1
คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน
โดย ผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน
โดย…
ผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ
ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
2
คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน
โดย ผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
หนวยที่ 3 การใชโปรแกรมคอมพิวเตอรดาน CAD ประกอบชิ้นสวน สรางงานนําเสนอ และสราง
งานเขียนแบบ 2 มิติ
3.1 บทนํา
เครื่องจักรกลหรือผลิตภัณฑตางๆ ที่ผลิตในภาคอุตสาหกรรมนั้น จะประกอบดวยชิ้นสวน
หลายๆ ชิ้นสวนประกอบเขาดวยกัน บางผลิตภัณฑจะประกอบดวยชิ้นสวนเปนรอยเปนพันชิ้น เมื่อ
นําโปรแกรมคอมพิวเตอรมาชวยในการออกแบบเครื่องจักรกลหรือผลิตภัณฑเหลานั้นก็จะตองเริ่ม
จากการสรางชิ้นสวนแตละชิ้นกอนเชนกันแลวจึงนําเขามาประกอบรวมกัน ซึ่งในหนวยที่ 2
นักศึกษาไดเรียนรูวิธีการสรางชิ้นสวนจากคําสั่งตางๆ ของโปรแกรม Solidworks และในหนวย
เรียนนี้นักศึกษาจะไดศึกษาการใชโปรแกรมนี้ประกอบชิ้นสวนที่ไดสรางขึ้นมาเดี่ยวๆ เปนชิ้นงาน
ประกอบโดยใชการแอสเซมบลี (Assembly) รวมทั้งการนําไฟลดังกลาวไปสรางงานนําเสนอ
(Presentation) และสรางงานเขียนแบบ 2 มิติ (Drawing)
3.2 การใชโปรแกรม Solidworks ประกอบชิ้นสวน
3.2.1 ความหมายของแอสเซมบลีทูลบาร (Assembly Toolbar)
แอสเซมบลีทูลบารของโปรแกรม Solidworks ทูลบารมาตรฐานแสดงดังรูปที่ 3.1 ซึ่งแตละ
ไอคอนมีความหมายและการใชงานดังตารางที่ 3.1 นักศึกษาควรศึกษาแตละคําสั่งใหเขาใจ กอนที่
จะเริ่มตนการประกอบชิ้นสวน
รูปที่ 3.1
ไอคอน คําสั่ง ความหมายและการใชงาน
Insert Component ใชนําไฟลชิ้นสวนเขามาวางในไฟลแอสเซมบลี
New Component ใชสรางไฟลชิ้นสวนใหมในไฟลแอสเซมบลี
Mate เปนชุดคําสั่งที่ใชประกอบชิ้นสวนเขาดวยกัน
Move Component ใชเคลื่อนยายชิ้นสวนไปยังตําแหนงที่ตองการ โดยจะเคลื่อนยายไดเพียง
ชิ้นสวนเดียวเทานั้น
Rotate Component ใชเคลื่อนหมุนชิ้นสวนตามมุมมองที่ตองการ โดยจะหมุนไดเพียงชิ้นสวนเดียว
เทานั้น
Smart Fasteners เปนคําสั่งที่ใชประกอบชิ้นสวนนัตและสกรูเขามาประกอบกับชิ้นสวนโดย
อัตโนมัติ
3
คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน
โดย ผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
ไอคอน คําสั่ง ความหมายและการใชงาน
Exploded View ใชเคลื่อนยายหรือหมุนชิ้นสวนใหเปนภาพระเบิดตามทิศทางที่ตองการ
Exploded Line Sketch ใชสรางเสนเชื่อมตอชิ้นสวนที่ระเบิด
Interference detection ใชตรวจสอบจุดทับซอนกันของชิ้นงาน
Hide/Show Component ใชแสดงหรือซอนชิ้นสวน
Edit Component ใชเชื่อมตอสลับระหวางโหมดการแกไขชิ้นสวนกับโหมดแอสเซมบลี
3.2.2 การประกอบชิ้นงานเขาดวยกัน
เครื่องมือที่ใชประกอบชิ้นงานเขาดวยกัน คือ Mate เมื่อคลิกไอคอน บนทูลบาร
มาตรฐานจะปรากฏกลองโตตอบ Mate ดังรูปที่ 3.2 ซึ่งมีความหมายและการใชงานดังตอไปนี้
รูปที่ 3.2
จากภาพที่ 3.2 จะเห็นวากลองโตตอบ Mate จะประกอบดวย ตัวเลือกหลักคือ Mate
Selections และ Standard Mates ซึ่งจะใชกําหนดความสัมพันธของการเคลื่อนที่ของชิ้นสวน มี
ความหมายดังนี้
Mate Selections เปนชองที่แสดงตําแหนงตางๆ บนชิ้นงานที่เราตองการจะนํามาประกอบ
เขาดวยกัน ไมวาจะเปนพื้นผิว เสนขอบ หรือจุดบนชิ้นสวน ฯลฯ จะ
แสดงในชองนี้หลังจากที่เราใชเมาสคลิกเลือก
Standard Mates เปนสวนที่ใหเลือกชนิดของการ Assembly มี หลายแบบดวยกัน ดังนี้
4
คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน
โดย ผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
ไอคอน การใชงาน
เปนการประกอบแบบประกบกันหรือเสมอกัน
เปนการประกอบกันแบบ ขนานกัน
เปนการประกอบกันแบบ ทํามุมกันตามองศาที่กําหนด
เปนการประกอบกันแบบ สัมผัสกัน(Tangent) เชน สวนโคงสัมผัสกับสวนโคง
เปนการประกอบกันแบบรวมศูนย
Distance เปนชองสําหรับกรอกกําหนดคาระยะเยื้องที่ตองการ
Angle เปนชองสําหรับกรอกคาองศาที่ตองการ
ตัวอยางที่ 1 การประกอบชิ้นงานเขาดวยกันและสรางชิ้นสวนในไฟลแอสเซมบลี
1. สรางชิ้นสวน 3 ชิ้น ในไฟล ดังรายละเอียดขางลางและรูปที่ 3.3
ชื่อชิ้นงาน บันทึก ไฟลชื่อ
- แผนรองลางขนาด 100 x 100 x 10 mm Bottom plate
- แผนประกบบนขนาด 50 x 100 x 10 mm Top plate
- สกูร M 20 x 2.5 Screw
2D Sketch Part Feature
Extrude 10 mm
ก) แผนรองลาง
Extrude 10 mm
ข) แผนประกบบน
5
คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน
โดย ผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
ค) สกรู
รูปที่ 3.3
2. คลิกที่ไอคอน แลวดับเบิลคลิกที่ไอคอน โปรแกรมจะเขาสูไฟลแอสเซมบลี
3. จะเกิดหนาตาง Insert Component ขึ้นมาพรอมกับการเปดไฟลแอสเซมบลี ใหคลิกที่ปุม
จะเกิดกลองโตตอบดังรูปที่ 3.4 หาตําแหนงที่อยูของไฟลที่บันทึกไว เลือก
ชิ้นสวนชื่อ Bottom plate คลิกที่ปุม Open จะไดรูปแผนรองลางปรากฏอยูในกราฟกวินโดว
ใหคลิกบนกราฟกวินโดวจะไดผลลัพธ ดังรูปที่ 3.5
รูปที่ 3.4
รูปที่ 3.5
6
คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน
โดย ผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
4. ทําขั้นตอนเชนเดียวกับขอที่ 3 ใหเลือกไฟลชิ้นสวนชื่อ Top plate และ Screw มาวางใน
ไฟลแอสเซมบลี จะไดชิ้นสวนตางๆ ดังรูปที่ 3.6
รูปที่ 3.6
5. แตละชิ้นสวนจะมีองศาอิสระอยู 6 ทิศทาง คือ เคลื่อนที่ไปตามแกน x, y และ z และ
หมุนรอบแกน x, y และ z ยกเวน bottom plate จะไมมีองศาอิสระเนื่องจากแผนรองลางเปน
ชิ้นสวนแรกที่ถูกนําเขามาวางในไฟลแอสเซมบลีโปรแกรมจะกําหนดใหอยูกับที่โดยคําสั่ง Fix
ซึ่งนักศึกษาสามารถใหชิ้นสวน bottom plate เคลื่อนที่ไดอิสระ โดยคลิกขวาที่ไอคอน
แลวคลิกเลือก Float จากเมนูดังรูปที่ 3.7 ซาย (ถาไมตองการชิ้นสวนไหนมี
องศาอิสระใหคลิกเลือก Fix ดังรูปที่ 3.7 ขวา)
รูปที่ 3.7
6. เริ่มแรกใหประกอบแผน bottom plate กับ top plate เขาดวยกัน ซูมขยายภาพของชิ้นสวน
ทั้งสอง หมุนแผนประกบบนโดยใชคําสั่ง แลวคลิกคําสั่ง จะมีหนาตาง Mate
ปรากฏขึ้นดังรูปที่ 3.8
7
คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน
โดย ผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
- Mate Selections: ตําแหนงที่ 1 เลือกผิวดานลางของแผน top plate ตําแหนงที่ 2
เลือก ผิวดานบนของแผน bottom plate ดังรูปที่ 3.8
- Standard Mate: โปรแกรมจะเลือก Coincident โดยอัตโนมัติ คลิกปุม เพื่อ
ยอมรับการ Mate
รูปที่ 3.8
7. คลิกเลือกผิวรูดานในของแผน top plate ผิวรูดานในของของแผน bottom plate ดังรูปที่ 3.9
โปรแกรมจะเลือก Concentric โดยอัตโนมัติ แลวคลิกปุม เพื่อยอมรับการ Mate
รูปที่ 3.9
8. คลิกเลือกผิวดานขางของแผน top plate และแผน bottom plate อีกดานหนึ่ง ดังรูปที่ 3.10
โปรแกรมจะเลือก Coincident โดยอัตโนมัติ แลวคลิกปุม เพื่อยอมรับการ Mate
2
1
1
2
8
คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน
โดย ผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
รูปที่ 3.10
9. ขั้นตอไปประกอบแผน bottom plate กับ Screw ใหหมุน bottom plate และ Screw โดยใชคําสั่ง
ดังรูปที่ 3.11 คลิกเลือกเสนวงกลมรูกลางของแผน bottom plate และเสนวงกลมของ Screw
โปรแกรมจะเลือก Coincident โดยอัตโนมัติ แลวคลิกปุม เพื่อยอมรับการ Mate
รูปที่ 3.11
10. บันทึกไฟล
3.2.3 การสรางชิ้นสวนในไฟลแอสเซมบลี
การสรางชิ้นสวนใหมในไฟลแอสเซมบลี หรืองาน Top-down Design จะมีขอดีคือชิ้นสวน
ใหมที่สรางขึ้นมาจะมีความสัมพันธกับชิ้นสวนที่มีอยูกอนในไฟลแอสเซมบลี เมื่อชิ้นสวนที่มีความ
เกี่ยวพันธกันถูกแกไขเปลี่ยนแปลงขนาด อีกชิ้นสวนหนึ่งก็จะแกไขตามเสมอ สามารถสรางสวนใน
ไฟลแอสเซมบลีไดดังนี้
2
1
1
2
9
คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน
โดย ผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
1. คลิกคําสั่ง บนทูลบารมาตรฐาน เพื่อสรางชิ้นสวนใหมจะปรากฏกลองโตตอบ Save
as ดังรูปที่ 3.12 ชอง File name ใหกําหนดชื่อเปน Nut กําหนดตําแหนงที่อยูของไฟลตาม
ตองการที่ชอง Save in เสร็จแลวคลิกปุม Save
รูปที่ 3.12
2. เมาสจะเปลี่ยนเปนสัญลักษณ ใหคลิกเลือกระนาบสเกตซที่ผิวดานบนของแผน top
plate ดังรูปที่ 3.13 ซึ่งไอคอนบนทูลบารมาตรฐานจะเปลี่ยนเปนสเกตซทูลบาร
รูปที่ 3.13 รูปที่ 3.14
3. กดปุม Ctrl ที่คียบอรดคางไว แลวลากเมาสไปคลิกเลือกเสนของรูปหกเหลี่ยมและวงกลมที่
ผิวบนของแผน bottom plate คลิกปุม จากสเกตซทูลบาร จะปรากฏเสน Profile ของ
รูปหกเหลี่ยมและวงกลม บนผิวของแผน top plate ดังรูปที่ 3.14 ซึ่ง Profile นี้จะถูก
นําไปใชสรางชิ้นสวน Nut ตอไป
10
คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน
โดย ผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
