เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
บทที่ 1 สารสนเทศและการสื่อสาร
1.1 ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศ
เทคโนโลยี คือการประยุกต์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ที่
เกี่ยวข้องการผลิตการสร้างวิธีการดาเนินงานและรวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ ทาให้มนุษย์
ได้รับสิ่งอานวยความสะดวกจากเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับการดาเนิน
ชีวิตประจาวันมากมายนับไม่ถ้วน
สารสนเทศ คือผลลัพธ์ที่เกิดจากการประมวลผลข้อมูลดิบด้วยการ
รวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆและนามาผ่านกระบวนการประเมินผล จากนั้นก็
นามาเสนอในรูปแบบของรายงานที่เหมาะสมต่อการใช้งานที่ก่อเกิดประโยชน์การ
ดาเนินชีวิตของมนุษย์
จึงสรุปความหมายโดยรวมได้ว่า เทคโนโลยีสารสนเทศ คือการประยุกต์ความรู้
ทางด้านวิทยาสาสตร์มาจัดการสารสนเทศที่ต้องการ โดยอาศัยเครื่องมือทาง
เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น เทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีด้านเครือข่าย
โทรคมนาคมและการสื่อสาร ตลอดจนอาศัยความรู้ในกระบวนการดาเนินงาน
สารสนเทศในขั้นตอนต่างๆรวมถึงการจัดการเผยแพร่และแลกเปลี่ยนสารสนเทศ
ด้วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความถูกต้อง และความรวดเร็วทันต่อการนามาใช้
ประโยชน์ได้
1.2 องค์ประกอบของระบบสารสนเทศ
เป็นระบบที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทางานโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและ
สื่อสารประกอบด้วย
หมายถึง ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ เช่น
คีย์บอร์ด (keyboard) เมาส์ (mouse)จอภาพ ( monitor)
รวมทั้งอุปกรณ์สื่อสารสาหรับเสื่อมโยงคอมพิวเตอร์เข้าเป็นเครือข่าย
เช่น โมเด็ม ( modem) และสายสัญญาณ
1.2.1 ฮาร์ดแวร์ (hardware)
1.2.2 ซอฟต์แวร์ (software)
หมายถึง โปรแกรมหรือชุดคาสั่ง(instruction) ที่ใช้ควบคุมการ
ทางานของเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ เพื่อให้ทางาน
ตามคาสั่งของผู้ใช้ โดยทั่วไปโปรแกรมหรือชุดคาสั่งจะถูกแบ่งออกเป็น
2ประเภทใหญ่คือ
ซอฟต์แวร์ระบบ(system software)
ซอร์ฟแวร์ประยุกต์ (application software)
ซอฟต์แวร์ระบบ(system software)หมายถึง ชุดคาสั่งที่ทาหน้าที่
ควบคุมการทางานของเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ และทา
หน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์
ซอฟต์แวร์ระบบแบ่งออกเป็น
1)ระบบปฏิบัติการ(operating System: OS)เป็นซอฟต์แวร์ที่หน้าที่
ควบคุมการทางานของอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ทั้งหมดภายในเครื่องคอมพิวเตอร์
โดยจะทาหน้าที่ดูแลและจัดหาให้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งอยู่ทางาน
ประสานกันอย่างเป็นระบบตัวอย่างระบบปฏิบัติการ
เช่นวินโดวส์(windows) ลินุกซ์(Linux)และแมคโอเอส (mac OS)
2)โปรแกรมอรรถประโยชน์ (utilities program) เป็นโปรแกรมที่ช่วยเสริมการ
ทางานของคอมพิวเตอร์หรือช่วยโปรแกรมใช้งานอื่นๆ
ให้มีความสามารถใช้งานได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น เช่นโปรแกรมที่ใช้ในการจัดเก็บ
ข้อมูล(file manager)โปรแกรมที่ใช้งานได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น เช่น
(back and restore)โปรแกรมที่ใช้ในการบีบอัดแฟ้ มข้อมูล
( file-compression)และโปรแกรมที่ใช้ในการจัดพื้นที่ของดิสก์
( disk-defragmenter)
3)โปรแกรมขับอุปกรณ์ หรือดีไวซ์ไดร์ฟเวอร์ (device driver) เป็น
