จากรูปสามารถสรุปได้ดังนี้ - โหนด A เป็นโหนดราก - โหนด A C D E เป็นโหนดแม่ - โหนด B C D E F G H I เป็นโหนดลูก - โหนด B C D เป็นโหนดลูกของโหนด A และเป็นโหนดพี่น้องกัน - โหนด E F เป็นโหนดลูกของโหนด C และเป็นโหนดพี่น้องกัน - โหนด G เป็นโหนดลูกของโหนด D - โหนด H I เป็นโหนดลูกของโหนด E และเป็นโหนดพี่น้องกัน - โหนด B H F I G เป็นโหนดใบ ความหมายและหลักการ
7.
ป่า ก ข ค ทรีที่ไม่มีโหนดจะเรียกว่า นัลทรี (Null Tree) กลุ่มของทรีทีอยู่รวมกันจะเรียกว่า ป่า (Forest) ดังแสดงในรูป ซึ่งมีต้นไม้อยู่ 3 ต้น โดยที่ต้น ( ข ) เป็นต้นนัลทรี A B C D E F G H I 1 2 3 4 5
ทรีทั่วไป ทรีทั่วไป (General Tree) คือทรีที่มีโหนดจำนวนจำกัด (Finite Set) ที่อาจจะมีจำนวนโหนดตั้งแต่ศูนย์หรือมากกว่า โหนดที่เป็นรากของทรี เมื่อตัดออกส่วนที่เหลือก็ยังเป็นทรีเหมือนเดิม ดังแสดงในรูป โหนด R เป็นโหนดราก เมื่อตัดโหนด R ออกจะพบว่ามีทรีจำนวน 4 ต้น คือ T 1 T 2 T 3 และ T 4 และเรียก T 1 T 2 T 3 และ T 4 ว่าเป็นทรีย่อย (Sub Tree) ของโหนดราก R
12.
ไบนารีทรี ไบนารีทรี (Binary Tree) เป็นทรีที่แตกต่างจากทรีทั่ว ๆ ไป ตรงที่โหนดที่เป็นโหนดแม่ จะมีโหนดลูกได้เพียงแค่ 2 โหนดเท่านั้นคือโหนดซ้าย (Left Node) และโหนดขวา (Right Node) ตัวอย่างเช่น โหนดรากที่มีโหนดลูกเพียงแค่ 2 โหนด ลูกของรากจะมีโหนดลูกอีกก็จะมีได้เพียงแค่ 2 โหนดเท่านั้น ดังแสดงในรูป จะเห็นได้ว่าโหนด A ซึ่งเป็นโหนดรากจะมีโหนดลูกได้แค่ 2 โหนดได้แก่ โหนด B และโหนด C ทำนองเดียวกันโหนด B หรือ โหนด C หากจะมีโหนดลูกต่อไปอีกก็จะมีได้เพียง 2 โหนดเท่านั้น และจะเรียกทรีย่อยที่อยู่ด้านซ้ายของโหนดราก A ว่าทรีย่อยด้านซ้าย (Left Subtree) และเรียกทรีย่อยที่อยู่ทางด้านขวาของโหนดราก A ว่าทรีย่อยด้านขวา (Right Subtree)
13.
ไบนารีทรีตามรูปจะถือว่าเป็นไบนารีทรีแบบสมบูรณ์ (CompleteBinary Tree) หมายถึง ทุกโหนดที่ไม่ใช่โหนดใบ จะมีโหนดลูกครบทั้งสองข้างคือด้านซ้ายและด้านขวา และโหนดใบทุกโหนดจะต้องอยู่ระดับล่างสุดเหมือนกันเท่านั้น ในการคำนวณหาจำนวนโหนดของไบนารีทรีแบบสมบูรณ์จะสามารถคำนวณได้จากสูตร จำนวนโหนดของไบนารี่ทรีแบบสมบูรณ์ ( n ) = 2 l -1 เมื่อ n = จำนวนโหนด l = ระดับสูงสุดของไบนารีทรี ตัวอย่างของการคำนวนตามสูตรข้างบน เช่น จะหาจำนวนโหนดของไบนารีทรีตามรูปที่ ซึ่งไบนารีตามรูปจะมี 4 ระดับแต่ระดับสูงสุดคือ 3 เนื่องจากระดับของโหนดรากจะถือว่าอยู่ระดับ 0 ดังนั้นเมื่อแทนค่าสูตร n = 2 l -1 จะได้ n = 2 3 -1 จะทำให้ได้จำนวนโหนดเท่ากับ 7 โหนดอย่างไรก็ตามไบนารีทรียังมีชื่อเรียกที่แตกต่างออกไป ตามการนำไปประยุกต์ใช้ ดังนี้ ไบนารีทรี
1 การท่องแบบพรีฟิกซ์วอล์ก ( Prefix Walk ) เป็นวิธีการท่องโดยเยี่ยมโหนดรากก่อน แล้วจึงเยี่ยมทรีย่อยด้านซ้ายมือให้ครบทุกโหนด แล้วขยับไปเยี่ยมทรีย่อยด้านขวาจนครบทุกโหนดก็ถือว่าเป็นการสิ้นสุดการท่องแบบพรีฟิกซ์วอล์ก จากรูปการเยี่ยมแบบพรีฟิกซ์วอล์ก จะได้ผลลัพธ์คือ A B C E F I J G D H K 2 การท่องแบบโพสฟิกซ์วอล์ก (Postfix Walk) เป็นวิธีการท่องโดยการเยี่ยมโหนดที่อยู่ด้านซ้ายสุดที่เป็นโหนดใบก่อน แล้วไปเยี่ยมโหนดที่อยู่ด้านขวา หลังจากนั้นจึงเยี่ยมโหนดที่เป็นโหนดแม่ จากรูปการเยี่ยมแบบโพสฟิกซ์วอล์ก จะได้ผลลัพธ์คือ B E I J F G C K H D A การท่องไปในทรีทั่วไป
22.