4. เปลี่ยนสเกตซทูลบารเปนฟเจอรทูลบาร คลิกปุม เลือก Profile และกําหนดความหนา
10 mm แลวคลิกปุม จะไดผลลัพธดังรูปที่ 3.15ก
ก ข
รูปที่ 3.15
5. คลิกปุม บนเมนูมาตรฐาน เพื่อจบการแกไขชิ้นสวน จะไดผลลัพธดังรูปที่ 3.15ข
6. บันทึกไฟล
ขอแนะนํา
ชิ้นสวนตางๆ สามารถเปลี่ยนสีหรือวัสดุไดตามความตองการ นักศึกษาสามารถลอง
เปลี่ยนสีหรือวัสดุ โดยคลิกขวาที่ไอคอนชื่อของชิ้นสวนที่ตองการดังรูปที่ 3.16 เลือก Appearance
จากเมนู แลวเลือก Color, Texture หรือ Material ซึ่งโปรแกรมจะมีสีตางๆ มีวัสดุจํานวนมากให
เลือกใชไดตามความตองการ
11
คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน
โดย ผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
รูปที่ 3.16
3.3 การสรางภาพระเบิดโดยคําสั่ง Explode View
การสรางภาพระเบิดในโปรแกรม Solidworks จะใชคําสั่ง บนทูลบาร
มาตรฐาน เมื่อคลิกคําสั่งนี้จะปรากฏหนาตาง Explode ดังรูปที่ 3.17 ซึ่งมีความหมายดังนี้
รูปที่ 3.17
Explode Steps เปนชองที่ใชแสดงประวัติลําดับของการระเบิดของชิ้นงานที่ไดทําการ
ระเบิดออก สามารถลบ หรือแกไขลําดับของการระเบิดได โดยการคลิก
เลือกลําดับการระเบิดที่ตองการลบ หรือแกไข
12
คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน
โดย ผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
Settings เปนชองที่ใชสําหรับแสดงชิ้นสวนที่ตองการจะใหระเบิดออกไป โดยการ
คลิกเลือกชิ้นสวนบนกราฟกวินโดว หรือเลือกที่ชื่อของชิ้นสวนบน
บราวเซอรบาร ชื่อของชิ้นงานที่ถูกเลือกจะปรากฏในชองนี้
Explode Directions ใชสําหรับกําหนดทิศทางของการระเบิด เมื่อคลิกเลือกชิ้นงาน
แลวจะเกิดแกน X, Y และ Z บนจุดที่เราเลือก ใหคลิกเลือก
ทิศทางที่ตองการจะใหระเบิดออกไป ทิศทางที่ถูกเลือกจะปรากฏ
ในชองนี้
Explode Distance ใชสําหรับกําหนดระยะที่ตองการจะระเบิดออก
ในตัวอยางนี้จะใชไฟล Assembly ที่ทําไวในหัวขอที่แลว มาสรางภาพระเบิด
1. เปดไฟล Assembly ในหัวขอที่แลว
2. คลิกคําสั่ง บนทูลบารมาตรฐาน จะปรากฏหนาตาง Explode ดังรูปที่ 3.18
รูปที่ 3.18
3. ขั้นแรกจะระเบิดนัตออกทางดานบน ลากเมาสไปคลิกที่ชิ้นสวนนัต จะเกิดพิกัด X, Y และ
Z ขึ้นที่จุดนั้น ใหคลิกเลือกแกน Y กําหนดคาระยะการระเบิดเทากับ 120 mm ลงในชอง
Explode Distance แลวคลิกปุม Done ชิ้นสวนนัตจะระเบิดออกดังรูปที่ 3.18
13
คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน
โดย ผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
รูปที่ 3.19
4. ระเบิดแผนประกบบน ขึ้นขางบน
- Settings คลิกเลือกที่ผิวของชิ้นสวน Top plate บนกราฟกวินโดว ดังรูปที่ 3.19
- Explode Directions ทิศทางระเบิด แกน Y
- Explode Distance ระยะระเบิด 60 mm แลวคลิกปุม Done
5. การระเบิดสกรูออกจากแผนรองลาง
- Settings คลิกเลือกที่ผิวของชิ้นสวน Screw บนกราฟกวินโดว ดังรูปที่ 3.20
- Explode Directions ทิศทางระเบิดแกน Y คลิกปุม เพื่อกลับทิศทางการระเบิด
- Explode Distance ระยะระเบิด 160 mm แลวคลิกปุม Done
รูปที่ 3.20
คลิกปุม จะไดผลลัพธดังรูปที่ 3.21 ซึ่งเปนการเสร็จสิ้นการระเบิด บันทึกไฟล
14
คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน
โดย ผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
รูปที่ 3.21
6. การใสเสนเชื่อมตอระหวางชิ้นสวนแตละชิ้น โดยการคลิกที่คําสั่ง บนทูลบาร
มาตรฐาน จะปรากฏหนาตาง Route Line ใหลากเมาสไปคลิกที่พื้นผิวดานในรูของชิ้นสวน
nut, top plate, bottom plate และคลิกที่พื้นผิวดานนอกของ screw อยางตอเนื่อง ดังรูปที่
3.22 แลวคลิกปุม เปนการเสร็จสิ้นการใสเสนเชื่อมตอระหวางชิ้นสวน บันทึกไฟล
รูปที่ 3.22
15
คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน
โดย ผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
3.3.1 การสรางภาพเคลื่อนไหว (Animation)
คุณสามารถสรางภาพเคลื่อนไหวของการประกอบเขาและระเบิดออกของชิ้นสวนตางๆ
โดยการคลิกไอคอน (Configuration-Manager) แลวคลิกขวาบนไอคอนชื่อไฟลแอสเซมบลี
เลือก Animate explode จากเมนู ดังรูปที่ 3.23 จะปรากฏกลองโตตอบ Animation controller ดังรูปที่
3.24
รูปที่ 3.23
ใหนักศึกษาทดลองใชทูลตางๆ ของ Animation Controller เพื่อดูการระเบิด และการประกอบ
ชิ้นสวนไดตามความตองการ
รูปที่ 3.24
ขอแนะนํา
นักศึกษาสามารถบันทึกการเคลื่อนที่ดังกลาวเปนไฟลวีดีโอ AVI เพื่อที่จะนําไฟลไปแสดง
การเคลื่อนที่ในโปรแกรม Media Player อื่นๆ โดยการคลิกที่ปุม และกําหนดคาตางๆ ตามที่
โปรแกรมตองการ
การใหชิ้นสวนประกอบกลับหรือระเบิดออก
การใหชิ้นสวนประกอบกลับ หรือระเบิดออก สามารถทําไดโดยการคลิกไอคอน
(Configuration-Manager) คลิกขวาบนไอคอนชื่อไฟลแอสเซมบลีแลวเลือก Collapse จากเมนู เมื่อ
16
คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน
โดย ผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
ตองการประกอบเขาดังรูปที่ 3.25ซาย หรือเลือก Explode จากเมนู เมื่อตองการระเบิดออกดังรูปที่
3.25ขวา
รูปที่ 3.25
ตัวอยางที่ 2 การประกอบชิ้นงานเขาดวยกันดวยคําสั่ง Mate
1. ใชไฟล สรางชิ้นสวน 5 ชิ้น ดังรายละเอียดตามรูปที่ 3.26
รูปที่ 3.26
2. คลิกที่ไอคอน แลวดับเบิลคลิกที่ไอคอน โปรแกรมจะเขาสูไฟลแอสเซมบลี
3. ใชคําสั่ง นําชิ้นสวนทั้ง 5 ชิ้นมาวางในไฟลแอสเซมบลีตามจํานวนดังรูปที่ 3.27
17
คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน
โดย ผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
รูปที่ 3.27
4. เริ่มแรกใหประกอบชิ้นสวนที่ 3 กับชิ้นสวนที่ 4 เขาดวยกัน ซูมขยายภาพของชิ้นสวนทั้ง
สอง แลวคลิกคําสั่ง จะมีหนาตาง Mate ปรากฏขึ้น คลิกเลือกเสนวงกลมของชิ้นสวน
ที่ 3 และเสนวงกลมของชิ้นสวนที่ 4 ดังรูปที่ 3.28 โปรแกรมจะเลือก Coincident โดย
อัตโนมัติ แลวคลิกปุม เพื่อยอมรับการ Mate
รูปที่ 3.28
5. ประกอบชิ้นสวนที่ 4 กับชิ้นสวนที่ 5 ตัวที่ 1 เขาดวยกัน ซูมขยายภาพของชิ้นสวนทั้งสอง หมุน
ชิ้นสวนที่ 5 ตัวที่ 1 โดยใชคําสั่ง ดังรูป คลิกเลือกเสนวงกลมของชิ้นสวนที่ 4 และเลือก
เสนวงกลมของชิ้นสวนที่ 5 ตัวที่ 1 ดังรูปที่ 3.29 โปรแกรมจะเลือก Coincident โดยอัตโนมัติ
แลวคลิกปุม เพื่อยอมรับการ Mate
1
2
18
คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน
โดย ผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
รูปที่ 3.29
6. ประกอบชิ้นสวนที่ 4 กับชิ้นสวนที่ 5 ตัวที่ 2 เขาดวยกัน ดวยวิธีเดียวกับขอ 5 ดังรูปที่ 3.30
รูปที่ 3.30
7. ประกอบชิ้นสวนที่ 1 กับชิ้นสวนที่ 2 ตัวที่ 1 เขาดวยกัน ซูมขยายภาพของชิ้นสวนทั้งสอง หมุนชิ้นสวนที่ 2 โดย
ใชคําสั่ง ดังรูป คลิกเลือกผิวดานลางของชิ้นสวนที่ 2 และผิวดานบนของชิ้นสวนที่ 1 ดังรูปที่ 3.31
โปรแกรมจะเลือก Coincident โดยอัตโนมัติ แลวคลิกปุม เพื่อยอมรับการ Mate
รูปที่ 3.31
1
2
2
1
2
1
19
คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน
โดย ผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
8. คลิกเลือกพื้นผิวดานหนาของชิ้นสวนที่ 1 และชิ้นสวนที่ 2 ดังรูปที่ 3.32 โปรแกรมจะเลือก
Coincident โดยอัตโนมัติ แลวคลิกปุม เพื่อยอมรับการ Mate
รูปที่ 3.32
9. คลิกเลือกพื้นผิวดานขางของชิ้นสวนที่ 1 และชิ้นสวนที่ 2 ดังรูปที่ 3.33 โปรแกรมจะเลือก
Coincident โดยอัตโนมัติ แลวคลิกปุม เพื่อยอมรับการ Mate
รูปที่ 3.33
10. ประกอบชิ้นสวนที่ 1 กับชิ้นสวนที่ 2 ตัวที่ 2 เขาดวยกัน ดวยวิธีตามขอ 7-9 จะไดผลดังรูปที่
3.34
1
2
1 2
20
คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน
โดย ผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
รูปที่ 3.34
11. ประกอบชิ้นสวนที่ 2 ตัวที่ 2 กับชิ้นสวนที่ 5 ตัวที่ 2 เขาดวยกันโดย
- คลิกเลือกพื้นผิวทรงกระบอกของชิ้นสวนที่ 5 และพื้นผิวในรูของชิ้นสวนที่ 2 ดังรูปที่
3.35ก โปรแกรมจะเลือก Concentric โดยอัตโนมัติ แลวคลิกปุม เพื่อยอมรับการ Mate
- คลิกเลือกพื้นผิวดานหนาของชิ้นสวนที่ 2 และชิ้นสวนที่ 5 ดังรูปที่ 3.35ข โปรแกรมจะ
เลือก Coincident โดยอัตโนมัติ แลวคลิกปุม เพื่อยอมรับการ Mate จะไดผลดังรูปที่
3.36
12. บันทึกไฟล
ก ข
รูปที่ 3.35
1
2
1
2
21
คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน
โดย ผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
รูปที่ 3.36
3.4 การสราง Simulation
1. การจําลองการหมุนของลอทําได โดยคลิกเลือก Rotary motor ที่อยูในคําสั่ง จะปรากฏ
หนาตางของ Rotary motor ขึ้นมาดังรูปที่ 3.37 ใหลากเมาสไปคลิกที่ผิวของโคงของชิ้นที่ 3 กําหนด
ความเร็วในการหมุน (Velocity) ที่ตองการ แลวคลิกปุม
2. คลิกเลือก ที่อยูในคําสั่ง เพื่อใหโปรแกรมคํานวณและเปนการ
