แนวข้อสอบสอบครูผู้ช่วย สพป. วิชาเคมี
-------------------------------------------------------------------
------------
คาสั่ง จงทาเครื่องหมาย x หน้าข้อที่คิดว่าถูกต้อง
1. ข้อใดต่อไปนี้จัดว่าเป็นสสาร
ก. โต๊ะ
ข. ปากกา
ค. ยางลบ
ง. ถูกทุกข้อ
2. ข้อใดจัดว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ
ก. การหายใจของสัตว์
ข. โลหะเกิดสนิม
ค. การระเบิดของวัตถุ
ง. การควบแน่นของหยดน้า
3. ข้อใดจัดเป็นการเปลี่ยนแปลงทางเคมี
ก. การเผาไหม้ของถ่าน
ข. การฉีดกระดาษให้มีขนาดเล็กลง
ค. การควบแน่นของหยดน้า
ง. กังหันน้าชัยวัฒนา
4. ข้อใดจัดว่าเป็นสารเนื้อเดียว
ก. ทราย
ข. เหรียญบาท
ค. พริกเกลือ
ง. ส้มตา
5. ข้อใดจัดเป็นสารแขวนลอย
ก. น้าสลัด
ข. เหรียญบาท
ค. ดินเหนียว
ง. ลูกเหม็น
6. ข้อใดเป็นสารบริสุทธิ์
ก. เพชร
ข. น้า
ค. เกลือแกง
ง. ก,ค ถูกต้อง
7. ข้อใดจัดเป็นสารคอลลอยด์
ก. สารหนู
ข. เกลือแกง
ค. เจลลี่
ง. เฮลล์บลูบอย
8. ถ้าต้องการสกัดน้ามันหอมระเหยจากพืชควรใช้วิธีแยกสารวิธีไหน
ก. การกลั่นลาดับส่วน
ข. การกลั่นด้วยไอน้า
ค. การกลั่นโดยการลดความดัน
ง. การกลั่นโดยลดอุณหภูมิ
9. ถ้าต้องการแยกNaCl ออกจากน้าควรเลือกใช้วิธีแยกสารวิธีไหน
ก. การตกผลึก
ข. การกลั่นด้วยไอน้า
ค. การกรอง
ง. โครมาโทกราฟฟี
10.
ถ้าสารที่ต้องการสกัดมีจุดเดือดสูงมากแต่ทางโรงงานต้องการประหยัดต้นทุนที่
เสียให้แก่พลังงานความร้อนดังนั้นโรงงานควรเลือกวิธีการแยกสารวิธีไหน
ก. การกลั่นลาดับส่วน
ข. การกลั่นด้วยไอน้า
ค. การกลั่นโดยการลดความดัน
ง. การกลั่นโดยลดอุณหภูมิ
11. ถ้าต้องการแยกสารที่ประกอบด้วย x y z โดย x มีจุดเดือดเท่ากับ
1000
c ส่วน y เท่ากับ -500
c และ Z เท่ากับ -100 0
c
อยากทราบว่าถ้าใช้วิธีการแยกสารโดยการกลั่นโดยการลดอุณหภูมิ
ลาดับสารที่สกัดได้ก่อนจนลาดับสุดท้ายคือ
ก. x,y,z
ข. x,y,z
ค. z,y,x
ง. z,x,y
12. ถ้า x มีจุดเดือดเท่ากับ 1000c ส่วนy มีจุดเดือดเท่ากับ 500c
ซึ่งสารx มีสถานะเป็นของเหลวส่วน y
มีสถานะเป็นของแข็งเส้นผ่านศูนย์กลาง 10-6
เซนติเมตร
และละลายในสารละลาย x
อยากทราบว่าควรใช้วิธีการแยกสารดังกล่าวออกจากกัน
ก. การกลั่นลาดับส่วน
ข. การกลั่นด้วยไอน้า
ค. การกลั่นธรรมดา
ง. การกลั่นโดยลดอุณหภูมิ