โปรแกรมที่ช่วยในการติดตั้งระบบเพื่อให้คอมพิวเตอร์สามารถติดต่อหรือใช้
งานอุปกรณ์ต่างๆ ได้
4) โปรแกรมแปลภาษา เป็นโปรแกรมที่ทาหน้าที่แปลโปรแกรมที่เขียนขึ้นด้วย
ภาษาคอมพิวเตอร์ระดับสูงให้เป็นรหัสที่อยู่ในรูปแบบที่เครื่องคอมพิวเตอร์
สามารถทางานได้ เช่น ตัวแปลภาษาจาวา ตัวแปลภาษาชี
ซอร์ฟแวร์ประยุกต์ (application software)
หมายถึง ชุดคาสั่งที่เขียนขึ้นเพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทางานตามวัตถุประสงค์
เฉพาะอย่าง เช่น เบสิก(basic) ปาสคาล(pascal) โคบอล(cobol)
1)ข้อมูล(data) คือข้อมูลจะถูกรวบรวมและป้ อนข้อมูลเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผ่าน
อุปกรณ์ของหน่วยรับเข้า เช่น คีย์บอร์ด และ สแกนเนอร์ (scanner) ข้อมูลต้องมี
โครงสร้างในการจัดเก็บที่เป็นระบบเพื่อการสืบค้นที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพโดยจะถูก
จัดเก็บอยู่ในหน่วยความจา(memory unit)ก่อนที่จะถูกย้ายไปเก็บที่หน่วยเก็บข้อมูล
(storage unit)เช่น ฮาร์ดดิสก์และแผ่นซีดี (compact Disc : CD)การป้ องกัน
ข้อมูลเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์
2)บุคลากร(people) บุคลากรเป็นองค์ประกอบที่สาคัญที่สุดของระบบสารสนเทศ
ในที่นี้หมายถึงบุคคลากรที่เป็นผู้พัฒนาระบบสารสนเทศ บุคคลากรที่เป็นผู้พัฒนาระบบ
สารสนเทศจะต้องมีความรู้ความสามารถในการพัฒนาระบบสารสนเทศให้มี
ประสิทธิภาพให้สามารถทางานได้ตามความต้องการของผู้ใช้ ส่วนผู้ใช้ต้องมีความรู้
ความเข้าใจ และมีความสามารถในการใช้งานระบบได้อย่างถูกต้องจึงเกิดสารสนเทศที่
เป็นประโยชน์
3)ขั้นตอนการปฏิบัติงาน(procedure)
ระบบสารสนเทศต้องมีขั้นตอนการปฏิบัติงานที่เป็นลาดับขั้นชัดเจนเพื่อให้ผู้ใช้
สามารถเข้าใจได้ง่ายและดาเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งในสถานการณ์
ปกติและสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น ขั้นตอนการบันทึกข้อมูล ขั้นตอนการทาสาเนา
ข้อมูลขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อข้อมูลได้รับความเสียหาย
1.3 ประโยชน์และตัวอย่างของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มีส่วนทาให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนใน
ปัจจุบันมีความสะดวกสบายมากขึ้น ทาให้คนในสังคมมีการติดต่อสื่อสารถึง
กันได้ง่ายและรวดเร็ว มีการทากิจกรรมหลายสิ่งหลายอย่างร่วมกันง่ายขึ้น การ
ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารก่อให้เกิดประโยชน์ในด้านต่างๆ
1.3.1 ด้านการศึกษา เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูกนามาใช้เพื่อ
อานวยความสะดวกในการบริหารด้านการศึกษา เช่น ระบบการลงทะเบียน และ
ระบบการจัดตารางสอน นอกจากนี้ยังใช้เป็นเครื่องมือในการเพิ่มโอกาสทางด้าน
การศึกษาและเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนตัวอย่างเทคโนโลยีสารสนเทศ
และการสื่อสารในด้านการศึกษา
1.การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ทาให้ผู้ที่อยู่ห่างไกลหรือไม่สะดวกในการ
เดินทางสามารถได้รับการศึกษาเช่นเดียวกับผู้ที่อยู่ในเมือง
2. บทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ยังช่วยเสริมประสิทธิภาพการเรียนการสอนในวิชา
ต่างๆ เช่น ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ภาษาต่างประเทศ ทาให้บทเรียนมีความน่าสนใจ
มากขึ้น
3. บทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ เพิ่มโอกาสในการเรียนรู้ให้กับผู้พิการทางสายตา
หรือหู
1.3.2 ด้านการแพทย์และสาธารณสุข
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูกนามาใช้เริ่มตั้งแต่การทาทะเบียนคนไข้
