บทที 4

  เมธอด

(Methods)
หัหัข้ข้ อ (Topic)
                วว อ (Topic)

 4.1 การนิยามและเรี ยกใช้เมธอด (Definition and
                Call Method)

   4.2 ประเภทของเมธอด (Type of Method)

4.3 การใช้แมธคลาสเมธอด (Math class method)
•      วัวัตถุประสงค์กการเรีนรู้นรู้ (Learning Objective):
         ต ถุประสงค์ ารเรี ย ย (Learning Objective):


• 1. สามารถเขียน Syntax ของการนิยาม Method ได้
• 2. บอกความแตกต่างของ Method แต่ละประเภทได้
• 3. สามารถเขียนโปรแกรมโดยการใช้ ประโยชน์จาก Method ได้ อย่าง
  เหมาะสม
• 4. สามารถเขียนโปรแกรมในการรับส่งค่า Parameters ของ Method ได้
• 5. สามารถเขียนโปรแกรมโดยใช้ Math class method
•                 จากเนื *อหาในบทที+ผานมา เราได้ เรี ยนรู้เกี+ยวกับการใช้
                                     ่
    ชุดคําสังในการควบคุมโปรแกรม (Control Structure) ซึงเป็ น
            +                                                          +
    สิงจําเป็ นเสมอสําหรับภาษาเขียนโปรแกรมทุกภาษา นอกจากนี * การ
      +
    เขียนโปรแกรมภายในหนึงโปรแกรมนัน คุณอาจต้ องแยกส่วนงาน
                             +           *
    ภายในโปรแกรมของคุณออกเป็ นสัดส่วน เพื+อให้ ง่ายต่อการบริการ
    จัดการข้ อมูล คุณจะสามารถใช้ หรื อสร้ าง Method เพื+อจัดกลุม          ่
    ประเภทข้ อมูล หรื อกลุมของหน้ าที+งานได้ ตามความเหมาะสม
                           ่
4.1 การนิยยามและเรียกใช้ เเมธอด
            4.1 การนิ ามและเรี ยกใช้ มธอด
          (Definition and Call Method)
         (Definition   and Call Method)

•                ก่อนที#เราจะดู Syntax ในการใช้งาน Method เรามาทําความ
    รู ้จกกับความหมายของ Method กันก่อน
         ั
                 Method เป็ นระเบียบวิธีในการทํางาน โดยการจัดกลุ่มข้อมูล
    สร้างเป็ น Function ย่อยภายในโปรแกรมเพื#อง่ายต่อการบริ หารจัดการกลุ่ม
    ข้อมูล ซึ# งมีท3 ง Method ที#คุณสร้างขึ3นใช้งาน
                     ั
                                              ่
    แอง และ Method ที# Java นั3นมีอยูแล้ว รอเพียงการถูกเรี ยกใช้
• โดยปกติแล้วการเขียนโปรแกรมทางคอมพิวเตอร์มีจุดประสงค์เพื#อที#จะใช้โปรแกรม
• นั3นช่วยในการทํางานของคุณ ให้คุณสามารถทํางานได้สะดวกและง่ายขึ3น ดังนั3น
  โปรแกรมที#คุณเขียน จะใช้ในการแก้ปัญหาของระบบงานในปั จจุบนของคุณ และการ
                                                             ั
  เขียนโปรแกรมในโลกแห่งความเป็ นจริ งแล้วนั3น โปรแกรมมักมีขนาดใหญ่ มีความ
  ซับซ้อน มีจานวนบรรทัดของโปรแกรม (Line of code) จํานวนมาก ทําให้คุณ
                  ํ
    ่
  ยุงยากในการบริ หารจัดการชุดคําสัง หรื อโปรแกรมของคุณ ดังนั3นเพื#อให้โครงสร้าง
                                     #
  ของโปรแกรมมีขนาดเล็กลง เราสามารถใช้วธีการแบ่งโปรแกรม ใหญ่ ออกเป็ นงาน
                                            ิ
  ส่ วนย่อย ๆ เรี ยกว่า แบ่งเป็ น “modules” และนําหลาย ๆ modules นั3นมา
  ประกอบกันเป็ นโปรแกรมสําเร็ จพร้อมใช้ และสําหรับ Java นั3นถ้าพูด
  ถึง “Module” ไม่ได้หลายถึงเฉพาะการสร้าง Method ในโปรแกรมเท่านั3น
  จะยังหมายรวมถึง class อีกด้วย นันหมายความว่า ในหนึ#งโปรแกรมของคุณ
                                       #
  นอกจากจะสร้าง Method ซึ#งเปรี ยบเสมือน Function ย่อยภายในโปรแกรม
  แล้ว คุณยังสามารถสร้างได้หลาย ๆ คลาสในหนึ#งโปรแกรมอีกด้วย ดังนั3นคํา
  ว่า Module ใน Java จึงหมายถึง “Method and class”
• สําหรับ Java แล้ว คุณสามารถเขียนโปรแกรมโดยรวม
  เอา method และ class เข้าไว้ดวยกัน สามารถ
                                     ้
  ใช้ Method และ class อ้างอิงความสามารถของ API
  (Application Programming Interface) และ Java class
  library ได้ นอกจากนี3 Java ยังมี Java API ที#ได้
  เตรี ยมพร้อม classs และ method สําเร็ จรู ปหลากหลายชนิด พร้อมถูก
  เรี ยกใช้งาน ทั3งสนับสนุนงานด้านณิ ตศาสตร์ การจัดการ
  ข้อมูล String อักขระ จัดการ Input/Output การตรวจสอบ
  ข้อผิดพลาดและอื#น ๆ

