กʾ        . . 2556    ก   ก ก
คํานํา              ตามบทบัญญัติของพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีพ.ศ. 2546 มาตรา 16 กํา...
สารบัญ                                                                                   หน้าคํานําสารบัญบทนํา            ...
บทนํา                     ตามบทบั ญ ญั ติ ข องรั ฐ ธรรมนู ญ แห่ งราชอาณาจั กรไทย พุ ทธศั กราช 2550 หมวด 5แนวนโยบายพื้นฐานแ...
ส่วนที่ 1                                         นโยบายรัฐบาล           ตามที่ รั ฐ บาลได้ แถลงนโยบายต่ อรั ฐ สภา เมื่ อว...
3พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่ เคารพอัตลักษณ์ ขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่น ส่งเสริมการกระจายอํานาจการปกครองส่วนท้องถิ่นในร...
4                  4.1.2 สร้างโอกาสทางการศึกษา กระจายโอกาสทางการศึกษาในสังคมไทย โดยคํานึงถึงการสร้างความเสมอภาคและความเป็น...
5ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางและเอื้อให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต พัฒนาเครือข่ายสารสนเทศเพื่อการศึกษาพัฒนาระบบ “ไซเบอร์โฮม”ที่สามา...
66. นโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัย และนวัตกรรม       6.2 เร่งสร้างนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย และครูวิทยาศาสตร์ให้เพียงพ...
7          ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ความสอดคล้องระหว่างแผนการบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2555-2558 พบว่า สอดคล้องกับแผนการบริหา...
ส่วนที่ 2                                         ทิศทางการพัฒนาการศึกษา2.1 ความนํา                      หลั งจากการประกาศ...
92.2 แผนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและนโยบายการพัฒนาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ           1. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบั...
10                    1.3 วัตถุประสงค์และเป้าหมาย                        1.3.1 วัตถุประสงค์                              1...
11          2. ข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ.2552 - 2561)              คณะรัฐมนตรีเมื่อคราวประชุมวันที่ 18 ส...
12                        สาระสําคัญของแผนการศึกษาแห่งชาติ ฉบับปรับปรุง (พ.ศ. 2552-2559)                        ปัจจุบันแม...
13                       1.2 ปลูกฝังและเสริมสร้างให้ผู้เรียนมีศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม มีจิตสํานึกและมีความภูมิใจใ...
14           4. ยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2555-2558              รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ...
15แนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์             กระทรวงศึกษาธิการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ตามแนวทางต่อไปนี้             1. โดย “ยึด...
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา

1,822 views

Published on

Published in: Education
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
1,822
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2
Actions
Shares
0
Downloads
24
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษา

  1. 1. กʾ . . 2556 ก ก ก
  2. 2. คํานํา ตามบทบัญญัติของพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีพ.ศ. 2546 มาตรา 16 กําหนดให้ส่วนราชการจัดทําแผนปฏิบัติราชการ เป็นแผน 4 ปี ที่สอดคล้องกับแผนการบริหารราชการแผ่นดิน และให้จัดทําแผนปฏิบัติราชการประจําปีในแต่ละปีงบประมาณเสนอต่อรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบ โดยให้ระบุสาระสําคัญเกี่ยวกับนโยบายการปฏิบัติราชการของส่วนราชการเป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ของงาน รวมทั้งประมาณการรายได้และรายจ่ายและทรัพยากรอื่นที่จะต้องใช้ ดังนั้น เพื่อให้การปฏิบัติราชการของกระทรวงศึกษาธิการเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายที่ ก ล่ า วมาข้ า งต้ น กระทรวงศึ ก ษาธิ ก ารจึ ง ได้ จั ด ทํ า แผนปฏิ บั ติ ร าชการประจํ า ปี พ.ศ. 2556ของกระทรวงศึกษาธิการขึ้น โดยนําแผนการบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2555-2558 แผนปฏิบัติราชการ4 ปี (พ.ศ. 2555-2558) และยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2555-2558มาใช้เป็นกรอบของการดําเนินงาน ซึ่งสาระสําคัญของแผนปฏิบัติราชการประจําปี พ.ศ. 2556 ฉบับนี้จะแสดงให้เห็นยุทธศาสตร์ เป้าหมาย ผลผลิต/แผนงาน/โครงการที่ทุกหน่วยงานในสังกัดจะดําเนินการเพื่ อให้เ กิ ดผลผลิ ต ผลลั พธ์ บรรลุ เป้ า หมายตามนโยบายหรือยุ ทธศาสตร์ ที่เ ป็ นจุ ดเน้ นสํ าคั ญ ที่รั ฐบาลและกระทรวงศึ ก ษาธิ ก ารกํ า หนดไว้ อย่ า งมี ป ระสิ ท ธิ ภ าพและประสิ ท ธิ ผ ล เกิ ด ประโยชน์ สู ง สุ ดต่อการพัฒนาการศึกษา นอกจากนั้น ยังใช้เป็นเครื่องมือในการประสานงาน บูรณาการการทํางานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกกระทรวง ตลอดจนใช้เป็นกรอบในการติดตามประเมินผลและรายงานผลการดําเนินงานในภาพรวมของกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการขอขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ให้ความร่วมมือในการจัดทําแผนปฏิบัติราชการประจําปี พ.ศ. 2556 ของกระทรวงศึกษาธิการจนสําเร็จได้เป็นอย่างดี และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกหน่วยงานจะระดมสรรพกําลังร่วมผลักดันขับเคลื่อนแผนไปสู่การปฏิบัติให้บรรลุเป้าหมายที่กําหนดไว้ต่อไป กระทรวงศึกษาธิการ มีนาคม 2555
  3. 3. สารบัญ หน้าคํานําสารบัญบทนํา 1ส่วนที่ 1 นโยบายรัฐบาล 2ส่วนที่ 2 ทิศทางการพัฒนาการศึกษา 8 2.1 ความนํา 8 2.2 แผนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและนโยบายการพัฒนาการศึกษา 9 2.3 สาระสําคัญของแผนปฏิบัติราชการของกระทรวงศึกษาธิการ 18 วิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยม ยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์ ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย กลยุทธ์ ชุดโครงการที่สําคัญตามจุดเน้นของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 2.4 รายละเอียดแผนปฏิบัติราชการประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 25ส่วนที่ 3 ปัจจัยแห่งความสําเร็จในการนําแผนสู่การปฏิบัติ 82ภาคผนวกความเชื่อมโยงระหว่าง แผนการบริหารราชการแผ่นดิน ผ.1-1 ยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 เป้าหมายการให้บริการกระทรวง ยุทธศาสตร์หนังสือเห็นชอบแผนปฏิบัติราชการประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 ผ.2-1 ของกระทรวงศึกษาธิการอักษรย่อหน่วยงาน ผ.3-1
