูปกครอง" อีกทั้ง นโยบายของ รัฐดานการศึกษา ขอ 3.1.4 กําหนดวา "จัดใหทุกคนมีโอกาสไดรับการศึกษาฟรี ๑๕ ป ตั้งแตอนุบาลไป จนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย พรอมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการจัดการใหเกิดความเสมอภาค และ ความเปนธรรมในโอกาสทางการศึกษาแกประชาชนกลุมผูดอยโอกาส ทั้งผูยากไร ผูพิการหรือทุพพลภาพ ผูอยูในสภาวะยากลําบาก ผูบกพรองทางรางกายและสติปญญา และชนตางวัฒนธรรม รวมทั้งยกระดับการ พัฒนาศูนยเด็กเล็กในชุมชน"
153.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 100 กระทรวงศึกษาธิการ ไดจัดทําโครงการดําเนินงานตามนโยบายเรียนฟรี ๑๕ ป อยางมีคุณภาพ เพื่อสงเสริมใหนักเรียนทุกคนไดรับโอกาสทางการศึกษาอยางเต็มศักยภาพ โครงการสนับสนุนการจัด การศึกษาโดยไมเสียคาใชจาย ๑๕ ป สําหรับสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มี ๔ ขอ ดังนี้ ๑.คาหนังสือเรียน ๒.คาอุปกรณการเรียน ๓. คาเครื่องแบบนักเรียน และ ๔.คากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผูเรียน ๖. คาเลาเรียน (เพิ่มเติมสําหรับการศึกษาของเอกชน) 7. คําศัพทและสํานวนทางการศึกษา คําศัพท ความหมาย bottom line พื้นฐานในเรื่องตาง ๆ เชน bottom-line ของการจัด การศึกษา หมายถึงพื้นฐานของการจัดการศึกษา ไดแก การเรียนรู ของผูเรียน สาระการเรียนรูที่เปนประโยชนตอการดํารงชีวิต เปน ตน handicap เปนคํานามแปลวาขอเสียเปรียบ การไมมีโอกาสเทาเทียม กัน เชน การจัดการศึกษาใหไมมี handicap หมายถึง การจัดการ ศึกษาใหทุกคนไดมีโอกาสเรียนรูไดสูงสุดตามศักยภาพและความ ตองการของแตละคนโดยไมมีขอเสียเปรียบ release brain power แปลวา การปลดปลอยพลังสมอง หมายถึง การจัดกระบวนการ เรียนการสอนที่สนับสนุน สงเสริม การสรางจินตนาการของเด็ก ใหมีอิสระในการคิดอยางเต็มที่ โดยไมยึดติดอยูกับกรอบ เดิม (เนื้อหาสาระ ทฤษฎี ตํารา ฯลฯ) เพื่อใหมีพลังขับเคลื่อน ความคิดสูโลกแหงการเรียนรูที่กวางไกล ICL : Innovative Computing Laboratory การเรียนรูในหองปฏิบัติการ ซึ่งมีนวัตกรรมและคอมพิวเตอรเปน เครื่องมือสงเสริมใหผูเรียนไดเรียนรูตามศักยภาพและความ ตองการของแตละคน rote memory เปนการเรียนแบบเนนใหนักเรียนทองจํา โดยไมไดคํานึงถึงความ เขาใจสาระ นั้น ๆ เปนวิธีการเรียนรูที่ตางจาก Insight Learning ซึ่งเปนการเรียนรูที่ตองทําความเขาใจกับเนื้อหาสาระใหลึกซึ้ง Linear Learning เปนระบบการเรียนการสอนที่จัดการเรียนรูใหผูเรียนเรียน
154.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 101 ตามลําดับขั้นจากเรื่องหนึ่งไปยังอีกเรื่องหนึ่ง เชน อาจเรียนจาก เรื่องงายไปหายาก เรียนตามลําดับเหตุการณ เปนตน Parallel Learning เปนระบบการเรียนการสอนใหผูเรียนเรียนรูในสิ่งที่สัมพันธกันไป พรอม ๆ กัน โดยเฉพาะสาระสําคัญจากเรื่องตาง ๆ เปนลักษณะ ของการบูรณาการขั้นตน Distance Learning เปนการจัดการเรียนการสอนที่ผูเรียนและผูสอนอยูหางกันดวย ระยะทาง การสื่อสารทางการเรียนการสอนทําไดโดยผานสื่อ โทรทัศน โทรศัพท เอกสาร เชนคูมือตาง ๆ ฯลฯ ดาวเทียม เครือขายคอมพิวเตอร ทั้งนี้เพื่อใหทุกคนไดมี สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคในการเรียนรู E – Learning เ ป น ก า ร เ รี ย น รู โ ด ย ผ า น สื่ อ อิเล็คทรอนิคส (Electronic Learning) ดวยการใชระบบ ออนไลน (ระบบโทรคมนาคมและเครือขายคอมพิวเตอร) Smart card คือ บัตรอิเลคทรอนิคส ที่ใชทํางานหลาย ๆ อยางไดอยางรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ เชน บัตรประชาชนที่ เปน Smart card หมายถึง บัตรที่เก็บขอมูลตาง ๆ ของตัวเจาของ บัตรไว สามารถทราบหรือคนหาขอมูลตาง ๆ ของเจาของบัตรนั้น ได Access แปลวาการเขาถึง หมายถึง การมีโอกาสเขาไปมีสวนรวมในเรื่อง นั้น ๆ อยางเต็มที่เชนในการเขาถึงแหลงทุน การเขาถึงการศึกษา เปนตน Bio- Informatic การผสมผสานเทคโนโลยีทางดานชีววิทยากับเทคโนโลยีทางดาน ขาวสาร CEO : Chief Executive Officer ผูบริหารสูงสุดขององคกรที่มีอํานาจในการตัดสินใจสั่งการบังคับ บัญชาองคกรอยางเต็มที่ และมีความรับผิดชอบปญหาตางๆ ที่ เกิดขึ้นในองคการ CIO : Chief Information Officer ผูบริหารสูงสุดดานสารสนเทศ CFO : Chief Financial Officer ผูบริหารสูงสุดดานการเงิน หมายถึง การบริหารการเงินทั้งใน ปจจุบันและอนาคต CPLO : Cabinet and Parliamentary Liaison ผูประสานงานคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา ซึ่งทําหนาที่ในการ ประสานการจัดทําเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี การขอความเห็น
155.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 102 Officer ประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี การประสานการเสนอ รางกฎหมายและติดตามกฎหมาย เปนตน Equity การใชดุลพินิจ หรือหลักความยุติธรรม ไมเอนเอียงเขาขางใดขาง หนึ่ง การดําเนินการที่ชอบดวยเหตุผล เชน ราคา ยุติธรรม กรรมการตัดสินอยางยุติธรรม เปนตน Equality ความเทาเทียมกัน หมายถึง การมีโอกาสที่จะไดรับความเสมอภาค เทาเทียมกับคนอื่น ๆ E – Government :Electronic Government เปนรัฐบาลที่ใหบริการประชาชนไดในเวลาอันรวดเร็ว ขั้นตอนการ ทํางานลดลง โดยการนําระบบคอมพิวเตอรมาใชในการใหบริการ แกประชาชน E – Commerce : Electronic Commerce การทําการคาโดยผานสื่ออิเล็กทรอนิกส เชน การโฆษณา การ ตอรอง การสั่งซื้อ ฯลฯ E – Province : Electronic Province หมายถึง จังหวัดที่ใชระบบอินเทอรเน็ตติดตอสื่อสารกับหนวยงาน ตาง ๆ ทั้งภายในและภายนอกจังหวัดรวมทั้งการใหบริการผาน อินเทอรเน็ต GMS (Greater Mekong Subregion) ประเทศที่อยูติดลุมแมน้ําโขง ไดแก ประเทศไทย พมา ลาว เขมร เวียดนาม และจีนยูนาน ASEM (Asia Europe Ministerial Meeting) การประชุมรวมกันระหวางประเทศในทวีปเอเชียและทวีปยุโรปใน เรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจ เชน เรื่องเขตการคาเสรี ความรวมมือทาง เศรษฐกิจ ฯลฯ SML (Small, Medium and Large) เปนนโยบายของรัฐบาลในการจัดสรรงบประมาณไปชวยแกปญหา ในระดับหมูบานที่เปนปญหาสวนรวมโดยจัดงบประมาณใหตาม ขนาดของหมูบาน 3 ขนาด คือ ขนาดเล็กไดสองแสนบาท ขนาด กลางไดสองแสนหาหมื่นบาท และขนาดใหญได 3 แสนบาท Uninet ระบบตอเชื่อมแตละมหาวิทยาลัยเขาดวยกันโดยใชเครือขาย internet เพื่อสะดวกในการติดตอ ประสานงาน คนหาขอมูลตาง ๆ เปนตน Nano Technology เปนศาสตรเกี่ยวกับสิ่งเล็ก ๆ ของระบบประสาทที่เปนจุดเชื่อม ระหวางชีวภาพกับเทคโนโลยีซึ่งตางประเทศไดศึกษาเกี่ยวกับการ นําระบบประสาทมาควบคุมเทคโนโลยีเพื่อใหเกิดประสิทธิภาพสูง Neuro Science & Cognitive Science ศาสตรเกี่ยวกับวิทยาศาสตรทางระบบประสาท
156.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 103 Computational Biology คือ การเอาศาสตรดาน IT ผนวกกับศาสตรดาน Biology ทําให สามารถวิเคราะหยีนส ดีเอ็นเอ หรือพฤติกรรมของยีนส หรือ ดีเอ็น เอไดหมด เชนจะทําใหรูวาโรคติดตอกันอยางไร? ซึ่งจะนํามาสูวิธี ปองกันรักษา FAX : Facsimile transmission การสงเอกสารโดยใชโทรศัพทที่เชื่อมตอกับเครื่องสง/รับเอกสาร สามารถสงเอกสารไดอยางรวดเร็ว จากเครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่อง หนึ่งโดยมีสําเนาเหมือนเอกสารตนฉบับ Experiential Learning กระบวนการเรียนรูจากประสบการณโดยการใหผูเรียนไดเผชิญกับ สภาพจริง หรือสภาพคลายจริงเพื่อจะไดฝกการวิเคราะห ตัดสินใจ และแกไขปญหา ฯลฯ ในสถานการณนั้น ๆ ได Equal pay หลักการที่วาผูชายและผูหญิงที่ทํางานเทากันควรจะไดรับ ผลตอบแทนเทากัน Brain based Learning การเรียนรูตามการพัฒนาการของสมอง kick - off การเริ่มตนทําสิ่งใดสิ่งหนึ่ง (รากศัพทมาจากการเขี่ยเริ่มตนการ แขงขันฟุตบอล kick - off campaign กระบวนการเริ่มตนดําเนินการตามวัตถุประสงคอยางใดอยาง หนึ่ง โดยเฉพาะเจาะจงในดานสังคม ดานการพาณิชยหรือดาน การเมือง เชน การเริ่มตนรณรงคการเลือกตั้งของรัฐบาล เปนตน Learning by Doing เรียนไปปฏิบัติไป Access for all ทุกคนสามารถเขาถึงการศึกษาไดโดยไมมีชองวางระหวางคนจน กับคนรวย ถาคนมีปญญา มีสมอง มีความสามารถที่จะเรียน หนังสือได เรียนไดเทาไรเรียนไปเลย Income Contingent Loan (ICL) การใหเงินกูเพื่อการศึกษาที่ผูกติดกับรายไดในอนาคต soft structure โครงสรางที่สามารถปรับปรุงและยืดหยุนได Global citizen พลเมืองโลก life long learning การเรียนรูตลอดชีวิต Boston Model เปนรูปแบบการจําแนกประเภทธุรกิจ ที่ทานนายกรัฐมนตรี ดร. ทักษิณ ชินวัตร พูดถึงบอย ๆ ซึ่งเปนรูปแบบของ บริษัท Boston Consultancy Group Matrix ที่ไดจําแนกธุรกิจ ออกเปน 4 ประเภท ไดแก Problem Child ธุรกิจที่มีการขยายตัวสูง มีการลงทุนมากแต
157.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 104 ตลาด มีการขยายตัวนอย Star ธุรกิจที่มีการขยายตัวสูงและตลาดมีการขยายตัวมาก เชนกัน เปนธุรกิจ ที่จะตองรีบเรงดําเนินการ Cash Cow เปนธุรกิจที่มีการขยายตัวสูง และมีตลาดมากใน อดีต แต ปจจุบันตลาดยายตัวนอยลง เพราะมีคูแขงมาก Dog เปนธุรกิจที่หมดโอกาส ไมมีการขยายตัวทั้งการลงทุน และตลาด “เอาตัว S เขามาเกี่ยว” อัตราเติบโตทางเศรษฐกิจขยายตัวอยางตอเนื่อง โดยไมรอให เศรษฐกิจชะลอตัว คําวาตัว S หมายถึง กราฟที่มีชื่อ วา Sigmoid Curve แสดงถึงพัฒนาการของสิ่งตาง ๆ โดยเฉพาะ ทางดานเศรษฐกิจ ผูนําที่มีวิสัยทัศน จะไมรอที่จะทําอะไรในชวง ขาลง แตจะพัฒนาอยางตอเนื่องในชองที่เปนขาขึ้น เหมือนกับเอา ตัว Sอีกตัวเขามาเกี่ยว ดังนี้ S Logistics เปนกระบวนการวางแผน การนําไปใชงานพรอมกับการควบคุม การไหลอยางมีประสิทธิภาพและการเคลื่อนที่ พรอมดวยการ จัดเก็บของวัตถุดิบ สินคาคงคลัง ระหวางกระบวนการสินคา สําเร็จรูปและขอมูลที่เกี่ยวของ นับจากจุดเริ่มตนของการ จัดหา จนถึงจุดของการบริโภค โดยมีความมุงหมายที่จะใหตรงกับ ความตองการของผูบริโภค Teacher teaching ครูเปนผูสอน Learner learning นักเรียนเปนผูเรียน Living Library หองสมุดที่มีชีวิตชีวา Knowledge Based Economy ระบบเศรษฐกิจที่อาศัยฐานคงวามรู Intellectual Property ทรัพยสินทางปญญา blueprint การวางตนแบบใหมใหเด็กไทย สันทัด/ระวีวรรณ/นงเยาว/ประชุม/ประสิทธิ์/ณัฐชนันท/จิตตประพันธ/นิธิธัช/รัตติกร : ผูรวบรวมและเรียบ เรียง
158.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 105 8. ความรอบรูทั่วไป 8.1) รอบรูดานสังคม 1. ครม.เห็นชอบตามที่ ศธ.เสนอการถวายพระสมัญญาแดสมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิ วัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร วา “ พระกัลยาณมิตราจารย” หมายถึง “พระอาจารยผูเปน กัลยาณมิตรที่ประเสริฐ” เพื่อเปนการสํานึกในพระกรุณาธิคุณดานการศึกษา ที่มีตอวงการศึกษาของ ประเทศและของปวงชนชาวไทยอันหาที่สุดมิได 2. เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต ประกอบดวยพื้นที่ 4 จังหวัด ไดแก ยะลา ปตตานี นราธิวาส และสงขลา (อําเภอจะนะ เทพา นาทวี และสะบายอย) 3. ผูบริหารผูนําบริหารการเปลี่ยนแปลง (CCO หรือ Chief Change Officer) 4. สิ้นแผนฯ10 กําหนดเปาหมายลดขาราชการลงรอยละ 10 ปจจุบันได (รอยละ 7) 5. กําลังพลกลุมใหญสุด 1)ครู 2) พลเรือน 3) ตํารวจ 4) อบต. 6. มิติคํารับรองแผนป 51 สพฐ. 4 มิติ มีคะแนน 45 20 10 25 ประกอบดวย 1) ประสิทธิผล 2)การบริการ 3) ประสิทธิภาพ 4) การพัฒนาองคกร 7. กระทรวง วธ.เสนอชื่อ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ เปนบุคคลสําคัญของโลกในดานการศึกษา วัฒนธรรม สังคมศาสตรและสื่อสารมวลชน ในวาระครบรอบ 100 ป ในป 2554 วธ. ไดรวบรวมขอมูลทั้งหมดเสร็จ เรียบรอยพรอมที่จะเสนอตอกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อเสนอตอที่ประชุมยูเนสโกในวันที่ 15 มกราคม 2552 8.2 ) รอบรูดานเศรษฐกิจ 1. เลขาธิการอังทัส (ก.ก. วาดวยการคาและการพัฒนา) ไดแกนายศุภชัย พานิชภักดิ์ 2. นโยบายรัฐบาลอภิสิทธ(ครม.ชุดที่59)เกี่ยวกับ โครงการกองทุนเศรษฐกิจพอเพียง การจัดทํา โครงการของหมูบานและชุมชน(7หมื่นหมูบาน)ตองยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงในการพัฒนาหมูบานและ ชุมชนใหเขมแข็งเทานั้น จัดสรรเม็ดเงินงบประมาณให 2 เทาจากรัฐบาล เดิม คือ (ใชงบขกลางป 1-8 แสนลาน) 1) หมูบานและชุมชนขนาดเอส เพิ่มเปน 400,000 บาท 2) ขนาดเอ็ม เพิ่มเปน 500,000 บาท และ 3) ขนาดแอล เพิ่มเปน 600,000 บาท 3. ปจจุบันไทยมีหนาสาธารณะ 36.92% ของ GDP 4. เปาหมายรัฐบาลลดคาใชจายลงรอยละ 5 5. คาครองชีพชั่วคราวขาราชการครูและลูกจางปรับใหม 5.1) เงินเดือนไมถึง 11700 ใหเดือนละ1000 จนถึง 11700 บาท 5.2) เงินเดือนไมถึง 8200 ใหเดือนละ1000 จนถึง 8200 บาท
159.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 106 6. บําเหน็จดํารงชีพ (เงินกอนที่ใหไปกอนสําหรับขาราชการบํานาญ) ซื้อบาน ปลูกบาน 6.1) อายุ 65 ปขึ้นไป ได 15 เทาแตไมเกิน 400.000 บาท 6.2) อายุ 60 ปขึ้นไป ได 15 เทาแตไมเกิน 200.000 บาท (ที่เหลือมีสิทธิ์รับอีก ถึง65ป) 7. คาสอนพิเศษ (สอนเกินในสถานศึกษา ครู 20/ ผบ.12 /ครูธุรการ10ชม/สัปดาห) 7.1) เงื่อนไข ไมใชครูโรงเรียนนั้น หากเปนครูโรงเรียนนั้นตองไมมีหนาที่สอน ผูรับเชิญ มาสอน ในฐานะครูพิเศษ อาจารยพิเศษ 7.2) ชั่วโมงละ 200บาท (มัธยม) 270บาท (สูงกวามัธยม) 400บาท(อุดม) 540 (บัณฑิต) 8. พรบ.งบประมาณรายจายป 2552 นายก คลัง รก.พรบ.นี้ (1.835000 ลานลาน) - งบกลาง 240000 ลาน - ศึกษา 332.298.616.000 - สพฐ. 210.634.952.800 1) แผนงานแกไขความไมสงบจังหวัดชายแดนไต 2) แผนงานขยายโอกาสและพัฒนาการศึกษา 9. แผนยุทธปรับขนาดกําลังคนภาครัฐ(2549-2551) สิ้นสุด 30 กันยายน 51 ระยะตอไป 2552-2555) ยังไมกําหนด ทําแบบเกษียณ คปร.1(ครู-สาขาวิชา) คปร.2 (ครู) –คปร.6 คปร.6/1 โดยมี 8 บัญชี 10. หมูบานเอสเอ็มแอล โครงการกองทุนเศรษฐกิจพอเพียง การจัดทําโครงการของหมูบานและ ชุมชนตองยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงในการพัฒนาหมูบานและชุมชนใหเขมแข็งเทานั้น จัดสรรเม็ดเงิน งบประมาณให 2 เทาจากรัฐบาลเดิม คือ 1) หมูบานและชุมชนขนาดเอส เพิ่มเปน 400,000 บาท 2) ขนาดเอ็ม เพิ่มเปน 500,000 บาท และ 3) ขนาดแอล ไดรับเงิน 300,000 บาท เพิ่มเปน 600,000 บาท 8.3) รอบรูดานการศึกษา 1.นายจุรินทร ลักษณวิศิษฏ รัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปดนโยบายกศ. นโยบายเรียนฟรี การปฎิรูปการศึกษารอบ 2 คุณภาพการศึกษา ปรับโครงสรางและอื่น ๆ อีกหลายเรื่อง “ นับ หนึ่งในทิศทางที่ถูกตอง” นโยบายรัฐฐาลอภิสิทธิ์ เรียนฟรี ๑๕ ป คือ การเรียนฟรีแบบมีคุณภาพ ถือวาเปนเปาหมายสําคัญ คง จะเริ่มไดในปการศึกษา ๒๕๕๒ การเรียนฟรี ๑๒ปตามรัฐธรรมนูญเปนเฉพาะคาเลาเรียนเทานั้นสําหรับ เรียนฟรี ๑๕ป ก็จะเพิ่มเติมจากคาเลาเรียน เชน ตําราเรียน ชุดนักเรียน อุปกรณการเรียน ฯลฯ สวนเรื่อง คุณภาพการศึกษานั้น เปนเรื่องการปฏิรูประบบซึ่งเปนนโยบายสําคัญอีกขอหนึ่ง ที่มุงเนนในเรื่องคุณภาพ การศึกษา การเรียนฟรีจึงตองเปนการเรียนฟรีอยางมีคุณภาพควบคูกันไปดวย.
