วิชาการบริหารสินค้า
คงคลังคำาอธิบายรายวิชา
1.ศึกษาเกี่ยวกับนโยบายและจุด
ประสงค์ของการบริหารสินค้า
คงคลัง
2.เพื่อแสดงเครื่องมือและเทคนิค
ต่าง ๆ สำาหรับการบริหารสินค้า
วิชาการบริหารสินค้า
คงคลังคำาอธิบายรายวิชา
3. เพื่อการวิเคราะห์ทางการ
เงินของการบริหารสินค้า
คงคลัง
สัปดสัปด
าห์ที่าห์ที่
เนื้อหาเนื้อหา
11 ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับ
สินค้าคงคลังสินค้าคงคลัง
11 ประเภทของสินค้าคงคลังประเภทของสินค้าคงคลัง
2-32-3 ระบบสินค้าคงคลังแบบระบบสินค้าคงคลังแบบ
เนื้อหารายวิชา
สัปดสัปด
าห์ที่าห์ที่
เนื้อหาเนื้อหา
44 การบริหารวัสดุคงคลังการบริหารวัสดุคงคลัง
และการวิเคราะห์และการวิเคราะห์
ทางการเงินทางการเงิน
55 การควบคุมทางการควบคุมทาง
กายภาพกายภาพ
เนื้อหารายวิชา
การวัดผลการ
เรียน-งานศึกษาค้นคว้า
20 คะแนน
- สอบปลายภาคเรียน
20 คะแนน
- สมุดงาน 10
คะแนน
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับ
สินค้าคงคลังอะไรคือการบริหารสินค้า
คงคลัง
 จุดประสงค์ของการบริหารสินค้า
คงคลัง คือ การแทนที่สินทรัพย์ที่มี
ราคาแพง ที่เรียกว่า “สินค้าคงคลัง”
ด้วยสินทรัพย์ที่มีราคาถูกกว่า ที่เรียก
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับ
สินค้าคงคลังทำาไมจึงต้องบริหารสินค้าคงคลัง
2. เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ของการจัดซื้อ และการผลิต
1. เพื่อให้การบริการลูกค้าอยู่ใน
ระดับที่ดีที่สุด
3. เพื่อลดระดับการลงทุนในสินค้า
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับ
สินค้าคงคลังวัตถุประสงค์ 4 ประการของการ
บริหารสินค้าคงคลัง
1. เพื่อให้การบริการลูกค้าอยู่ใน
ระดับที่ดีที่สุด
การพยากรณ์การขายสินค้าแต่ละ
รายการที่ถูกต้องแม่นยำามากขึ้น
ทำาให้มีการใช้กำาลังการผลิต
ของเครื่องจักรอย่างมี
ประสิทธิภาพมากขึ้น สินค้าคงคลัง
นั้นไม่ได้ถูกผลิตขึ้นก่อนที่จะเกิด
ความต้องการจึงเป็นการหลีกเลี่ยง
ความผิดพลาดในการมุ่งแต่จะ
ผลิตไว้ล่วงหน้า โดยทั่วไปแล้ว
การลดระดับสินค้าคงคลังจะทำาให้
วัตถุประสงค์ 4 ประการของการ
บริหารสินค้าคงคลัง
2. เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ของการจัดซื้อและ การผลิต
สินค้าหรือวัตถุดิบ อาจถูกจัดซื้อมา
ในปริมาณมากกว่าความต้องการ
จริง ทังนี้เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าใน
เชิงต้นทุนของการจัดซื้อ หรือ
แต่อย่างไรก็ตามข้อตกลงที่เรียก
“ว่า ปริมาณการสั่งซื้อ (Volume
Purchase Orders: Pos)” อาจ
ถูกกำาหนดขึ้น เพื่อให้เกิดส่วนลด
เพิ่มขึ้น ควบคู่ไปกับปริมาณการสั่ง
ซื้อที่เพิ่มขึ้น ซึ่งแน่นอนที่สุด
กำาหนดการจัดส่งก็กลายเป็นสิ่งที่
จำาเป็น จึงเป็นผลให้เกิดแนวคิด
วัตถุประสงค์ 4 ประการของ
การบริหารสินค้า
3. เพื่อลดระดับการลงทุนในสินค้า
คงคลังให้น้อยที่สุดการที่มีสินค้า
คงคลังที่มากเกินไป ทำาให้เกิดการ
ติดลบของกระแสเงินสด ซึ่งเป็นสิ่ง
ที่พึงหลีกเลี่ยงและนี่คือสาเหตุที่
ทำาไมบุคลากรด้านการเงิน จึงเน้น
วัตถุประสงค์ 4 ประการของ
การบริหารสินค้า
4. เพื่อสร้างผลกำาไรสูงสุด
ผลกำาไรสามารถถูกสร้างให้มาก
ที่สุดด้วยการเพิ่มรายได้ หรือการ
ลดต้นทุน หนึ่งในหนทางที่ดีที่สุด
ในการสร้างผลกำาไรสูงสุดก็คือ
ชนิดของสินค้าคงคลัง
1. วัตถุดิบ (Raw material)
2. งานระหว่างทำา หรืองาน
ระหว่างดำาเนินการ (Work - in
- Process; WIP)
3. สินค้าสำาเร็จรูป หรือสินค้าที่
ผลิตเสร็จ
ชนิดของสินค้าคงคลัง
4. สินค้าคงคลังสำาหรับการก
ระจาย (Distribution-
inventory)
5. วัสดุสิ้นเปลืองเพื่อการบำารุง
รักษา ซ่อมแซม และการปฏิบัติ
