Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
PS
Uploaded by
Piyapong Sirisutthanant
434 views
ตัวอย่างหนังสือ_คิดอย่างไรไม่ให้คิดไปเอง.pdf
Thinking101
Self Improvement
◦
Read more
0
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Download to read offline
1
/ 17
2
/ 17
3
/ 17
4
/ 17
5
/ 17
6
/ 17
7
/ 17
8
/ 17
9
/ 17
10
/ 17
11
/ 17
12
/ 17
13
/ 17
14
/ 17
15
/ 17
16
/ 17
17
/ 17
More Related Content
DOC
El darse-cuenta o awareness de Johm O. Stevens
by
Ana Giorgana
PPT
Ppt autoliderazo
by
José Cr
PPS
Mindfulness
by
ugcsaludmentalaxarquia
PDF
John bradshaw nuestro nino interior
by
josval81
PDF
Metodo sedona y las emociones por Maria Tirone
by
Diplomado Coaching Mistico para la Vida Internacional
PDF
Introducción a la PNL
by
Sebastián Rodríguez Gómez de la Torre
PDF
Técnicas de autocuidado
by
monueleduardomacias
PPT
Ppt ampliacion1 u02_habilidades_sociales (2)
by
Andrea Stuardo
El darse-cuenta o awareness de Johm O. Stevens
by
Ana Giorgana
Ppt autoliderazo
by
José Cr
Mindfulness
by
ugcsaludmentalaxarquia
John bradshaw nuestro nino interior
by
josval81
Metodo sedona y las emociones por Maria Tirone
by
Diplomado Coaching Mistico para la Vida Internacional
Introducción a la PNL
by
Sebastián Rodríguez Gómez de la Torre
Técnicas de autocuidado
by
monueleduardomacias
Ppt ampliacion1 u02_habilidades_sociales (2)
by
Andrea Stuardo
Similar to ตัวอย่างหนังสือ_คิดอย่างไรไม่ให้คิดไปเอง.pdf
PPT
Thinking
by
0819741995
PPT
Thinking
by
0819741995
PDF
Think positive
by
Patsakorn Pakobkong
PPT
Thinking
by
0819741995
PPT
การสอนคิดแบบหมวก 6 ใบ (power point)
by
Boukee Singlee
PPTX
ตั้งแกนใหม่ ให้ใจนิ่ง ก่อการครู.pptx
by
AeKraikunasai1
PPT
01 power point คิดดี ทำดี
by
วิชัย ตีคำรัมย์
PPTX
Sale person's communication
by
Watcharin Chongkonsatit
PPT
คิดอย่างฉลาด
by
Luckyman Buddhism
PPT
งานนำเสนอ Thinking
by
เชียร์ นะมาตย์
PDF
คิดให้เร็ว How to think fast
by
maruay songtanin
PPT
Mind map
by
hrd2doae
PDF
คิดอย่างฉลาด Get smart
by
maruay songtanin
PPT
Eq1
by
hrd2doae
PPT
มองโลกง่ายๆ..
by
Smitti Mtl
PPT
การนำเสนองาน
by
guest0d05a5
PPTX
6. คิดนอกกรอบ ตกขอบบ้างก็ดี.pptx
by
ออเรียนทอล คอนซัลแตนท์
PDF
มุ่งสู่การเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ
by
Pises Tantimala
PPT
งานนำเสนอ Thinking
by
เชียร์ นะมาตย์
PDF
คิดอย่างไรให้ใจบวก
by
Sudpatapee Wiengsee
Thinking
by
0819741995
Thinking
by
0819741995
Think positive
by
Patsakorn Pakobkong
Thinking
by
0819741995
การสอนคิดแบบหมวก 6 ใบ (power point)
by
Boukee Singlee
ตั้งแกนใหม่ ให้ใจนิ่ง ก่อการครู.pptx
by
AeKraikunasai1
01 power point คิดดี ทำดี
by
วิชัย ตีคำรัมย์
Sale person's communication
by
Watcharin Chongkonsatit
คิดอย่างฉลาด
by
Luckyman Buddhism
งานนำเสนอ Thinking
by
เชียร์ นะมาตย์
คิดให้เร็ว How to think fast
by
maruay songtanin
Mind map
by
hrd2doae
คิดอย่างฉลาด Get smart
by
maruay songtanin
Eq1
by
hrd2doae
มองโลกง่ายๆ..
by
Smitti Mtl
การนำเสนองาน
by
guest0d05a5
6. คิดนอกกรอบ ตกขอบบ้างก็ดี.pptx
by
ออเรียนทอล คอนซัลแตนท์
มุ่งสู่การเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ
by
Pises Tantimala
งานนำเสนอ Thinking
by
เชียร์ นะมาตย์
คิดอย่างไรให้ใจบวก
by
Sudpatapee Wiengsee
More from Piyapong Sirisutthanant
PDF
ตัวอย่างหนังสือ_เธอหรือฉันใครกันที่Toxic.pdf
by
Piyapong Sirisutthanant
PDF
ตัวอย่างหนังสือ_พูดคุยอย่างไร ได้ทั้งใจ ได้ทั้งงาน.pdf
by
Piyapong Sirisutthanant
PDF
ตัวอย่างหนังสือ _ความลับเรื่องเงินที่แม่อยากบอกลูกก่อนตาย.pdf
by
Piyapong Sirisutthanant
PDF
ตัวอย่างหนังสือ 8 กฎทองของคนอยากเข้าใจรัก.pdf
by
Piyapong Sirisutthanant
PDF
ตัวอย่าง_หนังสือวิธีเซฟใจในวันที่ครอบครัวไม่ใช่เซฟโซน.pdf
by
Piyapong Sirisutthanant
PDF
