โดย พงษ์ศักดิ์ ใจหาญ การพัฒนาคุณภาพนักเรียนด้วยการใช้กิจกรรมกลุ่มของนักเรียน โรงเรียนบ้านอ่างหิน ( เพียรพิทยาคาร ) สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาอุบลราชธานี   เขต   3
หัวข้อในการนำเสนอ 1. ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา 2. เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 3. วิธีดำเนินการ 4. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 5. สรุปอภิปรายผลและข้อเสนอแนะ
ความเป็นมาและ ความสำคัญของปัญหา
การเรียนรู้ด้วยกิจกรรมกลุ่มจะช่วยให้นักเรียนได้ฝึกควบคุมลักษณะนิสัยทางการเรียนซึ่งกันและกัน การสร้างเสริมปลูกฝังและพัฒนาประชาธิปไตยนั้นควรเริ่มดำเนินการตั้งแต่วัยเด็ก การจัดการศึกษาให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลต้องอาศัยการจัดกิจกรรม การใช้กิจกรรมกลุ่มเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพเป็นตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กิจกรรมกลุ่มมีส่วนช่วยในการพัฒนาด้านต่าง ๆ จึงเป็นการช่วยให้บุคคลได้พัฒนาตนเอง
วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1.  เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบลักษณะนิสัยทางการเรียนขอ ง นักเรียนก่อนการทดลองและหลังการทดลอง 2.   เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบลักษณะนิสัยประชาธิปไตยของนักเรียนก่อนการทดลองและหลังการทดลอง 3.   เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบระดับผลการเรียนของนักเรียนในปีการศึกษาก่อนการทดลองและในปีการศึกษาที่ทดลอง 4.   เพื่อศึกษาเจตคติของนักเรียนที่มีต่อการใช้กิจกรรมกลุ่ม
สมมติฐานในการวิจัย สมมติฐานในการศึกษา 6.1  ระดับคะแนนลักษณะนิสัยทางการเรียนหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลอง 6.2  ระดับคะแนนลักษณะนิสัยประชาธิปไตยหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลอง 6.3  ระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในปีการศึกษาที่ทดลองสูงกว่าปีการศึกษาก่อนทดลอง
 
ในการนำเสนอผลการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ ผู้ศึกษาได้ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้นำเสนอตามลำดับ ดังนี้ 1.  แนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับกระบวนการกลุ่ม 2.  แนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับประชาธิปไตย 3.  แนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับลักษณะนิสัยทางการเรียน 4.  แนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับเจตคติ 5. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีทั้งในและต่างประเทศ
วิธีการดำเนินการ
วิธีการดำเนินการ ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 1. ประชากรของการวิจัย   ประชากรในการศึกษาครั้งนี้เป็นนักเรียนโรงเรียนบ้านอ่างหิน ( เพียรพิทยาคาร )  อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี ในปีการศึกษา  2547 จำนวนทั้งสิ้น  618  คน 2.  กลุ่มตัวอย่าง   กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนในช่วงชั้นที่  2( ชั้นประถมศึกษาปีที่  4  ถึง  6)  โรงเรียนบ้านอ่างหิน ( เพียรพิทยาคาร )  อำเภอพิบูลมังสาหารจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเรียนในปีการศึกษา  2547  จำนวน  267  คน จำแนกเป็นระดับชั้น คือระดับชั้นประถมศึกษาปีที่  4  จำนวน  92  คน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่  5  จำนวน  81  คน และระดับชั้นประถมศึกษาปีที่  6  จำนวน  94  คน โดยการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) โดยใช้ตารางของ  Krejcie  และ  Morgan