บันทึกการจําลองการหมุนของลอ ซึ่งชิ้นงานที่ 3 จะหมุนไปอยางตอเนื่อง เมื่อตองการหยุดใหคลิก
ที่อยูในคําสั่ง
รูปที่ 3.37
3. การแสดงการจําลองการหมุนของลอทําไดโดยคลิกเลือก ที่อยูในคําสั่ง
จะปรากฏหนาตางของ Animation Controller ขึ้นมาดังรูปที่ 3.38 ซึ่งชิ้นที่ 3 จะหมุนรอบ
ตัวเองไปเรื่อยๆ นักศึกษาสามารถทดลองใชทูลตางๆของ Animation Controller เพื่อดูการเคลื่อนที่
22
คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน
โดย ผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
ของลอไดตามความตองการ
รูปที่ 3.38
ขอแนะนํา
นักศึกษาสามารถบันทึกการเคลื่อนที่ดังขอที่ 3 เปนไฟลวีดีโอ AVI เพื่อที่จะนําไฟลไปแสดง
การเคลื่อนที่ในโปรแกรม Media Player อื่น ๆ โดยการคลิกที่ปุม และกําหนดคาตางๆตามที่
โปรแกรมตองการ
3.5 การตรวจสอบการซอนทับกันของชิ้นงาน
1. การตรวจสอบการซอนทับกันของชิ้นงานที่นํามาประกอบกันทําได โดยใชคําสั่ง เมื่อคลิก
เลือกจะปรากฏหนาตางของ Interference Detection ขึ้นมาดังรูปที่ 3.39ก
2. ในชอง ใหคลิกเลือกชิ้นสวนที่ตองการจะตรวจสอบการซอนทับกัน
หรือเลือกชิ้นสวนทั้งหมด เมื่อเลือกเสร็จใหกดปุม เพื่อใหโปรแกรมคํานวณหาการ
ซอนทับกันของชิ้นงาน
3. เมื่อโปรแกรมตรวจพบการทับซอนกันของชิ้นสวนจะแสดงผลในชองของ Results ดังรูปที่ 3.40ข
(เนื้อของชิ้นงานที่ทับซอนกันจะถูกแสดงเปนสีแดง) นักศึกษาสามารถตรวจสอบและทําการแกไข
ใหถูกตอง
ก ข
รูปที่ 3.39
23
คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน
โดย ผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
3.6 การสรางภาพระเบิดโดยคําสั่ง Explode View
จากตัวอยางที่ผานมานักศึกษาไดฝกใชคําสั่ง Explode View สรางภาพระเบิดโดยการกรอกคา
ระยะที่ตองการใหชิ้นสวนระเบิด สําหรับในแบบฝกหัดนี้จะใชวิธี Drag and Drop หรือคลิกเมาสคาง
ไวแลวลากไปวางในตําแหนงที่ตองการ มีขั้นตอนดังตอไปนี้
1. คลิกคําสั่ง บนทูลบารมาตรฐาน เมื่อคลิกคําสั่งนี้จะปรากฏหนาตาง Explode ขึ้นมา ซึ่ง
นักศึกษาไมตองกําหนดหรือกรอกคาอะไรลงในหนาตางนี้
2. ใหคลิกบนพื้นผิวของชิ้นสวนที่ตองการจะระเบิด จะเกิดพิกัด X,Y และ Z ขึ้นที่จุดนั้น ใหคลิก
เลือกแกนที่ตองการจะระเบิดคางไว แลวลากเมาสไปปลอยลงในตําแหนงที่ตองการ ดังรูปที่
3.40
รูปที่ 3.40
3. ระเบิดชิ้นสวนอื่นๆ ดวยวิธีการเชนเดียวกันกับขอที่ 2 ใหไดภาพระเบิดดังรูปที่ 3.41
รูปที่ 3.41
4. การใสเสนเชื่อมตอระหวางชิ้นสวนแตละชิ้น โดยใชคําสั่ง บนทูลบารมาตรฐาน ใหมี
ลักษณะดังรูปที่ 3.42
24
คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน
โดย ผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
รูปที่ 3.42
ขอแนะนํา การคลิกเลือกตําแหนงการระเบิดของนักศึกษาอาจจะไมตรงกับในแบบฝกหัดนี้
ดังนั้นใหนักศึกษาเปลี่ยนทิศทางการระเบิดใหภาพที่ระเบิดออกมีลักษณะใกลเคียง
กับตัวอยาง หรือนักศึกษาจะระเบิดไปตามทิศทางที่ตองการก็ได
25
คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน
โดย ผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
แบบทดสอบที่ 5
ใหฝกการสรางชิ้นงาน 3 มิติ และนํามาประกอบเขาดวยกัน
หนวยนิ้ว(English)
ขอที่ 1
26
คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน
โดย ผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
หนวยมิลลิเมตร (Metric)
ขอที่ 2
27
คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน
โดย ผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
3.7 การสรางภาพเขียนแบบ 2 มิติ (Drawing)
หลังจากที่สรางชิ้นสวน 3 มิติ ไมวาจะเปนชิ้นสวนเดี่ยว (Part) หรือชิ้นสวนประกอบ
(Assembly) เสร็จเรียบรอยแลวนั้น ขั้นตอนตอไปคือการนํางานเหลานั้นมาสรางเปนภาพเขียนแบบ
2 มิติ (Drawing) และกําหนดรายละเอียดของงาน ไมวาจะเปนขนาด พิกัดความเผื่อ คุณภาพผิว วัสดุ
ที่ใชในการผลิต และสัญลักษณในการเขียนแบบตาง ๆ ที่จําเปน เพื่อนําภาพเขียนแบบ 2 มิติ นั้น
เสนอใหลูกคา หรือชางเทคนิคเพื่อทําการผลิตชิ้นสวนนั้นตอไป การสรางภาพเขียนแบบ 2 มิติ ของ
โปรแกรม Solidworks ทําไดงายมากๆ โดยการนําไฟลชิ้นสวน 3 มิติ หรือไฟลชิ้นสวนประกอบเขา
มาวางในไฟล Drawing เลือกมุมมอง 2 มิติที่ตองการ ก็จะไดภาพเขียนแบบ 2 มิติ ของชิ้นสวนนั้นๆ
ไฟล Drawing มีความเกี่ยวพันธแบบพาราเมตริกกับไฟลอื่นๆ กลาวคือเมื่อทําการแกไขขนาดของ
ไฟลใดไฟลหนึ่งอีกไฟลก็จะแกไขเปลี่ยนแปลงตามกันไปดวย
3.7.1 ความหมายของ Drawing Tools
Drawing จะประกอบดวยเครื่องมือใชงานบนทูลบารมาตรฐานดังตอไปนี้
ไอคอน คําสั่ง หนาที่
Model View
ใชวางภาพเขียนแบบ 2 มิติ ภาพแรกลง ในไฟล Drawing สามารถเลือก
มุมมองของการเขียนแบบไดตามความตองการ
Projected View
ใชสรางภาพฉายดานอื่น ๆ หรือสรางภาพไอโซเมตริกจากภาพที่ไดจาก
Model View
Auxiliary View ใชสรางภาพฉายชวย โดยภาพที่ฉายจะตั้งฉากกับเสนขอบที่เราเลือก
Section View ใชสรางภาพตัดเพื่อใหเห็นสวนประกอบภายในโดยใชเสนตัดตรง
Section View
ใชสรางภาพตัดเพื่อใหเห็นสวนประกอบภายในโดยใชสองเสนตัดทํา
มุมกัน
Detail View
ใชสรางภาพขยายรายละเอียดของภาพอื่นๆ ในสวนที่ตองการใหเห็น
รายละเอียดเพิ่มเติม
Broken View
ใชสรางภาพ Broken (ภาพที่ตัดสวนตรงกลางออกเหลือแตสวนปลาย
ของทั้งสองดาน ทําใหประหยัดเนื้อที่ในกระดาษเขียนแบบ)
Standard 3 View ใชสรางภาพฉายทั้ง 3 ดานโดยอัตโนมัติ
28
คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน
โดย ผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
3.7.2 การสรางภาพเขียนแบบ 2 มิติ จากไฟลชิ้นสวน (Part)
หลังจากที่นักศึกษาไดสรางชิ้นสวน 3 มิติเปนเรียบรอยแลว สามารถนําชิ้นสวน 3 มิตินั้น
มาทําเปนภาพเขียนแบบ 2 มิติ โดยวิธีดังนี้
1. เปดไฟล Drawing โดยการคลิกไอคอน แลวดับเบิลคลิกที่ไอคอน
2. โปรแกรม Solidworks จะมีมาตรฐานกระดาษเขียนแบบขนาดตางๆ ใหเลือก ใหนักศึกษา
เลือก A4-Landscape และออปชันตางๆ ดังรูปที่ 3.43 คลิกปุม OK
รูปที่ 3.43
3. โปรแกรมจะเขาคําสั่ง Model View โดยอัตโนมัติ คลิกปุม เพื่อหาไฟล Part 3
ที่นักศึกษาสรางและบันทึกเก็บไวในตัวอยางของหัวขอการประกอบชิ้นงานดังรูปที่ 3.44
คลิกปุม Open แลวลากเมาสมาคลิกตําแหนงดังรูปที่ 3.45 คลิกปุม
รูปที่ 3.44
วางกระดาษแนวนอน
วางกระดาษแนวตั้ง
29
คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน
โดย ผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
รูปที่3.45
ขอเสนอแนะเพิ่มเติม
นักศึกษาสามารถยายตําแหนงของภาพ Model View ไดโดยการคลิกเมาสที่ภาพนั้นคางไว
(ลูกศรจะเปลี่ยนเปนสัญลักษณ ) แลวลากไปปลอยวางยังตําแหนงที่ตองการ
4. คลิกที่ไอคอน ไปคลิกที่ภาพ Model View (ตําแหนงที่ 1) แลวลากเมาสลงมาดานลาง
(ตําแหนงที่ 2) คลิกเมาส 1 ครั้ง จะไดภาพดานบน ดังรูปที่ 3.46 หลังจากนั้นใหเลือก Display
Style แบบ Hidden Lines visible แลวคลิกปุม
รูปที่ 3.46
30
คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน
โดย ผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
5. สรางภาพตัด โดยคลิกไอคอน จะปรากฏหนาตางของ Section View ใหกําหนดชื่อของภาพ
ตัด (Label) =A มาตราสวน (Scale) และสไตลดังรูป ลากเมาสไปคลิกตําแหนงที่ 1 และ 2 ดังรูปที่
3.47 ตามลําดับเพื่อสรางเสนตัด แลวลากเมาสมาวางตําแหนงที่ตองการวางภาพตัด คลิกปุม จะ
ไดผลลัพธดังรูป
รูปที่ 3.47
6. การแสดงภาพรายละเอียดของสวนที่ตองการ ทําไดโดยการคลิกที่ไอคอน คลิกเลือกภาพที่
ตองการทํา Detail ในตัวอยางนี้ ใหคลิกที่ภาพตัด แลวคลิกสรางวงกลมใหมีขนาดครอบคลุมตําแหนง
ที่ตองการสราง Detail ดังรูปที่ 3.48 แลวลากเมาสไปวางตําแหนงที่ตองการ พรอมกันนั้นจะปรากฏ
หนาตาง Detail View ดังรูป ใหกําหนดชื่อภาพ (Label) = B มาตราสวน (Scale) = 1:1 และ สไตล
เปนแบบ Hidden line Remove คลิกปุม
รูปที่ 3.48
7. ใชคําสั่ง สรางภาพ Isometric ดานลางของภาพตัดดังรูปที่ 3.49 คลิกปุม
31
คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน
โดย ผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
รูปที่ 3.49
ขอเสนอแนะเพิ่มเติม
นักศึกษาสามารถแกไขหรือกําหนดมาตรฐานการเขียนแบบตางๆ ของ Drawing ไดตาม
ความตองการ โดยคลิกที่ปุม Option จะปรากฏหนาตางของ System Options และ Document
Properties ดังรูปที่ 3.50 ซึ่งสามารถแกไขมาตรฐานการเขียนแบบของ Drawing ไดที่แท็บ
Document Properties
รูปที่ 3.50
ขอเสนอแนะเพิ่มเติม
นักศึกษาสามารถแกไข มุมมอง รูปแบบของการแสดงภาพ มาตรสวน หรืออื่นๆ ที่ตองการ
ของภาพ Drawing ไดทุกภาพ โดยการคลิกเมาสที่ภาพที่ตองการแก จะปรากฏหนาตางของ
Drawing view ดังรูปที่ 3.51 ซึ่งสามารถแกไขตามความตองการ แลวคลิกปุม
32
คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน
โดย ผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
รูปที่3.51
8. การกําหนดขนาดของแบบ 2 มิติ การกําหนดขนาดใหภาพเขียนแบบสามารถทําได 2 วิธี คือ การ
กําหนดขนาดอัตโนมัติ และการกําหนดขนาดดวยตัวเอง
- การกําหนดขนาดอัตโนมัติ ทําได ดังนี้
คลิกไอคอน (Annotations) ดังรูปที่ 3.52 ทูลบารจะเปลี่ยนเปน Drawing
Annotation ใชคําสั่ง หรือคําสั่ง แลวลากเมาสไปคลิกเลือกรูปที่ตองการจะให
ขนาดคลิกปุม เสนใหขนาดจะแสดงอัตโนมัติ การใหขนาดวิธีนี้โปรแกรมจะอางอิง
ตามขนาดของชิ้นสวน 3 มิติที่นักศึกษากําหนดตอนสเกตซ ดังนั้นตําแหนงการวางขนาด
ในภาพเขียนแบบ 2 มิติ อาจจะไมสวยงาม หรือไมวางในตําแหนงที่เราตองการ นักศึกษา
สามารถยายตําแหนงของเสนกําหนดขนาดไดโดยการลากเมาสไปวางบนเสนบอกขนาด
นั้นแลวคลิกที่ตัวเลขหรือเสนกําหนดขนาดคางไว (ลูกศรจะเปลี่ยนเปนสัญลักษณ )
แลวลากเมาสไปวางปลอยลงในตําแหนงที่ตองการ
รูปที่3.52
33
คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน
โดย ผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
- กําหนดขนาดดวยตัวเอง ทําไดดังนี้
เลือกใชกลุมคําสั่งการใหขนาด แลวลากเมาสไปคลิกใหขนาด
ตามตองการ ใหนักศึกษาใชคําสั่งการใหขนาดแบบตาง ๆ ฝกใหขนาดกับภาพดานขาง
ของชิ้นสวนที่ 3 ดังรูปที่ 3.53
รูปที่ 3.53
การกําหนดสัญลักษณเขียนแบบตาง ๆ ลงในภาพเขียนแบบ 2 มิติ
นักศึกษาสามารถกําหนดสัญลักษณการเขียนแบบตาง ๆ เชน คุณภาพผิวงาน สัญลักษณ
งานเชื่อม พิกัดความเผื่อตาง ๆ ลงบนภาพเขียนแบบ 2 มิติ โดยการคลิกเลือก (Annotations)
จากเมนูจะปรากฏไอคอนสัญลักษณเขียนแบบตาง ๆใหเลือกใช ในตัวอยางนี้จะกลาวถึงเฉพาะ
สัญลักษณเขียนแบบที่ใชงานบอยๆ เทานั้น สวนสัญลักษณที่ไมไดกลาวถึงนักศึกษาสามารถทดลอง
ใชไดโดยการดูจากเครื่องมือชวย (Help) ของโปรแกรม
การใชเครื่องมือ Center line
Centerline เปนคําสั่งที่ใชสรางเสนศูนยกลางของรูปที่มีความสมมาตรกัน
1. คลิกที่ปุม บนทูลบารมาตรฐาน
2. ลากเมาสไปคลิกบนเสนดานขางทั้งสองเสนของภาพดานบนชิ้นสวนที่ 3 (ตําแหนงที่ 1
และตําแหนงที่ 2 ดังรูปที่ 3.54 ตามลําดับ) โปรแกรมจะสรางเสนศูนยกลางตัดกลางเสน
ที่เลือกทันที ซึ่งขณะนี้นักศึกษายังอยูในคําสั่ง Center line สามารถที่จะไปคลิกสรางเสน
ศูนยกลางเสนอื่นๆ ได
3. สรางเสน Center line ของภาพดานขางดังรูปที่ 3.55 ดังวิธีเดียวกับขอ 3
4. คลิกปุม เพื่อออกจากคําสั่ง
34
คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน
โดย ผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
รูปที่ 3.54
รูปที่ 3.55
การใชเครื่องมือ Datum Feature
Datum Feature เปนคําสั่งที่ใชสรางสัญลักษณพิกัดความเผื่อตําแหนงและรูปราง
1. คลิกที่ปุม บนทูลบารมาตรฐาน จะเกิดหนาตาง Datum Feature ขึ้นดังรูปที่ 3.56
กําหนดรูปแบบของตัวหนังสือและรูปแบบของสัญลักษณที่ตองการ
2. ลากเมาสไปคลิกบนเสนของภาพดานบนของชิ้นสวนที่ 3 ตําแหนงดังรูปที่ 3.56 แลวคลิก
ปุม เพื่อออกจากคําสั่ง
21
35
คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน
โดย ผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
รูปที่ 3.56
การใชเครื่องมือ Datum Target
Datum Target เปนคําสั่งที่ใชสรางสัญลักษณพิกัดความเผื่อตําแหนงและรูปรางที่สัมพันธ
กับ Datum Feature
1. คลิกที่ปุม บนทูลบารมาตรฐาน จะเกิดหนาตาง Datum Target ขึ้นดังรูปที่ 3.57
กรอกคาของ Datum กําหนดรูปแบบของตัวหนังสือและรูปแบบของสัญลักษณที่ตองการ
2. ลากเมาสไปคลิกบนเสนของภาพดานบนของชิ้นสวนที่ 3 ตําแหนงดังรูปที่ 3.57 แลวคลิก
ปุม เพื่อออกจากคําสั่ง จะไดผลลัพธดังรูปที่ 3.58
รูปที่ 3.57
รูปที่ 3.58
36
คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน
โดย ผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
การใชเครื่องมือ Surface Finish
Surface Finish เปนคําสั่งที่ใชสรางสัญลักษณแสดงคาความหยาบของผิวชิ้นงาน
1. คลิกที่ปุม บนทูลบารมาตรฐาน จะเกิดหนาตาง Surface Finish ขึ้นดังรูปที่ 3.59
กรอกคาของความหยาบ กําหนดรูปแบบของตัวหนังสือและรูปแบบของสัญลักษณที่
ตองการ
2. ลากเมาสไปคลิกบนเสนวงกลมของภาพดานหนาชิ้นสวนที่ 3 ตําแหนงที่ ดังรูปที่ 3.59
แลวคลิกปุม เพื่อออกจากคําสั่ง จะไดผลลัพธดังรูปที่ 3.60
ภาพที่ 3.59
รูปที่ 3.60
เมื่อทําเสร็จทุกขั้นตอนจะไดผลลัพธของภาพเขียนแบบ 2 มิติ ดังรูปที่ 3.61
37
คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน
โดย ผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
รูปที่ 3.61
3.4.3 การสรางภาพเขียนแบบ 2 มิติ จากไฟลแอสเซมบลี (Assembly)
1. คลิก New แลวดับเบิลคลิกที่ไอคอน โปรแกรมจะเปดไฟล Drawing
2. ใหเลือก A4-Landscape และออปชันตางๆ ตามวิธีการดังหัวขอที่ผานมา
3. โปรแกรมจะเขาคําสั่ง Model View โดยอัตโนมัติ คลิกปุม เพื่อหาไฟล
Assembly ที่นักศึกษาสรางและบันทึกเก็บไวในตัวอยางของหัวขอการประกอบชิ้นงาน
ดังรูปที่ 3.62 คลิกปุม Open
รูปที่3.62
38
คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน
โดย ผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
4. ใหกําหนดมุมมองของภาพเปน Isometric View สไตลเปนแบบ Hidden line Remove และมาตรา
สวน (Scale) = 1: 3 ดังภาพที่ 3.63 ซาย แลวลากเมาสมาคลิกตําแหนงดังรูปที่ 3.63ขวา คลิกปุม
รูปที่ 3.63
5. ทําเหมือนขอที่ 3 โดยใชคําสั่ง Model View แตตองทําการประกอบกลับ (Collapse) ไฟล
Assembly ที่บันทึกไวในหัวขอที่แลว
รูปที่3.64
39
คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน
โดย ผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
6. ใหกําหนดมุมมองภาพเปน Isometric View มาตราสวน (Scale) = 1:2 และสไตลเปนแบบ Shaded
with Edge คลิกปุม จะไดผลลัพธดังรูปที่ 3.64
ขอเสนอแนะเพิ่มเติม
นักศึกษาสามารถยายตําแหนงของภาพตางๆ โดยการคลิกเมาสที่ภาพนั้นคางไว (ลูกศรจะ
เปลี่ยนเปนสัญลักษณ ) แลวลากไปปลอยวางยังตําแหนงที่ตองการ
7. การสราง Balloon
การสราง Balloon หรือการกําหนดหมายเลขกํากับชิ้นสวน สามารถทําได 2 วิธีคือ
(เปลี่ยน Drawing Tools เปน Annotations Tools โดยวิธีการดังตัวอยางที่ผานมา)
7.1การสราง Balloon พรอมกันทุกชิ้นสวน โดยการคลิกปุม (Auto Balloon) แลวลากเมาสไป
คลิกภาพที่ตองการทํา Balloon จะปรากฏหนาตางโตตอบ Auto Balloon ดังรูปที่ 3.65
ใหเปลี่ยน คลิกปุม จะเกิด Balloon กระจัดกระจายดังรูปที่ 3.65
รูปที่ 3.65
7.2 การทํา Balloon ทีละชิ้นสวน โดยการคลิกปุม แลวไปคลิกบนชิ้นสวนในภาพที่
ตองการทํา Balloon คลิกปุม เพื่อยอมรับและออกจากคําสั่ง Balloon
การยายตําแหนงตัวเลขและตําแหนงการชี้ของลูกศรบนภาพชิ้นสวนของ Balloon
นักศึกษาสามารถจะยายตําแหนงตัวเลขของ Balloon แตละหมายเลขได โดย
การคลิกที่ตัวเลขจะมีปุมสีเขียวเกิดขึ้นที่ตัวเลขและที่ลูกศรใหคลิกที่ปุมสีเขียวของ
ตัวเลขคางไว (ลูกศรจะเปลี่ยนเปนสัญลักษณ ) ดังรูปที่ 3.66 ลากเมาสไปปลอย
40
คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน
โดย ผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
วางยังตําแหนงที่ตองการ สวนการยายตําแหนงการชี้ของลูกศรบนภาพชิ้นสวนใหคลิก
เมาสคางไวที่ปุมสีเขียวของลูกศรแลวทําเชนเดียวกับวิธีการยายตัวเลข
รูปที่ 3.66
การลบและแกไข Balloon
-การลบ Balloon ทําไดโดยคลิกบน Balloon ที่ตองการลบแลวกด Delete บนคียบอรด
-การแกไข Balloon ทําไดโดยคลิกบน Balloon ที่ตองการ จะปรากฏหนาตาง Balloon
ขึ้นมาดังรูปที่ 3.67 ซึ่งสามารถแกไขชนิดและหมายเลขของ Balloon ไดตามความตองการ
รูปที่ 3.67
8. การสรางตารางรายการชิ้นสวน (Bill of Materials)
41
คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน
โดย ผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
การสรางตารางรายการชิ้นสวน หรือรายการวัสดุทําไดโดยการคลิกที่ไอคอน
เลือก บนทูลบารมาตรฐาน แลวลากเมาสไปคลิกที่ภาพที่ตองการบอกรายการ
ชิ้นสวน ในตัวอยางนี้ใหคลิกที่ภาพ Assembly ภาพใดก็ได จะปรากฏหนาตาง Bill of Materials ดัง
รูปที่ 3.68 ซาย
รูปที่ 3.68
9. กําหนดออปชันของ Bill of Materials ดังรูป แลวลากเมาสไปคลิกวางในตําแหนงดังรูปที่ 3.68ขวา
จะไดตารางรายการชิ้นสวนของภาพที่เลือกบันทึกไฟล
42
คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน
โดย ผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
แบบทดสอบที่ 6
ใหฝกสรางงานDrawing 2 มิติโดยใชรูปดังตอไปนี้
ขอที่ 1 ขอที่ 2
ขอที่ 3
ขอที่ 4
ขอที่ 5 ขอที่ 6
43
คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน
โดย ผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
ขอที่ 7

Solidworks ขั้นพื้นฐาน

  • 1.
