More Related Content
PPTX
PDF
PPTX
PPTX
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับศาสนา PDF
PDF
ศาสนาเปรียบเทียบ (Comparative Religion) สังคมศึกษา ม.ปลาย PPTX
PDF
What's hot
PDF
DOC
PDF
ความหมายและประเภทของศาสนา PDF
PPTX
PPTX
PPTX
การเข้ามาและพัฒนาการพุทธศาสนาในประเทศไทย PDF
PPTX
วิชาปรัชญาจีน ตอน ปรัชญาเล่าจื๊อ PPTX
PDF
พิธีกรรมและศาสนพิธีทางศาสนาพุทธ PPTX
PDF
PPTX
ปรัชญาเบื้องต้น บทที่ ๖ ปรัชญาตะวันออก PPTX
PPTX
การเมืองการปกครองสมัยกรุงศรีอยุธยา PDF
PDF
PDF
PDF
Similar to ศาสนาคริสต์
PPTX
PDF
สไลด์เรื่องศาสนาคริสต์เพื่อการศึกษาวิชาศาสนา.pdf PDF
PPT
PDF
PPT
PPT
การปฏิรูปศาสนา Religious Reformation PDF
PDF
PDF
PDF
PPTX
สื่อการสอนครูรุ่งนภา คงเพ็ชรศักดิ์ PDF
PPTX
PPTX
อาณาจักรโรมันตะวันตกล่มสลาย PPT
PDF
PDF
PDF
PDF
ศาสนาคริสต์
- 1.
- 2.
- 3.
ศาสนาคริสต์ (Christianity)เป็น
ศาสนาแห่งความรัก เพราะพระเจ้าทรงรัก
มนุษย์ ทรงรักประชากรของพระองค์ทรง
สร้างสัตว์ต่างๆขึ้นมาเพื่อรับใช้ ศาสนา
คริสต์เป็นศาสนาที่นับถือศรัทธาในพระเจ้า
องค์เดียวเชื่อว่าพระเจ้าเป็นผู้สร้างโลกและ
ทุกสิ่งทุกอย่างรวมถึงมนุษย์
ศาสนาคริสต์ วิวัฒนาการมาจากศาสนา
ยูดาย(ฮิบบรู)หรือศาสนายิว นับถือพระเจ้า
ความสำาคัญ
- 5.
- 6.
บุคคลในประวัติศาสตร์ของทั้งสองศาสนานี้ อาทิ
เช่นอับราฮัม (Abraham)
โยเซฟ (Joseph) โมเสส (Moses) และกษัตริย์
โซโลมอน (Solomon) ฯลฯ ล้วนเป็น
บุคคลที่พระเจ้าได้ทรงกำาหนดให้เป็นไปตาม
แผนที่พระองค์ได้วางไว้เพื่อช่วยชีวิตมนุษย์ให้
ถึงความรอด (Salvation) คัมภีร์ไบเบิลทั้งสองภาค
(พันธสัญญา)จึงเป็น
คัมภีร์ที่มีความสำาคัญยิ่ง โดยเฉพาะในด้าน
ประวัติศาสตร์ของทั้งสองศาสนา
โมเสส กษัต
- 7.
ประวัติศาสนา
• - “” “ศาสนาคริสต์เป็น เอกเทวนิยม นับถือ พระยะโฮ
”วาห์
• - เป็น 1 ใน 3 ศาสนาของโลก
• -เกิดในปาเลสไตน์ พ.ศ.543 ในปีเกิดของพระเยซู
พัฒนามาจากศาสนายิว
• - มีพระเยซู (JESUS) เป็นพระศาสดา และ พระเมสสิ
อาห์ (MESSIAH)
• - ศาสนาคริสต์เจริญแพร่หลายโดยการเผยแผ่ของ
สาวกและศาสนิกชน หลังจากพระเยซูสิ้นชีพแล้ว
เช่น ในสมัยพระเจ้าคอนสแตนตินแห่งโรมันและ
เจริญอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ พ.ศ. 868-1597 ในหลาย
ภูมิภาคทั่วโลก
• - ตั้งแต่ พ.ศ.1597-2060 สันตะปาปา หรือ โป๊ป เป็น
ตัวแทนของพระเจ้า มีอำานาจสูงสุด
- 9.