160.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 107 2 .แผนปฏิบัตราชการป 2552 กระทรวงศึกษาธิการ มีเปาหมาย 4 ภารกิจ 11 ตัวชี้วัด 1) เปาหมายที่ 1 สรางโอกาสทางการศึกษาและการสงเสริมการเรียนรูตลอดชีวิต มี 7 ตัวชี้วัด ไดแก - อัตราเขาเรียนระดับกอนประถมศึกษาตองเพิ่มขึ้น - ระดับประถมศึกษาตองเปน 100 % - ระดับมัธยมตนตองเปน 100 % - อัตราเรียนตอระดับ ม.ปลาย จะตองเพิ่มขึ้น - อุดมศึกษา จะตองเพิ่มขึ้น - จํานวนปการศึกษาเฉลี่ยของประชากรวัยแรงงานอายุ 15-39 ป ตองเกิน 10 ป - จํานวนปการศึกษาเฉลี่ยของประชากรวัยแรงานอายุ 40-59 ป ตองเกิน 7 ป 2) เปาหมายที่ 2 ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา มีตัวชี้วัดเดียว - ความสามารถในการแขงขันของไทยโดยสถาบันIMD ( International Institute for Management Development ) ในสวนที่เปนการประเมินการศึกษาจะตองสูงขึ้นจากลําดับ 24 (ป 52ตองติดอันดับอยูใน 15 อันดับแรกของโลก) 3) เปาหมายที่ 3 พัฒนาขีดความสามารถในการแขงขันของประเทศโดยใชความรูเปนฐาน มีตัวชี้วัด เดียว - สัดสวนผูเรียนตอสายอาชีวศึกษาตอสามัญ ตองขยับเปน 47 ตอ 53 ( 41 ตอ 59) 4) เปาหมายที่ 4 พัฒนาการศึกษาเพื่อความมั่นคงของรัฐ มีกําหนดตัวชี้วัด - การเพิ่มจํานวนผูเขารวมโครงการพัฒนาผูสอนอิสลามศึกษาในโรงเรียนเอกชน ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต - สัดสวนผูเรียนในร.ร.เอกชนและรัฐ เปน 25 ตอ 75 ( 19 ตอ 81) 3. องคกรมหาชนที่อยูในกํากับของกระทรวงศึกษาธิการมีดังนี้ 1) สถาบันระหวางประเทศเพื่อการคาและการพัฒนา (องคการมหาชน) 2) สถาบันทดสอบทางการศึกษาแหงชาติ (องคการมหาชน) 3) สํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องคการมหาชน) 4) สํานักงานบริหารและพัฒนาองคความรู (องคการมหาชน) สวนหนวยงานในกํากับที่เปนนิติบุคคล (ที่ไมรวมมหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบ) ไดแก 1) สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (สสวท.) 2) สํานักงานเลขาธิการคุรุสภา 3) สํานักงานคณะกรรมการสงเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) 4) โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ
161.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 108 4. แผนพัฒนาครูอยางเปนระบบของปลัดกระทรวงศึกษาธิการ แผนพัฒนาครูซึ่งประกอบดวย 4 สวน ไดแก 1) การผลิตครู 2) การควบคุมการประกอบวิชาชีพครู 3) การพัฒนาสงเสริมครู และ 4) การบริหารงานบุคลากร 5. ปงบ 52 ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และหนวยงานในกํากับ" ไดตั้งไวจํานวน 330,069,183,600 บาท สําหรับสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 209,167,636,700 บาท แบงเปน 1) แผนงานแกไขปญหาความไมสงบในจังหวัดชายแดนภาคใต 229,682,700 บาท 2) แผนงานขยายโอกาสและพัฒนาการศึกษา 208,937,954,000 บาท 6. ชื่อบุคคลสําคัญในวงการศึกษา 1) นางจิตตรียา ไชยศรีพรหม ผูอํานวยการสํานักทดสอบทางการศึกษา สพฐ. 2) ศ.ดร.อุทุมพร จามรมาน ผอ.สถาบันทดสอบทางการศึกษาแหงชาติ(สทศ.) 3) นายองคกร อมรสิรินันท ไดรับการคัดเลือกใหเปนเลขาธิการคุรุสภาคนใหม 4) นายสุเมธ แยมนุน เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา 5) นายเกษม กลั่นยิ่ง เลขาธิการคณะกรรมการสงเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา (สกสค 6) นายวุฒิสาร ตันไชย ประธานคณะอนุกรรมการสภาการศึกษาดานการกระจาย อํานาจทางการศึกษา 7) นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุยา เปนประธานกรรมการกพฐ. 8) นายธาดา มารติน ผูจัดการกองทุนเงินใหกูยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) 9) ดร.อําพน กิตติอําพน เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ 7. การจัดการศึกษาโดยโรงพยาบาลตามมาตรา 18 พรบ.กศ.ชาติ เขาปวยรักษานาน ขยายโอกาสทางเลือก รวมกับศูนยการศึกษาพิเศษ สพท. จังหวัดรวมกัน รพ.ตอง 50 เตียง ชื่อวา ”โครงการศูนยการเรียนสําหรับเด็กเจ็บปวยเรื้อรังในโรงพยาบาล” ขณะนี้มี 12 ศูนย เปาหมายจังหวัดละศูนย รวม 76 ศูนย (ป2556) 8. ก.ค.ศ. เห็นชอบหลักสูตรอบรมและพัฒนาขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่ไม ผานการประเมินวิทยฐานะชํานาญการพิเศษ ซึ่งมีจํานวนประมาณ 2 หมื่นคน ดังนี้ 8.1) กลุมที่ยื่นประเมินไมผาน แตกรรมการอานผลงาน 2 ใน 3 คน ใหผานการประเมิน มีจํานวน 2,418 คน 1) อบรมพัฒนา 18 ชั่วโมง 2) พัฒนาการเรียนการสอน และปรับปรุงผลงานวิชาการนําเสนอตอ คณะกรรมการอานผลงานภายใน 6 เดือน หลังผานการอบรม
162.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 109 8.2) กลุมที่กรรมการอานผลงาน 1 คน หรือไมมีกรรมการอานผลงานใหผานการประเมิน ซึ่งมี จํานวน 19,932 คน 1)อบรมพัฒนาไมนอยกวา 30 ชั่วโมง (โดยผูที่ผานการอบรมจะมีการประเมินการเขารวม กิจกรรม โดยจะตองเขารวมไมนอยกวารอยละ 80 ของระยะเวลาการอบรมพัฒนาทั้งหมด) 2)จากนั้นใหไป พัฒนางาน และเสนอผลงานวิชาการภายใน 1 ป (สําหรับผลงานวิชาการที่จะนําเสนอใหกรรมการอานผลงาน พิจารณาอีกครั้งนั้น อาจจะจัดทําใหมทั้งหมด หรือปรับปรุงผลงานวิชาการเดิมก็ได) หลักสูตรการอบรมพัฒนาดังกลาวจะแบงเปน 4 สาย คือ ครูผูสอน ผูบริหารสถานศึกษา ผูบริหาร การศึกษา และศึกษานิเทศก (ศน.) โดยเนื้อหาของการอบรมจะขึ้นอยูกับสาขาวิชา และตําแหนงสายงาน เชน หากเปนครูผูสอนจะเนนการวิจัยในชั้นเรียน เทคนิควิธีการสอน เนื้อหาสาระแตละกลุมสาระวิชา สวน ผูบริหารจะเนนการบริหารงาน(จัดอบรมในชวงปดภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2551) 9. ปญหาการปฏิรูปการศึกษาในชวง 9 ป พ.ศ.2542 -2551 ของ สกศ. เพื่อนําไปสูการกําหนดทิศทาง เพื่อการปฏิรูปการสึกษาในทศวรรษที่ 2 นั้น สกศ.ไดตั้งประเด็นปฏิรูปการศึกษาไว 8 เรื่องดังนี้ 1) การพัฒนาคุณภาพผูเรียน ระดับปฐมวัย มีพัฒนาการดานรางกาย อารมณสังคมอยูในระดับสูง สวนพัฒนาการดานสติปญญาต่ํากวาดานอื่น ระดับการศึกษ ขึ้นพื้นฐาน พบวาขาดแคลนครู ผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน ระดับ ป.6 และม.3 ลดลง ทุกวิชา สวน ม.6ต่ํากวา 50% ทุกวิชายกเวนภาษาไทย ระดับ อาชีวศึกษา มีสมรรถนะไมสอดคลองกับความตองการขอผูใช เด็กไมนิยมเรียนและลาออกกลางคันจํานวน มาก ระดับอุดมศึกษา พบวาคุณภาพโดยรวมยังไมนาพึงพอใจ ไมสอดคลองกับความตองการขอสถาน ประกอบการ เนนการผลิตเชิงปริมาณ สวนการศึกษานอกระบบ พบวา ความรูวิชาสามัญอยูในระดับต่ํา 2) การผลิตและพัฒนาครูพบวาขาดแคลนครูทั้งปริมาณและคุณภาพ หลักสูตรการผลิตครูไม สอดคลองกับการปฏิบัตการจริง คนดีคนเกงไมตองการเปนครู และการไดวิทยฐานะครูไมสงผลตอคุรภาพ ผูเรียน 3) การเพิ่มประสิทะภาพการบริการจัดการศึกษาและการมีสวนรวม สวนกลาง ไมกระจายอํานาจ อยางแทจริง สถานศึกษาไมเปนนิติบุคคลอยางแทจริง สถาบันอุดมศึกษายังไมพรอมออกนอกระบบราชการ สิ่งที่ควรดําเนินการคือ แกไของคประกอบของ อ.ก.ค.ศ.ใหสามารถปองกันการแทรกแซงทางการเมืองและ ลดการผูกขาดอํานาจราชการ 4) การเพิ่มโอกาสทางการศึกษา การใหบริการแกผูดอยโอกาสยังนอย ควรจัดใหมี คูปองการศึกษา 5) การผลิตและพัฒนากําลังคนนั้น พบผูจบอาชีวศึกษา 75% เรียนตอ ป.ตรี การผลิตกําลังคนดาน สังคมศาสตรเกินความตองการ 6) การเงินเพื่อการศึกษาพบวา ผูเรียนมีสวนรวมรับภาระคาใชจายนอยมาก 7) เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาพบวา ครูและนักเรียนนําความรูดานเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาไปใชใน การกระบวนการเรียนการสอนและการเรียนรูดวยตนเองคอนขางนอย และ 8) กฎหมายการศึกษายังไมสามารถบังคับใชไดอยางมีประสิทะภาพ
163.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 110 10. สทศ.ออกขอสอบ GAT (General Aptitude Test) และการทดสอบวิชาชีพหรือวิชาการPAT (Professional Aptitude Test) 11. อัตราสวนนักเรียนสพฐ.ตอคอมพิวเตอร 1/20 12. คําขวัญวันเด็ก 52 “ฉลาดคิด จิตบริสุทธิ์ จุดประกายฝน ผูกพันรักสามัคคี” 13. ด็กไทย รอยละ 90 ติดเกมรุนแรง 14. การศึกษาขององคการความรวมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organization for Economics C0- 0peration and Development, OECD) ที่รูกันในชื่อของ PISA (Programme for International Students Assessment) 15.การศึกษาขององคการความรวมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organization for Economics C0- 0peration and Development, OECD) ที่รูกันในชื่อของ PISA (Programme for International Students Assessment) พบวานักเรียนไทยที่จัดไดวามีความรูวิทยาศาสตร อยูในระดับสูงมีเพียง 1% เด็กไทย 74% อาน ภาษาไทยไมรูเรื่อง 16. ประเทศฟนแลนด ซึ่งถือวาเปนประเทศที่คุณภาพการศึกษาดีที่สุดในโลก วิชาชีพที่ประชาชนนิยม และใหการยอมรับนับถือมากที่สุดคือ วิชาชีพครู 17. เราตองการใหมีผูเขาศึกษาสายอาชีวะประมาณครึ่งหนึ่ง จึงจะทําใหมีกําลังคนเพียงพอตอการพัฒนา อุตสาหกรรมของประเทศ แตในความเปนจริงกลับพบวา มีผูเขาเรียนอาชีวะเพียง 27% สาขาวิชาวิทยาศาสตร และเทคโนโลยี นี้มีเพียง 28% และมีแนวโนมลดลง 18. เจตนารมณ ใหวิทยาลัยชุมชนเปนสวนหนึ่งของระบบอุดมศึกษา ซึ่งหวังวาจะกลายเปนอีกทางเลือก หนึ่งที่บุคคลอาจไดรับการศึกษาขั้นอุดมศึกษาระดับต่ํากวาปริญญา หลักการวางไววาวิทยาลัยชุมชนจะตอง ไดรับการสนับสนุนจากทองถิ่น เมื่อพรบ.42 เปลี่ยนไป เปน 45 อาชีวศึกษายังคงอยู วิทยาลัยชุมชนที่ได เกิดขึ้นมาแลว รวม 20 แหง (อาชีวะทองถิ่นในอุดม) จึงตกอยูภายใตปญหา ความไมชัดเจนของสถานภาพ และพันธกิจที่มีบางสวนซ้ําซอนกับอาชีวศึกษา ความคาดหวังของชุมชนที่คิดวามีอุดมศึกษาอยูในพื้นที่ ดาน อาคารสถานที่ งบประมาณบางสวน และบุคลากร (ปจจุบันสังกัดอุดมศึกษา) ความชัดเจนของพัฒนาการของ การศึกษาในรูปแบบใหมนี้ จึงอยูที่พระราชบัญญัติวิทยาลัยชุมชน 19. วิสัยทัศนแผนยุทธศาสตรการพัฒนาระบบราชการ 51- 55 “ ระบบราชการไทยมุงเนน ประโยชนสุขของประชาชนและรักษาผลประโยชนของประเทศชาติ มีขีดสมรรถนะสูง สามารถ เรียนรูปรับตัวและตอบสนองตอการเปลี่ยนแปลงยึดมั่นในหลักจริยธรรมและธรรมาภิบาล” 20. ขาราชการครู ๒ ราย คือ นางศรีรักษ ผลวัฒนะ จากโรงเรียนเบญจมราชาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ สังกัด สพท. กทม.เขต ๑ และนางสาวพรพิมล ชาญชัยเชาววิวัฒน จากโรงเรียนบางมดวิทยา "สีสุกหวาดจวน อุปถัมภ" สังกัด สพท.กทม.เขต ๓ เลื่อนเปนวิทยฐานะครูเชี่ยวชาญพิเศษ สาขาวิชาเคมี คนละ ๓ รายการ 21. มหาวิทยาลัยของรัฐ 78 แหง รวมกับมหาวิทยาลัยเอกชน วิทยาลัยชุมชน และสถาบันในสังกัดอื่น แลว เรามีสถาบันอุดมศึกษาประมาณ 255 แหง
164.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 111 22. สพฐ.ถือเปนนโยบายที่จะไมใหโรงเรียนและครูนําเด็กหรือสงเสริมใหเด็กอายุต่ํากวา 15 ป ขึ้นเวทีชก มวยอาชีพ หากจะทํา ตองขออนุญาตผูวาราชการจังหวัดและตองดูแลไมใหมีเรื่องการพนันโดยเด็ดขาด 23. ก.ค.ศ.ไดประกาศตั้ง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาชุดปจจุบันเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2548 และถานับ อายุตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย จะหมดอายุในวันที่ 19 มิถุนายน 2552 24. 11 ธ.ค. 51 ก.พ. จะประกาศบัญชีจัดตําแหนงขาราชการพลเรือนสามัญ ตามกฎหมายใหมเพื่อสงให สวนราชการ หรือเปนวันที่จะประกาศวาขาราชการพลเรือนสามัญที่เดิมเคยอยูในตําแหนงซี 1 ซี 2 ไปจนถึงซี 11 จะไปอยูในตําแหนงประเภทใด ระดับใด 25. TIMSS-2007 ซึ่งมี 59 ประเทศ และ 8 รัฐเขารวม โดยพบวาเด็กไทยออนวิชาคณิตศาสตรและ วิทยาศาสตรโดยผลคะแนนลดลงกวาการ ประเมินในรอบที่ผานมา 26. โรงเรียนยอดนิยมทั่วประเทศ จํานวน 368 โรง ใน 185 เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ แจงสัดสวน ของวิธีการคัดเลือกที่ใชในการรับนักเรียนเขาเรียนชั้น ม.1 ประจําปการศึกษา 2552 นั้น ปรากฏวา มี สถานศึกษาที่ จะใชวิธีการสอบคัดเลือก 100% จํานวน 125 โรงเรียน โดยเปนโรงเรียนในสํานักงานเขตพื้นที่ การศึกษา (สพท.) กทม.และโรงเรียนประจําจังหวัด สวนที่เหลือจะใชทั้งวิธีการจับสลากสอบคัดเลือกเด็กใน เขตพื้นที่บริการของโรงเรียน และสอบจากเด็กทั่วไป 27. บัญชีสอบครั้งที่ 1/2550 จะหมดอายุในเดือนกันยายน 2552 (มีจํานวน 14,313 คน 20 วิชาเอก ของ 13 เขตพื้นที่การศึกษา) สวนบัญชีสอบครั้งที่ 1/2551 จะหมดอายุเดือนพฤษภาคม 2553 มีจํานวน 13,718 คน 29 วิชาเอก ของ 36 เขตพื้นที่การศึกษา 28. ตรวจสอบขอมูลรายบุคคลนักเรียนครบถวนและถูกตองไดที่ www.info.bopp.moe.go.th 35. สพฐ.รวมกับทหารสรางโรงเรียนราชประชานุเคราะห ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต ไดแก จ. ปตตานี นราธิวาส สงขลา ยะลา และ สตูล 29. คณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต (กพต.) มีการจัดตั้งคณะกรรมการ พัฒนาการศึกษาระดับจังหวัด/อําเภอ โดยมีผูวาราชการจังหวัด นายอําเภอ เปนประธาน มีการจัดตั้งสํานักงาน การศึกษาเอกชนจังหวัดและสํานักงานการศึกษาเอกชนอําเภอ ตัดโอนอัตรากําลังของขาราชการครูที่ ศธ. สงไปปฏิบัติงานโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม (เดิม) ของ จ.ยะลา ปตตานี นราธิวาส สตูล และสงขลา รวมทั้งปรับระบบการอุดหนุนการศึกษาในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม สถาบันศึกษาปอเนาะ และ ศูนยการศึกษาอิสลามประจํามัสยิด (ตาดีกา). 30. สภาการศึกษาเสนอจัดตั้งสถาบันพัฒนาครูใหใชชื่อวา “สถาบันกัลยาณิวัฒนา” โดยสถาบันนี้จะมี หนาที่ในการพัฒนาครูเพื่อสืบสานพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวและสมเด็จพระเจาพี่นาง เธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร ที่จะมุงผลิตและพัฒนาครูที่เกงในการสอน และ เปนครูที่ดีเจริญรอยตามพระยุคลบาท ซึ่งการดําเนินงานของสถาบันนี้จะเปนการทํางานรวมกับเครือขาย
165.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 112 31. ครม.อนุมัติตามที่ ศธ.เสนอใหแตงตั้ง ประธานกรรมการและกรรมการในคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน จํานวน ๑๗ คน เนื่องจากประธานกรรมการและกรรมการชุดเดิมครบวาระการดํารงตําแหนง โดย มีรายชื่อดังนี้ นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุยา เปนประธานกรรมการ นายสุกิจ เดชโภชน ผูแทนองคกรเอกชน นายบรรจง โฆษิตจิรนันท ผูแทนองคกรปกครองสวนทองถิ่น นายสมศักดิ์ โลหเลขา ผูแทนองคกรวิชาชีพ และกรรมการผูทรงคุณวุฒิ ประกอบดวย นายชัยวัฒน วิบูลยสวัสดิ์ นายมังกร กุลวานิช ศาสตราจารยพันตํารวตตรียงยุทธ สาระสมบัติ ศาสตราจารยวิริยะ นามศิริพงศพันธุ นายสํารวม พฤกษเสถียร นายประพัฒนพงศ เสนาฤทธิ์ นายดิเรก พรสีมา นายสิทธิรักษ จันทรสวาง ผูชวยศาสตราจารยเรืองเดช วงศหลา นายเรืองชัย ทรัพยนิรันดร นายมานิจ สุขสมจิตร นายสุชาติ เมืองแกว พระธรรมโกศาจารย 32. ศูนยบริการประชาชนสายดวนการศึกษา 1579 รัฐบาล 1111 33. ปจจุบัน (2551) โดยรวมคนไทยเขาเรียนการศึกษา ได 93.91 ของประเทศ 34. กยศ.เตรียมความพรอมเปดระบบ e-Studentloan ใหนักเรียน นักศึกษากูยืมภาคเรียน ที่ 2/2551 ผาน เว็บไซต www.studentloan.or.th 35. ปจจุบันมหาวิทยาลัยในกํากับรัฐมี 5 แหง ไดแก จุฬา ทักษิณ จอมนครเหนือ บูรพา และมหิดล 36. อัตราสวนครูตอนักเรียนของ IMD ไดแก 1 ตอ 21 สวนงบการจัดการศึกษา 3.9 GDP 37. ประมวลจริยธรรมขาราชการพลเรือน (เลขาก.พ .ประกาศ) เปนไปตาม รธน. มาตรา และ279 และ พรบ. พลเรือน มาตรา 78และ 79 37.1 คานิยมหลัก รักษาประโยชนรวม เปนกลาง บริการธรรมาภิบาล อํานวยสะดวก มี 10 ประการ ไดแก - ยึดมั่นประชาธิปไตย - ยึดสวนรวมแยกสวนตัวกับตําแหนง - สํานึกดี รับผิดชอบ - มีจริยธรรม ทําสิ่งที่ถูก - ซื่อสัตย สุจริต - เที่ยงธรรม เปนกลางเมือง บริการ - ขอมูลขาวสาร