    1 คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน โดยผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน โดย… ผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
  • 2.
    2 คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน โดยผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี หนวยที่ 3 การใชโปรแกรมคอมพิวเตอรดาน CAD ประกอบชิ้นสวน สรางงานนําเสนอ และสราง งานเขียนแบบ 2 มิติ 3.1 บทนํา เครื่องจักรกลหรือผลิตภัณฑตางๆ ที่ผลิตในภาคอุตสาหกรรมนั้น จะประกอบดวยชิ้นสวน หลายๆ ชิ้นสวนประกอบเขาดวยกัน บางผลิตภัณฑจะประกอบดวยชิ้นสวนเปนรอยเปนพันชิ้น เมื่อ นําโปรแกรมคอมพิวเตอรมาชวยในการออกแบบเครื่องจักรกลหรือผลิตภัณฑเหลานั้นก็จะตองเริ่ม จากการสรางชิ้นสวนแตละชิ้นกอนเชนกันแลวจึงนําเขามาประกอบรวมกัน ซึ่งในหนวยที่ 2 นักศึกษาไดเรียนรูวิธีการสรางชิ้นสวนจากคําสั่งตางๆ ของโปรแกรม Solidworks และในหนวย เรียนนี้นักศึกษาจะไดศึกษาการใชโปรแกรมนี้ประกอบชิ้นสวนที่ไดสรางขึ้นมาเดี่ยวๆ เปนชิ้นงาน ประกอบโดยใชการแอสเซมบลี (Assembly) รวมทั้งการนําไฟลดังกลาวไปสรางงานนําเสนอ (Presentation) และสรางงานเขียนแบบ 2 มิติ (Drawing) 3.2 การใชโปรแกรม Solidworks ประกอบชิ้นสวน 3.2.1 ความหมายของแอสเซมบลีทูลบาร (Assembly Toolbar) แอสเซมบลีทูลบารของโปรแกรม Solidworks ทูลบารมาตรฐานแสดงดังรูปที่ 3.1 ซึ่งแตละ ไอคอนมีความหมายและการใชงานดังตารางที่ 3.1 นักศึกษาควรศึกษาแตละคําสั่งใหเขาใจ กอนที่ จะเริ่มตนการประกอบชิ้นสวน รูปที่ 3.1 ไอคอน คําสั่ง ความหมายและการใชงาน Insert Component ใชนําไฟลชิ้นสวนเขามาวางในไฟลแอสเซมบลี New Component ใชสรางไฟลชิ้นสวนใหมในไฟลแอสเซมบลี Mate เปนชุดคําสั่งที่ใชประกอบชิ้นสวนเขาดวยกัน Move Component ใชเคลื่อนยายชิ้นสวนไปยังตําแหนงที่ตองการ โดยจะเคลื่อนยายไดเพียง ชิ้นสวนเดียวเทานั้น Rotate Component ใชเคลื่อนหมุนชิ้นสวนตามมุมมองที่ตองการ โดยจะหมุนไดเพียงชิ้นสวนเดียว เทานั้น Smart Fasteners เปนคําสั่งที่ใชประกอบชิ้นสวนนัตและสกรูเขามาประกอบกับชิ้นสวนโดย อัตโนมัติ
  • 3.
    3 คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน โดยผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ไอคอน คําสั่ง ความหมายและการใชงาน Exploded View ใชเคลื่อนยายหรือหมุนชิ้นสวนใหเปนภาพระเบิดตามทิศทางที่ตองการ Exploded Line Sketch ใชสรางเสนเชื่อมตอชิ้นสวนที่ระเบิด Interference detection ใชตรวจสอบจุดทับซอนกันของชิ้นงาน Hide/Show Component ใชแสดงหรือซอนชิ้นสวน Edit Component ใชเชื่อมตอสลับระหวางโหมดการแกไขชิ้นสวนกับโหมดแอสเซมบลี 3.2.2 การประกอบชิ้นงานเขาดวยกัน เครื่องมือที่ใชประกอบชิ้นงานเขาดวยกัน คือ Mate เมื่อคลิกไอคอน บนทูลบาร มาตรฐานจะปรากฏกลองโตตอบ Mate ดังรูปที่ 3.2 ซึ่งมีความหมายและการใชงานดังตอไปนี้ รูปที่ 3.2 จากภาพที่ 3.2 จะเห็นวากลองโตตอบ Mate จะประกอบดวย ตัวเลือกหลักคือ Mate Selections และ Standard Mates ซึ่งจะใชกําหนดความสัมพันธของการเคลื่อนที่ของชิ้นสวน มี ความหมายดังนี้ Mate Selections เปนชองที่แสดงตําแหนงตางๆ บนชิ้นงานที่เราตองการจะนํามาประกอบ เขาดวยกัน ไมวาจะเปนพื้นผิว เสนขอบ หรือจุดบนชิ้นสวน ฯลฯ จะ แสดงในชองนี้หลังจากที่เราใชเมาสคลิกเลือก Standard Mates เปนสวนที่ใหเลือกชนิดของการ Assembly มี หลายแบบดวยกัน ดังนี้
  • 4.
    4 คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน โดยผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ไอคอน การใชงาน เปนการประกอบแบบประกบกันหรือเสมอกัน เปนการประกอบกันแบบ ขนานกัน เปนการประกอบกันแบบ ทํามุมกันตามองศาที่กําหนด เปนการประกอบกันแบบ สัมผัสกัน(Tangent) เชน สวนโคงสัมผัสกับสวนโคง เปนการประกอบกันแบบรวมศูนย Distance เปนชองสําหรับกรอกกําหนดคาระยะเยื้องที่ตองการ Angle เปนชองสําหรับกรอกคาองศาที่ตองการ ตัวอยางที่ 1 การประกอบชิ้นงานเขาดวยกันและสรางชิ้นสวนในไฟลแอสเซมบลี 1. สรางชิ้นสวน 3 ชิ้น ในไฟล ดังรายละเอียดขางลางและรูปที่ 3.3 ชื่อชิ้นงาน บันทึก ไฟลชื่อ - แผนรองลางขนาด 100 x 100 x 10 mm Bottom plate - แผนประกบบนขนาด 50 x 100 x 10 mm Top plate - สกูร M 20 x 2.5 Screw 2D Sketch Part Feature Extrude 10 mm ก) แผนรองลาง Extrude 10 mm ข) แผนประกบบน
  • 5.
    5 คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน โดยผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ค) สกรู รูปที่ 3.3 2. คลิกที่ไอคอน แลวดับเบิลคลิกที่ไอคอน โปรแกรมจะเขาสูไฟลแอสเซมบลี 3. จะเกิดหนาตาง Insert Component ขึ้นมาพรอมกับการเปดไฟลแอสเซมบลี ใหคลิกที่ปุม จะเกิดกลองโตตอบดังรูปที่ 3.4 หาตําแหนงที่อยูของไฟลที่บันทึกไว เลือก ชิ้นสวนชื่อ Bottom plate คลิกที่ปุม Open จะไดรูปแผนรองลางปรากฏอยูในกราฟกวินโดว ใหคลิกบนกราฟกวินโดวจะไดผลลัพธ ดังรูปที่ 3.5 รูปที่ 3.4 รูปที่ 3.5
  • 6.
    6 คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน โดยผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี 4. ทําขั้นตอนเชนเดียวกับขอที่ 3 ใหเลือกไฟลชิ้นสวนชื่อ Top plate และ Screw มาวางใน ไฟลแอสเซมบลี จะไดชิ้นสวนตางๆ ดังรูปที่ 3.6 รูปที่ 3.6 5. แตละชิ้นสวนจะมีองศาอิสระอยู 6 ทิศทาง คือ เคลื่อนที่ไปตามแกน x, y และ z และ หมุนรอบแกน x, y และ z ยกเวน bottom plate จะไมมีองศาอิสระเนื่องจากแผนรองลางเปน ชิ้นสวนแรกที่ถูกนําเขามาวางในไฟลแอสเซมบลีโปรแกรมจะกําหนดใหอยูกับที่โดยคําสั่ง Fix ซึ่งนักศึกษาสามารถใหชิ้นสวน bottom plate เคลื่อนที่ไดอิสระ โดยคลิกขวาที่ไอคอน แลวคลิกเลือก Float จากเมนูดังรูปที่ 3.7 ซาย (ถาไมตองการชิ้นสวนไหนมี องศาอิสระใหคลิกเลือก Fix ดังรูปที่ 3.7 ขวา) รูปที่ 3.7 6. เริ่มแรกใหประกอบแผน bottom plate กับ top plate เขาดวยกัน ซูมขยายภาพของชิ้นสวน ทั้งสอง หมุนแผนประกบบนโดยใชคําสั่ง แลวคลิกคําสั่ง จะมีหนาตาง Mate ปรากฏขึ้นดังรูปที่ 3.8
  • 7.
    7 คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน โดยผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี - Mate Selections: ตําแหนงที่ 1 เลือกผิวดานลางของแผน top plate ตําแหนงที่ 2 เลือก ผิวดานบนของแผน bottom plate ดังรูปที่ 3.8 - Standard Mate: โปรแกรมจะเลือก Coincident โดยอัตโนมัติ คลิกปุม เพื่อ ยอมรับการ Mate รูปที่ 3.8 7. คลิกเลือกผิวรูดานในของแผน top plate ผิวรูดานในของของแผน bottom plate ดังรูปที่ 3.9 โปรแกรมจะเลือก Concentric โดยอัตโนมัติ แลวคลิกปุม เพื่อยอมรับการ Mate รูปที่ 3.9 8. คลิกเลือกผิวดานขางของแผน top plate และแผน bottom plate อีกดานหนึ่ง ดังรูปที่ 3.10 โปรแกรมจะเลือก Coincident โดยอัตโนมัติ แลวคลิกปุม เพื่อยอมรับการ Mate 2 1 1 2
  • 8.
    8 คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน โดยผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี รูปที่ 3.10 9. ขั้นตอไปประกอบแผน bottom plate กับ Screw ใหหมุน bottom plate และ Screw โดยใชคําสั่ง ดังรูปที่ 3.11 คลิกเลือกเสนวงกลมรูกลางของแผน bottom plate และเสนวงกลมของ Screw โปรแกรมจะเลือก Coincident โดยอัตโนมัติ แลวคลิกปุม เพื่อยอมรับการ Mate รูปที่ 3.11 10. บันทึกไฟล 3.2.3 การสรางชิ้นสวนในไฟลแอสเซมบลี การสรางชิ้นสวนใหมในไฟลแอสเซมบลี หรืองาน Top-down Design จะมีขอดีคือชิ้นสวน ใหมที่สรางขึ้นมาจะมีความสัมพันธกับชิ้นสวนที่มีอยูกอนในไฟลแอสเซมบลี เมื่อชิ้นสวนที่มีความ เกี่ยวพันธกันถูกแกไขเปลี่ยนแปลงขนาด อีกชิ้นสวนหนึ่งก็จะแกไขตามเสมอ สามารถสรางสวนใน ไฟลแอสเซมบลีไดดังนี้ 2 1 1 2
  • 9.
    9 คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน โดยผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี 1. คลิกคําสั่ง บนทูลบารมาตรฐาน เพื่อสรางชิ้นสวนใหมจะปรากฏกลองโตตอบ Save as ดังรูปที่ 3.12 ชอง File name ใหกําหนดชื่อเปน Nut กําหนดตําแหนงที่อยูของไฟลตาม ตองการที่ชอง Save in เสร็จแลวคลิกปุม Save รูปที่ 3.12 2. เมาสจะเปลี่ยนเปนสัญลักษณ ใหคลิกเลือกระนาบสเกตซที่ผิวดานบนของแผน top plate ดังรูปที่ 3.13 ซึ่งไอคอนบนทูลบารมาตรฐานจะเปลี่ยนเปนสเกตซทูลบาร รูปที่ 3.13 รูปที่ 3.14 3. กดปุม Ctrl ที่คียบอรดคางไว แลวลากเมาสไปคลิกเลือกเสนของรูปหกเหลี่ยมและวงกลมที่ ผิวบนของแผน bottom plate คลิกปุม จากสเกตซทูลบาร จะปรากฏเสน Profile ของ รูปหกเหลี่ยมและวงกลม บนผิวของแผน top plate ดังรูปที่ 3.14 ซึ่ง Profile นี้จะถูก นําไปใชสรางชิ้นสวน Nut ตอไป
  • 10.
