อินโดนีเซีย
                                           เด็กทีถูกลักพา
                                                 ่
                                                                                           ่
          คืนที่มืดตื้อคืนหนึ่ง นาน นานมาแล้ว ในภาคใต้ของเกาะที่ชื่อว่า สุ ลเวสี มีเงาตะคุมาย่องอย่าง
เงียบกริ บออกมาจากบ้านหลังหนึ่ง เป็ นร่ างชายคนหนึ่งแบกอะไรหนักๆ มาบนหลังแน่นอน ชายผูน้ นต้อง     ้ ั
เป็ นขโมย แต่อะไรเล่าที่เขาแบกมานัน ในที่สุดเมื่อมาถึงชายป่ า ขโมยผูน้ นก็วางของที่เขาแบกมาลงกับ
                                            ่                               ้ ั
พื้นดิน และนันก็คือ เด็กผูชายคนหนึ่งซึ่ งมีอายุพ่ ึงจะสิ บขวบ
                 ่              ้
          “ตอนนี้ แกเดินไปเองเถอะ” ขโมยพูดเสี ยงกร้าวๆ กับเด็ก
          เด็กคนนี้ถูกลักตัวมาจากบ้านบิดาของเขา และเขารู ้ตวว่า ขโมยผูน้ ีต้ งใจจะเอาเขาไปขายเป็ นทาส
                                                                    ั         ้ ั
อย่างที่ขโมยชอบทากับเด็กๆอยูบ่อยๆในสมัยนั้น
                                      ่
          “ไป เดินไป” ขโมยพูดเสี ยงออกทางไรฟัน พลางผลักไสเด็ก
          เด็กลุกขึ้นช้าๆ เดินตามชายผูน้ นเข้าไปในป่ า เขาอยากจะวิงหนีกลับไปหาบิดามารดาของเขาเต็มที
                                              ้ ั                         ่
            ้                           ั                         ้               ่              ั ่
แต่ขโมยผูน้ ีคนเดียวเท่านั้นที่รู้จกหนทางในป่ ามืดตื้อ มีตนไม้เก่าแก่ใหญ่ๆอยูหนาแน่น เด็กชายรู ้ตวดีวา
ช่วยตัวเองไม่ได้ จึงยอมมอบชีวตไว้ในมือของโชคชะตา แล้วพยายามคิดว่าควรจะทาอย่างไร เขาใช้สมอง
                                          ิ
คิดแล้วคิดอีก จนถึงกับลืมความเจ็บปวดที่แผลฟกช้ าดาเขียวตามแขนและขาของเขา ในที่สุดหลังจากที่ได้
คิดมามากมายแล้ว เด็กชายก็คิดแผนการอย่างหนึ่งได้
          เขาหยุดเดินทันที กอดท้องไว้แน่น แล้วนังขัดสมาธิ ลงกับพื้นดิน
                                                             ่
          ชายคนนั้นหันมาดูแล้วพูดว่า “ลุกขึ้น ประเดี๋ยวฉันตีตาย”
                           ่ ่ ั
          แต่เด็กนั้นยังนังอยูกบพื้น แหงนหน้าขึ้นมองอย่างน่าเวทนา “ลุกขึ้นไม่ไหวครับ” เขาครางหงิงๆ
“ปวดท้องเหลือเกิน กระดุกกระดิกไม่ได้”
          “เดินไม่ได้เลยเชียวหรื อ” ชายผูน้ นถาม  ้ ั
          เด็กชายสั่นศีรษะ ทาท่าเหมือนกับว่าความปวดยิงรุ นแรงมากขึ้น “คุณต้องอุมผมไปแล้วละ ผม
                                                                ่                   ้
ปวด จนก้าวขาไม่ออกแล้ว”
          “เอ้า! ตกลง” ชายผูน้ นบ่นพึมพา “แต่ตองเลิกร้องไห้ เงียบเสี ยงเสี ยที”
                                  ้ ั                     ้
          ดังนั้นเด็กจึงปี นขึ้นไปเกาะหลังชายผูน้ น และดีใจที่แผนการขั้นแรกนี้ได้ผล ชายผูน้ นเดินต่อไป
                                                      ้ ั                                ้ ั