166.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 113 - เคารพรธน.กม. - มุงผลสัมฤทธิ์ - เปนแบบอยาง 37.2 จริยธรรมขาราชการพลเรือน คือปฏิบัติในรายละเอียดคานิยมหลัก 10 ประการ 37.3 จรรยาบรรณ คือปฏิบัติในรายละเอียดคานิยมหลัก 10 ประการ 37.4 กลไกบังคับใช 1) องคกรคุมครองจริยธรรม(ก.พ) 2) กรรมการจริยธรรม 7 คน 3) ฝาฝนจริยธรรมผิดวินัย 38.ดร.สุรินทร พิศสุวรรณ เปนเลขาธิการอาเซียนคนปจจุบัน (ประธานคือประเทศไทย) 39. โครงการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู (Interactive e-Learning) ผานโทรทัศน MOE Channel" 39.1) วัตถุประสงค เปนโครงการที่นําเทคโนโลยีสารสนเทศมาใชเพื่อลดชองวางทางการศึกษาให เด็กไทยในชนไดเรียนกับครูที่เกง ดี มีประสบการณ และเพื่อชวยแกปญหาการ ขาดแคลนครูอีกทั้งชวยยก คุณภาพการเรียนการสอนใหดีขึ้นดวย 39.2) แผนการดําเนินงาน 4 ระยะ (เปาหมาย 3000 โรงเรียน) ดังนี้ - ระยะที่ 1 ป 2551 จะมีโรงเรียนนํารองทั่วประเทศจํานวน 12 โรง สอน กลุมสาระการ เรียนรูวิทยาศาสตร คณิตศาสตร และภาษาอังกฤษ - ระยะที่ 2 ป 2552 จะมีโรงเรียนเขารวมโครงการ 280 โรง สอนในระดับชั้นม.2 และ ม.3 - ระยะที่ 3 ป 2553 จะขยายจํานวนโรงเรียนในโครงการออกเปน 1,200 โรง ในระดับชวงชั้นที่ 2 คือ ป.4-6 และ - ระยะที่ 4 ป2554 จะเพิ่ม โรงเรียนในโครงการอีก 1,300 โรง ครอบคลุมนักเรียนตั้งแตชั้น ป.4 ถึง ม.3 ครบ 4 ป จะมีโรงเรียนเขารวมโครงการประมาณ 3,000 โรง 40. ตําแหนงขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตําแหนงที่ก..ค.ออกกฎใหไดซี 9 คือ นิติกร ๙ เจาหนาที่วิเคราะหนโยบายและแผน ๙ และนักวิชาการศึกษา ๙ 41. กรณีมวยอาชีพ สําหรับเด็กอายุต่ํากวา 15 ป เลขากพฐ.สั่งการใหสถานศึกษา ถือปฏิบัติใน 3 ประเด็นหลัก ไดแก 1) หามใชสถานศึกษาเปนสถานที่จัดการแขงขันชกมวย 2) กําชับไมใหครูนํานักเรียนที่มีอายุต่ํากวา 15 ป ไปชกมวยอาชีพ 3) ใหสถานศึกษาแนะนําเด็กและผูปกครองวา การขึ้นชกมวยจะเกิดผลกระทบตอสุขภาพในดานตางๆ เชน ระบบสมอง ความจํา และสายตา ทั้งนี้ อาจขอความรวมมือจาก แพทยมาชวยใหความรูถึงผลกระทบเพิ่มดวย 42. การสอนโดยใชสื่อ Digital Library School (DLS) ตามโครงการวิจัยเพื่อพัฒนาสถานศึกษาขนาดเล็ก ที่ขาดโอกาสในการพัฒนา
167.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 114 ค. เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 1. นโยบายดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 1) เทคโนโลยีการศึกษาตามพรบ.การศึกษาแหงชาติ . ตามที่พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 ที่มีผลบังคับใชตั้งแตวันที่ 20 สิงหาคม 2542 ไดสะทอนความตื่นตัวในการปฏิรูปการศึกษา โดยยึดหลักการศึกษาตลอดชีวิตที่เนนผูเรียนเปนสําคัญและ มีความเชื่อวาผูเรียนทุกคนมีความสามารถที่จะพัฒนาและเรียนรูได โดยมีเปาหมายใหคนไทยเปนคนเกง คน ดี มีความสุข ทั้งนี้การปฏิรูปการศึกษาจะประสบผลสําเร็จไดนั้นจําเปนตองอาศัยปจจัยเกื้อหนุนในดานตางๆ มากมาย ซึ่งเทคโนโลยีการศึกษาก็เปนปจจัยหนึ่งที่สําคัญในการชวยใหการเรียนการสอนบรรลุผลตามเจตนา รมยของการปฏิรูปการศึกษา ดังจะเห็นไดจากพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 ที่กลาวไวใน หมวด 9 เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ไดกําหนดบทบาทหนาที่ของรัฐเกี่ยวกับการจัดการดานเทคโนโลยีเพื่อการ ศึกษา โดยกําหนดขอบเขตครอบคลุมไปถึงการจัดการโครงสรางพื้นฐาน การพัฒนาบุคลากร การวิจัย การ จัดตั้งกองทุนและหนวยงานกลางเพื่อวางนโยบายและบริหารงานเกี่ยวกับเทคโนโลยีการศึกษา หากมองดูในภาพรวมในระดับประเทศจะเห็นไดวารัฐบาลไดใหความสําคัญในการนําเทคโนโลยี สารสนเทศมาใชเปนเครื่องมือในการพัฒนาประเทศ โดยไดกําหนดกรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศ ระยะ พ.ศ. 2544-2553 ของประเทศไทย โดยมีวิสัยทัศน ในการใหประชาชนคนไทยทุกคนสามารถเขาถึง และใชประโยชนจากเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรูตลอดชีวิต การพัฒนาอาชีพ คุณภาพชีวิตและสิ่ง แวดลอม โดยไดรับบริการที่ทั่วถึงเทาเทียม มีคุณภาพ และมีประสิทธิภาพ นําไปสูการสรางสังคมแหงภูมิ ปญญาและการเรียนรู โดยมียุทธศาสตรการพัฒนากลไกการบริหารนโยบายและการบริหารจัดการ เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ การพัฒนาโครงสรางพื้นฐานสารสนเทศเพื่อการศึกษา และสนับสนุน สงเสริมการพัฒนาทรัพยากรมนุษยในทุกระดับ โดยเรงพัฒนาและจัดหาความรู (Knowledge)และสาระทางการศึกษา (Content) ที่มีคุณภาพและเหมาะสม ลดความเหลื่อมล้ําในการเขาถึง สารสนเทศและความรู และสรางเครือขายการเรียนรู อีกทั้งแผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศไทย พ.ศ. 2545-2549 โดยได รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2545 ซึ่งกําหนดใหทุกกระทรวงตองจัดทําแผนแม บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารขึ้น ซึ่งในสวนของการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนา ดานการศึกษา (E-Education) มีเปาหมายในการสรางความพรอมของทรัพยากรมนุษยทั้งหมดของประเทศ เพื่อชวยกันพัฒนาใหเกิดสังคมแหงภูมิปญญาและการเรียนรูที่มีคุณภาพ ยุทธศาสตรที่ใชเปนการเนนหนักใน การจัดหา จัดสราง สงเสริม สนับสนุน โครงสรางพื้นฐานสารสนเทศและอุปกรณเกี่ยวเนื่องกับการศึกษาและ การเรียนรู รวมถึงวิชาการ ความรู สารสนเทศตางๆ และผูสอน อันจะมีสวนในการจัดการและการบริหารการ ศึกษาและการฝกอบรมทั้งวิชาการและทักษะเพื่อพัฒนาและยกระดับคุณภาพความรูของทรัพยากรมนุษยของ ไทยใหเปนประชากร กําลังคนและแรงงานที่มีคุณภาพและสมบูรณดวยปญญาและการเรียนรู สามารถสราง
168.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 115 สรรคเศรษฐกิจและสังคมไทยใหมีความเจริญกาวหนาทัดเทียมประเทศที่พัฒนาไปแลวไดโดยเร็ว ในสวน ของการศึกษากําหนดใหกระทรวงศึกษาธิการเปนผูรับผิดชอบโดยไดดําเนินการจัดทําแผนแมบทเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ (พ.ศ. 2547-2549) ไดกําหนดวิสัยทัศน ใหผูเรียนทุกคน สถานศึกษาและหนวยงานทางการศึกษาทุกแหง มีโอกาสเขาถึงและใชประโยชนจาก เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการเรียนรูอยางตอเนื่องตลอดชีวิต การวิจัย การพัฒนา อาชีพ การบริหารจัดการ การพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยไดรับการบริการอยางทั่วถึงเทาเทียม มีคุณภาพและ ประสิทธิภาพ นําไปสูสังคมแหงภูมิปญญาและการเรียนรู โดยการนํา ICT มาสนับสนุนการจัดการศึกษา ทั้งดานการเรียนรูและการบริหารจัดการ โดยเนนการพัฒนาคุณภาพประสิทธิภาพการเรียนรู การพัฒนา ประสิทธิภาพการบริหารจัดการ การผลิตและพัฒนาบุคลากรและพัฒนาโครงสรางพื้นฐาน ICT เปนตน สาระสําคัญของเทคโนโลยีทางการศึกษาตามพรบ.การศึกษาแหงชาติ มีดังนี้ มาตรา 63 รัฐตองจัดสรรคลื่นความถี่ สื่อตัวนําและโครงสรางพื้นฐานอื่นที่จําเปนตอการสงวิทยุ กระจายเสียง วิทยุโทรทัศน วิทยุโทรคมนาคม และการสื่อสารในรูปอื่น เพื่อใชประโยชนสําหรับการศึกษา ในระบบ การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย การทะนุบํารุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมตามความ จําเปน มาตรา 64 รัฐตองสงเสริมและสนับสนุนใหมีการผลิต และพัฒนาแบบเรียน ตํารา หนังสือทางวิชา การ สื่อสิ่งพิมพอื่น วัสดุอุปกรณ และเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาอื่น โดยเรงรัดพัฒนาขีดความสามารถในการ ผลิต จัดใหมีเงินสนับสนุนการผลิตและมีการใหแรงจูงใจแกผูผลิต และพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ทั้งนี้ โดยเปดใหมีการแขงขันโดยเสรีอยางเปนธรรม มาตรา 65 ใหมีการพัฒนาบุคลากรทั้งดานผูผลิต และผูใชเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อให มีความรู ความสามารถ และทักษะในการผลิต รวมทั้งการใชเทคโนโลยีที่เหมาะสม มีคุณภาพ และ ประสิทธิภาพ -มาตรา 66 ผูเรียนมีสิทธิไดรับการพัฒนาขีดความสามารถในการใชเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาใน โอกาสแรกที่ทําได เพื่อใหมีความรูและทักษะเพียงพอที่จะใชเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาในการแสวงหาความรู ดวยตนเองไดอยางตอเนื่องตลอดชีวิต มาตรา 67 รัฐตองสงเสริมใหมีการวิจัยและพัฒนา การผลิตและการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา รวมทั้งการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการใชเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อใหเกิดการใชที่คุมคาและ เหมาะสมกับกระบวนการเรียนรูของคนไทย -มาตรา 68 ใหมีการระดมทุน เพื่อจัดตั้งกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาจากเงินอุดหนุนของ รัฐ คาสัมปทาน และผลกําไรที่ไดจากการดําเนินกิจการดานสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ และ โทรคมนาคมจากทุกฝายที่เกี่ยวของทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองคกรประชาชน รวมทั้งใหมีการลดอัตราคา บริการเปนพิเศษในการใชเทคโนโลยีดังกลาวเพื่อการพัฒนาคนและสังคมหลักเกณฑและวิธีการจัดสรรเงิน กองทุนเพื่อการผลิต การวิจัยและการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ใหเปนไปตามที่กําหนดในกฎ กระทรวง
169.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 116 มาตรา 69 รัฐตองจัดใหมีหนวยงานกลางทําหนาที่พิจารณาเสนอนโยบาย แผน สงเสริมและ ประสานการวิจัย การพัฒนาและการใช รวมทั้งการประเมินคุณภาพ และประสิทธิภาพของการผลิตและการ ใชเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา 1.2) กรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศ พ.ศ. 2544-2553 ของประเทศไทย 1) วิสัยทัศน ประเทศไทยเปนศูนยกลางการพัฒนาและการประกอบธุรกิจดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อ สารในระดับภูมิภาค โดยเฉพาะอยางยิ่งดานซอรฟแวร ผูประกอบการและประชาชนสวนใหญสามารถเขา ถึงขอมูลจากระบบบริการอยางทั่วถึงและยุติธรรมใหเกิดประโยชนโดยตรงตอการเพิ่มมูลคาทางเศรษฐกิจ แกการผลิตและบริการทุกสาขา รวมทั้งดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ใหสามารถแขงขันและอยู รอดในตลาดสากลได กอเกิดสังคมแหงภูมิปญญาและการเรียนรู สามารถประยุกตใชเพื่อสนองความตองการ ในการดํารงอยูอยางมีคุณภาพและมีความปลอดภัยอยางแทจริงในสังคมไทย 2) พันธกิจ เสริมสรางความรวมมือระหวางภาครัฐและเอกชนอยางตอเนื่องใหเปนเครือขายการพัฒนา ทั้งระบบขอมูลและโครงสรางพื้นฐาน ตลอดทั้งปฏิรูประบบบริหารจัดการดาน ICT ที่ทันสมัย มีการวางแผน เพื่อสรางสรรคงานวิจัยการศึกษาและการฝกอบรม 3) เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาดานการศึกษา (E-Education) เปาหมาย พัฒนาและเตรียมความพรอมดานทรัพยากรมนุษยในทุกระดับของประเทศ เพื่อรองรับ การพัฒนาสูการเปนสังคมแหงภูมิปญญาและการเรียนรู -ยุทธศาสตรการพัฒนา 1.พัฒนากลไกการบริหารนโยบายและการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา ที่มี ประสิทธิภาพ 2.พัฒนาโครงสรางพื้นฐานสารสนเทศเพื่อการศึกษา ใหเกิดการเขาถึงอยางทั่วถึงและเทาเทียมกัน 3.สนับสนุนและสงเสริมการพัฒนาทรัพยากรมนุษยในทุกระดับ 4.เรงพัฒนาและจัดหาความรู (Knowledge) และสาระทางการศึกษา(Content) ที่มีคุณภาพและมี ความเหมาะสม 5.ลดความเหลื่อมล้ําในการเขาถึงสารสนเทศและความรู 1.3) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ 1) วิสัยทัศน ผูเรียน สถานศึกษาและหนวยงานทางการศึกษาทุกแหง มีโอกาสเขาถึงและใชประโยชนจาก เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการเรียนรูอยางตอเนื่องตลอดชีวิต การบริหารจัดการ การวิจัย
170.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 117 การพัฒนาอาชีพ การพัฒนาคุณภาพชีวิตโดยไดรับบริการอยางทั่วถึง เทาเทียม มีคุณภาพและประสิทธิภาพ นําไปสูสังคมแหงภูมิปญญาและการเรียนรู - 2) พันธกิจ นํา ICT มาสนับสนุนการจัดการศึกษา ทั้งทางดานการเรียนรูและการบริหารจัดการ และ การพัฒนา การศึกษาเปนรากฐานของการพัฒนา ICT โดยเนน 2.1) การพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพการเรียนรู 2.2) การพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการ 2.3) การผลิตและพัฒนาบุคลากรดาน ICT 2.4) การกระจายโครงสรางพื้นฐาน ICT เพื่อการศึกษา 3 )วัตถุประสงค 3.1) เพื่อประยุกตใช ICT ในการพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพการเรียนรู 3.2) เพื่อประยุกตใช ICT ในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ และการใหบริการ ทางการศึกษา 3.3) เพื่อผลิตและพัฒนาบุคลากร ICT ใหสอดคลองกับการพัฒนา ICT ของประเทศ 3.4) เพื่อวิจัยและพัฒนา ICT ในการจัดการศึกษาและการพัฒนาอุตสาหกรรม ICT 3.5) เพื่อใหมีการเลือกใชและกระจายโครงสรางพื้นฐาน ICT ที่เกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร ซอฟตแวรปฏิบัติการและบุคลากร สําหรับการพัฒนาการเรียนรู การบริหารจัดการ และ การใหบริการ ทางการศึกษา 4) เปาหมาย 4.1) ผูเรียนในสถานศึกษาทุกคน มีโอกาสเขาถึง สามารถใช และมีทักษะ ICT เพื่อการศึกษาและ การพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามมาตรฐานหลักสูตรที่กําหนด 4.2) สถานศึกษาสามารถเชื่อมตออินเทอรเน็ต ได (ระดับประถมศึกษา รอยละ 80 ภายในป 2547 และทุกแหงภายในป 2548 ระดับมัธยมศึกษาทุกแหงในป 2546) และหองสมุดประชาชน อยางนอยอําเภอ ละ 1 แหง 4.3) สถานศึกษามีระบบเครือขายภายในที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น • อุดมศึกษา อาชีวศึกษา และสถานศึกษาที่มีเครื่องคอมพิวเตอร 400 เครื่องขึ้นไป มีเครือขาย ภายใน เปน GIGABIT -• สถานศึกษาอื่นมีเครือขายภายในเปน Fast Ethernet ไมนอยกวา 100 Mbps 4.4) สถานศึกษาทุกแหงจัดการเรียนการสอน และการใช ICT เพื่อพัฒนาการเรียนรู รวมทั้ง มี เว็บไซตเพื่อการใหบริการทางการศึกษา 4.5) มีหองปฏิบัติการคอมพิวเตอร ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับมัธยมศึกษาทุกแหง ระดับ ประถมศึกษา อยางนอยตําบลละ 1 แหง
