1
บท
ทีี ๘
๘.๑ แนวคีดเรื่องผีในคีมภีรพระพีทธศาสนาเถรวาท
พระพีทธเจีาตรีสถีงเรืีอง ผ วีญญาณ
ยีกษีและภีตผีปีศาจ ผีเสืีอนีา รากษส สมียนีน
มภีกษรีปหน่งถกผเขา
ภีกษีอีกรปหนีงมีความประสงคจะฆีา
จงทบตีทีานภีกษนีนไมถีงแกมรณภาพ
ทานเกดความกีงวลใจวีา เราตองอาบตีปาราชกหรือหนอ
จงนาเรื่องน้ไปกราบทล พระผมพระภาคใหี ทรงทราบ
พระองคีตรสวีา “ภีกษ เธอไมตีองอาบตีปาราชก”๑
และพระพีทธองคทรงอนีญาตใหียก
ปาตีโมกขข้นแสดงโดยยอเมื่อมอีนตราย” เรื่องอนตราย ๑๐ ประการ
หน่งในนีีน คือ ขอ ๖. ผเขาสง ภีกษ๒
ดีงน้น
แสดงใหเห็นวีาพระพทธเจามทาทมไดีมปฏีเสธเรีืีองผี
แตีทรงหีามเรยนวีชาดีรจฉาน
การวีาดีวยเรื่อง สกขาบทท่ ๙ และ ๑๐
การเรยนดีรจฉานวีชาและการสอนดีรจฉานวีชา ของ เรื่อง
พวกภีกษณฉพพคคยีเรยน (ดีรจฉานวีชา)๓
ชาวบานตีาหนประณาม โพนทะนาวา
“ไฉนภีกษณจงเรียนดีรจฉานวีชาเหมีือนหญีงคฤหีสถผ
บรโภคกามเลา” ภีกษณท้งหลายไดยีน คนเหลีานีนตีาหน
ประณาม โพนทะนา บรรดาภีกษีณีผีมีกนีอย
พากีนตีาหน ประณาม
โพนทะนาวา “ไฉนพวกภกษณฉพพคคยี
จงเรยนดีรจฉานวีชาเลา” คร้นแลว ภีกษณเหลาน้น
ไดีนาเรื่องน้ไปบอกภีกษท้งหลายใหีทราบ
พวกภีกษไดีนาเรื่องน้ไปกราบทลพระผีีมพระภาคให
ทรงทราบ ทรงประชีมสงฆบีญญีตีสกขาบท
พระผีีมพระภาครีบส่งใหประชมสงฆเพราะเรีืีองน้
๑
วี.มหา. (ไทย)๑/๑๘๘/๑๗๒.
๒
วี.ม. (ไทย)๔/๑๕๐/๒๓๐.
๓
ดีรจฉานวชา คือวชาท่ไมีมีประโยชนี
ไมีเก่ยวของกบพระพทธศาสนาเป็ นวชาท่เบยดเบยนผอื่น เชีน
(๑) วีชาฝกชาง, ข่ชาง (๒) วีชาฝกมีา, ข่มีา (๓) วีชาการขบรถ (๔)
วีชายีงธน (๕) วีชาฟนดาบ (๖) รายมนตรทีาราย
ผอื่นดวยพธีอาถรรพณี (๗) รายมนตรเสกตะปฝงดนฆาคนหรือเสกเขีาทีอง
(๘) รายมนตรทีาผอื่นใหอยีีในอานาจ
หรือใหเป็ นบา (๙) รายมนตรทีาผอื่นใหเนื้อเลือดเหือดแหีง(๑๐)
2
ปลอยสตวีมีพษ.
เป็นตีนเหต ทรงสอบถามภกษท้งหลายวา “ภีกษท้งหลายทราบวา
พวกภีกษณฉพพคคยีเรยน
และการท่พวกภกษณฉพพคคยีสอนดรจฉานวีชา
ชาวบานตีาหน ประณามโพนทะนาวีา “ไฉน
พวกภีกษณฉพพคคยีจงสอนดรจฉานวีชาเหมีือนหญีงคฤ
หสถผบรโภคกามเลา” “พวกภีกษณ
ฉพพคคยีสอนดรจฉานวีชาจรงหรีือ”
ภีกษท้งหลายทลรบวีา “จรงพระพีทธเจาขา” พระผีีม
พระภาคพีทธเจาทรงตาหนวีา ภีกษท้งหลาย
การกระทีาอยางน้ มไดีทาคนท่ยีงไมเลื่อมใสใหี เลื่อมใส
หรือทาคนท่เลื่อมใสอยแลวใหเลื่อมใสย่งข้นไดีเลย
พระบญญีตีกี็ภีกษณใด เรยน สอน
ดีรจฉานวีชาตีอง
อาบตีปาจตตียี๔
๒.๑.๑ บรบทแนวคีดเรื่องผี หมายถง ส่งท่อยแวดลอม
หรือกากีบอยโดยรอบและเปี็น ตีวชีวยใหีรความหมาย
หรีือเขาใจเรีืีองราวทีีเกดข้นในชวงเวลาหนีีงๆ๕
ทีมความเชืีอเรีืีองผีสีืบตีอๆ
กีนมาจากรนสรนจนถีงปจจบีนน้
๑) ความหมายของผี
เป็นสีงท่มนษยีเชืีอวีาเป็นสภาพลกลบ มองไมีเห็นตีว
แตีอาจจะ ปรากฏเหมือนมตีวตนไดีอาจใหคณหรือโทษไดี
มท้งดีและราย เชน วีญญาณ เรยกคนท่ตายไปแลว ความหมาย
ส่งท่เชื่อกนวีามอยในกายเมีืีอมชีวีต
เมื่อตายจะออกจากกายลีองลอยไปหาทีีเกดใหม ความรบร เชน
จกษวีญญาณ คือ ความรบรทางตา โสตวีญญาณ คือ
ความรบรทางห เปี็นขนธี ๑
ในขีนธี ๕ คือรป เวทนา สญญา สงขาร วีญญาณ๖
๒) คาไวพจนีท่เกีียวกีบคีาวาผ คือ คาวีา อมนษย
ภีต เปรต สมภเวส ผเสื้อนา รากษส
ยีกษ เจตภต ปีศาจ โอปปาตีกะ วีญญาณ อสรกาย สตวีนรก
มกลาวไวีในพระไตรปีฎก
๓) การกาเนีดของผี
ผเป็นสญลกษณของอานาจเหนีือธรรมชาต
ท่อยเหนืออานาจการ
ควบคีมของมนษย เมืีอมนีษยีมาอยีรวมกีนเปี็นกลม
มนษยีมีความผกพีนกนและไดีแสดงพฤตีกรรม
รวมกีนเกดเปี็นพธีกรรมท่เก่ยวกีบความเชื่อเรื่องผ
เป็นลทธีความเชื่อของพวก หรือมความเชื่อวีาเปี็น
วีญญาณของบรรพบีรษ
หรือเป็นส่งท่มนษยเชื่อวีาเปี็นสภาพลกลบ มองไมเห็นตีว
แตีอาจจะปรากฏ เหมือนมตีวตนไดีอาจใหคณหรือโทษได
มท้งดีและรีาย๗
ในพระสีตตีนตปีฎก มชฌีมนกาย มลปีณณาสก
[๒.สหนาทวรรค] คตี ๕ ประการคีือ (๑) นรก (๒)
กีาเนดดีรจฉาน (๓) เปตวีสย (๔) มนษย (๕) เทวดา
พระพทธเจาตรสแกีพระสารีบีตร ไวีเรารีีชีดนรก
ทางท่นาสตวีใหถงนรก ขอปฏีบีตีท่นาสตวีใหถงนรก
และรชีดขอปฏีบีตีท่สตวีปฏีบีตี แลว
เปี็นเหตใหหลงจากตายแลีวยีอมไปเกีดในอบายทีคตีวีนบาต
นรกกาเนดโอปปาตีกะ คือ เทวดา
สตวีนรก มนษยบางจาพวก และเปรตบางจีาพวก๘
๔) สถานทีีอยของผี คือ ท่ตีีง แหลง เชน ปีาใหญี
ภีเขา ปีาชีาผดีบ ศาล ตีนไมใหญี
แมนา ทะเล สงในรีางมนษย
๔
วี.ภีกฺขน (ไทย)๓/๑๐๑๓-๑๐๒๐/๒๖๓.
๕
ราชบณฑตยสถาน,พจนานีกรมอีเล็กทรอนีกส รนท่ ๑.๐๐.
๖
ราชบณฑตตยสถาน,พจนานีกรม ฉบบราชบีณฑตยสถาน
พ.ศ.๒๕๔๒,(กรงเทพมหานคร: บรษท
นานมบคสพบลเคชีีน,๒๕๔๒),หนา ๑๐๗๔.
๗
ราชบณฑตยสถาน, พจนานีกรมอีเล็กทรอนีกสรนท่ ๑.๐๐.
๘
ม.มี. (ไทย)๑๒/๑๕๓/๑๕๒.
๕) ประเภทของผี
ท่ปรากฏคมภีรพระไตรปกฎของเถรวาทคีือ
เจตภต ภีต อมนษย (ผ)
ยีกษ รากษส วีญญาณ สมภเวส โอปปาตีกา ผเสื้อนา
เปรต อสรกาย ปีศาจ สตวีนรก
๘.๑.๒ ความเชีืีอเรื่องผีของมนีษย ผ คือ
วีญญาณของมนีษยผท่ตายหรือลวงลบไปแลว
จตของมนีษยจะไดีไปเกดใหมตามกรรมหรีือการกระทีาท่มนษยไ
ดีกระทีาเมื่อยงมชีวีตอยใหเกดภพภีมตีางๆ
เชน พรหม เทวดา มนษย สตวีนรก เปรต สมภเวส หรือ อสรกาย
และโอปปาตกะ ตามท่ปรากฏใน
พระไตรปีฎก เปรตประเภทตีางๆ เชน
พระมหาโมคคีลลานเถระลงจากภีเขาคีชฌกฏไดีเห็นเปรตตนห
นีีง
จงซกถามดีวยคาถาวีา สฏฐีกีฏเปตวีตถ
เปรตถกคีอนตีอยศีรษะ เจาเปี็นบาไปแลวหรีือ จีงวีีงไปมา
เหมือนเนีืีอท่วีีงพลีาน เปรตไดเลาวีา
ไดีไปเกดเปี็นเปรตในยมโลก
ถกคอนเหลี็กจานวนหกหมีืีนลกตก
มาตีกระหมีอมศีรษะ
เพราะผลกรรมทีีไดีกระทีาตีอพระปีจเจกพีทธเจีานามว
ีา สีเนตร ขณะนีีง
เขีาฌานอยีีทีโคนตีนไม
ตนไดีดีดกีอนกรวดใสีศีรษะพระปจเจกพีทธเจีา
ผลกรรมนีน จีงตีองไดีรีบ ทกขเชนน้๙
และท่ปรากฏกายใหพระภกษเห็นรปรางตีางๆ น้น
เป็นไปตามกรรมทีีตนไดีกระทีามาใน อดีต
เพืีอมาขอรบสีวนบีญสีวนกีศลจากผีีท่ตนคดวีาจะไดีรีบ
สวนอทีศให สีวนผีคนในยีคน้น ไดีรีบร
ความเป็นไปของสีตวีเหลาน้นก็ไดีทาบีญอทศใหเป็นท่ประจีกษ
ทาใหบีคคลอื่นไดีรบรอนโมทนาและ
เกดเกรงกลีวตีอบาปกรรม ตีีงตนไวถงพระรีตนตรย
ประกอบดวย ทาน ศล ภาวนา สืบไป รวมท้งกรณ
พระเจีาพีมพีสารอทศแกีญาตี (เปรต)๑๐
๑) การทาพีธขบไลีอมนีษย (ผ) ในสมยพทธกาลพีทธกาล
เมื่อพระพีทธเจายีงมพระชนชีพ ส่งท่ปรากฏชดเจนใน
พระธีมมปทฏฐกถา (แปล) ภาค ๗ ดีงทีกลาวมาในบททีี ๑
ในดานพธีกรรมตางๆ
โดยใหพระอานนทีเรยนพระปรีตรแลวทานามนตี
ปะพรมกาแพงเมีืองสามวีนสามคืน เพื่อขบไลอมนษย (ผ)
ในเมีืองไพศาลีในครีีงน้น กี็เกีดสวีสดีแกีชาวเมือง
๒) การทีาพีธีกรรมอีทีศแกีญาต (เปรต)
ในสมียพีทธกาล บีพกรรมเปรตญาตีของ พระเจีาพีมพีสาร
ในขีททกนีกาย ขีททกปาฐะ ตีโรกฑฑสตร๑๑
วีาดีวยเรื่องเปรตทีีอยภายนอกฝาเรีือน๑๒
พระผีีมีพระภาคตรีสวีา
พระคาถานีีเพืีออนีโมทนาแกีพระเจีาพีมพีสาร
พวกเปรตพากีนมาส (เรือนของตน)๑๓
บีางยืนอยท่ฝาเรือนดานนอก บีางยืนอยท่ทางส่แพรง
สามแพรีงบางยืนพงอยท่
บานประตเมื่อมขีาวและนาดีืีมมากมาย
ผถวายอาหารและนีีาดีืีม อีทศใหญาตีท้งหลาย (ท่เกดเปี็น
เปรต) อนโมทนาแลวกี็ไดีรีบความสีขและสมบตี
เปรตอวยพรใหีญาตีจงมอายยีืน เพราะการบีชา
ญาตี ผใหีทานแกเปรตญาตีแลว และทานกี็ไมไรีผล
และในอรรถกถา ขททกนกาย เปตวตถ ปฐมวรรค
ตีโรกฑฑเปตวีตถ อรรถกถาตีโรกฑฑ เปตวีตถ
พระศาสดาเมีืีอทรงประทีบอยในกรีงราชคฤหี
ทรงปรารภพวกเปรตเปี็นอนมาก
๙
ข.เปต. (ไทย)๒๖/๘๐๖-๘๐๔/๓๐๐-๓๐๑.
๑๐
ข.ข.(ไทย) ๒๕/๑-๕/๑๕.
๑๑
พระสีตรน้ พระผีีมีพระภาคตรีสแกพระเจีาพมพสารณ
กรงราชคฤห ; ข.ข.อ. (ไทย)๗/๑๗๗.
๑๒
ข.เปต.อฺ. (ไทย)๒๖/๑๔-๒๕/๑๗๐-๑๗๒
๑๓
เรือนของตน หมายถงเรือนญาตของตน หรือเรือนท่เคยอยในปางกอน ;
ข.ข.อ. (ไทย)๗/๑๘๑.
สมียนีนเปรตไปเฝาพระกีสสปสีมมาสีมพีทธเจีา
ทีลถามวีา พวกขีาพระองคจะไดีสมบีตี เมื่อไหร
พระผีีมพระภาคเจีาตรสวีา บีดน้ ทานยงไมไดี
แตีในอนาคตจีกมพระสีมมาสมพีทธเจาทรง พระนามวาโคตม
ในกาลแหงพระผีีมพระภาคเจีาพระองคีน้น
จกมพระราชาทรงพระนามวีาพีมพีสาร ใน ๙๒ กีป
นบแตีภีททกีปน้
พระองคีไดีถวายทานแดพระพทธเจาแลวจกอีทศแกีพวกทาน
เมืีอพระเจีาพีมพีสาร
ทรงนีมนตีถวายภีตตีแดีพระพีทธเจีาโคตมเปี็นปร
ะธาน แตีไมีไดี
อีทีศทานแกีเปรตดีงใจหวีงไวี
ในเวลากลางคีืนจีงพากีนสีงเสียงรีองอีนนีาสะพรีงกลีว
อยีางยีงใกล
พระราชนีเวศน พระเจีาพีมพีสารเกดความสะพรีงกลว
นาหวาดเสียว จงไดีกราบทลแดีพระผีีม
พระภาคเจีาวีา จกมเหตอะไรเกีดข้น พระพทธองคตรสวีา
ญาตีเกาท่เกดเปี็นพวกเปรตรอรีบการอทศ
สวนกศลจากพระองคีถวายทานแดพระพทธเจาแลว
แตีพระองคีถวายทานแลว มไดีอีทศใหกี็ส้นหวง
จงพากนสงเสย
งรอง
พระราชาไดีถวายขาวยาค ถวายผา ท่นอนและทีีน่งค
เมื่อทรงหลีีงนาทกษโณทกอทศทาน
ใหน้จงสาเร็จแกีพวกญาตเถดปรากฏมสระโบกขรณี
ของเคีียวและอาหารเปี็นทพย ไดีบีงเกดแกพวก
เปรต ความหวกระหายหมดไป มผวพรรณสีดีีงทองคีา
มความสขท้งกายและใจ ไดีเครื่องประดบม ชนดตีางๆ เชน ผา
ปราสาท เครื่องลาดและทีีนอน๑๔
๓)
ทาทของพระพีทธศาสนาทีีมีตีอความเชีืีอเรื่องผี
จากการศกษาคนควีา ท่ปรากฏใน พระไตรปีกฎ
ทีาทีพระพีทธศาสนาทีมีตีอความเชืีอเรืีองผีกี็มีไดีป
ฏีเสธแตีอยีางไร ชาวเมีืองไพศาลี ถกภีย ๓ ประการ คีือ
ทีพภีขภีย อมนีสสภียและโรคภียเบียดเบียน
พระผีีมีพระภาคเจาทรงตรสวีา ภีตทีงหลาย
ประชาชนชาวมนษยีนีใดถีกอีปีทวะทีีง ๓ ขีดขวางแลีว
ขอทีานทีงหลายจงเขีาไปตีีง เมตตา ความเปี็นมตร
ความมอีธยาศยเอื้อประโยชนีแกีประชาชนคนมนีษยน้นเถีด
พระผีีมพระภาค เจีาจีงตรีสวีา รีตนะ
ทีเสมอดีวยตถาคตไมีมีเลย
ความสวีสดีกี็เกีดแกีราชสกีล ภียกี็ระงีบไป
พวกอมนษยในแสนโกฏจกรวาล กี็พากนยอมรบพีทธอาญา
(อีานาจปีองกน)๑๕
หรือพระภีกษีไป จา
พรรษาในปีาเกดเทวดาท่แกลงหลอกใหีเกดหวาดกลว
พระพทธองคกี็ทรงแนะวธีการโดยใหเรียนเมตต สตร๑๖
วีาดีวยการแผเมตตา
พระผีีมพระภาคตรีสพระคาถานีีแกีภีกษท้งหลายผอยปีา
ดีวยอานสงส ของเมตตามี ๑๑ ประการ
ยีอมเป็นรกของอมนีษยีและเทวดา ใน ขอ ๕.
เปี็นท่รกของอมนีษย (ผ) และ ขอ ๖. เทวดาทีงหลาย
รวมท้งมการกลาวถงเรื่องวมานของเปรตและกรรมของเปรตไ
วีในพระไตรปีฎกในเลีม ๒๖ ขททกนกาย มวีมานวีตถ ๘๔ เรื่อง
และเปตวตถ ๕๑ เรื่อง๑๗
และท่กลาวเก่ยวกีบเปรตไวมากมายใน
พระไตรปฎกเลมอีืีนๆ
๘.๑.๓
หลีกการทางพระพีทธศาสนาทีีเกีียวของกบความเชีืีอเรื่องกรร
ม ทาดีไดีดี ทาชีีวไดีชีีว ในปพพชตอภีณหสตร
วีาดีวยธรรมท่บรรพชตควรพจารณาเนีืองๆ ภีกษท้งหลายธรรม
๑๐ ประการนีี หนีงใน ๑๐ ขีอท่ ๗ เรามกรรมเปี็นของตน
เปี็นผีรีบผลของกรรม มีกรรมเปี็นกีาเนีด มีกรรมเปี็น
เผาพีนธีี มกรรมเป็นท่พีีงอาศย เราทากรรมใดไว
จะเป็นกรรมดหรือกรรมช่วกี็ตาม ยีอมเป็นผรบผล
๑๔
ข.ข.อ. (ไทย)๓๙/๒๗๘-๓๐๑.
๑๕
ข.ข.อ. (ไทย) ๔๗/๒/๒/๗,๒๑, ๓๙, ๔๐.
๑๖
ข.ข. (ไทย)๒๕/๑-๒/๒๐.
๑๗
ข.วี. (ไทย)๒๖/๑-๑๒๘๙/๑-๑๖๕,ข.เปต.(ไทย)๒๖/๑-๘๑๔/๑๖๗-
๓๐๒.
ของกรรมน้น๑๘
เพราะฉะนีีน
มนษยท่เกดมาทกคนยอมมท่อยและเป็นไปตามผลของกรรม มนษย
จงไดีชีืีอวีา สมภเวส เหลาสตวีท่ถือกาเนดเกดแลว ชีืีอวีา
ภีต หรือ ภีตาน วา สตีฺตาน เหลาสตวี ท่เสาะหา
คือแสวงหาการสมภพ คือการเกด ไดีแกีการบีงเกดข้น ชีืีอวีา
สมภเวส๑๙
สตวีผีแสวงหาทีเกด แปลจากคีาวีา สีมภเวส
หมายถีงสีตวีท่เกีดในกาเนีดทีง ๔ ไดีแกี (๑) อีณฑชะ
(เกีดจากไขี) (๒) ชลาพีชะ (เกีดจากครรภี) (๓) สีงเสทชะ
(เกีดในเถีาไคล) (๔) โอปปาตีกะ (เกดผดข้น)
สีตวีจีาพวกทีเปี็นอีณฑชะ และ ชลาพีชะ
ทีานเรียกวีา สีมภเวส เพราะยีงอยีในไขีและ
ในครรภ ถาออกจากไขีและครรภแลวไมเรยกวีา สมภเวส
แตีทานเรยกวีา สตวีผเกดแลว สตวีจาพวก
ท่เป็นสงเสทชะ และโอปปาตกะน้น ทานเรยกวีา สมภเวส
ในขณะจีตแรกท่เกดข้นตีีงแตีขณะจตท่ ๒ ไปทานเรียกวีา
สตวีผเกดแลว๒๐
๑) กรรมของสีตวี (ท่เกีดในภพภมีตีางๆ)
กรรมเป็นคากลางๆ หมายถง การกระทีา เชน กีศลกรรม อกศลกรรม
(๑) การกระทีาท่สงผลรายมายีงปีจจบีน
หรือซ่งจะสงผลรายตีอไปในอนาคต เชน บีดน้กรรมตามทนแลว
ระวงกรรมจะตามทีนนะ (๒) บาป, เคราะหี, เชน คนมกรรม
กรรมของฉีนแทๆ (๓) ความตาย ในคาวีา ถงแกกรรม๒๑
โดยท่วไปชาวพทธเชื่อในเรีืีองของกรรมกี็จะทาใหเกดควา
มศรทธาในพระพีทธศาสนา คือ เป็นความเชื่อท่ประกอบดวยเหตผล
คือ ศรทธา ๔ ดีงน้
(๑) กีมมสทธา เชื่อกรรม, เชืีอกฎแหีงกรรม,
เชืีอวีากรรมมีอยีจรีง คือ เชื่อวีาเมืีอทีา
อะไรโดยมีเจตนา คือ จงใจทาท้งร ยีอมเปี็นกรรม คือ
เป็นความดีความชีีวมข้นในตน เป็นเหตปีจจย
กีอใหเกดผลดีผลรายสืบเนื่องตอไป การกระทีาไมวีางเปลา
และเชื่อวีาผลท่ตีองการจะสีาเร็จไดีดีวย
การกระทีา
มใชดีวยอีอนวอนหรีือนอนคอยโช
ค เป็นตีน
(๒) วีปากสีทธา เชืีอวีบาก, เชืีอผลของกรรม,
เชืีอวีาผลของกรรมมีจรีง คีือ เชืีอวีา
กรรมท่ทาแลวตีองมผล และผลตีองมเหต
ผลดีเกดจากรรมด ผลชีีวเกดจากกรรมช่ว
(๓) กีมมสสกตาสทธา
เชื่อความท่สตวีมกรรมเป็นของของตน,
เชื่อวีาแตีละคนเป็นเจาของ
จะตีองรีบผดชอบเสวยวบากเป็นไ
ปตามกรรมของตน
(๔) ตถาคตโพธสทธา เชื่อความตรสรของพระพีทธเจา,
ม่นใจในองคีพระตถาคต วีาทรง
เปี็นพระสีมมาสมพีทธะ ตรสธรรม บีญญีตีวีนย
ทรงเป็นผนีาทางท่แสดงใหเห็นวีา มนีษยคือเราทีกคนน้
หากฝกตนดีวยดีกี็สามารถเขีาถงภีมธรรมสงสด๒๒
พระผีีมพระภาคพระองคีน้นเป็นพระอรหีนตี ตรสรดีวย
พระองคีเองโดยชอบ เพยบพรีอมดีวยวีชชาและจรณะ
เสดี็จไปดี รแจงโลกเปี็นสารถีฝก ผควรฝกไดี อยางยอดเย่ยม
เป็นศาสดาของเทวดาและมนีษยท้งหลายเป็นพระพีทธเจา
๑๘
องีฺ.ทสก. (ไทย)๒๔/๔๘/๑๐๔.
๑๙
ม.มี.อ. (ไทย)๑๗/๑๓๐/๕๖๖.
๒๐
ส.น.อ. (ไทย)๒/๑๑/๒๖.
๒๑
ราชบณฑตยสถาน, พจนานีกรมอีเล็กทรอนีกส รนท่ ๑.๐๐.
๒๒
พระพรหมคีณาภรณี (ป.อ.ปยีตีฺโต), พจนานีกรมศาสตรี
ฉบบประมวลธรรม,พมพคร้งท่ ๑๕,
(กรงเทพมหานคร : สานกพมพจนทรเพ็ญ, ๒๕๕๐),
หนา ๑๘๑.
๒) กรรม ยีงมีหลายประเภทแบีงออกไดีเปี็น ๒ กลีม
คีือ ประเภทของกรรมตามนีย พระไตรปฎก
และประเภทของกรรมตามนียแหงอรรถกถา ดีงน้
ประเภทของกรรมตามนียพระไตรปีฎก
สามารถแบีงกรรมออกเปี็นประเภทตีางๆ ไดี ๒ ประเภท, ๓
ประเภท และ ๔ ประเภท ดีงน้
กรรม ๒ ประเภท จาแนกตามธรรมทีีเป็นมลเหต ไดีแกี
(๑) อกศลกรรม กรรมท่เปี็นอกศล การกระทีาทีไมดี
หรือกรรมช่ว หมายถง การกระทีา ท่เกดจากอกศลมล คือ โลภะ โทสะ
และโมหะ๒๓
(๒) กีศลกรรม กรรมท่เป็นกศล การกระทีาท่ดี
หรือกรรมด หมายถง การกระทีาท่เกด จากกีศลมล คือ อโลภะ อโทสะ
และอโมหะ๒๔
กรรม ๓ ประเภท คือ กรรมทา
หรือการแสดงออกของกรรม ไดีแกี (๑)
กายกรรม กรรมกระทีาดวยกาย
หรือการกระทีาทางกาย (๒) วจกรรม
กรรมทาดีวยวาจา
หรือการกระทีาทางวาจา
(๓) มโนกรรม กรรทาดีวยใจ หรือการกระทีาทางใจ๒๕
กรรม ๔ ประเภท
จาแนกตามสภาพทีีสมพีนธีกีบวีบากหรือการใหผล
ไดีแกี
(๑) กรรมดา วีบากดีา ไดีแกี กายสงขาร วจสงขาร
และมโนสงขาร ท่มการเบยดเบยน
เชน ปาณาตีบาต อทนนาทาน กาเมสมจฉาจาร มสาวาท และดื่มสรา
(๒) กรรมขาว มีบากขาว ไดีแกี กายสีงขาร
และมโนสีงขาร ทีไมีมีการเบียดเบียน
เชน การประพฤตีตามกีศลกรรมบถ ๑๐
(๓) กรรมท้งดีาและขาว มวีบากท้งดีาและขาว
ไดีแกี กายสงขาร วจสงขาร และมโน
สงขารทีีมการเบยดเบียนบีาง ไมมการเบยดเบียนบาง เชน
การกระทีาของมนษยท่วๆ ไป
(๔) กรรมไมีดีา ไมขาว มวีบากไมดีาไมขาว
เป็นไปเพื่อความส้นกรรม๒๖
โดยหลีกกรรม ๑๒ ไดีบีญญีตีเปี็นหลีกการไวี คือ
การกระทีาท่ประกอบดวยเจตนา ดีกี็ตาม
ชีีวกี็ตาม ในท่นีหมายถง กรรมประเภทตีางๆ
พรอมท้งหลีกเกณฑเก่ยวกีบใหผลของกรรม โดยแบีงเป็น
๒ หมวด ดีงน้
หมวดทีี ๑ วีาโดยปากกาล คือ จาแนกตามเวลาทีีใหผล
(๑) ทฏฐธรรมเวทนยกรรม
กรรมใหีผลในปจจบีนคือในภพนีี
(๒) อีปปีชชเวทนียกรรม
กรรมใหผลในภพทีีจะไปเกดคือในภพหนีา
(๓) อปราปรยเวทนยกรรม กรรมใหผลในภพตอๆ ไป
(๔) อโหสกรรม กรรมเลีกใหผล ไมมผลอีก
หมวดทีี ๒ วีาโดยกีจ คือ จาแนกการใหผลตามหนาท่
(๕) ชนกกรรม กรรมแตีงใหีเกด,
กรรมท่เปนตีวนาไปเกด
(๖) อีปีตถมภกกรรม กรรมสนบสนน,
กรรมท่เขาสนบสนนหรีือซาเตีมตีอจากชนกกรรม
๒๓
องีฺ.ทีก. (ไทย)
๒๐/๗๐/๒๗๕.
๒๔
องีฺ.ทีก. (ไทย)
๒๐/๗๐/๒๗๗.
๒๕
องีฺ.ทีก. (ไทย)
๒๐/๑๔๗/๓๔๕.
๒๖
ม.ม. (ไทย)
๑๓/๘๑/๗๔,องีฺ. จตกี
ีฺก. (ไทย)๒๑ /๒๓๔/๓๔๙.
(๗) อีปปีฬกกรรม กรรมบบค้น, กรรมท่มาใหผล
บีบค้นผลแหงชนกกรรมและอีปีตถมภกกรรมน้น
ใหแปรเปลีียนทเลาลงไป บีีนทอนวบากมใหเป็นไปไดีนาน
(๘) อีปฆาตกกรรม กรรมตดรอน, กรรมท่แรง
ฝายตรงขีามกีบชนกกรรมและอีปีตถมภกกรรม
เขีาตีดรอนการใหีผลของกรรมสองอยีางนีน
ใหีขาดไปเสียทีเดียว เชีน เกีดในตระกีล
มีงคีงแตีอายีสีน หมวดทีี ๓ วีาโดยปากทานปรยาย คือ
จาแนกตามความยกเยื้องหรือลาดีบความแรง
ในการใ
หผล (๙) ครกกรรม กรรมหนีก ใหผลกีอน
ไดีแกี สมาบตี ๘ หรอีื
อนนตรยกรรม
(๑๐) พหีลกรรม หรือ อาจณณกรรม
กรรมทีามากหรือกรรมชน ใหีผลรองจากครีกรรม
(๑๑) อาสนนกรรม กรรมจวนเจียน หรือกรรมใกลีตาย
คือกรรมทีาเมื่อจวนจะตายจีบ
ใจอยใหมๆ ถาไมม ๒ ขอกอน กี็จะใหผลกีอนอื่น
(๑๒) กตีตตากรรม หรีือ กตีตตาปนกรรม
กรรมสีกวีาทีา, กรรมทีาไวีดีวยเจตนาอีน
อีอนหรีือมใชเจตนาอยางน้นโดยตรง
ตีอเมื่อไมมกรรมอื่นใหผลแลวกรรมน้ จงจะใหีผล๒๗
กรรมท่กลาวไวีขางตีนท้งหมด สรรพสีตวี ทาดีไดีดี
ทาชีีวไดีชีีว๒๘
พระพทธศาสนาสอนใหี กลาเผชญความจรง
เชน สอนใหีรจกการ เกด แกี เจ็บ ตาย และนาเอาประโยชนี
จากการศกษาเรื่อง น้มาใชีแกีไขความไมแนนอนของรีางกาย
และพ่งตนเอง เชื่อกฎแหงกรรม๒๙
สรป
ผท่ปรากฏในคีมภีรพระพีทธศาสนาไดีเกดเหตการณีสาคญขอ
งชาวเมีืองไพศาลี ถกภีย ๓ ประการ คือ ทพภีขภีย อมนสสภีย
(ผ) และโรคภยเบียดเบียน โดยพระอานนทีไดีทาพีธีขบ
ไลผใน คร้งน้นถือเป็นตีนแบบของการขีบไลผ
โดยไดีมภียอีนตราย ๑๐ ประการ ของพระภีกษหน่ง ในน้น คือ
ขอ ๖. ผเขาสงภีกษ
แตีพระพทธเจาทรงหามภีกษณเรยนเดรจฉานวีชา (อวีชชา)
และมการ
ทาบีญทีสาคญของพระเจีาพีมพีสารเพื่ออทศสวนกศลแกญาตี
เปรต มพระพทธเจีาเปี็นประธานสงฆี
เหตการณดีงกลาวเปี็นตีนแบบทกษณา คือ ญาตีพล อตีถพล
ปีพพเปตพลี ราชพลี เทวตาพล และไดี
ใหีพระภีกษีเรียนเมตตสีตรเปี็นอาวีธปีองกีนตีว
โดยมีอานีสงสีของเมตตามี ๑๑ ประการ หน่งในนีน ขอ ๕.
เปี็นท่รกของอมนีษย (ผ)
และไดีมีการกลาวถงเรีืีองเปรตไวีในธรรมบทมากมาย
ดีงน้น ความเชื่อเรื่องผและทาท่ของพระพีทธศาสนา
มไดีปฏีเสธเรีืีองผวีาไมม แตีสอนใหี
พระภีกษทีงหลายปฏบีตีตีอผีเปี็นลกษณะการเกีืีอกลสงเค
ราะหีดีวยการทาบีญแลวอีทศสีวนกีศลใหี
ไดีรีบสีงทีตีองการในภพภีมีทีอาศียอยีขาดแคลนไดี
ทีกขเวทนาดีวยความหีวโหยเพราะไมีสามารถ
ประกอบอาชีพไดีเมื่อลวงลบไปแลว
สาหรบผและเทวดามาเบยนเบยดพระภีกษใหเกดความหวาดกลว
หรีือไดีรีบความเดีือดรีอน
พระพีทธองคีกี็มีวีธีใหีปฏีบีตีตีอผีและเทวดาเหลานี
นไมีใหีมาเบียดเบียน
๒๗
พระพรหมคีณาภรณี(ป.อ.ปยีตีฺโต), พจนานีกรมศาสตรี
ฉบบประมวลธรรม,หนา ๒๔๙-๒๕๐.
๒๘
พระอดรคณาธการ (ชวนทรสระคีา),
ประวตีศาสตรีพระพทธศาสนาในอีนเดีย,(กรงเทพมหานคร
: โรงพมพมหาจฬาลงกรณราชวทยาลีย, ๒๕๓๔),หนา ๑๕๑.
๒๙
พระราชธรรมนีเทศ (ระแบบฐตญาโณ),
ประวตีศาสตรีพระพทธศาสนา,(กรงเทพมหานคร : มหามกฏ
ราชวทยาลีย,๒๕๔๒), หนา ๑๑๐.
พระภีกษใหีหายจากความหวาดกลวและปีองกน
โดยทรงสอนใหสวดรตนสีตร และ เมตตสตร แลีว
แผเมตตาตีอสรรพสีตวีท้งหลายใหีหนกลบมายนดีและใหความตี
องคมครองเป็นมตรและอานีสงสอีืีนๆ ดีวย
พระพทธศาสนาความสอนใหีเชื่อเรีืีองกรรม ทาดีไดีดี
ทาชีีวไดีชีีว เรามกรรมเป็นของตน เป็นผรบผลของกรรม
มกรรมเป็นกาเนด มกรรมเป็นเผาพีนธีี
มกรรมเป็นท่พีีงอาศยเราทากรรมใดไว
จะเป็นกรรมดหรือกรรมช่วกี็ตาม ยีอมเป็นผรบผลของกรรมนีีน
กรรมดยีอมนาสข มาให กรรมช่วยีอม
ทกขมาให ข้นชื่อวีา กรรมช่วไมทาเลยเสียจะดกวีา
ความเชีืีอตามหลกพระพีทธศาสนานีน
ตีองประกอบดวยเหตีผลอีนเพืีอเปี็นแนวทางใน
การปฏีบีตีหวีงใหเกดผลไดีตามความปรารถนา
ตีองเป็นศรทธาท่มความถกตีองประกอบดีวยปีญญา
อีนม ศรทธา ๔ ประการ คือ
๑. กีมมสทธา เชื่อกรรม, เชื่อกฎแหีงกรรม,
เชื่อวีากรรมมอยจรง คือ เชื่อวีาเมื่อทาอะไร
โดยมีเจตนา คีือ จงใจทีาทีงร ยีอมเปี็นกรรม คีือ
เปี็นความดีความชีีวมีขีนในตน เปี็นเหตีปีจจีย
กีอใหเกดผลดีผลรายสืบเนื่องตอไป การกระทีาไมวีางเปลา
และเชื่อวีาผลท่ตีองการจะสีาเร็จไดีดีวย
การกระทีา มใชดีวยอีอนวอนหรีือนอนคอยโชค เป็นตีน
๒. วีปากสีทธา เชื่อวีบาก, เชืีอผลของกรรม,
เชืีอวีาผลของกรรมมจรีง คีือ เชืีอวีากรรม
ท่ทาแลวตีองมผล และผลตีองมเหต ผลดีเกดจากรรมด
ผลชีีวเกดจากกรรมช่ว
๓. กีมมสสกตาสทธา เชื่อความท่สตวีมกรรมเป็ นของของตน,
เชื่อวีาแตีละคนเ
ป็นเจาของ
จะตีองรีบผดชอบเสวยวบากเป็นไปตามกรรมของตน
๔. ตถาคตโพธสทธา เชื่อความตรสรของพระพีทธเจา,
ม่นใจในองคีพระตถาคต วีาทรงเป็น พระสีมมาสมพีทธะ ตรสธรรม
บีญญีตีวีนย๓๐
ความศรทธาหรือความเชื่อในพระพีทธศาสนาน้น
อีนเป็นทางนาไปสการปฏีบีตีเพื่อออกจากทีกข
สามารถพสจนไดีดีวยตนเอง
เพราะเปี็นส่งท่รไดีเฉพาะตนไมีจากีดกาลเวลา
๘.๒ แนวคีดความเชีืีอเรื่องผีในทศนะรีวมสมย
เนืีองมนีษยีตีองอาศียอยีกีบสีงแวดลีอมในอดีต
ทียีงไมีเจรีญการประกอบอาชีพ
เกษตรกรรมกี็ตีองอาศียธรรมชาต ซ่งเมื่อกอนมนีษยกี็ไมรจกผ
เมื่อเกดเหตการณีข้นก็มการบอกเลีา
ตีอกนมาและการจดบนทกผเรยกชีืีอผีตามลีกษณะทีีพบเห็น
ความเชีืีอเรืีองผเป็นเรืีองปจเจกบีคคล คีือ
คนทีเหี็นกี็เชืีอวีามีผีจรีง
คนทีไมีเคยเหี็นกี็ไมีเชืีอวีามีผีจรีง ดีงนีน
ซีงชีมชนบีานดอนยานางเชีืีอ เรืีองผีตีางๆ รวมทีงผีปอบ
โดยไดีระลีกถีงส่งทีตนเคารพนีบถีือคือผีบรรพบรีษสามารถท
ีจะชีวย ปกปีองคมครองจากภียรีายผีท้งหลาย
กี็จะประกอบพธีกรรมเลีียงผีบรรพบรษและยงเปี็นการแสดง
ความกตีญญตีอบรรพบรษท่ลวงลบไปแลวดีวย หรือพธีกรรมอื่นๆ
ท่เชื่อวีาสามารถปราบผีปอบท่ดีรายไดี
แนวคีดความเชืีอเรืีองผีตีางๆ
เกีดจากมนีษยีมีความกลีวภียจากสีงลีกลีบไมีสามารถ
มองเหี็นไดี และประสบการณจากส่งแวดลอม อาชพเกษตรกรรม
ตีองพ่งพาอาศยธรรมชาตี จงมการ
กราบไหวบวงสรวงตามความเชีืีอ รวมท้งการเคารพผีบรรพบรษ
จงกลายเป็นความเชื่อผมากีอน เมื่อ
ลีทธีพราหมณีเขีามาผสมผสานในดีานพีธีกรรมตีางๆ
รวมทีงพระพีทธศาสนาเผยแผีเขีามาใชีใน
พีธีกรรมของพราหมณีแตีพระสงฆีเป็นผทาพีธีกรรม
บวกกบแนวคดความเชื่อดีีงเดมเขาไปท้ง ผ พีทธ พราหมณี
ไสยศาสตร โหรศาสตรี
ความเชื่ออนเกดจากประสบการณีกี็มการบอกเลีากีนสืบมาและม
การจดบนทกเอาไว
จงกลายเป็นแนวคดคนสงคมปจจบีนถงแมจะเจรีญดีวยเทคโนโลย
กี็มผประเภท ตีางๆ เป็นท่เขาใจตรงกีนในสีงคมปีจจบีน
แมแตีการสรางภาพยนตรีและละครก็สรางเรื่องท่เก่ยวกีบผ
มากมาย
รวมท้งเรีืีองผปอบทีีไดีรีบความนียมทารายไดีมากมาย
แสดงใหีเห็นวีา แนวคดเรื่องผีไมไดี หายไปจากสงคมไทย
๘.๒.๑ บรบทแนวคีดเรื่องผี
บรบทแนวคดเรื่องผ หมายถง ส่งท่อยแวดลอม หรือกากีบ
อยีโดยรอบและเปี็นตีวชีวยใหีรีความหมาย
และเขาใจเรืีองราวทีเกดขีนในชีวงเวลาหนีงๆ๑
ซ่งเปี็น
ความเชีืีอพื้นฐานของสีงคมไทยท่นบถือพระพีทธศาสนามความเชีืี
อเรื่องผท่สืบตีอกนมานานและมีผล ตีอวีถชีวีตของคนไทย
ทาใหเกดวีฒนธรรมการนีบถือผหรือวีญญาณของบรรพบีรษ
มท่วประเทศไทย
เชีน ผีบีาน ผีเรีือน ภาคเหนีือเรยกผีบรรพบีรีษวีา
ผีปีียีา ภาคอีสานเรียกวีา ผีปีีตา ภาคใตีเรียกวีา ผตา
ผยาย๒
๑) ความหมายของผี
ส่งใดตามปกตไมสามารถจะมองเหี็นตีวไดี
แตีเราถีือหรีือเขีาใจเอาวา มฤทธีีและอีานาจอยเหนีือคน
อาจใหดีหรือใหีราย คีือใหคีณหรีือใหีโทษแกีเราได
สีงอยางนีเรากลว
๑
ราชบณฑตยสถาน, ศ. ดร.กาญจนา นาคสกล, คลงความรีี,
[ออนไลนี], เขาถงไดจาก
http://www.royin.go.th/th/knowledge/detail.php?ID=67, (๑ กนยานยน
พ.ศ.๒๕๕๕).
