More Related Content
PPTX
ตัวแปร การกำหนดค่าและชนิดข้อมูล PPT
บทที่ 5 ข้อมูลชนิดอาร์เรย์และสตริง PPT
นอร์มัลไลเซชัน Normalization PPT
การเขียนคำสั่งควบคุมแบบมีทางเลือก กลุ่ม 3 PDF
PPTX
PPTX
PPTX
What's hot
PDF
PDF
Powerpointการเขียนคำสั่งควบคุมแบบมีทางเลือก PDF
PDF
คลาสและการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุเบื้องต้น2 PDF
PPT
PPT
PPT
บทที่ 6 คลาสและการเขียนโปรแกรม PPTX
คลาสและการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุเบื้องต้น PPTX
การเขียนคำสั่งควบคุมแบบมีทางเลือก. DOCX
PDF
PDF
PDF
กลุ่ม3การเขียนคำสั่งควบคุมแบบมีทางเลือก DOC
PPTX
DOCX
PPT
PDF
PDF
การเขียนคำสั่งควบคุมแบบมีทางเลือก Viewers also liked
PPTX
DOCX
PDF
PLE Cristina Testillano Oset PPT
Els microcredits mireia_lopez_carol_falco PDF
PDF
PPTX
PPTX
DOCX
Luis palmezano (gerencia) PPTX
PPT
Что такое суицид и как с ним бороться PPTX
Профилактика асоц. поведения последний вариант PDF
PPTX
PPSX
PDF
Similar to เขียนโปรแกรมด้วยไพธอน
PPTX
RTAF_Basic_Python_2022_Cyber_Operation_Contest.pptx PPTX
โครงสร้างการเขียนโปรแกรมภาษาไพธอน DOC
PPTX
PDF
PPT
PPT
PPT
บทที่ 5 ตัวแปรชุดและตัวแปรกลุ่มอักขระ DOC
บทที่ 5 ตัวแปรชุดและตัวแปรกลุ่มอักขร PDF
บทที่ 5 ตัวแปรชุดและตัวแปรกลุ่มอักขระ[w] PDF
PDF
DOC
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
Lecture 3 - การจัดเก็บข้อมูลแบบลิสต์ ทูเพิล เซ็ต และดิกชันนารี PDF
เขียนโปรแกรมด้วยไพธอน
- 1.
- 2.
1. หลักการตั้งชื่อตัวแปร (Identifier)
1.ตัวอักษรตัวแรกต้องเป็นภาษาอังกฤษ (A-Z, a-z) ตามด้วยตัวอักษร หรือ
ตัวเลขใดๆ ก็ได้
2. ชื่อตัวแปรห้ามมีช่องว่าง จุดทศนิยม และสัญลักษณ์พิเศษ ยกเว้น
underscore "_" เท่านั้น
3. การใช้อักษรตัวพิมพ์ใหญ่และอักษรพิมพ์เล็กมีความแตกต่างกัน (Case-
sensitive) เช่น
4. ห้ามใช้ค่าสวงนเป็นชื่อตัวแปร (Reserved word, Keyword) เช่น if, for,
max, sum เป็นต้น
- 3.
5. ควรจะตั้งชื่อให้สื่อกับความหมายใกล้เคียงกับค่าที่จะเก็บสามารถอ่านและทาความ
เข้าใจ
เช่น Score,SCORE1, s5, Test_para_01 เป็นต้น
เช่น Count_01, str_, _doc, ____main, __func___, oo_x_oo เป็นต้น
Var1 กับ var1 ถือว่าไม่ใช่ตัวแปรเดียวกัน
ได้ง่าย เช่น Count ส าหรับเก็บจ านวนนับ Salary สาหรับเก็บเงินเดือน
และ Total เก็บค่าผลรวม เป็นต้น
6. ห้ามใช้เครื่องหมายต่อไปนี้ในการตั้งชื่อตัวแปร !,@, #, $, %, ^, &, *, (, ), -, =, , |, +,
~, .
7. ตัวแปรไม่ควรยาวเกิน 255 ตัวอักษร ตัวแปรที่มีความยาวมากๆ หรือเป็นการผสม
ระหว่างค่า ให้ใช้"_" เชื่อมค่าเหล่านั้นแทน เช่น Thai_Market_Chair
- 4.
- 5.
3. คาสงวน (Reservedword, Keyword)
คาสงวน คือคาที่ถูกภาษาไพธอนใช้เพื่อสร้างไวยกรณ์
ดังนั้นผู้เขียนโปรแกรมห้ามนาไปใช้ในการสร้าง หรือ
ประกาศเป็นตัวแปรโดยเด็ดขาด เพราะจะทาให้เกิด
ข้อผิดพลาด
- 6.