171.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 118 4.6) มีสื่ออิเล็กทรอนิกส เพื่อใชในการจัดการเรียนการสอนและการใหบริการทางการศึกษา • หนังสืออิเล็กทรอนิกส (e – Book) ทั้งที่เปนหนังสือเรียน ผลงานวิจัย และหนังสือ ทางวิชา การที่เกี่ยวของ อยางนอยปละ 1,000 เลม เพื่อเสริมการเรียนการสอนตามหลักสูตร • สื่อบทเรียนอิเล็กทรอนิกส (Courseware) ทุกระดับ เนนการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทุกกลุมสาระ การเรียนรู 4.7) มีศูนยรวมสื่อ (courseware center) ทุกเขตพื้นที่การศึกษา และมีหองสมุดอิเล็กทรอนิกส (e-Library) ใหบริการเพื่อการเรียนรู 4.8) หนวยงานทางการศึกษาทุกแหงใช ICT ในการบริหารจัดการ มีเว็บไซตเพื่อใหบริการขอมูล สารสนเทศ และมีศูนยปฏิบัติการเพื่อรองรับ e-Government 4.9) ผูสอนและบุคลากรทางการศึกษาทุกคน มีความรูและมีทักษะการใช ICT ในการจัด การเรียน การสอน การบริหารจัดการและการปฏิบัติงานตามมาตรฐานทักษะ ICT ที่ สอดคลองกับการปฏิบัติงาน 4.10) มีการวิจัยพัฒนาและการประยุกตใช ICT อยางนอยปละ 100 เรื่อง 5).ยุทธศาสตร เพื่อใหบรรลุซึ่งวัตถุประสงคและเปาหมายของการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร อยางเปนรูปธรรมภายใตเงื่อนไขที่เปนจุดแข็ง จุดออน โอกาส และภัยคุกคามของ การพัฒนาเทคโนโลยีสาร สนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2547– 2549 ไดกําหนดยุทธศาสตรในการ ดําเนินการ 4 ยุทธศาสตร ดังนี้ 5.1) ยุทธศาสตรที่ 1 การใช ICT เพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนรูของผูเรียน สงเสริม สนับสนุน ใหผูเรียนใชประโยชนจาก ICT เพื่อการเรียนรูจากแหลงและวิธีการที่ หลากหลาย โดยจัดใหมีการพัฒนาสื่ออิเล็กทรอนิกส พัฒนาผูสอนและบุคลากรทางการศึกษา พัฒนาหลัก สูตรใหเอื้อตอการประยุกตใช ICT เพื่อการจัดการเรียนการสอน เพิ่มประสิทธิภาพการเรียนทางไกล จัดให มีการศูนยขอมูลสื่ออิเล็กทรอนิกส (Courseware center) ใหมีการเรียนการสอนผานระบบอิเล็กทรอนิกส (e-Learning) จัดทําหนังสืออิเล็กทรอนิกส (e - Book) จัดใหมีหองสมุดอิเล็กทรอนิกส (e-Library) เพื่อสง เสริมใหเกิดการเรียนรูไดดวยตนเองอยางตอเนื่องตลอดชีวิต (Lifelong Learning) นําไปสูสังคมแหงคุณธรรม และสังคมแหงภูมิปญญาและการเรียนรู 5.2) ยุทธศาสตรที่ 2 การใช ICT พัฒนาการบริหารจัดการและใหบริการทางการศึกษา พัฒนาระบบงานคอมพิวเตอร ระบบฐานขอมูลเพื่อการบริหารจัดการ และพัฒนาบุคลากร ทุกระดับที่เกี่ยวของ โดยความรวมมือกับสถาบันอุดมศึกษาที่มีความพรอมและเอกชน สรางศูนยปฏิบัติการ สารสนเทศ (Operation center) เชื่อมโยงแลกเปลี่ยนขอมูลระดับชาติและระดับกระทรวง รวมทั้งสงเสริมการ
172.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 119 ใช ICT เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ และใหบริการทางการศึกษา ดวยระบบอิเล็กทรอนิกสที่ สอดคลองกับการปฏิรูประบบราชการ 5.3).ยุทธศาสตรที่ 3 การผลิตและพัฒนาบุคลากรดาน ICT ผลิตและพัฒนาบุคลากร เพื่อรองรับความตองการกําลังคนดาน ICT โดยจัดใหมีการพัฒนา หลักสูตร ICT ในทุกระดับการศึกษา พัฒนาผูสอนและนักวิจัย สงเสริมการวิจัย และนําผล การวิจัยไป ประยุกตใช รวมทั้งประสานความรวมมือกับองคกรของรัฐและเอกชนทั้งในและตางประเทศ ในการพัฒนา บุคลากรดาน ICT เพื่อการพัฒนาการศึกษาและอุตสาหกรรม 5.4) ยุทธศาสตรที่ 4 การกระจายโครงสรางพื้นฐาน ICT เพื่อการศึกษา จัดใหมีและกระจายโครงสรางพื้นฐาน ICT อยางทั่วถึง มุงเนนการจัดหาและใชทรัพยากร ทางดานเครือขายรวมกัน จัดหาระบบคอมพิวเตอร และซอฟตแวรที่ใชในการดําเนินการอยางถูกตองตาม กฎหมาย โดยรวมมือกับภาครัฐ เอกชน ชุมชน และทองถิ่น เตรียมบุคลากรปฏิบัติงานดาน ICT ใหเพียงพอ รวมทั้งการสรางมูลคาและการซอมบํารุงรักษาอุปกรณ ICT ที่มีอยูใหมี ประสิทธิภาพในการใชปฏิบัติงาน สาระสําคัญที่กลาวมาขางตนเปนนโยบายและแผนที่เกี่ยวของกับการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา อันเปนตัวกําหนดแนวทางในการดําเนินงานเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาโดยใชเทคโนโลยีใหบังเกิด ผลตามเจตนารมยของการปฏิรูปการศึกษาตอไป 2. สาระสําคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 2.1) ระบบสารสนเทศทางการศึกษา 1. ความหมายของระบบ ระบบ (System) คือ ชุดขององคประกอบซึ่งมีปฏิสัมพันธ ตอกันในรูปของความเปนหนึ่งเดียว และดําเนินงานรวมไปสูเปาหมายเดียวกัน ประกอบดวยสวนสําคัญสี่ประการ คือ 1. ขอมูลนําเขา (Input) 2. กระบวนการประมวลผล (Process) 3. ผลลัพธ (Input) 4. การควบคุมการยอนกลับ (Feedback Control) 2. ความหมายของสารสนเทศ สารสนเทศ (Information) หมายถึง ขาวสารที่ไดจากการนําขอมูลดิบ (raw data) มาคํานวณ ทางสถิติหรือประมวลผลอยางใดอยางหนึ่ง ซึ่งขาวสารที่ไดออกมานั้นจะอยูในรูปที่สามารถนําไปใชงานได ทันที เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) หมายถึงกระบวนการตาง ๆ และระบบงานที่ ชวยใหไดสารสนเทศที่ตองการโดยจะรวมถึง
173.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 120 1. เครื่องมือและอุปกรณตาง ๆ หมายถึง เครื่องคอมพิวเตอร เครื่องใชสํานักงาน อุปกรณ คมนาคมตาง ๆ รวมทั้งซอฟตแวรทั้งระบบสําเร็จรูปและพัฒนาขึ้นโดย เฉพาะดาน 2. กระบวนการในการนําอุปกรณเครื่องมือตาง ๆ ขางตนมาใชงาน รวบรวมขอมูล จัดเก็บ ประมวลผล และแสดงผลลัพธเปนสารสนเทศในรูปแบบตาง ๆ ที่สามารถนําไปใชประโยชนตอไปได ระบบสารสนเทศ (Information System) หมายถึง ชุดของคน ขอมูล และวิธีการ ซึ่งทํางานรวม กัน เพื่อใหเกิดความสําเร็จตามเปาหมายที่วางไว หรือ สารสนเทศ คือขอมูลที่ผานการประมวลผล บวก ลบ คูณ หาร เปรียบเทียบหรือตรวจสอบแลวมีความชัดเจนขึ้น สามารถนํามาใชในการพิจารณาตัดสินใจ หรือ ดําเนินการใด ๆ ตอไปได สารสนเทศจะถูกนําเสนอในรูปอัตราสวน รอยละ การเปรียบเทียบ เชน - อัตราครูตอนักเรียน - การเปรียบเทียบงบประมาณที่ไดรับปจจุบันกับอดีต - การเปรียบเทียบผลการดําเนินการนับแตเริ่มโครงการ - การเปรียบเทียบผลกําไรตอการลงทุน ทรัพยากรที่สําคัญที่สุดขององคการคือคน คนคือผูสรางงานผลิต เปนผูใชบริการ เปนผูแกปญหา และเปนผูตัดสินใจ คนที่มีคุณภาพจะเปนกระดูกสันหลังขององคการ 2.2) ประเภทของระบบสารสนเทศ เทคโนโลยีของระบบสารสนเทศในปจจุบัน ประกอบดวย - ระบบประมวลผลขอมูล (Data Processing System) - ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร (Management Information System) - ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support System) - ระบบสารสนเทศเพื่อผูบริหารระดับสูง (Executive Information System) - ระบบผูเชี่ยวชาญ (Expert System) สารสนเทศกับการตัดสินใจ ในองคการตาง ๆ นั้น สามารถแบงการทํางานไดเปน 4 ระดับดวยกันคือ ระดับวางแผน ยุทธศาสตร ระยะยาว (Strategic Planning) ระดับวางแผนการบริหาร (Tactical Planning) ระดับ วางแผนปฏิบัติการ (Operation Planning) และระดับผูปฏิบัติการ (Clerical Planning) โดยใน 3 ระดับแรกนั้นจะจัดอยูในระดับ บริหาร (Management) และระดับสุดทายจัดอยูใน ระดับปฏิบัติการ (Operation) ระบบสารสนเทศจะทําการเก็บรวบรวมขอมูลจากระดับปฏิบัติการ และทําการประมวลผลเพื่อให สารสนเทศกับบุคลากรในระดับตาง ๆ ซึ่งในแตละระดับนั้นจะใชลักษณะและปริมาณของสารสนเทศที่ แตกตางไป ระบบสารสนเทศในองคการสามารถแทนไดดวยภาพปรามิด ตามรูป
174.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 121 EIS ระดับวางแผน ยุทธศาสตร DSS MIS ระดับวางแผน การบริหาร ระดับวางแผนปฏิบัติการ ระดับปฏิบัติการ DP จากภาพจะเห็นไดวาโครงสรางระบบสารสนเทศแบบ ปรามิด มีฐานที่กวางและบีบแคบ ขึ้นไป บรรจบในยอดบนสุด ซึ่งหมายความวาสารสนเทศที่ใชงานจะมีมากในระดับลางและลดหลั่นนอยลงไป ตามลําดับจนถึงยอดบนสุด เชนเดียวกับจํานวนบุคลากรในระดับนั้น ๆ 2.3) บุคลากรในระบบสารสนเทศ ประกอบดวย ระดับปฏิบัติการ บุคลากรในระดับนี้เกี่ยวของอยูกับงานที่ทําซ้ํา ๆ กัน และจะเนนไปที่การจัดการรายการประจําวัน นั่นคือบุคลากรในระดับนี้เกี่ยวของกับระบบสารสนเทศในฐานะผูจัดหาขอมูลเขาสูระบบ ตัวอยางเชน เจาหนาที่ผูทําหนาที่ปอนขอมูลการสั่งการซื้อของลูกคาเขาสูคอมพิวเตอรในระบบสารสนเทศเพื่อการขาย หรือตัวแทนการจองตั๋วและขายตั๋วในระบบจองตั๋วเครื่องบิน เปนตน ระดับวางแผนปฏิบัติการ บุคคลในระดับนี้จะเปนผูบริหารขั้นตนที่ทําหนาที่ควบคุมการปฏิบัติงานประจําวันและ การวางแผน ปฏิบัติงานที่เกี่ยวของกับระยะเวลาสั้น ๆ เชน แผนงานประจําวัน ประจําสัปดาห หรือประจําไตรมาส ขอมูล ที่ผูบริหารระดับนี้ตองการสวนมากจะเกี่ยวของกับผลการปฏิบัติชวงเวลาหนึ่ง ๆ ผูจัดการอาจตองการรายงาน สรุปผลการขายประจําไตรมาสของพนักงานขาย เพื่อประเมินผลของพนักงานขายแตละคน เปนตน
175.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 122 ระดับวางแผนการบริหาร บุคลากรในระดับนี้ จะเปนผูบริหารระดับกลางซึ่งทําหนาที่วางแผนใหบรรลุเปาหมายตาง ๆ เพื่อให องคการประสบความสําเร็จตามแผนงานระยะยาวตามที่กําหนดโดยผูบริหารระดับสูง มักจะเปนสารสนเทศ ตามคาบเวลาซึ่งมีระยะเวลานานกวาผูบริหารขั้นตนและจะเปนสารสนเทศที่รวบรวมขอมูลทั้งจากภายใน และภายนอกองคกร เชน ของคูแขงหรือของตลาดโดยรวม เปนตน นอกจากนี้ ผูบริหารระดับนี้ยังตองการ ระบบที่ใหรายงานการวิเคราะหแบบถา – แลว (What – If) นั่นคือสามารถทดสอบไดวาหากเกิดเหตุการณ เชนนี้แลวตัวเลขหรือสารสนเทศตาง ๆ จะเปลี่ยนเปนเชนไร เพื่อใหจําลองสถานการณตาง ๆ ที่ตองการได ตัวอยางเชน ผูจัดการฝายขายอาจตองการทราบผลการขายประจําปของบริษัทเทียบคูแขงตาง ๆ รวมทั้งอาจ ตองการทดสอบวาถาเพิ่มหรือลดลงโฆษณาในสื่อตาง ๆ จะมีผลกระทบตอยอดขายอยางไรบาง ระดับวางแผนยุทธศาสตรระยะยาว ผูบริหารระดับนี้จะเปนระดับสูงสุด ซึ่งเนนในเรื่องเปาประสงคขององคกร ระบบสารสนเทศที่ ตองการจะเนนที่รายงานสรุป รายงานแบบ What – If และการวิเคราะหแนวโนมตาง ๆ (Trend Analysis) ตัวอยางเชน ประธานบริษัทอาจตองการรายงานที่แสดงแนวโนมการขายในอีก 4 ปขางหนาของผลิตภัณฑ 3 ชนิดของบริษัท เพื่อดูแนวโนมในการเติบโตของผลิตภัณฑตาง ๆ วาผลิตภัณฑใดจะมีแนวโนมที่มีกวา หรือผลิตภัณฑใดที่อาจสรางปญหาใหบริษัท เปนตน รายละเอียด ระดับวางแผนปฏิบัติ การ ระดับวางแผนการ บริหาร ระดับวางแผนยุทธศาสตร ระยะเวลา ความถี่ สม่ําเสมอ ซ้ําซ้ํา มักจะเปนประจํา เมื่อตองการ ผลลัพธที่ได เปนตามที่คาด อาจไมเหมือนที่คาด มักจะไมเหมือนที่คาด ระยะเวลา อดีต เปรียบเทียบ อนาคต รายละเอียด มีรายละเอียดมาก ถูกสรุปแลว ถูกสรุปแลว แหลงขอมูล ภายใน ภายในและภายนอก ภายในและภายนอก ลักษณะของขอมูล เปนโครงสราง กึ่งโครงสราง ไมเปนโครงสราง ความแมนยํา มีความแมนยําสูง ใชการคาดการณบาง ใชการคาดการณสูง ผูใช หัวหนางาน ผูบริหารระดับสูง ผูบริหารระดับสูง ระดับการตัดสินใจ เกี่ยวกับงานที่ทํา จัดสรรทรัพยากรและ ควบคุม วางเปาประสงค
176.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 123 2.4) การประมวลผลแฟมขอมูล ประกอบดวย 1) ขอมูล (Data) 2) แฟมขอมูล (File) 3) ระเบียน (Record) 4) เรื่อง (Field) 3. ระบบเครือขายอินเตอรเน็ตสําหรับครู ความหมายอินเทอรเน็ต ( Intrenet) อินเทอรเน็ต ( Intrenet) หมายถึง ระบบเครือขายกวางใหญระดับโลก ประกอบดวยเน็ตเวิรค นับพันที่ตอเขาดวยกันรอบโลก เพื่อแลกเปลี่ยนขอมูลและใชอุปกรณรวมกันในแตละหนวยงาน ไมวาจะเปนรัฐบาล บริษัทเอกชน หรือองคกรอื่น ๆ ตางก็รับผิดชอบเน็ตเวิรคของตนเอง ระบบเครือขายคอมพิวเตอร ระบบเครือขายคอมพิวเตอรสามารถจําแนกตามระยะหางและการเชื่อมโยงอุปกรณออกเปน 4 ประเภท ไดแก 1) ระบบเครื่อขายเฉพาะพื้นที่ (Local Area Network; LAN) 2) ระบบเครือขายเฉพาะเขตเมือง(Metropolitan Area Network; MAN) 3) ระบบเครือขายระยะไกล(Wide Area Network; WAN) และ 4) ระบบเครือขายระหวางประเทศ(Internationnal Network; INTERNET) ประโยชนของอินเตอรเน็ต อินเตอรเน็ตมีประโยชนตอ 1) วงการศึกษา 2) วงการวิทยาศาสตร 3)วงการธุรกิจ อุปกรณที่จําเปนในใช Internet ประกอบดวย 1) เครื่องคอมพิวเตอร 2) MODEM คือ อุปกรณที่สามารถทําได 2 หนาที่ภายเครื่องเดียวกัน มีหนาที่แปลงสัญญาณ ขอมูลระหวางดิจิตอลและอนาลอก ชวยใหคอมพิวเตอรแลกเปลี่ยนขอมูลผานสายโทรศัพท 3) คูสายโทรศัพท 1 หมายเลข ขอมูลจะเดินตามสายโทรศัพท 4) โปรแกรมเพื่อติดตอกับ Internet เชน Internet Explorer Netscap Navigator 5) สาย ISDN เปนสายโทรศัพทความเร็วสูงที่ออกแบบพิเศษใชสําหรับสงผานเครื่องคอมพิวเตอร ซึ่งใหความเร็วตั้งแต 128 -256 Kbps 6) สาย ADSL เปนสายโทรศัพทความเร็วสูงที่ออกแบบพิเศษใชสําหรับสงผานเครื่องคอมพิวเตอร ซึ่งเร็วกวาสายแบบ ISDN หลายเทาสาย ADSLซึ่งใหความเร็วตั้งแต 128 -256 Kbps และ1 -2 MBps
177.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 124 เว็บไซต (WEB SITE) ประกอบดวย 1) Home Page เปรียบไดกับหนาแรกของ Internet HOME PAGE เปนไฟลขอมูลแบบ ไฮเปอรเท็กซ หรือขอมูล HTML ซึ่งเปนขอมูลในระบบ World Wide Web เปนขอมูลหนา แรกของการ เชื่อมโยงขอมูล อาจเปนไฟลขอมูลของผูใชเองหรือไฟลขอมูลที่โอนยายมาจากแหลงอื่น 2)Web Page เอกสารหนาใด ๆ ในเวปไซตแตละแหงนั้น 3)Web site เรียกตําแหนงที่อยูของผูที่มีเว็ปเพจของตัวเองบนระบบอินเทอรเน็ต WWW (World Wide Web) เปนระบบฐานขอมูลทีมีระบบการเชื่อมโยงแบบใยแมงมุม ซึ่งเปน เชื่อมโยงเพื่อโอนยายไฟลขอมูลตามคํานิยามขอระบบโตตอบ แบบ HTTP ระบบเวิลดไวด เว็บ ในปจจุบัน เนนการแสดงขอมูลกราฟฟค ขอมูลเสียง ขอมูลวีดีโอ ซึ่งเปนภาพเคลื่อนที่ ไฟลขอมูลในระบบ เวิลด ไวด เว็บ เรียกวา HTML Host โฮสต คือ เครื่องคอมพิวเตอรศูนยกลางที่ตอเขากับ INTERNET หรือคอมพิวเตอรที่เชื่อม โยงเปนระบบเครือขาย เบราเซอร คือ ซอฟทแวร ที่สามารถแสดงขอมูลของไฟลบน WWW. เชน http:// www.moe.go.th 1) สวนแรก คือชื่อ โปรโตคอล ( moe = กระทรวงศึกษาธิการ) 2)สวนที่สอง คือชื่อ โฮสต บอกชื่อของคอมพิวเตอรที่เก็บขอมูลหนานี้ไว เชน กรม 3)สวนสุดทาย คือ ไฟลพาท บอกชื่อไฟลที่เก็บขอมูลรวมทั้งไดเร็กทอรี่ของไฟลนั้น (ประเทศไทย) Multimedia คือ ซอฟตแวร สื่อผสมดาน เสียง ภาพ ขอความ และ คอมพิวเตอร มาทํางานรวม กันอยางเปนระบบที่สมบูรณ รหัสแอสกี ASCII (American Standard Code for Information)หมายถึง รหัสมาตรฐานอเมริกันที่ ใชในการสงขาวสาร ซึ่งเปนรหัสขนาด8บิตโดยใชเลข7บิตแทนตัวอักษรและ อีก 1 บิต เปนตัวตรวจสอบ ง. วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมและประเพณีไทยไทย 1) วัฒนธรรมไทย 1. วัฒนธรรมการเคารพพระสงฆ ศาสนาเปนสถาบันสําคัญยิ่งสําหรับชนในชาติเพราะคําสอนของศาสดายอมเปนหลักทางทางใจ และ เปนแนวดําเนินชีวิตใหอยูในทํานองคลองทํา เพื่อความสุขสงบของชนในชาติ คนไทยไดชื่อวาเปนชาติที่มีใจ นับถือมั่นอยูในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ และปฏิบัติตามศาสนาประเพณีตลอดปมิไดขาด การเคารพ พระพุทธรูปซึ่งสมมุติเปนตัวแทนของพระพุทธองค และเคารพพระสงฆสาวกของพระพุทธเจา ๑) นั่งคุกเขากระหยงเทาพนมมือยกขึ้นระหวางคิ้วปลายนิ้วจรดไรผมแลวกราบแบมือราบกับพื้น๓