ตัวอย่างหนังสือ_เพราะฉันแตกต่างจึงบริหารเวลาแบบนี้.pdf
by
Piyapong Sirisutthanant
PDF
ตัวอย่างหนังสือ_เลิกขายดีกำไรน้อย ยุคนี้ต้องขายน้อยกำไรงาม.pdf
by
Piyapong Sirisutthanant
PDF
ตัวอย่างหนังสือ_คู่มือทำธุรกิจฉบับคนคิดสร้างสรรค์.pdf
by
Piyapong Sirisutthanant
PDF
ตัวอย่าง_หนังสือสำเร็จทุกเป้าหมายด้วยการจัดระเบียบชีวิตดิจิทัล.pdf
by
Piyapong Sirisutthanant
PDF
ตัวอย่างหนังสือ_แค่มองให้เป็น.pdf
by
Piyapong Sirisutthanant
PDF
ตัวอย่างหนังสือ_กล้าที่จะเลิก คำว่าพ่ายแพ้ไม่ได้หมายความว่าพยายามไม่พอ.pdf
by
Piyapong Sirisutthanant
PDF
ความเจริญไม่เคยเกิดขึ้นเอง Power and progress_ตัวอย่าง.pdf
by
Piyapong Sirisutthanant
PDF
ตัวอย่าง_หนังสือความสำเร็จเริ่มจากรายล้อมตัวเองด้วยคนที่ใช่.pdf
by
Piyapong Sirisutthanant
PDF
ตัวอย่างหนังสือ_ถกเถียงอย่างไร ให้เราเข้าใจกันมากกว่าเดิม.pdf
by
Piyapong Sirisutthanant
PDF
ตัวอย่าง_หนังสือทักษะออกแบบชีวิตที่ใช้ได้ตลอดชีวิต.pdf
by
Piyapong Sirisutthanant
PDF
ตัวอย่างหนังสือ_ยกหิน 10 ตันออกจากอก.pdf
by
Piyapong Sirisutthanant
PDF
ตัวอย่างหนังสือ_เก่งด้วยศาสตร์.pdf
by
Piyapong Sirisutthanant
PDF
โปรดเยียวยาใจฉันด้วยหนังสือเล่มนั้น_ตัวอย่าง.pdf
by
Piyapong Sirisutthanant
PDF
ตัวอย่างหนังสือ_ถ้าสอนงานแบบนี้.pdf
by
Piyapong Sirisutthanant
PDF
ตัวอย่างหนังสือ_ฉันแข็งแกร่งพอที่จะเชื่อความคิดของตัวเอง.pdf
by
Piyapong Sirisutthanant
ตัวอย่างหนังสือ_เธอหรือฉันใครกันที่Toxic.pdf
by
Piyapong Sirisutthanant
ตัวอย่างหนังสือ_พูดคุยอย่างไร ได้ทั้งใจ ได้ทั้งงาน.pdf
by
Piyapong Sirisutthanant
ตัวอย่างหนังสือ _ความลับเรื่องเงินที่แม่อยากบอกลูกก่อนตาย.pdf
by
Piyapong Sirisutthanant
ตัวอย่างหนังสือ 8 กฎทองของคนอยากเข้าใจรัก.pdf
by
Piyapong Sirisutthanant
ตัวอย่าง_หนังสือวิธีเซฟใจในวันที่ครอบครัวไม่ใช่เซฟโซน.pdf
by
Piyapong Sirisutthanant
ตัวอย่างหนังสือ_เพราะฉันแตกต่างจึงบริหารเวลาแบบนี้.pdf
by
Piyapong Sirisutthanant
ตัวอย่างหนังสือ_เลิกขายดีกำไรน้อย ยุคนี้ต้องขายน้อยกำไรงาม.pdf
by
Piyapong Sirisutthanant
ตัวอย่างหนังสือ_คู่มือทำธุรกิจฉบับคนคิดสร้างสรรค์.pdf
by
Piyapong Sirisutthanant
ตัวอย่าง_หนังสือสำเร็จทุกเป้าหมายด้วยการจัดระเบียบชีวิตดิจิทัล.pdf
by
Piyapong Sirisutthanant
ตัวอย่างหนังสือ_แค่มองให้เป็น.pdf
by
Piyapong Sirisutthanant
ตัวอย่างหนังสือ_กล้าที่จะเลิก คำว่าพ่ายแพ้ไม่ได้หมายความว่าพยายามไม่พอ.pdf
by
Piyapong Sirisutthanant
ความเจริญไม่เคยเกิดขึ้นเอง Power and progress_ตัวอย่าง.pdf
by
Piyapong Sirisutthanant
ตัวอย่าง_หนังสือความสำเร็จเริ่มจากรายล้อมตัวเองด้วยคนที่ใช่.pdf
by
Piyapong Sirisutthanant
ตัวอย่างหนังสือ_ถกเถียงอย่างไร ให้เราเข้าใจกันมากกว่าเดิม.pdf
by
Piyapong Sirisutthanant
ตัวอย่าง_หนังสือทักษะออกแบบชีวิตที่ใช้ได้ตลอดชีวิต.pdf
by
Piyapong Sirisutthanant
ตัวอย่างหนังสือ_ยกหิน 10 ตันออกจากอก.pdf
by
Piyapong Sirisutthanant
ตัวอย่างหนังสือ_เก่งด้วยศาสตร์.pdf
by
Piyapong Sirisutthanant
โปรดเยียวยาใจฉันด้วยหนังสือเล่มนั้น_ตัวอย่าง.pdf
by
Piyapong Sirisutthanant
ตัวอย่างหนังสือ_ถ้าสอนงานแบบนี้.pdf
by
Piyapong Sirisutthanant
ตัวอย่างหนังสือ_ฉันแข็งแกร่งพอที่จะเชื่อความคิดของตัวเอง.pdf
by
Piyapong Sirisutthanant
ตัวอย่างหนังสือ_คิดอย่างไรไม่ให้คิดไปเอง.pdf
1.
THINKING 101 Woo-Kyoung Ahn คิดอย่างไร
ไม่ให้คิดไปเอง
2.
สารบัญ บทนํ า 4 1 การหลงคิดว่ารู ้ดี
10 ทําไมทุกอย่างดูง่ายจัง 2 อคติยื นยันความเชื ่อ 40 ทําไมเราผิดพลาดเมื่อพยายามทําสิ่งที่ถูกต้อง 3 วิธีคิดอย่างมีเหตุผลให้แม่นยํ า 78 อย่าหลงไปกับสิ่งที่คิดแรกสุด 4 อันตรายของตัวอย่าง 106 เราพลาดอะไรบ้างถ้าเชื่อแต่เรื่องเล่า 5 อคติเชิงลบ 138 ความกลัวสูญเสียทําให้เราหลงทางได้อย่างไร 6 การตีความด้วยอคติ 168 ทําไมเราถึงมองไม่เห็นความจริง 7 อันตรายของมุมมองส่วนตัว 196 ทําไมคนอื่นถึงไม่เข้าใจเรื่องนี้ นะ 8 อดเปรี้ ยวไว้กินหวานช่างทรมาน 226 เรากลัวอนาคตเกินไปหรือเปล่า บทส่งท้าย 258
3.
4 Thinking 101 -
บทนํา -
4.
