วิธีจัดการเรียนการสอนแบบเทคนิคกระบวนการกลุม
                                                                 ่

1. แนวคิด / ทฤษฏีการเรียนการสอนแบบเทคนิคกระบวนการกลุม
                                                    ่
          ทฤษฏีการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Theory of Cooperative or Collaborative Learning)
          สลาวิน (Slavin) เดวิด จอห์นสัน (David Johnson) และรอเจอร์ จอห์นสัน (Roger Johnson)
เป็นนักการศึกษาคนสาคัญ มีแนวคิดว่า ในการเรียนรู้ของผู้เรียนปฎิสมพันธ์ระหว่างผูเ้ รียน มี 3ลักษณะ ได้แก่
                                                               ั
ลักษณะการแข่งขันกัน ลักษณะต่างคนต่างเรียนและลักษณะร่วมมือกัน หรือช่วยกันในการเรียนรู้ ซึงการจัด
                                                                                              ่
การศึกษาควรให้โอกาสผู้เรียนได้เรียนรู้ทง 3 ลักษณะ โดยรูจักใช้ลักษณะการเรียนรูอย่างเหมาะสมกับ
                                       ั้              ้                     ้
สภาพการณ์ทงนี้เพราะในชีวิตประจาวัน ผู้เรียนจะต้องเผชิญสถานการณ์ที่มีทง 3 ลักษณะ แต่เนื่องจาก
            ั้                                                          ั้
การศึกษาปัจจุบันมีการส่งเสริมการเรียนแบบแข่งขันและแบบรายบุคคลอยู่แล้วเราจึงจาเป็นต้องหันมาส่งเสริม
การเรียนรู้แบบร่วมมือ ซึ่งสามารถช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดี รวมทั้งได้เรียนรูทักษะทางสังคมและการ
                                                                                     ้
ทางานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นทักษะทีจาเป็นอย่างยิ่งในการดารงชีวิตด้วย ซึ่งองค์ประกอบของการเรียนรู้แบบ
                                   ่
ร่วมมือ มี 5 ประการได้แก่ การพึงพาและเกือกูลกัน การปรึกษาหารือกันอย่างใกล้ชิด ความรับผิดชอบ ที่
                               ่        ้
ตรวจสอบได้ของสมาชิกแต่ละคน การใช้ทักษะการปฏิสมพันธ์ระหว่างบุคคลและทักษะการทางานกลุมย่อย
                                                  ั                                       ่
และการวิเคราะห์กระบวนการกลุม (อ้างในทิศนา แขมณี, 2547 : 98-99)
                           ่


การประยุกต์ใช้ทฤษฏีในการเรียนการสอน
         ครูสามารถนาทฤษฏีของการเรียนรู้แบบร่วมมือ ไปจัดการเรียนการสอนของตนได้ โดยการพยายาม
จัดกลุมการเรียนรู้ให้มีองค์ประกอบครบ 5 ประการดังกล่าวข้างต้นและใช้เทคนิค วิธีการต่าง ๆ ในการช่วยให้
      ่
องค์ประกอบทั้ง 5 สัมฤทธิผล โดยทั่วไปการวางแผนบทเรียนและจัดการเรียนการสอนให้ผเู้ รียนได้เรียนรู้แบบ
                         ์
ร่วมมือมีประเด็นทีสาคัญดังนี้ (Johnson , Johnson and Holubec , 1994 : 1 : 13 – 1 : 14 อ้างในทิศนา
                  ่
แขมณี , 2547)
         1. ด้านการวางแผนการจัดการเรียนการสอน
          1.1 กาหนดจุดมุ่งหมายของบทเรียนทั้งทางด้านความรู้และทักษะแระบวนการต่าง ๆ
          1.2 กาหนดขนาดของกลุม กลุ่มควรมีขนาดเล็กประมาณ 3-6 คน กลุ่มขนาด 4 คน จะเป็นขนาดที่
                               ่
เหมาะที่สุด
1.3 กาหนดองค์ประกอบของกลุ่มหมายถึงการจัดผูเ้ รียนเข้ากลุ่ม ซึงอาจทาโดยการสุ่ม หรือการ
                                                                       ่
เลือกให้เหมาะกับวัตถุประสงค์ โดยทั่วไปกลุมจะต้องประกอบไปด้วยสมาชิกที่คละกันในด้านต่าง ๆ เช่น เพศ
                                         ่
ความสามารถ ความถนัด เป็นต้น
