อาณาจักรสัตว์
สัตว์มีลักษณะสำคัญ ได้แก่ 1.  ประกอบด้วยเซลล์ประเภทยูคารีโอตเซลล์  (Eucaryotic Cell)  เป็นเซลล์ที่มีเยื่อหุ้มนิวเคลียส  2.  ประกอบด้วยเซลล์จำนวนหลายเซลล์ รวมกันเป็นเนื้อเยื่อ  (tissue)  หรือเป็นอวัยวะ  (organ)  ต่าง ๆ  3.  ไม่มีผนังเซลล์ และไม่มีคลอโรพลาสต์ ดังนั้นจึงไม่สามารถสร้างอาหารเองได้โดยขบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง
4.  สามารถเคลื่อนที่ได้รวดเร็ว หรือเคลื่อนทีช้า หรือบางชนิดก็ไม่เคลื่อนที่เลย เช่นปะการัง , ฟองน้ำ เป็นต้น 5.  สัตว์ส่วนมากจะมีระบบประสาท ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ให้ทำงานประสานกัน  6.  สัตว์ส่วนมากจะมีโครงร่างแข็ง  (Skeleton)  เพื่อเป็นที่ยึดเกาะของกล้ามเนื้อ และทำหน้าที่ปกป้องอวัยวะภายในได้ด้วย เช่น ปู กุ้ง หอย เป็นต้น 7.  เนื้อเยื่อ และระบบต่าง ๆ จะซับซ้อนกว่าพืชมากและทำหน้าที่อย่างเฉพาะเจาะจง 9.  หลังจากสืบพันธุ์หรือมีการปฏิสนธิเกิดขึ้นจะมีระยะตัวอ่อน  (Embryo)  พักหนึ่ง
1.  เป็นสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ที่สร้างอาหารเองไม่ได้  ( many celled heterotroph )  ส่วนใหญ่ดำรงชีวิตโดยกินอาหารทางปาก  ( ingestion )  2.  ส่วนใหญ่เคลื่อนที่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้รวดเร็ว  3.  สัตว์ทุกชนิดยกเว้นปรสิต มีช่องในร่างการที่บุผิวด้วยเซลล์ที่ทำหน้าที่ย่อยเเละดูดซึมอาหาร  ( digestive cavity )  ลักษณะร่วมที่สำคัญของพวกสัตว์
4.  ร่างกายสัตว์ทุกชนิดประกอบด้วย เนื้อเยื่ออย่างน้อย  2  ชั้น ชั้นนอก  ( ectoderm )  เเละชั้นใน  ( endoderm ) 5.  ร่างกายสัตว์เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่ จะมีขนาดเเละรูปร่างคงที่
การจำเเนกจำพวกสัตว์ สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง  1.  ไฟลัมพอริเฟอรา  ( Polifera )  พวกฟองน้ำ  2. ไฟลัมซีเลนเทอราตา  ( Coelenterata )  ไฮดรา เเมงกะพรุน ดอกไม้ทะเล ปะการังกัลปังหา  3.  ไฟลัมเเพลทีเฮลมินเทส  ( Platyhelminthes )  หนอนตัวเเบนต่างๆ เช่น พลานาเรีย พยาธิในไม้ พยาธิตัวตืด 4. ไฟลัมเนทาโทดา  ( Nematoda )  หนอนตัวกลมต่างๆ เช่น พยาธิปากขอ พยาธิเส้นด้าย พยาธิไส้เดือนฝอย พยาธิโรคเท้าช้าง พยาธิเเส้ม้า พยาธิไส้เดือน ตัวจิ๊ด หนอนในน้ำส้มสายชู
5. ไฟลัมเเอนเนลิดา  ( Annelida ) ไส้เดือนดิน เเม่เพรียง  (  ไส้เดือนทะเล  )  ปลิงน้ำจืด 6.  ไฟลัมอาร์โทรโพดา  ( Athropoda ) มี  6  คลาส คือ  -  อินเซ็คตา  ( Insecta ) เเมลง เช่นผึ้ง ครั่ง เเมลงสาบ ผีเสื้อ หมัด -  ครัสเตเซีย  ( Crustacea )  กุ้ง กั้ง ปู ไรน้ำ (  ไรเเดง  )  เพรียงหิน ตัวกะปิ -  อะเเรชนิดา  ( Arachnida ) เเมงมุม เเมงป่อง เห็บ ไร  -  เมอโรสโตมา  ( Merstoma )  เเมงดาทะเล  -  ชิโลโพดา  ( Chilopoda ) ตะขาบ  -  ไดโพลโพดา  ( Diplopoda )  กิ้งกือ
7.  ไฟลัมมอลลัสกา  ( Mollusca )  พวกหอย เป๋าฮื้อ หมึก ลิ่นทะเล ทาก หอยทาก 8. ไฟลัมเอไดโนเดอมาตา  ( Echinodermata ) ดาวทะเล หอยเม่น ปลิงทะเล อีเเปะทะเล พลับพลึงทะเล 9.  ไฟลัมคอร์ดาตา  ( Chordata )  มี  3  ซับไฟลัม  -  ยูโรคอร์ดาตา  ( Urochordata )  เพรียงหัวหอม เพรียงลอย เพรียงสาย  -  เซฟาโลคอร์ดาตา  ( Cephalochodata ) เเอมฟิออกซัส  - วีเตอบารตา  ( Vetebarta)  หมี พังพอน
สัตว์มีกระดูกสันหลัง เวอร์ทีบราตา  ( Vertebrata )  มี  7  คลาส ไซโคลสโตมาตา   ( Cyclostomata / Agnata ) ปลาปากกลม  2.  คอนดริคไทอิส   ( Chondrichthyes )  ปลากระดูกอ่อน เช่น ฉลาม กระเบน ฉนาก   3. ออสติอิคไทอิส   ( Osteichthyes )  ปลากระดูกเเข็ง  4. ริบทีเลีย  ( Reptilia)  จระเข้  ตุ๊กแก จิ้งจก 5.  เเอมฟิเบีย   ( Amphibia ) สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ   (  กบ ซาลามานเดอร์ นิวต์ งูดิน  )  6.  เอวิส   ( Aves )  พวกนก   7. เเมมมาเลีย   ( Mammalia ) ปลากระดูกอ่อน เช่น ฉลาม กระเบน ฉนาก