13. ถ้า x มีจุดเดือดเท่ากับ 1000
c ส่วนy มีจุดเดือดเท่ากับ 950
c
ซึ่งสารx,y มีสถานะเป็นของเหลวทั้งคู่
อยากทราบว่าควรใช้วิธีการแยกสารดังกล่าวออกจากกัน
ก. การกลั่นลาดับส่วน
ข. การกลั่นด้วยไอน้า
ค. การกลั่นธรรมดา
ง. การกลั่นโดยลดอุณหภูมิ
14. ถ้าต้องการแยกน้ามันออกจากน้าควรใช้วิธีแยกสารด้วยวิธีใด
ก. การกลั่นด้วยไอน้า
ข. การกลั่นธรรมดา
ค. กรวยแยกสาร
ง. การกรอง
จงใช้ตารางที่กาหนดให้ต่อไปนี้ตอบคาถามข้อ 15-16
ตารางแสดงผลการทดลองแยกสารโดยวิธีการโครมาโทกราฟฟี
ระหว่างระยะทางที่สารเคลื่อนในตัวทาละลาย
และค่า Rate of flow(Rf)
สาร ระยะทางที่สารเคลื่อนที่ในตัวละลาย(CM) Rf
A 2.5 0.25
B x 0.6
C 0.5 y
D 0.5 0.05
15. จากตารางที่กาหนดให้ ค่าของ x,y เท่ากับเท่าไร
ก. 0.05,0.6
ข. 0.6,0.05
ค. 0.05,6
ง. 6,0.05
16. สารชนิดใดมีแนวโน้มเป็นสารชนิดเดียวกัน
ก. A,B
ข. B,C
ค. C,D
ง. A,D
จงใช้รูปที่กาหนดให้ต่อไปนี้ในข้อ 17-18
A
B
C
17. จากภาพที่กาหนดให้
สารละลายใดที่ละลายได้สูงในตัวทาละลายเรียงจากมากไปน้อย
ก. A,B,C
ข. B,C,A
ค. C,A,B
ง. C,B,A
18. จากภาพที่กาหนดให้ สารละลายใดที่ละลายได้ต่าที่สุด
ก. A
ข. B
ค. C
ง. ไม่มีข้อใดถูก
19.
A
C
จากภาพ การที่สาร B อยู่ตาแหน่งเดียวกับ C
ถือว่าเป็นการแยกสารที่ดีหรือไม่
ก. ดี
เพราะสารจะได้ถูกสกัดออกมาในเวลาใกล้เคียงกันไม่เสียเวลารอผลการทดลอ
ง
O
O
O
-----------
O
O B O
----------
ข. ดี
เพราะสารดังกล่าวละลายในตัวทาละลายได้ดีจึงประหยัดตัวทาละลายไม่ต้องใช้
หลายชนิด
ค. ไม่ดี เพราะยากแก่การแยกแยะว่าสารมีกี่ชนิด
ง. ไม่ดี เพราะสิ้นเปลืองตัวดูดซับสาร
20. 𝑋15
20
มีเลขอะตอมเท่ากับเท่าไร
ก. 15
ข. 20
ค. 5
ง. 35
21. 𝑋15
20
มีเลขมวลเท่ากับเท่าไร
ก. 15
ข. 20
ค. 5
ง. 35
22. 𝐶6
12
มีจานวนโปรตรอนเท่ากับเท่าไร
ก. 6
ข. 12
ค. 18
ง. 19
23. 𝐶6
12
มีจานวนอิเล็กตรอนเท่ากับเท่าไร
ก. 6
ข. 12
ค. 18
ง. 19
24. 𝐶6
12
มีจานวนนิวตรอนเท่ากับเท่าไร
ก. 6
ข. 12
ค. 18
ง. 19
25. ธาตุชนิดใดมีไอโซโทปเหมือนกัน
ก. 𝐶6
14
𝐶7
14
ข. 𝐾19
39
𝐶𝑎20
40
ค. 𝐻1
3
𝐻1
2
ง. 𝐶−1
6
12
𝑁7
14
26. ธาตุชนิดใดมีไอโซบาร์เท่ากัน
ก. 𝐶6
14
𝐶7
14
ข. 𝐾19
39
𝐶𝑎20
40
ค. 𝐻1
3
𝐻1
2
ง. 𝐶−1
6
12
𝑁7
14