       1.4 กาหนดบทบาทของสมาชิกแต่ละคนในกลุม เพื่อช่วยให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดและ
                                          ่
มีส่วนในการทางานอย่างทั่วถึง ครูควรมอบหมายบทบาทหน้าที่ในการทางานให้ทกคน และบทบาทหนาที่นั้น
                                                                      ุ
ๆ จะต้องเป็นส่วนหนึ่งของงานอนเป็นจุดมุงหมายของกลุ่ม ครูควรจัดบทบาทหน้าที่ของสมาชิกให้อยู่ใน
                                      ่
ลักษณะทีจะต้องพึ่งพาอาศัยกันและเกื้อกูลกัน บทบาทหน้าที่ในการทางานเพื่อการเรียนรู้มจานวนมาก เช่น
        ่                                                                         ี
บทบาทผู้นากลุ่ม ผู้สงเกตการณ์ เลขานุการ ผูเ้ สนอผลงาน ผู้ตรวจสอบผลงาน เป็นต้น
                    ั
          1.5 จัดสถานที่ให้เหมาะสมในการทางานและการมีปฏิสมพันธ์กัน ครูจาเป็นต้องคิดออกแบบจัด
                                                             ั
ห้องเรียนหรือสถานที่ทจะใช้ในการเรียนรู้ให้เอื้อและสะดวกต่อการทางานของกลุ่ม
                     ี่
          1.6 จัดสาระ วัสดุ หรืองานที่จะให้ผเู้ รียนทา วิเคราะห์สาระ/งาน/หรือวัสดุทจะให้ผู้เรียนได้เรียนรู้
                                                                                   ี่
และจัดแบ่งสาระหรืองานนั้นในลักษณะที่ให้ผู้เรียนแต่ละคนมีส่วนในการช่วยกลุมและพึ่งพากันในการเรียนรู้
                                                                        ่


          2. ด้านการสอน
          ครุควรมีการเตรียมกลุ่มเพื่อการเรียนรูร่วมกันดังนี้
                                               ้
         2.1 อธิบายชี้แจงเกี่ยวกับงานกลุ่ม ครูควรอธิบายถึงจุดมุงหมายของบทเรียน เหตุผลในการ
                                                               ่
ดาเนินการต่างๆ รายละเอียดของงานและขั้นตอนในการทางาน
         2.2 อธิบายเกณฑ์การประเมินผลงาน ผูเ้ รียนจะต้องมีความเข้าใจตรงกันว่าความสาเร็จของงานอยู่
ตรงไหน งานที่คาดหวังจะมีลกษณะอย่างไร เกณฑ์ทจะใช้ในการวัดความสาเร็จของงานคืออะไร
                         ั                 ี่
        2.3 อธิบายถึงความสาคัญและวิธีการของการพึ่งพาเกื้อกูลกัน ครูควรอธิบายกฎเกณฑ์ ระเบียบ
กติกา บทบาทหน้าที่ และระบบการให้รางวัลหรือประโยชน์ที่กลุมจะได้รับในการร่วมมือกันเรียนรู้
                                                        ่
        2.4 อธิบายวิธีการช่วยเหลือกันระหว่างกลุ่ม
       2.5 อธิบายถึงความสาคัญและวิธีการในการตรวจสอบความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่แต่ละคนได้รับ
มอบหมาย เช่น การสุ่มเรียกชื่อผู้เสนอผลงาน การทดสอบ การตรวจสอบผลงาน เป็นต้น
       2.6 ชี้แจงพฤติกรรมที่คาดหวัง ว่าต้องการให้ผู้เรียนแสดงพฤติกรรมอะไรบ้างจะช่วยให้ผเู้ รียนรู้ความ
คาดหวังที่มีต่อตนและพยายามจะแสดงผลพฤติกรรมนั้น
3. ด้านการควบคุมกากับและการช่วยเหลือกลุ่ม
          3.1 ดูแลให้สมาชิกกลุ่มมีการปรึกษาหารือกันอย่างใกล้ชิด
      3.2 สังเกตการณ์การทางานร่วมกันของกลุม ตรวจสอบว่าสมาชิกกลุ่มมีความเข้าใจในงาน หรือ
                                              ่
บทบาทหน้าทีที่ได้รับมอบหมายหรือไม่ สังเกตพฤติกรรมต่าง ๆ ของสมาชิกให้ข้อมูลป้อนกลับ ให้แรงเสริม
           ่
และบันทึกข้อมูลทีจะเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ของกลุ่ม
                 ่
         3.3 เข้าไปช่วยเหลือกลุ่มตามความเหมาะสม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของงานและการทางาน เมื่อ
พบว่ากลุ่มต้องการความช่วยเหลือ ครูสามารถเข้าไปชี้แจง สอนซ้า หรือ ให้ความช่วยเหลือ ครูสามารถเข้าไป
