Recommended
PDF
Powerpointการเขียนคำสั่งควบคุมแบบมีทางเลือก
PDF
PPTX
การเขียนคำสั่งควบคุมแบบมีทางเลือก.
PDF
เครื่องหมายและการดำเนินการในภาษาซี
PDF
กลุ่ม3การเขียนคำสั่งควบคุมแบบมีทางเลือก
PDF
งานที่ #1 ตัวรายงานการเขียนคำสั่งควบคุมแบบมีทางเลือก
PDF
การเขียนคำสั่งควบคุมแบบมีทางเลือก
PDF
PDF
PPT
อัลกอริทึมและการวิเคราะห์ปัญหา
PDF
การเขียนผังงาน (Flowchart)
PPT
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโครงสร้างข้อมูลและอัลกอริทึม
PPTX
PDF
PDF
การเขียนผังงาน(Flowchart)
DOC
PPT
DOC
PPTX
การเขียนคำสั่งควบคุมแบบมีทางเลือก ม.4/5 กลุ่ม 3
PPT
Java Programming [3/12]: Control Structures
PDF
PDF
หน่วยที่ 4 การสร้างแบบสอบถาม
PPTX
PPTX
PPTX
PPTX
PDF
PPT
PPTX
ตัวแปร ชนิดข้อมูล ตัวดำเนินการ นิพจน์ และค่าคงที่
PDF
More Related Content
PDF
Powerpointการเขียนคำสั่งควบคุมแบบมีทางเลือก
PDF
PPTX
การเขียนคำสั่งควบคุมแบบมีทางเลือก.
PDF
เครื่องหมายและการดำเนินการในภาษาซี
PDF
กลุ่ม3การเขียนคำสั่งควบคุมแบบมีทางเลือก
PDF
งานที่ #1 ตัวรายงานการเขียนคำสั่งควบคุมแบบมีทางเลือก
PDF
การเขียนคำสั่งควบคุมแบบมีทางเลือก
PDF
What's hot
PDF
PPT
อัลกอริทึมและการวิเคราะห์ปัญหา
PDF
การเขียนผังงาน (Flowchart)
PPT
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโครงสร้างข้อมูลและอัลกอริทึม
PPTX
PDF
PDF
การเขียนผังงาน(Flowchart)
DOC
PPT
DOC
PPTX
การเขียนคำสั่งควบคุมแบบมีทางเลือก ม.4/5 กลุ่ม 3
PPT
Java Programming [3/12]: Control Structures
PDF
PDF
หน่วยที่ 4 การสร้างแบบสอบถาม
PPTX
PPTX
PPTX
PPTX
PDF
PPT
Similar to การเขียนคำสั่งควบคุมแบบมีทางเลือก กลุ่ม 3
PPTX
ตัวแปร ชนิดข้อมูล ตัวดำเนินการ นิพจน์ และค่าคงที่
PDF
PDF
ฟังก์ชั่นย่อยและโปรแกรมมาตรฐาน ม.6.1
PPT
PPT
Java Programming [2/12] : Overview of Java Programming Language
DOC
PDF
DOC
การเขียนคำสั่งควบคุมขั้นพื้นฐาน
PDF
PDF
การเขียนคำสั่งควบคุมมีทางเลือก
PDF
PPT
PDF
PPT
PDF
PPT
PDF
PPTX
การเขียนคำสั่งควบคุมขั้นพื้นฐาน
PDF
PPT
More from KEk YourJust'one
PDF
การเขียนคำสั่งควบคุมขั้นพื้นฐาน
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
DOCX
Canon เรียกคืนกล้อง PowerShot S100
การเขียนคำสั่งควบคุมแบบมีทางเลือก กลุ่ม 3 1. LOGO
การเขีย นคำา สัง ควบคุม แบบ
่
มีท างเลือ ก
