More Related Content
PDF
PDF
บทที่ 3 ฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ PDF
บทที่ 5 การแปลง er diagram ให้เป็น table DOCX
นอมัลไลเซชั่น ( Normalization )1nf-3nf PDF
ใบงานที่ 7 การคำนวณในตารางทำงาน PDF
การเขียนบทสำหรับงานวิดีโอ (Script Writing for Video Production) PDF
ใบความรู้ Powerpoint 2010 PDF
การใช้สูตรในการคำนวณ โปรแกรม Microsoft Excel What's hot
PDF
เทคโนโลยีเสมือนจริงและจักรวาลนฤมิตสำหรับงานไมซ์ (Virtual Reality and Metavers... PDF
การใช้งานโปรแกรม Excel เบื้องต้น PDF
PDF
05 entity relationship model PPTX
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 การเพาะปลูกพืช PDF
อินโฟกราฟิก (Infographic) คืออะไร PDF
ใบงานที่ 3 การตกแต่งข้อมูลและตาราง PDF
บทที่ 9 รายได้ประชาชาติ การบริโภค การออม และการลงทุน PDF
รายงาน เรื่อง โครงงานสื่อการเรียนรู้อิเล็กทรอนิกส์ (E-book) : เทคนิคการถ่ายภาพ PPTX
PDF
เทคนิคการสร้างสื่อการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล (Learning Media Technique in Digita... PPT
๋Java Programming [7/12] : GUI Event Handling DOC
PDF
02 บทที่ 2-เอกสารที่เกี่ยวข้อง PDF
บทที่ 2 ทฤษฎีพื้นฐานเกี่ยวกับการจัดเก็บและค้นคืนสารสนเทศ PDF
ฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง PDF
โครงการ “การพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book) เพื่อการศึกษา” PDF
ใบงานที่ 10 การสร้างแผนภูมิ PDF
บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง PDF
ใบงานที่ 5 การคำนวณในตารางทำงาน Similar to Lecture7 การแปลงโมเดลแบบ E-R เป็นรูปแบบโมเดลเชิงสัมพันธ์
PDF
PDF
06.1 logical database design[transform erd into relations] PPT
PPT
Entity relationship model PPTX
PDF
PDF
PPT
PDF
PPT
PDF
ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับฐานข้อมูล PDF
PDF
PDF
PDF
SlideShare เรื่อง การออกแบบฐานข้อมูล PDF
PPT
PDF
PDF
ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับระบบฐานข้อมูล PDF
More from skiats
PDF
การ Setup disk quota กับ user ทุกคน PDF
อัลกอริทึมและการวิเคราะห์ปัญหา PDF
PDF
ตัวแปรและค่าคงที่ basic data type PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
การกำหนดปัญหาและศึกษาความเป็นไปได้ DOC
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
Lecture1 การประมวลผลข้อมูล และฐานข้อมูล PDF
Lecture5 ฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ PDF
PPT
Lesson1 programing concept Lecture7 การแปลงโมเดลแบบ E-R เป็นรูปแบบโมเดลเชิงสัมพันธ์
- 1.
การแปลงโมเดลแบบ E-R เป็นรู ปแบบโมเดลเชิงสัมพันธ์
รหัสคนงาน วันที่ที่เริ่ มทางาน
ชื่อคนงาน อัตราค่าแรง/ช.ม.
จ.น.ช.ม.ทั้งหมดที่ทา
1 N
ชานาญด้าน
N คนงาน ได้รับ การทางาน
มอบหมาย
N N
1
ชานาญด้าน ชานาญด้าน
1 1
ความชานาญ สถานที่ก่อสร้าง
ประเภทความชานาญ อัตราโบนัส ที่อยู่ ประเภท
จานวนชัวโมงขั้นต่า
่ รหัสสถานที่ก่อสร้าง
BC326 Database Management Numtip Trakulmaykee
- 2.
ขั้นตอนการแปลง
โมเดลแบบ E-R เป็ นรู ปแบบโมเดลเชิงสัมพันธ์
1. แปลงเอนติต้ ีปกติและแอททริ บิวท์ของเอนติต้ ี
เป็ นขั้นตอนการแปลงอย่างตรงไปตรงมา โดยจะทาการแปลง Entity ปกติที่ไม่ใช่
่
Weak Entity ให้อยูในรู ปของ Relation ซึ่งชื่อของ Entity คือ ชื่อของ Relation และ
attribute ของ Entity จะเป็ น attribute ของ Relation และ ทาการขีดเส้นใต้ attribute ที่
เป็ นคียหลัก
์
คนงาน(รหัสคนงาน,ชื่อคนงาน,อัตราค่าแรง/ช.ม.)