ชี้แจง สอนซ้า หรือให้ความช่วยเหลืออื่นๆ
          3.4 สรุปการเรียนรู้ ครูควรให้กลุ่มสรุปประเด็นการเรียนรู้ที่ได้จากการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อช่วยให้
การเรียนรูมีความชัดเจนขึ้น
          ้


          4. ด้านการประเมินผลและวิเคราะห์กระบวนการเรียนรู้
          4.1 ประเมินผลการเรียนรู้ของผูเ้ รียนทังทางด้านปริมานปละคุณภาพโดยใช้วิธีการที่หลากหลาย
                                                ้
และควรให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการประเมิน
        4.2 วิเคราะห์กระบวนการทางานและกระบวนการเรียนรูร่วมกัน ครูควรจัดให้ผเู้ รียนมีเวลาในการ
                                                      ้
วิเคราะห์การทางานของกลุ่มและพฤติกรรมของสมาชิกกลุ่ม เพื่อให้กลุ่มมีโอกาสเรียนรูที่จะปรับปรุงสวน
                                                                                ้
บกพร่องของกลุม่
          การดาเนินงานในด้านต่าง ๆ ดังกล่าว เป็นสิ่งที่ครูจาเป็นต้องทาในการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดย
ทั่ว ๆไป ซึ่งครูแต่ละคนสามารถคิดวางแผนออกแบบการเรียนการสอนของตน โดยอาศัยวิธีการและเทคนิค
ต่างๆเข้ามาช่วยอย่างหลากหลายแตกต่างกันออกไป อย่างไรก็ตามได้มีนักการศึกษาและนักคิดหลายคน ที่ได้
ค้นคิดวิธีการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือที่มรูปแบบ ลักษณะ หรือขั้นตอนแตกต่างกันออกไป เพื่อให้เหมาะกับ
                                         ี
สถานการณ์การเรียนรู้ต่าง ๆ เดวินสัน (Davidson , 1994 : 13-30 ) ได้รวบรวมรูปแบบการเรียนรู้แบบ
ร่วมมือ ทั้งที่เรียกว่า Cooperative Learning และ Collaborative Learning ที่ได้รับความนิยมอย่าง
กว้างขวางมาก ได้ทั้งหมด 6 รูปแบบ คือ Student Team Learning Learning Together Group
Investigation The structural Approach Complex Instruction และ The collaborative Approach
          การเรียนการสอนแบบร่วมมือมีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละรูปแบบจะมีวิธีดาเนินการหลัก ๆ ซึ่ง
ได้แก่ การจัดกลุ่ม การศึกษาเนือหาสาระ การทดสอบ การคิดคะแนน และระบบการให้รางวัลแตกต่างกัน
                              ้
ออกไป เพื่อสนองวัตถุประสงค์เฉพาะ แต่ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใด ต่างก็ใช้หลักการเดียวกัน คือ หลักการเรียนรู้
แบบร่วมมือ 5 ประการ และมีวัตถุประสงค์มงตรงไปทางทิศเดียวกัน คือ เพื่อช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ใน
                                        ุ่
เรื่องที่ศึกษาอย่างมากทีสุด โดยอาศัยการร่วมมือกัน ช่วยเหลือกัน และแลกเปลี่ยนความรู้กันระหว่างกลุม
                        ่                                                                       ่
ผู้เรียนด้วยกัน ความแตกต่างของรูปแบบแต่ละรูปแบบจะอยู่ที่เทคนิคในการศึกษาเนื้อหาสาระ และวิธีการ
เสริมแรงและการให้รางวัลเป็นประการสาคัญ ซึงในการสอนกระบวนการกุลมได้เลือกใช้กระบวนการกลุ่ม
                                           ่                 ่
แบบจิกซอว์ (Jigsaw) ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
      ๊
          1. การเรียนการสอนแบบจิกซอว์ (Jigsaw)
                                ๊
          การเรียนการสอนแบบจิ๊กซอว์ มีขั้นตอนการสอนดังนี้
         1.1 จัดผู้เรียนเข้ากลุ่มคละความสามารถ (เก่ง กลาง อ่อน) กลุ่มละ 4 คน และเรียกกลุมนี้ว่า กลุ่ม
                                                                                        ่
บ้านของเรา (Home Group)