เรื่ อยๆ พอไปได้สกพักหนึ่ง เด็กนั้นก็เอาเท้ากระทุงสี ขางชายผูน้ น
                      ั                                     ้ ้       ้ ั
“อะไรอีกล่ะ ไอ้เด็กเวร” ชายนั้นถาม
        “กรุ ณาหน่อยเถอะครับ เล่านิ ทานให้ผมฟังหน่อยได้ไหม” เด็กพูด “ผมจะได้ไม่รู้สึกปวดท้องมาก
นัก”
          “เล่านิทานให้แกฟัง ทั้งๆ ที่ฉนต้องแบกแกหนักจะตายอย่างนี้น่ะหรื อ เออ! ดีนี่”
                                          ั
          เด็กชายแอบยิมกับตัวเอง มันเป็ นไปอย่างที่เขาต้องการ ชายผูน้ ีจะต้องเหน็ดเหนื่อยเพราะมีเด็กขี่
                         ้                                              ้
หลัง ต้องรี บเดินเร็ วๆ แล้วยังจะต้องเล่านิทานในเวลาเดียวกันนี้อีกด้วย
          “รู้ไหม” ขโมยเริ่ มต้นเล่านิทาน “ว่าต้นไม้ใหญ่ในเรื่ องที่ฉนจะเล่าให้แกฟัง ต้นไม้น้ นน่ะ มันใหญ่
                                                                     ั                        ั
เสี ยยิงกว่าเอาต้นไม้ทุกๆ ต้นที่ในโลกมามัดรวมกันเข้าเสี ยอีก”
       ่
                                 ้ ั ู           ้                        ่
          เด็กชายครางฮือ ชายผูน้ นก็พดว่า “ไอ้ทองบ้าของแกยังปวดอยูอีกหรื อ”
          “ทนแทบไม่ไหวแล้วครับ...แต่กรุ ณาเล่าต่อไปเถอะ”
          “เออ! ทีน้ ีก็ ในสมัยเดียวกันนั้นนะ มีขวานยักษ์เล่มหนึ่ง เป็ นขวานที่ใหญ่ท่ีสุดในโลก ด้ามของ
มันจดทิศตะวันออก ตรงที่พระอาทิตย์ข้ ึน หัวขวานจดทิศตะวันตก ตรงที่พระอาทิตย์ตก.......เฮ้ย ท้องแก
เป็ นอย่างไรบ้างแล้ว ตอนนี้ ”
                           ่
          “โอ! ยังปวดอยูครับ แต่กรุ ณาเล่าต่อไปเถอะ”
          “เออ! ครั้งหนึ่ง มีควายยักษ์ตวหนึ่ง ตัวใหญ่กว่าโลกนี้เสี ยอีก พอมันขยับตัวนิดเดียวแผ่นดินไหว
                                        ั
คลอน สั่นสะเทือน นี่แหละ ที่มนทาให้เกิดแผ่นดินไหวละ”
                                    ั
          “โอ๊ย! อูย! ท้องของผม”
                   ๊
          “เงียบน่ะ แกนี่มนถูกตามใจเสี ยจนเสี ยเด็ก เอาละ ฉันจะล่าให้ฟัง ว่ามีหวายเส้นหนึ่งยาว ยาว
                             ั
มาก”
“อะไรครับ หวายน่ะ”
        “ก็ตนไม้เลื้อยชนิ ดหนึ่ง ใบเหมือนใบปาล์ม กิ่งก้านมันยาวเลื้อย เหมือนเชือกน่ะใช้มดอะไรๆ ก็
               ้                                                                            ั
ได้ และหวายเส้นนี้ยาวมาก ยาวจนพับได้รอบแผ่นดินเจ็ดทวีปกับอีกเจ็ดมหาสมุทร...แกหยุดเงียบกริ บไป
อย่างกะทันหันทีเดียวนะ เป็ นอย่างไร” ชายนั้นถามและเหลียวมาดูเด็กที่บนหลัง
        “เรื่ องของคุณสนุกดีมาก” เด็กตอบ แต่ที่จริ งแล้วเขาไม่เชื่ อคาพูดของชายผูน้ นแม้แต่คาเดียว
                                                                                  ้ ั
        “ครั้ งหนึ่งน่ะ” ชายผูน้ นเล่าต่อ “มีบานหลังหนึ่ง ใหญ่โตที่สุดที่แกเคยเห็น มันทั้งใหญ่ท้ งสู ง
                              ้ ั             ้                                                  ั