งาน (Maintenance, Repair
ประเภทของ
สินค้าคงคลังสินค้าคงคลังจะประกอบด้วย
2 ส่วนคือ
 สต็อกหมุนเวียน (Cycle
Stock)
สต็อกสำารอง (Safety Stock)
2. สต็อกสำารอง หรือ สต็อกกันชน
ซึ่งถูกใช้เพื่อป้องกันการ
เปลี่ยนแปลงหรือความผันผวนของ
อุป-สงค์และอุปทาน โดยเฉพาะ
การเปลี่ยนแปลงจากใบสั่งซื้อของ
ลูกค้า หรือการส่งของที่ล่าช้าของผู้
จัดส่ง ผลกระทบของสต็อกสำารอง
ประเภทของสินค้าคงคลัง
1. สินค้าคงคลังสำารอง
(Decoupling Inventory)
2. สินค้าคงคลังระหว่างขน
ถ่าย (Transportation /
Pipeline Inventory)
ประเภทของสินค้าคงคลังที่ทำา
หน้าที่ป้องกันความผันผวน
ของอุปสงค์และอุปทาน
แบบ
ฝึกหัดที่ 1
จับคู่คำาอธิบายที่เหมาะสมกับคำาต่อ
ไปนี้
1. สินค้าคงคลังเหล่านี้ได้รวมถึง
วัสดุสิ้นเปลืองและการบริการ
2. สินค้าคงคลังที่ทำาหน้าที่ปกป้อง
ความผันผวนจากการพยากรณ์
3. เวลาของสินค้าคงคลังใน
“pipeline” มีผลต่อระดับสินค้า
คงคลังรวมถึงเวลาในการรับคำาสั่ง
การเคลื่อนย้าย การขนถ่าย และ
การรับของ
4. เป็นส่วนหนึ่งของสินค้าคงคลัง
ที่มีการเคลื่อนไหวเพื่อใช้สร้าง
ผลิตภัณฑ์
5. สินค้าคงคลังนี้ได้แยกออกจาก
การปฏิบัติงาน เพื่อให้สถานีงาน
ต่าง ๆ สามารถทำาการผลิตได้
อย่างอิสระจากกัน ซึ่งจะช่วย
ป้องกันเวลาที่สูญเปล่า
/ ว่างงาน
6. สินค้าคงคลังนี้อาจจัดขึ้นเนื่อง
7. การประยุกต์ใช้ในการสร้าง
สินค้าคงคลัง ก่อนช่วงฤดูกาลที่
มีงานมาก หรือการวางแผนที่จะ
หยุดการเดินเครื่อง
คำาจับคู่
a.สินค้าคงคลังสำารอง
(Decoupling Inventory)
ข. สินค้าคงคลังคาดหวัง
(Anticipation Inventory)
ค. สต็อกสำารอง (Safety Stock)
ง. สินค้าคงคลังระหว่างการขน
ถ่าย
(Transportation Inventory)
จ. วัสดุสิ้นเปลืองเพื่อการบำารุง
รักษา ซ่อมแซม และการปฏิบัติ
งาน (Maintenance, Repair
and Operating
Supplies:MRO)
ฉ. สต็อกปกป้อง (Hedging
Stock)
แบบฝึกหัดที่ 2
จงอธิบายประโยชน์ต่อไปนี้ให้
สมบูรณ์
1.วัตถุประสงค์ 4 ประการของ
การบริหารสินค้า
คงคลัง
ระบบสินค้าคงคลังแบบ
อุปสงค์อิสระตัวแบบของอุปสงค์อิสระ
(Independent Demand
Models) คือ แนวทางในการ
จัดการรายการของสินค้า
คงคลัง ซึ่งความต้องการนั้นจะมี
บทที่ 2บทที่ 2
ระบบอุปสงค์อิสระจะถูกระบบอุปสงค์อิสระจะถูก
ใช้ในการหาระดับสินค้าใช้ในการหาระดับสินค้า
คงคลังที่ผลิตเสร็จคงคลังที่ผลิตเสร็จ
นี้จะถูกใช้โดย ผู้ขายปลีก ผู้ขายส
ผู้ผลิต หรือแม้แต่ธนาคารก็จะใช้วิธ
หนดระดับสต็อกกระดาษที่ใช้ เพื่อส
ารผลิตใบสั่งจ่ายเช็ค,เอกสารด้านก
1 . รูปแบบสินค้าคงคลังที่มีรอบการ
สั่งซื้อคงที่
2.รูปแบบสินค้าคงคลังทีมีปริมาณ
การสั่งซื้อคงที่
3.ระบบเติมเต็มแบบทางเลือก หรือ
ระบบสูงสุด-ตำ่าสุด
ระบบสินค้าคงคลัง
แบบอุปสงค์อิสระ
ระบบสินค้าคงคลัง
แบบอุปสงค์อิสระ
มีด้วยกัน 5
รูปแบบ
1.รูปแบบสินค้าคงคลังที่มี
รอบการสั่งซื้อคงที่
จะนำาปริมาณการสั่งซื้อที่มาสั่งใน
ว้ล่วงหน้า (เช่น ทุกวัน ทุกสัปดาห
ารสั่งซื้ออาจผันแปรไปตามคำาสั่งต
ปริมาณที่ได้มีการจัดส่งมา
ซึ่งสินค้าคงคลังระดับที่สูง
ที่สุดจะถูกกำาหนดขึ้นโดย
อาศัยประสบการณ์ งบ
ประมาณหรือแม้กระทั่งระดับ
สินค้าคงคลังเป้าหมาย
ปริมาณการสั่งซื้ออาจจะเป็นผล
แตกต่างระหว่างปริมาณสินค้าที่ถูก
ใช้ไปในช่วงเวลาหนึ่งกับสินค้า
คงคลังสูงสุด ดังเช่น ถ้ามีปริมาณ
สินค้าคงคลังจริงเพียง 500 หน่วย
และปริมาณสินค้าคงคลังตามเป้า
หมายสูงสุดคือ 1,500 หน่วย ดัง
นั้นปริมาณการสั่งซื้อสินค้าจะเป็น
2.รูปแบบสินค้าคงคลังที่มี
ปริมาณการสั่งซื้อคงที่
แบบนี้ ปริมาณการสั่งซื้อจะถูกกำาหนด
มาณการสั่งซื้อที่ประหยัด (Economic