         1.2 สมาชิกในกลุ่มบ้านของเรา ได้รบมอบหมายให้ศึกษาเนือหาสาระ คนละ 1 ส่วน (เปรียบเสมือน
                                          ั                     ้
ได้ชิ้นส่วนของภาพตัดต่อคนละ 1 ชิ้น) และหาคาตอบในประเด็นปัญหาทีผสอนมอบหมายให้
                                                                 ่ ู้
           1.3 สมาชิกในกลุ่มบ้านของเรา แยกย้ายไปรวมกับสมาชิกกลุ่มอื่นซึ่งได้รบเนื้อหาเดียวกัน ตั้งกลุ่ม
                                                                             ั
ผู้เชี่ยวชาญ (Expert Group) ขึ้นมา และร่วมกันทาความเข้าใจในเนื้อหาสาระนั้นอย่างละเอียด และร่วมกัน
อภิปรายหาคาตอบประเด็นปัญหาทีผู้สอนมอบหมายให้
                                  ่
         1.4 สมาชอกกลุมผูเ้ ชี่ยวชาญ กลับไปสู่กลุ่มบ้านของเรา แต่ละคนช่วยสอนเพือนในกลุมให้เข้าใจใน
                        ่                                                        ่       ่
สาระที่ตนได้ศึกษาร่วมกับกลุมผูเ้ ชียวชาญ เช่น สมาชิกทุกคนก็จะได้เรียนรู้ภาพรวมของสาระทั้งหมด
                           ่
          1.5 ผู้เรียนทุกคนทาแบบทดสอบ แต่ละคนจะได้คะแนนเป็นราบบุคคลและนาคะแนนของทุกคนใน
กลุ่มบ้านของเรามารวมกัน (หรือหาค่าเฉลี่ย) เป็นคะแนนกลุม กลุ่มที่ได้คะแนนสูงสุดได้รับรางวัล
                                                      ่


          2. วิธีการจัดการเรียนการสอนโดยใช้เทคนิคกระบวนการกลุ่ม
          กระบวนการกลุ่มเป็นเทคนิคที่ประยุกต์มาจากแนวคิดของ Peggy A . Sharp, Robert Garmston
& Bruce wellman (www.ncrtec.org/pd/lwtres) ซึ่งทิศนา แขมณี (2547 : 144) เสนอว่ากระบวนการ
กลุ่มมีตัวบ่งชี้ดังนี้
          1. ผู้เรียนมีการปฏิสัมพันธ์/ทางาน/ทากิจกรรมร่วมกันเป็นกลุ่มเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ตามวัตถ
ประสงค์
          2. ผู้สอนมีการฝึก/ชี้แนะ/สอนให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการทางานกลุ่มที่ดีในจุดใด
จุดหนึ่งของกระบวนการ เช่น ในเรื่องบทบาทผู้นากลุ่ม บทบาทสมาชิกกลุ่ม กระบวนการทางานกลุม
                                                                                    ่
องค์ประกอบอื่นๆ ทีเ่ กี่ยวข้อง
          3. ผู้เรียนมีการวิเคราะห์การเรียนรู้ด้วยตนเองทั้งในด้านเนือหา สาระที่เรียนและกระบวนการทางาน
                                                                    ้
ร่วมกัน
4. ผู้สอนมีการวิเคราะห์และประเมินผลการเรียนทังทางด้านเนื้อหา สาระ และกระบวนการกลุ่ม
                                                           ้
          กิรติ ศรีสุชาติ (2544) ได้ประยุกต์ใช้ทฤษฏีการเรียนรู้แบบร่วมมือ และแนวคิดวิธีการจัดการเรียน
การสอนแบบเทคนิคกระบวนการกลุ่มของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ (2542) เฉลิม วราวิทย์
(2537) และวีณษ วโรตมะวิชญ (2530) ซึ่งได้เสนอวิธีจัดการเรียนการสอนแบบเทคนิคกระบวนการกลุ่มมี
ขั้นตอนดังนี้
          ขั้นที่ 1 ขั้นตั้งจุดมุ่งหมายการเรียน ครูกาหนดและแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ให้ผเู้ รียนทราบ
          ขั้นที่ 2 ขั้นรวมกลุ่ม ผู้เรียนเข้ากลุ่มตามที่แบ่งไว้
          ขั้นที่ 3 ขั้นระดมความคิด ผู้เรียนนาเสนอความคิด
          ขั้นที่ 4 ขั้นวิเคราะห์ ผู้เรียนร่วมกันอภิปราย และนาความรูมาสร้างผลงาน
                                                                    ้
          ขั้นที่ 5 ขั้นสรุปและประยุกต์ใช้ ผู้เรียนสรุปและประยุกต์ใช้ความรู้ในชีวิตประจาวัน
          ขั้นที่ 6 ขั้นประเมินผล ครูและผูเ้ รียนร่วมกันประเมินผล

เทคนิคการสอน กระบวนการกลุ่ม

  • 1.