4. ชนิดข้อมลู (Datatypes)
1.ข้อมูลพื้นฐาน (Basic data types) แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มย่อย
1) ข้อมูลตัวเลข (Numeric)
- เลขจานวนเต็ม (Integers)
- ตัวเลขทศนิยม หรือจานวนจริง (Floating-Point numbers)
- จานวนตรรกะ (Boolean)
- จานวนเชิงซ้อน (Complex numbers)
-การเปลี่ยนค่าตัวแปร(Forcing a number type)
- 7.
2) ข้อมูลชนิดสายอักษร (String)
ข้อมูลสายอักษรหรือสตริง หมายถึง ข้อมูลที่เป็น ตัวอักษร
ข้อความ หรือประโยค ซึ่งตัวแปรชนิดนี้ไม่สามารถนามาคานวณ
ได้ในการประกาศตัวแปรชนิดนี้ ข้อความจะต้องอยู่ภายใต้
เครื่องหมาย (" ") หรือเครื่องหมาย (' ') ก ากับอยู่
เช่น author = 'Suchart' หรือ author = "Suchart“
ดังนั้นในกรณี ที่มีการเก็บในลักษณะเป็นตัวเลข
- 8.
เช่น '15.25' จึงมีความหมายเป็นเพียงสายอักษรไม่สามารถนามา
ประมวลผลได้แต่ถ้าผู้เขียนโปรแกรมต้องการให้คานวณได้
จาเป็นต้องใช้ฟังก์ชันเพื่อเปลี่ยนชนิดตัวแปร (Forcing) จากสาย
อักษรไปเป็นจานวนเต็ม หรือจานวนจริง จึงจะสามารถ
ประมวลผลได้วิธีการเขียนคาสั่งเพื่อเก็บข้อมูลชนิดตัวแปรสาย
อักษร ดังนี้
var1 = 'Hello World!'
var2 = "Python Programming"
- 9.
2. ข้อมูล เชิงประกอบ(Composite data types)
-ลิสต์(lists) ตัวแปรชนิดลิสต์ (list) คือ ตัวแปรที่สามารถเก็บข้อมูล
ได้หลายจานวนต่อเนื่องกันภายในตัวแปรเดียวกัน(สามารถเก็บข้อมูล
ต่างชนิดกันได้) มีลักษณะคล้ายกับอะเรย์
-ตัวดาเนินการพื้นฐานของลิสต์(Basic list operations)
สาหรับตัวแปรแบบลิสต์สามารถใช้สัญลักษณ์ * และ +
เช่นเดียวกับสตริงได้ในลักษณะการเชื่อมค่าของสมาชิกเข้าด้วยกัน (+)
และการทาซ้าข้อมูล (*)
- 10.
ตัวอย่างการเขียนโปรแกรมดังนี้
lst1 = [1,2, 3]; lst2 = [4, 5, 6]
print("length of lst1 :",len(lst1))
print("lst1 + lst2 :",lst1 + lst2)
print("lst1 * 3 :",lst1*3)
print("Elements in lst1 are :")
for x in lst1:
print (x)
- 11.
ทัพเพิล (Tuples)
ทัพเพิลมีลักษณะโครงสร้างคล้ายกับลิสต์ คือสามารถเก็บข้อมูลได้
ในปริมาณมาก และสามารถเก็บข้อมูลต่างประเภทกันได้ภายในตัวแปร
เดียวกัน ข้อแตกต่างระหว่างลิสต์กับทัพเพิลคือ ทัพเพิลจะใช้สาหรับเก็บ
ข้อมูลที่มีค่าคงที่ และไม่มีการเปลี่ยนแปลงคล้ายอะเรย์ที่มีขนาดคงที่ ไม่
สามารถเพิ่มหรือลบข้อมูลทัพเพิลได้โดยตรง แต่ทาให้มีข้อได้เปรียบใน
เรื่องของความเร็วในการเข้าถึงข้อมูล สาหรับการเข้าถึงข้อมูลทาได้โดย
ใช้ตัวชี้ หรือดัชนีเหมือนลิสต์ ตัวแปรทัพเพิลจะใช้สัญลักษณ์ (...) ในการ
ประกาศตัวแปร และสมาชิกภายในทัพเพิลจะคั่นด้วย
- 12.
ดังตัวอย่าง
tup1 = (12,34.56);
tup2 = ('abc', 'xyz');
tup3 = (19, 12.5, 'Python',"HELLO");
tup4 = (tup1, tup2, tup3);
tup5 = tup1 + tup2
print(tup1)
print(tup2)
print(tup3)
print(tup4)
print(tup5)
- 13.
