ก

หัวขอรายงาน นิทานกับการพัฒนาทักษะการอานภาษาอังกฤษอยางมีวิจารณญาณ สําหรับ
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4
ผูรายงาน          นายสมศักดิ์ ภาผล



         รายงานผลการใชหนังสือนิทานกับการพัฒนาทักษะการอานภาษาอังกฤษอยางมีวจารณญาณ    ิ
สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 มีวัตถุประสงคเพื่อ 1) สรางและพัฒนาหนังสือนิทานไทยจํานวน
8 เรื่องและนิทานอีสาน จํานวน 4 เรื่อง สําหรับนักเรียนชันมัธยมศึกษาปที่ 4 ที่มีประสิทธิภาพ 80/ 80
                                                           ้
2)สรางแบบฝกทักษะการอานภาษาอังกฤษอยางมีวิจารณญาณ สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 ที่
มีประสิทธิภาพตามเกณฑ 80/80 3) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการอานอยางมีวจารณญาณกอนเรียน
                                                                              ิ
และหลังเรียนของนักเรียนทีเ่ รียนดวยหนังสือนิทานทั้ง 12 เรื่อง และแบบฝกทักษะการอานอยางมี
วิจารณญาณ สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 และ 4 ) หาประสิทธิผลของหนังสือนิทาน กลุม
ตัวอยางไดแกนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช เขตพื้นที่การศึกษา
อุบลราชธานี เขต 1 ที่กําลังเรียนอยูในภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2549 จํานวน 66 คน ไดมาโดยการ
                                   
สุมแบบงาย (Simple random sampling) นักเรียนกลุมตัวอยางไดรับการสอนอานอยางมีวิจารณญาณ
ดวยหนังสือนิทานและแบบฝกทักษะการอานอยางมีวจารณญาณ จํานวน 12 สัปดาหๆละ 1 ชั่วโมง
                                                     ิ
และทดสอบกอนเรียนและหลังเรียน 2 ชั่วโมง ใชเวลารวมทั้งสิ้น 14 ชั่วโมง
         เครื่องมือที่ใชในการรวบรวมขอมูล ประกอบดวย 1) หนังสือนิทานไทยจํานวน 8 เรื่อง และ
หนังสือนิทานอีสาน จํานวน 4 เรื่อง 2) แผนการจัดการเรียนรู จํานวน 12 แผน 3) แบบฝกทักษะการ
อานอยางมีวจารณญาณระหวางเรียน จํานวน 12 ชุด 4 ) แบบทดสอบวัดทักษะการอานอยางมี
               ิ
วิจารณญาณกอนเรียน-หลังเรียน ซึ่งเปนแบบทดสอบปรนัยชนิดเลือกตอบชนิด 4 ตังเลือก 1 ชุด
จํานวน 30 ขอที่มีอํานาจจําแนกตั้งแต 0.29-0.46 และมีคาความเชื่อมั่นทั้งฉบับเทากับ 0.78 สถิติที่ใช
                                                         
ในการวิเคราะหขอมูลไดแก คารอยละ คาเฉลี่ย คาสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน t – test
(Dependent Samples)และคาดัชนีประสิทธิผล
        ผลการพัฒนาพบวา
1. ประสิทธิภาพของหนังสือนิทานกับการอานภาษาอังกฤษอยางมีวจารณญาณ สํารับนักเรียนชั้น
                                                                   ิ
มัธยมศึกษาปที่ 4 มีประสิทธิภาพ 88.65/ 84.84
2. แบบฝกทักษะการอานภาษาอังกฤษอยางมีวิจารณญาณระหวางเรียนมีประสิทธิภาพ 88.65
ข