y:EOQ) สำาหรับในที่นี้จะใช้ปริมาณการ
การสั่งซื้อที่คงที่จะมีการสั่งทุกครั้ง เมื่อป
คลังลดลงไปถึงจุดสั่งซื้อ (order poin
วงหน้า จุดสั่งซื้อนี้จะกำาหนดไว้ที่ระดับ
ณ
าคงคลังอย่างเพียงพอที่จะครอบคลุม
ต้องการในช่วงเวลาตั้งแต่มีการสั่งซ
ดิบจากผู้จัดส่ง จนกระทั่งส่ง จนมอบ
งสินค้า
ROP = จุดสั่งซื้อใหม่
(Reorder Point)
DLT = อุปสงค์ที่คาดการณ์
ไว้ในช่วงเวลา/
ระยะเวลารอคอยก่อนการส่ง
มอบ(Demand lead time)
SS = สต็อกสำารอง (Safety
ROP = DLT
+ SS
สูตรการคำานวณ
ปริมาณการสั่งซื้อ
สูตรการคำานวณ
ปริมาณการสั่งซื้อ
การแปลงสูตรนี้จะเรียกว่า สูตร
“การสั่งซื้อสองจุด (Double
Reorder Point Formula) ” ซึ่ง
ใช้ในการหาปริมาณการสั่งซื้อที่
รวมเอาเรื่องของการผลิตและ
การกระจายสินค้าเข้ามารวมไว้
ด้วย สูตรของการสั่งซื้อสองจุดคือ
จุดสั่งซื้อที่ 1 (OP1) =
DLT + SS
จุดสั่งซื้อที่ 2 (OP2) =
จุดสั่งซื้อที่ 1 (OP1) =
DLT + SS
จุดสั่งซื้อที่ 2 (OP2) =
จุดสั่งซื้อ
ใหม่A A
B B
C C
เวลานำา เวลานำา
ปริมาณคงคลัง
D
ปริมาณคงคลังกัน
จุดสั่งซื้อใหม่ที่มีสต็อกสำารอง
แผนภาพฟันปลา (Saw - tooth
Diagram) ในภาพดังต่อไปนี้ แสดงให้
เห็นรูปแบบของจุดสั่งซื้อใหม่
จุดสั่งซื้อใหม่ที่มีสต็อกสำารอง
แผนภาพฟันปลา (Saw - tooth
Diagram) ในภาพดังต่อไปนี้ แสดงให้
เห็นรูปแบบของจุดสั่งซื้อใหม่
การสั่งซื้อ เพื่อสามารถได้รับของก่อน
ที่ระดับสินค้าคงคลังจะเป็นศูนย์
B = จุดที่ได้รับของที่สั่งซื้อใหม่ และ
เป็นจุดที่ปริมาณสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น
อันเนื่องมาจากจำานวนที่สั่งซื้อ
C = เวลานำา / รอคอยก่อนที่จะได้รับ
ของตามที่สั่ง
D = สต๊อกสำารองที่มีเพื่อป้องกันไม่ให
สำาหรับระบบนี้ระดับสินค้าคงคลัง
จะถูกทบทวนเป็นระยะ ๆ และการ
สั่งซื้อทั้งหมดจะเกิดขึ้นในคราว
เดียว เพื่อเติมรายการของคงคลัง
จนถึงระดับเป้าหมาย วิธีการนี้
สามารถนำาไปประยุกต์ใช้ในธุรกิจ
ค้าปลีกที่จะมีการสั่งซื้อสินค้าบ่อย
ครั้งจากแหล่งทั่ว ๆ ไป และไม่
ที่จะจดบันทึกในคลังได้อย่าง
สมำ่าเสมอ อย่างไรก็ตามอุปกรณ์
บันทึกการขาย อย่างเช่น POS
(Point - of - Sale) ก็สามารถ
ช่วยในการบันทึกของคงคลัง
สำาหรับการค้าปลีกในปัจจุบันได้
เป็นอย่างดี
แบบฝึกหัดที่ 3
จงใช้ข้อมูลของคลังสินค้าเขต
แห่งหนึ่ง ซึ่งใช้ระบบจุดสั่งซื้อ
2 จุด (Double order point
system) ทำาการคำานวณหา
จุดการสั่งซื้อและการสั่งซื้อ
ใหม่
แบบฝึกหัดที่ 3
ปริมาณความต้องการเฉลี่ยต่อ
สัปดาห์ 2,000 หน่วย
ปริมาณสินค้าคงคลังสำารอง
200 หน่วย
ช่วงเวลานำา / รอคอยของการผลิต
3. ระบบเติมเต็มแบบทางเลือก /
ระบบสูงสุด - ตำ่าสุด
คือประเภทของระบบการสั่งซื้อที่
จุดตำ่าสุดคือจุดสั่งซื้อ และจุดสูงสุด
คือจุดที่ปริมาณสินค้าคงคลังสูงสุด
โดยปริมาณการสั่งซื้อนั้นจะไม่
คงที่ สามารถคำานวณจากการลบ
ปริมาณสินค้าคงคลังที่มีอยู่ (On -
hand inventory) ออกจากสินค้า
โดยทั่วไประบบสูงสุด - ตำ่าสุดนี้จะ
ใช้สำาหรับรายการวัตถุดิบหรือ
สินค้าที่มีมูลค่าตำ่า ซึ่งจะช่วย
ป้องกันรายการสินค้าที่มีในจำานวน
ที่น้อย ๆ และมีประโยชน์ในช่วง
เวลาที่คาดว่าจะมีอุปสงค์ตำ่า หรือ
ในช่วงที่ต้องการใช้สินค้าคงคลัง
ปัจจุบันก่อนการเติมเต็ม ข้อได้
4.ระบบเติมเต็มแบบร่วม/ระบบกา
ซื้อร่วมกัน
การสั่งซื้อร่วมกันคือ การสั่งซื้อ
วัสดุหลายรายการร่วมกัน เพื่อให้
ได้ส่วนลดจากปริมาณการสั่งซื้อ
หรือจากการขนส่ง การสั่งซื้อร่วม
กันจะเกิดขึ้นเมื่อวัสดุหลาย ๆ
รายการอยู่ในคลังเดียวกัน และถูก
ซึ่งในสถานการณ์การผลิตจริงนั้น
ก็มีความเป็นไปได้ที่จะมีการผลิต
สินค้าหลายรายการจากหน่วยการ