    10 คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน โดยผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี 4. เปลี่ยนสเกตซทูลบารเปนฟเจอรทูลบาร คลิกปุม เลือก Profile และกําหนดความหนา 10 mm แลวคลิกปุม จะไดผลลัพธดังรูปที่ 3.15ก ก ข รูปที่ 3.15 5. คลิกปุม บนเมนูมาตรฐาน เพื่อจบการแกไขชิ้นสวน จะไดผลลัพธดังรูปที่ 3.15ข 6. บันทึกไฟล ขอแนะนํา ชิ้นสวนตางๆ สามารถเปลี่ยนสีหรือวัสดุไดตามความตองการ นักศึกษาสามารถลอง เปลี่ยนสีหรือวัสดุ โดยคลิกขวาที่ไอคอนชื่อของชิ้นสวนที่ตองการดังรูปที่ 3.16 เลือก Appearance จากเมนู แลวเลือก Color, Texture หรือ Material ซึ่งโปรแกรมจะมีสีตางๆ มีวัสดุจํานวนมากให เลือกใชไดตามความตองการ
  • 11.
    11 คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน โดยผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี รูปที่ 3.16 3.3 การสรางภาพระเบิดโดยคําสั่ง Explode View การสรางภาพระเบิดในโปรแกรม Solidworks จะใชคําสั่ง บนทูลบาร มาตรฐาน เมื่อคลิกคําสั่งนี้จะปรากฏหนาตาง Explode ดังรูปที่ 3.17 ซึ่งมีความหมายดังนี้ รูปที่ 3.17 Explode Steps เปนชองที่ใชแสดงประวัติลําดับของการระเบิดของชิ้นงานที่ไดทําการ ระเบิดออก สามารถลบ หรือแกไขลําดับของการระเบิดได โดยการคลิก เลือกลําดับการระเบิดที่ตองการลบ หรือแกไข
  • 12.
    12 คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน โดยผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี Settings เปนชองที่ใชสําหรับแสดงชิ้นสวนที่ตองการจะใหระเบิดออกไป โดยการ คลิกเลือกชิ้นสวนบนกราฟกวินโดว หรือเลือกที่ชื่อของชิ้นสวนบน บราวเซอรบาร ชื่อของชิ้นงานที่ถูกเลือกจะปรากฏในชองนี้ Explode Directions ใชสําหรับกําหนดทิศทางของการระเบิด เมื่อคลิกเลือกชิ้นงาน แลวจะเกิดแกน X, Y และ Z บนจุดที่เราเลือก ใหคลิกเลือก ทิศทางที่ตองการจะใหระเบิดออกไป ทิศทางที่ถูกเลือกจะปรากฏ ในชองนี้ Explode Distance ใชสําหรับกําหนดระยะที่ตองการจะระเบิดออก ในตัวอยางนี้จะใชไฟล Assembly ที่ทําไวในหัวขอที่แลว มาสรางภาพระเบิด 1. เปดไฟล Assembly ในหัวขอที่แลว 2. คลิกคําสั่ง บนทูลบารมาตรฐาน จะปรากฏหนาตาง Explode ดังรูปที่ 3.18 รูปที่ 3.18 3. ขั้นแรกจะระเบิดนัตออกทางดานบน ลากเมาสไปคลิกที่ชิ้นสวนนัต จะเกิดพิกัด X, Y และ Z ขึ้นที่จุดนั้น ใหคลิกเลือกแกน Y กําหนดคาระยะการระเบิดเทากับ 120 mm ลงในชอง Explode Distance แลวคลิกปุม Done ชิ้นสวนนัตจะระเบิดออกดังรูปที่ 3.18
  • 13.
    13 คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน โดยผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี รูปที่ 3.19 4. ระเบิดแผนประกบบน ขึ้นขางบน - Settings คลิกเลือกที่ผิวของชิ้นสวน Top plate บนกราฟกวินโดว ดังรูปที่ 3.19 - Explode Directions ทิศทางระเบิด แกน Y - Explode Distance ระยะระเบิด 60 mm แลวคลิกปุม Done 5. การระเบิดสกรูออกจากแผนรองลาง - Settings คลิกเลือกที่ผิวของชิ้นสวน Screw บนกราฟกวินโดว ดังรูปที่ 3.20 - Explode Directions ทิศทางระเบิดแกน Y คลิกปุม เพื่อกลับทิศทางการระเบิด - Explode Distance ระยะระเบิด 160 mm แลวคลิกปุม Done รูปที่ 3.20 คลิกปุม จะไดผลลัพธดังรูปที่ 3.21 ซึ่งเปนการเสร็จสิ้นการระเบิด บันทึกไฟล
  • 14.
    14 คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน โดยผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี รูปที่ 3.21 6. การใสเสนเชื่อมตอระหวางชิ้นสวนแตละชิ้น โดยการคลิกที่คําสั่ง บนทูลบาร มาตรฐาน จะปรากฏหนาตาง Route Line ใหลากเมาสไปคลิกที่พื้นผิวดานในรูของชิ้นสวน nut, top plate, bottom plate และคลิกที่พื้นผิวดานนอกของ screw อยางตอเนื่อง ดังรูปที่ 3.22 แลวคลิกปุม เปนการเสร็จสิ้นการใสเสนเชื่อมตอระหวางชิ้นสวน บันทึกไฟล รูปที่ 3.22
  • 15.
    15 คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน โดยผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี 3.3.1 การสรางภาพเคลื่อนไหว (Animation) คุณสามารถสรางภาพเคลื่อนไหวของการประกอบเขาและระเบิดออกของชิ้นสวนตางๆ โดยการคลิกไอคอน (Configuration-Manager) แลวคลิกขวาบนไอคอนชื่อไฟลแอสเซมบลี เลือก Animate explode จากเมนู ดังรูปที่ 3.23 จะปรากฏกลองโตตอบ Animation controller ดังรูปที่ 3.24 รูปที่ 3.23 ใหนักศึกษาทดลองใชทูลตางๆ ของ Animation Controller เพื่อดูการระเบิด และการประกอบ ชิ้นสวนไดตามความตองการ รูปที่ 3.24 ขอแนะนํา นักศึกษาสามารถบันทึกการเคลื่อนที่ดังกลาวเปนไฟลวีดีโอ AVI เพื่อที่จะนําไฟลไปแสดง การเคลื่อนที่ในโปรแกรม Media Player อื่นๆ โดยการคลิกที่ปุม และกําหนดคาตางๆ ตามที่ โปรแกรมตองการ การใหชิ้นสวนประกอบกลับหรือระเบิดออก การใหชิ้นสวนประกอบกลับ หรือระเบิดออก สามารถทําไดโดยการคลิกไอคอน (Configuration-Manager) คลิกขวาบนไอคอนชื่อไฟลแอสเซมบลีแลวเลือก Collapse จากเมนู เมื่อ
  • 16.
    16 คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน โดยผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ตองการประกอบเขาดังรูปที่ 3.25ซาย หรือเลือก Explode จากเมนู เมื่อตองการระเบิดออกดังรูปที่ 3.25ขวา รูปที่ 3.25 ตัวอยางที่ 2 การประกอบชิ้นงานเขาดวยกันดวยคําสั่ง Mate 1. ใชไฟล สรางชิ้นสวน 5 ชิ้น ดังรายละเอียดตามรูปที่ 3.26 รูปที่ 3.26 2. คลิกที่ไอคอน แลวดับเบิลคลิกที่ไอคอน โปรแกรมจะเขาสูไฟลแอสเซมบลี 3. ใชคําสั่ง นําชิ้นสวนทั้ง 5 ชิ้นมาวางในไฟลแอสเซมบลีตามจํานวนดังรูปที่ 3.27
  • 17.
    17 คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน โดยผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี รูปที่ 3.27 4. เริ่มแรกใหประกอบชิ้นสวนที่ 3 กับชิ้นสวนที่ 4 เขาดวยกัน ซูมขยายภาพของชิ้นสวนทั้ง สอง แลวคลิกคําสั่ง จะมีหนาตาง Mate ปรากฏขึ้น คลิกเลือกเสนวงกลมของชิ้นสวน ที่ 3 และเสนวงกลมของชิ้นสวนที่ 4 ดังรูปที่ 3.28 โปรแกรมจะเลือก Coincident โดย อัตโนมัติ แลวคลิกปุม เพื่อยอมรับการ Mate รูปที่ 3.28 5. ประกอบชิ้นสวนที่ 4 กับชิ้นสวนที่ 5 ตัวที่ 1 เขาดวยกัน ซูมขยายภาพของชิ้นสวนทั้งสอง หมุน ชิ้นสวนที่ 5 ตัวที่ 1 โดยใชคําสั่ง ดังรูป คลิกเลือกเสนวงกลมของชิ้นสวนที่ 4 และเลือก เสนวงกลมของชิ้นสวนที่ 5 ตัวที่ 1 ดังรูปที่ 3.29 โปรแกรมจะเลือก Coincident โดยอัตโนมัติ แลวคลิกปุม เพื่อยอมรับการ Mate 1 2
  • 18.
    18 คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน โดยผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี รูปที่ 3.29 6. ประกอบชิ้นสวนที่ 4 กับชิ้นสวนที่ 5 ตัวที่ 2 เขาดวยกัน ดวยวิธีเดียวกับขอ 5 ดังรูปที่ 3.30 รูปที่ 3.30 7. ประกอบชิ้นสวนที่ 1 กับชิ้นสวนที่ 2 ตัวที่ 1 เขาดวยกัน ซูมขยายภาพของชิ้นสวนทั้งสอง หมุนชิ้นสวนที่ 2 โดย ใชคําสั่ง ดังรูป คลิกเลือกผิวดานลางของชิ้นสวนที่ 2 และผิวดานบนของชิ้นสวนที่ 1 ดังรูปที่ 3.31 โปรแกรมจะเลือก Coincident โดยอัตโนมัติ แลวคลิกปุม เพื่อยอมรับการ Mate รูปที่ 3.31 1 2 2 1 2 1
  • 19.
    19 คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน โดยผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี 8. คลิกเลือกพื้นผิวดานหนาของชิ้นสวนที่ 1 และชิ้นสวนที่ 2 ดังรูปที่ 3.32 โปรแกรมจะเลือก Coincident โดยอัตโนมัติ แลวคลิกปุม เพื่อยอมรับการ Mate รูปที่ 3.32 9. คลิกเลือกพื้นผิวดานขางของชิ้นสวนที่ 1 และชิ้นสวนที่ 2 ดังรูปที่ 3.33 โปรแกรมจะเลือก Coincident โดยอัตโนมัติ แลวคลิกปุม เพื่อยอมรับการ Mate รูปที่ 3.33 10. ประกอบชิ้นสวนที่ 1 กับชิ้นสวนที่ 2 ตัวที่ 2 เขาดวยกัน ดวยวิธีตามขอ 7-9 จะไดผลดังรูปที่ 3.34 1 2 1 2
  • 20.
    20 คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน โดยผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี รูปที่ 3.34 11. ประกอบชิ้นสวนที่ 2 ตัวที่ 2 กับชิ้นสวนที่ 5 ตัวที่ 2 เขาดวยกันโดย - คลิกเลือกพื้นผิวทรงกระบอกของชิ้นสวนที่ 5 และพื้นผิวในรูของชิ้นสวนที่ 2 ดังรูปที่ 3.35ก โปรแกรมจะเลือก Concentric โดยอัตโนมัติ แลวคลิกปุม เพื่อยอมรับการ Mate - คลิกเลือกพื้นผิวดานหนาของชิ้นสวนที่ 2 และชิ้นสวนที่ 5 ดังรูปที่ 3.35ข โปรแกรมจะ เลือก Coincident โดยอัตโนมัติ แลวคลิกปุม เพื่อยอมรับการ Mate จะไดผลดังรูปที่ 3.36 12. บันทึกไฟล ก ข รูปที่ 3.35 1 2 1 2
  • 21.
