“นิทานเรื่องสั้น
แสนสนุกที่น่าอ่าน”
ลาลืมตน
         ลาตัวหนึ่งขโมยหนังสิงโตจากนายพรานมาได้กดีใจนัก มันเอาหนังสิงโตคลุมร่างแล้วก็เที่ยวได้
                                                           ็
คอยดักซุ่มอยู่ตามพุ่มไม้ เมื่อสัตว์อื่นๆ เดินผ่านมาลาก็กระโดดออกมาจากที่ซ่อน สัตว์ อื่นๆ ไม่ทัน
สังเกตก็ตกใจตัวสั่น รีบวิ่งหนีไปไม่ได้คิดชีวิต
         วันหนึ่งสุนัขจิ้งจอกเดินผ่านมา ลาก็กระโดดออกมาจากพุ่มไม้ สุนัขจิ้งจอกนั้นก็ตกใจ แต่ยังนิ่ง
อยู่เพื่อตั้งสติและหาทาง เอาตัวรอด ลาเห็นสุนัขจิ้งจอกไม่กลัวจึงส่งเสียงขู่คาราม เมื่อได้ยินว่าเป็น
เสียงของลา สุนัขจิ้งจอกจึงเข้าตะครุบจับลากิน เป็นอาหาร
                                            นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
                           ผู้ที่อวดอ้างเกินจริงย่อมอวดเก่งลืมตนจนคนอื่นจับผิดได้




                                           ลูกอึ่งอ่างกับแม่
          ลูกอึ่งอ่างเห็นแม่วัวเหยียบพี่น้องของมันตายหมด จึงรีบวิ่งไป ฟ้องแม่อย่างอกสั่นขวัญหาย
  “ตัวมันใหญ่โตมากจ้ะเเม่ สัตว์สี่เท้าอะไรก็ไม่รู้ ลูกไม่เคยเห็น” แม่อึ่งอ่างจึงพองตัวให้ลูกดูพลางถาม
  ว่า “ตัวมันใหญ่เท่านี้ได้ไหมลูก” ลูกอึ่งอ่างตอบว่าใหญ่กว่านั้นอีก แม่อึ่งอ่างก็พองตัวขึ้นอีก แต่ลูกก็
  บอกว่าจะพองตัวให้ใหญ่แค่ไหนก็คงไม่เท่าสัตว์ตัวนั้นได้หรอก แต่แม่อึ่งอ่างไม่ยอมหยุด กลับ
  พยายามเบ่งตัวให้ตัวพองขึ้นอีก ครั้นจนพุงแตกตายในที่สุด
                                       นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
                 ทาสิ่งใดไม่ดูกาลังความสามารถของตนก็ต้องพบกับภัย อันตรายแน่นอน
สุนัขจิ้งจอกกับลา
          วันหนึ่ง สุนัขจิ้งจอกเดินไปพบสิงโตที่กลางป่า มันรู้ว่าสิงโต จะต้องจับมันกินเป็นอาหาร
     แน่ๆ สุนัขจิ้งจอกจึงรีบกล่าวกับ สิงโตว่า “ข้ารู้จักลาตัวอ้วนตัวหนึ่ง ข้าจะไปหลอกมันมาให้
  ท่าน” หลังจากนั้นสุนัขจิ้งจอกก็รีบไปหลอกพาลามาที่กลางป่าลายอมตามมาเพราะได้เคยตก
  ลงทาสัญญาเป็นเพื่อนตาย ต่อกันมานานแล้ว เมื่อลาเดินเข้าไปติดกับที่สิงโตวางไว้ สิงโตก็หัน
  ไปตะปบ สุนัขจิ้งจอกก่อน เพราะคิดว่าลานั้นเก็บไว้กินทีหลัง สุนัข
  จิ้งจอกก็ได้
                                        นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
                             คนไม่ซื่อกับมิตรสหายย่อมไม่มีใครอยากคบหา




                                          สามีผู้ใจดี
        ชายคนหนึ่งมีภรรยาสองคน เขามักตามใจภรรยาทั้งสอง อยู่เสมอ เพราะความรักอันเต็มเปี่ยม
ภรรยาสาวนั้นอยากให้สามีวัยกลางคนดูหนุ่มแน่นตลอดเวลา จึงถอนผมหงอกออกเสมอ ฝ่าย