2. คำา สั่ง จัด เก็บ ข้อ มูล ลง
หน่ว ยความจำา
คำา สัง จัด เก็บ ข้อ มูล ลงหน่ว ยความจำา
่
การเขียนคำาสังกำาหนดลักษณะการจัดการ
่
ข้อมูล ให้หน่วยความจำาซึ่งมีด้วยกัน 2
ประเภท คือ ประเภทตัวแปร และค่าคงที่
สำาหรับบทนีมีรายละเอียดที่สำาคัญที่ต้องทราบ
้
เพื่อนำาไปเขียนคำาสังกำาหนดคุณสมบัติหน่วย
่
ความจำาได้ถูกต้อง มีประสิทธิภาพมากขึ้น นั่น
์
คือกฎเกณฑ์การกำาหนดชือหน่วยความจำา ชนิด
่
ข้อมูลพื้นฐานทั้งหมดในภาษาซี
การเขียนคำาสังกำาหนดค่าคงที่อีกรูปแบบหนึ่ง
่
3. กฎเกณ์ก าร
กำา หนดชื่อ
กฎเกณ์ก ารกำา หนดชื่อ
ชื่อ (ldentifier) หมายถึง ชื่อหน่วยความจำาประเภทตัวแปร ชื่อ
หน่วยความจำาประเภทตัวแปรค่าคงที่ หรือ ชื่อในส่วนใดๆ ของ
โปรแกรมที่ผู้สร้างโปรแกรมเป็นผู้กำาหนดด้วยตนเอง มีกฎเกณ์
ดังนี้
1.อักขระแรกต้องเป็นอักษร หรือเครื่องหมายขีดล่าง ( _ ) ตัว
ถัดไปเป็นอักษร หรือตัวเลข หรือ เครื่องหมายขีดล่าง ( _ ) ก็ได้
2.ภาษาซีมีความแตกต่างของชื่อที่กำาหนดคือ ชื่อทีใช้อกษรตัว
ั
พิมพ์ใหย๋ หรือตัวพิมเล็ก จะจดเก็บข้อมูลในหน่วยความจำา
ตำาแหน่งต่างกัน
3.ห้ามใช้อกขระพิเศษ เช่น $ @ และห้ามมีช่องว่างระหว่าง
ั
อักขระโดยเด็ดขาด
4. ชนิด ข้อ มูล
ชนิด ข้อ มูล
ภาษาซีมีชนิดข้อมูลพื้นฐานให้เลือกใช้งาน 3 กลุ่ม
หลุกคือ
อักขระ ตัวเลขจำานวนเต็ม วเลขทศนิยมผู้สร้างงาน
โปรแกรมควร
เลือกใช้ชนิดข้อมูล ที่มีขอบเขตเหมาะสมกับข้อมูลจริง
ในระบบงาน
เพื่อใช้หน่วยความจำาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะ
5. ชนิดข้อมูล ขอบเขตของ การเก็บข้อมูล
ข้อมูล
Char -128 ถึง 127 เก็บแบบอักขระ
Unsigned 0 ถึง 255 เก็บแบบอักขระ ไม่คิด
char เครื่องหมาย
Int -32768 ถึง เก็บแบบจำานวนเต็ม
32767
Unsigned 0 ถึง 65535 เก็บแบบจำานวนเต็ม ไม่
int คิดเครื่องหมาย
Short -128 ถึง 127 เก็บแบบจำานวนเต็ม
แบบสั่น
Unsigned 0 ถึง 255 เก็บแบบจำานวนเต็ม
short แบบสั่น ไม่คิด
เครื่องหมาย
Long - เก็บแบบจำานวนเต็ม
2147483648 แบบยาว
ถึง
2147483649
Unsigned 0 ถึง เก็บแบบจำานวนเต็ม
long 4294967296 แบบยาว ไม่คิด
อธิบ าย หากต้องการใช้ข้อมูลแบบข้อความ ต้องใช้
เครื่องหมาย
ข้อมูลประเภทตัวแปรชุด เช่น
Float 3.4 x 10-38 ถึง เก็บตัวเลขแบบทศนิยม
6. คำา สั่ง กำา หนดข้อ มูล แบ
ค่า คงที่
คำาสังกำาหนดข้อมูลแบค่าคงที่
่
คำาสังกำาหนดลักษณะข้อมูลให้เป็นค่าคงทีมี 3 ลักษณะ
่ ่
คือ
1.3.1 แบบที่ 1 ไม่ต้องกำาหนดชื่อหน่วยความจำา