    วิธีจัดการเรียนการสอนแบบเทคนิคกระบวนการกลุม ่ 1. แนวคิด / ทฤษฏีการเรียนการสอนแบบเทคนิคกระบวนการกลุม ่ ทฤษฏีการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Theory of Cooperative or Collaborative Learning) สลาวิน (Slavin) เดวิด จอห์นสัน (David Johnson) และรอเจอร์ จอห์นสัน (Roger Johnson) เป็นนักการศึกษาคนสาคัญ มีแนวคิดว่า ในการเรียนรู้ของผู้เรียนปฎิสมพันธ์ระหว่างผูเ้ รียน มี 3ลักษณะ ได้แก่ ั ลักษณะการแข่งขันกัน ลักษณะต่างคนต่างเรียนและลักษณะร่วมมือกัน หรือช่วยกันในการเรียนรู้ ซึงการจัด ่ การศึกษาควรให้โอกาสผู้เรียนได้เรียนรู้ทง 3 ลักษณะ โดยรูจักใช้ลักษณะการเรียนรูอย่างเหมาะสมกับ ั้ ้ ้ สภาพการณ์ทงนี้เพราะในชีวิตประจาวัน ผู้เรียนจะต้องเผชิญสถานการณ์ที่มีทง 3 ลักษณะ แต่เนื่องจาก ั้ ั้ การศึกษาปัจจุบันมีการส่งเสริมการเรียนแบบแข่งขันและแบบรายบุคคลอยู่แล้วเราจึงจาเป็นต้องหันมาส่งเสริม การเรียนรู้แบบร่วมมือ ซึ่งสามารถช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดี รวมทั้งได้เรียนรูทักษะทางสังคมและการ ้ ทางานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นทักษะทีจาเป็นอย่างยิ่งในการดารงชีวิตด้วย ซึ่งองค์ประกอบของการเรียนรู้แบบ ่ ร่วมมือ มี 5 ประการได้แก่ การพึงพาและเกือกูลกัน การปรึกษาหารือกันอย่างใกล้ชิด ความรับผิดชอบ ที่ ่ ้ ตรวจสอบได้ของสมาชิกแต่ละคน การใช้ทักษะการปฏิสมพันธ์ระหว่างบุคคลและทักษะการทางานกลุมย่อย ั ่ และการวิเคราะห์กระบวนการกลุม (อ้างในทิศนา แขมณี, 2547 : 98-99) ่ การประยุกต์ใช้ทฤษฏีในการเรียนการสอน ครูสามารถนาทฤษฏีของการเรียนรู้แบบร่วมมือ ไปจัดการเรียนการสอนของตนได้ โดยการพยายาม จัดกลุมการเรียนรู้ให้มีองค์ประกอบครบ 5 ประการดังกล่าวข้างต้นและใช้เทคนิค วิธีการต่าง ๆ ในการช่วยให้ ่ องค์ประกอบทั้ง 5 สัมฤทธิผล โดยทั่วไปการวางแผนบทเรียนและจัดการเรียนการสอนให้ผเู้ รียนได้เรียนรู้แบบ ์ ร่วมมือมีประเด็นทีสาคัญดังนี้ (Johnson , Johnson and Holubec , 1994 : 1 : 13 – 1 : 14 อ้างในทิศนา ่ แขมณี , 2547) 1. ด้านการวางแผนการจัดการเรียนการสอน 1.1 กาหนดจุดมุ่งหมายของบทเรียนทั้งทางด้านความรู้และทักษะแระบวนการต่าง ๆ 1.2 กาหนดขนาดของกลุม กลุ่มควรมีขนาดเล็กประมาณ 3-6 คน กลุ่มขนาด 4 คน จะเป็นขนาดที่ ่ เหมาะที่สุด
  • 2.
