พระราชดารัส

                      ่ ั
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหว
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่ งชาติฉบับแรกเริ่ มขึ้นตั้งแต่สมัย




                   จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสั งคมแห่ งชาติ ฉบับที่ ๑ พ.ศ.๒๕๐๔-๒๕๐๙

• เน้นเฉพาะด้านเศรษฐกิ จเป็ นสาคัญ โดยเฉพาะการลงทุนใน สิ่ งก่อสร้ างขั้น
พื้ น ฐานในรู ปแบบของระบบคมนาคมและขนส่ ง ระบบเขื่ อ นเพื่ อ การ
ชลประทานและพลังงานไฟฟ้ า สาธารณูปการ ฯลฯ
• รัฐทุ่มเททรัพยากรเข้าไปเพื่อการปูพ้ืนฐานให้มีการลงทุนในด้านเอกชนเป็ น
หลัก
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่ งชาติ ฉบับที่ ๒ พ.ศ.๒๕๑๐-๒๕๑๔


„ ยึดแนวทาง แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสั งคมแห่ งชาติ ฉบับที่ ๑ โดยขยาย
ขอบเขตของแผนให้ครอบคลุมถึงการพัฒนาของรัฐโดยสมบูรณ์กระจายให้
บังเกิ ดผลไปทัวประเทศ เน้นเขตทุ รกันดารและห่ างไกลความเจริ ญ และมี
              ่
โครงการพิเศษนอกเหนื อไปจากหน้าที่ปกติ ของกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ
เช่ น โครงการพัฒ นาภาค โครงการเร่ ง รั ด พัฒ นาชนบทและโครงการ
ช่วยเหลือชาวนา

การพัฒ นาอุ ต สาหกรรมนั บ เป็ นนโยบายส าคัญ ในการพัฒ นา
ประเทศ และเป็ นการกระจายความเจริญสู่ ภูมิภาค
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่ งชาติ ฉบับที่ ๓ พ.ศ.๒๕๑๕-๒๕๑๙

• รั กษาเสถี ยรภาพทางเศรษฐกิ จ โดยรั กษาอัตราการขยายตัวของปริ มาณเงิ นตรา
รักษาระดับราคาสิ นค้าที่ จาเป็ นต่อการครองชี พ รักษาเสถียรภาพทางการเงิ นระหว่าง
ประเทศ ส่งเสริ มการส่งออก ปรับปรุ งโครงสร้างการนาเข้า
• ปรั บ ปรุ ง โครงสร้ างทางเศรษฐกิ จและยกระดับ การผลิ ต เร่ งรั ดการส่ ง ออกและ
ทดแทนสิ นค้านาเข้า ปรับงบลงทุนในโครงการก่อสร้างมาสนับสนุ นการลงทุนเพื่อใช้
ประโยชน์จากโครงการขั้นพื้นฐานที่มีอยู่
• กระจายรายได้และบริ การทางสังคม โดยลดอัตราการเพิ่มประชากร กระจายบริ การ
เศรษฐกิ จและสังคมสู่ ชนบท ปรับปรุ งสถาบันและองค์กรทางด้านเกษตรและสิ นเชื่ อ
รักษาระดับราคาสิ นค้าเกษตร
แผนเศรษฐกิจและสั งคมแห่ งชาติฉบับที่ ๔ แผนพัฒนาพ.ศ.๒๕๒๐-๒๕๒๔

 • เน้นการฟื้ นฟู เศรษฐกิ จของประเทศโดยมุ่ งขยายการผลิ ต สาขาเกษตร
 ปรับปรุ งโครงสร้างอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อส่ งออก กระจายรายได้และการ
 มี ง านท าในภู มิ ภ าค มาตรการกระตุ ้ น อุ ต สาหกรรมที่ ซ บเซา รั ก ษา
 ดุลการชาระเงินและการขาดดุลงบประมาณ
 • เร่ งบู รณะและปรั บปรุ งการบริ หารทรั พยากรหลักของชาติ รวมทั้งการ
 นาเอาทรัพยากรธรรมชาติมาใช้โดยเฉพาะที่ดิน แหล่งน้ า ป่ าไม้และแหล่งแร่
 เร่ งรัดการปฏิรูปที่ดิน จัดสรรแหล่งน้ าในประเทศ อนุรักษ์ทะเลหลวง สารวจ
 แล ะ พั ฒ นา แหล่ ง พ ลั ง งานใ นอ่ า วไ ท ย แล ะ ภาค ใ ต้ ฝ่ั ง ตะ วั น ออ ก
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่ งชาติ ฉบับที่ ๕ พ.ศ.๒๕๒๕-๒๕๒๙
• ยึดพื้นที่เป็ นหลักในการวางแผน กาหนดแผนงานและโครงการให้มีผล
ทางปฏิบติท้ งภาครัฐและภาคเอกชน
         ั ั
• เน้นการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจการเงินของประเทศเป็ นพิเศษ
• เน้นความสมดุลในการแก้ไขปั ญหาเศรษฐกิจและสังคมของ ประเทศ
• เน้นการแก้ปัญหาความยากจนในชนบทล้าหลัง
• เน้นบทบาทและการระดมความร่ วมมือจากภาคเอกชน
• เน้นการแปลงแผนไปสู่ การปฏิบติ ั
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่ งชาติฉบับที่ ๖ พ.ศ.๒๕๓๐-๒๕๓๔