• ศาสดาของศาสนาคริสต์ คือพระเยซู เกิดเมื่อ
พ.ศ. 543 ในวันที่ 25 ธันวาคม ที่หมู่บ้านเบธเล
เฮ็ม แคว้นยูเดีย ปาเลสไตน์ เจริญเติบโตที่เมือง
นาซาเรท แคว้นกาลิลี
• มารดา ชื่อ มาเรีย บิดา ชื่อ โจเซฟ ท่านเกิด
จากพระครรภ์บริสุทธิ์ เป็นบุตรของพระเจ้า
• ท่านเกิดในยุคที่ชาวยิวได้รับทุกข์หนัก เพราะถูก
ประวัติศาสดา
- 10.
• คำาว่า คริสต์(Christ)มาจากภาษากรีก ว่า
Christos หมายถึง
เมสสิอาห์ (ผู้ที่พระเจ้าทรงเจิมไว้) ใน
ภาษายิว ทั้งนี้ชาวคริสต์ ส่วนใหญ่จะเชื่อ
ว่า พระเยซู คือ เมสสิอาห์ ที่พระเจ้า
ประทานมา
• พระเยซูได้รับการศึกษาจากโรงเรียนใน
หมู่บ้าน
• ศึกษาพระคัมภีร์เก่าของศาสนายิวจนมี
ความรู้แตกฉาน
ประวัติศาสดา
- 12.
- 15.
- 16.
• ชาวคริสต์เชื่อกันว่าหลังจากที่พระเยซูได้สิ้นไป 3วันแล้วได้
ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง สาวกทั้ง 11 คน พวกเขาได้ทดสอบพระ
เยซูหลายครั้งจนมั่นใจว่าการฟื้นคืนชีพของพระเยซูนั้นไม่ใช่
เรื่องหลอกลวงแต่เป็นจริง ประกอบกับการเทศนาสั่งสอนยำ้า
ให้สาวกทั้งหลายมีความเข้าใจในพระคัมภีร์ พวกเขาทั้ง 11
คน ได้กลับไปกรุงเยรูซาเล็ม จึงร่วมกันอธิษฐานอย่าง
ขะมักเขม้น นับแต่นั้นมาอัครสาวกทั้ง 11 คน และ มัทธีอัส
(Matthias) ซึ่งได้รับเลือกเข้ามาในภายหลังรวมเป็น 12 คน
- 17.
นักบุญเปโตร (Petro)ได้รับการแต่งตั้ง
ให้เป็น หัวหน้าโดยนัยนี้ท่านจึงเป็นผู้นำาสูงสุด
ของศาสนาคริสต์เป็นคนแรก นักบุญเปโตรได้
เผยแพร่ศาสนาถึงกรุงโรม และได้เลือกกรุงโรม
เป็นศูนย์กลางการดำาเนินงานของศาสนจักร ใน
บั้นปลายชีวิตของท่านนั้นได้ถูกพวกทหารโรมัน
- 18.
- 19.
สรุป
• ผู้ก่อตั้งคือ พระเยซูแห่งนาซาเรท
• มีฐานะเป็นทั้งศาสดาพยากรณ์และเทพ
บุตร
• มีพื้นฐานมาจากศาสนายิว (พระเยซูได้รับ
การสอนถึงพระบัญญัติอันศักดิ์สิทธิ์ของ
ศาสนายูดา)
• เป็นศาสนาเอกเทวนิยม พระเจ้ามี
พระนามว่า ยะโฮวาห์
• คือมีพื้นฐานความเชื่อว่า
•มีเทพเจ้าที่มีอำานาจสูงสุด ที่มีอำานาจ
เหนือธรรมชาติ
- 20.
มีผู้นับถือมากที่สุดเพราะอิทธิพล
จากการเมืองในอดีต
ได้ชื่อChrist = Mesiah แปลว่า
ผู้ไถ่บาป (พบกับจอห์นผู้ล้างบาปเมื่อ
อายุ 30)
ทรงสอนศาสนาอยู่ได้ ๓ ปี ก็ถูก
ประหาร เพราะอ้างตนเองว่าเป็นบุตร
ของพระยะโฮวาห์ ผิดกฎศาสนายิว
คำาสอนของศาสนาคริสต์จะอยู่ใน
คัมภีร์ใหม่ ส่วนใหญ่เป็นคำาสอนใน
ระดับศีลธรรม และการปฏิบัติในชีวิต
- 21.
