อาณาจักรสัตว์
(Kingdom Animalia)
อาณาจักรสัตว์
(Kingdom Animalia)
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
ผู้จัดทา
บรรณานุกรมนิยาม
วิธีการดาเนินงาน
วัตถุประสงค์
ที่มาและความสาคัญ ภาคผนวก
อาณาจักรสัตว์
อาณาจักรสัตว์
(Kingdom Animalia)
ไฟลัมพอริเฟอรา
ไฟลัมนีมาโทดา
ไฟลัมเอไคโนเดอร์-
มาตา
ไฟลัมมอลลัสกา ไฟลัมคอร์ดาตา
ไฟลัมอาร์โทรโปดาไฟลัมแอนนิลิดา
ไฟลัมแพลทิเฮลมินทิสไฟลัมซีเลนเทอราตา
ที่มาและความสาคัญ
สิ่งมีชีวิตรอบตัวเรามีอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็นพืชสัตว์ หรือสิ่งมีชีวิตที่เราไม่
สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าอีกเป็นจานวนมาก กลุ่มของข้าพเจ้าจึงสนใจทาเรื่อง
อาณาจักรสัตว์ ที่มีความน่าสนใจและมีความหลากหลายมาก เพราะสัตว์นั้นมี
ความสาคัญและมีความใกล้ชิดกับมนุษย์มาก ไม่ว่าจะให้ประโยชน์หรือโทษ ดังนั้นจึง
เป็นสิ่งที่ดีหากเราได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสัตว์ต่างๆ โดยอาณาจักรสัตว์นั้น
เนื้อหาได้เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์สาขาชีววิทยา ที่ศึกษาถึงไฟลัม คลาส ของสัตว์
รวมถึงรายละเอียดต่างๆมากมาย เนื่องด้วยมนุษย์ก็นับได้ว่าเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่ยัง
ต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ซึ่งการพึ่งพากันนั้นก็มีกลายลักษณะด้วยกัน การ
เรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์จึงเป็นที่น่าสนใจแก่นักเรียน นักศึกษา โดยเฉพาะผู้ที่เรียนเจาะจง
ทางด้านสัตวิทยา จึงถือได้ว่าโครงงานนี้สามารถนาไปใช้เป็นสื่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง
หรือนาไปใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนได้เป็นอย่างดี
วัตถุประสงค์
1. เพื่อส่งเสริมให้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องสัตว์มากขึ้น
2. เพื่อให้ตระหนักถึงความสาคัญของสัตว์ที่มีต่อมนุษย์
3. เพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนรู้ด้วยตนเองของนักเรียน นักศึกษา โดยเฉพาะผู้ที่
สนใจทางสาขาสัตววิทยา
4. เพื่อใช้เป็นสื่อการสอนแก่โรงเรียน ในสาชาชีววิทยา
5. เพื่อส่งเสริมการฝึกการทางานกับเพื่อน ฝึกการวางแผนงานและการแก้ปัญหา
ในระหว่างปฏิบัติงาน
วิธีการดาเนินงาน
1.กาหนดหัวข้อโครงงาน
2.เลือกหัวข้อโครงงาน
3.ศึกษาและค้นคว้าข้อมูล
4.รวบรวมข้อมูลที่ได้จากการค้นคว้า
5.สรุปและจัดทาโครงงาน