เกณฑ์เฉพาะในการจำแนกสัตว์ 1 .  พิจารณาจากรูปแบบของสมมาตร 1.1 Asymemetry  ไม่สมมาตร คือไม่สามารถแบ่งร่างกายออกเป็นสองส่วนที่เหมือนกันได้ เช่น อมีบา 1.2 Bilateral symmetry  คือ สามารถแบ่งร่างกายออกเป็นสองส่วนที่เท่า ๆ กันได้ 1.3 Radial symmetry  สมมาตรในแนวรัศมี คือ สามารถแบ่งร่างกายออกเป็นสองส่วนให้มีลักษณะเหมือนกันได้หลายแนว โดยตัดผ่านจุดศูนย์กลางตามแนวรัศมี เช่น ฟองน้ำบางชนิด แมงกะพรุน และดาวทะเล 1.4 Sperical  หรือ  Universal symmetry  สามารถแบ่งร่างกายออกเป็นสองส่วนที่เหมือนกันได้ทุกระนาบโดยผ่านจุดศูนย์กลางเช่นกัน ได้แก่  Volvox
2.  พิจารณาจากจำนวนชั้นของเนื้อเยื่อ   (Germ layer) 2.1 Diploblastica 2.2 Triploblastica
3.  พิจารณาจากช่องว่างภายในลำตัว  (coelom) 3.1 Acoelomate animal  3.2 Psudocoelomate animal (Psudocoelom)  3.3 Eucoelomate animal (True coelom)
พลานาเรียเมื่อถูกตัดเป็นสองท่อน ทั้งสองท่อนสามารถเจริญเป็นตัวใหม่ได้  หนอนตัวแบน
หนอนตัวกลม
ไส้เดือนดิน
4.  พิจารณาจากการแบ่งส่วนลำตัวเป็นข้อปล้อง  (Segmentation) 4.1 Non metameric  4.2 Metameric
5.  พิจารณาจากการมีระบบเลือด 5.1  สัตว์ที่ยังไม่มีระบบเลือด เช่น ฟองน้ำ , ซีเลนเทอเรต ,  หนอนตัวแบนและ หนอนตัวกลม 5.2  สัตว์ที่มีระบบเลือดแบบวงจรเปิด เช่น อาร์โทรพอด ,  มอลลัสก์ และปลาดาว เป็นต้น 5.3  สัตว์ที่มีระบบเลือดแบบวงจรปิด เช่น ไส้เดือนดิน และสัตว์ชั้นสูง
6.  พิจารณาจากลักษณะทางเดินอาหาร 6.1  ทางเดินอาหารแบบไม่แท้จริง  (Channel network)  6.2  ทางเดินอาหารแบบไม่สมบูรณ์  (Incomplete digestive tract)  6.3  ทางเดินอาหารสมบูรณ์  (Complete digestive tract)
7.  พิจารณาจากแกนพยุงร่างกาย หรือโนโตคอร์ต  (Notochord)  แล้วจึงกลายเป็นกระดูกสันหลังหรือไม่ 8.  พิจารณาจากแบบแผนการเจริญเติบโตจากตัวอ่อนว่ามี ช่องเหงือก  (Gill slit)  หรือไม่
Phylum Porifera ไม่มีเนื้อเยื่อที่แท้จริง ลำตัวมีช่องให้น้ำเข้าขนาดเล็กและช่องน้ำออกขนาดใหญ่  ได้แก่ ฟองน้ำแก้ว ฟองน้ำหินปูน ฟองน้ำถูตัว
ฟองน้ำสืบพันธุ์ได้  2  แบบ คือ แบบไม่อาศัยเพศ คือ แตกหน่อ  (Budding) แบบอาศัยเพศ โดยอาศัยเซลล์  Archeocyte  สร้างอสุจิกับไข่มาผสมกัน เกิดไซโกต กลายเป็นฟองน้ำต่อไป
แบ่งออกเป็น  3 Class  ได้แก่ 1. Class Calcarea  ได้แก่ฟองน้ำที่มีแกนแข็ง เป็นพวกหินปูน  (CaCO3) 2. Class Hexactinellida  ได้แก่ฟองน้ำที่มีแกนแข็งเป็นพวกแก้วหรือทราย  (Silica) 3. Class Demospongiae  ได้แด่ฟองน้ำถูตัวที่มีแกนอ่อนนุ่ม ประกอบด้วยสารประเภท  Scleroprotien
Phylum Coelenterata   ประกอบด้วยผนังลำตัว  2  ชั้น เรียกว่า  Diploblastica  มีชั้นนอก  (ectoderm) มีชั้นใน  (endoderm)  มีเยื่อกั้นกลางเรียก  Mesoglea  กินทางปากถ่ายทางปาก ตรงกลางมีช่อง  gastrovascular cavity
การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศและแบบอาศัยเพศ โดยการสร้างอวัยวะสืบพันธุ์ บางชนิดสืบพันธุ์สลับ  (Metagenesis)  เช่น  Obelia  บางชนิดเป็นกระเทย เช่น  Hydra  สัตว์จำพวกนี้ได้แก่ ไฮดรา ,  แมงกะพรุน ,  กัลปังหา ,  ปะการังต่าง ๆ ,  ดอกไม้ทะเล  (sea anemone),  โอบีเลีย ,  ปากกาทะเล
รูปภาพตัวอย่าง แมงกะพรุน  ปะการัง
แบ่งออกเป็น  3 Class ได้แก่ 1. Hydrozoa  ส่วนใหญ่มีรูปร่างเป็น  Polyp  บางช่วงเป็น  Medusa  อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม  (Colony)  เช่น โอบีเลีย แมงกะพรุนน้ำจืด แมงกะพรุนลอย และไฮดรา 2. Scyphozoa  ส่วนใหญ่มีรูปร่างเป็น  Medusa ( รูปร่างคล้ายร่ม ว่ายน้ำได้อิสระ )  เช่น แมงกะพรุนไฟ แมงกะพรุนจาน 3. Anthozoa  มีรูปร่างเป็นแบบ  Polyp  เท่านั้น อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม มีการสร้างสารหินปูนเป็นเปลือกหุ้มเช่น พวกปะการัง หรือ กัลปังหา
Phylum Plathyhelminthes   มีเนื้อเยื่อ  3 ชั้น  (Triploblastica animal)  สัตว์พวกนี้ลำตัวแบนบาง จึงเรียกว่า หนอนตัวแบน  ( flat worm )  บางชนิดดำรงชีพแบบอิสระ ได้แก่ พลานาเรีย  ส่วนใหญ่เป็นปรสิต ได้แก่ พยาธิใบไม้ พยาธิตัวตืด  มีทางเดินอาหารแบบไม่สมบูรณ์ และไม่มีช่องตัว  ( noncoelom )  ยกเว้นพยาธิตัวตืดไม่มีทางเดินอาหาร