จนกระทังถ้าใครโยนไข่ไก่ลงมาจากหลังคาบ้านหลังนั้น ไข่จะแตกออกเป็ นลูกไก่ แล้วจะกลายเป็ นไก่ตว
         ่                                                                                             ั
โตๆ เสี ยตั้งแต่มนยังตกลงมาไม่ถึงพื้นดินแน่ะ”
                  ั




         “โอ้โฮ!” เด็กนั้นร้องอุทาน “บ้านอะไรใหญ่อย่างนั้น...เอ้า ทีน้ ีถึงตาของผมบ้างแล้ว ผมจะเล่า
นิทานให้คุณฟัง” เด็กนั้นยังคงดาเนินแผนการที่คิดว่าจะหนี
         “เออ! ดี” ชายผูน้ นพูด “ตอนนี้ ทองเป็ นอย่างไรบ้างล่ะ”
                          ้ ั             ้
         “ค่อยยังชัวนิดหนึ่งครับ ขอบคุณ ผมคิดว่าคงจะหายเป็ นปลิดทิง ถ้าผมเล่าเรื่ องของผมให้คุณฟัง
                   ่                                                    ้
บ้างแล้ว”
         “ดี ถ้าอย่างนั้นก็เล่าไปซี ”
                                                                              ั
         “เอาละครับ เรื่ องของผมนั้น เป็ นเรื่ องกลองใบใหญ่มหึ มา ซึ่ งเขาใช้กนนานนักหนาแล้วมันใหญ่
เสี ยจนกระทัง ถ้ามีใครตีกลองนี้ข้ ึน คนทุกๆ คนในโลกนี้ ตลอดขึ้นไปจนถึงเทวดานางฟ้ าบนสวรรค์ที่จะ
              ่
                        ั
ได้ยนเสี ยงกลองใบนี้กนทั้งนั้น”
     ิ
         “เฮ้ย! เหลวไหล” ชายผูน้ นขัดคอ “กลองอะไรจะใหญ่อย่างนั้น”
                                   ้ ั
“ทาไมเล่าครับ”
         “ใครจะไปหาไม้ที่ไหนใหญ่โต พอที่จะเอามาทากลองใบเท่านั้น และถึงหากว่ามีตนไม้ใหญ่มากจะ
                                                                                          ้
เอาอะไรไปโค่นต้นไม้ใหญ่อย่างนั้น”
         ตอนนี้ชายผูน้ นเหนื่ อยจนหอบแล้ว ดังนั้นเขาจึงวางเด็กลงกับพื้นดิน และบอกว่า จะหยุดพักเสี ย
                          ้ ั
สักหน่อยหนึ่งก่อน เด็กนั้นแอบยิม แผนการของเขาได้ผลดีข้ ึน ดีข้ ึนเรื่ อยๆ
                                              ้
         “ว่ายังไงเล่า” ชายผูน้ นถาม
                                ้ ั
         “อ๋ อ! ก็ง่ายนี่ครับ เขาก็ได้มาจากต้นไม้ตนใหญ่ที่คุณเล่าให้ผมฟัง ที่วาใหญ่กว่าเอาต้นไม้ทุกต้นใน
                                                      ้                       ่
โลกนี้มามัดรวมกัน แล้วเขาก็ฟันมันลงด้วยขวานยักษ์เล่มที่ดามจดทิศตะวันออกตรงที่พระอาทิตย์ข้ ึน หัว
                                                              ้
จดทิศตะวันตกตรงที่พระอาทิตย์ตกนันยังไงล่ะครับ อย่างที่คุณเล่าให้ผมฟังน่ะ”
                                                ่
         ขโมยที่ลกพาเด็กมาชักจะขัดใจ “ดีละ เขาโค่นต้นไม้ยกษ์ดวยขวานยักษ์เล่มนั้นแต่ฉนก็ยงว่า
                      ั                                               ั ้                   ั ั
เหลวไหล! เป็ นไปไม่ได้ เขาจะไปหาหนังที่ไหนแผ่นใหญ่พอที่จะมาหุ มกลองใบนั้น”้
         “โอ๊ย! นันก็ยงง่ายอีกละครับ คุณบอกว่ามีความยักษ์ตวใหญ่กว่าในโลกนี้ท้ งโลก ถ้ามันขยับตัวนิด
                        ่ ั                                       ั                   ั