รองรับข้อมูล
ตัว อย่า งคำา สั่ง พิมพ์ค่าคงที่โดยไม่ผ่านการใช้หน่วย
ความจำา
printf ( “ 2 x 2 = %d n “ , 4) ;
printf ( “ c => %c%c n “ , ‘c’) ;
อธิบาย เลข 4 กับ ‘c’ คือข้อมูลแบบค่าคงที่ ไม่ต้องจัด
7. แบบที่ 2 เขียนบริเวณส่วนหัว ในโครงสร้าง
ภาษาซี
รูป แบบ #define macro_name data ;
อธิบ าย macro_name คือชื่อของแมโคร
ต้องใช้อกษรตัวพิมพ์ใหญ่
ั
data คือข้อมูลที่กำาหนดเป็นค่าคงที่
ตัว อย่า งคำา สั่ง กำาหนดค่าคงที่ชื่อ MAX เพื่อ
เก็บค่า 10
#define MAX 10 ;
8. แบบที่ 3 เขียนบริเวณส่วนฟังก์ชั่นหลัก main ()
รูป แบบ const variable = data ;
อธิบาย variable คือชื่อของตัวแปร
Data คือข้อมูลที่กำาหนดเป็นค่าคงที่
ตัวอย่างคำาสั่ง กำาหนดค่าคงที่พร้อมให้จัดเก็บข้อมูล
Const pi 3.14 ;
Const ans = ‘n’ ;
Const words = “ computer “ ;
9. การเขีย นนิพ จน์เ ชิง
ตรรกะ
การเขีย นนิพ จน์เ ชิง ตรรกะ
การเขียนนิพจน์คณิตศาสตร์ ต้องใช้ตัวดำาเนินดาร
คณิตศาสตร์ เขียนคำาสั่งควบคุมการประมาณผลข้อมูล
สำาหรับการเขียนประโยคคำาสั่งควบคุมแบบมีทางเลือก
ต้องกำาหนดเงื่อนไขการทำางาน ให้ระบบวิเคราะห์
ข้อมูล เพือตัดสินใจเลิอกทางประมวลผลได้อัตโนมัติ
่
ทางใดทางหนึงนั้น จึงต้องเขียนนิพจน์เชิงตรรกะ โดย
่
ใช้ตัวดำาเนินการความสัมพันธ์ และตัวดำาเนินงานทาง
ตรรกะ
10. ตัว ดำา เนิน การทางคณิต ศาสตร์
ภาษาซีมีสัญลักษณ์ ดังนี้
เครื่อ งหมาย ความหมาย ตัว อย่า ง
+ บวก 3+2 การบวกเลข 3 บวกกับ 2 ได้ผลลัพธ์คือ 5
- ลบ 3 - 2 การลบเลข 3 ลบกับ 2 ได้ผลลัพธ์คือ 1
* คูณ 2*3 การคูณเลข 3 บวกกับ 2 ได้ผลลัพธ์คือ 6
/ หาร 15/2 การหาร 15 หารกับ 2 ได้ผลลัพธ์คือ 7
% หารเอาเศษ 15%2การหารเอาเศษ 15 หารกับ 2 ได้
ผลลัพธ์คือ 1
11. ตัว ดำา เนิน การความสัม พัน ธ์
ใช้เขียนประโยคคำาสั่งแบบมีเงื่อนไข 1 ประโยค ใช้สัญลักษณ์
ตัวดำาเนินการ ดังนี้
ตัว ดำา เนิน การความสัม พัน ธ์ห รือ การเปรีย บเทีย บ
สัญ ลัก ษณ์ การดำา เนิน การ ตัว อย่า ง
< น้อยกว่า 2<3 ผลลัพธ์ จริง(1)
> มากกว่า 2>3 ผลลัพธ์ เท็จ(false)(0)
<= น้อยกว่าหรือเท่ากับ 2<= 3 ผลลัพธ์ จริง(true)
>= มากกว่าหรือเท่ากับ 2>= 3 ผลลัพธ์ เท็จ(false)
== เท่ากับ 4==4 ผลลัพธ์ จริง(true)
!= ไม่เท่ากับ 2!= 2 ผลลัพธ์ เท็จ(false)
12. ตัว ดำา เนิน การเชิง ตรรกะ
เป็นสัญลักษณ์ใช้เชื่อมประโยคคำาสั่งแบบมีเงื่อนไข 2 ประโยคขึนไป
้
การสรุปค่าความจริงที่ได้ ให้ศึกษาจากตารางความจริง ใช้สัญลักษณ์ตัว
