การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนมีหลายรูปเเบบ เช่น การท่องเที่ยวชุมชน การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การท่องเที่ยวเชิงเกษตร การท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเเละกีฬา หรือการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์    การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์เป็นรูปเเบบการท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ทั้งจากกระเเสความต้องการของนักท่องเที่ยว หรือการถูกจัดให้เป็นกลุ่มสินค้าการท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ รวมทั้งนโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยวของภาครัฐที่มุ่งรักษาเเละพัฒนาเเหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ โดยจะมีการสนับสนุนการกำหนดจุดขายที่ชัดเจนเเละเชื่อมโยงให้เกิดการเกื้อหนุนกันภายใต้เเนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน       
การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เป็นการท่องเที่ยวไปยังเเหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เเละสังคม รวมถึงสถานที่ที่มีความผูกพันทางจิตใจของชนรุ่นหลัง เพื่อชื่นชมเเละเรียนรู้ต่อประวัติศาสตร์เเละโบราณสถานในเเหล่งท่องเที่ยวนั้น บนพื้นฐานของความรับผิดชอบเเละมีจิตสำนึกต่อการรักษามรดกทางวัฒนธรรมเเละคุณค่าของสภาพเเวดล้อม โดยที่ชุมชนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการการท่องเที่ยวนั้น 
  รูปเเบบของการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เช่น การจัดรายการเส้นทางท่องเที่ยวตามรอยประวัติศาสตร์ อุทยานประวัติศาสตร์ ชมซากอารยธรรมโบราณสถานต่างๆ อนุสาวรีย์ / อนุสรณ์สถาน สิ่งปลูกสร้างที่มีคุณค่าเเละความสำคัญทางประวัติศาสตร์เเละวัฒนธรรม เป็นต้น 
ทั้งนี้การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์จำเป็นต้องมีการจัดการอย่างเป็นระบบอย่างมีคุณภาพ หากขาดการจัดการที่ดีจะมีผลกระทบต่อเเหล่งท่องเที่ยวนั้นได้เช่นกัน ซึ่งองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ได้เเก่   -  การดำเนินการโดยคำนึงถึงศักยภาพในการดึงดูดนักท่องเที่ยว   -  การดำเนินการโดยคำนึงถึงศักยภาพในการรองรับนักท่องเที่ยว   -  การบริหารจัดการเเหล่งท่องเที่ยว ที่ต้องมีการจัดการด้านการอนุรักษ์ ด้านการบริหารจัดการ   -  การให้ความรู้เเละสร้างจิตสำนึก การเปิดโอกาสเเละสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมทั้งการกระจายรายได้สู่ชุมชน
 
 
ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาภูพาน ครอบคลุมพื้นที่  3,430  ไร่ ในเขตบ้านติ้ว ตำบลเมืองพาน อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท เป็นอุทยานที่แสดงถึงอารยธรรมของมนุษย์ และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิประเทศซึ่งมีโครงสร้างส่วนใหญ่เป็นหินทรายที่ถูกขัดเกลาจากขบวนการกัดกร่อนทางธรรมชาติทำให้เกิดเป็นโขดหินน้อยใหญ่รูปร่างต่าง ๆ กัน ปรากฏเป็นหลักฐานเกี่ยวกับชีวิตผู้คนในอดีตที่น่าสนใจหลายแห่ง เช่น     พระพุทธบาทบัวบก    อยู่บริเวณทางแยกซ้ายมือก่อนถึงที่ทำการอุทยานฯสร้างขึ้นระหว่าง พ . ศ .  