บทนํา 5 สมัยฉัันยังเป็นนักศิึกษ์าอยู่ท์ี�มหาวิท์ยาลัยอิลลินอยส์ ฉัันต้องท์ำงาน วิจัยเรื�องจิตวิท์ยาความคิดุ
กลุ่มของฉัันมักหาเวลาออกไปดุื�มสังสรรค์ ดุ้วยกันเสมอ นี�เป็นโอกาสดุีท์ี�เราจะไดุ้ถามอาจารย์ท์ี�ปรึกษ์าเกี�ยวกับเรื�องท์ี� ไม่ไดุ้หยิบยกขึ�นมาพููดุคุยกันระหว่างช่วงเวลาปรึกษ์าส่วนตัวมีครั�งหนึ�ง ฉัันรวบรวมความกล้าเพูื�อถามอาจารย์ในเรื�องท์ี�ค้างคาใจมานานว่า… “อาจารย์คิดุว่าวิชาจิตวิท์ยาความคิดุจะช่วยเปลี�ยนโลกให้ดุีขึ�น ไดุ้ไหมคะ?” ท์ันใดุนั�นฉัันก็รู้สึกไดุ้ว่า คำถามของฉัันฟังดุูไม่มีป่�ไม่มีขลุ่ย เพูราะฉัันไดุ้ท์ุ่มเท์แรงกายแรงใจเพูื�อศิึกษ์าเรื�องนี�ไปแล้ว จะมา ถามอะไรกันตอนนี� ถึงแม้ฉัันจะไดุ้เสนองานวิจัยต่อท์ี�ประชุมดุ้าน วิท์ยาศิาสตร์มาแล้วรอบโลกและงานเหล่านั�นกำลังจะถูกตีพูิมพู์ลงใน นิตยสารดุ้านจิตวิท์ยา ฉัันก็ยังไม่รู้อยู่ดุีว่าจะอธิบายถึงประโยชน์ใน ชีวิตจริงเรื�องงานของฉัันให้กับเพูื�อนเก่าสมัยมัธยมฟังอย่างไร วันนั�นเอง ฉัันดุื�มเบียร์ย้อมใจ เรียกความกล้าเพูื�อถามคำถาม หลังจากท์ี�ต้องท์นอ่านงานวิจัยของผูู้้เขียนคนหนึ�งท์ี�แค่อยากแสดุง สติปัญญาของตัวเองเหลือเกิน โดุยการแก้ปัญหาท์ี�ไม่ไดุ้มีอยู่ในโลก แห่งความจริง
5.
6 Thinking 101 ท์ี�ปรึกษ์าของเรามีชื�อเสียงในเรื�องความคลุมเครือถ้าฉัันถามเขา ว่า
“ฉัันควรจะท์ำ A หรือ B เป็นเรื�องต่อไปดุี?” เขาคงจะตอบฉัันแบบ กำกวมว่า“ไดุ้”หรือไม่ก็ตอบกลับดุ้วยคำถามประมาณัว่า“แล้วคุณัคิดุ ว่ายังไงล่ะ?”ครั�งนี�ฉัันเลยถามเขาดุ้วยคำถามง่ายๆท์ี�ตอบแค่ว่าใช่หรือ ไม่ใช่ซึ�งเขาก็ตอบกลับมาง่ายๆว่า“ไดุ้สิ”ฉัันและเพูื�อนในกลุ่มต่างนั�งนิ�ง ตั�งใจฟังอย่างจดุจ่อ รอว่าเขาจะพููดุอะไรต่อ แต่เขากลับพููดุแค่นั�นเอง ฉัันใช้เวลา30ป่ต่อจากนั�นหรืออาจจะนานกว่านั�นพูยายามหา คำตอบให้กับคำถามนี� ดุ้วยการศิึกษ์าปัญหาท์ี�ฉัันคิดุว่า “น่าจะมีอยู่ จริงในโลกใบนี�” ฉัันเป็นอาจารย์สอนดุ้านจิตวิท์ยาอยู่ท์ี�มหาวิท์ยาลัย เยลตั�งแต่ป่ 2003 และไดุ้ค้นคว้าวิจัยเกี�ยวกับ “อคติ” ท์ี�ท์ำให้เราหลง ออกนอกลู่นอกท์าง โดุยไดุ้หาแนวท์างจัดุการกับอคติเหล่านั�นในแบบ ท์ี�สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับสถานการณั์ต่างๆ ท์ี�เกิดุขึ�นในชีวิตจริง ของพูวกเรา นอกจากเรื�องอคติท์ี�ฉัันวิจัยฉัันยังศิึกษ์าค้นคว้า“ปัญหาการคิดุ” อื�นๆ ในโลกแห่งความเป็นจริงท์ี�อาจเป็นปัญหาท์ั�งกับตัวฉัันและ คนรอบข้างไม่ว่าจะเป็นนักศิึกษ์าเพูื�อนและครอบครัวของฉัันฉัันเห็น วิธีท์ี�นักศิึกษ์าชอบผู้ัดุวันประกันพูรุ่ง เพูราะพูวกเขาคิดุว่าเก็บไว้ท์ำ ท์ีหลังน่าจะเครียดุน้อยกว่าลงมือท์ำเดุี�ยวนี�ซึ�งพูวกเขาประเมินมันต�ำไป มีนักศิึกษ์ามาเล่าให้ฉัันฟังว่า คุณัหมอวินิจฉััยโรคให้เธอผู้ิดุ เพูราะเอาแต่ถามคำถามท์ี�เป็นการย�ำสมมุติฐานเบื�องต้นของเขาฉัันเห็น ความท์ุกข์ของคนท์ี�เอาแต่โท์ษ์ตัวเองท์ุกเรื�อง เพูราะมองเห็นความจริง แค่ดุ้านเดุียว และความท์ุกข์ของคนท์ี�เอาแต่โท์ษ์คนอื�น โดุยไม่เคย
6.