27. ธาตุชนิดใดมีไอโซโทนเท่ากัน
ก. 𝐶6
14
𝐶7
14
ข. 𝐾19
39
𝐶𝑎20
40
ค. 𝐻1
3
𝐻1
2
ง. 𝐶−1
6
12
𝑁7
14
28. ธาตุชนิดใดมีไอโซอิเล็กทรอนิกส์เท่ากัน
ก. 𝐶6
14
𝐶7
14
ข. 𝐾19
39
𝐶𝑎20
40
ค. 𝐻1
3
𝐻1
2
ง. 𝐶−1
6
12
𝑁7
14
29. ข้อใดเป็นคุณสมบัติของสารประกอบประเภทเดียวกับ Nacl
ก. เคาะแล้วมีเสียงดังกังวาน
ข. แข็งแต่เปราะ
ค. ไม่นาไฟฟ้า
ง. ใช้อิเล็กตรอนร่วมกัน
30. ข้อใดเป็นคุณสมบัติของสารประกอบประเภทเดียวกับ NO2
ก. เคาะแล้วมีเสียงดังกังวาน
ข. แข็งแต่เปราะ
ค. ไม่นาไฟฟ้า
ง. ใช้อิเล็กตรอนร่วมกัน
31. ข้อใดจัดเป็นสารสะลายกรด
ก. Nacl
ข. H20
ค. LiOH
ง. H2SO4
32. ข้อใดจัดเป็นสารละลายเบส
ก. Nacl
ข. H20
ค. LiOH
ง. H2SO4
33. กรดในข้อใดที่สามารถแตกตัวได้ 2 ครั้ง
ก. Nacl
ข. H20
ค. LiOH
ง. H2SO4
34. เบสในข้อใดที่สามารถแตกตัวได้ 2 ครั้ง
ก. Nacl
ข. NaOH
ค. Mg(OH)2
ง. H2CO3
กาหนดให้ตารางต่อไปนี้ใช้ในข้อ 35-37
สาร กระดาษลิตมัสสีแดง เจนเซียนไวโอเลต
เมื่อใส่HNO3
จานวน 5 หยด
A สีแดง เขียว อินดิเคเตอร์ใม่เปลี่ยนสี
B สีน้าเงิน ม่วง อินดิเคเตอร์เปลี่ยนสี
C สีแดง ม่วง อินดิเคเตอร์ใม่เปลี่ยนสี
D สีน้าเงิน ม่วง อินดิเคเตอร์ใม่เปลี่ยนสี
35. จากที่ตารางข้างต้นสารใดจัดว่าเป็นสารประเภทเดียวกับ CH3COOH
ก. A
ข. B
ค. C
ง. D
36. จากที่ตารางข้างต้นสารใดจัดว่าเป็นสารประเภทเดียวกับ Fe(OH)3
ก. A,B
ข. B,C
ค. C,D
ง. B,D
37. จากตารางข้างต้นสารใดเมื่อใส่ เมื่อใส่HNO3 จานวน 5 หยด
แล้วอาจมีสภาพเป็นกลาง
ก. A
ข. B
ค. C
ง. D
38. การที่นักเรียนใช้มือตีผงซักฟอกในน้าผสมแล้วเกิดฟองสบู่น้อยแสดงว่า
ก. น้าเป็นน้าอ่อน
ข. น้าเป็นน้ากระด้าง
ค. น้าเป็นน้ากร่อย
ง. มีสารดึงผิวในน้าสูง
39. ข้อใดจัดเป็นวิธีแก้น้ากระด้างถาวร
ก. การกลั่น
ข. การเติมปูนขาว
ค. การต้ม
ง. เติมโซเดียมคาร์บอเนต
40. ถ้า CO2(aq)+H2O(l) H2CO3(aq)
จากสมการทางเคมีที่ได้
หากเกิดผลิตภัณฑ์จานวนมากจะส่งผลเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร
ก. สัตว์น้าไม่สามารถดารงชีวิตได้
ข. พืชไม่สามารถนาธาตุอาหารไปใช้ประโยชน์ได้
ค. อาคารผุผัง
ง. ถูกทุกข้อ
จงใช้แผนภาพต่อไปนี้ในข้อ 41-46
d
b
c
a
น้ำแข็ง น้ำเปล่ำ ไอน้ำ
e
f
41. จากแผนภาพข้างต้น a คืออะไร
ก. การหลอม