ภรรยาที่อายุมากก็อยากให้สามีดูมีอายุเหมือนตนจึง คอยถอนผมดาออกไปเพื่อให้เหลือ แต่ผมหงอก
วันหนึ่งสามีไปส่องกระจกเห็นตัวเองมีศีรษะล้านเลี่ยน ก็ต้องร้องลั่นบ้านด้วยความตกใจสุดขีด
                                    นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
                        ผู้ที่ตามใจคนอื่นจนเกินไป ก็สิ้นความเป็นตัวเอง
ลูกชาวนากับมรดก
          เมื่อผู้เป็นพ่อตายแล้ว ลูกชาวนาทั้งสองก็ชวนกันไปขุดหา สมบัติในสวนองุ่นเพราะพ่อได้
  สั่งเสียไว้ก่อนตายว่า ทรัพย์สมบัติ ของพ่ออยู่ในสวนองุ่น “น้องไปขุดตรงนั้นนะ พี่จะขุดตรงนี้”
  ลูกชาวนาช่วยกันขุดดินตามที่ต่างๆไปจนทั่วสวนก็ยังไม่พบ สมบัติที่คิดว่าพ่อจะฝังไว้ แต่
  สวนองุ่นที่ถูกขุดถูกพรวนดินจนทั่วนั้นก็กลับยิ่งเจริญงอกงาม ดีจนลูกชาวนาสองพี่น้อง
  สามารถขายองุ่นจนได้เงินทองมากมาย ทั้งสองจึงเพิ่งตระหนักได้ว่าทรัพย์สมบัติที่พ่อทิ้งไว้ให้
  เป็นมรดก นั้นที่แท้คือสิ่งใด
                                     นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
                             ความขยันพากเพียรสามารถก่อให้เกิดทรัพย์


                                          ผู้ใหญ่ช่างสอน
       เด็กน้อยคนหนึ่งพลัดตกลงไปในแม่น้าจึงร้องตะโกนขึ้นว่า “ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! ว่ายน้าไม่เป็น
ช่วยหนูด้วย” ขณะนั้นมีผู้ใหญ่คนหนึ่งเดินผ่านมาพอดี เมื่อได้ยินเสียงร้อง ของเด็กจึงไปที่ริมฝั่งแม่น้า
แล้วอบรมสั่งสอนว่า “หนูช่างซุกซนเหลือเกินนะ ถ้ารู้ตัวว่าว่ายน้าไม่เป็นแล้วมาเล่น ริมน้าทาไม ไม่คิด
หรือว่าถ้าตกลงไปใครจะมาช่วย” เด็กน้อยพยายามตะโกนตอบว่า “คุณน้าจ๋า ช่วยหนูขึ้นไปก่อน
แล้วค่อยบรมได้หรือไม่”
                                     นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
ช่วยแก้ปัญหาให้เขาได้เสียก่อน แล้วค่อยสั่งสอนเขา ดีกว่าสั่งสอนหรือซ้าเติมคนที่กาลังประสบปัญหา
พรานใหม่ผู้กล้าหาญ
      พรานใหม่คนหนึ่งมักจะเข้าไปถามพวกคนตัดไม้ว่าเห็นหมูป่า บ้างไหม บริเวณใดมีกวางมีเนื้อบ้าง
แต่พวกคนตัดไม้ก็ยังไม่เคยเห็นพรานใหม่ผู้นี้ล่าสัตว์ใดได้สักตัว วันหนึ่งพรานใหม่เข้าป่ามาแต่เช้าพลาง
ถามคนตัดไม้ว่า “พี่ชาย เห็นรอยเท้าสิงโตที่ไหนบ้าง ช่วยบอกด้วยเถิด” คนตัดไม้ก็บอกว่าเห็นอยู่ไม่ไกล
นัก ตนยินดีจะพาไปล่าถึง หน้าปากถ้าสิงโตเลยทีเดียว เมื่อได้ยินเช่นนั้นพรานใหม่ก็ถึงกับส่ายหน้า
ปฏิเสธเป็นพัลวัน ว่าตนเพียงอยากเห็นรอยเท้าสิงโตเท่านั้น มิได้อยากล่าสิงโต
                                        นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
                         ผู้ที่ขี้ขลาด มักแสดงว่ากล้าหาญเมื่อภัยยังไม่มาถึง

น้ำ22

  • 1.