       การนิยามเมธอด (Definition Method)
• การนิยามเมธอด (Definition Method)
       การนิยามเป็ นการสร้างตัวตน (Body) ของ Method เพือให้รู้
                                                           #
                                   ้          #       ่
  ว่า Method ชี3ชื#ออะไร บรรจุขอมูลและชุดคําสังอะไรอยูภายใน
  บ้าง สามารถสร้าง Method ได้ตาม Syntax ต่อไปนี3
Syntax:
Syntax:




   Accessibility return_data_type   methodName
 (parameter_list)
        { statement ;
                statement;}
เมื"อ " อ
    เมื
• - Accessibility                     คือ การระบุคํานําหน้ า Method ด้ วยคํา
  ว่า private, protect, public และ static เพื+อให้ ทราบว่า method นัน                *
  เป็ น method ชนิดใด
• - return_data_type                     คือ การระบุชนิดข้ อมูลที+จะใช้ ในการ return ค่า
  กลับของ method
• เช่น ข้ อมูลชนิด String ,int หรื อ double หาก method นันไม่ต้องการ      *
  ให้ return ค่ากลับ ให้ ระบุคํานําหน้ าด้ วย “void” แทนที+ชนิดข้ อมูล
• - methodName                         คือ ชื+อ method ที+เราตังขึ *น (ไม่ซํ *า
                                                                    *
  กับ Keyword)
• - parameter_list                     คือ ตัวแปรที+ใช้ ในการรับค่า ของ method นัน     *
  ๆ สามารถใช้ ตวแปรได้ หลายตัว โดยที+ตวแปร parameter นันไม่จําเป็ นต้ องใช้ ข้อมูล
                   ั                       ั                            *
  ชนิดเดียวกัน หรื อ method ที+คณสร้ างนันอาจไม่จําเป็ นต้ องใช้ ตว
                                  ุ           *                       ั
  แปร parameter ก็ได้
• - statement                            คือ ประโยคคําสัง +
  ภายใน body ของ method นัน ๆ       *
ตัวอย่ างเช่ น
public static void ann(int a) // หลังเครื+ องหมายวงเล็บ ( ) ไม่ใส่
เครื+ องหมาย (; )
      {
                  statement;
                      statement;
  }




 Note : การสร้ าง Method นันต้ องกระทํานอก body ของ main()
                           *
• การเรี ยกใช้ Method (Call Method)
   การเรี ยกใช้ Method (
                 เนื+องจากการสร้ าง method นันจะต้ องสร้ างไว้ ภายนอก
                                                   *
  body ของ method main() ซึงเป็ น method หลักในการเริ+ มทํางานของ
                                     +
  โปรแกรม ดังนันการเรี ยกใช้ method ที+สร้ างขึ *นจะต้ องถูกเรี ยกภายใน method
               *
  main() โดยใช้ syntax ดังนี *