การรักษาพยาบาลทั่วไป ตลอดจนการวินิจฉัยและรักษาโรคต่างๆได้อย่ารวดเร็ว
และแม่นยา นอกจากนี้ยังใช้ในห้องทดลองการศึกษาและการวิจัยทางการแพทย์
รักษาคนไข้ด้วยระบบการรักษาทางไกลตรวจหาความผิดปกติในสมอง
1.3.3ด้านการเกษตรและอุตสาหกรรม
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูกนามาใช้ประโยชน์ในด้านเกษตรกรรม
เช่น การจัดทาระบบข้อมูลเพื่อการเกษตรและพยากรณ์ผลผลิตด้านการเกษตร
นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาความก้าวหน้าทางด้านอุตสาหกรรม การประดิษฐ์
หุ่นยนต์เพื่อใช้ทางานบ้าน และหุ่นยนต์เพื่องานอุตสาหกรรมที่ต้องเสี่ยงภัยและ
เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น โรงงาน สารเคมี โรงผลิตและควบคุมการจ่ายไฟฟ้ า
1.3.4 ด้านการเงินการธนาคาร เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูกนามาใช้
ในด้านการเงินและธนาคาร โดยใช้ช่วยงานด้นบัญชี การฝากถอนเงิน โอนเงิน
บริการสินเชื่อ แลกเปลี่ยนเงินตรา บริการข่าวสารการธนาคาร การใช้คอมพิวเตอร์
ด้านการเงินการธนาคารที่รู้จักและนิยมใช้กันทั่วไป เช่น บริการฝากถอนเงิน การ
โอนเงินแบบเล็กทรอนิกส์
1.3.5 ด้านความมั่นคง
มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารกันอย่างแพร่หลาย เช่น ใช้ในการ
ควบคุมประสานงานวงจรสื่อสารทหาร การแปลรหัสลับในงานจารกรรมระหว่าง
ประเทศ การส่งดาวทียมและการคานวณวิถีการโคจรของจรวดไปสู่อวกาศ
สานักงานตารวจแห่งชาติของประเทศไทยมีศูนย์ประมวลข่าวสาร มีระบบจัดทา
ระเบียนปืน ทะเบียนประวัติอาชญากร ทาให้เกิดความสะดวกและรวดเร็วในการ
สืบค้นข้อมูลเพื่อการสืบสวนคดีต่างๆ ตัวอย่างเทคโนโลยีสารสนเทศและการ
สื่อสารด้านความมั่นคง
1.3.6 ด้านการคมนาคม
มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในส่วนที่เกี่ยวกับการเดินทาง เช่น
การเดินทางโดยรถไฟ มีการเชื่อมโยงข้อมูลการจองที่นั่งไปยังทุกสถานีทาให้
สะดวกต่อผู้โดยสารการเช็คอินของสายการบิน ได้จัดทาเครื่องมือที่สะดวกต่อ
ลูกค้าในรูปแบบของการเช็คอินด้วยตนเอง
1.3.7 ด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการ
สื่อสารในการออกแบบ หรือจาลองสภาวการณ์ต่างๆ เช่น การรับแรงสั่นสะเทือน
ของอาคารเมื่อเกิดแผ่นดินไหว โดยการคานวณและแสดงภาพสถานการณ์
ใกล้เคียงความจริง
1.3.8 ด้านการพาณิชย์
องค์กรในภาคธุรกิจใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการบริหาร
จัดการ เพื่อช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับองค์กรในการทางาน ทาให้การประสานงานหรือ
การทากิจกรรมต่างๆ ของแต่ละหน่วยงานในองค์กร หรือระหว่างองค์กรเป็นไปได้อย่างมี
ประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถนามาใช้ปรับปรุงการให้บริการกับลูกค้าซึ่ง
เป็นการสร้างภาพพจน์ที่ดีขององค์กรต่อลูกค้าทั่วไป สิ่งเหล่านี้นับเป็นการสร้างโอกาส
ความได้เปรียบแข่งขันให้กับองค์กร ตัวอย่างของการนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการ
สื่อสารมาใช้ในด้านการพาณิชย์ เช่น การให้บริการชาระค่าสินค้าบริการ การสั่งซื้อสินค้า
ทางอินเทอร์เน็ต และการตรวจสอบราคาสินค้าผ่านเครื่องอ่านราคาสินค้า
1.4 แนวโน้มการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
1.4.1ด้านอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เมื่อพิจารณาเครือข่ายการ
สื่อสารทั่วไปจากอดีตจนถึงปัจจุบันเห็นได้ชัดว่ามนุษย์ใช้อุปกรณ์การสื่อสารแบบ
พกพามากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มจากวิทยุเรียกตัว(pager) ซึ่งเป็นเครื่องรับข้อความ มา