แบ่งออกเป็น  3 Class ได้แก่ 1. Class Turbellaria  เช่น พลานาเรีย ซึงดำรงชีพโดยหากินอย่างอิสระ 2. Class Trematoda  เช่น พยาธิใบไม้ชนิดต่าง ๆ ซึ่งดำรงชีพโดยการเป็นปาราสิต 3. Class Cestoda  เช่น พยาธิตัวตืด ซึ่งดำรงชีพโดยเป็นปาราสิต
Phylum Nematoda Phylum Nematoda  มีลำตัวรูปทรงกระบอก ไม่มีปล้อง จึงเรียกสัตว์กลุ่มนี้ว่า หนอนตัวกลม ( round worm )  มีคิวติเคิลหุ้มร่างกายจึงทำให้มีการลอกคราบระหว่างการเจริญเติบโต  มีทางเดินอาหารสมบูรณ์ ไม่มีระบบหมุนเวียนเลือด ลำเลียงสารอาหารโดยของเหลวภายในช่องตัวเทียม
Phylum Annelida มีเนื้อเยื่อ  3 ชั้น  (Triploblastica animal)  Phylum Annelida   มีลักษณะลำตัวแบ่งเป็นปล้อง เห็นได้ชัด ภายในมีเยื่อกั้น ได้แก่ ไส้เดือนดิน  ปลิง และทาก ดำรงชีวิตเป็นปรสิตชั่วคราว โดยการดูดเลือดสัตว์อื่นรวมทั้งคนด้วย เมื่อกัดผนังของโฮสต์  มันจะปล่อยสารชื่อ  hirudin  ที่ทำให้เลือดของโฮสต์ไม่แข็งตัว
แบ่งออกเป็น  3 Class ได้แก่ 1. Class Oligochaeta  เช่น ไส้เดือนดิน 2. Class Polychaeta  เช่น แม่เพรียง ไส้เดือนทะเล 3. Class Hirudinea  เช่น ปลิงน้ำจืด ปลิงดูดเลือด ปลิงควาย ปลิงเข็ม 4. Class Archiannelida  เช่น แอนนีลิด ที่มีขนาดเล็กมาก เรียกว่า หนอนทะเล
งูดินใหญ่มลายู
แม่เพรียง
Phylum Mollusca สัตว์พวกนี้ส่วนใหญ่อาศัยในทะเล ได้แก่ หอย หอยทาก ทากเปลือย  หอยนางรม หอยกาบ หอยงวงช้าง หมึกยักษ์ หมึกกระดอง และหมึกกล้วย  เป็นพวกมีลำตัวอ่อนนิ่มแตมีแมนเทิล  ( mantle )  สามารถสร้างเปลือกแข็งที่มีสารประกอบแคลเซียมคาร์บอเนต หุ้มลำตัว มีการไหลเวียนของน้ำเพื่อแลกเปลี่ยนแก๊สโดยใช้เหงือก
ตัวอย่างรูปหอย
แบ่งออกเป็น  5 Class ได้แก่ 1. Class Gastropoda  เช่น หอยสังข์ ,  หอยโข่ง ,  หอยขม และหอยทาก 2. Class PolyPlascophora  เช่น ลิ่นทะเล 3. Class Pelecypoda  เช่น หอยกาบ ,  หอยนางรม ,  หอยแครง ,  หอยเสียบ 4. Class Scaphopoda  เช่น หอยงาช้าง 5. Class Cephalopoda  เช่น หมึกกล้วย ,  หมึกกระดอง , หมึกสาย ,  หมึกยักษ์
Phylum Echinodermata   เป็นสิ่งมีชีวิตอยู่ในทะเลทั้งหมด เป็นสัตว์ที่มี  5   แฉก ผิวลำตัวมีหนามยื่นออกมา มีระบบท่อลำเลียงน้ำที่ปรับเปลี่ยนมาจากช่องตัวแยกไปตามแฉกและแตกแนงออกเป็นทิวบ์ฟิทซึ่ง เป็นโครงสร้างที่ใช้ในการเคลื่อนที่  เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีสมมาตร  2   แบบ คือ ตัวอ่อนมีสมมาตรแบบ  bilateral  ตัวเต็มวัยมีสมาตรแบบ  radial สิ่งมีชีวิตกลุ่มนี้ ได้แก่ ปลิงทะเล ดาวทะเล พลับพลึงทะเล ดาวขนนก ดาวมงกุฏหนาม
แบ่งออกเป็น  5 Class ได้แก่ Class Asteroidea  เช่น ดาวทะเล Class Ophiuroidea  เช่น ดาวเปราะ
3.Class Echinoidea  เช่น หอยเม่น อีแปะทะเล 4. Class Holothuroidea  เช่น ปลิงทะเล
5.Class Crinoidea  เช่น พลับพลึงทะเล
ดาวทะเล
Phylum Arthropoda มีลำตัวเป็นปล้อง มีรยางค์เป็นข้อ ๆ ต่อกัน รยางค์เป็นลักษณะพิเศษที่ปรับเปลี่ยนให้ทำหน้าที่ได้หลายอย่าง เช่น ใช้เดิน จับอาหาร รับความรู้สึก ผสมพันธุ์และป้องกันอันตรายสัตว์ไฟลัมนี้มีโครงร่างแข็งภายนอกที่ประกอบด้วยไคติน มีการลอกคราบจากระยะตัวอ่อนเป็นตัวเต็มวัย มีระบบประสาทและอวัยวะรับสัมผัสที่เจริญมีศูนย์รวมของระบบประสาทอยู่ที่ส่วนหัว  มีระบบหมุนเวียนเลือดแบบเปิด และสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ
 
แบ่งออกได้เป็น   6 Class ได้แก่ 1. Class Crusatacea  ส่วนมากจะอยู่ในน้ำ มีตาประกอบ มีหนวด  2 คู่ มีขา  5 คู่ สัตว์ในคลาสนี้เช่น กุ้งน้ำจืด กุ้งทะเล ปู กั้ง ไรน้ำ ฯลฯ 2. Class Merostoma  มีส่วนของหัวเชื่อมกับส่วนอก  (Cephalothorax)  มีขา  5  คู่ ไม่มีหนวด ได้แก่ แมงดาทะเล แมงดาถ้วย แมงดาจาน 3. Class Archnida  ส่วนมากจะอยู่บนบก สัตว์ในคลาสนี้ไม่มีหนวด มีขา  4  คู่ ได้แก่ แมงมุม แมงป่อง บึ้ง เห็บ ฯลฯ  ตะขาบ