• เน้นวัตถุประสงค์ท้ งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ให้ความสาคัญต่อการปรับปรุ งการ
                     ั
บริ หารและทบทวนบทบาทของรัฐในการบริ หารประเทศ
• เน้นการขยายตัวของระบบเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการรักษาเสถียรภาพของการเงินการ
คลัง โดยเน้นการระดมเงิ นออมในประเทศ เน้นการใช้จ่ายภาครั ฐอย่างประหยัดและมี
ประสิ ทธิภาพ
• เน้นบทบาทภาคเอกชนในการพัฒนา โดยเน้นการพัฒนาฝี มือแรงงานและคุณภาพชีวต          ิ
• เน้นการเพิ่มบทบาทองค์กรประชาชนในท้องถิ่นเพื่อพัฒนาทรัพยากร ธรรมชาติและ
สิ่ งแวดล้อม
                                 ่
• เน้นการนาบริ การพื้นฐานที่มีอยูแล้วมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ พัฒนาเมืองและพื้นที่
เฉพาะ กระจายความเจริ ญสู่ภูมิภาคขยายขอบเขตพัฒนาชนบทครอบคลุมทัวประเทศ่
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่ งชาติฉบับที่ ๗ พ.ศ.๒๕๓๕-๒๕๓๙

•   เน้นการรักษาอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และมีเสถียรภาพ
•   เน้นการกระจายรายได้ และการพัฒนาไปสู่ ภูมิภาคและชนบท
•   เน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ คุณภาพชีวต และสิ่ งแวดล้อม
                                         ิ
•   เน้นการพัฒนากฎหมาย รัฐวิสาหกิจ และระบบราชการ
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่ งชาติฉบับที่ ๘ พ.ศ.๒๕๐๔-๒๕๔๔

• การพัฒนาศักยภาพของคน
• การพัฒนาสภาพแวดล้อมของสังคมให้เอื้อต่อการพัฒนาคน
• การเสริ มสร้างศักยภาพการพัฒนาของภูมิภาคและชนบทเพื่อ ยกระดับคุณภาพชีวิต
ของประชาชนอย่างทัวถึง
                    ่
• การพัฒนาสมรรถนะทางเศรษฐกิจเพื่อสนับสนุนการพัฒนา คนและคุณภาพชีวต  ิ
• การจัดหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ งแวดล้อม
• การพัฒนาประชารัฐ เป็ นการพัฒนาภาครัฐให้มีสมรรถนะ และพันธกิจหลักในการ
เสริ มสร้างศักยภาพและสมรรถนะ ของคนและมีส่วนร่ วมในการพัฒนาประเทศ
• การบริ หารจัดการเพื่อให้มีการนาแผนพัฒนาฯไปดาเนิ นการ ให้เกิ ดผลในทาง
ปฏิบติดวยแนวทางการแปลงแผนไปสู่การ ปฏิบติ
      ั ้                                ั
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่ งชาติ ฉบับที่ ๙ (พ.ศ. ๒๕๔๕ – ๒๕๔๙)
    เป็ นแผนที่ ไ ด้อ ัญ เชิ ญ แนวปรั ช ญาของเศรษฐกิ จ พอเพี ย ง ตามพระราชด ารั ส ของ
พระบาทสมเด็จเจ้าอยู่หัว มาเป็ นปรัชญานาทางในการพัฒนาและบริ หารประเทศ โดยยึด
หลักทางสายกลาง เพื่อให้ประเทศรอดพ้นจากวิกฤต สามารถดารงอยู่ได้อย่างมันคง และ่
นาไปสู่ การพัฒนาที่ สมดุล มีคุณภาพและยังยืน ภายใต้กระแสโลกาภิวตน์และสถานการณ์
                                           ่                        ั
เปลี่ยนแปลงต่างๆ
วัตถุประสงค์
• เพื่อฟื้ นฟูเศรษฐกิจให้มีเสถียรภาพและมีภมิคุมกัน
                                             ู ้
• เพื่อวางรากฐานการพัฒนาประเทศให้เข้มแข็ง ยังยืน สามารถพึ่งตนเองได้อย่างรู ้เท่าทัน
                                                 ่
โลก
• เพื่อให้เกิดการบริ หารจัดการที่ดีในสังคมไทยทุกระดับ
• เพื่อแก้ปัญหาความยากจนและเพิมศักยภาพและโอกาสของคนไทยในการพึ่งพาตนเอง
                                      ่
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสั งคมแห่ งชาติ ฉบับที่ ๑๐(พ.ศ. ๒๕๕๐ – ๒๕๕๔)

• พัฒนาคนให้มีคุณภาพพร้อมคุณธรรมและรอบรู ้อย่างเท่าทัน
• เสริ มสร้างเศรษฐกิจให้มีคุณภาพ เสถียรภาพ และเป็ นธรรม
• ด ารงความหลากหลายทางชี ว ภาพ และสร้ า งความมั่น คงของฐาน
ทรัพยากรธรรมชาติและคุณภาพสิ่ งแวดล้อม
• พัฒนาระบบบริ หารจัดการประเทศให้เกิ ดธรรมาภิ บาลภายใต้ระบอบ
ประชาธิปไตยที่มีองค์พระมหากษัตริ ยเ์ ป็ นประมุข
ขั้นตอนการดาเนินโครงการอันเนื่องมากจากพระราชดาริ

     พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หว ทรงศึกษาข้อมูลต่าง ๆ เป็ นขั้นเป็ นตอน
                                ั
อย่างละเอียดก่อนทุกครั้งในการจัดวางแผนโครงการใดโครงการหนึ่ ง ก่อน
จะมีพระราชดาริ น้ น ขั้นตอนต่าง ๆ พอจะกล่าวได้ดงต่อไปนี้
                  ั                            ั
๑. การศึกษาข้ อมูล
    ก่อนจะเสด็จพระราชดาเนิ นยังพื้นที่ ใดๆ นั้น จะทรงศึ กษาข้อมูลจาก
เอกสารและแผนที่ต่างๆ ที่มีอยู่ เพื่อให้ทราบถึงสภาพในท้องถิ่นนั้นๆ อย่าง
ละเอียดก่อนเสมอ
๒. การหาข้ อมูลในพืนที่     ้
        เมื่อเสด็จฯ ถึงพื้นที่น้ นๆ จะทรงหาข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่ ง เพื่อให้
                                 ั
ได้ขอเท็จจริ งและข้อมูลล่าสุ ด อาทิเช่น ทรงสอบถามประชาชนถึงการประกอบอาชีพ
      ้
สภาพหมู่บาน ภูมิประเทศ ดิน ฟ้ า อากาศ และน้ า ฯลฯ ทรงสารวจพื้นที่ เสด็จพระราช
               ้
ดาเนิ น ทอดพระเนตรพื้ นที่ จ ริ ง ที่ คาดว่า ควรจะด าเนิ น การพัฒนาได้ ทรงสอบถาม
เจ้าหน้าที่ เมื่อทรงศึ กษาจากข้อมูลเอกสารและทรงได้ขอมูลจากพื้นที่จริ งแล้ว จะทรง
                                                          ้
ปรึ กษากับเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ ถึงความ เหมาะสม ความเป็ นไปได้อีกครั้งหนึ่ ง พร้อม
ทั้งคานวณวิเคราะห์ทนที ด้วยว่า เมื่อดาเนินการแล้วจะได้ประโยชน์อย่างไร และคุมค่า
                          ั                                                            ้
กับการลงทุน หรื อไม่เพียงใด อย่างไรแล้ว จึงพระราชทานพระราชดาริ ให้เจ้าหน้าที่ที่
เกี่ยวข้องไปพิจารณาในขั้นรายละเอียดตามขั้นตอนต่อไป
๓. การศึกษาข้ อมูลและการจัดทาโครงการ
      เมื่อเจ้าหน้าที่ผูเ้ กี่ ยวข้องได้รับพระราชทานพระราชดาริ แล้ว จะไปศึ กษา
ข้อมูลรายละเอียดต่างๆ อีกครั้งหนึ่ ง เพื่อประกอบการจัดทาโครงการให้เป็ นไป
ตามแนวทางพระราชดาริ ที่ได้พระราชทานไว้ อย่างไรก็ตามพระบาทสมเด็จพระ
เจ้า อยู่ หั ว ได้มี พ ระราชด าริ อ ยู่ เ สมอว่ า พระราชด าริ ข องพระองค์ เ ป็ นเพี ย ง
ข้อ เสนอแนะเท่ า นั้ น เมื่ อ รั ฐ บาลได้ ท ราบแล้ ว ควรไปพิ จ ารณาวิ เ คราะห์
กลันกรองตามหลัก วิชาการก่ อน เมื่ อมี ความเป็ นไปได้และมี ประโยชน์คุมค่ า
    ่                                                                            ้
และเห็นควรทา เป็ นเรื่ องที่จะต้องพิจารณาตัดสิ นใจเอง และในกรณี ที่วิเคราะห์
พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่เหมาะสมสามารถล้มเลิกได้
๔. การดาเนินงานตามโครงการ
      เมื่อจัดทาโครงการเสร็ จเรี ยบร้อยและผ่านการพิจารณาจากหน่วยเหนื อ
ตามล าดั บ ขั้น ตอน จนถึ ง การอนุ ม ัติ โ ครงการและงบประมาณแล้ ว
หน่ ว ยงานที่ เ กี่ ย วข้อ งจะด าเนิ น การปฏิ บ ติ ง านในทันที โดยมี ส านัก งาน
                                                ั
คณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่ องมาจากพระราชดาริ
(สานักงาน กปร.) เป็ นหน่ วยงานกลางในการประสานงานและประสาน
แผนต่างๆ ให้แต่ละหน่ วยงานได้ดาเนิ นการสนับสนุ นสอดคล้องกัน และ
หรื อ อาจจัด ตั้ง องค์ก รกลางที่ ป ระกอบด้ว ยแต่ ล ะฝ่ ายที่ เ กี่ ย วข้อ ง เป็ นผู ้
ควบคุมดูแลให้การดาเนินการต่างเป็ นไปด้วยความเรี ยบร้อย มีประสิ ทธิ ภาพ
๕. การติดตามผลงาน
      ในการติ ด ตามผลงานการด าเนิ น งานนั้น แต่ ล ะหน่ ว ยงาน รวมทั้ง
สานักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่ องมาจาก
พระราชด าริ จะได้มี ก ารติ ด ตามประเมิ น ผลเป็ นระยะๆ แต่ ท่ี ส าคัญ คื อ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จฯกลับไปยังโครงการนั้นด้วยทุกครั้ง
เมื่อมีโอกาส เพื่อทอดพระเนตรความก้าวหน้าและติดตามผลงานต่างๆ ให้
เป็ นไปด้วยความเรี ย บร้ อย ในกรณี ที่ เกิ ดมี ปั ญหาอุ ป สรรคต่ า งๆ จะทรง
ชี้แนะแนวทางการแก้ไขปั ญหานั้น ให้สาเร็ จลุล่วงไป
พระราชดารัสเศรษฐกิจพอเพียง