ดำาเนินการ ดังนี้
ตรรกะ คือการคิดเชิงเหตุผลทีมีค่าความจริงค่าใดค่าหนึ่งคือ จริง (true : 1)
่
หรือเท็จ (false : 0 )
ตัว ดำา เนิน การตรรกะ (logical operators)
สัญลักษณ์ การดำาเนินการ ตัวอย่าง
&& และ(AND) (2<3)&&(3>1) ผลลัพธ์ จริง
|| หรือ(OR) (2>3)||(4<1) ผลลัพธ์ เท็จ(false)
! ไม่(NOT) !(2> 3) ผลลัพธ์ จริง(true)
อธิบาย การสรุปค่าความจริงของ 2 ประโยคเงื่อนไขนี้ ให้ศึกษาวิธีสรุปค่า
ความจริงจากตารางต้ายล่าง โดยที่ x คือประโยคเงื่อนไขที่ 1 และ Y คือ
ประโยคเงื่อนไขที่ 2
13. ตัว อย่า งคำา สัง การเขีย นนิพ จน์ท าง
่
ตรรกะ
ตัว อย่า งคำา สั่ง การเขียนนิพจน์ทางตรรกะ
( a > 0 ) && (a < 10)
หาก a มีค่า 10 ได้ค่าความจริงอย่างไร
อธิบ าย ขึ้นตอนความคิด
วิเคราะห์ประโยคที่ 1 ( a > 0 ) มีค่า T
วิเคราะห์ประโยคที่ 2 (a < 10) มีค่า F
สรุปประโยค 1 กับประโยค 2 คือ T && F
จากตารางค่าความจริง T && F ได้ F
14. คำา สั่ง ควบคุม แบบมีท างเลือ ก
ลัก ษณะ if
คำา สั่ง ควบคุม แบบมีท างเลือ ก ลัก ษณะ if
การเขียนคำาสั่งควบคุมการทำางานลักษณะให้ระบบ
ตัดสินใจเลือกการทำางานคำาสั่ง หรือกลุ่มคำาสั่งใดได้
อย่างอัตโนมัตินั่น ภาษาซีมคำาสั่งใช้ในงานด้านนีคือ
ี ้
คำาสั่ง if และมีแนวทางการเขียนคำาสั่งควบคุมงาน 3
ลักษณะคือ ทางเลือกแบบ if ทางเลือกแบบ if-else และ
ทางเลือกแบบ if-else if-else
15. กรณีใ ช้ป ระโยคคำา สั่ง แบบ if
ประสิท ธิภ าพของคำา สัง : ควบคุมการทำางานแบบมี
่
ทางเลือก ลักษณะ หากประโยคเงื่อนไขตรรกะได้ข้อ
สรุปค่าความจริง ให้ไปทำางานตามคำาสัง (กลุ่มคำาสั่ง)
่
ต่อจากเงื่อนไข แล้วไปตำาแหน่งบรรทัดคำาสั่งชุดต่อไป
แต่หากเงื่อนไขเป็นเท็จไม่ต้องทำาคำาสั่งใดให้ไปทำางาน
ทีตำาแหน่งคำาสังชุดต่อไป
่ ่
16. รูป แบบการเขีย นคำา สั่ง และ
แนวทางผัง งานแบบ if
รูป แบบ 1 กรณีหลังเงื่อนไข if มี 1 คำาสั่ง
If (เงื่อนไข)
คำาสั่ง ; (กรณีเงื่อนไขเป็นจริง)
คำาสั่งชุดต่อไป ; (กรณีเงื่อนไขเป็นเท็จ)
รูป แบบ 2 กรณีหลังเงื่อนไข if มีมากกว่า 1 คำาสั่ง
If (เงื่อนไข)
{
กลุ่มคำาสั่ง ; (กรณีเงื่อนไขเป็นจริง)
} ;
คำาสั่งชุดต่อไป ; (กรณีเงื่อนไขเป็นเท็จ)
17. แนวทางการใช้ค ำา สัง if แบบ 2 ทาง
่
เลือ ก ทางเลือ กละ 1 คำา สัง
่
วัต ถุป ระสงค์ จงเขียนงานเพื่อป้อนตัวเลข 2 จำานวน แล้วตรวจสอบเงื่อนไข
ดังนี้
หากตัวคูณไม่ใช่ 0 ให้นำาตัวเลข 2 จำานวนคูณกัน