4. Class Insecta  ได้แก่ ตัวสามง่าม ,  ยุง ,  แมลงวัน ,  ผีเสื้อ ,  แมลงปอ ,  แมลงสาบ ,  ปลวก ,  มด ,  จิ้งหรีด ,  ตั๊กแตน ฯลฯ 5. Class Diplopoda  ประกอบด้วยปล้องประมาณ  25  ถึง กว่า 100  ปล้อง ไม่มีต่อมพิษ มีหนวด  1  คู่ มีขาปล้องละ  2 คู่ มีตาเดี่ยว ได้แก่ กิ้งกือ กระสุนพระอินทร์ 6. Class Chilopoda  มีขาจำนวนมาก ประมาณปล้องละ  1  คู่ ลำตัวประกอบด้วยส่วนหัว และลำตัวยาวของอกติดกับท้อง มีประมาณ  15  ถึง  173 ปล้อง และปล้องที่หัวมีรยางค์ที่มีพิษอยู่  1  คู่ มีหนวด  1  คู่ มีตาเดี่ยว เรียกว่า โอเซลลัส  (Ocelles)  หายใจทางท่อลม ได้แก่ ตะขาบ
แมงดาทะเล
Phylum Chordata มีลักษณะสำคัญที่พบในระยะใดระยะหนึ่งของวัฎจักรชีวิต ซึ่งมักพบในในระยะเอ็มบริโอ ดังนี้ โนโทคอร์ด  ( notochord )  มีลักษณะเป็นแท่งยาวตลอดลำตัว พบในระยะเอ็มบริโอ ของไฟลัมนี้ทุกชนิด  แต่ แอมฟิออกซัส  ( amphioxus )  และปลาปากกลม พบในระยะตัวเต็มวัย  มีท่อประสาทกลวงด้านหลัง เจริญมาจากเนื้อเยื่อชั้นเอกโทเดิร์ม พัฒนาต่อไปเป็นสมองและไขสันหลังในระยะตัวเต็มวัย  มีช่องเหงือก ทำหน้าที่กรองอาหารที่ไหลผ่าน พบในระยะตัวอ่อน บางชนิดพบในระยะตัวเต็มวัย เช่น ฉลาม กระเบน  มีหาง ซึ่งพบเป็นส่วนใหญ่ในสัตว์ไฟลัมนี้
ฉลามเสือดาว  ปลากระเบน
สัตว์ในไฟลัมนี้สามารถแบ่งออกได้เป็น  2  กลุ่ม ได้แก่ 1.  พวกที่ไม่มีกระดูกสันหลัง เรียกว่า  Protochordata 1.1 Sub-Phylum Urochordata  ได้แก่เพรียงลอย เพรียงหัวหอม เพรียงลาย 1.2 Sub-Phylum Cephalochordata  สัตว์จำพวกนี้มี  Notochord  ยาวตลอดลำตัว และยาวเลยไปถึงหัวด้วย และจะมีอยู่ตลอดชีวิต ได้แก่ แอมฟิออกซัส  (Amphioxus) 2.  พวกที่มีกระดูกสันหลัง ได้แก่  Sub-Phylum Vetebrata
หมีขั้วโลกเหนือ หมีแพนด้า
สามารถแบ่งได้  7 Class  ดังนี้   1. Class Cyclostomata  หรือ  Class Agnatha  ได้แก่ ปลาปากกลม  2. Class Chondricthyes  ได้แก่ ปลากระดูกอ่อนทั้งหลาย มีช่องเหงือกเห็นชัดเจนจากภายนอกมีครีบคู่หรือครีบเดี่ยว มีเกล็ดลักษณะคล้ายจานยื่นออกมาเช่น ปลากระเบน ปลาฉลาม ปลาโรนัน ปลากระต่าย ปลาฉนาก   3. Class Osteicthyes  ได้แก่ปลากระดูกแข็งทั้งหลาย มีแผ่นแก้มปิดช่องเหงือกเอาไว้ มีเกล็ดบาง ๆ เรียงเหลื่อมกันคล้ายแผ่นกระเบื้องมุงหลังคา กระดูกภายในเป็นกระดูกแข็ง  ได้แก่ ปลาช่อน ปลาดุก ปลาทู ปลาตะเพียน ม้าน้ำ ฯลฯ
4. Class Amhibia  ได้แก่ สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ มี  4  ขา มี  5  นิ้ว ปลายนิ้วไม่มีเล็บ ได้แก่ คางคก เขียด อึ่งอ่าง ปาด กบ งูดิน ซาลาแมนเดอร์ 5. Class Reptilia  ได้แก่สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ในคลาสนี้เป็นสัตว์บก   เช่น เต่า จระเข้ ตุ๊กแก จิ้งเหลน จิ้งจก งู กิ้งก่า ฯลฯ  6. Class Aves  ได้แก่ สัตว์ปีก เป็นสัตว์เลือดอุ่น ลำตัวมีขน  (Feather)  ปกคลุม ขามี  2 ข้าง เช่น นกประเภทต่าง ๆ ทั้งที่บินได้และบินไม่ได้
7. Class Mammnlia  ได้แก่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เราเรียกสัตว์พวกนี้ว่า แมมมอล  (Mammal)  เป็นสัตว์เลือดอุ่น มีขนเป็นเส้น ๆ  (Hair)  คลุมตัว มี  4  ขา ได้แก่ - ตุ่นปากเป็ด และตัวกินมด ออกลูกเป็นไข่ - จิงโจ้ มีถุงหน้าท้อง - สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่น ๆ ที่ตัวอ่อนมีรก  (Placenta)  เช่น ลิงกัง ลิงแสม ลิงชิมแปนซี ชะนี เสือ แมว สุนัข สุกร สิงโต หมาใน หมี พังพอน โค กระบือ ช้าง ม้า มนุษย์ หนู ค้างคาว นางอาย  ปลาวาฬ โลมา แมวน้ำ สิงโตทะเล ฯลฯ
 
ขอบคุณที่รับฟังมาตลอด ถ้าไม่ใช่ แล้ว จะเป็นใคร
สมาชิกในกลุ่ม นางสาว ฑาริกา  รามันเจ๊ะ  รหัส  5120117043 นางสาว ฟาตีฮ๊ะ  แดเบาะ  รหัส  5120117097 นาย  สะบูดิง  ตุหยง  รหัส  5120110016 นางสาวนิมุซลีฮัฮ  นิเลาะ  รหัส  5120310108 นางสาว รุสมาลัยนี  สิงหะ  รหัส  5120117164 นางสาว สุรีรัตน์  อับดนเหล๊าะ รหัส   5120117203 นาย  อัซมิน  ยะผา  รหัส  5120117224

อาณาจักรสัตว์Science

  • 1.