                    รูปแบบ


                                   ชื+อ Method();
•4.2 ประเภทของเมธอด (Type of Method)
   4.2 ประเภทของเมธอด (T
              จําแนก method ใน Java ได้ 2 ประเภท ได้ แก่
   Method ที+สร้ างขึ *นมาเอง และ Method ที+มีอยูแล้ ว ซึงแต่ละ
                                                ่        +
   ประเภทมีลกษณะดังนี *
            ั



• 4.1.1 Method ที"ทีร้" สร้งขึงขึนมาเอง
   4.1.1 Method ส า า นมาเอง  + +
            สามารถจําแนก method ที+สร้ างขึ *นเอง ได้
  ประเภท 6 ประเภท ดังนี *
1. Method ไม่ รับและไม่ สส่งค่ า
 1. Method ไม่ รับและไม่ ่ งค่ า
                   เป็ น method ที+ไม่มีตวแปร parameter ดังนัน
                                           ั                   *
  ภายใน body ของ method ชนิดนี *จึงประกอบไป
  ด้ วย statement ที+ต้องการให้ ทํางานเท่านัน ขอยกตัวอย่างโปรแกรม
                                                  *
  ง่าย ๆ ที+ไม่มีความซับซ้ อนเพื+อง่ายต่อความเข้ าใจดังนี *

2. Method ที"มีการส่ งงค่าา
 2. Method การส่ ค่
         เป็ น method ที+ไม่มีตวแปร parameter แต่เมื+อสิ *นสุดการ
                               ั
 ทํางานของ method จะทําการ return กลับไปยัง method เมื+อ
 ถูกเรี ยกใช้ งาน
• 3. Method ทีที"มีทการรั บค่ าค่ าและส่า ค่ า
  3. Method " มีทัง งการรั บ และส่ งค่ ง
                      + ั+
            เป็ นโปรแกรม ที+มีการ เขียนค่าต่างๆเป็ นตัวเลข สามารถส่งเข้ าและ
  รับออกได้ เช่น โปรแกรมเครื+ องคิดเลข เป็ นต้ น

• 4.Overloading Method
  4.Overloading Method
                Method ประเภทนี *สามารถรับค่าตัวแปรparameterได้
  หลากหลายชนิด หลักการคือ ต้ องสร้ าง Method ขึ *นมาใหม่และใช้
  ชื+อ Method เดียวกัน ถ้ าชนิดข้ อมูลของ Method ต่างกันและ
  ชนิดข้ อมูลของ parameter ต่างกัน ก็ต้องสร้ างชื+อ method นัน     *
  ขึ *นมาใหม่ มีประโยชน์ คือ ง่ายต่อการจําชื+อ Method มีข้อเสียคือ
  ยุงยากในเรื+ องของค่า Parameter
     ่
• 5. Constructor Method
  5. Constructor Method
           เป็ น Method ที+มีชื+อเดียวกับ Class ซึงถ้ าคุณเขียน Java โดย
                                                  +
  ใช้ NetBeans Constructor Method นี *จะถูกสร้ างให้ โดย
  อัตโนมัติ แต่ถ้าหากคุณใช้ Edit Plus คุณต้ องสร้ าง Constructor
  Method เองเมื+อคุณต้ องการใช้ และในการนิยาม Method ชนิดนี *จะไม่มี
  การ Return ค่ากลับ ซึงถ้ าเป็ น Method อื+น ๆ หากไม่ return ค่า ต้ อง
                          +
  ระบุคําหลัก “ void” นําหน้ าชื+อ Method แต่สําหรับ Constructor
  Method นี *ไม่ต้องมีคําว่า “void” ซึงโดยมากแล้ ว Constructor จะ
                                           +
  ใช้ ประโยชน์ในการ Generate ค่าเริ+ มต้ นกับกับโปรแกรมในครังแรก
                                                               *
  เท่านัน Game โดยใช้ วิธีการ Random ค่าตัวเลขในการ Initial
        *

  Note : Constructor Method จะใช้ ในการ Generate ค่าเริ+ มต้ น
    หรื อสิงที+ต้องการให้ เครื+ องทําครังแรกและครังเดียวเมื+อสัง Run โปรแกรม
           +                            *         *            +
•4.1.2 Method ที"มีอยู" มีอยู่แล้ ว
    4.1.2 Method ที ่ แล้ ว
                 Method ชนิดนีมีอยูแล้ วใน class library พร้ อมถูก
                                    ่
   เรี ยกใช้ งาน แต่จะแยกเป็ นMethodของClassและMethod
   ของ Object โดยจําแนกได้ 2 ลักษณะ ดังนี *