    21 คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน โดยผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี รูปที่ 3.36 3.4 การสราง Simulation 1. การจําลองการหมุนของลอทําได โดยคลิกเลือก Rotary motor ที่อยูในคําสั่ง จะปรากฏ หนาตางของ Rotary motor ขึ้นมาดังรูปที่ 3.37 ใหลากเมาสไปคลิกที่ผิวของโคงของชิ้นที่ 3 กําหนด ความเร็วในการหมุน (Velocity) ที่ตองการ แลวคลิกปุม 2. คลิกเลือก ที่อยูในคําสั่ง เพื่อใหโปรแกรมคํานวณและเปนการ บันทึกการจําลองการหมุนของลอ ซึ่งชิ้นงานที่ 3 จะหมุนไปอยางตอเนื่อง เมื่อตองการหยุดใหคลิก ที่อยูในคําสั่ง รูปที่ 3.37 3. การแสดงการจําลองการหมุนของลอทําไดโดยคลิกเลือก ที่อยูในคําสั่ง จะปรากฏหนาตางของ Animation Controller ขึ้นมาดังรูปที่ 3.38 ซึ่งชิ้นที่ 3 จะหมุนรอบ ตัวเองไปเรื่อยๆ นักศึกษาสามารถทดลองใชทูลตางๆของ Animation Controller เพื่อดูการเคลื่อนที่
  • 22.
    22 คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน โดยผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ของลอไดตามความตองการ รูปที่ 3.38 ขอแนะนํา นักศึกษาสามารถบันทึกการเคลื่อนที่ดังขอที่ 3 เปนไฟลวีดีโอ AVI เพื่อที่จะนําไฟลไปแสดง การเคลื่อนที่ในโปรแกรม Media Player อื่น ๆ โดยการคลิกที่ปุม และกําหนดคาตางๆตามที่ โปรแกรมตองการ 3.5 การตรวจสอบการซอนทับกันของชิ้นงาน 1. การตรวจสอบการซอนทับกันของชิ้นงานที่นํามาประกอบกันทําได โดยใชคําสั่ง เมื่อคลิก เลือกจะปรากฏหนาตางของ Interference Detection ขึ้นมาดังรูปที่ 3.39ก 2. ในชอง ใหคลิกเลือกชิ้นสวนที่ตองการจะตรวจสอบการซอนทับกัน หรือเลือกชิ้นสวนทั้งหมด เมื่อเลือกเสร็จใหกดปุม เพื่อใหโปรแกรมคํานวณหาการ ซอนทับกันของชิ้นงาน 3. เมื่อโปรแกรมตรวจพบการทับซอนกันของชิ้นสวนจะแสดงผลในชองของ Results ดังรูปที่ 3.40ข (เนื้อของชิ้นงานที่ทับซอนกันจะถูกแสดงเปนสีแดง) นักศึกษาสามารถตรวจสอบและทําการแกไข ใหถูกตอง ก ข รูปที่ 3.39
  • 23.
    23 คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน โดยผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี 3.6 การสรางภาพระเบิดโดยคําสั่ง Explode View จากตัวอยางที่ผานมานักศึกษาไดฝกใชคําสั่ง Explode View สรางภาพระเบิดโดยการกรอกคา ระยะที่ตองการใหชิ้นสวนระเบิด สําหรับในแบบฝกหัดนี้จะใชวิธี Drag and Drop หรือคลิกเมาสคาง ไวแลวลากไปวางในตําแหนงที่ตองการ มีขั้นตอนดังตอไปนี้ 1. คลิกคําสั่ง บนทูลบารมาตรฐาน เมื่อคลิกคําสั่งนี้จะปรากฏหนาตาง Explode ขึ้นมา ซึ่ง นักศึกษาไมตองกําหนดหรือกรอกคาอะไรลงในหนาตางนี้ 2. ใหคลิกบนพื้นผิวของชิ้นสวนที่ตองการจะระเบิด จะเกิดพิกัด X,Y และ Z ขึ้นที่จุดนั้น ใหคลิก เลือกแกนที่ตองการจะระเบิดคางไว แลวลากเมาสไปปลอยลงในตําแหนงที่ตองการ ดังรูปที่ 3.40 รูปที่ 3.40 3. ระเบิดชิ้นสวนอื่นๆ ดวยวิธีการเชนเดียวกันกับขอที่ 2 ใหไดภาพระเบิดดังรูปที่ 3.41 รูปที่ 3.41 4. การใสเสนเชื่อมตอระหวางชิ้นสวนแตละชิ้น โดยใชคําสั่ง บนทูลบารมาตรฐาน ใหมี ลักษณะดังรูปที่ 3.42
  • 24.
    24 คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน โดยผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี รูปที่ 3.42 ขอแนะนํา การคลิกเลือกตําแหนงการระเบิดของนักศึกษาอาจจะไมตรงกับในแบบฝกหัดนี้ ดังนั้นใหนักศึกษาเปลี่ยนทิศทางการระเบิดใหภาพที่ระเบิดออกมีลักษณะใกลเคียง กับตัวอยาง หรือนักศึกษาจะระเบิดไปตามทิศทางที่ตองการก็ได
  • 25.
    25 คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน โดยผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี แบบทดสอบที่ 5 ใหฝกการสรางชิ้นงาน 3 มิติ และนํามาประกอบเขาดวยกัน หนวยนิ้ว(English) ขอที่ 1
  • 26.
    26 คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน โดยผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี หนวยมิลลิเมตร (Metric) ขอที่ 2
  • 27.
    27 คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน โดยผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี 3.7 การสรางภาพเขียนแบบ 2 มิติ (Drawing) หลังจากที่สรางชิ้นสวน 3 มิติ ไมวาจะเปนชิ้นสวนเดี่ยว (Part) หรือชิ้นสวนประกอบ (Assembly) เสร็จเรียบรอยแลวนั้น ขั้นตอนตอไปคือการนํางานเหลานั้นมาสรางเปนภาพเขียนแบบ 2 มิติ (Drawing) และกําหนดรายละเอียดของงาน ไมวาจะเปนขนาด พิกัดความเผื่อ คุณภาพผิว วัสดุ ที่ใชในการผลิต และสัญลักษณในการเขียนแบบตาง ๆ ที่จําเปน เพื่อนําภาพเขียนแบบ 2 มิติ นั้น เสนอใหลูกคา หรือชางเทคนิคเพื่อทําการผลิตชิ้นสวนนั้นตอไป การสรางภาพเขียนแบบ 2 มิติ ของ โปรแกรม Solidworks ทําไดงายมากๆ โดยการนําไฟลชิ้นสวน 3 มิติ หรือไฟลชิ้นสวนประกอบเขา มาวางในไฟล Drawing เลือกมุมมอง 2 มิติที่ตองการ ก็จะไดภาพเขียนแบบ 2 มิติ ของชิ้นสวนนั้นๆ ไฟล Drawing มีความเกี่ยวพันธแบบพาราเมตริกกับไฟลอื่นๆ กลาวคือเมื่อทําการแกไขขนาดของ ไฟลใดไฟลหนึ่งอีกไฟลก็จะแกไขเปลี่ยนแปลงตามกันไปดวย 3.7.1 ความหมายของ Drawing Tools Drawing จะประกอบดวยเครื่องมือใชงานบนทูลบารมาตรฐานดังตอไปนี้ ไอคอน คําสั่ง หนาที่ Model View ใชวางภาพเขียนแบบ 2 มิติ ภาพแรกลง ในไฟล Drawing สามารถเลือก มุมมองของการเขียนแบบไดตามความตองการ Projected View ใชสรางภาพฉายดานอื่น ๆ หรือสรางภาพไอโซเมตริกจากภาพที่ไดจาก Model View Auxiliary View ใชสรางภาพฉายชวย โดยภาพที่ฉายจะตั้งฉากกับเสนขอบที่เราเลือก Section View ใชสรางภาพตัดเพื่อใหเห็นสวนประกอบภายในโดยใชเสนตัดตรง Section View ใชสรางภาพตัดเพื่อใหเห็นสวนประกอบภายในโดยใชสองเสนตัดทํา มุมกัน Detail View ใชสรางภาพขยายรายละเอียดของภาพอื่นๆ ในสวนที่ตองการใหเห็น รายละเอียดเพิ่มเติม Broken View ใชสรางภาพ Broken (ภาพที่ตัดสวนตรงกลางออกเหลือแตสวนปลาย ของทั้งสองดาน ทําใหประหยัดเนื้อที่ในกระดาษเขียนแบบ) Standard 3 View ใชสรางภาพฉายทั้ง 3 ดานโดยอัตโนมัติ
  • 28.
    28 คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน โดยผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี 3.7.2 การสรางภาพเขียนแบบ 2 มิติ จากไฟลชิ้นสวน (Part) หลังจากที่นักศึกษาไดสรางชิ้นสวน 3 มิติเปนเรียบรอยแลว สามารถนําชิ้นสวน 3 มิตินั้น มาทําเปนภาพเขียนแบบ 2 มิติ โดยวิธีดังนี้ 1. เปดไฟล Drawing โดยการคลิกไอคอน แลวดับเบิลคลิกที่ไอคอน 2. โปรแกรม Solidworks จะมีมาตรฐานกระดาษเขียนแบบขนาดตางๆ ใหเลือก ใหนักศึกษา เลือก A4-Landscape และออปชันตางๆ ดังรูปที่ 3.43 คลิกปุม OK รูปที่ 3.43 3. โปรแกรมจะเขาคําสั่ง Model View โดยอัตโนมัติ คลิกปุม เพื่อหาไฟล Part 3 ที่นักศึกษาสรางและบันทึกเก็บไวในตัวอยางของหัวขอการประกอบชิ้นงานดังรูปที่ 3.44 คลิกปุม Open แลวลากเมาสมาคลิกตําแหนงดังรูปที่ 3.45 คลิกปุม รูปที่ 3.44 วางกระดาษแนวนอน วางกระดาษแนวตั้ง
  • 29.
    29 คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน โดยผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี รูปที่3.45 ขอเสนอแนะเพิ่มเติม นักศึกษาสามารถยายตําแหนงของภาพ Model View ไดโดยการคลิกเมาสที่ภาพนั้นคางไว (ลูกศรจะเปลี่ยนเปนสัญลักษณ ) แลวลากไปปลอยวางยังตําแหนงที่ตองการ 4. คลิกที่ไอคอน ไปคลิกที่ภาพ Model View (ตําแหนงที่ 1) แลวลากเมาสลงมาดานลาง (ตําแหนงที่ 2) คลิกเมาส 1 ครั้ง จะไดภาพดานบน ดังรูปที่ 3.46 หลังจากนั้นใหเลือก Display Style แบบ Hidden Lines visible แลวคลิกปุม รูปที่ 3.46
  • 30.
    30 คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน โดยผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี 5. สรางภาพตัด โดยคลิกไอคอน จะปรากฏหนาตางของ Section View ใหกําหนดชื่อของภาพ ตัด (Label) =A มาตราสวน (Scale) และสไตลดังรูป ลากเมาสไปคลิกตําแหนงที่ 1 และ 2 ดังรูปที่ 3.47 ตามลําดับเพื่อสรางเสนตัด แลวลากเมาสมาวางตําแหนงที่ตองการวางภาพตัด คลิกปุม จะ ไดผลลัพธดังรูป รูปที่ 3.47 6. การแสดงภาพรายละเอียดของสวนที่ตองการ ทําไดโดยการคลิกที่ไอคอน คลิกเลือกภาพที่ ตองการทํา Detail ในตัวอยางนี้ ใหคลิกที่ภาพตัด แลวคลิกสรางวงกลมใหมีขนาดครอบคลุมตําแหนง ที่ตองการสราง Detail ดังรูปที่ 3.48 แลวลากเมาสไปวางตําแหนงที่ตองการ พรอมกันนั้นจะปรากฏ หนาตาง Detail View ดังรูป ใหกําหนดชื่อภาพ (Label) = B มาตราสวน (Scale) = 1:1 และ สไตล เปนแบบ Hidden line Remove คลิกปุม รูปที่ 3.48 7. ใชคําสั่ง สรางภาพ Isometric ดานลางของภาพตัดดังรูปที่ 3.49 คลิกปุม
  • 31.
    31 คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน โดยผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี รูปที่ 3.49 ขอเสนอแนะเพิ่มเติม นักศึกษาสามารถแกไขหรือกําหนดมาตรฐานการเขียนแบบตางๆ ของ Drawing ไดตาม ความตองการ โดยคลิกที่ปุม Option จะปรากฏหนาตางของ System Options และ Document Properties ดังรูปที่ 3.50 ซึ่งสามารถแกไขมาตรฐานการเขียนแบบของ Drawing ไดที่แท็บ Document Properties รูปที่ 3.50 ขอเสนอแนะเพิ่มเติม นักศึกษาสามารถแกไข มุมมอง รูปแบบของการแสดงภาพ มาตรสวน หรืออื่นๆ ที่ตองการ ของภาพ Drawing ไดทุกภาพ โดยการคลิกเมาสที่ภาพที่ตองการแก จะปรากฏหนาตางของ Drawing view ดังรูปที่ 3.51 ซึ่งสามารถแกไขตามความตองการ แลวคลิกปุม
  • 32.