6.ทดสอบและแก้ปัญหาในข้อพกพร่อง
7.ประเมินผลงาน
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1. ได้ส่งเสริมให้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องสัตว์มากขึ้น
2. ได้ตระหนักถึงความสาคัญของสัตว์ที่มีต่อมนุษย์
3. ได้ใช้เป็นสื่อการเรียนรู้ด้วยตนเองของนักเรียน นักศึกษา โดยเฉพาะผู้ที่สนใจทาง
สาขาสัตววิทยา
4. ใช้เป็นสื่อการสอนแก่โรงเรียน ในสาชาชีววิทยา
5. ส่งเสริมการฝึกการทางานกับเพื่อน ฝึกการวางแผนงานและการแก้ปัญหาใน
ระหว่างปฏิบัติงาน
6. สามารถนาความรู้ที่ได้ไปต่อยอดหรือบูรณาการกับศาสตร์แขนงอื่นๆได้อย่าง
สร้างสรรค์
อาณาจักรสัตว์ (Kingdom Animalia)
สิ่งมีชีวิตที่จัดอยู่ในอาณาจักรมีมากกว่า 1.7 ล้านสปี-
ชีส์ ในจานวนนี้เป็นแมลงประมาณ 6 แสนชนิด สัตว์ถือเป็น
สิ่งมีชีวิตที่มีความสาคัญต่อระบบนิเวศในแง่ของผู้บริโภค ซึ่งเป็น
ผลทาให้มีการถ่ายทอดพลังงานไปยังผู้บริโภคระดับต่างๆ
นอกจากนี้สัตว์ยังเป็นตัวทาให้เกิดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งมี
ความสาคัญในการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช และก่อให้เกิดความ
สมดุลในธรรมชาติ
1. ไฟลัมพอริเฟอรา(PHYLUM PORIFERA)
สัตว์ที่ลาตัวเป็นรูพรุน ได้แก่ ฟองน้า
ลักษณะสาคัญของสัตว์ใน Phylum Porifera
- เป็นสัตว์ที่มีวิวัฒนาการต่าสุด และ ไม่มีเนื้อเยื่อแท้จริง (Parazoa)
- ตัวเต็มวัยเกาะกับที่ จึงไม่มี nervous system และ sense organ
- มีทั้งอาศัยในน้าจืดและน้าเค็ม
ไฟลัมพอริเฟอรา(PHYLUM
PORIFERA)
- มีสีสดใส (แดง ส้ม เหลือง ม่วง) เกิดจากรงค
วัตถุที่อยู่ในเซลล์ผิว
- ฟองน้าที่มีรูปร่างซับซ้อนน้อยที่สุดจะมีสมมาตร
รัศมี แต่ฟองน้าส่วนใหญ่ไม่มีสมมาตร
- จะสร้าง Gemmule (แตกหน่อ)เวลาสภาวะ
แวดล้อมไม่เหมาะสม
- มีโครงร่างแข็งค้าจุน (Spicule ที่เป็นหินหรือ
แก้ว , Spongin ที่เป็นเส้นใยโปรตีน)
2. ไฟลัมซีเลนเทอราตา(PHYLUM COELENTERATA)
ได้แก่ แมงกะพรุน ดอกไม้ทะเล ปะการัง กัลปังหา และไฮดรา
ลักษณะสาคัญของสัตว์ใน Phylum Coelenterata
- ร่างกายประกอบด้วย เนื้อเยื่อ 2 ชั้นคือ Epidermis เเละ
Gastrodermis
- ระหว่างชั้นเนื้อเยื่อมีสารคล้ายวุ้นเรียกว่า Mesoglea เเทรกอยู่
- ลาตัวกลวงลักษณะเป็นถุงตันมีช่องเปิดช่องเดียวเรียกว่า
gastrovascula cavity ทาหน้าที่เป็นทางเดินอาหารอาหารเข้า
เเละกากอาหารออกทางช่องเปิดเดียวกัน
ไฟลัมซีเลนเทอราตา(PHYLUM COELENTERATA)
- มีหนวดอยู่รอบปากเรียกว่า เทนทาเคิล ( tentacle )ใช้สาหรับจับเหยื่อ