เดียว จะทาให้แผ่นดินไหว หนังมันจะต้องกว้างใหญ่พอจะหุ มกลองได้จริ งไหมครับ”
                                                                ้
         “แล้วจะเอาอะไรรัดกลองใบนั้นล่ะ”
         “พุทโธ่! เขาก็ใช้หวายเส้นยาวที่คุณเล่าให้ผมฟังนันแหละ หวายเส้นที่พนได้รอบทวีปทั้งเจ็ดทวีป
                                                            ่                     ั
มหาสมุทรอีกเจ็ดมหาสมุทร นันละ”        ่
         “พุทโธ่! เขาก็ใช้หวายเส้นยาวที่คุณเล่าให้ผมฟังนันแหละ หวายเส้นที่พนได้รอบทวีปทั้งเจ็ดทวีป
                                                          ่                     ั
มหาสมุทรอีกเจ็ดมหาสมุทร นันละ”          ่
         ชายตัวใหญ่ที่มีสมองเล็ก ไม่อยากให้เด็กน้อยคนนี้เกินหน้าเขาไปในเชิงสติปัญญา ดังนั้นจึงพูดอีก
                    ่               ่
ว่า “ดีละ เท่าที่วามานี้ ฉันก็วาพอจะเป็ นไปได้ แต่บอกหน่อยซิ ว่าจะเอากลองใบใหญ่เท่านี้ไปแขวนไว้ที่
ไหน”
         “ก็ในบ้านยักษ์ของคุณยังไงล่ะครับ บ้านที่สูงจนกระทัง ใครโยนไข่ลงมาจากหลังคา ไก่จะออกมา
                                                                    ่
จากฟอง และโตเป็ นไก่ตวโตฯ ก่อนที่มนจะลงมาถึงพื้นดิน”
                              ั                   ั
         ชายผูน้ นนึกไม่ออก ว่าจะหาอะไรมาพูดอีก เขาประหลาดใจว่า เด็กคนนี้ทาไมจึงเก่งอย่างนี้” ราว
                ้ ั
                                 ั                  ั                  ่
กับว่า มันมาย้อนเล่าเรื่ องที่ฉนเล่าเองมาเล่าให้ฉนฟัง” เขาคิดอยูในใจแล้วจึงแสร้งทาเป็ นลืมเรื่ องที่เล่ามา
ทั้งหมด เขาถามเด็กว่า “แกมีพี่นองบ้างหรื อเปล่า”
                                            ้
         “มีซีครับ พี่ของผมมีพี่นองสองคน และน้องมีพี่สองคน ผมมีพี่กี่คน มีนองกี่คน ล่ะครับและผม
                                          ้                                         ้
เป็ นลูกคนที่เท่าไหร่ ”
         “ฮะ!” ชายโง่คนนั้นพูดได้เพียงเท่านั้น
         “ง่ายนิดเดียว พ่อแม่ผมมีลูกสามคน ผมเป็ นลูกคนที่สอง ดังนั้น น้องของพี่ผมก็คือน้องของผมกับ
ตัวผมเอง และพี่ของน้องผมก็คือพี่ของผมกับตัวผมเอง”
ถึงตอนนี้ ชายที่ลกพาเด็กมาก็รู้สึกว่า เด็กผูน้ ีมีปัญญาเฉลียวฉลาดมากกว่าเขา “มันทาให้ฉนอิด
                          ั                         ้                                         ั
                               ่
หนาระอาใจเสี ยแล้ว” เขาคิดอยูในใจ “ถ้าขืนเอามันไว้ จะเป็ นภัยอันตราย” ดังนั้นเขาจึงตัดสิ นใจว่า
                                 ่
จะต้องพาเด็กคนนั้นไปส่ งคืนให้พอแม่
        เขาเดินกลับ พาเด็กหัวแหลมนั้นมาส่ งบ้าน เด็กนั้นยิมกับตัวเองในความมืดกลางดึก
                                                               ้
        พอส่ งเด็กเข้าบ้านแล้ว ชายผูน้ นก็รีบย่องออกจากบ้านไปทันที ถอนใจใหญ่อย่างโล่งอกแล้วหาย
                                    ้ ั
เข้าไปในป่ าอันมืดมิด
                                                              ผู้เล่ า ซากิมัน ม.ด.