  • 2.
    สัตว์มีลักษณะสำคัญ ได้แก่ 1. ประกอบด้วยเซลล์ประเภทยูคารีโอตเซลล์ (Eucaryotic Cell) เป็นเซลล์ที่มีเยื่อหุ้มนิวเคลียส 2. ประกอบด้วยเซลล์จำนวนหลายเซลล์ รวมกันเป็นเนื้อเยื่อ (tissue) หรือเป็นอวัยวะ (organ) ต่าง ๆ 3. ไม่มีผนังเซลล์ และไม่มีคลอโรพลาสต์ ดังนั้นจึงไม่สามารถสร้างอาหารเองได้โดยขบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง
  • 3.
    4. สามารถเคลื่อนที่ได้รวดเร็วหรือเคลื่อนทีช้า หรือบางชนิดก็ไม่เคลื่อนที่เลย เช่นปะการัง , ฟองน้ำ เป็นต้น 5. สัตว์ส่วนมากจะมีระบบประสาท ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ให้ทำงานประสานกัน 6. สัตว์ส่วนมากจะมีโครงร่างแข็ง (Skeleton) เพื่อเป็นที่ยึดเกาะของกล้ามเนื้อ และทำหน้าที่ปกป้องอวัยวะภายในได้ด้วย เช่น ปู กุ้ง หอย เป็นต้น 7. เนื้อเยื่อ และระบบต่าง ๆ จะซับซ้อนกว่าพืชมากและทำหน้าที่อย่างเฉพาะเจาะจง 9. หลังจากสืบพันธุ์หรือมีการปฏิสนธิเกิดขึ้นจะมีระยะตัวอ่อน (Embryo) พักหนึ่ง
  • 4.
    1. เป็นสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ที่สร้างอาหารเองไม่ได้ ( many celled heterotroph ) ส่วนใหญ่ดำรงชีวิตโดยกินอาหารทางปาก ( ingestion ) 2. ส่วนใหญ่เคลื่อนที่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้รวดเร็ว 3. สัตว์ทุกชนิดยกเว้นปรสิต มีช่องในร่างการที่บุผิวด้วยเซลล์ที่ทำหน้าที่ย่อยเเละดูดซึมอาหาร ( digestive cavity ) ลักษณะร่วมที่สำคัญของพวกสัตว์
  • 5.
    4. ร่างกายสัตว์ทุกชนิดประกอบด้วยเนื้อเยื่ออย่างน้อย 2 ชั้น ชั้นนอก ( ectoderm ) เเละชั้นใน ( endoderm ) 5. ร่างกายสัตว์เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่ จะมีขนาดเเละรูปร่างคงที่
  • 6.
    การจำเเนกจำพวกสัตว์ สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง 1. ไฟลัมพอริเฟอรา ( Polifera ) พวกฟองน้ำ 2. ไฟลัมซีเลนเทอราตา ( Coelenterata ) ไฮดรา เเมงกะพรุน ดอกไม้ทะเล ปะการังกัลปังหา 3. ไฟลัมเเพลทีเฮลมินเทส ( Platyhelminthes ) หนอนตัวเเบนต่างๆ เช่น พลานาเรีย พยาธิในไม้ พยาธิตัวตืด 4. ไฟลัมเนทาโทดา ( Nematoda ) หนอนตัวกลมต่างๆ เช่น พยาธิปากขอ พยาธิเส้นด้าย พยาธิไส้เดือนฝอย พยาธิโรคเท้าช้าง พยาธิเเส้ม้า พยาธิไส้เดือน ตัวจิ๊ด หนอนในน้ำส้มสายชู
  • 7.
    5. ไฟลัมเเอนเนลิดา ( Annelida ) ไส้เดือนดิน เเม่เพรียง ( ไส้เดือนทะเล ) ปลิงน้ำจืด 6. ไฟลัมอาร์โทรโพดา ( Athropoda ) มี 6 คลาส คือ - อินเซ็คตา ( Insecta ) เเมลง เช่นผึ้ง ครั่ง เเมลงสาบ ผีเสื้อ หมัด - ครัสเตเซีย ( Crustacea ) กุ้ง กั้ง ปู ไรน้ำ ( ไรเเดง ) เพรียงหิน ตัวกะปิ - อะเเรชนิดา ( Arachnida ) เเมงมุม เเมงป่อง เห็บ ไร - เมอโรสโตมา ( Merstoma ) เเมงดาทะเล - ชิโลโพดา ( Chilopoda ) ตะขาบ - ไดโพลโพดา ( Diplopoda ) กิ้งกือ
  • 8.
    7. ไฟลัมมอลลัสกา ( Mollusca ) พวกหอย เป๋าฮื้อ หมึก ลิ่นทะเล ทาก หอยทาก 8. ไฟลัมเอไดโนเดอมาตา ( Echinodermata ) ดาวทะเล หอยเม่น ปลิงทะเล อีเเปะทะเล พลับพลึงทะเล 9. ไฟลัมคอร์ดาตา ( Chordata ) มี 3 ซับไฟลัม - ยูโรคอร์ดาตา ( Urochordata ) เพรียงหัวหอม เพรียงลอย เพรียงสาย - เซฟาโลคอร์ดาตา ( Cephalochodata ) เเอมฟิออกซัส - วีเตอบารตา ( Vetebarta) หมี พังพอน
  • 9.
    สัตว์มีกระดูกสันหลัง เวอร์ทีบราตา ( Vertebrata ) มี 7 คลาส ไซโคลสโตมาตา ( Cyclostomata / Agnata ) ปลาปากกลม 2. คอนดริคไทอิส ( Chondrichthyes ) ปลากระดูกอ่อน เช่น ฉลาม กระเบน ฉนาก 3. ออสติอิคไทอิส ( Osteichthyes ) ปลากระดูกเเข็ง 4. ริบทีเลีย ( Reptilia) จระเข้ ตุ๊กแก จิ้งจก 5. เเอมฟิเบีย ( Amphibia ) สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ( กบ ซาลามานเดอร์ นิวต์ งูดิน ) 6. เอวิส ( Aves ) พวกนก 7. เเมมมาเลีย ( Mammalia ) ปลากระดูกอ่อน เช่น ฉลาม กระเบน ฉนาก
  • 10.