2463-2477   คำว่า    " บัวบก "  เป็นชื่อของพันธุ์ไม้ชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นตามป่า มีหัว และใบคล้ายใบบัว ชาวบ้านเรียกว่า  “ ผักหนอก ”  บัวบกนี้จะมีอยู่มากในบริเวณที่พบรอยพระพุทธบาท จึงเรียกรอยพระพุทธบาทนี้ว่า   " พระพุทธบาทบัวบก "  หรือคำว่าบัวบกอาจจะมาจากคำว่า บ่บก ซึ่งหมายถึง ไม่แห้งแล้ง รอยพระพุทธบาทมีลักษณะเป็นแอ่งลึกประมาณ    60  เซนติเมตร ลงไปในพื้นหินยาว  1.93
 
ตั้งอยู่หมู่ที่  4  ตำบลท่าข้าม วัดเทพเจริญ ได้รับการประกาศเป็นโบราณสถานของชาติ เมื่อวันที่  27  กันยายน พ . ศ .  2479   วัดตั้งอยู่เชิงเขารับร่อ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณอุทุมพร อันเป็นเมืองท่ารักษาด่านทางข้ามคอคอดมลายู มีการสร้างพระพุทธรูปหลวงปู่หลักเมืองไว้ในถ้ำ และพระพุทธรูปทรงเครื่องปางมารวิชัย   577  องค์ ถัดมาคือถ้ำอ้ายเตย์ สภาพภายในถูกดัดแปลงเพื่อใช้เป็นสถานที่วิปัสสนากรรมฐาน มีภาพเขียนสีพระพุทธรูปปางไสยาสน์อยู่บนผนังถ้ำ คาดว่าเป็นศิลปะสมัยอยุธยา แต่ยังวาดไม่เสร็จ และมีถ้ำไทร ซึ่งเดิมเป็นที่พำนักของเจ้านายชั้นผู้ใหญ่คราวสร้างศาลหลักเมือง งดงามด้วยหินงอกหินย้อย บริเวณศาลาราษฎร์สามัคคีเป็นที่ตั้งสังขารของหลวงปู่ไสย ซึ่งมรณภาพแล้วแต่ร่างกายไม่เน่าเปื่อย และมีรอยพระพุทธบาทหินทรายสลักภาพลายมงคล   108  ประการ ขอบสลักภาพการตั้งถิ่นฐานของชนกลุ่มน้อย    นอกจากนั้นยังมีพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นที่รวบรวมโบราณวัตถุที่พบในบริเวณวัด และมีการแกะตัวหนังตะลุงลวดลายงดงามโดยฝีมือคุณลุงเว้น จิตต์ธารา สอบถามรายละเอียด โทร .  0 7754 7056, 08 1892 5623, 08 6272 1606
 
ตั้งอยู่ที่เนินเขาระฆังทอง ตำบลบางนอน สร้างในปี พ . ศ .2426  ห่างจากเทศบาลเมืองประมาณ  1  กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข  4004 ( ระนอง - ปากน้ำ ) เป็นสุสานแบบจีนฝังศพของเจ้าพระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี  ( คอซู้เจียง )  เจ้าเมืองระนองคนแรก สุสานนี้เป็นที่ดินที่ได้รับพระราชทานจากรัชกาลที่  5  บริเวณสุสานปูด้วยศิลา  3  ชั้น สองข้างมีตุ๊กตาแกรนิตโบราณนำมาจากประเทศจีน ประกอบด้วยรูปขุนนางจีนฝ่ายบู๊ หมายถึงขุนนางที่ทำหน้าที่ในสนามรบ ,   รูปขุนนางจีนฝ่ายบุ๋น หมายถึง ขุนนางที่ทำหน้าที่ในราชสำนัก ,   รูปม้าแสดงถึงข้าทาสบริวาร ,  รูปแพะแสดงถึงโภคทรัพย์ ความมั่งคั่ง และรูปเสือสื่อถึงพลังอำนาจความยิ่งใหญ่
 
วัดพระสี่อิริยาบถ หรือวัดพระยืน วัดนี้มีบ่อน้ำและที่อาบน้ำอยู่หน้าวัดเช่นเดียวกับวัดพระนอน กำแพงเป็นศิลาแลงปักตั้งล้อม  4  ด้าน ด้านหน้าวัดมีวิหารขนาดใหญ่ยกฐานสูง  2  เมตร มีเสาลูกกรงเป็นศิลาแลงเหลี่ยมและมีทับหลังบนมุขหน้าวิหาร สิ่งสำคัญของวัดได้แก่ มณฑปจตุรมุข แต่ละทิศประดิษฐานพระพุทธรูป  4  ปาง คือ เดิน นั่ง ยืน นอน อยู่โดยรอบทั้ง  4  ทิศตามลำดับ ปัจจุบันเหลือเพียงพระยืนขนาดใหญ่ที่สวยงาม พระพักตร์เป็นลักษณะพระพุทธรูปศิลปะสุโขทัยแบบกำแพงเพชรคือ พระนลาฏกว้าง พระหนุเสี้ยม
 