- ที่หนวดมีเซลล์สาหรับต่อยเรียกว่า cnidocyte เเละมีเข็มสาหรับต่อย
เรียกว่า nematocyst
- มีวงจรชีพสลับ
- สืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ โดยการแตกหน่อ
- มี 2 เพศในตัวเดียวกัน
3. ไฟลัมแพลทิเฮลมินทิส(PHYLUM PLATYHELMINTHES)
ได้แก่ พยาธิใบไม้ พยาธิตัวตืด และพลานาเรีย
ลักษณะสาคัญของสัตว์ใน Phylum Platyhelminthes
- มีสมมาตรเป็นแบบครึ่งซีก (Bilateral symmetry)
- ไม่มีช่องว่างในลาตัว (Acoelomate animal) เนื่องจาก
เนื้อเยื่อชั้นกลางมีเนื้อเยื่อหยุ่นๆบรรจุอยู่เต็มไปหมด
- ไม่มีระบบหมุนเวียนโลหิต ไม่มีเส้นเลือด ไม่มีหัวใจ สารอาหาร
ไปเลี้ยงเซลล์โดยการแพร่จากทางเดินอาหารเข้าสู่เซลล์โดยตรง
ไฟลัมแพลทิเฮลมินทิส(PHYLUM
PLATYHELMINTHES)
- มีระบบทางเดินอาหารเป็นแบบไม่สมบูรณ์มีปากแต่ไม่มีทวาร
หนัก และในพวกพยาธิตัวตืดไม่มีทางเดินอาหาร
- มีระบบประสาทอยู่ทางด้านหน้าและแตกแขนงออกไปทาง
ด้านข้างของลาตัว
- มีทั้งสองเพศในตัวเดียวกัน สามารถผสมพันธุ์ได้ภายในตัวเอง
(Self fertilization) และผสมพันธุ์ข้ามตัว (Cross
fretilization)
4. ไฟลัมนีมาโทดา(PHYLUM NEMATOD)
ได้แก่ พยาธิตัวกลมต่างๆ เช่น พยาธิไส้เดือน ไส้เดือนฝอย และหนอน
ในน้าส้มสายชู
ลักษณะสาคัญของสัตว์ใน Phylum Nemetoda
- ลาตัวกลมยาวหัวท้ายเเหลม ไม่มีรยางค์
- มีเปลือกเป็นคิวติเคิลหนาปกคลุม
- สมมาตรครึ่งซีก
- มีทางเดินอาหารสมบูรณ์ มีทั้งปากเเละทวารหนัก
ไฟลัมนีมาโทดา(PHYLUM NEMATOD)
- มีช่องลาตัวเทียม ( pseudocoelom )อยู่ระหว่างมีโซเดิร์มเเละเอน
โดเดิร์มซึ่งมีของเหลวบรรจุอยู่เต็ม
- ระบบประสาท เป็นวงเเหวนรอบคอ ต่อกับเส้นประสาทที่ยาวตลอด
ลาตัว
- ไม่มีระบบไหลเวียนเลือดเเละระบบหายใจ
- การสืบพันธุ์เเบบอาศัยเพศ มีตัวผู้ตัวเมียคนละตัวกัน ไข่มีสารไคตินหุ้ม
จึงทนทานต่อสภาพเเวดล้อมได้ดี
5. ไฟลัมแอนนิลิดา (PHYLUM ANNILIDA)
ได้แก่ ไส้เดือนดิน แม่เพรียง ทากดูดเลือด และปลิงน้า
จืด
ลักษณะสาคัญของสัตว์ใน Phylum Annilida
- มีลาตัวกลมยาวเป็นปล้องๆ มองเห็นภายนอกเป็นวง
เเละภายในมีเนื้อเยื่อกั้นระหว่างปล้องเรียกว่า เซปตา
( septa )
- เเต่ละปล้องมีอวัยวะ คือ เดือย ( saeta ) 4 คู่
เนฟริเดีย (อวัยวะขับถ่าย) 1 คู่ เส้นประสาท 3 คู่
ทางเดินอาหารเเละช่องลาตัวส่วนหนึ่ง ยกเว้นปล้อง
ไฟลัมแอนนิลิดา (PHYLUM
ANNILIDA)
- ที่มีหัวที่ซึ่งมีอวัยวะสาคัญ ( สมอง คอหอย
หัวใจ )
- ร่างกายมีสมมาตรครึ่งซีก
- มีเนื้อเยื่อ 3 ชั้น