“เศรษฐกิจพอเพียง... จะทาความเจริ ญให้แก่ประเทศได้ แต่ตองมีความ
                                                      ้
  เพียร แล้วต้องอดทน ต้องไม่ใจร้อน ต้องไม่พดมาก ต้องไม่ทะเลาะ
                                               ู
       กัน ถ้าทาโดยเข้าใจกัน เชื่อว่าทุกคนจะมีความพอใจได้...”

                                            ่ ั
           พระราชดารัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหว
           พระราชทาน ณ วันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๑
คุณธรรม ๔ ประการ ทีพระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยู่หัว
                             ่
                 พระราชทานแก่ ประชาชนชาวไทย
• ประการแรก คือการรักษาความสัจ ความจริ งใจต่อตัวเอง รู ้จกสละประโยชน์ส่วน
                                                          ั
น้อยของตน เพื่อประโยชน์ส่วนใหญ่ของบ้านเมืองประพฤติแต่สิ่งที่เป็ นประโยชน์และ
เป็ นธรรม
• ประการที่ สอง คื อการรู ้ จักข่มใจตนเอง ฝึ กใจตนเอง ให้ประพฤติ ปฏิ บัติอยู่ใน
ความสัจ ความดี
• ประการที่สาม คือการอดทน อดกลั้น และอดออม ไม่ประพฤติล่วงความสัจสุ จริ ต
     ่
ไม่วาจะด้วยเหตุประการใด
• ประการที่สี่ คือการรู ้จกละวางความชัว ความทุจริ ต
                          ั           ่
หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยู่หัว
• กรอบแนวคิด
     เป็ นปรัชญาที่ช้ ี แนะแนวทางการดารงอยู่และปฏิ บติตนในทางที่ควรจะ
                                                    ั
เป็ น โดยมีพ้นฐานมาจากวิถีชีวตดั้งเดิมของสังคมไทย
              ื                 ิ
• คุณลักษณะ
                                        ั
  เศรษฐกิ จพอเพียงสามารถนามาประยุกต์ใช้กบการปฏิ บติตนได้ในทุ ก
                                                 ั
ระดับ โดยเน้นการปฏิบติบนทางสายกลางและการพัฒนาอย่างเป็ นขั้นตอน
                    ั
• คานิยาม ความพอเพียงจะต้องประกอบด้วย ๓ คุณลักษณะ
๑. ความพอประมาณ คือ ความพอดีที่ไม่นอยเกินไปและไม่มากเกินไป
                                              ้
๒. ความมี เ หตุ ผ ล คื อ การตัดสิ น ใจเกี่ ย วกับ ระดับ ของความพอเพี ย งนั้น
จะต้องเป็ นไป อย่างมีเหตุผล
๓. การมีภูมิคุมกันที่ดีในตัวเอง คือ การเตรี ยมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและ
              ้
การ เปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ที่คาดว่า จะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล
• เงื่ อ นไข การตัด สิ น ใจและการด าเนิ น กิ จ กรรมต่ า งๆให้ อ ยู่ใ นระดับ
พอเพียงนั้น ต้องอาศัยทั้ง ความรู ้และคุณธรรมเป็ นพื้นฐาน
      เงื่ อ นไขความรู้ ประกอบด้ว ย ความรอบรู ้ เ กี่ ย วกับ วิ ช าการต่ า งๆ ที่
เกี่ ยวข้องอย่างรอบด้าน ความรอบคอบ ที่จะนาความรู ้ เหล่านั้นมาพิจารณา
ให้เชื่ อมโยงกัน เพื่อประกอบ การวางแผน และความระมัดระวังในขั้น
ปฏิบติ  ั
      เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริ มสร้าง ประกอบด้วยมีความตระหนักใน
คุณธรรม มีความซื่ อสัตย์สุจริ ต มีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาใน
การดาเนินชีวตไม่โลภ ไม่ตระหนี่
                 ิ
แนวทางปฏิบัติ/ผลทีคาดว่าจะได้ รับ
                                          ่
   จากการนาปรั ช ญาของเศรษฐกิ จพอเพีย งมาประยุกต์ใช้คือ การพัฒนาที่
สมดุ ล และยัง ยื น พร้ อ มรั บ ต่ อ การเปลี่ ย นแปลงในทุ ก ด้า น ทั้ง ด้า นสั ง คม
              ่
เศรษฐกิจ สิ่ งแวดล้อม ความรู้และเทคโนโลยี
จบการนาเสนอครับ.