178.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 125 ครั้งใหหนาผากจรดพื้นระหวางมือที่แบราบ เมื่อจบแลวพนมมือขึ้นเหนือคิ้วอีกครั้งหนึ่ง เรียกวา กราบใน ทาเบญจางคประดิษฐ ๒) การกราบทั้งสามครั้งนี้มีความหมายดังนี้ การกราบครั้งที่ ๑ กราบเพื่อระลึกถึงองคพระพุทธเจา การกราบครั้งที่ ๒ กราบพระธรรมคือคําสั่งสอนของพระพุทธเจา การกราบครั้งที่ ๓ กราบพระสงฆคือตัวแทนของงพระพุทธเจา การกราบใหผูหญิงนั่งพับเพียบพนมมือระหวางคิ้ว หมอบกราบแบมือทั้งสองขางลงกับพื้น ๓ ครั้ง ๓) ถาเห็นพระสงฆในเวลาที่เรายืนอยูนอกสถานบานเรือนจะยอเขาลงหรือไหวก็ไดแตใหปลายนิ้ว มือจรดที่ตีนผม ๔) การถวายของพระชาย ถวายไดโดยตรงตอมือพระสงฆทานเลยคุกเขากราบแบมือครั้งเดียวหญิง ตองคอยใหทานปูผาชิ้นเล็กที่เรียกวา ผากราบ เพื่อรับเสียกอนจึงวางถวายลงบนผานั้นเมื่อถวายแลวกราบอีก ครั้ง โดยหมอบกราบแบมือครั้งเดียว ๕) การตักบาตร ถารองเทาไมสุภาพควรถอดรองเทาถาใชเครื่องแบบแตงตัวแบบสากลไมตองถอด ก็ไดหยิบของลงในบาตรพระดวยความระมัดระวัง วางทีละชิ้นใสขาวกอนเสมอ ๖) ผูหญิงไปหาพระสงฆตองนั่งพับเพียบใหเรียบรอยไมควรอยูตามลําพังกับพระสงฆตองมีบุรุษ นั่งอยูดวยจึงจะถูกตามวินัยสงฆ ๗) การพูดกับพระสงฆตองมีสํามาคารวะไมพูดเลนพลอย ๆ ซึ่งฟงดูเปนการขาดความเคารพ ๘) ผูหญิงหามแตะตัวพระแมแตชายผาสบงหรือจีวรที่ทานนุงหมอยูก็ไมได ๙) ไมหยิบของที่เตรียมไวตักบาตรมารับประทาน ๑0)ไมจําเปนจะตองรับประทานอาหารที่นํามาเลี้ยงหนาศพ ตอหนาพระสงฆที่นั่งในพิธี ๑๑) กุลสตรีไมควรแตงตัวไมสุภาพไปวัด เชน นุงกางเกงขาสั้น ถือวาเปนการไมรูจักกาละเทศะ ๑๒) ไมสรวลเสเฮฮาในวัดควรสงบและสํารวมอิริยาบถ ๑๓) ถาจะถวายปจจัยแดพระสงฆควรเขียนจํานวนลงในใบปวารนาบัตรใสซองถวาย 2. วัฒนธรรมไทยมารยาททางใจ ผูมีมารยาททางใจคือผูที่ไดมีการปรับปรุงจิตใจใหฝกใฝในศีลธรรมคือเราทุกคนยอมทราบวาอะไร ถูกอะไรผิดดวยกันทั้งนั้นและยอมใฝในคุณงามความดีดวยกันทั้งนั้น เมื่อเราไมชอบอะไรคนอื่นก็คงไมชอบ เหมือนกัน จึงควรวางตนเปนคนชางใชความคิดเสมอหลักธรรมเปนแนวปฏิบัติดังนี้ คือ มีพรหมวิหาร คือ ธรรมประจําใจของผูประเสริฐ หรือ ผูมีจิตใจยิ่งใหญกวางขวางดุจพระพรหม 4 อยาง ดังนี้ 1). เมตตา ความรัก ความปรารถนาดี มีไมตรี ตองการชวยเหลือใหทุกคนประสบประโยชนและ ความสุข 2) กรุณา ความสงสาร อยากชวยเหลือผูอื่นใหพนจากทุกข ใฝใจที่จะปลดเปลื้องยํายัดความทุกขจากความ
179.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 126 เดือดรอนของผูอื่น 3) มุทิตา ความเบิกบานยินดี เมื่อเห็นผูอื่นอยูดีมีความสุข ก็มีจิตใจแชมชื่นเบิกบาน 4) อุเบกขา ความวางใจเปนกลาง มีจิตราบเรียบ ไมเอนเอียงดวยรักหรือชัง เมื่อมีคุณธรรมภายในเปนพื้นฐาน จิตใจเชนนี้แลวยอมทําใหการแสดงออกภายนอกเปนไปอยาง บริสุทธิ์หนักแนนและจริงจังฉะนั้น บุคคลพึงระวังสํารวมความคิดจิตใจที่มักจะแสดงออกมาใหเห็นทาง กิริยาและวาจาใหถูกตองแลงดงามเหมาะกับกาลเทศะและแกบุคคลเวลาอยูในสมาคม หรือในที่สาธารณะ เปนตัวอยางตอไปนี้ 1) ในงานมงคลตาง ๆ ควรแสดงสีหนาเบิกบานสดชื่นแจมใสอยูเสมอ 2) ในเวลาเยี่ยมคนปวย ควรระมัดระวังกิริยาอาการใหเรียบรอย ใชคําพูดที่ออนโยนเพื่อปลอบใจผูปวย ไมพูดอะไรที่จะกระทบกระเทือนใจผูปวย ไมพูดอะไรที่จะกระทบกระเทือนใจผูปวย ควรหาเรื่องสนุกมาเลา สูกันฟง 3) ในงานเผาศพ ตองระมัดระวังเปนพิเศษ ควรแสดงกิริยาสงบและสงวนความรื่นเริงไวใหมากกวา เวลาอื่นเชน เผาศพแลว ไมควรยืนจับกลุมสนทนาราเริงกันทักทายกันพอสมควรแลวกลับ ถาจะอยูเผาจริง ควรหาที่สมควรนั่งดวยความสํารวมระวังแตการไปชวยงานศพของเราในปจจุบันมักจะเห็นกันวาเปนการ ษมาคมอยางทั่วๆไปแขกมักจะอยูนานโดยถือวาเปนกันเองเมื่อเปนเชนนี้ก็เกิดจับกลุมสนทนาออกรสชาติ สนุกสนานขึ้นมาซึ่งเปนการผิดมารยาทอยางยิ่งสุภาพชนควรรูวาตนกําลังอยูในสังคมใด สถานที่เชนใด จึงควรพยายามยั้งใจตนเองใหอยูในความพอดีเสมอ 3. วัฒนธรรมไทยมารยาททางกาย 3.1 การนั่ง มารยาททางกายการนั่ง ควรปฏิบัติดังนี้ ๑) ถาตองนั่งกับพื้นตอหนาผูใหญตองนั่งพับเพียบโดยกิริยาสํารวมนั่งทรงตัวตรงเก็บเทาทั้งสองขาง ชิดตัวเรียบรอยไมเกะกะ วางมือทั้งสองขางชิดตัวเรียบรอยไมเกะกะ วางมือทั้งสองไวบนตัก หันหนาไปสู ผูใหญในลักษณะหนาเงย ๒) ไมนั่งล้ําหนาผูใหญ ไมหันหลังใหผูใหญ ไมเหยียดเทาใหผูใหญ ๓) ไมถือสาวิสาสะใชหรือรับประทานของที่เขาจัดไวสําหรับผูอื่นโดยเฉพาะ ๔) ไมลอเลียนผูใหญหรือผูที่สูงอายุกวาตน ๕) ในงานพิธีใดที่เขาจัดเกาอี้ใหแขกนั่ง เมื่อเห็นผูใหญตองยืนเพราะไมมีที่นั่ง ผูมีมารยาทดีควรลุกนั่ง หรือหาที่นั่งเพิ่มเติมให ๖) เมื่อตองการจะดูสิ่งใดที่ผูใหญหรือผูอื่นกําลังดูอยู เมื่อเขาไปทีหลังเขา อยาเบียดแทรกเขาไปหรือ ผูอื่นขางหนา ตองดูโดยมิใหเปนการผานหนาหรือบังตาผูอื่น ๗) กอนจะชวยเหลือทําสิ่งใดโดยจําเปนจะตองแตะตองรางกายผูใหญใหดี ผูอื่นก็ดี
180.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 127 ควรกลาวคําขอโทษเสียกอนแลวจึงชวยเหลือ เชน ปดมด หรือหยิบผงออกจากตัวให เปนตน ๘) เมื่อเห็นสิ่งของ ๆ ผูใดตก หรือของนั้นจะเสียหายโดยเจาของไมรูตัว ควรบอกใหเจาของทราบทันที ๙) ผูมีมารยาทดียอมไมลวง แคะ แกะ เกา หรือหาวเรอตอหนาผูอื่น แมจะไอจามก็ตองใชผาเช็ดหนา ปดปากใหเสียงคอยลง และไมใหผูอื่นรังเกียจหรือรําคาญ ๑๐) เวลารับของจากผูใหญ ควรแบมือออกรับอยาฉวยกระชากมาโดยแรง หรือถาเปนของยาวควรแบ มือรองรับของนั้น ถาเปนของหนัก ก็ใชมือทั้งสองรองรับของนั้นจากมือของผูใหญ 3.2 การไหว การไหวเปนประเพณีไทยโบราณ เปนวิธีเคารพแกผูควรเคารพ จึงควรเลือกใชใหเหมาะแกกาละเทศะ มารยาทการไหวควรปฏิบัติดังนี้ ๑) การไหวมีหลายวิธี มีทั้งนั่งไหวยืนไหว เพื่อเคารพบุคคลธรรมดาที่เปนผูใหญกวาตน ก. วิธีนั่งไหว นั่งพับเพียบพนมมือทั้งสองขางขึ้นไวระดับอก กมศีรษะลงใหหัวแมมือจรดกันที่ หวางคิ้ว ข. วิธียืนไหว ถาจําเปนตองไหวเพราะอยูนอกสถานบานเรือน เมื่อพบคนที่ตองเคารพตามหนทาง ก็ใหพนมมือทั้งสองยกขึ้นระดับอก กมศรีษะลงจนหัวแมมือจรดกันหวางคิ้ว ๒). การรับไหว เมื่อมีผูทําความเคารพใหแกเรา ควรรับไหวคือเคารพตอบเพื่อมิใหเสียมารยาท หรือ ทําใหผูแสดงความเคารพตองกระดากใจ หรือโกรธจนเปนเหตุใหนึกไมอยากจะเคารพตอไปได วิธีรับไหว ยกมือทั้งสองประนมไวระดับอก แลวยกขึ้นใหสูงมากหรือนอยตามฐานะของผูไหว และของผูรับไหว ๓) วิธีนั่งลงศอก เปนวิธีเคารพผูใหญที่มีอาวุโสสูงมากอีกแบบหนึ่ง ในเวลานั่งพับเพียบอยูกับพื้น ในเมื่อผูเปนใหญมานั่งพูดคุยดวย ครั้นจะนั่งพับเพียบตัวตรง ๆ ก็รูสึกวาเคารพไมพอ จึงกมตัวลงใหแขนทั้ง สองวางลงบนตักมือประสานกันเงยหนาขึ้น ในโอกาสที่ตองพูดโตตอบหรือนั่งเฉย ๆ เงยหนาพอควรถา มิไดพูดโตตอบกับผูใหญ ๔) เมื่อนั่งเกาอี้อยู ถาผูสูงศักดิ์หรือผูที่เราเคารพอยางสูงมายืนหรือนั่งพูดอยูใกล ๆ เราจะนั่งอยาง เคารพในลักษณะทอดศอกลงบนเขาของเรามือประสานกัน พูดโตตอบกับทานก็ได ดีกวานั่งเกาอี้ตัวตรง เฉยเสีย หอยเทาใหชิดกันแลเก็บเทาใหชิดกับเกาอี้ใหมากที่สุด 3.3 การกราบ และการคลาน 1) การกราบ วิธีกราบ นั่งในทาหมอบพนมือใหชิดกันลงบนพื้นไวขางหนา กมศรีษะละกับพื้นให หวางคิ้วจรดนิ้วหัวแมมือกราบหรือหมอบกราบจะกระทําใหแกผูทรงศักดิ์ เจานาย และอาวุโส และกราบครั้ง เดียวโดยไมแบมือลงกับพื้น
181.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 128 2) การคลาน วิธีคลาน เปนการเคลื่อนตัวผานคนมาก ๆ ซึ่งกําลังนั่งอยูกับพื้น หรือมีผูอาวุโสที่นั่งอยู กับพื้น ประเพณีของเราสอนกันไววาผูมีมารยาทดียอมไมเดินกรายหัวคน วิธีคลานมีหลายชนิด การคลานคือใชกระดูกหัวเขาเคลื่อนออกไปแทนใชเทาเดิน ก. คลานเขา ใชมือทั้งสองวางแบลงกับพื้นพยุงตัวไว นั่งคุกเขาชิดกับพื้น กระดกนิ้วเทายันกับพื้นให ตรงเทาแขนทั้งสองใหมือแบยันพื้นจนสุดแขนแลตามดวยเขาซายสลับกันไปถึงจุดหมายปลายทาง ข. คลานเขา คือคูเขาใหหัวเขาทั้งสองขางเคลื่อนไปขางหนา สลับเขาซายทีหนึ่งขวาทีหนึ่งแทนใชเทา เดินไมตองใชมือชวยพยุงตัวแบบคลานสี่ขาอยางขอ ก. แตการคลานแบบนี้ไมสูเปนที่นิยมถือวาไมสุภาพเทา กับคลานสี่ขาอยางขอ ก. ค. คลานยกของมือเดียว ใชเฉพาะพระมหากษัตริยแลเจานาย แลผูทรงอาวุโส คลานยกของสองมือ ( คลานโขยก )มือทั้งสองถือของคุกเขาแลวตั้งเขาขึ้นขางหนึ่งใหตรง สืบเทาขางหนึ่ง ไปขางหนาโดยการขยับตัว ( โขยางตัวขึ้น ) แลวเปลี่ยนเขาอีกขางหนึ่งตั้งขึ้นสลับกันไปจนถึงจุดหมาย ง. คลานศอก คือคลานเขาอยางธรรมดา แตงอศอกใหลําแขนทอนลางทอดไปตามพื้นใหศอกเลื่อน ไปขางหนาแทนมือ แขนและขาจะเคลื่อนไปพรอม ๆ กัน 3.4 การยืน การยืนเปนอิริยาบถที่ใชกระดูกสวนยาวของขาแลหัวเขาทุกสวนชวยกระดูกเชิงกราน กระดูกสัน หลังพรอมดวยศีรษะขึ้นใหตรงเพื่อใหน้ําหนักลงมาอยูที่ปลายเทาสองขางในเวลาตั้งตัวขึ้นตรง การเคารพ ในทายืน มีดังนี้ ยืนเคารพธงชาติ เปนสัญญลักษณประจําชาติซึ่งเปนที่รักแลหวงแหนของประชาชน ผูเปนเจาของ ชาตินั้น ๆ ทั่วโลก ฉะนั้นเวลาเชิญธงชาติขึ้นเสาแลลงจากเสาทุกวัน เราจึงหยุดเคารพเปนกิจวัตรประจําวัน ของประชาชนที่ไดเห็นแลไดยินเพลงชาติบรรเลงตามเวลาที่เชิญธงชาติขึ้นหรือลง ๑. ในพิธีตาง ๆ เมื่อเห็นคนเชิญธงชาติผานหนา เราตองยืนขึ้นเพื่อทําความเคารพทุกครั้ง ธงชาติเปน สัญญลักษณอันศักดิ์สิทธิ์ของชาติ ในเมื่อขาราชการหรือประชาชนคนใดบําเพ็ญประโยชนใหแกชาติตองเสีย ชีวิตในระหวางปฏิบัติราชการ รัฐบาลจะใชธงชาติคลุมศพเพื่อใหเกียรติอยางสูง ๒. ในทันทีที่ไดเห็นพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวหรือสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราช- ดําเนินมาถึงในงานพิธีตาง ๆ เราตองยืนตรงเพื่อถวายความเคารพ หรือเวลาเราอยูบนถนนก็เชนเดียวกัน คือ รีบหันหนาไปทางที่เสด็จ ฯ ผานแลวหยุดยืนตรงเพื่อถวายความเคารพหรือจะถวายคํานับก็ได ๓. ทุกครั้งที่ไดยินเสียงเพลงสรรเสริญพระบารมีตองหยุดยืนตรงนิ่งอยูกับที่จนกวาจะจบเพลงเพื่อ ถวายความเคารพ แลตองถวายคํานับหรือยกมือไหวเคารพเมื่อเพลงจบ ๔. ยืนตอนรับผูใหญที่กําลังเดินเขามาในงาน ถาเรากําลังนั่งอยูบนเกาอี้ ตองลุกยืนตรงดวยความ สํารวมเรียบรอยแลหันหนาไปทางผูใหญ
182.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 129 ๕. ผูมีมารยาทดีจะยืนตรงหอยแขนและขาตามธรรมชาติเพื่อเคารพผูใหญ แตถาประสานมือไว ขางหนาดวยเปนการแสดงความเคารพทวียิ่งขึ้น 3.5 การเดิน การนอน 1) การเดิน การเดินคืออยูในทายืน กาวขาตรงออกทีละขางสลับกัน งอเขาแลววางเทาใหตรง ประดุจดังเดินบนกระดานแผนเดียว ควรเดินใหเรียบรอย ไมหัวเราะดังหรือสัพยอกกันเอะอะ ไมสายตัว ตั้งศรีษะตรง แขนแกวงพองามไมสูงจนนาเกลียด ถาเดินเปนหมูควรจะเหลียวดูรอเพื่อนที่ตามมาขางหลัง ไมเดินเร็วหรือชาจนเกินไป 2). การนอน การนอนเปนกิริยาทีวางรางกายทุกสวนทอดราบลงบนเตียงหรือบนพื้นที่ใชนอน สุภาพชนควรนอนเฉพาะที่และเหมาะแกกาละไมใชทั่วไป 3.6 การจับมือ การจับมือเปน มารยาทแบบสากลทางกายการจับมือแบบฝรั่งเปนเครื่องหมายแสดงความยินดีใน การตอนรับแสดงความเคารพเปนมิตรไมตรีไวเนื้อเชื่อใจกัน อาการกิริยาที่ใชแสดงการยื่นมือขวาเปลา ๆ ออกมา ยอมแสดงใหทั้งสองฝายเห็นความบริสุทธิ์ซึ่งกันและกัน เปดเผยซึ่งกันและกันวาไมมีอะไรซุกซอน ในมือกอนที่จะจับมือกัน เชนเดียวกับการแสดงความเคารพของประเพณีไทย ดวยการยกมือทั้งสองขางมา พนมแลวกมศรีษะลงแสดงความเคารพ 4. วัฒนธรรมไทยมารยาทการรับประทานอาหาร มารยาทที่ดีในการรับประทานอาหารควรปฏิบัติดังนี้ 1) เมื่อไดรับเชิญไปรับประทานอาหารในงานพิธีใดก็ตาม ไมวาจะเปนการรับประทานแบบไทยแบบ ฝรั่งยอมใชมารยาทสุภาพเชนเดียวกันถาเปนการรับประทานแบบนั่งเกาอี้ก็ตองนั่งตัวตรงเรียบรอยแลใช เครื่องใชในการรับประทานอาหารที่เปนสวนของตน เชน จาน ชาม ชอน สอม มีด จานแบง ผาเช็ดมือ ถวย น้ําแลถวยเหลา ถาเปนอาหาร ไทยตองใชชอนกลางตักอาหารที่เปนของกลาง ไมใชเครื่องมือของตนเอง ตักอาหารซึ่งเปนของกลาง 2) เวลารับประทานอาหารตองรับประทานโดยระมัดระวัง ไมทําใหเลอะเทอะมูมมาม ควรหุบปาก เวลาเคี้ยวอาหารเพื่อระวังมิใหมีเสียงดัง 3) ไมใชมือของตนเองแตะตองหรือหยิบอาหารที่ผูอื่นจะบริโภค อาหารที่เปนของกลาง 4) ในการรับประทานอาหารรวมกับผูอื่นตองรอใหผูมีอาวุโสกวานั่งกอนจึงนั่ง แลผูอาวุโสเริ่มรับ ประทานกอนจึงรับประทาน 5) ถานั่งเกาอี้ควรนั่งตัวตรง ไมทาวศอกบนโตะอาหารถานั่งกับพื้นควรนั่งพับเพียบเรียบรอยและ ตั้งตัวตรงไมทาวแขน
183.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 130 6) การใชผาเช็ดมือ เมื่อเขานั่งโตะอาหารกอนจะรับประทานควรหยิบผาเช็ดมือปูที่ตัก กอนดื่มควรใช ผาเช็ดมือเช็ดปากกอนทุกครั้งเพื่อมิใหแกวเปนคราบ ดื่มเสร็จแลวเช็ดอีกครั้ง 7) ถือชอนดวยมือขวาแลสอมดวยมือซายในเวลารับประทานอาหารแบบไทย 8) การซดน้ําซุบหรือน้ําแกง ยอมซดจากขางชอนแลซดอยางเงียบอยาใหมีเสียงดัง 9) การใชมีด มีไวสําหรับตัดอาหาร จะนําไปจิ้มอาหารเขาปากไมไดไมวาในกรณีใด ๆ ผูใดใชมีด สงอาหารเขาปากผูนั้นเสียมารยาทอยางมาก 10) ในการรับประทานอาหารน้ําชาหรือกาแฟ ชอนกาแฟหรือชอนชามีไวสําหรับใชคนเทานั้นเมื่อ คนเสร็จแลวตองวางไวในจานรองถวยอยาคาชอนไวในถวย แลอยาซดจากชอนเปนอันขาด 11) การรับประทานอาหารแบบไทยหรือแบบพึ่งตัวเอง เรารับประทานดวยมองของเราเอง กอนรับ ประทานตองลางมือใหสะอาด ใชผาสะอาดปูลาดบนพื้นบาน ผูที่จะรับประทานนั่งลงลอมวงกันตักขาวใส จานกนตื้นใหครับคนลงมือตักขาวกับใสจานดวยชอนกลาง ใชมือขาวขยุมของที่ตักมากับขาวในจานใหเปน กอนใหพอดีกับปากของตัว ใชนิ้วหัวแมมือผลักกอนขาวใหเขาไปอยูในปาก ตองระวังอยาใหรวงหลนออก จากปากจะเปนการเสียมารยาท 12) การรับประทานอาหารชนิดชวยตัวเองหรือบุฟเฟท โดยมากจัดสําหรับเมื่อมีแขกมาก ๆ คือเจา ของบานจะวางอาหารพรอมทั้งคาวหวานแยกกันไวเปนหมู จัดอยางสวยงามทั้งคาวหวาน แลวเชิญแขกที่ รับเชิญไปแบงรับประทานเองตามใจชอบ 13) ผูรับเชิญจะเดินไปหยิบเครื่องมือสําหรับรับประทานกอน เชน จาน ชาม สอม ชอน มีด และอื่น ๆ 14) เมื่อมีเครื่องอุปกรณพรอมแลวจึงเดินเลือกอาหารตามใจชอบ 15) เราควรจะรูจักกระเพาะอาหารของเราใหดีวาจะบรรจุอาหารนักเทาใด แลวแบงใหพอดีกับความ ตองการของตน อยาโลภตักแบงไปจนรับประทานไมหมด และอยาแบงโดยคุยเขี่ยทําลายความสวยงามที่เขา ตบแตงอาหารไว 16) เมื่อรับประทานอาหารเสร็จแลวก็วางไวที่ใดที่หนึ่งที่เหมาะแกจานชามที่ใชแลว หรือสงใหคน รับใชที่เดินเก็บจานชามที่แขกรับประทานเสร็จแลวก็ได 5. วัฒนธรรมไทยการใชวาจาที่สุภาพ ประเพณีนิยมถือความลดหลั่นกันในทาง ชาติวุฒิ คุณวุฒิ และวัยวุฒิ ซึ่งแสดงวาเปนชาติที่มีความรู สิกนึกคิดประณีต แสดงออกใหเห็นทางความประพฤติทั้งกายวาจาและใจ วาจาไพเราะหรือที่เรียกเปนศัพท วา ปจะวาจานั้น ไดแกถอยคําที่เวนจากวจีทุจริต วาจาไพเราะเปนคุณสมบัติสําคัญในการพูด เพื่อความสงบ สําเร็จประโยชนตนประโยชนทานและยอมยึดเหนี่ยวใจของผูฟงไดใหเกิดความนิยมรักใครนับถือผูพูด มารดาบิดาเจรจากับบุตรดวยถอยคําออนหวาน คํานั้นยอมจับใจของบุตรธิดา ทําใหเกิดความรักใครนับถือ และกตัญูตอบิดามารดายิ่งขึ้น บุตรธิดารูจักพูด มารดาบิดายอมรักเอ็นดูมากขึ้น ผูมีมารยาทจะตอง ระมัดระวังในการใชวาจา คือ