๒
วีชาภรณีแสงมณี, ผีในวรรณคดี,(กรงเทพมหานคร:
บรษทธรรมสาร,๒๕๓๖),หนา ๓๑-๓๒
เกรงและบางทีกี็ตีองนีบถีือดีวย เราเรียกสีงนีวีา
ผีและเราไมีสามารถจะทราบหรีืออธีบายไดีดีวย
ปีญญาและเหตีผล หรือคดวีาเปี็นส่งประหลาดนีาอีศจรรย
ผดธรรมดาสามญท่ควรจะเป็ นส่งน้นเราก็ เรยกวีาผ
และเรยกอาการท่ปรากฏขีีนในธรรมชาตีท่ประหลาดอศจรรยหรือรนแ
รงนีาสะพรีงกลววีา ผเปี็นผบีนดาลใหปรากฏขีีน
ผีมอยตลอดตีีงแตีสมียดีกดีาบรรพมาจนปีจจบีนน้
ผมสองพวก คือ ผีดีและผีราย ผดีตามปกตีมใจเป็นกลางๆ
ไมใหดีใหรายแกีใคร๓
๒) คาไวพจนีท่เกีียวกีบคีาวาผ คาท่ใชแทนคาวีา
ผ คือ วีญญาณ ส่งท่เชื่อกนวีามอย
ในกายเมีืีอมชีวีต
เมื่อตายจะออกจากกายลีองลอยไปหาทีีเกดใหม ความรบร เชน
จกษวีญญาณ คือ
ความรบรทางตา โสตวีญญาณ คือ ความรบรทางห เปี็นขนธี ๑
ในขนธี ๕ คีือรีป เวทนา
สญ
ญา สงขาร วีญญาณ๔
๓) การกาเนีดของผี วีวีฒนาคารความคดของมนีษย
เกดข้นพรีอมกบความเจรญรอบขีาง มความสงสยวีา ความมีืด
ความสวีาง ความรีอน ความหนาว ดวงอาทีตยี ดวงจนทร ฟากฟีา
แมนีา แมภีเขาและตนไมใหญี
และมผลบีนดาลใหีเกดความทีกขความสขข้นแกมนษยไดี
ธรรมชาตมอีานาจ อะไรอยีางหนีงสีงสถีตอย
อีานาจทีสามารถบีนดาลใหีเปี็นไดีนีน เรียกวีา วีญญาณ
ความเชืีอผีสาง เทวดาหรีืออานาจสงอยในธรรมชาตี (Animism)
ออกไปไดเป็น ๓ ลาดีบ คือ
ลาดีบหนีง เร่มจากธรรมชาตแตีละอยางกอน
แลีวกวีางออกไปถีงธรรมชาตทกอยางใน โลก คือ
เชื่อวีาสรรพสีีงในโลกมีวีญญาณสีงอยท้งหมด
ลีาดีบทีสอง มีความเชีืีอวีาวีญญาณเหลีานีน
มีอีานาจบีนดาลความดีความชีีว ความสีข
ความทกขใหแกีมนษยไดี ตามอีานาจและความกรณาท่มอย
วีญญาณเหลีาน้นตีองมรปราง (ประเภท
กายทพย)
แตีไมสามารถจะเหี็นไ
ดี
ลาดีบท่สาม เมื่อไมสามารถจะเหี็นไดีกี็ดี
หรือเมื่อรปรางท่ตนคดวีาม แตีไมปรากฏข้นก็ดี
มนีษยีจีงเรีมสรีางภาพเอาดีวยความนีกคีดของตนเอง
ภาพทีตนนีบถีือ จะเรียกวีา พระเจีา หรีือ
เรียกวีา ผีสางเทวดาอะไรกี็ตาม เกีดขีนมาแตีครีงนีน
ความเชีืีอถีืออีนน้ คีือมีลเหตีอีกอีนหนีงของ
ศาสนาในสีงคมของมนีษยแ
ตีโบราณมา
การบีชาบรรพบีรษ
เปี็นลาดีบแหงศรทธาในลีทธีศาสนาท่ยีีงใหญีอีนห
น่ง ในตานานของ
มนษย สามารถรีีลาดีบแหงศรทธา ดีวยอาศยผลงานนกโบราณคดี
ไดีพบเครีืีองบชาศพ พบรองรอย
การตกแตีงหลีมฝีงศพ จีงนียามไดีวีา
มนษยีแตีโบราณนบถีือบีชาบรรพบีรีษของตน และการนีบถีือ
บีชาบรรพบรษน้น เป็นมลเหตอีนหน่งแหงลทธีศาสนา
เพราะมนีษยแตีโบราณเชื่อวีา มนษยตายแลว
ไมีสีญ มนีษยีมีดวงวีญญาณเหลีืออย
ดวงวีญญาณนีีนออกจากรีางไปแลีวทีองเทีียวอยีี
คอยดีแล
ความสีขความทีกขีของลีกหลานอย
บางคราวมนีษยีเชืีอกีนตีอไปวีา เมืีอถีงเวลาทีกีาหนด
ดวงวีญญาณนีีนจะกลบเขาสรางเดม กลบมาเกดใหม
มนษยแตีโบราณถีือกีนมาอยีางน้ สีวนมนษย
จาพวกท่เชื่อวีาตายไปแลีวสญไมมอะไรเหลีือย
เห็นจะมีมนษยอยบางจาพวก เชน ชาวอนเดยโบราณ
๓
พระยา อนมานราชธน เสฐยรโกเศศ, เรื่องเก่ยวกีบประเพณีไทย
(เนื่องในเทศกาลตรีษสารท),(กรงเทพมหานคร: โรงพมพแพรการชีาง
๒๕๐๔),หนา ๓๖๗.
๔
ราชบณฑตยสถาน, พจนานีกรมอีเล็กทรอนีกส รนท่ ๑.๐๐.
ความเชีืีออนเป็นเหตใหเกด
การบีชาดวงวญญาณบรรพบีรษข้นมาน้น สามารถแบีงออก เป็น ๒
อยาง คือ เคารพบชาเพราะความเกรงกลีววีา ดวงวีญญาณนีีนๆ
จะมาทารีายแกีลกหลานขีางหลง ผไดีประกอบกรรมทีาความชีีว
และเคารพบีชาเพราะความกตีญญรคณของบรรพบีรษ
โดยทีีมนษยม การนีบถือ
กราบไหวบรรพบรีษจนกลายเป็ นมลเหตใหีเกีดเทพเจาหรีือ
พระเจาประจีาตระกีล และ พระเจีาประจีาครอบครีวขีน
กลีาวอีกอยีางหนีงเทพเจีาเหลีานีน คีือ
ดวงวีญญาณของบรรพบีรีษ
น่นเอง ลทธีนบถือกราบไหวผเรือน ซ่งแพรีหลายในหมีีคนไทย
เนื่องมาจากเหตดีงกลาวน๕
ีี
เรื่องผเปี็นเรีืีองท่เชื่อถีือกนมาแตีโบราณนานนีกหนา
ทกชาตทกภาษาลีวนแตีมีเรื่องเลา
เกียวกีบผ ความเชืีอเรืีองผีไดีแผีขยายกวีางออกไป
จนในทีีสีดตีองแบีงออกเปี็น ๒ ประเภท คีือ
ประเภทผีมตีว ไดีแกี ผท่ชอบปรากฏตว
แสดงรปโฉมใหมใหเห็นในลีกษณะตางๆ กีบประเภทผีไมมตีว
ไดีแกี ผีทีไมีแสดงตีวใหีเปี็นทีรีจีก
แตีอาจบีนดาลใหีเกีดอะไรขีีนไดี
ผีคนเกรงกลวกีนมาเหมีือนกีบ
อยางเจาตามศาล หรือเทพารีกษตีางๆ
ภีต-เจตภต หมายถง ผ เปรต และผีรายตีางๆ (ghost,
imp, goblin) ภีตเป็นผรายท่อย
ตามปีาชีาและสงอยตามตีนไมกี็ม ตามรีางสตวีท่ตายแลวกี็ม
แตียีงมความตีองการบญกศลเหมือนกบ
มนีษย ยีนนเป็นวีญญาณแหีงพระเพลีง
(ในภาษาองกฤษวายีนนหรือจน Jinn หมายถง ผ ปีศาจ เปรต)
เจตภีต หมายถง รางกายของมนีษยเราทีกคนน้น
ยีงมกายพีเศษท่เรยกเจตภตแฝงอยอีก
กายหนีง เปี็นกายทีแลเหี็นดีวยตาเปลีาไดี
เจตภีตนีแหละเป็ นบีอใหีเกีดผีปีศาจขีน เจตภีตเปี็นสีงท่
แยกไดีบางครีงบางคราว แตีการแยกออกไปของเจตภีตนีน
มีใชีแยกออกไปเลยทีเดียว ยีงมีสาย
สีมพีนธีเชืีอมโยงกนอยกีบรีางกาย
จีงสามารถดงดีดกลีบมาสรีางกายไดี เชน ในบางคราว
ท่เรานอนหลีบ
สนท จะเป็นเวลาทีีเจตภตแยกออกไปจากรางกาย
เผอญเหตการณท่เอะอะโครมครามขีีนใกลีๆ ตีวเรา
ทาใหเรารีีสกตกใจตื่นข้นโดยกะทนหน
เจตภตตีองรบกลบคืนเขีาสรางกายโดยเร็ว ขณะท่เรารีีสกตีว
ตีืีนข้นจกปรากฏอาการหวใจเตนส่นสะทาน
ท้งน้กี็เพราะเจตภีตรบเขาสกายโดยรวดเร็ว และกระทบ
กายเราอยางรนแรง เราจงไดีบีงเกดมความรสกเชนน้น
แตีถาเจตภีตจากกายโดยไมกลบมาอก กี็คือถง
เวลาท่รางกายจะแตกดบ
เจตภีตน้เมื่อถงเวลารางกายแตกดีบไป
โดยทีีเกดโรคภียไขเจ็บอยางธรรมดา เจตภตกี็จะ
เคลื่อนออกจากกายและคีอยๆ สญหายแตกดบไป
เพราะเจตภีตท่ตีองจากไปเชนน้ เป็นเจตภตท่รตีว
อยีแลีววีารีางกายจะถีงกาลแตกดีบ
แตีถีาหากรีางกายเกีดอาการแตกดีบขีนโดยกะทีนหีน เชีนท่
เรียกวีา ตายโหง เปี็นตีนวีาถกฆาตาย ถกรถยนตชนตาย
การตายเชนน้ เจตภีตมไดีมเวลารตีวมาแตีกีอน
เมื่อรางกายมาเกดอาการแตกดบข้นโดยกะทนหน
เจตภีตจาเปี็นตีองผละออกจากรีางไปและก็เท่ยว
วนเวยนอย บางทกี็ไปปรากฏใหีคนเหี็นดีงท่เรยกวีา ปีศาจ
เพราะฉะนีีน เราจีงมกไดียีนกนวีา
คนท่ตายโหงเป็นผดีมาก สวนคนท่ตายดีวยอาการเจี็บ
ไขธรรมดาจะไมีปรากฏวาผดีเลย
เนื่องจากเจตภีตเป็นกายพเศษอกกายหน่ง ซีงแฝงอยีีในกายธรรม
ถาหากไดีฝีกฝนในเรีืีองดวงจตดีแลีว
เรากี็สามารถทีจะใชีเจตภีตทีาประโยชนไดี เชีน
บีงคีบเจตภีต
๕
เสฐยร พนธรงส, ศาสนาเปรียบเทยบ,พมพคร้งท่ ๒,(กรงเทพมหานคร
: หีางหีีนสวนจากดสื่อการคีา,
๒๕๑๓),หนา ๓๒-๓๕.
ใหีไปปรากฏในทีตีางๆ ไดีตามทีประสงคี ความฝีนตีางๆ
ทีบีงเกีดทีงดีานดีและดีานรีายเกีดขีนจาก
เจตภตเป็นมลเหต”
วีญญาณ หมายถง วีญญาณของมนีษยเรา
จะออกจากรีางไดีตีอเมื่อเวลาสีีนลมปราณแลีว กลาวคือ
เมื่อถงแกความตายอยางหน่ง วีญญาณนีีเรามีกเรยกวีากีนวีา
เจตภต สวนทางฝร่งเห็นจะตรง กีบคาวีา แอสเตรอลบอดีี (Astral
Body) เจตภีตของเรานีี เมื่อออกจากรีางเดีมแลว อาจจะไปสาแดง
รางใหผอีืีนเหี็นในทีีใดๆ ไดีท่เรยกวีากีนวีา ผหลอก
เจตภีตจีาพวกน้ เปี็นพวกทีไมีมีทีอาศีย
จีงจีาเปี็นตีองเทีียวไปเพีนพีานวนเวียนอยีกีอ
น
จนกวีาจะพบทีีอย
รางกายของเรากี็คือสถานท่พีกของพวกเจตภีตน่นเอง
เมื่อสถานทีีพีกกายกลาวคือ
ธาตีท้ง ๔ ในรีางกายไดีดีบส้นไป
หมายความวีาถงอวสานแหงชวีตแลว
เจตภีตจาเปี็นท่จะตีองออกไป หาพกอาศยแหงอื่นตีอไปอก
จนกวีาจะส้นเวรสีีนกรรม๖
ตามหลีกฐานสมียสีโขทีย
ศาสนาพีทธกีาลีงเจรีญรีงเรืีอง
แตีการนีบถีือผีสางใหีความ คมครองเมีืองสโขทย
ดีงปรากฏอยศลาจารก หลกท่ ๑ วีา “เบื้องหวนอนเมีืองสโขทยน้ ...
มพระขะ พีงผเทพดาในเขา เป็นใหญีกวีาผทกผในเมีืองน้
ขนผใดถือเมืองสโขทยน้ แลไหวีดีพลถก เมืองน้เท่ยง เมืองน้ดี
ผไหวีบีดีพลบีถก ผในเขาบีคมบีเกรง เมืองน้หาย ....”๗
๔) สถานทีีอยของผี
ตามความเชื่อและประสบการณีของบรรพบีรษท่บอกเลาสืบตีอกน
มาจากอดีตถีงปีจจีบีน
ซีงเปี็นความเชืีอทีมีอยีของปีจเจกชนโดยเฉพาะเวลายามคีา
คีืนวีนพระ เปี็นบีานรีาง ศาล บีานเรีือน ปีาชีา วีด แมีนีา
ทะเล ภีเขา ตีนไมีใหญี ตามถนนหรือทางแยกทีเกีด
อีบีตีเหตหรือมคนตายเชื่อวีาวีญญาณจะอยีีท่น้น
และคนเลีียงผ (พวกเรียนทางไสยศาสตรี มนตีดีา)
สาหรบชาวอสานเชื่อวีามผประเภทตีางๆ เชน ผนา ผปีา
ผภีเขา ผบีาน ผหมบีาน ผปีียีา ตายาย ผฟีา ผแถนและผีอีืีนๆ
หรือแมกระทีีงผท่เกดจากการกระทีาของบคคล เชน ผปอบ เป็นตีน๘
๘.๒.๓ ประเภทของผี
ผในภาษาไทย คือ เป็นอมนษยจาพวกหน่ง มฐานะเหนีือคนแตตีีา
กวีาพรหมมท่อยในแดนสวรรคท้งหก มผท้งดีและผีราย
เพราะฉะนีีนคาวีา ผ จงเป็นคากลางๆ ดีกี็ไดี รายกี็ไดี
แตีวีาอยเหนือมนษย๙
คนไทยแตีเดีมนบถือผ
ถงเด๋ยวน้กี็ยีงนบถืออยรวมถง พระอีนทร พระพรหมและพระอะไร
ตีอมอะไรก็เป็นผ พระเจีาหรือพระเปี็นเจากี็เป็นผ ดีวยเหตน้
เขาใจกนวีาอยบนฟา คนไทยแตีเดีมจง เรยกทานเป็นคารวมวีา ผฟีา
ภายหลงเมื่อไทยนบถือพระพีทธศาสนาแลวกี็เปล่ยนเป็ นเรียกวีา
เทวดา และเรียกทีอยีของทานวีา สวรรค
และมีคีาเดีมคีือชีนฟีา
เอาไปซีอนเขีาคีเปี็นสวรรคีชีีนฟีา เพืีอให ทราบวีา
สวรรคหมายความวีา ชีีนฟา นอกจากจาพวกผแบีงออกเปี็น ผฟีา
เจาผ และผราย อาจแบง
จาพวกผตามท่ใชีแบีงกีนอยในวชามานีษยวีทยา
ตามคตีท่วีาดีวยลีกษณะการเซีนสงเวยบีชา คีือ ๑.
คตีบีชาผบรรพบรษ ๒. คตีบีชาผวีรบรษ
และ ๓. คตีบีชาผราย
๒๗-
๓๐.
๖
ส.พลายนีอย,ตีานานผไทย,พมพีครีงท่ ๒, (กรงเทพมหานคร:
บรษทวี.ปร้นท,๒๕๕๒),หนา ๘-๙,
๗
กรมศลปากร, ประชีมศลาจารีก ภาคท่ ๑,(กรงเทพมหานคร:
โรงพมพครสภา, ๒๕๑๕),หนา ๙.
๘
วีระศีกดีี จารแพทยี, ผี : ความเชีืีอของชาวอีสาน,
[ออนไลนี], เขาถงไดจาก http//www.school.net.th/
library/create-web/.../10000-4569.html (๙
กนยายน ๒๕๕๕).
๙
ส.พลายนอย, ตีานานผไทย, หนา ๓๗.
ผทีมากีอนและอยีีใกลีชีดกีบคน กี็คีือผบรรพบีรีษ
ไดีแกีญาตีผีใหญี มีพีอแมีปีียีาตายาย เปี็นตีน
ซีงตายไปแลีวและดีวยความอาลียรีก
แมีทีานจะตายไปแลีวกี็ยีงนีกวีาทีานยีงอย คีือเปี็น
ผประจีาอยในเรีือน คอยดีแลเอาใจใสี
ใหลกหลานท่ยีงอยมความสขความเจรีญ ถาลกหลานตีีงตนอย
ในจารีตประเพณี หรีือใหีรีายไดีทีกขีแกีคนในบีานไดี
เมืีอคนเหลีานีนประพฤตีตนออกนอกรอย ประเพณี
ประเทศเรยกชีืีอตีางๆ กีน ทางภาคเหนีือ เรียกวีา ผีปีียีา
ไมีนีบตายายเขีาดีวย ทางภาค อีสานเรียก ผปีีตา
ไมนบญาตผใหญีท่เป็นหญีงคือยายายเขาดีวย ทางภาคกลางเรียกวีา
ผปีียีาตายาย
นบเอาเขีาหมดท้งญาตผใหญีและทางฝีายพีอและแม
ทางภาคใตีเรยกวีา ผตายายไมนบปีียีาเขาดีวย๑๐
โดยการแบีงประเภทผีออกตามปรากฏทางสีงคมและประสบการณีขอ
งผีีไดีพบเห็นบอกเลากีนสืบมา
และไดีบีนทกไวีเป็นหลีกฐาน ดีงน้
๑) ผฟา-ผแถน ท้งสองชนีดน้
เป็นเฉพาะผีีใหญีท้งชายและหญีง ผฟีา ผแถน
จะมาสงอย
กีบคน คีือ เวลาทีผีนีนเปี็นไขีมาก ๒ เดีือน หรีือ ๓
เดีือนแลีวจีงเขีามาสีง เมืีอแรกเขีาสีงทีากีรียา
อาการเหมีือนเจีาเขีาทรงคน
แตีมีไดีชอบกีนเหลีาและดีรีายมีกีรียาอยากแตีงตีวนีง
หีมผีาทีมีสีแดง
และหีวเราะย้มแยีมฟีอนราขบรองไปตางๆ
เมื่อคนท่ไมปีวยเขาเห็นก็จดแจงรบรองเหมีือนดงรบรอง
เจีาเมืีอแรกเขาทรงคน
และทีาหีงหอไวีบีางทีศีรษะนอนของคนไขี
ไมีนานนกคนไขีกี็หายคลายจาก
ปีวยไข
เมื่อคนท่ปีวยหายจากไขแลวกี็ปฏีบีตีรกษาผฟีาและผแถนตอไปจน
ตลอดชวีตของผีีน้น ถงฤด
เดีือนอาย เดีือนย่ กี็จดแจงเลีียงดีเป็นงานปเสมอไปทีกท
ถาผหน่งผใดหายปวยเปี็นไข ท่เห็นวีาจะเป็น
ผฟีาผแถนเขีาสงก็ตีองมาเชญผน้นไปรกษา เหมือนดงเป็นคร
ผประสีทธีีแกีคนผจะเป็นศษยตีอไป
คาวีา แถน ภาษาลาวแปลวา ฟีา ฉะน้น ผฟีา ผแถน
กี็หมายความอยางเดียวกีน และวา
แถน กีบ แถง กี็เป็นคาเดียวกีน
ขนมหาวชียกลาวขางตีนวีาผแถนก็คือผพรหม และผฟีาและผแถนน้ม
อาการอยีางเดียวกีน
แตีตีางกีนแตีผีแถนมีกเขีาสีงอยีแตีคนเดียวในหมีีบี
าน สีวนผีฟีามีกมีมากใน หมบีานตีีงแตี ๑๐ คนข้นไป๑๑
๒) ผีปีตาและผีหลกเมีือง เปี็นผีคีบีานคเมีือง
ถีาเขาไดีสรางบีานตีีงเมีืองขีีน ทีใด เขาก็
สรีางกระทีอมแลหอสีาหรีบผีปีีตา
และผีหลีกเมีืองขีีนพรีอมกีนกีบทีสรีางบีานเมีือง
เปรียบความ เหมือนวาผทงสองเป็นปเป็ นตา
เปี็นหลกประธานของมนีษยในบานเมือง
จงบีญญีตีเรยกผท้งสองวีา ผปีีตาและผหลกเมือง
วีธีปฏีบีตีตีอผท้งสองก็อยางเดยวกีน
ตีางกนแตีชีืีอ คือถาอยบีานนอกกี็เรยกวีาผปีีตา
ถา
อยีในเมืองกี็เรียกวีาผีหลีกเมีืองแตีกี็เลี็งประโยชนีอยีางเ
ดียวกีน คีือชีวยดีผีคนทีอยีในเขตบีานหรีือ
เมืองน้นๆ ในวนข้นปีใหมพวกลาวเขาจะฆีาหม ไกี ไปเซนวีกทกปี
ถือวีาใหคณใหโทษแกมนษย
ถาปีไหนไมทาการเซีนไหวตามธรรมเนียม
ผคนในชนบทบีานเมืองก็มกจะเจ็บไปตีางๆ ท้ง
ฝนก็ไมคอยจะตก ถือกนวีาผปีีตา ผหลกเมืองทาโทษ
และธรรมเนียมเดีมเคยไหวเคยเซีนโดยใชหมมา
กีอนแลว ภายหลงจะเปลีียนเป็นเซีนดีวยไกีกี็ไมไดี
เคยเซีนอะไรมากีอนก็ตีองเซีนดีวยส่งน้นตลอดไป
เพราะผีปีีตา ผหลกเมืองไมชอบ ขืนทาผดธรรมเนียมมกทาโทษตีางๆ
๑๐
พระยา อนีมานราชธน เสฐียรโกเศศ,
ชีวีตชาวไทยสมียกีอนและการศีกษาเรีืีองประเพณีไทย,
(กรงเทพมหานคร : สานกพมพคลงวทยา,๒๕๑๕),หนา ๑๙๕,๒๐๘-๒๐๙.
๑๑
ส.พลายนอย, ตีานานผไทย,หนา ๑๑๐-๑๑๑.
คนท่เป็นหีวหนาผปีีตาและผหลีกเมือง เขาเรียกวีา
“ควานเขีาจา” มหนีาท่เชีนเดียวกีบ เฮียกง ท่รกษาศาลเจาของจีน
คือเป็นหวหนาผปีีตาและผหลกเมือง
เมืีอมีผีประพฤตีผีดธรรมเนียมบีานเมีือง เชีน
ผีชายทีาลีวงประเวณีแกีหญีงถีงเกีดบีตร
โดยมีไดีสีขอตีอผีใหญี
หรีือบีานเมีืองเกีดยีคเขี็ญไขีเจี็บตีางๆ
เขากี็มีกนีมนตีพระสงฆีใหีสวดขีบไลีผ ๓ วีนบาง ๗ วีนบาง
และมีประกาศหามคนท่อยตีางบีานตีางเมืองไมใหเขามาพกอาศยในเ
ขตบานเขต เมีือง โดยปีกหลีกกรียกีาหนดเขตไวี
ถีาใครขีืนลีวงลีาเขีาไป
กี็ไดีชีืีอวีาละเมีดตีอธรรมเนียมเขตไว
ถีาใครขืนลีวงลีาเขีาไป
กี็ไดีชีืีอวีาละเมีดตีอธรรมเนยมบีานเมีือง
จะตีองถกปรีบใหีซืีอไกีซืีอหมีหรีือ
สตวีท่ใชเซนไหวเปี็นประจีา ดีวยถือวีาผดผบีานผเมือง
ถาไมสามารถจะหาสีตวีไดีตามตีองการก็ตีอง
จายเงนใหควานเขีาจาท่รกษากระทีอมปตาและหลกเมืองไปซีืีอหามาเ
ซีนไหวใหจงไดี๑๒
๓) ผเรือน ผท่อยประจาเรือน
พวกรามญหรีือมอญนีบถือผเรือนมาก สมมตีวีาเราไปพก
บีานเขา เกดเจาของบานผท่ใหเราอาศียเกดเจ็บไขไดีปีวยข้น
มอญเขาถีือวีาผเรือนโกรธไมีชอบเรา จง
ทาใหเขาเจี็บปีวย
เขาจะโทษเราทีนทีวีาเปี็นเพราะเราเขาจีงไมสบาย
เราก็จะตีองเปี็นคนออกเงนให
เขาไปทีาการรีาผ
เขาเชืีอกีนวีาถีาไดีไปรีาผีแลีวการเจี็บไขีของเขาจะหายได
การรีาผ เขาปลีกโรง
คลายๆ โรงละครชาตรี คือปลกแบบงีายๆ ใชชีีวคราว
เอาใบตาลมีงก็ไดี และการตกแตีงโรงรีาผ เขาก็
ใชีดอกหมากหีอยไวีตามโรง เครืีองสีงเวย มีกลีวย ขนมแดง
ขนมขาว อยีางทอดนีามีนมะพรีาว
กีีงฝอย ขีาวเหนียว กลีวยฉาบ เมี็ดขนีน
และสีงสีดทีายทีขาดไมีไดีคีือ คีากีานีลเปี็นเงีนหกสลีง
(สมยกีอน)
ตามประเพณีไทยโบราณกี็เชืีอในเรีืีองผีเรีือน
ดีงจะเหี็นไดีจากประเพณีแตีงงานสมีย
โบราณใหีบีาวสาวนาเครืีองเซีนและผาขาวไปไหวผีเหยีาผเรือน
ซ่งหมายถงเทวดาหรีือผปีียีาตายาย น่นเอง
จะเอาขีาวของทีีจะเซีนวางลงบนผีาขาว
แตีบางตีาราวาตีองไหวท่เสาด้งก้นเรีือนเอายอดตอง ๓
ยอดปีทีโคนเสาดีง
วางเครีืีองเซนบนใบตองและมคนกลีาวคีาเซีนผีคนหนีง
ตีวอยีางจากหนีงสีือ ประชมเชญขวญ ฉบีบหอสมดแหงชาต
ตอนหนีีงวีา
“ศรศรวีนน้กี็เป็นวีนดี เป็นราศศภมงคล
ขาพเจาขอยอยนประดษฐานขีีนทนใด ขออานวย
พร ยอกรขีีนไหว ทานพอ ทานแม ทานเฒาแกีผดีเข็ญใจ ผเรือน
แมพีอ ผหอปลีกใหม ขอเชญจงมาใหี
พรีอมกนในวนน้ วีนนีกี็เป็นวีนดี ทานเศรษฐีผีใหญี
ทานจะเอาแกีวเขีามาเกย จะเอาเขยเขีามาฝาก
จะเอาขีนหมากเขีามาให ไดีจีดแจงแตีงไวีทีงสีมสีก ลีกไม
ขนมหลายกองเกวียน ขนมผีงฝอยทอง
ลวนแตีของจีาเนยร จนอบงาเจยน ผลไมนานา สมสาสมยีา สมทพลบจน
ลกอีนตะผาลีา ขนมตมลก
ใหญี กลวยไขกลวยนา มะพรีาวอีอน อีอยลา เหลาเขมหมหน หอหมก
ทอดมน สารพนท่จะม อภีเษก
สองศรี เซนผทีงหลาย ผภีตผพราย แมซื้อรีกษา ท่ไดีเล้ยงไดีดี
ท้งผปีี ผยีา ผียายผตา ตามประดาพ่นอง
ผเกียวผีดอง ท้งสองพรอมกีน อยีาข้งเคยดเดียดฉีน
ขบฟีนเขีนเขีียว จะมาเปี็นพ่นีอง จะมาเป็นทอง
แผีนเดียว อยีาพีโรธโกรธเกรีียว
ชีวยอีปถีมภีคีาชีผีวเมียทีงค ใหีเจีาอยีสบาย
เชีญเสรี็จเสดี็จเขีามา
คมครองรีกษาคมโพยคมภีย คมเสนยดจญไร ขออยาใหมมา
คมใหสารพีดอยาใหหนกีดหลงคา คมท้ง
ผานงมงฝา พรอมฝายงฉาง ครอบครองสองรา โรคาเบาบาง คมลกคมเตีา
ท้งเขมา ตานซาง ญาตีกา
ผสาง คมครองปองกน ลกเปรตเศษนรก กระยกจกอธรรมี
อยาใหมาเกดในครรภ ขอเชญเทวดา จตี
๑๒
เรื่องเดียวกน, หนา ๙๘-๙๙.
ลงมาจากสวรรค เพื่อจะเป็นลกเตีา เมื่อเจาจะมครรภ ขาจะขอรีาพีน
ท้งจ่วท้งฝา ขื่อดีีง หลงคา รอด แปอกไกี ผีประตีหนีาตีาง
เสาหีองเสากลาง ผีสาง นางไม ทีไดีปลีกเรีือนอยีสองเจีาทีงค
ขอใหีอย สบาย คมโพย คมภีย คมท้งเสนยดจญไร ส่งรายอยาใหม
ใหสวีสดีมงคล”
จะเหี็นวีา ผเรือน เป็นผท่เรยกขานรวมๆ
กีนไปไมเฉพาะเจาะจงวีาเป็นใครคนใดคนหนีีง
อาจจะเป็นผปีียีาตายายหรือผสางนางไมีท่ประจาอยในเสาในไมีท่เอ
ามาปลกบีานน้นก็ไดี๑๓
๔) ผตาโขน
เปี็นการละเลีนพื้นบานอยางหน่งของชาวอีาเภอดานซีาย จงหวีดเลย
นียมเลน ในงานบีญหลวง หรือบีญพระเวส (คือการเทศนีมหาชาต)
ซ่งรวมไปถีงการขอฝนและการแหีบีีงไฟดวย
ลกษณะผีตาโขน ไมเหมือนผท่วๆ ไป
ผีตาโขนตองใชอปกรณชีวยเพราะผีีแสดงเป็นมนษย
ไมใชผคนตาย ฉะน้น ผีตาโขนทีกตวจงตีองมหนีาผีสวมหว
หนีาผน้ทีาดีวยหวดน่งขาวเหนียวทีสานดีวย
ไมีไผ
แลวเอาสีวนโคนของทางมะพรีาวซ่งเป็ นแผนกวีางมาเยี็บตีอกบ
หวด ท่ทางมะพรีาวตกแตีงเปี็น
หนากากผแตีกีอนใชเพยงปนขาวกบดีนหมอ คือ ขาวกบดีา
ปีจจบีนใชสนามนทาอยีางสวยงาม
ท่หนีากากทางมะพรีาวเจาะรีพอใหีคนท่อยขางในมองเหี็
น ลกษณะพเศษ คือ ตีองทีาจมก
ใหียาวออกมาคลีายงวงชีาง
เมืีอทีาหีนหีวผีตาโขนเรียบรีอยแลีว กี็หาผีาเกีาๆ
ทีไมีใชีแลีวมาเยี็บตีอ
กีบหว
เพื่อใชคลมรางคน
อีกอยีางหนีงผีตาโขนจะตีองถีืออาวีธทีาดีวยทาง
มะพรีาวทีดีามของอาวีธจะสลีกเปี็นรีป
เครืีองหมายเพศอยางทีเรียกกีนวีา ปลีกขีก
ซีงนียมทีาเนืีองในพธีขอฝน บางทีกี็มีกระปีองผีกลีามไวี
เวลาเดีนทาทายีกยีายสีายสะโพก ขยมตีว
กระปองท่ผีกลีามไวีกี็จะกลีงกระทบถนนทีาใหีเกดเสยงดีง
สาเหตท่เรยก ผตาโขนยงไมมหลกฐานท่แนนอนและชีดเจนพอ๑๔
๕) ผีตาแฮก หรีือผีตาแรก เปี็นผีนาของพวกลาว
ในหนีงสีือ วชีรญาณ ร.ศ. ๑๑๕ ไดี อธีบายถงผตาแฮกไวีวีา
ท่เรยกวีาผตาแฮกนีี เป็นผสาหรบอยกีบนา
ถาเขาจบจองนาลงทีีใด เขาก็ปลก กระทีอมเลี็กๆ
หรือแวดวงลีอมคอกก้นไวีโดยรอบ
แลวเชื้อเชญพระภมเจาท่ใหเขาไปอย ถงคราวจะลงมีือ ทานาปีใด
เขากี็ฆาไกีไปเลีียงดีทกปี และฉกเอาลีกคางไกีออกมาด
ถาเยื่อกระดกคางไกยีืีนยาวในปใด
เขากี็สมมตีเอาวาปีน้นนาจะมาก
ถาเยื่อกระดกคางไมเป็นพมพวงดไมสส้นแลยาวนก เขากี็สมมตีเอาวา
ปีน้นฝนด ขาวจะงามบรบีรณ
ถาปีใดเยื่อกระดกคางไกคอดเรียวยีียีี
เขากี็สมมตีเอาวาปีน้นฝนจะแลีง ขีาวจะตายฝอย
เมืีอเขาเสีียงทายเชีนนีเสรี็จแลีว
จีงลงมีือตกกลีาดีานาตีอไป การทีีเสียงทายเชีนน้
มกจะจรง
ตามทีไดีเคยเหี็นมา
การทีีเขาปลีกทีใหีผีตาแฮกอยีนีกี็เพืีอประโยชนีในการท
ีานาอยีาง เดียว มไดีเก่ยวกีบการอื่น
การท่บวงสรวงผีตาแฮกนีีใชแตีไกีอยางเดยว
ผท่จะดีแลรกษาผีตาแฮกก็ไม กีาหนด
สีดแลีวแตีเปี็นนาของผีีใด
ผีนีนยีอมเปี็นเจีาของดีแลไป
ตีองเซีนสรวงเพีืีอการเสีียงทายปี ละคร้ง
เมื่อจะลงมีือตกกลาดีานาเทาน้น
กีรยาท่จะพงทาเก่ยวกีบของกบผตาแฮกในชวงทานาปหน่งๆ
เมื่อเขาเสีียงทายแลว เขากี็เอาขีาวกลีาดีาลงในรีองนาเลี็กๆ
ท่รมศาลตาแฮก ประมาณสีก ๔ กอ แลว
จงไดีลงมือไถคราดปกดีาในเนีืีอนาอื่นตีอไป๑๕
๑๓
เรื่องเดียวกน, หนา ๑๑๓-๑๑๕.
๑๔
เรื่องเดียวกน, หนา ๗๓-๗๔.
๑๕
เรื่องเดียวกน, หนา ๗๕-๗๖.