บทนํา 7 เห็นความผู้ิดุของตัวเองเลย ฉัันไดุ้เห็นความอึดุอัดุใจของคู่รักท์ี�คิดุว่า ตัวเองสื�อสารกันชัดุเจนท์ี�สุดุแล้วแต่อันท์ี�จริงกลับกลายเป็นว่าเข้าใจผู้ิดุ กันท์ั�งหมดุมาตลอดุ ฉัันยังไดุ้เห็นว่า“ปัญห้าการคิิด”
สำร้างคิวาม่ย่่่งย่ากให้้แก่ชีีวิต คินเกินพรรณนา อคิติและคิวาม่ผู้ิดพลาดพ้�นฐานเห้ล่านี� ล้วนนำ ไปสำ้่ปัญห้าสำังคิม่ท์ี�รวมถึงการแบ่งขั�วท์างการเมือง การเปลี�ยนแปลง อุณัหภูมิโลก การแบ่งแยกเชื�อชาติ การใช้ความรุนแรงเกินหน้าท์ี�ของ ตำรวจ และแท์บท์ุกปัญหาท์ี�เกิดุจากความคิดุลำเอียงและเหมารวม ฉัันไดุ้คิดุค้นหลักสูตรท์ี�ชื�อว่า “Thinking 101” เพูื�อแสดุงให้ นักศิึกษ์าเห็นว่า จิตวิท์ยาช่วยให้พูวกเขารับรู้และแก้ไขปัญหาเหล่านี� และตัดุสินใจเกี�ยวกับชีวิตของพูวกเขาไดุ้ดุีขึ�นไดุ้ซึ�งน่าจะเป็นหลักสูตร ท์ี�ผูู้้คนต้องการมาก เพูราะในป่ 2019 มีนักศิึกษ์าลงท์ะเบียนเรียนกับ ฉัันถึง 450 คน ดุูเหมือนพูวกเขาอยากไดุ้คำชี�แนะจากวิชาจิตวิท์ยา และบอก ต่อกันไปเกี�ยวกับเรื�องนี�ท์ี�น่าสนใจก็คือเมื�อฉัันไดุ้รับการแนะนำให้รู้จัก กับครอบครัวของนักศิึกษ์าท์ี�มาเยี�ยมถึงมหาวิท์ยาลัยพูวกเขามักเล่าให้ ฉัันฟังถึงเวลาท์ี�ลูกโท์รศิัพูท์์กลับบ้านและพููดุคุยถึงสิ�งท์ี�เขาไดุ้เรียนแล้ว นำไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตจริง บางคนถึงขนาดุให้คำแนะนำแก่สมาชิก ในครอบครัว แม้กระท์ั�งพู่อแม่ของพูวกเขาเอง เพูื�อนร่วมงานบางคนเล่าให้ฟังว่า ไดุ้ยินนักศิึกษ์าถกเถียงกัน อย่างดุุเดุือดุในห้องอาหารถึงความหมายท์ี�แอบซ่อนอยู่ในเนื�อหาบาง ส่วนของหลักสูตรเวลาท์ี�ฉัันเล่าเรื�องเนื�อหาของหลักสูตรให้คนท์ี�ท์ำงาน
7.
8 Thinking 101 อาชีพูอื�นฟัง
มีแต่คนถามฉัันว่า ถ้าอยากศิึกษ์าหาความรู้เพูิ�มเติมต้อง ท์ำอย่างไรบ้าง? ฉัันเลยไดุ้รู้ว่ายังมีคนอีกมากท์ี�จำเป็นและต้องการใช้ ความรู้ดุ้านจิตวิท์ยาเหล่านี� ฉัันจึงตัดุสินใจเขียนหนังสือเล่มนี�ขึ�น เพูื�อ แบ่งปันเนื�อหาจากวิชานั�น ฉัันเลือกเนื�อหามาท์ั�งหมดุ 8 หัวข้อท์ี�น่าจะใกล้เคียงกับชีวิตจริง มากท์ี�สุดุและดุูแล้วน่าจะเป็นเรื�องท์ี�นักศิึกษ์าของฉัันคนอื�นๆและตัวฉััน ต้องพูบเจออยู่ท์ุกเมื�อเชื�อวัน เนื�อหาหนึ�งบท์ต่อหนึ�งหัวข้อ และถึงแม้ เนื�อหาจะเกี�ยวข้องกันตลอดุท์ั�งเล่มท์ุกบท์ถูกเขียนออกมาเพูื�อให้เลือก อ่านตามลำดุับอย่างไรก็ไดุ้ ถึงแม้ฉัันจะพููดุถึงข้อผู้ิดุพูลาดุและอคติในการคิดุหนังสือเล่มนี� ไม่ไดุ้พููดุถึงความผู้ิดุปกติของคน คนเรามี “ปัญหาการคิดุ” เพูราะถูก กำหนดุดุ้วยลักษ์ณัะเฉัพูาะบางอย่างและมักจะมีเหตุผู้ลท์ี�ดุี การอ้าง เหตุผู้ลแบบผู้ิดุๆ เป็นผู้ลมาจากวิวัฒนาการท์างความคิดุของเรา ซึ�ง ท์ำให้เราดุำรงเผู้่าพูันธุ์มาไดุ้จนถึงขนาดุนี�และยังจะอยู่รอดุต่อไปใน โลกใบนี� ดุังนั�นการแก้ปัญหาเหล่านี�อาจไม่ง่ายนัก เพูราะเราต่างรู้กัน ดุีว่า การขจัดุอคติเป็นเรื�องท์ี�ท์้าท์ายอย่างมาก ถ้าเราอยากหลีกเลี�ยงท์ั�งข้อผู้ิดุพูลาดุและอคติเหล่านี� แค่การ ท์่องในใจว่า“เราไม่ควรท์�า”ย่อมไม่เพูียงพูอเหมือนกับการนอนไม่หลับ เวลาท์ี�คุณันอนไม่หลับคุณัรู้ตัวดุีว่าปัญหาคือคุณันอนไม่หลับแต่ถ้าจะ ให้บอกคนท์ี�นอนไม่หลับว่าพูวกเขาควรนอนหลับมากขึ�นคงแก้ปัญหา ไม่ไดุ้เช่นเดุียวกับอคติบางเรื�องในหนังสือเล่มนี�คุณัอาจรู้สึกคุ้นเคยอยู่ แล้ว แต่คุณัต้องให้ยาแรงกว่าแค่บอกว่า “อย่าท์�าอย่างนั�น”
8.
