รายงานโครงงานสํารวจ
เรื่อง สํารวจการใชรถยนตของนักเรียนโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติฯกาญจนบุรี
ในปการศึกษา 2557
เสนอ
คุณครูทรงศักดิ์ โพธิ์เอี่ยม
จัดทําโดย
1.นางสาวกาญจนา ถึกจรูญ เลขที่ 21
2.นางสาวรุจิรา ตั้งมั่น เลขที่ 24
3.นางสาวจิดาภา บํารุงวงศ เลขที่ 29
4.นางสาวสิริลักษณ วุฒิมงคลกุล เลขที่ 32
5.นางสาวสุธิดา มากมี เลขที่ 33
รายงานนี้เปนสวนหนึ่งของวิชา
วิชา IS2 การสื่อสารและการนําเสนอ
โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร กาญจนบุรี
ภาคเรียนที่2 ปการศึกษา 2557
ก
บทคัดยอ
โครงงานสํารวจการใชรถยนตของนักเรียนโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติฯกาญจนบุรี ในป
การศึกษา 2557 จัดทําขึ้นเพื่อทราบถึงจํานวนรถที่มีอยูในแตละครัวเรือนของนักเรียนเฉลิมพระ
เกียรติฯกาญจนบุรี โดยการสํารวจจากกลุมตัวอยางที่สุมมาจํานวน 100 คน ในเรื่องของจํานวน
รถยนตและรถมอเตอรไซดในแตละบานของนักเรียนที่ถูกเลือก โดยผลจากการศึกษาพบวาใน 100
คน มีรถยนตและรถมอเตอรไซดทุกคน ซึ่งทําใหจํานวนการใชรถในโรงเรียนเฉลิมพระเกียรตินั้น
เพิ่มขึ้น แตดวยการที่มีนักเรียนบางสวนที่ใชการโดยสารรถรับสงมาโรงเรียนโดยใชรถรับสงจึงทํา
ใหการจราจรในโรงเรียนติดขัดนอยลงรวมถึงทําใหคนหันมาลดการใชรถยนตมากยิ่งขึ้น
ดังนั้นจากผลที่สํารวจเราจะพบวา ตอ 1ครอบครัวของกลุมตัวอยาง จะมีรถจักรยานมี
ประมาณ 2คัน อายุประมาณ 4-6ป รถจักรยานยนตมีประมาณ 2 คัน อายุประมาณ 10ปรถยนตมี
ประมาณ 2คัน อายุประมาณ 4-6ป และรถยนตมากกวา 4 ลอ ประมาณ 1คัน อายุประมาณ 2ป
ตามลําดับ และทางคณะผูจัดทําอยากฝากใหทุกคนใชรถอยางระมัดระวังเพื่อจะไดไมเกิดปญหา
ตามมา
ข
คํานํา
รายงานนี้จัดทําขึ้นเพื่อสํารวจจํานวนรถประเภทตางๆที่แตละครอบครัวมี รวมไปถึงเปน
รายงานที่ผูจัดทําไดชวยกันคิดคนหาวิธีแกปญหาดวยการจัดทําโครงงาน สํารวจการใชรถยนตของ
นักเรียนโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติฯกาญจนบุรี ในปการศึกษา 2557และไดลงมือสืบคนขอมูล
ขาวสารตางๆ และเมื่อพบปญหาไดชวยกันคิดและแกไขปญหาโดยการจัดทําโครงงานนี้ ขึ้นมา
โครงงานนี้จึงไดรับความรูจากการปฏิบัติจริง
คณะผูจัดทํา
ค
กิตติกรรมประกาศ
คณะผูจัดทําขอขอบพระคุณคุณครูที่ปรึกษาครูทรงศักดิ์ โพธิ์เอี่ยมที่กรุณาใหคําแนะนําใน
การจัดทําโครงงาน โดยเฉพาะรูปแบบของรายงานโครงงานที่ชวยจนถูกตองและขอบคุณคุณแมของ
นางสาวจิดาภา บํารุงวงศ ที่เอื้อเฟอสถานที่ในการจัดทําสรุปขอมูลในการทํางาน และเพื่อนรวม
โครงงานนี้ทุกคนที่ใหความรวมมือในการชวยทําโครงงานนี้จนสําเร็จไปไดดวยดี
คณะผูจัดทํา
ง
สารบัญ
บทที่ หนา
บทคัดยอ ก
คํานํา ข
กิตติกรรมประกาศ ค
สารบัญ ง-จ
บทที่ 1บทนํา 1
1.1ที่มาและความสําคัญ 1
1.2ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 1-2
1.3จุดประสงค 3
1.4ประโยชนที่ไดรับ 3
1.5ขอบเขตของการศึกษา 3
1.6คํานิยามศัพทที่ใชในการศึกษาโครงงาน 3
บทที่ 2เอกสารที่เกี่ยวของ 3-14
บทที่ 3วิธีการดําเนินการ 15
3.1 สถานที่และระยะเวลาในการศึกษาคนควา 15
3.2 วัสดุอุปกรณที่ใชในการสํารวจ 15
3.3 วิธีการเลือกสุมตัวอยาง 15
3.4 วิธีการสํารวจ 15
3.5 รูปแบบของตารางสํารวจ 16
บทที่ 4ผลการศึกษา 17-22
จ
สารบัญ(ตอ)
บทที่ หนา
บทที่ 5สรุป 23
5.1สรุปผลการสํารวจ 23
5.2 ขอเสนอแนะ 23
เอกสารอางอิง 24
ภาคผนวก 25-27
ผูจัดทํา 28
1
บทที่1
บทนํา
1.1 ที่มาและความสําคัญของโครงงาน
ปจจุบันนี้จํานวนรถยนตทั้งในประเทศไทยและโลกมีการเพิ่มจํานวนขึ้นตลอด จนทําใหเกิด
ปญหารถติดตามตัวเมืองใหญๆ หรือมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นอยางกวางขวางจนเกิดเปนปญหาระดับชาติ ที่
เปนปญหาที่หาวิธีแกไขไมไดทั้งในประเทศไทย และ ในหลายๆ ประเทศ
จากการที่คณะผูจัดทํา ไดศึกษาปญหารถยนตที่มีมากในปจจุบันเลยอยากจัดทําการสํารวจ
รถยนตที่มีในแตละครอบครัว และสรุปเปนผลเฉลี่ยตอครอบครัวโดยจะทําการสํารวจโดยการสุม
จากกลุมตัวยาง 100 คนรวมถึงสอบถามอายุของรถแตละคันดวย ซึ่งถารถยนตมีอายุการใชงานที่
นานประสิทธิภาพในการทํางานก็จะนองลงดวยก็จะสงผลใหเกิดปญหามลพิษตามมา
ดังนั้น คณะผูจัดทํา มีความเห็นใหทุกคน ตระหนักถึงที่โลกของเรานั้นมีรถมากเกินไป ทําให
เกิดเปนปญหา การเดินทางหรือการขนสง และมลพิษที่เกิดขึ้นจากรถยนต รถมอเตอรไซด ใหหันมา
ใชจักรยาน หรือ รถโดยสารขึ้นขนสงสาธารณะ ใหมากยิ่งขึ้น
1.2ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในโครงงาน “สํารวจการใชรถยนตของนักเรียนโรงเรียนเฉลิมพระ
เกียรติฯกาญจนบุรี ในปการศึกษา2557”
1.2.1ประกอบดวย 3หวง
หวงที่1: พอประมาณ คือนํากระดาษที่เหลือใชมาเปนแบบสํารวจ และหาขอมูลประกอบที่
ใชในการทําการสํารวจอยางพอดีไมมากไมนอยเกินไป
หวงที่2: มีเหตุผล คือ วางแผนการทํางานกับสมาชิกในการทํางานโครงงาน และหารือกัน
เรื่องวิธีการทํางานวาจะเริ่มตนกันอยางไร
2
หวงที่3: มีภูมิคุมกันที่ดีในตัวเอง คือมีเตรียมตัวใน การพูดโนมนาวใหกลุมตัวอยางที่เรา
เลือกนั้นใหความรวมมือในการทํา2
1.2.2เงื่อนไข
แบบสํารวจและมีการแบงการทํางานอยางเปนระบบ
เงื่อนไขความรู คือ การนําโครงงานที่สําเร็จแลวไปเผยแพร เพื่อใหความรู เกี่ยวกับเรื่องที่เรา
ทําและมีการจัดการรณรงคเรื่องการใชรถยนตวาใหระมัดระวังในเรื่องการใชรถยนต
เงื่อนไขคุณธรรมคือ โครงงานสํารวจการใชรถยนตของนักเรียนโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติฯ
กาญจนบุรี ในปการศึกษา 2557 เปนโครงงานที่ใหความรูเกี่ยวกับขอเสียของรถยนตและจ ะเสนอให
ทุกคนที่ไดอานใสใจกับเรื่องรถยนตมากยิ่งขึ้นเพื่อประโยชนและโลกเราจะนาอยูมากยิ่งขึ้น
1.3จุดประสงคการทําโครงงาน
1.3.1ทําใหไดรูจํานวนการใชรถของนักเรียน โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระศรี
นครินทรกาญจนบุรีปการศึกษา 2557
1.3.2ทําใหทราบถึงจํานวนรถที่มีอยูในแตละครัวเรือน วามีจํานวนมากนอยเพียงใดจึงทําให
ปริมาณรถนั้นเพิ่มมากขึ้น
1.4ประโยชนที่ไดรับ
1.4.1ทําใหไดรูจํานวนการใชรถของนักเรียน โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระศรี
นครินทรกาญจนบุรีปการศึกษา 2557
1.4.2ทําใหทราบถึงจํานวนรถที่มีอยูในแตละครัวเรือน วามีจํานวนมากนอยเพียงใด
1.4.3ทําใหคนหันมาลดการใชรถยนตมากยิ่งขึ้น
1.5ขอบเขตของการศึกษา
นักเรียน โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทรกาญจนบุรีปการศึกษา 2557
1.6คํานิยามศัพทที่ใชในการศึกษาโครงงาน
“รถ หมายถึง ยานพาหนะ1 ทางบกที่ขับเคลื่อนที่ ในที่นี้จะกลาวถึงรถยนต รถจักรยานยนต
รถจักรยาน และรถยนตมากกวา4ลอ”
3
บทที่2
เอกสารที่เกี่ยวของ
2.1คํานิยามศัพท
รถยนต(อังกฤษ1 : car , automobile) หมายถึงยานพาหนะ1 ทางบกที่ขับเคลื่อนที่ดวยพลังงาน
อยางใดอยางหนึ่งและถายทอดลงสูลอเพื่อพาผูขับ ผูโดยสาร หรือสิ่งของ ไปยังจุดหมายปลายท าง
ปจจุบันรถยนตโดยสวนมากไดรับการออกแบบอยางซับซอนในทางวิศวกรรมและหลากหลาย
ประเภท ตามความเหมาะสมของการใชงาน หรือใชสําหรับงานเฉพาะกิจทั้งนี้เวนแตรถไฟ1
2.1.1 ประเภทของรถ 4 ประเภท
2.1.1.1 รถจักรยาน
4
2.1.1.2 รถจักรยานยนต
2.1.1.3 รถยนต
5
2.1.1.4 รถยนตมากกวา 4 ลอ
2.2 บุคคลที่กลาวถึงปญหารถลนโลก
นายบัญชา ชุมชัยเวทย ไดกลาวเกี่ยวกับการเจริญเติบโตของรถยนตในประเทศไทยไววา
“ผมมั่นใจไดวาชวงนี้มีเรื่องราวที่พูดถึงกันบอยคือ ทุกวันนี้วันหยุดรถติดกวาวันทํางานซะอีกผมพูด
ถึงเรื่องนี้เพราะวามีรถยนตมาเกี่ยวของกับชีวิตทุกคนในชวงนี้ทําใหผมนึกถึงภาพฝูงรถยนตกวา 8
แสนคันที่กําลังไดประโยชนจากมาตรการรถยนตคันแรกในชีวิต จํานวนรถยนตทั้ งหมดกวา 8 แสน
คันก็จะออกมาวิ่งบนถนนครบกันซะที นั่นหมายความวารอยตอของป 2555 ถึง 2556 กลายเปนปที่
นาทึ่ง และกาวกระโดดของคนในวงการผลิตและขายรถยนต
ป2556ที่ผานไปนับวาเปนอีกปประวัติศาสตรสําหรับอุตสาหกรรมรถยนตไทยโดยเปนปที่
อุตสาหกรรมรถยนตไทยประสบความสําเร็จอยางยิ่งใหญดวยตัวเลขทั้งยอดขายในประเทศ ยอดการ
สงออกและยอดการผลิตที่นอกจากจะสูงเกินกวาที่คาดการณไวทั้งหมดแลวยังสามารถทําสถิติ
ตัวเลขที่สูงที่สุดเปนประวัติการณดวยตัวเลขยอดขายในประเทศที่สูงเกินกวา 1.4 ลานคัน ยอดการ
สงออกสูงกวา 1 ลานคัน และยอดการผลิตที่สูงถึงระดับ 2.4 ลานคันโดยเฉพาะในสวนของยอดการ
ผลิตที่ทําใหไทยสามารถขยับตําแหนงขึ้นเปนประเทศผูผลิตรถยนตที่ใหญที่สุดเปนอันดับ 9 หรือ
อันดับ 10 ของโลกได
6
แนนอนวาแรงสงสําคัญนอกจากการฟนคืนกําลังการผลิตสูระดับปกติไดอยางรวดเร็วของ
คายรถหลังเกิดปญหาน้ําทวมในปลายป 2554 และการเปดตัวรถยนตรุนใหมที่ตอบสนองตอความ
ตองการตลาดไดดีแลวโครงการรถยนตคันแรก ทําใหอุตสาหกรรมยานยนตมีการเติบโตมาก
โดยเฉพาะครึ่งปหลังที่เปนชวงการขายประกอบกับความพรอมของผูผลิตรถยนตในตอนนี้กลับมา
100% หากมองเฉพาะยอดขายในประเทศไทยจะมีมากกวา 1.1 ถึง 1.2 ลานคันสุดเกินยอดแลว
ขณะที่แนวโนมของอุตสาหกรรมยานยนตในป 2557 นั้นตามปกติการเติบโตแตละปอยาง
นอยจะอยูที่ 10% โดยคาดวาบริษัทผูผลิตรถยนตจะมีรถรุนใหมๆ ออกมาเปดตัวอยางตอเนื่อง
นอกจากนี้ ก็อาจจะมี บริษัทผูผลิตรถยนตใหมๆเขามาในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นโดยในชวงที่ผาน
มาผูผลิตจากเกาหลีก็ใหความสนใจบานเราพอสมควรซึ่งหากมีผูผลิตเพิ่มขึ้นก็จะสงผลดีตอภาพรวม
เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยานยนตไทยเนื่องจากผูบริโภคจะมีทางเลือกเพิ่มมากขึ้น
โดยเฉพาะในสวนของตลาดส งออกที่การโยกกําลังการผลิตกลับมาเพื่อสงออกมากขึ้น
นาจะทําใหการสงออกยังคงขยายตัวไดดี และทําสถิติสูงสุดเปนประวัติการณไดตอที่ระดับ
1,230,000 ถึง 1,290,000 คัน ขยายตัวขั้นต่ํา 20% ถึง 26% ซึ่งจะไปชวยชดเชยตลาดในประเทศที่
อาจจะหดตัวลงเล็กนอยขั้นต่ําก็ 2% ถึง 7% หรือคิดเปนยอดขายประมาณ 1,340,000 ถึง 1,410,000
คันหลังจากที่ผลของโครงการรถยนตคันแรกทําใหความตองการรถยนตในอนาคตถูกดึงไปใชแลว
ลวงหนาตั้งแตปที่แลวและสงผลใหยอดขายในชวงครึ่งหลังมีโอกาสหดตัวลงจากชวงเดียวกันในป
2555 ซึ่งการสงออกรถยนตที่เขาไป ชวยชดเชยการหดตัวดังกลาวทําใหการผลิตรถยนตป 2556 นี้มี
โอกาสทําสถิติสูงสุดเปนประวัติการณไดเชนเดียวกันที่ตัวเลขระหวาง 2,500,000 ถึง 2,600,000 คัน
หรือขยายตัวตั้งแต 5% ไปถึง 9%
สุดทายนี้ คนใชรถบนทองถนนก็เตรียมเผื่อเวลากันใหมากขึ้นกวาในชวง 4–5 ปที่ผานมานะ
ครับ เพราะไมวาจะเปนถนนก็ตัดใหมไมทันไมวาจะเปนสวนตอขยายรถไฟฟาทั้งบนดิน และใตดิน
ก็ตองรองเพลงรอจนถึงวันที่เปดใชบริการจริงๆ ก็ตองมีไมนอยกวา 3–4 ปเห็นมั้ย เศรษฐกิจไทยโตดี
จริงๆ!”