ความชานาญ(ประเภทความชานาญ,อัตราโบนัส,จานวนช.ม.ขั้นต่า)
สถานที่ก่อสร้าง(รหัสสถานที่ก่อสร้าง,ที่อยู,่ ประเภทสถานที่ก่อสร้าง)
หมายเหตุ ในกรณี ที่ attribute มีค่าได้มากกว่า 1 ค่า(Multivalue) หรื อมีกลุ่มซ้ า (Repeating
Group) จะใช้วงเล็บครอบกลุ่ม attribute นั้น ๆ
BC326 Database Management Numtip Trakulmaykee
- 3.
ขั้นตอนการแปลง
โมเดลแบบ E-R เป็ นรู ปแบบโมเดลเชิงสัมพันธ์
การแปลง Weak Entity
่
เช่น Entity การทางาน จะเป็ นเอนติต้ ีแบบอ่อนเนื่องจากจะมีเอนติต้ ีการทางานอยูใน
ฐานข้อมูลนี้ได้จะต้องมีเอนติต้ ีคนงานและเอนติต้ ีสถานที่ก่อสร้างปรากฎอยูดวย
่ ้
การทางาน(วันที่เริ่ มทางาน,จานวนช.ม.ทั้งหมดที่ทา)
Entity ใดมีคุณสมบัติเป็ น Weak Entity และมีการขึ้นต่อกันเชิงระบุ จาเป็ นที่จะต้องนา
์ ั ่ ้
attribute ที่เป็ นคียของ Entity ที่มนขึ้นอยูดวยมาร่ วมเป็ นคียของ Relation แทน
์
การทางาน(รหัสคนงาน,รหัสสถานที่ก่อสร้าง,วันที่เริ่ มทางาน,จานวนช.ม.ทั้งหมดที่ทา)
BC326 Database Management Numtip Trakulmaykee
- 4.
ขั้นตอนการแปลง
โมเดลแบบ E-R เป็ นรู ปแบบโมเดลเชิงสัมพันธ์
2. แปลงความสัมพันธ์ระหว่างเอนติต้ ี
การแทนความสั มพันธ์ แบบหนึ่งต่ อหนึ่ง (1:1)
เช่น ถ้าบริ ษทแห่งหนึ่งกาหนดว่าลูกค้าคนหนึ่งจะซื้อรถยนต์ได้เพียง 1 คันเท่านั้นและรถยนต์ 1
ั
คันเป็ นของลูกค้าได้เพียงคนเดียวเท่านั้น จะได้ความสัมพันธ์ดงนี้
ั
ที่อยู่ หมายเลขเครื่ อง
ชื่อลูกค้า ลูกค้ า 1
มีการซื้อ
1
รถยนต์ รุ่ น
รหัสลูกค้า
เบอร์โทรศัพท์ สี รถ
BC326 Database Management Numtip Trakulmaykee
- 5.
การแทนความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหนึ่ง (1:1)
1. แปลง Entity แต่ ละ Entity ให้ เป็ น relation โดยชื่อ Entity คือชื่อ relation และกาหนดคีย์
หลักของแต่ ละรีเลชัน ดังนี้
ลูกค้า(รหัสลูกค้า,ชื่อลูกค้า,ที่อยู,่ เบอร์โทรศัพท์)
รถยนต์(หมายเลขเครื่ อง,รุ่ น,สี รถ)
2. เพิมคีย์ของ relation หนึ่งลงไปเป็ น attribute หนึ่งของอีก relation
่
รู ปแบบที่ 1 ลูกค้า(รหัสลูกค้า,ชื่อลูกค้า,ที่อยู,่ เบอร์โทรศัพท์)
รถยนต์(หมายเลขเครื่ อง,รุ่ น,สี รถ,รหัสลูกค้า)
รู ปแบบที่ 2 ลูกค้า(รหัสลูกค้า,ชื่อลูกค้า,ที่อยู,่ เบอร์โทรศัพท์,หมายเลขเครื่ อง)
รถยนต์(หมายเลขเครื่ อง,รุ่ น,สี รถ)
*** คียนอก (Foreign Key) นั้น จะแทนด้วยการขีดเส้นใต้ดวยเส้นประ
์ ้
BC326 Database Management Numtip Trakulmaykee
- 6.
การแทนความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อกลุ่ม (1:N)
1. แปลง entity ปกติแต่ ละ entity ให้ เป็ น relation โดยชื่อ entity ก็คอชื่อ relation
ื
และกาหนดคีย์หลักของแต่ ละ relation
คนงาน(รหัสคนงาน,ชื่อคนงาน,อัตราค่าแรง/ช.ม.)
ความชานาญ(ประเภทความชานาญ,อัตราโบนัส,จานวนช.ม.ขั้นต่า)
2. นาคีย์หลักของ entity ทีอยู่ด้านความสั มพันธ์ เป็ น 1 ไปเก็บเป็ น attribute ของ
่
relation ด้ านทีมีความสั มพันธ์ เป็ น N
่
คนงาน(รหัสคนงาน,ชื่อคนงาน,ประเภทความชานาญ,อัตราค่าแรง/ช.ม.)
ความชานาญ(ประเภทความชานาญ,อัตราโบนัส,จานวนช.ม.ขั้นต่า)
BC326 Database Management Numtip Trakulmaykee
- 7.
การแทนความสัมพันธ์แบบ Recursive
่ ้
ให้เพิ่มคียหลักของ relation ที่อยูดานความสัมพันธ์เป็ นหนึ่งไปเป็ น attribute
์
ของรี เลชันด้านที่มีความสัมพันธ์เป็ นกลุ่ม โดยเปลี่ยนชื่อของแอททริ บิวท์
ใหม่
คนงาน เป็ นหัวหน้างาน
คนงาน(รหัสคนงาน,ชื่อคนงาน,ประเภทความชานาญ,อัตราค่าแรง/ช.ม.,หัวหน้างาน)
BC326 Database Management Numtip Trakulmaykee
- 8.
การแทนความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อกลุ่ม (M:N)
ในกรณี ที่เอนติต้ ีมีความสัมพันธ์แบบกลุ่มต่อกลุ่ม (M:N) เราสามารถเขียนแผนภาพ
ได้ 2 แบบ แบบแรกคือการเชื่อมเอนติต้ ีน้ นด้วยความสัมพันธ์แบบกลุ่มต่อกลุ่ม
ั
วันที่ทางาน จานวนช.ม.ทั้งหมดที่ทา
M N
คนงาน มีการทางาน สถานทีก่อสร้ าง
่
แบบที่สองคือยอมให้ความสัมพันธ์น้ นสามารถมีแอททริ บิวท์ในตัวมันเองได้
ั
โดยการแปลงความสัมพันธ์ที่เชื่อมระหว่างเอนติต้ ีน้ นให้เป็ นแอนติต้ ีใหม่
ั
ขึ้นมาและเปลี่ยนรู ปแบบความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อกลุ่ม (1:N)
วันที่ทางาน จานวนช.ม.ทั้งหมดที่ทา
คนงาน 1
ทางานที่
N
การทางาน
N
ทางานที่
1
สถานที่ก่อสร้าง
BC326 Database Management Numtip Trakulmaykee
- 9.
การแปลงความสัมพันธ์แบบ M:N ให้เป็น relation จะไม่ใช้หลักการเดียวกับ
ความสัมพันธ์แบบ 1:1 หรื อ 1:N โดยการเอาคียของ relation หนึ่งไปเก็บเป็ น
์
attribute ในอีก relation หนึ่ง เหมือนดังรู ปแบบดังนี้
คนงาน(รหัสคนงาน,ชื่อคนงาน,ประเภทความชานาญ,อัตราค่าแรง/ช.ม.)
สถานที่ก่อสร้าง(รหัสสถานที่ก่อสร้าง,ที่อยู,่ ประเภทสถานที่ก่อสร้าง,รหัสคนงาน)
เพราะเป็ นวิธีการที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากจะทาให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับความผิดปกติที่
เกี่ยวกับการจัดการข้อมูลไม่วาจะเป็ นการเพิ่ม ลบ หรื อปรับปรุ งข้อมูล เช่น
่
คนงานรหัส 1411 ได้ลาออกไป การลบข้อมูลใน relation สถานที่ก่อสร้างในแถวที่มี
คนงานรหัส 1411 นั้นอยูจะทาให้เราต้องสูญเสี ยข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ก่อสร้างรหัส 450 ไป
่
ด้วย หรื อถ้าบริ ษทรับก่อสร้างสถานที่แห่งใหม่แต่ยงไม่ได้กาหนดว่าใครเป็ นผูไปทาการ
ั ั ้
ก่อสร้างที่นนบ้าง จะทาให้เราไม่สามารถเพิ่มข้อมูลที่เกี่ยวกับสถานที่ก่อสร้างแห่งใหม่เข้าไป
ั่
ยัง relation สถานที่ก่อสร้างได้
BC326 Database Management Numtip Trakulmaykee
- 10.
ดังนั้นจึงไม่สามารถแปลงความสัมพันธ์ M:N โดยวิธีแบบ1:1 หรื อ 1:N ได้ แต่ให้
แปลงความสัมพันธ์โดยมีข้นตอนต่อไปนี้
ั
ั
ขั้นตอนที่ 1. แปลงเอนติต้ ีที่มีความสัมพันธ์กนนี้นให้เป็ นรี เลชัน โดยชื่เอนติต้ ี คือ
ชื่อของรี เลชัน และแอททริ บิวต์ของเอนติต้ ี คือ แอททริ บิวต์ของรี เลชัน ดังนี้
คนงาน(รหัสคนงาน,ชื่อคนงาน,ประเภทความชานาญ,อัตราค่าแรง/ช.ม.)
สถานที่ก่อสร้าง(รหัสสถานที่ก่อสร้าง,ที่อยู,่ ประเภทสถานที่ก่อสร้าง)
ขั้นตอนที่ 2. สร้างรี เลชันขึ้นมาใหม่หนึ่งรี เลชัน โดยรี เลชันที่สร้างขึ้นใหม่จะ
ประกอบด้วยแอททริ บิวต์ของความสัมพันธ์แบบ N:M และจะมีการสร้างคียหลัก ์
่
ของรี เลชันที่มีความสัมพันธ์แบบ N:M นั้นมาสร้างเป็ นคียหลักอยูในรี เลชันใหม่
์
นี้ดวย
้
การทางาน(รหัสคนงาน,รหัสสถานที่ก่อสร้าง,วันที่เริ่ มทางาน,จานวนช.ม.ทั้งหมดที่ทา)
BC326 Database Management Numtip Trakulmaykee
- 11.
ขั้นตอนที่ 3. จะได้ความสั มพันธ์ ระหว่ างรีเลชันเดิมกับรีเลชันใหม่ เปลียนไปเป็ นแบบ
่
1:N ดังนี้
คนงาน(รหัสคนงาน,ชื่อคนงาน,ประเภทความชานาญ,อัตราค่าแรง/ช.ม.)
สถานที่ก่อสร้าง(รหัสสถานที่ก่อสร้าง,ที่อยู,่ ประเภทสถานที่ก่อสร้าง)
การทางาน(รหัสคนงาน,รหัสสถานที่ก่อสร้าง,วันที่เริ่ มทางาน,จานวนช.ม.ทั้งหมดที่ทา)
สุ ดท้ าย คือ การพิจารณาเค้ าร่ างข้ อมูลแต่ ละรีเลชันทีได้ 2
่
ขั้นตอนแรก คือการเขียนรีเลชันทั้งหมดที่ได้ จากการแปลง
ใหม่ และพิจารณาในเรื่องความซ้าซ้ อนของข้ อมูลด้ วย
BC326 Database Management Numtip Trakulmaykee
- 12.
Ex จากระบบฐานข้ อมูลภาระงานสอนของอาจารย์ให้ เขียน E-R Diagram และแปลง
เป็ นโมเดลเชิงสั มพันธ์ (Relational Model) โดยมีรายละเอียดดังนี้ คือ
ฐานข้อมูลประกอบด้วย 4 เอนติต้ ี คือ
1. เอนติต้ ีคณะ ประกอบด้วยแอททริ บิวต์ รหัสคณะและชื่อคณะ
2. เอนติต้ ีภาควิชา ประกอบด้วยแอททริ บิวต์ รหัสภาควิชา,ชื่อภาควิชา,ที่ทาการ
3. เอนติต้ ีอาจารย์ ประกอบด้วยแอททริ บิวต์ รหัสอาจารย์,ชื่ออาจารย์,วันที่เริ่ มทางาน
,เงินเดือน
4. เอนติต้ ีชุดวิชา ประกอบด้วยแอททริ บิวต์ รหัสชุดวิชา,ชื่อชุดวิชา,จานวนหน่วยกิต
และฐานข้อมูลมีความสัมพันธ์ระหว่างเอนติต้ ี 5 ความสัมพันธ์ คือ
1. ความสัมพันธ์แบบ 1:N ระหว่าง เอนติต้ ีคณะ และ เอนติต้ ีภาควิชา
2. ความสัมพันธ์แบบ 1:N ระหว่าง เอนติต้ ีภาควิชา และ เอนติต้ ีอาจารย์
3. ความสัมพันธ์แบบ Recursive ระหว่าง เอนติต้ ีอาจารย์
4. ความสัมพันธ์แบบ 1:N ระหว่าง เอนติต้ ีภาควิชา และ เอนติต้ ีชุดวิชา
5. ความสัมพันธ์แบบ N:M ระหว่าง เอนติต้ ีชุดวิชา และ เอนติต้ ีอาจารย์
BC326 Database Management Numtip Trakulmaykee