                                                              ผู้แปล อาตี น. ฮาดีมัดชา
                                                              ผู้เขียนภาพ อิรซาม

อินโดนีเซีย

  • 1.
    อินโดนีเซีย เด็กทีถูกลักพา ่ ่ คืนที่มืดตื้อคืนหนึ่ง นาน นานมาแล้ว ในภาคใต้ของเกาะที่ชื่อว่า สุ ลเวสี มีเงาตะคุมาย่องอย่าง เงียบกริ บออกมาจากบ้านหลังหนึ่ง เป็ นร่ างชายคนหนึ่งแบกอะไรหนักๆ มาบนหลังแน่นอน ชายผูน้ นต้อง ้ ั เป็ นขโมย แต่อะไรเล่าที่เขาแบกมานัน ในที่สุดเมื่อมาถึงชายป่ า ขโมยผูน้ นก็วางของที่เขาแบกมาลงกับ ่ ้ ั พื้นดิน และนันก็คือ เด็กผูชายคนหนึ่งซึ่ งมีอายุพ่ ึงจะสิ บขวบ ่ ้ “ตอนนี้ แกเดินไปเองเถอะ” ขโมยพูดเสี ยงกร้าวๆ กับเด็ก เด็กคนนี้ถูกลักตัวมาจากบ้านบิดาของเขา และเขารู ้ตวว่า ขโมยผูน้ ีต้ งใจจะเอาเขาไปขายเป็ นทาส ั ้ ั อย่างที่ขโมยชอบทากับเด็กๆอยูบ่อยๆในสมัยนั้น ่ “ไป เดินไป” ขโมยพูดเสี ยงออกทางไรฟัน พลางผลักไสเด็ก เด็กลุกขึ้นช้าๆ เดินตามชายผูน้ นเข้าไปในป่ า เขาอยากจะวิงหนีกลับไปหาบิดามารดาของเขาเต็มที ้ ั ่ ้ ั ้ ่ ั ่ แต่ขโมยผูน้ ีคนเดียวเท่านั้นที่รู้จกหนทางในป่ ามืดตื้อ มีตนไม้เก่าแก่ใหญ่ๆอยูหนาแน่น เด็กชายรู ้ตวดีวา ช่วยตัวเองไม่ได้ จึงยอมมอบชีวตไว้ในมือของโชคชะตา แล้วพยายามคิดว่าควรจะทาอย่างไร เขาใช้สมอง ิ คิดแล้วคิดอีก จนถึงกับลืมความเจ็บปวดที่แผลฟกช้ าดาเขียวตามแขนและขาของเขา ในที่สุดหลังจากที่ได้ คิดมามากมายแล้ว เด็กชายก็คิดแผนการอย่างหนึ่งได้ เขาหยุดเดินทันที กอดท้องไว้แน่น แล้วนังขัดสมาธิ ลงกับพื้นดิน ่ ชายคนนั้นหันมาดูแล้วพูดว่า “ลุกขึ้น ประเดี๋ยวฉันตีตาย” ่ ่ ั แต่เด็กนั้นยังนังอยูกบพื้น แหงนหน้าขึ้นมองอย่างน่าเวทนา “ลุกขึ้นไม่ไหวครับ” เขาครางหงิงๆ “ปวดท้องเหลือเกิน กระดุกกระดิกไม่ได้” “เดินไม่ได้เลยเชียวหรื อ” ชายผูน้ นถาม ้ ั เด็กชายสั่นศีรษะ ทาท่าเหมือนกับว่าความปวดยิงรุ นแรงมากขึ้น “คุณต้องอุมผมไปแล้วละ ผม ่ ้ ปวด จนก้าวขาไม่ออกแล้ว” “เอ้า! ตกลง” ชายผูน้ นบ่นพึมพา “แต่ตองเลิกร้องไห้ เงียบเสี ยงเสี ยที” ้ ั ้ ดังนั้นเด็กจึงปี นขึ้นไปเกาะหลังชายผูน้ น และดีใจที่แผนการขั้นแรกนี้ได้ผล ชายผูน้ นเดินต่อไป ้ ั ้ ั เรื่ อยๆ พอไปได้สกพักหนึ่ง เด็กนั้นก็เอาเท้ากระทุงสี ขางชายผูน้ น ั ้ ้ ้ ั
  • 2.