7
ขณะที่ผศ .ดร.สิริแข พงษสวัสดิ์ คณบดีและทีมงาน คณะวิทย าศาสตรและเทคโนโลยี
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ไดกลาวเกี่ยวกับปญหาทางมลพิษที่ไดจากการมีรถยนตที่
มากขึ้นวา “จากผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในประเทศ 20 ปที่ผานมามีสภาวะดีขึ้นแตปญหาฝุน
ขนาดเล็ก และกาซโอโซนจากการเผาไหมของรถยนตยังมีมากขึ้นแทนสารตะกั่ว
ประเด็นปญหาของฝุนเกิดจากการวิ่งของรถในปริมาณมากสวนกาซโอโซนถือเปนประเด็น
ที่แกไขยากมากและพบปริมาณเกินคามาตรฐานบอยครั้งที่สุดเมื่อเทียบกับมลพิษอื่น ๆ โดยกาซ
โอโซนเกิดจากปฏิกิริยาระหวางสารอินทรียระเหยงายกับออกไซดของไนโตรเจนจากไอเสียของ
รถยนต มีแสงแดดเปนตัวเรงปฏิกิริยาทําใหกาซโอโซนมีมากในชวงเที่ยงและบายซึ่งจะถูกกระแส
ลมพัดพาไปสะสมในบริเวณตาง ๆจะเห็นไดวามีปจจัยหลายอยางยากตอการควบคุมกาซนี้ใหอยูใน
ระดับมาตรฐาน
ถึงภาครัฐจะออกมาตรฐานใหใชน้ํามันยูโร 4 เพื่อลดมลพิษแตก็มั่นใจไมไดวามลพิ ษทาง
อากาศจากรถยนตจะดีขึ้นเนื่องจากปริมาณรถมีมากเมื่อปลอยออกมามาก ๆ มาตรการตาง ๆที่วางไว
อาจไมไดชวยอะไร ซึ่งกาซโอโซน มีผลตอมนุษยทําใหระคายเคืองตาผิวหนังบริเวณคอ และอาจมี
อาการไอปวดหัวรวมดวยนอกจากนี้ยังทําใหพืชการเกษตรออกผลผลิตต่ํา สะสมอาหารไดนอย ลง
ติดโรคและแมลงงาย ตลอดจนทนตอการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศไดนอยทั้งนี้ ฝุนและกาซ
โอโซนมีผลตอระบบทางเดินหายใจผิดปกติ โดยเฉพาะในเด็กคนชรา และผูเปนโรคภูมิแพ หอบหืด
ซึ่งมีปริมาณมากขึ้นจากผลกระทบนี้อีกดวยจากผลสํารวจของกรมควบคุมมลพิษพบวาในกรุงเทพฯ
พื้นที่ซึ่งมีการจราจรติดขัดมีผลใหฝุนละอองขนาดเล็กและโอโซนมีมากคือเขตพญาไท วังทองหลาง
หวยขวาง บางกะป บางนาซึ่งมีปริมาณเบนซินที่เปนสารกอมะเร็งเกินมาตรฐานอันเปนผลรายตอ
มนุษย
8
ยานปริมณฑลที่มีคาอากาศเกินมาตรฐานคือ สมุทรปราการ ปทุมธานี สมุทรสาครนนทบุรี
สวนในตางจังหวัดจะมีมากในบริเวณหัวเมืองใหญและสถานที่ทองเที่ยวตาง ๆและจากการประเมิน
มีขอสังเกตวาในพื้นที่จังหวัดที่มีโรงงานอุตสาหกรรมมากเปนปจจัยหนึ่งของปริมาณมลพิษทาง
อากาศที่เกินมาตรฐานเพราะบางครั้งของเสียที่เกิดในอากาศสวนหนึ่งมาจากกระบวนการผลิตของ
โรงงานและผสมรวมกับมลพิษจากรถยนตที่มีการขนสงทําใหประชากรบริเวณนั้นมีความเสี่ยงที่จะ
มีปญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจและสิ่งที่ตองคํานึงอยางมากในคนที่อาศัยอยูใกลการจราจร
แออัดและระบายอากาศไมสะดวกอยางเชน พื้นที่ใตสถานีรถไฟฟาควรติดตั้งเครื่องระบายอากาศใน
หองพัก ฝุนและกาซตาง ๆมีขนาดเล็กสามารถผานเขาไปได ไมควรปดหองมิดชิดโดยไมมีการ
ระบายอากาศเพราะมีการเปรียบเทียบวาคนที่อยูภายนอกอาจอันตรายนอยกวาคนที่อยูในหองพัก
โดยไมมีการระบายอากาศในสถานที่ซึ่งมีมลพิษมากที่สําคัญรัฐควรมีมาตรการใหความรูประชาชน
เกี่ยวกับมลพิษทางอากาศที่เพิ่มจากปญหารถยนตที่มากขึ้นซึ่งประชาชนที่แพหรือตองทํางานบริเวณ
ที่มีมลพิษนาน ๆควรใสหนากากปองกันขนาด 10 ไมครอน ตามรานอุปกรณแพทยเพราะที่ผานมา
หนากากที่ขายตามรานสะดวกซื้อยังมีขนาดบางทําใหปองกันไมไดอยางจริงจัง
อนาคตปญหามลพิษจากรถยนตในประเทศคงยังมีอยูเนื่องจากปริมาณรถที่มากขึ้นและการ
แกปญหาที่มีอยูก็ยังไมจริงจังทําใหประชาชนสวนใหญตองทนอยูกับมลพิษเดิม ๆ สะสม
ความเครียดจนทําใหประชากรมีสภาพรางกายที่ออนแอหากภาครัฐไมใหความรูและการแกไขอยาง
เปนรูปธรรมมลพิษอากาศจากรถยนตอาจยัง ไมเห็นปญหาในเร็ววันแตสารพิษตาง ๆ คอย ๆ สะสม
อยูในรางกาย ซึ่งใครก็ไมอยากรอวันนั้นจึงจําเปนอยางยิ่งที่ตองเปลี่ยนทัศนคติคนไทยใหหันมาใช
ระบบขนสงมวลชนมากขึ้น และผลักดันใหภาครัฐทุกภาคสวนมองเห็นปญหาที่ตามมาอยางรอบ
ดาน”
9
ภาพที่2.1ปญหารถติด
ที่มาhttp://www.dailynews.co.th/Content/Article/112411
2.2.1 สภาพรถยนตกับปญหามลพิษทางอากาศ
ในสิงคโปร รถที่มีอายุใชงานนานกวา 7 ป ตองขออนุญาติใชงานบนทองถนน แบบปตอป
ในรูปของ COE (Certificate of Entertainmnet) และมีคาใชจายสูงมาก สวนมากจะเปนรถโบราณ
มูลคาสูง จึงจะเขาขาย COE เพระยิ่งรถมีอายุการใชงานมากเทาใดประสิทธิภาพในการใชงานจึง
ลดลงไปดวย สิงคโปรเปนประเทศที่ดูแลสภาพแวดลอมที่ดีมากจึงทําใหตองเก็บคาบริการแก
รถยนตที่มีอายุการใชงานมากกวา7ป
ในประเทศไทย ตราบเทาที่สามารถตรวจสภาพผาน ก็สามารถตอทะเบียน (ปายวงกลม)
และใชงานบนทองถนนได ดังนั้น เราจึงเห็นรถอายุเกิน 10 ป วิ่งอยูบนถนน กัน สวนขอเสียก็คือ
รถที่มิไดมีการบํารุงรักษาตามมาตรฐาน ก็จะมีโอกาสเสียกลางถนน แ ละกีดขวางการจราจรใน
ชั่วโมงเรงดวน โดยเฉพาะในฤดูฝน
2.2.2 อายุเฉลี่ยของรถยนต
ขึ้นอยูกับสภาพการใชงานและการบํารุงรักษา แตสวนใหญก็จะอยูในระยะ 200,000 กม.