3. นักเรียนที่ไดรับการสอนดวยหนังสือนิทานและแบบฝกทักษะการอานอยางมีวจารณญาณ สําหรับ
                                                                          ิ
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 มีผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบหลังเรียนเพิ่มขึ้นจากคะแนนทดสอบ
กอนเรียนอยางมีนัยสําคัญทาวสถิติที่ระดับ P < .05
4. หนังสือนิทานกับการอานภาษาอังกฤษอยางมีวจารณญาณ สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4
                                                ิ
มีคาดัชนีประสิทธิผลเทากับ .6911
        ทั้งนี้เนืองมาจากนักเรียนมีความสนใจใฝรู ชอบนิทาน และแบบฝกทักษะการอานอยางมี
                  ่
วิจารณญาณระหวางเรียนแตละแบบฝกสามารถสงเสริมและพัฒนาทักษะการอานอยางมีวจารณญาณ
                                                                                ิ
ค

Title : Tales and the Development of English Critical Reading for matayomsuksa 4 students
Author : Mr. Somsak Paphol
_______________________________________________________________________________
          The purposes of this report were 1) to construct eight Thai tales and four I-Sarn tales for
matayomsuksa 4 students with the efficiency of 80/ 80 2) to construct the in - class English
critical reading exercises with the efficiency of 80/80 3) to compare the post test mean score with
the pretest mean score of the students participants and 4 ) to determine the effectiveness index of the
constructed tales
          The subjects of the report were 66 matay0oms8uksa 4 students studying at
Banchamamaharat Scchool, Ubom Ratchatani Eductional Service area 1, in the second semester of
the academic year 2006,which were simple random sampling selected. The subjects were taught
English critical reading an hour per week, using eight constructed Thai tales and four I-Sarn
constructed tales for 12 hours plus 2 hour for pretest and posttest
         The instruments used for data collecting included 1) the eight Thai tales and the four I-Sarn
tales 2) the twelve English critical reading exercise 3) the thirty items pretest and posttest with the
discrimination indices ranges from 0.29 -0.46, the difficulty indices ranges from 0.53-0.75 and the
reliability value of 0.78. The statistic used were a percentage, a mean, a standard deviation, and a
 t-test ( Dependent Samples).
          The findings were as followed:
1. The efficiency of the tales was found at 88.65/ 84.84
2. The efficiency of the English critical reading exercise was found at 88.65
3. The posttest scores were significantly higher than the pretest score at the level of P<.05
4. The effectiveness index was found at .6911