ตัวดาเนินการพื้นฐานที่ใช้กับทัพเพิล (Basic tuplesoperations)
สาหรับตัวแปรแบบทัพเพิลจะสามารถใช้สัญลักษณ์ * และ +
เช่นเดียวกับลิสต์โดย (+) ใช้สาหรับเชื่อมสมาชิกระหว่างทัพเพิลเข้าด้วยกัน
และใช้(*) สาหรับทาซ้าข้อมูลสมาชิก
ตัวอย่างการโปรแกรมใช้งานตัวแปรทัพเพิล ดังนี้
tup1 = (1, 2, 3); tup2 = (4, 5, 6)
print("length of tup1 :",len(tup1))
print("tup1 + tup2 :",tup1 + tup2)
print("tup1 * 3 :",tup1*3)
print("Elements in tup1 are :")
for x in tup1:
print (x)
- 14.
- 15.
ดังตัวอย่างต่อไปนี้
dict1 = {}#empty dictionary
dict2 = {'Alice': '2341', 'Beth': '9102', 'Cecil': '3258'}
dict3 = { 'abc': 456 };
dict4 = { 'abc': 123, 98.6: 37 };
print(dict1)
print(dict2)
print(dict3)
print(dict4)
- 16.
- 17.
- 18.
เซต (Sets)
เซต ในทางคณิตศาสตร์เป็นคาที่ใช้บ่งบอกถึงกลุ่มของสิ่ง
ต่างๆว่า สิ่งใดอยู่ในกลุ่ม สิ่งใดไม่อยู่ในกลุ่ม เช่น เซตสระใน
ภาษาอังกฤษ หมายถึง กลุ่มของสระอังกฤษ a, e, i, o และ u เซต
ของจานวนนับที่น้อยกว่า 10 หมายถึง กลุ่มตัวเลข 1, 2, 3, 4, 5, 6,
7, 8 และ 9 เป็นต้น สิ่งที่อยู่ในเซตเรียกว่า สมาชิก(Element หรือ
Members) คุณสมบัติของเซตคือ สมาชิกไม่จาเป็นต้องเรียงลาดับ
และสมาชิกต้องไม่ซ้ากัน สาหรับการดาเนินงานกับเซตพื้นฐาน
ประกอบไปด้วย การทดสอบความเป็นสมาชิก
- 19.
- 20.
ยูเนียน (Union) ของเซตS1 และ S2 คือเซตที่ประกอบด้วย
สมาชิกของเซต S1 หรือ S2 ใช้สัญลักษณ์ ‘ | '
S1=set((1,1,2,3,5,8,13))
S2=set((2,3,5,7,11,13))
print("Set S1 :",S1)
print("Set S2 :",S2)
print("Set S1 | S2 :",S1|S2)
- 21.
- 22.
ผลต่าง (Difference) ของเซตS1 และ S2 คือเซตที่
ประกอบด้วยสมาชิกที่เป็นสมาชิกของเซต S1 แต่ไม่เป็น
สมาชิกของเซต S2 ใช้สัญลักษณ์ ‘ - '
print("Set S1 :",S1)
print("Set S2 :",S2)
print("Set S1 - S2 :",S1-S2)
- 23.
ผลต่างสมมาตร(Symmetric difference) ของเซตS1
และ S2 คือเซตที่ประกอบด้วยสมาชิกที่อยู่ในเซต S1 หรือ
เซต S2 แต่ไม่ใช่สมาชิกที่อยู่ทั้งใน S1 และ S2 ใช้
สัญลักษณ์ '^'
print("Set S1 :",S1)
print("Set S2 :",S2)
print("Set S1 ^ S2 :",S1^S2)
- 24.
- 25.
สมาชิก
นายวราวุฒ ขาคม เลขที่5 ม.6/4
นางสาวสุชานุช สงเจริญ เลขที่ 14 ม.6/4
นางสาวญาณวีร์ บุญทวีวรพันธ์ เลขที่ 19 ม.6/4
นางสาวนฤกร สุรินทร์ชมพู เลขที่ 20 ม.6/4
นางสาววรนิชชา ห้อยกรุด เลขที่ 21 ม.6/4
นางสาวสุวรา วงค์จันทร์ เลขที่ 23 ม.6/4
นางสาวพันธพัฒน์ ไชยวงศ์ เลขที่ 25 ม.6/4
นางสาวภัทราภรณ์ เกษวิริยะการณ์ เลขที่ 29 ม.6/4