184.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 131 1) ตองระวังมิใชวาจาเท็จ อันเปนเหตุใหคนทั้งหลายคลายความเชื่อถือ เพราะความเท็จนั้นจะปรากฏ ขึ้นมิวันใดก็วันหนึ่ง ถามีผูจําไดก็จะเห็นไปวากิริยาวาจาที่บุคคลพูดเท็จอยางสุภาพเรียบรอยนั้นเปนเสมือน เปลือกที่หุมหอรางกายอยูภายนอก แตภายในไมมีอะไรดีเลย เหมือนกับตนกลวยเรียบรอยขางนอก แตภายใน ไมมีแกน 2) ไมใชวาจายุยงสอเสียดใหผูอื่นแตกราว หรือระหองระแหงกัน ควรหลีกเสียอยางเด็ดขาด การ สนทนาที่ดียอมไมกลาวถึงใครในแงราย ใหกลาวถึงเรื่องที่ไมพาดถึงบุคคลในทางที่จะทําใหเขาเสียหาย ควร พูดนทนาในทาที่จะเกิดความรู 3) ไมกลาววาจาหยาบคายเสียดสีดูถูก หรือขัดคอผูอื่น จะทําใหขัดเคืองกันและเปนการนาละอาย สําหรับผูที่แสดงวาจาเชนนั้นออกมา เพราะจะทําใหผูไดยอนไดฟงรูไปถึงวาผูพูดมีการอบรมมาอยางไร 4) ตองพยายามใชคําพูดที่เหมาะสมที่ควรและถูกหูผูที่เราพูดดวย การพูดวาจาไพเราะยอมเปนที่นิยม ชมชอบแกผูไดยินไดฟงมาก และยังใหประโยชนแกตนเองใหเปนที่นับถือของคนทั้งหลาย ถาเขาใจพูดอาจ ยังผูนอยใหมีแกใจทํากิจการดวยความจงรักภักดี 5) ยอมไมพูดเสียงดังจนเกินไป หรือพูดพลางหัวเราะพลางในกลุมคนที่ตนรวมสนทนาดวย จะทําให ผูพูดเสียบุคลิกลักษณะของสุภาพชน 6) คูสนทนาที่ดีนั้นมิใชจะเปนผูพูดอยางเดียว หรือฟงอยางเดียว จะตองปฏิบัติใหพอดี คือรูจักพูดให ผูฟงพอใจและเปนนักฟงที่สนใจ 7) สุภาพสตรียอมมีความสํารวมกายอยูเปนนิจ ไมสงเสียอื้ออึง ไมทําสนิทหรือหยอกลอกับบุรุษใน ที่ลับและที่เปดเผย ไมพูดจาหยาบคาย ไมหัวเราะสงเสียงดัง พูดดังเกินงามจนเปนจุดเดนใหคนอื่นหันมา จองมอง 2) ประเพณีไทย ประเพณีทองถิ่น ประเพณีไทยหรือขนบธรรมเนียม ประเพณีไทยอันดีงามที่สืบทอดตอกันมานั้น ลวนแตกตางกันไป ตามความเชื่อ ความผูกพันของผูคนตอพุทธศาสนาและการดํารงชีวิตที่สอดประสานกับฤดูกาลและธรรม ชาติอยางชาญฉลาดของชาวบานในแตละทองถิ่น ทั่วแผนดินไทย เชน ภาคเหนือ ประเพณีบวชลูกแกวของคนไตหรือชาวไทยใหญที่จังหวัดแมฮองสอน ภาคอีสาน ประเพณีบุญบั้งไฟของชาวจังหวัดยโสธร ภาคกลาง ประเพณีทําขวัญขาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ภาคใต ประเพณีแหผาขึ้นธาตุของชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช เปน ตน นอกจากนี้ ประเพณีและอารยธรรมไทยยังนํามาซึ่งการทองเทียว เปนที่รูจักและประทับใจแกชาติอื่น นับเปนมรดกอันลําคาที่เราคนไทยควรอนุรักษและสืบสานใหยิ่งใหญตลอดไป
185.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 132 1. ขนบธรรมเนียมประเพณีไทยที่ควรรูจัก ตัวอยางขนบธรรมเนียมประเพณีไทยที่สําคัญมีดังนี้ 1.1) ประเพณีฮีตสิบสอง ชวงเวลา ความสําคัญ พิธีกรรม และ สาระ ประเพณีทองถิ่นกาฬสินธุ ยังยึดถือ และปฏิบัติตาม ฮีตสิบสอง คําวา "ฮีต" หมายถึง จารีต ขนบธรรมเนียมประเพณี แบบแผนฮีตที่ถือปฏิบัติกันอยู ๑๒ อยาง ภาษาพื้นบานเรียกวา "บุญ" ดังนี้ ๑) บุญขาวกรรม เกี่ยวกับพระภิกษุตองอาบัติสังฆาทิเสส ตองอยูกรรมจึงจะพนอาบัติ ถือวาเปน ผูบริสุทธิ์ในระหวางภิกษุเขากรรม ญาติ โยม สาธุชน ผูหวังบุญกุศล จะไปรวมทําบุญบริจาคทาน รักษาศีล เจริญภาวนา และฟงธรรม เปนการรวมทําบุญระหวางพระภิกษุ สามเณร และชาวบาน กําหนดวันขึ้น ๑๕ ค่ํา เดือนอาย เรียกอีกอยางหนึ่งวา "บุญเดือนอาย" ๒) บุญคูนลาน การทําบุญคูนลาน จะทําที่วัด หรือที่บานก็ได โดยชาวบานจะเอาขาวมารวมกัน แลว นิมนตพระภิกษุมาเจริญพระพุทธมนต จัดน้ําอบ น้ําหอมไวประพรม วนดายสายสิญจนบริเวณรอบกองขาว ตอนเชามีการถวายอาหารบิณฑบาต และนําเอาน้ําพระพุทธมนตไปรดกองขาว ถาทําที่บานเรียกวา "บุญกุม ขาว" กําหนดในเดือนยี่ เรียกอยางหนึ่งวา "บุญเดือนยี่ ๓) บุญขาวจี่ เดือนสามชาวบานนิยมทําบุญขาวจี่ เพื่อถวายพระ เปนการละทานชนิดหนึ่ง และถือวา ไดรับอานิสงสมากงานหนึ่ง กําหนดทําบุญในเดือนสาม ๔) บุญพระเวส บุญที่มีการเทศพระเวส หรือบุญมหาชาติ หนังสือมหาชาติเปนหนังสือชาดกที่แสดง จริยวัตรของพระพุทธเจา เมื่อเสวยชาติเปนพระเวสสันดร กําหนดทําบุญเดือนสี่ จึงเรียกอีกอยางหนึ่งวา "บุญเดือนสี่" ๕) บุญสรงน้ํา บุญสรงน้ํา มีการรดน้ํา หรือสรงน้ําพระพุทธรูป พระสงฆ และผูหลักผูใหญ มีการทํา บุญทําทาน เรียกอีกอยางหนึ่งวา "บุญตรุษสงกรานต" กําหนดทําบุญในเดือน หา ๖) บุญบั้งไฟ กอนการทํานาชาวบานในจังหวัดในภาคอิสาน จะมีการฉลองอยางสนุกสนาน โดยการ จุดบั้งไฟ เพื่อไปบอกพญาแถน เชื่อวาจะทําใหฝนตกถูกตองตามฤดูกาล มีการตกแตงบั้งไฟใหสวยงามนํามา ประกวดแห แขงขันกันในวันรุงขึ้น กําหนดทําบุญในเดือน หก ๗) บุญซําฮะ ซําฮะ คือการชําระลางสิ่งสกปรก รกรุงรังใหสะอาดหมดจด เมื่อถึงเดือน ๗ ชาวบาน จะรวมกันทําบุญโดยยึดเอา "ผาม หรือศาลากลางบาน" เปนสถานที่ทําบุญ ชาวบานจะเตรียมดอกไมธูปเทียน โอน้ํา ฝายใน ไหมหลอด ฝายผูกแขน แหทรายมารวมกันที่ ผามหรือศาลากลางบาน ตอนเย็นนิมนตพระสงฆ มาเจริญพระพุทธมนต ตอนเชาถวายอาหาร เมื่อเสร็จพิธีทุกคนจะนําน้ําพระพุทธมนต ฝายผูกแขน แหทราย ของตนกลับบาน นําน้ํามนตไปรดลูกหลาน ทรายนําไปหวานรอบบาน ฝายผูกแขนนําไปผุกขอมือลูกหลาน เพื่อใหเกิดสวัสดิมงคลตลอดป ถามีการเจ็บไขไดปวยตองมีการสวดถอด เปนตน กําหนด ทําบุญในเดือน ๗ ๘) บุญเขาพรรษา ในเทศกาลเขาพรรษา เปนเวลาที่พระภิกษุสงฆจะตองบําเพ็ญไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ ปญญา ใหบริบูรณ สวนคฤหัสถก็จะตองบําเพ็ญบุญกริยาวัตถุ ๓ คือ ทาน ศีล ภาวนา ใหเต็มเปยม
186.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 133 ตอนเชาญาติโยมจะนําอาหารมาถวายพระภิกษุ ตอนบายนําดอกไมธูปเทียน ขาวสาร ผาอาบน้ําฝน รวมกันที่ ศาลาวัด ตอนเย็นญาติโยมพากันทําวัตรเย็นแลวฟงเทศน กําหนด วันแรม ๑ ค่ํา เดือน ๘ จึงเรียกอีกอยางหนึ่ง วา "บุญเดือน ๘" ๙) บุญขาวประดับดิน หออาหาร และของขบเคี้ยวเปนหอๆ แลวนําไปถวายวางแบไวกับดิน จึงเรียก วา "บุญขาวประดับดิน" ชาวบานจะจัดอาหารคาว หวาน และหมากพลู บุหรี่ กะวาใหได ๔ สวน สวนที่ ๑ เลี้ยงดูกันในครอบครัว สวนที่ ๒ แจกใหญาติพี่นอง สวนที่ ๓ อุทิศไปใหญาติที่ตาย สวนที่ ๔ นําไปถวาย พระสงฆ ทําเปนหอๆใหไดพอควร โดยนําใบตองกลวย มาหอของคาว หวาน หมากพลู บุหรี่ แลวเย็บรวมกัน เปนหอใหญ ในระหวาง เชามืดในวันรุงขึ้นจะนําหอเหลานี้ไปวางไวบริเวณวัด ดวยถือวาญาติพี่นองจะมารับ ของที่นั่น (เชื่อกันวาเปนวันยมทูตเปดนรกชั่วคราว ใหสัตวนรก มารับของทานในระยะหนึ่ง และยังถือวา เปนวันกตัญูอีกดวย) ตอนเชานําอาหารอีกสวนหนึ่งไปถวายพระ ฟงพระธรรมเทศนา เสร็จแลวทําพิธีอุทิศ สวนกุศลใหแกญาติผูที่ลวงลับไปแลว กําหนดทําบุญในเดือน ๙ ๑๐) บุญขาวสาก การเขียนชื่อลงในพาขาว (สํารับกับขาว) เรียกวาขาวสาก (สลาก) ญาติโยมจะจัด อาหารเปนหอๆ แลวนําไปแขวนไวตามตนไม โดยทํากันในตอนกลางวัน กอนเพล เปนอาหาร คาว หวาน พอถึงเวลา ๔ โมงเชา พระสงฆจะตีกลองโฮม (รวม) ญาติโยมจะนําพาขาว (สํารับกับขาว) ของตนมารวมกัน ณ ศาลาการเปรียญ เจาภาพจะเขียนชื่อลงในกระดาษมวนลงในบาตร เมื่อพรอมแลวหัวหนากลาวนําคําถวาย สลากภัต จบแลวยกบาตรสลากไปใหพระจับ ถูกชื่อใคร ก็ใหไปถวายพระองคนั้น กอนจะถวายพาขาวใหนํา พาขาว ๑ พา มาวางหนาพระเถระ แลวใหพระเถระ กลาวคําอุปโลกน กําหนด บุญขาวสากนิยมทํากันใน เดือน ๑๐ ๑๑) บุญออกพรรษา การทําบุญออกพรรษานี้ เปนการเปดโอกาสใหพระภิกษุสงฆไดมีโอกาสวากลาว ตักเตือนกันได พระภิกษุสงฆสามารถเดินทางไปอบรมศีลธรรม หรือไปเยี่ยม ถามขาวคราว ญาติพี่นองได และภิกษุสงฆสามารถหาผามาผลัดเปลี่ยนไดเมื่อถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๑ ตั้งแตเชามืดจะมีการตีระฆังให พระสงฆไปรวมกันที่โบสถแสดงอาบัติเชา จบแลวมีการปวารณา คือเปดโอกาสใหพระภิกษุสงฆดวยกันวา กลาวตักเตือนกันไดกําหนด บุญออกพรรษาในเดือน ๑๑ ๑๒)บุญกฐิน ผาที่ใชสดึงทําเปนกรอบขึงเย็บจีวร เรียกวาผากฐิน ผูใดศรัทธา ปรารถนาจะถวายผากฐิน ณ วัดใดวัดหนึ่งใหเขียนสลาก (ใบจอง) ไปติดไวที่ผนังโบสถ หรือศาลาวัด ทั้งนี้เพื่อไมใหผูอื่นจองทับ เมื่อ ถึงวันกําหนดก็บอกญาติโยมใหมารวมทําบุญ มีมหรสพสมโภช และฟงเทศน รุงเชาก็นําผากฐินไปทอดถวาย ที่วัดเปนอันเสร็จพิธี กําหนด ทําบุญระหวางวันแรม ๑ ค่ําเดือน ๑๑ ถึง วันขึ้น ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๒ 1.2) งานเทศกาลไหม และประเพณีผูกเสี่ยว ชวงเวลา วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน-๑๐ ธันวาคม ของทุกป ความสําคัญงานเทศกาลไหมเปนงานที่ จังหวัดขอนแกนไดจัดขึ้นทุกป เริ่มตั้งแต พ.ศ. ๒๕๒๒ จนถึงปจจุบันโดยมีวัตถุประสงคเพื่อสงเสริมอาชีพ การทอผาไหม มีหนวยงานทั้งภาครัฐและเอกชนรวมออกรานแสดงผลิตภัณฑและจําหนายสินคาพื้นเมือง
187.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 134 (ผาไหม) และของที่ระลึกอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีการแสดงเพื่อฟนฟูและสงเสริมศิลปวัฒนธรรมทองถิ่น ประเพณีผูกเสี่ยว ก็เปนประเพณีสําคัญที่จัดขึ้นพรอมกันกับงานเทศกาลไหม โดยมีวัตถุประสงค เพื่อใหคน ในทองถิ่นและคนในชาติมีความรักใครกลมเกลียว สมัครสมานสามัคคีและชวยเหลือเกื้อกูลกันคําวา "เสี่ยว" เปนภาษาถิ่นอีสาน แปลวา มิตรแท เพื่อนแท เพื่อนตาย มีความผูกพัน ซื่อสัตย และจริงใจตอกันพิธีกรรม อุปกรณที่สําคัญมีพานบายศรีอาจเปนบายศรี ๓ ชั้น ๕ ชั้น หรือ ๗ ชั้น และมีเครื่องประกอบอีก หลายอยาง คือ สุรา ๑ ขวด ไขไกตม ๑ ฟอง ขาวตมมัด ๔ หอ กลวยสุก ๔ ผล ขาวเหนียวนึ่ง ๑ ปน ใบพืชที่ เปนมงคล เชน ใบคูน ใบเงิน ใบทอง ใบยอ ดอกรัก และที่ขาดไมไดคือ ฝายผูกแขน เชิญแขกมงคลมารวมพิธี คูเสี่ยวนั่งลอมพานบายศรี หมอพราหมณเริ่มพิธีดวยการจุดเทียนที่พานบายศรี อัญเชิญเทวดาลงมาเปนสักขี พยาน กลาวถึงงานบายศรีสูขวัญเนื่องในโอกาสตาง ๆ เชน งานมงคลสมรส มีบุตรใหม ขึ้นบานใหม การ เลื่อนยศ การผูกเสี่ยว การบวชนาค ฯลฯ แลวกลาวคําอัญเชิญขวัญตามโอกาส เมื่อถึงบทเชิญขวัญผูรวมพิธีจะ ตะโกนเรียกขวัญของผูรวมพิธีใหมาอยูกับเนื้อกับตัว จบแลวหมอพราหมณและแขกจะนําดวยมงคลผูกขอมือ ของคูขวัญ พรอมทั้งใหศีลใหพร ใหรักใครสามัคคี ชวยเหลือเกื้อกูลกัน ตอจากนั้นคูขวัญก็จะผูกขอมือซึ่งกัน และกัน เปนอันเสร็จพิธี เรียกขวัญเพื่อเปนการเตือนสติใหรูจักภาวะของตนเอง เชน จะแตงงาน บวช หรือเสี่ยว จะตองปฏิบัติ อยางไร เชื่อกันวา ขวัญสิงสถิตอยูในสวนตาง ๆ ของรางกายและจิตใจ เมื่อทําพิธีเรียกขวัญแลวก็จะเกิดพลัง กายและพลังใจที่เขมแข็งได 1.3) ประเพณีไหลเรือไฟ ชวงเวลา วันขึ้น ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๑ ถึงวันแรม ๑ ค่ํา เดือน ๑๑ (ประมาณเดือนตุลาคม) ที่จังหวัดนครพนม ความสําคัญ เพื่อบูชารอยพระพุทธบาทที่ประทับไวริมฝงแมน้ํานัมมทานที ในแควนทักษิณาบทประเทศ อินเดียเพื่อบูชาทาวผกาพรหมเพื่อขอขมาลาโทษแมน้ําที่เราทําใหสกปรกเพื่อเอาไฟเผาความทุกขใหหมดไป แลวลอยไปกับแมน้ํา พิธีกรรม นําเรือไปลอยในแมน้ํา กอนลอยใหกลาวคําบูชาดังนี้ อะหัง อิมินา ปะทีเปนะ นัมมากายะ นะทิยา ปุเลนิ ปาทะวะอัญชิง อภิปูเชนิ อะยัง ปะทีเปนะ มุนิโน ปาทะวะอัญชัง ปูชา มัยหัง ที่ฆรัตตัง หิตายะ สุขายะ สังวัตคะตุ" แปลวา ขาพเจาขอนอมบูชารอยพระพุทธ บาทของพระมุนีเจาอันประดิษฐานอยู ณ หาดทรายแหงแมน้ํานัมมทานทีโพนดวยประทีปนี้ ขอใหการบูชา รอยพระบาทสมเด็จพระมุนีเจาดวยประทีป ในครั้งนี้จงเปนไปเพื่อประโยชน เพื่อความสุขแกขาพเจาทั้ง หลาย ตลอดกาลนานเทอญ เปรียบเทียบใหเห็นชีวิตมนุษย มีเกิด มีเจริญกาวหนา และดับไปในที่สุดหรือ ชีวิตมนุษยเปนอนิจจัง 1.4) งานมหกรรมโปงลาง แพรวากาฬสินธุ ชวงเวลา ระหวางวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ-๖ มีนาคม ของทุกป ที่จังหวัดกาฬสินธุ ความสําคัญ โปงลาง ถือไดวาเปนเครื่องดนตรีที่เปนเอกลักษณและเปนสัญลักษณของจังหวัดกาฬสินธุ ทั้งนี้เพราะโปงลางไดเปลี่ยนสภาพจากขอลอหรือเกราะลอ มาเปนเครื่องดนตรีธรรมชาติประเภทเครื่องตีไม
188.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 135 โดยปราชญชาวบานของจังหวัดกาฬสินธุคือ นายเปลื้อง ฉายรัศมี ไดพัฒนาจนกลายมาเปนเครื่องดนตรีชิ้น หนึ่ง บรรเลงรวมกับเครื่องดนตรีพื้นบานอีสานชิ้นอื่น ๆ จนเกิดเปนวงดนตรีโปงลาง มีการคิดทาฟอน ประกอบลายโปงลางรวมทั้งการแสดงตาง ๆ ที่ดัดแปลงมาจากวิถีชีวิตธรรมชาติของคนชนบทอีสาน จนเปน ที่รูจักและยอมรับกันโดยทั่วไป เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๓๓ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จทรง โปงลางที่วิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ ทรงรวมวงโปงลาง บรรเลงลายเตยโขงและลายลมพัดพราว ที่พลิ้ว หวานจับใจ จังหวัดกาฬสินธุจึงถือเอาวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ ของทุกปเปนวันเริ่มงานมหกรรมโปงลาง แพรวา และกาชาดจังหวัดกาฬสินธุสืบตอกันมา 1.5) งานประจําป ฉลองอนุสาวรียเจาพอพระยาแล ชวงเวลา ระหวางวันที่ ๑๒-๒๐ มกราคม ของทุกป ที่จังหวัดชัยภูมิ ลักษณะความเชื่อ ประชาชนในจังหวัดชัยภูมิ ประมาณรอยละ ๙๕ เปนคนทองถิ่นเดิมมีวัฒนธรรม ประเพณีที่มีลักษณะผสมผสานระหวางความเชื่อดั้งเดิมของทองถิ่นกับหลักปฏิบัติทางพุทธศาสนา ประกอบ กับประวัติศาสตรความเปนมาของจังหวัด มีลักษณะเดนชัดที่เนนและเชิดชูวีรกรรมความซื่อสัตยกตัญูของ เจาพอพระยาแล ทําใหมีงานประจําปและงานประเพณีซึ่งแสดงถึงวัฒนธรรมของจังหวัดสืบตอกันมา ความสําคัญ จัดขึ้นเพื่อรําลึกถึงคุณงามความดีของเจาพอพระยาแล ผูสรางเมืองชัยภูมิคนแรก พิธีกรรม จัดในชวงเวลา ระหวางวันที่ ๑๒-๒๐ มกราคมของทุกป ในการจัดงานนี้ประกอบดวย พิธีบวงสรวงดวงวิญญาณของเจาพอพระยาแล ขบวนแหเครื่องสักการะอนุสาวรียเจาพอ ขบวนถวายชางแด เจาพอ และขบวนแหของอําเภอตาง ๆ รวมทั้งการออกราน จัดนิทรรศการของหนวยงานราชการและเอกชน การประกวดผลิตผลทางการเกษตร เปนการเชิดชูวีรกรรมความซื่อสัตยกตัญูของเจาพอพระยาแล 1.6) ประเพณีขึ้นเขาพนมรุง ชวงเวลา เดือนเมษายนทุกป (วันเพ็ญเดือนหา) ที่จังหวัดบุรีรัมย ประเพณีขึ้นเขาพนมรุง เริ่มขึ้นเปนครั้งแรก เมื่อป พ.ศ. ๒๔๘๑ โดยความคิดริเริ่มของทานเจาคุณ โอภาสธรรมญาณ จากวัดทาประสิทธิ์ จังหวัดสุรินทร ซึ่งเดินทางมาเพื่อปฏิบัติธรรมวิปสสนากรรมฐานที่ เขาพนมรุง ซึ่งขณะนั้นยังไมมีทางขึ้นสูตัวปราสาท ผูที่สนใจอยากขึ้นชมปราสาทตางคนตางขึ้นมาเองโดย ไมกําหนดเวลาประกอบกับจังหวัดสุรินทรมีประเพณีขึ้นเขาสวายในวันแรม ๑ ค่ํา เดือน ๕ ของทุกๆ ป ทาน เจาคุณโอภาสธรรมญาณเห็นวาประเพณีขึ้นเขาเปนสิ่งดี เพื่อใหประชาชนไดรวมกันทําบุญพบปะสังสรรค สรางความสามัคคีและมีโอกาสไดพักผอนหยอนใจอีกดวย จึงริเริ่มใหจัดงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุงเปนครั้ง แรกในวันเพ็ญเดือน ๕ ป พ.ศ. ๒๔๘๕ และประเพณีขึ้นเขาพนมรุงก็ไดปฏิบัติสืบตอกันมาจนกระทั่ง ปจจุบันเปนที่นาสังเกตวาในชวงงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุงทุกปจะมีปรากฏการณที่สําคัญอยางหนึ่งที่เกิด ขึ้นเปนประจําทุกป คือในชวงเวลานั้นเราจะมองเห็นดวงอาทิตยขึ้นตรงตามความยาวของปราสาทเรา สามารถมองลอดประตูทางดานทิศตะวันตกฝากรอบประตูตางๆ กวา ๑๐ กรอบ ทะลุผานประตูปรางค