    “อะไรอีกล่ะ ไอ้เด็กเวร” ชายนั้นถาม “กรุ ณาหน่อยเถอะครับ เล่านิ ทานให้ผมฟังหน่อยได้ไหม” เด็กพูด “ผมจะได้ไม่รู้สึกปวดท้องมาก นัก” “เล่านิทานให้แกฟัง ทั้งๆ ที่ฉนต้องแบกแกหนักจะตายอย่างนี้น่ะหรื อ เออ! ดีนี่” ั เด็กชายแอบยิมกับตัวเอง มันเป็ นไปอย่างที่เขาต้องการ ชายผูน้ ีจะต้องเหน็ดเหนื่อยเพราะมีเด็กขี่ ้ ้ หลัง ต้องรี บเดินเร็ วๆ แล้วยังจะต้องเล่านิทานในเวลาเดียวกันนี้อีกด้วย “รู้ไหม” ขโมยเริ่ มต้นเล่านิทาน “ว่าต้นไม้ใหญ่ในเรื่ องที่ฉนจะเล่าให้แกฟัง ต้นไม้น้ นน่ะ มันใหญ่ ั ั เสี ยยิงกว่าเอาต้นไม้ทุกๆ ต้นที่ในโลกมามัดรวมกันเข้าเสี ยอีก” ่ ้ ั ู ้ ่ เด็กชายครางฮือ ชายผูน้ นก็พดว่า “ไอ้ทองบ้าของแกยังปวดอยูอีกหรื อ” “ทนแทบไม่ไหวแล้วครับ...แต่กรุ ณาเล่าต่อไปเถอะ” “เออ! ทีน้ ีก็ ในสมัยเดียวกันนั้นนะ มีขวานยักษ์เล่มหนึ่ง เป็ นขวานที่ใหญ่ท่ีสุดในโลก ด้ามของ มันจดทิศตะวันออก ตรงที่พระอาทิตย์ข้ ึน หัวขวานจดทิศตะวันตก ตรงที่พระอาทิตย์ตก.......เฮ้ย ท้องแก เป็ นอย่างไรบ้างแล้ว ตอนนี้ ” ่ “โอ! ยังปวดอยูครับ แต่กรุ ณาเล่าต่อไปเถอะ” “เออ! ครั้งหนึ่ง มีควายยักษ์ตวหนึ่ง ตัวใหญ่กว่าโลกนี้เสี ยอีก พอมันขยับตัวนิดเดียวแผ่นดินไหว ั คลอน สั่นสะเทือน นี่แหละ ที่มนทาให้เกิดแผ่นดินไหวละ” ั “โอ๊ย! อูย! ท้องของผม” ๊ “เงียบน่ะ แกนี่มนถูกตามใจเสี ยจนเสี ยเด็ก เอาละ ฉันจะล่าให้ฟัง ว่ามีหวายเส้นหนึ่งยาว ยาว ั มาก”
  • 3.