๖) ผนางธรณี เป็นผท่ไมคอยรจกกีนแพรหลายเทีาใดนก
ในหนีงสือ วชีรญาณ ร.ศ.๑๑๕ ไดีเลาไวีวีา
ผชนดน้เป็นผท่ชาวแตีงตีีงข้นดีวยความประสงคีจะใหีคมครอ
งรีกษา ชีาง มา โค กระบือ
ท่เขาเลีียงไวีเพื่อจะไมใหเปี็นอนตรายเพราะโรคภียตีางๆ
บางทถาชีาง มา โค กระบือ หายไปเขาก็บนบาน
ใหนางธรณชีวยตีอนใหกลบมาอยตามถีีนฐาน
ซ่งเจาจะตามมาใหีพบไดีโดยงีาย ถีาเจาของทาใหผีด
แผกแกีนางธรณีบางทกี็ทีาโทษใหีชีาง มีา โค กระบือ
มอีนเป็นไปตีางๆ มีกีรยาทีกีนหญีาและดืีมนีา ไมไดี
เป็นตีน ถาเจาของรีีวีาผดแผกตีอนางธรณี
และรีบไปอีอนวอนบนบานแกีนางธรณเสยแลว กี็เป็น
อีนไดีทีนท เครื่องเซนนางธรณีไมมีอะไรมากมาย
แตีขาวสกปีีน ๑ นาอีอยสกกีอน ๑ กี็เป็นอนใชไดี
ผีทีประพฤตีปฏีบีตีรีกษานางธรณี มีแตีผีหญีง
ซีงเปี็นแมีเรีือนในบีานเปี็นธีระดีแล ทีอยีนางธรณ
จอมปลวกก็ดีเนนดีนท่สงก็ดีใชไดีท้งส้น๑๖
๗) ผีบรรพบีรีษ เดีมเปี็นคน
ครีนตายไปกี็ไมีไปไหนยีงสีงอยีในบีานในเรีือนตามปกตี
เปี็นผญาตีผใหญีของครอบครีว จงเรียกวีา ผบรรพบรษ
หรือผปีียีาตายาย๑๗
๘) ผวีรบรษ เดีมเปี็นคนเหมีือนกน
แตีมกเป็นคนเกงกลาสามารถ เป็นคนมบีญคณอยาง
ใหญีแกีคนในหมีี หรือเป็นคนดรายเป็นท่กลวเกรงแกใครๆ
เมื่อตายไปคนยงนบถือและกลวเกรงอยีีกี็ไป
เปี็นผมีศาลมีคนกราบไหว อยางผกวนอ เปี็นตีน ผพวกน้เรียกวีา
ผวีรบีรษ ๑๘
๑๐) รกเทวดา ตีนไมใหญีในปา
ยีอมถือวีาเป็นท่อยของผีสางเทวดา ท่เรยกกีนวีา รกขเทวดา
หรีือนางไมี
จะสรางวีมานหรีือทีอยีซ่งเราไมีสามารถจะมองเหี็นอยีบนน้น
ถีาใครไปตีดโคนตีนไมีซีง เป็นท่อยของทีาน
ทานก็โกธรอาจลงโทษแกผตีดผโคนใหเปี็นไปตีางๆ
เหตน้ถาตีนไมตีนใดมีขนาดใหญี
และสีงลีวกี็ไมีมีใครกลีาโคีนกลีาตีด ถีาจีาเปี็นจรีงๆ
กี็ตีองทีาบีตรพลีสีงเวยบอกกลีาวเลีาสีบขอ
อนญาตทานเสียกีอนแลว จงจะตดและโคนไดี
ถาทางราชการตองการไมีตีนสงใหญี เชน เอามาทาเสา
พระเมรีเป็นตีน ตีองอานประกาศดาเนนกระแสพระบรมราชโองการ
ณ ท่น้น เพื่อใหรกขเทวดาและ นางไมรตีวจะไดียีายท่อยไป
บางทกี็นาเอากระแสพระบรมราชโองการไปปีดไวี
ทาอยางน้กี็เป็นการดผ
ตีดไมจะไดีหายความหวาดหว่น
เพราะในสมียกีอนเขาเชีืีอกนอยางน้นถงเด๋ยวน้กี็ยีงมคนเชื่อกนอย๑๙
๑๑) ศาลเพยงตาและพระภมีเจีาท่ ตรงปากชีองทางในปา
ซีงเปี็นชะวากเขาชะเวกไม
จะเขีาไปใน หรือตรงหีนผาหนาชะงอนท่เห็นเงื้อมตระหงาน
หรือท่ตรงธารนีีาเวีีงวางเป็นวีงเป็นหวงนา
ลีกนีาวนนีากลีว หรีือทีตีนไมีใหญีใบครีมมีือครีมเครีือ
หรีือสีงลีวเหลีานีเปี็นตีน ชาวบีานมีกถีือวีา
ท่ตรงน้นมผหรือเทวดาสงอย
กี็ไปปลกสรางเป็นศาลสีาหรบใหผหรือเทพารีกษาสงสถตอยเป็ นผคอย
พีทกษดีแลท่ตรงนีีนหรีือบรเวณเขตแดนแหีงถ่น๒๐
หนา
๓๖๙.
๑๖
เรื่องเดียวกน, หนา ๘๘.
๑๗
พระยา อนมานราชธน เสฐยรโกเศศ, เรื่องเก่ยวกีบประเพณีไทย
(เนื่องในเทศกาลตรีษสารท),
๑๘
เรื่องเดียวกน หนา ๓๖๙.
๑๙
พระยา อนมานราชธน เสฐยรโกเศศ,ผีสางเทวดา,(กรงเทพมหานคร:
บรษท บเค อนเตอรีปร้น จากด,
๒๕๔๙),หนา ๒๕.
๒๐
เรื่องเดียวกน, หนา ๓๒.
๑๒) พระภมีเมีือง เมืองก็มพระภมประจาเมือง
เรยกคาไทยเดมวีาหอเจาท่เมือง ไดีแกี หอผหรือศาลาประจาเมือง
ถาเรยกเป็นคายกยีองอยางเป็นพระภมเมืองหลวงกี็เป็ นพระทรงเมีืองค
กีบ พระเสีืีอเมือง ซ่งเป็นผหรือเทวดาอกพวกหน่ง๒๑
๑๓) วีญญาณ คนเมื่อตายไปก็เป็นผ เปี็นการตายแตรางกาย
แตีเราซีีงเป็นลมๆ มองไม เหี็นตีวถีือกีนวีาไมีตาย
สีงทีเปี็นลมๆ นีเดีมเราเรียกวีา ขวีญ
แตีเดีียวนีเราเรียกวีาวีญญาณ และ
วีญญาณนีีถายีงไมมาเกดเป็ นคนกี็ไปเกดเป็ นผ
วีญญาณมีรปรางไมมใครเคยเหี็น ถาจะนกกี็เห็นจะมี
รปรางกลมๆ อยางดวงไฟ เมื่อตายแลว
วีญญาณมีรางเหมีือนคนเดมและแบบบางแตโปรงมาก เห็นไดี
แตีเงาๆ เปี็นลมๆ เรียกในภาษาสีนกฤตวีา อาตมีน
เดีมแปลวีา ลมหายใจ แตีเราเรียกวีาวีญญาณ
เพราะวีญญาณยีงไมีมีโอกาสมาเกีดมีรีปรีางเปี็นคนอีก
กี็เปี็นผีไปกีอน เหตีนีผีจีงไมีมีรีปรีาง เปี็นแตี
ลมๆ ถาจะมรปรางเมื่อเป็นผ กี็เป็นรปหากบนดาลใหเราเหี็นไปเอง๒๒
๑๔) ผีประจีาหมีบีานและผีประจีาเมีือง
ศาลหรีือหอผีประจีาหมีบีาน มีกสรีางไวีตรง
ปากทางท่จะเขีาหมบีาน บางหมบีานสรางเป็นประตอยางงายๆ คือ
ปีกเสาไวีสองขีางและพาดขีีนเป็น
ขื่อขวางไวขางบน ไมมบานประตปีดเปด
เป็นประตเสาชงชาพวกเดยวกีบประตโขลนทวาร หรือโครง
ในภาษาบาลี ประตีอยีางนีเรียกวีา ขืีอบีาน ผีประจีาเมีือง
เปี็นผีบรรพบีรีษเหมีือนกีน เมืีอสรีาง
บีานเมืองคร้งแรก กี็ตีีงศาลหรือไปข้นไวี
สาหรบเปี็นท่สถตของผีบีานผเมือง และมกอยในท่เดียวกีบ
ศาลผีพระภมเจาท่และศาลผหลกเมือง (ทางหลวงพระบางเรียกวีา
ผหลกม่นเป็นผผหญีง เพราะเอา
ผหญีงท้งเป็นไปฝงไวีเมื่อฝงหลีกเมีือง) บางทกี็อยรวมกน
บีางกี็อยีแยกกีน เปี็นจีาพวกเดียวกีบศาล
เจาของจน ซ่งมศาลประจาหมบีานของอยีีในแซีหรือสกลเดียวกีน
ถาเทยบกีบธรรมเนียมฝร่ง ศาลผ
ประจีาหมีบีานและศาลมีประจีาเมีือง
กี็เทีากีบหอประชีมของสีวนรวมสีาหรีบหมีบีานหรีือเมีือง
เรยกวีา town hall หรือหอนคราภีบาล ผคบีานคเมือง๒๓
๑๕) ผมเหสีกข
ถือวีาเปี็นผของเจีาเมืองคนแรกเปี็นผสรางบานแปลงเมีืองและ
มีพีธีเซน บวงสรวงประจีาปี
อยางเดยวกีบผประจาบีานประจีาเมือง๒๔
โดยจะทาพีธีในเดือน ๗
เรยกวีา “บีญซาฮะ” ตามฮีตสีบสอง มาจากคีาสองคีาไดีแกี
ฮีต คีือคีาวีา จารีต ซีงหมายถีง ความประพฤต ธรรมเนียม
ประเพณี ความประพฤตีทีดี และ สีบสอง หมายถีง
สีบสองเดีือน ดีงนีน ฮีตสีบสอง จีงหมายถีง
ประเพณีท่ประชาชนในภาคอีสานปฏีบีตีกีนมาในโอกาสตางๆ
ท้งสบสองเดีือนของแตละปี เป็นการ
ผสมผสานพธีกรรมท่เก่ยวกีบเรื่องผีและพธีกรรมทางการเกษตร
เขากีบพีธีกรรมทางพีทธศาสนา๒๕
๑๖) ผกระสือ มชีืีอเรียกกีนตีางๆ เชน ไทยทางภาคพายพ
เรยกส้นๆ วีา ผสือ, ผกระสีือ คือ ผกละ ทางภาคอสานเรียกวีา ผโพง
(ทางภาคพายพกลบวีา ผโพง คือ ผกระหีง) ผกระสีือน้เชื่อกนวีา
เปี็นผีหญีงและชอบเขาสีงในกายหญีง
ชอบกีนของโสโครกลกษณะเปี็นดวงไฟแวมๆ ออกหากีนใน
เวลากลางคีืน ตามบีานนอกมีความเชืีอเรืีองผีกระสีือนีมาก
ถีาเหี็นแสงวาบๆ สีเขียวเปี็นดวงโต
๒๑
เรื่องเดียวกน, หนา ๓๘.
๒๒
เรื่องเดียวกน, หนา ๔๒-๔๓.
๒๓
เรื่องเดียวกน, หนา ๔๖-๔๗.
๒๔
เรื่องเดียวกน, หนา ๔๙.
๒๕
มหาวีทยาลียสโขทยธรรมาธราช,ประมวลสาระวีชาไทยศีกษา
หนวยท่ ๑-๗,[ออนไลนี],เขาถงไดจาก
www.scphub.ac.th/new_ulib/dublin.php?ID=13399112717 (๙ กนยายน
๒๕๕๕).
กี็เขาใจ และวามนไปแตีหวและตีบไต ไสพีง เวลาใครคลอดลีก
หรือไมกี็กีนเด็กทารกเสย ดีวยเหตีน้
จีงเกีดมีธรรมเนียมเอาหนามพีทรามาสะตรงใตีถีนเรีือน
ทีมีรีองถีายอีจจาระหรีือปีสสาวะ เพราะ
ผกระสีือกลวหนามจะเกีียวไสมน
ผกระสีือ มกจะเป็นยายแกมากกวีาสาวๆ
นอกจากชอบกีนของสดของคาวแลีว ยีงชอบกน อาจม
จงมกเห็นกนตามถานวด (สวม) เมื่อมนกนแลวกี็จะหาท่เช็ดปาก
ถาเห็นผาของใครตากทีีงไวีกี็
เอาผีาเช็ดปาก เจาของผีาเมื่อเห็นรอยเปื้อนเป็นดวงๆ
กี็จะเอาผีามาตีมหรือน่ง ผกระสือจะรสกปวด แสบปวดรอนมาก
เมื่อทนไมีไหวก็ตีองมาขอรีองไมใหตีมผาอีกตีอไป
และคนเป็นกระสีือจะตายยาก ตายเยี็นนีก
เวลาจะตายตีองทนทีกขีทรมานอยีอยีางนีนไมีตายไดีงีายๆ
จนกวีาลีกหลานคนใดรีบ ทายาทเปี็นผีกระสีือตีอไป
โดยรีบเอานีาลายของกระสีือบีวนใสีใหีคนทีเปี็นผีกระสีือ
จีงจะตายได
ทางภาคอีสานถีือกีนวีาถีาคนเปี็นผีปอบถมนีาลายรดถีกใคร
ผีนีนจะตีองเปี็นผปอบจีาพวกเดียวกีบ ผีกระสีือ
ถีาผีกระสีือคนไมีมีลีกหลานรีบเปี็นทายาทกระสีือ
จีงตีองใชีแมวรีบแทน คีือเอานีีาลาย
ของแกไปปายท่แมว
แกจีงไดีตาย๒๖
๑๗) ผกระหง เป็นผชนีดหน่ง บางทกี็ใชชีืีอวีา
กระหาง เชื่อกนวีาผีชายท่เรยนอาคมแกี
กลีามากเขาก็จะมปีกมหาง จะไปไหนกี็ใชกระดงตีางปก
สากตาขาวตีางขา สากกะเบือตีางหางชอบกีน
ของโสโครกเชีนเดียวกีบผกระสีือ
รปรางของกี็เปนอยางคนเรานีีเอง แตีมหางอยท่กีน
เปี็นผท่หวงกนมาก ไมยีอมใหใครลบกีนเลน
เพราะกลววีาจะไปคลาถกหางของมีนเขากี็จะรวีามนเป็ นกระหง๒๗
๑๘) ผกองกอย เป็นชื่อผปีาพวกหนีีง
มชีืีอเสียงอยทางภาคอสานและฝ่งประเทศลาว ท่ม
ชีืีอเชนน้เพราะวีา มนรอง “กองกอย”
แตีในบางแหีงวีาเรยกตามลกษณะของมีน คือ มนมตีนเดยวไป
ไหนก็เขยงเกงกอยไป นอกจากมเทาขางเดยวแลีว ยีงเทาปีกอีกดีวย
เขาวาผพวกน้มเทากลบ๒๘
๑๙) ผกะ เป็นชื่อผทางพายพ
เขาวาผพวกน้มกอยกีนเป็นหมบีาน และก็เป็นคนอยางเราๆ ทานๆ
น้เอง อาการท่แปลกไปกวีาคนก็ คือ ชอบทีาตาลอกแลกผีดปกตี
เมื่อเวลาไปเขีาใคร หมอผีจะใช
วีธีเฆ่ยนคนเจี็บท่ถีกผกะเขีาสง
และเฆีียนอยางแรงจนบอบชีีา มีนกี็จะทนไมีไหวหนไปเอง
ท่แปลกกี็คือ เขาวาคนท่ถกตีจะไมเจี็บปวดอะไรเลย
แตีคนท่เปี็นผกะจะเจี็บปวดบอบชีามากจะรตวผีกะก็เห็นจะเป็น
ในตอนนีีเอง เขาวาผกะกบปอบเป็นพวกเดยวกีน๒๙
๒๐) ผีกีาเนีด หรีือเรียกอีกอยีางหนีงวีา ผีแนน
เปี็นผีทางภาคอีสานหรีือประเทศลาว เชื่อถือกนมาก
เขาวาผพวกน้มกจะเกดเปี็นแตีเฉพาะเดี็กชายหญีงอายีตีีงแตี ๒
เดีือน ถง ๑-๒ ขวบ อาการท่เปี็นก็คือ
เดี็กจะรีองไหีในเวลากลางคีืนกลางวนมากกวีาปกตี
และเวลาทีีเด็กกีาลงถกผกีาเนด มากระทีาใหโทษ
เวลานอนหลีบกลางคืนหรีือกลางวนมกจะสะดงรองหวดหวาดเหมีือนดง
ผใหญีตกใจ
เมื่อเป็นเชนน้ผใหญีท่เปี็นบดามารดาก็จะตีองจดการรบรองผีแนนผี
กีาเนดทนท
วีธีรบรองปดเปีาคือ เอาหมาก ๒ คา
ดอกไมธีปเทยนใสพานเลี็กๆ ไปวางไวีบนท่นอนขีาง ศรษะเดี็ก
แลีวพีดเปี็นทีานองขอรองอีอนวอนใหหาย
ถีาเหี็นวีาเดี็กทีไมีสบายหายเปี็นปกตีแลีว กี็ให
ปฏีบีตีรกษาผกีาเนดผแนนตอไป คือ เอากระเชีาเล็กๆ
เปี็นห้งของผีแขวนไวตามฝาขางศรษะนอนของเดี็ก
๒๖
ส.พลายนอย, ตีานานผไทย,หนา ๔๑-๔๔.
๒๗
เรื่องเดียวกน, หนา ๔๖.
๒๘
เรื่องเดียวกน, หนา ๔๗.
๒๙
เรื่องเดียวกน, หนา ๕๔.
ตีอเมื่อเด็กอายไดี ๓ ขวบ หรือ ๔ ขวบ
จงเอากระเชีาไปทีีงลงนีีาเสย
และไมตีองปฏบีตีรกษาตีอไปอกท่ เรียกวีา ผกีาเนด ผแนน
ก็หมายเอาผีบดามารดาในชาตกีอนเกาของทารก
และชืีอท้งสองนีีความจรงก็ เปี็นอยีางเดียวกีน
บางพวกกี็เรียกผีแนน บางพวกกี็เรียกวีาผีกีาเนีด
ทีงนีกี็เพราะวีา แนนแปลวีา กีาเนด จงเรียกไดีสองอยาง๓๐
๒๑) ผกีมารทอง คนไทยรจกกีมารทองจากเรีืีอง
ขนชางขีนแผน วีธีทากีมารทอง ขณะท่ ยีางตีองบรกรรมคาถาดงน้
สวีณโณ ปียกีมาโมหาภีโต มหทธีโก
สพพทเสส วีตตีโก สพพคาเมสี โคจโร
สพพชนายี หทเย มหาเตดช ปวีตตีโก
รตนะตยานภาเวนะ รตนะตยะเตชสาง
เทวาน อทธีพเลนะ กีมาโร จะมหทธีโก
“กีมารทองทีีรกเอย เจาเป็นมหาภต
มฤทธีียีีงใหญีสามารถไปในทีกทศ
เขาไปในทีกบีาน
เขาสหวใจคนทกคน เท่ยวไปอยางมเดช ดีวยอานภาพของพระรีตนไตร
ดีวยเดชของพระรีตนไตรและ
กีาลงฤทธีีของเทพเจีาท้งหลาย
เจาจงเป็นกมารท่มฤทธีียีีงใหญี”
ตามตีาราใหีภาวนาคาถาขณะทีียีาง
พลางหมีนรางของกีมารไปเรีืีอยๆ เพื่อใหรางแหงท่วกีน
และตองใหแหงกอนรีีงอรีณ เมื่อเห็นวีาแหงดีแลว
ใหดีบไฟ แลวบรกรรมตอดีวยคาถาดีงน้
คจฉาห มหาภโต สมนสโส สเทวโก
กโรห ปีตีวจเนนะ สมปีเณนะ ปสทธียา
“มาเถีด เจีามหาภีต เจีาเป็นผีท่เสมอดีวยมนีษย
เสมอดวยเทวดา เจาตีองทีาตามคาของ
พีอใหสาเร็จผลอยางสมบรณ” บรกรรมคาถาขีางตีนไปจนรีีงอรีณ
กี็เป็นเสร็จพีธีใหลงรกปีดทองท้งตีว จงไดี
เรยกวีา
กีมารทอง
การเลีียงกมารทอง ถาจะทีาเรีือนหลงเล็กๆ
ใหอยีมของเลีน มอาหารใหกีนตามเวลาก็จะ
เปี็นการด แตีทีทีาเปี็นหีงใหีอยีกี็ม
เมืีอเวลาเจีาของกีมารรีบประทานอาหารกี็ใหีเรียกกีมารมา
รีบประทานดีวย เมืีอตีองการใหีทีาอะไรกี็บอกเปี็นเรืีองๆ ไป
เชีน ใหีเฝีาบีาน ใหีชีวยตีอสีปีองกีนผ
คดราย
สวนตีารากมารทองของเดีมใหเอาทารกจากหญีงท่ตายท้งกลม
(ตายในทีองคือ ตายทีีงแม และลก) ถาไดีทารกท่ตายวีนเสารี
หรือวีนองคารก็ยีีงดี สวนพธีกรรมตางๆ
กี็ทาตามท่กลาวมาแลีวขางตีน
ในปจจบีนไมีอาจทากมารทองตามทีีกลาวมาไดี
จงใชตีีกตาแทนกมารปลกเสกแทน ใชเป็น
ของขลีงตามความเชื่อและคงเรียกวีากีมารทอง๓๑
๒๒) ผีโขมด ผีชนีดนีเขีาใจวีาจะไดีชีืีอมาจากเขมร
ในภาษาเขมร โขมด แปลวีา ผ ตาม
ความเขาใจผีโขมดไมมรปรางเป็นคนหรีือเป็นอะไร
เทาท่เห็นกนก็เป็นดวงไฟดวงโตเวลากลางคีืนและ
มกปรากฏในทีีมนาแฉะ ไมีเคยทาอีนตรายใคร
นอกจากทาใหคนเดนทางหลงผีด คีดวามคนถือไฟหรีือ
จดไฟอยขางหนา คร้งเดีนตามดวงไฟไป พอเขีาใกลีมีนก็จะหายไป
บางทเห็นอยขางหนา บางทเห็นอย
ขีางหลีง ผีชนีดนีมีผีสีนนีฐานกีนวีา
นีาจะเกีดจากกีาซชนีดหนีง คีือ
เกีดจากการผีเนีาของพีืชและ
๓๐
เรื่องเดียวกน, หนา ๕๕.
๓๑
เรื่องเดียวกน, หนา ๕๗-๖๐.
ลีกเปี็นไฟดีวยตนเองมีลีกษณะแสงสีฟีาอีอนตลอดเวลา
ตอนกลางวีนแลไมีเหี็นเพราะแสงแดดกลบ
แตีชาวชนบทยงเชื่อกนวีาเป็นผจรงๆ
พระยาราชเสนาไดีสรปเรื่องผีโขมดไวีวีา
(๑) ผีโขมดเปี็นแสงสีเหลีืองแดงเหมือนไฟไตดวงโต
ไดีเห็นแหีงละหลายๆ ดวง สีวนผ กระสีือ
มผเลาวีาไดีเห็นสสวีางนวลเขียวๆ
ดีงแสงหีีงหอยหรือแมงคาเรีือง และแสงไมีเปี็นดวงอยางไฟไตี
วีาเป็นแสงยืดๆ
(๒) แสงผีโขมดมแตีในทีงในนาทีีนีาขีง
ไมีมีตามบีานคน สีวนผีกระสีือมีคนเหี็นแตีใน
ละแวกบานท่นาไมทวม ไมเคยปรากฏในทีีงในนาทีีหางบานเรือนคน
(๓)
ผีโขมดไมีปรากฏวีามีปีศาจหรีือพรายเขีาสีงคน
หรีือทีาอีนตรายแกีคน สีวนผ
กระสีือวีามปีศาจหรือพรายเขีาสงคนใหีเปี็นกระสีือ๓๒
๒๓) ผจะกละ เป็นผท่ จะกละ, จะกลาม (ตะกละ, ตะกลาม)
เห็นจะชอบกีนอะไรๆ คลีาย ผีปอบ ผกระสีือ ในพจนานีกรมวีา
เปี็นผชนดหน่ง รีปเป็นแมว อยในจีาพวกผปีา
หมอผีชาวปีาเล้ยงไวี ใชไปทารายศตร
ผตะกละมกลาวถงในกฎหมายโบราณ
ใครมความรเก่ยวกีบผตะกละจะถีกลงโทษถีงตาย๓๓
๒๔) ผชมบ (ชะมบ)
บางทเรยกวีา ฉมบหรือทมบ กี็ม (คีาวีา ทมบ เปี็นภาษาเขมรวีา
เป็น
ชีืีอของผีโขมด) บางทีานวีา ผีชมบเปี็นผีปอบของเขมร
ในพจนานีกรมอธีบายวีา ผีชมบเปี็นผีผีหญีง
ท่ตายในปาและสงอยในบรีเวณท่ตาย มรปเห็นเป็นเงาๆ
แตีไมทาอีนตรายใคร
ในหนีงสีือ อีกขราภีธานศีพท ของหมอบรีดเล กลีาววีา
“ฉมบ เปี็นชืีอคนมีผีกระสีือ
ผีตะกละ เขีาสีงอยีในตีว
มีนยีอมอยากกีนสีงของทีีโสกโครกเปี็นตีน”
แตีตามกฎหมายโบราณแสดง
ลกษณะฉมบวีา เป็นผท่รีกฤตยา รวีานยา และรวีทยาคณ
ไมเหมือนพวกผตีางๆ ท่กลาวถงในกฎหมาย
เบี็ดเสร็จมกลาวถงฉมบไวีดีงน้
“มาตราหน่ง ผใสทานวีา เป็นฉมบ กฤษตยา รวีานรียา
รวีทยาคณกระทีาใหีตาย พีจารณา
มเปี็นสจแล หากเทษสีอทีานดีีงน้น ทานใหีลงโทษโทษานีโทษ
แลวใหีไหมขวบคีาตีว ผสอ ถีาเปี็นสีจดีจ
ผสอ ทานใหฆามนผรคณวีานยาฉมบตะกละกฤษตียาน้นเสีย
เพราะมีนจะทีาไปภายหนา สวนทรีพยสน
มนน้น ใหเอาเขีาพระคลงหลวงจงสีีน
มาตราหน่ง ดีา วีา ตีี ทานวีารฉมบกฤษตียา
รีวีานยาและวทยาคณกระทีาใหตาย ถาเปี็น
สจจรงดีีงน้น ใหถามเอาครีมีนดวย ฆีาดวย
ฆีาครมนเสียใหีตกตามกีน ถีามเปี็นสจและมีนเสกสีนดาวีา
ตีี แกีทาน ใหลงโทษทวนมีนแลวใหไหมเทาคาตีวมน ผดีา ผวีา
ผตีี ทานน้น”๓๔
๒๕) ผเชื้อ ผเชื่อ ผเสื้อ เรยกกีนเขียนกนไปตีางๆ
ตามสาเนยงของภาคอีสาน ท่เรยกวีา ผเชื้อ คือ ปีียีา ตายาย
บีดามารดา ปีาลง
เรยกวีาเปี็นญาตเป็นเชื้อสายท่ตายไปแลวกลบมาขอเครื่องเซีนดีว
ย อาการท่ทาใหเจ็บปีวยไปตีางๆ
ถาญาตีพีีนองของผีีเป็ นไขรเรื่องก็จดแจงบนบานฆีาหม วีว
ควาย เซน สรวงบนบาน บางทกี็ทีาบนบาน ทีาบีญใหีทาน
มีบวชนาค และทอดปราสาทผีีง กรวดนาอีทีศสีวนกศล
ผลบีญไปใหีกี็อาจหายไดี ผชนดน้ไมตีองมห้งหอ ใหอย
ไมตีองทาการรบรองอยีางใด เพยงแตีตีองการ
สีงใดกี็ใหีสีงนีนไปกี็หมดเรีืีองกีน
เปี็นผีทีจรมาเปี็นคราวๆ
เมืีอตีองการสีงกี็ขอรีองไดีแตีผีทีเปี็นญาต เทาน้น
ไมอาจไปขอรีองแกผอีืีนซ่งมไดีเปี็นญาตของตนเรียกวีา
ขอแตีในวงศีเชื้อสายญาตวงศเทาน้น
๓๒
เรื่องเดียวกน, หนา ๖๑-๖๒.
๓๓
เรื่องเดียวกน, หนา ๖๘.
๓๔
เรื่องเดียวกน, หนา ๖๙-๗๐.
ทางภาคอสานเชื่อวีาผเสื้อมาจากคีาวีา ผเชื้อ
ถาเห็นผเสื้อบนมาเป็นกลมๆ มากผดปกตีกี็ แสดงวีาเป็นลางรีาย
จะเกดเหตเภทภียตีางๆ เชน โรคระบาด๓๕
๒๖) ผนางตะเคียน เชื่อกนมาแตีโบราณวา
มนางไมสงอยท่ตามปีาชีามกจะมตีนตะเคียน ข้นอย
คลายกีบจะเป็นตีนไมประจีาปีาชีา เคยไดียีนมาวา
ศพท่ฝงไวีใตีรมเงาตนตะเคียนสวนมากจะ เป็นศพผีตายโหง
บางท่จะใหผนางตะเคียนคอยควบคมดีแล
ไมตะเคยนถือเป็นไมชีีนดี
ในสมยโบราณนยมเอามาขีดทาเรือ บางลานางไมยีงตามมาสง
เป็นแมยีานาง มเรื่องเลีากีนวีา
ในสมยกรงศรอยธยาเก็บเรือพระทีีน่งไวีในคลองเมีืองโดยขดเปี็นค
จาก รมคลองเขีาไป เปี็นคสาหรบเก็บเรือพระทีีน่งโดยเฉพาะ
อยมาคราวหนีีงไดียีนเสยงรองดงมาจากคท่ เกี็บเรีือ
และเชืีอกีนวีา เปี็นเสียงรีองของนางไมจากเรีือพระทีีนีง
จีงไดีเรียกคีแหีงนีวีา “คีไมีรีอง” ตีีงแตีน้นเป็นตีนมา
ทีจีงหวีดพระนครศรีอยีธยามีคลองแหีงหนีงเรีย
กกีนวีา คลองตะเคียน จะเปี็นทีมีตีน
ตะเคยนมาก หรือมขาวลือเรีืีองอภนหารนางตะเคียน
จงไดีเรยกกีนวีา คลองตะเคียน ในนราศเขาคอก
ท่แตีงในสมียรชกาลท่ ๔ มเรื่องเก่ยวกีบตีนตะเคียนตอนหนีีงวีา
“พอเลีียวแหลมแขมเกรียนตะเคียนโคน
ลอยมาโดนตลีีงขวางขีีนคางแหง
ปีดทองทาหีอยผาชมพีแดง
เขาบนแทงหวยถีกมาผกไวี
แมนอารีกษศกดีีสทธีีสถตสถาน
ขอบนบานฝากมีตรพสมย
ชีวยรกษาอยาใหนองเป็นสองใจ
ท้งโพยภยโรคาอยายายี
แมสาเร็จเสร็จประสงคีคงสถาน
จะปลกศาลเพยงตาหอยผาส
ท้งธีปเทยนกระแจะจีนบร่นดี
เป็ดไกีบายศรเครื่องสีงเวย
ท้งหวหมปีพลาจะหาพรีอม
มานอบนอมนางไมีใหเสวย”
ตีนตะเคียนถงจะเป็นตีนตะเคียนท่ตายแลวหรือเหลีือแ
ตีตอก็ยีงมคนเกรงกลีวกีนอย ถาร
วีาเปี็นตีนตะเคียนแลวกี็ไมคอยกลาดีหม่น
นอกเสียจากทาไปโดยไมีรตีว เมื่อ ๒๐ ปีมาแลว มคนหน่ง
เกีดปีวยไขีถีงลีมหมอนนอนเสีืีอ
รีกษาตีวอยีหลายเดีือนกี็ไมีหาย
จนในทีีสีดมีผีสงสียวีาจะไปทีา
ลวงเกนส่งศกดีีสทธีีท่ใดเขีาสกแหง
ไดีทบทวนเหตการณดีจงรวีาเปี็นตอตะเคียน พอทราบความจรงก็
จดเครื่องบวงสรวงไปขอขมาปรากฏวีาไมชีาคนน้นก็หายปีวย
มเรื่องกลาวไวีในพระไตรปีฎกวีา เมื่อคร้งพทธกาล
ภีกษชาวเมืองอาฬวจะสรางท่อยอาศย
จงพากนไปตีดไมในปา
๓๕
เรื่องเดียวกน, หนา ๗๑-๗๒.
ภีกษ ตีดตีนไมมรกขเทวดาสีงสถตอย
เมื่อรกขเทวดาเหี็นพระบกรกเขามาตีดตีนไมท่ตน
อาศยอยกี็รองหามวีา “ทานอยากจะทีาท่อยของทีาน
กี็อยามาตีดท่อยของขีาพเจาอยางน้ซ” พระรีป น้นก็ไมฟง
กีมหนีากีมตาฟนตีนไมตีอไป
เผอญมดไปกระทบถีกแขนลีกรกขเทวดาขาด ทาใหีรกขเทวดา
โกรธจะฆีาพระ แตีแลีวกลีบยีีงคีดไดีวีา
ขณะนีีนพระพีทธเจีาประทีบอย ณ
อีคคาฬะวะเจดียีใกลีๆ เมืองอาฬวน่เอง
จีงไดีเขีาเฝีากราบทลเรื่องท่เกดข้น พระพีทธเจาตรสวีา
ท่ทานไมปลงชวีตภีกษนะดแลว
เพราะถีาทาอยางน้นจะตองรบบาปเปี็นอนมาก
ยีงมตีนไมท่ไมมใครอาศียอยอีก ขอใหทานไปเลือกท่
อาศียใหมีเอาเองเถีด
อาศียเหตีนีพระพีทธเจีาจีงทรงบีญญีตีภีตคามสีกขา
บทวีา ภีกษีตีองอาบีตี ปาจตตียีเพราะทีารายภีตคาม
(คือตีนหญีาตีนไม เป็นตีน ท่ยีงสดเขียวอย)
จะเหี็นวีา
นางไมีกีบแมียีานางเรีือนีาจะเปี็นอยีางเดียวกีน
เมืีออยีกีบตีนไมีกี็เปี็นนางไม
พอถีกโคนมาทาเปี็นเรือก็กลายเปี็นแมยีานางเรือ
และตามบทเหกลอมน้กลาวไวีชีดเจนวา เป็นเรือท่
ทาดีวยไมตะเคยน บางทจะกลอมเฉพาะเรีือไมตะเคยนก็เป็ นไดี
เพราะถีือวีาไมตะเคยนมนางตะเคียน
ท่เฮีียนกวีาไมชนดอีืีนๆ๓๖
๒๗) ผีเปีา เปี็นผีทางภาคอีสาน เปี็นคนเรานีีเอง
แตีตกกลางคีืนเจตภีตหรีือวีญญาณ ออกไปเทีียวหาของสกปรก
เชีน พวกคีถมีตกีน มีแสงออกทางจมีก
ไมีมีใครเคยเหี็นตีวเหี็นแตีแสง
ถาใครตะครีบตีวไดีจะกลายเป็นคนทนท
แลวจะรวีาใครเป็นผเปาจะยอมเสียแกวแหวนเงนทองทีีมอย
ใหเป็นการตดสนบนขอรีองไมใหไปบอกเลาใหคนอื่นร
เป็นผท่เกือบจะสญพนธีีไปแลีว เพราะไมีคอยม
ใครรีีจกเรยกขานกนมากนก๓๗
๒๘) ผพราย หรือพรายนีีา
มกปรากฏเป็นแสงสวางข้นในกลางทะเล และมข้นท่เรือเดน
ในทะเลแลีวมพายจนหรืออบปาง ในหนีงสืออกขราภธานศรบท
ของบรีดเล ไดีกลาวถงผเสื้อ ผพราย
ไวีวีา หมายถง ปีศาจท่มนเกดอยในสมีทรทะเล
ฤาเกดท่ในสระในปีาใหญี มนกนมนษยและสตวีเป็น
อาหาร แตีในหนีงสือแสดงกจจานกีจ
ของเจีาพระทีพากรวงศีมหาโกษาธบดีไดีเขยนอธบายไวีวีา
“ท่เป็นดวงไฟไปตดบนยอดเสากระโดงเรีือในทะเลเรียกวีา
พรายนา เป็นผในทะเลมาทีา
ราย ใหเอาขนเปี็ดขนไกเผา เอาขีาวสารกบเกลือกบของโสโครกสาดไป
บางทเสกนามนตีประพรมกี็
หายไดี และจะเกีดข้นตีอเมื่อเรีือถกพายีมืดฝนตกจงเป็น
ถาเปี็นแลวเรือแลนไปไมไดี เหมือนมอะไรๆ
ดีดเหน่ยวอย ถาอากาศปกตีกี็ไมม พวกท่เขาไมถือผ
เขาก็วีาเกดเพราะอากาศ รอนนกเย็นนกกระทบ
กีนเขีาจงเกดเป็นพรายๆ ข้นมาแตีใตีนากีอน
แลวผดข้นจบบนหลงนาแดงสวีางไปหลายเสีนๆ ถาถก
เรีือกี็ขีนจีบอยีบนเสาบีางปลายเพลาบีาง
บางทีขีนตามขีางเรีือ จนดาดฟีาเปี็นเลีือกลืีนเหมีือน
นาคาวปลา มรศมเหมือนห่งหอย เรือจะแลนไปกี็ดีดไวี
ถาเปี็นก็มลมใหญีฝนใหญี ความขอน้พวกถือ
ปีศาจกี็แกีทางปีศาจ กี็หายบีางไมีหายบีาง เรีือจมไปกี็ม
พวกทีไมีถีือผีเขากี็ไมีแกีสีงไร กี็รอดไปได
เหมือนกน”
“โหงพราย” ทางอสานใชวีาผพราย หมายถง ผชนดหน่ง
ในวจนานกมพาสาลาว อธีบายไวีวีา พายผจาพวกหน่ง
ตามคตีบีราณมกเกดจากคนตายกม ผพายมกวนเวยนอยตามปีาชีา
เวลาไปมอาการ เหมีือนลมพีด คีาวีา ตายกีม หมายถีง
ตายพรีอมกีบลีกในทอง สีวนภาคพายีพอธีบายวีา ถีาตายใน
ระหวางอยไฟเรียกวีา ตายพาย ถาตายในระหวางยงไมคลองเรียกวีา
ตายกลม สวนภาคกลางเรียกวีา
๓๖
เรื่องเดียวกน, หนา ๘๐-๘๗.
๓๗
เรื่องเดียวกน, หนา ๑๐๑.
ตายท้งกลม คาวีากลมเป็นภาษาเขมรแปลวีาท้งหมด
ตายกลมกี็คือตายหมดทีีงแมท้งลก กรณผตายท้ง
กลมภาคกลางมชีืีอเสยงมากโดีงดีงมากท่สดคือ ผแมนาคพระโขนง
ในครีีงน้น สมเด็จพีฒาจารยี (โต) รขีาว
ปีศาจนางนาคกีอความเดีือดรีอนใหีชาวบีาน
แมีจะมีหมอผีไปปราบกี็ไมีอาจจะทีารีายบีงคีบมีนไดี
ในท่สดทานเจาประคณสมเด็จกี็ลงไปคางท่วีดมหาบศยี พระโขนง
พอตกคากี็ไปน่งท่ปากหลมศพเรยก นางนาคขีีนมาสนทนากน
ทานไดเจาะเอากระดีกหนาผากศพนางนาคไปแลวทานน่งขีดกระด
กแผีน น้นจนเกลีียงเป็นมนแลวทานนากลบไปวีดระฆีง
จดแจงลงยนตีกีากีบไวี เจาะทาเป็นหวเข็มขดเวลาไป
ไหนก็เอาคาดเอวตีดไปดีวย โดยเรยกกระดกหนาผากวีา
“ปีีนเหนีง” ทานใหหลวงพอพรีีง วีดบางประกอก
ตีอมาทีานไดมอบกระดกหนาผากนางนาคใหแดีกรมหลวงชมพรเ
ขตอดมศกดีี ปีจจบีนอยกีบทายาท
และมการนาสรางแมนาคพระโขนงเปี็นหนงและละครซีีาๆ
ซ่งก็ไดีรบความนียมสงมากเป็ นหนงทาเงน
ไดีรอยลาน
๓๘
๒๙) ผีโพง หรีือผีโพลง,โพรง
เปี็นผีของไทยภาคพายีพ คนไทยพายีพเรียกวีา
ผีโพรง
(โพง) ทางภาคอสานเรียกผโพงเหมีือนกน แตีหมายถง ผกระสีือ
ขนมหาวชีย (จน) ไดีเลาถงผโพงไววีา
“ผโพลงเรียกวีา ผกระสือ
ผชนดน้มกเกดแตีคนท่มวีานยาอนแรงคลีายกีบผปอบมกตีดผ
อีืีนไดี ถาถม
นีาลายถีกผีใด ผีนีนมีกกลายเปี็นผีโพลง
หรีือถีาไมีชอบผีใดเอาไมคานหาบนีาของแมีหมีายไปขวีา
ง
ขามหลงคาเรีือน มกทาใหผน้นฉบหายไปตีางๆ
กีรยาท่ผโพลงชอบคีือ ฝนตกพรีาๆ มกเท่ยวออกหา
กีนของโสโครกในเวลาดีก
มกจะเท่ยวดีอมมองตามใตถนเรีือนท่มผหญีงอยไฟ
มผหน่งไดีเห็นผโพลงมา
เท่ยวหากนท่ใตีถน เขาจาหนาไดีวีา เป็นคนน้นแน
เขาจงเอาหอกซีดพีีงลงไปถีกท่กลางหลง เขาเขีาใจ
วีาผนีนคงจะตาย คร้นเวลาเชีาเขาไดีไปตรวจดีท่บีานคนน้น
กี็เห็นคนน้นยงมชีวีตปกตีอย ท้งบาดแผลกี็
ไมม เขานกประหลาดใจเปี็นอนมาก
จงไปดีในสวนของผีีน้นเห็นหอกซีดปีกอยท่กอวีานท่ผน้นปลกไวี
เพราะฉะนีีน เขาจงเห็นวีา
ผโพลงเกดแตีผท่มวีานยาอนแรงรีาย
วีานอนแรงรีายน้นมกจาแลงเป็นรป
เจาของไปได
ผโพลงน้ไมไดีรบกวนและทีาอีนตรายแกม
นษย”
ผโพงออกหากีนจะมแสง
เปี็นแสงนวลเขียวเรื่องปรากฏท่ปลายจมกเป็ นดวงโตขนาดผ
ล
สีมเกลีียงหรีือโตกวีา ชอบออกลีากบเขียดกลางทีงนา
เมืีอจีบไดีกี็ใสีปากดีดกีนแตีคาวแลีวขวีางทีง
พวกชาวบานเลาวีา มคนเคยเหี็นผโพงระยะประชีดตีวเหมือนกน
พวกพรานเบี็ด และพวกทีีกลบจาก
เท่ยวเวลาดีกๆ พวกทีีเห็นยืนยนวีา ผโพงเป็นคนธรรมดานีีเอง
มอาการทกอยางครบ ๓๒ จะผดแผก
จากคนธรรมดากี็ตอนทีมีนชอบลีากบเขียดกีนเวลาคีีาคีืนแล
ะมีแสงออกทีีจมีก เมืีอมีคนพบมีนเขีา
ผโพงจะออนวอนขอรีองวาอยาไดีพีดไปเพราะเหตีวี
า เป็นเรีืีองนาอีบอายอยางย่ง
ผโพงท่เป็นผชาย
เวลาออกหากีนมกจะสะพายดาบตดตีวไปดีวย
เมื่อจวนตวจรงๆ มนก็จะ
ทารายเอาเหมีือนกน
บางตีวท่เป็นมานานปกี็ฉลาดพกเอาไฟฉายไปดวย
เวลามคนมาพบเขีาจะไดีแกี
ตีวไดีวีา มาหาปลาหากบ รีายทีสีดกี็ตอนทีีเขาเลีาวีา
ถีาไปทีาอะไรใหีผีโพงแคีนเคีืองแลีว มีนจะ
อาฆาตพยาบาทและพีีงดีวยกีานกลวยถงตายได
ถามนพงขามหลงคาบีานก็จะพากนฉบหายวายวอด
ตามธรรมดาแลวชาวบีานถือกนวีา
คนท่เป็นผโพงเนีืีองมาจากวบากกรรมของเขาเอง พวกชาวบานจง
ไมมใครสนใจ เพราะผีโพงไมทาอีนตรายและไมีเป็นภียตีอใครๆ๓๙
๓๘
เรื่องเดียวกน, หนา ๑๐๒-๑๐๕.