หรือ 5-6 ป แตรถที่บํารุงรักษาตามมาตรฐานของผูผลิต และใชงานไมหนัก ก็จะมีสภาพสมบูรณและ
อาจจะ อยูไดเกิน 10 ป
10
2.3 แนวทางแกไขที่ประชาชนชาวไทยชวยกันแกปญหา
2.3.1 ปลูกตนไมใหมากขึ้นเพื่อชวยดูดซับมลพิษในอากาศโดยเฉพาะไมยืนตนขนาดใหญที่
สามารถปลูกไวในบานจะชวยได
2.3.2 ทางเดียวกันควรไปดวยกันนอกจากจะชวยลดกาซพิษในอากาศแลวยังชวยประหยัด
พลังงานอีกดวย
2.3.3 ดูแลรักษาเครื่องยนตใหอยูสภาพดีเพื่อลดการปลอยควันพิษ
2.3.4 สงเสริมการใชรถประจําทาง รถไฟ หรือระบบขนสงมวลชนประเภทตาง ๆโดยรัฐ
ตองเขามาจัดความเปนระเบียบในแงการตรงตอเวลาสะดวกในการเดินทางและบริการ
2.3.5 ขับรถยนตใหนอยลงเมื่อตองไปทํางานใกลบาน
2.3.6 รัฐควรมีการเครงครัดในการตรวจสอบควันดํา และกวดขันอยางตอเนื่อง
2.4 ปญหาเรื่องมลพิษจากรถยนตและการแกปญหาสังคมของโลก
2.4.1 ปญหาสิ่งแวดลอม
ในอดีตปญหาสิ่งแวดลอมไมรุนแรงนัก เพราะประชากรโลกมีนอยและมนุษยมีความ
เปนอยูอยางงาย ๆ การทําลายระบบนิเวศการทําลายระบบสมดุลของธรรมชาติ จึงมีนอย แตเมื่อ
ประชากรโลกมากขึ้นความเจริญทางดานวิทยาศาสตรมีมากขึ้น มนุษยไดคิดคนสิ่งประดิษฐใหม ๆ
เชนเครื่องจั กร เครื่องยนต เพื่อความสะดวกสบายรวมทั้งการผลิตสารบางชนิดเพื่อการเกษตร
อุตสาหกรรมการกระทําของมนุษยไดไปทําลายระบบนิเวศ ทําลายความสมดุลของธรรมชาติ
โดยเฉพาะในเมืองใหญปญหาสิ่งแวดลอมเปนพิษไดเพิ่มมากขึ้นทุกทีจนเปนอันตรายตอมนุษย
ปจจุบันปญหาสิ่งแวดลอมไดก ลายเปนปญหารวมกันของมนุษยชาติ ลมฟาอากาศที่กําลัง
เปลี่ยนแปลงยอมชี้ใหเห็นผลกระทบจากระบบนิเวศ ดิน ปาไม ทุงหญา แหลงน้ํา ฯลฯ สิ่งเหลานี้
ลวนพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ทําใหเกิดวงจรตาง ๆ เชน วงจรโซแหงอาหาร (Food Chains) มีความ
สมดุลไดสัดสวน และมีผลตอความเปนอยูของมนุษย หากระบบตาง ๆถูกทําลายความสมดุลก็จะเสีย
ไปนั่นหมายถึงวิถีชีวิตของมนุษยก็จะตองเปลี่ยนไปในทางเลวรายยิ่งขึ้น
2.4.1.1 สาเหตุสําคัญที่ทําใหเกิดปญหาสิ่งแวดลอม
การทําลายสภาพแวดลอมตามธรรมชาติ ที่สําคัญ คือ การตัดไมทําลายปาอันเปนผลมาจาก
ความตองการขยายที่ทํากินขยายที่อยูอาศัยและเพื่อการนําไมไปใชประโยชนในการดํารงชีวิตและใช
11
ประโยชนเชิงพาณิชย ทําใหเกิดการตัดไมทําลายปามากขึ้นทุกทีทั้งที่ถูกตองตามหลักวิชาการ ซึ่งไม
นาเปนหวงมากนัก แตที่อันตรายมาก คือการตัดไมทําลายปาไมถูกตองตามหลักวิชาก าร โดยไม
สามารถควบคุมไดซึ่งมีมากในประเทศดอยพัฒนา ดังเชน ในทวีปเอเชีย แอฟริกา และละตินอเมริกา
ตัวอยางที่เห็นไดชัดเจนคือ ประเทศไทย ในอดีตเปนประเทศที่มีปาอุดมสมบูรณเปนแหลงตนน้ําลํา
ธาร เปนแหลงอาหารที่ไมเพียงเพื่อการบริโภคภายในประเทศเทานั้นยังเปนอู ขาวอูน้ําสงออกเลี้ยง
ประชากรโลกในภูมิภาคอื่นดวยปจจุบันปาที่อุดมสมบูรณ เชน ปาสาละวิน ปาทุงใหญนเรศวร ปา
เขาใหญ ปาดงลานไดถูกทําลายดวยความรูเทาไมถึงการณของมนุษยและทั้งดวยความเห็นแกไดของ
ขบวนการตัดไมทําลายปาทําใหแหลงตนน้ําถูกทําลาย แมน้ํา ลําธารหลายสายเริ่มตื้นเขินสงผลให
แหลงอาหารลดนอยลง เกิดภาวะแหงแลง ฝนฟาเริ่มปรวนแปรการเกษตรเริ่มมีปญหาทําใหการ
สงออกผลิตผลทางการเกษตรไมขยายตัวนอกจากนั้นสภาพการซึมซับมลพิษทางอากาศก็ลด
ศักยภาพลงดวยสภาพปญหาดังกลาวไดเกิดขึ้นในหลายประเทศ นอกจากการตัดไม ทําลายปาแลว
ปญหาการทําลายระบบนิเวศก็เกิดขึ้นทั่วไป เชน การทําลายสภาพปาชายเลนการทําลายระบบนิเวศ
ในทะเลและมหาสมุทร ตลอดจนการบุกรุกแหลงน้ําธรรมชาติ
2.4.1.2 การคิดประดิษฐและผลิตสิ่งที่กอมลพิษ
จากการเปลี่ยนแปลงของกระบวนการผลิตของสังคมโลกยุคใหมทําใหเครื่องจักร
เครื่องยนตเขามามีบทบาทมาก มีการนําสารสังเคราะหชนิดตาง ๆเขามาใชในกระบวนการผลิต
กอใหเกิดมลพิษทั้งทางอากาศ ทางน้ํา และในดินมากขึ้นทุกทีจนกระทั่งเปนอันตรายตอมนุษย สัตว
และพืช
2.4.1.3 การขาดจิตสํานึกของมนุษย
หรืออาจเรียกวาเปนความมักงายของมนุษยที่ทําค วามสกปรกใหแกธรรมชาติ เชนทิ้งสิ่งของที่
ยอยสลายไดยากลงในแมน้ํา และพื้นดิน
2.4.2 ปญหาสิ่งแวดลอมที่สําคัญ
2.4.2.1ปญหามลพิษทางอากาศ
อากาศบริสุทธิ์เปนสิ่งจําเปนของมนุษยแตในปจจุบันนี้ ประชากรหนาแนนเกิดโรงงาน
อุตสาหกรรมมากขึ้นมียานยนตมากขึ้น ควันหมอก เขมา จึงมากขึ้นดวยกลายเปนพิษที่ทําลาย
สุขภาพอนามัยของประชากรโลก สารพิษที่สําคัญ มีซัลเฟอรไดออกไซดคารบอนมอนอกไซด
12
คารบอนไดออกไซด ออ กไซด ของไนโตรเจน สารไฮโดรคารบอนตาง ๆรวมทั้งอนุภาคบางชนิด
และไอของตะกั่วซึ่ง เปนสารที่ทําอันตรายตอมนุษยสารบางชนิดอาจทําใหทารกในครรภผิดปกติได
อันตรายจะมากหรือนอยขึ้นอยูกับความเขมของกาซหรือสารอันตรายนั้น อยางไรก็ตามกาซพิษ และ
สารพิษที่อยูในอากาศไดกอใหเกิดอันตรายแกมนุษย และสัตวกาซบางชนิดทําใหรางกายออนเพลีย
สุขภาพเสื่อมโทรมและหากสูดดมในปริมาณมากอาจถึงตายไดบางชนิดทําลายเยื่อจมูกและ
หลอดลม ขัดขวางการรับออกซิเจนในเม็ดเลือดทําใหเปนโรคปอดได กาซบางชนิดทําใหเกิดการ
ระคายเคืองตา คันตามผิวหนังหรืออาจ ทําใหเกิดโรคมะเร็งไดอนุภาคในอากาศของสารหลายชนิด
เปนอันตรายตอรางกายมนุษยเชน กรดกํามะถัน ปริมาณเพียง 1 มิลลิกรัมตออากาศ 1 ลูกบาศกเมตร
จะสามารถทําใหระบบหายใจผิดปกติได กรดอารซีนิก และสารตะกั่วจากทอไอเสียรถยนตก็ทํา
อันตรายตอมนุษย ถามนุษยไดรับติดตอกันวันละ 8 ชั่วโมง สัปดาหละ 5 วันจะสามารถทําลายสมอง
เกิดการเสื่อมสลายของเสนโลหิตฝอยโรคสมองที่เกิดจากพิษสารตะกั่วทําใหเกิดการตกเลือดใน
สมอง ปวดศีรษะจนอาจเปนอัมพาตได และพบวายังมีผลตอความเสื่อมของเซลล สืบพันธุของ
มนุษยไดนอกจากนั้น สารตะกั่วยังเปนอันตรายรายแรงตอการเจริญเติบโตของเด็กอีกดวย
สารที่มนุษยเริ่มตระหนักในพิษภัยอีกชนิดหนึ่ง คือ สารคลอโรฟลูโอคารบอน
(Chlorofluocarbon) หรือสาร CFC จะลอยขึ้น ไปทําลายกาซโอโซนในบรรยากาศทําใหเกิดชองโหว
ที่แสงอัลตราไวโอเลต (Ultra Violet) จากดวงอาทิตยสามารถสองตรงมา ยังผิวโลกไดโดยตรง ยิ่งมี
ควันจากโรงงานอุตสาหกรรมซึ่งมีกาซคารบอนไดออกไซด เปนสวนผสมสําคัญรวมดวยก็จะทําให
ภาวะเรือนกระจกรุนแรงมากขึ้น จากการสํารวจของนักวิจัยแหงมหาวิทยาลัยอลาสกาพบวาภูเขา
น้ําแข็งขนาดใหญที่ชื่อวา ” กรีนแลนด ไอซ” กําลังละลายอยางรวดเร็วเกินความคาดหมายความสูง
ของภูเขาน้ําแข็งลดลงเฉลี่ยปละหนึ่งฟุตครึ่งและเมื่อเปรียบเทียบกับขอมูลตนทศวรรษ 1990 ทําให
ทีมนักสํารวจตองตะลึงเมื่อพบวาภูเขาน้ําแข็งละลายจนบางลงเปนสองเทา เมื่อเปรียบเทียบกับ 40 ป
กอนสาเหตุที่ทําใหภูเขาน้ําแข็งในอลาสกาละลายอยางรวดเร็ วนี้นาจะเปนผลมาจากภาวะเรือน
กระจกเนื่องจากชาวโลกพากันปลอยกาซพิษขึ้นสูบรรยากาศทําใหโลกรอนขึ้น นอกจากนี้การนําเอา
พลังงานนิวเคลียรเขามาใชในอุตสาหกรรมผลิตกระแสไฟฟาก็ทําใหเกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ
มาแลว เมื่อมีการรั่วไหลของสารกัมมันตภาพ
13
2.5 บุคคลที่เปนหวงถึงปญหารถลนโลก
นาย บิลฟอรด1 ประธานบริหาร ฟอรด1
นาย บิล
มอเตอรคัมปะนี ไดแสดงวิสัยทัศน โดยการบรรยาย
พิเศษ ในหวขออนาคตของการเดินทางในเมืองใหญ (Urban Mobility)
ฟอรด1 ไดแสดงวิสัยทัศนของแนวโนมการเดิ นทางในเมืองใหญซึ่งจะครอบคลุมถึงประเด็น
ความกังวลเกี่ยวกับการถือกรรมสิทธิ์ยานพาหนะที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก และความเปนไปไดของการเกิด
ความแออัดของยานพาหนะทั่วโลก (Global Gridlock) นายบิลฟอรด1 ยังจะกลาวถึงอนาคตของการ
เชื่อมตอของระบบการขนสง (Ttransportation Ecosystem) ซึ่งเปนระบบการเชื่อมตออัจฉริยะที่
เชื่อมการเดินทางรูปแบบตางๆ รวมถึ งระบบสาธารณูปโภคเขาไวดวยกัน เพื่อระบบการขนสงที่ดี
ขึ้นนายฟอรด1
อยางไรก็ดี เมื่อมองถึงอนาคต จะเห็นวา ความทาทายที่ตองเผชิญในอนาคตไมไดเกิดจากรถ
แตละคันเพียงอยางเดียวเพราะปจจุบันเรามีรถอยูบนทองถนนประมาณ 1,000 ลานคันทั่วโลกการที่
ประชากรมีจํานวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทําใหผูเชี่ยวชาญคาดการณวาภายในปค .ศ. 2020 ตัวเลขดังกลาวจะ
เพิ่มขึ้นอีกเทาตัว และเมื่อมองไกลออกไปเชื่อวาจะมีรถวิ่งอยูบนทองถนนทั่วโลกมากถึง 4,000 ลาน
คันภายในป 2050
กลาววา ในชวงทศวรรษที่ผานมาอุตสาหกรรมยานยนตมีพัฒนาการอยางมากในการ
จัดการกับปญหาดานสิ่งแวดลอมยานยนตในปจจุบันจึงสะอาดขึ้นกวาเดิม ประหยัดน้ํามันมากขึ้น
สามารถนําวัสดุตางๆ กลับมาใชใหมไดและมีความเปนมิตรตอสิ่งแวดลอมอยางยั่งยืนยิ่งกวาที่เคย
"แมวาภาคอุตสาหกรรม จะมีรถที่ปลอยมลภาวะเปนศูนยและใชแหลงพลังงานทดแทนไดแตหาก
สังคมยังใชยานพาหนะกันโดยปราศจากการไตรตรองแลวจํานวนรถที่มากเกินไปก็อาจกอใหเกิด
อุปสรรครายแรงตอพัฒนาการทั้งดานเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดลอมซึ่งปญหาดังกลาวจะเกิดขึ้น
มากที่สุดในเขตเมืองเพราะในอีกไมกี่ทศวรรษขางหนา เปนที่คาดกันวาประชากรโลก 75 % จะยาย
มาอยูอาศัยกันในเขตเมือง และจะมีเมืองขนาดใหญถึง 50 แหงที่มีจํานวนประชากรอาศัยอยูมากกวา
10 ลานคนจึงมีความเปนไปไดวาอาจจะเกิดปรากฏการณ “การจราจรติดขัดทั่วโลก ” ซึ่งหมายถึง
สถานการณรถติดที่ไมจบสิ้น ทําใหเสียทั้งเวลาสิ้นเปลืองพลังงาน และทรัพยากรโลก "
นายฟอรด1 กลาววา กรุงเทพฯ เปนตัวอยางที่เดนชัด ในเรื่องของความทาทายที่เกิดจากการ
เติบโตและความเจริญรุงเรืองทางเศรษฐกิจเพราะประชากรในกรุงเทพฯ เพิ่มจํานวนขึ้นสองเทาตัว