189.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 136 ประธาน และทะลุออกซุมประตูหนา ความยาว ๘๘ เมตร มองเห็นดวงอาทิตยขึ้นตรงกรอบประตูพอดี ความสําคัญ เปนวันที่ประชาชนทั่วไปรวมทําบุญปดทองนมัสการรอยพระพุทธบาทจําลอง ที่ ประดิษฐานอยูในปรางคองคนอยและทําใหชาวบานไดมีโอกาสพบปะสังสรรคแลกเปลี่ยนความรูประสบ การณ โดยเฉพาะการทอผาไหมทั้งนี้เพราะในชวงงานประเพณีขึ้นเขา ชาวบานหญิงชายจะแตงกายดวย ผาไหมทอลวดลายสวยงามประณีตที่สุดของตนเองเปนการอวดฝมือและความสามารถสรางชื่อเสียงของ หมูบานและของตนเองอีกดวยและยังเปนโอกาสใหชาวบานไดเที่ยวชมความงามของปราสาทพนมรุง และ ชักชวนใหคนเดินทางมาเที่ยวชมในงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุงมากขึ้นทุกป เปนการแสดงถึงความพรอมเพรียง สามัคคีของประชาชนในทองที่อําเภอประโคนชัย และบริเวณใกล เคียงและยังเปนการอนุรักษประเพณีวัฒนธรรมทองถิ่น 1.7) ประเพณีบุญเบิกฟา ชวงเวลา วันขึ้น ๓ ค่ํา เดือน ๓ ของทุก ๆ ป (อยูระหวางปลายเดือนมกราคม-ตนเดือนกุมภาพันธ) ความสําคัญ ประเพณีบุญเบิกฟา เปนประเพณีของชาวมหาสารคามที่ประกอบขึ้นตามความเชื่อวา เมื่อ ถึงวันขึ้น ๓ ค่ํา เดือน ๓ ของทุกๆ ป ฟาจะเริ่มไขประตูฝน โดยจะมีเสียงฟารอง และทิศที่ฟารองเปนสัญญาณ บงบอกตัวกําหนดปริมาณน้ําฝนที่จะตกลงมาหลอเลี้ยงการเกษตรในปนั้น ๆตํานานโบราณกลาวถึงทิศที่ฟา รองวา ๑. ทิศบูรพา มีครุฑเปนสัตวประจําทิศ เปนทิศประตูน้ํา ถาฟารองทิศนี้ฝนจะดี ขาวกลาในนาจะอุดม สมบูรณ คนทั้งปวงจะไดทําบุญใหทานอยางเต็มที่ ๒. ทิศอาคเนย มีแมวเปนสัตวประจําทิศ เปนทิศประตูลม ถาฟารองทางทิศนี้ฝนจะนอย นาแลง คนจะ อดอยาก และเกิดโรคระบาด ๓. ทิศทักษิณ มีราชสีหเปนสัตวประจําทิศ เปนทิศประตูทอง ถาฟารองทางทิศนี้ฝนจะมาก น้ําจะทวม ขาวกลาในนาเสียหายถึงสองในหาสวน นาลุมเสีย นาดอนดี มีปูปลาอุดมสมบูรณ ๔. ทิศหรดี มีเสือเปนสัตวประจําทิศ เปนทิศประตูตะกั่วหรือประตูชิน ถาฟารองทางทิศนี้ฝนจะดี น้ํา งามพอเหมาะ ผลหมากรากไมอุดม ปูปลามีมาก ขาวกลาบริบูรณ ผูคนมีความสุข ๕. ทิศปจจิม มีนาคเปนสัตวประจําทิศ เปนทิศประตูเหล็ก ถาฟารองทางทิศนี้ฝนจะแลง น้ํานอย ขาว กลาในนาแหงตาย เสียหายหนัก ๖. ทิศพายัพ มีหนูเปนสัตวประจําทิศ เปนทิศประตูหินถาฟารองทางทิศนี้ฝนจะตกปานกลาง ขาวกลา ไดผลกึ่งหนึ่ง เสียหายกึ่งหนึ่ง ปูปลามีนอย คนจักปวยไข ๗. ทิศอุดร มีชางเปนสัตวประจําทิศ เปนทิศประตูเงิน ถาฟารองทางทิศนี้ ฝนจะดี ขาวกลาในนา งอก งามดี คนมีสุขทั่วหนา ๘. ทิศอีสาน มีงัวเปนสัตวประจําทิศ เปนทิศประตูดิน ถาฟารองทางทิศนี้ ฝนจะดีตลอดป ขาวกลาใน นาจะงอกงามสมบูรณดี คนจะมีความสุขเกษมตลอดปอยางถวนหนาดวยความเชื่อตามตํานานดังกลาว ชาวมหาสารคามจึงมีประเพณีบุญเบิกฟา (เดิมเรียกวาบุญเบิกบาน) เพื่อขอพรจากแถน (เทพผูเปนใหญ)
190.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 137 ใหไขประตูฟาทางทิศที่เปนมงคลอนึ่งในวันขึ้น ๓ ค่ําเดือน ๓จะมีปรากฏการณมหัศจรรยเกิดขึ้น ๓ อยางคือ ๑. กบไมมีปาก คือจะมีแผนเยื่อเกิดขึ้นปดรูกบเปนอันวาวันนั้นกบจําศีล ไมฆาสัตวอื่น ๆ เปนอาหาร ๒. นากไมมีรูทวาร คือมีแผนเยื่อเกิดขึ้นปดทวารหนักของตัวนาก เปนอันวานากจะไมขับถายในวัน นั้น เพราะไมไดกินอาหาร ๓. มะขามปอมจะมีรสหวาน พิธีกรรม พิธีกรรมบุญเบิกฟา มี ๔ อยางคือ ๑. จัดพิธีสูขวัญขาว ชาวอีสานเรียกวาทําบุญตุมปากเลา ๒. หาบปุยคอก (ชาวอีสานเรียกวาฝุน)ไปใสผืนนา ๓. ทําบุญเฮือน (ทํารวมกับทําบุญปากเลา) ๔. นําขาวเปลือกเต็มกระบุงไปถวายวัด สาระ ประเพณีบุญเบิกฟา มีประโยชนตอวิถีชีวิตและจิตใจของเกษตรกรคือ ๑. เปนการเตรียมพรอมที่จะลงมือทําการเกษตรไดทันฤดูกาล เพราะเมื่อถึงเทศกาลบุญเบิกฟา พวกเขา ยอมไดทําบุญใหเกิดขวัญและกําลังใจ ไดหาบปุยคอกบํารุงดิน แลวเตรียมกาย เตรียมใจและเครื่องมือให พรอมที่จะทํานา ๒. เปนผูมีความเชื่อมั่นศรัทธาตอพุทธศาสนา เพราะไดทําบุญเปนประจําทุกป ทําใหรูจักเสียสละไม ตระหนี่ถี่เหนียว ๓. เปนผูมีความกตัญูตอผืนนา สิ่งแวดลอม ดินฟาอากาศ ตลอดจนเทพตาง ๆ ที่เชื่อวาเปนผูบันดาล ฝนและธัญญาหารเชน พญาแถน และพระแมโพสพ เปนตน ๔. เปนผูรูจักประหยัดเชน รูจักเก็บขาวไวในยุงฉางอยางมีระเบียบ แมแตจะ ตักออกก็ยังมีพิธีกรรม อันศักดิ์สิทธิ์ ชวยเตือนสติไมใหใชขาวอยางสุรุยสุราย ดังคําสอนของสมเด็จพระสัมมาพุทธเจาที่วา "นตฺถิ ธฺญสม ธน" แปลวา "ทรัพยเสมอดวยขาวเปลือกไมมี" 1.8) บุญขาวสาก (บุญเดือนสิบ) ชวงเวลา เดือนตุลาคม (วันขึ้น ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๐) ที่จังหวัดยโสธร ความสําคัญ ประเพณีบุญขาวสาก เปนประเพณีที่จัดขึ้นเพื่ออุทิศสวนกุศลใหกับผูที่ลวงลับไปแลว และ เพื่ออุทิศสวนกุศลใหกับสัตวนรกหรือเปรต พิธีกรรม ประกอบดวย ๑. วันเตรียมขาวสาก วันขึ้น ๑๔ ค่ํา เดือน ๑๐ ขาวสาก (ภาษากลางเรียกขาวกระยาสารท) คือการเอา ขาวเมาพอง คลุกกับขาวตอกแตก แลวใสน้ําออย น้ําตาล ถั่ว งา แลวคลุกเขาดวยกัน นอกจากนี้ชาวบานจะ เตรียมขาวตม ขนม อาหารคาวหวาน หมาก พลู และบุหรี่ไวทําทาน ๒. ในตอนเชาของวันขึ้น ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๐ ชาวบานจะนําอาหารไปตักบาตรอุทิศสวนกุศลใหญาติผู ลวงลับไปแลว หลังจากพระสงฆฉันจังหันเสร็จแลวมีการฟงเทศน ๓. พอถึงตอนเพลจะเปนพิธีแจกขาวสาก ขาวสากที่จะนําไปแจกนั้น จะหอดวยใบตองกลวยกลัดหัว
191.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 138 กลัดทายมีรูปคลายกลีบขาวตมแตไมพับสนตอง เย็บติดกันเปนคูๆ ของที่ใสในหอไดแก ขาวตม ขาวสาก ปลา เนื้อ หมาก พลู และบุหรี่ พิธีแจกก็เอาหอยไวตามตนไมหรือตามรั้ว พอเสร็จหมดก็ตีกลองหรือโปง ใหสัญญาณบอกเปรตมารับเอา หลังจากนั้นก็แยงกันเก็บคืน มือใครยาวสาวไดสาวเอา ซึ่งตอนนี้เรียกวา "แยงเปรต" ภาษาอีสานเรียกวา "ยาดขาวสาก" เก็บมาแลวเอาไปใสตามไรนา ตามตาแฮก เพื่อใหขาวในนา อุดมสมบูรณ สาระ เปนประเพณีการทําบุญที่จัดขึ้นเพื่ออุทิศสวนกุศลใหกับผูที่ลวงลับไปแลว และเพื่ออุทิศสวน กุศลใหกับสัตวนรกหรือเปรต 1.9) ประเพณีบุญบั้งไฟ (บุญเดือนหก) ชวงเวลา เดือนพฤษภาคม ความสําคัญ ชาวจังหวัดยโสธรรอยละ ๘๕ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ชาวยโสธรจึงจัดประเพณี บุญบั้งไฟ เปนการทําบุญประจําปทุกปในชวงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเปนชวงกอนฤดูการทํานา เปนพิธีขอฝน จากพญาแถนใหฝนตกตองตามฤดูกาล พิธีกรรม ประกอบดวย ๑. การเซิ้งเพื่อขอรับบริจาคทรัพยสินเงินทอง และอาหารการกิน เพื่อนํามาเปนทุนในการจัดทําบั้งไฟ และเปนเสบียงสําหรับผูจัดทําบั้งไฟ ๒. การประกวดขบวนแหบั้งไฟสวยงาม (บั้งไฟโก) ๓. การประกวดขบวนรําเซิ้ง ๔. การประกวดธิดาบั้งไฟโก ๕. การแขงขันจุดบั้งไฟขึ้นสูง ๖. การแขงขันจุดบั้งไฟ แฟนซี (บั้งไฟ แสง สี เสียง) ๗. การประกวดกองเชียรบั้งไฟในวันแขงขันจุดบั้งไฟขึ้นสูง สาระ ๑. เปนการตักเตือนใหรูวาธรรมชาติเปนสิ่งไมแนนอน เกษตรกรไมควรประมาท ๒. เปนงานประเพณีที่สรางความสนุกสนาน และความสมัครสมานสามัคคีของประชาชน ๓. กิจกรรมการเซิ้ง สอนใหคนในสังคมรูจักการบริจาคทาน และการเสียสละ ๔. เปนงานประเพณีที่สรางความภาคภูมิใจใหกับชาวจังหวัดยโสธร 1.10 ) ประเพณีการละเลนผีตาโขน ชวงเวลา ชวงเดือน พฤษภาคม-มิถุนายน ของทุกป ที่จังหวัดเลย ความสําคัญ การละเลนผีตาโขนมีมานานแลวแตไมมีหลักฐานปรากฎแนชัดวามีมาตั้งแตเมื่อใด แต ชาวบานไดปฏิบัติและสืบทอดตอกันมาจากบรรพบุรุษ เปนประเพณีที่เปนเอกลักษณประจําจังหวัดเลย แสดง ในงาน "บุญหลวง" ซึ่งเปนการรวมเอาบุญผะเหวดและบุญบั้งไฟเปนบุญเดียวกัน เพื่อเปนการบูชาอารักษ
192.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 139 หลักเมือง และพิธีการบวงสรวงดวงวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ของเจาในอดีต พิธีกรรม การจัดทําพิธี ๒ วัน คือ วันแรก (วันโฮม) ขบวนผีตาโขนจะแหรอบหมูบานตั้งแตเชามืด เปนการทําพิธีอัญเชิญพระอุปคุตเขามาอยูที่วัด ในวันที่สองเปนพิธีการแหพระเวสสันดรและนางมัทรีเขา เมือง โดยสมมุติใหวัดเปนเมือง สําหรับวันที่สองของงานนี้ ชาวบานยังไดนําบั้งไฟมารวมในขบวนแหเพื่อ เปนพิธีขอฝนโดยแหรอบวัด ๓ รอบ ในขณะที่แหอยูนั้นเหลาผีตาโขนทั้งหลายก็จะละเลนหยอกลอผูคนไป เรื่อย ๆ เพื่อทําใหเกิดความสนุกสนาน หลังจากเสร็จพิธีการแหแลวบรรดาผูละเลนผีตาโขนจะนําเครื่องเลน ผีตาโขน และอุปกรณที่ใชในการประกอบพิธีไปลองลงแมน้ําหมัน และในตอนค่ําของวันเดียวกัน จะมีการ ฟงเทศนมหาชาติทั้ง ๑๓ กัณฑ สาระ การละเลนผีตาโขนนับวาเปนสิ่งที่แปลกสําหรับผูพบเห็น มีการนําเอากานทางมะพราวที่แหง นํามาตกแตงเปนหนากาก โดยการเจาะชองตา จมูก ปาก และใบหู นําเอาหวดนึ่งขาว โดยกดดันหวดใหเปน รอยบุมหงายปากหวดขึ้น เพื่อสวมศีรษะแตงแตมสีสันใหนาดู สวนชุดที่สวมใสทํามาจากเศษผาหลากหลาย สีมาเย็บตอกัน อุปกรณในการละเลนมี ๒ ชิ้น คือ "หมากกระแหลง" มีไวเพื่อเขยาทําใหเกิดเสียงดังในเวลา เดิน และ "อาวุธประจํากาย" ผีตาโขนสวนมากจะใชผูชายแสดงเนื่องจากตองกระโดดโลดเตนไปเรื่อย ๆ จึงไมเหมาะที่จะใชผูหญิงเปนตัวแสดง นอกจากเขารวมในงาน "บุญหลวง" ยังไดเขารวมขบวนแหในวันเปด งานกาชาดดอกฝายบานมะขามหวานเมืองเลย โดยขบวนผีตาโขนจะเดินรอบเมืองเพื่อโชวใหแขกบานแขก เมืองไดเห็น 1.11) ประเพณีลอยกระทง ชวงเวลา วันเพ็ญเดือน 12 ที่จังหวัดเชียงใหม ความสําคัญ ลอยกระทง เปนประเพณีของไทยที่ปฏิบัติสืบตอกันมาแตโบราณ งานลอยกระทงเริ่ม ทําตั้งแต กลางเดือน 11 ถึงกลางเดือน 12 ซึ่งเปนฤดูน้ําหลาก น้ําจะเต็มสองฝงแมน้ํา ที่นิยมมากคือ ชวงวัน เพ็ญเดือน 12 เพราะพระจันทรเต็มดวง ทําใหแมน้ําใสสะอาด แสงจันทรสองเวลากลางคืน เปนบรรยากาศ ที่สวยงาม เหมาะแกการลอยกระทง เดิมพิธีลอยกระทงเรียกวา พระราชพิธีจองเปรียงชักโคม ลอยโคม ซึ่งเปนพิธีของพราหมณ เพื่อบูชา พระเปนเจาทั้งสาม คือ พระอิศวร พระนารายณ และพระพรหม ครั้นคนไทยรับนับถือพระพุทธศาสนา ก็ ทําพิธียกโคมเพื่อบูชาพระบรมสารีริกธาตุ พระจุฬามณี ณ สวรรคชั้นดาวดึงส ลอยโคมบูชาพระพุทธบาท ณ หาดทรายแมน้ํานัมมทานที ประเทศอินเดียการลอยกระทงตามสายน้ํานี้ นางนพมาศ สนมเอกของพระรวง เจากรุงสุโขทัย คิดทํากระทงรูปดอกบัว และรูปตางๆถวาย พระรวงทรงใหลอยกระทงตามสายน้ําไหล ใน หนังสือ ตํารับทาวศรีจุฬาลักษณ พระรวงตรัสวา “แตนี่สืบไปเบื้องหนา โดยลําดับกษัตริยในสยามประเทศ ถึงกาลกําหนดนักขัตฤกษวันเพ็ญเดือน 12 ใหทําโคมลอย เปนรูปดอกบัวอุทิศสักการบูชาพระพุทธบาท นั มฆทานที ตราบเทากัลปาวสาน"
193.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 140 ครั้นถึงสมัยรัตนโกสินทร มีการทํากระทงขนาดใหญและสวยงาม ดังพระราชพงศาวดารกรุงรัตน โกสินทร ของเจาพระยาทิพาราชวงศ กลาวไววา “ ครั้นมาถึงเดือน 12 ขึ้น 14 ค่ํา 15 ค่ํา แรมค่ําหนึ่งพิธี จองเปรียงนั้น เดิมไดโปรดใหขอแรง พระบรมวงศานุวงศฝายหนา ฝายใน และขาราชการที่มีกําลังพาหนะ มาทํากระทงใหญ ผูถูกเกณฑตอเปนถังบาง ทําเปนแพหยวกบาง กวาง 8 ศอกบาง 9 ศอกบาง กระทงสูง ตลอดยอด 10 ศอก 11 ศอก ทําประกวดประขันกันตางๆ ทําอยางเขาพระสุเมรุทวีปทั้ง 4 บาง และทําเปน กระจาดชั้นๆบาง วิจิตรไปดวยเครื่องสด คนทําก็นับรอย คิดในการลงทุนทํากระทงทั้งคาเลี้ยงคนและพระ ชาง เบ็ดเสร็จก็ถึง 20 ชั่งบาง ยอมกวา 20 ชั่งบาง” ปจจุบันประเพณีลอยกระทง มีการจัดงานกันแทบทุกจังหวัด ถือเปนงานประจําปที่สําคัญ โดยเฉพาะ ที่จังหวัดเชียงใหมมีการจัดขบวนแหกระทงใหญ กระทงเล็ก มีการประกวดกระทง และประกวดธิดางาม ประจํากระทงดวย 1.12) ประเพณีทําบุญ ทําบุญ หมายถึง การกระทําดีตามหลักคําสอนในศาสนา วิถีชีวิตของคนไทยตั้งแตเกิดจนตายคุนเคยกับ การทําบุญ และถือวา ควรทําบุญอยางสม่ําเสมอ จะทําใหชีวิตมีความสงบสุข ไดพบแตสิ่งดี ๆ แมมีอุปสรรค หรือประสบชะตากรรม การทําบุญก็ชวยใหผานพนอุปสรรคไปได การทําบุญมาก ๆ แมตายไปก็จะไดขึ้น สวรรค ไดอยูในที่ที่มีแตความสุข ทําบุญมากจะทําใหสามารถไปถึงนิพพานได คนไทยมีความเชื่อตามแนวทางพุทธศาสนา คือ ทําบุญไดบุญ ทําบาปไดบาป ซึ่งหมายถึงผลแหงกรรม หรือผลแหงการกระทํา ทําสิ่งใดยอมไดสิ่งนั้น หลักงายในการทําบุญแลวไดบุญ คือ ตองมีจิตใจพรอม ยินดี มีใจบริสุทธิ์ที่จะทําบุญ การทําบุญตอง ไมทําความเดือดรอนใหแกตัวเองและผูอื่น การทําบุญ ทําได 3 วิธีคือ การใหทาน การรักษาศีล และ การภาวนา ถาปฏิบัติไดครบ 3 วิธี ถือวา ทําบุญไดอยางยอดเยี่ยม แตคนสวนใหญมักเขาใจวา การทําทาน เปนการทําบุญ ซึ่งก็ถูก เพราะเปนขั้นตน ของการทําบุญ ในที่นี้จะขอกลาวถึงเฉพาะเรื่อง ทาน เพราะเปนวิถีชีวิตของคนไทยที่ทํากันสม่ําเสมอ 1.13) ประเพณีสงกรานต สงกรานต เปนคําที่ชาวบานทั่วไปนิยมใช แตคําเต็ม ๆ คือ ตรุษสงกรานต ซึ่งจะไดกลาวในราย ละเอียด ดังนี้ ตรุษ แปลวา ตัด หรือ ขาด หมายถึง ตัดป ขาดป หรือสิ้นป ดังนั้น ตรุษ จึงหมายถึงพิธีแสดงความยินดี ที่ปเกาผานไป การมีชีวิตรอดมาตลอดปได ก็มีการแสดงความยินดี คนไทยแตกอนนับเดือน เมษายน เปน เดือนสิ้นป และเริ่มปใหม พิธีทําบุญวันตรุษ จะทํา 3 วัน คือ เมื่อถึงเดือน 4 วันแรม 14 ค่ํา แรม 15 ค่ํา และ วันขึ้น 1 ค่ํา ของเดือน 5 จะมีการนิมนตพระมาสวด และมีการทําบุญ ถวายอาหารและขอพรจากพระ เพื่อ