งานสำคัญ

  • 1.
    พระราชดารัส ่ ั พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหว
  • 2.
  • 3.
    แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสั งคมแห่ งชาติฉบับที่ ๑ พ.ศ.๒๕๐๔-๒๕๐๙ • เน้นเฉพาะด้านเศรษฐกิ จเป็ นสาคัญ โดยเฉพาะการลงทุนใน สิ่ งก่อสร้ างขั้น พื้ น ฐานในรู ปแบบของระบบคมนาคมและขนส่ ง ระบบเขื่ อ นเพื่ อ การ ชลประทานและพลังงานไฟฟ้ า สาธารณูปการ ฯลฯ • รัฐทุ่มเททรัพยากรเข้าไปเพื่อการปูพ้ืนฐานให้มีการลงทุนในด้านเอกชนเป็ น หลัก
  • 4.
    แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่ งชาติ ฉบับที่๒ พ.ศ.๒๕๑๐-๒๕๑๔ „ ยึดแนวทาง แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสั งคมแห่ งชาติ ฉบับที่ ๑ โดยขยาย ขอบเขตของแผนให้ครอบคลุมถึงการพัฒนาของรัฐโดยสมบูรณ์กระจายให้ บังเกิ ดผลไปทัวประเทศ เน้นเขตทุ รกันดารและห่ างไกลความเจริ ญ และมี ่ โครงการพิเศษนอกเหนื อไปจากหน้าที่ปกติ ของกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ เช่ น โครงการพัฒ นาภาค โครงการเร่ ง รั ด พัฒ นาชนบทและโครงการ ช่วยเหลือชาวนา การพัฒ นาอุ ต สาหกรรมนั บ เป็ นนโยบายส าคัญ ในการพัฒ นา ประเทศ และเป็ นการกระจายความเจริญสู่ ภูมิภาค
  • 5.
    แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่ งชาติ ฉบับที่๓ พ.ศ.๒๕๑๕-๒๕๑๙ • รั กษาเสถี ยรภาพทางเศรษฐกิ จ โดยรั กษาอัตราการขยายตัวของปริ มาณเงิ นตรา รักษาระดับราคาสิ นค้าที่ จาเป็ นต่อการครองชี พ รักษาเสถียรภาพทางการเงิ นระหว่าง ประเทศ ส่งเสริ มการส่งออก ปรับปรุ งโครงสร้างการนาเข้า • ปรั บ ปรุ ง โครงสร้ างทางเศรษฐกิ จและยกระดับ การผลิ ต เร่ งรั ดการส่ ง ออกและ ทดแทนสิ นค้านาเข้า ปรับงบลงทุนในโครงการก่อสร้างมาสนับสนุ นการลงทุนเพื่อใช้ ประโยชน์จากโครงการขั้นพื้นฐานที่มีอยู่ • กระจายรายได้และบริ การทางสังคม โดยลดอัตราการเพิ่มประชากร กระจายบริ การ เศรษฐกิ จและสังคมสู่ ชนบท ปรับปรุ งสถาบันและองค์กรทางด้านเกษตรและสิ นเชื่ อ รักษาระดับราคาสิ นค้าเกษตร
  • 6.
    แผนเศรษฐกิจและสั งคมแห่ งชาติฉบับที่๔ แผนพัฒนาพ.ศ.๒๕๒๐-๒๕๒๔ • เน้นการฟื้ นฟู เศรษฐกิ จของประเทศโดยมุ่ งขยายการผลิ ต สาขาเกษตร ปรับปรุ งโครงสร้างอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อส่ งออก กระจายรายได้และการ มี ง านท าในภู มิ ภ าค มาตรการกระตุ ้ น อุ ต สาหกรรมที่ ซ บเซา รั ก ษา ดุลการชาระเงินและการขาดดุลงบประมาณ • เร่ งบู รณะและปรั บปรุ งการบริ หารทรั พยากรหลักของชาติ รวมทั้งการ นาเอาทรัพยากรธรรมชาติมาใช้โดยเฉพาะที่ดิน แหล่งน้ า ป่ าไม้และแหล่งแร่ เร่ งรัดการปฏิรูปที่ดิน จัดสรรแหล่งน้ าในประเทศ อนุรักษ์ทะเลหลวง สารวจ แล ะ พั ฒ นา แหล่ ง พ ลั ง งานใ นอ่ า วไ ท ย แล ะ ภาค ใ ต้ ฝ่ั ง ตะ วั น ออ ก
  • 7.
    แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่ งชาติ ฉบับที่๕ พ.ศ.๒๕๒๕-๒๕๒๙ • ยึดพื้นที่เป็ นหลักในการวางแผน กาหนดแผนงานและโครงการให้มีผล ทางปฏิบติท้ งภาครัฐและภาคเอกชน ั ั • เน้นการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจการเงินของประเทศเป็ นพิเศษ • เน้นความสมดุลในการแก้ไขปั ญหาเศรษฐกิจและสังคมของ ประเทศ • เน้นการแก้ปัญหาความยากจนในชนบทล้าหลัง • เน้นบทบาทและการระดมความร่ วมมือจากภาคเอกชน • เน้นการแปลงแผนไปสู่ การปฏิบติ ั