ในชวง 3 ทศวรรษที่ผานมาและ เมื่อเดือนกันยายนที่ผานมา ประเทศไทยมีจํานวนผูเปนเจาของ
14
รถยนตที่เพิ่มขึ้นอยางมหาศาลยอดขายรถยนตในประเทศไทยเพิ่มขึ้นสูงกวา 1 ลานคันเปนครั้งแรก
ในประวัติศาสตร ซึ่ง ฟอรด1 เชื่อวา ในสิ้นปนี้ไทยจะมีการขายรถ สูงทําสถิติเปนประวัติการณที่ 1.4
ลานคัน"
15
บทที่3
วิธีดําเนินการ
3.1 สถานที่และระยะเวลาในการศึกษาคนควา
โครงงานสํารวจเรื่อง รถลนโลก ไดทําการสํารวจที่ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระศรี
นครินทรกาญจนบุรี” ภาคการศึกษา 2557 สํารวจจากกลุมตัวอยางจํานวน100คน
3.2 วัสดุอุปกรณที่ใชในการสํารวจ
3.2.1. แบบสอบถาม 100แผน
3.2.2. ปากกา
3.3 วิธีการเลือกกลุมตัวอยาง
3.3.1 การเลือกกลุมตัวอยางแบบบังเอิญ (Accidental sampling) เปนการเลือกกลุมตัวอยาง
เพื่อใหไดจํานวนตามตองการโดยไมมีหลักเกณฑ กลุมตัวอยางจะเปนใครก็ไดที่สามารถใหขอมูลได
3.4 วิธีการสํารวจ
3.4.1ออกแบบ แบบสอบถามเกี่ยวกับจํานวนรถที่แตละครอบครัวของนักเรียนจะมี
3.4.2 ระบุชนิดรถ คือ รถยนตและจักรยานยนต ซึ่ง1คนอาจมีไดหลายคัน
3.3.3 เมื่อออกแบบ แบบสอบถามเสร็จก็เริ่มนําไปสํารวจกลุมตัวอยางจากนักเรียนทุก
ระดับชั้นเปนจํานวน100 คน
3.4.4 เก็บรวบรวมแบบสอบถามของนักเรียน
3.4.5 สรุปจํานวนรถแตละชนิดที่ไดของนักเรียนทุกระดับชั้น
3.4.6นําขอมูลที่ไดแสดงออกมาเปนตารางแสดงผล
16
3.5 รูปแบบของตารางสํารวจ
แบบประเมินจํานวนรถยนตที่มีในครอบครัวของนักเรียน
โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร กาญจนบุรี
สถานะ□นักเรียน
เพศ □ชาย □หญิง
ชั้นมัธยมศึกษา □ม.1 □ม.2 □ม.3 □ม.4 □ม.5 □ม.6
รถยนต จํานวน/คัน อายุของรถยนต/ป
ประเภทของรถ 1 2 3 4 1-3ป 4-6ป 7-9ป 10 ปขึ้น
ไป
รถจักรยาน
รถจักรยานยนต
รถยนต
รถยนตมากกวา 4
ลอ
อื่นๆ………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
17
บทที่4
ผลการวิเคราะหขอมูล
ตารางที่4.1สํารวจจํานวนรถยนตที่มีในครอบครัวของนักเรียนโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระ
ศรีนครินทร กาญจนบุรี
คนที่
ประเภทของรถ
จักรยา
น
(คัน)
อายุรถ
(ป)
จักรยานยน
ต
(คัน)
อายุ
รถ
(ป)
รถยนต
(คัน)
อายุรถ
(ป)
รถยนต
>4 ลอ
อายุ
รถ
(ป)
1 2 1-3 2 4-6 1 1-3 1 >10
2 1 1-3 1 4-6 2 4-6 - -
3 3 1-3 3 4-6 1 7-9 - -
4 1 4-6 3 >10 2 4-6 - -
5 1 1-3 3 >10 1 1-3 - -
6 2 4-6 2 4-6 1 1-3 1 >10
7 1 4-6 2 >10 1 7-9 - -
8 2 1-3 2 1-3 2 1-3 - -
9 3 4-6 1 >10 1 4-6 - -
10 2 1-3 1 4-6 2 1-3 - -
11 1 4-6 1 6-9 2 10 - -
12 1 1-3 1 4-6 1 4-6 1 >10
13 2 1-3 3 >10 2 1-3 - -
14 1 1-3 2 4-6 1 4-6 - -
15 2 1-3 2 6-9 2 1-3 - -
16 2 4-6 2 4-6 2 6-9 - -
18
คนที่
ประเภทของรถ
จักรยา
น
(คัน)
อายุรถ
(ป)
จักรยานยน
ต
(คัน)
อายุ
รถ
(ป)
รถยนต
(คัน)
อายุรถ
(ป)
รถยนต
>4 ลอ
อายุ
รถ
(ป)
17 2 1-3 2 6-9 2 4-6 1 >10
18 2 1-3 2 1-3 2 6-9 - -
19 1 4-6 3 4-6 1 4-6 - -
20 1 1-3 2 1-3 1 4-6 1 >10
21 3 4-6 2 1-3 2 1-3 - -
22 2 1-3 2 7-9 2 4-6 - -
23 2 4-6 2 7-9 1 >10 - -
24 2 1-3 2 1-3 1 7-9 - -
25 2 1-3 2 7-9 1 7-9 - -
26 1 4-6 2 1-3 1 >10 - -
27 1 7-9 2 4-6 1 1-3 - -
28 1 1-3 3 7-9 1 >10 - -
29 1 6-9 3 4-6 1 7-9 - -
30 1 4-6 2 7-9 1 1-3 - -
31 1 1-3 2 1-3 2 4-6 - -
32 1 4-6 2 7-9 1 4-6 - -
33 1 1-3 1 >10 2 7-9 - -
34 2 4-6 1 4-6 2 1-3 - -
35 2 1-3 1 4-6 1 7-9 - -
36 2 6-9 1 >10 2 4-6 - -
37 2 4-6 2 7-9 1 >10 - -
19
คนที่
ประเภทของรถ
จักรยา
น
(คัน)
อายุรถ
(ป)
จักรยานยน
ต
(คัน)
อายุ
รถ
(ป)
รถยนต
(คัน)
อายุรถ
(ป)
รถยนต
>4 ลอ
อายุ
รถ
(ป)
38 2 6-9 2 4-6 2 1-3 - -
39 2 1-3 1 >10 1 4-6 - -
40 3 6-9 1 7-9 3 1-3 - -
41 2 >10 2 1-3 1 7-9 - -
42 1 4-6 2 4-6 1 4-6 - -
43 2 1-3 2 1-3 2 1-3 - -
44 1 1-3 2 7-9 2 >10 - -
45 1 >10 1 >10 2 1-3 - -
46 2 4-6 1 7-9 2 1-3 - -
47 1 1-3 1 1-3 2 7-9 - -
48 2 1-3 1 7-9 2 4-6 - -
49 2 4-6 2 >10 1 7-9 - -
50 1 4-6 1 4-6 3 7-9 - -
51 2 1-3 2 1-3 3 1-3 1 >1-0
52 2 4-6 1 4-6 3 7-9 - -
53 1 4-6 2 >10 1 >10 - -
54 2 1-3 1 1-3 2 4-6 - -
55 1 4-6 2 1-3 1 7-9 - -
56 1 1-3 1 4-6 2 4-6 - -
57 1 4-6 2 1-3 2 7-9 - -
58 1 1-3 2 1-3 1 1-3 1 >1-0
59 3 >10 2 1-3 2 7-9 - -
20
คนที่
ประเภทของรถ
จักรยา
น
(คัน)
อายุรถ
(ป)
จักรยานยน
ต
(คัน)
อายุ
รถ
(ป)
รถยนต
(คัน)
อายุรถ
(ป)
รถยนต
>4 ลอ
อายุ
รถ
(ป)
60 3 4-6 1 >10 1 >10 - -
61 2 4-6 2 1-3 1 1-3 - -
62 1 1-3 1 4-6 2 1-3 - -
63 - - 2 1-3 1 1-3 - -
64 3 >10 2 >10 2 7-9 1 4-6
65 2 7-9 3 >10 2 1-3 - -
66 1 4-6 3 4-6 2 7-9 1 >10
67 1 1-3 2 4-6 2 7-9 1 >10
68 1 4-6 2 1-3 1 7-9 2 7-9
69 1 1-3 1 >10 2 1-3 - -
70 3 >10 2 7-9 3 7-9 - -
71 2 4-6 2 1-3 2 1-3 - -
72 2 1-3 2 7-9 1 >10 - -
73 2 4-6 1 1-3 2 1-3 - -
74 2 4-6 2 7-9 2 >10 - -
75 1 1-3 2 1-3 1 4-6 - -
76 - 4-6 1 4-6 2 1-3 - -
77 2 4-6 3 1-3 1 4-6 - -
78 1 1-3 2 7-9 2 7-9 - -
79 1 4-6 1 4-6 3 1-3 1 7-9
80 1 4-6 3 7-9 2 4-6 1 >10
21
คนที่
ประเภทของรถ
จักรยาน
(คัน)
อายุ
รถ
(ป)
จักรยานยนต
(คัน)
อายุ
รถ
(ป)
รถยนต
(คัน)
อายุรถ
(ป)
รถยนต
>4 ลอ
อายุรถ
(ป)
81 2 4-6 2 7-9 - - - -
82 1 1-3 2 4-6 2 7-9 - -
83 - - 2 4-6 2 1-3 - -
84 2 1-3 1 7-9 1 1-3 - -
85 1 1-3 1 7-9 2 7-9 - -
86 1 4-6 2 4-6 2 7-9 - -
87 1 7-9 1 1-3 2 7-9 - -
88 - - 3 4-6 - 7-9 - -
89 - - 1 7-9 1 1-3 - -
90 3 4-6 3 4-6 2 7-9 - -
91 - - 2 1-3 2 1-3 - -
92 1 7-9 1 7-9 1 7-9 2 4-6
93 1 4-6 2 4-6 2 4-6 - -
94 - - 1 7-9 1 1-3 - -
95 2 1-3 1 4-6 2 7-9 1 4-6
96 2 4-6 2 4-6 3 1-3 1 4-6
97 1 4-6 2 4-6 2 7-9 - -
98 - - 2 7-9 3 1-3 - -
99 2 4-6 1 1-3 2 7-9 - -
100 1 4-6 2 4-6 2 1-3 - -
22
คนที่ ประเภทของรถ
จักรยาน
(คัน)
อายุ
รถ
(ป)
จักรยานยนต
(คัน)
อายุ
รถ
(ป)
รถยนต
(คัน)
อายุรถ
(ป)
รถยนต
>4 ลอ
อายุรถ
(ป)
เฉลี่ย
รวม
1.49 4.09 1.84 10.3 1.72 5.39 0.18 1.26
จากการสํารวจจํานวนรถยนตที่มีในครอบครัวของนักเรียนโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จ
พระศรีนครินทร กาญจนบุรีพบวาแตละครอบครัวมีจํานวนของรถและประเภทของรถที่แตกตางกัน
ดังตารางที่ 4.1จะเห็นวาตอ 1ครอบครัวจะมีรถจักรยานมีประมาณ 2คัน อายุประมาณ 4-6ป
จักรยานยนตมีประมาณ 2 คัน อายุประมาณ 10ปรถยนตมีประมาณ 2คัน อายุประมาณ 4-6ป และ
รถยนตมากกวา 4 ลอ ประมาณ1คัน อายุประมาณ 2ปตามลําดับ
23
บทที่5
สรุปผล อภิปรายและขอเสนอแนะ
5.1 สรุปผลการสํารวจ
จากตารางสํารวจผล สรุปผลไดวาในแตละครอบครัวของกลุมตัวอยางที่เราไดสํารวจมานั้น
ตอ1ครอบครัวรถจักรยานมีประมาณ 2คัน อายุประมาณ4-6ป รถจักรยานยนตมีประมาณ2 คัน อายุ
ประมาณ 10ปรถยนตมีประมาณ 2คัน อายุประมาณ4-6ป และรถยนตมากกวา 4 ลอ ประมาณ1คัน
อายุประมาณ 2ปตามลําดับ
5.2 ขอเสนอแนะ
ในการสํารวจครั้งนี้ กลุมของขาพเจาก็พบวาการสํารวจซึ่งสุมจากกลุมตัวอยาง 100คน
ขอมูลที่ไดมาอาจจะยังไมครอบคลุมเพียงพอที่จะนํามาตอบสรุปเลยไดวาทุกครอบครัวจะมีจํานวน
รถประมาณนี้ ดังนั้นถามีผูใดอยากตอยอดโครงงานนี้กลุมของขาพเจาจึงอยากเสนอใหสํารวจจาก
กลุมตัวอยางที่หลากหลายมากกวานี้ และอาจจะจัดในการรณรงคใหมีการใชรถยนตในปริ มาณที่
นอยลง
24
เอกสารอางอิง
บัญชา ชุมชัยเวทย.2558.ไมเกิน 5 ป พี่ไทยผลิตรถยนตกวา 3 ลานคัน (ออนไลน) .แหลงที่มา:
http://www.thairath.co.th/content/436129 .28 มกราคม2558
มูลนิธิวิกิมีเดีย1
บานจอมยุทธ .2558.ปญหาและการแกปญหาสังคมของโลก(ออนไลน).แหลงที่มา:
http://www.baanjomyut.com/library_4/global_society/03_1.html .30มกราคม 2558
.2558 .รถยนต(ออนไลน).แหลงที่มา: http://th.wikipedia.org/wikiรถยนต .28
มกราคม2558
ทีมวาไรตี้.2558 .จํานวนรถเพิ่ม มลพิษอากาศเพิ่ม!!(ออนไลน) .
แหลงที่มา:http://www.dailynews.co.th/Content/Article/จํานวนรถเพิ่ม...มลพิษสากาศเพิ่ม!+มองจุด
เสี่ยงแกปญหาดวยตัวเอง. 5 กุมภาพันธ 2558.
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน.2558.ฟอรดวิตกรถลนโลก กระทบจราจรเมืองใหญ(ออนไลน).แหลงที่มา:
http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/auto-mobile/auto-
mobile/20121130/480243/%.html. 7 กุมภาพันธ 2558
กัลยา วานิชยบัญชา. 2542.การวิเคราะหสถิติ :สถิติเพื่อการตัดสินใจ. พิมพครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ :
โรงพิมพแหงจุฬาลงกรณวิทยาลัย.
25
ภาคผนวก
รูปที่ 1 ใหกลุมตัวอยางทําแบบสํารวจ
รูปที่ 2 ใหกลุมตัวอยางทําแบบสํารวจ
26
รูปที่ 3 ใหกลุมตัวอยางทําแบบสํารวจ
รูปที่ 4 ใหกลุมตัวอยางทําแบบสํารวจ
27
รูปที่ 5 ใหกลุมตัวอยางทําแบบสํารวจ
28
ผูจัดทํา
1.นางสาวกาญจนา ถึกจรูญ เลขที่ 21
2.นางสาวรุจิรา ตั้งมั่น เลขที่ 24
3.นางสาวจิดาภา บํารุงวงศ เลขที่ 29
4.นางสาวสิริลักษณ วุฒิมงคลกุล เลขที่ 32
5.นางสาวสุธิดา มากมี เลขที่ 33
ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 5/2
รูปที่ 6 รูปผูจัดทํา

สำรวจการใช้รถยนต์ของนักเรียนโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติฯกาญจนบุรี ในปีการศึกษา 2557

  • 1.