บทนํา 9 มีงานวิจัยอีกมากช่วยยืนยันว่า ยังมีวิธีช่วยให้เราใช้เหตุผู้ลไดุ้ ดุีขึ�น
วิธีเหล่านี�ยังช่วยให้เรารู้ถึงสิ�งท์ี�เราควบคุมไม่ไดุ้และยังแสดุงให้ เห็นว่าวิธีแก้ปัญหาท์ี�ดุูเหมือนจะใช้ไดุ้ผู้ลในตอนแรกอาจส่งผู้ลตรงข้าม ไดุ้ในภายหลัง หนังสือเล่มนี�อ้างอิงจากงานวิจัยท์างวิท์ยาศิาสตร์ส่วนใหญ่มา จากนักจิตวิท์ยาความคิดุคนอื�นๆ แต่บางส่วนเป็นงานวิจัยของฉัันเอง งานวิจัยหลายชิ�นท์ี�ฉัันอ้างถึงเป็นผู้ลงานขึ�นหิ�งท์ี�ยืนยงผู้่านการท์ดุสอบ ของกาลเวลา ส่วนงานอื�นเป็นผู้ลวิจัยภาคสนามใหม่ล่าสุดุ เวลาท์ี�ฉััน สอนฉัันมักยกตัวอย่างท์ี�หลากหลายจากแง่มุมชีวิตท์ี�แตกต่างกันออกไป เพูื�อแสดุงให้เห็นแต่ละประเดุ็น และเป็นไปอย่างมีเหตุผู้ล ขอกลับไปยังค�าถามท์ี�ฉัันถามอาจารย์ท์ี�ปรึกษ์า“อาจารย์คิดุว่า จิตวิท์ยาความคิดุจะช่วยเปลี�ยนโลกให้ดุีขึ�นไดุ้ไหมคะ?”ผู้่านมาหลายป่ นับตั�งแต่ฉัันถามคำถามนั�นครั�งแรกฉัันเชื�ออย่างแรงกล้าว่าค�าตอบนั�น เป็นตามท์ี�อาจารย์ตอบว่า “ไดุ้สิ” อย่างแน่นอน
9.
การหลงคิดว่ารู ้ดี ทําไมทุกอย่างดูง่ายจัง - 1 -
10.
บทที่ 1 การหลงคิดว่ารู้ ดี
11 หอประชุมเลวินสันเป็นหนึ�งในห้องบรรยายท์ี�ใหญ่ท์ี�สุดุของมหาวิท์ยาลัย เยลดุ้วยความจุกว่า450ท์ี�นั�งในวันจันท์ร์และพูุธระหว่างเวลา11:35- 12:50 น. ฉัันจะสอน “วิชาการคิดุ” ให้กับนักศิึกษ์าปริญญาตรี ซึ�งมีคน เข้าเรียนเกือบเต็มท์ุกท์ี�นั�ง หัวข้อในวันนี�เป็นเรื�องเกี�ยวกับความมั�นใจท์ี� มากเกินไปซึ�งดุูจะเป็นหัวข้อท์ี�สนุกมากเพูราะฉัันมีแผู้นจะให้นักศิึกษ์า บางคนออกมาเต้นตามวิดุีโอเพูลง K-pop ฉัันเริ�มสอนโดุยอธิบายเรื�องความรู้สึกเหนือกว่าจากการลองให้ นักเรียนมัธยมปลาย1ล้านคนให้คะแนนความเป็นผูู้้น�าของตัวเองมีถึง 70% ประเมินท์ักษ์ะของพูวกเขาสูงกว่าค่าเฉัลี�ยและ 60% ให้คะแนน ตัวเองอยู่ในกลุ่ม10%สูงสุดุในแง่ของความสามารถในการเข้ากับผูู้้อื�น อีกการศิึกษ์าหนึ�งให้อาจารย์มหาวิท์ยาลัยประเมินท์ักษ์ะการ สอนของตัวเองปรากฏว่า2ใน3ให้คะแนนตัวเองติดุกลุ่ม25%สูงสุดุ หลังจากยกตัวอย่างเหล่านี�และตัวอย่างอื�นๆ ของการประเมินตัวเอง อย่างแสนจะใจกว้าง ฉัันถามนักศิึกษ์าว่า “คุณัคิดุว่า คนอเมริกันกี� เปอร์เซ็นต์คิดุว่าพูวกเขาขับรถดุีกว่าคนท์ั�วไป?” นักศิึกษ์าต่างพูากันตะโกนตัวเลขท์ี�สูงกว่าตัวเลขท์ี�พูวกเขาเคย เห็นมาสูงถึง80%หรือ85%แล้วหัวเราะกันคิกคักเพูราะคิดุว่าตัวเอง แน่มาก กลายเป็นว่าพูวกเขาเดุาตัวเลขต�ำเกินไป ค�าตอบท์ี�ถูกต้องคือ 93%
11.
12 Thinking 101 อย่างไรก็ตาม
แค่ผู้ลวิจัยยังไม่พูอท์ี�จะสอนนักศิึกษ์าเกี�ยวกับ อคติในความคิดุฉัันจึงให้พูวกเขาไดุ้ลองเจอกับอคติเหล่านี�เองโดุยลอง ให้พูวกเขาตกเป็นเหยื�อของอคติท์ี�ว่า “ไม่ใช่ฉััน” ซึ�งเป็นความเชื�อท์ี�ว่า “คนอื�นต่างหากท์ี�มีอคติแต่ตัวฉัันไม่มี”นักศิึกษ์าคนหนึ�งคิดุว่าเขาไม่ไดุ้ มั�นใจมากเกินไปเพูราะบางครั�งเขาก็รู้สึกไม่มั�นใจส่วนนักศิึกษ์าอีกคน คิดุว่าตัวเองมีเหตุผู้ล เพูราะเธอเดุาผู้ลการสอบไดุ้ใกล้เคียงกับคะแนน จริง เธอจึงคิดุว่าเธอประเมินตัวเองเท์ียบกับเพูื�อนไดุ้ถูกต้อง ท์ั�งแง่การ เป็นผูู้้น�า ความสัมพูันธ์ และการขับรถ ท์ีนี�ก็ถึงเวลาออกมาเต้นกันแล้วล่ะ ฉัันเปิดุคลิป 6 วินาท์ีจากเพูลง Boy with Luv ของวง BTS ซึ�ง เป็นมิวสิควิดุีโอท์ี�มียอดุวิวมากกว่า1.4พูันล้านวิวบนยูท์ูปและไดุ้เลือก ช่วงท์ี�ท์่าเต้นไม่ไดุ้ยากจนเกินไปเอาไว้ (ช่วงท์ี�ว่านี�จะอยู่ระหว่างนาท์ีท์ี� 1:18-1:24 น.) หลังเปิดุคลิปให้นักศิึกษ์าดุู ฉัันบอกพูวกเขาว่าจะมีรางวัลให้ ผูู้้ชนะท์ี�เต้นท์่อนนี�ไดุ้ดุีท์ี�สุดุ เราดุูคลิปวนไปอีกกว่า 10 รอบ ดุูกระท์ั�ง เวอร์ชั�นท์ี�ท์ำเพูลงให้ช้าลง เพูื�อสอนท์่าเต้นเพูลงนี� จากนั�นฉัันขอ อาสาสมัคร มีนักศิึกษ์าผูู้้กล้า 10 คนเดุินออกมาท์ี�หน้าห้องบรรยาย พูร้อมท์ี�จะดุังในพูริบตาส่วนนักศิึกษ์าท์ี�เหลือตะโกนเชียร์กันเสียงดุังลั�น ฉัันเชื�อว่ามีนักศิึกษ์าอีกนับร้อยคนท์ี�คิดุว่า “ตัวเองเต้นไดุ้” ฉัันยังคิดุว่า เต้นไดุ้เลย หลังจากดุูคลิปท์ี�ตัดุมาแค่ 6 วินาท์ี วนไปไม่รู้กี�รอบ มัันจะ ยากแค่่ไหนกันเชีียว? เสียงผูู้้ชมเรียกร้องให้นักศิึกษ์าอาสาสมัครหันหน้ามาหาพูวกเขา
12.