ข. การเยือกแข็ง
ค. การกลายเป็นไอ
ง. การควบแน่น
42. จากแผนภาพข้างต้น b คืออะไร
ก. การหลอม
ข. การเยือกแข็ง
ค. การกลายเป็นไอ
ง. การควบแน่น
43. จากแผนภาพข้างต้น c คืออะไร
ก. การหลอม
ข. การเยือกแข็ง
ค. การกลายเป็นไอ
ง. การควบแน่น
44. จากแผนภาพข้างต้น d คืออะไร
ก. การหลอม
ข. การเยือกแข็ง
ค. การกลายเป็นไอ
ง. การควบแน่น
45 จากแผนภาพข้างต้น e คืออะไร
ก. การระเหิด
ข. การพอกพูน
ค. การกลายเป็นไอ
ง. การควบแน่น
46. จากแผนภาพข้างต้น f คืออะไร
ก. การระเหิด
ข. การพอกพูน
ค. การกลายเป็นไอ
ง. การควบแน่น
จงใช้กราฟที่กาหนดให้ในข้อ 47-48
47. ช่วงใดบ้างที่มีการใช้พลังงานในการเปลี่ยนแปลงสถานะของสาร
ก. 1,2
ข. 3,4
ค. 2,4
ง. 4,5
48. พลังงานที่ใช้ในช่วงที่ 4 เท่ากับเท่าไร
ก. 50 cal
ข. 480 cal
ค. 800 cal
ง. 5400 cal
49. ถ้าต้องการเปลี่ยนแปลงน้าแข็ง 50 g อุณหภูมิ 0 o
c เป็นไอน้า 100o
c
จะต้องใช้พลังงานกี่ cal
ก. 3,600 cal
ข. 36,000 cal
ค . 9,024 cal
ง. 90,240 cal
หลอมเหลว
เดือด
Temp(T)
Time(t)
1 2 3 4
50.
ทาไมเมื่อนามือไปจับที่กระติ๊กน้าแข็งที่เปิดฝาและน้าแข็งละลายแล้วจึงรู้สึกเย็
น
ก. สิ่งแวดล้อมถ่ายเทความร้อนให้กับระบบ
ข. ระบบถ่ายเทความร้อนให้กับสิ่งแวดล้อม
ค. สิ่งแวดล้อมถ่ายเทอุณหภูมิให้กับระบบ
ง. ระบบถ่ายเทความร้อนให้กับสิ่งแวดล้อม

แนวข้อสอบสอบครูช่วย เอกวิทย์ 2

  • 1.
    แนวข้อสอบสอบครูผู้ช่วย สพป. วิชาเคมี ------------------------------------------------------------------- ------------ คาสั่งจงทาเครื่องหมาย x หน้าข้อที่คิดว่าถูกต้อง 1. ข้อใดต่อไปนี้จัดว่าเป็นสสาร ก. โต๊ะ ข. ปากกา ค. ยางลบ ง. ถูกทุกข้อ 2. ข้อใดจัดว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ ก. การหายใจของสัตว์ ข. โลหะเกิดสนิม ค. การระเบิดของวัตถุ ง. การควบแน่นของหยดน้า 3. ข้อใดจัดเป็นการเปลี่ยนแปลงทางเคมี ก. การเผาไหม้ของถ่าน ข. การฉีดกระดาษให้มีขนาดเล็กลง ค. การควบแน่นของหยดน้า ง. กังหันน้าชัยวัฒนา 4. ข้อใดจัดว่าเป็นสารเนื้อเดียว ก. ทราย ข. เหรียญบาท ค. พริกเกลือ ง. ส้มตา 5. ข้อใดจัดเป็นสารแขวนลอย ก. น้าสลัด ข. เหรียญบาท ค. ดินเหนียว ง. ลูกเหม็น 6. ข้อใดเป็นสารบริสุทธิ์ ก. เพชร
  • 2.