    เกณฑ์เฉพาะในการจำแนกสัตว์ 1 . พิจารณาจากรูปแบบของสมมาตร 1.1 Asymemetry ไม่สมมาตร คือไม่สามารถแบ่งร่างกายออกเป็นสองส่วนที่เหมือนกันได้ เช่น อมีบา 1.2 Bilateral symmetry คือ สามารถแบ่งร่างกายออกเป็นสองส่วนที่เท่า ๆ กันได้ 1.3 Radial symmetry สมมาตรในแนวรัศมี คือ สามารถแบ่งร่างกายออกเป็นสองส่วนให้มีลักษณะเหมือนกันได้หลายแนว โดยตัดผ่านจุดศูนย์กลางตามแนวรัศมี เช่น ฟองน้ำบางชนิด แมงกะพรุน และดาวทะเล 1.4 Sperical หรือ Universal symmetry สามารถแบ่งร่างกายออกเป็นสองส่วนที่เหมือนกันได้ทุกระนาบโดยผ่านจุดศูนย์กลางเช่นกัน ได้แก่ Volvox
  • 11.
  • 12.
    3. พิจารณาจากช่องว่างภายในลำตัว (coelom) 3.1 Acoelomate animal 3.2 Psudocoelomate animal (Psudocoelom) 3.3 Eucoelomate animal (True coelom)
  • 13.
  • 14.
  • 15.
  • 16.
  • 17.
    5. พิจารณาจากการมีระบบเลือด5.1 สัตว์ที่ยังไม่มีระบบเลือด เช่น ฟองน้ำ , ซีเลนเทอเรต , หนอนตัวแบนและ หนอนตัวกลม 5.2 สัตว์ที่มีระบบเลือดแบบวงจรเปิด เช่น อาร์โทรพอด , มอลลัสก์ และปลาดาว เป็นต้น 5.3 สัตว์ที่มีระบบเลือดแบบวงจรปิด เช่น ไส้เดือนดิน และสัตว์ชั้นสูง
  • 18.
    6. พิจารณาจากลักษณะทางเดินอาหาร6.1 ทางเดินอาหารแบบไม่แท้จริง (Channel network) 6.2 ทางเดินอาหารแบบไม่สมบูรณ์ (Incomplete digestive tract) 6.3 ทางเดินอาหารสมบูรณ์ (Complete digestive tract)
  • 19.
    7. พิจารณาจากแกนพยุงร่างกายหรือโนโตคอร์ต (Notochord) แล้วจึงกลายเป็นกระดูกสันหลังหรือไม่ 8. พิจารณาจากแบบแผนการเจริญเติบโตจากตัวอ่อนว่ามี ช่องเหงือก (Gill slit) หรือไม่
  • 20.
    Phylum Porifera ไม่มีเนื้อเยื่อที่แท้จริงลำตัวมีช่องให้น้ำเข้าขนาดเล็กและช่องน้ำออกขนาดใหญ่ ได้แก่ ฟองน้ำแก้ว ฟองน้ำหินปูน ฟองน้ำถูตัว
  • 21.
    ฟองน้ำสืบพันธุ์ได้ 2 แบบ คือ แบบไม่อาศัยเพศ คือ แตกหน่อ (Budding) แบบอาศัยเพศ โดยอาศัยเซลล์ Archeocyte สร้างอสุจิกับไข่มาผสมกัน เกิดไซโกต กลายเป็นฟองน้ำต่อไป
  • 22.
    แบ่งออกเป็น 3Class ได้แก่ 1. Class Calcarea ได้แก่ฟองน้ำที่มีแกนแข็ง เป็นพวกหินปูน (CaCO3) 2. Class Hexactinellida ได้แก่ฟองน้ำที่มีแกนแข็งเป็นพวกแก้วหรือทราย (Silica) 3. Class Demospongiae ได้แด่ฟองน้ำถูตัวที่มีแกนอ่อนนุ่ม ประกอบด้วยสารประเภท Scleroprotien
  • 23.
    Phylum Coelenterata ประกอบด้วยผนังลำตัว 2 ชั้น เรียกว่า Diploblastica มีชั้นนอก (ectoderm) มีชั้นใน (endoderm) มีเยื่อกั้นกลางเรียก Mesoglea กินทางปากถ่ายทางปาก ตรงกลางมีช่อง gastrovascular cavity
  • 24.
    การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศและแบบอาศัยเพศ โดยการสร้างอวัยวะสืบพันธุ์ บางชนิดสืบพันธุ์สลับ (Metagenesis) เช่น Obelia บางชนิดเป็นกระเทย เช่น Hydra สัตว์จำพวกนี้ได้แก่ ไฮดรา , แมงกะพรุน , กัลปังหา , ปะการังต่าง ๆ , ดอกไม้ทะเล (sea anemone), โอบีเลีย , ปากกาทะเล
  • 25.
  • 26.
    แบ่งออกเป็น 3Class ได้แก่ 1. Hydrozoa ส่วนใหญ่มีรูปร่างเป็น Polyp บางช่วงเป็น Medusa อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม (Colony) เช่น โอบีเลีย แมงกะพรุนน้ำจืด แมงกะพรุนลอย และไฮดรา 2. Scyphozoa ส่วนใหญ่มีรูปร่างเป็น Medusa ( รูปร่างคล้ายร่ม ว่ายน้ำได้อิสระ ) เช่น แมงกะพรุนไฟ แมงกะพรุนจาน 3. Anthozoa มีรูปร่างเป็นแบบ Polyp เท่านั้น อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม มีการสร้างสารหินปูนเป็นเปลือกหุ้มเช่น พวกปะการัง หรือ กัลปังหา
  • 27.
    Phylum Plathyhelminthes มีเนื้อเยื่อ 3 ชั้น (Triploblastica animal) สัตว์พวกนี้ลำตัวแบนบาง จึงเรียกว่า หนอนตัวแบน ( flat worm ) บางชนิดดำรงชีพแบบอิสระ ได้แก่ พลานาเรีย ส่วนใหญ่เป็นปรสิต ได้แก่ พยาธิใบไม้ พยาธิตัวตืด มีทางเดินอาหารแบบไม่สมบูรณ์ และไม่มีช่องตัว ( noncoelom ) ยกเว้นพยาธิตัวตืดไม่มีทางเดินอาหาร
  • 28.