บทที่ 1 การหลงคิดว่ารู้ ดี
13 แท์นท์ี�จะหันหน้าเข้าจอเมื�อเพูลงเริ�มเล่นเหล่าอาสาสมัครสะบัดุแขนไป มาอย่างสะเปะสะปะกระโดุดุขึ�นและเตะขาต่างคนต่างเต้นตามจังหวะ ของตัวเองมีคนหนึ�งท์ี�คิดุท์่าเต้นขึ�นมาใหม่ท์ั�งหมดุบางคนยอมแพู้หลัง เต้นไปแค่ 3 วินาท์ี ท์ั�งห้องหัวเราะอย่างสนุกสนาน ภาพลวงตาของการมั่นใจเกินตัว คนเรามีแนวโน้มมั�นใจเกินเหตุกับสิ�งท์ี�เราเข้าใจไดุ้ง่ายเราตกเป็นเหยื�อ ความมั�นใจเกินเหตุไดุ้หลายวิธีมาก โดุยอาจไม่รู้ตัวเลย 1 ภาพลวงตาของการเรียนรู ้สิ่งใหม่ การสาธิตในชั�นเรียนท์ี�ใช้เพูลงของวงBTSนั�นเลียนแบบการศิึกษ์าเกี�ยว กับการคิดุไปเองว่าท์ำไดุ้แล้วตอนท์ี�เราเรียนรู้ท์ักษ์ะใหม่ๆในการศิึกษ์า ท์ี�ว่านั�น ผูู้้เข้าร่วมไดุ้ดุูคลิปวิดุีโอท์่าเต้นมูนวอล์คของไมเคิล แจ็คสัน ท์ี�ตัดุมาแค่ 6 วินาท์ี เป็นท์่าเต้นท์ี�ดุูราวกับว่าเขาเดุินถอยหลังไดุ้โดุย ไม่ต้องยกเท์้าขึ�นจากพูื�นท์่าเต้นดุูไม่ซับซ้อนเขาเต้นไดุ้ง่ายดุายราวกับ แท์บไม่พูยายามอะไรเลย ผูู้้เข้าท์ดุลองบางคนดุูคลิปแค่ครั�งเดุียวในขณัะท์ี�บางคนดุูวนไป 20ครั�งจากนั�นพูวกเขาต้องให้คะแนนตัวเองว่าพูวกเขาจะเต้นมูนวอล์ค ไดุ้ดุีขนาดุไหน คนท์ี�ดุูคลิปวนไป 20 ครั�งนั�นดุูมั�นใจเหลือเกินว่าเต้น
13.
14 Thinking 101 ไดุ้ดุีกว่าคนท์ี�ดุูคลิปครั�งเดุียวเพูราะคิดุว่าการดุูคลิปซ�ำไปซ�ำมาหลายครั�ง ท์ำให้พูวกเขาจดุจ�าไดุ้ท์ุกการเคลื�อนไหวและนึกท์่าเต้นในหัวไดุ้อย่าง ง่ายดุาย แล้วช่วงเวลาแห่งความจริงมาถึงเมื�อผูู้้เข้าท์ดุลองถูกขอให้เต้น ท์่ามูนวอล์ค
กลับกลายเป็นว่า การเต้นของท์ั�ง 2 กลุ่มแท์บไม่แตกต่าง กันเลย การดุูไมเคิล แจ็คสัน เต้นมูนวอล์ค 20 ครั�ง โดุยไม่ไดุ้ฝึึกเต้น ไปดุ้วย ไม่ไดุ้ช่วยให้คุณัเต้นไดุ้ดุีกว่าคนท์ี�เคยดุูเขาเต้นเพูียงครั�งเดุียว คนเรามักตกหลุมพูรางแห่งภาพูลวงตาท์ี�คิดุว่า“ตัวเองก็ท์�าเรื�อง ยากไดุ้”หลังจากเห็นคนอื�นท์ำแบบนั�นไดุ้ง่ายๆกี�ครั�งแล้วท์ี�เราเล่นเพูลง ท์่อนAndA-I-A-I-O-A-I-A-I-Awillalwaysloveyouของวิท์นีย์ฮุ้สตัน ซ�ำไปซ�ำมาในหัวของเราโดุยคิดุว่าการร้องโน้ตสูงๆแบบนั�นจะยากแค่ ไหนกัน?หรือพูยายามท์ำขนมซูเฟล่หลังดุูใครสักคนท์ำให้ดุูท์างยูท์ูป? หรือเปลี�ยนอาหารใหม่เพูื�อลดุน�ำหนัก หลังจากเห็นภาพูก่อนและ หลังลดุความอ้วนของใครสักคน? พอเราสำนใจัแต่ผู้ลลัพธิ์ที่ี�ด้เก่ง คิล่อง เห้ม่้อนขีนม่ซู้เฟล่ ที่ี�พองฟ้ห้ร้อคินที่ี�ม่ีร้ปร่างเพรีย่วงาม่สำม่สำ่วน เราก็ห้ลงผู้ิดคิิด ไปเองว่า ขีั�นตอนที่ี�น�าไปสำ้่ผู้ลลัพธิ์เห้ล่านั�น คิงต้องราบร้�นและ ง่าย่ดาย่ด้วย่เชี่นกัน เหมือนเวลาท์ี�คุณัอ่านหนังสือท์ี�เข้าใจไดุ้ง่ายคุณั อาจรู้สึกว่าหนังสือเล่มนั�นคงเขียนง่ายดุ้วย คนท์ี�ไม่ไดุ้เล่นสเก็ตน�ำแข็ง อาจสงสัยว่า ท์�าไมนักสเก็ตน�ำแข็งถึงพูลาดุล้ม ขณัะพูยายามท์�าท์่า กระโดุดุหมุนตัว2รอบท์ั�งท์ี�นักสเก็ตคนอื�นอีกมากกลับท์ำท์่ากระโดุดุนี� ไดุ้อย่างง่ายดุาย
14.