ผลิตหน่วยเดียวกัน หรือจากการ
ปรับตั้งเครื่องเพื่อผลิตสินค้าหลาย
ๆ แบบที่สถานีงานหนึ่ง ผล
ประโยชน์ที่จะได้รับจากการสั่งซื้อ
ร่วมในสถานการณ์เหล่านี้
 สำาหรับรายการสั่งซื้อ
- ความคุ้มค่าในการขนส่ง
- ลดต้นทุนการสั่งซื้อ
- ส่วนลดจากมูลค่าการสั่งซื้อ
- ประสิทธิภาพทางบัญชีที่เพิ่ม
ขึ้นจากการลด ปริมาณเอกสาร
 สำาหรับรายการผลิต
- เน้นการปรับตั้งเครื่องย่อย
มากกว่าการ ปรับตั้งเครื่องหลัก
- ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการ
ปรับตั้งเครื่อง
- ลดงานด้านเอกสาร
ระบบการตรวจ
สต๊อกด้วยสายตา
ระบบการตรวจสต๊อกด้วยสายตา
(Vistual Review System:
VRS) สามารถทำาได้โดยการเดิน
ตรวจสอบสินค้าคงคลังโดยใช้
สายตา (แต่ถ้ามีความจำาเป็นจริง ๆ
ก็อาจต้องนับปริมาณของคงคลังที่
ระบบการตรวจสต๊อกด้วยสายตาที่
รู้จักกันดีนั้น คือ ระบบถาดคู่
(Two - bin system) ระบบนี้จะ
เป็นการใช้ที่เห็น 2 กองที่มีการ
เก็บพัสดุเหมือนกันและเมื่อใช้กอง
ที่หนึ่งหมดก็จะมองเห็นได้ชัดเจน
และมีการสั่งซื้อเพิ่ม (refill) ให้
เต็มในขณะที่วัสดุจากองที่สอง
จุดสั่งซื้อตาม
ช่วงเวลา
จุดสั่งซื้อตามช่วงเวลา (Time -
Phased Order:TPOP) เป็น
เทคนิคที่นำาหลักการมาจากวิธีการ
วางแผนความต้องการวัสดุ
(Material Requirements
Planning: MRP) เพื่อใช้ในการ
หาว่าเมื่อใดต้องสั่งซื้อวัสดุหรือ
สภาพแวดล้อมและผลกระ
ทบต่อการบริหารสินค้า
คงคลังบ่อยครั้งที่สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ
เป็นตัวกำาหนดประเภทของระบบ
การควบคุมสินค้าคงคลัง ที่เหมาะ
สมกับแต่ละอุตสาหกรรมซึ่งแตก
ต่างกัน ทั้งนี้จะต้องมีการพิจารณา
ภาพรวม โดยสรุปประเภทของ
สภาพแวดล้อมและผลกระทบต่อ
การบริหารสินค้าคงคลังประเภทของสภาพ
แวดล้อมทางธุรกิจ
ออกแแบบตามสั่ง 1.ต้องการความชัดเจนของการออกแบบ1.ไม่มีสินค้าที่ผลิตแล้วเสร็จเ
(Engineer-to-order) ทางวิศวกรรม หรือมีการเก็บวัตถุดิบน้อยมากหรือแทบ
2.ความชัดเจนในเรื่องของรายการแสดงไม่มีเลยจนกว่าลูกค้าจะระบุข้อกำาหนด
(billofmaterials)วัสดุและชิ้นส่วน (Customerเฉพาะของผลิตภัณฑ์
3.จะไม่ดำาเนินการจนกว่าจะระบุข้อกำาหนดSpecification)อย่างครบถ้วน
เฉพาะของลูกค้าอย่างครบถ้วน
4. /มีช่วงเวลานำารอคอยที่ยาวมาก
5.ผลกำาไรต่อหน่วยสูงมาก
รายละเอียด ผลกระทบต่อสินค้าคงคลัง
สภาพแวดล้อมและผลกระทบต่อ
การบริหารสินค้าคงคลัง
ประเภทของสภาพ
แวดล้อมทางธุรกิจ
ผลิตตามคำาสั่ง 1.มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากกว่าออกแบบ1. /ไม่มีสินค้าที่ผลิตเสร็จสินค้าสำาเร็จ
(Build-to-order) ตามคำาสั่งแต่อย่างไรก็ตามปริมาณการผลิต 2.มีวัตถุดิบและสต็อกสำาหรับง
น้อยมาก ระหว่างดำาเนินการ
2. /เวลานำารอคอยของลูกค้ายาวนานแต่ไม่ 3. (SafetyStock)ต้องมีสต็อกสำารอง
นานเท่ากับออกแบบตามคำาสั่ง /สำาหรับวัสดุที่มีช่วงเวลานำารอคอย
3.กำาไรต่อหน่วยสูง ที่ยาวนาน
รายละเอียด ผลกระทบต่อสินค้าคงคลัง
สภาพแวดล้อมและผลกระทบต่อ
การบริหารสินค้าคงคลัง
ประเภทของสภาพ
แวดล้อมทางธุรกิจ
ประกอบตามคำาสั่ง 1.ประเภทผลิตภัณฑ์น้อยกว่าการผลิตตามสั่ง 1.มีสินค้าผลิตแล้วเสร็จ/สินค้าสำาเร็จรูป
(Assemble-to-order) แต่ปริมาณการผลิตสูงกว่า เล็กน้อย
2.ผลิตตามที่ได้พยากรณ์ไว้ 2.วัสดุคงคลังจะขึ้นอยู่กับที่พยากรณ์ไว้
3.เลือกประกอบตามข้อกำาหนดที่ลูกค้าต้องการ 3.วัตถุดิบจะมีการจัดเก็บเฉพาะรายการ
4.ใช้รายการตามแผน(Planningbills) ที่มีช่วงเวลานำา/รอคอยยาวนาน
5.ผลกำาไรต่อหน่วยปานกลาง
รายละเอียด ผลกระทบต่อสินค้าคงคลัง
สภาพแวดล้อมและผลกระทบต่อ
การบริหารสินค้าคงคลัง
ประเภทของสภาพ
แวดล้อมทางธุรกิจ