  4. 4. บทนํา ตามบทบั ญ ญั ติ ข องรั ฐ ธรรมนู ญ แห่ งราชอาณาจั กรไทย พุ ทธศั กราช 2550 หมวด 5แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ มาตรา 76 และพระราชกฤษฎี ก าว่ า ด้ ว ยหลั ก เกณฑ์ แ ละวิ ธี ก ารบริ ห ารกิ จ การบ้ า นเมื อ งที่ ดี พ.ศ. 2546 บั ญ ญั ติ ใ ห้ คณะรัฐมนตรีต้องจัดให้มีแผนการบริหารราชการแผ่นดินเพื่อเป็นกรอบและแนวทางในการจัดทําแผนนิติบัญญัติและแผนปฏิบัติราชการเพื่อใช้ในการบริหารราชการแผ่นดินตลอดระยะเวลา 4 ปี (มาตรา 13) และให้ส่วนราชการไปดําเนินการจัดทําแผนปฏิบัติราชการ 4 ปีและแผนปฏิบัติราชการประจําปี (มาตรา 14) เพื่อรองรับการปฏิบัติราชการตามแผนการบริหารราชการแผ่นดิน และกําหนดให้ส่วนราชการจัดทําแผนปฏิบัติราชการประจําปีในแต่ละปีงบประมาณเสนอรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ (มาตรา 16) โดยมีสาระสําคัญเกี่ยวกับนโยบายการปฏิบัติราชการของส่วนราชการเป้ า หมายและผลสั มฤทธิ์ ของงาน เพื่ อใช้ เป็ น กรอบแนวทางในการดํ า เนิ น งานของหน่ ว ยงานให้ บ รรลุตามเป้าหมาย และเป็นแนวทางในการบริหารจัดการงบประมาณให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการติดตามประเมินผล รัฐ บาลที่ มีน างสาวยิ่งลั กษณ์ ชิน วั ตร เป็น นายกรั ฐมนตรี ได้แถลงนโยบายต่ อรั ฐสภาเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2554 โดยแบ่งการดําเนินงานเป็น 2 ระยะ คือ ระยะเร่งด่วนที่จะเริ่มดําเนินการในปีแรก และระยะการบริหารราชการ 4 ปีของรัฐบาล เพื่อให้มีการพัฒนาอย่างมีคุณภาพ สมดุล ยั่งยืนและมีภูมิคุ้มกันตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ภายหลังการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา รัฐบาลได้ ดํ า เนิ น การจั ด ทํ า แผนการบริ ห ารราชการแผ่ น ดิ น พ.ศ. 2555–2558 ที่ แ สดงรายละเอี ย ดกรอบแนวทางการดําเนินการบริหารราชการแผ่นดินรองรับนโยบายข้างต้น ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบแผนการบริหารราชการแผ่นดินฉบับดังกล่าวเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2554 และสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ดําเนินการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2554 เพื่อให้ เป็นไปตามบทบัญญั ติข องพระราชกฤษฎี ก าว่ า ด้ ว ยหลั ก เกณฑ์ แ ละวิ ธี ก ารบริ ห ารกิ จ การบ้ า นเมื อ งที่ ดี พ.ศ. 2546 กระทรวงศึกษาธิการในฐานะที่เป็นส่วนราชการจึงต้องจัดทําแผนปฏิบัติราชการประจําปีในแต่ละปีงบประมาณเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ โดยแผนปฏิบัติราชการประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 จัดทําขึ้นเพื่อแสดงรายละเอียดการดําเนินการตามภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการและรองรับการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล ที่มุ่งหวังให้บรรลุผลสําเร็จในปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 แผนปฏิ บั ติ ร าชการประจํ า ปี ง บประมาณ พ.ศ. 2556 ของกระทรวงศึ ก ษาธิ ก ารมีเนื้อหาสาระสําคัญ 3 ส่วน คือ ส่วนที่หนึ่งว่าด้วยนโยบายรัฐบาล ส่วนที่สองว่าด้วยทิศทางการพัฒนาการศึกษา และส่วนที่สามเป็นปัจจัยแห่งความสําเร็จในการนําแผนสู่การปฏิบัติ
  5. 5. ส่วนที่ 1 นโยบายรัฐบาล ตามที่ รั ฐ บาลได้ แถลงนโยบายต่ อรั ฐ สภา เมื่ อวั น ที่ 23 สิ งหาคม 2554 ได้ กํา หนดนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินไว้โดยแบ่งการดําเนินการเป็น 2 ระยะ คือ ระยะเร่งด่วนที่จะเริ่มดําเนินการในปีแรก และระยะการบริหารราชการ 4 ปีของรัฐบาล เพื่อให้มีการพัฒนาอย่างมีคุณภาพ สมดุล ยั่งยืนและมีภูมิคุ้มกันตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดังต่อไปนี้ นโยบายที่ 1 นโยบายเร่งด่วนที่จะเริ่มดําเนินการในปีแรก นโยบายที่ 2 นโยบายความมั่นคงของรัฐ นโยบายที่ 3 นโยบายเศรษฐกิจ นโยบายที่ 4 นโยบายสังคมและคุณภาพชีวิต นโยบายที่ 5 นโยบายที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นโยบายที่ 6 นโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัย และนวัตกรรม นโยบายที่ 7 นโยบายการต่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ นโยบายที่ 8 นโยบายการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี กระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะที่มีบทบาทและภารกิจในการจัดและส่งเสริม สนับสนุนการศึกษาเพื่ อ พั ฒ นาคนให้ เ ป็ น คนดี มี คุ ณ ธรรมนํ า ความรู้ มี คุ ณ ภาพและศั ก ยภาพในการพั ฒ นาตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ซึ่งสอดคล้องกับสาระสําคัญของแผนการบริหารราชการแผ่นดินที่กําหนดไว้จึงมีบทบาทหลักดําเนินการตามนโยบายข้อ 4 นโยบายสังคมและคุณภาพชีวิต (4.1) นโยบายการศึกษาและกระทรวงศึกษาธิการยังเป็นส่วนราชการที่สําคัญในการร่วมขับเคลื่อนการดําเนินการตามนโยบายข้อ 1นโยบายเร่ ง ด่ ว นที่ จ ะเริ่ ม ดํ า เนิ น การในปี แ รก นโยบายข้ อ 4 นโยบายสั ง คมและคุ ณ ภาพชี วิ ต(4.3) นโยบายการพัฒนาสุขภาพของประชาชน (4.4) นโยบายศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม และนโยบายข้อ 6 นโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัย และนวัตกรรม นอกจากนั้น ในปีงบประมาณพ.ศ. 2556 รัฐ บาลได้กําหนดจุดเน้น หรื อแผนงานเร่งด่ว นที่ ให้ ส่วนราชการที่เ กี่ย วข้ องบูร ณาการดําเนินงานร่วมกัน 17 แผนงาน ซึ่งมีแผนงานในเชิงบูรณาการที่กําหนดให้กระทรวงศึกษาธิการเป็นหน่วยงานหลักและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 9 แผนงาน โดยมีรายละเอียด ดังนี้1. นโยบายเร่งด่วนที่จะเริ่มดําเนินการในปีแรก 1.5 เร่งนําสันติสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนกลับมาสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ควบคู่ไปกับการขจัดความยากจนยาเสพติด และอิทธิพลอํานาจมืด โดยน้อมนํากระแสพระราชดํารัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว“เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เป็นหลักปฏิบัติในแนวทางสัน ติวิธี โดยเน้น การส่งเสริมความร่ว มมือในทุกภาคส่วนกับ ประชาชนในพื้นที่ อํานวยความยุติธรรมอย่างทั่วถึง เพิ่มโอกาสทางการศึกษาและคุณภาพชีวิต สร้างโอกาสและความเสมอภาค