    “อะไรครับ หวายน่ะ” “ก็ตนไม้เลื้อยชนิ ดหนึ่ง ใบเหมือนใบปาล์ม กิ่งก้านมันยาวเลื้อย เหมือนเชือกน่ะใช้มดอะไรๆ ก็ ้ ั ได้ และหวายเส้นนี้ยาวมาก ยาวจนพับได้รอบแผ่นดินเจ็ดทวีปกับอีกเจ็ดมหาสมุทร...แกหยุดเงียบกริ บไป อย่างกะทันหันทีเดียวนะ เป็ นอย่างไร” ชายนั้นถามและเหลียวมาดูเด็กที่บนหลัง “เรื่ องของคุณสนุกดีมาก” เด็กตอบ แต่ที่จริ งแล้วเขาไม่เชื่ อคาพูดของชายผูน้ นแม้แต่คาเดียว ้ ั “ครั้ งหนึ่งน่ะ” ชายผูน้ นเล่าต่อ “มีบานหลังหนึ่ง ใหญ่โตที่สุดที่แกเคยเห็น มันทั้งใหญ่ท้ งสู ง ้ ั ้ ั จนกระทังถ้าใครโยนไข่ไก่ลงมาจากหลังคาบ้านหลังนั้น ไข่จะแตกออกเป็ นลูกไก่ แล้วจะกลายเป็ นไก่ตว ่ ั โตๆ เสี ยตั้งแต่มนยังตกลงมาไม่ถึงพื้นดินแน่ะ” ั “โอ้โฮ!” เด็กนั้นร้องอุทาน “บ้านอะไรใหญ่อย่างนั้น...เอ้า ทีน้ ีถึงตาของผมบ้างแล้ว ผมจะเล่า นิทานให้คุณฟัง” เด็กนั้นยังคงดาเนินแผนการที่คิดว่าจะหนี “เออ! ดี” ชายผูน้ นพูด “ตอนนี้ ทองเป็ นอย่างไรบ้างล่ะ” ้ ั ้ “ค่อยยังชัวนิดหนึ่งครับ ขอบคุณ ผมคิดว่าคงจะหายเป็ นปลิดทิง ถ้าผมเล่าเรื่ องของผมให้คุณฟัง ่ ้ บ้างแล้ว” “ดี ถ้าอย่างนั้นก็เล่าไปซี ” ั “เอาละครับ เรื่ องของผมนั้น เป็ นเรื่ องกลองใบใหญ่มหึ มา ซึ่ งเขาใช้กนนานนักหนาแล้วมันใหญ่ เสี ยจนกระทัง ถ้ามีใครตีกลองนี้ข้ ึน คนทุกๆ คนในโลกนี้ ตลอดขึ้นไปจนถึงเทวดานางฟ้ าบนสวรรค์ที่จะ ่ ั ได้ยนเสี ยงกลองใบนี้กนทั้งนั้น” ิ “เฮ้ย! เหลวไหล” ชายผูน้ นขัดคอ “กลองอะไรจะใหญ่อย่างนั้น” ้ ั
  • 4.
    “ทาไมเล่าครับ” “ใครจะไปหาไม้ที่ไหนใหญ่โต พอที่จะเอามาทากลองใบเท่านั้น และถึงหากว่ามีตนไม้ใหญ่มากจะ ้ เอาอะไรไปโค่นต้นไม้ใหญ่อย่างนั้น” ตอนนี้ชายผูน้ นเหนื่ อยจนหอบแล้ว ดังนั้นเขาจึงวางเด็กลงกับพื้นดิน และบอกว่า จะหยุดพักเสี ย ้ ั สักหน่อยหนึ่งก่อน เด็กนั้นแอบยิม แผนการของเขาได้ผลดีข้ ึน ดีข้ ึนเรื่ อยๆ ้ “ว่ายังไงเล่า” ชายผูน้ นถาม ้ ั “อ๋ อ! ก็ง่ายนี่ครับ เขาก็ได้มาจากต้นไม้ตนใหญ่ที่คุณเล่าให้ผมฟัง ที่วาใหญ่กว่าเอาต้นไม้ทุกต้นใน ้ ่ โลกนี้มามัดรวมกัน แล้วเขาก็ฟันมันลงด้วยขวานยักษ์เล่มที่ดามจดทิศตะวันออกตรงที่พระอาทิตย์ข้ ึน หัว ้ จดทิศตะวันตกตรงที่พระอาทิตย์ตกนันยังไงล่ะครับ อย่างที่คุณเล่าให้ผมฟังน่ะ” ่ ขโมยที่ลกพาเด็กมาชักจะขัดใจ “ดีละ เขาโค่นต้นไม้ยกษ์ดวยขวานยักษ์เล่มนั้นแต่ฉนก็ยงว่า