  • 2.
    ลาลืมตน ลาตัวหนึ่งขโมยหนังสิงโตจากนายพรานมาได้กดีใจนัก มันเอาหนังสิงโตคลุมร่างแล้วก็เที่ยวได้ ็ คอยดักซุ่มอยู่ตามพุ่มไม้ เมื่อสัตว์อื่นๆ เดินผ่านมาลาก็กระโดดออกมาจากที่ซ่อน สัตว์ อื่นๆ ไม่ทัน สังเกตก็ตกใจตัวสั่น รีบวิ่งหนีไปไม่ได้คิดชีวิต วันหนึ่งสุนัขจิ้งจอกเดินผ่านมา ลาก็กระโดดออกมาจากพุ่มไม้ สุนัขจิ้งจอกนั้นก็ตกใจ แต่ยังนิ่ง อยู่เพื่อตั้งสติและหาทาง เอาตัวรอด ลาเห็นสุนัขจิ้งจอกไม่กลัวจึงส่งเสียงขู่คาราม เมื่อได้ยินว่าเป็น เสียงของลา สุนัขจิ้งจอกจึงเข้าตะครุบจับลากิน เป็นอาหาร นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ผู้ที่อวดอ้างเกินจริงย่อมอวดเก่งลืมตนจนคนอื่นจับผิดได้ ลูกอึ่งอ่างกับแม่ ลูกอึ่งอ่างเห็นแม่วัวเหยียบพี่น้องของมันตายหมด จึงรีบวิ่งไป ฟ้องแม่อย่างอกสั่นขวัญหาย “ตัวมันใหญ่โตมากจ้ะเเม่ สัตว์สี่เท้าอะไรก็ไม่รู้ ลูกไม่เคยเห็น” แม่อึ่งอ่างจึงพองตัวให้ลูกดูพลางถาม ว่า “ตัวมันใหญ่เท่านี้ได้ไหมลูก” ลูกอึ่งอ่างตอบว่าใหญ่กว่านั้นอีก แม่อึ่งอ่างก็พองตัวขึ้นอีก แต่ลูกก็ บอกว่าจะพองตัวให้ใหญ่แค่ไหนก็คงไม่เท่าสัตว์ตัวนั้นได้หรอก แต่แม่อึ่งอ่างไม่ยอมหยุด กลับ พยายามเบ่งตัวให้ตัวพองขึ้นอีก ครั้นจนพุงแตกตายในที่สุด นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ทาสิ่งใดไม่ดูกาลังความสามารถของตนก็ต้องพบกับภัย อันตรายแน่นอน
  • 3.
    สุนัขจิ้งจอกกับลา วันหนึ่ง สุนัขจิ้งจอกเดินไปพบสิงโตที่กลางป่า มันรู้ว่าสิงโต จะต้องจับมันกินเป็นอาหาร แน่ๆ สุนัขจิ้งจอกจึงรีบกล่าวกับ สิงโตว่า “ข้ารู้จักลาตัวอ้วนตัวหนึ่ง ข้าจะไปหลอกมันมาให้ ท่าน” หลังจากนั้นสุนัขจิ้งจอกก็รีบไปหลอกพาลามาที่กลางป่าลายอมตามมาเพราะได้เคยตก ลงทาสัญญาเป็นเพื่อนตาย ต่อกันมานานแล้ว เมื่อลาเดินเข้าไปติดกับที่สิงโตวางไว้ สิงโตก็หัน ไปตะปบ สุนัขจิ้งจอกก่อน เพราะคิดว่าลานั้นเก็บไว้กินทีหลัง สุนัข จิ้งจอกก็ได้ นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คนไม่ซื่อกับมิตรสหายย่อมไม่มีใครอยากคบหา สามีผู้ใจดี ชายคนหนึ่งมีภรรยาสองคน เขามักตามใจภรรยาทั้งสอง อยู่เสมอ เพราะความรักอันเต็มเปี่ยม ภรรยาสาวนั้นอยากให้สามีวัยกลางคนดูหนุ่มแน่นตลอดเวลา จึงถอนผมหงอกออกเสมอ ฝ่าย ภรรยาที่อายุมากก็อยากให้สามีดูมีอายุเหมือนตนจึง คอยถอนผมดาออกไปเพื่อให้เหลือ แต่ผมหงอก วันหนึ่งสามีไปส่องกระจกเห็นตัวเองมีศีรษะล้านเลี่ยน ก็ต้องร้องลั่นบ้านด้วยความตกใจสุดขีด นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ผู้ที่ตามใจคนอื่นจนเกินไป ก็สิ้นความเป็นตัวเอง
  • 4.