นอกเหนือจากนนี้ไม่ต้องประมวลผลสมการใด ให้ไปตำาแหน่งคำาสั่งถัดไป
3.1.3 แนวทางการใช้คำาสั่ง if แบบ 2 ทางเลือกละมากกว่า 1 คำาสั่ง
วัต ถุป ระสงค์ จงเขียนงานเพื่อป้อนตัวเลข 2 จำานวน แล้วเลือกทางประมวล
ผลตามเงื่อนไขดังนี้
*หากเงื่อนไขเป็นจริง คือ Y> 0 ให้ระบบทำางานกลุ่มคำาสั่ง
z = x /y ;
printf ( “ n * Result = % .2f “ ,z ) ;
และ printf (“n Good bye….. n”) ;
หากเงื่อนไขเป็นเท็จ คือ y <= 0 ไม่ต้องประมวลผลสมการใด ให้ระบบ
ทำางานคำาสั่ง
17
printf (“n Good bye….. n”) ;
18. กรณีใ ช้ป ระโยคคำา สั่ง แบบ if
– else
ประสิทธิภาพของคำาสั่ง : ใช้กรณีควบคุม
การทำางานในลักษณะ หากประโยค
เงื่อนไขตรรกะได้ข้อสรุปค่าความจริงเป็น
จริง ให้ทำางานตามคำาสั่ง (กลุ่มคำาสั่ง) ชุดที่
1 แล้วไปทีคำาสังชุดต่อไป แต่หากเงื่อนไข
่ ่
ตรรกะเป็นเท็จ ให้ทำางานตามคำาสัง (กลุ่ม
่
คำาสั่ง) ชุดที่ 2 แล้วไปทำางานที่ตำาแหน่งคำา
สั่งชุดต่อไป
19. รูป แบบของคำา สั่ง
if..else if..else
เราสามารถใช้ค ำา สั่ง if ที่ม ีห ลาย
เงือ นไขได้ ดัง นี้
่
if (logical expression 1) {
statements 1
} else if (logical expression 2) {
statements 2
} else {
statements 3
}
20. Flowchart ของคำา สั่ง
if..else if..else
จริ นิพ จน์ เท็
ง ตรรกศาสต จ
ร์ท ี่ 1
ชุด คำา
สั่ง ที่ 1 จริ นิพ จน์ เท็
ง ตรรกศาสต จ
ร์ท ี่ 2
ชุด คำา ชุด คำา
สั่ง ที่ 2 สั่ง ที่ 3
21. ตัว อย่า งโปรแกรมที่ใ ช้ค ำา
สั่ง if..else if..else
public class SampleIfElseIf {
public static void main(String args[]) {
int x = Integer.parseInt(args[0]);
if (x == 1) {
System.out.println("Value is one");
} else if (x == 2) {
System.out.println("Value is two");
} else {
System.out.println("Other than 1 or 2");
}
}
}
22. รูป แบบของคำา สั่ง
switch
มีร ูป แบบการใช้ค ำา สั่ง ดัง นี้
switch (expression) {
case value 1:statements 1
break;
case value 2:statements 2
break;
: :
case value N:statements N
break;
default: statements N+1;
}
23. Flowchart แสดงลำา ดับ การ
ทำา งานของคำา สั่ง switch
ตัว แปร
= ชุด คำา
จริง สั่ง ที่ 1
ค่า ที่
1
= ชุด คำา
จริง สั่ง ที่ 2
ค่า ที่ :
2
= ค่า ที่ ชุด คำา สั่ง
จริง ที่ N
N
= ค่า จริง ชุด คำา สั่ง ที่
default N+1
24. คำา สั่ง switch
นิพจน์ต้องมีชนิดข้อมูลเป็น char, byte,
short หรือ int เท่านั้น
ชนิดข้อมูลของนิพจน์และค่าที่ 1 ถึง N