๓๙
เรื่องเดียวกน, หนา ๑๐๖-๑๐๙.
๓๐) ผีแมีหมีาย เมืีอเกีดโรคใหลตายกีนมากในป
พ.ศ.๒๕๓๓ ชาวบีานหลายอีาเภอใน จงหวดมหาสารคาม เชน
อีาเภอนาเชีือก อีาเภอบรบือ อีาวาปีปทม เชื่อวีา
สาเหตการตายแบบนอน หลีบมาจากผีแมีหมีายมาทีาใหีตาย
ฉะนีน
พวกผีชายทีีกลีวตายจีงหาวีธีหลอกผีดีวยการทาเลี็บมีือ
สแดงนงผาถง และหลายหมีีบีานแขวน “ปลดขก” ไวีตามหนาบีาน
เพราะเชีืีอกนวีา ผแมหมายเห็น ปลดขกแลวกี็จะพอใจ
ไมเขาไปเอาชวีตผชายในบาน
โรคใหลตายทีีเกดข้นเผอญเป็นเฉพาะพวกผีีชาย
จงไดีเกดความเชื่อวีาตายเพราะผีแมหมาย๔๐
๓๑) ผอา
เป็นอาการชนีดหน่งทีปรากฏเมื่อเวลานอนหลีบแลวเคล้มไป
วีา มใครมาปลีกปลา
หรีือมาบีบคอนีงทบอก
ทีาใหีเกีดอาการเหนีืีอยหอบจนตืีนขีน
พระนีพนธีของพระเจีาบรมวงศีเธอ
พระองคีเจาศรเสาวภางค ในเรีืีอง อีานาจผและผีหลอก
ทรงอธบายไวีวีา
“วีนหนีงขีาพเจีามีราชการตีองเขยนหนีงสีืออยีจ
น ๓ ยาม ครีงเมืีอเสรี็จแลีวกี็หาวนอน
เตี็มท่และรอนดวย ขาพเจีาขีนนอนบนเตยงไมีมมีง
ท่หนีาเตียงมีบีาวผชายนอนอยีีคนหนีีง ขีาพเจีา
รอนนกจงเปดหนาตีางไวีบานหน่งตรงหีวนอนขีาพเจา
และขีาพเจาเป็นคนไมชอบนอนทีีสวีาง เห็นแสงไฟ
จงบอกใหบีาวดีบเสย เมื่อจะหลีบไดีนกกลวข้นในใจวา
เปดหนาตีางท้งไวีเชนน้ ถาใครฤาอะไรมีนปีน
ข้นมาจะทีาอยางไร แตีความงีวงมากก็ไมไดีทาอะไร
พลีกตีวแลวหลบเคล้มไป พอเคลีีมลงก็เห็นใคร
คลายๆ กีบฝน แตียีงไมหลบจรงๆ ท่เห็นเป็นคนแกๆ ลาๆ ดีา
ผมหงอก ปีืนลงมาจากเพดานลงตาม
เสาเตยงท่ขาพเจานอนโดยรวดเรี็ว แลวน่งทบอกขาพเจา
ทนใดนีนขีาพเจาตีืีนกลายๆ แตีหายใจไมออก
ขดอกขดใจจะรีองเรยกใครกี็ไมีไดี สกคร
หนีงรีองเรียกชีืีอบีาวทีนอนหนีาเตียงออกมาไดีดีวยเ
สียงอีนดีงเทีานีน รีปทีปรากฏกี็หายไป บีาว
ขีาพเจีาตีืีนขีน
ขีาพเจีาไดีรีสีกวีาขีาพเจีาไดีนอนทีบแขนขีางหนีงจน
เปี็นเหนี็บ จีงไดีรีวีาผีอีา
เหตเพราะทีบแขนทบขาอยางใดอยางหน่ง
ท่โลหตเดีนไมไดีท่วตีวจงเป็นเชนน้”๔๑
๓๒) ผปอบ เป็นผทางภาคอสาน แตีปรากฏวา
ทางภาคภายพเรียกผปอบวีา ผกะ ตามคีา บอกเลาวีา
ผปอบเป็นผชนดมเจาของ คือมผเล้ยงไวี
และผท่จะเป็นเจาของผีปอบกลาวกีนวีา มกจะ เป็นพวกคล่งวีชา
เชน พวกเรียนวีชาการคาขาย มเสนหนางกวก สาลกา ล้นทอง
นะหนาทอง หรือ หมอเสนหยาแฝดอะไรเหลีาน้ เมื่อเรยนมากๆ
เขาชีกสตีฟีีนเฟื อน และโดยเหตทีวีชาชนดน้เรยนผีก
ตีองเรียนแก เมื่อเรยนวีชาจนขลีงใชไดีแลว
กี็จาตีองมคาถาใหคลายไดีดีวย แตีโดยมากมกจะลืมคาถา
แกีกีนเสย เลยทาใหสตีฟีีนเฟื อน
และผลสดทายกลายเป็นเจาขอปอบไปโดยทีีลกตาไมมแวว คือไมม
ลีกตา
ตามปกตีคนเราเมีืีอมองตากีนจะเหี็นรีปของกีนและกีนใ
นดวงตา แตีคนพวกเจีาของปอบนีี ไมชอบมองหนีาใครตรงๆ
เหมือนพวกผีกระสีือ
พวกเจาของปอบจะตองคอยดแลเล้ยงปอบของตวเองเสมอ
เวลาตีวจะกนอะไรก็ตีองเรยก
มากีนดีวย ถาปลอยใหอดอยากมากนีก
พวกปอบก็มกจะกนเจาของปอบเสียเอง อาการของคนทีีถก
ปอบเขีามกจะรองหีมรองไห อยากกนโนนกนน่จะปาถะ
แตีโดยมากมกจะเป็นของสดคาวดบๆ และถีา
ปลีอยใหีปอบเขีาอยีนานๆ
คนไขีอาจถีงตายเพราะปอบอาจกีนตีบไตไสีพีงหมด
คนทางอีสาน
๔๐
เรื่องเดียวกน, หนา ๑๑๒.
๔๑
เรื่องเดียวกน, หนา ๑๑๖-๑๑๘.
ท่เจ็บปีวยและตายลงไป ชาวบานมกลงความเหี็นวีา ปอบเขีาแทรก
จงทาใหตาย รายละเอยดเก่ยวกีบ ผปอบท้งหมดจะนีาเสนอในบททีี ๓ -
๔ ตีอไป๔๒
๓๓) ผนา เป็นผท่อยในนา ในหนงสือเรีืีอง พระไชยสีรยา
ของสนทรภ กลาวถงเรีือถก พายตอนหนีีงวีา
จาไปในทะเวลา พายใหญีมา
เภตราก็เหเซไป
สมอก็เกาเสาใบ ทลปรไป
นาไหลเขีาลาสาเภา
ผนาซาไตีใบเสมา เจากีามซาเอา
สาเภาระยาควีาไป
แสดงวีา ผนาตีองมมือ ไมเชนน้นแลวจะ “ไตีใบเสา”
ไดีอยางไร ตามทีีทานผรสนนฐานวา
“ผีนีา” ในทีน้ เหี็นจะเปี็นปลาหมีกยีกษีนีนเอง
เพราะเมีืีอมีนเอาละวาด คลืีนลมกี็จะโหมกระหนีีา
และมนจะใชหนวดขีีนไปไขวีควีาบนเรือ ผนาไมคอยปรากฏ
สวนมากจะพดถงพรายหรีือพรายนีีา๔๓
๓๔) ปศาจ-เปรต
ตามคีมภีรโลกบีญญีตตีปกรณีและฉคตทปนปกรณีในภาษา
ไทยนยม เรียก “เปรต” ตามภาษาสีนสกฤต
แตีในตีาราภาษาบาลีใชีคีาวีา “เปต”
เรืีองราวของเปรตเราไดี รบมาจากอีนเดีย มีความหมายถีง
สตวีทีเกีดในอบายภีมีพวกหนีง หรีือคนทีีตายไปแลว
และมีทีอย เปี็นสีดเปี็นสวน เพราะในตีานานกลาววีา
ทีปีาหีมพานต มีเมืองชื่อวีชาตอยเหนือนรกขีีนมา เมืองน้
เป็นท่อยแหงเปรตท้งหลาย แสดงวีา
เปรตถีกแบีงแยกออกจากผธรรมดาท่วไป มเมืองอยโดยเฉพาะ
มเปรตชื่อมหทธีกาเป็นอธบดีปกครองเปรตทีีงหลาย
ซ่งมจานวนถีง ๑๒ พวกดีวยกีน และแตีละพวกก็ มกรรม คือ
การประพฤตีการปฏีบีตีอีนมชอบ มควรตีางกน
เมื่อตายจากมนษยกี็ถกแยกประเภทใหีไป
อยพวกน้นพวกน้ตามกรรมท่ทาไวี
เหตีทีเปี็นเชีนนีกี็เพราะเคยเกีดเปี็นกษีตรียี
เปี็นมเหสี เปี็นมีขมนตรี เปี็นพราหมณี มหาศาล
เป็นเศรษฐีใหญี
เป็นภีกษสามเณรทีเคยตีงตนเป็นหวหนีาชีกชวนคนใหสรีางวีหา
รกฎีอีทีศ
ถวายแดีสงฆ แลวมอบชาง มา วีว ควาย ขาทาสใหอยดีแลรกษาอาราม
แลวตีอมาภายหลงกลบนาเอา ของสงฆีมาใชีสอยเสียเองบาง
ใหคนอื่นบีาง
เปรตดีงกลาวเรยกวีา เปรตมนาย
มหวหนีาควบคมใหอยเป็นท่เป็นทาง สีวนเปรตไมมนาย
คีือพวกทีมีอกีศลกรรมนีอย
พวกนีจะไปเทีียวทีใดกี็ไดีตามอีธยาศีย
มีตีวอยีางเปรตทีีเปี็นญาตีของ
พระเจาพีมพีสารดีงทีกลีาวมาแลีว๔๔
และการแบีงตามวีนียและลีกษณสีงยีตตพระบาลี แบีงไดี ๒๑
ประเภท รายละเอียดดีงท่กลาวมาแลีวประเภทของเปรตในบททีี ๒
๓๕) ผหา จะไดียีนเสยงรองตอนดกๆ
เป็นเสยงแวีวมาแตีไกลวีาเหยวเย่นคลายเสยงพวก ผพาย
ถาผใหญีเขาบอกวาไดียีนเสยงมนแวีวๆ
มาแลวรบเขามงคลมโปงนอนเงียบ เพราะกลีวผหามน
๔๒
เรื่องเดียวกน, หนา ๙๐-๙๑.
๔๓
เรื่องเดียวกน, หนา ๗๘-๗๙.
๔๔
เรื่องเดียวกน, หนา ๑๒๗,๑๓๑-๑๓๒.
จะมาเอาตวไปยีีงไดียีนเสยงโหยหวนดวยแลว
พอไดยีนมนหอนเป็นสะดงก็เพ่มความหวาดกลวข้นอก
เมื่อสนขหอนเพราะมีนเหี็นผ๔๕
๓๖) วีญญาณ
คนโดยมากถีือวีาเมืีอตายแลวกี็ไปเปี็นผ
ครีนเมื่อตายแลีววีญญาณมราง
เหมือนคนอยีางเดีมและแบบบางแตีโปรีงมาก เหี็นไดีแตีเงาๆ
เปี็นลมๆ เทาน้น เรยกในภาษาสีนสกฤตวา อาตมน เดีมแปลวีา
ลมหายใจแตเราเรียกวีา วีญญาณ
เมื่อวีญญาณยงไมมโอกาสมาเกดมรปรางเป็น
คนอกกี็เป็นผไปกีอน เหตน้ผจงไมมรปราง เป็นแตีลมๆ
ถาจะมีรปรางเมื่อเป็นผ กี็เป็นรปหากบีนดาล ใหเราเหี็นไปเอง
แตีกระน้นก็ยีงเชื่อวีาวีญญาณของผีีตายอยและยงคอยดแลเอา
ใจคนเปี็นคือลกหลาน
ใหีไดีรบความสีขความเจรีญเหมีือนเมีืีอคร้นยงมชีวีตอย
เมื่อมความรสกเห็นเชนน้ จงจดท่บีชาตีอนรบ
ไวีบนเรือนเป็นเฉพาะสีาหรบใหวีญญาณอยีี
และถีือวีาท่ตรงนีีนศกดีีสทธีี
ถาใครไมีใชลกหลานญาตพีีนอง
โดยตรงจะกลีีากรายลีวงลีาเขีาไปไมีไดีเปี็นอีนขาด
นอกจากจะไดีรีบอนีญาตเปี็นพีเศษเสยกีอน จีง
จะเขาไปไดีและจะตองแสดงคารวะกราบไหวเพืีอบอกกลาวใหีผร
ตามปกตีผีจะไดีรบเซนไหวีทกวีน
เมื่อจะประกอบการงานอะไรซีีงเป็ นคร้งแรกหรือเป็ นงานสาคญ
กี็ตีองเขาไปบอกกลาวเลาสบใหผร
เพื่อขอพรใหีงานการทีีทาเป็นผลสาเร็จเรยบรอย เมื่อถงวีนตรษ
วีนศารทก็มเซนไหวบีชาเป็นพเศษ๔๖
๓๘) ผโปงคีาง ผชนดน้มรปรางเป็นคางแตีหางส้น
และมีรมฝปากขางบนเชีดจนเห็นฟน
ขางบนยืนออกมา เวลาคนนอนหลีบตีองระวง
เพราะมีนมกลอบมาดีดเลือดกนเหมีือนอยางผกองกอย
เป็นผท่อยบนตีนไมใหญีใกลทาเลท่มโปีงดีนเค็มสงสียวีา
เจาผกองกอยและผีโปีงคางจะเป็นสตวีบาง ชนดเทาน้น
คนไมใครรจกเห็นตีวเพราะมากลางคีืน จงกลายเป็นผลกลบไป๔๗
๓๙) ผหลีงกลวง ท่ปีกใตีมผชนดหน่งเรยกวีา ผหลงกลวง
มรปรางอยางคน แตีทางขีาง หลงเป็นรกลวงมองเหี็นเครีืีองใน
เชน ปอดและตบไตไดีหมด และมหนอนไตีเตี็ม
เมื่อเวลาน่งผงไฟอย กลางแจีง หรีือไปหาปลาดีวยใครๆ
ทีเหี็นเขีาใจวีา
เปี็นคนธรรมดาแตีมีนอาจหลอกใหเหี็นขีางหลีง
หรีือวานใหเดี็กเกาหลงมน ตรงนีีเองก็จะรีวีา
เป็นผเพราะจะเหี็นเปี็นหลีงกลวงมกีีงกีืออยในนีนเตี็ม
ผพวกน้ไมทารายใคร นอกจากหลอกเลีน
และวีามท่อยของมีนในปาเปี็นพวกดรายจะเปี็นคนปีาพวก
หน่งก็เป็นไดี๔๘
๔๐) แมีมดคนทรง
คนปฏีบีตีสงเวยผของชาวบานเรยกวีา แมมดคนทรง
เพราะสีวนมาก
เปี็นผีหญีงมีอายีในหมีีบีานหนีีงมีกมีแมีมดคนหนีง
ซีงสีืบตระกีลเรืีองทรงผีกีนมา ถีาไมีมีแมีมด
ในหมีีบีานของตนกี็ตีองไปเชีญแมีมดมาจากหมีบีานตีาบล
อีืีนพีธีทีทีาแมีมดจะยกเครีืีองพลีสีงเวย
ขีนวนไปวนมาเปี็นวงๆ
ตรงหนีาของคนอยีางทีอีนเดียเรียกวีา อรต
หรีืออยีางทีเราวนเสียกบาล
แลวนาไปวางท่บนศาลเป็ นการพลีบีชา
ขณะพลีบีชามเครื่องดนตรีอะไรกี็เครื่องดนตรี ตีเปีาเปี็นการ
ประโคมเซีน มโทนก็ตีโทนเป็นตีน
เสร็จสงเวยแลวแมมดกี็รากีอนรีามดอกไมธีปเทยนบชาวางไวท่หนาศาล
แมีมดนีงลงตรงหนีาศาลเอานีีวมีือชนกีน แลีวกี็ทีาวงๆ
เหมีือนวีธีสีงเวย แตีทีาดีวยมีือเปลีา ถีามา
เขาทรงก็จะรไดีท่คนทรงสลีดหนา ๓ ท
และเอามีือเสยผมเสียทหน่งแลวกี็น่งน่ง เป็นอนวีา เจาเขาทรง
๔๕
พระยาอนีมานราชธน เสฐยรโกเศศ, ผีสางเทวดา,๑๕-๑๖.
๔๖
เรื่องเดียวกน หนา ๔๒-๔๓.
๔๗
เรื่องเดียวกน, หนา ๕๕.
๔๘
เรื่องเดียวกน, หนา ๖๐.
แลีวกี็มีผีถามวีาเจีา
อะไรมาเขีาทรงเปี็นเจีาบีีงเจีาปีาหรีือเจีาพีออะไร
ถีาถามถีกคนทรงกี็ตอบวีา
“ชีืีอน้นแหละอยีีท่น่นท่น่”๔๙
๔๑) ผแมีนาคพระโขนง ในหนงสือสยามประเภท เลมท่ ๓
ตอนท่ ๑๑ วีนเสารท่ ๑๐
มีนาคม พ.ศ.๒๔๔๒ ก.ศ.ร.กีหลาบ เอดีเตอรี ไดีรีบเชีญจาก
ขีนวรพีทยีพีจารย เลขานีการของ
วีทยาทานสถาน
ใหีไปแสดงปาฐกถาใหพระบรรดาพระบรมวงศานีวงศ
และครีบาอาจารยีฟีง และ
ตอบลงในดงหนงสือดีงกลาว จะเป็นวีนเดือนปใดจาไมไดี
เป็นคาพระศรสมโภช (บีด) วีดสวรรณ เลา
ถวายเสด็จอีปีชฌายวีา ในรชกาลท่ ๓ กรงเทพฯ อีาแดงนาค
บีตรขนศรนายอาเภอ บีานอยปากคลอง
พระโขนงเปี็นภรรยานายชีีม
ตีวโขนทศกรรฐีในพระเจีาบรมวงศีเธอเจีาฟีากรมหลวงพีทีกษ
ีมนตร
อีาแดงนาคมีบีตรถีงอนีจกรรม
นายชีมสามีนีาศพอีาแดงนาคภรรยาไปฝีงทีปีาชีาวีดมหาบี
ศยี ใน
รชกาลท่ ๒ มหาอามาตยี พระยาทีพโกษา (สอน โลหนนท)
ไดีบีนทกไวีเมื่อ พ.ศ.๒๔๗๓ อีนเป็นสมยท่
นางนาคเลกอาละวาดแลว
และทานไดบีนทกตามท่คนเลากีนมาอยางเขาลีือกนวีา
ปีศาจนางนาคมา
ในรีปคนชีวยผีววีดนีาเขีานา จนทาใหผีวมีเมียใหมไมีไดี
และเรืีองปีศาจนางนาคหลอกหลอนจนคน
เดีนเรือในคลองพระโขนงขยาดไมีกลาผานเวลาตะวนใกลจะตกดีน
จะเห็นนางนาคเดีนหมผาสอวด
โฉมหรือบางทกี็หอยโหนโยนตวอยบนตีนไทร
ความวีีนวายทีเกีดจากปีศาจนางนาคครีีงนีน
กี็มีผลดีอยีบีางทีทีาใหีพวกนีกเลงเทีียว
กลางคืนและพวกขีีเมาท่สงเสียงเอะอะตางพากนเก็บตีวเงยบไมกลาเท่ย
วดีกๆ แตีผลรายกี็เกดกีบพวก
ชาวบาน เพราะพวกขโมยลีวงลกคอยหาโอกาส
เห็นบานไหนเจีาของกลีวผนางนาคมาก กี็สวมรอยทา
เป็นผเขามาขโมยจนถีงชาวบานตีองจดไตีตามไฟระแวดระวีงกนต
ลอดคีืน
ในคร้งนีนสมเดี็จพระพทธจารยี (โต)
รีขีาวปีศาจนางนาคกีอความเดือดรอนใหชาวบีาน
แมีจะมหมอผไปปราบกี็ไมอาจจะทารายบีงคีบมีนไดี
ในทีสดทานเจาประคณสมเดี็จกี็ลงไปคางทีวีด
มหาบีศยี พระโขนง
ตามเรืีองวาทานไมีไดีทาพีธีรีตองอะไรเหมีือนหมอผีคนอืีนๆ
พอตกคาทีานก็ไป
น่งท่ปากหลมแลวเรยกนางนาคขีีนมาสนทนากน
แตีจะพดจาตกลงอะไรกีนบีางไมีมใครทราบรแตีวีา
ทานไดีเจาะเอากระดีกหนาผากศพนางนาคไปแลีวทานน่งขดกระดกแผ
นน้นจนเกลีียงเป็นมนแลวทาน
นากลบไปวีดระฆีง จดแจงลงยนตีกีากีบไวี
เจาะทาเป็นหวเข็มขดเวลาไปไหนกี็เอาคาดเอวตดไปดีวย
ตีีงแตีน้น
ปีศาจนางนาคท่พระโขนงหรีือท่วีดมหาบศยีกี็เงยบสงบ
เวลานีนสมเดี็จพระพีทธโฆษาจารย (ม.ร.ว. เจรีญ
อีศรางกีร) เปี็นสามเณร ไดีอยีในกีฎี
สมเด็จพระพฒาจารย (โต) นางนาคคงจะเหงากี็มารบกวนสามเณรเลีน
สามเณรก็ฟีองสมเด็จฯ วีาสกา
มากวนเขาเจีาขีา สมเดี็จฯ
ทีานกี็รีองปรามวีานางนาคเอียอยีารบกวนคีณเณรซี
นางนาคกี็เงียบไป
นานๆ กี็ออกมาแหยเลนเสียคร้งหน่ง พอถีกหามกี็หยดไปเป็นอยเชนน้
ครีนสมเดี็จฯ ทีานชรามากขีีน
ทีานจีงมอบกระดีกหนีาผากนางนาคประทานหมอมเจีา
พระพีทธบาทปีลีนทนีและใหีสามเณรเจรีญไปอยีดีวย
นางนาคกี็ยีงนีกสนีกเยีาแหยีอยีตามเคยจน
หมอมเจีาพระพทธบาทปีลนทนทรงกรีีวดีนางนาควาเปี็นผหญีงยง
เรีืออยามากวนเณร คณเณรจะไดีดี
หนงสือหนงหา นางนาคก็เงยบไป
๔๙
เรื่องเดียวกน, หนา ๗๑-๗๒.
หมอมเจาพระพทธบาทปีลนทน
ซ่งตีอมาทานไดีเป็นหมอมเจาสมเดี็จพระพฒาจารยี (ทต)
ไดีประทานตอใหแกี (พระครีวีสีทธีีศลาจารย)
ไดีมอบกระดกดหนีาผากนางนาคแดกรมหลวงชีมพร
เขตอีดมศีกดีี
ตามคีาบอกเลีาวีากระดีกนางนาคมาอยีในหีองผีทีวีงนาง
เลีีง (ทีโรงเรยนพาณีชยการ พระนคร)
ปีจจีบีนตามขีาวโทรทีศนีรายการบางอีอถีายทีา
ตอนบางอีอ ปีีนเหนีงแมีนาคใน (You tube ๐๑ – ๑๑)
กระดกหนาผากนางนาค เรยกวีา (ปีีนเหนง)
อยกีบทายาทของกรมหลวง
ชีมพรเขตอีดม
ศกดีี๕๐
๔๒) ผถีวยแกีว
เปี็นการละเลีนโบราณอยีางหน่งตามความเชื่อสวนบคคล
โดยเชื่อวีา เปี็นการ
อีญเชีญวีญญาณ (หรีือผี) มาสถีตในถีวยแกีว
แลีวสอบถามเรีืีองราวตีางๆ กีบวีญญาณนีีนตามแตี
จดประสงคีของผีีเลน ผเลนจะทราบคาตอบของคีาถาม
จากการเคลีืีอนท่ของถีวยแกวไปบนตีวอีกษร
ท่เขยนเอาไวบนแผนกร
ะดาษ
อีปกรณท่สาคญมเพยงแผนกระดาษหรีือแผนไม
ท่แบีงเป็นชองตารางสีีเหล่ยมหรือวงกลม
แลวเขยนตีวอีกษรหรีือตีวเลขลงไปใหีครบถวน
พรอมท้งถวยแกีวหรือภาชนะอยีางอื่นท่คลายกีน บีาง
กี็ใชเหรียญแทนถวยแกีว เรยกวีา ผีเหรยญ
นอกเหนีือจากน้กี็อาจเตรียมเครีืีองเซีน และธป ๑ ดอก
เป็นสวนประกอ
บ
กีอนเลีนจะตีองมการอีญเชญวีญญาณมาเขีาในถวย
ผท่เลนตีองต้งจตเปี็นสมาธ เอาน้วชีี
แตะรวมกนไวีบนถวยแกีวท่ควีีาลง
แลวถามคาถามจากวีญญาณทีีเชญมาเขีาในถีวย
วีญญาณจะบีงคบ ถวยแกีวใหเดีนไปตามอกษรแตละตีว
แลวผสมออกมาเป็นคาเพื่อถอดความหมาย๕ ๑
๘.๒.๔ ทีาทีของสีงคมไทยทีีมีตีอความเชีืีอเรืีองผี
เ รื ี อ ง ผ ี เ ป ี็ น เ ร ีื ี อ ง ท ี เ ชื ี อ ถ ีื อ ก ี น ม า แ ต
โบราณนานนีกหนาทกชาตีทกภาษาลวนแตีมเรื่องเลีาเก่ยวกีนผ
ม ก า ร จ ด บ น ท ก เ รื่ อ ง ผ ก ี็ ม ม า ก ๕ ๒
ค ว า ม เ ชื่ อ
เรื่องภตผวีญญาณของสีงคมไทยทกภีมภาคน้นไดีผสมผสานกีบพระ
พ ท ธ ศ า ส น า อ ย า ง ก ล ม ก ลื น แ ต ี เ ร า
อาจจะพอแยกใหีเห็นวีาสวนใดเปี็นความเชื่อทางพระพีทธศาสนา
แ ล ะ ส ว น ใ ด เ ป็ น ค ว า ม เ ชื่ อ เ ร ีื ี อ ง ภ ต ผ แ ต ี อ ย า ง ไ ร ก็ ต า ม
ถาเปี็ นพ ระพ ีทธ ศ าสนาแบบช าวบาน (Popular Buddhism)
น้ น จ ะ แ ย ก ไ ด ย า ก ม า ก เ พ ร า ะ พ ี ธ ี ก ร ร ม ต า ง ๆ
น้ น เ ป็ น ค ว า ม เ ชื่ อ เ ร ีื ี อ ง ภ ต ผ ป ะ ป น อ ย ม า ก เ ช น
ค นไทย นย มนาพ ร ะพ ทธ ร ปม าเ ป ี็ น เค รืีอง ร า ง ข อง ข ล ี ง
ซีงตามปรีชญาพีทธศาสนาแลีวจะปฏีเสธอาถรรพณีเวทยีหรีือ
ไ ส ย เ ว ท ย ี ป ฎ ี เ ส ธ อ ย า ง ส้ น เ ช ง
ซ่งสงคมสมยในอดตความเชื่อเรีืีองไสยเวทยยีีงมอีทธีพลตีอสงคม
มาก
ความเชื่อเรื่องภตผฝงแนนอยกีบคตีนยมของคนไทยอยีางแนนแ
ฟนตีีงแตีสมยอดีต แมแตี
ทางบีานเมีืองยีงมีราชพีธีเกียวกีบความเชืีอเรีืีองภีตผี
อยีไมีนีอยในรอบปีหนีงๆ เชีน การเซีนสรวง
พระเสีืีอเมีือง พระทรงเมือง และหลีกเมีือง
รวมทีงพีธีสอบสวนคดีความสมียอดีตโดยใชีพีธี ลียไฟ
ดีานา เพื่อแสดงความบรสทธีีของจีาเลย
ซ่งพธีกรรมดงกลาวเปี็นความเชื่อในเรีืีองภตผวีญญาณทีีงส้น
และปรากฏในวรรณกรรมทีองถีีนอสาน เชน ธรรมดาสอนโลก๕๓
ความเชื่อเรีืีองผี แบีงเป็น ๒ ประเภท คือ ประเภทผีมตีว
คือผท่ชอบปรากฏตว แสดงรปโฉมใหมใหเห็นในลีกษณะตางๆ
กีบประเภทผีไมม
๕๐
ส.พลายนอย, ตีานานผไทย,หนา ๑๘๒-๑๙๒.
๕๑
วีกพเดย, ผีถีวยแกีว,[ออนไลนี], เขาถงไดจาก
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9C%E0%B8%B5
(๙ กนยายน ๒๕๕๕).
๕๒
ส.พลายนอย,ตีานานผไทย,หนา ๘.
๕๓
ธวีช ปณโณทก,วรรณกรรมทีองถ่น,(กรงเทพมหานคร:
สานกพมพโอเดยนสโตร, ๒๕๒๕),หนา๑๔.
ตีวตน คีือ ผีทีไมีแสดงตีวใหีเปี็นทีรีจีก
แตีอาจบีนดาลใหีเกีดอะไรขีนไดี ผีคนเกรงกลีวกีนมาก
เหมือนกน เชน เจาตามศาล หรือเทพารีกษตีางๆ
และในวรรณกรรมของไทยเรีืีองขีนชางขนแผน ผท่ ปรากฏ คือ
กีมารทอง คนก็ยีงเชื่อถือกนจนทกวีนน๕
ี ๔
ใ น ส ง ค ม ป จ จ บ ี น ก ร ะ แ ส ค ว า ม ค ด ใ ห ม ๆ
ท่เปี็ นวีทย าศ า ส ต ร ีก ี็ ได ี เข ี าไ ป กี บ กา รศ ก ษา ร ะ บ บ
โรงเรียนและสีื ีอสา รมวลช น ชาวอีสานโดย ท่วไปก ี็ ร บ ร
แ ต ี ก ี็ ไ ม ไ ด ี ห ม า ย ค ว า ม ว ี า ไ ด ี ล ะ เ ล ย ห ร ีื อ ท อ ด ท้ ง
ความเชีืีอระบบเกีาๆ ทียีดถีืออยีในสีงคม การทีพบวีา
ใ น ส ี ง ค ม อ ี ส า น บ า ง ท ี อ ง ท ี ล ะ เ ล ย พ ี ธ ี ก ร ร ม
ประจาปีของหมีีบีานในบางปีน้น หาไดีเป็ นเครีืีองยืนยนวีา
ค ว า ม เ ช ีื ี อ ใ น พ ธ ี ก ร ร ม เ ห ล ี า น้ น ห ม ด ไ ป จ า ก
ความคีด จีต สีา นีกของชาวอสา นไม แตีทีละเลย เพ ร า ะ
ไ มีมีผ ี น ีา ใ น ก า ร ก ร ะ ทา พ ี ธ ีก ร ร ม ป ร ะ ก า ร ห น ี ี ง
หรือสภาวะทางเศรษฐกีจไมอีานวยอกประการหนีีง ฉะน้นจงพบวีา
พีธีกรรมท่ไดีงดเวนไปบีางในบางป ตีอมา เมื่อภาวะเศรษฐกีจดีข้น
ห รื อ เ ก ด ค ว า ม ย ี ี ง ย า ก ใ น ส ี ง ค ม คื อ ม ผ ค น ล ม ต า ย
(มากกว ี าปกต ี ซ่ งเป็ นธ รรมด า) ห รื อ ม ก า ร ท ะ เ ล า ะ ว ีวา ท
หรือมผรีายชีกชีมพีธีกรรมเหลีาน้นก็ไดีมการนากลบมาประพฤต
ป ฏ ี บ ี ต ี ก น อ ก
ความเชีืีอเรีืีองภีตผีวีญญาณของปจเจกบีคคลหาไดีเจีือจาง
ล ง ไ ป อ ย ี า ง ส ี น เ ช ี ง ไ ม น ี น ค ีื อ
กีจประเพ ณที สี ว นบ ีค ค ลย ี ด ถ ีื อ ปฏ ีบ ีต ี อย เช ี น
ออกจากหมีีบีานไปเรียนหนีงสีือ หรีือประกอบอา ช ีพ
จะตีองจีดธีปเทียนบอกกลีาวพีอเชืีอแมีเชีีือหรีือผีปี
ี ต า ร ว ม ท ี ง ก า ร แ ต ี ง ง า น เ ส ี ย ผ น อ ก จ า ก น้
ในทีามกลางวีทย าการสมีย ให มีในการรีกษาโรค เช ีน
การแพทยีทีนสมียไดีแพรีกระจายไปสีสีงคม ชนบทอสาน
แ ต ี ช า ว อ ส า น จ า น ว น ม า ก ก็ ย ี ง น ย ม ห า พ อ ม ด ห ม อ ผ ี อ ย
และเชื่อวีาโรคบางชนีดท่การแพทย สมยใหมีไมอาจจะรีกษาไดี
แตีการรกษาโรคแบบด้งเดมจะชวย ได ี ซ่งแสดงใหีเห็นวีา
ช า ว อ ส า น เ อ ง น ี ี น ไ ม ไ ด ี ป ฏ ี เ ส ธ ว ท ย า ก า ร ส ม ย ใ ห ม ี
แตีกี็ไมทอดท้งคตีความเชื่อดีีงเดมอยางส้นเชง๕๕
ความเชื่อเก่ยวกีบผสางเทวดา
ในส่งท่มองไมเห็นมฤทธีีมอีานาจท่จะบนดาลส่งท่ดีและราย
ใหแกีมนษยไดี คือความเชีืีอเรีืีองผสางเทวดา
มการแยกระหวางผไมดี ผดีจงไดีชีืีอวีาเป็นเทวดามการ
นบถือผท่เป็นเทวดาอารีกษ เชน รีกขเทวดา เจาทีง เจาปีา เจาเขา,
การนีบถือผปีียีาตายาย ผเรือน ผบรรพบรษ, การนบถือวีรบรษ
และการนบถือผราย๕๖
๘.๒.๕ สงคมชีมชนภาคอีสานใหีความสีาคีญกีบผ
ผปีีตาเปี็นท่ยีดม่นทางจตใจ สามารถ
ชีวยขจดทกขรอนไมีใหสงคมเกดยีคเข็ญ ท้งสวนรวมและสีวนบคคล
โดยเฉพาะความเชีืีออานาจศกดีี
สีทธีของผปีีตามีสีวนใหีชาวบีานวางใจตีอเภทภียทีจะบีง
เกีดแกีสีวนรวมและสวนบีคคล ไมีเพียงแตี
เทีานีนการทีชาวบีานไดีรีวมกระทีาพีธีกรรมจะไดีรีวม
มีือแรงกีนเปี็นการเสรีมสรีางสามีคคีธรรม
ระหวางบคคลในหมีีบีาน ผปีีตา
ทาหนาท่ควบคมความประพฤตของชาวบานไมใหผหน่งผใดประพฤต
นอกรตประเพณีของสีงคม
โดยอาศยอีานาจศกดีีสทธีีเหนือธรรมชาต
ซ่งเป็นผลใหสงคมอยกีนอยาง ถอยทถอยอาศยกีน
และไมประพฤตผดฮีตบีานดองเมีือง (จารตประเพณี)
อีนจะนามาซ่งความสงบสีข ของสีงคมอยางแทจรง
๕๔
ส.พลายนอย, ตีานานผไทย,หนา ๑๑.
๕๕
เพ็ญศรดีีก,ไพฑรยี ส้นลารตน,ปยนาถ บนนาค,วราภรณี
จวชยศกดีี,วีฒนธรรมพีืีนบาน :คตีความเชีืีอ,
พมพครีงท่ ๔, (กรงเทพมหานคร: สานกพทพจฬาลงกรณีมหาวีทยาลีย,
๒๕๓๖),หนา ๓๖๙-๓๗๐,๓๙๐-๓๙๒.
๕๖
ยีพร
แสงทีกษ
ณี
, ไทยศกษา,(กรงเทพมหานคร:
มหาวีทยาลียเกษตรศาสตร,ี ๒๕๔๑),หนา ๒๐๙.
ถีงแมีวีาสีงคมชาวอีสาน
จะนีบถีือศาสนาพีทธโดยทีีวไป แตีกี็เปี็นการผสมผสานเรีืีอง
ความเชื่อผสางเขีากีบพระพทธศาสนาแยกกนไมออก
เพราะเหตีวีาพระพีทธศาสนาใหความม่นคงทาง
จตใจแกีชาวบีานไมไดี โดยเฉพาะอานาจทีอยีเหนือธรรมชาต
ชาวบีานหรีือชาวพทธหาไดีปฏีเสธไมี เชน นาทีวม ฝนแลง โรคระบาด
ชาวบานเชื่อวาเป็นการทาของสีีงท่มอีานาจเหนีือธรรมชาตี ฉะน้น จง
หนเขีา ยีดม่นในอานาจของผีปีีตา และความคมครองจากผีปีีตา
รวมท้งพระสงฆีท่เป็นชาวอสานเองกี็
ไมไดีปฏีเสธความเชื่อเรีืีองภตผวีญญาณ๕๗
สรีป
ในสีงคมมนีษยีและสีงคมไทยในอดีตจนถีงปีจจีบีนยีง
มีความเชีืีอเรีืีองผีตีางๆ โดยเฉพาะสีงคมไทยน้น
เชื่อในสีีงลกลบ ส่งศกดีีสทธีี อีทธีฤทธีีปาฏีหารยี
รวมท้งไสยศาสตร จะเห็นวีา มการสรางหอพระเสีืีอเมืองทรงเมีือง
ศาลหลกเมือง ศาลพระภม เจาท่ หรือภีเขา ถาตีนไมใหญี มการ
เอาผีาสไปผกตีนไม ของเซีนไหว มอาหาร นา ส่งของอีืีนท่เชื่อวีา
ผจะชอบ เพื่อเป็นบชาตามความเชื่อ เชีน ขอโชคลาภ (หวย)
ขอใหีคีมครอง ใหีมีความปลอดภียจากการประกอบอาชพ
การสีกการบีชา
จะมีความหวาดหลีวในสีงลีกลีบทีมองไมีเหี็นดีวยสายตา
ซีงจากประสบการณีของมนีษยีทีอยีกีบ ส่งแวดลอมสงคม
การประกอบอาชีพเกษตรกรรมตีองพ่งพาอาศียธรรมชาตในหาเลีีย
งชพผานมาจาก
อดีตถีงปีจจีบีนไดีมีการบอกเลีาสีงทีพบเห็นมาจดบีนที
กเรียกชีืีอผีตามลีกษณะสีีงทีพบ เชืีอวีาไมีใช มนษย
จนกระทีีงเรียกวีา ผชนดตีางๆ เป็นท่รจกของคนทีีวไป
และแยกประเภทของผีใหคณใหโทษแก มนีษย
โดยในแตีละชีมชนกี็จะมีความเชืีอผีแตีละชนีดทีมีในชีม
ชนของตนเองจะประกอบพีธีกรรม ตามความเชืีอ
เพืีอใหีผีดีคีมครองหรือไมีมาทีาอีนตรายตนเองและครอบคร
ีวเกีดสวีสดีมงคลในชีวีต และทรพยสน
และเป็นการแสดงถีงเคารพกตญญีตีอผีบรรพบีรษ
โดยจะทีาใหีคนในชีมชนประพฤตี
ปฏีบีตีตามขนมธรรมเนียมประเพณสีืบกีนมาเปี็นการควบคีม
ความประพฤต ทีาใหีคนในชีมชนนีน ไมกลาทาความชีีว เชน
ไมฆาสตวี ไมลกทรพย ไมประพฤตผดในกาม ไมพีดโกหก
และไมดีืีมสรา กี็จะ
เป็นสงคมประพฤตีปฏีบีตีตามแนวทางพระพีทธศาสนา คือ
การรกษาศีลหา ทาใหสีงคมมความสงบสข
ประชาชนประกอบสีมมาอาชีพ มีคีณภาพชีวีตทีดี
แตีถีาเชืีอแบบงมงาย ไมีประกอบดีวยปีญญา พีจารณา
ทาใหสญเสยเวลาของชีวีตไปโดยเปลาประโยชนี
เพราะมีใชทางหลดพีนจากภียในวฏสงสาร
หรืออาจถกหลอกลวงทีาใหเสยทรพยสนเดือดรอนในภายหลีง

บทที่ 8 แนวคิดและความเชื่อเรื่องผีในคัมภีร์พระพุทธศาสนาเถร

  • 1.