 - Method ของ Class (Class Method )จะเป็ นmethod
  แบบ Static สามารถเรี ยกใช้ ได้ ทนทีโดยไม่จําเป็ นต้ องสร้ างObject ใหม่ ขึ *นมา
                                  ั

 - Method ของ Object (Instance Method) คือ Method ทัวไป                             +
  ที+มีอยู่ใน class แต่เมื+อต้ องการเรี ยกใช้ งาน จะต้ องสร้ าง Object ขึ *นมาก่อน แล้ ว
  ใช้ Object นันในการเข้ าถึง method
                    *
• Syntax : การใช้ Object เข้ าถึง Method ให้ เชื+อมด้ วย
  เครื+ องหมาย ( . )
• 4.3การใช้ แมธคลาสเมธอด (Math class method)
       4.3การใช้ แมธคลาสเมธอด (Math class method)


           การใช้ งาน methodที+อยูภายใน Math class จะ
                                     ่
  เป็ น Method ที+เกี+ยวข้ องกับการ คํานวณทางคณิตศาสตร์ ซึง
                                                          +
  method เหล่านี *จัดอยูในประเภท “Methodของ Class
                           ่
  Method)” ที+กล่าวมาในข้ างต้ น ซึงแสดงตัวอย่างของmethod
                                   +
  ในMath Classดังภาพหน้ าต่อไปนี *
• การสุ่มค่ าค่ าตัวเลข (Random-Number
   การสุ่ม ตัวเลข (Random-Number Generation)
                    นอกจากการใช้ method ข้ างต้ นของMath class
   แล้ ว คุณยังสามารถ random ค่าตัวเลขเพื+อให้ เครื+ องGenerate
   ค่าตัวเลขให้ โดยการใช้ method ของ math class ที+มีชื+อว่า
   “random”โดยมีรูปแบบการใช้ งานดังนี *
            Syntax :
                 double randomValue
            = Math.random();

เมื"อ
         randomValue หมายถึง ค่าตัวเลขที+ต้องการสุมและ
                                                     ่
   method random นี *จะrandomค่าตัวเลขให้ มีคาตังแต่ 0.0ขึ *นไป
                                             ่ *
บรรณานุกรม


http://www.netbeans.org/kb/50/index.html

http://java.sun.com/docs/books/tutorial/uiswing/index.html

http://java.sun.com/docs/books/tutorial/uiswing/components/com
ponents.html

http://java.sun.com/j2se/1.5.0/docs/api/javax/swing/JComponent.
html

http://java.sun.com/docs/books/tutorial/uiswing/TOC.html
Help, Netbeans 5.0, 2006