    1.3 กาหนดองค์ประกอบของกลุ่มหมายถึงการจัดผูเ้ รียนเข้ากลุ่มซึงอาจทาโดยการสุ่ม หรือการ ่ เลือกให้เหมาะกับวัตถุประสงค์ โดยทั่วไปกลุมจะต้องประกอบไปด้วยสมาชิกที่คละกันในด้านต่าง ๆ เช่น เพศ ่ ความสามารถ ความถนัด เป็นต้น 1.4 กาหนดบทบาทของสมาชิกแต่ละคนในกลุม เพื่อช่วยให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดและ ่ มีส่วนในการทางานอย่างทั่วถึง ครูควรมอบหมายบทบาทหน้าที่ในการทางานให้ทกคน และบทบาทหนาที่นั้น ุ ๆ จะต้องเป็นส่วนหนึ่งของงานอนเป็นจุดมุงหมายของกลุ่ม ครูควรจัดบทบาทหน้าที่ของสมาชิกให้อยู่ใน ่ ลักษณะทีจะต้องพึ่งพาอาศัยกันและเกื้อกูลกัน บทบาทหน้าที่ในการทางานเพื่อการเรียนรู้มจานวนมาก เช่น ่ ี บทบาทผู้นากลุ่ม ผู้สงเกตการณ์ เลขานุการ ผูเ้ สนอผลงาน ผู้ตรวจสอบผลงาน เป็นต้น ั 1.5 จัดสถานที่ให้เหมาะสมในการทางานและการมีปฏิสมพันธ์กัน ครูจาเป็นต้องคิดออกแบบจัด ั ห้องเรียนหรือสถานที่ทจะใช้ในการเรียนรู้ให้เอื้อและสะดวกต่อการทางานของกลุ่ม ี่ 1.6 จัดสาระ วัสดุ หรืองานที่จะให้ผเู้ รียนทา วิเคราะห์สาระ/งาน/หรือวัสดุทจะให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ ี่ และจัดแบ่งสาระหรืองานนั้นในลักษณะที่ให้ผู้เรียนแต่ละคนมีส่วนในการช่วยกลุมและพึ่งพากันในการเรียนรู้ ่ 2. ด้านการสอน ครุควรมีการเตรียมกลุ่มเพื่อการเรียนรูร่วมกันดังนี้ ้ 2.1 อธิบายชี้แจงเกี่ยวกับงานกลุ่ม ครูควรอธิบายถึงจุดมุงหมายของบทเรียน เหตุผลในการ ่ ดาเนินการต่างๆ รายละเอียดของงานและขั้นตอนในการทางาน 2.2 อธิบายเกณฑ์การประเมินผลงาน ผูเ้ รียนจะต้องมีความเข้าใจตรงกันว่าความสาเร็จของงานอยู่ ตรงไหน งานที่คาดหวังจะมีลกษณะอย่างไร เกณฑ์ทจะใช้ในการวัดความสาเร็จของงานคืออะไร ั ี่ 2.3 อธิบายถึงความสาคัญและวิธีการของการพึ่งพาเกื้อกูลกัน ครูควรอธิบายกฎเกณฑ์ ระเบียบ กติกา บทบาทหน้าที่ และระบบการให้รางวัลหรือประโยชน์ที่กลุมจะได้รับในการร่วมมือกันเรียนรู้ ่ 2.4 อธิบายวิธีการช่วยเหลือกันระหว่างกลุ่ม 2.5 อธิบายถึงความสาคัญและวิธีการในการตรวจสอบความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่แต่ละคนได้รับ มอบหมาย เช่น การสุ่มเรียกชื่อผู้เสนอผลงาน การทดสอบ การตรวจสอบผลงาน เป็นต้น 2.6 ชี้แจงพฤติกรรมที่คาดหวัง ว่าต้องการให้ผู้เรียนแสดงพฤติกรรมอะไรบ้างจะช่วยให้ผเู้ รียนรู้ความ คาดหวังที่มีต่อตนและพยายามจะแสดงผลพฤติกรรมนั้น
  • 3.