    32 คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน โดยผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี รูปที่3.51 8. การกําหนดขนาดของแบบ 2 มิติ การกําหนดขนาดใหภาพเขียนแบบสามารถทําได 2 วิธี คือ การ กําหนดขนาดอัตโนมัติ และการกําหนดขนาดดวยตัวเอง - การกําหนดขนาดอัตโนมัติ ทําได ดังนี้ คลิกไอคอน (Annotations) ดังรูปที่ 3.52 ทูลบารจะเปลี่ยนเปน Drawing Annotation ใชคําสั่ง หรือคําสั่ง แลวลากเมาสไปคลิกเลือกรูปที่ตองการจะให ขนาดคลิกปุม เสนใหขนาดจะแสดงอัตโนมัติ การใหขนาดวิธีนี้โปรแกรมจะอางอิง ตามขนาดของชิ้นสวน 3 มิติที่นักศึกษากําหนดตอนสเกตซ ดังนั้นตําแหนงการวางขนาด ในภาพเขียนแบบ 2 มิติ อาจจะไมสวยงาม หรือไมวางในตําแหนงที่เราตองการ นักศึกษา สามารถยายตําแหนงของเสนกําหนดขนาดไดโดยการลากเมาสไปวางบนเสนบอกขนาด นั้นแลวคลิกที่ตัวเลขหรือเสนกําหนดขนาดคางไว (ลูกศรจะเปลี่ยนเปนสัญลักษณ ) แลวลากเมาสไปวางปลอยลงในตําแหนงที่ตองการ รูปที่3.52
  • 33.
    33 คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน โดยผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี - กําหนดขนาดดวยตัวเอง ทําไดดังนี้ เลือกใชกลุมคําสั่งการใหขนาด แลวลากเมาสไปคลิกใหขนาด ตามตองการ ใหนักศึกษาใชคําสั่งการใหขนาดแบบตาง ๆ ฝกใหขนาดกับภาพดานขาง ของชิ้นสวนที่ 3 ดังรูปที่ 3.53 รูปที่ 3.53 การกําหนดสัญลักษณเขียนแบบตาง ๆ ลงในภาพเขียนแบบ 2 มิติ นักศึกษาสามารถกําหนดสัญลักษณการเขียนแบบตาง ๆ เชน คุณภาพผิวงาน สัญลักษณ งานเชื่อม พิกัดความเผื่อตาง ๆ ลงบนภาพเขียนแบบ 2 มิติ โดยการคลิกเลือก (Annotations) จากเมนูจะปรากฏไอคอนสัญลักษณเขียนแบบตาง ๆใหเลือกใช ในตัวอยางนี้จะกลาวถึงเฉพาะ สัญลักษณเขียนแบบที่ใชงานบอยๆ เทานั้น สวนสัญลักษณที่ไมไดกลาวถึงนักศึกษาสามารถทดลอง ใชไดโดยการดูจากเครื่องมือชวย (Help) ของโปรแกรม การใชเครื่องมือ Center line Centerline เปนคําสั่งที่ใชสรางเสนศูนยกลางของรูปที่มีความสมมาตรกัน 1. คลิกที่ปุม บนทูลบารมาตรฐาน 2. ลากเมาสไปคลิกบนเสนดานขางทั้งสองเสนของภาพดานบนชิ้นสวนที่ 3 (ตําแหนงที่ 1 และตําแหนงที่ 2 ดังรูปที่ 3.54 ตามลําดับ) โปรแกรมจะสรางเสนศูนยกลางตัดกลางเสน ที่เลือกทันที ซึ่งขณะนี้นักศึกษายังอยูในคําสั่ง Center line สามารถที่จะไปคลิกสรางเสน ศูนยกลางเสนอื่นๆ ได 3. สรางเสน Center line ของภาพดานขางดังรูปที่ 3.55 ดังวิธีเดียวกับขอ 3 4. คลิกปุม เพื่อออกจากคําสั่ง
  • 34.
    34 คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน โดยผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี รูปที่ 3.54 รูปที่ 3.55 การใชเครื่องมือ Datum Feature Datum Feature เปนคําสั่งที่ใชสรางสัญลักษณพิกัดความเผื่อตําแหนงและรูปราง 1. คลิกที่ปุม บนทูลบารมาตรฐาน จะเกิดหนาตาง Datum Feature ขึ้นดังรูปที่ 3.56 กําหนดรูปแบบของตัวหนังสือและรูปแบบของสัญลักษณที่ตองการ 2. ลากเมาสไปคลิกบนเสนของภาพดานบนของชิ้นสวนที่ 3 ตําแหนงดังรูปที่ 3.56 แลวคลิก ปุม เพื่อออกจากคําสั่ง 21
  • 35.
    35 คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน โดยผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี รูปที่ 3.56 การใชเครื่องมือ Datum Target Datum Target เปนคําสั่งที่ใชสรางสัญลักษณพิกัดความเผื่อตําแหนงและรูปรางที่สัมพันธ กับ Datum Feature 1. คลิกที่ปุม บนทูลบารมาตรฐาน จะเกิดหนาตาง Datum Target ขึ้นดังรูปที่ 3.57 กรอกคาของ Datum กําหนดรูปแบบของตัวหนังสือและรูปแบบของสัญลักษณที่ตองการ 2. ลากเมาสไปคลิกบนเสนของภาพดานบนของชิ้นสวนที่ 3 ตําแหนงดังรูปที่ 3.57 แลวคลิก ปุม เพื่อออกจากคําสั่ง จะไดผลลัพธดังรูปที่ 3.58 รูปที่ 3.57 รูปที่ 3.58
  • 36.
    36 คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน โดยผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี การใชเครื่องมือ Surface Finish Surface Finish เปนคําสั่งที่ใชสรางสัญลักษณแสดงคาความหยาบของผิวชิ้นงาน 1. คลิกที่ปุม บนทูลบารมาตรฐาน จะเกิดหนาตาง Surface Finish ขึ้นดังรูปที่ 3.59 กรอกคาของความหยาบ กําหนดรูปแบบของตัวหนังสือและรูปแบบของสัญลักษณที่ ตองการ 2. ลากเมาสไปคลิกบนเสนวงกลมของภาพดานหนาชิ้นสวนที่ 3 ตําแหนงที่ ดังรูปที่ 3.59 แลวคลิกปุม เพื่อออกจากคําสั่ง จะไดผลลัพธดังรูปที่ 3.60 ภาพที่ 3.59 รูปที่ 3.60 เมื่อทําเสร็จทุกขั้นตอนจะไดผลลัพธของภาพเขียนแบบ 2 มิติ ดังรูปที่ 3.61
  • 37.
    37 คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน โดยผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี รูปที่ 3.61 3.4.3 การสรางภาพเขียนแบบ 2 มิติ จากไฟลแอสเซมบลี (Assembly) 1. คลิก New แลวดับเบิลคลิกที่ไอคอน โปรแกรมจะเปดไฟล Drawing 2. ใหเลือก A4-Landscape และออปชันตางๆ ตามวิธีการดังหัวขอที่ผานมา 3. โปรแกรมจะเขาคําสั่ง Model View โดยอัตโนมัติ คลิกปุม เพื่อหาไฟล Assembly ที่นักศึกษาสรางและบันทึกเก็บไวในตัวอยางของหัวขอการประกอบชิ้นงาน ดังรูปที่ 3.62 คลิกปุม Open รูปที่3.62
  • 38.
    38 คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน โดยผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี 4. ใหกําหนดมุมมองของภาพเปน Isometric View สไตลเปนแบบ Hidden line Remove และมาตรา สวน (Scale) = 1: 3 ดังภาพที่ 3.63 ซาย แลวลากเมาสมาคลิกตําแหนงดังรูปที่ 3.63ขวา คลิกปุม รูปที่ 3.63 5. ทําเหมือนขอที่ 3 โดยใชคําสั่ง Model View แตตองทําการประกอบกลับ (Collapse) ไฟล Assembly ที่บันทึกไวในหัวขอที่แลว รูปที่3.64
  • 39.
    39 คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน โดยผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี 6. ใหกําหนดมุมมองภาพเปน Isometric View มาตราสวน (Scale) = 1:2 และสไตลเปนแบบ Shaded with Edge คลิกปุม จะไดผลลัพธดังรูปที่ 3.64 ขอเสนอแนะเพิ่มเติม นักศึกษาสามารถยายตําแหนงของภาพตางๆ โดยการคลิกเมาสที่ภาพนั้นคางไว (ลูกศรจะ เปลี่ยนเปนสัญลักษณ ) แลวลากไปปลอยวางยังตําแหนงที่ตองการ 7. การสราง Balloon การสราง Balloon หรือการกําหนดหมายเลขกํากับชิ้นสวน สามารถทําได 2 วิธีคือ (เปลี่ยน Drawing Tools เปน Annotations Tools โดยวิธีการดังตัวอยางที่ผานมา) 7.1การสราง Balloon พรอมกันทุกชิ้นสวน โดยการคลิกปุม (Auto Balloon) แลวลากเมาสไป คลิกภาพที่ตองการทํา Balloon จะปรากฏหนาตางโตตอบ Auto Balloon ดังรูปที่ 3.65 ใหเปลี่ยน คลิกปุม จะเกิด Balloon กระจัดกระจายดังรูปที่ 3.65 รูปที่ 3.65 7.2 การทํา Balloon ทีละชิ้นสวน โดยการคลิกปุม แลวไปคลิกบนชิ้นสวนในภาพที่ ตองการทํา Balloon คลิกปุม เพื่อยอมรับและออกจากคําสั่ง Balloon การยายตําแหนงตัวเลขและตําแหนงการชี้ของลูกศรบนภาพชิ้นสวนของ Balloon นักศึกษาสามารถจะยายตําแหนงตัวเลขของ Balloon แตละหมายเลขได โดย การคลิกที่ตัวเลขจะมีปุมสีเขียวเกิดขึ้นที่ตัวเลขและที่ลูกศรใหคลิกที่ปุมสีเขียวของ ตัวเลขคางไว (ลูกศรจะเปลี่ยนเปนสัญลักษณ ) ดังรูปที่ 3.66 ลากเมาสไปปลอย
  • 40.
    40 คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน โดยผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี วางยังตําแหนงที่ตองการ สวนการยายตําแหนงการชี้ของลูกศรบนภาพชิ้นสวนใหคลิก เมาสคางไวที่ปุมสีเขียวของลูกศรแลวทําเชนเดียวกับวิธีการยายตัวเลข รูปที่ 3.66 การลบและแกไข Balloon -การลบ Balloon ทําไดโดยคลิกบน Balloon ที่ตองการลบแลวกด Delete บนคียบอรด -การแกไข Balloon ทําไดโดยคลิกบน Balloon ที่ตองการ จะปรากฏหนาตาง Balloon ขึ้นมาดังรูปที่ 3.67 ซึ่งสามารถแกไขชนิดและหมายเลขของ Balloon ไดตามความตองการ รูปที่ 3.67 8. การสรางตารางรายการชิ้นสวน (Bill of Materials)
  • 41.
    41 คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน โดยผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี การสรางตารางรายการชิ้นสวน หรือรายการวัสดุทําไดโดยการคลิกที่ไอคอน เลือก บนทูลบารมาตรฐาน แลวลากเมาสไปคลิกที่ภาพที่ตองการบอกรายการ ชิ้นสวน ในตัวอยางนี้ใหคลิกที่ภาพ Assembly ภาพใดก็ได จะปรากฏหนาตาง Bill of Materials ดัง รูปที่ 3.68 ซาย รูปที่ 3.68 9. กําหนดออปชันของ Bill of Materials ดังรูป แลวลากเมาสไปคลิกวางในตําแหนงดังรูปที่ 3.68ขวา จะไดตารางรายการชิ้นสวนของภาพที่เลือกบันทึกไฟล
  • 42.
    42 คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน โดยผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี แบบทดสอบที่ 6 ใหฝกสรางงานDrawing 2 มิติโดยใชรูปดังตอไปนี้ ขอที่ 1 ขอที่ 2 ขอที่ 3 ขอที่ 4 ขอที่ 5 ขอที่ 6
  • 43.
    43 คูมือการใชโปรแกรม SolidWorks ขั้นพื้นฐาน โดยผศ.ดร. จตุรงค ลังกาพินธุ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ขอที่ 7