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล มีดังนี้ 1.1  คู่มือการใช้กิจกรรมกลุ่ม 1.2  แบบสำรวจลักษณะนิสัยทางการเรียนของนักเรียน 1.3  แบบสำรวจลักษณะนิสัยประชาธิปไตยของนักเรียน 1.4  แบบสำรวจผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน 1.5  แบบสำรวจเจตคติของนักเรียนต่อการใช้กิจกรรมกลุ่ม
การสร้างและหาคุณภาพของเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย มีขั้นตอนดังนี้ ขั้นที่  1   การสร้างคู่มือการใช้กิจกรรมกลุ่ม ก .  ศึกษาแนวคิด ทฤษฎีเกี่ยวกับกิจกรรมกลุ่มจากกองวิจัยทางการศึกษา ข .  ออกแบบกิจกรรมกลุ่ม ค .  ศึกษาตัวอย่างคู่มือการใช้นวัตกรรม ง .  กำหนดองค์ประกอบของคู่มือ จ .  เขียนรายละเอียดของแต่ละองค์ประกอบ ฉ .  จัดพิมพ์เพื่อศึกษาคุณภาพต่อไป
ขั้นที่  2   การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ก .  การสร้างแบบสำรวจลักษณะนิสัยทางการเรียน ข .  การสร้างแบบสำรวจลักษณะนิสัยประชาธิปไตย ค .  การสร้างแบบสำรวจเจตคติของนักเรียนต่อการใช้กิจกรรมกลุ่มดำเนิน ง .  การสร้างแบบสำรวจระดับผลการเรียนของนักเรียน
การเก็บรวบรวมข้อมูล การเก็บรวบรวมข้อมูลก่อนการทดลอง   โดยใช้แบบสำรวจลักษณะนิสัยทางการเรียน แบบสำรวจลักษณะนิสัยประชาธิปไตย สอบวัดกับนักเรียนและสำรวจผลการเรียนของนักเรียนในปีการศึกษา  2546  โดยใช้แบบสำรวจผลการเรียน การเก็บข้อมูลหลังการทดลอง   โดยใช้แบบสำรวจลักษณะนิสัยทางการเรียนของนักเรียน แบบสำรวจลักษณะนิสัยประชาธิปไตย แบบประเมินเจตคติของนักเรียนต่อการใช้กิจกรรมกลุ่มและสำรวจผลการเรียนของนักเรียนในปีการศึกษา  2547
การวิเคราะห์ข้อมูล 1. นำข้อมูลที่ได้จากแบบสำรวจลักษณะนิสัยทางการเรียนและ ลักษณะนิสัยประชาธิปไตยมาวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย (  X  )  และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S)  2. นำข้อมูลที่ได้จากแบบสำรวจผลการเรียน มาวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย (  X  )  และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S) 3. นำข้อมูลที่ได้จากแบบสำรวจเจตคติ มาวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย (  X  )  และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S)
ซึ่งการหาค่าทั้ง  3  ข้อที่ผ่านมาใช้สูตรการหาดังนี้ จากสูตร  X  =  Σ  fx   N จากสูตร S.D.  =  Σ  ( X  −  X) N
4.  ศึกษาพัฒนาการของผู้เรียน โดยเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างผลการเรียนในปีการศึกษาก่อนทดลอง คือ ปีการศึกษา  2546  และปีการศึกษา  2547  ที่เป็นปีการศึกษาหลัง ทดลอง ของกลุ่มตัวอย่างโดยใช้  t-test Dependent 5.  การวิเคราะห์ข้อมูลส่วนที่ใช้ค่าสถิติ ผู้ศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลโดยคอมพิวเตอร์ด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป  SPSS (Statistical Package for the Social Sciences Personal Computer Plus)
ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
จะนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล แยกผลการใช้กิจกรรมกลุ่มกับนักเรียนในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนบ้านอ่างหิน ( เพียรพิทยาคาร )  ออกเป็น  4  ส่วนตามลำดับดังนี้ 1.  ส่วนที่  1  แบบสำรวจนิสัยทางการเรียนของนักเรียน เมื่อพิจารณากลุ่มตัวอย่างจำแนกลักษณะนิสัยของนักเรียน ส่วนใหญ่เอาแต่ใจตัวเอง  ( ร้อยละ  55.1)  รองลงมาคือ รอบคอบมีเหตุมีผล  ( ร้อยละ  44.9) 2.  ส่วนที่  2  แบบสำรวจนิสัยแบบประชาธิปไตย กลุ่มตัวอย่างเกี่ยวกับนิสัยประชาธิปไตยก่อนเรียน ภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง  ( ค่าเฉลี่ย  3.34) 3.  