    ลูกชาวนากับมรดก เมื่อผู้เป็นพ่อตายแล้ว ลูกชาวนาทั้งสองก็ชวนกันไปขุดหา สมบัติในสวนองุ่นเพราะพ่อได้ สั่งเสียไว้ก่อนตายว่า ทรัพย์สมบัติ ของพ่ออยู่ในสวนองุ่น “น้องไปขุดตรงนั้นนะ พี่จะขุดตรงนี้” ลูกชาวนาช่วยกันขุดดินตามที่ต่างๆไปจนทั่วสวนก็ยังไม่พบ สมบัติที่คิดว่าพ่อจะฝังไว้ แต่ สวนองุ่นที่ถูกขุดถูกพรวนดินจนทั่วนั้นก็กลับยิ่งเจริญงอกงาม ดีจนลูกชาวนาสองพี่น้อง สามารถขายองุ่นจนได้เงินทองมากมาย ทั้งสองจึงเพิ่งตระหนักได้ว่าทรัพย์สมบัติที่พ่อทิ้งไว้ให้ เป็นมรดก นั้นที่แท้คือสิ่งใด นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความขยันพากเพียรสามารถก่อให้เกิดทรัพย์ ผู้ใหญ่ช่างสอน เด็กน้อยคนหนึ่งพลัดตกลงไปในแม่น้าจึงร้องตะโกนขึ้นว่า “ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! ว่ายน้าไม่เป็น ช่วยหนูด้วย” ขณะนั้นมีผู้ใหญ่คนหนึ่งเดินผ่านมาพอดี เมื่อได้ยินเสียงร้อง ของเด็กจึงไปที่ริมฝั่งแม่น้า แล้วอบรมสั่งสอนว่า “หนูช่างซุกซนเหลือเกินนะ ถ้ารู้ตัวว่าว่ายน้าไม่เป็นแล้วมาเล่น ริมน้าทาไม ไม่คิด หรือว่าถ้าตกลงไปใครจะมาช่วย” เด็กน้อยพยายามตะโกนตอบว่า “คุณน้าจ๋า ช่วยหนูขึ้นไปก่อน แล้วค่อยบรมได้หรือไม่” นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ช่วยแก้ปัญหาให้เขาได้เสียก่อน แล้วค่อยสั่งสอนเขา ดีกว่าสั่งสอนหรือซ้าเติมคนที่กาลังประสบปัญหา
  • 5.
    พรานใหม่ผู้กล้าหาญ พรานใหม่คนหนึ่งมักจะเข้าไปถามพวกคนตัดไม้ว่าเห็นหมูป่า บ้างไหม บริเวณใดมีกวางมีเนื้อบ้าง แต่พวกคนตัดไม้ก็ยังไม่เคยเห็นพรานใหม่ผู้นี้ล่าสัตว์ใดได้สักตัว วันหนึ่งพรานใหม่เข้าป่ามาแต่เช้าพลาง ถามคนตัดไม้ว่า “พี่ชาย เห็นรอยเท้าสิงโตที่ไหนบ้าง ช่วยบอกด้วยเถิด” คนตัดไม้ก็บอกว่าเห็นอยู่ไม่ไกล นัก ตนยินดีจะพาไปล่าถึง หน้าปากถ้าสิงโตเลยทีเดียว เมื่อได้ยินเช่นนั้นพรานใหม่ก็ถึงกับส่ายหน้า ปฏิเสธเป็นพัลวัน ว่าตนเพียงอยากเห็นรอยเท้าสิงโตเท่านั้น มิได้อยากล่าสิงโต นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ผู้ที่ขี้ขลาด มักแสดงว่ากล้าหาญเมื่อภัยยังไม่มาถึง