  • 8.
    แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่ งชาติฉบับที่ ๖พ.ศ.๒๕๓๐-๒๕๓๔ • เน้นวัตถุประสงค์ท้ งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ให้ความสาคัญต่อการปรับปรุ งการ ั บริ หารและทบทวนบทบาทของรัฐในการบริ หารประเทศ • เน้นการขยายตัวของระบบเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการรักษาเสถียรภาพของการเงินการ คลัง โดยเน้นการระดมเงิ นออมในประเทศ เน้นการใช้จ่ายภาครั ฐอย่างประหยัดและมี ประสิ ทธิภาพ • เน้นบทบาทภาคเอกชนในการพัฒนา โดยเน้นการพัฒนาฝี มือแรงงานและคุณภาพชีวต ิ • เน้นการเพิ่มบทบาทองค์กรประชาชนในท้องถิ่นเพื่อพัฒนาทรัพยากร ธรรมชาติและ สิ่ งแวดล้อม ่ • เน้นการนาบริ การพื้นฐานที่มีอยูแล้วมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ พัฒนาเมืองและพื้นที่ เฉพาะ กระจายความเจริ ญสู่ภูมิภาคขยายขอบเขตพัฒนาชนบทครอบคลุมทัวประเทศ่
  • 9.
    แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่ งชาติฉบับที่ ๗พ.ศ.๒๕๓๕-๒๕๓๙ • เน้นการรักษาอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และมีเสถียรภาพ • เน้นการกระจายรายได้ และการพัฒนาไปสู่ ภูมิภาคและชนบท • เน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ คุณภาพชีวต และสิ่ งแวดล้อม ิ • เน้นการพัฒนากฎหมาย รัฐวิสาหกิจ และระบบราชการ
  • 10.
    แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่ งชาติฉบับที่ ๘พ.ศ.๒๕๐๔-๒๕๔๔ • การพัฒนาศักยภาพของคน • การพัฒนาสภาพแวดล้อมของสังคมให้เอื้อต่อการพัฒนาคน • การเสริ มสร้างศักยภาพการพัฒนาของภูมิภาคและชนบทเพื่อ ยกระดับคุณภาพชีวิต ของประชาชนอย่างทัวถึง ่ • การพัฒนาสมรรถนะทางเศรษฐกิจเพื่อสนับสนุนการพัฒนา คนและคุณภาพชีวต ิ • การจัดหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ งแวดล้อม • การพัฒนาประชารัฐ เป็ นการพัฒนาภาครัฐให้มีสมรรถนะ และพันธกิจหลักในการ เสริ มสร้างศักยภาพและสมรรถนะ ของคนและมีส่วนร่ วมในการพัฒนาประเทศ • การบริ หารจัดการเพื่อให้มีการนาแผนพัฒนาฯไปดาเนิ นการ ให้เกิ ดผลในทาง ปฏิบติดวยแนวทางการแปลงแผนไปสู่การ ปฏิบติ ั ้ ั
  • 11.
    แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่ งชาติ ฉบับที่๙ (พ.ศ. ๒๕๔๕ – ๒๕๔๙) เป็ นแผนที่ ไ ด้อ ัญ เชิ ญ แนวปรั ช ญาของเศรษฐกิ จ พอเพี ย ง ตามพระราชด ารั ส ของ พระบาทสมเด็จเจ้าอยู่หัว มาเป็ นปรัชญานาทางในการพัฒนาและบริ หารประเทศ โดยยึด หลักทางสายกลาง เพื่อให้ประเทศรอดพ้นจากวิกฤต สามารถดารงอยู่ได้อย่างมันคง และ่ นาไปสู่ การพัฒนาที่ สมดุล มีคุณภาพและยังยืน ภายใต้กระแสโลกาภิวตน์และสถานการณ์ ่ ั เปลี่ยนแปลงต่างๆ วัตถุประสงค์ • เพื่อฟื้ นฟูเศรษฐกิจให้มีเสถียรภาพและมีภมิคุมกัน ู ้ • เพื่อวางรากฐานการพัฒนาประเทศให้เข้มแข็ง ยังยืน สามารถพึ่งตนเองได้อย่างรู ้เท่าทัน ่ โลก • เพื่อให้เกิดการบริ หารจัดการที่ดีในสังคมไทยทุกระดับ • เพื่อแก้ปัญหาความยากจนและเพิมศักยภาพและโอกาสของคนไทยในการพึ่งพาตนเอง ่
  • 12.
    แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสั งคมแห่ งชาติฉบับที่ ๑๐(พ.ศ. ๒๕๕๐ – ๒๕๕๔) • พัฒนาคนให้มีคุณภาพพร้อมคุณธรรมและรอบรู ้อย่างเท่าทัน • เสริ มสร้างเศรษฐกิจให้มีคุณภาพ เสถียรภาพ และเป็ นธรรม • ด ารงความหลากหลายทางชี ว ภาพ และสร้ า งความมั่น คงของฐาน ทรัพยากรธรรมชาติและคุณภาพสิ่ งแวดล้อม • พัฒนาระบบบริ หารจัดการประเทศให้เกิ ดธรรมาภิ บาลภายใต้ระบอบ ประชาธิปไตยที่มีองค์พระมหากษัตริ ยเ์ ป็ นประมุข