    3. ด้านการควบคุมกากับและการช่วยเหลือกลุ่ม 3.1 ดูแลให้สมาชิกกลุ่มมีการปรึกษาหารือกันอย่างใกล้ชิด 3.2 สังเกตการณ์การทางานร่วมกันของกลุม ตรวจสอบว่าสมาชิกกลุ่มมีความเข้าใจในงาน หรือ ่ บทบาทหน้าทีที่ได้รับมอบหมายหรือไม่ สังเกตพฤติกรรมต่าง ๆ ของสมาชิกให้ข้อมูลป้อนกลับ ให้แรงเสริม ่ และบันทึกข้อมูลทีจะเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ของกลุ่ม ่ 3.3 เข้าไปช่วยเหลือกลุ่มตามความเหมาะสม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของงานและการทางาน เมื่อ พบว่ากลุ่มต้องการความช่วยเหลือ ครูสามารถเข้าไปชี้แจง สอนซ้า หรือ ให้ความช่วยเหลือ ครูสามารถเข้าไป ชี้แจง สอนซ้า หรือให้ความช่วยเหลืออื่นๆ 3.4 สรุปการเรียนรู้ ครูควรให้กลุ่มสรุปประเด็นการเรียนรู้ที่ได้จากการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อช่วยให้ การเรียนรูมีความชัดเจนขึ้น ้ 4. ด้านการประเมินผลและวิเคราะห์กระบวนการเรียนรู้ 4.1 ประเมินผลการเรียนรู้ของผูเ้ รียนทังทางด้านปริมานปละคุณภาพโดยใช้วิธีการที่หลากหลาย ้ และควรให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการประเมิน 4.2 วิเคราะห์กระบวนการทางานและกระบวนการเรียนรูร่วมกัน ครูควรจัดให้ผเู้ รียนมีเวลาในการ ้ วิเคราะห์การทางานของกลุ่มและพฤติกรรมของสมาชิกกลุ่ม เพื่อให้กลุ่มมีโอกาสเรียนรูที่จะปรับปรุงสวน ้ บกพร่องของกลุม่ การดาเนินงานในด้านต่าง ๆ ดังกล่าว เป็นสิ่งที่ครูจาเป็นต้องทาในการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดย ทั่ว ๆไป ซึ่งครูแต่ละคนสามารถคิดวางแผนออกแบบการเรียนการสอนของตน โดยอาศัยวิธีการและเทคนิค ต่างๆเข้ามาช่วยอย่างหลากหลายแตกต่างกันออกไป อย่างไรก็ตามได้มีนักการศึกษาและนักคิดหลายคน ที่ได้ ค้นคิดวิธีการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือที่มรูปแบบ ลักษณะ หรือขั้นตอนแตกต่างกันออกไป เพื่อให้เหมาะกับ ี สถานการณ์การเรียนรู้ต่าง ๆ เดวินสัน (Davidson , 1994 : 13-30 ) ได้รวบรวมรูปแบบการเรียนรู้แบบ ร่วมมือ ทั้งที่เรียกว่า Cooperative Learning และ Collaborative Learning ที่ได้รับความนิยมอย่าง กว้างขวางมาก ได้ทั้งหมด 6 รูปแบบ คือ Student Team Learning Learning Together Group Investigation The structural Approach Complex Instruction และ The collaborative Approach การเรียนการสอนแบบร่วมมือมีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละรูปแบบจะมีวิธีดาเนินการหลัก ๆ ซึ่ง ได้แก่ การจัดกลุ่ม การศึกษาเนือหาสาระ การทดสอบ การคิดคะแนน และระบบการให้รางวัลแตกต่างกัน ้ ออกไป เพื่อสนองวัตถุประสงค์เฉพาะ แต่ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใด ต่างก็ใช้หลักการเดียวกัน คือ หลักการเรียนรู้ แบบร่วมมือ 5 ประการ และมีวัตถุประสงค์มงตรงไปทางทิศเดียวกัน คือ เพื่อช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ใน ุ่
  • 4.