    รายงานโครงงานสํารวจ เรื่อง สํารวจการใชรถยนตของนักเรียนโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติฯกาญจนบุรี ในปการศึกษา 2557 เสนอ คุณครูทรงศักดิ์โพธิ์เอี่ยม จัดทําโดย 1.นางสาวกาญจนา ถึกจรูญ เลขที่ 21 2.นางสาวรุจิรา ตั้งมั่น เลขที่ 24 3.นางสาวจิดาภา บํารุงวงศ เลขที่ 29 4.นางสาวสิริลักษณ วุฒิมงคลกุล เลขที่ 32 5.นางสาวสุธิดา มากมี เลขที่ 33 รายงานนี้เปนสวนหนึ่งของวิชา วิชา IS2 การสื่อสารและการนําเสนอ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร กาญจนบุรี ภาคเรียนที่2 ปการศึกษา 2557
  • 2.
    ก บทคัดยอ โครงงานสํารวจการใชรถยนตของนักเรียนโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติฯกาญจนบุรี ในป การศึกษา 2557จัดทําขึ้นเพื่อทราบถึงจํานวนรถที่มีอยูในแตละครัวเรือนของนักเรียนเฉลิมพระ เกียรติฯกาญจนบุรี โดยการสํารวจจากกลุมตัวอยางที่สุมมาจํานวน 100 คน ในเรื่องของจํานวน รถยนตและรถมอเตอรไซดในแตละบานของนักเรียนที่ถูกเลือก โดยผลจากการศึกษาพบวาใน 100 คน มีรถยนตและรถมอเตอรไซดทุกคน ซึ่งทําใหจํานวนการใชรถในโรงเรียนเฉลิมพระเกียรตินั้น เพิ่มขึ้น แตดวยการที่มีนักเรียนบางสวนที่ใชการโดยสารรถรับสงมาโรงเรียนโดยใชรถรับสงจึงทํา ใหการจราจรในโรงเรียนติดขัดนอยลงรวมถึงทําใหคนหันมาลดการใชรถยนตมากยิ่งขึ้น ดังนั้นจากผลที่สํารวจเราจะพบวา ตอ 1ครอบครัวของกลุมตัวอยาง จะมีรถจักรยานมี ประมาณ 2คัน อายุประมาณ 4-6ป รถจักรยานยนตมีประมาณ 2 คัน อายุประมาณ 10ปรถยนตมี ประมาณ 2คัน อายุประมาณ 4-6ป และรถยนตมากกวา 4 ลอ ประมาณ 1คัน อายุประมาณ 2ป ตามลําดับ และทางคณะผูจัดทําอยากฝากใหทุกคนใชรถอยางระมัดระวังเพื่อจะไดไมเกิดปญหา ตามมา
  • 3.
    ข คํานํา รายงานนี้จัดทําขึ้นเพื่อสํารวจจํานวนรถประเภทตางๆที่แตละครอบครัวมี รวมไปถึงเปน รายงานที่ผูจัดทําไดชวยกันคิดคนหาวิธีแกปญหาดวยการจัดทําโครงงาน สํารวจการใชรถยนตของ นักเรียนโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติฯกาญจนบุรีในปการศึกษา 2557และไดลงมือสืบคนขอมูล ขาวสารตางๆ และเมื่อพบปญหาไดชวยกันคิดและแกไขปญหาโดยการจัดทําโครงงานนี้ ขึ้นมา โครงงานนี้จึงไดรับความรูจากการปฏิบัติจริง คณะผูจัดทํา
  • 4.
    ค กิตติกรรมประกาศ คณะผูจัดทําขอขอบพระคุณคุณครูที่ปรึกษาครูทรงศักดิ์ โพธิ์เอี่ยมที่กรุณาใหคําแนะนําใน การจัดทําโครงงาน โดยเฉพาะรูปแบบของรายงานโครงงานที่ชวยจนถูกตองและขอบคุณคุณแมของ นางสาวจิดาภาบํารุงวงศ ที่เอื้อเฟอสถานที่ในการจัดทําสรุปขอมูลในการทํางาน และเพื่อนรวม โครงงานนี้ทุกคนที่ใหความรวมมือในการชวยทําโครงงานนี้จนสําเร็จไปไดดวยดี คณะผูจัดทํา
  • 5.
    ง สารบัญ บทที่ หนา บทคัดยอ ก คํานําข กิตติกรรมประกาศ ค สารบัญ ง-จ บทที่ 1บทนํา 1 1.1ที่มาและความสําคัญ 1 1.2ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 1-2 1.3จุดประสงค 3 1.4ประโยชนที่ไดรับ 3 1.5ขอบเขตของการศึกษา 3 1.6คํานิยามศัพทที่ใชในการศึกษาโครงงาน 3 บทที่ 2เอกสารที่เกี่ยวของ 3-14 บทที่ 3วิธีการดําเนินการ 15 3.1 สถานที่และระยะเวลาในการศึกษาคนควา 15 3.2 วัสดุอุปกรณที่ใชในการสํารวจ 15 3.3 วิธีการเลือกสุมตัวอยาง 15 3.4 วิธีการสํารวจ 15 3.5 รูปแบบของตารางสํารวจ 16 บทที่ 4ผลการศึกษา 17-22
  • 6.
    จ สารบัญ(ตอ) บทที่ หนา บทที่ 5สรุป23 5.1สรุปผลการสํารวจ 23 5.2 ขอเสนอแนะ 23 เอกสารอางอิง 24 ภาคผนวก 25-27 ผูจัดทํา 28
  • 7.
    1 บทที่1 บทนํา 1.1 ที่มาและความสําคัญของโครงงาน ปจจุบันนี้จํานวนรถยนตทั้งในประเทศไทยและโลกมีการเพิ่มจํานวนขึ้นตลอด จนทําใหเกิด ปญหารถติดตามตัวเมืองใหญๆหรือมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นอยางกวางขวางจนเกิดเปนปญหาระดับชาติ ที่ เปนปญหาที่หาวิธีแกไขไมไดทั้งในประเทศไทย และ ในหลายๆ ประเทศ จากการที่คณะผูจัดทํา ไดศึกษาปญหารถยนตที่มีมากในปจจุบันเลยอยากจัดทําการสํารวจ รถยนตที่มีในแตละครอบครัว และสรุปเปนผลเฉลี่ยตอครอบครัวโดยจะทําการสํารวจโดยการสุม จากกลุมตัวยาง 100 คนรวมถึงสอบถามอายุของรถแตละคันดวย ซึ่งถารถยนตมีอายุการใชงานที่ นานประสิทธิภาพในการทํางานก็จะนองลงดวยก็จะสงผลใหเกิดปญหามลพิษตามมา ดังนั้น คณะผูจัดทํา มีความเห็นใหทุกคน ตระหนักถึงที่โลกของเรานั้นมีรถมากเกินไป ทําให เกิดเปนปญหา การเดินทางหรือการขนสง และมลพิษที่เกิดขึ้นจากรถยนต รถมอเตอรไซด ใหหันมา ใชจักรยาน หรือ รถโดยสารขึ้นขนสงสาธารณะ ใหมากยิ่งขึ้น 1.2ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในโครงงาน “สํารวจการใชรถยนตของนักเรียนโรงเรียนเฉลิมพระ เกียรติฯกาญจนบุรี ในปการศึกษา2557” 1.2.1ประกอบดวย 3หวง หวงที่1: พอประมาณ คือนํากระดาษที่เหลือใชมาเปนแบบสํารวจ และหาขอมูลประกอบที่ ใชในการทําการสํารวจอยางพอดีไมมากไมนอยเกินไป หวงที่2: มีเหตุผล คือ วางแผนการทํางานกับสมาชิกในการทํางานโครงงาน และหารือกัน เรื่องวิธีการทํางานวาจะเริ่มตนกันอยางไร
  • 8.
    2 หวงที่3: มีภูมิคุมกันที่ดีในตัวเอง คือมีเตรียมตัวในการพูดโนมนาวใหกลุมตัวอยางที่เรา เลือกนั้นใหความรวมมือในการทํา2 1.2.2เงื่อนไข แบบสํารวจและมีการแบงการทํางานอยางเปนระบบ เงื่อนไขความรู คือ การนําโครงงานที่สําเร็จแลวไปเผยแพร เพื่อใหความรู เกี่ยวกับเรื่องที่เรา ทําและมีการจัดการรณรงคเรื่องการใชรถยนตวาใหระมัดระวังในเรื่องการใชรถยนต เงื่อนไขคุณธรรมคือ โครงงานสํารวจการใชรถยนตของนักเรียนโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติฯ กาญจนบุรี ในปการศึกษา 2557 เปนโครงงานที่ใหความรูเกี่ยวกับขอเสียของรถยนตและจ ะเสนอให ทุกคนที่ไดอานใสใจกับเรื่องรถยนตมากยิ่งขึ้นเพื่อประโยชนและโลกเราจะนาอยูมากยิ่งขึ้น 1.3จุดประสงคการทําโครงงาน 1.3.1ทําใหไดรูจํานวนการใชรถของนักเรียน โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระศรี นครินทรกาญจนบุรีปการศึกษา 2557 1.3.2ทําใหทราบถึงจํานวนรถที่มีอยูในแตละครัวเรือน วามีจํานวนมากนอยเพียงใดจึงทําให ปริมาณรถนั้นเพิ่มมากขึ้น 1.4ประโยชนที่ไดรับ 1.4.1ทําใหไดรูจํานวนการใชรถของนักเรียน โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระศรี นครินทรกาญจนบุรีปการศึกษา 2557 1.4.2ทําใหทราบถึงจํานวนรถที่มีอยูในแตละครัวเรือน วามีจํานวนมากนอยเพียงใด 1.4.3ทําใหคนหันมาลดการใชรถยนตมากยิ่งขึ้น 1.5ขอบเขตของการศึกษา นักเรียน โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทรกาญจนบุรีปการศึกษา 2557 1.6คํานิยามศัพทที่ใชในการศึกษาโครงงาน “รถ หมายถึง ยานพาหนะ1 ทางบกที่ขับเคลื่อนที่ ในที่นี้จะกลาวถึงรถยนต รถจักรยานยนต รถจักรยาน และรถยนตมากกวา4ลอ”
  • 9.
    3 บทที่2 เอกสารที่เกี่ยวของ 2.1คํานิยามศัพท รถยนต(อังกฤษ1 : car, automobile) หมายถึงยานพาหนะ1 ทางบกที่ขับเคลื่อนที่ดวยพลังงาน อยางใดอยางหนึ่งและถายทอดลงสูลอเพื่อพาผูขับ ผูโดยสาร หรือสิ่งของ ไปยังจุดหมายปลายท าง ปจจุบันรถยนตโดยสวนมากไดรับการออกแบบอยางซับซอนในทางวิศวกรรมและหลากหลาย ประเภท ตามความเหมาะสมของการใชงาน หรือใชสําหรับงานเฉพาะกิจทั้งนี้เวนแตรถไฟ1 2.1.1 ประเภทของรถ 4 ประเภท 2.1.1.1 รถจักรยาน
  • 10.
  • 11.
    5 2.1.1.4 รถยนตมากกวา 4ลอ 2.2 บุคคลที่กลาวถึงปญหารถลนโลก นายบัญชา ชุมชัยเวทย ไดกลาวเกี่ยวกับการเจริญเติบโตของรถยนตในประเทศไทยไววา “ผมมั่นใจไดวาชวงนี้มีเรื่องราวที่พูดถึงกันบอยคือ ทุกวันนี้วันหยุดรถติดกวาวันทํางานซะอีกผมพูด ถึงเรื่องนี้เพราะวามีรถยนตมาเกี่ยวของกับชีวิตทุกคนในชวงนี้ทําใหผมนึกถึงภาพฝูงรถยนตกวา 8 แสนคันที่กําลังไดประโยชนจากมาตรการรถยนตคันแรกในชีวิต จํานวนรถยนตทั้ งหมดกวา 8 แสน คันก็จะออกมาวิ่งบนถนนครบกันซะที นั่นหมายความวารอยตอของป 2555 ถึง 2556 กลายเปนปที่ นาทึ่ง และกาวกระโดดของคนในวงการผลิตและขายรถยนต ป2556ที่ผานไปนับวาเปนอีกปประวัติศาสตรสําหรับอุตสาหกรรมรถยนตไทยโดยเปนปที่ อุตสาหกรรมรถยนตไทยประสบความสําเร็จอยางยิ่งใหญดวยตัวเลขทั้งยอดขายในประเทศ ยอดการ สงออกและยอดการผลิตที่นอกจากจะสูงเกินกวาที่คาดการณไวทั้งหมดแลวยังสามารถทําสถิติ ตัวเลขที่สูงที่สุดเปนประวัติการณดวยตัวเลขยอดขายในประเทศที่สูงเกินกวา 1.4 ลานคัน ยอดการ สงออกสูงกวา 1 ลานคัน และยอดการผลิตที่สูงถึงระดับ 2.4 ลานคันโดยเฉพาะในสวนของยอดการ ผลิตที่ทําใหไทยสามารถขยับตําแหนงขึ้นเปนประเทศผูผลิตรถยนตที่ใหญที่สุดเปนอันดับ 9 หรือ อันดับ 10 ของโลกได
  • 12.