เป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่ อุปกรณ์สื่อสารชนิดนี้ได้ถูกพัฒนาจนสามารถใช้งานด้านอื่นๆ
ได้ นอกจากการพูดคุยธรรมดาโทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นใหม่สามารถใช้ถ่ายรูป ฟังเพลง
โทรศัพท์บางรุ่นมีลักษณะเป็นเครื่องช่วยงานส่วนบุคคลซึ่งสามารถเชื่อต่อกับ
อินเทอร์เน็ตได้อีกทั้งยังมีหน้าจอแบบสัมผัส ทาให้สะดวกต่อการใช้งานมากขึ้น
1.4.2 ด้านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในอดีตมักเป็น
ระบบที่ใช้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เชื่อมต่อตรงเพียงชุดเดียว (stand alone)
ต่อมามีการเชื่อต่อคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกันภายในองค์กร เพื่อทาให้สามารถใช้
ข้อมูลร่วมกัน หรือใช้เครื่องพิมพ์ร่วมกัน จนเกิดเป็นระบบรับและให้บริการ หรือ
เรียกว่าระบบรับ-ให้บริการ (client-server system )
1.4.3 ด้านเทคโนโลยี
ระบบทางานอัตโนมัติที่สามารถตัดสินใจได้เองจะเข้ามาแทนที่มากขึ้น เช่น
ระบบแนะนาเส้นทางจราจร ระบบจอดรถ ระบบตรวจหาตาแหน่งของวัตถุ
ระบบควบคุมความปลอดภัยภายในอาคาร ระบบทางานอัตโนมัติเช่นนี้อาจ
กลายเป็นระบบหลักในการดาเนินการของหน่วยงานต่างๆ โดยเข้ามาแทนที่การ
ทางานของมนุษย์ มีการเชื่อมต่อเครือข่ายอย่างกว้างขวางไปยังหน่วยงานที่
เกี่ยวข้องมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ตัวอย่างระบบจอดรถอัตโนมัติ
1.5 ความเปลี่ยนแปลงจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ความก้าวหน้าของอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นไปอย่าง
รวดเร็วเพื่อสนองความต้องการด้านต่างๆของผู้ใช้ในปัจจุบันซึ่งมีผู้ใช้งาน
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารทั่วโลกประมาณพันล้านคน และเพิ่มขึ้น
เรื่อยๆ ทุกปี ผู้ใช้สามารถใช้งานอุปกรณ์ดังกล่าวได้ทุกที่ ทุกเวลา จึงทาให้เกิดการ
เปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ทั้งที่เกิดประโยชน์และโทษ เช่น
1) ด้านสังคม สภาพเหมือนจริง การใช้อินเทอร์เน็ตเชื่อมโยงการทางานต่างๆ
จนเกิดเป็นสังคมที่ติดต่อผ่านทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีกิจกรรมต่างๆ เช่น การ
พูดคุย การซื้อสินค้า และการบริการ การทางานผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทา
ให้เกิดสภาพที่เหมือนจริง (virtual) เช่น เกมเสมือนจริง ห้องสมุดเสมือนจริง
พิพิธภัณฑ์เสมือนจริง ห้องประชุมเสมือนจริง และที่ทางานเสมือนจริง ซึ่งทาไห้
ลดเวลาในการเดินทางและสามารถใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา
หรือการใช้เงินตราจะเริ่มเปลี่ยนรูปแบบเป็นการใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น ทา
ให้พกเงินสดน้อยลง เพิ่มความสะดวกในการซื้อสินค้าและการบริการต่างๆ ด้วย
สมาร์ตการ์ด (smart card) บัตรใบเดียวสามารถใช้ได้กับธุรกรรมหลาย
ประเภท ตั้งแต่เป็นบัตรประจาตัวประชาชน บัตรประจาตัวพนักงานหรือบัตร
ประจาตัวนักเรียน นักศึกษา บัตรเอทีเอ็ม บัตรเครดิต ตลอดจนบัตรสมาชิก
ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า และร้านอาหารต่างๆ
2)ด้านเศรษฐกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ส่งผลให้เกิดสังคมโลกาภิวัฒน์(globalization) เพราะสามารถชมข่าว
ชมรายการโทรทัศน์ที่จะส่งกระจายผ่านดาวเทียมของประเทศต่างๆ ได้ทั่วโลก
สามารถรับรู้ข่าวสารได้ทันที ใช้อินเทอร์เน็ตในการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน
ระบบเศรษฐกิจซึ่งแต่เดิมมีขอบเขตจากัดภายในประเทศ ก็กระจายเป็น