- มีช่องลาตัวเเท้จริง ( coelom ) ซึ่งเป็นช่อง
ลาตัวในเนื้อเยื่อมีโซเดิร์ม
- ระบบประสาทประกอบด้วย ปมสมองที่หัว 1 คู่
และ เส้นประสาทใหญ่ด้านท้อง
6. ไฟลัมอาร์โทรโปดา (PHYLUM ARTHROPODA)
ได้แก่ กุ้ง กั้ง ปู แมลง เห็บ ไร ตะขาบ กิ้งกือ แมงมุม แมงดาทะเล
ลักษณะสาคัญของสัตว์ใน Phylum Arthropoda
- มีลาตัวเป็นปล้องและมีรยางค์เป็นข้อๆต่อกัน (jointed appendage) ยื่น
ออกมาจากแต่ละปล้องของลาตัว
- มีจานวนชนิดมากที่สุดในอาณาจักรสัตว์ ประมาณว่ามีถึงกว่า 9 แสนชนิดที่มนุษย์
เราได้ค้นพบ
- สามารถอาศัยอยู่ได้ในแทบทุกสภาพภูมิประเทศบนโลก นับว่าประสบความสาเร็จใน
การดารงชีวิตบนโลกเป็นอย่างมาก
เห็นได้จากการที่เราพบสัตว์เหล่านี้ได้แทบทุกหนทุกแห่ง ทุกฤดูกาล และพบเป็น
จานวนมาก
ไฟลัมอาร์โทรโปดา (PHYLUM ARTHROPODA)
- มีโครงสร้างของร่างกายที่แข็งแรง
- มีระบบประสาทที่เจริญดี มีอวัยวะรับความรู้สึกหลายชนิด
- มีการแบ่งสัดส่วนของร่างกายเป็นข้อปล้องชัดเจน 3ส่วน คือ หัว(Head)
,
อก(Thorax) และ ท้อง(Abdomen)
- ระบบหมุนเวียนเป็นระบบเปิด ประกอบไปด้วยหัวใจ เลือด และแอ่งเลือด
(Hemocoel)
7. ไฟลัมมอลลัสกา(PHYLUM MOLLUSCA)
สัตว์ที่มีลาตัวอ่อนนุ่ม ได้แก่ หมึกและหอยชนิด
ต่างๆ
ลักษณะสาคัญของสัตว์ใน Phylum Mollusca
- ร่างกายจะแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่
1. head and foot
2. visceral mass
3. mantle, palium เกิด mantle cavity
มีเหงือกภายใน
ไฟลัมมอลลัสกา(PHYLUM MOLLUSCA)
- อวัยวะในการแลกเปลี่ยนแก๊สประกอบด้วย
1. เหงือก (gill) อยู่ภายในช่องแมนเติล พบในมอลลัสทั่วไป
2. ผิวตัว ในทากทะเล (sea slug, nudibranch) ผิวตัวจะเปลี่ยนรูปไปเป็นแขนง
อยู่บนลาตัว เรียกว่า เซอราตา (cerata) หรือบางชนิดมีอยู่รอบทวารหนัก (anal
gill)
3. ช่องแมนเติลหรือปอด หอยฝาเดียวที่ขึ้นมาอยู่บนบกจะมีช่องแมนเติลที่มีผนังยื่น
ลงมากั้นเป็นห้อง มีของเหลวหล่อเลี้ยงในช่องนี้ทาให้สามารถแลกเปลี่ยนแก๊สได้
8. ไฟลัมเอไคโนเดอร์มาตา (PHYLUM ECHINODERMATA)
สัตว์ที่ผิวหนังมีหนามขุรขระ ได้แก่ ดาวทะเล เม่นทะเล เหรียญทะเล ปลิงทะเล
ดาวเปราะ
ลักษณะสาคัญของสัตว์ใน Phylum Echinoderm
- สมมาตรร่างกาย ตัวอ่อนเป็นเเบบครึ่งซีก ตัวเต็มวัยมีเมเเทมอร์โฟซิสกลาย
เป็นสมมาตรเเบบรัศมี
- ลาตัวเเบ่งเป็น 5 ส่วนหรือ ทวีคูณของ 5 ยื่นออกมาจากเเผ่นกลมที่เป็น
ศูนย์กลาง
- มีโครงร่างเเข็งภายใน มีเเผ่นหินปูนเล็กๆ ที่ยึดติดกันด้วยกล้ามเนื้อหรือ