    ข. น้า ค. เกลือแกง ง.ก,ค ถูกต้อง 7. ข้อใดจัดเป็นสารคอลลอยด์ ก. สารหนู ข. เกลือแกง ค. เจลลี่ ง. เฮลล์บลูบอย 8. ถ้าต้องการสกัดน้ามันหอมระเหยจากพืชควรใช้วิธีแยกสารวิธีไหน ก. การกลั่นลาดับส่วน ข. การกลั่นด้วยไอน้า ค. การกลั่นโดยการลดความดัน ง. การกลั่นโดยลดอุณหภูมิ 9. ถ้าต้องการแยกNaCl ออกจากน้าควรเลือกใช้วิธีแยกสารวิธีไหน ก. การตกผลึก ข. การกลั่นด้วยไอน้า ค. การกรอง ง. โครมาโทกราฟฟี 10. ถ้าสารที่ต้องการสกัดมีจุดเดือดสูงมากแต่ทางโรงงานต้องการประหยัดต้นทุนที่ เสียให้แก่พลังงานความร้อนดังนั้นโรงงานควรเลือกวิธีการแยกสารวิธีไหน ก. การกลั่นลาดับส่วน ข. การกลั่นด้วยไอน้า ค. การกลั่นโดยการลดความดัน ง. การกลั่นโดยลดอุณหภูมิ 11. ถ้าต้องการแยกสารที่ประกอบด้วย x y z โดย x มีจุดเดือดเท่ากับ 1000 c ส่วน y เท่ากับ -500 c และ Z เท่ากับ -100 0 c อยากทราบว่าถ้าใช้วิธีการแยกสารโดยการกลั่นโดยการลดอุณหภูมิ ลาดับสารที่สกัดได้ก่อนจนลาดับสุดท้ายคือ ก. x,y,z ข. x,y,z ค. z,y,x ง. z,x,y
  • 3.
    12. ถ้า xมีจุดเดือดเท่ากับ 1000c ส่วนy มีจุดเดือดเท่ากับ 500c ซึ่งสารx มีสถานะเป็นของเหลวส่วน y มีสถานะเป็นของแข็งเส้นผ่านศูนย์กลาง 10-6 เซนติเมตร และละลายในสารละลาย x อยากทราบว่าควรใช้วิธีการแยกสารดังกล่าวออกจากกัน ก. การกลั่นลาดับส่วน ข. การกลั่นด้วยไอน้า ค. การกลั่นธรรมดา ง. การกลั่นโดยลดอุณหภูมิ 13. ถ้า x มีจุดเดือดเท่ากับ 1000 c ส่วนy มีจุดเดือดเท่ากับ 950 c ซึ่งสารx,y มีสถานะเป็นของเหลวทั้งคู่ อยากทราบว่าควรใช้วิธีการแยกสารดังกล่าวออกจากกัน ก. การกลั่นลาดับส่วน ข. การกลั่นด้วยไอน้า ค. การกลั่นธรรมดา ง. การกลั่นโดยลดอุณหภูมิ 14. ถ้าต้องการแยกน้ามันออกจากน้าควรใช้วิธีแยกสารด้วยวิธีใด ก. การกลั่นด้วยไอน้า ข. การกลั่นธรรมดา ค. กรวยแยกสาร ง. การกรอง จงใช้ตารางที่กาหนดให้ต่อไปนี้ตอบคาถามข้อ 15-16 ตารางแสดงผลการทดลองแยกสารโดยวิธีการโครมาโทกราฟฟี ระหว่างระยะทางที่สารเคลื่อนในตัวทาละลาย และค่า Rate of flow(Rf) สาร ระยะทางที่สารเคลื่อนที่ในตัวละลาย(CM) Rf A 2.5 0.25 B x 0.6 C 0.5 y D 0.5 0.05 15. จากตารางที่กาหนดให้ ค่าของ x,y เท่ากับเท่าไร ก. 0.05,0.6 ข. 0.6,0.05
  • 4.