บทที่ 1 การหลงคิดว่ารู้ ดี
15 คงเพูราะมันง่ายกว่าท์ี�เราจะไม่สนใจว่าหนังสือเล่มนั�นถูกแก้ไข มากี�ครั�งหรือนักสเก็ตต้องซ้อมหนักขนาดุไหนเพูื�อฝึึกท์่ากระโดุดุนั�น ดุังท์ี�ดุอลลี� พูาร์ตัน นักร้องชื�อดุังพููดุไว้ว่า “แพูงนะ กว่าจะแต่งตัวให้ ดุูราคาถูกไดุ้ขนาดุนี�” TED Talks เป็นอีกตัวอย่างท์ี�ดุีท์ี�เรามักเข้าใจผู้ิดุเกี�ยวกับความ เชี�ยวชาญการพููดุแต่ละครั�งมักยาวประมาณั18นาท์ีซึ�งหมายความว่า นักพููดุต้องเตรียมบท์พููดุแค่ 6-8 หน้าเท์่านั�น นักพููดุต้องเชี�ยวชาญใน หัวข้อนั�นอยู่แล้วท์ำให้บางคนคิดุไปว่าการเตรียมตัวพููดุคงง่ายเหมือน ปอกกล้วยเข้าปาก หรือไม่นักพููดุบางคนก็อาจจะดุำน�ำไปไดุ้สบายๆ แต่ข้อกำหนดุของTEDระบุว่านักพููดุควรใช้เวลาหลายสัปดุาห์ไป จนถึงหลายเดุือนเพูื�อเตรียมพูร้อมโค้ชการพููดุหลายคนไดุ้ให้คำแนะนำ ส�าหรับการพููดุสไตล์ TED ไว้ว่า ท์ุกนาท์ีท์ี�คุณัพููดุ ควรใช้เวลาฝึึกซ้อม อย่างน้อย 1 ชั�วโมง หรืออีกนัยหนึ�ง คุณัต้องซ้อมการพููดุของคุณัซ�ำ 60 ครั�ง เท์่ากับต้องใช้เวลาซ้อมอย่างต�ำ 20 ชั�วโมง โดุยยังไม่ไดุ้รวมเวลา ท์ี�ต้องเสียไปอีกกี�ชั�วโมง กี�วัน กี�สัปดุาห์ เพูื�อรวบรวมเนื�อหาให้ไดุ้ 6-8 หน้า และท์ี�ต้องใช้เวลายิ�งกว่านั�นคือ การตัดุเนื�อหาท์ี�ไม่ควรใส่เข้าไป การพููดุสั�นๆ นั�นเตรียมตัวยากกว่าการพููดุยาวๆ เพูราะคุณัจะ ไม่มีเวลาคิดุถึงประโยคถัดุไปและไม่มีเวลาให้ใช้ความรู้สึก ฉัันเคย ถามนักศิึกษ์าท์ี�เพูิ�งเรียนจบและไดุ้งานในบริษ์ัท์ท์ี�ปรึกษ์าธุรกิจชื�อดุัง ว่า มหาวิท์ยาลัยเยลช่วยเตรียมให้เขาพูร้อมสำหรับการท์ำงานไหม? เขาตอบว่าน่าจะไดุ้เรียนวิธีโน้มน้าวใจลูกค้าให้ไดุ้ภายใน 3 นาท์ี ซึ�ง ท์ำไดุ้ยากมาก เพูราะท์ุกคำท์ี�พููดุออกไปล้วนมีความหมาย แต่พูอท์ำ สำเร็จมันกลับดุูง่ายดุาย
15.
16 Thinking 101 2 ภาพลวงตาของความรู ้ การหลงคิดุไปว่า
“ฉัันเก่ง ฉัันท์ำไดุ้” ไม่ไดุ้จะเป็นแค่กับการเต้น การ ร้องเพูลง หรือการพููดุ ยังมีการหลงคิดุประเภท์ท์ี�สอง นั�นคือ หลงคิดุว่า มีความรู้เรามักเชื�ออะไรง่ายๆถ้าเรื�องเหล่านั�นฟังดุูเหมือนจะมีท์ี�มาท์ี�ไป ลองดุูเรื�องเท์ปกาว เราใช้เท์ปกาวแท์บจะกับท์ุกสิ�งท์ุกอย่าง ตั�งแต่การปะรองเท์้าผู้้าใบไปจนถึงการกุ๊นขอบกางเกงและยังมีงานวิจัย ท์ี�พูบว่าสามารถใช้เท์ปกาวก�าจัดุหูดุไดุ้ดุ้วย ซึ�งอาจจะดุีกว่าวิธีรักษ์า ตามมาตรฐานดุ้วยไนโตรเจนเหลวเสียอีกนี�ฟังดุูไม่น่าเชื�อจนกว่าคุณัจะ ไดุ้ยินค�าอธิบายท์ี�ว่าหูดุเกิดุจากไวรัสเราจึงฆ่่ามันไดุ้ถ้าปิดุไว้ไม่ให้โดุน อากาศิและแสงแดุดุ หูดุจึงตายถ้าเราปิดุหูดุดุ้วยเท์ปกาว ค�าอธิบายนี� ท์ำให้พูลังของเท์ปกาวยิ�งฟังดุูน่าเชื�อถือขึ�นมาท์ีเดุียว คินเราชีอบห้าสำาเห้ต่ให้้ที่่กเร้�องที่ี�พบเจัอ เม่้�อเราเขี้าใจั กลไกที่ี�ซู่อนอย่้่ภาย่ใต้อะไรสำักอย่่าง เราจัะชีอบรีบห้าขี้อสำร่ปว่า อะไรเป็นสำาเห้ต่ให้้เกิดเร้�องนั�นๆ นี�จะไม่มีปัญหาเลยถ้าเราเข้าใจ ถูกตลอดุ แต่เมื�อใดุท์ี�เราเชื�อสิ�งท์ี�ผู้ิดุอย่างสนิท์ใจ เราจะไดุ้ข้อสรุปท์ี� ผู้ิดุดุ้วยเช่นกัน มาดุูตัวอย่างกัน ขณัะท์ี�ฉัันกำลังมุ่งมั�นท์ำวิจัยดุ้านนี� ฉัันไดุ้อ่าน หนังสือชื�อ“นาฬิิกาจักรวาล”(TheCosmicClocks)ซึ�งเขียนในป่1960 โดุย“นักดุาราศิาสตร์ยุคใหม่”ท์ี�มีสไตล์ของตัวเองชื�อไมเคิลเกาเกอลิน หนังสือเริ�มต้นดุ้วยการน�าเสนอสถิติท์ี�บางส่วนดุูน่าสงสัย มีตอนหนึ�ง
16.