ั ั ้ ั ั เหลวไหล! เป็ นไปไม่ได้ เขาจะไปหาหนังที่ไหนแผ่นใหญ่พอที่จะมาหุ มกลองใบนั้น”้ “โอ๊ย! นันก็ยงง่ายอีกละครับ คุณบอกว่ามีความยักษ์ตวใหญ่กว่าในโลกนี้ท้ งโลก ถ้ามันขยับตัวนิด ่ ั ั ั เดียว จะทาให้แผ่นดินไหว หนังมันจะต้องกว้างใหญ่พอจะหุ มกลองได้จริ งไหมครับ” ้ “แล้วจะเอาอะไรรัดกลองใบนั้นล่ะ” “พุทโธ่! เขาก็ใช้หวายเส้นยาวที่คุณเล่าให้ผมฟังนันแหละ หวายเส้นที่พนได้รอบทวีปทั้งเจ็ดทวีป ่ ั มหาสมุทรอีกเจ็ดมหาสมุทร นันละ” ่ “พุทโธ่! เขาก็ใช้หวายเส้นยาวที่คุณเล่าให้ผมฟังนันแหละ หวายเส้นที่พนได้รอบทวีปทั้งเจ็ดทวีป ่ ั มหาสมุทรอีกเจ็ดมหาสมุทร นันละ” ่ ชายตัวใหญ่ที่มีสมองเล็ก ไม่อยากให้เด็กน้อยคนนี้เกินหน้าเขาไปในเชิงสติปัญญา ดังนั้นจึงพูดอีก ่ ่ ว่า “ดีละ เท่าที่วามานี้ ฉันก็วาพอจะเป็ นไปได้ แต่บอกหน่อยซิ ว่าจะเอากลองใบใหญ่เท่านี้ไปแขวนไว้ที่ ไหน” “ก็ในบ้านยักษ์ของคุณยังไงล่ะครับ บ้านที่สูงจนกระทัง ใครโยนไข่ลงมาจากหลังคา ไก่จะออกมา ่ จากฟอง และโตเป็ นไก่ตวโตฯ ก่อนที่มนจะลงมาถึงพื้นดิน” ั ั ชายผูน้ นนึกไม่ออก ว่าจะหาอะไรมาพูดอีก เขาประหลาดใจว่า เด็กคนนี้ทาไมจึงเก่งอย่างนี้” ราว ้ ั ั ั ่ กับว่า มันมาย้อนเล่าเรื่ องที่ฉนเล่าเองมาเล่าให้ฉนฟัง” เขาคิดอยูในใจแล้วจึงแสร้งทาเป็ นลืมเรื่ องที่เล่ามา ทั้งหมด เขาถามเด็กว่า “แกมีพี่นองบ้างหรื อเปล่า” ้ “มีซีครับ พี่ของผมมีพี่นองสองคน และน้องมีพี่สองคน ผมมีพี่กี่คน มีนองกี่คน ล่ะครับและผม ้ ้ เป็ นลูกคนที่เท่าไหร่ ” “ฮะ!” ชายโง่คนนั้นพูดได้เพียงเท่านั้น “ง่ายนิดเดียว พ่อแม่ผมมีลูกสามคน ผมเป็ นลูกคนที่สอง ดังนั้น น้องของพี่ผมก็คือน้องของผมกับ ตัวผมเอง และพี่ของน้องผมก็คือพี่ของผมกับตัวผมเอง”
  • 5.
    ถึงตอนนี้ ชายที่ลกพาเด็กมาก็รู้สึกว่า เด็กผูน้ีมีปัญญาเฉลียวฉลาดมากกว่าเขา “มันทาให้ฉนอิด ั ้ ั ่ หนาระอาใจเสี ยแล้ว” เขาคิดอยูในใจ “ถ้าขืนเอามันไว้ จะเป็ นภัยอันตราย” ดังนั้นเขาจึงตัดสิ นใจว่า ่ จะต้องพาเด็กคนนั้นไปส่ งคืนให้พอแม่ เขาเดินกลับ พาเด็กหัวแหลมนั้นมาส่ งบ้าน เด็กนั้นยิมกับตัวเองในความมืดกลางดึก ้ พอส่ งเด็กเข้าบ้านแล้ว ชายผูน้ นก็รีบย่องออกจากบ้านไปทันที ถอนใจใหญ่อย่างโล่งอกแล้วหาย ้ ั เข้าไปในป่ าอันมืดมิด ผู้เล่ า ซากิมัน ม.ด. ผู้แปล อาตี น. ฮาดีมัดชา ผู้เขียนภาพ อิรซาม