ผลิตเพื่อเก็บสต็อก 1.ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ตำ่าและมี1.ดำาเนินการคงคลังไว้ที่ระดับ
(Build-to-stock) ปริมาณการผลิตสูง /ผลิตแล้วเสร็จ สินค้าสำาเร็จรูป
2.ผลิตตามความต้องการที่ได้จากการพยากรณ์2.เน้นให้มีความพร้อมของสิน
อุปสงค์ของแต่ละรายการอย่างอิสระ เวลา
3.คำานวณหาปริมาณของวัสดุคงคลังสำารองเพื่อ
ป้องกันความคลาดเคลื่อนจากการพยากรณ์
4.กำาไรต่อหน่วยตำ่า
รายละเอียด ผลกระทบต่อสินค้าคงคลัง
สภาพแวดล้อมและผลกระทบต่อ
การบริหารสินค้าคงคลัง
ประเภทของสภาพ
แวดล้อมทางธุรกิจ
การขายส่ง 1.ซื้อจากผู้ผลิตและขายให้กับผู้ค้าปลีก1. / -เก็บสินค้าที่ผลิตแล้วเสร็จสินค้า
(Wholesale) 2.ต้องมีการจัดการชั้นเก็บของและการใช้สำาเร็จรูปเป็นส่วนใหญ่
(floorspace)พื้นที่
3.อาจมีการเปลี่ยนแปลงบรรจุภัณฑ์ใหม่
4.ให้บริการด้วยสถานที่จัดเก็บขนาดใหญ่
และการจัดส่งที่รวดเร็ว
รายละเอียด ผลกระทบต่อสินค้าคงคลัง
สภาพแวดล้อมและผลกระทบต่อ
การบริหารสินค้าคงคลัง
ประเภทของสภาพ
แวดล้อมทางธุรกิจ
การขายปลีก 1.มุ่งเน้นการบริการและการขายผลิตภัณฑ์1. / -เก็บสินค้าที่ผลิตแล้วเสร็จสินค้า
(Retail) ที่ได้รับจากผู้ผลิต สำาเร็จรูป
2.ต้องจัดหาพื้นที่แสดงผลิตภัณฑ์ที่หลาก
หลายเพื่อพร้อมต่อการตอบสนองลูกค้าได้
ทันที
รายละเอียด ผลกระทบต่อสินค้าคงคลัง
รอบการสั่งซื้อและช่วง
เวลานำา / รอคอย
ภาพต่อไปนี้ แสดงระบบ
สารสนเทศที่สำาคัญ 3 ส่วน ซึ่ง
เกี่ยวข้องกับการไหลของ
สินค้าทางกายภาพ
รอบการสั่งซื้อและช่วง
เวลานำา / รอคอย
การบริหาร
วัสดุ
การบริหารการกระ
จายสินค้า
# 1 ผู้
จัดส่ง
# 2 ผู้
ผลิต
# 3 ศูนย์กระจาย
สินค้า ลูกค้า
วัตถุดิบ -----งานระหว่างดำาเนินการ
------สินค้าสำาเร็จรูป
รอบการสั่งซื้อและช่วง
เวลานำา / รอคอย
องค์ประกอบที่สำาคัญทั้ง 3 ส่วน
ของระบบสารสนเทศ คือ การ
จัดการกับคำาสั่งซื้อสินค้าของ
ลูกค้า (ใบสั่งซื้อของลูกค้า)
กระบวนการสั่งการผลิต (ใบสั่ง
งาน) และการจัดการกับคำาสั่งซื้อ
รอบการสั่งซื้อและช่วงเวลา
นำา / รอคอย เวลาในกระบวนการสั่งซื้อ
ของลูกค้า
กระบวนการสั่งซื้อของลูกค้าเริ่มต้น
จากการที่มีใบสั่งซื้อเข้ามา ไม่ว่าจะ
มาที่ตารางการผลิตหลักโดยตรง
หรือผ่านมาที่หน่วยตรวจสอบการสั่ง
รอบการสั่งซื้อและช่วง
เวลานำา / รอคอย
 เวลาในกระบวนการสั่งการ
ผลิต
ใบสั่งของลูกค้าเข้าสู่ตาราง
งานหลัก ทำาให้เกิดใบสั่งการผลิต
หรือเกิดใบสั่งซื้อกับผู้จัดส่งด้วย
ระบบการวางแผนความต้องการ
รอบการสั่งซื้อและช่วง
เวลานำา / รอคอยเวลาตั้งแต่ออกใบสั่งงาน
(work order) จนกระทั่งสั่งงาน
เสร็จสิ้น ทำาให้เกิดเวลานำาหรือรอ
คอยก่อนการผลิต โดยที่เวลานำานี้
จะขึ้นกับประเภทของการผลิต องค์
ประกอบที่สำาคัญของเวลานำาก็คือ
รอบการสั่งซื้อและช่วง
เวลานำา / รอคอย2. การปรับตั้งเครื่องอุปกรณ์
(เวลาที่ใช้ในการจัดเตรียมเครื่อง)
3. เวลาในการทำางานของ
เครื่องจักร (เวลาที่เครื่องจักร
ทำางานจริง)
4. การคอย (เวลาที่ใช้ในการ
รอบการสั่งซื้อและช่วง
เวลานำา / รอคอย
5. การเคลื่อนที่ (เวลาที่ใช้ใน
การเคลื่อนย้ายไปยังเครื่องจักรต่อ
ไป)
6. สินค้าคงคลังที่ผลิตเสร็จ
(เวลาที่ใช้ในการคอยที่จะเคลื่อน
ย้ายสินค้าไปยังลูกค้า)
รอบการสั่งซื้อและช่วง
เวลานำา / รอคอย
รอบการสั่งซื้อและช่วง
เวลานำา / รอคอย เวลาใน
กระบวนการสั่งซื้อ
 เวลาใน
กระบวนการสั่งซื้อ
เวลานำาของกระบวนการสั่งซื้อ
สินค้า ประกอบด้วยเวลาใน
การออกใบสั่งซื้อ การส่งคำาสั่ง
ซื้อให้กับผู้ขาย และการรับ
ของเข้าสู่คลังสินค้า
เวลานำาของกระบวนการสั่งซื้อ
สินค้า ประกอบด้วยเวลาใน
การออกใบสั่งซื้อ การส่งคำาสั่ง
