Kru. Thanaporn Thaweedech
จุดประสงค์ การเรียนรู้
จุดประสงค์ ปลายทาง
         เขียนประโยคตามโครงสร้ างทางไวยากรณ์ ได้ ถูกต้ อง
จุดประสงค์ นําทาง
1. นักเรียนมีความรู้ เกียวกับความแตกต่ างระหว่ างประโยค Active Voice และ
                        #
   Passive Voice
2. นักเรียนมีความรู้ เกียวกับหลักเกณฑ์ ในการเปลียน Active Voice เป็ น
                          #                     #
   PassiveVoice
3. นักเรียนสามารถเปลียนประโยค Active Voice เป็ น Passive Voice ได้
                            #
4. เมื#อกําหนดประโยคทีขาดคํากริยาให้ นักเรียนสามารถใช้ คากริยาได้ ถูก
                              #                           ํ
   Voice
Active & Passive Voice
ประโยค Active Voice คือ ประโยคทีประธานเป็ นผู้กระทํากริยา เช่ น
                                #
  - John eats bread. (John ทานขนมปัง)
ประธานของประโยคนีH คือ John ซึ#งเป็ นผู้กระทํากริยา eats
ประโยค Passive Voice คือประโยคทีประธานเป็ นผู้ถูกกระทําด้ วยกริยา
                                #
เช่ น
  - Bread is eaten by John. (ขนมปังถูกทานโดย John)
ประธานของประโยคนีH คือ Bread ซึ#งเป็ นผู้ถูกกระทํากริยา eats โดย
John
เราจะใช้ ประโยค Passive Voice แทน Active Voice เมือเราต้ องการเน้ นผู้ถูกกระทํา
                                                          #
หรือเมือกล่ าวถึงเหตุการณ์ ทไม่ ทราบว่ าผู้กระทําเป็ นผู้ใด เช่ น เมือปากกาเราถูกขโมย เรามักจะ
        #                   ี#                                       #
พูดว่ า My pen was stolen. (ปากกาของฉันถูกขโมยไปแล้ ว) เราไม่ นิยมพูดว่ า A thief stole my
pen. (ขโมยได้ ขโมยปากกาของฉันไปแล้ ว)
หลักเกณฑ์ ในการเปลียนประโยค
                     #
   Active Voice เป็ น Passive
           Voice คือ
1. นํากรรมของประโยค Active Voice
   มาเป็ น
    ประธานของประโยค Passive Voice
   เช่ น
    Active Voice : John eats bread.
    Passive Voice : Bread is eaten by
   John.
2. เปลียนคํากริยาของประโยค Active Voice เป็ นช่ องที# 3
       #
   และจะต้ องมี Verb to be อยู่หน้ าคํากริยานัHนเสมอ
  (จะใช้ Verb to be ตัวใด ขึนอยู่กบประธานของประโยค
                            H     ั
  Passive Voiceและ Tense ของคํากริยาตัวเดิมใน
  Active Voice) เช่ น
         Active Voice : John eats bread.
         Passive Voice : Bread is eaten by John
3. นําประธานของประโยค Active Voice ไปเป็ น
   กรรมของประโยค Passive Voice โดยมีคาว่ า by
                                          ํ
   นําหน้ าเช่ น
        Active Voice : John eats bread.
        Passive Voice : Bread is eaten by John.
** ถ้ าประธานของประโยค Active Voice เป็ น
คําสรรพนาม (Pronouns) เมือเปลียนไปเป็ นกรรมของ
                           # #
ประโยค Passive Voice จะต้ องเปลียนรูปเป็ นกรรม
                                 #
ตามไปด้ วย เช่ น
           Active Voice : He ate bread.
           Passive Voice : Bread was eaten by him.
การเขียนประโยค Passive Voice ให้คานึงถึง คํากริยาในประโยค Active Voice
                                 ํ
ใน 2 ลักษณะดังนี
1. ถ้าในประโยค Active Voice มีคากริ ยาช่วยกับคํากริ ยาแท้ เมื&อเขียนเป็ นประโยค
                                    ํ
Passive Voice ส่ วนที&เป็ นกริ ยาจะประกอบด้วย คํากริยาช่ วย + be + คํากริยาช่ องที# 3 เช่น
Active Voice : Jenny can drive a car.