ประดิษฐานอยู่หน้าศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์ สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติประวัติในความกล้าหาญ รักชาติและเสียสละ เมื่อครั้งพระยาพิชัยครองเมืองพิชัยในสมัยธนบุรี ท่านได้สร้างเกียรติประวัติไว้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อปี พ . ศ . 2316  พม่ายกทัพมาตีเมืองพิชัย พระยาพิชัย ได้ยกทัพไปสกัดทัพพม่าจนแตกพ่ายกลับไป การรบในครั้งนั้นดาบคู่มือของพระยาพิชัยดาบหัก ข้างขวาได้หักไปหนึ่งเล่ม แต่ก็ยังรบได้ชัยชนะต่อทัพพม่า ด้วยวีรกรรมดังกล่าวจึงได้สมญานามว่า“พระยาพิชัยดาบหัก” อนุสาวรีย์แห่งนี้ออกแบบและหล่อโดยกรมศิลปากร ทำพิธีเปิดเมื่อวันที่  20  กุมภาพันธ์  พ . ศ . 2512  ภายในบริเวณมี พิพิธภัณฑ์ดาบเหล็กน้ำพี้ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นที่เก็บรักษาดาบเหล็กน้ำพี้ใหญ่ที่สุดในโลก
 
พระธาตุพนม เป็นพระธาตุประจำผู้ที่เกิดวันอาทิตย์  ประดิษฐาน ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ผลจากการขุดค้นทางโบราณคดีลงความเห็นว่าพระธาตุพนมสร้างขึ้นระหว่าง พ . ศ . 1200–1400  ตามตำนานกล่าวว่าผู้สร้างคือ พระมหากัสสปะ พระอรหันต์  500  องค์ และท้าวพระยาเมืองต่าง ๆ ภายในองค์พระธาตุบรรจุพระอุรังคธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ ลักษณะของสถาปัตยกรรมมีแหล่งที่มาที่เดียวกันกับปราสาทของขอม และได้ทำการบูรณะเรื่อยมา ในปี พ . ศ . 2485  ได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นเอกขึ้นเป็น “วรมหาวิหาร”
 
อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์ของไทยสมัยเริ่มสร้างอาณาจักรที่ยังหลงเหลืออยู่ โดยได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก เมื่อเดือนธันวาคม  2534  ให้เป็น “มรดกโลก” เนื่องจากในอดีตเมืองสุโขทัยเคยเป็นราชธานีของไทยมีความเจริญรุ่งเรือง เป็นศูนย์กลางการปกครอง ศาสนา และเศรษฐกิจ ภายในอุทยานฯ มีสถานที่สำคัญที่เป็นพระราชวัง ศาสนสถาน โบราณสถาน โดยมีคูเมือง กำแพงเมือง และประตูเมืองโบราณล้อมรอบเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส
 
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช  ทรงสร้างขึ้นพร้อมสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อแรกสร้างประกอบด้วย  3  ส่วนคือ พระมหาปราสาท พระราชมณเฑียรสถาน และวัดพระศรีรัตนศาสดาราม มีเนื้อที่  132  ไร่  ในอดีตพระบรมมหาราชวังเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ ลักษณะแบบแผนการก่อสร้างคล้ายคลึงกับพระบรมมหาราชวังเก่าในสมัยกรุงศรีอยุธยาคือ มีวัดพระศรีรัตนศาสดารามอยู่ในบริเวณวังเหมือนกับวัดพระศรีสรรเพชญ์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมาในสมัยรัชกาลที่  4  และรัชกาลที่  5  เริ่มรับอิทธิพลจากตะวันตกทำให้สถาปัตยกรรมมีลักษณะผสมผสานกับทางตะวันตกมากขึ้น
จัดทำโดย  นายแคลวิน  ล็อก  ม .6/7  เลขที่ 5 เสนอ อ . อินทิรา รัตนนานันท์

การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์

  • 1.
  • 2.
    การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนมีหลายรูปเเบบ เช่น การท่องเที่ยวชุมชนการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การท่องเที่ยวเชิงเกษตร การท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเเละกีฬา หรือการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์    การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์เป็นรูปเเบบการท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ทั้งจากกระเเสความต้องการของนักท่องเที่ยว หรือการถูกจัดให้เป็นกลุ่มสินค้าการท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ รวมทั้งนโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยวของภาครัฐที่มุ่งรักษาเเละพัฒนาเเหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ โดยจะมีการสนับสนุนการกำหนดจุดขายที่ชัดเจนเเละเชื่อมโยงให้เกิดการเกื้อหนุนกันภายใต้เเนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน       
  • 3.
    การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เป็นการท่องเที่ยวไปยังเเหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมเเละสังคม รวมถึงสถานที่ที่มีความผูกพันทางจิตใจของชนรุ่นหลัง เพื่อชื่นชมเเละเรียนรู้ต่อประวัติศาสตร์เเละโบราณสถานในเเหล่งท่องเที่ยวนั้น บนพื้นฐานของความรับผิดชอบเเละมีจิตสำนึกต่อการรักษามรดกทางวัฒนธรรมเเละคุณค่าของสภาพเเวดล้อม โดยที่ชุมชนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการการท่องเที่ยวนั้น 
  • 4.
    รูปเเบบของการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์เช่น การจัดรายการเส้นทางท่องเที่ยวตามรอยประวัติศาสตร์ อุทยานประวัติศาสตร์ ชมซากอารยธรรมโบราณสถานต่างๆ อนุสาวรีย์ / อนุสรณ์สถาน สิ่งปลูกสร้างที่มีคุณค่าเเละความสำคัญทางประวัติศาสตร์เเละวัฒนธรรม เป็นต้น 
  • 5.
    ทั้งนี้การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์จำเป็นต้องมีการจัดการอย่างเป็นระบบอย่างมีคุณภาพ หากขาดการจัดการที่ดีจะมีผลกระทบต่อเเหล่งท่องเที่ยวนั้นได้เช่นกัน ซึ่งองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ได้เเก่  - การดำเนินการโดยคำนึงถึงศักยภาพในการดึงดูดนักท่องเที่ยว  - การดำเนินการโดยคำนึงถึงศักยภาพในการรองรับนักท่องเที่ยว  - การบริหารจัดการเเหล่งท่องเที่ยว ที่ต้องมีการจัดการด้านการอนุรักษ์ ด้านการบริหารจัดการ  - การให้ความรู้เเละสร้างจิตสำนึก การเปิดโอกาสเเละสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมทั้งการกระจายรายได้สู่ชุมชน
  • 6.
  • 7.
  • 8.
    ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาภูพาน ครอบคลุมพื้นที่ 3,430 ไร่ ในเขตบ้านติ้ว ตำบลเมืองพาน อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท เป็นอุทยานที่แสดงถึงอารยธรรมของมนุษย์ และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิประเทศซึ่งมีโครงสร้างส่วนใหญ่เป็นหินทรายที่ถูกขัดเกลาจากขบวนการกัดกร่อนทางธรรมชาติทำให้เกิดเป็นโขดหินน้อยใหญ่รูปร่างต่าง ๆ กัน ปรากฏเป็นหลักฐานเกี่ยวกับชีวิตผู้คนในอดีตที่น่าสนใจหลายแห่ง เช่น   พระพุทธบาทบัวบก   อยู่บริเวณทางแยกซ้ายมือก่อนถึงที่ทำการอุทยานฯสร้างขึ้นระหว่าง พ . ศ . 2463-2477  คำว่า   " บัวบก " เป็นชื่อของพันธุ์ไม้ชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นตามป่า มีหัว และใบคล้ายใบบัว ชาวบ้านเรียกว่า “ ผักหนอก ” บัวบกนี้จะมีอยู่มากในบริเวณที่พบรอยพระพุทธบาท จึงเรียกรอยพระพุทธบาทนี้ว่า " พระพุทธบาทบัวบก " หรือคำว่าบัวบกอาจจะมาจากคำว่า บ่บก ซึ่งหมายถึง ไม่แห้งแล้ง รอยพระพุทธบาทมีลักษณะเป็นแอ่งลึกประมาณ   60 เซนติเมตร ลงไปในพื้นหินยาว 1.93
  • 9.