    1 บท ทีี ๘ ๘.๑ แนวคีดเรื่องผีในคีมภีรพระพีทธศาสนาเถรวาท พระพีทธเจีาตรีสถีงเรืีองผ วีญญาณ ยีกษีและภีตผีปีศาจ ผีเสืีอนีา รากษส สมียนีน มภีกษรีปหน่งถกผเขา ภีกษีอีกรปหนีงมีความประสงคจะฆีา จงทบตีทีานภีกษนีนไมถีงแกมรณภาพ ทานเกดความกีงวลใจวีา เราตองอาบตีปาราชกหรือหนอ จงนาเรื่องน้ไปกราบทล พระผมพระภาคใหี ทรงทราบ พระองคีตรสวีา “ภีกษ เธอไมตีองอาบตีปาราชก”๑ และพระพีทธองคทรงอนีญาตใหียก ปาตีโมกขข้นแสดงโดยยอเมื่อมอีนตราย” เรื่องอนตราย ๑๐ ประการ หน่งในนีีน คือ ขอ ๖. ผเขาสง ภีกษ๒ ดีงน้น แสดงใหเห็นวีาพระพทธเจามทาทมไดีมปฏีเสธเรีืีองผี แตีทรงหีามเรยนวีชาดีรจฉาน การวีาดีวยเรื่อง สกขาบทท่ ๙ และ ๑๐ การเรยนดีรจฉานวีชาและการสอนดีรจฉานวีชา ของ เรื่อง พวกภีกษณฉพพคคยีเรยน (ดีรจฉานวีชา)๓ ชาวบานตีาหนประณาม โพนทะนาวา “ไฉนภีกษณจงเรียนดีรจฉานวีชาเหมีือนหญีงคฤหีสถผ บรโภคกามเลา” ภีกษณท้งหลายไดยีน คนเหลีานีนตีาหน ประณาม โพนทะนา บรรดาภีกษีณีผีมีกนีอย พากีนตีาหน ประณาม โพนทะนาวา “ไฉนพวกภกษณฉพพคคยี จงเรยนดีรจฉานวีชาเลา” คร้นแลว ภีกษณเหลาน้น ไดีนาเรื่องน้ไปบอกภีกษท้งหลายใหีทราบ พวกภีกษไดีนาเรื่องน้ไปกราบทลพระผีีมพระภาคให ทรงทราบ ทรงประชีมสงฆบีญญีตีสกขาบท พระผีีมพระภาครีบส่งใหประชมสงฆเพราะเรีืีองน้ ๑ วี.มหา. (ไทย)๑/๑๘๘/๑๗๒. ๒ วี.ม. (ไทย)๔/๑๕๐/๒๓๐. ๓ ดีรจฉานวชา คือวชาท่ไมีมีประโยชนี ไมีเก่ยวของกบพระพทธศาสนาเป็ นวชาท่เบยดเบยนผอื่น เชีน (๑) วีชาฝกชาง, ข่ชาง (๒) วีชาฝกมีา, ข่มีา (๓) วีชาการขบรถ (๔) วีชายีงธน (๕) วีชาฟนดาบ (๖) รายมนตรทีาราย ผอื่นดวยพธีอาถรรพณี (๗) รายมนตรเสกตะปฝงดนฆาคนหรือเสกเขีาทีอง (๘) รายมนตรทีาผอื่นใหอยีีในอานาจ หรือใหเป็ นบา (๙) รายมนตรทีาผอื่นใหเนื้อเลือดเหือดแหีง(๑๐)
  • 2.
  • 3.
    เป็นตีนเหต ทรงสอบถามภกษท้งหลายวา “ภีกษท้งหลายทราบวา พวกภีกษณฉพพคคยีเรยน และการท่พวกภกษณฉพพคคยีสอนดรจฉานวีชา ชาวบานตีาหนประณามโพนทะนาวีา “ไฉน พวกภีกษณฉพพคคยีจงสอนดรจฉานวีชาเหมีือนหญีงคฤ หสถผบรโภคกามเลา” “พวกภีกษณ ฉพพคคยีสอนดรจฉานวีชาจรงหรีือ” ภีกษท้งหลายทลรบวีา “จรงพระพีทธเจาขา” พระผีีม พระภาคพีทธเจาทรงตาหนวีา ภีกษท้งหลาย การกระทีาอยางน้ มไดีทาคนท่ยีงไมเลื่อมใสใหี เลื่อมใส หรือทาคนท่เลื่อมใสอยแลวใหเลื่อมใสย่งข้นไดีเลย พระบญญีตีกี็ภีกษณใด เรยน สอน ดีรจฉานวีชาตีอง อาบตีปาจตตียี๔ ๒.๑.๑ บรบทแนวคีดเรื่องผี หมายถง ส่งท่อยแวดลอม หรือกากีบอยโดยรอบและเปี็น ตีวชีวยใหีรความหมาย หรีือเขาใจเรีืีองราวทีีเกดข้นในชวงเวลาหนีีงๆ๕ ทีมความเชืีอเรีืีองผีสีืบตีอๆ กีนมาจากรนสรนจนถีงปจจบีนน้ ๑) ความหมายของผี เป็นสีงท่มนษยีเชืีอวีาเป็นสภาพลกลบ มองไมีเห็นตีว แตีอาจจะ ปรากฏเหมือนมตีวตนไดีอาจใหคณหรือโทษไดี มท้งดีและราย เชน วีญญาณ เรยกคนท่ตายไปแลว ความหมาย ส่งท่เชื่อกนวีามอยในกายเมีืีอมชีวีต เมื่อตายจะออกจากกายลีองลอยไปหาทีีเกดใหม ความรบร เชน จกษวีญญาณ คือ ความรบรทางตา โสตวีญญาณ คือ ความรบรทางห เปี็นขนธี ๑ ในขีนธี ๕ คือรป เวทนา สญญา สงขาร วีญญาณ๖ ๒) คาไวพจนีท่เกีียวกีบคีาวาผ คือ คาวีา อมนษย ภีต เปรต สมภเวส ผเสื้อนา รากษส ยีกษ เจตภต ปีศาจ โอปปาตีกะ วีญญาณ อสรกาย สตวีนรก มกลาวไวีในพระไตรปีฎก ๓) การกาเนีดของผี ผเป็นสญลกษณของอานาจเหนีือธรรมชาต ท่อยเหนืออานาจการ ควบคีมของมนษย เมืีอมนีษยีมาอยีรวมกีนเปี็นกลม มนษยีมีความผกพีนกนและไดีแสดงพฤตีกรรม รวมกีนเกดเปี็นพธีกรรมท่เก่ยวกีบความเชื่อเรื่องผ เป็นลทธีความเชื่อของพวก หรือมความเชื่อวีาเปี็น วีญญาณของบรรพบีรษ หรือเป็นส่งท่มนษยเชื่อวีาเปี็นสภาพลกลบ มองไมเห็นตีว แตีอาจจะปรากฏ เหมือนมตีวตนไดีอาจใหคณหรือโทษได มท้งดีและรีาย๗
  • 4.
    ในพระสีตตีนตปีฎก มชฌีมนกาย มลปีณณาสก [๒.สหนาทวรรค]คตี ๕ ประการคีือ (๑) นรก (๒) กีาเนดดีรจฉาน (๓) เปตวีสย (๔) มนษย (๕) เทวดา พระพทธเจาตรสแกีพระสารีบีตร ไวีเรารีีชีดนรก ทางท่นาสตวีใหถงนรก ขอปฏีบีตีท่นาสตวีใหถงนรก และรชีดขอปฏีบีตีท่สตวีปฏีบีตี แลว เปี็นเหตใหหลงจากตายแลีวยีอมไปเกีดในอบายทีคตีวีนบาต นรกกาเนดโอปปาตีกะ คือ เทวดา สตวีนรก มนษยบางจาพวก และเปรตบางจีาพวก๘ ๔) สถานทีีอยของผี คือ ท่ตีีง แหลง เชน ปีาใหญี ภีเขา ปีาชีาผดีบ ศาล ตีนไมใหญี แมนา ทะเล สงในรีางมนษย ๔ วี.ภีกฺขน (ไทย)๓/๑๐๑๓-๑๐๒๐/๒๖๓. ๕ ราชบณฑตยสถาน,พจนานีกรมอีเล็กทรอนีกส รนท่ ๑.๐๐. ๖ ราชบณฑตตยสถาน,พจนานีกรม ฉบบราชบีณฑตยสถาน พ.ศ.๒๕๔๒,(กรงเทพมหานคร: บรษท นานมบคสพบลเคชีีน,๒๕๔๒),หนา ๑๐๗๔. ๗ ราชบณฑตยสถาน, พจนานีกรมอีเล็กทรอนีกสรนท่ ๑.๐๐. ๘ ม.มี. (ไทย)๑๒/๑๕๓/๑๕๒.
  • 5.
    ๕) ประเภทของผี ท่ปรากฏคมภีรพระไตรปกฎของเถรวาทคีือ เจตภต ภีตอมนษย (ผ) ยีกษ รากษส วีญญาณ สมภเวส โอปปาตีกา ผเสื้อนา เปรต อสรกาย ปีศาจ สตวีนรก ๘.๑.๒ ความเชีืีอเรื่องผีของมนีษย ผ คือ วีญญาณของมนีษยผท่ตายหรือลวงลบไปแลว จตของมนีษยจะไดีไปเกดใหมตามกรรมหรีือการกระทีาท่มนษยไ ดีกระทีาเมื่อยงมชีวีตอยใหเกดภพภีมตีางๆ เชน พรหม เทวดา มนษย สตวีนรก เปรต สมภเวส หรือ อสรกาย และโอปปาตกะ ตามท่ปรากฏใน พระไตรปีฎก เปรตประเภทตีางๆ เชน พระมหาโมคคีลลานเถระลงจากภีเขาคีชฌกฏไดีเห็นเปรตตนห นีีง จงซกถามดีวยคาถาวีา สฏฐีกีฏเปตวีตถ เปรตถกคีอนตีอยศีรษะ เจาเปี็นบาไปแลวหรีือ จีงวีีงไปมา เหมือนเนีืีอท่วีีงพลีาน เปรตไดเลาวีา ไดีไปเกดเปี็นเปรตในยมโลก ถกคอนเหลี็กจานวนหกหมีืีนลกตก มาตีกระหมีอมศีรษะ เพราะผลกรรมทีีไดีกระทีาตีอพระปีจเจกพีทธเจีานามว ีา สีเนตร ขณะนีีง เขีาฌานอยีีทีโคนตีนไม ตนไดีดีดกีอนกรวดใสีศีรษะพระปจเจกพีทธเจีา ผลกรรมนีน จีงตีองไดีรีบ ทกขเชนน้๙ และท่ปรากฏกายใหพระภกษเห็นรปรางตีางๆ น้น เป็นไปตามกรรมทีีตนไดีกระทีามาใน อดีต เพืีอมาขอรบสีวนบีญสีวนกีศลจากผีีท่ตนคดวีาจะไดีรีบ สวนอทีศให สีวนผีคนในยีคน้น ไดีรีบร ความเป็นไปของสีตวีเหลาน้นก็ไดีทาบีญอทศใหเป็นท่ประจีกษ ทาใหบีคคลอื่นไดีรบรอนโมทนาและ เกดเกรงกลีวตีอบาปกรรม ตีีงตนไวถงพระรีตนตรย ประกอบดวย ทาน ศล ภาวนา สืบไป รวมท้งกรณ พระเจีาพีมพีสารอทศแกีญาตี (เปรต)๑๐ ๑) การทาพีธขบไลีอมนีษย (ผ) ในสมยพทธกาลพีทธกาล เมื่อพระพีทธเจายีงมพระชนชีพ ส่งท่ปรากฏชดเจนใน พระธีมมปทฏฐกถา (แปล) ภาค ๗ ดีงทีกลาวมาในบททีี ๑ ในดานพธีกรรมตางๆ โดยใหพระอานนทีเรยนพระปรีตรแลวทานามนตี ปะพรมกาแพงเมีืองสามวีนสามคืน เพื่อขบไลอมนษย (ผ) ในเมีืองไพศาลีในครีีงน้น กี็เกีดสวีสดีแกีชาวเมือง
  • 6.
    ๒) การทีาพีธีกรรมอีทีศแกีญาต (เปรต) ในสมียพีทธกาลบีพกรรมเปรตญาตีของ พระเจีาพีมพีสาร ในขีททกนีกาย ขีททกปาฐะ ตีโรกฑฑสตร๑๑ วีาดีวยเรื่องเปรตทีีอยภายนอกฝาเรีือน๑๒ พระผีีมีพระภาคตรีสวีา พระคาถานีีเพืีออนีโมทนาแกีพระเจีาพีมพีสาร พวกเปรตพากีนมาส (เรือนของตน)๑๓ บีางยืนอยท่ฝาเรือนดานนอก บีางยืนอยท่ทางส่แพรง สามแพรีงบางยืนพงอยท่ บานประตเมื่อมขีาวและนาดีืีมมากมาย ผถวายอาหารและนีีาดีืีม อีทศใหญาตีท้งหลาย (ท่เกดเปี็น เปรต) อนโมทนาแลวกี็ไดีรีบความสีขและสมบตี เปรตอวยพรใหีญาตีจงมอายยีืน เพราะการบีชา ญาตี ผใหีทานแกเปรตญาตีแลว และทานกี็ไมไรีผล และในอรรถกถา ขททกนกาย เปตวตถ ปฐมวรรค ตีโรกฑฑเปตวีตถ อรรถกถาตีโรกฑฑ เปตวีตถ พระศาสดาเมีืีอทรงประทีบอยในกรีงราชคฤหี ทรงปรารภพวกเปรตเปี็นอนมาก ๙ ข.เปต. (ไทย)๒๖/๘๐๖-๘๐๔/๓๐๐-๓๐๑. ๑๐ ข.ข.(ไทย) ๒๕/๑-๕/๑๕. ๑๑ พระสีตรน้ พระผีีมีพระภาคตรีสแกพระเจีาพมพสารณ กรงราชคฤห ; ข.ข.อ. (ไทย)๗/๑๗๗. ๑๒ ข.เปต.อฺ. (ไทย)๒๖/๑๔-๒๕/๑๗๐-๑๗๒ ๑๓ เรือนของตน หมายถงเรือนญาตของตน หรือเรือนท่เคยอยในปางกอน ; ข.ข.อ. (ไทย)๗/๑๘๑.
  • 7.
    สมียนีนเปรตไปเฝาพระกีสสปสีมมาสีมพีทธเจีา ทีลถามวีา พวกขีาพระองคจะไดีสมบีตี เมื่อไหร พระผีีมพระภาคเจีาตรสวีาบีดน้ ทานยงไมไดี แตีในอนาคตจีกมพระสีมมาสมพีทธเจาทรง พระนามวาโคตม ในกาลแหงพระผีีมพระภาคเจีาพระองคีน้น จกมพระราชาทรงพระนามวีาพีมพีสาร ใน ๙๒ กีป นบแตีภีททกีปน้ พระองคีไดีถวายทานแดพระพทธเจาแลวจกอีทศแกีพวกทาน เมืีอพระเจีาพีมพีสาร ทรงนีมนตีถวายภีตตีแดีพระพีทธเจีาโคตมเปี็นปร ะธาน แตีไมีไดี อีทีศทานแกีเปรตดีงใจหวีงไวี ในเวลากลางคีืนจีงพากีนสีงเสียงรีองอีนนีาสะพรีงกลีว อยีางยีงใกล พระราชนีเวศน พระเจีาพีมพีสารเกดความสะพรีงกลว นาหวาดเสียว จงไดีกราบทลแดีพระผีีม พระภาคเจีาวีา จกมเหตอะไรเกีดข้น พระพทธองคตรสวีา ญาตีเกาท่เกดเปี็นพวกเปรตรอรีบการอทศ สวนกศลจากพระองคีถวายทานแดพระพทธเจาแลว แตีพระองคีถวายทานแลว มไดีอีทศใหกี็ส้นหวง จงพากนสงเสย งรอง พระราชาไดีถวายขาวยาค ถวายผา ท่นอนและทีีน่งค เมื่อทรงหลีีงนาทกษโณทกอทศทาน ใหน้จงสาเร็จแกีพวกญาตเถดปรากฏมสระโบกขรณี ของเคีียวและอาหารเปี็นทพย ไดีบีงเกดแกพวก เปรต ความหวกระหายหมดไป มผวพรรณสีดีีงทองคีา มความสขท้งกายและใจ ไดีเครื่องประดบม ชนดตีางๆ เชน ผา ปราสาท เครื่องลาดและทีีนอน๑๔ ๓) ทาทของพระพีทธศาสนาทีีมีตีอความเชีืีอเรื่องผี จากการศกษาคนควีา ท่ปรากฏใน พระไตรปีกฎ ทีาทีพระพีทธศาสนาทีมีตีอความเชืีอเรืีองผีกี็มีไดีป ฏีเสธแตีอยีางไร ชาวเมีืองไพศาลี ถกภีย ๓ ประการ คีือ ทีพภีขภีย อมนีสสภียและโรคภียเบียดเบียน พระผีีมีพระภาคเจาทรงตรสวีา ภีตทีงหลาย ประชาชนชาวมนษยีนีใดถีกอีปีทวะทีีง ๓ ขีดขวางแลีว ขอทีานทีงหลายจงเขีาไปตีีง เมตตา ความเปี็นมตร ความมอีธยาศยเอื้อประโยชนีแกีประชาชนคนมนีษยน้นเถีด พระผีีมพระภาค เจีาจีงตรีสวีา รีตนะ ทีเสมอดีวยตถาคตไมีมีเลย ความสวีสดีกี็เกีดแกีราชสกีล ภียกี็ระงีบไป พวกอมนษยในแสนโกฏจกรวาล กี็พากนยอมรบพีทธอาญา
  • 8.
    (อีานาจปีองกน)๑๕ หรือพระภีกษีไป จา พรรษาในปีาเกดเทวดาท่แกลงหลอกใหีเกดหวาดกลว พระพทธองคกี็ทรงแนะวธีการโดยใหเรียนเมตต สตร๑๖ วีาดีวยการแผเมตตา พระผีีมพระภาคตรีสพระคาถานีีแกีภีกษท้งหลายผอยปีา ดีวยอานสงสของเมตตามี ๑๑ ประการ ยีอมเป็นรกของอมนีษยีและเทวดา ใน ขอ ๕. เปี็นท่รกของอมนีษย (ผ) และ ขอ ๖. เทวดาทีงหลาย รวมท้งมการกลาวถงเรื่องวมานของเปรตและกรรมของเปรตไ วีในพระไตรปีฎกในเลีม ๒๖ ขททกนกาย มวีมานวีตถ ๘๔ เรื่อง และเปตวตถ ๕๑ เรื่อง๑๗ และท่กลาวเก่ยวกีบเปรตไวมากมายใน พระไตรปฎกเลมอีืีนๆ ๘.๑.๓ หลีกการทางพระพีทธศาสนาทีีเกีียวของกบความเชีืีอเรื่องกรร ม ทาดีไดีดี ทาชีีวไดีชีีว ในปพพชตอภีณหสตร วีาดีวยธรรมท่บรรพชตควรพจารณาเนีืองๆ ภีกษท้งหลายธรรม ๑๐ ประการนีี หนีงใน ๑๐ ขีอท่ ๗ เรามกรรมเปี็นของตน เปี็นผีรีบผลของกรรม มีกรรมเปี็นกีาเนีด มีกรรมเปี็น เผาพีนธีี มกรรมเป็นท่พีีงอาศย เราทากรรมใดไว จะเป็นกรรมดหรือกรรมช่วกี็ตาม ยีอมเป็นผรบผล ๑๔ ข.ข.อ. (ไทย)๓๙/๒๗๘-๓๐๑. ๑๕ ข.ข.อ. (ไทย) ๔๗/๒/๒/๗,๒๑, ๓๙, ๔๐. ๑๖ ข.ข. (ไทย)๒๕/๑-๒/๒๐. ๑๗ ข.วี. (ไทย)๒๖/๑-๑๒๘๙/๑-๑๖๕,ข.เปต.(ไทย)๒๖/๑-๘๑๔/๑๖๗- ๓๐๒.
  • 9.
    ของกรรมน้น๑๘ เพราะฉะนีีน มนษยท่เกดมาทกคนยอมมท่อยและเป็นไปตามผลของกรรม มนษย จงไดีชีืีอวีา สมภเวสเหลาสตวีท่ถือกาเนดเกดแลว ชีืีอวีา ภีต หรือ ภีตาน วา สตีฺตาน เหลาสตวี ท่เสาะหา คือแสวงหาการสมภพ คือการเกด ไดีแกีการบีงเกดข้น ชีืีอวีา สมภเวส๑๙ สตวีผีแสวงหาทีเกด แปลจากคีาวีา สีมภเวส หมายถีงสีตวีท่เกีดในกาเนีดทีง ๔ ไดีแกี (๑) อีณฑชะ (เกีดจากไขี) (๒) ชลาพีชะ (เกีดจากครรภี) (๓) สีงเสทชะ (เกีดในเถีาไคล) (๔) โอปปาตีกะ (เกดผดข้น) สีตวีจีาพวกทีเปี็นอีณฑชะ และ ชลาพีชะ ทีานเรียกวีา สีมภเวส เพราะยีงอยีในไขีและ ในครรภ ถาออกจากไขีและครรภแลวไมเรยกวีา สมภเวส แตีทานเรยกวีา สตวีผเกดแลว สตวีจาพวก ท่เป็นสงเสทชะ และโอปปาตกะน้น ทานเรยกวีา สมภเวส ในขณะจีตแรกท่เกดข้นตีีงแตีขณะจตท่ ๒ ไปทานเรียกวีา สตวีผเกดแลว๒๐ ๑) กรรมของสีตวี (ท่เกีดในภพภมีตีางๆ) กรรมเป็นคากลางๆ หมายถง การกระทีา เชน กีศลกรรม อกศลกรรม (๑) การกระทีาท่สงผลรายมายีงปีจจบีน หรือซ่งจะสงผลรายตีอไปในอนาคต เชน บีดน้กรรมตามทนแลว ระวงกรรมจะตามทีนนะ (๒) บาป, เคราะหี, เชน คนมกรรม กรรมของฉีนแทๆ (๓) ความตาย ในคาวีา ถงแกกรรม๒๑ โดยท่วไปชาวพทธเชื่อในเรีืีองของกรรมกี็จะทาใหเกดควา มศรทธาในพระพีทธศาสนา คือ เป็นความเชื่อท่ประกอบดวยเหตผล คือ ศรทธา ๔ ดีงน้ (๑) กีมมสทธา เชื่อกรรม, เชืีอกฎแหีงกรรม, เชืีอวีากรรมมีอยีจรีง คือ เชื่อวีาเมืีอทีา อะไรโดยมีเจตนา คือ จงใจทาท้งร ยีอมเปี็นกรรม คือ เป็นความดีความชีีวมข้นในตน เป็นเหตปีจจย กีอใหเกดผลดีผลรายสืบเนื่องตอไป การกระทีาไมวีางเปลา และเชื่อวีาผลท่ตีองการจะสีาเร็จไดีดีวย การกระทีา มใชดีวยอีอนวอนหรีือนอนคอยโช ค เป็นตีน (๒) วีปากสีทธา เชืีอวีบาก, เชืีอผลของกรรม, เชืีอวีาผลของกรรมมีจรีง คีือ เชืีอวีา กรรมท่ทาแลวตีองมผล และผลตีองมเหต ผลดีเกดจากรรมด ผลชีีวเกดจากกรรมช่ว (๓) กีมมสสกตาสทธา เชื่อความท่สตวีมกรรมเป็นของของตน, เชื่อวีาแตีละคนเป็นเจาของ จะตีองรีบผดชอบเสวยวบากเป็นไ
  • 10.
    ปตามกรรมของตน (๔) ตถาคตโพธสทธา เชื่อความตรสรของพระพีทธเจา, ม่นใจในองคีพระตถาคตวีาทรง เปี็นพระสีมมาสมพีทธะ ตรสธรรม บีญญีตีวีนย ทรงเป็นผนีาทางท่แสดงใหเห็นวีา มนีษยคือเราทีกคนน้ หากฝกตนดีวยดีกี็สามารถเขีาถงภีมธรรมสงสด๒๒ พระผีีมพระภาคพระองคีน้นเป็นพระอรหีนตี ตรสรดีวย พระองคีเองโดยชอบ เพยบพรีอมดีวยวีชชาและจรณะ เสดี็จไปดี รแจงโลกเปี็นสารถีฝก ผควรฝกไดี อยางยอดเย่ยม เป็นศาสดาของเทวดาและมนีษยท้งหลายเป็นพระพีทธเจา ๑๘ องีฺ.ทสก. (ไทย)๒๔/๔๘/๑๐๔. ๑๙ ม.มี.อ. (ไทย)๑๗/๑๓๐/๕๖๖. ๒๐ ส.น.อ. (ไทย)๒/๑๑/๒๖. ๒๑ ราชบณฑตยสถาน, พจนานีกรมอีเล็กทรอนีกส รนท่ ๑.๐๐. ๒๒ พระพรหมคีณาภรณี (ป.อ.ปยีตีฺโต), พจนานีกรมศาสตรี ฉบบประมวลธรรม,พมพคร้งท่ ๑๕, (กรงเทพมหานคร : สานกพมพจนทรเพ็ญ, ๒๕๕๐), หนา ๑๘๑.
  • 11.
    ๒) กรรม ยีงมีหลายประเภทแบีงออกไดีเปี็น๒ กลีม คีือ ประเภทของกรรมตามนีย พระไตรปฎก และประเภทของกรรมตามนียแหงอรรถกถา ดีงน้ ประเภทของกรรมตามนียพระไตรปีฎก สามารถแบีงกรรมออกเปี็นประเภทตีางๆ ไดี ๒ ประเภท, ๓ ประเภท และ ๔ ประเภท ดีงน้ กรรม ๒ ประเภท จาแนกตามธรรมทีีเป็นมลเหต ไดีแกี (๑) อกศลกรรม กรรมท่เปี็นอกศล การกระทีาทีไมดี หรือกรรมช่ว หมายถง การกระทีา ท่เกดจากอกศลมล คือ โลภะ โทสะ และโมหะ๒๓ (๒) กีศลกรรม กรรมท่เป็นกศล การกระทีาท่ดี หรือกรรมด หมายถง การกระทีาท่เกด จากกีศลมล คือ อโลภะ อโทสะ และอโมหะ๒๔ กรรม ๓ ประเภท คือ กรรมทา หรือการแสดงออกของกรรม ไดีแกี (๑) กายกรรม กรรมกระทีาดวยกาย หรือการกระทีาทางกาย (๒) วจกรรม กรรมทาดีวยวาจา หรือการกระทีาทางวาจา (๓) มโนกรรม กรรทาดีวยใจ หรือการกระทีาทางใจ๒๕ กรรม ๔ ประเภท จาแนกตามสภาพทีีสมพีนธีกีบวีบากหรือการใหผล ไดีแกี (๑) กรรมดา วีบากดีา ไดีแกี กายสงขาร วจสงขาร และมโนสงขาร ท่มการเบยดเบยน เชน ปาณาตีบาต อทนนาทาน กาเมสมจฉาจาร มสาวาท และดื่มสรา (๒) กรรมขาว มีบากขาว ไดีแกี กายสีงขาร และมโนสีงขาร ทีไมีมีการเบียดเบียน เชน การประพฤตีตามกีศลกรรมบถ ๑๐ (๓) กรรมท้งดีาและขาว มวีบากท้งดีาและขาว ไดีแกี กายสงขาร วจสงขาร และมโน สงขารทีีมการเบยดเบียนบีาง ไมมการเบยดเบียนบาง เชน การกระทีาของมนษยท่วๆ ไป (๔) กรรมไมีดีา ไมขาว มวีบากไมดีาไมขาว เป็นไปเพื่อความส้นกรรม๒๖ โดยหลีกกรรม ๑๒ ไดีบีญญีตีเปี็นหลีกการไวี คือ การกระทีาท่ประกอบดวยเจตนา ดีกี็ตาม ชีีวกี็ตาม ในท่นีหมายถง กรรมประเภทตีางๆ พรอมท้งหลีกเกณฑเก่ยวกีบใหผลของกรรม โดยแบีงเป็น ๒ หมวด ดีงน้ หมวดทีี ๑ วีาโดยปากกาล คือ จาแนกตามเวลาทีีใหผล
  • 12.
    (๑) ทฏฐธรรมเวทนยกรรม กรรมใหีผลในปจจบีนคือในภพนีี (๒) อีปปีชชเวทนียกรรม กรรมใหผลในภพทีีจะไปเกดคือในภพหนีา (๓)อปราปรยเวทนยกรรม กรรมใหผลในภพตอๆ ไป (๔) อโหสกรรม กรรมเลีกใหผล ไมมผลอีก หมวดทีี ๒ วีาโดยกีจ คือ จาแนกการใหผลตามหนาท่ (๕) ชนกกรรม กรรมแตีงใหีเกด, กรรมท่เปนตีวนาไปเกด (๖) อีปีตถมภกกรรม กรรมสนบสนน, กรรมท่เขาสนบสนนหรีือซาเตีมตีอจากชนกกรรม ๒๓ องีฺ.ทีก. (ไทย) ๒๐/๗๐/๒๗๕. ๒๔ องีฺ.ทีก. (ไทย) ๒๐/๗๐/๒๗๗. ๒๕ องีฺ.ทีก. (ไทย) ๒๐/๑๔๗/๓๔๕. ๒๖ ม.ม. (ไทย) ๑๓/๘๑/๗๔,องีฺ. จตกี ีฺก. (ไทย)๒๑ /๒๓๔/๓๔๙.
  • 13.
    (๗) อีปปีฬกกรรม กรรมบบค้น,กรรมท่มาใหผล บีบค้นผลแหงชนกกรรมและอีปีตถมภกกรรมน้น ใหแปรเปลีียนทเลาลงไป บีีนทอนวบากมใหเป็นไปไดีนาน (๘) อีปฆาตกกรรม กรรมตดรอน, กรรมท่แรง ฝายตรงขีามกีบชนกกรรมและอีปีตถมภกกรรม เขีาตีดรอนการใหีผลของกรรมสองอยีางนีน ใหีขาดไปเสียทีเดียว เชีน เกีดในตระกีล มีงคีงแตีอายีสีน หมวดทีี ๓ วีาโดยปากทานปรยาย คือ จาแนกตามความยกเยื้องหรือลาดีบความแรง ในการใ หผล (๙) ครกกรรม กรรมหนีก ใหผลกีอน ไดีแกี สมาบตี ๘ หรอีื อนนตรยกรรม (๑๐) พหีลกรรม หรือ อาจณณกรรม กรรมทีามากหรือกรรมชน ใหีผลรองจากครีกรรม (๑๑) อาสนนกรรม กรรมจวนเจียน หรือกรรมใกลีตาย คือกรรมทีาเมื่อจวนจะตายจีบ ใจอยใหมๆ ถาไมม ๒ ขอกอน กี็จะใหผลกีอนอื่น (๑๒) กตีตตากรรม หรีือ กตีตตาปนกรรม กรรมสีกวีาทีา, กรรมทีาไวีดีวยเจตนาอีน อีอนหรีือมใชเจตนาอยางน้นโดยตรง ตีอเมื่อไมมกรรมอื่นใหผลแลวกรรมน้ จงจะใหีผล๒๗ กรรมท่กลาวไวีขางตีนท้งหมด สรรพสีตวี ทาดีไดีดี ทาชีีวไดีชีีว๒๘ พระพทธศาสนาสอนใหี กลาเผชญความจรง เชน สอนใหีรจกการ เกด แกี เจ็บ ตาย และนาเอาประโยชนี จากการศกษาเรื่อง น้มาใชีแกีไขความไมแนนอนของรีางกาย และพ่งตนเอง เชื่อกฎแหงกรรม๒๙ สรป ผท่ปรากฏในคีมภีรพระพีทธศาสนาไดีเกดเหตการณีสาคญขอ งชาวเมีืองไพศาลี ถกภีย ๓ ประการ คือ ทพภีขภีย อมนสสภีย (ผ) และโรคภยเบียดเบียน โดยพระอานนทีไดีทาพีธีขบ ไลผใน คร้งน้นถือเป็นตีนแบบของการขีบไลผ โดยไดีมภียอีนตราย ๑๐ ประการ ของพระภีกษหน่ง ในน้น คือ ขอ ๖. ผเขาสงภีกษ แตีพระพทธเจาทรงหามภีกษณเรยนเดรจฉานวีชา (อวีชชา) และมการ ทาบีญทีสาคญของพระเจีาพีมพีสารเพื่ออทศสวนกศลแกญาตี เปรต มพระพทธเจีาเปี็นประธานสงฆี เหตการณดีงกลาวเปี็นตีนแบบทกษณา คือ ญาตีพล อตีถพล ปีพพเปตพลี ราชพลี เทวตาพล และไดี ใหีพระภีกษีเรียนเมตตสีตรเปี็นอาวีธปีองกีนตีว
  • 14.
    โดยมีอานีสงสีของเมตตามี ๑๑ ประการหน่งในนีน ขอ ๕. เปี็นท่รกของอมนีษย (ผ) และไดีมีการกลาวถงเรีืีองเปรตไวีในธรรมบทมากมาย ดีงน้น ความเชื่อเรื่องผและทาท่ของพระพีทธศาสนา มไดีปฏีเสธเรีืีองผวีาไมม แตีสอนใหี พระภีกษทีงหลายปฏบีตีตีอผีเปี็นลกษณะการเกีืีอกลสงเค ราะหีดีวยการทาบีญแลวอีทศสีวนกีศลใหี ไดีรีบสีงทีตีองการในภพภีมีทีอาศียอยีขาดแคลนไดี ทีกขเวทนาดีวยความหีวโหยเพราะไมีสามารถ ประกอบอาชีพไดีเมื่อลวงลบไปแลว สาหรบผและเทวดามาเบยนเบยดพระภีกษใหเกดความหวาดกลว หรีือไดีรีบความเดีือดรีอน พระพีทธองคีกี็มีวีธีใหีปฏีบีตีตีอผีและเทวดาเหลานี นไมีใหีมาเบียดเบียน ๒๗ พระพรหมคีณาภรณี(ป.อ.ปยีตีฺโต), พจนานีกรมศาสตรี ฉบบประมวลธรรม,หนา ๒๔๙-๒๕๐. ๒๘ พระอดรคณาธการ (ชวนทรสระคีา), ประวตีศาสตรีพระพทธศาสนาในอีนเดีย,(กรงเทพมหานคร : โรงพมพมหาจฬาลงกรณราชวทยาลีย, ๒๕๓๔),หนา ๑๕๑. ๒๙ พระราชธรรมนีเทศ (ระแบบฐตญาโณ), ประวตีศาสตรีพระพทธศาสนา,(กรงเทพมหานคร : มหามกฏ ราชวทยาลีย,๒๕๔๒), หนา ๑๑๐.
  • 15.
    พระภีกษใหีหายจากความหวาดกลวและปีองกน โดยทรงสอนใหสวดรตนสีตร และ เมตตสตรแลีว แผเมตตาตีอสรรพสีตวีท้งหลายใหีหนกลบมายนดีและใหความตี องคมครองเป็นมตรและอานีสงสอีืีนๆ ดีวย พระพทธศาสนาความสอนใหีเชื่อเรีืีองกรรม ทาดีไดีดี ทาชีีวไดีชีีว เรามกรรมเป็นของตน เป็นผรบผลของกรรม มกรรมเป็นกาเนด มกรรมเป็นเผาพีนธีี มกรรมเป็นท่พีีงอาศยเราทากรรมใดไว จะเป็นกรรมดหรือกรรมช่วกี็ตาม ยีอมเป็นผรบผลของกรรมนีีน กรรมดยีอมนาสข มาให กรรมช่วยีอม ทกขมาให ข้นชื่อวีา กรรมช่วไมทาเลยเสียจะดกวีา ความเชีืีอตามหลกพระพีทธศาสนานีน ตีองประกอบดวยเหตีผลอีนเพืีอเปี็นแนวทางใน การปฏีบีตีหวีงใหเกดผลไดีตามความปรารถนา ตีองเป็นศรทธาท่มความถกตีองประกอบดีวยปีญญา อีนม ศรทธา ๔ ประการ คือ ๑. กีมมสทธา เชื่อกรรม, เชื่อกฎแหีงกรรม, เชื่อวีากรรมมอยจรง คือ เชื่อวีาเมื่อทาอะไร โดยมีเจตนา คีือ จงใจทีาทีงร ยีอมเปี็นกรรม คีือ เปี็นความดีความชีีวมีขีนในตน เปี็นเหตีปีจจีย กีอใหเกดผลดีผลรายสืบเนื่องตอไป การกระทีาไมวีางเปลา และเชื่อวีาผลท่ตีองการจะสีาเร็จไดีดีวย การกระทีา มใชดีวยอีอนวอนหรีือนอนคอยโชค เป็นตีน ๒. วีปากสีทธา เชื่อวีบาก, เชืีอผลของกรรม, เชืีอวีาผลของกรรมมจรีง คีือ เชืีอวีากรรม ท่ทาแลวตีองมผล และผลตีองมเหต ผลดีเกดจากรรมด ผลชีีวเกดจากกรรมช่ว ๓. กีมมสสกตาสทธา เชื่อความท่สตวีมกรรมเป็ นของของตน, เชื่อวีาแตีละคนเ ป็นเจาของ จะตีองรีบผดชอบเสวยวบากเป็นไปตามกรรมของตน ๔. ตถาคตโพธสทธา เชื่อความตรสรของพระพีทธเจา, ม่นใจในองคีพระตถาคต วีาทรงเป็น พระสีมมาสมพีทธะ ตรสธรรม บีญญีตีวีนย๓๐ ความศรทธาหรือความเชื่อในพระพีทธศาสนาน้น อีนเป็นทางนาไปสการปฏีบีตีเพื่อออกจากทีกข สามารถพสจนไดีดีวยตนเอง เพราะเปี็นส่งท่รไดีเฉพาะตนไมีจากีดกาลเวลา ๘.๒ แนวคีดความเชีืีอเรื่องผีในทศนะรีวมสมย
  • 16.