=> Passive Voice : A car can be driven by Jenny.
Active Voice : He will drink coffee.
=> Passive Voice : Coffee will be drunk by him.
Active Voice : She has to speak English. (has to หรื อ have to = จําเป็ นต้อง)
=> Passive Voice : English has to be spoken by her.
Active Voice : Mark ought to do homework this evening. (ought to = ควร/ควรจะ)
=> Passive Voice : Homework ought to be done by Mark this evening.
2. ถ้าในประโยค Active Voice มีเฉพาะคํากริ ยาแท้ ไม่มีคากริ ยาช่วย เมื&อเขียนเป็ นประโยค
                                                         ํ
Passive Voice ส่ วนที&เป็ นกริ ยาจะประกอบด้วย Verb to be + คํากริยาช่ องที# 3 เป็ นหลัก
โดยส่ วนที&เป็ น Verb to be นัน จะเปลี&ยนรู ปไปตามคํากริ ยาแท้ในประโยค Active Voice เช่น
Active Voice : Jenny ate rice.
=> Passive Voice : Rice was eaten by Jenny.
(Verb to be ใช้ was เพราะคํากริ ยาใน Active Voice เป็ นช่องที& 2 = ate และ
ประธานของประโยค Passive Voice เป็ นนามนับไม่ได้ = Rice)
Active Voice : Mark does homework everyday.
=> Passive Voice : Homework is done by Mark everyday.
(Verb to be ใช้ is เพราะคํากริ ยาใน Active Voice เป็ นช่องที& 1 = does และ
ประธานของประโยค Passive Voice เป็ นนามนับไม่ได้ = Homework)
Active Voice : She is making a doll.
=> Passive Voice : A doll is being made by her.
(Verb to be ใช้ is being เพราะคํากริ ยาใน Active Voice เป็ นรู ปปั จจุบนกําลัง
                                                                       ั
กระทํา = is making และประธานของประโยค Passive Voice เป็ นเอกพจน์บุรุษที& 3 = A doll)
Active Voice : He was making dolls.
=> Passive Voice : Dolls were being made by him.
(Verb to be ใช้ were being เพราะคํากริ ยาใน Active Voice เป็ นรู ปอดีตกําลัง
กระทํา = was making และประธานของประโยค Passive Voice เป็ นพหูพจน์บุรุษที& 3 = Dolls)
Active&passive voice

Active&passive voice

  • 1.
  • 2.
    จุดประสงค์ การเรียนรู้ จุดประสงค์ ปลายทาง เขียนประโยคตามโครงสร้ างทางไวยากรณ์ ได้ ถูกต้ อง จุดประสงค์ นําทาง 1. นักเรียนมีความรู้ เกียวกับความแตกต่ างระหว่ างประโยค Active Voice และ # Passive Voice 2. นักเรียนมีความรู้ เกียวกับหลักเกณฑ์ ในการเปลียน Active Voice เป็ น # # PassiveVoice 3. นักเรียนสามารถเปลียนประโยค Active Voice เป็ น Passive Voice ได้ # 4. เมื#อกําหนดประโยคทีขาดคํากริยาให้ นักเรียนสามารถใช้ คากริยาได้ ถูก # ํ Voice
  • 3.
    Active & PassiveVoice ประโยค Active Voice คือ ประโยคทีประธานเป็ นผู้กระทํากริยา เช่ น # - John eats bread. (John ทานขนมปัง) ประธานของประโยคนีH คือ John ซึ#งเป็ นผู้กระทํากริยา eats ประโยค Passive Voice คือประโยคทีประธานเป็ นผู้ถูกกระทําด้ วยกริยา # เช่ น - Bread is eaten by John. (ขนมปังถูกทานโดย John) ประธานของประโยคนีH คือ Bread ซึ#งเป็ นผู้ถูกกระทํากริยา eats โดย John เราจะใช้ ประโยค Passive Voice แทน Active Voice เมือเราต้ องการเน้ นผู้ถูกกระทํา # หรือเมือกล่ าวถึงเหตุการณ์ ทไม่ ทราบว่ าผู้กระทําเป็ นผู้ใด เช่ น เมือปากกาเราถูกขโมย เรามักจะ # ี# # พูดว่ า My pen was stolen. (ปากกาของฉันถูกขโมยไปแล้ ว) เราไม่ นิยมพูดว่ า A thief stole my pen. (ขโมยได้ ขโมยปากกาของฉันไปแล้ ว)
  • 4.