ซื้อให้กับผู้ขาย และการรับ
ของเข้าสู่คลังสินค้า
งานกลุ่ม (5
คะแนน)
งานกลุ่ม (5
คะแนน)
ให้น.ศ. ร่วมกันแสดงความคิดเห็น
ว่า ในปัจจุบันนี้ สภาพแวดล้อม
อะไรบ้างที่ส่งผลกระทบต่อการ
บริหารสินค้าคงคลัง ให้อธิบาย
เหตุผล อธิบายมาก ได้คะแนนมาก
ตามลำาดับ และ ให้ออกมา
Present หน้าห้องด้วย ใช้เวลาคิด
ให้น.ศ. ร่วมกันแสดงความคิดเห็น
ว่า ในปัจจุบันนี้ สภาพแวดล้อม
อะไรบ้างที่ส่งผลกระทบต่อการ
บริหารสินค้าคงคลัง ให้อธิบาย
เหตุผล อธิบายมาก ได้คะแนนมาก
ตามลำาดับ และ ให้ออกมา
Present หน้าห้องด้วย ใช้เวลาคิด
บทที่
3
บทที่
3เครื่องมือและเทคนิคการ
บริหารสินค้าคงคลัง
เครื่องมือและเทคนิคการ
บริหารสินค้าคงคลังการพยากรณ์ มีความสำาคัญ
อย่างมากในการประมาณการ
อุปสงค์ในอนาคต ซึ่งการ
ประมาณการนี้อาจพัฒนาด้วย
การใช้สมการทางคณิตศาสตร์
และข้อมูลจากแหล่งที่ไม่เป็น
การพยากรณ์ มีความสำาคัญ
อย่างมากในการประมาณการ
อุปสงค์ในอนาคต ซึ่งการ
ประมาณการนี้อาจพัฒนาด้วย
การใช้สมการทางคณิตศาสตร์
และข้อมูลจากแหล่งที่ไม่เป็น
การพยากรณ์เป็นกุญแจสำาคัญ
สำาหรับระบบการวางแผนทาง
ธุรกิจที่ประสบความสำาเร็จ เมื่อ
ลูกค้ามีอุปสงค์ และต้องการการ
จัดส่งที่รวดเร็วขึ้น ความสามารถ
ในการพยากรณ์อย่างแม่นยำาที่สุด
เท่าที่จะทำาได้และจะต้องอยู่บนพื้น
ฐานของการรวบรวมข้อมูลที่ทัน
การพยากรณ์เป็นกุญแจสำาคัญ
สำาหรับระบบการวางแผนทาง
ธุรกิจที่ประสบความสำาเร็จ เมื่อ
ลูกค้ามีอุปสงค์ และต้องการการ
จัดส่งที่รวดเร็วขึ้น ความสามารถ
ในการพยากรณ์อย่างแม่นยำาที่สุด
เท่าที่จะทำาได้และจะต้องอยู่บนพื้น
ฐานของการรวบรวมข้อมูลที่ทัน
กระบวนการพยากรณ์ที่ดีจะ
ต้องประกอบด้วย
กระบวนการพยากรณ์ที่ดีจะ
ต้องประกอบด้วย
การใช้เครื่องมือในการ
พยากรณ์ เช่น การใช้ผลในอดีต
มาทำานายยอดขายในอนาคต
การใช้เครื่องมือในการ
พยากรณ์ เช่น การใช้ผลในอดีต
มาทำานายยอดขายในอนาคต
การสร้าง และรวบรวมข้อมูล
สารสนเทศ
การสร้าง และรวบรวมข้อมูล
สารสนเทศ
การตัดสินใจด้วย
ประสบการณ์
การตัดสินใจด้วย
ประสบการณ์
การพยากรณ์จะมีความ
สำาคัญมาก ถ้าหากการ
พยากรณ์นั้นสนับสนุนให้
เกิดการ
การพยากรณ์จะมีความ
สำาคัญมาก ถ้าหากการ
พยากรณ์นั้นสนับสนุนให้
เกิดการ
ปรับปรุงการให้
บริการลูกค้า
ปรับปรุงการให้
บริการลูกค้าลดระดับสินค้า
คงคลังลง
ลดระดับสินค้า
คงคลังลงปรับปรุงการส่งมอบ
จากผู้ขาย
ปรับปรุงการส่งมอบ
จากผู้ขาย
การเพิ่มคุณภาพให้การเพิ่มคุณภาพให้
การหาปริมาณสินค้า
คงคลังที่จำาเป็น
การหาปริมาณสินค้า
คงคลังที่จำาเป็น
การพยากรณ์ยอดขายของแต่ละ
ผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องแม่นยำา จะ
เป็นผลให้ระดับการเก็บสินค้า
คงคลังลดลงได้ในระดับที่ยังคง
เพียงพอต่อการบริการลูกค้า จะ
ทำาให้คุณสามารถใช้กำาลังการ
การพยากรณ์ยอดขายของแต่ละ
ผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องแม่นยำา จะ
เป็นผลให้ระดับการเก็บสินค้า
คงคลังลดลงได้ในระดับที่ยังคง
เพียงพอต่อการบริการลูกค้า จะ
ทำาให้คุณสามารถใช้กำาลังการ
การให้บริการแก่
ลูกค้าอัตราส่วนการให้บริการแก่ลูกค้าเป็น
ตัววัด สมรรถนะ ที่แสดงถึง
เปอร์เซ็นต์ของงานที่ส่งตรงเวลากับ
วันที่นัดส่งมอบสินค้า
อัตราส่วนการให้บริการแก่ลูกค้าเป็น
ตัววัด สมรรถนะ ที่แสดงถึง
เปอร์เซ็นต์ของงานที่ส่งตรงเวลากับ
วันที่นัดส่งมอบสินค้า
ส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐาน(Standard
deviation)
ส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐาน(Standard
deviation)
คือการคำานวณทางสถิติที่เกี่ยวข้อง
กับความแตกต่างระหว่างการส่ง