    6 แนนอนวาแรงสงสําคัญนอกจากการฟนคืนกําลังการผลิตสูระดับปกติไดอยางรวดเร็วของ คายรถหลังเกิดปญหาน้ําทวมในปลายป 2554 และการเปดตัวรถยนตรุนใหมที่ตอบสนองตอความ ตองการตลาดไดดีแลวโครงการรถยนตคันแรกทําใหอุตสาหกรรมยานยนตมีการเติบโตมาก โดยเฉพาะครึ่งปหลังที่เปนชวงการขายประกอบกับความพรอมของผูผลิตรถยนตในตอนนี้กลับมา 100% หากมองเฉพาะยอดขายในประเทศไทยจะมีมากกวา 1.1 ถึง 1.2 ลานคันสุดเกินยอดแลว ขณะที่แนวโนมของอุตสาหกรรมยานยนตในป 2557 นั้นตามปกติการเติบโตแตละปอยาง นอยจะอยูที่ 10% โดยคาดวาบริษัทผูผลิตรถยนตจะมีรถรุนใหมๆ ออกมาเปดตัวอยางตอเนื่อง นอกจากนี้ ก็อาจจะมี บริษัทผูผลิตรถยนตใหมๆเขามาในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นโดยในชวงที่ผาน มาผูผลิตจากเกาหลีก็ใหความสนใจบานเราพอสมควรซึ่งหากมีผูผลิตเพิ่มขึ้นก็จะสงผลดีตอภาพรวม เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยานยนตไทยเนื่องจากผูบริโภคจะมีทางเลือกเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในสวนของตลาดส งออกที่การโยกกําลังการผลิตกลับมาเพื่อสงออกมากขึ้น นาจะทําใหการสงออกยังคงขยายตัวไดดี และทําสถิติสูงสุดเปนประวัติการณไดตอที่ระดับ 1,230,000 ถึง 1,290,000 คัน ขยายตัวขั้นต่ํา 20% ถึง 26% ซึ่งจะไปชวยชดเชยตลาดในประเทศที่ อาจจะหดตัวลงเล็กนอยขั้นต่ําก็ 2% ถึง 7% หรือคิดเปนยอดขายประมาณ 1,340,000 ถึง 1,410,000 คันหลังจากที่ผลของโครงการรถยนตคันแรกทําใหความตองการรถยนตในอนาคตถูกดึงไปใชแลว ลวงหนาตั้งแตปที่แลวและสงผลใหยอดขายในชวงครึ่งหลังมีโอกาสหดตัวลงจากชวงเดียวกันในป 2555 ซึ่งการสงออกรถยนตที่เขาไป ชวยชดเชยการหดตัวดังกลาวทําใหการผลิตรถยนตป 2556 นี้มี โอกาสทําสถิติสูงสุดเปนประวัติการณไดเชนเดียวกันที่ตัวเลขระหวาง 2,500,000 ถึง 2,600,000 คัน หรือขยายตัวตั้งแต 5% ไปถึง 9% สุดทายนี้ คนใชรถบนทองถนนก็เตรียมเผื่อเวลากันใหมากขึ้นกวาในชวง 4–5 ปที่ผานมานะ ครับ เพราะไมวาจะเปนถนนก็ตัดใหมไมทันไมวาจะเปนสวนตอขยายรถไฟฟาทั้งบนดิน และใตดิน ก็ตองรองเพลงรอจนถึงวันที่เปดใชบริการจริงๆ ก็ตองมีไมนอยกวา 3–4 ปเห็นมั้ย เศรษฐกิจไทยโตดี จริงๆ!”
  • 13.
    7 ขณะที่ผศ .ดร.สิริแข พงษสวัสดิ์คณบดีและทีมงาน คณะวิทย าศาสตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ไดกลาวเกี่ยวกับปญหาทางมลพิษที่ไดจากการมีรถยนตที่ มากขึ้นวา “จากผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในประเทศ 20 ปที่ผานมามีสภาวะดีขึ้นแตปญหาฝุน ขนาดเล็ก และกาซโอโซนจากการเผาไหมของรถยนตยังมีมากขึ้นแทนสารตะกั่ว ประเด็นปญหาของฝุนเกิดจากการวิ่งของรถในปริมาณมากสวนกาซโอโซนถือเปนประเด็น ที่แกไขยากมากและพบปริมาณเกินคามาตรฐานบอยครั้งที่สุดเมื่อเทียบกับมลพิษอื่น ๆ โดยกาซ โอโซนเกิดจากปฏิกิริยาระหวางสารอินทรียระเหยงายกับออกไซดของไนโตรเจนจากไอเสียของ รถยนต มีแสงแดดเปนตัวเรงปฏิกิริยาทําใหกาซโอโซนมีมากในชวงเที่ยงและบายซึ่งจะถูกกระแส ลมพัดพาไปสะสมในบริเวณตาง ๆจะเห็นไดวามีปจจัยหลายอยางยากตอการควบคุมกาซนี้ใหอยูใน ระดับมาตรฐาน ถึงภาครัฐจะออกมาตรฐานใหใชน้ํามันยูโร 4 เพื่อลดมลพิษแตก็มั่นใจไมไดวามลพิ ษทาง อากาศจากรถยนตจะดีขึ้นเนื่องจากปริมาณรถมีมากเมื่อปลอยออกมามาก ๆ มาตรการตาง ๆที่วางไว อาจไมไดชวยอะไร ซึ่งกาซโอโซน มีผลตอมนุษยทําใหระคายเคืองตาผิวหนังบริเวณคอ และอาจมี อาการไอปวดหัวรวมดวยนอกจากนี้ยังทําใหพืชการเกษตรออกผลผลิตต่ํา สะสมอาหารไดนอย ลง ติดโรคและแมลงงาย ตลอดจนทนตอการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศไดนอยทั้งนี้ ฝุนและกาซ โอโซนมีผลตอระบบทางเดินหายใจผิดปกติ โดยเฉพาะในเด็กคนชรา และผูเปนโรคภูมิแพ หอบหืด ซึ่งมีปริมาณมากขึ้นจากผลกระทบนี้อีกดวยจากผลสํารวจของกรมควบคุมมลพิษพบวาในกรุงเทพฯ พื้นที่ซึ่งมีการจราจรติดขัดมีผลใหฝุนละอองขนาดเล็กและโอโซนมีมากคือเขตพญาไท วังทองหลาง หวยขวาง บางกะป บางนาซึ่งมีปริมาณเบนซินที่เปนสารกอมะเร็งเกินมาตรฐานอันเปนผลรายตอ มนุษย
  • 14.
    8 ยานปริมณฑลที่มีคาอากาศเกินมาตรฐานคือ สมุทรปราการ ปทุมธานีสมุทรสาครนนทบุรี สวนในตางจังหวัดจะมีมากในบริเวณหัวเมืองใหญและสถานที่ทองเที่ยวตาง ๆและจากการประเมิน มีขอสังเกตวาในพื้นที่จังหวัดที่มีโรงงานอุตสาหกรรมมากเปนปจจัยหนึ่งของปริมาณมลพิษทาง อากาศที่เกินมาตรฐานเพราะบางครั้งของเสียที่เกิดในอากาศสวนหนึ่งมาจากกระบวนการผลิตของ โรงงานและผสมรวมกับมลพิษจากรถยนตที่มีการขนสงทําใหประชากรบริเวณนั้นมีความเสี่ยงที่จะ มีปญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจและสิ่งที่ตองคํานึงอยางมากในคนที่อาศัยอยูใกลการจราจร แออัดและระบายอากาศไมสะดวกอยางเชน พื้นที่ใตสถานีรถไฟฟาควรติดตั้งเครื่องระบายอากาศใน หองพัก ฝุนและกาซตาง ๆมีขนาดเล็กสามารถผานเขาไปได ไมควรปดหองมิดชิดโดยไมมีการ ระบายอากาศเพราะมีการเปรียบเทียบวาคนที่อยูภายนอกอาจอันตรายนอยกวาคนที่อยูในหองพัก โดยไมมีการระบายอากาศในสถานที่ซึ่งมีมลพิษมากที่สําคัญรัฐควรมีมาตรการใหความรูประชาชน เกี่ยวกับมลพิษทางอากาศที่เพิ่มจากปญหารถยนตที่มากขึ้นซึ่งประชาชนที่แพหรือตองทํางานบริเวณ ที่มีมลพิษนาน ๆควรใสหนากากปองกันขนาด 10 ไมครอน ตามรานอุปกรณแพทยเพราะที่ผานมา หนากากที่ขายตามรานสะดวกซื้อยังมีขนาดบางทําใหปองกันไมไดอยางจริงจัง อนาคตปญหามลพิษจากรถยนตในประเทศคงยังมีอยูเนื่องจากปริมาณรถที่มากขึ้นและการ แกปญหาที่มีอยูก็ยังไมจริงจังทําใหประชาชนสวนใหญตองทนอยูกับมลพิษเดิม ๆ สะสม ความเครียดจนทําใหประชากรมีสภาพรางกายที่ออนแอหากภาครัฐไมใหความรูและการแกไขอยาง เปนรูปธรรมมลพิษอากาศจากรถยนตอาจยัง ไมเห็นปญหาในเร็ววันแตสารพิษตาง ๆ คอย ๆ สะสม อยูในรางกาย ซึ่งใครก็ไมอยากรอวันนั้นจึงจําเปนอยางยิ่งที่ตองเปลี่ยนทัศนคติคนไทยใหหันมาใช ระบบขนสงมวลชนมากขึ้น และผลักดันใหภาครัฐทุกภาคสวนมองเห็นปญหาที่ตามมาอยางรอบ ดาน”
  • 15.
    9 ภาพที่2.1ปญหารถติด ที่มาhttp://www.dailynews.co.th/Content/Article/112411 2.2.1 สภาพรถยนตกับปญหามลพิษทางอากาศ ในสิงคโปร รถที่มีอายุใชงานนานกวา7 ป ตองขออนุญาติใชงานบนทองถนน แบบปตอป ในรูปของ COE (Certificate of Entertainmnet) และมีคาใชจายสูงมาก สวนมากจะเปนรถโบราณ มูลคาสูง จึงจะเขาขาย COE เพระยิ่งรถมีอายุการใชงานมากเทาใดประสิทธิภาพในการใชงานจึง ลดลงไปดวย สิงคโปรเปนประเทศที่ดูแลสภาพแวดลอมที่ดีมากจึงทําใหตองเก็บคาบริการแก รถยนตที่มีอายุการใชงานมากกวา7ป ในประเทศไทย ตราบเทาที่สามารถตรวจสภาพผาน ก็สามารถตอทะเบียน (ปายวงกลม) และใชงานบนทองถนนได ดังนั้น เราจึงเห็นรถอายุเกิน 10 ป วิ่งอยูบนถนน กัน สวนขอเสียก็คือ รถที่มิไดมีการบํารุงรักษาตามมาตรฐาน ก็จะมีโอกาสเสียกลางถนน แ ละกีดขวางการจราจรใน ชั่วโมงเรงดวน โดยเฉพาะในฤดูฝน 2.2.2 อายุเฉลี่ยของรถยนต ขึ้นอยูกับสภาพการใชงานและการบํารุงรักษา แตสวนใหญก็จะอยูในระยะ 200,000 กม. หรือ 5-6 ป แตรถที่บํารุงรักษาตามมาตรฐานของผูผลิต และใชงานไมหนัก ก็จะมีสภาพสมบูรณและ อาจจะ อยูไดเกิน 10 ป
  • 16.
    10 2.3 แนวทางแกไขที่ประชาชนชาวไทยชวยกันแกปญหา 2.3.1 ปลูกตนไมใหมากขึ้นเพื่อชวยดูดซับมลพิษในอากาศโดยเฉพาะไมยืนตนขนาดใหญที่ สามารถปลูกไวในบานจะชวยได 2.3.2ทางเดียวกันควรไปดวยกันนอกจากจะชวยลดกาซพิษในอากาศแลวยังชวยประหยัด พลังงานอีกดวย 2.3.3 ดูแลรักษาเครื่องยนตใหอยูสภาพดีเพื่อลดการปลอยควันพิษ 2.3.4 สงเสริมการใชรถประจําทาง รถไฟ หรือระบบขนสงมวลชนประเภทตาง ๆโดยรัฐ ตองเขามาจัดความเปนระเบียบในแงการตรงตอเวลาสะดวกในการเดินทางและบริการ 2.3.5 ขับรถยนตใหนอยลงเมื่อตองไปทํางานใกลบาน 2.3.6 รัฐควรมีการเครงครัดในการตรวจสอบควันดํา และกวดขันอยางตอเนื่อง 2.4 ปญหาเรื่องมลพิษจากรถยนตและการแกปญหาสังคมของโลก 2.4.1 ปญหาสิ่งแวดลอม ในอดีตปญหาสิ่งแวดลอมไมรุนแรงนัก เพราะประชากรโลกมีนอยและมนุษยมีความ เปนอยูอยางงาย ๆ การทําลายระบบนิเวศการทําลายระบบสมดุลของธรรมชาติ จึงมีนอย แตเมื่อ ประชากรโลกมากขึ้นความเจริญทางดานวิทยาศาสตรมีมากขึ้น มนุษยไดคิดคนสิ่งประดิษฐใหม ๆ เชนเครื่องจั กร เครื่องยนต เพื่อความสะดวกสบายรวมทั้งการผลิตสารบางชนิดเพื่อการเกษตร อุตสาหกรรมการกระทําของมนุษยไดไปทําลายระบบนิเวศ ทําลายความสมดุลของธรรมชาติ โดยเฉพาะในเมืองใหญปญหาสิ่งแวดลอมเปนพิษไดเพิ่มมากขึ้นทุกทีจนเปนอันตรายตอมนุษย ปจจุบันปญหาสิ่งแวดลอมไดก ลายเปนปญหารวมกันของมนุษยชาติ ลมฟาอากาศที่กําลัง เปลี่ยนแปลงยอมชี้ใหเห็นผลกระทบจากระบบนิเวศ ดิน ปาไม ทุงหญา แหลงน้ํา ฯลฯ สิ่งเหลานี้ ลวนพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ทําใหเกิดวงจรตาง ๆ เชน วงจรโซแหงอาหาร (Food Chains) มีความ สมดุลไดสัดสวน และมีผลตอความเปนอยูของมนุษย หากระบบตาง ๆถูกทําลายความสมดุลก็จะเสีย ไปนั่นหมายถึงวิถีชีวิตของมนุษยก็จะตองเปลี่ยนไปในทางเลวรายยิ่งขึ้น 2.4.1.1 สาเหตุสําคัญที่ทําใหเกิดปญหาสิ่งแวดลอม การทําลายสภาพแวดลอมตามธรรมชาติ ที่สําคัญ คือ การตัดไมทําลายปาอันเปนผลมาจาก ความตองการขยายที่ทํากินขยายที่อยูอาศัยและเพื่อการนําไมไปใชประโยชนในการดํารงชีวิตและใช
  • 17.