งานนำเสนอ1

  • 1.
    บทที 4 เมธอด (Methods)
  • 2.
    หัหัข้ข้ อ (Topic) วว อ (Topic) 4.1 การนิยามและเรี ยกใช้เมธอด (Definition and Call Method) 4.2 ประเภทของเมธอด (Type of Method) 4.3 การใช้แมธคลาสเมธอด (Math class method)
  • 3.
    วัวัตถุประสงค์กการเรีนรู้นรู้ (Learning Objective): ต ถุประสงค์ ารเรี ย ย (Learning Objective): • 1. สามารถเขียน Syntax ของการนิยาม Method ได้ • 2. บอกความแตกต่างของ Method แต่ละประเภทได้ • 3. สามารถเขียนโปรแกรมโดยการใช้ ประโยชน์จาก Method ได้ อย่าง เหมาะสม • 4. สามารถเขียนโปรแกรมในการรับส่งค่า Parameters ของ Method ได้ • 5. สามารถเขียนโปรแกรมโดยใช้ Math class method
  • 4.
    จากเนื *อหาในบทที+ผานมา เราได้ เรี ยนรู้เกี+ยวกับการใช้ ่ ชุดคําสังในการควบคุมโปรแกรม (Control Structure) ซึงเป็ น + + สิงจําเป็ นเสมอสําหรับภาษาเขียนโปรแกรมทุกภาษา นอกจากนี * การ + เขียนโปรแกรมภายในหนึงโปรแกรมนัน คุณอาจต้ องแยกส่วนงาน + * ภายในโปรแกรมของคุณออกเป็ นสัดส่วน เพื+อให้ ง่ายต่อการบริการ จัดการข้ อมูล คุณจะสามารถใช้ หรื อสร้ าง Method เพื+อจัดกลุม ่ ประเภทข้ อมูล หรื อกลุมของหน้ าที+งานได้ ตามความเหมาะสม ่
  • 5.
    4.1 การนิยยามและเรียกใช้ เเมธอด 4.1 การนิ ามและเรี ยกใช้ มธอด (Definition and Call Method) (Definition and Call Method) • ก่อนที#เราจะดู Syntax ในการใช้งาน Method เรามาทําความ รู ้จกกับความหมายของ Method กันก่อน ั Method เป็ นระเบียบวิธีในการทํางาน โดยการจัดกลุ่มข้อมูล สร้างเป็ น Function ย่อยภายในโปรแกรมเพื#อง่ายต่อการบริ หารจัดการกลุ่ม ข้อมูล ซึ# งมีท3 ง Method ที#คุณสร้างขึ3นใช้งาน ั ่ แอง และ Method ที# Java นั3นมีอยูแล้ว รอเพียงการถูกเรี ยกใช้
  • 6.
    • โดยปกติแล้วการเขียนโปรแกรมทางคอมพิวเตอร์มีจุดประสงค์เพื#อที#จะใช้โปรแกรม • นั3นช่วยในการทํางานของคุณให้คุณสามารถทํางานได้สะดวกและง่ายขึ3น ดังนั3น โปรแกรมที#คุณเขียน จะใช้ในการแก้ปัญหาของระบบงานในปั จจุบนของคุณ และการ ั เขียนโปรแกรมในโลกแห่งความเป็ นจริ งแล้วนั3น โปรแกรมมักมีขนาดใหญ่ มีความ ซับซ้อน มีจานวนบรรทัดของโปรแกรม (Line of code) จํานวนมาก ทําให้คุณ ํ ่ ยุงยากในการบริ หารจัดการชุดคําสัง หรื อโปรแกรมของคุณ ดังนั3นเพื#อให้โครงสร้าง # ของโปรแกรมมีขนาดเล็กลง เราสามารถใช้วธีการแบ่งโปรแกรม ใหญ่ ออกเป็ นงาน ิ ส่ วนย่อย ๆ เรี ยกว่า แบ่งเป็ น “modules” และนําหลาย ๆ modules นั3นมา ประกอบกันเป็ นโปรแกรมสําเร็ จพร้อมใช้ และสําหรับ Java นั3นถ้าพูด ถึง “Module” ไม่ได้หลายถึงเฉพาะการสร้าง Method ในโปรแกรมเท่านั3น จะยังหมายรวมถึง class อีกด้วย นันหมายความว่า ในหนึ#งโปรแกรมของคุณ # นอกจากจะสร้าง Method ซึ#งเปรี ยบเสมือน Function ย่อยภายในโปรแกรม แล้ว คุณยังสามารถสร้างได้หลาย ๆ คลาสในหนึ#งโปรแกรมอีกด้วย ดังนั3นคํา ว่า Module ใน Java จึงหมายถึง “Method and class”
  • 7.