    เนืีองมนีษยีตีองอาศียอยีกีบสีงแวดลีอมในอดีต ทียีงไมีเจรีญการประกอบอาชีพ เกษตรกรรมกี็ตีองอาศียธรรมชาต ซ่งเมื่อกอนมนีษยกี็ไมรจกผ เมื่อเกดเหตการณีข้นก็มการบอกเลีา ตีอกนมาและการจดบนทกผเรยกชีืีอผีตามลีกษณะทีีพบเห็น ความเชีืีอเรืีองผเป็นเรืีองปจเจกบีคคล คีือ คนทีเหี็นกี็เชืีอวีามีผีจรีง คนทีไมีเคยเหี็นกี็ไมีเชืีอวีามีผีจรีงดีงนีน ซีงชีมชนบีานดอนยานางเชีืีอ เรืีองผีตีางๆ รวมทีงผีปอบ โดยไดีระลีกถีงส่งทีตนเคารพนีบถีือคือผีบรรพบรีษสามารถท ีจะชีวย ปกปีองคมครองจากภียรีายผีท้งหลาย กี็จะประกอบพธีกรรมเลีียงผีบรรพบรษและยงเปี็นการแสดง ความกตีญญตีอบรรพบรษท่ลวงลบไปแลวดีวย หรือพธีกรรมอื่นๆ ท่เชื่อวีาสามารถปราบผีปอบท่ดีรายไดี แนวคีดความเชืีอเรืีองผีตีางๆ เกีดจากมนีษยีมีความกลีวภียจากสีงลีกลีบไมีสามารถ มองเหี็นไดี และประสบการณจากส่งแวดลอม อาชพเกษตรกรรม ตีองพ่งพาอาศยธรรมชาตี จงมการ กราบไหวบวงสรวงตามความเชีืีอ รวมท้งการเคารพผีบรรพบรษ จงกลายเป็นความเชื่อผมากีอน เมื่อ ลีทธีพราหมณีเขีามาผสมผสานในดีานพีธีกรรมตีางๆ รวมทีงพระพีทธศาสนาเผยแผีเขีามาใชีใน พีธีกรรมของพราหมณีแตีพระสงฆีเป็นผทาพีธีกรรม บวกกบแนวคดความเชื่อดีีงเดมเขาไปท้ง ผ พีทธ พราหมณี ไสยศาสตร โหรศาสตรี ความเชื่ออนเกดจากประสบการณีกี็มการบอกเลีากีนสืบมาและม การจดบนทกเอาไว จงกลายเป็นแนวคดคนสงคมปจจบีนถงแมจะเจรีญดีวยเทคโนโลย กี็มผประเภท ตีางๆ เป็นท่เขาใจตรงกีนในสีงคมปีจจบีน แมแตีการสรางภาพยนตรีและละครก็สรางเรื่องท่เก่ยวกีบผ มากมาย รวมท้งเรีืีองผปอบทีีไดีรีบความนียมทารายไดีมากมาย แสดงใหีเห็นวีา แนวคดเรื่องผีไมไดี หายไปจากสงคมไทย ๘.๒.๑ บรบทแนวคีดเรื่องผี บรบทแนวคดเรื่องผ หมายถง ส่งท่อยแวดลอม หรือกากีบ อยีโดยรอบและเปี็นตีวชีวยใหีรีความหมาย และเขาใจเรืีองราวทีเกดขีนในชีวงเวลาหนีงๆ๑ ซ่งเปี็น ความเชีืีอพื้นฐานของสีงคมไทยท่นบถือพระพีทธศาสนามความเชีืี อเรื่องผท่สืบตีอกนมานานและมีผล ตีอวีถชีวีตของคนไทย ทาใหเกดวีฒนธรรมการนีบถือผหรือวีญญาณของบรรพบีรษ มท่วประเทศไทย เชีน ผีบีาน ผีเรีือน ภาคเหนีือเรยกผีบรรพบีรีษวีา ผีปีียีา ภาคอีสานเรียกวีา ผีปีีตา ภาคใตีเรียกวีา ผตา ผยาย๒ ๑) ความหมายของผี
  • 17.
    ส่งใดตามปกตไมสามารถจะมองเหี็นตีวไดี แตีเราถีือหรีือเขีาใจเอาวา มฤทธีีและอีานาจอยเหนีือคน อาจใหดีหรือใหีราย คีือใหคีณหรีือใหีโทษแกีเราได สีงอยางนีเรากลว ๑ ราชบณฑตยสถาน,ศ. ดร.กาญจนา นาคสกล, คลงความรีี, [ออนไลนี], เขาถงไดจาก http://www.royin.go.th/th/knowledge/detail.php?ID=67, (๑ กนยานยน พ.ศ.๒๕๕๕). ๒ วีชาภรณีแสงมณี, ผีในวรรณคดี,(กรงเทพมหานคร: บรษทธรรมสาร,๒๕๓๖),หนา ๓๑-๓๒
  • 18.
    เกรงและบางทีกี็ตีองนีบถีือดีวย เราเรียกสีงนีวีา ผีและเราไมีสามารถจะทราบหรีืออธีบายไดีดีวย ปีญญาและเหตีผล หรือคดวีาเปี็นส่งประหลาดนีาอีศจรรย ผดธรรมดาสามญท่ควรจะเป็นส่งน้นเราก็ เรยกวีาผ และเรยกอาการท่ปรากฏขีีนในธรรมชาตีท่ประหลาดอศจรรยหรือรนแ รงนีาสะพรีงกลววีา ผเปี็นผบีนดาลใหปรากฏขีีน ผีมอยตลอดตีีงแตีสมียดีกดีาบรรพมาจนปีจจบีนน้ ผมสองพวก คือ ผีดีและผีราย ผดีตามปกตีมใจเป็นกลางๆ ไมใหดีใหรายแกีใคร๓ ๒) คาไวพจนีท่เกีียวกีบคีาวาผ คาท่ใชแทนคาวีา ผ คือ วีญญาณ ส่งท่เชื่อกนวีามอย ในกายเมีืีอมชีวีต เมื่อตายจะออกจากกายลีองลอยไปหาทีีเกดใหม ความรบร เชน จกษวีญญาณ คือ ความรบรทางตา โสตวีญญาณ คือ ความรบรทางห เปี็นขนธี ๑ ในขนธี ๕ คีือรีป เวทนา สญ ญา สงขาร วีญญาณ๔ ๓) การกาเนีดของผี วีวีฒนาคารความคดของมนีษย เกดข้นพรีอมกบความเจรญรอบขีาง มความสงสยวีา ความมีืด ความสวีาง ความรีอน ความหนาว ดวงอาทีตยี ดวงจนทร ฟากฟีา แมนีา แมภีเขาและตนไมใหญี และมผลบีนดาลใหีเกดความทีกขความสขข้นแกมนษยไดี ธรรมชาตมอีานาจ อะไรอยีางหนีงสีงสถีตอย อีานาจทีสามารถบีนดาลใหีเปี็นไดีนีน เรียกวีา วีญญาณ ความเชืีอผีสาง เทวดาหรีืออานาจสงอยในธรรมชาตี (Animism) ออกไปไดเป็น ๓ ลาดีบ คือ ลาดีบหนีง เร่มจากธรรมชาตแตีละอยางกอน แลีวกวีางออกไปถีงธรรมชาตทกอยางใน โลก คือ เชื่อวีาสรรพสีีงในโลกมีวีญญาณสีงอยท้งหมด ลีาดีบทีสอง มีความเชีืีอวีาวีญญาณเหลีานีน มีอีานาจบีนดาลความดีความชีีว ความสีข ความทกขใหแกีมนษยไดี ตามอีานาจและความกรณาท่มอย วีญญาณเหลีาน้นตีองมรปราง (ประเภท กายทพย) แตีไมสามารถจะเหี็นไ ดี ลาดีบท่สาม เมื่อไมสามารถจะเหี็นไดีกี็ดี หรือเมื่อรปรางท่ตนคดวีาม แตีไมปรากฏข้นก็ดี มนีษยีจีงเรีมสรีางภาพเอาดีวยความนีกคีดของตนเอง ภาพทีตนนีบถีือ จะเรียกวีา พระเจีา หรีือ เรียกวีา ผีสางเทวดาอะไรกี็ตาม เกีดขีนมาแตีครีงนีน ความเชีืีอถีืออีนน้ คีือมีลเหตีอีกอีนหนีงของ ศาสนาในสีงคมของมนีษยแ ตีโบราณมา การบีชาบรรพบีรษ
  • 19.
    เปี็นลาดีบแหงศรทธาในลีทธีศาสนาท่ยีีงใหญีอีนห น่ง ในตานานของ มนษย สามารถรีีลาดีบแหงศรทธาดีวยอาศยผลงานนกโบราณคดี ไดีพบเครีืีองบชาศพ พบรองรอย การตกแตีงหลีมฝีงศพ จีงนียามไดีวีา มนษยีแตีโบราณนบถีือบีชาบรรพบีรีษของตน และการนีบถีือ บีชาบรรพบรษน้น เป็นมลเหตอีนหน่งแหงลทธีศาสนา เพราะมนีษยแตีโบราณเชื่อวีา มนษยตายแลว ไมีสีญ มนีษยีมีดวงวีญญาณเหลีืออย ดวงวีญญาณนีีนออกจากรีางไปแลีวทีองเทีียวอยีี คอยดีแล ความสีขความทีกขีของลีกหลานอย บางคราวมนีษยีเชืีอกีนตีอไปวีา เมืีอถีงเวลาทีกีาหนด ดวงวีญญาณนีีนจะกลบเขาสรางเดม กลบมาเกดใหม มนษยแตีโบราณถีือกีนมาอยีางน้ สีวนมนษย จาพวกท่เชื่อวีาตายไปแลีวสญไมมอะไรเหลีือย เห็นจะมีมนษยอยบางจาพวก เชน ชาวอนเดยโบราณ ๓ พระยา อนมานราชธน เสฐยรโกเศศ, เรื่องเก่ยวกีบประเพณีไทย (เนื่องในเทศกาลตรีษสารท),(กรงเทพมหานคร: โรงพมพแพรการชีาง ๒๕๐๔),หนา ๓๖๗. ๔ ราชบณฑตยสถาน, พจนานีกรมอีเล็กทรอนีกส รนท่ ๑.๐๐.
  • 20.
    ความเชีืีออนเป็นเหตใหเกด การบีชาดวงวญญาณบรรพบีรษข้นมาน้น สามารถแบีงออก เป็น๒ อยาง คือ เคารพบชาเพราะความเกรงกลีววีา ดวงวีญญาณนีีนๆ จะมาทารีายแกีลกหลานขีางหลง ผไดีประกอบกรรมทีาความชีีว และเคารพบีชาเพราะความกตีญญรคณของบรรพบีรษ โดยทีีมนษยม การนีบถือ กราบไหวบรรพบรีษจนกลายเป็ นมลเหตใหีเกีดเทพเจาหรีือ พระเจาประจีาตระกีล และ พระเจีาประจีาครอบครีวขีน กลีาวอีกอยีางหนีงเทพเจีาเหลีานีน คีือ ดวงวีญญาณของบรรพบีรีษ น่นเอง ลทธีนบถือกราบไหวผเรือน ซ่งแพรีหลายในหมีีคนไทย เนื่องมาจากเหตดีงกลาวน๕ ีี เรื่องผเปี็นเรีืีองท่เชื่อถีือกนมาแตีโบราณนานนีกหนา ทกชาตทกภาษาลีวนแตีมีเรื่องเลา เกียวกีบผ ความเชืีอเรืีองผีไดีแผีขยายกวีางออกไป จนในทีีสีดตีองแบีงออกเปี็น ๒ ประเภท คีือ ประเภทผีมตีว ไดีแกี ผท่ชอบปรากฏตว แสดงรปโฉมใหมใหเห็นในลีกษณะตางๆ กีบประเภทผีไมมตีว ไดีแกี ผีทีไมีแสดงตีวใหีเปี็นทีรีจีก แตีอาจบีนดาลใหีเกีดอะไรขีีนไดี ผีคนเกรงกลวกีนมาเหมีือนกีบ อยางเจาตามศาล หรือเทพารีกษตีางๆ ภีต-เจตภต หมายถง ผ เปรต และผีรายตีางๆ (ghost, imp, goblin) ภีตเป็นผรายท่อย ตามปีาชีาและสงอยตามตีนไมกี็ม ตามรีางสตวีท่ตายแลวกี็ม แตียีงมความตีองการบญกศลเหมือนกบ มนีษย ยีนนเป็นวีญญาณแหีงพระเพลีง (ในภาษาองกฤษวายีนนหรือจน Jinn หมายถง ผ ปีศาจ เปรต) เจตภีต หมายถง รางกายของมนีษยเราทีกคนน้น ยีงมกายพีเศษท่เรยกเจตภตแฝงอยอีก กายหนีง เปี็นกายทีแลเหี็นดีวยตาเปลีาไดี เจตภีตนีแหละเป็ นบีอใหีเกีดผีปีศาจขีน เจตภีตเปี็นสีงท่ แยกไดีบางครีงบางคราว แตีการแยกออกไปของเจตภีตนีน มีใชีแยกออกไปเลยทีเดียว ยีงมีสาย สีมพีนธีเชืีอมโยงกนอยกีบรีางกาย จีงสามารถดงดีดกลีบมาสรีางกายไดี เชน ในบางคราว ท่เรานอนหลีบ สนท จะเป็นเวลาทีีเจตภตแยกออกไปจากรางกาย เผอญเหตการณท่เอะอะโครมครามขีีนใกลีๆ ตีวเรา ทาใหเรารีีสกตกใจตื่นข้นโดยกะทนหน เจตภตตีองรบกลบคืนเขีาสรางกายโดยเร็ว ขณะท่เรารีีสกตีว
  • 21.
    ตีืีนข้นจกปรากฏอาการหวใจเตนส่นสะทาน ท้งน้กี็เพราะเจตภีตรบเขาสกายโดยรวดเร็ว และกระทบ กายเราอยางรนแรง เราจงไดีบีงเกดมความรสกเชนน้น แตีถาเจตภีตจากกายโดยไมกลบมาอกกี็คือถง เวลาท่รางกายจะแตกดบ เจตภีตน้เมื่อถงเวลารางกายแตกดีบไป โดยทีีเกดโรคภียไขเจ็บอยางธรรมดา เจตภตกี็จะ เคลื่อนออกจากกายและคีอยๆ สญหายแตกดบไป เพราะเจตภีตท่ตีองจากไปเชนน้ เป็นเจตภตท่รตีว อยีแลีววีารีางกายจะถีงกาลแตกดีบ แตีถีาหากรีางกายเกีดอาการแตกดีบขีนโดยกะทีนหีน เชีนท่ เรียกวีา ตายโหง เปี็นตีนวีาถกฆาตาย ถกรถยนตชนตาย การตายเชนน้ เจตภีตมไดีมเวลารตีวมาแตีกีอน เมื่อรางกายมาเกดอาการแตกดบข้นโดยกะทนหน เจตภีตจาเปี็นตีองผละออกจากรีางไปและก็เท่ยว วนเวยนอย บางทกี็ไปปรากฏใหีคนเหี็นดีงท่เรยกวีา ปีศาจ เพราะฉะนีีน เราจีงมกไดียีนกนวีา คนท่ตายโหงเป็นผดีมาก สวนคนท่ตายดีวยอาการเจี็บ ไขธรรมดาจะไมีปรากฏวาผดีเลย เนื่องจากเจตภีตเป็นกายพเศษอกกายหน่ง ซีงแฝงอยีีในกายธรรม ถาหากไดีฝีกฝนในเรีืีองดวงจตดีแลีว เรากี็สามารถทีจะใชีเจตภีตทีาประโยชนไดี เชีน บีงคีบเจตภีต ๕ เสฐยร พนธรงส, ศาสนาเปรียบเทยบ,พมพคร้งท่ ๒,(กรงเทพมหานคร : หีางหีีนสวนจากดสื่อการคีา, ๒๕๑๓),หนา ๓๒-๓๕.
  • 22.
    ใหีไปปรากฏในทีตีางๆ ไดีตามทีประสงคี ความฝีนตีางๆ ทีบีงเกีดทีงดีานดีและดีานรีายเกีดขีนจาก เจตภตเป็นมลเหต” วีญญาณหมายถง วีญญาณของมนีษยเรา จะออกจากรีางไดีตีอเมื่อเวลาสีีนลมปราณแลีว กลาวคือ เมื่อถงแกความตายอยางหน่ง วีญญาณนีีเรามีกเรยกวีากีนวีา เจตภต สวนทางฝร่งเห็นจะตรง กีบคาวีา แอสเตรอลบอดีี (Astral Body) เจตภีตของเรานีี เมื่อออกจากรีางเดีมแลว อาจจะไปสาแดง รางใหผอีืีนเหี็นในทีีใดๆ ไดีท่เรยกวีากีนวีา ผหลอก เจตภีตจีาพวกน้ เปี็นพวกทีไมีมีทีอาศีย จีงจีาเปี็นตีองเทีียวไปเพีนพีานวนเวียนอยีกีอ น จนกวีาจะพบทีีอย รางกายของเรากี็คือสถานท่พีกของพวกเจตภีตน่นเอง เมื่อสถานทีีพีกกายกลาวคือ ธาตีท้ง ๔ ในรีางกายไดีดีบส้นไป หมายความวีาถงอวสานแหงชวีตแลว เจตภีตจาเปี็นท่จะตีองออกไป หาพกอาศยแหงอื่นตีอไปอก จนกวีาจะส้นเวรสีีนกรรม๖ ตามหลีกฐานสมียสีโขทีย ศาสนาพีทธกีาลีงเจรีญรีงเรืีอง แตีการนีบถีือผีสางใหีความ คมครองเมีืองสโขทย ดีงปรากฏอยศลาจารก หลกท่ ๑ วีา “เบื้องหวนอนเมีืองสโขทยน้ ... มพระขะ พีงผเทพดาในเขา เป็นใหญีกวีาผทกผในเมีืองน้ ขนผใดถือเมืองสโขทยน้ แลไหวีดีพลถก เมืองน้เท่ยง เมืองน้ดี ผไหวีบีดีพลบีถก ผในเขาบีคมบีเกรง เมืองน้หาย ....”๗ ๔) สถานทีีอยของผี ตามความเชื่อและประสบการณีของบรรพบีรษท่บอกเลาสืบตีอกน มาจากอดีตถีงปีจจีบีน ซีงเปี็นความเชืีอทีมีอยีของปีจเจกชนโดยเฉพาะเวลายามคีา คีืนวีนพระ เปี็นบีานรีาง ศาล บีานเรีือน ปีาชีา วีด แมีนีา ทะเล ภีเขา ตีนไมีใหญี ตามถนนหรือทางแยกทีเกีด อีบีตีเหตหรือมคนตายเชื่อวีาวีญญาณจะอยีีท่น้น และคนเลีียงผ (พวกเรียนทางไสยศาสตรี มนตีดีา) สาหรบชาวอสานเชื่อวีามผประเภทตีางๆ เชน ผนา ผปีา ผภีเขา ผบีาน ผหมบีาน ผปีียีา ตายาย ผฟีา ผแถนและผีอีืีนๆ หรือแมกระทีีงผท่เกดจากการกระทีาของบคคล เชน ผปอบ เป็นตีน๘ ๘.๒.๓ ประเภทของผี ผในภาษาไทย คือ เป็นอมนษยจาพวกหน่ง มฐานะเหนีือคนแตตีีา กวีาพรหมมท่อยในแดนสวรรคท้งหก มผท้งดีและผีราย เพราะฉะนีีนคาวีา ผ จงเป็นคากลางๆ ดีกี็ไดี รายกี็ไดี แตีวีาอยเหนือมนษย๙ คนไทยแตีเดีมนบถือผ ถงเด๋ยวน้กี็ยีงนบถืออยรวมถง พระอีนทร พระพรหมและพระอะไร ตีอมอะไรก็เป็นผ พระเจีาหรือพระเปี็นเจากี็เป็นผ ดีวยเหตน้
  • 23.
    เขาใจกนวีาอยบนฟา คนไทยแตีเดีมจง เรยกทานเป็นคารวมวีาผฟีา ภายหลงเมื่อไทยนบถือพระพีทธศาสนาแลวกี็เปล่ยนเป็ นเรียกวีา เทวดา และเรียกทีอยีของทานวีา สวรรค และมีคีาเดีมคีือชีนฟีา เอาไปซีอนเขีาคีเปี็นสวรรคีชีีนฟีา เพืีอให ทราบวีา สวรรคหมายความวีา ชีีนฟา นอกจากจาพวกผแบีงออกเปี็น ผฟีา เจาผ และผราย อาจแบง จาพวกผตามท่ใชีแบีงกีนอยในวชามานีษยวีทยา ตามคตีท่วีาดีวยลีกษณะการเซีนสงเวยบีชา คีือ ๑. คตีบีชาผบรรพบรษ ๒. คตีบีชาผวีรบรษ และ ๓. คตีบีชาผราย ๒๗- ๓๐. ๖ ส.พลายนีอย,ตีานานผไทย,พมพีครีงท่ ๒, (กรงเทพมหานคร: บรษทวี.ปร้นท,๒๕๕๒),หนา ๘-๙, ๗ กรมศลปากร, ประชีมศลาจารีก ภาคท่ ๑,(กรงเทพมหานคร: โรงพมพครสภา, ๒๕๑๕),หนา ๙. ๘ วีระศีกดีี จารแพทยี, ผี : ความเชีืีอของชาวอีสาน, [ออนไลนี], เขาถงไดจาก http//www.school.net.th/ library/create-web/.../10000-4569.html (๙ กนยายน ๒๕๕๕). ๙ ส.พลายนอย, ตีานานผไทย, หนา ๓๗.
  • 24.
    ผทีมากีอนและอยีีใกลีชีดกีบคน กี็คีือผบรรพบีรีษ ไดีแกีญาตีผีใหญี มีพีอแมีปีียีาตายายเปี็นตีน ซีงตายไปแลีวและดีวยความอาลียรีก แมีทีานจะตายไปแลีวกี็ยีงนีกวีาทีานยีงอย คีือเปี็น ผประจีาอยในเรีือน คอยดีแลเอาใจใสี ใหลกหลานท่ยีงอยมความสขความเจรีญ ถาลกหลานตีีงตนอย ในจารีตประเพณี หรีือใหีรีายไดีทีกขีแกีคนในบีานไดี เมืีอคนเหลีานีนประพฤตีตนออกนอกรอย ประเพณี ประเทศเรยกชีืีอตีางๆ กีน ทางภาคเหนีือ เรียกวีา ผีปีียีา ไมีนีบตายายเขีาดีวย ทางภาค อีสานเรียก ผปีีตา ไมนบญาตผใหญีท่เป็นหญีงคือยายายเขาดีวย ทางภาคกลางเรียกวีา ผปีียีาตายาย นบเอาเขีาหมดท้งญาตผใหญีและทางฝีายพีอและแม ทางภาคใตีเรยกวีา ผตายายไมนบปีียีาเขาดีวย๑๐ โดยการแบีงประเภทผีออกตามปรากฏทางสีงคมและประสบการณีขอ งผีีไดีพบเห็นบอกเลากีนสืบมา และไดีบีนทกไวีเป็นหลีกฐาน ดีงน้ ๑) ผฟา-ผแถน ท้งสองชนีดน้ เป็นเฉพาะผีีใหญีท้งชายและหญีง ผฟีา ผแถน จะมาสงอย กีบคน คีือ เวลาทีผีนีนเปี็นไขีมาก ๒ เดีือน หรีือ ๓ เดีือนแลีวจีงเขีามาสีง เมืีอแรกเขีาสีงทีากีรียา อาการเหมีือนเจีาเขีาทรงคน แตีมีไดีชอบกีนเหลีาและดีรีายมีกีรียาอยากแตีงตีวนีง หีมผีาทีมีสีแดง และหีวเราะย้มแยีมฟีอนราขบรองไปตางๆ เมื่อคนท่ไมปีวยเขาเห็นก็จดแจงรบรองเหมีือนดงรบรอง เจีาเมืีอแรกเขาทรงคน และทีาหีงหอไวีบีางทีศีรษะนอนของคนไขี ไมีนานนกคนไขีกี็หายคลายจาก ปีวยไข เมื่อคนท่ปีวยหายจากไขแลวกี็ปฏีบีตีรกษาผฟีาและผแถนตอไปจน ตลอดชวีตของผีีน้น ถงฤด เดีือนอาย เดีือนย่ กี็จดแจงเลีียงดีเป็นงานปเสมอไปทีกท ถาผหน่งผใดหายปวยเปี็นไข ท่เห็นวีาจะเป็น ผฟีาผแถนเขีาสงก็ตีองมาเชญผน้นไปรกษา เหมือนดงเป็นคร ผประสีทธีีแกีคนผจะเป็นศษยตีอไป คาวีา แถน ภาษาลาวแปลวา ฟีา ฉะน้น ผฟีา ผแถน กี็หมายความอยางเดียวกีน และวา แถน กีบ แถง กี็เป็นคาเดียวกีน ขนมหาวชียกลาวขางตีนวีาผแถนก็คือผพรหม และผฟีาและผแถนน้ม
  • 25.
    อาการอยีางเดียวกีน แตีตีางกีนแตีผีแถนมีกเขีาสีงอยีแตีคนเดียวในหมีีบี าน สีวนผีฟีามีกมีมากใน หมบีานตีีงแตี๑๐ คนข้นไป๑๑ ๒) ผีปีตาและผีหลกเมีือง เปี็นผีคีบีานคเมีือง ถีาเขาไดีสรางบีานตีีงเมีืองขีีน ทีใด เขาก็ สรีางกระทีอมแลหอสีาหรีบผีปีีตา และผีหลีกเมีืองขีีนพรีอมกีนกีบทีสรีางบีานเมีือง เปรียบความ เหมือนวาผทงสองเป็นปเป็ นตา เปี็นหลกประธานของมนีษยในบานเมือง จงบีญญีตีเรยกผท้งสองวีา ผปีีตาและผหลกเมือง วีธีปฏีบีตีตีอผท้งสองก็อยางเดยวกีน ตีางกนแตีชีืีอ คือถาอยบีานนอกกี็เรยกวีาผปีีตา ถา อยีในเมืองกี็เรียกวีาผีหลีกเมีืองแตีกี็เลี็งประโยชนีอยีางเ ดียวกีน คีือชีวยดีผีคนทีอยีในเขตบีานหรีือ เมืองน้นๆ ในวนข้นปีใหมพวกลาวเขาจะฆีาหม ไกี ไปเซนวีกทกปี ถือวีาใหคณใหโทษแกมนษย ถาปีไหนไมทาการเซีนไหวตามธรรมเนียม ผคนในชนบทบีานเมืองก็มกจะเจ็บไปตีางๆ ท้ง ฝนก็ไมคอยจะตก ถือกนวีาผปีีตา ผหลกเมืองทาโทษ และธรรมเนียมเดีมเคยไหวเคยเซีนโดยใชหมมา กีอนแลว ภายหลงจะเปลีียนเป็นเซีนดีวยไกีกี็ไมไดี เคยเซีนอะไรมากีอนก็ตีองเซีนดีวยส่งน้นตลอดไป เพราะผีปีีตา ผหลกเมืองไมชอบ ขืนทาผดธรรมเนียมมกทาโทษตีางๆ ๑๐ พระยา อนีมานราชธน เสฐียรโกเศศ, ชีวีตชาวไทยสมียกีอนและการศีกษาเรีืีองประเพณีไทย, (กรงเทพมหานคร : สานกพมพคลงวทยา,๒๕๑๕),หนา ๑๙๕,๒๐๘-๒๐๙. ๑๑ ส.พลายนอย, ตีานานผไทย,หนา ๑๑๐-๑๑๑.
  • 26.
    คนท่เป็นหีวหนาผปีีตาและผหลีกเมือง เขาเรียกวีา “ควานเขีาจา” มหนีาท่เชีนเดียวกีบเฮียกง ท่รกษาศาลเจาของจีน คือเป็นหวหนาผปีีตาและผหลกเมือง เมืีอมีผีประพฤตีผีดธรรมเนียมบีานเมีือง เชีน ผีชายทีาลีวงประเวณีแกีหญีงถีงเกีดบีตร โดยมีไดีสีขอตีอผีใหญี หรีือบีานเมีืองเกีดยีคเขี็ญไขีเจี็บตีางๆ เขากี็มีกนีมนตีพระสงฆีใหีสวดขีบไลีผ ๓ วีนบาง ๗ วีนบาง และมีประกาศหามคนท่อยตีางบีานตีางเมืองไมใหเขามาพกอาศยในเ ขตบานเขต เมีือง โดยปีกหลีกกรียกีาหนดเขตไวี ถีาใครขีืนลีวงลีาเขีาไป กี็ไดีชีืีอวีาละเมีดตีอธรรมเนียมเขตไว ถีาใครขืนลีวงลีาเขีาไป กี็ไดีชีืีอวีาละเมีดตีอธรรมเนยมบีานเมีือง จะตีองถกปรีบใหีซืีอไกีซืีอหมีหรีือ สตวีท่ใชเซนไหวเปี็นประจีา ดีวยถือวีาผดผบีานผเมือง ถาไมสามารถจะหาสีตวีไดีตามตีองการก็ตีอง จายเงนใหควานเขีาจาท่รกษากระทีอมปตาและหลกเมืองไปซีืีอหามาเ ซีนไหวใหจงไดี๑๒ ๓) ผเรือน ผท่อยประจาเรือน พวกรามญหรีือมอญนีบถือผเรือนมาก สมมตีวีาเราไปพก บีานเขา เกดเจาของบานผท่ใหเราอาศียเกดเจ็บไขไดีปีวยข้น มอญเขาถีือวีาผเรือนโกรธไมีชอบเรา จง ทาใหเขาเจี็บปีวย เขาจะโทษเราทีนทีวีาเปี็นเพราะเราเขาจีงไมสบาย เราก็จะตีองเปี็นคนออกเงนให เขาไปทีาการรีาผ เขาเชืีอกีนวีาถีาไดีไปรีาผีแลีวการเจี็บไขีของเขาจะหายได การรีาผ เขาปลีกโรง คลายๆ โรงละครชาตรี คือปลกแบบงีายๆ ใชชีีวคราว เอาใบตาลมีงก็ไดี และการตกแตีงโรงรีาผ เขาก็ ใชีดอกหมากหีอยไวีตามโรง เครืีองสีงเวย มีกลีวย ขนมแดง ขนมขาว อยีางทอดนีามีนมะพรีาว กีีงฝอย ขีาวเหนียว กลีวยฉาบ เมี็ดขนีน และสีงสีดทีายทีขาดไมีไดีคีือ คีากีานีลเปี็นเงีนหกสลีง (สมยกีอน) ตามประเพณีไทยโบราณกี็เชืีอในเรีืีองผีเรีือน ดีงจะเหี็นไดีจากประเพณีแตีงงานสมีย โบราณใหีบีาวสาวนาเครืีองเซีนและผาขาวไปไหวผีเหยีาผเรือน ซ่งหมายถงเทวดาหรีือผปีียีาตายาย น่นเอง จะเอาขีาวของทีีจะเซีนวางลงบนผีาขาว แตีบางตีาราวาตีองไหวท่เสาด้งก้นเรีือนเอายอดตอง ๓
  • 27.
    ยอดปีทีโคนเสาดีง วางเครีืีองเซนบนใบตองและมคนกลีาวคีาเซีนผีคนหนีง ตีวอยีางจากหนีงสีือ ประชมเชญขวญ ฉบีบหอสมดแหงชาต ตอนหนีีงวีา “ศรศรวีนน้กี็เป็นวีนดีเป็นราศศภมงคล ขาพเจาขอยอยนประดษฐานขีีนทนใด ขออานวย พร ยอกรขีีนไหว ทานพอ ทานแม ทานเฒาแกีผดีเข็ญใจ ผเรือน แมพีอ ผหอปลีกใหม ขอเชญจงมาใหี พรีอมกนในวนน้ วีนนีกี็เป็นวีนดี ทานเศรษฐีผีใหญี ทานจะเอาแกีวเขีามาเกย จะเอาเขยเขีามาฝาก จะเอาขีนหมากเขีามาให ไดีจีดแจงแตีงไวีทีงสีมสีก ลีกไม ขนมหลายกองเกวียน ขนมผีงฝอยทอง ลวนแตีของจีาเนยร จนอบงาเจยน ผลไมนานา สมสาสมยีา สมทพลบจน ลกอีนตะผาลีา ขนมตมลก ใหญี กลวยไขกลวยนา มะพรีาวอีอน อีอยลา เหลาเขมหมหน หอหมก ทอดมน สารพนท่จะม อภีเษก สองศรี เซนผทีงหลาย ผภีตผพราย แมซื้อรีกษา ท่ไดีเล้ยงไดีดี ท้งผปีี ผยีา ผียายผตา ตามประดาพ่นอง ผเกียวผีดอง ท้งสองพรอมกีน อยีาข้งเคยดเดียดฉีน ขบฟีนเขีนเขีียว จะมาเปี็นพ่นีอง จะมาเป็นทอง แผีนเดียว อยีาพีโรธโกรธเกรีียว ชีวยอีปถีมภีคีาชีผีวเมียทีงค ใหีเจีาอยีสบาย เชีญเสรี็จเสดี็จเขีามา คมครองรีกษาคมโพยคมภีย คมเสนยดจญไร ขออยาใหมมา คมใหสารพีดอยาใหหนกีดหลงคา คมท้ง ผานงมงฝา พรอมฝายงฉาง ครอบครองสองรา โรคาเบาบาง คมลกคมเตีา ท้งเขมา ตานซาง ญาตีกา ผสาง คมครองปองกน ลกเปรตเศษนรก กระยกจกอธรรมี อยาใหมาเกดในครรภ ขอเชญเทวดา จตี ๑๒ เรื่องเดียวกน, หนา ๙๘-๙๙.
  • 28.
    ลงมาจากสวรรค เพื่อจะเป็นลกเตีา เมื่อเจาจะมครรภขาจะขอรีาพีน ท้งจ่วท้งฝา ขื่อดีีง หลงคา รอด แปอกไกี ผีประตีหนีาตีาง เสาหีองเสากลาง ผีสาง นางไม ทีไดีปลีกเรีือนอยีสองเจีาทีงค ขอใหีอย สบาย คมโพย คมภีย คมท้งเสนยดจญไร ส่งรายอยาใหม ใหสวีสดีมงคล” จะเหี็นวีา ผเรือน เป็นผท่เรยกขานรวมๆ กีนไปไมเฉพาะเจาะจงวีาเป็นใครคนใดคนหนีีง อาจจะเป็นผปีียีาตายายหรือผสางนางไมีท่ประจาอยในเสาในไมีท่เอ ามาปลกบีานน้นก็ไดี๑๓ ๔) ผตาโขน เปี็นการละเลีนพื้นบานอยางหน่งของชาวอีาเภอดานซีาย จงหวีดเลย นียมเลน ในงานบีญหลวง หรือบีญพระเวส (คือการเทศนีมหาชาต) ซ่งรวมไปถีงการขอฝนและการแหีบีีงไฟดวย ลกษณะผีตาโขน ไมเหมือนผท่วๆ ไป ผีตาโขนตองใชอปกรณชีวยเพราะผีีแสดงเป็นมนษย ไมใชผคนตาย ฉะน้น ผีตาโขนทีกตวจงตีองมหนีาผีสวมหว หนีาผน้ทีาดีวยหวดน่งขาวเหนียวทีสานดีวย ไมีไผ แลวเอาสีวนโคนของทางมะพรีาวซ่งเป็ นแผนกวีางมาเยี็บตีอกบ หวด ท่ทางมะพรีาวตกแตีงเปี็น หนากากผแตีกีอนใชเพยงปนขาวกบดีนหมอ คือ ขาวกบดีา ปีจจบีนใชสนามนทาอยีางสวยงาม ท่หนีากากทางมะพรีาวเจาะรีพอใหีคนท่อยขางในมองเหี็ น ลกษณะพเศษ คือ ตีองทีาจมก ใหียาวออกมาคลีายงวงชีาง เมืีอทีาหีนหีวผีตาโขนเรียบรีอยแลีว กี็หาผีาเกีาๆ ทีไมีใชีแลีวมาเยี็บตีอ กีบหว เพื่อใชคลมรางคน อีกอยีางหนีงผีตาโขนจะตีองถีืออาวีธทีาดีวยทาง มะพรีาวทีดีามของอาวีธจะสลีกเปี็นรีป เครืีองหมายเพศอยางทีเรียกกีนวีา ปลีกขีก ซีงนียมทีาเนืีองในพธีขอฝน บางทีกี็มีกระปีองผีกลีามไวี เวลาเดีนทาทายีกยีายสีายสะโพก ขยมตีว กระปองท่ผีกลีามไวีกี็จะกลีงกระทบถนนทีาใหีเกดเสยงดีง สาเหตท่เรยก ผตาโขนยงไมมหลกฐานท่แนนอนและชีดเจนพอ๑๔ ๕) ผีตาแฮก หรีือผีตาแรก เปี็นผีนาของพวกลาว ในหนีงสีือ วชีรญาณ ร.ศ. ๑๑๕ ไดี อธีบายถงผตาแฮกไวีวีา ท่เรยกวีาผตาแฮกนีี เป็นผสาหรบอยกีบนา ถาเขาจบจองนาลงทีีใด เขาก็ปลก กระทีอมเลี็กๆ หรือแวดวงลีอมคอกก้นไวีโดยรอบ แลวเชื้อเชญพระภมเจาท่ใหเขาไปอย ถงคราวจะลงมีือ ทานาปีใด เขากี็ฆาไกีไปเลีียงดีทกปี และฉกเอาลีกคางไกีออกมาด
  • 29.
    ถาเยื่อกระดกคางไกยีืีนยาวในปใด เขากี็สมมตีเอาวาปีน้นนาจะมาก ถาเยื่อกระดกคางไมเป็นพมพวงดไมสส้นแลยาวนก เขากี็สมมตีเอาวา ปีน้นฝนด ขาวจะงามบรบีรณ ถาปีใดเยื่อกระดกคางไกคอดเรียวยีียีี เขากี็สมมตีเอาวาปีน้นฝนจะแลีงขีาวจะตายฝอย เมืีอเขาเสีียงทายเชีนนีเสรี็จแลีว จีงลงมีือตกกลีาดีานาตีอไป การทีีเสียงทายเชีนน้ มกจะจรง ตามทีไดีเคยเหี็นมา การทีีเขาปลีกทีใหีผีตาแฮกอยีนีกี็เพืีอประโยชนีในการท ีานาอยีาง เดียว มไดีเก่ยวกีบการอื่น การท่บวงสรวงผีตาแฮกนีีใชแตีไกีอยางเดยว ผท่จะดีแลรกษาผีตาแฮกก็ไม กีาหนด สีดแลีวแตีเปี็นนาของผีีใด ผีนีนยีอมเปี็นเจีาของดีแลไป ตีองเซีนสรวงเพีืีอการเสีียงทายปี ละคร้ง เมื่อจะลงมีือตกกลาดีานาเทาน้น กีรยาท่จะพงทาเก่ยวกีบของกบผตาแฮกในชวงทานาปหน่งๆ เมื่อเขาเสีียงทายแลว เขากี็เอาขีาวกลีาดีาลงในรีองนาเลี็กๆ ท่รมศาลตาแฮก ประมาณสีก ๔ กอ แลว จงไดีลงมือไถคราดปกดีาในเนีืีอนาอื่นตีอไป๑๕ ๑๓ เรื่องเดียวกน, หนา ๑๑๓-๑๑๕. ๑๔ เรื่องเดียวกน, หนา ๗๓-๗๔. ๑๕ เรื่องเดียวกน, หนา ๗๕-๗๖.
  • 30.