  • 10.
    ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลท่าข้าม วัดเทพเจริญ ได้รับการประกาศเป็นโบราณสถานของชาติ เมื่อวันที่ 27 กันยายน พ . ศ . 2479  วัดตั้งอยู่เชิงเขารับร่อ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณอุทุมพร อันเป็นเมืองท่ารักษาด่านทางข้ามคอคอดมลายู มีการสร้างพระพุทธรูปหลวงปู่หลักเมืองไว้ในถ้ำ และพระพุทธรูปทรงเครื่องปางมารวิชัย 577 องค์ ถัดมาคือถ้ำอ้ายเตย์ สภาพภายในถูกดัดแปลงเพื่อใช้เป็นสถานที่วิปัสสนากรรมฐาน มีภาพเขียนสีพระพุทธรูปปางไสยาสน์อยู่บนผนังถ้ำ คาดว่าเป็นศิลปะสมัยอยุธยา แต่ยังวาดไม่เสร็จ และมีถ้ำไทร ซึ่งเดิมเป็นที่พำนักของเจ้านายชั้นผู้ใหญ่คราวสร้างศาลหลักเมือง งดงามด้วยหินงอกหินย้อย บริเวณศาลาราษฎร์สามัคคีเป็นที่ตั้งสังขารของหลวงปู่ไสย ซึ่งมรณภาพแล้วแต่ร่างกายไม่เน่าเปื่อย และมีรอยพระพุทธบาทหินทรายสลักภาพลายมงคล 108 ประการ ขอบสลักภาพการตั้งถิ่นฐานของชนกลุ่มน้อย   นอกจากนั้นยังมีพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นที่รวบรวมโบราณวัตถุที่พบในบริเวณวัด และมีการแกะตัวหนังตะลุงลวดลายงดงามโดยฝีมือคุณลุงเว้น จิตต์ธารา สอบถามรายละเอียด โทร . 0 7754 7056, 08 1892 5623, 08 6272 1606
  • 11.
  • 12.
    ตั้งอยู่ที่เนินเขาระฆังทอง ตำบลบางนอน สร้างในปีพ . ศ .2426 ห่างจากเทศบาลเมืองประมาณ 1 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 4004 ( ระนอง - ปากน้ำ ) เป็นสุสานแบบจีนฝังศพของเจ้าพระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี ( คอซู้เจียง ) เจ้าเมืองระนองคนแรก สุสานนี้เป็นที่ดินที่ได้รับพระราชทานจากรัชกาลที่ 5 บริเวณสุสานปูด้วยศิลา 3 ชั้น สองข้างมีตุ๊กตาแกรนิตโบราณนำมาจากประเทศจีน ประกอบด้วยรูปขุนนางจีนฝ่ายบู๊ หมายถึงขุนนางที่ทำหน้าที่ในสนามรบ , รูปขุนนางจีนฝ่ายบุ๋น หมายถึง ขุนนางที่ทำหน้าที่ในราชสำนัก , รูปม้าแสดงถึงข้าทาสบริวาร , รูปแพะแสดงถึงโภคทรัพย์ ความมั่งคั่ง และรูปเสือสื่อถึงพลังอำนาจความยิ่งใหญ่
  • 13.
  • 14.
    วัดพระสี่อิริยาบถ หรือวัดพระยืน วัดนี้มีบ่อน้ำและที่อาบน้ำอยู่หน้าวัดเช่นเดียวกับวัดพระนอนกำแพงเป็นศิลาแลงปักตั้งล้อม 4 ด้าน ด้านหน้าวัดมีวิหารขนาดใหญ่ยกฐานสูง 2 เมตร มีเสาลูกกรงเป็นศิลาแลงเหลี่ยมและมีทับหลังบนมุขหน้าวิหาร สิ่งสำคัญของวัดได้แก่ มณฑปจตุรมุข แต่ละทิศประดิษฐานพระพุทธรูป 4 ปาง คือ เดิน นั่ง ยืน นอน อยู่โดยรอบทั้ง 4 ทิศตามลำดับ ปัจจุบันเหลือเพียงพระยืนขนาดใหญ่ที่สวยงาม พระพักตร์เป็นลักษณะพระพุทธรูปศิลปะสุโขทัยแบบกำแพงเพชรคือ พระนลาฏกว้าง พระหนุเสี้ยม
  • 15.