    แบ่งออกเป็น 3Class ได้แก่ 1. Class Turbellaria เช่น พลานาเรีย ซึงดำรงชีพโดยหากินอย่างอิสระ 2. Class Trematoda เช่น พยาธิใบไม้ชนิดต่าง ๆ ซึ่งดำรงชีพโดยการเป็นปาราสิต 3. Class Cestoda เช่น พยาธิตัวตืด ซึ่งดำรงชีพโดยเป็นปาราสิต
  • 29.
    Phylum Nematoda PhylumNematoda มีลำตัวรูปทรงกระบอก ไม่มีปล้อง จึงเรียกสัตว์กลุ่มนี้ว่า หนอนตัวกลม ( round worm ) มีคิวติเคิลหุ้มร่างกายจึงทำให้มีการลอกคราบระหว่างการเจริญเติบโต มีทางเดินอาหารสมบูรณ์ ไม่มีระบบหมุนเวียนเลือด ลำเลียงสารอาหารโดยของเหลวภายในช่องตัวเทียม
  • 30.
    Phylum Annelida มีเนื้อเยื่อ 3 ชั้น (Triploblastica animal) Phylum Annelida มีลักษณะลำตัวแบ่งเป็นปล้อง เห็นได้ชัด ภายในมีเยื่อกั้น ได้แก่ ไส้เดือนดิน ปลิง และทาก ดำรงชีวิตเป็นปรสิตชั่วคราว โดยการดูดเลือดสัตว์อื่นรวมทั้งคนด้วย เมื่อกัดผนังของโฮสต์ มันจะปล่อยสารชื่อ hirudin ที่ทำให้เลือดของโฮสต์ไม่แข็งตัว
  • 31.
    แบ่งออกเป็น 3Class ได้แก่ 1. Class Oligochaeta เช่น ไส้เดือนดิน 2. Class Polychaeta เช่น แม่เพรียง ไส้เดือนทะเล 3. Class Hirudinea เช่น ปลิงน้ำจืด ปลิงดูดเลือด ปลิงควาย ปลิงเข็ม 4. Class Archiannelida เช่น แอนนีลิด ที่มีขนาดเล็กมาก เรียกว่า หนอนทะเล
  • 32.
  • 33.
  • 34.
    Phylum Mollusca สัตว์พวกนี้ส่วนใหญ่อาศัยในทะเลได้แก่ หอย หอยทาก ทากเปลือย หอยนางรม หอยกาบ หอยงวงช้าง หมึกยักษ์ หมึกกระดอง และหมึกกล้วย เป็นพวกมีลำตัวอ่อนนิ่มแตมีแมนเทิล ( mantle ) สามารถสร้างเปลือกแข็งที่มีสารประกอบแคลเซียมคาร์บอเนต หุ้มลำตัว มีการไหลเวียนของน้ำเพื่อแลกเปลี่ยนแก๊สโดยใช้เหงือก
  • 35.
  • 36.
    แบ่งออกเป็น 5Class ได้แก่ 1. Class Gastropoda เช่น หอยสังข์ , หอยโข่ง , หอยขม และหอยทาก 2. Class PolyPlascophora เช่น ลิ่นทะเล 3. Class Pelecypoda เช่น หอยกาบ , หอยนางรม , หอยแครง , หอยเสียบ 4. Class Scaphopoda เช่น หอยงาช้าง 5. Class Cephalopoda เช่น หมึกกล้วย , หมึกกระดอง , หมึกสาย , หมึกยักษ์
  • 37.
    Phylum Echinodermata เป็นสิ่งมีชีวิตอยู่ในทะเลทั้งหมด เป็นสัตว์ที่มี 5 แฉก ผิวลำตัวมีหนามยื่นออกมา มีระบบท่อลำเลียงน้ำที่ปรับเปลี่ยนมาจากช่องตัวแยกไปตามแฉกและแตกแนงออกเป็นทิวบ์ฟิทซึ่ง เป็นโครงสร้างที่ใช้ในการเคลื่อนที่ เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีสมมาตร 2 แบบ คือ ตัวอ่อนมีสมมาตรแบบ bilateral ตัวเต็มวัยมีสมาตรแบบ radial สิ่งมีชีวิตกลุ่มนี้ ได้แก่ ปลิงทะเล ดาวทะเล พลับพลึงทะเล ดาวขนนก ดาวมงกุฏหนาม
  • 38.
    แบ่งออกเป็น 5Class ได้แก่ Class Asteroidea เช่น ดาวทะเล Class Ophiuroidea เช่น ดาวเปราะ
  • 39.
    3.Class Echinoidea เช่น หอยเม่น อีแปะทะเล 4. Class Holothuroidea เช่น ปลิงทะเล
  • 40.
    5.Class Crinoidea เช่น พลับพลึงทะเล
  • 41.
  • 42.
    Phylum Arthropoda มีลำตัวเป็นปล้องมีรยางค์เป็นข้อ ๆ ต่อกัน รยางค์เป็นลักษณะพิเศษที่ปรับเปลี่ยนให้ทำหน้าที่ได้หลายอย่าง เช่น ใช้เดิน จับอาหาร รับความรู้สึก ผสมพันธุ์และป้องกันอันตรายสัตว์ไฟลัมนี้มีโครงร่างแข็งภายนอกที่ประกอบด้วยไคติน มีการลอกคราบจากระยะตัวอ่อนเป็นตัวเต็มวัย มีระบบประสาทและอวัยวะรับสัมผัสที่เจริญมีศูนย์รวมของระบบประสาทอยู่ที่ส่วนหัว มีระบบหมุนเวียนเลือดแบบเปิด และสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ
  • 43.
  • 44.
    แบ่งออกได้เป็น 6 Class ได้แก่ 1. Class Crusatacea ส่วนมากจะอยู่ในน้ำ มีตาประกอบ มีหนวด 2 คู่ มีขา 5 คู่ สัตว์ในคลาสนี้เช่น กุ้งน้ำจืด กุ้งทะเล ปู กั้ง ไรน้ำ ฯลฯ 2. Class Merostoma มีส่วนของหัวเชื่อมกับส่วนอก (Cephalothorax) มีขา 5 คู่ ไม่มีหนวด ได้แก่ แมงดาทะเล แมงดาถ้วย แมงดาจาน 3. Class Archnida ส่วนมากจะอยู่บนบก สัตว์ในคลาสนี้ไม่มีหนวด มีขา 4 คู่ ได้แก่ แมงมุม แมงป่อง บึ้ง เห็บ ฯลฯ ตะขาบ
  • 45.