  • 13.
    ขั้นตอนการดาเนินโครงการอันเนื่องมากจากพระราชดาริ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หว ทรงศึกษาข้อมูลต่าง ๆ เป็ นขั้นเป็ นตอน ั อย่างละเอียดก่อนทุกครั้งในการจัดวางแผนโครงการใดโครงการหนึ่ ง ก่อน จะมีพระราชดาริ น้ น ขั้นตอนต่าง ๆ พอจะกล่าวได้ดงต่อไปนี้ ั ั
  • 14.
    ๑. การศึกษาข้ อมูล ก่อนจะเสด็จพระราชดาเนิ นยังพื้นที่ ใดๆ นั้น จะทรงศึ กษาข้อมูลจาก เอกสารและแผนที่ต่างๆ ที่มีอยู่ เพื่อให้ทราบถึงสภาพในท้องถิ่นนั้นๆ อย่าง ละเอียดก่อนเสมอ
  • 15.
    ๒. การหาข้ อมูลในพืนที่ ้ เมื่อเสด็จฯ ถึงพื้นที่น้ นๆ จะทรงหาข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่ ง เพื่อให้ ั ได้ขอเท็จจริ งและข้อมูลล่าสุ ด อาทิเช่น ทรงสอบถามประชาชนถึงการประกอบอาชีพ ้ สภาพหมู่บาน ภูมิประเทศ ดิน ฟ้ า อากาศ และน้ า ฯลฯ ทรงสารวจพื้นที่ เสด็จพระราช ้ ดาเนิ น ทอดพระเนตรพื้ นที่ จ ริ ง ที่ คาดว่า ควรจะด าเนิ น การพัฒนาได้ ทรงสอบถาม เจ้าหน้าที่ เมื่อทรงศึ กษาจากข้อมูลเอกสารและทรงได้ขอมูลจากพื้นที่จริ งแล้ว จะทรง ้ ปรึ กษากับเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ ถึงความ เหมาะสม ความเป็ นไปได้อีกครั้งหนึ่ ง พร้อม ทั้งคานวณวิเคราะห์ทนที ด้วยว่า เมื่อดาเนินการแล้วจะได้ประโยชน์อย่างไร และคุมค่า ั ้ กับการลงทุน หรื อไม่เพียงใด อย่างไรแล้ว จึงพระราชทานพระราชดาริ ให้เจ้าหน้าที่ที่ เกี่ยวข้องไปพิจารณาในขั้นรายละเอียดตามขั้นตอนต่อไป
  • 16.
    ๓. การศึกษาข้ อมูลและการจัดทาโครงการ เมื่อเจ้าหน้าที่ผูเ้ กี่ ยวข้องได้รับพระราชทานพระราชดาริ แล้ว จะไปศึ กษา ข้อมูลรายละเอียดต่างๆ อีกครั้งหนึ่ ง เพื่อประกอบการจัดทาโครงการให้เป็ นไป ตามแนวทางพระราชดาริ ที่ได้พระราชทานไว้ อย่างไรก็ตามพระบาทสมเด็จพระ เจ้า อยู่ หั ว ได้มี พ ระราชด าริ อ ยู่ เ สมอว่ า พระราชด าริ ข องพระองค์ เ ป็ นเพี ย ง ข้อ เสนอแนะเท่ า นั้ น เมื่ อ รั ฐ บาลได้ ท ราบแล้ ว ควรไปพิ จ ารณาวิ เ คราะห์ กลันกรองตามหลัก วิชาการก่ อน เมื่ อมี ความเป็ นไปได้และมี ประโยชน์คุมค่ า ่ ้ และเห็นควรทา เป็ นเรื่ องที่จะต้องพิจารณาตัดสิ นใจเอง และในกรณี ที่วิเคราะห์ พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่เหมาะสมสามารถล้มเลิกได้
  • 17.
    ๔. การดาเนินงานตามโครงการ เมื่อจัดทาโครงการเสร็ จเรี ยบร้อยและผ่านการพิจารณาจากหน่วยเหนื อ ตามล าดั บ ขั้น ตอน จนถึ ง การอนุ ม ัติ โ ครงการและงบประมาณแล้ ว หน่ ว ยงานที่ เ กี่ ย วข้อ งจะด าเนิ น การปฏิ บ ติ ง านในทันที โดยมี ส านัก งาน ั คณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่ องมาจากพระราชดาริ (สานักงาน กปร.) เป็ นหน่ วยงานกลางในการประสานงานและประสาน แผนต่างๆ ให้แต่ละหน่ วยงานได้ดาเนิ นการสนับสนุ นสอดคล้องกัน และ หรื อ อาจจัด ตั้ง องค์ก รกลางที่ ป ระกอบด้ว ยแต่ ล ะฝ่ ายที่ เ กี่ ย วข้อ ง เป็ นผู ้ ควบคุมดูแลให้การดาเนินการต่างเป็ นไปด้วยความเรี ยบร้อย มีประสิ ทธิ ภาพ
  • 18.