กล่าวโดยสรุป คำาสอนของพระเยซูก็
คือ"ปรัชญาแห่งความรัก" คือรัก
พระเจ้า รักครอบครัว และรักเพื่อน
มนุษย์ทั้งปวง โดยไม่เลือกชนชั้นและ
เชื้อชาติ รวมทั้งการให้อภัยไม่โกรธ
เกลียดแม้ผู้ที่มาทำาร้ายตนเอง.
ส่วนคำาสอนในระดับอภิปรัชญานั้น
ถูกแต่งขึ้นโดยสาวกรุ่นใหม่ ที่บวกเอา
แนวคิดของนักปรัชญาเช่นอริสโตเติ้ล
ของในยุคนั้นเข้าไว้ จึงทำาให้ศาสนา
คริสต์มีความแข็งแกร่งทางภูมิปัญญา
- 22.
- 23.
- 24.
- 25.
หลักความเชื่อดั้งเดิมของ
ศาสนาคริสต์ (เครโค)
• ๑)ข้าพเจ้าเชื่อในพระเจ้าองค์เดียว พระบิด
ผู้ทรงสรรพานุภาพ
• ๒) เชื่อในพระเยซูคริสต์เจ้า พระบุตรแต่
พระองค์เดียวของพระเป็นเจ้า ทรงบังเกิด
จากพระบิดา...เพราะเห็นแก่เรามนุษย์ เพื่อ
ช่วยให้รอด พระองค์จึงเสด็จจากสวรรค์
• ๓) ข้าพเจ้าเชื่อในพระจิตเจ้า ผู้ประทาน
ชีวิต ทรงเนื่องมาจากพระบิดาและพระบุตร
พระองค์ดำารัสทางประกาศ
• ๔) ข้าพเจ้าเชื่อในประกาศศาสนจักร หนึ่ง
เดียว ศักดิ์สิทธิ์ คาทอลิก และสืบจากอัคร
- 26.
หลักความเชื่อต่อมา
• เชื่อว่า พระบิดาพระบุตร และพระจิต
เป็น ๓ บุคคล แต่ละบุคคลเป็นพระเจ้า
สมบูรณ์ในตนเองเสมอกัน ต่อเนื่องมา
จากกัน
• พระบิดาทำาให้บังเกิดพระบุตร และพระจิต
เนื่องมาจากพระบิดาและพระบุตร *** ทั้ง
๓ บุคคล รวมกันเป็นหนึ่งเดียว เรียกว่า
“ ”ตรีเอกภาพ (Trinity)
• ยกย่องพระเยซูว่ามี ๒ สภาวะ คือ สภาวะ
พระเจ้า และสภาวะมนุษย์
- 28.
- 29.
- 30.
- 31.
• ชาวคริสต์เชื่อใน
The lastjudgment
หรือการพิพากษา
ครั้งสุดท้าย >> เชื่อ
ว่า เมื่อตาย
วิญญาณแยกจาก
ร่างกาย ร่างกาย
จะเน่าเปื่อย แต่จะ
กลับฟื้นคืนขึ้นใหม่
ในวันสิ้นโลก แล้ว
มารับวิญญาณ ส่วน
วิญญาณจะถูก
พิพากษา ถ้าทำาดีจะ
- 32.
พระเยซู คือ พระเมสิอาห์
•พระเยซูเป็นนามเดิมของพระองค์ เมื่อชาว
คริสต์สำานึกได้ว่าพระเยซู คือ พระเมสิ
อาห์ จึงได้ถวายสมญานามต่อท้ายให้ว่า
คริสต์ ซึ่งมาจากศัพท์ภาษากรีกว่า
“Christos” “ ”แปลว่า เมสิอาห์ เรียก
“ ” “ตนเองว่า คริสเตียน แปลว่า ผู้
”เป็นบริวารของพระเมสิอาห์
• ชาวยิวมีความหวังในองค์เมสิอาห์ เมื่อ
พระเยซูมาเกิดและทำาความดีเป็นที่
ประจักษ์ ชาวยิวส่วนหนึ่งจึงปลงใจว่า
- 33.