    ค. 0.05,6 ง. 6,0.05 16.สารชนิดใดมีแนวโน้มเป็นสารชนิดเดียวกัน ก. A,B ข. B,C ค. C,D ง. A,D จงใช้รูปที่กาหนดให้ต่อไปนี้ในข้อ 17-18 A B C 17. จากภาพที่กาหนดให้ สารละลายใดที่ละลายได้สูงในตัวทาละลายเรียงจากมากไปน้อย ก. A,B,C ข. B,C,A ค. C,A,B ง. C,B,A 18. จากภาพที่กาหนดให้ สารละลายใดที่ละลายได้ต่าที่สุด ก. A ข. B ค. C ง. ไม่มีข้อใดถูก 19. A C จากภาพ การที่สาร B อยู่ตาแหน่งเดียวกับ C ถือว่าเป็นการแยกสารที่ดีหรือไม่ ก. ดี เพราะสารจะได้ถูกสกัดออกมาในเวลาใกล้เคียงกันไม่เสียเวลารอผลการทดลอ ง O O O ----------- O O B O ----------
  • 5.
    ข. ดี เพราะสารดังกล่าวละลายในตัวทาละลายได้ดีจึงประหยัดตัวทาละลายไม่ต้องใช้ หลายชนิด ค. ไม่ดีเพราะยากแก่การแยกแยะว่าสารมีกี่ชนิด ง. ไม่ดี เพราะสิ้นเปลืองตัวดูดซับสาร 20. 𝑋15 20 มีเลขอะตอมเท่ากับเท่าไร ก. 15 ข. 20 ค. 5 ง. 35 21. 𝑋15 20 มีเลขมวลเท่ากับเท่าไร ก. 15 ข. 20 ค. 5 ง. 35 22. 𝐶6 12 มีจานวนโปรตรอนเท่ากับเท่าไร ก. 6 ข. 12 ค. 18 ง. 19 23. 𝐶6 12 มีจานวนอิเล็กตรอนเท่ากับเท่าไร ก. 6 ข. 12 ค. 18 ง. 19 24. 𝐶6 12 มีจานวนนิวตรอนเท่ากับเท่าไร ก. 6 ข. 12 ค. 18 ง. 19 25. ธาตุชนิดใดมีไอโซโทปเหมือนกัน ก. 𝐶6 14 𝐶7 14
  • 6.
    ข. 𝐾19 39 𝐶𝑎20 40 ค. 𝐻1 3 𝐻1 2 ง.𝐶−1 6 12 𝑁7 14 26. ธาตุชนิดใดมีไอโซบาร์เท่ากัน ก. 𝐶6 14 𝐶7 14 ข. 𝐾19 39 𝐶𝑎20 40 ค. 𝐻1 3 𝐻1 2 ง. 𝐶−1 6 12 𝑁7 14 27. ธาตุชนิดใดมีไอโซโทนเท่ากัน ก. 𝐶6 14 𝐶7 14 ข. 𝐾19 39 𝐶𝑎20 40 ค. 𝐻1 3 𝐻1 2 ง. 𝐶−1 6 12 𝑁7 14 28. ธาตุชนิดใดมีไอโซอิเล็กทรอนิกส์เท่ากัน ก. 𝐶6 14 𝐶7 14 ข. 𝐾19 39 𝐶𝑎20 40 ค. 𝐻1 3 𝐻1 2 ง. 𝐶−1 6 12 𝑁7 14 29. ข้อใดเป็นคุณสมบัติของสารประกอบประเภทเดียวกับ Nacl ก. เคาะแล้วมีเสียงดังกังวาน ข. แข็งแต่เปราะ ค. ไม่นาไฟฟ้า ง. ใช้อิเล็กตรอนร่วมกัน 30. ข้อใดเป็นคุณสมบัติของสารประกอบประเภทเดียวกับ NO2 ก. เคาะแล้วมีเสียงดังกังวาน ข. แข็งแต่เปราะ ค. ไม่นาไฟฟ้า ง. ใช้อิเล็กตรอนร่วมกัน 31. ข้อใดจัดเป็นสารสะลายกรด ก. Nacl ข. H20
  • 7.