ส่วนที่  3  ความคิดเห็นต่อตนเองเกี่ยวกับเจตคติต่อ  กิจกรรมกลุ่ม กลุ่มตัวอย่างเกี่ยวกับเจตคติต่อกิจกรรมกลุ่ม ก่อนเรียนภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง  ( ค่าเฉลี่ย  3.24) 4.  ส่วนที่  4  การวิเคราะห์คะแนนเฉลี่ยระดับผลการเรียนของนักเรียน ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับระดับผลการเรียนของนักเรียนใน  8  กลุ่มสาระการเรียนรู้ ในปีการศึกษาหลังเรียน  ( ปีการศึกษา  2546)  อยู่ในระดับดีมาก โดยมีคะแนนเฉลี่ยเป็น  3.03 ( เทียบกับก่อนเรียน  2.80)
5 .  ส่วนที่  5  ผลการตรวจสอบสมมติฐาน สรุปผลการตรวจสอบสมมติฐาน  ผลการตรวจสอบสมมติฐานสรุปได้ว่า 1.  ยอมรับสมมติฐานที่  1  ที่ว่า  “ระดับคะแนนลักษณะนิสัยทางการเรียนหลัง การทดลองสูงกว่าก่อนการทดลอง”  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .05 2.  ยอมรับสมมติฐานที่  2  ที่ว่า  “ระดับคะแนนลักษณะนิสัยประชาธิปไตยหลัง การทดลองสูงกว่าก่อนการทดลอง” 3.  ยอมรับสมมติฐานที่  3  ที่ว่า  “ระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในปีการศึกษาที่ ทดลองสูงกว่าปีการศึกษาก่อนทดลอง”
สรุป  อภิปรายและข้อเสนอแนะ
สรุปผลการวิจัย ข้อมูลทั่วไปของลักษณะนิสัยทางการเรียนของนักเรียน ลักษณะนิสัยประชาธิปไตยของนักเรียน เจตคติต่อกิจกรรมกลุ่มของนักเรียน และผลการเรียนของนักเรียน ส่วนใหญ่พบว่าเป็นคนมีเหตุผลรับฟังความคิดเห็นร้อยละ  (35.5)  และเป็นคนเข้มงวดกวดขันต่อนักเรียน ( ร้อยละ  29.0)  ส่วนใหญ่มีลักษณะนิสัยของนักเรียน ส่วนใหญ่เอาแต่ใจตัวเอง  ( ร้อยละ  55.1) ในภาพรวมกลุ่มตัวอย่างเกี่ยวกับลักษณะนิสัยในการเรียนก่อนเรียน อยู่ในระดับปานกลาง   ( ค่าเฉลี่ย  2.98) ในภาพรวมกลุ่มตัวอย่างเกี่ยวกับลักษณะนิสัยในการเรียนหลังเรียน ภาพรวมอยู่ในระดับดี  ( ค่าเฉลี่ย  4.15) ในภาพรวมกลุ่มตัวอย่างเกี่ยวกับนิสัยประชาธิปไตยก่อนเรียน ภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง  ( ค่าเฉลี่ย  3.34)
ในภาพรวม กลุ่มตัวอย่างเกี่ยวกับนิสัยประชาธิปไตยหลังเรียน ภาพรวมอยู่ในระดับ ดี  ( ค่าเฉลี่ย  4.42) ในภาพรวม กลุ่มตัวอย่างเกี่ยวกับเจตคติต่อกิจกรรมกลุ่ม ก่อนเรียนภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง  ( ค่าเฉลี่ย  3.24) ในภาพรวมกลุ่มตัวอย่างเกี่ยวกับเจตคติต่อกิจกรรมกลุ่ม หลังเรียน ภาพรวมอยู่ในระดับดี  ( ค่าเฉลี่ย  3.70) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับระดับผลการเรียนของนักเรียนใน  8  กลุ่มสาระการเรียนรู้ ในปีการศึกษาก่อนเรียน  ( ปีการศึกษา  2546)  อยู่ในระดับดี โดยมีคะแนนเฉลี่ยเป็น  2.80 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับระดับผลการเรียนของนักเรียนใน  8  กลุ่มสาระการเรียนรู้ ในปีการศึกษาหลังทดลอง  ( ปีการศึกษา  2547)  อยู่ในระดับดีมาก โดยมีคะแนนเฉลี่ยเป็น  3.03
ข้อเสนอแนะ ควรนำกระบวนการกลุ่มไปใช้กับนักเรียนทั้งโรงเรียน เพื่อเป็นการพัฒนานักเรียนเนื่องจากผลการศึกษา พบว่าการใช้กิจกรรมกลุ่มเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพ แล้วศึกษาผลการใช้กับนักเรียนทั้งระบบ และควรจัดกลุ่มควรเป็นกลุ่มคละเพศและความสามารถทางการเรียน ควรเน้นให้เกิดบรรยากาศแบบประชาธิปไตย ในการดำเนินกิจกรรมกลุ่มระหว่างกลุ่ม ตลอดจนการปฏิสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มกับครูประจำชั้นควรจัดให้มีระบบติดตามรายงานผลอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อให้ทราบจากปัญหาและอุปสรรค และแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที ตลอดจนรู้ความก้าวหน้าของการดำเนินงาน
จบการนำเสนอ ขอบคุณค่ะ

Pptวิชาเทคโน

  • 1.