  • 5.
    1. นํากรรมของประโยค ActiveVoice มาเป็ น ประธานของประโยค Passive Voice เช่ น Active Voice : John eats bread. Passive Voice : Bread is eaten by John.
  • 6.
    2. เปลียนคํากริยาของประโยค ActiveVoice เป็ นช่ องที# 3 # และจะต้ องมี Verb to be อยู่หน้ าคํากริยานัHนเสมอ (จะใช้ Verb to be ตัวใด ขึนอยู่กบประธานของประโยค H ั Passive Voiceและ Tense ของคํากริยาตัวเดิมใน Active Voice) เช่ น Active Voice : John eats bread. Passive Voice : Bread is eaten by John
  • 7.
    3. นําประธานของประโยค ActiveVoice ไปเป็ น กรรมของประโยค Passive Voice โดยมีคาว่ า by ํ นําหน้ าเช่ น Active Voice : John eats bread. Passive Voice : Bread is eaten by John.
  • 8.
    ** ถ้ าประธานของประโยคActive Voice เป็ น คําสรรพนาม (Pronouns) เมือเปลียนไปเป็ นกรรมของ # # ประโยค Passive Voice จะต้ องเปลียนรูปเป็ นกรรม # ตามไปด้ วย เช่ น Active Voice : He ate bread. Passive Voice : Bread was eaten by him.
  • 9.
    การเขียนประโยค Passive Voiceให้คานึงถึง คํากริยาในประโยค Active Voice ํ ใน 2 ลักษณะดังนี 1. ถ้าในประโยค Active Voice มีคากริ ยาช่วยกับคํากริ ยาแท้ เมื&อเขียนเป็ นประโยค ํ Passive Voice ส่ วนที&เป็ นกริ ยาจะประกอบด้วย คํากริยาช่ วย + be + คํากริยาช่ องที# 3 เช่น Active Voice : Jenny can drive a car. => Passive Voice : A car can be driven by Jenny. Active Voice : He will drink coffee. => Passive Voice : Coffee will be drunk by him. Active Voice : She has to speak English. (has to หรื อ have to = จําเป็ นต้อง) => Passive Voice : English has to be spoken by her. Active Voice : Mark ought to do homework this evening. (ought to = ควร/ควรจะ) => Passive Voice : Homework ought to be done by Mark this evening.
  • 10.
    2. ถ้าในประโยค ActiveVoice มีเฉพาะคํากริ ยาแท้ ไม่มีคากริ ยาช่วย เมื&อเขียนเป็ นประโยค ํ Passive Voice ส่ วนที&เป็ นกริ ยาจะประกอบด้วย Verb to be + คํากริยาช่ องที# 3 เป็ นหลัก โดยส่ วนที&เป็ น Verb to be นัน จะเปลี&ยนรู ปไปตามคํากริ ยาแท้ในประโยค Active Voice เช่น Active Voice : Jenny ate rice. => Passive Voice : Rice was eaten by Jenny. (Verb to be ใช้ was เพราะคํากริ ยาใน Active Voice เป็ นช่องที& 2 = ate และ ประธานของประโยค Passive Voice เป็ นนามนับไม่ได้ = Rice) Active Voice : Mark does homework everyday. => Passive Voice : Homework is done by Mark everyday. (Verb to be ใช้ is เพราะคํากริ ยาใน Active Voice เป็ นช่องที& 1 = does และ ประธานของประโยค Passive Voice เป็ นนามนับไม่ได้ = Homework) Active Voice : She is making a doll. => Passive Voice : A doll is being made by her. (Verb to be ใช้ is being เพราะคํากริ ยาใน Active Voice เป็ นรู ปปั จจุบนกําลัง ั กระทํา = is making และประธานของประโยค Passive Voice เป็ นเอกพจน์บุรุษที& 3 = A doll) Active Voice : He was making dolls. => Passive Voice : Dolls were being made by him. (Verb to be ใช้ were being เพราะคํากริ ยาใน Active Voice เป็ นรู ปอดีตกําลัง กระทํา = was making และประธานของประโยค Passive Voice เป็ นพหูพจน์บุรุษที& 3 = Dolls)