    เรื่องที่ศึกษาอย่างมากทีสุด โดยอาศัยการร่วมมือกัน ช่วยเหลือกันและแลกเปลี่ยนความรู้กันระหว่างกลุม ่ ่ ผู้เรียนด้วยกัน ความแตกต่างของรูปแบบแต่ละรูปแบบจะอยู่ที่เทคนิคในการศึกษาเนื้อหาสาระ และวิธีการ เสริมแรงและการให้รางวัลเป็นประการสาคัญ ซึงในการสอนกระบวนการกุลมได้เลือกใช้กระบวนการกลุ่ม ่ ่ แบบจิกซอว์ (Jigsaw) ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ ๊ 1. การเรียนการสอนแบบจิกซอว์ (Jigsaw) ๊ การเรียนการสอนแบบจิ๊กซอว์ มีขั้นตอนการสอนดังนี้ 1.1 จัดผู้เรียนเข้ากลุ่มคละความสามารถ (เก่ง กลาง อ่อน) กลุ่มละ 4 คน และเรียกกลุมนี้ว่า กลุ่ม ่ บ้านของเรา (Home Group) 1.2 สมาชิกในกลุ่มบ้านของเรา ได้รบมอบหมายให้ศึกษาเนือหาสาระ คนละ 1 ส่วน (เปรียบเสมือน ั ้ ได้ชิ้นส่วนของภาพตัดต่อคนละ 1 ชิ้น) และหาคาตอบในประเด็นปัญหาทีผสอนมอบหมายให้ ่ ู้ 1.3 สมาชิกในกลุ่มบ้านของเรา แยกย้ายไปรวมกับสมาชิกกลุ่มอื่นซึ่งได้รบเนื้อหาเดียวกัน ตั้งกลุ่ม ั ผู้เชี่ยวชาญ (Expert Group) ขึ้นมา และร่วมกันทาความเข้าใจในเนื้อหาสาระนั้นอย่างละเอียด และร่วมกัน อภิปรายหาคาตอบประเด็นปัญหาทีผู้สอนมอบหมายให้ ่ 1.4 สมาชอกกลุมผูเ้ ชี่ยวชาญ กลับไปสู่กลุ่มบ้านของเรา แต่ละคนช่วยสอนเพือนในกลุมให้เข้าใจใน ่ ่ ่ สาระที่ตนได้ศึกษาร่วมกับกลุมผูเ้ ชียวชาญ เช่น สมาชิกทุกคนก็จะได้เรียนรู้ภาพรวมของสาระทั้งหมด ่ 1.5 ผู้เรียนทุกคนทาแบบทดสอบ แต่ละคนจะได้คะแนนเป็นราบบุคคลและนาคะแนนของทุกคนใน กลุ่มบ้านของเรามารวมกัน (หรือหาค่าเฉลี่ย) เป็นคะแนนกลุม กลุ่มที่ได้คะแนนสูงสุดได้รับรางวัล ่ 2. วิธีการจัดการเรียนการสอนโดยใช้เทคนิคกระบวนการกลุ่ม กระบวนการกลุ่มเป็นเทคนิคที่ประยุกต์มาจากแนวคิดของ Peggy A . Sharp, Robert Garmston & Bruce wellman (www.ncrtec.org/pd/lwtres) ซึ่งทิศนา แขมณี (2547 : 144) เสนอว่ากระบวนการ กลุ่มมีตัวบ่งชี้ดังนี้ 1. ผู้เรียนมีการปฏิสัมพันธ์/ทางาน/ทากิจกรรมร่วมกันเป็นกลุ่มเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ตามวัตถ ประสงค์ 2. ผู้สอนมีการฝึก/ชี้แนะ/สอนให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการทางานกลุ่มที่ดีในจุดใด จุดหนึ่งของกระบวนการ เช่น ในเรื่องบทบาทผู้นากลุ่ม บทบาทสมาชิกกลุ่ม กระบวนการทางานกลุม ่ องค์ประกอบอื่นๆ ทีเ่ กี่ยวข้อง 3. ผู้เรียนมีการวิเคราะห์การเรียนรู้ด้วยตนเองทั้งในด้านเนือหา สาระที่เรียนและกระบวนการทางาน ้ ร่วมกัน
  • 5.
    4. ผู้สอนมีการวิเคราะห์และประเมินผลการเรียนทังทางด้านเนื้อหา สาระและกระบวนการกลุ่ม ้ กิรติ ศรีสุชาติ (2544) ได้ประยุกต์ใช้ทฤษฏีการเรียนรู้แบบร่วมมือ และแนวคิดวิธีการจัดการเรียน การสอนแบบเทคนิคกระบวนการกลุ่มของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ (2542) เฉลิม วราวิทย์ (2537) และวีณษ วโรตมะวิชญ (2530) ซึ่งได้เสนอวิธีจัดการเรียนการสอนแบบเทคนิคกระบวนการกลุ่มมี ขั้นตอนดังนี้ ขั้นที่ 1 ขั้นตั้งจุดมุ่งหมายการเรียน ครูกาหนดและแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ให้ผเู้ รียนทราบ ขั้นที่ 2 ขั้นรวมกลุ่ม ผู้เรียนเข้ากลุ่มตามที่แบ่งไว้ ขั้นที่ 3 ขั้นระดมความคิด ผู้เรียนนาเสนอความคิด ขั้นที่ 4 ขั้นวิเคราะห์ ผู้เรียนร่วมกันอภิปราย และนาความรูมาสร้างผลงาน ้ ขั้นที่ 5 ขั้นสรุปและประยุกต์ใช้ ผู้เรียนสรุปและประยุกต์ใช้ความรู้ในชีวิตประจาวัน ขั้นที่ 6 ขั้นประเมินผล ครูและผูเ้ รียนร่วมกันประเมินผล