    11 ประโยชนเชิงพาณิชย ทําใหเกิดการตัดไมทําลายปามากขึ้นทุกทีทั้งที่ถูกตองตามหลักวิชาการ ซึ่งไม นาเปนหวงมากนักแตที่อันตรายมาก คือการตัดไมทําลายปาไมถูกตองตามหลักวิชาก าร โดยไม สามารถควบคุมไดซึ่งมีมากในประเทศดอยพัฒนา ดังเชน ในทวีปเอเชีย แอฟริกา และละตินอเมริกา ตัวอยางที่เห็นไดชัดเจนคือ ประเทศไทย ในอดีตเปนประเทศที่มีปาอุดมสมบูรณเปนแหลงตนน้ําลํา ธาร เปนแหลงอาหารที่ไมเพียงเพื่อการบริโภคภายในประเทศเทานั้นยังเปนอู ขาวอูน้ําสงออกเลี้ยง ประชากรโลกในภูมิภาคอื่นดวยปจจุบันปาที่อุดมสมบูรณ เชน ปาสาละวิน ปาทุงใหญนเรศวร ปา เขาใหญ ปาดงลานไดถูกทําลายดวยความรูเทาไมถึงการณของมนุษยและทั้งดวยความเห็นแกไดของ ขบวนการตัดไมทําลายปาทําใหแหลงตนน้ําถูกทําลาย แมน้ํา ลําธารหลายสายเริ่มตื้นเขินสงผลให แหลงอาหารลดนอยลง เกิดภาวะแหงแลง ฝนฟาเริ่มปรวนแปรการเกษตรเริ่มมีปญหาทําใหการ สงออกผลิตผลทางการเกษตรไมขยายตัวนอกจากนั้นสภาพการซึมซับมลพิษทางอากาศก็ลด ศักยภาพลงดวยสภาพปญหาดังกลาวไดเกิดขึ้นในหลายประเทศ นอกจากการตัดไม ทําลายปาแลว ปญหาการทําลายระบบนิเวศก็เกิดขึ้นทั่วไป เชน การทําลายสภาพปาชายเลนการทําลายระบบนิเวศ ในทะเลและมหาสมุทร ตลอดจนการบุกรุกแหลงน้ําธรรมชาติ 2.4.1.2 การคิดประดิษฐและผลิตสิ่งที่กอมลพิษ จากการเปลี่ยนแปลงของกระบวนการผลิตของสังคมโลกยุคใหมทําใหเครื่องจักร เครื่องยนตเขามามีบทบาทมาก มีการนําสารสังเคราะหชนิดตาง ๆเขามาใชในกระบวนการผลิต กอใหเกิดมลพิษทั้งทางอากาศ ทางน้ํา และในดินมากขึ้นทุกทีจนกระทั่งเปนอันตรายตอมนุษย สัตว และพืช 2.4.1.3 การขาดจิตสํานึกของมนุษย หรืออาจเรียกวาเปนความมักงายของมนุษยที่ทําค วามสกปรกใหแกธรรมชาติ เชนทิ้งสิ่งของที่ ยอยสลายไดยากลงในแมน้ํา และพื้นดิน 2.4.2 ปญหาสิ่งแวดลอมที่สําคัญ 2.4.2.1ปญหามลพิษทางอากาศ อากาศบริสุทธิ์เปนสิ่งจําเปนของมนุษยแตในปจจุบันนี้ ประชากรหนาแนนเกิดโรงงาน อุตสาหกรรมมากขึ้นมียานยนตมากขึ้น ควันหมอก เขมา จึงมากขึ้นดวยกลายเปนพิษที่ทําลาย สุขภาพอนามัยของประชากรโลก สารพิษที่สําคัญ มีซัลเฟอรไดออกไซดคารบอนมอนอกไซด
  • 18.
    12 คารบอนไดออกไซด ออ กไซดของไนโตรเจน สารไฮโดรคารบอนตาง ๆรวมทั้งอนุภาคบางชนิด และไอของตะกั่วซึ่ง เปนสารที่ทําอันตรายตอมนุษยสารบางชนิดอาจทําใหทารกในครรภผิดปกติได อันตรายจะมากหรือนอยขึ้นอยูกับความเขมของกาซหรือสารอันตรายนั้น อยางไรก็ตามกาซพิษ และ สารพิษที่อยูในอากาศไดกอใหเกิดอันตรายแกมนุษย และสัตวกาซบางชนิดทําใหรางกายออนเพลีย สุขภาพเสื่อมโทรมและหากสูดดมในปริมาณมากอาจถึงตายไดบางชนิดทําลายเยื่อจมูกและ หลอดลม ขัดขวางการรับออกซิเจนในเม็ดเลือดทําใหเปนโรคปอดได กาซบางชนิดทําใหเกิดการ ระคายเคืองตา คันตามผิวหนังหรืออาจ ทําใหเกิดโรคมะเร็งไดอนุภาคในอากาศของสารหลายชนิด เปนอันตรายตอรางกายมนุษยเชน กรดกํามะถัน ปริมาณเพียง 1 มิลลิกรัมตออากาศ 1 ลูกบาศกเมตร จะสามารถทําใหระบบหายใจผิดปกติได กรดอารซีนิก และสารตะกั่วจากทอไอเสียรถยนตก็ทํา อันตรายตอมนุษย ถามนุษยไดรับติดตอกันวันละ 8 ชั่วโมง สัปดาหละ 5 วันจะสามารถทําลายสมอง เกิดการเสื่อมสลายของเสนโลหิตฝอยโรคสมองที่เกิดจากพิษสารตะกั่วทําใหเกิดการตกเลือดใน สมอง ปวดศีรษะจนอาจเปนอัมพาตได และพบวายังมีผลตอความเสื่อมของเซลล สืบพันธุของ มนุษยไดนอกจากนั้น สารตะกั่วยังเปนอันตรายรายแรงตอการเจริญเติบโตของเด็กอีกดวย สารที่มนุษยเริ่มตระหนักในพิษภัยอีกชนิดหนึ่ง คือ สารคลอโรฟลูโอคารบอน (Chlorofluocarbon) หรือสาร CFC จะลอยขึ้น ไปทําลายกาซโอโซนในบรรยากาศทําใหเกิดชองโหว ที่แสงอัลตราไวโอเลต (Ultra Violet) จากดวงอาทิตยสามารถสองตรงมา ยังผิวโลกไดโดยตรง ยิ่งมี ควันจากโรงงานอุตสาหกรรมซึ่งมีกาซคารบอนไดออกไซด เปนสวนผสมสําคัญรวมดวยก็จะทําให ภาวะเรือนกระจกรุนแรงมากขึ้น จากการสํารวจของนักวิจัยแหงมหาวิทยาลัยอลาสกาพบวาภูเขา น้ําแข็งขนาดใหญที่ชื่อวา ” กรีนแลนด ไอซ” กําลังละลายอยางรวดเร็วเกินความคาดหมายความสูง ของภูเขาน้ําแข็งลดลงเฉลี่ยปละหนึ่งฟุตครึ่งและเมื่อเปรียบเทียบกับขอมูลตนทศวรรษ 1990 ทําให ทีมนักสํารวจตองตะลึงเมื่อพบวาภูเขาน้ําแข็งละลายจนบางลงเปนสองเทา เมื่อเปรียบเทียบกับ 40 ป กอนสาเหตุที่ทําใหภูเขาน้ําแข็งในอลาสกาละลายอยางรวดเร็ วนี้นาจะเปนผลมาจากภาวะเรือน กระจกเนื่องจากชาวโลกพากันปลอยกาซพิษขึ้นสูบรรยากาศทําใหโลกรอนขึ้น นอกจากนี้การนําเอา พลังงานนิวเคลียรเขามาใชในอุตสาหกรรมผลิตกระแสไฟฟาก็ทําใหเกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ มาแลว เมื่อมีการรั่วไหลของสารกัมมันตภาพ
  • 19.
    13 2.5 บุคคลที่เปนหวงถึงปญหารถลนโลก นาย บิลฟอรด1ประธานบริหาร ฟอรด1 นาย บิล มอเตอรคัมปะนี ไดแสดงวิสัยทัศน โดยการบรรยาย พิเศษ ในหวขออนาคตของการเดินทางในเมืองใหญ (Urban Mobility) ฟอรด1 ไดแสดงวิสัยทัศนของแนวโนมการเดิ นทางในเมืองใหญซึ่งจะครอบคลุมถึงประเด็น ความกังวลเกี่ยวกับการถือกรรมสิทธิ์ยานพาหนะที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก และความเปนไปไดของการเกิด ความแออัดของยานพาหนะทั่วโลก (Global Gridlock) นายบิลฟอรด1 ยังจะกลาวถึงอนาคตของการ เชื่อมตอของระบบการขนสง (Ttransportation Ecosystem) ซึ่งเปนระบบการเชื่อมตออัจฉริยะที่ เชื่อมการเดินทางรูปแบบตางๆ รวมถึ งระบบสาธารณูปโภคเขาไวดวยกัน เพื่อระบบการขนสงที่ดี ขึ้นนายฟอรด1 อยางไรก็ดี เมื่อมองถึงอนาคต จะเห็นวา ความทาทายที่ตองเผชิญในอนาคตไมไดเกิดจากรถ แตละคันเพียงอยางเดียวเพราะปจจุบันเรามีรถอยูบนทองถนนประมาณ 1,000 ลานคันทั่วโลกการที่ ประชากรมีจํานวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทําใหผูเชี่ยวชาญคาดการณวาภายในปค .ศ. 2020 ตัวเลขดังกลาวจะ เพิ่มขึ้นอีกเทาตัว และเมื่อมองไกลออกไปเชื่อวาจะมีรถวิ่งอยูบนทองถนนทั่วโลกมากถึง 4,000 ลาน คันภายในป 2050 กลาววา ในชวงทศวรรษที่ผานมาอุตสาหกรรมยานยนตมีพัฒนาการอยางมากในการ จัดการกับปญหาดานสิ่งแวดลอมยานยนตในปจจุบันจึงสะอาดขึ้นกวาเดิม ประหยัดน้ํามันมากขึ้น สามารถนําวัสดุตางๆ กลับมาใชใหมไดและมีความเปนมิตรตอสิ่งแวดลอมอยางยั่งยืนยิ่งกวาที่เคย "แมวาภาคอุตสาหกรรม จะมีรถที่ปลอยมลภาวะเปนศูนยและใชแหลงพลังงานทดแทนไดแตหาก สังคมยังใชยานพาหนะกันโดยปราศจากการไตรตรองแลวจํานวนรถที่มากเกินไปก็อาจกอใหเกิด อุปสรรครายแรงตอพัฒนาการทั้งดานเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดลอมซึ่งปญหาดังกลาวจะเกิดขึ้น มากที่สุดในเขตเมืองเพราะในอีกไมกี่ทศวรรษขางหนา เปนที่คาดกันวาประชากรโลก 75 % จะยาย มาอยูอาศัยกันในเขตเมือง และจะมีเมืองขนาดใหญถึง 50 แหงที่มีจํานวนประชากรอาศัยอยูมากกวา 10 ลานคนจึงมีความเปนไปไดวาอาจจะเกิดปรากฏการณ “การจราจรติดขัดทั่วโลก ” ซึ่งหมายถึง สถานการณรถติดที่ไมจบสิ้น ทําใหเสียทั้งเวลาสิ้นเปลืองพลังงาน และทรัพยากรโลก " นายฟอรด1 กลาววา กรุงเทพฯ เปนตัวอยางที่เดนชัด ในเรื่องของความทาทายที่เกิดจากการ เติบโตและความเจริญรุงเรืองทางเศรษฐกิจเพราะประชากรในกรุงเทพฯ เพิ่มจํานวนขึ้นสองเทาตัว ในชวง 3 ทศวรรษที่ผานมาและ เมื่อเดือนกันยายนที่ผานมา ประเทศไทยมีจํานวนผูเปนเจาของ
  • 20.
    14 รถยนตที่เพิ่มขึ้นอยางมหาศาลยอดขายรถยนตในประเทศไทยเพิ่มขึ้นสูงกวา 1 ลานคันเปนครั้งแรก ในประวัติศาสตรซึ่ง ฟอรด1 เชื่อวา ในสิ้นปนี้ไทยจะมีการขายรถ สูงทําสถิติเปนประวัติการณที่ 1.4 ลานคัน"
  • 21.