บทที่ 1 การหลงคิดว่ารู้ ดี
17 บอกว่าคนท์ี�เกิดุตอนท์ี�ดุาวอังคารลอยขึ�นสูงสุดุ (ไม่ว่านั�นจะหมายถึง อะไรก็ตาม) มีแนวโน้มท์ี�จะเติบโตขึ�นมาเป็นแพูท์ย์ นักวิท์ยาศิาสตร์ หรือนักกีฬาท์ี�มีชื�อเสียงโดุ่งดุัง เขามีชุดุข้อมูลเป็นร้อยเป็นพูันและยังใช้สถิติท์ี�ซับซ้อนมาท์ำเป็น ข้อสรุปแต่ไม่ว่าอย่างไรก็ยังน่าสงสัยอยู่ดุีแม้แต่ตัวเขาเองยังงงกับการ ค้นพูบของตัวเองและยังต้องค้นหาคำอธิบาย เขาไม่ไดุ้พููดุถึงอภินิหาร ประมาณัว่า ท์ารกแรกเกิดุไดุ้รับพูลังพูิเศิษ์จากดุวงดุาว แต่นำเสนอ คำอธิบายท์ี�ดุูเข้าท์่าพูอสมควร คำอธิบายของเขาก็คือสติปัญญาบุคลิกและนิสัยใจคอติดุตัวเรา มาแต่กำเนิดุมันอยู่ในตัวของเราอยู่แล้วตั�งแต่เรายังเป็นตัวอ่อนอยู่ใน มดุลูกท์ารกในครรภ์จะส่งสัญญาณัท์างเคมีให้มดุลูกบีบตัวเมื�อพูวกเขา พูร้อมท์ี�จะเกิดุมา และท์ารกท์ี�มีบุคลิกเฉัพูาะจะส่งสัญญาณัขอเกิดุ เมื�อไดุ้อิท์ธิพูลจากแรงโน้มถ่วงแสนลึกลับของโลก ซึ�งถูกกำหนดุดุ้วย ปรากฏการณั์นอกโลก ดุ้วยค�าอธิบายเหล่านี� แม้แต่คนท์ี�สงสัยยังอาจเผู้ลอคล้อยตาม จากตอนแรกคิดุว่า “ไม่มีท์าง” ก็เปลี�ยนเป็น “เหรอ” “ภาพูลวงตาของความรู้”ช่วยอธิบายไดุ้ว่าท์�าไมท์ฤษ์ฎ์ีสมคบคิดุ บางอย่างจึงยังมีอยู่ ท์ฤษ์ฎ์ีท์ี�ว่า “ลี ฮ้าร์วีย์ ออสวอลดุ์ ลอบสังหาร ประธานาธิบดุีจอห์นเอฟ.เคนเนดุีเพูราะเขาเป็นเจ้าหน้าท์ี�ซีไอเอ”อาจ ฟังดุูเกินจริงแต่เมื�อเพูิ�มค�าอธิบายว่าซีไอเอไม่พูอใจวิธีท์ี�ประธานาธิบดุี ก�าลังจัดุการกับคอมมิวนิสต์ จู่ๆ ท์ุกอย่างก็ฟังดุูเข้าท์่ามากขึ�น ยังมีท์ฤษ์ฎ์ีของคิวอานอนท์ี�ว่าประธานาธิบดุีท์รัมป์ต่อสู้กับ
17.
18 Thinking 101 “องค์กรลับ”
ของพูวกชอบใคร่เดุ็กและมนุษ์ย์กินคน ข้อมูลนี�ถูกอ้างว่า นำมาจากแหล่งข่าว “คิว” ท์ี�ไดุ้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลระดุับสูง เขา จึงเข้าถึงข้อมูลภายในของรัฐบาลอเมริกาไดุ้ แน่นอนว่าท์ั�งหมดุนี� “ไม่จริง” แต่ภาพูลวงตาของความรู้ท์ี�คิว สร้างขึ�น โดุยการโปรยโพูสต์ท์ี�ใช้ศิัพูท์์แสงดุูดุี สามารถโน้มน้าวคน จำนวนมากให้คล้อยตามไดุ้ 3 ภาพลวงตาที่เกิดจากสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้อง การมั�นใจเกินตัวชนิดุท์ี� 3 นั�นร้ายกาจท์ี�สุดุและไร้เหตุผู้ลท์ี�สุดุ สิ�งท์ี�ฉััน ไดุ้อธิบายมาจนถึงตอนนี�คือการคิดุว่าตัวเองรู้ดุีในงานท์ี�เรากำลังท์ำซึ�ง ท์ำให้เราประเมินความยากของงานต�ำไปแต่เราก็ยังคงเชื�อเหมือนเดุิม ยังต้องท์ำงานนั�นเหมือนเดุิม มันจึงไม่ส่งผู้ลเสียมากนัก แต่บางคิรั�งคิวาม่ม่ั�นใจัเกินตัวนั�นไปเปลี�ย่น “คิวาม่จัริง” ที่ี� เราเชี้�อ และที่ำให้้เราตัดสำินใจัไม่่เห้ม่้อนเดิม่ คิราวนี�แห้ละที่ี�เรา จัะได้รับผู้ลร้าย่จัากม่ัน งานวิจัยชิ�นหนึ�งพูบว่าชื�อหุ้นมีผู้ลต่อความคาดุหวังของผูู้้คนว่า หุ้นนั�นจะขึ�นหรือลงนักวิจัยไดุ้สมมุติชื�อหุ้นขึ�นมา2กลุ่มกลุ่มแรกอ่าน ออกเสียงง่าย เช่น ฟลิง แท์นลี� ส่วนกลุ่มท์ี�สองอ่านยาก เช่น อูลิมนิอุส คิวโอน ผูู้้ร่วมท์ดุลองไม่ไดุ้รับข้อมูลอื�นๆ เลย แต่พูวกเขาตัดุสินว่าหุ้น ท์ี�ออกเสียงง่ายกว่า น่าจะราคาขึ�น ส่วนหุ้นท์ี�ออกเสียงยากกว่า ย่อม
Download