    • สําหรับ Javaแล้ว คุณสามารถเขียนโปรแกรมโดยรวม เอา method และ class เข้าไว้ดวยกัน สามารถ ้ ใช้ Method และ class อ้างอิงความสามารถของ API (Application Programming Interface) และ Java class library ได้ นอกจากนี3 Java ยังมี Java API ที#ได้ เตรี ยมพร้อม classs และ method สําเร็ จรู ปหลากหลายชนิด พร้อมถูก เรี ยกใช้งาน ทั3งสนับสนุนงานด้านณิ ตศาสตร์ การจัดการ ข้อมูล String อักขระ จัดการ Input/Output การตรวจสอบ ข้อผิดพลาดและอื#น ๆ การนิยามเมธอด (Definition Method) • การนิยามเมธอด (Definition Method) การนิยามเป็ นการสร้างตัวตน (Body) ของ Method เพือให้รู้ # ้ # ่ ว่า Method ชี3ชื#ออะไร บรรจุขอมูลและชุดคําสังอะไรอยูภายใน บ้าง สามารถสร้าง Method ได้ตาม Syntax ต่อไปนี3
  • 8.
    Syntax: Syntax: Accessibility return_data_type methodName (parameter_list) { statement ; statement;}
  • 9.
    เมื"อ " อ เมื • - Accessibility คือ การระบุคํานําหน้ า Method ด้ วยคํา ว่า private, protect, public และ static เพื+อให้ ทราบว่า method นัน * เป็ น method ชนิดใด • - return_data_type คือ การระบุชนิดข้ อมูลที+จะใช้ ในการ return ค่า กลับของ method • เช่น ข้ อมูลชนิด String ,int หรื อ double หาก method นันไม่ต้องการ * ให้ return ค่ากลับ ให้ ระบุคํานําหน้ าด้ วย “void” แทนที+ชนิดข้ อมูล • - methodName คือ ชื+อ method ที+เราตังขึ *น (ไม่ซํ *า * กับ Keyword) • - parameter_list คือ ตัวแปรที+ใช้ ในการรับค่า ของ method นัน * ๆ สามารถใช้ ตวแปรได้ หลายตัว โดยที+ตวแปร parameter นันไม่จําเป็ นต้ องใช้ ข้อมูล ั ั * ชนิดเดียวกัน หรื อ method ที+คณสร้ างนันอาจไม่จําเป็ นต้ องใช้ ตว ุ * ั แปร parameter ก็ได้ • - statement คือ ประโยคคําสัง + ภายใน body ของ method นัน ๆ *
  • 10.
    ตัวอย่ างเช่ น publicstatic void ann(int a) // หลังเครื+ องหมายวงเล็บ ( ) ไม่ใส่ เครื+ องหมาย (; ) { statement; statement; } Note : การสร้ าง Method นันต้ องกระทํานอก body ของ main() *
  • 11.
    • การเรี ยกใช้Method (Call Method) การเรี ยกใช้ Method ( เนื+องจากการสร้ าง method นันจะต้ องสร้ างไว้ ภายนอก * body ของ method main() ซึงเป็ น method หลักในการเริ+ มทํางานของ + โปรแกรม ดังนันการเรี ยกใช้ method ที+สร้ างขึ *นจะต้ องถูกเรี ยกภายใน method * main() โดยใช้ syntax ดังนี * รูปแบบ ชื+อ Method();
  • 12.
    •4.2 ประเภทของเมธอด (Typeof Method) 4.2 ประเภทของเมธอด (T จําแนก method ใน Java ได้ 2 ประเภท ได้ แก่ Method ที+สร้ างขึ *นมาเอง และ Method ที+มีอยูแล้ ว ซึงแต่ละ ่ + ประเภทมีลกษณะดังนี * ั • 4.1.1 Method ที"ทีร้" สร้งขึงขึนมาเอง 4.1.1 Method ส า า นมาเอง + + สามารถจําแนก method ที+สร้ างขึ *นเอง ได้ ประเภท 6 ประเภท ดังนี *
  • 13.
    1. Method ไม่รับและไม่ สส่งค่ า 1. Method ไม่ รับและไม่ ่ งค่ า เป็ น method ที+ไม่มีตวแปร parameter ดังนัน ั * ภายใน body ของ method ชนิดนี *จึงประกอบไป ด้ วย statement ที+ต้องการให้ ทํางานเท่านัน ขอยกตัวอย่างโปรแกรม * ง่าย ๆ ที+ไม่มีความซับซ้ อนเพื+อง่ายต่อความเข้ าใจดังนี * 2. Method ที"มีการส่ งงค่าา 2. Method การส่ ค่ เป็ น method ที+ไม่มีตวแปร parameter แต่เมื+อสิ *นสุดการ ั ทํางานของ method จะทําการ return กลับไปยัง method เมื+อ ถูกเรี ยกใช้ งาน
  • 14.