  6. 6. 3พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่ เคารพอัตลักษณ์ ขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่น ส่งเสริมการกระจายอํานาจการปกครองส่วนท้องถิ่นในรูปแบบที่สอดคล้องกับลักษณะพื้นที่โดยไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญทั้งนี้ จะมีการบูรณาการการบริหารจัดการทุกภาคส่วนให้มีเอกภาพทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติรวมทั้งปรับปรุง พัฒนากฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้อง ทันสมัยกับสภาพความเป็นจริงของปัญหาที่เกิดขึ้น ตลอดจนเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบอย่างเป็นธรรม 1.10 ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุน สนับสนุนสินเชื่อรายย่อย โดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อประกอบอาชีพให้แก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อย รวมถึงเพิ่มสวัสดิการของรัฐเพื่อเป็นการดูแลสังคมในชุมชน จัดหาแหล่งเงินทุนให้แก่ผู้ประกอบการและประชาชน 1.10.3 จัดตั้งกองทุนตั้งตัวได้ในวงเงินประมาณ 1,000 ล้านบาท ต่อสถาบันอุดมศึกษาที่ร่วมโครงการ สนับสนุนการสร้างผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อให้สามารถกู้ยืมเพื่อการสร้างอาชีพผนวกกับกลไกของ“หน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจ” ในสถานศึกษา โดยมุ่งให้เกิดวิสาหกิจนวัตกรรมใหม่ที่จะเป็นกลไกใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 1.15 จัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตให้แก่โรงเรียน โดยเริ่มทดลองดําเนินการในโรงเรียนนําร่องสําหรับระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา พ.ศ. 2555 ควบคู่กับการเร่งพัฒนาเนื้อหาที่ เ หมาะสมตามหลั ก สู ต รบรรจุ ล งในคอมพิ ว เตอร์ แ ท็ บ เล็ ต รวมทั้ ง จั ด ทํ า ระบบอิ น เทอร์ เ น็ ต ไร้ ส ายตามมาตรฐานการให้บริการในสถานศึกษาที่กําหนดโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย4. นโยบายสังคมและคุณภาพชีวิต 4.1 นโยบายการศึกษา 4.1.1 เร่งพั ฒนาคุณภาพการศึ กษา โดยการปฏิรูป ระบบความรู้ของสังคมไทยอันประกอบด้วยการยกระดับองค์ความรู้ให้ได้มาตรฐานสากล จัดให้มีโครงการตําราแห่งชาติที่บรรจุความรู้ที่ก้าวหน้าและได้มาตรฐานทั้งความรู้ที่เป็นสากลและภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่งเสริมการอ่าน พร้อมทั้งส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศและภาษาถิ่น จัดให้มีระบบการจัดการความรู้ ปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาทุกระดับให้รองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกและทัดเทียมกับมาตรฐานสากลบนความเป็ นท้ องถิ่ น และความเป็ นไทยเพิ่ มผลสัมฤทธิ์ ของการศึกษาทุ กระดั บชั้ น โดยวัด ผลจากการผ่ า นการทดสอบมาตรฐานในระดับชาติและนานาชาติ ขจัดความไม่รู้หนังสือให้สิ้นไปจากสังคมไทย จัดให้มีครูดีเพียงพอในทุกห้องเรียน ให้มีโรงเรียนและสถาบันอาชีวศึกษาคุณภาพสูงในทุกพื้นที่ พัฒนามหาวิทยาลัยเข้าสู่ระดับโลก พัฒนาระบบการศึกษาให้ผู้เรียนมีความรู้คู่คุณธรรมมุ่งการสร้างจริยธรรมในระดับปัจเจกรวมทั้งสร้างความตระหนักในสิทธิและหน้าที่ความเสมอภาค และดําเนินการให้การศึกษาเป็นพื้นฐานของสังคมประชาธิปไตยที่แท้จริงปรับปรุงโครงสร้างระบบบริหารการศึกษาโดยการกระจายอํานาจสู่พื้นที่ให้เสร็จสมบูรณ์โดยเริ่มจากพื้นที่ที่มีความพร้อม
  7. 7. 4 4.1.2 สร้างโอกาสทางการศึกษา กระจายโอกาสทางการศึกษาในสังคมไทย โดยคํานึงถึงการสร้างความเสมอภาคและความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นแก่ประชากรทุกกลุ่ม ซึ่งรวมถึงผู้ยากไร้ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ ผู้บกพร่องทางกายและการเรียนรู้ รวมทั้ง ชนกลุ่มน้อย โดยส่งเสริมการให้ความรู้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาถึงแรกเกิดให้ได้รับการดูแลอย่างมีประสิทธิภาพทั้งแม่และเด็ก สนับสนุนการจัดการศึกษาตามวัยและพัฒนาการอย่างมีคุณภาพตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยจัดให้มีการเทียบโอนวุฒิการศึกษาสําหรับกลุ่มที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น กลุ่มแม่บ้าน จัดให้มีระบบสะสมผลการศึกษาและการเทียบโอนเพื่อขยายโอกาสให้กว้างขวางและลดปัญหาคนออกจากระบบการศึ กษา นอกจากนี้ จะดําเนินการลดข้อจํ ากัด ของการเข้าถึงการศึกษาระดั บอุดมศึกษาและอาชีวศึกษาชั้นสูง โดยจัดให้มี “โครงการเงินกู้เพื่อการศึกษาที่ผูกพันกับรายได้ในอนาคต” โดยให้ผู้กู้เริ่มใช้คืนต่อเมื่อมีรายได้เพียงพอที่จะเลี้ยงตัวได้ พักชําระหนี้แก่ผู้เป็นหนี้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา โดยปรับเปลี่ยนการชําระหนี้เป็นระบบที่ผูกพันกับรายได้ในอนาคต ปรับปรุงระบบการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อทุกระดับให้เอื้อต่อการกระจายโอกาส โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะจัดให้มีระบบคัดเลือกกลางเพื่อเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยที่มีประสิทธิภาพและเป็นธรรม ดําเนิน “โครงการ 1 อําเภอ 1 ทุน” เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กไทยได้ไปเรียนต่อต่างประเทศ จัดการศึกษาชุมชนเพื่อมุ่งให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้และการศึกษาตลอดชีวิต 4.1.3 ปฏิรูปครู ยกฐานะครูให้เป็นวิชาชีพชั้นสูงอย่างแท้จริงโดยปฏิรูประบบการผลิตครูให้มีคุณภาพทั ดเทีย มกั บนานาชาติ สร้า งแรงจูงใจให้ คนเรีย นดี และมี คุณธรรมเข้ าสู่ วิช าชี พครูปรับปรุงระบบเงินเดือนและค่าตอบแทนครู พัฒนาระบบความก้าวหน้าของครูโดยใช้การประเมินเชิงประจักษ์ที่อิงขีดความสามารถและวัดสัมฤทธิผลของการจัดการศึกษาเป็นหลัก จัดระบบการศึกษาและฝึกอบรมเพื่อพัฒนาคุณภาพครูอย่างต่อเนื่อง แก้ปัญหาหนี้สินครูโดยการพักชําระหนี้และการปรับโครงสร้างหนี้ตามนโยบายแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนของรัฐบาล พัฒนาระบบภูมิสารสนเทศเพื่อใช้ในการกระจายครูขจัดปัญหาการขาดแคลนครูในสาระวิชาหลัก เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษา 4.1.4 จัดการศึกษาขั้นอุดมศึกษาและอาชีวศึกษาให้สอดคล้องกับตลาดแรงงานทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ โดยกระบวนการสร้างประสบการณ์ระหว่างเรียนอย่างเหมาะสม และสนับสนุนการสร้างรายได้ระหว่างเรียน และสนับสนุนให้ผู้สําเร็จการศึกษามีงานทําได้ทันทีโดยความร่วมมือระหว่างแหล่งงานกับสถานศึกษา ส่งเสริมให้มีศูนย์อบรมอาชีวศึกษาเพื่อให้นักเรียน นักศึกษา และประชาชน สามารถเรียนรู้หาประสบการณ์ก่อนไปประกอบอาชีพโดยให้สถาบันอาชีวศึกษาดําเนินการร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในแต่ละอาชีพ รวมทั้งจัดให้มีศูนย์ซ่อมสร้างประจําชุมชนเพื่อฝึกฝนช่างฝีมือและการสร้างทักษะในการให้บริการแก่ประชาชน ทั้งนี้ จะดําเนินการร่วมกับภาคเอกชนอย่างจริงจังเพื่อส่งเสริมการศึกษาในสายอาชีวศึกษาให้เป็นที่ยอมรับและสามารถมีรายได้สูงตามความสามารถ 4.1.5 เร่งพัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาให้ทัดเทียมกับนานาชาติโดยใช้เป็นเครื่องมือในการเร่งยกระดับคุณภาพและการกระจายโอกาสทางการศึกษา จัดให้มีระบบการเรียนแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติเพื่อเป็นกลไกในการเปลี่ยนกระบวนทัศน์การเรียนรู้ให้เป็นแบบ
  8. 8. 5ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางและเอื้อให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต พัฒนาเครือข่ายสารสนเทศเพื่อการศึกษาพัฒนาระบบ “ไซเบอร์โฮม”ที่สามารถส่งความรู้มายังผู้เรียนโดยระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ส่งเสริมให้ นั ก เรี ย นทุ กระดั บ ชั้ น ได้ ใช้ อุป กรณ์ คอมพิ ว เตอร์ แท็ บ เล็ ต เพื่ อการศึ ก ษา ขยายระบบโทรทั ศ น์เพื่อการศึกษาให้กว้างขวาง ปรับปรุงห้องเรียนนําร่องให้ได้มาตรฐานห้องเรียนอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งเร่งดําเนินการให้ “กองทุนเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา” สามารถดําเนินการตามภารกิจได้ 4.1.6 สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างทุนปัญญาของชาติ พัฒนามหาวิทยาลัยให้มุ่งสู่การเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยระดับโลก ระดมสรรพกําลังเพื่อพัฒนาระบบเครือข่ายการวิจัยแห่งชาติเพื่อสร้างทุนทางปัญญาและนวัตกรรม ผลักดันให้ประเทศสามารถพึ่งตนเองได้ทางเทคโนโลยีเพื่อนําไปสู่การสร้างรากฐานใหม่ของเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม จัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศเพื่อการวิจัยสําหรับสาขาวิชาที่ จํ า เป็ น พั ฒ นาโครงสร้ า งการบริ ห ารงานวิ จั ย ของชาติ โ ดยเน้ น ความสั มพั น ธ์ อย่ า งเหมาะสมและมีประสิทธิภาพระหว่างองค์กรบริหารงานวิจัยกับสถาบันอุดมศึกษา 4.1.7 เพิ่มขีดความสามารถของทรัพยากรมนุษย์เพื่อรองรับการเปิดเสรีประชาคมอาเซียน โดยร่วมมือกับภาคเอกชนและสถาบันการศึกษาในการวางแผนการผลิตและพัฒนากําลังคนให้มีคุณภาพและปริมาณเพียงพอ สอดคล้องตามความต้องการของภาคการผลิตและบริการ เร่งรัดการจัดทํามาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพรับรองสมรรถนะการปฏิบัติงานตามมาตรฐานอาชีพ และการจัดทํามาตรฐานฝีมือแรงงานให้ครบทุกอุตสาหกรรม 4.3 นโยบายการพัฒนาสุขภาพของประชาชน 4.3.1 ลงทุนด้านบริการสุขภาพ โดยการพัฒนาคุณภาพการให้บริการสุขภาพทั้งระบบอย่างมีบูรณาการเชื่อมโยงในทุกระดับ จัดให้มีระบบสารสนเทศทางสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพ และเร่งผลิ ต บุ คลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุ ขให้ เ พี ย งพอกั บ ปริ มาณงานที่ เ พิ่ มขึ้ น ตามข้ อเท็ จ จริ งในปัจจุบัน เพิ่มขีดความสามารถของโรงพยาบาลระดับต่าง ๆ โดยเฉพาะโรงพยาบาลศูนย์ความเป็นเลิศที่กระจายอยู่ในส่วนภูมิภาค และมีระบบการส่งต่อผู้ป่วยไปสู่โรงพยาบาลต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพรวมทั้งสนับสนุนให้โรงพยาบาลในระดับต่างๆ มีเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์และห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ทันสมัย รวมทั้งพัฒนาสถานบริการปฐมภูมิในเขตเมืองและชนบทที่สมบูรณ์แบบทั่วประเทศ 4.4 นโยบายศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม 4.4.5 นําทุนทางวัฒนธรรมของประเทศมาสร้างคุณค่าทางสังคมและเพิ่มมูล ค่าทางเศรษฐกิจ โดยนําวิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างผลิตภัณฑ์และบริการด้านวัฒนธรรมท้องถิ่นให้เป็นวัฒนธรรมสร้างสรรค์ก่อให้เกิดคุณค่าทางสังคม และนํามาซึ่งรายได้สู่ชุมชน ตลอดจนให้สามารถต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์อย่างครบวงจรที่สร้างรายได้เข้าประเทศ
  9. 9. 66. นโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัย และนวัตกรรม 6.2 เร่งสร้างนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย และครูวิทยาศาสตร์ให้เพียงพอต่อความต้องการของประเทศ เพื่อรองรั บ การพั ฒ นาประเทศอย่ า งมั่น คงและนํ า พาประเทศไทยเข้า สู่ ร ะบบเศรษฐกิ จฐานความรู้ แ บบสร้ า งสรรค์ แ ละนวั ต กรรมใหม่ พั ฒ นาสายงานการวิ จั ย เพื่ อ ให้ นั ก วิ จั ย มี ร ะบบความก้าวหน้าในวิชาชีพ รวมทั้งพัฒนาแหล่งงานด้านการวิจัยเพื่อรองรับบุคลากรการวิจัยทั้งในภาครัฐและเอกชนแผนงานในเชิงบูรณาการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 เนื่องจากในปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 รัฐบาลได้ให้ความสําคัญกับการดําเนินการตามนโยบายเร่ ง ด่ ว น 16 ข้ อ จึ ง ได้ มี ก ารบู ร ณาการการดํ า เนิ น ภารกิ จ ต่ า งๆ ทั้ ง ในระดั บ กระทรวง หน่ ว ยงานและระหว่ า งกระทรวงให้ ส อดคล้ อ งกั บ นโยบายรั ฐ บาลและมี ค วามเชื่ อ มโยงระหว่ า งกั น ตลอดจนให้ความสําคัญกับการบูรณาการระดับพื้นที่ ระหว่างส่วนราชการ จังหวัดและกลุ่มจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อลดความซ้ําซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน รวมทั้งเพื่อให้โครงสร้างแผนงานตามยุทธศาสตร์การจั ดสรรงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. 2556 สามารถสะท้อนการดําเนินงานตามนโยบายรัฐบาลได้อย่างชัดเจน จึงกําหนดแผนงานในเชิงบูรณาการรองรับนโยบายเร่ งด่ว นและกํ า หนดแผนงานไว้ ในยุ ทธศาสตร์ ที่ 1 ของยุ ทธศาสตร์ การจั ด สรรงบประมาณรายจ่ า ยประจํ า ปี ง บประมาณ พ.ศ. 2556 จํ า นวนทั้ ง สิ้ น 17 แผนงาน โดยมี ส่ ว นที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บกระทรวงศึกษาธิการ จํานวน 9 แผนงาน ประกอบด้วย แผนงานที่กระทรวงศึกษาธิการเป็นหน่วยงานหลัก ได้แก่ 1. แผนงานสนับสนุนเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาเพื่อการศึกษา แผนงานที่กระทรวงศึกษาธิการเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ 1. แผนงานป้องกัน ปราบปราม และบําบัดรักษายาเสพติด 2. แผนงานป้องกันและปราบปรามการทุจริต 3. แผนงานแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 4. แผนงานฟื้นฟูความสัมพันธ์และพัฒนาความร่วมมือกับประเทศในภูมิภาค 5. แผนงานส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุน 6. แผนงานเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว 7. แผนงานพัฒนาศิลปหัตถกรรมและผลิตภัณฑ์ชุมชน 8. แผนงานฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ
  10. 10. 7 ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ความสอดคล้องระหว่างแผนการบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2555-2558 พบว่า สอดคล้องกับแผนการบริหารราชการแผ่นดินตามนโยบายข้อ 1 นโยบายเร่งด่วนที่จะเริ่มดําเนินการในปีแรก (1.2, 1.3, 1.5, 1.6, 1.10, 1.12, 1.13, 1.15) รวม 8 แผนงาน ส่วนแผนงานฟื้นฟูและสร้ า งอนาคตประเทศ จะสอดคล้ อ งกั บ นโยบายที่ 5 นโยบายที่ ดิ น ทรั พ ยากรธรรมชาติ แ ละสิ่งแวดล้อม (5.7) ดั งนั้น รายละเอี ย ดแผนงาน/โครงการของกระทรวงศึกษาธิ การรองรั บแผนงานในเชิ งบู ร ณาการที่ กระทรวงศึ ก ษาธิ การเป็ น หน่ ว ยงานหลั ก (ข้ อ 1) และเป็ น หน่ ว ยงานที่ เ กี่ ย วข้ อ ง(ข้ อ 1-7) จะปรากฏอยู่ ใ นนโยบายข้ อ 1 นโยบายเร่ ง ด่ ว นที่ จ ะเริ่ ม ดํ า เนิ น การในปี แ รก และข้ อ 8จะปรากฏอยู่ในนโยบายข้อ 5 นโยบายที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  11. 11. ส่วนที่ 2 ทิศทางการพัฒนาการศึกษา2.1 ความนํา หลั งจากการประกาศใช้รั ฐ ธรรมนูญ แห่ งราชอาณาจั กรไทย พุ ทธศั กราช 2550 นโยบายการศึ ก ษาของรั ฐ บาล และแนวโน้ ม การเปลี่ ย นแปลงทั้ ง ด้ า นเศรษฐกิ จ สั ง คม ประชากร พลั ง งานและสิ่ ง แวดล้ อ ม วิ ท ยาศาสตร์ แ ละเทคโนโลยี ท่ า มกลางกระแสโลกาภิ วั ต น์ ที่ มี ก ารเคลื่ อ นย้ า ยคน เงิ นเทคโนโลยี ข้ อมู ล ข่ า วสาร และความรู้ อย่ า งเสรี รวมทั้ งได้ มี การจั ด การเลื อกตั้ งสมาชิ กสภาผู้ แทนราษฎรเมื่ อวั นที่ 3 กรกฎาคม 2554 และได้มีพระบรมพระราชโองการโปรดเกล้ าฯ แต่งตั้งคณะรั ฐมนตรีชุ ดใหม่เพื่อบริหารราชการแผ่นดิน และได้มีการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม2554 ซึ่งสถานการณ์เหล่านี้ มีผลกระทบต่อการจัดการศึกษาของประเทศอย่างมีนัยสําคัญ และผลการประเมินการศึ ก ษาของสํ า นั ก งานรั บ รองมาตรฐานและประเมิ น คุ ณ ภาพการศึ ก ษา (องค์ ก ารมหาชน) และการประเมินผลการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ผ่านมาของสํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา พบว่า มีประเด็นปั ญ หาต้ อ งเร่ ง พั ฒ นา ปรั บ ปรุ ง และต่ อยอด โดยเฉพาะด้ า นคุ ณ ภาพผู้ เ รี ย น ครู คณาจารย์ และบุ คลากรทางการศึ กษา และสถานศึ กษา ซึ่ งพบว่ า มี ปั ญหาขาดแคลนครู คณาจารย์ ไม่ ได้ คนเก่ ง คนดี และใจรั กมาเป็ น ครู คณาจารย์ มี ส ถานศึ ก ษาจํ า นวนมากที่ ยั ง ไม่ ไ ด้ ม าตรฐาน มี ผู้ เ รี ย นที่ ผ ลสั ม ฤทธิ์ ต่ํ า กว่ า เกณฑ์ด้ า นการกระจายอํ า นาจการบริ ห ารจั ด การ ยั งไม่ มี การกระจายไปสู่ สถานศึ กษาอย่ างเป็ นรู ปธรรม รวมทั้ งขาดการมีส่วนร่วมในการบริหารและจัดการศึกษาจากทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง (ข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง พ.ศ. 2552-2561, หน้า 2) จากบริบทดังกล่าว ส่งผลให้มีการดําเนินการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ. 2552-2561) เพื่ อ ใช้ เ ป็ น ทิ ศ ทางการพั ฒ นาการศึ ก ษาในอนาคต โดยมุ่ ง เน้ น ให้ ค นไทยได้ เ รี ย นรู้ ต ลอดชี วิ ตอย่างมีคุณภาพ รวมไปถึงการจัดทําแผนการศึกษาแห่งชาติ ฉบับปรับปรุง (พ.ศ. 2552-2559) ที่ใช้เป็นกรอบสําหรับการดําเนินงานตามแนวทางการปฏิรูปการศึกษาของประเทศ ขณะเดียวกันการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารระดั บนโยบายของกระทรวงศึ กษาธิการบ่ อยครั้ง ทํ าให้ มีผลต่อการขับเคลื่อนและการพัฒ นาการศึ กษาของประเทศ โดยสรุปกล่าวได้ว่า บริบทการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านการเมือง สังคม และเศรษฐกิจเป็นได้ทั้ ง โอกาสและอุ ป สรรคที่ ส่ ง ผลกระทบต่ อ การปรั บ รู ป แบบและบทบาทการพั ฒ นาการศึ ก ษาของกระทรวงศึ ก ษาธิ การในอนาคตเป็ น อย่ า งมาก จึ ง จํ า เป็ น ต้ อ งทบทวนแนวคิ ด และทิ ศทางการพั ฒ นาการศึ ก ษา และกํ า หนดยุ ท ธศาสตร์ ก ารพั ฒ นาการศึ ก ษาให้ ส อดรั บ กั บ บริ บ ทการเปลี่ ย นแปลงดั ง กล่ า วเพื่อรองรับและสนับสนุนการพัฒนาการศึกษาให้เกิดเป็นรูปธรรมต่อไป
  12. 12. 92.2 แผนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและนโยบายการพัฒนาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ 1. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555–2559) การพัฒนาประเทศในระยะแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 มีแนวคิดที่มีความต่อเนื่องจากแนวคิดของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 8-10 โดยยังคงยึดหลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” และ “คนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา” รวมทั้ง “สร้างสมดุลการพัฒนา” ในทุกมิติ และขับเคลื่อนให้บังเกิดผลในทางปฏิบัติที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในทุกระดับ เพื่อให้การพัฒนาและบริหารประเทศเป็นไปบนทางสายกลาง เชื่อมโยงทุกมิติของการพัฒนาอย่างบูรณาการ ทั้งคน สังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมและการเมือง โดยมีการวิเคราะห์อย่าง “มีเหตุผล”และใช้หลัก “ความพอประมาณ” ให้เกิดความสมดุลระหว่างมิติทางวัตถุกับจิตใจของคนในชาติ ความสมดุลระหว่างความสามารถในการพึ่งตนเองกับการแข่งขันในเวทีโลก ความสมดุลระหว่างสังคมชนบทกับเมืองเตรี ย ม “ระบบภู มิคุ้ ม กั น ” ด้ ว ยการบริ ห ารจั ด การความเสี่ ย งให้ เ พี ย งพอพร้ อมรั บ ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายในประเทศ ทั้งนี้ การขับเคลื่อนกระบวนการพัฒนาทุกขั้นตอนต้องใช้“ความรอบรู้” ในการพัฒนาด้านต่างๆ ด้วยความรอบคอบ เป็นไปตามลําดับขั้นตอน และสอดคล้องกับวิถีชีวิตของสังคมไทย รวมทั้งเสริมสร้างศีลธรรมและสํานึกใน “คุณธรรม” จริยธรรมในการปฏิบัติหน้าที่และดําเนินชีวิตด้วย “ความเพียร” จะเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีให้พร้อมเผชิญการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้งในระดับปัจเจกครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ จึงได้กําหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ วัตถุประสงค์และเป้าหมายยุทธศาสตร์และแนวทางการพัฒนาที่มีลําดับความสําคัญสูง ดังนี้ 1.1 วิสัยทัศน์ “สังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ด้วยความเสมอภาค เป็นธรรม และมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลง” 1.2 พันธกิจ 1.2.1 สร้างสังคมเป็นธรรมและเป็นสังคมที่มีคุณภาพ ทุกคนมีความมั่นคงในชีวิตได้รับการคุ้มครองทางสังคมที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม มีโอกาสเข้าถึงทรัพยากรและกระบวนการยุติธรรมอย่างเสมอภาค ทุกภาคส่วนได้รับการเสริมพลังให้สามารถมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนา ภายใต้ระบบบริหารจัดการภาครัฐที่โปร่งใส เป็นธรรม 1.2.2 พัฒนาคุณภาพคนไทยให้มีคุณธรรม เรียนรู้ตลอดชีวิต มีทักษะและการดํารงชีวิตอย่างเหมาะสมในแต่ละช่วงวัย สถาบันทางสังคมและชุมชนท้องถิ่นมีความเข้มแข็ง สามารถปรับตัวรู้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลง 1.2.3 พัฒ นาฐานการผลิต และบริการให้ เข้ มแข็งและมี คุณภาพบนฐานความรู้ความคิดสร้างสรรค์ และภูมิปัญญา สร้างความมั่นคงด้านอาหารและพลังงาน ปรับโครงสร้างการผลิตและการบริโ ภคให้เ ป็นมิ ตรกั บสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้ างความเชื่ อมโยงกั บประเทศในภูมิภาคเพื่ อความมั่ นคงทางเศรษฐกิจและสังคม 1.2.4 สร้างความมั่นคงของฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการมีส่ว นร่ ว มของชุ มชน รวมทั้งสร้า งภูมิคุ้มกั น เพื่ อรองรั บ ผลกระทบจากการเปลี่ ย นแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติทางธรรมชาติ
  13. 13. 10 1.3 วัตถุประสงค์และเป้าหมาย 1.3.1 วัตถุประสงค์ 1) เพื่อเสริมสร้างสังคมที่เป็นธรรมและเป็นสังคมสันติสุข 2) เพื่อพัฒนาคนไทยทุกกลุ่มวัยอย่างเป็นองค์รวมทั้งทางกาย ใจ สติปัญญาอารมณ์ คุณธรรม จริยธรรม และสถาบันทางสังคมมีบทบาทหลักในการพัฒนาคนให้มีคุณภาพ 3) เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ คุณภาพ และยั่งยืน มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายการผลิตสินค้าและบริการบนฐานปัญญา นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ในภูมิภาคอาเซียน มีความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน การผลิตและการบริโภคเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นําไปสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ํา 4) เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้เพียงพอต่อการรักษาสมดุลของระบบนิเวศ และเป็นฐานที่มั่นคงของการพัฒนาประเทศ 1.3.2 เป้าหมายหลัก 1) ความอยู่เย็นเป็นสุขและความสงบสุขของสังคมไทยเพิ่มขึ้น ความเหลื่อมล้ําในสังคมลดลง สัดส่วนผู้อยู่ใต้เส้นความยากจนลดลง และดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชั่นไม่ต่ํากว่า 5.0 คะแนน 2) คนไทยมีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง มีสุขภาวะดีขึ้น มีคุณธรรม จริยธรรม และสถาบันทางสังคมมีความเข้มแข็งมากขึ้น 3) เศรษฐกิจเติบโตในอัตราที่เหมาะสมตามศักยภาพของประเทศ ให้ความสําคัญกับการเพิ่มผลิตภาพรวมไม่ต่ํากว่าร้อยละ 3.0 ต่อปี เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศให้มีไม่ต่ํากว่าร้อยละ 40.0 4) คุณภาพสิ่งแวดล้อมอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพิ่มประสิทธิภาพการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งเพิ่มพื้นที่ป่าไม้เพื่อรักษาสมดุลของระบบนิเวศ 1.4 ยุทธศาสตร์การพัฒนา ประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์ ดังนี้ 1.4.1 ยุทธศาสตร์การสร้างความเป็นธรรมในสังคม 1.4.2 ยุทธศาสตร์การพัฒนาคนสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างยั่งยืน 1.4.3 ยุทธศาสตร์ความเข้มแข็งภาคเกษตร ความมั่นคงของอาหารและพลังงาน 1.4.4 ยุทธศาสตร์การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน 1.4.5 ยุทธศาสตร์การสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาคเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม 1.4.6 ยุทธศาสตร์การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
  14. 14. 11 2. ข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ.2552 - 2561) คณะรัฐมนตรีเมื่อคราวประชุมวันที่ 18 สิงหาคม 2552 ได้มีมติเห็นชอบข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ.2552-2561) มุ่งเน้นให้คนไทยได้เรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ โดยมีเป้าหมายหลักสามประการ คือ พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาและเรียนรู้ของคนไทย เพิ่มโอกาสทางการศึกษาและเรียนรู้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนของสังคมในการบริ ห ารและจั ด การศึ ก ษา โดยกํ า หนดประเด็ น สํ า คั ญ ของระบบการศึ ก ษาและเรี ย นรู้ ที่ ต้ อ งการปฏิ รู ปอย่างเร่งด่วนได้ 4 ประการหลัก ได้แก่ (1) พัฒนาคุณภาพคนไทยยุคใหม่ (2) พัฒนาคุณภาพครูยุคใหม่(3) พัฒนาคุณภาพสถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้ยุคใหม่ และ (4) พัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการใหม่ ดังนี้ 1. พัฒนาคุณภาพคนไทยยุคใหม่ ที่มีนิสัยใฝ่เรียนรู้ตั้งแต่ปฐมวัย สามารถเรียนรู้ด้วยตนเองและแสวงหาความรู้ อย่ า งต่ อ เนื่ อ งตลอดชี วิ ต สามารถสื่ อ สาร คิ ด วิ เ คราะห์ แก้ ปั ญ หา ริ เ ริ่ มสร้ า งสรรค์มีจิตสาธารณะ มีระเบียบวินัย คํานึงถึงประโยชน์ส่วนรวม ทํางานเป็นกลุ่มได้ มีศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรมค่านิยม จิต สํานึกและภู มิใจในความเป็นไทย ก้าวทันโลก เป็นกําลังคนที่มีคุณภาพ มีทักษะความรู้พื้นฐานที่จําเป็น สมรรถนะ ความรู้ สามารถทํางานมีประสิทธิภาพ มีโอกาสเรียนรู้อย่างเท่าเทียม เสมอภาค 2. พัฒนาคุณภาพครูยุคใหม่ ที่เป็นผู้อํานวยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ เป็นวิชาชีพที่มีคุณค่ามี ร ะบบ กระบวนการผลิ ต และพั ฒ นาครู คณาจารย์ และบุ ค ลากรทางการศึ กษา ที่ มีคุณ ภาพมาตรฐานเหมาะสมกั บ การเป็ น วิ ช าชี พ ชั้ น สู ง สามารถดึ ง ดู ด คนเก่ ง และดี มี ใ จรั ก มาเป็ น ครู มี ป ริ ม าณเพี ย งพอและสามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีคุณภาพ สามารถพัฒนาตนเองและแสวงหาความรู้อย่างต่อเนื่องมีสภาวิชาชีพที่เข้มแข็ง บริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี 3. พัฒนาคุณภาพสถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้ยุคใหม่ โดยการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาทุกระดับ/ประเภทให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณภาพและพัฒนาแหล่งเรียนรู้อื่นๆ สําหรับการศึกษาและการเรียนรู้ทั้งในระบบ นอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต 4. พัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการใหม่ มุ่งเน้นการกระจายอํานาจสู่สถานศึกษาเขตพื้นที่การศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) รวมทั้งการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง ชุมชน ภาคเอกชนและทุกภาคส่วน มีระบบการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล มีความโปร่งใส เป็นธรรมตรวจสอบได้ มีการนําระบบและวิธีการบริหารจัดการแนวใหม่มาใช้ ควบคู่กับการสร้างผู้นําการเปลี่ยนแปลง มีการบริหารจัดการการเงินและงบประมาณที่เน้นผู้เรียนเป็นสําคัญ (Demand side) โดยให้ผู้เรียนเลือกรับบริการ 3. แผนการศึกษาแห่งชาติ ฉบับปรับปรุง (พ.ศ. 2552-2559) คณะรัฐมนตรีเมื่อคราวประชุมวันที่ 5 มกราคม 2553 ได้มีมติเห็นชอบแผนการศึกษาแห่งชาติฉบับปรับปรุง (พ.ศ.2552-2559) โดยมีวัตถุประสงค์ที่สําคัญ 3 ประการ ได้แก่ (1) พัฒนาคนอย่างรอบด้านและสมดุลเพื่อเป็นฐานหลักของการพัฒนา (2) สร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมคุณธรรม ภูมิปัญญา และการเรียนรู้และ (3) พัฒนาสภาพแวดล้อมของสังคมเพื่อเป็นฐานในการพัฒนาคน และสร้างสังคมคุณธรรม ภูมิปัญญาและการเรียนรู้
  15. 15. 12 สาระสําคัญของแผนการศึกษาแห่งชาติ ฉบับปรับปรุง (พ.ศ. 2552-2559) ปัจจุบันแม้สถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสโลกาภิวัตน์ แต่เนื่องจากแผนการศึกษาแห่งชาติ ฉบับเดิม (พ.ศ. 2545-2559) นั้น เป็นแผนระยะยาวที่สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่ งชาติ พ.ศ. 2542 จึ งเห็น ควรให้ คงปรัช ญาหลั ก เจตนารมณ์ และวั ตถุ ป ระสงค์ ของแผนฉบับ เดิมไว้แล้ ว ปรั บ ปรุ ง ในส่ ว นของนโยบาย เป้ า หมาย และกรอบการดํ า เนิ น งานให้ ส อดคล้ อ งกั บ สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งสรุปสาระสําคัญได้ดังนี้ ปรัชญาหลักและกรอบแนวคิด การจัดทําแผนการศึกษาแห่งชาติ ฉบับปรับปรุง (พ.ศ. 2552-2559) ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ยึดทางสายกลางอยู่บนพื้นฐานของความสมดุลพอดี รู้จักพอประมาณ อย่างมีเหตุผลมีความรอบรู้เท่าทันโลก เพื่อมุ่งให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนและความอยู่ดีมีสุขของคนไทย เกิดการบูรณาการแบบองค์รวมที่ยึด “คน” เป็นศูนย์กลางของการพัฒนาและสร้างการพัฒนาอย่างมี “ดุลยภาพ” ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและสิ่งแวดล้อม เป็นแผนที่บูรณาการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และกีฬากั บการศึกษาทุกระดับ รวมทั้งเชื่อมโยงการพัฒนาการศึกษากับการพัฒนาด้านต่างๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมการเมือง การปกครองวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เป็นต้น โดยคํานึงถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต เจตนารมณ์ของแผน แผนการศึกษาแห่งชาติมีเจตนารมณ์เพื่อมุ่ง (1) พัฒนาชีวิตให้เป็น “มนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้และคุณธรรม มีจริยธรรม และวัฒนธรรมในการดํารงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข” และ (2) พัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมที่มีความเข้มแข็งและมีดุลยภาพใน 3 ด้าน คือ เป็นสังคมคุณภาพ สังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ และสังคมสมานฉันท์และเอื้ออาทรต่อกัน วัตถุประสงค์ของแผน เพื่อให้บรรลุตามปรัชญาหลักและเจตนารมณ์ของแผนการศึกษาแห่งชาติ ฉบับปรับปรุง(พ.ศ. 2552 - 2559) จึงกําหนดวัตถุประสงค์ของแผนฯ ที่สําคัญ 3 ประการ ดังนี้ 1. พัฒนาคนอย่างรอบด้านและสมดุลเพื่อเป็นฐานหลักของการพัฒนา 2. เพื่อสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมคุณธรรม ภูมิปัญญาและการเรียนรู้ 3. เพื่อพัฒนาสภาพแวดล้อมของสังคมเพื่อเป็นฐานในการพัฒนาคน และสร้างสังคมคุณธรรม ภูมิปัญญา และการเรียนรู้ แนวนโยบาย เป้าหมาย และกรอบการดําเนินงาน เพื่ อให้บ รรลุวั ต ถุ ป ระสงค์ทั้งสามประการดั งกล่ า ว ประกอบกั บการคํ านึ งถึ งทิ ศทางการพัฒนาประเทศในอนาคตที่เน้นการใช้ความรู้เป็นฐานของการพัฒนา ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมประชากร สิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จึงได้กําหนดวัตถุประสงค์และแนวนโยบายไว้ดังนี้ วัตถุประสงค์ 1 พัฒนาคนอย่างรอบด้าน และสมดุล เพื่อเป็นฐานหลักของการพัฒนา 1.1 พัฒนาคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ในทุกระดับและประเภทการศึกษา