194.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 141 เปนสวัสดิมงคล สันนิฐานวาคนไทยรับนับถือพุทธศาสนา เลยทําแบบอยางพิธีทําบุญวันตรุษตามแบบอยาง ของลังกามาดวย สงกรานต แปลวา การยายที่ หรือ เคลื่อนที่ หมายถึง พระอาทิตยยายที่หรือเคลื่อนเขาสูราศีใหม ซึ่ง ก็หมายถึง การขึ้นปใหมนั่นเอง คนจึงแสดงความยินดีที่มีชีวิตยืนยาวยางเขาสูปใหม จึงตอนรับปใหม วันป ใหมจะเปนวันที่ 13, 14, และ 15 เมษายนของทุกป วันที่ 13 เมษายน เรียกวา วันมหาสงกรานต วันที่ 14 เรียกวา วันเนา และวันที่ 15 เรียกวา วันเถลิงศก ทางภาคเหนือ เรียกตางกันไปบาง แตก็เขาใจงายดี ดังนี้ วันที่ 13 เมษายน เรียกวา วันสังขารลอง คงหมายถึง รายกาย จิต วิญญาณเกา ๆ ของปเกากําลังผานพนไป วันที่ 14 เมษายน เรียกวา วันเนา สวนวันที่ 15 เมษายน เรียกวา วันพญาวัน ซึ่งก็หมายถึงวันสําคัญวันแรกของปใหมนั่นเอง เรื่องของสงกรานต มีตํานานปรากฏในจารึกวัดพระเชตุพน กลาวถึงมูลเหตุแหงสงกรานต สรุปไดวา มีเศรษฐีคนหนึ่งถูกนักเลงสุราใกลบานที่มีลูกหนาตาหมดจด 2 คน มากลาวหาหยาบคายวา ร่ํารวยก็สู เขาไมได แมยากจนก็ยังมีลูกสืบสกุล ตายแลวก็สูญเปลา เศรษฐีจึงไปบนบานศาลกลาวที่ตนไทร ริมแมน้ํา ซึ่งเปนวันสงกรานต พระอินทรจึงใหธรรมบาลเทวบุตรมาปฏิสนธิในครรภภรรยาเศรษฐี เมื่อคลอดมา ชื่อ ธรรมบาลกุมาร บิดาปลูกปราสาทเจ็ดชั้นใหอยูใตตนไทรนั้น ธรรมบาลเฉลียวฉลาด เรียนจบไตรเพท เมื่อ อายุ 7 ขวบ และรูภาษานกดวย ทาวกบิลพรหมจึงมาทดลองความรู โดยถามปญหา 3 ขอ ถาตอบได จะตัด ศีรษะบูชา คือ เชาราศีอยูที่ไหน เที่ยงราศีอยูที่ไหน ค่ําราศีอยูที่ไหน ภายใน 7 วันจะมาฟงคําตอบ ธรรมบากลุมาร คิดไมออก ถึงวันที่ 6 จึงแอบหนีจากปราสาทไปหลบ อยูใตตนตาลใหญ 2 ตน ซึ่งพญาอินทรีผัวเมียทํารังอยูบนนั้น ตอนค่ํานางนกอินทรีถามผัววา พรุงนี้จะไดอาหารที่ไหนกิน ผัวตอบวา จะไดกินศพธรรมบาลกุมาร เพราะจะแพตอบปญหากบิลพรหมไมได จะถูกตัดหัว เมื่อนางนกอินทรีถามปญหาวาอยางไร และคําตอบวา อยางไร พญาอินทรีเฉลยปญหาใหเมียฟงวา ตอนเชาราศีอยูที่หนา มนุษยจึงเอาน้ําลางหนาตอนเชา ราศีอยูที่ อก มนุษยทั้งหลายจึงเอาเครื่องหอมมาปะพรมที่อก ราศีอยูที่เทา มนุษยจึงลางเทากอนนอน ธรรมบาลไดฟงนกอินทรีผัวเมียสนทนาจึงกลับมาประสาท พอวันรุงขึ้นกบิลพรหมก็มาถามปญหา ธรรมบาลก็ตอบตามที่ไดยินจากพอนกอินทรี กบิลพรหมแพจึงตองตัดศีรษะตามสัญญา แตศีรษะของ กบิลพรหมมีฤทธิ์อํานาจมาก ถาตกถึงพื้น จะเกิดไฟไหมทั่วโลก ถาทิ้งบนอากาศฝนจะแลง ถาโยนลงน้ํา มหาสมุทรจะเหือดแหงไปทันที จึงใหธิดาทั้งเจ็ดเอาพานมารับศีรษะไว แหรอบเขาพระสุเมรุ แลวเชิญไปไว ในมณฑปในถ้ําคันธธุลี เขาไกรลาส เมื่อครบ 365 วันหรือ 1 ป นางทั้งเจ็ดจัดเวรกันมาเชิญศีรษะกบิลพรหม
195.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 142 ออกมาแหรอบเขาพระสุเมรุ โดยกําหนดวา วันที่ 13 เดือนเมษายน คือวันมหาสงกรานต ตรงกับวันใด ธิดา ประจําวันนั้นก็จะปนผูอัญเชิญพาน ดังนี้ วันอาทิตย นางสงกรานตชื่อ ทุงษะ วันจันทร นางสงกรานตชื่อ โคราค วันอังคาร นางสงกรานตชื่อ รากษส วันพุธ นางสงกรานตชื่อ มัณฑา วันพฤหัสบดี นางสงกรานต ชื่อ กิริณี วันศุกร นางสงกรานตชื่อ กิมิทา วันเสาร นางสงกรานตชื่อ มโหทร สงกรานตเปนประเพณีที่ชาวไทยทั่วประเทศปฏิบัติสืบตอเปนประเพณีมาชานาน ตั้งแตวันที่ 13 เมษายน จนถึงวันที่ 15 เมษายน ชาวบานจะทําบุญตักบาตร ปลอยนก ปลอยปลา และสรงน้ําพระทั้งพระพุทธรูป และ พระสงฆ แลวก็จะรดน้ํา มีการเลนสาดน้ําและเลนกีฬาพื้นบาน 1.14) ประเพณีแตงงาน ความสําคัญ การแตงงาน เปนประเพณีที่สําคัญสําหรับวิถีชีวิตไทย เพราะเปนการบงบอกวาผูที่แตง งานนั้นมีความเปนผูใหญแลว มีความรับผิดชอบมากขึ้น และพรอมที่จะเปนครอบครัว รับผิดชอบชีวิตอีก หลายคนเพิ่มขึ้นนอกจากชีวิตของตนเอง และยังไดทําหนาที่แสดงความสามารถ ตามบทบาทของตนเองใน ฐานะหัวหนาของครอบครัว ดังนั้นการแตงงาน ตามทัศนะของผูเขียนนั้นยอม หมายถึง การที่ชาย-หญิง ของ ไทย มีความรักใครตอกันจนสุกงอม มีความเห็นอกเห็นใจกันและพรอมที่จะดําเนินชีวิตรวมกันเปนครอบ ครัวอยางสามีภรรยา จึงจําเปนตองแตงงานกัน หรือบางทีอาจจะกลาวไดวาการแตงงานนั้นเปนการบําบัด ความตองการทางเพศของมนุษยก็ได แตใหเปนไปตามประเพณีของสังคม มีผูใหญทั้งสองฝายยอมรับและ สังคมตองรับรูดวยเชนเดียวกัน ดวยเหตุนี้ประเพณีการแตงงานจึงจําเปนตองจัดใหมีพิธีกรรมตามขั้นตอน ของประเพณีไทย เริ่มตั้งแต การทาบทาม สูขอ หมั้น และแตงงาน พิธีการแตงงานนี้ถาจะใหถูกตองเหมาะสม จะตองประกอบพิธีทางศาสนาดวยในตอนเชา และอีกพิธีก็คือจะตองจดทะเบียนแตงงานใหถูกตองตาม กฎหมาย ก็ถือวา การแตงงานนั้นถูกตองสมบูรณ สวนจะทําพิธีหลั่งน้ําพระพุทธมนตและประสาทพรนั้นจะ กระทําตอนเย็นและเลี้ยงรับรองแขกผูมีเกียรติไปพรอมกันหลังจากหลั่งน้ําพระพุทธมนตและประสาทพร แลว หรือจะทําใหเสร็จภายในภาคเชาเลยก็ได จะเปนการประหยัดทั้งเวลาและเงิน ไมเปนการตําน้ําพริก ละลายแมน้ํา การที่จะเลี้ยงรับรองแขกจะกระทําที่บาน หรือโรงแรม สโมสร ที่ใดที่หนึ่งก็ได ขึ้นอยูกับฐานะ ทางเศรษฐกิจของคูบาวสาวและเจาภาพของทั้งสองฝาย จากประเพณีการแตงงานที่จัดทําเปนพิธีการขั้นตอนตาง ๆ นั้น จึงนับวามีความสําคัญมาก และเปน ประเพณีที่งดงามเหมาะสม แสดงถึงความเจริญงอกงามทางวัฒนธรรมดานจิตใจ และวัฒนธรรมทางดานวัตถุ ของบรรพบุรุษของไทยเราที่มองการณไกล และมีความละเอียดออน โดยธรรมชาติของสิ่งที่มีชีวิตแลวยอมมี ความตองการทางเพศสัมพันธ และตองการสืบสกุลตอไปดวย จึงทําใหเกิดความแตกตางกันระหวางคนกับ สัตว และขณะเดียวกันกฎหมายและประเพณีไทยเราจึงตองกําหนดกฎเกณฑของบุคคลที่จะทําการแตงงาน ไดจะตองมีเงื่อนไขอีกหลายอยาง
196.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 143 เงื่อนไขการแตงงาน การแตงงานจะตองมีกฎเกณฑดังตอไปนี้ 1) การแตงงานจะทําไดตอเมื่อชายและหญิงมีอายุครบ 17 ป บริบูรณแลว แตในกรณีที่มีเหตุสมควร ศาลอาจอนุญาตใหทําการแตงงานกอนนั้นได 2) การแตงงานจะกระทํามิไดถาชายหรือหญิงเปนบุคคลวิกลจริต หรือเปนบุคคล ซึ่งศาลสั่งใหเปนคน ไรความสามารถ 3) ชายหญิงซึ่งเปนญาติสายโลหิตโดยตรงขึ้นไปหรือลงมาก็ดี เปนพี่นองรวมบิดามารดาหรือรวมแต บิดาหรือมารดาก็ดีจะแตงงานกันไมได โดยใหถือความเปนญาติตามสายโลหิต ไมคํานึงวาจะชอบดวย กฎหมายหรือไม 4) ผูรับบุตรบุญธรรมและบุตรบุญธรรมจะแตงกันกันไมได 5) ชายหรือหญิงจะทําการแตงงานในขณะที่ตนมีคูแตงงานอยูไมได 6) หญิงที่สามีตายหรือที่การแตงงานสิ้นสุดลงดวยประการอื่น จะทําการแตงงานใหมไดตอเมื่อการสิ้น สุดแหงการแตงงานไดผานพนไปแลวไมนอยกวา 310 วัน หรือคลอดบุตรแลวในระหวางนั้น หรือแตงงาน กับคูคนเดิม หรือไดมีใบรับรองของแพทยประกาศนียบัตร หรือปริญญาบัตรระบุไววาไมมีครรภตลอดจนมี คําสั่งของศาลใหทําการแตงงานได 7) เงื่อนไขเกี่ยวกับความยินยอมของบิดามารดาหรือผูปกครอง (ตาม ม. 1436) มาตรา 1455 การใหความ ยินยอมใหทําการแตงงานกระทําได แตจะตองมีการลงลายมือชื่อในทะเบียนขณะจดทะเบียนสมรส และผู ปกครองจะตองทําเปนหนังสือแสดงความยินยอม โดยระบุชื่อผูแตงงานและผูปกครองทั้งสองฝายและลงลาย มือชื่อของผูใหความยินยอมดวย สุดทายถาหากมีเหตุที่จําเปน จะใหความยินยอมดวยวาจาตอหนาพยานอยาง นอย 2 คนก็ได ความยินยอมนั้นเมื่อเซ็นใหแลวถอนไมได 8) การแตงงานตามประมวลกฎหมายนี้ จะสมบูรณตอเมื่อไดจดทะเบียนแตงงานแลวเทานั้น การหาฤกษสําหรับการแตงงาน หนุมสาวที่รักใครชอบพอกันจนกระทั่งตัดสินใจเขาสูพิธีแตงงาน แตกอนจะเขาสูพิธีแตงงานจําเปนจะตองหาฤกษยามเพื่อเปนสิริมงคลแกคูบาวสาว ดังนั้นญาติผูใหญของทั้ง สองฝายจะตองเอา วัน เดือน ป ไปใหผูเชี่ยวชาญทางดวงชะตา หรือไปใหโหรดูวาจะเหมาะสมกันหรือไม อยูดวยกันแลวจะเจริญรุงเรืองหรือเสื่อมโทรม เมื่อเห็นวาเปนคูที่ไปกันไดหรือมีความเหมาะสมกันก็จะหา ฤกษที่จะใหคูบาวสาวอยูดวยกันอยางเจริญรุงเรืองตลอดไป โดยหาฤกษวันเวลาที่ยกขันหมาก ฤกษหมั้น ฤกษรดน้ําสังข และสงตัวคูบาวสาวไวเรียบรอย เพื่อสะดวกในการดําเนินงานตามพิธีการ และเปนสิริมงคล
197.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 144 แกคูบาวสาว เพื่อใหครองคูกันตลอดชั่วชีวิต ถือไมเทายอดทองตะบองยอดเพชร สวนมากมักจะแตงกันใน เดือนคู เพื่อจะไดอยูคูเคียงกันตลอดไปนั่นเอง ยกเวนเดือน 12 จะไมนิยมแตงงานกันในเดือนนี้ เพราะเปน เดือนที่สุนัขมันติดสัดกัน และถาเปนขางขึ้นถือวาดีกวาขางแรมเพื่อใหชีวิตจะไดเจริญรุงเรืองสวางไสว แต บางทีก็จะแตงงานกันในเดือน 9 ถือเคล็ดถึงความกาวหนา และเดือนที่นิยมแตงงานกันมากที่สุดก็คือเดือน 6 เพราะเริ่มเขาสูฤดูฝน อาจเปนเพราะบรรยากาศชวยเปนใจมากกวาในฤดูอื่น และเปนตนฤดูทําการเพาะ ปลูกของคนไทย ซึ่งหนุมสาวจะไดเริ่มตนชีวิตใหมโดยการสรางฐานะรวมกันการเตรียมขันหมาก ขันหมาก เปนสิ่งจําเปนในพิธีการแตงงาน ซึ่งฝายชายจะตองเตรียมมาโดยจัดเปนขบวนแหมาบานฝายหญิงในวันพิธี ที่จัดงานในชวงเชา แลวแตฤกษจะเปนเวลาใด หรืออาจจะใชฤกษสะดวก ซึ่งปจจุบันจะไมเครงครัด นัก ขันหมากที่ฝายชายจะเตรียมมาแหขันหมากนั้น ประกอบไปดวยสิ่งตอไปนี้ 1) ขันหมากเอก จะจัดเปนขันเดี่ยวหรือขันคูแลวแตประเพณีนิยมของแตละทองถิ่นสวนใหญจะมี ขันใสหมากพลู ขันใสเงินทองหรือสินสอด และขันใสสิ่งของอันเปนมงคล เชน ถั่ว งา ขาวเปลือก ใบเงิน ใบทอง ดอกรัก ดอกบานไมรูโรย ดอกดาวเรือง ดอกกุหลาบ ฯลฯ สวนใหญจะดูความหมายที่เปนมงคล และ นิยมจัดเปนคู จะทําใหดูสวยงามและเปนมงคลโดยถือเคล็ดจากคําวา “คู” นั่นเอง สําหรับประเพณีทางบาน ของผูเขียน คือ จังหวัดกาฬสินธุ ขันใสสินสอดจะแยกเปน 2 ขัน คือขันใสเงิน ซึ่งจะมีเงินคาน้ํานม จะหอ หรือใสถุงก็ได 49 บาท กับขันใสทองหรือสรอยกําไล และแหวนหมั้น รวมกับขันใสหมากพลู และขันใส สิ่งของอันเปนมงคล จะเปนทั้งหมด 4 ขัน 2) ขันหมากโท ไดแก พวกของที่ใชเปนอาหารและขนม รวมทั้งบริวารขันหมากอื่น ๆ เชน เหลา ตน กลวย ตนออย นิยมจัดเปนคู ๆ เชนเดียวกัน มีการนํากระดาษสีแดงมาประดับตกแตงใหสวยงาม แตประเพณี บางแหงก็จะไมเอาอาหารซึ่งอาจจะเปนหมูสามชั้น และขนมที่ใชในงานแตงงาน เพราะเอาความสะดวกจะ ไมคอยเครงนัก แตที่ขาดไมไดคือเหลา ตนกลวย และตนออย ในวันแตง เจาบาว และเพื่อนพรอมขบวนขันหมากจะไปถึงบานเจาสาว เมื่อไปถึงจะพบกับการกั้น ประตูตามประเพณี โดยฝายหญิงจะจัดญาติ ลูกหลาน หรือเพื่อนเจาสาว มากั้นเปนดานประตู 4 ดาน มีประตู เงิน ประตูทองอยางละคู หรือจะใชเพียง 2 ประตูก็ได โดยใชเข็มขัดเงินและสายสรอยทองคํากั้น จะมีผูกลาว นําซักถามกันตามประเพณี จึงจะปลอยเจาบาว และขบวนขันหมากใหผานดานประตูเขาไป สุดทายกอนจะ เขาไปในบานหรือขึ้นบันไดบานก็จะมีเด็ก 2 คนที่ฝายหญิงจัดไวใหพรมน้ําที่เทาเจาบาว แลวเจาบาวจะตอง จายเงินใหดานประตูทุกดานจนกระทั่งถึงการพรมน้ําที่เทาเปนอันเสร็จพิธีขบวนการแหขันหมาก เมื่อเขาไป ในบานเจาสาวก็จะมีการรับขันหมากตามประเพณี ฝายเจาสาวจะตองจายใหคนที่อุมขันหมากเอกและ ขันหมากโทดวย แตเนนใหเงินขันหมากเอกมากกวา
198.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 145 1.15) พิธีบายศรีสูขวัญ พิธีบายศรีสูขวัญ ยังไมมีผูใดยืนยันไดอยางชัดเจนวาเปนมาอยางไร ผูที่ทําขวัญหรือที่เรียกวาหมอขวัญ ก็ไมสามารถบอกไดวาเริ่มมีการทําขวัญตั้งแตเมื่อใด เพียงแตสันนิษฐานวาเห็นจะมีมาตั้งแตสมัยดึกดําบรรพ โดยความเชื่อของคนไทยเชื่อกันวาบรรดาคนทั้งหลายที่เกิดมาในโลกมีธรรมชาติอยางหนึ่งเรียกกันวา “ขวัญ” จะมีประจํากายของทุกคน มีหนาที่ในการพิทักษรักษา ขวัญเปนเหมือนพี่เลี้ยงที่คอยดูแล ประคับประคองชีวิต ติดตามเจาของไปทุกหนทุกแหง คําวา "ขวัญ" เปนนามธรรม ไมมีรูปรางหนาตาปรากฏใหเห็น ไมสามารถจับตองหรือสัมผัสได แตจะ สังเกตไดดวยความรูสึก ถาขวัญของผูใดอยูกับตัวผูนั้นจะมีความสุขกายสบายใจเปนปรกติ แตถาขวัญของ ผูใดหลบลี้หนีหายผูนั้นจะมีลักษณะอาการตรงกันขาม พิธีบายศรีสูขวัญที่ปฏิบัติสืบตอกันมาถึงปจจุบันนี้ คนไทยเชื่อวาเปนพิธีกรรมหนึ่งที่จะชวยสงเสริมเพิ่มพลังใจใหเขมแข็ง เมื่อมีขวัญที่มั่นคงพลังใจที่เขมแข็งดี แลว ยอมสงผลใหการประกอบภาระกิจหนาที่นั้น ๆ บรรลุผลสําเร็จไดตามความมุงหมาย คําวา "บายศรี" แปลวาขาวที่เปนมงคล เปนสัญลักษณของพิธีกรรมที่เกี่ยวของกับชีวิต บายศรี จะเย็บดวยใบตอง ทําเปน 3 ชั้น มีขาว สิ่งของที่สําคัญอื่นๆ อีกประกอบดวย ดอกบัว เทียนชัย น้ํามะพราวออน แวนเทียน 3 อัน เทียน 9 เลม ดายสายสิญจน บายศรี ในที่นี้ก็คือ สังคมที่ใชชีวิตอยูรวมกัน ตองยึดมั่นดวยคุณธรรม 3 ประการ คือ บายศรี 3 ชั้น หมายถึง ประพฤติชอบดวยกาย เรียกวา กายสุจริต ประพฤติชอบดวยวาจา เรียกวา วจีสุจริต ประพฤติชอบดวยใจ เรียกวา มโนสุจริต ดอกบัว หมายถึง บัว 4 เหลา แตในที่นี้หมายถึงบัวประเภทที่ 4 ที่พนจากผิวน้ําจะชูกานและดอกพรอม ที่จะขยายกลีบบานเมื่อพระอาทิตยสองแสงในวันรุงขึ้น เทียนชัย หมายถึง แสงสวางทางปญญา น้ํามะพราวออน หมายถึง น้ําใจบริสุทธิ์ แวนเทียน 3 อัน หมายถึง ภพทั้ง 3 ไดแก กายภพ รูปภพ และอรูปภพ เทียน 9 เลม หมายถึง ไฟ 3 กอง คือ ไฟ คือ ราคะ ไฟ คือ โทสะ ไฟ คือ โมหะ (เทียนที่ติดไวกับแวน เทียนอันละ 3 เลม) ดายสายสิญจน หมายถึง หวงแหงความผูกพัน
199.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 146 2. สรุปขนบธรรมเนียมประเพณีไทยที่สําคัญของภาคตางๆที่ควรรูจัก ดังนี้ ชื่อประเพณี ภูมิภาค จังหวัด 1.ฮีตสิบสอง.. 2.มหกรรมโปงลาง แพรวา 3. งานเทศกาลไหม และประเพณีผูกเสียว 4.ประเพณีไหลเรือไฟ 5.ประเพณีขึ้นเขาพนมรุง.. 6.ประเพณีบุญเบิกฟา 7.บุญขาวสาก (บุญเดือนสิ) 8.ประเพณีบุญบั้งไฟ 9.ประเพณีบุญผะเหวด 10.ประเพณีการละเลนผีตาโขน 11.การฟอนกลองตุม 12.ประเพณีแหปราสาทผึ้ง 13.แซนการ (การแตงงานชาวเขมร) 14.ประเพณีลอยเรือ 15.งานประเพณีแหพระแขงเรือ 16.ถือศีลกินเจ.. 17.ประเพณีอาบน้ําคนแก 18ประเพณีลากพระ (ชักพระ).. 19.ประเพณีการแหนก 20.ประเพณีการแขงเรือกอแล 21.แหนก 22.ลากพระหรือชักพระ 23.ประเพณีการเดินเตา 24.ชิงเปรต 25.การแขงโพน 26.ประเพณีกินผัก 27.ประเพณีวันสารท 28.ประเพณีนบพระเลนเพลง 29.ปอยหลวง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต ภาคใต ภาคใต ภาคใต ภาคใต ภาคใต ภาคใต ภาคใต ภาคใต ภาคใต ภาคใต ภาคใต ภาคใต ภาคใต ภาคเหนือ ภาคเหนือ กาฬสินธุ กาฬสินธุ ขอนแกน นครพนม บุรีรัมย มหาสารคาม ยโสธร ยโสธร รอยเอ็ด เลย ศรีสะเกษ สกลนคร สุรินทร กระบี่ ชุมพร ตรัง นครศรีธรรมราช นครศรีธรรมราช นราธิวาส นราธิวาส ปตตานี ปตตานี พังงา พัทลุง พัทลุง พังงา พังงา กําแพงเพชร เชียงราย
200.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 147 ชื่อประเพณี ภูมิภาค จังหวัด 30.ประเพณีไหวพระธาตุดอยตุง 31.ประเพณีสงกรานต 32.แลอุปะดะกา 33.ขึ้นธาตุเดือนเกา 34.แหลสางลอง 35.ลอยกระทงสาย 36.งานประเพณีแหเจาพอ-แม 37.งานปอย 38.ประเพณีบวงสรวงดวงวิญญาณ 39.ประเพณีการบวช 40.ประเพณีอุมพระดําน้ํา 41.ประเพณีทอดกฐิน 42.พระราชพิธีพืชมงคล 43.งานเทศกาลนมัสการหลวงพอโสธร 44.ประเพณีกอพระเจดียทราย 45.ประเพณีตักบาตรน้ําผึ้ง 46.ประเพณีวิ่งควาย 47.ประเพณีกวนขาวทิพย 48.ตราดรําลึก 49.การทําบุญโคนไม 50.ประเพณีสูขวัญขาว ภาคเหนือ ภาคเหนือ ภาคเหนือ ภาคเหนือ ภาคเหนือ ภาคเหนือ ภาคเหนือ ภาคเหนือ ภาคเหนือ ภาคเหนือ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคกลาง ภาคกลาง ภาคกลาง ภาคกลาง ภาคกลาง ภาคกลาง ภาคกลาง ภาคกลาง ภาคกลาง เชียงราย เชียงใหม ตาก ตาก ตาก ตาก นครสวรรค พะเยา นาน เพชรบูรณ เพชรบูรณ กรุงเทพมหานคร กรุงเทพมหานคร ฉะเชิงเทรา ฉะเชิงเทรา ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ชัยนาท ตราด ตราด นครนายก
201.
บ้านสอบครูwww.sobkroo.com คูมือเตรียมสอบบรรจุครูผูชวย : บวร
เทศารินทร 148 3)วัฒนธรรมชาวพุทธ วัฒนธรรมที่สําคัญของชาวพุทธที่ควรรูมีดังนี้ 1. มารยาทชาวพุทธ 1.1) ความหมายและความสําคัญของมารยาท ความหมาย คําวา "มารยาท" หรือ "มรรยาท" หมายถึงความประพฤติที่แสดงออกมาทางกายทาง วาจา ซึ่งบัณฑิตทั้งหลายยอมรับวา เรียบรอย อยูในระเบียบแบบแผนหรือขอบเขตที่ดีงาม เปนการสอให เห็นถึงอัธยาศัยที่ดีอีกดวย ชาวพุทธ คือ ผูนับถือพระพุทธศาสนาทั่วไป ความสําคัญ การมีมายาทที่ดีตอกันของคนในสังค
Download