    • 3. Methodทีที"มีทการรั บค่ าค่ าและส่า ค่ า 3. Method " มีทัง งการรั บ และส่ งค่ ง + ั+ เป็ นโปรแกรม ที+มีการ เขียนค่าต่างๆเป็ นตัวเลข สามารถส่งเข้ าและ รับออกได้ เช่น โปรแกรมเครื+ องคิดเลข เป็ นต้ น • 4.Overloading Method 4.Overloading Method Method ประเภทนี *สามารถรับค่าตัวแปรparameterได้ หลากหลายชนิด หลักการคือ ต้ องสร้ าง Method ขึ *นมาใหม่และใช้ ชื+อ Method เดียวกัน ถ้ าชนิดข้ อมูลของ Method ต่างกันและ ชนิดข้ อมูลของ parameter ต่างกัน ก็ต้องสร้ างชื+อ method นัน * ขึ *นมาใหม่ มีประโยชน์ คือ ง่ายต่อการจําชื+อ Method มีข้อเสียคือ ยุงยากในเรื+ องของค่า Parameter ่
  • 15.
    • 5. ConstructorMethod 5. Constructor Method เป็ น Method ที+มีชื+อเดียวกับ Class ซึงถ้ าคุณเขียน Java โดย + ใช้ NetBeans Constructor Method นี *จะถูกสร้ างให้ โดย อัตโนมัติ แต่ถ้าหากคุณใช้ Edit Plus คุณต้ องสร้ าง Constructor Method เองเมื+อคุณต้ องการใช้ และในการนิยาม Method ชนิดนี *จะไม่มี การ Return ค่ากลับ ซึงถ้ าเป็ น Method อื+น ๆ หากไม่ return ค่า ต้ อง + ระบุคําหลัก “ void” นําหน้ าชื+อ Method แต่สําหรับ Constructor Method นี *ไม่ต้องมีคําว่า “void” ซึงโดยมากแล้ ว Constructor จะ + ใช้ ประโยชน์ในการ Generate ค่าเริ+ มต้ นกับกับโปรแกรมในครังแรก * เท่านัน Game โดยใช้ วิธีการ Random ค่าตัวเลขในการ Initial * Note : Constructor Method จะใช้ ในการ Generate ค่าเริ+ มต้ น หรื อสิงที+ต้องการให้ เครื+ องทําครังแรกและครังเดียวเมื+อสัง Run โปรแกรม + * * +
  • 16.
    •4.1.2 Method ที"มีอยู"มีอยู่แล้ ว 4.1.2 Method ที ่ แล้ ว Method ชนิดนีมีอยูแล้ วใน class library พร้ อมถูก ่ เรี ยกใช้ งาน แต่จะแยกเป็ นMethodของClassและMethod ของ Object โดยจําแนกได้ 2 ลักษณะ ดังนี * - Method ของ Class (Class Method )จะเป็ นmethod แบบ Static สามารถเรี ยกใช้ ได้ ทนทีโดยไม่จําเป็ นต้ องสร้ างObject ใหม่ ขึ *นมา ั - Method ของ Object (Instance Method) คือ Method ทัวไป + ที+มีอยู่ใน class แต่เมื+อต้ องการเรี ยกใช้ งาน จะต้ องสร้ าง Object ขึ *นมาก่อน แล้ ว ใช้ Object นันในการเข้ าถึง method *
  • 17.
    • Syntax :การใช้ Object เข้ าถึง Method ให้ เชื+อมด้ วย เครื+ องหมาย ( . )
  • 18.
    • 4.3การใช้ แมธคลาสเมธอด(Math class method) 4.3การใช้ แมธคลาสเมธอด (Math class method) การใช้ งาน methodที+อยูภายใน Math class จะ ่ เป็ น Method ที+เกี+ยวข้ องกับการ คํานวณทางคณิตศาสตร์ ซึง + method เหล่านี *จัดอยูในประเภท “Methodของ Class ่ Method)” ที+กล่าวมาในข้ างต้ น ซึงแสดงตัวอย่างของmethod + ในMath Classดังภาพหน้ าต่อไปนี *
  • 20.
    • การสุ่มค่ าค่าตัวเลข (Random-Number การสุ่ม ตัวเลข (Random-Number Generation) นอกจากการใช้ method ข้ างต้ นของMath class แล้ ว คุณยังสามารถ random ค่าตัวเลขเพื+อให้ เครื+ องGenerate ค่าตัวเลขให้ โดยการใช้ method ของ math class ที+มีชื+อว่า “random”โดยมีรูปแบบการใช้ งานดังนี * Syntax : double randomValue = Math.random(); เมื"อ randomValue หมายถึง ค่าตัวเลขที+ต้องการสุมและ ่ method random นี *จะrandomค่าตัวเลขให้ มีคาตังแต่ 0.0ขึ *นไป ่ *
  • 21.