การเผยแพร่ศาสนาคริสต์
• ผู้เป็นกำาลังสำาคัญในการเผยแพร่ศาสนา
คริสต์ คือเซนต์ ปอล >> หลังพระเยซู
สิ้นพระชนม์ไปแล้ว ๑๕ ปี
• **พระเยซูเป็นผู้ให้กำาเนิดศาสนาคริสต์
แต่เซนต์ปอลเป็นผู้ประดิษฐานศาสนา
คริสต์ให้มั่นคง โดยได้ประกาศศาสนา
คริสต์ที่กรุงโรม
• เมื่อพระเยซูสิ้นพระชนม์ราวปี คศ. ๓๐ นัก
บุญเปโตร หรือ เซนต์ปีเตอร์ได้ปฏิบัติตน
เป็นหัวหน้าสาวก ได้เรียกประชุม
- 34.
การเผยแพร่ศาสนาคริสต์ (ต่อ)
• ปีค.ศ. ๓๑๓ จักรพรรดิคอนสแตนติน ทรง
อุปถัมภ์คริสต์ศาสนา มอบหมายอำานาจ
ทางอาณาจักรให้สันตะปาปาปกครองกรุง
โรม และเป็นประมุขของพระศาสนจักร
• พระเจ้าคอนสแตนติน ได้ย้ายราชธานีไป
“ตั้งในดินแดนกรีก ให้ชื่อว่า คอนสแตนติ
” “ ”โนเปิล หรือ กรุงโรมตะวันออก กรุง
“ ”โรมเดิม เรียกว่า กรุงโรมตะวันตก ซึ่ง
เป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์สืบมา ต่อ
มาเรียกนิกายโรมันคาธอลิก
- 35.
- 36.
ในรัชสมัยของ จักรพรรดิคอนสแตนติน
(Constantinethe Great) พระองค์ได้ตั้งราชธานีใหม่
ในภาคตะวันออก แถบประเทศตุรกีในปัจจุบัน และได้
พระราชทาน นามราชธานีนี้ว่า "คอนสแตนติโน
เปิล" (Constantinople) หรือ โรมันตะวันออก ซึ่ง
เป็นศูนย์กลางของอาณาจักรไบแซนทีน (Byzantine)
จักรพรรดิคอนสแตนตินที่1
- 37.
- 38.
- 39.
นิกายโรมันคาทอลิก
(Roman Catholic)
• ใช้ภาษาละตินเป็นภาษาทางศาสนา
•เชื่อว่าpope (สันตะปาปา) มีสิทธิและ
หน้าที่ในการวางบัญญัติใหม่ๆ ได้
•โดยมีพระสันตะปาปาแห่งนครวาติกัน ใน
กรุงโรมประเทศอิตาลีเป็นประมุข ครอง
ศาสนจักรและเป็นรัฐอิสระปกครองตนเอง
โดยไม่ขึ้นกับประเทศอิตาลี
• ประมุข คือ สันตะปาปา และมีพระที่เรียกว่า
บาทหลวงต้องเป็นผู้สืบทอดคำาสอนจาก
พระเยซู
• เป็นนิกายเดียวที่เชื่อเรื่องนักบุญ และแดน
- 40.
- 41.
โบส์ในนิกายออร์ธอด็อกซ์ : มหาวิหาร
เซนต์บาซิล
ตั้งอยู่ที่จัตุรัสแดง กรุงมอสโก ประเทศ
รัสเซีย สร้างโดยพระเจ้าอีวาน ที่4 เพื่อ
ฉลองชัยชนะเหนือพวกมองโกลที่กรีธาทัพมาเมือง
คาซาน เมื่อ ปี ค.ศ. 1552 ออกแบบโดย
สถาปนิกชื่อปอสต์นิค ยาคอฟเลฟ ตามตำานานเล่า
ว่า กษัตริย์อีวานจอมโหดทรงชื่นชอบความงดงาม
ไม่มีที่ติของมหาวิหารแห่งนี้ และ ไม่ประสงค์ให้
สถาปนิกไปออกแบบให้ผู้อื่นให้สวยเทียมเท่านี้อีก
จึงมีรับสั่งให้ควักนัยน์ตาเขาทิ้งทั้งสองข้าง
- 42.