Reading

  • 1.
    ก หัวขอรายงาน นิทานกับการพัฒนาทักษะการอานภาษาอังกฤษอยางมีวิจารณญาณ สําหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่4 ผูรายงาน นายสมศักดิ์ ภาผล รายงานผลการใชหนังสือนิทานกับการพัฒนาทักษะการอานภาษาอังกฤษอยางมีวจารณญาณ ิ สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 มีวัตถุประสงคเพื่อ 1) สรางและพัฒนาหนังสือนิทานไทยจํานวน 8 เรื่องและนิทานอีสาน จํานวน 4 เรื่อง สําหรับนักเรียนชันมัธยมศึกษาปที่ 4 ที่มีประสิทธิภาพ 80/ 80 ้ 2)สรางแบบฝกทักษะการอานภาษาอังกฤษอยางมีวิจารณญาณ สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 ที่ มีประสิทธิภาพตามเกณฑ 80/80 3) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการอานอยางมีวจารณญาณกอนเรียน ิ และหลังเรียนของนักเรียนทีเ่ รียนดวยหนังสือนิทานทั้ง 12 เรื่อง และแบบฝกทักษะการอานอยางมี วิจารณญาณ สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 และ 4 ) หาประสิทธิผลของหนังสือนิทาน กลุม ตัวอยางไดแกนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช เขตพื้นที่การศึกษา อุบลราชธานี เขต 1 ที่กําลังเรียนอยูในภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2549 จํานวน 66 คน ไดมาโดยการ  สุมแบบงาย (Simple random sampling) นักเรียนกลุมตัวอยางไดรับการสอนอานอยางมีวิจารณญาณ ดวยหนังสือนิทานและแบบฝกทักษะการอานอยางมีวจารณญาณ จํานวน 12 สัปดาหๆละ 1 ชั่วโมง ิ และทดสอบกอนเรียนและหลังเรียน 2 ชั่วโมง ใชเวลารวมทั้งสิ้น 14 ชั่วโมง เครื่องมือที่ใชในการรวบรวมขอมูล ประกอบดวย 1) หนังสือนิทานไทยจํานวน 8 เรื่อง และ หนังสือนิทานอีสาน จํานวน 4 เรื่อง 2) แผนการจัดการเรียนรู จํานวน 12 แผน 3) แบบฝกทักษะการ อานอยางมีวจารณญาณระหวางเรียน จํานวน 12 ชุด 4 ) แบบทดสอบวัดทักษะการอานอยางมี ิ วิจารณญาณกอนเรียน-หลังเรียน ซึ่งเปนแบบทดสอบปรนัยชนิดเลือกตอบชนิด 4 ตังเลือก 1 ชุด จํานวน 30 ขอที่มีอํานาจจําแนกตั้งแต 0.29-0.46 และมีคาความเชื่อมั่นทั้งฉบับเทากับ 0.78 สถิติที่ใช  ในการวิเคราะหขอมูลไดแก คารอยละ คาเฉลี่ย คาสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน t – test (Dependent Samples)และคาดัชนีประสิทธิผล ผลการพัฒนาพบวา 1. ประสิทธิภาพของหนังสือนิทานกับการอานภาษาอังกฤษอยางมีวจารณญาณ สํารับนักเรียนชั้น ิ มัธยมศึกษาปที่ 4 มีประสิทธิภาพ 88.65/ 84.84 2. แบบฝกทักษะการอานภาษาอังกฤษอยางมีวิจารณญาณระหวางเรียนมีประสิทธิภาพ 88.65
  • 2.
    ข 3. นักเรียนที่ไดรับการสอนดวยหนังสือนิทานและแบบฝกทักษะการอานอยางมีวจารณญาณ สําหรับ ิ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 มีผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบหลังเรียนเพิ่มขึ้นจากคะแนนทดสอบ กอนเรียนอยางมีนัยสําคัญทาวสถิติที่ระดับ P < .05 4. หนังสือนิทานกับการอานภาษาอังกฤษอยางมีวจารณญาณ สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 ิ มีคาดัชนีประสิทธิผลเทากับ .6911 ทั้งนี้เนืองมาจากนักเรียนมีความสนใจใฝรู ชอบนิทาน และแบบฝกทักษะการอานอยางมี ่ วิจารณญาณระหวางเรียนแตละแบบฝกสามารถสงเสริมและพัฒนาทักษะการอานอยางมีวจารณญาณ ิ
  • 3.
    ค Title : Talesand the Development of English Critical Reading for matayomsuksa 4 students Author : Mr. Somsak Paphol _______________________________________________________________________________ The purposes of this report were 1) to construct eight Thai tales and four I-Sarn tales for matayomsuksa 4 students with the efficiency of 80/ 80 2) to construct the in - class English critical reading exercises with the efficiency of 80/80 3) to compare the post test mean score with the pretest mean score of the students participants and 4 ) to determine the effectiveness index of the constructed tales The subjects of the report were 66 matay0oms8uksa 4 students studying at Banchamamaharat Scchool, Ubom Ratchatani Eductional Service area 1, in the second semester of the academic year 2006,which were simple random sampling selected. The subjects were taught English critical reading an hour per week, using eight constructed Thai tales and four I-Sarn constructed tales for 12 hours plus 2 hour for pretest and posttest The instruments used for data collecting included 1) the eight Thai tales and the four I-Sarn tales 2) the twelve English critical reading exercise 3) the thirty items pretest and posttest with the discrimination indices ranges from 0.29 -0.46, the difficulty indices ranges from 0.53-0.75 and the reliability value of 0.78. The statistic used were a percentage, a mean, a standard deviation, and a t-test ( Dependent Samples). The findings were as followed: 1. The efficiency of the tales was found at 88.65/ 84.84 2. The efficiency of the English critical reading exercise was found at 88.65 3. The posttest scores were significantly higher than the pretest score at the level of P<.05 4. The effectiveness index was found at .6911