ต้องเป็นชนิดเดียวกัน
ถ้าค่าของนิพจน์ตรงกับค่าใด จะทำาชุดคำา
สังของค่านั้น
่
ถ้าค่าของนิพจน์ไม่ตรงกับค่าใดเลย จะทำา
ชุดคำาสังของ default
่
25. ตัว อย่า งโปรแกรมที่ใ ช้
คำา สั่ง switch
public class SampleSwitch {
public static void main(String args[]) {
int x = Integer.parseInt(args[0]);
switch(x) {
case 1: System.out.println("Value is one");
break;
case 2: System.out.println("Value is two");
break;
default: System.out.println("Other than 1 or 2");
}
}
}
26. ตัว อย่า งโปรแกรมที่ใ ช้ค ำา สั่ง
switch
char grade = 'B';
switch (grade)
{
case 'A':
System.out.println("Average");
break;
case 'B':
System.out.println("Boring");
break;
case 'C':
System.out.println("Cool!");
break;
case 'D':
System.out.println("Delight");
break;
default:
System.out.println("Fabulous");
}
27. สรุป เนื้อ หา
การสร้างโปรแกรมระบบงานลักษณะมีทางเลือกประมวลผล มีจุดประสงค์ควบคุมให้
ระบบสามารถทำางานวิเคราะห์เลือกทางประมวลผลทางใดทางหนึ่งโดย อัตโนมัติ เพื่อ
ให้คล้ายกับระบบการประมวลผลของสมองมนุษย์ในเรืองการตัดสินใจ ภาษา
่
คอมพิวเตอร์จึงใช้ประโยชน์จากประสิทธิภาพการทำางานของคอมพิวเตอร์ทเหนือกว่า
ี่
เครื่องคำานวณชนิดอื่น ตรงทีประมวลผลเปรียบเทียบแบบตรรกะทางคณิตศาสตร์ได้
่
ทังนี้ระบบวิเคราะห์เปรียบเทียบของคอมพิวเตอร์กำาหนดว่า หากตรรกะเป็นจริงจะให้
้
ค่า 1 แต่หากตรรกะเป็นเท็จจะให้ค่า 0 สำาหรับภาษาซีมีคำาสั่งให้เลือกใช้ควบคุมการ
ทำางานแบบมีทางเลือก 2 รูปแบบ คือ คำาสั่ง if และคำาสั่ง switch
การเขียนคำาสั่งควบคุมแบบมีทางเลือก ผู้สร้างงานโปรแกรมระบบงานจำาเป็น
ต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของรูปแบบและประสิทธิภาพการทำางานของ
สัญลักษณ์ทใช้ในการเขียนประโยคคำาสั่งแบบนิพจน์ตรรกะ การสรุปค่าความจริงของ
ี่
นิพจน์ตรรกะ ซึ่งใช้หลักการเดียวกันกับตรรกศาสตร์วิธีเขียนนิพจน์ตรรกะ กฎเกณ์
ไวยากรณ์การเขียนคำาสั่งควบคุมมีทางเลือก และประสิทธิภาพการทำางานของคำาสั่ง
ประโยคคำาสั่งแบบ if จะใช้กับงานกรณีประโยคนิพจน์ตรรกะเป็นเงื่อนไขซ้อน
มากกว่า 1 ประโยค และต้องใช้สัญลักษณ์เชื่อมประโยคเงื่อนไข เช่น พนักงานเป็น
เพศชายและสถานะภาพโสด ไม่มีขอจำากัดในประโยคคำาสั่ง switch จะใช้ในกรณีทาง
้
เลือกการทำางานหลายทางเลือก แต่ควรเป็นประโยคเงื่อนไขเดียว ไม่ใช่ประโยค