ผิวหนังที่ปกคลุมอยู่บางชนิด
ไฟลัมเอไคโนเดอร์มาตา (PHYLUM ECHINODERMATA)
- มีเส้นประสาทเป็นวงเเหวนรอบปาก เเละเเยกเเขนงไปตามเเขน
- การเคลื่อนไหวใช้ระบบท่อน้า ( water vascula system ) ภายใน
ร่างกาย
- การสืบพันธุ์ แบ่งเป็นเเบบอาศัยเพศโดยมีการปฎิสนธิภายนอก และ เเบบไม่
อาศัยเพศบางชนิด เช่น การขาดของเเขนใดเเขนหนึ่ง ส่วนที่ขาดก็จะเจริญไปเป็น
ตัวเต็มอีกทีหนึ่ง
9. ไฟลัมคอร์ดาตา (PHYLUM CHORDATA)
คุณสมบัติเฉพาะของ Phylum Chordata
- มีโนโตคอร์ด (Notochord) ซึ่งเป็นแกนค้าจุนหรือพยุง
กายเกิดขึ้นในระยะใดระยะหนึ่งของชีวิต หรือตลอดชีวิต ใน
พวกสัตว์ชั้นสูงมีกระดูกอ่อนหรือกระดูกแข็งแทนโนโตคอร์ด
- มีไขสันหลังเป็นหลอดยาวกลวงอยู่ทางด้านหลัง (Dorsal
hollow nerve tube) เหลือทางเดินอาหารซึ่งแตกต่าง
จากสัตว์พวกไม่มีกระดูกสันหลัง ซึ่งมีระบบประสาทอยู่
ทางด้านท้อง(Ventral nerve cord) ใต้ทางเดินอาหาร
และเป็นเส้นตัน
ไฟลัมคอร์ดาตา (PHYLUM CHORDATA)
- มีช่องเหงือก (Gill slit) ในระยะใดระยะหนึ่งของชีวิต
หรือตลอดชีวิตในพวหสัตว์มีกระดูกสันหลังชั้นสูง เช่น สัตว์
ปีก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้านมจะมีช่องเหงือกตอนเป็นตัวอ่อน
เท่านั้น เมื่อโตขึ้นช่องเหงือกจะปิดส่วนปลามีช่องเหงือกตลอด
ชีวิต
- มีหางเป็นกล้ามเนื้อ (Muscular post anal tail)
PHYLUM CHORDATA
สัตว์พวกนี้แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ โพรโทคอร์
เดต (Protochordate) กับ สัตว์มีกระดูกสัน
หลัง (vertebrate)
โพรโทคอร์เดต(Protochordate)
สัตว์ในกลุ่มนี้มีโครงสร้างที่เรียกว่าโนโตคอร์ด เป็นแกน
ของร่างกาย โนโตคอร์ดอยู่ทางด้านหลังของลาตัวเหนือ
ทางเดินอาหาร ตัวอย่างของสัตว์กลุ่มนี้ได้แก่ แอมฟิออก
ซัส (amphioxus)
-ลักษณะเฉพาะของไฟลัมย่อยนี้คือระบบของกล้ามเนื้อจานวนมาก เช่นเดียวกับ
ระบบประสาทส่วนกลางที่ถูกวางในกระดูกสันหลังเป็นส่วน ๆ
-สัตว์มีกระดูกสันหลัง คือกระดูกสันหลังจะอยู่เป็นแนวยาวไปตามด้านหลังของ
สัตว์ กระดูกสันหลังจะต่อกันเป็นข้อๆ ยืดหยุ่น เคลื่อนไหวได้มีหน้าที่ช่วยพยุง
ร่างกายให้เป็นรูปร่างทรวดทรงอยู่ได้และยังช่วยป้องกันเส้นประสาทอีกด้วย
สัตว์พวกมีกระดูกสันหลัง นักวิทยาศาสตร์ยังแบ่งออกเป็น 5 พวกคือ
สัตว์พวกปลา
ปลา เป็นสัตว์พวกหายใจด้วยเหงือก มีครีบใช้เคลื่อนไหวและทรงตัว มีเกล็ดปก
คลุมตัว มีเส้นข้างตัว เป็นส่วนรับความรู้สึกสั่นสะเทือน แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ 1.