    15 บทที่3 วิธีดําเนินการ 3.1 สถานที่และระยะเวลาในการศึกษาคนควา โครงงานสํารวจเรื่อง รถลนโลกไดทําการสํารวจที่ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระศรี นครินทรกาญจนบุรี” ภาคการศึกษา 2557 สํารวจจากกลุมตัวอยางจํานวน100คน 3.2 วัสดุอุปกรณที่ใชในการสํารวจ 3.2.1. แบบสอบถาม 100แผน 3.2.2. ปากกา 3.3 วิธีการเลือกกลุมตัวอยาง 3.3.1 การเลือกกลุมตัวอยางแบบบังเอิญ (Accidental sampling) เปนการเลือกกลุมตัวอยาง เพื่อใหไดจํานวนตามตองการโดยไมมีหลักเกณฑ กลุมตัวอยางจะเปนใครก็ไดที่สามารถใหขอมูลได 3.4 วิธีการสํารวจ 3.4.1ออกแบบ แบบสอบถามเกี่ยวกับจํานวนรถที่แตละครอบครัวของนักเรียนจะมี 3.4.2 ระบุชนิดรถ คือ รถยนตและจักรยานยนต ซึ่ง1คนอาจมีไดหลายคัน 3.3.3 เมื่อออกแบบ แบบสอบถามเสร็จก็เริ่มนําไปสํารวจกลุมตัวอยางจากนักเรียนทุก ระดับชั้นเปนจํานวน100 คน 3.4.4 เก็บรวบรวมแบบสอบถามของนักเรียน 3.4.5 สรุปจํานวนรถแตละชนิดที่ไดของนักเรียนทุกระดับชั้น 3.4.6นําขอมูลที่ไดแสดงออกมาเปนตารางแสดงผล
  • 22.
    16 3.5 รูปแบบของตารางสํารวจ แบบประเมินจํานวนรถยนตที่มีในครอบครัวของนักเรียน โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร กาญจนบุรี สถานะ□นักเรียน เพศ□ชาย □หญิง ชั้นมัธยมศึกษา □ม.1 □ม.2 □ม.3 □ม.4 □ม.5 □ม.6 รถยนต จํานวน/คัน อายุของรถยนต/ป ประเภทของรถ 1 2 3 4 1-3ป 4-6ป 7-9ป 10 ปขึ้น ไป รถจักรยาน รถจักรยานยนต รถยนต รถยนตมากกวา 4 ลอ อื่นๆ……………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………
  • 23.
    17 บทที่4 ผลการวิเคราะหขอมูล ตารางที่4.1สํารวจจํานวนรถยนตที่มีในครอบครัวของนักเรียนโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระ ศรีนครินทร กาญจนบุรี คนที่ ประเภทของรถ จักรยา น (คัน) อายุรถ (ป) จักรยานยน ต (คัน) อายุ รถ (ป) รถยนต (คัน) อายุรถ (ป) รถยนต >4 ลอ อายุ รถ (ป) 12 1-3 2 4-6 1 1-3 1 >10 2 1 1-3 1 4-6 2 4-6 - - 3 3 1-3 3 4-6 1 7-9 - - 4 1 4-6 3 >10 2 4-6 - - 5 1 1-3 3 >10 1 1-3 - - 6 2 4-6 2 4-6 1 1-3 1 >10 7 1 4-6 2 >10 1 7-9 - - 8 2 1-3 2 1-3 2 1-3 - - 9 3 4-6 1 >10 1 4-6 - - 10 2 1-3 1 4-6 2 1-3 - - 11 1 4-6 1 6-9 2 10 - - 12 1 1-3 1 4-6 1 4-6 1 >10 13 2 1-3 3 >10 2 1-3 - - 14 1 1-3 2 4-6 1 4-6 - - 15 2 1-3 2 6-9 2 1-3 - - 16 2 4-6 2 4-6 2 6-9 - -
  • 24.
    18 คนที่ ประเภทของรถ จักรยา น (คัน) อายุรถ (ป) จักรยานยน ต (คัน) อายุ รถ (ป) รถยนต (คัน) อายุรถ (ป) รถยนต >4 ลอ อายุ รถ (ป) 17 21-3 2 6-9 2 4-6 1 >10 18 2 1-3 2 1-3 2 6-9 - - 19 1 4-6 3 4-6 1 4-6 - - 20 1 1-3 2 1-3 1 4-6 1 >10 21 3 4-6 2 1-3 2 1-3 - - 22 2 1-3 2 7-9 2 4-6 - - 23 2 4-6 2 7-9 1 >10 - - 24 2 1-3 2 1-3 1 7-9 - - 25 2 1-3 2 7-9 1 7-9 - - 26 1 4-6 2 1-3 1 >10 - - 27 1 7-9 2 4-6 1 1-3 - - 28 1 1-3 3 7-9 1 >10 - - 29 1 6-9 3 4-6 1 7-9 - - 30 1 4-6 2 7-9 1 1-3 - - 31 1 1-3 2 1-3 2 4-6 - - 32 1 4-6 2 7-9 1 4-6 - - 33 1 1-3 1 >10 2 7-9 - - 34 2 4-6 1 4-6 2 1-3 - - 35 2 1-3 1 4-6 1 7-9 - - 36 2 6-9 1 >10 2 4-6 - - 37 2 4-6 2 7-9 1 >10 - -
  • 25.
    19 คนที่ ประเภทของรถ จักรยา น (คัน) อายุรถ (ป) จักรยานยน ต (คัน) อายุ รถ (ป) รถยนต (คัน) อายุรถ (ป) รถยนต >4 ลอ อายุ รถ (ป) 38 26-9 2 4-6 2 1-3 - - 39 2 1-3 1 >10 1 4-6 - - 40 3 6-9 1 7-9 3 1-3 - - 41 2 >10 2 1-3 1 7-9 - - 42 1 4-6 2 4-6 1 4-6 - - 43 2 1-3 2 1-3 2 1-3 - - 44 1 1-3 2 7-9 2 >10 - - 45 1 >10 1 >10 2 1-3 - - 46 2 4-6 1 7-9 2 1-3 - - 47 1 1-3 1 1-3 2 7-9 - - 48 2 1-3 1 7-9 2 4-6 - - 49 2 4-6 2 >10 1 7-9 - - 50 1 4-6 1 4-6 3 7-9 - - 51 2 1-3 2 1-3 3 1-3 1 >1-0 52 2 4-6 1 4-6 3 7-9 - - 53 1 4-6 2 >10 1 >10 - - 54 2 1-3 1 1-3 2 4-6 - - 55 1 4-6 2 1-3 1 7-9 - - 56 1 1-3 1 4-6 2 4-6 - - 57 1 4-6 2 1-3 2 7-9 - - 58 1 1-3 2 1-3 1 1-3 1 >1-0 59 3 >10 2 1-3 2 7-9 - -
  • 26.
    20 คนที่ ประเภทของรถ จักรยา น (คัน) อายุรถ (ป) จักรยานยน ต (คัน) อายุ รถ (ป) รถยนต (คัน) อายุรถ (ป) รถยนต >4 ลอ อายุ รถ (ป) 60 34-6 1 >10 1 >10 - - 61 2 4-6 2 1-3 1 1-3 - - 62 1 1-3 1 4-6 2 1-3 - - 63 - - 2 1-3 1 1-3 - - 64 3 >10 2 >10 2 7-9 1 4-6 65 2 7-9 3 >10 2 1-3 - - 66 1 4-6 3 4-6 2 7-9 1 >10 67 1 1-3 2 4-6 2 7-9 1 >10 68 1 4-6 2 1-3 1 7-9 2 7-9 69 1 1-3 1 >10 2 1-3 - - 70 3 >10 2 7-9 3 7-9 - - 71 2 4-6 2 1-3 2 1-3 - - 72 2 1-3 2 7-9 1 >10 - - 73 2 4-6 1 1-3 2 1-3 - - 74 2 4-6 2 7-9 2 >10 - - 75 1 1-3 2 1-3 1 4-6 - - 76 - 4-6 1 4-6 2 1-3 - - 77 2 4-6 3 1-3 1 4-6 - - 78 1 1-3 2 7-9 2 7-9 - - 79 1 4-6 1 4-6 3 1-3 1 7-9 80 1 4-6 3 7-9 2 4-6 1 >10
  • 27.
    21 คนที่ ประเภทของรถ จักรยาน (คัน) อายุ รถ (ป) จักรยานยนต (คัน) อายุ รถ (ป) รถยนต (คัน) อายุรถ (ป) รถยนต >4 ลอ อายุรถ (ป) 81 24-6 2 7-9 - - - - 82 1 1-3 2 4-6 2 7-9 - - 83 - - 2 4-6 2 1-3 - - 84 2 1-3 1 7-9 1 1-3 - - 85 1 1-3 1 7-9 2 7-9 - - 86 1 4-6 2 4-6 2 7-9 - - 87 1 7-9 1 1-3 2 7-9 - - 88 - - 3 4-6 - 7-9 - - 89 - - 1 7-9 1 1-3 - - 90 3 4-6 3 4-6 2 7-9 - - 91 - - 2 1-3 2 1-3 - - 92 1 7-9 1 7-9 1 7-9 2 4-6 93 1 4-6 2 4-6 2 4-6 - - 94 - - 1 7-9 1 1-3 - - 95 2 1-3 1 4-6 2 7-9 1 4-6 96 2 4-6 2 4-6 3 1-3 1 4-6 97 1 4-6 2 4-6 2 7-9 - - 98 - - 2 7-9 3 1-3 - - 99 2 4-6 1 1-3 2 7-9 - - 100 1 4-6 2 4-6 2 1-3 - -
  • 28.
    22 คนที่ ประเภทของรถ จักรยาน (คัน) อายุ รถ (ป) จักรยานยนต (คัน) อายุ รถ (ป) รถยนต (คัน) อายุรถ (ป) รถยนต >4 ลอ อายุรถ (ป) เฉลี่ย รวม 1.494.09 1.84 10.3 1.72 5.39 0.18 1.26 จากการสํารวจจํานวนรถยนตที่มีในครอบครัวของนักเรียนโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จ พระศรีนครินทร กาญจนบุรีพบวาแตละครอบครัวมีจํานวนของรถและประเภทของรถที่แตกตางกัน ดังตารางที่ 4.1จะเห็นวาตอ 1ครอบครัวจะมีรถจักรยานมีประมาณ 2คัน อายุประมาณ 4-6ป จักรยานยนตมีประมาณ 2 คัน อายุประมาณ 10ปรถยนตมีประมาณ 2คัน อายุประมาณ 4-6ป และ รถยนตมากกวา 4 ลอ ประมาณ1คัน อายุประมาณ 2ปตามลําดับ
  • 29.
    23 บทที่5 สรุปผล อภิปรายและขอเสนอแนะ 5.1 สรุปผลการสํารวจ จากตารางสํารวจผลสรุปผลไดวาในแตละครอบครัวของกลุมตัวอยางที่เราไดสํารวจมานั้น ตอ1ครอบครัวรถจักรยานมีประมาณ 2คัน อายุประมาณ4-6ป รถจักรยานยนตมีประมาณ2 คัน อายุ ประมาณ 10ปรถยนตมีประมาณ 2คัน อายุประมาณ4-6ป และรถยนตมากกวา 4 ลอ ประมาณ1คัน อายุประมาณ 2ปตามลําดับ 5.2 ขอเสนอแนะ ในการสํารวจครั้งนี้ กลุมของขาพเจาก็พบวาการสํารวจซึ่งสุมจากกลุมตัวอยาง 100คน ขอมูลที่ไดมาอาจจะยังไมครอบคลุมเพียงพอที่จะนํามาตอบสรุปเลยไดวาทุกครอบครัวจะมีจํานวน รถประมาณนี้ ดังนั้นถามีผูใดอยากตอยอดโครงงานนี้กลุมของขาพเจาจึงอยากเสนอใหสํารวจจาก กลุมตัวอยางที่หลากหลายมากกวานี้ และอาจจะจัดในการรณรงคใหมีการใชรถยนตในปริ มาณที่ นอยลง
  • 30.
    24 เอกสารอางอิง บัญชา ชุมชัยเวทย.2558.ไมเกิน 5ป พี่ไทยผลิตรถยนตกวา 3 ลานคัน (ออนไลน) .แหลงที่มา: http://www.thairath.co.th/content/436129 .28 มกราคม2558 มูลนิธิวิกิมีเดีย1 บานจอมยุทธ .2558.ปญหาและการแกปญหาสังคมของโลก(ออนไลน).แหลงที่มา: http://www.baanjomyut.com/library_4/global_society/03_1.html .30มกราคม 2558 .2558 .รถยนต(ออนไลน).แหลงที่มา: http://th.wikipedia.org/wikiรถยนต .28 มกราคม2558 ทีมวาไรตี้.2558 .จํานวนรถเพิ่ม มลพิษอากาศเพิ่ม!!(ออนไลน) . แหลงที่มา:http://www.dailynews.co.th/Content/Article/จํานวนรถเพิ่ม...มลพิษสากาศเพิ่ม!+มองจุด เสี่ยงแกปญหาดวยตัวเอง. 5 กุมภาพันธ 2558. กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน.2558.ฟอรดวิตกรถลนโลก กระทบจราจรเมืองใหญ(ออนไลน).แหลงที่มา: http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/auto-mobile/auto- mobile/20121130/480243/%.html. 7 กุมภาพันธ 2558 กัลยา วานิชยบัญชา. 2542.การวิเคราะหสถิติ :สถิติเพื่อการตัดสินใจ. พิมพครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ : โรงพิมพแหงจุฬาลงกรณวิทยาลัย.
  • 31.
  • 32.
    26 รูปที่ 3 ใหกลุมตัวอยางทําแบบสํารวจ รูปที่4 ใหกลุมตัวอยางทําแบบสํารวจ
  • 33.
  • 34.
    28 ผูจัดทํา 1.นางสาวกาญจนา ถึกจรูญ เลขที่21 2.นางสาวรุจิรา ตั้งมั่น เลขที่ 24 3.นางสาวจิดาภา บํารุงวงศ เลขที่ 29 4.นางสาวสิริลักษณ วุฒิมงคลกุล เลขที่ 32 5.นางสาวสุธิดา มากมี เลขที่ 33 ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 5/2 รูปที่ 6 รูปผูจัดทํา