3 การท่องแบบเรียงลำดับ(Level by Level Walk ) วิธีนี้สามารถเยี่ยมโหนดได้สองแบบคือการเยี่ยมโหนดจากบนลงล่าง ( Top-down Walk ) โดยเริ่มจากโหนดรากลงไปในแต่ละระดับ และในแต่ละระดับจะเยี่ยมจากโหนดซ้ายก่อนและเยี่ยมโหนดถัดไปด้านขวามือตามลำดับจากรูปทการเยี่ยมแบบเรียงลำดับจากบนลงล่างได้ผลลัพธ์คือ A B C D E F G H I J K สำหรับการเยี่ยมแบบที่สองคือการเยี่ยมโหนดจากล่างขึ้นบน ( Botton-Up Walk ) เป็นการเยี่ยมโหนดจากระดับล่างสุดไปหาระดับบนสุด ในการเยี่ยมโหนดแต่ละระดับก็จะเยี่ยมโหนดด้านซ้ายไปหาด้านขวาตามลำดับ จากรูปการเยี่ยมแบบเรียงลำดับจากล่างขึ้นบน ได้ผลลัพธ์คือ I J K E F G H B C D A การท่องไปในทรีทั่วไป
23.
การท่องไปในทรีไบนารีทรี เนื่องจากคุณสมบัติของไบนารีทรี โหนดรากหรือโหนดแม่จะมีโหนดลูกได้ไม่เกิน 2 โหนด ในการเยี่ยมโหนดแต่ละครั้ง อาจจะเยี่ยมโหนดแม่ก่อน ซึ่งจะแทนด้วย N หรืออาจจะเยี่ยมทรีย่อยด้านซ้ายซึ่งจะแทนด้วย L และอาจจะเยี่ยมทรีย่อยด้านขวาก่อน ซึ่งแทนด้วย R จากการที่องค์ประกอบของทรีมีโหนด 3 โหนดทำให้ทิศทางในการเยี่ยมโหนดเป็นไปได้ 3 ทางขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกเยี่ยมโหนดใดก่อน ดังนั้นการท่องไปในไบนารีทรีจึงสามารถท่องได้ 6 แบบ ดังแสดงในตารางอย่างไรก็ตามมีเพียง 3 ลำดับแรกที่นิยมใช้กันมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเยี่ยมโหนดแบบ LNR เป็นวิธีที่นิยมมากเนื่องจากผลลัพธ์ของการท่องแบบนี้จะให้ข้อมูลที่เรียงลำดับจากน้อยไปหามากในกรณีที่เป็นไบนารีเซิร์สทรี
การท่องไปในทรีไบนารีทรี จากตารางลักษณะการท่องของแต่ละวิธีจะเป็นผลจากการเยี่ยมโหนดของไบนารีทรีตามรูปซึ่งจะมีโหนดอยู่ 3 โหนด โดยมีโหนด A เป็นโหนดราก โหนด B เป็นโหนดทางด้านซ้ายและโหนด C เป็นโหนดทางด้านขวา จากลักษณะการท่องที่ได้ในตาราง จะพบว่ามีความสัมพันธ์กับชื่อเรียกแต่ละวิธี โดยพิจารณาจากโหนดรากเป็นเกณฑ์ เช่น วิธีการท่องเเบบ LNR มีชื่อเรียกว่าอินออร์เดอร์ผลที่ได้จากการท่องแบบอินออร์เดอร์คือ B A C ซึ่ง คำว่าอิน ( In ) แปลความหมายได้ว่า “กลาง” ดังนั้นจะเห็นได้ว่าลำดับการเยี่ยมจะเยี่ยมโหนด B ซึ่งเป็นโหนดด้านซ้ายก่อน และเยี่ยมโหนด A ซึ่งเป็นโหนดราก และตามด้วยการเยี่ยมโหนด C ซึ่งเป็นโหนดด้านขวามือตามลำดับ C A B
26.
การท่องไปในทรีไบนารีทรี ทำนองเดียวกันลักษณะการท่องแบบ NLR มีชื่อเรียกว่า พรีออร์เดอร์ ผลที่ได้จากการท่องแบบพรีออร์เดอร์คือ A B C ซึ่ง พรี ( Pre ) แปลความหมายได้ว่า “ก่อน” แสดงว่าจะต้องเยี่ยมโหนดรากก่อนเสมอ และถ้าเป็นแบบ LRN มีชื่อเรียกว่า โพสต์ออร์เดอร์ ผลที่ได้จากการท่องแบบโพสต์ออร์เดอร์คือ B C A ซึ่งคำว่าโพสต์ (Post) แปลความหมายได้ว่า “หลัง” แสดงว่าการเยี่ยมจะต้องเยี่ยมโหนดรากเป็นลำดับหลังสุดเสมอ C A B