    โดย พงษ์ศักดิ์ ใจหาญการพัฒนาคุณภาพนักเรียนด้วยการใช้กิจกรรมกลุ่มของนักเรียน โรงเรียนบ้านอ่างหิน ( เพียรพิทยาคาร ) สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาอุบลราชธานี เขต 3
  • 2.
    หัวข้อในการนำเสนอ 1. ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา2. เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 3. วิธีดำเนินการ 4. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 5. สรุปอภิปรายผลและข้อเสนอแนะ
  • 3.
  • 4.
    การเรียนรู้ด้วยกิจกรรมกลุ่มจะช่วยให้นักเรียนได้ฝึกควบคุมลักษณะนิสัยทางการเรียนซึ่งกันและกัน การสร้างเสริมปลูกฝังและพัฒนาประชาธิปไตยนั้นควรเริ่มดำเนินการตั้งแต่วัยเด็ก การจัดการศึกษาให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลต้องอาศัยการจัดกิจกรรมการใช้กิจกรรมกลุ่มเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพเป็นตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กิจกรรมกลุ่มมีส่วนช่วยในการพัฒนาด้านต่าง ๆ จึงเป็นการช่วยให้บุคคลได้พัฒนาตนเอง
  • 5.
    วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบลักษณะนิสัยทางการเรียนขอ ง นักเรียนก่อนการทดลองและหลังการทดลอง 2. เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบลักษณะนิสัยประชาธิปไตยของนักเรียนก่อนการทดลองและหลังการทดลอง 3. เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบระดับผลการเรียนของนักเรียนในปีการศึกษาก่อนการทดลองและในปีการศึกษาที่ทดลอง 4. เพื่อศึกษาเจตคติของนักเรียนที่มีต่อการใช้กิจกรรมกลุ่ม
  • 6.
    สมมติฐานในการวิจัย สมมติฐานในการศึกษา 6.1 ระดับคะแนนลักษณะนิสัยทางการเรียนหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลอง 6.2 ระดับคะแนนลักษณะนิสัยประชาธิปไตยหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลอง 6.3 ระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในปีการศึกษาที่ทดลองสูงกว่าปีการศึกษาก่อนทดลอง
  • 7.
  • 8.
    ในการนำเสนอผลการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ ผู้ศึกษาได้ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้นำเสนอตามลำดับดังนี้ 1. แนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับกระบวนการกลุ่ม 2. แนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับประชาธิปไตย 3. แนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับลักษณะนิสัยทางการเรียน 4. แนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับเจตคติ 5. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีทั้งในและต่างประเทศ
  • 9.
  • 10.
    วิธีการดำเนินการ ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 1.ประชากรของการวิจัย ประชากรในการศึกษาครั้งนี้เป็นนักเรียนโรงเรียนบ้านอ่างหิน ( เพียรพิทยาคาร ) อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี ในปีการศึกษา 2547 จำนวนทั้งสิ้น 618 คน 2. กลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนในช่วงชั้นที่ 2( ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึง 6) โรงเรียนบ้านอ่างหิน ( เพียรพิทยาคาร ) อำเภอพิบูลมังสาหารจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเรียนในปีการศึกษา 2547 จำนวน 267 คน จำแนกเป็นระดับชั้น คือระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 92 คน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 81 คน และระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 94 คน โดยการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) โดยใช้ตารางของ Krejcie และ Morgan
  • 11.
    เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล มีดังนี้1.1 คู่มือการใช้กิจกรรมกลุ่ม 1.2 แบบสำรวจลักษณะนิสัยทางการเรียนของนักเรียน 1.3 แบบสำรวจลักษณะนิสัยประชาธิปไตยของนักเรียน 1.4 แบบสำรวจผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน 1.5 แบบสำรวจเจตคติของนักเรียนต่อการใช้กิจกรรมกลุ่ม
  • 12.