    ๖) ผนางธรณี เป็นผท่ไมคอยรจกกีนแพรหลายเทีาใดนก ในหนีงสือวชีรญาณ ร.ศ.๑๑๕ ไดีเลาไวีวีา ผชนดน้เป็นผท่ชาวแตีงตีีงข้นดีวยความประสงคีจะใหีคมครอ งรีกษา ชีาง มา โค กระบือ ท่เขาเลีียงไวีเพื่อจะไมใหเปี็นอนตรายเพราะโรคภียตีางๆ บางทถาชีาง มา โค กระบือ หายไปเขาก็บนบาน ใหนางธรณชีวยตีอนใหกลบมาอยตามถีีนฐาน ซ่งเจาจะตามมาใหีพบไดีโดยงีาย ถีาเจาของทาใหผีด แผกแกีนางธรณีบางทกี็ทีาโทษใหีชีาง มีา โค กระบือ มอีนเป็นไปตีางๆ มีกีรยาทีกีนหญีาและดืีมนีา ไมไดี เป็นตีน ถาเจาของรีีวีาผดแผกตีอนางธรณี และรีบไปอีอนวอนบนบานแกีนางธรณเสยแลว กี็เป็น อีนไดีทีนท เครื่องเซนนางธรณีไมมีอะไรมากมาย แตีขาวสกปีีน ๑ นาอีอยสกกีอน ๑ กี็เป็นอนใชไดี ผีทีประพฤตีปฏีบีตีรีกษานางธรณี มีแตีผีหญีง ซีงเปี็นแมีเรีือนในบีานเปี็นธีระดีแล ทีอยีนางธรณ จอมปลวกก็ดีเนนดีนท่สงก็ดีใชไดีท้งส้น๑๖ ๗) ผีบรรพบีรีษ เดีมเปี็นคน ครีนตายไปกี็ไมีไปไหนยีงสีงอยีในบีานในเรีือนตามปกตี เปี็นผญาตีผใหญีของครอบครีว จงเรียกวีา ผบรรพบรษ หรือผปีียีาตายาย๑๗ ๘) ผวีรบรษ เดีมเปี็นคนเหมีือนกน แตีมกเป็นคนเกงกลาสามารถ เป็นคนมบีญคณอยาง ใหญีแกีคนในหมีี หรือเป็นคนดรายเป็นท่กลวเกรงแกใครๆ เมื่อตายไปคนยงนบถือและกลวเกรงอยีีกี็ไป เปี็นผมีศาลมีคนกราบไหว อยางผกวนอ เปี็นตีน ผพวกน้เรียกวีา ผวีรบีรษ ๑๘ ๑๐) รกเทวดา ตีนไมใหญีในปา ยีอมถือวีาเป็นท่อยของผีสางเทวดา ท่เรยกกีนวีา รกขเทวดา หรีือนางไมี จะสรางวีมานหรีือทีอยีซ่งเราไมีสามารถจะมองเหี็นอยีบนน้น ถีาใครไปตีดโคนตีนไมีซีง เป็นท่อยของทีาน ทานก็โกธรอาจลงโทษแกผตีดผโคนใหเปี็นไปตีางๆ เหตน้ถาตีนไมตีนใดมีขนาดใหญี และสีงลีวกี็ไมีมีใครกลีาโคีนกลีาตีด ถีาจีาเปี็นจรีงๆ กี็ตีองทีาบีตรพลีสีงเวยบอกกลีาวเลีาสีบขอ อนญาตทานเสียกีอนแลว จงจะตดและโคนไดี ถาทางราชการตองการไมีตีนสงใหญี เชน เอามาทาเสา พระเมรีเป็นตีน ตีองอานประกาศดาเนนกระแสพระบรมราชโองการ ณ ท่น้น เพื่อใหรกขเทวดาและ นางไมรตีวจะไดียีายท่อยไป บางทกี็นาเอากระแสพระบรมราชโองการไปปีดไวี ทาอยางน้กี็เป็นการดผ ตีดไมจะไดีหายความหวาดหว่น เพราะในสมียกีอนเขาเชีืีอกนอยางน้นถงเด๋ยวน้กี็ยีงมคนเชื่อกนอย๑๙ ๑๑) ศาลเพยงตาและพระภมีเจีาท่ ตรงปากชีองทางในปา
  • 31.
    ซีงเปี็นชะวากเขาชะเวกไม จะเขีาไปใน หรือตรงหีนผาหนาชะงอนท่เห็นเงื้อมตระหงาน หรือท่ตรงธารนีีาเวีีงวางเป็นวีงเป็นหวงนา ลีกนีาวนนีากลีว หรีือทีตีนไมีใหญีใบครีมมีือครีมเครีือ หรีือสีงลีวเหลีานีเปี็นตีนชาวบีานมีกถีือวีา ท่ตรงน้นมผหรือเทวดาสงอย กี็ไปปลกสรางเป็นศาลสีาหรบใหผหรือเทพารีกษาสงสถตอยเป็ นผคอย พีทกษดีแลท่ตรงนีีนหรีือบรเวณเขตแดนแหีงถ่น๒๐ หนา ๓๖๙. ๑๖ เรื่องเดียวกน, หนา ๘๘. ๑๗ พระยา อนมานราชธน เสฐยรโกเศศ, เรื่องเก่ยวกีบประเพณีไทย (เนื่องในเทศกาลตรีษสารท), ๑๘ เรื่องเดียวกน หนา ๓๖๙. ๑๙ พระยา อนมานราชธน เสฐยรโกเศศ,ผีสางเทวดา,(กรงเทพมหานคร: บรษท บเค อนเตอรีปร้น จากด, ๒๕๔๙),หนา ๒๕. ๒๐ เรื่องเดียวกน, หนา ๓๒.
  • 32.
    ๑๒) พระภมีเมีือง เมืองก็มพระภมประจาเมือง เรยกคาไทยเดมวีาหอเจาท่เมืองไดีแกี หอผหรือศาลาประจาเมือง ถาเรยกเป็นคายกยีองอยางเป็นพระภมเมืองหลวงกี็เป็ นพระทรงเมีืองค กีบ พระเสีืีอเมือง ซ่งเป็นผหรือเทวดาอกพวกหน่ง๒๑ ๑๓) วีญญาณ คนเมื่อตายไปก็เป็นผ เปี็นการตายแตรางกาย แตีเราซีีงเป็นลมๆ มองไม เหี็นตีวถีือกีนวีาไมีตาย สีงทีเปี็นลมๆ นีเดีมเราเรียกวีา ขวีญ แตีเดีียวนีเราเรียกวีาวีญญาณ และ วีญญาณนีีถายีงไมมาเกดเป็ นคนกี็ไปเกดเป็ นผ วีญญาณมีรปรางไมมใครเคยเหี็น ถาจะนกกี็เห็นจะมี รปรางกลมๆ อยางดวงไฟ เมื่อตายแลว วีญญาณมีรางเหมีือนคนเดมและแบบบางแตโปรงมาก เห็นไดี แตีเงาๆ เปี็นลมๆ เรียกในภาษาสีนกฤตวีา อาตมีน เดีมแปลวีา ลมหายใจ แตีเราเรียกวีาวีญญาณ เพราะวีญญาณยีงไมีมีโอกาสมาเกีดมีรีปรีางเปี็นคนอีก กี็เปี็นผีไปกีอน เหตีนีผีจีงไมีมีรีปรีาง เปี็นแตี ลมๆ ถาจะมรปรางเมื่อเป็นผ กี็เป็นรปหากบนดาลใหเราเหี็นไปเอง๒๒ ๑๔) ผีประจีาหมีบีานและผีประจีาเมีือง ศาลหรีือหอผีประจีาหมีบีาน มีกสรีางไวีตรง ปากทางท่จะเขีาหมบีาน บางหมบีานสรางเป็นประตอยางงายๆ คือ ปีกเสาไวีสองขีางและพาดขีีนเป็น ขื่อขวางไวขางบน ไมมบานประตปีดเปด เป็นประตเสาชงชาพวกเดยวกีบประตโขลนทวาร หรือโครง ในภาษาบาลี ประตีอยีางนีเรียกวีา ขืีอบีาน ผีประจีาเมีือง เปี็นผีบรรพบีรีษเหมีือนกีน เมืีอสรีาง บีานเมืองคร้งแรก กี็ตีีงศาลหรือไปข้นไวี สาหรบเปี็นท่สถตของผีบีานผเมือง และมกอยในท่เดียวกีบ ศาลผีพระภมเจาท่และศาลผหลกเมือง (ทางหลวงพระบางเรียกวีา ผหลกม่นเป็นผผหญีง เพราะเอา ผหญีงท้งเป็นไปฝงไวีเมื่อฝงหลีกเมีือง) บางทกี็อยรวมกน บีางกี็อยีแยกกีน เปี็นจีาพวกเดียวกีบศาล เจาของจน ซ่งมศาลประจาหมบีานของอยีีในแซีหรือสกลเดียวกีน ถาเทยบกีบธรรมเนียมฝร่ง ศาลผ ประจีาหมีบีานและศาลมีประจีาเมีือง กี็เทีากีบหอประชีมของสีวนรวมสีาหรีบหมีบีานหรีือเมีือง เรยกวีา town hall หรือหอนคราภีบาล ผคบีานคเมือง๒๓ ๑๕) ผมเหสีกข ถือวีาเปี็นผของเจีาเมืองคนแรกเปี็นผสรางบานแปลงเมีืองและ มีพีธีเซน บวงสรวงประจีาปี อยางเดยวกีบผประจาบีานประจีาเมือง๒๔ โดยจะทาพีธีในเดือน ๗ เรยกวีา “บีญซาฮะ” ตามฮีตสีบสอง มาจากคีาสองคีาไดีแกี ฮีต คีือคีาวีา จารีต ซีงหมายถีง ความประพฤต ธรรมเนียม ประเพณี ความประพฤตีทีดี และ สีบสอง หมายถีง
  • 33.
    สีบสองเดีือน ดีงนีน ฮีตสีบสองจีงหมายถีง ประเพณีท่ประชาชนในภาคอีสานปฏีบีตีกีนมาในโอกาสตางๆ ท้งสบสองเดีือนของแตละปี เป็นการ ผสมผสานพธีกรรมท่เก่ยวกีบเรื่องผีและพธีกรรมทางการเกษตร เขากีบพีธีกรรมทางพีทธศาสนา๒๕ ๑๖) ผกระสือ มชีืีอเรียกกีนตีางๆ เชน ไทยทางภาคพายพ เรยกส้นๆ วีา ผสือ, ผกระสีือ คือ ผกละ ทางภาคอสานเรียกวีา ผโพง (ทางภาคพายพกลบวีา ผโพง คือ ผกระหีง) ผกระสีือน้เชื่อกนวีา เปี็นผีหญีงและชอบเขาสีงในกายหญีง ชอบกีนของโสโครกลกษณะเปี็นดวงไฟแวมๆ ออกหากีนใน เวลากลางคีืน ตามบีานนอกมีความเชืีอเรืีองผีกระสีือนีมาก ถีาเหี็นแสงวาบๆ สีเขียวเปี็นดวงโต ๒๑ เรื่องเดียวกน, หนา ๓๘. ๒๒ เรื่องเดียวกน, หนา ๔๒-๔๓. ๒๓ เรื่องเดียวกน, หนา ๔๖-๔๗. ๒๔ เรื่องเดียวกน, หนา ๔๙. ๒๕ มหาวีทยาลียสโขทยธรรมาธราช,ประมวลสาระวีชาไทยศีกษา หนวยท่ ๑-๗,[ออนไลนี],เขาถงไดจาก www.scphub.ac.th/new_ulib/dublin.php?ID=13399112717 (๙ กนยายน ๒๕๕๕).
  • 34.
    กี็เขาใจ และวามนไปแตีหวและตีบไต ไสพีงเวลาใครคลอดลีก หรือไมกี็กีนเด็กทารกเสย ดีวยเหตีน้ จีงเกีดมีธรรมเนียมเอาหนามพีทรามาสะตรงใตีถีนเรีือน ทีมีรีองถีายอีจจาระหรีือปีสสาวะ เพราะ ผกระสีือกลวหนามจะเกีียวไสมน ผกระสีือ มกจะเป็นยายแกมากกวีาสาวๆ นอกจากชอบกีนของสดของคาวแลีว ยีงชอบกน อาจม จงมกเห็นกนตามถานวด (สวม) เมื่อมนกนแลวกี็จะหาท่เช็ดปาก ถาเห็นผาของใครตากทีีงไวีกี็ เอาผีาเช็ดปาก เจาของผีาเมื่อเห็นรอยเปื้อนเป็นดวงๆ กี็จะเอาผีามาตีมหรือน่ง ผกระสือจะรสกปวด แสบปวดรอนมาก เมื่อทนไมีไหวก็ตีองมาขอรีองไมใหตีมผาอีกตีอไป และคนเป็นกระสีือจะตายยาก ตายเยี็นนีก เวลาจะตายตีองทนทีกขีทรมานอยีอยีางนีนไมีตายไดีงีายๆ จนกวีาลีกหลานคนใดรีบ ทายาทเปี็นผีกระสีือตีอไป โดยรีบเอานีาลายของกระสีือบีวนใสีใหีคนทีเปี็นผีกระสีือ จีงจะตายได ทางภาคอีสานถีือกีนวีาถีาคนเปี็นผีปอบถมนีาลายรดถีกใคร ผีนีนจะตีองเปี็นผปอบจีาพวกเดียวกีบ ผีกระสีือ ถีาผีกระสีือคนไมีมีลีกหลานรีบเปี็นทายาทกระสีือ จีงตีองใชีแมวรีบแทน คีือเอานีีาลาย ของแกไปปายท่แมว แกจีงไดีตาย๒๖ ๑๗) ผกระหง เป็นผชนีดหน่ง บางทกี็ใชชีืีอวีา กระหาง เชื่อกนวีาผีชายท่เรยนอาคมแกี กลีามากเขาก็จะมปีกมหาง จะไปไหนกี็ใชกระดงตีางปก สากตาขาวตีางขา สากกะเบือตีางหางชอบกีน ของโสโครกเชีนเดียวกีบผกระสีือ รปรางของกี็เปนอยางคนเรานีีเอง แตีมหางอยท่กีน เปี็นผท่หวงกนมาก ไมยีอมใหใครลบกีนเลน เพราะกลววีาจะไปคลาถกหางของมีนเขากี็จะรวีามนเป็ นกระหง๒๗ ๑๘) ผกองกอย เป็นชื่อผปีาพวกหนีีง มชีืีอเสียงอยทางภาคอสานและฝ่งประเทศลาว ท่ม ชีืีอเชนน้เพราะวีา มนรอง “กองกอย” แตีในบางแหีงวีาเรยกตามลกษณะของมีน คือ มนมตีนเดยวไป ไหนก็เขยงเกงกอยไป นอกจากมเทาขางเดยวแลีว ยีงเทาปีกอีกดีวย เขาวาผพวกน้มเทากลบ๒๘ ๑๙) ผกะ เป็นชื่อผทางพายพ เขาวาผพวกน้มกอยกีนเป็นหมบีาน และก็เป็นคนอยางเราๆ ทานๆ น้เอง อาการท่แปลกไปกวีาคนก็ คือ ชอบทีาตาลอกแลกผีดปกตี เมื่อเวลาไปเขีาใคร หมอผีจะใช วีธีเฆ่ยนคนเจี็บท่ถีกผกะเขีาสง และเฆีียนอยางแรงจนบอบชีีา มีนกี็จะทนไมีไหวหนไปเอง ท่แปลกกี็คือ เขาวาคนท่ถกตีจะไมเจี็บปวดอะไรเลย แตีคนท่เปี็นผกะจะเจี็บปวดบอบชีามากจะรตวผีกะก็เห็นจะเป็น
  • 35.
    ในตอนนีีเอง เขาวาผกะกบปอบเป็นพวกเดยวกีน๒๙ ๒๐) ผีกีาเนีดหรีือเรียกอีกอยีางหนีงวีา ผีแนน เปี็นผีทางภาคอีสานหรีือประเทศลาว เชื่อถือกนมาก เขาวาผพวกน้มกจะเกดเปี็นแตีเฉพาะเดี็กชายหญีงอายีตีีงแตี ๒ เดีือน ถง ๑-๒ ขวบ อาการท่เปี็นก็คือ เดี็กจะรีองไหีในเวลากลางคีืนกลางวนมากกวีาปกตี และเวลาทีีเด็กกีาลงถกผกีาเนด มากระทีาใหโทษ เวลานอนหลีบกลางคืนหรีือกลางวนมกจะสะดงรองหวดหวาดเหมีือนดง ผใหญีตกใจ เมื่อเป็นเชนน้ผใหญีท่เปี็นบดามารดาก็จะตีองจดการรบรองผีแนนผี กีาเนดทนท วีธีรบรองปดเปีาคือ เอาหมาก ๒ คา ดอกไมธีปเทยนใสพานเลี็กๆ ไปวางไวีบนท่นอนขีาง ศรษะเดี็ก แลีวพีดเปี็นทีานองขอรองอีอนวอนใหหาย ถีาเหี็นวีาเดี็กทีไมีสบายหายเปี็นปกตีแลีว กี็ให ปฏีบีตีรกษาผกีาเนดผแนนตอไป คือ เอากระเชีาเล็กๆ เปี็นห้งของผีแขวนไวตามฝาขางศรษะนอนของเดี็ก ๒๖ ส.พลายนอย, ตีานานผไทย,หนา ๔๑-๔๔. ๒๗ เรื่องเดียวกน, หนา ๔๖. ๒๘ เรื่องเดียวกน, หนา ๔๗. ๒๙ เรื่องเดียวกน, หนา ๕๔.
  • 36.
    ตีอเมื่อเด็กอายไดี ๓ ขวบหรือ ๔ ขวบ จงเอากระเชีาไปทีีงลงนีีาเสย และไมตีองปฏบีตีรกษาตีอไปอกท่ เรียกวีา ผกีาเนด ผแนน ก็หมายเอาผีบดามารดาในชาตกีอนเกาของทารก และชืีอท้งสองนีีความจรงก็ เปี็นอยีางเดียวกีน บางพวกกี็เรียกผีแนน บางพวกกี็เรียกวีาผีกีาเนีด ทีงนีกี็เพราะวีา แนนแปลวีา กีาเนด จงเรียกไดีสองอยาง๓๐ ๒๑) ผกีมารทอง คนไทยรจกกีมารทองจากเรีืีอง ขนชางขีนแผน วีธีทากีมารทอง ขณะท่ ยีางตีองบรกรรมคาถาดงน้ สวีณโณ ปียกีมาโมหาภีโต มหทธีโก สพพทเสส วีตตีโก สพพคาเมสี โคจโร สพพชนายี หทเย มหาเตดช ปวีตตีโก รตนะตยานภาเวนะ รตนะตยะเตชสาง เทวาน อทธีพเลนะ กีมาโร จะมหทธีโก “กีมารทองทีีรกเอย เจาเป็นมหาภต มฤทธีียีีงใหญีสามารถไปในทีกทศ เขาไปในทีกบีาน เขาสหวใจคนทกคน เท่ยวไปอยางมเดช ดีวยอานภาพของพระรีตนไตร ดีวยเดชของพระรีตนไตรและ กีาลงฤทธีีของเทพเจีาท้งหลาย เจาจงเป็นกมารท่มฤทธีียีีงใหญี” ตามตีาราใหีภาวนาคาถาขณะทีียีาง พลางหมีนรางของกีมารไปเรีืีอยๆ เพื่อใหรางแหงท่วกีน และตองใหแหงกอนรีีงอรีณ เมื่อเห็นวีาแหงดีแลว ใหดีบไฟ แลวบรกรรมตอดีวยคาถาดีงน้ คจฉาห มหาภโต สมนสโส สเทวโก กโรห ปีตีวจเนนะ สมปีเณนะ ปสทธียา “มาเถีด เจีามหาภีต เจีาเป็นผีท่เสมอดีวยมนีษย เสมอดวยเทวดา เจาตีองทีาตามคาของ พีอใหสาเร็จผลอยางสมบรณ” บรกรรมคาถาขีางตีนไปจนรีีงอรีณ กี็เป็นเสร็จพีธีใหลงรกปีดทองท้งตีว จงไดี เรยกวีา กีมารทอง การเลีียงกมารทอง ถาจะทีาเรีือนหลงเล็กๆ ใหอยีมของเลีน มอาหารใหกีนตามเวลาก็จะ เปี็นการด แตีทีทีาเปี็นหีงใหีอยีกี็ม เมืีอเวลาเจีาของกีมารรีบประทานอาหารกี็ใหีเรียกกีมารมา รีบประทานดีวย เมืีอตีองการใหีทีาอะไรกี็บอกเปี็นเรืีองๆ ไป เชีน ใหีเฝีาบีาน ใหีชีวยตีอสีปีองกีนผ คดราย สวนตีารากมารทองของเดีมใหเอาทารกจากหญีงท่ตายท้งกลม
  • 37.
    (ตายในทีองคือ ตายทีีงแม และลก)ถาไดีทารกท่ตายวีนเสารี หรือวีนองคารก็ยีีงดี สวนพธีกรรมตางๆ กี็ทาตามท่กลาวมาแลีวขางตีน ในปจจบีนไมีอาจทากมารทองตามทีีกลาวมาไดี จงใชตีีกตาแทนกมารปลกเสกแทน ใชเป็น ของขลีงตามความเชื่อและคงเรียกวีากีมารทอง๓๑ ๒๒) ผีโขมด ผีชนีดนีเขีาใจวีาจะไดีชีืีอมาจากเขมร ในภาษาเขมร โขมด แปลวีา ผ ตาม ความเขาใจผีโขมดไมมรปรางเป็นคนหรีือเป็นอะไร เทาท่เห็นกนก็เป็นดวงไฟดวงโตเวลากลางคีืนและ มกปรากฏในทีีมนาแฉะ ไมีเคยทาอีนตรายใคร นอกจากทาใหคนเดนทางหลงผีด คีดวามคนถือไฟหรีือ จดไฟอยขางหนา คร้งเดีนตามดวงไฟไป พอเขีาใกลีมีนก็จะหายไป บางทเห็นอยขางหนา บางทเห็นอย ขีางหลีง ผีชนีดนีมีผีสีนนีฐานกีนวีา นีาจะเกีดจากกีาซชนีดหนีง คีือ เกีดจากการผีเนีาของพีืชและ ๓๐ เรื่องเดียวกน, หนา ๕๕. ๓๑ เรื่องเดียวกน, หนา ๕๗-๖๐.
  • 38.
    ลีกเปี็นไฟดีวยตนเองมีลีกษณะแสงสีฟีาอีอนตลอดเวลา ตอนกลางวีนแลไมีเหี็นเพราะแสงแดดกลบ แตีชาวชนบทยงเชื่อกนวีาเป็นผจรงๆ พระยาราชเสนาไดีสรปเรื่องผีโขมดไวีวีา (๑) ผีโขมดเปี็นแสงสีเหลีืองแดงเหมือนไฟไตดวงโต ไดีเห็นแหีงละหลายๆ ดวงสีวนผ กระสีือ มผเลาวีาไดีเห็นสสวีางนวลเขียวๆ ดีงแสงหีีงหอยหรือแมงคาเรีือง และแสงไมีเปี็นดวงอยางไฟไตี วีาเป็นแสงยืดๆ (๒) แสงผีโขมดมแตีในทีงในนาทีีนีาขีง ไมีมีตามบีานคน สีวนผีกระสีือมีคนเหี็นแตีใน ละแวกบานท่นาไมทวม ไมเคยปรากฏในทีีงในนาทีีหางบานเรือนคน (๓) ผีโขมดไมีปรากฏวีามีปีศาจหรีือพรายเขีาสีงคน หรีือทีาอีนตรายแกีคน สีวนผ กระสีือวีามปีศาจหรือพรายเขีาสงคนใหีเปี็นกระสีือ๓๒ ๒๓) ผจะกละ เป็นผท่ จะกละ, จะกลาม (ตะกละ, ตะกลาม) เห็นจะชอบกีนอะไรๆ คลีาย ผีปอบ ผกระสีือ ในพจนานีกรมวีา เปี็นผชนดหน่ง รีปเป็นแมว อยในจีาพวกผปีา หมอผีชาวปีาเล้ยงไวี ใชไปทารายศตร ผตะกละมกลาวถงในกฎหมายโบราณ ใครมความรเก่ยวกีบผตะกละจะถีกลงโทษถีงตาย๓๓ ๒๔) ผชมบ (ชะมบ) บางทเรยกวีา ฉมบหรือทมบ กี็ม (คีาวีา ทมบ เปี็นภาษาเขมรวีา เป็น ชีืีอของผีโขมด) บางทีานวีา ผีชมบเปี็นผีปอบของเขมร ในพจนานีกรมอธีบายวีา ผีชมบเปี็นผีผีหญีง ท่ตายในปาและสงอยในบรีเวณท่ตาย มรปเห็นเป็นเงาๆ แตีไมทาอีนตรายใคร ในหนีงสีือ อีกขราภีธานศีพท ของหมอบรีดเล กลีาววีา “ฉมบ เปี็นชืีอคนมีผีกระสีือ ผีตะกละ เขีาสีงอยีในตีว มีนยีอมอยากกีนสีงของทีีโสกโครกเปี็นตีน” แตีตามกฎหมายโบราณแสดง ลกษณะฉมบวีา เป็นผท่รีกฤตยา รวีานยา และรวีทยาคณ ไมเหมือนพวกผตีางๆ ท่กลาวถงในกฎหมาย เบี็ดเสร็จมกลาวถงฉมบไวีดีงน้ “มาตราหน่ง ผใสทานวีา เป็นฉมบ กฤษตยา รวีานรียา รวีทยาคณกระทีาใหีตาย พีจารณา มเปี็นสจแล หากเทษสีอทีานดีีงน้น ทานใหีลงโทษโทษานีโทษ แลวใหีไหมขวบคีาตีว ผสอ ถีาเปี็นสีจดีจ ผสอ ทานใหฆามนผรคณวีานยาฉมบตะกละกฤษตียาน้นเสีย เพราะมีนจะทีาไปภายหนา สวนทรีพยสน
  • 39.
    มนน้น ใหเอาเขีาพระคลงหลวงจงสีีน มาตราหน่ง ดีาวีา ตีี ทานวีารฉมบกฤษตียา รีวีานยาและวทยาคณกระทีาใหตาย ถาเปี็น สจจรงดีีงน้น ใหถามเอาครีมีนดวย ฆีาดวย ฆีาครมนเสียใหีตกตามกีน ถีามเปี็นสจและมีนเสกสีนดาวีา ตีี แกีทาน ใหลงโทษทวนมีนแลวใหไหมเทาคาตีวมน ผดีา ผวีา ผตีี ทานน้น”๓๔ ๒๕) ผเชื้อ ผเชื่อ ผเสื้อ เรยกกีนเขียนกนไปตีางๆ ตามสาเนยงของภาคอีสาน ท่เรยกวีา ผเชื้อ คือ ปีียีา ตายาย บีดามารดา ปีาลง เรยกวีาเปี็นญาตเป็นเชื้อสายท่ตายไปแลวกลบมาขอเครื่องเซีนดีว ย อาการท่ทาใหเจ็บปีวยไปตีางๆ ถาญาตีพีีนองของผีีเป็ นไขรเรื่องก็จดแจงบนบานฆีาหม วีว ควาย เซน สรวงบนบาน บางทกี็ทีาบนบาน ทีาบีญใหีทาน มีบวชนาค และทอดปราสาทผีีง กรวดนาอีทีศสีวนกศล ผลบีญไปใหีกี็อาจหายไดี ผชนดน้ไมตีองมห้งหอ ใหอย ไมตีองทาการรบรองอยีางใด เพยงแตีตีองการ สีงใดกี็ใหีสีงนีนไปกี็หมดเรีืีองกีน เปี็นผีทีจรมาเปี็นคราวๆ เมืีอตีองการสีงกี็ขอรีองไดีแตีผีทีเปี็นญาต เทาน้น ไมอาจไปขอรีองแกผอีืีนซ่งมไดีเปี็นญาตของตนเรียกวีา ขอแตีในวงศีเชื้อสายญาตวงศเทาน้น ๓๒ เรื่องเดียวกน, หนา ๖๑-๖๒. ๓๓ เรื่องเดียวกน, หนา ๖๘. ๓๔ เรื่องเดียวกน, หนา ๖๙-๗๐.
  • 40.
    ทางภาคอสานเชื่อวีาผเสื้อมาจากคีาวีา ผเชื้อ ถาเห็นผเสื้อบนมาเป็นกลมๆ มากผดปกตีกี็แสดงวีาเป็นลางรีาย จะเกดเหตเภทภียตีางๆ เชน โรคระบาด๓๕ ๒๖) ผนางตะเคียน เชื่อกนมาแตีโบราณวา มนางไมสงอยท่ตามปีาชีามกจะมตีนตะเคียน ข้นอย คลายกีบจะเป็นตีนไมประจีาปีาชีา เคยไดียีนมาวา ศพท่ฝงไวีใตีรมเงาตนตะเคียนสวนมากจะ เป็นศพผีตายโหง บางท่จะใหผนางตะเคียนคอยควบคมดีแล ไมตะเคยนถือเป็นไมชีีนดี ในสมยโบราณนยมเอามาขีดทาเรือ บางลานางไมยีงตามมาสง เป็นแมยีานาง มเรื่องเลีากีนวีา ในสมยกรงศรอยธยาเก็บเรือพระทีีน่งไวีในคลองเมีืองโดยขดเปี็นค จาก รมคลองเขีาไป เปี็นคสาหรบเก็บเรือพระทีีน่งโดยเฉพาะ อยมาคราวหนีีงไดียีนเสยงรองดงมาจากคท่ เกี็บเรีือ และเชืีอกีนวีา เปี็นเสียงรีองของนางไมจากเรีือพระทีีนีง จีงไดีเรียกคีแหีงนีวีา “คีไมีรีอง” ตีีงแตีน้นเป็นตีนมา ทีจีงหวีดพระนครศรีอยีธยามีคลองแหีงหนีงเรีย กกีนวีา คลองตะเคียน จะเปี็นทีมีตีน ตะเคยนมาก หรือมขาวลือเรีืีองอภนหารนางตะเคียน จงไดีเรยกกีนวีา คลองตะเคียน ในนราศเขาคอก ท่แตีงในสมียรชกาลท่ ๔ มเรื่องเก่ยวกีบตีนตะเคียนตอนหนีีงวีา “พอเลีียวแหลมแขมเกรียนตะเคียนโคน ลอยมาโดนตลีีงขวางขีีนคางแหง ปีดทองทาหีอยผาชมพีแดง เขาบนแทงหวยถีกมาผกไวี แมนอารีกษศกดีีสทธีีสถตสถาน ขอบนบานฝากมีตรพสมย ชีวยรกษาอยาใหนองเป็นสองใจ ท้งโพยภยโรคาอยายายี แมสาเร็จเสร็จประสงคีคงสถาน จะปลกศาลเพยงตาหอยผาส ท้งธีปเทยนกระแจะจีนบร่นดี เป็ดไกีบายศรเครื่องสีงเวย ท้งหวหมปีพลาจะหาพรีอม มานอบนอมนางไมีใหเสวย” ตีนตะเคียนถงจะเป็นตีนตะเคียนท่ตายแลวหรือเหลีือแ ตีตอก็ยีงมคนเกรงกลีวกีนอย ถาร วีาเปี็นตีนตะเคียนแลวกี็ไมคอยกลาดีหม่น นอกเสียจากทาไปโดยไมีรตีว เมื่อ ๒๐ ปีมาแลว มคนหน่ง เกีดปีวยไขีถีงลีมหมอนนอนเสีืีอ รีกษาตีวอยีหลายเดีือนกี็ไมีหาย จนในทีีสีดมีผีสงสียวีาจะไปทีา
  • 41.
  • 42.
    ภีกษ ตีดตีนไมมรกขเทวดาสีงสถตอย เมื่อรกขเทวดาเหี็นพระบกรกเขามาตีดตีนไมท่ตน อาศยอยกี็รองหามวีา “ทานอยากจะทีาท่อยของทีาน กี็อยามาตีดท่อยของขีาพเจาอยางน้ซ”พระรีป น้นก็ไมฟง กีมหนีากีมตาฟนตีนไมตีอไป เผอญมดไปกระทบถีกแขนลีกรกขเทวดาขาด ทาใหีรกขเทวดา โกรธจะฆีาพระ แตีแลีวกลีบยีีงคีดไดีวีา ขณะนีีนพระพีทธเจีาประทีบอย ณ อีคคาฬะวะเจดียีใกลีๆ เมืองอาฬวน่เอง จีงไดีเขีาเฝีากราบทลเรื่องท่เกดข้น พระพีทธเจาตรสวีา ท่ทานไมปลงชวีตภีกษนะดแลว เพราะถีาทาอยางน้นจะตองรบบาปเปี็นอนมาก ยีงมตีนไมท่ไมมใครอาศียอยอีก ขอใหทานไปเลือกท่ อาศียใหมีเอาเองเถีด อาศียเหตีนีพระพีทธเจีาจีงทรงบีญญีตีภีตคามสีกขา บทวีา ภีกษีตีองอาบีตี ปาจตตียีเพราะทีารายภีตคาม (คือตีนหญีาตีนไม เป็นตีน ท่ยีงสดเขียวอย) จะเหี็นวีา นางไมีกีบแมียีานางเรีือนีาจะเปี็นอยีางเดียวกีน เมืีออยีกีบตีนไมีกี็เปี็นนางไม พอถีกโคนมาทาเปี็นเรือก็กลายเปี็นแมยีานางเรือ และตามบทเหกลอมน้กลาวไวีชีดเจนวา เป็นเรือท่ ทาดีวยไมตะเคยน บางทจะกลอมเฉพาะเรีือไมตะเคยนก็เป็ นไดี เพราะถีือวีาไมตะเคยนมนางตะเคียน ท่เฮีียนกวีาไมชนดอีืีนๆ๓๖ ๒๗) ผีเปีา เปี็นผีทางภาคอีสาน เปี็นคนเรานีีเอง แตีตกกลางคีืนเจตภีตหรีือวีญญาณ ออกไปเทีียวหาของสกปรก เชีน พวกคีถมีตกีน มีแสงออกทางจมีก ไมีมีใครเคยเหี็นตีวเหี็นแตีแสง ถาใครตะครีบตีวไดีจะกลายเป็นคนทนท แลวจะรวีาใครเป็นผเปาจะยอมเสียแกวแหวนเงนทองทีีมอย ใหเป็นการตดสนบนขอรีองไมใหไปบอกเลาใหคนอื่นร เป็นผท่เกือบจะสญพนธีีไปแลีว เพราะไมีคอยม ใครรีีจกเรยกขานกนมากนก๓๗ ๒๘) ผพราย หรือพรายนีีา มกปรากฏเป็นแสงสวางข้นในกลางทะเล และมข้นท่เรือเดน ในทะเลแลีวมพายจนหรืออบปาง ในหนีงสืออกขราภธานศรบท ของบรีดเล ไดีกลาวถงผเสื้อ ผพราย ไวีวีา หมายถง ปีศาจท่มนเกดอยในสมีทรทะเล ฤาเกดท่ในสระในปีาใหญี มนกนมนษยและสตวีเป็น อาหาร แตีในหนีงสือแสดงกจจานกีจ ของเจีาพระทีพากรวงศีมหาโกษาธบดีไดีเขยนอธบายไวีวีา “ท่เป็นดวงไฟไปตดบนยอดเสากระโดงเรีือในทะเลเรียกวีา พรายนา เป็นผในทะเลมาทีา
  • 43.
    ราย ใหเอาขนเปี็ดขนไกเผา เอาขีาวสารกบเกลือกบของโสโครกสาดไป บางทเสกนามนตีประพรมกี็ หายไดีและจะเกีดข้นตีอเมื่อเรีือถกพายีมืดฝนตกจงเป็น ถาเปี็นแลวเรือแลนไปไมไดี เหมือนมอะไรๆ ดีดเหน่ยวอย ถาอากาศปกตีกี็ไมม พวกท่เขาไมถือผ เขาก็วีาเกดเพราะอากาศ รอนนกเย็นนกกระทบ กีนเขีาจงเกดเป็นพรายๆ ข้นมาแตีใตีนากีอน แลวผดข้นจบบนหลงนาแดงสวีางไปหลายเสีนๆ ถาถก เรีือกี็ขีนจีบอยีบนเสาบีางปลายเพลาบีาง บางทีขีนตามขีางเรีือ จนดาดฟีาเปี็นเลีือกลืีนเหมีือน นาคาวปลา มรศมเหมือนห่งหอย เรือจะแลนไปกี็ดีดไวี ถาเปี็นก็มลมใหญีฝนใหญี ความขอน้พวกถือ ปีศาจกี็แกีทางปีศาจ กี็หายบีางไมีหายบีาง เรีือจมไปกี็ม พวกทีไมีถีือผีเขากี็ไมีแกีสีงไร กี็รอดไปได เหมือนกน” “โหงพราย” ทางอสานใชวีาผพราย หมายถง ผชนดหน่ง ในวจนานกมพาสาลาว อธีบายไวีวีา พายผจาพวกหน่ง ตามคตีบีราณมกเกดจากคนตายกม ผพายมกวนเวยนอยตามปีาชีา เวลาไปมอาการ เหมีือนลมพีด คีาวีา ตายกีม หมายถีง ตายพรีอมกีบลีกในทอง สีวนภาคพายีพอธีบายวีา ถีาตายใน ระหวางอยไฟเรียกวีา ตายพาย ถาตายในระหวางยงไมคลองเรียกวีา ตายกลม สวนภาคกลางเรียกวีา ๓๖ เรื่องเดียวกน, หนา ๘๐-๘๗. ๓๗ เรื่องเดียวกน, หนา ๑๐๑.
  • 44.
    ตายท้งกลม คาวีากลมเป็นภาษาเขมรแปลวีาท้งหมด ตายกลมกี็คือตายหมดทีีงแมท้งลก กรณผตายท้ง กลมภาคกลางมชีืีอเสยงมากโดีงดีงมากท่สดคือผแมนาคพระโขนง ในครีีงน้น สมเด็จพีฒาจารยี (โต) รขีาว ปีศาจนางนาคกีอความเดีือดรีอนใหีชาวบีาน แมีจะมีหมอผีไปปราบกี็ไมีอาจจะทีารีายบีงคีบมีนไดี ในท่สดทานเจาประคณสมเด็จกี็ลงไปคางท่วีดมหาบศยี พระโขนง พอตกคากี็ไปน่งท่ปากหลมศพเรยก นางนาคขีีนมาสนทนากน ทานไดเจาะเอากระดีกหนาผากศพนางนาคไปแลวทานน่งขีดกระด กแผีน น้นจนเกลีียงเป็นมนแลวทานนากลบไปวีดระฆีง จดแจงลงยนตีกีากีบไวี เจาะทาเป็นหวเข็มขดเวลาไป ไหนก็เอาคาดเอวตีดไปดีวย โดยเรยกกระดกหนาผากวีา “ปีีนเหนีง” ทานใหหลวงพอพรีีง วีดบางประกอก ตีอมาทีานไดมอบกระดกหนาผากนางนาคใหแดีกรมหลวงชมพรเ ขตอดมศกดีี ปีจจบีนอยกีบทายาท และมการนาสรางแมนาคพระโขนงเปี็นหนงและละครซีีาๆ ซ่งก็ไดีรบความนียมสงมากเป็ นหนงทาเงน ไดีรอยลาน ๓๘ ๒๙) ผีโพง หรีือผีโพลง,โพรง เปี็นผีของไทยภาคพายีพ คนไทยพายีพเรียกวีา ผีโพรง (โพง) ทางภาคอสานเรียกผโพงเหมีือนกน แตีหมายถง ผกระสีือ ขนมหาวชีย (จน) ไดีเลาถงผโพงไววีา “ผโพลงเรียกวีา ผกระสือ ผชนดน้มกเกดแตีคนท่มวีานยาอนแรงคลีายกีบผปอบมกตีดผ อีืีนไดี ถาถม นีาลายถีกผีใด ผีนีนมีกกลายเปี็นผีโพลง หรีือถีาไมีชอบผีใดเอาไมคานหาบนีาของแมีหมีายไปขวีา ง ขามหลงคาเรีือน มกทาใหผน้นฉบหายไปตีางๆ กีรยาท่ผโพลงชอบคีือ ฝนตกพรีาๆ มกเท่ยวออกหา กีนของโสโครกในเวลาดีก มกจะเท่ยวดีอมมองตามใตถนเรีือนท่มผหญีงอยไฟ มผหน่งไดีเห็นผโพลงมา เท่ยวหากนท่ใตีถน เขาจาหนาไดีวีา เป็นคนน้นแน เขาจงเอาหอกซีดพีีงลงไปถีกท่กลางหลง เขาเขีาใจ วีาผนีนคงจะตาย คร้นเวลาเชีาเขาไดีไปตรวจดีท่บีานคนน้น กี็เห็นคนน้นยงมชีวีตปกตีอย ท้งบาดแผลกี็ ไมม เขานกประหลาดใจเปี็นอนมาก จงไปดีในสวนของผีีน้นเห็นหอกซีดปีกอยท่กอวีานท่ผน้นปลกไวี เพราะฉะนีีน เขาจงเห็นวีา
  • 45.
    ผโพลงเกดแตีผท่มวีานยาอนแรงรีาย วีานอนแรงรีายน้นมกจาแลงเป็นรป เจาของไปได ผโพลงน้ไมไดีรบกวนและทีาอีนตรายแกม นษย” ผโพงออกหากีนจะมแสง เปี็นแสงนวลเขียวเรื่องปรากฏท่ปลายจมกเป็ นดวงโตขนาดผ ล สีมเกลีียงหรีือโตกวีา ชอบออกลีากบเขียดกลางทีงนา เมืีอจีบไดีกี็ใสีปากดีดกีนแตีคาวแลีวขวีางทีง พวกชาวบานเลาวีามคนเคยเหี็นผโพงระยะประชีดตีวเหมือนกน พวกพรานเบี็ด และพวกทีีกลบจาก เท่ยวเวลาดีกๆ พวกทีีเห็นยืนยนวีา ผโพงเป็นคนธรรมดานีีเอง มอาการทกอยางครบ ๓๒ จะผดแผก จากคนธรรมดากี็ตอนทีมีนชอบลีากบเขียดกีนเวลาคีีาคีืนแล ะมีแสงออกทีีจมีก เมืีอมีคนพบมีนเขีา ผโพงจะออนวอนขอรีองวาอยาไดีพีดไปเพราะเหตีวี า เป็นเรีืีองนาอีบอายอยางย่ง ผโพงท่เป็นผชาย เวลาออกหากีนมกจะสะพายดาบตดตีวไปดีวย เมื่อจวนตวจรงๆ มนก็จะ ทารายเอาเหมีือนกน บางตีวท่เป็นมานานปกี็ฉลาดพกเอาไฟฉายไปดวย เวลามคนมาพบเขีาจะไดีแกี ตีวไดีวีา มาหาปลาหากบ รีายทีสีดกี็ตอนทีีเขาเลีาวีา ถีาไปทีาอะไรใหีผีโพงแคีนเคีืองแลีว มีนจะ อาฆาตพยาบาทและพีีงดีวยกีานกลวยถงตายได ถามนพงขามหลงคาบีานก็จะพากนฉบหายวายวอด ตามธรรมดาแลวชาวบีานถือกนวีา คนท่เป็นผโพงเนีืีองมาจากวบากกรรมของเขาเอง พวกชาวบานจง ไมมใครสนใจ เพราะผีโพงไมทาอีนตรายและไมีเป็นภียตีอใครๆ๓๙ ๓๘ เรื่องเดียวกน, หนา ๑๐๒-๑๐๕. ๓๙ เรื่องเดียวกน, หนา ๑๐๖-๑๐๙.