สินค้าตามคาดการณ์กับการส่งมอบ
คือการคำานวณทางสถิติที่เกี่ยวข้อง
กับความแตกต่างระหว่างการส่ง
สินค้าตามคาดการณ์กับการส่งมอบ
ช่วง
รอบ
เวลา
ยอดขาย
จริง ยอดขาย ค่าคาดเคลื่อน ค่าคาดเคลื่อน
    พยากรณ์
จากการ
พยากรณ์
จากการ
พยากรณ์
1 1,520 1,510
+
10 100
2 1,490 1,500 -10 100
3 1,510 1,500
+
10 100
4 1,520 1,500
+
20 400
5 1,470 1,510 - 40 1,600
การคำานวณค่าเบี่ยงเบน
มาตรฐาน
การคำานวณค่าเบี่ยงเบน
มาตรฐาน
ยอดรวม =
2,400
=
2,400/6
= 400
ยอดรวม =
2,400
=
2,400/6
= 400
คำาตอบ 20 หมายความว่าถ้ามี
การเก็บของคงคลังไว้จำานวน 20
หน่วยเพื่อเป็นกันชน ซึ่งจะช่วย
ให้ระดับความแน่นอนของการส่ง
คำาตอบ 20 หมายความว่าถ้ามี
การเก็บของคงคลังไว้จำานวน 20
หน่วยเพื่อเป็นกันชน ซึ่งจะช่วย
ให้ระดับความแน่นอนของการส่ง
การหา
ต้นทุนอื่น
ๆ
การหา
ต้นทุนอื่น
ๆ
ต้นทุนการสั่งซื้อและการปรับ
แต่งเครื่อง
ต้นทุนการสั่งซื้อและการปรับ
แต่งเครื่องออกใบสั่งซื้อ การติดตาม
การรับคำาสั่งซื้อ
การตรวจสอบ
การปรับแต่งเครื่องสำาหรับการ
ผลิต
ออกใบสั่งซื้อ การติดตาม
การรับคำาสั่งซื้อ
การตรวจสอบ
การปรับแต่งเครื่องสำาหรับการ
ผลิต
ทุนการถือครองและเก็บรักษาทุนการถือครองและเก็บรักษา
สินค้าล้าสมัย เสื่อม
สภาพ
การประกันภัย
การจัดเก็บ
สินค้าล้าสมัย เสื่อม
สภาพ
การประกันภัย
การจัดเก็บต้นทุนของการถือครอง โดย
ทั่วไปจะกำาหนดเป็นเปอร์เซ็นต์
ต้นทุนของการถือครอง โดย
ทั่วไปจะกำาหนดเป็นเปอร์เซ็นต์
ต้นทุนการเก็บ
รักษา
ต้นทุนการเก็บ
รักษาค่าสาธารณูปโภค
บุคลากรในคลังสินค้า
การบำารุงรักษาอาคารและ
อุปกรณ์ต่าง ๆ
การรักษาความปลอดภัย
คลังสินค้า
ค่าสาธารณูปโภค
บุคลากรในคลังสินค้า
การบำารุงรักษาอาคารและ
อุปกรณ์ต่าง ๆ
การรักษาความปลอดภัย
คลังสินค้า
ต้นทุนของคงคลัง
ขาดมือ
ต้นทุนของคงคลัง
ขาดมือ
ค่าใช้จ่ายในการติดตาม
ค่าระวางขนส่งพิเศษ
ต้นทุนที่ยากต่อการประเมินค่า
เช่น การสูญเสียยอดขาย
และความนิยมของลูกค้า
ค่าใช้จ่ายในการติดตาม
ค่าระวางขนส่งพิเศษ
ต้นทุนที่ยากต่อการประเมินค่า
เช่น การสูญเสียยอดขาย
และความนิยมของลูกค้า
การเลือกวิธีการกำาหนดขนาด
จำานวนของการสั่งที่เหมาะสม
จะช่วยลดต้นทุนในการสั่ง
การปรับตั้งอุปกรณ์ และการ
เก็บรักษาวัสดุ/สินค้าคงคลัง
รวมถึงการลดระดับของคงคลัง
ระหว่างกระบวนการผลิต
การเลือกวิธีการกำาหนดขนาด
จำานวนของการสั่งที่เหมาะสม
จะช่วยลดต้นทุนในการสั่ง
การปรับตั้งอุปกรณ์ และการ
เก็บรักษาวัสดุ/สินค้าคงคลัง
รวมถึงการลดระดับของคงคลัง
ระหว่างกระบวนการผลิต
ปริมาณการสั่งซื้อที่
ประหยัด
(Economic order
Quantity) EOQ
ปริมาณการสั่งซื้อที่
ประหยัด
(Economic order
Quantity) EOQ
สูตร หา EOQ เป็น
จำานวนหน่วย
สูตร หา EOQ เป็น
จำานวนหน่วย
EOQ = 2US
IC
EOQ = 2US
IC
โดยที่ u = อัตราการใช้(หน่วย)
เป็นรายปี
s = ต้นทุนการปรับตั้ง
เครื่อง/ต้นทุนการสั่งซื้อ
I = ต้นทุนการเก็บ
รักษา
C = ต้นทุนต่อหน่วย
โดยที่ u = อัตราการใช้(หน่วย)
เป็นรายปี
s = ต้นทุนการปรับตั้ง
เครื่อง/ต้นทุนการสั่งซื้อ
I = ต้นทุนการเก็บ
รักษา
C = ต้นทุนต่อหน่วย
ปริมาณการสั่งซื้อที่
ประหยัด
(Economic order
Quantity) EOQ
ปริมาณการสั่งซื้อที่
ประหยัด
(Economic order
Quantity) EOQ
สูตร หา EOQ เป็น
จำานวนเงิน
สูตร หา EOQ เป็น
จำานวนเงิน
EOQ = 2AS
I
EOQ = 2AS
I
โดยที่ A = อัตราการใช้ต่อปีคิด
เป็นจำานวนเงิน
s = ต้นทุนการปรับตั้ง
เครื่อง/ต้นทุนการสั่งซื้อ
I = ต้นทุนการเก็บ
รักษา
โดยที่ A = อัตราการใช้ต่อปีคิด
เป็นจำานวนเงิน
s = ต้นทุนการปรับตั้ง
เครื่อง/ต้นทุนการสั่งซื้อ
I = ต้นทุนการเก็บ
รักษา
โดยที่ ปริมาณการใช้ต่อปี =
5,500 หน่วย
มูลค่าการใช้ต่อปี
= 60,000 หน่วย
ต้นทุนการปรับแต่ง
เครื่อง/การสั่งซื้อ = 100 บาท
โดยที่ ปริมาณการใช้ต่อปี =
5,500 หน่วย
มูลค่าการใช้ต่อปี
= 60,000 หน่วย
ต้นทุนการปรับแต่ง
เครื่อง/การสั่งซื้อ = 100 บาท
ตัวอ
ย่าง
ปริมาณการสั่งซื้อที่
ประหยัด
(Economic order
Quantity) EOQ
ปริมาณการสั่งซื้อที่
ประหยัด
(Economic order
Quantity) EOQ
สูตร หา EOQ เป็น
จำานวนหน่วย
สูตร หา EOQ เป็น
จำานวนหน่วย
EOQ = 2*5,500*100 =
550,000 = 741.62
0.2*10
EOQ = 2*5,500*100 =
550,000 = 741.62
0.2*10
สูตร หา EOQ เป็น
จำานวนเงิน
สูตร หา EOQ เป็น
จำานวนเงิน
EOQ =
2*60,000*100
0.2
=
60,000
EOQ =
2*60,000*100
0.2
=
60,000
กรณี
ศึกษา
กรณี
ศึกษาบริษัท อุตสาหกรรมไทย จำากัด ดำาเนิน
ธุรกิจผลิตเสื้อผ้าสำาเร็จรูปลวดลายบา
ติก ลักษณะการผลิต เป็นแบบต้นทุน
ช่วง วัตถุดิบส่วนใหญ่จะสั่งซื้อมาจาก
ประเทศญี่ปุ่นเพราะเป็นวัตถุดิบเกรด A
ผลิตออกมาแล้วเนื้อผ้าทิ้งตัวใส่สบาย
จึงเป็นที่พอใจของลูกค้าเป็นอย่างยิ่ง
กลุ่มลูกค้าส่วนมากมาจากภายใน
ประเทศ ส่งออกน้อยมาก ขณะนี้บริษัท
บริษัท อุตสาหกรรมไทย จำากัด ดำาเนิน
ธุรกิจผลิตเสื้อผ้าสำาเร็จรูปลวดลายบา
ติก ลักษณะการผลิต เป็นแบบต้นทุน
ช่วง วัตถุดิบส่วนใหญ่จะสั่งซื้อมาจาก
ประเทศญี่ปุ่นเพราะเป็นวัตถุดิบเกรด A
ผลิตออกมาแล้วเนื้อผ้าทิ้งตัวใส่สบาย
จึงเป็นที่พอใจของลูกค้าเป็นอย่างยิ่ง
กลุ่มลูกค้าส่วนมากมาจากภายใน
ประเทศ ส่งออกน้อยมาก ขณะนี้บริษัท
ราคานำ้ามันในตลาดโลกพุ่งสูงอย่าง
รวดเร็ว บริษัทกำาลังประสบปัญหาคือ
ผลิตสินค้าไม่ทันต่อความต้องการของ
ลูกค้า ที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่าง
รวดเร็ว
ราคานำ้ามันในตลาดโลกพุ่งสูงอย่าง
รวดเร็ว บริษัทกำาลังประสบปัญหาคือ
ผลิตสินค้าไม่ทันต่อความต้องการของ
ลูกค้า ที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่าง
รวดเร็วเนื่องจากปัจจัยต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้น
ทำาให้บริษัทผลิตสินค้าได้น้อยลง
เนื่องจากผลิตแล้วไม่คุ้มต้นทุน ถ้า
สถานการณ์ยังเป็นแบบนี้อยู่ ในอนาคต
อาจทำาให้บริษัทเสียลูกค้าโดยถาวรได้
บริษัทไม่มี สต๊อกสินค้าไว้เลย เนื่องจาก
Supplier ทำาการซื้อขายกันมานาน
เนื่องจากปัจจัยต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้น
ทำาให้บริษัทผลิตสินค้าได้น้อยลง
เนื่องจากผลิตแล้วไม่คุ้มต้นทุน ถ้า
สถานการณ์ยังเป็นแบบนี้อยู่ ในอนาคต
อาจทำาให้บริษัทเสียลูกค้าโดยถาวรได้
บริษัทไม่มี สต๊อกสินค้าไว้เลย เนื่องจาก
Supplier ทำาการซื้อขายกันมานาน
การวิเคราะห์อัตราส่วน
ทางการเงิน(Financial
Ratio Analysis)
การวิเคราะห์อัตราส่วน
ทางการเงิน(Financial
Ratio Analysis)
การเปรียบเทียบอัตราส่วนปัจจุบัน
กับอัตราส่วนในอดีต
การเปรียบเทียบอัตราส่วนของ
ธุรกิจหนึ่งกับอีกธุรกิจหนึ่ง
การเปรียบเทียบอัตราส่วนปัจจุบัน
กับอัตราส่วนในอดีต
การเปรียบเทียบอัตราส่วนของ
ธุรกิจหนึ่งกับอีกธุรกิจหนึ่ง
อัตราส่วนวัดสภาพคล่อง (Liquidity
Ratio
อัตราส่วนวัดสภาพหนี้( Debt Ratio)
อัตราส่วนวัดความสามารถในการทำา
กำาไร(Profitability Ratio)
อัตราส่วนวัดความสามารถในการ
ชำาระหนี้(Coverage Ratio)
อัตราส่วนวัดสภาพคล่อง (Liquidity
Ratio
อัตราส่วนวัดสภาพหนี้( Debt Ratio)
อัตราส่วนวัดความสามารถในการทำา
กำาไร(Profitability Ratio)
อัตราส่วนวัดความสามารถในการ
ชำาระหนี้(Coverage Ratio)
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management
Inventory management

Inventory management