ประเทศที่นับถือนิกาย ออร์ธอด็อกซ์
ส่วนมากเป็นพวกยุโรปตะวันออกเช่น
โรมาเนีย ฮังการี โปแลนด์ ยูโกสลาเวีย
รัสเซีย ฯลฯ
สรุปได้ว่า นิกายออร์ธอด็อกซ์เป็น
นิกายแรก ที่แยกตัวออกมาเป็นอิสระ
จากสำานัก วาติกันในกรุงโรม โดยมี
สาเหตุใหญ่ที่สุดคือ การปฏิเสธในอำานาจ
ของพระสันตะปาปา ประกอบกับมีพื้น
ภูมิประเทศที่ห่างไกลจากอำานาจของ
โรมันตะวันตก จึงเป็นการง่ายที่จะตั้ง
ตนเป็นอิสระ และปฏิบัติพิธีกรรมความ
เชื่อไปตามวัฒนธรรมดั้งเดิมของตน
ผสมผสมผสานกับความเชื่อในคริสต
- 43.
- 44.
- 45.
- 46.
- 47.
- 48.
คัมภีร์์ของศาสนาคริสต์
๑. คัมภีร์ไบเบิล หนังสือ
๒. แบ่งเป็น ๒ ภาค
- The Old Testament ได้รับมา
จากศาสนายิว
- The New Testament เป็น
เรื่องราวเกี่ยวกับศาสนาคริสต์โดยเฉพาะ
บันทึกชีวิตและคำาสอนของพระเยซู
๓. ยอมรับกันถึง ๓ ศาสนา โดยเฉพาะ
The Old Testament
- ยิว คริสต์ และอิสลาม
*** “ ”เหตุที่เรียกพระคัมภีร์ว่า พันธะสัญญา
- 49.
• คำาสอนของศาสนาคริสต์จะอยู่ใน
คัมภีร์ใหม่ ส่วนใหญ่เป็นคำาสอนใน
ระดับศีลธรรมและการปฏิบัติใน
ชีวิตประจำาวัน โดยเน้นไปที่ความ
เชื่อมั่นในพระเจ้า คือเชื่อว่าพระเจ้า
มีอยู่จริง และปฏิบัติตามที่พระจ้าสั่ง
ไว้โดยผ่านมาทางพระเยซู.
• กล่าวโดยสรุป คำาสอนของพระเยซูก็
คือ "ปรัชญาแห่งความรัก" คือรัก
พระเจ้า รักครอบครัว และรักเพื่อน
มนุษย์ทั้งปวง โดยไม่เลือกชนชั้น
และเชื้อชาติ รวมทั้งการให้อภัยไม่
โกรธเกลียดแม้ผู้ที่มาทำาร้ายตนเอง.
• ส่วนคำาสอนในระดับอภิปรัชญานั้น
- 50.
- 51.
- 56.
ศาสนากิจ
1. ศีลล้างบาป ถือว่าทุกคนมีบาปติดตัวมาจำาต้อง
ทำาพิธีล้างบาปเสียก่อนที่จะนับถือศาสนาคริสต์
2. ศีลกำาลัง เป็นพิธีรับพระจิตให้มาอยู่ในตัวพระ
สังฆราชเจิมนำ้ามันที่หน้าผากของเด็กโตที่รู้รับ
ผิดชอบแล้ว เป็นรูปกางเขน
3. ศีลมหาสนิท หรือเรียกอีกอย่างว่า มิสซา เป็น
พิธีที่แสดงให้เห็นว่าผู้รับศีลข้อนี้แล้วได้อยู่
แนบสนิทกับพระเยซู และเพื่อระลึกถึงชีวิตและ
คำาสอนของพระเยซู
4. ศีลแก้บาปหรืออภัยบาป เป็นพิธีที่ชาวคริสต์ที่
- 57.
- 58.
- 59.
- 60.
Editor's Notes
- #44 http://www.panyathai.or.th/wiki/index.php/%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%98%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B9%8C