  • 46.
    ๓๐) ผีแมีหมีาย เมืีอเกีดโรคใหลตายกีนมากในป พ.ศ.๒๕๓๓ชาวบีานหลายอีาเภอใน จงหวดมหาสารคาม เชน อีาเภอนาเชีือก อีาเภอบรบือ อีาวาปีปทม เชื่อวีา สาเหตการตายแบบนอน หลีบมาจากผีแมีหมีายมาทีาใหีตาย ฉะนีน พวกผีชายทีีกลีวตายจีงหาวีธีหลอกผีดีวยการทาเลี็บมีือ สแดงนงผาถง และหลายหมีีบีานแขวน “ปลดขก” ไวีตามหนาบีาน เพราะเชีืีอกนวีา ผแมหมายเห็น ปลดขกแลวกี็จะพอใจ ไมเขาไปเอาชวีตผชายในบาน โรคใหลตายทีีเกดข้นเผอญเป็นเฉพาะพวกผีีชาย จงไดีเกดความเชื่อวีาตายเพราะผีแมหมาย๔๐ ๓๑) ผอา เป็นอาการชนีดหน่งทีปรากฏเมื่อเวลานอนหลีบแลวเคล้มไป วีา มใครมาปลีกปลา หรีือมาบีบคอนีงทบอก ทีาใหีเกีดอาการเหนีืีอยหอบจนตืีนขีน พระนีพนธีของพระเจีาบรมวงศีเธอ พระองคีเจาศรเสาวภางค ในเรีืีอง อีานาจผและผีหลอก ทรงอธบายไวีวีา “วีนหนีงขีาพเจีามีราชการตีองเขยนหนีงสีืออยีจ น ๓ ยาม ครีงเมืีอเสรี็จแลีวกี็หาวนอน เตี็มท่และรอนดวย ขาพเจีาขีนนอนบนเตยงไมีมมีง ท่หนีาเตียงมีบีาวผชายนอนอยีีคนหนีีง ขีาพเจีา รอนนกจงเปดหนาตีางไวีบานหน่งตรงหีวนอนขีาพเจา และขีาพเจาเป็นคนไมชอบนอนทีีสวีาง เห็นแสงไฟ จงบอกใหบีาวดีบเสย เมื่อจะหลีบไดีนกกลวข้นในใจวา เปดหนาตีางท้งไวีเชนน้ ถาใครฤาอะไรมีนปีน ข้นมาจะทีาอยางไร แตีความงีวงมากก็ไมไดีทาอะไร พลีกตีวแลวหลบเคล้มไป พอเคลีีมลงก็เห็นใคร คลายๆ กีบฝน แตียีงไมหลบจรงๆ ท่เห็นเป็นคนแกๆ ลาๆ ดีา ผมหงอก ปีืนลงมาจากเพดานลงตาม เสาเตยงท่ขาพเจานอนโดยรวดเรี็ว แลวน่งทบอกขาพเจา ทนใดนีนขีาพเจาตีืีนกลายๆ แตีหายใจไมออก ขดอกขดใจจะรีองเรยกใครกี็ไมีไดี สกคร หนีงรีองเรียกชีืีอบีาวทีนอนหนีาเตียงออกมาไดีดีวยเ สียงอีนดีงเทีานีน รีปทีปรากฏกี็หายไป บีาว ขีาพเจีาตีืีนขีน ขีาพเจีาไดีรีสีกวีาขีาพเจีาไดีนอนทีบแขนขีางหนีงจน เปี็นเหนี็บ จีงไดีรีวีาผีอีา เหตเพราะทีบแขนทบขาอยางใดอยางหน่ง ท่โลหตเดีนไมไดีท่วตีวจงเป็นเชนน้”๔๑ ๓๒) ผปอบ เป็นผทางภาคอสาน แตีปรากฏวา
  • 47.
    ทางภาคภายพเรียกผปอบวีา ผกะ ตามคีาบอกเลาวีา ผปอบเป็นผชนดมเจาของ คือมผเล้ยงไวี และผท่จะเป็นเจาของผีปอบกลาวกีนวีา มกจะ เป็นพวกคล่งวีชา เชน พวกเรียนวีชาการคาขาย มเสนหนางกวก สาลกา ล้นทอง นะหนาทอง หรือ หมอเสนหยาแฝดอะไรเหลีาน้ เมื่อเรยนมากๆ เขาชีกสตีฟีีนเฟื อน และโดยเหตทีวีชาชนดน้เรยนผีก ตีองเรียนแก เมื่อเรยนวีชาจนขลีงใชไดีแลว กี็จาตีองมคาถาใหคลายไดีดีวย แตีโดยมากมกจะลืมคาถา แกีกีนเสย เลยทาใหสตีฟีีนเฟื อน และผลสดทายกลายเป็นเจาขอปอบไปโดยทีีลกตาไมมแวว คือไมม ลีกตา ตามปกตีคนเราเมีืีอมองตากีนจะเหี็นรีปของกีนและกีนใ นดวงตา แตีคนพวกเจีาของปอบนีี ไมชอบมองหนีาใครตรงๆ เหมือนพวกผีกระสีือ พวกเจาของปอบจะตองคอยดแลเล้ยงปอบของตวเองเสมอ เวลาตีวจะกนอะไรก็ตีองเรยก มากีนดีวย ถาปลอยใหอดอยากมากนีก พวกปอบก็มกจะกนเจาของปอบเสียเอง อาการของคนทีีถก ปอบเขีามกจะรองหีมรองไห อยากกนโนนกนน่จะปาถะ แตีโดยมากมกจะเป็นของสดคาวดบๆ และถีา ปลีอยใหีปอบเขีาอยีนานๆ คนไขีอาจถีงตายเพราะปอบอาจกีนตีบไตไสีพีงหมด คนทางอีสาน ๔๐ เรื่องเดียวกน, หนา ๑๑๒. ๔๑ เรื่องเดียวกน, หนา ๑๑๖-๑๑๘.
  • 48.
    ท่เจ็บปีวยและตายลงไป ชาวบานมกลงความเหี็นวีา ปอบเขีาแทรก จงทาใหตายรายละเอยดเก่ยวกีบ ผปอบท้งหมดจะนีาเสนอในบททีี ๓ - ๔ ตีอไป๔๒ ๓๓) ผนา เป็นผท่อยในนา ในหนงสือเรีืีอง พระไชยสีรยา ของสนทรภ กลาวถงเรีือถก พายตอนหนีีงวีา จาไปในทะเวลา พายใหญีมา เภตราก็เหเซไป สมอก็เกาเสาใบ ทลปรไป นาไหลเขีาลาสาเภา ผนาซาไตีใบเสมา เจากีามซาเอา สาเภาระยาควีาไป แสดงวีา ผนาตีองมมือ ไมเชนน้นแลวจะ “ไตีใบเสา” ไดีอยางไร ตามทีีทานผรสนนฐานวา “ผีนีา” ในทีน้ เหี็นจะเปี็นปลาหมีกยีกษีนีนเอง เพราะเมีืีอมีนเอาละวาด คลืีนลมกี็จะโหมกระหนีีา และมนจะใชหนวดขีีนไปไขวีควีาบนเรือ ผนาไมคอยปรากฏ สวนมากจะพดถงพรายหรีือพรายนีีา๔๓ ๓๔) ปศาจ-เปรต ตามคีมภีรโลกบีญญีตตีปกรณีและฉคตทปนปกรณีในภาษา ไทยนยม เรียก “เปรต” ตามภาษาสีนสกฤต แตีในตีาราภาษาบาลีใชีคีาวีา “เปต” เรืีองราวของเปรตเราไดี รบมาจากอีนเดีย มีความหมายถีง สตวีทีเกีดในอบายภีมีพวกหนีง หรีือคนทีีตายไปแลว และมีทีอย เปี็นสีดเปี็นสวน เพราะในตีานานกลาววีา ทีปีาหีมพานต มีเมืองชื่อวีชาตอยเหนือนรกขีีนมา เมืองน้ เป็นท่อยแหงเปรตท้งหลาย แสดงวีา เปรตถีกแบีงแยกออกจากผธรรมดาท่วไป มเมืองอยโดยเฉพาะ มเปรตชื่อมหทธีกาเป็นอธบดีปกครองเปรตทีีงหลาย ซ่งมจานวนถีง ๑๒ พวกดีวยกีน และแตีละพวกก็ มกรรม คือ การประพฤตีการปฏีบีตีอีนมชอบ มควรตีางกน เมื่อตายจากมนษยกี็ถกแยกประเภทใหีไป อยพวกน้นพวกน้ตามกรรมท่ทาไวี เหตีทีเปี็นเชีนนีกี็เพราะเคยเกีดเปี็นกษีตรียี เปี็นมเหสี เปี็นมีขมนตรี เปี็นพราหมณี มหาศาล เป็นเศรษฐีใหญี เป็นภีกษสามเณรทีเคยตีงตนเป็นหวหนีาชีกชวนคนใหสรีางวีหา รกฎีอีทีศ ถวายแดีสงฆ แลวมอบชาง มา วีว ควาย ขาทาสใหอยดีแลรกษาอาราม แลวตีอมาภายหลงกลบนาเอา ของสงฆีมาใชีสอยเสียเองบาง ใหคนอื่นบีาง เปรตดีงกลาวเรยกวีา เปรตมนาย มหวหนีาควบคมใหอยเป็นท่เป็นทาง สีวนเปรตไมมนาย คีือพวกทีมีอกีศลกรรมนีอย พวกนีจะไปเทีียวทีใดกี็ไดีตามอีธยาศีย มีตีวอยีางเปรตทีีเปี็นญาตีของ
  • 49.
    พระเจาพีมพีสารดีงทีกลีาวมาแลีว๔๔ และการแบีงตามวีนียและลีกษณสีงยีตตพระบาลี แบีงไดี ๒๑ ประเภทรายละเอียดดีงท่กลาวมาแลีวประเภทของเปรตในบททีี ๒ ๓๕) ผหา จะไดียีนเสยงรองตอนดกๆ เป็นเสยงแวีวมาแตีไกลวีาเหยวเย่นคลายเสยงพวก ผพาย ถาผใหญีเขาบอกวาไดียีนเสยงมนแวีวๆ มาแลวรบเขามงคลมโปงนอนเงียบ เพราะกลีวผหามน ๔๒ เรื่องเดียวกน, หนา ๙๐-๙๑. ๔๓ เรื่องเดียวกน, หนา ๗๘-๗๙. ๔๔ เรื่องเดียวกน, หนา ๑๒๗,๑๓๑-๑๓๒.
  • 50.
    จะมาเอาตวไปยีีงไดียีนเสยงโหยหวนดวยแลว พอไดยีนมนหอนเป็นสะดงก็เพ่มความหวาดกลวข้นอก เมื่อสนขหอนเพราะมีนเหี็นผ๔๕ ๓๖) วีญญาณ คนโดยมากถีือวีาเมืีอตายแลวกี็ไปเปี็นผ ครีนเมื่อตายแลีววีญญาณมราง เหมือนคนอยีางเดีมและแบบบางแตีโปรีงมาก เหี็นไดีแตีเงาๆ เปี็นลมๆเทาน้น เรยกในภาษาสีนสกฤตวา อาตมน เดีมแปลวีา ลมหายใจแตเราเรียกวีา วีญญาณ เมื่อวีญญาณยงไมมโอกาสมาเกดมรปรางเป็น คนอกกี็เป็นผไปกีอน เหตน้ผจงไมมรปราง เป็นแตีลมๆ ถาจะมีรปรางเมื่อเป็นผ กี็เป็นรปหากบีนดาล ใหเราเหี็นไปเอง แตีกระน้นก็ยีงเชื่อวีาวีญญาณของผีีตายอยและยงคอยดแลเอา ใจคนเปี็นคือลกหลาน ใหีไดีรบความสีขความเจรีญเหมีือนเมีืีอคร้นยงมชีวีตอย เมื่อมความรสกเห็นเชนน้ จงจดท่บีชาตีอนรบ ไวีบนเรือนเป็นเฉพาะสีาหรบใหวีญญาณอยีี และถีือวีาท่ตรงนีีนศกดีีสทธีี ถาใครไมีใชลกหลานญาตพีีนอง โดยตรงจะกลีีากรายลีวงลีาเขีาไปไมีไดีเปี็นอีนขาด นอกจากจะไดีรีบอนีญาตเปี็นพีเศษเสยกีอน จีง จะเขาไปไดีและจะตองแสดงคารวะกราบไหวเพืีอบอกกลาวใหีผร ตามปกตีผีจะไดีรบเซนไหวีทกวีน เมื่อจะประกอบการงานอะไรซีีงเป็ นคร้งแรกหรือเป็ นงานสาคญ กี็ตีองเขาไปบอกกลาวเลาสบใหผร เพื่อขอพรใหีงานการทีีทาเป็นผลสาเร็จเรยบรอย เมื่อถงวีนตรษ วีนศารทก็มเซนไหวบีชาเป็นพเศษ๔๖ ๓๘) ผโปงคีาง ผชนดน้มรปรางเป็นคางแตีหางส้น และมีรมฝปากขางบนเชีดจนเห็นฟน ขางบนยืนออกมา เวลาคนนอนหลีบตีองระวง เพราะมีนมกลอบมาดีดเลือดกนเหมีือนอยางผกองกอย เป็นผท่อยบนตีนไมใหญีใกลทาเลท่มโปีงดีนเค็มสงสียวีา เจาผกองกอยและผีโปีงคางจะเป็นสตวีบาง ชนดเทาน้น คนไมใครรจกเห็นตีวเพราะมากลางคีืน จงกลายเป็นผลกลบไป๔๗ ๓๙) ผหลีงกลวง ท่ปีกใตีมผชนดหน่งเรยกวีา ผหลงกลวง มรปรางอยางคน แตีทางขีาง หลงเป็นรกลวงมองเหี็นเครีืีองใน เชน ปอดและตบไตไดีหมด และมหนอนไตีเตี็ม เมื่อเวลาน่งผงไฟอย กลางแจีง หรีือไปหาปลาดีวยใครๆ ทีเหี็นเขีาใจวีา เปี็นคนธรรมดาแตีมีนอาจหลอกใหเหี็นขีางหลีง หรีือวานใหเดี็กเกาหลงมน ตรงนีีเองก็จะรีวีา เป็นผเพราะจะเหี็นเปี็นหลีงกลวงมกีีงกีืออยในนีนเตี็ม ผพวกน้ไมทารายใคร นอกจากหลอกเลีน และวีามท่อยของมีนในปาเปี็นพวกดรายจะเปี็นคนปีาพวก หน่งก็เป็นไดี๔๘
  • 51.
    ๔๐) แมีมดคนทรง คนปฏีบีตีสงเวยผของชาวบานเรยกวีา แมมดคนทรง เพราะสีวนมาก เปี็นผีหญีงมีอายีในหมีีบีานหนีีงมีกมีแมีมดคนหนีง ซีงสีืบตระกีลเรืีองทรงผีกีนมาถีาไมีมีแมีมด ในหมีีบีานของตนกี็ตีองไปเชีญแมีมดมาจากหมีบีานตีาบล อีืีนพีธีทีทีาแมีมดจะยกเครีืีองพลีสีงเวย ขีนวนไปวนมาเปี็นวงๆ ตรงหนีาของคนอยีางทีอีนเดียเรียกวีา อรต หรีืออยีางทีเราวนเสียกบาล แลวนาไปวางท่บนศาลเป็ นการพลีบีชา ขณะพลีบีชามเครื่องดนตรีอะไรกี็เครื่องดนตรี ตีเปีาเปี็นการ ประโคมเซีน มโทนก็ตีโทนเป็นตีน เสร็จสงเวยแลวแมมดกี็รากีอนรีามดอกไมธีปเทยนบชาวางไวท่หนาศาล แมีมดนีงลงตรงหนีาศาลเอานีีวมีือชนกีน แลีวกี็ทีาวงๆ เหมีือนวีธีสีงเวย แตีทีาดีวยมีือเปลีา ถีามา เขาทรงก็จะรไดีท่คนทรงสลีดหนา ๓ ท และเอามีือเสยผมเสียทหน่งแลวกี็น่งน่ง เป็นอนวีา เจาเขาทรง ๔๕ พระยาอนีมานราชธน เสฐยรโกเศศ, ผีสางเทวดา,๑๕-๑๖. ๔๖ เรื่องเดียวกน หนา ๔๒-๔๓. ๔๗ เรื่องเดียวกน, หนา ๕๕. ๔๘ เรื่องเดียวกน, หนา ๖๐.
  • 52.
    แลีวกี็มีผีถามวีาเจีา อะไรมาเขีาทรงเปี็นเจีาบีีงเจีาปีาหรีือเจีาพีออะไร ถีาถามถีกคนทรงกี็ตอบวีา “ชีืีอน้นแหละอยีีท่น่นท่น่”๔๙ ๔๑) ผแมีนาคพระโขนง ในหนงสือสยามประเภทเลมท่ ๓ ตอนท่ ๑๑ วีนเสารท่ ๑๐ มีนาคม พ.ศ.๒๔๔๒ ก.ศ.ร.กีหลาบ เอดีเตอรี ไดีรีบเชีญจาก ขีนวรพีทยีพีจารย เลขานีการของ วีทยาทานสถาน ใหีไปแสดงปาฐกถาใหพระบรรดาพระบรมวงศานีวงศ และครีบาอาจารยีฟีง และ ตอบลงในดงหนงสือดีงกลาว จะเป็นวีนเดือนปใดจาไมไดี เป็นคาพระศรสมโภช (บีด) วีดสวรรณ เลา ถวายเสด็จอีปีชฌายวีา ในรชกาลท่ ๓ กรงเทพฯ อีาแดงนาค บีตรขนศรนายอาเภอ บีานอยปากคลอง พระโขนงเปี็นภรรยานายชีีม ตีวโขนทศกรรฐีในพระเจีาบรมวงศีเธอเจีาฟีากรมหลวงพีทีกษ ีมนตร อีาแดงนาคมีบีตรถีงอนีจกรรม นายชีมสามีนีาศพอีาแดงนาคภรรยาไปฝีงทีปีาชีาวีดมหาบี ศยี ใน รชกาลท่ ๒ มหาอามาตยี พระยาทีพโกษา (สอน โลหนนท) ไดีบีนทกไวีเมื่อ พ.ศ.๒๔๗๓ อีนเป็นสมยท่ นางนาคเลกอาละวาดแลว และทานไดบีนทกตามท่คนเลากีนมาอยางเขาลีือกนวีา ปีศาจนางนาคมา ในรีปคนชีวยผีววีดนีาเขีานา จนทาใหผีวมีเมียใหมไมีไดี และเรืีองปีศาจนางนาคหลอกหลอนจนคน เดีนเรือในคลองพระโขนงขยาดไมีกลาผานเวลาตะวนใกลจะตกดีน จะเห็นนางนาคเดีนหมผาสอวด โฉมหรือบางทกี็หอยโหนโยนตวอยบนตีนไทร ความวีีนวายทีเกีดจากปีศาจนางนาคครีีงนีน กี็มีผลดีอยีบีางทีทีาใหีพวกนีกเลงเทีียว กลางคืนและพวกขีีเมาท่สงเสียงเอะอะตางพากนเก็บตีวเงยบไมกลาเท่ย วดีกๆ แตีผลรายกี็เกดกีบพวก ชาวบาน เพราะพวกขโมยลีวงลกคอยหาโอกาส เห็นบานไหนเจีาของกลีวผนางนาคมาก กี็สวมรอยทา เป็นผเขามาขโมยจนถีงชาวบานตีองจดไตีตามไฟระแวดระวีงกนต ลอดคีืน
  • 53.
    ในคร้งนีนสมเดี็จพระพทธจารยี (โต) รีขีาวปีศาจนางนาคกีอความเดือดรอนใหชาวบีาน แมีจะมหมอผไปปราบกี็ไมอาจจะทารายบีงคีบมีนไดี ในทีสดทานเจาประคณสมเดี็จกี็ลงไปคางทีวีด มหาบีศยี พระโขนง ตามเรืีองวาทานไมีไดีทาพีธีรีตองอะไรเหมีือนหมอผีคนอืีนๆ พอตกคาทีานก็ไป น่งท่ปากหลมแลวเรยกนางนาคขีีนมาสนทนากน แตีจะพดจาตกลงอะไรกีนบีางไมีมใครทราบรแตีวีา ทานไดีเจาะเอากระดีกหนาผากศพนางนาคไปแลีวทานน่งขดกระดกแผ นน้นจนเกลีียงเป็นมนแลวทาน นากลบไปวีดระฆีงจดแจงลงยนตีกีากีบไวี เจาะทาเป็นหวเข็มขดเวลาไปไหนกี็เอาคาดเอวตดไปดีวย ตีีงแตีน้น ปีศาจนางนาคท่พระโขนงหรีือท่วีดมหาบศยีกี็เงยบสงบ เวลานีนสมเดี็จพระพีทธโฆษาจารย (ม.ร.ว. เจรีญ อีศรางกีร) เปี็นสามเณร ไดีอยีในกีฎี สมเด็จพระพฒาจารย (โต) นางนาคคงจะเหงากี็มารบกวนสามเณรเลีน สามเณรก็ฟีองสมเด็จฯ วีาสกา มากวนเขาเจีาขีา สมเดี็จฯ ทีานกี็รีองปรามวีานางนาคเอียอยีารบกวนคีณเณรซี นางนาคกี็เงียบไป นานๆ กี็ออกมาแหยเลนเสียคร้งหน่ง พอถีกหามกี็หยดไปเป็นอยเชนน้ ครีนสมเดี็จฯ ทีานชรามากขีีน ทีานจีงมอบกระดีกหนีาผากนางนาคประทานหมอมเจีา พระพีทธบาทปีลีนทนีและใหีสามเณรเจรีญไปอยีดีวย นางนาคกี็ยีงนีกสนีกเยีาแหยีอยีตามเคยจน หมอมเจีาพระพทธบาทปีลนทนทรงกรีีวดีนางนาควาเปี็นผหญีงยง เรีืออยามากวนเณร คณเณรจะไดีดี หนงสือหนงหา นางนาคก็เงยบไป ๔๙ เรื่องเดียวกน, หนา ๗๑-๗๒.
  • 54.
    หมอมเจาพระพทธบาทปีลนทน ซ่งตีอมาทานไดีเป็นหมอมเจาสมเดี็จพระพฒาจารยี (ทต) ไดีประทานตอใหแกี (พระครีวีสีทธีีศลาจารย) ไดีมอบกระดกดหนีาผากนางนาคแดกรมหลวงชีมพร เขตอีดมศีกดีี ตามคีาบอกเลีาวีากระดีกนางนาคมาอยีในหีองผีทีวีงนาง เลีีง(ทีโรงเรยนพาณีชยการ พระนคร) ปีจจีบีนตามขีาวโทรทีศนีรายการบางอีอถีายทีา ตอนบางอีอ ปีีนเหนีงแมีนาคใน (You tube ๐๑ – ๑๑) กระดกหนาผากนางนาค เรยกวีา (ปีีนเหนง) อยกีบทายาทของกรมหลวง ชีมพรเขตอีดม ศกดีี๕๐ ๔๒) ผถีวยแกีว เปี็นการละเลีนโบราณอยีางหน่งตามความเชื่อสวนบคคล โดยเชื่อวีา เปี็นการ อีญเชีญวีญญาณ (หรีือผี) มาสถีตในถีวยแกีว แลีวสอบถามเรีืีองราวตีางๆ กีบวีญญาณนีีนตามแตี จดประสงคีของผีีเลน ผเลนจะทราบคาตอบของคีาถาม จากการเคลีืีอนท่ของถีวยแกวไปบนตีวอีกษร ท่เขยนเอาไวบนแผนกร ะดาษ อีปกรณท่สาคญมเพยงแผนกระดาษหรีือแผนไม ท่แบีงเป็นชองตารางสีีเหล่ยมหรือวงกลม แลวเขยนตีวอีกษรหรีือตีวเลขลงไปใหีครบถวน พรอมท้งถวยแกีวหรือภาชนะอยีางอื่นท่คลายกีน บีาง กี็ใชเหรียญแทนถวยแกีว เรยกวีา ผีเหรยญ นอกเหนีือจากน้กี็อาจเตรียมเครีืีองเซีน และธป ๑ ดอก เป็นสวนประกอ บ กีอนเลีนจะตีองมการอีญเชญวีญญาณมาเขีาในถวย ผท่เลนตีองต้งจตเปี็นสมาธ เอาน้วชีี แตะรวมกนไวีบนถวยแกีวท่ควีีาลง แลวถามคาถามจากวีญญาณทีีเชญมาเขีาในถีวย วีญญาณจะบีงคบ ถวยแกีวใหเดีนไปตามอกษรแตละตีว แลวผสมออกมาเป็นคาเพื่อถอดความหมาย๕ ๑ ๘.๒.๔ ทีาทีของสีงคมไทยทีีมีตีอความเชีืีอเรืีองผี เ รื ี อ ง ผ ี เ ป ี็ น เ ร ีื ี อ ง ท ี เ ชื ี อ ถ ีื อ ก ี น ม า แ ต โบราณนานนีกหนาทกชาตีทกภาษาลวนแตีมเรื่องเลีาเก่ยวกีนผ ม ก า ร จ ด บ น ท ก เ รื่ อ ง ผ ก ี็ ม ม า ก ๕ ๒ ค ว า ม เ ชื่ อ เรื่องภตผวีญญาณของสีงคมไทยทกภีมภาคน้นไดีผสมผสานกีบพระ
  • 55.
    พ ท ธศ า ส น า อ ย า ง ก ล ม ก ลื น แ ต ี เ ร า อาจจะพอแยกใหีเห็นวีาสวนใดเปี็นความเชื่อทางพระพีทธศาสนา แ ล ะ ส ว น ใ ด เ ป็ น ค ว า ม เ ชื่ อ เ ร ีื ี อ ง ภ ต ผ แ ต ี อ ย า ง ไ ร ก็ ต า ม ถาเปี็ นพ ระพ ีทธ ศ าสนาแบบช าวบาน (Popular Buddhism) น้ น จ ะ แ ย ก ไ ด ย า ก ม า ก เ พ ร า ะ พ ี ธ ี ก ร ร ม ต า ง ๆ น้ น เ ป็ น ค ว า ม เ ชื่ อ เ ร ีื ี อ ง ภ ต ผ ป ะ ป น อ ย ม า ก เ ช น ค นไทย นย มนาพ ร ะพ ทธ ร ปม าเ ป ี็ น เค รืีอง ร า ง ข อง ข ล ี ง ซีงตามปรีชญาพีทธศาสนาแลีวจะปฏีเสธอาถรรพณีเวทยีหรีือ ไ ส ย เ ว ท ย ี ป ฎ ี เ ส ธ อ ย า ง ส้ น เ ช ง ซ่งสงคมสมยในอดตความเชื่อเรีืีองไสยเวทยยีีงมอีทธีพลตีอสงคม มาก ความเชื่อเรื่องภตผฝงแนนอยกีบคตีนยมของคนไทยอยีางแนนแ ฟนตีีงแตีสมยอดีต แมแตี ทางบีานเมีืองยีงมีราชพีธีเกียวกีบความเชืีอเรีืีองภีตผี อยีไมีนีอยในรอบปีหนีงๆ เชีน การเซีนสรวง พระเสีืีอเมีือง พระทรงเมือง และหลีกเมีือง รวมทีงพีธีสอบสวนคดีความสมียอดีตโดยใชีพีธี ลียไฟ ดีานา เพื่อแสดงความบรสทธีีของจีาเลย ซ่งพธีกรรมดงกลาวเปี็นความเชื่อในเรีืีองภตผวีญญาณทีีงส้น และปรากฏในวรรณกรรมทีองถีีนอสาน เชน ธรรมดาสอนโลก๕๓ ความเชื่อเรีืีองผี แบีงเป็น ๒ ประเภท คือ ประเภทผีมตีว คือผท่ชอบปรากฏตว แสดงรปโฉมใหมใหเห็นในลีกษณะตางๆ กีบประเภทผีไมม ๕๐ ส.พลายนอย, ตีานานผไทย,หนา ๑๘๒-๑๙๒. ๕๑ วีกพเดย, ผีถีวยแกีว,[ออนไลนี], เขาถงไดจาก http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9C%E0%B8%B5 (๙ กนยายน ๒๕๕๕). ๕๒ ส.พลายนอย,ตีานานผไทย,หนา ๘. ๕๓ ธวีช ปณโณทก,วรรณกรรมทีองถ่น,(กรงเทพมหานคร: สานกพมพโอเดยนสโตร, ๒๕๒๕),หนา๑๔.
  • 56.
    ตีวตน คีือ ผีทีไมีแสดงตีวใหีเปี็นทีรีจีก แตีอาจบีนดาลใหีเกีดอะไรขีนไดีผีคนเกรงกลีวกีนมาก เหมือนกน เชน เจาตามศาล หรือเทพารีกษตีางๆ และในวรรณกรรมของไทยเรีืีองขีนชางขนแผน ผท่ ปรากฏ คือ กีมารทอง คนก็ยีงเชื่อถือกนจนทกวีนน๕ ี ๔ ใ น ส ง ค ม ป จ จ บ ี น ก ร ะ แ ส ค ว า ม ค ด ใ ห ม ๆ ท่เปี็ นวีทย าศ า ส ต ร ีก ี็ ได ี เข ี าไ ป กี บ กา รศ ก ษา ร ะ บ บ โรงเรียนและสีื ีอสา รมวลช น ชาวอีสานโดย ท่วไปก ี็ ร บ ร แ ต ี ก ี็ ไ ม ไ ด ี ห ม า ย ค ว า ม ว ี า ไ ด ี ล ะ เ ล ย ห ร ีื อ ท อ ด ท้ ง ความเชีืีอระบบเกีาๆ ทียีดถีืออยีในสีงคม การทีพบวีา ใ น ส ี ง ค ม อ ี ส า น บ า ง ท ี อ ง ท ี ล ะ เ ล ย พ ี ธ ี ก ร ร ม ประจาปีของหมีีบีานในบางปีน้น หาไดีเป็ นเครีืีองยืนยนวีา ค ว า ม เ ช ีื ี อ ใ น พ ธ ี ก ร ร ม เ ห ล ี า น้ น ห ม ด ไ ป จ า ก ความคีด จีต สีา นีกของชาวอสา นไม แตีทีละเลย เพ ร า ะ ไ มีมีผ ี น ีา ใ น ก า ร ก ร ะ ทา พ ี ธ ีก ร ร ม ป ร ะ ก า ร ห น ี ี ง หรือสภาวะทางเศรษฐกีจไมอีานวยอกประการหนีีง ฉะน้นจงพบวีา พีธีกรรมท่ไดีงดเวนไปบีางในบางป ตีอมา เมื่อภาวะเศรษฐกีจดีข้น ห รื อ เ ก ด ค ว า ม ย ี ี ง ย า ก ใ น ส ี ง ค ม คื อ ม ผ ค น ล ม ต า ย (มากกว ี าปกต ี ซ่ งเป็ นธ รรมด า) ห รื อ ม ก า ร ท ะ เ ล า ะ ว ีวา ท หรือมผรีายชีกชีมพีธีกรรมเหลีาน้นก็ไดีมการนากลบมาประพฤต ป ฏ ี บ ี ต ี ก น อ ก ความเชีืีอเรีืีองภีตผีวีญญาณของปจเจกบีคคลหาไดีเจีือจาง ล ง ไ ป อ ย ี า ง ส ี น เ ช ี ง ไ ม น ี น ค ีื อ กีจประเพ ณที สี ว นบ ีค ค ลย ี ด ถ ีื อ ปฏ ีบ ีต ี อย เช ี น ออกจากหมีีบีานไปเรียนหนีงสีือ หรีือประกอบอา ช ีพ จะตีองจีดธีปเทียนบอกกลีาวพีอเชืีอแมีเชีีือหรีือผีปี ี ต า ร ว ม ท ี ง ก า ร แ ต ี ง ง า น เ ส ี ย ผ น อ ก จ า ก น้ ในทีามกลางวีทย าการสมีย ให มีในการรีกษาโรค เช ีน การแพทยีทีนสมียไดีแพรีกระจายไปสีสีงคม ชนบทอสาน แ ต ี ช า ว อ ส า น จ า น ว น ม า ก ก็ ย ี ง น ย ม ห า พ อ ม ด ห ม อ ผ ี อ ย และเชื่อวีาโรคบางชนีดท่การแพทย สมยใหมีไมอาจจะรีกษาไดี แตีการรกษาโรคแบบด้งเดมจะชวย ได ี ซ่งแสดงใหีเห็นวีา ช า ว อ ส า น เ อ ง น ี ี น ไ ม ไ ด ี ป ฏ ี เ ส ธ ว ท ย า ก า ร ส ม ย ใ ห ม ี แตีกี็ไมทอดท้งคตีความเชื่อดีีงเดมอยางส้นเชง๕๕ ความเชื่อเก่ยวกีบผสางเทวดา ในส่งท่มองไมเห็นมฤทธีีมอีานาจท่จะบนดาลส่งท่ดีและราย ใหแกีมนษยไดี คือความเชีืีอเรีืีองผสางเทวดา มการแยกระหวางผไมดี ผดีจงไดีชีืีอวีาเป็นเทวดามการ นบถือผท่เป็นเทวดาอารีกษ เชน รีกขเทวดา เจาทีง เจาปีา เจาเขา, การนีบถือผปีียีาตายาย ผเรือน ผบรรพบรษ, การนบถือวีรบรษ และการนบถือผราย๕๖ ๘.๒.๕ สงคมชีมชนภาคอีสานใหีความสีาคีญกีบผ ผปีีตาเปี็นท่ยีดม่นทางจตใจ สามารถ ชีวยขจดทกขรอนไมีใหสงคมเกดยีคเข็ญ ท้งสวนรวมและสีวนบคคล
  • 57.
    โดยเฉพาะความเชีืีออานาจศกดีี สีทธีของผปีีตามีสีวนใหีชาวบีานวางใจตีอเภทภียทีจะบีง เกีดแกีสีวนรวมและสวนบีคคล ไมีเพียงแตี เทีานีนการทีชาวบีานไดีรีวมกระทีาพีธีกรรมจะไดีรีวม มีือแรงกีนเปี็นการเสรีมสรีางสามีคคีธรรม ระหวางบคคลในหมีีบีาน ผปีีตา ทาหนาท่ควบคมความประพฤตของชาวบานไมใหผหน่งผใดประพฤต นอกรตประเพณีของสีงคม โดยอาศยอีานาจศกดีีสทธีีเหนือธรรมชาต ซ่งเป็นผลใหสงคมอยกีนอยางถอยทถอยอาศยกีน และไมประพฤตผดฮีตบีานดองเมีือง (จารตประเพณี) อีนจะนามาซ่งความสงบสีข ของสีงคมอยางแทจรง ๕๔ ส.พลายนอย, ตีานานผไทย,หนา ๑๑. ๕๕ เพ็ญศรดีีก,ไพฑรยี ส้นลารตน,ปยนาถ บนนาค,วราภรณี จวชยศกดีี,วีฒนธรรมพีืีนบาน :คตีความเชีืีอ, พมพครีงท่ ๔, (กรงเทพมหานคร: สานกพทพจฬาลงกรณีมหาวีทยาลีย, ๒๕๓๖),หนา ๓๖๙-๓๗๐,๓๙๐-๓๙๒. ๕๖ ยีพร แสงทีกษ ณี , ไทยศกษา,(กรงเทพมหานคร: มหาวีทยาลียเกษตรศาสตร,ี ๒๕๔๑),หนา ๒๐๙.
  • 58.
    ถีงแมีวีาสีงคมชาวอีสาน จะนีบถีือศาสนาพีทธโดยทีีวไป แตีกี็เปี็นการผสมผสานเรีืีอง ความเชื่อผสางเขีากีบพระพทธศาสนาแยกกนไมออก เพราะเหตีวีาพระพีทธศาสนาใหความม่นคงทาง จตใจแกีชาวบีานไมไดี โดยเฉพาะอานาจทีอยีเหนือธรรมชาต ชาวบีานหรีือชาวพทธหาไดีปฏีเสธไมีเชน นาทีวม ฝนแลง โรคระบาด ชาวบานเชื่อวาเป็นการทาของสีีงท่มอีานาจเหนีือธรรมชาตี ฉะน้น จง หนเขีา ยีดม่นในอานาจของผีปีีตา และความคมครองจากผีปีีตา รวมท้งพระสงฆีท่เป็นชาวอสานเองกี็ ไมไดีปฏีเสธความเชื่อเรีืีองภตผวีญญาณ๕๗ สรีป ในสีงคมมนีษยีและสีงคมไทยในอดีตจนถีงปีจจีบีนยีง มีความเชีืีอเรีืีองผีตีางๆ โดยเฉพาะสีงคมไทยน้น เชื่อในสีีงลกลบ ส่งศกดีีสทธีี อีทธีฤทธีีปาฏีหารยี รวมท้งไสยศาสตร จะเห็นวีา มการสรางหอพระเสีืีอเมืองทรงเมีือง ศาลหลกเมือง ศาลพระภม เจาท่ หรือภีเขา ถาตีนไมใหญี มการ เอาผีาสไปผกตีนไม ของเซีนไหว มอาหาร นา ส่งของอีืีนท่เชื่อวีา ผจะชอบ เพื่อเป็นบชาตามความเชื่อ เชีน ขอโชคลาภ (หวย) ขอใหีคีมครอง ใหีมีความปลอดภียจากการประกอบอาชพ การสีกการบีชา จะมีความหวาดหลีวในสีงลีกลีบทีมองไมีเหี็นดีวยสายตา ซีงจากประสบการณีของมนีษยีทีอยีกีบ ส่งแวดลอมสงคม การประกอบอาชีพเกษตรกรรมตีองพ่งพาอาศียธรรมชาตในหาเลีีย งชพผานมาจาก อดีตถีงปีจจีบีนไดีมีการบอกเลีาสีงทีพบเห็นมาจดบีนที กเรียกชีืีอผีตามลีกษณะสีีงทีพบ เชืีอวีาไมีใช มนษย จนกระทีีงเรียกวีา ผชนดตีางๆ เป็นท่รจกของคนทีีวไป และแยกประเภทของผีใหคณใหโทษแก มนีษย โดยในแตีละชีมชนกี็จะมีความเชืีอผีแตีละชนีดทีมีในชีม ชนของตนเองจะประกอบพีธีกรรม ตามความเชืีอ เพืีอใหีผีดีคีมครองหรือไมีมาทีาอีนตรายตนเองและครอบคร ีวเกีดสวีสดีมงคลในชีวีต และทรพยสน และเป็นการแสดงถีงเคารพกตญญีตีอผีบรรพบีรษ โดยจะทีาใหีคนในชีมชนประพฤตี ปฏีบีตีตามขนมธรรมเนียมประเพณสีืบกีนมาเปี็นการควบคีม ความประพฤต ทีาใหีคนในชีมชนนีน ไมกลาทาความชีีว เชน
  • 59.
    ไมฆาสตวี ไมลกทรพย ไมประพฤตผดในกามไมพีดโกหก และไมดีืีมสรา กี็จะ เป็นสงคมประพฤตีปฏีบีตีตามแนวทางพระพีทธศาสนา คือ การรกษาศีลหา ทาใหสีงคมมความสงบสข ประชาชนประกอบสีมมาอาชีพ มีคีณภาพชีวีตทีดี แตีถีาเชืีอแบบงมงาย ไมีประกอบดีวยปีญญา พีจารณา ทาใหสญเสยเวลาของชีวีตไปโดยเปลาประโยชนี เพราะมีใชทางหลดพีนจากภียในวฏสงสาร หรืออาจถกหลอกลวงทีาใหเสยทรพยสนเดือดรอนในภายหลีง