    ๕. การติดตามผลงาน ในการติ ด ตามผลงานการด าเนิ น งานนั้น แต่ ล ะหน่ ว ยงาน รวมทั้ง สานักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่ องมาจาก พระราชด าริ จะได้มี ก ารติ ด ตามประเมิ น ผลเป็ นระยะๆ แต่ ท่ี ส าคัญ คื อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จฯกลับไปยังโครงการนั้นด้วยทุกครั้ง เมื่อมีโอกาส เพื่อทอดพระเนตรความก้าวหน้าและติดตามผลงานต่างๆ ให้ เป็ นไปด้วยความเรี ย บร้ อย ในกรณี ที่ เกิ ดมี ปั ญหาอุ ป สรรคต่ า งๆ จะทรง ชี้แนะแนวทางการแก้ไขปั ญหานั้น ให้สาเร็ จลุล่วงไป
  • 19.
    พระราชดารัสเศรษฐกิจพอเพียง “เศรษฐกิจพอเพียง... จะทาความเจริ ญให้แก่ประเทศได้แต่ตองมีความ ้ เพียร แล้วต้องอดทน ต้องไม่ใจร้อน ต้องไม่พดมาก ต้องไม่ทะเลาะ ู กัน ถ้าทาโดยเข้าใจกัน เชื่อว่าทุกคนจะมีความพอใจได้...” ่ ั พระราชดารัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหว พระราชทาน ณ วันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๑
  • 20.
    คุณธรรม ๔ ประการทีพระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยู่หัว ่ พระราชทานแก่ ประชาชนชาวไทย • ประการแรก คือการรักษาความสัจ ความจริ งใจต่อตัวเอง รู ้จกสละประโยชน์ส่วน ั น้อยของตน เพื่อประโยชน์ส่วนใหญ่ของบ้านเมืองประพฤติแต่สิ่งที่เป็ นประโยชน์และ เป็ นธรรม • ประการที่ สอง คื อการรู ้ จักข่มใจตนเอง ฝึ กใจตนเอง ให้ประพฤติ ปฏิ บัติอยู่ใน ความสัจ ความดี • ประการที่สาม คือการอดทน อดกลั้น และอดออม ไม่ประพฤติล่วงความสัจสุ จริ ต ่ ไม่วาจะด้วยเหตุประการใด • ประการที่สี่ คือการรู ้จกละวางความชัว ความทุจริ ต ั ่
  • 21.
  • 22.
    • กรอบแนวคิด เป็ นปรัชญาที่ช้ ี แนะแนวทางการดารงอยู่และปฏิ บติตนในทางที่ควรจะ ั เป็ น โดยมีพ้นฐานมาจากวิถีชีวตดั้งเดิมของสังคมไทย ื ิ • คุณลักษณะ ั เศรษฐกิ จพอเพียงสามารถนามาประยุกต์ใช้กบการปฏิ บติตนได้ในทุ ก ั ระดับ โดยเน้นการปฏิบติบนทางสายกลางและการพัฒนาอย่างเป็ นขั้นตอน ั
  • 23.
    • คานิยาม ความพอเพียงจะต้องประกอบด้วย๓ คุณลักษณะ ๑. ความพอประมาณ คือ ความพอดีที่ไม่นอยเกินไปและไม่มากเกินไป ้ ๒. ความมี เ หตุ ผ ล คื อ การตัดสิ น ใจเกี่ ย วกับ ระดับ ของความพอเพี ย งนั้น จะต้องเป็ นไป อย่างมีเหตุผล ๓. การมีภูมิคุมกันที่ดีในตัวเอง คือ การเตรี ยมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและ ้ การ เปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ที่คาดว่า จะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล
  • 24.
    • เงื่ อนไข การตัด สิ น ใจและการด าเนิ น กิ จ กรรมต่ า งๆให้ อ ยู่ใ นระดับ พอเพียงนั้น ต้องอาศัยทั้ง ความรู ้และคุณธรรมเป็ นพื้นฐาน เงื่ อ นไขความรู้ ประกอบด้ว ย ความรอบรู ้ เ กี่ ย วกับ วิ ช าการต่ า งๆ ที่ เกี่ ยวข้องอย่างรอบด้าน ความรอบคอบ ที่จะนาความรู ้ เหล่านั้นมาพิจารณา ให้เชื่ อมโยงกัน เพื่อประกอบ การวางแผน และความระมัดระวังในขั้น ปฏิบติ ั เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริ มสร้าง ประกอบด้วยมีความตระหนักใน คุณธรรม มีความซื่ อสัตย์สุจริ ต มีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาใน การดาเนินชีวตไม่โลภ ไม่ตระหนี่ ิ
  • 25.
    แนวทางปฏิบัติ/ผลทีคาดว่าจะได้ รับ ่ จากการนาปรั ช ญาของเศรษฐกิ จพอเพีย งมาประยุกต์ใช้คือ การพัฒนาที่ สมดุ ล และยัง ยื น พร้ อ มรั บ ต่ อ การเปลี่ ย นแปลงในทุ ก ด้า น ทั้ง ด้า นสั ง คม ่ เศรษฐกิจ สิ่ งแวดล้อม ความรู้และเทคโนโลยี
  • 26.