    การสร้างและหาคุณภาพของเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย มีขั้นตอนดังนี้ ขั้นที่ 1 การสร้างคู่มือการใช้กิจกรรมกลุ่ม ก . ศึกษาแนวคิด ทฤษฎีเกี่ยวกับกิจกรรมกลุ่มจากกองวิจัยทางการศึกษา ข . ออกแบบกิจกรรมกลุ่ม ค . ศึกษาตัวอย่างคู่มือการใช้นวัตกรรม ง . กำหนดองค์ประกอบของคู่มือ จ . เขียนรายละเอียดของแต่ละองค์ประกอบ ฉ . จัดพิมพ์เพื่อศึกษาคุณภาพต่อไป
  • 13.
    ขั้นที่ 2 การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ก . การสร้างแบบสำรวจลักษณะนิสัยทางการเรียน ข . การสร้างแบบสำรวจลักษณะนิสัยประชาธิปไตย ค . การสร้างแบบสำรวจเจตคติของนักเรียนต่อการใช้กิจกรรมกลุ่มดำเนิน ง . การสร้างแบบสำรวจระดับผลการเรียนของนักเรียน
  • 14.
    การเก็บรวบรวมข้อมูล การเก็บรวบรวมข้อมูลก่อนการทดลอง โดยใช้แบบสำรวจลักษณะนิสัยทางการเรียน แบบสำรวจลักษณะนิสัยประชาธิปไตย สอบวัดกับนักเรียนและสำรวจผลการเรียนของนักเรียนในปีการศึกษา 2546 โดยใช้แบบสำรวจผลการเรียน การเก็บข้อมูลหลังการทดลอง โดยใช้แบบสำรวจลักษณะนิสัยทางการเรียนของนักเรียน แบบสำรวจลักษณะนิสัยประชาธิปไตย แบบประเมินเจตคติของนักเรียนต่อการใช้กิจกรรมกลุ่มและสำรวจผลการเรียนของนักเรียนในปีการศึกษา 2547
  • 15.
    การวิเคราะห์ข้อมูล 1. นำข้อมูลที่ได้จากแบบสำรวจลักษณะนิสัยทางการเรียนและลักษณะนิสัยประชาธิปไตยมาวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย ( X ) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S) 2. นำข้อมูลที่ได้จากแบบสำรวจผลการเรียน มาวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย ( X ) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S) 3. นำข้อมูลที่ได้จากแบบสำรวจเจตคติ มาวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย ( X ) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S)
  • 16.
    ซึ่งการหาค่าทั้ง 3 ข้อที่ผ่านมาใช้สูตรการหาดังนี้ จากสูตร X = Σ fx N จากสูตร S.D. = Σ ( X − X) N
  • 17.
    4. ศึกษาพัฒนาการของผู้เรียนโดยเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างผลการเรียนในปีการศึกษาก่อนทดลอง คือ ปีการศึกษา 2546 และปีการศึกษา 2547 ที่เป็นปีการศึกษาหลัง ทดลอง ของกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ t-test Dependent 5. การวิเคราะห์ข้อมูลส่วนที่ใช้ค่าสถิติ ผู้ศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลโดยคอมพิวเตอร์ด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป SPSS (Statistical Package for the Social Sciences Personal Computer Plus)
  • 18.
  • 19.
    จะนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล แยกผลการใช้กิจกรรมกลุ่มกับนักเรียนในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนบ้านอ่างหิน (เพียรพิทยาคาร ) ออกเป็น 4 ส่วนตามลำดับดังนี้ 1. ส่วนที่ 1 แบบสำรวจนิสัยทางการเรียนของนักเรียน เมื่อพิจารณากลุ่มตัวอย่างจำแนกลักษณะนิสัยของนักเรียน ส่วนใหญ่เอาแต่ใจตัวเอง ( ร้อยละ 55.1) รองลงมาคือ รอบคอบมีเหตุมีผล ( ร้อยละ 44.9) 2. ส่วนที่ 2 แบบสำรวจนิสัยแบบประชาธิปไตย กลุ่มตัวอย่างเกี่ยวกับนิสัยประชาธิปไตยก่อนเรียน ภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ( ค่าเฉลี่ย 3.34) 3. ส่วนที่ 3 ความคิดเห็นต่อตนเองเกี่ยวกับเจตคติต่อ กิจกรรมกลุ่ม กลุ่มตัวอย่างเกี่ยวกับเจตคติต่อกิจกรรมกลุ่ม ก่อนเรียนภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ( ค่าเฉลี่ย 3.24) 4. ส่วนที่ 4 การวิเคราะห์คะแนนเฉลี่ยระดับผลการเรียนของนักเรียน ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับระดับผลการเรียนของนักเรียนใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ในปีการศึกษาหลังเรียน ( ปีการศึกษา 2546) อยู่ในระดับดีมาก โดยมีคะแนนเฉลี่ยเป็น 3.03 ( เทียบกับก่อนเรียน 2.80)
  • 20.