  16. 16. 13 1.2 ปลูกฝังและเสริมสร้างให้ผู้เรียนมีศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม มีจิตสํานึกและมีความภูมิใจในความเป็นไทย มีระเบียบวินัย มีจิตสาธารณะ คํานึงถึงประโยชน์ส่วนรวม และยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิ ปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และรังเกียจการทุจริต ต่อต้า นการซื้อสิทธิ์ขายเสียง 1.3 เพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้ประชาชนทุกคนตั้งแต่แรกเกิดจนตลอดชีวิตได้มีโอกาสเข้าถึงบริการการศึกษาและการเรียนรู้ โดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการหรือทุพพลภาพ ยากจน อยู่ในท้องถิ่นห่างไกล ทุรกันดาร 1.4 ผลิตและพัฒนากําลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ และเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขัน และร่วมมือกับนานาประเทศ 1.5 พัฒนามาตรฐานและระบบการประกันคุณภาพการศึกษา ทั้งระบบประกันคุณภาพภายในและระบบการประกันคุณภาพภายนอก 1.6 ผลิตและพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณภาพและมาตรฐาน มีคุณธรรม และมีคุณภาพชีวิตที่ดี วัตถุประสงค์ 2 สร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมคุณธรรม ภูมิปัญญาและการเรียนรู้ 2.1 ส่งเสริมการจัดการศึกษา อบรม และเรียนรู้ของสถาบันศาสนา และสถาบันทางสังคม ทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย 2.2 ส่งเสริมสนับสนุนเครือข่ายภูมิปัญญา และการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ศิลปะวัฒนธรรม พลศึกษา กีฬา เป็นวิถีชีวิตอย่างมีคุณภาพและตลอดชีวิต 2.3 ส่ ง เสริ ม การวิ จั ย และพั ฒ นาเพื่ อสร้ า งองค์ ความรู้ นวั ต กรรม และทรั พย์ สิ นทางปัญญา พัฒนาระบบบริหารจัดการความรู้ และสร้างกลไกการนําผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ วัตถุประสงค์ 3 พัฒนาสภาพแวดล้อมของสังคม เพื่อเป็นฐานในการพัฒนาคนและสร้างสังคมคุณธรรม ภูมิปัญญาและการเรียนรู้ 3.1 พัฒนาและนําเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้เพื่อการพัฒนาคุณภาพ เพิ่มโอกาสทางการศึกษา และการเรียนรู้ตลอดชีวิต 3.2 เพิ่มประสิทธิภ าพการบริหารจัดการ โดยเร่งรัดกระจายอํา นาจการบริหารและจัดการศึกษาไปสู่สถานศึกษา เขตพื้นที่การศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3.3 ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน ประชาชน ประชาสังคม และทุกภาคส่วนของสังคมในการบริหารจัดการศึกษา และสนับสนุนส่งเสริมการศึกษา 3.4 ระดมทรัพยากรจากแหล่งต่างๆ และการลงทุนเพื่อการศึกษา ตลอดจนบริหารจัดการและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ 3.5 ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการศึกษา พัฒนาความเป็นสากลของการศึกษาเพื่อรองรับการเป็นประชาคมอาเซียน และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ ขณะเดียวกันสามารถอยู่ร่วมกันกับพลโลกอย่างสันติสุข มีการพึ่งพาอาศัยและเกื้อกูลกัน
  17. 17. 14 4. ยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2555-2558 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศาสตราจารย์สุชาติ ธาดาธํารงเวช) ตระหนักในความสําคัญของการศึ ก ษาที่ เ ป็ น หั ว ใจและกลไกหลั ก ในการพั ฒ นาประเทศในทุ ก ด้ า น เพื่ อ ให้ ส ามารถก้ า วทั น การเปลี่ยนแปลงและแข่งขันในประชาคมโลกได้อย่างสง่างาม โดยเน้นปรัชญา “ความเท่าเทียม” และการนํ า“เทคโนโลยี” มาใช้ โดยจะจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีคุณภาพสําหรับเยาวชนทุกคนทุกพื้นที่ และจัดการอุ ด มศึ ก ษาโดยปั้ น นั ก ศึ ก ษาไทยให้ เ ป็ น มื อ อาชี พ จึ ง ได้ กํ า หนดยุ ท ธศาสตร์ ก ารพั ฒ นาการศึ ก ษาของกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2555-2558 มีสาระสําคัญโดยสรุป ดังนี้วิสัยทัศน์ จัดการศึกษาโดย “ยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลาง” มุ่งกระจายโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมทั้งในเมืองและชนบท พร้อมจัดการศึกษาที่มีคุณภาพสําหรับทุกคน การศึกษาจะนําไปสู่การสร้างความเข้มแข็งของประชาชน ประชาชนที่เข้มแข็งและมีความรู้คือทุนที่มีพลังในการต่อสู้กับความยากจนพันธกิจ 1. จัดการศึกษาที่มีคุณภาพสําหรับเด็ก เยาวชน ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาสทุกคน เพื่อให้เท่าเทียมกันทุกแห่งไม่ว่าในเมืองหรือชนบท ไม่ว่าจะจัดโดยรั ฐหรือเอกชน ตั้งแต่ปฐมวัยจนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6และเทียบเท่า 2. พั ฒ นานั ก ศึ ก ษาไทยให้ เ ป็ น มื อ อาชี พ เป็ น พลเมื อ งโลกที่ ทั น สมั ย มี ทั ก ษะหลากหลายมี ค วามสามารถในการแข่ ง ขั น ในตลาดโลกได้ และอยู่ ร่ ว มกั น เป็ น สั ง คมที่ ว างอยู่ บ นฐานความรู้ ตั้ ง แต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ขึ้นไป โดยเฉพาะระดับอาชีวศึกษาและระดับอุดมศึกษากรอบแนวคิดการพัฒนาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการมุ่งพัฒนาการศึกษาภายใต้กรอบแนวคิดหลักของคุณภาพและความเท่าเทียมรวมทั้งการนําเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่นักเรียน นักศึกษาเป็นสําคัญ โดยขยายโอกาสทางการศึกษา ดังนี้ 1. โอกาสในการเข้ า ถึ งทรั พยากรสิ่ งอํ า นวยความสะดวก เพื่ อสามารถได้ รั บ การศึ ก ษาอย่ า งเท่าเทียมกัน 2. โอกาสในการเข้ า ถึ ง แหล่ ง ทุ น นั กเรี ย น นั ก ศึ ก ษาสามารถเข้ า เรี ย นได้ โ ดยไม่ ขึ้ น กั บฐานะของผู้ปกครอง 3. โอกาสในการเพิ่มพูน และฝึกฝนทักษะ นักเรียน นักศึกษาทุกคนสามารถเติบโตได้ ในโลกที่เป็นจริง ผ่านการเรียนรู้บนฐานกิจกรรม (Activity-Based Learning) 4. โอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย โดยใช้เทคโนโลยี สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ ศูนย์วัฒนธรรม และแหล่งเรียนรู้ต่างๆ
  18. 18. 15แนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ กระทรวงศึกษาธิการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ตามแนวทางต่อไปนี้ 1. โดย “ยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลาง” ให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพสามารถพัฒนาสมอง สร้างจินตนาการได้อย่างไม่มีขีดจํากัด และได้รับการดูแลอย่างรอบด้านประหนึ่งลูกหลานในครอบครัว 2. โดยดูแลครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ดั่งญาติพี่น้อง เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกําลังความสามารถ และมีความก้าวหน้าในวิชาชีพ 3. โดยบริหารจัดการทุกระดับอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่มีการทุจริตและประพฤติมิชอบยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษา 1. การพั ฒ นาคุ ณภาพการศึ กษาทุ กระดั บ ทุ กประเภท โดยมุ่ งเน้ น เป้ า หมายคื อ นั กเรี ย นเป็ นศูนย์กลาง 2. การสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่ประชากรทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม 3. การปฏิรูปครู เพื่อยกฐานะครูและวิชาชีพครูให้เป็นวิชาชีพชั้นสูง 4. การจั ด การศึ ก ษาระดั บ อุ ด มศึ ก ษา ระดั บ อาชี ว ศึ ก ษา และการฝึ ก อาชี พ ให้ ส อดคล้ อ งกั บตลาดแรงงาน ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ 5. การพัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเ

×