    ค. LiOH ง. H2SO4 32.ข้อใดจัดเป็นสารละลายเบส ก. Nacl ข. H20 ค. LiOH ง. H2SO4 33. กรดในข้อใดที่สามารถแตกตัวได้ 2 ครั้ง ก. Nacl ข. H20 ค. LiOH ง. H2SO4 34. เบสในข้อใดที่สามารถแตกตัวได้ 2 ครั้ง ก. Nacl ข. NaOH ค. Mg(OH)2 ง. H2CO3 กาหนดให้ตารางต่อไปนี้ใช้ในข้อ 35-37 สาร กระดาษลิตมัสสีแดง เจนเซียนไวโอเลต เมื่อใส่HNO3 จานวน 5 หยด A สีแดง เขียว อินดิเคเตอร์ใม่เปลี่ยนสี B สีน้าเงิน ม่วง อินดิเคเตอร์เปลี่ยนสี C สีแดง ม่วง อินดิเคเตอร์ใม่เปลี่ยนสี D สีน้าเงิน ม่วง อินดิเคเตอร์ใม่เปลี่ยนสี 35. จากที่ตารางข้างต้นสารใดจัดว่าเป็นสารประเภทเดียวกับ CH3COOH ก. A ข. B ค. C ง. D 36. จากที่ตารางข้างต้นสารใดจัดว่าเป็นสารประเภทเดียวกับ Fe(OH)3 ก. A,B ข. B,C ค. C,D
  • 8.
    ง. B,D 37. จากตารางข้างต้นสารใดเมื่อใส่เมื่อใส่HNO3 จานวน 5 หยด แล้วอาจมีสภาพเป็นกลาง ก. A ข. B ค. C ง. D 38. การที่นักเรียนใช้มือตีผงซักฟอกในน้าผสมแล้วเกิดฟองสบู่น้อยแสดงว่า ก. น้าเป็นน้าอ่อน ข. น้าเป็นน้ากระด้าง ค. น้าเป็นน้ากร่อย ง. มีสารดึงผิวในน้าสูง 39. ข้อใดจัดเป็นวิธีแก้น้ากระด้างถาวร ก. การกลั่น ข. การเติมปูนขาว ค. การต้ม ง. เติมโซเดียมคาร์บอเนต 40. ถ้า CO2(aq)+H2O(l) H2CO3(aq) จากสมการทางเคมีที่ได้ หากเกิดผลิตภัณฑ์จานวนมากจะส่งผลเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร ก. สัตว์น้าไม่สามารถดารงชีวิตได้ ข. พืชไม่สามารถนาธาตุอาหารไปใช้ประโยชน์ได้ ค. อาคารผุผัง ง. ถูกทุกข้อ จงใช้แผนภาพต่อไปนี้ในข้อ 41-46 d b c a น้ำแข็ง น้ำเปล่ำ ไอน้ำ e f
  • 9.
    41. จากแผนภาพข้างต้น aคืออะไร ก. การหลอม ข. การเยือกแข็ง ค. การกลายเป็นไอ ง. การควบแน่น 42. จากแผนภาพข้างต้น b คืออะไร ก. การหลอม ข. การเยือกแข็ง ค. การกลายเป็นไอ ง. การควบแน่น 43. จากแผนภาพข้างต้น c คืออะไร ก. การหลอม ข. การเยือกแข็ง ค. การกลายเป็นไอ ง. การควบแน่น 44. จากแผนภาพข้างต้น d คืออะไร ก. การหลอม ข. การเยือกแข็ง ค. การกลายเป็นไอ ง. การควบแน่น 45 จากแผนภาพข้างต้น e คืออะไร ก. การระเหิด ข. การพอกพูน ค. การกลายเป็นไอ ง. การควบแน่น 46. จากแผนภาพข้างต้น f คืออะไร ก. การระเหิด ข. การพอกพูน ค. การกลายเป็นไอ ง. การควบแน่น
  • 10.
    จงใช้กราฟที่กาหนดให้ในข้อ 47-48 47. ช่วงใดบ้างที่มีการใช้พลังงานในการเปลี่ยนแปลงสถานะของสาร ก.1,2 ข. 3,4 ค. 2,4 ง. 4,5 48. พลังงานที่ใช้ในช่วงที่ 4 เท่ากับเท่าไร ก. 50 cal ข. 480 cal ค. 800 cal ง. 5400 cal 49. ถ้าต้องการเปลี่ยนแปลงน้าแข็ง 50 g อุณหภูมิ 0 o c เป็นไอน้า 100o c จะต้องใช้พลังงานกี่ cal ก. 3,600 cal ข. 36,000 cal ค . 9,024 cal ง. 90,240 cal หลอมเหลว เดือด Temp(T) Time(t) 1 2 3 4
  • 11.