    5 . ส่วนที่ 5 ผลการตรวจสอบสมมติฐาน สรุปผลการตรวจสอบสมมติฐาน ผลการตรวจสอบสมมติฐานสรุปได้ว่า 1. ยอมรับสมมติฐานที่ 1 ที่ว่า “ระดับคะแนนลักษณะนิสัยทางการเรียนหลัง การทดลองสูงกว่าก่อนการทดลอง” อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. ยอมรับสมมติฐานที่ 2 ที่ว่า “ระดับคะแนนลักษณะนิสัยประชาธิปไตยหลัง การทดลองสูงกว่าก่อนการทดลอง” 3. ยอมรับสมมติฐานที่ 3 ที่ว่า “ระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในปีการศึกษาที่ ทดลองสูงกว่าปีการศึกษาก่อนทดลอง”
  • 21.
  • 22.
    สรุปผลการวิจัย ข้อมูลทั่วไปของลักษณะนิสัยทางการเรียนของนักเรียน ลักษณะนิสัยประชาธิปไตยของนักเรียนเจตคติต่อกิจกรรมกลุ่มของนักเรียน และผลการเรียนของนักเรียน ส่วนใหญ่พบว่าเป็นคนมีเหตุผลรับฟังความคิดเห็นร้อยละ (35.5) และเป็นคนเข้มงวดกวดขันต่อนักเรียน ( ร้อยละ 29.0) ส่วนใหญ่มีลักษณะนิสัยของนักเรียน ส่วนใหญ่เอาแต่ใจตัวเอง ( ร้อยละ 55.1) ในภาพรวมกลุ่มตัวอย่างเกี่ยวกับลักษณะนิสัยในการเรียนก่อนเรียน อยู่ในระดับปานกลาง ( ค่าเฉลี่ย 2.98) ในภาพรวมกลุ่มตัวอย่างเกี่ยวกับลักษณะนิสัยในการเรียนหลังเรียน ภาพรวมอยู่ในระดับดี ( ค่าเฉลี่ย 4.15) ในภาพรวมกลุ่มตัวอย่างเกี่ยวกับนิสัยประชาธิปไตยก่อนเรียน ภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ( ค่าเฉลี่ย 3.34)
  • 23.
    ในภาพรวม กลุ่มตัวอย่างเกี่ยวกับนิสัยประชาธิปไตยหลังเรียน ภาพรวมอยู่ในระดับดี ( ค่าเฉลี่ย 4.42) ในภาพรวม กลุ่มตัวอย่างเกี่ยวกับเจตคติต่อกิจกรรมกลุ่ม ก่อนเรียนภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ( ค่าเฉลี่ย 3.24) ในภาพรวมกลุ่มตัวอย่างเกี่ยวกับเจตคติต่อกิจกรรมกลุ่ม หลังเรียน ภาพรวมอยู่ในระดับดี ( ค่าเฉลี่ย 3.70) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับระดับผลการเรียนของนักเรียนใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ในปีการศึกษาก่อนเรียน ( ปีการศึกษา 2546) อยู่ในระดับดี โดยมีคะแนนเฉลี่ยเป็น 2.80 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับระดับผลการเรียนของนักเรียนใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ในปีการศึกษาหลังทดลอง ( ปีการศึกษา 2547) อยู่ในระดับดีมาก โดยมีคะแนนเฉลี่ยเป็น 3.03
  • 24.
    ข้อเสนอแนะ ควรนำกระบวนการกลุ่มไปใช้กับนักเรียนทั้งโรงเรียน เพื่อเป็นการพัฒนานักเรียนเนื่องจากผลการศึกษาพบว่าการใช้กิจกรรมกลุ่มเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพ แล้วศึกษาผลการใช้กับนักเรียนทั้งระบบ และควรจัดกลุ่มควรเป็นกลุ่มคละเพศและความสามารถทางการเรียน ควรเน้นให้เกิดบรรยากาศแบบประชาธิปไตย ในการดำเนินกิจกรรมกลุ่มระหว่างกลุ่ม ตลอดจนการปฏิสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มกับครูประจำชั้นควรจัดให้มีระบบติดตามรายงานผลอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อให้ทราบจากปัญหาและอุปสรรค และแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที ตลอดจนรู้ความก้าวหน้าของการดำเนินงาน
  • 25.