ปลากระดูกอ่อน เช่น ปลาฉลาม ปลากระเบน
2. ปลากระดูกแข็ง เช่น ปลาดุก ปลานิล ปลาตะเพียน ฯลฯ
โครงกระดูกปลาไม่มีกระดูกแขนขา แต่มีโครงกระดูกเป็นครีบต่างๆ
ปลาแบ่งออกเป็นชนิดต่างๆ ดังนี้
- ชนิดไม่มีเกล็ด เช่นปลาดุก ปลากดเหลือง
- ชนิดมีเกล็ดตามลาตัว เช่น ปลาตะเพียน ปลาช่อน ปลาหมอ ปลานิล
- ชนิดสามารถหากินบนดินเลน ดินชื้นแฉะตามป่าชายเลน เช่น ปลาตีน
- ชนิดเป็นปลาสวยงาม นิยมนามาเลี้ยงดูไว้เป็นงานอดิเรก เช่น ปลาทอง ปลา
การ์ตูน
- ชนิดอาศัยอยู่ในน้าเค็ม เช่น ปลากระเบน ปลาฉลาม
- ชนิดอาศัยในน้าจืด เช่น ปลากราย ปลากระดี่
- ชนิดอาศัยอยู่ในน้ากร่อย เช่น ปลากระพง ปลากระบอก
สัตว์ครึ่งน้าครึ่งบก
สัตว์สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้า เป็นสัตว์
พวกวางไข่ในน้า ตัวอ่อนหายใจด้วยเหงือก
และผิวหนัง เมื่อโตเต็มวัยหายใจด้วยปอด
และผิวหนัง เพราะอยู่บนบก ผิวหนังเปียก
ชื้น ไม่มีเกล็ด เป็นสัตว์เลือดเย็น ได้แก่ กบ
คางคก เขียด ปาด อึ่งอ่าง ซาลามานเดอร์
งูดิน
สัตว์เลื้อยคลาน
สัตว์เลื้อยคลาน เป็นสัตว์ที่ส่วนมากดารงชีวิตอยู่บนพื้นดิน วางไข่บน
บก ไข่มีไข่แดงมากเพื่อเป็นอาหารของตัวอ่อน ผิวหนังลาตัวแห้ง มีเกล็ด หายใจ
ด้วยปอดตลอดชีวิตและเป็นสัตว์เลือดเย็น พวกที่อาศัยอยู่บนบก เช่น กิ้งก่า
จิ้งเหลน จิ้งจก แย้ สัตว์พวกที่อยู่ได้ทั้งในน้าและบนบก เช่น เต่า จระเข้ งูบาง
ชนิด
สัตว์ปีก
สัตว์ปีก เป็นสัตว์เลือดอุ่น มี
ขนเป็นแผงปกคลุมตัว ขาหน้า
เปลี่ยนเป็นปีก ปากเป็นจะงอย ที่ปอดมี
ถุงลมช่วยหายใจและระบายความร้อน
ไม่มีกระเพาะปัสสาวะ ออกลูกเป็นไข่
สัตว์ปีกที่สามารถบินได้ คือ นกชนิด
ต่างๆ เช่น นกเขา นกพิราบ นกอินทรี
รวมทั้งเป็ดและไก่ ส่วนสัตว์ปีกที่บิน
ไม่ได้ ได้แก่ นกกีวี นกกระจอกเทศ และ
นกเพนกวิน เป็นต้น
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เป็นสัตว์เลือดอุ่น ตัวเมียมีต่อมน้านมเลี้ยงลูก
หายใจด้วยปอด มีแขนและขาไม่เกิน 2 คู่ มีต่อมเหงื่อใต้ผิวหนัง มีขนเป็นเส้นปก
คลุมตัว ออกลูกเป็นตัว ได้แก่ คน ช้าง ม้า วัว หมี ลิง ปลาวาฬ ปลาโลมา
ค้างคาว สาหรับตัวตุ่นปากเป็ดเท่านั้นที่ออกลูกเป็นไข่ แต่เมื่อเติบโตแล้วแม่ใช้
น้านมเลี้ยงเช่นกัน
ภาคผนวก
GMO
สัตว์สูญพันธุ์
1.https://sites.google.com/site/gfopjrtigdioitwoirnlkfgoi/xa
nacakr-sing-mi-chiwit/xanacakr-satw
2.http://kiattisakhuy.blogspot.com/2013/01/vertebrate-
505-vertebrate-chordates-5.html
3.http://teen.mthai.com/variety/83448.html
4.http://animals.spokedark.tv/2013/10/24/14-extinct-
animals-resurrected/#.Vr2fMfmLSM8
บรรณานุกรม
โดย
นางสาวศิรินทิพย์ ใจจ้อย เลขที่ 23 ม.6/3
นางสาวศิริพร ลิ้มสกุล เลขที่ 39 ม.6/3

อาณาจักรสัตว์