  • 16.
    ประดิษฐานอยู่หน้าศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์ สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติประวัติในความกล้าหาญ รักชาติและเสียสละเมื่อครั้งพระยาพิชัยครองเมืองพิชัยในสมัยธนบุรี ท่านได้สร้างเกียรติประวัติไว้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อปี พ . ศ . 2316 พม่ายกทัพมาตีเมืองพิชัย พระยาพิชัย ได้ยกทัพไปสกัดทัพพม่าจนแตกพ่ายกลับไป การรบในครั้งนั้นดาบคู่มือของพระยาพิชัยดาบหัก ข้างขวาได้หักไปหนึ่งเล่ม แต่ก็ยังรบได้ชัยชนะต่อทัพพม่า ด้วยวีรกรรมดังกล่าวจึงได้สมญานามว่า“พระยาพิชัยดาบหัก” อนุสาวรีย์แห่งนี้ออกแบบและหล่อโดยกรมศิลปากร ทำพิธีเปิดเมื่อวันที่  20 กุมภาพันธ์  พ . ศ . 2512 ภายในบริเวณมี พิพิธภัณฑ์ดาบเหล็กน้ำพี้ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นที่เก็บรักษาดาบเหล็กน้ำพี้ใหญ่ที่สุดในโลก
  • 17.
  • 18.
    พระธาตุพนม เป็นพระธาตุประจำผู้ที่เกิดวันอาทิตย์  ประดิษฐานณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ผลจากการขุดค้นทางโบราณคดีลงความเห็นว่าพระธาตุพนมสร้างขึ้นระหว่าง พ . ศ . 1200–1400 ตามตำนานกล่าวว่าผู้สร้างคือ พระมหากัสสปะ พระอรหันต์ 500 องค์ และท้าวพระยาเมืองต่าง ๆ ภายในองค์พระธาตุบรรจุพระอุรังคธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ ลักษณะของสถาปัตยกรรมมีแหล่งที่มาที่เดียวกันกับปราสาทของขอม และได้ทำการบูรณะเรื่อยมา ในปี พ . ศ . 2485 ได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นเอกขึ้นเป็น “วรมหาวิหาร”
  • 19.
  • 20.
    อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์ของไทยสมัยเริ่มสร้างอาณาจักรที่ยังหลงเหลืออยู่ โดยได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก เมื่อเดือนธันวาคม 2534 ให้เป็น “มรดกโลก” เนื่องจากในอดีตเมืองสุโขทัยเคยเป็นราชธานีของไทยมีความเจริญรุ่งเรือง เป็นศูนย์กลางการปกครอง ศาสนา และเศรษฐกิจ ภายในอุทยานฯ มีสถานที่สำคัญที่เป็นพระราชวัง ศาสนสถาน โบราณสถาน โดยมีคูเมือง กำแพงเมือง และประตูเมืองโบราณล้อมรอบเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส
  • 21.
  • 22.
    พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช  ทรงสร้างขึ้นพร้อมสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อแรกสร้างประกอบด้วย 3 ส่วนคือ พระมหาปราสาท พระราชมณเฑียรสถาน และวัดพระศรีรัตนศาสดาราม มีเนื้อที่ 132 ไร่  ในอดีตพระบรมมหาราชวังเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ ลักษณะแบบแผนการก่อสร้างคล้ายคลึงกับพระบรมมหาราชวังเก่าในสมัยกรุงศรีอยุธยาคือ มีวัดพระศรีรัตนศาสดารามอยู่ในบริเวณวังเหมือนกับวัดพระศรีสรรเพชญ์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 เริ่มรับอิทธิพลจากตะวันตกทำให้สถาปัตยกรรมมีลักษณะผสมผสานกับทางตะวันตกมากขึ้น
  • 23.
    จัดทำโดย นายแคลวิน ล็อก ม .6/7 เลขที่ 5 เสนอ อ . อินทิรา รัตนนานันท์