    4. Class Insecta ได้แก่ ตัวสามง่าม , ยุง , แมลงวัน , ผีเสื้อ , แมลงปอ , แมลงสาบ , ปลวก , มด , จิ้งหรีด , ตั๊กแตน ฯลฯ 5. Class Diplopoda ประกอบด้วยปล้องประมาณ 25 ถึง กว่า 100 ปล้อง ไม่มีต่อมพิษ มีหนวด 1 คู่ มีขาปล้องละ 2 คู่ มีตาเดี่ยว ได้แก่ กิ้งกือ กระสุนพระอินทร์ 6. Class Chilopoda มีขาจำนวนมาก ประมาณปล้องละ 1 คู่ ลำตัวประกอบด้วยส่วนหัว และลำตัวยาวของอกติดกับท้อง มีประมาณ 15 ถึง 173 ปล้อง และปล้องที่หัวมีรยางค์ที่มีพิษอยู่ 1 คู่ มีหนวด 1 คู่ มีตาเดี่ยว เรียกว่า โอเซลลัส (Ocelles) หายใจทางท่อลม ได้แก่ ตะขาบ
  • 46.
  • 47.
    Phylum Chordata มีลักษณะสำคัญที่พบในระยะใดระยะหนึ่งของวัฎจักรชีวิตซึ่งมักพบในในระยะเอ็มบริโอ ดังนี้ โนโทคอร์ด ( notochord ) มีลักษณะเป็นแท่งยาวตลอดลำตัว พบในระยะเอ็มบริโอ ของไฟลัมนี้ทุกชนิด แต่ แอมฟิออกซัส ( amphioxus ) และปลาปากกลม พบในระยะตัวเต็มวัย มีท่อประสาทกลวงด้านหลัง เจริญมาจากเนื้อเยื่อชั้นเอกโทเดิร์ม พัฒนาต่อไปเป็นสมองและไขสันหลังในระยะตัวเต็มวัย มีช่องเหงือก ทำหน้าที่กรองอาหารที่ไหลผ่าน พบในระยะตัวอ่อน บางชนิดพบในระยะตัวเต็มวัย เช่น ฉลาม กระเบน มีหาง ซึ่งพบเป็นส่วนใหญ่ในสัตว์ไฟลัมนี้
  • 48.
  • 49.
    สัตว์ในไฟลัมนี้สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1. พวกที่ไม่มีกระดูกสันหลัง เรียกว่า Protochordata 1.1 Sub-Phylum Urochordata ได้แก่เพรียงลอย เพรียงหัวหอม เพรียงลาย 1.2 Sub-Phylum Cephalochordata สัตว์จำพวกนี้มี Notochord ยาวตลอดลำตัว และยาวเลยไปถึงหัวด้วย และจะมีอยู่ตลอดชีวิต ได้แก่ แอมฟิออกซัส (Amphioxus) 2. พวกที่มีกระดูกสันหลัง ได้แก่ Sub-Phylum Vetebrata
  • 50.
  • 51.
    สามารถแบ่งได้ 7Class ดังนี้ 1. Class Cyclostomata หรือ Class Agnatha ได้แก่ ปลาปากกลม 2. Class Chondricthyes ได้แก่ ปลากระดูกอ่อนทั้งหลาย มีช่องเหงือกเห็นชัดเจนจากภายนอกมีครีบคู่หรือครีบเดี่ยว มีเกล็ดลักษณะคล้ายจานยื่นออกมาเช่น ปลากระเบน ปลาฉลาม ปลาโรนัน ปลากระต่าย ปลาฉนาก 3. Class Osteicthyes ได้แก่ปลากระดูกแข็งทั้งหลาย มีแผ่นแก้มปิดช่องเหงือกเอาไว้ มีเกล็ดบาง ๆ เรียงเหลื่อมกันคล้ายแผ่นกระเบื้องมุงหลังคา กระดูกภายในเป็นกระดูกแข็ง ได้แก่ ปลาช่อน ปลาดุก ปลาทู ปลาตะเพียน ม้าน้ำ ฯลฯ
  • 52.
    4. Class Amhibia ได้แก่ สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ มี 4 ขา มี 5 นิ้ว ปลายนิ้วไม่มีเล็บ ได้แก่ คางคก เขียด อึ่งอ่าง ปาด กบ งูดิน ซาลาแมนเดอร์ 5. Class Reptilia ได้แก่สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ในคลาสนี้เป็นสัตว์บก เช่น เต่า จระเข้ ตุ๊กแก จิ้งเหลน จิ้งจก งู กิ้งก่า ฯลฯ 6. Class Aves ได้แก่ สัตว์ปีก เป็นสัตว์เลือดอุ่น ลำตัวมีขน (Feather) ปกคลุม ขามี 2 ข้าง เช่น นกประเภทต่าง ๆ ทั้งที่บินได้และบินไม่ได้
  • 53.
    7. Class Mammnlia ได้แก่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เราเรียกสัตว์พวกนี้ว่า แมมมอล (Mammal) เป็นสัตว์เลือดอุ่น มีขนเป็นเส้น ๆ (Hair) คลุมตัว มี 4 ขา ได้แก่ - ตุ่นปากเป็ด และตัวกินมด ออกลูกเป็นไข่ - จิงโจ้ มีถุงหน้าท้อง - สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่น ๆ ที่ตัวอ่อนมีรก (Placenta) เช่น ลิงกัง ลิงแสม ลิงชิมแปนซี ชะนี เสือ แมว สุนัข สุกร สิงโต หมาใน หมี พังพอน โค กระบือ ช้าง ม้า มนุษย์ หนู ค้างคาว นางอาย ปลาวาฬ โลมา แมวน้ำ สิงโตทะเล ฯลฯ
  • 54.
  • 55.
  • 56.
    สมาชิกในกลุ่ม นางสาว ฑาริกา รามันเจ๊ะ รหัส 5120117043 นางสาว ฟาตีฮ๊ะ แดเบาะ รหัส 5120117097 นาย สะบูดิง ตุหยง รหัส 5120110016 นางสาวนิมุซลีฮัฮ นิเลาะ รหัส 5120310108 นางสาว รุสมาลัยนี สิงหะ รหัส 5120117164 นางสาว สุรีรัตน์ อับดนเหล๊าะ รหัส 5120117203 นาย อัซมิน ยะผา รหัส 5120117224