เศรษฐกิจโลก เกิดกระแสการหมุนเวียนแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการอย่าง
กว้างขวางและรวดเร็ว ระบบเศรษฐกิจของทุกประเทศในโลกจึงเชื่อมโยงและ
ผูกพันกันมากขึ้น
3) ด้านสิ่งแวดล้อม
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมีประโยชน์ในด้านธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม เช่น ระบบป้ องกันการกัดเซาะชายฝั่ง โดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียม
หรือภาพถ่ายทางอากาศร่วมกับการจดเก็บรักษาข้อมูลระดับน้าทะเล ความสูง
ของคลื่นจากระบบเรดาร์ เป็นการศึกษาเพื่อหาสาเหตุ และนาข้อมูลมา
วางแผนและสร้างระบบเพื่อป้ องกันการกัดเซาะชายฝั่งแต่ละแห่งได้อย่าง
เหมาะสม
1.6 ตัวอย่างอาชีพทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ตลาดแรงงานต้องการผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสื่อสารอย่างแท้จริง ซึ่งงานด้านนี้จะรวมถึง งานด้านการออกแบบโปรแกรม
ต่างๆ โปรแกรมใช้งานบนเว็บ ทั้งในและนอกองศ์กร รวมถึงการรักษาความมั่นคง
ปลอดภัยในระบบคอมพิวเตอร์ และระบบเครือข่าย ดังนั้นองศ์กรจึงมีความ
ต้องการบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถในการบริหารจัดการ และพัฒนา
ซอฟต์แวร์ เพื่อใช้งานด้านต่างๆ ขององศ์กร ตัวอย่างอาชีพด้านเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสาร เช่น
1.6.1นักเขียนโปรแกรมหรือโปรแกรมเมอร์ (Programmer)
ทาหน้าที่ในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในงานด้านต่างๆ เช่น โปรแกรม
เกี่ยวกับการซื้อขายสินค้าโปรแกรมที่ใช้กับงานด้านบัญชี หรือโปรแกรมที่ใช้กับ
ระบบงานขนาดใหญ่ขององค์กร
1.6.3นักวิเคราะห์ระบบ (System analyst)
ทาหน้าที่ในการศึกษาวิเคราะห์และพัฒนาระบบสารสนเทศ นักวิเคราะห์และ
พัฒนาระบบสารสนเทศ นักวิเคราะห์ระบบจะทาการวิเคราะห์ระบบงานและ
ออกแบบระบบสารสนเทศให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน ซึ่งอาจรวมถึงงาน
ด้านการออกแบบฐานข้อมูลด้วย
1.6.3ผู้ดูแลและบริหารฐานข้อมูล (Database administrator) ทา
หน้าที่บริหารและจัดการฐานข้อมูลรวมถึงการออกแบบ บารุงรักษาข้อมูล และการ
ดูแลระบบความปลอดภัยของฐานข้อมูล เช่น การกาหนดบัญชีผู้ใช้ การกาหนด
สิทธิ์ผู้ใช้
1.6.4ผู้ดูแลและบริหารระบบ (System administrator)
ทาหน้าที่บริหารและจัดการระบบคอมพิวเตอร์ในองค์กร โดยดูแลการติดตั้งและ
บารุงรักษาระบบปฏิบัติการ การติดตั้งฮาร์ดแวร์ การติดตั้งและการปรับปรุง
ซอฟต์แวร์ สร้าง ออกแบบและบารุงรักษาบัญชีผู้ใช้ สาหรับองค์กรขนาดเล็ก
เจ้าหน้าที่ควบคุมระบบอาจต้องดูแลและบริหารระบบเครือข่ายด้วย
1.6.5ผู้ดูแลและบริหารระบบเครือข่าย (Network administrator)
ทาหน้าที่บริหารและจัดการออกแบบระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และดูแล
รักษาความปลอดภัยของระบบเครือข่ายขององค์กร เช่น ตรวจสอบการใช้งาน
เครือข่ายของพนักงานและติดตั้งโปรแกรมป้ องกันผู้บุกรุกเครือข่าย
1.6.6ผู้พัฒนาและบริหารระบบเว็บไซต์ (Webmaster)
ทาหน้าที่ออกแบบพัฒนา ปรับปรุงและบารุงรักษาเว็บไซต์ให้มีความทันสมัย
โดยเฉพะอย่างยิ่งต้องมีการปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ
1.6.7เจ้าหน้าที่เทคนิค (Technician) ทาหน้าที่ซ่อมบารุงรักษาเครื่อง
คอมพิวเตอร์ ติดตั้งโปรแกรม หรือติดตั้งฮาร์ดแวร์ต่างๆ
END
แหล่งอ้างอิง
www.flukeloveskb.blogspot.com
www.mict.go.th
th.wikipedia.org
www.sites.google.com/site/kruyutsbw/prayochn-laea-tawxyang
จัดทาโดย
นางสาว กัลยานี พานิชย์ ม.6/8 เลขที่ 1
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร