Chapter 1 : Introduction
  to Database System
      ง 33241 ระบบฐานข้อมูล 3(2-2-5)




                                   1
วัตถุประสงค์
• ทราบถึงวิวัฒนาการในการจัดการข้อมูล
• สามารถบอกโครงสร้างแฟ้มข้อมูล ชนิดของข้อมูล
  ประเภทต่าง ๆได้
• สามารถบอกประเภทของแฟ้มข้อมูล และวิธีการจัด
  โครงสร้างแฟ้มข้อมูลได้
• เข้าใจหลักการทำางานของระบบแฟ้มข้อมูล และบอก
  ข้อดี/ข้อเสียได้
• เข้าใจหลักการทำางานของระบบฐานข้อมูล และบอก
  ข้อดี/ข้อเสียได้
• ทราบถึงความสำาคัญและหน้าที่การทำางานของ DBMS
• บอกส่วนประกอบของสภาพแวดล้อมของ DBMS ได้
                                                 2
ชีวิตประจำาวันกับฐานข้อมูล
           (Database)
• การใช้ชวตประจำาวัน
          ี ิ
• เราสัมพันธ์กับ Database อะไรบ้าง?




                                      3
บทนำา
      ฐานข้อมูล (Database) มีบทบาท
สำาคัญมากต่องานด้านต่างๆ โดยเฉพาะงาน
ที่ใช้คอมพิวเตอร์ เช่น
      - งานด้านธุรกิจ     - งานด้าน
วิศวกรรม
      - ด้านการแพทย์      - การศึกษา
           - วิทยาศาสตร์       ฯลฯ
เพือทำาการจัดการข้อมูลอย่างมีระบบ
    ่
                                   4
การจัดการข้อมูล (Data
   Management)




                        5
โครงสร้างแฟ้มข้อมูล
• บิต(bit) : ประกอบไปด้วยเลขฐาน
  สอง ใช้แทนค่าหน่วยทีเล็กที่สดของ
                         ่      ุ
  ข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยหน่วยที่ใช้จะมี
  ค่า 0 และ 1 เท่านั้น
• ไบต์(byte) : คือการนำาเอาบิต
  หลายๆ บิตมาเรียงต่อกัน ตัวอย่างเช่น
  1 ไบต์มี 8 บิต ก็คือการนำาเอาเลข 0
  กับ 1 มาเรียงต่อกัน 8 ตัวจนครบ 1
  ไบต์ เพื่อให้ได้อกขระหนึงตัว เช่น
                   ั       ่         6
โครงสร้างแฟ้มข้อมูล
• ฟิลด์(field) : คือการนำาเอาอักขระ
  ตั้งแต่หนึ่งตัวขึ้นไปมารวมกันเพื่อให้เกิด
  ความหมาย เช่น ฟิลด์ std_name ใช้เก็บ
  ข้อมูลนักศึกษา ,ฟิลด์ salary ใช้เก็บ
  ข้อมูลเงินเดือน เป็นต้น
• เรคอร์ด(record) : คือกลุ่มของฟิลด์ที่
  สัมพันธ์กัน เช่น ในหนึ่งเรคคอร์ด
  ประกอบด้วยฟิลด์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเป็น
  ชุด เช่น เรค
  คอร์ดประวัตินักศึกษา ประกอบด้วย
  - ฟิลด์ รหัสนักศึกษา                    7
โครงสร้างแฟ้มข้อมูล
• ไฟล์(file) : คือกลุ่มของเรคคอร์ดที่
  สัมพันธ์กันเช่น แฟ้มประวัตินักศึกษา จะ
  ประกอบด้วยเรคคอร์ดของนักศึกษา
  ทั้งหมดในมหาวิทยาลัย ดังนั้นหนึ่งไฟล์จะ
  ต้องมีอย่างน้อยหนึ่งเรคคอร์ด เพือใช้การ
                                   ่
  ใช้งานข้อมูล เป็นต้น


                                            8
แฟ้มข้อมูล
    bit หน่วยที่เล็กที่สุดในการเก็บข้อมูลด้วยคอมพิวเต

   byte กลุ่มของ bit ซึง 8 bits = 1 byte
                       ่

   fieldหน่วยเก็บข้อมูลที่กำาหนดขึ้นเพื่อใช้เก็บค่าที่ตอง
                                                       ้

 record กลุมของ fields ที่เกี่ยวข้องกัน
           ่

    file    กลุ่มของ records

หน่วยในการเก็บข้อมูลในคอมพิวเตอร์                  9
แฟ้มข้อมูล
                File แฟ้มประวัตนักเรียน
                               ิ

record1             record2                     record n
                                       .....
 ประวัติ น.ร. คนที่ 1 ติ น.ร. คนที่ 2 ประวัติ น.ร. คนที่ n
                ประวั

    รหัสนักเรียน        รหัสนักเรียน           รหัสนักเรียน
     ชื่อ-สกุล          ชือ-สกุล
                          ่                    ชื่อ-สกุล
                                   fields
     วันเกิด             วันเกิด               วันเกิด
      ที่อยู่            ที่อยู่                ที่อยู่
                                                           10
โครงสร้างแฟ้มข้อมูล
Filed




                              Fil
                              e



        Record
                              11
โครงสร้างแฟ้มข้อมูล




                      12
ชนิดของข้อมูล (Type of Data)

• 1. ข้อมูลชนิดข้อความ (Text) : เป็น
  ข้อมูลทีประกอบด้วยสายอักขระ
            ่
  ต่างๆ ทีนำามารวมกันโดยไม่มรปแบบ
          ่                    ี ู
  ที่ชดเจนแน่นอน โดยข้อมูลชนิดนี้จะ
      ั
  มีความหมายในตัวเอง
• 2. ข้อมูลชนิดที่เป็นรูปแบบ
  (Formatted Data) : เป็นข้อมูลที่
  ประกอบด้วยอักขระต่างๆ ซึงมีรป
                             ่     ู
  แบบแน่นอน โดยอาจจัดเก็บอยู่ใน        13
  รูปแบบของรหัส โดยต้องนำารหัส
ชนิดของข้อมูล (Type of
         Data)
• 3. ข้อมูลชนิดรูปภาพ (Images)
• 4. ข้อมูลชนิดเสียง
  (Audio/Sound)




                                 14
ประเภทของแฟ้มข้อมูล
1. แฟ้มข้อมูลชั่วคราว (Transaction
 File)
  – ไฟล์ที่ใช้ในการเก็บค่าที่มีการ
    เปลี่ยนแปลงบ่อย ๆ ซึงไม่ใช้ผลลัพธ์
                         ่
    สุดท้าย
  –เป็นไฟล์ชวคราวและมักจะไม่เก็บข้อมูล
              ั่
    หรือผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผลไว้
    อย่างถาวร
  –เช่น แฟ้มข้อมูลการลงทะเบียนของ
    นักศึกษา ที่ต้องมีการลงทะเบียนทุกภาค
    การศึกษา หรือ แฟ้มข้อมูลรายการถอน
                                       15
ประเภทของแฟ้มข้อมูล
2. แฟ้มข้อมูลหลัก (Master File)
 –เป็นไฟล์หลักที่ใช้เก็บข้อมูลที่มีการ
  เปลี่ยนแปลงน้อย และจะเก็บข้อมูลไว้
  อย่างถาวร
 –มักเก็บผลลัพธ์สดท้ายของแต่ละช่วง
                  ุ
  เวลา
 –มีการปรับปรุงข้อมูลโดยใช้ข้อมูลจาก
  Transaction File                       16
การจัดโครงสร้างแฟ้มข้อมูล (File
       Organizations)
 • การจัดการแฟ้มข้อมูล (File
   Organization) เป็นเทคนิคที่ใช้ใน
   การจัดเก็บข้อมูล การเตรียมวิธีการ
   เข้าถึงข้อมูล การเรียกใช้ และการ
   ปรับปรุงข้อมูล มี 3 ประเภท คือ
   1. แฟ้มข้อมูลแบบเรียงลำาดับ
   2. แฟ้มข้อมูลแบบสุม
                     ่             17
1. แฟ้มข้อมูลแบบเรียงลำาดับ
       (Sequential File)
• เป็นแฟ้มข้อมูลที่มีการเรียงลำาดับตั้งแต่
  เรคคอร์ดแรกจนถึงเรคคอร์ดสุดท้าย
• สามารถใช้งานได้ง่ายและเสียค่าใช้จ่าย
  น้อย แต่เสียเวลามากในการทำางาน
• เหมาะกับงานที่มีการเปลี่ยนแปลงของ
  ข้อมูลที่เป็นลำาดับในปริมาณมาก
• อุปกรณ์ / สือที่ใช้เก็บคือ เทปแม่เหล็ก
               ่
  เพราะมีราคาถูก
                                             18
การจัดโครงสร้างแฟ้มข้อมูล
โครงสร้างแฟ้มข้อมูล
แบบเรียงลำาดับ        Start Of file



(Sequential File           Scan

Organization)



                                      19
2. แฟ้มข้อมูลแบบสุ่ม (Random
             File)
  • สามารถทำางานได้เร็ว เพราะไม่ต้อง
    เรียงลำาดับข้อมูล
  • เหมาะกับการใช้งานแบบ Online
    Transaction Processing
  • ไม่เหมาะกับงานที่มีการ
    เปลี่ยนแปลงข้อมูลในปริมาณที่มาก
  • อุปกรณ/สือที่ใช้เก็บคือ จานแม่
               ่
    เหล็ก
  • การเขียนโปแกรมเพื่อค้นหาข้อมูล     20
3. แฟ้มข้อมูล แบบลำาดับเชิงดัชนี(Ind
       exed Sequential File)
• สามารถรองรับการประมวลผลได้ทั้งแบบ
  Sequential และ แบบ Random
• เหมาะกับการประมวลผลแบบ Online
• เสียเนื้อที่ในการจัดเก็บอินเด็กซ์หรือต้อง
  สร้างตารางดัชนีที่ใช้ในการอ้างถึง
  ตำาแหน่งของข้อมูล

                                              21
3. แฟ้มข้อมูล แบบลำาดับเชิงดัชนี(Ind
       exed Sequential File)

• การเขียนโปแกรมเพื่อค้นหาข้อมูล
  จะมีความซับซ้อน แต่การทำางานจะ
  ช้ากว่าแบบ Random และเสียค่าใช้
  จ่ายสูง
• อุปกรณ/สือทีใช้เก็บคือ จานแม่
           ่ ่
  เหล็ก
                                    22
โครงสร้างแฟ้มข้อมูลแบบดัชนี
(Indexed File Organizations)




                               23
ข้อเสียของการจัดการข้อมูล
       แบบแฟ้มข้อมูล
   1. ข้อมูลมีการเก็บแยกจากกัน
(Data Isolation)
   2. เกิดความซำ้าซ้อนของข้อมูล
(Data Redundacy)
   3. ข้อมูลมีความขึนต่อกัน (Data
                     ้
dependence)
   4. ความไม่สอดคล้องกันของ
ข้อมูล (Data Inconsistency)
                                24
1. ข้อมูลมีการเก็บแยกจากกัน
 (separation and isolation of data)
แฟ้มพนักงาน
(Employees)
 Emp_No Name       Address   Salary   Phone
EMP001   สมชาย     Thailand 25,000 054466666
EMP002   สุพจน์    Thailand 35,000 053712307
EMP003   ดิเรก     Thailand 50,000 055321456

แฟ้มพนักงานขาย (Salesman)
Sale_No Name     Phone    Paging_No           Level
EMP001 สมชาย      054466666 152-4445689          1
EMP003 ดิเรก      055321456 152-2100004       25 3
2. ข้อมูลมีความซำ้าซ้อน
          (duplication of
        data/redundancy)
• สืบเนื่องมาจากการเก็บข้อมูลแยกจาก
  กัน ทำาให้ไม่สามารถควบคุมข้อมูลไม่ให้
  เกิดความซำ้าซ้อนได้ ที่สำาคัญคือการ
  ทำาให้เสียพืนที่ในการจัดเก็บข้อมูลเพิม
              ้                        ่
  ขึ้น จากตัวอย่างข้างต้น คือ พนักงานชือ ่
  นายสมชาย และนายดิเรก ถูกเก็บลง
  แฟ้มข้อมูล 2 แฟ้ม ทั้งที่ควรเป็นข้อมูล
  ชุดเดียวกัน ดังนั้นจึงทำาให้เกิดความ       26
2.1 ข้อผิดพลาดจากการเพิ่มข้อมูล (Insertion
              anomalies)
แฟ้มพนักงาน (Employees)
Sale_No Name     Phone    Paging_No     Level
EMP001 สมชาย    054466666 152-4445689     1
EMP003 ดิเรก    055321456 152-2100004     3

แฟ้มพนักงานขาย (Salesman) Insertio
Sale_No Name     Phone    n
                          Paging_No     Level
EMP001 สมชาย    054466666 152-4445689     1
EMP003 ดิเรก    055321456 152-2100004     3
EMP009 สุชาติ   055321458 152-2100009     1
                                          27
2.2 ข้อผิดพลาดจากการลบข้อมูล
      (Deletion anomalies)
แฟ้มพนักงาน
(Employees)
 Emp_No Name      Address   Salary   Phone
EMP001   สมชาย    Thailand 25,000 054466666
EMP003   ดิเรก    Thailand 50,000 055321456
                             Deletion จากแฟ้ม
แฟ้มพนักงานขาย (Salesman)    พนักงานไปแล้ว

Emp_No Name       Address Salary     Phone
EMP001   สมชาย    Thailand 25,000 054466666
EMP002   สุพจน์   Thailand 35,000 053712307
EMP003   ดิเรก    Thailand 50,000 055321456
                                        28
2.3 ข้อผิดพลาดจากการเปลี่ยนแปลง
    ข้อมูล (Modification anomalies)
แฟ้มพนักงาน            Modification เปลี่ยน
(Employees)
 Emp_No Name     Address ่อ Salary Phone
                       ชื
EMP001   สมยศ    Thailand 25,000 054466666
EMP003   ดิเรก   Thailand 50,000 055321456

แฟ้มพนักงานขาย (Salesman)
Emp_No   Name    Address    Salary   Phone
EMP001   สมชาย   Thailand 25,000 054466666
EMP003   Asian   Thailand 50,000 055321456
                                             29
างการจัดการข้อมูลแบบแฟ้มข้อมูล
 ฝ่ายทะเบียนวัดผล                       ฝ่ายงานบัญชี

             แฟ้มนักเรียน
            แฟ้มการลงทะเบียน กเรียน
                          แฟ้มนั
             แฟ้มรายวิชา แฟ้มการเงิน
                                       
             แฟ้มผลการเรียน
                        ความซำ้าซ้อน
                         & ความไม่
                        สอดคล้องของ
หมวดวิชาคณิตศาสตร์         ข้อมูล      หมวดวิชาคอมพิวเตอ

             แฟ้มนักเรียน แฟ้มนักเรียน
              แฟ้มผลการเรียผลการเรียน
                        แฟ้ม น
                                                      30
3.ข้อมูลมีความขึนต่อกัน (Data
                   ้
                  dependence)
      ปัญหาดังกล่าวจะเกิดขึ้นเมื่อมีการปรับ
เปลี่ยนโครงสร้างของแฟ้มข้อมูล จะส่งผลกระ
ทบกับข้อมูลที่ทำาการจัดเก็บอยู่ และส่งผล
ทำาให้ข้อมูลในหน่วยงานอื่น ๆที่จัดเก็บไม่ตรง
กัน และวิธีการปรับปรุงค่อนข้างจะยุ่งยากมาก
      Master File
   (Old Structure)
                                      New
                     Update File
                                    Master File
      New File
   (New Structure)                         31
5. ความไม่สอดคล้องกันของข้อมูล
      (Data Inconsistency)
      ความไม่สอดคล้องของข้อมูล คือ การที่ข้อมูล
เดียวกันถูกจัดเก็บไว้ในหลายๆแห่ง มีค่าไม่ตรงกัน
ซึ่งอาจเกิดจากความผิดพลาดของการป้อนข้อมูล มี
รูปแบบไม่ตรงกัน เช่น การป้อนข้อมูลหมายเลข
โทรศัพท์ ควรจะเป็น 0-5541-1096 แต่กลายเป็น
055-411096 เป็นต้น



                                            32
6. รายงานต่าง ๆถูกกำาหนดไว้อย่าง
              จำากัด
 (fixed queries/proliferation of application
                programs)
       ระบบแฟ้มข้อมูลของแต่ละหน่วยงานถูกเขียน
ขึ้นด้วยหลาย ๆโปรแกรม และการใช้งานในแต่ละ
หน่วยงานก็แตกต่างกัน ดังนันในส่วนของการจ้าง
                             ้
โปรแกรมเมอร์มาทำาการพัฒนาโปรแกรมนั้นก็จะมี
ส่วนที่กำาหนดในเรื่องของรายงานที่หน่วยงาน
ต้องการใช้ แต่หากว่าต้องการรายงานอื่น ๆเพิมใน  ่
อนาคตก็ตองทำาการว่าจ้างโปรแกรมเมอร์มาพัฒนา
           ้
ทำาให้เสียค่าใช้จ่ายเพิม ดังนั้นจะเห็นว่าเกิดปัญหา
                       ่
ในเรื่องของความต้องการของผู้ใช้งาน
                                                33
ข้อดีของวิธีแฟ้มข้อมูล
    (Advantages of File-Based
             approach)
1. ง่ายต่อการออกแบบและการพัฒนา (easy
   to design and implement)
2. การประมวลผลแบบแฟ้มข้อมูลเป็นวิธีดัง
   เดิมที่ใช้กันมานาน และมีความรวดเร็ว
   (historically and processing speed)


                                     34
การจัดการข้อมูลแบบแฟ้ม
            ข้อมูล
  เป็นการจัดเก็บข้อมูลในลักษณะแฟ้มข้อมูล
  ที่อิสระจากกัน
แฟ้มข้อมูลอาจารย์   ระบบเงินเดือน   รายงาน



   แฟ้มข้อมูล       ระบบตารางสอน    รายงาน
 วิชาที่เปิดสอน

                      ระบบเกรด      รายงาน
 แฟ้มข้อมูลเกรด
                                             35
ระบบแฟ้มข้อมูล (File System)
                               ข้อมูลรายวิชา
   โปรแกรมการลงทะเบียน       -ข้อมูลนักเรียน
                          -ข้อมูลการลงทะเบ

                              ข้อมูลรายวิชา
      โปรแกรม
      ประมวลผล
                            -ข้อมูลนักเรียน
                           -ข้อมูลผลการเรีย
      การเรียน
      แต่ละเทอม
   โปรแกรมจัดการรายวิชา      ข้อมูลรายวิชา
                          -ข้อมูลการลงทะเบ

                                       36
แก้ไขข้อเสียโดยใช้ …
         ระบบฐานข้อมูล
                            ระบบเงินเดือน   รายงาน



 ข้อมูลอาจารย์   ระบบจัดการ
                  ฐานข้อมูล ระบบตารางสอน รายงาน
                  (DBMS)
ข้อมูลตารางสอน

                             ระบบเกรด       รายงาน
  ข้อมูลเกรด
                                                37
ะบบฐานข้อมูล (Database System)

    โปรแกรมการลงทะเบียน
                                   ฐานข้อมูล

                                  -ข้อมูลรายวิชา
       โปรแกรม         DBMS       -ข้อมูลนักเรียน
       ประมวลผล               -ข้อมูลการลงทะเบียน
                               -ข้อมูลผลการเรียน
       การเรียน                        -ฯลฯ
       แต่ละเทอม
    โปรแกรมจัดการรายวิชา

                                          38
ความหมายของระบบฐาน
         ข้อมูล
   ฐานข้อมูล (Database) : ประกอบ
ด้วยรายละเอียดข้อมูลที่มีความเกี่ยวข้อง
กัน ซึงจะถูกนำามาใช้งานในด้านต่างๆ โดย
      ่
ข้อมูลเหล่านี้จะถูกจัดเก็บไว้ให้เป็น
ศูนย์กลางอย่างมีระบบ ซึงสามารถเรียกใช้
                          ่
งานร่วมกันได้ เพือประโยชน์ในการจัดการ
                  ่
และการเรียกใช้ข้อมูลได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ
                                      39
ลักษณะของข้อมูลในระบบฐานข้อมูล

                           แสดงข้อมูลทั้งหมดที่
                           ประกอบอยู่ในฐานข้อมูล
   นักเรียน วิชา           ส่วนที่แรเงาคือส่วนของ
       อาจารย์ ห้องเรียน   ข้อมูลที่ซำ้าซ้อน ซึ่ง
                           สามารถเก็บแยกแฟ้มได้
                           โดยให้มส่วนชี้แสดง
                                    ี
                           ความสัมพันธ์ถึงกัน
                             นักเรียน
                                          ห้องเรีย
                                อาจารย์   น วิชา     40
โครงสร้างข้อมูลในระบบฐานข้อมูล
                        อาจารย์
                        0 นภา 1
       นักเรียน         1 นพ 1
                        0      1
                                     รายวิชา
                        2 วุฒิ 1
                        0      1
                               1
 0     สมช    M   0                 11 ปาส     2
 0      าย        2     3 วิทย 2
                        0 ชัย 11
 0     สมบั   M   0            3    11 คาล
                                    1   ซี    1.
 1
 0      ติ        3     4 ... ...
                        ... า  2
 0      สม    F   0                 2
                                    11 จาวา   5
                                              1.
 2                             1
 0     หญิง       3
 0     สมศ    F   0                 12 โลโก 5
                                    3       1
 3
 0       รี       1
 ...    ...   …   ...               1
                                    ... ... ...
 4


                                              41
องค์ประกอบของระบบฐาน
        ข้อมูล
1. ฮาร์ดแวร์ (Hardware)
2. ซอฟต์แวร์ (Software) หรือ
 โปรแกรม (Program)
3. ข้อมูล (Data)
4. บุคลากร (People)
5. ขั้นตอนการปฏิบัติงาน
 (Procedure)                   42
องค์ประกอบของระบบ
     ฐานข้อมูล
 ผู้ใช้ (User)              ข้อมูล (Data)

                 Database
                  System


ซอฟต์แวร์ (Software) ฮาร์ดแวร์ (Hardware)


                                       43
องค์ประกอบที่ 1 : ฮาร์ดแวร์
      (Hardware)
    หมายถึง ฮาร์ดแวร์ หรืออุปกรณ์ต่างที่
ใช้เพือช่วยให้ระบบฐานข้อมูลสามารถ
      ่
ทำางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีสง ิ่
สำาคัญคือ
    - ขนาดของหน่วยความจำา (Memory)
    - ความเร็วในการประมวลผลของ CPU
    - อุปกรณ์นำาเข้า (Input Device)
    - อุปกรณ์แสดงผล (Output Device)
                                           44
องค์ประกอบที่ 2 :
   ซอฟต์แวร์ (Software)
   หมายถึง ซอฟต์แวร์ ที่ใช้เพือเก็บ
                               ่
ข้อมูล หรือการจัดการข้อมูลในรูปแบบต่างๆ
โดยแต่ละระบบจะใช้ โปรแกรมที่แตกต่าง
กันไปตามลักษณะการใช้งาน
   แต่ทุกระบบจะต้องมีโปรแกรมที่ทำา
หน้าที่ควบคุมดูแลการสร้าง, การเรียกใช้
ข้อมูล, การจัดทำารายงาน, การปรับเปลี่ยน
แก้ไขโครงสร้าง ฯลฯ ที่เรียกว่า “ระบบ
จัดการฐานข้อมูล” (Database
                                     45
ระบบจัดการฐานข้อมูล
          (DBMS)
     หมายถึง โปรแกรมที่ทำาหน้าที่จัดการ
ข้อมูลในฐานข้อมูล ทั้งการสร้าง, การเรียก
ใช้งาน, การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง และยัง
ความคุมระบบรักษาความปลอกภัยของฐาน
ข้อมูลอีกด้วย
           โดยระบบจัดการฐานข้อมูลจะเป็น
                ระบบจัดการ
สือกลางระหว่างผู้ใช้อมูล โปรแกรมประยุกกต่างๆ
  ่              ฐานข้ งานโปรแกรมประยุ ต์ ต์
    ฐานข้อมูล                  ที่ผใช้งานใช้
                                   ู้
ต่างๆ กับระบบฐานข้อมูลที่ติดต่ออยู่
                 (DBMS)
                                         46
หน้าที่ของระบบจัดการฐาน
       ข้อมูล (DBMS)
  1. ช่วยกำาหนดและเก็บโครงสร้างฐานข้อมูล
  (Define and Store
     Database Structure)
I NA E
D   M       A D ESS
             DR       Telephone
 1Somchai   15/
              548     01-9574126
                                    ฐานข้อมูล
 2Monton    17/
              54      02-985-6574
 3Ladawan   58/
              574     01-900-5742


                                            47
หน้าที่ของระบบจัดการฐาน
       ข้อมูล (DBMS)
 2. การบรรจุข้อมูลลงฐานข้อมูล (Load
 Database)
I NA E
D   M       A D ESS
             DR       Telephone
 1Somchai   15/
              548     01-9574126
 2Monton    17/
              54      02-985-6574
 3Ladawan   58/
              574     01-900-5742
                                    ฐานข้อมูล



                                            48
หน้าที่ของระบบจัดการฐาน
     ข้อมูล (DBMS)
3. เก็บและดูแลข้อมูล (Store and
Maintain Data)


                       DBMS
              Store and Maintain Data



                                        49
หน้าที่ของระบบจัดการฐาน
     ข้อมูล (DBMS)
4. ประสานงานกับระบบปฏิบัติการ
(Operating System)

 Operating System DBMS Application Software



              ฐานข้อมูล

                                        50
หน้าที่ของระบบจัดการฐาน
       ข้อมูล (DBMS)
 5. ช่วยควบคุมความปลอดภัย (Security
 Control)

                         Non-Authorize USER

ฐานข้อมูล

               DBMS

                      Authorize USER   51
หน้าที่ของระบบจัดการฐาน
     ข้อมูล (DBMS)
6. การจัดทำาข้อมูลสำารองและการกู้
(Backup and Recovery)
               Backup
              ABCD 12345

               ABCD 12345
               Recovery
                      Backup Database
  Database                              52
หน้าที่ของระบบจัดการฐาน
       ข้อมูล (DBMS)
  7. ควบคุมการใช้งานพร้อมกันของผู้ใช้ใน
  ระบบ
     (Concurrency Control)         USER 1


ฐานข้อมูล   U1 : U3 : U2           USER 2

                      DBMS
                                   USER 3
                                      53
หน้าที่ของระบบจัดการฐาน
     ข้อมูล (DBMS)
8. ควบคุมความบูรณภาพของข้อมูล
(Integrity Control)

                   Integrity
                    Control


                      ฐานข้อมูลการจ่ายเงินเดือน
ฐานข้อมูลประวัติ                           54
หน้าที่ของระบบจัดการฐาน
     ข้อมูล (DBMS)
9. ทำาหน้าที่จัดทำาพจนานุกรมข้อมูล (Data
Dictionary)




                                 DB
      พจนานุกรม ชือตาราง
                       ่
 เพื่อเก็บรายละเอียด
                      ชือฟิลด์
                         ่
     ที่เกี่ยวข้องกับ
        ฐานข้อมูล คีย์ต่าง


                                 Database   55
องค์ประกอบที่ 3 : ข้อมูล
         (Data)
    หมายถึง ข้อมูลหรือสิ่งต่างๆ ที่ต้องการนำามา
จัดเก็บลงในฐานข้อมูล เพื่อให้มีการจัดการอย่าง
เป็นระบบ โดยข้อมูลต่างๆ จะถูกจัดการในแต่ละ
ระดับ โดยผู้ที่ใช้ฐานข้อมูลจะมองภาพข้อมูลที่
แตกต่างกันออกไป และต้องสามารถถูกใช้ร่วม
กัน (Data Sharing) จากผู้ใช้หลายๆ คนได้   USER 1


  ข้อมูล                                 USER 2
                                             56
องค์ประกอบที่ 4 : บุคลากร
       (People)
   1. ผูใช้ทวไป (User)
        ้    ั่
      บุคลากรทีใช้ฐานข้อมูล เช่น
                 ่
พนักงานจองตั๋ว
   2. พนักงานปฏิบัติการ
(Operator)
      ผูปฏิบัติการด้านประมวลผลการ
          ้
ป้อนข้อมูล
   3. นักวิเคราะห์และออกแบบ
                                57
องค์ประกอบที่ 4 : บุคลากร
       (People)
   4. ผูเขียนโปรแกรมประยุกต์
          ้
(Programmer)
      ผูที่เขียนโปรแกรมเพื่อให้จัดเก็บ
        ้
ข้อมูล การเรียกใช้
            ข้อมูลตามความต้องการของผู้
ใช่งาน
  5. ผู้บริหารฐานข้อมูล (Database
Administrator : DBA)                 58
องค์ประกอบที่ 4 : บุคลากร
         (People)
DBA มีหน้าที่ดังนี้
• ตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดเก็บบันทึกข้อมูลไว้ใน
  ฐานข้อมูล
• วิเคราะห์การจัดเก็บข้อมูล
• ประสานงานกับผู้ใช้
• กำาหนดระบบรักษาความปลอดภัยและคงสภาพ
  ของข้อมูล
• กำาหนดแผนในการสร้างระบบสำารองและฟื้น
  สภาพข้อมูล                                   59
ข้อดีของการมีระบบฐาน
                ข้อมูล
       1. หลีกเลี่ยงความขัดแย้งของ
    ข้อมูลได้
ข้อมูลพนักงาน                           ทะเบียนประวัติ
             เมื่อข้อมูลพนักงาน           พนักงาน
ฐานข้อมูลพนักงาน นไปจะทำาให้
             เปลี่ย
              เกิดความขัดแย้ง ฐานข้อมูล
ข้อมูลพนักงาน ของข้อมูล         พนักงาน ระบบเงินเดือน
                                          พนักงาน
ฐานข้อมูลเงินเดือน
   การทำางานแบบแฟ้มข้อมูล      การทำางานแบบฐานข้อมูล
                                                    60
ข้อดีของการมีระบบฐาน
              ข้อมูล
      2. สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้

                           ระบบทะเบียนประวัติพนักงาน

   - ฐานข้อมูลพนักงาน          ระบบวางแผนงาน
- ฐานข้อมูลงานของบริษท ั
   -ฐานข้อมูลด้านบัญชี
                             ระบบเงินเดือนพนักงาน


                                                    61
ข้อดีของการมีระบบฐาน
                ข้อมูล
        3. ลดความซำ้าซ้อนของข้อมูลได้

ข้อมูลพนักงาน                            ทะเบียนประวัติ
             ข้อมูลพนักงาน                 พนักงาน
ฐานข้อมูลพนักงาน
            มีความซำ้าซ้อนกัน
                                ฐานข้อมูล
ข้อมูลพนักงาน                    พนักงาน ระบบเงินเดือน
                                           พนักงาน
ฐานข้อมูลเงินเดือน
   การทำางานแบบแฟ้มข้อมูล       การทำางานแบบฐานข้อมูล
                                                     62
ข้อดีของการมีระบบฐาน
              ข้อมูล
       4. รักษาความถูกต้องและความ
  เชือถือได้ของข้อมูล
     ่
ระบบทะเบียนประวัติพนักงาน


                                ระบบวางแผนงาน

          - ฐานข้อมูลพนักงาน
       - ฐานข้อมูลงานของบริษทั
          -ฐานข้อมูลด้านบัญชี ระบบเงินเดือนพนักงาน

                                                63
ข้อดีของการมีระบบฐาน
              ข้อมูล
    5. สามารถกำาหนดความเป็น
  มาตรฐานเดียวกัน
                           ระบบทะเบียนประวัติพนักงาน

   - ฐานข้อมูลพนักงาน          ระบบวางแผนงาน
- ฐานข้อมูลงานของบริษท ั
   -ฐานข้อมูลด้านบัญชี
                             ระบบเงินเดือนพนักงาน

                      ใช้มาตรฐานเดียวกัน
                                                    64
ข้อดีของการมีระบบฐาน
          ข้อมูล
  6. สามารถกำาหนดระบบรักษา
ความปลอดภัยได้

                 Non-Authorize USER
  ฐานข้อมูล




              Authorize USER          65
ข้อดีของการมีระบบฐาน
                ข้อมูล
       6. มีความเป็นอิสระของข้อมูล
     และโปรแกรม
ระบบทะเบียนประวัติพนักงาน

                    - ฐานข้อมูลพนักงาน
                                     ระบบวางแผนงาน
                 - ฐานข้อมูลงานของบริษัท
                    -ฐานข้อมูลด้านบัญชี
  ระบบเงินเดือนพนักงาน


                                                 66
ข้อเสียของการมีระบบฐาน
         ข้อมูล
 1. มีตนทุนสูง
       ้




Hardware
           Software   บุคลากร
                                67
ข้อเสียของการมีระบบฐาน
             ข้อมูล
     2. มีความซับซ้อน
        System 1
Program 1.1                    ฐานข้อมูล
              System 2
  Program 2.1
                  I NA E
                  D   M        A D ESS
                                DR         Telephone
                    1Somchai   15/
                                 548       01-9574126
                    2Monton    17/
                                 54        02-985-6574
                    3Ladawan   58/
                                 574       01-900-5742
                                                         68
ข้อเสียของการมีระบบฐาน
            ข้อมูล
     3. เสี่ยงต่อการหยุดชงักของ
  ระบบ
USER 4
                                  USER 1

USER 5
             ฐานข้อมูล            USER 2

USER 6
                                  USER 3
                                     69
สรุป

     ในบทนี้ได้กล่าวถึงวิวฒนาการการจัดการ
                           ั
ข้อมูล ความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างแฟ้มข้อมูล
ชนิดข้อมูล ประเภทของแฟ้มข้อมูล การจัด
โครงสร้างแฟ้มข้อมูล (File Organization)
ระบบแฟ้มข้อมูล (File Based System) ระบบ
ฐานข้อมูล (Database System) ระบบการ
จัดการฐานข้อมูล (Database Management
System : DBMS) ส่วนประกอบของสภาพ
แวดล้อมใน DBMS ซึงประกอบไปด้วย
                       ่                70
คำาถามท้ายบทที่ 1
• 1. จงสรุปแนวคิดในการจัดการข้อมูลจากอดีตถึง
  ปัจจุบัน
• 2.โครงสร้างของแฟ้มข้อมูลประกอบด้วยอะไร
  บ้าง จงอธิบาย
• 3. การเก็บข้อมูลแบบแฟ้มข้อมูลมีข้อจำากัด
  อย่างไร จงอธิบาย
• 4. ฐานข้อมูลคืออะไร และยกตัวอย่างฐานข้อมูล
  ที่นักศึกษารู้จักมาสองระบบ
• 5. ฐานข้อมูลช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับการเก็บ
  ข้อมูลในแฟ้มข้อมูลอย่างไร                    71

Chapter1

  • 1.
    Chapter 1 :Introduction to Database System ง 33241 ระบบฐานข้อมูล 3(2-2-5) 1
  • 2.
    วัตถุประสงค์ • ทราบถึงวิวัฒนาการในการจัดการข้อมูล • สามารถบอกโครงสร้างแฟ้มข้อมูลชนิดของข้อมูล ประเภทต่าง ๆได้ • สามารถบอกประเภทของแฟ้มข้อมูล และวิธีการจัด โครงสร้างแฟ้มข้อมูลได้ • เข้าใจหลักการทำางานของระบบแฟ้มข้อมูล และบอก ข้อดี/ข้อเสียได้ • เข้าใจหลักการทำางานของระบบฐานข้อมูล และบอก ข้อดี/ข้อเสียได้ • ทราบถึงความสำาคัญและหน้าที่การทำางานของ DBMS • บอกส่วนประกอบของสภาพแวดล้อมของ DBMS ได้ 2
  • 3.
    ชีวิตประจำาวันกับฐานข้อมูล (Database) • การใช้ชวตประจำาวัน ี ิ • เราสัมพันธ์กับ Database อะไรบ้าง? 3
  • 4.
    บทนำา ฐานข้อมูล (Database) มีบทบาท สำาคัญมากต่องานด้านต่างๆ โดยเฉพาะงาน ที่ใช้คอมพิวเตอร์ เช่น - งานด้านธุรกิจ - งานด้าน วิศวกรรม - ด้านการแพทย์ - การศึกษา - วิทยาศาสตร์ ฯลฯ เพือทำาการจัดการข้อมูลอย่างมีระบบ ่ 4
  • 5.
  • 6.
    โครงสร้างแฟ้มข้อมูล • บิต(bit) :ประกอบไปด้วยเลขฐาน สอง ใช้แทนค่าหน่วยทีเล็กที่สดของ ่ ุ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยหน่วยที่ใช้จะมี ค่า 0 และ 1 เท่านั้น • ไบต์(byte) : คือการนำาเอาบิต หลายๆ บิตมาเรียงต่อกัน ตัวอย่างเช่น 1 ไบต์มี 8 บิต ก็คือการนำาเอาเลข 0 กับ 1 มาเรียงต่อกัน 8 ตัวจนครบ 1 ไบต์ เพื่อให้ได้อกขระหนึงตัว เช่น ั ่ 6
  • 7.
    โครงสร้างแฟ้มข้อมูล • ฟิลด์(field) :คือการนำาเอาอักขระ ตั้งแต่หนึ่งตัวขึ้นไปมารวมกันเพื่อให้เกิด ความหมาย เช่น ฟิลด์ std_name ใช้เก็บ ข้อมูลนักศึกษา ,ฟิลด์ salary ใช้เก็บ ข้อมูลเงินเดือน เป็นต้น • เรคอร์ด(record) : คือกลุ่มของฟิลด์ที่ สัมพันธ์กัน เช่น ในหนึ่งเรคคอร์ด ประกอบด้วยฟิลด์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเป็น ชุด เช่น เรค คอร์ดประวัตินักศึกษา ประกอบด้วย - ฟิลด์ รหัสนักศึกษา 7
  • 8.
    โครงสร้างแฟ้มข้อมูล • ไฟล์(file) :คือกลุ่มของเรคคอร์ดที่ สัมพันธ์กันเช่น แฟ้มประวัตินักศึกษา จะ ประกอบด้วยเรคคอร์ดของนักศึกษา ทั้งหมดในมหาวิทยาลัย ดังนั้นหนึ่งไฟล์จะ ต้องมีอย่างน้อยหนึ่งเรคคอร์ด เพือใช้การ ่ ใช้งานข้อมูล เป็นต้น 8
  • 9.
    แฟ้มข้อมูล bit หน่วยที่เล็กที่สุดในการเก็บข้อมูลด้วยคอมพิวเต byte กลุ่มของ bit ซึง 8 bits = 1 byte ่ fieldหน่วยเก็บข้อมูลที่กำาหนดขึ้นเพื่อใช้เก็บค่าที่ตอง ้ record กลุมของ fields ที่เกี่ยวข้องกัน ่ file กลุ่มของ records หน่วยในการเก็บข้อมูลในคอมพิวเตอร์ 9
  • 10.
    แฟ้มข้อมูล File แฟ้มประวัตนักเรียน ิ record1 record2 record n ..... ประวัติ น.ร. คนที่ 1 ติ น.ร. คนที่ 2 ประวัติ น.ร. คนที่ n ประวั รหัสนักเรียน รหัสนักเรียน รหัสนักเรียน ชื่อ-สกุล ชือ-สกุล ่ ชื่อ-สกุล fields วันเกิด วันเกิด วันเกิด ที่อยู่ ที่อยู่ ที่อยู่ 10
  • 11.
  • 12.
  • 13.
    ชนิดของข้อมูล (Type ofData) • 1. ข้อมูลชนิดข้อความ (Text) : เป็น ข้อมูลทีประกอบด้วยสายอักขระ ่ ต่างๆ ทีนำามารวมกันโดยไม่มรปแบบ ่ ี ู ที่ชดเจนแน่นอน โดยข้อมูลชนิดนี้จะ ั มีความหมายในตัวเอง • 2. ข้อมูลชนิดที่เป็นรูปแบบ (Formatted Data) : เป็นข้อมูลที่ ประกอบด้วยอักขระต่างๆ ซึงมีรป ่ ู แบบแน่นอน โดยอาจจัดเก็บอยู่ใน 13 รูปแบบของรหัส โดยต้องนำารหัส
  • 14.
    ชนิดของข้อมูล (Type of Data) • 3. ข้อมูลชนิดรูปภาพ (Images) • 4. ข้อมูลชนิดเสียง (Audio/Sound) 14
  • 15.
    ประเภทของแฟ้มข้อมูล 1. แฟ้มข้อมูลชั่วคราว (Transaction File) – ไฟล์ที่ใช้ในการเก็บค่าที่มีการ เปลี่ยนแปลงบ่อย ๆ ซึงไม่ใช้ผลลัพธ์ ่ สุดท้าย –เป็นไฟล์ชวคราวและมักจะไม่เก็บข้อมูล ั่ หรือผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผลไว้ อย่างถาวร –เช่น แฟ้มข้อมูลการลงทะเบียนของ นักศึกษา ที่ต้องมีการลงทะเบียนทุกภาค การศึกษา หรือ แฟ้มข้อมูลรายการถอน 15
  • 16.
    ประเภทของแฟ้มข้อมูล 2. แฟ้มข้อมูลหลัก (MasterFile) –เป็นไฟล์หลักที่ใช้เก็บข้อมูลที่มีการ เปลี่ยนแปลงน้อย และจะเก็บข้อมูลไว้ อย่างถาวร –มักเก็บผลลัพธ์สดท้ายของแต่ละช่วง ุ เวลา –มีการปรับปรุงข้อมูลโดยใช้ข้อมูลจาก Transaction File 16
  • 17.
    การจัดโครงสร้างแฟ้มข้อมูล (File Organizations) • การจัดการแฟ้มข้อมูล (File Organization) เป็นเทคนิคที่ใช้ใน การจัดเก็บข้อมูล การเตรียมวิธีการ เข้าถึงข้อมูล การเรียกใช้ และการ ปรับปรุงข้อมูล มี 3 ประเภท คือ 1. แฟ้มข้อมูลแบบเรียงลำาดับ 2. แฟ้มข้อมูลแบบสุม ่ 17
  • 18.
    1. แฟ้มข้อมูลแบบเรียงลำาดับ (Sequential File) • เป็นแฟ้มข้อมูลที่มีการเรียงลำาดับตั้งแต่ เรคคอร์ดแรกจนถึงเรคคอร์ดสุดท้าย • สามารถใช้งานได้ง่ายและเสียค่าใช้จ่าย น้อย แต่เสียเวลามากในการทำางาน • เหมาะกับงานที่มีการเปลี่ยนแปลงของ ข้อมูลที่เป็นลำาดับในปริมาณมาก • อุปกรณ์ / สือที่ใช้เก็บคือ เทปแม่เหล็ก ่ เพราะมีราคาถูก 18
  • 19.
  • 20.
    2. แฟ้มข้อมูลแบบสุ่ม (Random File) • สามารถทำางานได้เร็ว เพราะไม่ต้อง เรียงลำาดับข้อมูล • เหมาะกับการใช้งานแบบ Online Transaction Processing • ไม่เหมาะกับงานที่มีการ เปลี่ยนแปลงข้อมูลในปริมาณที่มาก • อุปกรณ/สือที่ใช้เก็บคือ จานแม่ ่ เหล็ก • การเขียนโปแกรมเพื่อค้นหาข้อมูล 20
  • 21.
    3. แฟ้มข้อมูล แบบลำาดับเชิงดัชนี(Ind exed Sequential File) • สามารถรองรับการประมวลผลได้ทั้งแบบ Sequential และ แบบ Random • เหมาะกับการประมวลผลแบบ Online • เสียเนื้อที่ในการจัดเก็บอินเด็กซ์หรือต้อง สร้างตารางดัชนีที่ใช้ในการอ้างถึง ตำาแหน่งของข้อมูล 21
  • 22.
    3. แฟ้มข้อมูล แบบลำาดับเชิงดัชนี(Ind exed Sequential File) • การเขียนโปแกรมเพื่อค้นหาข้อมูล จะมีความซับซ้อน แต่การทำางานจะ ช้ากว่าแบบ Random และเสียค่าใช้ จ่ายสูง • อุปกรณ/สือทีใช้เก็บคือ จานแม่ ่ ่ เหล็ก 22
  • 23.
  • 24.
    ข้อเสียของการจัดการข้อมูล แบบแฟ้มข้อมูล 1. ข้อมูลมีการเก็บแยกจากกัน (Data Isolation) 2. เกิดความซำ้าซ้อนของข้อมูล (Data Redundacy) 3. ข้อมูลมีความขึนต่อกัน (Data ้ dependence) 4. ความไม่สอดคล้องกันของ ข้อมูล (Data Inconsistency) 24
  • 25.
    1. ข้อมูลมีการเก็บแยกจากกัน (separationand isolation of data) แฟ้มพนักงาน (Employees) Emp_No Name Address Salary Phone EMP001 สมชาย Thailand 25,000 054466666 EMP002 สุพจน์ Thailand 35,000 053712307 EMP003 ดิเรก Thailand 50,000 055321456 แฟ้มพนักงานขาย (Salesman) Sale_No Name Phone Paging_No Level EMP001 สมชาย 054466666 152-4445689 1 EMP003 ดิเรก 055321456 152-2100004 25 3
  • 26.
    2. ข้อมูลมีความซำ้าซ้อน (duplication of data/redundancy) • สืบเนื่องมาจากการเก็บข้อมูลแยกจาก กัน ทำาให้ไม่สามารถควบคุมข้อมูลไม่ให้ เกิดความซำ้าซ้อนได้ ที่สำาคัญคือการ ทำาให้เสียพืนที่ในการจัดเก็บข้อมูลเพิม ้ ่ ขึ้น จากตัวอย่างข้างต้น คือ พนักงานชือ ่ นายสมชาย และนายดิเรก ถูกเก็บลง แฟ้มข้อมูล 2 แฟ้ม ทั้งที่ควรเป็นข้อมูล ชุดเดียวกัน ดังนั้นจึงทำาให้เกิดความ 26
  • 27.
    2.1 ข้อผิดพลาดจากการเพิ่มข้อมูล (Insertion anomalies) แฟ้มพนักงาน (Employees) Sale_No Name Phone Paging_No Level EMP001 สมชาย 054466666 152-4445689 1 EMP003 ดิเรก 055321456 152-2100004 3 แฟ้มพนักงานขาย (Salesman) Insertio Sale_No Name Phone n Paging_No Level EMP001 สมชาย 054466666 152-4445689 1 EMP003 ดิเรก 055321456 152-2100004 3 EMP009 สุชาติ 055321458 152-2100009 1 27
  • 28.
    2.2 ข้อผิดพลาดจากการลบข้อมูล (Deletion anomalies) แฟ้มพนักงาน (Employees) Emp_No Name Address Salary Phone EMP001 สมชาย Thailand 25,000 054466666 EMP003 ดิเรก Thailand 50,000 055321456 Deletion จากแฟ้ม แฟ้มพนักงานขาย (Salesman) พนักงานไปแล้ว Emp_No Name Address Salary Phone EMP001 สมชาย Thailand 25,000 054466666 EMP002 สุพจน์ Thailand 35,000 053712307 EMP003 ดิเรก Thailand 50,000 055321456 28
  • 29.
    2.3 ข้อผิดพลาดจากการเปลี่ยนแปลง ข้อมูล (Modification anomalies) แฟ้มพนักงาน Modification เปลี่ยน (Employees) Emp_No Name Address ่อ Salary Phone ชื EMP001 สมยศ Thailand 25,000 054466666 EMP003 ดิเรก Thailand 50,000 055321456 แฟ้มพนักงานขาย (Salesman) Emp_No Name Address Salary Phone EMP001 สมชาย Thailand 25,000 054466666 EMP003 Asian Thailand 50,000 055321456 29
  • 30.
    างการจัดการข้อมูลแบบแฟ้มข้อมูล ฝ่ายทะเบียนวัดผล ฝ่ายงานบัญชี แฟ้มนักเรียน  แฟ้มการลงทะเบียน กเรียน แฟ้มนั แฟ้มรายวิชา แฟ้มการเงิน  แฟ้มผลการเรียน ความซำ้าซ้อน & ความไม่ สอดคล้องของ หมวดวิชาคณิตศาสตร์ ข้อมูล หมวดวิชาคอมพิวเตอ  แฟ้มนักเรียน แฟ้มนักเรียน แฟ้มผลการเรียผลการเรียน แฟ้ม น  30
  • 31.
    3.ข้อมูลมีความขึนต่อกัน (Data ้ dependence) ปัญหาดังกล่าวจะเกิดขึ้นเมื่อมีการปรับ เปลี่ยนโครงสร้างของแฟ้มข้อมูล จะส่งผลกระ ทบกับข้อมูลที่ทำาการจัดเก็บอยู่ และส่งผล ทำาให้ข้อมูลในหน่วยงานอื่น ๆที่จัดเก็บไม่ตรง กัน และวิธีการปรับปรุงค่อนข้างจะยุ่งยากมาก Master File (Old Structure) New Update File Master File New File (New Structure) 31
  • 32.
    5. ความไม่สอดคล้องกันของข้อมูล (Data Inconsistency) ความไม่สอดคล้องของข้อมูล คือ การที่ข้อมูล เดียวกันถูกจัดเก็บไว้ในหลายๆแห่ง มีค่าไม่ตรงกัน ซึ่งอาจเกิดจากความผิดพลาดของการป้อนข้อมูล มี รูปแบบไม่ตรงกัน เช่น การป้อนข้อมูลหมายเลข โทรศัพท์ ควรจะเป็น 0-5541-1096 แต่กลายเป็น 055-411096 เป็นต้น 32
  • 33.
    6. รายงานต่าง ๆถูกกำาหนดไว้อย่าง จำากัด (fixed queries/proliferation of application programs) ระบบแฟ้มข้อมูลของแต่ละหน่วยงานถูกเขียน ขึ้นด้วยหลาย ๆโปรแกรม และการใช้งานในแต่ละ หน่วยงานก็แตกต่างกัน ดังนันในส่วนของการจ้าง ้ โปรแกรมเมอร์มาทำาการพัฒนาโปรแกรมนั้นก็จะมี ส่วนที่กำาหนดในเรื่องของรายงานที่หน่วยงาน ต้องการใช้ แต่หากว่าต้องการรายงานอื่น ๆเพิมใน ่ อนาคตก็ตองทำาการว่าจ้างโปรแกรมเมอร์มาพัฒนา ้ ทำาให้เสียค่าใช้จ่ายเพิม ดังนั้นจะเห็นว่าเกิดปัญหา ่ ในเรื่องของความต้องการของผู้ใช้งาน 33
  • 34.
    ข้อดีของวิธีแฟ้มข้อมูล (Advantages of File-Based approach) 1. ง่ายต่อการออกแบบและการพัฒนา (easy to design and implement) 2. การประมวลผลแบบแฟ้มข้อมูลเป็นวิธีดัง เดิมที่ใช้กันมานาน และมีความรวดเร็ว (historically and processing speed) 34
  • 35.
    การจัดการข้อมูลแบบแฟ้ม ข้อมูล เป็นการจัดเก็บข้อมูลในลักษณะแฟ้มข้อมูล ที่อิสระจากกัน แฟ้มข้อมูลอาจารย์ ระบบเงินเดือน รายงาน แฟ้มข้อมูล ระบบตารางสอน รายงาน วิชาที่เปิดสอน ระบบเกรด รายงาน แฟ้มข้อมูลเกรด 35
  • 36.
    ระบบแฟ้มข้อมูล (File System) ข้อมูลรายวิชา โปรแกรมการลงทะเบียน  -ข้อมูลนักเรียน -ข้อมูลการลงทะเบ ข้อมูลรายวิชา โปรแกรม ประมวลผล  -ข้อมูลนักเรียน -ข้อมูลผลการเรีย การเรียน แต่ละเทอม โปรแกรมจัดการรายวิชา  ข้อมูลรายวิชา -ข้อมูลการลงทะเบ 36
  • 37.
    แก้ไขข้อเสียโดยใช้ … ระบบฐานข้อมูล ระบบเงินเดือน รายงาน ข้อมูลอาจารย์ ระบบจัดการ ฐานข้อมูล ระบบตารางสอน รายงาน (DBMS) ข้อมูลตารางสอน ระบบเกรด รายงาน ข้อมูลเกรด 37
  • 38.
    ะบบฐานข้อมูล (Database System) โปรแกรมการลงทะเบียน ฐานข้อมูล -ข้อมูลรายวิชา โปรแกรม DBMS -ข้อมูลนักเรียน ประมวลผล -ข้อมูลการลงทะเบียน -ข้อมูลผลการเรียน การเรียน -ฯลฯ แต่ละเทอม โปรแกรมจัดการรายวิชา 38
  • 39.
    ความหมายของระบบฐาน ข้อมูล ฐานข้อมูล (Database) : ประกอบ ด้วยรายละเอียดข้อมูลที่มีความเกี่ยวข้อง กัน ซึงจะถูกนำามาใช้งานในด้านต่างๆ โดย ่ ข้อมูลเหล่านี้จะถูกจัดเก็บไว้ให้เป็น ศูนย์กลางอย่างมีระบบ ซึงสามารถเรียกใช้ ่ งานร่วมกันได้ เพือประโยชน์ในการจัดการ ่ และการเรียกใช้ข้อมูลได้อย่างมี ประสิทธิภาพ 39
  • 40.
    ลักษณะของข้อมูลในระบบฐานข้อมูล แสดงข้อมูลทั้งหมดที่ ประกอบอยู่ในฐานข้อมูล นักเรียน วิชา ส่วนที่แรเงาคือส่วนของ อาจารย์ ห้องเรียน ข้อมูลที่ซำ้าซ้อน ซึ่ง สามารถเก็บแยกแฟ้มได้ โดยให้มส่วนชี้แสดง ี ความสัมพันธ์ถึงกัน นักเรียน ห้องเรีย อาจารย์ น วิชา 40
  • 41.
    โครงสร้างข้อมูลในระบบฐานข้อมูล อาจารย์ 0 นภา 1 นักเรียน 1 นพ 1 0 1 รายวิชา 2 วุฒิ 1 0 1 1 0 สมช M 0 11 ปาส 2 0 าย 2 3 วิทย 2 0 ชัย 11 0 สมบั M 0 3 11 คาล 1 ซี 1. 1 0 ติ 3 4 ... ... ... า 2 0 สม F 0 2 11 จาวา 5 1. 2 1 0 หญิง 3 0 สมศ F 0 12 โลโก 5 3 1 3 0 รี 1 ... ... … ... 1 ... ... ... 4 41
  • 42.
    องค์ประกอบของระบบฐาน ข้อมูล 1. ฮาร์ดแวร์ (Hardware) 2. ซอฟต์แวร์ (Software) หรือ โปรแกรม (Program) 3. ข้อมูล (Data) 4. บุคลากร (People) 5. ขั้นตอนการปฏิบัติงาน (Procedure) 42
  • 43.
    องค์ประกอบของระบบ ฐานข้อมูล ผู้ใช้ (User) ข้อมูล (Data) Database System ซอฟต์แวร์ (Software) ฮาร์ดแวร์ (Hardware) 43
  • 44.
    องค์ประกอบที่ 1 :ฮาร์ดแวร์ (Hardware) หมายถึง ฮาร์ดแวร์ หรืออุปกรณ์ต่างที่ ใช้เพือช่วยให้ระบบฐานข้อมูลสามารถ ่ ทำางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีสง ิ่ สำาคัญคือ - ขนาดของหน่วยความจำา (Memory) - ความเร็วในการประมวลผลของ CPU - อุปกรณ์นำาเข้า (Input Device) - อุปกรณ์แสดงผล (Output Device) 44
  • 45.
    องค์ประกอบที่ 2 : ซอฟต์แวร์ (Software) หมายถึง ซอฟต์แวร์ ที่ใช้เพือเก็บ ่ ข้อมูล หรือการจัดการข้อมูลในรูปแบบต่างๆ โดยแต่ละระบบจะใช้ โปรแกรมที่แตกต่าง กันไปตามลักษณะการใช้งาน แต่ทุกระบบจะต้องมีโปรแกรมที่ทำา หน้าที่ควบคุมดูแลการสร้าง, การเรียกใช้ ข้อมูล, การจัดทำารายงาน, การปรับเปลี่ยน แก้ไขโครงสร้าง ฯลฯ ที่เรียกว่า “ระบบ จัดการฐานข้อมูล” (Database 45
  • 46.
    ระบบจัดการฐานข้อมูล (DBMS) หมายถึง โปรแกรมที่ทำาหน้าที่จัดการ ข้อมูลในฐานข้อมูล ทั้งการสร้าง, การเรียก ใช้งาน, การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง และยัง ความคุมระบบรักษาความปลอกภัยของฐาน ข้อมูลอีกด้วย โดยระบบจัดการฐานข้อมูลจะเป็น ระบบจัดการ สือกลางระหว่างผู้ใช้อมูล โปรแกรมประยุกกต่างๆ ่ ฐานข้ งานโปรแกรมประยุ ต์ ต์ ฐานข้อมูล ที่ผใช้งานใช้ ู้ ต่างๆ กับระบบฐานข้อมูลที่ติดต่ออยู่ (DBMS) 46
  • 47.
    หน้าที่ของระบบจัดการฐาน ข้อมูล (DBMS) 1. ช่วยกำาหนดและเก็บโครงสร้างฐานข้อมูล (Define and Store Database Structure) I NA E D M A D ESS DR Telephone 1Somchai 15/ 548 01-9574126 ฐานข้อมูล 2Monton 17/ 54 02-985-6574 3Ladawan 58/ 574 01-900-5742 47
  • 48.
    หน้าที่ของระบบจัดการฐาน ข้อมูล (DBMS) 2. การบรรจุข้อมูลลงฐานข้อมูล (Load Database) I NA E D M A D ESS DR Telephone 1Somchai 15/ 548 01-9574126 2Monton 17/ 54 02-985-6574 3Ladawan 58/ 574 01-900-5742 ฐานข้อมูล 48
  • 49.
    หน้าที่ของระบบจัดการฐาน ข้อมูล (DBMS) 3. เก็บและดูแลข้อมูล (Store and Maintain Data) DBMS Store and Maintain Data 49
  • 50.
    หน้าที่ของระบบจัดการฐาน ข้อมูล (DBMS) 4. ประสานงานกับระบบปฏิบัติการ (Operating System) Operating System DBMS Application Software ฐานข้อมูล 50
  • 51.
    หน้าที่ของระบบจัดการฐาน ข้อมูล (DBMS) 5. ช่วยควบคุมความปลอดภัย (Security Control) Non-Authorize USER ฐานข้อมูล DBMS Authorize USER 51
  • 52.
    หน้าที่ของระบบจัดการฐาน ข้อมูล (DBMS) 6. การจัดทำาข้อมูลสำารองและการกู้ (Backup and Recovery) Backup ABCD 12345 ABCD 12345 Recovery Backup Database Database 52
  • 53.
    หน้าที่ของระบบจัดการฐาน ข้อมูล (DBMS) 7. ควบคุมการใช้งานพร้อมกันของผู้ใช้ใน ระบบ (Concurrency Control) USER 1 ฐานข้อมูล U1 : U3 : U2 USER 2 DBMS USER 3 53
  • 54.
    หน้าที่ของระบบจัดการฐาน ข้อมูล (DBMS) 8. ควบคุมความบูรณภาพของข้อมูล (Integrity Control) Integrity Control ฐานข้อมูลการจ่ายเงินเดือน ฐานข้อมูลประวัติ 54
  • 55.
    หน้าที่ของระบบจัดการฐาน ข้อมูล (DBMS) 9. ทำาหน้าที่จัดทำาพจนานุกรมข้อมูล (Data Dictionary) DB พจนานุกรม ชือตาราง ่ เพื่อเก็บรายละเอียด ชือฟิลด์ ่ ที่เกี่ยวข้องกับ ฐานข้อมูล คีย์ต่าง Database 55
  • 56.
    องค์ประกอบที่ 3 :ข้อมูล (Data) หมายถึง ข้อมูลหรือสิ่งต่างๆ ที่ต้องการนำามา จัดเก็บลงในฐานข้อมูล เพื่อให้มีการจัดการอย่าง เป็นระบบ โดยข้อมูลต่างๆ จะถูกจัดการในแต่ละ ระดับ โดยผู้ที่ใช้ฐานข้อมูลจะมองภาพข้อมูลที่ แตกต่างกันออกไป และต้องสามารถถูกใช้ร่วม กัน (Data Sharing) จากผู้ใช้หลายๆ คนได้ USER 1 ข้อมูล USER 2 56
  • 57.
    องค์ประกอบที่ 4 :บุคลากร (People) 1. ผูใช้ทวไป (User) ้ ั่ บุคลากรทีใช้ฐานข้อมูล เช่น ่ พนักงานจองตั๋ว 2. พนักงานปฏิบัติการ (Operator) ผูปฏิบัติการด้านประมวลผลการ ้ ป้อนข้อมูล 3. นักวิเคราะห์และออกแบบ 57
  • 58.
    องค์ประกอบที่ 4 :บุคลากร (People) 4. ผูเขียนโปรแกรมประยุกต์ ้ (Programmer) ผูที่เขียนโปรแกรมเพื่อให้จัดเก็บ ้ ข้อมูล การเรียกใช้ ข้อมูลตามความต้องการของผู้ ใช่งาน 5. ผู้บริหารฐานข้อมูล (Database Administrator : DBA) 58
  • 59.
    องค์ประกอบที่ 4 :บุคลากร (People) DBA มีหน้าที่ดังนี้ • ตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดเก็บบันทึกข้อมูลไว้ใน ฐานข้อมูล • วิเคราะห์การจัดเก็บข้อมูล • ประสานงานกับผู้ใช้ • กำาหนดระบบรักษาความปลอดภัยและคงสภาพ ของข้อมูล • กำาหนดแผนในการสร้างระบบสำารองและฟื้น สภาพข้อมูล 59
  • 60.
    ข้อดีของการมีระบบฐาน ข้อมูล 1. หลีกเลี่ยงความขัดแย้งของ ข้อมูลได้ ข้อมูลพนักงาน ทะเบียนประวัติ เมื่อข้อมูลพนักงาน พนักงาน ฐานข้อมูลพนักงาน นไปจะทำาให้ เปลี่ย เกิดความขัดแย้ง ฐานข้อมูล ข้อมูลพนักงาน ของข้อมูล พนักงาน ระบบเงินเดือน พนักงาน ฐานข้อมูลเงินเดือน การทำางานแบบแฟ้มข้อมูล การทำางานแบบฐานข้อมูล 60
  • 61.
    ข้อดีของการมีระบบฐาน ข้อมูล 2. สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้ ระบบทะเบียนประวัติพนักงาน - ฐานข้อมูลพนักงาน ระบบวางแผนงาน - ฐานข้อมูลงานของบริษท ั -ฐานข้อมูลด้านบัญชี ระบบเงินเดือนพนักงาน 61
  • 62.
    ข้อดีของการมีระบบฐาน ข้อมูล 3. ลดความซำ้าซ้อนของข้อมูลได้ ข้อมูลพนักงาน ทะเบียนประวัติ ข้อมูลพนักงาน พนักงาน ฐานข้อมูลพนักงาน มีความซำ้าซ้อนกัน ฐานข้อมูล ข้อมูลพนักงาน พนักงาน ระบบเงินเดือน พนักงาน ฐานข้อมูลเงินเดือน การทำางานแบบแฟ้มข้อมูล การทำางานแบบฐานข้อมูล 62
  • 63.
    ข้อดีของการมีระบบฐาน ข้อมูล 4. รักษาความถูกต้องและความ เชือถือได้ของข้อมูล ่ ระบบทะเบียนประวัติพนักงาน ระบบวางแผนงาน - ฐานข้อมูลพนักงาน - ฐานข้อมูลงานของบริษทั -ฐานข้อมูลด้านบัญชี ระบบเงินเดือนพนักงาน 63
  • 64.
    ข้อดีของการมีระบบฐาน ข้อมูล 5. สามารถกำาหนดความเป็น มาตรฐานเดียวกัน ระบบทะเบียนประวัติพนักงาน - ฐานข้อมูลพนักงาน ระบบวางแผนงาน - ฐานข้อมูลงานของบริษท ั -ฐานข้อมูลด้านบัญชี ระบบเงินเดือนพนักงาน ใช้มาตรฐานเดียวกัน 64
  • 65.
    ข้อดีของการมีระบบฐาน ข้อมูล 6. สามารถกำาหนดระบบรักษา ความปลอดภัยได้ Non-Authorize USER ฐานข้อมูล Authorize USER 65
  • 66.
    ข้อดีของการมีระบบฐาน ข้อมูล 6. มีความเป็นอิสระของข้อมูล และโปรแกรม ระบบทะเบียนประวัติพนักงาน - ฐานข้อมูลพนักงาน ระบบวางแผนงาน - ฐานข้อมูลงานของบริษัท -ฐานข้อมูลด้านบัญชี ระบบเงินเดือนพนักงาน 66
  • 67.
    ข้อเสียของการมีระบบฐาน ข้อมูล 1. มีตนทุนสูง ้ Hardware Software บุคลากร 67
  • 68.
    ข้อเสียของการมีระบบฐาน ข้อมูล 2. มีความซับซ้อน System 1 Program 1.1 ฐานข้อมูล System 2 Program 2.1 I NA E D M A D ESS DR Telephone 1Somchai 15/ 548 01-9574126 2Monton 17/ 54 02-985-6574 3Ladawan 58/ 574 01-900-5742 68
  • 69.
    ข้อเสียของการมีระบบฐาน ข้อมูล 3. เสี่ยงต่อการหยุดชงักของ ระบบ USER 4 USER 1 USER 5 ฐานข้อมูล USER 2 USER 6 USER 3 69
  • 70.
    สรุป ในบทนี้ได้กล่าวถึงวิวฒนาการการจัดการ ั ข้อมูล ความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างแฟ้มข้อมูล ชนิดข้อมูล ประเภทของแฟ้มข้อมูล การจัด โครงสร้างแฟ้มข้อมูล (File Organization) ระบบแฟ้มข้อมูล (File Based System) ระบบ ฐานข้อมูล (Database System) ระบบการ จัดการฐานข้อมูล (Database Management System : DBMS) ส่วนประกอบของสภาพ แวดล้อมใน DBMS ซึงประกอบไปด้วย ่ 70
  • 71.
    คำาถามท้ายบทที่ 1 • 1.จงสรุปแนวคิดในการจัดการข้อมูลจากอดีตถึง ปัจจุบัน • 2.โครงสร้างของแฟ้มข้อมูลประกอบด้วยอะไร บ้าง จงอธิบาย • 3. การเก็บข้อมูลแบบแฟ้มข้อมูลมีข้อจำากัด อย่างไร จงอธิบาย • 4. ฐานข้อมูลคืออะไร และยกตัวอย่างฐานข้อมูล ที่นักศึกษารู้จักมาสองระบบ • 5. ฐานข้อมูลช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับการเก็บ ข้อมูลในแฟ้มข้อมูลอย่างไร 71